คลังเก็บป้ายกำกับ: โน้ตบุ๊คทำงาน

4 Acer Aspire ราคาไม่เกิน 15000 บาท น่าใช้ ซื้อมาทำงานหรือเรียนออนไลน์ก็โอเค! อัพเดทกลางปี 2022

Acer Aspire ราคาไม่เกิน 15000 บาทยังหาได้ ทำงานก็ดีเรียนออนไลน์ก็โอเคนะ

aspire3 cover

Acer Aspire ราคาไม่เกิน 15000 บาทน่าจะเป็นรุ่นและระดับราคาที่ผู้ใช้หลายๆ คนยอมรับได้ เพราะไม่แพงเกินจะซื้อเอาไว้ทำงานหรือให้ลูกหลานใช้เรียนออนไลน์ก็ดีไม่แพ้กัน และเลือกซีพียูได้ทั้งฝั่ง AMD และ Intel ตามรสนิยมของผู้ใช้และยังติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows มาให้พร้อมใช้งานในทันที รองรับการอัพเกรดเพิ่มแรมหรือจะเปลี่ยน SSD ให้มีความจุมากขึ้นหรือโหลดไฟล์ได้เร็วขึ้นได้และพอร์ตเชื่อมต่อก็ให้มาครบเครื่อง หากใครหาโน๊ตบุ๊คเครื่องใหม่เอาไว้ทำงานแต่มีงบประมาณจำกัดหรือไม่อยากจ่ายเยอะเพราะจะหาโน๊ตบุ๊คเครื่องแรกเอาไว้ให้ลูกหลานใช้งานเล็กๆ น้อยๆ หรือจะหาโน๊ตบุ๊คเครื่องสำรองเอาไว้ใช้งานเล็กๆ น้อยๆ คู่กับพีซีเครื่องหลักจะหันมาหา Acer Aspire ราคาไม่เกิน 15000 บาททั้ง 4 เครื่องที่เลือกมาแนะนำในบทความนี้ก็น่าสนใจไม่แพ้กับรุ่นที่ราคาแพงกว่านี้อย่างแน่นอน 

Advertisementavw

จุดเด่นนอกจากการอัพเกรดเครื่องเพิ่มแรม, SSD ได้แล้ว หน้าจอของ Acer Aspire ราคาไม่เกิน 15000 บาททั้ง 4 เครื่องในบทความนี้ก็ถูกอัพเกรดความละเอียดจอเป็น Full HD พร้อมฟีเจอร์ BluelightShield ป้องกันแสงสีฟ้ารบกวนสายตาแล้ว ถ้าต้องนั่งเรียนหรือทำงานต่อเนื่องหลายชั่วโมงตาก็ไม่ล้าง่ายแถมยังไม่เสื่อมเมื่อใช้งานต่อเนื่องหลายปี และถ้ารุ่นไหนเป็นหน้าจอขนาด 15.6 นิ้วก็มีชุด Numpad ติดตั้งมาให้ใช้พิมพ์ตัวเลขทำรายงานและบัญชีได้สะดวกกว่าเดิม ไม่ต้องกดตรงบรรทัดบนสุดของแป้นคีย์บอร์ดเหมือนรุ่นจอ 14 นิ้วก็ได้ จัดว่าสะดวกใช้ดีอย่างแน่นอน

Acer Aspire ราคาไม่เกิน 15000 บาท

สเปคของ Acer Aspire มีการ์ดจอแยก CPU, GPU SSD, RAM, Software หน้าจอ,
น้ำหนัก
การเชื่อมต่อ ราคา
(บาท)
Acer Aspire 3 A315-23-R144 AMD Athlon Silver 3050U

AMD Radeon Graphics

M.2 NVMe
512GB

4GB DDR4 บัส 2400MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

1.9 กก.

USB 2.0 x 2

USB-A 3.2 x 2

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 4.2

12,450
Acer Aspire 3 A314-35-P2SR Intel Pentium Silver N6000

Intel UHD Graphics 605

M.2 NVMe
256GB

4GB DDR4 บัส 2933MHz

Windows 11 Home

14″ FHD IPS

1.45 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 2

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.0

13,900
Acer Aspire 3 A315-56-3133 Intel Core
i3-1005G1

Intel UHD Graphics

M.2 NVMe
512GB

4GB DDR4 บัส 3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

1.9 กก.

USB 2.0 x 2

USB-A 3.2 x 2

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 4.2

14,900
Acer Aspire 3 A315-58-341E Intel Core
i3-1115G4

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

4GB DDR4 บัส 3200MHz

Windows 10 Home

15.6″ FHD IPS

1.7 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 2

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.0

14,900

4 Acer Aspire ราคาไม่เกิน 15000 บาท น่าใช้ สเปคดีทำงานสะดวกเรียนสบาย

ผู้ใช้คนไหนที่มองหา Acer Aspire ราคาไม่เกิน 15000 บาทอยู่แล้วไม่แน่ใจว่ากลางปี 2022 ตอนนี้จะมีรุ่นไหนเหลือให้ซื้อบ้าง ในบทความนี้ผู้เขียนได้รวบรวมมาให้ทั้งหมด 4 รุ่นเด่น เลือกได้ทั้งซีพียู AMD, Intel และเป็น M.2 NVMe SSD ทั้งหมดแล้วด้วย โดยมีรุ่นดังนี้

  1. Acer Aspire 3 A315-23-R144 (12,450 บาท)
  2. Acer Aspire 3 A314-35-P2SR (13,900 บาท)
  3. Acer Aspire 3 A315-56-3133 (14,900 บาท)
  4. Acer Aspire 3 A315-58-341E (14,900 บาท)
1. Acer Aspire 3 A315-23-R144 (12,450 บาท)

r144

Acer Aspire ราคาไม่เกิน 15000 บาทเครื่องแรกที่เลือกมาแนะนำเป็น Acer Aspire 3 A315-23-R144 รุ่นแรกที่ราคาเป็นมิตรต่อกระเป๋าเงินที่สุด แต่ได้ตัวเครื่องขนาด 15.6 นิ้ว มี Numpad ติดตั้งมาให้และใช้ซีพียู AMD อีกด้วย ซึ่งสเปคนี้เหลือเพียงอัพเกรดแรมไป 8GB ก็ใช้ทำงานและเรียนออนไลน์หรือใช้ทำงานเอกสารบัญชีสำหรับห้างร้านและธุรกิจ SME ได้อย่างแน่นอน

ซีพียูในเครื่องติดตั้ง AMD Athlon Silver 3050U แบบ 2 คอร์ 2 เธรด ความเร็ว 2.3-3.2GHz มาให้และใช้การ์ดจอออนบอร์ด AMD Radeon Graphics แบบ 2 คอร์ ใช้เรนเดอร์ภาพและแสดงผลขึ้นจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ได้โดยไม่มีปัญหา มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้พร้อมแรมอีก 4GB DDR4 บัส 2400MHz พร้อมพอร์ต USB 2.0 x 2, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 4.2 ได้ด้วย ส่วนน้ำหนักตัวเครื่องถือว่าพกง่ายไม่หนักเกินไป เพียง 1.9 กิโลกรัมเท่านั้น ดังนั้นถ้าใครหา Acer Aspire ราคาไม่เกิน 15000 บาทเอาไว้ทำงานทั่วไปสักเครื่องล่ะก็ แนะนำให้เริ่มจากรุ่นนี้ก่อนได้เลย

สเปคของ Acer Aspire 3 A315-23-R144
  • CPU : AMD Athlon Silver 3050U แบบ 2 คอร์ 2 เธรด ความเร็ว 2.3-3.2GHz
  • GPU : AMD Radeon Graphics แบบ 2 คอร์
  • SSD :  M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB
  • RAM : 4GB DDR4 บัส 2400MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB 2.0 x 2, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 4.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 1.9 กิโลกรัม
  • Price : 12,450 บาท (Advice)
2. Acer Aspire 3 A314-35-P2SR (13,900 บาท)

p2sr

ส่วน Acer Aspire ราคาไม่เกิน 15000 บาท รุ่นที่ติดตั้งซีพียู Intel มาให้ใช้จะเป็นรุ่น Acer Aspire 3 A314-35-P2SR รหัสนี้แทน ซึ่งเพิ่มราคาขึ้นมาเล็กน้อยแต่สเปคจัดว่าดีไม่แพ้รุ่นแรกของบทความนี้เลย

ซีพียูใน Acer Aspire เครื่องนี้ติดตั้ง Intel Pentium Silver N6000 แบบ 4 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 1.1-3.3GHz มาให้ ใช้การ์ดจอออนบอร์ด Intel UHD Graphics 605 สามารถเรนเดอร์ภาพขึ้นจอ 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ได้ มี M.2 NVMe SSD ความจุ 256GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาพร้อมใช้งานกับแรมอีก 4GB DDR4 บัส 2933MHz มีพอร์ต USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 ช่อง เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่าน Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0 ได้ และน้ำหนักเครื่องเพียง 1.45 กิโลกรัมเท่านั้น ไม่หนักเกินไปพกพาง่ายแน่นอน ถ้าใครหา Acer Aspire ราคาไม่เกิน 15000 บาทที่พกพาง่ายๆ หน่อยก็แนะนำให้ดูตัวนี้เอาไว้ได้เลย

สเปคของ Acer Aspire 3 A314-35-P2SR
  • CPU : Intel Pentium Silver N6000 แบบ 4 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 1.1-3.3GHz
  • GPU : Intel UHD Graphics 605
  • SSD :  M.2 NVMe SSD ความจุ 256GB
  • RAM : 4GB DDR4 บัส 2933MHz
  • Display : 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 1.45 กิโลกรัม
  • Price : 13,900 บาท (Advice)
3. Acer Aspire 3 A315-56-3133 (14,900 บาท)

3133

Acer Aspire 3 A315-56-3133 รหัสนี้ก็เป็น Acer Aspire ราคาไม่เกิน 15000 บาทสเปคดีน่าใช้แม้ซีพียูจะตกรุ่นไปเล็กน้อยก็ใช้ทำงานออฟฟิศและเรียนออนไลน์ได้สบายๆ ซึ่งบอดี้และสเปคตัวเครื่องแชร์กับ Acer Aspire 3 ในข้อแรกแทบทั้งหมด แต่ปรับสเปคให้เป็นซีพียู Intel Core i3-1005G1 แบบ 2 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 1.2-3.4GHz กับการ์ดจอ Intel UHD Graphics แทน และใช้แรมออนบอร์ด 4GB DDR4 บัส 3200MHz แต่หน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ถูกปรับความละเอียดจอเหลือระดับ HD (1366×768) พาเนล IPS แทน ดังนั้นถ้าใครอยากใช้ Intel Core i3 ก็ขยับมารุ่นนี้แทนได้เลย

สเปคของ Acer Aspire 3 A315-56-3133
  • CPU : Intel Core i3-1005G1 แบบ 2 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 1.2-3.4GHz
  • GPU : Intel UHD Graphics
  • SSD :  M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB
  • RAM : 4GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด HD พาเนล IPS
  • Ports : USB 2.0 x 2, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 4.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 1.9 กิโลกรัม
  • Price : 14,900 บาท (Advice)
4. Acer Aspire 3 A315-58-341E (14,900 บาท)

341e

สำหรับ Acer Aspire ราคาไม่เกิน 15000 บาท เครื่องสุดท้ายที่เลือกมาแนะนำในบทความนี้เป็นรหัส Acer Aspire 3 A315-58-341E ที่ยกสเปคจาก Acer Aspire 3 ในข้อที่แล้วมาแต่อัพเกรดหน้าจอให้เป็น 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS เปลี่ยนซีพียูเป็น Intel Core i3-1115G4 แบบ 2 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 3.0-4.1GHz กับการ์ดจอ Intel Iris Xe Graphics และปรับพอร์ตของตัวเครื่องเป็น USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac และรองรับ Bluetooth 5.0 แล้ว ส่วนน้ำหนักเครื่องเบาลงเล็กน้อย เหลือ 1.7 กิโลกรัมเท่านั้น ถ้าใครหา Acer Aspire ราคาไม่เกิน 15000 บาทอยู่แล้วเจอรุ่นนี้ก็ซื้อมาใช้งานได้เลย

สเปคของ Acer Aspire 3 A315-58-341E
  • CPU : Intel Core i3-1115G4 แบบ 2 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 3.0-4.1GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD :  M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB
  • RAM : 4GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 10 Home
  • Weight : 1.7 กิโลกรัม
  • Price : 14,900 บาท (Advice)

main

ผู้ใช้คนไหนที่คิดว่าจะซื้อ Acer Aspire ราคาไม่เกิน 15000 บาท เครื่องใหม่เอามาใช้งานอยู่แล้ว ตอนนี้กลางปี 2022 ก็มีรุ่นเด่นให้เลือกพร้อมใช้งาน จะซื้อผ่านทางเว็บไซต์ขายสินค้าชั้นนำก็ได้หรือจะรอซื้อในงาน COMMART ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะผู้ขายแต่ละเจ้าก็จะมีโปรโมชั่นจูงใจดีๆ มาสมนาคุณให้กับลูกค้าแบบจัดเต็มตามสไตล์ของแต่ละร้านอยู่แล้ว ขอแค่เลือกเทียบที่คุ้มค่าถูกใจเราที่สุดก็ตัดสินใจซื้อไปใช้งานได้เลย


บทความที่เกี่ยวข้อง

aceraspire cover

nitro5secondcover

predator cover2

from:https://notebookspec.com/web/655828-4-acer-aspire-under-15000-baht

5 Acer Aspire มีการ์ดจอแยก ตัดคลิปได้แต่งภาพดี เล่นเกมไหว อัพเดทกลางปี 2022

Acer Aspire มีการ์ดจอแยกให้ใช้เหมือนกันนะ ใครหาเอาไว้ใช้ไม่ต้องจ่ายแพงด้วย!

aceraspire cover

ผู้ใช้ที่หาโน๊ตบุ๊คคุ้มค่าเอาไว้ทำงานสักเครื่อง มั่นใจว่าชื่อ Acer Aspire น่าจะเด่นชัดในหัวเป็นกลุ่มแรกๆ แน่นอน แต่ถ้าทำงานกราฟฟิคด้วย Acer Aspire มีการ์ดจอแยกก็มีให้เลือกซื้อไปใช้งานได้ด้วยและราคาค่างวดก็ไม่แพงมาก เพียงแค่หลักหมื่นต้นๆ ก็ซื้อรุ่นมีการ์ดจอ NVIDIA GeForce MX Series มาใช้งานได้แล้ว และถ้าเพิ่มเงินอีกนิดก็มีรุ่นจับคู่การ์ดจอ NVIDIA GeForce GTX Series ให้เลือก ซึ่งการ์ดจอนี้ก็ยังประสิทธิภาพดี เล่นเกมฟอร์มยักษ์หลายๆ เกมแบบปรับกราฟฟิคกลาง~สูงได้อยู่ และข้อดีร่วมของตระกูล Acer Aspire นั่นคือมันอัพเกรดเครื่องเพิ่มแรม, SSD ได้ และยังมีพอร์ตใช้งานค่อนข้างครบเครื่อง และบางรุ่นก็ติดตั้งซีพียู Intel Gen 12 มาให้ ซึ่งประสิทธิภาพดีไว้ใจได้ เหมาะกับผู้ใช้ที่หาโน๊ตบุ๊คคุ้มๆ สักเครื่องอยู่ ไม่ว่าจะเป็นนักเรียนนักศึกษาที่ยังเรียนอยู่หรือเพิ่งจบแล้วได้งานใหม่ก็ดีทั้งนั้น

Advertisementavw

Acer Aspire มีการ์ดจอแยก

สเปคของ Acer Aspire มีการ์ดจอแยก CPU, GPU SSD, RAM, Software หน้าจอ, น้ำหนัก การเชื่อมต่อ ราคา
(บาท)
Acer Aspire 3 A315-58G-323G Intel Core
i3-1215U

NVIDIA GeForce MX550
(2GB GDDR6)

M.2 NVMe
512GB

ออนบอร์ด 4GB DDR4 3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

1.79 กก.

USB-A 3.2 x 3

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.0

17,900
Acer Aspire 3 A315-59G-39AV Intel Core
i3-1115G4

NVIDIA GeForce MX350
(2GB GDDR5)

M.2 NVMe
512GB

4GB DDR4 3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

1.7 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 2

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.0

18,900
Acer Aspire 7 A715-75G-58NH Intel Core
i5-10300H

NVIDIA GeForce GTX 1650
(4GB GDDR6)

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4 2933MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

2.15 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

25,900
Acer Aspire 7 A715-42G-R4BX AMD Ryzen 5 5500U

NVIDIA GeForce GTX 1650
(4GB GDDR6)

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4 3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 144Hz

2.15 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

24,390
Acer Aspire 7 A715-42G-R4KZ AMD Ryzen 7 5700U

NVIDIA GeForce GTX 1650
(4GB GDDR6)

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4 3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 144Hz

2.15 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

26,350

5 Acer Aspire มีการ์ดจอแยก ทำงานได้เล่นเกมก็เจ๋ง!

เกมเมอร์หรือคนทำงานตัดต่อวิดีโอแต่งภาพคนไหนกำลังอยากซื้อโน๊ตบุ๊คดีๆ ราคาไม่แพงมากแต่มีการ์ดจอแยกสักเครื่องอยู่ ตอนนี้ Acer Aspire มีการ์ดจอแยกน่าซื้อในปี 2022 นี้จะมีให้เลือกทั้งหมด 5 รุ่น และราคาก็ไม่แพงมาก หากมีงบประมาณราว 25,000 บาทก็หาซื้อมาใช้งานได้แล้ว โดยมีรุ่นแนะนำดังนี้

  1. Acer Aspire 3 A315-58G-323G (17,900 บาท)
  2. Acer Aspire 3 A315-59G-39AV (18,900 บาท)
  3. Acer Aspire 7 A715-75G-58NH (25,900 บาท)
  4. Acer Aspire 7 A715-42G-R4BX (24,390 บาท)
  5. Acer Aspire 7 A715-42G-R4KZ (26,350 บาท)
1. Acer Aspire 3 A315-58G-323G (17,900 บาท)

Aspire A315 59G f

Acer Aspire มีการ์ดจอแยก รุ่นแรกสำหรับคนเน้นความคุ้มค่าราคาไม่แพง ยกให้ Acer Aspire 3 A315-58G-323G รุ่นนี้นอกจากได้ Intel Gen 12 แล้ว ยังมีการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce ติดตั้งมาเสริมตอนตัดต่อวิดีโอหรือแต่งภาพได้ไหลลื่นและยังเพิ่มแรมและ SSD ในเครื่องได้อีกด้วย

สเปคจากโรงงานเรียกว่าน่าสนใจเพราะติดตั้ง Intel Core i3-1215U แบบ 6 คอร์ 8 เธรด (2P+4E) ความเร็ว 3.3-4.4GHz จับคู่กับ NVIDIA GeForce MX550 แรม 2GB GDDR6 แสดงผลขึ้นหน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ได้อย่างดีไม่มีปัญหา มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้ มีแรมออนบอร์ด 4GB DDR4 บัส 3200MHz พอร์ตเชื่อมต่อมี USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0 ได้ และน้ำหนักเครื่องอยู่ที่ 1.79 กิโลกรัมเท่านั้น และถ้าใครเล็ง Acer Aspire มีการ์ดจอแยกรุ่นนี้อยู่ก็แนะนำให้ซื้อได้เลย เพราะได้ความสดใหม่ใช้งานดีอย่างแน่นอน

สเปคของ Acer Aspire 3 A315-58G-323G
  • CPU : Intel Core i3-1215U แบบ 6 คอร์ 8 เธรด (2P+4E) ความเร็ว 3.3-4.4GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce MX550 แรม 2GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB 
  • RAM : แรมออนบอร์ด 4GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 1.79 กิโลกรัม
  • Price : 18,900 บาท (Advice)
2. Acer Aspire 3 A315-59G-39AV (18,900 บาท)

20210427 172409 c

Acer Aspire มีการ์ดจอแยกรุ่นน่าซื้อรุ่นถัดมาเป็น Acer Aspire 3 A315-59G-39AV เครื่องนี้ที่แม้จะเปิดตัวมาสักพักแล้ว แต่ก็ยังน่าใช้หากเน้นใช้ทำงานออฟฟิศ, ตัดต่อแต่งภาพหรือใช้เรียนออนไลน์หรือพ่อแม่จะซื้อเอาไว้ให้ลูกใช้เรียนก็เหมาะสมทั้งคู่

ซีพียูในเครื่องติดตั้ง Intel Core i3-1115G4 มี 2 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 3.0-4.1GHz พร้อมกับการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce MX350 แรม 2GB GDDR5 มาให้ใช้งานกับหน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มาให้ ส่วน M.2 NVMe SSD มีความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 10 Home กับแรม 4GB DDR4 บัส 3200MHz มาให้ รองรับการอัพเกรดเป็น Windows 11 Home ได้ พอร์ตการเชื่อมต่อมี USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 รองรับการเชื่อมต่อไร้สาย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0 ได้ และตัวเครื่องเบาเพียง 1.7 กิโลกรัมเท่านั้น ซึ่ง Acer Aspire มีการ์ดจอแยกสเปคนี้ก็ยังใช้ทำงานออฟฟิศหรือเรียนออนไลน์อย่างแน่นอน อย่างมากอาจอัพเกรดแรมเป็น 8GB ก็เพียงพอแล้ว

สเปคของ Acer Aspire 3 A315-59G-39AV
  • CPU : Intel Core i3-1115G4 มี 2 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 3.0-4.1GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce MX350 แรม 2GB GDDR5
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB 
  • RAM : 4GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 1.7 กิโลกรัม
  • Price : 17,900 บาท (Advice)
3. Acer Aspire 7 A715-75G-58NH (25,900 บาท)

Aspire 7 A715 bk

ถ้าอยากซื้อ Acer Aspire มีการ์ดจอแยกสเปคแรงระดับหนึ่งพอใช้เล่นเกมฟอร์มยักษ์สักนิด Acer Aspire 7 A715-75G-58NH รุ่นนี้แม้จะเปิดตัวมาสักพักแล้วแต่สเปคก็ยังดีพอใช้ทำงานและเล่นเกมได้สบายๆ และถ้าอัพเกรดเพิ่มแรม, SSD อีกสักนิด ก็สเปคแรงพอใช้งานได้นานราว 4 ปีอย่างแน่นอน

ซีพียูเป็น Intel Core i5-10300H แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.5-4.5GHz กับการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce GTX 1650 แรม 4GB GDDR6 ส่วนหน้าจอเครื่องขนาด 15.6 นิ้ว เป็นจอ Full HD พาเนล IPS พร้อม M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 10 Home กับแรมอีก 8GB DDR4 บัส 2933MHz มีพอร์ต USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่อ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax กับ Bluetooth 5.1 ได้ ส่วนน้ำหนักเครื่องเพิ่มขึ้นมาเป็น 2.15 กิโลกรัม ซึ่งสเปคแม้จะไม่ได้ใหม่ที่สุดก็ตาม แต่สเปคของเครื่องนี้ก็เป็น Acer Aspire มีการ์ดจอแยกที่น่าใช้ไม่แพ้เครื่องรุ่นใหม่ๆ เลย

สเปคของ Acer Aspire 7 A715-75G-58NH
  • CPU : Intel Core i5-10300H แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.5-4.5GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce GTX 1650 แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB 
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 2933MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 10 Home
  • Weight : 2.15 กิโลกรัม
  • Price : 25,900 บาท (Advice)
4. Acer Aspire 7 A715-42G-R4BX (24,390 บาท)

Aspire 7 A715 42G Black f

Acer Aspire มีการ์ดจอแยกรหัส Acer Aspire 7 A715-42G-R4BX ตัวนี้จะเปลี่ยนซีพียูจาก Intel เป็น AMD Ryzen เป็นรุ่นทางเลือกให้กับเกมเมอร์และคนทำงาน ซึ่งกำลังการประมวลผลถือว่าจัดจ้านไม่แพ้โน๊ตบุ๊คซีพียู Intel อย่างแน่นอน

ซีพียูที่ติดตั้งมาให้เป็น AMD Ryzen 5 5500U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.1-4.0GHz และใช้การ์ดจอแยก NVIDIA GeForce GTX 1650 แรม 4GB GDDR6 สำหรับเรนเดอร์ภาพขึ้นหน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้ มีแรม 8GB DDR4 บัส 3200MHz ส่วนพอร์ตเชื่อมต่อมี USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่อ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 ได้ ส่วนน้ำหนักตัวเครื่องยังอยู่ที่ 2.15 กิโลกรัมไล่เลี่ยกับรุ่นในข้อที่ผ่านมา สำหรับผู้ใช้คนไหนที่อยากใช้ซีพียู AMD Ryzen ประสิทธิภาพสูงและประหยัดพลังงานพอตัวก็ซื้อ Acer Aspire มีการ์ดจอแยกเครื่องนี้ไปได้เลย

สเปคของ Acer Aspire 7 A715-42G-R4BX
  • CPU : AMD Ryzen 5 5500U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.1-4.0GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce GTX 1650 แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB 
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.15 กิโลกรัม
  • Price : 24,390 บาท (Advice)
5. Acer Aspire 7 A715-42G-R4KZ (26,350 บาท)

20210720 170421 c

ส่วน Acer Aspire มีการ์ดจอแยกเครื่องสุดท้ายที่เลือกมาแนะนำในบทความนี้เป็น Acer Aspire 7 A715-42G-R4KZ ซึ่งแชร์สเปคร่วมกับ Acer Aspire 7 ในข้อที่แล้วแทบทั้งหมด แต่รุ่นนี้เปลี่ยนซีพียูมาเป็น AMD Ryzen 7 5700U แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 1.8-4.3GHz แทน ทำให้มีคอร์และเธรดเยอะมากพอให้รันโปรแกรมใหญ่ๆ หรือเปิดโปรแกรมย่อยๆ ได้ไหลลื่นยิ่งขึ้น หากใครมีงบประมาณสักนิด ก็ขยับมาซื้อรุ่นนี้ได้เลยเพราะสเปคจัดว่าน่าสนใจมาก

สเปคของ Acer Aspire 7 A715-42G-R4KZ
  • CPU : AMD Ryzen 7 5700U แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 1.8-4.3GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce GTX 1650 แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB 
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.15 กิโลกรัม
  • Price : 26,350 บาท (Advice)

acer laptop aspire 7 main banner m

สำหรับ Acer Aspire มีการ์ดจอแยกทั้ง 5 รุ่นที่เลือกมาแนะนำในบทความนี้จะมีซีพียู Intel ตั้งแต่รุ่นเก่าไปจนรุ่นใหม่ล่าสุดหรือแม้แต่ AMD Ryzen ให้เลือกซื้อกัน ซึ่งแต่ละรุ่นก็จะเหมาะกับผู้ใช้แยกกันไปตามสเปค ซึ่งในข้อ 1, 2 ของบทความนี้จะเหมาะกับนักเรียนนักศึกษาที่เรียนอยู่หรือจบใหม่แต่อยากได้โน๊ตบุ๊คที่สเปคต่อราคาคุ้มค่า ทำงานดีเอาไว้ใช้งานสักเครื่องแต่ไม่อยากจ่ายแพงเกินไป ก็เลือกสองรุ่นแรกได้เลย ส่วนรุ่นการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce GTX 1650 ก็จะเหมาะกับคนที่ทำงานตัดต่อวิดีโอหรือแต่งภาพบ่อยๆ ก็น่าพิจารณารุ่นนี้ จะได้มีการ์ดจอแยกเอาไว้ช่วยเรนเดอร์ภาพและวิดีโอได้ด้วย


บทความที่เกี่ยวข้อง

nitro alder cover

nitro5secondcover

predator cover2

from:https://notebookspec.com/web/655038-5-acer-aspire-with-discrete-gpu

เอชพี โชว์ปลดล็อกพลังการทำงานแบบไฮบริด ใน HP Thailand Day 2022 เผยโน๊ตบุ๊ค พีซี เครื่องปรินต์ใหม่

เอชพี HP Thailand Day 2022 เพิ่มศักยภาพการทำงานในกลุ่มผู้ใช้งานธุรกิจและผู้ใช้งานทั่วไป ปลดล็อกพลังการทำงานไฮบริด เชื่อมต่อเทคโนโลยีใหม่

เอชพี

เอชพี ประเทศไทย เปิดตัวนวัตกรรมเทคโนโลยีทรงพลังเต็มรูปแบบภายใต้ธีม “ปลดล็อกศักยภาพธุรกิจสร้างโอกาสเติบโตสู่โลกไฮบริดในงาน HP Thailand Day 2022 พร้อมส่งอุปกรณ์และโซลูชั่นกลุ่มใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับการทำงานประสานกัน พร้อมร่วมสร้างประสบการณ์การสร้างสรรค์ในโลกไฮบริด ประกอบด้วย HP EliteBook x360 1040 G9, HP ProBook x360 435 G9 และเครื่องพิมพ์ HP Smart Tank งานนี้นำทัพโดย มร.อึ้ง เทียน ชอง กรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชีย เอชพี อิงค์ และ มร.ลิม ชุน เต็ก กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอชพี อิงค์ (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมด้วยกูรูไอทีชื่อดัง “หนุ่ย พงศ์สุข” และ ครีเอเตอร์ที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก “เค เลิศสิทธิชัย” 

การทำงานรูปแบบไฮบริดต้องการมากกว่าแค่การเชื่อมต่อและทำงานร่วมกัน และเป็นเรื่องท้าทายสำหรับเทคโนโลยีในการส่งมอบประสบการณ์ให้กับผู้คนไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน แม้ว่าสถานที่ทำงานจะอยู่ในทุกที่ตามความต้องการของผู้คน แต่ความคาดหวังในการทำงานนั้นไม่เปลี่ยน ผู้คนยังต้องได้รับการมองเห็นและได้ยินเสียงอย่างชัดเจนมีประสิทธิภาพและสร้างแรงบันดาลใจ

Advertisementavw
เอชพี

“ที่เอชพี เราคำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงต่างๆ เหล่านี้ และได้นำมากำหนดเป็นกลยุทธ์เพื่อขยายธุรกิจ ไม่ว่าจะผ่านการเล่นเกม อุปกรณ์เชื่อมต่อ โซลูชั่นสำหรับการทำงาน บริการระบบสมาชิก รวมถึงกราฟิกเพื่องานอุตสาหกรรมและ 3D เพื่อรองรับโอกาสใหม่ การพัฒนาด้านต่างๆ รวมไปถึงอนาคตที่น่าตื่นเต้น สำหรับวันนี้และในภายภาคหน้าฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และโซลูชั่นของเราพร้อมนวัตกรรมเทคโนโลยีล้ำสมัยจะมอบประสบการณ์ที่จำเป็นต่อการเติบโตในโลกไฮบริด โดยมอบพลังในการผสมผสานเข้ากับสภาพแวดล้อมที่ให้ประสิทธิผลสูงสุดสำหรับการทำงานและความคิดสร้างสรรค์ ผสานแนวคิดที่ได้รับแรงบันดาลใจขั้นสูงสุดของเรา” มร.อึ้ง เทียน ชอง กรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชีย เอชพี อิงค์ กล่าว

เอชพี
มร. ลิม ชุน เต็ก กรรมการผู้จัดการ เอชพี อิงค์ ประเทศไทย

มร. ลิม ชุน เต็ก กรรมการผู้จัดการ เอชพี อิงค์ ประเทศไทย กล่าว “ปัจจุบันออฟฟิศอยู่ ‘ทุกที่’ และอนาคตของการทำงานก็เกิดขึ้นตอนนี้แล้ว เมื่อเรายอมรับรูปแบบการทำงานและการเรียนรู้แบบผสมผสาน ประสบการณ์จะมีความสำคัญมากขึ้นกว่าเดิม เอชพี พยายามส่งเสริมให้ลูกค้าและกลุ่มธุรกิจได้ใช้ความสามารถอย่างเต็มที่ และช่วยให้บรรลุศักยภาพสูงสุด โดยการจัดหาโซลูชั่นที่เหมาะสมตรงกับรูปแบบการทำงานแบบไฮบริดที่เกิดขึ้นใหม่นี้”

คุณหนุ่ย พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี มาเน้นย้ำว่า ธุรกิจไทยจะต้องนำรูปแบบการทำงานแบบไฮบริดมาใช้ เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ พนักงานที่มีความสามารถต้องการโซลูชั่นที่เหมาะสม และไม่ยุ่งยากมาติดตั้งในอุปกรณ์ของตน เช่น พีซีและเครื่องพิมพ์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความยืดหยุ่นตลอดจนความปลอดภัย และนักธุรกิจรุ่นใหม่ คุณเค เลิศสิทธิชัย เน้นย้ำถึงความจำเป็นที่ต้องมีอุปกรณ์ทางไอทีที่เหมาะสมในการจัดการอาชีพและไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย เพื่อให้สามารถเชื่อมต่อกับผู้คนได้อย่างไม่สะดุด เป็นกุญแจสู่ความสำเร็จในชีวิตการทำงาน การเล่นเกมต่างๆ บนพีซีที่ทรงพลัง ไม่เพียงสร้างความบันเทิง แต่ยังช่วยสร้างและพัฒนาคอนเทนต์ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ได้


เอชพีเข้าถึงอนาคตของการทำงานแบบไฮบริด

เอชพี

โมเดลการทำงานและการเรียนรู้แบบผสมผสานช่วยให้ผู้ใช้สามารถสร้างผลงาน ใช้งาน และทำงานร่วมกันได้อย่างมีอิสระและคล่องตัวมากขึ้น ในระดับองค์กร ธุรกิจยังต้องทำงานกับโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีที่เหมาะสมและเครื่องมือเพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่รูปแบบไฮบริด จึงได้ประกาศเปิดตัวผลิตภัณฑ์ในกลุ่มพีซีและเครื่องพิมพ์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้พนักงานสามารถก้าวหน้าได้ในโลกไฮบริด

  • HP EliteBook x360 1040 G9 ปลดล็อกขีดจำกัดด้านประสิทธิภาพและน้ำหนักที่เบาสำหรับผู้ปฏิบัติงานนอกสถานที่ทุกแห่งหน ออกแบบมาใหม่เพื่อการทำงานที่ราบรื่นในการทำงานแบบไฮบริด ตัวเครื่องทำจากแชสซีที่บางเบา ด้วยอัตราส่วนหน้าจอ 16:10 เพื่อการแสดงผลเพิ่มเติมและลดการเลื่อนขึ้นลง ให้คุณภาพของภาพและเสียงได้ดีที่สุดด้วยกล้อง 5MP, กล้อง IR 940nm และซอฟต์แวร์เสียงสมจริงเพื่อความชัดเจนในการรับฟัง
  • ออกแบบมาสำหรับพนักงานที่ต้องทำงานโดยไม่ติดอยู่กับที่เมื่อต้องออกนอกสถานที่เพื่อธุรกิจที่กำลังเติบโต HP ProBook x360 435 G9 ผสมผสานการออกแบบที่ให้น้ำหนักเบาและอัปเกรดได้ พร้อมด้วยประสิทธิภาพการทำงานด้านธุรกิจ พร้อมการรักษาความปลอดภัยและทนทาน เหมาะสำหรับธุรกิจที่กำลังเติบโต แล็ปท็อป HP ProBook x360 435 G9 มาพร้อมกับระบบรักษาความปลอดภัย HP Wolf Security for Business ซึ่งช่วยป้องกันภัยคุกคาม ป้องกันมัลแวร์ และป้องกันตัวตนด้วยการกำหนดค่าเดียวและใช้งานง่าย
  • สร้างสรรค์ผลงานอย่างอิสระด้วย HP Spectre x360 14 ซึ่งเป็นแล็ปท็อปแบบปรับเปลี่ยนได้ด้วยอัตราส่วนภาพหน้าจอ 3:2 ให้ความสมจริงสำหรับการท่องเว็บและรองรับความต้องการผลิตงานอย่างมีประสิทธิภาพ แล็ปท็อป 2-in-1 รุ่นนี้มีความยืดหยุ่นสูงในการสร้างสรรค์ผลงานและรองรับการใช้ชีวิตอย่างราบรื่นในโลกไฮบริดสำหรับยุคปัจจุบัน ด้วยแพลตฟอร์มของ Intel® Evo™ และโปรเซสเซอร์ Intel® Core™ รุ่นที่ 12 ที่พัฒนาฟังก์ชันการทำงานพร้อมๆ กันหลายอย่างและทรงประสิทธิภาพ มาพร้อมกับจอสัมผัสที่พับได้ในลักษณะต่างๆ รวมถึงการซูมด้วยนิ้วมือ การแตะสองครั้ง และการกดค้างไว้เพื่อสร้างและจัดการภาพวาด และเนื้อหาสร้างสรรค์อื่นๆ ให้เป็นไปอย่างง่ายดาย
  • สำหรับนักเล่นเกมมืออาชีพ เอชพีนำเสนอเกมมิ่งแล็ปท็อป HP OMEN 16 เพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดสำหรับการเล่นเกมที่ต้องอาศัยเครื่องที่ทรงพลังในทุกที่ มาพร้อมกับกราฟิกการ์ดที่ยืดหยุ่นและโปรเซสเซอร์ Intel ผสมผสานวัสดุเพื่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งรวมถึงฝาครอบอะลูมิเนียมรีไซเคิล และรุ่นVictus by HP 15 สำหรับผู้ชื่นชอบการเล่นเกมทั้งหมดจะช่วยยกระดับและดื่มด่ำอย่างเต็มที่ แล็ปท็อป Victus by HP 15 มีตัวเลือกสีที่โดดเด่นสองสีให้เลือกในสีเงินไมก้าและสีน้ำเงิน ให้อารมณ์ทรงประสิทธิภาพ ทั้งหมดนี้มีคีย์บอร์ดเรืองแสงมาตรฐานที่พิมพ์ด้วยแบบอักษรที่โดดเด่น พบได้ในอุปกรณ์ OMEN ด้วยโปรเซสเซอร์และกราฟิกที่ล้ำและแตกต่าง ผู้ใช้สามารถทำงานหลายๆ อย่างพร้อมกันได้ไม่ว่าจะเล่นเกม ท่องเว็บ ตัดต่อ และอื่นๆ
เอชพี

ผู้คนจำนวนมากต้องการใช้ประโยชน์จากการพิมพ์ไม่ว่าจะอยู่ที่ทำงานหรือที่บ้าน เอชพีพัฒนาเครื่องพิมพ์ให้ทันสมัยโดยลดความซับซ้อนของการพิมพ์ สร้างประสบการณ์การทำงานในสำนักงานที่แท้จริงเมื่ออยู่ที่บ้านและเปลี่ยนไปสู่ธุรกิจที่เน้นการบริการ

  • เอชพี ช่วยทำให้เทคโนโลยีเข้าถึงได้ง่ายมากขึ้นด้วยการเปิดตัวโปรแกรมการลงทะเบียนด้วยหมึกเป็นครั้งแรกในประเทศไทยด้วย Easy Ink ช่วยให้ผู้ใช้ในบ้านและผู้ใช้งานธุรกิจสามารถสั่งซื้อตลับหมึกเอชพีผ่านทางออนไลน์และจัดส่งตลับหมึก ให้ผู้ใช้สามารถเพลิดเพลินกับการพิมพ์คุณภาพสูงอย่างไม่ขาดตอน ด้วยหมึกและผงหมึกของแท้ รับประกันคุณภาพการพิมพ์ที่โดดเด่นและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หลีกเลี่ยงการพิมพ์ติดขัดที่เกิดจากข้อผิดพลาดในระบบพิมพ์ หลีกเลี่ยงงานพิมพ์คุณภาพต่ำ ลูกค้าสามารถสั่งซื้อได้ตลอดเวลาและรับตลับหมึกผ่านการจัดส่งตรงถึงบ้านโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
  • ผู้บริโภคและธุรกิจขนาดเล็กต่างก็ขยายธุรกิจเติบโตขึ้นโดยอาศัยความสามารถจากอุปกรณ์เคลื่อนที่ด้วยแอป HP Smart ช่วยให้ลูกค้าเพลิดเพลินกับความสามารถในการพิมพ์และสแกนจากทุกที่ ทั้งได้รับการแจ้งเตือนเมื่อพิมพ์ สแกน หรือคัดลอกคอนเทนต์จากมือถือ
  • สำหรับการใช้งานที่บ้านและออฟฟิศขนาดเล็ก เครื่องพิมพ์ HP Smart Tank 720 All-in-One มอบประสบการณ์การพิมพ์ที่ยอดเยี่ยมตั้งแต่ต้นจนจบด้วยงานพิมพ์คุณภาพสูงมาพร้อมกับคุณสมบัติอัจฉริยะขั้นสูงเหมาะสำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการพิมพ์งานจำนวนมาก โดยเครื่องพิมพ์ออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในแต่ละวันสำหรับการทำงานหรือการเรียนในยุคไฮบริด
  • เครื่องพิมพ์ขนาดเล็กที่พิมพ์สองหน้าได้อย่างเร็ว  HP LaserJet MFP M236dw ได้รับการออกแบบมาสำหรับนักธุรกิจมืออาชีพที่ต้องการการพิมพ์ขาวดำประสิทธิภาพสูงตัวเครื่องขนาดเล็ก กะทัดรัด มาพร้อมการเชื่อมต่อที่เสถียรขึ้นด้วยWi-Fi™ แบบดูอัลแบนด์พร้อมการรีเซ็ตในตัวเอง การสแกนคุณภาพสูง และสามารถแชร์ไปยัง Dropbox, Google Drive, อีเมล หรือระบบคลาวด์ได้
เอชพี

ราคาและการวางจำหน่าย

  • HP EliteBook x360 1040 G9 มีจำหน่ายแล้วที่ HP Online Store ราคา 44,990 บาท
  • HP ProBook x360 435 G9 มีจำหน่ายแล้วที่ HP Online Store ราคา 35,990 บาท
  • HP Spectre x360 14 จำหน่ายแล้วที่ HP Online Store ราคา 51,990 บาท
  • HP OMEN 16 วางจำหน่ายแล้วที่ HP Online Store และร้านค้าปลีกอื่นๆ ราคาเริ่มต้น 45,990 บาท
  • Victus by HP 15 วางจำหน่ายแล้วที่ HP Online Store และร้านค้าปลีกอื่นๆ ราคาเริ่มต้น 28,990 บาท
  • เครื่องพิมพ์ HP Smart Tank 720 All-in-One เริ่มต้น 7,390 บาท ที่ร้านค้าไอทีชั้นนำและออนไลน์ พร้อมรับประกัน 2 ปี และบริการนอกสถานที่ฟรี
  • HP LaserJet MFP M236dw Printer วางจำหน่ายแล้วที่ร้านค้าออนไลน์ของ HP และขายปลีกราคาเริ่มต้นที่ 4,190 บาท พร้อมการรับประกัน 3 ปี และบริการนอกสถานที่

การพิมพ์สองด้านที่เร็วที่สุดในกลุ่มผลิตภัณฑ์เดียวกัน: เมื่อเทียบกับเครื่องพิมพ์เลเซอร์ขาวดำในรุ่นเดียวกันและ MFP ที่น้อยกว่า $210 USD หรือ 220€ สำหรับฟังก์ชันเดียว หรือน้อยกว่า $310 USD หรือ 320€ สำหรับมัลติฟังก์ชั่น ทั้งหมดนี้มีรอบการทำงานสูงสุดที่ประกาศไว้ที่ 20,000 หรือต่ำกว่า ความเร็วที่แน่นอนของเครื่องพิมพ์ HP จะแตกต่างกันไปตามการกำหนดค่าระบบ แอปพลิเคชั่นซอฟต์แวร์ ไดรฟ์ และความซับซ้อนของเอกสาร Buyers Lab กันยายน 2020 การศึกษาซึ่งได้รับมอบหมายจาก HP โดยอิงจากการสำรวจวิจัยที่ OEM เผยแพร่ข้อมูลจำเพาะที่เปิดเผยต่อสาธารณะ ณ วันที่ 09/01/2020 ส่วนแบ่งการตลาดตามที่รายงานโดย IDC Quarterly Hardcopy Peripherals Tracker – Final Historical 2020Q2 สำหรับอเมริกาเหนือและ EMEA สำหรับรายละเอียด: keypointintelligence.com/HPFastestDuplex

ข้อมูลเพิ่มเติม: http://www.hp.com


from:https://notebookspec.com/web/653874-hp-thailand-day-2022

Acer Aspire 3 A315-59G-39AV เบา ใช้ได้ในทุกโอกาส Intel Core i3 + MX550 บันเทิงครบรส

Acer Aspire 3 A315 เรียบง่าย ตอบโจทย์ได้ในชีวิตประจำวัน พลัง Intel Gen12 การ์ดจอแยก MX550

Acer Aspire 3

Acer Aspire 3 A315-59G-39AV เป็นโน๊ตบุ๊คอเนกประสงค์ที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน รวมถึงการเรียน และกลุ่มที่ใช้งานออนไลน์ ค้นหาข้อมูล งานเอกสาร กับบอดี้ที่ออกแบบให้ลงตัวกับการใช้งานในรูปแบบต่างๆ รวมถึงใช้งานนอกสถานที่ ตั้งแต่ห้องเรียน ที่ทำงาน ประชุมลูกค้าหรือว่าอยู่ร้านกาแฟ ด้วยดีไซน์ที่ดูเรียบง่าย แต่เข้ากันได้ในหลายโอกาส มาพร้อมIntel Core i3-1215U และแรม 4GB DDR4 พร้อมกับ SSD ในและ 512GB M.2 NVMe PCIe Gen3 x4 กราฟิกชิปแบบแยก GeForce MX550 ที่เพิ่มศักยภาพให้กับงานด้านกราฟิก และการเล่นเกมได้ดีขึ้น สลับกับการทำงานของ Intel UHD Graphic ที่มีมาในซีพียู หน้าจอแสดงผลขนาด 15.6″ ความละเอียด Full-HD 1080p และพอร์ตเชื่อมต่อพื้นฐานที่ให้มาเยอะพอสมควร รองรับการเชื่อมต่อทั้งเครือข่ายไร้สาย WiFi ac และ Gigabit LAN ที่สำคัญคือ ให้ระบบปฏิบัติการ Windows 11 Home เปิดเครื่องก็พร้อมใช้งาน และน้ำหนักเบาเพียง 1.7 กิโลกรัมเท่านั้น การรับประกัน 2 ปีและมี 3 Hours Service กับการซ่อมด่วนใน 3 ชั่วโมง

Acer Aspire 3 A315-59G-39AV


จุดเด่น

Advertisementavw
  • ซีพียู Intel Core i3-1215U ที่ติดตั้งมาด้วยให้ประสิทธิภาพที่ดีในงานหลายอย่าง
  • บอดี้ออกแบบได้ดี ไม่เทอะทะ บางพกพาสะดวก
  • มีตัวเลือกกราฟิกทั้ง Intel UHD และ GeForce MX550
  • ใช้ซอฟต์แวร์ Acer Care Center ตรวจเช็ค ปรับปรุงระบบได้
  • ให้ SSD M.2 NVMe PCIe 512GB
  • หน้าจอขนาด 15.6″ ใช้งานแบบหลายหน้าต่างได้ชัดเจน
  • ภายในอัพเกรดได้เยอะ แรม SSD ที่มีแบบ SATA ให้ใช้งานด้วย
  • น้ำหนักเพียง 1.7 กิโลกรัมเท่านั้น
  • ราคาไม่ถึง 2 หมื่นบาท

ข้อสังเกต

  • มีเพียงพอร์ต USB 3.2 ที่เป็นแบบ Type-A มาเท่านั้น
  • ขาดพอร์ต USB-C มาบ้างก็น่าจะดี
  • มีแรมให้เพียง 4GB แต่อัพเกรดได้

NBS Verdict

เปิดเทอมใหม่หัวใจว้าวุ่นกันอีกแล้ว น่าจะเป็นช่วงที่หลายคนเริ่มขยับขยายอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ที่ใช้อยู่กันใช่มั้ยครับ รวมถึงคนที่ต้องกลับมาใช้โน๊ตบุ๊ค หรือหาโน๊ตบุ๊คให้ลูกหลานเข้าสู่การเรียนอีกครั้ง ในวันนี้ผมมีโน๊ตบุ๊คจากทาง Acer จัดว่าที่ออกมาในช่วงที่เหมาะกับช่วงเวลาเปิดเทอมตอนนี้ได้ดีทีเดียว เป็นโน๊ตบุ๊คจอใหญ่ ขุมพลังซีพียูรุ่นใหม่อย่าง Intel Gen 12 และมีการ์ดจอแยกอีกด้วย ในงบไม่เกิน 20,000 บาท ในรุ่น Acer Aspire 3 A315 รุ่นนี้ น่าจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ ส่วนสเปคเป็นอย่างไร มาดูรายละเอียดกัน

Acer Aspire 3

ดีไซน์ ค่อนข้างที่จะต่างไปจาก Aspire 3 เดิมอยู่เล็กน้อย ปั้นให้เป็นสันดูมีเหลี่ยมมุมมากยิ่งขึ้น และให้มิติที่บางลงกว่าเดิม Mood & Tone จะไปทางเรียบง่าย สีสันลงตัวกับในทุกสไตล์ Acer น่าจะมองที่การจับถือง่ายขึ้น ไม่เทอะทะจนเกินไป แม้จะเป็นโน๊ตบุ๊คในระดับ 15.6” ก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจคือ ขอบจอที่บางเฉียบทั้งซ้ายและขวา ไล่ลงมาตรงขอบข้างของคีย์บอร์ดก็เล็กลงจากเดิม ทำให้มีพื้นที่การวางปุ่มแบบ Full-size ได้เต็มที่ รวมถึงพอร์ตต่างๆ ก็จัดมาให้เพียงพอต่อการใช้งาน น้ำหนักอยู่ที่ประมาณ 1.7Kg และเมื่อรวมอแดปเตอร์จะอยู่ที่ 2.1Kg โดยประมาณ เรามาดูกันครับว่า กับโน๊ตบุ๊คเบาๆ ขุมพลัง Intel Core i3 และมีกราฟิกแยก GeForce MX550 มานี้ จะใช้งานร่วมกับแอพพลิเคชั่นต่างๆ ในชีวิตประจำวันของเราได้ดีเพียงใด


Specification

Acer Aspire 3

ข้อมูลเพิ่มเติม: Acer

Acer Aspire 3 A315-59G-39AV
Operating System Windows 11 Home 64-bit
Processor Type Intel Core™ i3 1215U, Turbo up to 4.4GHz, 6 Core
Standard Memory DDR4 4 GB
Solid State Drive Capacity 512 GB PCIe NVMe Gen3
Screen Size 1 5.6″ Full HD (1920 x 1080) Acer ComfyView™
Graphics Controller NVIDIA GeForce® MX550 (2GB GDDR6)
Number of Speakers Two built-in stereo speakers and built-in microphones
Wireless LAN 802.11ac
Bluetooth Bluetooth® 5.0
Webcam Yes
Ports HDMI, 3 x USB 3.2 Gen 1 ports, RJ-45, Headphone
Battery 3-cell, 40 Wh
Weight 1.792 kg

Hardware / Design

Acer Aspire 3

Cover ด้านนอกของ Acer Aspire 3 A315 มาในโทนสี Pure Silver ซึ่งจะออกแนวสีเงินที่มีความสว่าง ยิ่งเมื่อเจอกับแสงไฟ ก็ยิ่งเห็นเม็ดสีเล็กๆ และมีพื้นผิวให้จับได้ถนัดมือ ไม่ได้เน้นความหวือหวา เพราะมีเพียงโลโก้ Acer อยู่ด้านบนสุดเท่านั้น ดูแล้วเข้ากับการใช้งานในโอกาสต่างๆ ได้ดีทีเดียว

Acer Aspire 3

โลโก้ Acer ที่ดูโดดเด่นบนฝาปิดด้านบน ซึ่งถ้าปัจจุบันสไตล์การออกแบบเช่นนี้ ก็มีอยู่ในโน๊ตบุ๊ค Acer หลายๆ ซีรีส์ ที่เน้นไลฟ์สไตล์และงานธุรกิจ เช่น Acer Swift เป็นต้น

Acer Aspire 3

ด้านข้างออกแบบให้ดูเพรียวบาง ซึ่งเราอาจไม่ได้เห็นกันบ่อย บนโน๊ตบุ๊คในกลุ่มนี้ ซึ่งทาง Acer เก็บรายละเอียดในส่วนนี้ได้ดี ซึ่งทำให้มิติของโน๊ตบุ๊คดูบางลง จุดหนาสุดอยู่ด้านท้าย และบางที่สุดด้านหน้า และโครงสร้างหลักที่เป็นอะลูมิเนียม ทำออกมาได้แข็งแรง

บานพับแน่น กางได้ง่าย นิ้วเดียวก็เปิดได้ สังเกตว่า Acer ออกแบบให้ยกฐานของโน๊ตบุ๊คให้สูงขึ้น ซึ่งเรียกว่า Elevate Design เพื่อปรับมุมมองและมุมรับกับการวางมือที่ง่ายขึ้น

Acer Aspire 3

จากมุมมองด้านหน้าของ Acer Aspire 3 A315 จะเห็นถึงความเรียบง่าย และโทนสี Pure Silver ที่เป็นสีหลักของบอดี้เกือบทั้งหมด ยกเว้นขอบของจอภาพ ที่เป็นสีดำและขอบค่อนข้างบางทีเดียว ทำให้สัดส่วนของพื้นที่แสดงผลกว้างขวางดูสบายตา

Acer Aspire 3

ขอบจอบาง ซ้าย-ขวา และมีกล้องเว็บแคมด้านบน 720p ประชุมหรือเรียนออนไลน์ก็ไหลลื่น

Acer Aspire 3

มุมมองจากด้านข้าง จะเห็นได้ว่าเมื่อวางในมุมมอง 90 องศาของบานพับ ตัวฐานจะแนบกับพื้นโต๊ะแทบจะสนิดทีเดียว ซึ่งอาจจะเหมาะในการใช้งานบางโอกาส แต่ถ้าให้ดี ก็ควรจะปรับให้ลาดเอียง เพื่อให้รับกับการมองได้อย่างชัดเจนมากขึ้น อีกทั้งช่วยเพิ่มช่องว่างด้านใต้ ให้มีอากาศที่ไหลเวียนได้ดียิ่งขึ้น

แต่อย่างไรก็ดี บานพับจะไม่ได้กางสุด 180 องศา เหมือนกับในหลายๆ รุ่นของค่ายนี้ แต่ก็มากพอสำหรับการใช้งานในแต่ละรูปแบบ ในกรณีที่จะให้คนตรงข้ามได้ดูด้วย ก็คงต้องหันหน้าจอไปให้ ก็ยังถือว่าสะดวกต่อการใช้งานในแต่ละวัน

Acer Aspire 3

ช่องระบายความร้อนขาออก อยู่ด้านใต้ของหน้าจอ เป็นช่องลมขนาดใหญ่ ที่ถูกเป่าออกมาจากด้านใน ซึ่งจากที่เราใช้งานมาในระยะหนึ่ง เห็นได้ชัดว่า แทบไม่ค่อยมีลมร้อนออกมามากนัก แม้จะเป็นการเล่นเกมก็ตาม ส่วนหนึ่งก็อาจจะมาจากช่องลมด้านใต้ ที่เปิดช่องเอาไว้กว้างขวาง เพื่อระบายความร้อนออกได้ส่วนหนึ่ง ที่เหลือก็จะมาออกในส่วนนี้ ซีพียูและการ์ดจอ ก็ไม่ได้มีค่า TDP ที่ร้อนแรงนัก พัดลมพร้อมฮีตไปป์ที่มีก็จัดการได้อยู่หมัดแล้ว ในจุดนี้สามารถดูที่การทดสอบอุณหภูมิกันต่อไปครับ


Keyboard / Touchpad

Acer Aspire 3

ที่วางมือ ด้านซ้าย มีโลโก้ Intel Core i3 และ nVIDIA ที่เป็นการ์ดจอแยก รวมถึง 3 Hour Service

Acer Aspire 3

ส่วนทางด้านขวา มีสติ๊กเกอร์ คุณสมบัติเด่นๆ เช่น Elevate Design, Better Image in low light, Narrow Bezel และ Upgrade แรมได้

Acer Aspire 3

คีย์บอร์ดเป็นแบบ Full-size มาครบทั้ง Numberpad ให้ผู้ใช้ที่ต้องคีย์ข้อมูล และทำงานด้านตัวเลข เอกสาร ปุ่มครบเป็นแบบ Chiclet ตัวใหญ่ พร้อมอักษรครบ แต่ไม่มีแสงไฟ Backlit มาให้แต่อย่างใด

Acer Aspire 3 A315 ติดตั้งคีย์บอร์ดแบบ Full-size แบบนี้ ก็เป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่ใช้งานที่พิมพ์สัมผัส เพราะกดได้แม่นยำ แทบไม่ต้องมองแป้นพิมพ์เลยทีเดียว และยิ่งแยกปุ่มกัน มีระยะกำลังดี คือเว้นช่วงให้คนนิ้วใหญ่ ไม่ต้องกดไปโดนปุ่มอื่นได้ง่าย แต่ด้วยพื้นที่ที่จำกัด เพราะเว้นขอบข้างไว้เยอะนิดนึง ก็ทำให้การวางเลย์เอาท์ของ Number pad ดูแคบลงไปบ้าง รวมถึงทำให้บางปุ่มดูเล็กเหลือเพียง 50-75% ของปุ่มปกติ เช่น ปุ่มลูกศรหรือตัวเลขก็ตาม

Acer Aspire 3

แต่จุดที่น่าสนใจคือ มีปุ่ม Function มาให้เกือบครบ ให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น ไล่ไปตั้งแต่ ปิด-เปิด เพิ่มลดความสว่าง ไมโครโฟน สัญญาณต่อจอนอก โหมด Airplane

Acer Aspire 3

ปิดทัชแพด แต่ปุ่ม f11 และ f12 มีเว้นว่างเอาไว้ โดยขยับปุ่ม Print screen และ Delete มาไว้ด้านบน ขยับมาด้านข้างขวาสุดจับเอาปุ่ม / และ * มาไว้บน Number pad สุดท้ายเป็นปุ่มเพาเวอร์เปิด-ปิด

ตัวปุ่มที่ให้มามีระยะการกดที่ลึกอยู่เล็กน้อย ตามสไตล์ของโน๊ตบุ๊คในกลุ่มนี้ ระยะการยุบตัวก็อาจจะต้องใช้เวลาในการทำความคุ้นเคยในระยะหนึ่ง ยิ่งถ้าใครใช้เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คมา ก็อาจจะต้องปรับตัวอยู่พอควร อย่างไรก็ดีเรื่องของปุ่มคีย์ ความชัดเจนของตัวอักษรต่างๆ อยู่ในระดับที่ดี เพียงแต่ว่าไม่มีแสงไฟ Backlit ในปุ่ม สำหรับใครที่ต้องใช้งานในที่แสงน้อย อาจจะต้องหาทางออก เช่น การใช้ USB Lighting หรืออื่นๆ

Acer Aspire 3

ทัชแพดที่มีให้ออกแบบมาเรียบง่าย ในรูปแบบของสี่เหลี่ยมผืนผ้า ซึ่งดูจะเหมาะกับการใช้งานด้านมัลติทัชที่สะดวกมากขึ้น ตรงนี้ถือเป็นข้อดีของโน๊ตบุ๊คขนาด 15.6″ ขึ้นไป และยังรองรับ Gesture Control ซ่อนปุ่มคลิ๊กซ้าย-ขวา ไว้ที่ด้านใน การกดทำได้เต็มที่ แม้จังหวะการกดบางครั้งจะวืดไปบ้าง เพราะมีระยะห่างกันในการคลิ๊ก แต่ก็ถือว่าตอบสนองในการใช้งานโดยพื้นฐานได้ดี


Screen / Speaker

Acer Aspire 3

Acer Aspire 3 A315 รุ่นนี้ มาพร้อมหน้าจอแสดงผล 15.6” ความละเอียด Full-HD 1920 x 1080p รีเฟรชเรต 60Hz

Acer Aspire 3

Acer Aspire 3 A315 รุ่นนี้ให้จอแสดงผล 15.6″ และมีขอบจอที่บางในแบบ Narrow Bezel ประมาณ 4-5mm ทั้งซ้ายและขวา ส่วนด้านบนจะเป็นจุดที่วางกล้องเว็บแคมมาให้ ความละเอียด 720p พาแนล IPS ให้ความคมชัดในมุมมองต่างๆ ได้ดีในระดับหนึ่ง ในเรื่องของความสดใส ก็ต้องว่ากันที่ระดับความสว่างที่เยอะขึ้น เพราะโดยการใช้งานพื้นฐานเท่าที่ได้ลอง ในแง่ของการท่องอินเทอร์เน็ตและทำงานเอกสาร ก็ค่อนข้างสบายตา แต่ถ้าอยากได้ความชัดเจนมากขึ้น อาจจะปรับขึ้นไปในระดับ 80% เพื่อให้มองเห็นในมุมต่างๆ ได้มากกว่าเดิม มุมในการมองยังคงอยู่ที่ด้านหน้าเป็นหลัก ในส่วนนี้เรามาดูการทดสอบด้วย Spyder5 Elite กันครับ

Acer Aspire 3

สำหรับมุมของการยกตัวของจอภาพ จะเป็นแบบ Elevate Design ซึ่งเป็นรูปแบบก็จะคล้ายกันกับในโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่น ที่ใช้แกนหลักของบานพับ เป็นตัวยกให้ทำมุมกับสายตาของผู้ใช้ และองศาของคีย์บอร์ด เพื่อให้วางมือและพิมพ์ได้ถนัดขึ้น ทั้งนี้ย้ำไว้ก่อนครับว่า องศาของหน้าจอ จะไม่ได้กางออกเป็น 180 องศา เช่นเดียวกับใน Aspire บางรุ่น แต่ก็ถือว่ากางได้มากพอสำหรับการใช้งานบนโต๊ะ หรือวางบนตัก เมื่อต้องออกไปใช้งานข้างนอก สะดวกได้เหมือนเดิม

Acer Aspire 3

ในเรื่องของขอบเขตสี ที่ได้จากการวัดผลโดย Spyder5 Elite นี้ ให้ค่า sRGB อยู่ที่ xx% และ AdobeRGB xx% จัดว่าให้สีสันที่อยู่ในเกณฑ์ระดับมาตรฐานของโน๊ตบุ๊คในกลุ่มนี้ เหมาะสำหรับการใช้งานด้านเอกสาร ความบันเทิง และการท่องเน็ต แต่อาจจะไม่ได้ออกแบบมาเพื่องานด้านตกแต่งภาพ หรืองานด้านภาพ วีดีโอ ที่ต้องการความแม่นยำเที่ยงตรงของสีมากขนาดนั้น เน้นไปที่การเรียน การใช้งานพรีเซนเทชั่น หรือการเทรดหุ้น เป็นหลัก ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันได้ ส่วนในเรื่องของความสว่างของหน้าจออยูที่ประมาณ 156.5 nits

Acer Aspire 3

โดยในตำแหน่งที่ให้ความสว่างมากที่สุดอยู่ตรงกลางของจอ และด้านซ้ายมือของจอภาพ ตามการแบ่งสัดส่วนของหน้าจอออกเป็น 9 ช่อง โดยช่องกลางจะมีค่าเป็น 0% คือให้ความสว่างได้เต็มที่มากที่สุด และซ้ายมือแถวกลางและมุมบนซ้าย เป็นตัวเลขที่ถือว่าใกล้เคียงกัน ส่วนจุดอื่น เช่น ตรงกลางด้านบน และมุมขวาล่าง มากสุดอยู่ที่ 16% อาจจะเป็นจุดที่ผู้ใช้งานด้านภาพ หรือต้องใช้พื้นที่ที่มีแสงมากๆ ในการพิจารณา ก็ต้องระวังเล็กน้อย อย่างไรก็ดีถ้าไม่มั่นใจอาจจะลองต่อเข้ากับจอภายนอก เพื่อเช็คงานดูอีกครั้ง แต่ในส่วนนี้อ้างอิงจากที่เราทดสอบเท่านั้น

Acer Aspire 3

คะแนนรวมอยู่ที่ 2.5 คะแนนเต็ม 5 ซึ่งแทบจะเท่ากับใน Aspire หลายรุ่นที่ผ่านมา

Acer Aspire 3

จุดวางลำโพงทั้ง 2 ด้าน อยู่บริเวณด้านใต้ของตัวเครื่อง เป็นแบบเสียงสะท้อนลงพื้นโต๊ะ เรื่องคุณภาพเสียง อยู่ในระดับน่าพอใจ คมชัด ความดังของเสียงปรับเพิ่มได้ ไม่แตกพร่าให้ได้ยิน เสียงกลางมาได้ดี แต่เสียงแหลม ดูจะลดน้อยไปบ้าง ตามสไตล์ของโน๊ตบุ๊ค แต่ก็ดีที่เรื่องของเสียงสนทนาและการการดูหนังยังคงไว้ใจได้ เอฟเฟกต์กระแทกมาให้สนุกได้เป็นระยะ รวมถึงการเล่นเกม ขาดแต่มิติของเสียงไปบ้าง แต่ถ้าต้องการจะเน้นความสนุก โต้ตอบในเกมกับเพื่อนได้ รวมถึงการเก็บรายละเอียดเสียงที่ดีขึ้น แนะนำว่าเพิ่มหูฟังอีกสักตัว ก็น่าจะดีไม่น้อยเลย


Connector / Thin And Weight

Acer Aspire 3

พอร์ตต่อพ่วงมีให้มาเกือบครบ สำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็น USB 3.2 Gen2 ในแบบ Type-A ให้มาถึง 3 พอร์ต ทั้งด้านซ้ายและขวา

Acer Aspire 3

ทางด้านขวามือของเครื่อง ให้มาเป็น USB 3.2 Gen2 Type-A และ Kensington lock รวมถึง Audio combo jack สำหรับหูฟังและไมโครโฟน พร้อมไฟแสดงสถานะ

ส่วนทางด้านซ้ายประกอบด้วย USB 3.2 Gen2 Type-A มีให้ 2 พอร์ต และพอร์ต HDMI เพื่อแสดงผลภายนอก กรณีที่ไปพรีเซนท์งานหรือความบันเทิง ระหว่างการพักผ่อน ดูหนัง หรือเล่นเกม และ RJ-45 สำหรับการเชื่อมต่อเครือข่าย Gigabit LAN นอกเหนือจาก WiFi ac ที่มีมาให้ ที่ดูจะขาดหายไป ก็น่าจะเป็น USB Type-C ที่น่าจะมีไว้ให้สักพอร์ต เผื่อต่อใช้งานกับอุปกรณ์รุ่นใหม่ๆ ได้ดีขึ้น

Acer Aspire 3

มาดูที่น้ำหนักกันบ้าง ทาง Acer แจ้งเอาไว้ที่ 1.79 กิโลกรัม ซึ่งจากที่เราชั่งเฉพาะโน๊ตบุ๊คเพียงอย่างเดียวก็เรียกว่าเท่ากับกับที่ระบุเอาไว้ จัดว่าเป็นน้ำหนักที่เหมาะกับคนที่ต้องการโน๊ตบุ๊คจอใหญ่ แต่ไม่ชอบกับการที่ต้องแบกเป้หนักๆ สำหรับใครที่ต้องหิ้วไปใช้งานข้างนอก ก็ยังพอไหว ไม่หนักมากเกินไป

Acer Aspire 3

แต่ถ้าคุณจะออกไปใช้งานแบบยาวๆ เราลองนำอแดปเตอร์ ที่มากับตัวโน๊ตบุ๊คลองชั่งรวมกัน น้ำหนักขยับไปที่ 2.1 กิโลกรัม แต่โดยส่วนตัวมองว่า ไม่ได้เป็นประเด็นมากมายนัก แม้ว่าจะพกไปรวมกัน ก็ยังน้อยกว่าโน๊ตบุ๊คเกมมิ่งตัวเริ่มต้นอยู่ไม่น้อยเลย และหากคุณต้องนำไปใช้งานข้างนอก 3-4 ชั่วโมง ก็แทบจะไม่ต้องเอาอแดปเตอร์ไปก็ได้ หากแค่เปิด-ปิดใช้งานเป็นบางระยะ ก็ใช้งานได้นานมากขึ้นไปอีก


Inside / Upgrade

Acer Aspire 3

แกะดูด้านในของ Acer Aspire 3 A315 กันบ้าง น็อตมีทั้งหมด 10 ตัวครับ รวมกับที่อยู่ด้านใต้ของสคิ๊กเกอร์รับประกันด้วย ซึ่งในส่วนนี้หากอยู่ในประกัน แนะนำไปอัพเกรดที่ร้านจะดีที่สุดครับ

Acer Aspire 3

พื้นที่ภายในค่อนข้างกว้างขวางทีเดียว และเท่าที่สังเกต มีจุดที่จะให้ผู้ใช้เพิ่มเติมหรืออัพเกรดอุปกรณ์ได้อีกมากมาย

Acer Aspire 3

ฮีตซิงก์และฮีตไปป์ รวมถึงพัดลม ให้การระบายความร้อน พัดลมดูดลมเย็นจากทางด้านใต้เครื่อง แล้วเป่าออกทางช่องด้านหลัง ใต้จอ แต่ด้วยความที่ซีพียูและองค์ประกอบภายใน ค่า TDP ไม่สูง จึงมีความร้อนน้อยจนแทบไม่ต้องกังวล

Acer Aspire 3

สล็อตแรมมีให้ 2 ช่อง ติดตั้งมาแล้ว 4GB DDR4 3200 สามารถเพิ่มอีกสล็อตได้ในช่องที่เหลือเป็น 20GB

Acer Aspire 3

ติดตั้ง Storage เป็นแบบ SSD M.2 NVMe PCIe 3.0 512GB จากทาง Samsung และยังมีสล็อตที่เพิ่มเติมมาให้สามารถอัพเกรด SSD M.2 เพิ่มได้อีก 1 โมดูล แต่ที่น่าสนใจก็คือ มีช่องติดตั้ง HDD 2.5” หรือ SSD SATA มาให้อีก 1 ช่อง เรียกว่าใช้งานกันแบบเหลือๆ


Performance / Software

แต่ก่อนที่จะไปสู่การทดสอบ อยากให้มาดูในเรื่องของซอฟต์แวร์ที่มากับโน๊ตบุ๊ค Acer กันก่อน ซอฟต์แวร์นี้เรียกว่า Acer Care Center ก็ทำงานสมชื่อเลยครับ แคร์กับทุกสิ่งที่อยู่ในเครื่องนี้ ทำอะไรได้บ้าง มาดูกัน

Acer Aspire 3
Acer Aspire 3

CPUz จากภาพตัวโปรแกรมแจ้งข้อมูล ระบุรายละเอียดของซีพียู Intel Core i3-1215U ซีพียูรุ่นนี้น่าสนใจไม่น้อยเลย เพราะเป็นเจนเนอเรชั่นใหม่ ที่ได้รับการปรับปรุงโครงสร้างมาเพื่อโน๊ตบุ๊คโดยเฉพาะ กับการทำงานแบบ 6 core (2P+4E) และมี 8 thread ด้วยกัน ซึ่ง Core P (Performance) เป็นแบบไฮบริดนี้ ก็เป็นตัวทำให้ประสิทธิภาพสูงขึ้นด้วย เมื่อมารวมกับ L3-cache ขนาดใหญ่ และสัญญาณนาฬิกา Boost 4.40GHz เมื่อทดสอบเทียบกับซีพียูรุ่นพี่ จะเห็นได้ว่าคู่คี่กัน และยังมีกราฟิกอย่าง Intel® UHD Graphics ที่มีความเร็ว 1.10 GHz มาในตัว ก็ยิ่งดูคุ้มค่าน่าใช้งาน

Acer Aspire 3

GPUz รายงานข้อมูลกราฟิกชิป ที่เพิ่มเติมเข้ามาเป็น GeForce MX550 ซึ่งเป็นกราฟิกในกลุ่มคนทำงาน ใหม่ล่าสุดจาก nVIDIA โดยสังเกตว่ามีคุณสมบัติที่น่าสนใจมากมาย เช่นชุด Shader และอินเทอร์เฟสที่เชื่อมต่อ PCIe 4.0 x4 รวมถึงความเร็วสัญญาณนาฬิกาที่ดี และใช้ VRAM แบบแยก GDDR6 2GB ที่ถือว่ามาแปะมือสลับการทำงานกับกราฟิก Intel UHD Graphic บนซีพียูได้อย่างลงตัว สำหรับในช่วงที่คุณอยากเล่นเกมหรือเน้นงานที่เกี่ยวกับภาพที่หนักหน่วงมากขึ้น

Acer Aspire 3

PCMark10 เป็นอีกหนึ่งตัวแทนในการวัดความสามารถของโน๊ตบุ๊คได้เป็นอย่างดี ซึ่งผลที่ได้คะแนนรวมอยู่ที่ 3,872 คะแนน ซึ่งถ้าเทียบกับโน๊ตบุ๊คในระดับเดียวกันจากที่เราได้เคยทดสอบ ก็ถืออยู่ในเกณฑ์ที่ดี ด้วยคคะแนนที่แตะอยู่ประมาณ 3,000-5,000 คะแนน ส่วนที่ดูจะน้อยไปบ้าง ก็คงอยู่ที่ Digital Content Creation ที่ต้องอาศัยแรมในการจัดการหนักที่สุด โน๊ตบุ๊ค Acer รุ่นนี้มีให้ที่ 4GB แม้จะไม่มาก แต่ก็ทำงานร่วมกับแอพพลิเคชั่นพื้นฐานได้ และทดสอบผ่านในทุกๆ โปรแกรมครั้งนี้ แต่ถ้าเป็นไปได้อัพเกรดเพิ่มเป็น 16GB ก็จะทำให้ใช้งานได้ลื่นขึ้นอีก

Acer Aspire 3
Acer Aspire 3
Acer Aspire 3

3DMark ที่เป็นการทดสอบด้านกราฟิก 3 มิติอย่างหนักหน่วง แสดงให้เห็นถึงความสามารถของซีพียูและกราฟิก Intel UHD Graphic และ MX550 ที่ทำคะแนนโดยส่วนใหญ่ อยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ แต่คงต้องย้ำว่า พื้นฐานของโน๊ตบุ๊ครุ่นนี้ อาจไม่ได้มุ่งเป้าไปที่เกมมิ่งอย่างเต็มที่ เหมือนกับ Acer Nitro แต่ก็มีกราฟิกมาให้ เพื่อใช้งานในด้านงาน 3D ได้สะดวกมากขึ้น ผลคะแนนที่ออกมา ถือว่าการันตีในด้านของเกมมิ่งได้ในระดับหนึ่ง

Acer Aspire 3

CrystalDiskMark เป็นการทดสอบความสามารถของ Storage ที่มีมาให้บนโน๊ตบุ๊ครุ่นนี้ ซึ่งผลที่ได้ในการทดสอบ จัดว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ความเร็วในการทำงานถือว่าทำได้ค่อนข้างน่าพอใจ เพราะอัตราการอ่านข้อมูลแบบสุ่มสูงถึง 2,792MB/s และเขียนที่ 1049MB/s เท่านี้ก็สามารถรองรับการถ่ายโอนข้อมูล รวมถึงการเข้าถึงข้อมูล เปิดไฟล์และโปรแกรมได้อย่างรวดเร็วขึ้นแล้ว

Acer Aspire 3
Acer Aspire 3

เปิดใช้งาน Google Chrome 10 แท็ปพร้อมกัน และยังมีโปรแกรมเบื้องหลังทำงานอยู่บ้าง ตัวแรมก็จะถูใช้ไปประมาณ 3-3.3GB หรือราวๆ 90% ของแรมที่มี แต่ในการทดสอบของเรานี้ จะมีการรันวีดีโอยูทูปไปด้วย ซึ่งตัวเลขอื่นๆ ถือว่ายังคงทำงานได้อย่างราบรื่น ในกรณีที่คุณชอบดูวีดีโอ ฟังเพลง ไปพร้อมๆ กับการหาข้อมูลหรือทำงานเอกสาร จะพอเหมาะกับแรมที่ติดตั้งมาให้ แต่ถ้าอยากได้อะไรที่ลื่นกว่านี้ แนะนำว่าให้เพิ่มแรมมากขึ้น

Acer Aspire 3

ชมวีดีโอ 4K ด้วยการสตรีมมิ่งผ่านทาง Youtube ภาพออกมาสวยเนียนตา และลื่นไหลดีทีเดียว เรื่องของความสดใสอยู่ในระดับปานกลาง ขึ้นอยู่กับการปรับความสว่างและโทนของวีดีโอ แต่ที่ดูสบายตาขึ้นก็คือ ขอบจอที่บาง ทำให้การโฟกัสอยู่กับเนื้อหาได้ดีกว่า และไม่มีเรื่องของภาพซ้อนหรือภาพขาดมาให้กวนใจ

Acer Aspire 3

การเทรดคริปโตฯ และการเทรดหุ้น เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่เหมาะกับการใช้งานบนโน๊ตบุ๊ค Acer Aspire 3 รุ่นนี้ แม้ว่าช่วงนี้หลายเหรียญจะร่วงไปบ้าง ให้ได้ลุ้นกันเหนื่อยก็ตาม ในการเทรด สิ่งสำคัญคือ การวิเคราะห์กราฟ และหลายครั้งเรามักจะตามข่าวอย่างใกล้ชิด คุณก็สามารถใช้ความที่เป็นจอขนาดใหญ่ มาแบ่งพื้นที่ในการเทรดและดูข้อมูลได้พร้อมๆ กัน หรือถ้ามี 2 จอ ก็เปิดกราฟขยายใหญ่ให้สุดหน้าจอ ซึ่งทำให้ดูได้ชัดเจนมากขึ้น และบอกได้เลยว่า การมีแรม 4GB ไม่ได้มีผลต่อการเทรดหรือดูข้อมูลมากมาย หากคุณไม่ได้เปิดหลายหน้าต่างมากเกินไป


Game

Acer Aspire 3

DOTA2 เป็นตัวแทนเกมในแนวที่เหมาะกับการเล่นบนโน๊ตบุ๊ค Acer นี้ ด้วยองค์ประกอบของซีพียูและกราฟิกการ์ดที่ให้มาด้วย ก็สนุกสนานไปกับการเล่นได้ดีในระดับหนึ่ง โดยเราเน้นที่ตัวเกมตั้งค่าแบบ 1080p ในแบบ Native และปรับความละเอียดเป็น 2 แบบคือ Best looking เน้นภาพสวย มีรายละเอียด เฟรมเรตที่ได้อยู่ที่ 33fps. ซึ่งก็จัดว่าเล่นได้ลื่นดี แต่ถ้าปรับมาที่ Fastest ที่เน้นเกมลื่นๆ ก็ขยับมาถึง 65fps. เลยทีเดียว แม้ว่าภาพที่ได้จะลดความสวยงามลงบ้าง แต่ก็เล่นได้สบายตา ดูลื่นไหลมากกว่า


Acer Care Center

Acer Aspire 3

ก่อนที่จะไปสู่การทดสอบ อยากให้มาดูในเรื่องของซอฟต์แวร์ที่มากับโน๊ตบุ๊ค Acer กันก่อน ซอฟต์แวร์นี้เรียกว่า Acer Care Center ก็ทำงานสมชื่อเลยครับ แคร์กับทุกสิ่งที่อยู่ในเครื่องนี้ ทำอะไรได้บ้าง มาดูกัน

Acer Aspire 3

ฟังก์ชั่นในการตรวจเช็ครายละเอียด จะบอกถึงข้อมูลฮาร์ดแวร์ที่ติดตั้งมาในเครื่อง พร้อมกับซีเรียลนัมเบอร์และข้อมูลประจำตัวเครื่อง ส่วนหนึ่งก็ใช้ในการแจ้งประกัน และตรวจเช็คในเบื้องต้น

Acer Aspire 3

ในส่วนของ Checkup จะเป็นการให้ระบบตรวจเช็คความผิดพลาด หรือในกรณีที่ต้องการตรวจสอบการทำงานของฮาร์ดแวร์ เช่น แรม, แบตเตอรี่หรือ SSD ก็ตาม

Acer Aspire 3

Tuneup จะเป็นการปรับแต่งหรือจัดการไฟล์ในระบบ เช่น Disk Cleanup, Delete Junk files หรือจะเป็นการ Defragment ส่วนใหญ่จะเป็นฟังก์ชั่นแบบเดียวกับบน Windows แต่รวมมาให้สำหรับใช้งานได้ง่ายขึ้น

Acer Aspire 3

Update จะช่วยให้คุณทำการตรวจเช็คและอัพเดต ปัญหาเพื่อทำการแก้ไข และเช็คประวัติย้อนหลังได้

Acer Aspire 3

ส่วนสุดท้ายน่าสนใจมากๆ สำหรับคนที่ต้องการปรับปรุงให้ระบบทำงานได้ดีเสมอ โดยคุณสามารถเก็บระบบและข้อมูลที่ดีที่สุดเอาไว้ จากนั้นทำการ Backup เก็บเอาไว้ หากเกิดปัญหากับเครื่อง เช่น ไม่เสถียร ซอฟต์แวร์ผิดปกติ โปรแกรมบางอย่างทำงานไม่ได้ ก็สามารถ Restore ระบบและข้อมูลกลับมาได้


Battery / Heat / Noise

Acer Aspire 3

แบตเตอรี่ที่ติดตั้งมาด้วยนี้ เป็นแบบ Li-Polymer ในแบบ 3-cell ขนาดกระทัดรัด ความจุ 43.08Wh

Acer Aspire 3

ในการทดสอบระยะเวลาการใช้งาน ด้วยโปรแกรม BatteryMon กับการชาร์จไฟจนเต็ม แล้วทดสอบด้วยการสตรีมมิ่ง วีดีโอ 4K บนยูทูปต่อเนื่อง ระดับความสว่างหน้าจอ 30% และระดับเสียง 30% เมื่อใช้งานเป็นเวลา 30 นาทีโดนประมาณ ตัวเลขจะอยู่ที่ราวๆ 3 ชั่วโมงครึ่งถึง 4 ชั่วโมง เป็นตัวเลขที่น่าพอใจทีเดียว เพราะแบตที่ใส่มานี้เป็นแบบ 43Wh เท่านั้น

Acer Aspire 3

ชุดระบายความร้อนภายในประกอบด้วยพัดลม 1 ตัว อยู่ชิดทางด้านมุมบนขวาของตัวเครื่อง และมีฮีตไปป์ทองแดง 2 เส้น พาดไปยังซีพียู และกราฟิกชิป และระบายลมร้อนออกทางด้านใต้ของหน้าจอ ซึ่งเราจะสังเกตเห็นเวลาที่กางตัวเครื่องออกมา

Acer Aspire 3

มาว่ากันที่อุณหภูมิในการทำงานกันบ้าง สำหรับในโหมด idle หรือเปิดใช้งานทั่วๆ ไปของ Acer Aspire 3 A315 จะอยู่ที่ราวๆ 48-55 องศาเซลเซียส และเมื่อทดสอบในแบบ Full Load ด้วยโปรแกรม Furmark ในโหมด CPU Burner ทำให้ซีพียูทำงานในระดับ 100% ต่อเนื่องเป็นเวลา 30 นาที อุณหภูมิในช่วงแรกจะไปที่ราวๆ 90 องศาเซลเซียส ในช่วงไม่กี่นาที จากนั้นก็ลงมาอยู่ที่ประมาณ 69-74 องศาเซลเซียส กับเสียงของพัดลมที่ดังขึ้นเล็กน้อย แต่ในแง่ของการใช้งานจริง โอกาสที่ซีพียูจะทำงานด้วยโหลดระดับนี้ มีไม่มากนัก และความร้อนก็ไม่ได้ดูน่ากังวล และถ้าหากมีการจัดวางโน๊ตบุ๊คในแบบที่ยกสูงขึ้น ความร้อนก็จะลดน้อยลงไปอีกพอสมควรเลยทีเดียว


Conclusion & Award

Acer Aspire 3

ในภาพรวมของ Acer Aspire 3 A315 เป็นโน๊ตบุ๊คในระดับทำงานและการเรียนออนไลน์ ที่ค่อนข้างคุ้มค่าทีเดียว โดยเฉพาะการเลือกซีพียู Intel Core i3 รุ่นน้องเล็ก แต่เป็น Alder Lake รุ่นใหม่ ซึ่งจากการทดสอบ ก็แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว ทั้งในเรื่องของงานเอกสารทั่วไป ความบันเทิง และในด้านของมัลติทาส์กกิ้ง รวมถึงการเล่นเกมแบบเบาๆ โดยมีการ์ดจอแยก ที่เอาใจคนทำงานกราฟิกพื้นฐาน ที่ทำได้ดีมากขึ้นจากกราฟิกบนตัวซีพียู ซึ่งสามารถสลับใช้งานตามความเหมาะสมของแอพพลิเคชั่นได้อัตโนมัติ และยังให้ SSD มาถึง 512GB และยังมีสล็อตเพิ่มเติมมาให้ในการอัพเกรดอีก 2 ช่องอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น M.2 NVMe PCIe 4.0 หรือจะเป็น SSD SATA3 ก็ตาม แต่จะมีเพียงจุดเดียวที่ผู้ใช้ควรจะนำไปอัพเดตเพิ่มเติมก็คือ แรม เพราะให้มาเพียง 4GB ซึ่งพอสำหรับการใช้งานทั่วไป ถ้าอยากให้ลื่นก็อัพเพิ่มอีกสัก 8GB-16GB ก็จะทำสิ่งต่างๆ ได้ไหลลื่นมากขึ้น

แต่จุดที่ต้องยกความดีงามให้กับโน๊ตบุ๊ครุ่นนี้ก็คือ การออกแบบให้รองรับการอัพเกรดได้หลากหลาย ทั้งแรมและ SSD Storage มีสล็อตให้ใช้เยอะ ยืดหยุ่นต่อการใช้งาน หน้าจอยังคงให้สีสันที่ดี และความคมชัดในระดับที่พอเหมาะกับการทำงาน มีพื้นที่กว้าง แต่อยู่ในบอดี้ที่บางลง การออกแบบก็เข้ากันได้กับการใช้งานในแบบต่างๆ โดยระยะการใช้งานได้ราวๆ 3-4 ชั่วโมงต่อการชาร์จ และอาจยืดได้อีก หากปรับแต่งให้ลงตัวมากขึ้น ส่วนอีกจุดหนึ่งที่อาจจะต้องพูดก็คือ พอร์ตจะมีให้เป็นแบบ USB Type-A เท่านั้น ไม่มี Type-C หากผู้ใช้ต้องการ อาจจะต้องเลือกใช้ตัวแปลงแทน

Acer Aspire 3

สุดท้ายนี้ถ้าให้เคาะว่า Acer Aspire 3 A315 รุ่นนี้เหมาะกับใคร กลุ่มผู้ใช้ที่มีกิจกรรมหรือซอฟต์แวร์พื้นฐานใช้งานทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นงานสำนักงาน การเรียน ท่องอินเทอร์เน็ต และการทำพรีเซนเทชั่น รวมถึงความบันเทิง เช่น สตรีมมิ่ง ฟังเพลง เหล่านี้เหมาะอย่างยิ่งในการใช้งาน เพราะโน๊ตบุ๊คนี้ มีศักยภาพมากพอให้กับการใช้ รวมถึงหน้าจอที่ใหญ่ มี SSD มาให้และซีพียูที่พร้อมต่อการประมวลผลในด้านต่างๆ แต่ถ้าต้องการเล่นเกมได้ดีขึ้น อาจจะต้องเพิ่มแรมให้มากกว่าเดิม รวมถึงคนที่อยากได้โน๊ตบุ๊คทำงาน ในราคาไม่ถึง 2 หมื่นบาท และยังได้การรับประกัน 2 ปี รวมถึง 3 Hours Service ให้อุ่นใจอีกด้วย

award new value

และรางวัล Best Value ที่เหมาะกับโน๊ตบุ๊คคุ้มค่า ราคาไม่สูง จับต้องได้ง่าย แต่ให้ฟีเจอร์ในการทำงานลงตัวกับความต้องการของผู้ใช้ในกลุ่มนี้ โดยที่ Acer Aspire 3 A315 อาจจะไม่ได้มีขุมพลังร้อนแรง แต่ก็มีซีพียูรุ่นใหม่ ที่ครอบคลุมการใช้งานในเบื้องต้น ของคนที่มีไลฟ์สไตล์แบบง่ายๆ ในปัจจุบัน อีกทั้งใส่ SSD หน้าจอขนาดใหญ่ พอร์ตต่อพ่วงให้เกือบครบ และอัพเกรดได้ อีกทั้งน้ำหนักเบาเพียง 1.7 กิโลกรัมเท่านั้น พกพาสะดวก กับการใช้งานได้ในทุกโอกาส

from:https://notebookspec.com/web/650737-acer-aspire-3-a315-notebook

รีวิว ASUS ExpertBook B3 Flip โน๊ตบุ๊คไลฟ์สไตล์ คล่องตัว Thunderbolt 4 ปากกาสไตลัส

ASUS ExpertBook B3 Flip คล่องตัว พกสะดวก พับปรับโหมดได้ มี Thunderbolt 4 และสไตลัส เพื่องานและไลฟ์สไตล์

ASUS ExpertBook B3

ASUS ExpertBook B3 Flip จัดว่าเป็นโน๊ตบุ๊คในกลุ่มธุรกิจ ที่เน้นความบางเบา แต่ให้ประสิทธิภาพและฟังก์ชั่นที่ครบครัน เพื่อตอบโจทย์ทั้งการทำงานและไลฟ์สไตล์ รองรับตั้งแต่การทำงานในองค์กร ไปจนถึงการเรียนออนไลน์ และการใช้งานที่จำเป็นต้องเชื่อมต่อ สนทนาและสื่อสารได้เกือบตลอดเวลา เพราะมีรุ่นที่สนับสนุนการเชื่อมต่อ 4G LTE ด้วยการสนับสนุน SIM มาในตัว หน้าจอแสดงผลคมชัด รองรับมัลติทัช ที่เพิ่มความสะดวกในการใช้งาน พร้อมปากกาสไตลัส อันเป็นเอกลักษณ์ ให้ผู้ใช้ได้บันทึก นำเสนอและปลดปล่อยพันธนาการ ด้วยการออกแบบและเขียนข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว พับหน้าจอ 360 องศา ใช้งานได้หลายโหมดด้วยกัน และกล้องเว็บแคม ที่มีให้ถึง 2 ตัวด้วยกัน โดยมีขุมพลังซีพียู Intel Gen 11 ที่เพิ่มประสบการณ์ที่ดีในการประมวลผลงานและความบันเทิงได้อย่างรวดเร็ว ASUS เพิ่มความทนทานให้กับโน๊ตบุ๊ครุ่นนี้ ด้วยมาตรฐาน MIL-STA 810H เพื่อให้ผู้ใช้มั่นใจได้ในทุกสถานการณ์ เช่นเดียวกับในเรื่องของความปลอดภัย ที่เป็นสิ่งแรกในทุกองค์กรให้ความสำคัญ ASUS ExpertBook รุ่นนี้ ก็มีมาให้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น Fingerprint sensor, TPM 2.0 หรือจะเป็น Webcam Shield ก็ตาม ให้การรับประกัน 3 ปีเต็ม เช่นเดียวกับเงื่อนไข 3-3-1 ที่มาพร้อม Perfect Warranty อีก 1 ปีเต็ม

ASUS ExpertBook B3 Flip


ASUS ExpertBook B3 Flip รุ่นที่เราได้รับมาทดสอบครั้งนี้ ใช้ขุมพลังซีพียู Intel Core i7-1165G7 ที่เป็นซีพียูที่ให้ความเร็วสัญญาณนาฬิกาสูงถึง 4.7GHz แต่มีค่า TDP ต่ำ จึงลดความร้อนในการทำงาน และความโดดเด่นในแง่ของกราฟิก Intel® Iris® Xe Graphics ที่รองรับการใช้งานและความบันเทิงได้ดีพอสมควร เช่นเดียวกับแรม DDR4 3200 ที่ให้มา 8GB ทำงานคู่กับ SSD ในแบบ M.2 NVMe PCIe 3.0 ความจุ 512GB กล้องเว็บแคม 2 ตัว และไมโครโฟน 2-way ที่มีเทคโนโลยี AI Noise-Canceling พอร์ต Thunderbolt 4 มาให้อีก 2 ช่อง น้ำหนักเบาเพียง 1.61 กิโลกรัมเท่านั้น และยังมาพร้อมระบบปฏิบัติการ Windows 10 Pro 64-bit ให้พร้อมต่อการใช้งาน เคาะราคาในรุ่นนี้อยู่ที่ 35,900 บาท

Advertisementavw
ASUS ExpertBook B3 101

สามารถดูข้อมูลและสเปคเต็มของโน๊ตบุ๊คได้ที่: ASUS ExpertBook B3

จุดเด่น

  • การออกแบบที่เรียบง่าย เข้ากับการใช้งานในหลายสไตล์
  • งานประกอบดี มีความแข็งแรง มาตรฐาน MIL-STD
  • มาพร้อมพอร์ต Thunderbolt 4 ถึง 2 พอร์ตด้วยกัน
  • TB4 รองรับการเชื่อมต่อจอแสดงผล และเป็น PD 3.1 ได้ในตัว
  • คีย์บอร์ดมีความแน่น ตอบสนองไว
  • ปุ่มคีย์มีไฟ Backlit เปิด-ปิดได้
  • บานพับหน้าจอพับได้ 360 องศา ให้ใช้งานในโหมดต่างๆ ได้
  • มาพร้อม Windows 10 Pro ในตัว
  • เว็บแคม 2 ตัว สำหรับใช้งานในโหมดปกติ และแท็ปเล็ต
  • ลำโพงให้เสียงคุณภาพดีพอสมควร
  • มีฟังก์ชั่น Numberpad บนทัชแพด เปิด-ปิดการใช้งานได้
  • มาพร้อมปากกาสไตล์ลัส พร้อมช่องจัดเก็บชาร์จไฟโดยเฉพาะ
  • ให้ความปลอดภัยข้อมูลระดับฮาร์ดแวร์
  • น้ำหนักเบาเพียง 1.61 กิโลกรัมเท่านั้น
  • การรับประกัน 3 ปี เป็น 3 ปี Onsite และ Global warranty รวมถึง 1 ปี Perfect warranty

ข้อสังเกต

  • กราฟิกมาบนซีพียู ประสิทธิภาพเน้นที่ความบันเทิงทั่วไปในชีวิตประจำวัน
  • มีแรมมาให้ 8GB อัพเกรดเป็น 16GB จะไหลลื่นมากขึ้น
  • ปากกาสไตลัส ต้องใช้เวลาทำความคุ้นเคยในระดับหนึ่ง
  • พื้นที่บริเวณด้านข้างคีย์บอร์ด ทำให้บอดี้ดูใหญ่ขึ้นเล็กน้อย

Specification

ASUS ExpertBook B3402FEA-EC0961WS
CPU Intel Core i7-1165G7
Integrate GPU Intel Iris Xe Graphic
RAM DDR4 8GB On board
Storage SSD M.2 NVMe PCIe 3.0 512GB
Display 14.0″ FHD (1920 x 1080) 16:9 Glossy
Wireless WiFi 6 + Bluetooth 5.2
3G/4G 4G LTE support
OS Windows 11 Home
Office Home & Student 2021
ราคา 35,900 บาท

สำหรับโน๊ตบุ๊ค ASUS ExpertBook B3402FEA รุ่นนี้ มาพร้อมซีพียู Intel Core i7-1165G7 ประมวลผลแบบ 4 core/ 8 thread ความเร็วสูงสุด 2.8GHz ให้ประสิทธิภาพในงานพื้นฐานชีวิตประจำวันได้ดี รวมถึงซอฟต์แวร์ในสำนักงานและความบันเทิง เช่นเกมออนไลน์หรือชมภาพยนตร์ความละเอียดสูง มีค่า TDP ต่ำ ความร้อนน้อย แบตเตอรี่ใช้งานได้นานขึ้น ด้วยกราฟิก Intel Iris Xe Grahic ที่ถูกติดตั้งมาในซีพียู ให้ประสิทธิภาพที่ดี และประหยัดพลังงานอีกด้วย

ASUS ExpertBook B3

ติดตั้งแรม DDR4 3200 เป็นแบบออนบอร์ดมาให้ 8GB รองรับการอัพเกรดได้ที่ 32GB ในภายหลัง ซึ่งเพียงพอต่อการเริ่มต้นใช้งานในโอกาสต่างๆ ตั้งแต่ซอฟต์แวร์ทั่วไป และงานในชีวิตประจำวัน ให้ระบบปฏิบัติการ Windows 10 Pro อัพเกรดได้ เช่นเดียวกับ Storage ที่ติดตั้ง SSD M.2 NVME PCIe 3.0 ความจุ 512GB มาให้ กับพื้นที่แสดงผลบนหน้าจอขนาด 14″ ความละเอียด Full-HD 1080p เป็นพาแนล IPS มีบานพับได้ถึง 180 องศา เพื่อการใช้งานในรูปแบบต่างๆ จะทำงานก็ดี ทัชสกรีนก็เหมาะอย่างยิ่ง อีกทั้งเสริมปากกาสไตลัสมาให้อีกด้วย เหมาะทั้งสายทำงาน พรีเซนเทชั่นและงานออกแบบได้ดีในระดับหนึ่ง ที่น่าทึ่งคือ ยังให้กล้องเว็บแคมมาอีก 2 ตัว ในการใช้นำเสนองานในแต่ละโอกาส โดยกล้องตัวบนมี Webcam Shield เพื่อเพิ่มความปลอดภัยเป็นส่วนตัว

ASUS ExpertBook B3

ซึ่งถ้ามองกันในแง่ของความแข็งแรง วัสดุที่เป็นแม็กนิเซียม-อะลูมิเนียมอัลลอยของฝาปิดหรือ Cover ของตัวเครื่อง ก็ให้ความทนทานไม่น้อยเลย อีกทั้งงานประกอบค่อนข้างแน่นหนา กับขอบของตัวเครื่องที่แน่น และใช้น็อตสกรูหลายชิ้น ก็ทำให้มีความแข็งแรงมากขึ้น ด้วยมาตรฐาน MIL-STD 810H ก็น่าจะเป็นเครื่องยืนยันได้ดี

ASUS ExpertBook B3

ขอบจอของ ASUS ExpertBook B3 นี้ ยังมาในแบบ NanoEdge Design เช่นเดียวกับในรุ่นที่ผ่านๆ มา ไม่ว่าจะเป็น B1 หรือ B7 ก็ตาม ทำให้พื้นที่โดยรวมดูกระชับ และเมื่อมองมาที่ขอบของบอดี้ด้านข้างคีย์บอร์ด ก็เหลือแค่ประมาณ 1.5cm ทำให้วางปุ่มคีย์บอร์ดได้แบบเต็มที่ แต่ก็ยังคงเหลือพื้นที่ด้านข้างมากไปหน่อย

ASUS ExpertBook B3

ส่วนโครงสร้างภายใน ทำจุดยึดมาให้แน่นหนา ใช้เป็นอลูมิเนียมอัลลอย และเสริมโครงสร้างที่เป็น Internal keyboard bracket และเพิ่มชั้นที่กันน้ำ เพื่อป้องกันของเหลวที่จะไหลลงมาได้ในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ดีคงต้องย้ำไว้ก่อนว่า แม้ว่าจะกันน้ำได้บ้าง แต่ก็ไม่สามารถเทหรือแช่อยู่ในน้ำได้นะครับ นอกจากนี้ยังไม่ได้อยู่ในเงื่อนไขการรับประกัน ซึ่งทาง ASUS แนะนำว่า หากทำน้ำหกลงไปบนคีย์บอร์ดโน๊ตบุ๊ค ให้เอียงหรือเทน้ำนั้นออก จากนั้นเช็ดด้วยผ้าแห้งและปล่อยให้แห้งไว้อย่างน้อย 24 ชั่วโมง

ASUS ExpertBook B3

พอร์ตต่อพ่วงถือเป็นจุดเด่นของ ExpertBook B3 รุ่นนี้ เพราะให้พอร์ตความเร็วสูง Thunderbol 4 มาถึง 2 พอร์ตด้วยกัน รองรับการแสดงผลบนหน้าจอระดับ 4K และเป็น USB PD 3.0 อีกด้วย เช่นเดียวกับ USB 3.2 Type-A, 2.0 และ HDMI รวมถึง RJ-45 ที่เป็นไซส์มาตรฐาน พร้อมสล็อต microSD card reader มีน้ำหนักตัวอยู่ที่ 1.61 กิโลกรัม ชาร์จไฟผ่าน USB-C ด้วยอแดปเตอร์ AC 65W ขนาดเล็ก สนนราคาอยู่ที่ 35,900 บาท

สามารถดูสเปคโน๊ตบุ๊ครุ่นนี้ได้ที่ ASUS ExpertBook B3402FEA

การรับประกัน

การรับประกัน ASUS Exclusive Care

  • 3 Year Onsite Service: บริการตรวจซ่อมฟรีถึงที่ 3 ปี
  • 3 Year Global Warranty: ครอบคลุมการรับประกัน 3 ปี (57 ประเทศ)
  • 1 Year Perfect Warranty: เพิ่มการรับประกันอุบัติเหตุให้ใน 1 ปีแรก

รายละเอียดเพิ่มเติม Expert Book B3402F :https://th.asus.click/KQkJiZ


Hardware / Design

ก่อนหน้านี้ทาง NBS ได้เคยนำเสนอ ASUS ExpertBook B1 ให้ได้ชมกันแล้ว ซึ่งหากจะเปรียบเทียบในแง่ของดีไซน์ ก็เรียกว่าแทบไม่ได้ต่างกัน ในแง่ของสีสันทาง ASUS นำเสนอในรุ่น B3 นี้ว่าเป็นเหมือนท้องฟ้าในยามค่ำคืนที่มองเห็นหมู่ดาว จะเป็นโทนของสีดำออกน้ำเงินนิดๆ ทำให้ดูลึกลับน่าค้นหา การออกแบบที่ดูเรียบง่าย นำไปใช้ได้ในหลายโอกาส ตัวเครื่องมีความบางเป็นพิเศษ เช่นเดียวกับขอบจอที่บาง กระชับ ให้พื้นที่ใช้งานได้กว้างขวาง แต่อยู่ในระดับที่พกพาสะดวก อีกทั้งพับหน้าจอได้แบบ 360 องศา และยังเป็นทัชสกรีนอีกด้วย ช่วยให้การใช้งานสะดวกมากยิ่งขึ้น

ASUS ExpertBook B3

ตัวเครื่องยังคงมาในโทนสีเทาเข้ม แต่มีเฉดสีน้ำเงินเข้ามาแจม ซึ่งทาง ASUS ใช้เป็น Star Black finish คือออกโทนสีดำ แต่เป็นแนวท้องฟ้าในยามค่ำคืน ทำให้ดูสว่างขึ้น มีประกายสีเด่นออกมา เมื่อรวมกับภาพลักษณ์ของเส้นสายบนโน๊ตบุ๊ค ก็ดูไม่น่าเบื่อ เมื่อเทียบกับโน๊ตบุ๊คในกลุ่มงานธุรกิจทั่วไป

ASUS ExpertBook B3

หน้าจอที่ปรับบานพับได้หลากหลายโหมด ตั้งแต่เป็นโหมดโน๊ตบุ๊คปกติ หรือจะปรับเป็น Tent mode สำหรับการตรวจเช็คหรือดูข้อมูลที่ประหยัดพื้นที่จัดวาง รวมถึงใช้ในการถ่ายภาพ นอกจากนี้ยังพับ 360 องศา ในโหมดแท็ปเล็ต เพื่อการจับถือและนำเสนอ รวมถึงการจดบันทึก และสามารถใช้กล้องที่ 2 จากตรงกลางเครื่องได้ รวมถึงสแตนโหมด ที่เอาไว้ดูวีดีโอ ชมภาพยนตร์ หรือจะใช้เพื่อการเล่นเกมเบาๆ ในช่วงพักก็ง่าย เพราะสามารถทัชสกรีนได้ รวมถึงในทุกๆ โหมด ก็สามารถนำปากกาสไตลัสมาใช้งานร่วมกันได้

ASUS ExpertBook B3
ASUS ExpertBook B3

บริเวณฝาด้านนอกของโน๊ตบุ๊คจะมีแสงไฟ LED ขนาดเล็กที่จะสว่างขึ้นเป็นแสงสีส้ม ASUS ออกแบบมาเพื่อให้คนอื่นที่เห็นคุณใช้งานแล้วแสงนี้ปรากฏขึ้น จะหมายถึงว่าคุณกำลังอยู่ในช่วงที่ประชุมหรือใช้งานสนทนาออนไลน์อยู่ ผู้ร่วมงานก็จะทราบได้ทันทีว่า คุณอาจจะยังไม่ว่าง หรือไม่สะดวกในการพูดคุยด้วยในช่วงเวลานั้นๆ


Keyboard / Touchpad

ASUS ExpertBook B3

แต่สิ่งหนึ่งที่หลายคนอาจจะไม่คุ้นตา ก็คงจะเป็นรูปแบบของ ErgoLift Hinge ที่ไม่ได้อยู่บนโน๊ตบุ๊ครุ่นนี้ คงต้องย้ำว่าด้วยการเป็น Convertible ซึ่งก็ทำให้โน๊ตบุ๊คต้องพับได้ 360 องศา จึงไม่สามารถดันขอบให้ยกตัวโน๊ตบุ๊คขึ้นมาได้ เหมือนกับในบางซีรีส์ของ ExpertBook แต่ด้วยการปรับพับหน้าจอได้นี้ ฟีเจอร์ดังกล่าวจึงแทบไม่จำเป็น อีกทั้งการระบายความร้อนของตัวเครื่องก็ทำได้สะดวกอยู่แล้ว การไม่ได้ยกตัวขึ้น ก็ไม่ได้มีผลมากนัก เรียกว่าได้ฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลายมาทดแทน

ASUS ExpertBook B3

คีย์บอร์ดบน ASUS ExpertBook เป็นปุ่มคีย์ไซส์มาตรฐานของโน๊ตบุ๊คระดับ 14″ พื้นฐาน ที่เราเห็นกันอยู่ทั่วไป และเป็นแบบเดียวกับ ExpertBook B1 ที่เราเคยรีวิวไปก่อนหน้านี้ แสงไฟปรับได้เป็นแบบ Backlit 2 ระดับ ไม่รองรับการปรับระดับความสว่าง แสงลอดออกมาจากด้านใต้และตัวปุ่มที่เป็นภาษาอังกฤษ-ไทยอย่างชัดเจน เหมาะกับการใช้งานในสภาวะต่างๆ ได้ดีพอสมควร เหมาะอย่างยิ่งกับคนที่เน้นทำงานในช่วงกลางคืนหรือไม่อยากรบกวนเพื่อนร่วมห้อง และใช้ในห้องประชุมก็สะดวกไม่น้อย แต่จะติดอยู่เล็กน้อยก็ตรง ปุ่มลูกศรขึ้น-ลง ยังคงเป็นแบบ half หรือครึ่งปุ่ม ใครที่ใช้ปุ่มนี้บ่อยๆ ก็อาจจะต้องทำความคุ้นเคยให้มากขึ้นอีกนิด

ปุ่มคีย์ตอบสนองไวทีเดียว ซึ่งก็ใกล้เคียงกับโน๊ตบุ๊คในหลายๆ รุ่นของค่ายนี้ ซึ่งระยะ Travel key หรือระยะกดแล้วตอบสนองอยู่ที่ 1.5mm เท่านั้น อยู่ในระยะที่มีแรงต้านน้อยๆ แต่ให้ความแม่นยำได้ดี

ปุ่มฟังก์ชั่น (fn) จัดมาให้แบบครบๆ เรียกว่าในงานธุรกิจและชีวิตประจำวันต้องใช้แบบไหน ดูทาง ASUS ก็จะเตรียมมาให้ ไม่ว่าจะเป็น ระดับเสียง, แสงสว่างหน้าจอ, เปิด-ปิดทัชแพด, ส่งสัญญาณ Output ไปยังจอภายนอก ล็อคหน้าจอ, ปิดกล้องเว็บแคม หรือจะใช้จับภาพหน้าจอ และคีย์ลัดสำหรับใช้เรียก MyASUS ขึ้นมาตั้งค่าการใช้งานระบบ รวมถึงการเปิด-ปิดไมค์, AI Noise-cancelling ในการตัดเสียงรบกวน สุดท้ายจะเป็นปุ่ม Delete ที่อยู่มุมบนสุด และปุ่มเพาเวอร์ที่อยู่ด้านบนนั้น ใช้ในการเปิด-ปิด รวมถึงการเป็น Fingerprint ในการปลดล็อคหน้าจอด้วยการสแกนลายนิ้วมือได้อีกด้วย โดยส่วนตัวมองว่าในแง่ของการใช้งานพื้นฐานครบถ้วน แต่ละปุ่มมีสัญลักษณ์ชัดเจน และดูง่ายทีเดียว

ASUS ExpertBook B3

ส่วนใครที่ไม่ค่อยจะถนัด เวลาที่ใช้ Numberpad บนโน๊ตบุ๊ค 15.6″ แล้วต้องมาใช้โน๊ตบุ๊คขนาด 14″ ลองดูทางนี้ครับ เพราะ ASUS เตรียมทัชแพด ที่นอกจากจะทำให้ที่ให้คุณได้ใช้งานมัลติทัช ในโหมดพื้นฐานเอาไว้แล้ว ก็ยังมี ASUS NumberPad 2.0 ที่เป็นแถบตัวเลข ที่จะสว่างขึ้นเมื่อเปิดใช้งาน ด้วยการแตะที่รูปคีย์บอร์ด มุมขวาบนของทัชแพด จากนั้นแตะที่ตัวเลขบนทัชแพดนั้น เพื่อคีย์ตัวเลขให้ใช้งานเหมือนมีมุมได้เลย ในมุมของผู้ใช้เอง น่าจะชื่นชอบแนวทางแบบนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ไม่ได้ใช้งานบ่อยนัก ก็ไม่จำเป็นต้องใช้โน๊ตบุ๊คตัวใหญ่ที่มีแป้นตัวเลขเอาไว้ใช้ ปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานได้สะดวกขึ้น

ASUS ExpertBook B3 96

แต่ที่น่าสนใจก็คือ ASUS มองถึงเรื่องของสุขอนามัยให้กับผู้ใช้บนโน๊ตบุ๊ค ExpertBook B3 Flip รุ่นนี้ ด้วยการเคลือบสายป้องกันการสะสมและเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ASUS BacGuard3,4 ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 22196 มาบนคีย์บอร์ด ทัชแพดและที่วางมือ ซึ่งข้อมูลที่ ASUS ได้แจ้งมานี้ สารเคลือบดังกล่าว นอกจากจะยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียได้เกิน 99% แล้ว ยังทนต่อบรรดาผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ได้อีกด้วย ตรงจุดนี้ถือว่า ASUS คิดเตรียมเอาไว้ได้ดี เข้าใจผู้ใจผู้ใช้ในปัจจุบัน ที่เช็ดและล้างมือบ่อยกว่าทานน้ำเสียอีกในตอนนี้ ลดปัญหาการหลุดลอกไปได้เยอะเลย


Screen / Speaker

ASUS ExpertBook B3

ASUS ExpertBook B3 รุ่นนี้ มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผล 14″ ความละเอียด 1920 x 1080 หรือ Full-HD ดีไซน์ขอบมาในแบบ NanoEdge เรียกว่าขอบบางมากๆ และด้วยเป็นโน๊ตบุ๊ค Convertible ก็ทำให้ดีไซน์ขอบหน้าจอและพาแนลเสมอกัน เพื่อที่เวลาใช้งานโหมดแท็ปเล็ต ก็จะสามารถลากนิ้วหรือแตะใกล้ๆ บริเวณขอบได้ไม่สะดุด

ASUS ExpertBook B3

ด้านบนมาพร้อมกล้องเว็บแคม ความละเอียด 720p ให้ความคมชัดในระดับหนึ่ง เพียงพอต่อการใช้ประชุมหรือเรียนออนไลน์ได้ ลื่นไหลไม่สะดุด นอกจากนี้กล้องเว็บแคม ยังมาพร้อมตัวเปิด-ปิดกล้องแบบใช้เลื่อนด้วยตัวเอง เพื่อเพิ่มความมั่นใจเวลาที่ไม่ใช้งาน เมื่อปิดแล้ว จะมีจุดสีส้มๆ ขึ้นมาให้สังเกตได้ง่ายมาก

ASUS ExpertBook B3

แต่หากจะใช้กล้องสำหรับการถ่ายภาพหรือวีดีโอ ที่มีรายละเอียดเพิ่มขึ้น ก็ใช้กล้องที่อยู่ตรงกลางตัวเครื่องได้เลย โดยใช้ได้ในทุกโหมด แต่ที่จะสะดวกที่สุด ก็น่าจะเป็นตอนที่ใช้กับ Tent Mode และ Tablet mode นั่นเอง โดยเว็บแคมตัวที่ 2 นี้ ติดตั้งอยู่เหนือคีย์บอร์ด ตรงพื้นที่ว่างระหว่างจอภาพ มีความละเอียดที่ 13 ล้านพิกเซล ซึ่งถือว่าเป็นตำแหน่งที่ให้ความสะดวกในการถ่ายภาพได้ง่าย ไม่ว่าจะใช้ในโหมดแท็ปเล็ตหรือจะเป็น Tent mode ก็ตาม เพราะว่าไม่ต้องกังวลว่านิ้วมือจะมาบังให้เสียจังหวะ

ASUS ExpertBook B3

สำหรับปากกาสไตลัสที่มากับโน๊ตบุ๊ค ASUS ExpertBook B3 Flip รุ่นนี้ มีจุดเด่นหลายอย่าง ที่ช่วยให้การใช้งานสะดวกขึ้น ว่ากันตั้งแต่การรองรับน้ำหนักการกดได้ถึง 4096 ระดับ ให้การตอบสนองที่ไวพอสมควร มีการจัดเก็บง่ายกว่าในหลายๆ รุ่นที่เราได้ใช้งาน เพราะมีช่องที่เสียบอยู่ด้านข้างโน๊ตบุ๊ค และยังชาร์จไฟได้ในตัว ให้ความเร็วในการชาร์จที่ระบุไว้ กรณีที่ต้องใช้งานเร่งด่วนคือ แค่ 15 วินาที ก็ใช้ได้นานถึง 45 นาทีเลยทีเดียว เท่าที่ลองใช้ จากเดิมที่ชาร์จมาให้ก็เยอะพอสมควร และเราใช้งานในการลาก เขียน วาด และแทนเมาส์หรือทัชแพด ก็ใช้ได้ยาวนาน

ASUS ExpertBook B3

การใช้งานก็ยังคงเป็นแบบสไตลัส ขนาดค่อนข้างเล็ก และมีปุ่มกดบน-ล่างมาให้ ด้านท้ายจะเป็นจุดชาร์จ ที่ต่อเข้ากับในโน๊ตบุ๊ค และฝาปิดหรือ Cap ที่ใช้ในการดึงออกจากที่เก็บได้ง่ายขึ้น จุดเดียวที่จะทำให้ผู้ใช้คล่องตัวหรือไม่ อยู่ที่ขนาดและการจับถือ ด้วยไซส์ที่ค่อนข้างเล็ก ส่วนตัวมองว่ามือคุณผู้หญิง หรือผู้ใช้ที่มือเล็กหน่อยจะได้เปรียบ เพราะดูจะจับและเคลื่อนไหวได้ง่ายกว่า แต่สิ่งต่างๆ ที่ว่ามานี้ ก็ขึ้นอยู่กับการระยะเวลาในการเรียนรู้ เพื่อให้คล่องตัวมากขึ้น แต่โดยส่วนตัวมองว่า แค่ใช้งานในการจดบันทึก วาดบางอย่าง เพื่อให้มองภาพได้ง่ายขึ้น ในการใช้งานเป็นแท็ปเล็ตหรือ Tent mode ก็สะดวกไม่น้อยแล้ว

ASUS ExpertBook B3

ส่วนในเรื่องของเสียงและลำโพง จุดที่ติดตั้ง จะต่างจากโน๊ตบุ๊คในแบบงานธุรกิจทั่วไปของ ASUS อยู่เล็กน้อย นั่นคือ วางไว้บริเวณด้านใต้ เยื้องมาทางด้านหน้า แทนที่จะไปทางด้านข้างและลำโพงกดลงพื้น แต่บนโน๊ตบุ๊ครุ่นนี้ออกมาด้านหน้า เพื่อให้มิติเสียงออกมาแบบตรงๆ ส่วนหนึ่งก็เพราะเข้ากับการทำงานในโหมดต่างๆ ได้ง่ายกว่า โดยเฉพาะ Tent mode และ Tablet mode โดยเสียงกลางออกมาได้ดีในระดับหนึ่ง แต่ไม่ได้ตึงตังหรือแน่น เหมือนกับลำโพงในกลุ่มเกมมิ่ง ที่มีซับมาด้วย แต่ในการดูวีดีโอ ภาพยนตร์บนยูทูป ก็พออยู่ในระดับที่ใช้ได้ เก็บรายละเอียดได้ระดับหนึ่ง เสียงสนทนาชัดเจน แต่หากจะเน้นที่มิติ แนะนำให้ใช้หูฟังจะดีกว่า ส่วนในการฟังคลิปเสียง หรือพอดแคส รวมถึงการถอดเสียงบรรยายและการประชุม ก็ถือว่าใช้ได้ การใช้งานพื้นฐานอยู่ในระดับที่ใช้ได้เลย

ASUS ExpertBook B3

เพิ่มเติมข้อมูลของไมโครโฟนที่มากับโน๊ตบุ๊ค ASUS รุ่นนี้อีกเล็กน้อย เพราะมีความสำคัญ สำหรับคนที่ใช้ในการประชุม หรือทำงาน และเรียน การสื่อสารสำคัญมากๆ ดังนั้นในการพูดคุยในบางสถานที่ อาจมีเสียงรบกวนจากภายนอก ที่บางทีไม่สามารถควบคุมได้ ทาง ASUS ก็ได้เตรียมฟีเจอร์ 3DNSR หรือ 3D noise-reduction หรือตัดเสียงรบกวน เมื่อใช้การสนทนาบนเว็บแคม ซึ่งจะลดบรรดาเสียงรบกวนที่เป็น noise ออกไปได้ ซึ่งจากที่เราได้ทดสอบนั้น ก็ถือว่าอยู่ในระดับที่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเสียงที่อยู่รอบข้าง แทบจะไม่ได้มีแทรกเข้าไปในไมค์ จะมีแค่บางๆ หรืออาจจะในบางจังหวะ ขึ้นอยู่กับระดับเสียงในช่วงนั้นๆ ที่บางครั้งจะค่อนข้างดัง เช่น เสียงเคาะเหล็ก หรือรถยนต์ที่เบิ้ลเครื่องเสียงดังๆ เป็นต้น


Connector / Thin & Weight

พอร์ตต่อพ่วงอุปกรณ์บนโน๊ตบุ๊ค ASUS รุ่นนี้ มากันอย่างครบครัน และจัดเต็มมาให้ผู้ใช้เป็นพิเศษ ด้วยพอร์ต Thunderbolt 4 ที่มีให้ถึง 2 พอร์ตด้วยกัน และมีพอร์ตส่วนใหญ่ ที่เป็นพอร์ตตัวเต็ม ไม่ได้เป็นพอร์ตขนาดเล็ก ที่ต้องหาตัวแปลงมาใช้ แม้ว่าโน๊ตบุ๊คจะมีมิติที่บางลงก็ตาม

ASUS ExpertBook B3 50

ด้านข้างซ้าย ประกอบด้วย Kensington lock, ถัดมาเป็น Thunderbolt 4 จำนวน 2 พอร์ต โดยพอร์ตทั้งคู่นี้ รองรับการโอนถ่ายข้อมูลความเร็วสูง 40Gbps และใช้ในการแสดงผลต่อจอภายนอกในแบบ 4K ได้ 2 จอ รวมถึงทำหน้าที่เป็น Fast Charging พอร์ต USB 3.2 Type-A และ HDMI 2.0 เป็นแบบ Full-size รองรับการแสดงผลแบบ 4K ได้อีกด้วย ขยับมาข้างๆ กัน เป็นช่องสำหรับเก็บปากกาสไตลัส

ASUS ExpertBook B3

ส่วนทางด้านขวา ประกอบด้วยพอร์ต RJ-45 สำหรับการต่อ Gigabit LAN และมีช่อง USB 2.0 Type-A มาให้ รวมถึงช่องต่อออดิโอคอมโบแจ๊ค 3.5mm หูฟังและไมโครโฟน ใกล้กันเป็นช่องสำหรับใส่ microSD card reader มาให้ และรุ่นที่เป็นตัวท็อป ก็จะมีช่องสำหรับใน nano SIM card ในการเชื่อมต่อเครือข่ายพื้นฐาน นอกเหนือจากการใช้งาน WiFi หรือ Gigabit LAN ได้อีกด้วย ซึ่งน่าจะเป็นสิ่งจำเป็นในงานธุรกิจ และการเรียนออนไลน์อยู่ไม่น้อย

ASUS ExpertBook B3

ในแง่ของความโดดเด่นน่าจะอยู่ที่การให้พอร์ต Thunderbolt 4 มาให้ถึง 2 พอร์ตนี้ ช่วยเพิ่มศักยภาพให้กับการใช้งานได้มากขึ้น โดยเฉพาะคนที่ต้องต่อกับจอภายนอก และการโอนถ่ายข้อมูลที่เป็นไฟล์ขนาดใหญ่ สามารถทำได้รวดเร็วขึ้น โดยส่วนตัวมองว่า ASUS ให้พอร์ตมาเกือบครบ และพร้อมใช้งานได้ทันที ไม่ต้องวุ่นวายกับการหาสิ่งอื่นมาทดแทน

ASUS ExpertBook B3

น้ำหนักของตัวเครื่องก็เรียกว่าไม่ได้ต่างไปจากข้อมูลเบื้องต้น ที่ได้จาก ASUS ด้วยการชั่งบนเครื่องชั่งเฉพาะตัวเครื่องโน๊ตบุ๊คเพียงอย่างเดียว อยู่ที่ประมาณ 1.54 กิโลกรัม เท่านั้น โดยใกล้เคียงทาง ASUS แจ้งเอาไว้ที่ 1.61 กิโลกรัม แต่เมื่อรวมกับอแดปเตอร์และสายเพาเวอร์คอร์ด อีกประมาณ 310 กรัม ก็จะอยู่ที่ประมาณ 1.85 กิโลกรัมเท่านั้น เรียกว่าใส่กระเป๋าพกพาได้สะดวก กับขนาดของบอดี้ที่ ความยาว 329mm x กว้าง 223.95mm และหนาเพียง 16.9mm ก็สามารถใส่กระเป๋าโน๊ตบุ๊ค ไม่ว่าจะเป็นสะพายข้างหรือเป้สะพายหลังได้อย่างสบาย


Inside / Upgrade

ASUS ExpertBook B3

ให้ข้อมูลไว้ในเบื้องต้นก่อนครับว่า โน๊ตบุ๊ค ASUS ExpertBook B3 Flip รุ่นนี้ ทำโครงสร้างภายใน และตัวล็อคบอดี้ที่แข็งแรงมากๆ ต่างจากในรุ่น TUF, B1 หรือ B7 ที่ยังพอแกะออกมาได้ไม่ซับซ้อนนัก รวมถึงในรุ่นนี้ยังจัดโครงโลหะขึ้นเป็นพิเศษ ทั้งในส่วนของด้านข้างซ้าย-ขวา และบริเวณบานพับ เพื่อเพิ่มความแข็งแรง ซึ่งหากใครที่ต้องการจะอัพเกรด หรือปรับเปลี่ยน ทำความสะอาด อาจจะต้องใช้เครื่องมือในการแกะที่มีความบาง เพื่อสอดลงไปในช่องขนาดเล็กได้ง่าย และต้องระมัดระวังให้มากขึ้น ซึ่งหากไม่แน่ใจแนะนำว่าให้ทางร้านทำการอัพเกรดให้เป็นดีที่สุด

ASUS ExpertBook B3

มาว่ากันที่องค์ประกอบภายในกันบ้าง นอกจากฮาร์ดแวร์พื้นฐานที่ ASUS ติดตั้งมาบนโน๊ตบุ๊ครุ่นนี้ ไม่ว่าจะเป็น แรม DDR4 3200 SO-DIMM ซึ่งภายในจะเป็นการติดตั้งมาให้บนบอร์ดอยู่แล้ว 8GB แต่ก็จะยังมีอีก 1 สล็อตที่ว่างเอาไว้ เพื่อให้อัพเกรดเพิ่มได้อีก 32GB รวมเป็น 40GB สูงสุด

ส่วนสล็อตของ Storage นั้น มีให้สล็อตเดียวตามมาตรฐาน ซึ่งเดิมติดตั้งมาเป็น SSD M.2 NVMe PCIe Gen 3 x4 โดยให้มาเป็น SSD ความจุ 512GB และมีเพียงสล็อตเดียวเท่านั้น โดยรองรับการอัพเกรด ด้วยการเปลี่ยนโมดูล รองรับความจุสูงสุดที่ 1TB ในแง่ของการใช้งานพื้นฐาน การอัพเกรดได้เท่านี้ ก็จัดว่าเพียงพอต่อการใช้งาน แต่ถ้าคุณต้องใช้ซอฟต์แวร์ที่โหดขึ้น ก็ยังพออัพเกรดแรมและ SSD เพิ่มเติมได้ แนะนำเลยว่า หากคิดว่าต้องใช้ในงานสร้างคอนเทนต์ หรือมีซอฟต์แวร์บริโภคทรัพยากรหนักๆ เช่นการทำวีดีโอ หรือตกแต่งภาพ รวมถึงต้องการจัดเก็บข้อมูลที่มากขึ้น และดึงมาใช้ได้รวดเร็ว อัพเกรดทั้งแรมและ SSD ให้พร้อมไปเลยน่าจะเหมาะที่สุด


Performance / Software

ASUS ExpertBook B3

มาดูที่สเปคซีพียูบน CPUz แจ้งเอาไว้ว่าเป็น Intel Core i7-1165G7 ความเร็วสูงสุด 4.70GHz ทำงานในแบบ 4 core/ 8 thread นับว่าเป็นซีพียูในกลุ่มที่มีกราฟิกมาด้วย ที่แรงเกือบสุด รองจาก i7-1195G7 เท่านั้น แต่ค่า TDP ต่ำ จึงลดเรื่องความร้อนไปได้พอสมควร

ASUS ExpertBook B3

ในการทดสอบเบื้องต้น เรามี Benchmark จาก CPUz เมื่อเทียบกับซีพียูพีซีเดสก์ทอป Intel Core i7-10700 ที่คงต้องบอกว่าแรงกว่าในทุกด้าน แต่ตัวเลขของ Single Thread ก็ถือว่าทำคะแนนได้แทบไม่ห่างกัน ส่วน Multi-Thread การทำงานของ 4 core/ 8 thread ก็ถือว่าเป็นรองอยู่พอสมควร

ASUS ExpertBook B3

มาที่แรมกันบ้าง ติดตั้งเป็นแบบออนบอร์ดมาให้แล้วที่ 8GB และยังมีสล็อตเหลือสำหรับการอัพเกรดได้อีก 1 สล็อต เป็นแรม DDR4 3200 นอกจากนี้ยังแจ้งมาให้ทราบว่าเป็นกราฟิก Intel Iris Xe Graphic ซึ่งแชร์แรมร่วมกันกับแรมระบบแบบอัตโนมัติ

ASUS ExpertBook B3

รายละเอียดของกราฟิกที่ติดตั้งมาบนโน๊ตบุ๊ค ASUS รุ่นนี้ เป็นแบบ Integrate graphic ซึ่งระบุมาเป็น Intel Iris Xe Graphic ในข้างต้น ความเร็วสัญญาณนาฬิกา 400Hz และสามารถบูสท์เพิ่มได้ รวมถึงการแชร์หน่วยความจำ DDR4 กับระบบ เพื่อให้รองรับการใช้งานด้านต่างๆ ได้ดีขึ้น ไม่ได้มีกราฟิกแยกอื่นๆ เพิ่มเติมเข้ามาแต่อย่างใด

ASUS ExpertBook B3

มาที่ผลทดสอบ Storage กันบ้าง ระบบให้มาเป็น SSD อินเทอร์เฟส M.2 NVMe PCIe 3.0 x4 ซึ่งประสิทธิภาพในการทดสอบร่วมกับ CrystalDiskMark อยู่ที่ 2,231MB/s (Read) และ 1,155MB/s (Write) โดยส่วนตัวมองว่าอยู่ในเกณฑ์กลางๆ สำหรับ SSD ที่ใส่มาให้บนโน๊ตบุ๊คในกลุ่มงานธุรกิจ แต่ถ้าในแง่ของการใช้งาน ยังคงตอบโจทย์ในการเปิดโปรแกรม เข้าถึงไฟล์ โอนถ่ายข้อมูลได้ดีทีเดียว และไม่ทำให้ราคาของตัวเครื่องดีดไปมากกว่านี้ ซึ่งหากใครซีเรียสกับ Storage ที่มีความเร็วสูงๆ มากๆ อาจจะต้องมองไปที่โน๊ตบุ๊คที่เป็น Intel Gen 12 เป็นหลัก แต่ราคาก็อาจจะขยับไปอีกไกล

ASUS ExpertBook B3

ในการทดสอบทั้งระบบก็ทำได้ไม่ธรรมดาเลย ซึ่งหากดูจากซีพียูในระดับเดียวกัน และใช้กราฟิก Integrate มาด้วย ตัวเลขในภาพรวมได้น้อยกว่า ASUS ExpertBook B1 ที่เราได้ทดสอบไปก่อนหน้านี้ เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ตัวเลขที่ได้จาก Essentials ที่เป็นงานด้านซอฟต์แวร์สำนักงานและชีวิตประจำวัน ซีพียู Core i7 ตอบสนองในงานนี้ได้ดีอยู่แล้ว รวมถึงการทำมัลติทาส์กกิ้งด้วย สายท่องเว็บหรือต้องหาข้อมูลบ่อยๆ แนะนำเพิ่มแรมอีก 8GB ให้ทำงานเป็น Dual-channel ก็จะเห็นผลได้ชัดมากขึ้น ส่วนผลของ Productivity ที่เกี่ยวเนื่องกับงานเอกสาร และการคำนวณที่เป็นด้านสเปรดชีต ก็ทำคะแนนได้น่าสนใจ หากเทียบกับซีพียูในระดับที่ใกล้เคียงกัน ส่วนคนทำงาน Content Creation ก็เรียกว่าอาจจะอิงกับแรมและกราฟิกอยู่ด้วย แต่ก็ถือว่าช่วยให้งานของคุณลื่นไหลได้ ไม่ว่าจะเป็นวีดีโอพรีเซนเทชั่น ตัดต่อวีดีโอแบบง่ายๆ หรือว่าจะตกแต่งภาพและการออกแบบกราฟิกพื้นฐานก็ตาม

ASUS ExpertBook B3

Passmark PerformanceTest 9.0 ก็เป็นอีกการทดสอบหนึ่งที่บ่งบอกถึงศักยภาพของโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ได้ดีทีเดียว ตัวเลขที่ได้บน CPU Mark ทะลุ 10,000 ไปได้อย่างสวยงาม ซึ่งซีพียูหลายรุ่นอาจจะแตะๆ 8,000-9,000 เท่านั้น ยกเว้นในตระกูล “Intel H series” ที่จะแรงในระดับ 12,000 คะแนนขึ้นไป ส่วน Memory Mark ก็จะคะแนนน้อยลงหน่อย หากเทียบกับแรม 16GB หรือแรมในแบบ Dual-channel ที่จะทำได้มากกว่านี้ อย่างไรก็ดีหากได้รับการอัพเกรด ก็เชื่อว่าจะทำผลลัพธ์ในจุดนี้ได้ดีขึ้นอย่างแน่นอน แต่โดยภาพรวมจัดว่ารองรับงานในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี

ASUS ExpertBook B3

อีกหนึ่งการทดสอบความสามารถของซีพียูทั้งในแบบ Single-Thread และ Multi-Thread ที่เข้ามามีบทบาทต่อการบีบอัดข้อมูล จะเห็นว่าความต่างในการทำงานของทั้ง 2 รูปแบบนี้ ค่อนข้างเห็นได้ชัด

ASUS ExpertBook B3
ASUS ExpertBook B3
ASUS ExpertBook B3

ในแง่ของตัวแทนการทดสอบด้านเกมเวลานี้ 3DMark ยังคงเป็นโปรแกรมที่ให้ความแม่นยำได้ดี โดยผลทดสอบจะอิงจากกราฟิกที่ติดตั้งมาบนระบบเป็นหลัก และด้วยคะแนนที่เห็นบนการทดสอบเหล่านี้ แม้จะเป็นกราฟิก Integrate มา แต่การทดสอบในบางส่วน ก็ทำคะแนนได้น่าสนใจ และการทดสอบกราฟิกบางส่วน ยังให้อัตราเฟรมเรตที่ไหลลื่นได้ เพียงแต่ตัวเลขที่ได้จาก Fire Strike ที่ไม่ได้สูงนัก ก็เพราะความซับซ้อนและ API ที่ส่วนใหญ่จะเรียกความต้องการของกราฟิกแยกเป็นหลัก ทำให้คะแนนอาจจไม่สูงนัก แต่โดยรวมก็ยังแสดงให้เห็นว่า รองรับงานกราฟิกและเกมสามมิติได้ดีในระดับหนึ่ง แต่ถ้าจะเน้นที่ความแรงในการเล่นเกม ก็คงต้องขยับไปที่เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเลยครับ

ในกาทดสอบด้านเกม อาจจะไม่ได้เป็นเป้าหมายหลักสำหรับโน๊ตบุ๊ครุ่นนี้ แต่ในแง่ของประสิทธิภาพจากกราฟิก Intel Iris Xe Graphic ก็พอให้ผู้ใช้เล่นเกมเบาๆ เน้นเกมออนไลน์ในท้องตลาดได้หลายเกม โดยเฉพาะเกมแนว Casual หรือ Adventure อย่างเช่นเกม Stardew Valley ที่เป็นแนว Open World, MineCraft, World Box หรือแนวฮีโร่อย่าง Heart Stone เป็นต้น ส่วนถ้าเป็นเกมแอ็คชั่น ก็ต้องมาลุ้นกัน ว่าอยากจะได้ภาพสวยๆ หรือเฟรมเรตที่ลื่นไหล ก็ต้องเลือกทางใดทางหนึ่ง

ASUS ExpertBook B3

การทดสอบโอนถ่ายไฟล์ข้อมูลขนาด 15GB จาก SSD ที่ติดตั้งบนโน๊ตบุ๊ค ไปยัง SSD แบบต่อภายนอก ผ่านทางพอร์ต Thunderbolt 4 ในโหมด USB-C ใช้เวลาเพียง 3.15 นาที ส่วนถ้าเป็นฮาร์ดดิสก์ที่ติดตั้งบนพอร์ต USB 3.2 Type-A จะใช้เวลาถึง 10 นาทีเลยทีเดียว ซึ่งก็ถือว่าเป็น TB4 ก็ยังคงเหมาะกับการโอนถ่ายข้อมูล ส่วนพอร์ต USB-A นั้น ก็สามารถรองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์เสริมได้ดี ไม่ว่าจะเป็นพรินเตอร์, USB Adaptor หรืออื่นๆ


Battery / Heat / Noise

ASUS ExpertBook B3

ASUS ติดตั้งแบตเตอรี่มาให้แบบ 3-cell ความจุ 50Wh ซึ่งระยะในการใช้งาน จะอยู่ในเรื่องของการทดสอบนี้ ถือว่าไม่ได้น้อยเลยสำหรับการทำงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการใช้งานร่วมกับซีพียู Intel Core i7-1165G7 ซึ่งถือว่าเป็นรุ่นท็อปๆ ในกลุ่มนี้ และยังมี Iris Xe Graphic มาในตัว และเมื่อดูจากองค์ประกอบอื่นๆ ที่ติดตั้งมาด้วย ก็ถือว่าสมน้ำสมเนื้อกันทีเดียว

ASUS ExpertBook B3

ในการทดสอบของทางเว็บไซต์ ด้วยการใช้โปรแกรมทดสอบอย่าง Battmon ด้วยการปรับหน้าจอให้มีความสว่างน้อยสุด เท่าที่จะมองเห็นคอนเทนต์บนหน้าจอได้ชัด อยู่ที่ระหว่าง 10-20% และปรับเสียงอยู่ที่ 30% พร้อมกับปรับการทำงานในโหมดประหยัดพลังงาน โดยเปิดดูวีดีโอ ทดสอบการสตรีมมิ่งบน Youtube เปิดไฟล์วีดีโอระดับ 4K แล้วรันอย่างต่อเนื่อง ผลที่ได้อยู่ที่ราวๆ 7.40 ชั่วโมง

ASUS ExpertBook B3

เราลองทดสอบการชาร์จด้วยอแดปเตอร์ 65W ที่มาพร้อมกับโน๊ตบุ๊ครุ่นนี้ โดยการทดสอบบนโหมด Windows ที่ยังคงอยู่ในโหมดสแตนบายบนหน้า Desktop บนความสว่างระดับ 75% จากระดับแบตที่ 40% มาจนถึง 100% ใช้เวลาราว 80 นาที โดยประมาณ ซึ่งหากชาร์จในโหมดที่ปิดโน๊ตบุ๊คเอาไว้ ก็คาดว่าจะทำได้เร็วกว่านี้ และที่น่าสนใจคือ หากคุณมีอุปกรณ์ในกลุ่มของ PD หรือเพาเวอร์แบงก์ระดับ 65W ขึ้นไปรุ่นใหม่ๆ ก็สามารถนำมาชาร์จไฟโน๊ตบุ๊ค เพื่อยืดระยะเวลาในการใช้งานต่อไปได้ ให้ความสะดวกไม่น้อยเลย

ASUS ExpertBook B3

มาดูในแง่ของประสิทธิภาพการระบายความร้อนในระหว่างการทำงานกันบ้าง ในการทดสอบเราใช้โปรแกรม Furmark กับฟังก์ชั่น CPU Burner ในการเร่งความเร็วของซีพียูให้ทำงานในแบบ Full-load หรือเรียกว่าให้มีโหลดการทำงานระดับ 90-100% ตามจังหวะการทำงาน และใช้โปรแกรม CPUID HWMonitor เป็นตัววัดผล เป็นเวลาประมาณ 20 นาที ตัวเลขที่ออกมาสูงสุดอยู่ที่ 93-96 องศาเซลเซียส ซึ่งก็จะอยู่ในช่วงระดับหนึ่ง และลดลงมาที่ราวๆ 85-87 องศาเซลเซียส

ASUS ExpertBook B3

จากนั้นเราลองใช้วิธีในการวางบน Cooling Pad ที่ไม่มีพัดลมมาให้ เพียงแค่ยกด้านใต้ให้สูงขึ้น อุณหภูมิก็ลดลงมาเหลือแค่ 7x องศาเซลเซียสเท่านั้นในแบบ Full-load ซึ่งจัดว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ลงตัวแล้ว สำหรับซีพียู Intel Core i7 บนโน๊ตบุ๊คในกลุ่มบางเบาเช่นนี้ แต่สำหรับผู้ใช้ทั่วไปแล้ว แทบจะไม่ได้ดึงการทำงานของซีพียูมาในระดับที่ 90-100% นี้มากนัก และอาจจะมีแต่ก็ภายในเวลาไม่นาน เช่น ดำลังเรนเดอร์วีดีโอ เปิดไฟล์ข้อมูลขนาดใหญ่ หรือทำหลายๆ อย่างพร้อมกัน ดังนั้นโอกาสที่จะเจอกับอุณหภูมิสูงๆ นั้นแทบจะไม่มี อีกทั้งการระบายความร้อนที่ดี ช่องทางที่เป่าไปด้านหลังโดยตรง ย่อมไม่ส่งผลกระทบกับตัวเครื่องหรือมือของคุณขณะที่ใช้พิมพ์งานอีกด้วย เรียกว่าทัชแพดยังคงอุ่นนิดๆ เท่านั้น


Conclusion

ในภาพรวมของ ASUS ExpertBook B3 Flip รุ่นนี้ กลุ่มเป้าหมายน่าจะอยู่ในกลุ่มคนที่มีการใช้งานที่หลากหลาย และคล่องตัว เพราะด้วยขนาดและน้ำหนักค่อนข้างเบา ว่ากันที่ 1.61 กิโลกรัม ซึ่งในแง่ของการพกพา แทบจะอยู่ในเกณฑ์ของโน๊ตบุ๊คที่มีความบางเบาได้ แต่ด้วยพื้นฐานของการเป็น Convertible Notebook ก็ทำให้บีบให้บางกว่านี้ได้ยาก เพราะมีส่วนของโครงสร้างและความปลอดภัยที่ทาง ASUS ใส่มาให้ และได้มาตรฐาน MIL-STD มาด้วย ระดับนี้ก็ถือว่าลงตัวมากแล้ว เมื่อเทียบกับความสะดวกในการใช้งานในชีวิตประจำวัน เป็นทั้งโน๊ตบุ๊ค มอนิเตอร์และแท็ปเล็ตได้ในตัว และแบตเตอรี่ยังจัดว่าอึดพอสมควร แม้จะไม่ได้เปิดต่อเนื่องยาวได้ทั้งวัน แต่ถ้าคุณต้องพกพาไปข้างนอก ก็ยังมั่นใจได้ เปิด-ปิด สแตนบาย ออกเดินทางไปพบลูกค้า แล้วกลับมาประชุมต่อ กลับไปดูสตรีมมิ่งหรือฟังเพลงเบาๆ ที่บ้าน แบตยังพอเหลือ อยู่ที่การปรับจูนโหมดให้เหมาะสมเท่านั้น และไม่ต้องกลัวว่าจะต้องพกที่ชาร์จไปแล้วหนัก เพราะที่ชาร์จเล็กกระทัดรัดและเบามากมาย

ASUS ExpertBook B3

ในด้านการทำงานและประสิทธิภาพสำหรับงานในปัจจุบัน จัดว่าเรี่ยวแรงยังดี มีเหลือมากพอ ในการใช้งานมัลติทาส์กกิ้ง เช่นเปิด Meet ประชุมอยู่ ก็สามารถเปิดไฟล์เพื่อเช็คงาน และทำแผนนำเสนอผลงาน บนซอฟต์แวร์สำนักงาน และการดูหุ้นไปพร้อมๆ กันก็ยังไหว เพราะซีพียู Intel Core i7 ที่ใส่มาให้นี้ก็ไม่ธรรมดา แต่ถ้าเป็นไปได้อัพเกรดแรมเป็น 16GB ก็จะยิ่งทำให้งานลื่นขึ้นอีกเยอะ และโน๊ตบุ๊คมีสล็อตมาให้สามารถเพิ่มเติมเข้าไปได้ ส่วน Storage ก็เพียงพอต่อการใช้งานแล้ว หากต้องการพื้นที่จัดเก็บข้อมูล แนะนำว่ามี External Drive เอาไว้สักตัวก็พอ แนะนำว่าเลือกเป็น SSD และเชื่อมต่อกับ USB-C ผ่านทางพอร์ต TB4 ให้ความเร็วได้ทันใจกว่า

ASUS ExpertBook B3

สุดท้ายน่าจะอยู่ในเรื่องของฟังก์ชั่นและความปลอดภัย ด้วยงานประกอบที่ทำออกมาอยู่ในเกณฑ์ที่ดี แข็งแรง การหมุนพับหน้าจอยังดูแน่น ทำให้การใช้งานในโหมดต่างๆ ได้สะดวก หน้าจอทัชสกรีน ตอบสนองไว แต่ก็ต้องแลกมากับการที่ต้องเช็ดหน้าจอบ่อยหน่อย ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของจอสัมผัสแบบนี้ ส่วนปากกาสไตลัส ใช้จดและดึงออกมาได้ง่ายทีเดียว เพียงแต่ว่าด้วยขนาดที่เล็ก บางครั้งอาจจะไม่ได้เหมาะกับการนำมาวาดภาพ หรือเน้นงานที่ลงรายละเอียดขั้นสูงสำหรับบางคน แต่ถ้าคุณจับได้ถนัดมือ รับรองว่าจะสนุกไปกับการใช้งานได้ไม่น้อยเลย การอัพเกรดยังพอทำได้ ด้วยการเพิ่มแรม อย่างไรก็ดีรุ่นท็อปๆ แบบนี้ น่าจะให้มาสัก 16GB แล้ว เพราะจะใช้งานได้คล่องตัวมากขึ้น ส่วน Storage ก็ยังปรับเปลี่ยนได้ในวันข้างหน้า เอาเป็นว่าสนนราคาระดับ 35,900 บาท ก็อยู่ในระดับที่คุ้มค่าน่าใช้ทีเดียวสำหรับ ASUS ExpertBook นี้ เมื่อเทียบกับฟังก์ชั่นที่อัดแน่นมาแบบเต็มๆ

ข้อมูลเพิ่มเติม: ASUS


Award

NBS award 4 Mobility

เป็นโน๊ตบุ๊คที่พกพาสะดวก ทั้งในแง่ของบอดี้ที่มีจอแสดงผล 14″ น้ำหนักเบา ใส่กระเป๋าพกพาเดินทางได้ง่ายขึ้น พร้อมพอร์ตต่อพ่วงอย่าง Thunderbolt 4 ที่รองรับการใช้งานในแบบต่างๆ ได้ เช่น โอนถ่ายข้อมูล เชื่อมต่ออุปกรณ์ หรือสัญญาณแสดงผลและการชาร์จไฟก็ตาม แบตขนาดใหญ่ ใช้งานได้นานขึ้น

NBS award 7 Design

การออกแบบให้สามารถใช้งานได้หลากหลาย กับหน้าจอที่พับได้ในโหมดต่างๆ ช่วยให้รองรับทั้งการทำงานและความบันเทิงได้สะดวก ไม่ว่าจะเป็น Tent mode, Stand, Tablet นอกเหนือจากการเป็นโน๊ตบุ๊คปกติ ที่สำคัญยังเป็นหน้าจอสัมผัส คล่องตัวในสถานการณ์ต่างๆ รวมถึงยังมาพร้อมปากกาสไตลัสอีกด้วย

from:https://notebookspec.com/web/647981-asus-expertbook-b3-flip-notebook

รีวิว ASUS ExpertBook B7 Flip ทำงานได้ทุกที่ ใส่ SIM ใช้ 5G ต่อเน็ตตลอดเวลา ฟีเจอร์มาครบยิ่งกว่าในงบ 40,900 บาท

ASUS ExpertBook B7 Flip โน๊ตบุ๊คมี 5G ของตัวเอง ไม่ง้อ Wi-Fi ใช้งานได้ทุกที่ทุกเวลา

expertbook b7 flip cover

เมื่อขึ้นชื่อว่า ExpertBook อย่าง ASUS ExpertBook B7 Flip เมื่อไหร่ คำจำกัดความของโน๊ตบุ๊คตระกูลนี้คือ เป็นโน๊ตบุ๊คเพื่อคนทำงานไม่ว่าจะสเปค, ระบบรักษาความปลอดภัยตัวเครื่องทั้งที่สแกนลายนิ้วมือหรือใบหน้าและบานสไลด์ปิดกล้อง Webcam และขึ้นชื่อเรื่องพอร์ตเชื่อมต่อรอบตัวครบเครื่อง จะต่อกับอุปกรณ์ไหนก็ต่อได้ไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์เสริมอย่าง Multiport Adapter เลย ซึ่ง ASUS ExpertBook B7 Flip ก็ไม่ทิ้งเอกลักษณ์ของซีรี่ส์นี้และให้มาเยอะกว่ารุ่นอื่นด้วยซ้ำ เพราะมันรองรับ 5G และมีตัวอ่าน Smart Card ติดตั้งมาให้จากโรงงานเลย และใช้ปากกา ASUS Stylus Pen วาดเขียนบนหน้าจอได้อีก

Advertisementavw

ด้านของซอฟท์แวร์ ต้องถือว่ามาครบครันทั้ง Windows 11 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2021 และได้หน้าจอทัชสกรีน พร้อมดีไซน์แบบ Flip พับหน้าจอเป็นแท็บเล็ตได้และมีปากกา ASUS Stylus Pen ติดมาในกล่องพร้อมใช้งาน เรียกว่าครบเสียยิ่งกว่าครบ ถ้าใครหาโน๊ตบุ๊คทำงานสักเครื่องไม่ต้องเตรียมอุปกรณ์เสริมอะไรเลยก็ได้ และยิ่งเหมาะกับข้าราชการที่ต้องสำรวจสำมะโนครัวประชากรหรือแพทย์ก็ไม่ต้องเตรียมอุปกรณ์อะไรให้ยุ่งยาก แค่ติดตั้งซอฟท์แวร์เฉพาะก็สามารถอ่านข้อมูลบัตรแบบ Smart Card ได้แล้ว

ASUS ExpertBook B7 Flip

ยิ่งไปกว่านั้น ASUS ExpertBook B7 Flip เครื่องนี้ก็เสริมฟังก์ชั่นคีย์ลัดกำหนดเองได้อย่าง ASUS ExpertWidget เอาไว้ที่ปุ่มหมายเลข 1-4 ด้วย สามารถเซ็ตคำสั่งหรือโปรแกรมใช้งานบ่อยเอาไว้แล้วเรียกคำสั่งหรือโปรแกรมนั้นขึ้นมาใช้ได้เลย และยังมี ASUS NumberPad แป้นตัวเลขไฟ LED บนแป้นทัชแพดสำหรับพิมพ์ตัวเลขติดตั้งมาให้ นับว่าครบจบในเครื่องเดียวจนหาคู่แข่งเปรียบแทบไม่ได้เลย

NBS Verdicts

ASUS Zenbook B7 NYX02146

ถ้าพูดถึง ASUS ExpertBook B7 Flip เครื่องนี้ ต้องถือว่าทางบริษัทออกแบบและใส่ฟีเจอร์มาแบบครบเครื่องจนแทบหาที่ติไม่ได้ ไม่ว่าจะพอร์ตรอบตัวครบเครื่อง, รองรับการเชื่อมต่อ 5G และมีตัวอ่าน Smart Card ฝังเอาไว้ในเครื่องแบบครบถ้วนพร้อมทำงานได้สบายๆ และยังรองรับ NFC อีกด้วย ซึ่งปัจจุบันนี้มีโน๊ตบุ๊คไม่กี่รุ่นเท่านั้นจะรองรับการเชื่อมต่อไร้สายเช่นนี้ได้ และยังปลอดภัยและเป็นส่วนตัวสุดๆ เพราะมีกล้องสแกนใบหน้าและเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือติดตั้งมาพร้อมใช้งานและยังมี ASUS NumberPad ให้พิมพ์เลขได้สะดวกขึ้น

ยิ่งไปกว่านั้น ทาง ASUS ก็ตีโจทย์แตกเรื่องกลุ่มผู้ใช้ จึงให้โปรแกรมมาครบถ้วนทั้ง Windows 11 Home และ Microsoft Office Home & Student 2021 เปิดเครื่องมาก็ทำงานต่อได้โดยไม่ต้องเสียเงินซื้อซอฟท์แวร์เพิ่มเติมให้เสียเงินใดๆ และดีไซน์รายละเอียดปลีกย่อยให้เอื้อคนทำงานสุดๆ ตอบโจทย์คนทำงานหลากหลายกลุ่มไม่ว่าจะข้าราชการสำมะโนประชากร, แพทย์หรือจะพนักงานออฟฟิศก็น่าซื้อโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ไปใช้จริงๆ

อย่างไรก็ตาม ข้อสังเกตเล็กน้อยของโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ คือ แบตเตอรี่ใช้งานได้นานสุดเพียง 8 ชั่วโมง 29 นาทีเท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยไปบ้าง เมื่อเทียบกับโน๊ตบุ๊คสายทำงานจากแบรนด์คู่แข่งหลายๆ รุ่นก้าวข้ามไประดับ 10 ชั่วโมงขึ้นไปแล้ว ถือว่าเรื่องแบตเตอรี่ยังไม่ได้ทนทานใช้งานได้นานเท่ากับโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่ๆ ควรทำได้ และไม่มีช่อง MicroSD Card Reader ติดตั้งมา ถ้าใครต้องโอนไฟล์วิดีโอหรือภาพจากกล้องก็ต้องหาตัวอ่านมาใช้งานเพิ่มด้วย

ข้อดีของ ASUS ExpertBook B7 Flip
  1. ซีพียูเป็น Intel Core i5-1155G7 ประสิทธิภาพดี ทำงานต่างๆ ได้อย่างแน่นอน
  2. ได้แรม 16GB DDR4 จากโรงงาน รองรับการอัพเกรดได้ 64GB
  3. มี Microsoft Office Home & Student 2021 ติดตั้งมาให้พร้อมใช้งาน
  4. รองรับการเชื่อมต่อ 5G ใส่ซิมการ์ดแล้วต่ออินเตอร์เน็ตได้โดยไม่พึ่ง Wi-Fi ได้เลย
  5. มีหัวอ่าน Smart Card ติดตั้งมาให้ อำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้เฉพาะกลุ่ม
  6. รองรับการเชื่อมต่อไร้สายด้วย NFC ทำให้รับส่งข้อมูลได้สะดวกรวดเร็ว
  7. มีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือกับกล้องสแกนใบหน้าครบถ้วนทั้งสองแบบพร้อมบานชัตเตอร์ปิดกล้อง Webcam เวลาไม่ต้องการใช้งาน
  8. พอร์ตเชื่อมต่อครบครันและหลากหลาย ไม่ว่าจะ USB-A 3.2 Gen 2, Thunderbolt 4, Mini DisplayPort, HDMI, micro HDMI ใช้แทนพอร์ต LAN ด้วย
  9. หน้าจอทัชสกรีน ใช้ปากกา ASUS Stylus Pen เขียนบนหน้าจอได้สะดวก
  10. งานประกอบตัวเครื่องแข็งแรงทนทาน พับใช้งานเป็นแท็บเล็ตได้ด้วย
  11. มี ASUS NumberPad ใช้งานเป็น Numpad ได้ ตอบสนองรวดเร็วเหมือนแป้นจริง
  12. ตั้งค่าปุ่มลัดไว้ที่เลข 1-4 ด้วยฟีเจอร์ ASUS ExpertWidget ได้ เรียกโปรแกรมใช้งานบ่อยได้สะดวก
ข้อสังเกตของ ASUS ExpertBook B7 Flip
  1. ไม่มีช่อง MicroSD Card Reader ต้องหาซื้อตัวอ่านการ์ดมาต่อเพิ่มเติม
  2. แบตเตอรี่ใช้งานได้ 8 ชั่วโมง 29 นาที ซึ่งถือว่าน้อยไปบ้าง ควรได้ราว 10 ชม. ขึ้นไป
  3. ช่องแรมปิดผนึกไว้แน่นหนา ถ้าจะอัพเกรดควรให้ผู้เชี่ยวชาญของ ASUS เป็นคนจัดการ

รีวิว ASUS ExpertBook B7 Flip

Specification

ASUS ExpertBook B7 Flip

สเปคของ ASUS ExpertBook B7 Flip ต้องถือว่าเป็นสเปคเพื่อคนทำงานมาก ทั้งซอฟท์แวร์ครบเครื่อง สเปคดีสามารถทำงานหนักๆ ได้แน่นอน โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • CPU : Intel Core i5-1155G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.5-4.5GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR4 3200MHz
  • Display : ทัชสกรีน 14 นิ้ว ความละเอียด WQXGA (2560×1600) พาเนล IPS อัตราส่วน 16:10 ขอบเขตสีกว้าง 100% sRGB
  • Ports : USB-A 3.2 Gen 2 x 2, Thunderbolt 4 x 2, Mini DisplayPort x 1, HDMI 2.0b x 1, micro HDMI x 1 (ใช้แทน RJ45 LAN), Smart Card Reader x 1, SIM Card x 1 รองรับ 5G, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2, NFC
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 1.44 กิโลกรัม
  • Price : 40,900 บาท (ราคากลาง)

Hardware & Design

ASUS Zenbook B7 NYX02143

ดีไซน์ของ ASUS ExpertBook B7 Flip จะเป็นดีไซน์คล้ายคลึงกับ ASUS ExpertBook รุ่นอื่นๆ ในซีรี่ส์ ซึ่งหน้าตาจะเน้นความเรียบง่าย บอดี้ตัวเครื่องเป็นสีดำทำจากพลาสติกแข็ง ให้ความทนทานและผ่านมาตรฐานทดสอบความแข็งแรง MIL-STD 810H แล้ว มั่นใจเรื่องความทนทาน ไม่มีปัญหาตัวเครื่องเสียหายเมื่อตกกระแทกหรือถูกของแข็งอย่างแน่นอน นอกจากนี้ทางบริษัทก็ออกแบบให้แป้นคีย์บอร์ดกันน้ำหกได้ระดับหนึ่งอีกด้วย 

ASUS Zenbook B7 NYX02148

ASUS Zenbook B7 NYX02166
ASUS Zenbook B7 NYX02156
ASUS Zenbook B7 NYX02164
ASUS Zenbook B7 NYX02151
ASUS Zenbook B7 NYX02165
ASUS Zenbook B7 NYX02167

เมื่อมีคำว่า Flip อยู่ในชื่อ ASUS จึงดีไซน์ให้ฐานหน้าจอเป็นโลหะแบบพับกลับเป็นแท็บเล็ตได้และมีขอบพลาสติกอยู่ 4 มุมของตัวเครื่องยื่นขึ้นมา ป้องกันหน้าแป้นคีย์บอร์ดรูดกับพื้นโต๊ะโดยตรง ป้องกันการเสียหายและริ้วรอยต่างๆ ถ้ากางใช้งานแบบโน๊ตบุ๊คแล้วขอบล่างตัวหน้าจอจะดันตัวเครื่องขึ้นเล็กน้อยให้แป้นพิมพ์เฉียงขึ้น ช่วยให้พิมพ์งานได้สะดวก เป็นการออกแบบ ErgoLift hinge และมีขอบพลาสติกเล็กๆ ป้องกันขอบล่างหน้าจอรูดกับพื้นโต๊ะเช่นกัน ส่วนโลโก้ชื่อซีรี่ส์จะติดอยู่ตรงกลางเหนือแป้นคีย์บอร์ด เขียนว่า ASUS ExpertBook

ส่วนบอดี้ขอบล่างตัวเครื่องใต้ทัชแพดจะตัดเว้นเฉียงเป็นแถบยาว ให้ผู้ใช้สามารถกางหน้าจอได้ด้วยนิ้วเดียว สามารถกางได้ง่ายและขาฐานหน้าจอแข็งแรงไม่มีอาการกระพือแต่อย่างใด รวมทั้งบาลานซ์น้ำหนักตัวเครื่องได้ดีจนบอดี้ตัวเครื่องไม่ยกตามหน้าจอขึ้นมาอีกด้วย

ASUS Zenbook B7 NYX02191

ASUS Zenbook B7 NYX02192
ASUS Zenbook B7 NYX02194
ASUS Zenbook B7 NYX02193

ด้านหลังของตัวเครื่องจะดีไซน์เรียบง่าย ไม่มีลวดลายอะไรเป็นพิเศษยกเว้นโลโก้ ASUS ตรงกลางเท่านั้น และมีโลโก้ ExpertBook ติดเอาไว้มุมบนซ้ายมือ ซึ่งโลโก้นี้มีฟังก์ชั่นพิเศษคือ ถ้ากด Fn+1 แล้ว จะมีไฟ LED สีแดงติดขึ้นมาเพื่อบอกคู่สนทนาที่ต้องการจะคุยกับเจ้าของเครื่องได้ ว่าตอนนี้กำลังติดประชุมหรือมีธุระอยู่ได้ด้วย จะได้ไม่ถูกรบกวนระหว่างติดสายประชุมสำคัญ

ด้านการออกแบบ ถือว่าเรียบง่ายสวยงามซ่อนช่องระบายความร้อนเอาไว้ ให้ความสวยเรียบร้อยไม่ประเจิดประเจ้อจนเกินไป แต่ถ้าพับเป็นแท็บเล็ตหรือพับจอกลับเป็นทรงเต็นท์ก็จะเห็นช่องระบายความร้อนอยู่ ถือว่าทางบริษัทออกแบบ ASUS ExpertBook B7 Flip ออกมาได้สวยเรียบร้อยดีมาก

ASUS Zenbook B7 NYX02195

ด้านใต้ตัวเครื่องจะออกแบบให้เรียบง่าย มีช่องอากาศเข้า 1 แถบใหญ่ตรงกลางด้านบนเครื่องและเจาะช่องลำโพงเอาไว้ด้านใต้แท่นพักข้อมือทั้งสองฝั่งเครื่อง พร้อมยางรองใต้ตัวเครื่อง 3 เส้นด้วยกัน แบ่งเป็นเส้นเล็กสองเส้นด้านใต้ที่วางข้อมือและเส้นยาวอีกเส้นหนึ่ง ป้องกันด้านใต้ตัวเครื่องไม่ให้ตัวเครื่องถูกกับพื้นโต๊ะโดยตรง ป้องกันตัวเครื่องเกิดรอยและความเสียหายได้

Screen & Speaker

ASUS Zenbook B7 NYX02159

ASUS Zenbook B7 NYX02161
ASUS Zenbook B7 NYX02160
ASUS Zenbook B7 NYX02162
ASUS Zenbook B7 NYX02163

หน้าจอของ ASUS ExpertBook B7 Flip เครื่องนี้ จะเป็นไซซ์ 14 นิ้ว ความละเอียด WQXGA (2560×1600) พาเนล IPS อัตราส่วน 16:10 ขอบเขตสีกว้าง 100% sRGB และดีไซน์กรอบหน้าจอให้บางเพื่อเพิ่มพื้นที่แสดงผล โดยมีอัตราส่วนหน้าจอต่อตัวเครื่อง (Screen-to-body ratio) อยู่ที่ 81% ด้วยกัน รองรับการทัชหน้าจอและใช้ ASUS Stylus Pen เขียนจดวาดได้ด้วย

ขอบด้านบนตัวเครื่องจะมีกล้อง Webcam และ IR Camera สำหรับสแกนใบหน้าติดตั้งไว้ รองรับการทำงานร่วมกับฟังก์ชั่น Windows Hello ถ้าไม่ต้องการใช้กล้องแล้ว ก็สไลด์บานปิดกล้อง Webcam มาปิดได้เลย และกล้องจะกลายเป็นจุดสีส้มเช่นในภาพ จัดว่าทาง ASUS ให้ฟังก์ชั่นมาครบเครื่องมาก เสริมความสะดวกและความเป็นส่วนตัวได้สูงสุด

gamut 3

brightness 3
Bright zone 3
accuracy 2
sum 2

ขอบเขตสีของหน้าจอหลังจากวัดด้วย Spyder5Elite แล้ว ได้ผลว่าหน้าจอของ ASUS ExpertBook B7 Flip นี้ แสดงผลสีได้ 92% sRGB, 71% AdobeRGB, 73% DCI-P3 และค่าความเบี่ยงเบนสีหรือ Delta-E เฉลี่ย 1.47 เท่านั้น ในเมื่อค่านี้น้อยกว่า 2 ก็การันตีได้ว่าสีสันบนจอของโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้เที่ยงตรง สามารถพรู้ฟสีงานอาร์ตได้ด้วยหรือจะเอาไว้แต่งภาพถ่ายจากกล้องก็ถือว่าใช้ทำได้เช่นกัน

ความสว่างของหน้าจอเมื่อวัดแล้ว ความสว่าง 100% จะสว่างถึง 367 nits ซึ่งทางบริษัทเคลมเอาไว้ว่าพาเนลจอนี้สว่างสุด 400 nits ก็ถือว่าใกล้เคียงกันมาก สามารถนั่งทำงานกลางแจ้งอย่างชานร้านกาแฟหรือนั่งทำงานในห้องแล้วแสงอาทิตย์สะท้อนหน้าจอก็ไม่มืดไป แต่ถ้าใช้ในห้องอาคารสำนักงานก็ปรับลงมาราว 75% ก็สว่างถึง 227 nits ก็เพียงพอเช่นกัน หรือถ้าใครเน้นให้ประหยัดแบตเตอรี่ใช้งานได้หลายชั่วโมงก็ปรับลงมาราว 25% ก็จะใช้งานได้นานขึ้นแน่นอน

เมื่อแบ่งพื้นที่บนหน้าจอเป็น 9 ช่องแล้ววัดความสว่างแยกโซนกัน จะเห็นว่าหน้าจอของ ASUS ExpertBook B7 Flip จะสว่างแทบทุกโซนบนหน้าจอ และมีอัตราความสว่างลดลงเพียง 0-6% เท่านั้น ยกเว้นฝั่งขวามือส่วนกลางและล่างของหน้าจอที่ความสว่างลดลงเยอะเป็นพิเศษถึง 8% และ 12% ตามลำดับ ซึ่งคนที่ต้องการแต่งภาพถ่ายจากกล้องหรือต้องพรู้ฟสีควรเลี่ยงสองโซนนี้ไว้ก่อนจะช่วยลดโอกาสการไกด์สีจอเพี้ยนได้

สรุปแล้วหน้าจอของ ASUS ExpertBook B7 Flip เครื่องนี้ ได้คะแนนเฉลี่ยจากการวัดด้วย Spyder5Elite อยู่ 4 จาก 5 คะแนน ถ้าดูแยกเป็นส่วนๆ จะเห็นว่าหน้าจอนี้เด่นเรื่องค่า Contrast ซึ่งได้เต็ม 5 คะแนน ส่วน Gamut, Tone Response, Color Accuracy จะได้ 4.5 จาก 5 คะแนน ซึ่งถือว่าเยอะไม่แพ้กัน

ASUS Zenbook B7 NYX02173

ASUS Zenbook B7 NYX02196
ASUS Zenbook B7 NYX02197
ASUS Zenbook B7 NYX02200
ASUS Zenbook B7 NYX02201

ลำโพงของ ASUS ExpertBook B7 Flip จะมีทั้งหมด 2 ดอกด้วยกันและจูนเสียงด้วยบริษัทรับจูนเสียงลำโพงชั้นนำของโลกอย่าง Harman/Kardon ซึ่งเนื้อเสียงจัดว่าดีใช้ได้ ฟังเพลงได้หลากหลายแนวและเน้นเสียงเครื่องดนตรีกับเสียงนักร้องนำเป็นหลักและได้โทนเสียงค่อนข้างใส ส่วนเบสจะมีระดับหนึ่งพอให้ฟังเพลง EDM กับร็อคได้บ้าง แต่ไม่เด่นนัก จัดว่าถ้าใช้งานทั่วไปก็ไม่มีปัญหาแน่นอน แต่ถ้าเน้นว่าอยากได้คุณภาพเสียงดีจะต่อลำโพงแยกก็ดีเช่นกัน

Keyboard & Touchpad

ASUS Zenbook B7 NYX02170

ASUS Zenbook B7 NYX02184
ASUS Zenbook B7 NYX02183

คีย์บอร์ดของ ASUS ExpertBook B7 Flip เป็นคีย์บอร์ดขนาด 75% พร้อมไฟ LED Backlit สีขาวไฟลอดตัวอักษร สามารถกดเปิดปิดไฟได้ และทางบริษัทจัดการ Mapping ปุ่มรวมไว้กับปุ่มต่างๆ อย่างครบถ้วน ซึ่งเป็นคีย์บอร์ดสำหรับคนทำงานโดยรวมเอาไว้กับปุ่มต่างๆ บนคีย์บอร์ดไว้ และจุดเด่นของ ExpertBook B7 Flip คือ ASUS ExpertWidget ตรงปุ่มเลข 1-4 โดยเซ็ตตั้งค่าได้ในโปรแกรม MyASUS เอาไว้เรียกโปรแกรมหรือคำสั่งลัดใช้งานบ่อยขึ้นมาใช้ได้ง่ายๆ ซึ่งเป็นฟีเจอร์ใหม่มีประโยชน์สำหรับคนทำงานแท้จริง เป็นจุดเด่นที่ส่วนตัวแล้วผู้เขียนชอบมาก ใช้งานได้จริงและสะดวก

ด้านของปุ่ม Function Hotkey ตรง F1-F12 จะถูกตั้งค่ามาจากโรงงานดังนี้

  • F1-F3 – ปิด, ลดหรือเพิ่มเสียง
  • F4-F5 – ลดหรือเพิ่มความสว่างหน้าจอ
  • F6 – ปุ่มปิดหรือเปิดทัชแพด
  • F7 – ปิดหรือเปิดไฟ LED Backlit
  • F8 – ปุ่ม Project ตั้งค่าหน้าจอหลักและจอเสริม
  • F9 – ปุ่มล็อคตัวเครื่องกลับไปหน้า Log in
  • F10 – ปุ่มปิดการทำงาน Webcam
  • F11 – Snipping Tool
  • F12 – เรียกโปรแกรม MyASUS

ASUS Zenbook B7 NYX02181
ASUS Zenbook B7 NYX02180
ASUS Zenbook B7 NYX02178
ASUS Zenbook B7 NYX02177
ASUS Zenbook B7 NYX02175

จะเห็นว่าปุ่ม F1-F12 ของ ASUS ExpertBook B7 Flip นี้จะถูกตั้งค่ามาคล้ายกับ ExpertBook รุ่นอื่นๆ ในซีรี่ส์ และมีปุ่มเรียกฟังก์ชั่นพิเศษเพิ่มเติมถัดจาก F12 ไปอีก 3 ปุ่มด้วยกันคือปุ่มปิด/เปิดไมค์, ปิดหรือเปิด AI Noise Cancellation เวลาประชุมงานออนไลน์, Print Screen, Delete/Insert ซึ่งถือว่าครบเครื่องทีเดียว แต่ส่วนตัวผู้เขียนคิดว่าปุ่มลัดเรียก Snipping Tool นั้นน่าจะโยกไปรวมกับปุ่ม Print Screen แล้วใส่ Airplane Mode เข้ามาแทนเพื่อปิดหรือเปิดการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตจะดีกว่า เนื่องจากบางโอกาสไม่ต้องการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตหรือ 5G ก็กดบล็อคการเชื่อมต่อได้ทันที

นอกจากนี้ ยังมีปุ่มลัดต่างๆ Mapping รวมเอาไว้กับปุ่มใช้งานทั่วไปด้วย เช่นปุ่มลูกศรขึ้นลงซ้ายขวา ถูกเซ็ตปุ่ม Page Up, Page Down, Home, End เอาไว้ครบถ้วน, Fn+Esc เพื่อล็อคการทำงานปุ่มฟังก์ชั่น กล่าวได้ว่ายกแบบของแป้นคีย์บอร์ดทำงานของโน๊ตบุ๊ค ASUS ExpertBook รุ่นอื่นๆ มาใช้งานตรงๆ เลย

ASUS Zenbook B7 NYX02171

ASUS Zenbook B7 NYX02172
ASUS Zenbook B7 NYX02182

ด้านทัชแพดที่อยู่ระหว่างที่วางข้อมือจะดีไซน์เป็นดีไซน์สี่เหลี่ยมผืนผ้า รวมฟังก์ชั่น ASUS NumberPad เอาไว้ในตัว แต่ยังเป็นเวอร์ชั่นแรกอยู่จึงมีแต่คำสั่งเปิด Numpad ขึ้นมาใช้งานเท่านั้น ไม่มีฟังก์ชั่นรูปสามเหลี่มตรงฝั่งซ้ายที่ใช้ลดความสว่างหรือเรียกโปรแกรม Calculator ติดตั้งมาให้ ซึ่งแม้จะน่าเสียดายอยู่บ้างแต่ก็ถือว่ายังได้ฟังก์ชั่นใช้งานครบถ้วนอยู่ ด้านการใช้งานตัวทัชแพดรองรับ Gesture Control ของ Windows 11 ครบถ้วนใช้งานสะดวก

ด้านขนาดของทัชแพดตอนวางมือพิมพ์งานแล้ว ทั้งสองมือจะทาบลงริมทัชแพดทั้งสองด้านพอดี ซึ่งอาจจะมีโอกาสทัชแพดลั่นได้บ้าง แต่ถ้าไม่ต้องการก็กดคีย์ลัดปิดการทำงานทัชแพดทิ้งแล้วใช้เมาส์แทนก็ได้

Connector / Thin & Weight

ASUS Zenbook B7 NYX02190

ASUS Zenbook B7 NYX02188
ASUS Zenbook B7 NYX02189
ASUS Zenbook B7 NYX02199
ASUS Zenbook B7 NYX02210 1

พอร์ตและการเชื่อมต่อของ ASUS ExpertBook B7 Flip ต้องถือว่าให้มาครบเครื่องไม่แพ้รุ่นก่อนและยังให้มากกว่าเดิมด้วยซ้ำ เนื่องจากรองรับทั้ง NFC, 5G และมีช่องอ่าน Smart Card ซ่อนเอาไว้ด้านใต้ตัวเครื่องฝั่งขวามือด้วย ส่วนพอร์ตด้านข้างเครื่องจะมีดังนี้

  • ฝั่งซ้ายจากซ้ายมือ – Thunderbolt 4 x 2 ช่อง, HDMI 2.0b, USB-A 3.2 Gen 2, mini HDMI สำหรับต่อแยกเป็น RJ45 LAN ด้วยหัวเชื่อมต่อเฉพาะ, Audio Combo
  • ฝั่งขวาจากซ้ายมือ – USB-A 3.2 Gen 2, ปุ่มเพิ่มลดเสียง, ปุ่ม Power พร้อมเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือ, ช่อง SIM Card รองรับ 5G, Mini DisplayPort, Kensington Lock, ตัวอ่าน Smart Card (ซ่อนอยู่ขอบด้านใต้เครื่อง)

ถ้าดูจากพอร์ตต้องถือว่าทาง ASUS อัพเกรดพอร์ตของ ExpertBook B7 Flip ให้เป็นพอร์ตใหม่ล่าสุดจนหมดแล้วและยังเพิ่มพอร์ตใหม่ๆ มาครบ โดยตัด VGA ทิ้งไปและลดความหนาของตัวเครื่องจากช่อง RJ45 LAN โดยเปลี่ยนให้ต่อผ่าน Mini HDMI แทน ก็ถือเป็นวิธีที่ดีมาก หากพอร์ตไม่พอใช้งานก็ซื้อ USB-C Multiport Adapter มาต่อกับ Thunderbolt 4 แปลงเป็นพอร์ตอื่นๆ เพิ่มได้ แต่น่าเสียดายว่า ASUS น่าใส่ MicroSD Card Reader เข้ามาให้อีกสักช่องจะครบเครื่องกว่านี้ ซึ่งถ้าใครต้องโอนไฟล์เข้าออก MicroSD card เป็นประจำก็หา USB Card Reader มาใช้เพิ่มเติมอีกหน่อยก็ได้และราคาของอุปกรณ์ชิ้นดังกล่าวก็ไม่แพงมากอีกด้วย

ASUS Zenbook B7 NYX02220

ASUS Zenbook B7 NYX02223
ASUS Zenbook B7 NYX02222
ASUS Zenbook B7 NYX02219

ปากกา ASUS Stylus Pen ด้ามนี้จะเป็นด้ามสหกรณ์ใช้ร่วมกับโน๊ตบุ๊คจอทัชสกรีนรุ่นอื่นๆ ของทางบริษัท สามารถใช้วาดเขียนจดหรือทำมาร์กอัพบนเอกสารหรือภาพที่ต้องการได้ง่ายๆ ใช้ถ่าน AAAA x 1 ก้อนเท่านั้น เมื่อไม่ใช้งานก็นำมาดูดติดไว้กับขอบหน้าจอส่วนบนขวาใกล้เพลตโลหะ ExpertBook ได้ด้วย การวาดเขียนถือว่าตอบสนองได้ดี

ASUS Zenbook B7 NYX02226

ASUS Zenbook B7 NYX02214
ASUS Zenbook B7 NYX02215
ASUS Zenbook B7 NYX02218
ASUS Zenbook B7 NYX02225

นอกจากนี้ในกล่องจะมีหัวแปลง Mini HDMI เป็น RJ45 LAN แถมมาให้ 1 ชิ้น ไม่มีพอร์ต LAN แบบฝังเอาไว้กับตัวเครื่องเหมือน ExpertBook รุ่นก่อนหน้าอีกแล้ว ซึ่งส่วนตัวผู้เขียนชื่นชมวิธีคิดแบบนี้ เพราะนอกจากทำให้เครื่องบางลงโดยการเปลี่ยนพอร์ตหนาออกแล้วใช้หัวแปลงขนาดเล็กไล่เลี่ยกับพอร์ตอื่นอย่างนี้ ทำให้ไม่เสียพอร์ตจำเป็นไป และถ้าใครต้องเชื่อมต่อกับวง Server หรือไดรฟ์ภายในองค์กร ก็นำหัวแปลงนี้สวมกับสาย LAN เส้นประจำแล้วต่อ ASUS ExpertBook B7 Flip เครื่องนี้ได้ทันที แต่ถ้าให้ยิ่งขึ้น ผู้เขียนเสนอว่าน่าเติมช่อง Card Reader ทั้ง SD, MicroSD Card ไว้ตรงนี้ทีเดียวเลยจะได้ไม่ต้องเสียพอร์ตอะไรไป

ASUS Zenbook B7 NYX02139

ASUS Zenbook B7 NYX02141
ASUS Zenbook B7 NYX02142
ASUS Zenbook B7 NYX02140

น้ำหนักของ ASUS ExpertBook B7 Flip หลังชั่งด้วยตาชั่งดิจิตอลแล้ว เฉพาะเครื่องจะหนัก 1.44 กิโลกรัม ตรงกับหน้าสเปคบนเว็บไซต์ พอรวมกับชุดอแดปเตอร์หนัก 301 กรัม หากชั่งรวมน้ำหนักอุปกรณ์เสริมทุกชิ้นรวมถึงเมาส์ด้วยจะขึ้นเป็น 436 กรัม พอชั่งรวมทุกชิ้นจะขึ้นเล็กน้อยเป็น 1.87 กิโลกรัม ซึ่งถือว่าไม่หนักมากนัก สามารถพกใส่กระเป๋าติดตัวไปทำงานได้สบายๆ

แต่เนื่องจาก ExpertBook เครื่องนี้มีพอร์ต Thunderbolt 4 ถึง 2 ช่อง ก็ไม่จำเป็นต้องเอาปลั๊กเฉพาะของตัวเครื่องติดไปไหนมาไหนเสมอก็ได้ เจ้าของเครื่องอาจจะปล่อยปลั๊กทิ้งไว้ที่ออฟฟิศแล้วพกปลั๊ก GaN กำลังชาร์จ 65 วัตต์คู่กับสาย USB-C to C สักเส้นเอาไว้ชาร์จแบตเตอรี่ก็เพียงพอแล้ว ในแง่การพกพาใช้งานถือว่าไม่มีปัญหาและนับว่าเบาสบาย

Inside & Upgrade

ASUS Zenbook B7 NYX02203

ASUS Zenbook B7 NYX02212
ASUS Zenbook B7 NYX02204
ASUS Zenbook B7 NYX02205
ASUS Zenbook B7 NYX02206
ASUS Zenbook B7 NYX02213

หากเจ้าของเครื่องคนไหนต้องการเปิดฝาอัพเกรด ก็สามารถขันน็อตปลดล็อคแล้วเอาการ์ดแข็งหรือปิ๊กกีตาร์ไล่ตามขอบเครื่องเปิดฝาออกแล้วอัพเกรดเพิ่ม M.2 NVMe SSD กับแรมในเครื่องได้เลย โดยทางบริษัทแจ้งช่องอัพเกรดเอาไว้ว่า ASUS ExpertBook B7 Flip สามารถเติม M.2 NVMe SSD แบบ PCIe 3.0 x4 เสริมจากไดรฟ์หลักได้อีก 1 ช่อง รองรับความจุ 512GB และ RAM เป็น SO-DIMM ทั้ง 2 ช่อง รองรับได้สูงสุดถึง 64GB 

เมื่อเครื่องแล้ว จะเห็นว่าตรงกลางเครื่องมีโครงโลหะครอบ M.2 NVMe SSD ตัวหลักเอาไว้และใกล้ๆ กันจะมีอินเตอร์เฟส PCIe 3.0 x4 อีกหนึ่งช่องเอาไว้ใส่ SSD อีกชิ้นได้ทันที แต่จุดน่าสังเกตคือแรมแบบ SO-DIMM อีกสองช่องนั้น ผู้เขียนสันนิษฐานว่าจะซ่อนอยู่ใต้กรอบโลหะสีดำใกล้กับพัดลมระบายความร้อน ซึ่งพอพยายามแกะเปิดฝาดูแล้วจัดว่าแกะได้ยากมากจนไม่แนะนำให้ทำด้วยตัวเอง ถ้าต้องการอัพเกรดแนะนำให้ยกเครื่องไปให้ช่างผู้ชำนาญการประจำศูนย์บริการจัดการให้ดีกว่า

และสังเกตว่าตอนนี้ ASUS ExpertBook B7 Flip จะไม่มีช่องและอินเตอร์เฟสสำหรับ 2.5″ SATA III HDD/SSD ติดตั้งมาเหมือนรุ่นก่อนหน้านี้แล้ว หากใครมีไดรฟ์แบบ 2.5″ รุ่นเก่าอยู่ก็ต้องเปลี่ยนไปใส่กล่อง External SSD/HDD แทน

Performance & Software

cpu 1
ram 3

ซีพียูของ ASUS ExpertBook B7 Flip เป็นรหัสพิเศษจากทาง Intel เป็นรุ่น Intel Core i5-1155G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.5-4.5GHz สถาปัตยกรรม Tiger Lake ขนาด 10nm มีค่า TDP อยู่ที่ 28 วัตต์ ส่วนแรมในเครื่องเป็น SO-DIMM จำนวน 2 ช่อง ติดตั้งมาให้ 16GB DDR4 บัส 3200MHz ตั้งแต่เปิดเครื่องเริ่มใช้งาน ในฐานะโน๊ตบุ๊คเน้นการทำงานและพกพาต้องถือว่าเยอะเพียงพอใช้ทำงานต่างๆ ได้เป็นอย่างดี

gpu 2

การ์ดจอในเครื่องมีแต่ออนบอร์ดของ Intel รุ่น Intel Iris Xe Graphics สำหรับเรนเดอร์ภาพและงานต่างๆ ขึ้นหน้าจอได้อย่างดีไม่มีปัญหา รองรับชุดคำสั่งพื้นฐานต่างๆ ไม่ว่าจะ OpenCL, OpenGL 4.6, DirectCompute, DirectML, Vulkan จึงรองรับการเรนเดอร์งานกับโปรแกรมกราฟฟิคต่างๆ ได้อย่างแน่นอน

device mgr 1

พาร์ทในตัวเครื่องเมื่อเช็คด้วย Device Manager จะมีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือกับกล้อง IR Camera ติดตั้งมาให้ทั้ง 2 ชิ้น เลือกใช้งานได้ตามความสะดวก เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi PCIe Card รุ่น Intel AX201 คลื่น 160MHz พร้อมชิป TPM 2.0 สำหรับรักษาความปลอดภัยตัวเครื่องติดตั้งมาครบถ้วน 

ssd 6

M.2 NVMe SSD ในเครื่องจะรองรับทั้งหมด 2 ช่อง ได้ช่องละ 512GB เป็นอินเตอร์เฟส PCIe 3.0 x4 โดยทางบริษัทเลือก SSD OEM เป็นรุ่น Samsung MZVL2512HCJQ-00B00 หรือ Samsung PM9A1 โดยตัว SSD จะเป็นอินเตอร์เฟส PCIe 4.0 x4 แล้ว มีความเร็ว Sequential Read 6,900MB/s และ Sequential Write 5,000MB/s ด้วยกัน ซึ่งผู้เขียนคาดว่าที่ ASUS นำ SSD ที่อินเตอร์เฟสใหม่กว่าที่เมนบอร์ดของโน๊ตบุ๊ครองรับมาใช้ เพื่อให้ตัว SSD วิ่งได้เต็มความเร็วอินเตอร์เฟสรุ่นต่ำกว่าและลดต้นทุนในทางที่ดีไปในตัวก็เป็นไปได้

จากการวัดด้วยโปรแกรม CrystalDiskMark จะเห็นว่า Samsung PM9A1 สามารถทำความเร็ว Sequential Read/Write ไปได้ 3,136/3,377MB/s ซึ่งถือว่าเร็วน่าประทับใจใช้ได้ ในมุมของผู้เขียนเห็นว่าเมื่อโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ออกแบบมาเพื่อคนทำงานอยู่แล้ว ก็ไม่ต้องเปลี่ยน SSD รุ่นติดเครื่องนี้ก็ได้ แต่เพิ่มอีก 512GB เอาไว้เซฟงานหรือสไลด์ใช้ประจำเอาไว้ในเครื่องก็โอเคแล้ว

r15 3
r20 4

กำลังการเรนเดอร์ 3D CG ของ ASUS ExpertBook B7 Flip ถือว่าอยู่ในระดับพอใช้งานได้ พอเปิดพรีวิวตัวอย่างโมเดล 3D ได้อย่างลื่นไหลอยู่ ซึ่งเมื่อทดสอบโดยรวมด้วย CINEBENCH R15 จะได้คะแนน OpenCL 74.75 fps และ CPU อีก 724 cb และเมื่อทดสอบแบบเน้นเค้นกำลังของ CPU อย่างเดียวด้วย CINEBENCH R20 จะเห็นว่าทำคะแนน CPU ได้ 1,734 pts ด้วยกัน ซึ่งถือว่าสูงใช้ได้ สามารถนำไปเปิด Preview ตัวอย่าง 3D CG กับลูกค้าได้อย่างลื่นไหลแน่นอน

3dmark 3

ส่วนการเล่นเกมซึ่งไม่ได้เป็นประเด็นใจความของ ASUS ExpertBook B7 Flip เครื่องนี้อยู่แล้ว ก็ถือว่าแค่พอใช้งานได้เท่านั้น ซึ่งผลการทดสอบจาก 3DMark Time Spy เอง ก็ได้คะแนนเฉลี่ยเพียง 1,064 คะแนน แยกเป็น CPU score 3,482 คะแนน และ Graphics score อีก 948 คะแนนเท่านั้น จึงสรุปได้ทันทีว่า ExpertBook เครื่องนี้ไม่ได้เกิดมาพื่อการเล่นเกมอย่างแน่นอน แต่ถ้าจะหาเกม 8-bit ง่ายๆ เล่นพอแก้เบื่อ ก็ยังพอเล่นได้ระดับหนึ่ง

pcmark

ผลการทดสอบกับโปรแกรม PCMark 10 ซึ่งเน้นทดสอบว่าโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้สามารถทำงานได้ดีเท่าไหร่ ซึ่งผลสรุปของ ASUS ExpertBook B7 Flip เครื่องนี้ทำคะแนนเฉลี่ยจบ 4,477 คะแนน ซึ่งอยู่ในระดับกลางๆ ไล่เลี่ยกับโน๊ตบุ๊คทำงานรุ่นอื่นๆ ในปัจจุบันนี้ ซึ่งกำลังการประมวลผลของ Intel Core i5-1155G7 สามารถเรียกเปิดโปรแกรมหรือเบราเซอร์เพื่อท่องเว็บและทำงานกับ Web app ต่างๆ รวมถึงประชุมออนไลน์ได้เป็นอย่างดี ส่วนของการทำงานกับโปรแกรม Word, Excel และแต่งภาพจัดว่าใช้งานได้ดีระดับหนึ่ง เรียกเปิดโปรแกรมทำงานเอกสารและตัดต่อแต่งภาพได้ดี

myasus

myasus2
myasus3
myasus4

นอกจากนี้ ASUS ExpertBook B7 Flip ก็ติดตั้งโปรแกรม MyASUS สำหรับตั้งค่าตัวเครื่องมาให้เหมือนโน๊ตบุ๊คสายทำงานรุ่นอื่นๆ ของทาง ASUS เอง นอกจากตั้งค่าแล้วยังมีส่วนของการอัพเดทเฟิร์มแวร์, มอนิเตอร์อุณหภูมิและส่วนต่างๆ ของตัวเครื่องและติดต่อกับทาง ASUS เพื่อนัดคิวซ่อมหรือเรียกช่างเข้ามาให้บริการ Onsite service ได้ด้วย เพราะมีประกัน Perfect Warranty ติดเครื่องมา 1 ปีเต็ม และถ้าต้องการต่อประกันอีก 1 ปีก็ชำระเงินเพิ่มอีก 1,990 บาท ก็ขยายระยะรับประกันออกไปได้ด้วย

Battery & Heat & Noise

ASUS Zenbook B7 NYX02202

แบตเตอรี่ของ ASUS ExpertBook B7 Flip เครื่องนี้ จะมีขนาดใหญ่ 63Wh เป็นแบตเตอรี่ลิเธียมโพลีเมอร์ มีความจุแบบ Typical Capacity 5,427mAh และ Rated Capacity 5,260mAh ด้วยกัน จัดว่ามีความจุเยอะกว่า ExpertBook รุ่นก่อนๆ ราว 10Wh ด้วยกัน

battmon 2

ถึงความจุเพิ่มขึ้น แต่เมื่อวัดด้วย BatteryMon ตามมาตรฐานของทางเว็บไซต์ โดยลดความสว่างหน้าจอให้ต่ำสุด, เปิดเสียงลำโพง 10%, ปิดไฟ LED Backlit ของคีย์บอร์ด เปลี่ยนโหมดตัวเครื่องเป็น Battery Saver แล้วใช้ Microsoft Edge ดู YouTube นาน 30 นาที ก็ยังใช้งานได้นานสุด 8 ชั่วโมง 29 นาทีเท่านั้น จัดว่าใช้ได้ไม่นานเท่า ExpertBook รุ่นอื่นๆ ที่แบตเตอรี่น้อยกว่าแต่จัดการพลังงานได้ดี ซึ่งผู้เขียนคาดหวังว่าถ้าแบตเตอรี่อยู่ระดับ 63Wh แล้ว ก็ควรได้ราว 10 ชั่วโมงขึ้นไป แต่เครื่องนี้กลับได้น้อยกว่าที่คิดอยู่บ้างแม้จะรีเซ็ตการทดสอบไป 2-3 ครั้งก็ตาม สันนิษฐานว่าอาจจะมาจากตัว BIOS ของโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ยังเซ็ตคำสั่งมาได้ไม่สมบูรณ์พอและคาดหวังว่าทางบริษัทจะปรับแต่งชุดคำสั่งเพิ่มเติมให้กินพลังงานน้อยกว่านี้

ASUS Zenbook B7 NYX02208

ส่วนพัดลมโบลวเวอร์ของ ASUS ExpertBook B7 Flip เครื่องนี้จะมี 1 ตัว พร้อมฮีตไปป์ 4 เส้น เดินจากซีพียูตรงเข้ามาระบายความร้อนออกด้านหลังเครื่อง ซึ่งตอนใช้งานปกติถือว่าเสียงเบามากระดับไม่เกิน 40 เดซิเบลเมื่อวัดด้วยเครื่องวัดเสียง แต่ถ้าใช้โปรแกรมใหญ่ กินทรัพยากรเครื่องเยอะๆ ก็จะเสียงดังขึ้นจนได้ยินเป็นเสียงหวีดแว่วจากตัวเครื่อง

hwmonitor 3

ซึ่งอุณหภูมิของเครื่องตอนผู้เขียนรันโปรแกรมทดสอบรีดประสิทธิภาพตัวเครื่องแล้วจับด้วย CPUID HWMonitor จะได้อุณหภูมิอยู่ที่ 47~93 องศา เฉลี่ย 50 องศาเซลเซียส ซึ่งถือว่าอุ่นจนค่อนร้อนอยู่บ้าง แต่ถ้าใช้งานทั่วไปอย่างทำงานเอกสารและพรีเซนต์งานกับเปิดเว็บไซต์ดูหนังฟังเพลง ก็ไม่มีโอกาสร้อนถึงระดับที่เห็นในรีวิวนี้อย่างแน่นอน

User Experience

ASUS Zenbook B7 NYX02150

ด้านการใช้งานจริง ผู้เขียนนับว่า ASUS ExpertBook B7 Flip เครื่องนี้เป็นโน๊ตบุ๊คสายทำงานที่ครบเครื่องทั้งในแง่ของพอร์ตข้างตัวเครื่องและการเชื่อมต่อไร้สาย เพราะนอกจาก Wi-Fi, Bluetooth ก็ยังมี NFC และใส่ซิมการ์ดให้เชื่อมต่อ 5G ได้ในตัว ขอแค่ให้ซิมส่วนตัวใช้โปรโมชั่นอินเตอร์เน็ตเยอะพอใช้งาน ก็ยื่นขอทำ Multi-SIM กับศูนย์บริการและนำมาใส่โน๊ตบุ๊คไปเลย ก็สามารถจะกางโน๊ตบุ๊คมาทำงานตอนไหนที่ไหนก็ได้ ไม่ต้องนั่งกังวลว่าจะหาสัญญาณ Wi-Fi เจอหรือเปล่าอีกต่อไป หากถ้าใครเป็นนักข่าวภาคสนามต้องลงพื้นที่ทำข่าวงานเปิดตัวหรือแถลงข่าวใดๆ ก็สามารถทำงานได้เร็วและได้เปรียบกว่าคนอื่นหลายขุม รวมถึงข้าราชการสำรวจสำมะโนประชากรหรือใครต้องเกี่ยวข้องกับการดึงข้อมูลเข้าออกบัตร Smart Card เป็นประจำ ASUS ExpertBook B7 Flip เครื่องนี้ก็ตอบโจทย์ ไม่ต้องซื้อเครื่องอ่าน Smart Card ให้เสียเงินเพิ่มเพิ่ม

ด้านการใช้งานไม่ว่าจะเรื่องทำงานเอกสาร พกไปประชุมงานหรือพับหน้าจอเป็นแท็บเล็ตและมีปากกา ASUS Stylus Pen ก็เป็นจุดได้เปรียบมาก เพราะเจ้าของเครื่องสามารถใช้เซ็นเอกสารสำคัญส่งแบบลายเซ็นดิจิตอลได้ทันที ดังนั้นคนอีกกลุ่มอย่างพนักงานกรมธรรม์ประกันชีวิต ก็สามารถทำเอกสารและให้ลูกค้าผู้เอาประกันเซ็นบนหน้าจอโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ได้เช่นกัน หรือแม้แต่พนักงานออฟฟิศฝ่ายทีมเซลส์ที่มักไปพบปะลูกค้าติดต่องานหรือพรีเซนต์งานบ่อยๆ ก็ได้ใช้ประโยชน์จากพอร์ตหลากหลายแบบข้างเครื่องอย่างแน่นอน

ด้านการใช้งานจริง นอกจากพอร์ตครบ มีระบบยืนยันตัวตนแบบไบโอเมตริกอย่างการสแกนใบหน้ากับลายนิ้วมือติดตั้งมาครบถ้วน เรียกวาเป็นจุดแข็ง ซึ่งผู้เขียนตอนทดสอบใช้งานโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ก็พอใจมาก สามารถเลือกสแกนปลดล็อคเครื่องได้สะดวก ยิ่งในยุค COVID-19 เช่นนี้ การมีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือถือเป็นระบบยืนยันตัวตนที่ใช้งานได้ถูกสถานการณ์ที่สุด ไม่ต้องชักหน้ากากอนามัยลงให้เสี่ยงรับเชื้อโรคและยังปลดล็อคเครื่องใช้งานได้ทันที ไม่ต้องพิมพ์รหัสผ่านให้เสียเวลาและถูกแอบมองขโมยรหัสเครื่องอีก ดังนั้นถ้าใครมีข้อมูลสำคัญเก็บเอาไว้ในเครื่องนี้ก็สามารถใช้งานได้อย่างอุ่นใจ

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องใส่ใจสักหน่อยคือระยะเวลาใช้งานแบตเตอรี่ ซึ่งอยู่ได้เพียง 8 ชั่วโมง 30 นาทีน่าจะเป็นจุดสังเกตหลักๆ เพียงจุดเดียวเท่านั้น ซึ่งถ้าประชุมไม่นานหรือพกเครื่องไปเปิดใช้พิมพ์งานไม่กี่ชั่วโมงก็ไม่น่าเป็นปัญหา แต่ให้ดีก็แนะนำให้เตรียม Powerbank ความจุสูงหรือปลั๊ก GaN พร้อมสาย USB-C ดีๆ สักเส้นติดกระเป๋าเอาไว้ด้วย เวลาแบตเตอรี่ใกล้หมดแต่งานยังไม่จบจะได้ทำต่อให้เสร็จได้โดยไม่ขาดตอน

Conclusion & Award

ASUS Zenbook B7 NYX02154

ASUS ExpertBook B7 Flip นับเป็นโน๊ตบุ๊คที่ตอบโจทย์การทำงานอย่างครบถ้วนกระบวนความ ทั้งการเชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 6 หรือ 5G ก็ได้ ทำให้นั่งทำงานได้ทุกที่ทุกเวลาตามต้องการ มีพอร์ตใช้งานเยอะเหลือเฟือตั้งแต่ Thunderbolt 4, USB-A 3.2 Gen 2 หรือแม้แต่ตัวอ่าน Smart Card มีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือกับกล้อง IR Camera ไว้ปลดล็อคเครื่องแบบไม่ต้องพิมพ์รหัสผ่าน ได้ความปลอดภัยและสะดวกกว่าการพิมพ์รหัสผ่านแบบเดิมหลายเท่าอีกด้วย

ด้านน้ำหนักพกพาก็จัดว่ากำลังดีไม่มากไม่น้อย เพียง 1.44 กิโลกรัมแต่พับเป็นแท็บเล็ตไว้พรีเซนต์งานหรืออ่านหนังสือ E-Book ก็สะดวก และยังใช้ปากกา ASUS Stylus Pen เขียนเน้นหรือจดลงบนเอกสารชิ้นนั้นๆ ได้ทันที หรือจะเอาไว้เซ็นเอกสารสำคัญก็ได้ จัดว่าครบเครื่องตอบโจทย์คนทำงานจริงๆ ขอแค่เตรียม Powerbank หรือปลั๊ก GaN เอาไว้ในกระะเป๋าเอาไว้ซัพพอร์ตไว้ชาร์จแบตเตอรี่คืนให้โน๊ตบุ๊คเครื่องนี้เวลาต้องใช้งานนานกว่า 8 ชั่วโมง ก็เพียงพอแล้ว เท่านี้ก็ใช้งานได้สบายๆ ไม่ต้องกังวลอีกต่อไป

award

NBS award 7 Design

Best Design

นอกจากดีไซน์ให้ตัวเครื่องแข็งแรงจนผ่าน MIL-STD-810H แล้ว ASUS ExpertBook B7 Flip ก็ซ่อนฟีเจอร์ไว้เต็มเครื่องโดยไม่รกสายตา มีทั้ง ErgoLift hinge, NumberPad, ExpertWidget และยังใส่พอร์ตจำเป็นต้องใช้งานมาให้ครบถ้วนตามเอกลักษณ์ของตระกูล ExpertBook ควรเป็น 

 

NBS award 4 Mobility

best mobility

แง่การพกพานอกจากน้ำหนักที่เบาเพียง 1.44 กิโลกรัม ไม่หนักลำบากไหล่ของเจ้าของเครื่องแล้ว การเชื่อมต่อใช้ทำงานได้ทุกที่ทุกเวลาด้วย 5G ก็สำคัญ เพราะ ASUS ExpertBook B7 Flip มีช่อง SIM ในตัว ไม่ต้องคอยกังวลวิ่งหา Wi-Fi ให้เสียเวลา นำเครื่องไปไหนก็เปิดมาทำงานได้ทุกที่ ราวกับแท็บเล็ตรุ่น LTE สามารถยกเครื่องไปไหนมาไหนก็ได้และใช้อินเตอร์เน็ตของตัวเองได้โดยไม่มีข้อจำกัดใดๆ เลย

from:https://notebookspec.com/web/648939-review-asus-expertbook-b7-flip

7 โน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 15000 บาท อัพเกรดนิดทำงานดีแน่นอน เริ่ม 9,450 บาทเอง!

โน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 15000 บาท ขอแค่อัพเกรดหน่อยก็ใช้ทำงานออฟฟิศและเรียนออนไลน์ได้สบายๆ แน่นอน

15000baht cover

โน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 15000 บาท ถือเป็นโน๊ตบุ๊คเครื่องแรกราคาไม่แพงเกินไป เหมาะจะซื้อเอาไว้เป็นเครื่องสำรองหรือให้ลูกหลานใช้เรียนออนไลน์ได้ กรณีโรงเรียนยังไม่เปิดให้กลับไปเรียนในชั้นเรียนตามปกติ ตอนนี้ก็มีให้เลือกหลากหลายรุ่นจากแบรนด์ชั้นนำขวัญใจใครหลายคนหรือจะแบรนด์น้องใหม่สเปคดีสร้างสีสันให้ตลาดก็มีมาให้เลือกด้วย

Advertisementavw

พูดถึงการอัพเกรดตัวเครื่อง โน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 15000 บาทเหล่านี้ก็มีซีพียูให้เลือกทั้ง AMD, Intel และบางรุ่นก็อัพเกรดได้ไม่แพ้กับรุ่นราคาแพงกว่าไม่ว่าจะเปลี่ยนฮาร์ดดิสก์หรือเพิ่มแรมก็ได้ แต่จะมีข้อจำกัดอยู่ เช่น อัพเกรดแรมได้ 8GB หรือบางรุ่นก็ต้องหาระบบปฏิบัติการมาติดตั้งเพิ่มเองเนื่องจากผู้ผลิตไม่ได้ติดตั้งมาให้จากโรงงาน เป็นต้น ดังนั้นนี่คือส่วนที่ต้องทำใจและเตรียมตัวด้วย 

โน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 15000

7 โน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 15000 บาท ราคาเป็นมิตร สเปคดีใช้งานได้เลย

ผู้ใช้ที่กำลังมองหาโน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 15000 บาท เอาไว้ใช้งานสักเครื่องแต่ยังไม่แน่ใจว่ารุ่นไหนคุ้มและน่าใช้บ้าง ในบทความนี้ผู้เขียนเองได้เลือกมาแนะนำทั้งหมด 7 รุ่นด้วยกัน ได้แก่

  1. Acer TravelMate Spin B3 TMB311R (9,450 บาท)
  2. Lenovo V14 G2 ALC-82KC0074TA (11,150 บาท)
  3. Acer Aspire 3 A315-23-R144 (12,450 บาท)
  4. DELL Inspiron 3515 (12,890 บาท)
  5. Infinix INBook X2 (12,990 บาท)
  6. ASUS BR1100FKA-BP0548R (13,990 บาท)
  7. ASUS VivoBook 14 D413DA-EB003T (14,990 บาท)
1. Acer TravelMate Spin B3 TMB311R (9,450 บาท)

20210913 022852 c e1649731691358

จุดเด่นของ Acer TravelMate Spin B3 TMB311R นอกจากเรื่องความพกพาง่ายและตัวเครื่องเล็กเพียง 11.6 นิ้ว เท่านั้น แต่สามารถพับจอกลับ 360 องศาเป็นแท็บเล็ตได้ด้วย เวลาลูกหลานเรียนออนไลน์แล้วไม่ได้ใช้คีย์บอร์ดก็พับใช้เป็นแท็บเล็ต เอาพื้นที่บนโต๊ะมาวางเครื่องเขียนหรือหนังสือเรียนได้สะดวกและประยุกต์ใช้งานตามความเหมาะสมได้อีก นับเป็นโน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 15000 บาท รุ่นน่าสนใจเครื่องแรกของบทความนี้

สเปคของเครื่องนี้แม้จะดูพื้นๆ แต่ก็ใช้ทำงานได้ดี ซีพียูเป็น Intel Celeron N4020 แบบ 2 คอร์ 2 เธรด ความเร็ว 1.1-2.8GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ด Intel UHD Graphics 600 แสดงผลขึ้นจอ 11.6 นิ้ว ความละเอียด HD (1366×768) พาเนล TN ได้สบายๆ มีฮาร์ดดิสก์ e.MMC 64GB ติดตั้ง Windows 10 Pro มาพร้อมกับแรมออนบอร์ด 4GB DDR4 บัส 3200MHz มีพอร์ต USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 รองรับ Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ax กับ Bluetooth 5.0 น้ำหนักเครื่อง 1.7 กิโลกรัม

สเปคของ Acer TravelMate Spin B3 TMB311R
  • CPU : Intel Celeron N4020 แบบ 2 คอร์ 2 เธรด ความเร็ว 1.1-2.8GHz
  • GPU : Intel UHD Graphics 600
  • SSD : e.MMC 64GB
  • RAM : ออนบอร์ด 4GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 11.6 นิ้ว ความละเอียด HD (1366×768) พาเนล TN
  • Ports : USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 10 Pro
  • Weight : 1.7 กิโลกรัม
  • Price : 9,450 บาท (Advice) 
2. Lenovo V14 G2 ALC-82KC0074TA (11,150 บาท)

20220209 131749 c e1649731710187

ส่วนโน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 15000 บาท รุ่นสเปคดีระดับพร้อมทำงานออฟฟิศทั่วไปได้สบายๆ อย่าง Lenovo V14 G2 ALC-82KC0074TA เครื่องนี้ก็น่าสนใจ แต่ติดตรงเครื่องนี้ไม่มีระบบปฏิบัติการในเครื่องเลย ดังนั้นเจ้าของเครื่องอาจจะหา Windows มาใช้ตามปกติ หรือโปรแกรมเมอร์จะลง Linux ไว้ใช้ก็ได้

สเปคถือว่าให้มาดีเกินตัว โดยซีพียูเป็น AMD Ryzen 3 5300U แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.6-3.8GHz กับการ์ดจอออนบอร์ด AMD Radeon Graphics แบบ 6 คอร์ และหน้าจอมีขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด HD (1366×768) พาเนล TN มี M.2 NVMe SSD ความจุ 256GB กับแรมออนบอร์ด 4GB DDR4 บัส 3200MHz มีพอร์ต USB 2.0, USB-A 3.2, USB-C 3.2, HDMI, LAN, Audio combo อย่างละ 1 ช่อง รองรับ Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac กับ Bluetooth 5.0 ด้วย ส่วนตัวเครื่องหนัก 1.6 กิโลกรัม ซึ่งผู้เขียนแนะนำเครื่องนี้ถ้าซื้อไปใช้แล้วทีม IT ของทางบริษัทมี Serial Code ของ Windows ให้ใช้งาน หรือใครอยากลองของลง Linux ไว้ฝึกฝีมือก็ดี

สเปคของ Lenovo V14 G2 ALC-82KC0074TA
  • CPU : AMD Ryzen 3 5300U แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.6-3.8GHz
  • GPU : AMD Radeon Graphics แบบ 6 คอร์
  • SSD : M.2 NVMe SSD ความจุ 256GB
  • RAM : ออนบอร์ด 4GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 14 นิ้ว ความละเอียด HD (1366×768) พาเนล TN
  • Ports : USB 2.0, USB-A 3.2, USB-C 3.2, HDMI, LAN, Audio combo อย่างละ 1 ช่อง
  • Wireless : Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : 0.3 MP Camera 
  • Software : DOS
  • Weight : 1.6 กิโลกรัม
  • Price : 11,150 บาท (Advice) 

lenovo discount

3. Acer Aspire 3 A315-23-R144 (12,450 บาท)

20200319 133435 c e1649731723284

Acer Aspire 3 A315-23-R144 รุ่นนี้เป็นโน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 15000 บาท ตัวเครื่องใหญ่พร้อม Numpad ครบเครื่อง ช่วยให้นักบัญชีทำงานได้สะดวกกดตัวเลขได้ง่ายขึ้น ถ้าเพิ่มแรมเป็น 8GB ก็ทำงานได้สะดวก เปิดไฟล์ Excel ใหญ่ๆ ได้สบายๆ อย่างแน่นอน

ซีพียูในเครื่องเป็น AMD Athlon Silver 3050U แบบ 2 คอร์ 2 เธรด ความเร็ว 2.3-3.2GHz กับการ์ดจอ AMD Radeon Graphics แบบ 2 คอร์ แสดงผลขึ้นหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ได้อย่างแน่นอน มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้ มีแรม 4GB DDR4 บัส 2400MHz ในตัว ส่วนพอร์ตมี USB 2.0 x 2, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่อ Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac กับ Bluetooth 4.2 ได้ด้วย ส่วนน้ำหนักเครื่อง 1.9 กิโลกรัม ซึ่งสเปคนี้ถือว่าทำงานเอกสารและเปิดเว็บแอพฯ ทำงานได้แน่นอน แค่อัพเกรดเพิ่มเล็กน้อยตามที่แนะนำก็เพียงพอ

สเปคของ Acer Aspire 3 A315-23-R144
  • CPU : AMD Athlon Silver 3050U แบบ 2 คอร์ 2 เธรด ความเร็ว 2.3-3.2GHz
  • GPU : AMD Radeon Graphics แบบ 2 คอร์
  • SSD : M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB
  • RAM : 4GB DDR4 บัส 2400MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB 2.0 x 2, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 4.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 1.9 กิโลกรัม
  • Price : 12,450 บาท (Advice) 
4. DELL Inspiron 3515 (12,890 บาท)

20211222 040048 c e1649731740669

ขึ้นชื่อว่าเป็นโน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 15000 บาท ก็มี DELL Inspiron 3515 ให้คนทำงานที่มั่นใจชื่อชั้นและบริการของแบรนด์นี้ให้เลือกซื้ออย่างแน่นอน ซึ่งตัวเครื่องนอกจาก Numpad แล้ว ยังมี Microsoft Office Home & Student 2021 ติดตั้งมาให้พร้อมใช้งานด้วย

ซีพียูในเครื่องเป็น AMD Athlon Silver 3050U แบบ 2 คอร์ 2 เธรด ความเร็ว 2.3-3.2GHz กับการ์ดจอ AMD Radeon Graphics แบบ 2 คอร์ เหมือนกับข้อที่แล้ว แต่หน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด HD (1366×768) พาเนล TN ถือว่าอยู่ระดับใช้ทำงานทั่วไปได้ มีฮาร์ดดิสก์จานหมุน 1TB 5400RPM ติดตั้ง Windows 11 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2021 มาให้ มีแรม 4GB DDR4 บัส 2400MHz เชื่อมต่อด้วย USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, Audio Combo x 1 รองรับ Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac กับ Bluetooth 5.0 และเครื่องเบาเพียง 1.69 กิโลกรัมเท่านั้น ซึ่งส่วนตัวผู้เขียนแนะนำให้อัพเกรดแรมเป็น 8GB แล้วโคลนเอา Windows 11 Home มาใส่ใน M.2 NVMe SSD แล้วใส่เป็นไดรฟ์หลักเลยจะทำงานได้ดีขึ้นอย่างแน่นอน

สเปคของ DELL Inspiron 3515
  • CPU : AMD Athlon Silver 3050U แบบ 2 คอร์ 2 เธรด ความเร็ว 2.3-3.2GHz
  • GPU : AMD Radeon Graphics แบบ 2 คอร์
  • HDD : 1TB 5400RPM
  • RAM : 4GB DDR4 บัส 2400MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด HD (1366×768) พาเนล TN
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 1.69 กิโลกรัม
  • Price : 12,890 บาท (Advice) 
5. Infinix INBook X2 (12,990 บาท)

20220127 161825 c e1649731753726

Infinix INBook X2 โน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 15000 บาท จากแบรนด์น้องใหม่ฝั่งโน๊ตบุ๊คแต่มีชื่อเสียงจากฝั่งสมาร์ทโฟนก็เป็นเครื่องที่น่าสนใจหากหาซื้อเอาไว้เรียนออนไลน์หรือใช้งานทั่วไปเป็นหลัก และถ้าใครสนใจเครื่องนี้เป็นทุนเดิมสามารถอ่านรีวิวประกอบการตัดสินใจได้ที่นี่

สเปคที่เลือกมาแนะนำเป็นรุ่นเริ่มต้น ใช้ Intel Core i3-1005G1 แบบ 2 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 1.2-3.4GHz ใช้การ์ดจอ Intel UHD Graphics แสดงผลขึ้นหน้าจอ 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ได้สบายๆ มี M.2 NVMe SSD ความจุ 256GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้ในตัว มีแรม 4GB DDR4 บัส 3200MHz มีพอร์ต USB-C 3.0 x 2, USB-A 3.1 x 2, HDMI x 1, Audio combo x 1 รองรับ Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac กับ Bluetooth 5.1 และเบาเพียง 1.24 กิโลกรัมเท่านั้น เป็นโน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 15000 บาทที่น่าสนใจไม่แพ้แบรนด์หลักที่คุ้นเคยแน่นอน

สเปคของ Infinix INBook X2
  • CPU : Intel Core i3-1005G1 แบบ 2 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 1.2-3.4GHz
  • GPU : Intel UHD Graphics
  • SSD : M.2 NVMe SSD ความจุ 256GB
  • RAM : 4GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB-C 3.0 x 2, USB-A 3.1 x 2, HDMI x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 1.24 กิโลกรัม
  • Price : 12,990 บาท (ราคากลาง) 
6. ASUS BR1100FKA-BP0548R (13,990 บาท)

20210601 145800 c e1649731768958

ASUS BR1100FKA-BP0548R ที่ราคา 13,990 บาทและยังหาซื้อได้ตามเว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์ต่างๆ ก็เป็นโน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 15000 บาท ที่ยังน่าซื้ออยู่ เพราะนอกจากมีปากกาให้ใช้ ตัวเครื่องยังแข็งแรงไม่เสียหายง่ายเพราะออกแบบมาให้เด็กนักเรียนใช้เรียนในห้องเรียนและออนไลน์ได้ด้วย

ซีพียูในเครื่องเป็น Intel Pentium Silver N6000 แบบ 4 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 1.1-3.3GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ด Intel UHD Graphics แสดงผลขึ้นหน้าจอทัช 11.6 นิ้ว ความละเอียด HD (1366×768) พาเนล IPS ได้ รองรับการเขียนด้วยสไตลัสที่ให้มาในแพ็คเกจด้วย ติดตั้ง Windows 10 Pro มาในฮาร์ดดิสก์ e.MMC 128GB มีแรม 4GB DDR4 บัส 2933MHz ส่วนพอร์ตมี USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 1, USB-C 3.2 x 2, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 รองรับ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.0 ได้ด้วย ส่วนตัวเครื่องหนัก 1.4 กิโลกรัม ถือว่าน้ำหนักเครื่องอยู่ในระดับที่กำลังดี และข้อดีคือตัวเครื่องยังเสริมบอดี้ยางเอาไว้รอบตัว ทำให้เด็กเล็กที่ใช้เครื่องนี้ต่อให้ทำตกก็ไม่พังง่ายๆ แน่นอน ใครสนใจสามารถอ่านรีวิวได้ที่นี่

สเปคของ ASUS BR1100FKA-BP0548R
  • CPU : Intel Pentium Silver N6000 แบบ 4 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 1.1-3.3GHz
  • GPU : Intel UHD Graphics
  • SSD : e.MMC 128GB
  • RAM : 4GB DDR4 บัส 2933MHz
  • Display : หน้าจอทัช 11.6 นิ้ว ความละเอียด HD (1366×768) พาเนล IPS
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 1, USB-C 3.2 x 2, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 10 Pro
  • Weight : 1.4 กิโลกรัม
  • Price : 13,990 บาท (BaNANA) 
7. ASUS VivoBook 14 D413DA-EB003T (14,990 บาท)

20200612 113513 c e1649731782809

ASUS VivoBook 14 D413DA-EB003T เป็นโน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 15000 บาทรุ่นสุดท้ายที่เลือกมาแนะนำ ถึงจะเริ่มเก่าและมีตระกูล VivoBook รุ่นใหม่เปิดตัวมาหลายรุ่นแล้ว แต่เครื่องนี้ก็ยังเป็นรุ่นราคาไม่แพงและได้ซอฟท์แวร์ใช้งานทั้ง Windows และ Microsoft Office ติดตั้งมาเสร็จสรรพ เปิดมาทำงานได้เลย

ซีพียูในเครื่องเป็น AMD Ryzen 3 3250U แบบ 2 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 2.6-3.5GHz ใช้การ์ดจอ AMD Radeon Graphics แบบ 3 คอร์ แสดงผลขึ้นหน้าจอ 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ได้อย่างไหลลื่น มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 10 Home พร้อม Microsoft Office Home & Student 2019 มาให้พร้อมแรมออนบอร์ด 4GB DDR4 บัส 2400MHz ส่วนพอร์ตมี USB 2.0 x 2, USB-A 3.2 x 1, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, Audio combo x 1 รองรับ Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac และ Bluetooth 4.2 ด้วย และเบาเพียง 1.4 กิโลกรัมเท่านั้น ซึ่งถ้าใครอยากได้โน๊ตบุ๊คที่ซอฟท์แวร์ครบเปิดมาพร้อมทำงานได้เลยในงบประมาณไม่เกิน 15000 บาท ASUS VivoBook รุ่นนี้ก็น่าสนใจมาก

สเปคของ ASUS VivoBook 14 D413DA-EB003T
  • CPU : AMD Ryzen 3 3250U แบบ 2 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 2.6-3.5GHz
  • GPU : AMD Radeon Graphics แบบ 3 คอร์
  • SSD : M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB
  • RAM : 4GB DDR4 บัส 2400MHz
  • Display : 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB 2.0 x 2, USB-A 3.2 x 1, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 4.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 10 Home, Microsoft Office Home & Student 2019
  • Weight : 1.4 กิโลกรัม
  • Price : 14,990 บาท (BaNANA, Advice) 

สรุปสเปคโน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 15000 บาททั้ง 7 รุ่นเด็ด

ใครที่กำลังอยากซื้อโน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 15000 บาท เอาไว้ทำงานหรือให้ลูกหลานเรียนออนไลน์สักเครื่อง เมื่ออ่านข้อดีและรีวิวของบางรุ่นไปแล้วสนใจ สามารถดูสเปคโดยสรุปได้ที่นี่

สเปคโน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 15000 บาท CPU, GPU RAM, SSD, Software หน้าจอ, น้ำหนัก การเชื่อมต่อ ราคา (บาท)
Acer TravelMate Spin B3 TMB311R Intel Celeron N4020

Intel UHD Graphics 600

e.MMC 64GB

4GB DDR4
3200MHz

Windows 10 Pro

11.6″ HD TN

1.7 กก.

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.0

9,450
Lenovo V14 G2 ALC-82KC0074TA AMD Ryzen 3 5300U

AMD Radeon Graphics

M.2 NVMe
512GB

4GB DDR4
3200MHz

DOS

14″ HD TN

1.6 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 1

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.0

11,150
Acer Aspire 3 A315-23-R144 AMD Athlon Silver 3050U

AMD Radeon Graphics

M.2 NVMe
512GB

4GB DDR4
2400MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

1.9 กก.

USB 2.0 x 2

USB-A 3.2 x 2

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 4.2

12,450
DELL Inspiron 3515 AMD Athlon Silver 3050U

AMD Radeon Graphics

HDD 1TB
5400RPM

4GB DDR4
2400MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

15.6″ HD TN

1.69 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 2

HDMI x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.0

12,890
Infinix INBook X2 Intel Core
i3-1005G1

Intel UHD Graphics

M.2 NVMe
256GB

4GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

14″ FHD IPS

1.24 กก.

USB-C 3.0 x 2

USB-A 3.1 x 2

HDMI x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.1

12,990
ASUS BR1100FKA-BP0548R Intel Pentium
Silver N6000

Intel UHD Graphics

e.MMC 128GB

4GB DDR4
2933MHz

Windows 10 Pro

11.6″ HD IPS

1.4 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 1

USB-C 3.2 x 2

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.1

13,990
ASUS VivoBook 14 D413DA-EB003T AMD Ryzen 3 3250U

AMD Radeon Graphics

M.2 NVMe
512GB

4GB DDR4
2400MHz

Windows 10 Home

Microsoft Office Home & Student 2019

14″ FHD IPS

1.4 กก.

USB 2.0 x 2

USB-A 3.2 x 1

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 4.2

14,990

จะเห็นว่าโน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 15000 บาทหลายๆ รุ่นจะได้แรมเพียง 4GB และบางรุ่นก็เป็นฮาร์ดดิสก์จานหมุนธรรมดาด้วยซ้ำ ถ้าใครอยากได้ก็อาจจะต้องอัพเกรดเพิ่มเติมสักหน่อย แต่ค่าแรมและ M.2 NVMe SSD ในปัจจุบันนี้ราคาก็ไม่แพงเหมือนเมื่อก่อนแล้วด้วยซ้ำ ดังนั้นถ้าลงทุนสักนิดก็ได้โน๊ตบุ๊คดีๆ เอาไว้ทำงานออฟฟิศได้สบายๆ อย่างแน่นอน


บทความที่เกี่ยวข้อง

aio cover

swift cover

office freecover

from:https://notebookspec.com/web/647086-7-budget-laptop-under-15000-baht

รีวิว LG Gram 17Z95P-G Intel Evo เครื่องใหญ่แต่เบา แบตอึดทนทาน ค่าตัว 73,900 บาท

LG Gram 17Z95P-G เบาจนไม่นึกว่าถือโน๊ตบุ๊ค 17 นิ้วอยู่เลย

lg gram cover

ตลอดชีวิตที่ผ่านมา ผู้เขียนเชื่อว่าพอพูดชื่อ LG แล้วหลายคนคงจะนึกถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านไม่ว่าทีวีหรือเครื่องซักผ้า ไม่ใช่โน๊ตบุ๊คอย่าง LG Gram 17Z95P-G เครื่องนี้อย่างแน่นอน แต่จริงๆ แล้ว LG Gram นั้นถือเป็นโน๊ตบุ๊คที่ขึ้นชื่อเรื่องตัวเครื่องใหญ่แต่เบาอย่างไม่น่าเชื่อ, งานประกอบแน่นแข็งแรง ผ่านการทดสอบ MIL-STD-810G, ได้มาตรฐาน Intel Evo, ได้หน้าจอความละเอียดสูง ขอบเขตสีกว้างที่ทาง LG เคลมไว้ 99% DCI-P3 จัดเป็นโน๊ตบุ๊คระดับพรีเมี่ยมจากแบรนด์ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าชั้นนำของโลกนำเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยแล้วน่าสนใจเป็นอย่างมาก

Advertisementavw

นอกจากน้ำหนักที่เป็นจุดขายหลักแล้ว พอร์ตก็ถือว่าไม่กั๊กเลยเช่นกัน นอกจากจะได้พอร์ตหลักมาครบถ้วนแล้ว ยังมี Thunderbolt 4 ถึง 2 ช่อง ต่อหน้าจอแสดงผลระดับ 5K เพื่อทำงานได้ มีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือซึ่งรวมกับปุ่ม Power เพื่อความเป็นส่วนตัวยิ่งขึ้น และเวลาพกพาเครื่องไปทำงานยังใช้งานต่อเนื่องได้นานมาก ซึ่งทางบริษัทก็เคลมว่าแบตเตอรี่ของ LG Gram นั้นสามารถใช้งานต่อเนื่องได้นานสุดถึง 21 ชั่วโมง และด้วยดีไซน์เรียบหรูดูดีและแข็งแรงนี้ ช่วยเสริมบุคลิคของเจ้าของเครื่องให้ดูดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดแน่นอน โดยรุ่นที่ได้รับมาทดสอบในบทความนี้เป็นรหัส LG Gram 17Z95P-G ซึ่งเป็นตัวเครื่องขนาดใหญ่สุดในตระกูลนั่นเอง

LG Gram 17Z95P-Gตระกูล LG Gram รอบนี้มีให้เลือกครบครันทั้ง 3 ไซซ์ 7 สเปค

NBS Verdict

LG Gram 17Z95P DSC01737

LG Gram 17Z95P-G นับเป็นโน๊ตบุ๊ค Intel Evo ที่ได้ทั้งความบางเบา ซึ่งตัวเครื่องเบาเพียง 1.35 กิโลกรัมเท่านั้นผิดกับขนาดตัวเครื่อง 17 นิ้ว ที่ใหญ่โตพร้อมความละเอียดสูง จึงสามารถเปิดโปรแกรมและงานบนหน้าจอได้หลายโปรแกรมสบายๆ พูดได้เต็มปากว่านี่คือโน๊ตบุ๊คขนาดใหญ่และเบาสุดในปัจจุบัน ได้ดีไซน์เรียบหรูเสริมบุคลิคของเจ้าของเครื่องอีกด้วย

ด้านฟีเจอร์เด่นของ LG Gram 17Z95P-G นอกจากเรื่องสเปคที่ครบเครื่องพร้อมทำงานแล้ว ยังได้เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือรวมกับปุ่ม Power, พอร์ต Thunderbolt 4 x 2 ช่องพร้อมพอร์ตหลักๆ อื่นติดตั้งมาให้ถือว่าครบถ้วน นอกจากนี้ระยะเวลาใช้งานแบตเตอรี่นั้น ทางบริษัทเคลมไว้ว่าใช้งานได้นานสุด 21 ชั่วโมงก็ถือว่าไม่เกินจริงไปนัก ซึ่งถ้าเน้นใช้ทำงานเอกสารหรือทำงานผ่านเว็บแอพฯ ก็สามารถใช้งานต่อเนื่องได้นานตามที่เคลมเอาไว้อย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีจุดเด่นน่าสนใจหลายเรื่อง แต่จุดสังเกต 2 จุด ควรใส่ใจก่อนจะซื้อ LG Gram มาใช้ คือ ตัวเครื่องถูกออกแบบให้เปิดฝาอัพเกรดด้วยตัวเองแทบไม่ได้ โดยทางบริษัทออกแบบโดยซ่อนน็อตเอาไว้ใต้ตุ่มรองใต้เครื่องซึ่งถอดได้ลำบาก ไม่ควรเปิดฝาด้วยตัวเองเพราะตัวเครื่องอาจจะเสียหายได้ และเนื่องจากโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้มีขนาดใหญ่ 17 นิ้ว จึงใส่กระเป๋าเป้แบบปกติไม่ได้เพราะขอบตัวเครื่องจะติดขอบซิบพอดี จึงควรหากระเป๋าแบบพิเศษที่ใส่โน๊ตบุ๊คไซซ์ใหญ่พิเศษเช่นนี้ได้มาใส่เครื่องด้วย

ข้อดีของ LG Gram 17Z95P-G
  1. ตัวเครื่อง 17 นิ้ว แต่เบาเพียง 1.35 กิโลกรัม จัดเป็นโน๊ตบุ๊คน้ำหนักเบาที่สุดในปัจจุบัน
  2. งานประกอบตัวเครื่องเรียบร้อยแข็งแรงเรียบหรู บอดี้เป็นแม็กเนเซี่ย อัลลอยด์ ผ่านมาตรฐาน MIL-STD-810G
  3. หน้าจอมีความละเอียด 2K WQXGA พาเนล IPS ขอบเขตสีกว้าง 99% DCI-P3
  4. มี Reader mode ช่วยถนอมสายตาไม่ให้ตาล้าแม้จะทำงานต่อเนื่องหลายชั่วโมง
  5. สเปคโดยรวมดีเพียงพอใช้ทำงานในปัจจุบันได้โดยไม่มีปัญหา ไม่ต้องอัพเกรดก็ได้
  6. หากต้องการอัพเกรด ภายในตัวเครื่องมีพอร์ตใส่ M.2 NVMe SSD ได้อีก 1 ช่อง
  7. ติดตั้งพอร์ต Thunderbolt 4 x 2 ช่องพร้อมพอร์ตที่จำเป็นต้องใช้งานครบเครื่อง
  8. มีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือ สแกนนิ้วปลดล็อคเครื่องได้ รวมไว้กับปุ่ม Power 
  9. แบตเตอรี่เมื่อทดสอบตามมาตรฐานของทางเว็บไซต์ใช้ได้ร่วม 14 ชั่วโมง 30 นาที
  10. ดีไซน์ปุ่มคีย์แคปของคีย์บอร์ดให้มีขนาดใหญ่ขึ้นเล็กน้อย ทำให้พิมพ์ได้แม่นยำ
  11. ลำโพงรองรับเสียงแบบ DTS:X Ultra ให้เสียงที่ดี ดูหนังฟังเพลงได้อรรถรส
  12. ได้ประกัน Onsite Service ยาวนาน 2 ปี ใช้งานได้อย่างอุ่นใจ
  13. ได้ Windows 11 Home พร้อมใช้บริการ Microsoft 365 Personal ฟรี 1 ปี
ข้อสังเกตของ LG Gram 17Z95P-G
  1. ผู้ผลิตออกแบบให้เปิดฝาอัพเกรดตัวเครื่องไม่ได้เลย ต้องนำไปศูนย์บริการเท่านั้น
  2. ตัวเครื่อง 17 นิ้ว ต้องหากระเป๋าพร้อมช่องพิเศษสำหรับโน๊ตบุ๊คขนาดใหญ่เท่านั้น

รีวิว LG Gram 17Z95P

Specification

pc gram 17z95p b 03 all this light as ever mobile

LG Gram 17Z95P-G จัดเป็นโน๊ตบุ๊คที่โดดเด่นเรื่องตัวเครื่องน้ำหนักเบา สเปคดีพร้อมพอร์ตต่างๆ ติดตั้งมาให้ครบเครื่องพร้อมทำงาน ได้ดีไซน์ตัวเครื่องเรียบหรูดูดีเสริมบุคลิคของเจ้าของเครื่องอีกด้วย ซึ่งสเปคจะเป็นดังนี้

สเปคของ LG Gram 17Z95P-G
  • CPU : Intel Core i7-1195G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.9-5.0GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB LPDDR4x 4266MHz
  • Display : 17 นิ้ว ความละเอียด 2K WQXGA พาเนล IPS ขอบเขตสีกว้าง 99% DCI-P3
  • Ports : USB-C 4.0 Gen 3 x 2 รองรับ Thunderbolt 4, USB-A 3.2 Gen 2 x 2, MIcroSD Card Reader x 1, HDMI x 1, Headphone Out x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft 365 Personal ฟรี 1 ปี
  • Weight : 1.35 กิโลกรัม
  • Warranty : 2 Years Onsite service
  • Price : 73,900 บาท (ราคากลาง)

นอกจากนี้ LG Gram เองก็มีรุ่นย่อยให้เลือกซื้อด้วย โดยมีรุ่นดังนี้

Hardware & Design

LG Gram 17Z95P DSC01735

LG Gram 17Z95P DSC01752
LG Gram 17Z95P DSC01753
LG Gram 17Z95P DSC01754
LG Gram 17Z95P DSC01756
LG Gram 17Z95P DSC01774
LG Gram 17Z95P DSC01744

ตัวเครื่องของ LG Gram 17Z95P-G จะเน้นดีไซน์ให้ดูเรียบง่ายไม่หวือหวา ซึ่งถ้ามองหน้าตรงเข้าหาตัวเครื่อง จะเห็นว่าทางบริษัทออกแบบให้ได้ความเรียบหรู ใช้บอดี้เป็นวัสดุแม็กเนเซี่ยม อัลลอยด์ ซึ่งเบาและแข็งแรงทนทานทำให้งานประกอบแข็งแรงและแน่น สามารถใช้นิ้วเดียวดึงขอบตัวเครื่องด้านล่างที่เว้าเข้าไปแล้วกางหน้าจอได้โดยตัวเครื่องได้โดยไม่เสียบาลานซ์จนฐานตัวเครื่องยกตามหน้าจอขึ้นมาเลย

ดีไซน์ของขาบานพับหน้าจอ จะเป็นแบบก้านยาวเส้นเดียวแล้วตัวบานหน้าจอจะเลยออกมาด้านหลังเพื่อซ่อนช่องระบายความร้อนเอาไว้ ทำให้ตัวเครื่องดูเรียบร้อยสวยงามและติดโลโก้ LG เอาไว้เล็กๆ ขอบล่างของหน้าจอและมีคำว่า Gram บอกซีรี่ส์ไว้ตรงที่วางข้อมือฝั่งซ้ายด้านใต้ปุ่ม Ctrl ด้วย และติดสติกเกอร์ Intel Evo เพื่อบ่งบอกว่าโน๊ตบุ๊คนี้ผ่านมาตรฐานโน๊ตบุ๊คบางเบา พกพาสะดวกและประสิทธิภาพตอนทำงานสูงตามาตรฐานที่ Intel ตั้งเอาไว้

LG Gram 17Z95P DSC01779

ในเมื่อก้านบานพับหน้าจอถูกขยับออกไปด้านหลังเครื่อง เมื่อกางหน้าจอ LG Gram 17Z95P-G แล้วจะกางได้กว้างราว 120 องศาด้วยกัน ซึ่งความกว้างระดับนี้สามารถกางหน้าจอให้เข้ากับมุมสายตาทั้งตอนวางบนโต๊ะหรือต่อหน้าจอแยกแล้ววางบนที่วางโน๊ตบุ๊ค รวมทั้งบานหน้าจอพอกางแล้วไม่เกิดอาการล้าหรือกระพือเบาๆ อีกด้วย ถือว่างานประกอบทำได้แน่นแข็งแรงใช้ได้

LG Gram 17Z95P DSC01749

ส่วนฝาหลังของตัวเครื่องถือว่าเรียบง่าย ไม่มีลวดลายอะไรเลยยกเว้นแค่โลโก้ Gram เอาไว้ตรงกลางฝาหลังเท่านั้น ไม่มีลวดลายอะไรมากมายเหมือนโน๊ตบุ๊คบางรุ่น ซึ่งถ้าใครชอบกรอบตัวเครื่องแบบเรียบๆ น่าจะถูกใจเครื่องนี้

LG Gram 17Z95P DSC01747

บอดี้ด้านใต้ LG Gram 17Z95P-G จะติดยางกันกระแทกเอาไว้ 4 มุมของตัวเครื่อง เป็นปุ่มยางนูนสูงขึ้นมาด้านหลัง 2 ปุ่ม ส่วน 2 ปุ่มหน้าจะเตี้ยกว่าเล็กน้อย น็อตตัวเครื่องจะมีแผ่นพลาสติกวงกลมเล็กปิดรูน็อตเอาไว้ 4 จุด และซ่อนไว้ใต้ขายางรองตัวเครื่องด้วย

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนทาง LG จะไม่ต้องการให้ผู้ใช้อัพเกรดตัวเครื่องด้วยตัวเอง เนื่องจากจุกพลาสติกนั้นแกะยากมาก ถ้าจะเพิ่ม M.2 NVMe SSD เข้าไปอีกตัว ผู้เขียนแนะนำให้ติดต่อผู้เชี่ยวชาญของ LG ให้มาให้บริการ Onsite service หรือยกเครื่องไปศูนย์บริการเพื่อเปิดบอดี้ตัวเครื่องจะดีกว่า ไม่แนะนำให้ฝืนแกะเปิดด้วยตัวเอง ไม่อย่างนั้นอาจจะเสียหายได้

Screen & Speaker

LG Gram 17Z95P DSC01740

LG Gram 17Z95P DSC01742
LG Gram 17Z95P DSC01741
LG Gram 17Z95P DSC01743 1

LG Gram 17Z95P-G รุ่นที่รีวิวมีขนาดจอ 17 นิ้ว ความละเอียด 2K WQXGA (2560×1600) พาเนล IPS เป็นหน้าจออัตราส่วน 16:10 เหมาะกับการทำงานเอกสารและคอนเทนต์ ดีไซน์ให้กรอบหน้าจอบาง 3 ด้าน ทำให้กรอบหน้าจอไม่ใหญ่จนรบกวนสายตา ซึ่งจากการใช้งานจริงต้องถือว่าหน้าจอ 17 นิ้วของ LG Gram นั้นใหญ่มาก ครอบคลุมมุมสายตา เมื่อมองก็โฟกัสเฉพาะเนื้อหาบนหน้าจออย่างเดียวแล้ว และรู้สึกว่าหน้าจอนี้ไม่มีกรอบหน้าจอมารบกวนสายตาด้วยซ้ำ

LG Gram 17Z95P DSC01793

ยิ่งไปกว่านั้น LG Gram 17Z95P-G จะมีการแสดงผลที่เรียกว่า Reader Mode ซึ่งเปลี่ยนการโทนสีแสดงผลบนหน้าจอให้เป็นโทนอุ่น ช่วยลดอาการตาล้าเมื่อต้องนั่งทำงานแล้วต้องจ้องหน้าจอต่อเนื่องหลายชั่วโมงได้ด้วย ซึ่งผู้เขียนเองก็ชื่นชอบโหมดการแสดงผลนี้เป็นส่วนตัวเนื่องจากงานต้องนั่งมองหน้าจอแทบทั้งวันอยู่แล้วพอเปิดโหมดนี้ก็ทำให้สีสันบนหน้าจอไม่แสบตาจนเกินไปและนั่งทำงานได้อย่างมีความสุขยิ่งขึ้น

gamut

brightness
bright zone
accuracy
rating

ขอบเขตสีหน้าจอของ LG Gram 17Z95P-G เครื่องนี้ ทาง LG เคลมไว้ว่ามีขอบเขตสีกว้าง 99% DCI-P3 แต่เมื่อวัดด้วย Spyder5Elite แล้ว ได้ 100% sRGB, 88% AdobeRGB, 91% DCI-P3 ซึ่งถือว่าใกล้เคียงกับที่ LG เคลมเอาไว้มาก และค่าความเบี่ยงเบนสีหรือ Delta-E ได้ค่าเฉลี่ย 1.33 เท่านั้น นับเป็น Delta-E <2 ซึ่งถ้าใครต้องพรู้ฟงานอาร์ตหรือไปขายโปรเจคกับลูกค้าเป็นประจำ ก็สามารถอ้างอิงสีบนหน้าจอโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ได้เลย

ความสว่างหน้าจอเมื่อปรับความสว่าง 100% ได้ 279.7 nit ซึ่งสว่างสู้แสงแดดตอนนั่งทำงานที่ร้านกาแฟหรือแสงแดดสะท้อนเข้าหน้าจอก็ไม่มืดอย่างแน่นอน และถ้านั่งทำงานในออฟฟิศล่ะก็ ผู้เขียนแนะนำให้เปิดเพียง 75% ก็สว่าง 207.5 nit ซึ่งสว่างพอใช้งานในอาคารหรือห้องทำงานแล้ว และอาจจะลดลงอีกเล็กน้อยก็ช่วยให้ประหยัดแบตเตอรี่และไม่สว่างเกินไปจนแสบตาด้วย ส่วนความสว่าง 0% ของหน้าจอนี้ถือว่ามืดจนแทบมองไม่เห็นเนื้อหาบนหน้าจอเลย แนะนำว่าให้ปรับความสว่างเพิ่มขึ้นมาสัก 10-20% จะได้ไม่ต้องเพ่งสายตามากเกินไปอีกด้วย

ทว่าส่วนน่าสังเกตคือ เมื่อแบ่งพื้นที่วัดความสว่างหน้าจอเป็น 9 ช่องแล้ว จะเห็นว่าพื้นที่ขอบบนของหน้าจอทั้งหมดจะเป็นโซนความสว่างลดลง 10-12% แต่โซนอื่นของหน้าจอยังลดตั้งแต่ 0~7% ซึ่งถ้าต้องการแต่งภาพถ่ายหรือวาดภาพ ก็แนะนำให้เว้นพื้นขอบบนของหน้าจอเพราะความสว่างเมื่อลดลงแล้วอาจจะเทียบสีเพี้ยนได้ ควรดูโซนกลางหน้าจอลงไปจะแม่นยำและลดโอกาสสีเพี้ยนได้มากกว่า

สรุปคะแนนหน้าจอของ LG Gram 17Z95P-G เครื่องนี้จะได้คะแนนรวม 4 จาก 5 คะแนน โดยหน้าจอนี้จะเด่นตรง Gamut, Contrast ซึ่งได้ 5 คะแนนเต็ม ถัดลงมาเป็น Tone Response, Color Accuracy ซึ่งได้ 4.5 จาก 5 คะแนน ซึ่งถือว่าเกือบเต็ม การันตีได้เลยว่าพาเนลหน้าจอของ LG Gram เครื่องนี้เป็นพาเนลคุณภาพสูงมาก และสันนิษฐานว่าเป็นพาเนลจอของ LG ผลิตมาประกอบกับโน๊ตบุ๊คของตัวเองด้วย

LG Gram 17Z95P DSC01746
LG Gram 17Z95P DSC01745

ลำโพงตัวเครื่องทั้งคู่มีกำลังขับ 1.5 วัตต์ ได้เสียง HD Audio รองรับ DTS:X Ultra ซึ่งจากที่ลองฟังเพลงแล้วลำโพงถือว่าได้เสียงดัง โทนเสียงแม้เบสจะน้อยไปบ้าง แต่ก็พอฟังเพลงร็คและ EDM ได้อรรถรสพอควร แต่จุดเด่นสุดของลำโพงนี้คือเรื่องสเตจเสียงกว้างกำลังดีและ Clarity ของเสียงถือว่าใส ฟังสะดวกหู เสียงเครื่องดนตรีและนักร้องนำไม่กลืนกันเกินไป สามารถฟังเพลงหรือดูหนังด้วยลำโพงของ LG Gram 17Z95P-G เครื่องนี้ได้เลย แต่ถ้าฟัง EDM ให้ได้อารมณ์อีกนิดก็ต่อลำโพงพร้อม Subwoofer เพิ่มสักหน่อยก็จะได้โทนเสียงอิ่มหูขึ้น

Keyboard & Touchpad

LG Gram 17Z95P DSC01758

LG Gram 17Z95P DSC01759
LG Gram 17Z95P DSC01760
LG Gram 17Z95P DSC01787
LG Gram 17Z95P DSC01788

คีย์บอร์ดของ LG Gram 17Z95P-G จะเป็นคีย์บอร์ดแบบ Full-size มีปุ่มครบถ้วน ไม่ต้องต่อคีย์บอร์ดแยกก็ได้ และทาง LG ออกแบบให้ปุ่มคีย์บอร์ดกว้างขึ้นเล็กน้อยและระยะกดปุ่มมากขึ้นจาก 1.5 มม. เป็น 1.65 มม. ซึ่งสัมผัสตอนพิมพ์ถือว่าพิมพ์ง่ายและผิดพลาดค่อนข้างน้อยมาก ส่วนสัมผัสตอนกดถือว่าระยะกดปุ่มจะลึกขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น มีไฟ LED Backlit ติดตั้งมาให้ โดยไฟจะเรืองรอบปุ่มและลอดตัวอักษรขึ้นมาเช่นเดียวกับคีย์บอร์ดสายทำงานรุ่นอื่นๆ 

LG Gram 17Z95P DSC01770
LG Gram 17Z95P DSC01769
LG Gram 17Z95P DSC01767
LG Gram 17Z95P DSC01764

การดีไซน์เซ็ตปุ่มต่างๆ บนคีย์บอร์ดถือว่าเรียงเป็นเซ็ตและเป็นระเบียบและลดขนาดปุ่มที่ไม่ได้ใช้บ่อยอย่าง Grave Accent (ปุ่มตัวหนอน) ให้เหลือครึ่งเดียวของปุ่มปกติ คาดว่าเป็นเพราะปุ่มมาตรฐานบนคีย์บอร์ดถูกขยายให้ใหญ่ขึ้นเล็กน้อย ทำให้ปุ่มต้องย่อไซซ์ลงนิดหน่อย

ส่วนปุ่ม Function มาตรฐานของคีย์บอร์ด Full-size ก็มีให้ใช้ครบถ้วนและรวบหลายฟังก์ชั่นไว้ด้วยกัน ได้แก่ Print Screen กับ Scroll Lock, Page Up กับ Home, Page Down กับ End และ Pause กับ Break เรียงถัดจาก F12 ไปจนถึงปุ่ม Power ซึ่งมีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือในตัว พอกดเปิดเครื่องจะมีไฟ LED สว่างค้างอยู่ด้านข้างขวาของปุ่มเพื่อให้ผู้ใช้รู้ว่าตอนนี้เครื่องเปิดอยู่ ตัวหลอดจะซ้อนลงมาด้านล่างบอดี้แม็กนีเซียม อัลลอยด์อีกทีหนึ่ง ซึ่งผู้เขียนชอบการออกแบบเช่นนี้ เนื่องจากได้ความสวยหรูหราสมราคาเครื่องและดูสมเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าหลักหมื่นมาก และพอปุ่มฟังก์ชั่นครบก็ไม่ต้องต่อคีย์บอร์ดแยกก็ได้ เว้นแต่ตอนวางบนแท่นวางโน๊ตบุ๊คแล้วทำงานไม่สะดวกค่อยต่อเพิ่มเติม

LG Gram 17Z95P DSC01771

LG Gram 17Z95P DSC01792 1
LG Gram 17Z95P DSC01789

ส่วน Function Hotkey ของ LG Gram 17Z95P-G รวมเอาไว้กับ F1-F12 นั้น ถือว่าทาง LG  Mapping ปุ่มมาได้ครบถ้วน เรียกใช้งานง่ายและฟังก์ชั่นครบถ้วน เมื่อกดตามปกติจะเป็น F1-F12 ถ้าใช้ Function Hotkey ต้องกด Fn ค้างไว้ก่อน ส่วนคำสั่งมีดังนี้

  • F1 – เรียกโปรแกรม LG Control Center 
  • F2-F3 – ลดหรือเพิ่มความสว่างหน้าจอ
  • F4 – เปิด Secure Mode ปิดการทำงาน Webcam และไมค์
  • F5 – เปิด/ปิดทัชแพด
  • F6 – Airplane Mode
  • F7 – ปุ่ม Project ตั้งค่าการทำงานหน้าจอหลักและเสริม
  • F8 – ปุ่มเปิด/ปิดไฟ LED Backlit
  • F9 – Reader Mode
  • F10-F12 – ปิด, ลด, เพิ่มเสียงลำโพง

LG Gram 17Z95P DSC01772
LG Gram 17Z95P DSC01773

ด้านของทัชแพดที่ติดตั้งมาให้จะเป็นทัชแพดขนาดใหญ่ รองรับ Gesture Control ครบถ้วน ดีไซน์ซ่อนปุ่มคลิกซ้ายและขวาเอาไว้ ส่วนขนาดแป้นทัชแพดมีขนาดใหญ่มากโดย LG เคลมว่ามันมีขนาดใหญ่กว่า LG Gram รุ่นก่อนหน้านี้ จากการทดลองใช้งานสามารถลากเคอร์เซอร์จากขอบจอฝั่งหนึ่งไปยังอีกฝั่งได้สบายๆ แต่ต้องทำใจสักหน่อยคือ ตัวแป้นจะอยู่ใต้สันมือซ้ายและอุ้งมือขวาจะพาดบนแป้นพอดีมาก ถ้าพิมพ์ก็ควรยกมือขึ้นเล็กน้อยแล้วพิมพ์เพื่อเลี่ยงทัชแพดลั่น หรือไม่ก็ควรต่อเมาส์แยกในกรณีนั่งโต๊ะทำงานจะใช้งานสะดวกกว่า

Connector / Thin & Weight

LG Gram 17Z95P DSC01775
LG Gram 17Z95P DSC01777

พอร์ตของ LG Gram 17Z95P-G จัดว่าได้มาครบเครื่องและทันสมัยมาก เรียกว่าสมค่าตัวเป็นอย่างมาก โดยพอร์ตทั้งสองฝั่งตัวเครื่องจะมีดังนี้

  • ฝั่งซ้ายจากซ้ายมือ – HDMI, USB-C 4.0 Gen 3 x 2 ช่อง รองรับ Thunderbolt 4, Audio combo
  • ฝั่งขวาจากซ้ายมือ – MicroSD Card Reader, USB-A 3.2 Gen 2 x 2, Kensington Lock

ส่วนมิติตัวเครื่อง LG Gram 17Z95P-G มีขนาด 14.97 x 10.24 x 0.70 นิ้ว (กว้างxลึกxหนา) ได้พอร์ตใช้งานมาครบเครื่อง ไม่ตัดพอร์ตใช้งานบ่อยๆ อย่าง HDMI หรือลดจำนวนพอร์ต USB-A 3.2 Gen 2 ทิ้งไปเลย ทำให้ต่อหน้าจอแยกด้วย HDMI หรือ Thunderbolt 4 ก็ได้ตามสะดวก หากเป็นแบรนด์อื่นอาจไม่ได้พอร์ตครบเครื่องเช่นนี้ และอาจจะต้องพึ่ง USB-C Multiport adapter ไปแล้ว แต่ LG Gram เครื่องนี้จะหามาต่อเสริมหรือไม่ต่อก็ได้ตามสะดวก

LG Gram 17Z95P DSC01717

LG Gram 17Z95P DSC01718
LG Gram 17Z95P DSC01719
LG Gram 17Z95P DSC01720
LG Gram 17Z95P DSC01724

น้ำหนักของ LG Gram 17Z95P-G พอชั่งด้วยตาชั่งดิจิตอลแล้ว เฉพาะตัวเครื่องหนัก 1.32 กิโลกรัม ซึ่งถือว่าเบากว่าที่เคลมเอาไว้ 1.35 กิโลกรัมเล็กน้อย ซึ่งปกติแล้วโน๊ตบุ๊คขนาด 17 นิ้ว จะต้ตองมีน้ำหนักหลัก 2-3 กิโลกรัมขึ้นไปอย่างแน่นอน แม้จะชั่งรวมกับอแดปเตอร์ ยังเบาเพียง 1.7 กิโลกรัม เท่ากับน้ำหนักของโน๊ตบุ๊ค 15.6 นิ้วบางรุ่นเท่านั้น จัดว่าเบาน่าประทับใจมาก ส่วนรุ่นย่อยอย่าง LG Gram 16 ยังหนักเพียง 1.18 กิโลกรัม ถ้าเป็นรุ่น LG Gram 15 จะเบาเพียง 1.12 กิโลกรัม ถือว่าเบาไม่แพ้โน๊ตบุ๊ครุ่นใดในตลาดเลย ณ ปัจจุบันนี้

Performance & Software

i7
ram

ในเมื่อ LG Gram 17Z95P-G เครื่องนี้เป็นโน๊ตบุ๊ค Intel Evo แล้ว ทางบริษัทก็ให้สเปคเอื้อการทำงานเต็มที่และจัดเต็มให้สมราคา โดยซีพียูของเครื่องทดสอบเป็น Intel Core i7-1195G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.9-5.0GHz สถาปัตยกรรม Tiger Lake-U ขนาด 10 นาโนเมตร ค่า TDP 12-28 วัตต์ ทำให้จัดการพลังงานได้ดีและใช้งานได้หลายชั่วโมง

gpu

การ์ดจอในเครื่องเป็น Intel Iris Xe Graphics สำหรับเรนเดอร์ภาพขึ้นหน้าจอ 2K WQXGA และใช้ทำงานกราฟฟิคตัดต่อแต่งภาพได้ระดับหนึ่ง รองรับชุดคำสั่ง OpenCL, OpenGL 4.6, DirectCompute, DirectML, Vulkan ยกเว้น CUDA, Ray Tracing ที่เป็นฟีเจอร์ของการ์ดจอตระกูล NVIDIA และไม่รองรับ PhysX 

devicemgr

หลังเช็คใน Device Manager จะเห็นว่าพาร์ทในโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ LG ก็จัดมาครบ ทั้งเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือของ Goodix Moc ที่รวมกับปุ่ม Power, การ์ด Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รุ่น Intel AX201 คลื่น 160MHz พร้อมชิป TPM 2.0 ซึ่ง Windows 11 ต้องใช้งานติดตั้งมาครบถ้วน

ssd

ส่วน SSD ในเครื่องเป็น M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB รหัส MZVLB512HBJQ-0000 หรือ Samsung PM981a ในแง่ประสิทธิภาพนับเป็น OEM SSD ของ Samsung 980 แต่ไม่รองรับโปรแกรมเสริมประสิทธิภาพการทำงานอย่าง Samsung Magician เหมือนรุ่นที่วางขายตามร้านค้า แต่ข้อดีของ M.2 NVMe SSD ประเภทนี้จะใช้พลังงานไฟฟ้าน้อยช่วยให้ใช้งานได้นานหลายชั่วโมง

ส่วนสเปคหน้าเว็บไซต์ เป็นอินเตอร์เฟส PCIe 3.0 x4 ความเร็ว Sequential Read 3,500MB/s และ Sequential Write 2,900MB/s ส่วนผลทดสอบจาก CrystalDiskMark ได้ Sequential Read 3,480.17MB/s และ Sequential Write 2,947.16MB/s นับว่าใกล้เคียงกับสเปคบนหน้าเว็บไซต์ของ Samsung ซึ่งในฐานะเป็นโน๊ตบุ๊คสายทำงาน ได้ความเร็วระดับนี้ก็ไม่ต้องอัพเกรดเปลี่ยน SSD ก็ได้ และแนะนำให้ซื้อ External SSD/HDD มาเซฟข้อมูลแทนดีกว่า

r15
r20

งาน 3D CG ต่างๆ สำหรับ LG Gram 17Z95P-G ก็ถือว่าใช้งานได้ดีระดับหนึ่ง เมื่อทดสอบกับ CINEBENCH R15 แล้ว ได้คะแนน OpenGL 84.22 fps ส่วน CPU 738 cb ซึ่งถือว่าสูงพอ Preview 3D CG หรือใช้โปรแกรมแต่งภาพต่างๆ ได้ดีระดับหนึ่ง ส่วน CINEBENCH R20 ที่โฟกัสกำลังการทำงานของซีพียูเป็นหลัก ทำได้ 1447 pts จึงสรุปได้ว่าโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ใช้ทำงานตัดต่อแต่งภาพได้โดยไม่มีปัญหาแน่นอน

3dmark

ส่วนของ 3DMark Time Spy ที่ทดสอบการเล่นเกม 3D เป็นหลักได้คะแนนรวม 1,047 คะแนน แยกเป็น CPU score 2,209 คะแนน และ Graphics score 959 คะแนน ซึ่งไม่น่าแปลกใจนัก เพราะโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ไม่ได้โฟกัสการเล่นเกมอยู่แล้วแต่เน้นเรื่องการทำงาน ดังนั้นถ้าเอาไปเล่นเกม 3D ก็ไม่น่าตอบโจทย์ แต่เกม 8-bit ที่ไม่พึ่งการ์ดจอมากนักก็ถือว่าเล่นได้ไม่มีปัญหา

pcmark10

ด้านของ PCMark 10 ซึ่งทดสอบโดยจำลองการทำงานออฟฟิศต่างๆ จะทำคะแนนรวมได้ที่ 4,325 คะแนน ซึ่งหลายคนอาจจะสงสัยว่าระดับคะแนนนี้จะใช้งานได้ดีไหม ก็ต้องโฟกัสแยกหมวดหมู่ โดย LG Gram 17Z95P-G เครื่องนี้จะเด่นในส่วนของการทำงานพื้นฐานอย่างเปิดเบราเซอร์, เปิดโปรแกรมทำงานต่างๆ หรือประชุมออนไลน์ซึ่งได้คะแนนสูงสุดในกลุ่มถึง 8,830 คะแนน และเวลาทำงานกับโปรแกรม Microsoft Word, Excel ก็ถือว่าดีไม่แพ้กัน ซึ่งได้ 6,530 คะแนน แต่เวลาใช้โปรแกรมตัดต่อแต่งภาพหรือวิดีโอถือว่าแค่ทำได้แต่ไม่ถึงกับโดดเด่น ซึ่งได้ 3,810 คะแนนเท่านั้น และการ์ดจอในตัวยังเป็น Intel Iris Xe Graphics ด้วย ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจ

lg control center

ด้านการตั้งค่าตัวเครื่องของ LG Gram 17Z95P-G จะมี LG Control Center ที่หน้าตาเรียบง่าย ใช้งานสะดวกเข้าใจไม่ยากให้เซ็ตตั้งค่าเครื่องได้ โดยกด Fn+F1 หรือคลิก Taskbar ด้านล่างของเครื่องได้ด้วย ซึ่งข้อดีคือหน้าตาใช้ง่ายและหมวดหมู่แยกชัดเจน ได้แก่

  • System Settings – สำหรับตั้งค่าทั่วไปอย่างความสว่างจอ, ความดังของลำโพง, การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต, Touchpad, หน้าจอแยก เป็นต้น
  • Power Management – เซ็ตการชาร์จผ่าน USB-C หรือดูสถานะของแบตเตอรี่
  • Windows Security – ตั้งค่า Account ในเครื่องและ Firewall
  • Color Temperature – ปรับโทนสีของหน้าจอว่าต้องการให้โทนสีติดไปทางอุ่นหรือเย็น สามารถสไลด์เปลี่ยนได้ง่ายๆ แต่ส่วนตัวผู้เขียนแนะนำว่าปล่อยให้อยู่โทนปกติแล้วเปิด Reader Mode แทนก็ได้
  • Cooling Mode – แยกเป็น 3 หมวดคือ Optimal ซึ่งเป็นค่าพื้นฐาน ปล่อยให้เครื่องปรับการทำงานด้วยตัวเอง, Silent ให้พัดลมทำงานเสียงเบา ไม่รบกวนคนรอบข้างหรือ Perf. (Performance) ให้พัดลมทำงานเต็มที่เพื่อระบายความร้อนในเครื่องให้เร็วสุด ถ้าเน้นสะดวกแนะนำให้ปล่อยเอาไว้ Optimal แล้วปล่อยตัวเครื่องจัดการเองจะดีกว่า

Battery & Heat & Noise

LG Gram 17Z95P DSC01757

ในฐานะที่ LG Gram 17Z95P-G เครื่องนี้เป็นโน๊ตบุ๊ค Intel Evo นอกจากเรื่องประสิทธิภาพการทำงานแล้วยังคาดหวังระยะเวลาใช้งานแบตเตอรี่ได้นานเกิน 9 ชั่วโมงอย่างแน่นอน

battmon

สเปคของแบตเตอรี่ที่ติดตั้งมาในโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้จะมีความจุ 80Wh ซึ่งถือว่าเยอะสมตัวสำหรับโน๊ตบุ๊คขนาด 17 นิ้ว และทาง LG เคลมไว้ว่า LG Gram 17Z95P-G ใช้งานต่อเนื่องได้นานสุด 21 ชั่วโมง พอทดสอบตามมาตรฐานของทางเว็บไซต์โดยปิดไฟ LED Backlit ของคีย์บอร์ด, ลดความสว่างหน้าจอต่ำสุดและเปิดเสียงลำโพง 10% ใช้ Microsoft Edge เปิดดู YouTube นาน 30 นาที ผลการทดสอบที่ BatteryMon วัดได้คือ 14 ชั่วโมง 27 นาที ซึ่งถ้าพกเครื่องไปทำงานตามสถานที่ต่างๆ ก็ไม่ต้องกังวลว่าแบตเตอรี่จะหมดระหว่างวัน อย่างมากก็อาจจะพกพาวเวอร์แบงค์กำลังชาร์จเกิน 65 วัตต์พร้อมสาย USB-C ดีๆ สักเส้นเอาไว้สำรองก็ได้

ยิ่งไปกว่านั้น ผู้เขียนเชื่อว่าระยะเวลาใช้งานสูงสุด 21 ชั่วโมงที่ทาง LG เคลมเอาไว้ก็น่าจะไม่เกินจริง หากปิดเสียงลำโพงแล้วเน้นทำงานเอกสารหรือใช้เว็บแอพฯ เป็นหลัก มั่นใจว่า LG Gram ก็สามารถใช้งานได้นานกว่าผลการทดสอบอย่างแน่นอน อาจจะมี 16-18 ชั่วโมงก็ได้

LG Gram 17Z95P DSC01756 1

ช่องระบายความร้อนของ LG Gram 17Z95P-G เครื่องนี้จะอยู่ขอบบนของตัวเครื่องแต่โดนก้านบานพับหน้าจอบังเอาไว้ เพื่อความสวยงาม ไม่มีช่องระบายความร้อนมาขัดสายตา ซึ่งเวลาใช้งานตามปกติพัดลมระบายความร้อนจะไม่ส่งเสียงดังรบกวนนัก ยกเว้นตอนรันโปรแกรมใหญ่ๆ ที่ดึงการทำงานหนักๆ ก็จะได้ยินเสียงพัดลมระบายความร้อนแว่วออกมาบ้างเล็กน้อย แต่ไม่ดังจนรบกวนสมาธิตอนทำงานอย่างแน่นอน

hwmonitor

เวลา LG Gram 17Z95P-G ทำงานเต็มที่ตอนรันโปรแกรม Benchmark ทดสอบประสิทธิภาพ จะเห็นว่าอุณหภูมิในตัวเครื่องจะสูงขึ้นพอตัว โดย CPUID HWMonitor วัดได้ 49~95 องศา เฉลี่ย 50~85 องศาเซลเซียส ซึ่งอุณหภูมิระดับนี้ต้องถือว่าค่อนข้างร้อน แต่จะร้อนเพียงส่วนเหนือคีย์บอร์ดขึ้นไปซึ่งเป็นโซนระบายความร้อนเท่านั้น ความร้อนไม่ได้กระจายไปยังส่วนอื่นๆ ของตัวเครื่องจนวางมือพิมพ์งานไม่ได้หรือใช้งานไม่สะดวกแม้แต่น้อย

อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนขอย้ำว่าอุณหภูมิสูงสุดจาก CPUID HWMonitor เกิดจากการรันโปรแกรม Benchmark ที่บังคับให้ซีพียูทำงานเต็มกำลังตลอดเวลาจึงได้อุณหภูมิสูงเช่นนี้ แต่จากการทดลองใช้งานจริงก็ไม่เจอปัญหาตัวเครื่องร้อนจัดจนทำงานไม่ได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว ดังนั้นใครที่สนใจจะซื้อโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ก็ขอให้สบายใจได้

User Experience

LG Gram 17Z95P DSC01732

แง่ประสบการณ์การใช้งานจริง ถ้ายกยอดเรื่องตัวเครื่องขนาด 17 นิ้ว ที่ตัวเครื่องใหญ่จนต้องหากระเป๋าเป้พร้อมช่องสำหรับใส่โน๊ตบุ๊คขนาดใหญ่พิเศษ ผู้เขียนขอยกให้ LG Gram 17Z95P-G เป็นโน๊ตบุ๊คน้ำหนักเบา พกพาสะดวกสบายและประทับใจที่สุดเครื่องหนึ่ง ซึ่งนอกจากใช้งานต่อเนื่องได้นานอย่างน้อยๆ 14 ชั่วโมงและหากทำงานเอกสารหรือเปิดเบราเซอร์ทำงานอาจจะนานกว่านั้นเสียด้วยซ้ำ ไม่ต้องแคร์ Powerbank หรือปลั๊ก GaN ในกระเป๋าเลย ซึ่งผู้เขียนเองก็พยายามใช้ให้แบตเตอรี่หมดภายในวันเดียวก็เป็นไปได้ยากพอควรเลย ถ้าพกเครื่องไปออฟฟิศก็ตัดปัญหาเรื่องแบตเตอรี่ทิ้งได้

ด้านพอร์ตเชื่อมต่อต้องถือว่าทาง LG เองก็ให้มาแบบไม่กั๊กของเช่นกัน เนื่องจากผู้เขียนเองก็มี External SSD และสมาร์ทโฟนที่ใช้พอร์ต USB-A เป็นระยะๆ และไม่ค่อยชอบถอดสลับอุปกรณ์เชื่อมต่อบ่อยๆ บางครั้งเวลาทำงานก็เสียบ External SSD ค้างไว้ตลอดจนกว่าจะปิดเครื่องเลย ก็ไม่ต้องสลับไปมาบ่อยๆ ซึ่งถือว่าสะดวกมาก และยังมี HDMI ให้ใช้ ไม่ต้องหา USB-C Multiport Adapter มาต่อเพิ่ม สามารถใช้งานกับอุปกรณ์ทั่วไปได้สะดวก ไม่ว่าจะหน้าจอคอมหรือโปรเจคเตอร์ เหมาะกับผู้ใช้ที่ยังไม่พร้อมเปลี่ยนอุปกรณ์เสริมรอบตัวในตอนนี้ แต่ถ้าเปลี่ยนหน้าจอแล้วต่อ USB-C ก็รองรับความละเอียดระดับ 5K ได้สบายๆ นอกจากนี้พอซื้อไปก็ได้ใช้ Microsoft 365 ฟรี 1 ปีเต็ม ก็ถือว่าครบเครื่องไม่แพ้โน๊ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ เลย

ส่วนหน้าจอขนาด 17 นิ้ว ความละเอียด 2K WQXGA ของ LG Gram 17Z95P-G นับว่าสมกันมาก เพราะนอกจากความใหญ่ครอบคลุมมุมสายตาทั้งหมดได้สบายๆ แล้ว ยังคมชัดกว่าหน้าจอ Full HD ไปเป็นเท่าตัว ภาพบนหน้าจอก็ได้ความสวยคมชัดขึ้นไปอีกระดับ ไม่แพ้โน๊ตบุ๊คหน้าจอความละเอียดสูงหลายๆ รุ่นที่ผู้เขียนเคยใช้และรีวิวมาก่อน ยิ่งถ้าต้องพรู้ฟสีอาร์ตเวิร์คต่างๆ ก็ดูบนหน้าจอเครื่องนี้ได้สบายๆ 

Conclusion & Award

LG Gram 17Z95P DSC01729

แม้จะติดใจเล็กน้อยเรื่องที่ LG Gram 17Z95P-G จะเปิดเครื่องอัพเกรดด้วยตัวเองไม่ได้ แต่โดยองค์รวมแล้ว ต้องถือว่าเป็นโน๊ตบุ๊ค Intel Evo ราคาสมน้ำสมเนื้อมากรุ่นหนึ่ง ไม่ว่าจะได้หน้าจอพาเนลคุณภาพสูง, พอร์ต Thunderbolt 4 x 2 ช่อง พร้อมพอร์ตเสริมอื่นๆ มี Microsoft 365 มาให้ใช้ฟรี 1 ปี และน้ำหนักเครื่องก็เบาอีกด้วย ทำให้พกพาไปไหนมาไหนได้สะดวกมาก จนไม่นึกว่าพกโน๊ตบุ๊คขนาด 17 นิ้วอยู่ในกระเป๋าเลย ขอแค่หากระเป๋าใบใหญ่พอใส่โน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ได้ก็ไม่มีปัญหา หรือจะลดขนาดลงเล็กน้อยเป็นรุ่นจอ 16 นิ้ว ก็ยังได้ประสบการณ์การใช้งานดีไม่แพ้กัน หากระเป๋ามาใช้งานได้ง่ายและน้ำหนักก็ยิ่งเบากว่าเดิมมากและยังได้ประกัน Onsite 2 ปีคอยดูแลเมื่อเครื่องมีปัญหาอีก

หากถามว่าราคาของ LG Gram 17Z95P-G เครื่องนี้ถูกหรือแพงไปหรือไม่ ถ้าเทียบกับโน๊ตบุ๊คจากแบรนด์เจ้าตลาดที่อัดสเปคและทำราคาได้ถูกกว่านี้ก็คงจะถูกมองข้าม แต่จริงๆ แล้ว LG Gram เองก็มีดีทั้งเรื่องน้ำหนักเบา แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานมากรวมทั้งมีขนาดใหญ่แถมงานประกอบก็ดีมากและพอร์ตก็ครบเครื่อง นอกจากนี้ยังมีโปรโมชั่นแวะเวียนมาให้ผู้ที่สนใจสามารถเลือกซื้อได้โดยสะดวกเป็นระยะๆ เช่นในงาน COMMART COMVERSE 2022 ที่ผ่านมาด้วย และผู้เขียนเชื่อว่าถ้าาใครได้ลองใช้งาน LG Gram สักครั้ง ก็น่าจะตกหลุมรักข้อดีที่กล่าวไปในรีวิวนี้ได้ไม่ยากแน่นอน

award

NBS award 4 Mobility

 

best Mobility

รางวัล Best Mobility ของ LG Gram 17Z95P-G ยกให้กับตัวเครื่องที่ใหญ่สวนทางกับน้ำหนักที่เบาสุดในตลาด ณ ตอนนี้ ซึ่งถ้าใครต้องโน๊ตบุ๊คไปติดต่องานเป็นประจำและไม่อยากกังวลเรื่องระยะเวลาใช้งานแบตเตอรี่ล่ะก็ LG Gram ถือว่าตอบโจทย์แน่นอน

award new Design

best design

ตัวเครื่องงานประกอบแข็งแรง สวยเรียบหรูแต่ยังให้พอร์ตมาครบเครื่องทั้ง HDMI, USB-A, Thunderbolt 4 อย่างครบถ้วนและยังซ่อนดีไซน์ที่ให้ความหรูหราช่วยเสริมบุคลิคผู้ใช้ไปในตัว จึงเหมาะกับรางวัล Best Design อย่างไม่ต้องสงสัย

from:https://notebookspec.com/web/646268-review-lg-gram-17z95p-g

9 โน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 25000 บาท สเปคคุ้มซอฟท์แวร์ครบ ซื้อไปไม่ผิดหวังแน่นอน

โน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 25000 บาท ในตอนนี้มีรุ่นเด็ดน่าใช้เพียบ

laptop25000 cover

โน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 25000 บาทน่าจะเป็นตัวเลือกของผู้ใช้หลายๆ คนที่หาโน๊ตบุ๊คไว้ทำงานแต่ไม่ต้องการจ่ายแพง ซึ่งโน๊ตบุ๊คระดับราคานี้ในปัจจุบันต้องถือว่าสเปคดีมากจนแทบไม่ต้องอัพเกรดเลยก็ได้ และบางรุ่นก็ยังติดตั้งซอฟท์แวร์มาครบเครื่อง ทั้ง Windows, Microsoft Office เรียกว่าเปิดเครื่องแล้วตั้งค่าให้เรียบร้อยก็พร้อมทำงานได้ทันที

Advertisementavw

ยิ่งเร็วๆ นี้จะมีงาน COMMART แล้ว ผู้เขียนก็เชื่อว่าหลายๆ คนก็คงจะไปเดินเลือกซื้อโน๊ตบุ๊คเครื่องใหม่ในงานนี้อย่างแน่นอน เพราะนอกจากได้เครื่องราคาพิเศษพร้อมโปรโมชั่นและของแถมมากมายด้วย นอกจากนี้อาจจะมีโปรโมชั่นพิเศษอื่นๆ ช่วยให้ผู้ใช้ได้คอมพิวเตอร์ในราคาคุ้มค่าที่สุดอีก

โน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 25000

9 โน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 25000 บาท น่าซื้อไว้ทำงาน

คนที่มีแผนไปเลือกซื้อโน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 25000 บาทในงาน COMMART แต่ยังไม่รู้ว่าจะซื้อรุ่นไหนยมาใช้งานดีถึงจะคุ้มที่สุด? ในบทความนี้ผู้เขียนคัดรุ่นน่าสนใจมา 9 รุ่น ซึ่งรุ่นที่เลือกมาแนะนำได้แก่

  1. HP 15s-du3587TU (19,990 บาท)
  2. DELL Vostro 3510 (21,490 บาท)
  3. Lenovo IdeaPad 3 14ALC6 (21,990 บาท)
  4. MSI Modern 15 A5M (22,990 บาท)
  5. ASUS Chromebook Flip (23,000 บาท)
  6. Acer Swift 3 SF314 (23,190 บาท)
  7. Lenovo IdeaPad Slim 5 15ALC05 (23,490 บาท)
  8. ASUS Vivobook S14 S413EA (23,990 บาท)
  9. Acer Aspire Vero AV15 (24,390 บาท)
1. HP 15s-du3587TU (19,990 บาท)

20210626 011344 c

โน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 25000 บาทเครื่องแรกที่เลือกมาแนะนำเป็น HP 15s-du3587TU รุ่นที่ตอบโจทย์คนอยากได้โน๊ตบุ๊ค 15.6 นิ้วพร้อม Numpad เอาไว้พิมพ์ตัวเลขได้สะดวก นักบัญชีถูกใจและสเปคเรียกว่าจบครบเครื่องไม่ต้องอัพเกรดก็ได้

ซีพียูที่ติดตั้งมาในเครื่องนี้เป็น Intel Core i5-1135G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.4-4.2GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ดรุ่น Intel Iris Xe Graphics ส่วนหน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด HD (1366×768 พิกเซล) พาเนล IPS ซึ่งแม้ความละเอียดจะน้อยไปบ้างแต่ก็ต่อหน้าจอแยกความละเอียดสูงสักหน่อยก็แก้ปัญหานี้ได้อย่างแน่นอน ในเครื่องมี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้ มีแรม 16GB DDR4 บัส 3200MHz พร้อมพอร์ต USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, Audio combo x 1 รองรับ Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0 และตัวเครื่องหนัก 1.74 กก. ซึ่งถ้าใครเน้นแรงคุ้มเป็นหลัก ไม่ได้ซีเรียสเรื่องความละเอียดหน้าจอเพราะต่อแยกทำงานอยู่แล้ว ก็เลือกรุ่นนี้ไปใช้งานได้เลย เพราะสเปคคุ้มค่าจริง

สเปคของ HP 15s-du3587TU
  • CPU : Intel Core i5-1135G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.4-4.2GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด HD (1366×768 พิกเซล) พาเนล IPS
  • Ports : USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 1.74 กิโลกรัม
  • Price : 19,990 บาท (Advice)
2. DELL Vostro 3510 (21,490 บาท)

Vostro 3510 grey f

DELL Vostro 3510 เครื่องนี้ก็เป็นโน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 25000 บาทที่สเปคถือว่าดีน่าใช้และได้ดีไซน์ตัวเครื่องแบบใหม่ที่เมื่อกางหน้าจอแล้ว ขอบล่างของตัวเครื่องจะยกแป้นคีย์บอร์ดขึ้นให้เฉียงขึ้นเล็กน้อย ทำให้พิมพ์งานได้สะดวกและยังได้แป้น Numpad ไว้ใช้งานอีกด้วย

ซีพียูในเครื่องเป็น Intel Core i3-1115G4 แบบ 2 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 3.0-4.1GHz กับการ์ดจอ Intel UHD Graphics Xe G4 แสดงผลขึ้นหน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล TN ได้อย่างดี มี M.2 NVMe SSD ความจุ 256GB ติดตั้ง Windows 10 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2019 มาพร้อมใช้กับแรมอีก 8GB DDR4 บัส 2666MHz ส่วนพอร์ตมี USB 2.0, USB-A 3.2, USB-C 3.2, HDMI, LAN, Audio combo อย่างละ 1 ช่อง เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0 ส่วนน้ำหนักเครื่องอยู่ที่ 1.69 กิโลกรัม จัดเป็นโน๊ตบุ๊คที่ตอบโจทย์คนอยากได้โน๊ตบุ๊คจาก DELL อย่างแน่นอน และยิ่งใครเซฟแล้วทำงานผ่านระบบ Cloud เป็นหลัก ไม่ได้เซฟเอาไว้ในพีซีอยู่แล้ว เครื่องนี้จัดเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างมาก

สเปคของ DELL Vostro 3510
  • CPU : Intel Core i3-1115G4 แบบ 2 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 3.0-4.1GHz
  • GPU : Intel UHD Graphics Xe G4
  • SSD : M.2 NVMe ความจุ 256GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 2666MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล TN
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 1, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 10 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2019
  • Weight : 1.69 กิโลกรัม
  • Price : 21,490 บาท (BaNANA)
3. Lenovo IdeaPad 3 14ALC6 (21,990 บาท)

20210710 222254 c

Lenovo IdeaPad 3 14ALC6 รหัสนี้จัดเป็นโน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 25000 บาทสำหรับคนอยากได้ซีพียูประสิทธิภาพสูงเอาไว้ทำงานสักเครื่อง ซึ่งเรื่องความแรงจัดว่าทำงานออฟฟิศได้สบายๆ รวมทั้งอัพเกรดเครื่องได้ดีมีซอฟท์แวร์ครบอีกด้วย

ซีพียูในเครื่องเป็น AMD Ryzen 7 5700U แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 1.8-4.3GHz ใช้การ์ดจอ AMD Radeon Graphics แบบ 8 คอร์ ส่วนหน้าจอมีขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 10 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2019 มาครบถ้วน มีแรมออนบอร์ด 8GB DDR4 บัส 3200MHz พอร์ตมี USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 1, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0 และน้ำหนักเครื่องเบาพกง่ายแค่ 1.41 กิโลกรัมเท่านั้น จัดเป็นโน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 25000 บาทที่น่าสนใจสำหรับคนหาโน๊ตบุ๊คสเปคดีๆ เอาไว้ทำงาน ถ้าใครเปิดเบราเซอร์ทำงานหลายๆ แท็บพร้อมกัน ก็ดูเครื่องนี้เอาไว้ได้เลย

สเปคของ Lenovo IdeaPad 3 14ALC6
  • CPU : AMD Ryzen 7 5700U แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 1.8-4.3GHz
  • GPU : AMD Radeon Graphics แบบ 8 คอร์
  • SSD : M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : ออนบอร์ด 8GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 1, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 10 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2019
  • Weight : 1.41 กิโลกรัม
  • Price : 21,990 บาท (Advice)

lenovo discount

4. MSI Modern 15 A5M (22,990 บาท)

20220325 084654 c

MSI Modern 15 A5M เครื่องนี้เป็นโน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 25000 บาท สเปคดีและจบจากโรงงานอีกรุ่นหนึ่ง นอกจากนี้ดีไซน์ยังสวยเรียบง่ายไม่หวือหวามากและได้หน้าจอใหญ่ขนาด 15.6 นิ้วเอาไว้ใช้งานด้วย

สเปคเครื่องนี้ใช้ซีพียู AMD Ryzen 5 5500U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.1-4.0GHz จับคู่การ์ดจอ AMD Radeon Graphics แบบ 7 คอร์ ส่วนหน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาพร้อมใช้งาน มีแรม 16GB DDR4 บัส 3200MHz ส่วนพอร์ตมี USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 ในตัว น้ำหนักเครื่อง 1.6 กิโลกรัม จัดว่าเบาทีเดียวในกลุ่มโน๊ตบุ๊คไซซ์นี้ โดยรวมแล้วต้องถือว่า MSI Modern 15 เครื่องนี้เป็นโน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 25000 บาทที่สเปคจบในตัวรุ่นหนึ่ง อย่างมากก็แค่หา Microsoft Office มาติดตั้งเพิ่มก็เพียงพอแล้ว

สเปคของ MSI Modern 15 A5M
  • CPU : AMD Ryzen 5 5500U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.1-4.0GHz
  • GPU : AMD Radeon Graphics แบบ 7 คอร์
  • SSD : M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home 
  • Weight : 1.6 กิโลกรัม
  • Price : 22,990 บาท (BaNANA)
5. ASUS Chromebook Flip (23,000 บาท)

20210831 224230 c

ASUS Chromebook Flip เครื่องนี้เป็นโน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 25000 บาทที่แหวกแนวกว่าโน๊ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ โดยติดตั้งระบบปฏิบัติการ Chrome OS มาให้ ซึ่งถ้าใครทำงานแบบ Cloud เป็นหลัก เซฟงานออนไลน์และใช้บริการของ Google อยู่แล้ว เครื่องนี้ก็น่าสนใจและมีปากกาให้ใช้ด้วย ซึ่งถ้าใครสนใจสามารถอ่านรีวิวฉบับเต็มได้ที่นี่

ซีพียูที่ติดตั้งมาในเครื่องเป็น Intel Core i3-1115G4 แบบ 2 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 3.0-4.1GHz ใช้การ์ดจอ Intel UHD Graphics Xe G4 แสดงผลขึ้นหน้าจอทัชขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ได้อย่างดีพร้อมใช้ปากกาเขียนหน้าจอได้ด้วย ส่วน M.2 NVMe SSD ในเครื่องมีความจุ 256GB ติดตั้ง Chrome OS มาให้ ส่วนแรมเป็นออนบอร์ด 8GB LPDDR4x บัส 4266MHz ส่วนพอร์ตที่ติดตั้งมาให้ใช้งานมี USB-A 3.2 x 1, USB-C 3.2 x 2, HDMI x 1, MicroSD Card Reader x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.0 และน้ำหนักเครื่อง 1.95 กิโลกรัมด้วยกัน ซึ่งถ้าใครทำงานแบบเว็บแอพฯ เป็นหลักอยู่แล้ว ไม่ได้เน้นใช้โปรแกรมที่ต้องพึ่งระบบปฏิบัติการ Windows เป็นหลัก นี่คือโน๊ตบุ๊คเครื่องที่น่าสนใจไม่แพ้กันเลย

สเปคของ ASUS Chromebook Flip
  • CPU : Intel Core i3-1115G4 แบบ 2 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 3.0-4.1GHz
  • GPU : Intel UHD Graphics Xe G4
  • SSD : M.2 NVMe ความจุ 256GB
  • RAM : ออนบอร์ด 8GB LPDDR4x บัส 4266MHz
  • Display : จอทัช 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB-A 3.2 x 1, USB-C 3.2 x 2, HDMI x 1, MicroSD Card Reader x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Chrome OS
  • Weight : 1.95 กิโลกรัม
  • Price : 23,000 บาท (BaNANA)
6. Acer Swift 3 SF314 (23,190 บาท)

20210605 232335 c 1

สำหรับ Acer ที่ถนัดทำโน๊ตบุ๊คที่สเปคต่อราคาคุ้มค่าอยู่แล้ว ก็มีโน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 25000 บาท ที่ผู้เขียนแนะนำเช่น Acer Swift 3 SF314 เครื่องนี้ ที่เด่นเรื่องสเปคดี ซอฟท์แวร์ติดตั้งมาแบบครบเครื่องอีกด้วย เหมาะกับคนที่ต้องพกโน๊ตบุ๊คไปไหนมาไหนเป็นประจำมาก

ซีพียูในเครื่องเป็น AMD Ryzen 5 5500U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.1-4.0GHz ใช้การ์ดจอ AMD Radeon Graphics 7 คอร์ และหน้าจอมีขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ด้าน M.2 NVMe SSD ในเครื่องมีความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 10 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2019 มาครบเครื่อง มีแรมออนบอร์ด 8GB LPDDR4x บัส 3200MHz มีพอร์ต USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 ได้ ส่วนน้ำหนักเครื่องเบาเพียง 1.2 กิโลกรัมเท่านั้น ถือว่าเบาสบายพกพาสะดวกและน่าใช้สำหรับคนหาโน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 25000 บาท เอาไว้ทำงานสักเครื่อง

สเปคของ Acer Swift 3 SF314
  • CPU : AMD Ryzen 5 5500U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.1-4.0GHz
  • GPU : AMD Radeon Graphics 7 คอร์
  • SSD : M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : ออนบอร์ด 8GB LPDDR4x บัส 3200MHz
  • Display : 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 10 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2019
  • Weight : 1.2 กิโลกรัม
  • Price : 23,190 บาท (Advice)
7. Lenovo IdeaPad Slim 5 15ALC05 (23,490 บาท)

20220225 141029 c

Lenovo IdeaPad Slim 5 15ALC05 รุ่นนี้ก็เป็นโน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 25000 บาท รุ่นน่าใช้จาก Lenovo อีกรุ่นที่สเปคดี อัพเกรดได้ ซอฟท์แวร์ครบอีกรุ่นที่น่าซื้อมาใช้ทำงานมาก และยังมี Numpad ให้ใช้อีกด้วย

ซีพียูเป็น AMD Ryzen 5 5500U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.1-4.0GHz ใช้การ์ดจอ AMD Radeon Graphics 7 คอร์กับหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2021 มาให้พร้อมใช้งานกับแรม 8GB DDR4 บัส 3200MHz ส่วนพอร์ตมี USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่อ Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0 ได้ และน้ำหนักเครื่องอยู่ที่ 1.66 กิโลกรัม ถือเป็นรุ่นคุ้มค่าอีกตัวสำหรับคนหาโน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 25000 บาท เอาไว้ทำงาน

สเปคของ Lenovo IdeaPad Slim 5 15ALC05
  • CPU : AMD Ryzen 5 5500U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.1-4.0GHz
  • GPU : AMD Radeon Graphics 7 คอร์
  • SSD : M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 1.66 กิโลกรัม
  • Price : 23,490 บาท (BaNANA)

lenovo discount

8. ASUS Vivobook S14 S413EA (23,990 บาท)

20200612 113513 c 1

ถ้าไม่ถนัดใช้ Chrome OS แล้วอยากได้โน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 25000 บาท ระบบปฏิบัติการ Windows จะมี ASUS Vivobook S14 S413EA ที่สเปคเครื่องและซอฟท์แวร์ครบเครื่อง พร้อมทำงานทุกอย่างได้เป็นอย่างดีแน่นอน

ซีพียูในเครื่องเป็น Intel Core i5-1135G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.4-4.2GHz กับการ์ดจอ Intel Iris Xe Graphics ส่วนหน้าจอมีขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2021 มาให้พร้อมแรมออนบอร์ด 8GB DDR4 บัส 2400MHz ส่วนพอร์ตมี USB 2.0 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, MicroSD Card reader x 1, Audio combo x 1 รองรับ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.0 ด้วย ส่วนน้ำหนักเครื่องอยู่ที่ 1.4 กิโลกรัม เป็นโน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 25000 บาทที่จัดว่าน่าสนใจอีกรุ่นด้วยซอฟท์แวร์ที่ให้มาแบบครบๆ เลย

สเปคของ ASUS Vivobook S14 S413EA
  • CPU : Intel Core i5-1135G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.4-4.2GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : ออนบอร์ด 8GB DDR4 บัส 2400MHz
  • Display : 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB 2.0 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, MicroSD Card reader x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 1.4 กิโลกรัม
  • Price : 23,990 บาท (BaNANA)
9. Acer Aspire Vero AV15 (24,390 บาท)

20211013 225918 c 1

Acer Aspire Vero AV15 เครื่องนี้เป็นโน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 25000 บาทที่ได้สเปคระดับท็อป ทำงานหนักได้สบาย อัพเกรดเครื่องได้ มีสแกนลายนิ้วมือปลดล็อคเครื่องและติดตั้งซอฟท์แวร์มาแบบจัดเต็มครบถ้วนพร้อมทำงานอีกด้วย เรียกว่าเปิดเครื่องมาทำงานได้เลย

สเปคของเครื่องนี้เป็น Intel Core i7-1195G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.9-5.0GHz กับการ์ดจอ Intel Iris Xe Graphics กับหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2019 มาให้ มีแรม 8GB DDR4 บัส 3200MHz เชื่อมต่อด้วยพอร์ต USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่อไร้สายผ่าน Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.0 ส่วนน้ำหนักเครื่องเบาเพียง 1.8 กิโลกรัม จัดว่าไม่หนักมากในฐานะโน๊ตบุ๊คขนาด 15.6 นิ้วสักเครื่อง

สเปคของ Acer Aspire Vero AV15
  • CPU : Intel Core i7-1195G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.9-5.0GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2019
  • Weight : 1.8 กิโลกรัม
  • Price : 24,390 บาท (Advice)

สรุปสเปคโน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 25000 บาททั้ง 9 รุ่นเด็ดน่าซื้อใช้งาน

สำหรับโน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 25000 บาททั้ง 9 รุ่นที่เลือกมาแนะนำ เมื่อสรุปสเปคแล้วจะเป็นดังนี้

สเปคโน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 25000 บาท CPU, GPU SSD, RAM, Software หน้าจอ, น้ำหนัก การเชื่อมต่อ ราคา (บาท)
HP 15s-du3587TU Intel Core
i5-1135G7

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR4 3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ HD IPS

1.74 กก.

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.0

19,990
DELL Vostro 3510 Intel Core
i3-1115G4

Intel UHD Graphics Xe G4

M.2 NVMe
256GB

8GB DDR4 2666MHz

Windows 10 Home

Microsoft Office Home & Student 2019

15.6″ FHD TN

1.69 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 1

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.0

21,490
Lenovo IdeaPad 3 14ALC6 AMD Ryzen 7 5700U

AMD Radeon Graphics

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4 3200MHz

Windows 10 Home

Microsoft Office Home & Student 2019

14″ FHD IPS

1.41 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 1

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.0

21,990
MSI Modern 15 A5M AMD Ryzen 5 5500U

AMD Radeon Graphics

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR4 3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

1.6 กก.

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

22,990
ASUS Chromebook Flip Intel Core
i3-1115G4

Intel UHD Graphics Xe G4

M.2 NVMe
256GB

8GB LPDDR4x บัส 4266MHz

Chrome OS

จอทัช 15.6″ FHD IPS

1.95 กก.

USB-A 3.2 x 1

USB-C 3.2 x 2

HDMI x 1

MicroSD Card Reader x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.0

23,000
Acer Swift 3 SF314 AMD Ryzen 5 5500U

AMD Radeon Graphics

M.2 NVMe
512GB

8GB LPDDR4x บัส 3200MHz

Windows 10 Home

Microsoft Office Home & Student 2019

14″ FHD IPS

1.2 กก.

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.2

23,190
Lenovo IdeaPad Slim 5 15ALC05 AMD Ryzen 5 5500U

AMD Radeon Graphics

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4 บัส 3200MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

15.6″ FHD IPS

1.66 กก.

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.0

23,490
ASUS Vivobook S14 S413EA Intel Core
i5-1135G7

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4 บัส 2400MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

14″ FHD IPS

1.4 กก.

USB 2.0 x 3

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

MicroSD Card reader x 1

Audio combo x 1

23,990
Acer Aspire Vero AV15 Intel Core
i7-1195G7

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4 บัส 3200MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2019

15.6″ FHD IPS

1.8 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.0

24,390

จะเห็นว่าโน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 25000 บาทนั้น ได้สเปคดีตอบโจทย์การทำงานของเราอย่างแน่นอน และใช้ทำงานออฟฟิศได้ดี บางรุ่นอาจจะแค่เพิ่มแรมเป็น 16GB เพื่อให้เข้ากับงานที่ทำอยู่ก็เพียงพอแล้ว ดังนั้นถ้าใครมองหาโน๊ตบุ๊คเครื่องใหม่อยู่ก็เลือกตามรุ่นที่แนะนำได้เลย


บทความที่เกี่ยวข้อง

asus aio cover

expertbook b1 cover

monster cover

from:https://notebookspec.com/web/645016-9-laptop-under-25000-you-should-buy

รีวิว ASUS ZenBook Duo 15 OLED UX582HS ทรงพลังสุดๆ เพื่อครีเอเตอร์ทุกคนกับค่าตัว 129,990 บาท

ASUS ZenBook Duo 15 OLED UX582HS โน๊ตบุ๊คแรงสุดเพื่อครีเอเตอร์ คุ้มค่าลงทุน มีสไตลัสให้ใช้!

zenbookcover

ASUS ZenBook Duo 15 OLED UX582HS จัดเป็นโน๊ตบุ๊คที่เกิดมาเพื่อครีเอเตอร์และคนทำงานอย่างแท้จริง ซึ่งรุ่นนี้ที่ได้หน้าจอ OLED ก็กล่าวได้ว่าเป็นรุ่น “ไมเนอร์เชนจ์” ของ ASUS ZenBook Pro Duo ที่ทางเว็บไซต์ได้รีวิวไปเมื่อกลางปี 2021 ที่ผ่านมา ซึ่งเครื่องนี้ไม่ได้อัพเกรดเฉพาะหน้าจอให้เป็นพาเนล OLED อย่างเดียว แต่ปรับแต่งสเปคภายในให้ดียิ่งกว่าเดิม ให้ครีเอเตอร์นำโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ไปสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆ ออกมาได้ยอดเยี่ยมยิ่งขึ้น

Advertisementavw

ด้านสิ่งที่ ASUS อัพเกรดให้ ASUS Zenbook Duo 15 OLED UX582HS ได้แก่ ซีพียูและการ์ดจอแยกที่ขยับเป็นตัวท็อปของทาง Intel และ NVIDIA พร้อมไดรเวอร์ NVIDIA Studio ที่ทำงานได้เสถียรและออกแบบมาเพื่อครีเอเตอร์โดยเฉพาะ ด้านสเปค ASUS ได้ใส่ SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 1TB PCIe 4.0 x4 พร้อมกับแรม 32GB ให้เยอะเผื่อให้โปรแกรมต่างๆ ได้เรียกใช้งานได้เต็มที่ไม่ต้องเกิดอาการ “แรมไม่พอใช้” และหน้าจอ OLED นี้ที่จับคู่กับหน้าจอเสริม “ASUS ScreenPad Plus” นั้น เป็นหน้าจอ 4K UHD (3840×2160 พิกเซล) HDR ได้ขอบเขตสีกว้าง 100% DCI-P3 และเทียบความเที่ยงตรงสีบนหน้าจอแล้วได้ค่า Delta-E <2 และได้รับการการันตีจาก PANTONE Validated, TUV Rheinland, VESA CERTIFIED Display HDR True Black 500 อีกด้วย

ASUS ExpertBook Pro Duo DSC00557

NBS Verdict

ASUS ExpertBook Pro Duo DSC00545

การอัพเดทสเปคให้ทันสมัย เปลี่ยนพาเนลหน้าจอเป็น OLED ของ ASUS ZenBook Duo 15 OLED UX582HS ครั้งนี้ ต้องถือว่าเป็นไมเนอร์เชนจ์ที่ดี, น่าสนใจและสมราคา โดย ASUS ได้เสริมจุดแข็งจากรุ่นที่แล้วให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งได้ทั้งได้ Intel Core i9 ที่เป็น Intel Tiger Lake-H แล้ว, NVIDIA GeForce RTX 3080 ให้ครีเอเตอร์ทำงานได้เต็มที่ยิ่งขึ้นพร้อมให้อุปกรณ์เสริมมาครบเครื่อง ทั้งปากกาสไตลัส, ที่วางข้อมือรวมทั้งแผ่นรองเครื่องที่ยกตัวเครื่องให้สูงขึ้น ช่วยให้อากาศไหลเวียนในเครื่องได้ดีกว่าเดิมด้วย

นอกจากนี้ ทางบริษัทยังคงเอกลักษณ์อันดีของโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้เอาไว้ ทั้งทัชแพดที่เปลี่ยนโหมดเป็น Numpad ได้, ErgoLift Hinge เมื่อกางเครื่องแล้วขอบล่างหน้าจอจะยกตัวเครื่องขึ้นและมีก้านโลหะสำหรับยกหน้าจอ ASUS ScreenPad Plus ติดตั้งมาเป็นพิเศษ, หน้าจอทัชสกรีนทั้งสองจอ รวมทั้งกล้องหน้าแบบ IR Camera สแกนใบหน้าปลดล็อคเครื่องได้ ดังนั้นโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ต้องถือว่าดีงามเหมาะสมกับครีเอเตอร์ที่ต้องทำงานหนัก ถือโปรเจคใหญ่เป็นอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม ข้อสังเกตของโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ยังคงเป็นเรื่องอุณหภูมิที่สูงอยู่บ้างเมื่อต้องรันโปรแกรมตัดต่อวิดีโอหรือแม้แต่ทดสอบเล่นเกมก็นับว่าร้อนอยู่ระดับหนึ่ง แม้จะไม่มีปัญหาเวลาใช้งานแต่ผู้ใช้หลายคนอาจจะติดใจเรื่องนี้ได้บ้าง นอกจากนี้ตัวเครื่องยังอัพเกรดไม่ได้มากเพราะชิ้นส่วนแทบทั้งหมดถูกบัดกรีลงเมนบอร์ดหมดแล้ว อย่างมากอาจจะเปลี่ยน SSD แบบ M.2 NVMe ที่ติดตั้งมาเป็นไดรฟ์หลักตัวเดียวเท่านั้น ซึ่งถ้ามี PCIe 4.0 x4 ช่องเสริมอีกสักช่องเอาไว้ใส่ไดรฟ์รองเพื่อเซฟงานจะดีกว่านี้มากแต่คงจะลำบากเนื่องจากชิ้นส่วนภายในเครื่องกินพื้นที่เมนบอร์ดไปจนหมดแล้ว ดังนั้นผู้เขียนแนะนำให้เตรียมฮาร์ดดิสก์เสริมเอาไว้แบ็คอัพงานสักตัวจะอุ่นใจกว่า

ข้อดีของ ASUS Zenbook Duo 15 OLED UX582HS
  1. ซีพียู Intel ในเครื่องอัพเดทเป็น Intel Tiger Lake-H แล้ว รองรับโปรแกรมใหญ่ได้ดีขึ้น
  2. ไดรเวอร์การ์ดจอเป็น NVIDIA Studio ทำงานได้เสถียรและมีฟีเจอร์เอื้อการทำงานมาอีกมากมาย
  3. ให้อุปกรณ์เสริมมาครบถ้วนทั้งปากกาสไตลัส, ที่วางข้อมือ, แผ่นรองเครื่องและกระเป๋าใส่โน๊ตบุ๊ค
  4. ทัชแพดสามารถกดเปลี่ยนโหมดเป็น Numpad เพื่อพิมพ์ตัวเลขได้สะดวกขึ้น ใช้งานได้สะดวก
  5. มีกล้อง IR Camera ใช้สแกนหน้าปลดล็อคเครื่องได้ง่าย ไม่ต้องพิมพ์รหัสผ่าน
  6. หน้าจอเสริม ScreenPad Plus เป็นจอที่ดี เสริมให้ผู้ใช้ทำงานได้สะดวกยิ่งขึ้น นอกจากจอเสริมแล้ว ยังใช้เปิดกรุ๊ปโปรแกรมที่ตั้งค่าไว้ได้ ถ้าเชื่อมต่อ MyASUS ก็โทรจากโน๊ตบุ๊คได้ด้วย
  7. หน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด 4K UHD ได้พาเนล OLED แสดงผลสีได้กว้างและเที่ยงตรง ได้รับการรับรองจาก PANTONE Validated, , TUV Rheinland, VESA CERTIFIED Display HDR True Black 500
  8. มีพอร์ต USB-C รองรับ Thunderbolt 4 ติดตั้งมา 2 ช่อง ใช้ต่อจอแยกหรือชาร์จแบตก็ได้
  9. ดีไซน์ ErgoLift Hinge ช่วยให้พิมพ์งานด้วยคีย์บอร์ดโน๊ตบุ๊คได้สะดวกยิ่งขึ้น
  10. หน้าจอ NanoEdge ขอบบางพิเศษและพาเนล OLED แสดงผลขอบเขตสีกว้าง 100% sRGB ได้แม่นยำมาก ผิดเพี้ยนน้อย
  11. ระบบปฏิบัติการในเครื่องอัพเดทเป็น Windows 11 Home แล้ว และมี Microsoft Office Home & Student 2021 ติดตั้งมาให้พร้อมใช้งาน
จุดสังเกต ASUS Zenbook Duo 15 OLED UX582HS
  1. ตัวเครื่องค่อนข้างร้อนเวลารันโปรแกรมใหญ่ที่กินทรัพยากรเครื่องหนักๆ ควรใช้งานในห้องแอร์
  2. ตัวเครื่องอัพเกรดได้ไม่มาก มีเพียงช่อง SSD แบบ M.2 NVMe ช่องหลักที่ใส่ SSD มาให้เท่านั้น
  3. พอร์ตรุ่นเก่าเช่น USB-A มีค่อนข้างน้อย แนะนำให้ซื้อ USB-C Multiport Adapter มาใช้ร่วมด้วย

รีวิว ASUS Zenbook Duo 15 OLED UX582HS

Specification

ASUS Zenbook Duo 15 OLED UX582HS

สเปคของ ASUS Zenbook Duo 15 OLED UX582HS ถือว่าเป็นโน๊ตบุ๊คที่เกิดมาเพื่อครีเอเตอร์ให้ใช้สร้างสรรค์ผลงานต่างๆ ออกมาได้อย่างเต็มที่ โดยสเปคจะเป็นดังนี้

  • CPU : Intel Core i9-11900H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.5-4.9GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3080 แรม 8GB GDDR6 Max-Q Design 90~106W
  • SSD : M.2 NVMe 1TB PCIe 4.0 x4
  • RAM : 32GB DDR4 บัส 2933 MHz
  • Display
    • หน้าจอทัชขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด 4K UHD (3840×2160) พาเนล OLED ได้รับการรับรอง PANTONE Validated, TUV Rheinland, VESA CERTIFIED Display HDR True Black 500
    • ScreenPad Plus 14 นิ้ว ความละเอียด 4K (3840×1100 พิกเซล) พาเนล IPS รองรับสไตลัส
  • Ports : USB-A 3.2 Gen 2 x 1, USB-C x 2 รองรับ Thunderbolt 4 ต่อหน้าจอแยก DisplayPort และชาร์จแบตเตอรี่ Power Delivery ได้, HDMI 2.1 x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : IR Camera ความละเอียด HD รองรับการสแกนใบหน้า Windows Hello
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2019
  • Weight : 2.34 กิโลกรัม
  • Warranty : 3 ปี Onsite Service
  • Price : 129,990 บาท (BaNANA)

หากนำไปเทียบกับรุ่นก่อนหน้านี้ที่ยังไม่ได้อัพเกรดหน้าจอเป็นพาเนล OLED และซีพียู Intel ที่ไม่ใช่ Tiger Lake-H และการ์ดจอ GeForce RTX 3070 ราคา 99,990 บาท ต้องถือว่ารุ่นนี้ปรับราคาขึ้น 30,000 บาท แต่ได้สเปคดีขึ้นอย่างมาก ต้องถือว่า ASUS Zenbook Duo 15 OLED UX582HS เครื่องนี้ได้สเปคมาคุ้มค่าทีเดียว

Hardware & Design

ASUS ExpertBook Pro Duo DSC00555

ดีไซน์ตัวเครื่องของ ASUS Zenbook Duo 15 OLED UX582HS เครื่องนี้ ถ้ามองเผินๆ หรือนำมาวางเทียบกับรุ่นก่อนหน้าจะเห็นว่าไม่ได้ต่างจากเดิมมาก ไม่ว่าจะตัวเครื่องหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว พร้อม ASUS ScreenPad Plus ขนาด 14.1 นิ้ว ชุดคีย์บอร์ดที่มี Numpad ติดตั้งไว้ข้างๆ กันเหมือนเดิม อาจจะมีบางคนสังเกตได้ว่าหน้าจอของรุ่น UX582HS เครื่องนี้สว่างกว่าหน้าจอทั่วไปพอควร ด้วยว่าจอนี้เป็นพาเนล OLED ที่แสดงความสว่างได้ดีกว่า

ASUS ExpertBook Pro Duo DSC00563

ASUS ExpertBook Pro Duo DSC00568
ASUS ExpertBook Pro Duo DSC00562
ASUS ExpertBook Pro Duo DSC00567

ส่วนดีไซน์ ErgoLift Hinge ลิขสิทธิ์ของทาง ASUS จะเป็นการออกแบบตัวเครื่องให้ขอบหน้าจอยกตัวเครื่องขึ้นเล็กน้อย ช่วยให้ผู้ใช้พิมพ์งานด้วยคีย์บอร์ดของตัวเครื่องได้สะดวกขึ้นและมีชิ้นส่วนพลาสติกติดไว้เสริมไว้ไม่ให้ขอบตัวเครื่องรูดกับพื้นโต๊ะโดยตรง ช่วยให้บอดี้อลูมิเนียมยังสวยงามตามเดิม

ด้าน ASUS ScreenPad Plus จะมีก้านโลหะยกตัวหน้าจอให้เฉียงขึ้น ช่วยให้เจ้าของเครื่องมองหน้าจอ, ใช้สไตลัสขีดเขียนหรือใช้นิ้วแตะเลือกสิ่งต่างๆ บนหน้าจอได้สะดวกขึ้นอีกด้วย

ASUS ExpertBook Pro Duo DSC00560

หน้าจอของ ASUS Zenbook Duo 15 OLED UX582HS สามารถกางหน้าจอได้ราว 120 องศา เวลากางหน้าจอเพื่อทำงานบนโต๊ะทำงานหรือวางบนแท่นวางโน๊ตบุ๊คก็มองหน้าจอได้สะดวกยิ่งขึ้น หรือใครที่ไม่ได้ซื้อที่วางโน๊ตบุ๊คมา ก็ติดแผ่นที่รองโน๊ตบุ๊คเอาไว้ด้านใต้เพื่อยกตัวเครื่องขึ้นก็ได้เช่นกัน 

ASUS ExpertBook Pro Duo DSC00564
ASUS ExpertBook Pro Duo DSC00565

ฝาหลังของ ASUS Zenbook Duo 15 OLED UX582HS จะเป็นอลูมิเนียมเรียบๆ ไม่มีลวดลายอะไรเป็นพิเศษ ยกเว้นโลโก้ของ ASUS ตรงฝั่งขวาของตัวเครื่องเท่านั้น ช่วยให้ตัวเครื่องดูสวยเรียบหรูไม่เยอะไป เสริมบุคลิคของผู้ใช้ให้ดูดีมีระดับไปโดยปริยาย

ASUS ExpertBook Pro Duo DSC00569

ด้านใต้ตัวเครื่อง ASUS Zenbook Duo 15 OLED UX582HS จะเน้นความเรียบง่าย โดยมีช่องลมเข้าตรงกลาง 2 ช่องแล้วระบายออกด้านข้างเครื่องซ้ายขวา และสังเกตว่าทาง ASUS ย้ายเอาสติกเกอร์ต่างๆ ที่ติดตรงที่วางข้อมือตามปกติมาติดเอาไว้ด้านใต้เครื่องทั้งหมด ยกเว้นสติกเกอร์ Intel Core i9 ที่ติดไว้มุมซ้ายล่างของหน้าจอ ScreenPad Plus ทำให้บอดี้ด้านบนตัวเครื่องดูสะอาดไม่รกเกะกะเกินไป

Screen & Speaker

ASUS ExpertBook Pro Duo DSC00577

ASUS ExpertBook Pro Duo DSC00579
ASUS ExpertBook Pro Duo DSC00578
ASUS ExpertBook Pro Duo DSC00580
display resolution

หน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด 4K UHD พาเนล OLED ได้รับการรับรอง PANTONE Validated, TUV Rheinland, VESA CERTIFIED Display HDR True Black 500 เป็นที่เรียบร้อย ดีไซน์ขอบหน้าจอ NanoEdge ทำให้ขอบจอ 3 มุมคือฝั่งซ้ายขวาและขอบบนบางเป็นพิเศษ ส่วนขอบล่างที่หนากว่าทั้ง 3 มุมนั้นถูกหน้าจอ ScreenPad Plus บังเอาไว้ ทำให้เห็นพื้นที่หน้าจอหลักแล้วต่อด้วยจอเสริมทันที จัดเป็นดีไซน์ที่ทำให้ผู้ใช้รู้สึกว่าหน้าจอนี้ใหญ่กว่าหน้าจอทั่วไป ทั้งที่จริงๆ แล้วเป็น 2 หน้าจอ

ส่วนกลางขอบบนหน้าจอติดตั้งกล้อง IR Camera ความละเอียด HD เอาไว้ประชุมออนไลน์และสแกนใบหน้าปลดล็อคเครื่องได้โดยไม่ต้องพิมพ์รหัสผ่าน ช่วยให้ปลดล็อคเครื่องมาใช้ได้สะดวกยิ่งขึ้น

1

brightness
bright zone
accuracy
sum

ด้านขอบเขตสีของพาเนล OLED เมื่อวัดด้วย Spyder5Elite แล้ว ได้ขอบเขตสีระดับ 100% sRGB, 99% AdobeRGB ส่วน DCI-P3 ได้กว้าง 92% ซึ่งอาจจะต่างจากที่ทางบริษัทเคลมเอาไว้เล็กน้อยแต่ก็ถือว่าได้ขอบเขตสีกว้างพอใช้ทำงานอาร์ตต่างๆ ได้สบายๆ ไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน ส่วนการเทียบความเที่ยงตรงสี Delta-E นั้นได้ 1.08 หรือน้อยกว่า 2 จัดว่าแม่นยำเป็นอย่างมาก ถ้าใครทำงานอาร์ตก็สามารถใช้งานบนหน้าจอนี้ได้เลย

ส่วนความสว่างหน้าจอที่วัดได้ เมื่อเปิดความสว่าง 100% แล้ว จะได้ความสว่าง 278.9 nits ซึ่งถือว่าสว่างมาสู้แสงแดดได้สบายๆ ถ้าใช้งานในห้องทำงานในออฟฟิศอาจจะลดลงเหลือสัก 75% ก็จะสว่างกำลังดีไม่แสบตานัก ส่วนพื้นที่ความสว่างเมื่อแยกวัดเป็นช่องๆ จะเห็นว่าพื้นที่ความสว่างทั่วจอจะมีความสว่างลดลงสูงสุดเพียง 5% เท่านั้น ส่วนที่สว่างมากจะอยู่ที่ขอบบนและล่างของตัวเครื่อง ส่วนกลางจะมีความสว่างลดลงมาเล็กน้อยแต่ก็ยังถือว่าสว่างพอใช้งานได้อย่างแน่นอน

คะแนนสรุปของหน้าจอนี้ที่ Spyder5Elite วัดได้ อยู่ที่ 4 จาก 5 คะแนน โดยจอนี้จะเด่นเรื่อง Gamut, Contrast ซึ่งเต็ม 5 คะแนน ซึ่งเป็นจุดเด่นของพาเนล OLED อยู่แล้ว ส่วนที่ลดลงมาเล็กน้อยเป็น Color Uniformity, Color Accuracy ที่ลงมาเป็น 4.5 จาก 5 คะแนน ซึ่งถือว่าใช้ได้ทีเดียว ดังนั้นครีเอเตอร์ก็ใช้จอ ASUS Zenbook Duo 15 OLED UX582HS เครื่องนี้พรีเซนต์อาร์ตเวิร์คของตัวเองได้เลย และถ้านั่งทำงานในออฟฟิศจะต่อหน้าจอแยกสำหรับงานอาร์ตเสริมก็ดีเช่นกัน

ASUS ExpertBook Pro Duo DSC00582

ASUS ExpertBook Pro Duo DSC00583
ASUS ExpertBook Pro Duo DSC00595
ASUS ExpertBook Pro Duo DSC00597
ASUS ExpertBook Pro Duo DSC00599
ASUS ExpertBook Pro Duo DSC00593

ส่วนหน้าจอ ScreenPad Plus ขนาด 14.1 นิ้ว จะเห็นว่าตัวหน้าจอเป็นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ดีไซน์มาเพื่อซัพพอร์ตหน้าจอหลัก โดยมีชุดคำสั่งลัดติดตั้งเอาไว้ตรงขอบฝั่งซ้ายของหน้าจอเพื่อเรียกใช้ฟังก์ชั่นต่างๆ ได้สะดวก ทั้งใช้เป็นจอแถบยาวสำหรับหน้าเอกสารใดเอกสารหนึ่งโดยเฉพาะหรือเอาเป็นจอเสริมไว้เปิดโปรแกรมที่ต้องใช้งานก็ได้

นอกจากนี้ทาง ASUS เขียนคำสั่งมาให้การลากหน้าจอใดหน้าจอหนึ่งสามารถกางสุดหน้าจอได้ โดยในภาพสุดท้ายจะเห็นว่ามีกรอบสีดำเพิ่มขึ้นมา ซึ่งทางซ้ายจะเอาไว้ขยายให้หน้าต่างใดหน้าต่างหนึ่งเป็นแถบยาวตลอดแนวทั้งหน้าจอหลักและเสริม ถ้าเป็นเครื่องหมายกางสุดฝั่งขวามือเป็นการกางสุดหน้าจอหลักและย้ายเอาโปรแกรมอื่นๆ ไปไว้ที่ ScreenPad Plus แทน

ASUS ExpertBook Pro Duo DSC00573
ASUS ExpertBook Pro Duo DSC00574
ASUS ExpertBook Pro Duo DSC00625
ASUS ExpertBook Pro Duo DSC00626

ลำโพงที่ติดตั้งมาให้ในเครื่องจะมี 2 ดอก ติดตั้งไว้ด้านใต้เครื่องซึ่งกำลังขับเสียงถือว่าดังใช้ได้ เมื่อวัดด้วยเครื่องวัดเสียงจะดังราว 80 เดซิเบล ดังพอดูหนังฟังเพลงในห้องขนาด 28 ตารางเมตรได้สบายๆ ซึ่งโทนเสียงที่ได้ต้องถือว่าออกมาดี รายละเอียดเสียงครบถ้วนและดังพอควร ด้านโทนเสียงเบสนับว่ามีให้ฟังเพลงได้เพราะแต่แรงปะทะถือว่ากลางๆ ไม่ได้หนักแน่นเป็นพิเศษ ซึ่งส่วนตัวผู้เขียนไม่ถือว่าแย่แต่ก็เชื่อว่าทาง ASUS จะมีชุดลำโพงที่ให้เสียงหนักแน่นกว่านี้ติดตั้งมาให้ในรุ่นปรับปรุงก็จะดีเยี่ยม

Keyboard & Touchpad

ASUS ExpertBook Pro Duo DSC00584

ASUS ExpertBook Pro Duo DSC00585
ASUS ExpertBook Pro Duo DSC00586

คีย์บอร์ดของ ASUS ZenBook Duo 15 OLED UX582HS จะเป็นแบบ Full-size แบบปุ่ม Numpad เป็นปุ่มแบบทัชที่รวมอยู่กับชุด Numpad ซึ่งถ้ามองตามปกติ จะเห็นว่าเป็นแบบ Tenkeyless เท่านั้น เป็นการดีไซน์ที่จัดว่าน่าสนใจ ถ้าใครไม่ได้ใช้ Numpad บ่อยๆ ก็กดให้เป็นทัชแพดแทนก็ได้ และตัวคีย์บอร์ดก็มีไฟ LED Backlit สีขาว กดเปิดปิดได้ที่ปุ่ม Function Hotkey ของคีย์บอร์ดและไฟลอดตัวหนังสือขึ้นมา ทำให้พิมพ์งานในที่มืดหรือที่แสงน้อยได้สะดวกยิ่งขึ้น

ASUS ExpertBook Pro Duo DSC00588

ASUS ExpertBook Pro Duo DSC00587
ASUS ExpertBook Pro Duo DSC00601
ASUS ExpertBook Pro Duo DSC00600

ด้านปุ่มฟังก์ชั่นต่างๆ ของตัวเครื่อง จะเห็นว่า ASUS ก็ Mapping ปุ่มฟังก์ชั่นต่างๆ รวมเอาไว้เป็นเซ็ต ทำให้ผู้ใช้เรียกใช้งานสะดวกเข้าใจง่าย โดยมี Fn Lock โดยกด Fn+Esc, รวม Page Up/Page Down/Home/End เอาไว้ที่ปุ่มลูกศร และเอา Function อื่นๆ อีก 4 ปุ่มมาเรียงถัดจาก F12 ไปอีก 4 ปุ่ม พร้อมฟังก์ชั่นพิเศษเฉพาะของ ASUS Zenbook Duo 15 OLED UX582HS เครื่องนี้อีก 4 ปุ่มด้วย

ด้าน Function Hotkey ที่รวมกับปุ่ม F1-F12 จะเป็นแบบกดแล้วใช้ Function Hotkey ถ้าใช้ F1-F12 ต้องกด Fn ค้างเอาไว้หรือ Fn Lock ก่อนถึงกดได้ โดยคำสั่งลัดที่ ASUS เซ็ตเอาไว้ ได้แก่

  • F1-F3 – เพิ่มหรือลดเสียง
  • F4-F5 – เพิ่มหรือลดความสว่างหน้าจอ
  • F6 – ล็อคหรือไม่ล็อคทัชแพด
  • F7 – ปรับความสว่างไฟ LED Backlit ของคีย์บอร์ด
  • F8 – ปุ่ม Project ตั้งค่าหน้าจอหลักและเสริม
  • F9 – ปุ่มล็อคเครื่องให้กลับมาหน้าล็อคอิน
  • F10 – ปุ่มปิดการทำงาน Webcam
  • F11 – เรียกโปรแกรม Snipping Tool เพื่อบันทึกภาพหน้าจอ
  • F12 – เรียกโปรแกรม MyASUS ขึ้นมาตั้งค่าตัวเครื่อง 

ASUS ExpertBook Pro Duo DSC00589

ASUS ExpertBook Pro Duo DSC00590
ASUS ExpertBook Pro Duo DSC00591
ASUS ExpertBook Pro Duo DSC00592

ส่วนปุ่มพิเศษ 4 ปุ่มเหนือทัชแพด จากซ้ายปุ่มแรกเป็นปุ่มเปลี่ยนโหมดการทำงานตัวเครื่อง 3 โหมด แยกเป็น Performance mode ที่รีดประสิทธิภาพตัวเครื่องสูงสุด, Balanced mode สำหรับใช้งานทั่วไป, Whisper mode ที่เน้นทำงานเสียงเงียบและเบา เน้นประหยัดแบตเตอรี่ ส่วนปุ่มขวาสุดเป็นปุ่ม Power ไว้เปิดหรือปิดเครื่อง

ตรงกลาง 2 ปุ่มเป็นปุ่มพิเศษสำหรับใช้งานกับ ScreenPad Plus โดยปุ่มซ้ายไว้สลับโปรแกรมที่หน้าจอหลักกับ ScreenPad Plus ได้ทันที เช่นถ้าเปิดเบราเซอร์ไว้จอหลักเพื่อหาข้อมูล แล้วเปิดโปรแกรมตัดต่อวิดีโอไว้อีกจอ พอได้ข้อมูลที่ต้องการก็กดปุ่มนี้สลับหน้าจอได้ทันที ส่วนปุ่มขวามือที่เหมือนจอเสริมถูกขีดคร่าเอาไว้จะทำงานเหมือนปุ่ม Project คือจะเปิดหรือปิดหน้าจอ ScreenPad Plus โดยเฉพาะ

ASUS ExpertBook Pro Duo DSC00606
ASUS ExpertBook Pro Duo DSC00604

ในเมื่อมี ScreenPad Plus เสริมอยู่ด้านบนจนต้องเลื่อนชุดคีย์บอร์ดของ ASUS Zenbook Duo 15 OLED UX582HS ลงมาตรงแถบที่วางข้อมือตามปกติแล้ว ถ้าใช้งานตามปกติสันมือจะต้องแตะพื้นโต๊ะแล้วต้องยกนิ้วสูงกว่าปกติหรือต้องยกทั้งมือขึ้นมา ดังนั้นถ้านั่งทำงานบนโต๊ะทำงานทาง ASUS ก็แถมที่วางข้อมือมาให้วางข้อมือพิมพ์งานได้สะดวก หรือถ้าใครยกให้มือลอยเล็กน้อยตอนพิมพ์งานอยู่แล้วก็อาจจะไม่มีปัญหานัก

ASUS ExpertBook Pro Duo DSC00602
ASUS ExpertBook Pro Duo DSC00603

ทัชแพดของตัวเครื่องเป็นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าแนวตั้ง อยู่ฝั่งขวามือของคีย์บอร์ดและรวม Numpad แบบทัชเอาไว้ ถ้าปิดอยู่จะเห็นเงาร่องรอย Numpad ถ้าต้องการพิมพ์ตัวเลขก็แตะที่โลโก้ปุ่มตัวเลขที่มุมบนขวาได้เลย แล้วไฟชุด Numpad จะติดขึ้นมาพร้อมใช้งานได้ตามปกติ สามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว และถ้าเปิด Numpad ค้างเอาไว้แต่ต้องการใช้เมาส์ก็ลากนิ้วบนทัชแพดได้ทันทีโดยตัวเครื่องก็ไม่เกิดอาการรวนทำงานซ้อนกับปุ่มตัวเลขอีกด้วย ถือว่าทาง ASUS ตั้งค่าการทำงานมาได้ดีระดับหนึ่งทีเดียว

Connector / Thin & Weight

ASUS ExpertBook Pro Duo DSC00608
ASUS ExpertBook Pro Duo DSC00610

พอร์ตที่ติดตั้งมาให้ใช้งานจะเป็นพอร์ตเวอร์ชั่นใหม่ ไม่มี USB 2.0 แล้ว แต่จะมีช่องระบายความร้อนคั่นเอาไว้ทั้งสองฝั่ง ซึ่งพอร์ตด้านข้างตัวเครื่องฝั่งซ้ายจะมีแค่ช่องเสียบปลั๊ก, HDMI 2.1, Audio Combo อย่างละช่อง ส่วนฝั่งขวามือ USB-C รองรับ Thunderbolt 4 x 2 ช่องและ USB-A 3.2 Gen 2 x 1 ช่อง

โดยส่วนตัว ต้องถือว่า ASUS Zenbook Duo 15 OLED UX582HS เครื่องนี้ก็ให้พอร์ตจำเป็นมาระดับหนึ่งแล้วทั้ง HDMI และ USB-A 3.2 Gen 2 เอาไว้ต่ออุปกรณ์อื่นได้ กรณีใช้งานเป็นโหมดโน๊ตบุ๊คอย่างเดียว แต่ถ้าตั้งโต๊ะต่อหน้าจอแยกเป็นพีซีสักเครื่องอาจจะถือว่าพอร์ตน้อยไปนิดหน่อย ถ้าเป็นผู้เขียนเอง จะซื้อ USB-C Multiport Adapter มาต่อแยกจากพอร์ต USB-C เพื่อให้ใช้งานได้สะดวกขึ้น

ASUS ExpertBook Pro Duo DSC00614
ASUS ExpertBook Pro Duo DSC00613

มิติตัวเครื่องขนาด 15.6 นิ้ว จะอยู่ที่ กว้าง 35.98 x ลึก 24.92 x หนา 2.15 เซนติเมตรด้วยกัน และขอบตัวเครื่องส่วนบนจะยื่นออกมาเล็กน้อย ทำให้ใช้นิ้วเดียวดึงเปิดหน้าจอได้ทันทีและการบาลานซ์น้ำหนักตัวเครื่องต้องถือว่าดี ใช้นิ้วเดียวกางหน้าจอได้เลยและตัวเครื่องแทบไม่กระดกตามหน้าจอขึ้นมาเลย

ASUS ExpertBook Pro Duo DSC00540

ASUS ExpertBook Pro Duo DSC00544
ASUS ExpertBook Pro Duo DSC00541
ASUS ExpertBook Pro Duo DSC00543

น้ำหนักตัวเครื่อง เมื่อชั่งด้วยตาชั่งดิจิตอลแล้ว เฉพาะตัวเครื่องอย่างเดียวหนักที่ 2.38 กิโลกรัมถือว่าใกล้เคียงกับที่ ASUS เคลมไว้ที่ 2.34 กิโลกรัม หากเทียบกับโน๊ตบุ๊ค 15.6 นิ้วในปัจจุบันต้องถือว่าไล่เลี่ยกัน ส่วนอุปกรณ์เสริมทุกชิ้น รวมที่วางข้อมือและปากกาอยู่ที่ 840 กรัม ส่วนน้ำหนักเมื่อรวมกับอแดปเตอร์แล้วขึ้นมาเป็น 3.07 กิโลกรัม หากรวมอุปกรณ์บันเดิลทุกชิ้นอยู่ที่ 3.29 กิโลกรัมด้วยกัน

ผู้เขียนขอแนะนำว่าถ้าจะพกเครื่องไปไหนมาไหนควรใช้กระเป๋าเป้เป็นหลัก ไม่ควรใช้กระเป๋าสะพายข้างแบบ Messenger bag เพราะน้ำหนักอาจจะกดทับไหล่จนบาดเจ็บระยะยาวได้

ASUS ExpertBook Pro Duo DSC00619
ASUS ExpertBook Pro Duo DSC00620

ส่วนอุปกรณ์เสริมทั้งสองชิ้นอย่างที่วางข้อมือและปากกา ตัวที่วางข้อมือยาวสุดขอบเครื่องและปิดด้วยพลาสติกเนื้อยาง สกรีนคำว่า “ZenBook Series” เอาไว้ ถ้าใครพิมพ์งานไม่สะดวกก็เอาที่วางข้อมือเลื่อนไปชิดตัว ASUS Zenbook Duo 15 OLED UX582HS ได้เลย

ASUS ExpertBook Pro Duo DSC00621

ASUS ExpertBook Pro Duo DSC00622
ASUS ExpertBook Pro Duo DSC00623
ASUS ExpertBook Pro Duo DSC00624

ส่วนปากกาสไตลัสที่แถมมาให้ในกล่อง จะเป็นแบบเดียวกับที่แถมมาให้ในโน๊ตบุ๊ค ASUS หลายๆ รุ่นที่รองรับการเขียนและแตะหน้าจอ ซึ่งตัวปากกามีปุ่มกด 1 ปุ่มและขันท้ายปากกาออกเปลี่ยนถ่าน AAAA x 1 ก้อนที่อยู่ในด้ามปากกาได้เลย ด้านการตอบสนองตอนเขียนจดหรือวาดหน้าจอต้องถือว่าทำงานได้ดี สามารถวาดสเก็ตช์ภาพหรือจดโน๊ตการประชุมและเซ็นเอกสารได้สบายๆ 

Inside & Upgrade

ASUS ExpertBook Pro Duo DSC00628

ASUS ExpertBook Pro Duo DSC00571
ASUS ExpertBook Pro Duo DSC00634

ส่วนการอัพเกรดตัวเครื่อง ผู้ใช้ทั่วไปสามารถไขน็อต Torx จำนวน 11 ดอกออกแล้วเปิดฝาเครื่องได้เลย โดยจุดสำคัญ 2 จุดตอนเปิดฝาเครื่องนี้ อย่างแรกคือทาง ASUS จะมีน็อตอยู่ตรงกลางเครื่อง 3 ดอกที่ปิดด้วยสติกเกอร์เอาไว้ แนะนำให้เอาเข็มเย็บผ้ามาสะกิดแล้วขันน็อตออกค่อยเอาการ์ดแข็งหรือปิ๊กกีตาร์มาไล่ขอบรอบตัวเครื่องแล้วดึงเปิดฝาได้เลย โดยผู้เขียนแนะนำให้เริ่มแกะ ASUS Zenbook Duo 15 OLED UX582HS จากขอบล่างตัวเครื่องบริเวณลำโพงก่อน ค่อยไล่ไปส่วนอื่นจะแกะได้สะดวกกว่า

อย่างไรก็ตาม ถึงจะเปิดฝาด้านใต้เครื่องได้แล้วแต่ ASUS Zenbook Duo 15 OLED UX582HS แทบจะไม่มีพอร์ตให้อัพเกรดตัวเครื่องเลย เพราะชิ้นส่วนแทบทั้งหมดรวมถึงแรมเป็นแบบออนบอร์ด มีเพียงแค่ SSD แบบ M.2 NVMe อินเตอร์เฟส PCIe 4.0 x4 ที่เป็นไดรฟ์หลักตัวเดียวใต้พัดลมซ้ายมือเท่านั้นที่แกะเปลี่ยนได้และไม่มีอินเตอร์เฟส PCIe สำหรับ SSD ตัวเสริมติดตั้งเสริมมาให้เลย ดังนั้นไม่จำเป็นต้องเปิดเครื่องมาอัพเกรดให้เสียเวลา ยกเว้นเฉพาะ SSD ตัวหลักเสียหายค่อยถอดเปลี่ยนก็ได้

Performance & Software

CPU Z
ram

สเปคของตัวเครื่องในส่วนของซีพียูจะเป็น Intel Core i9-11900H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.5-4.9GHz เป็นสถาปัตยกรรม Tiger Lake-H รุ่นใหม่ เป็นทรานซิสเตอร์ขนาด 10 นาโนเมตร รองรับชุดคำสั่งพื้นฐานที่ต้องใช้งานครบถ้วน ส่วนแรมในเครื่องเป็นออนบอร์ด ความจุ 32GB DDR4 บัส 3200MHz จัดว่าได้เยอะเพียงพอใช้ทำงานหนักๆ ทั้งตัดต่อวิดีโอหรือทำ 3D CG ก็ได้

GPU Z

การ์ดจอในเครื่องเป็น NVIDIA GeForce RTX 3080 แรม 8GB GDDR6 แบบ Max-Q มีค่า TGP อยู่ที่ 90 วัตต์ และทำ Dynamic Boost ไปได้ 106 วัตต์ ใช้ไดรเวอร์เป็น NVIDIA Studio ที่เน้นความเสถียรให้ทำงานได้โดยไม่มีปัญหา รองรับชุดคำสั่ง OpenCL, DirectCompute, DirectML, Vulkan, PhysX, OpenGL 4.6, CUDA, Ray Tracing ด้วย ซึ่งการ์ดจอตัวนี้จะเน้นไปทางการทำงานเป็นหลัก ไม่ได้เน้นไปที่การเล่นเกมมากนัก แต่จริงๆ แล้วก็สามารถเล่นเกมได้ดีไม่แพ้การ์ดจอรุ่นอื่นเลย

device mgr

พาร์ทในตัวเครื่อง เมื่อดูใน Device Manager แล้ว จะเห็นว่า ASUS Zenbook Duo 15 OLED UX582HS เครื่องนี้รองรับการสแกนใบหน้าด้วยกล้อง IR Camera ที่ติดตั้งมาให้คู่กับ Webcam ของตัวเครื่อง รองรับ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.0 และมีชิป TPM 2.0 ติดตั้งมาให้เพื่อรองรับ Windows 11 Home ในเครื่องได้อีกด้วย 

ssd

ด้าน SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 1TB ในเครื่องเป็นรหัส Samsung MZVL21T0HCLR-00B00 หรือ Samsung PM9A1 ซึ่งเป็น M.2 NVMe ที่เป็น PCIe 4.0 เมื่อต่อกับอินเตอร์เฟส PCIe 4.0 x4 ในตัวเครื่องแล้ว สเปคที่ทาง Samsung เคลมเอาไว้ที่หน้าเว็บได้ความเร็ว Sequential Read/Write อยู่ที่ 7,000/5,200 MB/s

ผลที่ได้จาก CrystalDiskMark ได้ความเร็ว Sequential Read/Write อยู่ที่ 6,173.56/5,026.05 MB/s ต้องถือว่าความเร็วของ SSD เดิมๆ จากโรงงานตัวนี้ทำงานได้ดี บูตโปรแกรมใหญ่ๆ เรียกงานที่เซฟไว้กลับมาทำต่อได้เร็วทันใจแน่นอน ซึ่งส่วนนี้ผู้เขียนเห็นว่าไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนก็ได้ เรียกว่าได้เครื่องมาก็ใช้เดิมๆ ไม่ต้องอัพเกรดก็ดีเช่นกัน

r15
r20

ส่วนการทดสอบเรนเดอร์โมเดล 3D ด้วย CINEBENCH R15 ที่ทดสอบรอบด้านได้ผลคะแนน OpenCL 141.29 fps และกำลังเรนเดอร์ของซีพียูอยู่ที่ 1379 cb จัดว่าแรงพร้อมทำงาน 3D CG หรือแม้แต่ตัดต่อวิดีโอความละเอียดสูงก็ทำได้สบายๆ ไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน และเมื่อทดสอบด้วย CINEBENCH R20 ที่โฟกัสทดสอบตัวซีพียูอย่างเดียว ได้คะแนน 2295 pts ซึ่งถือว่าสูงทีเดียว ในฐานะโน๊ตบุ๊คสำหรับครีเอเตอร์ก็ถือว่าใช้ได้ดีไม่มีปัญหาแน่นอน

3dmark

ส่วนการทดสอบ 3DMark Time Spy ว่า ASUS ZenBook Duo 15 OLED UX582HS เล่นเกมได้ดีแค่ไหน ซึ่งผลคะแนนรวมที่ทดสอบได้อยู่ที่ 8,964 คะแนน ซึ่งระดับนี้ถือว่าสามารถเล่นเกมฟอร์มยักษ์ได้ดีแน่นอน ถ้ามองแยกจะเห็นว่า CPU score อยู่ที่ 5,976 คะแนน ส่วน Graphics score อยู่ที่ 9,832 คะแนน ซึ่งนอกจากทำงานกราฟฟิค 3D แล้ว ฝั่งเกมมิ่งก็ไม่มีปัญหาแน่นอน

pcmark10

ส่วนการทดสอบ PCMark 10 ที่จำลองเวลานำโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ไปทำงานออฟฟิศทั่วไปทั้งงานเอกสาร, ตัดต่อแต่งภาพและประชุมออนไลน์ จะได้คะแนนรวมเฉลี่ยประหลาดไปบ้างที่ 5,682 คะแนน แต่ใช้ทำงานออฟฟิศได้อย่าแน่นอน ถ้ามองแยกหมวดหมู่ก็จะเห็นว่า ASUS Zenbook Duo 15 OLED UX582HS เครื่องนี้ไม่มีปัญหาเวลานำไปทำงานตัดต่อวิดีโอหรือแต่งภาพในหมวดการทดสอบ Digital Content Creation แล้วดึงคะแนนลงเลย และทั้ง 3 หมวดทำคะแนนเฉลี่ยได้ช่วง 7500-8400 คะแนน ต้องถือว่าโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้เกิดมาเพื่อทำงานได้อย่างดี

zenbook duo

ซีพียู Intel Core i9-11900H การ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3080 กับแรม 32GB DDR4 และ SSD แบบ M.2 NVMe 1TB PCIe 4.0 x4 ที่โหลดข้อมูลได้รวดเร็ว นอกจากจะทำงานได้ดีหายห่วงแล้ว ถ้าในเวลาว่างต้องการเล่นเกม  ASUS Zenbook Duo 15 OLED UX582HS เครื่องนี้ก็สามารถทำหน้าที่ของมันได้ดียอดเยี่ยมเช่นกัน

จากผลการทดสอบเล่นเกม โดยปรับความละเอียดเกมลงมาที่ 1080p หรือ Full HD แล้วปรับกราฟฟิคในเกมระดับสูงสุดหมดทุกอย่างเท่าที่เกมเปิดให้ตัง้ค่าได้ จะเห็นว่าทุกเกมได้ค่าเฟรมเรทเฉลี่ยเกิน 60 fps ทั้งหมด ยกเว้นเฉพาะ GTA V ที่ใช้ระบบ Benchmark ภายในตัวเกมที่เฉลี่ยได้ราว 47 fps แต่ก็ยังเล่นได้ไหลลื่นไม่มีปัญหา ซึ่งจากที่ผู้เขียนทดลองเล่นเกมแล้ว ต้องถือว่า ASUS Zenbook Duo 15 OLED UX582HS จัดว่าดีรอบด้านทั้งเป็นเครื่องมือทำงานสำหรับครีเอเตอร์ในช่วงกลางวันและกลายเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คระดับ Desktop Replacement ในเวลาว่างก็ได้ ไม่ว่าจะเปิดกราฟฟิคจนสุดแล้วเกิดเอฟเฟคทำลายและเรนเดอร์ฉากใหม่อย่างรวดเร็วก็ทำได้ยอดเยี่ยมมาก ดังนั้นจะต่อหน้าจอแยกแล้วเล่นเกมในบ้านก็ไม่มีปัญหา

asus one

main
custom mode
custom 2
asus promotion
link to my asus
customer support

ด้านโปรแกรม MyASUS ที่ติดตั้งมาให้ใน ASUS Zenbook Duo 15 OLED UX582HS เครื่องนี้จะใช้เซ็ตตั้งค่า, มอนิเตอร์การทำงานของตัวเครื่องในส่วนต่างๆ ได้โดยละเอียด นอกจากนี้ถ้าโน๊ตบุ๊คมีปัญหาใช้งานไม่ได้ก็มีแท็บ Customer Support สำหรับติดต่อทางศูนย์บริการ ASUS ได้ทันทีอีกด้วย

Battery & Heat & Noise

ASUS ExpertBook Pro Duo DSC00627

ด้านแบตเตอรี่ของ ASUS Zenbook Duo 15 OLED UX582HS เครื่องนี้ เป็นแบตเตอรี่ความจุมากถึง 92Wh เป็นแบตเตอรี่แบบลิเธียมโพลิเมอร์ ความจุ Typical 5,984mAh และ Rated 5,810mAh ซึ่งความจุนี้ถือว่าเยอะแล้วในหมู่โน๊ตบุ๊คทำงานขนาด 15.6 นิ้ว ใช้ซีพียูประสิทธิภาพสูงและมีการ์ดจอแยกด้วย ซึ่งถ้าใช้งานต่อเนื่องหลายชั่วโมงแบตเตอรี่ก็ไม่หมดง่ายอย่างแน่นอน

battmon

และเมื่อทดสอบตามมาตรฐานของทางเว็บไซต์ โดยลดความสว่างหน้าจอต่ำสุด, เบาเสียงลำโพงให้ดังแค่ 10% ปิดไฟ LED Backlit ของคีย์บอร์ดและเปลี่ยนโหมดการทำงานในโปรแกรม MyASUS ให้เน้นประหยัดพลังงานเป็นหลักแล้วใช้ Microsoft Edge ดูคลิป YouTube นาน 30 นาทีจากนั้นวัดระยะเวลาใช้งานด้วยโปรแกรม BatteryMon

ผลที่ได้คือ ASUS Zenbook Duo 15 OLED UX582HS สามารถใช้งานต่อเนื่องได้นานสุด 6 ชั่วโมง 53 นาที ซึ่งจัดว่าใช้ได้นานแล้วในฐานะโน๊ตบุ๊คทำงานประสิทธิภาพสูงมีการ์ดจอแยกระดับตัวท็อปติดตั้งมาให้ด้วย ถ้าใครนำโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ไปประชุมงานกับลูกค้านานหลายชั่วโมงก็ไม่มีปัญหาแน่นอน

ASUS ExpertBook Pro Duo DSC00628 1

ASUS ExpertBook Pro Duo DSC00632
ASUS ExpertBook Pro Duo DSC00630
ASUS ExpertBook Pro Duo DSC00629
ASUS ExpertBook Pro Duo DSC00575
ASUS ExpertBook Pro Duo DSC00572

ระบบระบายความร้อนของตัวเครื่อง จะมีฮีตไปป์ราว 5-6 เส้น พาดทั้งซีพียูและการ์ดจอแล้วตรงออกไปที่ฮีตซิ้งค์หน้าฮีตไปป์ทั้งสองฝั่ง ซึ่งเวลาใช้งานตามปกติ ASUS Zenbook Duo 15 OLED UX582HS ทำงานทั่วไปอย่างงานเอกสารหรือเปิดเบราเซอร์ดูเว็บทั่วไป จัดว่าเเสียงเงียบและเครื่องเย็นมาก ไม่มีปัญหาเรื่องเสียงรบกวนตอนใช้งานเลยสักนิดเดียว ยกเว้นเฉพาะตอนเปิด Performance mode หรือรันโปรแกรม 3D ต่างๆ จะได้ยินเสียงพัดลมดังชัดเจน

hwmonitor

อุณหภูมิภายในเครื่อง เมื่อวัดด้วย CPUID HWMonitor จะเห็นว่าอุณภูมิตัวเครื่องอยู่ที่ 48~100 องศาเซลเซียสทีเดียว จัดว่าสูงจนหลายคนกลัวว่ามันจะร้อนจนเจ็บมือ ซึ่งที่ใช้จริงมาต้องถือว่าตัวเครื่องจะออกอุ่นทั่วโซนคีย์บอร์ด โดยเฉพาะตรงช่องระบายความร้อนด้านข้างตัวเครื่องทั้งสองฝั่ง ผู้เขียนจึงแนะนำว่าให้ใช้งานโดยติดสติกเกอร์ที่วางโน๊ตบุ๊คเอาไว้แล้วกางตั้งเครื่องเอาไว้ และถ้ารู้ว่าจะทำงานหนักก็แนะนำให้ใช้ในห้องแอร์จะช่วยระบายความร้อนให้ตัวเครื่องได้ดีึ

User Experience

ASUS ExpertBook Pro Duo DSC00557 1

หากตัดประเด็นเรื่องขนาดตัวเครื่องของ ASUS Zenbook Duo 15 OLED UX582HS ที่ใหญ่และหนักพอควร เนื่องจากเป็นโน๊ตบุ๊คสำหรับครีเอเตอร์ที่สเปคสูงและดีไซน์โดดเด่นเป็นทุนอยู่แล้ว เวลาจะพกเครื่องไปไหนมาไหนก็ควรเอาใส่กระเป๋าเป้ไปเลยจะดีกว่า กลับกันถ้าซื้อมาตั้งไว้ใช้งานเป็น Desktop Replacement แทนการประกอบพีซีสักเครื่องที่โต๊ะทำงานแล้ว โน๊ตบุ๊คเครื่องนี้เป็นคำตอบที่ดีและลงตัวมาก ไม่ต้องอัพเกรดอะไรเลยก็ทำงานได้สบายๆ แค่จำเป็นต้องมี External Harddisk เอาไว้แบ็คอัพงานสักหน่อยเพื่อความอุ่นใจไม่มีปัญหางานหายมากวนใจ

เรื่องสเปคและความแรงต้องถือว่าโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ดีกว่าพีซีหลายๆ เครื่องเสียด้วยซ้ำ ซึ่งผู้เขียนมองว่าถ้าใครจะเอามาตั้งโต๊ะแล้วทำงานยาวๆ และอาจจะพกเครื่องไปพบลูกค้าในบางโอกาส ก็แค่หาหน้าจอสำหรับทำงานอาร์ตโดยเฉพาะ, เมาส์คีย์บอร์ดและ USB-C Hub ดีๆ สักตัวมาต่อไว้เพื่อเพิ่มพอร์ตรับส่งข้อมูลหรือสาย USB-C ที่เป็นสาย Thunderbolt มาต่อหน้าจอแยกเสริมกับ HDMI 2.1 ข้างตัวก็จะดีมาก เพราะผู้เขียนเชื่อว่า USB-A 3.2 Gen 2 เพียงช่องเดียวไม่พอใช้แน่นอน แค่ต่อ External Harddisk ไว้แบ็คอัพงานก็จบกันแล้ว ดังนั้นควรใช้ประโยชน์จากพอร์ต Thunderbolt 4 ทั้งสองช่องให้เต็มที่จะดีกว่า

นอกจาก 2 สิ่งนี้ ทั้งเรื่องน้ำหนักตัวเครื่องและพอร์ตที่มีจำกัด ต้องถือว่า ASUS Zenbook Duo 15 OLED UX582HS เครื่องนี้เป็นโน๊ตบุ๊คสำหรับครีเอเตอร์ที่ทรงพลังมาก ทั้งทำงาน 3D CG ตัดต่อวิดีโอและทำงานอาร์ตเวิร์คต่างๆ ได้โดยไม่ต้องประกอบพีซีแล้วต้องคอยกลุ้มกับราคาการ์ดจอที่ยังสูงอยู่ให้กลุ้มใจและเวลาว่างหลังจากงานก็เอามาใช้เพื่อความบันเทิงอย่างดูหนังฟังเพลงและเล่นเกมได้สบายๆ ไม่ต้องอัพเกรดก็ได้ จัดว่าเป็นเครื่องที่ซื้อมาจบทุกจุดไม่ต้องอัพเกรดแล้วหันไปโฟกัสเรื่องอุปกรณ์เสริมที่ตอบโจทย์การใช้งานแทนได้เลย

นอกจากนี้การที่ ASUS ให้ปากกาสไตลัสสำหรับวาดเขียนมาในแพ็คเกจเพื่อสเก็ตช์งานวาดไอเดียต่างๆ ออกมาเป็นรูปร่างก็เป็นอุปกรณ์เสริมที่ดี เชื่อว่าคนที่ต้องใช้ความคิดหรือออกแบบอะไรสักอย่างต้องได้ใช้งานอย่างแน่นอนและปากกาด้ามนี้ก็ทำงานตอบสนองได้ดีไม่แพ้สไตลัสของแบรนด์ชั้นนำหลายๆ เจ้าอีกด้วย

Conclusion & Award

ASUS ExpertBook Pro Duo DSC00558

ถ้าให้สรุปแล้ว ASUS ZenBook Duo 15 OLED UX582HS เครื่องนี้คือโน๊ตบุ๊คสำหรับครีเอเตอร์ สเปคแรงจบไม่ต้องอัพเกรดให้เปลืองเงินได้อย่างเต็มปาก ด้วยราคา 129,990 บาท ในปี 2022 นี้ ต้องถือว่าเป็นสเปคที่สมเหตุผลอยู่หากเทียบกันในหมู่โน๊ตบุ๊คสำหรับครีเอเตอร์ด้วยกัน และหากซื้อเครื่องนี้มาใช้งานก็ลืมเรื่องประกอบพีซีไปได้หลายปีเลย และยังพกเครื่องไปนำเสนองานกับลูกค้าได้สบายๆ อีกด้วย

นอกจากสเปคแล้ว องค์ประกอบต่างๆ ของโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ต้องถือว่าทาง ASUS ก็ใส่มาให้ครบเครื่องทั้งหน้าจอ 4K UHD พาเนล OLED ได้รับการรับรอง PANTONE Validated, TUV Rheinland, VESA CERTIFIED Display HDR True Black 500 นั้นถือว่าทำงานอาร์ตเวิร์คต่างๆ ได้สบายๆ รวมทั้งหน้าจอ ScreenPad Plus ที่ติดตั้งมาเป็นหน้าจอเสริมสำหรับเปิดหน้าจอคำสั่งของโปรแกรมนั้นๆ และพลิกแพลงการใช้งานได้หลากหลายและใช้สไตลัสวาดเขียนบนหน้าจอได้ด้วยต้องถือว่าออกแบบและใส่ฟังก์ชั่นเสริมประสบการณ์ใช้งานมาให้ดีครบถ้วนมาก ถ้าเอาไปสร้างสรรค์ผลงานอาร์ตต่างๆ ก็ถือว่าทำได้ดีไม่มีปัญหา และเมื่อมีปากกาสไตลัสเข้ามาเสริมให้ใช้สเก็ตช์ภาพหรือไอเดียต่างๆ ด้วย ศิลปินก็เริ่มทำงานบนตัวเครื่องได้ทันทีเลย ซึ่งถ้าใครหาโน๊ตบุ๊คสำหรับครีเอเตอร์เอาไว้ทำงานสักเครื่อง ตั้งใจว่าลงทุนซื้อเครื่องดีๆ มาใช้เลยก็ซื้อเครื่องนี้ไปใช้ได้เลยไม่ต้องคิดมาก

award

award new performance

best performance

ASUS ZenBook Duo 15 OLED UX582HS เครื่องนี้เมื่อนำซีพียู, การ์ดจอ, แรมและ SSD คุณภาพสูงทั้งหมดมารวมกันเอาไว้ในโน๊ตบุ๊คเครื่องเดียวให้พร้อมรับงานหนักได้สบายๆ ก็คู่ควรกับคำว่า Best Performance อย่างไม่ต้องสงสัย เพราะมันใช้รันงานหนักๆ ได้โดยไม่มีปัญหาตั้งแต่ทำงานอาร์ตเวิร์คไปจน 3D CG ต่างๆ เลย

award new Graphic

best graphic

หน้าจอทัชหลักขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด 4K UHD พาเนล OLED ที่ได้รับการรับรองมากมายไม่ว่าจะ PANTONE Validated, TUV Rheinland, VESA CERTIFIED Display HDR True Black 500 และเมื่อวัดด้วย Spyder5Elite แล้วได้ขอบเขตสีกว้างและเที่ยงตรงมาก พร้อมทำงานอาร์ตต่างๆ ได้สบายๆ ก็คู่ควรกับรางวัล Best Graphic อย่างไม่ต้องสงสัย

from:https://notebookspec.com/web/641525-review-asus-zenbook-duo-15-oled-ux582hs