คลังเก็บป้ายกำกับ: โน๊ตบุ๊ค

4 Acer Aspire ราคาไม่เกิน 15000 บาท น่าใช้ ซื้อมาทำงานหรือเรียนออนไลน์ก็โอเค! อัพเดทกลางปี 2022

Acer Aspire ราคาไม่เกิน 15000 บาทยังหาได้ ทำงานก็ดีเรียนออนไลน์ก็โอเคนะ

aspire3 cover

Acer Aspire ราคาไม่เกิน 15000 บาทน่าจะเป็นรุ่นและระดับราคาที่ผู้ใช้หลายๆ คนยอมรับได้ เพราะไม่แพงเกินจะซื้อเอาไว้ทำงานหรือให้ลูกหลานใช้เรียนออนไลน์ก็ดีไม่แพ้กัน และเลือกซีพียูได้ทั้งฝั่ง AMD และ Intel ตามรสนิยมของผู้ใช้และยังติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows มาให้พร้อมใช้งานในทันที รองรับการอัพเกรดเพิ่มแรมหรือจะเปลี่ยน SSD ให้มีความจุมากขึ้นหรือโหลดไฟล์ได้เร็วขึ้นได้และพอร์ตเชื่อมต่อก็ให้มาครบเครื่อง หากใครหาโน๊ตบุ๊คเครื่องใหม่เอาไว้ทำงานแต่มีงบประมาณจำกัดหรือไม่อยากจ่ายเยอะเพราะจะหาโน๊ตบุ๊คเครื่องแรกเอาไว้ให้ลูกหลานใช้งานเล็กๆ น้อยๆ หรือจะหาโน๊ตบุ๊คเครื่องสำรองเอาไว้ใช้งานเล็กๆ น้อยๆ คู่กับพีซีเครื่องหลักจะหันมาหา Acer Aspire ราคาไม่เกิน 15000 บาททั้ง 4 เครื่องที่เลือกมาแนะนำในบทความนี้ก็น่าสนใจไม่แพ้กับรุ่นที่ราคาแพงกว่านี้อย่างแน่นอน 

Advertisementavw

จุดเด่นนอกจากการอัพเกรดเครื่องเพิ่มแรม, SSD ได้แล้ว หน้าจอของ Acer Aspire ราคาไม่เกิน 15000 บาททั้ง 4 เครื่องในบทความนี้ก็ถูกอัพเกรดความละเอียดจอเป็น Full HD พร้อมฟีเจอร์ BluelightShield ป้องกันแสงสีฟ้ารบกวนสายตาแล้ว ถ้าต้องนั่งเรียนหรือทำงานต่อเนื่องหลายชั่วโมงตาก็ไม่ล้าง่ายแถมยังไม่เสื่อมเมื่อใช้งานต่อเนื่องหลายปี และถ้ารุ่นไหนเป็นหน้าจอขนาด 15.6 นิ้วก็มีชุด Numpad ติดตั้งมาให้ใช้พิมพ์ตัวเลขทำรายงานและบัญชีได้สะดวกกว่าเดิม ไม่ต้องกดตรงบรรทัดบนสุดของแป้นคีย์บอร์ดเหมือนรุ่นจอ 14 นิ้วก็ได้ จัดว่าสะดวกใช้ดีอย่างแน่นอน

Acer Aspire ราคาไม่เกิน 15000 บาท

สเปคของ Acer Aspire มีการ์ดจอแยก CPU, GPU SSD, RAM, Software หน้าจอ,
น้ำหนัก
การเชื่อมต่อ ราคา
(บาท)
Acer Aspire 3 A315-23-R144 AMD Athlon Silver 3050U

AMD Radeon Graphics

M.2 NVMe
512GB

4GB DDR4 บัส 2400MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

1.9 กก.

USB 2.0 x 2

USB-A 3.2 x 2

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 4.2

12,450
Acer Aspire 3 A314-35-P2SR Intel Pentium Silver N6000

Intel UHD Graphics 605

M.2 NVMe
256GB

4GB DDR4 บัส 2933MHz

Windows 11 Home

14″ FHD IPS

1.45 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 2

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.0

13,900
Acer Aspire 3 A315-56-3133 Intel Core
i3-1005G1

Intel UHD Graphics

M.2 NVMe
512GB

4GB DDR4 บัส 3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

1.9 กก.

USB 2.0 x 2

USB-A 3.2 x 2

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 4.2

14,900
Acer Aspire 3 A315-58-341E Intel Core
i3-1115G4

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

4GB DDR4 บัส 3200MHz

Windows 10 Home

15.6″ FHD IPS

1.7 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 2

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.0

14,900

4 Acer Aspire ราคาไม่เกิน 15000 บาท น่าใช้ สเปคดีทำงานสะดวกเรียนสบาย

ผู้ใช้คนไหนที่มองหา Acer Aspire ราคาไม่เกิน 15000 บาทอยู่แล้วไม่แน่ใจว่ากลางปี 2022 ตอนนี้จะมีรุ่นไหนเหลือให้ซื้อบ้าง ในบทความนี้ผู้เขียนได้รวบรวมมาให้ทั้งหมด 4 รุ่นเด่น เลือกได้ทั้งซีพียู AMD, Intel และเป็น M.2 NVMe SSD ทั้งหมดแล้วด้วย โดยมีรุ่นดังนี้

  1. Acer Aspire 3 A315-23-R144 (12,450 บาท)
  2. Acer Aspire 3 A314-35-P2SR (13,900 บาท)
  3. Acer Aspire 3 A315-56-3133 (14,900 บาท)
  4. Acer Aspire 3 A315-58-341E (14,900 บาท)
1. Acer Aspire 3 A315-23-R144 (12,450 บาท)

r144

Acer Aspire ราคาไม่เกิน 15000 บาทเครื่องแรกที่เลือกมาแนะนำเป็น Acer Aspire 3 A315-23-R144 รุ่นแรกที่ราคาเป็นมิตรต่อกระเป๋าเงินที่สุด แต่ได้ตัวเครื่องขนาด 15.6 นิ้ว มี Numpad ติดตั้งมาให้และใช้ซีพียู AMD อีกด้วย ซึ่งสเปคนี้เหลือเพียงอัพเกรดแรมไป 8GB ก็ใช้ทำงานและเรียนออนไลน์หรือใช้ทำงานเอกสารบัญชีสำหรับห้างร้านและธุรกิจ SME ได้อย่างแน่นอน

ซีพียูในเครื่องติดตั้ง AMD Athlon Silver 3050U แบบ 2 คอร์ 2 เธรด ความเร็ว 2.3-3.2GHz มาให้และใช้การ์ดจอออนบอร์ด AMD Radeon Graphics แบบ 2 คอร์ ใช้เรนเดอร์ภาพและแสดงผลขึ้นจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ได้โดยไม่มีปัญหา มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้พร้อมแรมอีก 4GB DDR4 บัส 2400MHz พร้อมพอร์ต USB 2.0 x 2, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 4.2 ได้ด้วย ส่วนน้ำหนักตัวเครื่องถือว่าพกง่ายไม่หนักเกินไป เพียง 1.9 กิโลกรัมเท่านั้น ดังนั้นถ้าใครหา Acer Aspire ราคาไม่เกิน 15000 บาทเอาไว้ทำงานทั่วไปสักเครื่องล่ะก็ แนะนำให้เริ่มจากรุ่นนี้ก่อนได้เลย

สเปคของ Acer Aspire 3 A315-23-R144
  • CPU : AMD Athlon Silver 3050U แบบ 2 คอร์ 2 เธรด ความเร็ว 2.3-3.2GHz
  • GPU : AMD Radeon Graphics แบบ 2 คอร์
  • SSD :  M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB
  • RAM : 4GB DDR4 บัส 2400MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB 2.0 x 2, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 4.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 1.9 กิโลกรัม
  • Price : 12,450 บาท (Advice)
2. Acer Aspire 3 A314-35-P2SR (13,900 บาท)

p2sr

ส่วน Acer Aspire ราคาไม่เกิน 15000 บาท รุ่นที่ติดตั้งซีพียู Intel มาให้ใช้จะเป็นรุ่น Acer Aspire 3 A314-35-P2SR รหัสนี้แทน ซึ่งเพิ่มราคาขึ้นมาเล็กน้อยแต่สเปคจัดว่าดีไม่แพ้รุ่นแรกของบทความนี้เลย

ซีพียูใน Acer Aspire เครื่องนี้ติดตั้ง Intel Pentium Silver N6000 แบบ 4 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 1.1-3.3GHz มาให้ ใช้การ์ดจอออนบอร์ด Intel UHD Graphics 605 สามารถเรนเดอร์ภาพขึ้นจอ 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ได้ มี M.2 NVMe SSD ความจุ 256GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาพร้อมใช้งานกับแรมอีก 4GB DDR4 บัส 2933MHz มีพอร์ต USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 ช่อง เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่าน Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0 ได้ และน้ำหนักเครื่องเพียง 1.45 กิโลกรัมเท่านั้น ไม่หนักเกินไปพกพาง่ายแน่นอน ถ้าใครหา Acer Aspire ราคาไม่เกิน 15000 บาทที่พกพาง่ายๆ หน่อยก็แนะนำให้ดูตัวนี้เอาไว้ได้เลย

สเปคของ Acer Aspire 3 A314-35-P2SR
  • CPU : Intel Pentium Silver N6000 แบบ 4 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 1.1-3.3GHz
  • GPU : Intel UHD Graphics 605
  • SSD :  M.2 NVMe SSD ความจุ 256GB
  • RAM : 4GB DDR4 บัส 2933MHz
  • Display : 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 1.45 กิโลกรัม
  • Price : 13,900 บาท (Advice)
3. Acer Aspire 3 A315-56-3133 (14,900 บาท)

3133

Acer Aspire 3 A315-56-3133 รหัสนี้ก็เป็น Acer Aspire ราคาไม่เกิน 15000 บาทสเปคดีน่าใช้แม้ซีพียูจะตกรุ่นไปเล็กน้อยก็ใช้ทำงานออฟฟิศและเรียนออนไลน์ได้สบายๆ ซึ่งบอดี้และสเปคตัวเครื่องแชร์กับ Acer Aspire 3 ในข้อแรกแทบทั้งหมด แต่ปรับสเปคให้เป็นซีพียู Intel Core i3-1005G1 แบบ 2 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 1.2-3.4GHz กับการ์ดจอ Intel UHD Graphics แทน และใช้แรมออนบอร์ด 4GB DDR4 บัส 3200MHz แต่หน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ถูกปรับความละเอียดจอเหลือระดับ HD (1366×768) พาเนล IPS แทน ดังนั้นถ้าใครอยากใช้ Intel Core i3 ก็ขยับมารุ่นนี้แทนได้เลย

สเปคของ Acer Aspire 3 A315-56-3133
  • CPU : Intel Core i3-1005G1 แบบ 2 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 1.2-3.4GHz
  • GPU : Intel UHD Graphics
  • SSD :  M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB
  • RAM : 4GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด HD พาเนล IPS
  • Ports : USB 2.0 x 2, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 4.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 1.9 กิโลกรัม
  • Price : 14,900 บาท (Advice)
4. Acer Aspire 3 A315-58-341E (14,900 บาท)

341e

สำหรับ Acer Aspire ราคาไม่เกิน 15000 บาท เครื่องสุดท้ายที่เลือกมาแนะนำในบทความนี้เป็นรหัส Acer Aspire 3 A315-58-341E ที่ยกสเปคจาก Acer Aspire 3 ในข้อที่แล้วมาแต่อัพเกรดหน้าจอให้เป็น 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS เปลี่ยนซีพียูเป็น Intel Core i3-1115G4 แบบ 2 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 3.0-4.1GHz กับการ์ดจอ Intel Iris Xe Graphics และปรับพอร์ตของตัวเครื่องเป็น USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac และรองรับ Bluetooth 5.0 แล้ว ส่วนน้ำหนักเครื่องเบาลงเล็กน้อย เหลือ 1.7 กิโลกรัมเท่านั้น ถ้าใครหา Acer Aspire ราคาไม่เกิน 15000 บาทอยู่แล้วเจอรุ่นนี้ก็ซื้อมาใช้งานได้เลย

สเปคของ Acer Aspire 3 A315-58-341E
  • CPU : Intel Core i3-1115G4 แบบ 2 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 3.0-4.1GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD :  M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB
  • RAM : 4GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 10 Home
  • Weight : 1.7 กิโลกรัม
  • Price : 14,900 บาท (Advice)

main

ผู้ใช้คนไหนที่คิดว่าจะซื้อ Acer Aspire ราคาไม่เกิน 15000 บาท เครื่องใหม่เอามาใช้งานอยู่แล้ว ตอนนี้กลางปี 2022 ก็มีรุ่นเด่นให้เลือกพร้อมใช้งาน จะซื้อผ่านทางเว็บไซต์ขายสินค้าชั้นนำก็ได้หรือจะรอซื้อในงาน COMMART ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะผู้ขายแต่ละเจ้าก็จะมีโปรโมชั่นจูงใจดีๆ มาสมนาคุณให้กับลูกค้าแบบจัดเต็มตามสไตล์ของแต่ละร้านอยู่แล้ว ขอแค่เลือกเทียบที่คุ้มค่าถูกใจเราที่สุดก็ตัดสินใจซื้อไปใช้งานได้เลย


บทความที่เกี่ยวข้อง

aceraspire cover

nitro5secondcover

predator cover2

from:https://notebookspec.com/web/655828-4-acer-aspire-under-15000-baht

5 Acer Aspire มีการ์ดจอแยก ตัดคลิปได้แต่งภาพดี เล่นเกมไหว อัพเดทกลางปี 2022

Acer Aspire มีการ์ดจอแยกให้ใช้เหมือนกันนะ ใครหาเอาไว้ใช้ไม่ต้องจ่ายแพงด้วย!

aceraspire cover

ผู้ใช้ที่หาโน๊ตบุ๊คคุ้มค่าเอาไว้ทำงานสักเครื่อง มั่นใจว่าชื่อ Acer Aspire น่าจะเด่นชัดในหัวเป็นกลุ่มแรกๆ แน่นอน แต่ถ้าทำงานกราฟฟิคด้วย Acer Aspire มีการ์ดจอแยกก็มีให้เลือกซื้อไปใช้งานได้ด้วยและราคาค่างวดก็ไม่แพงมาก เพียงแค่หลักหมื่นต้นๆ ก็ซื้อรุ่นมีการ์ดจอ NVIDIA GeForce MX Series มาใช้งานได้แล้ว และถ้าเพิ่มเงินอีกนิดก็มีรุ่นจับคู่การ์ดจอ NVIDIA GeForce GTX Series ให้เลือก ซึ่งการ์ดจอนี้ก็ยังประสิทธิภาพดี เล่นเกมฟอร์มยักษ์หลายๆ เกมแบบปรับกราฟฟิคกลาง~สูงได้อยู่ และข้อดีร่วมของตระกูล Acer Aspire นั่นคือมันอัพเกรดเครื่องเพิ่มแรม, SSD ได้ และยังมีพอร์ตใช้งานค่อนข้างครบเครื่อง และบางรุ่นก็ติดตั้งซีพียู Intel Gen 12 มาให้ ซึ่งประสิทธิภาพดีไว้ใจได้ เหมาะกับผู้ใช้ที่หาโน๊ตบุ๊คคุ้มๆ สักเครื่องอยู่ ไม่ว่าจะเป็นนักเรียนนักศึกษาที่ยังเรียนอยู่หรือเพิ่งจบแล้วได้งานใหม่ก็ดีทั้งนั้น

Advertisementavw

Acer Aspire มีการ์ดจอแยก

สเปคของ Acer Aspire มีการ์ดจอแยก CPU, GPU SSD, RAM, Software หน้าจอ, น้ำหนัก การเชื่อมต่อ ราคา
(บาท)
Acer Aspire 3 A315-58G-323G Intel Core
i3-1215U

NVIDIA GeForce MX550
(2GB GDDR6)

M.2 NVMe
512GB

ออนบอร์ด 4GB DDR4 3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

1.79 กก.

USB-A 3.2 x 3

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.0

17,900
Acer Aspire 3 A315-59G-39AV Intel Core
i3-1115G4

NVIDIA GeForce MX350
(2GB GDDR5)

M.2 NVMe
512GB

4GB DDR4 3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

1.7 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 2

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.0

18,900
Acer Aspire 7 A715-75G-58NH Intel Core
i5-10300H

NVIDIA GeForce GTX 1650
(4GB GDDR6)

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4 2933MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

2.15 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

25,900
Acer Aspire 7 A715-42G-R4BX AMD Ryzen 5 5500U

NVIDIA GeForce GTX 1650
(4GB GDDR6)

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4 3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 144Hz

2.15 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

24,390
Acer Aspire 7 A715-42G-R4KZ AMD Ryzen 7 5700U

NVIDIA GeForce GTX 1650
(4GB GDDR6)

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4 3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 144Hz

2.15 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

26,350

5 Acer Aspire มีการ์ดจอแยก ทำงานได้เล่นเกมก็เจ๋ง!

เกมเมอร์หรือคนทำงานตัดต่อวิดีโอแต่งภาพคนไหนกำลังอยากซื้อโน๊ตบุ๊คดีๆ ราคาไม่แพงมากแต่มีการ์ดจอแยกสักเครื่องอยู่ ตอนนี้ Acer Aspire มีการ์ดจอแยกน่าซื้อในปี 2022 นี้จะมีให้เลือกทั้งหมด 5 รุ่น และราคาก็ไม่แพงมาก หากมีงบประมาณราว 25,000 บาทก็หาซื้อมาใช้งานได้แล้ว โดยมีรุ่นแนะนำดังนี้

  1. Acer Aspire 3 A315-58G-323G (17,900 บาท)
  2. Acer Aspire 3 A315-59G-39AV (18,900 บาท)
  3. Acer Aspire 7 A715-75G-58NH (25,900 บาท)
  4. Acer Aspire 7 A715-42G-R4BX (24,390 บาท)
  5. Acer Aspire 7 A715-42G-R4KZ (26,350 บาท)
1. Acer Aspire 3 A315-58G-323G (17,900 บาท)

Aspire A315 59G f

Acer Aspire มีการ์ดจอแยก รุ่นแรกสำหรับคนเน้นความคุ้มค่าราคาไม่แพง ยกให้ Acer Aspire 3 A315-58G-323G รุ่นนี้นอกจากได้ Intel Gen 12 แล้ว ยังมีการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce ติดตั้งมาเสริมตอนตัดต่อวิดีโอหรือแต่งภาพได้ไหลลื่นและยังเพิ่มแรมและ SSD ในเครื่องได้อีกด้วย

สเปคจากโรงงานเรียกว่าน่าสนใจเพราะติดตั้ง Intel Core i3-1215U แบบ 6 คอร์ 8 เธรด (2P+4E) ความเร็ว 3.3-4.4GHz จับคู่กับ NVIDIA GeForce MX550 แรม 2GB GDDR6 แสดงผลขึ้นหน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ได้อย่างดีไม่มีปัญหา มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้ มีแรมออนบอร์ด 4GB DDR4 บัส 3200MHz พอร์ตเชื่อมต่อมี USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0 ได้ และน้ำหนักเครื่องอยู่ที่ 1.79 กิโลกรัมเท่านั้น และถ้าใครเล็ง Acer Aspire มีการ์ดจอแยกรุ่นนี้อยู่ก็แนะนำให้ซื้อได้เลย เพราะได้ความสดใหม่ใช้งานดีอย่างแน่นอน

สเปคของ Acer Aspire 3 A315-58G-323G
  • CPU : Intel Core i3-1215U แบบ 6 คอร์ 8 เธรด (2P+4E) ความเร็ว 3.3-4.4GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce MX550 แรม 2GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB 
  • RAM : แรมออนบอร์ด 4GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 1.79 กิโลกรัม
  • Price : 18,900 บาท (Advice)
2. Acer Aspire 3 A315-59G-39AV (18,900 บาท)

20210427 172409 c

Acer Aspire มีการ์ดจอแยกรุ่นน่าซื้อรุ่นถัดมาเป็น Acer Aspire 3 A315-59G-39AV เครื่องนี้ที่แม้จะเปิดตัวมาสักพักแล้ว แต่ก็ยังน่าใช้หากเน้นใช้ทำงานออฟฟิศ, ตัดต่อแต่งภาพหรือใช้เรียนออนไลน์หรือพ่อแม่จะซื้อเอาไว้ให้ลูกใช้เรียนก็เหมาะสมทั้งคู่

ซีพียูในเครื่องติดตั้ง Intel Core i3-1115G4 มี 2 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 3.0-4.1GHz พร้อมกับการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce MX350 แรม 2GB GDDR5 มาให้ใช้งานกับหน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มาให้ ส่วน M.2 NVMe SSD มีความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 10 Home กับแรม 4GB DDR4 บัส 3200MHz มาให้ รองรับการอัพเกรดเป็น Windows 11 Home ได้ พอร์ตการเชื่อมต่อมี USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 รองรับการเชื่อมต่อไร้สาย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0 ได้ และตัวเครื่องเบาเพียง 1.7 กิโลกรัมเท่านั้น ซึ่ง Acer Aspire มีการ์ดจอแยกสเปคนี้ก็ยังใช้ทำงานออฟฟิศหรือเรียนออนไลน์อย่างแน่นอน อย่างมากอาจอัพเกรดแรมเป็น 8GB ก็เพียงพอแล้ว

สเปคของ Acer Aspire 3 A315-59G-39AV
  • CPU : Intel Core i3-1115G4 มี 2 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 3.0-4.1GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce MX350 แรม 2GB GDDR5
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB 
  • RAM : 4GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 1.7 กิโลกรัม
  • Price : 17,900 บาท (Advice)
3. Acer Aspire 7 A715-75G-58NH (25,900 บาท)

Aspire 7 A715 bk

ถ้าอยากซื้อ Acer Aspire มีการ์ดจอแยกสเปคแรงระดับหนึ่งพอใช้เล่นเกมฟอร์มยักษ์สักนิด Acer Aspire 7 A715-75G-58NH รุ่นนี้แม้จะเปิดตัวมาสักพักแล้วแต่สเปคก็ยังดีพอใช้ทำงานและเล่นเกมได้สบายๆ และถ้าอัพเกรดเพิ่มแรม, SSD อีกสักนิด ก็สเปคแรงพอใช้งานได้นานราว 4 ปีอย่างแน่นอน

ซีพียูเป็น Intel Core i5-10300H แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.5-4.5GHz กับการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce GTX 1650 แรม 4GB GDDR6 ส่วนหน้าจอเครื่องขนาด 15.6 นิ้ว เป็นจอ Full HD พาเนล IPS พร้อม M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 10 Home กับแรมอีก 8GB DDR4 บัส 2933MHz มีพอร์ต USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่อ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax กับ Bluetooth 5.1 ได้ ส่วนน้ำหนักเครื่องเพิ่มขึ้นมาเป็น 2.15 กิโลกรัม ซึ่งสเปคแม้จะไม่ได้ใหม่ที่สุดก็ตาม แต่สเปคของเครื่องนี้ก็เป็น Acer Aspire มีการ์ดจอแยกที่น่าใช้ไม่แพ้เครื่องรุ่นใหม่ๆ เลย

สเปคของ Acer Aspire 7 A715-75G-58NH
  • CPU : Intel Core i5-10300H แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.5-4.5GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce GTX 1650 แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB 
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 2933MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 10 Home
  • Weight : 2.15 กิโลกรัม
  • Price : 25,900 บาท (Advice)
4. Acer Aspire 7 A715-42G-R4BX (24,390 บาท)

Aspire 7 A715 42G Black f

Acer Aspire มีการ์ดจอแยกรหัส Acer Aspire 7 A715-42G-R4BX ตัวนี้จะเปลี่ยนซีพียูจาก Intel เป็น AMD Ryzen เป็นรุ่นทางเลือกให้กับเกมเมอร์และคนทำงาน ซึ่งกำลังการประมวลผลถือว่าจัดจ้านไม่แพ้โน๊ตบุ๊คซีพียู Intel อย่างแน่นอน

ซีพียูที่ติดตั้งมาให้เป็น AMD Ryzen 5 5500U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.1-4.0GHz และใช้การ์ดจอแยก NVIDIA GeForce GTX 1650 แรม 4GB GDDR6 สำหรับเรนเดอร์ภาพขึ้นหน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้ มีแรม 8GB DDR4 บัส 3200MHz ส่วนพอร์ตเชื่อมต่อมี USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่อ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 ได้ ส่วนน้ำหนักตัวเครื่องยังอยู่ที่ 2.15 กิโลกรัมไล่เลี่ยกับรุ่นในข้อที่ผ่านมา สำหรับผู้ใช้คนไหนที่อยากใช้ซีพียู AMD Ryzen ประสิทธิภาพสูงและประหยัดพลังงานพอตัวก็ซื้อ Acer Aspire มีการ์ดจอแยกเครื่องนี้ไปได้เลย

สเปคของ Acer Aspire 7 A715-42G-R4BX
  • CPU : AMD Ryzen 5 5500U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.1-4.0GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce GTX 1650 แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB 
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.15 กิโลกรัม
  • Price : 24,390 บาท (Advice)
5. Acer Aspire 7 A715-42G-R4KZ (26,350 บาท)

20210720 170421 c

ส่วน Acer Aspire มีการ์ดจอแยกเครื่องสุดท้ายที่เลือกมาแนะนำในบทความนี้เป็น Acer Aspire 7 A715-42G-R4KZ ซึ่งแชร์สเปคร่วมกับ Acer Aspire 7 ในข้อที่แล้วแทบทั้งหมด แต่รุ่นนี้เปลี่ยนซีพียูมาเป็น AMD Ryzen 7 5700U แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 1.8-4.3GHz แทน ทำให้มีคอร์และเธรดเยอะมากพอให้รันโปรแกรมใหญ่ๆ หรือเปิดโปรแกรมย่อยๆ ได้ไหลลื่นยิ่งขึ้น หากใครมีงบประมาณสักนิด ก็ขยับมาซื้อรุ่นนี้ได้เลยเพราะสเปคจัดว่าน่าสนใจมาก

สเปคของ Acer Aspire 7 A715-42G-R4KZ
  • CPU : AMD Ryzen 7 5700U แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 1.8-4.3GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce GTX 1650 แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB 
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.15 กิโลกรัม
  • Price : 26,350 บาท (Advice)

acer laptop aspire 7 main banner m

สำหรับ Acer Aspire มีการ์ดจอแยกทั้ง 5 รุ่นที่เลือกมาแนะนำในบทความนี้จะมีซีพียู Intel ตั้งแต่รุ่นเก่าไปจนรุ่นใหม่ล่าสุดหรือแม้แต่ AMD Ryzen ให้เลือกซื้อกัน ซึ่งแต่ละรุ่นก็จะเหมาะกับผู้ใช้แยกกันไปตามสเปค ซึ่งในข้อ 1, 2 ของบทความนี้จะเหมาะกับนักเรียนนักศึกษาที่เรียนอยู่หรือจบใหม่แต่อยากได้โน๊ตบุ๊คที่สเปคต่อราคาคุ้มค่า ทำงานดีเอาไว้ใช้งานสักเครื่องแต่ไม่อยากจ่ายแพงเกินไป ก็เลือกสองรุ่นแรกได้เลย ส่วนรุ่นการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce GTX 1650 ก็จะเหมาะกับคนที่ทำงานตัดต่อวิดีโอหรือแต่งภาพบ่อยๆ ก็น่าพิจารณารุ่นนี้ จะได้มีการ์ดจอแยกเอาไว้ช่วยเรนเดอร์ภาพและวิดีโอได้ด้วย


บทความที่เกี่ยวข้อง

nitro alder cover

nitro5secondcover

predator cover2

from:https://notebookspec.com/web/655038-5-acer-aspire-with-discrete-gpu

เอชพี โชว์ปลดล็อกพลังการทำงานแบบไฮบริด ใน HP Thailand Day 2022 เผยโน๊ตบุ๊ค พีซี เครื่องปรินต์ใหม่

เอชพี HP Thailand Day 2022 เพิ่มศักยภาพการทำงานในกลุ่มผู้ใช้งานธุรกิจและผู้ใช้งานทั่วไป ปลดล็อกพลังการทำงานไฮบริด เชื่อมต่อเทคโนโลยีใหม่

เอชพี

เอชพี ประเทศไทย เปิดตัวนวัตกรรมเทคโนโลยีทรงพลังเต็มรูปแบบภายใต้ธีม “ปลดล็อกศักยภาพธุรกิจสร้างโอกาสเติบโตสู่โลกไฮบริดในงาน HP Thailand Day 2022 พร้อมส่งอุปกรณ์และโซลูชั่นกลุ่มใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับการทำงานประสานกัน พร้อมร่วมสร้างประสบการณ์การสร้างสรรค์ในโลกไฮบริด ประกอบด้วย HP EliteBook x360 1040 G9, HP ProBook x360 435 G9 และเครื่องพิมพ์ HP Smart Tank งานนี้นำทัพโดย มร.อึ้ง เทียน ชอง กรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชีย เอชพี อิงค์ และ มร.ลิม ชุน เต็ก กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอชพี อิงค์ (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมด้วยกูรูไอทีชื่อดัง “หนุ่ย พงศ์สุข” และ ครีเอเตอร์ที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก “เค เลิศสิทธิชัย” 

การทำงานรูปแบบไฮบริดต้องการมากกว่าแค่การเชื่อมต่อและทำงานร่วมกัน และเป็นเรื่องท้าทายสำหรับเทคโนโลยีในการส่งมอบประสบการณ์ให้กับผู้คนไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน แม้ว่าสถานที่ทำงานจะอยู่ในทุกที่ตามความต้องการของผู้คน แต่ความคาดหวังในการทำงานนั้นไม่เปลี่ยน ผู้คนยังต้องได้รับการมองเห็นและได้ยินเสียงอย่างชัดเจนมีประสิทธิภาพและสร้างแรงบันดาลใจ

Advertisementavw
เอชพี

“ที่เอชพี เราคำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงต่างๆ เหล่านี้ และได้นำมากำหนดเป็นกลยุทธ์เพื่อขยายธุรกิจ ไม่ว่าจะผ่านการเล่นเกม อุปกรณ์เชื่อมต่อ โซลูชั่นสำหรับการทำงาน บริการระบบสมาชิก รวมถึงกราฟิกเพื่องานอุตสาหกรรมและ 3D เพื่อรองรับโอกาสใหม่ การพัฒนาด้านต่างๆ รวมไปถึงอนาคตที่น่าตื่นเต้น สำหรับวันนี้และในภายภาคหน้าฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และโซลูชั่นของเราพร้อมนวัตกรรมเทคโนโลยีล้ำสมัยจะมอบประสบการณ์ที่จำเป็นต่อการเติบโตในโลกไฮบริด โดยมอบพลังในการผสมผสานเข้ากับสภาพแวดล้อมที่ให้ประสิทธิผลสูงสุดสำหรับการทำงานและความคิดสร้างสรรค์ ผสานแนวคิดที่ได้รับแรงบันดาลใจขั้นสูงสุดของเรา” มร.อึ้ง เทียน ชอง กรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชีย เอชพี อิงค์ กล่าว

เอชพี
มร. ลิม ชุน เต็ก กรรมการผู้จัดการ เอชพี อิงค์ ประเทศไทย

มร. ลิม ชุน เต็ก กรรมการผู้จัดการ เอชพี อิงค์ ประเทศไทย กล่าว “ปัจจุบันออฟฟิศอยู่ ‘ทุกที่’ และอนาคตของการทำงานก็เกิดขึ้นตอนนี้แล้ว เมื่อเรายอมรับรูปแบบการทำงานและการเรียนรู้แบบผสมผสาน ประสบการณ์จะมีความสำคัญมากขึ้นกว่าเดิม เอชพี พยายามส่งเสริมให้ลูกค้าและกลุ่มธุรกิจได้ใช้ความสามารถอย่างเต็มที่ และช่วยให้บรรลุศักยภาพสูงสุด โดยการจัดหาโซลูชั่นที่เหมาะสมตรงกับรูปแบบการทำงานแบบไฮบริดที่เกิดขึ้นใหม่นี้”

คุณหนุ่ย พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี มาเน้นย้ำว่า ธุรกิจไทยจะต้องนำรูปแบบการทำงานแบบไฮบริดมาใช้ เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ พนักงานที่มีความสามารถต้องการโซลูชั่นที่เหมาะสม และไม่ยุ่งยากมาติดตั้งในอุปกรณ์ของตน เช่น พีซีและเครื่องพิมพ์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความยืดหยุ่นตลอดจนความปลอดภัย และนักธุรกิจรุ่นใหม่ คุณเค เลิศสิทธิชัย เน้นย้ำถึงความจำเป็นที่ต้องมีอุปกรณ์ทางไอทีที่เหมาะสมในการจัดการอาชีพและไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย เพื่อให้สามารถเชื่อมต่อกับผู้คนได้อย่างไม่สะดุด เป็นกุญแจสู่ความสำเร็จในชีวิตการทำงาน การเล่นเกมต่างๆ บนพีซีที่ทรงพลัง ไม่เพียงสร้างความบันเทิง แต่ยังช่วยสร้างและพัฒนาคอนเทนต์ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ได้


เอชพีเข้าถึงอนาคตของการทำงานแบบไฮบริด

เอชพี

โมเดลการทำงานและการเรียนรู้แบบผสมผสานช่วยให้ผู้ใช้สามารถสร้างผลงาน ใช้งาน และทำงานร่วมกันได้อย่างมีอิสระและคล่องตัวมากขึ้น ในระดับองค์กร ธุรกิจยังต้องทำงานกับโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีที่เหมาะสมและเครื่องมือเพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่รูปแบบไฮบริด จึงได้ประกาศเปิดตัวผลิตภัณฑ์ในกลุ่มพีซีและเครื่องพิมพ์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้พนักงานสามารถก้าวหน้าได้ในโลกไฮบริด

  • HP EliteBook x360 1040 G9 ปลดล็อกขีดจำกัดด้านประสิทธิภาพและน้ำหนักที่เบาสำหรับผู้ปฏิบัติงานนอกสถานที่ทุกแห่งหน ออกแบบมาใหม่เพื่อการทำงานที่ราบรื่นในการทำงานแบบไฮบริด ตัวเครื่องทำจากแชสซีที่บางเบา ด้วยอัตราส่วนหน้าจอ 16:10 เพื่อการแสดงผลเพิ่มเติมและลดการเลื่อนขึ้นลง ให้คุณภาพของภาพและเสียงได้ดีที่สุดด้วยกล้อง 5MP, กล้อง IR 940nm และซอฟต์แวร์เสียงสมจริงเพื่อความชัดเจนในการรับฟัง
  • ออกแบบมาสำหรับพนักงานที่ต้องทำงานโดยไม่ติดอยู่กับที่เมื่อต้องออกนอกสถานที่เพื่อธุรกิจที่กำลังเติบโต HP ProBook x360 435 G9 ผสมผสานการออกแบบที่ให้น้ำหนักเบาและอัปเกรดได้ พร้อมด้วยประสิทธิภาพการทำงานด้านธุรกิจ พร้อมการรักษาความปลอดภัยและทนทาน เหมาะสำหรับธุรกิจที่กำลังเติบโต แล็ปท็อป HP ProBook x360 435 G9 มาพร้อมกับระบบรักษาความปลอดภัย HP Wolf Security for Business ซึ่งช่วยป้องกันภัยคุกคาม ป้องกันมัลแวร์ และป้องกันตัวตนด้วยการกำหนดค่าเดียวและใช้งานง่าย
  • สร้างสรรค์ผลงานอย่างอิสระด้วย HP Spectre x360 14 ซึ่งเป็นแล็ปท็อปแบบปรับเปลี่ยนได้ด้วยอัตราส่วนภาพหน้าจอ 3:2 ให้ความสมจริงสำหรับการท่องเว็บและรองรับความต้องการผลิตงานอย่างมีประสิทธิภาพ แล็ปท็อป 2-in-1 รุ่นนี้มีความยืดหยุ่นสูงในการสร้างสรรค์ผลงานและรองรับการใช้ชีวิตอย่างราบรื่นในโลกไฮบริดสำหรับยุคปัจจุบัน ด้วยแพลตฟอร์มของ Intel® Evo™ และโปรเซสเซอร์ Intel® Core™ รุ่นที่ 12 ที่พัฒนาฟังก์ชันการทำงานพร้อมๆ กันหลายอย่างและทรงประสิทธิภาพ มาพร้อมกับจอสัมผัสที่พับได้ในลักษณะต่างๆ รวมถึงการซูมด้วยนิ้วมือ การแตะสองครั้ง และการกดค้างไว้เพื่อสร้างและจัดการภาพวาด และเนื้อหาสร้างสรรค์อื่นๆ ให้เป็นไปอย่างง่ายดาย
  • สำหรับนักเล่นเกมมืออาชีพ เอชพีนำเสนอเกมมิ่งแล็ปท็อป HP OMEN 16 เพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดสำหรับการเล่นเกมที่ต้องอาศัยเครื่องที่ทรงพลังในทุกที่ มาพร้อมกับกราฟิกการ์ดที่ยืดหยุ่นและโปรเซสเซอร์ Intel ผสมผสานวัสดุเพื่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งรวมถึงฝาครอบอะลูมิเนียมรีไซเคิล และรุ่นVictus by HP 15 สำหรับผู้ชื่นชอบการเล่นเกมทั้งหมดจะช่วยยกระดับและดื่มด่ำอย่างเต็มที่ แล็ปท็อป Victus by HP 15 มีตัวเลือกสีที่โดดเด่นสองสีให้เลือกในสีเงินไมก้าและสีน้ำเงิน ให้อารมณ์ทรงประสิทธิภาพ ทั้งหมดนี้มีคีย์บอร์ดเรืองแสงมาตรฐานที่พิมพ์ด้วยแบบอักษรที่โดดเด่น พบได้ในอุปกรณ์ OMEN ด้วยโปรเซสเซอร์และกราฟิกที่ล้ำและแตกต่าง ผู้ใช้สามารถทำงานหลายๆ อย่างพร้อมกันได้ไม่ว่าจะเล่นเกม ท่องเว็บ ตัดต่อ และอื่นๆ
เอชพี

ผู้คนจำนวนมากต้องการใช้ประโยชน์จากการพิมพ์ไม่ว่าจะอยู่ที่ทำงานหรือที่บ้าน เอชพีพัฒนาเครื่องพิมพ์ให้ทันสมัยโดยลดความซับซ้อนของการพิมพ์ สร้างประสบการณ์การทำงานในสำนักงานที่แท้จริงเมื่ออยู่ที่บ้านและเปลี่ยนไปสู่ธุรกิจที่เน้นการบริการ

  • เอชพี ช่วยทำให้เทคโนโลยีเข้าถึงได้ง่ายมากขึ้นด้วยการเปิดตัวโปรแกรมการลงทะเบียนด้วยหมึกเป็นครั้งแรกในประเทศไทยด้วย Easy Ink ช่วยให้ผู้ใช้ในบ้านและผู้ใช้งานธุรกิจสามารถสั่งซื้อตลับหมึกเอชพีผ่านทางออนไลน์และจัดส่งตลับหมึก ให้ผู้ใช้สามารถเพลิดเพลินกับการพิมพ์คุณภาพสูงอย่างไม่ขาดตอน ด้วยหมึกและผงหมึกของแท้ รับประกันคุณภาพการพิมพ์ที่โดดเด่นและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หลีกเลี่ยงการพิมพ์ติดขัดที่เกิดจากข้อผิดพลาดในระบบพิมพ์ หลีกเลี่ยงงานพิมพ์คุณภาพต่ำ ลูกค้าสามารถสั่งซื้อได้ตลอดเวลาและรับตลับหมึกผ่านการจัดส่งตรงถึงบ้านโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
  • ผู้บริโภคและธุรกิจขนาดเล็กต่างก็ขยายธุรกิจเติบโตขึ้นโดยอาศัยความสามารถจากอุปกรณ์เคลื่อนที่ด้วยแอป HP Smart ช่วยให้ลูกค้าเพลิดเพลินกับความสามารถในการพิมพ์และสแกนจากทุกที่ ทั้งได้รับการแจ้งเตือนเมื่อพิมพ์ สแกน หรือคัดลอกคอนเทนต์จากมือถือ
  • สำหรับการใช้งานที่บ้านและออฟฟิศขนาดเล็ก เครื่องพิมพ์ HP Smart Tank 720 All-in-One มอบประสบการณ์การพิมพ์ที่ยอดเยี่ยมตั้งแต่ต้นจนจบด้วยงานพิมพ์คุณภาพสูงมาพร้อมกับคุณสมบัติอัจฉริยะขั้นสูงเหมาะสำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการพิมพ์งานจำนวนมาก โดยเครื่องพิมพ์ออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในแต่ละวันสำหรับการทำงานหรือการเรียนในยุคไฮบริด
  • เครื่องพิมพ์ขนาดเล็กที่พิมพ์สองหน้าได้อย่างเร็ว  HP LaserJet MFP M236dw ได้รับการออกแบบมาสำหรับนักธุรกิจมืออาชีพที่ต้องการการพิมพ์ขาวดำประสิทธิภาพสูงตัวเครื่องขนาดเล็ก กะทัดรัด มาพร้อมการเชื่อมต่อที่เสถียรขึ้นด้วยWi-Fi™ แบบดูอัลแบนด์พร้อมการรีเซ็ตในตัวเอง การสแกนคุณภาพสูง และสามารถแชร์ไปยัง Dropbox, Google Drive, อีเมล หรือระบบคลาวด์ได้
เอชพี

ราคาและการวางจำหน่าย

  • HP EliteBook x360 1040 G9 มีจำหน่ายแล้วที่ HP Online Store ราคา 44,990 บาท
  • HP ProBook x360 435 G9 มีจำหน่ายแล้วที่ HP Online Store ราคา 35,990 บาท
  • HP Spectre x360 14 จำหน่ายแล้วที่ HP Online Store ราคา 51,990 บาท
  • HP OMEN 16 วางจำหน่ายแล้วที่ HP Online Store และร้านค้าปลีกอื่นๆ ราคาเริ่มต้น 45,990 บาท
  • Victus by HP 15 วางจำหน่ายแล้วที่ HP Online Store และร้านค้าปลีกอื่นๆ ราคาเริ่มต้น 28,990 บาท
  • เครื่องพิมพ์ HP Smart Tank 720 All-in-One เริ่มต้น 7,390 บาท ที่ร้านค้าไอทีชั้นนำและออนไลน์ พร้อมรับประกัน 2 ปี และบริการนอกสถานที่ฟรี
  • HP LaserJet MFP M236dw Printer วางจำหน่ายแล้วที่ร้านค้าออนไลน์ของ HP และขายปลีกราคาเริ่มต้นที่ 4,190 บาท พร้อมการรับประกัน 3 ปี และบริการนอกสถานที่

การพิมพ์สองด้านที่เร็วที่สุดในกลุ่มผลิตภัณฑ์เดียวกัน: เมื่อเทียบกับเครื่องพิมพ์เลเซอร์ขาวดำในรุ่นเดียวกันและ MFP ที่น้อยกว่า $210 USD หรือ 220€ สำหรับฟังก์ชันเดียว หรือน้อยกว่า $310 USD หรือ 320€ สำหรับมัลติฟังก์ชั่น ทั้งหมดนี้มีรอบการทำงานสูงสุดที่ประกาศไว้ที่ 20,000 หรือต่ำกว่า ความเร็วที่แน่นอนของเครื่องพิมพ์ HP จะแตกต่างกันไปตามการกำหนดค่าระบบ แอปพลิเคชั่นซอฟต์แวร์ ไดรฟ์ และความซับซ้อนของเอกสาร Buyers Lab กันยายน 2020 การศึกษาซึ่งได้รับมอบหมายจาก HP โดยอิงจากการสำรวจวิจัยที่ OEM เผยแพร่ข้อมูลจำเพาะที่เปิดเผยต่อสาธารณะ ณ วันที่ 09/01/2020 ส่วนแบ่งการตลาดตามที่รายงานโดย IDC Quarterly Hardcopy Peripherals Tracker – Final Historical 2020Q2 สำหรับอเมริกาเหนือและ EMEA สำหรับรายละเอียด: keypointintelligence.com/HPFastestDuplex

ข้อมูลเพิ่มเติม: http://www.hp.com


from:https://notebookspec.com/web/653874-hp-thailand-day-2022

4 Acer Predator แรงน่าโดน หัวใจ Intel 12th Gen เริ่ม 63,300 บาท อัพเดทกลางปี 2022

Acer Predator เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ครหัสแรงของ Acer ช่วงกลางปี 2022 นี้มีรุ่นไหนน่าซื้อบ้างนะ?

predator cover2

 

Advertisementavw

หากพูดถึงเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ครุ่นเรือธงจาก Acer ไม่ใช่ตระกูล Nitro 5 แต่เป็น Acer Predator ซึ่งผู้เขียนเคยแนะนำฟีเจอร์เด่นเฉพาะตัวของตระกูล Predator ไปแล้วในบทความนี้ ซึ่งมั่นใจว่าโน๊ตบุ๊คตระกูลนี้น่าจะถูกใจเกมเมอร์สายแรง อยากได้เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คสเปคจบเครื่องเดียวเล่นได้ทุกเกม จะปรับกราฟิคระดับสูงสุดก็ยังได้ภาพลื่นๆ อีก 2-3 ปี อย่างแน่นอน งานนี้จะเล่นบนหน้าจอโน๊ตบุ๊คเองหรือต่อหน้าจอแยกก็เล่นเกมได้สนุกไม่แพ้กันอย่างแน่นอน และในช่วงกลางปีที่ Intel เริ่มส่งซีพียูสถาปัตยกรรม Alder Lake ลงตลาดมามากขึ้นเรื่อยๆ Acer เองก็ไม่พลาด นำมาติดตั้งในเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คตัวท็อปของแบรนด์ให้เกมเมอร์ได้สัมผัสประสิทธิภาพและความแรงของซีพียูรุ่นใหม่ด้วย ถ้าใครเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์ก็ใช้โน๊ตบุ๊ครุ่นนี้ไว้ตัดต่อทำคลิปและทำงานหนักๆ ได้ดีโดยไม่ต้องประกอบพีซีสเปคแรงๆ เลยก็ได้ แค่มี Acer Predator เอาไว้ใช้สักรุ่นก็เอาอยู่ทุกงานอย่างแน่นอน

Acer Predator

สเปคของ Acer Predator CPU, GPU SSD, RAM, Software หน้าจอ, น้ำหนัก การเชื่อมต่อ ราคา (บาท)
Predator Helios 300 PH315-54-99JS Intel Core
i9-11900H

NVIDIA GeForce RTX 3070

M.2 NVMe 1TB

32GB DDR4 3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ QHD IPS

Refresh Rate 165Hz

2.5 กก.

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

Mini DisplayPort x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

72,990
Predator Helios 300 PH315-55-72J4 Intel Core
i7-12700H

NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti

M.2 NVMe 1TB

32GB DDR5 4800MHz

Windows 11 Home

15.6″ QHD IPS

NVIDIA
G-SYNC

100% DCI-P3

Refresh Rate 165Hz

2.6 กก.

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

Thunderbolt 4 x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

79,990
Predator Triton 500 SE PT516-51s-72QY Intel Core
i7-11800H

NVIDIA GeForce RTX 3070

M.2 NVMe 512GB

16GB DDR4 3200MHz

Windows 11 Home

16″ QHD IPS

Refresh Rate 165Hz

2.4 กก.

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 2 รองรับ Thunderbolt

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

63,300
Predator Triton 500 SE PT516-51s-7518 Intel Core
i7-11800H

NVIDIA GeForce RTX 3080

M.2 NVMe 1TB

32GB DDR4 3200MHz

Windows 11 Home

16″ QHD IPS

100% sRGB

Refresh Rate 165Hz

2.4 กก.

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 2 รองรับ Thunderbolt

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

81,300

4 Acer Predator ตัวแรงเพื่อเกมเมอร์และคอนเทนต์ครีเอเตอร์น่าโดน

สำหรับเกมเมอร์หรือคอนเทนต์ครีเอเตอร์ที่อยากได้ Acer Predator สเปคแรงเอาไว้ทำงานหรือเล่นเกมโดยไม่ต้องประกอบเกมมิ่งพีซีสักเครื่องและยังเล่นเกมได้ชิลๆ อีก 3-4 ปี ช่วงกลางปี 2022 นี้ ทาง Acer ก็มี Predator ให้เลือกหลายรุ่นทั้งเก่าและใหม่ ซึ่งใครที่มีแผนซื้อเครื่องใหม่แต่ยังตัดสินใจไม่ได้ล่ะก็ ผู้เขียนได้เลือกมาแนะนำทั้งหมด 4 รุ่นด้วยกัน ได้แก่

  1. Predator Helios 300 PH315-54-99JS (72,990 บาท)
  2. Predator Helios 300 PH315-55-72J4 (79,990 บาท)
  3. Predator Triton 500 SE PT516-51s-72QY (63,300 บาท)
  4. Predator Triton 500 SE PT516-51s-7518 (81,300 บาท)
1. Predator Helios 300 PH315-54-99JS (72,990 บาท)

20220419 135936 c

Acer Predator Helios 300 PH315-54-99JS เป็น Predator รุ่นที่เปิดตัวมาตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา นอกจากได้ฟีเจอร์พื้นฐานของเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คตระกูลนี้ครบถ้วนแล้ว ความแรงก็รับมือเกมฟอร์มยักษ์ในปัจจุบันนี้ได้ทุกเกม และสเปคจากโรงงานก็นับว่าแรงจบไม่ต้องอัพเกรดเพิ่มก็ได้ นอกจากนี้ยังมีคีย์บอร์ด RGB ติดตั้งมาด้วย

แม้จะเป็นตัวเริ่มต้นแต่ก็ได้สเปคจัดจ้านด้วยซีพียู Intel Core i9-11900H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.5-4.9GHz จับคู่กับการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3070 แรม 8GB GDDR6 สามารถเรนเดอร์เกมฟอร์มใหญ่ขึ้นหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1440) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz ได้สบายๆ ติดตั้ง M.2 NVMe SSD ความจุ 1TB พร้อม Windows 10 Home กับแรมอีก 32GB DDR4 บัส 3200MHz ด้วย ส่วนพอร์ตของตัวเครื่องมี USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, Mini DisplayPort x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 รองรับ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax กับ Bluetooth 5.1 ในตัว ส่วนน้ำหนักเครื่องอยู่ที่ 2.5 กิโลกรัม ซึ่งรุ่นแรกนี้ผู้เขียนก็มั่นใจว่าตอบโจทย์เกมเมอร์หลายๆ คนแล้ว โดยเฉพาะใครที่อยากได้เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คที่เป็น Desktop Replacement ก็แนะนำให้ดูรุ่นนี้เอาไว้ได้เลย

สเปคของ Predator Helios 300 PH315-54-99JS
  • CPU : Intel Core i9-11900H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.5-4.9GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3070 แรม 8GB GDDR6
  • SSD : M.2 NVMe 1TB
  • RAM : 32GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Monitor : 15.6 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1440) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz
  • Port : USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, Mini DisplayPort x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax, Bluetooth 5.1
  • Camera : 720p HD Camera
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.5 กิโลกรัม
  • Price : 72,990 บาท (ราคากลาง)
2. Predator Helios 300 PH315-55-72J4 (79,990 บาท)

20220518 205255 c

ส่วนเกมเมอร์ที่อยากขยับมาใช้ Intel 12th Gen Alder Lake มี Acer Predator Helios 300 PH315-55-72J4 รุ่นนี้ที่นอกจากอัพเกรดบอดี้เป็นรุ่นใหม่, ให้พอร์ต Thunderbolt 4 Full function ได้ Intel Killer E2600 LAN, Intel Killer Wi-Fi 1675i ครบเครื่อง รับส่งข้อมูลได้ดีโดยเฉพาะการเล่นเกมรวมถึงลำโพงของตัวเครื่องยังเป็น DTS:X Ultra ช่วยเพิ่มอรรถรสตอนดูหนังฟังเพลงและเล่นเกมให้มากยิ่งขึ้นและยังได้คีย์บอร์ด RGB อีกด้วย

ซีพียูในเครื่องเป็น Intel Core i7-12700H แบบ 14C20T (6P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz จับคู่การ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti แรม 8GB GDDR6 แสดงผลขึ้นหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1440) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz รองรับ NVIDIA G-SYNC แสดงผลขอบเขตสีได้กว้าง 100% DCI-P3 ได้อย่างแน่นอน มี M.2 NVMe SSD PCIe 4.0 ความจุ 1TB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้พร้อมแรม 32GB DDR5 บัส 4800MHz รองรับการเชื่อมต่อผ่านพอร์ต USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, Thunderbolt 4 x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 รองรับการเชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 ส่วนน้ำหนักเครื่องอยู่ที่ 2.6 กิโลกรัม ถ้าใครไม่ซีเรียสเรื่องงบประมาณเวลาซื้อโน๊ตบุ๊ค Acer Predator แต่ขอให้จ่ายทีเดียวคุ้มล่ะก็ รุ่นนี้ก็น่าสนมาก

สเปคของ Predator Helios 300 PH315-55-72J4
  • CPU : Intel Core i7-12700H แบบ 14C20T (6P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti แรม 8GB GDDR6
  • SSD : M.2 NVMe 1TB PCIe 4.0
  • RAM : 32GB DDR5 บัส 4800MHz
  • Monitor : 15.6 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1440) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz รองรับ NVIDIA G-SYNC ขอบเขตสี 100% DCI-P3
  • Port : USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, Thunderbolt 4 x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax, Bluetooth 5.2
  • Camera : 720p HD Camera
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.6 กิโลกรัม
  • Price : 79,990 บาท (Advice)
3. Predator Triton 500 SE PT516-51s-72QY (63,300 บาท)

20211021 163335 c

ด้านของ Acer Predator Triton 500 SE PT516-51s-72QY รุ่นนี้แม้จะเปิดตัวมาสักพักแล้ว ซีพียูยังเป็น Intel Tiger Lake อยู่ แต่มันก็เป็น Acer Predator รุ่นที่ราคาไม่แพงมาก, มีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือถือติดตั้งมาให้ และสเปคถือว่าดีตอบโจทย์คทั้งเกมเมอร์และครีเอเตอร์อย่างแน่นอน หากคิดจะอัพเกรดก็แค่เปลี่ยน M.2 NVMe SSD ตัวหลักให้มีความจุเพิ่มขึ้นเป็น 1TB และเติมแรมไป 32GB เท่านี้ก็พอแล้ว

ส่วนสเปคเดิมจากโรงงานก็จัดว่าแรงแล้ว โดยติดตั้งซีพียู Intel Core i7-11800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.3-4.6GHz มาให้ จับคู่การ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3070 แรม 8GB GDDR6 แสดงผลขึ้นหน้าจอขนาด 16 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1600) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz ได้อย่างลื่นไหล ติดตั้ง M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 10 Home มาให้กับแรมอีก 16GB DDR4 บัส 3200MHz ด้วย จัดว่าทำงานได้ดีไม่มีปัญหาแน่นอน ส่วนพอร์ตของตัวเครื่องมี USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 2 รองรับ Thunderbolt, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 รองรับการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่าน Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 ส่วนน้ำหนักเครื่องอยู่ที่ 2.4 กิโลกรัม ซึ่งถ้าใครหา Acer Predator หน้าตาเรียบร้อยเอาไว้ใช้ทำงานออฟฟิศก็ได้ เป็นโน๊ตบุ๊คสายครีเอเตอร์ได้ด้วยแบบครบๆ Acer Predator Triton Series ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างแน่นอน

สเปคของ Predator Triton 500 SE PT516-51s-72QY
  • CPU : Intel Core i7-11800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.3-4.6GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3070 แรม 8GB GDDR6
  • SSD : M.2 NVMe 512GB
  • RAM : 16GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Monitor : 16 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1600) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz
  • Port : USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 2 รองรับ Thunderbolt, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax, Bluetooth 5.1
  • Camera : 720p HD Camera
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.4 กิโลกรัม
  • Price : 63,300 บาท (Advice)
4. Predator Triton 500 SE PT516-51s-7518 (81,300 บาท)

Triton 500 SE PT516 bk

ส่วนรุ่นสุดท้ายในบทความนี้เป็น Acer Predator Triton 500 SE PT516-51s-7518 รหัสนี้เป็นรุ่นที่แชร์สเปคร่วมกับรุ่นในข้อที่แล้ว แต่อัพเกรดสเปคตัวเครื่องหลายส่วน ได้แก่ การ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3080 แรม 8GB GDDR6 เพิ่มความจุของ M.2 NVMe SSD ไป 1TB และแรมขึ้นมาเป็น 32GB DDR4 บัส 3200MHz ส่วนพาเนลหน้าจออัพเกรดคุณภาพให้ดียิ่งขึ้น โดยใช้ขนาด 16 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1600) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz รองรับขอบเขตสี 100% sRGB อีกด้วย ดังนั้นถ้าใครจะซื้อรุ่นสเปคแรงเอาไว้ใช้ล่ะก็ Acer Predator Triton เครื่องนี้ก็น่าลงทุนเช่นกัน

สเปคของ Predator Triton 500 SE PT516-51s-7518
  • CPU : Intel Core i7-11800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.3-4.6GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3080 แรม 8GB GDDR6
  • SSD : M.2 NVMe 1TB
  • RAM : 32GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Monitor : 16 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1600) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz, 100% sRGB
  • Port : USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 2 รองรับ Thunderbolt, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax, Bluetooth 5.1
  • Camera : 720p HD Camera
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.4 กิโลกรัม
  • Price : 81,300 บาท (Advice)

Triton 500 SE banner Medium

สำหรับ Acer Predator ทั้ง 4 รุ่นในบทความนี้ แม้จะราคาสูงแต่ก็เป็นรุ่นสเปคแรง จ่ายแล้วจบพร้อมทำงานหนักทั้งงานตัดต่อวิดีโอ, แต่งภาพก็ทำได้สบายๆ เหมาะทั้งเกมเมอร์หรือครีเอเตอร์ที่จะลงทุนซื้อโน๊ตบุ๊คดีๆ เอาไว้ใช้นานๆ สัก 3-4 ปี แต่อย่างไรก็ตาม เนื่องจากราคาจะอยู่ช่วงเกิน 50,000 บาท ขึ้นไป ดังนั้นบางคนอาจจะไม่สะดวกจ่ายราคานี้ก็จริง แต่ส่วนตัวผู้เขียนเสนอว่าถ้าเอาเงินงบประมาณซื้อพีซีและโน๊ตบุ๊คที่แยกเป็นสองกองรวมเป็นก้อนเดียว แล้วใช้ Acer Predator เป็นพีซีประจำตัวเครื่องเดียวไปเลย ไม่ต้องแยกคอมพิวเตอร์ให้วุ่นวายล่ะก็ นอกจากลดปัญหาอุปกรณ์ซ้ำซ้อนได้แล้ว ยังประหยัดพื้นที่ไปได้อีกมากด้วย


บทความที่เกี่ยวข้อง

aspire cover

nitro alder cover

nitro5 cover

from:https://notebookspec.com/web/653391-4-recommended-acer-predator

รีวิว RedmiBook 15 โน๊ตบุ๊คสายทำงานสเปคดีน่าใช้ พกง่าย แบตทนอยู่ได้ทั้งวัน!

RedmiBook 15 โน๊ตบุ๊คสายทำงานน่าใช้จาก Xiaomi ผู้ผลิตสินค้าไอทีร้อยแปด!

remibook15 cover

ผู้ใช้ที่เห็นชื่อ Redmi ซึ่งเป็นอนุกรมย่อยของ Xiaomi เช่น RedmiBook 15 เครื่องนี้เมื่อไหร่ ก็ยังได้ความคุ้มค่าเหมือนเดิมด้วยสเปคที่ทางผู้ผลิตจัดสรรมาให้เป็น Intel Tiger Lake-U ซึ่งเป็นซีพียูกำลังประมวลผลสูง ทำให้เจ้าของโน๊ตบุ๊คสามารถรันงานหนักๆ เช่น งานตัดต่อแต่งภาพหลายเลเยอร์หรือจะเปิดเครื่องทำงานหลายๆ โปรแกรมพร้อมกันได้อย่างไม่มีปัญหา รวมทั้งให้พอร์ตมาค่อนข้างครบเครื่องไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์เสริมมาก ไม่ว่าจะ SD Card Reader, USB-A 3.0 และ HDMI 1.4 สำหรับต่อหน้าจอแยกหรือโปรเจคเตอร์เพื่อพรีเซนต์งานได้สบายๆ ทำให้โน๊ตบุ๊คเครื่องนี้เหมาะกับผู้ใช้หลากหลายกลุ่มตั้งแต่นักเรียนนักศึกษาที่กำลังเรียนอยู่ไปจนเด็กจบใหม่เพิ่งได้งานเป็นที่แรกและหาโน๊ตบุ๊คทำงานสเปคดีๆ เอาไว้สร้างเนื้อสร้างตัวสักเครื่อง พอทาง Xiaomi Redmi ทำโน๊ตบุ๊คออกมาขายก็ยังเอาเอกลักษณ์เรื่องความคุ้มค่าจากสมาร์ทโฟนในแบรนด์มาใช้กับโน๊ตบุ๊ครุ่นนี้ของทางค่ายอีกด้วย เรียกว่าเป็นโน๊ตบุ๊คแบรนด์ทางเลือกที่เด่นและน่าสนใจไม่แพ้กับแบรนด์เจ้าตลาดเลย และยังเทียบรุ่นกับโน๊ตบุ๊คจากแบรนด์ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนเจ้าต่างๆ ได้อย่างสมศักดิ์ศรีทีเดียว

Advertisementavw

RedmiBook 15

NBS Verdict

Redmibook 15 DSC08911

RedmiBook 15 ถือเป็นโน๊ตบุ๊คอีกรุ่นจาก Xiaomi ซึ่งโด่งดังในตลาดสมาร์ทโฟนแล้วเปิดไลน์สินค้าเช่นโน๊ตบุ๊คมาให้เลือกซื้อไปใช้งานด้วย ซึ่งในแง่สเปคถือว่าคุ้มค่าน่าสนใจไม่แพ้รุ่นอื่นที่เปิดตัวมาก่อนหน้านี้เลย ยิ่งถ้าใครต้องรันโปรแกรมใหญ่ๆ พร้อมกันหลายโปรแกรมล่ะก็ ซีพียู Intel Tiger Lake-U รหัส i5-11300H ก็ยิ่งตอบโจทย์ เพราะประสิทธิภาพของมันสามารถรันโปรแกรมใหญ่ๆ ได้โดยไม่มีปัญหาและทำงานได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย

ด้านการพกพา ต้องถือว่า RedmiBook 15 มีน้ำหนักเบาพกพาสะดวก แม้ตัวเครื่องจะมีขนาด 15.6 นิ้ว แต่ตัวเครื่องก็บางและหนักเพียง 1.8 กิโลกรัมเท่านั้น ซึ่งปกติแล้วโน๊ตบุ๊คขนาด 15.6 นิ้วหลายๆ รุ่นในปัจจุบันนี้จะหนักราว 2 กิโลกรัมขึ้นไป จึงกลายเป็นโน๊ตบุ๊คพกพาง่าย นักเรียนนักศึกษาพกสะดวก ไม่ว่าจะเรียนออนไลน์ก็ดี พกเครื่องไปทำรายงานในห้องสมุดหรือจะเอาไปเข้าชั้นเรียนเลคเชอร์ก็ใช้งานต่อเนื่องได้นานเกิน 10 ชั่วโมงอย่างแน่นอน ดังนั้นก็ไม่ต้องกังวลว่าต้องพกอแดปเตอร์ติดไปไหนมาไหนเสมอก็ได้

แต่กลับกัน สิ่งที่ RedmiBook 15 ควรทำ คือ ควรใส่ช่องแรม SO-DIMM มาให้เหมือนเดิม ไม่ควรถอดออกจนเหลือแต่ลายวงจรเช่นนี้ เพราะนอกจากผู้ใช้อัพเกรดเครื่องเองไม่ได้, เหลือพื้นที่ว่างบนเมนบอร์ดอย่างน่าเสียดาย ยังเสียแต้มต่อเมื่อเทียบกับโน๊ตบุ๊คจากผู้ผลิตสมาร์ทโฟนแบรนด์อื่นที่ให้มาแต่แรมออนบอร์ดอย่างเดียวอีกด้วย และยิ่งเป็นโน๊ตบุ๊คบางเบาที่เปิดตัวในปี 2022 นี้แล้ว ควรใส่พอร์ต USB-C ที่รองรับ Thunderbolt 3 หรือ 4 มาสักช่องเพื่อให้ใช้โอนไฟล์เข้าออกเครื่อง, ต่อหน้าจอแยกและชาร์จแบตเตอรี่แบบ Power Delivery ได้ในพอร์ตเดียว ช่วยลดปริมาณขยะอีเล็กทรอนิกส์ได้ไม่พอยังเอาอแดปเตอร์ของสมาร์ทโฟนในเครือที่กำลังชาร์จเกิน 65 วัตต์มาชาร์จแบตเตอรี่ให้โน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ได้อีกด้วย ซึ่งผู้เขียนหวังว่าทาง Redmi จะนำข้อสังเกตดังกล่าวไปปรับแต่งในรุ่นย่อยหรือโมเดลใหม่ให้ดียิ่งขึ้น

ข้อดีของ RedmiBook 15
  1. ใช้ซีพียู Intel Core i5-11300H สถาปัตยกรรม Tiger Lake-U มาให้ ประสิทธิภาพและการจัดการพลังงานดี
  2. งานประกอบตัวเครื่องแข็งแรง มีคุณภาพดีไม่แพ้โน๊ตบุ๊คจากแบรนด์เจ้าตลาด
  3. ตัวเครื่อง 15.6 นิ้ว น้ำหนักเบาเพียง 1.8 กิโลกรัม พกพาไปไหนมาไหนได้สะดวก
  4. ให้พอร์ตที่จำเป็นต้องใช้งานมาครบทั้ง USB-A 3.0, HDMI 1.4 และ LAN ด้วย
  5. มี SD Card Reader ใช้ถ่ายโอนไฟล์ภาพและวิดีโอได้สะดวกไม่ต้องผ่านตัวแปลง
  6. ติดตั้ง M.2 NVMe SSD พร้อม Windows 11 Home มาให้ พร้อมใช้งานทันที
  7. ใช้งานต่อเนื่องได้นานเกิน 10 ชั่วโมง ไม่ต้องพกอแดปเตอร์ติดตัวตลอดก็ได้
  8. ดีไซน์คีย์บอร์ดใช้งานได้ดี เน้นปุ่มที่ใช้งานบ่อยให้ยาว กดใช้งานสะดวก
  9. หน้าจอ 15.6 นิ้ว มีฟีเจอร์ DC Dimming ลดอาการจอกระพริบเวลาใช้งานในที่แสงน้อย
ข้อสังเกตของ RedmiBook 15
  1. ไม่มีพอร์ต USB-C แบบรองรับ Thunderbolt ติดตั้งมาให้ ควรมีให้ใช้อย่างน้อย 1 พอร์ต
  2. เพิ่มแรม SO-DIMM ในเครื่องไม่ได้เพราะผู้ผลิตจงใจถอดอินเตอร์เฟสติดตั้งแรมออกไป

รีวิว RedmiBook 15

Specification

redmi

RedmiBook 15 โน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่จากผู้ผลิตสมาร์ทโฟนชื่อดังเช่น Xiaomi ออกแบบให้ตัวเครื่องมีขนาดใหญ่แต่ไม่หนักมาก เลือกสเปคได้ 2 แบบด้วยกัน ทั้ง Intel Core i3-1115G4 และ i5-11300H ซึ่งรายละเอียดสเปคส่วนอื่นๆ จะแชร์กันแทบทั้งหมดโดยมีรายละเอียดดังนี้

  • CPU แยกเป็น 2 รุ่นย่อย
  • GPU แยกตามรุ่นซีพียู
    • Intel Core i3-1115G4 เป็น Intel UHD Graphics
    • Intel Core i5-11300H เป็น Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : แบบ M.2 NVMe แยกตามรุ่นซีพียู
    • Intel Core i3-1115G4 ความจุ 256GB
    • Intel Core i5-11300H ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มี DC Dimming 
  • Ports : USB-A 3.2 Gen 1 x 2, USB 2.0 x 1, HDMI 1.4 x 1, LAN x 1, SD Card Reader x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : 720p HD Camera
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 1.8 กิโลกรัม

Hardware & Design

Redmibook 15 DSC08896

Redmibook 15 DSC08869
Redmibook 15 DSC08872
Redmibook 15 DSC08851

ดีไซน์ของ RedmiBook 15 จะเน้นความเรียบง่าย ใช้สีบอดี้ตัวเครื่องเป็นสีเทาดำควันบุหรี่ให้ความสวยเรียบหรูดูดี ไม่โดดเด่นเกินไป โดยตัวเครื่องมีขนาด 15.6 นิ้ว ติดสติกเกอร์ Intel แจ้งรุ่นซีพียูและการ์ดจอออนบอร์ดเอาไว้ตรงมุมล่างขวาของที่วางข้อมือฝั่งขวาจุดเดียว ทำให้สติกเกอร์ไม่รกเกินไป มีช่องระบายความร้อนถูกซ่อนเอาไว้ขอบบนของตัวเครื่องติดกับก้านบานพับจอ ทำให้ช่องระบายความร้อนไม่ประเจิดประเจ้อได้ความสวยงามเรียบร้อยไปในตัว ขอบล่างตัวเครื่องใต้ทัชแพดถูกตัดขอบเฉียงเพื่อให้ใช้นิ้วเปิดหน้าจอได้สะดวก แต่อย่างไรก็ตามเมื่อลองใช้มือข้างเดียวเปิดหน้าจอจะสามารถกางได้ราว 50 องศาแล้วบอดี้ตัวเครื่องจะยกตามมา แนะนำให้ใช้สองมือช่วยกันจับเครื่องแล้วเปิดหน้าจอจะดีกว่า

Redmibook 15 DSC08868

การใช้ก้านบานพับหน้าจอแบบยึดปลายสองฝั่งไว้ริมด้านในเครื่อง ทำให้ RedmiBook 15 กางหน้าจอได้กว้างราว 120 องศา สามารถกางจอให้เข้ากับองศาและมุมสายตาของผู้ใช้ได้สะดวกไม่ว่าจะวางทำงานบนโต๊ะตามปกติในออฟฟิศ, ห้องเลคเชอร์หรือบนแท่นวางโน๊ตบุ๊คก็ดี ทำงานสะดวกอย่างแน่นอน

Redmibook 15 DSC08859

ตัวก้านบานพับหน้าจอเมื่อเปิดดูในเครื่อง จะเห็นว่าเป็นเหล็กก้านเส้นเดียวเดินแนวยาวตรงส่วนขอบล่างของหน้าจอและยึดฐานเอาไว้สองฝั่งด้านในเครื่อง ส่วนความแข็งแรงถือว่าไว้ใจได้ แต่ยังมีข้อจำกัดเพราะกดให้ราบ 180 องศาติดพื้นโต๊ะไม่ได้ แต่จากที่ทดลองใช้งานมาก่อนหน้านี้ก็ถือว่ากว้างพอใช้งานทั่วไปแล้ว

Redmibook 15 DSC08864
Redmibook 15 DSC08865

ฝาหลังของ RedmiBook 15 จะออกแบบให้เรียบง่าย ใช้สีเทาควันบุหรี่เหมือนตัวเครื่องและไม่มีลวดลายอะไรตกแต่งเป็นพิเศษ เพื่อให้ดีไซน์ตัวเครื่องดูเรียบง่ายและได้ความหรูหรา อย่างมากมีเพลตชื่อ Redmi ทำจากอลูมิเนียมพร้อมยิงเลเซอร์ใส่คำขวัญ “Power Your Creativity” เอาไว้เท่านั้น ช่วยยกระดับการดีไซน์ให้ได้ความเรียบหรู เหมาะกับการใช้งานทั่วไปเป็นอย่างมาก

Redmibook 15 DSC08846

ด้านใต้ตัวเครื่องนอกจากยางรองแท่นเครื่อง 4 มุมเพื่อยกบอดี้ไม่ให้ถูกพื้นโต๊ะโดยตรง จะมีช่องระบายความร้อนเป็นแผงแนวยาว 2 แถวสำหรับนำอากาศเย็นเข้าไประบายความร้อนในเครื่องกับช่องลำโพง 2W x 2 ช่องติดเอาไว้ฝั่งซ้ายและขวาเท่านั้น และเป็นลำโพงแบบ DTS Audio ด้วย ช่วยให้ฟังเสียงพูดตอนประชุมหรือเรียนออนไลน์ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

Screen & Speaker

Redmibook 15 DSC08886

Redmibook 15 DSC08888
Redmibook 15 DSC08887
Redmibook 15 DSC08889
Redmibook 15 DSC08890

หน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS เป็นหน้าจอดีไซน์ขอบซ้ายและขวาของตัวเครื่องบางลงเพื่อให้พื้นที่แสดงผลเยอะยิ่งขึ้น ติดกล้อง Webcam ความละเอียด 720p HD เอาไว้ขอบบนของตัวเครื่องพร้อมช่องไมค์อีก 2 ช่องสำหรับใช้ประชุมออนไลน์ได้ ส่วนขอบล่างของหน้าจอตรงสกรีนคำว่า Redmi เอาไว้กลางจอพอดีเหมือนกับโน๊ตบุ๊คแบรนด์ชั้นนำหลายๆ รุ่น ส่วนฟีเจอร์เด่นของจอ RedmiBook 15 เป็น DC Dimming ช่วยลดอาการกระพริบหน้าจอเวลาใช้งานในที่แสงน้อย จะนั่งเรียนหรือดูหนังฟังเพลงลดอาการปวดตาไปได้มาก

Redmibook 15 DSC08895

แต่จากที่ทดลองใช้งานจริงแล้ว พาเนล IPS ของโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ยังไม่ค่อยน่าประทับใจ เพราะนอกจากจะสว่างเกินไปจนทำสีบนหน้าจอชืดลงอย่างเห็นได้ชัด ยังออกอาการแสงขาวลอดจากขอบหน้าจออยู่บ้าง เมื่อพับหน้าจอลงจะยิ่งเห็นชัดว่าสีของวอลเปเปอร์บนเดสก์ท็อปจะชืดลงอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้นก็พอสรุปได้ว่าพาเนล IPS ของโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้เป็นเกรดกลางๆ พอใช้งานได้เท่านั้น

gamut 2
gamut data

พอจัดการ Calibrate หน้าจอโดย Calibrite ด้วยโปรแกรม DisplayCal 3 แล้ว จะเห็นว่าพาเนล IPS ของ RedmiBook 15 มีขอบเขตสีกว้างระดับเทียบเท่าเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่นในปัจจุบันนี้เท่านั้น โดยได้ Gamut coverage 53.3% sRGB, 36.9% AdobeRGB, 38% DCI-P3 ส่วน Gamut volume อยู่ไล่เลี่ยกันที่ 53.6% sRGB, 36.9% AdobeRGB และ 38% DCI-P3 เทียบค่าความเที่ยงตรงสีสันบนหน้าจอ หรือ Delta-E จะเห็นว่าค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 0.16~5.5 ซึ่งถือว่าสูงเกิน 2 ไปมาก ถ้าเอามาแต่งภาพเพื่อทำงานอาร์ตหรือแต่งภาพถ่ายจากกล้องแบบใช้ขายงานจริงจะไม่เหมาสมนักยกเว้นแต่งภาพอัพโหลดโซเชียลเน็ตเวิร์คยังพอทำเนา ถ้าจำเป็นแนะนำให้ต่อหน้าจอแยกจะดีกว่า ส่วนความสว่างหน้าจอสูงสุดวัดได้ 282.09 cd/m2 จัดว่าสว่างพอใช้ทำงานในห้องอาคารออฟฟิศหรือนั่งชานร้านกาแฟก็สว่างพอสู้แสงแดดได้อย่างแน่นอน

Redmibook 15 DSC08849
Redmibook 15 DSC08850
Redmibook 15 DSC08852
Redmibook 15 DSC08853

ลำโพงของ RedmiBook 15 จะเป็นลำโพง 2 วัตต์ จำนวน 2 ตัว เป็นลำโพง DTS Audio ติดตั้งเอาไว้มุมฝั่งซ้ายและขวาของตัวเครื่อง โดยทางผู้ผลิตเน้นออกแบบมาให้ใช้เพื่อใช้งานทั่วไปเพื่อการประชุมเป็นหลักและใช้ดูสื่อประกอบการทำงาน ซึ่งเนื้อเสียงของผู้พูดจะดังฟังชัดดี แต่กลับกันเมื่อเอาไปฟังเพลงแล้ว เสียงนักร้องนำและเครื่องดนตรีจะได้ยินชัดดีแต่เสียงเบสและมิติเสียงเรียกว่าไม่โดดเด่น เสียงออกแห้งและบางเสียด้วยซ้ำ ดังนั้นถ้าจะฟังเพลงให้ได้อรรถรสยิ่งขึ้นแนะนำให้ต่อหูฟังหรือลำโพงแยกไปเลยจะดีกว่า

Keyboard & Touchpad

Redmibook 15 DSC08874

Redmibook 15 DSC08873
Redmibook 15 DSC08879
Redmibook 15 DSC08878
Redmibook 15 DSC08877
Redmibook 15 DSC08876
Redmibook 15 DSC08875

คีย์บอร์ดของโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้จะเป็นขนาด Tenkeyless ไม่มี Numpad ติดตั้งมาให้เหมือนโน๊ตบุ๊คขนาด 15.6 นิ้วหลายๆ รุ่นในปัจจุบันนี้ แต่ก็ทำให้แต่ละปุ่มบนคีย์บอร์ดเป็นไซซ์ใหญ่ขนาดมาตรฐานทั้งหมดจนชุดปุ่มทั้งหมดบนคีย์บอร์ดเป็นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ไม่มีปุ่มที่เลยลงมากินพื้นที่ของที่วางข้อมือ สามารถกดใช้งานได้ง่าย ส่วนปุ่มแถว F1-F12 ด้านบนสุดให้เป็นปุ่มเล็ก เวลาพิมพ์งานจริงระยะกดปุ่ม (Key Travel) ระยะ 1.5 มม. ถือว่ากดได้ดี ตอบสนองทันใจและโอกาสกดปุ่มผิดน้อยลง คาดว่าเพราะขนาดตัวปุ่มที่ใหญ่เสมอกันทั้งหมดนั่นเอง

ฝั่งขวามือถัดจากแนวปุ่ม Enter จะเป็นปุ่ม Power และ Funtion Key ใช้งานประจำอย่าง Home, End, Page Up, Page Down ติดตั้งมาให้พร้อมใช้งานครบถ้วนอีกด้วย และจุดสังเกตคือ ทาง Redmi ออกแบบให้ปุ่ม Esc, Delete ยาวเป็นพิเศษ ช่วยให้ผู้ใช้กดปุ่มพลาดน้อยลง และจากการใช้งานจริงก็กดได้สะดวกขึ้นอย่างรู้สึกได้ และปุ่ม Esc ก็มีฟังก์ชั่น Fn Lock ติดตั้งมาให้ด้วย

Redmibook 15 DSC08880

สำหรับบรรทัด F1-F12 จะรวม Function Hotkey สำหรับตั้งค่าตัวเครื่องเอาไว้ให้ใช้งาน ซึ่งทาง Redmi ได้ Mapping ปุ่มมาค่อนข้างครบถ้วนทีเดียว โดยมีคีย์ลัดดังนี้

  • F1-F3 – ปิด, ลดหรือเพิ่มเสียงลำโพง
  • F4-F5 – ลดหรือเพิ่มความสว่างหน้าจอ
  • F6 – ปุ่ม Project ตั้งค่าหน้าจอหลักและเสริม
  • F7 – เรียกโปรแกรม Snipping Tool
  • F8 – Windows Aero Mode เรียกหน้าต่างโปรแกรมทั้งหมดขึ้นมาโชว์ Preview
  • F9 – ปิด/เปิด Touchpad
  • F10 – Airplane Mode
  • F11 – Print Screen
  • F12 – Insert

จะเห็นว่าคีย์ลัดของ RedmiBook 15 ติดตั้งมาให้ค่อนข้างครบถ้วน แต่จุดสังเกต คือ เมื่อทำปุ่ม Esc, Delete ให้ยาวกว่าปกติเป็นพิเศษ ทำให้พื้นที่ติดตั้งปุ่มหายไปราว 1 ปุ่มด้วยกัน ซึ่งปุ่มนั้นอาจจะเอา Print Screen มารวมกับคำสั่ง Snipping Tool หรือเซ็ตเพิ่มคำสั่งอื่นเข้ามาก็ได้ ซึ่งผู้เขียนคาดหวังว่าหากทาง Redmi จะเปิดตัวรุ่นย่อยหรือโมเดลใหม่มาในอนาคต จะปรับแต่งส่วนของคีย์ลัดให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

Redmibook 15 DSC08870
Redmibook 15 DSC08871

ด้านทัชแพดของ RedmiBook 15 จะเป็นทัชแพดขนาดใหญ่ดีไซน์ซ่อนปุ่มคลิกซ้ายและขวาไว้ใต้ตัวทัชแพด ใช้แรงกดน้อย รองรับ Gesture Control ของ Windows ครบถ้วน สามารถใช้ 2-3 นิ้วลากเปลี่ยนคำสั่งต่างๆ ได้เป็นอย่างดีและตอบสนองได้รวดเร็ว แต่ตอนใช้งานจริงสันมือจะพาดลงขอบทัชแพดพอดี และมีอาการทัชแพดลั่นเล็กน้อย ดังนั้นถ้าใครใช้งานไม่สะดวกแนะนำให้ต่อเมาส์แยกจะดีกว่า

Connector / Thin & Weight

Redmibook 15 DSC08891
Redmibook 15 DSC08893

พอร์ตเชื่อมต่อที่ทาง Xiaomi ติดตั้งให้ RedmiBook จะอยู่ขอบด้านข้างตัวเครื่องทั้งสองฝั่งและมีพอร์ตค่อนข้างครบเครื่องโดยมีพอร์ตดังนี้

  • พอร์ตฝั่งซ้ายจากซ้ายมือ – ช่องอแดปเตอร์, USBA 3.2 Gen 1, HDMI 1.4, USB-A 3.2 Gen 1
  • พอร์ตฝั่งขวาจากซ้ายมือ – Audio Combo, SD Card Reader, USB 2.0, LAN, Kensington Port
  • การเชื่อมต่อไร้สาย – Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0

ด้านของพอร์ตต้องถือว่าทาง Xiaomi ติดตั้งพอร์ตใช้งานหลักๆ มาค่อนข้างครบถ้วนทีเดียว แต่สังเกตว่าไม่มีพอร์ต USB-C ซึ่งแบรนด์คู่แข่งจะติดตั้งแบบรองรับการต่อหน้าจอแยกได้และบางรุ่นก็รองรับการชาร์จแบตเตอรี่แบบ Power Delivery ด้วย ส่วนตัวผู้เขียนเห็นว่าเป็นพอร์ตจำเป็นและควรมีติดให้กับโน๊ตบุ๊คที่เปิดตัวในช่วงปี 2022 นี้เป็นมาตรฐานแล้ว ซึ่งอาจจะเอามาใส่แทนช่องอแดปเตอร์ไปเลยก็ได้

Redmibook 15 DSC08842

Redmibook 15 DSC08844
Redmibook 15 DSC08843

น้ำหนักของตัวเครื่องอย่างเดียวเมื่อชั่งด้วยตาชั่งดิจิตอลจะหนัก 1.77 กิโลกรัม เมื่อรวมกับอแดปเตอร์น้ำหนัก 365 กรัม จะอยู่ที่ 2.14 กิโลกรัม ซึ่งในฐานะโน๊ตบุ๊ค 15.6 นิ้วแล้ว ถือว่าค่อนข้างเบา พกพาสะดวกใช้ได้ แม้จะรวมกับอแดปเตอร์ก็ยังอยู่ช่วง 2 กิโลกรัมต้นๆ เท่านั้น จะใส่กระเป๋าเป้หรือสะพายข้างก็ไม่หนักเกินไปจนลำบากไหล่แน่นอน

ส่วนตัวผู้เขียนเสนอว่าหากทาง Xiaomi เปิดตัว RedmiBook รุ่นใหม่ ก็คาดหวังว่าทางบริษัทจะพิจารณาใส่ USB-C Full Function มาแทน จะได้ใช้ปลั๊กชาร์จไวของสมาร์ทโฟนในเครือแทนอแดปเตอร์แบบดั้งเดิมได้ ช่วยลดปริมาณอุปกรณ์ในกระเป๋าของผู้ใช้แล้ว ยังช่วยลดต้นทุนเรื่องอแดปเตอร์ได้ด้วย

Inside & Upgrade

Redmibook 15 DSC08855

Redmibook 15 DSC08860
Redmibook 15 DSC08861

หากต้องการอัพเกรด RedmiBook 15 สามารถขันน็อตเกลียวหัวแฉกทั้ง 9 ตัวด้านใต้เครื่องแล้วเอาการ์ดแข็งไล่กรอบรอบตัวเครื่องเปิดฝาได้เลย แต่เมื่อดูที่เมนบอร์ดจะเห็นว่าโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้อัพเกรดได้แต่ M.2 NVMe SSD ตัวที่ติดมากับเครื่องเท่านั้นและไม่มีช่องใส่ M.2 NVMe SSD เสริมอีกช่องเลย

ยิ่งไปกว่านั้น ด้านข้างของ SSD จะมีลายวงจรของช่องแรมว่างอยู่ ซึ่งผู้เขียนคิดว่าถ้า Xiaomi ให้ช่องแรม SO-DIMM มาคู่กับแรมออนบอร์ดล่ะก็ มันจะเป็นจุดแข็งที่เหนือกว่าโน๊ตบุ๊คจากผู้ผลิตสมาร์ทโฟนแบรนด์อื่นๆ อย่างแน่นอน แต่พอถอดออกแล้วใช้แต่แรมออนบอร์ดอย่างเดียวก็ขาดจุดแข็งที่เป็นแต้มต่อไปอย่างน่าเสียดาย

Performance & Software

cpu 5

ซีพียูของ RedmiBook 15 ทั้งสองรุ่นจะแตกต่างกัน โดยรุ่นสูงสุดในรีวิวนี้ติดตั้ง Intel Core i5-11300H แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 3.1-4.4GHz มาให้ มีค่า TDP 35 วัตต์ เป็นสถาปัตยกรรม Tiger Lake-U ซึ่งรันโปรแกรมกินทรัพยากรตัวเครื่องหนักได้เป็นอย่างดีแล้วยังจัดการพลังงานได้ค่อนข้างดีทีเดียว

mb
ram 4

เมนบอร์ดของ RedmiBook เครื่องนี้จะผลิตโดย TIMI รองรับอินเตอร์เฟสแบบ PCIe 3.0 และมีแรมติดตั้งมาใาห้แบบออนบอร์ด ความจุ 8GB DDR4 บัส 3200MHz ซึ่งถ้าใช้ทำงานเอกสารและเรียนออนไลน์ทั่วไป ต้องถือว่าใช้งานได้ดีไม่มีปัญหา แต่ถ้าเป็นนักบัญชีที่ต้องเปิดไฟล์ Excel ที่มีตารางข้อมูลเยอะหรือคนที่ทำงานกับเว็บแอพฯ เปิดเบราเซอร์หลายแท็บก็จำเป็นต้องบริหารโปรแกรมและแท็บบ้างเพื่อให้แรม 8GB ในเครื่องพอใช้งาน

integrated gpu 1

การ์ดจอของ RedmiBook เป็นแบบออนบอร์ดติดตั้งมากับซีพียู รุ่น Intel Iris Xe Graphics สามารถใช้ทำงานกราฟฟิคแบบตัดต่อแต่งภาพและเรนเดอร์ภาพต่างๆ ขึ้นหน้าจอได้เป็นอย่างดี รองรับ DirectX 12 และชุดคำสั่ง OpenCL, OpenGL 4.6, DirectCompute, DirectML, Vulkan ซึ่งมีให้ใช้งานเป็นพื้นฐานครบถ้วนระดับหนึ่ง

device manager

ส่วนพาร์ทในตัวเครื่องเมื่อเช็คผ่าน Device Manager จะเห็นว่าทาง Xiaomi ติดตั้งชิป TPM 2.0 มาให้รองรับ Windows 11 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ด้วย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac และรองรับ Bluetooth 5.0 ด้วยชิป Realtek 8822CE เมื่อผู้เขียนทดลองเปิดเว็บไซต์และทำงานดูแล้ว ไดรเวอร์เวอร์ชั่นล่าสุดของทาง Realtek สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ต่อเนื่องไหลลื่นดี ไม่มีอาการความเร็วตกหรือเชื่อมต่อไม่เสถียรแม้แต่น้อย

ssd 6

SSD ของ RedmiBook 15 เมื่อเช็คใน Device Manager จะเป็นรุ่น Samsung MZVLQ512HBLU-00B00 หรือ Samsung PM991a เป็น M.2 NVMe SSD อินเตอร์เฟส PCIe 3.0 x4 ความจุ 512GB มีความเร็วอ่านเขียนข้อมูลสูงสุดที่เคลมจากโรงงานอยู่ที่ Sequential Read 3,100MB/s และ Sequential Write 1,800MB/s พอทดสอบด้วย AS SSD แล้ว จะได้ความเร็ว Sequential Read 1,426.63MB/s และ Sequential Write 902.91MB/s ซึ่งน้อยกว่าหน้าสเปคอยู่บ้างแต่ถ้าใช้ทำงานจริงก็ไม่ได้ถือว่าช้านัก แต่ถ้าใครต้องการพื้นที่เก็บข้อมูลเพิ่มก็ขอแนะนำให้หา External Harddisk มาใช้คู่กันจะดีกว่า

r15 5
r20 5

ด้านประสิทธิภาพการเรนเดอร์โมเดล 3D CG ด้วยซีพียู Intel Core i5-11300H กับการ์ดจอออนบอร์ด Intel Iris Xe Graphics เมื่อทดสอบด้วย CINEBENCH R15 จะเห็นว่ากำลังการเรนเดอร์ก็ถือว่าพอใช้งานได้และทำคะแนน OpenGL ไป 63.86 fps และคะแนน CPU อยู่ที่ 654 cb ซึ่งถ้าเอามาเรนเดอร์ตัดต่อแต่งภาพทั่วไปก็สามารถทำงานได้เป็นอย่างดี และกำลังประมวลผลของซีพียูก็ถือว่าอยู่ในระดับใช้งานได้ ซึ่งผลการทดสอบด้วย CINEBENCH R20 ตัว Intel Core i5-11300H ก็ทำคะแนน CPU ได้ 1533 pts จัดว่าสามารถเรนเดอร์ภาพในโปรแกรมตัดต่อได้อย่างแน่นอน

3dmark 3

กลับกัน ถ้าจะเอา RedmiBook 15 มาเล่นเกมก็ไม่ตรงจุดประสงค์การใช้งานนัก ซึ่งผลทดสอบจาก 3DMark Time Spy จะเห็นว่าคะแนนเฉลี่ยทำได้เพียง 917 คะแนนเท่านั้น แยกเป็นคะแนน CPU score อยู่ที่ 2,948 คะแนน และ Graphics score เพียง 818 คะแนนเท่านั้น นับว่าโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ไม่เหมาะจะเล่นเกมอย่างแน่นอน อย่างมากอาจจะเล่นเกมเล็กๆ น้อยๆ เป็นเกม 8-bit ทั่วไปหรือเกม RPG ยุคเก่าได้บ้างระดับหนึ่งพอคลายเครียดฆ่าเวลาได้บ้าง

pcmark10 4

ด้านการทำงาน เมื่อทดลองรันโปรแกรม PCMark 10 เพื่อจำลองการใช้ RedmiBook 15 ทำงานดู จะได้คะแนนเฉลี่ยรวมที่ 4,280 คะแนน ซึ่งคะแนนระดับนี้ถือว่าใช้ทำงานออฟฟิศทั่วไปได้ระดับหนึ่ง และถ้าดูผลคะแนนการทดสอบแยกหมวดแล้ว จะเห็นว่า RedmiBook 15 จะเด่นเรื่องการใช้งานทั่วไปอย่างการเปิดโปรแกรม, ประชุมออนไลน์หรือเปิดเบราเซอร์และทำงานผ่านเว็บแอพฯ ต่างๆ ส่วนงานเอกสารในหมวด Productivity จัดว่าพอใช้งานได้ระดับหนึ่งแต่ส่วนที่ดึงคะแนนเฉลี่ยลงยังเป็นงานสายกราฟฟิค ตัดต่อแต่งภาพหรือทำโมเดล 3D เช่นกัน ซึ่งเป็นเรื่องปกติของโน๊ตบุ๊คการ์ดจอออนบอร์ดอยู่แล้ว

โดยสรุปจากผลการทดสอบทั้งหมด จะเห็นว่า RedmiBook 15 จะเหมาะกับการใช้ทำงานเอกสารและพกพาไปไหนมาไหนเป็นหลัก อาจจะพอใช้แต่งรูปอัพโหลดขึ้นโซเชียลเน็ตเวิร์คหรือประกอบการทำรายงานได้ระดับหนึ่ง แต่ไม่ถึงกับใช้ทำงานสายอาร์ตโดยตรงแบบโน๊ตบุ๊คที่มีการ์ดจอแยกและติดตั้งพาเนลจอคุณภาพสูงมาให้ แต่ถ้าเป็นโน๊ตบุ๊คเครื่องแรกสำหรับนักเรียนนักศึกษา, พนักงานบริษัทจบใหม่ (First Jobber) ที่หาโน๊ตบุ๊คสเปคดีและคุ้มเอาไว้ทำงานสักเครื่องก็จัดว่า RedmiBook เครื่องนี้น่าสนใจทีเดียว

Battery & Heat & Noise

Redmibook 15 DSC08854

แบตเตอรี่ของ RedmiBook เป็นแบบลิเธียมไอออน ความจุ 46Wh ฝังเอาไว้ในตัวเครื่องติดลำโพงฝั่งขวามือและยาวเกือบสุดถึงลำโพงฝั่งซ้าย มี Typical Capacity 3,220mAh ส่วน Rated Capacity 3,090mAh จัดเป็นความจุที่พบเห็นได้ทั่วไปในหมู่โน๊ตบุ๊คสายทำงานเน้นบางเบาหลายๆ รุ่น ซึ่งความจุระดับนี้เมื่อจับคู่กับ Intel 11th Gen ก็มั่นใจว่าสามารถใช้งานต่อเนื่องได้หลายชั่วโมงอย่างแน่นอน

battmon 4

จากการทดสอบตามมาตรฐานของทางเว็บไซต์โดยลดความสว่างหน้าจอต่ำสุด, เปิดเสียงลำโพงเพียง 10% และเปิดโหมด Battery Saver หรือโหมดประหยัดพลังงานแล้วใช้ Microsoft Edge เปิดดูคลิปใน YouTube นาน 30 นาทีแล้ว RedmiBook 15 สามารถใช้งานดูหนังฟังเพลงได้นาน 10 ชั่วโมง 21 นาที ซึ่งทาง Xiaomi ได้เคลมเอาไว้ว่าโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้สามารถใช้งานต่อเนื่องได้นานราว 10 ชั่วโมงก็ถือว่าไม่ได้เป็นการเคลมเกินจริงแต่อย่างใด และระยะเวลาใช้งานระดับนี้จะนำเข้าห้องเรียนหรือไปประชุมงานต่อเนื่องนานๆ ก็ไม่ต้องกังวลว่าแบตเตอรี่จะหมดกลางคันอีกด้วย และอาจจะปิดเสียงลำโพงแล้วเพิ่มความสว่างหน้าจอขึ้นเล็กน้อยก็เชื่อว่า RedmiBook เครื่องนี้ก็สามารถใช้งานต่อได้นานขึ้นอย่างแน่นอน

Redmibook 15 DSC08856

Redmibook 15 DSC08857
Redmibook 15 DSC08858
Redmibook 15 DSC08863

ด้านระบบระบายความร้อนของตัวเครื่องจะเป็นฮีตไปป์ 1 เส้น เดินแนวจากซีพียู Intel ในตัวเครื่องตรงมายังฮีตซิงค์แล้วระบายความร้อนออกด้วยพัดลมโบลวเวอร์ออกที่ขอบด้านบนเหนือคีย์บอร์ดของตัวเครื่องเพื่อระบายความร้อน สามารถจัดการความร้อนจาก Intel Core i5-11300H ได้อย่างแน่นอน

cpuid hwmonitor

โดยอุณหภูมิที่วัดได้ตอนทดสอบกับโปรแกรม Benchmark โดย CPUID HWMonitor จะอยู่ช่วง 46~97 องศา เฉลี่ย 51 องศาเซลเซียส และ SSD มีอุณหภูมิ 46~77 องศา เฉลี่ย 46 องศาเซลเซียส ซึ่งหลายคนอาจจะกังวลว่าความร้อนตอน Full Load ของตัวเครื่องอาจจะร้อนจนรบกวนการใช้งานก็ขอแจ้งว่ามันเป็นอุณหภูมิที่สูงจากการรันโปรแกรมทดสอบเพื่อรีดอุณหภูมิให้อยู่ในระดับสูงสุด ซึ่งจากการใช้งานตามปกติก็ไม่พบปัญหาความร้อนสูงหรือไอร้อนจากตัวเครื่องแผ่ขึ้นมาที่มือแต่อย่างใด

User Experience

Redmibook 15 DSC08898

จากการใช้งานจริง โดยผู้เขียนได้พก RedmiBook 15 ติดตัวไปทำงานพิมพ์บทความ, เปิดเว็บไซต์ต่างๆ และดูคลิปบน YouTube บ้าง ในแง่การใช้งานจริงมันก็สามารถใช้งานต่อเนื่องได้หลายชั่วโมงโดยไม่มีปัญหา เรียกว่าอยู่ได้จบวันได้สบายๆ ด้วยประสิทธิภาพของ Intel Core i5-11300H สามารถเอาไปรันงานหนักๆ เปิดเบราเซอร์หลายแท็บพร้อมกับโปรแกรมตระกูล Word Processing คู่กันก็ทำได้ดีไม่มีปัญหา ดังนั้นผู้ใช้ที่เป็นนักเรียนนักศึกษาที่กำลังเรียนอยู่หรือเพิ่งเรียนจบแล้วได้งานที่แรก ก็เหมาะกับโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้สุดๆ ส่วนรุ่น Intel Core i3-1115G4 ผู้เขียนก็มั่นใจว่ามันสามารถทำงานทั่วไปได้ลื่นไหลไม่แพ้กันอย่างแน่นอน จะเอาไปเรียนออนไลน์หรือเข้าห้องเรียนตามปกติ, เข้าประชุมออนไลน์ต่อเนื่องหลายชั่วโมงก็สามารถทำงานได้ดีไม่มีปัญหา

สำหรับน้ำหนักตัวเครื่อง 1.77 กิโลกรัมก็จัดว่าพกพาสะดวกใช้ได้ แม้รวมกับอแดปเตอร์แล้วหนักราว 2.14 กิโลกรัมก็ยังถือว่าเบากว่าโน๊ตบุ๊คขนาด 15.6 นิ้วหลายๆ รุ่นในปัจจุบันนี้ สามารถเอาใส่กระเป๋าไปไหนมาไหนได้สะดวกมากและอแดปเตอร์ก็มีขนาดค่อนข้างเล็กก็ไม่ได้กินพื้นที่ในกระเป๋านัก จึงพกอุปกรณ์เสริมชิ้นอื่นอย่างเมาส์, External HDD/SSD เพิ่มเข้าไปได้สะดวก และพอร์ตด้านข้างตัวเครื่องก็ติดตั้งมาให้ค่อนข้างครบ ไม่ว่าจะ USB-A 3.2 Gen 1 x 2 หรือจะ HDMI 1.4 ก็มีให้ใช้ เวลาต้องต่อหน้าจอแยกหรือโปรเจคเตอร์ก็ต่อได้ง่ายๆ ไม่ต้องพึ่งอแดปเตอร์ใดๆ อีกด้วย เรียกว่าสะดวกและมีประโยชน์มาก

แต่ส่วนตัวผู้เขียนเห็นว่าทาง Xiaomi น่าจะใส่พอร์ต USB-C Full Function เข้ามาให้สัก 1 ช่อง จะได้เอาไว้ชาร์จแบตเตอรี่, ต่อหน้าจอแยกและโอนไฟล์ได้สะดวกยิ่งขึ้น และถ้ามีพอร์ตนี้ติดมาก็สามารถใช้อแดปเตอร์ชาร์จแบบ GaN หรือปลั๊กของสมาร์ทโฟนในเครือมาใช้งานได้อีก เรียกว่ามีแต่ได้กับได้ ซึ่งผู้เขียนคาดหวังว่าทาง Xiaomi จะนำพอร์ต USB-C เข้ามาใส่ให้ในรุ่นย่อยหรือโมเดลรุ่นใหม่ด้วยจะดีที่สุด ยิ่งไปกว่านั้นคาดหวังว่าทางบริษัทจะเติมช่องแรมเข้ามาให้สักช่อง เผื่อให้ผู้ใช้ที่ต้องการใช้โน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ทำงานหนักๆ อัพเกรดแล้วใช้งานได้หลายปีไม่ต้องเปลี่ยนเครื่องบ่อยด้วย

Conclusion & Award

Redmibook 15 DSC08897

ในหมู่โน๊ตบุ๊คจากผู้ผลิตสมาร์ทโฟน RedmiBook 15 จัดเป็นโน๊ตบุ๊คน่าใช้อีกรุ่นซึ่งได้ซีพียูประสิทธิภาพสูงจาก Intel ซึ่งสามารถรันงานหนักๆ ได้เป็นอย่างดีรวมทั้งจัดการพลังงานตัวเครื่องให้ใช้งานต่อเนื่องได้นานด้วย ดังนั้นโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้จึงใช้งานต่อเนื่องได้นานถึง 10 ชั่วโมงได้สบายๆ ดังนั้นบางโอกาสก็ไม่ต้องพกอแดปเตอร์ไปด้วยทุกครั้งก็ได้หากไปติดต่อพรีเซนต์หรือประชุมงานกับลูกค้า หรือนำไปเข้าห้องเลคเชอร์ก็อยู่ได้สบายๆ ไม่ดับกลางคันอย่างแน่นอน นอกจากนี้หน้าจอยังมีฟีเจอร์ DC Dimming ปรับความสว่างหน้าจอได้อย่างเหมาะสม ทำให้ทำงานในที่แสงน้อยได้โดยไม่แสบตาอีกด้วย

ด้านน้ำหนักของตัวเครื่อง ถือว่าน้ำหนัก 1.77 กก. จัดว่าเบากว่าโน๊ตบุ๊ค 15.6 นิ้วหลายๆ รุ่นในปัจจุบันนี้ และถึงจะพกอแดปเตอร์ใส่กระเป๋าไปก็หนักเพียง 2.14 กิโลกรัม ก็ยังถือว่าเบาพกพาง่าย นำติดตัวไปนั่งทำงานตามร้านกาแฟหรือประชุมงานกับลูกค้าได้สะดวกอีกด้วย ผู้เขียนจึงค่อนข้างประทับใจน้ำหนักของเครื่องนี้ทีเดียว

แต่อย่างไรก็ตาม จุดสังเกตมีเพียงเรื่องอแดปเตอร์แบบทั่วไป ยังไม่ใช่พอร์ต USB-C และไม่มีช่อง RAM แบบ SO-DIMM ติดตั้งมาให้ ดังนั้นจึงต้องใช้แรมออนบอร์ด 8GB เท่านั้น ซึ่งถ้าใครซื้อมาทำงานหนักๆ แนะนำให้บริหารพื้นที่การใช้งานสักหน่อยก็จะช่วยให้ใช้งานได้สะดวกสบายขึ้น ทว่าหากผู้ใช้เป็นนักเรียนนักศึกษาที่เน้นใช้ทำรายงานและเรียนออนไลน์เป็นหลักล่ะก็ RedmiBook 15 ก็ถือเป็นโน๊ตบุ๊ครุ่นตอบโจทย์ที่ใช้งานได้นานจนเรียนจบและเริ่มทำงานเลยก็ยังได้

award

NBS award 4 Mobility

best mobility

RedmiBook 15 เป็นโน๊ตบุ๊คขนาด 15.6 นิ้ว แต่น้ำหนักเพียง 1.77 กิโลกรัม และถึงรวมอแดปเตอร์เข้าไปแล้วก็ยังหนักเพียง 2.14 กิโลกรัมนับเป็นโน๊ตบุ๊คที่พกพาสะดวก ติดตัวไปไหนมาไหนได้สบายไม่ลำบากเกินไป นำไปประชุมหรือเรียนได้สบายไม่ลำบากมาก จึงเหมาะกับรางวัล Best Mobility เป็นที่สุด

award new Battery Life

best battery life

RedmiBook 15 แม้จะมีแบตเตอรี่ในตัวเพียง 46Wh ซึ่งน้อยกว่าโน๊ตบุ๊คบางเบาบางเครื่อง แต่เมื่อผสานกับ Intel Core i5-11300H แล้ว นอกจากทำงานได้ลื่นไหล ยังใช้งานต่อเนื่องได้เกิน 10 ชั่วโมงอีกด้วย จึงถือได้ว่าโน๊ตบุ๊คนี้เหมาะกับรางวัล Best Battery Life อย่างไม่ต้องสงสัย

from:https://notebookspec.com/web/652982-review-redmibook-15

เลอโนโวเปิดตัว Lenovo Legion 5i Pro และ Lenovo Legion 5i

เติมเต็มทุกการเล่นและการใช้งานให้ตอบโจทย์ในทุกด้าน ด้วย Lenovo Legion 5i Pro และ Lenovo Legion 5i เจนเนอเรชั่นใหม่ล่าสุด เป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีในหมู่เกมเมอร์กับ Lenovo Legion เกมมิ่ง แล็ปท็อปที่ไม่เพียงมอบประสบการณ์การเล่นเกมสมจริงขั้นสุด แต่ยังมาพร้อมการออกแบบที่ตอบโจทย์ให้กับผู้ใช้งานเครื่องในทุกมิติ วันนี้ Lenovo Legion กับมาอีกครั้งกับพลังการเล่นเกมเจนเนอเรชั่นใหม่ล่าสุดให้ผู้ใช้งานเสมือนได้หลุดเข้าไปอยู่ในโลกแห่งสมรภูมิกับ Lenovo Legion 5i Pro เกมมิ่ง  แล็ปท็อป อันทรงพลัง ขนาดหน้าจอขนาด 16 นิ้ว และ Lenovo Legion 5i ที่มาในขนาดหน้าจอขนาด 15 นิ้ว  อัพเกรดให้แรง เร็วกว่าที่เคยมีมากับโปรเซสเซอร์ Intel® Core™ เจนเนอเรชั่น 12 รุ่นใหม่ล่าสุด และกราฟิกการ์ด NVIDIA GeForce RTX

20220602 121440

เพราะการรับฟังฟีดแบคจากผู้ใช้งานจริงเป็นสิ่งที่เลอโนโวให้ความสำคัญเสมอมา ผลิตภัณฑ์ Lenovo Legion รุ่นใหม่นี้จึงถูกออกแบบให้ตอบโจทย์การใช้งานทั้งเพื่อการทำงานและความบันเทิงผ่านดีไซน์ น้อยแต่มาก ไม่ว่าจะเป็นการจัดวางตำแหน่งของโลโก้ Legion ที่ดูสวยงามแต่ไม่ดูเกะกะสายตา กล้องด้านบนตัวเครื่องแล็ปท็อปถูกติดตั้งระบบ eShutter ความปลอดภัยระดับสูงสุด และพอร์ทด้านหลังถูกนำเสนอด้วยรูปทรงที่ทันสมัยอิงต่อการใช้งาน โดดเด่นไปกับเอกลักษณ์ที่ถูกจับคู่กับระบบ Legion Coldfront 4.0 ระบบระบายความร้อนขั้นสูงรุ่นอัพเกรดที่เหล่าแฟน ๆ เรียกร้องกันมาอย่างล้นหลามในเฉพาะแล็ปท็อป Legion คีย์บอร์ด Legion TrueStrike ที่ไม่เพียงได้รับการพัฒนาให้สอดคล้องกับหลักกายศาสตร์มากขึ้นแต่ยังตอบสนองได้เร็วขึ้นกว่าเดิม  เครื่องยังมาพร้อมโปรแกรม Lenovo Vantage พร้อมฟังก์ชัน Legion Edge ที่ให้ผู้ใช้งานปรับจูนเครื่องได้อย่างสะดวกและเงียบขึ้นกว่าเดิม

ตอบโจทย์ทุกประเภทการใช้งานด้วยประสิทธิภาพความเร็ว แรงด้วย Lenovo Legion 5i Pro

Lenovo Legion 5i Pro สุดยอดนวัตกรรมแล็ปท็อปสำหรับเกมอีสปอร์ตที่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานกราฟิกอย่างเต็มรูปแบบ และผ่านการทดสอบว่าเป็นเครื่องที่มอบทั้งความแรงและประสิทธิภาพสูงสุด ครั้งแรกของโลกกับหน้าจอกว้าง 16 นิ้ว แบบ WQHD+ อัตรารีเฟรชเรทสูงถึง 240 Hz2 เพื่อให้คุณพร้อมสำหรับทุกสมรภูมิการแข่งขันทั้งในเกม และชีวิตประจำวัน

Lenovo-Legion-5i-Pro Gen 7 Front Facing Hero

Lenovo Legion 5i Pro ได้รับการรองรับระดับ Gold Label จาก TÜV Rheinland4  ว่าสามารถปกป้องสายตาจากแสงสีฟ้า ลดผลกระทบจากการมองจอเป็นเวลานาน ตัวเครื่องรองรับพอร์ทเชื่อมต่อที่หลากหลาย พร้อมอัตรารีเฟรชเรทของหน้าจออยู่ที่ 240 Hz อีกทั้งเร็ว ๆ นี้ ผู้เล่นจะสามารถปรับเปลี่ยนอัตรารีเฟรชเรทให้เข้ากับการเล่นเกมทุกประเภทได้อย่างลื่นไหล โดยสามารถปรับได้สูงสุดถึง 240 Hz2 ผ่านหน้าจอแสดงผลแบบ IPS WQHD+ (2960 x 1600) ขนาด 16 นิ้ว รูปแบบ 16:10 แต้มสีสันให้การเล่นเกมสมจริงยิ่งขึ้นด้วยขอบเขตสี sRGB 100% อัตราการตอบสนองสูงสุด 3msตัวเครื่องได้รับการรับรองจาก VESA® DisplayHDR™ 400 สามารถปรับความสว่างหน้าจอสูงสุด 500 นิต เพื่อรับประสบการณ์การใช้งานที่น่าทึ่ง มอบระบบความบันเทิงให้เต็มเปี่ยมด้วย Dolby Vision® เสริมให้ทุกรูปแบบการใช้งานมีสีสัน มีชีวิตชีวา ภาพลื่นไหล ไร้อาการกระตุก ด้วยการ์ดจอ NVIDIA® G-SYNC®

Lenovo-Legion-5i-Pro Gen 7 Hero Thin

ใหม่ล่าสุดเมมโมรี่ แบนด์วิดท์ระดับสูง 4800Mhz DDR5 และรองรับ PCIe SSD (Gen4)เพื่อรองรับการใช้งานและการเล่นเกมอย่างครบครัน พร้อมเชื่อมต่อ Wi-Fi 6E ที่เสาสัญญาณได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพดีขึ้นกว่าเดิมแบตเตอรี่ ขนาดความจุ 80 Whr และระบบชาร์จแบบ Super Rapid Charge ที่สามารถชาร์จจาก 0 – 80% ในเวลาเพียง 30 นาที8  และเพื่อการใช้งานที่ต่อเนื่องจากทั้งการทำงานและการเล่นเกม ผู้ใช้งานยังสามารถใช้การชาร์จผ่าน USB Type-C® สูงสุด 135 W และอะแดปเตอร์ที่บางลงกว่าเดิม แต่ยังคงให้พลังการชาร์จ 230 – 300W  อัจฉริยะในทุกโหมดการใช้งานด้วยระบบ Ai ที่ช่วยปรับการใช้งานแบตเตอรี่ให้ใช้งานได้ยาวนานขึ้น เพียงแค่กด Fn+Q เพื่อปรับเปลี่ยนโหมดอัจฉริยะด้วยปลายนิ้วของคุณ

Lenovo-Legion-5i-Pro Gen 7 Rear

Lenovo Legion 5i Pro ทำงานบนโปรเซสเซอร์ที่ทรงพลัง ตัวใหม่ล่าสุด อย่าง Intel® Core™ i9-12900H เจนเนอเรชั่น 12 และกราฟิกการ์ด Nvidia GeForce RTX 30 Series ช่วยให้การเล่นเกมระดับ AAA หรือการทำงานที่ต้องการพลังการประมวลผลและพลังกราฟฟิกหนัก ๆ สูงสุดที่ 150W ทำได้อย่างลื่นไหล เต็มประสิทธิภาพ มอบพลังกราฟิกให้กับผู้ใช้งานมากกว่ารุ่นเดิมถึง  10W เพื่อเฟรมเรทที่ดีขึ้น

ขั้นสุดของการปรับระบบระบายความร้อนของอุปกรณ์สำหรับ eSports เน้นการใช้งานเต็มประสิทธิภาพ รวมถึงระบบพัดลมที่ได้รับการปรับปรุงให้มีขนาดใหญ่ขึ้น ท่อความร้อนถูกปรับปรุงให้สามารถกระจายอากาศอย่างมีประสิทธิภาพ แผ่นระบายความร้อนแบบบล็อกทองแดงใต้ CPU ช่วยกระจายความร้อนที่เกิดขึ้นระหว่างอยู่ในการต่อสู้ ใบพัดของแล็ปท็อป Lenovo Legion บางกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 40% เพิ่มระบบเก็บเสียงเงียบขึ้น Legion Coldfront 4.0 ได้นำเสนอคุณลักษณะใหม่ด้วยฉนวนกันเสียง ลดเสียงรบกวนที่เกิดขึ้น

ฟีเจอร์ตัดเสียงรบกวนรอบข้าง Noise canceling จาก Nahimic® Audio by SteelSeries ช่วยลดเสียงรบกวนในทุกขณะไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารระหว่างการแข่งขัน ฟังเสียงฝีเท้าของคู่แข่ง หรือสำหรับการทำงานและ วีดีโอคอล ปรับแต่งเสียงให้ตรงตามความต้องการด้วยอีควอไลเซอร์แบบ 10-band นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ในการปรับแต่งเสียงอย่าง Nahimic’s ‘easy surround’ ที่ทำงานร่วมกับลำโพงบลูทูธ9

20220602 122035

ด้วยรูปทรงที่เพรียวบางยิ่งกว่าเดิมบนเฉดสีเมทัลลิกเทา Storm Grey แล็ปท็อป Lenovo Legion 5i Pro มาพร้อมฝาพับด้านบนที่เชื่อมต่อกับข้อต่อแบบกันกระแทก และแถบ privacy shutter ที่คลุมตัวกล้องเว็บแคมเพื่อมอบความความเป็นส่วนตัวที่ปลอดภัยให้แก่ผู้งาน เครื่องผลิตขึ้นจาก วัสดุอลูมิเนียมและแมกนีเซียม (Al + Mg) จึงให้ความบางเบาแต่แข็งแกร่ง ไฟ Legion Spectrum RGB Lighting แบบ 4-zone ของ TrueStrike Keyboard ที่มาพร้อมตัวเลือกสีฟ้า blue backlighting หรือ 14 สีเรนโบว์ ที่ปรับเปลี่ยนตามความต้องการผ่านโปรแกรม Lenovo Vantage

เย็น บาง และเงียบกว่าเดิมทุกการใช้งานกับ Lenovo Legion 5i

Lenovo Legion 5i รุ่นใหม่นี้ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่กำลังมองหาแล็ปท็อปที่ให้การใช้งานที่ครบครันทั้งเพื่อการเล่นเกมและการทำงานผ่านการทำงานของชิปประมวลผล 12th Gen Intel Core i7-12700H และกราฟฟิกการ์ดตัวเลือกอย่าง NVIDIA GeForce RTX 3070 และ GeForce RTX 30 Series เพื่อการใช้งานภาพขั้นสุดกับ Total Graphics Power (TGP) ถึง 140W และ Boost clock ที่สูงสุดถึง 1485Mhz เครื่องมาพร้อมดีไซน์การออกแบบที่เพรียวบาง เรียบเท่ห์ สะดวกต่อการพกพาเพื่อใช้สำหรับในที่ทำงานและที่บ้านได้อย่างลงตัว

Lenovo-Legion 5i Front Facing

ตัวเครื่องสีเทา  Storm Grey ที่มาพร้อมตัวเลือกคีย์บอร์ดแบบ  4-Zone RGB หรือสีขาว แบล็กไลท์ ที่ใช้งานผ่าน Legion Spectrum RGB Lighting solution ใหม่ล่าสุดบนคีย์บอร์ด Legion TrueStrike ปุ่มกดสีเทาแบบ WASD key caps เพื่อการปรับแต่งสีสันตามความต้องการของผู้ใช้ แป้นคีย์บอร์ดที่ได้รับการพัฒนาให้ปุ่มกดแบบ soft-landing ระยะ 1.5mm มีเสียงที่เงียบกว่าปุ่มกดคีย์บอร์ดของเครื่องรุ่นเดิมถึง 33% คุณจึงสามารถพิมพ์งานหรือเล่นเกม MOBAs ได้เงียบขึ้นในทุกการลงนิ้วสัมผัส นอกจากนี้ระบบระบายความร้อนในตัวเครื่องยังทำงานเงียบยิ่งขึ้น โดยได้มีการเพิ่มพื้นที่ครีบระบายความร้อนกว่า 45% ทรงพลังมากกว่าเดิมถึง 40%

Lenovo-Legion 5i D Cover Light Ring

Lenovo Legion 5i มีความบางกว่ารุ่นเดิมถึง 15% เพิ่มความคล่องตัวในการพกพาพร้อมวัสดุฝาครอบเครื่องที่ทำมาจากส่วนผสมของอลูมิเนียมและแมกนีเซียมที่ให้ผิวสัมผัสดียิ่งขึ้นกว่าเดิม ปุ่มกล้องเว็บแคมที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเปิดฝาพับเครื่องได้ด้วยนิ้วเพียงนิ้วเดียว พร้อมพอร์ท I/O ที่ออกแบบมาเพื่อให้การใช้งาน USB-C® อะแดปเตอร์ทำได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้นไม่ว่าจะใส่หรือดึงออกจากกระเป๋าเพื่อมาใช้งาน

นอกเหนือจากพลังในการทำงานของเครื่องแล้ว  Lenovo Legion 5i ยังมาพร้อมหน้าจอแบบ  WQHD (2560 x 1440) IPS 16:9 ขนาด 15 นิ้ว รีเฟรชเรทสูงสุดถึง 165Hz และค่าสี 100 percent sRGB color gamut ความสว่างสูงสุด 300 นิต  เทคโนโลยีภาพ  Dolby Vision และลำโพง Nahimic 3D Audio ขนาด 2W จำนวน 2 ตัว ให้เสียงสมจริงแม้เชื่อมต่อผ่านหูฟังหรือลำโพงภายนอก รองรับการเชื่อมต่อ  Wi-Fi 6Eและการชาร์จที่เร็วขึ้นผ่านอะแดปเตอร์ USB-C

Lenovo-Legion 5i Rear

เต็มที่ทุกการเล่นเกมกับความร่วมมือระหว่าง Lenovo และ Microsoft ที่ให้สิทธิการใช้ PC GAME PASS ฟรี 3 เดือน11 เพื่อผู้ใช้งาน Lenovo Legion จะได้เล่นเกมสุดมันส์กว่า 100 เกม

ครอบคลุม ทุกการเล่นและใช้งานด้วย  Lenovo Legion Ultimate Support และ Lenovo Accidental Damage Protection

เสริมความมั่นใจให้ทุกการใช้งานอย่างครอบคลุม ด้วยบริการ Legion Ultimate Support  ที่ให้การรับประกันเครื่องยาวนานสูงสุดถึง 4 ปี พร้อมบริการที่ปรึกษาด้านการใช้งานเครื่อง การปรับจูน ปัญหาเทคนิค โดยช่างเทคนิคผู้ชำนาญและเป็นเกมเมอร์ด้วยเช่นกันตลอด 24 ชั่วโมง และบริการเสริมอื่น ๆ นอกจากนี้ยังมีประกันอุบัติเหตุ Accidental Damage Protection (ADP) ระยะเวลา 2 ปีให้คุณใช้งานเครื่องได้อย่างอุ่นใจ

Price

 

ข่าว: เลอโนโวเปิดตัว Lenovo Legion 5i Pro และ Lenovo Legion 5i มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/lenovo-launches-the-lenovo-legion-5i-pro-and-lenovo-legion-5i/

รีวิว Dell Latitude 3190 2-in-1 เบา ดี ทนทาน แบตอึดน่าใช้จากร้าน comdee2you ราคาย่อมเยาว์เพียง 7,990 บาท

Dell Latitude 3190 2-in-1 โน๊ตบุ๊คพกพา มีปากกาพร้อมใช้ สเปคเพื่อนักเรียนนักศึกษา

latitude cover

ชื่อชั้นของ Dell ในฐานะโน๊ตบุ๊คเพื่อการศึกษาและการทำงานนับว่าแข็งแรงและเป็นตัวเลือกแรกๆ ของใครหลายคน เช่น Dell Latitude 3190 2-in-1 ที่ทางบริษัทออกแบบมาเพื่อเจาะกลุ่มนักเรียนนักศึกษาโดยเฉพาะ สังเกตได้จากบอดี้ตัวเครื่องถูกล้อมกรอบด้วยขอบยาง แข็งแรงทนทานและงานประกอบตัวเครื่องแข็งแรง โดยทาง DELL ก็ทดสอบ Drop test เป็นที่เรียบร้อยและการันตีว่าตัวเครื่องทนทานต่อการตกจากความสูง 30 นิ้ว หรือสูงราวโต๊ะเรียนในห้องเรียนได้โดยไม่เสียหายแน่นอน จัดว่าเหมาะกับเด็กนักเรียนที่ใช้โน๊ตบุ๊คแล้วอาจจะเกิดอุบัติเหตุทำเครื่องตกกระแทกพื้นก็ไม่เสียหายง่ายๆ และเซอร์วิสเครื่องได้สะดวก เพียงแค่ขันน็อตไม่กี่ตัวก็ปลดล็อคมาใส่ M.2 NVMe เพิ่มความจุได้แล้ว และนอกจากนักเรียนนักศึกษา ถ้าใครมองหาโน๊ตบุ๊คราคาไม่แพงเน้นความทนทานเพราะต้องไปงานแบบ Onsite เช่น วิศวกรที่ต้องออกหน้างานบ่อยๆ, คนขายสินค้าออนไลน์, แอดมินเพจที่ต้องการโน๊ตบุ๊คเบาๆ ก็ถือว่าเหมาะกับโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ทั้งนั้น

Advertisementavw

ด้านดีไซน์ต้องถือว่าเกิดมาเพื่อการศึกษา, ใช้งานนอกสถานที่และตอบโจทย์การใช้งานของคนเมืองมากๆ ไม่ว่าจะดีไซน์ให้พับเครื่องกลับได้ 360 องศาเป็นแท็บเล็ตให้อ่านและเรียนออนไลน์ได้สะดวก มีปากกาสไตลัสเขียนได้ทั้งในแนวตั้งหรือเขียนตามปกติก็ทำได้สะดวก เหมือนใช้ปากกาจริงๆ เขียนบนกระดาษอย่างไรอย่างนั้น ด้านสเปคถือว่าใช้เรียน, ทำงานและเล่นโซเชียลเน็ตเวิร์คได้สบายๆ แบตเตอรี่ก็ทนทานใช้งานได้หลายชั่วโมง ใครที่ไม่สะดวกหรือหาปลั๊กมาเสียบชาร์จเครื่องไม่ค่อยได้ ก็ไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน

Dell Latitude 3190 2-in-1

NBS Verdicts

Dell latitude 3190 DSC02472

Dell Latitude 3190 2-in-1 ถือเป็นโน๊ตบุ๊คเพื่อการทำการบ้านและเรียนออนไลน์อย่างแท้จริง นอกจากดีไซน์ตัวเครื่องแข็งแรงทนทาน ได้กระจกตัวเครื่อง Goriila Glass NBT แข็งแรงใช้ดีไม่พอ บอดี้ตัวเครื่องก็ออกแบบบุยางรอบตัวให้ความแข็งแรงทนทาน ทนการตกจากที่สูง 30 นิ้ว หรือสูงราวโต๊ะเรียนได้อย่างแน่นอน ดังนั้นนักเรียนชั้นประถมและมัธยมซึ่งอาจจะใช้งานและไม่ทันระวังเครื่องนักก็สามารถใช้ได้อย่างสบายใจ รวมถึงผู้ใช้ที่ต้องการหาโน๊ตบุ๊คน้ำหนักเบา เน้นความแข็งแรงทนทานเอาไว้ใช้งานก็เหมาะทั้งนั้น ไม่ว่าจะวิศวกร, เจ้าพนักงานประกันภัยหรือจะแอดมินเพจที่ต้องเปิดคอมพิวเตอร์ตอบงานตอบแชตบ่อยๆ ก็เหมาะกับโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้เป็นอย่างมาก หรือถ้าใครอยากได้โน๊ตบุ๊คราคาไม่แพงมากและเน้นใช้โซเชียลเปิดเว็บเบราเซอร์เป็นหลักก็น่าซื้อมาใช้ เพราะจ่ายแค่ 7,990 บาทเป็นเจ้าของได้แล้ว

สเปคและฟีเจอร์ถือว่าเหมาะจะใช้ทำงานอย่างแน่นอน เพราะนอกจากจะพับหน้าจอกลับเป็นแท็บเล็ตได้, มีปากกาสไตลัสไว้เขียนจดหรือวาดภาพและเซ็นลายเซ็นบนหน้าจอและยังทัชจอได้ แบตเตอรี่ก็สามารถใช้งานได้นานเกิน 11 ชั่วโมง ดังนั้นถ้าผู้ใช้คนไหนต้องใช้คอมพิวเตอร์ทำงานหลายชั่วโมง ไม่ค่อยสะดวกหาช่องเสียบปลั๊กชาร์จแบตฯ ก็ไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน และยังอัพเกรดเพิ่ม M.2 NVMe เพิ่มเอาไว้เซฟไฟล์งานได้อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม เนื่องจาก Dell Latitude 3190 2-in-1 ถึงแม้ง Dell 3190 จะดูเหมาะกับการเรียนการสอนมากที่สุด แต่สเป็คที่ให้มานั้นก้ยังสามารถทำงานพื้นฐานอื่นๆได้อย่างไม่มีปัญหา ทั้งใช้ทำงาน Office หรือใช้ดูแลธุรกิจออนไลน์, ตอบแชตของธุรกิจ, ดูแลเพจ Facebook และยังพอใช้แต่งภาพแบบง่ายๆ ได้อย่างไม่มีปัญหา ถือว่าเป็นโน๊ตบุ๊คที่คุ้มค่าราคา 7,990 บาทอย่างแน่นอนและหารุ่นที่คุ้มเทียบชั้นรุ่นนี้ได้ยากทีเดียว เพราะรุ่นที่สเปคใกล้เคียงกันก็ต้องเตรียมเงินหลักหมื่นบาทขึ้นไปทั้งนั้น

ข้อดีของ Dell Latitude 3190 2-in-1
  1. บอดี้ออกแบบมาแข็งแรงทนทาน เสริมขอบยางป้องกันการตกสูง 30 นิ้วได้
  2. ตัวเครื่องซีลมาอย่างดี ทนน้ำหกใส่ได้ไม่เสียหายหรือเกิดไฟฟ้าลัดวงจรจนเครื่องพัง
  3. ดีไซน์พับตัวเครื่องกลับ 360 องศาเป็นแท็บเล็ตได้ ใช้งานได้หลากหลายแบบ
  4. มีปากกาสไตลัสติดมาให้ในแพ็คเกจ ใช้เขียน, วาด, เซ็นเอกสารได้เป็นอย่างดี
  5. ติดตั้งกล้องมา 2 ตัว เป็น Webcam กับกล้องเหนือคีย์บอร์ดเพื่อถ่ายเลคเชอร์
  6. ในเครื่องมีอินเตอร์เฟส PCIe SSD อัพเกรด M.2 NVMe เพิ่มได้อีก 1 ตัว
  7. หน้าจอทัชสกรีนความละเอียด HD ใช้กระจก Gorilla Glass NBT แข็งแรงทนทาน
  8. ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้พร้อมใช้งานทันที ไม่ต้องหาระบบปฏิบัติการเพิ่ม
  9. แบตเตอรี่ทนทานใช้งานต่อเนื่องได้ร่วม 14 ชั่วโมงใช้งานต่อเนื่องได้นานทั้งวัน
ข้อสังเกตของ Dell Latitude 3190 2-in-1
  1. สเปคเหมาะกับการใช้งานทั่วไปอย่างการเปิดเบราเซอร์, ดูหนังฟังเพลงหรือทำงานเอกสาร ไม่แนะนำให้ใช้ทำงานกราฟฟิคหนักๆ
  2. มีพอร์ตให้ใช้แค่ USB-A 3.1 Gen 1 กับ HDMI เท่านั้น 
  3. มีแรมเพียง 4GB DDR4 2400MHz เท่านั้น ต้องบริหารการเปิดปิดโปรแกรมให้ดี

รีวิว Dell Latitude 3190 2-in-1

Specification

latitude 11 3190 2in1 pdp 01

Dell Latitude 3190 2-in-1 เป็นโน๊ตบุ๊คออกแบบมาเพื่อนักเรียนนักศึกษาใช้เรียนออนไลน์เป็นหลัก งานประกอบตัวเครื่องแข็งแรงทนทานและบุขอบยางเอาไว้เพื่อป้องกันตัวเครื่องตกกระทบพื้นแล้วเกิดความเสียหายด้วย ส่วนสเปคเป็นดังนี้

  • CPU : Intel Celeron N4120 แบบ 4 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 1.1-2.6GHz
  • GPU : Intel UHD Graphics 600
  • SSD : แบบ eMMC ความจุ 64GB อัพเกรดเพิ่ม M.2 NVMe ได้
  • RAM : ออนบอร์ด 4GB DDR4 2400MHz
  • Display : หน้าจอทัชสกรีน 11.6 นิ้ว ความละเอียด HD (1366×768) พาเนล VA กระจก Gorilla Glass NBT
  • Ports : USB-A 3.1 Gen 1 x 2, HDMI x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 4.2
  • Webcam : HD Camera, Front Camera
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 1.45 กิโลกรัม
  • Price : 7,990 บาท (comdee2you)

สำหรับผู้ใช้ที่คิดว่า Dell Latitude 3190 2-in-1 เครื่องนี้จากร้าน comdee2you แล้ว ต้องการทราบเงื่อนไขการรับประกันและการขอคืนสินค้าคืนเงินว่าทางร้านค้าจะดูแลและให้บริการหลังการขายอย่างไรบ้าง สามารถอ่านเงื่อนไขได้ตามด้านล่างดังนี้

เงื่อนไขการรับประกันโน๊ตบุ๊คจากทางร้าน comdee2you
  1. สินค้าเสียหายหรือใช้งานไม่ได้ – มีปัญหาในการใช้งานภายใน 7 วันนับจากวันได้รับสินค้า บริษัทยินดีเปลี่ยนตัวใหม่ทันทีหลังจากได้รับสินค้าคืน โดยลูกค้าต้องนำ สินค้า พร้อมอุปกรณ์เสริม (Accessories) ครบตามที่ซื้อ ได้แก่ ตัวเครื่อง กล่อง โฟม ถุง คู่มือ แผ่นไดร์เวอร์ สายไฟ adaptor ของแถม บิลฯ จัดส่งกลับไปยังบริษัท โดยแจ้งและส่งสำเนาบิลบริษัทขนส่งไปยังบริษัท เมื่อบริษัทตรวจสอบรายการสภาพ ความครบถ้วนแล้วจะดำเนินการเปลี่ยนและส่งกลับไปยังลูกค้าทันที, ค่าขนส่งไป – กลับ บริษัทรับผิดชอบทั้งหมด
  2. สินค้ามีปัญหาภายใน 30 วัน นับจากวันได้รับสินค้า – บริษัทยินดีซ่อมเปลี่ยนอะไหล่ให้โดยไม่คิดมูลค่า, ค่าขนส่งไป-กลับ บริษัทรับผิดชอบทั้งหมด
  3. สินค้ามีปัญหาเกิน 30 วัน นับจากวันได้รับสินค้า – บริษัทยินดีซ่อม, เปลี่ยนอะไหล่ให้โดยไม่คิดมูลค่า, ลูกค้ารับผิดชอบค่าส่งซ่อม บริษัทรับผิดชอบค่าขนส่งคืนเมื่อซ่อมเสร็จ เว้นแต่การซ่อมนั้นมิได้เกิดจากความบกพร่องของสินค้าจากการใช้งานปกติ ลูกค้าต้องรับผิดชอบค่าซ่อมและ ค่าขนส่งทั้งไป – กลับ

*ส่วนที่ชำรุดหรือเสียหายจะต้องแจ้งให้ทางบริษัททราบทันทีหลังจากได้รับสินค้า มิฉะนั้นการรับประกันจะถือเป็นโมฆะ ** ทางบริษัทคืนเงินค่าจัดส่งสูงสุด 100 บาทเท่านั้น

เงื่อนไขการขอคืนสินค้าและคืนเงินจากทางร้าน comdee2you

กรณีที่ลูกค้าสั่งซื้อและได้รับสินค้าแล้ว หากต้องการคืนสินค้า บริษัทมีเงื่อนไขในการขอคืน ดังนี้

  1. สินค้าที่ซื้อนั้นต้องไม่เกิน 7 วันนับจากวันได้รับสินค้า
  2. ลูกค้าต้องนำสินค้า พร้อมอุปกรณ์เสริม (Accessories) ครบตามที่ซื้อ ได้แก่ ตัวเครื่อง กล่อง โฟม ถุง คู่มือ แผ่นไดร์เวอร์ สายไฟ adaptor ของแถมบิลฯ จัดส่งกลับไปยังบริษัท เมื่อบริษัทตรวจสอบรายการสภาพ ความครบถ้วนแล้ว บริษัทจะคืนเงินให้ลูกค้าภายใน 7 วันทำการ นับแต่วันที่ได้รับสินค้าที่คืนแล้ว โดยลูกค้าจะถูกหักเงิน 10% จากราคาสินค้าที่ซื้อ และลูกค้าเป็นผู้รับผิดชอบค่าขนส่งในการส่งคืนดังกล่าว
  3. กรณีที่ลูกค้าต้องการเปลี่ยนสินค้าที่ซื้อเป็นรุ่นอื่นที่บริษัทจำหน่าย สินค้าที่ซื้อไปแล้วนั้น ต้องไม่เกิน 7 วันนับจากวันได้รับสินค้า และต้องนำสินค้า พร้อม อุปกรณ์เสริม (Accessories) ครบตามที่ซื้อ ได้แก่ ตัวเครื่อง, กล่อง, โฟม, ถุง, คู่มือ, แผ่นไดร์เวอร์, สายไฟ Adaptor, ของแถม บิลฯ จัดส่งกลับไปยังบริษัท โดยลูกค้าเป็นผู้รับผิดชอบค่าขนส่งในการเปลี่ยนดังกล่าว เมื่อบริษัทตรวจสอบรายการ สภาพ ความครบถ้วนแล้ว บริษัทจะทำการเปลี่ยนสินค้าเป็นรุ่นอื่นที่ต้องการ โดยการเปลี่ยนสินค้าที่เปลี่ยนต้องเป็นสินค้าที่มีราคาไม่ตํ่ากว่าสินค้าเดิมโดยลูกค้าต้องชำระ ค่าสินค้าที่เพิ่ม ค่าขนส่งและค่าธรรมเนียมต่างๆ ที่เกิดขึ้น
บริษัท ไม่รับเปลี่ยน หรือคืนเงิน กรณีที่สินค้ามีสภาพผิดปกติ ดังต่อไปนี้
  1. มีสภาพผิดปกติ เกิดอุบัติเหตุกับตัวสินค้า ได้แก่ หัก, บิ่น, งอ, ยุบ, เบี้ยว, ร้าว, ทะลุ หรือ มีรอยขูดถลอก
  2. สภาพที่เกิดจากการเก็บรักษาที่ไม่ถูกต้อง เช่น คราบนํ้า สนิม
  3. สินค้าเสียหายเนื่องจากปัจจัยภายนอก เช่น ไฟเกิน, ไฟตก, ฟ้าผ่า, ภัยธรรมชาติ
  4. ความเสียหายจากสัตว์ หรือแมลงต่าง ๆ
  5. การใช้สินค้าผิดวิธี มีการแก้ไขก่อนได้รับอนุญาต
  6. มีรอยเขียนลงบนตัวสินค้า และไม่สามารถลบออกได้
  7. ปัญหาที่เกิดขึ้นอันเกี่ยวเนื่องมาจากซอฟต์แวร์ ไวรัส หรือระบบปฏิบัติการ ที่ติดตั้งโดยผู้ซื้อ
  8. สินค้าที่หมดอายุการรับประกัน หรือสินค้าที่ตรวจไม่พบอาการเสีย จะต้องเสียค่าบริการในการซ่อม

Hardware & Design

Dell latitude 3190 DSC02475

Dell latitude 3190 DSC02495
Dell latitude 3190 DSC02498
Dell latitude 3190 DSC02483
Dell latitude 3190 DSC02497

ดีไซน์ของ Dell Latitude 3190 2-in-1 จะออกแบบเป็นโน๊ตบุ๊คเครื่องเล็ก เน้นพกพาสะดวกและเสริมขอบเครื่องเป็นยางทั้งรอบหน้าจอและกรอบตัวเครื่อง ป้องกันการตกจากโต๊ะเรียนสูงราว 30 นิ้วได้ ทนทานต่อการใช้งานแบบไม่ทันระมัดระวังอย่างกระแทกเก้าอี้หรือขอบโต๊ะได้เช่นกัน เป็นการออกแบบเพื่อลดโอกาสตัวเครื่องเสียหายเปิดไม่ติดไปในตัว ดังนั้นนอกจากนักเรียนมันก็เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องพกโน๊ตบุ๊คติดตัวไปไหนมาไหนเป็นประจำเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะวิศวกรที่ต้องดูแปลนหน้างาน, เจ้าพนักงานประกันภัยที่ต้องนำสัญญาประกันไปให้ผู้เอาประกันเซ็นหรือแม้แต่แอดมินเพจที่ต้องการหาโน๊ตบุ๊คเอาไว้ตอบข้อความจากลูกเพจก็ตอบโจทย์เช่นกัน

ถ้าสังเกตจะเห็นว่าทาง Dell ใช้ขาตั้งหน้าจอแบบพับกลับได้ 360 องศาเป็นแท็บเล็ตได้ เมื่อพับแล้วก้านฐานหน้าจอจะให้ตัวและม้วนกลับตามกลายเป็นแท็บเล็ตได้ ตัวเครื่องเสริมก้านพลาสติกป้องกันแป้นคีย์บอร์ดรูดกับพื้นโต๊ะโดยตรงเอาไว้ทั้ง 4 มุมและติดตั้งกล้องเอาไว้เหนือคีย์บอร์ดเพื่อใช้ถ่ายภาพ เช่น เลคเชอร์บนกระดานเพื่อเอาไว้ทบทวนในภายหลังได้ด้วย

Dell latitude 3190 DSC02544

เมื่อหน้าจอพับกลับ 360 องศาเป็นแท็บเล็ตหรือเปลี่ยนเป็นโหมดเต็นท์เพื่อดูเนื้อหาและคลิปวิดีโอประกอบการเรียนการสอนได้โดยง่าย รองรับปากกาสไตลัสสำหรับวาดเขียนภาพ, เซ็นเอกสารและใช้แก้ไขเขียนจดบนไฟล์ PDF ได้สะดวก ซึ่งปากกาด้ามนี้จะได้แถมฟรีมาในแพ็คเกจเมื่อซื้อโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้จากทาง comdee2you ด้วย

Dell latitude 3190 DSC02504

Dell latitude 3190 DSC02505
Dell latitude 3190 DSC02545
Dell latitude 3190 DSC02528

ด้านฝาหลังของตัวเครื่องจะดีไซน์เน้นเรียบง่ายตามสไตล์ของ Dell Latitude เป็นบอดี้พลาสติกสีเรียบสีเดียวพร้อมโลโก้ Dell แบบวงกลมสีเงินตรงกลางเท่านั้น และสังเกตว่าตัวเครื่องไม่มีช่องระบายความร้อนเลย เนื่องจากซีพียู Intel ภายในตัวเครื่องไม่ร้อนมากและไม่กินพลังงานด้วย จึงไม่ต้องติดพัดลมโบลวเวอร์หรือเจาะช่องระบายความร้อนให้ความสวยงามลดลงสักนิด

Dell latitude 3190 DSC02506

ด้านใต้ตัวเครื่องสังเกตว่าจะต่างจากโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่นตรงส่วนครึ่งบนของตัวเครื่องไม่มีช่องอากาศเข้าใต้เครื่องแม้แต่ช่องเดียว มีเพียงแต่ขอบยางด้านใต้เครื่อง 2 เส้นลากยาวจากขอบสู่ขอบ มีลำโพงอีก 2 ดอกติดตั้งเอาไว้ขอบล่างของตัวเครื่องและขันล็อคเอาไว้ด้วยน็อตหัว Philip Head อีก 7 ตัวเท่านั้น ช่วยป้องกันบอดี้ตัวเครื่องด้านล่างไม่ให้ถูกกับพื้นโต๊ะโดยตรงและมีสติกเกอร์แสดงข้อมูลผลิตภัณฑ์ติดเอาไว้

Screen & Speaker

Dell latitude 3190 DSC02499

Dell latitude 3190 DSC02501
Dell latitude 3190 DSC02500
Dell latitude 3190 DSC02502
Dell latitude 3190 DSC02503

Dell latitude 3190 DSC02547

หน้าจอ Dell Latitude 3190 2-in-1 เป็นจอทัชสกรีน 11.6 นิ้ว ความละเอียด HD (1366×768) พาเนล VA ปิดด้วยกระจก Gorilla Glass NBT ทนต่อรอยขีดข่วน ใช้ปากกาสไตลัสที่แถมมาพร้อมตัวเครื่องวาดเขียนและจดบนหน้าจอได้โดยสะดวก ติดตั้งกล้อง Webcam เอาไว้ขอบบนของตัวเครื่องเพื่อใช้ประชุมออนไลน์ได้ แต่สังเกตว่าขอบหน้าจอจะหนาเพราะเป็นพื้นที่ของทัชพาเนลหน้าจอ นอกจากนี้แม้จะเป็นพาเนล VA ก็ตาม แต่เมื่อพับหน้าจอลงมาจะเห็นว่าจอนี้แสดงผลหน้าจอได้คมชัดและสีสันไม่เพี้ยนหรือเกิดเงาเหลือบบนหน้าจอแม้แต่น้อย จึงใช้ได้โดยไม่มีปัญหา

gamut 1

brightness 1
bright zone
color accuracy
sum 1

เนื่องจาก Dell Latitude 3190 2-in-1 ถูกออกแบบมาเน้นใช้งานทั่วไปให้เหมาะกับรูปแบบการใช้งานของและคนทั่วไป ซึ่งขอบเขตสีของหน้าจอเมื่อวัดด้วย Spyder5Elite แล้ว ได้ขอบเขตสีกว้าง 65% sRGB, 48% AdobeRGB, 48% DCI-P3 เมื่อเทียบค่าความเบี่ยงเบนสีของหน้าจอหรือ Delta-E จะได้ค่าเฉลี่ย 1.84 เท่านั้น แม้จะแสดงขอบเขตสีหน้าจอได้ระดับทั่วไปก็ตามแต่ก็ได้สีสันเที่ยงตรง ดังนั้นเจ้าของเครื่องเมื่อดูภาพบนหน้าจอก็จะเห็นสีสันเที่ยงตรงกับความเป็นจริงที่สุด

ความสว่างของหน้าจอตอนปรับความสว่างสูงสุดระดับ 100% จะได้ความสว่างเพียง 156.4 nits เท่านั้น เรียกได้ว่าสว่างแค่พอใช้งานในห้องเรียนหรือห้องส่วนตัว ไม่ได้สว่างระดับสู้แสงแดดสะท้อนได้ แต่ก็ไม่ถึงกับมืดจนมองไม่เห็นอย่างแน่นอน ส่วนตัวผู้เขียนเองได้ทดลองนำเครื่องไปทำงานชานร้านกาแฟก็จัดว่าสว่างใช้งานได้ดีไม่มีปัญหานัก แต่พอแบ่งพื้นที่บนหน้าจอเป็น 9 โซนเพื่อวัดความสว่างแล้ว จะเห็นว่าจอของ Dell Latitude 3190 2-in-1 มีอัตราความสว่างลดลงมากหลายส่วน 

ผลสรุปคะแนนหน้าจอจาก Spyder5Elite ได้ผลคือ Dell Latitude 3190 2-in-1 ได้คะแนนเฉลี่ยเพียง 3 จาก 5 คะแนน จัดว่าอยู่ระดับกลางๆ เหมาะจะใช้ทำงานเอกสาร, ดูแลเพจ Facebook หรือแต่งภาพทั่วไป โดยจุดเด่นสุดของจอนี้ เป็นค่า Contrast ซึ่งได้ 5 คะแนนเต็ม ถัดลงมาเป็น Color Uniformity, Color Accuracy ซึ่งได้ 4 จาก 5 คะแนนเต็ม จัดว่าอยู่ระดับกลางๆ เทียบกับจอของเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คในปัจจุบันนี้

Dell latitude 3190 DSC02508
Dell latitude 3190 DSC02509
Dell latitude 3190 DSC02525
Dell latitude 3190 DSC02526

สำหรับลำโพง 2 ดอกที่ติดตั้งมาขอบล่างของตัวเครื่องสำหรับใช้ประชุมงานและฟังเพลงได้ระดับหนึ่ง ซึ่งคุณภาพเสียงต้องถือว่าอยู่ในระดับใช้งานได้และเสียงลำโพงเน้นทางเสียงร้องของนักร้องเป็นหลักแยกไลน์กับเสียงเครื่องดนตรีได้ชัดเจน แต่เสียงเบสจัดว่าบางจนไม่โดดเด่นนัก ซึ่งถ้าเน้นใช้เรียนออนไลน์หรือเปิดคลิปสื่อการสอนในห้องเรียนจัดว่าเสียงดีฟังชัด เมื่อวัดเสียงลำโพงด้วยเครื่องวัดเสียงลำโพงจะดังราว 80 เดซิเบล จัดว่าไม่ดังเกินไป แต่ถ้าใครเน้นดูหนังฟังเพลงให้ได้อารมณ์ยิ่งขึ้นก็แนะนำให้ต่อลำโพงแยกไปเลยดีกว่า

Keyboard & Touchpad

Dell latitude 3190 DSC02484

Dell latitude 3190 DSC02485
Dell latitude 3190 DSC02487
Dell latitude 3190 DSC02489
Dell latitude 3190 DSC02491
Dell latitude 3190 DSC02492
Dell latitude 3190 DSC02494

Dell latitude 3190 DSC02548

คีย์บอร์ดของ Dell Latitude 3190 2-in-1 จะเป็นคีย์บอร์ดแบบ Tenkeyless ใกล้เคียงกับไซซ์ 14 นิ้วหลายๆ รุ่นในปัจจุบัน แต่เพราะถูกย่อไซซ์ให้พอดีกับตัวเครื่องขนาด 11.6 นิ้ว ดังนั้นปุ่มหลายๆ ปุ่ม เช่น Spacebar, F1-F12 จะถูกย่อให้เล็กลงและตัด Function Key บางปุ่มออกไป รวมทั้งไม่มีไฟ LED Backlit อีกด้วย เนื่องจากการออกแบบป้องกันน้ำหกใส่จึงตัดระบบไฟฟ้าบางส่วนบนตัวเครื่องออกไป

สังเกตว่าคีย์บอร์ดของ Dell เครื่องนี้จาก comdee2you เป็นเลย์เอ้าท์คีย์บอร์ดโมเดลขายในประเทศญี่ปุ่น จะเห็นว่านอกจากปุ่ม Enter ถูกเปลี่ยนทรงจากสี่เหลี่ยมผืนผ้าของเลย์เอ้าท์ ANSI กลายเป็นแป้นตัว L กลับหัวของ ISO แทน และเติมปุ่มฟังก์ชั่นเฉพาะของคีย์บอร์ดญี่ปุ่นเข้ามาหลายส่วน ไม่ว่าจะปุ่มสลับระหว่างตัวอักษรฮิรางานะ/คาตาคานะ/คันจิ และปุ่มข้างคีย์บอร์ดอีก 2 ปุ่มด้วยกัน แต่พอใช้งานจริงแล้วก็ใช้งานได้ตามปกติ ไม่มีปัญหาใดๆ อย่างมากแค่อาจจะเจอปัญหาว่าปุ่ม Shift, Backspace ฝั่งขวามือมีขนาดเล็กเป็นพิเศษ แค่ต้องปรับตัวตอนได้เครื่องมาใหม่ๆ เท่านั้น นอกจากนี้ทางร้าน comdee2you ก็แก้ปัญหาปุ่มคีย์บอร์ดนี้โดยปิดสติกเกอร์ภาษาไทยเอาไว้ให้เรียบร้อยแล้ว

ด้าน Function Key ใช้งานประจำหลายๆ ปุ่มก็ถูกเซ็ตเอาไว้ตามจุดต่างๆ ของคีย์บอร์ดในระดับเพียงพอใช้งานแล้ว เช่น Page Up, Page Down เหนือปุ่มลูกศรซ้ายขวา ถัดจาก F12 ก็มี Home, End, Delete ติดตั้งมาครบถ้วนและซ้อนเลเยอร์คีย์ลัดเช่น Print Scree, Insert เอาไว้ให้ใช้งาน และมี Fn Lock ตรงปุ่ม Esc อีกจุดหนึ่ง

Dell latitude 3190 DSC02490

Function Hotkey ตรง F1-F12 ของตัวเครื่องจะถูกเว้นเอาไว้ 2 ปุ่ม คือ F7, F10 โดยมีคำสั่งดังนี้

  • F1-F3 – ปิด, ลดหรือเพิ่มเสียงลำโพง
  • F4 – ปิดหรือเปิดไมค์
  • F5 – Refresh หน้าจอที่ใช้งานอยู่
  • F6 – กดเพื่อสลับเปลี่ยนโปรแกรมที่ใช้งานอยู่ ณ ปัจจุบัน
  • F8 – ปุ่ม Project ตั้งค่าหน้าจอหลักและเสริม
  • F9 – ปุ่ม Search ค้นหาสิ่งที่ต้องการ
  • F11 – Print Screen
  • F12 – Insert
  • Home – เปิดหรือปิดสัญญาณ Wi-Fi
  • End – Sleep Mode

โดยรวมแล้ว นับว่าคีย์ลัดต่างๆ ของ Dell Latitude 3190 2-in-1 ก็ได้มาค่อนข้างครบ พร้อมใช้ทำงานและเรียนอย่างแน่นอน แต่ก็น่าเสียดายว่าถ้า Dell เติมปุ่ม Snipping Tool หรือคำสั่งล็อคหน้าจอเข้ามาอีกหน่อยก็น่าจะใช้งานได้ดีขึ้นมาก

Dell latitude 3190 DSC02496
Dell latitude 3190 DSC02520

ทัชแพดของ Dell เครื่องนี้จะมีขนาดเล็กสมส่วนกับขนาดตัวเครื่อง ดีไซน์ซ่อนปุ่มคลิกซ้ายขวาแต่มีเส้นแบ่งระหว่างปุ่มคลิ๊กสองปุ่มชัดเจน รองรับ Gesture Control ของ Windows ครบถ้วนและเมื่อวางมือพิมพ์งานแล้ว สันมือทั้งสองข้างจะพาดลงแป้นทัชแพดอย่างแน่นอน แต่จากการใช้งานจริงก็ไม่ค่อยพบปัญหาเรื่องทัชแพดลั่นรบกวนการทำงานแต่อย่างใด

Connector / Thin & Weight

Dell latitude 3190 DSC02513
Dell latitude 3190 DSC02514
Dell latitude 3190 DSC02515
Dell latitude 3190 DSC02516
Dell latitude 3190 DSC02519
Dell latitude 3190 DSC02518

พอร์ตเชื่อมต่อของ Dell Latitude 3190 2-in-1 จะมีพอร์ต USB-A 3.1 x 2, HDMI x 1, Audio combo x 1, Kensington Lock x 1 เท่านั้น และมีปุ่ม Power และเพิ่มลดเสียงติดมาด้านข้างเครื่องอีกชุดหนึ่งเพื่อให้ล็อคหน้าจอหรือเพิ่มลดเสียงลำโพงได้อย่างรวดเร็ว ในแง่การใช้งานจริงถือว่ามีพอร์ตครบพอใช้งานทั่วไปแล้ว

Dell latitude 3190 DSC02531

Dell latitude 3190 DSC02532
Dell latitude 3190 DSC02533
Dell latitude 3190 DSC02534

น้ำหนักเครื่องเมื่อชั่งด้วยตาชั่งดิจิตอลแล้ว เฉพาะเครื่องจะหนัก 1.48 กิโลกรัม รวมอแดปเตอร์และปากกาสไตลัสอีกด้ามจะหนัก 1.82 กิโลกรัม หากเทียบกับน้ำหนักทั่วไป รวมๆ ต้องถือว่าน้ำหนักอยู่ในระดับกำลังดี ไม่หนักเกินไปใส่กระเป๋าพกไปเรียนได้อย่างแน่นอน และสังเกตว่าสายไฟของตัวเครื่องจะมีสายดินพร้อมหางปลาติดมาด้วย ช่วยลดปัญหาไฟฟ้าลัดวงจรได้

Dell latitude 3190 DSC02542

Dell latitude 3190 DSC02536
Dell latitude 3190 DSC02537
Dell latitude 3190 DSC02538

ด้านปากกาสไตลัสที่ได้มาพร้อมเครื่องเมื่อซื้อโน๊ตบุ๊คกับ comdee2you เป็นปากกาสไตลัสพร้อมปุ่มลัดบนด้ามปากกา สามารถวาดเขียนจดสิ่งที่ต้องการได้สะดวกและใช้ถ่าน AAAA เพียงก้อนเดียวก็ใช้งานได้เลย ส่วนการตอบสนองถือว่าทำได้ดีเขียนวาดหรือจดสิ่งต่างๆ ได้อย่างไม่มีปัญหา ถ้าใครต้องเขียนวาดเซ็นลงบนภาพหรือเอกสารหรือภาพก็ใช้ปากกานี้เขียนได้เลย การตอบสนองถือว่าใกล้เคียงกับการใช้ปากกาจริงวาดลงบนกระดาษ ไม่มีอาการดีเลย์กวนใจ

Inside & Upgrade

Dell latitude 3190 DSC02521

Dell latitude 3190 DSC02507
Dell latitude 3190 DSC02523
Dell latitude 3190 DSC02524
Dell latitude 3190 DSC02530

การเปิดฝาอัพเกรด Dell Latitude 3190 2-in-1 สามารถขันน็อต Philip Head จำนวน 7 ตัวออกและใช้มือดึงเบาๆ ที่ช่องต่ออแดปเตอร์ก็เปิดฝาเครื่องได้ทันที ไม่ต้องมีอุปกรณ์เสริมช่วยงัดเปิดเครื่องก็ได้ แต่เมื่อเปิดฝาแล้วจะเห็นว่าด้านในเครื่องแทบไม่มีอะไรให้อัพเกรดมากนัก อย่างมากคือใส่ M.2 NVMe ขนาด 2280 เข้าไปได้อีกตัว และชิ้นส่วนอื่นไม่ว่าจะแรมหรือฮาร์ดดิสก์ e.MMC จะเป็นการบัดกรีลงบอร์ดทั้งหมด ซึ่งถ้าเป็นเช่นนี้ผู้เขียนแนะนำให้ใช้งานแบบสเปคเดิมๆ จากโรงงานไปได้เลยแล้วต่อโอนไฟล์งานเข้าออกกับ External HDD/SSD แทนจะดีกว่า

Performance & Software

cpu 1
ram 1

ซีพียูของ Dell Latitude 3190 2-in-1 เป็น Intel Celeron N4120 แบบ 4 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 1.1-2.6GHz สถาปัตยกรรม Intel Gemini Lake Refresh มาให้ ซึ่งจำนวนคอร์และเธรดระดับนี้สามารถเปิดใช้โปรแกรม Microsoft Office หรือเปิดเว็บเบราเซอร์เรียนออนไลน์และทำงานได้อย่างแน่นอน มีแรมออนบอร์ด 4GB DDR4 2400MHz จัดว่าเพียงพอตามสเปคขั้นต่ำของ Windows 11 อย่างแน่นอน

gpu 1

การ์ดจอในเครื่องเป็นออนบอร์ดรุ่น Intel UHD Graphics 600 ซึ่งออกแบบมาเพื่อเรนเดอร์ภาพหรือวิดีโอขึ้นหน้าจอได้ รองรับชุดคำสั่ง OpenCL, OpenGL 4.6, DirectCompute, DirectML, Vulkan พร้อมใช้งาน ซึ่งการแสดงผลภาพขึ้นหน้าจอทัช 11.6 นิ้ว ความละเอียด HD จัดว่าไม่มีปัญหาและยังใช้ดูหนังความละเอียด HD ได้อย่างแน่นอน

devicemgr 1

เมื่อเช็คใน Device Manger ของ Dell Latitude 3190 2-in-1 จะเห็นว่าโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้มีพาร์ทสำคัญติดตั้งมาครบ ไม่ว่าจะฮาร์ดดิสก์ e.MMC ของ Hynix, การ์ด Wi-Fi รุ่น Intel Dual Band Wireless-AC 8265 รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac และ Bluetooth 4.2 และมีชิป TPM 2.0 ติดตั้งมาครบถ้วน

ssd 1

ด้านฮาร์ดดิสก์แบบ e.MMC ความจุ 64GB ในเครื่องต้องถือว่าเป็นฮาร์ดดิสก์ที่อ่านเขียนข้อมูลได้เร็วกว่าฮาร์ดดิสก์ทั่วไประดับหนึ่ง เมื่อวัดด้วย CrystalDiskMark แล้ว จะเห็นว่าได้ความาเร็ว Sequential Read 305.37MB/s และ Sequential Write อีก 190.98MB/s นับว่าบูตเครื่องเปิดโปรแกรมได้เร็วระดับหนึ่ง และถ้าจะเพิ่มความจุก็เติม M.2 NVMe ขนาด 2280 เข้าไปได้

r15 1
r20 1

ด้านการทดสอบ CINEBENCH R15 และ R20 ซึ่งเน้นเรนเดอร์ 3D CG ถือว่าไม่แนะนำและไม่น่าจะเหมาะเท่าไหร่ เพราะด้าน R15 ทำคะแนน OpenGL ได้ 19.36 fps และ CPU 259 cb เท่านั้น ด้าน R20 ได้คะแนน CPU 419 pts ซึ่งถือว่าน้อยในระดับไม่แนะนำให้นำไปทำงานด้านนี้เลย และไม่ได้เป็นโฟกัสการออกแบบและจัดสเปคของ Dell Latitude เครื่องนี้อีกด้วย

3dmark

ส่วนการทดสอบ 3DMark CPU Profile ทำคะแนนได้เพียงหลักร้อยเท่านั้น จัดว่าอยู่ในระดับแค่พอเปิดดูหนังหรืองาน 3D ต่างๆ ได้ระดับหนึ่ง ส่วนเกมอาจจะได้แค่เกม 8-bit ธรรมดาเท่านั้น ซึ่งก็ไม่ได้เป็นเป้าหมายการการออกแบบโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้เช่นกัน เพราะ Dell Latitude 3190 2-in-1 จะเน้นเรื่องใช้ทำและเซ็นเอกสารหรือเปิดเว็บตอบแชตเป็นหลัก

pcmark10

ถ้าเป็นการทดสอบ PCMark 10 ซึ่งจำลองการทำงานออฟฟิศจะเห็นว่าคะแนนเฉลี่ยทำได้ 1,670 คะแนน โดย Dell Latitude 3190 2-in-1 เครื่องนี้จะเด่นเรื่องประชุมออนไลน์, ทำงานเอกสารด้วยโปรแกรม Microsoft Word, Excel, PowerPoint และพรีเซนต์งานต่างๆ แต่ไม่แนะนำให้ไปใช้ตัดต่อภาพ 3D หรือ วีดีโอไฟล์ใหญ่ๆ เพราะซีพียูตระกูล Intel Celeron เป็นซีพียูตระกูลที่เน้นการใช้งานทั่วไป อย่างการทำงานเอกสาร, พรีเซ็นต์งานหรือใช้งานเบราเซอร์เป็นหลักเท่านั้น

Battery & Heat & Noise

Dell latitude 3190 DSC02522

แบตเตอรี่ใน Dell Latitude 3190 2-in-1 จะเป็นแบตเตอรี่ขนาด 42Wh (3,500mAh) ซึ่งขนาดถือว่าไม่ใหญ่มากนักแต่ก็ไล่เลี่ยกับโน๊ตบุ๊คสายทำงานหลายๆ เครื่องในปัจจุบันนี้ พอจับคู่กับซีพียูรุ่นที่ใช้พลังงานน้อยอย่าง Intel Celeron N4120 ก็สามารถใช้งานต่อเนื่องได้หลายชั่วโมงอย่างแน่นอน

battmon 1

เมื่อทดสอบตามมาตรฐานของทางเว็บไซต์ โดยลดความสว่างหน้าจอให้ต่ำสุด, เปิดโหมด Battery Saver และเปิดเสียงลำโพง 10% ดู YouTube ด้วย Microsoft Edge เป็นเวลา 30 นาที ผลที่ได้จาก BatteryMon คือ สามารถใช้งานต่อเนื่องได้นานสุด 13 ชั่วโมง 52 นาทีทีเดียว จัดว่าใช้งานได้นาน อยู่ได้ทั้งวันโดยไม่ต้องคอยหาปลั๊กไว้ชาร์จแบตเตอรี่เลยก็ได้ ดังนั้นถ้าใครต้องพกโน๊ตบุ๊คไปลงไซต์งานหรือไปติดต่อเซ็นเอกสารกับลูกค้าล่ะก็ Dell Latitude 3190 2-in-1 เครื่องนี้ก็ใช้งานได้นานแน่นอน และส่วนตัวผู้เขียนคาดว่าถ้าปิดเสียงลำโพงทิ้งไปก็น่าจะใช้งานได้นานกว่านี้อีก 1-2 ชั่วโมงทีเดียว

temperature normal
most heat temp

อุณหภูมิของ Dell Latitude 3190 2-in-1 สามารถพูดได้ว่าเครื่องนี้ไม่ร้อนเลยแม้จะรันโปรแกรมทดสอบเพื่อทดลองรีดอุณหภูมิตัวเครื่องแล้ว ความร้อนก็ยังอยู่ที่ 36~60 องศา เฉลี่ย 58 องศาเซลเซียสเท่านั้น จัดว่าเย็นมากและไม่มีปัญหาตอนใช้งานอย่างแน่นอน สังเกตว่าแผ่นฮีตซิ้งค์ตรงซีพียูนั้นเป็นแผ่นทองแดงธรรมดาแผ่นเดียวเท่านั้น ไม่มีพัดลมโบลวเวอร์หรือช่องระบายความร้อนต่อเข้าไปอีกชั้นเหมือนโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่น ดังนั้นมันจึงไม่ร้อนมากและไม่ส่งผลกับสุขภาพของนักเรียนนักศึกษาที่ใช้โน๊ตบุ๊คเครื่องนี้อย่างแน่นอน

User Experience

Dell latitude 3190 DSC02478

จากที่นำ Dell Latitude 3190 2-in-1 ไปใช้งานแล้ว แม้โน๊ตบุ๊คเครื่องนี้จะไม่ได้ทรงพลังเท่ากับโน๊ตบุ๊คราคาหลักสองสามหมื่นบาท แต่ต้องเข้าใจว่าทาง Dell เน้นออกแบบให้ใช้งานออนไลน์, ทำงานเอกสารหรือพกเครื่องไปไหนมาไหนและทำการบ้านส่งครูอาจารย์และมีปากกาสไตลัสให้ใช้เขียนจดสิ่งที่ต้องการลงบนหน้าจอเครื่องได้ ช่วยให้ผู้ใช้ทำงานได้สะดวกไม่ต้องใช้เมาส์ลากแล้วเส้นลายมือเพี้ยนจากที่เขียนจริงไป ดังนั้นผู้ใช้กลุ่มแรกนอกจากนักเรียนที่ได้ใช้ประโยชน์จากจอทัชสกรีนและสไตลัสนอกจากนักเรียนที่พกเครื่องเข้าห้องเรียนและไปติวหนังสือสอบกับเพื่อน ก็คือ เจ้าพนักงานประกันภัยและคนเดินเอกสาร, วิศวกรก่อสร้างที่ลงหน้างานถ่ายภาพและแก้แบบหน้างานก็ใช้ Dell Latitude 3190 2-in-1 เครื่องนี้ได้สะดวกไม่ต่างกับแท็บเล็ตเครื่องหนึ่งเลย เพราะขนาดเล็กพอดี พกพาติดตัวไปไหนมาไหนได้สะดวก เวลาว่างก็นำไปต่อหน้าจอและลำโพงดูหนังฟังเพลงเพื่อความบันเทิงได้อีกด้วย

ส่วนคนที่เพิ่งเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวหรือเปิดเพจขายของมาใหม่ นำเงินไปลงทุนกับสินค้าเพื่อเตรียมไว้ขายแล้วอยากหาโน๊ตบุ๊คเอาไว้ใช้ตอบแชตและทำสต็อกแบบง่ายๆ สักเครื่อง ไม่อยากจ่ายแพงมาก ราคาของ Dell Latitude 3190 ก็ตอบโจทย์เพราะจ่ายแค่ 7,990 บาทก็ซื้อมาใช้งานได้แล้ว และสเปคเครื่องที่เป็น Intel Celeron N4120 แบบ 4 คอร์ 4 เธรด เมื่อจับคู่กับฮาร์ดดิสก์ e.MMC 64GB และแรมอีก 4GB แม้จะดูน้อยสำหรับใครหลายๆ คนแต่มันก็จัดว่าเพียงพอสำหรับงานดังกล่าวไปข้างต้นอย่างแน่นอน สามารถเปิดไฟล์เอกสารมาทำได้สบายๆ เปิดเบราเซอร์ได้ลื่นไหล อัพเกรดเพิ่ม M.2 NVMe เพื่อเซฟงานอีกสักไดรฟ์หรือใช้ External HDD/SSD ก็เซฟเอกสารสำคัญเก็บเอาไว้ใช้ได้โดยไม่มีปัญหา

ในแง่ความทนทานต้องถือว่าเหมาะกับผู้ใช้ทุกคนอย่างแน่นอน เพราะนอกจากเครื่องจะกันกระแทกระยะความสูง 30 นิ้ว ก็กันน้ำหกใส่ด้วย เวลาพับเครื่องเป็นแท็บเล็ตไปเดินเช็คสต็อก, ไปพบและคุยงานกับลูกค้าหรือจะนั่งทำงานตอบแชตอยู่แล้วมีแก้วน้ำวางอยู่ข้างๆ แล้วน้ำหกใส่โดยบังเอิญก็แค่เช็ดเครื่องให้สะอาดก็ใช้ทำงานได้ตามปกติแล้ว ซึ่งโน๊ตบุ๊คจากแบรนด์คู่แข่งที่มีฟีเจอร์ป้องกันอุบัติเหตุตอนใช้งานครบเครื่องเท่า Dell เครื่องนี้ต้องเตรียมเงินไว้ราวหมื่นบาทขึ้นไป ถึงจะได้หาซื้อมาใช้งานได้ และหลายๆ แบรนด์ก็มักไม่ค่อยใส่ฟีเจอร์ป้องกันน้ำหกใส่เครื่องมาด้วย ถ้าเอาดีไซน์แบบพับกลับเป็นแท็บเล็ตได้และมีปากกาด้วย ก็ซื้อในราคาราคา 7,990 บาท เท่ากับ Dell Latitude 3190 2-in-1 ไม่ได้แน่นอนจึงหารุ่นเทียบชั้นได้ยากมาก ถึงหาได้ก็มักได้โน๊ตบุ๊คมือ 2 ไม่ใช่เครื่องมือ 1 เหมือนที่ซื้อกับร้าน comdee2you แน่นอน 

Conclusion & Award

Dell latitude 3190 DSC02479

ถึงสเปคของ Dell Latitude 3190 2-in-1 จะอยู่ในระดับทั่วไป เหมาะจะใช้ทำงานเอกสารหรือเปิดเว็บและแก้ไฟล์เป็นหลัก ไม่ได้เน้นใช้งานกับโปรแกรมใหญ่ๆ เหมือนโน๊ตบุ๊คราคาหลักหมื่นบาทขึ้นไปก็ตาม แต่ทีเด็ดคือเรื่องความแข็งแรงทนทาน ตกจากความสูงระดับ 30 นิ้วไม่มีปัญหา น้ำหกใส่ก็เช็ดให้แห้งแล้วใช้งานได้ตามปกติ ถ้าพื้นที่ไม่พอก็อัพเกรดใส่ M.2 NVMe เข้าไปเพิ่มพื้นที่เซฟงานได้และแบตเตอรี่ก็ใช้งานได้นานร่วม 14 ชั่วโมงอีกด้วย ตอบโจทย์คนที่ต้องการหาโน๊ตบุ๊คราคาไม่แพงเอาไว้ใช้งาน ไม่ว่าจะทำงานหรือเรียนก็ใช้ดีทั้งนั้น

ต้องถือว่า Dell Latitude จัดว่าเหมาะกับนักเรียนนักศึกษา, วิศวกรที่ไปหน้าไซต์งาน, พนักงานประกันหรือแม้แต่แอดมินเพจและฝ่ายประสานงานระหว่างออฟฟิศที่ต้องพกโน๊ตบุ๊คไปไหนมาไหนเป็นประจำ จะซื้อเครื่องนี้เอาไว้ใช้งานก็ตอบโจทย์และไม่ต้องจ่ายแพงแต่ก็ใช้งานได้ดี นอกจากนี้เมื่อซื้อกับทางร้าน comdee2you ก็ได้สินค้ามือ 1 พร้อมปากกาสไตลัสอีกด้วย ซึ่งราคาเพียง 7,990 บาทนี้จัดว่าน่าใช้และได้ของดีเกินราคา จ่ายซื้อได้สบายใจและได้ฟีเจอร์เกินราคาอย่างแน่นอน

award

NBS award 4 Mobility

Best Mobility

สำหรับตัวเครื่องขนาด 11.6 นิ้ว ความละเอียด HD และน้ำหนักเพียง 1.4 กิโลกรัม ได้ความแข็งแรงทนทาน ป้องกันการตกพื้นเสียหายในระยะความสูง 30 นิ้วด้วย จัดว่า Dell Latitude 3190 2-in-1 เป็นโน๊ตบุ๊คที่เหมาะจะพกพาใส่กระเป๋าเข้าห้องเรียนหรือจะไปทัศนศึกษาก็ดีเช่นกัน คู่ควรกับรางวัล Best Mobility อย่างไม่ต้องสงสัย

award new Battery Life

Best Battery Life

แบตเตอรี่ของ Dell Latitude 3190 2-in-1 ถึงมีความจุเพียง 42Wh ก็ตาม แต่สามารถใช้งานได้นานร่วม 14 ชั่วโมง เรียกว่านานจนไม่ต้องเตรียมปลั๊กใส่กระเป๋าก็ได้ ใช้งานได้ทั้งวันต่อเนื่องทั้งในห้องเรียน, เรียนออนไลน์หรือจะติดไปทัศนศึกษาก็ไม่มีปัญหา

from:https://notebookspec.com/web/650109-review-dell-latitude-3190-2-in-1

รีวิว ASUS ExpertBook B7 Flip ทำงานได้ทุกที่ ใส่ SIM ใช้ 5G ต่อเน็ตตลอดเวลา ฟีเจอร์มาครบยิ่งกว่าในงบ 40,900 บาท

ASUS ExpertBook B7 Flip โน๊ตบุ๊คมี 5G ของตัวเอง ไม่ง้อ Wi-Fi ใช้งานได้ทุกที่ทุกเวลา

expertbook b7 flip cover

เมื่อขึ้นชื่อว่า ExpertBook อย่าง ASUS ExpertBook B7 Flip เมื่อไหร่ คำจำกัดความของโน๊ตบุ๊คตระกูลนี้คือ เป็นโน๊ตบุ๊คเพื่อคนทำงานไม่ว่าจะสเปค, ระบบรักษาความปลอดภัยตัวเครื่องทั้งที่สแกนลายนิ้วมือหรือใบหน้าและบานสไลด์ปิดกล้อง Webcam และขึ้นชื่อเรื่องพอร์ตเชื่อมต่อรอบตัวครบเครื่อง จะต่อกับอุปกรณ์ไหนก็ต่อได้ไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์เสริมอย่าง Multiport Adapter เลย ซึ่ง ASUS ExpertBook B7 Flip ก็ไม่ทิ้งเอกลักษณ์ของซีรี่ส์นี้และให้มาเยอะกว่ารุ่นอื่นด้วยซ้ำ เพราะมันรองรับ 5G และมีตัวอ่าน Smart Card ติดตั้งมาให้จากโรงงานเลย และใช้ปากกา ASUS Stylus Pen วาดเขียนบนหน้าจอได้อีก

Advertisementavw

ด้านของซอฟท์แวร์ ต้องถือว่ามาครบครันทั้ง Windows 11 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2021 และได้หน้าจอทัชสกรีน พร้อมดีไซน์แบบ Flip พับหน้าจอเป็นแท็บเล็ตได้และมีปากกา ASUS Stylus Pen ติดมาในกล่องพร้อมใช้งาน เรียกว่าครบเสียยิ่งกว่าครบ ถ้าใครหาโน๊ตบุ๊คทำงานสักเครื่องไม่ต้องเตรียมอุปกรณ์เสริมอะไรเลยก็ได้ และยิ่งเหมาะกับข้าราชการที่ต้องสำรวจสำมะโนครัวประชากรหรือแพทย์ก็ไม่ต้องเตรียมอุปกรณ์อะไรให้ยุ่งยาก แค่ติดตั้งซอฟท์แวร์เฉพาะก็สามารถอ่านข้อมูลบัตรแบบ Smart Card ได้แล้ว

ASUS ExpertBook B7 Flip

ยิ่งไปกว่านั้น ASUS ExpertBook B7 Flip เครื่องนี้ก็เสริมฟังก์ชั่นคีย์ลัดกำหนดเองได้อย่าง ASUS ExpertWidget เอาไว้ที่ปุ่มหมายเลข 1-4 ด้วย สามารถเซ็ตคำสั่งหรือโปรแกรมใช้งานบ่อยเอาไว้แล้วเรียกคำสั่งหรือโปรแกรมนั้นขึ้นมาใช้ได้เลย และยังมี ASUS NumberPad แป้นตัวเลขไฟ LED บนแป้นทัชแพดสำหรับพิมพ์ตัวเลขติดตั้งมาให้ นับว่าครบจบในเครื่องเดียวจนหาคู่แข่งเปรียบแทบไม่ได้เลย

NBS Verdicts

ASUS Zenbook B7 NYX02146

ถ้าพูดถึง ASUS ExpertBook B7 Flip เครื่องนี้ ต้องถือว่าทางบริษัทออกแบบและใส่ฟีเจอร์มาแบบครบเครื่องจนแทบหาที่ติไม่ได้ ไม่ว่าจะพอร์ตรอบตัวครบเครื่อง, รองรับการเชื่อมต่อ 5G และมีตัวอ่าน Smart Card ฝังเอาไว้ในเครื่องแบบครบถ้วนพร้อมทำงานได้สบายๆ และยังรองรับ NFC อีกด้วย ซึ่งปัจจุบันนี้มีโน๊ตบุ๊คไม่กี่รุ่นเท่านั้นจะรองรับการเชื่อมต่อไร้สายเช่นนี้ได้ และยังปลอดภัยและเป็นส่วนตัวสุดๆ เพราะมีกล้องสแกนใบหน้าและเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือติดตั้งมาพร้อมใช้งานและยังมี ASUS NumberPad ให้พิมพ์เลขได้สะดวกขึ้น

ยิ่งไปกว่านั้น ทาง ASUS ก็ตีโจทย์แตกเรื่องกลุ่มผู้ใช้ จึงให้โปรแกรมมาครบถ้วนทั้ง Windows 11 Home และ Microsoft Office Home & Student 2021 เปิดเครื่องมาก็ทำงานต่อได้โดยไม่ต้องเสียเงินซื้อซอฟท์แวร์เพิ่มเติมให้เสียเงินใดๆ และดีไซน์รายละเอียดปลีกย่อยให้เอื้อคนทำงานสุดๆ ตอบโจทย์คนทำงานหลากหลายกลุ่มไม่ว่าจะข้าราชการสำมะโนประชากร, แพทย์หรือจะพนักงานออฟฟิศก็น่าซื้อโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ไปใช้จริงๆ

อย่างไรก็ตาม ข้อสังเกตเล็กน้อยของโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ คือ แบตเตอรี่ใช้งานได้นานสุดเพียง 8 ชั่วโมง 29 นาทีเท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยไปบ้าง เมื่อเทียบกับโน๊ตบุ๊คสายทำงานจากแบรนด์คู่แข่งหลายๆ รุ่นก้าวข้ามไประดับ 10 ชั่วโมงขึ้นไปแล้ว ถือว่าเรื่องแบตเตอรี่ยังไม่ได้ทนทานใช้งานได้นานเท่ากับโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่ๆ ควรทำได้ และไม่มีช่อง MicroSD Card Reader ติดตั้งมา ถ้าใครต้องโอนไฟล์วิดีโอหรือภาพจากกล้องก็ต้องหาตัวอ่านมาใช้งานเพิ่มด้วย

ข้อดีของ ASUS ExpertBook B7 Flip
  1. ซีพียูเป็น Intel Core i5-1155G7 ประสิทธิภาพดี ทำงานต่างๆ ได้อย่างแน่นอน
  2. ได้แรม 16GB DDR4 จากโรงงาน รองรับการอัพเกรดได้ 64GB
  3. มี Microsoft Office Home & Student 2021 ติดตั้งมาให้พร้อมใช้งาน
  4. รองรับการเชื่อมต่อ 5G ใส่ซิมการ์ดแล้วต่ออินเตอร์เน็ตได้โดยไม่พึ่ง Wi-Fi ได้เลย
  5. มีหัวอ่าน Smart Card ติดตั้งมาให้ อำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้เฉพาะกลุ่ม
  6. รองรับการเชื่อมต่อไร้สายด้วย NFC ทำให้รับส่งข้อมูลได้สะดวกรวดเร็ว
  7. มีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือกับกล้องสแกนใบหน้าครบถ้วนทั้งสองแบบพร้อมบานชัตเตอร์ปิดกล้อง Webcam เวลาไม่ต้องการใช้งาน
  8. พอร์ตเชื่อมต่อครบครันและหลากหลาย ไม่ว่าจะ USB-A 3.2 Gen 2, Thunderbolt 4, Mini DisplayPort, HDMI, micro HDMI ใช้แทนพอร์ต LAN ด้วย
  9. หน้าจอทัชสกรีน ใช้ปากกา ASUS Stylus Pen เขียนบนหน้าจอได้สะดวก
  10. งานประกอบตัวเครื่องแข็งแรงทนทาน พับใช้งานเป็นแท็บเล็ตได้ด้วย
  11. มี ASUS NumberPad ใช้งานเป็น Numpad ได้ ตอบสนองรวดเร็วเหมือนแป้นจริง
  12. ตั้งค่าปุ่มลัดไว้ที่เลข 1-4 ด้วยฟีเจอร์ ASUS ExpertWidget ได้ เรียกโปรแกรมใช้งานบ่อยได้สะดวก
ข้อสังเกตของ ASUS ExpertBook B7 Flip
  1. ไม่มีช่อง MicroSD Card Reader ต้องหาซื้อตัวอ่านการ์ดมาต่อเพิ่มเติม
  2. แบตเตอรี่ใช้งานได้ 8 ชั่วโมง 29 นาที ซึ่งถือว่าน้อยไปบ้าง ควรได้ราว 10 ชม. ขึ้นไป
  3. ช่องแรมปิดผนึกไว้แน่นหนา ถ้าจะอัพเกรดควรให้ผู้เชี่ยวชาญของ ASUS เป็นคนจัดการ

รีวิว ASUS ExpertBook B7 Flip

Specification

ASUS ExpertBook B7 Flip

สเปคของ ASUS ExpertBook B7 Flip ต้องถือว่าเป็นสเปคเพื่อคนทำงานมาก ทั้งซอฟท์แวร์ครบเครื่อง สเปคดีสามารถทำงานหนักๆ ได้แน่นอน โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • CPU : Intel Core i5-1155G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.5-4.5GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR4 3200MHz
  • Display : ทัชสกรีน 14 นิ้ว ความละเอียด WQXGA (2560×1600) พาเนล IPS อัตราส่วน 16:10 ขอบเขตสีกว้าง 100% sRGB
  • Ports : USB-A 3.2 Gen 2 x 2, Thunderbolt 4 x 2, Mini DisplayPort x 1, HDMI 2.0b x 1, micro HDMI x 1 (ใช้แทน RJ45 LAN), Smart Card Reader x 1, SIM Card x 1 รองรับ 5G, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2, NFC
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 1.44 กิโลกรัม
  • Price : 40,900 บาท (ราคากลาง)

Hardware & Design

ASUS Zenbook B7 NYX02143

ดีไซน์ของ ASUS ExpertBook B7 Flip จะเป็นดีไซน์คล้ายคลึงกับ ASUS ExpertBook รุ่นอื่นๆ ในซีรี่ส์ ซึ่งหน้าตาจะเน้นความเรียบง่าย บอดี้ตัวเครื่องเป็นสีดำทำจากพลาสติกแข็ง ให้ความทนทานและผ่านมาตรฐานทดสอบความแข็งแรง MIL-STD 810H แล้ว มั่นใจเรื่องความทนทาน ไม่มีปัญหาตัวเครื่องเสียหายเมื่อตกกระแทกหรือถูกของแข็งอย่างแน่นอน นอกจากนี้ทางบริษัทก็ออกแบบให้แป้นคีย์บอร์ดกันน้ำหกได้ระดับหนึ่งอีกด้วย 

ASUS Zenbook B7 NYX02148

ASUS Zenbook B7 NYX02166
ASUS Zenbook B7 NYX02156
ASUS Zenbook B7 NYX02164
ASUS Zenbook B7 NYX02151
ASUS Zenbook B7 NYX02165
ASUS Zenbook B7 NYX02167

เมื่อมีคำว่า Flip อยู่ในชื่อ ASUS จึงดีไซน์ให้ฐานหน้าจอเป็นโลหะแบบพับกลับเป็นแท็บเล็ตได้และมีขอบพลาสติกอยู่ 4 มุมของตัวเครื่องยื่นขึ้นมา ป้องกันหน้าแป้นคีย์บอร์ดรูดกับพื้นโต๊ะโดยตรง ป้องกันการเสียหายและริ้วรอยต่างๆ ถ้ากางใช้งานแบบโน๊ตบุ๊คแล้วขอบล่างตัวหน้าจอจะดันตัวเครื่องขึ้นเล็กน้อยให้แป้นพิมพ์เฉียงขึ้น ช่วยให้พิมพ์งานได้สะดวก เป็นการออกแบบ ErgoLift hinge และมีขอบพลาสติกเล็กๆ ป้องกันขอบล่างหน้าจอรูดกับพื้นโต๊ะเช่นกัน ส่วนโลโก้ชื่อซีรี่ส์จะติดอยู่ตรงกลางเหนือแป้นคีย์บอร์ด เขียนว่า ASUS ExpertBook

ส่วนบอดี้ขอบล่างตัวเครื่องใต้ทัชแพดจะตัดเว้นเฉียงเป็นแถบยาว ให้ผู้ใช้สามารถกางหน้าจอได้ด้วยนิ้วเดียว สามารถกางได้ง่ายและขาฐานหน้าจอแข็งแรงไม่มีอาการกระพือแต่อย่างใด รวมทั้งบาลานซ์น้ำหนักตัวเครื่องได้ดีจนบอดี้ตัวเครื่องไม่ยกตามหน้าจอขึ้นมาอีกด้วย

ASUS Zenbook B7 NYX02191

ASUS Zenbook B7 NYX02192
ASUS Zenbook B7 NYX02194
ASUS Zenbook B7 NYX02193

ด้านหลังของตัวเครื่องจะดีไซน์เรียบง่าย ไม่มีลวดลายอะไรเป็นพิเศษยกเว้นโลโก้ ASUS ตรงกลางเท่านั้น และมีโลโก้ ExpertBook ติดเอาไว้มุมบนซ้ายมือ ซึ่งโลโก้นี้มีฟังก์ชั่นพิเศษคือ ถ้ากด Fn+1 แล้ว จะมีไฟ LED สีแดงติดขึ้นมาเพื่อบอกคู่สนทนาที่ต้องการจะคุยกับเจ้าของเครื่องได้ ว่าตอนนี้กำลังติดประชุมหรือมีธุระอยู่ได้ด้วย จะได้ไม่ถูกรบกวนระหว่างติดสายประชุมสำคัญ

ด้านการออกแบบ ถือว่าเรียบง่ายสวยงามซ่อนช่องระบายความร้อนเอาไว้ ให้ความสวยเรียบร้อยไม่ประเจิดประเจ้อจนเกินไป แต่ถ้าพับเป็นแท็บเล็ตหรือพับจอกลับเป็นทรงเต็นท์ก็จะเห็นช่องระบายความร้อนอยู่ ถือว่าทางบริษัทออกแบบ ASUS ExpertBook B7 Flip ออกมาได้สวยเรียบร้อยดีมาก

ASUS Zenbook B7 NYX02195

ด้านใต้ตัวเครื่องจะออกแบบให้เรียบง่าย มีช่องอากาศเข้า 1 แถบใหญ่ตรงกลางด้านบนเครื่องและเจาะช่องลำโพงเอาไว้ด้านใต้แท่นพักข้อมือทั้งสองฝั่งเครื่อง พร้อมยางรองใต้ตัวเครื่อง 3 เส้นด้วยกัน แบ่งเป็นเส้นเล็กสองเส้นด้านใต้ที่วางข้อมือและเส้นยาวอีกเส้นหนึ่ง ป้องกันด้านใต้ตัวเครื่องไม่ให้ตัวเครื่องถูกกับพื้นโต๊ะโดยตรง ป้องกันตัวเครื่องเกิดรอยและความเสียหายได้

Screen & Speaker

ASUS Zenbook B7 NYX02159

ASUS Zenbook B7 NYX02161
ASUS Zenbook B7 NYX02160
ASUS Zenbook B7 NYX02162
ASUS Zenbook B7 NYX02163

หน้าจอของ ASUS ExpertBook B7 Flip เครื่องนี้ จะเป็นไซซ์ 14 นิ้ว ความละเอียด WQXGA (2560×1600) พาเนล IPS อัตราส่วน 16:10 ขอบเขตสีกว้าง 100% sRGB และดีไซน์กรอบหน้าจอให้บางเพื่อเพิ่มพื้นที่แสดงผล โดยมีอัตราส่วนหน้าจอต่อตัวเครื่อง (Screen-to-body ratio) อยู่ที่ 81% ด้วยกัน รองรับการทัชหน้าจอและใช้ ASUS Stylus Pen เขียนจดวาดได้ด้วย

ขอบด้านบนตัวเครื่องจะมีกล้อง Webcam และ IR Camera สำหรับสแกนใบหน้าติดตั้งไว้ รองรับการทำงานร่วมกับฟังก์ชั่น Windows Hello ถ้าไม่ต้องการใช้กล้องแล้ว ก็สไลด์บานปิดกล้อง Webcam มาปิดได้เลย และกล้องจะกลายเป็นจุดสีส้มเช่นในภาพ จัดว่าทาง ASUS ให้ฟังก์ชั่นมาครบเครื่องมาก เสริมความสะดวกและความเป็นส่วนตัวได้สูงสุด

gamut 3

brightness 3
Bright zone 3
accuracy 2
sum 2

ขอบเขตสีของหน้าจอหลังจากวัดด้วย Spyder5Elite แล้ว ได้ผลว่าหน้าจอของ ASUS ExpertBook B7 Flip นี้ แสดงผลสีได้ 92% sRGB, 71% AdobeRGB, 73% DCI-P3 และค่าความเบี่ยงเบนสีหรือ Delta-E เฉลี่ย 1.47 เท่านั้น ในเมื่อค่านี้น้อยกว่า 2 ก็การันตีได้ว่าสีสันบนจอของโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้เที่ยงตรง สามารถพรู้ฟสีงานอาร์ตได้ด้วยหรือจะเอาไว้แต่งภาพถ่ายจากกล้องก็ถือว่าใช้ทำได้เช่นกัน

ความสว่างของหน้าจอเมื่อวัดแล้ว ความสว่าง 100% จะสว่างถึง 367 nits ซึ่งทางบริษัทเคลมเอาไว้ว่าพาเนลจอนี้สว่างสุด 400 nits ก็ถือว่าใกล้เคียงกันมาก สามารถนั่งทำงานกลางแจ้งอย่างชานร้านกาแฟหรือนั่งทำงานในห้องแล้วแสงอาทิตย์สะท้อนหน้าจอก็ไม่มืดไป แต่ถ้าใช้ในห้องอาคารสำนักงานก็ปรับลงมาราว 75% ก็สว่างถึง 227 nits ก็เพียงพอเช่นกัน หรือถ้าใครเน้นให้ประหยัดแบตเตอรี่ใช้งานได้หลายชั่วโมงก็ปรับลงมาราว 25% ก็จะใช้งานได้นานขึ้นแน่นอน

เมื่อแบ่งพื้นที่บนหน้าจอเป็น 9 ช่องแล้ววัดความสว่างแยกโซนกัน จะเห็นว่าหน้าจอของ ASUS ExpertBook B7 Flip จะสว่างแทบทุกโซนบนหน้าจอ และมีอัตราความสว่างลดลงเพียง 0-6% เท่านั้น ยกเว้นฝั่งขวามือส่วนกลางและล่างของหน้าจอที่ความสว่างลดลงเยอะเป็นพิเศษถึง 8% และ 12% ตามลำดับ ซึ่งคนที่ต้องการแต่งภาพถ่ายจากกล้องหรือต้องพรู้ฟสีควรเลี่ยงสองโซนนี้ไว้ก่อนจะช่วยลดโอกาสการไกด์สีจอเพี้ยนได้

สรุปแล้วหน้าจอของ ASUS ExpertBook B7 Flip เครื่องนี้ ได้คะแนนเฉลี่ยจากการวัดด้วย Spyder5Elite อยู่ 4 จาก 5 คะแนน ถ้าดูแยกเป็นส่วนๆ จะเห็นว่าหน้าจอนี้เด่นเรื่องค่า Contrast ซึ่งได้เต็ม 5 คะแนน ส่วน Gamut, Tone Response, Color Accuracy จะได้ 4.5 จาก 5 คะแนน ซึ่งถือว่าเยอะไม่แพ้กัน

ASUS Zenbook B7 NYX02173

ASUS Zenbook B7 NYX02196
ASUS Zenbook B7 NYX02197
ASUS Zenbook B7 NYX02200
ASUS Zenbook B7 NYX02201

ลำโพงของ ASUS ExpertBook B7 Flip จะมีทั้งหมด 2 ดอกด้วยกันและจูนเสียงด้วยบริษัทรับจูนเสียงลำโพงชั้นนำของโลกอย่าง Harman/Kardon ซึ่งเนื้อเสียงจัดว่าดีใช้ได้ ฟังเพลงได้หลากหลายแนวและเน้นเสียงเครื่องดนตรีกับเสียงนักร้องนำเป็นหลักและได้โทนเสียงค่อนข้างใส ส่วนเบสจะมีระดับหนึ่งพอให้ฟังเพลง EDM กับร็อคได้บ้าง แต่ไม่เด่นนัก จัดว่าถ้าใช้งานทั่วไปก็ไม่มีปัญหาแน่นอน แต่ถ้าเน้นว่าอยากได้คุณภาพเสียงดีจะต่อลำโพงแยกก็ดีเช่นกัน

Keyboard & Touchpad

ASUS Zenbook B7 NYX02170

ASUS Zenbook B7 NYX02184
ASUS Zenbook B7 NYX02183

คีย์บอร์ดของ ASUS ExpertBook B7 Flip เป็นคีย์บอร์ดขนาด 75% พร้อมไฟ LED Backlit สีขาวไฟลอดตัวอักษร สามารถกดเปิดปิดไฟได้ และทางบริษัทจัดการ Mapping ปุ่มรวมไว้กับปุ่มต่างๆ อย่างครบถ้วน ซึ่งเป็นคีย์บอร์ดสำหรับคนทำงานโดยรวมเอาไว้กับปุ่มต่างๆ บนคีย์บอร์ดไว้ และจุดเด่นของ ExpertBook B7 Flip คือ ASUS ExpertWidget ตรงปุ่มเลข 1-4 โดยเซ็ตตั้งค่าได้ในโปรแกรม MyASUS เอาไว้เรียกโปรแกรมหรือคำสั่งลัดใช้งานบ่อยขึ้นมาใช้ได้ง่ายๆ ซึ่งเป็นฟีเจอร์ใหม่มีประโยชน์สำหรับคนทำงานแท้จริง เป็นจุดเด่นที่ส่วนตัวแล้วผู้เขียนชอบมาก ใช้งานได้จริงและสะดวก

ด้านของปุ่ม Function Hotkey ตรง F1-F12 จะถูกตั้งค่ามาจากโรงงานดังนี้

  • F1-F3 – ปิด, ลดหรือเพิ่มเสียง
  • F4-F5 – ลดหรือเพิ่มความสว่างหน้าจอ
  • F6 – ปุ่มปิดหรือเปิดทัชแพด
  • F7 – ปิดหรือเปิดไฟ LED Backlit
  • F8 – ปุ่ม Project ตั้งค่าหน้าจอหลักและจอเสริม
  • F9 – ปุ่มล็อคตัวเครื่องกลับไปหน้า Log in
  • F10 – ปุ่มปิดการทำงาน Webcam
  • F11 – Snipping Tool
  • F12 – เรียกโปรแกรม MyASUS

ASUS Zenbook B7 NYX02181
ASUS Zenbook B7 NYX02180
ASUS Zenbook B7 NYX02178
ASUS Zenbook B7 NYX02177
ASUS Zenbook B7 NYX02175

จะเห็นว่าปุ่ม F1-F12 ของ ASUS ExpertBook B7 Flip นี้จะถูกตั้งค่ามาคล้ายกับ ExpertBook รุ่นอื่นๆ ในซีรี่ส์ และมีปุ่มเรียกฟังก์ชั่นพิเศษเพิ่มเติมถัดจาก F12 ไปอีก 3 ปุ่มด้วยกันคือปุ่มปิด/เปิดไมค์, ปิดหรือเปิด AI Noise Cancellation เวลาประชุมงานออนไลน์, Print Screen, Delete/Insert ซึ่งถือว่าครบเครื่องทีเดียว แต่ส่วนตัวผู้เขียนคิดว่าปุ่มลัดเรียก Snipping Tool นั้นน่าจะโยกไปรวมกับปุ่ม Print Screen แล้วใส่ Airplane Mode เข้ามาแทนเพื่อปิดหรือเปิดการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตจะดีกว่า เนื่องจากบางโอกาสไม่ต้องการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตหรือ 5G ก็กดบล็อคการเชื่อมต่อได้ทันที

นอกจากนี้ ยังมีปุ่มลัดต่างๆ Mapping รวมเอาไว้กับปุ่มใช้งานทั่วไปด้วย เช่นปุ่มลูกศรขึ้นลงซ้ายขวา ถูกเซ็ตปุ่ม Page Up, Page Down, Home, End เอาไว้ครบถ้วน, Fn+Esc เพื่อล็อคการทำงานปุ่มฟังก์ชั่น กล่าวได้ว่ายกแบบของแป้นคีย์บอร์ดทำงานของโน๊ตบุ๊ค ASUS ExpertBook รุ่นอื่นๆ มาใช้งานตรงๆ เลย

ASUS Zenbook B7 NYX02171

ASUS Zenbook B7 NYX02172
ASUS Zenbook B7 NYX02182

ด้านทัชแพดที่อยู่ระหว่างที่วางข้อมือจะดีไซน์เป็นดีไซน์สี่เหลี่ยมผืนผ้า รวมฟังก์ชั่น ASUS NumberPad เอาไว้ในตัว แต่ยังเป็นเวอร์ชั่นแรกอยู่จึงมีแต่คำสั่งเปิด Numpad ขึ้นมาใช้งานเท่านั้น ไม่มีฟังก์ชั่นรูปสามเหลี่มตรงฝั่งซ้ายที่ใช้ลดความสว่างหรือเรียกโปรแกรม Calculator ติดตั้งมาให้ ซึ่งแม้จะน่าเสียดายอยู่บ้างแต่ก็ถือว่ายังได้ฟังก์ชั่นใช้งานครบถ้วนอยู่ ด้านการใช้งานตัวทัชแพดรองรับ Gesture Control ของ Windows 11 ครบถ้วนใช้งานสะดวก

ด้านขนาดของทัชแพดตอนวางมือพิมพ์งานแล้ว ทั้งสองมือจะทาบลงริมทัชแพดทั้งสองด้านพอดี ซึ่งอาจจะมีโอกาสทัชแพดลั่นได้บ้าง แต่ถ้าไม่ต้องการก็กดคีย์ลัดปิดการทำงานทัชแพดทิ้งแล้วใช้เมาส์แทนก็ได้

Connector / Thin & Weight

ASUS Zenbook B7 NYX02190

ASUS Zenbook B7 NYX02188
ASUS Zenbook B7 NYX02189
ASUS Zenbook B7 NYX02199
ASUS Zenbook B7 NYX02210 1

พอร์ตและการเชื่อมต่อของ ASUS ExpertBook B7 Flip ต้องถือว่าให้มาครบเครื่องไม่แพ้รุ่นก่อนและยังให้มากกว่าเดิมด้วยซ้ำ เนื่องจากรองรับทั้ง NFC, 5G และมีช่องอ่าน Smart Card ซ่อนเอาไว้ด้านใต้ตัวเครื่องฝั่งขวามือด้วย ส่วนพอร์ตด้านข้างเครื่องจะมีดังนี้

  • ฝั่งซ้ายจากซ้ายมือ – Thunderbolt 4 x 2 ช่อง, HDMI 2.0b, USB-A 3.2 Gen 2, mini HDMI สำหรับต่อแยกเป็น RJ45 LAN ด้วยหัวเชื่อมต่อเฉพาะ, Audio Combo
  • ฝั่งขวาจากซ้ายมือ – USB-A 3.2 Gen 2, ปุ่มเพิ่มลดเสียง, ปุ่ม Power พร้อมเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือ, ช่อง SIM Card รองรับ 5G, Mini DisplayPort, Kensington Lock, ตัวอ่าน Smart Card (ซ่อนอยู่ขอบด้านใต้เครื่อง)

ถ้าดูจากพอร์ตต้องถือว่าทาง ASUS อัพเกรดพอร์ตของ ExpertBook B7 Flip ให้เป็นพอร์ตใหม่ล่าสุดจนหมดแล้วและยังเพิ่มพอร์ตใหม่ๆ มาครบ โดยตัด VGA ทิ้งไปและลดความหนาของตัวเครื่องจากช่อง RJ45 LAN โดยเปลี่ยนให้ต่อผ่าน Mini HDMI แทน ก็ถือเป็นวิธีที่ดีมาก หากพอร์ตไม่พอใช้งานก็ซื้อ USB-C Multiport Adapter มาต่อกับ Thunderbolt 4 แปลงเป็นพอร์ตอื่นๆ เพิ่มได้ แต่น่าเสียดายว่า ASUS น่าใส่ MicroSD Card Reader เข้ามาให้อีกสักช่องจะครบเครื่องกว่านี้ ซึ่งถ้าใครต้องโอนไฟล์เข้าออก MicroSD card เป็นประจำก็หา USB Card Reader มาใช้เพิ่มเติมอีกหน่อยก็ได้และราคาของอุปกรณ์ชิ้นดังกล่าวก็ไม่แพงมากอีกด้วย

ASUS Zenbook B7 NYX02220

ASUS Zenbook B7 NYX02223
ASUS Zenbook B7 NYX02222
ASUS Zenbook B7 NYX02219

ปากกา ASUS Stylus Pen ด้ามนี้จะเป็นด้ามสหกรณ์ใช้ร่วมกับโน๊ตบุ๊คจอทัชสกรีนรุ่นอื่นๆ ของทางบริษัท สามารถใช้วาดเขียนจดหรือทำมาร์กอัพบนเอกสารหรือภาพที่ต้องการได้ง่ายๆ ใช้ถ่าน AAAA x 1 ก้อนเท่านั้น เมื่อไม่ใช้งานก็นำมาดูดติดไว้กับขอบหน้าจอส่วนบนขวาใกล้เพลตโลหะ ExpertBook ได้ด้วย การวาดเขียนถือว่าตอบสนองได้ดี

ASUS Zenbook B7 NYX02226

ASUS Zenbook B7 NYX02214
ASUS Zenbook B7 NYX02215
ASUS Zenbook B7 NYX02218
ASUS Zenbook B7 NYX02225

นอกจากนี้ในกล่องจะมีหัวแปลง Mini HDMI เป็น RJ45 LAN แถมมาให้ 1 ชิ้น ไม่มีพอร์ต LAN แบบฝังเอาไว้กับตัวเครื่องเหมือน ExpertBook รุ่นก่อนหน้าอีกแล้ว ซึ่งส่วนตัวผู้เขียนชื่นชมวิธีคิดแบบนี้ เพราะนอกจากทำให้เครื่องบางลงโดยการเปลี่ยนพอร์ตหนาออกแล้วใช้หัวแปลงขนาดเล็กไล่เลี่ยกับพอร์ตอื่นอย่างนี้ ทำให้ไม่เสียพอร์ตจำเป็นไป และถ้าใครต้องเชื่อมต่อกับวง Server หรือไดรฟ์ภายในองค์กร ก็นำหัวแปลงนี้สวมกับสาย LAN เส้นประจำแล้วต่อ ASUS ExpertBook B7 Flip เครื่องนี้ได้ทันที แต่ถ้าให้ยิ่งขึ้น ผู้เขียนเสนอว่าน่าเติมช่อง Card Reader ทั้ง SD, MicroSD Card ไว้ตรงนี้ทีเดียวเลยจะได้ไม่ต้องเสียพอร์ตอะไรไป

ASUS Zenbook B7 NYX02139

ASUS Zenbook B7 NYX02141
ASUS Zenbook B7 NYX02142
ASUS Zenbook B7 NYX02140

น้ำหนักของ ASUS ExpertBook B7 Flip หลังชั่งด้วยตาชั่งดิจิตอลแล้ว เฉพาะเครื่องจะหนัก 1.44 กิโลกรัม ตรงกับหน้าสเปคบนเว็บไซต์ พอรวมกับชุดอแดปเตอร์หนัก 301 กรัม หากชั่งรวมน้ำหนักอุปกรณ์เสริมทุกชิ้นรวมถึงเมาส์ด้วยจะขึ้นเป็น 436 กรัม พอชั่งรวมทุกชิ้นจะขึ้นเล็กน้อยเป็น 1.87 กิโลกรัม ซึ่งถือว่าไม่หนักมากนัก สามารถพกใส่กระเป๋าติดตัวไปทำงานได้สบายๆ

แต่เนื่องจาก ExpertBook เครื่องนี้มีพอร์ต Thunderbolt 4 ถึง 2 ช่อง ก็ไม่จำเป็นต้องเอาปลั๊กเฉพาะของตัวเครื่องติดไปไหนมาไหนเสมอก็ได้ เจ้าของเครื่องอาจจะปล่อยปลั๊กทิ้งไว้ที่ออฟฟิศแล้วพกปลั๊ก GaN กำลังชาร์จ 65 วัตต์คู่กับสาย USB-C to C สักเส้นเอาไว้ชาร์จแบตเตอรี่ก็เพียงพอแล้ว ในแง่การพกพาใช้งานถือว่าไม่มีปัญหาและนับว่าเบาสบาย

Inside & Upgrade

ASUS Zenbook B7 NYX02203

ASUS Zenbook B7 NYX02212
ASUS Zenbook B7 NYX02204
ASUS Zenbook B7 NYX02205
ASUS Zenbook B7 NYX02206
ASUS Zenbook B7 NYX02213

หากเจ้าของเครื่องคนไหนต้องการเปิดฝาอัพเกรด ก็สามารถขันน็อตปลดล็อคแล้วเอาการ์ดแข็งหรือปิ๊กกีตาร์ไล่ตามขอบเครื่องเปิดฝาออกแล้วอัพเกรดเพิ่ม M.2 NVMe SSD กับแรมในเครื่องได้เลย โดยทางบริษัทแจ้งช่องอัพเกรดเอาไว้ว่า ASUS ExpertBook B7 Flip สามารถเติม M.2 NVMe SSD แบบ PCIe 3.0 x4 เสริมจากไดรฟ์หลักได้อีก 1 ช่อง รองรับความจุ 512GB และ RAM เป็น SO-DIMM ทั้ง 2 ช่อง รองรับได้สูงสุดถึง 64GB 

เมื่อเครื่องแล้ว จะเห็นว่าตรงกลางเครื่องมีโครงโลหะครอบ M.2 NVMe SSD ตัวหลักเอาไว้และใกล้ๆ กันจะมีอินเตอร์เฟส PCIe 3.0 x4 อีกหนึ่งช่องเอาไว้ใส่ SSD อีกชิ้นได้ทันที แต่จุดน่าสังเกตคือแรมแบบ SO-DIMM อีกสองช่องนั้น ผู้เขียนสันนิษฐานว่าจะซ่อนอยู่ใต้กรอบโลหะสีดำใกล้กับพัดลมระบายความร้อน ซึ่งพอพยายามแกะเปิดฝาดูแล้วจัดว่าแกะได้ยากมากจนไม่แนะนำให้ทำด้วยตัวเอง ถ้าต้องการอัพเกรดแนะนำให้ยกเครื่องไปให้ช่างผู้ชำนาญการประจำศูนย์บริการจัดการให้ดีกว่า

และสังเกตว่าตอนนี้ ASUS ExpertBook B7 Flip จะไม่มีช่องและอินเตอร์เฟสสำหรับ 2.5″ SATA III HDD/SSD ติดตั้งมาเหมือนรุ่นก่อนหน้านี้แล้ว หากใครมีไดรฟ์แบบ 2.5″ รุ่นเก่าอยู่ก็ต้องเปลี่ยนไปใส่กล่อง External SSD/HDD แทน

Performance & Software

cpu 1
ram 3

ซีพียูของ ASUS ExpertBook B7 Flip เป็นรหัสพิเศษจากทาง Intel เป็นรุ่น Intel Core i5-1155G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.5-4.5GHz สถาปัตยกรรม Tiger Lake ขนาด 10nm มีค่า TDP อยู่ที่ 28 วัตต์ ส่วนแรมในเครื่องเป็น SO-DIMM จำนวน 2 ช่อง ติดตั้งมาให้ 16GB DDR4 บัส 3200MHz ตั้งแต่เปิดเครื่องเริ่มใช้งาน ในฐานะโน๊ตบุ๊คเน้นการทำงานและพกพาต้องถือว่าเยอะเพียงพอใช้ทำงานต่างๆ ได้เป็นอย่างดี

gpu 2

การ์ดจอในเครื่องมีแต่ออนบอร์ดของ Intel รุ่น Intel Iris Xe Graphics สำหรับเรนเดอร์ภาพและงานต่างๆ ขึ้นหน้าจอได้อย่างดีไม่มีปัญหา รองรับชุดคำสั่งพื้นฐานต่างๆ ไม่ว่าจะ OpenCL, OpenGL 4.6, DirectCompute, DirectML, Vulkan จึงรองรับการเรนเดอร์งานกับโปรแกรมกราฟฟิคต่างๆ ได้อย่างแน่นอน

device mgr 1

พาร์ทในตัวเครื่องเมื่อเช็คด้วย Device Manager จะมีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือกับกล้อง IR Camera ติดตั้งมาให้ทั้ง 2 ชิ้น เลือกใช้งานได้ตามความสะดวก เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi PCIe Card รุ่น Intel AX201 คลื่น 160MHz พร้อมชิป TPM 2.0 สำหรับรักษาความปลอดภัยตัวเครื่องติดตั้งมาครบถ้วน 

ssd 6

M.2 NVMe SSD ในเครื่องจะรองรับทั้งหมด 2 ช่อง ได้ช่องละ 512GB เป็นอินเตอร์เฟส PCIe 3.0 x4 โดยทางบริษัทเลือก SSD OEM เป็นรุ่น Samsung MZVL2512HCJQ-00B00 หรือ Samsung PM9A1 โดยตัว SSD จะเป็นอินเตอร์เฟส PCIe 4.0 x4 แล้ว มีความเร็ว Sequential Read 6,900MB/s และ Sequential Write 5,000MB/s ด้วยกัน ซึ่งผู้เขียนคาดว่าที่ ASUS นำ SSD ที่อินเตอร์เฟสใหม่กว่าที่เมนบอร์ดของโน๊ตบุ๊ครองรับมาใช้ เพื่อให้ตัว SSD วิ่งได้เต็มความเร็วอินเตอร์เฟสรุ่นต่ำกว่าและลดต้นทุนในทางที่ดีไปในตัวก็เป็นไปได้

จากการวัดด้วยโปรแกรม CrystalDiskMark จะเห็นว่า Samsung PM9A1 สามารถทำความเร็ว Sequential Read/Write ไปได้ 3,136/3,377MB/s ซึ่งถือว่าเร็วน่าประทับใจใช้ได้ ในมุมของผู้เขียนเห็นว่าเมื่อโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ออกแบบมาเพื่อคนทำงานอยู่แล้ว ก็ไม่ต้องเปลี่ยน SSD รุ่นติดเครื่องนี้ก็ได้ แต่เพิ่มอีก 512GB เอาไว้เซฟงานหรือสไลด์ใช้ประจำเอาไว้ในเครื่องก็โอเคแล้ว

r15 3
r20 4

กำลังการเรนเดอร์ 3D CG ของ ASUS ExpertBook B7 Flip ถือว่าอยู่ในระดับพอใช้งานได้ พอเปิดพรีวิวตัวอย่างโมเดล 3D ได้อย่างลื่นไหลอยู่ ซึ่งเมื่อทดสอบโดยรวมด้วย CINEBENCH R15 จะได้คะแนน OpenCL 74.75 fps และ CPU อีก 724 cb และเมื่อทดสอบแบบเน้นเค้นกำลังของ CPU อย่างเดียวด้วย CINEBENCH R20 จะเห็นว่าทำคะแนน CPU ได้ 1,734 pts ด้วยกัน ซึ่งถือว่าสูงใช้ได้ สามารถนำไปเปิด Preview ตัวอย่าง 3D CG กับลูกค้าได้อย่างลื่นไหลแน่นอน

3dmark 3

ส่วนการเล่นเกมซึ่งไม่ได้เป็นประเด็นใจความของ ASUS ExpertBook B7 Flip เครื่องนี้อยู่แล้ว ก็ถือว่าแค่พอใช้งานได้เท่านั้น ซึ่งผลการทดสอบจาก 3DMark Time Spy เอง ก็ได้คะแนนเฉลี่ยเพียง 1,064 คะแนน แยกเป็น CPU score 3,482 คะแนน และ Graphics score อีก 948 คะแนนเท่านั้น จึงสรุปได้ทันทีว่า ExpertBook เครื่องนี้ไม่ได้เกิดมาพื่อการเล่นเกมอย่างแน่นอน แต่ถ้าจะหาเกม 8-bit ง่ายๆ เล่นพอแก้เบื่อ ก็ยังพอเล่นได้ระดับหนึ่ง

pcmark

ผลการทดสอบกับโปรแกรม PCMark 10 ซึ่งเน้นทดสอบว่าโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้สามารถทำงานได้ดีเท่าไหร่ ซึ่งผลสรุปของ ASUS ExpertBook B7 Flip เครื่องนี้ทำคะแนนเฉลี่ยจบ 4,477 คะแนน ซึ่งอยู่ในระดับกลางๆ ไล่เลี่ยกับโน๊ตบุ๊คทำงานรุ่นอื่นๆ ในปัจจุบันนี้ ซึ่งกำลังการประมวลผลของ Intel Core i5-1155G7 สามารถเรียกเปิดโปรแกรมหรือเบราเซอร์เพื่อท่องเว็บและทำงานกับ Web app ต่างๆ รวมถึงประชุมออนไลน์ได้เป็นอย่างดี ส่วนของการทำงานกับโปรแกรม Word, Excel และแต่งภาพจัดว่าใช้งานได้ดีระดับหนึ่ง เรียกเปิดโปรแกรมทำงานเอกสารและตัดต่อแต่งภาพได้ดี

myasus

myasus2
myasus3
myasus4

นอกจากนี้ ASUS ExpertBook B7 Flip ก็ติดตั้งโปรแกรม MyASUS สำหรับตั้งค่าตัวเครื่องมาให้เหมือนโน๊ตบุ๊คสายทำงานรุ่นอื่นๆ ของทาง ASUS เอง นอกจากตั้งค่าแล้วยังมีส่วนของการอัพเดทเฟิร์มแวร์, มอนิเตอร์อุณหภูมิและส่วนต่างๆ ของตัวเครื่องและติดต่อกับทาง ASUS เพื่อนัดคิวซ่อมหรือเรียกช่างเข้ามาให้บริการ Onsite service ได้ด้วย เพราะมีประกัน Perfect Warranty ติดเครื่องมา 1 ปีเต็ม และถ้าต้องการต่อประกันอีก 1 ปีก็ชำระเงินเพิ่มอีก 1,990 บาท ก็ขยายระยะรับประกันออกไปได้ด้วย

Battery & Heat & Noise

ASUS Zenbook B7 NYX02202

แบตเตอรี่ของ ASUS ExpertBook B7 Flip เครื่องนี้ จะมีขนาดใหญ่ 63Wh เป็นแบตเตอรี่ลิเธียมโพลีเมอร์ มีความจุแบบ Typical Capacity 5,427mAh และ Rated Capacity 5,260mAh ด้วยกัน จัดว่ามีความจุเยอะกว่า ExpertBook รุ่นก่อนๆ ราว 10Wh ด้วยกัน

battmon 2

ถึงความจุเพิ่มขึ้น แต่เมื่อวัดด้วย BatteryMon ตามมาตรฐานของทางเว็บไซต์ โดยลดความสว่างหน้าจอให้ต่ำสุด, เปิดเสียงลำโพง 10%, ปิดไฟ LED Backlit ของคีย์บอร์ด เปลี่ยนโหมดตัวเครื่องเป็น Battery Saver แล้วใช้ Microsoft Edge ดู YouTube นาน 30 นาที ก็ยังใช้งานได้นานสุด 8 ชั่วโมง 29 นาทีเท่านั้น จัดว่าใช้ได้ไม่นานเท่า ExpertBook รุ่นอื่นๆ ที่แบตเตอรี่น้อยกว่าแต่จัดการพลังงานได้ดี ซึ่งผู้เขียนคาดหวังว่าถ้าแบตเตอรี่อยู่ระดับ 63Wh แล้ว ก็ควรได้ราว 10 ชั่วโมงขึ้นไป แต่เครื่องนี้กลับได้น้อยกว่าที่คิดอยู่บ้างแม้จะรีเซ็ตการทดสอบไป 2-3 ครั้งก็ตาม สันนิษฐานว่าอาจจะมาจากตัว BIOS ของโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ยังเซ็ตคำสั่งมาได้ไม่สมบูรณ์พอและคาดหวังว่าทางบริษัทจะปรับแต่งชุดคำสั่งเพิ่มเติมให้กินพลังงานน้อยกว่านี้

ASUS Zenbook B7 NYX02208

ส่วนพัดลมโบลวเวอร์ของ ASUS ExpertBook B7 Flip เครื่องนี้จะมี 1 ตัว พร้อมฮีตไปป์ 4 เส้น เดินจากซีพียูตรงเข้ามาระบายความร้อนออกด้านหลังเครื่อง ซึ่งตอนใช้งานปกติถือว่าเสียงเบามากระดับไม่เกิน 40 เดซิเบลเมื่อวัดด้วยเครื่องวัดเสียง แต่ถ้าใช้โปรแกรมใหญ่ กินทรัพยากรเครื่องเยอะๆ ก็จะเสียงดังขึ้นจนได้ยินเป็นเสียงหวีดแว่วจากตัวเครื่อง

hwmonitor 3

ซึ่งอุณหภูมิของเครื่องตอนผู้เขียนรันโปรแกรมทดสอบรีดประสิทธิภาพตัวเครื่องแล้วจับด้วย CPUID HWMonitor จะได้อุณหภูมิอยู่ที่ 47~93 องศา เฉลี่ย 50 องศาเซลเซียส ซึ่งถือว่าอุ่นจนค่อนร้อนอยู่บ้าง แต่ถ้าใช้งานทั่วไปอย่างทำงานเอกสารและพรีเซนต์งานกับเปิดเว็บไซต์ดูหนังฟังเพลง ก็ไม่มีโอกาสร้อนถึงระดับที่เห็นในรีวิวนี้อย่างแน่นอน

User Experience

ASUS Zenbook B7 NYX02150

ด้านการใช้งานจริง ผู้เขียนนับว่า ASUS ExpertBook B7 Flip เครื่องนี้เป็นโน๊ตบุ๊คสายทำงานที่ครบเครื่องทั้งในแง่ของพอร์ตข้างตัวเครื่องและการเชื่อมต่อไร้สาย เพราะนอกจาก Wi-Fi, Bluetooth ก็ยังมี NFC และใส่ซิมการ์ดให้เชื่อมต่อ 5G ได้ในตัว ขอแค่ให้ซิมส่วนตัวใช้โปรโมชั่นอินเตอร์เน็ตเยอะพอใช้งาน ก็ยื่นขอทำ Multi-SIM กับศูนย์บริการและนำมาใส่โน๊ตบุ๊คไปเลย ก็สามารถจะกางโน๊ตบุ๊คมาทำงานตอนไหนที่ไหนก็ได้ ไม่ต้องนั่งกังวลว่าจะหาสัญญาณ Wi-Fi เจอหรือเปล่าอีกต่อไป หากถ้าใครเป็นนักข่าวภาคสนามต้องลงพื้นที่ทำข่าวงานเปิดตัวหรือแถลงข่าวใดๆ ก็สามารถทำงานได้เร็วและได้เปรียบกว่าคนอื่นหลายขุม รวมถึงข้าราชการสำรวจสำมะโนประชากรหรือใครต้องเกี่ยวข้องกับการดึงข้อมูลเข้าออกบัตร Smart Card เป็นประจำ ASUS ExpertBook B7 Flip เครื่องนี้ก็ตอบโจทย์ ไม่ต้องซื้อเครื่องอ่าน Smart Card ให้เสียเงินเพิ่มเพิ่ม

ด้านการใช้งานไม่ว่าจะเรื่องทำงานเอกสาร พกไปประชุมงานหรือพับหน้าจอเป็นแท็บเล็ตและมีปากกา ASUS Stylus Pen ก็เป็นจุดได้เปรียบมาก เพราะเจ้าของเครื่องสามารถใช้เซ็นเอกสารสำคัญส่งแบบลายเซ็นดิจิตอลได้ทันที ดังนั้นคนอีกกลุ่มอย่างพนักงานกรมธรรม์ประกันชีวิต ก็สามารถทำเอกสารและให้ลูกค้าผู้เอาประกันเซ็นบนหน้าจอโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ได้เช่นกัน หรือแม้แต่พนักงานออฟฟิศฝ่ายทีมเซลส์ที่มักไปพบปะลูกค้าติดต่องานหรือพรีเซนต์งานบ่อยๆ ก็ได้ใช้ประโยชน์จากพอร์ตหลากหลายแบบข้างเครื่องอย่างแน่นอน

ด้านการใช้งานจริง นอกจากพอร์ตครบ มีระบบยืนยันตัวตนแบบไบโอเมตริกอย่างการสแกนใบหน้ากับลายนิ้วมือติดตั้งมาครบถ้วน เรียกวาเป็นจุดแข็ง ซึ่งผู้เขียนตอนทดสอบใช้งานโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ก็พอใจมาก สามารถเลือกสแกนปลดล็อคเครื่องได้สะดวก ยิ่งในยุค COVID-19 เช่นนี้ การมีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือถือเป็นระบบยืนยันตัวตนที่ใช้งานได้ถูกสถานการณ์ที่สุด ไม่ต้องชักหน้ากากอนามัยลงให้เสี่ยงรับเชื้อโรคและยังปลดล็อคเครื่องใช้งานได้ทันที ไม่ต้องพิมพ์รหัสผ่านให้เสียเวลาและถูกแอบมองขโมยรหัสเครื่องอีก ดังนั้นถ้าใครมีข้อมูลสำคัญเก็บเอาไว้ในเครื่องนี้ก็สามารถใช้งานได้อย่างอุ่นใจ

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องใส่ใจสักหน่อยคือระยะเวลาใช้งานแบตเตอรี่ ซึ่งอยู่ได้เพียง 8 ชั่วโมง 30 นาทีน่าจะเป็นจุดสังเกตหลักๆ เพียงจุดเดียวเท่านั้น ซึ่งถ้าประชุมไม่นานหรือพกเครื่องไปเปิดใช้พิมพ์งานไม่กี่ชั่วโมงก็ไม่น่าเป็นปัญหา แต่ให้ดีก็แนะนำให้เตรียม Powerbank ความจุสูงหรือปลั๊ก GaN พร้อมสาย USB-C ดีๆ สักเส้นติดกระเป๋าเอาไว้ด้วย เวลาแบตเตอรี่ใกล้หมดแต่งานยังไม่จบจะได้ทำต่อให้เสร็จได้โดยไม่ขาดตอน

Conclusion & Award

ASUS Zenbook B7 NYX02154

ASUS ExpertBook B7 Flip นับเป็นโน๊ตบุ๊คที่ตอบโจทย์การทำงานอย่างครบถ้วนกระบวนความ ทั้งการเชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 6 หรือ 5G ก็ได้ ทำให้นั่งทำงานได้ทุกที่ทุกเวลาตามต้องการ มีพอร์ตใช้งานเยอะเหลือเฟือตั้งแต่ Thunderbolt 4, USB-A 3.2 Gen 2 หรือแม้แต่ตัวอ่าน Smart Card มีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือกับกล้อง IR Camera ไว้ปลดล็อคเครื่องแบบไม่ต้องพิมพ์รหัสผ่าน ได้ความปลอดภัยและสะดวกกว่าการพิมพ์รหัสผ่านแบบเดิมหลายเท่าอีกด้วย

ด้านน้ำหนักพกพาก็จัดว่ากำลังดีไม่มากไม่น้อย เพียง 1.44 กิโลกรัมแต่พับเป็นแท็บเล็ตไว้พรีเซนต์งานหรืออ่านหนังสือ E-Book ก็สะดวก และยังใช้ปากกา ASUS Stylus Pen เขียนเน้นหรือจดลงบนเอกสารชิ้นนั้นๆ ได้ทันที หรือจะเอาไว้เซ็นเอกสารสำคัญก็ได้ จัดว่าครบเครื่องตอบโจทย์คนทำงานจริงๆ ขอแค่เตรียม Powerbank หรือปลั๊ก GaN เอาไว้ในกระะเป๋าเอาไว้ซัพพอร์ตไว้ชาร์จแบตเตอรี่คืนให้โน๊ตบุ๊คเครื่องนี้เวลาต้องใช้งานนานกว่า 8 ชั่วโมง ก็เพียงพอแล้ว เท่านี้ก็ใช้งานได้สบายๆ ไม่ต้องกังวลอีกต่อไป

award

NBS award 7 Design

Best Design

นอกจากดีไซน์ให้ตัวเครื่องแข็งแรงจนผ่าน MIL-STD-810H แล้ว ASUS ExpertBook B7 Flip ก็ซ่อนฟีเจอร์ไว้เต็มเครื่องโดยไม่รกสายตา มีทั้ง ErgoLift hinge, NumberPad, ExpertWidget และยังใส่พอร์ตจำเป็นต้องใช้งานมาให้ครบถ้วนตามเอกลักษณ์ของตระกูล ExpertBook ควรเป็น 

 

NBS award 4 Mobility

best mobility

แง่การพกพานอกจากน้ำหนักที่เบาเพียง 1.44 กิโลกรัม ไม่หนักลำบากไหล่ของเจ้าของเครื่องแล้ว การเชื่อมต่อใช้ทำงานได้ทุกที่ทุกเวลาด้วย 5G ก็สำคัญ เพราะ ASUS ExpertBook B7 Flip มีช่อง SIM ในตัว ไม่ต้องคอยกังวลวิ่งหา Wi-Fi ให้เสียเวลา นำเครื่องไปไหนก็เปิดมาทำงานได้ทุกที่ ราวกับแท็บเล็ตรุ่น LTE สามารถยกเครื่องไปไหนมาไหนก็ได้และใช้อินเตอร์เน็ตของตัวเองได้โดยไม่มีข้อจำกัดใดๆ เลย

from:https://notebookspec.com/web/648939-review-asus-expertbook-b7-flip

9 โน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 25000 บาท สเปคคุ้มซอฟท์แวร์ครบ ซื้อไปไม่ผิดหวังแน่นอน

โน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 25000 บาท ในตอนนี้มีรุ่นเด็ดน่าใช้เพียบ

laptop25000 cover

โน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 25000 บาทน่าจะเป็นตัวเลือกของผู้ใช้หลายๆ คนที่หาโน๊ตบุ๊คไว้ทำงานแต่ไม่ต้องการจ่ายแพง ซึ่งโน๊ตบุ๊คระดับราคานี้ในปัจจุบันต้องถือว่าสเปคดีมากจนแทบไม่ต้องอัพเกรดเลยก็ได้ และบางรุ่นก็ยังติดตั้งซอฟท์แวร์มาครบเครื่อง ทั้ง Windows, Microsoft Office เรียกว่าเปิดเครื่องแล้วตั้งค่าให้เรียบร้อยก็พร้อมทำงานได้ทันที

Advertisementavw

ยิ่งเร็วๆ นี้จะมีงาน COMMART แล้ว ผู้เขียนก็เชื่อว่าหลายๆ คนก็คงจะไปเดินเลือกซื้อโน๊ตบุ๊คเครื่องใหม่ในงานนี้อย่างแน่นอน เพราะนอกจากได้เครื่องราคาพิเศษพร้อมโปรโมชั่นและของแถมมากมายด้วย นอกจากนี้อาจจะมีโปรโมชั่นพิเศษอื่นๆ ช่วยให้ผู้ใช้ได้คอมพิวเตอร์ในราคาคุ้มค่าที่สุดอีก

โน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 25000

9 โน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 25000 บาท น่าซื้อไว้ทำงาน

คนที่มีแผนไปเลือกซื้อโน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 25000 บาทในงาน COMMART แต่ยังไม่รู้ว่าจะซื้อรุ่นไหนยมาใช้งานดีถึงจะคุ้มที่สุด? ในบทความนี้ผู้เขียนคัดรุ่นน่าสนใจมา 9 รุ่น ซึ่งรุ่นที่เลือกมาแนะนำได้แก่

  1. HP 15s-du3587TU (19,990 บาท)
  2. DELL Vostro 3510 (21,490 บาท)
  3. Lenovo IdeaPad 3 14ALC6 (21,990 บาท)
  4. MSI Modern 15 A5M (22,990 บาท)
  5. ASUS Chromebook Flip (23,000 บาท)
  6. Acer Swift 3 SF314 (23,190 บาท)
  7. Lenovo IdeaPad Slim 5 15ALC05 (23,490 บาท)
  8. ASUS Vivobook S14 S413EA (23,990 บาท)
  9. Acer Aspire Vero AV15 (24,390 บาท)
1. HP 15s-du3587TU (19,990 บาท)

20210626 011344 c

โน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 25000 บาทเครื่องแรกที่เลือกมาแนะนำเป็น HP 15s-du3587TU รุ่นที่ตอบโจทย์คนอยากได้โน๊ตบุ๊ค 15.6 นิ้วพร้อม Numpad เอาไว้พิมพ์ตัวเลขได้สะดวก นักบัญชีถูกใจและสเปคเรียกว่าจบครบเครื่องไม่ต้องอัพเกรดก็ได้

ซีพียูที่ติดตั้งมาในเครื่องนี้เป็น Intel Core i5-1135G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.4-4.2GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ดรุ่น Intel Iris Xe Graphics ส่วนหน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด HD (1366×768 พิกเซล) พาเนล IPS ซึ่งแม้ความละเอียดจะน้อยไปบ้างแต่ก็ต่อหน้าจอแยกความละเอียดสูงสักหน่อยก็แก้ปัญหานี้ได้อย่างแน่นอน ในเครื่องมี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้ มีแรม 16GB DDR4 บัส 3200MHz พร้อมพอร์ต USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, Audio combo x 1 รองรับ Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0 และตัวเครื่องหนัก 1.74 กก. ซึ่งถ้าใครเน้นแรงคุ้มเป็นหลัก ไม่ได้ซีเรียสเรื่องความละเอียดหน้าจอเพราะต่อแยกทำงานอยู่แล้ว ก็เลือกรุ่นนี้ไปใช้งานได้เลย เพราะสเปคคุ้มค่าจริง

สเปคของ HP 15s-du3587TU
  • CPU : Intel Core i5-1135G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.4-4.2GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด HD (1366×768 พิกเซล) พาเนล IPS
  • Ports : USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 1.74 กิโลกรัม
  • Price : 19,990 บาท (Advice)
2. DELL Vostro 3510 (21,490 บาท)

Vostro 3510 grey f

DELL Vostro 3510 เครื่องนี้ก็เป็นโน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 25000 บาทที่สเปคถือว่าดีน่าใช้และได้ดีไซน์ตัวเครื่องแบบใหม่ที่เมื่อกางหน้าจอแล้ว ขอบล่างของตัวเครื่องจะยกแป้นคีย์บอร์ดขึ้นให้เฉียงขึ้นเล็กน้อย ทำให้พิมพ์งานได้สะดวกและยังได้แป้น Numpad ไว้ใช้งานอีกด้วย

ซีพียูในเครื่องเป็น Intel Core i3-1115G4 แบบ 2 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 3.0-4.1GHz กับการ์ดจอ Intel UHD Graphics Xe G4 แสดงผลขึ้นหน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล TN ได้อย่างดี มี M.2 NVMe SSD ความจุ 256GB ติดตั้ง Windows 10 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2019 มาพร้อมใช้กับแรมอีก 8GB DDR4 บัส 2666MHz ส่วนพอร์ตมี USB 2.0, USB-A 3.2, USB-C 3.2, HDMI, LAN, Audio combo อย่างละ 1 ช่อง เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0 ส่วนน้ำหนักเครื่องอยู่ที่ 1.69 กิโลกรัม จัดเป็นโน๊ตบุ๊คที่ตอบโจทย์คนอยากได้โน๊ตบุ๊คจาก DELL อย่างแน่นอน และยิ่งใครเซฟแล้วทำงานผ่านระบบ Cloud เป็นหลัก ไม่ได้เซฟเอาไว้ในพีซีอยู่แล้ว เครื่องนี้จัดเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างมาก

สเปคของ DELL Vostro 3510
  • CPU : Intel Core i3-1115G4 แบบ 2 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 3.0-4.1GHz
  • GPU : Intel UHD Graphics Xe G4
  • SSD : M.2 NVMe ความจุ 256GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 2666MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล TN
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 1, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 10 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2019
  • Weight : 1.69 กิโลกรัม
  • Price : 21,490 บาท (BaNANA)
3. Lenovo IdeaPad 3 14ALC6 (21,990 บาท)

20210710 222254 c

Lenovo IdeaPad 3 14ALC6 รหัสนี้จัดเป็นโน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 25000 บาทสำหรับคนอยากได้ซีพียูประสิทธิภาพสูงเอาไว้ทำงานสักเครื่อง ซึ่งเรื่องความแรงจัดว่าทำงานออฟฟิศได้สบายๆ รวมทั้งอัพเกรดเครื่องได้ดีมีซอฟท์แวร์ครบอีกด้วย

ซีพียูในเครื่องเป็น AMD Ryzen 7 5700U แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 1.8-4.3GHz ใช้การ์ดจอ AMD Radeon Graphics แบบ 8 คอร์ ส่วนหน้าจอมีขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 10 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2019 มาครบถ้วน มีแรมออนบอร์ด 8GB DDR4 บัส 3200MHz พอร์ตมี USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 1, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0 และน้ำหนักเครื่องเบาพกง่ายแค่ 1.41 กิโลกรัมเท่านั้น จัดเป็นโน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 25000 บาทที่น่าสนใจสำหรับคนหาโน๊ตบุ๊คสเปคดีๆ เอาไว้ทำงาน ถ้าใครเปิดเบราเซอร์ทำงานหลายๆ แท็บพร้อมกัน ก็ดูเครื่องนี้เอาไว้ได้เลย

สเปคของ Lenovo IdeaPad 3 14ALC6
  • CPU : AMD Ryzen 7 5700U แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 1.8-4.3GHz
  • GPU : AMD Radeon Graphics แบบ 8 คอร์
  • SSD : M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : ออนบอร์ด 8GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 1, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 10 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2019
  • Weight : 1.41 กิโลกรัม
  • Price : 21,990 บาท (Advice)

lenovo discount

4. MSI Modern 15 A5M (22,990 บาท)

20220325 084654 c

MSI Modern 15 A5M เครื่องนี้เป็นโน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 25000 บาท สเปคดีและจบจากโรงงานอีกรุ่นหนึ่ง นอกจากนี้ดีไซน์ยังสวยเรียบง่ายไม่หวือหวามากและได้หน้าจอใหญ่ขนาด 15.6 นิ้วเอาไว้ใช้งานด้วย

สเปคเครื่องนี้ใช้ซีพียู AMD Ryzen 5 5500U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.1-4.0GHz จับคู่การ์ดจอ AMD Radeon Graphics แบบ 7 คอร์ ส่วนหน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาพร้อมใช้งาน มีแรม 16GB DDR4 บัส 3200MHz ส่วนพอร์ตมี USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 ในตัว น้ำหนักเครื่อง 1.6 กิโลกรัม จัดว่าเบาทีเดียวในกลุ่มโน๊ตบุ๊คไซซ์นี้ โดยรวมแล้วต้องถือว่า MSI Modern 15 เครื่องนี้เป็นโน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 25000 บาทที่สเปคจบในตัวรุ่นหนึ่ง อย่างมากก็แค่หา Microsoft Office มาติดตั้งเพิ่มก็เพียงพอแล้ว

สเปคของ MSI Modern 15 A5M
  • CPU : AMD Ryzen 5 5500U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.1-4.0GHz
  • GPU : AMD Radeon Graphics แบบ 7 คอร์
  • SSD : M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home 
  • Weight : 1.6 กิโลกรัม
  • Price : 22,990 บาท (BaNANA)
5. ASUS Chromebook Flip (23,000 บาท)

20210831 224230 c

ASUS Chromebook Flip เครื่องนี้เป็นโน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 25000 บาทที่แหวกแนวกว่าโน๊ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ โดยติดตั้งระบบปฏิบัติการ Chrome OS มาให้ ซึ่งถ้าใครทำงานแบบ Cloud เป็นหลัก เซฟงานออนไลน์และใช้บริการของ Google อยู่แล้ว เครื่องนี้ก็น่าสนใจและมีปากกาให้ใช้ด้วย ซึ่งถ้าใครสนใจสามารถอ่านรีวิวฉบับเต็มได้ที่นี่

ซีพียูที่ติดตั้งมาในเครื่องเป็น Intel Core i3-1115G4 แบบ 2 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 3.0-4.1GHz ใช้การ์ดจอ Intel UHD Graphics Xe G4 แสดงผลขึ้นหน้าจอทัชขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ได้อย่างดีพร้อมใช้ปากกาเขียนหน้าจอได้ด้วย ส่วน M.2 NVMe SSD ในเครื่องมีความจุ 256GB ติดตั้ง Chrome OS มาให้ ส่วนแรมเป็นออนบอร์ด 8GB LPDDR4x บัส 4266MHz ส่วนพอร์ตที่ติดตั้งมาให้ใช้งานมี USB-A 3.2 x 1, USB-C 3.2 x 2, HDMI x 1, MicroSD Card Reader x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.0 และน้ำหนักเครื่อง 1.95 กิโลกรัมด้วยกัน ซึ่งถ้าใครทำงานแบบเว็บแอพฯ เป็นหลักอยู่แล้ว ไม่ได้เน้นใช้โปรแกรมที่ต้องพึ่งระบบปฏิบัติการ Windows เป็นหลัก นี่คือโน๊ตบุ๊คเครื่องที่น่าสนใจไม่แพ้กันเลย

สเปคของ ASUS Chromebook Flip
  • CPU : Intel Core i3-1115G4 แบบ 2 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 3.0-4.1GHz
  • GPU : Intel UHD Graphics Xe G4
  • SSD : M.2 NVMe ความจุ 256GB
  • RAM : ออนบอร์ด 8GB LPDDR4x บัส 4266MHz
  • Display : จอทัช 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB-A 3.2 x 1, USB-C 3.2 x 2, HDMI x 1, MicroSD Card Reader x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Chrome OS
  • Weight : 1.95 กิโลกรัม
  • Price : 23,000 บาท (BaNANA)
6. Acer Swift 3 SF314 (23,190 บาท)

20210605 232335 c 1

สำหรับ Acer ที่ถนัดทำโน๊ตบุ๊คที่สเปคต่อราคาคุ้มค่าอยู่แล้ว ก็มีโน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 25000 บาท ที่ผู้เขียนแนะนำเช่น Acer Swift 3 SF314 เครื่องนี้ ที่เด่นเรื่องสเปคดี ซอฟท์แวร์ติดตั้งมาแบบครบเครื่องอีกด้วย เหมาะกับคนที่ต้องพกโน๊ตบุ๊คไปไหนมาไหนเป็นประจำมาก

ซีพียูในเครื่องเป็น AMD Ryzen 5 5500U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.1-4.0GHz ใช้การ์ดจอ AMD Radeon Graphics 7 คอร์ และหน้าจอมีขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ด้าน M.2 NVMe SSD ในเครื่องมีความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 10 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2019 มาครบเครื่อง มีแรมออนบอร์ด 8GB LPDDR4x บัส 3200MHz มีพอร์ต USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 ได้ ส่วนน้ำหนักเครื่องเบาเพียง 1.2 กิโลกรัมเท่านั้น ถือว่าเบาสบายพกพาสะดวกและน่าใช้สำหรับคนหาโน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 25000 บาท เอาไว้ทำงานสักเครื่อง

สเปคของ Acer Swift 3 SF314
  • CPU : AMD Ryzen 5 5500U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.1-4.0GHz
  • GPU : AMD Radeon Graphics 7 คอร์
  • SSD : M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : ออนบอร์ด 8GB LPDDR4x บัส 3200MHz
  • Display : 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 10 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2019
  • Weight : 1.2 กิโลกรัม
  • Price : 23,190 บาท (Advice)
7. Lenovo IdeaPad Slim 5 15ALC05 (23,490 บาท)

20220225 141029 c

Lenovo IdeaPad Slim 5 15ALC05 รุ่นนี้ก็เป็นโน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 25000 บาท รุ่นน่าใช้จาก Lenovo อีกรุ่นที่สเปคดี อัพเกรดได้ ซอฟท์แวร์ครบอีกรุ่นที่น่าซื้อมาใช้ทำงานมาก และยังมี Numpad ให้ใช้อีกด้วย

ซีพียูเป็น AMD Ryzen 5 5500U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.1-4.0GHz ใช้การ์ดจอ AMD Radeon Graphics 7 คอร์กับหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2021 มาให้พร้อมใช้งานกับแรม 8GB DDR4 บัส 3200MHz ส่วนพอร์ตมี USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่อ Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0 ได้ และน้ำหนักเครื่องอยู่ที่ 1.66 กิโลกรัม ถือเป็นรุ่นคุ้มค่าอีกตัวสำหรับคนหาโน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 25000 บาท เอาไว้ทำงาน

สเปคของ Lenovo IdeaPad Slim 5 15ALC05
  • CPU : AMD Ryzen 5 5500U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.1-4.0GHz
  • GPU : AMD Radeon Graphics 7 คอร์
  • SSD : M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 1.66 กิโลกรัม
  • Price : 23,490 บาท (BaNANA)

lenovo discount

8. ASUS Vivobook S14 S413EA (23,990 บาท)

20200612 113513 c 1

ถ้าไม่ถนัดใช้ Chrome OS แล้วอยากได้โน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 25000 บาท ระบบปฏิบัติการ Windows จะมี ASUS Vivobook S14 S413EA ที่สเปคเครื่องและซอฟท์แวร์ครบเครื่อง พร้อมทำงานทุกอย่างได้เป็นอย่างดีแน่นอน

ซีพียูในเครื่องเป็น Intel Core i5-1135G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.4-4.2GHz กับการ์ดจอ Intel Iris Xe Graphics ส่วนหน้าจอมีขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2021 มาให้พร้อมแรมออนบอร์ด 8GB DDR4 บัส 2400MHz ส่วนพอร์ตมี USB 2.0 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, MicroSD Card reader x 1, Audio combo x 1 รองรับ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.0 ด้วย ส่วนน้ำหนักเครื่องอยู่ที่ 1.4 กิโลกรัม เป็นโน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 25000 บาทที่จัดว่าน่าสนใจอีกรุ่นด้วยซอฟท์แวร์ที่ให้มาแบบครบๆ เลย

สเปคของ ASUS Vivobook S14 S413EA
  • CPU : Intel Core i5-1135G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.4-4.2GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : ออนบอร์ด 8GB DDR4 บัส 2400MHz
  • Display : 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB 2.0 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, MicroSD Card reader x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 1.4 กิโลกรัม
  • Price : 23,990 บาท (BaNANA)
9. Acer Aspire Vero AV15 (24,390 บาท)

20211013 225918 c 1

Acer Aspire Vero AV15 เครื่องนี้เป็นโน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 25000 บาทที่ได้สเปคระดับท็อป ทำงานหนักได้สบาย อัพเกรดเครื่องได้ มีสแกนลายนิ้วมือปลดล็อคเครื่องและติดตั้งซอฟท์แวร์มาแบบจัดเต็มครบถ้วนพร้อมทำงานอีกด้วย เรียกว่าเปิดเครื่องมาทำงานได้เลย

สเปคของเครื่องนี้เป็น Intel Core i7-1195G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.9-5.0GHz กับการ์ดจอ Intel Iris Xe Graphics กับหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2019 มาให้ มีแรม 8GB DDR4 บัส 3200MHz เชื่อมต่อด้วยพอร์ต USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่อไร้สายผ่าน Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.0 ส่วนน้ำหนักเครื่องเบาเพียง 1.8 กิโลกรัม จัดว่าไม่หนักมากในฐานะโน๊ตบุ๊คขนาด 15.6 นิ้วสักเครื่อง

สเปคของ Acer Aspire Vero AV15
  • CPU : Intel Core i7-1195G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.9-5.0GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2019
  • Weight : 1.8 กิโลกรัม
  • Price : 24,390 บาท (Advice)

สรุปสเปคโน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 25000 บาททั้ง 9 รุ่นเด็ดน่าซื้อใช้งาน

สำหรับโน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 25000 บาททั้ง 9 รุ่นที่เลือกมาแนะนำ เมื่อสรุปสเปคแล้วจะเป็นดังนี้

สเปคโน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 25000 บาท CPU, GPU SSD, RAM, Software หน้าจอ, น้ำหนัก การเชื่อมต่อ ราคา (บาท)
HP 15s-du3587TU Intel Core
i5-1135G7

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR4 3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ HD IPS

1.74 กก.

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.0

19,990
DELL Vostro 3510 Intel Core
i3-1115G4

Intel UHD Graphics Xe G4

M.2 NVMe
256GB

8GB DDR4 2666MHz

Windows 10 Home

Microsoft Office Home & Student 2019

15.6″ FHD TN

1.69 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 1

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.0

21,490
Lenovo IdeaPad 3 14ALC6 AMD Ryzen 7 5700U

AMD Radeon Graphics

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4 3200MHz

Windows 10 Home

Microsoft Office Home & Student 2019

14″ FHD IPS

1.41 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 1

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.0

21,990
MSI Modern 15 A5M AMD Ryzen 5 5500U

AMD Radeon Graphics

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR4 3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

1.6 กก.

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

22,990
ASUS Chromebook Flip Intel Core
i3-1115G4

Intel UHD Graphics Xe G4

M.2 NVMe
256GB

8GB LPDDR4x บัส 4266MHz

Chrome OS

จอทัช 15.6″ FHD IPS

1.95 กก.

USB-A 3.2 x 1

USB-C 3.2 x 2

HDMI x 1

MicroSD Card Reader x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.0

23,000
Acer Swift 3 SF314 AMD Ryzen 5 5500U

AMD Radeon Graphics

M.2 NVMe
512GB

8GB LPDDR4x บัส 3200MHz

Windows 10 Home

Microsoft Office Home & Student 2019

14″ FHD IPS

1.2 กก.

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.2

23,190
Lenovo IdeaPad Slim 5 15ALC05 AMD Ryzen 5 5500U

AMD Radeon Graphics

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4 บัส 3200MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

15.6″ FHD IPS

1.66 กก.

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.0

23,490
ASUS Vivobook S14 S413EA Intel Core
i5-1135G7

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4 บัส 2400MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

14″ FHD IPS

1.4 กก.

USB 2.0 x 3

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

MicroSD Card reader x 1

Audio combo x 1

23,990
Acer Aspire Vero AV15 Intel Core
i7-1195G7

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4 บัส 3200MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2019

15.6″ FHD IPS

1.8 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.0

24,390

จะเห็นว่าโน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 25000 บาทนั้น ได้สเปคดีตอบโจทย์การทำงานของเราอย่างแน่นอน และใช้ทำงานออฟฟิศได้ดี บางรุ่นอาจจะแค่เพิ่มแรมเป็น 16GB เพื่อให้เข้ากับงานที่ทำอยู่ก็เพียงพอแล้ว ดังนั้นถ้าใครมองหาโน๊ตบุ๊คเครื่องใหม่อยู่ก็เลือกตามรุ่นที่แนะนำได้เลย


บทความที่เกี่ยวข้อง

asus aio cover

expertbook b1 cover

monster cover

from:https://notebookspec.com/web/645016-9-laptop-under-25000-you-should-buy

แนะนำโน๊ตบุ๊ค 2022 รุ่นไหนดี 10 รุ่น เพื่อเกมเมอร์และคนทำงาน! แรง คุ้ม จบ! ตอบโจทย์แน่นอน

ถ้าคิดอยู่ว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊ค 2022 รุ่นไหนดี ปีนี้รุ่นเด่นรุ่นแรงเปิดตัวกันเพียบ!

laptop2022 cover

ขึ้นมาปีใหม่แล้วทั้งที เชื่อว่าหลายคนก็อยากส่งต่อโน๊ตบุ๊คเครื่องเก่าให้ลูกหลานได้ใช้แล้วมองหาโน๊ตบุ๊คเครื่องใหม่มาใช้ แต่จะซื้อโน๊ตบุ๊ค 2022 รุ่นไหนดีในปีนี้ น่าจะไม่ใช่ปัญหาที่ยากนัก เนื่องจากผู้ผลิตโน๊ตบุ๊คแบรนด์ต่างๆ พากันเปิดตัวโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่ตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมาจนต้นปีนี้อย่างต่อเนื่อง มีให้เลือกหลายสเปคตั้งแต่เอาใจคนทำงานออฟฟิศทั่วไปจนถึงเกมเมอร์และครีเอเตอร์ด้วย ยิ่งตอนนี้ทั้ง AMD และ Intel ก็มีซีพียูรุ่นใหม่เปิดตัวมาให้ผู้ผลิตโน๊ตบุ๊คเลือกไปประกอบในโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้ใช้ได้ประโยชน์ที่ได้ใช้คอมพิวเตอร์ที่ประสิทธิภาพสูงขึ้นแต่ไม่ต้องจ่ายแพงมาก

Advertisementavw

ด้านจุดเด่นจุดขายของโน๊ตบุ๊คสายทำงานในปี 2022 นี้ คือนอกจากสเปคแรงแล้ว หลายๆ รุ่นก็แถมโปรแกรม Microsoft Office ตัวเต็มมาให้ใช้งาน บางรุ่นก็ได้กล้องสแกนใบหน้าปลดล็อคตัวเครื่องติดตั้งมาด้วย ส่วนฝั่งเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คต้องถือว่าแข่งกันดุเดือดโดยแต่ละค่ายพากันใส่ซีพียูตัวท็อปของทางค่ายจับคู่กับการ์ดจอแยกตัวแรง ใส่สเปคมาให้เต็มที่ระดับเล่นเกมฟอร์มยักษ์ในปีนี้ได้สบายๆ ปรับกราฟฟิคระดับสูงสุดก็ยังได้เฟรมเรทเกิน 60 เฟรมต่อวินาที และอาจจะแตะ 100 เฟรมต่อวินาทีได้เลย ไม่ต้องประกอบเกมมิ่งพีซีให้เหนื่อย ไม่ต้องรอราคาการ์ดจอถูกลงก็ได้เล่นเกมกับเพื่อนๆ แล้ว

โน๊ตบุ๊ค 2022 รุ่นไหนดี

แนะนำ 10 โน๊ตบุ๊ค 2022 รุ่นไหนดี ไม่ต้องคิดมาก คัดมาแล้วเพื่อเกมเมอร์และคนทำงาน!

คนที่มีแผนเปลี่ยนโน๊ตบุ๊คเครื่องใหม่แต่หาอยู่ว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊ค 2022 รุ่นไหนดีนะ? ในบทความนี้ผู้เขียนเลือกรุ่นน่าสนใจมาให้ซื้อทั้งหมด 10 รุ่นด้วยกัน แยกให้ทั้งสเปคทำงานทั่วไปเพราะมีเกมมิ่งพีซีอยู่ที่บ้านแล้ว และเกมมิ่งพีซีตัวแรงที่จ่ายทีเดียวคุ้มทั้งทำงานและเล่นเกมได้สบายๆ ไม่ต้องง้อรอให้การ์ดจอปรับราคาลงอีกด้วย โดยรุ่นที่เลือกมาแนะนำได้แก่

  1. Lenovo IdeaPad Slim 5 15ALC05 (22,190 บาท)
  2. Acer Aspire 3 A315 (23,990 บาท)
  3. HP Pavilion 15-eh1132AU (25,090 บาท)
  4. ASUS ZenBook 14 UM425QA (35,990 บาท)
  5. Acer Nitro 5 AN515 (32,990 บาท)
  6. Lenovo Legion 5 15ACH6H (44,050 บาท)
  7. MSI GF76 Katana 12UE-021TH (55,490 บาท)
  8. Gigabyte Aorus 15 XE4 (79,990 บาท)
  9. ASUS ROG Zephyrus G14 GA402RK (79,990 บาท)
  10. MSI GP66 Vector 12UGS (79,990 บาท)
1. Lenovo IdeaPad Slim 5 15ALC05 (22,190 บาท)

ideaPad 5 15 Grey f

โน๊ตบุ๊ค 2022 รุ่นไหนดีเครื่องแรกเป็น Lenovo IdeaPad Slim 5 15ALC05 ที่ผู้เขียนเคยหยิบมาแนะนำในบางบทความก่อนหน้านี้และเปิดตัวมาสักระยะหนึ่งแล้ว ถือว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจถ้าหาโน๊ตบุ๊คไว้ทำงานสักเครื่องหนึ่ง เพราะเครื่องนี้รองรับการสแกนลายนิ้วมือเพื่อปลดล็อคเครื่องได้และมี Microsoft Office ติดตั้งมาให้พร้อมใช้งานและตัวเครื่องขนาดใหญ่พร้อม Numpad ให้นักบัญชีทำงานสะดวกขึ้น

สเปคเครื่องนี้ใช้ซีพียู AMD Ryzen 5 5500U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.1-4.0GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ด AMD Radeon Graphics แบบ 7 คอร์ เรนเดอร์ภาพขึ้นหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ได้ มี SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2021 มาครบพร้อมใช้งาน มีแรม 8GB DDR4 บัส 3200MHz มีพอร์ต USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, Audio Combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0 และหนักเพียง 1.66 กิโลกรัมเท่านั้น จัดว่าเครื่องใหญ่แต่ก็พกง่ายไม่ลำบากมากเลย ถ้าใครต้องการอัพเกรดเพิ่มความจุ SSD หรือเพิ่มแรมเป็น 16GB ก็ไม่มีปัญหาและราคาค่างวดไม่แพงเกินไปด้วย

สเปคของ Lenovo IdeaPad Slim 5 15ALC05
  • CPU : AMD Ryzen 5 5500U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.1-4.0GHz
  • GPU : AMD Radeon Graphics แบบ 7 คอร์
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : 720p HD Camera
  • Software : Windows 11 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 1.66 กิโลกรัม
  • Price : 22,190 บาท (Advice)

lenovo discount

2. Acer Aspire 3 A315 (23,990 บาท)

Aspire 3 main

โน๊ตบุ๊ค 2022 รุ่นไหนดีสำหรับคนทำงานแล้ว ก็ต้องมี Acer Aspire 3 A315 โน๊ตบุ๊คสายคุ้มอัพเกรดเพิ่มแรม, SSD ได้ก็ไม่ควรมองข้าม เพราะราคาเพียง 23,990 บาทก็ได้ใช้ Intel Core i7 แล้วและมี Numpad ให้คนทำบัญชีทำงานสะดวกขึ้นด้วย ดังนั้นถ้าใครเน้นว่าโน๊ตบุ๊ค 2022 รุ่นไหนดีแล้วอยากได้เครื่องที่สเปคต่อราคาคุ้มค่า อัพเกรดได้ก็มองรุ่นนี้เอาไว้ได้เลย

สเปคเครื่องนี้ใช้ซีพียู Intel Core i7-1165G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.8-4.7GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ดรุ่น Intel Iris Xe Graphics เรนเดอร์ภาพและงานอาร์ตขึ้นหน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ได้อย่างไหลลื่นแน่นอน ส่วน SSD ในเครื่องเป็น M.2 NVMe ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้พร้อมแรม 8GB DDR4 บัส 3200MHz มีพอร์ต USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.0 ด้วย ส่วนตัวเครื่องหนัก 1.7 กิโลกรัม ดังนั้นถ้าใครอยากได้โน๊ตบุ๊คเครื่องใหม่ก็ดูเครื่องนี้เอาไว้ได้เลย

สเปคของ Acer Aspire 3 A315
  • CPU : Intel Core i7-1165G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.8-4.7GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : 720p HD Camera
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 1.7 กิโลกรัม
  • Price : 23,900 บาท (ราคากลาง)
3. HP Pavilion 15-eh1132AU (25,090 บาท)

Pavilion 15 Blue l

HP Pavilion 15-eh1132AU เครื่องนี้เป็นคำตอบของคนหาโน๊ตบุ๊ค 2022 รุ่นไหนดีแล้วไม่อยากอัพเกรดเครื่องเพราะไม่ถนัดและได้โปรแกรมครบถ้วนพร้อมใช้งานด้วย โดยหน้าสเปคแล้วต้องถือว่าทาง HP จัดมาให้พร้อมทำงานตั้งแต่เปิดเครื่องเลย

สเปคเครื่องนี้ใช้ซีพียู AMD Ryzen 5 5500U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.1-4.0GHz จับคู่การ์ดจอออนบอร์ด AMD Radeon Graphics แบบ 7 คอร์ที่ประสิทธิภาพสูงพอเรนเดอร์ภาพขึ้นจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ได้สบายๆ มี SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2019 มาให้ครบเครื่อง มีแรม 16GB DDR4 บัส 3200MHz มีพอร์ต USB-A 3.1 x 2 USB-C 3.1 x 1, HDMI x 1, Audio Combo x 1 รองรับ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.0 ด้วย ส่วนน้ำหนักอยู่ที่ 1.75 กิโลกรัม หากใครสงสัยว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊ค 2022 รุ่นไหนดี ต้องถือว่า HP Pavilion รุ่นนี้น่าสนใจไม่แพ้เครื่องอื่นเลย

สเปคของ HP Pavilion 15-eh1132AU
  • CPU : AMD Ryzen 5 5500U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.1-4.0GHz
  • GPU : AMD Radeon Graphics แบบ 7 คอร์
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB-A 3.1 x 2, USB-C 3.1 x 1, HDMI x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : 720p HD Camera
  • Software : Windows 11 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2019
  • Weight : 1.75 กิโลกรัม
  • Price : 25,090 บาท (Advice)
4. ASUS ZenBook 14 UM425QA (35,990 บาท)

20201102 120515 c

ASUS ZenBook 14 UM425QA รุ่นนี้ ส่วนตัวผู้เขียนถือว่าเป็นตัวแรงจบสำหรับคนที่คิดอยู่ว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊ค 2022 รุ่นไหนดี เพราะทาง ASUS เรียกว่าให้ซอฟท์แวร์และฟีเจอร์มาครบถ้วนทั้งกล้องสแกนใบหน้าปลดล็อคเครื่อง, ทัชแพดที่มีฟังก์ชั่น Numpad ฝังมาให้ในตัว รวมทั้งสเปคก็แรงพอรองรับทุกงานได้สบายๆ อย่างแน่นอน

ซีพียูที่ติดตั้งมาในเครื่องเป็น AMD Ryzen 9 5900HX แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.3-4.6GHz ใช้การ์ดจอ AMD Radeon Graphics แบบ 8 คอร์ เรนเดอร์ภาพขึ้นหน้าจอขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ได้สบายๆ มี SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2021 มาให้ครบถ้วน มีแรม 16GB LPDDR4x บัส 4266MHz มีพอร์ต USB-A 3.2 x 1, USB-C 3.2 x 2 รองรับ Thunderbolt, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.0 และเบาเพียง 1.3 กิโลกรัมเท่านั้น ซึ่งตอบโจทย์คนหาโน๊ตบุ๊ค 2022 รุ่นไหนดีมาก เหมาะจะลงทุนซื้อมาใช้ทำงานแน่นอน

สเปคของ ASUS ZenBook 14 UM425QA
  • CPU : AMD Ryzen 9 5900HX แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.3-4.6GHz
  • GPU : AMD Radeon Graphics แบบ 8 คอร์
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB LPDDR4x บัส 3200MHz
  • Display : 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB-A 3.2 x 1, USB-C 3.2 x 2 รองรับ Thunderbolt, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : 720p HD Camera
  • Software : Windows 11 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 1.3 กิโลกรัม
  • Price : 35,990 บาท (ราคากลาง)
5. Acer Nitro 5 AN515 (32,990 บาท)

Nitro 5 AN515 45 c

คนที่คิดว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊ค 2022 รุ่นไหนดี แล้วจะทำงานตัดต่อคลิปแต่งภาพด้วย มี Acer Nitro 5 AN515 เครื่องนี้เป็นรุ่นน่าสนใจและยังเอามาเล่นเกมฟอร์มยักษ์ที่ความละเอียดหน้าจอ Full HD ได้ด้วย ส่วนคีย์บอร์ดก็มีไฟ RGB ที่เกมเมอร์ชื่นชอบติดตั้งมาให้และราคาจับต้องได้และรองรับการอัพเกรดเพิ่ม RAM, SSD ได้ด้วย

สเปคเครื่องนี้ใช้ซีพียู AMD Ryzen 5 5600H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 3.3-4.2GHz จับคู่การ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6 สามารถเรนเดอร์งานและเกมฟอร์มใหญ่ขึ้นหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz ได้อย่างไหลลื่นแน่นอน ส่วน SSD ในเครื่องเป็นแบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มีแรม 16GB DDR4 บัส 3200MHz ส่วนพอร์ตที่ติดตั้งมาให้ มี USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 ได้ด้วย ส่วนตัวเครื่องหนักที่ 2.2 กิโลกรัม จัดเป็นโน๊ตบุ๊ค 2022 รุ่นไหนดีสำหรับเกมเมอร์และคนทำงานกราฟฟิคทั้งคู่ ดังนั้นถ้าใครมีงบประมาณค่อนข้างจำกัดแนะนำให้ดูรุ่นนี้เอาไว้ได้เลย

สเปคของ Acer Nitro 5 AN515
  • CPU : AMD Ryzen 5 5600H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 3.3-4.2GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.2 กิโลกรัม
  • Price : 32,990 บาท (BaNANA)
6. Lenovo Legion 5 15ACH6H (44,050 บาท)

Legion 5 Ach6h c

นอกจาก Acer ในข้อที่แล้ว ถ้าจะซื้อโน๊ตบุ๊ค 2022 รุ่นไหนดีแล้วเพิ่มเงินได้อีกเล็กน้อย ก็แนะนำ Lenovo Legion 5 15ACH6H เครื่องนี้แทน เพราะหน้าจอความละเอียดสูงและรองรับ Dolby Vision อัพเกรดสเปคตัวเครื่องได้และระบบระบายความร้อนจัดว่าดีทีเดียว

สเปคเครื่องนี้ติดตั้งซีพียูเป็น AMD Ryzen 7 5800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2-4.4GHz จับคู่การ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6 สามารถเล่นเกมระดับ AAA ในปัจจุบันได้สบายๆ บนหน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด WQHD (2560×1440) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz ได้สบายๆ และเป็นจอ Dolby Vision อีกด้วย มี SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้ มีแรม 16GB DDR4 บัส 3200MHz มีพอร์ต USB-A 3.2 x 4, USB-C 3.2 x 2 ทั้งสองพอร์ตต่อหน้าจอแยก DisplayPort 1.4 ส่วนพอร์ตด้านหลังรองรับ Power Delivery, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 และหนัก 2.4 กิโลกรัม ส่วนตัวผู้เขียนค่อนข้างแนะนำสำหรับคนที่อยากต่อหน้าจอแยกได้ 3 หน้าจอและชาร์จแบตเตอรี่ได้ผ่านทางพอร์ต USB-C ด้วยก็แนะนำให้ลงทุนกับเครื่องนี้ได้เลย

สเปคของ Lenovo Legion 5 15ACH6H
  • CPU : AMD Ryzen 7 5800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2-4.4GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด WQHD (2560×1440) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz รองรับ Dolby Vision
  • Ports : USB-A 3.2 x 4, USB-C 3.2 x 2 ทั้งสองพอร์ตต่อหน้าจอแยก DisplayPort 1.4 ส่วนพอร์ตด้านหลังรองรับ Power Delivery, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.4 กิโลกรัม
  • Price : 44,050 บาท (Advice)

lenovo discount

7. MSI GF76 Katana 12UE-021TH (55,490 บาท)

GF76 Katana l

MSI GF76 Katana 12UE-021TH เครื่องนี้จัดเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค 2022 รุ่นไหนดีที่ราคาไม่แพงมากและได้ Intel 12th Gen Alder Lake ไปใช้ทำงานและเล่นเกม ได้หน้าจอใหญ่ระดับ 17.3 นิ้วทีเดียว ดังนั้นถ้าใครชอบโน๊ตบุ๊คจอใหญ่ๆ ก็ดูรุ่นนี้ไว้ได้เลย

สเปคของเครื่องนี้ใช้ Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E Cores) ความเร็ว 3.5-4.7GHz ใช้การ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6 สามารถเรนเดอร์ภาพขึ้นจอ 17.3 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz ได้สบายๆ มี SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้พร้อมแรม 16GB DDR4 บัส 3200MHz พร้อมพอร์ต USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1 HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1 รองรับ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 และหนักที่ 2.6 กิโลกรัม ซึ่งเครื่องนี้เป็นโน๊ตบุ๊ค 2022 รุ่นไหนดีที่ใช้ทำงานหนักๆ และเล่นเกมได้สบายๆ อย่างแน่นอน

สเปคของ MSI GF76 Katana 12UE-021TH
  • CPU : Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E Cores) ความเร็ว 3.5-4.7GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 17.3 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.6 กิโลกรัม
  • Price : 55,490 บาท (ราคากลาง)
8. Gigabyte Aorus 15 XE4 (79,990 บาท)

20220208 104337 c

Gigabyte Aorus 15 XE4 เครื่องนี้เป็นโน๊ตบุ๊ค 2022 รุ่นไหนดี 1 ใน 3 รุ่นแรงสุดที่ผู้เขียนเลือกมาแนะนำในบทความนี้ ซึ่งแม้ผู้ใช้หลายคนจะรู้จัก Gigabyte ในฐานะผู้ผลิตอุปกรณ์สำหรับเกมมิ่งพีซี แต่โน๊ตบุ๊คเกมมิ่งของค่ายนี้ก็ถือว่าจัดจ้านไม่แพ้กันและยังได้กล้อง IR สำหรับสแกนใบหน้าอีกด้วย

สเปคเครื่องนี้ใช้ซีพียู Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E Cores) ความเร็ว 3.5-4.7GHz กับการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti แรม 8GB GDDR6 ใช้ทำงานระดับ 3D CG ได้สบายๆ และเล่นเกมฟอร์มยักษ์บนหน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด 2K QHD (2560×1440) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz ได้แน่นอน มี SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 1TB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้พร้อมแรม 16GB DDR4 บัส 3200MHz มีพอร์ต USB-A 3.2 x 1, USB-C 3.2 x 1 รองรับ DisplayPort, Thunderbolt 4 x 1, LAN x 1, HDMI x 1, Audio Combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6E รองรับ Bluetooth 5.2 ด้วย ส่วนน้ำหนักเครื่องอยู่ที่ 2.4 กิโลกรัม จัดว่าแรงไว้ใจได้และมีพอร์ตทันสมัยติดตั้งมาครบถ้วนอีกด้วย

สเปคของ Gigabyte Aorus 15 XE4
  • CPU : Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E Cores) ความเร็ว 3.5-4.7GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti แรม 8GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 1TB
  • RAM : 16GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด 2K QHD (2560×1440) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz
  • Ports : USB-A 3.2 x 1, USB-C 3.2 x 1 รองรับ DisplayPort, Thunderbolt 4 x 1, LAN x 1, HDMI x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.4 กิโลกรัม
  • Price : 79,990 บาท (ราคากลาง)
9. ASUS ROG Zephyrus G14 GA402RK (79,990 บาท)

20220217 234651 c

โน๊ตบุ๊ค 2022 รุ่นไหนดีสำหรับคอ AMD เต็มขั้นมี ASUS ROG Zephyrus G14 GA402RK เครื่องนี้ให้เลือก สเปคเรียกว่าทำงานและเล่นเกมได้ไหลลื่นสุดๆ ไม่ต้องอัพเกรดให้เสียเวลา มีกล้องสแกนใบหน้าปลดล็อคเครื่องติดตั้งมาให้ มี MUX Switch สำหรับเปลี่ยนโปรไฟล์ได้ว่าต้องการใช้การ์ดจอออนบอร์ดเพื่อประหยัดแบตเตอรี่หรือใช้การ์ดจอแยกไปเลยจะได้เล่นเกมฟอร์มใหญ่ ทำงานหนักได้ไหลลื่น และฝาหลังของหน้าจอยังเป็น AniMe Matrix ทำอนิเมชั่นเป็นคำหรือภาพที่ต้องการได้ด้วย

ซีพียูของโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้เป็น AMD Ryzen 9 6900HS แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.3-4.9GHz จับคู่การ์ดจอ AMD Radeon RX 6800S แรม 8GB GDDR6 แสดงผลเกมฟอร์มยักษ์ขึ้นหน้าจอ 14 นิ้ว ความละเอียด WQXGA (2560×1600) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 120Hz ขอบเขตสีกว้าง 100% DCI-P3, Pantone Validated, Adaptive-Sync ได้สบายๆ มี SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 1TB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้ มีแรม 32GB DDR5 บัส 4800MHz พอร์ตที่ติดตั้งมาให้มี USB-A 3.2 Gen 2 x 2, USB-C 3.2 Gen 2 x 2 รองรับ DisplayPort ทั้ง 2 ช่อง รองรับ Power Delivery 1 ช่อง, HDMI x 1, MicroSD Card Reader x 1, Audio Combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 และเบาเพียง 1.72 กิโลกรัมเท่านั้น เรียกว่าเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คที่โดดเด่นมากในบทความแนะนำโน๊ตบุ๊ค 2022 รุ่นไหนดี ซึ่งผู้เขียนแนะนำมากหากจะซื้อเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเครื่องเดียวไว้พกพาไปออฟฟิศและต่อปลั๊กเป็นเกมมิ่งพีซีที่บ้านได้เลย

สเปคของ ASUS ROG Zephyrus G14 GA402RK
  • CPU : AMD Ryzen 9 6900HS แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.3-4.9GHz
  • GPU : AMD Radeon RX 6800S แรม 8GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 1TB
  • RAM : 32GB DDR5 บัส 4800MHz
  • Display : 14 นิ้ว ความละเอียด WQXGA (2560×1600) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 120Hz ขอบเขตสีกว้าง 100% DCI-P3, Pantone Validated, Adaptive-Sync
  • Ports : USB-A 3.2 Gen 2 x 2, USB-C 3.2 Gen 2 x 2 รองรับ DisplayPort ทั้ง 2 ช่อง รองรับ Power Delivery 1 ช่อง, HDMI x 1, MicroSD Card Reader x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 1.72 กิโลกรัม
  • Price : 79,990 บาท (ราคากลาง)
10. MSI GP66 Vector 12UGS (79,990 บาท)

20220124 113329 c

MSI GP66 Vector 12UGS ตระกูล Vector ใหม่ล่าสุดนี้เป็นเครื่องสุดท้ายที่เลือกมาแนะนำในบทความโน๊ตบุ๊ค 2022 รุ่นไหนดี ซึ่งจุดเด่นของเครื่องนี้นอกพอร์ตเชื่อมต่อหน้าจอแยกที่ติดตั้งมาทั้ง HDMI, Mini DisplayPort, USB-C ที่ต่อ DisplayPort ได้ด้วย เรียกว่าเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คที่ต่อหน้าจอแยกได้เยอะมากรุ่นหนึ่ง

สเปคเครื่องนี้เรียกว่าแรงไม่แพ้อีก 2 เครื่องที่เลือกมาแน่นอน ด้วยซีพียู Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E Cores) ความเร็ว 3.5-4.7GHz กับการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti แรม 8GB GDDR6 ส่วนหน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1440) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz มี SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 1TB ติดตั้ง Windows 11 Home มี RAM 16GB DDR4 บัส 3200MHz ส่วนพอร์ตมี USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1 รองรับ DisplayPort, HDMI x 1, Mini DisplayPort x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6E รองรับ Bluetooth 5.2 ได้ด้วย ส่วนตัวเครื่องหนัก 2.38 กิโลกรัม ซึ่งถ้าใครเป็นแฟนคลับ MSI เครื่องนี้ถือว่าคุ้มที่จะซื้อมาใช้ทำงานและเล่นเกมอย่างแน่นอน

สเปคของ MSI GP66 Vector 12UGS
  • CPU : Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E Cores) ความเร็ว 3.5-4.7GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti แรม 8GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 1TB
  • RAM : 16GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1440) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1 รองรับ DisplayPort, HDMI x 1, Mini DisplayPort x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.38 กิโลกรัม
  • Price : 79,990 บาท (BaNANA)

สรุปสเปคโน๊ตบุ๊ค 2022 รุ่นไหนดีทั้ง 10 รุ่นเด็ด เกมเมอร์ชอบคนทำงานแฮปปี้

สำหรับโน๊ตบุ๊ค 2022 รุ่นไหนดีทั้ง 10 รุ่นนั้นจะมีสเปคโดยสรุปดังนี้

สเปคโน๊ตบุ๊ค 2022 รุ่นไหน CPU, การ์ดจอ RAM, SSD, Software หน้าจอ, น้ำหนัก การเชื่อมต่อ ราคา
Lenovo IdeaPad Slim 5 15ALC05 AMD Ryzen 5 5500U

AMD Radeon Graphics 7 คอร์

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4 3200MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

15.6″ FHD IPS

1.66 กก.

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.0

22,190 บาท
Acer Aspire 3 A315 Intel Core
i7-1165G7

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4 3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

1.7 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 2

HDMI x 1

LAN x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.0

23,900 บาท
HP Pavilion 15-eh1132AU AMD Ryzen 5 5500U

AMD Radeon Graphics 7 คอร์

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR4 3200MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

15.6″ FHD IPS

1.75 กก.

USB-A 3.1 x 2

USB-C 3.1 x 1

HDMI x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.0

25,090 บาท
ASUS ZenBook 14 UM425QA AMD Ryzen 9 5900HX

AMD Radeon Graphics 8 คอร์

M.2 NVMe
512GB

16GB LPDDR4x 3200MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

14″ FHD IPS

1.3 กก.

USB-A 3.2 x 1

USB-C 3.2 x 2 รองรับ Thunderbolt

HDMI x 1

LAN x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.0

35,990 บาท
Acer Nitro 5 AN515 AMD Ryzen 5 5600H

NVIDIA GeForce RTX 3050

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR4 3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 144Hz

2.2 กก.

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

32,990 บาท
Lenovo Legion 5 15ACH6H AMD Ryzen 7 5800H

NVIDIA GeForce RTX 3060

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR4 3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 144Hz

Dolby Vision

2.4 กก.

USB-A 3.2 x 4

USB-C 3.2 x 2

HDMI x 1

LAN x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

44,050 บาท
MSI GF76 Katana 12UE-021TH Intel Core
i7-12700H

NVIDIA GeForce RTX 3060

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR4 3200MHz

Windows 11 Home

17.3″ FHD IPS

Refresh Rate 144Hz

2.6 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.2

55,490 บาท
Gigabyte Aorus 15 XE4 Intel Core
i7-12700H

NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti

M.2 NVMe
1TB

16GB DDR4 3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ 2K QHD IPS

Refresh Rate 165Hz

2.4 กก.

USB-A 3.2 x 1

USB-C 3.2 x 1 รองรับ DisplayPort

Thunderbolt 4 x 1

LAN x 1

HDMI x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

79,990 บาท
ASUS ROG Zephyrus G14 GA402RK AMD Ryzen 9 6900HS

AMD Radeon RX 6800S

M.2 NVMe
1TB

32GB DDR5 4800MHz

Windows 11 Home

14″ WQXGA IPS

Refresh Rate 120Hz 

100% DCI-P3

Pantone Validated

Adaptive-Sync

1.72 กก.

USB-A 3.2 Gen 2 x 2

USB-C 3.2 Gen 2 x 2 รองรับ DP1.4 ทั้ง 2 ช่อง, PD 1 ช่อง

HDMI x 1

MicroSD Card Reader x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

79,990 บาท
MSI GP66 Vector 12UGS Intel Core
i7-12700H

NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti

M.2 NVMe
1TB

16GB DDR4 3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ 2K QHD IPS

Refresh Rate 165Hz

2.38 กก.

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1 รองรับ DisplayPort

HDMI x 1

Mini DisplayPort x 1

LAN x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

79,990 บาท

จะเห็นว่าโน๊ตบุ๊ค 2022 รุ่นไหนดีในปีนี้มีตัวเลือกน่าสนใจทั้งสายทำงาน, ครีเอเตอร์และเกมเมอร์ครบถ้วน นอกจากได้ Windows 11 Home แล้ว หลายๆ รุ่นก็ได้ซีพียูรุ่นใหม่ที่ประสิทธิภาพสูง ใช้งานได้ 3-4 ปีอย่างแน่นอน ดังนั้นคนที่อยากเปลี่ยนโน๊ตบุ๊คเครื่องใหม่หรือไม่อยากประกอบเกมมิ่งพีซีแล้วก็มาเลือกโน๊ตบุ๊ครุ่นแนะนำไปใช้งานได้เลย

nbs22b


บทความที่เกี่ยวข้อง

zenbookcover

aio cover

amdlaptop cover

from:https://notebookspec.com/web/642089-10-laptop-worth-your-money-in-2022