คลังเก็บป้ายกำกับ: หัวเว่ย

HUAWEI FreeBuds 3 RED EDITION พร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้ในราคา 4,990 บาท

ใครกำลังมองหาของขวัญวันวาเลนไทน์ ต้องไปโดน! HUAWEI FreeBuds 3 RED EDITION สีแดงใหม่นำเทรนด์ พร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้ทั่วประเทศ ในราคาสุดคุ้ม 4,990 บาท

“จะถูกจะแพงของแดงไว้ก่อน” สำหรับสาวกสีแดงไม่ควรพลาด หัวเว่ย พร้อมวางจำหน่าย HUAWEI FreeBuds 3 สีใหม่ล่าสุดที่จะดึงดูดทุกสายตากับ RED EDITION สีแดงแรงฤทธิ์ ซื้อให้ตัวเอง หรือจะเป็นของขวัญวาเลนไทน์ได้ด้วย หูฟังไร้สายที่อัดแน่นด้วยขุมพลังจากชิปเซ็ตอัจฉริยะ Kirin A1 ขับเคลื่อนด้วยระบบ BT/BLE dual-mode บลูทูธ 5.1 Soc บนเทคโนโลยี Isochronous Dual Channel จากหัวเว่ย และ 356 MHz audio processor มอบประสบการณ์การเชื่อมต่อบลูทูธที่รวดเร็วกว่าที่เคย ทั้งยังมาพร้อมฟีเจอร์อันโดดเด่นที่ทำให้ได้เพลิดเพลินไปกับเสียงเพลงคุณภาพสูงดุจสตูดิโอ และ Bass Tube เสียงนุ่มทุ้มมีมิติกว่าเคย รวมถึงพูดคุยสายสนทนาได้อย่างคมชัด กับเทคโนโลยี Active Noise Cancelling และ Aerodynamic Mic Duct Design จะใส่วิ่งหรือออกกำลังกายเพลินๆ สัญญาณก็ไม่มีสะดุด หรือจะฟังเพลงก็ไม่มีกระตุกให้เสียอารมณ์ในทุกสถานการณ์ ผ่านหูฟังดีไซน์แบบ Dolphin Bionic ในเคสทรงกลมดีไซน์พรีเมียม สวมใส่สบายกระชับหู ใช้งานได้ต่อเนื่องถึง 4 ชั่วโมง และใช้ได้ยาวนานถึง 20 ชั่วโมงเมื่อใช้ร่วมกับ Charging Case

HUAWEI FreeBuds 3 หูฟังไร้สายคุณภาพอัดแน่น มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Carbon Black (สีดำ), Ceramic White (สีขาว) และสีใหม่ล่าสุด RED EDITION (สีแดง) พร้อมวางจำหน่ายต้อนรับวันวาเลนไทน์แล้ววันนี้ ในราคา 4,990 บาท ณ หัวเว่ยแบรนด์ช็อป และร้านตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการ ทั่วประเทศ

ข่าว: HUAWEI FreeBuds 3 RED EDITION พร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้ในราคา 4,990 บาท มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2020/02/13/huawei-freebuds-3-red-edition.html

หัวเว่ย เปิดตัว OceanStor Dorado V6 ระบบ All-Flash Storage ในประเทศไทย

หัวเว่ย เปิดตัว OceanStor Dorado V6 ระบบ All-Flash Storage ในประเทศไทย สร้างมาตรฐานใหม่ให้บริการระดับองค์กรที่ต้องการประสิทธิภาพและความมั่นคงปลอดภัยสูงสุด พร้อมมอบประสบการณ์ที่เยี่ยมยอดแก่ผู้ใช้ ด้วยชิปอัจฉริยะที่หัวเว่ยพัฒนาขึ้นมา อัลกอริทึมอัจฉริยะ FlashLink® และสถาปัตยกรรม NVMe แบบครบวงจร ทำให้ OceanStor Dorado V6 รองรับสูงถึง 20 ล้าน IOPS[1] ให้ประสิทธิภาพการทำงานที่ยอดเยี่ยมที่สุด หรือเร็วกว่าคู่แข่งถึง 2 เท่า แพลตฟอร์มฮาร์ดแวร์และสถาปัตยกรรม SmartMatrix ในดีไซน์แบบเชื่อมต่อกันหมดโดยสมบูรณ์ รับประกันการทำงานตลอดเวลาแบบไม่มีสะดุด การใช้ชิป AI หลาย ๆ ตัวเป็นครั้งแรกในอุตสาหกรรมที่ระบบสตอเรจจะมีความฉลาดและอัจฉริยะยิ่งขึ้นเมื่อใช้งานไปเรื่อย ๆ

from:https://www.enterpriseitpro.net/oceanstor-dorado-v6-huawei/

Huawei ติดอันดับ 10 แบรนด์ที่มีมูลค่าสูงสุดในโลกจาก Brand Finance

หัวเว่ย
Huawei Photo: Shutterstock

Huawei ติด Top 10 แบรนด์ที่มีมูลค่าสูงสุดของ Brand Finance

Brand Finance บริษัทที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ชั้นนำ มีสำนักงานใหญ่อยู่ในสหราชอาณาจักร เผยผลการจัดอันดับแบรนด์ที่มีมูลค่าสูงที่สุดจากทั่วโลกปี 2020 เปิดเผยว่า Huawei ได้รับการจัดอันดับให้เป็นแบรนด์ที่มีมูลค่าสูงสุดใน 10 อันดับแรก โดยมีมูลค่าแบรนด์ที่ 65.1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ สูงขึ้นกว่าปีก่อนหน้า 4.5%

“Huawei กำลังก้าวเข้าสู่ตลาดโทรคมนาคม ที่แต่เดิมมีเพียงแบรนด์จากชาติตะวันตกเป็นผู้นำ ในช่วงเวลาที่อุตสาหกรรมโทรคมนาคมกำลังก้าวเข้าสู่ยุคของการสื่อสารแบบ 5G นับเป็นช่วงเวลาที่เป็นทั้งโอกาสครั้งสำคัญ และยังเป็นช่วงเวลาที่มีการแข่งขันในระดับสูงมาก ซึ่ง Huawei กำลังจะก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาด แม้ว่า Huawei จะเผชิญกับข้อวิพากษ์วิจารณ์มากมาย” Brand Finance ระบุ

อย่างไรก็ตาม กลุ่มอุตสาหกรรมด้านเทคโนโลยียังคงเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีมูลค่ารวมของแบรนด์สูงที่สุด โดยมี 46 แบรนด์ หรือคิดเป็นร้อยละ 14 จาก 500 แบรนด์ที่ติดอันดับในการประเมินครั้งนี้ เป็นแบรนด์ด้านเทคโนโลยี โดยมูลค่าแบรนด์ของทั้ง 46 แบรนด์นี้สูงถึง 986.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดย Huawei เป็นแบรนด์ด้านเทคโนโลยีจากจีนเพียงแบรนด์เดียวที่ติด 1 ใน 10 อันดับแบรนด์ที่มีมูลค่าสูงที่สุด

ริชาร์ด หยู ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป กล่าวว่า “เรามุ่งมั่นจะสร้างอีโคซิสเต็มแบบองค์รวม ซึ่งเป็นอีโคซิสเต็มที่แท็บเล็ต, คอมพิวเตอร์, อุปกรณ์ VR, อุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะ, หน้าจออัจฉริยะ, ลำโพงอัจฉริยะ, รถยนต์ และอุปกรณ์ IoT จะเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้ เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่สะดวกสบาย ไร้รอยต่อให้กับผู้ใช้งาน”

ติด Top 10 ของสำนักนี้ แต่การจัดอันดับสำนักอื่น, Huawei ยังห่างไกลนัก

หากดูการจัดอันดับมูลค่าแบรนด์จากสำนักจัดอันดับชื่อดังต่างๆ จะเห็นว่า Huawei ยังไม่ติดอยู่ในอันดับต้นๆ แต่อย่างใด เช่น

  • Huawei ติดอันดับที่ 47 ของแบรนด์ที่มีมูลค่าสูงสุดในโลกจากการจัดอันดับของ BrandZ สำนักจัดอันดับมูลค่าแบรนด์ของบริษัทดังทั่วโลก จัดทำโดยบริษัทวิจัยตลาดชื่อดัง Millward Brown
  • Huawei ติดอันดับที่ 97 จากการจัดอันดับของ Forbes
  • Huawei ไม่ติดอันดับ Top 100 ของการจัดอันดับของแบรนด์ระดับโลกโดย Interbrands

ที่มา – ข่าวประชาสัมพันธ์, Interbrand, Forbes, BrandZ 

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/huawei-top-10-brand-finance-global/

หัวเว่ยเตรียมเปลี่ยนจาก Google Maps หันมาใช้ TomTom แทน

แม้สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนดูท่ากำลังจะสิ้นสุดแล้ว แต่หัวเว่ยก็ยังถูกแบนไม่ให้ใช้กับผลิตภัณฑ์ของสหรัฐฯ หลายรายการที่ถือเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของผลิตภัณฑ์หัวเว่ย ทำให้ต้องพยายามอย่างมากในการสลัดตัวเองให้หลุดพ้นจากเงาของกูเกิ้ล แล้วหาผลิตภัณฑ์อื่นมาทดแทน

โดยล่าสุดผู้ผลิตสมาร์ทโฟนของจีนรายนี้กำลังวางแผนที่จะแทนที่ Google Maps โดยได้รับความช่วยเหลือจากบริษัทแผนที่ของเนเธอร์แลนด์ ที่ชื่อว่า TomTom

ทั้งนี้เพราะการแบนของกูเกิ้ลกระทบกับการให้บริการบนโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นอย่างมาก ซึ่งแอพแผนที่นั้นถือเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดที่จะเริ่มหันมาใช้ตัวอื่น เนื่องจากมีหลายบริษัทที่ให้บริการด้านแผนที่คล้ายกัน

แต่ Google Maps เองก็มีจุดเด่นที่เหนือกว่าบริษัทอื่นโดยเฉพาะการฝังรากลึกในระบบแอนดรอยด์ และมีข้อมูลมหาศาลที่เก็บรวบรวมในช่วงเวลาหลายปีอยู่ในมือ รวมไปถึงความร่วมมือกับกลุ่มธุรกิจต่างๆ มากมาย

ที่มา : CB

from:https://www.enterpriseitpro.net/huawei-plans-to-replace-google-maps-with-tomtom/

ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ พัฒนาการเรียนการสอน ด้วยการเพิ่มเทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งอนาคต

หากจะกล่าวว่า มหาวิทยาลัยที่สามารถสร้างเสริมและเพิ่มทักษะในการปลูกฝังความเป็นผู้ประกอบการและความคิดสร้างสรรค์ให้กับนักศึกษา เพื่อเติบโตขึ้นไปในอนาคต ที่จะเป็นผู้มีความเพียบพร้อมเพื่อรองรับกับโลกของการทำงานได้อย่างเต็มขั้น เราคงจะมองเห็นเพียงแค่มหาวิทยาลัยระดับชั้นนำในประเทศไทยเท่านั้น และหนึ่งในนั้นก็คือ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) โดยมหาวิทยาลัยแห่งนี้มีปัจเจกแห่งแนวคิดและวิสัยทัศน์พร้อมพันธกิจที่เด่นชัด

โดยทางมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์มีวิสัยทัศน์ที่อิงตาม DNA ของมหาวิทยาลัยซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ DPU มีความแตกต่างและก้าวล้ำไปข้างหน้ากว่ามหาวิทยาลัยอื่นๆ โดยท่าน ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ได้เล่าให้ฟังว่าในหลักสูตรของการศึกษาภายใน มธบ. นักศึกษาทุกคนจะได้ซึมซับและสอดแทรกทักษะที่สำคัญเข้าไป ไม่ว่าจะเป็น ทักษะในแง่ของความเป็นผู้ประกอบการ ทักษะและความสามารถในการใช้เทคโนโลยีได้อย่างดี ทักษะในการเพิ่มความคิดสร้างสรรค์ในการศึกษา ทักษะในการแก้ปัญหาและวิเคราะห์แบบเป็นตรรกะ ทักษะในการสร้างความร่วมมือแบบทีมเวิร์ก และทักษะในการสร้างการสื่อสารที่มีประสิทธิผล โดยทักษะเหล่านี้ท่านอธิการบดีอธิบายว่า ต้องใช้เทคโนโลยีเข้ามาเป็นแรงผลักด้วย

การเปลี่ยนแปลงเทคของเทคโนโลยีกับการศึกษา

อย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้น เทคโนโลยีกลายมาเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในปัจจุบันและในทุกอุตสาหกรรม ซึ่งก็รวมไปถึงแวดวงการศึกษาด้วยเช่นกัน ท่านอธิการบดี กล่าวว่า เทคโนโลยีเป็นสิ่งจำเป็นและเป็นความต้องการของผู้บริโภค อันหมายถึงนักศึกษาและบุคลากร ทั้งนี้ก็เพื่อให้เกิดการสร้างประสบการณ์ในการเรียนการสอนรูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์ทักษะที่กล่าวไปข้างต้น ทำให้ทางมหาวิทยาลัยจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนตัวเองให้ตอบรับความต้องการดังกล่าวโดยดึงเอาเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการให้บริการ แต่อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงในแต่ละอย่างต้องใช้เวลาในการเปลี่ยนผ่าน แต่เชื่อว่าในอนาคตก็จะสามารถสร้างสรรค์รูปแบบการเรียนสอนใหม่ที่มีความอัจฉริยะได้โดยอาศัยเทคโนโลยีมาเติมเต็ม

ต่อคำถามที่ว่า การเปลี่ยนแปลงของการศึกษานั้นทาง DPU จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงหลักสูตรด้วยหรือไม่? ท่านอธิการบดีบอกว่า เนื้อหาหลักสูตรนั้นมีความเข้มข้นของตัวเองอยู่แล้ว เพียงแต่ปรับเปลี่ยนวิธีการเข้าถึงและใช้งานหลักสูตรด้วยเทคโนโลยีมากกว่า โดยมีการเข้าถึงหลักสูตรการเรียนที่เปลี่ยนแปลงไป ใช้งานผ่านระบบออนไลน์ที่รวดเร็วกว่าเดิม ทำให้นักศึกษาเรียนรู้ได้เร็วและมีประสบการณ์ที่มากกว่าการใช้ระบบการศึกษาเดิมจึงทำให้เกิดมิติการเรียนที่มากขึ้น

เติมเทคโนโลยีดิจิทัลเข้าสู่มหาวิทยาลัย

ดร.ดาริกา ได้อธิบายถึงการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีภายใน DPU ว่า ได้มีเริ่มมีการวางแผนการจัดการเทคโนโลยีในหลายๆ ส่วน มีทั้งระบบห้องเรียนแบบ Interactive Classroom มีระบบการเรียนการสอนแบบ Online Learning การสร้างระบบความปลอดภัยทางไซเบอร์ และยังรวมไปถึงการอิมพลีเมนท์ระบบเครือข่ายในมหาวิทยาลัยเป็นแบบทั้งระบบทั้งมีสายและไร้สาย เป็นแบบระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงทั้งหมด เพื่อรองรับการเติบโตของการใช้งานที่เพิ่มขึ้นครอบคลุมในทุกส่วนภายในมหาวิทยาลัย นอกจากนั้นแล้วยังมีการปรับปรุงในส่วนของดาต้าเซ็นเตอร์ที่มีสร้างประสิทธิผลได้มากกว่า กล่าวคือสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายลงไปได้มากไม่ว่าจะเป็นเรื่องของค่าไฟฟ้าและค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา โดยระบบทั้งสองอย่างนี้ทาง DPU ได้เลือกใช้เทคโนโลยีระดับโลกจาก Huawei มาเติมเต็ม

บทสรุปของการศึกษากับเทคโนโลยี

การนำเอาเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาการเรียนการสอน เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับอุตสาหกรรมด้านการศึกษา DPU เข้าใจการเปลี่ยนแปลงและการเข้ามาของเทคโนโลยี (Technology Disruption) จึงได้ปรับตัวและวางแผนโครงสร้างพื้นฐานอินฟราสตรัคเจอร์ที่จำเป็นหลายอย่าง

แน่นอนว่าการตัดสินใจเลือกเทคโนโลยีที่จะอยู่คู่กับมหาวิทยาลัยไปอย่างยาวนาน ต้องคำนึงถึงปัจจัยหลาอย่าง คุณภาพการบริการ การลงทุนและความคุ้มค่า เป็นประเด็นหลักๆ ที่ท่านอธิการบดี ของ DPU นำมาวิเคราห์อย่างละเอียด และในท้ายสุดก็ได้เลือกที่จะให้ทาง Huawei ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำเทคโนโลยีเข้ามาดูแลและช่วยในการจัดการในประเด็นดังกล่าว และเชื่อมั่นว่าในอนาคตเทคโนโลยีจะช่วยให้การบริหารจัดการการศึกษาของทาง DPU มีความแตกต่างและโดดเด่นมากยิ่งขึ้น

from:https://www.enterpriseitpro.net/dpu-upgrade-it-and-leaning/

หัวเว่ยคาดรายได้ปี 2019 โตขึ้น 18% แม้ต้องเผชิญกับการแบนของสหรัฐฯ

มร. อีริค สวี ประธานคณะกรรมการ หมุนเวียนตามวาระของหัวเว่ย ได้เผยแพร่ข้อความอวยพรปีใหม่แก่พนักงานของบริษัท พร้อมขอบคุณสำหรับการทำงานหนักอย่างทุ่มเทในช่วงปีแห่งความท้าทาย อีกทั้งยังย้ำให้พนักงานเตรียมพร้อมหากต้องเผชิญความยากลำบากในปีที่จะมาถึง “รัฐบาลสหรัฐฯ จะพยายามยับยั้งการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ของเรา แต่หัวเว่ยจะมุ่งมั่นทำงานเพื่อความอยู่รอดและความสำเร็จ” เขากล่าวย้ำ หัวเว่ยยังคาดการณ์ว่ารายได้ของบริษัทในปี 2562 จะอยู่ที่ 850 พันล้านหยวน (3.6 ล้านล้านบาท) หรือเพิ่มขึ้นราว 18% จากปีก่อนหน้า

มร. สวี ได้กล่าวว่า ธุรกิจหลักของบริษัททุกกลุ่มมีการเติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สำหรับกลุ่มธุรกิจโทรคมนาคม หัวเว่ยเป็นผู้นำในการติดตั้งใช้งานเทคโนโลยี 5G เชิงพาณิชย์ระดับโลก ด้วยการคว้าสัญญาเชิงพาณิชย์เพื่อติดตั้งเครือข่าย 5G ไปแล้วกว่า 50 ฉบับทั่วโลก ธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์ยังคงช่วยขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลให้แก่หลากหลายอุตสาหกรรม กว่า 700 เมืองและบริษัทชั้นนำในลิสต์ Fortune Global 500 ถึง 228 แห่ง ได้เลือกหัวเว่ยเป็นพันธมิตรในการทรานสฟอร์มด้านดิจิทัล และจากการส่งมอบสมาร์ทโฟนตลอดทั้งปีกว่า 240 ล้านเครื่อง มร. อีริค สวี กล่าวว่าธุรกิจคอนซูมเมอร์ของหัวเว่ยก็ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง นอกเหนือจากสถิติยอดขายสมาร์ทโฟนที่น่าประทับใจแล้ว ยอดขายอุปกรณ์ Wearables ในปี 2019 ของบริษัทยังเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 243% ด้วยยอดการจัดส่ง 5.9 ล้านชิ้น และครองส่วนแบ่งทางการตลาด 13% ทั่วโลก

ในข้อความอวยพร มร. สวี ยังได้กล่าวว่าตนรู้สึกซาบซึ้งที่พนักงานทุกคนตั้งใจทำงานอย่างไม่หยุดหย่อน และยังได้กล่าวชื่นชมทีมงานที่ต้องทำงานตลอดทั้งวันทั้งคืนเพื่อ “อุดรูรั่วบนเครื่องบินที่ผ่านศึกสงครามมาอย่างโชกโชนลำนี้” เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา โฆษกของหัวเว่ยได้ประกาศว่าบริษัทจะให้โบนัสมูลค่ารวม 2 พันล้านหยวน (8.6 พันล้านบาท) แก่พนักงาน แทนคำขอบคุณที่ได้ช่วยให้บริษัทผ่านพ้นช่วงเวลาอันยากลำบาก หลังจากที่สหรัฐฯ ได้ประกาศแบนหัวเว่ย

ในช่วงท้ายของข้อความอวยพร มร. สวี ได้กล่าวย้ำว่า ปี 2563 จะเป็นปีที่เต็มไปด้วยความท้าทาย เพราะเขาคาดว่า ชื่อของหัวเว่ยจะยังอยู่ในบัญชีดำของสหรัฐฯ ต่อไป “ความพยายามของรัฐบาลสหรัฐฯ ในการโจมตีหัวเว่ยถือเป็นยุทธศาสตร์ระยะยาว” เขากล่าว พร้อมย้ำว่า หัวเว่ยมีศักยภาพที่จะเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสได้เสมอ “ปีนี้ถือเป็นโอกาสอันยิ่งใหญ่ของเราในการพัฒนาตนเองและเสริมสร้างภูมิต้านทานให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นกว่าเคย” เขากล่าวให้กำลังใจพนักงาน

ในอีก 5 ปีข้างหน้า หัวเว่ยจะมุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพและได้เตรียมงบประมาณไว้ 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (60,000 ล้านบาท) เพื่อวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์และโซลูชันคุณภาพที่น่าเชื่อถือสำหรับผู้คนหลายพันล้านคนทั่วโลก

from:https://www.enterpriseitpro.net/huawei-revenue-growth-18-percent/

Huawei จับมือ Deutsche Telekom คุยความร่วมมือ 5G

ผู้ให้บริการโทรคมนาคมใหญ่ที่สุดของยุโรปอย่าง Deutsche Telekom ได้จัดการพูดคุยเพื่อคงสถานะหัวเว่ยไว้ในฐานะผู้ให้บริการอุปกรณ์หลักสำหรับเครือข่ายโมบายล์แบบ 5G อ้างอิงจากรายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์

โดยทาง Deutsche Telekom ได้ประกาศเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่าจะยังไม่ทำสัญญาด้านเครือข่าย 5G จนกว่าประเทศตัวเองจะมีความชัดเจนเกี่ยวกับการตัดสินใจที่จะเปิดโอกาสให้หัวเว่ยร่วมงาน และนอกจากการประกาศดังกล่าวแล้ว

ทาง Deutsche Telekom ยังได้จัดการพูดคุยในรายละเอียดพร้อมกับหัวเว่ยในปารีสสำหรับดีลในอนาคต แม้จะยังไม่มีสัญญาที่ลงนามเป็นลายลักษณ์อักษรก็ตาม โดยมีเนื้อหาว่าหัวเว่ยจะบริการอุปกรณ์เน็ตเวิร์กคิดเป็น 70%

สำหรับเครือข่าย 5G ของ Deutsche Telekom ที่รวมมูลค่าสูงถึง 533 ล้านยูโร (587 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) อย่างไรก็ตามทั้งสองฝ่ายยังไม่ได้ตัดสินใจเนื่องจากยังรอการตัดสินใจของรัฐบาลเยอรมันเกี่ยวกับหัวเว่ยอยู่ โดยเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาทางรัฐบาลขอเลื่อนการตัดสินใจไปก่อน

ที่มา : HC

from:https://www.enterpriseitpro.net/huawei-deutsche-telekom-5g/