คลังเก็บป้ายกำกับ: อินเทล

อินเทลได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “ชิป AI Gaudi2” ที่เปรียบดั่งเวทมนตร์ที่จะช่วยลูกค้า

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา อินเทลได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่จำนวนมากทั้งชิปซิลิกอน, ซอฟต์แวร์, และบริการต่างๆ ในงานอีเวนต์ Vision ครั้งแรกที่จัดขึ้นในเมืองดัลลัส รัฐเท็กซัส เริ่มจากการเปิดตัวชิป AI Gaudi 2 ที่เป็นชิป Xeon Scalable รุ่นที่ 4

นอกจากนี้ยังมีโครงการ Apollo AI ที่ร่วมมือกับ Accenture, แผนการพัฒนา IPU ใหม่ที่ยาวไปถึงปี 2026, ตัว GPU Solution, และชิป Core HX เจน 12 สำหรับแล็ปท็อปที่ใช้ทำงานแบบไฮบริดโดยเฉพาะ รวมไปถึงโมเดลบริการใหม่ๆ ที่จะเพิ่มเข้ามาในอนาคต

Pat Gelsinger ซีอีโอของอินเทล ออกมากล่าวว่า “เรากำลังอยู่ในตลาดที่เปลี่ยนแปลงเร็วมากที่สุดทั่วโลกตอนนี้ ที่องค์กรทั้งหลายต่างเผชิญกับความท้าทายที่ซับซ้อนและต้องเชื่อมต่อทั่วถึงกันหมด ดังนั้นความสำเร็จจึงขึ้นกับความเร็วในการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีที่ทันสมัย”

“เราตื่นเต้นที่จะได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เปรียบดั่งเวทมนตร์เข้ามาช่วยทั้งลูกค้าและพาร์ทเนอร์ในการปฏิวัติระบบดิจิตอล แม้จะเป็นระบบที่ซับซ้อนมากที่สุดก็ตาม” อย่างชิป 12th Gen HX ก็ถือเป็นวิวัฒนาการที่สำคัญสำหรับคอมพิวเตอร์แบบพกพาสำหรับผู้ใช้องค์กร

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – CRN

//////////////////

สมัครสมาชิก Enterprise ITPro เพื่อรับข่าวสารด้านไอที

form#sib_signup_form_4 {
padding: 5px;
-moz-box-sizing:border-box;
-webkit-box-sizing: border-box;
box-sizing: border-box;
}
form#sib_signup_form_4 input[type=text],form#sib_signup_form_4 input[type=email], form#sib_signup_form_4 select {
width: 100%;
border: 1px solid #bbb;
height: auto;
margin: 5px 0 0 0;
}
form#sib_signup_form_4 .sib-default-btn {
margin: 5px 0;
padding: 6px 12px;
color:#fff;
background-color: #333;
border-color: #2E2E2E;
font-size: 14px;
font-weight:400;
line-height: 1.4285;
text-align: center;
cursor: pointer;
vertical-align: middle;
-webkit-user-select:none;
-moz-user-select:none;
-ms-user-select:none;
user-select:none;
white-space: normal;
border:1px solid transparent;
border-radius: 3px;
}
form#sib_signup_form_4 .sib-default-btn:hover {
background-color: #444;
}
form#sib_signup_form_4 p{
margin: 10px 0 0 0;
}form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message {
padding: 6px 12px;
margin-bottom: 20px;
border: 1px solid transparent;
border-radius: 4px;
-webkit-box-sizing: border-box;
-moz-box-sizing: border-box;
box-sizing: border-box;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-error {
background-color: #f2dede;
border-color: #ebccd1;
color: #a94442;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-success {
background-color: #dff0d8;
border-color: #d6e9c6;
color: #3c763d;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-warning {
background-color: #fcf8e3;
border-color: #faebcc;
color: #8a6d3b;
}

from:https://www.enterpriseitpro.net/intel-vision-2022-ai-gaudi2-chip/

อินเทลเปิดตัวคอร์ i9-12900KS เป็นชิปสำหรับเดสก์ท็อปที่ “เร็วที่สุดในโลก”

อินเทลประกาศเปิดตัวชิปประมวลผลที่พวกเขาบอกว่าทำงานเร็วที่สุดในโลก นั่นก็คือ Intel Core i9-12900KS เจาะกลุ่มคอเกมและผู้ชื่นชอบการโอเวอร์คล็อกโดยเฉพาะ

ชิปรุ่นที่ 12 นี้ประกอบด้วยคอร์มากถึง 16 คอร์ โดยกลุ่มละ 8 คอร์แยกจูนเพื่อประสิทธิภาพและกำลังการประมวลผลโดยเฉพาะ มีทั้งหมด 24 เธรด พร้อมแคชขนาด 30Mb ปกติแล้วอินเทลใช้ตัว KS บอกว่าเป็นชิปรุ่นเด่นที่สุดของซีรี่ย์ ดังนั้นจึงถือเป็นรุ่นที่อัพขึ้นมาจากซีพียู Core i9-12900K ที่มีจำนวนคอร์และขนาดแคชเท่ากัน ต่างกันที่ความเร็วนาฬิกาและปริมาณพลังงานที่ใช้

แม้รุ่น i9-12900K สามารถทำความเร็วได้ถึง 5.2GHz ในโหมดเทอร์โบสำหรับคอร์กำลังประมวลผล (Performance) แต่รุ่น KS นี้ก็ทำได้มากถึง 5.5GHz บนสองคอร์ รวมทั้งใช้ไฟ 150 วัตต์โดยพื้นฐาน เมื่อเทียบกับ 125 วัตต์สำหรับชิปมาตรฐาน i9-12900K

ทางกลุ่มคอร์ด้านประสิทธิภาพ (Efficiency) ก็ทำได้เหนือกว่าอยู่ที่ 4GHz ในโหมดเทอร์โบ เมื่อเทียบกับรุ่นรองที่ทำได้ 3.9GHz ซึ่งชิปทั้งสองรุ่นต่างใช้ไฟถึง 241 วัตต์เมื่อทำงานในโหมดเทอร์โบ ที่สำคัญ รุ่น K ธรรมดา อินเทลประกาศว่าการโอเวอร์คล็อกทำให้ประกันขาด ขณะที่ใน KS การันตีให้

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – ITPro

//////////////////

สมัครสมาชิก Enterprise ITPro เพื่อรับข่าวสารด้านไอที

form#sib_signup_form_4 {
padding: 5px;
-moz-box-sizing:border-box;
-webkit-box-sizing: border-box;
box-sizing: border-box;
}
form#sib_signup_form_4 input[type=text],form#sib_signup_form_4 input[type=email], form#sib_signup_form_4 select {
width: 100%;
border: 1px solid #bbb;
height: auto;
margin: 5px 0 0 0;
}
form#sib_signup_form_4 .sib-default-btn {
margin: 5px 0;
padding: 6px 12px;
color:#fff;
background-color: #333;
border-color: #2E2E2E;
font-size: 14px;
font-weight:400;
line-height: 1.4285;
text-align: center;
cursor: pointer;
vertical-align: middle;
-webkit-user-select:none;
-moz-user-select:none;
-ms-user-select:none;
user-select:none;
white-space: normal;
border:1px solid transparent;
border-radius: 3px;
}
form#sib_signup_form_4 .sib-default-btn:hover {
background-color: #444;
}
form#sib_signup_form_4 p{
margin: 10px 0 0 0;
}form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message {
padding: 6px 12px;
margin-bottom: 20px;
border: 1px solid transparent;
border-radius: 4px;
-webkit-box-sizing: border-box;
-moz-box-sizing: border-box;
box-sizing: border-box;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-error {
background-color: #f2dede;
border-color: #ebccd1;
color: #a94442;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-success {
background-color: #dff0d8;
border-color: #d6e9c6;
color: #3c763d;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-warning {
background-color: #fcf8e3;
border-color: #faebcc;
color: #8a6d3b;
}

from:https://www.enterpriseitpro.net/intel-core-i-9-gen-12/

อินเทลเลื่อนกำหนดออกชิปเซิร์ฟเวอร์รุ่นใหม่ออกไป น่าจะออกปี 2024 เลย

เมื่อวันศุกร์ หุ้นอินเทลร่วงลงกว่า 5% หลังบริษัทแจ้งผู้ลงทุนในงานประชุมวันพฤหัสว่า บริษัทจำเป็นต้องใช้จ่ายเงินมากพอสมควรในอีก 2 ปีข้างหน้าเพื่อเปลี่ยนทิศทางและปฏิวัติรูปแบบการทำธุรกิจไปเป็นการผลิตเพื่อบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์รายอื่น

ยังไม่พอ ราคาหุ้นยังโดนกระแทกซ้ำอีกเมื่อซีอีโอ Pat Gelsinger ยืนยันว่าชิปเซิร์ฟเวอร์ตัวถัดไปที่ใช้โค้ดเนม Granite Rapids จะออกล่าช้าจากเดิมที่เคยบอกว่าปี 2023 กลายเป็นปี 2024 แทน ซึ่งชิปตัวนี้ค่อนข้างมีความสำคัญมาก

เป็นชิปเซิร์ฟเวอร์ของอินเทลตัวแรกที่ใช้เทคโนโลยีสำคัญอย่าง Extreme Ultraviolet Lithography ที่อินเทลเลือกในการเบียดคู่แข่งผู้ผลิตชิปอย่าง TSMC และเจ้าอื่นๆ ทั้งนี้ Gelsinger เองเพิ่งขึ้นเป็นซีอีโอได้แค่ประมาณปีกว่า

สัญญาว่าจะเปลี่ยนโฉมอินเทลใหม่เพื่อรับมือกับการที่บริษัทคู่แข่งเช่น AMD และอดีตลูกค้าอย่างแอปเปิ้ลได้เริ่มท้าทายสถานะของอินเทลที่เคยเป็นผู้ผลิตชิปที่ดีที่สุด ทั้งด้านกำลังและประสิทธิภาพการทำงาน แต่นักลงทุนตอนนี้กลับกลัวว่าแผนดังกล่าวจะกระทบกับส่วนแบ่งกำไร และมีความเสี่ยง

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – CNBC

//////////////////

สมัครสมาชิก Enterprise ITPro เพื่อรับข่าวสารด้านไอที

form#sib_signup_form_4 {
padding: 5px;
-moz-box-sizing:border-box;
-webkit-box-sizing: border-box;
box-sizing: border-box;
}
form#sib_signup_form_4 input[type=text],form#sib_signup_form_4 input[type=email], form#sib_signup_form_4 select {
width: 100%;
border: 1px solid #bbb;
height: auto;
margin: 5px 0 0 0;
}
form#sib_signup_form_4 .sib-default-btn {
margin: 5px 0;
padding: 6px 12px;
color:#fff;
background-color: #333;
border-color: #2E2E2E;
font-size: 14px;
font-weight:400;
line-height: 1.4285;
text-align: center;
cursor: pointer;
vertical-align: middle;
-webkit-user-select:none;
-moz-user-select:none;
-ms-user-select:none;
user-select:none;
white-space: normal;
border:1px solid transparent;
border-radius: 3px;
}
form#sib_signup_form_4 .sib-default-btn:hover {
background-color: #444;
}
form#sib_signup_form_4 p{
margin: 10px 0 0 0;
}form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message {
padding: 6px 12px;
margin-bottom: 20px;
border: 1px solid transparent;
border-radius: 4px;
-webkit-box-sizing: border-box;
-moz-box-sizing: border-box;
box-sizing: border-box;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-error {
background-color: #f2dede;
border-color: #ebccd1;
color: #a94442;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-success {
background-color: #dff0d8;
border-color: #d6e9c6;
color: #3c763d;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-warning {
background-color: #fcf8e3;
border-color: #faebcc;
color: #8a6d3b;
}

from:https://www.enterpriseitpro.net/%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%8a%e0%b8%b4/

อินเทลเลื่อนกำหนดออกชิปเซิร์ฟเวอร์รุ่นใหม่ออกไป น่าจะออกปี 2024 เลย

เมื่อวันศุกร์ หุ้นอินเทลร่วงลงกว่า 5% หลังบริษัทแจ้งผู้ลงทุนในงานประชุมวันพฤหัสว่า บริษัทจำเป็นต้องใช้จ่ายเงินมากพอสมควรในอีก 2 ปีข้างหน้าเพื่อเปลี่ยนทิศทางและปฏิวัติรูปแบบการทำธุรกิจไปเป็นการผลิตเพื่อบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์รายอื่น

ยังไม่พอ ราคาหุ้นยังโดนกระแทกซ้ำอีกเมื่อซีอีโอ Pat Gelsinger ยืนยันว่าชิปเซิร์ฟเวอร์ตัวถัดไปที่ใช้โค้ดเนม Granite Rapids จะออกล่าช้าจากเดิมที่เคยบอกว่าปี 2023 กลายเป็นปี 2024 แทน ซึ่งชิปตัวนี้ค่อนข้างมีความสำคัญมาก

เป็นชิปเซิร์ฟเวอร์ของอินเทลตัวแรกที่ใช้เทคโนโลยีสำคัญอย่าง Extreme Ultraviolet Lithography ที่อินเทลเลือกในการเบียดคู่แข่งผู้ผลิตชิปอย่าง TSMC และเจ้าอื่นๆ ทั้งนี้ Gelsinger เองเพิ่งขึ้นเป็นซีอีโอได้แค่ประมาณปีกว่า

สัญญาว่าจะเปลี่ยนโฉมอินเทลใหม่เพื่อรับมือกับการที่บริษัทคู่แข่งเช่น AMD และอดีตลูกค้าอย่างแอปเปิ้ลได้เริ่มท้าทายสถานะของอินเทลที่เคยเป็นผู้ผลิตชิปที่ดีที่สุด ทั้งด้านกำลังและประสิทธิภาพการทำงาน แต่นักลงทุนตอนนี้กลับกลัวว่าแผนดังกล่าวจะกระทบกับส่วนแบ่งกำไร และมีความเสี่ยง

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – CNBC

//////////////////

สมัครสมาชิก Enterprise ITPro เพื่อรับข่าวสารด้านไอที

form#sib_signup_form_4 {
padding: 5px;
-moz-box-sizing:border-box;
-webkit-box-sizing: border-box;
box-sizing: border-box;
}
form#sib_signup_form_4 input[type=text],form#sib_signup_form_4 input[type=email], form#sib_signup_form_4 select {
width: 100%;
border: 1px solid #bbb;
height: auto;
margin: 5px 0 0 0;
}
form#sib_signup_form_4 .sib-default-btn {
margin: 5px 0;
padding: 6px 12px;
color:#fff;
background-color: #333;
border-color: #2E2E2E;
font-size: 14px;
font-weight:400;
line-height: 1.4285;
text-align: center;
cursor: pointer;
vertical-align: middle;
-webkit-user-select:none;
-moz-user-select:none;
-ms-user-select:none;
user-select:none;
white-space: normal;
border:1px solid transparent;
border-radius: 3px;
}
form#sib_signup_form_4 .sib-default-btn:hover {
background-color: #444;
}
form#sib_signup_form_4 p{
margin: 10px 0 0 0;
}form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message {
padding: 6px 12px;
margin-bottom: 20px;
border: 1px solid transparent;
border-radius: 4px;
-webkit-box-sizing: border-box;
-moz-box-sizing: border-box;
box-sizing: border-box;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-error {
background-color: #f2dede;
border-color: #ebccd1;
color: #a94442;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-success {
background-color: #dff0d8;
border-color: #d6e9c6;
color: #3c763d;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-warning {
background-color: #fcf8e3;
border-color: #faebcc;
color: #8a6d3b;
}

from:https://www.enterpriseitpro.net/intel-chip-server-to-year-2024/

Intel NUC M15 แล็ปท็อปทรงประสิทธิภาพ ตอบโจทย์ทุกความต้องการสำหรับองค์กร!

อินเทลได้พัฒนาและต่อยอดความสำเร็จของผลิตภัณฑ์ตัวเองมาตลอด เราได้เห็นผลิตภัณฑ์ทั้งในด้านโปรเซสเซอร์ที่ทรงพลังอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนผลิตภัณฑ์ Mini PC ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากกับแพลตฟอร์ม Intel NUC และล่าสุดพวกเขาก็ได้พัฒนาคอมพิวเตอร์ Intel NUC รุ่นใหม่ในรูปแบบที่เป็นแล็ปท็อปในโมเดล Intel NUC M15 ซึ่งออกแบบมาบนพื้นฐานแพลตฟอร์ม Intel Evo เพื่อการใช้งานสำหรับองค์กรทั่วไปที่มองหาแล็ปท็อปคุณภาพระดับยอดเยี่ยมและครบทุกการใช้งานในยุค New Normal

คุณสมบัติและรูปร่างหน้าตา

Intel NUC M15 ออกแบบมาได้อย่างยอดเยี่ยมด้วย CNC Anodized Aluminum ที่เรียบหรู แข็งแรง ทนทาน ระบายความร้อนดีเยี่ยม และมีคุณสมบัติที่โดดเด่นตามมาตรฐาน Intel Evo ที่อินเทลเป็นผู้กำหนดให้กับตลาดแล็ปท็อปเอง ดังนั้น เมื่อเจ้าของมาตรฐาน ออกแบบและผลิตแล็ปท็อปเอง ก็ต้องได้รับมาตรฐานสูงเช่นกัน เริ่มตั้งแต่หน่วยประมวลผลที่เป็น Intel Core i Gen 11 ซึ่งรองรับการทำงานด้าน Ai อย่างเต็มรูปแบบ (โดยมีให้เลือกทั้ง Core i5 และ Core i7) อีกทั้งหน่วยความจำแรมเป็นแบบ Dual Channel ขนาด 16GB และหน่วยบันทึกข้อมูล SSD ขนาด 512GB เป็นแบบ PCIe Gen 4 ทำให้ตอบสนองการทำงานได้อย่างรวดเร็วกว่าที่เคย ที่สำคัญด้วยความเป็น Intel Evo แล็ปท็อป Intel NUC M15 นี้ ก็ต้องพร้อมทำงานจะโหมด sleep ในเวลาที่น้อยกว่า 1 วินาทีเช่นกัน

ในส่วนของพอร์ตนั้น Intel NUC M15 เพียบพร้อมด้วยพอร์ตต่างๆ ครบถ้วนไม่ว่าจะเป็น Thunderbolt 4 ความเร็ว 40Gbps จำนวน 2 พอร์ต และ USB 3.2 Gen 2 ความเร็ว 10Gbps อีก 2 พอร์ต รวมถึงพอร์ต HDMI 2.0b รองรับความละเอียดแบบ 8K 60Hz อีกด้วย มาพร้อมกล้องคุณภาพสูงด้วย IR Camera ความละเอียด 720P รวมถึงมีระบบเซ็นเซอร์มาให้ถึง 4 จุด และในด้านของการรับเสียงนั้น Intel NUC M15 ติดตั้งไมค์รับเสียงมา 4 ตำแหน่ง แบบ Far-Field ที่ช่วยจับเสียงได้แม่นยำ ชัดเจน ตัดเสียงรบกวนรอบข้างอีกด้วย


อีกทั้งการให้ Thunderbolt 4 มาถึง 2 พอร์ต บวกกับ HDMI 2.0b ก็ทำให้สามารถต่อจอ 4K เพิ่มได้รวมถึง 4 จอภาพ เป็นการเพิ่มความสะดวกในการทำงานเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะงานที่ต้องการดูหน้าต่างหลายๆ หน้าต่าง ไม่ว่าจะเป็นงานด้านกราฟิก ตัดต่อ การทำงานด้านบัญชีหรือเกี่ยวกับตัวเลข การเทรดหุ้น เป็นต้น

สำหรับรูปร่างภายนอกต้องยอมรับว่าอินเทลออกแบบ Intel NUC M15 มาเป็นอย่างดีให้ทั้งความประณีตและความหรูหรามาพร้อมสรรพ โดยเริ่มตั้งแต่ตัววัสดุของเครื่องเป็นแบบ CNC Anodized Aluminum ที่มีความแข็งแรง ทนทานในขณะที่คงความสง่าในตัว หน้าจอของ Intel NUC M15 ขนาด 15.6 นิ้วที่ใหญ่เหมาะแก่การทำงานเป็นอย่างยิ่ง รวมถึงความเที่ยงตรงของสี sRGB แบบ 100% ให้ความสว่างสูงถึง 450 nits และสามารถรองรับระบบ Touch Screen ได้ถึง 10 จุด (รุ่น Core i7) ส่วนของคีย์บอร์ดนั้นเป็นแบบ Premium Backlit Keyboard และ Glass click pad ที่สามารถเปิด/ปิดได้ง่ายแค่คลิกมุมบนซ้ายมือ 3 ครั้งเท่านั้น

ฟังก์ชั่นพิเศษครบครัน

เราได้ทราบถึงคุณสมบัติและรูปร่างหน้าตาไปบางส่วนแล้ว แต่กระนั้นเราจะพาคุณไปพบกับความพิเศษของ Intel NUC M15 ในส่วนของฟังก์ชั่นพิเศษต่างๆ ที่แตกต่างจากแล็ปท็อปอื่นๆ ทั่วไป เริ่มกันที่ Light Bar ที่อยู่บริเวณใต้ Touchpad ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการทำงานร่วมกับ Alexa Persoanal Voice Assistant ที่อำนวยความสะดวกกับการทำงานเป็นอย่างยิ่ง รวมถึงแบตเตอรี่ที่อินเทลออกแบบความจุสูงสุดถึง 73 Whr สามารถใช้งานได้อย่างยาวนานกว่ารุ่นอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำงานทั่วไป เอ็นเตอร์เทนเมนท์ หรือแม้แต่สายเกมมิ่ง! เรียกว่า ชาร์จเพียงครั้งเดียว ใช้งานได้ทั้งวัน หรือ การรองรับควิกชาร์จ ที่ชาร์จ 30 นาที ใช้งานนานถึง 4 ชั่วโมง

ระบบเสียงของ Intel NUC M15 เป็นแบบ HD Premium Audio ให้เสียงที่มีความนุ่มลึก และมีมิติที่มากกว่าเดิม ที่จะสร้างความแตกต่างจากระบบเสียงทั่วไป ทำให้คุณสามารถรับฟังเสียงเพลงและอื่นๆ ได้อย่างเหนือขึ้นไปอีกระดับ สำหรับไมค์นั้นเป็นแบบระบบ Far-Field จำนวน 4 ตัว ที่จะช่วยจับเสียงได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม เมื่อผนวกทั้งระบบไมค์และเสียงเข้าด้วยกัน ส่งผลให้การทำงานอย่างเช่น การประชุมทางไกล ไม่ว่าจะผ่านแอปพลิเคชั่นในการประชุมใดๆ ก็สามารถทำได้เป็นอย่างดี ชัดเจนทั้งสองฝั่ง

ที่สำคัญในส่วนของมาตรฐานต่างๆ Intel NUC M15 ได้รับการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานในระดับสากลทั่วโลก และคุณสามารถมั่นใจระบบการรับประกันของอินเทลที่มีให้ถึง 2 ปีเต็ม

แล็ปท็อปที่องค์กรต้องการเป็นอย่างไร

จะเลือกแล็ปท็อปมาใช้งานในองค์สักเครื่องอะไรคือสิ่งสำคัญที่สุด ตอบได้ง่ายๆ เลยว่า ความเสถียร ความแข็งแรงทนทาน และคุณภาพ ซึ่งทั้งหมดนี้มีอย่างครบครันใน Intel NUC M15 เพราะเป็นแล็ปท็อปที่ อินเทลออกแบบเอง ผลิตเอง ดังนั้นจึงมั่นใจได้ว่า ทุกชิ้นส่วนที่นำมาประกอบนั้นผ่านการคัดสรรอย่างดีเยี่ยม และผ่านการทดสอบเรื่องเสถียรภาพในการทำงานมาเป็นอย่างดี ทำให้การทำงานเป็นไปได้อย่างดีเยี่ยม ไม่ติดขัดจากปัญหาทางด้านฮาร์ดแวร์กวนใจ

เหมาะสำหรับการใช้งานองค์กรอย่างแท้จริง

จากคุณสมบัติและฟังก์ชั่นพิเศษที่มาให้ครบถ้วน ทำให้ Intel NUC M15 มีประสิทธิภาพสูงมากในการทำงานในหลายรูปแบบ และยังเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับองค์กรที่ต้องการเครื่องแล็ปท็อปเพื่อการใช้งานที่แท้จริง มาพร้อมกับแพลตฟอร์ม Intel EVO ที่ครบถ้วนเรื่องประสิทธิภาพจากอินเทล นอกจากนั้นแล้วเรื่องของแบตเตอรี่ในการทำงานก็สามารถใช้งานได้อย่างยาวนาน ตัวเครื่องมีความหรูหราและน้ำหนักเบา (ความบาง 15 มิลลิเมตร และน้ำหนักแค่ 1.65 กิโลกรัม) สามารถพกพาไปทำงานในสถานที่ต่างๆ ได้อย่างคล่องแคล่ว อีกทั้งยังมาพร้อมกับระบบเสียงและไมค์ที่ตอบโจทย์ในการใช้งานในยุค New Normal ที่จำเป็นต้องใช้การประชุมผ่านทางแอปพลิเคชั่นสำหรับการประชุมทางไกล Intel NUC M15 จึงเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้องค์กรสามารถเดินหน้าและสร้างประโยชน์ในการทำงานได้อย่างดีที่สุด

Exclusive เฉพาะที่ JIB ที่เดียวเท่านั้น

สนใจซื้อหา Intel NUC M15 มาใช้งาน ไม่ว่าจะส่วนตัวหรือภายในองค์กร สามารถสั่งซื้อออนไลน์ได้ที่ https://www.jib.co.th/web/product/product_picker/486

ใช้ Code : JIBNUC1000 ลดอีก 1,000 บาท ต่อเครื่องพร้อมโปรโมชันสุดพิเศษ จำนวนจำกัด 200 ชุดเท่านั้น

from:https://www.enterpriseitpro.net/intel-nuc-m15/

ครบรอบ 50 ปีชิปรุ่นแรกสุดของอินเทลแบบ 4 บิต “4004”

เมื่อวันที่ 15 พ.ย. ที่ผ่านมาเป็นวันครบรอบ 50 ปี (วันที่ 15 พฤศจิกายน 1971) ที่อินเทลเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่ชื่อ 4004 ที่ปูทางสู่การประมวลผลยุคใหม่ในปัจจุบัน ซึ่ง 4004 นี้เป็นไมโครโปรเซสเซอร์สำหรับใช้งานเชิงพาณิชย์ หรือที่เราเรียกว่าซีพียู ตัวแรกสุด นับเป็นความสำเร็จทางเทคโนโลยีที่ยิ่งใหญ่มากของอินเทล

รวมทั้งเป็นผลงานที่ยิ่งใหญ่ของทีมงานผู้ออกแบบที่นำโดย Federico Faggin ซึ่งสร้างสถิติใหม่ครั้งนั้นไว้หลายประการ ตอนนั้นอินเทลจ้าง Faggin มาแก้ปัญหาสำหรับงานที่รับจ้างบริษัทผลิตเครื่องคิดเลขสัญชาติญี่ปุ่นชื่อ Busicom เพื่อออกแบบเครื่องคิดเลขแบบชิป 4 ตัวสำหรับผลิตภัณฑ์ของ Busicom

ประเด็นคือตอนนั้นยังไม่มีใครในอินเทลที่เคยสร้างชิปประมวลผล เคยแต่ผลิตหน่วยความจำเท่านั้น Faggin ได้เข้ามาในช่วงใกล้เดดไลน์ที่บริษัทญี่ปุ่นจะเข้ามาตรวจงาน แต่ก่อนหน้ากลับไม่มีใครในอินเทลทำงานนี้มาก่อนหน้านี้เลย แถมไม่ได้แจ้งปัญหานี้กับ Busicom ด้วย

ด้วยเวลาเพียง 6 เดือนที่เหลือที่ต้องออกแบบชิป 4 ตัว ที่ตัวหนึ่งต้องเป็นระดับซีพียูด้วย และไม่มีใครในทีมงานที่ช่วย Faggin หาทางออกเลย แต่สุดท้ายเขาก็สามารถผลักดันจนได้ออกมาเป็น 4004 ที่ใช้เทคโนโลยีซิลิคอนเกตแบบ Metal Oxide Semiconductor (MOS) ที่ประกอบด้วยทรานซิสเตอร์แบบแรนด้อมโลจิก 2,300 ตัว

อ่านทั้งหมดที่นี่ : Techtosee

from:https://www.enterpriseitpro.net/first-engine-intels-4004-4-bit/

เรียนเชิญร่วมงานสัมมนา Smart New Normal with Intel vPro®

อินเทล ขอเรียนเชิญทุกท่านเข้าร่วมงาน Smart New Normal with Intel vPro โดยท่านจะได้ทราบถึงเทคโนโลยี PC ยุคใหม่ ที่จะช่วยให้ผู้ดูแลไอทีของท่านทำงานได้อย่างง่ายดาย รวมถึงเทคโนโลยี Intel vPro® ตัวใหม่ล่าสุดจากอินเทล จะมาเปิดประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหาแก่ท่าน

กำหนดการ
วัน : อังคารที่ 30 พฤศจิกายน 2021
เวลา : 09.00 – 09.10 น.
การบรรยาย : ภาษาไทย
ระบบการสัมมนา : Zoom

ผู้ที่สนใจสามารถคลิกลงทะเบียนได้จาก Link ด้านล้างที่นี่
https://bit.ly/3Cappx9
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เบอร์โทร 02-001-9973 อีเมล์ event2@etpnewsmail.com

from:https://www.enterpriseitpro.net/intel-ctc-webinar/

อินเทลเผยโฉม Intel Core เจนเนอเรชั่น 12 พร้อมเปิดตัว i9-12900K

อินเทลเผยโฉม Intel Core เจนเนอเรชั่น 12 นำโดยโปรเซสเซอร์เดสก์ท็อปแบบ Unlocked ทั้งหมด 6 รุ่น พร้อมเปิดตัว i9-12900K โปรเซสเซอร์สำหรับเล่นเกมที่ดีที่สุดในโลก  กลุ่มผลิตภัณฑ์ Intel Core เจนเนอเรชั่น 12 ประกอบด้วยโปรเซสเซอร์ 60 ตัว และดีไซน์มากกว่า 500 แบบ นำโดยโปรเซสเซอร์เดสก์ท็อปสำหรับคนรักการเล่นเกม ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยี turbo boost ซึ่งสามารถเพิ่มความเร็วได้สูงสุดที่ 5.2 กิกะเฮิรตซ์ (GHz) ร่วมด้วยจำนวนคอร์สูงสุด 16 คอร์ และ 24 เธรด ที่ช่วยยกระดับประสิทธิภาพการทำงานแบบมัลติเธรด ทั้งสำหรับผู้รักการเล่นเกมและครีเอเตอร์มืออาชีพ โดยการเปิดตัวดังกล่าวเกิดขึ้นที่งาน Intel Innovation

กลุ่มผลิตภัณฑ์ Intel Core เจนเนอเรชั่น 12 แบบเต็มรูปแบบ จะประกอบไปด้วยโปรเซสเซอร์ทั้งหมด 60 ตัว ซึ่งถูกตั้งค่าให้สามารถทำงานได้มากกว่า 500 รูปแบบ จากการออกแบบโดยหลากหลายพาร์ทเนอร์ของอินเทล นอกจากนี้ ตามการประกาศในงาน Intel Architecture Day 2021 ที่ผ่านมา สถาปัตยกรรมไฮบริดที่มีประสิทธิภาพแบบใหม่ถูกสร้างขึ้นครั้งแรกบนเทคโนโลยีประมวลผล Intel 7 ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานสามารถปรับขนาดได้ตั้งแต่ 9 ถึง 125 วัตต์ เพื่อเปิดใช้งานได้บนเครื่องพีซีทุกประเภทตั้งแต่แล็ปท็อปที่บางเฉียบและน้ำหนักเบา ไปจนถึงเดสก์ท็อป และการทำงานบน edge

 

นายเกรกอรี่ ไบรอันท์ รองประธานบริหารและผู้จัดการทั่วไปฝ่าย Client Computing Group ของอินเทล กล่าวว่า “สถาปัตยกรรมไฮบริดที่มีประสิทธิภาพของโปรเซสเซอร์ Intel Core เจนเนอเรชั่น 12 เป็นการเปลี่ยนแปลงทางสถาปัตยกรรมที่เกิดขึ้นได้โดยการร่วมมือทางวิศวกรรมของทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์อย่างใกล้ชิด ซึ่งจะยกระดับประสิทธิภาพความเป็นผู้นำในระดับใหม่ให้กับคอมพิวเตอร์รุ่นต่างๆ อีกหลายรุ่นหลังจากนี้ โดยจะเริ่มต้นด้วย Core i9-12900K ของเรา ซึ่งเป็นโปรเซสเซอร์สำหรับการเล่นเกมที่ดีที่สุดในโลก และต่อจากนี้ คุณจะได้เห็นประสบการณ์ที่เหนือชั้นยิ่งขึ้นเมื่อเราเผยผลิตภัณฑ์ในตระกูลเจนเนอเรชั่น 12 และนวัตกรรมอื่นๆ ที่กำลังจะตามมาในอนาคต”

เล่นเกม สร้างสรรค์ผลงาน และโอเวอร์คล็อกด้วยโปรเซสเซอร์เดสก์ท็อป เจนเนอเรชั่น 12 แบบ Unlocked

โปรเซสเซอร์เดสก์ท็อปแบบ Unlocked ทั้ง 6 รุ่น ที่เปิดตัวในวันนี้ เป็นรุ่นแรกที่ใช้สถาปัตยกรรมไฮบริดของอินเทล ซึ่งประกอบด้วย Performance-cores (P-cores) ซึ่งเป็น CPU core ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดที่อินเทลเคยสร้างขึ้น และ Efficient-cores (E-cores) ที่ออกแบบมาสำหรับประสิทธิภาพการทำงานเวิร์กโหลดแบบมัลติเธรดที่สามารถปรับขนาดได้

Intel® Thread Director ช่วยให้สถาปัตยกรรม Microarchitectures รูปแบบใหม่ทั้งสองแบบสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น โดยใช้การนำทางระบบปฏิบัติการ (OS) ให้สามารถวางเธรดที่ถูกต้องบนคอร์ที่ถูกต้องในเวลาที่เหมาะสมได้ อินเทลได้ทำงานกับอีโคซิสเต็มในการทดสอบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความสามารถในการทำงานร่วมกันได้ และในฐานะส่วนหนึ่งของการลงทุนที่เสริมความแข็งแกร่งของบริษัทในชุมชนนักพัฒนา อินเทลยังได้เผยแพร่เอกสารสำหรับนักพัฒนา พร้อมให้คำแนะนำแก่ผู้จัดจำหน่ายซอฟต์แวร์อิสระว่าจะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพแอปพลิเคชันสำหรับแพลตฟอร์มแบบไฮบริดให้มากขึ้นได้อย่างไร

นายพาโนส พาเนย์ รองประธานบริหารและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ Microsoft กล่าวว่า “เราอยู่ในจุดเริ่มต้นของยุคใหม่สำหรับพีซี ที่นำร่องโดยการเปิดตัว Windows 11 เมื่อรวมเข้ากับเทคโนโลยี Thread Director ใหม่ล่าสุดจากอินเทล ผู้ใช้จะได้เห็นประสิทธิภาพพีซีของพวกเขาในระดับใหม่ ผ่านประสิทธิภาพของตระกูลโปรเซสเซอร์รุ่นใหม่ล่าสุด Intel Core เจนเนอเรชั่น 12”

การผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมไฮบริดแบบใหม่ของอินเทลเข้ากับเทคโนโลยีประมวลผล Intel 7 รูปแบบใหม่ จะช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานแบบซิงเกิลเธรดและมัลติเธรด เพื่อมอบการใช้งานดังต่อไปนี้

  • โปรเซสเซอร์สำหรับการเล่นเกมที่ดีที่สุดในโลก: ด้วยตัวเลือกจำนวนคอร์ที่สูงสุดถึง 16 คอร์ และ 24 เธรด ตระกูลโปรเซสเซอร์รุ่นใหม่ล่าสุด Intel Core เจนเนอเรชั่น 12 ประกอบด้วยโปรเซสเซอร์เกมที่ดีที่สุดในโลก นั่นคือ Core i9-12900K ที่พร้อมปลดปล่อยประสบการณ์การเล่นเกมชื่อดังชั้นนำ โดย Core i9-12900K มาพร้อมกับประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นจากเจนเนอเรชั่นก่อนหน้าอย่างน่าทึ่ง รวมถึงค่าเฟรมเรต (FPS) ที่เพิ่มขึ้น 25% สำหรับเกม Troy: A Total War Saga, ค่า FPS เพิ่มขึ้น 28% สำหรับเกม Hitman 3 และเพิ่มขึ้น 23% สำหรับเกม Far Cry 63 นอกจากนี้ Intel® Killer™ Wi-Fi 6E ยังช่วยลดค่าหน่วงเวลา (latency) ได้สูงสุดถึง 75% ขณะเล่นเกมและทำงานอื่นๆ ไปพร้อมกัน4 ส่วน P-cores ค่าความถี่สูง เมื่อจับคู่กับ E-cores สามารถโอนถ่ายงานแบบขนาน (parallel tasks) ซึ่งช่วยเพิ่มค่าเฟรมเรตได้สูงสุดถึง 84% สำหรับการเล่นเกม สตรีมมิ่ง และบันทึกภาพพร้อมกันแบบไม่มีสะดุด5
  • ประสิทธิภาพการสร้างเนื้อหาแบบก้าวกระโดด: ความก้าวหน้าในประสิทธิภาพการทำงานแบบมัลติเธรด บวกกับประสิทธิภาพที่ตอบสนองได้รวดเร็วของ P-cores และความสามารถในการโอนถ่ายข้อมูลด้วยความเร็วที่เหลือเชื่อของ DDR5 ช่วยมอบการเป็นผู้นำในประสบการณ์การสร้างเนื้อหาในทุกรูปแบบให้กับผู้ใช้งาน ดังนี้
  • ประสิทธิภาพการตัดต่อภาพเร็วขึ้นสูงสุด 36%6
  • ประสิทธิภาพการตัดต่อวิดีโอเร็วขึ้นสูงสุด 32%7
  • ประสิทธิภาพการสร้างแบบจำลอง 3 มิติเร็วขึ้นสูงสุด 37%8
  • การเรนเดอร์หลายเฟรมเร็วขึ้นสูงสุด 100%9

  • ประสบการณ์การโอเวอร์คล็อกที่ดีที่สุด10 : กลุ่มโปรเซสเซอร์รุ่นใหม่ ยังนำเสนอเครื่องมือโอเวอร์คล็อกชั้นนำของอุตสาหกรรมสำหรับการปรับแต่งประสิทธิภาพขั้นสูงสุด รวมถึงความสามารถในการโอเวอร์คล็อก Efficient-cores และหน่วยความจำ DDR5 ผู้ที่ชื่นชอบการเล่นเกมและเกมเมอร์สามารถทดลองใช้แพลตฟอร์มฟีเจอร์รุ่นใหม่สำหรับการโอเวอร์คล็อกเหล่านี้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Intel® Extreme Tuning Utility (XTU) 7.5 รุ่นล่าสุด เริ่มต้นด้วย Core i9-12900K โดย XTU จะสนับสนุนการโอเวอร์คล็อกผ่านการคลิกเดียว ด้วย Intel Speed Optimizer สำหรับโปรเซสเซอร์รุ่น 12 แบบ Unlocked นอกจากนี้ อินเทลยังเปิดตัว Intel® Extreme Memory Profile (XMP) 3.0 รุ่นล่าสุด พร้อมการสนับสนุน DDR5 ซึ่งนำเสนอโปรไฟล์เพิ่มเติม รวมถึงโปรไฟล์แบบกำหนดเองที่สามารถเขียนใหม่ได้ และการปรับแต่งที่ยืดหยุ่นได้สำหรับการโอเวอร์คล็อกหน่วยความจำโดยเฉพาะ

เปิดใช้งานแพลตฟอร์มเดสก์ท็อปพร้อมคุณสมบัติระดับชั้นนำของอุตสาหกรรม

โปรเซสเซอร์เดสก์ท็อป Intel Core เจนเนอเรชั่น 12 สามารถส่งมอบขุมพลังแห่งประสิทธิภาพในการทำงานและคุณสมบัติระดับชั้นนำของอุตสาหกรรมสำหรับผู้คน เพื่อมอบประสบการณ์อันน่าทึ่งแก่นักเล่นเกม ผู้สร้างเนื้อหา รวมถึงการเล่นเกมในวันนี้และในวันข้างหน้า

โดยความก้าวหน้าด้านประสิทธิภาพของแพลตฟอร์ม มีดังต่อไปนี้

  • โปรเซสเซอร์ตัวแรกในอุตสาหกรรมที่รองรับหน่วยความจำ DDR5 สูงถึง 4800MT/s
  • โปรเซสเซอร์ตัวแรกในอุตสาหกรรมที่นำเสนอ PCIe 5.0 (สูงสุด 16 เลน) พร้อมให้ปริมาณงานผ่าน I/O สูงสุด 2 เท่า ซึ่งเหนือกว่า PCIe 4.0 ควบคู่ไปกับการรองรับ PCIe 4.0 เพิ่มเติมอีก 4 เลน
  • หน่วยความจำ Intel® Smart Cache (L3) สูงสุดถึง 30MB และความจุของหน่วยความจำที่เพิ่มขึ้นพร้อมความหน่วงที่ลดลงของ L2 สูงสุดถึง 14MB
  • การผสมผสานระบบไร้สายความเร็วสูงในตัวด้วย Intel Killer Wi-Fi 6E ซึ่งรวบรวมการเชื่อมต่อของ Wi-Fi 6E ระดับชั้นนำของอุตสาหกรรมเข้ากับเทคโนโลยีเครือข่ายเกมอันทรงพลัง เพื่อลดความล่าช้า ความหน่วง และการสูญหายของแพ็กเก็ต10
  • การเชื่อมต่อสายเคเบิลสากลอย่าง Thunderbolt 4 สำหรับการเชื่อมต่อไปยังอุปกรณ์ภายนอก

ชิปเซ็ต Intel® 600 Series ใหม่ล่าสุด

นอกเหนือจากโปรเซสเซอร์เดสก์ท็อป Intel Core เจนเนอเรชั่น 12 แล้ว อินเทลยังเปิดตัวชิปเซ็ตอย่าง Intel 600 Series ใหม่พร้อมคุณสมบัติขั้นสูงในการเพิ่มความน่าเชื่อถือและประสิทธิภาพ โดยเลน PCIe Gen 4.0 ใหม่ถูกสร้างขึ้นจากชิปเซ็ตทั้งหมด 28 เลน การผสมผสาน USB 3.2 Gen 2×2 ในตัวเพื่อเพิ่มแบนด์วิธเป็นสองเท่า DMI Gen 4.0 เพิ่มชิปเซ็ตเพื่อทรูพุตของ CPU สำหรับการเข้าถึงอุปกรณ์ภายนอกและเครือข่ายอย่างรวดเร็ว

ถือเป็นครั้งแรกที่เรานำ Intel® Volume Management Device (VMD) มาใช้คู่กับชิปเซ็ต PC เพื่อลดความซับซ้อนในการควบคุมการจัดเก็บข้อมูล โดยอนุญาตให้ควบคุมและจัดการ SSD ที่ใช้ NVMe โดยตรงจากบัส PCIe อย่างไม่ต้องใช้ตัวควบคุมเพื่อเพิ่มเติม RAID หรือฮาร์ดแวร์อะแดปเตอร์อื่นๆ

การวางจำหน่าย

โปรเซสเซอร์เดสก์ท็อป Intel Core เจนเนอเรชั่น 12 แบบ Unlocked พร้อมให้สั่งซื้อล่วงหน้าแล้วจากแบรนด์ผู้ผลิตที่เข้าร่วม พาร์ทเนอร์จัดจำหน่าย และผู้ค้าปลีกต่างๆ สำหรับการวางจำหน่ายจริงจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 4 พฤศจิกายน ซึ่งมีลูกค้ามากกว่า 140 รายในกว่า 30 ประเทศที่คาดว่าจะเพิ่มโปรเซสเซอร์ใหม่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ของพวกเขาภายในสิ้นปีนี้ โดยสินค้ามีราคาเริ่มต้นที่ 264 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ – 589 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับโปรเซสเซอร์เดสก์ท็อปแบบ Unlocked

อินเทลคาดว่าจะจัดส่งโปรเซสเซอร์เดสก์ท็อป Intel Core เจนเนอเรชั่น 12 รุ่น “K” หลายแสนตัวภายในสิ้นปี และมากกว่า 2 ล้านตัวภายในสิ้นเดือนมีนาคม 2565 นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมสำหรับเดสก์ท็อป โมบายล์ และสำหรับผู้ใช้กลุ่มธุรกิจยังคาดว่าจะวางจำหน่ายในช่วงต้นปี 2565 รวมถึงการจัดส่ง SKU โปรเซสเซอร์ 28 ตัวในตระกูลโปรเซสเซอร์ Intel Core เจนเนอเรชั่น 12 ให้กับพาร์ทเนอร์แบรนด์ผู้ผลิตต่างๆ ด้วย

 

 

 

ข่าว: อินเทลเผยโฉม Intel Core เจนเนอเรชั่น 12 พร้อมเปิดตัว i9-12900K มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/intel-unveils-12th-gen-intel-core-with-i9-12900k-launch/

Intel vPro Gen 11 แพลตฟอร์ม ที่พร้อมรับมือกับความท้าทายของทุกธุรกิจ

Intel vPro Gen 11 แพลตฟอร์ม ที่พร้อมรับมือกับความท้าทายของทุกธุรกิจ
องค์ธุรกิจกำลังเผชิญกับความท้าทายต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก ความต้องการของผู้ใช้งานเทคโนโลยีในปัจจุบันกำลังเปลี่ยนไปเพื่อสอดรับกับโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงเร็วกว่าที่เคย

สถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน เปลี่ยนรูปแบบไปสู่การทำงานแบบไฮบริด ที่พนักงานต้องสามารถทำงานได้ทั้งในและนอกสถานที ทำให้หลายธุรกิจกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านการรักษาความปลอดภัย การจัดการ และการแก้ปัญหาคอมพิวเตอร์รายวัน ซึ่งครั้งหนึ่งเคยทำได้ง่ายๆ เพียงเดินไปแก้ไขให้ถึงโต๊ะในออฟฟิศ

ดังนั้น เพื่อความต่อเนื่องของธุรกิจ ผู้ปฏิบัติงานจำเป็นต้องได้รับอีกระดับของประสบการณ์การใช้งานที่ปลอดภัย พร้อมเสมอในทุกที่ ทุกเวลา ยิ่งไปกว่านั้น สำหรับเจ้าหน้าที่ไอที ซึ่งต้องเลือกสรรเทคโนโลยีให้แก่องค์กร การเลือกฮาร์ดแวร์ให้เหมาะสมกับงาน นับเป็นสิ่งสำคัญที่อาจส่งผลถึงผลลัพธ์ทางธุรกิจได้

ทั้งหมดนี้คือเหตุผลว่าทำไมแพลตฟอร์ม Intel vPro เจนเนอเรชั่น 11 จึงเป็นแพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจที่คุณไว้ใจได้ ด้วยโปรเซสเซอร์ Intel Core vPro เจนเนอเรชั่น 11 ซึ่งเป็นโปรเซสเซอร์สำหรับธุรกิจที่ดีที่สุดในโลก ช่วยสร้างสรรค์ประสบการณ์อันน่าทึ่งให้กับแผนกไอที ผู้ใช้งาน และได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับความปลอดภัยทางด้านธุรกิจ ประสิทธิภาพและการควบคุมจัดการจากระยะไกล

ทุกวันนี้ หลายกลุ่มธุรกิจ และผู้ให้บริการด้านไอทีได้พบแล้วว่า แพลตฟอร์ม Intel vPro มีส่วนช่วยเติมเต็มความต้องการ ตลอดจนเสริมสร้างรากฐานอันมั่นคงทางธุรกิจเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน
ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็ก องค์กรขนาดใหญ่หรือผู้ทำงานด้านไอทีล้วนไว้วางใจ และทราบถึงประโยชน์ที่จะได้รับจากผลิตภัณฑ์ของ Intel ซึ่งออกแบบมาเพื่อเป็นแพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจโดยตรง แพลตฟอร์ม Intel vPro มุ่งมั่นนำเสนอสุดยอดศักยภาพ ประสิทธิภาพ และเสถียรภาพ เพื่อสร้างสรรค์ที่สุดแห่งประสบการณ์การใช้งานเพื่อคุณ

แพลตฟอร์ม Intel vPro รากฐานอันแข็งแกร่ง เพื่อความมั่นคงของธุรกิจอย่างไม่หยุดยั้ง

พีซีที่ขับเคลื่อนด้วยแพลตฟอร์ม Intel vPro พร้อมรับทุกความเปลี่ยนแปลองของโลกธุรกิจในปัจจุบัน แพลตฟอร์ม Intel vPro มาพร้อมฟีเจอร์รักษาความปลอดภัยขั้นสูงรันบนระบบที่ออกแบบมา เพื่อเน้นประสิทธิภาพการทำงาน และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในภาพรวมได้

จุดเด่นของแพลตฟอร์ม Intel vPro

พีซีที่ขับเคลื่อนด้วย โมบายล์โปรเซสเซอร์ Intel Core vPro เจอเนอเรชั่น 11 ทำให้หลายธุรกิจได้รับประโยชน์จากนวัตกรรมล่าสุดที่ออกแบบมาเพื่อเสริมศักยภาพแก่ผู้ใช้งานให้การทำงานราบรื่นได้จากทุกที่

 

ที่สุดของประสิทธิภาพ อีกระดับแห่งประสบการณ์ใช้งานเพื่อธุรกิจ

ด้วยประสิทธิภาพที่ก้าวกระโดดและกราฟิกที่ทรงพลังโปรเซสเซอร์ Intel® Core ™ vPro® เจนเนอเรชั่น 11 มอบประสบการณ์การใช้งานจริงที่น่าตื่นตาตื่นใจสำหรับฝ่ายไอทีและพนักงาน โดยเทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยพนักงงานมีความสุข สนุกกับการทำงานที่ปราศจากความเครียด ไม่ว่าจะทำงานจากที่ไหนก็ตาม

 ไม่สำคัญว่าพนักงานของคุณจะทำงานจากที่ไหน — พวกเค้าสามารถทำงานได้มากขึ้นด้วยพลังของกราฟิก Intel® Iris® Xe ที่มอบความสามารถในการสร้างและกราฟิกที่น่าทึ่งสำหรับประสบการณ์การทำงาน ช่วยเติมเต็มความสามารถ ความสร้างสรรค์ การประสานงาน และประสิทธิภาพการทำงานให้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะงานด้านกราฟิก หรือการประมวลผลภาพและวิดีโอที่ไหลลื่น และสวยงามยิ่งขึ้น

 สะดวกด้วยเทคโนโลยี Intel Thunderbolt ™ 4 การเชื่อมต่อเพียงพอร์ตเดียว สามารถรองรับการใช้งานที่หลากหลาย เช่นชาร์จโน้ตบุ๊ก หรือการเชื่อมต่อจอภาพให้มีขนาดใหญ่ขึ้น ช่วยให้พนักงานทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เสริมและอุปกรณ์ต่อพ่วงได้อย่างราบรื่น

 หน่วยความจำIntel® Optane ™ H20 พร้อม SSD เพิ่มขีดความสามารถให้กับแพลตฟอร์ม Intel ด้วยประสิทธิภาพการทำงานขั้นสูงและออพชั่นหน่วยความจำขนาดใหญ่ ประสิทธิภาพการทำงานที่เหนือกว่าและการใช้พลังงานที่ต่ำกว่า เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน รวมถึงการสนับสนุน Intel® Stable IT Platform Program

 ให้ความเร็วที่เหนือกว่า ด้วยเทคโนโลยี Wi-Fi ที่ดีที่สุดด้วย Intel® Wi-Fi 6/6E (Gig+) ช่วยให้ประสบการณ์การใช้งานแบบไร้สายเชื่อมต่อได้อย่างไหลลื่นภายในมาตรฐาน W-Fi6 สำหรับการประชุมผ่านวีดีโอทางไกล หรือการทำงานผ่านระบบออนไลน์ของออฟฟิศก็ทำได้อย่างไม่สะดุด

 เตรียมพร้อมสำหรับอนาคตของ AI บนพีซี ด้วยโปรเซสเซอร์ Intel® Core ™vPro® เจนเนอเรชั่น 11 ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้แอพพลิเคชั่นและเวิร์กโฟลว์ทำงานได้ชาญฉลาดมากขึ้น โดยมีประสิทธิภาพ AI ที่ดีขึ้น

ระบบรักษาความปลอดภัยที่สอดรับกับธุรกิจ นับแต่อดีต ปัจจุบัน และอนาคต

Intel® Hardware Shield ที่มีให้เป็นพิเศษเฉพาะในอุปกรณ์ที่ใช้แพลตฟอร์ม Intel vPro® ทั้งหมดมอบการป้องกันพีซีในระดับฮาร์ดแวร์ในตัวเพื่อการทำงานทางธุรกิจที่ปลอดภัยมากขึ้นรวมถึง

 Intel® Control-flow Enforcement Technology (Intel® CET) ช่วยป้องกันการโจมตีจากมัลแวร์ที่จะมาลักลอบควบคุมการทำงานต่างๆ ในเครื่อง.

 Intel® Threat Detection Technology (Intel® TDT) ที่ให้การตรวจจับภัยคุกคามขั้นสูงและการรักษาความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น.

ล้ำหน้าด้วยความสามารถในการจัดการจากระยะไกล และเสถียรภาพของแพลตฟอร์ม
ดูแลพีซีสำหรับธุรกิจของพนักงานและลูกค้าคุณให้พร้อมใช้งานได้จากทุกที่ด้วยแพลตฟอร์ม Intel vPro® ที่มี Intel® Active Management Technology IT อันเป็นโซลูชันเดียวที่นำเสนอการแก้ไขระยะไกลบนคลาวด์เพื่อคืนพีซีของให้อยู่ในสถานะที่ดี พร้อมใช้งานไม่ว่าพนักงานจะทำงานอยู่ที่ใด หรือแม้ระบบปฏิบัติการจะหยุดทำงานก็ตาม10

เสถียรภาพ
 ตรวจสอบความเสถียรของอุปกรณ์และความน่าเชื่อถือที่ดีที่สุดสำหรับผู้ใช้ทุกคนด้วย Intel® Stable IT Platform Program (Intel® SIPP) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยในการเปลี่ยนและอัพเกรดระบบของผู้ใช้ เพื่อให้พีซีมีคุณภาพและประสิทธิภาพที่มั่นใจได้
 แพลตฟอร์ม Intel vPro® เป็นนวัตกรรมใหม่ที่ช่วยปรับปรุงวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ และมอบสิ่งที่ธุรกิจของคุณต้องการเพื่อให้เติบโตก้าวหน้าได้ทันที

การจัดการ
 แพลตฟอร์ม Intel vPro ® ได้สนับสนุนการใช้งานในอุปกรณ์ดิจิทัลที่หลากหลาย ตั้งแต่แล็ปท็อป ป้ายดิจิทัล อุปกรณ์ IoT และอื่น ๆ เพื่อให้ลูกค้าของคุณสามารถควบคุมอุปกรณ์ที่ใช้งานสำหรับธุรกิจของเขาได้มากขึ้น.
ปรับปรุงประสิทธิภาพด้านไอทีให้ลูกค้าของคุณ ด้วยความสามารถในการจัดการระยะไกลสำหรับกลุ่มพีซีที่ใช้ระบบคลาวด์ผ่าน Intel® Active Management Technology (Intel® AMT) ซึ่งขับเคลื่อนโดย Intel® Endpoint Management Assistant (Intel® EMA) ที่จะทำให้เวิร์กโฟลว์ของผู้ใช้หยุดชะงักน้อยที่สุดเมื่อมีการแก้ไขและการบำรุงรักษา ทำให้ผู้ใช้ยังทำงานได้มีประสิทธิผลไม่ว่าพวกเขาจะทำงานอยู่ที่ใด รวมถึงทีมไอทีที่สามารถใช้ระบบเข้าไปจัดการแก้ไขในกรณีที่มีการละเมิดความปลอดภัย

ออกแบบมาเพื่อเสริมศักยภาพด้านไอที

แพลตฟอร์ม Intel vPro® ได้รับการออกแบบมาโดยคำนึงถึงการประยุกต์ไอทีเข้ากับธุรกิจทั้งใหญ่เล็ก ช่วยเสริมความสามารถแก่ผู้ใช้งาน รักษาความปลอดภัยข้อมูลองค์กร และง่ายต่อการบำรุงรักษา ช่วยให้งานไอทีสอดรับกับนโยบายองค์กร ให้บริการด้านความปลอดภัย ปรับปรุงแก้ไข บำรุงรักษาได้ง่ายตลอดจนการใช้งาน เหมาะกับองค์กรในทุกขนาด

Intel vPro® เจนเนอเรชั่น 11 คือแพลตฟอร์มสำหรับภาคธุรกิจ ออกแบบมาเพื่อเป็นรากฐานสำคัญต่อเทคโนโลยี และเสริมสร้างประสิทธิภาพการประมวลผลและด้วยการลงทุนด้านไอทีโซลูชันอย่างชาญฉลาด ย่อมทำให้องค์กรสามารถแข่งขันและสร้างสรรค์นวัตกรรมให้เกิดสัมฤทธิผลโดยรวม เพื่อการเติบโตของธุรกิจอย่างมั่นคง

เริ่มต้นประสบการณ์การใช้งานพีซีสำหรับธุรกิจยุคดิจิทัลด้วย แพลตฟอร์ม Intel vPro®

ศึกษาข้อมูล Intel vPro เพิ่มเติมได้ที่ https://intel.ly/39JVvEc
สนใจสั่งซื้อสินค้า สามารถติดต่อตัวแทนจำหน่ายได้ดังนี้

Ingram
https://intel.ly/3zK9PXB
กรุงเทพ : th-allbkksales@ingrammicro.com
ต่างจังหวัด : th-upcountry@ingrammicro.com

SiS
https://intel.ly/3ufsMAq
email : sis@sisthai.com
Tel : 0-2020-3000

Synnex
https://intel.ly/39IbgeF
Add Line : @SynnexThailand
หรือคลิก : https://intel.ly/3kK7c3L

VST ECS
https://intel.ly/3ueoTMc
e-mail : pr@vstecs.co.th
Tel : 02-032-9999

 

from:https://www.enterpriseitpro.net/intel-vpro-gen-11-business-platform/

Intel vPro แพลตฟอร์มสำหรับคอมพิวเตอร์ เพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยให้องค์กรธุรกิจของคุณ

ขณะที่องค์กรต้องการแพลตฟอร์มเพื่อให้พนักงานสามารถทำงานในรูปแบบ Hybrid Work ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งปัญหาด้านการรักษาความปลอดภัย และมีการใช้ซอฟท์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ กลายเป็นความท้าทายที่องค์กรต้องเผชิญ แม้ว่าจะมีการอัพเดตระบบปฏิบัติการอยู่เป็นประจำ แต่ปัญหาด้านความปลอดภัยทั้งที่เกิดขึ้นโดยตั้งใจ และไม่ตั้งใจ ก็ยังคงเป็นสิ่งที่น่ากังวล รวมถึงการบริหารจัดการงบประมาณด้านไอที ก็ยังคงเป็นรายการงบประมาณลำดับแรกๆ ที่ถูกพูดถึงอยู่เสมอ

การปรับตัวทางธุรกิจด้วยการใช้เทคโนโลยีใหม่ที่มีประสิทธิภาพเหนือกว่า เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกปัจจุบัน จึงเป็นเรื่องที่องค์กรธุรกิจควรจัดการ เพื่อเสริมสร้างรากฐานที่มั่นคงทางธุรกิจให้สามารถเติบโตอย่างยั่งยืน พีซีที่ขับเคลื่อนด้วยแพลตฟอร์ม Intel vPro มาพร้อมฟีเจอร์รักษาความปลอดภัยขั้นสูง รันบนระบบที่ออกแบบมาเพื่อเน้นประสิทธิภาพการทำงาน และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในภาพรวมได้ ด้วยคุณสมบัติแพลตฟอร์ม Intel vPro ดังต่อไปนี้

PERFORMANCE & COLLABORATION คุณสมบัติด้านประสิทธิภาพและการทำงานร่วมกัน

โปรเซสเซอร์ Intel Core vPro เจนเนอเรชั่น 11 แพลตฟอร์ม Intel vPro ช่วยส่งมอบประสบการณ์ใช้งานเพื่อธุรกิจที่ล้ำหน้ากว่า ด้วยประสิทธิภาพและคุณสมบัติการทำงานร่วมกัน

– ไม่ว่าพนักงานของคุณจะปฏิบัติงานจากที่ใดก็ตาม ศักยภาพการทำงานของพวกเขาจะเพิ่มมากขึ้นด้วยขุมพลัง Intel® Iris® Xe Graphics ซึ่งเป็นกราฟิกออนซีพียูรุ่นใหม่ล่าสุดของ Intel ช่วยเติมเต็มความสามารถ ความสร้างสรรค์ การประสานงาน และประสิทธิภาพการทำงาน โดยเฉพาะด้านกราฟิกหรือการประมวลผลภาพและวิดีโอให้ดียิ่งขึ้น
– เทคโนโลยี Intel Thunderbolt ™ 4 ที่มาพร้อมพอร์ตการเชื่อมต่อเดียว แต่ใช้ได้ทั้งเพื่อชาร์จและเชื่อมจอมอนิเตอร์ต่าง ๆ ให้การเชื่อมต่อข้อมูลขึ้นจอขนาดใหญ่เป็นไปได้อย่างราบรื่น
– Intel® Optane™ memory H20 with SSD ช่วยเพิ่มขีดความสามารถของ แพลตฟอร์ม Intel ด้วยประสิทธิภาพการทำงานขั้นสูงและออพชั่นหน่วยความจำขนาดใหญ่ ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้าแล้ว Intel® Optane™ memory H20 with SSD ให้ผลลัพธ์ที่เหนือกว่าแรงกว่า ประหยัดพลังงานกว่า ทั้งยังรองรับโปรแกรม Intel® Stable IT Platform อีกด้วย
– Intel® Wi-Fi 6/6E (Gig+) มาพร้อมเทคโนโลยี Wi-Fi ที่ดีที่สุดสำหรับการประชุมผ่านวีดีโอทางไกล ทั้งยังให้ความเร็วที่เหนือกว่า การเชื่อต่อที่เสถียร ตลอดจนประสบการณ์การเชื่อมต่อไร้สาย ให้ผู้ให้ได้ทำงานร่วมกันได้จากทุกที่อย่างราบรื่น
– พร้อมรับนวัตกรรม AI on PCs เทคโนโลยีแห่งอนาคตด้วยโปรเซสเซอร์ Intel Core vPro เจนเนอเรชั่น 11 ซึ่งออกแบบมาให้พร้อมตอบสนองแอพพลิเคชั่นและรูปแบบการทำงานในอนาคตด้วยประสิทธิภาพที่แรงกว่าโปรเซสเซอร์ Intel Core vPro เจนเนอเรชั่น 8 i7-8650U ถึง 8 เท่า

SECURITY คุณสมบัติด้านการรักษาความปลอดภัย

ซึ่งเป็นเรื่องที่องค์กรและธุรกิจควรให้ความสำคัญ โดยแพลตฟอร์ม Intel vPro มีฟีเจอร์การรักษาความปลอดภัยแบบ Hardware-Based
เทคโนโลยี Intel® Hardware Shield พิเศษเฉพาะอุปกรณ์ที่รันบนแพลตฟอร์ม Intel vPro® ช่วยผสานระบบการป้องกัน ฮาร์ดแวร์เพื่อไปสู่อีกระดับของการรักษาความปลอดภัย อาทิ

– Below-the-OS-security (การรักษาความปลอดภัยในระดับลึกกว่าระบบปฏิบัติการ)
– Application and data security (การรักษาความปลอดภัยข้อมูลและแอพพลิเคชั่น)
– Advanced threat detection (ระบบตรวจจับแจ้งเตือนการคุกคาม)

ด้วยเทคโนโลยี Intel® Active Management ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแพลตฟอร์ม Intel vPro® เกิดเป็นความสามารถในการเข้าแก้ไขบำรุงรักษาจากระยะไกล ช่วยให้คอมพิวเตอร์คืนสู่สภาพปกติได้ไม่ว่าพนักงานของคุณจะทำงานจากที่ใด หรือแม้เมื่อระบบปฏิบัติการไม่อาจใช้งานได้ก็ตาม

ฟีเจอร์รักษาความปลอดภัยขั้นสูง Intel® Hardware Shield บนโมบายล์

โปรเซสเซอร์ Intel® Core™ vPro® เจนเนอเรชั่น 11 ประกอบไปด้วย:

– Intel® Control-Flow Enforcement Technology(Intel® CET) ให้การปกป้องฮาร์ดแวร์จากการโจมตีหลายรูปแบบ อาทิ การโจมตีหน่วยความจำ และ Control-flow(การไหลของข้อมูล) ด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยที่คิดค้นโดยทีมวิศวกรของ Intel® จะช่วยป้องกัน และยุติการโจมตีซอฟต์แวร์ ซึ่งเกิดขึ้นมายาวนานลงได้
– Intel® Threat Detection Technology (Intel® TDT) เทคโนโลยีการตรวจจับการทำงานที่ผิดปกติของเครื่องที่คอมพิวเตอร์โดยใช้ระบบ AI ที่มีการติดตั้งอยู่ภายใน ซึ่งเป็นคุณสมบัติเฉพาะของ Intel เป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการรักษาความปลอดภัยให้มากยิ่งขึ้นเป็นคุณสมบัติชั้นสูงของเทคโนโลยี Intel® Hardware Shield โดยทำงานร่วมกับชุดโปรแกรมรักษาความปลอดภัยบนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่จะช่วยหยุดยั้งภัยคุกคามจาก Ransomware และการโจมตีในรูปแบบ Cryptomining® ได้ เปรียบเหมือนมีฝ่ายไอทีคอยดูแลรักษาความปลอดภัยและให้ความช่วยเหลืออยู่ตลอดเวลา

MANAGEABILITY ความสามารถในการจัดการ

ด้วยความสามารถในการจัดการจากระยะไกลและเสถียรภาพของแพลตฟอร์ม Intel® Core™ vPro® เจนเนอเรชั่น 11 การบริหารจัดการ PC ในภาคธุรกิจ เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างราบรื่นด้วยแพลตฟอร์ม Intel® vPro® โดยการผสานกันของ Intel® Active Management Technology (Intel® AMT) และ Intel® Endpoint Management Assistant (Intel® EMA) ฝ่ายไอทีสามารถเข้าถึงโซลูชั่นระบบ Cloud-based ช่วยให้คอมพิวเตอร์ได้รับการแก้ไขให้ดีดังเดิมจากระยะไกล ไม่ว่าพนักงานของคุณจะอยู่ที่ใด หรือแม้เมื่อระบบปฏิบัติการจะล่มก็ตาม

STABILITY คุณสมบัติความเสถียรภาพ

ด้วย Intel® Stable IT Platform Program (Intel® SIPP) แพลตฟอร์มที่ช่วยในการเปลี่ยนและอัพเกรดระบบของผู้ใช้ เพื่อให้พีซีมีคุณภาพและประสิทธิภาพที่มั่นใจได้ Intel vPro® เป็นแพลตฟอร์มนวัตกรรมใหม่ที่ช่วยปรับปรุงวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าอุปกรณ์ต่าง ๆ จะถูกสร้างมาเพื่อให้ผู้ใช้ และฝ่ายไอที ได้รับประสบการณ์และเสถียรภาพสมกับที่เป็นอุปกรณ์สำหรับภาคธุรกิจ

ด้วยคุณสมบัติของ แพลตฟอร์ม Intel vPro จะช่วยขับเคลื่อนธุรกิจของคุณสู่อนาคตอย่างมีเสถียรภาพ เพื่อการทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ รองรับอุปกรณ์ดิจิทัลหลายชนิด เช่น คอมพิวเตอร์พกพา จอภาพเพื่อการโฆษณา และอุปกรณ์ IoT เพื่อให้ลูกค้าของคุณมีทางเลือกหลากหลายตอบโจทย์การใช้งานสำหรับทุกธุรกิจและองค์กร

ศึกษาข้อมูล Intel vPro เพิ่มเติมได้ที่ https://intel.ly/39JVvEc
สนใจสั่งซื้อสินค้า สามารถติดต่อตัวแทนจำหน่ายได้ดังนี้

Ingram
https://intel.ly/3zK9PXB
กรุงเทพ : th-allbkksales@ingrammicro.com
ต่างจังหวัด : th-upcountry@ingrammicro.com

SiS
https://intel.ly/3ufsMAq
email : sis@sisthai.com
Tel : 0-2020-3000

Synnex
https://intel.ly/39IbgeF
Add Line : @SynnexThailand
หรือคลิก : https://intel.ly/3kK7c3L

VST ECS
https://intel.ly/3ueoTMc
e-mail : pr@vstecs.co.th
Tel : 02-032-9999

 

from:https://www.enterpriseitpro.net/intel-vpro-platform-for-computer/