คลังเก็บป้ายกำกับ: เอชพีอี

HPE เตรียมปรับโครงสร้างการทำงานใหม่ ให้เหมาะกับโมเดลธุรกิจที่เปลี่ยนไป

ซีอีโอของ HPE คุณ Antonio Neri กล่าวเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า การบริหารงานของบริษัทจะถูกปรับเปลี่ยนโครงสร้างใหม่ เพื่อให้ HPE อยู่รอดอย่างแข็งแกร่งหลังจากผ่านช่วงวิกฤติ COVID-19 นอกจากนี้ทางบริษัทยังได้ประกาศการลาออกของตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีอย่าง Mark Potter ด้วย

สำหรับโมเดลที่เปลี่ยนไปนี้ จะเป็นการผลักดันให้ HPE กลายเป็นบริษัทที่ให้บริการผ่านคลาวด์ทั้งหมดอย่างสมบูรณ์กับทุกผลิตภัณฑ์ โดยวางยุทธศาสตร์ที่จะทำเป็นบริการไอทีผ่านคลาวด์ (IT-as-a-service) ย้ายโมเดลการจำหน่ายไปเป็นแบบสมัครสมาชิก และคอยอำนวยความสะดวกในการใช้งานระบบมัลติคลาวด์ ซึ่งต้องอาศัยการร่วมมือจากหลายภาคส่วน

ทาง Neri จึงระบุว่า HPE จำเป็นต้องเร่งความเร็วในการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว โดยเฉพาะการพัฒนานวัตกรรมใหม่ ซึ่งจากการประเมินโครงสร้างการทำงานแบบเดิมแล้ว มองว่าถึงเวลาที่ต้องให้แต่ละกลุ่มธุรกิจหันมารายงานกับซีอีโอโดยตรงแทน

ที่มา : Zdnet

from:https://www.enterpriseitpro.net/hpe-plans-new-post-pandemic-operating-structure-to-support-business-model-shift/

อินแกรม ไมโคร นำเสนอเทคโนโลยีเซิร์ฟเวอร์อัจฉริยะ HPE ProLiant Gen10 Server

บริษัท อินแกรม ไมโคร (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จัดจำหน่ายสินค้าเทคโนโลยี ขอนำเสนอผลิตภัณฑ์ Server อัจฉริยะจาก Hewlett Packard Enterprise (HPE) ในรุ่น ProLiant Gen10 Server

ซึ่งเป็น Server ในสถาปัตยกรรม x86 รองรับทั้ง CPU Intel และ AMD ซึ่งสามารถรองรับงานได้หลากหลายรูปแบบการใช้งาน ไม่ว่าจะใช้เป็น Physical Server เพื่อรองรับ Workload เช่น Database Server, ERP Server, File Sharing Server หรือจะใช้เป็น Virtualization Server ก็สามารถทำงานได้บนระบบชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็น VMware, Microsoft Hyper-V, RedHat และอีกมากมาย

ตอบโจทย์ทุกมุมมอง

HPE ProLiant Gen10 Server เป็น Server ในสถาปัตยกรรม x86 รองรับทั้ง CPU Intel และ AMD ซึ่งสามารถรองรับงานได้หลากหลายรูปแบบการใช้งาน ไม่ว่าจะใช้เป็น Physical Server เพื่อรองรับ Workload เช่น Database Server, ERP Server, File Sharing Server หรือจะใช้เป็น Virtualization Server ก็สามารถทำงานได้บนระบบชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็น VMware, Microsoft Hyper-V, RedHat และอีกมากมาย

HPE ProLiant Gen10 Server ถูกออกแบบให้ทำงานได้ตลอดเวลา แบบ 24×7 จึงมั่นใจได้ว่า ระบบงานทำงานอยู่บน Hardware ที่ออกแบบมาให้ทำงานอย่างมีเสถียรภาพ มีการรับประกันจาก HPE โดยตรง

ติดตั้งมาพร้อมกับ Integrated Lights-Out 5 (iLO 5) ซึ่งทำให้สามารถบริหารจัดการ Server ได้อย่างง่ายได้ ไม่ว่าจะเป็น การดูสถานะของตัวเครื่อง การสั่งปิด-เปิดเครื่อง การUpdate Firmware ของตัวเครื่อง และการควบคุมหน้าจอ (Remote Console) HPE ProLiant Gen10 Server มีหลากหลาย Series ให้เลือกใช้งานตามความเหมาะสม และความคุ้มค่า ไม่ว่าจะเป็น 500, 300, 100 และ 10 Series จึงทำให้ยืดหยุ่นและคล่องตัวในการใช้งาน ตอบโจทย์ในทุกมุมมอง

ท่านใดสนใจผลิตภัณฑ์ สามารถติดต่อได้ที่บริษัท อินแกรม ไมโคร (ประเทศไทย) จำกัด โทร 02-012-2222 หรืออีเมล์ TH-HPE@ingrammicro.com

from:https://www.enterpriseitpro.net/ingram-hpe-proliant-gen10-server/

Antonio Neri ซีอีโอของ HPE กล่าวว่า เขาเริ่ม “เห็นแสงสว่าง” แล้ว

หลังจากมีวิดีโอของพนักงาน Hewlett Packard Enterprise ในจีนเริ่มกลับเข้าทำงานตามปกติ ทำให้ทางซีอีโอ HPE อย่าง Antonio Neri ออกมากล่าวว่า เขามองเห็นอนาคตที่สดใสจาก “แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์” ของปัญหาไวรัสโคโรน่า

“เรากำลังอยู่ในช่วงที่ท้าทาย แต่ผมก็มั่นใจในอนาคตว่าเราเริ่มเห็นทางออกที่สิ้นสุดปัญหานี้กันแล้ว” Neri กล่าวผ่านบล็อกของตนเอง “ตัวอย่างเช่นในยุโรปนั้น รัฐบาลก็เริ่มวางแผนที่จะผ่อนปรนมาตรการกักกันคนอยู่ในบ้าน”

“เรากำลังสร้างแผนฟื้นฟูเพื่อให้สามารถนำผู้คนกลับมาทำงานตามปกติได้ทีละประเทศ ตามเวลาที่ควรจะเป็น” นอกจากนี้เขายังระบุด้วยว่าตัวเองรู้สึก “ตื้นตันใจ” หลังจากเห็นวิดีโอที่จัดทำขึ้นโดยทีมงาน HPE ในต้าเหลียน ประเทศจีน

ที่มีการกล่าวคำพูดแสดงความหวังในกลุ่มพนักงานว่า “เราสามารถฝ่าฟันโรคระบาดมาได้แล้ว” โดย Neri มองว่า “จีนกำลังฟื้นฟูตัวเอง ซึ่งขณะที่พวกเรายังสนับสนุนให้ทีมงานทั่วโลกทำงานจากบ้านนั้น ในจีนกลับเริ่มเข้าทำงานในพื้นที่ตามปกติกันแล้ว”

ที่มา : CRN

from:https://www.enterpriseitpro.net/hpe-ceo-antonio-neri-is-starting-to-see-light-at-end-of-coronavirus-tunnel/

ตอบโจทย์การทำงานในทุกธุรกิจด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ ด้วยขุมพลังจาก HPE ProLiant Gen10 Server

การดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน จำเป็นต้องอาศัยเทคโนโลยีที่มีความทันสมัย เพื่อช่วยสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ทุกคนในโลกได้สร้างและแบ่งปันข้อมูลผ่านทางระบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแบบ On-premises หรือบน Cloud ได้ทั้งแบบ Private และ Public

โดยระบบไอทีที่ดีนั้น จำเป็นจะต้องทำงานในเชิงรุกและสามารถคาดการณ์ความต้องการที่จะเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังต้องมีความยืดหยุ่น รวมถึงความสามารถที่จะรองรับงานด้านธุรกิจได้อย่างทันท่วงที (Realtime) ไม่จำเป็นต้องรอนานเป็นวันๆ หรือเป็นสัปดาห์ ซึ่งอาจจะส่งผลให้องค์กรขาดโอกาสทางธุรกิจไป

หัวใจหลักของระบบไอทีอย่างเช่น “Server” จะต้องมีความอัจฉริยะในการตรวจสอบและบริหารจัดการได้ง่ายและสะดวกมากขึ้น อีกทั้งยังต้องสามารถใช้งานและทำ Provision งานได้อัตโนมัติ เมื่อ Server ทำได้อย่างนั้นแล้ว จะทำให้ผู้บริหารระบบไอทีสามารถช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

HPE ตระหนักถึงประเด็นดังกล่าวข้างต้นจึงได้พัฒนา Server ที่มีพื้นฐานจากความเป็นอัจฉริยะตั้งแต่แรกเริ่ม โดยรองรับการทำงานของเวิร์กโหลดได้มากมาย ภายใต้โมเดลที่ชื่อว่า HPE ProLiant Server ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ในประเด็นสำคัญสามประการหลักๆ ด้วยกัน

Optimization : เป็นพื้นฐานอัจฉริยะที่สำคัญของระบบไอที ที่สามารถปรับเปลี่ยนการทำงานของไอทีให้มีประสิทธิภาพ สามารถรับงานเวิร์กโหลดได้ในทุกสถานการณ์ ช่วยประหยัดงบประมาณในแง่ของต้นทุนค่าใช้จ่าย พร้อมทั้งสร้างผลลัพธ์ได้อย่างรวดเร็วคุ้มค่ากับเงินที่ลงทุนไป

Security : HPE ProLiant มีแกนหลักของความปลอดภัยตั้งแต่เริ่มต้น มุมมองแบบ 360 องศาเพื่อที่จะสร้างระบบที่มีความปลอดภัยตั้งแต่เริ่มต้นสายการผลิตไปจนถึงขั้นตอนของการการติดตั้งและใช้งาน

Automation : ผลิตภัณฑ์ HPE ProLiant มีกลไกการทำงานอัตโนมัติ ทำงานได้อย่างง่ายดาย รองรับงานต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

HPE ProLiant Gen10 Server : ตอบโจทย์ทุกมุมมอง

HPE ProLiant Gen10 Server เป็น Server ในสถาปัตยกรรม x86 รองรับทั้ง CPU Intel และ AMD ซึ่งสามารถรองรับงานได้หลากหลายรูปแบบการใช้งาน ไม่ว่าจะใช้เป็น Physical Server เพื่อรองรับ Workload เช่น Database Server, ERP Server, File Sharing Server หรือจะใช้เป็น Virtualization Server ก็สามารถทำงานได้บนระบบชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็น VMware, Microsoft Hyper-V, RedHat และอีกมากมาย

HPE ProLiant Gen10 Server ถูกออกแบบให้ทำงานได้ตลอดเวลา แบบ 24×7 จึงมั่นใจได้ว่า ระบบงานทำงานอยู่บน Hardware ที่ออกแบบมาให้ทำงานอย่างมีเสถียรภาพ มีการรับประกันจาก HPE โดยตรง

ติดตั้งมาพร้อมกับ Integrated Lights-Out 5 (iLO 5) ซึ่งทำให้สามารถบริหารจัดการ Server ได้อย่างง่ายได้ ไม่ว่าจะเป็น การดูสถานะของตัวเครื่อง การสั่งปิด-เปิดเครื่อง การUpdate Firmware ของตัวเครื่อง และการควบคุมหน้าจอ (Remote Console)

HPE ProLiant Gen10 Server มีหลากหลาย Series ให้เลือกใช้งานตามความเหมาะสม และความคุ้มค่า ไม่ว่าจะเป็น 500, 300, 100 และ 10 Series จึงทำให้ยืดหยุ่นและคล่องตัวในการใช้งาน ตอบโจทย์ในทุกมุมมอง

ท่านใดสนใจผลิตภัณฑ์ สามารถติดต่อได้ที่บริษัท อินแกรม ไมโคร (ประเทศไทย) จำกัด โทร 02-012-2222 หรืออีเมล์ TH-HPE@ingrammicro.com

from:https://www.enterpriseitpro.net/hpe-proliant-gen10-server/

HPE GREENLAKE ตอบโจทย์การใช้งานด้านไอที ในแบบ Consumption-as-a-Service

การเปลี่ยนแปลงทางโลกของดิจิตอล หรือที่เรียกกันว่า Digital Transformation เป็นแนวคิดด้านเทคโนโลยีที่จะช่วยเร่งการพัฒนาของนวัตกรรมใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นและยังเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยต่อยอดให้เกิดการใช้งานเทคโนโลยีไอทีให้มากขึ้นด้วย ในประเด็นนี้ส่งผลให้องค์กรต่างๆ เกิดความต้องการด้านไอทีโดยมีคุุณลักษณะสำคัญ อิงตามผลการศึกษาของทาง Deloitte พบว่า 61% ขององค์กรระดับเอ็นเทอร์ไพรส์ส่วนใหญ่สามารถพัฒนาระบบได้ดีขึ้น ด้วยการใช้เซอร์วิสแบบ Xaas หรือ Everything-as-a-Service และ 75% บอกว่าการใช้งานระบบไอทีที่ยืดหยุ่นได้ตามความต้องการของตนเอง จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพขององค์กร ทั้งการออกแบบ การพัฒนา และใช้งานได้อย่างรวดเร็วกว่า

ทุุกๆ อย่างคือบริการ (Everything-as-a-Service)

HPE GreenLake คือรูปแบบการบริการที่ออกแบบมาให้ทุกๆ อย่างในโลกของไอทีกลายเป็น “เซอร์วิส” หรือที่เรียกขานกันว่า Everything-as-a-Service โดยสามารถตอบโจทย์ความต้องการขององค์กรที่มีความต้องการอย่างเช่น

– จ่ายตามการใช้งานจริง* (Pay only for what you use) เป็นวิธีที่จะช่วยในการจำกัดงบประมาณเกินความจำเป็น เป็นการจ่ายเงินตามการใช้งานที่เกิดขึ้นจริง*
– ขยายระบบได้ตามต้องการ (Scale as Needed) โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนมหาศาลในคราวแรก ค่อยๆ ทยอยอัพระบบเมื่อธุรกิจเติบโต
– เพิ่มความคล่องตัวทางธุรกิจ (Business Agility) ทำให้ธุรกิจมีความคล่องตัว ดำเนินการอย่างราบลื่นไม่ต้องหยุดชะงัก อันเกิดจากระบบไอทีที่ล่าช้า
– ดำเนินการได้โดยง่าย (Simplify Operations) ให้ประสิทธิภาพระดับสูง ในขณะที่ใช้วิธีการดำเนินงานได้โดยง่าย


บริการแบบ Consumption-based ของ HPE GreenLake

แนวคิดแบบ Consumption-based ของ HPE GreenLake จะมีลักษณะการให้บริการตามความต้องการของลูกค้า โดยแบ่งออกเป็นกระบวนการต่างๆ ดังนี้

– Assessment ประเมินความต้องการ
เริ่มแรกทางทีมงาน HPE จะเข้าไปพูดคุยและสอบถามผู้ใช้ถึงโปรเจ็กต์หรือโครงการที่ผู้ใช้วางแผนเอาไว้ จากนั้นจะประเมินพร้อมกับวางแผนงานเพื่อกำหนด Hardware ทั้งเครื่อง Server, Storage, Software และ Service ที่จำเป็นในโครงการหรือโปรเจ็กต์นั้นๆ

– Choose your technology เลือกเทคโนโลยีตามใจคุณ
สำหรับอุปกรณ์ Hardware ที่กำหนดในช่วงแรก ก็จะถูกส่งมอบไปยังที่สำนักงานของลูกค้า ซึ่งลูกค้าสามารถเลือกได้ว่าจะใช้อุปกรณ์อะไรบ้างจะเป็นของ HPE ทั้งหมดหรือพาร์ทเนอร์ของ HPE ก็ได้เช่นกัน (ลักษณะนี้จะได้ความคล่องตัวแบบ Cloud ที่ทำงานบนระบบแบบ On-Premise คือมีฮาร์ดแวร์ให้ใช้พร้อมสรรพ แต่จ่ายเงินตามการใช้งานจริง*)

– Pay only you consume จ่ายเงินตามการใช้งานจริง*
ด้วยระบบมิเตอร์ของ HPE GreenLake องค์กรสามารถที่จะเลือกจ่ายได้ตามระบบ Server ที่นำมาติดตั้ง จำนวนขนาดความจุของ Storage ที่ต้องการ หรือ Workload ที่เลือกใช้งานเป็นต้น ซึ่งทางเราจะทราบการใช้งานจากตัวมิเตอร์ในการวัดค่าใช้งานซึ่งได้มีการติดตั้งอยู่ทั้งใน Server และ Storage เพื่อให้ประเมินการใช้งานได้อย่างทันที

– Plan Capacity วางแผนปรับระบบได้ตามการเติบโตของธุรกิจ
ข้อเสนอพิเศษที่น่าสนใจของ HPE GreenLake คือ เมื่อคุณใช้งานไปสักระยะหนึ่ง แล้วธุรกิจของคุณเริ่มมีการเติบโตและจำเป็นต้องขยายระบบเพิ่มตาม คุณสามารถปรับเพิ่มระบบได้อย่างรวดเร็วด้วยตัวคุณเอง หรือจะเพิ่มจำนวนของ Server และ Storage ก็ทำได้อย่างง่ายดาย ที่สำคัญไม่ต้องจ่ายเผื่ออนาคตอีกด้วย

– Get Proactive Support บริการคุณแบบ 24×7
HPE GreenLake มีทีมงานที่คอยให้บริการตลอด 24×7 โดยจะคอยตรวจสอบการใช้งานของระบบที่คุณใช้งานว่ามีมากหรือน้อยอย่างไร ประเมินสถานการณ์ล่วงหน้าให้กับคุณ คอยตรวจสอบปัญหาที่อาจจะเกิดกับระบบที่ติดตั้ง และจะแจ้งคุณล่วงหน้าเมื่อจำเป็นต้องมีการอัพเกรดระบบใหม่ เป็นต้น


HPE GreenLake Workloads บริการเวิร์กโหลดที่ให้คุณได้เลือกใช้

HPE ยังมีข้อเสนอพิเศษในแง่ของการให้บริการ Workload ที่คุณต้องการ ซึ่งโดยปกติแล้ว Workload ต่างๆ เหล่านี้ล้วนสร้างความวุ่นวายและความยุ่งยาก เวลาในการอิมพลีเมนท์ที่ยาวนาน และมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก ปัจจัยนี้เป็นสิ่งที่สร้างความกังวลใจให้ผู้ใช้งานมาโดยตลอด แต่ HPE GreenLake Workloads มีพร้อมบริการดังนี้

1. HPE GreenLake for SAP HANA สร้างประโยชน์สูงสุดดจากแพลตฟอร์ม SAP HANA ด้วยระบบอินฟราสตรัคเจอร์ที่มีประสิทธิภาพครบ ไม่ว่าจะเป็นความพร้อมใช้งาน ความปลอดภัย และเสถียรภาพที่วางใจได้
https://www.hpe.com/us/en/pdfViewer.html?docId=a00036372

2. HPE GreenLake Backup โซลูชั่นที่ครอบคลุมเรื่องราวและวงจรชีวิตของการทำงานด้านแบ๊กอัพทั้งหมดไว้เพียงหนึ่งเดียว ด้วยระบบฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และเซอร์วิส ที่ครบครัน เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมตั้งแต่ต้นจนจบ
https://www.hpe.com/us/en/pdfViewer.html?docId=a00005054

3. HPE GreenLake VDI Lighthouse Program โซลูชั่นด้านระบบ Virtual Desktop Infrastructure ที่ครบถ้วนและผสานรูปแบบการให้บริการแบบ as-a-service เข้ากับเวิร์กโหลดบน On-Premises ที่่ขยายได้ตามต้องการและจ่ายตามจริง
https://www.hpe.com/us/en/pdfViewer.html?docId=a00063744

4. HPE GreenLake for Database Solution โซลูชั่นในการจัดการบริหารฐานข้อมูล (PostgreSQL Open database) ที่ออกแบบมาเพื่อให้องค์กรเอ็นเทอร์ไพรส์ต่างๆ ได้ใช้ระบบฐานข้อมูล ที่มีเสถียรภาพ ความพร้อมใช้งานสูง และสามารถขยายได้ตามการใช้งานจริง
https://www.hpe.com/us/en/insights/articles/open-source-databases-a-viable-alternative-for-enterprise-computing-1902.html

บทสรุป

HPE GreenLake เป็นเซอร์วิสที่ทาง HPE ได้พัฒนาขึ้น โดยเป็นแนวคิดใหม่ เน้นการใช้งานและการจ่ายค่าบริการที่มีความยืดหยุ่นแบบคลาวด์ แต่คุณสามารถควบคุมระบบและฮาร์ดแวร์ได้แบบ On-Premises (เป็นการนำอุปกรณ์มาตั้งในพื้นที่ของสำนักงานของคุณเอง) ซึ่ง HPE มองเป็นลักษณะการใช้งาน IT Consumption-as-a-Service ที่ทำให้องค์กรจ่ายเงินตามการใช้งานจริง* ขยายประสิทธิภาพของระบบได้ตามการเติบโตของของเนื้องาน ให้บริการและบำรุงรักษาแบบ 24×7 พร้อมทั้งมีเวิร์กโหลดให้เลือกใช้ได้อย่างทันที ทั้งหมดนี้ตอบโจทย์ความต้องการขององค์กรยุคใหม่และเป็นการปรับเปลี่ยนไปสู่โลกของดิจิตอลอย่างแท้จริง

หมายเหตุ : *อาจมีค่าบริการขั้นต่ำ

from:https://www.enterpriseitpro.net/hpe-greenlake-consumption-as-a-service/

HPE โว! Pimera ซึ่งเป็น All Flash รุ่นใหม่ของตน กล้าการันตี HA 100%

เฮชพีอี ไพรมีรา (HPE Primera) เป็น All Flash Storage รุ่นใหม่ที่จุดเด่นที่น่าสนใจคือการที่ HPE Primera ออกแบบมาให้ทำงานโดยมี AI สนับสนุนโดยเฉพาะ ซึ่งก็มีทั้ง HPE InfoSight ที่สามารถช่วยตรวจสอบการใช้งาน Application ต่างๆ ภายในระบบ Storage และทำนายโอกาสที่จะเกิดความผิดปกติขึ้นในระบบล่วงหน้า ทำให้สามารถป้องกันปัญหาล่วงหน้าได้แบบ Real-time และยังมีเทคโนโลยีในการปกป้องข้อมูลที่หลากหลายอย่างเช่น Automatic Site Failover หรือ Data Protection บน Cloud ทำให้ HPE Primera กล้าที่จะใช้คำว่า 100% Availability Guarantee และความสามารถในการอัพเกรดระบบได้เรื่อยๆ โดยไม่มีวันตกรุ่น

ที่มา : ข่าวพีอาร์

from:https://www.enterpriseitpro.net/hpe-pimera-all-flash/

HPE ทุ่ม 1.3 พันล้านเหรียญฯ เข้าซื้อ Cray ยักษ์ใหญ่วงการซุปเปอร์คอมพิวเตอร์

HPE ได้ยืนยันแล้วว่ามีแผนในการเข้าซื้อกิจการ Cray ซึ่งเป็นบริษัทผู้พัฒนาระบบซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ขั้นสูง โดยให้ราคาต่อหุ้นที่ประมาณ 35 ดอลลาร์ โดยมีมูลค่ารวมทั้งสิ้นประมาณ 1.3 พันล้านดอลลาร์

นาย Antonio Neri ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร HPE กล่าวว่า การได้ Cray มาจะช่วยให้มีระบบที่สามารถประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลสำหรับเพื่อตอบโจทย์งานสำคัญต่างๆ ในอุตสาหกรรมอย่างเช่น วงการแพทย์, การประมวลผลในการวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ, การวิเคราะห์ข้อมูลด้านอวกาศ และอื่นๆ เป็นต้น

สำหรับ Cray นั้นคือหนึ่งในผู้นำในวงการของโลกซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ ซึ่งพวกเขามีระบบถึง 3 รุ่นที่ติดอันดับ 10 สุดยอดซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ระดับโลก และพวกเขาเองก็เพิ่งเซ็นสัญญาผลิตภัณฑ์ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ในระดับ Exascale ให้กับหน่วยงานรัฐของอเมริกาในแผนกงาน US Department of Energy’s Oak Ridge National Laboratory เมื่อเร็วๆ นี้ด้วยเม็ดเงินกว่า 600 ล้านเหรียญ และนอกจากนั้นแล้วเทคโนโลยีของ Cray ยังจะเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาระบบซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ขนาด 1 exaFlp ที่ชื่อว่า Aurora ที่ชื่อว่า Aurora ราคากว่า 500 ล้านเหรียญ ที่เตรียมเข้าประจำการใน Argonne National Laboratory ในชิคาโกในช่วงปี 2021 นี้ด้วย

การเข้าซื้อกิจการ Cray ของ HPE ครั้งนี้เท่ากับเป็นการขยายแผนงานด้านการต่อยอดในส่วนของการขายผลิตภัณฑ์ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ได้มากขึ้น โดยโฟกัสในกลุ่มลูกค้าเอ็นเทอร์ไพรส์เป็นสำคัญ สำหรับ HPE นั้นเมื่อปี 2017 ก็เพิ่งซื้อกิจการสตอเรจจาก Nimble ไปกว่า 1 พันล้านดอลลาร์เช่นกัน

ที่มา : Zdnet

from:https://www.enterpriseitpro.net/hpe-buys-supercomputer-company-cray-for-1-3-billion/

7 ใบเซอร์ไอทีด้านอินฟราฯ ที่เพิ่มมูลค่าในตลาดแรงงานมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ชาวไอทีทั้งหลายแม้จะชอบไล่สอบใบเซอร์ต่างๆ มากมาย แต่ด้วยงบที่มีจำกัดก็ต้องมานั่งเลือกว่าใบเซอร์ใดของค่ายไหนที่คุ้มค่าสอบและเวลาที่เสียไปในการอ่านหนังสือมากที่สุด

ทาง Foote Partners จึงออกรายงานสำรวจความต้องการด้านทักษะไอทีและแนวโน้มการจ่ายค่าจ้างประจำปี 2561 ที่พบว่านายจ้างในโซนอเมริกาเหนือให้มูลค่าของใบเซอร์อย่างน้อย 1 ใบคิดเป็น 7.6% ของฐานเงินเดือน โดยที่มีใบเซอร์กว่า 446 รายการที่มีมูลค่าด้านค่าจ้างในตลาดในที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ยประมาณ 0.3% ในช่วงไตรมาสแรกของปี

แต่มีใบเซอร์ส่วนหนึ่งที่พบว่ามีมูลค่าสูงขึ้นกว่า 10% ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นใบประกาศรับรองด้านโครงสร้างพื้นฐานไอที และมีข้อสังเกตว่า ไม่ใช่ใบเซอร์ดาวรุ่งดังกล่าวจะเป็นการรับประกันว่าจะยังรุ่งเรืองอย่างต่อเนื่อง หรือรุ่งริ่งในภายหลัง

ทั้งนี้มีหลายปัจจัยเข้ามาเกี่ยวข้องที่ทำให้ใบเซอร์บางสาขาเป็นที่นิยมอย่างผิดปกติในช่วงนี้ เช่น ทักษะที่กำลังขาดแคลนในช่วงนี้, เทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันอย่างบล็อกเชน, IoT, AI, ระบบออโต้เมชั่น, การวิเคราะห์ข้อมูล, และเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่ทันสมัย เป็นต้น ในบางทักษะนั้นก็อาจยังไม่มีผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์รายใดจัดทำใบประกาศรับรองให้สอบได้อย่างเป็นเรื่องเป็นราวด้วยซ้ำ

อย่างไรก็ดี ทาง Foote Partners มองว่าใบเซอร์ด้านเครือข่ายและการสื่อสาร รวมทั้งด้านการบริหารระบบกำลังได้รับความสำคัญเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งลิสต์รายการใบเซอร์ที่น่าสนใจลงทุนสอบเรียงตามตัวอักษรดังนี้

1. Cisco Certified Design Expert (CCDE)

ค่าสอบข้อเขียน 450 ดอลลาร์สหรัฐฯ และค่าสอบปฏิบัติอีก 1600 ดอลลาร์ฯ ไม่จำเป็นต้องสอบอะไรผ่านมาก่อน แต่บังคับต้องผ่านทั้งข้อเขียนและสอบปฏิบัติ โดยซิสโก้ให้นิยามว่าเป็นใบประกาศรับรองสำหรับวิศวกรผู้ออกแบบเครือข่ายระดับผู้เชี่ยวชาญ หรือหัวหน้าทีมด้านเครือข่ายโครงสร้างพื้นฐานไอที หรือหัวหน้าทีมสถาปัตยกรรมที่ต้องคอยตีความด้านความต้องการทางธุรกิจ, งบประมาณ, และอุปสรรคในการปฏิบัติงาน เพื่อออกแบบโซลูชั่นแบบคอนเวอร์เจนต์ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด

2. Cisco Certified Network Associate (CCNA)

ค่าสอบทีเดียวทั้งชุด 325 ดอลลาร์ฯ หรือจะแบ่งสอบแยกเป็นพาร์ท 2 พาร์ท ค่าสอบพาร์ทละ 165 ดอลลาร์ฯ ปัจจุบันมีการแยกประเภทหลากหลายมากไม่ว่าจะเป็นด้านเราท์ติ้งสวิตชิ่ง, ด้านปฏิบัติการทางไซเบอร์, เครือข่ายไร้สาย, คลาวด์, ดาต้าเซ็นเตอร์, ความปลอดภัย, ระบบคอลลาบอเรต, ระบบในอุตสาหกรรม, และด้านผู้ให้บริการ ซึ่งแต่ละสาขาจะมีข้อกำหนดและค่าใช้จ่ายต่างกันเล็กน้อย

3. CompTIA Server+

ค่าสอบ 302 ดอลลาร์ฯ จัดเป็นใบเซอร์ที่เป็นอิสระไม่ขึ้นกับผู้จำหน่ายยี่ห้อใด เกี่ยวข้องกับเรื่องเวอร์ช่วลไลเซชั่น, สตอเรจ, ความปลอดภัย, และการแก้ไขปัญหาทั้งบนคลาวด์ และดาต้าเซ็นเตอร์ที่ตั้งอยู่ภายในองค์กร แต่ก่อนหน้าจะสอบนั้นจำเป็นต้องมีประสบการณ์ด้านไอทีอย่างน้อย 18 – 24 เดือน และผู้สอบส่วนใหญ่มักผ่านการสอบ CompTIA A+มาแล้ว ส่วนใบประกาศที่ได้นั้นมีอายุตลอดชีพ

4. Dell EMC Storage Administrator

ค่าสอบ 200 ดอลลาร์ฯ สำหรับระดับเบื้องต้น ส่วนระดับสูงขึ้นไปมีค่าสอบแตกต่างกันไปโดยระดับเบื้องต้นให้เวลาสอบ 90 นาทีสำหรับ 60 คำถาม โดยต้องได้คะแนนมากกว่า 61 ขึ้นไป โครงสร้างคำถามประกอบด้วยเรื่องโครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซ็นเตอร์ 15%, ด้านระบบสตอเรจ 29%, ด้านเทคโนโลยีเครือข่ายสำหรับสตอเรจ 20%, ด้านระบบสำรองข้อมูล 23%, และการจัดการและรักษาความปลอดภัยของสำเนาข้อมูล 13%

5. HP Accredited Integration Specialist (AIS)

เป็นใบเซอร์ที่อยู่ดีๆ ความต้องการในตลาดก็พุ่งสูงอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ซึ่งทาง HP จัดการสอบภายใต้แบรนด์ HPE เท่านั้น แม้จะมีองค์กรอื่นๆ จัดสอบใบเซอร์ชื่อ AIS เหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้มีการรับรองหรือขึ้นบนเว็บของ HP/HPE อย่างเป็นทางการ

6. Juniper Networks Certification Program (JCNP)

ค่าสอบ 400 ดอลลาร์ฯ สำหรับระดับมืออาชีพ และ 1,400 ดอลลาร์ฯ สำหรับระดับผู้เชี่ยวชาญต้องผ่านการสอบระดับ Associate และ Specialist มาก่อน ข้อสอบให้เวลา 2 ชั่วโมง เป็นแบบตัวเลือก 65 ข้อ ส่วนระดับ Expert นั้นจำเป็นต้องสอบปฏิบัติจริงด้วย

7. NetApp Certified Data Administrator, ONTAP

ค่าสอบ 150 ดอลลาร์ฯ ซึ่งมีทางเลือกในการสอบ 1 ใน 2 วิชาอันได้แก่ NetApp Certified Data Administrator, ONTAP (NSO-159) หรือ NetApp Certified 7-Mode Data Administrator (NSO-155)ซึ่งตัว NSO-159 นั้นใช้เวลาสอบ 90 นาที ต้องตอบถูก 38 ข้อจากทั้งหมด 60 ข้อ โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมและฟีเจอร์หลักของ ONTAP รวมทั้งเรื่องของ High Availability, โปรโตคอลไคลเอนต์แบบ Front-End, ด้านเครือข่าย, ด้านการจัดสรรทรัพยากรสตอเรจ, ด้านประสิทธิภาพ, ความปลอดภัยและการสอดคล้องตามข้อกำหนด รวมทั้งด้านการปกป้องข้อมูล ขณะที่ NSO-155 ใช้เวลา 90 นาที มีคำถาม 60 ข้อ ต้องตอบถูกมากกว่า 48 ข้อ เกี่ยวข้องกับเรื่อง SAN เบื้องต้น, FCP, iSCSI, CIFS, MP, NFS เป็นต้น

ที่มา : Networkcomputing

from:https://www.enterpriseitpro.net/7-it-infrastructure-certifications-gaining-value/

HPE ขยายฐานผลิตภัณฑ์เครือข่าย ไฮเปอร์คอนเวิร์จ (HCN) ด้วยการซื้อ Plexxi

ล่าสุด HPE ออกมาเผยแผนยกระดับเทคโนโลยีดาต้าเซ็นเตอร์ของตนเองด้วยการซื้อกิจการ Plexxi โดยเฉพาะธุรกิจแฟบริกเครือข่ายแบบไฮเปอร์คอนเวิร์จซึ่งคาดว่าจะสามารถปิดดีลได้ภายในไตรมาสที่สามของปีงบประมาณ หรือภายในสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้

Plexxi ก่อตั้งขึ้นในปี 2553 โดยเน้นตลาดผลิตภัณฑ์เครือข่ายแบบ Software-Defined (SDN) ซึ่งปัจจุบันเป็นตลาดที่ HPE เชื่อว่ามีการเติบโตสูงทั้งระบบประมวลผลและสตอเรจการดึงความสามารถของ Plexxi มาใช้จะช่วยพัฒนาโซลูชั่นทั้งแบบ Hyperconverged และ Composable บนแฟบริกเครือข่ายข้อมูลแบบ Next-Gen ที่ช่วยปรับแบนด์วิธตามโหลดงานที่ต้องการได้อย่างอัตโนมัติ

เทคโนโลยีของ Plexxi นี้จะนำมาผนวกเข้ากับเทคโนโลยีไฮเปอร์คอนเวอร์เจนที่ HPE เคยซื้อมาจาก SimpliVity ด้วยมูลค่ากว่า 650 ล้านดอลลาร์ฯ เมื่อปีก่อน ซึ่งซอฟต์แวร์จัดการของ SimpliVity จะช่วยให้แอดมินควบคุมทรัพยากรของดาต้าเซ็นเตอร์ และใช้ทรัพยากรทั้งส่วนเซิร์ฟเวอร์, สตอเรจ, และเน็ตเวิร์กแบบไฮเปอร์คอนเวอร์เจนต์ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

นอกจากโซลูชั่นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ในชื่อ HPE Synergy ที่ทำงานบน HPE OneView แล้ว ทาง HPE ยังมีแผนที่จะออกโซลูชั่นบน Rack แบบ Composable ที่ช่วยขยายขอบเขตรูปแบบการใช้งานในดาต้าเซ็นเตอร์ให้มากกว่าเดิมด้วย

ที่มา : Networkworld

from:https://www.enterpriseitpro.net/hpe-hcn-plexxi/

Meg Whitman ย้ายจาก HPE ไปเป็นซีอีโอสื่อมีเดียดิจิตอลน้องใหม่ NewTV

Meg Whitman ซีอีโอของ Hewlett-Packard Enterprise เตรียมรับตำแหน่งผู้นำบริษัทดิจิตอลมีเดียที่เป็นสตาร์ทอัพใหม่ ซึ่งตั้งขึ้นโดยอดีตประธานบริษัท Walt Disney Studios อย่าง Jeffrey Katzenberg โดย Meg มีกำหนดที่จะออกจาก HPE ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้

สตาร์ทอัพใหม่ที่ Meg จะเข้าไปคุมบังเหียนนั้นชื่อว่า NewTV ซึ่งมีคอนเซ็ปต์ว่า “แพลตฟอร์มมีเดียบนอุปกรณ์พกพาเจ้าแรก”พร้อมความมุ่งมั่นที่จะนำสื่อมัลติมีเดียระดับฮอลลีวูดมาอยู่บนอุปกรณ์พกพา ในแบบสั้นๆ ประมาณ 10 นาทีหรือน้อยกว่า บริษัทใหม่นี้ได้รับทุนสนับสนุนจากบริษัทโฮลดิ้งอย่าง WndrCo

Meg กล่าวว่า หลังจากนั่งดูบริษัทสตาร์ทอัพนับพันบริษัทที่จะลองเข้าไปท้าทายตัวเองใหม่นั้น ก็พบว่าไอเดียของ NewTV น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งความท้าทายใหม่นี้จะสร้างความตื่นเต้นให้แก่ตัว Meg เองเหมือนสมัยที่เธอเคยคุม eBay ตั้งแต่ช่วงที่มีรายได้แค่ 4 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และพนักงานเพียง 30 คน จนโตถึง 18,000 คนด้วยรายรับที่มากถึง 8 พันล้านเหรียญ

Meg ประกาศตั้งแต่พฤศจิกายนปีที่แล้วว่าจะออกจาก HPE ภายในต้นปีนี้ เธอเริ่มเข้ามาเป็นซีอีโอของ HP ตั้งแต่กันยายน 2554 ในช่วงปฏิรูปองค์กรหลังรายได้พลาดเป้าอย่างหนักMeg ได้เข้ามาปรับเปลี่ยนองค์กร HP จนเข้าสู่รูปโฉมใหม่ที่แบ่งเป็น HPE และ HP อย่างแข็งแกร่งในปัจจุบัน

ที่มา : Zdnet

from:https://www.enterpriseitpro.net/meg-whitman-hpe-newtv/