คลังเก็บป้ายกำกับ: 0._TOP_CONTENT

แนะนำ Notebook ทำงานประสิทธิภาพสูง สเปกแรงลื่นระดับ Gaming Notebook เริ่ม 23,900 สเปก Core i / Ryzen + GeForce GTX

Notebook ทำงานประสิทธิภาพสูง สเปกระดับ Gaming ปี 2020 มีราคาที่ถูกคุ้มค่ามากมาย แน่นอนว่ามาพร้อมประสิทธิภาพที่เหลือเฟือในการทำงานพื้นฐาน Word / Excel / Power Point หรือโปรแกรมเล่นอินเตอร์เน็ตต่างๆ รวมไปถึงโปรแกรมใช้งานเฉพาะทาง ซึ่งส่วนมากในตลาดจะมีช่วงหลายช่วงราคา เหมาะกับคนที่ต้องการ Notebook ใช้งานพื้นฐาน หรือทำงานหนักๆ อย่างตัดต่อวีดีโอก็รองรับได้สบายๆ ผ่านทางโปรแกรมมือาชีพต่างๆ

แน่นอนว่าเล่นเกมได้หลากหลายทั้งออนไลน์เบาๆ หรือเกม 3 มิติกราฟิกสวยงาม จากสเปกของชิปประมวลผลและการ์ดจอ Gaming รวมไปถึงความบันเทิงอย่างการนำไปดูหนังฟังเพลง ชมวีดีโอสตรีมมิ่งต่างๆ อาทิ Youtube หรือ Netflix ดูซีรีส์ต่างช่องทางต่างๆ ก็ลื่นไหลสุดๆ และด้วยหน้าจอมาตรฐานบางรุ่นจะรองรับ Refresh Rate ที่ 120 – 144Hz ทำให้ภาพลื่นไหลสบายตามากๆ

ซึ่งในบทความนี้เราจะมาแนะนำ Notebook ทำงานประสิทธิภาพสูง สเปกแรงลื่นระดับ Gaming Notebook เริ่ม 23,900 สเปก Core i / Ryzen + GeForce GTX ได้หน่วยความจำแรมขนาด 8GBพร้อมด้วยที่เก็บข้อมูลแบบ SSD M.2 NVMe PCIe ความ 512GB ที่รวดเร็วลื่นไหล แน่นอนว่ามี Windows 10 แท้ ประกันดีที่สุดจะเป็น On-site ซ่อมฟรีถึงบ้าน หรือปีแรกมีประกันอุบัติเหตุด้วย ซึ่งจะมีรุ่นอะไรบ้าง ไปชมกันต่อเลย

Lenovo IdeaPad Gaming 3 ราคา 23,900 – 25,900 บาท

Lenovo IdeaPad Gaming 3 เป็น Gaming Notebook ที่สามารถใช้งานเป็น Notebook ทำงานประสิทธิภาพสูงได้ จากดีไซน์ที่เงียบง่าย พร้อมสเปก AMD Ryzen 4000H รุ่นใหม่ล่าสุด เน้นความคุ้มค่าน่าซื้อ เป็นโน๊ตบุ๊คสเปกแรงที่สามารถเอาไปทำงานลื่นไหลแน่นอน โดดเด่นด้วยชิปประมวลผล Ryzen 5 4600H ที่แรงพอตัว พร้อมด้วยการ์ดจอระดับ Gaming อย่าง NVIDIA GeForce GTX 1650 / GTX 1650 Ti รุ่นใหม่ ได้ดีไซน์ใหม่มีความเรียบง่าย เล็กกระชับเรียบง่าย โทนสีดำ Onyx Black พร้อมแซมด้วยสีฟ้า ที่ดูแล้วสวยงาม พร้อมความทนทานระดับ Military Grade ที่ดีเยี่ยมเกินราคา

สำหรับ Lenovo IdeaPad Gaming 3 นั้นเรียกได้ว่ามาครบเครื่อง เป็นโน๊ตบุ๊คสำหรับการเล่นเกมหรือทำงานหนักๆ อย่างตัดต่อวีดีโอ ขนาดหน้าจอ 15.6″ Full HD พาเนล IPS รองรับ Refresh Rate ที่ 120Hz ด้วยแรมขนาด 8GB และได้ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB มี Windows 10 แท้ใช้งานได้ทันที สร้างประสบการณ์ในการเล่นเกมหรือทำงานกับผู้ใช้งานได้อย่างสบายๆ ที่เด็ดที่สุด ความคุ้มค่าราคาไม่แพง เริ่มต้นที่ 23,900 บาท ที่สำคัญได้การรับประกัน On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน 2 ปีด้วย และได้ประกันอุบัติเหตุด้วย รวมไปถึงบริการหลังการขายอื่นอื่นๆ อีกมากมายด้วย

พร้อมด้วยการติดตั้งกล้องเว็บแคม HD (720p) และมีไมค์ดิจิตอลในตัวสามารถใช้งาน VDO Call ได้ทันที ส่วนการเชื่อมต่อก็มีมาอย่างครบถ้วน ทั้ง 1 x USB 3.1 Type-C, HDMI, 4 x USB 3.1 Type-A, Kensington lock slot, RJ-45 , Headset พร้อมยังรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth 5.0 และ Wi-Fi 6 AX ส่วนการรับประกันแน่นอนว่าเป็น ประกัน 2 ปี On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน รวมไปถึงมีประกันอุบัติเหตุแบบเคลม 100% ระยะเวลา 1 ปีแรก และมีเครื่องสำรองระหว่างใช้งาน อีกทั้งมี Call Center 24/7 ด้วย

Lenovo IdeaPad Gaming 3 การดีไซน์จะออกแบบมาเป็นแบบเรียบง่ายสไตล์เรียบง่าย ซึ่งรองรับการใช้งานทั่วไปได้แน่นอน โดดเด่นด้วยความต่างในส่วนของสีสันที่ดูแล้วมีความเป็น Gaming จากสีสันโทนฟ้าที่นำเข้ามาแซมกับสีตัวเครื่องหลักที่เป็นสีเทาเข้มออกไปทางดำอย่าง Onyx Black วัสดุตัวเครื่องทั้งหมดทั้งด้านนอกด้านในเป็นพลาสติกเกรดดี เหมาะกับนักเรียนนักศึกษารวมไปถึงวัยทำงาน ที่ต้องการโน๊ตบุ๊คสักเครื่องที่ดูล้ำสมัยที่แฝงไปด้วยความเรียบง่าย เนื้องานและงานประกอบพูดได้เลยว่าแตกต่างจากกลุ่มโน๊ตบุ๊คที่ราคาใกล้เคียงกันอย่างเห็นได้ชัด

ASUS VivoBook 15 A571 ราคา 36,900 บาท

ASUS VivoBook 15 A571 เป็น Notebook ทำงานประสิทธิภาพสูง ที่มีการออกแบบทำมาได้สวยงาม และได้สีสันเป็น Star Black ตัวเครื่องฝาหลังและตัวเครื่องด้านในจะเป็นพลาสติกคุณภาพดีตลอดทั้งตัวเครื่องให้สัมผัสที่ดูดีเกินราคา พร้อมหน้าจอแบบขอบบางที่ 7.4 มิลลิเมตร ทำให้มิติตัวเครื่องใกล้เคียงกับโน๊ตบุ๊คหน้าจอ 14″ สมัยก่อน อีกทั้งตัวเครื่องยังมีความบางที่ 21.9 มิลลิเมตร แม้จะไม่บางมากแต่ก็ถือว่าพกพาได้สะดวกอยู่ ส่วนน้ำหนักอยู่ที่ 2.14 กิโลกรัม รูปทรงของตัวเครื่องโดยรวมจะเป็นแบบขนมเปียกปูน ตามแนวทางการออกแบบของโน๊ตบุ๊ค ASUS ปี 2020 ในหลายๆ รุ่นนั่นเอง

ซึ่งอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่เข้ามาเสริมให้การทำงานเป็นไปได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ก็คือ บานพับ ErgoLift Hinge พร้อมกับเวลากางหน้าจอ ตัวเครื่องจะยกสูงขึ้น เพื่อให้เราสามารถวางข้อมือพิมพ์งานได้ถนัดรวมถึงช่วยในเรื่องของการระบายความร้อนอีกด้วย พร้อมกางจอได้สูงสุดที่ 145 องศา จากการที่มีบานพับแบบพิเศษช่วยยกตัวเครื่องสูงขึ้จากพื้น โดยขอบตัวเครื่องด้านหลังจะมียางรองพร้อมทำหน้าที่เป็นฐานรองด้านหลัง ขอบจอตัวเครื่องก็บางมากๆ ดูแล้วลดขนาดตัวเครื่องลงไปได้เยอะเลยทีเดียว

ASUS VivoBook 15 A571 สเปกภายในใช้ชิปประมวลผลรุ่นใหม่ล่าสุด Intel Core i7-10750H (2.60 GHz, 12 MB L3 Cache, up to 5.00 GHz) ตัวแรงยอดนิยม ทำงานแบบ 6 คอร์ 12 เธรด การ์ดจอแยกเป็น NVIDIA GeForce GTX 1650 Ti (4GB GDDR6) ประสิทธิภาพดีรองรับการเล่นเกม 3 มิติออนไลน์พอได้  แรมให้มาขนาด 16GB แบบฝังบอร์ด 8GB + สล็อต 8GB มาตรฐาน DDR4 Bus 2666MHz ที่เก็บข้อมูลเป็น SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB พร้อมเพิ่ม HDD 2.5″ ได้ภายหลัง ส่วนหน้าจอเป็นขนาด 15.6″ ที่ได้ความละเอียด Full HD พาเนล IPS คุณภาพดี รองรับ Refresh Rate ที่ 60Hz

นอกจากนี้ ASUS VivoBook 15 A571 ยังมีลำโพงคุณภาพทำงานร่วมกับระบบเสียง Harman Kardon ส่วนพอร์ตที่ให้มาก็ครบครัน ได้แก่ USB 3.1 Type-C, USB 3.1 Type-A , USB 2.0 Type-A, HDMI, และ microSD card reader รวมไปถึงการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Dual-band Wi-Fi 6 (802.11ax) และ Bluetooth 5.0 ด้วย รองรับการทำงานทุกไลฟ์สไตล์ ในราคาเบาๆ รวมถึงติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 10 แท้ พร้อมใช้งานได้ทันที พร้อมการรับประกัน 2 ปี ปีแรกได้ประกันอุบัติเหตุ

Dell Inspiron 7501 ราคา 36,990 – 39,990 บาท

Dell Inspiron 7501 จัดได้ว่าเป็น Notebook ทำงานประสิทธิภาพสูง ดีไซน์บางเบา วัสดุอะลูมิเนียม หนักเพียง 1.6 กิโลกรัม ได้ประสิทธิภาพสูงรุ่นใหม่ล่าสุด ชิปประมวลผลเป็น Core i5/i7 ตระกูล H Gen 10 การ์ดจอเป็น GTX 1650 Ti ที่เป็นรุ่นใหม่ มาพร้อมมาตรฐานใหม่ในเรื่องของขนาดตัวเครื่อง น้ำหนักและดีไซน์การออกแบบที่เล็กกว่าโน๊ตบุ๊คในหน้าจอขนาดเดียวกัน ที่สำคัญด้วยบริการ Dell Pro Support ระยะเวลา 3 ปีเต็ม ซ่อมตรงถึงที่ ทุกที่ ในอีก 1 วันทำการ (On-site Sevice) ทำให้มั่นใจได้เลย บริการหลังการขายของ Dell นั้นยอดเยี่ยมอย่างแน่นอน

โดย Dell Inspiron 7501 ใช้สีสัน Platinum Silver ใช้ชิประมวลผลรุ่นล่าสุดจากทาง Intel อย่าง Core i5-10300H และ i7-10750H ที่เป็นตระกูลเน้นประสิทธิภาพทำงานหนักๆ ได้สบายๆ และการ์ดจอ Gaming ระดับกลางๆ อย่าง NVIDIA GeForce GTX 1650 Ti (4GB GDDR6) ที่ให้ประสิทธิภาพการทำงานรองรับ 3 มิติได้ดี เล่นเกมออนไลน์ได้สบายๆ ส่วนแรมก็ติดตั้งมาให้ขนาด 8GB DDR4 ซึ่งพอเพียงกับการใช้งานแน่นอน พร้อมด้วย SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB ที่สำคัญยังเป็นมาตรฐานการเชื่อมต่อ Wi-Fi 6 AX และ Bluetooth 5.0 ด้วย 

ดีไซน์การออกแบบโดยรวมของ Dell Inspiron 7501 เป็น Notebook ทำงานประสิทธิภาพสูง ตัวเครื่องดูเล็ก กะทัดรัด เหมาะกับการพกพา ให้ดีไซน์ออกมาได้ขอบหน้าจอบางแบบสุดๆ มีกล้องด้านหน้ารองรับการใช้งาน VDO Call ส่วนของตัวเครื่องจะใช้เป็นโลหะที่ดูสวยงามและทนทาน เป็นส่วนประกอบหลักตลอดทั้งตัวเครื่อง  ทำให้ได้ข้อดีมาก็คือทั้งความแข็งแรงและน้ำหนักที่เบา ที่สำคัญส่งผลให้ภาพลักษณ์โดยรวมของตัวเครื่องดูหรูหรามากๆ ให้อารมณ์พรีเมียมสุดๆ  ส่งผลให้เราได้พบประสบการณ์ใช้งานที่เหนือชั้นกว่าโน๊ตบุ๊คที่เน้นประสิทธิภาพทั่วๆ ไปในตลาด

HP ENVY 15 ราคา 46,900 – 62,900 บาท

HP ENVY 15 จัดว่าเป็น Notebook ทำงานประสิทธิภาพสูง ที่ได้รุ่นท็อปได้หน้าจอเป็น AMOLED รุ่นใหม่ล่าสุด ประจำปี 2020 มีสเปกสุดแรง ดีไซน์บางเบาพกพาสะดวก หน้าจอขนาด 15.6″ AMOLED ความละเอียด 4K UHD หรือพาเนล IPS Full HD กับสเปกที่จัดเต็มด้วยชิปประมวลผล Intel Core i7-10750H ส่วนการ์ดจอเป็น NVIDIA GeForce GTX 1650 Ti / RTX 2060 Max-Q โดยมีน้ำหนักแค่ 2.14 กิโลกรัมเท่านั้น แน่นอนว่าติดตั้ง Windows 10 ใช้งานได้ทันที อีกทั้งยังได้โปรแกรมทำงานเอกสาร Office Home & Student 2019 (Word / Excel / Power Point) มูลค่า 4,299 บาทฟรีๆ ด้วย

มาพร้อมกับแรมขนาด 16GB Bus 2933MHz (8GB x 2 แถว) และ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 1TB (512GB x 2 ตัว) ส่วนการเชื่อมต่อก็จัดเต็มด้วย Wi-Fi 6 AX + Bluetooth 5.0 และพอร์ต Thunderbolt 3 x 2 พอร์ต เรียกได้ว่าสเปกและฟีเจอร์อื่นๆ ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะแรงลื่นระดับ Gaming Notebook ตัวท็อป สนนราคาขายจริงที่มีอยู่หลากหลายสเปก เริ่ม 46,900 – 62,900 บาทเท่านั้นเอง กับสเปกการ์ดจอ GTX 1650 Ti / SSD 512GB ทุกรุ่นได้ประกัน 2 ปี On-site Service และบริการหลังการขาย HP SmartFriend ที่เยี่ยมยอด

ความบางของตัวเครื่อง 18.4 มิลลิเมตร และหนักเพียง 1.98 กิโลกรัม โดยพอร์ตการเชื่อมต่อก็ครบครันด้วย USB 3.2 Type-A, USB 3.2 Type-C, Mini DisplayPort, HDMIพร้อมยังรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth 5.0 และ Wi-Fi 6 AX 2 x 2 (MU-MIMO / Miracast) แน่นอนว่าได้ Windows 10 แท้ใช้งานได้ทันที ที่สำคัญคือได้โปรแกรม Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,299 บาท) ไปใช้งานฟรีๆ ติดเครื่องไปใช้งานยาวๆ ได้เลย คุ้มค่าสุดๆ  ประกันเทพ On-site 2 ปีเต็ม + บริการ HP SmartFriend เช่น Cal Center 24/7 

สำหรับ HP ENVY 15 ถือว่าเป็น Notebook ทำงานประสิทธิภาพสูง แต่บางเบาขนาดหน้าจอ 15.6″ รุ่นล่าสุดอีกรุ่นหนึ่งที่ครบเครื่อง การออกแบบให้ความรู้สึกที่ให้ความพรีเมียมด้วยวัสดุอลูมิเนียมตลอดทั้งตัวเครื่อง ทั้งด้านนอกฝาหลังและด้านในตัวเครื่องจนไปถึงชิ้นส่วนใต้ตัวเครื่องด้วย เรียกได้ว่าดูดีเกินราคาค่าตัวจริงๆ โดยฝาหลังและดีไซน์ทั้งหมดมีการเลือกใช้ให้มีความเข้ากันอย่างที่สุด กับพื้นผิวส่วนของฝาหลังและตัวเครื่องเป็นลักษณะแบบด้าน พร้อมกับใช้สีเงินเทาโทนสว่าง Natural Silver พื้นผิวแบบบลัชปัดเสี้ยน ดูให้ความเป็นโลหะมากๆ เรียกได้ว่าเห็นเราใช้ HP ENVY 15 ต้องอิจฉาสมชื่อแน่นอน 

MSI Creator 15 ราคา 54,900 บาท

MSI Creator 15M จัดเป็น Notebook ทำงานประสิทธิภาพสูงสาย Creator สร้างสรรค์งาน Content จัดเต็มด้วยสเปกระดับ Gaming Notebook อย่าง Core i7-10750H + GTX 1660 Ti Max-Q ได้หน้าจอขนาด 15.6″ พาเนล IPS เกรดสูง sRGB ใกล้เคียง 100% ได้ Refresh Rate ที่ 144Hz แสดงผลมีมุมมองกว้าง สวยงาม ไม่ว่าจะดูหนังหรือเล่นเกมก็สามารถใช้ได้ดีชัดเจน ให้ความลื่นไหล มาพร้อมกับขนาดที่เล็กกระทัดรัดและมีน้ำหนักเบาเพียง 1.86 กิโลกรัมเท่านั้น เรียกได้ว่าสมกับเป็น MSI ที่มีการนำเสนอ โน๊ตบุ๊คเพื่อการทำงานหนักๆ รวมไปถึงเล่นเกมได้ลื่นๆ อย่างแท้จริง

สเปกหลักๆ ของ MSI Creator 15M  ใช้ชิปประมวลผลเป็น Intel Core i7-10750H (2.60 GHz, 12 MB L3 Cache, up to 5.00 GHz) ตัวแรงยอดนิยม ทำงานแบบ 6 คอร์ 12 เธรด ประสิทธิภาพแรงเหลือๆ พร้อมกราฟฟิการ์ดตัวแรงระดับ Desktop อย่าง NVIDIA GeForce GTX 1660 Ti Max-Q (6GB GDDR6) ที่มาพร้อมประสิทธิภาพที่เหนือชั้นกว่ารุ่นก่อนๆ แต่ปลดปล่อยความร้อนน้อยกว่า มีที่เก็บข้อมูลเป็นมาตรฐาน SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB ที่ทั้งแรงและลื่นไหล ในส่วนของแรมเองมีมาให้ 16GB DDR4 Bus 2666MHz อัปเกรดได้สูงสุด 64GB (ใส่แรมได้ 2 แถว)

ลำโพงทำงานร่วมกับซอฟแวร์ของ Nahimic เวอร์ชั่น 3 ทำให้สามารถขับเสียงได้ดียิ่งกว่าเดิม รองรับ Hi-Res audio ช่วยให้คุณมีโมเมนต์ในการฟังเพลงด้วยเสียงที่มีคุณภาพที่สุด พร้อมด้วยกล้องเว็บแคม HD (720p) และมีไมค์ดิจิตอล 2 ตัว ส่วนการเชื่อมต่อก็มีมาอย่างครบถ้วน ทั้ง HDMI,  3 x USB 3.1, USB 3.1 Type C, Kensington lock slot, 2-in-1 SD, Lan RJ-45 , รูหูฟังกับไมค์แบบแยกออกจากกัน พร้อมยังรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Wi-Fi  802.11 ac + Bluetooth v5 น้ำหนัก 1.86 กิโลกรัม พร้อม Windows 10 แท้

หน้าตาการออกแบบเอง MSI Creator 15M ต้องบอกว่ามีลักษณะรูปทรงคล้ายกับ MSI GF63 ที่เป็น Gaming Notebook เน้นความบางเบา ทั้งในส่วนของดีไซน์ภายนอกภายใน ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าทำได้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม ด้วยความโดดเด่นที่สวยเรียบง่ายหรูหราตามสไตล์ที่บรรดา Creator ชื่นชอบกัน โดย MSI Creator 15M ใช้เป็นโทนสีเงินเทาดูพรีเมียมตลอดทั้งตัวเครื่องตัดกับสีดำที่ดูลงตัว ซึ่งขอบจอบางมากเพียง 4.9 มิลลิเมตรเท่านั้น ใช้งานเต็มตาสุดๆ แกนฝาพับแข็งแรงพัฒนาขึ้นกว่าเดิมจากรุ่นก่อน ส่วนคีย์บอร์ดจะเป็นไซต์มาตรฐานคือไม่มี Numpad แต่ปุ่มกดจะใหญ่กว่าปกติ ทำให้พิมพ์สัมผัสได้ถนัดมือขึ้น

from:https://notebookspec.com/buyerguide-high-spec-notebook-like-gaming/538986/

แนะนำโน๊ตบุ๊คบางเบาน่าซื้อ ได้แรม 16GB เปิดโปรแกรมได้เยอะ ทำงานลื่นไหล เบาสุด 990 กรัม ราคาถูกสุดๆ ที่ 25,900 บาท

โน๊ตบุ๊คบางเบาน่าซื้อประจำปี 2020 ได้หน่วยความจำแรม 16GB นับว่าเป็นปัจจัยสำคัญ ในการเลือกซื้อมาเพื่อใช้งานหนักๆ หรือเปิดโปรแกรมเยอะๆ โดย Notebook ที่มาพร้อมกับสเปกชิปประมวลผล Intel Core i / AMD Ryzen ถือได้ว่ามีประสิทธิภาพที่ดี ในดีไซน์ที่บางเบาพกพาสะดวก เหลือเฟือในการใช้งานระดับพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นการทำงานทั่วไปอย่างงานเอกสาร Word, Excel, Power Point, เล่นอินเตอร์เน็ต, Social, Online, ดูหนัง, Youtube, Netflix โดยรวมแล้วมีความลื่นไหลไม่สะดุด

สเปกอื่นๆ โน๊ตบุ๊คบางเบารุ่นที่นำมาแนะนำก็จะมาพร้อมกับขนาดหน้าจอ 14″ ที่สนับสนุนการใช้งานทุกรูปแบบ บนความละเอียด Full HD ที่ให้ภาพคมชัดเรียบเนียน โดยหลักๆ แล้วจะได้เป็นพาเนล IPS คุณภาพกี ที่ให้ภาพสดสวยสมจริงสุดๆ ได้ที่เก็บข้อมูลเป็น SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB และบางรุ่นได้โปรแกรม Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,299 บาท) มาด้วย ในส่วนของการพกพาก็ทำได้เยี่ยมยอด โดยมีน้ำหนักเบาสุดแค่ 990 กรัมเท่านั้น พร้อมแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนานสุดที่ 8 – 10 ชั่วโมงด้วยกัน

ในบทความนี้เราจะมาแนะนำโน๊ตบุ๊คบางเบาทั้ง 5 รุ่น ที่ได้เป็นสเปก Core i Gen 10 / Ryzen 4000 รุ่นใหม่ คุ้มที่สุด ทำงาน เล่นเน็ต ดูหนังลื่นๆ ส่วนจะมีรุ่นไหนบ้าง ไปติดตามชมกันต่อได้เลย

MSI Modern 14 ราคา 25,900 บาท

MSI Modern 14 เป็นโน๊ตบุ๊คบางเบารุ่นใหม่หน้าจอ 14″ ตัวแรงลื่น สีดำ Onyx Black หรือฟ้า Blue Stone เคลือบพื้นผิวด้วยเทคโนโลยี Sandblasting พ่นเนื้อทรายละเอียด ให้สัมผัสที่เรียบเนียน โดยมาพร้อมกับประสิทธิภาพจากชิปประมวลผล AMD Ryzen 4000U รุ่นล่าสุดอย่าง Ryzen 7 4700U ให้ความแรงลื่น ผสานการทำงานร่วมกับการ์ดจอออนชิป Radeon 7 ในส่วนของสเปกแรมได้มาขนาด 16GB DDR4 Bus 3200MHz และ SSD M.2 NVMe PCIe ที่ 512GB จัดเต็ม ส่งให้มีประสิทธิภาพในการทำงานที่ทรงพลังอย่างที่สุด สนับสนุนทั้งทำงานและเล่นเกมที่เหนือชั้นกว่าโน๊ตบุ๊คบางเบารุ่นอื่นๆ

สำหรับ MSI Modern 14 ได้หน้าจอแสดงผลพาเนล IPS มาตรฐานความละเอียด Full HD ที่จะช่วยให้เหล่าครีเอเตอร์ได้เติมเต็มประสบการณ์ในด้านการสร้างสรรค์ผลงานได้มากยิ่งขึ้น บางเฉียบโดยมีพื้นที่แสดงผลกว่า 90% จอเป็นแบบด้านที่ให้เรื่องสีสันสดใส รองรับใช้การดูภาพ ดูวิดีโอ และเล่นเกมก็ทำได้อย่างเป็นอย่างดี ส่วนบานพับก็แข็งแรงกว่ารุ่นก่อนๆ พร้อมกางได้ 180 องศา ทำให้นำเสนองานได้อย่างเต็มที่และง่ายขึ้นกว่าเดิม อีกทั้งได้ฟีเจอร์อื่นๆ ที่ครบครันตามสไตล์ของ MSI ที่จัดเต็ม ไม่เกรงใจใคร ในราคาเพียง 25,900 บาทเท่านั้น จัดว่าเป็นโน๊ตบุ๊คแรม 16GB หน้าจอขนาด 14″ ที่น่าสนใจมากๆ ทีเดียว

สเปกที่จัดเต็มตอบโจทย์การใช้งานแบบสุดๆ ที่สำคัญยังเป็นมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายก็ครบครันด้วย Wi-Fi 5 AC และ Bluetooth 5.0 เป็นมาตรฐานอีกด้วยพร้อมซอฟต์แวร์ Creator Center ช่วยปรับแต่งการทำงาน พร้อมการรับประกัน 2 ปี ตามมาตรฐานของ MSI มิติตัวเครื่องมีความเล็กกระชับกับขอบหน้าจอที่บางลงอย่างเห็นได้ชัดที่ 5.6 มิลลิเมตร ทั้งด้านซ้ายขวาและขอบบน รวมถึงยังได้มาตรฐาน Military Grade มีความทนทานในการใช้งานเป็นพิเศษมากกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วๆไป ในเรื่องของการทน ฝุ่น ละอองน้ำ และการกระแทก ในส่วนของแบตเตอรี่ก็ใช้งานได้ยาวนานกว่า 10 ชั่วโมง

ส่วนความบางตัวเครื่องอยู่ที่ 15.9 มิลลิเมตรเท่านั้น ถือว่า MSI นำเสนอโน๊ตบุ๊คที่ทั้งเบามากๆ แถมยังบางสุดๆ ท้าชนกับแบรนด์อื่นๆ ได้อย่างสบายๆ เลยครับ สำหรับการเปิดปิดฝาของหน้าจอก็ทำได้ง่ายเพราะขอบตัวเครื่องด้านหน้าได้มีการเว้นร่องเว้าเอาไว้สวยงาม พร้อม Ergonomics View Design ช่วยยกตัวเครื่องให้สูงขึ้น ส่งมวลลมเย็นถูกดูดเข้าช่องลมขนาดใหญ่ได้มากขึ้นส่งผลให้มีประสิทธิภาพในการระบายความร้อนที่ดี ที่ช่วยยกตัวให้สูงขึ้นจากพื้นที่ 5 องศา ส่งผลให้พัดลมสามารถดูดลมเย็นเข้าไปได้ง่ายยิ่งขึ้น ซึ่งการเอียงของตัวเครื่องเล็กน้อยนั้น ก็ทำให้พิมพ์สัมผัสได้ถนัดมือยิ่งขึ้นไปอีกนั่นเอง

การออกแบบให้ความรู้สึกที่ดุดันพรีเมียมด้วยวัสดุอลูมิเนียม ตลอดทั้งตัวเครื่อง ที่สำคัญคือตัวเครื่องมีความพรีเมียมและบางเบาอย่างที่สุด มีน้ำหนักเพียง 1.3 กิโลกรัมเท่านั้น พร้อมตัดขอบเพชรเพิ่มความหรูหรา พร้อมความทนทานระดับ Military Standard ด้วยการผ่านการทดสอบคุณภาพอย่างเข้มงวด ทั้งทนร้อนทนเย็น ความดันอากาษ ความชื้นและฝุ่นต่างๆ ในระดับหนึ่ง มิติตัวเครื่องมีความเล็กกระชับกับขอบหน้าจอที่บางลงอย่างเห็นได้ชัดที่ 5.6 มิลลิเมตร ทั้งด้านซ้ายขวาและขอบบน ถือว่า MSI นำเสนอโน๊ตบุ๊คที่ทั้งเบามากๆ แถมยังบางสุดๆ ท้าชนกับแบรนด์อื่นๆ ได้อย่างสบายๆ เลย

Huawei MateBook D14 ราคา 29,900 บาท

Huawei MateBook D14 โน๊ตบุ๊คบางเบาใส่เต็มเรื่องของสเปกและราคาจากแบรนด์น้องใหม่ กับการที่เป็นโน๊ตบุ๊คหน้าจอขนาด 14″ ที่เหมาะสมกับการใช้งานที่หลากหลาย รวมไปถึงการพกพาที่สะดวก มาพร้อมชิปประมวลผล Intel Core i7-10510U (1.80 GHz, 8 MB L3 Cache up to 4.80 Ghz) ที่แรงลื่นประสิทธิภาพดีเยี่ยม การ์ดจอแยกเป็น NVIDIA GeForce MX250 (2GB GDDR5) แรมติดตั้งมาให้ขนาด 16GB พร้อมด้วย SSD M.2 ความจุ 512GB ที่เหลือเฟือต่อการใช้งานพื้นฐานแน่นอน ที่สำคัญมีระบบปฏิบัติการ Windows 10 สนนราคาที่ 29,900 บาท พร้อมการรับประกัน 2 ปีตามมาตรฐานของ Huawei

การดีไซน์ Huawei MateBook D14 ก็เน้นความเรียบง่าย ด้วยวัสดุอลูมิเนียมที่ดูดีเกินราคากับสีสันเป็นสีเงินดูสวยงามลงตัว โดยมีความบางเฉียบของตัวเครื่องที่ 13.8 มม. น้ำหนัก 1.38 กิโลกรัม เน้นพกพาใช้งานสะดวก ได้หน้าจอแสดงผลขนาด 14″ ความละเอียด Full HD หรือ 1920×1080 พิกเซล แบบด้าน พาเนล IPS คุณภาพดี ขอบหน้าจอบางเฉียบ FullView screen ทั้งให้เล็กกระทัดรัด ซึ่งมีสัดส่วนจออยู่ที่ 86% กล้องเว็บแคมไปยังติดตั้งแบบ Pop Up ที่ชุดคีย์บอร์ด และยังมีระบบ Fingerprint สแกนลายนิ้วมือเพื่อใช้งานได้ปลอดภัย ที่สำคัญสำหรับคนที่ใช้มือถือ Huawei ยังมีฟีเจอร์ Huawei Share ไว้ใช้งานโอนไฟล์ไปมา และขึ้นหน้าจอมือถือบน Huawei MateBook D14 ก็ยังได้อีกด้วย

แน่นอนว่าวัสดุตัวเครื่องของ Huawei MateBook D14 เลือกใช้เป็นอลูมิเมียมอัลลอยด์ตลอดทั้งตัวเครื่อง สีสัน Mystic Sliver ซึ่งมีงานประกอบที่ยอดเยี่ยม ทนทานแน่นหนา ที่สำคัญยังเป็นแบบ Unibody นั่นก็คือแทบจะไร้รอยต่อ ประกอบด้วยกันเพียง 3 ชิ้นเท่านั้น ก็คือ ฝาหลัง ตัวเครื่องด้านใน และฝาล่างเท่านั้น พร้อมพื้นผิวเป็นแบบทรายทำให้เป็นรอยนิ้วมือได้ยากกว่าปกติ ตรงนี้ถือว่าเป็นความใส่ใจเพราะเราไม่ต้องค่อยมาเช็ดหรือทำความสะอาดบ่อยๆ สามารถกางหน้าจอได้กว้างสุดที่ประมาณ 180 องศา สำหรับช่องระบายความร้อนถูกซ่อนอยู่ใต้หน้าจอบริเวณบานพับ โดยเป็นการใช้งานพัดลมระบาย 1 ตัว ที่ออกแบบมาใหม่ ช่วยนำพาความร้อนชิปประมวลผลให้เย็นลงได้อย่างรวดเร็วและเงียบกว่า

ส่วนพอร์ตที่ติดตั้งมีมาให้จะใช้ถือว่าครบครันเลยทีเดียวไม่ว่าจะเป็น USB 2.0 Type-A จำนวน 2 ช่อง, USB 3.0 Type-A จำนวน 1 ช่อง USB 3.0 Type-C, HDMI สำหรับต่อหน้าจอเสริม และรูหูฟังกับไมค์แบบคอมโบ และยังมี USB-C ที่ชาร์จไฟผ่านทางอแดปเตอร์มาให้ด้วย พร้อมอแดปเตอร์ 65W ชาร์จทาง USB-C ซึ่งมีน้ำหนักเพียง 160 กรัมเท่านั้น แน่นอนว่ารองรับการชาร์จไฟไปยังอุปกรณ์อื่นๆ ด้วย นับว่าเป็นจุดเด่นที่เหนือกว่าโน๊ตบุ๊คช่วงราคาเดียวกัน ซึ่งแน่นอนว่ารองรับการเชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 5 AC กับ Bluetooth 5.0

ASUS ZenBook 14 UM425IA ราคา 29,900 บาท

ASUS ZenBook 14 UM425IA เป็นโน๊ตบุ๊คบางเบารุ่นใหม่ล่าสุด สเปก AMD Ryzen 4000U มาพร้อมขนาดหน้าจอ 14 นิ้ว โดดเด่นด้วยความบางเฉียบสุดๆ เพียง 14 มม. และเบามากๆ ที่น้ำหนัก 1.22กก. เท่านั้น เรียกได้ว่ามีการปรับปรุงจากรุ่นก่อนทั้งหมด แต่ยังมาพร้อมพอร์ทเชื่อมต่อครบครัน ได้แก่ HDMI, USB Type A, USB Type-C และ microSD card reader นำเสนอนวัตกรรมขอบจอบาง4 ด้าน ให้อัตราส่วนขนาดจอต่อตัวเครื่องที่ 90% พร้อมอายุการใช้งานแบตเตอรี่สูงสุด 22 ชม. พร้อมดีไซน์ใหม่ในสีเทา (Pine Grey) ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร

ชิปประมวลผลรุ่นล่าสุดอย่าง AMD 4000U series ซึ่งได้ Ryzen 7 4700U เป็นตัวเลือกที่แรงลื่น ได้หน่วยความจำแรมสูงสุดที่ 16GB DDR4 Bus 3200 MHz ส่วนที่เก็บข้อมูลเป็น SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB รองรับการเชื่อมต่อไร้สาย Wi-Fi 6 (802.11ax) ติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home แท้ใช้งานได้ทันที และโปรแกรม Microsoft Office Home and Student 2019 ทำให้เราใช้งานเอกสาร Word / Excel / Power Point ได้ฟรีๆ ด้วย

โดย ASUS ZenBook 14 UM425IA วัสดุหลักเป็นอะลูมิเมียมเกรดสูงแบบ Unibody ที่ไร้รอยต่อ ผสานกับลวดลายการออกแบบอันเป็นแบบฉบับของ ZenBook ปี 2020 เพิ่มสีสันให้กับรายละเอียดแบบเนี๊ยบเฉียบตลอดทั้งตัวเครื่อง ที่สำคัญตัวเครื่องก็ผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน MIL-STD-810G ระดับกองทัพสหรัฐฯ ที่มีการทดสอบในหลากหลายด้าน เช่น ทดสอบการตกหล่น ทดสอบการสั่นสะเทือน ทดสอบการทำงานในสภาวะอุณหภูมิต่าง ๆ ทำให้มั่นใจได้เลยว่าจะสามารถใช้งานว่าเครื่องนี้ได้ในแทบทุกสภาพแวดล้อมอย่างแน่นอน

อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่เข้ามาเสริมให้การทำงานเป็นไปได้อย่างเต็มประสิทธิภาพของ ASUS ZenBook 14 UM425IA ก็คือ บานพับ ErgoLift Hinge นั้นเวลาที่กางออกมาใช้งานในรูปแบบโน๊ตบุ๊คจะทำให้คีย์บอร์ดทำมุม 3 องศากับฐานตั้ง พร้อมกางจอได้สูงสุดที่ 140 องศา จากการที่มีบานพับแบบพิเศษช่วยยกตัวเครื่องสูงขึ้นจากพื้น โดยขอบตัวเครื่องด้านหลังจะมียางรองพร้อมทำหน้าที่เป็นฐานรองด้านหลัง รวมไปถึงในการเข้าใช้งานก็สามรถทำได้ง่ายและปลอดภัยด้วยการสแกนใบหน้าผ่านทาง 3D IR Camera ที่ใช้งานร่วมกับ Windows Hello นั่นเอง

Lenovo Yoga Slim 7 14 ราคา 32,900 บาท

ดีไซน์การออกแบบโดยรวมของ Lenovo Yoga Slim 7 14 นั้นจะดูเล็กกว่าโน๊ตบุ๊คบางเบาหน้าจอ 14″ แบบสมัยก่อนอยู่พอสมควร เนื่องด้วยขอบจอที่บางกว่าปกติ ทำให้ตัวเครื่องดูเล็ก กะทัดรัด เหมาะกับการพกพา แต่ทั้งนี้ถึงแม้ว่าตัวเครื่องจะเล็กพอๆ กับโน๊ตบุ๊คจอ 13.3″ ส่งผลให้ Lenovo Yoga Slim 7 14 เป็นอีกหนึ่ง Ultrabook ปี 2020 ที่ดูเล็กกระทัดที่สุด โดยมีน้ำหนักอยู่ที่ 1.4 ด้วยดีไซน์ออกมาได้ขอบหน้าจอบาง ส่วนของตัวเครื่องทั้งหมดจะใช้เป็นอะลูมิเนียมเป็นส่วนประกอบ ทำให้ได้ข้อดีมาก็คือทั้งความแข็งแรงและน้ำหนักที่เบา ส่งผลให้ภาพลักษณ์โดยรวมของตัวเครื่องดูหรูหราให้อารมณ์พรีเมียมสุดๆ

ตัวเครื่องมีการออกแบบโดยรวมให้ดูทันสมัยและเรียบง่าย โลโก้ Lenovo จะมีอยู่ 2 จุดเท่านั้น คือ มุมบนฝาหลังด้านซ้าย และมุมใต้หน้าจอด้านซ้ายเท่านั้น ที่มุมตัวเครื่องจะทำให้เป็นแบบโค้งมน แต่ว่าไม่ได้มนมากจนเกินไป ตามมาด้วยการใส่รายละเอียดในการทำให้ตัวเครื่องมีลักษณะงานประกอบทั้งหมดแทบจะเป็นชิ้นเดียวกัน แบบ Unibody ส่งให้เวลาที่เราจับถือหรือใช้งานจะรู้สึกว่าแน่นหนา ซึ่งจากการใช้งานจริงพื้นผิวบางนี้เป็บรอยนิ้วมือค่อนข้างยาก ฉะนั้นหายห่วงเรื่องความสะอาดได้เลย หรือถ้าจะเช็ดก็ง่ายดาย โดดเด่นด้วยสีสันใหม่ไม่ซ้ำใครอย่าง Slate Grey

สเปกของ Lenovo Yoga Slim 7 14 ใช้ชิปประมวลผลเป็น Intel Core i5-1035G1 สถาปัตยกรรม Ice Lake ที่เทคโนโลยีการผลิตที่ 10 นาโนเมตร มีค่า TDP ที่ 25Watt ส่วนการ์ดจอติดตั้งเป็นรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง NVIDIA GeForce MX350(2GB GDDR5) ด้านแรมก็ติดตั้งมาให้ขนาด 16GB LPDDR4X Bus 3200MHz และที่เก็บข้มูลแบบ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB – 1TB ที่ทั้งมีพื้นที่เยอะและลื่นไหล เพียงพอกับการใช้งาน มาพร้อม Windows 10 และซอฟต์แวร์จากทาง Lenovo Vantage ที่ช่วยในการจัดการปรับแต่ง

อีกส่วนที่น่าสนใจก็คือหน้าจอ โดย Lenovo Yoga Slim 7 14 ใช้หน้าจอขนาด 14″ ความละเอียดระดับ Full HD อัตราส่วน 16:9 ขอบจอบางเฉียบ พาเนลจอแบบ IPS เกรดสูง ที่ให้มุมมองกว้างถึง 178 องศา  พอร์ตเชื่อมต่อมี Thunderbolt 3 เป็นมาตรฐาน พร้อม Wi-Fi 6 AX (2 x 2) นอกจากนี้ยังมี 3D IR Camera สำหรับใช้งานร่วมกับฟังก์ชัน Windows Hello ของ Windows 10 เพื่อล็อกอินโดยใช้การสแกนใบหน้า สำหรับประกันเป็น 2 ปี ตามมาตรฐาน Lenovo ที่ทุกคนมั่นใจ ปิดท้ายเรื่องความคุ้มค่าพร้อมใช้งานทันทีด้วยโปรแกรม Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,299 บาท) ด้วย

Acer Swift 5 SF514-54 ราคา 36,900 บาท

Acer Swift 5 โน๊ตบุ๊คบางเบาสเปกใช้ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10 อย่าง Core i7-1065G7 ใช้การ์ดจอออนชิปอย่าง Iris Graphics G7 หรือมีรุ่นการ์ดจอแยกเป็น NVIDIA GeForce MX350 มาพร้อมหน้าจอ 14″ Full HD พาเนล IPS เกรดสูง sRGB 97% โดยมีน้ำหนักเพียง 990 กรัมเท่านั้น ส่วนสเปกอื่นๆ ก็ครบครันทั้งแรมขนาด 16GB LPDDR4X แบบออนบอร์ด และที่เก็บข้อมูลเป็น SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB รองรับการทำงานที่เต็มที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นงานเอกสาร ความบันเทิง หรืองานประมวลผลหนักๆ ก็พอได้เลย เหมาะกับคนทำงาน นักเรียน นักศึกษา ที่ต้องการโน๊ตบุ๊คที่เบาที่สุด แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน 10 ชั่วโมง

ได้ระบบปฏิบัติการ Windows 10 ลิขสิทธิ์ทันที ทำงานพื้นฐานได้แบบสบายๆ สนับสนุนการทำงานร่วมกับโปรแกรมต่างๆ ถือได้ว่าในส่วนของการใช้งานทั่วไปโดยรวมนั้นสอบผ่านแบบสบายๆ  ทั้งในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร งานตกแต่งรูปภาพ รวมถึงงานตัดต่อวิดีโอ ส่วนความบันเทิงดูหนังฟังเพลง ชม Netflix ก็สบายๆ ไปอีก และพอที่จะใช้งานหนักๆ อย่างตัดต่อวีดีโอก็พอได้บ้าง รวมไปถึงเล่นเกม 3 มิติก็ลื่นไหล จากการที่มีการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce MX350 (2GB GDDR5) ที่แรงพอๆ กับ GTX 960M เลยทีเดียว

ส่วนเรื่องของพอร์ตเชื่อมต่อนั้นก็ยังมีพอร์ตมาตรฐานซึ่งมาให้ค่อนข้างครบ เช่น Thunderbolt 3 (เป็น USB 3.1 Type-C + DisplayPort + Power Delivery), USB 3.1 Type-A, USB 2.0 Type-A, HDMI สำหรับเชื่อมต่อจอภายนอก ที่สำคัญยังมาพร้อม Dual-Band Intel Wi-Fi 6 (GIG+) 802.11ax ที่แรงขึ้น 3 เท่า และการเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth 5.0 ใหม่ล่าสุด ได้ประกันจะเป็นแบบ 3 ปี โดยปีแรกเป็นแบบ On-site Serive ซ่อมฟรีถึงบ้าน และกรณีส่งซ่อมตามศูนย์ก็จะซ่อมอย่างรวดเร็วภายใน 3 ชั่วโมงอีกด้วย ที่สำคัญได้โปรแกรม Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,299 บาท) มาใช้งานทันที นับว่าคุ้มค่าจริงๆ ที่เหนือกว่าหลายๆ แบรนด์

เรียกได้ว่าถือว่าเป็นโน๊ตบุ๊คโน๊ตบุ๊คบางเบาขนาดหน้าจอ 14″ ที่เบาที่สุดรุ่นหนึ่งในตลาดก็ว่าได้ ส่วนความบางอาจจะไม่มาก โดยอยู่ที่ 14.95 มิลลิเมตร แต่ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีกว่ามาตรฐานโน๊ตบุ๊คพกพามาตรฐานระดับสูงอยู่ดี อีกทั้งในรุ่นใหม่นี้ได้ดีไซน์พิเศษโดยมียางรองขอบเครื่องด้านหลังช่วยยกตัวเครื่องให้เอียงสูงขึ้นเมือเรากางหน้าจอ ส่งผลให้พิมพ์ง่ายขึ้นและมุมมองดีขึ้นด้วย วัสดุจากอลูมิเมียนผสมแม็กนีเซียมอัลลอยด์ให้น้ำหนักเบาเป็นพิเศษแต่ก็ยังแข็งแรงและทนทาน กับสีสัน Charcoal Blue พร้อมแซมด้วยสีทองตามจุดต่างๆ เหมาะทั้งหนุ่มๆ หรือสาวๆ ยุคใหม่ที่ดูทันสมัยสวยงามลงตัว ส่วนสี Moonstone White นับว่าเป็นอีกสีที่ดูหรูหราไม่แพ้กัน เน้นขาวๆ สะอาดๆ

from:https://notebookspec.com/buyer-guide-thin-notebook-2020-spec-ram-16/537646/

แนะนำโน๊ตบุ๊คราคาถูก 2020 ใช้งานพื้นฐาน เริ่ม 11,900 บาท หน้าจอ 14″ / 15.6″ Full HD สเปก Intel / AMD มี SSD + Windows 10 ทุกรุ่น

โน๊ตบุ๊คราคาถูกปี 2020 ในตลาดตอนนี้มีอยู่หลายรุ่นหลายราคามากๆ ซึ่งในช่วงงบประมาณหมื่นบาทต้นๆ เป็นอะไรที่คนตามหากันมาที่สุด เพราะมีราคาที่ไม่สูงจนเกินไป ที่สำคัญคือได้สเปกที่ดี พร้อมใช้งานทันทีแบบที่ไม่ต้องอัพเกรดอะไรเพิ่มเติมสำหรับการใช้งานพื้นฐาน มีให้ทั้งชิปประมวลผล Intel หรือ AMD พร้อมแรมขนาด 4GB – 8GB รวมไปถึงได้แหล่งเก็บข้อมูลเป็น SSD อีกทั้งหน้าจอก็เป็นความละเอียด Full HD ที่คมชัด นอกจากนี้คือได้ระบบปฏิบัติการ Windows 10 ใช้งานได้ทันทีด้วย

โดยในบทความนี้จะเป็นแนะนำโน๊ตบุ๊คราคาถูก 2020 ใช้งานพื้นฐาน งบ 11,900 – 13,900 บาท หน้าจอ 14″ / 15.6″ Full HD สเปกเป็นชิปประมวลผล Intel Pentium / AMD Athlon ที่เน้นร้อนน้อยประหยัดพลังงาน แบตใช้งานได้ยาวนาน มี SSD ให้ความลื่นไหล พร้อมระบบปฏิบัติการ Windows 10 ทุกรุ่น รองการใช้งานเอกสาร เล่นอินเตอร์เน็ต ดูหนังฟังเพลงได้แน่นอน เหมาะกับ นักเรียน นักศึกษา หรือคนทั่วไปที่ไม่ใช่งานอะไรหนักมา ส่วนจะมีรุ่นไหนบ้าง ไปชมกันต่อเลย

HP 15s ราคา 11,990 บาท

HP 15s เป็นโน๊ตบุ๊คราคาถูกขนาดหน้าจอ 15.6″ ที่มาพร้อมความคุ้มค่าอย่างที่สุด แต่ก็ยังได้ดีไซน์ที่สวยงามไม่แพ้ Pavilion เลย โดยเลือกใช้ชิปประมวลผล AMD Athlon Gold 3150U (2.60 GHz up to 3.30 GHz, 4 MB L3 Cache) ตัวเครื่องบางเบาออกแบบมาใหม่ ดูสวยงามไม่แพ้รุ่นพี่ตัว Pavilion และเน้นในเรื่องของความคุ้มค่า ราคาไม่แพงเป็นหลัก มาพร้อมกับน้ำหนักที่เบามากเพียง 1.69 กิโลกรัม และบางเพียง 17.9 มิลลิเมตรเท่านั้น เหมาะกับสายการทำงานหรือบันเทิงที่เน้นการพกพาไปนอกสถานที่ อาจจะใช้งานตามออฟฟิศหรือร้านกาแฟ รวมไปถึงมหาวิทยาลัย ได้ความหรูหราโดดเด่นไม่น้อยหน้าใครในราคาเบาๆ ด้วย สนนราคาเพียง 11,990 บาท

ที่สำคัญยังมีประสิทธิภาพโดยรวมที่ดีด้วย RAM  8GB และ SSD M.2 NVMe ความจุ 256GB อีกด้วย ความละเอียดหน้าจอเป็น Full HD พาเนล TN เกรดดี ได้หน้าจอแสดงผลขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD หรือ 1920×1080 พิกเซล แบบด้าน พาเนล TN คุณภาพดี ความคมชัดสูง มีกล้องเว็บแคมและมีไมค์ดิจิตอลในตัว ทางด้านพอร์ตที่ติดตั้งมีมาให้จะใช้ถือว่าครบครันเลยทีเดียวไม่ว่าจะเป็น USB 3.1 Type-A จำนวน 2 ช่อง, USB 3.1 Type-C จำนวน 1 ช่อง, SD Card Reader, HDMI สำหรับต่อหน้าจอเสริม และรูหูฟังกับไมค์แบบคอมโบ  ได้ Windows 10 พร้อมประกัน 2 ปี On-site Service

ดีไซน์การออกแบบของ HP 15s โน๊ตบุ๊คราคาถูก วัสดุเป็นพลาสติกทั้งหมด (มองไปคล้ายโลหะมากๆ) เน้นไปที่ความเรียบง่าย จัดว่าพัฒนาต่อยอดมาจากรุ่นก่อนๆ แต่ยังคงเอกลักษณ์ความเป็น HP อยู่อย่างชัดเจน สีสันเป็นสีเงิน Natural Silver ตลอดทั้งตัวเครื่อง จะเป็นพลาสติกทั้งหมดแต่งานประกอบแน่นหนา ฝาหลังเป็นแบบเรียบๆมีโลโก้ HP สีเงินมันวาวดูหรูหรา พื้นผิ้วติดมือทำให้เวลาจับไม่ลื่น แกนฝาพับก็เป็นแบบแกนเดียวขนาดใหญ่ ส่วนตัวบอดี้บริเวณคีย์บอร์ดจะเรียบๆ เช่นกัน ส่วนปุ่มเปิดปิดเครื่องจะอยู่ที่มุมบนซ้ายด้านบนของคีย์บอร์ด

แป้นคีย์บอร์ดของ HP 15s นั้นตัวปุ่มเป็นพลาสติกโดยสกรีนตัวอักษรเป็นเทา อีกทั้งได้รับการปรับดีไซน์ใหม่แบบ Island Style ทำให้สามารถพิมพ์ได้ง่ายขึ้น แต่สำหรับคนที่นิ้วเล็กนิ้วใหญ่สามารถใช้งานได้สะดวกทั้งหมด อีกทั้งให้สัมผัสและการเด้งตอบสนองได้ดีในระดับหนึ่ง โดยขนาดของคีย์บอร์ดเป็นไซต์แบบปกติของโน๊ตบุ๊คจอ 15.6″ ซึ่งจะมีแป้นตัวเลขในส่วนของ Numpad มาให้ ส่วนปุ่มเปิดเครื่องจะไปอยู่ที่มุมซ้ายบนแยกออกมาต่างหาก ด้านทัชแพดมีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่และยาวเมื่อเทียบกับขนาดตัวเครื่อง ลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ปุ่มคลิกซ้ายขวาเป็นแบบซ่อนปุ่ม

Lenovo IdeaPad 1 14 ราคา 11,990 บาท

Lenovo IdeaPad 1 14 เป็นโน๊ตบุ๊คราคาถูกที่ออกแบบมาให้ใช้งานได้ในทุกๆ วัน รองรับทุกๆ การใช้งานพื้นฐาน กับราคาเพียง 11,900 บาท ด้วยดีไซน์ที่เบาและมีสไตล์ เหมาะสำหรับการใช้งานไปนู้นมานี่ เป็นโน๊ตบุ๊คขนาดหน้า 14″ ความละเอียด Full HD ได้สเปกชิปประมวลผล Intel Pentium Silver N5030 (2.00 GHz, 4 MB L2 Cache, up to 3.10 GHz) ที่ได้ประสิทธิภาพการทำงานที่ดีใกล้เคียงกับ Core i3 นอกจากนี้ยังได้แรม 4GB และ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 256GB มาทันที นับได้ว่ารองรับการใช้งานทั่วไปพื้นฐาน อย่างงานเอกสาร เล่นอินเตอร์เน็ต ดูหนังฟังเพลงได้แน่นอน

การมาของ Lenovo IdeaPad 1 14 ​เน้นตอบโจทย์คนที่ต้องการโน๊ตบุ๊คบางเบาหน่อย รูปลักษณ์ดูแพงเกินกว่าค่าตัว เน้นใช้งานนอกสถานที่ ในราคาที่ไม่แพง แน่นอนว่าประสิทธิภาพการทำงานก็ไม่ได้สูงมากเช่นกัน โดยรองรับการทำงานพื้นฐานเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นทำงานเอกสาร เล่นอินเตอร์เน็ต ดูหนังฟังเพลงดูซีรีส์สตรีมมิ่งต่างๆ เป็นต้น เหมาะสำหรับคนหาคอมพิวเตอร์เครื่องสำรองงบหมื่นบาทต้นๆ โดยแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานกว่า 8 ชั่วโมงขึ้นไป เพราะชิปประมวลผลประหยัดแบตเตอรี่มากๆ

ส่วนหน้าจอเป็นขนาด 14″ ที่ได้ความละเอียด Full HD พาเนล TN คุณภาพดี สีสันสดใส มุมมองกว้างกว่าพาเนล TN พร้อมมีลำโพงคุณภาพดีทำงานร่วมกับระบบเสียง Dolby Audio ส่วนพอร์ตที่ให้มาก็ครบครัน ได้แก่ 3 x USB 3.1 Type-A, HDMI และ SD card reader รวมไปถึงการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Wi-Fi 5 (802.11ac) และ Bluetooth 5.0 ด้วย รองรับการทำงานทุกไลฟ์สไตล์ ในราคาเบาๆ รวมถึงติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 10 แท้ พร้อมใช้งานได้ทันที พร้อมการรับประกัน 2 ปี ส่งเคลมศูนย์ปกติ

Lenovo IdeaPad 1 14 เป็นโน๊ตบุ๊คราคาถูกที่ได้ดีไซน์บางเบา Thin & Light วัสดุเป็นพลาสติกเกรดดีพื้นผิวคล้ายปัดเสี้ยนแต่จับแล้วเรียบ ขอบจอบาง Narrow Bezel ทั้ง 2 ด้านซ้ายขวา ทำให้มีสัดส่วนจอแสดงผลเยอะกว่าโน๊ตบุ๊คหน้าจอ 14″ แบบก่อน เหมาะสำหรับคนที่ต้องการโน๊ตบุ๊คราคาไม่แพง แต่ได้ความสวยงามคุ้มค่า ซึ่งขอบจอด้านในเป็นสีดำตัดกับสีตัวเครื่องโดยรวมอย่าง Platinum Grey ดูแล้วมีความสวยงามลงตัว เน้นการบางเบาเน้นพกพา ด้วยน้ำหนักเพียง 1.6 กิโลกรัมเท่านั้น รวมไปถึงมิติตัวเครื่องมีความเล็กกระชับเทียบเท่าโน๊ตบุ๊คหน้าจอ 13.3″ ในยุคก่อนๆ แน่นอนว่าตอบโจทย์การใช้งานนอกสถานที่ได้ดีขึ้น

ASUS E410MA ราคา 12,990 บาท

ASUS E410MA เป็นโน๊ตบุ๊คราคาถูกขนาด 14″ หน้าจอ Full HD พาเนล IPS สายทำงานบางเบาคุ้มค่ารุ่นใหม่ โดยมีราคาที่ 12,990 บาท ได้สเปกใหม่ล่าสุด อย่างชิปประมวลผล Pentium Silver N5030 ที่ได้ประสิทธิภาพการทำงานที่ดีใกล้เคียงกับ Core i3 ทีเดียว นอกจากนี้ยังได้ SSD + HDD มาในตัว และระบบปฏิบัติการ  Windows 10 พร้อมใช้งานทันที โดดเด่นที่ตัวเครื่องเบาแค่ 1.5 กิโลกรัม และมิติตัวเครื่องเทียบเท่าโน๊ตบุ๊คหน้าจอ 13.3″ เท่านั้นเอง จากการที่มีดีไซน์ขอบจอบางตามมาตรฐานของโน๊ตบุ๊คปี 2020 ดีไซน์ฝาหลังตอบโจทย์คนรุ่นใหม่โดยเฉพาะ

ASUS E410MA มีให้เลือก 3 สีด้วยกัน คือ Peacock Blue, Dreamy White และ Rose Gold  เน้นตอบโจทย์คนที่ต้องการโน๊ตบุ๊คบางเบาหน่อย เน้นใช้งานนอกสถานที่ ในราคาที่ไม่สูงมาก แน่นอนว่าประสิทธิภาพการทำงานก็ไม่ได้สูงมากเช่นกัน โดยรองรับการทำงานพื้นฐานเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นทำงานเอกสาร เล่นอินเตอร์เน็ต ดูหนังฟังเพลงดูซีรีส์สตรีมมิ่งต่างๆ เป็นต้น เหมาะสำหรับคนหาโน๊ตบุ๊คคุ้มๆ ไม่แพง โดยอาจจะเป็นเครื่องที่ 2 ไว้ใช้งาน ซึ่งเครื่องหลักอาจจะมีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ของออฟฟิศ หรือประกอบ PC อยู่บ้านสเปกแรงๆ อยู่บ้านไว้แล้วนั่นเอง

มีพอร์ตสำหรับการเชื่อมต่อ ประกอบด้วย USB 2.0 Type-A พื้นฐาน และ USB 3.2 Type-A และ Type-C พร้อมพอร์ต HDMI แบบเต็ม รองรับการเชื่อมต่อไร้สาย 802.11ac และ Bluetooth 4.2 แต่ไม่มี RJ-45 มาด้วย นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับ Windows 10 ให้ใช้งานได้ทันที ที่สำคัญยังให้ซอฟต์แวร์ MyASUS สำหรับการดูแล ตรวจเช็ค ขอความช่วยเหลือ และปรับแต่งระบบได้ด้วยตัวเอง การรับประกันของโน๊ตบุ๊ค ASUS อยู่ที่ 2 ปี ในแบบ Carry-In

คีย์บอร์ดเป็นแบบ 5 แถว พร้อมกับเมนูด้านบนอีกหนึ่งแถว เป็นปุ่มขนาดใหญ่สะใจคนที่นิ้วใหญ่ พิมพ์สัมผัสอย่างไรก็ไม่พลาด เป็นแบบแยกปุ่ม เป็นสัดส่วน น้ำหนักการกดไม่ต้องมาก ระยะการกดแค่ 1.4mm ก็ตอบสนองได้แล้ว ปุ่มเด้งรับกับแรงนิ้วได้ดี ไม่ยวบยาบ ปุ่มส่วนใหญ่อยู่ในระยะที่ดี เพียงแต่ปุ่มลูกศร ถูกปรับให้เล็กลง อาจจะไม่ถนัดบ้างในช่วงแรก ในการใช้เลื่อนไปมา แต่ที่โดดเด่นคือ ปุ่ม Enter ที่ทำสีเหลืองมา ให้เป็นสไตล์ของคนรุ่นใหม่ พร้อมมี NumberPad แป้นตัวเลขตรงทัชแพดด้วย

Acer Swift 1 ราคา 14,590 บาท

Acer Swift 1 ปี 2020 จัดได้ว่าโน๊ตบุ๊คราคาถูกเน้นบางเบาดูดีเกินราคา ด้วยดีไซน์และการออกแบบที่โดดเด่นสวยงาม อีกทั้งยังมาพร้อมวัสดุคุณภาพสูง ในรุ่นนี้มีราคาแค่หมื่นบาทต้นๆ เท่านั้น เรียกว่าได้ว่าถูกกว่า Acer Swift 3 ปี 2020 ที่ราคา 2 – 3 หมื่นบาทพอตัว เป็นผลมาจากทาง Acer ได้พัฒนาในส่วนของโน๊ตบุ๊คที่เน้นการพกพามาโดยตลอด ซึ่งเป็นแบรนด์แรกๆ ที่นำเสนอโน๊ตบุ๊ครูปแบบใหม่ที่ถูกและคุ้มค่า ล่าสุดสามารถใช้งานแบตเตอรี่ได้ยาวนานกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไปมาก พร้อม Fast charge 30 นาที ใช้งานได้ 4 ชั่งโมง อีกทั้งความร้อนที่เกิดขึ้นน้อยมาก ทำให้ไม่จำเป็นต้องพัดลมระบายความร้อนเลย

โดยช่วงท้ายปลายปี 2020 นี้ทาง Acer ก็พร้อมแล้วที่จะนำเสนอโน๊ตบุ๊คบางเบาดูดี เน้นการใช้งานพื้นฐานทั่วไปให้ความลื่นไหล ในราคาย่อมเยาคุ้มค่าที่สุดอย่าง Acer Swift 1 รุ่นใหม่ล่าสุด สเปกชิปประมวลผล Intel Pentium Silver N5030 ที่เป็นรุ่นใหม่ล่าสุด ได้ประสิทธิภาพการทำงานที่ดีใกล้เคียงกับ Core i3 ทีเดียว มาพร้อมกับแรมขนาด 4GB DDR4 และ SSD 256GB ความเร็วสูง มี Windows 10 แท้ จอ 14″ Full HD IPS มีไฟคีย์บอร์ดและสแกนลายนิ้วในตัว ได้ Wi-Fi 6 AX สนนราคาที่ 14,590 บาทเท่านั้น เทียบกับฟีเจอร์ที่ได้แล้วถือว่ามีความน่าซื้อมาใช้งานมากๆ

มีสแกนลายนิ้วมือ Windows Hello พร้อมด้วยไฟคีย์บอร์ด อย่างที่หาไม่ได้ในโน๊ตบุ๊คช่วงราคานี้ กับแบรนด์อื่นๆ ในรุ่นใกล้เคียงกัน โดยความน่าสนใจก็คือแบตเตอรี่สามารถใช้งานได้ยาวนาน 22 ชั่วโมงด้วยกัน ที่สำคัญ Acer Swift 1 ปี 2020 ได้นำเทคโนโลยีเชื่อมต่อไร้สาย Wi-Fi 6 AX (Gig+) มาติดตั้ง ส่งผลให้เรานั้นจะได้สัมผัสกับความสามารถของระบบไร้สายในระดับที่ดีขึ้นกว่ามาตรฐาน Wi-Fi 5 AC แบบก่อนๆ พูดง่ายๆ คือ รองรับแรงกว่าเดิมถึง 3 เท่า ซึ่งช่วยให้เราได้สัมผัสการใช้งาน Wi-Fi ดีกว่าที่เคย

Acer Swift 1 โน๊ตบุ๊คราคาถูกเครื่องนี้ใช้วัสดุประกอบหลักเป็นอะลูมิเนียมอัลลอยด์และพลากสติกโพลิเมอร์คุณภาพดีที่ทั้งตัวเครื่องให้ความบางเบาแต่แข็งแรง เรียกได้ว่าได้รับการพัฒนาต่อยอดจากโน๊ตบุ๊คบางเบาของทาง Acer ได้เป็นอย่างดี ส่งผลให้ดีไซน์โดยรวมดูแล้วมีความเรียบหรูกว่าราคาไปมาก โดยมาพร้อมกับบางเพียง 14.95 มิลลิเมตร และมีน้ำหนักเพียง 1.3 กิโลกรัมเท่านั้น ถือได้ว่าเป็นโน๊ตบุ๊คหน้าจอขนาด 14″ ที่บางเบาที่สุดรุ่นหนึ่ง กับราคาแค่หมื่นบาท เทียบกับแบรนด์อื่นๆ ถือว่าน่าประทับใจทีเดียว

  • Pentium Silver N5030 / UHD 605 / RAM 4GB / SSD 256GB / จอ 14″ TN ราคา 14,590 บาท

from:https://notebookspec.com/buy-cheap-notebook-2020-starts-11900-baht/537649/

จัดอันดับโน๊ตบุ๊คเล่นเกมปี 2020 น่าซื้อ งบ 2x,xxx – 3x,xxx บาท สเปก Intel Core i Gen 10H จับคู่มากับ GTX 1650 – RTX 2060 แรงลื่นคุ้มค่า จอ IPS 15.6″ / 16.1 / 17.3″

อัพเดทการเลือกซื้อโน๊ตบุ๊คเล่นเกมช่วงปลายปี 2020 หรือ Gaming Notebook จากการที่เป็นโน๊ตบุ๊คประเภทที่ยอดนิยมที่สุดในตลาด จากการมาพร้อมกับสเปกต่อราคาที่คุ้มค่า แน่นอนว่าได้เป็นชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10H ที่แรงลื่นเป็นหลัก โดยแบ่งออกเป็น Core i5-10300H ที่เป็นรุ่นเริ่มต้น ทำงานแบบ 4 Cores 8 Threads / 2.50 – 4.50 GHz GHz / 8 MB L3 Cache รองรับการเล่นเกมที่ลื่นไหลและทำงานได้หลากหลาย

หรือในส่วนของ Core i7-10750H ที่แรงกว่า ทำได้งานแบบ 6 Cores 12 Threads / 2.60 – 5.00 GHz GHz / 12 MB L3 Cache เพราะได้ทั้งประสิทธิภาพจากความเร็วในการทำงาน รวมไปถึงจำนวนคอร์และเธร์ดที่มากกว่า อีกยังได้ L3 Cache ที่ใหญ่กว่าอีกด้วย แน่นอนว่าส่งผลต่อการทำงานทุกๆ อย่าง ที่พร้อมๆ กัน และการเล่นเกมโดยตรงด้วย

บทความนี้ก็เลยจะมาจัดอันดับโน๊ตบุ๊คเล่นเกมน่าซื้อ สเปก Intel Core i5-10300H / i7-10750H แรงลื่นสะใจ ฟีเจอร์จัดเต็ม คุ้มค่าราคาเริ่ม 2x,xxx – 3x,xxx บาท โดยเป็นเทคโนโลยี Intel Core i Gen 10H ที่มีประสิทธิภาพสูง จับคู่มากับการ์ดจอรุ่นต่าง ๆ อาทิ NVIDIA GeForce GTX 1650 / GTX 1650 Ti / GTX 1660 Ti / RTX 2060 ที่แรงลื่นเพียงพอต่อการเล่นเกม 3 มิติทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เทียบกับความแรงต่อราคาแล้วคุ้มค่า

ในส่วนของได้แรมมาเป็นมาตรฐาน DDR4 ที่ขนาด 8GB – 16GB ส่วน SSD ได้ความจุ 512GB เป็นมาตรฐาน หน้าจอขนาด 15.6″ / 16.1″ / 17.3″ ความละอียด Full HD พาเนล IPS ที่ 120Hz – 144Hz  ที่ต้องบอกเลยว่า สเปกเพียงพอต่อทุกๆ การใช้งานพื้นฐานหรือเล่นเกมหนักๆ ก็ทำได้ดีเยี่ยม ติดตั้ง Windows 10 แท้ใช้งานได้ทันที มีประกันดีที่สุดเป็นแบบ On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้านยาวนาน 3 ปี ราคาเริ่มต้นถูกที่สุดที่ 25,900 บาทเท่านั้น ซึ่งจะมีรุ่นอะไรบ้างนั้น ไปชมกันต่อเลย

ASUS TUF Gaming F15 FX506 ราคา 27,900 บาท

ASUS TUF Gaming F15 FX506 ต่อยอดรุ่นก่อนหน้าได้อย่างดีเยี่ยมในหลายๆ ส่วน เริ่มจากดีไซน์โดดเด่นด้วย การออกแบบ Bonfire Black มีผิวสัมผัสที่แตกต่างให้ความรู้สึกดุดันและแข็งแกร่งเหมาะสำหรับเกมเมอร์ที่ชอบการแสดงออก ตัดกับการออกแบบรูปสี่เหลี่ยมคางหมูตรงกลางของฝาทำให้เกิดรูปแบบหกเหลี่ยมพร้อมดึงดูดสายตาไปที่โลโก้ TUF Gaming ที่ได้รับการขัดเงาตัดแถบสีแดงที่เร่าร้อน TUF Gaming ได้รับการรับรองตามมาตรฐานทางการทหาร MIL-STD-810H โดยสามารถทนต่อแรงสั่นสะเทือน, อุณหภูมิและความชื้นสูง อีกทั้งยังมีช่องด้านบนเหนือคีย์บอร์ดมีช่องดูดลมอีกช่องช่วยนำพาอากาศเย็นเข้าไปอีก 

ASUS TUF Gaming F15 FX506 มาพร้อมกับชิปประมวลผล Intel Core i5-10300H ส่วนการ์ดจอแยกจะเป็น NVIDIA GeForce GTX 1650 Ti (4GB GDDR6) รุ่นใหม่ที่แรงกว่าเดิมได้หน้าจอขนาด 15.6″ ความละเอียด Full HD ที่ 1920 x 1080 พิกเซล พาเนล IPS เกรดคุณภาพดี รองรับ Refresh Rate ที่ 144Hz ให้ความลื่นไหลอย่างที่สุดด้วย แรมได้มาขนาด 8GB DDR4 Bus 2933 MHz แบบ Single Channel (8GB x 1 แถว) มาพร้อมกับที่เก็บข้อมูลแบบ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB ที่มีความลื่นไหล

รวมไปถึงมีไฟ RGB คีย์บอร์ด แบบ All Zone ปุ่ม WASD ทำไฮไลท์ไว้ สามารถรองรับการกดได้ 20 ล้านครั้ง Travel Key 1.8 mm การวางเลเอาท์จะเหมือนกับคีย์บอร์ดแยกจริงๆ ส่วนน้ำหนักก็อยู่ที่ 2.3 กิโลกรัม จัดได้ว่าเป็น Notebook ที่สเปกแรงมากๆ แต่น้ำหนักเบาๆ พกพาสะดวก อีกทั้งแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานกว่า 7 ชั่วโมงโดยประมาณ และร้อนน้อยด้วยเมื่อใช้งานหนักๆ นอกเหนือจากนี้ยังมี Armory Crate ซอฟต์แวร์ Utility ที่ยกมาจาก ROG รุ่นอื่นๆ

รวมไปถึงมีลำโพงคุณภาพสูงระบบเสียง DTS:X Ultra พร้อมพอร์ตการเชื่อมต่อครบครัน ทั้ง 2 x USB 3.2 Gen 2 Type-A และ 1 x USB 3.2 Gen2 Type-C โดยทำงานเป็น DisplayPort 1.4 ระบบการเชื่อมต่อไร้สายเป็นมาตรฐานใหม่อย่าง Wi-Fi 5 AC และ Bluetooth 5.0 ติดตั้งระบบปฎิบัติการติดตั้ง Windows 10 แท้ และซอฟต์แวร์ Utility อย่าง Armory Crate มาให้ในตัว ส่วนการรับประกัน 2 ปี ส่งเคลม 7-11 และที่สำคัญเมื่อเอาซีเรียลไปลงทะเบียนในเว็บไซต์ ASUS จะได้รับประกันอุบัติเหตุฟรี 1 ปีแรกจากทาง ASUS อีกด้วย อุ่นใจจัดเต็ม จัดได้ว่าเป็นมาตรฐานการรับประกันของทาง ASUS ปกติ

Dell G3 15 3500 ราคา 25,900 – 36,900 บาท

Dell G3 15 3500 เป็น Gaming Notebook ราคาสุดคุ้มประจำปี 2020 ที่เป็นน้องเล็กสุด รองมาจาก G5, G7 และ Alienware ดีไซน์ดูบางเบา ซึ่งมีความบางตัวเครื่องเพียง 21.6 มิลลิเมตรเท่านั้น ส่วนน้ำหนักอยู่ที่ 2.1 กิโลกรัม ตัวเครื่องสีดำเทาแซมฟ้าในแนวเดียวกับ G Series ซึ่งสเปกหลักๆ แล้วเน้นประสิทธิภาพต่อความคุ้มค่า สำหรับการ์ดจอเป็น GeForce 16 Series อย่าง GTX 1650 ประกบคู่กับชิปประมวลผลรุ่นใหม่อย่าง i5-10300H / i7-10750H ที่เป็น Core i Gen 10H รุ่นล่าสุด รองรับการเล่นเกมได้อย่างลื่นไหลกว่ารุ่นก่อนๆ โดย Dell G3 15 3500 ที่จัดว่าเป็นโน๊ตบุ๊คเล่นเกมรุ่นเริ่มต้น ราคาถูกที่สุดของ Dell

Dell G3 15 3500 มีหน้าจอขอบบางขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล) พาเนลเป็น WVA (เทียบเท่า IPS) คุณภาพดี รองรับ Refreah Rate ที่ 120Hz พื้นผิวจอแบบด้าน Anti-Glare รวมๆ ทั้งสีสันความคมชัดแล้วจัดว่าอยู่ในเกณฑ์ดี เหมาะกับการใช้งานทั่วๆ ไปหรือการเล่นเกมก็ทำได้อย่างน่าประทับใจ สนนราคาที่ 25,900 บาท สำหรับรุ่น i5-10300H + GTX 1650 + RAM 8GB + SSD 256GB + HDD 1TB หรืออีกรุ่นที่ 36,900 บาท สำหรับรุ่น i7-10750H + GTX 1660 Ti + RAM 16GB + SSD 512GB พร้อมประกัน 2 ปี On-site Service

ดีไซน์การออกแบบของ Dell G3 15 3500 Gaming Notebook นั้นจะดูกระทัดรัดกว่าโน๊ตบุ๊คเล่นเกมขนาดหน้าจอ 15.6 นิ้วอื่นๆ อยู่พอสมควร เนื่องด้วยมีการใช้ตัวเครื่องเหมาะกับการพกพา เทียบเท่ากับโน๊ตบุ๊คเล่นเกมมาตรฐานแบบเดิมๆ ที่ต้องดูหนาและหนัก ทำให้มีความโดดเด่นมากๆ ซึ่งมีความบางตัวเครื่องเพียง 21.6 มิลลิเมตรเท่านั้น ส่วนน้ำหนักอยู่ที่ 2.1 กิโลกรัม ถือว่าเบากว่าหลายๆ รุ่น มาพร้อมสีสันอย่างสีดำ Eclipse Black ที่ให้ความสวยงามตามสไตล์ของ Dell แบบชัดเจน

มาดูในส่วนของการเชื่อมต่อกันบ้าง หลักๆ แล้วถือว่ามีความครบครันทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นพอร์ต USB 3.1 Type-A จำนวน 1 พอร์ต ไว้สำหรับการเชื่อมต่อกับแฟลชไดร์ฟหรือฮาร์ดดิสก์ภายนอกไว้ถ่ายโอนข้อมูล และพอร์ต USB 2.0 Type-A อีก 2 พอร์ตที่ไว้เชื่อมต่อกับเมาส์หรืออุปกรณ์อื่นๆ รวมไปถึงสามารถเชื่อมต่อออกหน้าจอภายนอกได้ง่ายๆ ผ่านทาง HDMI ขนาดมาตรฐาน รวมไปถึงยังมี USB 3.1 Type-C ที่เป็น DisplayPort ได้ในตัว นอกจากนั้นก็มีช่องเชื่อมต่อไมค์และหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร, ช่องอ่าน SD Card และ LAN RJ45 อีกด้วย

Lenovo IdeaPad Gaming 3i ราคา 25,900 – 30,900 บาท

Lenovo IdeaPad Gaming 3i เป็น Gaming Notebook เน้นความคุ้มค่าประจำปี 2020 เป็นโน๊ตบุ๊คสเปกแรงที่สามารถเอาไปเล่นเกมได้สบายๆ โดดเด่นด้วยชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10H รุ่นใหม่อย่าง Core i5-10300H / Core i7-10750H พร้อมด้วยการ์ดจอระดับ Gaming อย่าง NVIDIA GeForce GTX 1650 / GTX 1650 Ti รุ่นใหม่ อีกทั้งได้ดีไซน์ใหม่ขอบจอที่บางและน้ำหนักเครื่องที่ไม่หนักจนเกินไป รวมๆ มีความเรียบง่าย โดยมาพร้อมกับโทนสีดำ Onyx Black พร้อมแซมด้วยสีฟ้า ที่ดูแล้วสวยงามและแตกต่างจาก Gaming Notebook ทั่วไปชัดเจน วางตำแหน่งเป็นซีรีส์ Gaming เริ่มต้นของทาง Lenovo

สำหรับ Lenovo IdeaPad Gaming 3i นั้นเรียกได้ว่ามาครบเครื่อง เป็นโน๊ตบุ๊คสำหรับการเล่นเกมหรือทำงานหนักๆ อย่างตัดต่อวีดีโอ ขนาดหน้าจอ 15.6″ Full HD พาเนล IPS รองรับ Refresh Rate ที่ 120Hz ด้วยแรมขนาด 8GB และได้ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB มี Windows 10 แท้ใช้งานได้ทันที สร้างประสบการณ์ในการเล่นเกมหรือทำงานกับผู้ใช้งานได้อย่างสบายๆ ที่เด็ดที่สุด ความคุ้มค่าราคาไม่แพง เริ่มต้นที่ 25,990 บาท ที่สำคัญได้การรับประกัน On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน 2 ปีด้วย และได้ประกันอุบัติเหตุด้วย รวมไปถึงบริการหลังการขายอื่นอื่นๆ อีกมากมายด้วย

Lenovo IdeaPad Gaming 3i การดีไซน์จะออกแบบมาเป็นแบบเรียบง่ายสไตล์มินิมอล โดยการปรับเปลี่ยนหน้าตาจาก Lenovo IdeaPad Gaming L340 พอสมควร เน้นใช้งานทั่วไป โดดเด่นด้วยความต่างในส่วนของสีสันที่ดูแล้วมีความเป็น Gaming จากสีสันโทนฟ้าที่นำเข้ามาแซมกับสีตัวเครื่องหลักที่เป็นสีเทาเข้มออกไปทางดำอย่าง Onyx Black วัสดุตัวเครื่องทั้งหมดทั้งด้านนอกด้านในเป็นพลาสติกเกรดดี แต่มีการทำลวดลายให้คล้ายกับอลูมิเนียม อย่างไรก็ตามเป็นรอยนิ้วมือง่ายไปหน่อย 

สำหรับน้ำหนักและความหนาของตัวเครื่อง Lenovo IdeaPad Gaming 3i ถือว่าเป็นเบาตามมาตรฐานของโน๊ตบุ๊คปี 2020 ที่ต่อยอดมาจากรุ่นก่อนหน้าในหลายๆ ส่วน มีน้ำหนักเพียง 2.2 กิโลกรัมเท่านั้น ทำให้พกพาไปไหนมาไหนสะดวกสบายมาก พร้อมด้วยกล้องเว็บแคม HD (720p) พร้อม Privacy Shutter และมีไมค์ดิจิตอลในตัว ส่วนการเชื่อมต่อก็มีมาอย่างครบถ้วน ทั้ง USB 3.1 Type-C, HDMI, 2 x USB 3.1 Type-A, Kensington lock slot, RJ-45 , Headset พร้อมยังรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth 5.0 และ Wi-Fi 6 AX 

HP Pavilion Gaming 15 ราคา 27,900 – 30,900 บาท

HP Pavilion Gaming 15 สเปกใหม่ที่มาพร้อมกับ Core i5-10300H / i7-10750H + GTX 1650 ถือว่าเป็นรุ่นส่งท้ายปี 2020 กับการที่เป็น Gaming Notebook คุ้มค่าคุ้มค่า ด้วยสเปกชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10H จับคู่มากับการ์ดจอ NVIDIA GeForce GTX 16 Series คุณภาพเยี่ยม ตอบสนองทุกการใช้งานได้อย่างราบรื่น รวดเร็ว ในดีไซน์ที่แตกต่างไปจาก Gaming Notebook แบรนด์อื่นๆ ออกแบบโน๊ตบุ๊ครุ่นนี้ให้มีความสวย ทันสมัยให้ความแข็งแรง ทนทาน เพิ่มความโดดเด่น ใช้งานง่ายและสะดวก รวมไปถึงการรับประกันที่เป็นแบบ On-site Serive ระยะเวลา 2 ปี

HP Pavilion Gaming 15 รุ่นนี้ยังคงใช้ดีไซน์ได้เรียบง่ายและดูดี แตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ ชัดเจน เชื่อว่าถูกใจใครหลายๆ คน หลักๆ แล้วก็ช่องระบายความร้อนที่ใหญ่ขึ้นใต้ตัวเครื่องก็มีช่องดูดลมเย็นที่ใหญ่ขึ้น รวมไปถึงบานพักที่ยกสูงยิ่งขึ้นด้วย เรียกได้มีความเฉียบและใช้งานได้จริงในเรื่องของการจัดการความร้อน เพิ่มเติมมาเลยก็คือได้ SSD M.2 ความจุ 512GB ใช้งานทันที มาพร้อมแรมขนาด 8GB DDR4 Bus 2933MHz และ Windows 10 แท้ แน่นอนว่ามีอยู่ 2 สีสันหลักก็คือ สีเขียวและสีม่วง สนนราคาขายจริงอยู่ที่ 27,900 – 30,900 บาท

หน้าตาการออกแบบของ HP Pavilion Gaming 15 สเปก Intel รุ่นปลายปี 2020 ยังคงดีไซน์ไว้เหมือนรุ่นปี 2019 ด้วยความโดดเด่นที่สวยดุดันตามสไตล์ของ Gaming Notebook ที่บรรดาเกมเมอร์ชื่นชอบกัน ใช้เป็นโทนสีดำตลอดทั้งตัวเครื่องตัดกับสีเขียว โดยฝาหลังของตัวเครื่องมีโลโก้ HP เป็นเอกลักษณ์สะดุดตาให้ความมันวาวด้านบน ประกอบกับพื้นผิวสีดำด้านให้ความรู้สึกเป็น Gaming ที่ดี วัสดุทั้งหมดของตัวเครื่องพลาสติกเกรดดี โดยด้านหลังได้มีการวางตำแหน่งช่องระบายความร้อนแบบคู่แยกซ้ายขวาออกจากกัน ซึ่งมีการออกแบบได้ดูดุดันคล้ายรถสปอร์ตพร้อมขนาดที่ใหญ่ขึ้น

ส่วนดีไซน์อื่นๆ ของ HP Pavilion Gaming 15 ปี 2020 ก็ถือว่าน่าประทับใจเช่นเดียวกัน กับมิติที่ตัวเครื่องที่เล็กลงเมื่อเทียบกับยุคก่อนๆ ให้ความบางลงเพียง 23.4 มิลลิเมตร พร้อมน้ำหนักตัวเครื่องเบาๆ ที่ 2.25 กิโลกรัม ลำโพงจะอยู่ที่ด้านบนตัวเครื่องเหนือชุดคีย์บอร์ดทำเป็นลายแปดเหลี่ยมพื้นผิวนูนต่ำให้เสียงที่ดีใช้ได้เลยทีเดียว ที่สำคัญและโดดเด่นกว่ารุ่นไหนในท้องตลาดตอนนี้คือเป็น Gaming Notebook ขอบจอบางที่ดูแล้วสวยงามลงตัวอีกรุ่นนึงในตลาด แน่นอนว่านมีกล้องเว็บความละเอียด HD และมีไมค์ดิจิตอลในตัว การเชื่อมต่อไร้สายเป็น Bluetooth 5.0 และ Wi-Fi 6AX

HP Pavilion Gaming 16 ราคา 30,900 – 34,900 บาท

HP Pavilion Gaming 16 รุ่นล่าสุด เป็นโน๊ตบุ๊คเล่นเกมขนาดหน้าจอ 16.1″ รุ่นแรกของโลก ต่อยอดมาจาก HP Pavilion Gaming 15 พร้อมอัพเดทสเปกใหม่ได้ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10H อย่าง i7-10750H หรือ Core i5-10300H กับการที่เป็น Gaming Notebook คุ้มค่า จับคู่มากับการ์ดจอ NVIDIA GeForce GTX 1650 Ti ตอบสนองทุกการใช้งานได้อย่างลงตัว เล่นเกมลื่นไหล ในดีไซน์ที่แตกต่างไปจาก Gaming Notebook แบรนด์อื่นๆ มีความสวย ทันสมัยให้ความดุดัน เนี๊ยบเฉียบ พร้อมเลือกใช้สีสันเป็นโทนดำแซมด้วยเขียว กับน้ำหนักที่ 2.35 กิโลกรัม การรับประกันที่เป็นแบบ On-site Service ระยะเวลา 2 ปี พร้อมบริการหลังการขายอื่นๆ

ความโดดเด่นยังเป็นเรื่องหน้าจอที่ได้เป็นพาเนล IPS ความละเอียด Full HD รองรับ Refresh Rate ที่ 144Hz ได้ที่เก็บข้อมูลเป็น SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB ใช้งานทันที (พร้อมรองรับการอัพเกรด HDD 2.5″ SATA 3 ได้ภายหลัง) มาพร้อมแรมขนาด 8GB DDR4 Bus 2933MHz มี Windows 10 แท้ใช้งานได้ทันที พร้อมด้วยกล้องเว็บแคม HD (720p) และมีไมค์ดิจิตอลในตัว ส่วนการเชื่อมต่อก็มีมาอย่างครบถ้วน ทั้ง 1 x USB 3.1 Type-C, HDMI, 2 x USB 3.1 Type-A, Kensington lock slot, RJ-45 , Headset พร้อมยังรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth 5.0 และ Wi-Fi 6 AX สนนราคาขายจริงสเปกนี้อยู่ที่ 30,900 – 34,900 บาท (ต่างกันที่สเปกชิปประมวลผลเท่านั้น)

หน้าตาการออกแบบเอง HP Pavilion Gaming 16 สเปก Core i Gen 10H ได้รับดีไซน์แบบรุ่นก่อนหน้าอย่าง HP Pavilion Gaming 15 มาเต็มๆ ซึ่งก็ต้องบอกว่าทำได้ดีเยี่ยมไม่แพ้ Gaming Notebook แบรนด์อื่นๆ ด้วยความโดดเด่นที่สวยดุดันตามสไตล์ของโน๊ตบุ๊คเล่นเกมที่บรรดาเกมเมอร์ชื่นชอบกัน กันขนาดหน้าที่ใหญ่ขึ้น 0.5″ ในมุมแทยง แน่นอนว่ามีความใหญ่ขึ้น แต่ถ้าเทียบมิติหรือแค่มองด้วยตาเปล่า ก็แทบจะไม่ค่อยรู้สึกเท่าไร เรียกได้ว่าเป็นขนาดที่อยู่ระหว่างรุ่นจอ 15.6″ และ 17.3″ 

เมื่อเปรียบเทียบกับ Gaming Notebook แบรนด์อื่นๆ ในช่วงราคาเดียวกัน ได้ความแตกต่างที่ความเรียบง่ายใช้เป็นโทนสีดำตลอดทั้งตัวเครื่องตัดกับสีเขียว (อาจจะมีม่วงตามมาในอนาคต) โดยฝาหลังของตัวเครื่องมีโลโก้ HP เป็นเอกลักษณ์สีเขียว สะดุดตาด้านบน ประกอบกับพื้นผิวสีดำด้านให้ความรู้สึกเป็น Gaming ที่ดี วัสดุทั้งหมดของตัวเครื่องพลาสติกเกรดดี มองแล้วคล้ายกับโลหะ แต่ได้มีการปรับดีไซน์ใหม่ดูดลมเย็นได้ดีขึ้น ซึ่งมีข้อสังเกตุเล็กน้อยคือเป็นรอยนิ้วมือค่อนข้างง่าย 

สำหรับรูปลักษณ์และทิศทาง HP Pavilion Gaming 16 แตกต่างด้วยกันด้วยมิติ จากการที่มีขนาดหน้าจอ 16.1″ ซึ่งต่างจากเดิมคือ 15.6″ ถือว่าน่าประทับใจไม่เป็นรองกัน กับมิติที่ตัวเครื่องที่เล็กกระทัดรัดเมื่อเทียบ Gaming Notebook ขนาดหน้าจอ 15.6″ รุ่นอื่นๆ ในปัจจุบัน โดยบางเพียง 23.6 มิลลิเมตร ซึ่งเท่าๆ กับโมเดล HP Pavilion Gaming 15 พร้อมน้ำหนักตัวเครื่องที่ 2.35 กิโลกรัม เทียบแล้วคือหนักกว่าเดิมเพียง 100 กรัมถ้าเทียบกับสเปก Intel Core i Gen 9H เท่านั้น

Acer Nitro 5 AN515-55 ราคา 31,900 – 35,900 บาท

Acer Nitro 5 AN515 เป็นโน๊ตบุ๊คเล่นเกมหน้าจอ 15.6″ และ Acer Nitro 5 AN517 เป็น Gaming Notebook ขนาดจอ 17.3″ ได้ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10H ตอนนี้พร้อมขายอย่างเป็นทางการหลากหลายรุ่นแล้ว โดยผสานความแรงร่วมกับการ์ดจอ GeForce รุ่นล่าสุด ซึ่ง Acer Nitro 5 AN515 เป็นหนึ่งใน Gaming Notebook หน้าจอ 15.6″ ราคาคุ้มค่า หนัก 2.3 กิโลกรัม ได้รับความนิยมไม่แพ้รุ่นอื่นๆ ทั้งจากสเปกที่แรงลื่นหลากหลาย อีกทั้งยังมีฟีเจอร์ที่จัดเต็ม และประกัน 3 ปี On-site Serive ที่ดีเยี่ยม หรือส่งศูนย์ซ่อมด่วน 3 ชั่วโมง

สำหรับ Acer Nitro 5 AN515 รุ่นที่แนะนำ ใช้ชิปประมวลผล Core i5-10300H เป็นขุมพลังหลัก ทำงานร่วมกับการ์ดจอระดับ Gaming อย่าง NVIDIA GeForce GTX 1650 Ti / GTX 1660 Ti / RTX 2060 ที่แรงลื่นกว่าเดิมแน่นอน ในส่วนของแรมจัดเต็มมาให้เลยที่ 16GB DDR4 Bus 2933MHz ส่วนที่เก็บข้อมูลให้มามาตรฐาน SSD M.2 NCMe PCIe ความจุ 512GB หน้าจอเป็นพาเนล IPS เกรดสูง รองรับ Refresh Rate ที่ 144Hz ให้ความลื่นไหลทั้งการเล่นเกมหรือทำงาน แน่นอนว่าได้ Windows 10 ใช้งานได้ทันที

Acer Nitro 5 AN515 จัดว่าเป็น Gaming Notebook ดีไซน์มีการปรับปรุงใหม่ให้มีความโฉบเฉี่ยวมากกว่าเดิม ด้วยเส้นสายลวดลายที่ดูดุดันกว่าที่เคย และที่มีพอร์ตเชื่อมต่อที่ครบครันอีกรุ่นเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น 3 x USB 3.2 Type-A (1 พอร์ตเป็นแบบชาร์จเจอร์ด้วย), 1 x USB 3.2 Type-C, 1, HDMI 2.0, RJ45 (Gigabit Ethernet) พร้อมด้วยความสามารถ Killer Ethernet E2600 เพื่อการเล่นเกมออนไลน์ที่ลื่นไหล และ Mic-in/Headphone-out แบบ Combo

ติดตั้งคีย์บอร์ดแบบ Full Size มาให้ผู้ใช้งานได้ใช้กันได้อย่างสบายๆ พร้อมกับการตอบสนองของปุ่มแบบทันทีด้วยระยะการกด 1.6 มม. ติดตั้งปุ่มแป้นคีย์ตัวเลข (Numpad) โดยตัวปุ่มจะเป็นสีดำ มีฟอนต์เป็นสีแดง รวมไปถึงแป้นปุ่มตรงตัวอักษร WASD และปุ่มทิศทาง รวมถึงปุ่ม NitroSense จะมีขอบเป็นไฮไลน์เด่นออกมา นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับไฟ RGB แบบ 4 โซน ดูแล้วเป็น Gaming Notebook สวยงาม เอามาเล่นตอนกลางคืนสบายๆ อีกทั้งเรื่องการกดการสัมผัสบนคีย์บอร์ดที่ปุ่มมีความติดมือ ดีกว่าโน๊ตบุ๊คธรรมดาทั่วไปแน่นอน จะเอาไปเล่นเกมหรือทำงานก็ตอบสนองได้ดีเยี่ยม

Acer Nitro 5 AN515 มาพร้อมกับซอฟแวร์ยูทิลิตี้ NitroSense ที่ทำให้เราสามารถปรับค่าต่างๆ ในตัวเครื่องได้อย่างง่ายดายไม่ว่า CoolBoots เร่งรอบพัดลมให้สุดที่ 6000 รอบทั้ง 2 ตัว ที่ใช้ระบายความร้อน CPU/GPU เมื่อต้องใช้งานหนักๆ รวมไปถึงการปรับโหมดการใช้งาน เช่นประหยัดพลังงานใช้แบตเตอรี่ก็ต้องเป็น Power Saver และสุดท้ายกับการดูสถานะการทำงานของตัวเครื่องก็มีทั้ง อุณหภูมิ รอบพัดลม กันแบบเวลาจริงเลยล่ะ เรียกได้ว่า Acer ใส่ใจใน NitroSense เพื่อให้เราใช้งานได้งานและใช้งานได้จริงทีเดียว

ASUS ROG Strix G15 GL542 ราคา 32,900 – 36,900 บาท

ASUS ROG Strix G15 GL542 เป็นโน๊ตบุ๊คเล่นเกมที่มีสเปกอัพเดทเป็นชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10H เน้นความคุ้มค่าและฟีเจอร์ที่มากกว่า โดดเด่นด้วยไฟคีย์บอร์ด RGB พร้อม Surrounded Light Bar รอบตัวเครื่อง ที่เราสามารถปรับแต่ได้ นอกจากนี้ยังมาพร้อมความสดใหม่ด้วยระบบระบายความร้อนอัจฉริยะ ROG Intelligent Cooling ที่ทำงานร่วมกับสารโลหะเหลว (liquid metal) จากทาง Thermal Grizzly เพื่อเป็นตัวช่วยในการระบายความร้อนให้กับชิปประมวลผล แทนการใช้ซิลิโคนนำความร้อนแบบปกติ

สำหรับ ASUS ROG Strix G15 GL542 โน๊ตบุ๊คเล่นเกมจอ 15.6″ สเปกระดับบนในราคาคุ้มค่า ได้ชิปประมวลผลตัวแรง Intel Core i5-10300H / Core i7-10750H พร้อมด้วยการ์ดจอประสิทธิภาพสูงอย่าง NVIDIA GeForce GTX 1650 Ti ได้แรมขนาด 8GB DDR4 Bus 2933MHz และ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB อีกทั้งได้หน้าจอเป็นพาเนล IPS รองรับ Refresh Rate ที่ 144Hz แบบผิวด้าน ให้สีสันการแสดงผลในเกณฑ์ดีน่าประทับใจอย่างที่สุดทั้งเล่นเกมหรือทำงาน

ส่วนการเชื่อมต่อก็มีมาอย่างครบถ้วน ทั้ง USB 3.1 Type-C, HDMI, 3 x USB 3.1 Type-A, Kensington lock slot , SD Card Reader, RJ-45, Headset พร้อมยังรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth 5.0 และ Wi-Fi 6 AX (2×2) แน่นอนว่าได้ Windows 10 แท้ ใช้งานได้ทันทีตั้งแต่เปิดเครื่องในครั้งแรก กับราคาเพียง 32,900 – 46,900 บาท ที่บอกได้เลยไม่แพงเลย ถ้าดูจากสเปกและฟีเจอรที่ติดตั้งมาให้แล้ว โดยได้ประกัน 2 ปี ที่สามารถเคลมผ่าน 7-11 ได้ ปีแรกมีประกันอุบัติเหตุด้วย

ดีไซน์โดยรวมของ ASUS ROG Strix G15 GL542 เป็น Gaming Notebook ขอบจอบางตัวเครื่องมิติเล็กกระชับทั้ง 3 ด้าน คือ บน ซ้ายและขวา พร้อมตัดกล้องเว็บแคมออกไป มีน้ำหนักอยู่ที่ 2.3 กิโลกรัม มีความบางสุดที่ 21~25.8 มิลลิเมตร เรียกได้ว่าโดยรวมมาพร้อมกับดีไซน์การออกแบบ ได้รับ DNA เต็มๆ มาจาก ASUS ROG Strix รุ่นก่อน ซึ่งมีความพิเศษสุดๆ คือได้ทาง BMW Designworks Group มาร่วมออกแบบด้วย เห็นได้ชัดจากชุดระบายความร้อนด้านหลังที่เป็นครีบคล้ายกับเสื้อสูมมอเตอร์ไซต์จาก BMW เรียกได้ว่ายกระดับขึ้นไปอีกขั้น

MSI GL65 Leopard ราคา 33,900 – 36,900 บาท

MSI GL65 Leopard จัดว่าเป็นโน๊ตบุ๊คเล่นเกมหน้าจอ 15.6″ ที่จัดเต็มไม่แพ้รุ่นท็อป แต่ได้ราคาที่คุ้มค่าต่อสเปกสุดๆ โดยจัดเต็มจากชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10H และการ์ดจอ Gaming จากทาง NVIDIA ได้แรมมาขนาด 8GB / 16GB DDR4 Bus 2666MHz เป็นมาตรฐาน ติดตั้งแหล่งเก็บข้อมูล SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB (อัปเกรด SSD M.2 / HDD 2.5″ SATA 3 ได้อีก) หน้าจอ 15.6″ ความละเอียด Full HD พาเนล IPS เกรดสูง รองรับ Refresh Rate ที่ 144Hz มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Windows 10 และซอฟต์แวร์ Dragon Center เวอร์ชันใหม่

MSI GP65 Leopard รุ่นใหม่ล่าสุดด้วยชิปประมวลผลตัวแรง ที่ถือได้ว่าเป็นรุ่นที่มีประสิทธิภาพสูง โดยมีราคาตั้งแต่ 45,900 – 59,900 บาท สเปกเป็น Core i5-10300H (2.60 GHz, 12 MB L3 Cache, up to 5.00 GHz) ทำงานแบบ 4 คอร์ 8 เธร์ด หรือ Core i7-10750H (2.60 GHz, 12 MB L3 Cache, up to 5.00 GHz) ทำงานแบบ 6 คอร์ 12 เธร์ด ส่วนการ์ดจอเป็น NVIDIA GeForce GTX 1650 / GTX 1650 Ti เรียกได้ว่าตอบสนองการเล่นเกมได้เต็มที่เต็มอารมณ์กว่าสเปก Gaming Notebook ทั่วไปที่เน้นความคุ้มค่าอย่างเดียว

ที่สำคัญ MSI GL65 Leopard ได้ดีไซน์ดุดันตามสไตล์ของ G Series จาก MSI ยังมีฟีเจอร์ Gaming มากมาย อาทิ ระบบระบายความร้อน Cooler Boost 5 พร้อมการเชื่อมไร้สาย Wi-Fi 6 AX + Bluetooth 5.0 โดยมีน้ำหนักตัวเครื่องอยู่ที่ 2.3 กิโลกรัมเท่านั้น ประกอบกับการใช้หน้าจอที่ขอบบาง ทำให้ตัวเครื่องเล็กกระทัดรัด สะดวกต่อการพกพามากยิ่งขึ้น  ได้ประกัน 2 ปี

ตัวเครื่องยังมีลำโพง 2 ชาแนลแบบ Giant Speaker บนซอฟแวร์เสียง Nahimic 3 ทำให้การขับเสียงเวลาเล่นเกม หรือดูหนังฟังเพลงทำได้อย่างยอดเยี่ยมอีกด้วย ทางด้านพอร์ทเชื่อมต่อเองมีมาให้อย่างครบถ้วนไม่ว่าจะเป็น USB 3.2 Type-A จำนวน 3 ช่อง, USB 3.2 Type-C หนึ่งช่อง, HDMI, mini-DisplayPort, SD(XC/HC) card reader, ช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5, ช่องเสียบไมค์ขนาด 3.5 และช่องสาย Lan RJ45

MSI GL75 Leopard 35,900 – 38,900 บาท

ในส่วนของ MSI GL75 Leopard หลักๆ แล้วจะมีความคล้ายกับ MSI GL65 Leopard ทั้งในส่วนของดีไซน์และฟีเจอร์ แต่จะแตกต่างเรื่องของสีสันตัวเครื่องที่จะได้เป็นโน๊ตบุ๊คเล่นเกมขนาดหน้าจอ 17.3″ IPS 144Hz ที่ให้หน้าจอที่ใหญ่กว่า 15.6″ พอสมควร กับน้ำหนักที่มากขึ้นที่ 2.6 กิโลกรัม โดยมีไฟคีย์บอร์ดจะเป็นสีแดงสีเดียวเหมือนกัน รวมไปถึงในเรื่องของสเปกฮาร์ดแวร์ภายใน อันนี้เหมือนกันทั้งหมด โดยแบ่งเป็น i5-10300H + GTX 1650 / i7-10750H + GTX 1650 Ti เป็นหลัก รวมไปถึงแรมเป็น 8GB / 16GB แน่นอนว่าราคาก็เลยสูงกว่าด้วย อันนี้เพื่อนๆ สามารถเลือกซื้อได้ตามงบและลักษณะการใช้งานกันอีกทีนะครับ

from:https://notebookspec.com/ranking-gaming-notebooks-2020-price-2xxxxb/537112/

แนะนำ Notebook ทำงาน พกพา น่าซื้อปี 2020 สเปกใหม่ AMD Ryzen แรงคุ้ม เบาสุดๆ ที่ 1 โลนิดๆ มี Office แท้ งบ 13,900 – 29,900 บาท

เข้าสู่ช่วงปลายปี ทำให้ Notebook ทำงานปี 2020 รุ่นใหม่ๆ เลยออกมาเสริมเพิ่มเติม จากการมาของสเปกชิปประมวลผล AMD Ryzen 4000U รุ่นใหม่ ถือว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากๆ โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรม Zen 2 โค้ดเนม Renoir (เรนัวร์) เทคโนโลยีการผลิตที่ 7 นาโนเมตร สุดล้ำหน้ากว่าที่เคยมีมาในตลาดโน้ตบุ๊ค ที่ส่งผลให้มีความแรงที่มากกว่าขึ้น ความร้อนที่น้อยลง แบตเตอรี่ยาวนานกว่า ได้ความสดใหม่อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนเลย เรียกได้ว่าประสิทธิภาพงานประมวลผลแรงเทียบเท่าฝั่ง Gaming Notebook เลยก็ว่าได้

อีกทั้งมีฟีเจอร์ที่ล้ำหน้าไม่ว่าจะเป็นแรมมาตรฐาน DDR4 Bus 3200MHz และ SmartShift  รวมถึง Wi-Fi 6 AX ที่ยอดยอดประสบการณ์ใช้งานมากยิ่งขึ้นไปอีก อีกทั้งกับความร้อนที่เกิดขึ้นก็น้อยกว่า และแบตเตอรี่เมื่อใช้งานโหมดประหยัดพลังงานก็ยาวนานกว่าเดิมด้วย ซึ่งในตลาดตอนนี้มี AMD Ryzen 5 4500U /AMD Ryzen 7 4700U เป็นตัวเลือกหลัก อย่างไรก็ตาม AMD Ryzen 3000U ก็ยังมีความน่าสนใจอยู่ กับราคาเริ่มต้นที่ไม่แพงเลย อย่าง Ryzen 3 3250U / Ryzen 5 3500U

โดย AMD Ryzen 4000U เน้นติดตั้งใน Notebook ทำงานที่เน้นความบางเบาประหยัดพลังงานสำหรับโน้ตบุ๊คทำงานในราคาคุ้มค่าในตอนนี้นำเสนอได้อย่างน่าสนใจ จากการร่วมมือของแต่ละแบรนด์ Notebook อย่าง Acer / ASUS Dell / MSI / Lenovo ด้วยราคาคุ้มค่าแต่ได้ประสิทธิภาพดีเยี่ยม โดยในบทความนี้เราจะมาแนะนำ Notebook ทำงาน พกพา น่าซื้อปี 2020 สเปกใหม่ AMD Ryzen แรงคุ้ม เบาสุดๆ ที่ 1 โลนิดๆ มี Office แท้ งบ 20,000 – 30,000 บาท ประกันดีที่สุดเป็น 3 ปี On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน จะมีรุ่นไหน ไปชมกันต่อเลย

ASUS VivoBook 14 D413DAราคา 13,900 – 19,900 บาท

ASUS VivoBook 14 D413 เป็น Notebook ทำงาน หน้าจอ 14″ ที่ความผสมผสานที่ลงตัวระหว่างดีไซน์และประสิทธิภาพการใช้งาน และคงความเป็นเอกลักษณ์ของ VivoBookที่เน้นสีสันและความสนุกสนาน ช่วยการทำงานมัลติทาสกิ้ง และการใช้งานเพื่อความบันเทิงได้อย่างดีเยี่ยม ตัว WiFi 6 AX ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเชื่อมต่อที่ดีกว่ารุ่นก่อนๆ ที่สำคัญยังเปิดตัวสีใหม่รับปี 2020 มาพร้อมสีสัน 4 เฉดสี อย่างสี Resolute Red, Gaia GreenDreamy White และ Indie Black ที่แตกต่างจากคู่แข่ง พร้อมความพิเศษเพิ่มลูกเล่นบนแป้น ‘Enter’ ด้วยขอบตัดสีเหลืองสะดุดตาแบบสุดๆ พร้อมกันนั้นยังมีสติ๊กเกอร์ให้เราสามารถแปะแต่งเพิ่มเติมอีกด้วย

สเปกภายในของตัว ASUS VivoBook 14 D413 มาพร้อมสเปกภายในเป็นชิปประมวลผล AMD Ryzen 4000 U Series อย่าง Ryzen 4500U ได้การ์ดจอออนชิปเป็น Radeon RX VEGA 6 รุ่นใหม่ ที่รองรับทุกๆ การใช้งาน มาพร้อมขอบหน้าจอบางพิเศษ NanoEdge ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล พาเนลคุณภาพสูงอย่าง IPS ในส่วนของสเปกอื่นๆ ก็น่าสนใจด้วยแรม 8GB DDR4 Bus 3200MHz  พร้อม SSD 512GB แน่นอนว่าได้ Windows 10 ใช้งานทันที พร้อมลำโพงเสียงคุณภาพสูงจากแบรนด์ลำโพงระดับโลก Harman/Kardon ราคาขายไทยอยู่ที่ 19,990 บาท ได้ประกัน 2 ปีตามมาตรฐาน ASUS และประกันอุบัติเหตุในปีแรกด้วย

โดดเด่นด้วยสีสันทูโทนรวมถึงการออกแบบทำมาได้สวยมาก ตัวเครื่องภายนอกและด้านในได้วัสดุคุณภาพสูงที่แข็งแรงทนทาน โดยเฉพาะส่วนของส่วนของฝาหน้าจอที่เป็นอลูมิเนียมอัลลอยที่ดูสวยงามพร้อมความเรียบง่าย แน่นอนว่ามีโลโก้ ASUS VivoBook อย่างโดดเด่น ส่วนตัวด้านล่างก็จะเป็นพลาสติกที่แข็งแรง ทำให้ตัวเครื่องน้ำหนักที่เบา มีการนำเสนอพื้นผิวแบบเรียบเนียนสัมผัสดี ทั้งหมดนี้อยู่ในน้ำหนักตัวเครื่องเพียง 1.4 กิโลกรัม พร้อมความบางเพียง 15.9 มิลลิเมตร และขอบจอบางเพียง 5.7 มิลลิเมตรเท่านั้น ถือว่าเป็นมาตรฐานที่ดีมากๆ สำหรับโน้ตบุ๊คหน้าจอ 14″ ปี 2020 ที่สำคัญคือได้โปรแกรม Microsoft Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,299 บาท) ติดเครื่องมาพร้อม Windows 10 ไปใช้งานฟรีๆ ด้วย

นอกเหนือจากนี้ยังมีในส่วนของรุ่น ASUS VivoBook 14 D413DA กับราคา 13,900 / 15,900 บาทด้วย โดยหลักๆ แล้วมีดีไซน์ที่เหมือนกัน แต่ต่างกันที่สเปกภายใน โดยใช้เป็น AMD Ryzen 3 3250U / Ryzen 5 3500U ซึ่งมีความแรงที่เป็นรองกว่า AMD Ryzen 5 4500U ก็จริง แต่ก็เพียงพอกับการใช้งานพื้นฐานแล้วแน่นอน พร้อมแรมขนาด 8GB ได้ SSD ความจุ 512GB นับได้ว่ามีความคุ้มค่ามากๆ กับโน้ตบุ๊คบางเบาให้ความพรีเมียมในราคาเพียงหมื่นบาทกลางๆ เท่านั้น

Acer Aspire 3 A314-22 ราคา 15,900 บาท

Acer Aspire 3 A314-22 เป็น Notebook ทำงานหน้าจอขนาด 14″ ที่เรียกได้ว่าได้รับการพัฒนาต่อยอดจาก Acer Aspire 3 สเปก AMD รุ่นก่อนๆ อย่างน่าประทับใจทีเดียว ทั้งเรื่อง สเปก ดีไซน์การออกแบบ พร้อมฟีเจอร์ต่างๆ นั้น เป็นการต่อยอดจากรุ่นเดิมที่ดูลงตัว เพราะดูแล้ว Acer ทำการบ้านมาเป็นอย่างดีกับโน้ตบุ๊คราคาคุ้มค่า ที่ราคาไม่แพง แต่ได้สเปกแรงคุ้มค่าอย่าง AMD Ryzen 5 3500U รวมไปถึงแรมขนาด 8GB และ SSD M.2 ความจุ 512GB มี Windows 10 แท้ใช้งานได้ทันที สนนราคาถูกสุดเพียง 15,900 บาท

Acer Aspire 3 A314-22 จัดว่าเป็นโน้ตบุ๊คเน้นคุ้มค่าในเรื่องของการเชื่อมต่อ ที่มีพอร์ตเชื่อมต่อที่ครบครันประมาณนึง ไม่ว่าจะเป็น 2 x USB 3.2 Type-A, 1 x USB 2.0, HDMI, Lan RJ45 และรูหูฟังกับไมค์แบบ Combo เรียกได้ว่าพอเพียงกับการใช้งานทั่วไปอย่างแน่นอน  แต่ก็น่าเสียดายที่ไม่มี USB 3.1 Type-C เลย น่าจะให้มาซัก 1 พอร์ต ส่วนการเชื่อมต่อไร้สายอย่างรองรับทั้ง Bluetooth 4.2 และอินเตอร์เน็ตไร้สายมาตรฐาน Wi-Fi 5 AC

เหมาะมากๆ สำหรับคนทำงานจริงจังพนักงานออฟฟิศ หรือนักเรียนนักศึกษาเรียนออนไลน์ ที่เน้นใช้งานทั่วไปในราคาคุ้มค่าไม่แพงให้ประสิทธิภาพพอตัว รองรับการพกพาไปที่นู้นที่นั่นบ่อยๆ ซึ่งรองรับการทำงานได้ยาวนานกว่าโน้ตบุ๊ครุ่นก่อนๆ ทำให้เราสามารถพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้อย่างคล่องตัวเหมือนกันด้วยน้ำหนักเพียง 1.9 กิโลกรัม พร้อมแบตเตอรี่ยังใช้งานได้ยาวนนเกือบตลอดทั้งวัน อแดปเตอร์เองก็มีขนาดที่เล็กกระทัดรัดมากๆ

ด้านการออกแบบดีไซน์ของ Acer Aspire 3 A314-22 รุ่นนี้จะมาในสไตล์เรียบๆ ได้หน้าจอแบบขอบจอบาง โดยลักษณะรวมแล้วเป็นสีดำแบบมันวาว Charcoal Black หรือสีเงินสว่าง Pure Silver มีลักษณะพื้นผิวแบบเรียบๆ แต่ดูดี ไม่เป็นรอยนิ้วมือง่ายๆ มาพร้อมสเปกและประสิทธิภาพการใช้งานที่ครบครันด้วยสเปกใหม่ล่าสุด ในงบประมาณการเลือกซื้อที่ไม่แพงจนเกินไป ด้านการออกแบบดีไซน์ใหม่นี้จะมาในสไตล์เรียบง่ายแต่มีความสวยงามดูดีเกินราคา

MSI Modern 14 ราคา 19,990 – 23,590 บาท

MSI Modern 14 เป็น Notebook ทำงานรุ่นใหม่หน้าจอ 14″ ตัวแรงลื่น สีดำ Onyx Black เคลือบพื้นผิวด้วยเทคโนโลยี Sandblasting พ่นเนื้อทรายละเอียด ให้สัมผัสที่เรียบเนียน โดยมาพร้อมกับประสิทธิภาพจากชิปประมวลผล AMD Ryzen 4000U รุ่นล่าสุดอย่าง Ryzen 4500U / Ryzen 7 4700U ผสานการทำงานร่วมกับการ์ดจอออนชิป Radeon 6 / 7 ที่สำคัญคือตัวเครื่องมีความพรีเมียมและบางเบาอย่างที่สุด มีน้ำหนักเพียง 1.3 กิโลกรัมเท่านั้น ในส่วนของสเปกแรมได้มาขนาด 8GB DDR4 Bus 3200MHz และ SSD M.2 NVMe PCIe ที่ 512GB จัดเต็ม ส่งให้มีประสิทธิภาพในการทำงานที่ทรงพลังอย่างที่สุด สนับสนุนทั้งทำงานและเล่นเกมที่เหนือชั้นกว่าโน้ตบุ๊คบางเบารุ่นอื่นๆ

สำหรับ MSI Modern 14 ได้หน้าจอแสดงผลพาเนล IPS มาตรฐานความละเอียด Full HD ที่จะช่วยให้เหล่าครีเอเตอร์ได้เติมเต็มประสบการณ์ในด้านการสร้างสรรค์ผลงานได้มากยิ่งขึ้น บางเฉียบโดยมีพื้นที่แสดงผลกว่า 90% จอเป็นแบบด้านที่ให้เรื่องสีสันสดใส รองรับใช้การดูภาพ ดูวิดีโอ และเล่นเกมก็ทำได้อย่างเป็นอย่างดี ส่วนบานพับก็แข็งแรงกว่ารุ่นก่อนๆ พร้อมกางได้ 180 องศา ทำให้นำเสนองานได้อย่างเต็มที่และง่ายขึ้นกว่าเดิม อีกทั้งได้ฟีเจอร์อื่นๆ ที่ครบครันตามสไตล์ของ MSI ที่จัดเต็ม ไม่เกรงใจใคร ในราคาเพียง19,900 บาทเท่านั้น จัดว่าเป็นโน้ตบุ๊ค Ryzen 4000U หน้าจอขนาด 14″ ที่น่าสนใจมากๆ ทีเดียว

สเปกที่จัดเต็มตอบโจทย์การใช้งานแบบสุดๆ ที่สำคัญยังเป็นมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายก็ครบครันด้วย Wi-Fi 5 AC และ Bluetooth 5.0 เป็นมาตรฐานอีกด้วยพร้อมซอฟต์แวร์ Creator Center ช่วยปรับแต่งการทำงาน พร้อมการรับประกัน 2 ปี ตามมาตรฐานของ MSI มิติตัวเครื่องมีความเล็กกระชับกับขอบหน้าจอที่บางลงอย่างเห็นได้ชัดที่ 5.6 มิลลิเมตร ทั้งด้านซ้ายขวาและขอบบน รวมถึงยังได้มาตรฐาน Military Grade มีความทนทานในการใช้งานเป็นพิเศษมากกว่าโน้ตบุ๊กทั่วๆไป ในเรื่องของการทน ฝุ่น ละอองน้ำ และการกระแทก ในส่วนของแบตเตอรี่ก็ใช้งานได้ยาวนานกว่า 10 ชั่วโมง

ส่วนความบางตัวเครื่องอยู่ที่ 15.9 มิลลิเมตรเท่านั้น ถือว่า MSI นำเสนอโน้ตบุ๊คที่ทั้งเบามากๆ แถมยังบางสุดๆ ท้าชนกับแบรนด์อื่นๆ ได้อย่างสบายๆ เลยครับ สำหรับการเปิดปิดฝาของหน้าจอก็ทำได้ง่ายเพราะขอบตัวเครื่องด้านหน้าได้มีการเว้นร่องเว้าเอาไว้สวยงาม พร้อม Ergonomics View Design ช่วยยกตัวเครื่องให้สูงขึ้น ส่งมวลลมเย็นถูกดูดเข้าช่องลมขนาดใหญ่ได้มากขึ้นส่งผลให้มีประสิทธิภาพในการระบายความร้อนที่ดี ที่ช่วยยกตัวให้สูงขึ้นจากพื้นที่ 5 องศา ส่งผลให้พัดลมสามารถดูดลมเย็นเข้าไปได้ง่ายยิ่งขึ้น ซึ่งการเอียงของตัวเครื่องเล็กน้อยนั้น ก็ทำให้พิมพ์สัมผัสได้ถนัดมือยิ่งขึ้นไปอีกนั่นเอง

Lenovo IdeaPad 5 14 ราคา 22,990 บาท

Lenovo IdeaPad 5 14 เป็น Notebook ทำงานหน้าจอ 14″ ประจำปี 2020 ที่ราคาถูกและครบเครื่องสุด ด้วยดีไซน์บางเบา Thin & Light วัสดุเป็นพลาสติกเกรดดี ได้ขอบจอบาง Narrow Bezel ทั้ง 3 ด้านซ้ายขวาและขอบบน ทำให้มีสัดส่วนจอแสดงผลเยอะกว่าโน้ตบุ๊คหน้าจอใหญ่ ๆ แบบก่อน เหมาะสำหรับคนที่ต้องการโน้ตบุ๊คราคาไม่แพง แต่ได้ความสวยงามคุ้มค่า ซึ่งขอบจอด้านในเป็นสีดำตัดกับสีตัวเครื่องโดยรวมอย่าง Platinum Grey ดูแล้วมีความสวยงามลงตัว เครื่องบางเพียง 19.9 มิลลิเมตร และมีน้ำหนักที่ 1.85 กิโลกรัมเท่านั้น รวมไปถึงมิติตัวเครื่องมีความเล็กกระชับเทียบเท่าโน้ตบุ๊คหน้าจอ 14″ ด้วย

ได้สเปกชิปประมวลผล AMD Ryzen 4000U Series พร้อมขายในไทย มีราคาที่คุ้มค่าที่สุดรุ่นหนึ่ง ที่ 22,990 บาท สำหรับรุ่นหน้าจอ 15.6″ ด้วย AMD Ryzen 5 4700U (2.00 GHz up to 4.10 GHz, 8 MB L3 Cache) ทำงานแบบ 8 คอร์ 8 เธร์ด การ์ดจอออนชิป Radeon 6 ประสิทธิภาพดีขึ้น รองรับการเล่นเกมออนไลน์พอได้  แรมให้มาขนาด 8GB DDR4 DDR4 Bus 3200MHz สำหรับที่เก็บข้อมูลให้มาเป็น SSD ความเร็วสูงแบบ M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB เรียกได้ว่าได้ประสิทธิภาพการทำงานได้ดีเยี่ยมแน่นอน

ส่วนหน้าจอเป็นขนาด 14″ ที่ได้ความละเอียด Full HD เรียบเนียนตา พาเนล IPS คุณภาพดี สวยงาม มุมมองกว้าง พร้อมมีลำโพงคุณภาพดีทำงานร่วมกับระบบเสียง Dolby Audio ส่วนพอร์ตที่ให้มาก็ครบครัน ได้แก่ 1 x USB 3.1 Type-C, 2 x USB 3.1 Type-A, HDMI, และ SD card reader รวมไปถึงการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Wi-Fi 6 AX และ Bluetooth 5.0 ด้วย รองรับการทำงานทุกไลฟ์สไตล์ ในราคาเบาๆ รวมถึงติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 10 แท้ พร้อมใช้งานได้ทันที การรับประกัน 2 ปี ตามมาตราน Lenovo

ASUS ZenBook 14 UM425IA ราคา 24,990 – 29,990 บาท

ASUS ZenBook 14 UM425IA เป็น Notebook ทำงานบางเบารุ่นใหม่ล่าสุด มาพร้อมขนาดหน้าจอ 14 นิ้ว โดดเด่นด้วยความบางเฉียบสุดๆ เพียง 14 มม. และเบามากๆ ที่น้ำหนัก 1.22กก. เท่านั้น เรียกได้ว่ามีการปรับปรุงจากรุ่นก่อนทั้งหมด แต่ยังมาพร้อมพอร์ทเชื่อมต่อครบครัน ได้แก่ HDMI, USB Type A, USB Type-C และ microSD card reader นำเสนอนวัตกรรมขอบจอบาง4 ด้าน ให้อัตราส่วนขนาดจอต่อตัวเครื่องที่ 90% พร้อมอายุการใช้งานแบตเตอรี่สูงสุด 22 ชม. พร้อมดีไซน์ใหม่ในสีเทา (Pine Grey) ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร

ชิปประมวลผลรุ่นล่าสุดอย่าง AMD 4000U series ซึ่งมีทั้ง Ryzen 5 4500U และ Ryzen 7 4700U เป็นตัวเลือก ได้หน่วยความจำแรมสูงสุดที่ 16 GB DDR4 Bus 3200 MHz ส่วนที่เก็บข้อมูลเป็น SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB รองรับการเชื่อมต่อไร้สาย Wi-Fi 6 (802.11ax) ติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home แท้ใช้งานได้ทันที และโปรแกรม Microsoft Office Home and Student 2019 ทำให้เราใช้งานเอกสาร Word / Excel / Power Point ได้ฟรีๆ ด้วย

โดย ASUS ZenBook 14 UM425IA วัสดุหลักเป็นอะลูมิเมียมเกรดสูงแบบ Unibody ที่ไร้รอยต่อ ผสานกับลวดลายการออกแบบอันเป็นแบบฉบับของ ZenBook ปี 2020 เพิ่มสีสันให้กับรายละเอียดแบบเนี๊ยบเฉียบตลอดทั้งตัวเครื่อง ที่สำคัญตัวเครื่องก็ผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน MIL-STD-810G ระดับกองทัพสหรัฐฯ ที่มีการทดสอบในหลากหลายด้าน เช่น ทดสอบการตกหล่น ทดสอบการสั่นสะเทือน ทดสอบการทำงานในสภาวะอุณหภูมิต่าง ๆ ทำให้มั่นใจได้เลยว่าจะสามารถใช้งานว่าเครื่องนี้ได้ในแทบทุกสภาพแวดล้อมอย่างแน่นอน

อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่เข้ามาเสริมให้การทำงานเป็นไปได้อย่างเต็มประสิทธิภาพของ ASUS ZenBook 14 UM425IA ก็คือ บานพับ ErgoLift Hinge นั้นเวลาที่กางออกมาใช้งานในรูปแบบโน๊ตบุ๊คจะทำให้คีย์บอร์ดทำมุม 3 องศากับฐานตั้ง พร้อมกางจอได้สูงสุดที่ 140 องศา จากการที่มีบานพับแบบพิเศษช่วยยกตัวเครื่องสูงขึ้นจากพื้น โดยขอบตัวเครื่องด้านหลังจะมียางรองพร้อมทำหน้าที่เป็นฐานรองด้านหลัง รวมไปถึงในการเข้าใช้งานก็สามรถทำได้ง่ายและปลอดภัยด้วยการสแกนใบหน้าผ่านทาง 3D IR Camera ที่ใช้งานร่วมกับ Windows Hello นั่นเอง

Acer Swift 3 SF314-42 ราคา 22,900 – 25,900 บาท

Acer Swift 3 (SF314-42) เป็น Notebook ทำงานบางเบาดีไซน์สวย ได้หน้าจอ 14″ สเปกชิปประมวลผล AMD Ryzen 4000 U Series พร้อมจัดเต็มเรื่องความคุ้มค่า พร้อมความทรงพลัง โดยในส่วนของ U Series ที่เน้นประหยัดพลังงานแต่ยังให้ความแรง ซึ่งเดิม AMD ก็ทำตลาดในกลุ่มนี้ได้อย่างน่าสนใจ ด้วยราคาที่ถูก ประสิทธิภาพดี ได้ความแรงที่เหนือชั้นกว่าเดิมมากด้วยเมื่อเทียบกับชิปประมวลผลรุ่นเดิมๆ ที่เป็น H Series โดย Acer Swift 3 ปี 2020 มีสีสัน Mauve Purple ที่ออกเป็นสีม่วงแบบมังคุดไทยๆ ให้ความโดดเด่นไม่เหมือนใคร และสีเงินสว่างๆ Pure Silver ที่เหมาะกับทั้งหนุ่มๆ ลุคเท่แบบคลูๆ หรือสาวๆ ที่ดูน่ารักสดใส ให้เลือกซื้อกัน

ซึ่ง Acer Swift 3 สเปก Ryzen 4000 แบ่งออกเป็น 2 รุ่นคือ AMD Ryzen 5 4500U / Ryzen 7 4700U ที่แรงและดีกว่าเดิมแน่นอน มาพร้อมกับการ์ดจอออนชิปเป็น Radeon RX VEGA 6 / 7 รุ่นใหม่ ตัวเครื่องรองรับการติดตั้งแรมขนาด 8GB DDR4 โดยติดตั้งที่เก็บข้อมูลเป็น SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB แสดงผลผ่านทางหน้าจอขนาด 14″ ความละเอียด Full HD พาเนล IPS แบบจอด้านลดแสงสะท้อนได้มุมมองที่กว้างและสีสันสดใส ระบบปฏิบัติการ Windows 10 ที่ใช้งานได้ทันที ที่สำคัญยังได้ในส่วนของโปรแกรมเอกสาร Microsoft Office Home & Student 2019 มูลค่า 4,299 บาท ทำให้เราใช้ Word / Excel / Power Point ได้ทันที

ประกันเป็น 2 ปี สเปก Ryzen 5 4500U / 3 ปี (ปีแรก On-site) สเปก Ryzen 7 4700U พร้อมส่งศูนย์ซ่อมด้วยใน 3 ชั่วโมงด้วย พร้อม Windows 10 แท้  ที่สำคัญคือได้โปรแกรม Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,299 บาท) ไปใช้งานฟรีๆ ติดเครื่องไปใช้งานยาวๆ ได้เลย คุ้มค่าสุดๆ ไปเลยตรงจุดนี้ มีพอร์ตมาตรฐานซึ่งมาให้ครบทั้ง USB 3.1 Type-C ที่รองรับ DisplayPort + Power Delivery), USB 3.1 Type-A, USB 2.0 Type-A, HDMI สำหรับเชื่อมต่อจอภายนอก ที่สำคัญยังมาพร้อม Wi-Fi 6 AX ที่แรงขึ้น 3 เท่า และการเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth 5.0 ใหม่ล่าสุด มีฟีเจอร์สแกนลายนิ้วเพื่อเข้าใช้านอีกด้วย

เหมาะมากๆ สำหรับคนทำงานจริงจังพนักงานออฟฟิศ หรือนักเรียนนักศึกษา ที่เน้นใช้งานทั่วไปให้ประสิทธิภาพพอตัว เพียงพอที่จะเอาไปทำงานหนักๆ อย่างตัดต่อวีดีโอได้เลยล่ะ แต่ก็ยังรองรับพกพาไปที่นู้นที่นั่นบ่อยๆ ทำงานได้ยาวนานกว่าโน้ตบุ๊คปกติ โดยแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานสุดถึง 13 ชั่วโมง ทำให้เราสามารถพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้อย่างคล่องตัว อย่างไรก็ตามในเรื่องข้อสังเกตของ Acer Swift 3 สเปก Ryzen 7 4700U ก็คือพาเนล IPS ให้ขอบเขตสีระดับกลางๆ แต่รวมๆ แล้วก็ยังให้ประสบกาณ์ใช้งานก็ยังเยี่ยมยอดอยู่ และแม้ไม่มีฟีเจอร์ Thunderbolt 3 อย่างสเปก Intel Core i Gen 10U เท่านั้นเอง (ไม่จำเป็นสำหรับคนส่วนมากด้วย)

Dell Inspiron 14 5405 ราคา 22,990 – 27,990 บาท

Dell Inspiron 14 5405 เป็น Notebook ทำงานหน้าจอ 14″ ขอบบางเฉียบ เน้นพกพา ตามสไตล์ของโน้ตบุ๊คที่ให้ความบางเบา ได้สเปกชิปประมวลผล AMD Ryzen 4000U ใหม่ล่าสุด และการ์ดจอออนชิป Radeon เป็นโน้ตบุ๊คที่มาพร้อมกับขนาดตัวเครื่องที่เบาสุดๆ ที่ 1.4 กิโลกรัม เล็กกระทัดรัดบางสุดเพียง 14.9 มิลลิเมตร แรมขนาด 8GB DDR4 Bus 3200Hz พร้อม SSD M.2 NVMe ความจุ 256GB / 512GB สำหรับความละเอียดหน้าจอก็เป็นพาเนล IPS ระดับ Full HD ให้ภาพคมชัดสวยงามสมจริง พร้อมใช้งานด้วย Windows 10 และมีซอฟต์แวร์ต่างๆ มากมาย

สเปกของ Dell Inspiron 14 5405 จะถูกแบ่งด้วยกันเป็น 2 รุ่นหลักๆ คือ Ryzen 5 4500U ทำงานแบบ 6C/6T (2.30 GHz up to 4.00 GHz, 8 MB L3 Cache) และ Ryzen 7 4700U ทำงานแบบ 8C/8T (2.00 GHz up to 4.10 GHz, 8 MB L3 Cache) แน่นอนว่าให้ทั้งความแรงและใช้งานได้ยาวนาน เป็นสถาปัตยกรรม สถาปัตยกรรม Zen 2 โค้ดเนม Renoir (เรนัวร์) เทคโนโลยีการผลิตที่ 7 นาโนเมตร สุดล้ำหน้ากว่าที่เคยมีมาในตลาดโน้ตบุ๊ค ที่ได้ความแรงลื่นแบบก้าวกระโดดในราคาไม่แพงเลย

ได้มาตรฐานการเชื่อมต่อรองรับเป็น USB 3.2 Type-A / USB 3.2 Type-C ส่วนไร้สายจะเป็น Wireless AC และ Bluetooth 5.0 ด้วย นอกจากนี้ในส่วนของกล้องด้านหน้ารองรับการใช้งาน VDO Call ที่เป็นโน้ตบุ๊คที่ใส่ใจในรายละเอียดก็คือ มีน้ำหนักตัวที่เบามากๆ แถมตัวเครื่องยังบางสุดๆ โดยสามารถถือได้ด้วยมือเดียวอย่างสบายๆ ด้วยน้ำหนักเพียง 1.4 กิโลกรัมเท่านั้น ส่วนความบางเครื่องก็เพียง 17.9 มิลลิเมตร การรับประกัน 2 ปี แบบ Dell Premium Support และ On-Site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน ตามมาตรฐานของ Dell ที่เราทุกคนในเรื่องของการบริการที่ประทับใจ

โดย Dell Inspiron 14 5405 มีให้เลือกทั้งสีสันสีเงิน Platinum Silver ที่ดูแล้วหรูหรา สง่างาม เหมาะกับหนุ่มๆ ที่ต้องการโน้ตบุ๊คที่เน้นภาพลักษณ์ไว้ใช้งาน รวมไปถึงเหมาะสมกับสาวๆ ที่ดูลงตัวเรียบง่าย พร้อมปุ่ม Power มุมขวาบนของคีย์บอร์ดสีเดียวกับตัวเครื่องที่เป็น Fingerprint ในตัว ซึ่งดูสวยงามลงตัวมากๆ สนนราคาไม่แพงเลย สำหรับสเปก Ryzen 5 4500U อยู่ที่ 22,990 บาท และรุ่น Ryzen 7 4700U ที่ 27,990 บาท ส่วนสเปกอื่นๆ เหมือนกันทั้งหมด

from:https://notebookspec.com/portable-notebooks-last2020-spec-amd-ryzen/535229/

แนะนำ Gaming Notebook น่าซื้อ ปี 2020 สเปก Core i / Ryzen การ์ดจอ GTX 1650 / RTX 2060 งบ 20,000 – 30,000 บาท

จัดเต็มเรื่องของสเปกแบบสุดทางสำหรับ Gaming Notebook รุ่นใหม่ๆ ปี 2020 ที่ได้สเปกเป็นชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10H หรือ AMD Ryzen 4000H ตอบสนองประสิทธิภาพที่สูงยิ่งขึ้นไปอีก หรือบางรุ่นที่เป็นสเปกปีก่อนก็ยังมีความน่าสนใจอยู่ ส่วนฟีเจอร์และดีไซน์ก็ล้ำหน้าไม่แพ้กัน รวมไปถึงมีลูกเล่นที่ไม่เคยมีมาก่อน ส่งเสริมให้เรามีประสบการณ์ใช้งานที่ยอดเยี่ยมสมกับเป็น Notebook เพื่อการทำงานหรือเล่นเกม สมกับแบรนด์ต่างๆ ทั้ง Acer / ASUS / Dell / HP / Lenovo / MSI ที่ตั้งใจนำเสนอ Notebook เล่นเกมที่เหนือชั้นกว่า

สำหรับบทความนี้เราจะมาแนะนำ Gaming Notebook น่าซื้อ ปี 2020 สเปก Core i / Ryzen การ์ดจอ GTX 1650 / RTX 2060 งบ 20,000 – 30,000 บาท ได้หน้าจอขนาดมาตรฐานที่ 15.6″ พาเนล IPS รองรับ Refresh Rate ที่ 120Hz / 144Hz ในส่วนของแรมที่ 8GB และ SSD 512GB ก็ใส่เต็มพร้อมใช้งานทันที ในราคาที่ถูกสุดแค่ 20,990 บาทเท่านั้น !!! รองรับว่าคุ้มค่าต่อประสิทธิภาพ เชื่อว่าต้องถูกใจกันซักรุ่นอย่างแน่นอน จะมีรุ่นอะไรบ้างไปชมกันต่อเลย

Acer Nitro 5 AN515-43 ราคา 20,990 บาท

Acer Nitro 5 AN515-43 เป็นรุ่นโมเดลก่อนหน้า ที่มีความพิเศษตรงที่ได้สเปกที่เป็น AMD Ryzen 3000H ได้ชิปประมวลผล Ryzen 7 3750H และใช้การ์ดจอเป็น NVIDIA GeForce GTX 1650 ในราคา 20,990 บาท ที่สำคัญได้หน้าจอเป็นพาเนล IPS ที่ 144Hz ซึ่งดูจากราคาค่าตัวแล้วคุ้มค่ามากๆ แน่นอนว่ามี Windows 10 แท้พร้อมใช้งานทันที พร้อมด้วยดีไซน์ขอบจอบางเฉียบซึ่งต้องบอกว่าได้รับการออกแบบที่เหมือนกันรุ่นปี 2019 สำหรับภายนอก แต่ภายในนั้นต่างด้วยสเปกชัดเจน ส่วนฟีเจอร์ CoolBoots ช่วยระบายความร้อนก็ยังมีอยูเช่นเดิม

เรียกได้ว่าเป็น Gaming Notebook สายพันธุ์ AMD + NVIDIA ที่ราคาคุ้มค่าสเปกโดนใจ ที่น่าจับตามองมากๆ จากการที่เป็น AMD Ryzen 3000H ที่ทั้งแรงและร้อนน้อย แบตเตอรี่ก็ใช้งานได้ยาวนาน อีกทั้งเล่นเกมได้ลื่นไหลแน่นอน เพราะเลือกใช้ GTX 1650 เรียกได้ว่าเป็น Gaming Notebook การ์ดจอรุ่นนี้ที่ถูกสุดในตลาด สเปกอื่นๆ ก็น่าสนใจด้วยแรม 8GB ส่วน SSD M.2 NVMe ใส่ให้มาเลย 512GB รองรับอัพเกรด M.2 SATA อีก 1 ช่อง พร้อมอัพเกรด HDD 2.5″  ได้ มีประกัน 3 ปี On-site Service หรือจะส่งศูนย์ซ่อมด่วนภายใน 3 ชั่วโมงก็สามารถทำได้

มาพร้อมจอแสดงผลแบบด้าน 15.6″ ที่ความละเอียด Full HD ความละเอียด 1920 x 1080 พาเนล IPS เกรดสูง ให้สีสันที่สวยงามทุกมุมมอง ที่ Refresh Rate 144Hz และในส่วนของระบบเสียงเป็นลำโพงแบบสเตอริโอ 2.0 ให้เสียงที่ดีในระดับที่น่าพอใจกว่ารุ่นเดิม ประกอบกับมีซอฟต์แวร์จัดการเสียงอย่าง Wave MaxxAudio ทำให้มีคุณภาพที่ดียิ่งขั้นไปอีก มาพร้อมกล้อง Webcam แบบ HD และมีไมค์ดิจิตอล 2 ตัวแบบตัดเสียง การเชื่อมต่อไร้สายก็มาพร้อมกับ Bluetooth 5.0 และ Wi-Fi 5 2×2 MU-MIMO พร้อมระบบปฎิบัติการติดตั้ง Windows 10 แท้มาให้ในตัว

เรื่องของการดีไซน์ออกแบบ หลักๆ ยังมีทรงคล้ายๆ เดิมแต่มีการปรับให้ตัวเครื่องมีความเล็กกระชับขอบจอบาง วัสดุของตัวเครื่องทั้งหมดจะเป็นพลาสติกเกรดดี ส่งผลให้ตัวเครื่องมีความบางเบากว่าเดิมแน่นอน รวมไปถึงการพกพาก็สะดวกยิ่งขึ้น อย่าง Acer Nitro 5 หน้าจอ 15.6″ พาเนล IPS ขอบจอบางเพียง 7.18 มิลลิเมตร พื้นที่สัดส่วนกว่า 80% ทำให้มีขนาดเครื่องพอๆ กับโน้ตบุ๊คหน้าจอ 14″ แบบก่อน มีน้ำหนักอยู่ที่ 2.3 กิโลกรัม เหมาะกับการใช้งานทั่วไปหรือการเล่นเกม ดูหนังก็ทำได้ย่อมทำได้อย่างน่าประทับใจไม่มีปัญหา

ASUS TUF Gaming FX505 ราคา 21,990 – 28,990 บาท

เป็นกระแสจริงๆ สำหรับ ASUS TUF Gaming FX505 Series ที่เป็นโน้ตบุ๊คเล่นเกมสุดคุ้มสเปก AMD + NVIDIA ที่มีคนสงสัยว่า มีสเปกอะไรบ้าง ราคาเท่าไหร่ ซื้อที่ไหนดี ในบทความนี้เราจะมาสรุปสเปกและราคาขายจริงกัน โดยต้องบอกก่อนว่า ASUS TUF Gaming FX505 ที่มีขายตอนนี้ เป็น Gaming Notebook รุ่นใหม่ปี 2020 ซึ่งแม้ชิปประมวลผล AMD Ryzen 3000H รุ่นก่อน แต่ก็ยังแรงลื่นเพียงพอต่อการใช้งานอยู่ โดยเป็นการร่วมมือกันระหว่าง ASUS และ AMD รวมถึง NVIDIA นำเสนอโน้ตบุ๊คสเปกเล่นเกมลื่นราคาถูกคุ้มที่สุด ที่สำคัญได้ Windows 10 แท้ใช้งานได้ทันที

ASUS TUF Gaming FX505 Series จริงๆ แล้วมีขายตั้งปีกลางปี 2019 ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี โดยล่าสุดได้มีการนำกลับมาขายอีกครั้ง ในราคาสุดคุ้มเหมือนเดิม ราคาเริ่มต้นเพียง 21,990 บาท จนไปถึง 28,990 บาท นับว่าเป็น Gaming Notebook จอ 15.6″ ที่คุ้มค่ามากๆ ใช้ชิปประมวลผลเป็น AMD Ryzen 7 3750H ที่แรงลื่นไม่ร้อน การ์ดจอเป็น NVIDIA GeForce GTX 1650 จนแรงไปถึงระดับตัวแรงกว่า GTX Series อย่าง RTX 2060 ส่งผลให้เป็น Gaming Notebook ที่ใช้สเปกการ์ดจอนี้ในราคาที่ถูกที่สุด ประกันก็เป็น 2 ปีตามาตรฐาน ASUS ที่สามารถเคลมผ่านทางร้าน 7-11 ได้ และประกันอุบัติเหตุในปีแรกด้วย

รมมีขนาด 8GB DDR4 ส่วนที่เก็บข้อมูลเป็น SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB (รองรับการอัพเกรด HDD SATA 3 2.5″ เพิ่ม) รวมไปถึงมีหน้าจอเป็นขนาด 15.6 ” ความละเอียด 1920×1080 พิกเซล Full HD พาเนล IPS รองรับที่ Refresh Rate 144Hz ทำให้เหนือชั้นกว่า Gaming Notebook ทั่วไปในช่วงราคานี้ อีกทั้งการเชื่อมต่อก็ครบถ้วนด้วยมาตรฐาน Wi-Fi AC และ Bluetooth 5.0 พร้อมกล้องเว็บแคม HD (720p) และมีไมค์ดิจิตอลในตัว ส่วนการเชื่อมต่อก็มีมาให้พอตัวทั้ง HDMI, 2 x USB 3.1 Type-A, 1 x USB 2.0, Kensington lock slot, LAN RJ-45, รูหูฟังกับไมค์แบบ Combo ซึ่งพอร์ตเชื่อมต่อทั้งหมดจะอยู่ด้านซ้ายมือตัวเครื่อง

น้ำหนักก็อยู่ที่ 2.2 กิโลกรัม จัดได้ว่าเป็น Notebook ที่สเปกแรงมากๆ แต่น้ำหนักเบาๆ พกพาสะดวก มีความทนทานระดับ Military Grade ต่อแรงกระแทก อุณหภูมิสูงต่ำ ความชื้น ความกดอากาศ และแสงแดด เรียกได้ว่าเป็น Gaming Notebook น้อยรุ่นนักที่มาพร้อมคุณสมบัติแบบนี้ ระบบระบายความร้อนก็ใช้ระบบ Hyper Cool สามารถปรับเร่งรับได้ ฟินระบายความร้อนสีแดง พร้อมมี Anti-Dust Tunnel สำหรับเป่าฝุ่นออกมาให้อีกด้วย จัดเต็มจริงๆ ให้มาครบไม่มีกั๊ก ส่วนของคีย์บอร์ดจะให้ไฟ RGB แบบ All Zone ปุ่ม WASD ทำไฮไลท์ไว้ สามารถรองรับการกดได้ 20 ล้านครั้ง Travel Key 1.8 mm การวางเลเอาท์จะเหมือนกับคีย์บอร์ดแยกจริงๆ

Lenovo IdeaPad Gaming 3i ราคา 25,990 – 30,990 บาท

Lenovo IdeaPad Gaming 3i เป็น Gaming Notebook เน้นความคุ้มค่าประจำปี 2020 เป็นโน้ตบุ๊คสเปกแรงที่สามารถเอาไปเล่นเกมได้สบายๆ โดดเด่นด้วยชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10H รุ่นใหม่อย่าง Core i5-10300H / Core i7-10750H พร้อมด้วยการ์ดจอระดับ Gaming อย่าง NVIDIA GeForce GTX 1650 / GTX 1650 Ti รุ่นใหม่ อีกทั้งได้ดีไซน์ใหม่ขอบจอที่บางและน้ำหนักเครื่องที่ไม่หนักจนเกินไป รวมๆ มีความเรียบง่าย โดยมาพร้อมกับโทนสีดำ Onyx Black พร้อมแซมด้วยสีฟ้า ที่ดูแล้วสวยงามและแตกต่างจาก Gaming Notebook ทั่วไปชัดเจน วางตำแหน่งเป็นซีรีส์ Gaming เริ่มต้นของทาง Lenovo

สำหรับ Lenovo IdeaPad Gaming 3i นั้นเรียกได้ว่ามาครบเครื่อง เป็นโน้ตบุ๊คสำหรับการเล่นเกมหรือทำงานหนักๆ อย่างตัดต่อวีดีโอ ขนาดหน้าจอ 15.6″ Full HD พาเนล IPS รองรับ Refresh Rate ที่ 120Hz ด้วยแรมขนาด 8GB และได้ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB มี Windows 10 แท้ใช้งานได้ทันที สร้างประสบการณ์ในการเล่นเกมหรือทำงานกับผู้ใช้งานได้อย่างสบายๆ ที่เด็ดที่สุด ความคุ้มค่าราคาไม่แพง เริ่มต้นที่ 25,990 บาท ที่สำคัญได้การรับประกัน On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน 2 ปีด้วย และได้ประกันอุบัติเหตุด้วย รวมไปถึงบริการหลังการขายอื่นอื่นๆ อีกมากมายด้วย

ดีไซน์ด้านในของ Lenovo IdeaPad L340 Gaming ก็คล้ายกับโน้ตบุ๊คทั่วๆ ไป แต่ได้ดีไซน์ขอบจอบางทั้งซ้ายและขวา ส่วนกล้องเว็บแคมอยู่ด้านบนตรงกลางพร้อมไมค์สองตัว มีความพิเศษตรงที่เราสามารถเปิดปิดได้ด้วยการเลื่อนไปมา (Privacy Shutter) มีโลโก้ Lenovo อยู่ที่มุมล่างซ้ายล่างของคีย์บอร์ด เรียกได้ว่าเป็น DNA ของทางแบรนด์ Lenovo เลยก็ว่าได้ ทั้งในส่วนของ IdeaPad / YOGA / Legion ส่วนการเชื่อมต่อก็มีมาอย่างครบถ้วน ทั้ง USB 3.1 Type-C, HDMI, 2 x USB 3.1 Type-A, Kensington lock slot, RJ-45 , Headset พร้อมยังรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth 5.0 และ Wi-Fi 6 AX

สำหรับน้ำหนักและความหนาของตัวเครื่อง Lenovo IdeaPad Gaming 3i ถือว่าเป็นเบาตามมาตรฐานของโน้ตบุ๊คปี 2020 ที่ต่อยอดมาจากรุ่นก่อนหน้าในหลายๆ ส่วน แม้จะมีขนาดหน้าจอใหญ่ที่ 15.6″ แต่ก็มีน้ำหนักเพียง 2.2 กิโลกรัมเท่านั้น ทำให้พกพาไปไหนมาไหนสะดวกสบายมาก โดยรวมแล้วการดีไซน์ของ Lenovo IdeaPad Gaming 3i รุ่นใหม่นี้ถือทำได้ดีมาก ใครจะเอาไปทำงานก็ดูเรียบๆ หรือใครจะเอาไปเล่นเกมก็ตอบสนองได้ดีเป็นรองตระกูล Legion เลย เชื่อได้เลยว่าจะเป็น Gaming Notebook อีกหนึ่งรุ่นที่ทำให้ตลาดคึกคักทีเดียว

HP Pavilion Gaming 15 ราคา 24,900 – 27,900 บาท

HP Pavilion Gaming 15 รุ่นใหม่สเปก AMD + NVIDIA ถือว่าเป็น Gaming Notebook ชิปประมวลผล AMD Ryzen 5 4600H / Ryzen 7 4800H ผสานกับการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce GTX 1650 ที่คุ้มค่าที่สุดรุ่นหนึ่งในตลาด ตอบสนองทุกการใช้งานได้อย่างราบรื่น มีแรมขนาด 8GB DDR4 และได้ SSD M.2 NVMe ที่ความจุ 512GB พร้อมติดตั้ง Windows 10 แท้ ในดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ แตกต่างไปจาก Gaming Notebook แบรนด์อื่นๆ ออกแบบโน้ตบุ๊ครุ่นนี้ให้มีความสวย ทันสมัยให้ความแข็งแรงทนทาน เพิ่มความโดดเด่น ใช้งานง่ายและสะดวก

รายละเอียดอื่นๆ ที่น่าสนใจของ HP Pavilion Gaming 15 สเปก AMD Ryzen 4000H เรียกได้มีความสดใหม่ โดยใช้พื้นฐานเดียวกันสเปกก่อนหน้าอย่าง AMD Ryzen 3000H ตัวเครื่องมีความบางเพียง 23.6 มิลลิเมตร พร้อมน้ำหนักตัวเครื่องที่ 2.3 กิโลกรัมเท่านั้น ได้ขอบหน้าจอบางเฉียบ มิติตัวเครื่องเล็กลง พร้อมทั้งมีให้เลือกหน้าจอ IPS คุณภาพสูง ซึ่งมี Refresh Rate ที่ 144Hz จึงจัดได้ว่าเป็น Gaming Notebook ชิปประมวลผล Ryzen 4000H รุ่นหนึ่ง ที่ได้สเปกการ์ดจอ GTX 1650 / ที่ถูกที่สุดในตลาดก็ว่าได้

หน้าตาการออกแบบเอง HP Pavilion Gaming 15 สเปก AMD Ryzen 4000H ต้องบอกว่าทำได้ดีเยี่ยมไม่แพ้ Gaming Notebook แบรนด์อื่นๆ ด้วยความโดดเด่นที่สวยดุดันตามสไตล์ของโน้ตบุ๊คเล่นเกมที่บรรดาเกมเมอร์ชื่นชอบกัน แต่แตกต่างที่ความเรียบง่ายใช้เป็นโทนสีดำตลอดทั้งตัวเครื่องตัดกับสีเขียว โดยฝาหลังของตัวเครื่องมีโลโก้ HP เป็นเอกลักษณ์สีเขียว สะดุดตาด้านบน ประกอบกับพื้นผิวสีดำด้านให้ความรู้สึกเป็น Gaming ที่ดี วัสดุทั้งหมดของตัวเครื่องพลาสติกเกรดดี มองแล้วคล้ายกับโลหะ แต่ได้มีการปรับดีไซน์ใหม่ดูดลมเย็นได้ดีขึ้น

นอกจากนี้ยังมีกล้องเว็บความละเอียด HD และมีไมค์ดิจิตอลในตัว การเชื่อมต่อไร้สายเป็น Bluetooth 5.0 และ Realtek Wi-Fi 5 แบบ MU-MIMO มิติของตัวเครื่อง HP Pavilion Gaming 15 เมื่อเทียบกับโน้ตบุ๊คจอขนาด 15.6 นิ้ว ก็มีขนาดเล็กกว่าอย่างเห็นได้ชัดแถมมีน้ำหนักตัวเครื่องเพียง 2.3 กิโลกรัม พกพาง่าย พร้อมการรับประกัน 2 ปี ซ่อมฟรีถึงบ้านและบริการช่วยเหลืออื่นๆ อีกด้วย

หน้าจอแสดงผลของ HP Pavilion Gaming 15 สเปก AMD Ryzen มีขนาด 15.6” ความละเอียด Full HD พาเนล IPS คุณภาพสูงแบบด้าน Anti-glare สำหรับการเล่นเกมที่ดีที่สุดในปัจจุบัน ด้วย Refresh Rate สูงสุด 144Hz รองรับการแสดงค่าสีตามมาตรฐาน sRGB ที่ขอบเขตสีใกล้เคียง 100% ให้ทุกการใช้งาน สมจริง ไร้อาการภาพเบลอและฉีกขาด และยังแสดงสีได้อย่างแม่นยำสำหรับการทำงานเฉพาะทางอีกด้วย

ASUS TUF Gaming A15 FA506 ราคา 25,990 – 29,990 บาท

ASUS TUF Gaming A15 FX506 ต่อยอดรุ่นก่อนหน้าได้อย่างดีเยี่ยมในหลายๆ ส่วน เริ่มจากกดีไซน์โดดเด่นด้วยฝาโลหะพ่นทรายให้พื้นผิวสีเทาที่สวยงาม โลโก้ TUF Gaming ที่เรียบหรูสลักด้วยเลเซอร์ทำให้ดูโดดเด่นยิ่งขึ้น พร้อมการออกแบบสไตล์รังฝังที่ยอมรับว่าสวยงามจริงๆ แน่นอนว่าด้วยความที่เป็น TUF Gaming ก็จะได้รับการรับรองตามมาตรฐานทางการทหาร MIL-STD-810H โดยสามารถทนต่อแรงสั่นสะเทือน, อุณหภูมิและความชื้นสูง ส่งผลให้มีความทนทานกว่า Gaming Notebook ทั่วไป  อีกทั้งยังมีช่องด้านบนเหนือคีย์บอร์ดมีช่องดูดลมอีกช่องช่วยนำพาอากาศเย็นเข้าไปอีก 

ASUS TUF Gaming A15 FA506 มาพร้อมกับชิปประมวลผล AMD Ryzen 5 4600H (3.00 GHz up to 4.00 GHz, 8 MB L3 Cache) ทำงานแบบ 6 Core/ 12 Thread หรือ AMD Ryzen 7 4800H (2.90 GHz up to 4.20 GHz, 8 MB L3 Cache) ทำงานแบบ 8 Core/ 16 Thread ส่วนการ์ดจอแยกจะเป็น NVIDIA GeForce GTX 1650 Ti (4GB GDDR6) รุ่นใหม่ที่แรงกว่าเดิมได้หน้าจอขนาด 15.6″ ความละเอียด Full HD ที่ 1920 x 1080 พิกเซล พาเนล IPS เกรดคุณภาพดี รองรับ Refresh Rate ที่ 144Hz ให้ความลื่นไหลอย่างที่สุดด้วย พร้อมเทคโนโลยี Adaptive Sync ทำให้ภาพไม่ฉีกขาด (Tearing)

แรมได้มาขนาด 8GB DDR4 Bus 3200 MHz แบบ Single Channel (8GB x 1 แถว) มาพร้อมกับที่เก็บข้อมูลแบบ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB ที่มีความลื่นไหล ส่วนรุ่นท็อปสุดจะได้เป็นแรมขนาด 16GB DDR4 Bus 3200 MHz แบบ Dual Channel (8GB x 2 แถว) ทำให้เพิ่มประสิทธิภาพในการเล่นเกมหรือทำงานเข้าไป อีกทั้งมาพร้อมกับที่เก็บข้อมูลแบบ SSD M.2 NVMe ความจุ 1TB ที่ไม่ใช่แค่ลื่นไหล แต่ใหญ่เพียงพอในการสำรองไฟล์ต่างๆ ด้วย รวมไปถึงมีไฟ RGB คีย์บอร์ด แบบ All Zone ปุ่ม WASD ทำไฮไลท์ไว้ สามารถรองรับการกดได้ 20 ล้านครั้ง Travel Key 1.8 mm การวางเลเอาท์จะเหมือนกับคีย์บอร์ดแยกจริงๆ

รวมไปถึงมีลำโพงคุณภาพสูงระบบเสียง DTS:X Ultra พร้อมพอร์ตการเชื่อมต่อครบครัน ทั้ง 2 x USB 3.2 Gen 2 Type-A และ 1 x USB 3.2 Gen2 Type-C โดยทำงานเป็น DisplayPort 1.4 ระบบการเชื่อมต่อไร้สายเป็นมาตรฐานใหม่อย่าง Wi-Fi 5 AC และ Bluetooth 5.0 ติดตั้งระบบปฎิบัติการติดตั้ง Windows 10 แท้ และซอฟต์แวร์ Utility อย่าง Armory Crate มาให้ในตัว ส่วนการรับประกัน 2 ปี ส่งเคลม 7-11 และที่สำคัญเมื่อเอาซีเรียลไปลงทะเบียนในเว็บไซต์ ASUS จะได้รับประกันอุบัติเหตุฟรี 1 ปีแรกจากทาง ASUS อีกด้วย อุ่นใจจัดเต็ม จัดได้ว่าเป็นมาตรฐานการรับประกันของทาง ASUS ปกติ

ส่วนน้ำหนักก็อยู่ที่ 2.3 กิโลกรัม จัดได้ว่าเป็น Notebook ที่สเปกแรงมากๆ แต่น้ำหนักเบาๆ พกพาสะดวก อีกทั้งแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานกว่า 7 ชั่วโมงโดยประมาณ และร้อนน้อยด้วยเมื่อใช้งานหนักๆ นอกเหนือจากนี้ ASUS TUF Gaming A15 FA506 ยังมี Armory Crate ซอฟต์แวร์ Utility ที่ยกมาจาก ROG รุ่นอื่นๆ พร้อมอัพเดทมีรุ่นได้ โปรแกรม Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,299 บาท) ด้วย

Dell G3 15 3500 ราคา 25,990 บาท

Dell G3 15 3500 เป็น Gaming Notebook ราคาสุดคุ้มประจำปี 2020 ที่เป็นน้องเล็กสุด รองมาจาก G5, G7 และ Alienware ดีไซน์ดูบางเบา ซึ่งมีความบางตัวเครื่องเพียง 21.6 มิลลิเมตรเท่านั้น ส่วนน้ำหนักอยู่ที่ 2.1 กิโลกรัม ตัวเครื่องสีดำเทาแซมฟ้าในแนวเดียวกับ G Series ซึ่งสเปกหลักๆ แล้วเน้นประสิทธิภาพต่อความคุ้มค่า สำหรับการ์ดจอเป็น GeForce 16 Series อย่าง GTX 1650 ประกบคู่กับชิปประมวลผลรุ่นใหม่อย่าง i5-10300H ที่เป็น Core i Gen 10H รุ่นล่าสุด รองรับการเล่นเกมได้อย่างลื่นไหลกว่ารุ่นก่อนๆ

Dell G3 15 3500 มีหน้าจอขอบบางขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล) พาเนลเป็น IPS คุณภาพดี รองรับ Refreah Rate ที่ 120Hz พื้นผิวจอแบบด้าน Anti-Glare รวมๆ ทั้งสีสันความคมชัดแล้วจัดว่าอยู่ในเกณฑ์ดี เหมาะกับการใช้งานทั่วๆ ไปหรือการเล่นเกมก็ทำได้อย่างน่าประทับใจ สนนราคาที่ 25,990 บาท สำหรับรุ่น i5-100300H + GTX 1650 พร้อมประกัน 2 ปี On-site Service โดย Dell G3 15 3500 ที่จัดว่าเป็นโน้ตบุ๊คเล่นเกมรุ่นเริ่มต้น ราคาถูกที่สุดของ Dell

ดีไซน์การออกแบบของ Dell G3 15 3590 Gaming Notebook นั้นจะดูกระทัดรัดกว่าโน้ตบุ๊คเล่นเกมขนาดหน้าจอ 15.6 นิ้วอื่นๆ อยู่พอสมควร เนื่องด้วยมีการใช้ตัวเครื่องเหมาะกับการพกพา เทียบเท่ากับโน้ตบุ๊คเล่นเกมมาตรฐานแบบเดิมๆ ที่ต้องดูหนาและหนัก ทำให้มีความโดดเด่นมากๆ ซึ่งมีความบางตัวเครื่องเพียง 21.6 มิลลิเมตรเท่านั้น ส่วนน้ำหนักอยู่ที่ 2.1 กิโลกรัม ถือว่าเบากว่าหลายๆ รุ่น มาพร้อม 2 สีสัน อย่างสีดำ Eclipse Black และสีขาว Alpine White ซึ่งในรีวิวนี้จะเป็นรุ่นสีดำ Eclipse Black นั่นเอง

มาดูในส่วนของการเชื่อมต่อกันบ้าง หลักๆ แล้วถือว่ามีความครบครันทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นพอร์ต USB 3.1 Type-A จำนวน 1 พอร์ต ไว้สำหรับการเชื่อมต่อกับแฟลชไดร์ฟหรือฮาร์ดดิสก์ภายนอกไว้ถ่ายโอนข้อมูล และพอร์ต USB 2.0 Type-A อีก 2 พอร์ตที่ไว้เชื่อมต่อกับเมาส์หรืออุปกรณ์อื่นๆ รวมไปถึงสามารถเชื่อมต่อออกหน้าจอภายนอกได้ง่ายๆ ผ่านทาง HDMI ขนาดมาตรฐาน รวมไปถึงยังมี USB 3.1 Type-C ที่เป็น DisplayPort ได้ในตัว นอกจากนั้นก็มีช่องเชื่อมต่อไมค์และหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร, ช่องอ่าน SD Card และ LAN RJ45 อีกด้วย

Acer Nitro 5 AN515-44 ราคา 26,990 – 32,990 บาท

Acer Nitro 5 ปี 2020 สเปก Ryzen 4000H หรือ Acer Nitro 5 AN515-44 รุ่นใหม่ล่าสุด ได้การ์ดจอ NVIDIA GeForce เป็นหนึ่งใน Gaming Notebook หน้าจอ 15.6″ ราคาคุ้มค่า ได้รับความนิยมไม่แพ้รุ่นอื่นๆ ทั้งจากสเปกที่แรงลื่นหลากหลาย อีกทั้งยังมีฟีเจอร์ที่จัดเต็ม ซึ่งได้รับการพัฒนาหลายๆ ส่วนจาก Acer Nitro 5 ก่อนหน้า ไม่ว่าจะเป็น ดีไซน์ภายนอก คีย์บอร์ดไฟ RGB และอื่นๆ เป็นการต่อยอดพร้อมแข่งกันกับ Gaming Notebook แบรนด์อื่นๆ ในราคาเริ่มต้นที่ 26,990 บาทเท่านั้น ทุกรุ่นได้ประกัน 3 ปี On-site Serive ที่ดีเยี่ยม หรือส่งศูนย์ซ่อมด่วน 3 ชั่วโมง

สำหรับ Acer Nitro 5 ปี 2020 รุ่นที่ได้รีวิวนี้เป็นเครื่องจริงสเปกขายจริง โดยเป็นชิปประมวลผล Rezen 5 4600H / Ryzen 4800H ทำงานร่วมกับการ์ดจอ GeForce GTX 1650 (4GB GDDR5) / GTX 1650 Ti (4GB GDDR6) ที่แรงลื่นกว่าเดิมแน่นอน ในส่วนของแรมจัดเต็มมาให้เลยที่ 16GB DDR4 Bus 3200MHz แบบ 8GB จำนวน 2 แถว ส่วนที่เก็บข้อมูลให้มามาตรฐาน SSD M.2 NCMe PCIe ความจุ 512GB หน้าจอเป็นพาเนล IPS เกรดดี รองรับ Refresh Rate ที่ 144Hz ให้ความลื่นไหลทั้งการเล่นเกมหรือทำงาน แน่นอนว่าได้ Windows 10 ใช้งานได้ทันที โดยแบตเตอรี่ใช้งาน 7 ชั่วโมง

ดีไซน์ออกแบบ Acer Nitro 5 ปี 2020 สเปก Ryzen 4000H หรือ Acer Nitro 5 AN515-44 รูปลักษณ์ภายนอกเหมือนกับ Acer Nitro 5 AN515-55 ที่เป็นสเปก Core i Gen 10H โดยวัสดุของตัวเครื่องทั้งหมดจะเป็นพลาสติกเกรดดี ส่งผลให้ตัวเครื่องมีความบางเบากว่าเดิมแน่นอน รวมไปถึงการพกพาก็สะดวกยิ่งขึ้น อย่าง Acer Nitro 5 หน้าจอ 15.6″ พาเนล IPS ขอบจอบางเพียง 7.02 มิลลิเมตร พื้นที่สัดส่วนกว่า 80% ทำให้มีขนาดเครื่องกระทัดรัด ลำโพงของตัวเครื่องใช้เป็นแบบสเตอริโอ โดยมีระบบเสียง DTS:X Ultra

มีพอร์ตเชื่อมต่อที่ครบครันอีกรุ่นเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น 3 x USB 3.2 Type-A (1 พอร์ตเป็นแบบชาร์จเจอร์ด้วย), 1 x USB 3.2 Type-C, 1, HDMI 2.0, RJ45 (Gigabit Ethernet) พร้อมด้วยความสามารถ Killer Ethernet E2600 เพื่อการเล่นเกมออนไลน์ที่ลื่นไหล และ Mic-in/Headphone-out แบบ Combo การเชื่อมต่อไร้สายอย่างรองรับทั้ง Bluetooth 5.0 และอินเตอร์เน็ตไร้สายอย่าง Wi-Fi 6 AX ที่มีเทคโนโลยี 2×2 MU-MIMO เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่อพ่วงทั้งหมดด้วยพอร์ตที่ครบครัน โดยมีซอฟต์แวร์ Killer Control Center 2.0 คอยควบคุมด้วย

MSI Bravo 15 ราคา 29,990 บาท

MSI Bravo 15 นับว่าเป็น Gaming Notebook ปี 2020 จอ 15.6″ น้ำหนักเบาสุดๆ ที่ 1.96 กิโลกรัม สเปกชิปประมวลผล AMD Ryzen 4000H อีกหนึ่งรุ่นในตลาด จากทาง MSI ที่น่าสนใจจริงๆ ได้สเปกเป็นชิปประมวลผล AMD Ryzen 5 4600H ที่เป็นรุ่นใหม่ล่าสุด ล้ำด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่ 7 นาโนเมตร สถาปัตยกรรม Zen 2 (Renoir) จับคู่มากับการ์ดจอ AMD Radeon RX5500M ซึ่งได้เทคโนโลยี 7 นาโนเมตร สถาปัตยกรรม RDNA แน่นอนว่าสเปกนี้ทำให้เราเล่นเกมได้แรงลื่น กว่าสเปกก่อนๆ อย่าง Ryzen 3000H + Radeon RX5500M ใน MSI Apha 15 รุ่นพี่ที่ออกมาก่อน

ในส่วนของสเปกอื่นๆ MSI Bravo 15 เป็น Gaming Notebook ขนาดหน้าจอ 15.6″ ขอบจอบางเฉียบ พาเนลเลือกใช้เป็น IPS ที่รองรับ Refresh Rate 120Hz ที่ให้ทั้งสีสันที่สวยงามและความลื่นไหลไปพร้อมๆ กัน โดยติดตั้งหน่วยความแรมเป็นขนาด 8GB มาตรฐาน DDR4 Bus 3200Hz และใส่ที่เก็บข้อมูลมาเป็นแบบ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB ซึ่งได้ทั้งความลื่นไหลและความจุสูงไปในตัวเดียว โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 29,990 บาทกับรุ่น Ryzen 5 4600H

โดย MSI Bravo 15 เป็นโน้ตบุ๊คหน้าจอขนาด 15.6″ Full HD พาเนล IPS มี Refesh Rate ที่ 120Hz แน่นอนว่ารองรับเทคโนโลยี AMD FreeSync Premium ให้ภาพลื่นไหลและไม่ฉีกขาด ลำโพงทำงานร่วมกับซอฟแวร์ของ Nahimic เวอร์ชั่น 3 ทำให้สามารถขับเสียงได้ดียิ่งกว่าเดิม พร้อมด้วยกล้องเว็บแคม HD (720p) และมีไมค์ดิจิตอล 2 ตัว

ส่วนการเชื่อมต่อก็มีมาอย่างครบถ้วน ทั้ง HDMI, 2 x USB 3.2 Type-A Gen 1, 2 x USB 3.2 Type-C Gen 1, Kensington lock slot, LAN RJ-45, HDMI, รูหูฟังกับไมค์ 3.5 มิลลิเมตร พร้อมยังรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Wi-Fi 6 AX + Bluetooth 5.1 แน่นอนว่ามี Windows 10 แท้ใช้งานได้ทันที ประกันเป็นแบบ 2 ปี ตามมาตรฐานของ MSI

วัสดุอลูมิเนียมตลอดทั้งตัวเครื่อง อีกทั้งตัวเครื่องก็มีความบางสุดที่ 21.7 มิลลิเมตรด้วย ส่งผลให้การพกพาไม่เป็นปัญหาแน่นอน พร้อมใช้ลวดลายเป็นลักษณะเงาบรัชปัดเสี้ยนเป็นเส้นๆ ทั้งภายนอกและภายใน แนวตั้งดูโดดเด่นแบบเรียบง่ายตามสไตล์ของ Gaming Notebook แบรนด์ MSI หลายๆ รุ่น นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีระบบระบายความร้อนแบบพิเศษ Cooler Boost 5 ที่มาพร้อม 2 พัดลมขนาดใหญ่ ฮีทไปป์ 6 เส้น เย็นเฉียบหายห่วงไปเลย พร้อมกับทำการเซาะร่องระบายอากาศหลายตำแหน่งด้วยกัน ลำโพงก็อยู่ที่ด้านล่าง 2 ตัวทำให้ตัวเครื่องสามารถกระจายเสียงได้ดี

from:https://notebookspec.com/5-gaming-notebooks-2020-spec-core-i-ryzen/535203/

จัดอันดับ Lenovo Notebook น่าซื้อ งาน Commart 2020 ลดราคาทุกรุ่น สเปก Gaming Core i / Ryzen รุ่นใหม่ เน้นพกพา หลายรุ่นฟรี Office แท้

อีกหนึ่งแบรนด์สำคัญที่ยอดนิยมในไทยสุดๆ กับ Lenovo Notebook ที่ขนกองทัพสินค้ามามากมาย ในงาน Commart 2020 ที่จัดขึ้นวันที่ 20 – 23 สิงหาคมนี้ ณ ไบเทคบางนา โดยประกอบไปด้วยรุ่นน่าสนใจ อาทิ Lenovo IdeaPad Gaming 3i, Lenovo Legion 5 / Legion 5i / Lenovo IdeaPad Slim 3i 14 / Lenovo IdeaPad Slim 3 15 และรุ่นอื่นๆ ซึ่งทุกรุ่นสามารถต่อลดราคาจากป้ายได้อีก (ราคาหน้าร้านจริงๆ ลดกว่าราคากลางเยอะ)

โดยบางรุ่นลด 1,000 บาท / 2,000 บาท หรือมากกว่านั้น อันนี้อยู่ที่ต่อรองหน้าร้านอีกที ซึ่งแต่ละร้านไม่เท่ากัน หรือสามารถซื้อผ่าน Shopee ลดเพิ่มไปได้อีก 1,500 บาท รวมถึงซื้อผ่าน Lazada ลดไปอีก 1,000 บาทก็ได้ (ตัวอย่างคือ ร้านลดไปแล้ว 2,000 + ซื้อผ่าน Shopee ลดอีก 1,500 รวมเป็น 3,500 บาท) ที่สำคัญในส่วนของแถมพิเศษ ที่ไม่ใช่โปรโมชั่นกลาง Lenovo ขึ้นอยู่แต่ละร้านด้วยนะครับ แน่นอนว่าเราซื้อเงินสดลดราคาได้ และมีการผ่อน 0% 10 เดือนขึ้นไปก็มีให้เลือกกัน

ตัวอย่างสำหรับ Lenovo Notebook ในรุ่น Lenovo IdeaPad Gaming 3i และ Lenovo Legion 5 (Ryzen) รับฟรีทันที Lenovo Legion M200 ที่เป็น Gaming Mouse สุดเท่ และในส่วนของ Lenovo Legion 5i จะได้รับเป็นแรม 8GB อีก 1 แถวทันที และอื่นๆ อีกมากมาย รวมไปถึงยังมีในส่วนของโรโมชั่นแยกต่างหากจากทาง AMD / Intel ด้วย

  • ซื้อ Notebook สเปก AMD Ryzen 4000H รับเครื่องดูดฝุ่น ฟรี !!!
  • ซื้อ Notebook สเปก Intel Core i Gen 10H รับลำโพงไร้สาย ฟรี !!!

สำหรับบทความนี้เราจะมาจัดอันดับ จัดอันดับ Lenovo Notebook น่าซื้อ ในงาน Commart 2020 ลดราคาทุกรุ่น สเปก Gaming Core i / Ryzen รุ่นใหม่ เน้นพกพา หลายรุ่นฟรี Office แท้ ส่วนจะมีรุ่นไหนบ้าง ไปชมกันเลย

Lenovo IdeaPad Gaming 3i ราคา 25,990 – 30,990 บาท

Lenovo IdeaPad Gaming 3i เป็น Gaming Notebook เน้นความคุ้มค่าประจำปี 2020 เป็นโน้ตบุ๊คสเปกแรงที่สามารถเอาไปเล่นเกมได้สบายๆ โดดเด่นด้วยชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10H รุ่นใหม่อย่าง Core i5-10300H / Core i7-10750H พร้อมด้วยการ์ดจอระดับ Gaming อย่าง NVIDIA GeForce GTX 1650 / GTX 1650 Ti รุ่นใหม่ อีกทั้งได้ดีไซน์ใหม่ขอบจอที่บางและน้ำหนักเครื่องที่ไม่หนักจนเกินไป รวมๆ มีความเรียบง่าย โดยมาพร้อมกับโทนสีดำ Onyx Black พร้อมแซมด้วยสีฟ้า ที่ดูแล้วสวยงามและแตกต่างจาก Gaming Notebook ทั่วไปชัดเจน วางตำแหน่งเป็นซีรีส์ Gaming เริ่มต้นของทาง Lenovo

สำหรับ Lenovo IdeaPad Gaming 3i นั้นเรียกได้ว่ามาครบเครื่อง เป็นโน้ตบุ๊คสำหรับการเล่นเกมหรือทำงานหนักๆ อย่างตัดต่อวีดีโอ ขนาดหน้าจอ 15.6″ Full HD พาเนล IPS รองรับ Refresh Rate ที่ 120Hz ด้วยแรมขนาด 8GB และได้ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB มี Windows 10 แท้ใช้งานได้ทันที สร้างประสบการณ์ในการเล่นเกมหรือทำงานกับผู้ใช้งานได้อย่างสบายๆ ที่เด็ดที่สุด ความคุ้มค่าราคาไม่แพง เริ่มต้นที่ 25,990 – 30,990 บาท ราคาหน้าร้านจริงๆ ลดกว่านี้เยอะ เรียกได้ว่ามีความถูกคุ้มค่าสุด

พร้อมด้วยกล้องเว็บแคม HD (720p) พร้อม Privacy Shutter และมีไมค์ดิจิตอลในตัว ส่วนการเชื่อมต่อก็มีมาอย่างครบถ้วน ทั้ง USB 3.1 Type-C, HDMI, 2 x USB 3.1 Type-A, Kensington lock slot, RJ-45 , Headset พร้อมยังรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth 5.0 และ Wi-Fi 6 AX ที่สำคัญได้การรับประกัน On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน 2 ปีด้วย และได้ประกันอุบัติเหตุด้วย รวมไปถึงบริการหลังการขายอื่นอื่นๆ อีกมากมายด้วย อย่างเครื่องสำรองระหว่างรอซ่อมด้วย 

สำหรับ Lenovo IdeaPad Gaming 3i นี้เป็น Gaming Notebook ซีรีส์เริ่มต้นที่เน้นราคาคุ้มค่าต่อประสิทธิภาพ เหมาะกับนักเรียนนักศึกษารวมไปถึงวัยทำงาน ที่ต้องการโน้ตบุ๊คสักเครื่องที่ดูล้ำสมัยที่แฝงไปด้วยความเรียบง่าย ดูสมบูรณ์แบบลงดูลงตัวสุดๆ ให้สัมผัสที่เรียบหรู  ดูแล้วมีความพรีเมียมเหมือนกัน ฝาหลังตัวเครื่องก็เป็นเทาเข้มเช่นเดียวกับภายใน  มีโลโก้ Lenovo สีฟ้าอยู่ที่มุมบนซ้ายสวยงามโดดเด่น แกนบานพับจอเป็นแบบแกนยาวตรงกลางขนาดใหญ่ ดูมั่นคงแข็งแรงดี ซึ่งตัวเครื่องเองก็สามารถกางจอได้เกือบๆ 145 องศาได้อย่างพอดิบพอดี ซึ่งมีโลโก้ IdeaPad Gaming สีฟ้าที่ขอบบานพับด้านใน และด้านนอกจะเป็นโลโก้ IdeaPad Gaming แบบนู้นต่ำ

Lenovo Legion 5 ราคา 26,990 – 32,990 บาท

สเปกของ Lenovo Legion 5 รุ่นที่ขายจริง สนนราคามีกลางตั้งแต่ 26,990 – 32,990 บาท ใช้ชิปประมวลผลเป็น AMD Ryzen 5 4600H / AMD Ryzen 7 4800H บนสถาปัตยกรรม Zen 2 (Renoir) ล้ำด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่ 7 นาโนเมตร ทำงานแบบ 6 คอร์ 12 เธรด ส่งผลให้ได้ประสิทธิภาพที่ดีขึ้น ร้อนน้อยลงด้วย พร้อมการ์ดจอตัวแรงอย่าง NVIDIA GeForce GTX 1650 (4GB GDDR5) / GTX 1650 Ti (4GB GDDR6) ที่ให้ความแรงลื่นทั้งในการทำงานหรือเล่นเกมเหนือชั้นกว่า Gaming Notebook รุ่นก่อนๆ 

ได้ที่เก็บข้อมูลแบบ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB รองรับการอัพเกรดเพิ่ม HDD SATA 3 ได้ภายหลัง ในส่วนของแรมเองมีมาให้ 8GB แบบ DDR4 Bus 3200 MHz หนึ่งแถว (โดยรองรับได้สูงสุด 32GB) ระบบปฎิบัติการเป็น Windows 10 แท้ พร้อมใช้งานตั้งแต่เปิดเครื่องครั้งแรก แน่นอนว่าสเปกแบบนี้ใช้งานทั่วไปพื้นฐานลื่นไหลแน่นอน รวมไปถึงเล่นเกมหรือทำงานหนักๆ ก็ดีเยี่ยมมากๆ อย่างไรก็ตามแนะนำให้อัพเกรดแรมเป็น 16GB จะดีมากๆ

ได้หน้าจอขนาด 15.6″ แบบด้าน ขอบหน้าจอบางพิเศษเป็น ความละเอียด Full HD พาเนล IPS  มี Refresh Rate รองรับ 120Hz / 144Hz (IPS คนละเกรดกัน แนะนำตรงนี้ว่าควรเลือกเป็นรุ่น 144Hz ให้ขอบเขตสีดีกว่า) ให้สีสันสวยงามและมุมมองที่กว้าง เหมาะกับการทำงานหรือเล่นเกม พร้อมด้วยกล้องเว็บแคม HD (720p) และมีไมค์ดิจิตอลในตัว

ส่วนการเชื่อมต่อก็มีมาอย่างครบถ้วน ทั้ง 1 x USB 3.1 Type-C, HDMI, 4 x USB 3.1 Type-A, Kensington lock slot, RJ-45 , Headset พร้อมยังรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth 5.0 และ Wi-Fi 6 AX ส่วนการรับประกันแน่นอนว่าเป็น ประกัน 2 ปี On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน รวมไปถึงมีประกันอุบัติเหตุแบบเคลม 100% และมีเครื่องสำรองระหว่างใช้งาน อีกทั้งมี Call Center 24/7 ด้วย แบ่งออกเป็นรุ่นต่างๆ ดังนี้

Lenovo Legion 5i ราคา 32,990 – 46,490 บาท

Lenovo Legion 5i จัดว่าเป็นอีกหนึ่ง Gaming Notebook สเปก Intel Core i Gen 10H ประจำปี 2020 ที่ได้รับความสนใจไม่แพ้รุ่นอื่นๆ ด้วยความโดดเด่นอย่างดีไซน์ภายนอกที่เป็นเอกลักษณ์ มี DNA ที่เป็น Legion Series ชัดเจน เลือกใช้ชิปประมวลผล Core i5-10300H / Core i7-10750H ที่ทรงพลังในราคาที่เหมาะสม ได้ทั้งประสิทธิภาพความแรงขึ้นและร้อนน้อยลง แน่นอนว่าเลือกใช้การ์ดจอแยกเป็น NVIDIA GeForce GTX 1650 Ti / RTX 2060 ที่มีพลังแรงไว้ใจได้ ติดตั้งแรมเป็น 8GB/16GB DDR4 Bus 2933MHz ผสานกับ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB มี Windows 10 แท้ใช้งานได้ทันที

สำหรับ Lenovo Legion 5i นั้นเรียกได้ว่ามาครบเครื่องเป็นโน้ตบุ๊คสำหรับการเล่นเกมขนาดหน้าจอ 15.6″ หรือ 17.3″ พาเนล IPS คถณภาพดี มีตัวเลือกเป็น Refresh Rate ที่ 144Hz ได้ขอบจอบางเฉียบ มิติตัวเครื่องเล็กกระชับ ลงตัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนรับรองได้ว่ามันสามารถที่จะสร้างประสบการณ์ในการเล่นเกมแบบใหม่ให้กับผู้ใช้งานได้อย่างสบายๆ นอกจากเล่นเกมได้ดีแล้ว ยังรองรับทั้งการทำงานที่ต้องการประสิทธิภาพที่สูง อย่างตัดต่อวีดีโอ หรือเรนเดอร์ 3 มิติ สนนราคาที่ 32,990 – 46,490 บาท ได้ประกัน 2 ปี On-site ซ่อมฟรีถึงบ้าน และบริการอื่นๆ อย่างประกันอุบัติเหตุ หรือเครื่องสำรองระหว่างซ่อมด้วย

พร้อมด้วยกล้องเว็บแคม HD (720p) และมีไมค์ดิจิตอลในตัว ส่วนการเชื่อมต่อก็มีมาอย่างครบถ้วน ทั้ง 1 x USB 3.1 Type-C, HDMI, 4 x USB 3.1 Type-A, Kensington lock slot, RJ-45 , Headset พร้อมยังรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth 5.0 และ Wi-Fi 6 AX ส่วนการรับประกันแน่นอนว่าเป็น ประกัน 2 ปี On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน รวมไปถึงมีประกันอุบัติเหตุแบบเคลม 100% และมีเครื่องสำรองระหว่างใช้งาน อีกทั้งมี Call Center 24/7 ด้วย สำหรับรุ่นต่างๆ ของ Lenovo Legion 5i ที่จำหน่ายอยู่ สามารถแบ่งออกได้ตามนี้ อีกทั้งมีรุ่นหน้าจอ 17.3″ อีกด้วย

Lenovo IdeaPad Slim 3i 14 ราคา 14,900 บาท

Lenovo IdeaPad 3 14 เป็นโน้ตบุ๊คเน้นทำงานเป็นหลัก ได้สเปก Intel Core i3-1005G1 ที่คุ้มค่าใช้งานได้ลื่นไหล ออกแบบมาให้ใช้งานได้ในทุกๆ วัน รวมไปถึงเรียนออนไลน์ ในราคาถูกที่สุดที่ 14,900 บาท ได้ Windows 10 และโปรแกรมเอกสาร Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,299 บาท) ไปฟรีๆ มีเอกลักษณ์ด้วยดีไซน์ที่เบาและมีสไตล์ Lenovo เหมาะสำหรับการใช้งานไปนู้นมานี่เน้นตอบโจทย์คนที่ต้องการโน้ตบุ๊คบางเบาหน่อย รูปลักษณ์ดูดีเกินกว่าค่าตัว เน้นใช้งานนอกสถานที่ ในราคาที่ไม่แพง โดยรองรับการทำงานพื้นฐานเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นทำงานเอกสาร เล่นอินเตอร์เน็ต ดูหนังฟังเพลงดูซีรีส์สตรีมมิ่งต่างๆ เป็นต้น

สำหรับ Lenovo IdeaPad Slim 3 14 เป็นโน้ตบุ๊คขนาดหน้า 15.6″ ความละเอียด Full HD ได้สเปกใหม่ล่าสุดอย่างชิปประมวลผล Intel Core i3-1005G1 ที่ได้ประสิทธิภาพการทำงานที่ดีกว่า Core i Gen 8 U รุ่นก่อนๆ แรมขนาด 8GB ที่ดีกว่า 4GB แน่นอน และได้ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB โดยมีความเบาเพียง 1.6 กิโลกรัม เรียกได้ว่าสำหรับคนที่ต้องการโน้ตบุ๊ตหน้าจอใหญ่งบหมื่นกว่าบาท เน้นนำมาใช้งานลื่นไหล แรงลื่นทุกๆ การใช้งาน ก็มีความน่าสนใจทีเดียว โดยแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน

ที่แม้ขอบจอจะบางเฉียบแต่ก็ได้ติดตั้งกล้องเว็บแคมไว้ด้านบนเหมือนเดิม ที่สำคัญยังมาพร้อมฟีเจอร์ TrueBlock Privacy Shutter ม่านชัตเตอร์ปิดเลนส์กล้องที่ทำให้เรามั่นใจว่ากล้องจะเห็นในเวลาที่เราต้องการใช้งานเท่านั้น  พร้อมมีลำโพงคุณภาพดีทำงานร่วมกับระบบเสียง Dolby Audio ส่วนพอร์ตที่ให้มาก็ครบครัน ได้แก่ 1 x USB 3.1 Type-C, 2 x USB 3.1 Type-A, HDMI, และ SD card reader รวมไปถึงการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Wi-Fi 5 (802.11ac) และ Bluetooth 4.2 ด้วย รองรับการทำงานทุกไลฟ์สไตล์ ในราคาเบาๆ รวมถึงติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 10 แท้ พร้อมใช้งานได้ทันที พร้อมการรับประกัน 2 ปี

Lenovo IdeaPad Slim 3 14 เป็นโน้ตบุ๊คหน้าจอ 14″ ดีไซน์บางเบา Thin & Light วัสดุเป็นพลาสติกเกรดดี มองไปคล้ายกับโลหะใีพื้นผิวเรียบเนียนจับแล้วติดมือ ได้ขอบจอบาง Narrow Bezel ทั้ง 3 ด้านซ้ายขวาและขอบบน ทำให้มีสัดส่วนจอแสดงผลเยอะกว่าโน้ตบุ๊คหน้าจอใหญ่ ๆ แบบก่อน เหมาะสำหรับคนที่ต้องการโน้ตบุ๊คราคาไม่แพง แต่ได้ความสวยงามคุ้มค่า ซึ่งขอบจอด้านในเป็นสีดำตัดกับสีตัวเครื่องโดยรวมอย่าง Platinum Grey ดูแล้วมีความสวยงามลงตัว เครื่องบางเพียง 19.99 มิลลิเมตร รวมไปถึงมิติตัวเครื่องมีความเล็กกระชับเทียบเท่าโน้ตบุ๊คหน้าจอ 13″ ด้วย

Lenovo IdeaPad S340 13 ราคา 21,490 บาท

ดีไซน์การออกแบบโดยรวมของ Lenovo IdeaPad S340 13 นั้นจะดูเล็กกว่าโน้ตบุ๊คหน้าจอ 13.3″ แบบสมัยก่อนอยู่พอสมควร เนื่องด้วยขอบจอที่บางกว่าปกติ ทำให้ตัวเครื่องดูเล็ก กะทัดรัด เหมาะกับการพกพา แต่ทั้งนี้ถึงแม้ว่าตัวเครื่องจะเล็กพอๆ กับโน้ตบุ๊คจอ 12.5″ เบาที่ 1.25 กิโลกรัม ทำให้ Lenovo IdeaPad S340 13 เป็นอีกหนึ่ง Ultrabook รุ่นล่าสุด

สเปก Core i Gen 10 ที่ดูเล็กกระทัดที่สุด ได้ขอบหน้าจอบางเฉียบ ส่วนของตัวเครื่องทั้งหมดจะใช้เป็นอลูมิเนียมเป็นส่วนประกอบ ทำให้ได้ข้อดีมาก็คือทั้งความแข็งแรงและน้ำหนักที่เบา ส่งผลให้ภาพลักษณ์โดยรวมของตัวเครื่องดูหรูหราให้อารมณ์พรีเมียมสุดๆ ลดราคาหน้างานล่าสุดเหลือ 21,490 บาทเท่านั้น

Lenovo IdeaPad S340 13 มาพร้อมชิปประมวลผล Intel Core i5-10210U ทำงานร่วมกับแรม DDR4 Bus 2666MHz ขนาด 8GB การ์ดจอออนบอร์ด Intel UHD Graphics 620 สำหรับใช้งานทั่วไป และมีการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce MX250 (2GB GDRR5) ส่วนพื้นที่เก็บข้อมูลก็ใช้เป็น SSD M.2 NVMe ความจุ 512 GB ทำให้สเปคโดยรวมนั้นลงตัวมาก ๆ สำหรับการใช้งานทั่วไป เล่นเว็บ ทำเอกสาร ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมได้ลื่นไหล เน้นพกพาไปใช้งานนอกสถานที่

อีกส่วนที่น่าสนใจก็คือหน้าจอ โดย Lenovo IdeaPad S340 13ใช้หน้าจอขนาด 13.3″ ความละเอียดระดับ Full HD 1920 x 1080 พิกเซล ขอบจอบางเฉียบทั้ง 4 ด้าน พาเนลจอแบบ IPS ที่ให้มุมมองกว้างถึง 178 องศา ซึ่งจัดว่าเป็นสเปคจอที่เหมาะสำหรับการใช้งานแทบทุกรูปแบบ มาพร้อม Windows 10 Home ใช้งานได้ทันทีและ Restore ได้ง่ายมากๆ

พอร์ตเชื่อมต่อก็มาพร้อมพอร์ตจำเป็นค่อนข้างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น USB 3.1 Type-C จำนวน 2 พอร์ต ที่เน้นไว้ชาร์จไฟผ่านทางอแดปเตอร์เป็นหลัก ส่วนช่องเสียบหูฟัง 3.5 ม.ม. ยังมีมาให้ การเชื่อมต่อไร้สายเป็น Wi-Fi 5 AC + Bluetooth 4.2 รวมถึงได้โปรแกรม Microsoft Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,299 บาท) ด้วย ส่วนการรับประกัน เป็น 2 ปีตามาตรฐานส่งศูนย์ Lenovo

Lenovo IdeaPad Slim 3 15 ราคา 15,490 บาท

Lenovo IdeaPad Slim 3 15 เป็นโน้ตบุ๊คหน้าจอ 15.6″ ประจำปี 2020 ดีไซน์บางเบา Thin & Light วัสดุเป็นพลาสติกเกรดดี มองไปคล้ายกับโลหะใีพื้นผิวเรียบเนียนจับแล้วติดมือ ได้ขอบจอบาง Narrow Bezel ทั้ง 3 ด้านซ้ายขวาและขอบบน ทำให้มีสัดส่วนจอแสดงผลเยอะกว่าโน้ตบุ๊คหน้าจอใหญ่ ๆ แบบก่อน เหมาะสำหรับคนที่ต้องการโน้ตบุ๊คราคาไม่แพง แต่ได้ความสวยงามคุ้มค่า ซึ่งขอบจอด้านในเป็นสีดำตัดกับสีตัวเครื่องโดยรวมอย่าง Platinum Grey ดูแล้วมีความสวยงามลงตัว เครื่องบางเพียง 19.9 มิลลิเมตร และมีน้ำหนักที่ 1.85 กิโลกรัมเท่านั้น รวมไปถึงมิติตัวเครื่องมีความเล็กกระชับเทียบเท่าโน้ตบุ๊คหน้าจอ 14″ ด้วย

ได้สเปกชิปประมวลผล AMD Ryzen 4000 U Series มีราคาที่ถูกสุดๆ ที่ 15,490 บาท ด้วย AMD Ryzen 5 4500U (2.30 GHz up to 4.00 GHz, 8 MB L3 Cache) ทำงานแบบ 6 คอร์ 6 เธร์ด การ์ดจอออนชิป Radeon RX Vega 6 ประสิทธิภาพดีขึ้น รองรับการเล่นเกมออนไลน์พอได้  แรมให้มาขนาด 8GB DDR4 สำหรับฮาร์ดดิสก์ให้มาทั้ง SSD ความเร็วสูงแบบ NVMe M.2 ความจุ 256GB เรียกได้ว่าได้ประสิทธิภาพการทำงานได้ดีเยี่ยมแน่นอน

ส่วนหน้าจอเป็นขนาด 15.6″ ที่ได้ความละเอียด Full HD พาเนล TN คุณภาพดี พร้อมมีลำโพงคุณภาพดีทำงานร่วมกับระบบเสียง Dolby Audio ส่วนพอร์ตที่ให้มาก็ครบครัน ได้แก่ 1 x USB 3.1 Type-C, 2 x USB 3.1 Type-A, HDMI, และ SD card reader รวมไปถึงการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Wi-Fi 5 (802.11ac) และ Bluetooth 4.2 ด้วย รองรับการทำงานทุกไลฟ์สไตล์ ในราคาเบาๆ รวมถึงติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 10 แท้ พร้อมใช้งานได้ทันที และโปรแกรม Microsoft Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,299 บาท) ด้วย การรับประกัน 2 ปี

Lenovo IdeaPad Slim 3i 15 ราคา 13,190 บาท

Lenovo IdeaPad 3 15 เป็นโน้ตบุ๊คเน้นทำงานเป็นหลัก ได้สเปก Intel Core i Gen 10 (Comet Lake) ที่คุ้มค่าใช้งานได้ลื่นไหล ออกแบบมาให้ใช้งานได้ในทุกๆ วัน รวมไปถึงเรียนออนไลน์ ในราคาถูกที่สุดที่ 13,190 บาท ได้ Windows 10 และ Microsoft Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,299 บาท) ไปฟรีๆ มีเอกลักษณ์ด้วยดีไซน์ที่เบาและมีสไตล์ Lenovo เหมาะสำหรับการใช้งานไปนู้นมานี่เน้นตอบโจทย์คนที่ต้องการโน้ตบุ๊คบางเบาหน่อย รูปลักษณ์ดูดีเกินกว่าค่าตัว เน้นใช้งานนอกสถานที่ ในราคาที่ไม่แพง โดยรองรับการทำงานพื้นฐานเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นทำงานเอกสาร เล่นอินเตอร์เน็ต ดูหนังฟังเพลงดูซีรีส์สตรีมมิ่งต่างๆ เป็นต้น

สำหรับ Lenovo IdeaPad Slim 3 15 เป็นโน้ตบุ๊คขนาดหน้า 15.6″ ความละเอียด Full HD ได้สเปกใหม่ล่าสุดอย่างชิปประมวลผล Intel Core i3-1005G1 ที่ได้ประสิทธิภาพการทำงานที่ดีกว่า Core i Gen 8 U รุ่นก่อนๆ แรมขนาด 4GB (แนะนำว่าถ้าอัพเกรดเป็น 8GB จะดีมากๆ) และ SSD M.2 NVMe 512GB โดยมีความเบาเพียง 1.7 กิโลกรัม เรียกได้ว่าสำหรับคนที่ต้องการโน้ตบุ๊ตหน้าจอใหญ่งบหมื่นกว่าบาท เน้นนำมาใช้งานลื่นไหล แรงลื่นทุกๆ การใช้งาน ก็มีความน่าสนใจทีเดียว โดยแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน

ที่แม้ขอบจอจะบางเฉียบแต่ก็ได้ติดตั้งกล้องเว็บแคมไว้ด้านบนเหมือนเดิม ที่สำคัญยังมาพร้อมฟีเจอร์ TrueBlock Privacy Shutter ม่านชัตเตอร์ปิดเลนส์กล้องที่ทำให้เรามั่นใจว่ากล้องจะเห็นในเวลาที่เราต้องการใช้งานเท่านั้น  พร้อมมีลำโพงคุณภาพดีทำงานร่วมกับระบบเสียง Dolby Audio ส่วนพอร์ตที่ให้มาก็ครบครัน ได้แก่ 1 x USB 3.1 Type-C, 2 x USB 3.1 Type-A, HDMI, และ SD card reader รวมไปถึงการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Wi-Fi 5 (802.11ac) และ Bluetooth 4.2 ด้วย รองรับการทำงานทุกไลฟ์สไตล์ ในราคาเบาๆ รวมถึงติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 10 แท้ พร้อมใช้งานได้ทันที พร้อมการรับประกัน 2 ปี

Lenovo IdeaPad Slim 3 15 เป็นโน้ตบุ๊คหน้าจอ 15.6″ ดีไซน์บางเบา Thin & Light วัสดุเป็นพลาสติกเกรดดี มองไปคล้ายกับโลหะใีพื้นผิวเรียบเนียนจับแล้วติดมือ ได้ขอบจอบาง Narrow Bezel ทั้ง 3 ด้านซ้ายขวาและขอบบน ทำให้มีสัดส่วนจอแสดงผลเยอะกว่าโน้ตบุ๊คหน้าจอใหญ่ ๆ แบบก่อน เหมาะสำหรับคนที่ต้องการโน้ตบุ๊คราคาไม่แพง แต่ได้ความสวยงามคุ้มค่า ซึ่งขอบจอด้านในเป็นสีดำตัดกับสีตัวเครื่องโดยรวมอย่าง Platinum Grey ดูแล้วมีความสวยงามลงตัว เครื่องบางเพียง 19.99 มิลลิเมตร รวมไปถึงมิติตัวเครื่องมีความเล็กกระชับเทียบเท่าโน้ตบุ๊คหน้าจอ 14″ ด้วย

Lenovo IdeaPad Slim 5i 14 ราคา 22,990 – 29,990 บาท

Lenovo IdeaPad Slim 5i 14 เป็นโน้ตบุ๊ครุ่นใหม่ล่าสุด สเปก Intel Core i5-1035G1 / Core i7-1065G7 + NVIDIA GeForce MX350 ที่เน้นความบางเบาที่ 19.9 มิลลิเมตร และหนักเพียง 1.58 กิโลกรัม และหรูหราตามสไตล์ของ Ultrabook มีเอกลักษณ์ด้วยดีไซน์ที่เรียบง่ายและมีสไตล์ Lenovo เหมาะสำหรับการใช้งานไปนู้นมานี่เน้นตอบโจทย์คนที่ต้องการโน้ตบุ๊คที่ต้องการพกพาไปนอกสถานที่บ่อยๆ รูปลักษณ์ดูดีเกินกว่าค่าตัว โดยรองรับการทำงานพื้นฐานเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นทำงานเอกสาร เล่นอินเตอร์เน็ต ดูหนังฟังเพลงดูซีรีส์สตรีมมิ่งต่างๆ รวมไปถึงเล่นเกม 3 มิติพอได้

มาพร้อมชิปประมวลผล Core i5-1035G1 / Core i7-1065G7 ทำงานร่วมกับแรม DDR4 Bus 2666MHz ขนาด 8GB / 16GB จัดเต็มสุดๆ การ์ดจอออนบอร์ด Intel UHD Graphics 620 สำหรับใช้งานทั่วไป และมีการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce MX350 (2GB GDRR5) ส่วนที่เก็บข้อมูลก็ใช้เป็น SSD M.2 NVMe ความจุ 512 GB ทำให้สเปคโดยรวมนั้นลงตัวมาก ๆ สำหรับการใช้งานทั่วไป เล่นเว็บ ทำเอกสาร ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมได้ลื่นไหล เน้นพกพาไปใช้งานนอกสถานที่อีกส่วนที่น่าสนใจก็คือหน้าจอ โดย Lenovo IdeaPad Slim 5i 14 ใช้หน้าจอขนาด 14″ ความละเอียดระดับ Full HD พาเนลจอแบบ IPS ที่ให้มุมมองกว้าง

มาพร้อม Windows 10 Home Single Language และซอฟต์แวร์จากทาง Lenovo Vantage ที่ช่วยในการจัดการปรับแต่ง พอร์ตเชื่อมต่อก็มาพร้อมพอร์ตจำเป็นค่อนข้างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น USB 3.1 Type-A จำนวน 2 พอร์ต และ USB 3.1 Type-C (power delivery & display port) ที่เน้นไว้ชาร์จไฟผ่านทางอแดปเตอร์เป็นหลัก ส่วนช่องเสียบหูฟัง 3.5 ม.ม. ยังมีมาให้ การเชื่อมต่อไร้สายเป็น Wi-Fi 6 AX และ Bluetooth 5.1 ที่สำคัญได้ โปรแกรม Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,299 บาท) มาใช้งานทันที นับว่าคุ้มค่าจริงๆ ที่เหนือกว่าหลายๆ แบรนด์

แม้ขอบจอจะบางเฉียบแต่ก็ได้ติดตั้งกล้องเว็บแคมไว้ด้านบนเหมือนเดิม ที่สำคัญยังมาพร้อมฟีเจอร์ Privacy Shutter ม่านชัตเตอร์ปิดเลนส์กล้องที่ทำให้เรามั่นใจว่ากล้องจะเห็นในเวลาที่เราต้องการใช้งานเท่านั้น การใช้งานก็ง่ายมากๆ ด้วยการใช้นิ้วเลื่อนเปิดหรือปิดการใช้งานเท่านั้น เพื่อเติมเต็มประสบการณ์การใช้งานที่สมบูรณ์แบบ เรียกได้ว่ามีฟีเจอร์ที่เทียบเท่ากับในส่วนของ ThikPad Series ที่เป็นโน้ตบุ๊คสายทำงานระดับมืออาชีพเลยก็ว่าได้ โดยรองรับการใช้งานแบตเตอรี่ได้ยาวนาน 12 ชั่วโมง รองรับ Quick Charging ผ่านทาง USB-C ด้วย

Lenovo Yoga Slim 7 14 ราคา 31,900 – 39,900 บาท

ดีไซน์การออกแบบโดยรวมของ Lenovo Yoga Slim 7 14 นั้นจะดูเล็กกว่าโน้ตบุ๊คหน้าจอ 14″ แบบสมัยก่อนอยู่พอสมควร เนื่องด้วยขอบจอที่บางกว่าปกติ ทำให้ตัวเครื่องดูเล็ก กะทัดรัด เหมาะกับการพกพา แต่ทั้งนี้ถึงแม้ว่าตัวเครื่องจะเล็กพอๆ กับโน้ตบุ๊คจอ 13.3″ ส่งผลให้ Lenovo Yoga Slim 7 14 เป็นอีกหนึ่ง Ultrabook ปี 2020 ที่ดูเล็กกระทัดที่สุด โดยมีน้ำหนักอยู่ที่ 1.4 ด้วยดีไซน์ออกมาได้ขอบหน้าจอบาง ส่วนของตัวเครื่องทั้งหมดจะใช้เป็นอะลูมิเนียมเป็นส่วนประกอบ ทำให้ได้ข้อดีมาก็คือทั้งความแข็งแรงและน้ำหนักที่เบา ส่งผลให้ภาพลักษณ์โดยรวมของตัวเครื่องดูหรูหราให้อารมณ์พรีเมียมสุดๆ

ตัวเครื่องมีการออกแบบโดยรวมให้ดูทันสมัยและเรียบง่าย โลโก้ Lenovo จะมีอยู่ 2 จุดเท่านั้น คือ มุมบนฝาหลังด้านซ้าย และมุมใต้หน้าจอด้านซ้ายเท่านั้น ที่มุมตัวเครื่องจะทำให้เป็นแบบโค้งมน แต่ว่าไม่ได้มนมากจนเกินไป ตามมาด้วยการใส่รายละเอียดในการทำให้ตัวเครื่องมีลักษณะงานประกอบทั้งหมดแทบจะเป็นชิ้นเดียวกัน แบบ Unibody ส่งให้เวลาที่เราจับถือหรือใช้งานจะรู้สึกว่าแน่นหนา ซึ่งจากการใช้งานจริงพื้นผิวบางนี้เป็บรอยนิ้วมือค่อนข้างยาก ฉะนั้นหายห่วงเรื่องความสะอาดได้เลย หรือถ้าจะเช็ดก็ง่ายดาย โดดเด่นด้วยสีสันใหม่ไม่ซ้ำใครอย่าง Slate Grey

สเปกของ Lenovo Yoga Slim 7 14 ใช้ชิปประมวลผลเป็น Intel Core i7-1065G7 หรือ Core i5-1035G1 สถาปัตยกรรม Ice Lake ที่เทคโนโลยีการผลิตที่ 10 นาโนเมตร มีค่า TDP ที่ 25Watt ส่วนการ์ดจอติดตั้งเป็นรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง NVIDIA GeForce MX350(2GB GDDR5) ด้านแรมก็ติดตั้งมาให้ขนาด 16GB LPDDR4X Bus 3200MHz และที่เก็บข้มูลแบบ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB – 1TB ที่ทั้งมีพื้นที่เยอะและลื่นไหล เพียงพอกับการใช้งาน มาพร้อม Windows 10 และซอฟต์แวร์จากทาง Lenovo Vantage ที่ช่วยในการจัดการปรับแต่ง

อีกส่วนที่น่าสนใจก็คือหน้าจอ โดย Lenovo Yoga Slim 7 14 ใช้หน้าจอขนาด 14″ ความละเอียดระดับ Full HD อัตราส่วน 16:9 ขอบจอบางเฉียบ พาเนลจอแบบ IPS เกรดสูง ที่ให้มุมมองกว้างถึง 178 องศา  พอร์ตเชื่อมต่อมี Thunderbolt 3 เป็นมาตรฐาน พร้อม Wi-Fi 6 AX (2 x 2) นอกจากนี้ยังมี 3D IR Camera สำหรับใช้งานร่วมกับฟังก์ชัน Windows Hello ของ Windows 10 เพื่อล็อกอินโดยใช้การสแกนใบหน้า สำหรับประกันเป็น 2 ปี ตามมาตรฐาน Lenovo ที่ทุกคนมั่นใจ ปิดท้ายเรื่องความคุ้มค่าพร้อมใช้งานทันทีด้วย โปรแกรม Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,299 บาท) ด้วย

from:https://notebookspec.com/lenovo-notebook-at-commart-2020/533851/

จัดอันดับ HP Notebook น่าซื้อ งาน Commart 2020 จัดเต็มรุ่นใหม่ ทั้ง Core i / Ryzen แถมฟรีแรม 8GB ทุกรุ่น คุ้มค่า เล่นเกมตัวแรง จอใหญ่ 16.1″

สำหรับ HP Notebook ในงาน Commart 2020 ครั้งนี้ ก็จัดเต็มเช่นเคย พร้อมนำเสนอ Notebook รุ่นใหม่ ทั้งสเปก Core i Gen 10 / Ryzen 4000 ไม่ว่าจะเป็น HP 15s / HP ENVY x360 13 / HP ENVY 13 / HP Pavilion Gaming 15 / HP Pavilion Gaming 16 และ OMEN 15 มาครบทั้ง HP Notebook เน้นบางเบา คุ้มค่า เล่นเกมตัวแรง หรือจอใหญ่ 16.1″ ไม่เหมือนใคร ซึ่งแม้ว่าทาง HP ไม่ได้มาเปิดบูธเอง แต่ก็มีขายผ่านทางร้านตัวแทนจำหน่ายมากมายในงาน Commart 2020

โดยในงาน Commart 2020 ที่จัดขึ้นวันที่ 20 – 23 สิงหาคม 2020 ณ ไบเทคบางนา สามารถต่อลดราคาจากป้ายได้อีก บางรุ่นลด 1,000 บาท / 2,000 บาท หรือมากกว่านั้น อันนี้อยู่ที่ต่อรองหน้าร้านอีกที หรือสามารถซื้อผ่าน Shopee ลดเพิ่มไปได้อีก 1,500 บาท รวมถึงซื้อผ่าน Lazada ลดไปอีก 1,000 บาทก็ได้ ที่สำคัญในส่วนของแถมพิเศษ ที่ไม่ใช่โปรโมชั่นกลาง HP ขึ้นอยู่แต่ละร้านด้วยนะครับ แน่นอนว่าเราซื้อเงินสดลดราคาได้ และมีการผ่อน 0% 10 เดือนไปก็มีให้เลือกกัน

สำหรับ HP Notebook สเปก Intel ทุกรุ่นที่สามารถอัพเกรดแรมเพิ่มได้อีก 8GB เช่น HP Pavilion 15, HP Pavilion Gaming 15, HP Pavilion 16 และ HP OMEN 15 ซึ่งโปรโมชั่นนี้จัดขึ้น 20 – 31 สิงหาคมนี้ รวมไปถึง HP Pavilion Gaming 15 สเปก AMD ภายในงาน Commart 2020 ก็ให้แรมฟรีทันที 8GB รวมกับของเดิมเป็น 16GB เช่นกัน

  • ซื้อ Notebook สเปก AMD Ryzen 4000H รับเครื่องดูดฝุ่น ฟรี !!!
  • ซื้อ Notebook สเปก Intel Core i Gen 10H รับลำโพงไร้สาย ฟรี !!!

สำหรับบทความนี้เราจะมาจัดอันดับ HP Notebook น่าซื้อ งาน Commart 2020 จัดเต็มรุ่นใหม่ ทั้ง Core i / Ryzen เน้นบางเบา คุ้มค่า เล่นเกมตัวแรง จอใหญ่ 16.1″ จะมีรุ่นไหน รายละเอียดและส่วนลดของแถมเป็นอย่างไรบ้าง ไปชมกันเลย

HP 15s ราคา 11,990 – 19,990 บาท

พร้อมแล้วกับการนำเสนอ HP Notebook รุ่นใหม่ล่าสุด ที่มาพร้อมชิปประมวลผล AMD Ryzen 4000U อย่าง HP 15s โน้ตบุ๊คหน้าจอ 15.6″ ดีไซน์บางเบาออกแบบมาใหม่ ดูสวยงามไม่แพ้รุ่นพี่ตัว Pavilion และเน้นในเรื่องของความคุ้มค่า ราคาไม่แพง เป็นหลัก และที่สำคัญมาพร้อมกับน้ำหนักที่เบามากเพียง 1.69 กิโลกรัม และบางเพียง 17.9 มิลลิเมตรเท่านั้น เหมาะกับสายการทำงานหรือบันเทิงที่เน้นการพกพาไปนอกสถานที่ อาจจะใช้งานตามออฟฟิศหรือร้านกาแฟแบบชิคๆ คูลๆ ได้ความหรูหราโดดเด่นไม่น้อยหน้าใครในราคาเบาๆ ด้วย

โดย HP 15s  ปี 2020 รุ่นนี้มีความโดดเด่นสุดๆ เพราะเป็นรุ่นแรกของ HP ที่ใช้ชิปประมวลผล AMD รุ่นใหม่ๆ อย่าง Athlon Gold 3150U / Ryzen 5 4500U / Ryzen 7 4700U พร้อมการ์ดจอออนชิปตัวใหม่ ที่สำคัญยังมีประสิทธิภาพโดยรวมที่ดีด้วย RAM 4GB / 8GB และ SSD ความจุ 256GB / SSD 512GB อีกด้วย หน้าจอมีทั้งพาเนล TN / IPS ที่ความละเอียด Full HD ให้ความคมชัดสวยงาม สนนราคาเพียง 11,990 / 19,990 บาท พร้อมประกัน 2 ปี On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน

มีกล้องเว็บแคมและมีไมค์ดิจิตอลในตัว ทางด้านพอร์ตที่ติดตั้งมีมาให้จะใช้ถือว่าครบครันเลยทีเดียวไม่ว่าจะเป็น USB 3.1 Type-A จำนวน 2 ช่อง, USB 3.1 Type-C จำนวน 1 ช่อง, SD Card Reader, HDMI สำหรับต่อหน้าจอเสริม และรูหูฟังกับไมค์แบบคอมโบ ซึ่งแน่นอนว่ารองรับการเชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 5 AC กับ Bluetooth 5.0 ได้ Windows 10 ใช้งานได้ทันที ที่สำคัญรุ่น Ryzen 5 / 7 จะได้โปรแกรม microsoft office home & student 2019 มูลค่า 4,299 บาท ไปใช้งานฟรีๆ ติดเครื่องไปเลยด้วย

ดีไซน์การออกแบบของ HP 15s รุ่นปี 2020 วัสดุเป็นพลาสติกทั้งหมด (มองไปคล้ายโลหะมากๆ) เน้นไปที่ความเรียบง่าย จัดว่าพัฒนาต่อยอดมาจากรุ่นก่อนๆ แต่ยังคงเอกลักษณ์ความเป็น HP อยู่อย่างชัดเจน สีสันเป็นสีเงิน Natural Silver ตลอดทั้งตัวเครื่อง จะเป็นพลาสติกทั้งหมดแต่งานประกอบแน่นหนา ฝาหลังเป็นแบบเรียบๆมีโลโก้ HP สีเงินมันวาวดูหรูหรา พื้นผิ้วติดมือทำให้เวลาจับไม่ลื่น แกนฝาพับก็เป็นแบบแกนเดียวขนาดใหญ่ ส่วนตัวบอดี้บริเวณคีย์บอร์ดจะเรียบๆ เช่นกัน ส่วนปุ่มเปิดปิดเครื่องจะอยู่ที่มุมบนซ้ายด้านบนของคีย์บอดร์ด

HP ENVY x360 13 ราคา 29,990 – 32,990 บาท

HP ENVY x360 13 ปี 2020 เป็น HP Notebook สเปกชิปประมวล AMD Ryzen 4000U ที่แรงลื่นล้ำกว่ารุ่นก่อนๆ มาก ถือว่าเป็น 2-in-1 Notebook ขนาดหน้าจอ 13.3″ กระจกเป็น Corning Gorilla Glass ที่ได้ความบางเบาหรูหราพรีเมียม ฟีเจอร์ครบครัน กับค่าตัวที่ไม่แพงเลย รองรับการใช้งานต่างๆ ได้ลื่นไหลสุดๆ อีกทั้งยังบันเดิลปากกา Stylus ใช้วาดรูปขีดเขียนรุ่นใหม่ ที่สามารถติดกับตัวเครื่อง พร้อมชาร์จผ่านทาง USB-C ซึ่งบอกเลยว่าเป็น 2-in-1 Notebook ที่น่าซื้อสุดๆ ในราคา 29,900 – 32,900 บาท ได้ประกัน 3 ปี On-site Service และบริการหลังการขาย HP SmartFriend ที่เยี่ยมยอด

วัสดุที่ทาง HP เลือกใช้ประกอบตัวเครื่องทั้งหมดเป็นอะลูมิเนียมที่ตัดผ่านกระบวนการ CNC ทั้งหมด สีสัน Nightfall Black ออกไปแนวดำๆ น้ำตาลๆ ดีไซน์แบบมินิมอลและพื้นผิวเรียบเนียนตลอดทั้งตัวเครื่องพร้อมกับโลโก้ HP ที่เป็นสีเงินเงางามบริเวณกลางฝาหลัง ตัวคีย์บอร์ดยังมีไฟ LED Backlit สีขาวมาให้ด้วย ที่สำคัญตัวเครื่องยังบางเฉียบ พกพาได้สะดวก พร้อมพับปรับได้ 360 องศา เพื่อใช้งานมัลติโหมด และขาดไม่ได้เลยสำหรับสแกนลายนิ้วมือผ่านทาง Windows Hello ที่ถูกย้ายเข้ามาแทนที่ปุ่ม Crtl นั่นเอง มีน้ำหนักเบาเพียง 1.30 กิโลกรัมเท่านั้น พร้อมพับปรับได้ 360 องศา

สำหรับ HP ENVY x360 13 แบ่งออกเป็น 2 รุ่นคือ ชิปประมวลผล Ryzen 5 4500U / Ryzen 7 4700U ได้หน่วยความจำแรมขนาด 8GB Bus 3200MHz และที่เก็บข้อมูลเป็น SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB พร้อมกับระบบปฏิบัติการ Windows 10 แท้ใช้งานได้ทันที อีกทั้งยังได้ซอฟต์แวร์การทำงาน Office Home & Student 2019 (Word / Excel / Power Point) มูลค่า 4,299 บาทฟรีๆ ด้วย ซึ่งมีฟีเจอร์อื่นๆ ที่น่าสนใจมากมาย อาทิ FringerPrint / Privacy Screen / Webcam Kill เรียกได้ว่าเป็น 2-in-1 Notebook ปี 2020 ที่น่าซื้อมากๆ รุ่นหนึ่งทีเดียว

พอร์ตการเชื่อมต่อมีมาตามนี้คือ 2 x USB 3.1 Type-A, USB 3.1 Type-C, Kensington Lock, Micro SD Card Reader และ Headset 3.5 mm พร้อมยังรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth 5.0 และ Wi-Fi 6 AX แบบ 2×2 ระบบปฏิบัติการ Windows 10 แท้ในตัว ที่สำคัญคือได้โปรแกรม Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,299 บาท) ไปใช้งานฟรีๆ ติดเครื่องไปใช้งานยาวๆ ได้เลย คุ้มค่าสุดๆ  ประกันเทพ On-site 3 ปีเต็ม + บริการ HP SmartFriend เช่น Cal Center 24/7 พร้อมบันเดิลHP Active Pen และ USB-C Hub เพื่อขยายการเชื่อมต่อมาให้เลยในกล่องเลย

HP ENVY 13 ราคา 32,900 – 35,900 บาท

อีกหนึ่ง HP Notebook บางเบา หรือ Ultrabook ที่มีความน่าสนใจมากๆ กับ HP ENVY 13 สเปกชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10 ที่พร้อมความพรีเมียมหรูหรา และฟีเจอร์ความปลอดภัยจัดเต็ม ได้ความบางและเบามากๆ เน้นพกพา กับน้ำหนักเพียง 1.17 กิโลกรัมเท่านั้น นับได้ว่าเป็นโน้ตบุ๊คหน้าจอ 13.3″ ของ HP ที่เบาและบางที่สุดก็ว่าได้ ส่วนตัวคีย์บอร์ดนั้นก็ได้รับการปรับดีไซน์ใหม่ให้ส่วนลำโพงเป็น Bang & Olufsen ที่จัดว่าคุณภาพเสียงดีกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไป อีกทั้งยังได้ซอฟต์แวร์การทำงาน Office Home & Student 2019 (Word / Excel / Power Point) มูลค่า 4,299 บาทฟรีๆ ด้วย

HP ENVY 13 มี 2 สเปกให้เลือกคือรุ่น Core i5-10210U หรือ Core i7-10510U มาพร้อมกับชิปกราฟิก NVIDIA GeForce MX350 ที่ให้ประสิทธิภาพแรงพอๆ กับ GTX 960M ทำให้เล่นเกม 3 มิติออนไลน์ ได้ลื่นในระดับนึงทีเดียว สำหรับสเปกอื่นๆ ก็ยังติดตั้งแรมขนาด 8GB DDR4 และที่เก็บข้อมูลแบบ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB เป็นมาตรฐาน โดยหน้าจอเป็นความละเอียด Full HD ที่ได้พาเนล IPS คุณภาพสูง แน่นอนว่ามี Windows 10 แท้ใช้งานได้ทันที ส่วนการรับประกัน 2 ปีแบบ On-site Service ตามมาตรฐานของ HP ที่ทุกคนมั่นใจ มีฟีเจอร์อย่างสแกนลายนิ้วมือ Fingerprint ติดตั้งไว้มุมขวาล่างของคีย์บอร์ดไว้ให้ใช้งานกับ Windows Hello เพื่อที่จะเข้าใช้งานตัวเครื่องเพื่อความปลอดภัยแบบไม่ต้องใส่รหัสไปมาทุกครั้งด้วย

ดีไซน์การออกแบบโดยรวมของ HP ENVY 13 จัดได้ว่าเป็น Ultrabook หน้าจอ 13.3″ ที่น่าสนใจอยู่พอสมควร จากการที่มีบางเบา ทำให้ตัวเครื่องดูเล็ก กะทัดรัด เหมาะกับการพกพา ส่วนของวัสดุทั้งหมดจะใช้เป็นอลูมิเนียมคุณภาพสูงเป็นส่วนประกอบหลัก ทำให้ได้ข้อดีมาก็คือทั้งความแข็งแรงและน้ำหนักที่เบา รวมไปถึงดูหรูหรามีราคา ที่สำคัญก็คือในส่วนของดีไซน์การเปิดตัวหน้าจอและคีย์บอร์ดที่จะทำมุมอย่างเหมาะสมเวลาเปิด ทำให้เวลาที่ใช้งานนั้นผู้ใช้จะรู้สึกว่าตัวเครื่องมีการระบายอากาศทางด้านล่างของโน๊ตบุ๊คออกไปอย่างรวดเร็วและให้ความรู้สึกสะดวกสบายมากขึ้นเวลาพิมพ์ ส่วนสีสันได้เป็นสีเงิน Natural Silver

โดยบานพับเป็นแบบแกนเดียวขนาดใหญ่ที่แลดูแข็งแรงทนทานเข้ากับเครื่อง อาศัยระบบระบายความร้อนด้วยพัดลมเพียงตัวเดียวก็เอาอยู่แบบสบายๆ นอกจากนี้ในส่วนของ HP ENVY 13 ยังมาพร้อมฟีเจอร์ความปลอดภัย Webcam Kill ที่เป็นปุ่มเลื่อนไปมาสำหรับเปิดปิดการใช้งานกล้องเว็บแคม และ ฟีเจอร์ Privacy Screen นี้กับคุณสมบัติลดมุมมองหน้าจอลง เพื่อไม่ให้คนอื่นมาส่องมาเผือกได้เวลาที่ใช้งานนอกสถานที่อีกด้วย โดยรวมแล้วถือว่าเป็น Ultrabook ที่ออกแบบมาได้เรียบง่ายแต่ดูดีเกินราคาไปมากจริงๆ เชื่อได้ว่าใครต้องการโน้ตบุ๊คบางเบาที่ดูดี HP ENVY 13 ต้องเป็นหนึ่งในตัวเลือกแรกๆ แน่นอน

HP Pavilion Gaming 15 ราคา 24,900 – 31,900 บาท

HP Pavilion Gaming 15 รุ่นใหม่สเปก Ryzen 4000H ถือว่าเป็น HP Notebook เน้นเล่นเกมที่คุ้มค่าที่สุดรุ่นหนึ่งในตลาด โดยมาพร้อมประสิทธิภาพสูง ด้วยชิปประมวลผล Ryzen 5 4600H / AMD Ryzen 7 4800H และการ์ดจอ NVIDIA GeForce GTX 1650 / GTX 1650 Ti ประสิทธิภาพสูง แต่ร้อนน้อย ตอบสนองทุกการใช้งานได้อย่างราบรื่น มีแรมขนาด 8GB DDR4 Bus 3200Hz (แนะนำให้อัพเกรดเป็น 16GB) และได้ SSD M.2 NVMe PCIe ที่ 512GB พร้อมติดตั้ง Windows 10 แท้ (สามารถเพิ่มเติม HDD 2.5″ ได้ภายหลัง)

รายละเอียดอื่นๆ ที่น่าสนใจของ HP Pavilion Gaming 15 ปี 2020 สเปก AMD Ryzen เรียกได้มีความสดใหม่ แต่ดีไซน์ภายนอกเหมือนเดิม โดยตัวเครื่องมีความบางเพียง 23.6 มิลลิเมตร พร้อมน้ำหนักตัวเครื่องที่ 2.3 กิโลกรัมเท่านั้น ได้ขอบหน้าจอบางเฉียบ มิติตัวเครื่องเล็กลง พร้อมทั้งมีให้เลือกหน้าจอ IPS คุณภาพสูง ซึ่งมี Refresh Rate ที่ 144Hz ขนาด 15.6″ ความละเอียด Full HD ที่สำคัญได้ระบบปฏิบัติการ Windows 10 ในราคาที่ถูกและคุ้มค่าไม่แพ้ Gaming Notebook หลายๆ รุ่นในตลาด เรียกได้ว่าเล่นเกมออนไลน์ได้ลื่นไหลแน่นอน ส่วนเกมออฟไลน์ปรับกลางๆ ลื่นไหลทุกเกมสบายๆ ตอบสนองได้คุ้มค่าราคาไม่แพง

นอกจากนี้ยังมีกล้องเว็บความละเอียด HD และมีไมค์ดิจิตอลในตัว การเชื่อมต่อไร้สายเป็น Bluetooth 5.0 และ Wi-Fi 6 AX แบบ MU-MIMO มิติของตัวเครื่อง HP Pavilion Gaming 15 เมื่อเทียบกับโน้ตบุ๊คจอขนาด 15.6 นิ้ว ก็มีขนาดเล็กกว่าอย่างเห็นได้ชัดแถมมีน้ำหนักตัวเครื่องเพียง 2.3 กิโลกรัม ตัวเครื่องบางลงเพียง 23.6 มิลลิเมตร พกพาง่าย วัสดุทั้งหมดของตัวเครื่องพลาสติกเกรดดี มองแล้วคล้ายกับโลหะ รวมไปถึงการรับประกันที่เป็นแบบ On-site Serive ระยะเวลา 2 ปี และบริการช่วยเหลืออื่นๆ อีกด้วย

ดีไซน์ยังคงเป็นเอกลักษณ์ แตกต่างไปจาก Gaming Notebook แบรนด์อื่นๆ ออกแบบโน้ตบุ๊ครุ่นนี้ให้มีความสวย ทันสมัยให้ความแข็งแรงทนทาน เพิ่มความโดดเด่น ใช้งานง่ายและสะดวก ลำโพงแบบสเตอริโอของ Bang & Olufsen จะอยู่ที่ด้านบนตัวเครื่องเหนือชุดคีย์บอร์ดทำเป็นลายแปดเหลี่ยมพื้นผิวนูนต่ำให้เสียงที่ดีใช้ได้เลยทีเดียว โดยมีโลโก้ B&O กำกับไว้มุมซ้ายล่างของคีย์บอร์ด ที่สำคัญและโดดเด่นกว่ารุ่นไหนในท้องตลาดตอนนี้คือเป็น Gaming Notebook ขอบจอบางที่ดูแล้วสวยงามลงตัวอีกรุ่นนึงในตลาด

*** แถม RAM 8GB ทันที ***

รวมไปถึงมีรุ่น 15.6″ สเปก Intel Core i Gen 10H ด้วย ซึ่งรูปร่างหน้าตาจะต่างกันเล็กน้อย เมื่อเทียบกับสเปก AMD Ryzen 4000H

HP Pavilion Gaming 16 ราคา 30,990 – 34,990 บาท

HP Pavilion Gaming 16 รุ่นล่าสุด เป็น HP Notebook เล่นเกมขนาดหน้าจอ 16.1″ รุ่นแรกของโลก แบบ New Normal กันไปเลย ที่ในตอนนี้พร้อมขายในไทยแล้ว ได้สเปกใหม่ที่มาพร้อมกับชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10H อย่าง i7-10750H หรือ Core i5-10300H กับการที่เป็น Gaming Notebook คุ้มค่า จับคู่มากับการ์ดจอ NVIDIA GeForce GTX 16 Series คุณภาพเยี่ยมอย่าง GTX 1650 Ti ตอบสนองทุกการใช้งานได้อย่างราบรื่น รวดเร็ว ในดีไซน์ที่แตกต่างไปจาก Gaming Notebook แบรนด์อื่นๆ ออกแบบโน้ตบุ๊ครุ่นนี้ให้มีความสวย ทันสมัยให้ความแข็งแรง ทนทาน เพิ่มความโดดเด่น ใช้งานง่ายและสะดวก

ความโดดเด่นยังเป็นเรื่องหน้าจอที่ได้เป็นพาเนล IPS รองรับ Refresh Rate ที่ 144Hz ได้ที่เก็บข้อมูลเป็น SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB ใช้งานทันที (พร้อมรองรับการอัพเกรด HDD 2.5″ SATA 3 ได้ภายหลัง) มาพร้อมแรมขนาด 8GB DDR4 Bus 2933MHz มี Windows 10 แท้ใช้งานได้ทันที สนนราคาขายจริงสเปกนี้อยู่ที่ 30,900 – 34,900 บาท (ต่างกันที่สเปกชิปประมวลผลเท่านั้น) การรับประกันที่เป็นแบบ On-site Service ระยะเวลา 2 ปี

HP Pavilion Gaming 16 รุ่นนี้ยังคงใช้ดีไซน์เดิมเหมือนกับสเปกก่อนหน้า แต่ได้มีการขยับขยายตัวเครื่องให้ใหญ่ขึ้น แน่นอนมีน้ำหนักที่มากขึ้นด้วยเป็น 2.35 กิโลกรัม ได้ช่องระบายความร้อนที่ใหญ่ขึ้นใต้ตัวเครื่องก็มีช่องดูดลมเย็นที่ใหญ่ขึ้น เรียกได้มีความเฉียบและใช้งานได้จริงในเรื่องของการจัดการความร้อน ลำโพงจะอยู่ที่ด้านบนตัวเครื่องเหนือชุดคีย์บอร์ดทำเป็นลายแปดเหลี่ยมพื้นผิวนูนต่ำให้เสียงที่ดีใช้ได้เลยทีเดียว ที่สำคัญและโดดเด่นกว่ารุ่นไหนในท้องตลาดตอนนี้คือเป็น Gaming Notebook ขอบจอบางที่ดูแล้วสวยงามลงตัวอีกรุ่นนึงในตลาด

พอร์ตการเชื่อมต่อตัวเครื่อง HP Pavilion Gaming 16 นี้จัดว่าเป็นโน้ตบุ๊คที่มีความครบครับประมาณนึง ไม่ว่าจะเป็น USB 3.1 Type-A, USB 3.1 Type-C จำนวน 2 พอร์ต และ HDMI พร้อมช่องต่อหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร แบบแยกไมค์หูฟังหรือไมค์อย่างเดียว แน่นอนว่ามี SD Card Reader เป็นมาตรฐาน อีกทั้งยังมี LAN RJ45 โดดเด่นกว่า Gaming Notebook ทั่วไปตรงที่ทาง HP ได้มีการเล่นสีสันเหมือนกับโทนตัวเครื่องด้วย สัญลักษณ์พอร์ตต่างๆ ก็จะเป็นสีเขียวไปด้วย ดูแล้วลงตัวจริงๆ

*** แถม RAM 8GB ทันที ***

HP OMEN 15 ราคา 39,900 – 49,900 บาท

OMEN 15 Laptop by HP ปี 2020 อีกหนึ่ง HP Notebook รุ่นใหม่ที่มีดีไซน์โดยรวมที่เปลี่ยนแปลงไปมากทีเดียว ทั้งนี้รวมไปถึงในส่วนของสเปกภายในที่พร้อมขายเป็น Intel Core i Gen 10H + GeForce GTX / RTX ด้วย ซึ่งด้านแนวทางการออกแบบจัดได้ว่าพลิกโฉมไปเลย โดยเน้นความเรียบง่ายอย่างที่สุด ส่วนสีสันก็เป็นดำด้านตลอดทั้งตัวเครื่อง โดยมีโลโก้ OMEN ที่โดดเด่นซึ่งปรับให้มินิมอลสุดๆ ที่เชื่อได้ว่าแฟนๆ ของ OMEN ต้องถูกใจกับรุ่นใหม่นี้อย่างแน่นอน ซึ่งล่าสุดในไทยได้พร้อมจำหน่ายแล้ว สนนราคาอยู่ที่ 39,990 บาท ส่วนประกันแบบ On-site 2 ปีตามมาตรฐานของ HP

ซึ่งถ้าเทียบ Gaming Notebook หน้าจอ 15.6″ รุ่นก่อนๆ คงเป็นเรื่องของมิติตัวเครื่องที่มีขนาดเล็กกระชับ ขอบจอบาง ที่สำคัญคือตัวเครื่องบางที่ 22.6 มิลลิเมตร พร้อมกับน้ำหนัก 2.35 กิโลกรัม และเมื่อรวมกับตัวอแดปเตอร์ที่จ่ายไฟได้ระดับ 200Watt เข้าไปด้วย ก็จะมีน้ำหนักที่ประมาณ 2.9 กิโลกรัม ก็จัดว่ามีน้ำหนักที่ไม่หนักจนเกินไปนัก ตอบสนองในเรื่องของการพกพาไปนอกสถานที่ได้อย่างดีเลยทีเดียว สำหรับการใช้งานแบตเตอรี่ได้ทำการเคลมว่าใช้งานได้ 12.5 ชั่วโมงทีเดียว

สำหรับสเปก OMEN 15 Laptop by HP ปี 2020 เลือกเป็นชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10H อย่าง Core i5-10300H / Core i7-10750H การ์ดจอเป็น NVDIA GeForce GTX 1660 Ti / RTX 2060 / RTX 2070 Max-Q ส่วนแรมได้มาขนาด 8GB DDR Bus 2933MHz และ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB พร้อม Windows 10 แท้ใช้งานได้ทันที ที่สำคัญได้หน้าจอ 15.6″ Full HD พาเนล IPS ที่ 144Hz กับระบบระบายความร้อน OMEN Tempest Cooling และมี OMEN Command Center ปรับแต่งการใช้งาน

พร้อมด้วยกล้องเว็บแคม HD (720p) และมีไมค์ดิจิตอล 2 ตัวใช้งาน Video Call ได้อย่างลื่นไหล พร้อมติดตั้ง Windows 10 แท้พร้อมใช้งานได้ทันที พอร์ตการเชื่อมต่อก็มีมาให้ครบครันทั้ง 3 x USB 3.2 Type-A, 1 x Thunderbolt 3 (USB 3.2 Type-C), HDMI, mini Display Port, Kensington lock slot, ช่องเสียบหูฟังกับไมค์แบบคอมโบ และช่องเสียบไมค์แยกก็มีมาให้ด้วย ส่วนมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth 5.0 และ Wi-Fi 6 AX (2×2)

ด้านในตัวเครื่องมาพร้อมสีสันที่โดดเด่นดำแดงดุดัน วัสดุจะเป็นอะลูมิเนียมแบบขัดลายสวยงามให้ความรู้สึกที่แข็งแรง ตัดด้วยไฟสี RGB พร้อมไฮไลน์ปุ่ม WASD ที่ช่วยเสริมความสวยงามได้ดี อีกทั้งยังมีคำว่า O15 อยู่มุมซ้ายล่างแป้นคีย์บอร์ด ส่วนด้านซ้ายบนจะเป็นปุ่ม Power มีไฟเมื่อเปิดใช้งาน ส่วนของคีย์บอร์ดนั้นตัวปุ่มเป็นพลาสติกสีดำขอบสีแดง โดยสกรีนตัวอักษรเป็นสีขาวโปร่งแสงพร้อมฟอนต์ที่ดูเข้ากับตัวเครื่อง ขนาด Full Size มาตรฐานปกติ อย่างไรก็ตามมีการตัด Numpad ออกไปเพื่องานดีไซน์ที่ลงตัวนั่นเอง

*** แถม RAM 8GB ทันที ***

from:https://notebookspec.com/hp-notebook-new-model-at-commart-2020/533849/

จัดอันดับ Dell Notebook รุ่นใหม่น่าซื้อ ในงาน Commart 2020 สเปก Core i / Ryzen เริ่ม 22,990 – 139,990 บาท พร้อมขนโปรแรงของแถมเพียบ

Dell Notebook ในงาน Commart 2020 ครั้งนี้ แม้ไม่ได้ออกบูธด้วยตนเอง ก็จัดโปรโมชั่นภายในงาน Commart 2020 ร่วมกับร้านค้าตัวแทนจำหน่ายออกมา อาทิ Advice / JIB / BaNANA / IT City โดยเป็นในส่วนของ Gift Voucher รวมไปถึงของแถมทั้งจากโปรโมชั่นหลักของ Dell เอง หรือโปรโมชั่นของแต่ละร้าน รวมถึงมีส่วนลดตามหน้าร้านต่างๆ และส่วนลดจากทาง Shopee อีกด้วย

แน่นอนว่ามีการอัพเดท Dell Notebook รุ่นใหม่ๆ ที่ต้องบอกว่ามากันเพียบ พร้อมขายในงานทันทีด้วย ซึ่งน่าตื่นเต้นกับการมีตัวเลือกชิปประมวลผล AMD Ryzen 4000U / Ryzen 4000H แล้ว อย่าง Inspiron 5405 / Inspiron 5505 / G5 15 SE ซึ่งได้ทั้งความสดใหม่ ความแรงลื่น และราคาที่ถูกกว่าที่เคยมีมาของ Dell Notebook เอง

แน่นอนว่าฝั่งของชิปประมวลผล Intel ก็ยังมีให้เลือกเช่นเดิม เพิ่มเติมคือรุ่นใหม่ ที่ใช้เป็น Core i Gen 10H อาทิ Inspiron 7501 / XPS 15 / Alienware m15 R3 / Alienware Area-51m R2 เรียกได้ว่า Dell ก็พร้อมที่จะนำเสนอ Notebook ที่ตอบสนองในทุกๆ การทำงาน ความบันเทิง รวมไปถึงการเล่นเกมด้วย

สำหรับงาน Commart 2020 จัดขึ้นในวันที่ 20 – 23 สิงหาคม 2563 นี้ ที่ไบเทค บางนา Hall EH98 – 99 โดยบทความนี้เราจะมาจัดอันดับ Dell Notebook รุ่นใหม่น่าซื้อ ในงาน Commart 2020 ขนโปรแรงของแถมเพียบ รุ่นไหนน่าซื้อที่สุดกัน แน่นอนว่าเราจะเน้นรุ่นใหม่เป็นหลัก เพราะได้ความสดใหม่ในราคาเอาจริงๆ ก็คุ้มค่าไม่แพ้กัน จะมีรุ่นอะไรบ้าง ไปชมกันต่อเลย

ดู Dell Promotion Brochure ของแถมในงาน Commart 2020 <<<

*** ในงาน Commart 2020 สามารถต่อลดราคาจากป้ายได้อีก บางรุ่นลด 500 บาท / 1,000 บาท / 2,000 บาท / มากกว่านั้น !!! อยู่ที่ต่อรองหน้าร้านอีกที หรือซื้อผ่าน Shopee ลดไป 1,500 บาท / ซื้อผ่าน Lazada ลดไปอีก 1,000 บาท ที่สำคัญในส่วนของแถมพิเศษ ที่ไม่ใช่โปรโมชั่นกลาง Dell ขึ้นอยู่แต่ละร้านด้วยนะครับ ***

Dell Inspiron 5405 ราคา 22,990 – 27,990 บาท

Dell Inspiron 5405 เป็นโน้ตบุ๊คหน้าจอ 14″ ขอบบางเฉียบ เน้นพกพา ตามสไตล์ของโน้ตบุ๊คที่ให้ความบางเบา ได้สเปกชิปประมวลผล AMD Ryzen 4000U ใหม่ล่าสุด และการ์ดจอออนชิป Radeon เป็นโน้ตบุ๊คที่มาพร้อมกับขนาดตัวเครื่องที่เบาสุดๆ ที่ 1.4 กิโลกรัม เล็กกระทัดรัดบางสุดเพียง 14.9 มิลลิเมตร แรมขนาด 8GB DDR4 Bus 3200Hz พร้อม SSD M.2 NVMe ความจุ 256GB / 512GB สำหรับความละเอียดหน้าจอก็เป็นพาเนล IPS ระดับ Full HD ให้ภาพคมชัดสวยงามสมจริง พร้อมใช้งานด้วย Windows 10 และมีซอฟต์แวร์ต่างๆ มากมาย

สเปกของ Dell Inspiron 5405 จะถูกแบ่งด้วยกันเป็น 2 รุ่นหลักๆ คือ Ryzen 5 4500U ทำงานแบบ 6C/6T (2.30 GHz up to 4.00 GHz, 8 MB L3 Cache) และ Ryzen 7 4700U ทำงานแบบ 8C/8T (2.00 GHz up to 4.10 GHz, 8 MB L3 Cache) แน่นอนว่าให้ทั้งความแรงและใช้งานได้ยาวนาน เป็นสถาปัตยกรรม สถาปัตยกรรม Zen 2 โค้ดเนม Renoir (เรนัวร์) เทคโนโลยีการผลิตที่ 7 นาโนเมตร สุดล้ำหน้ากว่าที่เคยมีมาในตลาดโน้ตบุ๊ค ที่ได้ความแรงลื่นแบบก้าวกระโดดในราคาไม่แพงเลย

ได้มาตรฐานการเชื่อมต่อรองรับเป็น USB 3.2 Type-A / USB 3.2 Type-C ส่วนไร้สายจะเป็น Wireless AC และ Bluetooth 5.0 ด้วย นอกจากนี้ในส่วนของกล้องด้านหน้ารองรับการใช้งาน VDO Call ที่เป็นโน้ตบุ๊คที่ใส่ใจในรายละเอียดก็คือ มีน้ำหนักตัวที่เบามากๆ แถมตัวเครื่องยังบางสุดๆ โดยสามารถถือได้ด้วยมือเดียวอย่างสบายๆ ด้วยน้ำหนักเพียง 1.4 กิโลกรัมเท่านั้น ส่วนความบางเครื่องก็เพียง 17.9 มิลลิเมตร การรับประกัน 2 ปี แบบ Dell Premium Support และ On-Site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน ตามมาตรฐานของ Dell ที่เราทุกคนในเรื่องของการบริการที่ประทับใจ

โดย Dell Inspiron 5405 มีให้เลือกทั้งสีสันสีเงิน Platinum Silver ที่ดูแล้วหรูหรา สง่างาม เหมาะกับหนุ่มๆ ที่ต้องการโน้ตบุ๊คที่เน้นภาพลักษณ์ไว้ใช้งาน รวมไปถึงเหมาะสมกับสาวๆ ที่ดูลงตัวเรียบง่าย พร้อมปุ่ม Power มุมขวาบนของคีย์บอร์ดสีเดียวกับตัวเครื่องที่เป็น Fingerprint ในตัว ซึ่งดูสวยงามลงตัวมากๆ สนนราคาไม่แพงเลย สำหรับสเปก Ryzen 5 4500U อยู่ที่ 22,990 บาท และรุ่น Ryzen 7 4700U ที่ 27,990 บาท ส่วนสเปกอื่นๆ เหมือนกันทั้งหมด

Dell Inspiron 5505 ราคา 22,990 – 27,990 บาท

สำหรับ Dell Inspiron 5505 มีความใกล้เคียงกับ Dell Inspiron 5405 ทั้งดีไซน์ภายนอกและสเปกภายใน แต่ว่าได้ขนาดหน้าจอที่ใหญ่กว่า 15.6″ แน่นอนว่ามีน้ำหนักที่มากกว่าที่ 1.72 กิโลกรัม ซึ่งก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้สะดวกสบายอยู่ โดยมีราคาสูงกว่า Dell Inspiron 5405 ในสเปกที่เหมือนกันที่ 1,000 บาท โดยถือว่าเป็นราคาที่รับได้

Dell G5 15 SE ราคา 38,990 – 42,990 บาท

Dell G5 15 SE เป็น Gaming Notebook เป็นรุ่นแรก ที่ใช้ชิปประมวลผล AMD Ryzen ของ G Series ดีไซน์ดู Gaming แบะแตกต่าง ซึ่งมีความบางตัวเครื่องเพียง 21.6 มิลลิเมตร ส่วนน้ำหนักอยู่ที่ 2.5 กิโลกรัม ขนาดหน้าจอ ตัวเครื่องสีเงินมันวาให้ความพรีเมียมหรูหรา ซึ่งสเปกหลักๆ แล้วเน้นประสิทธิภาพต่อความคุ้มค่า สำหรับการ์ดจอเป็น AMD Radeon RX5600M ที่แรงกว่า RX5500M ประกบคู่กับชิปประมวลผลรุ่นใหม่อย่าง Ryzen 7 4800H / Ryzen 9 4900H รุ่นล่าสุด ได้แรมขนาด 8GB / 16GB Bus 3200MHz และ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB รองรับการเล่นเกมได้อย่างลื่นไหลกว่ารุ่นก่อนๆ พอสมควร

Dell G5 15 SE ดีไซน์การมีการปรับใหม่ให้ดูสวยงามเฉียบเรียบยิ่งขึ้น มิติตัวเครื่องดูเล็กกระชับลงจากการที่ขอบหน้าจอบางลงตามเทรนด์ของ Notebook ปี 2020 มาพร้อมสีเงินสว่างๆ กลับกับดำ อย่างสี Super Nova Silver ที่ดูหรูหราหน่อยสไตล์แบบทูโทน ที่บอกได้เลยว่าดูดีมากๆ ตามมาตรฐานของ Dell ที่หลายๆ คนชื่นชอบกันอยู่แล้ว วัสดุหลักๆ เป็นพลาสติกคุณภาพดี ที่มีงานประกอบที่แน่นหนา รวมไปถึงระบบระบายความร้อนก็ได้มีการปรับปรุงใหม่ เน้นความเป็นโน้ตบุ๊คเล่นเกมที่คุ้มค่าตามสไตล์ของ Dell

ส่วนของตัวเครื่องหลักๆ แล้วจะใช้เป็นพลาสติกคุณภาพสูงเป็นส่วนประกอบ ทำให้ได้ข้อดีมาก็คือทั้งความแข็งแรงและน้ำหนักที่เบา โดยตัวเครื่องภายนอกทั้งฝาหลังและด้านล่างตัวเครื่องจะเป็นพลาสติก ส่งผลให้ตัวเครื่องดีไซน์ออกแบบมาได้มีควมบางเบาเป็นพิเศษ ซึ่งส่วนของฝาหลังเป็นสีสันแบบเทาเข้มๆ เรียบๆ พร้อมใส่โลโก Dell ไว้ตรงกลางสีเป็นสีไทเทเนียมมันวาวเป็นประกาย เปลี่ยนไปตามทิศทางของแสงที่ดูแล้วไม่ซ้ำใคร

สำหรับตัวเครื่องด้านในก็ยังคงในโทนสีดำส่งผลให้ตัวเครื่องเป็นลักษณะทูโทน โดยโลโก้ใต้หน้าจอจะเป็น Dell สีไทเทเนียม โดยสะท้อนแสงเช่นเดียวกับโลโก้ฝาหลัง ส่วนชิ้นส่วนชุดแป้นคีย์บอร์ดจมีลักษณะแยกชิ้นตามสไตล์ของ Dell ที่ใช้กันในหลายๆ รุ่น ที่ดูแล้วก็ดูสวยงามเข้ากันเป็นดี มุมซ้ายบนจะเป็นชื่อซีรีส์ ก็คือ G5s แบบเรียบๆ และตรงกลางแป้นคีย์บอร์ดจะเป็นปุ่ม Power ตามาตรฐาน ได้การรับประกัน 2 ปี แบบ Dell Premium Support และ On-Site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน ตามมาตรฐานของ Dell ที่เราทุกคนในเรื่องของการบริการที่ประทับใจ

Dell Inspiron 7501 ราคา 36,990 – 39,990 บาท

Dell Inspiron 7501 จัดได้ว่าเป็นโน้ตบุ๊ครุ่นใหม่สายทำงานบางเบา วัสดุอะลูมิเนียม หนักเพียง 1.6 กิโลกรัม ได้ประสิทธิภาพสูงรุ่นใหม่ล่าสุด ชิปประมวลผลเป็น Core i5/i7 ตระกูล H Gen 10 การ์ดจอเป็น GTX 1650 Ti ที่เป็นรุ่นใหม่ มาพร้อมมาตรฐานใหม่ในเรื่องของขนาดตัวเครื่อง น้ำหนักและดีไซน์การออกแบบที่เล็กกว่าโน้ตบุ๊คในหน้าจอขนาดเดียวกัน ที่สำคัญด้วยบริการ Dell Pro Support ระยะเวลา 3 ปีเต็ม ซ่อมตรงถึงที่ ทุกที่ ในอีก 1 วันทำการ (On-site Sevice) ทำให้มั่นใจได้เลย บริการหลังการขายของ Dell นั้นยอดเยี่ยมอย่างแน่นอน

โดย Dell Inspiron 7501 ใช้สีสัน Platinum Silver ใช้ชิประมวลผลรุ่นล่าสุดจากทาง Intel อย่าง Core i5-10300H และ i7-10750H ที่เป็นตระกูลเน้นประสิทธิภาพทำงานหนักๆ ได้สบายๆ และการ์ดจอ Gaming ระดับกลางๆ อย่าง NVIDIA GeForce GTX 1650 Ti (4GB GDDR6) ที่ให้ประสิทธิภาพการทำงานรองรับ 3 มิติได้ดี เล่นเกมออนไลน์ได้สบายๆ ส่วนแรมก็ติดตั้งมาให้ขนาด 8GB DDR4 ซึ่งพอเพียงกับการใช้งานแน่นอน พร้อมด้วย SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB ที่สำคัญยังเป็นมาตรฐานการเชื่อมต่อ Wi-Fi 6 AX และ Bluetooth 5.0 ด้วย 

ดีไซน์การออกแบบโดยรวมของ Dell Inspiron 7501 ตัวเครื่องดูเล็ก กะทัดรัด เหมาะกับการพกพา ให้ดีไซน์ออกมาได้ขอบหน้าจอบางแบบสุดๆ มีกล้องด้านหน้ารองรับการใช้งาน VDO Call ส่วนของตัวเครื่องจะใช้เป็นโลหะที่ดูสวยงามและทนทาน เป็นส่วนประกอบหลักตลอดทั้งตัวเครื่อง  ทำให้ได้ข้อดีมาก็คือทั้งความแข็งแรงและน้ำหนักที่เบา ที่สำคัญส่งผลให้ภาพลักษณ์โดยรวมของตัวเครื่องดูหรูหรามากๆ ให้อารมณ์พรีเมียมสุดๆ  ส่งผลให้เราได้พบประสบการณ์ใช้งานที่เหนือชั้นกว่าโน้ตบุ๊คที่เน้นประสิทธิภาพทั่วๆ ไปในตลาด

Dell XPS 15 9500 ราคา 69,990 – 79,990 บาท

Dell XPS 15 9500 รุ่นดีไซน์ใหม่นั้นได้มีการปรับไปใช้วัสดุของตัวเครื่องเป็นอลูมิเนียมคาร์บอนไฟเบอร์ระดับพรีเมี่ยม ซึ่งใช้การออกแบบ CNC-machined aluminum พร้อมทั้งยังใ้ชขอบเป็นวัสดุแบบ double-anodized diamond ในส่วนของขอบต่างๆ ทำให้ตัวเครื่องนั้นนอกจากจะดูสวยงามแล้วมันยังมาพร้อมกับความแข็งแรงทนทานมากขึ้นกว่าเดิมเป็นอย่างมาก ส่วนของจุดที่วางมือในส่วนของคีย์บอร์ดนั้นก็ได้มีการใช้วัสดุเป็นคาร์บอนไฟเบอร์ที่นอกจากจะทำให้ตัวเครื่องเบาและบางลงแล้ว เวลาที่ใช้งานนั้นจะทำให้ผู้ใช้รู้สึกสบายได้มากขึ้นกว่าเดิม สำหรับโลโก้ XPS นั้นก็ได้ใช้วัสดุเป็นสแตนเลสแบบชิ้นเดียวทำให้ตัวเครื่องนั้นดูสวยงามเพิ่มมากขึ้น

จากการที่ตัวเครื่องมีความบางและเบาทาง Dell เองก็มีความจำเป็นจะต้องตัดพอร์ตการเชื่อมต่อแบบ USB Type-A ออกไปจากตัวเครื่อง ทว่าทาง Dell เองนั้นก็ได้มีการใส่พอร์ต USB 3.1 Type-C และ Thunderbolt 3 เข้ามาทดแทน นอกไปจากนั้นแล้วตัวเครื่องยังมาพร้อมกับ full-sized SD card reader และ 3.5mm combo headphone jack ที่ดีไซน์นั้นสวยงามเข้ากันกับพอร์ตอื่นๆ เป็นอย่างดีอีกด้วย (บันเดิล USB Type-C to Type-A และ HDMI 2.0 adapter มาให้ในชุดวางจำหน่ายอีกด้วยเลยไม่ต้องซื้อแยกแต่อย่างใด) การเชื่อมต่อไร้สายก็เป็น Wi-Fi 6 AX + Bluetooth 5.0

ในส่วนของช่องสำหรับลำโพงนั้นทาง Dell XPS 15 9500 เองก็ได้มีการออกแบบโดยตัวช่องนั้นจะมาพร้อมกับรูปแบบ laser-drilled ที่มีรูมากถึง 4,532 รูด้วยอีกต่างหาก แถมด้วยตัวลำโพงนั้นยังได้รับการปรับแต่งโดยคุณ Jack Joseph Puig ซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับรองวัล Grammy Award winning producer มาทำการปรับแต่งลำโพงให้ทำให้เสียงที่ออกมาจากตัวเครื่องทั้งผ่านทางลำโพงของตัวเครื่องเองและหูฟังมีเสียงดีที่สถด มาพร้อมกับเทคโนโลยี Waves Nx 3D Audio ในส่วนของไมค์นั้นก็มาพร้อมกับเทคโนโลยี Waves MaxxVoice ซึ่งบนตัวเครื่องจะมีไมค์มากถึง 2 ตัวทำให้การติดต่อสื่อสารนั้นผ่านไมค์นั้นมีคุณภาพดีมากขึ้นเป็นอย่างมาก

ในเรื่องของสเปก Dell XPS 15 9500 จะถูกแบบออกเป็น 2 รุ่นด้วยกันแตกกันที่ความละเอียดหน้าจอ ใช้ชิปประมวลเป็น Intel Core i7-10750H รุ่นตัวแรงยอดนิยม ส่วนการ์ดจอก็มีประสิทธิภาพสูงอย่าง NVIDIA GeForce GTX 1650 Ti แรมก็ให้มา 16GB DDR4 และได้ที่เก็บข้อมูลเป็น SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB ส่วนหน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว สัดส่วน 16:10 ความละเอียด Full HD + ที่ 1920 x 1200 พิกเซล และ Ultra HD + ที่ 3840 x 2400 พิกเซล แถมตัวคีย์บอร์ดยังมีไฟ LED Backlit มาให้ด้วย โดยมีความเบาที่ 1.8 กิโลกรัมเท่านั้น เรียกได้ว่าเป็นโน้ตบุ๊คระดับสูงได้อย่างเต็มภาคภูมิ

Dell Alienware m15 R3 ราคา 84,990 – 124,990 บาท

Alienware m15 R3 ปี 2020 เป็นที่สุดของ Gaming Notebook หน้าจอ 15.6″ ใช้ชิประมวลผลรุ่นล่าสุดที่เน้นสวยงามบางเบา จากทาง Intel อย่าง Core i9-10980HK และการ์ดจอระดับสูงสุดอย่าง NVIDIA GeForce RTX 2080 Super Max-Q ที่ร้อนน้อยกว่า ได้แรมมาตรฐานเป็น DDR4 ขนาด 32GB Bus 3200MHz พร้อม SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 1TB มีหน้าจอความละเอียดสูงระดับ 1920 x 1080 พิกเซล Full HD พาเนล IPS แบบด้าน 300Hz ส่งผลให้เราได้พบประสบการณ์ใช้งานที่ดีเยี่ยม ใครจะเอาไปทำงานหรือเล่นเกมอันนี้ไม่ว่ากัน สนนราคา 124,990 บาท ซึ่งจากสเปกหลักตรงนี้ทำให้รองรับการเล่นเกมในปัจจุบันลื่นๆ ได้ทุกเกมแน่นอน

พร้อมด้วยกล้องเว็บแคม Alienware FHD (1080p) และมีไมค์ดิจิตอลแบบคู่ในตัว ส่วนการเชื่อมต่อก็มีมาอย่างครบถ้วน ทั้ง Thunderbolt 3 (USB Type-C with support for USB 3.2 Gen 2 10Gbps, 40Gbps Thunderbolt, and DisplayPort 1.2), USB 3.1 Type-A  และ RJ-45 Killer Network, Headset พิเศษสุดๆ ด้วย Alienware Graphics Amplifier พร้อมยังรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth 5.0 และ Wi-Fi 6 มาตรฐาน Killer Wireless 1650i 2×2 AX ที่สำคัญยังโดดเด่นกว่ารุ่นอื่นด้วยการติดตั้ง Tobii Eyetracking ที่เราสามารใช้ดวงตาในการเล่นเกมอีกด้วย

ดีไซน์การออกแบบจะเห็นว่า Alienware m15 R3 มีความล้ำสมัยแบบสุดๆ เป็นยานอวกาศเหมือนมาจากต่างดาวมากๆ ด้วยรูปลักษณ์ที่ดูไม่เหมือนใครเน้นเรียบง่ายแต่หรูหรามากๆ เลือกใช้สีดำ Dark Side of the Moon ที่เป็นโทนดำทั้งตัวเครื่อง หรือสีขาว Lunar Light แบบขาวนวลพร้อมสลับสีดำ ที่ดูแล้วสะอาดตา เชื่อว่าโดนใจใครหลายๆ คนแน่นอน ในเรื่องของความพรีเมียมแตกต่างจาก Gaming Notebook แบรนด์อื่นๆ แบบชัดเจน เรียกได้ว่าเอาไปใช้งานที่ไหนก็โดดเด่นสุดๆ

ตัวเครื่องโดยรวมให้ดูทันสมัยและเรียบง่าย ตามมาด้วยการใส่รายละเอียดต่างๆ ที่สวยงามตามสไตล์ Alienware ที่สำคัญด้วยเทคโนโลยี Advanced Alienware Cryo-Tech v3.0 ได้ชุดระบายความร้อนก็มีขนาดที่ใหญ่มาก โดยได้พัดลม 2 ตัวขนาดใหญ่ ดูดอากาศเย็นจากใต้ตัวเครื่องพร้อมเปล่าออกผ่านทางฮีทไปป์และฟินขนาดใหญ่ไปทางด้านหลังและด้านข้างออกตัวเครื่อง เชื่อได้เลยว่า Alienware m15 R3 ตัวนี้ต้องจัดการอุณหภูมิได้ดีอย่างแน่นอน

มาพร้อมกับไฟ RGB 16.8 ล้านสี ด้วย AlienFX Lighting Zone ตามสไตล์ของ Alienware ที่เราสามารถปรับแต่งได้ดั่งใจ ทั้งส่วนของคีย์บอร์ดที่ดูแล้วสวยงาม อีกทั้งด้านหลังตัวเครื่องที่เป็นการแยกชุดระบายความร้อนออกมาตามสไตล์ของ Alienware ก็ยังมีการติดตั้งไฟ RGB เอาไว้ ทั้งโลโก้หลังและปุ่ม Power ที่ยอมรับเลยว่าตรงนี้ดูเก๋มากๆ โดดเด่นแบบสุด ให้อารมณ์ด้วยรวมของตัวเครื่องแบบรถยุโรปราคาแพงทีเดียว ที่สำคัญช่องระบายความร้อนก็เป็นแบบรังผึ้งที่ลงตัวสุดๆ ทั้งขอบด้านหลังและเหนือชุดคีย์บอร์ด

แน่นอนว่านั่นก็มาจากการที่ Dell มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ พร้อมกับมาตรฐานของ Dell ที่มีแฟนๆ เชื่อมั่นอยู่เสมอมา ที่สำคัญด้วยบริการ Dell Premium Support ซ่อมตรงถึงที่ ทุกที่ ในอีก 1 วันทำการ (On-site Sevice) ระยะเวลา 2 ปีเต็มด้วย ทำให้มั่นใจได้เลย บริการหลังการขายของ Dell นั้นยอดเยี่ยมอย่างแน่นอน 

Dell Alienware Area-51m R2 ราคา 119,990 – 139,990 บาท

นอกเหนือจากนี้ยังมีท็อปที่สุดอย่าง Alienware Area-51m R2 มีความเป็นยานอวกาศมากๆ สมกับชื่อผลิตภัณฑ์จากทางต่างดาวจริงๆ อย่างที่ๆม่เคยมีมาก่อน ด้วยรูปลักษณ์ที่ดูไม่เหมือนใครเน้นเรียบง่ายแต่หรูหรามากๆ เลือกใช้สีขาวมาแซมที่ดูแล้วสะอาดตา ฝาหลังมีโลโก้ Area-51 อยู่ วัสดุหลักๆ ก็จะเป็นโลหะและพลาสติกเกรดสูง นับว่าที่เป็นที่สุดของ Gaming Notebook หน้าจอ 17.3″ จากทาง Dell โดยมีขนาดตัวเครื่องที่หนาและน้ำหนักที่มากกว่าที่ 4.1 กิโลกรัม รวมไปถึงเทคโนโลยีอื่นๆ ก็จัดเต็มเหมือนกัน

แต่สเปกภายในนั้นใส่เต็มยิ่งกว่า เพราะเลือกใช้ชิปประมวลผล Core i7-10700K / Core i9-10900K ที่ยกมาจาก Desktop PC ซึ่งให้ประสิทธิภาพแรงกว่า Gaming Notebook ในตลาดทั้งหมด อีกทั้งการ์ดจอก็เป็นระดับบนรุ่นล่าสุดอย่าง NVIDIA GeForce RTX 2070 Super / RTX 2080 Super แบบพิเศษ ที่สามารถถอดอัพเกรดได้ โดยใช้มาตรฐานเป็น DGFF (Dell Graphics Form Factor) แตกต่างจากคู่แข่งที่เป็น MXM แน่นอนว่าทำให้อนาคตเราสามารถอัพเกรดการ์ดจอใหม่ได้ด้วยการถอดเปลี่ยน อารมณ์เดียวกับ Desktop PC เลยทีเดียว (สมมุติว่ามี RTX 3080 มาแล้วแบบนี้)

มาพร้อมกับไฟ RGB ตามสไตล์ของ Alienware ที่เราสามารถปรับแต่งได้ดั่งใจ ทั้งส่วนของคีย์บอร์ดที่ดูแล้วสวยงาม อีกทั้งด้านหลังตัวเครื่องที่เป็นการแยกชุดระบายความร้อนออกมาตามสไตล์ของ Dell และ Alienware  ก็ยังมีการติดตั้งไฟ RGB เอาไว้ ที่ยอมรับเลยว่าตรงนี้ดูเก๋มากๆ โดดเด่นแบบสุด ให้อารมณ์ด้วยรวมของตัวเครื่องแบบรถยุโรปราคาแพงทีเดียว ที่สำคัญช่องระบายความร้อนก็เป็นแบบรังผึ้งที่ลงตัวสุดๆ ทั้งขอบด้านหลังและด้านล่างตัวเครื่อง

สรุปคือ Alienware เค้าออกแบบมาได้เยี่ยมยอดจริงๆ Alienware Area-51m จำเป็นต้องใช้อแดปเตอร์ถึงสองตัวด้วยกัน (280 Watt x2) ในการจ่ายไฟใช้งาน ซึ่งตรงนี้ก็ไม่ใช้เรื่องแปลกอะไร เพราะก่อนหน้านี้เราคงเคยเห็นใน Gaming Notebook ตัวท็อปของหลายๆ แบรนด์ไปแล้ว

from:https://notebookspec.com/dell-notebook-new-model-at-commart-2020/533805/

จัดอันดับ Acer Notebook น่าซื้อในงาน Commart 2020 ยกทัพ Swift 3 / Swift 5 / Swift 7/ Spin 5 / Nitro 5 สเปก Core i / Ryzen พร้อม Predator Helios / Triton จัดเต็ม

Acer Promotion ในงาน Commart 2020 ยกขบวนสินค้า Notebook, PC พร้อมโปรโมชั่นสุดแรง ของใหม่ราคาถูกคุ้มค่า ที่มีเฉพาะงานนี้เท่านั้น! โปรโมชั่น! สุดพิเศษ จัดขึ้นที่บูธ Acer ณ ไบเทค บางนา ตั้งแต่วันที่ 3 – 5 มีนาคม 2563 นี้ โดยมาพร้อมกับสินค้าราคาพิเศษมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Swift3, Swift 5, Spin 5, Nitro 5, Predator รุ่นต่างๆ ปี 2020 ที่ให้ของแถมมาเพียบ ไม่ว่าจะเป็น SSD 512GB, ลำโพงไร้สาย และอื่นๆ อีกมากมาย

รวมถึงมีในส่วนของ Acer Windows Mixed Reality Headset (AH501S) ซึ่งบอกเลยว่า Acer ทำการตลาดได้รวดเร็วก่อนใครเสมอมา หลายปีก่อนก็ทำออกมาเป็นเจ้าแรก โดยในรุ่นนี้ก็เป็นการอัพเกรดจากรุ่นก่อนหน้าในหลายๆ ส่วนด้วย ที่สำคัญคือมีราคาวางจำหน่ายประมาณ 14,990 บาทเท่านั้น ซึ่งในงาน Commart 2020 ครั้งนี้ก็จัดโปรโมชั่นพิเศษลดเหลือเพียง 9,990 บาทเท่านั้น เรียกได้ว่าราคาไม่แพงเลย ถ้าเทียบกับประสบการณ์เล่นเกมที่เราจะได้

นอกเหนือจากนั้นยังมี Gaming Notebook รุ่นล่าสุดและโน้ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ มากมาย อีกทั้งยังมีโปรโมชั่นลดราคาโน้ตบุ๊คเล่นเกมตัวจริงอย่าง Predator และในส่วนของ PC รวมถึงอุปกรณ์เสริมอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น หน้าจอมอนิเตอร์ โปรเจคเตอร์ อุปกรณ์ต่างๆ มาให้เลือกซื้อมากมาย ทาง Acer เองก็มีโปรโมชันสินค้าเด็ดๆ มาให้ซื้อหาด้วยเช่นกัน ซึ่งในบทความนี้เราจะมาจัดอันดับ Acer Notebook น่าซื้อในงาน Commart 2020 ยกทัพ Aspire 3 / Swift 3 / Swift 5 / Swift 7/ Nitro 5 สเปก Core i / Ryzen พร้อม Predator Helios / Triton จัดเต็ม

ซึ่งโปรโมชั่นหลักๆ ของ Gaming Notebook อย่าง Nitro 5 / Predator Series ก็คือ แลกซื้อ Gamig Gear สุดพิเศษในราคา 890 บาทเท่านั้น ประกอบไปด้วย Gaming Mouse / Mouse Pad / Gaming Headset จากทาง Predator เรียกได้ว่าคุ้มค่ามากๆ และอีกหลายรุ่น แถม SSD M.2 ความจุ 512GB ด้วย ดูรายละเอียดได้ที่หน้า Brochure ได้เลย

ดู Acer Promotion Brochure ของแถมในงาน Commart 2020 <<<

*** ในงาน Commart 2020 สามารถต่อลดราคาจากป้ายได้อีก บางรุ่นลด 500 บาท / 1,000 บาท / 2,000 บาท / มากกว่านั้น !!! อยู่ที่ต่อรองหน้าร้านอีกที หรือซื้อผ่าน Shopee ลดไป 1,500 บาท / ซื้อผ่าน Lazada ลดไปอีก 1,000 บาท ในส่วนของแถมพิเศษ ที่ไม่ใช้โปรโมชั่นกลาง Acer ขึ้นอยู่แต่ละร้านอีกที ***

Acer Swift 3 ราคา 22,990 – 25,990 บาท

Acer Swift 3 SF314-42 เป็นโน้ตบุ๊คบางเบาหน้าจอ 14″ สเปกชิปประมวลผล AMD Ryzen 4000 U Series พร้อมจัดเต็มเรื่องความคุ้มค่า พร้อมความทรงพลัง โดยในส่วนของ U Series ที่เน้นประหยัดพลังงานแต่ยังให้ความแรง ซึ่งเดิม AMD ก็ทำตลาดในกลุ่มนี้ได้อย่างน่าสนใจ ด้วยราคาที่ถูก ประสิทธิภาพดี ได้ความแรงที่เหนือชั้นกว่าเดิมมากด้วยเมื่อเทียบกับชิปประมวลผลรุ่นเดิมๆ ที่เป็น H Series โดย Acer Swift 3 ปี 2020 ได้สเปกชิปประมวลผล AMD Ryzen 4000 U Series พร้อมขายในไทยแล้ว มีราคาที่ 22,990 – 25,990 บาท ได้สถาปัตยกรรมเทคโนโลยีการผลิตที่ 7 นาโนเมตร สุดล้ำหน้ากว่าที่เคยมีมาในตลาดโน้ตบุ๊ค

ซึ่ง Acer Swift 3 สเปก Ryzen 4000 แบ่งออกเป็น 2 รุ่นคือ AMD Ryzen 5 4500U / Ryzen 7 4700U ที่แรงและดีกว่าเดิมแน่นอน มาพร้อมกับการ์ดจอออนชิปเป็น Radeon RX VEGA 6 / 7 รุ่นใหม่ ตัวเครื่องรองรับการติดตั้งแรมขนาด 8GB DDR4 โดยติดตั้งที่เก็บข้อมูลเป็น SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB แสดงผลผ่านทางหน้าจอขนาด 14″ ความละเอียด Full HD พาเนล IPS แบบจอด้านลดแสงสะท้อนได้มุมมองที่กว้างและสีสันสดใส ระบบปฏิบัติการ Windows 10 ที่ใช้งานได้ทันที ที่สำคัญยังได้ในส่วนของโปรแกรมเอกสาร Microsoft Office Home & Student 2019 มูลค่า 4,299 บาทด้วย

ตัวเครื่องสีสัน Mauve Purple ที่ออกเป็นสีม่วงแบบมังคุดไทยๆ ให้ความโดดเด่นไม่เหมือนใคร หรือมีอีกสีคือสีเงินสว่างๆ Pure Silver ที่เหมาะกับทั้งหนุ่มๆ ลุคเท่แบบคลูๆ หรือสาวๆ ที่ดูน่ารักสดใส เหมาะมากๆ สำหรับคนทำงานจริงจังพนักงานออฟฟิศ หรือนักเรียนนักศึกษา ที่เน้นใช้งานทั่วไปให้ประสิทธิภาพพอตัว เพียงพอที่จะเอาไปทำงานหนักๆ อย่างตัดต่อวีดีโอได้เลยล่ะ แต่ก็ยังรองรับพกพาไปที่นู้นที่นั่นบ่อยๆ ทำงานได้ยาวนานกว่าโน้ตบุ๊คปกติ โดยแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานสุดถึง 13 ชั่วโมง ทำให้เราสามารถพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้อย่างคล่องตัว

ดีไซน์โดยรวมดูแล้วมีความเรียบหรูกว่าราคาไปมาก โดยมาพร้อมกับบางเพียง 15.9 มิลลิเมตร และมีน้ำหนักเพียง 1.2 กิโลกรัมเท่านั้น (รุ่นก่อน 1.35 กิโลกรัม) ถือได้ว่าเป็นโน้ตบุ๊คหน้าจอขนาด 14 นิ้ว แต่ตัวเครื่องเทียบเท่ากับหน้าจอ 13.3″ อย่างรุ่นก่อนๆ ที่บางเบาที่สุดรุ่นหนึ่ง พกพาไปไหนมาไหนได้สะดวกขึ้นแบบรู้สึกได้ จนรุ่นเก่าต้องอิจฉาเลยทีเดียว กับแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน พร้อมยังสามารถชาร์จได้รวดเร็วด้วยการชาร์จเพียง 30 นาที ก็สามารถใช้งานได้ถึง 4 ชั่วโมง

Acer Swift 5 ราคา 30,990 – 36,990 บาท

Acer Swift 5 รุ่นใหม่ปี 2020 สเปกใช้ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10 อย่าง Core i5-1035G1 / Core i7-1065G7 ใช้การ์ดจอออนชิปอย่าง Iris Graphics G7 หรือมีรุ่นการ์ดจอแยกเป็น NVIDIA GeForce MX350 มาพร้อมหน้าจอ 14″ Full HD พาเนล IPS เกรดสูง sRGB 97% โดยมีน้ำหนักเพียง 990 กรัมเท่านั้น

ส่วนสเปกอื่นๆ ก็ครบครันทั้งแรมขนาด 16GB LPDDR4X แบบออนบอร์ด และที่เก็บข้อมูลเป็น SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB รองรับการทำงานที่เต็มที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นงานเอกสาร ความบันเทิง หรืองานประมวลผลหนักๆ ก็พอได้เลย เหมาะกับคนทำงาน นักเรียน นักศึกษา ที่ต้องการโน้ตบุ๊คที่เบาที่สุด แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน 10 ชั่วโมง +

ได้ระบบปฏิบัติการ Windows 10 ลิขสิทธิ์ทันที ทำงานพื้นฐานได้แบบสบายๆ สนับสนุนการทำงานร่วมกับโปรแกรมต่างๆ ถือได้ว่าในส่วนของการใช้งานทั่วไปโดยรวมนั้นสอบผ่านแบบสบายๆ  ทั้งในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร งานตกแต่งรูปภาพ รวมถึงงานตัดต่อวิดีโอ ส่วนความบันเทิงดูหนังฟังเพลง ชม Netflix ก็สบายๆ ไปอีก และพอที่จะใช้งานหนักๆ อย่างตัดต่อวีดีโอก็พอได้บ้าง รวมไปถึงเล่นเกม 3 มิติก็ลื่นไหล จากการที่มีการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce MX350 (2GB GDDR5) ที่แรงพอๆ กับ GTX 960M เลยทีเดียว

ส่วนเรื่องของพอร์ตเชื่อมต่อนั้นก็ยังมีพอร์ตมาตรฐานซึ่งมาให้ค่อนข้างครบ เช่น Thunderbolt 3 (เป็น USB 3.1 Type-C + DisplayPort + Power Delivery), USB 3.1 Type-A, USB 2.0 Type-A, HDMI สำหรับเชื่อมต่อจอภายนอก ที่สำคัญยังมาพร้อม Dual-Band Intel Wi-Fi 6 (GIG+) 802.11ax ที่แรงขึ้น 3 เท่า และการเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth 5.0 ใหม่ล่าสุด ได้ประกันจะเป็นแบบ 3 ปี โดยปีแรกเป็นแบบ On-site Serive ซ่อมฟรีถึงบ้าน และกรณีส่งซ่อมตามศูนย์ก็จะซ่อมอย่างรวดเร็วภายใน 3 ชั่วโมงอีกด้วย ที่สำคัญได้โปรแกรม Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,299 บาท) มาใช้งานทันที นับว่าคุ้มค่าจริงๆ ที่เหนือกว่าหลายๆ แบรนด์

เรียกได้ว่าถือว่าเป็นโน้ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 14″ (ทัชสกรีนได้) ที่เบาที่สุดรุ่นหนึ่งในตลาดก็ว่าได้ ส่วนความบางอาจจะไม่มาก โดยอยู่ที่ 14.95 มิลลิเมตร แต่ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีกว่ามาตรฐานโน้ตบุ๊คพกพามาตรฐานระดับสูงอยู่ดี อีกทั้งในรุ่นใหม่นี้ได้ดีไซน์พิเศษโดยมียางรองขอบเครื่องด้านหลังช่วยยกตัวเครื่องให้เอียงสูงขึ้นเมือเรากางหน้าจอ

ส่งผลให้พิมพ์ง่ายขึ้นและมุมมองดีขึ้นด้วย วัสดุจากอลูมิเมียนผสมแม็กนีเซียมอัลลอยด์ให้น้ำหนักเบาเป็นพิเศษแต่ก็ยังแข็งแรงและทนทาน กับสีสัน Charcoal Blue พร้อมแซมด้วยสีทองตามจุดต่างๆ เหมาะทั้งหนุ่มๆ หรือสาวๆ ยุคใหม่ที่ดูทันสมัยสวยงามลงตัว ส่วนสี Moonstone White นับว่าเป็นอีกสีที่ดูหรูหราไม่แพ้กัน เน้นขาวๆ สะอาดๆ

Acer Spin 5 ราคา 29,990 – 39,990 บาท

Acer Spin 5 จัดว่าเป็น 2-in-1 Notebook ได้หน้าจอเป็น 13.5″ ที่มีขนาดเล็กกระทัดรัด มีความละเอียดระดับ 2K คุณภาพสูงให้มุมมองที่กว้าง โดยมีน้ำหนักของตัวเครื่องเพียง 1.2 กิโลกรัม มาพร้อมกับ Windows Hello ติดตั้งเป็นแบบ Fingerprint แน่นอนว่าสเปกเป็นชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10 สถาปัตยกรรม Ice Lake อย่าง Core i5-1035G4 และ Core i7-1065G7 ส่วนของแรมเป็นขนาดสูงสุดที่ 8GB / 16GB LPDDR4X และ SSD M.2 NVMe ได้ความจะเป็น 512GB / 1TB รองรับการชาร์จไฟแบบรวดเร็ว พร้อมแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานกว่า 15 ชั่วโมงด้วย

รายละเอียดสเปกอื่นๆ ของ Acer Spin 5รุ่น ปี 2020 เทคโนโลยีการเชื่อมต่ออย่าง Wi-Fi 6 AX และ Thunderbolt 3 ที่ส่งข้อมูลได้เร็วแรงและปลอดภัยที่สุด ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ถูกมาใช้เป็นมาตรฐานใน Swift 3 / Swift 5 แล้ว ส่วนของระบบเสียงเป็น Acer TrueHarmony และ DTS พร้อมมีคีย์บอร์ดไฟส่องสว่าง มีปากกาที่เขียนได้เหมือนจริงที่สุดอย่าง Acer Active Wacom AES Stylus รองรับแรงกด 4,096 ระดับ แตกต่างจาก 2-in-1 Notebook ในตลาดยิ่งกว่าจากการที่เป็นขนาด 13.5″ สัดส่วน 3:2 ที่ความละเอียด 2K (2256 x 1504 พิกเซล) ที่ให้พื้นที่ด้านยาวมากว่า รองรับการทัชสกรีนด้วยนิ้ว 10 จุดพร้อมๆ กัน

ดีไซน์การออกแบบโดยรวมของ Acer Spin 5 นั้นจะดูเล็กกว่าโน้ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 13.5″ ในแบบยุคก่อนๆ เนื่องด้วยตัวเครื่องดูเล็ก กะทัดรัด เหมาะกับการพกพา แต่ทั้งนี้ถึงแม้ว่าตัวเครื่องจะเล็ก ทำให้มีความโดดเด่นมากๆ ที่สำคัญขอบจอยังบางเฉียบ ทำให้ดูทันสมัยและเรียบง่าย ที่มุมตัวเครื่องจะทำให้เป็นแบบโค้งมน แต่ว่าไม่ได้มนมากจนเกินไป ที่สำคัญ 2-in-1 Notebook มีการดีไซน์ที่เก็บปากกาล้ำๆ ของ Acer Active Wacom AES Stylus โดยติดตั้งอยู่ที่ขอบตัวเครื่องด้านล่าง มีความบาง 15.24 มิลลิเมตร และเบาเพียง 1.22 กิโลกรัม ที่สำคัญอีกเรื่องก็คือบานพับก็เป็นอะลูมิเนียมที่แข็งแรงทนทานไม่ต่างจากตัวเครื่อง คอยทำหน้าที่หมุนหน้าจอได้ถึง 360 องศา ไว้ใช้ Multi Mode ทำให้ใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ

ส่วนของตัวเครื่องหลักๆ สีสันออกแนวดำๆ เทาๆ เหมาะกับทั้งสาวๆ หรือหนุ่มๆ วัยทำงานยุคนี้ แล้วจะใช้เป็นอะลูมิเนียมคุณภาพสูงตลอดทั้งตัวเครื่องเป็นส่วนประกอบ ทำให้ได้ข้อดีมาก็คือทั้งความแข็งแรงและน้ำหนักที่เบา โดยตัวเครื่องภายนอกทั้งฝาหลังและด้านล่างตัวเครื่องจะเป็นอะลูมิเนียม ส่งผลให้เวลาที่เราเอามือมาวางจะรู้สึกว่าเป็นอะไรที่เหนือชั้นกว่าวัสดุทั่วๆ ไป ส่วนด้านในก็เป็นอลูมิเนียมเช่นเดียวกัน เรียกได้ว่าเวลาใช้งานวางมือลงไปนั้นเราได้ทั้งความทนทานและความพรีเมียมไปพร้อมๆ กัน สำหรับปุ่มเปิดเครื่องจะไปอยู่ขอบตัวเครื่องด้านขวาทำให้กดปุ่มได้สะดวกในทุกๆ โหมด

Acer Nitro 5 (Core i/Ryzen) ราคา 26,990 – 39,990 บาท

สมการรอคอยของใครหลายๆ คน ที่ต้องการ Gaming Notebook ชิปประมวลผล Intel Core i / AMD Ryzen รุ่นใหม่ในตลาด กับการมาของ Acer Nitro 5 AN515-55 สเปก Intel Core i Gen 10H และ Acer Nitro 5 AN515-44 ปี 2020 สเปก Ryzen 4000H โดยเป็นโน้ตบุ๊คเล่นเกมหน้าจอ 15.6″ ราคาคุ้มค่า ที่ได้รับความนิยมไม่แพ้รุ่นอื่นๆ ทั้งจากสเปกที่แรงลื่นหลากหลาย อีกทั้งยังมีฟีเจอร์ที่จัดเต็ม และประกัน 3 ปี On-site Serive ที่ดีเยี่ยม หรือส่งศูนย์ซ่อมด่วน 3 ชั่วโมง โดยมีการอัพเกรดหลายๆ อย่างด้วยกัน ในราคาที่ไม่แพงเลย

สำหรับ Acer Nitro 5 AN515-55 จะเป็นสเปก Intel เลือกใช้ชิปประมวลผล Core i5-10300H / Core i7-10750H เป็นขุมพลังหลัก ทำงานร่วมกับการ์ดจอระดับ Gaming หลากหลายรุ่นอย่าง NVIDIA GeForce / GTX 1650 (4GB GDDR5) / GTX 1650 Ti (4GB GDDR6) / RTX 2060 (6GB GDDR6) ที่แรงลื่นกว่าเดิมแน่นอนในส่วนของแรมจัดเต็มมาให้เลยที่ 16GB DDR4 Bus 2933MHz แบบ 1 แถว ได้ SSD M.2 NCMe PCIe ความจุ 512GB หน้าจอเป็นพาเนล IPS เกรดสูง รองรับ Refresh Rate ที่ 144Hz ให้ความลื่นไหลทั้งการเล่นเกมหรือทำงาน แน่นอนว่าได้ Windows 10 ใช้งานได้ทันที ซึ่งแบ่งได้ตามรุ่นตามราคาได้ดังนี้

ส่วน Acer Nitro 5 AN515-44 เป็นรุ่นชิปประมวลผล AMD Ryzen 5 4600H และ Ryzen 7 4800H ที่แรงลื่นแบบสุดๆ ผสานการทำงานกับการ์ดจอ NVIDIA GeForce GTX 1650 (4GB) / GTX 1650 Ti (4GB GDDR6) ส่วนแรมได้มาตรฐานเป็นขนาด 8GB/16GB แบบ DDR4 Bus 3200MHz มีที่เก็บข้อมูลเป็น SSD มาตรฐาน M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB (รองรับการอัพเกรด SSD M.2 / HDD 2.5″ SATA3 ภายหลัง) สำหรับหน้าจอจะเป็น 15.6″ IPS Refesh Rate 144Hz ที่ลื่นกว่าสีดีกว่า พร้อมระบบปฏิบัติการ Windows 10 โดยแบ่งตามรุ่นต่างๆ ได้ตามนี้

สำหรับ Acer Nitro 5 AN515-55 และ Acer Nitro 5 AN515-44 มาพร้อมหน้าจอขนาด 15.6″ แบบ Screen-to-Body เป็น 80% ด้วยขอบจอบางเพียง 7.02 มิลลิเมตร บนความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล) ที่เลือกใช้ พาเนล IPS ให้มุมมองที่คมชัด สีสันสวยสดงดงามสมจริง Refresh Rate ที่ 144Hz แบบ 3ms ให้การแสดงผลได้ลื่นไหลกว่ารุ่น 60Hz โดยพื้นผิวจอเป็นแบบจอด้าน Anti-Glare ช่วยลดแสงสะท้อนเวลาเรานำโน้ตบุ๊คไปทำงานข้างนอก เหมาะกับการใช้งานทั่วไปหรือการเล่นเกม ดูหนังก็ทำได้ย่อมทำได้อย่างน่าประทับใจ พร้อมได้มาตรฐานขอบเขตสีใกล้เคียง sRGB 100% สำหรับสเปก Core i

Acer Nitro 5 AN515-55 / Acer Nitro 5 AN515-44 จัดว่าเป็น Gaming Notebook ขนาดหน้าจอ 15.6″ ดีไซน์มีการปรับปรุงใหม่ให้มีความโฉบเฉี่ยวมากกว่าเดิม ด้วยเส้นสายลวดลายที่ดูดุดันกว่าที่เคย โดยมีน้ำหนักอยู่ที่ 2.3 กิโลกรัม และที่มีพอร์ตเชื่อมต่อที่ครบครันอีกรุ่นเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น 3 x USB 3.2 Type-A (1 พอร์ตเป็นแบบชาร์จเจอร์ด้วย), 1 x USB 3.2 Type-C, 1, HDMI 2.0, RJ45 (Gigabit Ethernet) พร้อมด้วยความสามารถ Killer Ethernet E2600 เพื่อการเล่นเกมออนไลน์ที่ลื่นไหล และ Mic-in/Headphone-out แบบ Combo

นอกจากนี้ Acer Nitro 5 ยังมีเทคโนโลยี Acer CoolBoost และช่องระบายความร้อนแบบจัดเต็ม 4 ช่องทาง แบ่งเป็นทางด้านหลัง 2 ช่อง และซ้ายขวาอย่างละ 1 ช่อง จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและระบายความร้อนด้วยพัดลมคู่ เมื่อมีการใช้งานที่หนักหน่วง CoolBoost จะเพิ่มความเร็วพัดลมมากขึ้น 10% และการระบายความร้อน CPU/GPU มากขึ้น 9% เมื่อเทียบกับโหมดอัตโนมัติ (ตามที่ Acer เคลมไว้) พร้อมจัดการระบบของเราแบบเรียลไทม์ด้วยซอฟต์แวร์ NitroSense ซึ่งครอบคลุมถึงอุณหภูมิ ความเร็วพัดลมและอีกมากมาย

Acer Nitro 5 ติดตั้งคีย์บอร์ดแบบ Full Size มาให้ผู้ใช้งานได้ใช้กันได้อย่างสบายๆ พร้อมกับการตอบสนองของปุ่มแบบทันทีด้วยระยะการกด 1.6 มม. ติดตั้งปุ่มแป้นคีย์ตัวเลข (Numpad) โดยตัวปุ่มจะเป็นสีดำ มีฟอนต์เป็นสีแดง รวมไปถึงแป้นปุ่มตรงตัวอักษร WASD และปุ่มทิศทาง รวมถึงปุ่ม NitroSense จะมีขอบเป็นไฮไลน์เด่นออกมา นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับไฟ RGB แบบ 4 โซน ดูแล้วเป็น Gaming Notebook สวยงาม เอามาเล่นตอนกลางคืนสบายๆ อีกทั้งเรื่องการกดการสัมผัสบนคีย์บอร์ดที่ปุ่มมีความติดมือ ดีกว่าโน้ตบุ๊คธรรมดาทั่วไปแน่นอน จะเอาไปเล่นเกมหรือทำงานก็ตอบสนองได้ดีเยี่ยม

Acer Swift 7 ราคา 49,990 บาท (ลด 3,000 บาท)

Acer Swift 7 ปี 2019 จัดว่าเป็น Ultrabook หรือ Notebook หน้าจอ 14″ ที่มีขนาดเล็กที่สุดรุ่นนึงของโลก ได้ความเบาและบางกว่ารุ่นเดิม พร้อมใช้ชิปประมวลผล Intel รุ่นพิเศษอย่าง Core i7-8500Y ที่เป็นขุมพลังแรงแต่ประหยัดพลังงานและยังมาพร้อมกับ Thunderbolt 3 และตัวเครื่องยังใช้วัสดุและกรรมวิธีสุดเทพ พร้อมขอบจอที่บางเฉียบทั้ง 4 ด้าน ทำให้ต้องซ่อนกล้อง Webcam แบบ Pop Up เอาไว้ที่ด้านบนอีกด้วย เรียกได้ว่าล้ำสุดๆ ไปเลยสำหรับ Ultrabook ปี 2019

สเปกภายในใช้ Intel Core i7-8500Y ซึ่งเป็น Core i Gen 8 จาก Intel (Amber Lake-Y) เป็นตัวประมวลผล และมาพร้อมกับแรม 16GB LPDDR3 และได้ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB ปุ่มเปิด-ปิดเป็นปุ่มเดียวกับปุ่มแสกนลายนิ้วมือ ที่ใช้กับ Windows Hello ได้ ส่วนแบตเตอรี่ใช้งานได้ 12 ชั่วโมง พร้อมการเชื่อมต่อมาตรฐาน 2×2 MU-MIMO Gigabit Wi-Fi และ Bluetooth 5.0.

Acer Swift 7 เป็นโน้ตบุ๊คที่บางมากๆ ซึ่งทาง Acer เคลมว่าบางที่สุดในโลก โดยมีความบางของตัวเครื่องเพียง 9.95 มิลลิเมตร ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่ชื่นชอบโน้ตบุ๊กรูปทรงกะทัดรัด พกพาง่าย ทำจากวัสดุแมกนีเซียมและอลูมิเนียมอัลลอยด์แบบไร้รอยต่อที่แข็งแกร่งทนทานพร้อมความพรีเมียมที่สุด โดยมี 2 สีสันให้เลือก คือ Starfield Black / Moonstone White

เรียกได้ว่าถือว่าเป็นโน้ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 14″ ที่เบาที่สุดรุ่นหนึ่งในตลาดก็ว่าได้ ส่วนน้ำหนักอาจจะไม่เบาที่สุด โดยอยู่ที่ 890 กิโลกรัม แต่ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีกว่ามาตรฐานโน้ตบุ๊คพกพาทั่วไปมากๆ มีระบบปฏิบัติการ Windows 10 ติดตั้งมาให้พร้อมใช้งานทันที และสามารถใช้งาน Windows Hello ได้ผ่านทางสเแกนลายนิ้วมือเพื่อเข้าใช้งาน โดยเป็นปุ่มเดียวกันกับปุ่ม Power นอกจากนี้ส่วนของคีย์บอร์ดยังมีระยะกดที่ 1.1 มิลลิเมตรทำให้ได้ประสบการณ์ด้านการพิมพ์ที่สุดยอด แน่นอนว่าตัวเครื่องบางขนาดนี้ก็ยังเป็นแบบไร้พัดลมเหมือนเดิม

Predator Triton 300 ราคา 43,990 – 59,990 บาท

Acer Predator Triton 300 มีตัวเลือกเป็นชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10H อย่าง Core i5-10300H ทำงานที่ความเร็ว 2.50 – 4.50 GHz แบบ 4 คอร์ 8 เธร์ด และ Core i7-10750H ทำงานที่ความเร็ว 2.60 – 5.0 GHz แบบ 6 คอร์ 12 เธร์ด ทำงานร่วมกับการ์ดจอระดับสูงที่ได้ทั้งความแรงและร้อนน้อยกว่าอย่าง NVIDIA GeForce RTX 2060 (6GB GDDR6) / RTX 2070 Max-Q (8GB GDDR6) สนนราคาเริ่มต้นถูกสุด ที่ 43,990 บาทในฝั่งของ Gaming Notebook แบรนด์ Predator

แรมมาตรฐานเป็น DDR4 Bus 2933MHz ขนาด 16GB / 32GB พร้อม SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB / 1TB มีหน้าจอความละเอียดสูงระดับ 1920 x 1080 พิกเซล Full HD พาเนล IPS แบบด้าน รองรับ Refresh Rate ที่ 144Hz / 3ms ส่งผลให้เราได้พบประสบการณ์ใช้งานที่ดีเยี่ยม ใครจะเอาไปทำงานหรือเล่นเกมอันนี้ไม่ว่ากัน ได้ Windows 10 ลำโพงของตัวเครื่องใช้เป็นแบบสเตอริโอ โดยมีระบบเสียง DTS:X Ultra พร้อมด้วยกล้องเว็บแคมและมีไมค์ดิจิตอลแบบคู่ในตัว ส่วนการเชื่อมต่อก็มีมาอย่างครบถ้วน 

Acer Predator Triton 300 (2020) ในส่วนของดีไซน์ภายนอกก็ดูเรียบหรู วัสดุเป็นอะลูมิเนียมตลอดทั้งตัวเครื่องสีดำแซมด้วยสีฟ้า Predator ที่โดดเด่น เป็น DNA ของ Gaming Notebook จากทาง Acer Predator ปี 2020 นี้ก็ว่าได้ มีความบางสุด 19.9 มิลลิเมตร และเบาที่ 2.3 กิโลกรัม และถือว่าเป็นมาตรฐานของ Gaming Notebook หน้าจอ 15.6″ ที่ขอบบาง แต่ไม่ได้มีการตัดชุด Numpad ด้านขวาออกไปแต่อย่างใด เชื่อว่าหลายคนน่าจะถูกใจสิ่งนี้ โดยมีปุ่มที่ใหญ่และช่องว่างที่พอดี ทั้งอารมณ์การตอบสนองของแป้นพิมพ์ แรงกด และการใช้ปุ่มหลายๆ ปุ่มพร้อมๆ กัน

สำหรับดีไซน์ตัวปุ่มเองก็มีความพิเศษที่เป็นขอบสีขาวกึ่งโปร่งแสงให้ความสวยงามเวลาใช้งานจริง รวมถึงบริเวณด้านขวายังมีการทำปุ่ม Hotkey พิเศษ เรียกซอฟต์แวร์ PredatorSense ขึ้นมาได้ รวมไปถึงมีปุ่มปรับระดับเสียง ทำให้สะดวกยิ่งขึ้นไปอีก อีกทั้งยังโดดเด่นด้วยปุ่ม WASD, PredatorSense และปุ่มทิศทางที่จะมีขอบที่โปร่งแสงแบบพิเศษที่สำคัญไฟ LED ก็เป็นแบบ 4 โซน เราสามารถตามใจของผู้ใช้หลากหลายรูปแบบ ให้วิ่งไปมาตามโปรไฟล์ต่างๆ ผ่านทางซอฟต์แวร์ PredatorSense หรือจะปรับเป็นสีเดียวนิ่งๆ ก็ทำได้ เช่นตั้งไว้เป็นสีขาวหรือสีฟ้าสีเดียว

Predator Helios 300 ราคา 49,990 – 59,990 บาท

Acer Predator Helios 300 ปี 2020 ที่จะจำหน่ายในประเทศไทย มาพร้อมกับหลากหลายสเปกและราคา หลักๆ แล้วเป็นชิปประมวลผลเป็น Core i7-10750H (2.60 GHz, 12 MB L3 Cache, up to 5.00 GHz) ส่วนการ์ดจอเริ่มต้นเป็น NVIDIA GeForce RTX 2060 (6GB GDDR6) / RTX 2070 Max-Q (8GB GDDR6) พร้อม แรมขนาด 16GB / 32GB DDR4 Bus 2933 MHz ที่เก็บข้อมูลเป็นแบบ SSD M.2 แบบ NVMe PCIe ที่ความจุ 512GB – 1TB รวมถึงยังใส่ฮาร์ดดิสก์ 2.5″ ได้อยู่ จัดว่าให้สเปกมาเหลือเฟือในการใช้งานทั่วไปมากๆ แต่เหมาะสำหรับการเล่นเกมแบบสุดๆ

มีตัวเลือกหน้าจอขนาด 15.6″ หรือ 17.3″ แบบด้าน ความละเอียด Full HD พาเนลคุณภาพ IPS ตอบสนองที่ 144Hz 3ms แถมตัวเครื่องยังมีลำโพง 2.0 ชาแนล บนซอฟแวร์เสียง DTS:X Ultra ทำให้การขับเสียงเวลาเล่นเกม หรือดูหนังฟังเพลงทำได้อย่างยอดเยี่ยมอีกด้วย ทางด้านพอร์ทเชื่อมต่อเองมีมาให้อย่างครบถ้วนไม่ว่าจะเป็น USB 3.2 Type-C จำนวน 1 ช่อง, USB 3.2 Type-A จำนวน 3 ช่อง, HDMI, mini-DisplayPort, ช่องเสียบหูฟังไมค์ขนาด 3.5 มิลลิเมตร พร้อมด้วยช่องสาย Lan RJ45 พร้อม E2600 Ethernet Controller

Acer Predator Helios 300 (2020) จะมีหน้าจอขนาดใหญ่ที่ 15.6″ และ 17.3″ แต่กลับมีความเล็กลงจากมิติตัวเครื่องเล็กกระทัดรัดจากการที่ขอบจอบาง จากการที่ขอบจอบางที่ 7.9 มิลลิเมตร มีพื้นที่การแสดงผลที่ 79% โดยได้ความแรงไม่แพ้ Gaming Notebook เครื่องหนักๆ หนาๆ แบบแต่ก่อน โดดเด่นในเรื่องของการดีไซน์ที่พกพาได้สะดวก รักษาความเป็นเกมเมอร์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทำให้พกพาพอได้ หรือหยิบใส่กระเป๋าแบบสบายๆ การออกแบบให้ความรู้สึกที่ดุดันมีพลังด้วยวัสดุอลูมิเนียมตลอดทั้งตัวเครื่อง กับน้ำหนัก 2.5 กิโลกรัม และ 2.9 กิโลกรัม ตามลำดับ

คีย์บอร์ดถือว่าเป็นมาตรฐานของ Gaming Notebook หน้าจอ 15.6″ / 17.3″ โดยบริเวณด้านขวาของชุดคีย์บอร์ดยังมีการทำปุ่ม Hotkey พิเศษ เรียกซอฟต์แวร์ PredatorSense ขึ้นมาได้ ทำให้สะดวกยิ่งขึ้นไปอีกเวลาที่จะปรับแต่งการใช้งานโหมดต่างๆ รวมไปถึงการปรับรอบพัดลมหรือปรับสีไฟคีย์บอร์ดด้วย อีกทั้งยังโดดเด่นด้วยปุ่ม WASD, PredatorSense และปุ่มทิศทางที่จะมีขอบที่โปร่งแสงแบบพิเศษที่เป็นโทนฟ้าต่างจากปุ่มคีย์บอร์ดอื่นๆ ที่สำคัญไฟคีย์บอร์ด LED ก็เป็นแบบ RGB แบ่ง 4 โซน เราสามารถตามใจของผู้ใช้หลากหลายรูปแบบ ผ่านทางซอฟต์แวร์ PredatorSense หรือจะปรับเป็นสีเดียวนิ่งๆ ก็ทำได้

Predator Triton 500 ราคา 79,990 – 89,990 บาท

Acer Predator Triton 500 ใช้ชิประมวลผลรุ่นล่าสุดอย่าง Intel Core i Gen 10H ในรุ่น Core i7-10875H ทำงานที่ความเร็ว 2.3 – 5.1 GHz แบบ 8 คอร์ 16 เธร์ด ซึ่งให้ความแรงและ Core การทำงานที่มากกว่า i7-10750H ทำงานร่วมกับการ์ดจอระดับสูงรุ่นใหม่อย่าง NVIDIA GeForce RTX 2070 Super Max-Q (8GB GDDR6) / RTX 2080 Super Max-Q (8GB GDDR6) เป็นตัวแรงที่สุดในฝั่งของ Gaming Notebook 

แรมมาตรฐานเป็น DDR4 Bus 2933MHz ขนาด 32GB พร้อม SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 1TB มีหน้าจอความละเอียดสูงระดับ 1920 x 1080 พิกเซล Full HD พาเนล IPS แบบด้าน 300Hz / 3ms / G-Sync ส่งผลให้เราได้พบประสบการณ์ใช้งานที่ดีเยี่ยม ใครจะเอาไปทำงานหรือเล่นเกมอันนี้ไม่ว่ากัน ได้ Windows 10 สนนราคา 79,990 / 89,990 บาท

ซึ่งจากสเปกนี้ทำให้รองรับการเล่นเกมในปัจจุบันลื่นๆ ได้ทุกเกมแน่นอน ลำโพงของตัวเครื่องใช้เป็นแบบสเตอริโอ โดยมีระบบเสียง DTS:X Ultra พร้อมด้วยกล้องเว็บแคมและมีไมค์ดิจิตอลแบบคู่ในตัว ส่วนการเชื่อมต่อก็มีมาอย่างครบถ้วน ทั้ง Thunderbolt 3, USB 3.1 Type-A  และ LAN RJ45 Killer Ethernet E3100, Headset พร้อมยังรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth V5.0 และ Wi-Fi มาตรฐาน Killer Wi-Fi 6 AX1650G

สำหรับ Acer Predator Triton 500 ถือว่าเป็น Gaming Notebook มาตรฐานใหม่ที่มีความเบาบาง ขอบจอบางที่ได้ความแรงไม่แพง Gaming Notebook เครื่องหนักๆ หนาๆ แบบแต่ก่อน โดดเด่นในเรื่องของการดีไซน์ที่พกพาได้สะดวก ด้วยน้ำหนักเพียง 2.1 กิโลกรัม บางที่ 17.9 มิลลิเมตร (จัดว่าเป็น Gaming Notebook จอ 15.6″ ที่บางเบาที่สุดในโลกรุ่นนึง) ทำให้ถือมือเดียวได้ หรือหยิบใส่กระเป๋าแบบสบายๆ การออกแบบให้ความรู้สึกที่ดุดันมีพลังด้วยวัสดุอะลูมิเนียมตลอดทั้งตัวเครื่อง

คีย์บอร์ดของ Acer Predator Triton 500 มีการตัดชุด Numpad ด้านขวาออกไป แม้ว่าหลายคนอาจจะไม่ถูกใจนัก ซึ่งก็ต้องทำความเข้าใจว่าถ้ามีมันจะแน่นเกินไป ดูใช้งานไม่ได้จริงแถมยังไม่สวยงาม ทำให้ทาง Acer ตัดสินใจเลือกที่จะเน้นใช้งานแป้นคีย์บอร์ดหลักด้วยการไว้ตรงกึ่งกลางตัวเครื่องแทน โดยมีปุ่มที่ใหญ่และช่องว่างที่พอดี ทั้งอารมณ์การตอบสนองของแป้นพิมพ์ แรงกด และการใช้ปุ่มหลายๆ ปุ่มพร้อมๆ กัน นอกจากนี้บริเวณด้านขวายังมีการทำปุ่ม Hotkey พิเศษ เรียกซอฟต์แวร์ PredatorSense ขึ้นมาได้ รวมไปถึงมีปุ่มปรับระดับเสียง ทำให้สะดวกยิ่งขึ้นไปอีก

อีกทั้งยังโดดเด่นด้วยปุ่ม WASD, PredatorSense และปุ่มทิศทางที่จะมีขอบที่โปร่งแสงแบบพิเศษ ที่สำคัญไฟ LED ก็เป็นแบบ Per-Key RGB แบบเต็มรูปแบบ เราสามารถตามใจของผู้ใช้หลากหลายรูปแบบ ผ่านทางซอฟต์แวร์ PredatorSense หรือจะปรับเป็นสีเดียวนิ่งๆ ก็ทำได้ ส่วนในการใช้งาน Turbo เราก็สามารถกดปุ่มได้เลย

from:https://notebookspec.com/acer-notebook-new-model-at-commart-2020/533722/