คลังเก็บป้ายกำกับ: ไมโครซอฟท์

บิล เกตต์ และภรรยา เมลินดา เกตต์ ประกาศหย่าหลังแต่งงานมานานกว่า 27 ปี

บิล เกตต์ ผู้ร่วมก่อตั้งไมโครซอฟท์ กับภรรยาของเขา เมลินดา ประกาศผ่านทวิตเตอร์ว่าหย่ากันแล้วหลังจากครองคู่กันมากว่า 27 ปี ซึ่งทั้งสองคนนี้ต่างเป็นผู้ร่วมก่อตั้งมูลนิธิเพื่อการกุศลด้านสาธารณสุขและการพัฒนาชุมชนทั่วโลกอย่าง Bill & Melinda Gates Foundation

โดยข้อความทวีตของทั้งคู่ระบุแบบเดียวกันว่า “หลังจากคิดไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเราแล้ว จึงตัดสินใจที่จะสิ้นสุดชีวิตคู่ ซึ่งในช่วงกว่า 27 ปีที่ผ่านมานั้น พวกเราได้เลี้ยงดูลูกทั้ง 3 คนที่เติบโตขึ้นมาจนประสบความสำเร็จ”

“รวมทั้งเรายังได้ก่อตั้งมูลนิธีที่ทำงานครอบคลุมทั่วโลกเพื่อให้ทุกคนได้มีชีวิตที่ดี มีสุขภาพที่สมบูรณ์ ตั้งแต่นี้ไปเราก็ยังเชื่อมั่นกับภารกิจนี้และจะทำงานด้านมูลนิธินี้ร่วมกันต่อไป แต่เราจะไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันเป็นสามีภรรยาต่อ เราต่างต้องการพื้นที่ส่วนตัวสำหรับชีวิตใหม่ที่จะเริ่มขึ้นต่อไปนี้”

การประกาศแยกทางกันครั้งนี้สร้างความตกใจแก่หลายคนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อมองว่าทั้งคู่ต่างก็เป็นคนที่ใจบุญ ทำมูลนิธิที่มอบความรักให้ผู้อื่นเหมือนกัน ซึ่งทางอัยการและประธานกลุ่มบริษัทกฎหมายที่ดูแลด้านครอบครัวและการหย่าร้างชื่อ Davidoff Hutcher & Citron ที่ตั้งในกรุงนิวยอร์กอย่างคุณ Leslie Barbara ได้ให้ความเห็นว่า “เราต่างประหลาดใจกันหมดไม่มากก็น้อย พวกเราหลายคนต่างมองภาพลักษณ์การเป็นคู่รักใจบุญที่มีความสุขของบิลและเมลินดามาตลอด โดยเฉพาะในยุคโควิดแบบนี้”

ชีวิตคู่ที่สิ้นสุดลงหลังจากอยู่ด้วยกันมาในช่วงประมาณ 25 – 35 ปีนี้ Marilyn Chinitz พาร์ทเนอร์ของ Blank Rome LLP ผู้เชี่ยวชาญด้านการแยกทางกันของคู่รักที่ซับซ้อน มองว่าการหย่าครั้งนี้เป็น “Grey Divorce” คือการหย่าร้างในช่วงวัยผมหงอกผมสีเทาพอดี แต่ถึงแม้ทั้งคู่จะเคยทำสัญญาตกลงแบ่งทรัพย์สินกันไหมอย่างไร ก็มองว่าทั้งสองคนก็ไม่น่าจะเดือดร้อนเรื่องการเงินหลังแยกทางกันแล้ว

Chinitz ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า “บางครั้งคนที่คุณเคยรู้จักการอาจเปลี่ยนไปในสักวัน บางครั้งคนเราก็เลิกตกหลุมรักซึ่งกันและกันเช่นเดียวกับคู่นี้ ถ้าไม่มองที่ฐานะแล้ว พวกเขาก็ไม่ได้แตกต่างจากคนทั่วไปเลย พวกเขาแค่ตกลงกันว่า ถึงเวลาที่ต้องต่างคนต่างไปแล้ว ไม่เกี่ยวกับตัวเงินเลย”

ที่มา : USAToday

from:https://www.enterpriseitpro.net/bill-gates-melinda-gates-announce-divorce-after-27-year-marriage/

อาชญากรไซเบอร์กำลังใช้มาโครของ Excel 4.0 แพร่เชื้อมัลแวร์อย่างหนัก

เหล่าผู้ไม่หวังดีกำลังใช้ช่องโหว่บน Excel 4.0 ในการเป็นพาหะเพื่อแพร่เชื้อมัลแวร์อย่างเช่น ZLoader และ Quakbot โดยการค้นพบดังกล่าวมาจากการวิเคราะห์ไฟล์เอกสารของ Excel 4.0 กว่า 160,000 รายการในช่วงระหว่างพฤศจิกายน 2020 ถึงมีนาคม 2021

โดยพบว่ากว่า 90% เป็นไฟล์อันตรายหรือน่าสงสัย ซึ่งทางนักวิจัยจาก ReversingLabs ได้ออกรายงานระบุว่า นี่เป็นความเสี่ยงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่จ้องเล่นงานบริษัทและบุคคลต่างๆ เนื่องจากโซลูชั่นความปลอดภัยในปัจจุบันยังไม่สามารถตรวจจับไฟล์เอกเซลที่เป็นอันตรายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดยเฉพาะพวกระบบตรวจจับที่ใช้ฐานข้อมูลซิกเนเจอร์แบบเดิม หรือแม้แต่ระบบวิเคราะห์ที่ใช้กฎ YARA เป็นต้น ทั้งนี้มาโครของ Excel เวอร์ชั่น 4.0 หรือที่เรียกว่า XLM นั้นเป็นองค์ประกอบหนึ่งของ Visual Basic for Applications (VBA)

ซึ่งถือเป็นฟีเจอร์เก่าที่มาพร้อมกับไมโครซอฟท์เอกเซลอยู่จนถึงปัจจุบันเพื่อยังสามารถรองรับไฟล์แบบเดิมๆ ได้อยู่ ทั้งนี้ทางไมโครซอฟท์เคยออกประกาศเตือนในเอกสารซัพพอร์ตแล้วว่าการเปิดการใช้งานมาโครทั้งหมดอาจเสี่ยงที่จะ “รันโค้ดอันตราย” ขึ้นได้

ที่มา : THN

from:https://www.enterpriseitpro.net/cybercriminals-widely-abusing-excel-4-0-macro/

Aruba ผนึก Microsoft Azure เร่งความเร็วการทำ Digital Transformation

Aruba และ Microsoft ได้ร่วมกันประกาศสองโซลูชั่นใหม่ที่จะทำให้องค์กรธุรกิจสามารถเร่งการทำ Digital Transformation จาก Edge ถึง Cloud ได้ด้วยการเสริมความสามารถในการทำงานร่วมกันระหว่าง Aruba ESP (Edge Services Platform) และ Microsoft Azure ให้ทำงานร่วมกันได้ดียิ่งขึ้น

โดยโซลูชั่นแรกที่ถูกประกาศเปิดตัวในงาน Microsoft Ignite 2021 คือ Aruba IoT Transport for Azure ซึ่งเป็นบริการที่ช่วยให้อุปกรณ์ IoT ที่เชื่อมต่อมายัง Aruba Access Point (AP) และ Controller สามารถทำการสื่อสารรับส่งข้อมูลแบบสองทิศทางร่วมกับ Azure IoT Hub ได้ นอกจากนี้ Aruba ยังได้ประกาศเปิดตัว Aruba Central Cloud Management Platform ซึ่งทำงานอยู่บน Azure ทำให้โซลูชั่นระบบเครือข่ายที่บริหารจัดการผ่าน Cloud สำหรับองค์กรธุรกิจของ Aruba ที่ทำการบริหารจัดการอุปกรณ์มากกว่า 1 ล้านชิ้นอยู่แล้วนั้นสามารถใช้งานได้จาก Azure

อุปกรณ์ IoT ถือว่าเป็นหูและตาให้กับทุก ๆ ระบบโครงสร้างอัฉริยะ (Smart Facility) โดยเมื่ออุปกรณ์เหล่านี้ทำงานเชื่อมต่อกับระบบโครงสร้างพื้นฐานแบบ Cloud-Native ที่มีความมั่นคงปลอดภัยสูง ข้อมูลที่รวบรวมได้เหล่านี้จะยิ่งทวีมูลค่าสูงมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อระบบโครงสร้างพื้นฐานเหล่านั้นมีความสามารถที่จะตอบสนองต่อธุรกิจและระบบแอปพลิเคชั่นใด ๆ ที่ใช้ในโครงการ Smart Facility นั้น ๆ ยิ่งถ้าโครงการนั้นๆ มีการใช้งานอุปกรณ์ IoT มากขึ้นเท่าไหร่ การรับรู้ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในโครงการนั้น ๆ ผ่านอุปกรณ์ IoT จะยิ่งทวีคูณ และช่วยให้องค์กรธุรกิจได้รับข้อมูลที่มีประโยชน์มากต่อองค์กรยิ่งขึ้น ส่งผลให้ระบบโครงสร้างพื้นฐานโดยรวมสามารถสนับสนุนเป้าหมายทางธุรกิจได้อย่างคุ้มค่าและตอบโจทย์มากยิ่งขึ้นตามไปด้วย

อย่างไรก็ดี การติดตั้งใช้งานระบบตรวจสอบและควบคุมการทำงานของ IoT ทั่วทั้งสถานที่ให้มีความคุ้มค่าและมั่นคงปลอดภัยนั้นเป็นความท้าทายสำคัญยิ่งอีกประการ เนื่องจากข้อมูลและแหล่งที่มาของข้อมูลนั้นมีความหลากหลาย, มีการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ IoT รุ่นเก่าที่อาจไม่ได้ใช้งานโปรโตคอลมาตรฐาน, การปกป้องเส้นทางการรับส่งข้อมูลให้มีความมั่นคงปลอดภัย ไปจนถึงค่าใช้จ่ายในการลงทุนติดตั้งใช้งานระบบที่อาจจะสูง เป็นต้น สาเหตุเหล่านี้เป็นเพียงอุปสรรคบางส่วนที่องค์กรธุรกิจอาจพบได้ในขณะที่ทำโครงการปรับปรุงพัฒนาพื้นที่ทำงานใด ๆ ให้มีความทันสมัย

Aruba และ Microsoft ได้ร่วมมือทำงานกันอย่างใกล้ชิดเพื่อพัฒนาบริการ Aruba IoT Transport for Azure ซึ่งถือเป็นระบบแอปพลิเคชั่นแรกที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์เหล่านี้โดยเฉพาะ โดย Aruba IoT Transport for Azure เพิ่มประสิทธิภาพ Aruba ESP ให้มากยิ่งขึ้นโดยทำให้การรับส่งข้อมูลแบบสองทิศทางจากอุปกรณ์ IoT ที่เชื่อมต่อผ่าน Aruba AP และ Controller เป็นไปได้อย่างมั่นคงปลอดภัย ส่งผลให้ผู้ใช้งานสามารถใช้ประโยชน์จากบริการและแอปพลิเคชั่นจำนวนมากที่อยู่บน Azure ได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ Aruba IoT Transport for Azure ยังช่วยให้องค์กรไม่ต้องลงทุนกับ IoT Gateway, Server หรือแอปพลิเคชั่นอื่นเพิ่มเติม ทำให้สามารถลดความล่าช้าที่จะเกิดขึ้นในระหว่างการรับส่งข้อมูลลงได้ โดยโซลูชั่นดังกล่าวนี้ยังสามารถช่วยให้ลูกค้าสามารถใช้ระบบและบริการทางด้าน IoT ได้ทันทีบนระบบของ Aruba ที่มีอยู่เดิม ช่วยลดค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงในการพัฒนาระบบขึ้นมาเองหรือการใช้โซลูชั่นใหม่ ๆ คุณสมบัติทั้งหมดเหล่านี้จะช่วยให้ลูกค้าสามารถมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาพื้นที่ของตนให้มีความทันสมัย, การรับรู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในพื้นที่ได้อย่างแม่นยำ และการวิเคราะห์ข้อมูลองค์ความรู้เชิงลึกจากกระบวนการทางธุรกิจของตนเองได้อย่างเต็มที่

 

from:https://www.enterpriseitpro.net/aruba-microsoft-azure/

Microsoft ประกาศแผนจัดตั้ง “ดาต้าเซ็นเตอร์ภูมิภาค” แห่งแรกในมาเลเซีย

Microsoft ประกาศในวันนี้ว่าโครงการ “Bersama Malaysia” (ความร่วมมือกับมาเลเซีย) ซึ่งนับเป็นความมุ่งมั่นที่สำคัญในการเสริมสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลที่ครอบคลุมทั่วถึงของมาเลเซีย พร้อมไปกับการยกระดับการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลของประเทศในภาคเอกชนและภาครัฐ

โดยตามแผนการดังกล่าว Microsoft จะจัดตั้งศูนย์ข้อมูลภูมิภาค หรือ ดาต้าเซ็นเตอร์ภูมิภาค (datacenter regional) แห่งแรกในประเทศ เพื่อให้บริการคลาวด์ที่เชื่อถือได้ในพื้นที่ ที่จะมาพร้อมความปลอดภัยของข้อมูล ความเป็นส่วนตัว และความสามารถในการจัดเก็บข้อมูลของประเทศในระดับมาตรฐานโลก

นอกจากนี้ไมโครซอฟท์ยังประกาศแผนการที่จะเพิ่มทักษะให้กับชาวมาเลเซียอีก 1 ล้านคนภายในสิ้นปี 2566 เพื่อช่วยสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับผู้คนและธุรกิจในยุคดิจิทัล นอกจากนี้ Microsoft ยังจะช่วยจัดตั้ง MYDigital Alliance Leadership Council เพื่อทำงานร่วมกันตามคำแนะนำด้านนโยบายที่ให้ความสำคัญกับคลาวด์เป็นสิ่งแรกและตามคำแนะนำจากดิจิทัลเนทีฟ อีกด้วย

การประกาศในวันนี้แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ 28 ปีของ Microsoft ในประเทศนี้ และถือเป็นการสนับสนุนเป้าหมาย MyDIGITAL ของรัฐบาลมาเลเซียในการเปลี่ยนประเทศให้เป็นผู้นำระดับภูมิภาคด้านเศรษฐกิจดิจิทัล

จากการวิจัยของ IDC การลงทุนของ Microsoft ในมาเลเซียจะช่วยสร้างรายได้ใหม่ได้ถึง 4,600 ล้านเหรียญสหรัฐ สำหรับระบบนิเวศของพันธมิตรในประเทศและของลูกค้าที่ใช้ระบบคลาวด์ในช่วงสี่ปีข้างหน้านี้ นอกจากนี้ การวิจัยยังประเมินว่า Microsoft เองกับคู่ค้าและลูกค้าที่ใช้ระบบคลาวด์จะร่วมกันมีส่วนร่วมในการสร้างโอกาสด้านงานใหม่ ๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อมมากกว่า 19,000 ตำแหน่ง

from:https://www.enterpriseitpro.net/microsoft-bersama-malaysia/

ไมโครซอฟท์เตรียมซื้อ Nuance เป็นเงินกว่า 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์ฯ

มีแหล่งข่าวใกล้ชิดเผยกับสำนักข่าว CNBC ว่า ไมโครซอฟท์กำลังปิดดีลซื้อกิจการของบริษัทด้านเทคโนโลยีจดจำคำพูดชื่อ Nuance Communications โดยอาจมีการเซ็นสัญญาภายในวันดังกล่าวแล้วจะประกาศเป็นทางการในวันจันทร์

แผนการดังกล่าวเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวเมื่อไม่นานมานี้ที่ไมโครซอฟท์พยายามขยายธุรกิจด้วยการดีลซื้อบริษัทอื่น ไม่ว่าจะเป็นการพิจารณาซื้อแอพแชร์วิดีโอ TikTok ส่วนที่ดำเนินงานอยู่ในสหรัฐฯ เมื่อปีที่ผ่านมา

หรือเมื่อปีที่แล้วนี้เองที่ได้ปิดดีลซื้อผู้ผลิตวิดีโอเกม Zenimax ไปด้วยมูลค่ากว่า 7.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทั้งนี้ ธุรกิจของ Nuance ถือว่าช่วยเติมเต็มไมโครซอฟท์ในด้านบริการสำหรับธุรกิจและหน่วยงานภาครัฐได้เป็นอย่างดี

โดยที่ผ่านมา Nuance ทำรายได้จากการจำหน่ายทูลจดจำและถอดคำพูดระหว่างการเข้าพบแพทย์, ระหว่างการสนทนาทางโทรศัพท์ของคอลเซ็นเตอร์, รวมไปถึงใช้กับวอยซ์เมล์ด้วย จนมีรายงานรายได้สุทธิอยู่ที่ 7 ล้านดอลลาร์ฯ เมื่อไตรมาส 4 ที่ผ่านมา

ที่มา : CNBC

from:https://www.enterpriseitpro.net/microsoft-in-advanced-talks-to-buy-nuance/

Microsoft Defender for Endpoint ทำงานบนพีซีวินโดวส์ 10 ที่ใช้ชิป Arm ได้แล้ว

ตอนนี้ซอฟต์แวร์ปกป้องเอนด์พอยต์ของไมโครซอฟท์อย่าง Microsoft Defender for Endpoint ได้รองรับวินโดวส์ 10 ที่ทำงานบนพีซีที่ใช้ชิป Arm ได้อย่างเป็นทางการแล้ว ตัวอย่างเช่น Surface Pro X หรือแม้แต่พีซีที่ใช้ Arm จากแบรนด์อื่นๆ

โดยเครื่องพีซีวินโดวส์ 10 ที่ใช้ชิป Arm เกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 2017 ไม่ว่าจะมาจากไมโครซอฟท์, ASUS, HP, Lenovo, และ Dell ซึ่งล้วนนำออกมาจำหน่ายด้วยชิป Snapdragon แบบ System-on-Chip (SoC) ของ Qualcomm ที่มาพร้อม LTE และมีอายุแบตเตอรี่ยาวนานกว่าพีซีที่ใช้ชิปอินเทล

ตัวอย่างพีซีวินโดวส์ 10 แบบ Arm ที่คนส่วนใหญ่รู้จักกันดีก็คือ Surface Pro X ของไมโครซอฟท์เองที่ใช้ชิป SQ1 หรือ SQ2 ที่ทางไมโครซอฟท์พัฒนาขึ้นร่วมกับ Qualcomm และล่าสุดไมโครซอฟท์ก็ประกาศว่า Microsoft Defender for Endpoint จะมีให้พร้อมใช้ในอุปกรณ์วินโดวส์ 10 กลุ่มนี้แล้ว

แม้หลายคนมักสับสนกับตัว Microsoft Defender antivirus ที่บิวท์อินมากับอุปกรณ์วินโดวส์ 10 อยู่แล้ว จริงๆ Microsoft Defender for Endpoint เป็นบริการระดับองค์กรที่ก่อนหน้านี้รู้จักกันในชื่อ Microsoft Defender Advanced Threat Protection

ที่มา : ZDNet

from:https://www.enterpriseitpro.net/microsoft-defender-for-endpoint/

ไมโครซอฟท์ออกมาโฆษณา iPad Pro ว่าแพงเกินจริงเมื่อเทียบกับ Surface Pro

เมื่อเร็วๆ นี้ ยักษ์ใหญ่อย่างไมโครซอฟท์ก็สร้างความประหลาดใจเป็นอย่างมาก โดยไม่รู้ว่าเป็นเพราะทิม คุกส่งข้อความอะไรไปท้าทายซีอีโออย่าง Satya Nedella หรือเปล่า หรืออาจเป็นเพราะช่วงยอดขายของไมโครซอฟท์ร่วงจนต้องรีบทำอะไรบางอย่าง

แต่ไม่ว่าจะเป็นเพราะอะไร ก็ดูเหมือนไมโครซอฟท์พยายามออกสื่อตั้งแง่ที่จะโจมตี เปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์ของแอปเปิ้ลเกือบทุกแง่มุมแล้วตอนนี้ โดยเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนนั้นก็ออกโฆษณา Surface Pro 7 ที่โจมตี MacBook Pro ว่าเป็นของเลียนแบบคอมพิวเตอร์ทั่วไป

โดยพยายามกล่าวถึงแมคบุ๊กว่าควรใช้ชื่อว่า BackBook อารมณ์นิ่งไม่พัฒนาจนล้าหลัง ที่คนเห็นแล้วดูเป็นเหตุผลไร้สาระ แล้วล่าสุดก็เปลี่ยนเป้ามาโจมตี iPad Pro ต่อด้วยโฆษณาที่เอาเซเล็ปผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีที่เป็นวัยรุ่นคนเดิมที่เคยออกโฆษณา Surface Pro 7 ก่อนหน้า

แต่คราวนี้เอา iPad Pro กับ Surface Pro 7 มาตั้งเทียบกัน ใช้งานเปรียบเทียบกันเม็ดต่อเม็ด สุดท้ายก็สรุปว่าเขาชอบใช้ Surface Pro 7 มากกว่า พูดทำทีว่าเป็นเพราะมีคนจำนวนมากอยากให้เขาทำวิเคราะห์เปรียบเทียบอุปกรณ์สองยี่ห้อนี้ แล้วบอกว่า iPad Pro ก็เป็นแค่เครื่องโชว์ความร่ำรวยเท่านั้น

ที่มา : ZDNet

from:https://www.enterpriseitpro.net/microsoft-says-the-ipad-pro-is-a-pitiful/

ไมโครซอฟท์เริ่มการทดลองระบบหล่อเย็น สำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดเล็ก

ดาต้าเซ็นเตอร์ของไมโครซอฟท์ในเมืองควินซี่ รัฐวอร์ชิงตัน กำลังทำโปรเจ็กต์ทดลองทางวิทยาศาสตร์ด้วยการนำเซิร์ฟเวอร์ที่กำลังใช้งานจริง ประมวลผลเวิร์กโหลดงานหนักๆ อยู่ทั้ง Rack แช่อยู่ในของเหลวที่มีการออกแบบทางวิศวกรรมมาอย่างดี

การทดลองนี้คล้ายกับ Project Natick ที่สร้างแคปซูลขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยคอมพิวเตอร์ที่นักวิทยาศาสดร์ด้าน R&D ใช้งานอยู่ ซีลล็อกไม่ให้อากาศผ่านเข้าออก แล้วเอาจมลงไปใต้พื้นมหาสมุทรบริเวณชายฝั่งหมู่เกาะ Orkney ในสก็อตแลนด์

สำหรับโปรเจ็กต์ล่าสุดนี้ ใช้เซิร์ฟเวอร์หลายสิบตัวรันซอฟต์แวร์ที่กำลังใช้งานอยู่จริง ใส่อยู่ในอ่างที่มีของเหลวจุดเดือดต่ำ ซึ่งการทดลองใน Quincy ดังกล่าวเป็นหนึ่งในการหาคำตอบที่ยังตั้งข้อสงสัยก่อนที่จะขยายไปสู่การทดลองสเกลใหญ่ขึ้นอีกทีหนึ่ง

รองประธานกลุ่มพัฒนาดาต้าเซ็นเตอร์ขั้นสูงของไมโครซอฟท์ Christian Belady กล่าวให้สัมภาษณ์กับทางสำนักข่าว DataCenter Knowledge ว่า เฟสปัจจุบันนั้นเป็นการทดลองเพื่อดูการทำงานพื้นฐานว่าระบบหล่อเย็นแบบแช่จมในของเหลวนั้นกระทบกับประสิทธิภาพของเซิร์ฟเวอร์อย่างไรบ้าง

อ่านทั้งหมดที่นี่ – Datacenterknowledge

from:https://www.enterpriseitpro.net/microsoft-s-tiny-data-center-liquid-cooling/

สิทธิบัตรใหม่ Microsoft 2 ภาพ เปลี่ยนพลังงานคนไปขุด BitCoin

สิทธิบัตรใหม่จาก Microsoft อันนี้ที่เผยออกมานั้นดูล้ำอนาคตไปไกลหลายเท่าทีเดียว เพราะในอนาคตต่อจากนี้เราไม่จำเป็นต้องประกอบพีซีเครื่องใหญ่ ๆ มาขุดเหมือง BitCoin อีกต่อไป โดยสิทธิบัตรใหม่จากไมโครซอฟท์นั้นเผยว่าทางบริษัทกำลังวิจัยเพื่อสร้างเซนเซอร์อุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังงานต่าง ๆ จากร่างกายมนุษย์ให้กลายเป็นค่า Hash เพื่อขุดเหรียญ BitCoin ได้เลยและไม่สร้างผลเสียต่อร่างกายอีกด้วย

microsoft

สิทธิบัตรใหม่ Microsoft เปลี่ยนคนเป็นเครื่องขุดเหรียญ BitCoin พลังธรรมชาติ

3

หลักการของสิทธิบัตรใหม่จากไมโครซอฟท์ จะเป็นการเปลี่ยนพลังงานที่เกินจำเป็นจากร่างกายให้กลายเป็นค่า Hash มาใช้ขุดเหมือง BitCoin โดยใช้เซนเซอร์หลายตัว มาติดตั้งไว้ที่ตัวของเรา โดยอิริยาบทเฉพาะที่ถูกตั้งค่าเอาไว้ ทั้งตอนมีและไม่มีสติอยู่กับตัวว่าเป็นท่าทางที่สูญเสียพลังงาน เซนเซอร์จะเปลี่ยนพลังงานส่วนนั้นเป็นค่า Hash เพื่อขุดเหรียญแล้วคืนกลับมาเป็นเงิน BitCoin โดยเซนเซอร์นี้จะทำงาน โดยตรวจจับการเคลื่อนไหวของของเหลวในร่างกาย (คาดว่าเป็นกระแสเลือด) คลื่นสมองและการขยับส่วนต่าง ๆ ของร่างกายเพื่อสั่งให้เซนเซอร์ทำงาน

Edit Post ‹ CryptoPotato — WordPress e mais 12 paginas Pessoal — Microsoft Edge 04 04 2021 03 23 09 2
w8VzlGiuuWHo1qLAo5zrnEGpn4wwmyyPPJHmAi5dEC3H0PH9NjFZ1e 0ZUXIwObaUpnAeeRFoUGbNcDaHA8owsSyRCqQ Hjr090PeORxZOGJKGLkfLd4 S16A nYrrva e mais 12 paginas Pessoal — Microsoft Edge 04 04 2021 03 18 54 2

จากสิทธิบัตรจะแสดงตัวอย่างการทำงานของเซนเซอร์นี้ ว่าคนในตัวอย่างกำลังทำกิจกรรมเช่นการดูโฆษณาหรือดูหนังอยู่แล้วขยับร่างกาย ซึ่งตรงกับเงื่อนไขที่ตั้งค่าเอาไว้ เซนเซอร์ก็จะเอาพลังงานที่ใช้กับกิจกรรมนั้นมาเปลี่ยนเป็นกำลังในการขุดเหรียญ BitCoin แล้วบันทึกเอาไว้ในระบบ Blockchain เฉพาะที่ออกแบบมาใช้กับระบบนี้

สำหรับสิทธิบัตรสุดล้ำโลกเหมือนหลุดจากหนังไซไฟอันนี้ ยังอยู่ในระยะเริ่มต้นและทางไมโครซอฟท์น่าจะกำลังพัฒนาและปรับปรุงระบบดังกล่าวอยู่ ซึ่งสิทธิบัตรนี้ผ่านมา 1 ปีแล้วก็ยังไม่มีข้อมูลหรืออุปกรณ์หรือสิ่งที่เกี่ยวข้องกับสิทธิบัตรนี้รุ่นแรกออกมาอย่างเป็นทางการ

แต่ถ้าเกิดขึ้นจริง คาดว่าจะมีคำถามจากสังคมและมาตรฐานมนุษยธรรมเข้ามาเกี่ยวข้องแน่นอน ว่าจะเป็นการล่วงละเมิดหรืออะไรใด ๆ กับร่างกายมนุษย์หรือไม่ รวมไปถึงปัญหาเรื่องความปลอดภัยของร่างกายมนุษย์ ซึ่งเป็นด่านต่อไปให้ทางบริษัทต้องจัดการต่อไป เพราะตัวอย่างเช่นการฝังชิปที่บันทึกข้อมูลของมนุษย์คนนั้น ๆ เอาไว้ในร่างกายซึ่งเริ่มต้นทดลองใช้ในหลาย ๆ ประเทศทั่วโลก เช่นสวีเดนเอาไว้บันทึกข้อมูลเกี่ยวกับมนุษย์คนนั้น ๆ หรือสหราชอาณาจักรก็ติดตั้งชิปนั้นเอาไว้ในร่างกายเพื่อบันทึกข้อมูลทางการแพทย์ แล้วเชื่อมต่อกับแอพฯ ในสมาร์ทโฟนของเราที่มีระบบ NFC ของเราเพื่อความสะดวกเวลาดึงข้อมูลหรือติดต่อกับแพทย์นั่นเอง

อย่างไรก็ตามเรื่องการใช้ร่างกายไปขุดเหมือง BitCoin ก็เป็นสิ่งใหม่ที่มนุษย์อย่างเราต้องศึกษาและตั้งคำถามกันต่อไป

ที่มา : CryptoPotato

from:https://notebookspec.com/web/587560-microsoft-patent-body-to-cryptomining

บริการคลาวด์ของไมโครซอฟท์ล่ม รวมถึง Bing ก็ล่มด้วย

มีผู้ใช้จำนวนหนึ่งรายงานว่าบริการเรียกว่าแทบจะทั้งหมดของไมโครซอฟท์ที่โฮสต์ไว้บน Azure นั้นระบบล่ม โดยเมื่อเย็นวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา มีบัญชีทวิตเตอร์ชื่อ @AzureSupport และ @MSFT365Status ต่างออกมากล่าวถึงปัญหานี้

โดยระบุให้ผู้ใช้หลายรายเข้าไปดูหน้าเว็บแสดงสถานะที่ขึ้นว่าไม่ทำงานตั้งแต่เวลา 17.45น. ตามเวลา ET นอกจากนี้ผู้ใช้อื่นยังรายงานว่าไม่สามารถเข้าถึงบริการอื่นอย่าง Azure Portal, Azure Services, Dynamics 365, Xbox Live ด้วย เป็นต้น

ขนาดเว็บ Bing.com ยังล่มไปด้วย แต่เป็นที่แปลกใจว่าบริการอีเมลอย่าง Exchange ยังสามารถใช้งานได้อยู่ ซึ่งเดากันว่าเป็นเพราะไมโครซอฟท์เองยังย้ายระบบของเอ็กซ์เชนจ์ขึ้นไปบน Azure แทนตำแหน่งเดิมไม่เสร็จสมบูรณ์

แม้จะยังไม่ชัดเจนว่าผลกระทบครั้งนี้ลามไปถึงประเทศหรือภูมิภาคไหนบ้าง เนื่องจากบนหน้าเว็บแสดงสถานะเซิร์ฟเวอร์ทางเลือกของไมโครซอฟท์ยังขึ้นติ๊กถูกสีเขียว แม้จะขึ้นข้อความตรงหัวเพจด้านบนว่า “กำลังสืบสวนเกี่ยวกับเหตุฉุกเฉินนี้อย่างเร่งด่วน โดยจะแจ้งความคืบหน้าให้ทราบเร็วๆ นี้”

ที่มา : ZDNet

from:https://www.enterpriseitpro.net/%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b9%8c%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%8b%e0%b8%ad/