คลังเก็บป้ายกำกับ: หัวเว่ย

จส. 100 นอสตร้า และหัวเว่ยร่วมลงนาม MoU ผลักดันแพลตฟอร์ม IoT “ตามรอย”

สถานีวิทยุ จส. 100 นอสตร้า และหัวเว่ยร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU)  เพื่อให้เกิดการทำงานร่วมกันในการพัฒนาแอปพลิเคชัน NB-IoT และความร่วมมือด้านเทคโนโลยีในประเทศไทย

ในการนี้ คุณหญิงสุวิมล ผึ่งประเสริฐ กรรมการบริหาร บริษัท แปซิฟิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด และผู้อำนวยการ สถานีวิทยุ จส.100 พร้อมด้วยนายวิชัย แสงหิรัญวัฒนา ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โกลบเทค จำกัด และแบรนด์นอสตร้า และ นายโรเบิร์ต ฉี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท หัวเว่ย จำกัดร่วมลงนาม MoU โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความร่วมมือในการแบ่งปันโนว์ฮาวและการพัฒนาร่วมกัน รวมถึงการสาธิตและการทดสอบแอปพลิเคชัน บนเทคโนโลยี NB-IoT เพื่อสนับสนุนการพัฒนาแผนกลยุทธ์ NB-IoT สำหรับประเทศไทย

ในพิธีลงนาม ทั้งสามองค์กรได้ประกาศเปิดตัว “ตามรอย (Tamroi)” ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มบริการ IoT ที่สามารถช่วยดูแลผู้สูงอายุ เด็ก ผู้ป่วย และนักท่องเที่ยว พร้อมกับการบริหารจัดการของมีค่าสำหรับทั้งองค์กรและบุคคลต่าง ๆ เพื่อให้บริการที่ดียิ่งขึ้นสำหรับสังคมไทย

ทั้งนี้ ด้วยเทคโนโลยีของระบบ NB-IoT ตามรอย (Tamroi) จะช่วยระบุตำแหน่งคนที่คุณรักด้วยอุปกรณ์อัจฉริยะต่าง ๆ และแอปพลิเคชั่นบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ และยังสามารถขอความช่วยเหลือจากทีมคอลเซ็นเตอร์ของ จส. 100 ตลอด 24 ชั่วโมงได้อีกด้วย โดยแพลตฟอร์มนี้จะช่วยให้สามารถเข้าถึงข้อมูลตำแหน่งของอุปกรณ์ และสิทธิ์ในการเข้าถึงจะปิดลงเมื่อเสร็จสิ้นโดยไม่ต้องกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวแต่อย่างใด

from:https://www.enterpriseitpro.net/huawei-nostra-js100-tamroi/

โฆษณา

หัวเว่ยไม่ได้มีดีแค่สมาร์ทโฟนส่องกองทัพแกดเจ็ตซีรีส์ใหม่ เหนือชั้นด้วยเทคโนโลยีและดีไซน์

นอกจากสมาร์ทโฟนแล้ว หัวเว่ยยังมีผลิตภัณฑ์อื่นๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค ลำโพง หูฟัง ไปจนถึงสมาร์ทวอชและ   สายรัดข้อมืออัจฉริยะต่างๆ ล่าสุดหัวเว่ยกำลังจะเปิดตัวกองทัพแกดเจ็ตล้ำๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น สมาร์ทวอชและสายรัดข้อมืออัจฉริยะรุ่นใหม่ รวมถึงหูฟังไร้สายและแว่นกันแดดอัจฉริยะ ที่ล้วนแล้วแต่อัดแน่นด้วยประสิทธิภาพและดีไซน์โดนใจ เอาใจคนรักสุขภาพและสายแฟชั่นกันแบบชิคๆ ไปเลย และถึงแม้ว่าหัวเว่ยจะเป็นที่รู้จักว่ามีสมาร์ทโฟนที่เป็น “World’s First, World’s Best” มากมาย แต่สมาร์ทโฟนก็ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดที่หัวเว่ยมุ่งมั่นคิดค้นเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภค  ซึ่งล้วนแล้วแต่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ได้เป็นอย่างดีทั้งในด้านฟังก์ชันการใช้งานและดีไซน์ที่สวยงาม สามารถใช้เป็นทั้งแกดเจ็ตและแอกเซสซอรีได้ในเครื่องเดียว

HUAWEI WATCH GT 2 โดดเด่นด้วยดีไซน์เรียบหรูที่มาพร้อมประสิทธิภาพอัดแน่น ไม่ว่าจะเป็น แบตเตอรี่อันทรงพลัง ด้วยชิปเซ็ต แบบ dual-chip Kirin A1 ที่หัวเว่ยพัฒนาขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพในการประหยัดพลังงาน ให้ใช้งานยาวนานสูงสุดถึง 2 สัปดาห์ หมดปัญหานาฬิกาแบตหมดเมื่อต้องการใช้งาน นอกจากนี้ HUAWEI WATCH GT 2 จะกลายเป็นเพื่อนคู่ใจยามออกกำลังกาย ด้วยฟังก์ชั่นสุดโปรอัดแน่นเพื่อคนรักการออกกำลังกายด้วยโหมดกีฬา (Smart Workout Modes) 15 รูปแบบ มีให้เลือกทั้งขนาดหน้าปัด 42mm สำหรับสุภาพสตรี และ 46 mm สำหรับสุภาพบุรุษ

HUAWEI Band 4 ปฏิวัติวงการสายรัดข้อมืออัจฉริยะ เพื่อนจิ๋วคู่ใจเพื่อสุขภาพรุ่นใหม่ล่าสุดที่เป็นเสมือนโค้ชวิ่งส่วนตัว มาพร้อมหน้าจอทัชสกรีน AMOLED ทำจากกระจก 2.5 D ติดตามสุขภาพแบบครบวงจร ไม่ว่าจะเป็น ตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจอย่างแม่นยำ วิเคราะห์การนอนหลับ แสดงผลประเมินการออกกำลังกายได้แบบเรียลไทม์ วัดค่า VO2 Max พัฒนาการว่ายน้ำให้ดีขึ้น กันน้ำได้ลึกถึง 50 เมตร นอกจากนั้น ไม่พลาดทุกการติดต่อด้วยฟังก์ชั่นรับสายเข้าและโทรออก พร้อมด้วยการแจ้งเตือนต่างๆ สายเพรียวบางเข้ากับทุกสไตล์การแต่งกาย แบตเตอรี่ใช้ได้ยาวนานถึง 7 ชั่วโมง

หูฟังไร้สายตัวแรกของโลกที่โดดเด่นด้วยขุมพลังจากชิปเซ็ต Kirin A1 ขับเคลื่อนด้วยระบบ BT/BLE dual-mode บลูทูธ 5.1 Soc ด้วยเทคโนโลยี Isochronous Dual Channel จากหัวเว่ย และ 356 MHz audio processor มอบประสบการณ์การเชื่อมต่อบลูทูธที่รวดเร็วกว่าเคย มอบคุณภาพเสียงอันยอดเยี่ยมและตัดเสียงได้เงียบที่สุดด้วยเทคโนโลยี Active Noise Cancelling และเทคโนโลยี Aerodynamic Mic Duct Design       ที่ช่วยตัดเสียงลม จึงสามารถคุยโทรศัพท์ได้อย่างชัดเจนขณะที่วิ่ง ขี่จักรยาน หรือแม้ในวันที่ลมแรง นอกจากนี้ยังมี Bone Sensor ที่จะช่วยให้ได้ยินเสียงขณะคุยโทรศัพท์ได้ชัดเจนมากขึ้น หูฟังดีไซน์แบบ Dolphin Bionic มอบความสบายและกระชับหูโดยที่ไม่ต้องกลัวหลุด เคสทรงกลมดีไซน์สุดพรีเมียม สามารถจับได้ถนัดมือและพกพาได้สะดวก    มาพร้อมกับ 2 สี ได้แก่ สีขาวและสีดำ ให้เสียงเพลงขับเคลื่อนชีวิตอย่างมีสไตล์ไร้กฎเกณฑ์

HUAWEI x Gentle Monster แว่นกันแดดอัจริยะสุดเก๋ที่หัวเว่ยจับมือกับ Gentle Monster แบรนด์แว่นตาชั้นนำจากเกาหลี ที่จะอำนวยความสะดวกให้ไม่พลาดทุกการติดต่อสื่อสารในชีวิตประจำวัน สามารถรับสายโทรศัพท์และควบคุมการเล่นเพลง หรือสั่งงาน Google Assistant ได้เพียงแค่แตะสองครั้งที่ขาแว่น ให้ชีวิตสะดวกสบายในวันอันแสนจะเร่งรีบและวุ่นวาย ด้วยระบบตัดเสียงอัจฉริยะ เพลิดเพลินไปกับเสียงเพลงด้วยลำโพง  สเตอริโอแบบกึ่งเปิดในตัว ให้เสียงได้มีประสิทธิภาพและคมชัด แต่ไม่เล็ดลอดไปยังภายนอก เทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนภายนอก ทำงานร่วมกับไมโครโฟนระบบคู่ที่ขาแว่นแต่ละข้าง ให้เสียงสนทนาคมชัด แว่นอัจริยะ HUAWEI x Gentle Monster สามารถป้องกันละอองฝุ่นและละอองน้ำที่ระดับ IP67 มาพร้อมกับเคสแบบหนังที่ชาร์จเจอร์ ในตัว สามารถใช้งานได้ต่อเนื่อง 2.5 ชั่วโมง เมื่อชาร์จต่อเนื่องสามารถใช้ได้ถึง 8 ชั่วโมง

จะเห็นได้ว่าหัวเว่ยมีสมาร์ทแกดเจ็ตเก๋ๆ มากมาย ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้การใช้ชีวิตแบบแอคทีฟง่ายกว่าเคย ทั้งอัดแน่นด้วยประสิทธิภาพและดีไซน์สวยงาม อดใจรออีกไม่นาน หัวเว่ยจะทยอยวางจำหน่ายสมาร์ทแกดเจ็ตซีรีส์ใหม่เร็วๆ นี้

ข่าว: หัวเว่ยไม่ได้มีดีแค่สมาร์ทโฟนส่องกองทัพแกดเจ็ตซีรีส์ใหม่ เหนือชั้นด้วยเทคโนโลยีและดีไซน์ มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2019/10/08/huawei-new-gadget.html

Huawei พลิกโลกอีกครั้ง! วางกลยุทธ์เพื่อพัฒนาระบบคอมพิวติ้งแบบยั่งยืน

Huawei Connect 2019 ในปีนี้มากับธีมงานที่ชื่อว่า Advance Intelligence เป็นมหกรรมการแสดงเทคโนโลยีของหัวเว่ย ที่มีผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 25,000 คนทั่วโลก

งานครั้งนี้ได้มีการเปลี่ยนโฉมนวัตกรรมของหัวเว่ยจากเดิมไปอย่างมากมาย โดยแหล่งข่าวระบุว่าตลอดกว่า 30 ปีที่ผ่านมาหัวเว่ยนั้น ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้นำแห่งโลกของการเชื่อมต่อและเครือข่ายการสื่อสารมาโดยตลอด แต่ในงานนี้คือครั้งแรกก็ว่าได้ที่หัวเว่ยกำลังจะเพิ่มความเป็นผู้นำแห่งโลกของการ “Compute” อย่างเต็มขั้น สิ่งที่เห็นได้ชัดคือธีมงานครั้งนี้ของหัวเว่ย รวมถึงการกล่าวสปีชของคุณ Ken Hu ที่ทำให้เราเห็นชัดเจนเลยว่า เรื่องของ AI และการประมวลผลขั้นสูงในการก้าวสู่โลกแห่งอนาคต

Ken Hu รองประธานกรรมการของหัวเว่ย

เขาชี้อย่างชัดเจนเลยว่าในยุคของโลกอัจฉริยะนั้น พวกเราจะได้เห็นแนวโน้มในเรื่องของการประมวลผลหรือที่เรียกว่าคอมพิวติ้งประมาณสามอย่างที่ชัดเจน ประเด็นแรกคือความต้องการพลังในการประมวลผลแบบเหนือระดับ ที่จะช่วยประมวลพวกทรัพยากรต่างๆ ได้อย่างมหาศาล

ยกตัวอย่างเช่นเรื่อง AI บางทีการที่คอมพิวเตอร์จะรู้จักว่าสัตว์ชนิดนี้คือแมว อาจจะต้องประมวลผลภาพแมวเป็นหล้านๆ ภาพกว่ามันจะรู้ว่านี่คือแมว ซึ่งแน่นอนว่าเราจำเป็นต้องใช้การประมวลผลมหาศาลขนาดไหน ประเด็นที่สองการประมวลผลและการทำงานแบบอัจฉริยะจะเป็นสิ่งที่แพร่หลายในทุกที่ ไม่ใช่แค่อยู่บนคลาวด์แต่มันจะต้องไปอยู่ในทุกๆ สิ่งหรือทุกๆ อุปกรณ์ และประเด็นสุดท้าย การที่จะให้ผู้คนสามารถที่จะมีชีวิตที่ดีขึ้น ระบบคอมพิวติ้งจำเป็นจะต้องมีการจัดการแบบบูรณาการร่วมกันในทุกๆ ส่วนของระบบทั้งหมด

ดังนั้นหัวเว่ยจึงได้ตัดสินใจอีกครั้งในการที่จะลงทุนเพิ่มในโลกของคอมพิวติ้งอย่างเต็มสูบ สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือกลยุทธ์ใหม่ๆ ที่ชัดเจนที่สุดคือ สถาปัตยกรรมที่เรียกว่า “Da Vinci Architecture” ที่จะช่วยให้การทำงานแบบคอมพิวติ้งและระบบอัจฉริยะพร้อมเฉกเช่นเดียวกับอากาศที่เราหายใจ ซึ่ง Da Vinci เป็นสถาปัตยกรรมเพียงหนึ่งเดียวในโลกที่สามารถจะทำงานในทุกๆ อย่างทั้งอุปกรณ์ทุกชนิด, เน็ตเวิร์ก และคลาวด์

ซึ่งมันจะทำให้เกิดหน่วยประมวลผลใหม่ ประกอบด้วยไลน์อัพของโปรเซสเซอร์ที่น่าสนใจ เช่น

– โปรเซสเซอร์ Kunpeng (คุนเผิง) ที่ออกแบบมาเพื่อการประมวลผลอย่างเต็มขั้น
– โปรเซสเซอร์ Ascend ที่ออกแบบมาเพื่ประมวลผลด้าน AI โดยเฉพาะ
– โปรเซสเซอร์ Kirin ที่ออกแบบมาสำหรับอุปกรณ์สมาร์ทดีไวซ์ทั้งหลาย และ
– โปรเซสเซอร์ Honghu (ฮงหู้) ที่ออกแบบสำหรับอุปกรณ์สมาร์ทสกรีน

นอกจากทั้ง 4 รุ่นนี้แล้ว คาดว่าจะมีโปรเซสเซอร์อีกมากมายหลายชนิดที่ออกแบบมาเพื่อแนวทางการทำงานที่ต่างกัน

สิ่งหนึ่งที่ต้องว่าเป็นไฮไลท์ที่สำคัญมากของงานครั้งนี้ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องของระบบ AI และแน่นอนว่า สิ่งที่จะทำให้เกิดเป็นรูปธรรมมากที่สุดอย่างหนึ่งก็คือการเปิดตัวโซลูชั่นใหม่ “Atlas 900”

Atlas 900

Atlas 900 เป็นคลัสเตอร์ที่ออกแบบมาเพื่อเทรนหรือที่เรียกว่าพัฒนาสมองให้ระบบ AI ได้มีประสิทธิภาพ โดยที่เห็นได้ชัดเลยๆ ก็คือการที่สามารถประมวลผลอวกาศและสู่การวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และการพัฒนาธุรกิจใหม่ต่าง ๆ อีกมากมาย ตั้งแต่ด้านดาราศาสตร์การพยากรณ์อากาศ และการขับขี่อัตโนมัติ ไปจนถึงการสำรวจหาน้ำมัน ซึ่งมีการทดสอบกับระบบ ResNet-50 ซึ่งเป็นมาตรฐานหลักในการวัดประสิทธิภาพการเทรน AI เจ้า Atlas 900 ตัวนี้ (มีโปรเซสเซอร์ Ascend 910 หลายพันตัว) ใช้เวลาเพียง 59.8 วินาที เร็วกว่าสถิติโลกเดิม 10 วินาที แจ่ม!!

นอกจาก Atlas 900 แล้ว ก็ยังมี Atlas 800 ซึ่งเป็นเซิร์ฟเวอร์ 4U ตัวนี้ ผสานโปรเซสเซอร์ AI รุ่น Ascend 910 จำนวน 8 ตัว สำหรับประสิทธิภาพการประมวลผล 2 PFLOPS (Peta Floating-point Operation per second) เป็นต้น

นอกเหนือจากโปรเซสเซอร์ Ascend หัวเว่ยยังได้ร่วมมือกับพันธมิตรหลายรายเพื่อสร้างระบบนิเวศ Kunpeng โครงสร้างพื้นฐานแบบครบวงจร ที่ครอบคลุมถึงพีซี เซิร์ฟเวอร์ สตอเรจ ระบบปฎิบัติการ มิลเดิลแวร์ การสร้างระบบเสมือนจริง (Virtualization) ดาต้าเบส บริการคลาวด์ และแอปพลิเคชันต่างๆ หัวเว่ยยังได้เปิดตัวบริการคลาวด์ที่ใช้ Kunpeng อีก 69 รายการ และฮาร์ดแวร์บอร์ด เพื่อให้ลูกค้าสามารถรังสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ได้เร็วขึ้น

เมื่อใช้บอร์ดและดีไซน์อ้างอิงของ Kunpeng เป็นพื้นฐานในการสร้างสรรค์ บริษัทพันธมิตรคู่ค้าสามารถพัฒนาเซิร์ฟเวอร์และผลิตภัณฑ์เดสก์ท็อปได้อย่างรวดเร็ว และเพื่อส่งเสริมการพัฒนานี้ OpenGCC, สถาบันมาตรฐานอิเล็กทรอนิกส์แห่งจีน, Arm China, IDC,หัวเว่ยและพันธมิตรในอุตสาหกรรมได้ร่วมกันเปิดตัวรายงานเชิงลึกเรื่อง การพัฒนาอุตสาหกรรมคอมพิวติ้งคุนเผิง

สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันกับฮาร์ดแวร์นั่นก็คือ ระบบปฏิบัติการเซิร์ฟเวอร์และดาต้าเบส ซึ่งหัวเว่ยมองว่าเป็นสิ่งสำคัญของระบบไอทีสำหรับองค์กร หัวเว่ยได้ประกาศที่จะเปิดตัวระบบปฏิบัติการเซิร์ฟเวอร์โอเพนซอร์ส openEulerในวันที่ 31 ธันวาคม 2563 และระบบดาต้าเบส openGauss ในเดือนมิถุนายน 2563 ซึ่งจะเข้ามาช่วยขับเคลื่อนโลกของคอมพิวติ้งได้อย่างยอดเยี่ยม

ทิ้งท้ายกันนิด
สำหรับงาน HUAWEI CONNECT 2019 เป็นงานแฟล็กชิปประจำปีซึ่งหัวเว่ยจัดขึ้นเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมไอซีทีระดับโลก โดยงานในปีนี้จัดขึ้นภายใต้ธีม “Advance Intelligence”ที่นครเซี่ยงไฮ้ ระหว่างวันที่ 18 – 20 กันยายน 2562 ที่ผ่านมา หัวเว่ยมุ่งหวังที่จะสร้างแพลตฟอร์มที่เปิดกว้างและทุกคนเข้ามามีส่วนร่วมได้ สำหรับลูกค้าและพันธมิตรต่างๆ เพื่อสำรวจโอกาสใหม่ ๆ ให้โลกอัจฉริยะแห่งอนาคต

from:https://www.enterpriseitpro.net/huawei-connect-2019-atlas-900-and-new-computing/

รวมจุดเด่นและราคาของสมาร์ทโฟนเรือธงสุดล้ำ HUAWEI Mate 30 Series

เปิดตัวกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ณ งานเปิดตัวสุดเอ็กซ์คลูซีฟในกรุงมิวนิกแล้ว สำหรับสมาร์ทโฟนสุดล้ำ  HUAWEI Mate 30 Series ด้วยประสบการณ์และความรู้ความเชี่ยวชาญกว่า 32 ปีของหัวเว่ยทางด้านนวัตกรรมเทคโนโลยีสื่อสาร และหนึ่งทศวรรษทางด้านนวัตกรรมการออกแบบ HUAWEI Mate 30 จึงมีรูปลักษณ์และประสิทธิภาพที่ล้ำเลิศอย่างที่ไม่มีสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นใดเสมอเหมือน โดย HUAWEI Mate 30 Series จะสร้างมาตรฐานใหม่ในทุกด้าน ตั้งแต่สุนทรียภาพในการออกแบบไปจนถึงวิศวกรรมฮาร์ดแวร์และนวัตกรรมซอฟต์แวร์ ในฐานะสมาร์ทโฟน 5G เจเนเรชันที่ 2 รุ่นแรกของโลก และด้วยความเป็นสุดยอดแห่งการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีสมาร์ทโฟน

 

 

HUAWEI Mate 30 Series ได้นำแรงบันดาลใจจากหลักการออกแบบแนวมินิมัลลิสต์มาใช้ และได้แสดงให้เห็นถึงแบบฉบับอันไร้ที่ติของการผสานสุนทรียภาพทางการออกแบบเข้ากับเทคโนโลยีไว้อย่างลงตัว ผ่านหน้าจอ OLED HUAWEI Horizon ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร มอบประสบการณ์ในการรับชมพร้อมด้วย Kirin 990 5G Soc ซึ่งเป็นชิปเซ็ตรุ่นแรกที่ผสานหน่วยประมวลผลและโมเด็ม 5G ไว้ในชุดเดียวกันด้วยกระบวนการ 7nm + EUV สามารถให้สมรรถนะและประสิทธิภาพอยู่ในระดับที่ไม่มีรุ่นใดเทียบเท่า และระบบกล้องถ่ายภาพในตัวเครื่องแบบ 4 กล้องที่จะมาสร้างประสบการณ์การถ่ายภาพครั้งใหม่ โดดเด่นด้วย SuperSensing Cine Camera ซึ่งเป็นระบบกล้องหลัก 2 ตัวที่ได้รับการออกแบบเพื่อมอบผลลัพธ์อันน่าทึ่งทั้งในการถ่ายภาพและวิดีโอ ในขณะที่เทคโนโลยี HUAWEI SuperCharge และ EMUI10 จะช่วยให้แบตเตอรี่รองรับการใช้งานได้อย่างยาวนาน

 

การออกแบบใหม่: สมาร์ทโฟนระดับไอคอนแห่งยุคอนาคต

HUAWEI Mate 30 Series ต่อยอดความงามมาจาก HUAWEI Mate 20 Series ด้วยการออกแบบ HUAWEI Mate 30 Pro ให้ดูล้ำ และโดดเด่นด้วยการออกแบบรอยบากหน้าจอให้แคบเป็นพิเศษและทำให้ขอบตัวเครื่องเพรียวบางที่สุด พร้อมหน้าจอ HUAWEI Horizon Display ที่โค้งมนทำมุม 88 องศา เพื่อเปิดพื้นที่ในการแสดงผลได้สูงสุด และมอบประสบการณ์ในการรับชมได้อย่างเต็มอรรถรสเกินใครในทุกรายละเอียดจากขอบจรดขอบ

โดย HUAWEI Mate 30 Pro ได้นำคุณสมบัติ Innovative Side-touch Interaction มาใช้แทนปุ่มเพิ่มลดเสียงบริเวณด้านข้างตัวเครื่อง โดยเป็นปุ่มเสมือนที่ซ่อนตัวอยู่แทน คุณสมบัตินี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถปรับเปลี่ยนตำแหน่งของปุ่มปรับระดับเสียงให้อยู่ข้างใดของตัวเครื่องก็ได้ตามความต้องการ และยังทำให้ HUAWEI Mate 30 Pro เป็นสมาร์ทโฟนในดีไซน์แบบออล-อิน-วันที่สมบูรณ์แบบเป็นหนึ่งเดียวมากที่สุดเท่าที่มีวางจำหน่ายอยู่ในปัจจุบัน นอกจากนี้ระบบปลดล็อกด้วยใบหน้าแบบ 3 มิติ (HUAWEI 3D Face Unlock) และระบบตรวจสอบลายนิ้วมือแบบฝังในหน้าจอ (In-Screen Fingerprint) ได้ผสานการทำงานเพื่อการรักษาความปลอดภัยด้วยข้อมูลทางชีวภาพ (Biometric Security) ในระดับสูง พร้อมทั้งมอบความสะดวกสบายแก่ผู้ใช้งานได้อย่างยอดเยี่ยม

 

เมื่อพลิกด้านหลังของตัวเครื่องจะพบกับดีไซน์รูปวงแหวนของระบบกล้องถ่ายภาพแบบ 4 กล้องที่โดดเด่นสะดุดตาในทันที โดยล้อมรอบไว้ด้วยวงรัศมีแบบเมทัลลิค สะท้อนการออกแบบของกล้องถ่ายภาพแบบ DSLR และเป็นการออกแบบให้จับได้อย่างถนัดมือ ซึ่งความสวยงามของ HUAWEI Mate 30 Series จะทำให้ผู้ใช้โดดเด่นพร้อมดึงดูดสายตาของทุกคน นอกจากนี้ HUAWEI Mate 30 Pro ยังมาพร้อมเทคโนโลยี HUAWEI Acoustic Display เพื่อมอบเสียงคุณภาพสูงผ่านหน้าจอที่สามารถกระจายเสียงได้อีกด้วย

 

ด้านประสิทธิภาพ – สมาร์ทโฟน 5G เจเนเรชันที่สองรุ่นแรกในโลก

HUAWEI Mate 30 Series ใช้ชิปเซ็ตในซีรีส์ HUAWEI Kirin 990 ซึ่งเป็นชิปเซ็ตสำหรับสมาร์ทโฟนของหัวเว่ยที่ทรงประสิทธิภาพที่สุดเท่าที่ได้เคยเปิดตัวมาจนถึงปัจจุบัน โดย HUAWEI Kirin 990 5G ท้าทายขีดจำกัดของหลักฟิสิกส์ที่มีซิลิคอนเป็นพื้นฐานด้วยการผสานสถาปัตยกรรมสำหรับซีพียูเพื่อประสิทธิภาพในการใช้พลังงาน 3 ระดับ เข้ากับสถาปัตยกรรม Da Vinci NPU ที่หัวเว่ยเป็นผู้พัฒนาขึ้นเอง (NPU คู่ ขนาดใหญ่ พร้อมด้วยแกน NPU ขนาดเล็ก) ตลอดจน GPU แบบ 16 แกน ขนาดใหญ่พิเศษ เพื่อมอบสมรรถนะที่เร็วแรงและมีประสิทธิภาพที่สูงล้ำในด้านการใช้พลังงาน

HUAWEI Kirin 990 5G เป็นชิปเซ็ตที่สร้างความสั่นสะเทือนให้กับวงการ โดยผลิตขึ้นด้วยกระบวนการ 7nm + EUV อันทันสมัย รองรับเครือข่าย 2G/3G/4G ตลอดจนเครือข่าย 5G ทั้งในโหมด Non-StandAlone (NSA) และ StandAlone (SA) พร้อมทั้งระบบ Dual SIM, Dual Standby และย่านความถี่ FDD/TDD อย่างครบถ้วนเพื่อให้การเชื่อมต่อเป็นไปอย่างราบรื่นไม่มีสะดุด นอกจากนี้ HUAWEI Mate 30 Series ยังได้พัฒนาขึ้นเพื่อให้ระบบปฏิบัติการสามารถมอบประสิทธิภาพได้สูงสุด และในฐานะสมาร์ทโฟน 5G เจเนเรชันที่ 2 รุ่นแรกของโลก HUAWEI Mate 30 Pro 5G จึงมีเสาอากาศสำหรับเครือข่าย 5G ถึง 14 เสา พร้อมมอบประสิทธิภาพการเชื่อมต่อที่ไม่มีใครเทียบได้ เพื่อความเร็วยิ่งขึ้นอีกระดับ

 

HUAWEI Mate 30 ยังมาพร้อมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ความจุ 4200mAh ในขณะที่ HUAWEI Mate 30 Pro มีแบตเตอรี่ที่ใหญ่ขึ้นอีกด้วยความจุถึง 4500mAh ระบบชาร์จไร้สาย HUAWEI SuperCharge 27W และระบบชาร์จ HUAWEI SuperCharge 40W ช่วยให้ผู้ใช้ชาร์จแบตเตอรี่ได้อย่างปลอดภัยและรวดเร็วด้วยเทคโนโลยี HUAWEI SuperCharge ซึ่งได้รับการรับรองจาก TÜV Rheinland ทั้งในการชาร์จแบบต่อสายและไร้สาย จึงมั่นใจได้ถึงประสบการณ์ในการใช้งานที่ราบรื่นในทุกสถานการณ์ด้วยระบบชาร์จในรถยนต์ทั้งแบบต่อสายและแบบไร้สาย ตลอดจนการชาร์จแบบต่อสายกับเพาเวอร์แบงค์

นอกจากนี้ HUAWEI Mate 30 Series ยังมีระบบ Reverse Wireless Charging ที่พัฒนาขึ้นอีกขั้น ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถชาร์จแบตเตอรี่ให้กับอุปกรณ์เครื่องอื่นได้อย่างสะดวกรวดเร็ว

 

กล้อง SuperSensing Cine Camera เพื่อภาพถ่ายและวีดีโอที่สวยงามอย่างน่าทึ่ง

HUAWEI Mate 30 มาพร้อมระบบกล้องถ่ายภาพ SuperSensing Triple Camera ซึ่งประกอบด้วย

  • กล้อง SuperSensing ความละเอียด 40MP
  • กล้อง Ultra Wide-angle ความละเอียด 16MP
  • กล้อง Telephoto ความละเอียด 8MP

ซึ่งเมื่อผสานการทำงานกับการประมวลผลของ ISP 5.0 Image Signal Processor แล้ว HUAWEI Mate 30 จึงช่วยให้ผู้ใช้สามารถเก็บบันทึกภาพถ่ายและวิดีโอได้ด้วยคุณภาพที่ยอดเยี่ยม

ส่วน HUAWEI Mate 30 Pro ปฏิวัติวงการด้วยระบบกล้องถ่ายภาพ 4 กล้องซึ่งประกอบด้วย

  • กล้อง Cine Camera ความละเอียด 40MP
  • กล้อง SuperSensing ควาละเอียด 40MP
  • กล้อง Telephoto ความละเอียด 8MP
  • กล้อง 3D Depth Sensing

กล้อง SuperSensing Cine Camera เป็นระบบกล้องหลัก 2 ตัวซึ่งสามารถให้ภาพถ่ายที่งดงามอย่างน่าทึ่งเทียบเท่ากับกล้องถ่ายภาพระดับไฮ-เอนด์ โดยกล้อง Cine Camera ใช้เซ็นเซอร์ขนาด 1/1.54 นิ้ว สามารถตั้งค่าความไวแสงในการถ่ายวิดีโอได้สูงสุดที่ ISO 51200 บันทึกวิดีโอด้วยช่วงการรับแสง (Dynamic Range) ที่กว้างถึง 4K/60 เฟรมต่อวินาที ตลอดจนภาพ Ultra Slow-motion สูงสุดที่ระดับ 7680 เฟรมต่อวินาที นอกจากนี้ยังรองรับการถ่ายวิดีโอ Time-lapse ในสภาพแสงน้อยแบบอัลตร้าไวด์ด้วยความละเอียด 4K อีกด้วย HUAWEI Mate 30 Pro ยังมาพร้อมความสามารถในการสร้างโบเก้ในขณะบันทึกภาพเพื่อผลลัพธ์ดุจมืออาชีพ ส่วนกล้องตัวที่สองของกล้องคู่เป็นกล้อง HUAWEI SuperSensing ขนาดเซ็นเซอร์ 1/1.7 นิ้วที่สามารถเก็บแสงได้มากกว่าเดิมถึง 40% เพื่อมอบผลลัพธ์ที่ดูน่าตื่นตาตื่นใจแม้ในสภาพแสงน้อย พร้อมค่าความไวแสงอันน่าประทับใจที่ระดับ ISO 409600 ซึ่งทำให้
เป็นอุปกรณ์สำหรับการถ่ายภาพในสภาพแสงน้อยที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา แม้ว่าจะเป็นการถ่ายมุมกว้างแบบอัลตร้าไวด์ก็ตาม

 

กล้อง HUAWEI Telephoto ความละเอียด 8MP ให้พลังซูมแบบออปติคัล 3 เท่า, ไฮบริดซูม 5 เท่า และดิจิทัลซูม 30 เท่า และปิดท้ายความสมบูรณ์แบบด้วยระบบลดการสั่นไหวแบบ Optical Image Stabilisation (OIS) + AI Stabilisation (AIS) และ 3D Depth Sensing ที่ทำให้ HUAWEI Mate 30 Series เป็นสมาร์ทโฟนที่เต็มเปี่ยมด้วยความสามารถในการถ่ายภาพและวิดีโอเท่าที่ผู้บริโภคจะหาซื้อได้ ส่วนกล้องหน้า 3D Depth Sensing มีเอฟเฟกต์
สร้างโบเก้ พร้อมความชัดลึกที่แม่นยำเพื่อการถ่ายเซลฟี่และภาพบุคคลที่สวยงาม

ประสบการณ์ที่รวดเร็วยิ่งขึ้น ปลอดภัยยิ่งขึ้น และโดนใจยิ่งกว่าเดิม

HUAWEI Mate 30 Series มาพร้อมคุณสมบัติใหม่ที่จะมอบประสบการณ์ในการใช้งานที่ราบรื่นและมีเสน่ห์อย่างน่าทึ่ง ได้แก่

  • ระบบปฏิบัติการ EMUI10 ที่นำเสนอรูปแบบการจัดวางอันทันสมัย ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากนิตยสาร ตลอดจนการแสดงผลแบบ Always-On-Display (AOD) ซึ่งสีบนหน้าจอ Lock Screen จะเปลี่ยนแปลงไป
    ตลอดทั้งวัน
  • Dark Mode ช่วยให้อ่านหน้าจอได้ง่ายขึ้น และทำให้หน้าจอดูสะอาดตา รวมถึงให้ความสบายตามากขึ้นในช่วงเวลากลางคืน
  • การสั่งงานด้วย Intuitive Side-touch Interaction ทำให้สามารถปรับเปลี่ยนปุ่มเสมือนที่ซ่อนตัวอยู่ได้ ซึ่งใช้เพื่อปรับระดับเสียง ตั้งค่าการเล่นเกมและกล้องถ่ายภาพ และยังเหมาะสมเป็นอย่างยิ่งไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้งานที่ถนัดซ้ายหรือถนัดขวา
  • การควบคุมด้วยท่าทางด้วย AI (AI gesture control) เพื่อการสั่งงานโดยไม่จำเป็นต้องสัมผัสหน้าจอ ในขณะที่ฟีเจอร์ AI Auto-Rotate และ AI Private View ล้วนได้รับการออกแบบขึ้นเพื่อมอบประสบการณ์
    ในการใช้งานที่ดียิ่งขึ้น
  • ระบบ HiCar Smart Travel รองรับการเชื่อมต่อขั้นสูงที่ราบรื่นไร้รอยต่อระหว่างตัวอุปกรณ์ และระบบสื่อสารและความบันเทิงภายในรถยนต์
  • ฟีเจอร์ Multi-screen Collaboration ช่วยให้ผู้ใช้สามารถโอนถ่ายข้อมูลและควบคุมหน้าจออื่นๆ ระหว่างอุปกรณ์หัวเว่ยหลายชิ้นได้
  • การปลดล็อคด้วย HUAWEI 3D Face Unlock และ In-screen Fingerprint ช่วยให้ข้อมูลมีความปลอดภัย และสามารถปกป้องความเป็นส่วนตัวในขั้นสูงได้ (เฉพาะ HUAWEI Mate 30 Pro เท่านั้น)

หัวเว่ย ยังได้เปิดตัวอุปกรณ์สวมใส่ HUAWEI WATCH GT 2 ซึ่งเป็นที่ตั้งตารอคอยเป็นอย่างมาก HUAWEI WATCH GT 2 ใช้นวัตกรรม AI ของชิปเซ็ต Kirin ซึ่งหัวเว่ยเป็นผู้พัฒนาขึ้นเอง โดยอุปกรณ์ในซีรีส์นี้ให้อายุการใช้งานของแบตเตอรี่ที่ยาวนานเป็นอันดับต้นๆ ในวงการ และยังอัดแน่นด้วยคุณสมบัติและการใช้งานรูปแบบใหม่ๆ มากมาย อาทิ โหมดกีฬา 15 รูปแบบ, โหมดเทรนนิ่ง 10 รูปแบบที่ใช้เพื่อการวิ่งโดยเฉพาะ ตลอดจนการเล่นเพลงที่ดียิ่งขึ้นและการโทรแบบ Voice Call ผ่านบลูทูธ นอกจากนี้ HUAWEI WATCH GT 2 ยังมีฟีเจอร์เพื่อสุขภาพแบบใหม่ที่จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถดูอัตราการเต้นของหัวใจ, การนอนในแต่ละวัน และข้อมูลอื่นๆ ได้อย่างง่ายดายอีกด้วย

Huawei Watch GT 2 46mm ราคา 249 ยูโร ราคาไทยประมาณ  8,400 บาท

Huawei Watch GT 2 42mm ราคา 229 ยูโร ราคาไทยประมาณ  7,700 บาท

Huawei Free Buds 3 ราคา 179 ยูโร ราคาไทยประมาณ 6,000 บาท

พร้อมกันนี้ หัวเว่ย ยังได้ประกาศการวางจำหน่ายหูฟังบลูทูธแบบ True Wireless รุ่น HUAWEI FreeBuds 3 ที่กวาดรางวัลยอดเยี่ยมจากสื่อมวลชนในงานแสดงสินค้าอิเล็กทรอนิกส์เพื่อผู้บริโภค หรือ IFA มาแล้วถึง 11 รางวัล โดย FreeBuds 3 สีดำ และสีขาวจะเริ่มวางจำหน่ายใน จีน, ยุโรป, ตะวันออกกลาง, รัสเซีย, เอเชียแปซิฟิก และละตินอเมริกา ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2562 เป็นต้นไป

สี ราคา และการวางจำหน่าย

HUAWEI Mate 30 Pro หน้าจอ 6.35 นิ้ว และ HUAWEI Mate 30 หน้าจอ 6.62 นิ้ว มีสีสันและวัสดุให้เลือกอย่างหลากหลาย ได้แก่ Emerald Green, Space Silver, Cosmic Purple และ Black นอกจากนี้ยังมีสี Forest Green และ Orange ซึ่งจะเป็นวัสดุหนัง (Vegan Leather)

Huawei Mate 30 8GB+128GB ราคา 799 ยูโร ราคาไทยประมาณ 26,900 บาท
Huawei Mate 30 Pro 8GB+256GB ราคา 1,099 ยูโร ราคาไทยประมาณ 37,000 บาท
Huawei Mate 30 Pro 5G 8GB+256GB ราคา 1,199 ยูโร ราคาไทยประมาณ 40,900 บาท

 



ข่าว: รวมจุดเด่นและราคาของสมาร์ทโฟนเรือธงสุดล้ำ HUAWEI Mate 30 Series มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2019/09/20/include-highlights-huawei-mate-30-series.html

Huawei เร่งขายอุปกรณ์ 5G คาดทำเงินสะพัดในปี 2563 พร้อมเปิดตัวมือถือรุ่นใหม่ไร้ Play Store

บริษัทอุปกรณ์โทรคมนาคม และเทคโนโลยียักษ์ใหญ่จากจีน Huawei แจ้งว่า บริษัทได้ทำสัญญาซื้อขายอุปกรณ์ที่ใช้ให้บริการเครือข่ายบนเทคโนโลยี 5G กว่า 50 ฉบับ แม้จะถูกทางสหรัฐอเมริกามองว่าเป็นอาชญากร

หัวเว่ย

เดินหน้าทำตลาดอุปกรณ์สำหรับ 5G

เคน หู รองประธานกรรมการของ Huawei เล่าให้ฟังว่า ปัจจุบันผู้ให้บริการโทรคมนาคมในหลายประเทศเริ่มมีความสนใจจะนำเทคโนโลยี 5G ไปให้บริการ ทำให้บริษัทมีโอกาสเข้าไปทำตลาด และสร้างรายได้มหาศาลจากการจำหน่ายอุปกรณ์เหล่านี้ เพราะมีผู้ให้บริการโทรคมนาคมกว่า 50 รายแสดงความสนใจอุปกรณ์ของบริษัท

ไม่ว่าจะเป็นในประเทศจีนที่ผู้ให้บริการโทรคมนาคมที่นั่นเตรียมขยายการให้บริการบนเทคโนโลยี 5G กว่า 50 เมืองใหญ่ รวมถึงในเกาหลีใต้ และสหรัฐอเมริกาเช่นกัน เนื่องจากเทคโนโลยี 5G สามารถรับส่งข้อมูลได้รวดเร็ว และมีความเสถียร เหมาะแก่การนำไปประยุกต์ใช้ในเชิงพาณิชย์ เช่นรถยนต์ไร้คนขับ หรือการแพทย์แบบ Telemedicine

ในทางกลับกัน Huawei เป็นหนึ่งในองค์กรที่สหรัฐอเมริกามองว่าเป็นอาชญกร เพราะเป็นองค์กรจากประเทศจีน และมีแนวโน้มที่จะลักขโมยข้อมูลต่างๆ ซึ่งตัว Huawei ก็ออกมาแย้งว่า การมองแบบนั้นเป็นการกระทำที่สหรัฐอเมริกาต้องการสร้างความได้เปรียบในธุรกิจอุปกรณ์โทรคมนาคมแบรนด์ของสหรัฐฯ เองมากกว่า

เหริน เจิ้งเฟย ผู้ก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Huawei เสริมว่า การทำตลาดอุปกรณ์สำหรับเทคโนโลยี 5G ให้กับผู้ให้บริการโทรคมนาคมในระดับโลก จะช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมโทรคมนาคมให้ดีขึ้น และสร้างประโยชน์ให้กับผู้บริโภคมากกว่าแค่ตัวธุรกิจของ Huawei

นอกจากนี้ Huawei เตรียมเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ที่คาดว่าจะไม่มี Google Service ต่างๆ เช่น Play Store แต่ยังมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android เช่นเดิม และการทำแบบนี้ Huawei อาจเดินหน้าทำธุรกิจในประเทศจีนได้เหมือนเดิม ส่วนในตลาดโลกนั้นอาจยากขึ้น เพราะไม่สามารถติดตั้งแอปพลิเคชั่นใดๆ จาก Play Store ได้

อ้างอิง // Aljazeera, CNN

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/huawei-5g-rollout/

รีบเลย !! หัวเว่ย เปิดใช้คลาวด์เซิร์ฟเวอร์ขั้นเทพ HUAWEI CLOUD ได้ฟรีๆ

องค์กรมากมายต่างทยอยย้ายข้อมูลมาเก็บไว้ในคลาวด์ และค่าใช้จ่ายในการเช่าพื้นที่คลาวด์ก็ลดลงเรื่อย ๆตอนนี้ HUAWEI CLOUD มีแคมเปญใหม่มาให้ลูกค้าได้ทดลองใช้ระบบคลาวด์โดยไม่เสียค่าบริการใดๆซึ่งจะช่วยประหยัดเงินคุณไปได้เกือบ 1 แสนบาทเลยทีเดียว

HUAWEI CLOUD มอบแพ็กเกจการใช้งานฟรีเป็นระยะเวลา 12 เดือน โดยครอบคลุมบริการยอดนิยมมากมาย บวกกับบริการที่ไม่มีค่าใช้จ่ายอยู่แล้วอีก 10 รายการ เพียงสมัครสมาชิก HUAWEI CLOUD คุณจะได้รับสิทธิ์ใช้บริการฟรีนานถึง 12 เดือน

สิทธิประโยชน์ที่ได้รับแบบไม่มีค่าใช้จ่าย:

1. คลาวด์เซิร์ฟเวอร์ S3 สำหรับการประมวลผลทั่วไปที่มาพร้อมกับ 2 vCPU และหน่วยความจำ 4GB เหมาะสำหรับการใช้งานในเกือบทุกสถานการณ์คลาวด์เซิร์ฟเวอร์ S3 สามารถโฮสต์เว็บไซต์ที่มีการเข้าชมระดับน้อยถึงปานกลาง เว็บแอปพลิเคชัน สภาพแวดล้อมการพัฒนาและการทดสอบ เซิร์ฟเวอร์บิวด์ไลบรารีโค้ด และบริการขนาดเล็กสำหรับการใช้งานส่วนตัวและภายในองค์กร

2. การใช้ที่งานเสถียร พร้อมทีมสนับสนุนตลอด 24 ชั่วโมง
คลาวด์เซิร์ฟเวอร์ S3 มีระบบประมวลผลที่เสถียรเมื่อใช้คลาวด์เซิร์ฟเวอร์S3 ของหัวเว่ยCPU จะรันได้ในระดับ 100%ได้ตลอดเวลา นอกจากนี้HUAWEI CLOUD ยังมีผู้เชี่ยวชาญคอยให้การสนับสนุนตลอด 24ชั่วโมงอีกด้วย

3. ปริมาณรับส่งข้อมูล 20GB/เดือน ฟรี
HUAWEI CLOUD มอบการรับส่งข้อมูลฟรีมากถึง 20GB/เดือนซึ่งพร้อมให้คุณใช้งานได้ฟรีเป็นเวลานานถึง 12 เดือนกันเลย

4. ใช้บริการฟรีนาน 1,500 ชั่วโมง เป็นเวลา 12 เดือน
คุณจะได้รับช่วงการใช้งานฟรีนานกว่าผู้ให้บริการคลาวด์เจ้าอื่น ๆ

นอกจากสิทธิประโยชน์เหล่านี้แล้ว HUAWEI CLOUD ยังให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของข้อมูล บริษัทได้รับใบรับรองด้านความปลอดภัยระหว่างประเทศ 50 ใบและเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นโครงสร้างพื้นฐานด้านไอซีทีมามากกว่า 30 ปีเมื่อใช้ HUAWEI CLOUDคุณสามารถย้ายธุรกิจของคุณไปไว้ในคลาวด์ได้ ด้วยต้นทุนที่ไม่มาก แต่สามารถเชื่อมโยงกับเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่สุด

ฟรีขนาดนี้แล้ว จะไม่ให้ลองใช้ได้ยังไง HUAWEI CLOUD มาพร้อมสิทธิประโยชน์มากมาย แต่เราสามารถทดลองใช้แบบฟรี ๆ ไปเลย คลิกรับแพ็กเกจฟรีได้ทันที :

ดูวิธีรับเซิร์ฟเวอร์ฟรี: https://activity-intl.huaweicloud.com/en-us/20190906203225224.html

from:https://www.enterpriseitpro.net/huawei-cloud-free/

หัวเว่ย ขอคำอธิบาย! กรณีอุปกรณ์ของตนถูกยึดไปนาน 2 ปี

หัวเว่ย เทคโนโลยี่ส์ ยูเอสเอ อิงค์ (HT USA) บริษัทลูกของหัวเว่ยในสหรัฐอเมริกา ได้ดำเนินการถอนฟ้องกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐอเมริกา และหน่วยงานอื่นๆ ของรัฐอีกหลายหน่วยงานที่บริษัทได้ยื่นฟ้องไปเมื่อเดือนมิถุนายนก่อนหน้า

โดยคดีดังกล่าวเป็นการตอบโต้ที่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ได้ยึดอุปกรณ์โทรคมนาคมของหัวเว่ยไปเมื่อเดือนกันยายน 2560 โดยไม่มีเหตุอันควร หัวเว่ยตัดสินใจถอนฟ้องคดีดังกล่าวหลังจากที่รัฐบาลสหรัฐฯ ได้คืนอุปกรณ์ให้ภายหลังจากยึดอุปกรณ์ไปเป็นเวลานานโดยไม่ชี้แจง ซึ่งหัวเว่ยมองว่าเป็นการยอมรับโดยปริยายว่าการยึดอุปกรณ์ไปนั้นมิชอบด้วยกฎหมายและเป็นการกระทำโดยพลการ คดีนี้ได้รับการกล่าวถึงในฐานะหนึ่งในข้อกังวลมากมายที่บริษัทได้แจกแจงไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ เกี่ยวกับการกระทำที่ไม่เหมาะสมและไม่ยุติธรรมต่อหัวเว่ยโดยรัฐบาลสหรัฐฯ

หัวเว่ยจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากการยื่นฟ้องต่อศาลแขวงเขตโคลัมเบียของสหรัฐฯ ในวันที่ 21 มิถุนายน เพื่อเรียกร้องขอความกระจ่างในเรื่องความล้มเหลวของสหรัฐฯ ในการตัดสินใจว่าอุปกรณ์ของหัวเว่ยจำเป็นต้องมีใบอนุญาตส่งออกหรือไม่ บริษัทรอคำตอบมาเป็นเวลานานและไม่ได้รับคำอธิบายใด ๆ การดำเนินการของรัฐบาลสหรัฐฯ ละเมิดกฎหมายรัฐธรรมนูญและกฎหมายปกครอง รวมถึงกฎหมายอื่น ๆ ด้วย

ในเดือนสิงหาคม รัฐบาลสหรัฐฯ ได้แจ้งแก่ หัวเว่ย เทคโนโลยี่ส์ ยูเอสเอ เป็นลายลักษณ์อักษรว่า จากการสืบสวนที่มีความล่าช้า รัฐบาลได้ตัดสินว่าการจัดส่งอุปกรณ์ของหัวเว่ยไปประเทศจีนไม่จำเป็นต้องมีใบอนุญาตส่งออก และหัวเว่ยได้ปฏิบัติตามกฎระเบียบข้อบังคับในการส่งออกระหว่างที่พยายามส่งอุปกรณ์กลับประเทศแล้ว รัฐบาลสหรัฐฯ จึงได้ส่งอุปกรณ์กลับไปให้หัวเว่ย เทคโนโลยี่ส์ ยูเอสเอ และสหรัฐฯ เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการจัดส่งเอง

ดร. ซ่ง หลิ่วผิง หัวหน้าฝ่ายกฎหมายของหัวเว่ย กล่าวว่า โดยพฤตินัยแล้ว หัวเว่ยเป็นผู้ได้รับชัยชนะในครั้งนี้ แม้บริษัทจะถอนฟ้องโดยสมัครใจ แต่ก็รู้สึกผิดหวังที่ไม่ได้รับคำอธิบายใด ๆ จากรัฐบาลสหรัฐฯ เกี่ยวกับการยึดอุปกรณ์ของหัวเว่ยเป็นเวลายาวนานโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

ในคำร้องขอถอนฟ้องต่อศาลแขวงเขตโคลัมเบียของสหรัฐฯ หัวเว่ย เทคโนโลยี่ส์ ยูเอสเอ ระบุไว้ว่าบริษัทต้องการคำอธิบายเป็นลายลักษณ์อักษรจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เพื่อชี้แจงสาเหตุในการยึดอุปกรณ์เมื่อปี 2560 รวมถึงสาเหตุในการเลือกคืนอุปกรณ์ในช่วงเวลานี้ และเหตุใดจึงใช้เวลาถึง 2 ปีในการตระหนักว่าการยึดอุปกรณ์ครั้งดังกล่าวเป็นการกระทำที่มิชอบ จนถึงตอนนี้สหรัฐฯ ยังปฏิเสธที่จะให้คำอธิบาย

“การกระทำโดยมิชอบและโดยพลการของหน่วยงานรัฐในลักษณะนี้ อาทิเช่น การยืดทรัพย์สินโดยไม่มีสาเหตุหรือคำอธิบาย ควรเป็นเครื่องเตือนใจให้แก่บริษัททั้งหลายที่ดำเนินธุรกิจโดยชอบธรรมอยู่ในสหรัฐฯ และยังควรมีบทลงโทษทางกฎหมายด้วย” มร. ซ่ง กล่าว

ในแถลงการณ์ต่อสื่อของหัวเว่ยเมื่อวันที่ 3 กันยายน หัวเว่ยได้อธิบายว่าสหรัฐฯ ใช้ทุกวิถีทางที่มี อันรวมถึงอำนาจในการบริหารและอำนาจศาล เพื่อขัดขวางการดำเนินธุรกิจที่ราบรื่นของหัวเว่ย อันรวมถึงการขัดขวางการดำเนินธุรกิจและการสื่อสารทางเทคนิคที่เคยเป็นปกติเรียบร้อย โดยใช้วิธีข่มขู่ การปฏิเสธวีซ่า และการยับยั้งการจัดส่งผลิตภัณฑ์ มร. ซ่ง กล่าวว่าหัวเว่ยจะมุ่งมั่นปกป้องสิทธิ์และผลประโยชน์ที่ชอบด้วยกฎหมายของบริษัท โดยอาศัยเส้นทางที่ชอบด้วยกฎหมายเช่นกัน

from:https://www.enterpriseitpro.net/huawei-usa-telecom/