คลังเก็บป้ายกำกับ: เอปสัน

เอปสันเผยทิศทางพัฒนาธุรกิจและนวัตกรรมบนพื้นฐานของความยั่งยืน

Sustainability หรือ ความยั่งยืน ไม่ใช่แค่ไอเดียหรือหลักการของแคมปญด้าน CSR อีกต่อไป เมื่อองค์กรธุรกิจทั่วโลกตื่นตัวมากขึ้นกับการนำธุรกิจ สินค้าและบริการของตนเข้าไปเชื่อมต่อกับคุณค่าด้านนี้ บางองค์กรยกให้ความยั่งยืนเป็นหัวใจในการขับเคลื่อนธุรกิจของตนต่อไปอีกหลายสิบปีจากนี้ อย่างเช่น เอปสัน ผู้ผลิตเทคโนโลยีเครื่องพิมพ์และโปรเจคเตอร์อันดับหนึ่งของโลกจากประเทศญี่ปุ่น 

Epson Sustainability

นายซิ่ว จิน เกียด ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการตลาดประจำภูมิภาค เอปสัน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า “ตลอดหนึ่งทศวรรษที่ผ่านมา ผู้คนหันมานิยมบริโภคสินค้าจากบริษัทผู้ผลิตที่ยึดถือหลักความยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจ ในขณะที่หลายบริษัทในระดับโลกต่างเริ่มหันมาให้ความสำคัญเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม และมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ดังนั้นการดำเนินธุรกิจที่สอดคล้องกับความยั่งยืนจึงกลายเป็นจุดเด่นหนึ่งขององค์กรธุรกิจที่ได้รับการยอมรับนับถือในระดับโลก”

Epson Sustainability

“ในขณะที่ผู้บริโภคก็เต็มใจที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะคนกลุ่ม Millennial และ GenZ ที่ไม่ได้มองราคาเป็นปัจจัยในการเลือกซื้อสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่ยังมองถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมรวมถึงการมีส่วนในการตอบแทนสังคม การที่ผู้ผลิตสามารถแสดงออกถึงบทบาทของบริษัทในการรักษาสิ่งแวดล้อมถือเป็นความได้เปรียบในเชิงการแข่งขันทางธุรกิจ ที่ไม่เพียงแต่จะรักษาพนักงานไว้กับองค์กร แต่ยังช่วยปกป้องบริษัทจากประเด็นสังคมต่างๆ เพิ่มความน่าเชื่อถือในสังคม ทั้งยังทำให้ผู้บริโภคนิยมซื้อสินค้าและบริการของบริษัทนั้นอย่างต่อเนื่องอีกด้วย”

Epson Sustainability

เอปสัน เริ่มต้นจากการเป็นโรงงานผลิตนาฬิกาข้อมือเมื่อทศวรรษที่ 1940 ก่อนจะขยายธุรกิจไปยังหลากหลายสายเทคโนโลยีและมีสำนักงานสาขากระจายอยู่ทั่วโลกเหมือนทุกวันนี้ ตั้งแต่แรกเริ่ม บริษัทฯ มีเป้าหมายด้านซีเอสอาร์อย่างชัดเจน โดยเริ่มจากความพยายามรักษาสภาพสิ่งแวดล้อมรอบทะเลสาบซูวะ ในจังหวัดนากาโน่ ซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัทฯ ให้สะอาดและมีนิเวศที่สมบูรณ์ ก่อนจะเติบโตขึ้นและกลายเป็นบริษัทแรกของโลกที่ประกาศว่าจะกำจัดสารซีเอฟซีที่ทำลายชั้นโอโซนออกจากกระบวนการผลิตทั้งหมด ซึ่งบริษัทฯ ประสบความสำเร็จในปี 1993 ก่อนที่ในปี 2004 จะเข้าร่วมข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติ (United Nations Global Compact) และได้ประกาศให้การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals) ขององค์การสหประชาชาติ ปัจจุบัน เอปสันยังคงพัฒนานวัตกรรมมากมายที่สามารถเปลี่ยนชีวิตของผู้คนและสร้างโลกให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น 

Epson Sustainability

แม้ว่าในปัจจุบัน มีการรณรงค์ลดการใช้กระดาษเพื่อช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม ทำให้ความต้องการด้านการพิมพ์ลดน้อยลง และหันไปใช้ไฟล์ดิจิทัลมากขึ้น แต่ในภาคธุรกิจ ความต้องการการพิมพ์และการใช้กระดาษยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง หน่วยงานหรือองค์กรต่างมองหาโซลูชั่นที่สามารถเป็นส่วนหนึ่งในการรักษาสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจได้อย่างคล่องตัว เอปสัน ในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีการพิมพ์ระดับโลก ได้นำหลักความยั่งยืนมาใช้ตั้งแต่ขั้นตอนการวางแผนงานด้านผลิตภัณฑ์ กระบวนการผลิต ตลอดไปจนถึงขั้นตอนบรรจุห่อและโลจิสติกส์ เพื่อรับประกันว่านวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ทุกรุ่นจะมีส่วนส่งเสริมสภาพสิ่งแวดล้อมให้ดียิ่งขึ้น ในฐานะผลผลิตที่สะท้อนถึงการนำหลักความยั่งยืนมาใช้

Epson Sustainability

ล่าสุด เอปสัน ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยังเปิดตัวแคมเปญ “Be Cool” เพื่อสื่อสารถึงการตอบโจทย์ความต้องการงานพิมพ์ที่ควบคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยนำเสนอโซลูชั่นเพื่อการพิมพ์งานภายในองค์กรผ่านเทคโนโลยี Heat-Free ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการพิมพ์ที่ไม่ใช้ความร้อนในกระบวนการพิมพ์ ช่วยให้ประหยัดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้มากกว่าเครื่องพิมพ์เลเซอร์ทั่วไปถึง 85% นอกจากนี้ยังช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากถึง 85% และเนื่องจากไม่มีการใช้ความร้อน ทำให้มีชิ้นส่วนหรืออะไหล่ภายในตัวเครื่องที่น้อยกว่า ช่วยลดการใช้ชิ้นส่วนได้มากถึง 59% เมื่อเทียบกับเครื่องพิมพ์เลเซอร์ 

Epson Sustainability

เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทที่มีเทคโนโลยี Heat-Free จากเอปสัน ครอบคลุมความต้องการใช้งานทางธุรกิจที่หลากหลาย ผ่านกลุ่มสินค้าที่ตอบโจทย์ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องพิมพ์กลุ่ม EcoTank ที่มาพร้อมกับแท็งค์หมึกความจุสูง รองรับการพิมพ์ในปริมาณมาก ไม่ทำให้เกิดขยะอิเล็กทรอนิกส์เหมือนการใช้ตลับหมึกหรือโทนเนอร์ ทำให้ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างมาก และมีต้นทุนการพิมพ์ที่แสนประหยัด แต่ประสิทธิภาพการทำงานสูง สำหรับองค์กรขนาดใหญ่ เอปสันยังมีเครื่องพิมพ์กลุ่ม WorkForce Pro และ WorkForce Enterprise ที่ให้ความเร็วการพิมพ์สูงสุดถึง 100 หน้าต่อนาที อีกทั้งยังมีอุปกรณ์เสริมเพื่อช่วยในการจัดชุดกระดาษและเย็บเล่ม เพื่อเพิ่มความสะดวกและตอบโจทย์การพิมพ์ปริมาณมากได้อย่างลงตัว 

Epson Sustainability

นอกจากนี้ เอปสันยังมีแผนพัฒนาและนำเสนอระบบรีไซเคิลกระดาษแบบแห้ง หรือที่เรียกว่า Epson PaperLab ให้กับทุกสำนักงาน ซึ่งจะใช้เทคโนโลยีที่สามารถนำกระดาษที่ใช้แล้วนำมาย่อยสลายและขึ้นรูปให้กลับมาเป็นกระดาษใหม่ได้ ตอบโจทย์การพิมพ์ที่เปี่ยมประสิทธิภาพ ตลอดจนลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างครบวงจร

นอกเหนือจากเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ เอปสันยังได้แสดงออกถึงจุดยืนในการสนับสนุนความยั่งยืน ผ่านกิจกรรม
ซีเอสอาร์ตาม Sustainable Development Goals ขององค์การสหประชาชาติมาโดยตลอด โดยที่สำนักงานสาขาของเอปสันทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แสดงความรับผิดชอบและมีส่วนร่วมกับการแก้ไขปัญหาสังคมในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง สิทธิมนุษยชน การรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อม ความหลากหลายของบุคลากรในที่ทำงาน การใช้ทรัพยากรที่คำนึงถึงความยั่งยืนในกระบวนการซัพพลายเชน ตัวอย่างในประเทศไทย ที่ล่าสุดเอปสันได้ขยายขอบเขตงานซีเอสอาร์มาให้ความสำคัญกับเรื่องของ “Life on Land” โดยได้ร่วมกับมูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าและพรรณพืชแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ จัดกิจกรรม “Wheel for Wild” ปั่นพิทักษ์ป่าขึ้น โดยให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมปั่นจักรยานเพื่อสร้างกระแสไฟฟ้าให้กับเครื่องพิมพ์ Heat-Free ของเอปสัน เพื่อใช้ในการพิมพ์ประกาศนียบัตรจากทางมูลนิธิฯ โดยเอปสันจะร่วมสมทบทุน 30 บาท ต่อทุก 1 ใบประกาศนียบัตรที่ถูกพิมพ์ออกมา มอบให้กับมูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าและพรรณพืชแห่งประเทศไทย เพื่อนำไปใช้ในการรณรงค์ป้องกันการสูญพันธุ์ของสัตว์และพรรณพืชหายากในประเทศไทยต่อไป 

และในปี 2020 ที่ผ่านมา EcoVadis บริษัทจัดอันดับองค์กรด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมในแบบองค์รวม ได้ประเมินองค์กรธุรกิจมากกว่า 75,000 บริษัท จาก 200 อุตสาหกรรม ใน 160 ประเทศทั่วโลก และได้มอบเหรียญแพลตทินัมด้านความยั่งยืนให้แก่ไซโก้ เอปสัน คอร์ปอเรชั่น เพื่อเป็นการยกย่องความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการพัฒนาโครงการซีเอสอาร์ออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยเอปสันถูกจัดอยู่ในกลุ่มองค์กรที่ได้คะแนนสูงสุด ซึ่งมีเพียง 1% ในอุตสาหกรรมการผลิตคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง

“ภารกิจของเอปสันคือการสร้างความไว้วางใจให้กับทุกภาคส่วน ด้วยการเติบโตของธุรกิจ ความสำเร็จในการดำเนินงาน และพันธกิจเพื่อการสร้างโลกที่ดีขึ้น วิสัยทัศน์สู่ความยั่งยืนในอนาคตของเรา ทำให้เรามุ่งมั่นที่จะลดการก่อให้เกิดก๊าซคาร์บอน โดยมุ่งให้ความรู้กับสาธารณชน พร้อมทำงานร่วมกับเยาวชน เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืนต่อไป” นายซิ่ว จิน เกียด กล่าว

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post เอปสันเผยทิศทางพัฒนาธุรกิจและนวัตกรรมบนพื้นฐานของความยั่งยืน first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/espon-sustainability/

เอปสันเรืองแสง! ให้ดีไซเนอร์ออกแบบงานพิมพ์เรืองแสง ด้วยเครื่อง SureColor SC-F531

ยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันนี้ เครื่องพิมพ์เพื่ออุตสาหกรรมสิ่งทอของเอปสัน หรือ F-Series ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่โรงงานสิ่งทอและโรงงานผลิตเสื้อผ้าที่เริ่มเปลี่ยนจากระบบการพิมพ์แบบดั้งเดิมมาสู่ระบบดิจิทัล เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าแบบออนดีมานด์ที่มีมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง และสามารถช่วยลดต้นทุนการดำเนินธุรกิจได้ รวมทั้งไม่สร้างมลภาวะในที่ทำงาน

epson

นอกจากผู้ประกอบการที่เป็นโรงงานแล้ว สภาพเศรษฐกิจในปีนี้บวกกับสถานการณ์โควิด-19 ยังทำให้เกิดฟรีแลนซ์และสตาร์ทอัพมากขึ้น ซึ่งต่างก็นิยมลงทุนกับเครื่องพิมพ์ขนาดเล็กและขนาดกลาง ทำให้โอกาสทางการตลาดของเครื่องพิมพ์สิ่งทอ Epson SureColor F-Series เปิดกว้างมากขึ้น โดยเฉพาะโอกาสทางการตลาดในกลุ่มดีไซเนอร์ที่ มองหาเครื่องพิมพ์ที่ไม่เพียงเหมาะกับการสร้างงานแบบออนดีมานด์และงานที่มีดีไซน์เฉพาะ (customized) แต่ยัง ต้องมีคุณสมบัติพิเศษที่สามารถตอบโจทย์การสร้างสรรค์ผลงานได้ตามจินตนาการ หรือแม้แต่ผลักดันให้ดีไซเนอร์ก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองได้

Epson SureColor F531 คือเครื่องพิมพ์สำหรับอุตสาหกรรมสิ่งทอที่ใช้หมึกเรืองแสง (Fluorescent) เครื่องแรกของโลกที่มาพร้อมชุดหมึก UltraChrome ประเภท Dye Sublimation 4 สี ได้แก่ สีฟ้า สีชมพูเรืองแสง สีเหลืองเรืองแสง และสีดำ ซึ่งทำให้งานพิมพ์ทนต่อแสง น้ำ และกรดด่างได้ดี ทั้งยังไม่มีสารพิษตกค้าง ไม่ระคายเคืองต่อผิวเด็ก และไม่ทำลายธรรมชาติ

epson

“หมึกเรืองแสงจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับชิ้นงานสินค้าได้อย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นของพรีเมี่ยม เช่น เคสมือถือ เสื้อยืด หมอน เป็นต้น เสื้อผ้าแฟชั่นและชุดกีฬา หรือแม้แต่วัสดุตกแต่งภายในสถานที่ ซึ่งเอปสัน เชื่อว่าเครื่องพิมพ์ SC-F531 จะได้รับการตอบรับอย่างดีจากกลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย ตั้งแต่กลุ่มดีไซเนอร์ แบรนด์สินค้าแฟชั่น สตาร์ทอัพ ธุรกิจมินิแล็บ ร้านรับทำของพรีเมี่ยม ร้านเสื้อผ้ากีฬา ไปจนถึงสถาบันศึกษาและโรงงานพิมพ์ผ้า”

ล่าสุดเอปสันได้ทำงานร่วมกับดีไซเนอร์รุ่นใหม่ อย่าง ชนารดี ฉัตรกุล ณ อยุธยา หรือ Juli Baker and Summer โดยใช้ SC-F531 ในการสร้างสรรค์ผลงานออกแบบในชื่อชุด “Sunrise, Sunset and Midnight” นางสาวชนารดี กล่าวว่า “ดีไซเนอร์ต้องทำงานอยู่ภายใต้ข้อจำกัดมาก เพราะเครื่องพิมพ์ไม่สามารถตอบโจทย์ในหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นสีสันที่ตรงตามที่ออกแบบ ขนาดผลงานที่ต้องการ หรือประเภทวัสดุที่ใช้พิมพ์งาน การทำงานร่วมกับเอปสันทำให้พบว่า เครื่องพิมพ์ SC-F531 ช่วยลบข้อจำกัดเหล่านี้ได้ ช่วยแก้ไขปัญหาสีเพี้ยนได้อย่างดี ให้ทุกเฉดสีออก มาได้สมจริงตามต้องการ จึงทำงานได้อย่างอิสระตามสไตล์ของตัวเอง เครื่องพิมพ์ที่ดีช่วยให้การออกแบบของ ดีไซเนอร์ก้าวข้ามข้อจำกัดและต่อยอดไอเดียออกไปได้ไกลยิ่งขึ้น”

epson

สำหรับคอลเลกชัน “Sunrise, Sunset and Midnight” ชนารดีได้เลือกใช้เครื่องพิมพ์ SC-F2130 ที่รองรับการพิมพ์ลงบนเสื้อยืดคอตตอน 100% ได้โดยตรง ให้ลวดลายที่มีสีสันสดใส สวยงาม และแม่นยำได้ตามต้องการ นอกจากนี้ ยังใช้ SC-F531 เพื่อต่อยอดจินตนาการให้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ และเพิ่มความสนุกสนาน สร้างความแปลกใหม่ให้กับผลงาน ด้วยการนำลวดลายไปทรานเฟอร์ลงบนวัสดุต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นผ้าใยสังเคราะห์ กรอบรูป แก้ว จาน หรือแม้กระทั่งเคสโทรศัพท์มือถือ เป็นต้น

ผู้สนใจ สามารถรับชมการจัดแสดงผลงานออกแบบชุด “Sunrise, Sunset and Midnight” ของ Juli Baker and Summer ได้ผ่านทาง Virtual Showcase “Glowing Imagination by Epson X Juli Baker and Summer” หรือชมการจัดแสดงผลงานจริงได้ ระหว่าง 23 ถึง 28 มีนาคม 2564 ณ ชั้น G หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post เอปสันเรืองแสง! ให้ดีไซเนอร์ออกแบบงานพิมพ์เรืองแสง ด้วยเครื่อง SureColor SC-F531 first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/epson-surecolor-sc-f531/

เอปสันตั้งเป้าโตเกิน 10% ดันแผนดิสรัปท์ธุรกิจพรินเตอร์สู่โมเดลบริการเต็มรูปแบบ

เอปสัน ประเทศไทย เร่งเครื่องพลิกปี 64 โตเกิน 10% พร้อมเดินหน้าดิสรัปท์โมเดลธุรกิจกลุ่มอิงค์เจ็ทพรินเตอร์ สู่บริการด้านงานพิมพ์สำหรับลูกค้าองค์กรธุรกิจเต็มตัว โดยเปิดตัวบริการล่าสุด ‘Epson EasyCare 360 เหมา เหมา’

นายยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “ในปี 2563 ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจของประเทศที่จีดีพี -6.1% เพราะได้รับผลกระทบหนักจากโรคโควิด-19 ทำให้การอุปโภคบริโภคและการลงทุนของภาคเอกชนหดตัว ธุรกิจห้างร้านมากมายปิดตัวลง ระบบซัพพลายเชนที่ต้องพึ่งการนำเข้าในหลายธุรกิจหยุดชะงัก แต่ขณะเดียวกันสถานการณ์ดังกล่าวก็ได้เร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสู่เศรษฐกิจดิจิทัลเร็วขึ้น ทำให้มีปัจจัยบวกและโอกาสใหม่ที่สนับสนุนธุรกิจของเอปสัน ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนที่ลดลงจากการใช้แพลทฟอร์มการขายออนไลน์ ขณะที่โรงงานในภาคการผลิตลงทุนใช้เทคโนโลยีเอไอและระบบอัตโนมัติในกระบวนการผลิตมากขึ้น ภาคธุรกิจหันมาใช้โรงงานผลิตและระบบซัพพลายเชนภายในประเทศ โรงพยาบาลทั้งรัฐและเอกชนเริ่มใช้อุปกรณ์ดิจิทัลในขั้นตอนการให้บริการ เช่น การพิมพ์ฉลากยาสี รวมถึงการเกิดใหม่ของธุรกิจบุคคลหรือฟรีแลนซ์จำนวนมาก เช่น การรับจ้างพิมพ์ภาพ ซึ่งทำให้ยอดขายของบริษัทฯ ได้รับผลกระทบน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก”

“กลุ่มสินค้าของเอปสันที่ทำผลงานได้ดีในปีที่ผ่านมาได้แก่ หุ่นยนต์แขนกล พรินเตอร์ฉลาก พรินเตอร์อเนกประสงค์ สำหรับธุรกิจรุ่น T-Series เครื่องถ่ายเอกสารอิงค์เจ็ท และพรินเตอร์สำหรับธุรกิจมินิแล็บ ขณะที่พรินเตอร์ใบเสร็จ โปรเจคเตอร์ และพรินเตอร์ดอทเมทริกซ์ ที่มีฐานลูกค้าหลักเป็นกลุ่มองค์กรธุรกิจ สถาบันศึกษา โรงแรม และธุรกิจค้าปลีก มียอดขายลดลง เพราะลูกค้าต้องหยุดกิจการหรืองดให้บริการชั่วคราว ในส่วนตลาดอิงค์แท็งค์พรินเตอร์ เอปสันยังครองส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับหนึ่งที่ 43% ซึ่งทำยอดขายจากช่องทางออนไลน์ได้เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2562 เช่นเดียวกับตลาดโปรเจคเตอร์ที่ยังคงรักษาตำแหน่งเจ้าตลาดไว้ได้ด้วยส่วนแบ่งตลาด 33% ในขณะที่ตลาดโดยรวมหดตัวลง 22%”

“ถึงแม้จะเป็นปีที่ไม่ง่าย เอปสันก็ยังคงทำกิจกรรมทางการตลาดอย่างต่อเนื่องทั้งปี เพื่อกระตุ้นยอดขายและรักษาระดับการรับรู้ต่อแบรนด์เอปสัน รวมแล้วมากกว่า 200 กิจกรรม ทั้งการสัมมนาออนไลน์ กิจกรรมส่งเสริมการขายทางเว็บไซต์และช่องทางโซเชียลของเอปสัน และแพลทฟอร์มออนไลน์มาร์เก็ตเพลสต่างๆ กิจกรรมซีเอสอาร์ การโร้ดโชว์สินค้า การสนับสนุนกิจกรรมของพาร์ทเนอร์ โปรแกรมทดลองใช้สินค้าของเอปสันฟรีนาน 1 เดือน รวมไปถึงการผลิตและเผยแพร่โฆษณาสินค้าและโปรโมชั่นตามช่องทางต่างๆ ของคู่ค้า” นายยรรยง กล่าว

สำหรับทิศทางธุรกิจในปี 2564 นายยรรยง กล่าวว่า “ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อธุรกิจของเอปสันยังคงเป็นสถานการณ์ทางการเมืองและการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งหากมีแนวโน้มที่ดี คนไทยสามารถเข้าถึงวัคซีนต้านโควิด-19 ได้อย่างทั่วถึง จีดีพีของประเทศก็น่าจะกลับมาบวก และได้เห็นการลงทุนของภาครัฐกลับมาในช่วงครึ่งปีหลัง รวม ถึงภาคการท่องเที่ยวก็จะเริ่มฟื้นตัวได้ดี สถาบันศึกษากลับมาเปิดทำการ ซึ่งเอปสันก็ได้เตรียมความพร้อมสำหรับการดำเนินธุรกิจด้วยกลยุทธ์เพื่อรุกตลาด B2B โดยภายหลังได้ปรับเปลี่ยนทั้งโครงสร้างและกระบวนการทำงานภายในองค์กร พัฒนาศักยภาพของเครือข่ายตัวแทนจำหน่าย และเพิ่มคุณค่าในส่วนต่างๆ ซึ่งช่วยยกระดับความพึงพอใจและประสบการณ์ที่ดีของลูกค้า โดยตั้งเป้าว่าบริษัทฯ จะกลับมาเติบโตได้ในระดับที่มากกว่า 10% ในปีนี้”

from:https://www.enterpriseitpro.net/epson-growth-next-year-10-percent/

ไม่ต้องซื้อ เช่าใช้ก็ได้ EPSON ปรับโมเดลธุรกิจพรินเตอร์ให้บริการเต็มรูปแบบ

เมื่อสิบปีก่อน EPSON เคย Distrupted ตัวเองและวงการพรินเตอร์จากเทคโนโลยีอิงค์เจ็ทมาสู่ระบบแท็งค์ ซึ่งเวลานั้น ผู้บริโภคนิยมเอาพรินเตอร์อิงค์เจ็ทไปติดตั้งแท็งค์เอง มาปัจจุบัน EPSON ได้ประกาศ Disrupted อีกครั้งด้วยการเปลี่ยนโมเดลธุรกิจเป็นแบบให้บริการเต็มรูปแบบ เพื่อสร้างการเติบโต 10% ในปีที่ไม่ง่ายกับสถานการณ์โควิดและเศรษฐกิจการเมือง

EPSON

ปี 63 กระทบไม่มาก ปี 64 เตรียมฟื้นตัว

ยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด บอกว่า เศรษฐกิจของประเทศ GDP ติดลบ -6.1% ส่งผลกระทบการอุปโภคบริโภคและภาคธุรกิจไม่น้อย แต่ในวิกฤตก็มีโอกาสอยู่ เช่น ต้นทุนที่ลดลงจากการใช้แพลตฟอร์มดิจิทัล การขายออนไลน์ ซึ่งสร้างธุรกิจใหม่ๆ ให้กับเอปสัน เช่น การพิมพ์ฉลากสี การรับจ้างพิมพ์ภาพ ซึ่งทำให้ยอดขายของบริษัทฯ ได้รับผลกระทบน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้

ปี 63 กลุ่มสินค้าที่ยังไปได้ดี เช่น หุ่นยนต์แขนกล พรินเตอร์ฉลาก พรินเตอร์อเนกประสงค์ ขณะที่ธุรกิจเครื่องถ่ายเอกสารอิงค์เจ็ท และพรินเตอร์สำหรับธุรกิจมินิแล็บ ขณะที่พรินเตอร์ใบเสร็จ โปรเจคเตอร์ และพรินเตอร์ดอทเมทริกซ์ ที่มีฐานลูกค้าหลักเป็นกลุ่มองค์กรธุรกิจ สถาบันศึกษา โรงแรม และธุรกิจค้าปลีก มียอดขายลดลง เพราะลูกค้าต้องหยุดกิจการหรืองดให้บริการชั่วคราว ในส่วนตลาดอิงค์แท็งค์พรินเตอร์ เอปสันยังครองส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับหนึ่งที่ 43% ซึ่งทำยอดขายจากช่องทางออนไลน์ได้เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2562 เช่นเดียวกับตลาดโปรเจคเตอร์ที่ยังคงรักษาตำแหน่งเจ้าตลาดไว้ได้ด้วยส่วนแบ่งตลาด 33% ในขณะที่ตลาดโดยรวมหดตัวลง 22%

EPSON

บุกธุรกิจบริการเต็มรูปแบบ ลุยตลาด B2B

ปี 64 เอปสันเตรียมความพร้อมด้วยกลยุทธ์เพื่อรุกตลาด B2B จากการลงทุนของภาครัฐ ที่จะกลับมาในช่วงครึ่งปีหลัง สถาบันศึกษากลับมาเปิดทำการ โดยภายหลังได้ปรับเปลี่ยนทั้งโครงสร้างและกระบวนการทำงานภายในองค์กร พัฒนาศักยภาพของเครือข่ายตัวแทนจำหน่าย และเพิ่มคุณค่าในส่วนต่างๆ ซึ่งช่วยยกระดับความพึงพอใจและประสบการณ์ที่ดีของลูกค้า โดยตั้งเป้าว่าบริษัทฯ จะกลับมาเติบโตได้ในระดับที่มากกว่า 10% ในปีนี้

เอปสันมีการจัดโครงสร้างภายในองค์กร ขยายทีมขาย B2B ทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด รวมถึงทีมพิเศษที่เน้นเจาะตลาดและดูแลลูกค้าองค์กรญี่ปุ่นโดยเฉพาะ พัฒนาตัวแทนจำหน่าย เอปสันมีการเพิ่มจำนวนตัวแทนที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะตลาด B2B และได้ฝึกอบรมตัวแทนเดิมให้สามารถขยายธุรกิจไปยังตลาด B2B ได้

“ปีที่แล้ว เอปสันได้ทดลองเปิด ‘Epson EasyCare 360’ บริการเช่าเครื่องพรินเตอร์แบบรายแพคเก็จสำหรับลูกค้า Epson WorkForce ที่ต้องพิมพ์งานปริมาณมากอยู่เป็นประจำ เพื่อแข่งขันกับบริการของแบรนด์เครื่องถ่ายเอกสาร ซึ่งลูกค้าสามารถควบคุมต้นทุนการพิมพ์ของตัวเองได้ ไม่ต้องสต๊อกหมึก เพราะบริษัทฯ จะส่งหมึกให้โดยคำนวณค่าใช้จ่ายจากจำนวนพิมพ์รายแผ่น ทั้งยังมีบริการ On-site service ส่งช่างซ่อมไปถึงออฟฟิศ นอกจากนี้ ยังมีบริการ ‘Epson EasyCare Mono’ เพื่อกลุ่มลูกค้า Epson EcoTank M-series ให้สามารถเช่าเครื่องพร้อมหมึกแบบเหมาจ่ายรายเดือน และรับทันทีทั้งบริการติดตั้งพรินเตอร์ให้ถึงออฟฟิศ บริการจัดอบรมการใช้งาน และบริการแก้ปัญหาเบื้องต้นผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งทั้งสองบริการได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เอปสันจึงเดินหน้าแผนดิสรัปท์โมเดลธุรกิจกลุ่มอิงค์เจ็ทพรินเตอร์ทั้งหมด จากที่เคยเน้นการขายเครื่องมาเป็นการบริการงานพิมพ์”

จากการสำรวจรองค์กรธุรกิจ พบว่าสิ่งที่บริษัทส่วนใหญ่กังวลคือค่าพิมพ์สีต่อแผ่น ตามด้วยคุณภาพงานพิมพ์ และบริการซ่อมบำรุง เอปสันจึงได้ออกบริการเช่าเครื่องแบบใหม่ในชื่อ Epson EasyCare 360 เหมา เหมา โดยลูกค้าสามารถพิมพ์สีหรือขาวดำก็ได้ มากสุดถึง 120,000 แผ่น หรือนาน 24 เดือน ทั้งยังได้บริการซ่อมบำรุงถึงที่ และเบอร์โทรสายตรงตอบกลับภายใน 2 ชั่วโมง ทั้งหมดนี้ มีค่าบริการรายเดือนเริ่มต้น 790 บาท แถมยังจะได้รับเครื่องที่ใช้อยู่ไปฟรีๆ หลังหมดสัญญา

นอกจากนี้ยังมี Epson Virtual Solutions Center เพื่อให้ลูกค้า B2B ไม่เพียงแต่ในประเทศไทย แต่รวมถึงกัมพูชา ลาว เมียนมาร์ และปากีสถาน ที่อยู่ภายใต้การดูแลของเอปสัน ประเทศไทย ได้สัมผัสกับประสบการณ์เสมือนจริงระหว่างการทำความรู้จักกับเทคโนโลยีและ B2B โซลูชั่นของเอปสัน ซึ่งจะแบ่งออกตามประเภทธุรกิจหรืออุตสาหกรรม อาทิ เทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืน การพิมพ์ดิจิทัล ร้านค้าปลีก อุตสาหกรรมการผลิต การศึกษา สาธารณสุข และองค์กรธุรกิจ และในเฟสถัดไปจะมีการเพิ่มเติมโซนพิเศษสำหรับลูกค้าโฮมยูสทั่วไปให้ สามารถมาชมสินค้าและพูดคุยกับพนักงานขายทางออนไลน์ได้ทันที โดยได้รับบริการทุกอย่างเหมือนอยู่หน้าร้าน โดยในเฟสแรก Epson Virtual Solutions Center นี้ จะเปิดให้บริการในเดือนเมษายนที่จะถึงนี้

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post ไม่ต้องซื้อ เช่าใช้ก็ได้ EPSON ปรับโมเดลธุรกิจพรินเตอร์ให้บริการเต็มรูปแบบ first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/epson-disrupted-printer-easycare-360/

เอปสันแต่งตั้งนาย ซิ่ว จิน เกียด ขึ้นดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาค

เอปสันประกาศแต่งตั้งนายซิ่ว จิน เกียด ขึ้นดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคของเอปสัน สิงคโปร์ (สำนักงานใหญ่ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้) โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 ต่อจากนายอันโดะ มูเนะโนริ ซึ่งกลับไปปฏิบัติงานที่สำนักงานใหญ่ ไซโก้ เอปสัน คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น

ประกาศจากเอปสันระบุว่า การแต่งตั้งครั้งนี้ทำให้นาย ซิ่ว จิน เกียด กลายเป็นชาวสิงคโปร์คนแรกที่ได้รับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาค และเป็นการแสดงถึงแนวทางของสำนักงานใหญ่ ไซโก้ เอปสัน คอร์ปอเรชั่นทั้งในการผลักดันพนักงานซึ่งเป็นคนท้องถิ่นที่มากความสามารถให้ก้าวขึ้นรับตำแหน่งผู้นำองค์กร และในการพัฒนาทรัพยากรบุคคลให้มีความก้าวหน้ายิ่งขึ้น ภายในวัฒนธรรมองค์กรที่มีความเป็นหนึ่งเดียวและความหลากหลายควบคู่กัน

from:https://www.enterpriseitpro.net/epson-new-md/

เอปสัน เปิดตัว EcoTank ใหม่ คุ้มค่า ประสิทธิภาพสูง ตอบโจทย์การใช้งานสำหรับออฟฟิศขนาดกลาง

เอปสันเปิดตัวเครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชั่นรุ่นใหม่จากตระกูล EcoTank ได้แก่ Epson EcoTank L6550 และ L6580 ที่มีจุดเด่นในเรื่องของการรองรับงานพิมพ์ปริมาณมากและมีต้นทุนการเป็นเจ้าของ (Total Cost of Ownership หรือ TCO) ที่ต่ำ ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่าในระยะยาว สามารถพิมพ์งานได้อย่างรวดเร็ว ด้วยความเร็วในการพิมพ์ขาวดำสูงถึง 25 ภาพต่อนาที (Image per Minute ; IPM) โดยทั้ง 2 รุ่น สามารถพิมพ์งานได้อย่างรวดเร็ว โดยใช้เวลาในการพิมพ์แผ่นแรกเพียง 5.5 วินาที (สำหรับงานพิมพ์ขาวดำ) นอกจากนี้ยังรองรับงานพิมพ์ขาวดำได้สูงถึง 7,500 หน้าและงานพิมพ์สีสูงถึง 6,000 หน้า ด้วยหมึกพิมพ์เพียง 1 ชุด ซึ่งเป็นหมึกพิมพ์ DURABrite ET หมึกพิมพ์ 4 สี แบบใหม่ ที่ให้งานพิมพ์คมชัด สีสันสดใส กันน้ำ พร้อมระบบแท็งค์หมึกที่ถูกออกแบบมาให้เติมหมึกได้อย่างสะดวกง่ายดาย สามารถพิมพ์สองหน้าอัตโนมัติ นอกจากนี้ยังรองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi,Wi-Fi Direct และ Ethernet รวมถึงรองรับการใช้งาน Epson Connect ไม่ว่าจะเป็น Epson iPrint, Epson Email Print and Remote Print Driver และ Scan to Cloud อีกด้วย

เครื่องพิมพ์ เอปสัน EcoTank L6550 มีราคาเปิดตัวอยู่ที่ 29,900 บาท และสำหรับรุ่น L6580 มีราคาเปิดตัวอยู่ที่ 32,900 บาท ทั้ง 2 รุ่นรับประกันแบบ onsite ทั้งตัวเครื่องรวมหัวพิมพ์นาน 2 ปี หรือ 80,000 แผ่น (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ เอปสัน คอลเซ็นเตอร์ 02-685-9899, www.facebook.com/epsonthailand  และ LINE Official Account Epson Thailand

ที่มา : ข่าวพีอาร์

from:https://www.enterpriseitpro.net/epson-ecotank-l6550/

EPSON ประเทศไทยขานรับนโยบาย CSR สนับสนุนยูเอ็น จัด “Wheel for Wild” ปั่นพิทักษ์ป่า รักษาความยั่งยืนของสังคมไทย

EPSON เอปสัน

เอปสัน (EPSON) บริษัทผู้ผลิตเทคโนโลยีพรินเตอร์และโปรเจคเตอร์ระดับโลก ยึดแนวทางความยั่งยืนตลอดวงจรธุรกิจตั้งแต่เริ่มก่อตั้งบริษัทขึ้นเมื่อเกือบ 80 ปีที่แล้ว และกลายเป็นบริษัทแรกในโลกที่ประกาศจะกำจัดสารซีเอฟซีที่ทำลายชั้นโอโซนออกจากกระบวนการผลิตทั้งหมด ซึ่งประสบความสำเร็จในปี 2536 ก่อนเข้าร่วมข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติ (United Nations Global Compact) ในปี 2547 และต่อมาได้ประกาศให้การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals) ขององค์การสหประชาชาติ ปัจจุบัน เอปสันยังคงยึดหลักความยั่งยืนตั้งแต่ขั้นตอนกำหนดแนวคิด ออกแบบ ไปจนเสร็จสิ้นกระบวนการผลิต เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีขนาดกะทัดรัด ที่มีประสิทธิภาพและความแม่นยำสูง เพื่อใช้ในนวัตกรรมที่สามารถเปลี่ยนโลกให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น 

EPSON เอปสัน

ยิ่งในโลกธุรกิจทุกวันนี้ ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมกลายเป็นประเด็นสำคัญ กระแสของการใช้ Green Tech จึงเติบโตอย่างรวดเร็วในทุกองค์กร เอปสันประสบความสำเร็จในการสร้างอิงค์เจ็ทพรินเตอร์ที่เรียกได้ว่าเป็น Green Tech อย่างเต็มตัว เพราะไม่เพียงแต่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์น้อยกว่าเลเซอร์พรินเตอร์ ถึง 85% ยังมีชิ้นส่วนในเครื่องที่ต้องเปลี่ยนทดแทนน้อยกว่าเลเซอร์พรินเตอร์ถึง 59% ทำให้ช่วยลดปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ลงได้มาก ที่สำคัญ เอปสันมีเทคโนโลยี Heat-Free ที่ไม่ใช้ความร้อนในกระบวนการพิมพ์ จึงใช้พลังงานไฟฟ้าน้อยกว่าเลเซอร์พรินเตอร์ที่มีความเร็วในการพิมพ์ระดับเดียวกันถึง 80%

ยรรยง EPSON เอปสัน

ยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย)​ จำกัด กล่าวว่า “บริษัทแม่ ไซโก้ เอปสัน คอร์ปอเรชั่น ได้ดำเนินธุรกิจโดยมุ่งสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน ควบคู่กับการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม โดยยึดกรอบปฏิบัติตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ Sustainable Development Goals (SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ โดยที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้เน้นในเรื่อง “Quality Education” หรือการพัฒนาความรู้และการศึกษาในเยาวชน และในปี 2562ที่ผ่านมา ทางบริษัทได้มีการขยายขอบเขตไปในเรื่อง “Responsible Consumption” ที่มุ่งเน้นให้ผู้บริโภคเกิดความตระหนักในการใช้ทรัพยากรผ่านกิจกรรม From Plastic to Fabric ที่ให้ประชาชนนำถุงพลาสติกเหลือใช้มาแลกเปลี่ยนเป็นถุงผ้าที่มีการพิมพ์ลวดลายจากเครื่องพิมพ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของเอปสัน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการตอบรับนโยบายการลดการใช้ถุงพลาสติก และส่งเสริมการใช้ถุงผ้าที่สามารถนำมาใช้ซ้ำได้หลายครั้ง โดยถุงพลาสติกที่รวบรวมได้ ทางบริษัทได้นำส่งไปให้หน่วยงานเพื่อนำไปรีไซเคิลเป็นบล๊อกปูถนนต่อไป 

EPSON เอปสัน

ล่าสุดในปี 2563 นี้ ซึ่งเป็นปีครบรอบ 30 ปีของเอปสัน ประเทศไทย บริษัทฯ ได้ขยายขอบเขตของงานซีเอสอาร์มาด้าน “Life on Land” อีกหนึ่งในหัวข้อสำคัญของ SDGs โดยได้ร่วมกับมูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าและพรรณพืชแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ จัดกิจกรรม “Wheel for Wild” เพื่อรณรงค์ให้คนไทยตระหนักถึงความสำคัญในการป้องกันรักษาทรัพยากรและใส่ใจในเรื่องการใช้พลังงานมากขึ้น ผ่านกิจกรรมซึ่งเป็นกิจกรรมที่เชิญชวนประชาชนทั่วไปร่วมทำกิจกรรมปั่นจักรยานเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าให้กับพรินเตอร์ที่ใช้เทคโนโลยี Heat-Free จากเอปสัน โดยมีกติกาว่าเมื่อผู้ร่วมกิจกรรมปั่นจักรยานผลิตไฟฟ้าครบ 3 นาที เอปสันจะทำการบริจาคเงินจำนวน 30 บาทให้กับทางมูลนิธิฯ 

EPSON เอปสัน

นอกจากนี้จักรยานที่ต่อไดนาโมและแบตเตอรีจะจ่ายกระแสไฟฟ้าเข้าเครื่อง WF-C20590 เพื่อพิมพ์ใบประกาศเกียรติคุณจากมูลนิธิฯ ให้กับผู้ร่วมกิจกรรม เพื่อยืนยันถึงการมีส่วนร่วมในกิจกรรมของมูลนิธิฯ โดยเอปสันได้จัดโร้ดโชว์ไปตามสถานที่ต่างๆ เพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้สนใจที่หลากหลาย โดยเริ่มที่งาน COMMART XTREME ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค ในวันที่ 26-29 พฤศจิกายน ต่อด้วยที่อาคารเอ็มไพร์ ทาวเวอร์ ในวันที่ 2-4 ธันวาคม และศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ บริเวณลานกิจกรรมชั้น G ในวันที่ 14-15 ธันวาคม ก่อนปิดท้ายที่ราชมังคลากีฬาสถาน วันที่ 18-20 ธันวาคม

EPSON เอปสัน

EPSON เอปสัน

ยรรยง กล่าวเสริมว่า “กิจกรรม “Wheel for Wild” ปั่นพิทักษ์ป่า ไม่เพียงแต่ตอกย้ำถึงความพยายามของเอปสัน ประเทศไทย ในการแสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมของประเทศไทยในฐานะองค์กรธุรกิจที่ดำเนินกิจการในประเทศไทยมานานถึง 30 ปี แต่ยังเป็นการยืนยันถึงความมุ่งมั่นของเอปสันในการคิดค้นนวัตกรรมและสร้างเทคโนโลยีที่ช่วยสร้างความยั่งยืนให้กับธรรมชาติของโลก อย่างที่เห็นได้จากเทคโนโลยี Heat-Free ในอิงค์เจ็ทพรินเตอร์ของเอปสันที่ประหยัดไฟ และใช้กำลังไฟเพียง 10 วัตต์ในการพิมพ์เอกสาร 1 หน้า ซึ่งผู้เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวจะได้รับประสบการณ์อันน่าทึ่งนี้ ด้วยการปั่นจักรยานเพียงไม่ถึง 3 นาที ก็สามารถพิมพ์เอกสารสีออกมาได้” 

EPSON เอปสัน

“ในปัจจุบัน ผู้บริโภคต้องการเห็นความพยายามและผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมจากผู้ผลิตในการรักษาธรรมชาติ ทั้งยังเต็มใจที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคเพื่อให้ได้มีส่วนร่วมในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะคนกลุ่ม Millennial และ Gen Z ที่ยินดีจะจ่ายเงินเพิ่มขึ้นเพื่อผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมหรือกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับธรรมชาติหรือมีส่วนในการตอบแทนสังคม การที่ผู้ผลิตสามารถแสดงออกถึงบทบาทในการรักษาสิ่งแวดล้อมไม่เพียงแต่เป็นการสร้างความได้เปรียบในเชิงการแข่งขันทางธุรกิจ ช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งของแบรนด์สินค้า แต่ยังเป็นการนำธุรกิจไปสู่ทิศทางและตำแหน่งของการเป็นองค์กรที่สังคมและผู้บริโภคจะขาดไม่ได้ ซึ่งนั่นคือเป้าหมายของเอปสัน” ยรรยง ทิ้งท้าย

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post EPSON ประเทศไทยขานรับนโยบาย CSR สนับสนุนยูเอ็น จัด “Wheel for Wild” ปั่นพิทักษ์ป่า รักษาความยั่งยืนของสังคมไทย first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/epson-csr-wheel-for-wild/

เอปสัน ขานรับนโยบายยูเอ็น จัด Wheel for wild ปั่นพิทักษ์ป่ารักษาความยั่งยืนของสังคมไทย

เอปสัน บริษัทผู้ผลิตเทคโนโลยีพรินเตอร์และโปรเจคเตอร์ระดับโลก ยึดแนวทางความยั่งยืนตลอดวงจรธุรกิจตั้งแต่เริ่มก่อตั้งบริษัทขึ้นเมื่อเกือบ 80 ปีที่แล้ว และกลายเป็นบริษัทแรกในโลกที่ประกาศจะกำจัดสารซีเอฟซีที่ทำลายชั้นโอโซนออกจากกระบวนการผลิตทั้งหมด

ซึ่งประสบความสำเร็จในปี 2536 ก่อนเข้าร่วมข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติ (United Nations Global Compact) ในปี 2547 และต่อมาได้ประกาศให้การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals) ขององค์การสหประชาชาติ ปัจจุบัน เอปสันยังคงยึดหลักความยั่งยืน

ตั้งแต่ขั้นตอนกำหนดแนวคิด ออกแบบ ไปจนเสร็จสิ้นกระบวนการผลิต เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีขนาดกะทัดรัด ที่มีประสิทธิภาพและความแม่นยำสูง เพื่อใช้ในนวัตกรรมที่สามารถเปลี่ยนโลกให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น

ยิ่งในโลกธุรกิจทุกวันนี้ ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมกลายเป็นประเด็นสำคัญ กระแสของการใช้ Green Tech จึงเติบโตอย่างรวดเร็วในทุกองค์กร เอปสันประสบความสำเร็จในการสร้างอิงค์เจ็ทพรินเตอร์ที่เรียกได้ว่าเป็น Green Tech อย่างเต็มตัว

เพราะไม่เพียงแต่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์น้อยกว่าเลเซอร์พรินเตอร์ ถึง 85% ยังมีชิ้นส่วนในเครื่องที่ต้องเปลี่ยนทดแทนน้อยกว่าเลเซอร์พรินเตอร์ถึง 59% ทำให้ช่วยลดปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ลงได้มาก

ที่สำคัญ เอปสันมีเทคโนโลยี Heat-Free ที่ไม่ใช้ความร้อนในกระบวนการพิมพ์ จึงใช้พลังงานไฟฟ้าน้อยกว่าเลเซอร์พรินเตอร์ที่มีความเร็วในการพิมพ์ระดับเดียวกันถึง 80%

คุณยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย)​ จำกัด กล่าวว่า “บริษัทแม่ ไซโก้ เอปสัน คอร์ปอเรชั่น ได้ดำเนินธุรกิจโดยมุ่งสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน ควบคู่กับการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม โดยยึดกรอบปฏิบัติตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ Sustainable Development Goals (SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ

โดยที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้เน้นในเรื่อง “Quality Education” หรือการพัฒนาความรู้และการศึกษาในเยาวชน

ในปี 2562 ที่ผ่านมา ทางบริษัท ได้มีการขยายขอบเขตไปในเรื่อง “Responsible Consumption” ที่มุ่งเน้นให้ผู้บริโภคเกิดความตระหนักในการใช้ทรัพยากรผ่านกิจกรรม From Plastic to Fabric ที่ให้ประชาชนนำถุงพลาสติกเหลือใช้มาแลกเปลี่ยนเป็นถุงผ้าที่มีการพิมพ์ลวดลายจากเครื่องพิมพ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของเอปสัน

เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการตอบรับนโยบายการลดการใช้ถุงพลาสติก และส่งเสริมการใช้ถุงผ้าที่สามารถนำมาใช้ซ้ำได้หลายครั้ง โดยถุงพลาสติกที่รวบรวมได้ ทางบริษัท ได้นำส่งไปให้หน่วยงานเพื่อนำไปรีไซเคิลเป็นบล๊อกปูถนนต่อไป

ล่าสุดในปี 2563 นี้ ซึ่งเป็นปีครบรอบ 30 ปีของเอปสัน ประเทศไทย บริษัทฯ ได้ขยายขอบเขตของงานซีเอสอาร์มาด้าน “Life on Land” อีกหนึ่งในหัวข้อสำคัญของ SDGs โดยได้ร่วมกับมูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าและพรรณพืชแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ จัดกิจกรรม “Wheel for Wild” เพื่อรณรงค์ให้คนไทยตระหนักถึงความสำคัญในการป้องกันรักษาทรัพยากรและใส่ใจในเรื่องการใช้พลังงานมากขึ้น

ผ่านกิจกรรมซึ่งเป็นกิจกรรมที่เชิญชวนประชาชนทั่วไปร่วมทำกิจกรรมปั่นจักรยานเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าให้กับพรินเตอร์ที่ใช้เทคโนโลยี Heat-Free จากเอปสัน โดยมีกติกาว่าเมื่อผู้ร่วมกิจกรรมปั่นจักรยานผลิตไฟฟ้าครบ 3 นาที เอปสันจะทำการบริจาคเงินจำนวน 30 บาทให้กับทางมูลนิธิฯ

นอกจากนี้จักรยานที่ต่อไดนาโมและแบตเตอรีจะจ่ายกระแสไฟฟ้าเข้าเครื่อง WF-C20590 เพื่อพิมพ์ใบประกาศเกียรติคุณจากมูลนิธิฯ ให้กับผู้ร่วมกิจกรรม เพื่อยืนยันถึงการมีส่วนร่วมในกิจกรรมของมูลนิธิฯ โดยเอปสันได้จัดโร้ดโชว์ไปตามสถานที่ต่างๆ เพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้สนใจที่หลากหลาย

โดยเริ่มที่งาน COMMART XTREME ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค ในวันที่ 26-29 พฤศจิกายน ต่อด้วยที่อาคารเอ็มไพร์ ทาวเวอร์ ในวันที่ 2-4 ธันวาคม และศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ บริเวณลานกิจกรรมชั้น G ในวันที่ 14-15 ธันวาคม ก่อนปิดท้ายที่ราชมังคลากีฬาสถาน วันที่ 18-20 ธันวาคม

นายยรรยง กล่าวเสริมว่า “กิจกรรม “Wheel for Wild” ปั่นพิทักษ์ป่า ไม่เพียงแต่ตอกย้ำถึงความพยายามของเอปสัน ประเทศไทย ในการแสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมของประเทศไทยในฐานะองค์กรธุรกิจที่ดำเนินกิจการในประเทศไทยมานานถึง 30 ปี

แต่ยังเป็นการยืนยันถึงความมุ่งมั่นของเอปสันในการคิดค้นนวัตกรรมและสร้างเทคโนโลยีที่ช่วยสร้างความยั่งยืนให้กับธรรมชาติของโลก อย่างที่เห็นได้จากเทคโนโลยี Heat-Free ในอิงค์เจ็ทพรินเตอร์ของเอปสันที่ประหยัดไฟ และใช้กำลังไฟเพียง 10 วัตต์ในการพิมพ์เอกสาร 1 หน้า

ซึ่งผู้เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวจะได้รับประสบการณ์อันน่าทึ่งนี้ ด้วยการปั่นจักรยานเพียงไม่ถึง 3 นาที ก็สามารถพิมพ์เอกสารสีออกมาได้

ในปัจจุบัน ผู้บริโภคต้องการเห็นความพยายามและผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมจากผู้ผลิตในการรักษาธรรมชาติ ทั้งยังเต็มใจที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคเพื่อให้ได้มีส่วนร่วมในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

โดยเฉพาะคนกลุ่ม Millennial และ Gen Z ที่ยินดีจะจ่ายเงินเพิ่มขึ้นเพื่อผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมหรือกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับธรรมชาติหรือมีส่วนในการตอบแทนสังคม การที่ผู้ผลิตสามารถแสดงออกถึงบทบาทในการรักษาสิ่งแวดล้อมไม่เพียงแต่เป็นการสร้างความได้เปรียบในเชิงการแข่งขันทางธุรกิจ ช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งของแบรนด์สินค้า

แต่ยังเป็นการนำธุรกิจไปสู่ทิศทางและตำแหน่งของการเป็นองค์กรที่สังคมและผู้บริโภคจะขาดไม่ได้ ซึ่งนั่นคือเป้าหมายของเอปสัน

 

from:https://www.thumbsup.in.th/epson-csr-wheel-for-wild?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=epson-csr-wheel-for-wild

เอปสันรุกเสริมไลน์เครื่องพิมพ์ป้ายโฆษณา ย้ำจุดยืนลดมลภาวะ พร้อมเปิดตัว R-Series เครื่องพิมพ์หมึกเรซิ่นฐานน้ำรุ่นแรก

เอปสัน ผู้นำเทคโนโลยีการพิมพ์ของโลก ตอกย้ำจุดยืนการเป็นผู้ผลิตสินค้าไอทีที่มุ่งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของยูเอ็น ผ่านการเปิดตัว SureColor SC-R5030L เครื่องพิมพ์ป้ายโฆษณาที่ใช้หมึกเรซิ่นฐานน้ำ (Water-based Resin) รุ่นแรกของเอปสัน

นายยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “สำหรับเอปสันแล้ว ความยั่งยืนคือหัวใจสำคัญในการทำธุรกิจ โดยเอปสันได้มีการทำข้อตกลงในการดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ เทคโนโลยีของเอปสันจึงถูกออกแบบและพัฒนาขึ้นโดยคำนึงถึงความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากที่สุด ทั้งในเรื่องการประหยัดพลังงาน ไม่ก่อให้เกิดการสิ้นเปลืองและไม่มีสารพิษที่เป็นอันตรายกับผู้ใช้และธรรมชาติ โดยล่าสุดทางเอปสันได้เปิดตัวเครื่องพิมพ์ระดับมืออาชีพสำหรับธุรกิจการพิมพ์ป้ายโฆษณาและสื่อประชาสัมพันธ์ รุ่น SureColor SC-R5030L ที่ใช้หมึกเรซิ่นฐานน้ำรุ่นแรกของเอปสัน เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการใช้หมึกเรซิ่น ทั้งยังเป็นการเสริมไลน์เครื่องพิมพ์ในตลาดนี้ ซึ่งปัจจุบันเอปสันจำหน่ายแต่เครื่องรุ่นที่ใช้หมึก อีโค่โซเวนท์ที่ปราศจากกลิ่นและสารนิกเกิ้ลที่เป็นพิษต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม”

“SureColor SC-R5030L เป็นเครื่องพิมพ์ป้ายโฆษณาขนาดหน้ากว้าง 64 นิ้ว ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้กับหมึก UltraChrome RS ของเอปสัน ซึ่งมีจุดเด่นที่แห้งเร็ว ทนรอยขีดข่วน และใช้ความร้อนไม่สูงในการทำให้หมึกพิมพ์แห้งติดลงบนวัสดุ ทำให้ผู้ใช้สามารถนำผลงานไปใช้ได้ในทันที ไม่ต้องรอนาน อีกทั้งยังให้งานพิมพ์ที่มีสีสันสดใส คุณภาพสม่ำเสมอ และใช้ได้กับวัสดุหลายชนิด ทั้งไวนิลแบนเนอร์ ผ้า แคนวาส วอลล์เปเปอร์ และฟิล์ม เป็นต้น อีกทั้งยังไม่มีกลิ่นเหม็น จึงเหมาะที่จะใช้ในสถานที่ที่ต้องการความใส่ใจในเรื่องความปลอดภัยมากเป็นพิเศษ เช่น โรงเรียน โรงพยาบาล หรือโรงแรม หมึกเรซิ่นฐานน้ำของเอปสันยังได้รับการรับรองด้านสิ่งแวดล้อมจากหน่วยงานสากลต่างๆ เช่น EcoLogo, REACH, Nordic Swan Ecolabel, GREENGUARD เป็นต้น”

นอกจากนี้ เอปสันยังได้ผลิตชิ้นส่วนประกอบทั้งหมดของเครื่องพิมพ์ซีรีส์นี้ขึ้นเอง รวมถึงหัวพิมพ์ PrecisionCore และใช้เฟิร์มแวร์และซอฟต์แวร์ของเอปสัน เพื่อรับประกันประสิทธิภาพการพิมพ์ขั้นสูงสุด สามารถเพิ่มเวลาในการทำงานได้นานยิ่งขึ้น และลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง รวมถึงใช้เทคโนโลยี Precision Dot ที่ช่วยพิมพ์งานให้ได้คุณภาพที่ดีเยี่ยม เครื่องทำความร้อน (Heater) ที่ใช้อุณหภูมิที่ต่ำกว่าในการอบน้ำหมึกให้แห้ง เมื่อเทียบกับเครื่อง พิมพ์ขนาดเท่ากันของแบรนด์อื่น ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับการพิมพ์บนวัสดุที่ไวต่อความร้อน หรือมีความบางมาก หรือพิมพ์งานแบบเรียงภาพต่อกันหลายแผ่น (Tiling) ทั้งยังมีเครื่องตรวจจับอัลตร้าโซนิคที่ช่วยลดความเสี่ยงการทำงานผิดพลาดของหัวพิมพ์และเตือนผู้ใช้ถึงปัญหาที่อาจเกิดขึ้น จึงช่วยยืดอายุการใช้งานของหัวพิมพ์ได้

นายยรรยง กล่าวต่อ “หมึกเรซิ่นฐานน้ำของเอปสันได้รับการพัฒนาสูตรให้ไม่ต้องใช้ความร้อนมากนักในการทำให้งานพิมพ์แห้งติดลงบนวัสดุ ทำให้ไม่เพียงแต่ได้งานพิมพ์ที่มีสีสดใส แต่ยังช่วยประหยัดไฟ และไม่ทำให้สภาพ แวดล้อมการทำงานมีอุณหภูมิที่สูง ที่สำคัญ หัวพิมพ์ยังมีอายุการใช้งานที่นานขึ้น”

SureColor SC-R5030L ใช้หมึก 6 สี ประกอบด้วย C, M, Y, K, LC (ฟ้าอ่อน) และ LM (ชมพูอ่อน) ติดตั้งในชุดจ่ายน้ำหมึกปริมาณสูงความจุ 1.5 ลิตรต่อสี จำนวน 2 ชุด สำหรับการป้อนน้ำหมึกอย่างต่อเนื่อง หากหมึกสีใดก็ตามในชุดหนึ่งหมดลง อีกชุดหมึกจะทำการจ่ายน้ำหมึกต่อเนื่องทันที รวมถึงฟังก์ชั่น Hot Swap ที่ช่วยให้ผู้ใช้ถอดเปลี่ยนชุดหมึกได้ในขณะที่การพิมพ์ยังดำเนินอยู่ ไม่เกิดปัญหาขั้นตอนการพิมพ์สะดุดหรือต้องหยุดเติมหมึก นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติการปรับแต่งค่าต่างๆ อัตโนมัติ  เช่น Advanced Auto Tension Control ที่ควบคุมการป้อนสื่อสิ่งพิมพ์เข้าเครื่องได้อย่างแม่นยำไม่สั่นไหว การปรับหัวพิมพ์โดยอัตโนมัติ และการทำความสะอาดอัตโนมัติ

“การลดมลภาวะ ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และความปลอดภัยในที่ทำงานกลายเป็นเรื่องสำคัญในวงการการพิมพ์มากขึ้นทุกวัน การใช้เครื่องพิมพ์และหมึกพิมพ์ที่มีเทคโนโลยีที่สามารถตอบรับแนวโน้มนี้ได้ จึงเป็นสิ่งจำเป็นต่อการทำธุรกิจต่อไปในอนาคตของผู้ให้บริการด้านการพิมพ์ ไม่ว่าจะเป็นเอสเอ็มอีหรือโรงพิมพ์ขนาดใหญ่ เอปสันจึงเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง การเปิดตัว SureColor SC-R5030L ทำให้เอปสันมีเครื่องพิมพ์ที่ใช้หมึกเรซิ่นฐานน้ำให้ลูกค้าได้เลือกใช้ นอกเหนือจากเครื่องหมึกอีโค่โซเวนท์ ทั้งยังช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้ไลน์สินค้าเครื่องพิมพ์สำหรับป้ายโฆษณาของเอปสันยิ่งขึ้น” นายยรรยง กล่าวทิ้งท้าย

from:https://www.enterpriseitpro.net/epson-r-series/

เอปสันโชว์พลังเลเซอร์โปรเจคเตอร์ ณ House of Illumination

เอปสันร่วมสนับสนุนงาน House of Illumination ยกขบวนเลเซอร์โปรเจคเตอร์ประสิทธิภาพสูงโชว์เทคนิค Projection Mapping กับผลงานศิลปะดิจิทัลสุดอลังการ ตั้งแต่ 28 ตุลาคม 2563 ถึง ตุลาคม 2565 ณ ชั้น 8 เซ็นทรัลแกลอรี่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

นายยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “เอปสัน ประเทศไทย ได้ร่วมกับอินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ และเซ็นทรัลเวิลด์ ในการจัดเมกะอีเวนท์ “House of Illumination” งานแสดงศิลปะดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บนพื้นที่กว่า 1,800 ตารางเมตร ของเซ็นทรัลแกลอรี่ ชั้น 8 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ และจะเปิดให้ผู้สนใจเข้าชมตั้งแต่ 28 ตุลาคม 2563 ไปจนถึงตุลาคม 2565 ในส่วนของเอปสัน ประเทศไทย ได้ให้การสนับสนุนในด้านเทคโนโลยีเลเซอร์โปรเจคเตอร์ความสว่างสูง จำนวน 18 เครื่องที่ใช้ในห้องจัดแสดงต่างๆ ซึ่งผู้เข้าชมจะได้สัมผัสประสบการณ์ในการชมคอนเทนท์ดิจิทัลในแบบอินเตอร์แอคทีฟ ผ่านเทคนิค Projection Mapping”

“ที่ผ่านมา เอปสัน ประเทศไทย ได้มีโอกาสทำงานร่วมกับหน่วยงานราชการ สถาบันศึกษา ออร์แกไนเซอร์ ศิลปินและเหล่าคอนเทนท์ดีเวลลอปเปอร์มากมายในการจัดงานอีเวนท์ระดับประเทศที่มีการนำเสนอคอนเทนท์ดิจิทัล ผ่านเทคนิค Projection Mapping เช่น งานลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย นิทรรศการโพธิเธียร์เตอร์ ณ เทศกาลบางกอกแหวกแนว งานเชียงใหม่ Design Week เป็นต้น และในครั้งนี้ งาน House of Illumination ที่จัดขึ้นโดยความร่วมมือของเอปสัน ประเทศไทย และอินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ ก็เป็นอีกครั้งที่บริษัทฯ ได้มีส่วนร่วมในการจัดแสดงงานแสดงศิลปะและคอนเทนท์แบบดิจิทัล ผ่านเลเซอร์โปรเจคเตอร์ของเอปสัน และมั่นใจว่าจะสร้างประสบการณ์การรับชมที่น่าตื่นตาตื่นใจ เพิ่มความอลังการของผลงานความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างแน่นอน”

“สำหรับเลเซอร์โปรเจคเตอร์ทั้ง 18 เครื่อง ซึ่งล้วนแต่เป็นรุ่นที่ใช้สำหรับการนำเสนอคอนเทนท์ที่มีความละเอียดและคุณภาพสูงโดยเฉพาะ และได้รับคำชื่นชมอย่างมากจากการใช้ที่ teamLab Borderless Tokyo ที่ประเทศญี่ปุ่น นอกจากนี้ การจัดแสดง House of Illumination ที่เปิดให้ทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้เข้าชมนานถึง 2 ปี เลเซอร์โปรเจคเตอร์ที่ใช้จึงต้องมีประสิทธิภาพและความทนทานสูง ซึ่งเทคโนโลยีเลเซอร์ของเอปสันสามารถใช้งานได้นานถึง 20,000 ชั่วโมงโดยที่คุณภาพของภาพที่ฉายไม่ลดลง และไม่ต้องมีการบำรุงรักษาใดๆ”

from:https://www.enterpriseitpro.net/house-of-illumination/