คลังเก็บป้ายกำกับ: แนะนำ_NOTEBOOK

โน๊ตบุ๊คแรม 16GB ปี 2021 เน้นทำงานพกพา แนะนำ 6 รุ่นน่าซื้อ จอ 13.3″ – 14.5″ สเปก Core i เบาสุดน้อยกว่า 1 โล เริ่ม 2x,xxx บาท

โน๊ตบุ๊คแรม 16GB เน้นทำงานน่าซื้อ หน้าจอ 13.3″ / 14″ / 14.5″ ช่วงต้นปี 2021 จากการที่ได้หน่วยความจำแรม 16GB โดย Notebook ที่มาพร้อมกับสเปกชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 เป็นสถาปัตยกรรม Tiger Lake ใหม่ล่าสุดที่การผลิต 10 นาโนเมตร SuperFin ถือได้ว่ามีประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยม พร้อมมี AI ช่วยทำงานในบางโปรแกรม อีกทั้งมีการ์ดจอออนชิปที่ดีที่สุดอย่าง Iris Xe Graphics มาช่วยแสดงผลความละเอียดสูง หรืองาน 3D ด้วย

โน๊ตบุ๊คแรม 16GB รุ่นใหม่ปี 2021 มาตรฐาน DDR4 Bus 3200MHz / 4266 MHz นับว่าเป็นปัจจัยสำคัญ ในการเลือกซื้อมาเพื่อใช้งานหนักๆ หรือเปิดโปรแกรมเยอะๆ มาพร้อมดีไซน์ตัวเครื่องที่บางเบา พกพาสะดวก เหลือเฟือในการใช้งานระดับพื้นฐานหรืองานหนักๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำงานทั่วไปอย่างงานเอกสาร Word, Excel, Power Point, เล่นอินเตอร์เน็ต, Social, Online, ดูหนัง, Youtube, Netflix โดยรวมแล้วมีความลื่นไหลไม่สะดุด

โน๊ตบุ๊คแรม 16GB

สเปกอื่นๆ ที่นำมาแนะนำก็จะมาพร้อมกับขนาดหน้าจอ 13.3″ / 14″ / 14.5″  ที่สนับสนุนการใช้งานทุกรูปแบบ บนความละเอียด Full HD หรือมากกว่าเป็นระดับ 2K QHD ที่ให้ภาพคมชัดเรียบเนียน โดยหลักๆ แล้วจะได้เป็นพาเนล IPS คุณภาพดีเยี่ยม บางรุ่นระดับ sRGB 100% ที่ให้ภาพสดสวยสมจริงสุดๆ ได้ที่เก็บข้อมูลเป็น SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB – 1TB บางรุ่นได้การ์ดจอแยก NVDIA รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 6 AX และ Thunderbolt 4 ที่ดีที่สุด

และโน๊ตบุ๊คแรม 16GB หลายๆ รุ่นยังได้โปรแกรม Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,299 บาท) ซึ่งประกอบไปด้วย Word / Excel / Power Point มาให้ฟรีๆ ติดเครื่องใช้งานยาวๆ ทันที ในส่วนของการพกพาก็ทำได้เยี่ยมยอด โดยมีน้ำหนักเบาสุดแค่ 990 กรัมเท่านั้น พร้อมแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนานสุดที่ 10 – 17 ชั่วโมงด้วยกัน ส่วนจะมีรุ่นไหนบ้าง ไปติดตามชมกันต่อได้เลย

โน๊ตบุ๊คแรม 16GB

โน๊ตบุ๊คแรม 16GB แนะนำ 6 รุ่นน่าซื้อ

  1. Lenovo ThinkBook 13 G2 ราคา 27,775 – 32,100 บาท
  2. HP Pavilion 13 ราคา 29,900 บาท
  3. Lenovo Yoga Slim 7i Carbon ราคา 34,900 บาท
  4. Acer Swift 5 SF514-55 ราคา 33,990 – 41,990 บาท
  5. ASUS ZenBook 14 Ultralight UX435EGL ราคา 38,900 บาท
  6. Dell Inspiron 14 7400 ราคา 42,400 บาท

 

1. Lenovo ThinkBook 13s G2 ราคา 27,775 – 32,100 บาท

Lenovo ThinkBook 13s Gen 2 เป็นโน๊ตบุ๊คแรม 16GB รุ่นใหม่สเปกชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 Tiger Lake มี AI ช่วยประมวลผลในตัว จัดว่าเป็นส่วนหนึ่งของ ThinkBook Series คอมพิวเตอร์ซับแบรนด์จาก Lenovo สำหรับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางในปี 2021 ที่มาพร้อมดีไซน์บางเฉียบ เพิ่มความคล่องตัวในทุกการใช้งานบนระบบปฏิบัติการ Windows 10 Pro

เติมเต็มศักยภาพการทำงานให้ธุรกิจสู่ยุคแห่งอนาคต โดย Lenovo ThinkBook 13s เป็นโน๊ตบุ๊คหน้าจอขนาด 13.3″ พาเนล IPS ความละเอียด 2K ที่มีความบางเฉียบเน้นพกพาสะดวก เบาเพียง 1.26 กิโลกรัม บางที่ 14.9 มิลลิเมตรรองรับทั้งการทำงานระดับมืออาชีพ รวมไปถึงความบันเทิงอย่างเต็มรูปแบบในเครื่องเดียวกัน

โน๊ตบุ๊คแรม 16GB

Lenovo ThinkBook 13s รุ่นใหม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงจากรุ่นก่อนหน้าในส่วนฝาหลังที่ดูแล้วมีความทันสมัย เน้นออกแบบให้ตรงต่อรูปแบบการใช้งานของธุรกิจ SMB / SME ซึ่งให้ความสำคัญไม่เพียงเฉพาะดีไซน์ที่สวยงามพร้อมฟีเจอร์ที่เหนือชั้นกว่าในราคาที่เข้าถึงได้ พร้อมมีบริการหลังการขายและการรับประกันที่ดีเยี่ยม

สำหรับสเปกภายในเป็นชิปประมวลผล Core i5-1135G7 / Core i7-1165G7 เทคโนโลยี 10 นาโนเมตร SuperFin ผสานการทำงานร่วมกับการ์ดจอออนชิป Iris Xe Graphic ที่รอบรับการทำงานหรือเล่นเกม 3 มิติพอได้ มาพร้อมกับแรมขนาด 16GB LPDDR4X และ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB สนนราคาเริ่มต้นเพียง 27,755 บาทเท่านั้นเอง 

โน๊ตบุ๊คแรม 16GB

ดีไซน์การออกแบบโดยรวมของ Lenovo ThinkBook 13s นั้นจะดูเล็กกว่าโน๊ตบุ๊คหน้าจอ 13.3″ แบบสมัยก่อนอยู่พอสมควร เนื่องด้วยขอบจอที่บางกว่าปกติ ทำให้ตัวเครื่องดูเล็ก กะทัดรัด เหมาะกับการพกพา พร้อมได้หน้าจอความละเอียดสูง ที่มากกว่า Full HD ส่งผลให้ Lenovo Notebook รุ่นนี้เป็นอีกหนึ่ง Ultrabook ปี 2021 ที่น่าใช้งานสุดๆ สำหรับหน้าจอสามารถกางได้ถึง 180 องศาเลยทีเดียว

Lenovo ThinkBook 13s G2 ITL (i5) ราคา 27,755 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i5-1135G7 (4C/8T , 2.40 – 4.20GHz)
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • RAM : 16GB LPDDR4X 4266 MHz 
  • DISPLAY: 13.3″ IPS QHD (2560 x 1600)
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Pro (64 Bit)

Lenovo ThinkBook 13s G2 ITL (i7) ราคา 32,100 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i7-1165G7 (4C/8T , 2.80 – 4.70GHz)
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • RAM : 16GB LPDDR4X 4266 MHz 
  • DISPLAY: 13.3″ IPS QHD (2560 x 1600)
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Pro (64 Bit)
  • Warranty : 1 Year

2. HP Pavilion 13 ราคา 29,900 บาท

HP Pavilion 13 นั้นถือเป็นโน๊ตบุ๊คแรม 16GB  ปี 2021 ที่ได้ความบางเบาหรูหรา ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ล่าสุดได้สเปก Core i Gen 11 ในราคาคุ้มค่าเหมือนเดิม มาพร้อมดีไซน์ใหม่ที่สวยงามลงตัว จากดีไซน์ที่สวยงามหรูหรา พกพาสะดวก พร้อมสเปกและฟีเจอร์ที่เกินราคา ในราคา 27,990 บาท ประกัน 2 ปี On-site Service และบริการอื่นๆ 

ได้สเปกจะเป็น Intel Core i7-1165G7 การ์ดจอออนชิป ris Xe Graphics หน่วยความจำแรม  RAM 16GB DDR4 Bus 3200MHz ได้ที่เก็บข้อมูล SSD 1TB ส่วนหน้าจอเป็นแบบจอเป็นขนาด 13.3″ พาเนลจอเป็น IPS ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล พร้อมกับ Windows 10 และโปรแกรม Microsoft Office Home & Student 2019 มูลค่า 4,299 บาทด้วย 

โน๊ตบุ๊คแรม 16GB

HP Pavilion 13 มาพร้อมกับดีไซน์การออกแบบใหม่เบาเพียง 1.24 กิโลกรัม บางเพียง 17.7 มิลลิเมตร ขอบจอบางเฉียบ ซึ่งจัดได้ว่าเป็นโน๊ตบุ๊คยุคปัจจุบันที่มาพร้อมสีสันที่สวยงามลงตัวอย่าง Natural Silver โดยฝาหลังและตัวเครื่อวภายในจะเป็นเงินโทนสว่าง จะมีเพียงขอบหน้าจอเท่านั้นที่เป็นสีดำ เชื่อได้ว่ายังโดนใจวัยรุ่นเพราะมีความโดดเด่นสะดุดตาเป็นพิเศษ

โน๊ตบุ๊คแรม 16GB

มีหน้าตาออกไปทางเรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยความหรูหราด้วยการเล่นกับการออกแบบที่มีความโค้งเว้ามีมิติในหลายๆ ส่วนวัสดุที่ HP Pavilion 13 เลือกใช้ในบริเวณฝาหลังของเครื่องจะเป็นอลูมิเนียมเกรดสูงตัดด้วยโลโก้ของ HP ที่เป็นสีเงินเงางามบริเวณกลางฝาหลัง ส่วนด้านในเครื่องบริเวณหน้าจอเป็นแบบด้านลดแสงสะท้อน พร้อมด้วยยางรองขอบรอบตัวจอ

สำหรับตัวเครื่องด้านในบริเวณรอบๆ แป้นพิมพ์ ที่พักมือ ใช้วัสดุพลาสติกโลหะสูงเช่นกัน ที่สำคัญยังได้ลำโพง Bang & Olufsen ที่เสียงดีกว่าลำโพงทั่วไปอีกด้วย และขาดไม่ได้เลยสำหรับสแกนลายนิ้วมือ Fingerprint ผ่านทาง Windows Hello

HP Pavilion 13-bb0015TU ราคา 29,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i7-1165G7 (4C/8T , 2.80 – 4.70GHz)
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • RAM : 16GB DDR4 3200 MHz 
  • DISPLAY: 13.3″ IPS Full HD 60Hz
  • STORAGE : 1TB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Software : Office Home & Student 2019
  • Warranty : 2 Year On-site Service

3. Lenovo Yoga Slim 7i Carbon ราคา 34,900 – 42,900 บาท

Lenovo Yoga Slim 7i Carbon เป็นหนึ่งในโน๊ตบุ๊คแรม 16GB ซึ่งเป็นโมเดลไฮไลท์สำคัญของไลน์ผลิตภัณฑ์ Yoga มีความโดดเด่นทั้งด้านดีไซน์ที่สวยงามและความแข็งแกร่ง ให้ความคล่องตัวในการใช้งานด้วยน้ำหนักที่เบาเพียง 966 กรัมบนหน้าจอขนาด 13.3 นิ้วแบบ 16:10 และบางเพียงแค่ 14.25 มิลลิเมตร ทำให้เหนือชั้นกับการพกพาไปใช้งานนอกสถานที่อย่างที่สุด 

ให้ความเหมาะมือจึงสามารถพกพาไปได้ในทุกที่ ตัวเครื่องที่สวยงามเรียบหรูนี้มาพร้อมกับความทนทานด้วยวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์สีขาว Moon White ซึ่งผ่านการทดสอบ 9 อย่าง ความทนทานเทียบได้กับมาตรฐานในระดับ MIL-STD-810G โดยมาพร้อมกับการรับประกันแบบ 3 ปี แบบ On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน อีกทั้งมีโปรแกรม Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,290 บาท) ไปให้ใช้งานอีกด้วย

โน๊ตบุ๊คแรม 16GB

ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 จึงให้การทำงานที่เร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด พร้อมได้เทคโนโลยีกราฟฟิก Intel Iris Xe ช่วยให้เครื่องแสดงผลเร็วขึ้น 3 เท่า และสามารถจัดการความร้อนได้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม ผ่านการเชื่อมต่อ Wi-Fi 6 และการส่งถ่ายข้อมูลผ่านพอร์ต Thunderbolt 4 ที่มีมาให้ถึง 2 พอร์ต ความจุแบตเตอรี่สูงถึง 50 วัตต์

ทำให้ YOGA Slim 7i Carbon รองรับการเล่นวีดีโอต่อเนื่องได้นานถึง 15 ชั่วโมง หรือใช้ทำงานทั่วไปได้นานถึง 13 ชั่วโมง อีกทั้งยังมาพร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็วอย่าง Rapid Charge Boost ให้ประสิทธิภาพแบตเตอรี่สำหรับใช้งานเพียงพอถึง 2 ชั่วโมงต่อการชาร์จ 15 นาที

โน๊ตบุ๊คแรม 16GB

หน้าจอความละเอียดแบบ 2560 × 1600 QHD รองรับการแสดงผลกว่า 4 ล้านพิกเซล และความสว่างขนาด 300 nit ช่วยให้ทุกตัวหนังสือและทุกภาพคมชัดแม้ใช้งานกลางแจ้ง ค่าสีแสดงผลแบบ 100% sRGB colour gamut และรองรับ Dolby Vision HDR ให้สีสันสวยงามสมจริง ถนอมสายตาด้วยเทคโนโลยีที่ได้รับการรองรับสิทธิบัตร TÜV Rheinland Eye Comfort Certified ว่าสามารถช่วยลดการเมื่อยล้าของตา

คุณภาพเสียงจากลำโพง 2 x 2W ระบบ Dolby Atmos ให้อรรถรสการฟังในแบบ 3 มิติ พร้อมมีเทคโนโลยีการจัดการเครื่องอย่าง Lenovo Q-Control ที่ใช้เทคโนโลยีระบายความร้อน  Lenovo Intelligent Thermal System 4.0 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและจัดการพลังแบตเตอรี่ ในส่วนของระบบปฏิบัติการได้ Windows 10 ใช้งานได้ทันที 

Lenovo Yoga Slim 7i Carbon-82EV002BTA ราคา 34,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i5-1135G7 (4C/8T , 2.40 – 4.20GHz)
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • RAM : 16GB LPDDR4X 4266 MHz 
  • DISPLAY: 13.3″ IPS QHD (2560 x 1600) 60Hz
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Warranty : 3 Years Onsite Service

Lenovo Yoga Slim 7i Carbon-82EV003LTA ราคา 42,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i7-1165G7 (4C/8T , 2.80 – 4.70GHz)
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • RAM : 16GB LPDDR4X 4266 MHz 
  • DISPLAY: 13.3″ IPS QHD (2560 x 1600) 60Hz
  • STORAGE : 1TB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Warranty : 3 Years Onsite Service

4. Acer Swift 5 SF514-55 ราคา 33,990 – 41,990 บาท

Acer Swift 5 SF514-55 เป็นหนึ่งในโน๊ตบุ๊คแรม 16GB ที่จัดว่าเป็นโน๊ตบุ๊คสายบางเบาระดับพรีเมียมรุ่นล่าสุด ที่มีนวัตกรรมใหม่ๆ มากมาย อาทิ ฟีเจอร์ป้องกันแบคทีเรียล้ำๆ ที่หน้าจอและทัชแพด โดยสเปกใช้ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11  แบ่งเป็น 2 สเปกอย่าง Core i5-1135G7 / Core i7-1165G7 มี Intel Xe Graphics การ์ดจอออนชิปรุ่นใหม่ตัวแรง

ในส่วนรายละเอียดอื่นๆ ก็ยังมาพร้อมกับ Wi-Fi 6 AX (GIG+) แบบ Dual-band และ Bluetooth 5.0 และ USB ได้มาตรฐานเป็น 3.2 Gen 2 อีกทั้งได้ได้การเชื่อมต่อที่ดีที่สุดอย่าง Thunderbolt 4 อีกด้วย ได้โปรแกรม Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,299 บาท) ไปพร้อมใช้งานอีกด้วย ในส่วนของประกัน 3 ปี (On-site Service ในปีแรก) พร้อมส่งศูนย์ซ่อมด้วยใน 3 ชั่วโมงด้วย 

โน๊ตบุ๊คแรม 16GB

Acer Swift 5 SF514-55 มาพร้อมหน้าจอ 14″ แบบทัชสกรีน ความละเอียด Full HD ใช้พาเนลเป็น IPS เกรดสูง sRGB 100% โดยมีน้ำหนักเพียง 1.05 กิโลกรัมเท่านั้น ส่วนสเปกอื่นๆ ก็ครบครันทั้งแรมขนาด 16GB มาตรฐาน LPDDR4X และ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB – 1TB ที่แรงลื่นใช้งานได้ทันที ไม่ต้องกังวลเรื่องการอัปเกรด 

รองรับการทำงานที่เต็มที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นงานเอกสาร ความบันเทิง หรืองานประมวลผลหนักๆ ก็ทำได้ยอดเยี่ยมเหมาะกับคนทำงาน นักเรียน นักศึกษา ที่ต้องการโน๊ตบุ๊คที่เบาที่สุด โดยมีทั้งรุ่นการ์ดจอออนชิปและการ์ดจอแยกให้เลือก แน่นอนว่ายังมี Fingerprint ติดตั้งมาให้ใช้งานร่วมกับ Windows Hello ให้พร้อมเข้าใช้งาน

โน๊ตบุ๊คแรม 16GB

สำหรับตัวเครื่อง Acer Swift 5 SF514-55 ทำจากแมกนีเซียมลิเธียมและแมกนีเซียมอลูมิเนียมคุณภาพสูง ตัวเครื่องบางเบาพกพาสะดวก ขนาดบางเฉียบ 14.95 มม. ได้ดีไซน์ขอบจอบางเฉียบ Screen-to-Body น่าประทับใจสูงสุด 90% ส่งผลให้ตัวเครื่องมีความเล็กกระชับมากๆ

แบตเตอรี่ใช้งานยาวนานสามารถชาร์ตได้อย่างรวดเร็ว สามารถใช้งานได้ถึง 4 ชั่วโมงในการชาร์ต 30 นาที หรือถ้าชาร์จแบตเตอรี่เต็มๆ 100% ก็จะสามารถใช้งานได้ 17 ชั่วโมง พร้อมเพิ่มสีสันให้เลือกอีก 2 สี Mist Green และ Safari Gold ที่ส่งเสริมภาพลักษณ์ที่โดดเด่นและแตกต่าง

Acer Swift 5 SF514-55TA-519K ราคา 33,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i5-1135G7 (4C/8T , 2.40 – 4.20GHz)
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • RAM : 16GB LPDDR4X 4266 MHz 
  • DISPLAY: 13.3″ IPS Full HD 60Hz
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Warranty : 3 Years (1 Year On-site Service)

Acer Swift 5 SF514-55TA-7494 ราคา 42,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i7-1165G7 (4C/8T , 2.80 – 4.70GHz)
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • RAM : 16GB LPDDR4X 4266 MHz 
  • DISPLAY: 13.3″ IPS Full HD 60Hz
  • STORAGE : 1TB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Warranty : 3 Years (1 Year On-site Service)

5. ASUS ZenBook 14 Ultralight UX435EGL ราคา 38,900 บาท

ASUS ZenBook 14 UX435 เป็นโน๊ตบุ๊คแรม 16GB รุ่นใหม่ สเปก Core i Gen 11 + MX450 สายทำงานบางเบาประสิทธิภาพสูง มาพร้อมขนาดหน้าจอ 14″ โดดเด่นด้วยความบางเฉียบสุดๆ เพียง 14.9 มม. และเบาสุดที่น้ำหนักเพียง 990 กรัมเท่านั้น เรียกได้ว่ามีการปรับปรุงจากรุ่นก่อนทั้งหมด โดยมาพร้อมพอร์ทเชื่อมต่อครบครัน โดดเด่นด้วยการเชื่อมต่อไร้สาย Wi-Fi 6 AX และ Thunderbolt 4 ที่เป็นพอร์ตที่ดีที่สุด 2 พอร์ต

อีกทั้งนำเสนอนวัตกรรมขอบจอบาง 4 ด้าน ให้อัตราส่วนขนาดจอต่อตัวเครื่องที่ 90% พร้อมอายุการใช้งานแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน 10 ชั่วโมง + พร้อมดีไซน์ใหม่ในสีเทา อย่าง Pine Grey ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร ได้เทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนขั้นสูง (AI Noise Cancelation) สำหรับการทำงานระยะไกลและการประชุมวีดีโอ โดยแยกเสียงรบกวนที่ไม่ต้องการออกจากเสียงพูดซึ่งสามารถกรองและแยกเสียงรบกวนรอบข้าง ดีที่สุด

โน๊ตบุ๊คแรม 16GB

สเปกชิปประมวลผลรุ่นล่าสุดอย่าง Intel Core i Gen 11 Tiger Lake อย่าง Core i7-1165G7 ที่มี AI ช่วยประมวลผล พร้อมการ์ดจอออนชิป Intel Iris Xe Graphics และการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce MX450 รุ่นใหม่ ได้หน่วยความจำแรมสูงสุดที่ 16GB LPDDR4X Bus 4266 MHz ส่วนที่เก็บข้อมูลเป็น SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB หน้าจอเป็นความละเอียด Full HD พาเนลเกรดสูง IPS สีสันสวยงามมุมมองกว้าง 

ติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home แท้ใช้งานได้ทันที และโปรแกรม Microsoft Office Home and Student 2019 ทำให้เราใช้งานเอกสาร Word / Excel / Power Point ได้ฟรีๆ ด้วย สนนราคาเพียง 38,900 บาท ได้การรับประกัน 3 ปี On-site Service และประกันอุบัติเหตุ Perfect Warranty ในปีแรกมาให้อีกด้วย เรียกได้ว่าใครกำลังมองหาโน้ตบุ๊คบางเบาแต่ประสิทธิภาพสูง รุ่นนี้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกแน่นอน 

โน๊ตบุ๊คแรม 16GB

สดุหลักเป็นอลูมิเมียมและแม็กนีเซียมอัลลอยด์แบบ Unibody ที่ไร้รอยต่อ ผสานกับลวดลายการออกแบบอันเป็นแบบฉบับของ ZenBook ด้วยสีสันอย่างสีเทา อย่าง Pine Grey ให้ความหรูหราพรีเมียมไม่เหมือนใคร ตัวเครื่องมีความทนทานระดับ US MIL-STD 810G ตอบโจทย์การใช้งานนอกสถานที่อย่างแท้จริง รวมไปถึงแบตเตอรี่เองก็ใช้งานได้ยาวนานกว่า 17 ชั่วโมง ได้ความปลอดภัยด้วยการสแกนใบหน้า 3D IR Camera

ASUS ZenBook 14 Ultralight UX435EGL-KC031TS ราคา 42,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i7-1165G7 (4C/8T , 2.80 – 4.70GHz)
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics + MX450
  • RAM : 16GB LPDDR4X 4266 MHz 
  • DISPLAY: 14″ IPS Full HD 60Hz
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 512GB
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Warranty : 3 Years On-site Service

6. Dell Inspiron 14 7400 ราคา 42,400 บาท

Dell Inspiron 14 7400 เป็นโน๊ตบุ๊คแรม 16GB ขอบบางเฉียบ ขนาดพิเศษที่ 14.5″ ไม่เหมือนใคร ความละเอียด 2K QHD 2560 x 1600 พิกเซล สัดส่วน 16:10 เน้นพกพา มาพร้อมดีไซน์ที่เรียบๆ แต่แฝงความหรูหรา ได้สเปกชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 ใหม่ล่าสุด มีการ์ดจอออนบอร์ด Iris Xe Graphics และการ์ดจอแยก GeForce MX350 เป็นโน๊ตบุ๊คที่มาพร้อมกับขนาดตัวเครื่องที่เบาสุดๆ ที่ 1.25 กิโลกรัม เล็กกระทัดรัดบางสุดเพียง 16.75 มิลลิเมตร แนวคิดโดยรวม ถอดแบบมาจาก Dell XPS Series ทำให้ดูทันสมัยและเรียบง่าย

ที่มุมตัวเครื่องจะทำให้เป็นแบบโค้งมน รับกับมือเวลาจับถือพกพา ตามมาด้วยการใส่รายละเอียดในการทำให้ตัวเครื่องมีลักษณะลาดเอียงเล็กน้อย เมื่อกางหน้าจอใช้งานจากการที่ขอบเครื่องด้านหลังช่วยยกตัวให้สูงยิ่งขึ้น พร้อมด้วยสีที่ดูสะอาดตา จากสีสันสีเงินที่ดูแล้วหรูหรา สง่างาม เหมาะกับหนุ่มๆ ที่ต้องการโน๊ตบุ๊คที่เน้นภาพลักษณ์ไว้ใช้งาน หรือสีชมพูที่เหมาะกับสาวๆ พร้อมปุ่ม Power มุมขวาบนของคีย์บอร์ดสีเดียวกับตัวเครื่องที่เป็น Fingerprint ในตัว ซึ่งดูสวยงามลงตัวมากๆ

โน๊ตบุ๊คแรม 16GB

ส่วนของตัวเครื่องหลักๆ แล้วจะใช้เป็นอลูมิเนียมสำหรับฝาหลัง และพลาสติกคุณภาพสูงเป็นส่วนประกอบอื่นๆ ทำให้ได้ข้อดีมาก็คือทั้งความแข็งแรงและน้ำหนักที่เบา ส่งผลให้เวลาที่เราเอามือมาวางจะรู้สึกว่าเป็นอะไรที่เหนือชั้นกว่าวัสดุทั่วๆ ไป ที่สำคัญคือพื้นผิววัสดุทั้งหมดเป็นแบบด้านส่งผลให้เป็นรอยนิ้วมือได้ยากอีกด้วสนนราคาที่ 42,400 บาท

ส่วนสเปกอื่นๆ เหมือนกันทั้งหมด แรมขนาด 16GB DDR4 Bus 4267 MHz พร้อม SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB สำหรับความละเอียดหน้าจอก็เป็นพาเนล IPS พร้อมใช้งานด้วย Windows 10 และมีซอฟต์แวร์ต่างๆ มากมาย นอกจากนี้ในส่วนของกล้องด้านหน้ารองรับการใช้งาน VDO Call และ Fingerprint ที่ใช้งานร่วมกับ Windows Hello ที่สำคัญยังเป็นมาตรฐานการเชื่อมต่อ Wi-Fi 6 AX (2×2)  และ Bluetooth 5.0 ด้วย 

โน๊ตบุ๊คแรม 16GB

สำหรับคอมพิวเตอร์แบรนด์ Dell ได้รับความน่าเชื่อถือมาอย่างยาวนานและเป็นที่นิยมในการใช้งานกับองค์กรและภาคธุรกิจอย่างมากมาย ทั้งมาตรฐานการบริการ Dell Premium Support และ On-site Service “บริการซ่อมตรงถึงที่ ทุกที่ ในอีก 1 วันทำการ” ถึง 2 ปีด้วยกัน 

Dell Inspiron 14 7400-W567154107THW10ราคา 42,400 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i7-1165G7 (4C/8T , 2.80 – 4.70GHz)
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics + MX350
  • RAM : 16GB LPDDR4X 4267 MHz 
  • DISPLAY: 14.5″ IPS QHD 16:10 60Hz
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Warranty : 3 Year On-site Service 

สรุปปิดท้ายบทความแนะนำโน๊ตบุ๊คแรม 16GB ปี 2021 เน้นทำงานพกพา 6 รุ่นน่าซื้อ จอ 13.3″ – 14.5″ สเปก Core i Gen 11 Tiger Lake เบาสุดน้อยกว่า 1 โล เริ่ม 2x,Xxx บาท บางรุ่นยังได้แพลตฟอร์ม Intel Evo ผู้ใช้งานจึงมั่นใจได้ถึงความอัจฉริยะของเครื่องด้วยเทคโนโลยีที่ผ่านการออกแบบและทดสอบแล้วว่าให้การตอบสนอง ประสิทธิภาพการใช้งานแบตเตอรี่และความสามารถในการชาร์จที่ดีและเร็วขึ้น

ตารางเปรียบเทียบโน๊ตบุ๊คแรม 16GB

โน๊ตบุ๊คแรม 16GB CPU GPU RAM Storage Display Office Price
Lenovo ThinkBook 13 G2 i5-1135G7 / i7-1165G7 Iris Xe 16GB LPDDR4X SSD 512GB – 1TB 13.3″ IPS QHD No 27,775
HP Pavilion 13 i7-1165G7 Iris Xe 16GB DDR4 SSD 1TB 13.3″ IPS FHD Yes 29,900
Lenovo Yoga Slim 7i Carbon i5-1135G7 / i7-1165G7 Iris Xe 16GB LPDDR4X SSD 512GB – 1TB 13.3″ IPS QHD Yes 34,900 – 42,900
ASUS ZenBook 14 i7-1165G7 Iris Xe + MX450 16GB LPDDR4X SSD 1TB 14″ IPS FHD Yes 38,900
Acer Swift 5 i5-1135G7 / i7-1165G7 Iris Xe 16GB LPDDR4X SSD 512GB – 1TB 14″ IPS FHD Yes 33,990 – 41,990
Dell Inspiron 14 7400 i7-1165G7 Iris Xe + MX350 16GB LPDDR4X SSD 512GB 14.5″ IPS QHD No 42,400

from:https://notebookspec.com/web/578571-notebook-ram16gb-buyerguide-spec-core-i

โน๊ตบุ๊คทำงานจอ 15.6″ สเปก AMD ปี 2021 เน้นประหยัดคุ้มค่า ใช้งานทั่วไป ใช้งานลื่นไหล แรม 8GB จอ Full HD งบ 11,190 – 17990 บาท บางรุ่นได้ Office แท้

โน๊ตบุ๊คทำงาน สเปก AMD ขนาดหน้าจอ 15.6″ ในช่วงต้นปี 2021 นี้จัดได้ว่ามีตัวเลือกที่หลากหลาย แม้ว่าอาจจะไม่ใช่รุ่นสเปกใหม่ล่าสุด แต่ก็แรงเพียงพอกับการใช้งานแน่นอน รวมไปถึงจะได้สเปกที่ใช้งานพื้นฐาน อย่างเล่นอินเตอร์เน็ต ดูหนังฟังเพลง จัดการไฟล์ ใช้งานเอกสารได้ลื่นไหล โดยมีหน่วยความจำแรมขนาด 8GB และที่เก็บข้อมูลเป็น SSD M.2 พร้อมใช้งานทันที 

ในส่วนของชิปประมวลผลเป็น AMD ที่แรงลื่นประสิทธิภาพดี อย่าง Ryzen 3000 / 4000 และ  โดยบางรุ่นจะมาพร้อมโปรแกรม Microsoft Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,299 บาท) ได้ Word / Excel . Power Point ไปใช้งานฟรีๆ ด้วย ส่วนประกันมีทั้งแบบ 2 ปี  ซึ่งปีแรกมีประกันอุบัติเหตุ หรือ On-site Service ที่ความคุ้มค่าต่อประสบการณ์ใช้งานในราคาไม่แพง

 โน๊ตบุ๊คทำงาน

 โน๊ตบุ๊คทำงานปี 2021 สเปก AMD ได้แบตเตอรี่เมื่อใช้งานโหมดประหยัดพลังงานก็ยาวนานกว่าเดิมด้วย  ที่เน้นติดตั้งในโน๊ตบุ๊คที่เน้นความบางเบาประหยัดพลังงานสำหรับโน๊ตบุ๊คทำงานหรือคุ้มค่า อาทิ Ryzen 3 3250U / Ryzen 5 3500U / Ryzen 5 4500U  ได้แรม 8GB และ SSD M.2 ความจุ 256GB – 512GB

บทความนี้เราจะมาแนะนำโน๊ตบุ๊คทำงานจอ 15.6″ ปี 2021 สเปก AMD Ryzen 3000/ 4000 เน้นประหยัดคุ้มค่า ใช้งานทั่วไป ใช้งานลื่นไหล สเปกแรง แรม 8GB จอ Full HD งบ 11,190 – 17,990 บาท บางรุ่นได้ Office แท้ด้วย ประกอบไปด้วย 6 รุ่นเด่นๆ ซึ่งจะมีรุ่นไหน ไปชมกันต่อเลย

 โน๊ตบุ๊คทำงาน

แนะนำโน๊ตบุ๊คทำงานจอ 15.6″ สเปก AMD ปี 2021

  1. HP 15-db1003AU ราคา 11,190 บาท
  2. Dell Inspiron 15 3505-W566155260ATHW10 ราคา 14,990 บาท
  3. ASUS M515DA-EJ018TS ราคา 15,990 บาท
  4. Huawei MateBook D15 ราคา 15,990 บาท
  5. Lenovo IdeaPad 3 15ARE05-81W400AGTA ราคา 17,490 บาท
  6. HP 15s-eq1124AU ราคา 17,990 บาท
โน๊ตบุ๊คทำงาน CPU  GPU RAM Storage Office 2019
HP 15-db1003AU Ryzen 5 3500U Radeon RX Vega 8 8GB DDR4 2400MHz SSD 256GB No
Dell Inspiron 15 3505 Ryzen 3 3250U Radeon RX Vega 3 8GB DDR4 2400MHz SSD 512GB No
ASUS M515DA Ryzen 5 3500U Radeon RX VEGA 8 8GB DDR4 2400MHz SSD 512GB No
Huawei MateBook D15 Ryzen 5 3500U Radeon RX VEGA 8 8GB DDR4 2400MHz SSD 512GB No
Lenovo IdeaPad 3 15 Ryzen 5 4500U Radeon 6 8GB DDR4 3200 MHz SSD 512GB Yes
HP 15s-eq1124AU Ryzen 5 4500U Radeon 6 8GB DDR4 3200 MHz SSD 512GB Yes

1. HP 15-db1003AU ราคา 11,190 บาท

HP 15-db1003AU เป็น โน๊ตบุ๊คทำงานหน้าจอ 15.6″ ปี 2021 ที่ออกแบบมาเป็นอย่างดี ดูสวยงามไม่แพ้รุ่นพี่ตัว Pavilion และเน้นในเรื่องของความคุ้มค่า ราคาไม่แพง เป็นหลัก และที่สำคัญมาพร้อมกับน้ำหนักเพียง 1.77 กิโลกรัม เหมาะกับสายการทำงานและบันเทิงที่เน้นการพกพาไปนอกสถานที่ อาจจะใช้งานตามออฟฟิศหรือร้านกาแฟแบบชิคๆ คูลๆ ได้อย่างโดดเด่นไม่น้อยหน้าใคร ที่สำคัญยังมีไดร์ฟ DVD อีกด้วย ในราคาแค่ 11,990 บาท

 โน๊ตบุ๊คทำงาน

สำหรับสเปกของ HP 15-db1003AU ติดตั้งชิปประมวลผลรุ่นล่าสุดตัวอย่างประพลังงานอย่าง AMD Ryzen 5 3500U (2.10 – 3.70 GHz) ทำงานแบบ 4 Core / 8 Thread โดยมี APU หรือการ์ดจอบนชิปเป็น Radeon VEGA 8  ที่รองรับการใช้งานทั่วไปได้สบายๆ พร้อม Ram ขนาด 8GB DDR4 bus 2400 MHz พร้อมมี SSD M.2 ความจุ 256GB ลื่นไหล และใส่ HDD SATA 3 เพิ่มได้ภายหลัง หน้าจอแสดงผลขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD หรือ 1920×1080 พิกเซล แบบด้าน พาเนล IPS คุณภาพดี ความคมชัดสูง

Notebook ทำงาน

มีกล้องเว็บแคมและมีไมค์ดิจิตอลในตัว พอร์ตการเชื่อมต่อตัวเครื่องนี้จัดว่าเป็นโน๊ตบุ๊คที่มีความครบครัน ไม่ว่าจะเป็น USB 3.1 จำนวน 2 พอร์ต, USB 2.0 อีก 1 พอร์ต, HDMI, LAN, SD Card Reader และช่องต่อหูฟังกับไมค์ขนาดแบบ Combo ขนาด 3.5 มม. ส่วนการเชื่อมต่อไร้สายก็รองรับมาตรฐานใหม่อย่าง Wireless 802.11 AC และ Bluetooth 4.2 ประกันเป็นแบบซ่อมฟรี On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน 2 ปี

ดีไซน์การออกแบบวัสดุเป็นพลาสติกทั้งหมด เน้นไปที่ความเรียบง่าย มินิมอล บอดี้สีทูโทน Natural Silver แบบเทาอ่อนสลับกับสีเทาเข้ม งานประกอบแน่นหนา ฝาหลังก็เป็นสีเทาสวยงาม มีโลโก้ HP ลายโคเมียมสีเงินดูหรูหรา ฝาหลังเป็นแบบเรียบๆ แต่ติดมือทำให้เวลาจับไม่ลื่น แกนฝาพับก็เป็นแบบแกนเดียวขนาดใหญ่ ส่วนตัวบอดี้บริเวณคีย์บอร์ดจะเรียบๆ เช่นกัน ส่วนปุ่มเปิดปิดเครื่องจะอยู่ที่มุมบนซ้ายด้านบนของคีย์บอดร์ด

HP 15-db1003AU ราคา 11,190 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 5 3500U (4C/8T & 2.10 – 3.70GHz)
  • GPU : AMD Radeon VEGA 8
  • RAM : 8GB DDR4 2400 MHz 
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 256GB
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Warranty : 2 Years On-site Service

2. Dell Inspiron 15 3501-W566155260ATHW10 ราคา 14,990 บาท

Dell Inspiron 15 3501 เป็นโน๊ตบุ๊คทำงานจอ 15.6″ รุ่นใหม่ปี 2021 ที่ดูหรูหราตามสไตล์ของ Dell Notebook มาพร้อมกับขนาดตัวเครื่องมาตรฐานมีสีสันให้เลือกทั้งสีเทา ส่วนสเปกภายในเป็นชิปประมวลผล AMD Ryzen 3 3250U ได้แรมขนาด 8GB DDR4 Bus 2400 MHz พร้อม SSD M.2 NVMe ความจุ 256GB พร้อมใช้งานด้วย Windows 10 ได้การเชื่อมต่อเป็น Wi-Fi 5 AC และ Bluetooth 5.0 สนนราคา  14,990 บาท จัดว่าไม่แพงเน้นความประหยัดคุ้มค่า

 โน๊ตบุ๊คทำงาน

สำหรับโน๊ตบุ๊คแบรนด์ Dell ได้รับความน่าเชื่อถือเชื่อมั่นและเป็นที่นิยมในการใช้งานกับองค์กรและภาคธุรกิจอย่างมากมาย ทั้งมาตรฐานการบริการ Dell Premium Support และ On-site Service “บริการซ่อมตรงถึงที่ ทุกที่ ในอีก 1 วันทำการ” ถึง 2 ปีด้วยกัน มาพร้อมดีไซน์ที่เรียบๆ แต่แฝงความหรูหรา ซึ่งรุ่นนี้ตอบโจทย์สำหรับคนที่ต้องการโน๊ตบุ๊คหน้าจอ 15.6″ ราคาไม่แพง ใช้งานลื่นไหล เน้นคุ้มค่าใช้งานไม่เน้นทำงาน 3 มิติหรือเล่นเกม 

ดีไซน์การออกแบบของ Dell Inspiron 15 3501 เป็น Notebook ทำงานที่มีความบางเบา Thin & Light กว่าโน๊ตบุ๊คปกติทั่วไป มาพร้อม DNA รูปลักษณ์ทรวดทรงตามสไตล์ Dell แบบเต็มรูปแบบ ที่เรียกได้ว่ามีความโดดเด่นชัดเจน โดยวัสดุเป็นพลาสติกตลอดทั้งตัวเครื่อง แต่ก็ให้ความรู้สึกคล้ายกับโลหะ รวมถึงได้งานประกอบโดยรวมที่ดี ด้วยน้ำหนัก 1.9 กิโลกรัม อีกทั้งยังมีความบางเพียง 19.9 มิลลิเมตรเท่านั้น ทำให้พกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้สะดวกประมาณนึง

inspiron%203505%20bl bk

ส่วนของตัวเครื่องหลักๆ แล้วจะใช้เป็นพลาสติกคุณภาพสูงเป็นส่วนประกอบ ทำให้ได้ข้อดีมาก็คือทั้งความแข็งแรงและน้ำหนักที่เบา โดยตัวเครื่องภายนอกทั้งฝาหลังและด้านล่างตัวเครื่องจะเป็นอลูมิเนียม ส่งผลให้เวลาที่เราเอามือมาวางจะรู้สึกว่าเป็นอะไรที่เหนือชั้นกว่าวัสดุทั่วๆ ไป ที่สำคัญคือพื้นผิววัสดุทั้งหมดเป็นแบบด้านส่งผลให้เป็นรอยนิ้วมือได้ยากอีกด้วย ได้โลโก้ Dell ที่ดูเด่นสวยงามอยู่กลางฝาหลัง พร้อมปุ่ม Power ที่ติดตั้งอยู่ที่มุมขวาบนเป็นหนึ่งเดียวกับคีย์บอร์ด ซึ่งมีความลงตัวเป็นอย่างดี

Dell Inspiron 15 3501-W566155260ATHW10 ราคา 14,990 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 3 3250U (2C/4T & 2.60 – 3.50GHz)
  • GPU : Radeon RX Vega 3
  • RAM : 8GB DDR4 Bus 2400 MHz
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 512GB
  • OS : Windows 10 Home
  • Warranty : 2 Year On-site Service

3. ASUS M515DA-EJ018TS ราคา 15,990 บาท

ASUS M515DA จัดว่าเป็น โน๊ตบุ๊คทำงาน ปี 2021 ให้ความคุ้มค่าราคาไม่แพง ที่จะเน้นเรื่องของความบางเบาและสวยงามเป็นหลัก พร้อมความหรูหราที่ดูดียิ่งกว่ารุ่นราคาใกล้เคียงกัน โดยเป็นโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่ให้ความไลฟ์สไตล์เหมาะทั้งนักเรียนนักศึกษาและคนทำงาน โดยได้สีสันสวยงาม Slate Grey สเปคดีราคาได้ ที่ 15,990 บาท 

 โน๊ตบุ๊คทำงาน

สเปกภายในของตัว ASUS M515DA แน่นอนว่าเป็นชิปประมวลผล AMD Ryzen 5 3500U โดยมาพร้อมขนาดหน้าจอ 15.6″ ขอบหน้าจอบางพิเศษ NanoEdge ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล พาเนลคุณภาพสูงอย่าง IPS ที่ให้ประสิทธิภาพการทำงานรองรับ 2 มิติได้ดี เล่นเกมออนไลน์พอได้ สเปกอื่นๆ ก็น่าสนใจด้วยแรม 8GB พร้อม SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB

มาตรฐานการเชื่อมต่อ Wi-Fi 5 AC + Bluetooth 4.0 ด้วย อีกทั้งยังมีน้ำหนักเพียง 1.8 กิโลกรัมเท่านั้น นอกจากนี้ในส่วนของกล้องด้านหน้ารองรับการใช้งาน VDO Call ระบบปฏิบัติการ Windows 10 แท้ที่มีมาให้อยู่แล้ว พร้อมการรับประกัน 2 ปี ตามมาตรฐานของ ASUS ที่สามารถส่งเคลมผ่านทาง 7-11 ได้ รวมถึงถ้าลงทะเบียนในเว็บไซต์ ปีแรกจะมีประกันอุบัติเหตุมาให้ด้วย

M515DA Gray l

ดีไซน์โดดเด่นด้วยสีสันสดใสโดดเด่นรวมถึงการออกแบบทำมาได้สวยมาก ตัวเครื่องฝาหลังและตัวเครื่องด้านในจะเป็นอะลูมิเนียมตามสีของตัวเครื่อง ฝาหลังจอดูแข็งแรงและสวยงามพร้อมความเรียบง่าย แน่นอนว่ามีโลโก้ ASUS  อย่างโดดเด่น พร้อมความบางเพียง 19.9 มิลลิเมตรเท่านั้น ถือว่าเป็นมาตรฐานที่ดีมากๆ สำหรับโน๊ตบุ๊คหน้าจอ 15.6″ ปี 2021

ASUS M515DA-EJ018TS ราคา 15,990 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 5 3500U (4C/8T & 2.10 – 3.70GHz)
  • GPU : AMD Radeon VEGA 8
  • RAM : 8GB DDR4 2400 MHz 
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 512GB
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Warranty : 2 Years

4. Huawei MateBook D15 ราคา 15,990 บาท

Huawei MateBook D15 เป็น โน๊ตบุ๊คทำงานปี 2021 ใส่เต็มเรื่องของสเปกและราคาพร้อมของแถม กับการที่เป็นโน๊ตบุ๊คหน้าจอขนาด 15.6″ ที่เหมาะสมกับการใช้งานที่หลากหลาย มาพร้อมชิปประมวลผล AMD Ryzen 5 3500U ที่คุ้มค่าเรื่องของประสิทธิภาพต่อราคา การ์ดจอเป็นออนชิป VEGA 8 แรมติดตั้งมาให้ขนาด 8GB พร้อมด้วย SSD M.2 ความจุ 256GB

ประสิทธิภาพเพียงพอต่อการใช้งานพื้นฐานแน่นอน ที่สำคัญมีระบบปฏิบัติการ Windows 10 สนนราคาเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่ 15,990 บาท พร้อมการรับประกัน 2 ปีตามมาตรฐานของ Huawei ส่วนพอร์ตที่ติดตั้งมีมาให้จะใช้ถือว่าครบครันเลยทีเดียวไม่ว่าจะเป็น USB 2.0 Type-A จำนวน 2 ช่อง, USB 3.0 Type-A จำนวน 1 ช่อง, HDMI สำหรับต่อหน้าจอเสริม และรูหูฟังกับไมค์แบบคอมโบ

 โน๊ตบุ๊คทำงาน

การดีไซน์ Huawei MateBook D15 ก็เน้นความเรียบง่าย ด้วยวัสดุอลูมิเนียมที่ดูดีเกินราคากับสีสันเป็นสีเงินดูสวยงามลงตัว โดยมีความบางเฉียบของตัวเครื่องที่ 16.9 มม. เน้นพกพาใช้งานสะดวก อีกทั้งได้เรื่องของขอบหน้าจอแบบเฉียบ FullView screen ทั้งให้เล็กกระทัดรัด ซึ่งมีสัดส่วนจออยู่ที่ 86%

กล้องเว็บแคมไปยังติดตั้งแบบ Pop Up ที่ชุดคีย์บอร์ด และยังมีระบบ Fingerprint สแกนลายนิ้วมือเพื่อใช้งานได้ปลอดภัย ที่สำคัญสำหรับคนที่ใช้มือถือ Huawei ยังมีฟีเจอร์ Huawei Share ไว้ใช้งานโอนไฟล์ไปมา และขึ้นหน้าจอมือถือบน Huawei MateBook D15 ก็ยังได้อีกด้วย

Matebook%20D%2015 Space%20Grey c

และยังมี USB-C ที่ชาร์จไฟผ่านทางอแดปเตอร์มาให้ด้วย พร้อมอแดปเตอร์ 65W ชาร์จทาง USB-C ซึ่งมีน้ำหนักเพียง 160 กรัมเท่านั้น แน่นอนว่ารองรับการชาร์จไฟไปยังอุปกรณ์อื่นๆ ด้วย นับว่าเป็นจุดเด่นที่เหนือกว่าโน๊ตบุ๊คช่วงราคาเดียวกัน ซึ่งแน่นอนว่ารองรับการเชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 5 AC กับ Bluetooth 4.2 และมีน้ำหนักอยู่ที่ 1.69 กิโลกรัม

Huawei MateBook D15 ราคา 15,990 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 5 3500U (4C/8T & 2.10 – 3.70GHz)
  • GPU : AMD Radeon VEGA 8
  • RAM : 8GB DDR4 2400 MHz 
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 256GB
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Warranty : 2 Years

5. Lenovo IdeaPad 3 15ARE05-81W400AGTA ราคา 17,490 บาท

Lenovo IdeaPad 3 15 เป็น โน๊ตบุ๊คทำงานนปี 2021 สเปก AMD หน้าจอ 15.6″ ที่ราคาถูกและครบเครื่องสุด ด้วยดีไซน์บางเบา Thin & Light วัสดุเป็นพลาสติกเกรดดี ได้ขอบจอบาง Narrow Bezel ทั้ง 3 ด้านซ้ายขวาและขอบบน ทำให้มีสัดส่วนจอแสดงผลเยอะกว่าโน๊ตบุ๊คหน้าจอใหญ่ ๆ แบบก่อน ได้สเปกชิปประมวลผล AMD Ryzen 4000U Series พร้อมขายในไทย มีราคาที่คุ้มค่าที่สุดรุ่นหนึ่ง ที่ 17,490 บาท การรับประกัน 2 ปี ตามมาตรฐาน Lenovo

 โน๊ตบุ๊คทำงาน

เหมาะสำหรับคนที่ต้องการโน๊ตบุ๊คราคาไม่แพง แต่ได้ความสวยงามคุ้มค่า ซึ่งขอบจอด้านในเป็นสีดำตัดกับสีตัวเครื่องโดยรวมอย่าง Platinum Grey ดูแล้วมีความสวยงามลงตัว เครื่องบางเพียง 19.9 มิลลิเมตร และมีน้ำหนักที่ 1.7 กิโลกรัมเท่านั้น รวมไปถึงมิติตัวเครื่องมีความเล็กกระชับ หน้าจอเป็นขนาด 15.6″ ที่ได้ความละเอียด Full HD เรียบเนียนตา พาเนล IPS คุณภาพดี สวยงาม มุมมองกว้าง 

ด้วยสเปกชิปประมวลผล AMD Ryzen 5 4500U ความเร็ว 2.30 – 4.00GHz ทำงานแบบ 6 คอร์ 6 เธร์ด การ์ดจอออนชิป Radeon 6 ประสิทธิภาพดีขึ้น รองรับการเล่นเกมออนไลน์พอได้  แรมให้มาขนาด 8GB DDR4 DDR4 Bus 3200MHz สำหรับที่เก็บข้อมูลให้มาเป็น SSD ความเร็วสูงแบบ M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB เรียกได้ว่าได้ประสิทธิภาพการทำงานได้ดีเยี่ยมแน่นอน

IdeaPad%203%2015 bk

พร้อมมีลำโพงคุณภาพดีทำงานร่วมกับระบบเสียง Dolby Audio ส่วนพอร์ตที่ให้มาก็ครบครัน ได้แก่ 1 x USB 3.1 Type-C, 2 x USB 3.1 Type-A, HDMI, และ SD card reader รวมไปถึงการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Wi-Fi 6 AX และ Bluetooth 5.0 ด้วย รองรับการทำงานทุกไลฟ์สไตล์ ในราคาเบาๆ รวมถึงติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 10 แท้ พร้อมใช้งานได้ทันที และได้โปรแกรม Office Home & Student 2019 ฟรีๆ ด้วย

Lenovo IdeaPad 3 15ARE05-81W400AGTA ราคา 17,490 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 5 4500U (6C/6T & 2.30 – 4.00GHz)
  • GPU : AMD Radeon 6
  • RAM : 8GB DDR4 3200 MHz 
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 512GB
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Software : Office Home & Student 2019
  • Warranty : 2 Years 

6. HP 15s-eq1124AU ราคา 17,990 บาท

HP 15s เป็น โน๊ตบุ๊คทำงานปี 2021 ขนาดหน้าจอ 15.6″ ที่มาพร้อมความคุ้มค่า แต่ก็ยังได้ดีไซน์ที่สวยงามเกินราคา เลือกใช้ชิปประมวลผล AMD Ryzen 4000 ที่ใช้สถาปัตยกรรม Zen 2 การผลิตที่ 7 นาโนเมตร ตัวเครื่องบางเบาออกแบบมาใหม่ ดูสวยงามไม่แพ้รุ่นพี่ตัว Pavilion และเน้นในเรื่องของความคุ้มค่า ราคาไม่แพงเป็นหลัก

 โน๊ตบุ๊คทำงาน

มาพร้อมกับน้ำหนักที่เบามากเพียง 1.74 กิโลกรัม และบางเพียง 17.9 มิลลิเมตรเท่านั้น เหมาะกับสายการทำงานหรือบันเทิงที่เน้นการพกพาไปนอกสถานที่ อาจจะใช้งานตามออฟฟิศหรือร้านกาแฟแบบชิคๆ คูลๆ ได้ความหรูหราโดดเด่นไม่น้อยหน้าใครในราคาเบาๆ ด้วย

โดย HP 15s เป็น Notebook ทำงานมาพร้อมกับ AMD Ryzen 5 4500U ประสิทธิภาพดีขึ้นกว่ารุ่นก่อนๆ พร้อมการ์ดจอออนชิปตัวใหม่อย่าง Radeon 6 ที่แรงเพียงพอกับการใช้งานพื้นฐาน ที่สำคัญยังมีประสิทธิภาพโดยรวมที่ดีด้วย ได้หน่วยความจำ RAM  ขนาด 8GB และ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB

หน้าจอขนาด 15.6″ ความละเอียดเป็น Full HD พาเนล IPS เกรดดี สนนราคาเริ่มต้นที่ 17,990 บาท ได้ Windows 10 พร้อมประกัน 2 ปี On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน บางรุ่นจะได้โปรแกรม Office Home & Student 2019 : Word / Excel / Power Point ไปใช้งานติดเครื่องยาวๆ อีกด้วย

15s%20Silver bk

มีกล้องเว็บแคมและมีไมค์ดิจิตอลในตัว ทางด้านพอร์ตที่ติดตั้งมีมาให้จะใช้ถือว่าครบครันเลยทีเดียวไม่ว่าจะเป็น USB 3.1 Type-A จำนวน 2 ช่อง, USB 3.1 Type-C จำนวน 1 ช่อง, SD Card Reader, HDMI สำหรับต่อหน้าจอเสริม และรูหูฟังกับไมค์แบบคอมโบ ซึ่งแน่นอนว่ารองรับการเชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 5 AC กับ Bluetooth 5 ด้วย

HP 15s-eq1124AU ราคา 17,990 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 5 4500U (6C/6T & 2.3 – 4.0GHz)
  • GPU : AMD Radeon 6
  • RAM : 8GB DDR4 3200 MHz 
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 512GB
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Software : Office Home & Student 2019
  • Warranty : 2 Years On-site Service

from:https://notebookspec.com/web/576708-notebook-model-2021-156-amd-ryzen-value

แนะนำ Notebook ทำงาน จอ 15.6″ 6 รุ่นใหม่ 2021 สเปก Intel Core i Gen 11 แรงลื่นสุดคุ้ม เริ่ม 15,490 บาท ได้การ์ดจอ MX450 + Office แท้

Notebook ทำงาน รุ่นใหม่หน้าจอ 15.6″ ช่วงต้นปี 2021 มีราคาที่ถูกคุ้มค่ามากมาย แน่นอนว่ามาพร้อมประสิทธิภาพที่เหลือเฟือ สเปก Intel Core i Gen 11 Tiger Lake เทคโนโลยี 10 nm SuperFin ซึ่งส่วนมากในตลาดจะมีช่วงหลายช่วงราคา เหมาะกับคนที่ต้องการ Notebook ใช้งานพื้นฐาน อาทิ ใช้เรียนออนไลน์ หรือพิมพ์งานเอกสาร Word, Excel, Power Point เล่นอินเตอร์เน็ตออนไลน์ อีกทั้งมีรุ่นที่เน้นในเรื่องของความแรงทั้งในการทำงานหรือเล่นเกม 3 มิติพอได้ด้วย

Notebook ทำงาน

รวมไปถึงนำไปดูหนังฟังเพลง ชมวีดีโอสตรีมมิ่งต่างๆ อาทิ Youtube หรือ Netflix ดูซีรีส์ต่างช่องทางต่างๆ ซึ่งเอาจริงๆ Notebook ในงบคุ้มค่า ได้ประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมเท่ากับตัวแพงๆ ซึ่งมีราคาหลายหมื่นบาท แต่ก็เพียงพอต่อการใช้งานแล้ว ที่สำคัญบางรุ่นได้การ์ดจอแยกเป็น NVIDIA GeForce MX450 พร้อมให้โปรแกรม Microsoft Office 2019 มูลค่า 4,299 บาท ทำให้ใช้งาน Word / Excel / Power Point อันนี้จัดว่าคุ้มค่าสุดๆ

ซึ่งในบทความนี้เราจะมาแนะนำ Notebook ทำงานจอ 15 นิ้ว  6 รุ่นใหม่ 2021 เน้นพกพาเบาสุด 1.6 โล ใช้ทำงานราคาไม่แพง สเปกแรงลื่น เน้นรองรับการทำงานพื้นฐาน หรือบางรุ่นทำงานหนักๆ ได้ด้วย พร้อมรองรับการทำงานหรือความบันเทิงขั้นพื้นฐานได้ด้วย บนขนาดหน้าจอ 15.6″ พาเนล IPS ความละเอียด Full HD ซึ่งมีเลือกทั้งสเปกชิปประมวลผลรุ่นใหม่จาก Intel ที่มี AI และการ์ดจอออชิป Iris Xe Graphics ตัวแรง กับช่วงราคา 1x,xxx – 3x,xxx บาท

Notebook ทำงาน

Notebook ทำงานรุ่นที่นำมาแนะนำจะได้หน่วยความจำแรมขนาด 4GB – 8GB DDR4 พร้อมด้วยที่เก็บข้อมูลแบบ SSD M.2 NVMe PCIe ความ 256GB – 512GB  ที่รวดเร็วลื่นไหล แน่นอนว่ามีระบบปฏิบัติการ Windows 10 แท้ และการเชื่อมต่อที่ครบครันทั้งไร้สายและมีสาย น้ำหนักตัวเครื่องเบาสุดที่ 1.6 กิโลกรัม ประกันเป็นแบบ 2 ปี และดีที่สุดจะเป็น On-site ซ่อมฟรีถึงบ้าน หรือปีแรกมีประกันอุบัติเหตุด้วย ซึ่งจะมีรุ่นอะไรบ้าง ไปชมกันต่อเลย

แนะนำ Notebook ทำงาน จอ 15 นิ้ว 6 รุ่นใหม่

  1. Dell Inspiron 15 3501 ราคา 15,490 – 26,490 บาท
  2. HP 15s ราคา 20,900 – 24,900 บาท
  3. ASUS VivoBook 15 S533 ราคา 23,900 – 29,900 บาท
  4. HP Pavilion 15 ราคา 25,900 บาท
  5. Lenovo IdeaPad 5 15 ราคา 22,400 – 30,400 บาท
  6. MSI Modern 15 ราคา 33,900 – 36,900 บาท 

1. Dell Inspiron 15 3501 ราคา 15,490 – 26,490 บาท

Dell Inspiron 15 3501 เป็น Notebook ทำงานจอ 15.6″ รุ่นใหม่ปี 2021 ที่ดูหรูหราตามสไตล์ของ Dell Notebook มาพร้อมกับขนาดตัวเครื่องมาตรฐานมีสีสันให้เลือกทั้งสีเทา ส่วนสเปกภายในเป็นชิปประมวลผล Intel Core i3-1115G4 / i5-1135G7 / 17-1165G7 ได้แรมขนาด 4GB DDR4 Bus 3200 MHz พร้อม SSD M.2 NVMe ความจุ 256GB พร้อมใช้งานด้วย Windows 10 ได้การเชื่อมต่อเป็น Wi-Fi 5 AC และ Bluetooth 5.0 สนนราคาเริ่มต้นที่ 15,490 บาท

Notebook ทำงาน

สำหรับโน๊ตบุ๊คแบรนด์ Dell ได้รับความน่าเชื่อถือเชื่อมั่นและเป็นที่นิยมในการใช้งานกับองค์กรและภาคธุรกิจอย่างมากมาย ทั้งมาตรฐานการบริการ Dell Premium Support และ On-site Service “บริการซ่อมตรงถึงที่ ทุกที่ ในอีก 1 วันทำการ” ถึง 2 ปีด้วยกัน มาพร้อมดีไซน์ที่เรียบๆ แต่แฝงความหรูหรา ซึ่งรุ่นนี้ตอบโจทย์สำหรับคนที่ต้องการโน๊ตบุ๊คหน้าจอ 15.6″ ราคาไม่แพง ใช้งานลื่นไหล เน้นคุ้มค่าใช้งานไม่เน้นทำงาน 3 มิติหรือเล่นเกม 

ดีไซน์การออกแบบของ Dell Inspiron 15 3501 เป็น Notebook ทำงานที่มีความบางเบา Thin & Light กว่าโน๊ตบุ๊คปกติทั่วไป มาพร้อม DNA รูปลักษณ์ทรวดทรงตามสไตล์ Dell แบบเต็มรูปแบบ ที่เรียกได้ว่ามีความโดดเด่นชัดเจน โดยวัสดุเป็นพลาสติกตลอดทั้งตัวเครื่อง แต่ก็ให้ความรู้สึกคล้ายกับโลหะ รวมถึงได้งานประกอบโดยรวมที่ดี ด้วยน้ำหนัก 1.8 กิโลกรัม อีกทั้งยังมีความบางเพียง 19.9 มิลลิเมตรเท่านั้น ทำให้พกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้สะดวกประมาณนึง

Notebook ทำงาน

ส่วนของตัวเครื่องหลักๆ แล้วจะใช้เป็นพลาสติกคุณภาพสูงเป็นส่วนประกอบ ทำให้ได้ข้อดีมาก็คือทั้งความแข็งแรงและน้ำหนักที่เบา โดยตัวเครื่องภายนอกทั้งฝาหลังและด้านล่างตัวเครื่องจะเป็นอะลูมิเนียม ส่งผลให้เวลาที่เราเอามือมาวางจะรู้สึกว่าเป็นอะไรที่เหนือชั้นกว่าวัสดุทั่วๆ ไป ที่สำคัญคือพื้นผิววัสดุทั้งหมดเป็นแบบด้านส่งผลให้เป็นรอยนิ้วมือได้ยากอีกด้วย ได้โลโก้ Dell ที่ดูเด่นสวยงามอยู่กลางฝาหลัง พร้อมปุ่ม Power ที่ติดตั้งอยู่ที่มุมขวาบนเป็นหนึ่งเดียวกับคีย์บอร์ด ซึ่งมีความลงตัวเป็นอย่างดี

Dell Inspiron 15 3501 W56615401OPPTHW10 ราคา 15,490 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i3-1115G4
  • GPU : Intel UHD Graphics G4
  • RAM : 4GB DDR4 Bus 3200 MHz
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 256GB
  • OS : Windows 10 Home
  • Warranty : 2 Year On-site Service

Dell Inspiron 3501 W566154465THW10 ราคา 23,490 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i5-1135G7
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • RAM : 8GB DDR4 Bus 3200 MHz
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 512GB
  • OS : Windows 10 Home
  • Warranty : 2 Year On-site Service

Dell Inspiron 3501 W56615304THW10 ราคา 26,490 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i7-1165G7
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • RAM : 8GB DDR4 Bus 3200 MHz
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 512GB
  • OS : Windows 10 Home
  • Warranty : 2 Year On-site Service

2. HP 15s ราคา 20,900 – 24,900 บาท

HP 15s เป็น Notebook ทำงานรุ่นปี 2021 ที่มาพร้อมความคุ้มค่า แต่ก็ยังได้ดีไซน์ที่สวยงามเกินราคา เลือกใช้ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 ที่ใช้สถาปัตยกรรม Tiger Lake การผลิตที่ 10 นาโนเมตร SuperFin มี AI ในตัว ตัวเครื่องบางเบาออกแบบมาใหม่ ดูสวยงามไม่แพ้รุ่นพี่ตัว Pavilion และเน้นในเรื่องของความคุ้มค่า ราคาไม่แพงเป็นหลัก

มาพร้อมกับน้ำหนักที่เบามากเพียง 1.69 กิโลกรัม และบางเพียง 17.9 มิลลิเมตรเท่านั้น เหมาะกับสายการทำงานหรือบันเทิงที่เน้นการพกพาไปนอกสถานที่ อาจจะใช้งานตามออฟฟิศหรือร้านกาแฟแบบชิคๆ คูลๆ ได้ความหรูหราโดดเด่นไม่น้อยหน้าใครในราคาเบาๆ ด้วย

 

Notebook ทำงาน
 
 

โดย HP 15s Notebook ทำงาน มาพร้อมกับ Intel Core i5-1135G7 และ Corei i7-1165G7  ประสิทธิภาพดีขึ้นกว่ารุ่นก่อนๆ พร้อมการ์ดจอออนชิปตัวใหม่อย่าง Intel Iris Xe Graphics ที่แรงขึ้นมากๆ โดยมีรุ่นการ์ดจอแยก GeForce MX350 เป็นตัวเลือก ที่สำคัญยังมีประสิทธิภาพโดยรวมที่ดีด้วย RAM  8GB และ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB

หน้าจอขนาด 15.6″ ความละเอียดเป็น Full HD พาเนล IPS เกรดดี สนนราคาเริ่มต้นที่ 20,900 บาท ได้ Windows 10 พร้อมประกัน 2 ปี On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน บางรุ่นจะได้โปรแกรม Office Home & Student 2019 : Word / Excel / Power Point ไปใช้งานติดเครื่องยาวๆ อีกด้วย

มีกล้องเว็บแคมและมีไมค์ดิจิตอลในตัว ทางด้านพอร์ตที่ติดตั้งมีมาให้จะใช้ถือว่าครบครันเลยทีเดียวไม่ว่าจะเป็น USB 3.1 Type-A จำนวน 2 ช่อง, USB 3.1 Type-C จำนวน 1 ช่อง, SD Card Reader, HDMI สำหรับต่อหน้าจอเสริม และรูหูฟังกับไมค์แบบคอมโบ ซึ่งแน่นอนว่ารองรับการเชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 5 AC กับ Bluetooth 5 ด้

HP 15s-fq2017TU ราคา 20,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i5-1135G7
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • RAM : 8GB DDR4 3200 MHz 
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Software : Office Home & Student 2019
  • Warranty : 2 Year On-site Service

HP 15s-du3011TX ราคา 21,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i5-1135G7
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics + GeForce MX350
  • RAM : 8GB DDR4 3200 MHz 
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Warranty : 2 Year On-site Service

HP 15s-fq2019TU ราคา 24,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i7-1165G7
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • RAM : 8GB DDR4 3200 MHz 
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Software : Office Home & Student 2019
  • Warranty : 2 Year On-site Service

3. ASUS VivoBook 15 S533 ราคา 23,900 – 29,900 บาท

ASUS VivoBook S15 S533 จัดว่าเป็น Notebook ทำงาน ปี 2021 สายทำงานหรือความบันเทิงรูปแบบ Thin & Light อย่างแท้จริง ที่จะเน้นเรื่องของความบางเบาและสวยงามเป็นหลัก พร้อมความหรูหราที่ดูดียิ่งกว่ารุ่นราคาใกล้เคียงกัน โดยเป็นโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่ให้ความไลฟ์สไตล์เหมาะทั้งนักเรียนนักศึกษาและคนทำงาน สเปคคุ้มๆ  มาพร้อมสีสันดำ Indie Black และสีอื่นๆ อย่าง Gaia Green, Resolute Red, Dreamy White ด้วย 2 สเปก 2 ราคาคือ 23,900 บาทและ 29,900 บาท 

Notebook ทำงาน

สเปกภายในของตัว ASUS VivoBook S15 S533 แน่นอนว่าเป็นชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 Tiger Lake โดยมาพร้อมขนาดหน้าจอ 15.6″ ขอบหน้าจอบางพิเศษ NanoEdge ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล พาเนลคุณภาพสูงอย่าง IPS ในส่วนของกราฟิกการ์ดก็เป็น NVIDIA GeForce MX350 ที่ให้ประสิทธิภาพการทำงานรองรับ 3 มิติได้ดี เล่นเกมออนไลน์ได้สบายๆ สเปกอื่นๆ ก็น่าสนใจด้วยแรม 8GB พร้อม SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB

มาตรฐานการเชื่อมต่อ Wi-Fi 6 AX + Bluetooth 5.0 ด้วย อีกทั้งยังมีน้ำหนักเพียง 1.8 กิโลกรัมเท่านั้น นอกจากนี้ในส่วนของกล้องด้านหน้ารองรับการใช้งาน VDO Call ระบบปฏิบัติการ Windows 10 แท้ที่มีมาให้อยู่แล้ว พร้อมการรับประกัน 2 ปี ตามมาตรฐานของ ASUS ที่สามารถส่งเคลมผ่านทาง 7-11 ได้ รวมถึงถ้าลงทะเบียนในเว็บไซต์ ปีแรกจะมีประกันอุบัติเหตุมาให้ด้วย

Notebook ทำงาน

ดีไซน์โดดเด่นด้วยสีสันสดใสโดดเด่นรวมถึงการออกแบบทำมาได้สวยมาก ตัวเครื่องฝาหลังและตัวเครื่องด้านในจะเป็นอะลูมิเนียมตามสีของตัวเครื่อง ฝาหลังจอที่เป็นอะลูมิเนียมอัลลอยที่ดูแข็งแรงและสวยงามพร้อมความเรียบง่าย แน่นอนว่ามีโลโก้ ASUS VivoBook อย่างโดดเด่น พร้อมความบางเพียง 1.85 มิลลิเมตรเท่านั้น ถือว่าเป็นมาตรฐานที่ดีมากๆ สำหรับโน๊ตบุ๊คหน้าจอ 15.6″ ปี 2021

ASUS VivoBook 15 S533EA-BQ049TS ราคา 23,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i5-1135G7
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics + GeForce MX350
  • RAM : 8GB DDR4 3200 MHz 
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Software : Office Home & Student 2019
  • Warranty : 2 Year + 1 Year Perfect Warranty

ASUS VivoBook 15 S533EQ-BQ009TS ราคา 29,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i7-1165G7
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics + GeForce MX350
  • RAM : 8GB DDR4 3200 MHz 
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Software : Office Home & Student 2019
  • Warranty : 2 Year + 1 Year Perfect Warranty

4. HP Pavilion 15 ราคา 25,900 บาท

HP Pavilion 15 เป็น Notebook ทำงาน ปี 2021 ซึ่งได้ดีไซน์ที่พรีเมียมดูดี ใช้ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 (Tiger Lake) อย่าง Core i5-1135G7 ที่ไม่ใช่แค่แรงขึ้น แต่มี AI ช่วยทำงานในตัว CPU เลย พร้อมการ์ดจอออนชิปตัวใหม่อย่าง Iris Xe Graphics ที่ขึ้นกว่ารุ่นก่อนๆ มาก อีกทั้งยังได้การ์ดจอแยกอย่าง NVIDIA GeForce MX450 ที่ประสิทธิภาพแรงเทียบเท่ากับการ์ดจอ Gaming อย่าง GTX 1050 ในตัวเครื่องบางเบา พกพาสะดวก แบตเตอรี่ยาวนานด้วย

Notebook ทำงาน

ที่สำคัญ HP Pavilion 15 มาพร้อมกับน้ำหนักที่เบามากเพียง 1.85 กิโลกรัม และบางเพียง 17.9 มิลลิเมตรเท่านั้น เหมาะกับสายการทำงานหรือบันเทิงที่เน้นการพกพาไปนอกสถานที่ อาจจะใช้งานตามออฟฟิศหรือร้านกาแฟก็ลงตัวเหมือนกัน ได้หน้าจอแสดงผลขนาด 15.6 นิ้ว ขอบหน้าจอบาง ที่ความละเอียด Full HD หรือ 1920×1080 พิกเซล แบบด้าน พาเนล IPS คุณภาพดี ความคมชัดสูง 

มีกล้องเว็บแคมและมีไมค์ดิจิตอลในตัว ทางด้านพอร์ตที่ติดตั้งมีมาให้จะใช้ถือว่าครบครันเลยทีเดียวไม่ว่าจะเป็น USB 3.2 Type-A จำนวน 2 ช่อง, USB 3.2 Type-C จำนวน 1 ช่อง, LAN RJ45, SD Card Reader, HDMI สำหรับต่อหน้าจอเสริม และรูหูฟังกับไมค์แบบคอมโบ ซึ่งแน่นอนว่ารองรับการเชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 6 AX กับ Bluetooth 5.0 ได้ระบบปฏิบัติการ Windows 10 แท้ใช้งานได้ทันที อีกทั้งได้โปรแกรม Office Home & Student 2019 ติดเครื่องไปใช้งานยาวๆ ด้วย

Notebook ทำงาน

ดีไซน์การออกแบบของ HP Pavilion 15 เป็น Notebook ทำงาน ปี 2021 วัสดุเป็นโลหะเกือบทั้งหมด โดดเด่นด้วยสี 2 สีคือ สีเงินและสีน้ำเงินที่แตกต่าง เน้นไปที่ความเรียบง่าย จัดว่าพัฒนาต่อยอดมาจากรุ่นก่อนๆ แต่ยังคงเอกลักษณ์ความเป็น HP อยู่อย่างชัดเจน ด้วยวัสดุเกรดดีทั้งหมด ทำให้ได้งานประกอบแน่นหนา ฝาหลังเป็นแบบเรียบๆมีโลโก้ HP สีเงินมันวาวดูหรูหรา พื้นผิ้วติดมือทำให้เวลาจับไม่ลื่น แกนฝาพับก็เป็นแบบแกนเดียวขนาดใหญ่ ส่วนตัวบอดี้บริเวณคีย์บอร์ดจะเรียบๆ เช่นกัน ส่วนปุ่มเปิดปิดเครื่องจะอยู่ที่มุมบนซ้ายด้านบนของคีย์บอดร์ด

HP Pavilion 15-eg0034TX ราคา 25,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i5-1135G7
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics + GeForce MX450
  • RAM : 8GB DDR4 3200 MHz 
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Software : Office Home & Student 2019
  • Warranty : 2 Year On-site Service

5. Lenovo IdeaPad 5 15 ราคา 22,400 – 30,400 บาท

Lenovo IdeaPad 5 15 เป็น Notebook ทำงาน ปี 2021 สเปก Intel Core i Gen 11 + NVIDIA GeForce MX450 ที่เน้นความบางเบาที่ 19.9 มิลลิเมตร และหนักเพียง 1.66 กิโลกรัม และหรูหราตามสไตล์ของ IdeaPad มีเอกลักษณ์ด้วยดีไซน์ที่เรียบง่ายและมีสไตล์ Lenovo เหมาะสำหรับการใช้งานไปนู้นมานี่เน้นตอบโจทย์คนที่ต้องการโน๊ตบุ๊คที่ต้องการพกพาไปนอกสถานที่บ่อยๆ

ด้วยรูปลักษณ์ดูดีเกินกว่าค่าตัว โดยรองรับการทำงานพื้นฐานเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นทำงานเอกสาร เล่นอินเตอร์เน็ต ดูหนังฟังเพลงดูซีรีส์สตรีมมิ่งต่างๆ รวมไปถึงเล่นเกม 3 มิติพอได้ โดย Lenovo IdeaPad 5 14 มีราคาเพียง 22,990 – 30,400 บาท จึงนับว่าเป็น Notebook จอ 15 นิ้วที่มีการ์ดจอ MX450 ราคาถูกที่สุด ในสเปกที่ใกล้เคียงกันทุกรุ่นนั่นเอง 

Notebook ทำงาน

มาพร้อมชิปประมวลผล Intel Core i5-1135G7 หรือ Core i7-1165G7 ทำงานร่วมกับแรม DDR4 Bus 3200 MHz ขนาด 8GB การ์ดจอออนบอร์ด Intel Iris Xe Graphics สำหรับใช้งานทั่วไปหรืองาน 3 มิติ และมีการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce MX450 (2GB GDRR5) ส่วนที่เก็บข้อมูลก็ใช้เป็น SSD M.2 NVMe ความจุ 512 GB ที่สำคัญได้โปรแกรม Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,299 บาท) มาใช้งานทันที นับว่าคุ้มค่าจริงๆ ที่เหนือกว่าหลายๆ แบรนด์

ทำให้สเปคโดยรวมนั้นลงตัวมาก ๆ สำหรับการใช้งานทั่วไป เล่นเว็บ ทำเอกสาร ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมได้ลื่นไหล เน้นพกพาไปใช้งานนอกสถานที่อีกส่วนที่น่าสนใจก็คือหน้าจอ โดย Lenovo IdeaPad 5 14 ใช้หน้าจอขนาด 14″ ความละเอียดระดับ Full HD พาเนลจอแบบ IPS ที่ให้มุมมองกว้าง ตอบสนองได้ทั้งการทำงานและความบันเทิงอย่างลง

มาพร้อม Windows 10 Home  และซอฟต์แวร์จากทาง Lenovo Vantage ที่ช่วยในการจัดการปรับแต่ง พอร์ตเชื่อมต่อก็มาพร้อมพอร์ตจำเป็นค่อนข้างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น USB 3.2 Type-A จำนวน 2 พอร์ต และ USB 3.2 Type-C (power delivery & display port) ที่เน้นไว้ชาร์จไฟผ่านทางอแดปเตอร์เป็นหลัก ส่วนช่องเสียบหูฟัง 3.5 ม.ม. ยังมีมาให้ การเชื่อมต่อไร้สายเป็น Wi-Fi 6 AX และ Bluetooth 5.1

Notebook ทำงาน

เป็น Notebook ทำงาน ที่ได้กล้องเว็บมาพร้อมฟีเจอร์ Privacy Shutter ม่านชัตเตอร์ปิดเลนส์กล้องที่ทำให้เรามั่นใจว่ากล้องจะเห็นในเวลาที่เราต้องการใช้งานเท่านั้น การใช้งานก็ง่ายมากๆ ด้วยการใช้นิ้วเลื่อนเปิดหรือปิดการใช้งานเท่านั้น เพื่อเติมเต็มประสบการณ์การใช้งานที่สมบูรณ์แบบ เรียกได้ว่ามีฟีเจอร์ที่เทียบเท่ากับในส่วนของ ThikPad Series ที่เป็นโน๊ตบุ๊คสายทำงานระดับมืออาชีพเลยก็ว่าได้ โดยใช้งานแบตเตอรี่ได้ยาวนาน รองรับ Quick Charging ผ่านทาง USB-C ด้วย

Lenovo IdeaPad 5 15ITL05-82FG00M3TA ราคา 22,400 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i5-1135G7
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • RAM : 8GB DDR4 3200 MHz 
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Warranty : 2 Year On-site Service

Lenovo IdeaPad 5 15ITL05-82FG006CTA ราคา 25,400 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i5-1135G7
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics + GeForce MX450
  • RAM : 8GB DDR4 3200 MHz 
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Software : Office Home & Student 2019
  • Warranty : 2 Year On-site Service

Lenovo IdeaPad 5 15ITL05-82FG00M4TA ราคา 26,400 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i7-1165G7
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • RAM : 8GB DDR4 3200 MHz 
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Software : Office Home & Student 2019
  • Warranty : 2 Year On-site Service

Lenovo IdeaPad 5 15ITL05-82FG006DTA ราคา 30,400 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i7-1165G7
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics + MX450
  • RAM : 8GB DDR4 3200 MHz 
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Software : Office Home & Student 2019
  • Warranty : 2 Year On-site Service

6. MSI Modern 15 ราคา 33,900 – 36,900 บาท

MSI Modern 15 รุ่นใหม่ปี 2021 จัดว่าเป็น Notebook ทำงานสาย Content Creator เน้นทำงานสร้างสรรค์ ตัวเครื่องบางเบาหน้าจอ 15.6″ ราคาไม่แพง มีการ์ดจอแยก จากทาง MSI ที่ได้หน้าจอใหญ่ แต่มาในน้ำหนักตัวเครื่องที่เบามากๆ เพียง 1.6 กิโลกรัม เน้นพกพาใช้งานสะดวกพร้อมประสิทธิภาพสูงด้วยชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 Tiger Lake รุ่นล่าสุดทรงพลังอย่าง i5-1135G7 / i7-1165G7

โดยมีการ์ดจอออนชิปตัวแรงอย่าง Intel Iris Xe Graphics และมีการ์ดจอแยกรุ่นใหม่เป็น NVIDIA GeFroce MX450 (2GB GDDR6) ได้แรมขนาด 8GB พร้อม SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB ที่ใช้งานพื้นฐานได้ลื่นสบายๆ หรือถ้าเอาไปทำงานหนัก รวมไปถึงเล่นเกม 3 มิติ ออนไลน์ก็ยังเอาอยู่ โดดเด่นแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน 13 ชั่วโมง

Notebook ทำงาน

MSI Modern 15 ปี 2021 ตั้งใจตอบโจทย์คนที่ต้องการโน้ตบุ๊คประสิทธิภาพสูงแบบมืออาชีพ ที่นอกจากสเปกที่ดีแล้ว งานดีไซน์และงานประกอบก็ลงตัว แลดูทันสมัยและแตกต่างจาก MSI แบบเดิมๆ พร้อมกางหน้าจอได้ 180 องศา และมีฟีเจอร์พิเศษ Flip-n-Share ช่วยกลับหน้าจอไปฝั่งตรงข้ามได้ ช่วยในกรณีที่นำเสนองาน ขอบหน้าจอก็มีความบางมากๆ แทบจะไร้ขอบทีเดียว

อีกทั้งด้วยที่เป็นพาเนล IPS คุณภาพดี ช่วยให้มุมมองในการมองเห็นเพิ่มมากยิ่งขึ้น เรียกได้ว่าทั้งสเปก ฟีเจอร์ วัสดุ เหนือกว่าโน๊ตบุ๊คบางเบาหลายๆ ค่าย อีกทั้งยังได้มาตรฐานทนทานอย่าง MIL-STD-810G military standard อีกทั้งได้พอร์ต Thunderbolt 4 มาพร้อมใช้งานทันที ในราคาเพียง 33,900 – 36,900 บาท ได้ประกัน 2 ปีตามมาตรฐานของ MSI ที่ทุกๆ มั่นใจ

Notebook ทำงาน

โดยฝาหลังและดีไซน์ทั้งหมดมีการเลือกใช้ให้มีความเข้ากันอย่างที่สุด กับพื้นผิวส่วนของฝาหลังและตัวเครื่องเป็นลักษณะแบบด้าน พร้อมกับใช้สีเงินเทา Carbon Gray และมีสีส้ม Beige Mousse เป็นตัวเลือก พื้นผิวแบบเรียบเนียนหรูหรา ดูให้ความเป็นโลหะมากๆ พร้อมกันนั้นก็ยังได้การออกแบบโลโก้รุ่นใหม่ ที่ยืนยันของเป็นของใหม่ปี 2021 จริงๆ 

ที่โน๊ตบุ๊คสายทำงานมืออาชีพต้องดูแล้วทันสมัยเอาใจวัยรุ่นที่ชอบสีสันที่แตกต่าง ให้กลายเป็น Notebook ทำงานที่ดูน้อยแต่เรียบหรูนั่นเอง นอกจากนี้ยังมีความเจ๋งที่ตัวเครื่องได้รับมาตรฐานทนทาน Military Grade MIL-STD 810G ทำให้รองรับต่อแรงกระแทก อุณหภูมิสูงต่ำ ความชื้น ความกดอากาศ และแสงแดด เรียกได้ว่าเป็นโน๊ตบุ๊คน้อยรุ่นนักที่มาพร้อมคุณสมบัติแบบนี้

MSI Modern 15 B11M-Beige Mousse ราคา 33,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i5-1135G7
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics + GeForce MX450
  • RAM : 8GB DDR4 3200 MHz 
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Warranty : 2 Year

MSI Modern 15 A11SB-067TH ราคา 36,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i7-1165G7
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics + MX450
  • RAM : 8GB DDR4 3200 MHz 
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Warranty : 2 Year 

from:https://notebookspec.com/web/574462-notebook-15-inch-2021-buyerguide-5model

แนะนำ Notebook MX450 การ์ดจอใหม่ ปี 2021 สเปก Core i gen 11 แรงลื่นกว่า ตัวเครื่องบางเบา จอ 13.3″/14″/15.6″

Notebook MX450 อัพเดทการ์ดจอแยกรุ่นใหม่กันอีกแล้วในปี 2021 นี้ กับการมาของ NVIDIA GeForce MX450 เน้นใช้ร่วมกับ Notebook เน้นความบางเบา หรือใช้งานพื้นฐาน ที่อาจจะมีงาน 3 มิติ หรือเล่นเกมบ้าง เหมาะกับคนทำงานออนไลน์หรือสายงานอะไรก็ได้ที่เกี่ยวกับดิจิตอล รวมไปถึงนักเรียนนักศึกษาที่ต้องมี Notebook เอาไว้ใช้ทำรายงานหรือนำเสนองานผ่านโปรแกรม Word / Excel / Power Point

Notebook MX450

ซึ่งถ้าเทียบกับคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะแบบ PC Desktop ก็ต้องยอมรับว่า Notebook ยังไงก็มีความคล่องตัวกว่าอยู่แล้ว จากการที่สามารถพกพาไปไหนมาไหนได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นที่ทำงาน ร้านกาแฟ หรือมหาวิทยาลัยนั่นเอง จะให้ดีสเปก Notebook ปี 2021 สเปกชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 มีการ์ดจอออนชิป Iris Xe Graphics นี้ก็มีความแรงเหลือเพือกับการใช้งานพื้นฐานแบบลื่นไหล แต่ถ้ามีการ์ดจอแยกอย่าง MX450 มาด้วยก็ย่อมดีกว่า

สำหรับการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce MX โดยปกติแล้ว จะให้ประสิทธิภาพที่ดีกว่าการ์ดจอออนชิปของ CPU อยู่เสมอๆ (แต่ Iris Xe Graphics ก็เทียบเท่ากับ MX350 แล้วนะ) แต่ก็จะเป็น Series รองกว่าการ์ดจออย่าง NVIDIA GeForce GTX / RTX แน่นอน โดย NVIDIA GeForce MX450 ใช้พื้นฐานสถาปัตยกรรม เป็น Turing โดยคล้ายกับ GTX 1650  ซึ่ง Notebook MX450 เหมาะกับคนที่ต้องการ Notebook การ์ดจอแยกที่ไม่เน้นเล่นเกม หรืออาจจะเล่นบ้างนั่นเอง

Notebook MX450

โดยในบทความนี้เราก็เลยจะมาแนะนำ Notebook MX450 การ์ดจอใหม่ สเปก Core I Gen 11 แรงลื่นกว่า เทียบเท่า Gaming ตัวเครื่องบางเบา  โดยมาแทนที่ MX350 รุ่นก่อนหน้า ซึ่งสำหรับชิปประมวลผลแนะนำเป็น Intel Core i5 / i7 Gen 11 ก็เพราะมีความแรงที่ดีแน่นอน รวมไปถึงประหยัดพลังงาน ที่สำคัญ Notebook ที่มาพร้อมกับ Intel Core Gen 11 มักจะได้สเปกอื่นๆ ที่ครบถ้วนครบครันด้วย

อย่างแรม 8GB – 16GB และ SSD 512GB – 1TB โดยหน้าจอเป็นขนาด 13.3″/14″/15.6″ พาเนล IPS คุณภาพดี ความละเอียดเป็น Full HD เหมาะสมกับการใช้งาน แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานเป็น 10 ชั่วโมง ซึ่งบางรุ่นจะได้โปรแกรม Microsoft Office Home & Student 2019 แท้ (มูลค่า 4,299 บาท) อีกด้วย ว่าแล้ว Notebook MX450 จะรุ่นอะไรบ้างนั้น ไปชมกันต่อเลย

Notebook MX450

Notebook MX450 รวมทุกรุ่น


Lenovo IdeaPad 5 14 ราคา 24,900 – 29,900 บาท

Lenovo IdeaPad 5 14 เป็น Notebook MX450 หน้าจอ 14″ สเปก Intel Core i Gen 11 + NVIDIA GeForce MX450 ที่เน้นความบางเบาที่ 19.9 มิลลิเมตร และหนักเพียง 1.58 กิโลกรัม และหรูหราตามสไตล์ของ Ultrabook มีเอกลักษณ์ด้วยดีไซน์ที่เรียบง่ายและมีสไตล์ Lenovo เหมาะสำหรับการใช้งานไปนู้นมานี่เน้นตอบโจทย์คนที่ต้องการโน๊ตบุ๊คที่ต้องการพกพาไปนอกสถานที่บ่อยๆ

ด้วยรูปลักษณ์ดูดีเกินกว่าค่าตัว โดยรองรับการทำงานพื้นฐานเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นทำงานเอกสาร เล่นอินเตอร์เน็ต ดูหนังฟังเพลงดูซีรีส์สตรีมมิ่งต่างๆ รวมไปถึงเล่นเกม 3 มิติพอได้ โดย Lenovo IdeaPad 5 14 มีราคาเพียง 24,990 บาท จึงนับว่าเป็น Notebook MX450 ราคาถูกที่สุด ในสเปกที่ใกล้เคียงกันทุกรุ่นนั่นเอง 

Notebook MX450

มาพร้อมชิปประมวลผล Intel Core i5-1135G7 หรือ Core i7-1165G7 ทำงานร่วมกับแรม DDR4 Bus 3200 MHz ขนาด 8GB การ์ดจอออนบอร์ด Intel Iris Xe Graphics สำหรับใช้งานทั่วไปหรืองาน 3 มิติ และมีการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce MX450 (2GB GDRR5) ส่วนที่เก็บข้อมูลก็ใช้เป็น SSD M.2 NVMe ความจุ 512 GB ที่สำคัญได้โปรแกรม Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,299 บาท) มาใช้งานทันที นับว่าคุ้มค่าจริงๆ ที่เหนือกว่าหลายๆ แบรนด์

ทำให้สเปคโดยรวมนั้นลงตัวมาก ๆ สำหรับการใช้งานทั่วไป เล่นเว็บ ทำเอกสาร ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมได้ลื่นไหล เน้นพกพาไปใช้งานนอกสถานที่อีกส่วนที่น่าสนใจก็คือหน้าจอ โดย Lenovo IdeaPad 5 14 ใช้หน้าจอขนาด 14″ ความละเอียดระดับ Full HD พาเนลจอแบบ IPS ที่ให้มุมมองกว้าง ตอบสนองได้ทั้งการทำงานและความบันเทิงอย่างลง

มาพร้อม Windows 10 Home Single Language และซอฟต์แวร์จากทาง Lenovo Vantage ที่ช่วยในการจัดการปรับแต่ง พอร์ตเชื่อมต่อก็มาพร้อมพอร์ตจำเป็นค่อนข้างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น USB 3.2 Type-A จำนวน 2 พอร์ต และ USB 3.2 Type-C (power delivery & display port) ที่เน้นไว้ชาร์จไฟผ่านทางอแดปเตอร์เป็นหลัก ส่วนช่องเสียบหูฟัง 3.5 ม.ม. ยังมีมาให้ การเชื่อมต่อไร้สายเป็น Wi-Fi 6 AX และ Bluetooth 5.1

Notebook MX450

เป็น Notebook MX450 ที่ได้กล้องเว็บมาพร้อมฟีเจอร์ Privacy Shutter ม่านชัตเตอร์ปิดเลนส์กล้องที่ทำให้เรามั่นใจว่ากล้องจะเห็นในเวลาที่เราต้องการใช้งานเท่านั้น การใช้งานก็ง่ายมากๆ ด้วยการใช้นิ้วเลื่อนเปิดหรือปิดการใช้งานเท่านั้น เพื่อเติมเต็มประสบการณ์การใช้งานที่สมบูรณ์แบบ เรียกได้ว่ามีฟีเจอร์ที่เทียบเท่ากับในส่วนของ ThikPad Series ที่เป็นโน๊ตบุ๊คสายทำงานระดับมืออาชีพเลยก็ว่าได้ โดยใช้งานแบตเตอรี่ได้ยาวนาน รองรับ Quick Charging ผ่านทาง USB-C ด้วย

MSI Modern 15 ราคา 33,900 – 36,900 บาท

MSI Modern 15 รุ่นใหม่ปี 2021 จัดว่าเป็น Notebook MX450 สาย Content Creator เน้นทำงานสร้างสรรค์ ตัวเครื่องบางเบาหน้าจอ 15.6″ ราคาไม่แพง มีการ์ดจอแยก จากทาง MSI ที่ได้หน้าจอใหญ่ แต่มาในน้ำหนักตัวเครื่องที่เบามากๆ เพียง 1.6 กิโลกรัม เน้นพกพาใช้งานสะดวกพร้อมประสิทธิภาพสูงด้วยชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 Tiger Lake รุ่นล่าสุดทรงพลังอย่าง i5-1135G7 / i7-1165G7

โดยมีการ์ดจอออนชิปตัวแรงอย่าง Intel Iris Xe Graphics และมีการ์ดจอแยกรุ่นใหม่เป็น NVIDIA GeFroce MX450 (2GB GDDR6) ได้แรมขนาด 8GB พร้อม SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB ที่ใช้งานพื้นฐานได้ลื่นสบายๆ หรือถ้าเอาไปทำงานหนัก รวมไปถึงเล่นเกม 3 มิติ ออนไลน์ก็ยังเอาอยู่ โดดเด่นแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน 13 ชั่วโมง

Notebook MX450

MSI Modern 15 ปี 2021 ตั้งใจตอบโจทย์คนที่ต้องการโน้ตบุ๊คประสิทธิภาพสูงแบบมืออาชีพ ที่นอกจากสเปกที่ดีแล้ว งานดีไซน์และงานประกอบก็ลงตัว แลดูทันสมัยและแตกต่างจาก MSI แบบเดิมๆ พร้อมกางหน้าจอได้ 180 องศา และมีฟีเจอร์พิเศษ Flip-n-Share ช่วยกลับหน้าจอไปฝั่งตรงข้ามได้ ช่วยในกรณีที่นำเสนองาน ขอบหน้าจอก็มีความบางมากๆ แทบจะไร้ขอบทีเดียว

อีกทั้งด้วยที่เป็นพาเนล IPS คุณภาพดี ช่วยให้มุมมองในการมองเห็นเพิ่มมากยิ่งขึ้น เรียกได้ว่าทั้งสเปก ฟีเจอร์ วัสดุ เหนือกว่าโน๊ตบุ๊คบางเบาหลายๆ ค่าย อีกทั้งยังได้มาตรฐานทนทานอย่าง MIL-STD-810G military standard อีกทั้งได้พอร์ต Thunderbolt 4 มาพร้อมใช้งานทันที ในราคาเพียง 33,900 – 36,900 บาท ได้ประกัน 2 ปีตามมาตรฐานของ MSI ที่ทุกๆ มั่นใจ

Notebook MX450

โดยฝาหลังและดีไซน์ทั้งหมดมีการเลือกใช้ให้มีความเข้ากันอย่างที่สุด กับพื้นผิวส่วนของฝาหลังและตัวเครื่องเป็นลักษณะแบบด้าน พร้อมกับใช้สีเงินเทา Carbon Gray และมีสีส้ม Beige Mousse เป็นตัวเลือก พื้นผิวแบบเรียบเนียนหรูหรา ดูให้ความเป็นโลหะมากๆ พร้อมกันนั้นก็ยังได้การออกแบบโลโก้รุ่นใหม่ ที่ยืนยันของเป็นของใหม่ปี 2021 จริงๆ 

ที่โน๊ตบุ๊คสายทำงานมืออาชีพต้องดูแล้วทันสมัยเอาใจวัยรุ่นที่ชอบสีสันที่แตกต่าง ให้กลายเป็น Notebook MX450 ที่ดูน้อยแต่เรียบหรูนั่นเอง นอกจากนี้ยังมีความเจ๋งที่ตัวเครื่องได้รับมาตรฐานทนทาน Military Grade MIL-STD 810G ทำให้รองรับต่อแรงกระแทก อุณหภูมิสูงต่ำ ความชื้น ความกดอากาศ และแสงแดด เรียกได้ว่าเป็นโน๊ตบุ๊คน้อยรุ่นนักที่มาพร้อมคุณสมบัติแบบนี้

ASUS ZenBook 14 UX435 ราคา 38,900 บาท

ASUS ZenBook 14 UX435 (EGL) เป็น Notebook MX450 รุ่นใหม่ สเปก Core i Gen 11 + MX450 สายทำงานบางเบาประสิทธิภาพสูง มาพร้อมขนาดหน้าจอ 14″ โดดเด่นด้วยความบางเฉียบสุดๆ เพียง 14.9 มม. และเบามากๆ ที่น้ำหนักเพียง 995 กรัมเท่านั้น เรียกได้ว่ามีการปรับปรุงจากรุ่นก่อนทั้งหมด โดยมาพร้อมพอร์ทเชื่อมต่อครบครัน โดดเด่นด้วยการเชื่อมต่อไร้สาย Wi-Fi 6 AX และ Thunderbolt 4 ที่เป็นพอร์ตที่ดีที่สุด 2 พอร์ต

อีกทั้งนำเสนอนวัตกรรมขอบจอบาง 4 ด้าน ให้อัตราส่วนขนาดจอต่อตัวเครื่องที่ 90% พร้อมอายุการใช้งานแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน 10 ชั่วโมง + พร้อมดีไซน์ใหม่ในสีเทา อย่าง Pine Grey ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร ได้เทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนขั้นสูง (AI Noise Cancelation) สำหรับการทำงานระยะไกลและการประชุมวีดีโอ โดยแยกเสียงรบกวนที่ไม่ต้องการออกจากเสียงพูดซึ่งสามารถกรองและแยกเสียงรบกวนรอบข้าง ดีที่สุด

Notebook MX450

สเปกชิปประมวลผลรุ่นล่าสุดอย่าง Intel Core i Gen 11 Tiger Lake อย่าง Intel Core i7-1165G7 ที่มี AI ช่วยประมวลผล พร้อมการ์ดจอออนชิป Intel Iris Xe Graphics และการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce MX450 รุ่นใหม่ ได้หน่วยความจำแรม 16GB LPDDR4X Bus 3200 MHz ส่วนที่เก็บข้อมูลเป็น SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB หน้าจอเป็นความละเอียด Full HD พาเนลเกรดสูง IPS สีสันสวยงามมุมมองกว้าง 

ติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home แท้ใช้งานได้ทันที และโปรแกรม Microsoft Office Home and Student 2019 ทำให้เราใช้งานเอกสาร Word / Excel / Power Point ได้ฟรีๆ ด้วย สนนราคาเพียง 38,900 บาท ได้การรับประกัน 3 ปี On-site Service และประกันอุบัติเหตุ Perfect Warranty ในปีแรกมาให้อีกด้วย เรียกได้ว่าใครกำลังมองหาโน้ตบุ๊คบางเบาแต่ประสิทธิภาพสูง รุ่นนี้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกแน่นอน 

Notebook MX450

ด้วยการออกแบบตัวเครื่องที่เน้นเป็นสุดยอด Notebook MX450 ที่หรูหราบางเบา สามารถพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้อย่างสบายๆ โดยเหมาะมากๆ สำหรับคนที่ต้องการโน๊ตบุ๊คระดับสูง หรือคนทำงานพนักงานออฟฟิศที่เน้นใช้งานทั่วไปให้ประสิทธิภาพพอตัว แต่พกพาไปที่นู้นที่นั่นบ่อยๆ พร้อมผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน MIL-STD-810G ทนทานต่อการใช้งาน ที่สำคัญคือได้ภาพลักษณ์ด้วย

ส่วนที่เป็นไฮไลท์ก็คือ ASUS ZenBook 14 UX435 มีแผงปุ่มตัวเลขที่ซ่อนอยู่ในทัชแพดครับ โดยใช้ชื่อเรียกว่า NumberPad 2.0 ซึ่งสามารถเปิดใช้งานได้ด้วยการแตะไอคอนตรงมุมขวาบนของทัชแพดค้างไว้ 1 วินาที เส้นไฟสำหรับแบ่งพื้นที่ของแต่ละปุ่มก็จะปรากฏขึ้นมาให้ใช้งานเป็น Numpad ได้ทันที ซึ่งแม้ว่าจะมีปุ่มขึ้นมาแล้ว ผู้ใช้ก็ยังสามารถใช้ทัชแพดในการเลื่อนเคอร์เซอร์ได้อยู่ แต่หากมีการจิ้มลงบนพื้นที่ของแต่ละปุ่มเพื่อคลิกซ้าย ก็จะเปรียบเสมือนการกดปุ่มตัวเลขด้วย

HP ENVY 13 ราคา 33,900 – 40,900 บาท

HP ENVY 13 จัดได้ว่าเป็น Notebook MX450 หน้าจอ 13.3″ ที่น่าสนใจอยู่พอสมควร จากการที่มีบางเบา ทำให้ตัวเครื่องดูเล็ก กะทัดรัด เหมาะกับการพกพา ส่วนของวัสดุทั้งหมดจะใช้เป็นอลูมิเนียมคุณภาพสูงเป็นส่วนประกอบหลัก ทำให้ได้ข้อดีมาก็คือทั้งความแข็งแรงและน้ำหนักที่เบา สเปกชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 ที่พร้อมความพรีเมียมหรูหรา และฟีเจอร์ความปลอดภัยจัดเต็ม

Notebook MX450

ได้ความบางและเบามากๆ เพียง 16.9 มิลลิเมตรและน้ำหนักเพียง 1.3 กิโลกรัมเท่านั้น นับได้ว่าเป็นโน๊ตบุ๊คหน้าจอ 13.3″ ของ HP ที่เบาและบางที่สุดก็ว่าได้ โดยหน้าจอเป็นความละเอียด Full HD ที่ได้พาเนล IPS คุณภาพสูง ส่วนตัวคีย์บอร์ดนั้นก็ได้รับการปรับดีไซน์ใหม่ ส่วนลำโพงแบบสเตอริโอเป็น Bang & Olufsen และ HP Audio Boost 2.0 ที่จัดว่าคุณภาพเสียงดีกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไป

HP ENVY 13 มี 2 สเปกให้เลือกคือรุ่น Core i5-1135G7 หรือ Core i7-1165G7 มาพร้อมกับชิปกราฟิก NVIDIA GeForce MX450 ทำให้เล่นเกม 3 มิติออนไลน์ ได้ลื่นในระดับนึงทีเดียว สำหรับสเปกอื่นๆ ก็ยังติดตั้งแรมขนาด 8 – 16GB DDR4 Bus 3200MHz และที่เก็บข้อมูลแบบ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB เป็นมาตรฐาน  แน่นอนว่ามี Windows 10 แท้ใช้งานได้ทันที อีกทั้งได้โปรแกรม Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,299 บาท) ไปใช้งานฟรีๆ ด้วย

ที่สำคัญได้ฟีเจอร์ความปลอดภัยต่างๆ อย่าง การสแกนลายมือ Fingerprint พร้อม Webcam Kill ที่เป็นปุ่มเลื่อนไปมาสำหรับเปิดปิดการใช้งานกล้องเว็บแคม และ ฟีเจอร์ Privacy Screen นี้กับคุณสมบัติลดมุมมองหน้าจอลง อย่างที่หาในโน๊ตบุ๊คบางเบารุ่นอื่นๆ ไม่ได้แน่นอนที่จะจัดเต็มขนาดนี้ เหนือระดับกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปในเรื่องของความบางเบา เน้นพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ และมีดีไซน์ที่หรูหราน่าใช้งานแล้วล่ะก็ HP ENVY 13 น่าจะตอบสนองความต้องการได้เป็นอย่างดีทีเดียว

Notebook MX450

สำหรับการรับประกันอย่าง HP On-site Service รับซ่อมเครื่องถึงหน้าบ้านเป็นระยะเวลา 2 ปี + Smart Friend (Plus) 1 ปี กู้ข้อมูลฟรี 1 ครั้ง , เช็คเครื่องฟรี 2 ครั้ง และ Call Center Support ตลอด 24 ชั่วโมง เรียกว่าใครกำลังมองหาโน๊ตบุ๊คที่เน้นประสบการณ์ใช้งานที่ดีเหนือระดับกว่าโน๊ตบุ๊คยุคก่อนๆ ในราคาที่จ่ายถูกกว่า ก็ตามไปจัด HP ENVY 13 กันได้เลย มีขายตามหน้าร้านทั่วไปแล้ว ถือว่าเป็นหนึ่งในตัวเลือกแรกๆ กับคนที่ต้องการ Notebook MX450 เน้นความบางเบาพรีเมียมได้สเปกเป็นชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 ไปใช้งาน

Lenovo YOGA Slim 7i Pro ราคา 34,900 – 41,900 บาท

Lenovo YOGA Slim 7i Pro เป็น Notebook MX450 ตัวเครื่องดูเล็ก กะทัดรัด เหมาะกับการพกพา น้าจอ 14 นิ้ว ความละเอียด 2.2K ( 2240×1400 พิกเซล) สัดส่วน 16:10 ความสว่างสูงสุด 400 nits รองรับ Dolby Vision แสดงผลสี sRGB ได้ 100% ส่งผลให้ Lenovo Yoga Slim 7 14 เป็นอีกหนึ่ง Ultrabook ปี 2021 ที่น่าใช้งานมากๆ เมื่อเทียบกับฟีเจอร์หน้าจอที่จัดเต็ม และสเปกอื่นๆ ก็แรงลื่นมากๆ

ด้วยดีไซน์ออกมาได้ขอบหน้าจอบาง ส่วนของตัวเครื่องทั้งหมดจะใช้เป็นอะลูมิเนียมเป็นส่วนประกอบ ทำให้ได้ข้อดีมาก็คือทั้งความแข็งแรงและน้ำหนักที่เบา ส่งผลให้ภาพลักษณ์โดยรวมของตัวเครื่องดูหรูหราให้อารมณ์พรีเมียมสุดๆ มีกล้อง IR รองรับ Windows Hello ลำโพง Harman รองรับระบบเสียง Dolby Atmos เช่นกัน ตัวเครื่องหนา 14.6 มิลลิเมตร น้ำหนัก 1.45 กิโลกรัม และผ่านการรับรองมาตรฐาน Intel Evo อีกด้วย 

Notebook MX450

ตัวเครื่องมีการออกแบบโดยรวมให้ดูทันสมัยและเรียบง่าย โลโก้ Lenovo จะมีอยู่ 2 จุดเท่านั้น คือ มุมบนฝาหลังด้านซ้าย และมุมใต้หน้าจอด้านซ้ายเท่านั้น ที่มุมตัวเครื่องจะทำให้เป็นแบบโค้งมน แต่ว่าไม่ได้มนมากจนเกินไป ตามมาด้วยการใส่รายละเอียดในการทำให้ตัวเครื่องมีลักษณะงานประกอบทั้งหมดแทบจะเป็นชิ้นเดียวกัน แบบ Unibody ส่งให้เวลาที่เราจับถือหรือใช้งานจะรู้สึกว่าแน่นหนา โดดเด่นด้วยสีสันใหม่ไม่ซ้ำใครอย่าง Light Silver กับ Slate Grey

สเปกของ Lenovo YOGA Slim 7i Pro ใช้ชิปประมวลผลเป็น Intel Core i5-1135G7 / Core i7-1165G7 สถาปัตยกรรม Tiger Lake มีค่า TDP ที่ 25Watt พร้อมการ์ดจอ Iris Xe ส่วนการ์ดจอติดตั้งเป็นรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง NVIDIA GeForce MX450 ด้านแรมก็ติดตั้งมาให้ขนาด 16GB LPDDR4X Bus 3733MHz และที่เก็บข้มูลแบบ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB – 1TB ที่ทั้งมีพื้นที่เยอะและลื่นไหล เพียงพอกับการใช้งาน มาพร้อม Windows 10 และซอฟต์แวร์จากทาง Lenovo Vantage ที่ช่วยในการจัดการปรับแต่ง

Notebook MX450

อีกส่วนที่น่าสนใจก็คือหน้าจอ โดย Lenovo Yoga Slim 7 14 มีพอร์ตเชื่อมต่อมี Thunderbolt 4 เป็นมาตรฐาน พร้อม Wi-Fi 6 AX (2 x 2) นอกจากนี้ยังมี 3D IR Camera สำหรับใช้งานร่วมกับฟังก์ชัน Windows Hello ของ Windows 10 เพื่อล็อกอินโดยใช้การสแกนใบหน้า สำหรับประกันเป็น 3 ปี On-site Service ที่ทุกคนมั่นใจ ปิดท้ายเป็น Notebook MX450 ที่ให้ความคุ้มค่าพร้อมใช้งานทันทีด้วยโปรแกรม Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,299 บาท) ด้วย

from:https://notebookspec.com/web/569246-buyerguide-notebook-mx450-core-i-gen-11

Notebook RTX 2060 แนะนำ 6 รุ่นน่าซื้อ การ์ดจอแรง ปี 2021 โน๊ตบุ๊คเล่นเกมลื่นไหล สเปก Core i / Ryzen เริ่มถูกสุด 29,900 บาท ปี 2021

Notebook RTX 2060 มีประสิทธิภาพความแรงลื่นในการเล่นเกมซึ่งรับประกันได้ว่าสนับสนุนการเล่นเกมทุกเกมบนโลกแน่นอน สำหรับ Gaming Notebook รุ่นใหม่ปลายปี 2020 – ต้นปี 2021 โดยหลักๆ รุ่นที่ปัจจุบันจะมาพร้อมกับสเปกล่าสุด ทั้งในส่วนของชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10H และ AMD Ryzen 4000H

ที่แน่นอนว่าได้ความแรงลื่นที่มากกว่าเดิม ได้หน้าจอพาเนล IPS ขนาด 15.6″ ความละเอียด Full HD ที่ Refresh Rate 144Hz  ซึ่งมีราคาเริ่มต้นที่ 29,900 บาท นับได้ว่ามีราคาไม่แพง จนไปถึงรุ่นราคาไม่เกิน 45,000 บาท ที่จัดเต็มเรื่องของฟีเจอร์ Gaming อาทิ ความบางเบา หรือไฟ RGB รวมไปถึงความทนทาน 

Notebook RTX 2060

สำหรับการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 2060 (6GB GDDR6) การ์ดจอใน Gaming Notebook ที่มาพร้อมกับสถาปัตยกรรม Turing ที่ออกมาสานต่อความสำเร็จของกราฟิกการ์ดรุ่นก่อนหน้ากับสถาปัตยกรรม Pascal เหนือชั้นกว่า GTX 1650 / GTX 1650 Ti / GTX 1660 Ti 

โดยมาพร้อมกับ Tensor cores หรือรองรับกับเทคโนโลยี Ray-Tracing โดยตรงแต่ก็มาพร้อมกับความแรงที่เพิ่มมากขึ้นจากก่อน โดยประสิทธิภาพแรงเทียบเท่ากับ GTX 1070 แต่ร้อนน้อยกว่า ส่งผลให้ในการเลือกซื้อ Gaming Notebook ที่คาดหวังเรื่องความแรงในงบประมาณช่วงนี้ ยังเป็นตัวเลือกที่ดีอยู่

Notebook RTX 2060

ในบทความนี้ก็เลยจะมาแนะนำ Notebook RTX 2060 6 รุ่นน่าซื้อ การ์ดจอแรง ปี 2021 สเปก Core I / Ryzen เริ่มถูกสุด 29,900 บาท ปี 2021 เทียบกับความแรงต่อราคาแล้วคุ้มค่ามากๆ ในส่วนของชิปประมวผลก็มีทั้ง Core i5-10300H / Core i7-10750H และ Ryzen 7 4800H / Ryzen 7 4800HS เป็นตัวเลือก โดยเริ่มต้นเป็น Ryzen 7 3750H

ได้แรมมาเป็นมาตรฐาน DDR4 ที่ขนาด 8GB – 16GB ส่วน SSD M.2 ความจุ 512GB เป็นมาตรฐาน ที่ต้องบอกเลยว่าสเปกเพียงพอต่อทุกๆ การใช้งานพื้นฐานหรือเล่นเกมหนักๆ ก็ทำได้ดีเยี่ยม ติดตั้ง Windows 10 แท้ใช้งานได้ทันที มีประกันดีที่สุดเป็นแบบ On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้านยาวนาน 3 ปี  ซึ่งจะมีรุ่นอะไรบ้างนั้น ไปชมกันต่อเลย

แนะนำ 6 รุ่นน่าซื้อ Notebook RTX 2060 


1. ASUS TUF Gaming FX505DV ราคา 29,900 บาท

โน๊ตบุ๊คเล่นเกม ASUS TUF Gaming FX505DV รุ่นท็อปของตระกูล ASUS TUF Gaming FX505 เมื่อปีก่อน โดดเด่นด้วยสเปก AMD Ryzen 7 3750H + NVIDIA GeForce RTX 2060 ขอบหน้าจอบาง โดยไปทำการตีบวกยัดสเปคจัดเต็ม ฟีเจอร์แน่นๆ ในราคาสุดคุ้มเหมือนเดิม

นับว่าเป็น Gaming Notebook จอ 15.6″ ที่คุ้มค่าที่สุดในงบประมาณไม่เกิน 30,000 บาท อีกรุ่นที่น่าสนใจจริงๆ จากการที่ได้การ์ดจอเป็นตัวแรงอย่าง RTX 2060 ที่เหนือชั้นกว่า GTX Series แน่นอน น้ำหนักก็อยู่ที่ 2.2 กิโลกรัม จัดได้ว่าเป็น Notebook ที่สเปกแรงมากๆ แต่น้ำหนักเบาๆ พกพาสะดวก

Notebook RTX 2060

โดย ASUS TUF Gaming FX505DV สเปกนี้มีหน่วยความจำแรมขนาด 8GB DDR4 Bus 2400MHz และมี SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB มาให้ด้วย พร้อมรองรับการอัพเกรด HDD 2.5″ ได้อีก 1 ตัว ส่วนหน้าจอก็ขนาด 15.6″ความละเอียด Full HD พาเนล IPS รองรับที่ 120 Hz

พร้อม Windows 10 ในราคาเพียง 29,900 บาท การรับประกัน 2 ปี ส่งเคลม 7-11 และที่สำคัญเมื่อเอาซีเรียลไปลงทะเบียนในเว็บไซต์ ASUS จะได้รับประกันอุบัติเหตุฟรี 1 ปีแรกจากทาง ASUS อีกด้วย อุ่นใจจัดเต็ม

ASUS TUF Gaming FX505DV ก็มีความน่าสนใจไม่แพ้รุ่นอื่นๆ อย่างในเรื่องของขอบหน้าจอบาง  นั่นก็ทำให้ตัวเครื่องมิติโดยรวมมีความเล็กกระทัดรัดลง แม้เป็น Gaming Notebook หน้าจอ 15.6″ แต่ก็มีความใกล้เคียงกับโน๊ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 14″ แบบสมัยก่อนๆ มาก ส่วนมีความทนทานระดับ Military Grade ต่อแรงกระแทก อุณหภูมิสูงต่ำ ความชื้น ความกดอากาศ และแสงแดด

Notebook RTX 2060

เรียกได้ว่าเป็น Notebook RTX 2060 น้อยรุ่นนักที่มาพร้อมคุณสมบัติแบบนี้ นอกจากนี้ยังเป็นเรื่องของระบบระบายความร้อนก็ใช้ระบบ Hyper Cool สามารถปรับเร่งรับได้ ฟินระบายความร้อนสีแดง พร้อมมี Anti-Dust Tunnel สำหรับเป่าฝุ่นออกมาให้อีกด้วย

ส่วนของคีย์บอร์ดจะให้ไฟ RGB แบบ All Zone ปุ่ม WASD ทำไฮไลท์ไว้ สามารถรองรับการกดได้ 20 ล้านครั้ง Travel Key 1.8 mm การวางเลเอาท์จะเหมือนกับคีย์บอร์ดแยกจริง การเชื่อมต่อก็ครบถ้วนด้วยมาตรฐาน Wi-Fi AC และ Bluetooth 5.0 พร้อมกล้องเว็บแคม HD (720p) และมีไมค์ดิจิตอลในตัว

การเชื่อมต่อก็มีมาให้พอตัวทั้ง HDMI, 2 x USB 3.1 Type-A, 1 x USB 2.0, Kensington lock slot, LAN RJ-45, รูหูฟังกับไมค์แบบ Combo ซึ่งพอร์ตเชื่อมต่อทั้งหมดจะอยู่ด้านซ้ายมือตัวเครื่อง พร้อมระบบปฎิบัติการติดตั้ง Windows 10 แท้มาให้ในตัว 

2. Acer Nitro 5 AN515 ราคา 33,900 บาท

Acer Nitro 5 AN515 เป็น Notebook RTX 2060 ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10H จากที่รุ่นก่อนๆ เป็นหนึ่งใน Gaming Notebook หน้าจอ 15.6″ ราคาคุ้มค่า ได้รับความนิยมไม่แพ้รุ่นอื่นๆ ทั้งจากสเปกที่แรงลื่นหลากหลาย อีกทั้งยังมีฟีเจอร์ที่จัดเต็ม และประกัน 3 ปี On-site Serive ที่ดีเยี่ยม หรือส่งศูนย์ซ่อมด่วน 3 ชั่วโมง

ซึ่ง Acer Nitro 5 รุ่นใหม่ ที่ได้รับการพัฒนาหลายๆ ส่วนแล้ว อาทิ ดีไซน์ภายนอก คีย์บอร์ดไฟ RGB และอื่นๆ เป็นการต่อยอดพร้อมแข่งกันกับ Gaming Notebook แบรนด์อื่นๆ ในราคาถูกสุดที่ 33,900 บาทเท่านั้น ได้สเปก Core i5-10300H + GeForce RTX 2060 แรงลื่นน่าซื้อสุดๆ 

Notebook RTX 2060

ชิปประมวลผล Intel Core i 10H อย่าง Core i5-10300H ที่ทำงานด้วยความเร็ว 2.50GHz – 4.5GHz แบบ 4 คอร์ 8 เธร์ด กับคู่มากับการ์ดจอตัวแรงอย่าง NVIDIA GeForce RTX 2060 (6GB GDDR6) ที่นับว่าเป็นการ์ดจอที่แรงสุดในรุ่น ส่วนแรมได้มาตรฐานเป็นขนาด 16GB แบบ DDR4 Bus 2933MHz ทันทีแบบไม่ต้องอัพเกรดกันให้เสียเวลา

มีที่เก็บข้อมูลเป็น SSD มาตรฐาน M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB (รองรับการอัพเกรด SSD M.2 / HDD 2.5″ SATA3 ภายหลัง) พร้อมระบบปฏิบัติการ Windows 10 แท้ใช้งานได้ทันที แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน 6 ชั่วโมง

หน้าจอขนาด 15.6″ แบบ Screen-to-Body เป็น 80% ด้วยขอบจอบางเพียง 7.02 มิลลิเมตร บนความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล) ที่เลือกใช้ พาเนล IPS ให้มุมมองที่คมชัด สีสันสวยสดงดงามสมจริง Refresh Rate ที่ 144Hz แบบ 3ms ให้การแสดงผลได้ลื่นไหลกว่ารุ่น 60Hz โดยพื้นผิวจอเป็นแบบจอด้าน Anti-Glare ช่วยลดแสงสะท้อนเวลาเรานำโน๊ตบุ๊คไปทำงานข้างนอก

เป็น Notebook RTX 2060 เหมาะกับการใช้งานทั่วไปหรือการเล่นเกม ดูหนังก็ทำได้ย่อมทำได้อย่างน่าประทับใจ ลำโพงของตัวเครื่องใช้เป็นแบบสเตอริโอ โดยมีระบบเสียง DTS:X Ultra มีเทคโนโลยี Acer CoolBoost และช่องระบายความร้อนแบบจัดเต็ม 4 ช่องทาง แบ่งเป็นทางด้านหลัง 2 ช่อง และซ้ายขวาอย่างละ 1 ช่อง

Notebook RTX 2060

มีพอร์ตเชื่อมต่อที่ครบครันอีกรุ่นเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น 3 x USB 3.2 Type-A (1 พอร์ตเป็นแบบชาร์จเจอร์ด้วย), 1 x USB 3.2 Type-C, 1, HDMI 2.0, RJ45 (Gigabit Ethernet) พร้อมด้วยความสามารถ Killer Ethernet E2600 เพื่อการเล่นเกมออนไลน์ที่ลื่นไหล และ Mic-in/Headphone-out แบบ Combo การเชื่อมต่อไร้สายอย่างรองรับทั้ง Bluetooth 5.0

และอินเตอร์เน็ตไร้สายอย่าง Wi-Fi 6 AX ที่มีเทคโนโลยี 2×2 MU-MIMO เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่อพ่วงทั้งหมดด้วยพอร์ตที่ครบครัน โดยมีซอฟต์แวร์ Killer Control Center 2.0 คอยควบคุมด้วย ทดสอบแล้วแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน 6 ชั่วโมงต่อเนื่อง บนน้ำหนักตัวเครื่อง 2.3 กิโลกรัม ที่พอพกพาไปไหนมาไหนได้บ้าง

3. Lenovo Legion 5 ราคา 36,900 – 39,900 บาท

Lenovo Legion 5 นับได้ว่าเป็น Notebook RTX 2060 ที่ทรงประสิทธิภาพ ในราคาที่คุ้มค่า ด้วยเทคโนโลยีการผลิต 7 นาโนเมตร ได้ทั้งความแรงขึ้นและร้อนน้อยลง แน่นอนว่าเลือกใช้การ์ดจอแยกที่มีพลังแรงไว้ใจได้ ติดตั้งแรมเป็น 16GB DDR4 Bus 3200MHz ผสานกับ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB มี Windows 10 แท้ใช้งานได้ทันทีที่ได้รับความสนใจมากๆ

ดีไซน์ภายนอกที่เป็นเอกลักษณ์ มี DNA ที่เป็น Legion Series ชัดเจน รวมถึงมีการใช้สเปกชิปประมวผล AMD Ryzen 4000H เป็นครั้งแรกใน Gaming ของ Lenovo อย่าง Ryzen 5 4600H ทำงานแบบ 6C/12T (3.00 GHz up to 4.00 GHz, 8 MB L3 Cache) และ Ryzen 7 4800H ทำงานแบบ 8C/16T (2.90 GHz up to 4.20 GHz, 8 MB L3 Cache)

Notebook RTX 2060

สำหรับ Lenovo Legion 5 นั้นเรียกได้ว่ามาครบเครื่องเป็นโน๊ตบุ๊คสำหรับการเล่นเกมขนาดหน้าจอ 15.6″ พาเนล IPS คถณภาพดี มีตัวเลือกเป็น Refresh Rate ที่ 144Hz ได้ขอบจอบางเฉียบ มิติตัวเครื่องเล็กกระชับ ลงตัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนรับรองได้ว่ามันสามารถที่จะสร้างประสบการณ์ในการเล่นเกมแบบใหม่ให้กับผู้ใช้งานได้อย่างสบายๆ

นอกจากเล่นเกมได้ดีแล้ว ยังรองรับทั้งการทำงานที่ต้องการประสิทธิภาพที่สูง อย่างตัดต่อวีดีโอ หรือเรนเดอร์ 3 มิติ ก็เอาอยู่ สนนราคา 36,900 – 39,900 บาท ได้ประกัน 2 ปี On-site ซ่อมฟรีถึงบ้าน และบริการอื่นๆ อย่างประกันอุบัติเหตุ หรือเครื่องสำรองระหว่างซ่อมด้วย

ติดตั้งกล้องเว็บแคมที่ติดตั้งไว้ด้านบนพร้อม Privacy Shutter และปุ่มทิศทางที่ตำแหน่งดีขึ้น ได้ประสบการณ์ใช้งานที่เหนือชั้น รวมไปถึงมีสเปคประสิทธิภาพสูงจาก  เหลือเฟือในการใช้งานพื้นฐาน แบตเตอรี่ก็ใช้งานได้ยาวนาน

Notebook RTX 2060

ตัวเครื่องก็ร้อนน้อยจากเทคโนโลยี Legion Coldfront 2.0 ชอบมากๆ เลยก็คือการปรับโหมดเพียง Fn + Q เท่านั้น การเชื่อมต่อก็มีมาอย่างครบถ้วน ทั้ง 1 x USB 3.1 Type-C, HDMI, 4 x USB 3.1 Type-A, Kensington lock slot, RJ-45 , Headset พร้อมยังรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth 5.0 และ Wi-Fi 6 AX 

ดีไซน์รวมๆ ของตัวเครื่องมีมิติที่เล็กกระชับ ด้วยความบางเพียง 26.3 มิลลิเมตร น้ำหนัก 2.3 กิโลกรัม ซึ่งเป็นจุดที่สมดุลทั้งในแง่ของประสิทธิภาพในการเล่นเกม และความสามารถในการพกพาได้อย่างลงตัว กับ Notebook RTX 2060 ราคาระดับกลางๆ ที่ไม่ได้เน้นแต่ความคุ้มค่าอย่างเดียว

แต่อยากได้ประสบการณ์ใช้งานที่ดีด้วย วัสดุที่ใช้ในการประกอบตัวเครื่องนั้นจะเป็นพลาสติกทั้งหมดก็จริง โดยเลือกใช้พลาสติกเกรดสูงที่ให้สัมผัสที่ดีอีกทั้งยังทนทานไม่เป็นรอยง่ายๆ งานประกอบรวมก็มีคุณภาพมาตรฐาน 

4. HP OMEN 15 ราคา 41,900 บาท

OMEN 15 Laptop by HP ปี 2020 อีกหนึ่ง Notebook RTX 2060 รุ่นใหม่ที่มีดีไซน์โดยรวมที่เปลี่ยนแปลงไปมากทีเดียว ทั้งนี้รวมไปถึงในส่วนของสเปกภายในที่พร้อมขายเป็น Intel Core i Gen 10H + GeForce GTX / RTX ด้วย ซึ่งด้านแนวทางการออกแบบจัดได้ว่าพลิกโฉมไปเลย โดยเน้นความเรียบง่ายอย่างที่สุด

ส่วนสีสันก็เป็นดำด้านตลอดทั้งตัวเครื่อง โดยมีโลโก้ OMEN ที่โดดเด่นซึ่งปรับให้มินิมอลสุดๆ ที่เชื่อได้ว่าแฟนๆ ของ OMEN ต้องถูกใจกับรุ่นใหม่นี้อย่างแน่นอน ซึ่งล่าสุดในไทยได้พร้อมจำหน่ายแล้ว สนนราคาอยู่ที่ 41,990 บาท ส่วนประกันแบบ On-site 2 ปีตามมาตรฐานของ HP

HP%20OMEN%20Laptop%2015 bk

ซึ่งถ้าเทียบ Notebook RTX 2060 หน้าจอ 15.6″ รุ่นก่อนๆ คงเป็นเรื่องของมิติตัวเครื่องที่มีขนาดเล็กกระชับ ขอบจอบาง ที่สำคัญคือตัวเครื่องบางที่ 22.6 มิลลิเมตร พร้อมกับน้ำหนัก 2.35 กิโลกรัม และเมื่อรวมกับตัวอแดปเตอร์ที่จ่ายไฟได้ระดับ 200Watt เข้าไปด้วย

ก็จะมีน้ำหนักที่ประมาณ 2.9 กิโลกรัม ก็จัดว่ามีน้ำหนักที่ไม่หนักจนเกินไปนัก ตอบสนองในเรื่องของการพกพาไปนอกสถานที่ได้อย่างดีเลยทีเดียว สำหรับการใช้งานแบตเตอรี่ได้ทำการเคลมว่าใช้งานได้ 12.5 ชั่วโมงทีเดียว

สำหรับสเปก OMEN 15 Laptop by HP ปี 2020 เลือกเป็นชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10H อย่าง Core i7-10750H การ์ดจอเป็น NVDIA GeForce RTX 2060 ส่วนแรมได้มาขนาด 8GB DDR Bus 2933MHz และ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB พร้อม Windows 10 แท้ใช้งานได้ทันที ที่สำคัญได้หน้าจอ 15.6″ Full HD พาเนล IPS ที่ 144Hz

กับระบบระบายความร้อน OMEN Tempest Cooling และมี OMEN Command Center ปรับแต่งการใช้งานพร้อมด้วยกล้องเว็บแคม HD (720p) และมีไมค์ดิจิตอล 2 ตัวใช้งาน Video Call ได้อย่างลื่นไหล พร้อมติดตั้ง Windows 10 แท้พร้อมใช้งานได้ทันที พอร์ตการเชื่อมต่อก็มีมาให้ครบครันที่สุด อย่างที่ Gaming รุ่นอื่นไม่มีกัน ทั้ง 3 x USB 3.2 Type-A

1 x Thunderbolt 3 (USB 3.2 Type-C), HDMI, mini Display Port, Kensington lock slot, ช่องเสียบหูฟังกับไมค์แบบคอมโบ และช่องเสียบไมค์แยกก็มีมาให้ด้วย ส่วนมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth 5.0 และ Wi-Fi 6 AX (2×2)

HP%20OMEN%20Laptop%2015 c

ด้านในตัวเครื่องมาพร้อมสีสันที่โดดเด่นดำแดงดุดัน วัสดุจะเป็นอะลูมิเนียมแบบขัดลายสวยงามให้ความรู้สึกที่แข็งแรง ตัดด้วยไฟสี RGB พร้อมไฮไลน์ปุ่ม WASD ที่ช่วยเสริมความสวยงามได้ดี อีกทั้งยังมีคำว่า O15 อยู่มุมซ้ายล่างแป้นคีย์บอร์ด

ส่วนด้านซ้ายบนจะเป็นปุ่ม Power มีไฟเมื่อเปิดใช้งาน ส่วนของคีย์บอร์ดนั้นตัวปุ่มเป็นพลาสติกสีดำขอบสีแดง โดยสกรีนตัวอักษรเป็นสีขาวโปร่งแสงพร้อมฟอนต์ที่ดูเข้ากับตัวเครื่อง ขนาด Full Size มาตรฐานปกติ อย่างไรก็ตามมีการตัด Numpad ออกไปเพื่องานดีไซน์ที่ลงตัวนั่นเอง

5. MSI GL65 Leopard 10SER ราคา 43,900 บาท

MSI GL65 Leopard 10SER จัดว่าเป็น Notebook RTX 2060 ประเภท Gaming Notebook ตัวแรง หน้าจอ 15.6″ ที่จัดเต็มไม่แพ้รุ่นท็อป แต่ได้ราคาที่คุ้มค่าต่อสเปกสุดๆ โดยจัดเต็มจากชิปประมวลผล Intel Core i7-10750H จับคู่มากับการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 2060 ตัวแรง เล่นเกมลื่นไหล 

ได้แรมมาขนาด 8GB / 16GB DDR4 Bus 2666MHz เป็นมาตรฐาน ติดตั้งแหล่งเก็บข้อมูล SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB (อัปเกรด SSD M.2 / HDD 2.5″ SATA 3 ได้อีก) หน้าจอ 15.6″ ความละเอียด Full HD พาเนล IPS เกรดสูง รองรับ Refresh Rate ที่ 144Hz 

GL65SER bk

ตัวเครื่องยังมีลำโพง 2 ชาแนลแบบ Giant Speaker บนซอฟแวร์เสียง Nahimic 3 ทำให้การขับเสียงเวลาเล่นเกม หรือดูหนังฟังเพลงทำได้อย่างยอดเยี่ยมอีกด้วย ทางด้านพอร์ทเชื่อมต่อเองมีมาให้อย่างครบถ้วนไม่ว่าจะเป็น USB 3.2 Type-A จำนวน 3 ช่อง, USB 3.2 Type-C หนึ่งช่อง, HDMI, mini-DisplayPort, SD(XC/HC) card reader

พร้อมช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5, ช่องเสียบไมค์ขนาด 3.5 และช่องสาย Lan RJ45การเชื่อมต่อไร้สายอย่างก็รองรับตัวที่เป็น Bluetooth 5.1 และ Wi-Fi 6 AX  ได้ประกัน 2 ปี มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Windows 10 และซอฟต์แวร์ Dragon Center 

MSI GL65 Leopard มาพร้อมกับการดีไซน์สีสันโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์สีโทนดำสลับแดง ดูโดยรวมแล้วเรียบง่ายกว่า ดุดันสไตล์เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คระดับ Hi-End ในราคาคุ้มค่า มีความบางของตัวเครื่องเพียง 27.5 มิลลิเมตร และเบาเพียง 2.3 กิโลกรัม

รอบๆ ตัวเครื่องยังถูกออกแบบมาให้รองรับการใช้งานต่าง ๆได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยสนนราคาอยู่ที่ 43,900 บาท ถือว่าเป็น Notebook RTX 2060 ในช่วงราคานี้ที่น่าสนใจมากๆ เพราะได้ทั้งสเปกและฟีเจอร์ที่จัดเต็มเหมือนตระกูล GE / GP ในราคาถูกลงกว่าเดิม

GL65SER l

คีย์บอร์ดของ MSI GL65 Leopard เป็น Gaming Keyboard ที่ร่วมพัฒนากับแบรนด์ SteelSeries โดยพัฒนาและออกแบบมาสำหรับการเล่นเกมบน Gaming Notebook จาก MSI โดยเฉพาะ ทั้งอารมณ์การตอบสนองของแป้นพิมพ์ แรงกด และการใช้ปุ่มหลายๆ ปุ่มพร้อมๆ กัน

โดดเด่นด้วยการกด Fn แล้ว จะมีไฟสีแดงไฮไลท์ขึ้นมา พร้อม Silver Lining Print ขอบโปร่งแสงสวยงาม นอกจากนี้ยังมี Hotkey ตรงมุมขวาบนของชุดแป้นคีย์บอร์ด ไม่ว่าจะเป็นปุ่มเร่งรอบพัดลมและปุ่มเปิด Steelseries Engine 3

6. Dell G5 15 5500 ราคา 44,900 บาท

ปิดท้ายอีกหนึ่งรุ่นสำหรับ Notebook RTX 2060 น่าสนใจไม่แพ้กันกับ Dell G5 15 5500 รุ่นปลายปี 2020 ซึ่งเป็น Gaming Notebook ดีไซน์การมีการปรับใหม่ให้ดูสวยงามเฉียบเรียบยิ่งขึ้น มิติตัวเครื่องดูเล็กกระชับลงจากการที่ขอบหน้าจอบางลงตามเทรนด์ของ Notebook ปี 2020 มาพร้อมสีดำมันวาว Interstellar Dark พร้อมไฟ RGB เส้นยาวที่ขอบตัวเครื่องด้านหน้า

ที่บอกได้เลยว่าดูหรูหราและดู Gaming มากๆ ตามมาตรฐานของ Dell ที่หลายๆ คนชื่นชอบกันอยู่แล้ว วัสดุหลักๆ เป็นพลาสติกคุณภาพดี ที่มีงานประกอบที่แน่นหนา รวมไปถึงระบบระบายความร้อนก็ได้มีการปรับปรุงใหม่ เน้นความเป็นโน๊ตบุ๊คเล่นเกมที่คุ้มค่าตามสไตล์ของ Dell

Inspiron%20g5 f

สำหรับสเปกหลักๆ ใช้ชิปประมวลผลเป็น Intel Core i Gen 10H อย่าง i7-10750H ใส่แรมมาขนาด  16GB รวมไปถึงสนับสนุนการใช้งานทั้งฮาร์ดดิสก์ปกติ 2.5″ และ SSD M.2 NVMe PCIe ตามมาตรฐานความจุ 512GB – 1TB ที่สำคัญการ์ดจอเป็น NVIDIA GeForce RTX 2060

ที่ต้องบอกว่าสมกับการรอคอยของหลายๆ คน นอกเหนือจากนั้นเรื่องของสเปกหน้าจอก็โดดเด่น ขนาด 15.6″ ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ที่ Refresh Rate 144Hz สนนราคาที่ 44,900 มาพร้อมการรับประกัน Dell Premium Support (On-site Sevice) ระยะเวลา 2 ปีเต็มด้วย

Inspiron%20g5 t

ส่วนของตัวเครื่องหลักๆ แล้วจะใช้เป็นพลาสติกคุณภาพสูงเป็นส่วนประกอบ ทำให้ได้ข้อดีมาก็คือทั้งความแข็งแรงและน้ำหนักที่เบา โดยตัวเครื่องภายนอกทั้งฝาหลังและด้านล่างตัวเครื่องจะเป็นพลาสติก ส่งผลให้ตัวเครื่องดีไซน์ออกแบบมาได้มีควมบางเบาเป็นพิเศษ ซึ่งส่วนของฝาหลังเป็นสีสันแบบเทาเข้มๆ เรียบๆ พร้อมใส่โลโก Dell ไว้ตรงกลางสีเป็นสีไทเทเนียมมันวาวเป็นประกาย เปลี่ยนไปตามทิศทางของแสงที่ดูแล้วไม่ซ้ำใคร

สำหรับตัวเครื่องด้านในก็ยังคงในโทนสีดำส่งผลให้ตัวเครื่องเป็นลักษณะทูโทน โดยโลโก้ใต้หน้าจอจะเป็น Dell สีไทเทเนียม โดยสะท้อนแสงเช่นเดียวกับโลโก้ฝาหลัง ส่วนชิ้นส่วนชุดแป้นคีย์บอร์ดไฟ RGB มีลักษณะแยกชิ้นตามสไตล์ของ Dell ที่ใช้กันในหลายๆ รุ่น เข้ากับตัวเครื่องที่มีไฟ RGB เส้นยาวที่ขอบตัวเครื่องด้านหน้า ให้ความรู้สึกเดียวกันกับ Alienware ที่เป็น Gaming Notebook รุ่นพี่เลยทีเดียว

from:https://notebookspec.com/web/553740-notebook-rtx-2060-recommed-6-model-2021

2-in-1 Notebook แนะนำ 5 รุ่นน่าซื้อ ปี 2020 – 2021 จอทัชมีปากกา ดีไซน์บางเบา งบ 1x,xxx – 2x,xxx บาท

2-in-1 Notebook ปี 2020 – 2021 สเปก Intel Core i / AMD Ryzen ในช่วงราคาเริ่มต้นที่ 1x,xxx บาท จนไปถึง 2x,xxx บาท โดยรองรับการใช้งานได้หลากหลาย อย่างพับหน้าจอได้ 360 องศา มีโหมดต่างๆ รวมไปถึงมีปากการองรับการขีดเขียนแม่นยำ สูงสุดถึง 4096 ระดับ ทำให้ใกล้เคียงกับปากกาหรือดินสอจริงๆ อย่างที่สุด 

พร้อมดีไซน์ที่ให้ความบางเบา พกพาสะดวก หรือบางรุ่นก็ประสิทธิภาพสูง รองรับการใช้งานทั่วไป การใช้งานพื้นฐานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ดูหนัง ฟังเพลง ทำงานเอกสาร เล่นอินเตอร์เน็ต ก็ทำได้อย่างลื่นไหลทั้งหมด ที่สำคัญทุกรุ่นจะได้ Windows 10 มาพร้อมใช้งานทันทีด้วย

2-In-1 Notebook

สเปกภายในจะได้เป็นชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10 หรือ AMD Ryzen 4000 ที่เน้นแรงประหยัดพลังงาน พร้อมให้ประสิทธิภาพประมวลผลได้หลากหลาย ส่วนการ์ดจอมีทั้งเป็นแบบออนชิปที่รองรับการทำงานทั่วไปเป็นหลัก และการ์ดจอแยกอย่าง NVIDIA GeForce หน่วยความจำแรมจะได้เป็นขนาด 4GB – 8GB พร้อมด้วยที่เก็บข้อมูลมาตรฐานเป็น SSD M.2 ความจุ 256GB – 512GB 

น้ำหนักประมาณ 1.3 – 1.6 กิโลกรัม เน้นเรื่องของแบตเตอรี่ที่ยาวนาน โดยใช้งานได้ประมาณ 8 ชั่วโมงขึ้นไป กรณีที่ไม่ต่ออแดปเตอร์ สำหรับความละเอียดหน้าจอทุกรุ่นจะเป็นมาตรฐาน Full HD 1920 x 1080 พิกเซล พาเนลได้เป็น IPS คุณภาพดี ให้ประสบการณ์ใช้งานที่ดีเยี่ยม บางรุ่นได้ฟีเจอร์สแกนลายนิ้วมือเพื่อเข้าใช้งาน Windows 10 ได้สะดวกรวดเร็วปลอดภัยอีกด้วย 

2-In-1 Notebook

เหมาะกับคนที่ต้องการ Notebook ใช้งานหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน นักศึกษา ที่ต้องการหน้าจอทัชสกรีน พร้อมมีปากกาไว้ขีดเขียน รองรับการทำงานด้านกราฟิกหรือวาดภาพ จดบันทึก ส่วนการรองรับใช้งานเอกสาร ใช้งานอินเตอร์เน็ตออนไลน์ ส่งอีเมล รวมไปถึงดูหนังฟังเพลง เป็นมาตรฐานที่ต้องทำได้ดี โดยได้รูปแบบประกันดีที่สุดเป็นมาตรฐาน 2 – 3 ปี On-site Servcie ซ่อมฟรีถึงบ้าน ซึ่งจะมีรุ่นอะไรบ้างนั้น ไปชมกันต่อเลย

แนะนำ 2-in-1 Notebook 5 รุ่นน่าซื้อ


1. ASUS VivoBook Flip 14 ราคา 15,900 – 16,900 บาท

ASUS VivoBook Flip 14 เป็น 2-in-1 Notebook รุ่นใหม่ล่าสุด บาง 17.6 มิลลิเมตร น้ำหนักเพียง 1.5 กิโลกรัม ดีไซน์หรูหรากะทัดรัด หน้าจอ 14″ มาพร้อมชิปประมวลผล Intel อย่าง Core i3-8145U หรือ Core i3-10110U ที่แรงลื่นเพียงพอกับการใช้งานพื้นฐาน มาพร้อมกับหน่วยความจำแรมขนาด 4GB / 8GB และแหล่งเก็บข้อมูล SSD M.2 ความจุ 256GB – 512GB พร้อมกับ Windows 10 แท้ในตัว 

2-In-1 Notebook

ตัวเครื่องบางเพียง 17.6 มม. บางกว่าเก่าถึง 11% และเบาเพียง 1.6 กิโลกรัม มาพร้อมกับความเรียบหรูแต่คุ้มค่า เป็นโน๊ตบุ๊คที่บางที่ราคาถูกที่สุดจากทาง ASUS ที่ได้บานพับ 360 องศา หน้าจอสัมผัส Full HD พาเนล TN ขอบบาง 6.15 มิลลิเมตร ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล NanoEdge ที่บางเฉียบเป็นพิเศษ

ทำให้ ASUS VivoBook Flip 14 เหมาะกับจอภาพ Full HD ขนาด 14″ ในตัวเครื่องขนาด 13.3″ โดยมีอัตราส่วนจอภาพมากถึง 82% ของตัวเครื่องเพื่อการรับชมที่สมจริง รองรับการใช้งานหลากหลายโหมดได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งยังมีอุปกรณ์เสริมอย่าง ASUS Active Pen 

การเชื่อมต่อก็มีมาอย่างครบถ้วน ทั้ง HDMI, 2 x USB 2.0 Type-A, 1 x USB 3.1 Type-A, USB 3.1 Type-C, Kensington Lock, 2-in-1 SD และ Headset 3.5mm พร้อมยังรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth 4.1 และ Wi-Fi 5 AC ระบบปฏิบัติการ Windows 10 แท้ในตัว มาพร้อมกับเซ็นเซอร์ Fingerprint สแกนลายนิ้วมือเข้าสู่ระบบที่รวดเร็วและง่ายดายโดยผ่านคุณสมบัติของ Windows Hello

2-In-1 Notebook

สำหรับ ASUS VivoBook Flip 14 รุ่นที่ต่อยอด ASUS VivoBook Flip รุ่นก่อนๆ มาดีไซน์โดยรวมถือว่าคล้ายเดิม ในตระกูลของ 2-in-1 Notebook มีสไตล์นี้มาพร้อมกับกรอบโลหะสุดอลังการ ด้วยสีน้ำเงิน Galaxy Blue บานพับโลหะที่พับได้รอบถึง 360 องศาออกแบบมาเพื่อความทนทาน

ได้รับการทดสอบการเปิดและปิดอย่างทรหดกว่า 20,000 ครั้ง เพื่อให้ได้ความทนทานสูงสุด โดยเหมาะมากๆ สำหรับคนทำงานนักเรียนนักศึกษาที่เน้นใช้งานทั่วไปแต่ลื่นไหล และใช้งานได้หลากหลาย กับราคา 15,900 – 16,900 บาท รองรับการพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้อย่างสบายๆ

2. Lenovo IdeaPad Flex 5 ราคา 17,900 บาท

Lenovo IdeaPad Flex 5 14 เป็น 2-in-1 Notebook ดีไซน์หรูหรากะทัดรัด หน้าจอทัชสกรีนขนาด 14″  มาพร้อมขุมพลังชิปประมวลผล AMD Ryzen 3 4300U ทำงานด้วยความเร็ม 2.70 GHz –  3.70 GHz ทำงานแบบ 4 คอร์ 4 เธร์ด พร้อมมีการ์ดจอออนชิป Radeon 5 มาให้อีกด้วย

ส่วนสเปกอื่นๆ ก็มาพร้อมกับหน่วยความจำแรมขนาด 8GB และแหล่งเก็บข้อมูล SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB พร้อมกับ Windows 10 ในตัว  ซึ่งมีราคาเริ่มต้นที่ 17,900 บาท ประกันเป็นระยะเวลา 2 ปี ตามมาตรฐาน Lenovo

2-in-1 Notebook

ตัวเครื่องบางเพียง 17.9 มิลลิเมตร และเบาเพียง 1.5 กิโลกรัม มาพร้อมกับความเรียบหรูระดับพรีเมี่ยม เป็นโน๊ตบุ๊คที่บางที่สุดรุ่นนึงจากทาง Lenovo บานพับ 360 องศา หน้าจอสัมผัส Full HD พาเนล IPS ขอบบาง ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล

รองรับการใช้งานหลากหลายโหมดได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งยังมีอุปกรณ์เสริมอย่าง Lenovo Active Pen ที่มีเทคโนโลยี Palm-Rejection ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติขณะเขียนเหมือนการเขียนปากกาบนกระดาษ ให้เสียงนุ่มจากลำโพงคุณภาพพร้อมมีเทคโนโลยี Dolby Audio ให้เสียงที่ดี

อีกส่วนที่น่าสนใจก็คือหน้าจอ โดย Lenovo IdeaPad Flex 5 14 ใช้หน้าจอขนาด 14″ รองรับการทัชสกรีนทั้งนิ้วมือและปากกา ความละเอียดระดับ Full HD (1920 x 1080) อัตราส่วน 16:9 ขอบจอบางเฉียบ พาเนลจอแบบ IPS ที่ให้มุมมองกว้างถึง 178 องศา มาพร้อม Windows 10  และซอฟต์แวร์จากทาง Lenovo Vantage ที่ช่วยในการจัดการปรับแต่ง

2-in-1 Notebook

พอร์ตเชื่อมต่อก็มาพร้อมพอร์ตจำเป็นค่อนข้างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น USB Type-A 3.1 ที่เป็นมาตรฐาน จำนวน 2 พอร์ต ส่วนอีกพอร์ตจะเป็น USB 3.1Type-C ส่วนช่องเสียบหูฟัง 3.5 ม.ม. และ HDMI ยังมีมาให้ นอกจากนี้ยังมี Fingerprint สำหรับใช้งานร่วมกับฟังก์ชัน Windows Hello ของ Windows 10 เพื่อล็อกอินโดยใช้การสแกนนิ้วอีกด้วย สำหรับประกันเป็น 2 ปี ตามมาตรฐาน Lenovo 

3. HP ENVY x360 13 ราคา 24,900 บาท

HP ENVY x360 13 เป็น 2-in-1 Notebook สเปกชิปประมวล AMD Ryzen 4000U ที่แรงลื่นล้ำกว่ารุ่นก่อนๆ มาก ถือว่าเป็น 2-in-1 Notebook ขนาดหน้าจอ 13.3″ ที่ได้ความบางเบาหรูหราพรีเมียม ฟีเจอร์ครบครัน กับค่าตัวที่ไม่แพงเลย รองรับการใช้งานต่างๆ ได้ลื่นไหลสุดๆ

อีกทั้งยังบันเดิลปากกา Stylus ใช้วาดรูปขีดเขียนรุ่นใหม่ ที่สามารถติดกับตัวเครื่อง พร้อมชาร์จผ่านทาง USB-C ซึ่งบอกเลยว่าเป็น 2-in-1 Notebook ที่น่าซื้อสุดๆ ในราคา 29,900 ได้ประกัน 3 ปี On-site Service และบริการหลังการขาย HP SmartFriend ที่เยี่ยมยอด

HP  ENVY x360 13-ay0001AU
 

สำหรับ HP ENVY x360 13 ชิปประมวลผล Ryzen 5 4500U การ์ดจอออนชิปเป็น Radeon 6 ได้หน่วยความจำแรมขนาด 8GB Bus 3200MHz และที่เก็บข้อมูลเป็น SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB พร้อมกับระบบปฏิบัติการ Windows 10 แท้ใช้งานได้ทันที

รวมไปถึงยังได้ซอฟต์แวร์การทำงาน Office Home & Student 2019 (Word / Excel / Power Point) มูลค่า 4,299 บาทฟรีๆ ด้วย ซึ่งมีฟีเจอร์อื่นๆ ที่น่าสนใจมากมาย อาทิ FringerPrint / Privacy Screen / Webcam Kill เรียกได้ว่าเป็น 2-in-1 Notebook ปี 2020 ที่น่าซื้อมากๆ รุ่นหนึ่งทีเดียว

HP Notebook ENVY X360 13 AY0001AU Black 4 1605976620 e1608470279717

พอร์ตการเชื่อมต่อมีมาตามนี้คือ 2 x USB 3.1 Type-A, USB 3.1 Type-C, Kensington Lock, Micro SD Card Reader และ Headset 3.5 mm พร้อมยังรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth 5.0 และ Wi-Fi 6 AX แบบ 2×2 ระบบปฏิบัติการ Windows 10 แท้ในตัว พร้อมบันเดิลHP Active Pen และ USB-C Hub เพื่อขยายการเชื่อมต่อมาให้เลยในกล่องเลย

4. Dell Inspiron 14 5491 2-in-1 ราคา 29,900 บาท

Dell Inspiron 14 5491 2-in-1 สเปกชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10 ใหม่ล่าสุด และการ์ดจอแยก GeForce MX230 เป็นโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่สไตล์ 2-in-1 Notebook ประจำปี 2020 หน้าจอ 14 นิ้ว รองรับทัชสกรีนและปากกาที่ตอบโจทย์ ดีไซน์ดูหรูหรา มาพร้อมกับขนาดตัวเครื่องที่บางเบาเล็กกระทัดรัด

ขอบจอก็บางเฉียบ แรมขนาด 8GB DDR4 พร้อม SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB สำหรับความละเอียดหน้าจอก็เป็นพาเนล IPS ระดับ Full HD ให้ภาพคมชัดสวยงามสมจริง พร้อมใช้งานด้วย Windows 10 และมีซอฟต์แวร์ต่างๆ มากมาย

2-in-1 Notebook

มาพร้อมขนาดหน้าจอ 14″ ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล พาเนลคุณภาพดีอย่าง IPS ซึ่งให้สีสันที่สวยสมจริง รองรับทัชสกรีน มีปากกาในชุดจัดจำหน่าย แรมก็ติดตั้งมาให้ขนาด 8GB DDR4 ซึ่งพอเพียงกับการใช้งานแน่นอน ในส่วนของกราฟิกการ์ดก็เป็น NVIDIA GeForce MX230 2GB GDDR5 ที่ให้ประสิทธิภาพการทำงานรองรับ 3 มิติได้ดี เล่นเกมออนไลน์พอได้

สำหรับฮาร์ดดิสก์เป็นแบบ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB ที่สำคัญยังเป็นมาตรฐานการเชื่อมต่อ Wireless AC และ Bluetooth 5.0 ด้วย อีกทั้งยังมีน้ำหนักเพียง 1.65 กิโลกรัมเท่านั้น ส่วนความบางเครื่องก็เพียง 19.74 มิลลิเมตร สีสันสีเงิน Platinum Silver ที่ดูแล้วหรูหรา พร้อมปุ่ม Power มุมขวาบนของคีย์บอร์ดสีดำที่เป็น Fingerprint ในตัว ซึ่งดูสวยงามลงตัวมากๆ

2-in-1 Notebook

นอกจากนี้ในส่วนของกล้องด้านหน้ารองรับการใช้งาน VDO Call และ Fingerprint ที่ใช้งานร่วมกับ Windows Hello สนนราคา Dell Inspiron 14 5490 2-in-1 มีราคากลางอยู่ที่ 29,900 บาท พร้อมการรับประกัน 2 ปี แบบ Dell Premium Support และ On-Site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน ตามมาตรฐานของ Dell รวมถึงติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 10 แท้

5. Acer Spin 5 SP513-54N ราคา 29,900 บาท

Acer Spin 5 รุ่นใหม่ล่าสุด จัดว่าเป็น 2-in-1 Notebook ที่ใช้สเปกเป็นชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10 ทั้ง i5 / i7 สถาปัตยกรรม Ice Lake (10 นาโนเมตร) ที่ได้การ์ดจอออนชิปเป็น Iris Plus Graphic อย่าง G4 โดดเด่นด้วยการมีหน้าจอขนาด 13.5″ พาเนล IPS เกรดสูง

เป็นสัดส่วน 3:2 ความละเอียด 2K (2256 x 1504 พิกเซล) ​เน้นใช้งานพื้นที่ที่มากกว่า รองรับการใช้งานปากกา Acer Active Wacom AES Stylus ที่สำคัญคือมีที่เก็บปากกาในตัวเครื่องเลย แน่นอนว่ามาพร้อมกับเทคโนโลยี Wi-Fi 6 AX และ Thunderbolt 3 ที่แรงและดีที่สุด

2-in-1 Notebook

Acer Spin 5 ได้หน้าจอเป็น 13.5″ ที่มีขนาดเล็กกระทัดรัด มีความละเอียดระดับ 2K คุณภาพสูงให้มุมมองที่กว้าง รองรับการทัชสกรีนด้วยนิ้ว 10 จุดพร้อมๆ กัน โดยมีน้ำหนักของตัวเครื่องเพียง 1.2 กิโลกรัม มาพร้อมกับ Windows Hello ติดตั้งเป็นแบบ Fingerprint

แน่นอนว่าสเปกเป็นชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10 สถาปัตยกรรม Ice Lake อย่าง Core i5-1035G4 ส่วนของแรมเป็นขนาดสูงสุดที่ 16GB LPDDR4X และ SSD M.2 NVMe PCIe ได้ความจะเป็น 512GB รองรับการชาร์จไฟแบบรวดเร็ว พร้อมแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานกว่า 15 ชั่วโมงด้วย

รายละเอียดสเปกอื่นๆ ของ Acer Spin 5รุ่น ปี 2020 เทคโนโลยีการเชื่อมต่ออย่าง Wi-Fi 6 AX และ Thunderbolt 3 ที่ส่งข้อมูลได้เร็วแรงและปลอดภัยที่สุด ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ถูกมาใช้เป็นมาตรฐานใน Swift 3 / Swift 5 แล้ว ส่วนของระบบเสียงเป็น Acer TrueHarmony และ DTS พร้อมมีคีย์บอร์ดไฟส่องสว่าง มีปากกาที่เขียนได้เหมือนจริงที่สุดอย่าง Acer Active Wacom AES Stylus รองรับแรงกด 4,096 ระดับ

2-in-1 Notebook

ดีไซน์การออกแบบโดยรวมของ Acer Spin 5 นั้นจะดูเล็กกว่าโน๊ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 13.5″ ในแบบยุคก่อนๆ เนื่องด้วยตัวเครื่องดูเล็ก กะทัดรัด เหมาะกับการพกพา แต่ทั้งนี้ถึงแม้ว่าตัวเครื่องจะเล็ก ทำให้มีความโดดเด่นมากๆ ที่สำคัญขอบจอยังบางเฉียบ ทำให้ดูทันสมัยและเรียบง่าย

ที่มุมตัวเครื่องจะทำให้เป็นแบบโค้งมน แต่ว่าไม่ได้มนมากจนเกินไป ที่สำคัญ 2-in-1 Notebook มีการดีไซน์ที่เก็บปากกาล้ำๆ ของ Acer Active Wacom AES Stylus โดยติดตั้งอยู่ที่ขอบตัวเครื่องด้านล่าง มีความบาง 15.24 มิลลิเมตร และเบาเพียง 1.22 กิโลกรัม

 

from:https://notebookspec.com/web/553304-2-in-1-notebook-buyerguide-5model-20-21

Notebook RAM 8GB แนะนำ 5 รุ่นน่าซื้อ ปี 2020 – 2021 จอ 14″ – 15.6″ ทำงานลื่นไหล มี Windows 10 ราคาคุ้มสุด งบไม่เกิน 15,xxx บาท

Notebook RAM 8GB เป็นมาตรฐานในปี 2020 – 2021 ไปแล้ว เพราะหน่วยความจำแรมเพียง 4GB จะไม่เพียงพอกับการใช้งานหลายๆ อย่างแน่นอน กับงบประมาณหมื่นบาท เอาใจคนงบน้อยเน้นราคาประหยัด แต่ได้สเปคคุ้มๆ หน้าจอขนาด 14″ – 15.6″ ความละเอียด Full HD พาเนล TN / IPS

Notebook RAM 8GB

ใช้ทำงานเอกสาร ดูหนังฟังเพลง เล่นเน็ต เล่นเกมนิดๆ หน่อยๆ เหมาะทั้งนักเรียนนักศึกษา คนทำงาน ที่ไม่เน้นเอาไปทำงานที่หนักมาก โดยบทความนี้ แนะนำ Notebook RAM 8GB จำนวน 5 รุ่น ปลายปี  2020 – ต้นปี 2021 กัน จอ 14″ – 15.6″ ทำงานลื่นไหล มี Windows 10 ราคาคุ้มสุด งบไม่เกิน 15,Xxx บาท

ซึ่งเป็นรุ่นใหม่ๆ ในช่วงราคา 11,900 – 15,900 บาท บอกเลยว่ามีหลากหลายแบรนด์ มีทั้งชิปประมวลผล Intel และ AMD ที่มีประสิทธิภาพเพียงพอต่อการใช้งาน ส่วนมากได้แรมขนาด 8GB และได้ SSD เป็นมาตรฐาน ซึ่ง Notebook ทุกรุ่นมี Windows 10 แท้มาให้ใช้งานได้ทันที ได้ประกันดีที่สุดเป็นแบบ 2 ปี On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน จะมีรุ่นไหนที่น่าซื้อน่าซื้อบ้างไปดูกันเลย

แนะนำ 5 รุ่น Notebook RAM 8GB


1. HP 15s ราคา 11,900 – 15,900 บาท

HP 15s เป็น Notebook RAM 8GB ขนาดหน้าจอ 15.6″ ที่มาพร้อมความคุ้มค่าอย่างที่สุด แต่ก็ยังได้ดีไซน์ที่สวยงามไม่แพ้ Pavilion เลย โดยเลือกใช้ชิปประมวลผล AMD Ryzen 3000 หรือ AMD Athlon ตัวเครื่องบางเบาออกแบบมาใหม่ ดูสวยงามไม่แพ้รุ่นพี่ตัว Pavilion และเน้นในเรื่องของความคุ้มค่า ราคาไม่แพงเป็นหลัก

มาพร้อมกับน้ำหนักที่เบามากเพียง 1.69 กิโลกรัม และบางเพียง 17.9 มิลลิเมตรเท่านั้น เหมาะกับสายการทำงานหรือบันเทิงที่เน้นการพกพาไปนอกสถานที่ อาจจะใช้งานตามออฟฟิศหรือร้านกาแฟ รวมไปถึงมหาวิทยาลัย ได้ความหรูหราโดดเด่นไม่น้อยหน้าใครในราคาเบาๆ ด้วย

Notebook RAM 8GB

โดย HP 15s รุ่นที่นำมาแนะนำเป็นสเปก AMD Ryzen 5 3500U ที่ใช้สถาปัตยกรรมการผลิตที่ 12 นาโนเมตร ที่เล็กลงและดีขึ้นกว่ารุ่นก่อนๆ ซึ่งในตลาดตอนนี้มีให้เลือกอีกคือ AMD Athlon Gold 3150U  ซึ่งจัดว่าเป็นตัวประหยัด ถึงไม่แรงมากแต่เพียงพอกับงานพื้นฐาน พร้อมการ์ดจอออนชิป VEGA

ที่สำคัญยังมีประสิทธิภาพโดยรวมที่ดีด้วย RAM 8GB และ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 256GB – 512GB อีกด้วย ความละเอียดหน้าจอเป็น Full HD พาเนล TN เกรดดี สนนราคาเพียง 11,900 – 15,900 บาท ได้ Windows 10 พร้อมประกัน 2 ปี On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน

Notebook RAM 8GB

HP 15s ได้หน้าจอแสดงผลขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD หรือ 1920×1080 พิกเซล แบบด้าน พาเนล TN คุณภาพดี ความคมชัดสูง มีกล้องเว็บแคมและมีไมค์ดิจิตอลในตัว ทางด้านพอร์ตที่ติดตั้งมีมาให้จะใช้ถือว่าครบครันเลยทีเดียวไม่ว่าจะเป็น USB 3.1 Type-A จำนวน 2 ช่อง, USB 3.1 Type-C จำนวน 1 ช่อง, SD Card Reader

รวมถึงมี HDMI สำหรับต่อหน้าจอเสริม และรูหูฟังกับไมค์แบบคอมโบ ซึ่งแน่นอนว่ารองรับการเชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 802.11a/b/g/n/ac (1×1) กับ Bluetooth 4.2 และมีน้ำหนักอยู่ที่พกพาสะดวก พร้อมการรับประกัน 2 ปีแบบ On-site Service ตามมาตรฐานของ HP ที่ทุกคนไว้ใจได้

2. Lenovo IdeaPad 3 14 ราคา 14,900 บาท

Lenovo IdeaPad 3 14 เป็น Notebook RAM 8GB ราคาคุ้มค่าที่ออกแบบมาให้ใช้งานได้ในทุกๆ วัน โดดเด่นที่ตัวเครื่องเบาแค่ 1.6 กิโลกรัม รองรับทุกๆ การใช้งานพื้นฐาน กับราคาเพียง 14,900 บาท ด้วยดีไซน์ที่เบาและมีสไตล์ เหมาะสำหรับการใช้งานไปนู้นมานี่ เป็นโน๊ตบุ๊คขนาดหน้า 14″ ความละเอียด Full HD ที่เพียงพอกับการใช้งานพื้นฐาน 

ได้สเปกรีเฟรชอย่างชิปประมวลผล Intel Core i3-1005G1 ที่ได้ประสิทธิภาพการทำงานที่ดีเยี่ยม การ์ดจอออนชิป UHD 620 นอกจากนี้ยังได้แรม 8GB และ SSD M.2 NVMe ความจุเริ่มต้น 256GB มาทันที และระบบปฏิบัติการ  Windows 10 ภายใน รวมถึงได้โปรแกรม Microsoft Office Home & Student 2019 ติดเครื่องฟรีๆ พร้อมใช้งาน มูลค่า 4,299 บาทด้วย 

Notebook RAM 8GB

การมาของ Lenovo IdeaPad 3 14 (ปี 2020 ยังมีซีรีส์ Lenovo IdeaPad 1 / 5 ด้วย) ​เน้นตอบโจทย์คนที่ต้องการโน๊ตบุ๊คบางเบาหน่อย รูปลักษณ์ดูแพงเกินกว่าค่าตัว เน้นใช้งานนอกสถานที่ ในราคาที่ไม่แพง แน่นอนว่าประสิทธิภาพการทำงานก็ไม่ได้สูงมากเช่นกัน

โดยรองรับการทำงานพื้นฐานเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นทำงานเอกสาร Word / Excel / Power Point เล่นอินเตอร์เน็ต ดูหนังฟังเพลงดูซีรีส์สตรีมมิ่งต่างๆ เป็นต้น เหมาะสำหรับคนหาคอมพิวเตอร์เครื่องสำรองงบหมื่นบาทกลาง ๆ โดยแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานเกือบตลอดทั้งวันทีเดียว 

Notebook RAM 8GB

หน้าจอเป็นขนาด 14″ ที่ได้ความละเอียด Full HD พาเนล TN คุณภาพดี สีสันสดใส มุมมองกว้างกว่าพาเนล TN พร้อมมีลำโพงคุณภาพดีทำงานร่วมกับระบบเสียง Dolby Audio ส่วนพอร์ตที่ให้มาก็ครบครัน ได้แก่ 3 x USB 3.1 Type-A, HDMI และ SD card reader รวมไปถึงการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Wi-Fi 5 (802.11ac) และ Bluetooth 5.0 ด้วย

รองรับการทำงานทุกไลฟ์สไตล์ ในราคาเบาๆ พร้อมการรับประกัน 1 ปี ส่งเคลมศูนย์ปกติ ดีไซน์ตัวเครื่องโดยรวมอย่าง Platinum Grey Glossy ดูแล้วมีความสวยงามลงตัว ที่สำคัญยังมาพร้อมฟีเจอร์ Privacy Shutter ม่านชัตเตอร์ปิดเลนส์เว็บแคมที่ทำให้เรามั่นใจว่ากล้องจะเห็นในเวลาที่เราต้องการใช้งานเท่านั้น

3. Acer Aspire A314-22 ราคา 15,900 บาท

Acer Aspire 3 A314-22 จัดว่าเป็น Notebook RAM 8GB รุ่นใหม่หน้าจอ 14″ Full HD IPS เน้นใช้งานพื้นฐานเหมาะกับนักเรียน นักศึกษา คนทำงาน ที่เอาไปใช้งานทั่วไปตัวเดียวจบ รองรับงานเอกสาร ความบันเทิง เล่นอินเตอร์เน็ต ดูหนังออนไลน์ หรือเล่นเกมเบาๆ ก็ยังพอได้ ราคาคุ้มค่าที่ 15,900 บาท

ที่ใช้ชิปประมวลผล AMD Ryzen 3500U พร้อมได้สเปกครบเครื่อง อีกหนึ่งในรุ่นที่น่าสนใจ โดยเป็นโน๊ตบุ๊คซึ่งมีความเบาของตัวเครื่องเพียง 1.9 กิโลกรัม ดีไซน์การออกแบบก็มีความสวยงามลงตัว เน้นในเรื่องของความครบครันคุ้มค่ากับราคาที่จ่ายแล้วสุดๆ

Aspire%203%20A314 22 R6F4 l

โดยได้สเปกที่ครบครันสุดๆ หน่วยความจำแรมขนาด 8GB DDR4 พร้อม SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB แรงลื่นในตัว (รองรับการอัพเกรด HDD 2.5″ SATA 3 ภายหลัง) ติดตั้งหน้าจอพาเนล IPS ที่สีสันสวยงาม ความละเอียด Full HD ที่คมชัด  ได้ระบบปฏิบัติการ Windows 10 ใช้งานทันทีเมื่อเปิดเครื่องครั้งแรก 

Acer Aspire 3 A314-22 จัดว่าเป็นโน๊ตบุ๊คหน้าจอ 14″ ที่มีพอร์ตเชื่อมต่อที่ครบครันประมาณนึง ไม่ว่าจะเป็น 2 x USB 3.1 Type-A, 1 x USB 2.0, HDMI, Lan RJ45 และรูหูฟังกับไมค์แบบ Combo เรียกได้ว่าพอเพียงกับการใช้งานทั่วไปอย่างแน่นอน ส่วนการเชื่อมต่อไร้สายอย่างรองรับทั้ง Bluetooth 4.2 และอินเตอร์เน็ตไร้สายมาตรฐาน Wi-Fi 5 AC

Aspire%203%20A314 22 R6F4 t

เหมาะมากๆ สำหรับคนต้องโน๊ตบุ๊คที่เน้นใช้งานพื้นฐานทั่วไปในราคาคุ้มค่าไม่แพงให้ประสิทธิภาพพอตัว รองรับการพกพาไปที่นู้นที่นั่นบ่อยๆ ซึ่งรองรับการทำงานได้ยาวนานกว่าโน๊ตบุ๊ครุ่นก่อนๆ ทำให้เราสามารถพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้อย่างคล่องตัวเหมือนกัน เพราะตัวเครื่องไม่หนักมาก

ที่แม้อาจจะไม่เบามากแต่แบตใช้งานได้ยาวนานเกือบ 6 ชั่วโมงทีเดียว เรียกได้ว่าดีกว่ามาตรฐานเดิมๆ ที่ปกติแล้วโน๊ตบุ๊คช่วงราคานี้จะได้เพียง 3 ชั่วโมงเท่านั้น หลักๆ แล้วตัวเครื่องมีให้เลือก 2 สีคือ Charcoal Black และ Pure Silver สำหรับเป็นแบบประกัน 2 ปี มีบริการซ่อมด่วนใน 3 ชั่วโมงด้วย ที่บอกเลยว่าราคาถูกคุ้มค่ามากๆ เมื่อเทียบกับสเปกและฟีเจอร์ที่ได้รับกลับมา

4. ASUS VivoBook 14 D413DA ราคา 13,900 – 15,900 บาท

ASUS VivoBook 14 D413DA เป็น Notebook RAM 8GB หน้าจอ 14″ สเปก AMD Ryzen 3000U ซึ่งได้ประสิทธิภาพที่เพียงพอกับการใช้งานพื้นฐานทั่วไปแน่นอน ที่ความผสมผสานที่ลงตัวระหว่างดีไซน์ใหม่เหมือนกับสเปก AMD Ryzen 4000U และคงความเป็นเอกลักษณ์ของ VivoBook ที่เน้นสีสันและความสนุกสนาน

ช่วยการทำงานมัลติทาสกิ้ง และการใช้งานเพื่อความบันเทิงได้อย่างดีเยี่ยม ที่สำคัญยังสีสันตัวเครื่องที่โดดเด่น มาพร้อมสีสัน 2 เฉดสี อย่างสี Cobalt Blue และ Indie Black ที่แตกต่างจากคู่แข่ง พร้อมความพิเศษเพิ่มลูกเล่นบนแป้น ‘Enter’ ด้วยขอบตัดสีเหลืองสะดุดตาแบบสุดๆ พร้อมกันนั้นยังมีสติ๊กเกอร์ให้เราสามารถแปะแต่งเพิ่มเติมอีกด้วย

D413DA bo

สเปกภายในของตัว ASUS VivoBook 14 D413 มาพร้อมสเปกภายในเป็นชิปประมวลผล AMD Ryzen 4000 U Series อย่าง Ryzen 3 3250U / Ryzen 5 3500U ได้การ์ดจอออนชิป Radeon ที่รองรับทุกๆ การใช้งาน มาพร้อมขอบหน้าจอบางพิเศษ NanoEdge ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล พาเนลคุณภาพเพียงพออย่าง TN

ในส่วนของสเปกอื่นๆ ก็น่าสนใจด้วยแรม 8GB DDR4 Bus 2400MHz  พร้อม SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB แน่นอนว่าได้ Windows 10 ใช้งานทันที พร้อมลำโพงเสียงคุณภาพสูงจากแบรนด์ลำโพงระดับโลก Harman/Kardon ราคาขายไทยอยู่ที่ 13,900 / 15,900 บาท ได้ประกัน 2 ปีตามมาตรฐาน ASUS และประกันอุบัติเหตุในปีแรกด้วย

D413DA l

โดดเด่นด้วยสีสันทูโทนรวมถึงการออกแบบทำมาได้สวยมาก ตัวเครื่องภายนอกและด้านในได้วัสดุคุณภาพสูงที่แข็งแรงทนทาน โดยเฉพาะส่วนของส่วนของฝาหน้าจอที่เป็นอลูมิเนียมอัลลอยที่ดูสวยงามพร้อมความเรียบง่าย แน่นอนว่ามีโลโก้ ASUS VivoBook อย่างโดดเด่น ส่วนตัวด้านล่างก็จะเป็นพลาสติกที่แข็งแรง ทำให้ตัวเครื่องน้ำหนักที่เบา มีการนำเสนอพื้นผิวแบบเรียบเนียนสัมผัสดี

ทั้งหมดนี้อยู่ในน้ำหนักตัวเครื่องเพียง 1.4 กิโลกรัม พร้อมความบางเพียง 15.9 มิลลิเมตร และขอบจอบางเพียง 5.7 มิลลิเมตรเท่านั้น ถือว่าเป็นมาตรฐานที่ดีมากๆ สำหรับโน๊ตบุ๊คหน้าจอ 14″ ปี 2020 – 2021 เหมาะกับสำหรับคนต้องการคอมพิวเตอร์เพื่อใช้งานพื้นฐานในราคาที่ถูกและคุ้มค่าที่สุด

5. Huawei MateBook D15 ราคา 15,990 บาท

Huawei MateBook D15 เป็น Notebook RAM 8GB ใส่เต็มเรื่องของสเปกและราคาพร้อมของแถม กับการที่เป็นโน๊ตบุ๊คหน้าจอขนาด 15.6″ ที่เหมาะสมกับการใช้งานที่หลากหลาย มาพร้อมชิปประมวลผล AMD Ryzen 5 3500U ที่คุ้มค่าเรื่องของประสิทธิภาพต่อราคา

การ์ดจอเป็นออนชิป VEGA 8 แรมติดตั้งมาให้ขนาด 8GB พร้อมด้วย SSD M.2 ความจุ 256GB + HDD อีก 1TB ที่เพียงพอต่อการใช้งานพื้นฐานแน่นอน ที่สำคัญมีระบบปฏิบัติการ Windows 10 สนนราคาขายล่าสุดที่ 15,990 บาท พร้อมการรับประกัน 2 ปีตามมาตรฐานของ Huawei

Matebook%20D%2015 Space%20Grey c

การดีไซน์ Huawei MateBook D15 ก็เน้นความเรียบง่าย ด้วยวัสดุอลูมิเนียมที่ดูดีเกินราคากับสีสันเป็นสีเงินดูสวยงามลงตัว โดยมีความบางเฉียบของตัวเครื่องที่ 16.9 มม. น้ำหนัก 1.9 กิโลกรัม เน้นพกพาใช้งานสะดวก อีกทั้งได้เรื่องของขอบหน้าจอแบบเฉียบ FullView screen ทั้งให้เล็กกระทัดรัด ซึ่งมีสัดส่วนจออยู่ที่ 86%

กล้องเว็บแคมไปยังติดตั้งแบบ Pop Up ที่ชุดคีย์บอร์ด และยังมีระบบ Fingerprint สแกนลายนิ้วมือเพื่อใช้งานได้ปลอดภัย ที่สำคัญสำหรับคนที่ใช้มือถือ Huawei ยังมีฟีเจอร์ Huawei Share ไว้ใช้งานโอนไฟล์ไปมา และขึ้นหน้าจอมือถือบน Huawei MateBook D15 ก็ยังได้อีกด้วย

Matebook%20D%2015 Space%20Grey bo

ได้หน้าจอแสดงผลขนาด 15.6″ ความละเอียด Full HD หรือ 1920×1080 พิกเซล แบบด้าน พาเนล IPS คุณภาพดี  ส่วนพอร์ตที่ติดตั้งมีมาให้จะใช้ถือว่าครบครันเลยทีเดียวไม่ว่าจะเป็น USB 2.0 Type-A จำนวน 2 ช่อง, USB 3.0 Type-A จำนวน 1 ช่อง, , HDMI สำหรับต่อหน้าจอเสริม และรูหูฟังกับไมค์แบบคอมโบ

และยังมี USB-C ที่ชาร์จไฟผ่านทางอแดปเตอร์มาให้ด้วย พร้อมอแดปเตอร์ 65W ชาร์จทาง USB-C ซึ่งมีน้ำหนักเพียง 160 กรัมเท่านั้น แน่นอนว่ารองรับการชาร์จไฟไปยังอุปกรณ์อื่นๆ ด้วย นับว่าเป็นจุดเด่นที่เหนือกว่าโน๊ตบุ๊คช่วงราคาเดียวกัน ซึ่งแน่นอนว่ารองรับการเชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 5 AC กับ Bluetooth 4.2 และมีน้ำหนักอยู่ที่ 1.69 กิโลกรัม

from:https://notebookspec.com/web/553287-notebook-ram-8gb-5-model-2010-2021-1415

Notebook RAM 16GB แนะนำรุ่นน่าซื้อ หน้าจอ 14″ สเปก Core i / Ryzen เน้นพกพาบางเบา ประสิทธิภาพสูง เริ่ม 25,990 บาท

Notebook RAM 16GB เน้นทำงานน่าซื้อ หน้าจอ 14″ ช่วงปลายปี 2020 จากการที่ได้หน่วยความจำแรม 16GB นับว่าเป็นปัจจัยสำคัญ ในการเลือกซื้อมาเพื่อใช้งานหนักๆ หรือเปิดโปรแกรมเยอะๆ โดย Notebook ที่มาพร้อมกับสเปกชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 / AMD Ryzen 4000 ถือได้ว่ามีประสิทธิภาพที่ดี

มาพร้อมดีไซน์ตัวเครื่องที่บางเบา พกพาสะดวก เหลือเฟือในการใช้งานระดับพื้นฐานหรืองานหนักๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำงานทั่วไปอย่างงานเอกสาร Word, Excel, Power Point, เล่นอินเตอร์เน็ต, Social, Online, ดูหนัง, Youtube, Netflix โดยรวมแล้วมีความลื่นไหลไม่สะดุด

Notebook RAM 16GB

สเปกอื่นๆ โน๊ตบุ๊คบางเบารุ่นที่นำมาแนะนำก็จะมาพร้อมกับขนาดหน้าจอ 14″ ที่สนับสนุนการใช้งานทุกรูปแบบ บนความละเอียด Full HD ที่ให้ภาพคมชัดเรียบเนียน โดยหลักๆ แล้วจะได้เป็นพาเนล IPS คุณภาพดีเยี่ยม บางรุ่นระดับ sRGB 100% ที่ให้ภาพสดสวยสมจริงสุดๆ ได้ที่เก็บข้อมูลเป็น SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB

และบางรุ่นยังได้โปรแกรม Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,299 บาท) ซึ่งประกอบไปด้วย Word / Excel / Power Point มาให้ฟรีๆ ติดเครื่องใช้งานยาวๆ ทันที ในส่วนของการพกพาก็ทำได้เยี่ยมยอด โดยมีน้ำหนักเบาสุดแค่ 990 กรัมเท่านั้น พร้อมแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนานสุดที่ 8 – 10 ชั่วโมงด้วยกัน

ในบทความนี้เราจะมาแนะนำ Notebook RAM 16GB รุ่นน่าซื้อ หน้าจอ 14″ สเปก Core i / Ryzen เน้นพกพาบางเบา ประสิทธิภาพสูง เริ่ม 25,990 บาท ส่วนจะมีรุ่นไหนบ้าง ไปติดตามชมกันต่อได้เลย

Notebook RAM 16GB แนะนำ 5 รุ่นน่าซื้อ

Notebook RAM 16GB

MSI Modern 14 ราคา 25,990 บาท

MSI Modern 14 เป็น Notebook RAM 16GB บางเบารุ่นใหม่หน้าจอ 14″ ตัวแรงลื่น สีดำ Onyx Black หรือฟ้า Blue Stone เคลือบพื้นผิวด้วยเทคโนโลยี Sandblasting พ่นเนื้อทรายละเอียด ให้สัมผัสที่เรียบเนียน โดยมาพร้อมกับประสิทธิภาพจากชิปประมวลผล AMD Ryzen 7 4700U

ให้ความแรงลื่น ผสานการทำงานร่วมกับการ์ดจอออนชิป Radeon 7 ในส่วนของสเปกแรมได้มาขนาด 16GB DDR4 Bus 3200MHz และ SSD M.2 NVMe PCIe ที่ 512GB จัดเต็ม ส่งให้มีประสิทธิภาพในการทำงานที่ทรงพลังอย่างที่สุด สนับสนุนทั้งทำงานและเล่นเกมที่เหนือชั้นกว่าโน๊ตบุ๊คบางเบารุ่นอื่นๆ

Notebook RAM 16GB

สำหรับ MSI Modern 14 ได้หน้าจอแสดงผลพาเนล IPS มาตรฐานความละเอียด Full HD ที่จะช่วยให้เหล่าครีเอเตอร์ได้เติมเต็มประสบการณ์ในด้านการสร้างสรรค์ผลงานได้มากยิ่งขึ้น บางเฉียบโดยมีพื้นที่แสดงผลกว่า 90% จอเป็นแบบด้านที่ให้เรื่องสีสันสดใส รองรับใช้การดูภาพ ดูวิดีโอ และเล่นเกมก็ทำได้อย่างเป็นอย่างดี

ส่วนบานพับก็แข็งแรงกว่ารุ่นก่อนๆ พร้อมกางได้ 180 องศา ทำให้นำเสนองานได้อย่างเต็มที่และง่ายขึ้นกว่าเดิม อีกทั้งได้ฟีเจอร์อื่นๆ ที่ครบครันตามสไตล์ของ MSI ที่จัดเต็ม ไม่เกรงใจใคร ในราคาเพียง 25,900 บาทเท่านั้น จัดว่าเป็นโน๊ตบุ๊คแรม 16GB หน้าจอขนาด 14″ ที่น่าสนใจมากๆ ทีเดียว

สเปกที่จัดเต็มตอบโจทย์การใช้งานแบบสุดๆ ที่สำคัญยังเป็นมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายก็ครบครันด้วย Wi-Fi 5 AC และ Bluetooth 5.0 เป็นมาตรฐานอีกด้วยพร้อมซอฟต์แวร์ Creator Center ช่วยปรับแต่งการทำงาน พร้อมการรับประกัน 2 ปี ตามมาตรฐานของ MSI มิติตัวเครื่องมีความเล็กกระชับ

Notebook RAM 16GB

การออกแบบให้ความรู้สึกที่ดุดันพรีเมียมด้วยวัสดุอลูมิเนียม ตลอดทั้งตัวเครื่อง ที่สำคัญคือตัวเครื่องมีความพรีเมียมและบางเบาอย่างที่สุด รวมถึงยังได้มาตรฐาน Military Grade มีความทนทานในการใช้งานเป็นพิเศษมากกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วๆไป ในเรื่องของการทน ฝุ่น ละอองน้ำ และการกระแทก ในส่วนของแบตเตอรี่ก็ใช้งานได้ยาวนานกว่า 10 ชั่วโมง

มีน้ำหนักเพียง 1.3 กิโลกรัมเท่านั้น ส่วนความบางตัวเครื่องอยู่ที่ 15.9 มิลลิเมตรเท่านั้น ถือว่า MSI นำเสนอโน๊ตบุ๊คที่ทั้งเบามากๆ แถมยังบางสุดๆ ท้าชนกับแบรนด์อื่นๆ ได้อย่างสบายๆ เลยครับ สำหรับการเปิดปิดฝาของหน้าจอก็ทำได้ง่ายเพราะขอบตัวเครื่องด้านหน้าได้มีการเว้นร่องเว้าเอาไว้สวยงาม พร้อม Ergonomics View Design ช่วยยกตัวเครื่องให้สูงขึ้น

ส่งมวลลมเย็นถูกดูดเข้าช่องลมขนาดใหญ่ได้มากขึ้นส่งผลให้มีประสิทธิภาพในการระบายความร้อนที่ดี ที่ช่วยยกตัวให้สูงขึ้นจากพื้นที่ 5 องศา ส่งผลให้พัดลมสามารถดูดลมเย็นเข้าไปได้ง่ายยิ่งขึ้น ซึ่งการเอียงของตัวเครื่องเล็กน้อยนั้น ก็ทำให้พิมพ์สัมผัสได้ถนัดมือยิ่งขึ้นไปอีกนั่นเอง

Huawei MateBook 14 ราคา 25,990 – 29,990 บาท

Huawei MateBook 14 เป็น Notebook RAM 16GB กับการที่ได้สเปกไม่เหมือนใคร ด้วยประสิทธิภาพชิปประมวลผลตัวแรงระดับ Gaming ด้วย AMD Ryzen 4000H อีกได้จัดเต็มแรมมาขนาด 16GB พร้อมด้วยที่เก็บข้อมูล SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB แน่นอนว่ารองรับการทำงานได้เหนือชั้นกว่าโน๊ตบุ๊คที่เป็นรุ่นใกล้เคียงกัน ได้ประกันเป็น 2 ปี ตามมาตรฐานของ Huawei

โดย Huawei MateBook 14 มีความโดดเด่นด้วยดีไซน์การออกแบบที่ดูสวยงามพรีเมียม ซึ่งเป็นหน้าจอขนาด 14″ รองรับความละเอียดที่ระดับ 2160 x 1440 พิกเซล ที่มีอัตราส่วน 3:2 น้ำหนักตัวเครื่องก็จะอยู่ที่ 1.49 กิโลกรัม มีความบางเพียง 15.9 มิลลิเมตร สเปกแบ่งเป็น 2 หลักๆ คือ AMD Ryzen 5 4600H ราคา 25,990 บาท

Notebook RAM 16GB

ส่วนอีกสเปกเป็น AMD Ryzen 7 4800H ราคา 29,990 บาท เหนือชั้นกว่าที่ได้หน้าจอเป็นทัชสกรีนด้วย สำหรับสเปกอื่นๆ เหมือนกันหมด พร้อมด้วยฟีเจอร์ ที่สำคัญสำหรับคนที่ใช้มือถือ Huawei ยังมีฟีเจอร์ Huawei Share ไว้ใช้งานโอนไฟล์ไปมา และขึ้นหน้าจอมือถือบน Huawei MateBook D14 ก็ยังได้อีกด้วย

ส่วนแรมก็ติดตั้งมาให้ขนาด 16GB DDR4 Bus 2666MHz ซึ่งพอเพียงกับการใช้งานพื้นฐานหรืองานหนักๆ แน่นอน ในส่วนของการ์ดจอออนชิปอย่าง Radeon 6 / Radeon 7 ที่ให้ประสิทธิภาพการทำงานรองรับ 2 มิติได้ดีเยี่ยม ส่วนทำงาน 3 มิติก็พอได้ รวมไปถึงเล่นเกมออนไลน์ได้สบายๆ แต่ก็ต้องปรับกราฟิกในไม่สูงจนเกินไป

Notebook RAM 16GB

สำหรับที่เก็บข้อมูลเป็นความเร็วสูงแบบ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB มาตรฐานการเชื่อมต่อ Wi-Fi 5 AC และ Bluetooth 5.0 รวมถึงติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 10 แท้ ที่สำคัญมีการติดตั้งช่วยให้เราเปิดเครื่องและล็อกอินเข้าใช้งานได้ทันที ทั้งปลอดภัย รวดเร็ว และใช้งานง่าย มาพร้อมการรับประกัน 2 ปี ตามมาตรฐานของ Huawei

แน่นอนว่าวัสดุตัวเครื่องของ Huawei MateBook 14 เลือกใช้เป็นอะลูมิเมียมอัลลอยด์ ซึ่งมีงานประกอบที่ยอดเยี่ยม ทนทานแน่นหนา ที่สำคัญยังเป็นแบบ Unibody นั่นก็คือแทบจะไร้รอยต่อ ประกอบด้วยกันเพียง 3 ชิ้นเท่านั้น ก็คือ ฝาหลัง ตัวเครื่องด้านใน และฝาล่างเท่านั้น ทั้งจากที่ดูด้วยตาเปล่าและการสัมผัส จากขั้นตอนขั้นรูปด้วยเครื่องจักร CNC

พร้อมพื้นผิวเป็นแบบลื่นไหลเรียบสุดๆ ด้วยวิธีการอโนไดซ์หลายขั้นตอน ทำให้ได้สัมผัสความเนียนอย่างที่สุด และเป็นรอยนิ้วมือได้ยากกว่าปกติ ที่สำคัญตัวเครื่องรอบๆ ได้มีการทำตัดขอบแบบ Daimond Cut บอกได้ถึงงานดีไซน์ที่ยกให้เป็นระดับโน๊ตบุ๊คพรีเมียมอย่างแต่มาในราคาที่แสนจะคุ้มค่า เมื่อเทียบกับรูปลักษณ์ สเปกภายใน และฟีเจอร์ต่างๆ ที่ได้

ASUS ZenBook 14 UM425IA ราคา 29,990 บาท

ASUS ZenBook 14 UM425IA เป็น Notebook RAM 16GB ดีไซน์บางเบารุ่นใหม่ล่าสุด สเปก AMD Ryzen 4000U มาพร้อมขนาดหน้าจอ 14 นิ้ว โดดเด่นด้วยความบางเฉียบสุดๆ เพียง 14 มม. และเบามากๆ ที่น้ำหนัก 1.22กก. เท่านั้น เรียกได้ว่ามีการปรับปรุงจากรุ่นก่อนทั้งหมด

แต่ยังมาพร้อมพอร์ทเชื่อมต่อครบครัน ได้แก่ HDMI, USB Type A, USB Type-C และ microSD card reader นำเสนอนวัตกรรมขอบจอบาง4 ด้าน ให้อัตราส่วนขนาดจอต่อตัวเครื่องที่ 90% พร้อมอายุการใช้งานแบตเตอรี่สูงสุด 22 ชม. พร้อมดีไซน์ใหม่ในสีเทา (Pine Grey) ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร

Notebook RAM 16GB

ชิปประมวลผลรุ่นล่าสุดอย่าง AMD 4000U series ซึ่งได้ Ryzen 7 4700U เป็นตัวเลือกที่แรงลื่น ได้หน่วยความจำแรมสูงสุดที่ 16GB DDR4 Bus 3200 MHz ส่วนที่เก็บข้อมูลเป็น SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB โดดเด่นด้วยการรับประกันแบบ 3 ปี On-site Service

รองรับการเชื่อมต่อไร้สาย Wi-Fi 6 (802.11ax) ติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home แท้ใช้งานได้ทันที และโปรแกรม Microsoft Office Home and Student 2019 ทำให้เราใช้งานเอกสาร Word / Excel / Power Point ได้ฟรีๆ ด้วย

โดย ASUS ZenBook 14 UM425IA วัสดุหลักเป็นอะลูมิเมียมเกรดสูงแบบ Unibody ที่ไร้รอยต่อ ผสานกับลวดลายการออกแบบอันเป็นแบบฉบับของ ZenBook ปี 2020 เพิ่มสีสันให้กับรายละเอียดแบบเนี๊ยบเฉียบตลอดทั้งตัวเครื่อง

Notebook RAM 16GB

ที่สำคัญตัวเครื่องก็ผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน MIL-STD-810G ระดับกองทัพสหรัฐฯ ที่มีการทดสอบในหลากหลายด้าน เช่น ทดสอบการตกหล่น ทดสอบการสั่นสะเทือน ทดสอบการทำงานในสภาวะอุณหภูมิต่าง ๆ ทำให้มั่นใจได้เลยว่าจะสามารถใช้งานว่าเครื่องนี้ได้ในแทบทุกสภาพแวดล้อมอย่างแน่นอน

อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่เข้ามาเสริมให้การทำงานเป็นไปได้อย่างเต็มประสิทธิภาพของ ASUS ZenBook 14 UM425IA ก็คือ บานพับ ErgoLift Hinge นั้นเวลาที่กางออกมาใช้งานในรูปแบบโน๊ตบุ๊คจะทำให้คีย์บอร์ดทำมุม 3 องศากับฐานตั้ง พร้อมกางจอได้สูงสุดที่ 140 องศา

จากการที่มีบานพับแบบพิเศษช่วยยกตัวเครื่องสูงขึ้นจากพื้น โดยขอบตัวเครื่องด้านหลังจะมียางรองพร้อมทำหน้าที่เป็นฐานรองด้านหลัง รวมไปถึงในการเข้าใช้งานก็สามรถทำได้ง่ายและปลอดภัยด้วยการสแกนใบหน้าผ่านทาง 3D IR Camera ที่ใช้งานร่วมกับ Windows Hello นั่นเอง

Lenovo Yoga Slim 7i Pro 14 ราคา 34,990 – 41,990 บาท

Lenovo Yoga Slim 7i Pro 14 เป็น Notebook RAM 16GB ที่ได้แพลตฟอร์ต Intel EVO พร้อมดีไซน์การออกแบบโดยรวมนั้นจะดูเล็กกว่าโน๊ตบุ๊คบางเบาหน้าจอ 14″ แบบสมัยก่อนอยู่พอสมควร เนื่องด้วยขอบจอที่บางกว่าปกติ ทำให้ตัวเครื่องดูเล็ก กะทัดรัด เหมาะกับการพกพา แต่ทั้งนี้ถึงแม้ว่าตัวเครื่องจะเล็กพอๆ กับโน๊ตบุ๊คจอ 13.3″

ส่งผลให้ Lenovo Yoga Slim 7i Pro 14 เป็นอีกหนึ่ง Ultrabook ปลายปี 2020 ที่ดูเล็กกระทัดที่สุด โดยมีน้ำหนักอยู่ที่ 1.4 ด้วยดีไซน์ออกมาได้ขอบหน้าจอบาง ส่วนของตัวเครื่องทั้งหมดจะใช้เป็นอะลูมิเนียมเป็นส่วนประกอบ ทำให้ได้ข้อดีมาก็คือทั้งความแข็งแรงและน้ำหนักที่เบา ส่งผลให้ภาพลักษณ์โดยรวมของตัวเครื่องดูหรูหราให้อารมณ์พรีเมียมสุดๆ

Notebook RAM 16GB

ตัวเครื่องมีการออกแบบโดยรวมให้ดูทันสมัยและเรียบง่าย โลโก้ Lenovo จะมีอยู่ 2 จุดเท่านั้น คือ มุมบนฝาหลังด้านซ้าย และมุมใต้หน้าจอด้านซ้ายเท่านั้น ที่มุมตัวเครื่องจะทำให้เป็นแบบโค้งมน แต่ว่าไม่ได้มนมากจนเกินไป ตามมาด้วยการใส่รายละเอียดในการทำให้ตัวเครื่องมีลักษณะงานประกอบทั้งหมดแทบจะเป็นชิ้นเดียวกัน

แบบ Unibody ส่งให้เวลาที่เราจับถือหรือใช้งานจะรู้สึกว่าแน่นหนา ซึ่งจากการใช้งานจริงพื้นผิวบางนี้เป็บรอยนิ้วมือค่อนข้างยาก ฉะนั้นหายห่วงเรื่องความสะอาดได้เลย หรือถ้าจะเช็ดก็ง่ายดาย โดดเด่นด้วยสีสันใหม่ไม่ซ้ำใครอย่าง Slate Grey ที่ให้ความหรูหราสมกับเป็นโน๊ตบุ๊คระดับสูงของ Lenovo 

Notebook RAM 16GB

สเปกของ Lenovo Yoga Slim 7i Pro 14 ใช้ชิปประมวลผลเป็น Intel Core i5-1135G7 / Core i7-1165G7 สถาปัตยกรรม Tiger Lake ที่เทคโนโลยีการผลิตที่ 10 นาโนเมตร Super Fin ซึ่งมี AI ช่วยประมวลผลในตัว ได้การ์ดจออนชิปตัวแรงอย่าง Iris Xe Graphic ส่วนการ์ดจอแยกติดตั้งเป็นรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง NVIDIA GeForce MX450 อีกด้วย

ด้านแรมก็ติดตั้งมาให้ขนาด 16GB LPDDR4X Bus 3733MHz และที่เก็บข้มูลแบบ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB – 1TB ที่ทั้งมีพื้นที่เยอะและลื่นไหล เพียงพอกับการใช้งาน มาพร้อม Windows 10 และซอฟต์แวร์จากทาง Lenovo Vantage ที่ช่วยในการจัดการปรับแต่ง

อีกส่วนที่น่าสนใจก็คือหน้าจอ โดย Lenovo Yoga Slim 7i Pro 14 ใช้หน้าจอขนาด 14″ ความละเอียดระดับ 2.2K ที่ 2240 x 1400 พิก้ซล อัตราส่วน 16:9 ขอบจอบางเฉียบ พาเนลจอแบบ IPS เกรดสูง ที่ให้มุมมองกว้างถึง 178 องศา  พอร์ตเชื่อมต่อมี Thunderbolt 4 เป็นมาตรฐาน พร้อม Wi-Fi 6 AX (2 x 2) นอกจากนี้ยังมี 3D IR Camera

สำหรับใช้งานร่วมกับฟังก์ชัน Windows Hello ของ Windows 10 เพื่อล็อกอินโดยใช้การสแกนใบหน้า สำหรับประกันเป็น 3 ปี On-site Service ที่ทุกคนมั่นใจ ปิดท้ายเรื่องความคุ้มค่าพร้อมใช้งานทันทีด้วยโปรแกรม Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,299 บาท) ด้วย

Acer Swift 5 (SF514-55) ราคา 33,990 – 41,990 บาท

Acer Swift 5 (SF514-55) เป็นหนึ่งใน Notebook RAM 16GB ที่จัดว่าเป็นโน๊ตบุ๊คสายบางเบาระดับพรีเมียมรุ่นล่าสุด ที่มีนวัตกรรมใหม่ๆ มากมาย อาทิ ฟีเจอร์ป้องกันแบคทีเรียล้ำๆ ที่หน้าจอและทัชแพด โดยสเปกใช้ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 สถาปัตยกรรม Tiger Lake-U เทคโนโลยีการผลิตที่ 10 nm+ มี AI ช่วยประมวลผลการทำงาน

แบ่งเป็นสเปกอย่าง Core i5-1135G7 / Core i7-1165G7 ซึ่งแรงกว่ารุ่นก่อนๆ หลายเท่าตัว ที่มี Intel Xe Graphics การ์ดจอออนชิปรุ่นใหม่ตัวแรง ในส่วนรายละเอียดอื่นๆ ก็ยังมาพร้อมกับ Wi-Fi 6 AX (GIG+) แบบ Dual-band และ Bluetooth 5.0 และ USB ได้มาตรฐานเป็น 3.2 Gen 2 อีกทั้งได้ได้การเชื่อมต่อที่ดีที่สุดอย่าง Thunderbolt 4 อีกด้วย 

Swift%205%2055TA%20Green c

Acer Swift 5 (SF514-55) มาพร้อมหน้าจอ 14″ แบบทัชสกรีน ความละเอียด Full HD ใช้พาเนลเป็น IPS เกรดสูง sRGB 100% โดยมีน้ำหนักเพียง 970 กรัมเท่านั้น ส่วนสเปกอื่นๆ ก็ครบครันทั้งแรมขนาด 16GB มาตรฐาน LPDDR4X และ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB – 1TB ที่แรงลื่นใช้งานได้ทันที ไม่ต้องกังวลเรื่องการอัปเกรด

รองรับการทำงานที่เต็มที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นงานเอกสาร ความบันเทิง หรืองานประมวลผลหนักๆ ก็ทำได้ยอดเยี่ยมเหมาะกับคนทำงาน นักเรียน นักศึกษา ที่ต้องการโน๊ตบุ๊คที่เบาที่สุด โดยมีทั้งรุ่นการ์ดจอออนชิปและการ์ดจอแยกให้เลือก แน่นอนว่ายังมี Fingerprint ติดตั้งมาให้ใช้งานร่วมกับ Windows Hello ให้พร้อมเข้าใช้งาน

Swift%205%2055TA%20Green bk

สำหรับตัวเครื่อง Acer Swift 5 (SF514-55) ทำจากแมกนีเซียมลิเธียมและแมกนีเซียมอลูมิเนียมคุณภาพสูง ตัวเครื่องบางเบาพกพาสะดวกด้วยน้ำหนักที่น้อยกว่า 1 กก. ขนาดบางเฉียบ 14.95 มม. ได้ดีไซน์ขอบจอบางเฉียบ Screen-to-Body น่าประทับใจสูงสุด 90% ส่งผลให้ตัวเครื่องมีความเล็กกระชับมากๆ

แบตเตอรี่ใช้งานยาวนานสามารถชาร์ตได้อย่างรวดเร็ว สามารถใช้งานได้ถึง 4 ชั่วโมงในการชาร์ต 30 นาที หรือถ้าชาร์จแบตเตอรี่เต็มๆ 100% ก็จะสามารถใช้งานได้ 17 ชั่วโมง พร้อมเพิ่มสีสันให้เลือกอีก 2 สี Mist Green และ Safari Gold ที่ส่งเสริมภาพลักษณ์ที่โดดเด่นและแตกต่าง

Acer Swift 5 (SF514-55) ได้ในส่วนของประกัน 3 ปี (On-site Service ในปีแรก) พร้อมส่งศูนย์ซ่อมด้วยใน 3 ชั่วโมงด้วย แน่นอน สำคัญได้โปรแกรม Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,290 บาท) ไปพร้อมใช้งานอีกด้วย  ยังไงคนไหนมองหาโน๊ตบุ๊คบางเบาที่ได้สเปกแรงๆ ลองดูเป็น Acer Swift 5 (SF514-55) รุ่นนี้ได้เลย 

from:https://notebookspec.com/web/552086-recommend-notebook-ram-16gb-screen-14-i

Notebook 2020 แนะนำ 5 รุ่นใหม่ ดีไซน์บางเบา สเปก Core i / Ryzen จอ 13.3″ – 14″ เบาสุดๆ ที่ 747 กรัม ราคา 1x,xxx – 3x,xxx บาท

Notebook 2020 รุ่นใหม่ๆ เน้นความบางเบา มีให้เลือกหลายรุ่นจริงๆ จากการมาของสเปกชิปประมวลผล AMD Ryzen และ Intel Core i รุ่นใหม่ ถือว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากๆ จากการที่พัฒนายิ่งขึ้น ส่งผลให้มีความแรงที่มากกว่าขึ้น ความร้อนที่น้อยลง แบตเตอรี่ยาวนานกว่า ได้ความสดใหม่อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนเลย เรียกได้ว่าประสิทธิภาพงานประมวลผลแรงเทียบเท่าฝั่ง Gaming Notebook เลยก็ว่าได้

Notebook 2020 มีให้เลือกซื้อ หลากหลายหน้าจอหลากหลายสเปกด้วยกัน ซึ่งต้องยอมรับว่าถ้าอยากได้ Notebook เพื่อเน้นไปทำงานแบบจริงจัง ความบางเบาและวัสดุนั้นเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้กับสเปกเลยทีเดียว ซึ่งขนาดหน้าจอที่ได้รับความนิยมสูงสุดก็จะเป็น 13.3″ – 14″ ที่ต้องบอกว่ามีขนาดมิติตัวเครื่องที่เล็กกำลังดี พกพาไปไหนมาไหนสะดวก

ASUS ZenBook 14 UX425 Core i Gen 11 Review 10

และที่สำคัญคือแบตเตอรี่ต้องใช้งานได้ยาวนานกว่า Notebook ทั่วไป กรณีที่เรานำไปใช้งานนอกสถานที่ตลอดทั้งวัน ซึ่งได้ฟีเจอร์อื่นๆ อย่าง USB PD / Thunderbolt (สเปก Intel Core i บางรุ่น) รวมไปถึงในบางรุ่นยังได้โปรแกรม Microsot Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,299 บาท) ฟรีๆ ด้วย ก็จะดีเยี่ยมมากๆ อีกทั้งมีฟีเจอร์ที่ล้ำหน้าต่างๆ มากมาย อย่างการที่มี AI ช่วยประมวลผลหลายๆ ส่วน 

โดยในบทความนี้เราจะมาแนะนำ Notebook 2020 แนะนำ 5 รุ่นใหม่ ดีไซน์บางเบา สเปก Core i / Ryzen จอ 13.3″ – 14″ พาเนล IPS ที่ความละเอียด FHD – QHD น้ำหนักเบาสุดๆ ที่ 747 กรัม ราคาเพียง 1x,Xxx – 3x,Xxx บาท ประกันดีที่สุดเป็น 2 – 3 ปี On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน จะมีรุ่นไหน ไปชมกันต่อเลย

Fujitsu LifeBook UH X Review 8

 

MSI Modern 14 ราคา 19,990 – 23,590 บาท

MSI Modern 14 เป็น Notebook 2020 สายทำงานรุ่นใหม่หน้าจอ 14″ ตัวแรงลื่น สีดำ Onyx Black เคลือบพื้นผิวด้วยเทคโนโลยี Sandblasting พ่นเนื้อทรายละเอียด ให้สัมผัสที่เรียบเนียน โดยมาพร้อมกับประสิทธิภาพจากชิปประมวลผล AMD Ryzen 4000U รุ่นล่าสุดอย่าง Ryzen 4500U / Ryzen 7 4700U ผสานการทำงานร่วมกับการ์ดจอออนชิป Radeon 6 / 7

ที่สำคัญคือตัวเครื่องมีความพรีเมียมและบางเบาอย่างที่สุด มีน้ำหนักเพียง 1.3 กิโลกรัมเท่านั้น ในส่วนของสเปกแรมได้มาขนาด 8GB DDR4 Bus 3200MHz และ SSD M.2 NVMe PCIe ที่ 512GB จัดเต็ม ส่งให้มีประสิทธิภาพในการทำงานที่ทรงพลังอย่างที่สุด สนับสนุนทั้งทำงานและเล่นเกมที่เหนือชั้นกว่าโน๊ตบุ๊คบางเบารุ่นอื่นๆ

มิติตัวเครื่องมีความเล็กกระชับกับขอบหน้าจอที่บางลงอย่างเห็นได้ชัดที่ 5.6 มิลลิเมตร ทั้งด้านซ้ายขวาและขอบบน รวมถึงยังได้มาตรฐาน Military Grade มีความทนทานในการใช้งานเป็นพิเศษมากกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วๆไป ในเรื่องของการทน ฝุ่น ละอองน้ำ และการกระแทก ในส่วนของแบตเตอรี่ก็ใช้งานได้ยาวนานกว่า 10 ชั่วโมง

Modern%2014%20B4MW f

สำหรับ MSI Modern 14 ได้หน้าจอแสดงผลพาเนล IPS มาตรฐานความละเอียด Full HD ที่จะช่วยให้เหล่าครีเอเตอร์ได้เติมเต็มประสบการณ์ในด้านการสร้างสรรค์ผลงานได้มากยิ่งขึ้น บางเฉียบโดยมีพื้นที่แสดงผลกว่า 90% จอเป็นแบบด้านที่ให้เรื่องสีสันสดใส รองรับใช้การดูภาพ ดูวิดีโอ และเล่นเกมก็ทำได้อย่างเป็นอย่างดี

ส่วนบานพับก็แข็งแรงกว่ารุ่นก่อนๆ พร้อมกางได้ 180 องศา ทำให้นำเสนองานได้อย่างเต็มที่และง่ายขึ้นกว่าเดิม อีกทั้งได้ฟีเจอร์อื่นๆ ที่ครบครันตามสไตล์ของ MSI ที่จัดเต็ม ไม่เกรงใจใคร ในราคาเพียง 19,900 บาทเท่านั้น จัดว่าเป็นโน๊ตบุ๊ค Ryzen 4000U หน้าจอขนาด 14″ ที่น่าสนใจมากๆ ทีเดียว

สเปกที่จัดเต็มตอบโจทย์การใช้งานแบบสุดๆ ที่สำคัญยังเป็นมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายก็ครบครันด้วย Wi-Fi 5 AC และ Bluetooth 5.0 เป็นมาตรฐานอีกด้วยพร้อมซอฟต์แวร์ Creator Center ช่วยปรับแต่งการทำงาน พร้อมการรับประกัน 2 ปี ตามมาตรฐานของ MSI

Modern%2014%20B4MW bo

ส่วนความบางตัวเครื่องอยู่ที่ 15.9 มิลลิเมตรเท่านั้น ถือว่า MSI นำเสนอโน๊ตบุ๊คที่ทั้งเบามากๆ แถมยังบางสุดๆ ท้าชนกับแบรนด์อื่นๆ ได้อย่างสบายๆ เลยครับ สำหรับการเปิดปิดฝาของหน้าจอก็ทำได้ง่ายเพราะขอบตัวเครื่องด้านหน้าได้มีการเว้นร่องเว้าเอาไว้สวยงาม พร้อม Ergonomics View Design ช่วยยกตัวเครื่องให้สูงขึ้น

ส่งมวลลมเย็นถูกดูดเข้าช่องลมขนาดใหญ่ได้มากขึ้นส่งผลให้มีประสิทธิภาพในการระบายความร้อนที่ดี ที่ช่วยยกตัวให้สูงขึ้นจากพื้นที่ 5 องศา ส่งผลให้พัดลมสามารถดูดลมเย็นเข้าไปได้ง่ายยิ่งขึ้น ซึ่งการเอียงของตัวเครื่องเล็กน้อยนั้น ก็ทำให้พิมพ์สัมผัสได้ถนัดมือยิ่งขึ้นไปอีกนั่นเอง

ASUS ZenBook 14 UX425 ราคา 27,900 บาท

ASUS ZenBook 14 UX425 เป็น Notebook 2020 รุ่นใหม่ สเปก Intel Core i Gen 11 สายทำงานบางเบารุ่นใหม่ล่าสุด มาพร้อมขนาดหน้าจอ 14″ โดดเด่นด้วยความบางเฉียบสุดๆ เพียง 13.9 มม. และเบามากๆ ที่น้ำหนัก 1.17 กก. เท่านั้น เรียกได้ว่ามีการปรับปรุงจากรุ่นก่อนทั้งหมด โดยมาพร้อมพอร์ทเชื่อมต่อครบครัน โดดเด่นด้วยการเชื่อมต่อไร้สาย Wi-Fi 6 AX และ Thunderbolt 4 ที่เป็นพอร์ตที่ดีที่สุด 2 พอร์ต

อีกทั้งนำเสนอนวัตกรรมขอบจอบาง 4 ด้าน ให้อัตราส่วนขนาดจอต่อตัวเครื่องที่ 90% พร้อมอายุการใช้งานแบตเตอรี่สูงสุด 20 ชม. พร้อมดีไซน์ใหม่ในสีเทา อย่าง Pine Grey ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร ได้เทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนขั้นสูง (AI Noise Cancelation) สำหรับการทำงานระยะไกลและการประชุมวีดีโอ โดยแยกเสียงรบกวนที่ไม่ต้องการออกจากเสียงพูดซึ่งสามารถกรองและแยกเสียงรบกวนรอบข้าง ดีที่สุด

zenbook%2014%20ux425 bk

อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่เข้ามาเสริมให้การทำงานเป็นไปได้อย่างเต็มประสิทธิภาพของ ASUS ZenBook 14 UX425 ก็คือ บานพับ ErgoLift Hinge นั้นเวลาที่กางออกมาใช้งานในรูปแบบโน๊ตบุ๊คจะทำให้คีย์บอร์ดทำมุม 2.5 องศากับฐานตั้ง พร้อมกางจอได้สูงสุดที่ 150 องศา จากการที่มีบานพับแบบพิเศษช่วยยกตัวเครื่องสูงขึ้จากพื้น โดยขอบตัวเครื่องด้านหลังจะมียางรองพร้อมทำหน้าที่เป็นฐานรองด้านหลัง

สเปกชิปประมวลผลรุ่นล่าสุดอย่าง Intel Core i Gen 11 Tiger Lake ซึ่งในตอนนี้มีสเปกเดียวคือ Intel Core i5-1135G7 ที่มี AI ช่วยประมวลผล พร้อมการ์ดจอออนชิปใหม่ Intel Iris Xe Graphics ได้หน่วยความจำแรมสูงสุดที่ 8GB LPDDR4X Bus 3200 MHz ส่วนที่เก็บข้อมูลเป็น SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB หน้าจอเป็นความละเอียด Full HD พาเนลเกรดสูง IPS สีสันสวยงามมุมมองกว้าง 

zenbook%2014%20ux425 l

ติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home แท้ใช้งานได้ทันที และโปรแกรม Microsoft Office Home and Student 2019 ทำให้เราใช้งานเอกสาร Word / Excel / Power Point ได้ฟรีๆ ด้วย สนนราคาเพียง 27,990 บาท ได้การรับประกัน 3 ปี On-site Service และประกันอุบัติเหตุ Perfect Warranty ในปีแรกมาให้อีกด้วย แต่ตัวเครื่องเองก็ผ่านการทดสอบเรื่องความทนทานระดับ US MIL-STD 810G military-grade standard มาอยู่แล้ว 

ส่วนที่เป็นไฮไลท์ก็คือ ASUS ZenBook 14 UX425 มีแผงปุ่มตัวเลขที่ซ่อนอยู่ในทัชแพดครับ โดยใช้ชื่อเรียกว่า NumberPad 2.0 ซึ่งสามารถเปิดใช้งานได้ด้วยการแตะไอคอนตรงมุมขวาบนของทัชแพดค้างไว้ 1 วินาที เส้นไฟสำหรับแบ่งพื้นที่ของแต่ละปุ่มก็จะปรากฏขึ้นมาให้ใช้งานเป็น Numpad ได้ทันที ซึ่งแม้ว่าจะมีปุ่มขึ้นมาแล้ว ผู้ใช้ก็ยังสามารถใช้ทัชแพดในการเลื่อนเคอร์เซอร์ได้อยู่ แต่หากมีการจิ้มลงบนพื้นที่ของแต่ละปุ่มเพื่อคลิกซ้าย ก็จะเปรียบเสมือนการกดปุ่มตัวเลขด้วย

HP ENVY 13 ราคา 33,900 – 40,900 บาท

HP ENVY 13 จัดว่าเป็น Notebook 2020 สเปกชิปประมวล Intel Core i Gen 11 ที่แรงลื่นล้ำกว่ารุ่นก่อนๆ มาก ถือว่าเป็น Notebook บางเบาขนาดหน้าจอ 13.3″ ที่ได้ความบางเบาหรูหราพรีเมียม ฟีเจอร์ครบครัน กับค่าตัวที่ไม่แพงเลย รองรับการใช้งานต่างๆ ได้ลื่นไหลสุดๆ ในราคา 33,900 – 40,900 บาท ได้ประกัน 3 ปี On-site Service และบริการหลังการขาย HP SmartFriend ที่เยี่ยมยอด

สำหรับ HP ENVY 13 แบ่งออกเป็น 2 รุ่นคือ ชิปประมวลผล Core i5-1135G7 / Core i7-1165G7 ได้หน่วยความจำแรมขนาด 8GB Bus 3200MHz และที่เก็บข้อมูลเป็น SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB พร้อมกับระบบปฏิบัติการ Windows 10 แท้ใช้งานได้ทันที โดยตัวเครื่อเบาเพียง 1.17 กิโลกรัมเท่านั้น ตอบโจทย์การพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้ลงตัวที่สุด

 

ENVY%2013%20ba bk

อีกทั้งยังได้ซอฟต์แวร์การทำงาน Office Home & Student 2019 (Word / Excel / Power Point) มูลค่า 4,299 บาทฟรีๆ ด้วย ซึ่งมีฟีเจอร์อื่นๆ ที่น่าสนใจมากมาย อาทิ FringerPrint / HP Sure View ติดตั้งไว้ที่ปุ่ม F1 เรียกได้ว่าเป็น Notebook ปี 2020 ที่น่าซื้อมากๆ รุ่นหนึ่งทีเดียว

HP ENVY 13 ปี 2020 เป็น Notebook ขนาดหน้าจอ 13.3″ มาพร้อมกับดีไซน์พรีเมียม หรูหรา เกินราคาค่าตัวไปมาก เห็นแล้วต้องอิจฉาตามชื่อ เรียกได้ว่าเทียบเท่ากับโน๊ตบุ๊คระดับไฮเอนด์ที่มีราคาหลายหมื่นบาทอย่าง SPECPTRE ซึ่ง HP ตั้งใจที่จะออกมาให้เป็นแบบนั้นจริงๆ

สังเกตได้จากโลโก้ HP ที่เป็นตัวอักษรแบบที่ใช้งานในซีรีส์ที่สูงกว่าพวก Pavilion งานประกอบก็ถือว่าแข็งแรงสอบผ่านได้สบายๆ เรียกได้ว่าสาวๆ หนุ่มๆ หลายคนเห็นแล้วคงชอบอยากได้เครื่องนี้ไว้ทำงานแน่นอน  ได้ขอบหน้าจอที่บางเฉียบทำให้ตัวเครื่องเทียบเท่ารุ่น 12.5″ รุ่นก่อนๆ อีกทั้งยังสามารถใช้งานแบตเตอรี่ได้ยาวนานโน๊ตบุ๊คทั่วไปด้วย

 

ENVY%2013%20ba l

โดยวัสดุที่ทาง HP เลือกใช้ประกอบตัวเครื่องทั้งหมดเป็นอะลูมิเนียมที่ตัดผ่านกระบวนการ CNC ทั้งหมด ดีไซน์แบบมินิมอลและพื้นผิวเรียบเนียนตลอดทั้งตัวเครื่องพร้อมกับโลโก้ HP ที่เป็นสีเงินเงางามบริเวณกลางฝาหลัง ตัวคีย์บอร์ดยังมีไฟ LED Backlit สีขาวมาให้ด้วย ที่สำคัญตัวเครื่องยังบางเฉียบ พกพาได้สะดวก และขาดไม่ได้เลยสำหรับสแกนลายนิ้วมือผ่านทาง Windows Hello ที่ถูกย้ายเข้ามาแทนที่ปุ่ม Crtl นั่นเอง

Lenovo Yoga Slim 7i Carbon ราคา 34,990 – 42,990 บาท

Lenovo Yoga Slim 7i Carbon คือ Notebook 2020 ซึ่งเป็นไฮไลท์สำคัญของไลน์ผลิตภัณฑ์ Yoga มีความโดดเด่นทั้งด้านดีไซน์ที่สวยงามและความแข็งแกร่ง ให้ความคล่องตัวในการใช้งานด้วยน้ำหนักที่เบาเพียง 966 กรัมบนหน้าจอขนาด 13.3 นิ้วแบบ 16:10  และบางเพียงแค่ 14.25 มิลลิเมตร ให้ความเหมาะมือจึงสามารถพกพาไปได้ในทุกที่

ตัวเครื่องที่สวยงามเรียบหรูนี้มาพร้อมกับความทนทานด้วยวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์สีขาว Moon White ซึ่งผ่านการทดสอบ 9 อย่างโดยทีมวิศวกรของเลอโนโวถึงความทนทานเทียบได้กับมาตรฐานในระดับ MIL-STD-810Gซึ่งนอกเหนือจากคุณภาพและวัสดุระดับพรีเมียมที่ถูกนำมาใช้ประกอบตัวเครื่องแล้ว กรรมวิธีการผลิตดังกล่าวช่วยลดน้ำหนักวัสดุตัวเครื่องลงไปได้ถึง 47% และเพิ่มความทนทานขึ้นอีก 25% เมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ Yoga รุ่นก่อนหน้า

Lenovo Yoga Slim 7i Carbon 2

สเปกชิปประมวลผลใหม่ล่าสุด Intel Core i Gen 11 จึงให้การทำงานที่เร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เทคโนโลยีกราฟฟิก Intel Iris Xe ช่วยให้เครื่องแสดงผลเร็วขึ้น 3 เท่า และสามารถจัดการความร้อนได้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม ผ่านการเชื่อมต่อ Wi-Fi 6 และการส่งถ่ายข้อมูลผ่านพอร์ต Thunderbolt 4 ที่มีมาให้ถึง 2 พอร์ต

ความจุแบตเตอรี่สูงถึง 50 วัตต์ ทำให้ Lenovo Yoga Slim 7i Carbon รองรับการเล่นวีดีโอต่อเนื่องได้นานถึง 15 ชั่วโมง หรือใช้ทำงานทั่วไปได้นานถึง 13 ชั่วโมง อีกทั้งยังมาพร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็วอย่าง Rapid Charge Boost ให้ประสิทธิภาพแบตเตอรี่สำหรับใช้งานเพียงพอถึง 2 ชั่วโมงต่อการชาร์จ 15 นาที 

lenovo laptop yoga slim 7i carbon feature 2

หน้าจอความละเอียดแบบ 2560×1600 Quad HD รองรับการแสดงผลกว่า 4 ล้านพิกเซล และความสว่างขนาด 300 nit ช่วยให้ทุกตัวหนังสือและทุกภาพคมชัดแม้ใช้งานกลางแจ้ง ค่าสีแสดงผลแบบ 100% sRGB colour gamut และรองรับ Dolby Vision HDR ให้สีสันสวยงามสมจริงไม่ว่าคุณจะใช้งานเครื่องเพื่อสร้างหรือดูคอนเทนต์ต่างๆ

ถนอมสายตาด้วยเทคโนโลยีที่ได้รับการรองรับสิทธิบัตร TÜV Rheinland Eye Comfort Certified  ว่าสามารถช่วยลดการเมื่อยล้าของตา ในขณะที่ดื่มด่ำไปกับคุณภาพเสียงจากลำโพง 2x2W Dolby Atmos  ให้อรรถรสการฟังในแบบ 3 มิติ พร้อมมีเทคโนโลยีการจัดการเครื่องอย่าง Lenovo Q-Control ที่ใช้เทคโนโลยีระบายความร้อน  Lenovo Intelligent Thermal System 4.0 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและจัดการพลังแบตเตอรี่

Fujitsu LifeBook UH-X 39,990 – 46,990 บาท

Fujitsu LifeBook UH-X เรียกได้ว่าเป็นการกลับมาของ Notebook 2020 ประเภทพกพาบางเบาอย่างน่าสนใจ จากที่ผ่านมาทาง Fujitsu ได้นำเสนอโน้ตบุ๊คสายพันธ์ญี่ปุ่น Made in Japan เน้นใช้งานแบบพกพาไปทำงานนอกสถานที่มาตลอดยาวนานหลายปี ทั้งด้วยสเปคประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยมน่าเชื่อถือแบบมืออาชีพ พร้อมความสเถียรภาพที่สูงกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไปแบบชัดเจน

ล่าสุดด้วยการมาของ Fujitsu LifeBook UH-X จัดเป็นโน๊ตบุ๊คหน้าจอ 13.3″ ที่เบาสุด แค่ 747 กรัมเท่านั้น กรณีที่เราจับชั่งน้ำหนักจริงๆ ส่วนตามสเปกจะเป็น 778 กรัม จัดว่าเป็นโน๊ตบุ๊คสายทำงานมืออาชีพที่เบาที่สุดของโลก อีกทั้งแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานสูงสุดตลอดทั้งวัน ประกันก็ดีเยี่ยมเพราะเป็นแบบ On-site Service ระยะเวลา 2 ปี สนนราคา 39,990 – 46,990 บาท

Fujitsu UH X main

สเปกของ Fujitsu LifeBook UH-X จะถูกแบ่งด้วยกันเป็น 2 รุ่น 2 สเปก หลักๆ คือ Core i5-10210U / Core i7-10510U ซึ่งแน่นอนว่าให้ทั้งความแรงและใช้งานได้ยาวนาน เป็นสถาปัตยกรรม Intel Core i Gen 10 (Comet Lake) ที่เป็นเทคโนโลยีการผลิตที่ 14 นาโนเมตร ในส่วนของการ์ดจอเป็นออนชิป Intel UHD Graphics 620 ที่เพียงพอกับใช้งานพื้นฐานแน่นอน ทั้งงาน 2 มิติ 3 มิติ อาทิ งานเอกสาร งานตกแต่งภาพ หรือดูหนังฟังเพลง เล่นเกมออนไลน์เบาๆ ความบันเทิงต่างๆ 

โดยมาพร้อมขนาดหน้าจอ 13.3″แบบด้าน ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล พาเนลคุณภาพสูงอย่าง IPS ซึ่งให้สีสันที่สวยสมจริง ที่ sRGB ใกล้เคียง 100% ที่ความสว่าง 400 nits แรมก็ติดตั้งมาให้ขนาด 16GB LDDR3 Bus 2133MHz ซึ่งรองรับกับการใช้งานทั่วไปได้สบาย สำหรับฮาร์ดดิสก์เป็นแบบ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB / 1TB

uh feature 04 02

ที่สำคัญยังเป็นมาตรฐานการเชื่อมต่อ Wi-Fi 6 AX และ Bluetooth 5.0 ด้วย นอกจากนี้ Fujitsu LifeBook UH-X ในส่วนของกล้องด้านหน้ารองรับการใช้งาน VDO Call อีกทั้งมี IR Camera ที่ใช้งานร่วมกับ Windows Hello รวมถึงติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home ลิขสิทธิ์แท้

ดีไซน์ตัวเครื่องบางของ Fujitsu LifeBook UH-X บางเพียง 15.5 มม. แต่พอร์ตเชื่อมต่อครบที่สุด โดยใช้วัสดุแมกนีเซียมอัลลอยด์ที่เป็นโลหะที่ได้ทั้งความเบาแต่แข็งแรงทนทาน มาพร้อมชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10 ซึ่งแรงลื่นรองรับทุกๆ การใช้งาน ซึ่งเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับนักธุรกิจหรือคนที่ต้องการสุดยอดโน๊ตบุ๊ค 13.3″ ประสิทธิภาพสูงคู่ใจในการทำงานจริงจัง หรือ Commercial ที่ต้องการความน่าเชื่อถือสูงสุด 

 

from:https://notebookspec.com/web/549376-notebook-2020-5-model-core-i-ryzen-747g

Notebook 2020 แนะนำ 6 รุ่นใหม่ Intel Core i Gen 11 เน้นพกพาบางเบา การ์ดจอตัวแรง มี AI ในตัว ช่วยทำงานลื่นไหลกว่าเดิม เริ่ม 22,900 บาท

Notebook 2020 สเปกชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 (Tiger Lake) ใช้เทคโนโลยีการผลิตที่แบบ 10 นาโนเมตรเหมือนชิปประมวลผลของ Intel ในรุ่น Core i Gen 10 (Ice Lake) แต่ต่างกันตรงที่การผลิตจะใช้สถาปัตยกรรมใหม่อย่าง Willow Core ซึ่งเป็นการผลิตชิปประมวลผลแบบ 10 nm ด้วย SuperFin Design ซึ่งลดการใช้พลังงานให้น้อยลงแต่ดึงศักยภาพโดยรวมของชิปประมวลผลให้เพิ่มมากขึ้น

Acer Swift 3x Core i5 1135G7 Review 31

อีกทั้งด้านกราฟิกได้อัพเกรดการ์ดจอออนชิปเป็น Intel Iris Xe รุ่นใหม่ซึ่งจะมีประสิทธิภาพในการทำงานที่ดีขึ้นกว่าเดิมถึง 2 – 3 เท่า โดยทาง Intel ยืนยันว่านี่จะเป็นการเปิดยุคสมัยใหม่ของคอมพิวเตอร์พกพาขนาดเล็กให้สามารถทำงานทุกอย่างได้ครบถ้วนทั้งการตัดต่อ การเล่นเน็ต ไปจนถึงการดูหนังฟังเพลงและเล่นเกม จบครบในเครื่องเดียว อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน 

รวมไปถึงการที่ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 มี AI ในตัว ทำให้รองรับซอฟต์แวร์หลายตัวที่สนับสนุนงาน AI อย่าง อาทิ Microsoft Office : Word / Excel / Power Point หรือ Adobe อย่าง Photoshop / Lightroom / Premiere Pro ทำให้รวดเร็วพวกสเปก Core i Gen 10H ซึ่งเป็น Gaming เครื่องหนาๆ หนักๆ เสียอีกในบางกรณีของการทำงาน อีกทั้งยังได้มาตรฐานการเชื่อมต่อ Wi-Fi 6 AX และ Thunderbolt 4 อีกด้วย 

Lenovo YOGA Core i Gen 11 42

ซึ่งในบทความนี้เราจะมาแนะนำ Notebook 2020 จำนวน 6 รุ่นใหม่ Intel Core i Gen 11 มี AI ในตัว ช่วยทำงานลื่นไหลกว่าเดิม เน้นพกพาบางเบาด้วยหน้าจอ 13.3″ – 14″ พาเนล IPS การ์ดจอตัวแรงทั้ง Intel Iris Xe / Iris XMax หรือบางรุ่นได้การ์ดจอแยกเป็น NVIDIA GeForce MX350 / MX450 พร้อมแรม 8GB และ SSD 512GB เป็นมาตรฐาน กับราคาเริ่ม 22,900 บาท จะมีรุ่นอะไรบ้างนั้นไปชมกันต่อเลย

ASUS VivoBook 14 S413 ราคา 22,900 – 26,900 บาท

ASUS VivoBook 14 S413 เป็น Notebook 2020 รุ่นใหม่ใช้ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 สถาปัตยกรรม “Tiger Lake” สถาปัตยกรรมขนาด 10nm SuperFin Willow Cove ที่แรงลื่นทรงพลังยิ่งกว่าชิปประมวลผลรุ่นก่อนๆ พร้อมมี AI เข้าช่วยไปอีกขั้น ทั้งทำงานและความบันเทิงดีขึ้น ดีไซน์สวยด้วยหน้าจอ 14″ IPS Full HD

มีความบาง 17.9 ม.ม. และเบาเพียง 1.4 ก.ก. วัสดุเป็นโลหะอลูมิเนียมตลอดทั้งตัวเครื่อง ให้ความพรีเมียมดูดีเกินราคา เจาะตลาดนักเรียนนักศึกษา รวมไปถึงคนวัยทำงานที่ยังหนุ่มสาวเป็นหลัก สมกับเป็นโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่สายทำงานและไลฟ์สไตล์

VivoBook%2014%20S413FQ%20Black bo

สำหรับ ASUS VivoBook 14 S413 เครื่องนี้ได้รับการออกแบบที่เหมือนกับรุ่นสเปก Core i Gen 10 ซึ่งแม้จะเป็นโน๊ตบุ๊คสายทำงานที่เน้นการพกพาไปใช้งานนอกสถานที่แล้ว สเปคเน้นประสิทธิภาพที่มากว่า มาพร้อมกับความแตกต่างและสีสันไม่ซ้ำใครแน่นอน โดดเด่นด้วยสีสัยหลากหลายและได้ปุ่ม Enter key ไฮไลท์สีเหลือง

โดยหลักๆ แล้วประกอบไปด้วยสเปก Core i5-1135G7 / Core i7-1165G7 การ์ดจออนชิปเป็น Intel Iris Xe ประสิทธิภาพดีขึ้นไปอีก หรือรุ่นการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce MX350 ก็มีเป็นตัวเลือก ได้แรมขนาด 8GB และ SSD 512GB มี Windows 10 แท้ ส่วนประกันเป็นประกัน 2 ปี + ประกันอุบัติเหตุ 1 ปีตามมาตรฐานของ ASUS

VivoBook%2014%20S413FQ%20Black r

บางงานทำได้ดีกว่า Gaming Notebook เจากการที่ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 ซึ่งมี AI ทำงานร่วมกับเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด AIPT (ASUS Intelligent Performance Technology) ให้ประสิทธิภาพในการประมวลผลที่ดีขึ้นมากกว่า 70% เมื่อเทียบกับเจนเนอเรชั่นก่อนหน้า และกราฟิกการ์ดรุ่นใหม่ Intel Iris Xeมอบประสิทธิภาพสูงสุดในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นการเล่นไฟล์วิดีโอความละเอียดสูงระดับ 8K หรือการตัดไฟล์วิดีโอที่ลื่นไหลยิ่งขึ้นพร้อมพอร์ทเชื่อมต่อที่ครบครันก็ทำได้เยี่ยมยอดด้วย

นอกจากนี้ในส่วนของกล้องด้านหน้าและไมโครโฟนรองรับการใช้งาน VDO Call ตามมาตรฐาน มีพอร์ตมาตรฐานซึ่งมาให้ครบทั้ง Thunderbolt (USB 3.2 Type-C), USB 3.2 Type-A, HDMI สำหรับเชื่อมต่อจอภายนอก แน่นอนว่าได้ระบบปฏิบัติการ Windows 10 แท้ และโปรแกรม Office Home and Student 2019 (Word / Excel / Power Point) มูลค่ากว่า 4,299 บาท ใช้งานติดเครื่องไปเลยฟรีๆ ด้วย

MSI Modern 14 ราคา 24,900 บาท

MSI Modern 14 เป็น Notebook 2020 หน้าจอ 14″ ตัวแรงลื่นราคาคุ้มค่า มาพร้อมกับประสิทธิภาพจากชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 รุ่นล่าสุดครั้งแรกใน MSI อย่าง Core i5-1135G7 ผสานการทำงานร่วมกับการ์ดจอออนชิป Intel Iris Xe ที่สำคัญคือตัวเครื่องมีความพรีเมียมและบางเบาอย่างที่สุด มีน้ำหนักเพียง 1.3 กิโลกรัมเท่านั้น อีกทั้งได้ฟีเจอร์อื่นๆ ที่ครบครันตามสไตล์ของ MSI ที่จัดเต็ม

ในส่วนของสเปกแรมได้มาขนาด 8GB DDR4 Bus 3200MHz และ SSD M.2 NVMe PCIe ที่ 512GB จัดเต็ม ส่งให้มีประสิทธิภาพในการทำงานที่ทรงพลังอย่างที่สุด สนับสนุนทั้งทำงานที่มากกว่าและเล่นเกมที่เหนือชั้นกว่าโน๊ตบุ๊คบางเบารุ่นอื่นๆ รวมถึงยังได้มาตรฐาน Military Grade มีความทนทานในการใช้งานเป็นพิเศษมากกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วๆไป ในเรื่องของการทน ฝุ่น ละอองน้ำ และการกระแทก  ทำให้เราสามารถพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้อย่างคล่องตัว 

Modern%2014%20B11M%20Gray bo

สำหรับ MSI Modern 14 ตัวเครื่องเป็นอะลูมิเนียมสีดำ Carbon Gray เคลือบพื้นผิวด้วยเทคโนโลยี Sandblasting พ่นเนื้อทรายละเอียด ให้สัมผัสที่เรียบเนียน หน้าจอแสดงผลพาเนล IPS ความละเอียด Full HD บางเฉียบ โดยมีพื้นที่แสดงผลกว่า 90% ส่วนบานพับก็แข็งแรงกว่ารุ่นก่อนๆ พร้อมกางได้ 180 องศา ทำให้นำเสนองานได้อย่างเต็มที่และง่ายขึ้นกว่าเดิม 

ที่สำคัญยังเป็นมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายก็ครบครันด้วย Wi-Fi 5 AC และ Bluetooth 5.1 ส่วนพอร์ตการเชื่อมต่อก็มีทุกรูปแบบทั้ง USB 3.2 Type-A / Thunderbolt 4 (USB 3.2 Type-C) / HDMI / Micro-SD Card Reader / ช่องต่อหูฟังและไมค์ 3.5 มิลลิเมตร เป็นมาตรฐานอีกด้วยพร้อม Windows 10 แท้และซอฟต์แวร์ Creator Center ช่วยปรับแต่งการทำงาน พร้อมการรับประกัน 2 ปี ตามมาตรฐานของ MSI

Modern%2014%20B11M%20Gray l

นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ที่แม้ว่าจะดูง่ายๆ แต่ได้ใช้จริง คือการกางหน้าจอได้ 180 องศา พร้อมกดปุ่ม F12 กับการใช้งานฟีเจอร์พิเศษ Flip-n-Share ช่วยกลับหน้าจอไปฝั่งตรงข้ามได้ ช่วยในกรณีที่นำเสนองาน  แล้วสามารถหมุนจอไปฝั่งตรงข้ามได้ทันที ส่งผลให้คนนั่งฝั่งตรงข้ามที่เรากำลังนำเสนองานดูได้อย่างสะดวกที่สุด นับว่าเป็นอีกหนึ่งความใสใจที่ MSI ทำการบ้านมาเป็นอย่างดี

Acer Swift 3X ราคา 26,900 บาท

Acer Swift 3x (Acer Swift 3X) เป็น Notebook 2020 โดยมาพร้อมสเปกใช้ชิป Intel Core i Gen 11 Tiger Lake สถาปัตยกรรม 10nm SuperFin มี AI ช่วยทำงานในตัว ใช้การ์ดจอออนชิปตัวพิเศษที่แรงที่สุดอย่าง Intel Iris Xe Max (DG1) ซึ่งตอนนี้มีอยู่เพียงสเปกเดียวคือ Core i5-1135G7 ที่ทำงานแบบ 4 คอร์ 8 เธรด ที่ความเร็วสูงสุด 4.2 GHz รองรับการทำงานหนักๆ แบบมืออาชีพได้สบายๆ

Swift%20x3%20Gold c

cer Swift 3x มาพร้อมหน้าจอ 14″  หน้าจอความละเอียด FullHD พาเนล IPS แบบจอด้าน โดยมีน้ำหนักเพียง 1.37 กิโลกรัมเท่านั้น ส่วนสเปกอื่นๆ ก็ครบครันทั้งแรมขนาด 8GB DDR4 Bus 3200MHz และ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB รองรับการทำงานที่เต็มที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นงานเอกสาร ความบันเทิง หรืองานประมวลผลหนักๆ ก็พอได้เลย เหมาะกับคนทำงาน นักเรียน นักศึกษา ที่ต้องการโน๊ตบุ๊คที่บางเบาพกพาสะดวก แต่ได้ประสิทธิภาพที่สูง 

เรียกได้ว่า Acer เสนอ Acer Swift 3x ซึ่งเป็นโน๊ตบุ๊คบางเบารูปแบบใหม่อย่าง Ultrabook มาสู่ท้องตลาด ไม่ใช่แค่บางเบาแบบสุดๆ แต่ยังได้ยกระดับการใช้งานได้สเปกที่แรงลื่นขึ้นจากการที่เป็น Intel Core i Gen 11 Tiger Lake โดดเด่นด้วยได้พอร์ต Thunderbolt 4 ที่ดีที่สุดโอนไฟล์ไว ชาร์จไฟได้ ต่อจอแยกก็ได้ สนนราคา 26,990 บาท

Swift%20x3%20Gold bo

สำหรับตัวเครื่อง Acer Swift 3x วัสดุเป็นอลูมิเนียมคุณภาพสูง ตัวเครื่องบางเบาพกพาสะดวกด้วยน้ำหนักเพียง 1.37 กิโลกรัม ขนาดบางเฉียบ  ได้ดีไซน์ขอบจอบางเฉียบ Screen-to-Body น่าประทับใจสูงสุดกว่า 84% เป็นหน้าจอแสดงผล ทำให้ตัวเครื่องเล็กกระทัดรัด พร้อมเพิ่มสีสันให้เลือกอีก 2 สี  Safari Gold / Steam Blue ที่ส่งเสริมภาพลักษณ์ที่โดดเด่นและแตกต่างไม่ซ้ำใคร

แบตเตอรี่ของ Acer Swift 3x ใช้งานยาวนานสามารถชาร์ตได้อย่างรวดเร็ว สามารถใช้งานได้ถึง 4 ชั่วโมงในการชาร์ต 30 นาที หรือถ้าชาร์จแบตเตอรี่เต็มๆ 100% ก็จะสามารถใช้งานได้ 17.5 ชั่วโมงทีเดียว ส่วนอแดปเตอร์แทบไม่ต้องพกติดไปด้วย นับได้ว่าเป็นการเปลี่ยนความรู้สึกแบบแต่ก่อน ที่เราต้องคอยพกพาโน๊ตบุ๊คน้ำหนักกิโลกว่า หรือถ้ารวมอแดปเตอร์ด้วยก็จะมีน้ำหนักประมาณ 1.5 กิโลกรัมเท่านั้นเอง

Dell Inspiron 13 5301 ราคา 30,400 – 33,400 บาท

Dell Inspiron 13 5391 เป็น Notebook 2020 หน้าจอ 13.3″ ขอบบางเฉียบ เน้นพกพา มาพร้อมดีไซน์ที่เรียบๆ แต่แฝงความหรูหรา ได้สเปกชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 ใหม่ล่าสุด และการ์ดจอแยก GeForce MX350 เป็นโน๊ตบุ๊คที่มาพร้อมกับขนาดตัวเครื่องที่เบาสุดๆ ที่ 1.23 กิโลกรัม เล็กกระทัดรัดบางสุดเพียง 15.85 มิลลิเมตร

แนวคิดโดยรวม Dell Inspiron 13 5301 ถอดแบบมาจาก Dell XPS 13 ที่เป็นรุ่นท็อปสุดได้เป็นอย่างดี ทำให้ดูทันสมัยและเรียบง่าย ที่มุมตัวเครื่องจะทำให้เป็นแบบโค้งมน รับกับมือเวลาจับถือพกพา ตามมาด้วยการใส่รายละเอียดในการทำให้ตัวเครื่องมีลักษณะลาดเอียงเล็กน้อย เมื่อกางหน้าจอใช้งานจากการที่ขอบเครื่องด้านหลังช่วยยกตัวให้สูงยิ่งขึ้น

พร้อมด้วยสีที่ดูสะอาดตา จากสีสันสีเงินที่ดูแล้วหรูหรา สง่างาม เหมาะกับหนุ่มๆ ที่ต้องการโน๊ตบุ๊คที่เน้นภาพลักษณ์ไว้ใช้งาน พร้อมปุ่ม Power มุมขวาบนของคีย์บอร์ดสีเดียวกับตัวเครื่องที่เป็น Fingerprint ในตัว ซึ่งดูสวยงามลงตัวมากๆ

 

 

inspiron%205301%20Silver bk

ส่วนของตัวเครื่องหลักๆ แล้วจะใช้เป็นอลูมิเนียมสำหรับฝาหลัง และพลาสติกคุณภาพสูงเป็นส่วนประกอบอื่นๆ ทำให้ได้ข้อดีมาก็คือทั้งความแข็งแรงและน้ำหนักที่เบา ส่งผลให้เวลาที่เราเอามือมาวางจะรู้สึกว่าเป็นอะไรที่เหนือชั้นกว่าวัสดุทั่วๆ ไป ที่สำคัญคือพื้นผิววัสดุทั้งหมดเป็นแบบด้านส่งผลให้เป็นรอยนิ้วมือได้ยากอีกด้ว

สนนราคา Dell Inspiron 13 5301 ไม่แพงเลย สำหรับสเปก Core i5-1135G7 อยู่ที่ 30,400 บาท และรุ่น Core i7-1165G7 ที่ 33,400 บาท ส่วนสเปกอื่นๆ เหมือนกันทั้งหมด แรมขนาด 8GB DDR4 Bus 4267 MHz พร้อม SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB สำหรับความละเอียดหน้าจอก็เป็นพาเนล IPS ระดับ Full HD ให้ภาพคมชัดสวยงามสมจริง

พร้อมใช้งานด้วย Windows 10 และมีซอฟต์แวร์ต่างๆ มากมาย นอกจากนี้ในส่วนของกล้องด้านหน้ารองรับการใช้งาน VDO Call และ Fingerprint ที่ใช้งานร่วมกับ Windows Hello ที่สำคัญยังเป็นมาตรฐานการเชื่อมต่อ Wi-Fi 5 AC (2×2)  และ Bluetooth 5.0 ด้วย 

inspiron%205301%20Silver c

สำหรับคอมพิวเตอร์แบรนด์ Dell ได้รับความน่าเชื่อถือมาอย่างยาวนานและเป็นที่นิยมในการใช้งานกับองค์กรและภาคธุรกิจอย่างมากมาย ทั้งมาตรฐานการบริการ Dell Premium Support และ On-site Service “บริการซ่อมตรงถึงที่ ทุกที่ ในอีก 1 วันทำการ” ถึง 2 ปีด้วยกัน 

HP ENVY 13 ราคา 33,900 – 40,900 บาท

HP ENVY 13 จัดว่าเป็น Notebook 2020 สเปกชิปประมวล Intel Core i Gen 11 ที่แรงลื่นล้ำกว่ารุ่นก่อนๆ มาก ถือว่าเป็น Notebook บางเบาขนาดหน้าจอ 13.3″ ที่ได้ความบางเบาหรูหราพรีเมียม ฟีเจอร์ครบครัน กับค่าตัวที่ไม่แพงเลย รองรับการใช้งานต่างๆ ได้ลื่นไหลสุดๆ ในราคา 33,900 – 40,900 บาท ได้ประกัน 3 ปี On-site Service และบริการหลังการขาย HP SmartFriend ที่เยี่ยมยอด

สำหรับ HP ENVY 13 แบ่งออกเป็น 2 รุ่นคือ ชิปประมวลผล Core i5-1135G7 / Core i7-1165G7 ได้หน่วยความจำแรมขนาด 8GB Bus 3200MHz และที่เก็บข้อมูลเป็น SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB พร้อมกับระบบปฏิบัติการ Windows 10 แท้ใช้งานได้ทันที

 

ENVY%2013%20ba bk

อีกทั้งยังได้ซอฟต์แวร์การทำงาน Office Home & Student 2019 (Word / Excel / Power Point) มูลค่า 4,299 บาทฟรีๆ ด้วย ซึ่งมีฟีเจอร์อื่นๆ ที่น่าสนใจมากมาย อาทิ FringerPrint / HP Sure View ติดตั้งไว้ที่ปุ่ม F1 เรียกได้ว่าเป็น Notebook ปี 2020 ที่น่าซื้อมากๆ รุ่นหนึ่งทีเดียว

HP ENVY 13 ปี 2020 เป็น Notebook ขนาดหน้าจอ 13.3″ มาพร้อมกับดีไซน์พรีเมียม หรูหรา เกินราคาค่าตัวไปมาก เห็นแล้วต้องอิจฉาตามชื่อ เรียกได้ว่าเทียบเท่ากับโน๊ตบุ๊คระดับไฮเอนด์ที่มีราคาหลายหมื่นบาทอย่าง SPECPTRE ซึ่ง HP ตั้งใจที่จะออกมาให้เป็นแบบนั้นจริงๆ

สังเกตได้จากโลโก้ HP ที่เป็นตัวอักษรแบบที่ใช้งานในซีรีส์ที่สูงกว่าพวก Pavilion งานประกอบก็ถือว่าแข็งแรงสอบผ่านได้สบายๆ เรียกได้ว่าสาวๆ หนุ่มๆ หลายคนเห็นแล้วคงชอบอยากได้เครื่องนี้ไว้ทำงานแน่นอน  ได้ขอบหน้าจอที่บางเฉียบทำให้ตัวเครื่องเทียบเท่ารุ่น 12.5″ รุ่นก่อนๆ อีกทั้งยังสามารถใช้งานแบตเตอรี่ได้ยาวนานโน๊ตบุ๊คทั่วไปด้วย

 

ENVY%2013%20ba l

โดยวัสดุที่ทาง HP เลือกใช้ประกอบตัวเครื่องทั้งหมดเป็นอะลูมิเนียมที่ตัดผ่านกระบวนการ CNC ทั้งหมด ดีไซน์แบบมินิมอลและพื้นผิวเรียบเนียนตลอดทั้งตัวเครื่องพร้อมกับโลโก้ HP ที่เป็นสีเงินเงางามบริเวณกลางฝาหลัง ตัวคีย์บอร์ดยังมีไฟ LED Backlit สีขาวมาให้ด้วย ที่สำคัญตัวเครื่องยังบางเฉียบ พกพาได้สะดวก และขาดไม่ได้เลยสำหรับสแกนลายนิ้วมือผ่านทาง Windows Hello ที่ถูกย้ายเข้ามาแทนที่ปุ่ม Crtl นั่นเอง

Lenovo YOGA Slim 7i Pro ราคา 34,990 – 41,990 บาท

ดีไซน์การออกแบบโดยรวมของ Lenovo Yoga Slim 7i 14 นั้นจะดูเล็กกว่า Lenovo Notebook หน้าจอ 14″ แบบสมัยก่อนอยู่พอสมควร เนื่องด้วยขอบจอที่บางกว่าปกติ ทำให้ตัวเครื่องดูเล็ก กะทัดรัด เหมาะกับการพกพา แต่ทั้งนี้ถึงแม้ว่าตัวเครื่องจะเล็กพอๆ กับโน๊ตบุ๊คจอ 13.3″ ส่งผลให้ Lenovo Yoga Slim 7i 14 เป็นอีกหนึ่ง Lenovo Notebook ที่ดูเล็กกระทัดที่สุด โดยมีน้ำหนักอยู่ที่ 1.45 ด้วยดีไซน์ออกมาได้ขอบหน้าจอบาง

ส่วนของตัวเครื่องทั้งหมดจะใช้เป็นอะลูมิเนียมเป็นส่วนประกอบ ทำให้ได้ข้อดีมาก็คือทั้งความแข็งแรงและน้ำหนักที่เบา ส่งผลให้ภาพลักษณ์โดยรวมของตัวเครื่องดูหรูหราให้อารมณ์พรีเมียมสุดๆ ตัวเครื่องมีการออกแบบโดยรวมให้ดูทันสมัยและเรียบง่าย โลโก้ Lenovo จะมีอยู่ 2 จุดเท่านั้น คือ มุมบนฝาหลังด้านซ้าย และมุมใต้หน้าจอด้านซ้ายเท่านั้น ที่มุมตัวเครื่องจะทำให้เป็นแบบโค้งมน

20201117 160748 c

สเปกของ Lenovo Yoga Slim 7i 14 ใช้ชิปประมวลผลเป็น Intel Core i Gen 11 อย่าง Core i5-1135G7 / Core i7-1165G7 ส่วนการ์ดจอออนชิปเป็น Intel Iris Xe และการ์ดจอ NVIDIA GeForce MX450 ด้านแรมก็ติดตั้งมาให้ขนาด 16GB DDR4 Bus 3200MHz

และที่เก็บข้มูลแบบ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB / 1TB  ที่ทั้งมีพื้นที่เยอะและลื่นไหล เพียงพอกับการใช้งานแน่นอน ได้ระบบเสียงเป็น Dolby Atmos ที่ไพเราะ มาพร้อม Windows 10 และซอฟต์แวร์จากทาง Lenovo Vantage ที่ช่วยในการจัดการปรับแต่ง

Lenovo Yoga Slim 7i Pro 14inch Sleek

อีกส่วนที่น่าสนใจก็คือหน้าจอ โดย Lenovo Yoga Slim 7i 14 ใช้หน้าจอขนาด 14″ ความละเอียดระดับ 2240 x 1400 พิกเซล อัตราส่วน 16:10 ขอบจอบางเฉียบ พาเนลจอแบบ IPS เกรดสูง รองรับ HDR ที่ให้มุมมองกว้างถึง 178 องศา พร้อม Wi-Fi 6 AX (2 x 2)

นอกจากนี้ยังมี 3D IR Camera สำหรับใช้งานร่วมกับฟังก์ชัน Windows Hello ของ Windows 10 เพื่อล็อกอินโดยใช้การสแกนใบหน้า สำหรับประกันเป็น 3 ปี ตามมาตรฐาน Lenovo ที่ทุกคนมั่นใจ ปิดท้ายเรื่องความคุ้มค่าพร้อมใช้งานทันทีด้วย โปรแกรม Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,299 บาท) ด้วย

 

from:https://notebookspec.com/web/549394-notebook-2020-6-model-spec-core-i-gen11