คลังเก็บป้ายกำกับ: เงินดิจิตอล

บิตคอยน์กลับมาราคาพุ่งอีกครั้งจนแตะเหนือระดับ 50,000 ดอลลาร์ฯ

ราคาบิตคอยน์กลับมาพุ่งทะยานเมื่อวันพุธที่ผ่านมาหลังจากการเทขายรุนแรงก่อนหน้านี้ โดยล่าสุดไต่ขึ้นไปเหนือราคา 50,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ด้วยเหตุที่ทาง Square ออกมาประกาศว่าได้ซื้อเงินคริปโตนี้เป็นเงินรวมกว่า 170 ล้านดอลลาร์ฯ

โดยเมื่อเวลา 11.00 a.m. ET เงินสกุลดิจิตอลที่มีมูลค่ามากที่สุดของโลกก็กลับราคาพุ่งขึ้นมาถึง 6% มาอยู่ที่ราคา 50,061 ดอลลาร์ฯ อ้างอิงจากข้อมูลของทาง Coin Metrics ก่อนหน้านี้ก็เคยไต่สูงมากไปถึง 51,369 ดอลลาร์ฯ แต่โดนตัดขายทำกำไรไปก่อน

เหรียญคริปโตสกุลอื่นก็ได้รับอานิสงค์ราคาขึ้นด้วยเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็น Ether หรือ XRP ที่ราคาขึ้นมาประมาณ 11% และ 4% ตามลำดับ พวกเงินดิจิตอลทางเลือกอื่นเหล่านี้ที่มักถูกเรียกรวมๆ ว่า Altcoin ก็มักจะขึ้นตามกระแสของบิตคอยน์อยู่บ่อยๆ

ทั้งนี้ เมื่อวันอังคาร ทาง Square ประกาศว่าตัวเองได้ซื้อบิตคอยน์จำนวน 3,318 เหรียญ ที่ราคาเฉลี่ยประมาณ 51,235 ดอลลาร์ฯ ต่อเหรียญ ซึ่งบริษัทด้านการเงินดังกล่าวดำเนินการโดยซีอีโอทวิตเตอร์อย่าง Jack Dorsey ที่ออกมากล่าวว่าได้ถือครองบิตคอยน์คิดเป็นประมาณ 5% ของทรัพย์สินรวมทั้งหมดแล้ว

ที่มา : CNBC

from:https://www.enterpriseitpro.net/bitcoin-bounces-back-surging-above-50000/

มัลแวร์บนแมคใช้ AppleScript แบบ “run-only” เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับ

พบขบวนการแอบขุดเหมืองเงินคริปโตที่เล็งเหยื่อเครื่อง macOS โดยใช้มัลแวร์ที่พัฒนาขึ้นมาอย่างซับซ้อนจนบรรดานักวิจัยนำมาตรวจวิเคราะห์ได้ยาก มัลแวร์นี้ใช้ชื่อว่า OSAMiner พบการระบาดครั้งแรกอย่างน้อยตั้งแต่ปี 2015

แต่การวิเคราะห์นั้นทำได้ยากมากเนื่องจากส่วนเปย์โหลดถูกเอ็กซ์พอร์ตมาในรูปไฟล์ AppleScript แบบ Run-only ทำให้ยากลำบากมากต่อการดีคอมไพล์ย้อนกลับออกมาเป็นซอร์สโค้ด โดยเฉพาะสายพันธุ์ที่ถูกค้นพบเมื่อเร็วๆ นี้

ซึ่งมีการฝัง AppleScript แบบ Run-only เข้าไปในสคริปต์อื่น แล้วใช้ URL ของหน้าเว็บสาธารณะเพื่อดาวน์โหลดตัวขุดเหมือง Monero อีกทอดหนึ่ง ทำให้การวิเคราะห์ทำได้ยากขึ้นไปอีก ทั้งนี้ตัวมัลแวร์ OSAMiner ดังกล่าวโดยทั่วไปแล้วแพร่เชื้อผ่านซอฟต์แวร์ปลอม

ไม่ว่าจะเป็นทั้งเกมส์และซอฟต์แวร์ใช้งานปกติ ตัวอย่างเช่น League of Legends และ Microsoft Office for macOS เป็นต้น การที่อยู่ในรูปไฟล์ AppleScript ทำให้ตรวจสอบหรือสังเกตพฤติกรรมการทำงานของมัลแวร์ได้อย่างจำกัด

ที่มา : Bleepingcomputer

from:https://www.enterpriseitpro.net/applescript-mac-malware/

ทิพยประกันภัย ตอบรับวิถี New Normal เปิดตัว “TIP COIN by THINK BIT”

ตอกย้ำความเป็นผู้นำในฐานะดิจิทัลอินชัวรันส์อย่างสมศักดิ์ศรี เมื่อ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ผนึกกำลัง ติงค์ บิตท์ ผู้ให้บริการในการพัฒนาแอปพลิเคชั่นและแพลตฟอร์ม เปิดตัวแอปพลิเคชันสุดอัจฉริยะ “TIP COIN by THINK BIT“ ขานรับกระแส New Normal ที่เทคโนโลยีได้กลายเป็นสิ่งปกติใหม่ที่กลมกลืนไปกับวิถีชีวิตของผู้บริโภคยุคใหม่อย่างไร้รอยต่อ นำเสนอความคุ้มค่าในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน อัดแน่นด้วยฟีเจอร์ที่หลากหลาย โดยเปิดตัวครั้งแรกกับการคืนเบี้ยประกันภัย สำหรับลูกค้าที่ซื้อประกันภัยไวรัสโควิด-19 สามารถรับเบี้ยประกันคืนด้วยปลายนิ้ว ไม่ต้องเสียเวลา หรือ เสี่ยงออกจากบ้าน เพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นและ สมัครใช้งาน ก็จะได้รับเบี้ยประกันคืนในรูปแบบเงินอิเล็กทรอนิกส์ TIP COIN ซึ่งมีมูลค่าเท่ากับเบี้ยประกันภัยที่จ่ายไป เพื่อนำไปใช้แลกซื้อสินค้าหรือใช้เป็นส่วนลดซื้อกรมธรรม์ประกันภัย ตามเงื่อนไขที่กำหนดได้ทันที โดยที่ลูกค้ายังคงได้รับความคุ้มครองตามกรมธรรม์เหมือนเดิม

ดร.สมพร สืบถวิลกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด(มหาชน) หรือ TIP

ดร.สมพร สืบถวิลกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด(มหาชน) หรือ TIP เผยถึงที่มาของการเปิดตัว “TIP COIN by THINK BIT” ว่า เพื่อเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำทางด้านดิจิทัลอินชัวรันส์ให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น จึงได้ร่วมมือกับติงค์ บิตท์ พัฒนาแอปพลิเคชัน TIP COIN by THINK BIT ขึ้น โดยนําเทคโนโลยีสมัยใหม่มาผสานรวมกับการใช้ชีวิตและสร้างความคุ้มครองที่เป็นประโยชน์ให้กับผู้ใช้บริการอย่างสูงสุด ทำให้ประกันภัยเป็นเรื่องใกล้ตัว และจับต้องได้ โดยฟีเจอร์เด่นของแอปฯ คือ การฉีกกรอบจากแอปฯ ของประกันภัยแบบเดิมๆ ที่ให้อำนวยความสะดวกด้านข้อมูลและการให้บริการ แต่อัพเลเวลไปสู่การนำเทคโนโลยีบล็อกเชน และ คริปโต วอลเล็ท (Crypto Wallet) ซึ่งกำลังเป็นเทรนด์ในการสร้างประสบการณ์ที่ไร้รอยต่อให้กับผู้บริโภคในยุคดิจิทัลมาใช้เป็นครั้งแรกในวงการประกันภัย ทำให้นอกจากแอปฯ ใหม่นี้จะมีฟังก์ชั่นและฟีเจอร์การใช้งานที่หลากหลาย ครอบคลุม ยังตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานได้อย่างตรงจุด

“อย่างที่ทราบกันดีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบในหลายๆ ด้าน รวมถึงผลกระทบด้านรายได้ของประชาชน ดังนั้นเพื่อแทนคำขอบพระคุณและความห่วงใย ที่ลูกค้าได้ให้ความไว้วางใจกับบมจ.ทิพยประกันภัย เราจึงพัฒนาแอปฯ นี้ขึ้น เพื่อมอบสิทธิพิเศษต่างๆ รวมถึงเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าไม่ต้องออกจากบ้านโดยไม่จำเป็นในช่วงนี้ เพราะด้วยแอปฯนี้ ลูกค้าที่ซื้อประกันภัยไวรัสโควิด-19 สามารถรับเบี้ยประกันคืนในรูปแบบ TIP COIN ซึ่งมีมูลค่าเท่ากับราคากรมธรรม์ตามแผนที่ลูกค้าเลือกซื้อประกันไวรัสโควิด-19 ไว้ โดย TIP COIN นี้สามารถสะสมไว้ได้โดยไม่มีวันหมดอายุ และยังสามารถนำมาแลกซื้อผลิตภัณฑ์ประกันภัยต่างๆ ของทิพยประกันภัย ตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด หรือแลกรับ Covid-19 Protection Kits อาทิ หน้ากากอนามัย Face Shield เจลแอลกอฮอล์ได้ และในอนาคตอันใกล้ เรายังมีแผนจะจับมือกับร้านค้า แบรนด์ และพาร์ตเนอร์ใหม่ๆ เพื่อเพิ่มความหลากหลายในส่วนของที่ระลึก หรือส่วนลดต่างๆเข้ามา รวมถึงอัพเกรดการใช้ TIP COIN ในการแลก โอน จ่ายภายในแอปฯเดียวอีกด้วย โดยที่ลูกค้ายังคงได้รับความคุ้มครองตามกรมธรรม์เหมือนเดิม”

ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือ คปภ.

นอกจากสิทธิประโยชน์เพื่อลูกค้าแล้ว ดร.สมพร สืบถวิลกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด(มหาชน)ยังมองไปถึงการเชื่อม “Business Ecosystem” ระหว่างแบรนด์ ร้านค้า และพาร์ทเนอร์ต่างๆ บนโลกดิจิทัลไว้ด้วยกัน ซึ่งนอกจากเพิ่มโอกาสในการตอบโจทย์การใช้งานแก่ผู้บริโภคแล้ว ยังช่วยเรียนรู้และทำความเข้าใจลูกค้า ต่อยอดสู่บริการอื่นๆ อาทิ การนำเสนอ Exclusive Deal ที่วิเคราะห์มาแล้วว่าเหมาะกับพฤติกรรมของลูกค้าและยังปรับเปลี่ยนตามความต้องการแต่ละประเภทได้อีกด้วย

ด้านอนินชนา เทวกุล ศรีวณิก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ติงค์ บิตท์ จำกัด (THINK BIT) เสริมถึงจุดเด่นของแอปฯที่ทางบริษัทได้รับโจทย์ใหญ่ไปพัฒนาต่อว่า นอกจากจะเป็นครั้งแรกที่มีการนำเอา Crypto Wallet มาใช้ในวงการประกันภัย ยังมีการนำเทคโนโลยี Blockchain มาเป็นตัวช่วยสำคัญในการพัฒนา Digital CRM ซึ่งเป็นระบบหลังบ้าน เพื่อให้แอปฯมีฟีเจอร์และฟังก์ชั่นที่สามารถสร้างประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้บริการได้อย่างทรงประสิทธิภาพ รวมทั้งมาพร้อมระบบความปลอดภัยที่จะสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้งาน ซึ่งหวังว่าจะเป็นการสร้างมิติใหม่ที่น่าประทับใจให้กับลูกค้าประกันภัย

“ในส่วนวิธีการใช้งานแอปฯ ออกแบบให้ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน เพียงดาวน์โหลดและลงทะเบียนแอปฯเพื่อเข้าสู่ระบบ ผู้ใช้งานก็สามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์ซึ่งจะมีการเพิ่มเติมเข้ามาเพื่อคืนกำไรให้ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยลูกค้าสามารถเลือกดีลพิเศษ หรือ ดีลส่วนลดสำหรับซื้อผลิตภัณฑ์ของทางทิพยประกันภัย ด้วยการกรอกแบบฟอร์มข้อมูลประกอบการซื้อผลิตภัณฑ์ประกันภัยของทางทิพยประกันภัย พร้อมชำระเงินในส่วนที่เหลือจากการใช้เหรียญ TIP COIN ได้ด้วยปลายนิ้ว นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชั่นสามารถส่งต่อเหรียญ TIP COIN ให้กับเพื่อนๆ เพื่อได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆได้เช่นกัน”

สำหรับลูกค้าประกันไวรัสโควิด-19 ลงทะเบียนรับสิทธิ์ ได้ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2563 ขั้นตอน สำหรับรายละเอียดวิธีใช้ เงื่อนไขต่างๆ สามารถดูใน แอปพลิเคชัน “TIP COIN” หรือสอบถามเพิ่มเติม Facebook Fanpage ทิพยประกันภัย หรือ Call center โทร 02-113-1818 เวลาทำการ วันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 08 : 30น .-16:30 น.

ลูกค้าของทิพยประกันภัย ผู้ใช้ระบบ Android สามารถดาวน์โหลด แอปพลิเคชัน “TIP COIN by THINK BIT” ได้ตั้งแต่วันนี้ที่ https://bit.ly/2zZMecj และที่ Play Store
สำหรับผู้ใช้ระบบ iOS สามารถดาวน์โหลด ได้ตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 ที่ App Store หากมีข้อสงสัยในการดาวน์โหลดโทร 02-113-1818 เวลาทำการ วันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 08 : 30น .-16:30 น.

from:https://www.enterpriseitpro.net/tip-coin-by-think-bit/

เฟสบุ๊กเปลี่ยนแผนเกี่ยวกับสกุลเงินคริปโต และอาจจะเลื่อนการเปิดตัว! Libra

ทางเฟสบุ๊กกำลังเปลี่ยนแผนการสำหรับสกุลเงินคริปโตและวอลเล็ตที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยจากเสียงคัดค้านของหลายหน่วยงานที่มีชื่อเสียงในช่วงเวลาหลายเดือนที่ผ่านมานั้น ทำให้ยักษ์ใหญ่ด้านสังคมออนไลน์ตัดสินใจที่จะเปลี่ยนรูปแบบการเปิดตัว “Libra” และวอลเล็ตอย่าง “Calibra”

การที่หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย และหน่วยงานภาครัฐหลายแห่งต่างออกมาแสดงความกังวลเกี่ยวกับอำนาจของเฟสบุ๊กที่สามารถควบคุมสกุลเงินของตัวเองได้อย่างเบ็ดเสร็จนั้น

ทำให้เฟสบุ๊กเผยว่า Libra ดูเหมือนจะก้าวข้ามระบบการเงินของโลกมากไปหน่อย จนแม้จะดูเป็นการปฏิวัติวงการอย่างยิ่งใหญ่ แต่ก็ทำให้วงการด้านกฎหมายและหน่วยงานควบคุมต่างๆ ตั้งคำถามมากมายที่ไม่สามารถตอบได้

เฟสบุ๊กจึงตัดสินใจเลื่อนการเปิดตัว Libra ที่ตอนแรกจะมีขึ้นในช่วงฤดูร้อนของปีนี้ ไปเป็นช่วงไตรมาสที่ 4 แทน และแม้จะยังมีการพัฒนาระบบ Libra อย่างต่อเนื่องอยู่ เฟสบุ๊กก็จะเปิดให้สกุลเงินของรัฐบาลต่างๆ อย่างดอลลาร์ฯ และยูโรสนับสนุนโทเค่นของตัวเองได้ด้วย

ที่มา : CB

from:https://www.enterpriseitpro.net/facebook-is-changing-its-libra-cryptocurrency-plans/

เทรนด์ไมโครจับมือตำรวจสากล ช่วยลดการโจมตีแบบ Cryptojacking กว่า 78%

เทรนด์ไมโคร ภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับปฏิบัติการของ INTERPOL และประสบความสำเร็จกับโครงการ INTERPOL Global Complex for Innovation (IGCI) ในประเทศสิงคโปร์ ที่ช่วยลดจำนวนผู้ใช้ที่ติดมัลแวร์ Cryptomining ได้ถึง 78%

การโจมตีลักษณะดังกล่าวเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Cryptojacking ถือเป็นการโจมตีที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นมากในหมู่อาชญากรไซเบอร์ที่ต้องการหาเงิน สาเหตุเนื่องจากเหยื่อแทบไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังโดนโจมตีอยู่ โดยที่มัลแวร์ฝังตัวอยู่บนเครื่องแล้วคอยขุดเหมืองเงินคริปโตตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ แฮกเกอร์ก็ยังพยายามเปิดฉากการโจมตีที่ซับซ้อนมากขึ้นกับระบบไอทีขององค์กร และเซิร์ฟเวอร์คลาวด์เพื่อเพิ่มศักยภาพในการขุดเหมือง และทำเงิน กลุ่มอาชญากรหลายรายก็ยังเลือกที่จะโจมตีระบบคอมพิวเตอร์ตามบ้านอย่างเช่น เราเตอร์ ทั้งนี้เพราะระบบเหล่านี้มักไม่ได้มีการป้องกันอย่างเพียงพอ และสามารถผสานกลุ่มอุปกรณ์เหล่านี้ให้เป็นกองทัพบอทเน็ตไปพร้อม ๆ กับเป็นฟาร์มถลุงเงินมหาศาลได้

ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ Cryptojacking ยังเป็นอันตรายที่หลบซ่อนการตรวจจับได้ร้ายกาจที่สุดในปี 2019 ในแง่ของอันตรายที่อยู่ในรูปของไฟล์ (อ้างอิงจากข้อมูลของเทรนด์ไมโคร ดูข้อมูลได้ที่ http://bit.ly/2tSqPyN)

แม้จะไม่ได้สร้างผลกระทบเสียหายอย่างรุนแรงเหมือนกับเหตุข้อมูลรั่วไหล การโจมตีแบบฟิชชิ่ง แรนซั่มแวร์ หรือโทรจันที่โจมตีสถาบันการเงิน หรือไม่ได้จารกรรมข้อมูลที่เป็นความลับ ไม่ทำให้เกิดความเสี่ยงในการปลอมตัวตนบุคคลอื่น หรือถูกเรียกเอาเงินจากการล็อกพีซีไว้เป็นตัวประกันก็ตาม แต่ก็ไม่ใช่ว่าการโจมตีแบบนี้จะไม่มีผลกระทบเสียทีเดียว มัลแวร์ Cryptomining สามารถทำให้เน็ตเวิร์กภายในบ้านช้าลง ขณะที่ทำให้ค่าไฟเพิ่มขึ้นมาก แถมยังทำให้คอมพิวเตอร์ในบ้านเสื่อมสภาพก่อนเวลาอันควร รวมทั้งยังเสี่ยงที่จะติดมัลแวร์ตัวอื่น ๆ ถ้าเกิดแฮกเกอร์อยากเปลี่ยนเทคนิคการโจมตีขึ้นมา รวมทั้งมีโอกาสโดนเอาเครื่องใช้ภายในบ้านของคุณไปเป็นฐานกำลังในการโจมตีอย่างอื่นในอนาคตได้ด้วย

from:https://www.enterpriseitpro.net/trend-micro-interpol-reduce-cryptojacking-78/

หลายคนติดดอย เพราะบิทคอยน์และเงินคริปโตกำลังร่วงลงอย่างน่าใจหาย

ถือเป็นช่วงที่ไม่เป็นมิตรอย่างยิ่งในโลกของคริปโตที่ราคาทั้งบิทคอยน์และค่าเงินคริปโตอื่นร่วงกระหน่ำเมื่อช่วงตุลาคมที่ผ่านมา และร่วงต่อเนื่องยาวนานกว่า 1 เดือน จนทำให้มูลค่าโดยเฉลี่ยตกลงมามากกว่า 2,000 เหรียญสหรัฐฯ เมื่อเทียบกับช่วงต้นปี

ก่อนหน้านี้เคยมีการคาดไว้ว่า ระดับราคาที่น่าจะร่วงลงมามากที่สุดน่าจะอยู่ที่ระดับ 8,000 ดอลลาร์ฯ แต่ล่าสุดช่วงปลายเดือนที่แล้วก็ร่วงทะลุลงมาอยู่ที่ 7,448.75 ดอลลาร์ฯ ซึ่งเหล่านักลงทุนต่างไม่แน่ใจถึงเหตุผลที่แท้จริงที่ทำให้ราคาร่วงแรงทำสถิติเช่นนี้

แต่ผู้ที่อยู่ในวงการบิทคอยน์ก็พูดกันถึงต้นเหตุ 2 ประการได้แก่ การเข้ามาของ Libra จากเฟซบุ๊ก ที่ไม่นานมานี้มาร์ก ซักเกอร์เบิร์กได้แถลงต่อหน้าสภาคองเกรสเกี่ยวกับการที่บริษัทของเขาวางแผนจะเข้ามาสร้างสกุลเงินคริปโตใหม่ที่อาจกระทบกับบิทคอยน์เล็กน้อย

แต่ที่สำคัญกว่านั้นอาจเป็นเรื่องของความก้าวหน้าใหม่ล่าสุดจากศูนย์วิจัยควอนตัมของกูเกิ้ล ที่ล่าสุดประกาศการใช้งานคอมพิวเตอร์ควอนตัมครั้งแรก ซึ่งสามารถแก้ปัญหาที่เดิมซุปเปอร์คอมพิวเตอร์เคยใช้เวลาหลายปีได้อย่างรวดเร็ว อันส่งผลถึงความสามารถในการถอดรหัสที่เกี่ยวข้องกับคริปโตโดยตรง

ที่มา : CB

from:https://www.enterpriseitpro.net/bitcoin-and-cryptocurrencies-take-a-fall/

สมาคม Libra ของเฟสบุ๊ก ประกาศบอร์ดสมาชิกกรรมการใหม่

สมาคม Libra ที่จัดการประชุมในกรุงเจนีวา ได้ประกาศรายชื่อสมาชิกรรมการทั้ง 21 คนที่ยืดหยัดสนับสนุนสกุลเงินดิจิตอลใหม่นี้ แม้จะมีแรงเสียดทานมากมายก็ตาม โดยในการประชุมครั้งนี้เป็นการพูดคุยในหัวข้อที่เป็นทางการต่างๆ

ตัวอย่างเช่น การบริหารจัดการสมาคม และการกำหนดชื่อสมาชิกคณะกรรมการที่สำคัญ ตัวอย่างเช่น ซีอีโอของ Xapo อย่าง Wences Casares, พาร์ทเนอร์ของ Andreesen Horowitz, และหัวหน้าบล็อกเชน Katie Haun

รวมทั้งผู้บริหารเฟสบุ๊ก David Marcusที่นับเป็นบุคคลสำคัญที่มีส่วนในโครงการที่ยิ่งใหญ่ของยักษ์ใหญ่สังคมออนไลน์นี้ด้วย Haun กล่าวว่า “ด้วยขนาดและความทะเยอทะยานของโปรเจ็กต์นี้ ทำให้มองเหตุถึงความท้าทายมากมายที่รอเราอยู่”

การประชุมครั้งล่าสุดนี้เป็นการปลุกการตื่นตัวของอดีตสมาชิกผู้ร่วมก่อตั้งรายใหญ่อย่าง Visa, Mastercard, Paypal, และ Stripeที่ออกจากสมาคมไปก่อนหน้า จนทำให้ล่าสุดเหลือผู้ให้บริการชำระเงินรายเดียวคือ PayU จากเนเธอร์แลนด์

ที่มา : CB

from:https://www.enterpriseitpro.net/facebooks-libra-association-announces-new-board-members/

งานเข้า Facebook มีการคาดการณ์ว่าพวกเขาจะถูกทางการลงโทษอย่างหนัก

หลายคนออกมาแสดงความไม่พอใจกับข่าวการลงโทษเฟสบุ๊กกรณีที่ละเมิดความเป็นส่วนตัวจากทางการสหรัฐฯ ที่ตั้งค่าปรับไว้แค่ 5 พันล้านดอลลาร์ฯ ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่องค์กรใหญ่ขนาดนี้แทบไม่สะทกสะท้าน เมื่อเทียบกับความเสียหายที่เกิดขึ้นก่อนหน้า

โดยที่สังคมออนไลน์ต่างมองว่า ครั้งนี้ Mark Zuckerberg ก็คงรอดตัวเช่นเคย แต่ทว่าช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางกรุงวอชิงตันเหมือนจะเริ่มเล่นบทหนักของจริงกันแล้ว จากความมุ่งมั่นของเฟสบุ๊กในการเปิดตัวเงินคริปโตให้เป็นโปรเจ็กต์ที่ใหญ่ที่สุดที่เคยทำธุรกิจมา

ทั้งๆ ที่ทาง David Marcus จากเฟสบุ๊กได้ย้ำถึงประโยชน์ที่ได้ไม่ว่าจะเป็นการโอนเงินข้ามประเทศทั่วโลกที่จะง่ายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน รวมทั้งโอกาสการเข้าถึงผู้คนนับพันล้านที่ “ไม่มีบัญชีธนาคาร” แต่ล่าสุดทางกรุงดีซีได้สั่งฟ้าผ่าดับฝันโครงการนี้

ถือเป็นการทำลายยุทธศาสตร์หลักของเฟสบุ๊กที่จะขยายโอกาสการหารายได้ครั้งใหญ่ของตนเอง ในจังหวะที่รายได้หลักปัจจุบันที่มาจากการรวบรวมข้อมูลส่วนตัวเพื่อจำหน่ายแก่ผู้ลงโฆษณากำลังถูกคุกคาม แถมไม่ว่าจะใช้ล็อบบี้ยิสต์ขนาดไหน ก็ยิ่งทำให้เหล่าผู้มีอำนาจทางกฎหมายเพ่งเล็งมากขึ้นเท่านั้น

ที่มา : BBC

from:https://www.enterpriseitpro.net/maybe-facebook-will-be-punished-after-all/

Binance โดนแฮ็ก คิดเป็นมูลค่าบิทคอยน์รวมกว่า 40 ล้านดอลลาร์ฯ

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ตลาดแลกเปลี่ยนเงินคริปโตระดับโลกสัญชาติจีน Binance มีสำนักงานทำการอยู่ที่ Malta ออกมารายงานว่าโดนจารกรรมเงินดิจิตอลมูลค่า 7,000 เหรียญบิทคอยน์ ซึ่งคิดเป็นจำนวนเงินจริงมากกว่า 40 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

Binance ถือว่าเป็นตลาดแลกเปลี่ยนเงินคริปโตที่ใหญ่ที่สุดในโลก เมื่อพิจารณาจากปริมาณการซื้อขาย โดยมีทุนรวมในตลาดคิดเป็นเงินจริงมากถึง 1.3 พันล้านดอลลาร์ฯ เมื่อเดือนมกราคม 2018 ครั้งนี้ Binance ระบุในแถลงการณ์ว่าเงินบิทคอยน์ที่โดนขโมยไปมีมูลค่าประมาณ 5,800 ดอลลาร์ฯ ต่อเหรียญบิทคอยน์

และแฮ็กเกอร์ได้ใช้หลากหลายวิธีในการ “เจาะระบบความปลอดภัยขนาดใหญ่” จนแฮ็กเกอร์สามารถได้คีย์ API, โค้ด 2FA, และข้อมูลอื่นๆของผู้ใช้จำนวนมากเพื่อทำการโจมตีทางไซเบอร์จนสำเร็จ โดยทางซีอีโอของ Binance นาย Changpeng Zhao ยืนยันว่าไม่มียอดเงินของผู้ใช้รายใดได้รับผลกระทบ

ทั้งนี้เพราะยอดเงินในบัญชีของลูกค้ามีการประกันไว้กับบริษัทอยู่แล้ว และทาง Binance จะชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นให้ “เต็มจำนวน” แต่จากเหตุการณ์แฮ็กดังกล่าว ทำให้ทาง Binance ต้องระงับการฝากและถอนเงินบนแพลตฟอร์มชั่วคราว แต่ยังสามารถเทรดหรือซื้อขายกันได้ต่อ

ที่มา : Ibtimes

from:https://www.enterpriseitpro.net/binance-hacked-40m-worth-bitcoin-stolen-exchange/

บริษัทนับพันถูกโจมตีด้วยมัลแวร์ Beapy ผ่านทูลแฮ็กของ NSA

นักวิจัยด้านความปลอดภัยจาก Symantec ได้พบว่ามีอาขญากรไซเบอร์กำลังใช้ประโยชน์จากเครื่องมือแฮ็กและเจาะช่องโหว่ของหน่วยงานข่าวกรองสหรัฐฯ หรือ NSA ที่ถูกจารกรรมออกมาเมื่อ 2 ปีก่อน โดยมัลแวร์ตัวใหม่ที่ระบาดในครั้งนี้นั้น ทางทีมนักวิจัยได้ตั้งชื่อว่า Beapy

Beapy เป็นมัลแวร์ใหม่ล่าสุดที่ใช้ประโยชน์จากทูลแฮ็กระบบที่หลุดออกมา เพื่อใช้แพร่เชื้อตัวเองด้วยความเร็วสูงผ่านเครือข่ายขององค์กร เพื่อเปลี่ยนคอมพิวเตอร์ทั้งหมดให้เป็นกองทัพขุดเหมืองเงินคริปโต โดยคอมพิวเตอร์ที่ตกเป็นเหยื่อจะถูกบังคับให้ขุดเหมืองเงินสกุล Monero

โดยเหยื่อส่วนใหญ่ของขบวนการโจมตีครั้งนี้เป็นบริษัทในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งเงินสกุล Moneroก็นับเป็นเงินคริปโตที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในการแฮ็กลักษณะนี้ โดยจ้องโจมตีไปที่องค์กรขนาดใหญ่ เนื่องจากมีเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่มาก ทำให้แฮ็กเกอร์ได้รายได้มากตามไปด้วย

จากบล็อกที่โพสต์ขึ้นเมื่อวันพุธนั้น ทางทีมนักวิจัยจาก Symantec ระบุว่า เหยื่อกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของแคมเปญขุดเหมืองเงินคริปโตโดยไม่ได้รับอนุญาตนี้ส่วนใหญ่พบอยู่ในประเทศจีน นอกจากนี้ ยังพบเหยื่อที่อยู่ในประเทศอย่างญี่ปุ่น, เวียดนาม, และเกาหลีใต้อีกด้วย

ที่มา : Hackread

from:https://www.enterpriseitpro.net/thousands-of-firms-hit-by-beapy-malware-using-nsa-hacking-tools/