คลังเก็บป้ายกำกับ: ไมโครซอฟท์

ไมโครซอฟท์ซื้อโดเมนชื่อ Corp.com ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัยของลูกค้า

นักวิจัยด้านความปลอดภัย Brian Krebs รายงานเมื่อวันที่ 7 เมษายนที่ผ่านมาว่า ทางไมโครซอฟท์ได้ซื้อโดเมนที่อันตรายอย่าง Corp.com เพื่อไม่ให้ตกไปอยู่ในน้ำมือของผู้ไม่ประสงค์ดี ซึ่งทางไมโครซอฟท์ได้ออกมายืนยันการซื้อดังกล่าวแล้วแต่ก็ไม่ได้เปิดเผยราคาที่ซื้อ

ทาง Krebs ก็เคยตั้งข้อสังเกตไว้ว่า Mike O’Connor ผู้ที่เคยซื้อโดเมน Corp.com นี้เมื่อ 26 ปีก่อน กำลังประมูลขายโดเมนของตัวเองด้วยราคาเริ่มต้นที่สูงถึง 1.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

สาเหตุที่โดเมนดังกล่าวเป็นตัวปัญหาก็เนื่องจากการที่ทำให้เจ้าของโดเมนสามารถเรียกดูรหัสผ่าน อีเมล หรือข้อมูลที่เป็นความลับอื่นๆ จากพีซีที่ใช้วินโดว์ในบริษัทต่างๆ ที่แอดมินยังใช้ชื่อโดเมนเนมทั่วไปอย่าง Corp.com ได้

ซึ่งหลายแห่งยังใช้โดเมนดีฟอลต์นี้เวลาติดตั้งระบบแอคทีฟไดเรกทอรี นั่นหมายความว่าใครก็ตามที่ควบคุมโดเมนนี้อยู่ก็สามารถเข้าถึงการสื่อสารภายในของคอมพิวเตอร์จำนวนหลายล้านเครื่องได้อย่างเนียนๆ นั่นเอง

ที่มา : ZDnet

from:https://www.enterpriseitpro.net/microsoft-buys-corp-com-domain-in-the-name-of-customer-security/

ผลิตภัณฑ์ Office 365 เตรียมเปลี่ยนชื่อใหม่ มาพร้อมกับโปรโมชั่นจาก Ingram Micro

เกือบทศวรรษแล้วตั้งแต่ที่ไมโครซอฟท์เปิดตัวผลิตภัณฑ์ Office 365 ที่ตอนนี้ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย แต่ล่าสุดเรากำลังจะได้เห็นวิวัฒนาการครั้งสำคัญอีกครั้งในสินค้ากลุ่มนี้

โดยไมโครซอฟท์ประกาศว่า บริษัทจะเปลี่ยนชื่อทางการค้าสำหรับผลิตภัณฑ์ Office 365 Business Plan สำหรับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง โดยใช้ชื่อใหม่เป็น “Microsoft 365” ซึ่งการเปลี่ยนชื่อครั้งนี้เป็นการสะท้อนถึงความหลากหลายของฟีเจอร์และประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับ (แต่ไม่มีผลเปลี่ยนแปลงทั้งด้านราคาและฟีเจอร์แต่อย่างใด) สำหรับวิธีการสมัครใช้บริการจะยังคงเหมือนเดิม (เพียงแค่เปลี่ยนชื่อเท่านั้น) นอกจากนี้ยังได้รวมเอา Microsoft Teams ที่มีความสามารถในการทำงานร่วมกันแบบระยะไกลที่มีความสำคัญในปัจจุบันเป็นอย่างยิ่ง โดยนำรวมไว้ในชุดผลิตภัณฑ์เช่นเดิมอีกด้วย

จากการเปลี่ยนชื่อดังกล่าว ทาง Ingram Micro ตัวแทนผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของไมโครซอฟท์ที่ใหญ่ที่สุดของโลก ได้จัดโปรโมชั่นพิเศษ เพื่อช่วยให้พาร์ทเนอร์และลูกค้าสามารถใช้ประโยชน์จากศักยภาพของชุดผลิตภัณฑ์ Microsoft 365 ได้มากที่สุด

Office 365 จะเปลี่ยนชื่อเป็น Microsoft 365

ก่อนที่เราจะกล่าวถึงรายละเอียดของโปรโมชั่นพิเศษ ที่เราจะมอบให้นั้น มาดูกันก่อนว่าการเปลี่ยนชื่อผลิตภัณฑ์ของ Microsoft Office 365 มีความหมายต่อพวกเราอย่างไร โดยการเปลี่ยนชื่อครั้งนี้ที่จะมีผลบังคับในวันที่ 22 เมษายน จะทำให้ลูกค้าเลือกรุ่น (SKU) ของผลิตภัณฑ์ Office 365 SMB ตรงตามที่ตัวเองต้องการได้ง่ายขึ้น

สิ่งสำคัญที่ต้องอธิบายไว้ให้เข้าใจคือ การเปลี่ยนชื่อ Office 365 ครั้งนี้ไม่ได้เป็นการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านราคา ด้านฟีเจอร์ หรือโมเดลทางธุรกิจใดๆ และไม่ได้มีการเปลี่ยนชื่อสำหรับผลิตภัณฑ์ในชุด Office 365 Enterprise และ Microsoft 365 Enterprise ด้วย

สำหรับพาร์ทเนอร์และลูกค้าที่ซื้อ Office 365 ผ่านทาง Ingram Micro ก็จะเห็นชื่อบริการที่ตัวเองสมัครสมาชิกไว้เปลี่ยนเป็นชื่อใหม่ผ่านทาง Admin Portal ของไมโครซอฟท์ พร้อมทั้งรายละเอียดค่าบริการสมาชิกรายเดือน โดยไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเติมทั้งจากฝั่งของพาร์ทเนอร์ และจากตัวลูกค้าของพาร์ทเนอร์

ในวันที่ 22 เมษายน 2020 นี้ จะมีการเปลี่ยนชื่อผลิตภัณฑ์ใหม่ของไมโครซอฟท์ที่บังคับใช้กันทั่วโลก ดังต่อไปนี้:

• Office 365 Business Essentials (ค่าบริการ 5 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อผู้ใช้ ต่อเดือน) จะเปลี่ยนชื่อเป็น Microsoft 365 Business Basic (ราคาพิเศษ 2.5 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อผู้ใช้ ต่อเดือน)

• Office 365 Business Premium (ค่าบริการ 12.50 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อผู้ใช้ ต่อเดือน) จะเปลี่ยนชื่อเป็น Microsoft 365 Business Standard (ราคาพิเศษ 10 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อผู้ใช้ ต่อเดือน)

• Microsoft 365 Business (ค่าบริการ 20 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อผู้ใช้ ต่อเดือน) จะเปลี่ยนชื่อเป็น Microsoft 365 Business Premium

*หมายเหตุ ราคาพิเศษถึงวันที่ 26 มิถุนายน 2020 นี้เท่านั้น

นอกจากนี้ ยังมีการเปลี่ยนชื่อผลิตภัณฑ์ Office ไคลเอนต์แบบsubscriptionเป็น “Microsoft 365 Apps” จำนวน 2 รายการดังต่อไปนี้:

• Office 365 Business (ค่าบริการ 8.25 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อผู้ใช้ ต่อเดือน) จะเปลี่ยนชื่อเป็น Microsoft 365 Apps for business
• Office 365 ProPlus (ค่าบริการ 12 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อผู้ใช้ ต่อเดือน) จะเปลี่ยนชื่อเป็น Microsoft 365 Apps for enterprise

โปรโมชั่นพิเศษจากทาง Ingram Micro ได้แก่: การย้ายระบบอีเมล์ในราคาพิเศษสำหรับตัวแทนจำหน่ายของไมโครซอฟท์

เพื่อเป็นไปตามความมุ่งมั่นของเราในการส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมใหม่อย่างต่อเนื่อง และช่วยให้ลูกค้าสามารถย้ายระบบอีเมล์จาก on premise ขึ้นสู่คลาวด์ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย ทาง Ingram Micro Cloud จึงได้มอบสิทธิพิเศษให้กับลูกค้า โดยคิดค่าบริการย้ายข้อมูล (email migration) ไปยัง Microsoft 365 ในราคาพิเศษ เริ่มต้นเพียง 689 บาทต่อผู้ใช้ โดยการย้ายระบบนี้จะทำโดย Certified Engineer ผู้เชี่ยวชาญ สิทธิพิเศษนี้สำหรับการสั่งซื้อก่อน 26 มิถุนายน 2020 นี้เท่านั้น

ถ้าหากท่านต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อทีมงานได้ที่ TH-MSCSP@ingrammicro.com

from:https://www.enterpriseitpro.net/office-365-change-name/

ไมโครซอฟท์เตรียมปิดตัวร้านค้าปลีกของตัวเองทั้งหมด เป็นการชั่วคราว

ไล่ตามบริษัทยักษ์ใหญ่หลายแห่งอย่าง Apple และ Nike มาติดๆ ในที่สุดไมโครซอฟท์เองก็ประกาศว่าจะปิดร้านเอาต์เล็ตของแบรนด์ตัวเองทุกร้านเพื่อลดโอกาสแพร่กระจายเชื้อ COVID-19

โดยบริษัทได้ออกประกาศระบุว่า “เรากำลังปิดร้าน Microsoft Store ในแต่ละแห่งเพื่อช่วยปกป้องสุขภาพและความปลอดภัยของทั้งลูกค้าและพนักงาน ซึ่งในเวลาที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนเช่นนี้ สิ่งที่ดีที่สุดที่เราสามารถทำให้ทุกคนได้ก็คือการทำทุกอย่าง

ที่เราสามารถทำได้เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายไวรัสไปมากกว่านี้” ซึ่งช่วงสัปดาห์ก่อนหน้า แอปเปิ้ลเองก็ประกาศว่าจะปิดร้านแอปเปิ้ลสโตร์ทุกแห่งที่ตั้งอยู่ภายในนอกจีนแผ่นดินใหญ่ไปจนถึงวันที่ 27 มีนาคมนี้

แต่ทางด้านไมโครซอฟท์กลับไม่ได้ระบุกรอบเวลาที่แน่นอนของช่วงเวลาที่ปิดร้านนี้ และแม้ยักษ์ใหญ่ด้านซอฟต์แวร์นี้จะปิดร้านจนทำให้ลูกค้ารีเทลไม่สามารถเข้ามาซื้อที่ร้านได้อีกนั้น บริษัทก็ระบุว่าจะยังจ่ายเงินเดือนพนักงานให้ตามปกติ

ที่มา : CB

from:https://www.enterpriseitpro.net/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%8b%e0%b8%ad%e0%b8%9f%e0%b8%97%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7/

ไมโครซอฟท์เตรียมปิดตัวร้านค้าปลีกของตัวเองทั้งหมด เป็นการชั่วคราว

ไล่ตามบริษัทยักษ์ใหญ่หลายแห่งอย่าง Apple และ Nike มาติดๆ ในที่สุดไมโครซอฟท์เองก็ประกาศว่าจะปิดร้านเอาต์เล็ตของแบรนด์ตัวเองทุกร้านเพื่อลดโอกาสแพร่กระจายเชื้อ COVID-19

โดยบริษัทได้ออกประกาศระบุว่า “เรากำลังปิดร้าน Microsoft Store ในแต่ละแห่งเพื่อช่วยปกป้องสุขภาพและความปลอดภัยของทั้งลูกค้าและพนักงาน ซึ่งในเวลาที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนเช่นนี้ สิ่งที่ดีที่สุดที่เราสามารถทำให้ทุกคนได้ก็คือการทำทุกอย่าง

ที่เราสามารถทำได้เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายไวรัสไปมากกว่านี้” ซึ่งช่วงสัปดาห์ก่อนหน้า แอปเปิ้ลเองก็ประกาศว่าจะปิดร้านแอปเปิ้ลสโตร์ทุกแห่งที่ตั้งอยู่ภายในนอกจีนแผ่นดินใหญ่ไปจนถึงวันที่ 27 มีนาคมนี้

แต่ทางด้านไมโครซอฟท์กลับไม่ได้ระบุกรอบเวลาที่แน่นอนของช่วงเวลาที่ปิดร้านนี้ และแม้ยักษ์ใหญ่ด้านซอฟต์แวร์นี้จะปิดร้านจนทำให้ลูกค้ารีเทลไม่สามารถเข้ามาซื้อที่ร้านได้อีกนั้น บริษัทก็ระบุว่าจะยังจ่ายเงินเดือนพนักงานให้ตามปกติ

ที่มา : CB

from:https://www.enterpriseitpro.net/microsoft-close-retail-store-for-covid-19/

10 เรื่องที่ควรรู้ เกี่ยวกับ Data Lake Storage Gen2 ของ Azure (ตอนที่ 1)

Azure Data Lake Storage (ADLS) Gen2 เปิดให้ใช้อย่างเป็นทางการเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งมีการพัฒนาและปรับปรุงอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน จึงควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับประโยชน์ และสิ่งที่ควรรู้ก่อนเริ่มใช้งาน

  1. แนวคิดของ Data Lake ใน Azure ถูกรวมเป็นหนึ่งแล้วด้วยการเปิดตัว ADLS Gen2

ก่อนที่จะมีการเปิดให้ใช้ ADLS Gen2 นั้น เวลาที่เราต้องการ Storage บนคลาวด์ของ Azure เพื่อติดตั้งระบบ Data Lake ก็จำเป็นต้องตัดสินใจเลือกระหว่าง Azure Data Lake Storage Gen1 (หรือที่รู้จักในชื่อเดิมว่า Azure Data Lake Store) กับ Azure Storage (ที่เป็น Storage แบบ Blob จำเพาะ) ซึ่งการตัดสินใจนี้จะต้องพิจารณาถึงความต้องการทั้งทางธุรกิจและทางเทคนิค เทียบกับฟีเจอร์ที่มีเพื่อดูว่าบริการไหนเหมาะสมมากที่สุด แต่บริการ ADLS Gen2 ใหม่นี้พัฒนาขึ้นบนระบบ Azure Storage เป็นหลัก เมื่อเปิดใช้งานคุณสมบัติของ Namespace แบบตามโครงสร้างหรือ HNS จะทำให้บัญชี Storage แบบใช้งานทั่วไปแบบ V2 มาตรฐานจะกลายเป็น ADSL Gen2 นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่าคุณจะไม่เห็นรายการ ADSL Gen2 อยู่ใน Azure ในฐานะเซอร์วิสของตัวเอง เนื่องจากตัว ADSL Gen1 เป็นเซอร์วิสของตัวเองอยู่แล้ว การเปลี่ยนแปลงนี้จึงสร้างความสับสันให้หลายต่อหลายคน อย่างไรก็ตามก็มีวิธีที่ตรวจสอบได้ว่ามีการเปิดใช้ ADLS Gen2 กับบัญชี Storage แล้วหรือไม่ดังนี้

เวลาดูรายละเอียดบัญชี Azure Storage นั้น ถ้าเซอร์วิสไฟล์ซิสเต็มแสดงขึ้นตามภาพ ก็แสดงว่าเปิดการรองรับ ADLS Gen2 แล้ว > จากรูปภาพประกอบ แสดงให้ทราบถึงเมื่อเราต้องการตรวจสอบว่า Azure Storage ที่ใช้งานอยู่เปิดการใช้งานเป็นแบบ ADLS Gen2 แล้วหรือยัง สามารถตรวจสอบได้ตามภาพ

อีกวิธีหนึ่งทำได้โดย ตรวจสอบดูที่ละเอียดในส่วนของคุณสมบัติการตั้งค่าบัญชี Azure Storage ถ้ามีการเปิดใช้งาน Hierarchical Namespace (HNS) ก็สามารถบอกได้ว่า  Storage ที่เลือกใช้เป็นแบบ ADLS Gen2 แล้ว

สรุป:

เมื่อเราต้องการใช้งาน Data Lake สำหรับ Azure Analytic Services เราไม่จำเป็นต้องเลือกระหว่าง independent services อีกต่อไป เราสามารถใช้ Azure Storage ร่วมกับ hierarchical namespace นี่คือวิธีการที่ง่ายขึ้นในการสร้าง Data Lake โดยใช้ Azure Cloud Storage

  1. ADSL Gen2 การผสมผสานกันระหว่าง Object Storage และ Hierarchical File Storage

โดยพื้นฐานแล้ว ตัว ADLS Gen2 จะพยายามใช้ประโยชน์จากข้อดีของระบบแบบfile system ซึ่งจะไม่กระทบต่อการขยับขยายในอนาคต ทั้งในด้านของ scalability และ cost-effective ที่มีใน Object Storage

นอกจากนี้ ฟีเจอร์ที่จะเข้ามารองรับ ADLS Gen2 ยังมีการพัฒนาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องดังจะกล่าวถึงเพิ่มเติมในหัวข้อที่ 4 สำหรับแผนภาพแสดงรูปแบบที่จะเกิดขึ้นในระยะยาวเป็นดังต่อไปนี้:

Azure Data Lake Storage:

ส่วนที่เป็น Box สีน้ำเงินเข้มเป็นฟีเจอร์ใหม่ที่เข้ามาพร้อมกับ ADLS Gen2

องค์ประกอบใหม่ 3 ส่วนที่แสดงให้เห็นข้างต้นนั้นได้แก่:

  • ระบบแบบไฟล์ (File System) ใน ADSL Gen2 คำว่า File System จะถูกนำมาใช้แทน Concept ของ container (ที่ถูกเรียกใน Blob Storage)
  • Namespace แบบโครงสร้างลำดับชั้น หรือ Hierarchical Namespace (HNS) มาพร้อมกับ Endpoint DFS ช่วยยกระดับทั้งด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัย โดยจะกล่าวในรายละเอียดในหัวข้อที่ 3
  • DFS Endpoint และ File System Driver ADLS Gen2 ใช้ประโยชน์จาก ABFS Driver ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Apache Hadoop สำหรับการเชื่อมต่อกับ ADLS Gen2 นั้น ABFS Driver  จะใช้ประโยชน์จาก Endpoint แบบ DFS เพื่อยกระดับทั้งประสิทธิภาพและความปลอดภัย
  • ABFS = Azure Blob File System
  • DFS = Distributed File System

 ประเด็นสำคัญ: ในระยะยาวนั้น (ตามที่แสดงในภาพข้างต้น) ที่จะมีการสื่อสารระหว่างกันเต็มรูปแบบระหว่าง Object Store Model และ File System Model จะทำให้เราสามารถจัดเก็บข้อมูลครั้งเดียว แต่เข้าถึงได้หลากหลายรูปแบบขึ้นกับกรณีการใช้งาน ซึ่งเราเรียกการเข้าถึงแบบนี้ว่า Multi-Protocol Access

  1. ADLS Gen2 มีจุดเด่นที่ประสิทธิภาพและความปลอดภัยสำหรับ Analytic Workloads ทั้ง Object Store Model (เช่น Blob Storage บน MS-Azure) และ Hierarchical File System Model (ใน ADLS Gen1 และ Gen2) จะสามารถทำงานร่วมกันได้กับ HDFS (Hadoop Distributed File System) ซึ่งมาพร้อมกับ Driver ที่ติดตั้งบนฝั่งเซิร์ฟเวอร์ของระบบ HDFS สำหรับใช้ในการ translate ให้อยู่ในรูปแบบของ remote storage API ทำให้ ADLS Gen2 ทำงานได้เหมือนกับระบบ Native HDFS แบบดั้งเดิม อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีความแตกต่างที่สำคัญระหว่าง Object Store Model และ Hierarchical File System Storage ในด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัย

สำหรับ Object Store Model นั้น โฟลเดอร์จะอยู่ในรูป Virtual เท่านั้น แม้ลักษณะจะดูเหมือนเราสามารถสร้างโฟลเดอร์บน Object Store Model ได้ เนื่องจากเป็นการเลียนแบบด้วยสตริง URI (หรือบางครั้งจะใช้ Meta Data เป็นทางเลือกแทน) แม้ว่าจะมองเผินๆ ดูเหมือนเป็นสิ่งเดียวกัน แต่จริงๆ แล้วมีจุดที่ด้อยดังนี้

  • ประสิทธิภาพในการ Query เวลาส่งคำร้องขอ (Query) ที่ต้องการแค่ข้อมูลส่วนเดียว ถ้าเป็นระบบไฟล์โครงสร้างลำดับชั้นอย่างใน ADLS Gen2 ก็จะสามารถใช้ประโยชน์จากการสแกนบางส่วนเพื่อกรองข้อมูลเบื้องต้น (เรียกว่า Predicate Pushdown) ซึ่งจะช่วยยกระดับประสิทธิภาพการ Query ร้องขอข้อมูลได้เป็นอย่างมากสำหรับ Engine ประมวลผลที่รู้วิธีใช้ประโยชน์จากฟีเจอร์ Partition Scan นี้

    ประสิทธิภาพในการโหลดข้อมูล (data load performance) ในบางครั้งเราจำเป็นต้องเปลี่ยนชื่อหรือเปลี่ยนตำแหน่งไฟล์จาก Directory หนึ่งไปยัง Directory อื่นๆ

 ซึ่งการใช้ Object Storage Driver, ส่วนของ directory operation ไม่ได้มี efficiency เท่าที่ควร จากรูปถ้ามี files จำนวน 10,000 files การย้าย files เหล่านี้ไปยัง permanent directory จะก่อให้เกิด operation ทั้งหมด 20,000 ครั้ง โดยมี rename operation 10,000 ครั้ง , delete operation 10,000 ครั้ง

ในทางกลับกัน ด้วยระบบไฟล์ของ ADLS Gen2 เมื่อเชื่อมต่อผ่าน Endpoint DFS ก็จะเป็นแค่การจัดการกับMeta data เท่านั้น จึงทำให้ได้ประสิทธิภาพที่ดีกว่ามากในการโหลดข้อมูล โดยเฉพาะข้อมูลที่มีปริมาณมหาศาล

และนอกจากการยกระดับประสิทธิภาพการ Query แล้ว การจัดการผ่าน Metadata อย่างเดียวก็ยังให้ความคุ้มค่ากับค่าใช้จ่ายด้วย เนื่องจากใช้ทรัพยากรประมวลผลของ Engine น้อยกว่า

  • ได้ความต่อเนื่องของข้อมูลด้วยการจัดการแบบ ย้อนกลับไปพิจารณาตัวอย่างก่อนหน้าที่มีการย้ายไฟล์ 10,000 ไฟล์ Object Storage Driver ไม่ได้รองรับการดำเนินการแบบ Atomic ซึ่งถ้าเกิดความล้มเหลวขึ้น ข้อมูลอาจอยู่ในสถานะที่ไม่เสถียรได้ กลับกัน ระบบไฟล์แบบใน ADLS Gen2 รองรับการดำเนินการแบบ Atomic ผ่าน Endpointแบบ DFS ซึ่งจะช่วยยกระดับความต่อเนื่องของข้อมูลด้วยเหตุที่การดำเนินการทั้งหมดจะล้มเหลวหรือสำเร็จในรูปของหน่วยเดียวทั้งหน่วยการดำเนินการ
  • ได้ความปลอดภัยระดับ Granular ทั้งในระดับ Directory และระดับไฟล์ ระบบ File System แบบ Hierarchical ของ ADSL Gen2 (และ Gen1) เป็น POSIX Compliance ส่วนของ Access Control สามารถ define ได้ทั้งในระดับของ Directory Level และ File Level เพื่อควบคุมความปลอดภัยแบบ granular security

 ประเด็นสำคัญ: การเปิดใช้ฟีเจอร์ Hierarchical Namespace สำหรับบัญชี Azure Storage ร่วมกับการเชื่อมต่อด้วย Driver  ABFS ช่วยสนับสนุนข้อได้เปรียบของระบบแบบไฟล์ที่ส่งผลทั้งประสิทธิภาพ ความถูกต้องต่อเนื่องของข้อมูล และความปลอดภัย

  1. ฟีเจอร์ที่ออกมาสนับสนุน ADLS Gen2 มีพัฒนาขึ้นมามากขึ้นเรื่อยๆ

แม้ ADLS Gen2 จะเปิดตัวออกมาให้ใช้ทั่วไปอย่างเป็นทางการแล้วก็ตาม แต่ยังมีฟีเจอร์หลายตัวที่มีการวางแผนเปิดตัวในอนาคตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีอย่างไมโครซอฟท์ที่พยายามเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ออกสู่ตลาดให้เร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้จนกว่าจะถึงจุดอิ่มตัวของผลิตภัณฑ์ ซึ่งส่วนแรกที่ ADLS Gen2 ให้ความสำคัญตั้งแต่เปิดตัวคือการรองรับแหล่งเก็บข้อมูลสมัยใหม่ และการใช้งานแบบอนาไลติกขั้นสูง

ประเด็นสำคัญ: การเข้าถึงข้อมูลแบบ Multi-Protocol (ตามที่อธิบายไว้ในแผนภาพของหัวข้อที่ 2) ถือเป็นฟีเจอร์ที่สำคัญมาก และกำลังได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเมื่อเปิดตัวมาแล้ว ได้ให้ความยืดหยุ่นอย่างมากในการฝากข้อมูลผ่าน Endpointที่ต้องการ (ตัวอย่างเช่น การรองรับแอพพลิเคชั่นหรือเซอร์วิสรุ่นเก่าหรือไม่ได้รับการอัพเดต) และมีการใช้ Endpointใหม่เพื่อประมวลผลทางอนาไลติกเพื่อให้ได้ประโยชน์ด้านประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นด้วย

  1. ADLS Gen2 เป็น Storage ที่อยู่เบื้องหลัง Power BI Dataflow

ตัว Power BI Dataflow เป็นฟีเจอร์ใหม่ที่ใช้เตรียมความพร้อมข้อมูลแบบบริการด้วยตนเอง และนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ซึ่งเอาต์พุตที่ได้จากคำร้องขอที่มีการเตรียมไว้ผ่านหน้าเว็บ Power Query Online นั้นเป็นเอาต์พุตของ ADLS Gen2 นั่นเอง เป้าหมายของฟีเจอร์นี้คือการจัดการทั้งคำร้องขอข้อมูลและการเตรียมข้อมูลไปพร้อมกัน เพื่อส่งไปเป็นชุดข้อมูลของ Power BI

Dataflow นี้สามารถจัดการได้อย่างเต็มที่ผ่าน Power BI ในกรณีที่ใช้บัญชีแบบ ADLS Gen2 แต่จะเห็นได้จากแค่บน Interface ใช้งานของ Power BI Dataflow เท่านั้น สำหรับทางเลือกอื่น อย่างกรณี “นำ Storage ของตัวเองมาใช้” (ตามแผนภาพด้านล่าง) ก็ถือว่าเหมาะกับองค์กรที่ต้องการใช้ข้อมูลใน Data Lake ผ่านทูลและ Engine ประมวลผลอื่นเพิ่มเติมที่นอกเหนือจาก Power BI:

ประเด็นสำคัญ: บริการ Storage ที่คอยสนับสนุนเบื้องหลัง Power BI Dataflow คือ ADLS Gen2 ซึ่งสามารถนำมาเป็นส่วนสำคัญของยุทธศาสตร์ข้อมูลทางธุรกิจแบบช่วยเหลือตนเองได้ – ติดตามต่อตอนที่สองได้ในเร็วๆ นี้

ถ้าท่านใดมีข้อสงสัยและต้องการที่จะสอบถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อ บริษัท อินแกรม ไมโคร (ประเทศไทย) จำกัด ได้ทางอีเมล์ TH-MSCSP@ingrammicro.com

from:https://www.enterpriseitpro.net/10-things-to-know-about-azure-data-lake-storage-gen2-part-1/

ไมโครซอฟท์ ผนึก อินแกรม ไมโคร ร่วมต้าน COVID-19 เปิดให้บริการ Office 365 E1 ฟรีนาน 6 เดือน

เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 (ไวรัสโคโรน่า) ทำให้การดำเนินงานในหลายๆ ธุรกิจต้องหยุดชะงัก ดังนั้นบริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด จึงได้ผนึกความร่วมมือกับทางบริษัท อินแกรม ไมโคร (ประเทศไทย) จำกัด ในการจัดทำโครงการพิเศษ เพื่อสนับสนุนให้พนักงานขององค์กรของท่านสามารถทำงานได้จากที่บ้าน (WFH : Work From Home) เพื่อรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว จึงได้ให้สิทธิพิเศษกับองค์กรในการใช้งานผลิตภัณฑ์ Office 365 E1 Trial ได้ฟรีจำนวน 6 เดือน ซึ่งในชุดผลิตภัณฑ์นี้ ท่านจะสามารถใช้งานผลิตภัณฑ์ต่างๆ อาทิเช่น Microsoft Teams, โปรแกรม Office, โปรแกรมสำหรับ Email และ Calendar, โปรแกรม OneDrive เป็นต้น

สำหรับผู้ที่ต้องการใช้งานไลเซ่นส์ชุดผลิตภัณฑ์ Office 365 E1 Trial กรุณากรอกข้อมูลด้านล่าง เพื่อให้ทางบริษัท อินแกรม ไมโคร (ประเทศไทย) จำกัด สามารถติดต่อท่านได้อย่างทันที

ลงทะเบียนได้ที่นี่ – http://imth.info/officetrial

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Office 365 E1 สามารถดูได้ที่นี่
https://www.microsoft.com/th-th/microsoft-365/business/office-365-enterprise-e1-business-software

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Microsoft Team สำหรับโปรแกรมภาษาไทย เข้าเยี่ยมชมได้ที่นี่
https://docs.microsoft.com/en-us/microsoftteams/e1-trial-license

ถ้าท่านได้มีข้อสงสัยและต้องการที่จะสอบถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อ บริษัท อินแกรม ไมโคร (ประเทศไทย) จำกัด ได้ทางอีเมล์ TH-MSCSP@ingrammicro.com

 

 

from:https://www.enterpriseitpro.net/microsoft-with-ingram-micro-office-e1-free/

เคล็ดลับ 4 ประการในการทำงานจากบ้าน ด้วยโซลูชั่น Microsoft Teams

ต้องบอกว่า มีอยู่หลายเหตุผลมากมาย ที่พวกเราเลือกทำงานจากนอกสถานที่ ไม่ว่าจะเป็น ลดปัญหาในการเดินทาง การอยู่นอกสถานที่ตลอดเวลา หรือ เกิดเหตุการณ์ที่ไม่ปกติ เช่น ภัยธรรมชาติ การระบาดของไวรัส (ตัวย่างเช่น COVID-19) เป็นต้น ผลิตภัณฑ์อย่างเช่น Microsoft Teams ก็พร้อมที่จะอยู่เคียงข้างคุณ เพื่อช่วยให้คุณเชื่อมต่อกับทีมงานของคุณได้อย่างตลอดเวลาไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม และสำหรับเหล่าแอดมินด้านไอทีนั้นก็สามารถให้การสนับสนุนพนักงานผ่าน Microsoft Teams ที่มีการอัพเดทใหม่ ได้ดีมากกว่าเดิมอีกด้วย

และสำหรับบทความครั้งนี้ เราได้มีเคล็ดลับดีๆ ซึ่งเป็น 4 แนวทางปฏิบัติที่สำคัญ โดยจะช่วยให้คุณสามารถทำงานได้จากที่บ้าน หรือที่อื่นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

1. ใช้ประโยชน์จากการประชุมให้ได้มากที่สุด

• การประชุมนั้นขึ้นกับคนที่เข้าร่วมเป็นหลัก ไม่ใช่ตัวเทคโนโลยี ดังนั้นการประชุมที่ให้ประสิทธิภาพดีที่สุดคือการมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน คุณสามารถใช้คำอธิบายการประชุมเพื่อลงรายละเอียดเกี่ยวกับเป้าหมายดังกล่าวได้ นอกจากนี้ยังสามารถศึกษาวิธีการผลักดันการทำงานเป็นทีมให้ดียิ่งขึ้นได้จาก aka.ms/ArtofTeamwork
• ใช้การแชทเพื่อแบ่งปันการแจ้งเตือน หรือเอกสารที่ต้องการให้ศึกษาล่วงหน้าไปยังผู้เข้าร่วมก่อนเวลาประชุม
• บันทึกการประชุมไว้ ในกรณีที่องค์กรของคุณสามารถให้กระทำได้

2. เน้นการมีส่วนร่วม ใช้ประโยชน์จากวิดีโอของคุณ

• ถ้าคุณมี Bandwidth เพียงพอ ให้เปิดโหมดวิดีโอของคุณ โดยมีเคล็ดลับในการทำภาพพื้นหลังให้เบลอถ้าคุณไม่ต้องการให้พื้นหลังรบกวนความสนใจ การใช้วิดีโอจะยกระดับการประสานงานในที่ประชุมได้มาก (แต่ถ้าคุณมี Bandwidth จำกัด ให้ปิดโหมดวิดีโอเพื่อรักษาคุณภาพของเสียงไว้) ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจวิธีการเข้าร่วมประชุมผ่าน Teams ก่อนจะเริ่มการประชุม
• ฝึกการมีส่วนร่วม ด้วยการถามความเห็นจากทุกคน ถ้าเสียงของใครเบาเกินไป หรืออุปกรณ์ของเขากำลังมีปัญหา ให้รีบแก้ไขตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของการประชุมเพื่อที่บุคคลนั้นจะไม่ถูกทอดทิ้งระหว่างการประชุม

3. จดบันทึกและลงรายการงานที่ต้องทำ แบ่งปันเอกสารที่มีการใช้งานบ่อย

• จดบันทึกและแบ่งปันรายการงานที่ต้องตามผ่านแชท เนื่องจากเราจะติดตามความคืบหน้าได้ยากถ้าไม่มีหลักฐานหรือแผนงานที่เป็นรูปธรรม ลองใช้ประโยชน์จากแอพอย่าง Planner ในการติดตามงาน
• สำหรับงานที่คุณมักจะต้องประชุมเตรียมพร้อม แล้วต้องมีการเรียกคุยติดตามงานในภายหลัง แนะนำให้จัดการประชุมติดตามผลที่ใช้เวลาสั้นๆ ประมาณ 15 นาทีในวันถัดไป โดยให้แน่ใจว่าระบุงานที่ต้องเตรียมพร้อมล่วงหน้าในคำเชิญการประชุมด้วย
• สำหรับช่องทางการสื่อสารต่างๆ นั้น ให้สร้างหมวดหมู่หรือ Tap เฉพาะที่มีไฟล์ เว็บไซต์ หรือกระดานข้อมูลที่สำคัญ เพื่อให้เนื้อหาดังกล่าวพร้อมสำหรับการเข้าถึงจากทุกคนในทีม

4. ปรับแต่งพื้นที่การทำงานแบบ Virtual ของคุณ

• ปักหมุดห้องแชท 1:1 หรือห้องแชทรวมที่ใช้บ่อย เพื่อให้ขึ้นมาอยู่ด้านบนให้ใช้สะดวกอยู่เสมอ
• ปรับแต่งทีม โดยดึงเอาทีม มาจัดเรียงตามลำดับความสำคัญ และซ่อนทีมที่คุณไม่ได้ทำงานร่วมกันบ่อย
• จัดการการแจ้งเตือนในการตั้งค่าโปรไฟล์ของคุณ เพื่อที่คุณจะได้รับเฉพาะการแจ้งเตือนที่ต้องการ
• ติดตั้งแอพ Teams บนอุปกรณ์พกพาของคุณ เพื่อให้คุณสามารถเข้าร่วมและประสานงานกับทีมได้อย่างบนแอนดรอยด์ หมายเหตุ: ถ้าคุณอยู่ในประเทศจีน ให้โหลดแอพ Teams for Android in China แทน

ไม่ว่าคุณจะเริ่มทดลองการทำงานแบบนอกสถานที่เป็นครั้งแรก, หรือต้องทำงานจากบ้านเป็นการชั่วคราว, หรืออยู่ระหว่างการพักร้อนยาวนั้น โซลูชั่นอย่างเช่น Microsoft Teams ก็พร้อมช่วยให้คุณทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพจากทุกที่ได้

สามารถทดลองเรียนรู้เพิ่มเติมจากข้อมูลทาง Online ของเรา ที่ https://aka.ms/TeamsHelp

หาก ท่านใดสนใจรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อทีมงาน INGRAM MICRO (THAILAND) LTD. เบอร์โทร 02 012 2222 เว็บไซต์ http://www.ingrammicro.co.th

from:https://www.enterpriseitpro.net/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a-4-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3/