คลังเก็บป้ายกำกับ: เกาหลีเหนือ

สื่อเกาหลีเหนือ แฉ ‘ศิลปินเกาหลี BTS-Blackpink’ โดนใช้งานหนักเยี่ยงทาส

NK Economy สำนักข่าวออนไลน์ของเกาหลีใต้ รายงานว่าเว็บไซต์ Arirang-Meari สื่อโฆษณาชวนเชื่อของเกาหลีเหนือ (North Korea’s propaganda) ปล่อยข่าวระบุว่า ค่ายเพลงในเกาหลีใต้ปฏิบัติกับศิลปินเยี่ยงทาส โดยพาดหัวไว้อย่างเจ็บแสบว่า “นักร้องวัยรุ่นเกาหลีใต้ ใช้ชีวิตอย่างทุกข์ทนภายใต้การดูแลของค่ายเพลงยักษ์ใหญ่”

ในเนื้อหาได้กล่าวถึงความโหดร้ายของวงการอุตสาหกรรมเพลงเกาหลี ที่แบ่งแยกศิลปินออกจากโลกภายนอก บังคับให้ฝึกอย่างหนักมีเวลานอนแค่ 2-3 ชม. ต่อวัน และยังมีกรณีบังคับให้นักร้องสาวมีเพศสัมพันธ์กับนักการเมือง และคนในวงการ

โดยกลุ่มศิลปินที่เป็นตัวอย่างของการโดนใช้งานหนัก เช่น BTS สังกัดบริษัท Big Hit Entertainment และ BLACKPINK สังกัดบริษัท YG Entertainment นอกจากนี้ยังมีประเด็นการคัดเลือกเด็กเข้ามาฝึกตั้งแต่อายุยังน้อยของ SM Entertainment เพื่ออุทิศชีวิตให้กับการเป็นไอดอล ซึ่งทั้ง 3 บริษัทอยู่ในกลุ่ม 4 อันดับแรกของค่ายเพลงที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้

ทำไมเกาหลีเหนือต้องแฉความโหดร้ายของระบบดูแลศิลปินเกาหลีใต้

ทาง NK Economy มองถึงต้นเหตุที่เกาหลีเหนือออกข่าวนี้มา เพื่อป้องกันไม่ให้กระแสความนิยม K-Pop หลั่งไหลเข้ามาในเกาหลีเหนือ

นอกจากนั้น ยังมีรายงานว่า นอกจากข่าวโฆษณาชวนเชื่อที่ตีแผ่ด้านลบของวงการ K-Pop ในเกาหลีใต้ ปรากฎว่าในเกาหลีเหนือยังมีมาตรการลงโทษคนที่รับชมสื่อจากเกาหลีใต้ หรือแม้แต่เลียนแบบการพูดของคนเกาหลีใต้ จะมีบทลงโทษซึ่งอาจโดนทั้งปรับหรือจำคุกได้

ที่มา The Korea Times, reuters

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post สื่อเกาหลีเหนือ แฉ ‘ศิลปินเกาหลี BTS-Blackpink’ โดนใช้งานหนักเยี่ยงทาส first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/bts-blackpink-north-korea-media/

แฮ็กเกอร์เกาหลีเหนือ หันมาพัฒนามัลแวร์ ให้โจมตีได้หลายแพลตฟอร์ม

กลุ่มแฮ็กเกอร์ชื่อกระฉ่อนอย่าง Lazarus ที่มีความสัมพันธ์กับทางการเกาหลีเหนือ ได้ปล่อยเฟรมเวิร์กมัลแวร์แบบมัลติแพลตฟอร์มตัวใหม่สำหรับโจมตีบริษัททั่วโลก รวมไปถึงจารกรรมฐานข้อมูลลูกค้า และแพร่กระจายมัลแวร์

เฟรมเวิร์กมัลแวร์นี้ชื่อ MATA สามารถใช้โจมตีได้บนระบบปฏิบัติการทั้งวินโดวส์ ลีนุกซ์ และแมค โดยผู้พัฒนาตั้งชื่อมาจากคำว่า “MataNet” ที่เปรียบเหมือนโครงสร้างพื้นฐานที่มาพร้อมฟีเจอร์หลากหลายสำหรับโจมตีบนเครื่องเหยื่อได้สารพัดรูปแบบ

ขบวนการที่ใช้ MATA นี้พบมาตั้งแต่เมษายนปี 2018 จากการที่สืบสวนร่องรอยการโจมตีจนพบเหยื่อที่เป็นบริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์ อีคอมเมิร์ซ และบริการทางอินเทอร์เน็ตในหลายประเทศทั้งโปแลนด์ เยอรมัน ตุรกี เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และอินเดีย

จาการศึกษาของบริษัทด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ Kaspersky เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น ได้ระบุหลักฐานที่รวบรวมมาพร้อมกับข้อมูลที่ได้จากนักวิจัยของบริษัทอื่นๆ อย่าง NetLab, 360, Jamf, และ Malwarebytes ที่พบความเคลื่อนไหวต่อเนื่องในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมาด้วย

ที่มา : THN

from:https://www.enterpriseitpro.net/north-korean-hackers-spotted-using-new-multi-platform/

เกาหลีเหนือปิดพรมแดนเชื่อมจีนสกัดโควิด ทำสินค้าจำเป็นขาดแคลน ประชาชนต้องแย่งกันกักตุน

เกาหลีเหนือนับว่าเป็นประเทศที่มีการติดต่อสื่อสารกับโลกภายนอกมากที่สุดประเทศหนึ่ง ซึ่งในปัจจุบันรัฐบาลเกาหลีเหนือรายงานกับองค์การอนามัยโลกว่ายังไม่พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศของตนเอง

เกาหลีเหนือ ภาพจาก pixabay.com

แม้ว่าจะยังไม่พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 แม้แต่คนเดียว แต่ดูเหมือนว่าการประชาชนชาวเกาหลีเหนือก็มีความกังวลกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เช่นเดียวกับในประเทศอื่นๆ ทั่วโลก เพราะสายข่าวของเกาหลีใต้รายงานว่า ในขณะนี้ประชาชนบางส่วนเริ่มกักตุนสินค้าที่มีความจำเป็นกับชีวิตประจำวันแล้ว เนื่องจากสินค้าบางอย่างขาดแคลน

การขาดแคลนสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวันของชาวเกาหลีเหนือเกิดจากการปิดพรมแดนระหว่างเกาหลีเหนือกับจีน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ตั้งแต่เดือนมกราคม ทำให้ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมายอดการค้าระหว่างจีนกับเกาหลีเหลือลดลงถึง 91% เทียบกับช่วงเวลาปกติ

แม่น้ำ Daedong ประเทศเกาหลีเหนือ ภาพจาก pixabay.com

ช่องทางที่จะสามารถนำเข้าสินค้าจากโลกภายนอกมายังเกาหลีเหนือเหลืออยู่เพียงช่องทางเดียวเท่านั้น คือผ่านทางท่าเรือนัมโพ แต่สินค้าที่นำเข้ามาจะต้องได้รับการตรวจสอบ และกักกันเพื่อป้องกันเชื้อโควิด-19 ที่อาจติดมาด้วยเป็นเวลา 10 วันจึงจะสามารถนำสินค้าออกจากท่าเรือได้

อย่างไรก็ตามการขาดแคลนของใช้ที่มีความจำเป็นในชีวิตประจำวัน รวมถึงอาหาร เป็นเรื่องที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในเกาหลีเหนือ โดยเฉพาะในช่วงทศวรรษที่ 1990 ประชาชนชาวเกาหลีเหนืออย่างน้อย 10% ต้องเสียชีวิตเพราะภาวะขาดแคลนอาหาร

ที่มา – Nikkei Asian Review, SCMP

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/panic-buying-in-north-korea-covid-19/

ไม่เลือกงานไม่ยากจน อาชีพครูสอนพิเศษในเกาหลีเหนือ ผิดกฎหมายแต่รายได้ดี

ในเกาหลีใต้ เรื่องที่เด็กนักเรียน นักศึกษา มีการเรียนที่โหลดเกินไป เรียนหนักมากไป ถูกทำให้กลายเป็นเรื่องปกติแล้ว หลังจากที่นักเรียนเรียนจากโรงเรียนจบแล้วก็ต้องเรียนต่อในโรงเรียนสอนพิเศษ เรียนทั้งเลขและภาษาอังกฤษเพิ่มขึ้น ส่วนเกาหลีเหนือก็เรียนไปตามระบบที่ต้องเรียนตามหลักสูตรบังคับ 

ภาพจาก Wikimedia

ปัจจุบัน เด็กเกาหลีเหนือไม่ได้แตกต่างจากเด็กเกาหลีใต้นัก โดยนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติโซลได้สัมภาษณ์คนที่หลบหนีออกมาจากเกาหลีเหนือจำนวน 116 พบว่า บางรายได้รับการศึกษาแบบเป็นส่วนตัวขณะที่อยู่ในเกาหลีเหนือ บ้างก็ทำงานเป็นติวเตอร์ที่สอนพิเศษเสียเอง

Cho Jeong-ah แห่งสถาบันรวมชาติ เกาหลีใต้ คิดว่าผลสำรวจเหล่านี้ทำให้เห็นว่า พ่อแม่ชาวเกาหลีเหนือมีความคิดในด้านการศึกษาที่เปลี่ยนแปลงไปแล้ว พ่อแม่ลงทุนมากขึ้นเพื่ออนาคตของลูก มากกว่าจะยอมรับความคิดอันชาญฉลาดจากผู้ปกครองแต่ฝ่ายเดียว

ในทางทฤษฎีสำหรับเกาหลีเหนือแล้ว ถ้ามีการจ่ายเงินเพื่อการศึกษา การจ้างครูสอนพิเศษถือว่าผิดกฎหมาย ผู้คนในประเทศควรจะซาบซึ้งกับระบบการศึกที่ท่านผู้นำจัดหาไว้ให้แล้ว แต่ในทางปฏิบัติ พ่อแม่ของเด็กๆ ยอมที่จะจ่ายเงินเพื่อจ้างครูสอนพิเศษ แลกกับโอกาสและอนาคตที่ดีของลูก 

นอกจากนี้ เด็กนักเรียนจะถูกบังคับให้ต้องจ่ายค่าแรงครูด้วยการทำงาน เช่น ช่วยครูเก็บเกี่ยวเมล็ดพันธุ์พืชหรือแบกฟืนมาโรงเรียนในช่วงหน้าหนาว แต่สำหรับค่าเรียนพิเศษนี้จะอยู่ที่ 200 หยวนต่อ 1 วิชา หรือประมาณ 30 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 906 บาท 

Photo by Linh Pham/Getty Images

ทางโรงเรียนก็จะแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นกับเรื่องนี้ พ่อแม่ก็จะไม่เอาเรื่องนี้ไปคุยอวดใครเช่นกัน อย่างไรก็ตาม การเรียนพิเศษในเกาหลีเหนือเช่นนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อชนชั้นนำในเกาหลีเหนือเท่านั้น เพราะก็มีแต่ชนชั้นนี้ที่มีเงินมากพอจะจ่ายค่าเรียนพิเศษ 

การเรียนพิเศษจะทำให้เด็กรู้ภาษาต่างประเทศมากขึ้น เรียนดนตรีได้ และจะสร้างโอกาสให้เด็กๆ สามารถสอบเข้าในระดับมหาวิทยาลัยได้มากขึ้น พวกเขาจะสามารถสอบเข้าเพื่อทำงานเป็นนักการทูต นักดนตรี และยังท่องเที่ยวต่างประเทศได้อีก นอกจากนี้ การมีพรมแดนติดกับจีนก็จะทำให้พวกเขาสามารถทำธุรกิจข้ามพรมแดนได้ด้วย 

ที่มา – The Economist 

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/private-tutor-is-illegal-in-north-korea-but-increasing/

แฮ็กเกอร์เกาหลีเหนือปล่อยมัลแวร์ โจมตีโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์อินเดีย

โรงงานผลิตไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ที่ใหญ่ที่สุดของอินเดียที่ชื่อ Kudankulam Nuclear Power Plant ถูกโจมตีทางไซเบอร์เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมาซึ่งช่วงแรกนั้นทางโรงงานดังกล่าวได้ปฏิเสธข่าวการถูกโจมตี แต่ท้ายสุดมีนักวิจัยด้านความปลอดภัยออกมาเผย

โดย Pukhraj Singhได้ตีแผ่ข้อมูลดังกล่าวให้หลัง 2 – 3 วันผ่านทางทวิตเตอร์ โดยระบุว่า “มีการเข้าถึงระดับโดเมนคอนโทรลเลอร์ที่ Kudankulam Nuclear Power Plantและโจมตีระบบที่สำคัญมากไปด้วย” พร้อมทั้งแจ้งข้อมูลไปยังสำนักงานด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์แห่งชาติ (NCSC) เมื่อวันที่ 4 กันยายน

การบุกรุกระบบครั้งนี้ถูกตรวจพบโดยบริษัทด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์จากภายนอก ซึ่งบริษัทได้ติดต่อ Pukhraj Singh จนทำให้มีการแจ้งไปยัง NCSC อีกทีหนึ่ง จากนั้นวันที่ 23 กันยายน Kaspersky ก็ออกรายงานเกี่ยวกับสปายมัลแวร์ DTrack ซึ่งมาจากกลุ่มแฮ็กเกอร์ Lazarus จากเกาหลีเหนือ

ทาง Kudankulam Nuclear Power Plant ที่ออกมาปฏิเสธข่าวอย่างเป็นทางการในช่วงแรกนั้น ระบุว่ามีข้อมูลเท็จกำลังกระจายไปทั่วเน็ต ทั้งๆ ที่เครือข่ายของโรงงานไฟฟ้าไม่ได้เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต ดังนั้นจึงเป็นไปได้ที่จะโดนโจมตีทางไซเบอร์

ที่มา : GBHackers

from:https://www.enterpriseitpro.net/north-korean-hackers-attack-indian-nuclear-power-planet/

การคลังสหรัฐฯ สั่งลงดาบกลุ่มแฮ็กเกอร์ 3 กลุ่มจากเกาหลีเหนือ

ศุกร์ที่แล้ว กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้ออกคำสั่งลงโทษกลุ่มแฮ็กเกอร์ 3 กลุ่มที่มีทางการเกาหลีเหนือคอยสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง ซึ่งทางการสหรัฐฯ อ้างว่ากลุ่มเหล่านี้คอยหาเงินให้รัฐบาลเปียงยังในฐานะกองทุนสำหรับโครงการด้านอาวุธและจรวดมิสซายล์

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ย้ำว่ากลุ่มแฮ็กเกอร์ 3 กลุ่มนี้เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ โดยใช้ชื่อว่า Lazarus Group, Bluenoroff, และ Andarialตามลำดับ เจ้าหน้าที่การคลังระบุว่าทั้ง 3 กลุ่มทำงานภายใต้การดูแลของทางการเกาหลีเหนือ

ซึ่งมีการควบคุมและถ่ายทอดคำสั่งมาจากหน่วยงานที่ชื่อ Reconnaissance General Bureau (RGB)ซึ่งเป็นหน่วยงานข่าวกรองหลักของเกาหลีเหนือ โดยแฮ็กเกอร์ทั้งสามกลุ่มนี้จะคอยใช้แรนซั่มแวร์เพื่อโจมตีองค์กรต่างๆ

อันได้แก่ ธนาคาร, เน็ตเวิร์กของระบบตู้ ATM, เว็บการพนัน, คาสิโนออนไลน์, ไปจนถึงตลาดแลกเปลี่ยนเงินคริปโตทั้งหลาย เพื่อขโมยเงินมาจากธุรกิจที่ถูกต้องตามกฎหมาย ทางการสหรัฐฯ ย้ำว่าพบร่องรอยที่เงินเหล่านี้ถูกส่งกลับไปยังรัฐบาลเกาหลีเหนือ

ที่มา : zdnet

from:https://www.enterpriseitpro.net/us-treasury-sanctions-three-north-korean-hacking-groups/

นักวิจัยจาก FireEye ชี้ “เกาหลีเหนือ” คือผู้สนับสนุนภัยทางไซเบอร์ที่ร้ายกาจที่สุด

บริษัทด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ FireEye ออกมาเตือนว่า กิจกรรมการโจมตีของกลุ่มแฮ็กเกอร์จากเกาหลีเหนือที่มุ่งหวังผลประโยชน์ทางการเงินที่ชื่อ APT38 ที่โชกโชนมาอย่างต่อเนื่องนั้น เป็นคำเตือนอย่างดีกว่าทักษะด้านการโจมตีทางไซเบอร์ของประเทศนี้ไม่ใช่อะไรที่ควรประมาทอีกต่อไปแล้ว

ซึ่งการวิเคราะห์ครั้งนี้สอดคล้องกับรายงานจาก The New York Times เมื่อปีที่แล้วว่า “เกาหลีเหนือมีกองทัพแฮ็กเกอร์มากกว่า 6,000 คน ที่พร้อมอุทิศตัวเพื่อโจมตีเป้าหมายที่ต้องการอย่างต่อเนื่อง และมีการพัฒนาความสามารถของตัวเองอย่างรวดเร็วตลอดเวลา”

APT38 ถือเป็นกลุ่มนักโจมตีทางไซเบอร์ที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้านกลุ่มแรกที่มุ่งเน้นการหาเงินให้รัฐบาลของตัวเองให้ได้มากที่สุด โดยมีการนำเงินที่ได้นั้นไปฟอกในคาสิโนและกิจกรรมเล่นพนันต่างๆ ที่กระจายอยู่ในอย่างน้อยสามประเทศ

ซีอีโอของ FireEye กล่าวในงานประชุมสุดยอด Cyber Defense Summit ที่กรุงวอชิงตันดีซีว่า “อาจเรียกได้ว่าตอนนี้เกาหลีเหนือถือเป็นภัยด้านไซเบอร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดกับประเทศส่วนใหญ่ของโลก” แม้จะเปรียบเทียบกับประเทศอย่างรัสเซียหรือจีนได้ยากในแง่ความเชี่ยวชาญและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน แต่เกาหลีเหนือก็ดูน่ากลัวกว่าเนื่องจากไม่สามารถทำนายหรือคาดการณ์ความเคลื่อนไหวได้เลย

ที่มา : Zdnet

from:https://www.enterpriseitpro.net/fireeye-north-korea-apt38/

กลุ่มแฮ็กเกอร์สัญชาติเกาหลีเหนือ Lazarus หันมาแฮ็กเงินคริปโตครั้งใหญ่

ทาง Kaspersky Lab ได้ค้นพบขบวนการโจมตีทางไซเบอร์ในชื่อ AppleJeus ซึ่งมีกลุ่มแฮ็กเกอร์จากเกาหลีเหนือ “Lazarus Group” อยู่เบื้องหลัง โดยขบวนการดังกล่าวตั้งขึ้นเพื่อเจาะระบบตลาดแลกเปลี่ยนและแอพเกี่ยวกับเงินคริปโตทั่วโลก

โดยทางทีมวิจัยสถานการณ์ความปลอดภัยทั่วโลกของ Kaspersky หรือที่เรียกกันในชื่อ GReAT ได้ออกรายงานการค้นพบกิจกรรมที่ผิดปกติในการโจมตีเครือข่ายของตลาดแลกเปลี่ยนเงินคริปโตในภูมิภาคเอเชีย ด้วยการใช้ซอฟต์แวร์ซื้อขายที่ฝังโทรจันไว้สำหรับขโมยเงินคริปโตโดยเฉพาะ

และพบด้วยว่าระบบของตลาดแลกเปลี่ยนเงินคริปโตหลายแห่งยังไม่สามารถปกป้อง รวมไปถึงกู้คืนความเสียหายจากการโจมตีที่เกิดไปแล้วได้ ซึ่งกิจกรรมของกลุ่ม Lazarus นี้พบการเคลื่อนไหวในตลาดเงินคริปโตตั้งแต่ต้นปีที่แล้ว โดยมีการติดตั้งซอฟต์แวร์ขุดเหมืองเงินสกุล Monero บนเซิร์ฟเวอร์ที่ของกลุ่ม Lazarus เอง

หลังจากนั้นก็พบการพัฒนามัลแวร์ที่สามารถติดเชื้อ macOS ได้ด้วยนอกจากบนวินโดวส์ ไปจนถึงความพยายามอย่างหนักด้วยการลงทุนตั้งบริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์ปลอมเพื่อสร้างซอฟต์แวร์อันตรายออกมาในตลาดโดยที่ไม่โดนตรวจจับจากโซลูชั่นความปลอดภัยทั้งหลาย สะท้อนได้ชัดเจนว่ากลุ่มแฮ็กเกอร์ระดับนานาชาตินี้มองตลาดเงินคริปโตเป็นเหยื่อที่ทำเงินได้มหาศาล ทั้งนี้กลุ่ม Lazarus เองเคยฝากผลงานที่เจ็บแสบไว้หลายแห่งทั่วโลก โดยเฉพาะการขโมยเงินกว่า 101 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากบัญชีของธนาคารกลางบังคลาเทศที่ฝากไว้กับธนาคารกลางนิวยอร์ก เป็นต้น

ที่มา : CISOMag

from:https://www.enterpriseitpro.net/kaspersky-lab-exposes-malicious-operation-by-lazarus-group/

แฮ็กเกอร์เกาหลีเหนือ ใช้เซิร์ฟเวอร์ไทยเป็นฐานดูดข้อมูลจาก 17 ประเทศ

McAfee ออกรายงานเกี่ยวกับปฏิบัติการเจาะระบบข้ามชาติ “Operation GhostSecret” ว่า กลุ่มแฮ็กเกอร์ชื่อ Hidden Cobra ซึ่งมีความสัมพันธ์กับรัฐบาลเกาหลีเหนือนั้น ใช้เซิร์ฟเวอร์ในประเทศไทยสำหรับแฮ็กข้อมูลทางไซเบอร์พร้อมทั้งโจมตีด้วยมัลแวร์ครั้งใหญ่

โดยนักวิจัยจาก Mcafee กล่าวว่า กลุ่ม Hidden Cobra ได้อยู่เบื้องหลังการโจมตีสถาบันการเงินของตุรกีเมื่อวันที่ 14 – 18 มีนาคมที่ผ่านมา และถือเป็นแค่ส่วนหนึ่งของภารกิจโฉดดังกล่าวด้วย โดยล่าสุดพบการโจมตีกระจายรวมทั้งสิ้นกว่า 17 ประเทศ ตั้งแต่ประเทศไทย, สหรัฐฯ, เยอรมัน, ญี่ปุ่น, จีน, และออสเตรเลีย

วัตถุประสงค์หลักของภารกิจครั้งนี้มองว่าเป็นการจารกรรมข้อมูลสำคัญจากโครงสร้างพื้นฐานหลักของแต่ละประเทศทั่วโลก เช่น วงการโทรคมนาคม, การเงิน, การแพทย์, หรือแม้แต่วงการบันเทิง และพบว่าปฏิบัติการนี้มีความซับซ้อนเป็นอย่างมาก มีการใช้โปรแกรมมากมายฝังบนระบบเหยื่อเพื่อขโมยข้อมูล อีกทั้งยังมีโครงสร้างที่ซับซ้อนเป็นพิเศษสำหรับหลบระบบตรวจจับ หรือแม้แต่หลีกเลี่ยงการทิ้งหลักฐานไม่ให้ตามสืบทีหลังได้

สำหรับที่ไทยนั้น ทาง ThaiCERT ออกแถลงการณ์เมื่อวันพุธว่า ได้เข้ายึดเครื่องเซิร์ฟเวอร์ที่ถูกใช้เป็นฐานในการแฮ็กข้ามประเทศ พร้อมส่งมอบให้ทางตำรวจเรียบร้อย โดยมีรายงานว่าเซิร์ฟเวอร์นี้ตั้งอยู่ในสถานที่ที่ในข่าวระบุเป็น “Thai National Legislative University” ในกรุงเทพฯซึ่งเป็นเซิร์ฟเวอร์ควบคุมการโจมตี Sony ครั้งที่ผ่านมาด้วย

ที่มา : SecurityOnline

from:https://www.enterpriseitpro.net/north-korea-hacerk-server-mcafee/

เกาหลีเหนือ Kick-Off บริการความบันเทิงผ่าน Application รับการเติบโต Smart Device ในประเทศ

หลังการใช้งาน Smartphone และ Tablet ในเกาหลีเหนือเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ในที่สุดท่านผู้นำของเกาหลีเหนือก็อนุญาตให้สร้าง Application ที่รวมความบันเทิงรูปแบบต่างๆ เอาไว้ อธิบายง่ายๆ ก็เหมือน Netflix ขนาดย่อม

ภาพจาก Flickr ของ Mark Fahey

น่าดีใจ แต่ก็ยังรู้สึกหดหู่ไปพร้อมๆ กัน

ปฏิเสธไม่ได้ว่า Smart Device ต่างๆ โดยเฉพาะ Smartphone และ Tablet ต่างได้รับความนิยมไปทั่วโลก และแม้แต่ประเทศปิดอย่างเกาหลีเหนือ ตัวกระแสนี้ก็แพร่เข้าไปเช่นเดียวกัน ทำให้ประชากรในประเทศเริ่มมี Smartphone และ Tablet ติดตัวมากขึ้นเรื่อยๆ

และเมื่อมีมากขึ้น ทางการของเกาหลีเหนือก็ไม่นิ่งนอนใจที่จะปล่อยให้ประชาชนใช้งาน Smart Device แค่ถ่ายรูป หรือโทรออก-รับสาย ด้วยการเปิดตัว My Companion 4.0 หรือแอปพลิเคชั่นที่รวมบริการอ่าน Ebook, รับชมภาพยนตร์, เล่นเกม และร้องเพลงคาราโอเกะได้ รวมถึงยังเตรียมเปิดระบบซื้อเนื้อหาที่ต้องการอีกด้วย

แต่ถึงจะมีข่าวดีเรื่องบริการใหม่ ผู้ใช้ Smart Device ในเกาหลีเหนือก็ไม่ได้มีความสุขมากนัก เพราะการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตนั้นแทบจะทำไม่ได้ และถึงทำได้ก็เข้าแค่เว็บไซต์ที่ทางการกำหนดไว้เท่านั้น และหากถูกจับได้ว่ามีการลักลอบเข้าถึงเว็บไซต์อื่นๆ ก็มีโทษร้ายแรงสูงสุดคือประหารชีวิตเลยทีเดียว

นอกจากนี้ทางการเกาหลีเหนือยังมีระบบตรวจสอบการใช้งาน Smart Device ของประชากรอยู่ตลอดเวลา เพราะ Smartphone และ Tablet ที่ใช้ต้องเป็นของที่ทางการจัดหามาให้เท่านั้น แต่ปัจจุบันประชากรที่นั่นก็มีการลักลอบนำอุปกรณ์จากจีน และเกาหลีใต้เข้ามาบ้าง เพื่อปลดปล่อยการเสพข้อมูลข่าวสารของตัวเอง

อ้างอิง // Business Insider

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/like-netflix-in-north-korea/