คลังเก็บป้ายกำกับ: สพธอ.

ETDA จัดงาน Thailand Cybersecurity 2019 ดันไทยปรับเปลี่ยนสู่ดิจิทัลอย่างมั่นคงปลอดภัย

ETDA พร้อมจัดงานยิ่งใหญ่ Thailand Cybersecurity 2019 ชูนวัตกรรมใหม่ ระดมกูรูทั่วโลก และผนึกองค์กรยักษ์ใหญ่ ดันไทยปรับเปลี่ยนสู่ดิจิทัลอย่างมั่นคงปลอดภัย ตั้งรับภัยไซเบอร์โลกทันท่วงที

สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA (เอ็ตด้า)กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จับมือ 2 องค์กรอีเวนต์ไซเบอร์ระดับโลก “อาร์เอสเอ”และ“ไซเบอร์เทค” จัดงาน “Thailand Cybersecurity 2019”มหกรรมนิทรรศการและการประชุมระดับสากลภายใต้แนวคิด Cybersecurity Digital Transformationให้คนไทยพร้อมรับ-ปรับตัวสู่ดิจิทัลอย่างมั่นคงปลอดภัยฟังผู้เชี่ยวชาญระดับโลกอัปเดตและแชร์เทรนด์ไซเบอร์ซิเคียวริตี้ใหม่ ๆ ชมนวัตกรรมด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์จากองค์กรชั้นนำทั่วโลก พร้อมเปิดโต๊ะให้เจรจาธุรกิจด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้19-20 มิถุนายน 2562 นี้ ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์เซ็นทรัลพลาซา (ลาดพร้าว)

นางสุรางคณา วายุภาพ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA (เอ็ตด้า) กล่าวว่า การที่เอ็ตด้าเป็นหน่วยงานที่ส่งเสริมธุรกรรมออนไลน์และอีคอมเมิร์ซ อีกทั้งยังมีบทบาทใหม่ในการเป็น Regulator ที่กำกับดูแลการทำธุรกิจบริการด้านธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์รวมถึงในอนาคตจะต้องทำงานร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (NCSA) และ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล(DPA) เพื่อให้คนไทยเกิดความเชื่อมั่นในการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัล และเกิดความมั่นใจในการทำธุรกรรมออนไลน์และอีคอมเมิร์ซ ซึ่งจะเป็นอีกกลไกหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

การจัดงาน Thailand Cybersecurity 2019 ครั้งนี้ นับได้ว่าเป็นการจัดงานใหญ่ด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ที่มีจุดเริ่มต้นจากงานThailand Cybersecurity Week 2017ใ นปี 2560 ต่อเนื่องมาสู่งาน “Big Change to Big Chance” ในปี 2561 ในโอกาสครบรอบ 8 ปีเอ็ตด้า ซึ่งไฮไลต์หนึ่งคืองานด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ภายใต้การขับเคลื่อนของเอ็ตด้า เพื่อให้เกิดความตระหนักและเห็นความสำคัญว่า “ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์เป็นเรื่องของทุกคน” และมีผลต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ

ภายใต้แนวคิด Cybersecurity Digital Transformation เพื่อให้คนไทยพร้อมรับ-ปรับตัวสู่ดิจิทัลอย่างมั่นคงปลอดภัยงาน Thailand Cybersecurity 2019 จะได้ยกระดับงานสู่อีเวนต์ระดับระดับสากลโดยจับมือกับ อาร์เอสเอคอนเฟอเรนซ์ (RSA® Conference) และไซเบอร์เทคโกลบอลอีเวนต์ (CYBERTECHGlobal Events) ซึ่งเป็น 2 องค์กรชั้นนำของโลกในการจัดอีเวนต์ด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้โดยนำงาน RSA®C UNPLUGGED และ CYBERTECH ASIA 2019 มาจัดพร้อมกัน

“งานครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากองค์กรและบริษัทชั้นนำด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติเป็นจำนวนมากโดยจะมีผู้เชี่ยวชาญที่เป็นกูรูไซเบอร์ซิเคียวริตี้จากทั่วโลกมาร่วมงานอย่างคับคั่งเพื่อแสดงให้เห็นถึงพลังความร่วมมือและการก้าวสู่แพลตฟอร์มแบ่งปันความรู้ที่เอ็ตด้าและภาคส่วนต่าง ๆ ต้องการดำเนินการอย่างจริงจังและผลักดันให้เห็นเป็นรูปธรรมไฮไลต์ภายในงานที่น่าสนใจ เช่น การจัดแสดงนิทรรศการโชว์นวัตกรรมบนโลกไซเบอร์จากผู้ประกอบการทั้งไทยและต่างประเทศ เวทีสัมมนาที่มีสปีคเกอร์จากนานาชาติและไทยกว่า 25 คนมาให้ความรู้และแชร์ประสบการณ์ในหัวข้อต่างๆ เช่น Transforming Thailand Cybersecurity- The Next Chapter for AI: Ethics and Governance – Data Governance and Privacy Program Management- Industry Recommendation for Security Standards – Regulator’s Roles and Responsibilities – Cyberthreat Landscape in Thailand and the Asia Pacific Regionฯลฯนอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้มีการเจรจาทางธุรกิจเพื่อผนึกความร่วมมือด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ร่วมกัน”นางสุรางคณา กล่าว

ด้าน ลินดา เกรย์ มาร์ติน ผู้จัดการทั่วไป อาร์เอสเอคอนเฟอเรนซ์ กล่าวว่า เนื่องจากการโจมตีทางโลกไซเบอร์และการละเมิดข้อมูลได้รับการจัดอันดับอยู่ใน 5 อันดับความเสี่ยงร้ายแรงสูงสุดที่โลกกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ ถือว่ามีความจำเป็นอย่างเร่งด่วนที่เราจะต้องสร้างโอกาสในการเรียนรู้ให้แก่ผู้ชำนาญการด้านดูแลความปลอดภัยทางไซเบอร์ เพื่อให้สามารถรับมือกับภัยคุกคามใหม่และภัยคุกคามที่พัฒนาออกไปจากเดิม

“อาร์เอสเอคอนเฟอเรนซ์” (RSA Conference) ได้จัดงานเป็นประจำทุกปีในสหรัฐอเมริกา ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ญี่ปุ่น รวมถึงในยุโรป เรารู้สึกมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาจัดร่วมจัดงาน “RSAC Unplugged 2019” ในกรุงเทพฯ ครั้งนี้ซึ่งเป็นการแชร์ประสบการณ์เพื่อให้ผู้ชำนาญการด้านดูแลความปลอดภัยทางไซเบอร์ ได้เรียนรู้ถึงมุมมองและข้อมูลเชิงลึกใหม่ๆ ในประเด็นที่เกี่ยวข้องในระดับภูมิภาค และนอกจากนี้ ยังรู้สึกยินดีที่ได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับเอ็ตด้า (ETDA) ร่วมจัดงานภายในงาน Cybersecurity 2019 เป็นโอกาสครั้งสำคัญให้กับผู้ที่เชี่ยวชาญการด้านดูแลความปลอดภัยทางไซเบอร์ชาวไทย ได้เข้าถึงข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญระดับโลก รวมถึงข้อมูลเชิงลึกเพื่อสร้างโลกดิจิทัลที่มีความปลอดภัยยิ่งขึ้นด้วย”

ขณะที่ นายอาเมียร์ ราพาพอร์ต ผู้ก่อตั้งและบรรณาธิการของ Cybertech กล่าวว่า ขณะนี้เรากำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการปฏิวัติทางไซเบอร์ที่กำลังมีบทบาทต่อการเปลี่ยนแปลงโลกในปัจจุบัน และถึงแม้ว่าเราจะเผชิญจากภัยคุกคามที่กำลังทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นในยุคของไซเบอร์ก็ยังได้มอบโอกาสมากมายให้เราได้เรียนรู้การปรับเปลี่ยนวิธีคิด การปฏิบัติ และสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพยิ่งขึ้น

“ปัจจุบันตลาดไซเบอร์ที่กำลังเกิดใหม่ในภูมิภาคตะวันออกไกลนับว่าเป็นหนึ่งในภาคอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วในโลกของเทคโนโลยี เราจึงได้จัดงานนิทรรศการและการประชุมระดับนานาชาติCybertechขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางในการประชุมร่วมกับบริษัทเอกชน เจ้าหน้าที่ภาครัฐ และผู้ประกอบการจากทั่วโลก เพื่อให้ทุกภาคส่วนเกี่ยวข้องได้มีส่วนร่วมในการช่วยกันคิดหาวิธีและไอเดียใหม่ๆ ในการจัดการกับภัยคุกคามของโลกเทคโนโลยีที่เรากำลังเผชิญอยู่อย่างไรก็ดีสำหรับการจัดอีเว้นต์งาน Cybertech Asiaในครั้งนี้เราจะโฟกัสไปที่ความต้องการของภูมิภาค รวมถึงแนวทางที่เป็นนวัตกรรมของรัฐบาล อุตสาหกรรมและการวิจัยเพื่อจะได้นำไปควบคุมโลกไซเบอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไปในอนาคต ”

“Thailand Cybersecurity 2019” จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-20 มิถุนายน 2562 เวลา 10.00-18.00น.ณ ห้องวิภาวดี โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ เชิญชวนชาวไทยทุกคนร่วมงาน ติดตามรายละเอียดกำหนดการและลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่ www.etda.or.th/tc2019/

from:https://www.thumbsup.in.th/2019/05/thailand-cybersecurity-2019/

โฆษณา

ออก พ.ร.บ.ใหม่ดัน ETDA เป็นหน่วยงานกำกับดูแล “ธุรกิจบริการด้านธุรกรรมดิจิทัล” เต็มตัว

ออกกฎหมายใหม่รับสงกรานต์… เมื่อ พ.ร.บ. 2 ฉบับใหม่ เพิ่มอำนาจให้ “สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน)” หรือ ETDA กลายมาเป็นหน่วยงานทำหน้าที่กำกับดูแล (Regulator) ธุรกิจบริการด้านธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์แบบเต็มตัว หากใครไม่ขึ้นทะเบียนหรือขอใบรับอนุญาต มีสิทธิ์ถูกปรับเงินหรือติดคุก!

เมื่อวันที่ 14 เมษายนที่ผ่านมา เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ 2 พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ออกมา ได้แก่ พ.ร.บ.สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2562 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2562

ความน่าสนใจของกฎหมาย 2 ฉบับที่ออกมา คือ การปรับให้องค์กรอย่าง “สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน)” หรือ ETDA กลายมาเป็น “สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์” ที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่องค์กรมหาชนอีกต่อไป

การเปลี่ยนแปลงจาก พ.ร.บ.ETDA ฉบับใหม่

ETDA ภายใต้ พ.ร.บ. ใหม่ที่ออกมานี้ จะมีลักษณะคล้ายกับหน่วยงานที่ทำงานด้านกำกับดูแล (Regulator) อย่างเช่น กสทช. ที่เน้นกำกับดูแลกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม แต่ ETDA จะมีอำนาจดูแลด้านการทำธุรกิจบริการอิเล็กทรอนิกส์หรือดิจิทัล (Electronic Transaction) มากขึ้น เช่น

  • กำหนดมาตรฐานด้านต่าง ๆ เพื่อรองรับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เช่น Digital ID ในฐานะ Regulator
  • ทำ Recommendation ด้านมาตรฐาน ในฐานะ Rugulator
  • การกำกับดูแลผู้ให้บริการออกใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์
  • การให้บริการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล

นอกจากนี้ ETDA ยังระบุว่าจะทำหน้าที่เป็นผู้ทำหน้าที่ส่งเสริมการใช้นวัตกรรม (Innovation) สำหรับการทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ในการบริหารและการให้บริการของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน

โดยจะศึกษาเทคโนโลยีดิจิทัลใหม่ๆ รวมถึงพัฒนาข้อเสนอแนะที่สำคัญ แนวทางการใช้งานเทคโนโลยีใหม่ และพัฒนาระบบต้นแบบพร้อมสนามทดสอบสำหรับทดลองการใช้งาน (Prototype and Sandbox) อีกด้วย

แน่นอนว่า พ.ร.บ. ETDA มีการระบุให้สรรหากรรมการดำรงตำแหน่งใหม่ทั้งหมด โดยให้ ‘ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์’ รัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) รักษาการไปเป็นการชั่วคราว แทนที่ ‘สุรางคณา วายุภาพ’ ผู้อำนวยการ ETDA คนเดิม

การเปลี่ยนแปลงจาก พ.ร.บ.ธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (ฉบับที่ 3)

พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2562 ที่ออกมานี้เป็นการปรับปรุงกฎหมายมาจาก พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ฉบับที่ 1) พ.ศ.2544 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2551

หากดูการแก้ไขข้อกฎหมายที่น่าสนใจ จะพบว่ามีการเพิ่มอำนาจให้ ETDA ดำเนินการต่อธุรกิจบริการด้านธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ได้มากขึ้น

  • ถ้าต้องมีการยื่นเอกสารมาแสดงกับราชการ แล้วมีเอกสารนั้นเป็นแบบอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถเข้าถึงได้และไม่มีความเปลี่ยนแปลง ก็ถือว่าข้อความนั้นเป็นหนังสือที่สามารถใช้งานได้ (มาตรา 8)
  • ธุรกิจบริการด้านธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ต้องมีการแจ้งให้ทราบ ขึ้นทะเบียน หรือได้รับใบอนุญาตก่อน เพื่อความมั่นคงทางการเงินและพาณิชย์ เพิ่มความน่าเชื่อถือของระบบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ หรือป้องกันความเสียหายต่อสาธารณชน (มาตรา 32)
  • หากไม่มีการกำหนดให้หน่วยงานของรัฐใดเป็นผู้รับผิดชอบการควบคุมดูแล ก็มอบอำนาจให้ ETDA เป็นผู้รับผิดชอบในการควบคุมดูแลการประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์อีกด้วย (มาตรา 32)
  • ถ้าประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยไม่ได้รับ
    ใบอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 44/1)
  • ถ้าประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยไม่ขึ้นทะเบียน มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 3 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 45)
  • ถ้าธุรกิจที่ต้องขึ้นทะเบียนนั้นไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด สามารถถูก ETDA ปรับได้สูงสุดถึง 1 ล้านบาท ส่วนธุรกิจใดต้องขอรับใบอนุญาต นั้นไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด สามารถถูกปรับได้สูงสุดถึง 2 ล้านบาท ซึ่ง ETDA มีอำนาจสั่งให้ธุรกิจนั้นๆ แก้ไขการดำเนินการให้ถูกต้องได้เช่นกัน (มาตรา 33/1 และมาตรา 34)

รวมถึงมีการระบุถึง “คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์” ที่ติดตามการทำงานเรื่อง ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ตามมาตรา 36) ให้เป็นดังนี้

  • คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 8 คน ที่เกี่ยวข้องกับด้านการเงิน, การพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์, นิติศาสตร์, วิทยาการคอมพิวเตอร์, วิทยาศาสตร์หรือวิศวกรรมศาสตร์, สังคมศาสตร์ และด้านอื่นๆ
  • ให้ปลัดกระทรวง DE เป็นรองประธานกรรมการ
  • เลือกผู้ทรงคุณวุฒิ 1 ใน 8 คนมาเป็นประธานคณะกรรมการ

ส่วนคณะกรรมการฯ ที่มีอยู่เดิม ให้อยู่ดำรงตำแหน่งไปก่อน จนกว่าจะสรรหาใหม่ได้

สรุป

แน่นอนว่าทั้ง “สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์” ร่างใหม่ของ ETDA ในฐานะ Regulator และ “คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์” ยังอยู่ภายใต้กระทรวง DE เหมือนเดิม

โดยกฎหมายทั้ง 2 ฉบับที่เรากล่าวไปข้างต้น มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 15 เมษายน 2562 เป็นต้นไป

น่าจับตาว่าการดำเนินของ ETDA ในฐานะผู้กำกับดูแลธุรกิจบริการด้านธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์หลังจากนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป และหากมีรายละเอียดอื่นๆ ที่น่าสนใจ เราจะมารายงานให้ทราบกันต่อไป

 
Source: thumbsup

from:https://thumbsup.in.th/2019/04/new-laws-change-etda-to-regulator-of-electronic-transactions/

สสว. – ETDA จัด “SMEs Go Online ในยุค 4.0” รวมเคล็ดลับทำตลาดออนไลน์ให้รุ่ง

ในยุคที่ทุกธุรกิจตั้งแต่เล็กจนถึงองค์กรใหญ่ข้ามประเทศต่างใช้ออนไลน์เป็นเครื่องมือสำคัญในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้า SME ของไทยเองก็ต้องแข็งแกร่งในเรื่องนี้เช่นเดียวกัน จะมองลูกค้าแค่ในประเทศไม่ได้แล้ว เพราะเว็บไซต์ คือ หน้าร้านที่เข้าถึงได้จากทั่วโลก

สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ ETDA กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดอบรมเชิงปฏิบัติการ SMEs Go Online ในยุค 4.0 เพื่อเพิ่มศักยภาพในการทำตลาดออนไลน์

ทำธุรกิจยุคใหม่ต้องขายของออนไลน์ให้เป็น

ผู้ประกอบการยุคใหม่ต้องเข้าใจเครื่องมือออนไลน์แบบครบวงจร ไม่ใช่แค่การเปิดร้านเท่านั้น ดังนั้นในการอบรมจึงมีทั้งการสอนการทำบัญชีเพื่อการขายออนไลน์ การสอนกลเม็ดเพื่อการโพสต์ขายออนไลน์ และการทำ workshop สอนทำวีดีโอพรีเซ็นต์ขายสินค้า

รวมถึงการสร้างร้านค้าบน e-Marketplace ตั้งแต่วิธีการสมัคร วิธีใช้งาน การจัดการเมื่อมีลูกค้าสั่งของ และการบริการจัดส่งสินค้า เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการทำการค้าของผู้ประกอบการ ไม่ว่าจะเป็นกรณีคนในชุมชนหรือท้องถิ่นที่มีใจอยากขายออนไลน์ หรือผู้ที่ขายออนไลน์อยู่แล้วให้สามารถทำการค้าบน e-Marketplace รวมทั้งผู้สนใจที่เริ่มจากศูนย์

และเพื่อต่อยอด ETDA เตรียมทำ MOU ร่วมกับ e-Marketplace ชั้นนำ เพื่อช่วยส่งเสริมผู้ประกอบการในโครงการหาช่องทางการซื้อขายสินค้าและการประชาสัมพันธ์ให้สินค้าเป็นที่รู้จักมากขึ้น  

สุภกฤษ กุลชาติวิจิตร ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดออนไลน์ เจ้าของเพจรู้รอบตอบโจทย์

เมื่อลูกค้าต้องการ เราต้องปิดการขาย

สุภกฤษ กุลชาติวิจิตร ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดออนไลน์ เจ้าของเพจรู้รอบตอบโจทย์ แนะนำและให้ถือเป็นกฎพื้นฐาน คือ ต้องใส่ใจปัญหาของลูกค้า และนำเสนอสินค้าให้เหมือนการทำหน้าที่ของหมอ คือ สอบถามความต้องการหรือปัญหา แล้วนำเสนอแนวทางแก้ไข

ที่สำคัญควรมีรีวิวการใช้งานของลูกค้าที่มีความต้องการคล้ายกัน และการรีวิวของลูกค้าทั่วไปมาประกอบ ส่วนเรื่องของราคาสินค้า หากต้องการขายในราคาสูง ต้องนำเสนอว่า ราคาสูงเพราะมีต้นทุนจากวัตถุดิบและกระบวนการผลิต และหากจำเป็นต้องปรับราคาสินค้า ให้เลือกการลดขนาดสินค้าดีกว่าการขึ้นราคา

สุดท้ายเทคนิคการขาย ที่ต้องท่องไว้ให้ขึ้นใจคือ เมื่อลูกค้าต้องการสินค้า เราต้องปิดการขายให้เร็วที่สุด และต้องติดตามความพึงพอใจของลูกค้าหลังการขาย รวมถึงมีโปรโมชั่นเสนอให้เลือกสำหรับการซื้อซ้ำ

ศิวัช ธนรรฆากร เจ้าของเพจ Bakery Hills Thailand 1 ในผู้ประกอบการที่เข้าร่วมการโครงการ

สร้างเพจให้ความรู้ นำไปสร้างยอดขาย

ศิวัช ธนรรฆากร เจ้าของเพจ Bakery Hills Thailand 1 ในผู้ประกอบการที่เข้าร่วมการโครงการ กับ สสว. เล่าให้ฟังถึงการเริ่มต้นทำธุรกิจออนไลน์ ว่าครอบครัวทำธุรกิจขายวัตถุดิบเบเกอรี่ เน้นขายส่งจำนวนมาก และจากประสบการณ์ที่เดินทางไปยังต่างประเทศ ทำให้เกิดมุมมองว่าหากไม่มีการทำตลาดออนไลน์จะแข่งกับคู่แข่งได้ยาก เพราะคนหันมาใช้สมาร์ทโฟนกันมากขึ้น จึงเริ่มต้นทำเว็บไซต์ แต่ผลตอบรับไม่เป็นไปตามที่คิดไว้ เพราะส่วนตัวมองว่าคนไทยค้นหาข้อมูลจาก Facebook มากกว่า Google จึงสร้างเพจเฟซบุ๊กแล้วดึงลิงก์เข้าสู่เว็บไซต์หลัก

สำหรับคอนเทนต์ที่ใช้เป็นรูปแบบการแก้บัญหาให้ลูกค้า ซึ่งให้ข้อมูลเกี่ยวกับประโยชน์ทางโภชนาการของวัตถุดิบที่มีในร้าน เช่น อัลมอนด์มีประโยชน์อย่างไร ส่วนการทำโฆษณาทดลองทำทั้งการโปรโมตเพจและโปรโมตโพสต์ ซึ่งส่วนตัวมองว่าการโปรโมตโพสต์นั้นถูกและได้ผลมากกว่า

ค่าใช้จ่ายที่ใช้ไปในเวลา 2 สัปดาห์ เฉลี่ยสัปดาห์ละ 1,000 กว่าบาท มียอดออร์เดอร์เข้ามาในระดับหนึ่ง คิดเป็นงบที่ใช้โฆษณาเป็น 20% จากรายได้ แต่ลูกค้าที่ได้เป็นลูกค้ารายย่อยทั่วไป ไม่ใช่ซัปพลายเออร์ขนาดใหญ่ที่เป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ต้องการ และต้นทุนก็สูงกว่าการขายส่ง

อย่างไรก็ตาม หากมองในแง่ของธุรกิจ ก็ถือว่าเป็นการสร้าง market share และเพิ่มช่องทางการโปรโมตสินค้านอกจากนี้ ในอนาคตกำลังจะต่อยอดเข้าสู่  e-Marketplace

เตรียมตัวให้พร้อม 23 – 24 ส.ค. นี้พบกันอีกรอบ

สำหรับตารางจัดอบรมเชิงปฏิบัติการของเดือนสิงหาคม เพื่อคนกรุงเทพฯ และปริมณฑลครั้งต่อไป คือ วันพุธที่ 23 และวันพฤหัสบดีที่ 24 สิงหาคม 2560 ณ ห้อง Open Forum ของ ETDA อาคารเดอะ ไนน์ แกรนด์ พระรามเก้า ใกล้แยก อสมท. กรุงเทพฯ

การอบรมจะเน้นการค้าขายบน  e-Marketplace ตั้งแต่วิธีการสมัคร วิธีใช้งาน การจัดการเมื่อมีลูกค้าสั่งของ และการบริการจัดส่งสินค้า ซึ่งมีผู้ประกอบการลงทะเบียนเต็มจำนวนแล้ว ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมอบรมได้ที่ https://goo.gl/gJGLm2

ไม่อยากพลาดกิจกรรมดี ๆ แบบนี้ ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ SMEs Go Online by สสว. & ETDA ได้เลยที่ www.smesgoonline.go.th หรือติดต่อสอบถาม โทร.0 2123 1280 (เวลาทำการ) อีเมล: smesgoonline@etda.or.th add Line : @smesgoonline

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/smes-go-online/

[PR] ร่วมตอบแบบสอบถาม “พฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ต 2558” ง่ายๆรับ iPhone 6 หรือ Apple Watch กันไปเลยฟรีๆ!!!

สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) (สพธอ.) หรือ ETDA (เอ็ตด้า)  เตรียมการเดินหน้าสู่สังคมดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ออกแบบสำรวจ “พฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ต 2558” เพื่อรวบรวมข้อมูลพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตและการซื้อสินค้าบริการออนไลน์ ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญในการสนับสนุนการกำหนดนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล ที่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนได้อย่างรอบด้าน ตลอดจนเป็นข้อมูลในการเตรียมความพร้อมด้านไอซีทีของประเทศไทยในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปลายปี 2558 โดยประชาชนสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาสังคมเศษฐกิจดิจิทัล โดยการร่วมตอบแบบสอบถาม “พฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ต 2558 ได้ที่ https://www.etda.or.th/iup2015 ได้ตั้งแต่วันนี้ วันที่ 31 พฤษภาคม 2558

maxresdefault

นอกจากนี้เอ็ตด้า ยังได้จัดกิจกรรมจับรางวัลพิเศษเพื่อขอบคุณในการร่วมตอบแบบสอบถาม ไม่ว่าจะเป็น iPhone 6 ความจุ 64GB (1 รางวัล), Apple Watch 42มิลลิเมตร (1 รางวัล), iPad mini with Retina Display ความจุ 32GB 1 รางวัล และรางวัลอื่น ๆ อีกมากมายรวมกว่า 70 รางวัล โดยจะประกาศผลผู้โชคดีในวันที่ 5สิงหาคม 2558 ทาง https://www.etda.or.th  และ https://www.facebook.com/ETDA.Thailand

apple-watch-selling-points

from:http://www.appdisqus.com/2015/05/26/etda.html

สพธอ.ชวนผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตทุกท่านตอบแบบสอบถามเพื่อการวางนโยบายปี 2558 พร้อมชิง iPhone 5S

เพื่อการวางนโยบายด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) ให้ตรงกับความต้องการในการใช้งานอินเทอร์เน็ตของผู้ใช้งานในประเทศไทย สพธอ. หรือ สำนักงานฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) สังกัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ได้เปิดโอกาสให้ประชาชนผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตทั่วไปสามารถร่วมกันตอบแบบสอบถามเพื่อการวางนโยบายที่สอดคล้องกับการใช้งานจริง

13986741692218-640x390x1

นอกจากเพื่อการวางนโยบายด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ICT แล้ว ข้อมูลดังกล่าวยังจะถูกนำไปใช้เพื่อประกบการเตรียมประเทศไทยให้พร้อมกับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 ที่จะถึงนี้ ที่ทาง สพธอ. มองว่าประเทศไทยนั้นยังต้องการการพัฒนาหรือปรับปรุงโครงสร้างการโทรคมนาคมเพื่อให้ประชาชนไทยสามารถเข้าถึง ICT ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และเท่าเทียมกัน

โดยทาง สพธอ. นั้นได้ทำการเก็บข้อมูลจากการเก็บแบบสอบถามจากประชาชนผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตในประเทศไทยมาทุกปี ซึ่งในปแบบสอบถามเหล่านั้นจะเป็นการสอบถามข้อมูลพื้นฐาน พร้อมคำถามพิเศษประจำปี ซึ่งสำหรับคำถามพิเศษประจำปีในปี 2557 นี้ ทาง สพธอ. ได้เผยว่าพวกเขาจะทำการสอบถามข้อมูลเรื่องการใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านอุปกรณ์การสื่อสารแบบพกพา ซึ่งในการทำแบบสอบถามของ สพธอ. นั้นจะไม่เป็นการรบกวนเวลาของผู้ใช้งานมากนัก ในแบบสอบถามจะมีคำถามเพียง 30 ข้อ ซึ่งผู้ตอบแบบสอบถามเฉลี่ยแล้วจะใช้ระยะเวลาในการตอบคำถามเหล่านั้นเพียง 15 – 20 นาทีเท่านั้น

และเพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณ ทาง สพธอ. ได้เปิดให้ประชาชนผู้ร่วมตอบแบบสอบถามเข้ามาร่วมชิงรางวัลจากการร่วมตอบแบบสอบถามในครั้งนี้อีกด้วย โดยทาง สพธอ. ได้จำแนกการแจกรางวัลออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่

rewards1

imgReward1_1

imgReward1_2

rewards2imgReward2_1 (1)

โดยการตอบแบบสอบถามจะสิ้นสุดลงในวันที่ 31 พฤษภาคม 2557 และจะประกาศผลรางวัลผู้โชคดีในวันที่ 9 กรกฎาคม 2557 ผ่านทาง www.etda.or.th และ www.facebook.com/ETDA.Thailand ผู้อ่านท่านใดสนใจร่วมตอบแบบสอบถามหรือลุ้นรับของรางวัลสามารถกดที่ภาพด้านล่างได้เลยค่ะ

btn

ภาพ และ ข้อมูล : MCOT, etda.or.th

from:http://thumbsup.in.th/2014/05/etda-questionnaire-for-2015-policy/