คลังเก็บป้ายกำกับ: ฮิตาชิ

Hitachi ญี่ปุ่น ออกกฎการทำงานใหม่ ให้พนักงานเข้าออฟฟิศสัปดาห์ละ 2-3 วัน นอกจากนั้นให้ทำที่บ้าน

New Normal ของการโลกการทำงานยุคหลังโควิด (?)

WFH
Photo: Shutterstock

เข้าออฟฟิศ 2-3 วัน/สัปดาห์

Hitachi ประกาศกฎการทำงานใหม่ในองค์กร โดยระบุว่า จะให้พนักงานเข้าออฟฟิศมาทำงานเพียงสัปดาห์ละ 2-3 วันเท่านั้น ส่วนวันที่เหลือให้ทำงานจากบ้าน แม้ว่าวิกฤตโรคระบาดจะหมดไปแล้วก็ตาม

นโยบายใหม่จะมีผลบังคับใช้กับพนักงานกว่า 70% ของบริษัท นับรวมแล้วประมาณ 23,000 ตำแหน่ง

Hitachi บอกว่า จะปรับกระบวนการและวิธีการทำงานบางส่วนที่ไม่สอดคล้องกับนโยบายนี้ เช่น ลดละการใช้ตราประทับหรือลายลักษณ์อักษรให้ทำบนออนไลน์ได้เพื่อลดการเดินทางเข้าออฟฟิศโดยไม่จำเป็น

ส่วนในเรื่องการวัดผลและประเมินผลพนักงาน บริษัทจะพิจารณาที่ “ผลงาน” ไม่ใช่ “ปริมาณเวลา” ที่ทุ่มเทให้กับองค์กรเหมือนเดิมอีกต่อไป

นโยบายใหม่ของ Hitachi ถือว่าเป็น New Normal หรือธรรมเนียมใหม่ของสังคมการทำงานในญี่ปุ่นอย่างแท้จริง เนื่องจากในอดีตปริมาณเวลาในการทำงานสำคัญและอยู่ในวัฒนธรรมอย่างลึกซึ้ง (ให้นึกถึงคำว่า คาโรชิ ในภาษาญี่ปุ่นที่หมายถึง “ภาวะการทำงานจนตาย”)

Hitachi Photo: Hitachi Software Engineering UK [CC BY 3.0 (https://creativecommons.org/licenses/by/3.0)%5D, via Wikimedia Commons

ที่มา – Nikkei Asian Review

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/hitachi-new-rule-for-working-office/

Hitachi Vantara ซื้อกิจการสตาร์ทอัพด้าน Kubernetes อย่าง Containership

Hitachi Vantara ในเครือของ Hitachi ที่คอยสนับสนุนบริษัทในการผลิตฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์นั้น ได้ออกมาประกาศว่าได้เข้าซื้อกิจการของบริษัทชื่อ Containership ซึ่งตั้งอยู่ที่ Pitsburgh

บริษัทนี้ก่อตั้งเมื่อปี 2015และได้การยอมรับว่าเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการแพลตฟอร์มที่มีความเสถียรมากที่สุดสำหรับงานติดตั้งและจัดการโครงสร้างพื้นฐาน Kubernetes แบบมัลติคลาวด์

โดย Containership ได้พัฒนาแผงควบคุมที่ใช้งานได้สะดวกทำให้องค์กรต่างๆ มีความยืดหยุ่นในการทำงานกับพับลิกคลาวด์ ไพรเวทคลาวด์ และสภาพแวดล้อมการทำงานแบบ On-Premise แต่ที่ผ่านมาบริษัทนี้ประสบปัญหาด้านการเงินและด้านอื่นๆ จนทำให้ยอมขายกิจการดังกล่าว

ทางด้าน COO ด้านหน่วยธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานดิจิตอลของ Hitachi Vantara คุณ Bobby Soni โพสต์ผ่านบล็อกของตนเองว่า “วันนี้ผมสามารถบอกให้ทุกคนทราบได้แล้วว่า ทางเราได้ซื้อกิจการสตาร์ทอัพด้าน Kubernetes อย่าง Containership แล้ว”

ที่มา : CB

from:https://www.enterpriseitpro.net/hitachi-vantara-acquires-kubernetes-startup/

ฮิตาชิ โชว์นวัตกรรมล้ำสมัยระบบ Smart Solutions ในประเทศไทย

บริษัท ฮิตาชิ จัดแสดงสมาร์ทโซลูชั่นส์หลากหลายในงานประชุมและแสดงนวัตกรรมเพื่อสังคมของฮิตาชิ (Hitachi Social Innovation Forum) 2020 ณ กรุงเทพฯ ในวันนี้ ซึ่งแสดงถึงเจตนารมณ์ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องของบริษัทในการเตรียมความพร้อมของลูกค้าในประเทศไทยต่อความท้าทายแห่งโลกอนาคต

งานประชุมและแสดงนวัตกรรมเพื่อสังคมของฮิตาชิ (HSIF) คือการประชุมและงานแสดงผลิตภัณฑ์หลักในระดับโลกของฮิตาชิ ที่มีผู้นำจากภาครัฐและเอกชนเข้าร่วม โดยมีจุดประสงค์เพื่อเสริมสร้างความตระหนักรู้ด้านธุรกิจนวัตกรรมเพื่อสังคมทั่วภูมิภาค โดยธีมงานในปีนี้คือ “Powering Good, Powering Thailand” ซึ่งมีการจัดแสดงเทคโนโลยีด้านการผลิตอัจฉริยะ เมืองอัจฉริยะ และการเงินอัจฉริยะเพื่อตอบสนองต่อนโยบาย “Thailand 4.0”

ในงานยังมีเวทีเสวนาในประเด็นที่ว่าด้วยนวัตกรรมเพื่อสังคมสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตมนุษย์ได้อย่างไร โดยมีความน่าสนใจหลักอยู่ที่การเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัล ในด้านการผลิตและด้านการบริการสำหรับเมืองอัจฉริยะ รวมทั้งการนำเสนอบทบาทของปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ในการแสวงหาซึ่งความสุขของมวลมนุษยชาติ โดย ดร. คาซุโอะ ยาโน (Kazuo Yano) ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI จากบริษัท ฮิตาชิ

นาย โยชิโตะ โคดามะ (Yoshito Kodama) กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮิตาชิ เอเซีย (ประเทศไทย) กล่าวว่า “เรามีความมุ่งมั่นในการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ผ่านโครงการใหม่ๆ และสานต่อการส่งมอบสิ่งที่ดีในประเทศไทย เราเปิดตัวศูนย์ Lumada เอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างเป็นทางการเมื่อ พ.ศ.2561 และมีเป้าหมายที่จะมีส่วนร่วมในการหารือร่วมกันมากขึ้น เพื่อแก้ปัญหาความท้าทายในอนาคต นอกจากนี้ เพื่อเป็นการสนับสนุนแรงขับเคลื่อนระดับชาติว่าด้วยนโยบาย “Thailand 4.0” เรายังมีเป้าหมายในการสร้างผลลัพธ์ที่แท้จริงให้เกิดขึ้นในสังคม โดยร่วมมือกับลูกค้าและพันธมิตรในการสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลแบบเพิ่มมูลค่าไปด้วยกัน”

ด้วยการสร้างแนวทางด้านการพัฒนาตามนโยบายของรัฐบาลไทยเพื่อนำไปสู่เศรษฐกิจแบบเพิ่มมูลค่าอัจฉริยะ ฮิตาชิจะร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อสร้างสรรค์โซลูชั่นส์ดิจิทัลเฉพาะทางต่อไป เพื่อนำมาซึ่งประโยชน์แก่ประชาคมในพื้นที่และมีบทบาทในการบรรลุผลสัมฤทธิ์ของนโยบาย “Thailand 4.0”

from:https://www.enterpriseitpro.net/hitachi-smart-solutions/

สุดทึ่ง! เมื่อฮิตาชิ นำ AI มาเพิ่มความสุขให้ พนง.ในองค์กร

พฤติกรรมการทำงานที่มีการแข่งขันสูง กดดัน และให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพของงานของชาวญี่ปุ่น ถือเป็นไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ แต่เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ญี่ปุ่น เกิดการเติบโตทัดเทียมในระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหลายๆ หน่วยงานต่างก็เริ่มหันมาให้ความสำคัญกับสวัสดิการของพนักงานมากขึ้น ผ่านการคิดค้นนวัตกรรม โซลูชั่นต่างๆ โดยเฉพาะกับสภาวะจิตใจ ปัญหาสุขภาพที่เกิดจากความเครียดในการทำงาน รวมถึงผลตอบแทนที่ได้รับ ส่งผลต่อความสุขในการใช้ชีวิตอย่างไร

ฮิตาชิ เล็งเห็นถึงปัญหาดังกล่าว จึงได้เริ่มค้นคว้าโซลูชั่นเพื่อแก้ไขปัญหาความเครียดให้กับพนักงาน โดยการนำปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาปรับใช้ในองค์กรตั้งแต่ปี 2549 เริ่มจากการสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมการทำงานกับคุณภาพของงาน ผ่านการนำนวัตกรรมติดตั้งเข้าไปในอุปกรณ์สวมใส่ อย่างเช่น Nametags และสายรัดข้อมือ ซึ่งจะมีเซ็นเซอร์ตรวจจับพฤติกรรมการเคลื่อนไหว อัตราการเต้นของหัวใจ หรือแม้กระทั่งการมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน ซึ่ง AI จะเก็บข้อมูลทั้งหมดมาวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ เพื่อตั้งสมมติฐานหาความเชื่อมโยงระหว่างความสุขของพนักงาน และประสิทธิภาพในการทำงาน ตลอดจนคุณภาพของผลงานที่ได้

ดร. คาซุโอะ ยาโน (Dr. Kazuo Yano) ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI จากบริษัท ฮิตาชิ กล่าวว่า “ฮิตาชิมุ่งมั่นค้นคว้าโซลูชั่นมานานกว่า 10 ปี เพื่อนำมาใช้กับพนักงานของเราให้มีความสุขในการทำงานให้มากที่สุด ซึ่งเราพบว่ากลุ่มคนวัยทำงานเป็นวัยที่มีความเครียดมากที่สุด ดังนั้นจึงนำเทคโนโลยี AI ที่ทางฮิตาชิมีอยู่ มาใช้ในการจัดเก็บข้อมูลของพนักงาน โดยผ่านโซลูชั่น AI and Happiness ซึ่งสามารถติดตั้งได้ทั้งบนป้ายพนักงาน (Nametags) หรือ สายรัดข้อมือ (Wristband) เพื่อเก็บข้อมูลการทำงาน พฤติกรรมการเคลื่อนไหว อัตราการเต้นของหัวใจ หรือแม้กระทั่งการมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานของพนักงานในแต่ละวัน หลังจากนั้นจะนำมาวิเคราะห์ แล้วจะแนะนำให้พนักงานทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อช่วยผ่อนคลายความเครียดระหว่างวัน”

การวิจัยของฮิตาชิในการคิดค้นโซลูชั่น AI and Happiness
1. องค์กรที่มีความสุขในการทำงานสูง ส่งผลให้คุณภาพของงานสูงตามไปด้วย
2. ความสุขส่งผลต่อผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับการเงิน
3. ความสุขที่เกิดขึ้นในองค์กร ไม่ได้คำนึงถึงประเภทของงานหรือพนักงาน

ในอนาคตทางฮิตาชิสนใจที่จะพัฒนาและนำปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาปรับใช้กับองค์กร เพื่อเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงาน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ตลอดจนการพัฒนาผลิตภัณฑ์และงานบริการให้ลูกค้า ภายใต้การเพิ่มความสุขของพนักงานในองค์กร

from:https://www.enterpriseitpro.net/%e0%b9%87hitachi-ai-happiness/

สุดทึ่ง! เมื่อฮิตาชิ นำ AI มาเพิ่มความสุขให้ พนง.ในองค์กร

พฤติกรรมการทำงานที่มีการแข่งขันสูง กดดัน และให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพของงานของชาวญี่ปุ่น ถือเป็นไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ แต่เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ญี่ปุ่น เกิดการเติบโตทัดเทียมในระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหลายๆ หน่วยงานต่างก็เริ่มหันมาให้ความสำคัญกับสวัสดิการของพนักงานมากขึ้น ผ่านการคิดค้นนวัตกรรม โซลูชั่นต่างๆ โดยเฉพาะกับสภาวะจิตใจ ปัญหาสุขภาพที่เกิดจากความเครียดในการทำงาน รวมถึงผลตอบแทนที่ได้รับ ส่งผลต่อความสุขในการใช้ชีวิตอย่างไร

ฮิตาชิ เล็งเห็นถึงปัญหาดังกล่าว จึงได้เริ่มค้นคว้าโซลูชั่นเพื่อแก้ไขปัญหาความเครียดให้กับพนักงาน โดยการนำปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาปรับใช้ในองค์กรตั้งแต่ปี 2549 เริ่มจากการสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมการทำงานกับคุณภาพของงาน ผ่านการนำนวัตกรรมติดตั้งเข้าไปในอุปกรณ์สวมใส่ อย่างเช่น Nametags และสายรัดข้อมือ ซึ่งจะมีเซ็นเซอร์ตรวจจับพฤติกรรมการเคลื่อนไหว อัตราการเต้นของหัวใจ หรือแม้กระทั่งการมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน ซึ่ง AI จะเก็บข้อมูลทั้งหมดมาวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ เพื่อตั้งสมมติฐานหาความเชื่อมโยงระหว่างความสุขของพนักงาน และประสิทธิภาพในการทำงาน ตลอดจนคุณภาพของผลงานที่ได้

ดร. คาซุโอะ ยาโน (Dr. Kazuo Yano) ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI จากบริษัท ฮิตาชิ กล่าวว่า “ฮิตาชิมุ่งมั่นค้นคว้าโซลูชั่นมานานกว่า 10 ปี เพื่อนำมาใช้กับพนักงานของเราให้มีความสุขในการทำงานให้มากที่สุด ซึ่งเราพบว่ากลุ่มคนวัยทำงานเป็นวัยที่มีความเครียดมากที่สุด ดังนั้นจึงนำเทคโนโลยี AI ที่ทางฮิตาชิมีอยู่ มาใช้ในการจัดเก็บข้อมูลของพนักงาน โดยผ่านโซลูชั่น AI and Happiness ซึ่งสามารถติดตั้งได้ทั้งบนป้ายพนักงาน (Nametags) หรือ สายรัดข้อมือ (Wristband) เพื่อเก็บข้อมูลการทำงาน พฤติกรรมการเคลื่อนไหว อัตราการเต้นของหัวใจ หรือแม้กระทั่งการมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานของพนักงานในแต่ละวัน หลังจากนั้นจะนำมาวิเคราะห์ แล้วจะแนะนำให้พนักงานทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อช่วยผ่อนคลายความเครียดระหว่างวัน”

การวิจัยของฮิตาชิในการคิดค้นโซลูชั่น AI and Happiness
1. องค์กรที่มีความสุขในการทำงานสูง ส่งผลให้คุณภาพของงานสูงตามไปด้วย
2. ความสุขส่งผลต่อผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับการเงิน
3. ความสุขที่เกิดขึ้นในองค์กร ไม่ได้คำนึงถึงประเภทของงานหรือพนักงาน

ในอนาคตทางฮิตาชิสนใจที่จะพัฒนาและนำปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาปรับใช้กับองค์กร เพื่อเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงาน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ตลอดจนการพัฒนาผลิตภัณฑ์และงานบริการให้ลูกค้า ภายใต้การเพิ่มความสุขของพนักงานในองค์กร

from:https://www.enterpriseitpro.net/hitachi-ai-happiness/