คลังเก็บป้ายกำกับ: รีวิว_LENOVO

รีวิว Lenovo ThinkPad P15v Mobile workstation สเปก i7-10850H, NVIDIA Quadro P620 ตัวเลือกสำหรับงาน 3D และองค์กรใหญ่

Lenovo ThinkPad P15v Mobile Workstation มิตรแท้วิศวกรและงาน 3D ทั้งมวล

 

p15v cover

Lenovo ThinkPad P15v โน๊ตบุ๊คสายทำงานประสิทธิภาพสูงแบบพกพาได้ หรือ Mobile Workstation ซึ่งทาง Notebookspec เคยมีพรีวิวเรื่องสเปกและรายละเอียดตัวเครื่องแบบคร่าว ๆ ออกมาให้อ่านกันก่อนหน้านี้แล้ว โดย ThinkPad P15v รุ่นนี้เป็น Mobile Workstation ในกลุ่มซีรี่ส์ ThinkPad P1 ที่ใช้การ์ดจอ NVIDIA Quadro T2000 มีกลุ่มเป้าหมายเป็น วิศวกร, นักทำโมเดล 3D ฯลฯ ที่ต้องการโน๊ตบุ๊คสำหรับเรนเดอร์งาน 3D ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างอาคาร, เครื่องจักร หรือแม้แต่โมเดลตัวละคร 3D ต่าง ๆ แล้วนำโน๊ตบุ๊คใส่กระเป๋าไปพรีเซนต์งานของตัวเองได้ ไม่เหมือนพีซีที่มีขนาดใหญ่และอุปกรณ์อื่น ๆ เช่นหน้าจอและสายไฟต่าง ๆ ให้รกรุงรังมาก

เพราะเป็นโน๊ตบุ๊คสาย Workstation เน้นการทำงาน ไดรเวอร์การ์ดจอก็จะแยกเป็นไดรเวอร์ที่ NVIDIA ปรับแต่งเป็นพิเศษ ซึ่งตอนเลือกดาวน์โหลดไดรเวอร์จะมีให้เลือกเป็น Production Branch/Studio หรือ New Feature Branch แยกเฉพาะ ซึ่งไดรเวอร์กลุ่มนี้จะเรียกว่าไดรเวอร์กลุ่ม NVIDIA Studio ที่มีการปรับแต่งให้เสถียรและเอื้อการทำงานเป็นพิเศษและลดโอกาสการเกิดปัญหาระหว่างทำงานลงไปด้วย และยังได้รับการรับรองจากผู้พัฒนาและจำหน่ายโปรแกรมชั้นนำ (ISV Certifications / Independent Software Vendors Certification) ว่า Lenovo ThinkPad P15v เป็นโน๊ตบุ๊คระดับ Workstation ที่มีคุณภาพอีกด้วย

Lenovo ThinkPad P15v

สำหรับ ISV Certifications ที่รับรอง Lenovo ThinkPad P15v เครื่องนี้ได้แก่ Adobe, Altair, ANSYS, Autodesk, AVEVA, Bentley, Dassault, Esri, PTC, Siemens, Vectorworks และ Barco ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำระดับโลกทั้งสิ้น

ขึ้นชื่อว่าเป็น Mobile Workstation แล้ว Lenovo ThinkPad P15v เองก็สามารถเลือปรับแต่งสเปกก่อนสั่งซื้อบนหน้าเว็บไซต์ Lenovo ได้เต็มที่ ไม่ว่าจะเปลี่ยนจาก Intel Core รุ่นที่ 10 ไปเป็น Intel Xeon, เพิ่มความจุแรมและ M.2 NVMe SSD และสั่งทำ RAID0 หรือ RAID1, เลือกหน้าจอ Full HD แบบธรรมดาหรือสัมผัสก็ได้ รวมทั้งเพิ่มความละเอียดไปเป็น 4K และเพิ่มฟังก์ชั่นการสแกนหน้าด้วยกล้อง IR Camera ที่ทำงานกับฟังก์ชั่น Windows Hello ก็ได้ เรียกว่าปรับแต่งได้หลากหลายตามสไตล์การใช้งานมาก ๆ แต่ราคาก็จะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ แตะหลักแสนบาทได้เลย 

สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพของ Lenovo ThinkPad P15v เครื่องนี้ จะมีผลทดสอบด้วยโปรแกรม Benchmark ทั่วไป แต่ส่วนของโปรแกรม 3D ต่าง ๆ เช่น SolidWorks และโปรแกรม 3D อื่น ๆ นั้น ผู้เขียนจะขอยกตัวอย่างการรีวิวเปรียบเทียบจากทาง NVIDIA มาประกอบการรีวิวนี้แทน

NBS Verdict

IMG 4248

Lenovo ThinkPad T15v เป็นโน๊ตบุ๊คสาย Workstation ที่ได้ดีไซน์, ความแข็งแรงและการออกแบบของสาย ThinkPad จับคู่กับสเปกสำหรับการทำงานของมืออาชีพด้วย Intel Core i7-10850H พร้อม Intel vPro และการ์ดจอ NVIDIA Quadro P620 และถ้าสเปกที่มีขายหน้าร้านผ่านทาง BlueShop ยังไม่แรงพอตอบโจทย์ก็ปรับแต่งแล้วสั่งซื้อผ่านหน้าเว็บไซต์ Lenovo ได้ด้วย รวมทั้งมีพอร์ต Thunderbolt 3 ติดตั้งมาให้ ซึ่งรองรับการเชื่อมต่อได้หลากหลายไม่ว่าจะเป็นหน้าจอหรือต่อพอร์ตเสริมอื่น ๆ ก็ได้ ซึ่งมืออาชีพที่กำลังมองหาโน๊ตบุ๊คสำหรับทำงานหนักสักเครื่อง ก็จัดเป็นตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจมาก

นอกจากนี้ซีพียูที่เป็น Intel vPro นอกจากทำงานได้เร็วและเสถียรกว่าซีพียู Intel รุ่นธรรมดาแล้ว ก็ยังมีฟีเจอร์รักษาความปลอดภัยเสริมเข้ามาให้ใช้ทำงานคู่กับ Windows 10 Pro ที่ติดตั้งมา ช่วยเพิ่มความปลอดภัยของข้อมูลให้ดียิ่งขึ้นไปอีก

อย่างไรก็ตาม Lenovo ThinkPad P15v ยังมีจุดสังเกตอยู่บ้าง เช่นหน้าจอสเปกเริ่มต้นยังเป็นหน้าจอความละเอียด Full HD เกรดธรรมดา, ถึงมีระบบสแกนนิ้วเพื่อปลดล็อคเครื่องก็ตามแต่ถ้าต้องการกล้อง IR Camera ต้องเพิ่มเงินและสั่งสเปกผ่านทางเว็บไซต์ Lenovo เท่านั้น

จุดเด่นของ Lenovo ThinkPad P15v
  1. สเปกแรงตอบโจทย์คนทำงาน 3D และวิศวกรรมด้านต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี เลือกปรับแต่งให้แรงขึ้นได้ผ่านหน้าเว็บไซต์ Lenovo 
  2. ซีพียู Intel Core i7-10850H ที่ติดตั้งอยู่ในเครื่องรองรับ Intel vPro ช่วยเสริมความปลอดภัย, ประสิทธิภาพการทำงานดีและเสถียรขึ้น เลือกปรับแต่งใส่ Intel Xeon W-10855M พร้อม Intel vPro ได้ และระบบปฏิบัติการจะอัพเกรดเป็น Windows 10 Pro WS โดยอัตโนมัติ
  3. รองรับ M.2 NVMe SSD ได้ 2 ช่อง ช่องละ 2 TB มีช่องอัพเกรดแรม 2 ช่อง รองรับช่องละ 32GB รวมเป็น 64GB รองรับ ECC RAM ด้วย
  4. ติดตั้งการ์ดจอ NVIDIA Quadro P620 มาให้ใช้ทำงาน 3D โดยเฉพาะ
  5. มีพอร์ต Thunderbolt 3 ติดตั้งมาให้ ใช้เชื่อมต่อพอร์ตได้หลากหลายแบบ
  6. ติดตั้ง Windows 10 Pro มาให้ในเครื่องเป็นมาตรฐาน
  7. แบตเตอรี่มีความจุเยอะ สามารถใช้งานได้นานสุดร่วม 11 ชั่วโมง
  8. รองรับ WWAN (WAN แบบไร้สาย) ช่วยในการเชื่อมต่อและทำงานในองค์กรขนาดใหญ่ได้ดีขึ้น โดยเป็นออปชั่นสั่งเพิ่มเติม
  9. งานประกอบแน่นและแข็งแรงมากตามสไตล์ Lenovo ThinkPad และยังคงเอกลักษณ์การออกแบบสไตล์ ThinkPad เอาไว้ได้เป็นอย่างดี
  10. ปุ่มคำสั่ง Fn บนคีย์บอร์ด ออกแบบมาเน้นการทำงานธุรกิจโดยเฉพาะ มีปุ่มวงเล็บและเครื่องหมายเท่ากับสำหรับใช้กับโปรแกรมเครื่องคิดเลขโดยเฉพาะติดตั้งมาให้ด้วย
  11. ได้รับ ISV Certifications จากบริษัทชั้นนำมากมาย ช่วยการันตีคุณภาพว่าเหมาะกับการทำงานอย่างแน่นอน
ข้อสังเกตของ Lenovo ThinkPad P15v
  1. ถ้าต้องการฟีเจอร์ไหนเป็นพิเศษ ควรสั่งด้วยตัวเองผ่านหน้าเว็บ Lenovo เช่นกล้อง IR Camera หรือ Smart Card Reader ฯลฯ
  2. หน้าจอรุ่นเริ่มต้นยังเป็นแค่ Full HD เกรดมาตรฐานเท่านั้น ถ้าต้องการใช้หน้าจอ 4K ที่ได้รับการตั้งค่าสีจากโรงงานและรองรับ Dolby Vision HDR ต้องสั่งผ่านหน้าเว็บไซต์เป็นพิเศษ
  3. ถ้าต้องการใช้ Intel Xeon W-10855M จะเสียค่าอัพเกรดเป็น Windows 10 Pro WS เพิ่มเติม
  4. ไม่มีไฟ Wireless Status เหมือน ThinkPad รุ่นอื่น
สารบัญเนื้อหา

Specification

IMG 4237small

สเปกของ ThinkPad P15v เครื่องที่ได้รับมาทดสอบจะเป็นรุ่นติดตั้งซีพียู Intel Core i7-10850H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.6-5.0 GHz มี Intel vPro ที่เป็นฟีเจอร์พิเศษของซีพียู Intel ที่เสริมฟีเจอร์รักษาความปลอดภัยของข้อมูลในตัวเครื่อง, รองรับการสั่งงานแบบ Remote manageability เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานต่าง ๆ ได้ดีกว่ารุ่นไม่มีฟังก์ชั่นนี้ติดตั้งมาให้ จับคู่กับการ์ดจอ NVIDIA Quadro P620 แรม 4GB GDDR5 สำหรับการทำงาน 3D โดยเฉพาะ ติดตั้ง SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB พร้อม Windows 10 Pro และแรม 16GB DDR4 บัส 3200 MHz ส่วนหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS anti-glare ความสว่าง 250nits

ด้านการเชื่อมต่อมีพอร์ต Thunderbolt 3, ช่องปลั๊กเฉพาะของ Lenovo จ่ายไฟ 135 วัตต์, USB 3.2 Type-A x 2 ช่อง มีพอร์ตหนึ่งเป็นแบบ Always on ใช้ชาร์จแบตเตอรี่ให้อุปกรณ์เช่นสมาร์ทโฟนได้ถึงจะปิดเครื่องอยู่, HDMI 2.0 x 1 ช่อง, ช่องหูฟัง 3.5 มม. x 1, SD Card Reader x 1 ช่อง, RJ45 LAN x 1 ช่อง เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax ด้วย Intel AX201 และ Bluetooth 5.0

ด้านของระบบรักษาความปลอดภัยมีตัวอ่านลายนิ้วมือแบบสัมผัส, ช่อง Kensington Lock, dTPM 2.0, ตัวสไลด์ปิดกล้อง Webcam ThinkShutter ติดตั้งมาให้ ช่วยเสริมความปลอดภัย สามารถสั่งอัพเกรดกล้องหน้าให้มีกล้อง IR Camera เพื่อสแกนใบหน้าปลดล็อคใบหน้าได้ด้วย

p15v

คลิกเพื่อชมสเปกของ Lenovo ThinkPad P15v
สเปกของ
Lenovo ThinkPad P15v 
เครื่องทดสอบ สเปกที่อัพเกรดได้สูงสุด
ซีพียู Intel Core i7-10850H
6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.6-5.0 GHz พร้อม Intel vPro 
Intel Xeon W-10855M
แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.8-5.1 GHz พร้อม Intel vPro 
การ์ดจอ NVIDIA Quadro P620 4GB GDRR5
แรม 16GB DDR4 บัส 3200MHz 64GB (32+32) DDR4
บัส 2933MHz ECC
SSD M.2 NVMe 2280 512GB M.2 NVMe 2280 2 TB
2 ช่อง
หน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS anti-glare จอทัช 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS anti-glare

15.6 นิ้ว ความละเอียด 4K พาเนล IPS anti-glare พร้อมปรับแต่งค่าสีจากดรงงาน รองรับ Dolby Vision HDR

ระบบปฏิบัติการ Windows 10 Pro Windows 10 Pro WS

(เฉพาะการอัพเกรดเป็น Intel Xeon W-10855M มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมด้วย)

การเชื่อมต่อ Thunderbolt 3 x 1

USB 3.2 Type-A x 2 (Always on x 1)

HDMI 2.0 x 1

SD Card Reader x 1

RJ45 LAN x 1

ช่องหูฟัง 3.5 มม. x 1

Wi Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax

Bluetooth 5.0

ระบบรักษาความปลอดภัย สแกนลายนิ้วมือ

dTPM 2.0

Kensington Lock

ThinkShutter

สแกนลายนิ้วมือ

dTPM 2.0

Kensington Lock

ThinkShutter

IR Camera สำหรับ Windows Hello

น้ำหนักเครื่อง เฉพาะตัวเครื่อง 2.18 กิโลกรัม

เฉพาะอะแดปเตอร์ 457 กรัม

รวมทั้งหมด 2.64 กิโลกรัม

ราคา ราว 62,000 บาท ราว 110,511 บาท

(ยังไม่รวมโปรแกรมกลุ่ม Adobe Creative Cloud, McAfee LiveSafe, Microsoft Office Professional 2019 และค่าอัพเกรด Windows 10 Pro WS)

IMG 4226

จะเห็นว่าสเปกของ Lenovo ThinkPad P15v สามารถเลือกปรับแต่งไปให้แรงได้ระดับใช้ซีพียู Intel Xeon ได้เลย ซึ่งใครที่ต้องทำงานสเกลใหญ่แล้วต้องการพลังการประมวลผลของซีพียูแบบเน้น ๆ ก็สั่งอัพเกรดได้ตามต้องการ

Hardware / Design

IMG 4280

IMG 4207
IMG 4251
IMG 4271

ดีไซน์ของ Lenovo ThinkPad P15v นั้น เรียกว่าเป็นดีไซน์ที่ยังได้กลิ่นอายของ ThinkPad รุ่นก่อน ๆ ไม่ว่าจะตัวเครื่องที่ดูแข็งแรงและคลาสสิค, ก้านบานพับหน้าจอโลหะ 2 ส่วน มีปุ่ม Power แยกอยู่มุมบนขวามือกับคำว่า “ThinkPad” กับจุดสีแดงเหนือตัว i วางตัวเฉียงอยู่มุมล่างขวามือและมุมบนซ้ายมือที่ฝาหลังของตัวเครื่อง บอดี้เป็นพลาสติกเนื้อแข็งสีดำเนื้อด้านและงานประกอบตัวเครื่องจัดว่าแน่นมากไม่ต่างกับ Lenovo ThinkPad รุ่นอื่น ๆ

ด้านของก้านบานพับตัวเครื่องจะเป็นก้านโลหะแบบสั้น 2 ชุด ต่อเข้ากับขาเหล็กต่อหน้าจอและมีตัวก้านเหล็กอีกชุดยึดเข้ากับฐานตัวเครื่องอีกทีหนึ่ง และด้วยตัวเครื่องมีน้ำหนักร่วม 2 กิโลกรัม ทำให้ใช้นิ้วเดียวดึงบานพับหน้าจอกางออกมาได้เลยและตัวเครื่องไม่เกิดอาการเอียงตามหรือเลื่อนเลยแม้แต่น้อย

IMG 4243

ส่วนตัวเครื่องของ Lenovo ThinkPad P15v นั้น สามารถกางจนราบได้ 180 องศา เหมือนกับ Lenovo IdeaPad หลาย ๆ รุ่น ซึ่งทาง Lenovo ชี้แจงว่าการกางหน้าจอได้ระดับนี้ ทำให้เราและเพื่อน ๆ เห็นภาพและเนื้อหาบนหน้าจอได้พร้อมกัน

IMG 4282

ส่วนหน้าเครื่องนอกจากแป้นคีย์บอร์ดกับปุ่ม TrackPoint ที่ใช้เลื่อนเคอร์เซอร์เมาส์ มีปุ่มสำหรับคลิก 3 ปุ่มและเส้นสีแดงส้มขีดใต้ปุ่มคลิกซ้ายและขวา จะมีลำโพงวางเป็นแถบด้านบนเครื่อง 1 ชุด มีลำโพงด้านใน 2 ตัว ส่วนฝั่งขวาใต้ปุ่มลูกศรจะเป็นจุดสแกนลายนิ้วมือสำหรับสแกนปลดล็อคเครื่อง ตั้งค่าในฟีเจอร์ Windows Hello

IMG 4242
IMG 4238

ด้านฝาหลังของตัวเครื่องก็เป็นแบบบเรียบ ๆ สีดำด้านเช่นกันพร้อมคำว่า ThinkPad วางตัวเฉียงอยู่มุมบนซ้ายมือ ส่วนจุดบนตัว i จะเป็นหลอด LED ที่กระพริบไฟสีแดงไว้แสดงสถานะของตัวเครื่องแยกเป็น 4 แบบด้วยกัน คือ

  1. ไฟแดงติดสว่าง : ตัวเครื่องเปิดใช้งานตามปกติ
  2. กระพริบเร็ว : อยู่ในโหมด Sleep หรือ Hibernate
  3. กระพริบช้า : เข้า Sleep mode
  4. ไฟไม่กะพริบ : ตัวเครื่องถูกสั่ง Shut down แล้วหรืออยู่ในโหมด Hibernate

ซึ่งปกติแล้ว ThinkPad มักทำไฟแดงกระพริบตรงที่วางข้อมือขวา แต่ของ Lenovo ThinkPad P15v ที่อยู่บนฝาหลังเครื่องก็ถือว่าเป็นการเลือกจุดติดตั้งใหม่ที่ดี เพราะก็เป็นอีกจุดที่เห็นสถานะตัวเครื่องได้ชัดเจนเช่นกัน แต่จุดสังเกตคือตัวนี้ไม่มีแถบไฟเขียว Wireless Status ติดเอาไว้ตรงขอบเครื่องเพื่อบอกสถานะการเชื่อมต่อ Wi-Fi เหมือน ThinkPad รุ่นอื่น ๆ

Keyboard / Touchpad

IMG 4230

IMG 4227
IMG 4288

คีย์บอร์ดของ Lenovo ThinkPad P15v เป็นคีย์บอร์ดแบบ Full size พร้อม Numpad สำหรับพิมพ์ตัวเลขได้ แต่จะมีรายละเอียดการออกแบบที่เอื้อการทำงานด้านธุรกิจมากขึ้น มีไฟแสดงสถานะสีขาวติดเอาไว้ 4 ปุ่ม คือ Cap Lock เอาไว้แสดงสถานะว่าปุ่มนี้ทำงานอยู่หรือเปล่า, Esc ทำงานร่วมกับคำสั่ง FnLock ว่าล็อคการทำงานของปุ่ม Fn อยู่หรือเปล่า, ปุ่ม F4 ที่เป็นปุ่มฟังก์ชั่นปิดไมโครโฟน ถ้าไฟติดแสดงว่าตอนนี้กำลังปิดไมค์อยู่ และ Numpad ว่าตอนนี้ Numpad ทำงานหรือเปล่า

สัมผัสการพิมพ์ของคีย์บอร์ด ThinkPad ก็ยังคงเอกลักษณ์การกดแล้วรู้ว่าเป็นคีย์บอร์ดของ ThinkPad คือ ระยะกดจะลึกกว่าปุ่มคีย์บอร์ดโน๊ตบุ๊คทั่วไป, สปริงแข็งกว่าปุ่มคีย์บอร์ดปกติเล็กน้อย ขอบล่างของปุ่มโค้ง ทำให้พิมพ์งานได้ดียิ่งขึ้น รวมทั้งเว้นขอบปุ่ม G, H, B ไว้ติดตั้งปุ่ม TrackPoint สำหรับคุมเคอร์เซอร์ของเมาส์ ซึ่งเป็นอัตลักษณ์สำคัญของคีย์บอร์ด ThinkPad ยิ่งถ้าใครใช้ปุ่ม TrackPoint จนคล่องมือแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องใช้เมาส์เลยก็ได้

IMG 4229

IMG 4286
IMG 4228

สำหรับปุ่มฟังก์ชั่น (Fn) ของ Lenovo ThinkPad P15v จะสลับตำแหน่งกับปุ่ม Ctrl ฝั่งซ้ายมือ โดยเอา Fn ไว้ข้างนอกและปุ่ม Ctrl อยู่ด้านใน ซึ่งแตกต่างจากคีย์บอร์ดโน๊ตบุ๊คทั่ว ๆ ไปนิดหน่อย ดังนั้นต้องอาศัยการปรับตัวตอนใช้งานใหม่ ๆ อยู่บ้างถึงจะชิน

ส่วนปุ่มฟังก์ชั่นและปุ่มพิเศษต่าง ๆ บนคีย์บอร์ด ThinkPad รุ่นนี้ จัดว่าทำปุ่มมาเน้นเรื่องการทำงานและธุรกิจอย่างจริงจังมาก สังเกตว่าคำสั่ง Fn ที่ปุ่ม F1-F12 ทาง Lenovo จะ Mapping ปุ่มมาเน้นเรื่องการทำงานและธุรกิจโดยเฉพาะ คือ

  • F4 : เปิดหรือปิดไมค์
  • F7 : เรียกคำสั่งตั้งค่าหน้าจอเสริมว่าจะให้ทำงานอย่างไร
  • F8 : สั่งปิดหรือเปิด Wi-Fi 
  • F9 : เปิด Notification Center ของ Windows 10
  • F10-F12 : คำสั่งโทร, วางสายและเรียกรายชื่อติดดาว ทำงานกับโปรแกรม Skype for Business 2016 เท่านั้น

จุดน่าสนใจของแป้นคีย์บอร์ด ThinkPad นี้ คือ ติดตั้งปุ่มวงเล็บและเครื่องหมายเท่ากับสำหรับใช้กับโปรแกรมเครื่องคิดเลขติดตั้งมาให้โดยเฉพาะ เวลาใช้โปรแกรม Calculator แล้วเลือกเปลี่ยนเป็นเครื่องคิดเลขแบบวิทยาศาสตร์, โปรแกรมมิ่งหรือ Graphing แล้ว จะช่วยให้ทำงานสะดวกขึ้นมาก เหมาะกับวิศวกรที่จะใช้ Lenovo ThinkPad P15v ทำงานแล้วคำนวนค่าต่าง ๆ กับโปรแกรมจำลองโมเดล 3D ได้สะดวกขึ้นมาก ส่วนปุ่ม Print Screen จะย้ายลงมาอยู่ฝั่งขวาล่างข้างปุ่ม Alt แทนปุ่มคลิกขวาบนคีย์บอร์ด

IMG 4217
IMG 4220

ด้านของ Touchpad จะเป็นทรงสี่เหลี่ยมจตุรัส ติดตั้งอยู่ด้านล่างถัดจากปุ่มคลิกเมาส์ของ TrackPoint ซึ่งเป็นดีไซน์ของตัว ThinkPad อยู่แล้ว แต่ถ้าผู้ใช้คนไหนใช้งาน ThinkPad มาเป็นประจำก็น่าจะคุ้นเคยกับ TrackPoint สีแดงที่อยู่กลางคีย์บอร์ดและใช้ Touchpad เป็นส่วนเสริมกรณีจะใช้ Gesture Control ของ Windows 10 เสียมากกว่า และสามารถตอบสนองได้ลื่นไหลเหมือนกับทัชแพดของโน๊ตบุ๊คหลาย ๆ รุ่นในปัจจุบัน

เสริมในส่วนของชุดปุ่ม TrackPoint และปุ่มคลิกเมาส์เหนือ Touchpad สำหรับกลุ่มผู้ใช้ที่ไม่คุ้นเคยกับ ThinkPad มาก่อน โดยปุ่ม TrackPoint สีแดงจะใช้คุมการเลื่อนเคอร์เซอร์เมาส์บนหน้าจอ และตอบสนองได้เร็วทีเดียว ส่วนปุ่มคลิกทั้งสามปุ่มนอกจากคลิกซ้ายขวาแล้ว ปุ่มตรงกลางจะเอาไว้ใช้แทนการกดสไลด์บาร์ด้านข้างเพื่อเลื่อนหน้าเว็บไซต์ขึ้นลงและซ้ายขวาได้ เมื่อใช้ให้เลื่อนเคอร์เซอร์ไปตรงกลางหน้าเว็บไซต์หรือหน้าโปรแกรมนั้น ๆ แล้วกดปุ่มตรงกลางค้างจากนั้นเลื่อน TrackPoint เพื่อเลื่อนหน้าเพจนั้น ๆ ได้เลย เรียกว่าถ้าใครใช้ชุด TrackPoint นี้จนคล่องแล้ว เมาส์ก็อาจจะไม่จำเป็นเสมอไป

Screen / Speaker

IMG 4206

IMG 4231
IMG 4233

หน้าจอของ Lenovo ThinkPad P15v ตามสเปกแล้วมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS anti-glare ความสว่างสูงสุด 250nits ซึ่งเป็นสเปกหน้าจอรุ่นเริ่มต้น ถ้าเปิดความสว่างสูงสุดถือว่าสว่างกำลังดี ไม่มากไม่น้อยเกินไปจนเจ็บตา สามารถใช้งานต่อเนื่องได้สบาย ๆ อย่างแน่นอน รวมทั้งเป็นหน้าจอ anti-glare จึงไม่มีปัญหาเรื่องแสงสะท้อนจากหลอดไฟหรือแสงแดดเลย นอกจากนี้ยังเลือกอัพเกรดเป็นหน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด 4K พาเนล IPS anti-glare ที่ได้การตั้งค่าโปรไฟล์สีจากโรงงานได้อีกด้วย

ขอบบนกลางหน้าจอติดกล้อง Webcam ความละเอียด HD 720p เอาไว้พร้อมบานเลื่อน ThinkShutter เอาไว้เลื่อนปิดกล้องหน้าเวลาไม่ใช้งาน รักษาความเป็นส่วนตัวและป้องกันการถูกแฮ็คเข้ามาใช้งานกล้อง Webcam ได้อีกด้วย

gamut

brightness 1
9 sector
monitor rating 1

เมื่อทดสอบด้วย Spyder5Elite เพื่อเช็คขอบเขตสีของหน้าจอแล้ว Lenovo ThinkPad P15v จะมีความแม่นยำสีระดับไล่เลี่ยกับหน้าจอโน๊ตบุ๊ครุ่นทั่ว ๆ ไป ได้คะแนน 62% sRGB กับ 47% AdobeRGB เท่านั้น ซึ่งผู้เขียนเชื่อว่าถ้าเป็นหน้าจอ 4K รุ่นที่ตั้งค่าโปรไฟล์สีจากโรงงานจะได้คะแนนเยอะกว่านี้อย่างแน่นอน แต่ถ้าเป็นหน้าจอ Full HD เช่นรุ่นที่ได้รับมาทดสอบแล้วต้องทำงานเกี่ยวกับสีสัน ขอแนะนำให้ต่อหน้าจอเสริมที่ออกแบบมาเพื่องานสีโดยเฉพาะจะดีกว่า

ด้านความสว่างหน้าจอที่วัดได้ เมื่อตั้งความสว่าง 100% จะอยู่ที่ 222nits ถือว่าใกล้เคียงกับที่ Lenovo เคลมเอาไว้ พอแบ่งเป็นตาราง 9 ช่องแล้ว จะเห็นว่าความสว่างสูงสุดจะอยู่ตรงกลางที่ 0% และส่วนอื่น ๆ ก็สว่างไล่เลี่ยกันหมดที่ 4-8% ด้วยกัน แต่ฝั่งขวามือส่วนกลางและล่างจะค่อนข้างมืดกว่าโซนอื่นที่ 10-13% ดังนั้นเวลาทำงานเกี่ยวกับสีสันอาจจะระวังส่วนนี้สักหน่อยจะดีที่สุด

สำหรับคะแนน Monitor Rating โดยรวมนั้น จะได้คะแนนเฉลี่ยที่ 4 เต็ม 5 คะแนน จัดว่าอยู่ในระดับทั่วไป แต่จะเด่นเรื่องค่า Contrast ที่ทำได้คะแนนเต็ม ส่วนคะแนน Tone Response, Color Uniformity, Color Accuracy ได้ 4 คะแนน

IMG 4212

ลำโพงของ Lenovo ThinkPad P15v จะเป็นแถบลำโพงอันเดียวอยู่เหนือแป้นคีย์บอร์ด ฝังดอกลำโพงเอาไว้ 2 ดอก แตกต่างจากโน๊ตบุ๊คหลาย ๆ รุ่นในปัจจุบันที่ติดลำโพงเอาไว้ใต้ตัวเครื่องเพื่อให้สะท้อนโต๊ะขึ้นมา และไม่มีการปรับจูนเสียงลำโพงด้วยบริษัทรับจูนเสียงชื่อดังเจ้าต่าง ๆ ให้เสียงลำโพงค่อนข้างดังและเนื้อเสียงนั้นจัดว่าทำออกมาได้ค่อนข้างดี มีเสียงแหลมและเบสให้พอฟังเพลงได้สนุกทีเดียว

Connector / Thin & Weight

IMG 4246
IMG 4250

พอร์ตการเชื่อมต่อของ Lenovo ThinkPad P15v จะมีอยู่แค่ฝั่งซ้ายและขวาของตัวเครื่องเท่านั้น เหมือนกับโน๊ตบุ๊คหลาย ๆ รุ่นในปัจจุบัน โดยแยกพอร์ตดังนี้

  • ฝั่งซ้าย ไล่จากซ้ายมือ : ไฟ LED แสดงสถานะการชาร์จไฟ แสดงสองสีคือสีส้มเมื่อแบตเตอรี่ยังไม่เต็มและชาร์จอยู่กับสีขาวเมื่อแบตเต็ม 100%, ช่องเสียบปลั๊กชาร์จโน๊ตบุ๊คและ Thunderbolt 3 ส่วนฝั่งขวาสุดใต้ที่วางข้อมือเป็นช่อง Mock up สำหรับพอร์ต Express Card (ต้องสั่งประกอบจากเว็บไซต์ Lenovo)
  • ฝั่งขวา ไล่จากซ้ายมือ : ช่องหูฟัง 3.5 มม., SD Card Reader, HDMI 2.0, USB 3.2 Gen 1 Type-A x 2 ช่อง เฉพาะช่องขวาจะมีฟีเจอร์ Always on ใช้ชาร์จแบตเตอรี่ให้อุปกรณ์อื่น เช่นสมาร์ทโฟนได้โดยใช้แบตเตอรี่ของโน๊ตบุ๊คแม้จะไม่ได้เปิดเครื่อง, RJ-45 Gigabit Ethernet
  • การเชื่อมต่อไร้สาย : เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax ด้วยการ์ด Wi-Fi รุ่น Intel AX201 (Gig+) และรองรับ Bluetooth 5.1 vPro สามารถอัพเกรดไปใช้ WWAN ได้ ซึ่งต้องสั่งประกอบผ่านหน้าเว็บไซต์ Lenovo เช่นกัน

IMG 4273
IMG 4274

ส่วนความหนาของตัวเครื่อง เมื่อวัดด้วยเวอร์เนียดิจิตอลแล้ว เมื่อพับหน้าจอจะหนาราว 24.5 มม. ส่วนเฉพาะตัวเครื่องไม่รวมจอหนาราว 16.6 มม.

IMG 4201

IMG 4202
IMG 4204

ส่วนของน้ำหนัก เฉพาะตัวเครื่องอย่างเดียวจะหนัก 2.18 กิโลกรัม ปลั๊กเฉพาะของตัวเครื่อง 135 วัตต์ หนัก 457 กรัม รวมแล้วหนัก 2.64 กิโลกรัม จัดว่าเป็นน้ำหนักระดับทั่ว ๆ ไปของโน๊ตบุ๊คขนาด 15.6 นิ้วในกลุ่ม Workstation ดังนั้นถ้าต้องการพกโน๊ตบุ๊คไปพรีเซนต์งานต่าง ๆ แนะนำว่าควรใส่กระเป๋าเป้ไปจะดีที่สุด และไม่แนะนำให้ใส่ย่ามหรือกระเป๋าสะพายข้างเนื่องจากตัวเครื่องค่อนข้างหนาพอควร

สำหรับพอร์ตของ Lenovo ThinkPad P15v เครื่องนี้ ถือว่าจัดมาให้ครบครันและเป็น USB 3.2 Type-A มาตรฐาน 3.0 ขึ้นไปทั้งหมดแล้วและมี Thunderbolt 3 ติดตั้งมาให้ใช้ สามารถต่อ USB-C Multiport adaptor เพื่อเพิ่มพอร์ตใช้งานเข้าไปได้อีกด้วย 

Inside / Upgrade

IMG 4262

การเปิดฝาเครื่อง Lenovo ThinkPad P15v สามารถใช้ไขควงหัวแฉกบวกไขน็อต 9 ตัวด้านใต้เครื่องได้เลย แต่เพราะ Lenovo ดีไซน์ฝาล่างตัวเครื่องคลุมขึ้นมาสูงจนปิดช่องระบายความร้อนตัวเครื่องไปเลย ทำให้ขอบช่องว่างตัวเครื่องที่ต้องเอาปิ๊กกีตาร์หรือการ์ดแข็งสอดจะถัดลงมาจากที่วางข้อมือเพียง 0.5 มม. เท่านั้น ถ้าใครต้องการเปิดฝาตัวเครื่องมาเพิ่มแรมหรือ SSD แนะนำให้สอดการ์ดเปิดจากช่อง Mock up ของ Express Card จะง่ายที่สุด แล้วค่อย ๆ ไล่ตามขอบไปเรื่อย ๆ

IMG 4263
IMG 4269

 

ด้านในเครื่องจะมีพัดลมระบายความร้อนจะเป็นแบบโบลวเวอร์ 1 ตัว กับฮีตไปป์ 2 เส้น เดินพาดแนวระหว่างการ์ดจอและซีพียูเพื่อดึงเอาความร้อนไประบายที่ครีบระบายความร้อนอีกชุด ติดตั้งเอาไว้ตรงกลางตัวเครื่องพาดมาออกทางใต้คีย์บอร์ดฝั่งซ้ายมือ

ส่วนการอัพเกรดมีช่องติดตั้งแรมกับ SSD แบบ M.2 NVMe อย่างละ 2 ช่อง ส่วนของแรมรองรับความจุมากสุด 64GB DDR4 บัส 2933 SO-DIMM ECC ซึ่งถ้าแรม 16GB DDR4 บัส 3200MHz ที่ติดเครื่องมายังน้อยเกินไปไม่ตอบโจทย์ จะเพิ่มอีก 16GB หรือจะถอดใส่ 32+32GB แทนก็ได้

M.2 NVMe SSD จะอยู่มุมล่างขวา รองรับความจุสูงสุด 2TB ต่อช่อง ถ้าติดตั้งเอาไว้ 2 ตัวจะทำ RAID0 หรือ RAID1 ก็ได้ รองรับเฉพาะ M.2 NVMe ขนาด 2280 เท่านั้น สังเกตจากช่องน็อตที่มีให้เพียงระยะเดียวที่เป็นของ 2280 เท่านั้น ดังนั้นถ้าใครต้องการอัพเกรดเครื่องให้ SSD และ RAM ให้มีความจุมากขึ้น จะอัพเกรดด้วยตัวเองหรือสั่งผ่านหน้าเว็บไซต์ Lenovo เลยก็ได้เช่นกัน

Performance / Software

cpu z 1

Lenovo ThinkPad P15v เครื่องที่ได้รับมาทดสอบ จะติดตั้ง Intel Core i7-10850H เป็นซีพียูแบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.7-5.1 GHz เป็นซีพียู Intel รุ่นที่ 10 สถาปัตยกรรม Comet Lake รองรับ Intel vPro ที่เป็นฟีเจอร์สำหรับเอื้อการทำงานในรูปแบบองค์กร ช่วยประมวลผลการทำงานต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้น, รองรับ Remote manageability รองรับการทำงานในเครือข่ายองค์กรแบบ On-premise หรือ Off-premise ก็ได้ และมีฟีเจอร์รักษาความปลอดภัยติดตั้งมาในซีพียูอีกด้วย ดังนั้นนอกจากประสิทธิภาพของซีพียูจะดีแล้วก็ยังปลอดภัยยิ่งขึ้น

cpu z 2
cpu z 3

แรมในเครื่องทดสอบผลิตโดย Samsung มีความจุ 16GB DDR4 บัส 3200MHz จำนวน 1 แถว อัพเกรดได้มากสุด 2 แถว ความจุ 64GB แบบ 32+32GB สามารถติดตั้ง ECC RAM (Error Correction Code RAM) หรือแรมที่มีระบบตรวจสอบความผิดพลาดระหว่างใช้งานได้ด้วย โดยจะรองรับ ECC RAM บัส 2933 MHz (อ้างอิงจากหน้าสเปกของ Lenovo)

gpu z
gpu z 2

การ์ดจอแยกเป็น NVIDIA Quadro P620 แรมการ์ดจอ 4GB GDDR5 128-bit รองรับ DirectX 12 ชิป GP107 สถาปัตยกรรม Pascal ขึ้นชื่อว่าเป็นการ์ดจอสาย Quadro แล้ว ก็จะเน้นเรื่องการใช้ทำงาน 3D และงานระดับบมืออาชีพแบบต่าง ๆ มีชุดคำสั่งเฉพาะ, มีความเสถียรและประสิทธิภาพที่ดีกว่าการ์ดจอสาย NVIDIA GEFORCE ที่ออกแบบมาเพื่อกลุ่ม Consumer อย่างชัดเจน ยิ่งถ้าเอาไปใช้กับโปรแกรมเช่น AutoCAD, Solidworks 2018 หรือโปรแกรมสายการแพทย์และการจำลองของ (Visualizing) จะแสดงผลได้ดีกว่าอย่างชัดเจน

จากคลิปการทดสอบจากทาง NVIDIA จะเห็นว่าการ์จอสาย Quadro นั้นจะเน้นเรื่องการทำงานกับโมเดล 3D และโปรแกรมสายทำงานต่าง ๆ เป็นหลัก ซึ่งแม้การ์ดจอสาย GEFORCE จะทำได้เหมือนกัน แต่เวลาใช้งานจริง ตอน Preview ตัวอย่างโมเดลที่ออกแบบเอาไว้แล้ว NVIDIA Quadro จะทำงานได้ลื่นไหลกว่าอย่างชัดเจน

ยิ่งถ้าเป็นวิศวกร, สถาปนิกที่ทำงานกับโปรแกรม Autodesk ที่ใช้ออกแบบอาคารสถานที่ต่าง ๆ อยู่เป็นประจำล่ะก็ การ์ดจอ NVIDIA Quadro จะสามารถหมุนโมเดล, ทำงานและเรนเดอร์ให้เสร็จได้ลื่นไหล, เร็วและต่อเนื่องกว่า

ส่วนโปรแกรมสร้างโมเดลชิ้นส่วน 3D อย่าง SolidWorks 2018 จะเห็นว่า NVIDIA Quadro สามารถเรนเดอร์และหมุนโมเดล 3D ได้อย่างลื่นไหลกว่ามาก ซึ่งถ้าเป็นการ์ดจอออนบอร์ดหรือการ์ดจอสาย Consumer อย่าง GEFORCE ที่ไม่ได้ออกแบบและติดตั้งชุดคำสั่งเฉพาะที่เอาไว้ใช้กับโปรแกรม 3D กลุ่มนี้เอาไว้ 

r15 1
r20 1

สำหรับการทดสอบเรนเดอร์ 3D ที่ใกล้เคียงกับการใช้โปรแกรมกลุ่ม Autodesk, SolidWorks 2018 ที่สุดนั้น จะมี CINEBENCH R15 ในส่วนของ OpenGL ที่ทดสอบการเรนเดอร์ฉาก CG 3D ว่าทำงานได้ดีแค่ไหน โดยคะแนนของ OpenGL ทำได้ 166.20 fps และคะแนน CPU ทำได้ 1,353 คะแนน ส่วน CINEBENCH R20 ที่ทดสอบเน้นประสิทธิภาพของ CPU จะทำได้ 2892 pts

ถ้าเทียบกันแล้ว ถือว่าการ์ดจอ NVIDIA Quadro P620 นั้นสามารถทำงานกับโมเดล 3D และ CG ต่าง ๆ ได้อย่างดีและลื่นไหลมาก แม้จะเป็นรองจาก NVIDIA Quadro T1000 ก็ตาม แต่สเปกที่แรงและราคาราว 62,000 บาทนั้น ถือว่าทำออกมาได้ดีทีเดียว ดังนั้นถ้าใครจะเอาไปทำงานกับโปรแกรม 3D และ CG จะเก็บรุ่นนี้เอาไว้เป็นตัวเลือกก็ถือว่าน่าสนใจทีเดียว

as ssd 1

SSD M.2 NVMe ในเครื่องทดสอบจะเป็น KIOXIA KXG6AZNV512G (อดีต Toshiba) เป็น 96-Layer TLC NAND (BiCS FLASH) เชื่อมต่อผ่านอินเตอร์เฟส PCIe 3.0 x4 มีอายุการใช้งานก่อนเสียหาย 1.5 ล้านชั่วโมง เมื่อทดสอบด้วยโปรแกรม AS SSD เพื่อวัดความเร็วในการอ่านและเขียนข้อมูลแล้ว จะได้ความเร็ว Sequential Read 2,473.49 MB/s และ Sequential Write 2,507.92 MB/s ซึ่งประสิทธิภาพระดับนี้ ก็สามารถอ่านเขียนไฟล์, เปิดโปรแกรมต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็วแน่นอน

time spy

สำรับการทดสอบ 3DMark Time Spy ที่ดูเรื่องประสิทธิภาพการเล่นเกมผ่าน DirectX 12 จะได้คะแนนรวมไป 1,590 คะแนน ถือว่า NVIDIA Quadro P620 อาจจะพอเล่นเกมออนไลน์เช่น DotA 2 หรือ Valorant ได้บ้าง ไม่ใช่เกม AAA ซึ่งสำหรับการ์ดจอสายทำงานนั้น คะแนนระดับนี้ถือเป็นเรื่องปกติ

pcmark10 1

ส่วนการทดสอบด้วย PCMark 10 ซึ่งใช้จำลองการทำงานต่าง ๆ ทั้งการบีบอัดและคลายไฟล์ Zip, เข้าออกเว็บไซต์, เปิดโปรแกรมทำงานและประชุมออนไลน์ต่าง ๆ รีดคะแนนออกมาได้ 5,013 คะแนน จัดว่าทำออกมาได้ดีทีเดียว ดังนั้นเรื่องการทำงานต่าง ๆ Lenovo ThinkPad P15v เครื่องนี้ถือว่าผ่านโดยไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน

IMG 4290

ส่วนการทดสอบเรนเดอร์วิดีโอความละเอียด 4K 29.97fps ตั้งค่า Quality 100 ความยาว 12 นาที สามารถเรนเดอร์วิดีโอจนเสร็จพร้อมอัพโหลดขึ้นเว็บไซต์ได้ภายใน 10 นาทีเท่านั้น จัดว่าประหยัดเวลาและเร็วมาก ตัวเครื่องสามารถเรนเดอร์ได้อย่างต่อเนื่องไม่มีปัญหาระหว่างใช้งานเลย

Battery / Heat / Noise

IMG 4270

เมื่อเป็นเครื่องแบบ Workstation แบตเตอรี่ก็จะมีความจุเพิ่มมากขึ้นตาม โดย Lenovo ThinkPad P15v เครื่องนี้จะติดตั้งแบตเตอรี่แบบลิเธียมไอออน ความจุ 5,780mAh (66.58Wh) มาให้ใช้งาน โดยทาง Lenovo เคลมไว้ว่าสามารถใช้งานต่อเนื่องได้นานสุด 12.8 ชั่วโมง

Battery Mon

สำหรับการทดสอบตามมาตรฐานของ Notebookspec โดยลดความสว่างหน้าจอลงต่ำสุดและเปิดเสียง 10% แล้วดูคลิปบน YouTube ด้วยเบราเซอร์ Microsoft Edge ที่ติดตั้งมาพร้อม Windows 10 แล้วทดสอบระยะเวลาใช้งานด้วยโปรแกรม BatteryMon แล้ว สามารถใช้งานได้นานสุด 11 ชั่วโมงทีเดียว ถือว่า Lenovo ThinkPad P15v ที่ติดตั้ง Intel Core i7-10850H มาให้ก็สามารถจัดการแบตเตอรี่ได้ดีพอควรและใกล้เคียงกับที่ทาง Lenovo เคลมประสิทธิภาพเอาไว้ที่หน้าเว็บไซต์อีกด้วย

เรื่องของความร้อนตัวเครือ่ง ถ้าเป็นการใช้งานตามปกติเรียกว่าไม่มีเสียงพัดลมหรือความร้อนมารบกวนระหว่างใช้งานเลย และเมื่อทดสอบเรนเดอร์ไฟล์วิดีโอ 4K 29.97fps ความยาว 12 นาที แล้วตั้งค่า Quality ไว้ 100 แล้ว ตัวเครื่องจะมีเพียงเรื่องเสียงพัดลมโบลวเวอร์

Conclusion / Award

IMG 4236

โดยสรุปแล้ว Lenovo ThinkPad P15v นับเป็นโน๊ตบุ๊ค Workstation ประสิทธิภาพดีที่ยังคงดีไซน์และเอกลักษณ์ของ ThinkPad เอาไว้ได้เป็นค่อนข้างครบเครื่อง ไม่ว่าจะไฟ LED สีแดงตรงจุดตัว i สำหรับบอกสถานะตัวเครื่อง, ชุดปุ่ม TrackPoint ที่ใช้งานแทนเมาส์ได้ คีย์บอร์ดที่สัมผัสการพิมพ์ยังคงเอกลัษณ์ของคีย์บอร์ด ThinkPad เอาไว้ได้เป็นอย่างดี รวมทั้งงานประกอบที่แน่นและแข็งแรงมากเครื่องหนึ่ง ซึ่งถ้าผู้ใช้ที่ใช้ทำงานแบบสมบุกสมบันก็ไม่จำเป็นต้องกังวลว่าตัวเครื่องจะเสียหายได้ง่าย ๆ

สเปกก็เอื้อกับการทำงาน 3D หนัก ๆ ได้ดี ด้วยซีพียู Intel Core i7-10850H มี Intel vPro จับคู่กับ NVIDIA Quadro P620 อัพเกรดแรมจาก 16GB ไปได้สูงสุด 64GB และ SSD แบบ M.2 NVMe ได้ช่องละ 2TB แล้วทำ RAID0 หรือ RAID1 ได้ และติดตั้ง Windows 10 Pro มาจากโรงงานด้วย ถ้าเป็นบริษัทหรือองค์กรสายงาน 3D ต่าง ๆ ทั้งในเชิงวิศวกรรมและเครื่องกลต่าง ๆ ก็สามารถใช้ประโยชน์จากโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ได้อย่างเต็มที่แน่นอน

IMG 4207 1

ถึงประสิทธิภาพจะดีมากก็ตามแต่สิ่งที่น่าสังเกตคือ เรื่องสเปกรายละเอียดส่วนต่าง ๆ เช่นกล้องปลดล็อคด้วยใบหน้า, ตัวอ่าน Smart Card, หน้าจอ 4K ที่ได้รับการตั้งค่าโปรไฟล์สีจากโรงงานและรองรับ Dolby Vision HDR จะต้องสั่งประกอบเป็นพิเศษผ่านทางหน้าเว็บไซต์ของ Lenovo เท่านั้น แต่ถ้าผู้ใช้สายทำงานคนไหนไม่ได้ซีเรียสเรื่องนี้ แค่ต้องการสเปกของตัวเครื่องมาต่อกับหน้าจอทำงานที่ตั้งค่าโปรไฟล์สีเอาไว้โดยเฉพาะอยู่แล้ว Lenovo ThinkPad P15v เครื่องนี้ก็เป็นตัวเลือกที่ดีไม่แพ้โน๊ตบุ๊คสาย Workstation เครื่องอื่นเช่นกัน

Award

award new Design

Best Design

รางวัล Best Design ของ Lenovo ThinkPad P15v ยกให้กับการรักษาอัตลักษณ์ของตระกูล ThinkPad เอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ดีไซน์ตัวเครื่องได้แข็งแรงแน่นหนาเหมาะกับผู้ใช้ที่อาจจะไม่ได้ระวังตัวเครื่องเป็นพิเศษ ก็ไม่ต้องกังวลกับตัวเครื่องว่าจะเสียหายหรือเปราะบางหรือเปล่า ดังนั้นเรื่องความแข็งแรงจัดว่าไว้ใจได้อย่างแน่นอน

award new Graphic

Best Graphic

รางวัล Best Graphic ของ Lenovo ThinkPad P15v นั้นจะไม่ใช่ในแง่ของการนำไปเล่นเกมได้อย่างลื่นไหล แต่เป็นประสิทธิภาพการเรนเดอร์งานทั้งไฟล์วิดีโอและงาน 3D ได้ดีด้วย NVIDIA Quadro P620 ที่ติดตั้งมาให้ใช้งาน ซึ่งผลจาก CINEBENCH R15 นั้นเป็นตัวช่วยการันตีว่าโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้รับมือกับงานโมเดล 3D และ 3D CG ได้ดีอย่างแน่นอน

from:https://notebookspec.com/web/598994-review-lenovo-thinkpad-p15v

รีวิว Lenovo Legion 5 สเปกแรงด้วย Ryzen 7 5800H + RTX 3060 จอ IPS 165Hz ฟีเจอร์ Gaming ครบเครื่อง ประกันเทพ 3 ปี On-site

Lenovo Legion 5 รุ่นใหม่ปี 2021 นับได้ว่าเป็น Gaming Notebook ที่ได้รับความสนใจพอตัว ด้วยความแตกต่างจากรุ่นอื่นๆ ในตลาด อย่างดีไซน์ภายนอกที่เป็นเอกลักษณ์ มี DNA ที่เป็น Legion Series ที่เป็น Gaming จริงจังรุ่นล่าสุด พร้อมด้วยการทำงาน Lenovo Legion AI Engine ที่เป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และระบบ AI เป็นตัวช่วยในการแจกแจงพลังงานความร้อนหรือ Thermal Design Power (TDP) แบบอัตโนมัติ และเลือกใช้ค่า CPU และ GPU ที่เหมาะสม

รวมถึงมีสเปกรุ่นใหม่โดยใช้ CPU ชิปประมวผล AMD Ryzen 5000H อย่าง Ryzen 7 5800H ที่ประสิทธิภาพสสูง สถาปัตยกรรม Zen 3 ได้ทั้งความแรงขึ้นและร้อนน้อยลง แน่นอนว่าเลือกใช้ GPU การ์ดจอแยกเป็น NVIDIA GeForce RTX 3060 Max-P (6GB GDDR6) ที่มีความแรงความล้ำ ติดตั้งแรมเป็น 16GB DDR4 Bus 3200MHz ผสานกับ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 1TB มี Windows 10 Home ใช้งานได้ทันที โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี Coldfront 3.0 ที่ช่วยจัดการการระบายความร้อนให้ดียิ่งกว่า

Lenovo Legion 5

สำหรับ Lenovo Legion 5 นั้นเรียกได้ว่ามาครบเครื่องเป็นโน๊ตบุ๊คสำหรับการเล่นเกมขนาดหน้าจอ 15.6″ พาเนล IPS คุณภาพสูง sRGB ใกล้เคียง 100% พร้อมด้วยมาตรฐาน HDR 400 โดยมี Refresh Rate ที่ 165Hz ลื่นไหลยิ่งกว่า ได้ขอบจอบางเฉียบ มิติตัวเครื่องเล็กกระชับ ลงตัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนรับรองได้ว่ามันสามารถที่จะสร้างประสบการณ์ในการเล่นเกมแบบใหม่ให้กับผู้ใช้งานได้อย่างสบายๆ  ซึ่งนอกจากเล่นเกมระดับ AAA ได้ดีเพราะสเปกฮาร์ดแวร์ภายในเป็นขั้นสูง

ยังรองรับทั้งการทำงานที่ต้องการประสิทธิภาพที่สูง อย่างตัดต่อวีดีโอ หรือเรนเดอร์ 3 มิติ ก็ตอบสนองได้ยอดเยี่ยม รวมไปถึงความบันเทิงจากการที่ใช้ลำโพง Harman ร่วมกับระบบเสียง Nahimic และคีย์บอร์ดไฟ RGB เป็น Legion TrueStrike ที่หนักแน่นอนแต่นุ่มนวล สนนราคา 39,990 บาท ได้ประกัน 3 ปี On-site ซ่อมฟรีถึงบ้าน และบริการอื่นๆ อย่างประกันอุบัติเหตุที่ 2 ปี โดยสามารถเคลมได้ 100% หรือเครื่องสำรองระหว่างซ่อมด้วย

VDO Review

Coming Soon

NBS Verdict

จากการที่รีวิวใช้งานจริงๆ ของ Lenovo Legion 5 รุ่นปี 2021 ราคาเปิดตัวที่ 39,990 บาท สเปกชิปประมวลผล Ryzen 7 5800H การ์ดจอแยกเป็น NVIDIA GeForce RTX 3060 ทำงานร่วมกับ Lenovo Legion AI Engine ทั้งการเล่นเกมหลากหลายหรือทำงานประมวลผลหนักๆ รวมไปถึงทำงานนอกสถานที่ และความบันเทิงดูหนังฟังเพลงที่บ้านแล้ว บอกได้เลยว่าทั้งในเรื่องของดีไซน์การออกแบบนั้นมีความน่าประทับใจเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือสีสันใหม่อย่าง Phantom Blue ออกเป็นแนวสีน้ำเงินเข้ม ที่มีความสวยงามพร้อมกับความเรียบหรู แตกต่างจาก Gaming Notebook หลายๆ รุ่น

Lenovo Legion 5 2021 Ryzen 7 RTX 3060 Review 27

พร้อมการปรับจากรุ่นก่อนเล็กน้อยอย่างกล้องเว็บแคมที่ติดตั้งไว้ด้านบ แต่ย้ายปุ่ม E-Shutter ไว้ที่ด้านข้างตัวเครื่อง ซึ่งก็สะดวกไปอีก ได้ประสบการณ์ใช้งานที่เหนือชั้นจากจอ 165Hz รวมไปถึงมีสเปคประสิทธิภาพสูงจาก เหลือเฟือในการใช้งานพื้นฐาน แบตเตอรี่ก็ใช้งานได้ยาวนาน ตัวเครื่องก็ร้อนน้อยจากเทคโนโลยี Legion Coldfront 3.0 ชอบมากๆ และใช้งานได้จริงก็คือการปรับโหมดเพียง Fn + Q เท่านั้น ก็ปรับโหมดประสิทธิภาพได้แล้ว อีกทั้งยังสามารถปรับแต่งเครื่องได้ละเอียดผ่านทางซอฟต์แวร์ Lenovo Vantage ด้วย

Lenovo Legion 5 2021 Ryzen 7 RTX 3060 Review 30

อีกทั้งมี Unbeatable Protection Pack ที่ประกอบไปด้วยประกันแบบ 3 ปี On-site Service พร้อมบริการหลังการขายอื่นๆ อาทิ ประกันอุบัติเหตุแบบเคลม 100% มีเครื่องสำรองระหว่างรอเครื่องเคลม หรือบริการโทรศัพท์ Call Center 24/7 อีกด้วย ที่เหนือกว่าหลายๆ แบรนด์ ในเรื่องของบริการหลังการขายที่เรามั่นใจได้มากกว่า ซึ่งนอกเหนือจากสเปกและฟีเจอร์ที่เยี่ยมยอดแล้ว ที่ประทับใจอีกอย่างก็คือได้พอร์ตเชื่อมต่อที่มากกว่าทั้ง USB 3.2 Type-A x 4 และ USB 3.2 Type-C x 2 รวมถึงงานประกอบฮาร์ดแวร์ภายในก็เรียบร้อยมากๆ ด้วย

Lenovo Legion 5 2021 Ryzen 7 RTX 3060 Review 75

เทียบสเปกราคากับรุ่นก่อนหน้านี้ของ Lenovo Legion 5 นับว่าได้ประสิทธิภาพขั้นสูงยิ่งกว่า พร้อมหลายๆ อย่างมีการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นในหลายๆ ด้าน ทั้งแบตเตอรี่ที่ยาวนานที่ใช้งานได้ 10 ชั่วโมง รวมถึงจัดกการจัดการความร้อนได้เป็นอย่าง นาทีนี้ใครกำลังจะซื้อ Gaming Notebook ปี 2021 รุ่นนี้ต้องเป็นตัวเลือกแรกๆ แน่นอน ในช่วงงบประมาณ 40,000 บาท แต่อย่างไรก็ตามก็ยังมีข้อสังเกตในเรื่องของตัวเครื่องที่ค่อนข้างหนักกว่า Gaming Notebook หลายๆ รุ่น รวมถึงตัวอแดปเตอร์ก็ใหญ่โตด้วย แต่ถ้าไม่ติดอะไรส่วนนี้หรือยอมรับได้ ก็ตามไปจัดกันได้เลย

จุดเด่น Lenovo Legion 5

  • ดีไซน์การออกแบบสวยงามแตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ ทำงานดีเล่นเกมได้
  • ตัวเครื่องได้ขอบหน้าจอที่บางเฉียบ งานประกอบแน่นวัสดุดีทั้งภายนอกและภายใน
  • ประสิทธิภาพสูงด้วยชิปประมวลผล Ryzen 5 4600H และการ์ดจอ GTX 1650 Ti
  • ได้ SSD M.2 NVMe PCIe ความเร็วแรงระดับสูง ดีกว่าในรุ่นราคาใกล้เคียงกัน
  • ประสิทธิภาพในการเล่นเกมดีลื่นไหลทั้งออฟไลน์ AAA และออนไลน์ที่ลื่นไหล 
  • หน้าจอคุณภาพสูง sRGB ใกล้ 100% พาเนล IPS รองรับ Refresh Rate ที่ 165Hz / 3ms
  • คีย์บอร์ด Legion TrueStrike มีไฟเป็น 4-zone RGB รองรับ Anti-ghosting 100% 
  • มาพร้อม Windows 10 Home ใช้งานได้ทันที และสามารถ Restore ได้ง่าย
  • มีซอฟต์แวร์ Lenovo Vantage ที่ตั้งค่าได้มากมาย ใช้ได้จริง มาช่วยปรับแต่ง
  • มีพอร์ต USB 3.2 Type-C จำนวน 4 พอร์ต และ USB 3.1 Type-C จำนวน 2 พอร์ต
  • ลำโพงคุณภาพเสียงดีจาก Harman Kardon + Nahimic น่าประทับในทุกการใช้งาน
  • ความร้อนที่เกิดขึ้นเมื่อใช้งานหนักๆ จัดว่ามีอุณหภูมิที่เย็นมากๆ จาก Legion Coldfront 2.0
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้ราวๆ 10 ชั่วโมง ถือว่าใช้งานได้ยาวนานหลายๆ รุ่น
  • ประกัน 3 ปี On-site ซ่อมฟรีถึงบ้าน มีประกันอุบัติเหตุ 2 ปี และบริการหลังการขายอื่นๆ มากมาย

ข้อสังเกต Lenovo Legion 5

  • ตัวเครื่องมีน้ำหนักที่มากว่า Gaming Notebook หลายๆ รุ่น อยู่ที่ 2.5 กิโลกรัม 
  • ตัวอแดปเตอร์มีขนาดที่ใหญ่จ่ายไฟที่ 300 Watt รวมกับเครื่องแล้วหนัก 3.5 กิโลกรัม
  • ยังไม่มีสเปกอื่นๆ ให้เลือก เช่น Ryzen 5 5600H + RTX 3050Ti ที่ราคาน่าจะถูกกว่านี้

Specification

สเปกเต็มๆ ของ Lenovo Legion 5 ปี 2021 รุ่นที่นำมารีวิวเป็นเครื่องขายจริง สนนราคาเปิดตัวอยู่ที่ 39,990 บาท ใช้ชิปประมวลผลเป็น AMD Ryzen 7 5800H ความเร็ว 3.20 – 4.40 GHz สถาปัตยกรรม Zen 3 (Cezanne) ล้ำด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่ 7 นาโนเมตร ทำงานแบบ 8 คอร์ 16 เธรด ส่งผลให้ได้ประสิทธิภาพที่ดีขึ้น ร้อนน้อยลงด้วย พร้อมการ์ดจอตัวแรงอย่าง NVIDIA GeForce RTX 3060 Max-P (6GB GDDR6) ที่ให้ความแรงลื่นทั้งในการทำงานหรือเล่นเกมเหนือชั้นกว่า Gaming Notebook รุ่นก่อนๆ 

Lenovo Legion 5 15ACH6H 82JU000ETA

ได้ที่เก็บข้อมูลแบบ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB พร้อมอัพเกรด SSD M.2 ได้อีก 1 ภายหลังทันที ในส่วนของแรมเองมีมาให้ 16GB แบบ DDR4 Bus 3200 MHz สองแถว (อัพได้สูงสุด 32GB) ระบบปฎิบัติการเป็น Windows 10 Home พร้อมใช้งานตั้งแต่เปิดเครื่องครั้งแรก หน้าจอขนาด 15.6″ แบบด้าน ความละเอียด Full HD พาเนล IPS  มี Refresh Rate รองรับ 144Hz ที่ 3ms ให้สีสันสวยงามและมุมมองที่กว้าง เหมาะกับการทำงานหรือเล่นเกม ใช้งานทั่วไปพื้นฐานลื่นไหลแน่นอน รวมไปถึงทำงานหนักๆ แบบมืออาชีพก็ดีเยี่ยมมากๆ

พร้อมด้วยกล้องเว็บแคม HD (720p) และมีไมค์ดิจิตอลในตัว ส่วนการเชื่อมต่อก็มีมาอย่างครบถ้วน ทั้ง 2 x USB 3.1 Type-C, HDMI, 4 x USB 3.1 Type-A, Kensington lock slot, RJ-45 , Headset พร้อมยังรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth 5.1 และ Wi-Fi 6 AX ส่วนการรับประกันแน่นอนว่าเป็น ประกัน 3 ปี On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน รวมไปถึงมีประกันอุบัติเหตุแบบเคลม 100% ระยะเวลา 2 ปี และมีเครื่องสำรองระหว่างใช้งาน อีกทั้งมี Call Center 24/7 ด้วย

Lenovo Legion 5 15ACH6H-82JU000ETA ราคา 39,990 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 7 5800H (8C/16T : 3.20 – 4.40 GHz)
  • GPU : AMD Radeon 8 + NVIDIA GeForce RTX 3060 Max-P
  • RAM : 16GB DDR4 Bus 3200MHz
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD @ 165Hz
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 512GB
  • OS : Windows 10 Home
  • Connector : Wi-Fi 6 AX (2 x 2) + BT5.0
  • Warranty : 3 Years On-site  + 2 Years ADP 

แพคเกจ Unbeatable Protection Pack  ราคา 9,900 บาท

ประกันแบบ Premium Care ระยะเวลา 3 ปี

  • การสนับสนุนแบบ 24/7
  • พนักงาน Call Center เป็นผู้ชำนาญการด้านเทคนิคโดยเฉพาะ
  • รับประกันการซ่อมแบบ on-site next business day
  • เวลาทำการบริการ on-site ระหว่าง 9 AM- 9PM

การคุ้มครอง Lenovo Accidental Damage Protection (ADP) 2 ปี

  • การคุ้มครองด้านอุบัติเหตุแบบ Ultimate ADP
  • 100% ดูแลด้านชิ้นส่วนและบริการ

Hardware / Design

Lenovo Legion 5 ปี 2021( หรืออีกชื่อจะเป็น Lenovo Legion Y560) ต้องบอกเลยว่าเป็นการพัฒนาต่อยอดมาจากรุ่นก่อนหลายๆ ส่วน ที่มาพร้อมความแตกต่างจาก Gaming Notebook รุ่นอื่นๆ ได้ดีไซน์ที่ดูเรียบง่าย แนวทำงานที่พกพาไปใช้งานได้ทุกที หรือเล่นเกมที่บ้านก็มีความลงตัว กับหน้าจอความละเอียด Full HD พาเนลเป็น IPS เกรดสูง รองรับ Refresh Rate ที่ 165Hz ให้ทั้งความลื่นไหลและคุณภาพดีสีสันสวยงามสมจริง เหมาะสมที่สุดสำหรับการเล่นเกมและความบันเทิงอื่นๆ ที่สำคัญยังมีดีไซน์ขอบจอที่บางเฉียบ ส่งผลให้สะดวกสบายยิ่งขึ้นแบบรู้สึกได้

ส่งผลให้ดีไซน์รวมๆ ของตัวเครื่องมีมิติที่เล็กกระชับ ด้วยความบางเพียง 26.3 มิลลิเมตร น้ำหนัก 2.5 กิโลกรัม ซึ่งเป็นจุดที่สมดุลทั้งในแง่ของประสิทธิภาพในการเล่นเกม และความสามารถในการพกพาได้อย่างลงตัว กับ Gaming Notebook ราคาระดับกลางค่อนไปทางบน ที่ไม่ได้เน้นแต่ความคุ้มค่าอย่างเดียว แต่อยากได้ประสบการณ์ใช้งานที่ดีด้วย จากงานประกอบขั้นสูงและฟีเจอร์ Gaming รวมถึงหน้าจอคุณภาพที่สูงกว่า ซึ่งเชื่อได้เลยว่าน่าจะถูกใจหลายๆ คน

Lenovo Legion 5 2021 Ryzen 7 RTX 3060 Review 13

เหมาะสมกับเพื่อนๆ ที่อยากได้โน๊ตบุ๊คเอาไปเล่นเกมที่เน้นจริงจัง แต่ไม่อยากได้ดีไซน์ Gaming ที่ลวดลายมากเกินไป เพราะใช้เครื่องเดียวกันทั้งงานและความบันเทิง ด้วยความที่สเปกเองก็แรงลื่นเอาไปทำงานหนักๆ อย่างโปรเซสไฟล์ภาพถ่ายหรือตัดต่อวีดีโอก็ได้แบบสบายๆ โดยวัสดุที่ใช้ในการประกอบตัวเครื่องนั้นจะเป็นพลาสติกทั้งหมดก็จริง โดยเลือกใช้พลาสติกเกรดสูงที่ให้สัมผัสที่ดีอีกทั้งยังทนทานไม่เป็นรอยง่ายๆ งานประกอบรวมก็มีคุณภาพมาตรฐาน 

ตอกย้ำการออกแบบและดีไซน์ตัวเครื่องไม่ว่าจะเป็นสีสันที่เป็นตัวเครื่องเลือกที่จะให้มีความเรียบง่าย อย่างสีดำด้านออกเทาๆ เวลาที่โดนกับแสงตลอดทั้งตัวเครื่องโดยมีชื่อสีว่า Phantom Blue โดยมีโลโก้ Legion ที่ฝาหลังและบานพันแบบแกนเดียวขนาดใหญ่เป็นสีไทเทเนียม โดยขอบบานพับมีโลโก้ Y แบบรุ่นก่อนๆ อยู่ พร้อมกันนั้นก็มีโลโก้ของ Lenovo อยู่ 2 ตำแหน่งคือฝาหลังและด้านในตัวเครื่อง ส่วนด้านล่างตัวเครื่องก็จะเป็นช่องดูลมเย็นขนาดใหญ่ พร้อมยางรองยกตัวเครื่องให้สูงขึ้นเล็กน้อย

Lenovo Legion 5 2021 Ryzen 7 RTX 3060 Review 38

โดดเด่นด้วยการอัพเกรดระบบควบคุมอุณหภูมิและระบายความร้อน Lenovo Legion Coldfront 3.0ให้ระบบระบายความร้อนที่ดีขึ้น ผ่านใบพัด 2 ตัวขนาดใหญาพิเศษและท่อนำความร้อนแบบทองแดง ทำให้ระบายความร้อนได้รวดเร็วมากขึ้น เพื่อระบายความร้อนออกสู่ภายนอกให้เร็วที่สุด ด้วยพัดลม 2 ตัว ฮีท์ไปป์ขนาดใหญ่ 3 เส้นพร้อมแผ่นโลหะที่ Cover ทั้ง CPU / GPU แบบเต็มพื้นที่ ทำงานร่วมกับช่องระบายความร้อน 4 ทิศทาง ขณะเดียวกันไม่ทำให้เกิดเสียงรบกวนที่ดังเกินไป โดยยังให้ประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยมอยู่

สรุปโดยรวมการออกแบบดีไซน์ภายนอกและวัสดุของ Lenovo Legion 5 ทำได้ดีตามมาตรฐานของ Lenovo ตอบโจทย์ของคนที่ต้องการโน๊ตบุ๊คเพื่อการเล่นเกมในดีไซน์เรียบๆ แต่แอบแฝงความเข้มและดุดันเอาไว้ ด้วยโลโก้ที่ดูน้อยแต่มาก รวมไปถึงการเลือกใช้ไฟคีย์บอร์ดเป็นไฟ RGB 4 โซน ซึ่งดีกว่ารุ่นก่อนหน้าที่เป็นสีขาวสีเดียว โดยเราสามารถเลือกปรับเป็นสีขาวสีเดียวแบบเดิมก็ได้ผ่านทางซอฟต์แวร์ Lenovo Vantage กรณีที่นำไปใช้งานทางการ ทั้งหมดนี้ตอบสนองคนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี

Keyboard / Touchpad

คีย์บอร์ด Lenovo Legion TrueStrike แม่นยำ นุ่มนวล หนักแน่น  พร้อมไฟ RGB แบบ 4 โซน รองรับ Anti-Ghosting 100% และตอบสนองได้รวดเร็วใน 1ms กับมาตรฐานคีย์บอร์ด 4 แถวขนาด Full Size พร้อมมี Numpad ไว้ใช้งานด้านตัวเลข อีกทั้งด้านการใช้งานในการพิมพ์ ก็ยังเด้งตอบสนองได้เป็นอย่างดีทั้งขนาดแป้นพิมพ์ที่รับกันนิ้วและช่องว่างระหว่างแป้นที่ทำให้มีความแม่นยำในการกด 

Lenovo Legion 5 2021 Ryzen 7 RTX 3060 Review 15

ในส่วนของทัชแพดนั้นได้รับการออกแบบมาใหม่ที่ดูแล้วเรียบง่าย ลักษณะเป็นแบบแยกปุ่มคลิ๊กซ้ายขวา ดูแล้วมีความสวยงามไม่น้อยเลยสำหรับการดีไซน์ออกแบบ โดยรวมแล้วให้ความรู้สึกการใช้งานที่ดี ที่สำคัญเรายังสามารถปิดทัชแพดและปุ่ม Windows แบบอัตโนมัติเมื่อเราเข้าสู่การเล่นเกม ผ่านทางฟีเจอร์นี้ในซอฟต์แวร์ Lenovo Vantage

อีกทั้งสามารถเลือกปรับโหมดได้เองระหว่างโหมดการรักษาอุณหภูมิ Quiet, Balance และ Performance ด้วยการกดปุ่ม Fn + Q นอกจากนี้ยังสามารถเร่งความแรงได้ด้วยการเปิด Dual Burn เพื่อดัน CPU และ GPU ให้มีประสิทธิภาพสูงสุดไปพร้อมๆ กัน ซึ่งจะมีสถานะไฟที่ปุ่ม Power แตกต่างกันออกไป 

Screen / Speaker

ในส่วนของหน้าจอ Lenovo Legion 5 เป็นแบบด้านที่ลดแสงสะท้อนขนาด 15.6″ บนความละเอียดในระดับ Full HD หรือ 1920 x 1080 พิกเซล ที่สำคัญพาเนลยังเป็น IPS คุณภาพสูง รองรับ Refresh Rate ที่ 165Hz / 3ms ได้ความลื่นไหลกว่า 60Hz ทั่วไป (คุณภาพดีกว่ารุ่น IPS 144Hz ทั่วไป) แบบรู้สึกได้แม้จะนำไปใช้งานเล่นอินเตอร์เน็ตก็ตาม ให้การแสดงผลที่สมจริงมุมมองกว้างกว่าพวกโน๊ตบุ๊คที่เป็นพาเนล TN เหมาะการใช้งานทุกประเภทแน่นอน พร้อมรองรับเทคโนโลยี VESA DisplayHDR 400 ด้วย

Lenovo Legion 5 2021 Ryzen 7 RTX 3060 Review 8

เมื่อลองใช้งานจริงแล้วให้ประสบการณ์ใช้งานระดับที่น่าประทับใจ ทั้งการเล่นเกม ดูหนัง หรือชมวีดีโอจาก Youtube ก็สามารถมอบประสบการณ์ความบันเทิงให้อย่างดี เรียกได้ว่า Lenovo Legion 5 ยังคงรักษามาตรฐานของ Gaming Notebook เหมือนรุ่นอื่นๆ ที่สำคัญยังมาพร้อมฟีเจอร์ E- Shutter ม่านชัตเตอร์ปิดเลนส์กล้องที่ทำให้เรามั่นใจว่ากล้องจะเห็นในเวลาที่เราต้องการใช้งานเท่านั้น โดยตัวปุ่มถูกติดตั้งอยู่ที่ขอบตัวเครื่องด้านข้างทางขวา

Lenovo Legion 5 2021 Ryzen 7 RTX 3060 Review 7
Lenovo Legion 5 2021 Ryzen 7 RTX 3060 Review 9
Lenovo Legion 5 2021 Ryzen 7 RTX 3060 Review 44

การทดสอบประสิทธิภาพหน้าจอของ Lenovo Legion 5 ที่เป็นโน๊ตบุ๊คที่ใช้หน้าจอพาเนล IPS ด้วย Spyder5Elite โดยให้ขอบเขตความกว้างของสีสันเทียบเท่ากับมาตรฐาน sRGB ที่ 92% และ AdobeRGB ที่ 70% เรียกได้ว่าให้ประสิทธิภาพเรื่องของสีสันในเกณฑ์ที่ดีเยี่ยม ความสว่างหน้าจอสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 300 cd/m2 ซึ่งจัดได้อยู่ในเกณฑ์ดีกว่ามาตรฐาน เอาไปทำงานข้างนอกสบายๆ เหมาะกับผู้ที่ใช้งานด้านตกแต่งภาพที่ต้องการความเที่ยงตรงของสีเป็นหลัก ใครที่จริงจังด้านสีสันถือว่าเป็น Gaming Notebook ที่น่าสนใจรุ่นนึงทีเดียว

s3 6

ต่อกันที่วัดความสว่างของหน้าจอตามตำแหน่งต่างๆ โดยแบ่งเป็น 9 ช่อง เทียบจากช่องกลางที่ปกติแล้วจะให้ความสว่างที่มากที่สุด ที่จะเห็นได้ว่าช่องกลางของหน้าจอมีค่า 0% ก็คือแสดงความสว่างได้เต็มที่ แต่สำหรับช่องบนแถวกลางทั้งหมดที่ลดลงไปที่ระดับ 12% ทำให้ต้องใช้งานอย่างระมัดระวังสำหรับคนที่บังเอิญจำเป็นต้องใช้งานภาพถ่าย หรืองานกราฟิกอื่นๆ ปิดท้ายด้วยคะแนนรวม 4.0 คะแนนถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีกว่ามาตราฐานทั่วไป เหมาะสำหรับคนเอามาดูหนังฟังเพลง เล่นเกม หรือตกแต่งโปรเซสภาพถ่ายก็พอได้แบบดีกว่ารุ่นที่ใหล้เคียงกัน

s1 6
s2 6
s4 4

ระบบและการออกแบบลำโพงที่เป็นจุดเด่นอย่างแท้จริง ด้วยลำโพงขนาดใหญ่จากแบรนด์ Harman Kardon แบบ 2 x 2W แยกซ้ายขวาที่ติดตั้งบริเวณขอบตัวเครื่องด้านหน้าจำนวน 2 ตัว  ซึ่งได้คุณภาพเสียงที่ดี พร้อมระบบเสียง Nahimic ที่จะเข้ามาเสริมพลังเสียงให้หนักแน่น เต็มอิ่ม และดังเพียงพอสำหรับการแบ่งปันประสบการณ์ความบันเทิงให้กับคนรอบข้าง ซึ่งผ่านการออกแบบมาให้เหมาะกับสายเกม ให้เสียงดังชัด สมจริง รอบด้าน 360 องศา

แถมยังมีฟีเจอร์ต่าง ๆ เสริมให้ประสบการณ์การฟังของผู้ใช้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น เช่น Night Mode ลดระดับเสียงได้อัจฉริยะ และ Sound Tracker แสดงให้ผู้ใช้เห็นแหล่งกำเนิด นอกจากนี้ผู้ใช้ยังสตรีมเสียงจากเครื่องไปยังชุดหูฟังได้ถึงสองชุด โดยไม่ต้องใช้อะแดปเตอร์เสียงได้ ด้วยฟีเจอร์ Sound Sharing และเชื่อมต่อเครื่องกับลำโพงบลูทูธ สร้างเสียงเซอร์ราวได้ ด้วยฟีเจอร์ BT Link

Lenovo Legion 5 2021 Ryzen 7 RTX 3060 Review 55
Lenovo Legion 5 2021 Ryzen 7 RTX 3060 Review 57
Lenovo Legion 5 2021 Ryzen 7 RTX 3060 Review 56

Connector / Thin And Weight

Lenovo Legion 5 จัดว่าเป็น Gaming Notebook ขนาดหน้าจอ 15.6″ ที่มีพอร์ตเชื่อมต่อที่ครบครันที่สุดรุ่นนึง ไม่ว่าจะเป็น 4 x USB 3.2 Type-A, 1 x USB 3.2 Type-C (รองรับ DisplayPort), 1 x HDMI 1.4, RJ45 และ Mic-in/Headphone-out โดยตัวพอร์ตเองมีทั้งด้านข้าง 2 ข้าง และด้านหลัง เรียกได้ว่ามีการจัดว่าอย่างลงตัว เหมาะสมกับการใช้งานจริง พร้อมใส่สัญลักษณ์ตามพอร์ตต่างๆ เอาไว้ ให้ความโดดเด่น

แต่อย่างไรก็ตามน่าเสียดายที่ไม่ในส่วนของ SD Card Reader มาให้ เพราะถ้ามีก็จะนับว่าสมบูรณ์แบบมากๆ อีกทั้งมีปุ่ม Restore Windows มาให้เหมือนเดิม พร้อมรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth 5.1 และ Wi-Fi 6 AX ซึ่งจะช่วยให้การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตมีความสเถียร กว่าการเชื่อมต่อมาตรฐาน Wi-Fi 5 AC แบบรุ่นก่อนหน้า พร้อมรองรับการใช้งานพื้นฐานและการเล่นเกมได้ดียิ่งกว่า 

Lenovo Legion 5 2021 Ryzen 7 RTX 3060 Review 54

ขนาดของตัวเครื่องและสายชาร์จ เมื่อเทียบกับขนาดของโน๊ตบุ๊ค 15.6″ ทั่วไปถือได้ว่ามีมิติที่ค่อนข้างใหญ่โตพอสมควรกับการจ่ายไฟที่ 300Watt ตามสไตล์ของโน๊ตบุ๊คที่สเปกแรงก็ต้องใช้กำลังไฟที่สูงด้วย ส่วนของการพกพา จัดว่ามีความใหญ่โตกว่า Gaming Notebook รุ่นอื่นๆ ด้วยน้ำหนัก 2.5 กิโลกรัม อย่างไรก็ตามเมื่อรวมกับอแดปเตอร์ก็จัดว่ามีความหนักขึ้นมาก็จริง แต่ก็ถือว่าพอพกพาไปไหนมาไหนได้อยู่กับน้ำหนักรวมอยูท่ี 3.5 กิโลกรัมโดยประมาณ

Lenovo Legion 5 2021 Ryzen 7 RTX 3060 Review 41
Lenovo Legion 5 2021 Ryzen 7 RTX 3060 Review 43
Lenovo Legion 5 2021 Ryzen 7 RTX 3060 Review 60

Inside / Upgrade

การแกะเครื่องนั้นสามารถที่จะทำได้ค่อนข้างง่าย เมื่อแกะออกมาแล้วก็จะเห็นฮาร์ดแวร์หลายๆ ส่วนวางอย่างลงตัว งานประกอบก็เรียบร้อยมากๆ โดยตัวเครื่องนั้นจะเป็นแบตเตอรี่ที่มีความจุอยู่ที่ 5100 mAh ในส่วนที่สามารถทำการอัพเกรด SSD M.2 ได้ทันทีอีก 1 ตัว ซึ่งมีการใช้แผ่นโลหะครอบปิดเอาไว้ด้วย เอาไว้เพื่อเสริมความแข็งแรง สำหรับในส่วนของแรมนั้นจะต้องถอดเอาที่ครอบโลหะออกก่อนจากนั้นก็จะเห็นแรม โดยตัวเครื่องนั้นจะมี 8GB x 2 แถว เราสามารถที่จะอัพเกรดหน่วยความจำได้สูงสุดถึง 32 GB (ที่ 2 แถว)

Lenovo Legion 5 2021 Ryzen 7 RTX 3060 Review 61

ระบบระบายความร้อนของ Lenovo Legion 5 นั้นมีทิศทางการไหลของลมที่ดีขึ้นจากเดิมพอสมควร ด้วยการออกแบบให้มีชุดระบายอากาศ 2 ชุด แยกกันระหว่าง CPU และ GPU ทำงานร่วมกับช่องระบายความร้อนถึง 4 ช่อง และพัดลมระบายความร้อนขนาดใหญ่ พร้อม Cover ด้วยโลหะปกคลุมทั้งหมด เพื่อระบายความร้อนออกสู่ภายนอกให้เร็วที่สุด ขณะเดียวกันไม่ทำให้เกิดเสียงรบกวนที่ดังเกินไปอีกด้วย เรียกได้เปลี่ยนไปจากรุ่นก่อน แต่จะดีขึ้นหรือเปล่านั้นไปติดตามกันต่อดู

Lenovo Legion 5 2021 Ryzen 7 RTX 3060 Review 62
Lenovo Legion 5 2021 Ryzen 7 RTX 3060 Review 63
Lenovo Legion 5 2021 Ryzen 7 RTX 3060 Review 72
Lenovo Legion 5 2021 Ryzen 7 RTX 3060 Review 70
Lenovo Legion 5 2021 Ryzen 7 RTX 3060 Review 71
Lenovo Legion 5 2021 Ryzen 7 RTX 3060 Review 68

Performance / Software    

Lenovo Legion 5 เครื่องนี้เป็นสเปกขายจริง

พร้อมกับชิปประมวลผลตัวแรงยอดนิยมในตลาดของ Gaming Notebook ของ AMD อย่าง Ryzen 7 5800H เน้นนำไปใช้งานหนักๆ มากกว่า Ryzen 4000H ด้วยสถาปัตยกรรม Zen 3 โค้ดเนม Cezanne มาพร้อมกับเทคโนโลยีการผลิตที่ 7 nm ความเร็ว 3.20 – 4.40 GHz แบบ 8 Core/ 16 Thread ร้อนน้อยกว่า ได้ L3 Cache ที่ 16MB มีค่าอัตราการใช้พลังงานสูงสุด (TDP) ที่ 45W

ที่ต้องบอกว่าสร้างมาตรฐานประสิทธิภาพที่มากกว่าชิปประมวลผลรุ่นก่อนๆ มากยิ่งขึ้นไปอีก แรงเพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไปมากๆ หรือถ้างานที่ต้องประมวลผลจริงจังรวมไปถึงเล่นเกมเป็นหลัก ก็รองรับได้อย่างสบายๆ และดีที่สุดแน่นอน เรียกได้ว่าแรงกว่าชิปประมวลผลที่เป็น AMD Ryzen 4000H อย่าง Ryzen 7 4800H แน่นอน พร้อมได้แรมขนาด 16GB DDR4 Bus 3200MHz (8GB x 2) ใช้งานได้ทันที

c1 5.   c2 5

ผสานกับการ์ดจอออนบอร์ดรุ่นใหม่อย่าง AMD Radeon 8 มีความเร็วในการทำงานที่ 2100MHz มาตรฐานแรม DDR4 ขนาด 512MB ให้พลังในการประมวลผลที่ดีในระดับหนึ่ง อย่างในเรื่องของกราฟิก 2 มิตินั้นก็รองรับได้อย่างสบายๆ หรือถ้าเป็น 3 มิติ ก็ต้องบอกว่ารองรับการทำงานได้ในระดับเบื้องต้นเท่านั้น แต่เอาเข้าจริงๆ ก็สนับสนุนการเล่นเกมได้ในระดับนึงเหมือนกัน ซึ่งโดดเด่นจริงๆ จะเป็นเรื่องของการประหยัดพลังงานเมื่อใช้งานเบาๆอีกทั้งยังมีการ์ดจอแยกรุ่นใหม่ล่าสุดตัวแรงอย่าง NVIDIA GeForce RTX 3060 Max-P (6GB GDDR6) ด้วย

สถาปัตยกรรม Ampere โดยเป็น RTX เจนที่ 2 ที่ต้องบอกว่าแรงกว่ารุ่นก่อนหน้าที่เทียบเคียงอย่าง GeForce RTX 2070 (8GB GDDR6) ซึ่งไม่ใช่แค่แรงแต่ยังร้อนน้อยกว่า เน้นใช้งานกับ Gaming Notebook ทุกประเภท ทั้งตัวหนาหนักและบางเบา รองรับ Ray Tracing ช่วยเพิ่มคุณภาพการแสดงแสงเงาให้แม้แต่เกมระดับ AAA ก็ยังสามารถปรับกราฟิกได้ถึง Ultra ให้ภาพสวยงาม ไหลลื่น สมจริงกว่าที่เคยมีมา เรียกได้ยิ่งตอบสนองในส่วนของการทำงานที่เกี่ยวข้องกับ 3 มิติ หรือเกมที่กินทรัพยากรได้เป็นอย่างดีทีเดียว

g1 5.   g2 5  

สำหรับโปรแกรมทดสอบ CINEBENCH 15 / CINEBENCH 20 ที่เน้นในเรื่องของพลังชิปประมวลผล AMD Ryzen 7 5800H คะแนนก็อยู่ในระดับสูงมากๆ อย่างน่าประทับใจสมกับเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดจาก Ryzen 5000H เปรียบเทียบกับชิปประมวลผล AMD Ryzen 7 4800H / Intel Core i7-10875H ก็ทำได้ดีกว่าแบบชัดเจนทีเดียว รวมไปถึงตัวการ์ดจอแยก RTX 3070 เองก็มีประสิทธิภาพสูงเช่นเดิม เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในส่วนของงานประมวลผลหนักๆ ได้อย่างสบายๆ รวดเร็วทันใจแบบสุดๆ สมกับเป็นชิปประมวลผลตัวบนในรุ่นใช้งานเต็มกำลัง และการ์ดจอระดับบนสุด ที่เน้นการทำงาน 3D เป็นหลัก

cine15 5.   cine20 5

ตัวเก็บข้อมูลของเครื่องที่เลือกใช้ SSD ก็ทำคะแนนออกมาได้อย่างรวดเร็วเป็นที่น่าประทับใจมากๆ บนขนาดความจุ 512GB แบบ M.2 NVMe PCIe ยิ่งเมื่อนำไปใช้เทียบกับฮาร์ดดิสก์แบบจานหมุนที่เป็น SATA 3 หรือ SSD M.2 SATA 3 แล้วละก็จะเห็นถึงประสิทธิภาพทั้งในด้านการทดสอบและในด้านการใช้งานจริงที่แตกต่างกันอย่างเห็นเห็นได้ชัด เรียกได้ว่าเปิดอะไรปุ๊บก็ติดปั๊บ ที่ต้องบอกว่าความเร็วระดับการอ่านที่ราวๆ 3393MB/s และเขียนที่ 2707 MB/s ความเร็วถือว่าทำได้ดีเยี่ยมยอด เรียกได้ว่าเป็น Gaming Notebook ราคาคุ้มค่า ที่ได้ SSD ระดับสูง อันนี้เป็นจุดเด่นที่ชัดเจนทีเดียว

ssd 5

การทดสอบประสิทธิภาพกับโปรแกรม PCMark 10 Advance ซึ่งสามารถทำคะแนนการทดสอบรวมได้มากถึง 6652 คะแนน ถือได้ว่าในส่วนของการใช้งานทั่วไปโดยรวมนั้นสอบผ่านแบบสบายๆ ทั้งในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร งานตกแต่งรูปภาพ รวมถึงงานตัดต่อวิดีโอ และจากการที่เป็น Gaming Notebook สเปกใหม่ล่าสุดจากชิปประมวลผล AMD Ryzen 7 5800H มีการ์ดจอแยกระดับ Gaming อย่าง NVIDIA GeForce RTX 3060 ทำให้มีคะแนนพุ่งกว่าโน๊ตบุ๊คปีก่อนๆ มากพอตัว

pc10 4

สำหรับคะแนนและเฟรมเรมในการเล่นเกมจากการทดสอบด้วยโปรแกรม 3D Mark จากทาง Futuremark ที่พัฒนาและคิดค้นจากบริษัท AMD, Intel, Microsoft, NVIDIA ในส่วนของ Time Spy ทำออกมาน่าสนใจมากๆ ด้วยคะแนนรวม 8957และประมวลผลคาดการณ์เกม Apex Legends ปรับสุด Full HD ได้ 140+ FPS เน้นเรื่อง DirectX 12 เป็นตัวช่วยขับเคลื่อนเพื่อมาเสริมข้อบกพร่องทางด้านการทำงานต่างๆ ของการ์ดจอเป็นหลัก ซึ่งผลทดสอบนั้นจะดูว่าแต่ละการ์ดจอนั้นสามารถทำงานเข้าขากับ DirectX 12 ได้ดีขนาดไหน 

3dm 1

เสริมประสิทธิภาพด้วย AI อัจฉริยะที่ ให้ทุกเกมหรือการทำงานใช้พลังประมวลผลได้มีประสิทธิภาพกว่าเดิม เกมในแต่ละเกมนั้นแน่นอนว่าต้องใช้การประมวลผลของ CPU และ GPU ที่แตกต่างกัน เทคโนโลยีอัจฉริยะอย่าง Lenovo Legion AI Engine ที่เป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และระบบ AI จะเป็นตัวช่วยในการแจกแจงพลังงานความร้อนหรือ Thermal Design Power (TDP) แบบอัตโนมัติ และเลือกใช้ค่า CPU และ GPU ที่เหมาะสม ทำให้ได้ค่าเฟรมเรตที่ดีที่สุด เกมเมอร์จึงทำงานหรือเล่นเกมได้อย่างลื่นไหลต่อเนื่อง

สำหรับคะแนนและเฟรมเรมในการเล่นเกมทำออกมาน่าสนใจมากๆ โดยเฉลี่ยของเฟรมเรท (FPS) จากทั้ง 7 เกมที่ได้ทดสอบมีค่าเฟรมเรทเฉลี่ยมากกว่า 100 – 220 FPS ขึ้นไปแทบทุกเกม ประกอบไปด้วย Resident Evil 3 Remake / Battlefield V / FarCry 5 ที่เป็นเกมออฟไลน์ที่กินทรัพยกร รวมไปถึงเกมออนไลน์ยอดนิยมอย่าง PUBG / DOTA 2 / Overwatch ซึ่งตรงนี้ก็สามารถชี้วัดความสามารถในการเล่นเกมที่กราฟิกละเอียดๆ และภาพสวยๆ ได้ลื่นไหลเป็นอย่างดีเลย

game test 2

ทดสอบเกมกินทรัพยากรพอตัวที่เป็นประเภทออนไลน์อย่าง Resident Evil 3 Remark / Battlefield V / FarCry 5 / GTA V ก็สามารถเล่นได้ดีที่ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล โดยกราฟิกปรับระดับสูงสุดทั้งหมด ตามภาพด้านบน ที่ต้องบอกว่าภาพก็สวยจนน่าประทับใจ เรียกได้ว่าเหลือๆ กับการตอบสนองความต้องการเล่นเกมได้สมบูรณ์ที่สุด แถมไม่กินทรัพยากรเครื่องจนเกินไปด้วย ซึ่งถ้าต้องการเล่นให้ลื่นไหลกว่านี้แนะนำให้ปรับกราฟิกลงมากลางๆ หน่อยก็ยังพอได้ อยู่ที่ว่าเราจะเลือกความสวยงามแค่ไหน

เกมออนไลน์กินสเปกน้อยลงมาอย่าง DOTA 2 / Overwatch รวมไปถึง PUBG ก็จัดการทดสอบแบบปรับสุดหมดให้ด้วยเช่นกัน โดยทั้งนี้การตั้งค่าความละเอียดของภาพก็อยู่ที่ 1920 x 1080 พิกเซล ซึ่งเป็นความละเอียดที่จะสามารถเล่นให้ลื่นได้ สำหรับรายละเอียดภาพอื่นๆ ก็เรียกได้ว่าเปิดทุกอัน  ผลที่ได้ออกมาก็คือสามารถเรนเดอร์ได้อย่างไหลลื่นในระดับเฟรมเรทที่สูงสุด แม้กระทั่งฉากตะลุมบอนกันก็สบายๆ ค่าเฟรมเรทอยู่ที่ราวๆ 160 ขึ้นไปตลอด ที่สำคัญได้หน้าจอ 165Hz ก็ช่วยเรื่องของความลื่นไหลไปอีก

lenovo

Lenovo Legion 5 แน่นอนว่ามาพร้อมซอฟต์แวร์ Lenovo Vantage มีในส่วนเรื่องเช็คการทำงานของสเปกภายใน หรือเช็คสถานะการทำงานส่วนต่างๆ ของเครื่อง รวมไปถึงยังสามารถปรับไฟ RGB 4 โซนได้ตรงนี้เลย อีกทั้งตรวจเช็คสถานะเครื่องกับข้อมูลแคชต่างๆ ก็ทำการลบทิ้งได้ตรงนี้เลย หรือเช็คอัพเดทซอฟ์ตแวร์และไดร์เวอร์ต่างๆ ของเครื่องก็สามารถทำผ่านตรงนี้ได้เช่นกัน ที่สำคัญถ้าใครต้องการ Backup หรือ Recovery ข้อมูลภายในก็จัดการได้เลย นับได้ว่า Lenovo Vantage เป็นซอฟต์แวร์ Ultility ติดเครื่องที่ดีและใช้งานจริงได้

Battery / Heat / Noise

Lenovo Legion 5 นั้นมาพร้อมกับแบตเตอรี่ประมาณ 5100 mAh ซึ่งจะว่าไปแล้วนั้นก็ค่อนข้างที่จะน้อยก็จริง แต่เมื่อมาดูประสิทธิภาพโดยรวมของอายุการใช้งานของแบตเตอรี่แล้วถือว่ายอดเยี่ยมทีเดียวเลย โดยสามารถใช้งาน Wi-Fi เพื่อดู Youtube ได้ยาวนานประมาณ 10 ชั่วโมง ซึ่งหากดูตามตารางแล้วนั้นจะเห็นได้ว่า Lenovo Legion 5 ทำเวลาได้ใกล้เคียงกับโน๊ตบุ๊คที่บางเบาเน้นพกพาเลยก็ว่าได้ คาดว่าจะเป็นเพราะการจัดการพลังงานที่ดีของ Lenovo และชิปประมวลผล AMD Ryzen 5000H รุ่นใหม่นั่นเอง 

batt2 1

ส่วนของอุณหภูมิตัวเครื่องโดยรวม Lenovo Legion 5 ถือว่าสามารถที่จะทำได้ดีขณะที่เราเล่นเกมทดสอบเป็นเวลานาน ซึ่งเป็นการเล่นเกมที่เน้นชิปประมวลผลกับการ์ดจอแยกพบว่าระดับของอุณหภูมิในจุดต่างๆ ของตัวเครื่องจะเพิ่มขึ้นมาน้อยมาก จุดที่มีอุณหภูมอที่หนักที่สุดจะอยู่ที่ ตรงกลางขอบเครื่องด้านหลัง แต่ก็ใช้เวลาถ่ายความร้อนออกไปได้ไม่นานมากเท่าไรนักเมื่อเราใช้งานทั่วไป จากการที่มีพัดลมสองตัวพร้อมฮีตไปป์ 3 เส้นเป่าออกด้านหลังด้านข้าง 4 ทิศทาง และเทคโนโลยี Lenovo Legion Coldfront 3.0 ช่วยจัดการได้อย่างเยี่ยมยอด

temp2 1

ส่วนเรื่องอุณหภูมิในการใช้งานนั้น เมื่อใช้งานแบบปกติ ชิปประมวลผลจะอยู่ที่ประมาณ 40 – 60 องศาเซลเซียส ส่วนการ์ดจอจะอยู่ที่ 40 – 50 องศาเซลเซียสเช่นกัน ภายในห้องปรับอากาศอุณหภูมิประมาณ 25 – 28 องศาเซลเซียส จากนั้นทำการทดสอบเบิร์นให้เครื่องทำงาน 100% ด้วยการเล่นเกมกราฟิก 3 มิติ เพื่อให้เห็นถึงระบบระบายความร้อนและเสียงรบกวนที่จะเกิดขึ้นเมื่อพัดลมหมุนรอบจัดสุด

ด้วยการเปิดโหมด Performance เพื่อเริ่งประสิทธิภาพ จากการทดสอบขณะนี้ดูได้ผ่านทางซอฟต์แวร์ Hardware Monitor รุ่นใหม่ล่าสุด ที่สามารถดูข้อมูลได้ละเอียดมากๆ โดย CPU ชิปประมวลผล อยู่ที่ไม่เกิน 97 องศาเซลเซียส ส่วน GPU การ์ดจอจะอยู่ที่ไม่เกิน 84 องศาเซลเซียส ซึ่งต้องยอมรับว่าเย็นกว่ารุ่นก่อนๆ และเย็นกว่าหลายรุ่นในตลาด เมื่อเทียบกับความแรงที่ได้กลับมานับว่ามีความน่าประทับใจ  

Conclusion / Award

Lenovo Legion 5 เป็น Gaming Notebook ปี 2021 ที่น่าสนใจมากๆ จากการที่ได้สเปคสุดแรง AMD Ryzen 5000H รุ่นล่าสุด อย่าง Ryzen 5 5800 ที่ดีขึ้นในทุกๆ มิติ ส่วนการ์ดจอได้เป็น NVIDIA GeForce RTX 3060 เรียกได้ว่าเข้าคู่กันเป็นอย่างดี ดีขึ้นทั้งประสิทธิภาพ ร้อนน้อยลง และแบตยาวนานขึ้น ในเครื่องเดียว ได้แรมขนาด 16GB DDR4 (Bus 3200MHz) และ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB โดยตัวเครื่องสี Phantom Blue ที่สวยงาม น้ำหนักอยู่ที่ 2.5 กิโลกรัม มีเทคโนโลยี Lenovo Legion Coldfront 3.0 ที่ช่วยควบคุมความอุณหภูมิ และฟีเจอร์ Gaming อย่าง 

Lenovo Legion 5 2021 Ryzen 7 RTX 3060 Review 76

คีย์บอร์ด Lenovo Legion TrueStrike แม่นยำ นุ่มนวล หนักแน่น  พร้อม 4-zone RGB รองรับ Anti-Ghosting 100% และตอบสนองได้รวดเร็วใน 1ms ทนทานมากขึ้นด้วยการเคลือบสารให้คุณสมบัติต้านทานการเสียดสีและการสึกกร่อน และแบตเตอรี่ที่ปรับใหม่ให้ประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น ใช้ได้นานถึง 10 ชั่วโมง ด้วยเทคโนโลยี Advanced Optimus และ Hybrid Mode อีกทั้งสามารถเลือกปรับโหมดได้เองระหว่างโหมดการรักษาอุณหภูมิ Quiet, Balance และ Performance สลับด้วยการกด Fn + Q 

นอกจากนี้ยังสามารถเร่งความแรงได้ด้วยการเปิด Dual Burn เพื่อดัน CPU และ GPU ให้มีประสิทธิภาพสูงสุดไปพร้อมๆ กัน สมกับเป็น Gaming Notebook มีความเป็น Legion ที่ไม่ใช่แค่สวยงามดุดันแต่เน้นประสิทธิภาพด้วย ทำให้ไม่ว่าเราจะใช้งานทั่วไปอย่าง ดูหนังฟังเพลง เล่นอินเตอร์เน็ต ทำงานเอกสารลื่นไหลแน่นอน รวมไปถึงเอาไปทำงานตัดต่อวีดีโอโปรเซสไฟล์ภาพก็สบายๆ เสริมประสิทธิภาพการเล่นเกมด้วย AI อัจฉริยะที่มาพร้อมกับ Lenovo Legion 5 รุ่นใหม่ล่าสุด 

Lenovo Legion 5 2021 Ryzen 7 RTX 3060 Review 14

และที่สำคัญคือจอ 15.6 นิ้ว Full HD (1920 x 1080) IPS display 165 Hz และตอบสนองในเวลา ❤ ms รองรับเทคโนโลยี VESA DisplayHDR 400 100% sRGB และคมชัด จอจัดเต็มกว่าหลายๆ รุ่น แม้ดีไซน์หลักจะยังเป็นรูปแบบเดิมคล้ายกับ Legion 5 รุ่นก่อน แต่ก็ต้องยอมรับว่าเป็นดีไซน์ที่ลงตัวที่สุดแบบหนึ่ง เพราะทำให้ตัวเครื่องมีช่องระบายความร้อนได้ทั้ง 4 ทิศทาง พอร์ตเชื่อมต่อที่มากกว่าและสามารถใช้ประโยชน์เครื่องจากด้านหลังได้เต็มที่ รวมไปถึงจอภาพที่สามารถกางได้ 180 องศา โดยใน Lenovo Legion 5 ยังได้อัพเกรดขึ้นมาหลายๆ ส่วน

โดยรุ่นที่เรานำมาทดสอบเป็นตัวขายจริงในตลาด ถือว่าเป็น Gaming Notebook ได้สเปกที่น่าสนใจทีเดียว เพราะมาพร้อมกับประสิทธิภาพที่สูงทั้งด้วยชิปประมวลผลและการ์ดจอ ขอบจอบางเฉียบ ดีไซน์เน้นเรียบๆ ทั้งจากรูปลักษณ์และใช้งานจริง พร้อมฟีเจอร์จัดเต็ม ได้คุ้มค่าคุ้มราคา อย่างไรก็ตามใครคนไหนที่กำลังมองหา Gaming Notebook งบประมาณ 40,000 บาท ก็สามารถดูไว้เป็นตัวเลือกได้ ซึ่ง และคาดว่าในอนาคตอีกไม่นานเกินรอ น่าจะมีสเปกอื่นๆ ที่ราคาย่อมเยาว์กว่าที่ 30,000 บาท ได้สเปก Ryzen 5 5600H + RTX 3050 Ti 

Lenovo Legion 5 2021 Ryzen 7 RTX 3060 Review 36

Award

โดยในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับเครื่องในกลุ่มของโน๊ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 15.6 นิ้วด้วยกัน ซึ่ง Lenovo Legion 5 ก็ได้รางวัลต่างๆ ดังนี้

Best Design

เรื่องของรูปร่างหน้าตาก็เป็นหนึ่งในจุดเด่นที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ของ Lenovo Legion โน๊ตบุ๊คสาย Gaming มาตั้งแต่ไหนแต่ไร ซึ่งจุดเด่นในข้อนี้ก็เห็นได้ชัดเจนใน Lenovo Legion 5 รุ่นใหม่ปี 2021 ที่มีดีไซน์ของตัวเครื่องสวยงามเรียบหรูดูเป็นเอกลักษณ์ ดูแล้วเรียบหรูตามสไตล์คนรุ่นใหม่ที่ชอบเล่นเกม อีกทั้งยังพกพาไปทำงานได้ลงตัว รวมไปถึงตัวเครื่องก็แข็งแรงทนทาน งานประกอบเรียบร้อยทั้งภายนอกและภายใน ได้คีย์บอร์ด Legion TrueStrike เป็นไฟ RGB แบบ 4 โซน พร้อมปรับหลายๆ ส่วนให้ดีขึ้น ทำให้เป็นอีกหนึ่ง Gaming Notebook ที่หลายคนจับตามองทีเดียว

NBS award 7 Design  

Best Performance

ด้วยสเปก Lenovo Legion 5 ชิปประมวลผลรุ่นใหม่ AMD Ryzen 5000H ตัวล่าสุด อย่าง Ryzen 7 5800H และการ์ดจอระดับสูงยอดนิยมอย่าง NVIDIA GeForce RTX 3060 Max-P ที่ 130Watt ที่มาพร้อมกับแรมขนาด 8GB แบบ DDR4  รวมไปถึง SSD M.2 ความเร็วสูง อีกทั้งได้หน้าจอ IPS คุณภาพสูงที่ดีเยี่ยม Refresh Rate 165GB รองรับเทคโนโลยี VESA DisplayHDR 400 ก็ทำให้ประสิทธิภาพโดยรวมของตัวเครื่องนี้มีความน่าประทับใจ ทั้งจากในการใช้ทำงานจริงๆ รวมไปถึงการทดสอบด้วยโปรแกรมต่างๆ ค่าคะแนนต่างๆ ก็ทำออกมาได้ดี ส่วนการใช้งานทั่วไปนั้นก็ลื่นไหลสุดๆ

award new performance

Best Gaming

เรื่องความเป็น Gaming และความบันเทิงก็ทำได้ดีจากลำโพง Harman พร้อมระบบเสียง Nahimic ที่จะเข้ามาเสริมพลังเสียงให้หนักแน่น เต็มอิ่ม และดังเพียงพอสำหรับการแบ่งปันประสบการณ์ความบันเทิงให้กับคนรอบข้าง มาพร้อมด้วยสเปคของระบบที่สดใหม่และเร็วแรงจาก Lenovo Legion AI Engine ที่เป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และระบบ AI จะเป็นตัวช่วยเลือกใช้ค่า CPU และ GPU ที่เหมาะสม ทั้งทำงานหรือเล่นเกมก็ทำได้เป็นอย่างดี ถึงอย่างนั้นก็ยังสามารถใช้งานแบตเตอรี่ได้ยาวนานกว่า 10 ชั่วโมงอีกด้วย จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ Lenovo Legion 5 จะได้รางวัลนี้ไป

award new Gaming

 

from:https://notebookspec.com/web/593875-review-lenovo-legion-5-ryzen7-rtx3060

Review – Lenovo IdeaPad Slim 3i โน๊ตบุ๊กเพื่อการเรียนยุค New Normal ในราคาเริ่มที่ 13,900

รีวิว Lenovo IdeaPad Slim 3i

ด้วยการมาของ COVID-19 ทำให้การเรียน ได้รับการปรับเปลี่ยนให้เกิดจากที่บ้าน ที่พักอาศัยกันมากขึ้น ส่งผลให้หลายคนอาจจำเป็นต้องซื้อโน้ตบุ๊กซักเครื่องมาเพื่อใช้ประกอบการเรียนรู้ ซึ่ง Lenovo เองก็มีผลิตภัณฑ์ในไลน์อัพ IdeaPad ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นี้โดยตรง นั่นคือ Lenovo IdeaPad Slim 3i ซึ่งมีประสิทธิภาพที่ลงตัวแม้จะเป็นในรุ่นราคาเริ่มต้น ด้วยพลังของ Intel Pentium Gold 7505 ให้มาพร้อม RAM 8 GB และ SSD 256 GB ด้วย กับราคาเพียง 13,900 บาทเท่านั้น

ในขณะที่จุดอื่น ๆ ก็ออกแบบมาเพื่อการศึกษาได้เป็นอย่างดี ทั้งหน้าจอขนาด 14″ ความละเอียดระดับ Full HD ที่ให้ภาพคมชัด ไม่ปวดตา มีแผ่นชัตเตอร์ปิดหน้ากล้องในเวลาที่ไม่ต้องการใช้งาน รวมถึงยังให้พอร์ตเชื่อมต่อพื้นฐานมาค่อนข้างครบสำหรับการใช้งานในยุคปัจจุบันอีกด้วย ทำให้ไม่ว่าจะใช้ประกอบการเรียน หรือจะใช้ในการทำงานพื้นฐาน Lenovo IdeaPad Slim 3i เครื่องนี้ตอบโจทย์ได้สบาย ๆ แน่นอน

NBS Verdict

Review Lenovo IdeaPad Slim 3i pentium NotebookSPEC 46

Lenovo IdeaPad Slim 3i เครื่องนี้ มาพร้อมกับองค์ประกอบสำหรับการใช้เป็นโน้ตบุ๊กประกอบการศึกษาอย่างครบถ้วน เริ่มต้นด้วยหนึ่งในปัจจัยที่สำคัญสุดในยุคนี้คือเรื่องราคา กับค่าตัวที่เริ่มต้นเพียง 13,900 บาทในรุ่นที่ใช้ชิป Intel Pentium Gold 7505 เครื่องนี้ ซึ่งให้ประสิทธิภาพในระดับที่ใช้งานทั่วไปได้แบบไม่ติดขัด ที่น่าสนใจมาก ๆ เลยก็คือแรมในเครื่องที่ให้มาที่ 8 GB ซึ่งเป็นความจุเริ่มต้นที่เหมาะสำหรับการใช้งานในปัจจุบันมาก ๆ ทั้งยังสามารถเพิ่มแรมเองได้อีกด้วย ต่างจากโน้ตบุ๊กหลาย ๆ รุ่นที่มักให้แรมแบบฝังบอร์ดมาเพียงอย่างเดียว รวมถึงยังมีช่องให้ติดตั้ง HDD/SSD เพิ่มได้อีก 1 ลูกอีกต่างหาก

Review Lenovo IdeaPad Slim 3i pentium NotebookSPEC 02

บอดี้ภายนอกของตัวเครื่องก็ทำออกมาได้ตามมาตรฐาน แม้จะเป็นพลาสติก แต่ก็มีคุณภาพที่ดี ควบคู่กับน้ำหนักที่ค่อนข้างเบา ลงตัวกับการใช้งานในแทบทุกสถานที่ ด้านการเชื่อมต่อก็จัดว่าครบพอตัว รองรับ WiFi 6 ส่วนพอร์ตเชื่อมต่อก็มีทั้ง USB-A, USB-C, HDMI, ช่องอ่าน SD Card และช่อง 3.5 มม. ที่ช่วยให้การเรียนจากที่บ้านสามารถทำได้สะดวก

ด้านของซอฟต์แวร์ภายในก็จะมี Lenovo Vantage มาช่วยในการจัดการ ตั้งค่า และดูแลประสิทธิภาพของเครื่องให้พร้อมใช้งานอยู่เสมออีกด้วย

จุดเด่น

  • ราคาคุ้ม เมื่อเทียบกับความสามารถ และสเปคที่ให้มา
  • หน้าจอขอบบาง สีสันค่อนข้างโอเค และมีโหมดถนอมสายตามาให้ใช้งาน
  • ให้แรมมา 8 GB (4 GB onboard + แผง 4 GB) สามารถเพิ่มแรมได้
  • มีช่องให้ติดตั้ง HDD/SSD แบบ 2.5″ เพิ่มได้อีก 1 ลูก
  • ระบบเสียง Dolby Audio ให้มิติเสียงโอบล้อมที่ดี
  • มีพอร์ต USB-C ให้มา 1 พอร์ต และยังมี USB-A ขนาดเต็มให้อีก 2 พอร์ตด้วย
  • น้ำหนักเบา จับถือสะดวก
  • มี Windows 10 Home มาให้ใช้งานได้ทันที

ข้อสังเกต

  • ไม่มีพอร์ต LAN
  • ไม่มีไฟที่คีย์บอร์ด

Specification

 

ips3

ส่วนของสเปคนั้น Lenovo IdeaPad Slim 3i รุ่นที่รีวิวมาพร้อมกับชิปประมวลผล Intel Pentium Gold 7505 ที่ใช้สถาปัตยกรรมในการผลิตระดับ 10nm SuperFin มีคอร์ประมวลผลด้วยกัน 2 คอร์ 4 เธรด ความเร็วสูงสุด 3.5 GHz มาพร้อมกับกราฟิก Intel UHD Graphics for 11th Gen Intel Processor ซึ่งออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานทั่วไป การรับชมภาพยนตร์ รวมถึงการทำงานเกี่ยวกับด้านวิดีโอ เนื่องจากตัวชิปรองรับ Intel Quick Sync มาในตัวด้วย ส่วนในการเล่นเกม ก็เป็นไปตามมาตรฐานครับ คืออยู่ในระดับที่เล่นได้บ้าง ด้วยการปรับ setting ในเกมให้เหมาะสม

แรมเป็น DDR4 โดยให้มา 2 แบบ แยกเป็น 4 GB แบบฝังบอร์ด ร่วมกับ 4 GB แบบแผงแยกอีก 1 แผง รวมเป็นแรมในเครื่องทั้งหมด 8 GB ซึ่งสามารถถอดแผง 4 GB ในเครื่องออกเพื่อเพิ่มแรมได้ด้วย แต่ที่จริง 8 GB ก็เพียงพอสำหรับการใช้งานได้หลากหลายรูปแบบแล้วครับ

อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจคือ SSD ในเครื่องที่ให้เป็นแบบ PCIe M.2 256 GB ซึ่งก็แน่นอนว่าสามารถเปลี่ยนได้ตามต้องการ แต่ที่สำคัญคือในเครื่องยังมีช่องว่างสำหรับติดตั้ง HDD/SSD ขนาด 2.5″ แบบบางได้อีก 1 ลูกด้วย ซึ่งทำให้ IdeaPad Slim 3i เครื่องนี้น่าสนใจมาก เพราะปกติโน้ตบุ๊กรุ่นสำหรับใช้งานทั่วไป โน้ตบุ๊กราคาไม่แพงมาก มักจะไม่ค่อยมีตัวเลือกสำหรับการอัพเกรดฮาร์ดแวร์ซักเท่าไหร่

Lenovo IdeaPad Slim 3i รองรับการเชื่อมต่อไร้สาย WiFi 802.11ax (WiFi 6) ซึ่งเป็นมาตรฐาน WiFi ที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยจุดเด่นในด้านความเร็ว ความเสถียรในการใช้งาน และแบนด์วิธที่สูงกว่ามาตรฐาน ac ซึ่งถ้าคุณต้องการโน้ตบุ๊กประสิทธิภาพสูงไว้ใช้งานได้นาน ๆ การเลือกเครื่องที่รองรับ WiFi 6 ด้วยก็ถือเป็นข้อที่ควรนำมาพิจารณาเหมือนกัน

ส่วนพอร์ตเชื่อมต่อก็มีมาทั้ง USB-C 1 ช่องสำหรับใช้งานร่วมกับอุปกรณ์รุ่นใหม่ ๆ นอกจากนี้ก็มี USB-A อีก 2 ช่อง รวมถึง HDMI ช่องเสียบแจ็คหูฟังขนาด 3.5 มม. และก็มีช่อง SD Card มาให้ด้วย

สำหรับกลุ่มของ Lenovo IdeaPad Slim 3i รุ่นใหม่ที่ใช้ชิป Intel Gen 11 จะมีให้เลือกด้วยกันหลากหลายสเปคพอสมควร มีตั้งแต่ Pentium ไปจนถึง Core i7 เลยทีเดียว โดยหน้าสเปคของเครื่องที่อยู่ในรีวิวนี้ก็ลิงค์นี้เลยครับ

ส่วนรุ่นอื่น ๆ ก็สามารถเข้าไปดูเพิ่มเติมได้ที่นี่เลย

Hardware / Design

Review Lenovo IdeaPad Slim 3i pentium NotebookSPEC 22

Lenovo IdeaPad Slim 3i เครื่องที่รีวิวในครั้งนี้จะเป็นสีเทา Arctic Grey ที่มีโทนเข้มนิดนึง จุดที่น่าสนใจคือขอบจอด้านข้างที่บาง ทำให้สามารถใส่จอขนาด 14″ ได้โดยที่ตัวเครื่องไม่เทอะทะจนเกินไป แต่บริเวณขอบจอจะไม่มีแถบยางกันกระแทกมาให้นะครับ มีแต่เพียงขอบพลาสติกล้วน ๆ เลย

Review Lenovo IdeaPad Slim 3i pentium NotebookSPEC 30

ตรงบริเวณกึ่งกลางขอบจอด้านบน จะเป็นตำแหน่งของกล้องเว็บแคมตามปกติ โดยมีสวิตช์สำหรับเลื่อนแผ่นชัตเตอร์ปิดหน้ากล้องมาให้ด้วย เพื่อช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งานเครื่อง โดยที่ไม่ต้องหาสติกเกอร์มาปิดเอง ซึ่งถ้าปิดหน้ากล้องไว้ บริเวณกล้องก็จะเป็นสีแดงตามภาพด้านบนเลย

ส่วนจุดวงกลมข้าง ๆ กล้องก็คือไฟ LED ที่ใช้แสดงสถานะการทำงานของกล้องอีกทีครับ ถ้ากล้องทำงานอยู่ ก็จะมีไฟสีขาวติดขึ้นมา

Review Lenovo IdeaPad Slim 3i pentium NotebookSPEC 29

ปุ่มเปิด/ปิดเครื่องจะเป็นปุ่มแยกอยู่บริเวณมุมขวาบนสุดของคีย์บอร์ด โดยมีไฟแสดงสถานะการทำงานของเครื่องอยู่ด้วย ถ้าเครื่องเปิด ไฟก็จะติดค้างไว้ตลอดเวลา

Review Lenovo IdeaPad Slim 3i pentium NotebookSPEC 24

บริเวณที่รองมือ ฝั่งซ้ายจะมีสติกเกอร์ Intel Pentium Gold ติดอยู่ ส่วนข้างทัชแพดก็เป็นสติกเกอร์บอกฟีเจอร์ของ IdeaPad Slim 3i เครื่องนี้ พร้อมกับ QR code ที่สามารถสแกนเพื่อตรวจสอบระยะเวลาการรับประกันของเครื่องได้ทันที รวมถึงยังสามารถสั่งอัพเกรดการรับประกันได้ด้วย

Review Lenovo IdeaPad Slim 3i pentium NotebookSPEC 16

ฝาหลังของ Lenovo IdeaPad Slim 3i จะเป็นพลาสติกสีเทาที่ทำพื้นผิวให้เป็นลายคล้ายบรัชโลหะ ทำให้เมื่อดูไกล ๆ จะเหมือนว่าฝาหลังเป็นโลหะจริงอยู่เหมือนกัน โดยมีโลโก้ Lenovo เล็ก ๆ อยู่ที่มุมบนฝั่งซ้ายของเครื่องเท่านั้น มินิมอลดีมากครับ จัดว่าดูดีเกินราคาเลย

Review Lenovo IdeaPad Slim 3i pentium NotebookSPEC 04

ฝาล่างของเครื่องเป็นพลาสติกผิวด้านสีเทาเข้มโทนเดียวกับผิวเครื่องส่วนอื่น มีช่องดึงลมเข้าจากใต้ตัวเครื่อง พร้อมกันนั้นยังมีสติกเกอร์ Windows 10 มาให้ด้วย เป็นการยืนยันว่าโน้ตบุ๊กเครื่องนี้มาพร้อม Windows 10 Home แบบ OEM มาให้ใช้งานตั้งแต่เปิดเครื่อง

บริเวณขอบล่างใกล้ ๆ กับแถบลำโพงก็จะมีแถบยางรองให้ เช่นเดียวกับด้านบน เหนือช่องลมก็จะมีแถบยางเป็นแนวยาวอีก เพื่อช่วยหนุนให้ตัวเครื่องยกสูงขึ้น

Review Lenovo IdeaPad Slim 3i pentium NotebookSPEC 06

ในการแกะฝาล่างนั้นทำได้ง่ายมาก เพียงแค่ขันน็อตออกทั้งหมด 9 ตัว แล้วค่อย ๆ แงะฝาขึ้นมาก็สามารถแกะได้แล้ว

เมื่อเปิดขึ้นมาก็จะพบกับพัดลม 1 ตัว ที่เชื่อมต่ออยู่กับฮีตไปป์ที่วิ่งออกมาจาก CPU โดยตรง ใกล้ ๆ กับ CPU ก็จะเป็นจุดสำหรับติดตั้งแรม 1 แผง ส่วนที่เป็นแถบสีฟ้าอ่อนคือ thermal pad สำหรับช่วยถ่ายเทความร้อนจาก SSD แบบ PCIe ออกมา

ฝั่งด้านล่างจะมีช่องว่างสำหรับติดตั้ง HDD/SSD ขนาด 2.5″ อยู่หนึ่งช่อง ใกล้ ๆ กันนั้นก็เป็นแบตเตอรี่

Review Lenovo IdeaPad Slim 3i pentium NotebookSPEC 09

ถ้าต้องการเปลี่ยนแรมก็สามารถดึงฝาครอบขึ้น แล้วจัดการเปลี่ยนแรมได้ตามปกติเลย โดยแรมแผงนี้จะมีเป็นแรมแบบ DDR4-3200 4GB นะครับ ทั้งนี้ตัวเครื่องจะมีแรมฝังบอร์ดมาอีก 4GB ด้วย แนะนำว่าถ้าต้องการอัพเกรดแรม ก็ซื้อแรม DDR4 8GB มาใส่อีกแผงก็ได้ ทำให้มีแรมรวมทั้งหมด 12GB เหลือเฟือสำหรับการใช้งานเลย

ส่วน SSD PCIe ข้าง ๆ กันนั้นก็สามารถถอดเปลี่ยนได้เช่นกันครับ โดยชิ้นที่ติดมากับเครื่องจะเป็นแบบ M.2 2242 ซึ่งสามารถหาซื้อ SSD ขนาดเดียวกันมาใส่แทน หรือจะใช้ขนาด M.2 2280 ที่เป็นขนาดยอดนิยมมาใส่แทนก็ได้เช่นกัน โดยตอนติดตั้งก็ให้ถอดตัวแผ่นช่วยยึดด้านล่างออก แล้วติดตั้ง SSD เข้าไปกับบ่าน็อตของบอร์ดโดยตรงได้เลย

Review Lenovo IdeaPad Slim 3i pentium NotebookSPEC 07

ในกล่องจะมีแถมอุปกรณ์มาให้หนึ่งชิ้น นั่นคือสาย SATA สำหรับเชื่อมต่อ HDD/SSD 2.5″ ที่จะใส่เพิ่มเข้าไปในเครื่อง พร้อมน็อตสำหรับขันเพื่อยึด HDD/SSD เข้ากับถาดติดตั้ง ซึ่งจะมีช่องสำหรับเสียบสายแพอยู่ในบริเวณใกล้ ๆ กับถาดติดตั้งนั่นเอง

Review Lenovo IdeaPad Slim 3i pentium NotebookSPEC 10

สำหรับ HDD/SSD SATA ที่จะนำมาติดตั้ง ต้องใช้เป็นแบบบางนะครับ ถ้าเป็น SSD SATA ที่ไม่เก่าเกินไป จะใช้ได้หมดครับ แต่ถ้าเป็น HDD 2.5″ เท่าที่ผมลองเอา HDD ทั่วไปมาใช้ ปรากฏว่าไม่สามารถปิดฝาล่างได้ เนื่องจากติดความหนาของตัว HDD นั่นเอง

ดังนั้น ถ้าต้องการเพิ่มความจุ แนะนำว่าควรจะหา SSD SATA มาใช้งานจะดีกว่าครับ ความจุ 1TB เดี๋ยวนี้ราคาไม่เกิน 4,000 บาทแล้ว

Connector / Thin And Weight

Review Lenovo IdeaPad Slim 3i pentium NotebookSPEC 12

ฝั่งขวาของ Lenovo IdeaPad Slim 3i มีไฟแสดงสถานะของเครื่อง ปุ่ม OneKey Recovery ถัดมาเป็นช่องใส่ SD Card และก็ช่อง USB-A ที่เป็น USB 2.0

Review Lenovo IdeaPad Slim 3i pentium NotebookSPEC 15

อีกฝั่งก็จะมีช่องเสียบสายชาร์จจากอะแดปเตอร์ ไฟ LED แสดงสถานะการชาร์จ ช่อง USB 3.2 Gen 1 ช่อง HDMI ช่อง USB-C และก็ช่องเสียบแจ็คหูฟังขนาด 3.5 มม.

ติดนิดนึงที่ช่อง USB-C นี้ไม่สามารถชาร์จไฟให้ตัวเครื่องได้นะครับ หลัก ๆ คือไว้ใช้เชื่อมต่ออุปกรณ์ USB-C อื่น ๆ มากกว่า

Keyboard / Touchpad

Review Lenovo IdeaPad Slim 3i pentium NotebookSPEC 27

คีย์บอร์ดเป็นทรงในสไตล์ของ Lenovo IdeaPad ที่ขนาดของปุ่มนั้นจัดว่าอยู่ในระดับที่พอดีกับปลายนิ้ว สามารถกดได้ง่าย พิมพ์สะดวก ปุ่มแถวบนสุดจะเป็นทั้งปุ่ม FN และปุ่มลัดสำหรับตั้งค่าต่าง ๆ ไปในตัว สามารถปรับได้ว่าจะเลือกแบบใดจากในโปรแกรม Lenovo Vantage ทั้งนี้ ใต้ปุ่มของ IdeaPad Slim 3i เครื่องนี้ไม่มีไฟ backlit นะครับ

สำหรับคีย์ลัดที่น่าสนใจก็คือ Fn+Q ที่ใช้ในการปรับโหมดประสิทธิภาพการทำงานและการจัดการอุณหภูมิของตัวเครื่อง โดยจะมีด้วยกัน 3 โหมดคือ

  • Extreme Performance – เปิดพัดลมแบบจัดเต็ม เพื่อการใช้ประสิทธิภาพสูงที่สุด
  • Battery Saving – เน้นการประหยัดพลังงาน เช่นการปรับความสว่างจอลง
  • Intelligent Cooling – ให้ตัวเครื่องจัดการเองแบบอัตโนมัติ

 

Review Lenovo IdeaPad Slim 3i pentium NotebookSPEC 26

ทัชแพดมีขนาดมาตรฐาน สามารถลากเคอร์เซอร์ได้ทั่วจอ รองรับการสั่งงานแบบหลายนิ้วพร้อมกัน สามารถลาก gesture ได้ตามปกติ

 

Screen / Speaker

Review Lenovo IdeaPad Slim 3i pentium NotebookSPEC 31

หน้าจอ Lenovo IdeaPad Slim 3i เครื่องที่รีวิวนี้จะเป็นหน้าจอในระดับใช้งานทั่วไปครับ คือเป็นจอ IPS ความละเอียดระดับ Full HD ขนาด 14″ เป็นหน้าจอเคลือบด้านที่ช่วยลดแสงสะท้อนได้พอสมควร มุมมองด้านข้างและด้านบนค่อนข้างกว้าง มองจากด้านข้างแล้วสีไม่เพี้ยนมากนัก ส่วนเรื่องสีสันก็จัดว่าอยู่ในระดับพื้นฐาน ใช้งานเอกสารได้สบาย ส่วนถ้าเป็นงานด้านกราฟิกก็พอได้สำหรับงานที่ไม่เน้นความแม่นยำของสีมากนัก

Review Lenovo IdeaPad Slim 3i pentium NotebookSPEC 40

ในการดูหนังบน IdeaPad Slim 3i ก็ทำได้เพลิน ๆ อยู่ครับ แต่ที่ผมว่าโอเคเลยคือเรื่องระบบเสียง Dolby Audio ที่ช่วยเพิ่มมิติเสียงให้มีความโอบล้อมได้มากกว่าลำโพงโน้ตบุ๊กทั่ว ๆ ไปอยู่พอสมควร

Review Lenovo IdeaPad Slim 3i pentium NotebookSPEC 05

โดยลำโพงของตัวเครื่องจะติดตั้งอยู่บริเวณขอบล่างของด้านหน้า ทั้งฝั่งซ้ายและขวา เมื่อปล่อยเสียงลงพื้นแล้วสะท้อนเข้าหาตัวผู้ใช้ ก็จะได้มิติเสียงที่กำลังลงตัวพอดี นอกจากนี้ยังมีซอฟต์แวร์ Dolby Audio ที่สามารถปรับจูนแนวเสียงให้เหมาะสมกับคอนเทนต์ได้ด้วย เช่น ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม เน้นเสียงสนทนา รวมถึงยังสามารถปรับแต่ง EQ ในแบบที่ชอบได้ด้วย

 

Performance / Software

win3

Lenovo IdeaPad Slim 3i เครื่องที่รีวิวนี้มาพร้อมกับ Intel Pentium Gold 7505 แรม 8 GB โดยใช้ระบบปฏิบัติการเป็น Windows 10 Home Single Language 64 bit แท้มาจากโรงงาน ซึ่งต้องนับว่าคุ้มมากครับ กับเครื่องราคา 13,900 บาท เพราะคิดแค่ค่า License Windows 10 Home แท้ ถ้าต้องซื้อแยกก็ตกราว 3,500 – 4,000 บาทเข้าไปแล้ว

cpuz

โปรแกรม CPU-Z ก็สามารถแสดงรายละเอียดของชิป Intel Pentium Gold 7505 ได้เกือบครบครับ โดยมาพร้อมคอร์ประมวลผล 2 คอร์ 4 เธรด แคช L3 4 MB สถาปัตยกรรมระดับ 10nm ที่ตอบโจทย์การทำงานทั่วไป งานพื้นฐานได้เป็นอย่างดี แต่ถ้าจะนำไปใช้งานเรนเดอร์ หรืองานที่ประมวลผลแบบมัลติคอร์ ก็อาจจะใช้เวลามากกว่าชิปรุ่นอื่นซักนิดนึงครับ

gpuz

GPU-Z ก็จะให้ข้อมูลส่วนของชิปกราฟิกเป็น Intel UHD Graphics ที่เป็น Tiger Lake GT2 10nm รองรับ DirectX 12 เต็มตัว

cine2

ทดสอบประสิทธิภาพของ CPU ด้วย Cinebench R23 พบว่า Intel Pentium Gold 7505 ทำคะแนนส่วนของ Single core ได้ค่อนข้างดีเลย กับคะแนนในระดับที่สูงกว่า Ryzen 7 1700X อยู่นิดนึง ส่วนคะแนนกลุ่ม Multi core ก็อยู่ในระดับที่ไม่สูงมาก เนื่องจากมีเพียง 2 คอร์ 4 เธรดเท่านั้น

ssd 8

SSD PCIe 256 GB ที่ติดมาในเครื่องก็จัดว่าอยู่ในระดับที่ใช้งานทั่วไปได้ ผลการทดสอบจัดว่าเหลือเฟือสำหรับการบูท Windows เปิดโปรแกรม รวมถึงในการเข้าถึงไฟล์ต่าง ๆ ก็ทำได้อย่างรวดเร็วทันใจ

pcmark

ผลทดสอบจาก PCMark 10 จัดอยู่ในระดับโน้ตบุ๊กใช้งานทั่วไป จะใช้ด้านเว็บ ด้านเอกสาร รวมถึงการทำงานผ่านเว็บก็ทำได้สบาย ส่วนการเรียนออนไลน์ การใช้งานโปรแกรมประเภทประชุมออนไลน์อย่างพวก Zoom นั้น ก็ไม่มีปัญหาเลย

3dmark

ส่วนการทดสอบด้านกราฟิกจาก 3DMark ก็ถือว่าทำได้ในระดับพื้นฐานเมื่อเทียบกับกลุ่มโน้ตบุ๊กเพื่อใช้งานออฟฟิศด้วยกัน

ทดลองเล่นเกมบน Lenovo IdeaPad Slim 3i

ทีนี้เรามาทดสอบด้านการเล่นเกมจริงดูบ้างครับ เริ่มด้วยเกมยอดฮิตในช่วงนี้คือ Genshin Impact บนพีซี

genshin

genshin2

ด้วยการใช้กราฟิก Intel UHD ดังนั้นการตั้งค่ากราฟิกที่แนะนำคือลองปรับต่ำสุดไว้ก่อน ซึ่งเท่าที่ผมลองแล้วด้วยความละเอียดภาพระดับ 1080p กราฟิกต่ำสุด ตัวเกมจะมีอาการแล็กตอนที่แพนกล้องไปมา กับตอนที่มีเอฟเฟคท์เยอะ ๆ บนจอครับ ถ้าหากต้องการเล่นได้ไหลลื่นขึ้น จะต้องอาศัยการปรับลดความละเอียดภาพลงพอสมควรเลย

dota

dota2

ส่วน Dota 2 ก็อยู่ในระดับที่เล่นได้ด้วยการตั้งค่าระดับ Fastest 1080p ส่วนถ้าปรับขึ้นมาเล็กน้อย ก็ยังอยู่ในระดับที่เล่นได้อยู่ครับ แต่เฟรมจะไม่ลื่นเท่ากับ Fastest

ด้านของ PUBG ตัวเต็ม จากที่ลองคือพอเล่นได้ แต่ไม่แนะนำเท่าไหร่ เพราะจะมีอาการภาพกระตุกเป็นบางช่วง แม้จะเป็นการตั้งค่ากราฟิกระดับต่ำสุด ซึ่งอาจส่งผลกับการเล่นได้เลย

vt2

แน่นอนว่าโน้ตบุ๊กจาก Lenovo ย่อมมาพร้อมโปรแกรม Lenovo Vantage ที่เป็นเหมือนผู้ช่วยดูแลทั้งด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ให้กับตัวเครื่อง รวมถึงยังมีตัวปรับตั้งค่าการทำงานของฟังก์ชันต่าง ๆ มาให้ด้วย

vt4

เมนู System Update ใช้สำหรับเป็นผู้ช่วยในการตรวจสอบ และอัพเดตระบบของตัวเครื่อง เช่น แพตช์ของ Windows และไดรเวอร์อุปกรณ์ต่าง ๆ ช่วยเพิ่มความสะดวกในการจัดการได้ดี

vt5

vt6

vt7

เข้ามาที่ My Device Settings หัวข้อ Power จะพบตัวตั้งค่าต่าง ๆ ที่น่าสนใจ เช่น

  • Lenovo Vantage Toolbar ที่เป็นแถบลัดสำหรับปรับค่า เช่น การเปิด/ปิดกล้อง ได้จากแถบ Taskbar ของ Windows 10 เลย
  • Intelligent Cooling ใช้สำหรับปรับการทำงานของพัดลมว่าจะให้เป่าเต็มที่ เป่าเบาแบบประหยัดแบต หรือจะเป็นแบบให้ระบบจัดการให้อัตโนมัติ ตามระดับของประสิทธิภาพที่ต้องการ
  • Rapid Charge ฟังก์ชันชาร์จเร็ว
  • Conservation Mode ระบบจะชาร์จแบตเพียง 55-60% เพื่อถนอมอายุการใช้งานแบต เหมาะสำหรับคนที่เสียบสายอะแดปเตอร์ตลอดเวลา
  • Flip to boot ตั้งค่าให้เครื่องเปิดทันทีเมื่อเปิดฝาพับจอขึ้นมา
  • Always on USB ตั้งค่าเปิดหรือปิดการชาร์จไฟของพอร์ต USB ให้กับอุปกรณ์อื่น แม้จะปิดคอมไปแล้ว

vt8

ส่วนการตั้งค่าเสียง ก็จะมีการปรับรูปแบบเสียงของ Dolby Audio ว่าจะให้เน้นเสียงโทนใด เช่น สำหรับดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม หรือเน้นเสียงสนทนา ส่วนด้านล่างก็จะมีตัวปรับไมโครโฟนด้วยเช่นกัน

vt9

ในหัวข้อ Display & Camera จะมีตัวปรับค่าเกี่ยวกับจอ เช่น โหมดถนอมสายตา เป็นต้น ส่วนที่เกี่ยวกับกล้องก็จะมี Privacy Mode มาให้ปรับ ถ้าเปิดไว้ ซอฟต์แวร์ก็จะตัดการส่งภาพจากกล้องออก เพื่อป้องกันการบันทึกและส่งภาพออกโดยไม่ตั้งใจได้ ซึ่งจะทำงานแยกกันกับ Privacy Shutter ที่เป็นแผ่นปิดหน้าเลนส์กล้องนะครับ

นอกจากนี้ยังสามารถปรับความสว่างและคอนทราสต์ของกล้องหน้าได้ด้วย

vt10

ด้านของหัวข้อ Input & Accessories จะมีเพียงแค่การปรับหน้าที่ของปุ่มแถวบน ว่าจะให้เป็นแถบปุ่มฟังก์ชัน หรือเป็นปุ่มตั้งค่าต่าง ๆ

vt3

ถัดมาก็จะเป็นการทำงานในกลุ่ม Security ที่ว่าด้วยระบบความปลอดภัยของเครื่อง ซึ่ง Lenovo Vantage จะทำงานร่วมกับ Mcafee อีกทีนึงนะครับ โดยสามารถกดซื้อ license เพิ่มได้จากในหน้านี้เลย

vt11

vt11 2

Smart Performance เป็นบริการ/ฟังก์ชันเสริมที่เพิ่มเข้ามาใน Lenovo Vantage อีกที สำหรับฟังก์ชันที่เปิดให้ใช้งานได้ฟรี ก็คือการสแกนเพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพของตัวเครื่องว่าอยู่ในระดับที่ใช้งานได้ดีขนาดไหน ส่วนถ้าต้องการเสริมการทำงานขึ้นไปอีก ก็จะมีให้ซื้อสิทธิ์การใช้งานรายปีได้ มีตั้งแต่ 1-4 ปี ยิ่งซื้อนาน ราคาหารเฉลี่ยต่อปีก็ยิ่งถูกลงตามลำดับ

ซึ่งฟังก์ชันเสริมที่มีให้ซื้อสิทธิ์เพิ่มก็จะเป็นพวกการปรับจูนประสิทธิภาพของตัวเครื่อง ตัวเสริมความปลอดภัยให้กับระบบ รวมถึงบริการในการป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในการทำงานด้วย เพื่อให้ผู้ใช้มั่นใจว่าระบบจะสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพตลอดระยะเวลาที่ใช้งานบริการนี้ รวม ๆ แล้วก็จะมีประโยชน์ทั้งกับผู้ใช้งานทั่วไป ที่ต้องการซื้อเครื่องมาใช้ทำงาน ใช้เรียน โดยอาจจะเป็นผู้ที่ไม่ได้เชี่ยวชาญในด้านการตรวจสอบ และดูแลระบบมากนัก รวมไปถึงการใช้งานในระดับองค์กรขนาดกลาง-เล็กที่ต้องมีการแจกจ่ายโน้ตบุ๊กให้กับพนักงานด้วย

vt12

อีกฟังก์ชันที่น่าสนใจใน Lenovo Vantage ก็คือ Hardware Scan ที่จะช่วยในการสแกนการทำงานเบื้องต้นของฮาร์ดแวร์หลักที่ติดตั้งอยู่ ว่าสามารถทำงานได้ตามปกติหรือไม่ ซึ่งหากพบจุดผิดปกติ ก็จะสามารถนำข้อมูลที่ได้ไปวิเคราะห์ เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาที่เกิดกับตัวเครื่องได้

 

Battery / Heat / Noise

แบตเตอรี่ของ Lenovo IdeaPad Slim 3i นั้น จากที่ผมลองใช้งานด้วยตัวเองกับรูปแบบการทำงานพื้นฐาน เช่น เปิด Google Chrome มีดู Youtube บ้างเป็นระยะ ๆ เปิดความสว่างหน้าจอระดับกลาง ๆ

batt chrome

พบว่าสามารถใช้งานได้อยู่ในช่วง 5-10 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับการใช้งานโปรแกรมในแต่ละช่วง ซึ่งถ้าเป็นการใช้งานอยู่ที่บ้านอยู่แล้วก็แทบไม่มีปัญหาเลย สามารถนั่งเรียนออนไลน์ได้สบาย อาจจะยกเครื่องไปนั่งเรียนในซักจุดหนึ่งของบ้าน พอพักเที่ยงก็เสียบสายชาร์จซักรอบ (โดยเปิด Rapid Charge ที่ Lenovo Vantage ด้วย) ช่วงบ่ายก็ถอดสายแล้วหยิบไปใช้เรียนต่อได้ทันที

temp aftergame

ด้านของความร้อนจากการทำงาน ตัวชิป Intel Pentium Gold 7505 และตัวเครื่องเองนั้นสามารถจัดการได้ค่อนข้างดี ซึ่งผมทดสอบด้วยการเปิดใช้งานในห้องแอร์ อุณหภูมิประมาณ 26 องศา พบว่าตัวชิปมีอุณหภูมิในช่วงการใช้งานปกติอยู่ที่ราว ๆ 40 กลาง ๆ ถึง 50 ต้น ๆ หรือถ้าสแตนด์บายแบบไม่ได้เปิดโปรแกรมอะไรก็จะยิ่งลดลงไปอีก ส่วนในอุณหภูมิห้องปกติก็ได้อยู่ในช่วงไล่เลี่ยกัน

ส่วนอุณหภูมิสูงสุด จากที่ผมลองเปิดเกมทั้ง Genshin, Dota 2 และ PUBG ไล่กันมา พบว่าอุณหภูมิสูงสุดจะเป็น 76 องศาเซลเซียสเท่านั้น เสียงพัดลมก็ไม่ดังเท่าไหร่ด้วย ทั้งนี้ก็เนื่องจากตัวชิปเองจะมีการปรับลดการทำงานลง (throttle) เมื่อมีอุณหภูมิสูง ซึ่งก็ตรงกันกับที่ผมลองทดสอบด้วยการรัน FurMark เพื่อเร่งการทำงานของ iGPU ไปพร้อมกับรัน Cinebench โดยเปิด Task Manager เพื่อตรวจสอบ % การทำงานของ CPU ก็พบว่า CPU จะทำงานที่ราว 80% เท่านั้นเมื่อเปิด FurMark พอปิดไป CPU ก็จะเด้งกลับมาประมวลผลให้กับ Cinebench เต็ม 100% ทันที ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติของชิปในกลุ่มที่เน้นการประหยัดพลังงาน และการควบคุมความร้อนครับ

 

Conclusion / Award

Review Lenovo IdeaPad Slim 3i pentium NotebookSPEC 23

Lenovo IdeaPad Slim 3i คือโน้ตบุ๊กที่ส่วนตัวผมว่าทำออกมาตอบโจทย์การเรียนและทำงานอยู่บ้านในช่วงนี้ได้ดีเลยทีเดียว ด้วยปัจจัยหลักในด้านราคาที่ 13,900 เท่านั้น (รุ่น Pentium Gold) แต่ได้ประสิทธิภาพในระดับที่เหลือกินเหลือใช้สำหรับการใช้งานคอมพิวเตอร์พื้นฐาน การเรียนออนไลน์ ไปจนถึงการทำงานเอกสารที่ไม่ได้เน้นความซับซ้อนของสูตรคำนวณมากนัก ส่วนปัจจัยรองก็คือเรื่องของสเปค ที่แม้จะราคาหมื่นต้น ๆ แต่ก็ได้แรม 8 GB ที่สามารถอัพเกรดเพิ่มได้อีก และก็ได้ SSD 256 GB ที่ยังมีช่องให้ใส่ SSD 2.5″ เพิ่มได้อีก 1 ลูกด้วย เรียกว่าซื้อเครื่องนี้ นอกจากจะใช้ WFH ได้แล้ว ยังนำไปใช้งานจริงในภายหลังในระยะยาวได้แบบสบาย ๆ

ส่วนในจุดอื่น ๆ ก็ต้องบอกว่า Lenovo IdeaPad Slim 3i เครื่องนี้ให้มาในระดับมาตรฐานปี 2021 ครับ หน้าจอ 14″ IPS FHD มีช่อง USB-C ให้ แต่ที่เกินคาดมาหน่อยก็คือมันมาพร้อม WiFi 6 (WiFi AX) อีกด้วย ซึ่งถ้า router ที่บ้านเป็น WiFi 6 แล้ว ก็จะยิ่งทำให้สามารถใช้งานโน้ตบุ๊กเครื่องนี้ได้อย่างเต็มศักยภาพขึ้นไปอีกระดับแน่นอน จะใช้เรียนออนไลน์ ดูวิดีโอการสอน หรือจะใช้ประชุมผ่านโปรแกรมต่าง ๆ ก็ไหลลื่น ไม่มีสะดุดแน่นอน

อย่างไรก็ตาม ตัวเครื่องก็จะมีข้อจำกัดเล็ก ๆ น้อย ๆ อยู่บ้างเหมือนกัน เช่น การไม่มีพอร์ต LAN มาให้ คีย์บอร์ดไม่มีไฟ backlit ที่ตอนนี้หลาย ๆ คนน่าจะชินกับการใช้งานกันไปแล้ว และก็เรื่องระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่ที่ถ้านำมาใช้งานจริงแบบต่อเนื่อง อาจจะได้ราว 5-6 ชั่วโมงเท่านั้น ไม่ถึงระดับ 8 ชั่วโมงตามมาตรฐานของโน้ตบุ๊กยุคใหม่ แต่เอาจริง ๆ มันก็เพียงพออยู่สำหรับการใช้งานที่บ้านหรือที่ทำงานก็ตาม

Review Lenovo IdeaPad Slim 3i pentium NotebookSPEC 19

Award

โดยในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับเครื่องในกลุ่มของโน๊ตบุ๊คราคาคุ้มค่าด้วยกัน ซึ่ง Lenovo IdeaPad Slim 3i (Pentium) ก็ได้รางวัลต่างๆ ดังนี้

Best Design

สำหรับดีไซน์ภายนอก ต้องบอกว่า Lenovo IdeaPad Slim 3i เครื่องนี้ก็ดูเหมือนโน้ตบุ๊กทั่ว ๆ ไป แต่สาเหตุที่ผมให้รางวัล Best Design ด้วยก็คือเรื่องของการออกแบบภายใน ที่แม้จะเป็นโน้ตบุ๊กกลุ่มราคาไม่แพง แต่ยังมีช่องสำหรับติดตั้ง HDD/SSD 2.5″ เพิ่มได้ 1 ลูก รวมถึงยังสามารถอัพเกรดแรมโดยเปลี่ยนกับแรมแถวเดิมได้ด้วย ซึ่งต้องยอมรับว่าหาได้ยากแล้วเหมือนกันในสมัยนี้ กับการมีตัวเลือกในการอัพเกรดเครื่อง ในกลุ่มโน้ตบุ๊กราคาไม่แพง

NBS award 7 Design

Best Value

ขาดไม่ได้เลยสำหรับรางวัล Best Value สำหรับ Lenovo IdeaPad Slim 3i เครื่องนี้ กับราคาเริ่มที่ 13,900 บาท แต่ได้โน้ตบุ๊กจอ 14″ IPS FHD มาพร้อม Windows 10 Home แท้ฟรี งานประกอบตัวเครื่องก็จัดว่าอยู่ในระดับมาตรฐาน ระบบระบายความร้อนที่ดี ใช้งานหนัก ๆ ก็ไม่ร้อนจนเกินไป ทั้งยังได้แรม 8 GB มาเลย ส่วนพลังของ Intel Pentium Gold 7505 ก็ตอบโจทย์การใช้งานทั่วไปได้เป็นอย่างดี ทำให้สามารถแกะกล่องขึ้นมาใช้งานได้ทันทีแบบแทบไม่ต้องทำอะไรเพิ่มแล้ว

 

award new value

from:https://notebookspec.com/web/590834-review-lenovo-ideapad-slim-3i

รีวิว Lenovo YOGA Slim 7i Pro สเปก Core i Gen 11 + GeForce MX450 จอ IPS 2.2K เบา 1.3 โล เริ่ม 34,990 บาท ประกัน 3 ปี On-site

Lenovo YOGA Slim 7i Pro รุ่นใหม่สเปกชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 Tiger Lake มี AI ช่วยประมวลผลในตัว จัดว่าเป็นส่วนหนึ่งของแพลตฟอร์ม Intel EVO ที่การันตีในส่วนของประสิทธิภาพการทำงานโดยรวม การตอบสนอง การเชื่อมต่อ แบตเตอรี่ ที่ดีที่สุด มาพร้อมดีไซน์บางเฉียบ เพิ่มความคล่องตัวในทุกการใช้งานบนระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home

เติมเต็มศักยภาพการทำงานให้ธุรกิจสู่ยุคแห่งอนาคต โดย Lenovo YOGA Slim 7i Pro เป็นโน๊ตบุ๊คหน้าจอขนาด 14″ พาเนล IPS ความละเอียด 2.2K ที่มีความบางเฉียบเน้นพกพาสะดวก เบาเพียง 1.3 กิโลกรัม บางที่ 14.9 มิลลิเมตรรองรับทั้งการทำงานระดับมืออาชีพ รวมไปถึงความบันเทิงอย่างเต็มรูปแบบในเครื่องเดียวกัน เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งโน๊ตบุ๊คที่น่าสนใจที่สุดของทาง Lenovo 

Lenovo YOGA Slim 7i Pro

Lenovo YOGA Slim 7i Pro รุ่นใหม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงจากรุ่นก่อนหน้าในส่วนฝาหลังที่ดูแล้วมีความทันสมัย เน้นออกแบบให้ตรงต่อรูปแบบการใช้งานของธุรกิจ SMB / SME ซึ่งให้ความสำคัญไม่เพียงเฉพาะดีไซน์ที่สวยงามพร้อมฟีเจอร์ที่เหนือชั้นกว่าในราคาที่เข้าถึงได้ พร้อมมีบริการหลังการขายและการรับประกันที่ดีเยี่ยม

สำหรับสเปกภายในเป็นชิปประมวลผล Core i5-1135G7 / Core i7-1165G7 เทคโนโลยี 10 นาโนเมตร SuperFin ผสานการทำงานร่วมกับการ์ดจอออนชิป Iris Xe Graphic ที่รอบรับการทำงานหรือด้วย NVIDIA GeForce MX450 ที่เล่นเกม 3 มิติได้ลื่นไหล มาพร้อมกับแรมขนาด 16GB LPDDR4X และ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB/1TB สนนราคาที่ 34,990 / 39,990 บาทเท่านั้นเอง 

VDO Review

Coming Soon

NBS Verdict

Lenovo YOGA Slim 7i Pro เป็นโน๊ตบุ๊คสายพกพาบางเบาอีกรุ่นที่ทำออกมาได้อย่างลงตัวด้วยราคา 34,990 – 39,990 บาท จัดว่าไม่สูงจนเกินไปถ้าเทียบกับสิ่งที่ได้รับ พร้อมการันตีด้วยแพลตฟอร์ม Intel EVO ที่ทรงพลัง ให้ประสบการณ์ใช้งานที่ยอดเยี่ยม ทั้งในด้านของความกะทัดรัดของตัวเครื่อง ที่มีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับโน๊ตบุ๊คยุคก่อนๆ น้ำหนักเบาตัวเครื่องบาง

อีกทั้งการใช้งานคีย์บอร์ดก็น่าประทับใจ นับได้ว่าเป็นจุดเด่นของ Lenovo ที่ทำมาได้ดีโดยตลอด ถอดแบบมาจาก ThinkBook ที่เป็นสายทำงานมืออาชีพยุคใหม่ซึ่งดูเป็นแฝดพี่แฝดน้อง ส่วนเรื่องดีไซน์การออกแบบที่ทันสมัยสวยงามเหมาะกับไลฟสไตล์วัยรุ่นก็ทำมาได้อย่างลงตัวสวยงาม พร้อมวัสดุและงานประกอบคุณภาพสูงตามมาตรฐาน Lenovo ที่ทุกคนให้การยอมรับ 

Lenovo YOGA Slim 7i Pro

นอกจากนี้ Lenovo YOGA Slim 7i Pro ยังมาพร้อมฟีเจอร์ Thunderbolt 4 และ Wii-Fi 6 AX ซึ่งเป็นการเชื่อมต่อที่ดีที่สุด และยังมี IR Camera ระบบแสกนหน้าเพื่อ Login ผ่านทาง Windows Hello ระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home ที่ใช้งานได้ทันที ไม่ต้องกรอกรหัสผ่านเพื่อความปลอดภัยทุกครั้ง ที่สำคัญคือการที่ได้โปรแกรม Office Home & Student 2019 ใช้งาน Word / Excel / Power Point  ติดเครื่องยาวๆ ด้วย ถูกใจคนทำงานเอกสาร ไม่ต้องไปเสียเงินซื้อแยกมาเพิ่มแต่อย่างใด

เรียกได้ว่าเป็นโน๊ตบุ๊คหน้าจอ 14″ สายทำงานตัวจริงพร้อมความบันเทิงแบบจัดเต็มอีกหนึ่งรุ่น ที่น่าซื้อมาใช้งานอย่างแท้จริง รวมไปถึงการบริการหลังการขายที่ยอมเยี่ยมอย่างการรับประกัน 3 ปี On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้านด้วย อย่างไรก็ตามความร้อนเมื่อทำงานหนักๆ อาจจะสูงหน่อย เพราะว่าสเปกแรง แต่อยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ รวมไปถึงแบตเตอรี่อาจจะใช้งานได้ยาวนานน้อยไปหน่อยที่เกือบๆ 14 ชั่วโมง จากที่เคลมไว้ 18 ชั่วโมงเท่านั้นเอง 

Lenovo YOGA Slim 7i Pro Review 46

จุดเด่น Lenovo YOGA Slim 7i Pro

  • มีดีไซน์ที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์ตามสไตล์ YOGA  มีความหรูหรา พรีเมียม
  • วัสดุทำจากอลูมิเนียมอัลลอยด์ตลอดทั้งตัวเครื่องที่มีความแข็งแรง งานประกอบดูแน่นหนา
  • น้ำหนักเบา ขอบจอบาง พกพาสะดวกเหมาะสำหรับคนที่ชอบนำไปใช้งานนอกสถานที่บ่อยๆ
  • ชิปประมวลผลประสิทธิภาพแรงจาก Intel Core i Gen 11ใช้งานลื่นไหล ทั้งทำงานและบันเทิง
  • ได้สเปกหน่วยความจำแรม 16GB LPDDR4X พร้อม SSD M.2 NVMe PCIe ความเร็วสูงสุด
  • หน้าจอความละเอียด 2440 x 1400 พิกเซล พาเนล IPS สีสันสวยงาม มีฟีเจอร์ Dolby Vision
  • มาพร้อมการสแกนใบหน้า IR Camera ใช้งานผ่านทาง Windows Hello
  • Intelligent Cooling ที่ปรับพลังงานให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติ หรือเลือกเองได้
  • แบตเตอรี่สามารถใช้งานได้ยาวนานกว่าเกือบ 14 ชั่วโมง 
  • รองรับ Rapid Charge  ที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้ถึง 80% ภายใน 1 ชั่วโมง
  • ลำโพง HARMAN ทำงานร่วมกับเทคโนโลยี Dolby Atmos ให้เสียงที่ดีมาก
  • มีระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home ติดตั้งมาให้ทันที
  • ฟรีโปรแกรม Office Home & Student 2019 ใช้งาน Word / Excel / Power Point 
  • ซอฟต์แวร์ Lenovo Vantage ใช้งานได้จริง
  • ประกัน 3 ปี On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน และมีบริการอื่นๆ 

ข้อสังเกต Lenovo YOGA Slim 7i Pro

  • ไม่มีมีอแดปเตอร์แปลงเป็นพอร์ตอื่นๆ มาให้ในบันเดิลด้วย
  • ความร้อนค่อนข้างสูงเวลาใช้งานหนักๆ แต่ไม่มีผลต่อการใช้งานอะไร
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานก็จริง แต่ก็ยังน้อยกว่าที่เคลมไว้ที่ 18 ชั่วโมง

Specification

โดย Lenovo YOGA Slim 7i Pro ที่เราได้รับมารีวิวในครั้งนี้ จะเป็นรุ่นราคา 39,990 บาท มาพร้อมชิปประมวลผล Intel Core i7-1165G7 ทำงานแบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.80 GHz สามารถเร่งความเร็วสูงสุดได้เป็น 4.70 GHz พร้อมมี AI ในตัวช่วยทำงานบางโปรแกรม การ์ดจอออนบอร์ด Intel Iris Xe Graphics สำหรับการใช้งานทั่วไปรวมไปถึงงาน 3 มิติ ซึ่งนับว่าเป็นการ์ดจอออนชิปที่ดีที่สุด 

Lenovo YOGA Slim 7i Pro

พร้อมกันนั้นยังได้การ์ดจอแยก NVIDIA GeForce MX450 (2GB GDDR6) ที่แรงเทียบเคียงตระกูล GTX 10 Series เลยทีเดียว ทำงานร่วมกับหน่วยความจำแรมขนาด 16GB LPDDR4X Bus 4266MHz แบบ Quad Channel ส่วนพื้นที่เก็บข้อมูลก็ใช้เป็น SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 1TB ทำให้สเปคโดยรวมนั้นลงตัวมาก ๆ สำหรับการใช้งานพื้นฐาน เล่นอินเตอร์เน็ตเว็บไซต์ ทำเอกสาร ดูหนัง ฟังเพลง หรืองานมืออาชีพสำหรับภาพธุรกิจ เน้นพกพาไปใช้งานนอกสถานที่

อีกส่วนที่น่าสนใจก็คือหน้าจอขนาด 14″ ความละเอียดระดับ WQXGA (2240 x 1400) อัตราส่วน 16:10 ซึ่งมีความละเอียดที่มากกว่าสัดส่วนที่มากกว่าจอทั่วๆ ไป ขอบจอบางเฉียบ พาเนลจอแบบ IPS ที่ให้มุมมองกว้างถึง 178 องศา ซึ่งจัดว่าเป็นสเปคจอที่เหมาะสำหรับการใช้งานแทบทุกรูปแบบ มาพร้อม Windows 10 Home และติดตั้งโปรแกรม Office Home & Student 2019 ให้เราใช้งาน Word / Excel / Power Point ได้ทันที และซอฟต์แวร์จากทาง Lenovo Vantage ที่ช่วยในการจัดการปรับแต่ง

Lenovo YOGA Slim 7i Pro

พอร์ตเชื่อมต่อก็มาพร้อมพอร์ตจำเป็นค่อนข้างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น USB 3.2 Type-A ที่เป็นมาตรฐาน จำนวน 1 พอร์ต ที่สำคัญได้พอร์ตชาร์จไฟเป็นมาตรฐาน Thunderbolt 4 จำนวน 2 พอร์ต ส่วนช่องเสียบหูฟัง 3.5 ม.ม. ยังมีมาให้ การเชื่อมต่อไร้สายจะเป็นมาตรฐาน Wi-Fi 6 AX (2×2) และ Bluetooth 5.0 นอกจากนี้ยังมี IR Camera สำหรับใช้งานร่วมกับฟังก์ชัน Windows Hello เพื่อล็อกอินโดยใช้การสแกนนิ้วอีกด้วย  สำหรับประกันเป็น 3 ปี On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้านตามมาตรฐาน Lenovo

Lenovo Yoga slim 7i Pro-82FX001KTA ราคา 34,990 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i5-1135G7 (4C/8T : 2.4 – 4.2GHz)
  • GPU : Iris Xe Graphics + GeForce MX450
  • RAM : 16GB LPDDR4X 4266 MHz
  • DISPLAY: 14″ IPS 2.2K 2240×1400
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 512GB
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Software : Office Home & Student 2019
  • Warranty : 3 Year On- site Service

Lenovo Yoga slim 7i Pro-82FX001LTA ราคา 39,990 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i7-1165G7 (4C/8T : 2.8 – 4.7GHz)
  • GPU : Iris Xe Graphics + GeForce MX450
  • RAM : 16GB LPDDR4X 4266 MHz
  • DISPLAY: 14″ IPS 2.2K 2240×1400
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 1TB
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Software : Office Home & Student 2019
  • Warranty : 3 Year On- site Service

Hardware / Design

ดีไซน์การออกแบบโดยรวมของ Lenovo YOGA Slim 7i Pro นั้นจะดูเล็กกว่าโน๊ตบุ๊คหน้าจอ 14″ แบบสมัยก่อนอยู่พอสมควร เนื่องด้วยขอบจอที่บางกว่าปกติ ทำให้ตัวเครื่องดูเล็ก กะทัดรัด เหมาะกับการพกพา พร้อมได้หน้าจอความละเอียดสูง ที่มากกว่า Full HD ส่งผลให้ Lenovo Notebook รุ่นนี้เป็นอีกหนึ่งอพลตฟอร์ม Intel EVO ที่น่าใช้งานสุดๆ ด้วยน้ำหนักเพียง 1.3 กิโลกรัม กับความบางของตัวเครื่องเพียง 14.9 มิลลิเมตรเท่านั้น สำหรับหน้าจอสามารถกางได้เกือบๆ 180 องศาเลยทีเดียว

Lenovo YOGA Slim 7i Pro

ด้วยดีไซน์ออกมาได้ขอบหน้าจอบางแบบเพียง 5 ม.ม. ส่วนของตัวเครื่องทั้งหมดจะใช้เป็นอลูมิเนียมเป็นส่วนประกอบ ทำให้ได้ข้อดีมาก็คือทั้งความแข็งแรงและน้ำหนักที่เบา พร้อมสีสันสีเงิน Slate Grey ส่งผลให้ภาพลักษณ์โดยรวมของตัวเครื่องดูหรูหราให้อารมณ์พรีเมียมสุดๆ พร้อมให้ลุคทันสมัยแต่แฝงไว้ด้วยความเรียบหรูเป็นทางการ ภายในติดตั้งด้วยวัสดุและเทคโนโลยีที่ให้ความปลอดภัยและประสิทธิภาพการใช้งานระดับมืออาชีพตัวจริงที่พกพาได้บางเบาอย่างตระกูล YOGA 

Lenovo YOGA Slim 7i Pro Review 8

ตัวเครื่องมีการออกแบบโดยรวมให้ดูทันสมัยและเรียบง่าย โลโก้ Lenovo จะมีอยู่ 2 จุดเท่านั้น คือ มุมบนฝาหลังด้านซ้าย ส่วนฝาหลังจะโดดเด่นด้วยการทำพื้นที่แบบ 2 โซน พร้อมโลโก้ YOGA ที่มุมซ้ายบนตามมาด้วยการใส่รายละเอียดในการทำให้ตัวเครื่องมีลักษณะงานประกอบทั้งหมดแทบจะเป็นชิ้นเดียวกัน แบบ Unibody ส่งให้เวลาที่เราจับถือหรือใช้งานจะรู้สึกว่าแน่นหนา ซึ่งจากการใช้งานจริงพื้นผิวบางนี้เป็บรอยนิ้วมือค่อนข้างยาก ฉะนั้นหายห่วงเรื่องความสะอาดได้เลย หรือถ้าจะเช็ดก็ง่ายดาย 

Lenovo YOGA Slim 7i Pro Review 40

นอกเหนือจากนี้ Lenovo Notebook รุ่นนี้ยังมีการออกแบบภายในโดยใช้พัดลมระบายความร้อนแบบ 2 ตัวแบบ Gaming Notebook ในการท่ายเทความร้อนออกไปจากช่องทางใต้หน้าจอ โดยดูดลมเย็นจากใต้ตัวเครื่องพร้อมทั้งช่องคีย์บอร์ด ทำให้การทำงานแบบเต็มประสิทธิภาพก็ยังถ่ายเทความร้อนได้อย่างรวดเร็วน่าประทับใจ ในการใช้งานไปแทบจะไม่รู้สึกถึงความร้อนภายใน ส่วนใต้ตัวเครื่องก็มาพร้อมงานประกอบเรียบร้อยมาตรฐานโน๊ตบุ๊ค Lenovo ระดับสูง เรียกได้ว่าเป็นการต่อยอดจากรุ่นก่อนหน้าในหลายๆ ส่วนด้วย 

Lenovo YOGA Slim 7i Pro Review 43
Lenovo YOGA Slim 7i Pro Review 38
Lenovo YOGA Slim 7i Pro Review 53
Lenovo YOGA Slim 7i Pro Review 18
Lenovo YOGA Slim 7i Pro Review 25
Lenovo YOGA Slim 7i Pro Review 61
Lenovo YOGA Slim 7i Pro Review 37
Lenovo YOGA Slim 7i Pro Review 35
Lenovo YOGA Slim 7i Pro Review 45

Keyboard / Touchpad

คีย์บอร์ดนั้นตัวปุ่มเป็นสีเดียวกับตัวเครื่องพร้อมตัวอักษรโปร่งแสง มีการออกแบบมาให้ปุ่มมีความโค้งรับกับนิ้วมือได้พอดีสไตล์ Lenovo ทำให้สามารถพิมพ์ได้ง่ายขึ้น กับมาตรฐานคีย์บอร์ด 4 แถวขนาด Full Size อีกทั้งด้านการใช้งานในการพิมพ์ ก็ยังเด้งตอบสนองได้เป็นอย่างดีทั้งขนาดแป้นพิมพ์ที่รับกันนิ้วและช่องว่างระหว่างแป้นที่ทำให้มีความแม่นยำในการกดในส่วนของไฟ LED Backlit ก็สามารถใช้งานได้ดีทีเดียว ส่วนปุ่มเปิดเครื่องจะไปอยู่ที่ขอบตัวเครื่องทางขวาพร้อมไฟส่องสว่างแสดงสถานะ

Lenovo YOGA Slim 7i Pro Review 19

ทัชแพดมีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่เมื่อเทียบกับขนาดตัวเครื่อง ส่วนดีไซน์นั้นก็ใช้เป็นแบบไม่มีปุ่มแยกออกมาเช่นเดียวกับโน๊ตบุ๊คปัจจุบันหลายๆ รุ่น การใช้งานจัดได้ว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจ ที่สำคัญยังมรในส่วนของฟีเจอร์ Intelligent Cooling ที่ปรับพลังงานให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติ หรือเราจะกดเลือกโหมดเองก็ได้ผ่านทางปุ่ม Fn + Q ประกอบไปด้วย Quiet, Balance และ Performance ตามการใช้งานของเรา ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่มีใน Lenovo Notebook เกือบทุกรุ่นด้วย 

Lenovo YOGA Slim 7i Pro Review 21
Lenovo YOGA Slim 7i Pro Review 24
Lenovo YOGA Slim 7i Pro Review 23

Screen / Speaker

หน้าจอของ Lenovo YOGA Slim 7i Pro เป็นแบบด้านขนาด 14″ ความละเอียด WQXGA ที่ 2240 x 1400 พิกเซล พาเนล IPS ที่ให้มุมมองกว้างถึง 178 องศา ที่ให้ภาพคมชัด สวยงามทุกมุมมอง เมื่อประกอบกับขอบจอที่บางเฉียบ กว่า 97% เป็นหน้าจอแสดงผล ล้ำหน้าด้วยเทคโนโลยีที่สมจริงอย่าง Dolby Vision และเทคโนโลยีภาพไดนามิกสูง (HDR) ที่เข้ามาช่วยเพิ่มความคมชัดและแสดงเม็ดสีแม่นยำ พร้อมรายละเอียดที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ทำให้การทำงานต่างๆ เปิดหน้าเว็บ การชมภาพยนตร์ ซีรีส์ รวมถึงการเล่นเกมดูเต็มอารมณ์มากยิ่งขึ้น ส่วนขอบจอด้านบนจะเป็นตำแหน่งของกล้องหน้าและไมโครโฟน 2 ตัวที่ซ่อนเอาไว้อย่างเรียบเนียน พร้อมระบบ 

Lenovo YOGA Slim 7i Pro Review 10

อีกทั้งใส่ยางขอบจอมาตลอดแนวของจอเลย ต่างจากโน๊ตบุ๊คอื่นๆ ที่มักจะติดตั้งมาเป็นจุดๆ ในบางตำแหน่งเท่านั้น ซึ่งยางนี้จะมีประโยชน์ก็ในการซับแรงกระแทกที่เกิดในเวลาที่จอพับอยู่ได้ และที่ถึงแม้ขอบจอจะบางแต่ก็ยังติดตั้งกล้องเว็บแคมไปอยู่บริเวณขอบจอด้านบนของหน้าจอได้ นอกเหนือจากนี้ยังมีฟีเจอร์อย่างสแกนใบหน้า IR Camera ไว้ให้ใช้งานร่วมกับ Windows Hello เพื่อที่จะเข้าใช้งานตัวเครื่องเพื่อความปลอดภัยแบบไม่ต้องใส่รหัสไปมาทุกครั้งอีกด้วย

Lenovo YOGA Slim 7i Pro Review 17
Lenovo YOGA Slim 7i Pro Review 13
Lenovo YOGA Slim 7i Pro Review 12

ให้ขอบเขตความกว้างของสีสันเทียบเท่ากับมาตรฐาน sRGB ที่ 92% และ AdobeRGB ที่ 71% เรียกได้ว่าให้ประสิทธิภาพเรื่องของสีสันอยู่ในระดับที่น่าประทับใจมาก ความสว่างหน้าจอสูงสุดอยู่ที่เกือบๆ 300 cd/m2 ซึ่งจัดได้ว่าอยู่ในเกณฑ์ดีกว่ามาตรฐานความสว่างของหน้าจอในโน๊ตบุ๊คทั่วไป คือ พอสู้แสงกลางแจ้งได้สบายๆ เหมาะกับการใช้งานนอกสถานที่ รวมไปถึงการทำงานภาพกราฟิกหรือตกแต่งภาพที่เน้นมืออาชีพมากๆ ก็ทำได้ดีเช่นกัน ยิ่งได้เรื่องความละเอียดหน้าจอที่สูงกว่า Full HD ด้วย ยิ่งตอบโจทย์ได้ยอดเยี่ยม

s4 1

ต่อกันที่วัดความสว่างของหน้าจอตามตำแหน่งต่างๆ โดยแบ่งเป็น 9 ช่อง เทียบจากช่องกลางที่ปกติแล้วจะให้ความสว่างที่มากที่สุด ที่จะเห็นได้ว่าช่องมุมกลางและขวาบนของจอเป็น 0% ก็คือแสดงความสว่างได้เต็มที่ที่สุด แต่สำหรับงช่องกลางและซ้ายแถวล่างจะมีแสงสว่างที่ลดลง 15%ในการทดสอบก็เพื่อให้เราใช้งานอย่างระมัดระวังสำหรับคนที่บังเอิญจำเป็นต้องใช้งานภาพถ่าย หรืองานกราฟิกอื่นๆ ปิดท้ายด้วยคะแนน 4.0 เมื่อทดสอบด้านการแสดงผลต่างๆ ทั้งหมดแล้ว พร้อมค่าการคลาดสี (Delta-E) ที่เฉลี่ยต่ำกว่า 2 อีกด้ว 

s1 10
s2 10
s3 10

ด้านของลำโพงสเตอรีโอใช้เป็นแบรนด์คุณภาพอย่าง HARMAN ทำงานแบบ 2W x 2 พร้อมมีเทคโนโลยี Dolby Atmos ให้เสียงที่ดีมาก พร้อมปรับแต่งได้ โดยถูกติดตั้งบริเวณด้านล่างซ้ายขวาขอบตัวเครื่อง ในเรื่องของความดังของเสียงเรียกว่าทำออกมาได้อย่างน่าประทับใจทีเดียว ส่วนในเรื่องคุณภาพเสียงนั้น ถือว่าดีกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปแบบรู้สึกได้ ซึ่งเพียงพอกับการใช้งานดูหนังฟังเพลงแบบสบายๆ แล้ว ส่วนใครจะเอาไปต่อกับหูฟังหรือลำโพงเพิ่ม ก็สามารถทำได้หากว่าต้องการคุณภาพเสียงที่ดีมากยิ่งขึ้นไปอีก

Lenovo YOGA Slim 7i Pro Review 55
Lenovo YOGA Slim 7i Pro Review 54
Lenovo YOGA Slim 7i Pro Review 56

Connector / Thin And Weight

พอร์ตการเชื่อมต่อตัวเครื่อง Lenovo YOGA Slim 7i Pro นี้จัดว่าเป็นโน๊ตบุ๊คบางเบาที่มีการกระชับพื้นที่มากๆ แต่ยังมีพอร์ตการเชื่อมต่อที่ครบครันอยู่ ไม่ว่าจะเป็น USB 3.2 Type-A จำนวน 1 พอร์ต (รองรับการชาร์จไฟไปยังอุปกรณ์อื่น) พร้อมช่องต่อหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มิลลิเมตร ที่ติดตั้งอยู่ทางด้านขวา โดดเด่นด้วยติดตั้งพอร์ต Thunderbolt 4 จำนวน 2 พอร์ต ที่เป็น Full Function ที่ประกอบไปด้วย USB 3.2 / DisplayPort / PD รองรับการชาร์จไฟในตัวอีกด้วย ซึ่งถ้าจะต่ออุปกณ์เพิ่มอย่าง HDMI / LAN ก็ต้องมีอุปกรณ์เสริมอย่าง USB-C Hub กันอีกที   

Lenovo YOGA Slim 7i Pro Review 48

ขนาดของตัวเครื่องและสายชาร์จ เมื่อเทียบกับขนาดของโน๊ตบุ๊ค 14″ ทั่วไปถือได้ว่ามีมิติที่เล็กกว่าพอสมควร ส่วนน้ำหนักตัวเครื่องเปล่านั้น อยู่ที่ 1.3 กิโลกรัม และเมื่อรวมกับตัวอะแดปเตอร์เข้าไปด้วย ก็จะมีหนักราวๆ 1.5 กิโลกรัมเท่านั้น ซึ่งตัวอะแดปเตอร์เองก็ถือว่าจ่ายไฟได้มากกว่าปกติเพราะเป็นขนาด 95W จากการที่รุ่นนี้มีการ์ดจอแยก ซึ่งรวมๆ แล้วก็จัดว่ามีน้ำหนักที่มีความเบามากๆ เลย แน่นอนว่าตอบสนองในเรื่องของการพกพาไปนอกสถานที่ได้อย่างเต็มรูปแบบ สมกับเป็นโน๊ตบุ๊คเน้นประสิทธิภาพในยุคปัจจุบันทีเดียว

Lenovo YOGA Slim 7i Pro Review 50
Lenovo YOGA Slim 7i Pro Review 47
Lenovo YOGA Slim 7i Pro Review 70

Inside / Upgrade

การแกะฝาล่างของเครื่องนั้นสามารถทำได้ง่ายมากๆ จากการที่ฝาหลังเป็นโลหะทำให้ค่อนข้างแข็งแต่ยืดหยุ่นพอสมควร เอาจริงๆ คือขอแค่มีไขควงแบบหัวดาวขนาดพอดี ก็สามารถไขได้แล้ว ซึ่งหลังจากถอดน็อตทุกตัวเสร็จหมดแล้ว เราสามารถใช้มือค่อยๆ แกะออกที่ละส่วนได้เลย แต่ก็ต้องทำแบบใจเย็น ซึ่งเมื่อเปิดถึงภายในเครื่องแล้วจะเห็นการวางรูปแบบของฮาร์ดแวร์เครื่องนี้ทำได้ดูดีสมกับเป็นโน๊ตบุ๊คระดับมืออาชีพ มีความดูดีเรียบร้อยกับงานประกอบภายนอกเลย นับว่าเป็นอีกมาตรฐานของ Lenovo ที่ทำได้ยอดเยี่ยมมาโดยตลอด

Lenovo YOGA Slim 7i Pro Review 72

เรื่องระบายความร้อนตัวเครื่องมีพัดลม 2 ตัวเหมือนกับ Gaming Notebook พร้อมด้วย Heat Pipe จำนวน 2 เส้น วางพาดชิปประมวลผลและการ์ดจอ โดยลมร้อนเป่าออกทางด้านหลังของตัวเครื่อง นอกจากนั้นแรมที่ติดตั้งมาขนาด 16GB จะเป็นแบบฝังบอร์ด ทำให้ไม่สามารถอัพเกรดได้ภายหลังตามสไตล์โน๊ตบุ๊คบางเบา โดยจะเห็นถึง SSD M.2 NVMe PCIe จำนวน 1 สล็อตซึ่งก็ติดตั้งมาแล้ว ความจุ 1TB นอกจากนั้นเรายังเห็นถึงแบตเตอรี่ที่มีขนาดใหญ่ จัดว่าเป็นครึ่งหนึ่งของพื้นที่ตัวเครื่องเลยทีเดียว 

Lenovo YOGA Slim 7i Pro Review 73
Lenovo YOGA Slim 7i Pro Review 74
Lenovo YOGA Slim 7i Pro Review 75

Performance / Software  

Lenovo YOGA Slim 7i Pro สเปก Core i Gen 11 เมื่อตรวจสอบข้อมูลของชิปประมวลผลด้วยโปรแกรม CPU-Z ก็พบว่าข้อมูลขึ้นมาครบถ้วนเลยครับ โดยเลือกใช้ชิป Intel Core i7-1165G7 ที่มี 4 คอร์ 8 เธรดสำหรับการประมวลผล ความเร็วที่ 2.70 – 4.80 GHz มีค่า TDP ในการปลดปล่อยความร้อนสูงสุดแค่ 12W – 28W เท่านั้น ซึ่งจัดว่าต่ำมากสำหรับชิป Core i7 ในโน๊ตบุ๊ค ทำให้ตัวเครื่องโดยรวมไม่ร้อนจนเกินไป ทั้งนี้ก็เนื่องมาจากการใช้สถาปัตยกรรมการผลิตที่ระดับ 10 นาโนเมตร อย่าง Tiger Lake เทคโนโลยีสุดล้ำ SuperFin

ที่ต้องบอกว่าสร้างมาตรฐานประสิทธิภาพที่มากกว่าชิปประมวลผลรุ่นก่อนๆ แรงเพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไปมากๆ หรือถ้างานที่ต้องประมวลผลจริงจังก็รองรับได้อย่างสบายๆ ส่วนแรมได้ขนาด 16GB LPDDR4X Bus 4266MHz ทำงานแบบ  Quad Channel ฝังเมนบอร์ดทำให้ไม่สามารถอัพเกรดได้ พร้อมให้ที่เก็บข้อมูล SSD M.2 NVMe PCIe ความเร็วสูงสุด ที่สามารถขับเคลื่อนระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home แบบลื่นไหลอย่างที่สุด ในทุกๆ การทำงาน แบบไร้อาการคอขวดเลยทีเดียว 

c1 9.   c2 9

การ์ดจอเป็นแบบออนบอร์ดรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Intel Iris Xe Graphics ที่ให้พลังในการประมวลผลที่ดีในระดับที่ก้าวกระโดดกว่ารุ่นก่อนๆ อย่างในเรื่องของกราฟิก 2 มิตินั้นก็รองรับได้อย่างสบายๆ หรือถ้าเป็น 3  มิติก็ต้องบอกว่ารองรับการทำงานได้ในระดับเบื้องต้นหรือระดับสูง รองรับการทำงานกับหน้าจอความละเอียดสูงอย่าง 4K / 8K ได้แบบไม่มีปัญหา กรณีที่เราเชื่อมต่อหน้าจอภายนอก

เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเพิ่มพลังการสร้างสรรค์คอนเทนต์ มองหาความบันเทิง หรือการเล่นเกมเปี่ยมอรรถรส  ประสิทธิภาพที่เรียกได้ว่าดีที่สุดในกลุ่มของการ์ดจออนชิปด้วยกัน อีกทั้งยังมีการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce MX450 (2GB GDDR6) มาร่วมทำงานในส่วนของที่ทรัพยากรมากกว่า ที่ต้องบอกว่าประสิทธิภาพใกล้เคียงกับการ์ดจอ Gaming ระดับเริ่มต้นเลยทีเดียว 

g1 9.   g2 9

สำหรับโปรแกรมทดสอบ CINEBENCH R15 / R20 ที่เน้นในเรื่องของพลังชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 คะแนนก็อยู่ในระดับสูงสุดๆ ที่น่าประทับใจสมกับเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด เปรียบเทียบกับชิปประมวลผลรุ่นก่อนๆ ก็ทำได้ดีกว่าแบบชัดเจนทีเดียว รวมไปถึงตัวการ์ดจอเองก็มีประสิทธิภาพสูงเช่นเดิม เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในส่วนของงานประมวลผลหนักๆ ได้อย่างสบายๆ รวดเร็วทันใจแบบสุดๆ สมกับเป็นชิปประมวลผลตัวบนในรุ่นใช้งานเต็มกำลัง และการ์ดจอระดับบน ที่เน้นการทำงานเป็นหลัก

cine15 7.   cine20 7

ตัวเก็บข้อมูลของเครื่องที่เลือกใช้ SSD ก็ทำคะแนนออกมาได้อย่างรวดเร็วเป็นที่น่าพอใจบนขนาดความจุ 1TB แบบ M.2 NVMe PCIe Gen 4 ระดับความเร็วสูงสุดในตลาด แน่นอนว่าเร็วกว่า SSD M.2 SATA 3 หรือ SSD M.2 NVMe PCIe แบบทั่วไป ในด้านการใช้งานจริงที่แตกต่างกันอย่างเห็นเห็นได้ชัด เรียกได้ว่าเปิดอะไรปุ๊บก็ติดปั๊บ ที่ต้องบอกว่าความเร็วระดับการอ่านที่ราวๆ 3168 MB/s และเขียนที่ 3096 MB/s เป็นระดับความเร็วในการเขียนอ่านทำงานโดยรวมที่น่าประทับใจ จัดว่าเป็น SSD M.2 NVMe ระดับบนอย่างแท้จริง

ssd2

การทดสอบประสิทธิภาพกับโปรแกรม PCMark 10 Advance ซึ่งสามารถทำคะแนนการทดสอบรวมได้มากถึง 5,541 คะแนน ถือได้ว่าในส่วนของการใช้งานทั่วไปโดยรวมนั้นสอบผ่านแบบสบายๆ ทั้งในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร งานตกแต่งรูปภาพ รวมถึงงานตัดต่อวิดีโอ  จากการที่เป็นโน๊ตบุ๊คใช้ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 อย่าง i7-1165G7  ที่มีการ์ดจอออนบอร์ดตัวแรงอย่าง Iris Xe Graphics + MX450 พร้อม AI เทคโนโลยี 10 นาโนเมตร SuperFin ทำให้มีคะแนนพุ่งกว่าโน๊ตบุ๊คในสเปกใกล้เคียงกันกับ Gaming Notebook หลายๆ รุ่นเลยทีเดียว

pc10 10

สำหรับคะแนนและเฟรมเรมในการเล่นเกมจากการทดสอบด้วยโปรแกรม 3D Mark จากทาง Futuremark ที่พัฒนาและคิดค้นจากบริษัท AMD, Intel, Microsoft, NVIDIA ในส่วนของ Time Spy ทำออกมาน่าสนใจมากๆ ด้วยคะแนนรวม 2,602 และประมวลผลคาดการณ์เกม Apex Legends ปรับสุด Full HD ได้ 50+ FPS เน้นเรื่อง DirectX 12 เป็นตัวช่วยขับเคลื่อนเพื่อมาเสริมข้อบกพร่องทางด้านการทำงานต่างๆ ของการ์ดจอเป็นหลัก ซึ่งผลทดสอบนั้นจะดูว่าแต่ละการ์ดจอนั้นสามารถทำงานเข้าขากับ DirectX 12 ได้ดีขนาดไหน3dmark 1

สำหรับคะแนนและเฟรมเรมในการเล่นเกมทำออกมาน่าสนใจมากๆ โดยเฉลี่ยของเฟรมเรท (FPS) จากทั้ง 7 เกมที่ได้ทดสอบมีค่าเฟรมเรทเฉลี่ยที่ดีทีเดียว เพราะเราปรับทุกเกมกราฟิกสุดทั้งหมด ประกอบไปด้วย Resident Evil 3 Remake / Battlefield V / FarCry 5 ที่เป็นเกมออฟไลน์ที่กินทรัพยกร รวมไปถึงเกมออนไลน์ยอดนิยมอย่าง PUBG / DOTA 2 / Overwatch ซึ่งตรงนี้ก็สามารถชี้วัดความสามารถในการเล่นเกมที่กราฟิกละเอียดๆ และภาพสวยๆ ได้ลื่นไหลเป็นอย่างดีเลย

ทดสอบเกมกินทรัพยากรพอตัวอย่าง RE 3 / BF V / FarCry 5 ก็สามารถเล่นได้ดีที่ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล ที่ต้องบอกว่าเฟรมเรทที่ออกมานั้น แม้จะไม่ลื่นไหลมากแต่ก็พอเล่นเกม แต่ถ้าให้ดีปรับกลางๆ ลงไปก็ทได้ เว้นแต่ในส่วนของ RE 3 เราปรับกราฟิกในเกมเป็น MAX ที่ใช้แรมการ์ดจอไปกว่า 12GB ซึ่งเกินกว่าตัวการ์ดจอที่ 2GB ต้องบอกว่าเฟรมต่ำมากเล่นไม่ได้เลย

ต่อกันที่เกมออนไลน์อย่าง PUBG / Overwatch / DOTA 2 ก็จัดการทดสอบแบบปรับสุดหมดให้ด้วยเช่นกัน โดยทั้งนี้การตั้งค่าความละเอียดของภาพก็อยู่ที่ 1920 x 1080 พิกเซล ซึ่งเป็นความละเอียดที่จะสามารถเล่นให้ลื่นได้อยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ สำหรับรายละเอียดภาพอื่นๆ ก็เรียกได้ว่าเปิดทุกอัน  ผลที่ได้ออกมาก็คือสามารถเรนเดอร์ได้อย่างไหลลื่นในระดับเฟรมเรทน่าพอใจ อย่างไรก็ตามอยากให้ลื่นกว่านี้ปรับลงมาที่กราฟิกกลางๆ ต่ำๆ ก็ได้ 

game test 2 1

ที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือ Lenovo Vantage ก็เรียกได้ว่าเป็นซอฟแวร์ที่มีประโยชน์มาก ช่วยให้ผู้ใช้สามารถจัดการและควบคุมในหลายๆ ส่วนของเครื่องได้ เรียกได้ว่าค่อนข้างละเอียดมากทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นอัพเดทไดร์เวอร์ล่าสุด การเปิดปิดอุปกรณ์ต่างๆ ภายในเครื่อง ตั้งค่าทัชแพด การเชื่อมต่อไร้สาย แบตเตอรี่ กล้องเว็บแคม ระบบเสียง และ IR Camera ที่ต้องบอกว่าซอฟต์แวร์ต่างๆ นั้นไม่ได้ติดตั้งมาให้หนักเครื่องเปล่าๆ แต่สามารถใช้งานได้จริง และใช้งานได้ดีอีกด้วย

van

Battery / Heat / Noise

แบตเตอรี่เป็นแบบฝังไว้ในเครื่องเหมือนกับโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่นในปัจจุบัน ตัวแบตเตอรี่มีขนาด ประมาณ 5,000 mAh สามารถทำงานต่อเนื่องยาวนานเกือบๆ 14 ชั่วโมงต่อเนื่องในการใช้งานแบบดู YouTube ผ่าน Wi-Fi ถือได้ว่าเป็น Intel EVO อีกรุ่นหนึ่งเลยที่มีแบตเตอรี่ที่ใช้ได้ยาวนานในการใช้งานจริงก็ถือว่าน่าประทับใจแล้ว พกพาไปใช้งานนอกสถานที่ทั้งวันได้เลย ที่สำคัญมีเทคโนโลยีรองรับระบบชาร์จเร็ว (Rapid Charge) ที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้ถึง 80% ภายในระยะเวลา 1 ชั่วโมง ด้วยอแดปเตอร์ขนาด 95Watt

batt3 1

ผลการตรวจสอบอุณหภูมิขณะเครื่องทำงานปกติ มีเปิดโปรแกรมทำงานอยู่ด้วยบางส่วน โดยทดสอบเมื่ออยู่ในห้องแอร์อุณหภูมิประมาณ 26 องศาเซลเซียส พบว่าความร้อนของ CPU จะอยู่ในช่วง 40 –  50 องศา ซึ่งจัดว่าอยู่ในระดับปกติของโน๊ตบุ๊คบางเบาที่ใช้ชิป Core i7 ส่วนถ้าเป็นอุณหภูมิหลังจากทดสอบงานประมวลผลหนักๆ แล้ว จะเห็นว่าอุณหภูมิสูงสุดของ CPU นั้นไปสูงสุดที่ 100 องศาเซลเซียส  และ GPU อยู่ที่ 85 องศาเซลเซียส ซึ่งความร้อนที่แผ่ออกมานั้นก็ไม่ได้รบกวนการทำงานแต่อย่างใด รวมไปถึงถ้าไม่ใช้งานหนัก ตัวเครื่องเองก็ระบายความร้อนออกไปได้อย่างรวดเร็วดี

temp2 4

Conclusion / Award

เรียกได้ว่ามีความน่าสนใจจริงๆ สำหรับโน๊ตบุ๊คอีกหนึ่งรุ่นที่ทุกๆ คนให้ความสนใจอย่าง Lenovo YOGA Slim 7i Pro ที่เป็นรุ่นระดับสูง ที่เป็นรุ่นรองในส่วนของ Lenovo YOGA Slim 9i เท่านั้น คือได้ความหรูหราที่น้อยได้ แต่ได้สเปกที่แรงยิ่งกว่า มาพร้อมความสมบูรณ์แบบพร้อมเปลี่ยนเป็นซีรีส์เป็น YOGA ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของดีไซน์การออกแบบ ภาพลักษณ์ วัสดุ งานประกอบ รวมไปถึงสเปคประสิทธิภาพและประสบการณ์ใช้งาน สมกับเป็นหนึ่งใน Intel EVO ของ Lenovo ที่ทุกคนต่างให้ความนิยม ที่สำคัญคือความเชื่อใจในระดับการทำงานมืออาชีพ

Lenovo YOGA Slim 7i Pro

ซึ่งประสิทธิภาพการทำงานของ Lenovo YOGA Slim 7i Pro ก็ยังครบครันทั้งแง่ของชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 ทั้ง i5 / i7 ที่แรงลื่นด้วย AI และการ์ดจอออนชิปที่ดีที่สุด ทำงานร่วมสเปกอื่นๆ ที่เป็นระดับบน แสดงผลผ่านหน้าจอ 14″ คุณภาพสูงพาเนล IPS ความละเอียด 2240 x 1400 พิกเซล มาพร้อมเทคโนโลยีที่สมจริงอย่าง Dolby Vision และเทคโนโลยีภาพไดนามิกสูง (HDR) ที่เข้ามาช่วยเพิ่มความคมชัดและแสดงเม็ดสีแม่นยำ พร้อมรายละเอียดที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ที่ทำให้โน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ตอบโจทย์ทั้งการทำงานจริงจัง หรือการใช้งานเพื่อความบันเทิง ตอบโจทย์ได้หมด

Lenovo YOGA Slim 7i Pro

กับราคา 34,990 – 39,990 บาท ถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ชูเรื่องของนวัตกรรมของทาง Lenovo ในกลุ่มของ Notebook สายทำงานที่คุ้มค่าอีกหนึ่งรุ่น พร้อมกันนั้นยังได้ในส่วนของแพลตฟอร์ม Intel EVO ที่ตอกย้ำเรื่องของประสิทธิภาพโดยรวมในทุกๆ ด้าน ซึ่งส่วนตัวเองก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีที่ได้สัมผัสและรีวิวโน๊ตบุ๊คแบบนี้เหมือนกัน ซึ่งเมื่อเทียบกับโน๊ตบุ๊ครุ่นราคาใกล้เคียงกันกับหน้าจอ 14″ ที่บางเบาพอๆ กัน จะเห็นได้ว่า Lenovo YOGA Slim 7i Pro เป็นรุ่นที่น่าซื้อมากกว่าจริงๆ ยังไงไว้ลองคิดเป็นตัวเลือกแรกๆ ดูนะครับ

Lenovo YOGA Slim 7i Pro

Award

โดยในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับโน๊ตบุ๊คในกลุ่มเครื่องบางเบา ขนาดหน้าจอ 13.3″ ซึ่ง Lenovo YOGA Slim 7i Pro ได้รับรางวัลต่างๆ ดังนี้

Best Design

ดีไซน์โดยรวมของ Lenovo YOGA Slim 7i Pro มีความโดดเด่นเรื่องความพรีเมียม รวมถึงหน้าจอขอบบางแบบบางพิเศษ ที่ทำให้สามารถใช้งานจอขนาด 14″ ภายในตัวเครื่องที่มีขนาดเล็กกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปที่ใช้จอขนาดเดียวกัน อีกทั้งความบางเบาคือจุดเด่น ด้วยตัวเครื่องที่มีขนาดเล็กกระทัดรัดมากๆ บางแค่ 15.9 มิลลิเมตร เบาเพียง 1.3 กิโลกรัม ทำให้เป็นโน๊ตบุ๊คที่เหมาะมาก ๆ สำหรับการพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ และนอกจากความบางเบา ยังมีความแข็งแกร่งอีกด้วย จากการใช้วัสดุอลูมิเนียมตลอดทั้งตัวเครื่อง

NBS award 7 Design

Best Mobility

ปัจจัยสำคัญของด้าน Mobility ก็คือขนาดที่กะทัดรัด พร้อมตัวเครื่องที่มีความแข็งแรงทนทาน แบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นาน และการเชื่อมต่อแบบไร้สายที่ครอบคลุม ซึ่ง Lenovo YOGA Slim 7i Pro ตอบโจทย์ทั้งสามด้านได้อย่างครบถ้วนครับ กับตัวเครื่องบางเบา และการเชื่อมต่อแบบไร้สายที่รองรับทั้ง Wi-Fi 6 AX (2×2) รวมถึง Bluetooth 5 ส่วนแบตเตอรี่ก็ใช้งานได้ยาวนานเกือบ 14 ชั่วโมง แทบไม่ต้องพกอแดปเตอร์กันเลยทีเดียว หรือจะชาร์จไฟกลับก็สามารถทำได้รวดเร็ว และรองรับ USB PD ด้วย 

NBS award 4 Mobility 

Best Performance

Lenovo YOGA Slim 7i Pro มีสเปคที่ครบครันและทรงพลังที่สุดรุ่นนึง ทั้งชิบประมวลผล Intel Core i Gen 11 Tiger Lake การ์ดจอออนชิป Intel Iris Xe Graphics + MX450 ที่ทรงพลังมาก พร้อมแรมตัวเครื่องที่ให้มา 16GB และ SSD M.2 ความเร็วสูงสุด ความจุ 512GB / 1TB และให้การเข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็วสูงรองรับการทำงานต่างๆ พร้อมๆ กันได้หลายๆ งาน รวมถึงเล่นเกมได้อย่างลื่นไหล รวมไปถึงหน้าจอ IPS เกรดสูง ที่ความละเอียด 2240 x 1400 พิกเซล แสดงผลภาพดีมาก ทั้งทำงานหรือเล่นเกมก็สมบูรณ์แบบ รองรับการทำงานต่างๆ พร้อมๆ กันได้

award new performance

 

from:https://notebookspec.com/web/591089-review-lenovo-yoga-slim-7i-pro-i7-mx450

รีวิว Lenovo ThinkPad X1 Nano สเปก Intel EVO ประสิทธิภาพสูง ดีไซน์พรีเมียม จอ 13″ 2K เบา 962 กรัม ใส่ซิม 5G มี Thunderbolt 4

Lenovo ThinkPad X1 Nano เป็นโน๊ตบุ๊คหน้าจอ 13″ รุ่นใหม่ล่าสุด สเปก Intel Core i Gen 11 อีกทัง้จัดว่าเป็นรุ่นที่ได้แพลตฟอร์ม Intel EVO ตัวแรกอีกด้วย เน้นความบางเบาเพื่อการพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ โดยเบาสุดๆ เพียง 962 กรัมเท่านั้น  ซึ่งได้ต้นแบบมาจาก Lenovo ThinkPad X1 Series ที่เป็นรุ่นพี่ ที่ได้ประสบการณ์ชั้นเฟิร์สคลาส แตกต่างจากโน๊ตบุ๊ตทั่วไปชัดเจน 

โดยเป็นโน๊ตบุ๊คอีกรุ่นที่เป็นสายมืออาชีพที่จัดเต็มเครื่องของความทนทาน และความปลอดภัยในการมช้งาน รวมไปถึงแบตเตอรี่ก็ใช้งานได้ยาวนาน โดยเลือกใช้ชิปประมวลผล Intel Core i5-1130G7 ที่ลื่นไหลและออกมาฟีเจอร์มารองรับกับงานระดับองค์กรโดยเฉพาะ อีกทั้งได้การ์ดจอออนชิปที่ดีที่สุดอย่าง Intel Iros Xe Garphics รองรับงาน 3 มิติได้ดีเยี่ยมว่าก่อนหน้าทั้งหมดแน่นอน 

Lenovo ThinkPad X1 Nano

โดยตัวเครื่องได้ความบางที่สุดที่ 13.87 มิลลิเมตร  กับหน้าจอขนาด 13″ พาเนล IPS เกรดสูง ทีสัดส่วน 16:10 ที่ความละเอียด 2K (2160 x 1350) พร้อม Dolby Vision พร้อมขอบเขตสีใกล้เคียง 100% sRGB โดดเด่นด้วยการเชื่อมต่อชาร์จไฟผ่านมาตรฐานพอร์ตอย่าง Thunderbolt 4 จำนวน 2 พอร์ต รวมถึงเป็น Wi-Fi 6 AX อีกทั้งยังรองรับการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตไร้สายด้วยโมดูลซิม 4G / 5G LTE  ก็สามารถเลือกเพิ่มเอาได้ ที่สำคัญระบบปฏิบัติก็เป็น Windows 10 Pro สนนราคาเริ่มต้นที่ 51,900 บาท

VDO Review

NBS Verdict

สรุปรีวิว Lenovo ThinkPad X1 Nano สเปก Intel EVO ประสิทธิภาพสูง ดีไซน์พรีเมียม จอ 13″ 2K เบา 962 กรัม ใส่ซิม 4G / 5G ถือว่าให้ประสบการณ์ในการใช้งานที่ยอดเยี่ยมจริงๆ สมกับเป็นซีรีส์โน๊ตบุ๊คที่มืออาชีพนิยมใช้งานกัน หรือผู้ใช้งานระดับทั่วไปก็สามารถใช้ได้ จากการที่เป็นซีรีส์ ThinkPad ที่ทุกคนมั่นใจ ซึ่งเลือกใช้ชิปประมวลผลเป็น Intel Core i Gen 11 ที่นอกจากประสิทธิภาพดีเยี่ยมแล้ว การทำงานและกราฟิกทั้ความละเอียดสูง

ยังได้เทคโนโลยีโซลูชั่นความปลอดภัย ThinkShield ในตัว ที่รวมถึงคุณสมบัติด้านนวัตกรรม AI และคุณสมบัติความปลอดภัยแบบไบโอเมตริกซ์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Trusted Platform Module (dTPM) แบบแยกเฉพาะ ทำให้เป็นโน๊ตบุ๊คสายพกพาบางเบาอีกรุ่นที่ทำออกมาได้อย่างลงตัว ทั้งในด้านของความกะทัดรัดของตัวเครื่อง ที่มีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับโน๊ตบุ๊คยุคก่อนๆ น้ำหนักน้อยกว่า 1 กิโลกรัม  

Lenovo ThinkPad X1 Nano

อีกทั้งการใช้งานคีย์บอร์ดก็น่าประทับใจ นับได้ว่าเป็นจุดเด่นของ Lenovo ที่ทำมาได้ดีโดยตลอด สมกับเป็น ThinkPad เลยก็ว่าได้ ติดตั้งแรมขนาด 16GB LPDDR4x และ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB สนับสนุนการใช้งานพื้นฐานได้เป็นอย่างดีรวมถึง ผลทดสอบต่างๆ ออกมาได้อยู่ในระดับมาตรฐานเป็นที่น่าพอใจมากทีเดียว ทำให้ Lenovo ThinkPad เครื่องนี้ทำงานได้อย่างลื่นไหล ทั้งในด้านการทำงานทั่วไป และงานที่เน้นการประมวลผล ยิ่งถ้าโปรแกรมนั้นรองรับ AI ยิ่งทำได้ดียิ่งขึ้น

ที่สำคัญคือได้พอร์ตชาร์จไฟและเชื่อมต่อเป็น Thunderbolt 4 จำนวน 2 พอร์ตด้วย ทำให้เชื่อมต่อได้หลากหลายทั้งชาร์จไฟผ่านทาง USB-PD / ต่อหน้าจอภายนอกความละเอียดสูง 4K / 8K / โอนถ่ายข้อมูลได้สูงสุด 40Gb/s นอกจากนี้ตัวเครื่องยังแข็งแกร่งทนทานระดับกองทัพ คีย์บอร์ดแม่นยำพิมพ์สนุก คีย์บอร์ดระบายน้ำได้ TrackPoint ใช้งานสะดวก ใช้งานต่อเนื่องได้ระดับ 10 ชั่วโมง 

Lenovo ThinkPad X1 Nano

พอร์ตเชื่อมต่อครบครันระดับนึง มี Fingerprint รวมไปถึงมี Windows Pro และซอฟต์แวร์ติดเครื่องคุณภาพใช้งานได้จริง ส่งผลให้เป็นโน๊ตบุ๊คบางเบาที่จัดได้ว่ามีความครบครันในการใช้งานหลายๆ ด้าน ตรงกับความต้องการของผู้ใช้งานทั้งในกลุ่มที่เป็นผู้ใช้งานทั่วๆ ไปหรือผู้ที่เน้นใช้งานจริงจัง รวมไปเน้นพกพา เอาเป็นว่าใครกำลังมองหาโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่ๆ ที่บางๆ เบาๆ ได้ความทนทานและดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ ThinkPad ยุคใหม่ พร้อมปลอดภัยแบบจัดเต็ม อย่างที่มืออาชีพควรมี

Lenovo ThinkPad X1 Nano

จุดเด่น Lenovo ThinkPad X1 Nano

  • หน้าจอแสดงผล 13″ ความละเอียด 2K พาเนล IPS คุณภาพสูง sRGB 90%
  • ตัวเครื่องมีความบางเบา เพียง 962 กิโลกรัม และบางสุดที่ 13.87 มิลลิเมตร
  • การเลือกใช้วัสดุมาประกอบสร้างตัวเครื่องและงานประกอบทำได้ดีน่าประทับใจมาก
  • ตัวเครื่องมีความทนทานระดับ Military Grade (MIL-STD-810H) 
  • ชิปประมวลผลเป็น Intel Core i Gen 11 ที่แรงลื่นพอตัว การันตีด้วยแพลตฟอร์ม Intel EVO
  • มีฟีเจอร์ ThinkShutter  ม่านชัตเตอร์ปิดเลนส์กล้องเว็บแคม เพื่อความปลอดภัย
  • AccuType Keyboard สัมผัสในการพิมพ์ดีเยี่ยม พร้อมติดตั้งระบบไฟ Backlit มาให้
  • คีย์บอร์ดมีความทนทานด้วยฟีเจอร์ Spill Resistant ระบายน้ำได้ หากน้ำหกใส่
  • มี TrackPoint ตามมาตรฐาน ThinkPad ใช้งานได้สะดวกสำหรับคนที่ชอบ
  • ลำโพงคุณภาพสูง 4 ตัว ทำงานร่วมกับเทคโนโลยี Dolby Atmos ให้เสียงที่ดีมาก
  • ได้ไมค์โฟน 4 ตัวช่วยจัดเสียงรบกวน พร้อมเว็บแคมความละเอียด 5 ล้านพิกเซล 
  • ระบบ Fingerprint สแกนลายนิ้วมือมีความปลอดภัยในการเข้าใช้งาน
  • อแดปเตอร์ที่ติดตั้งมาให้มีขนาดเล็กพกพาง่าย และเป็น USB-C
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน 10 ชั่วโมง รองรับ Rapid Charge ที่ชาร์จแบตได้รวดเร็ว
  • มีรุ่นที่รองรับการใช้งาน 4G / 5G LTE ด้วยการติดตั้งโมดูลเพิ่ม
  • มี Windows Pro แท้ และซอฟต์แวร์ติดเครื่องใช้งานได้จริง
  • ได้ความปลอดภัยและประสบการณ์ใช้งานโดยรวมแบบมืออาชีพ
  • มีตัวเลือกประกันเป็นแบบ 3 ปี On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน

ข้อสังเกต Lenovo ThinkPad X1 Nano

  • แบตเตอรี่ใช้งานได้น้อยกว่าที่เคลมไว้
  • แรมเป็นแบบฝังบอร์ด ไม่สามารถอัพเกรดภายหลังได้
  • เมื่อความร้อนขึ้นสูงจะมีผลต่อการใช้งาน คือมีอาการหน่วง 
  • พอร์ตเชื่อมต่อมีอยู่จำกัด เพราะตัวเครื่องบางเบามากๆ 

Specification

Lenovo ThinkPad X1 Nano ที่ได้รับมารีวิวนี้เป็นสเปกขายจริง รุ่นราคา 51,900 บาท มาพร้อมชิปประมวลผล Intel Core i5-1130G7 รุ่นพิเศษ ที่เป็นชิป 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 1.80 GHz สามารถเร่งความเร็วสูงสุดได้เป็น 4.00 GHz  การ์ดจอออนบอร์ด Intel Iris Xe Graphics สำหรับการใช้งานทั่วไปรวมไปถึงงาน 3 มิติ ซึ่งนับว่าเป็นการ์ดจอออนชิปที่เทียบเคียงการ์ดจอแยกได้เลย รองรับการต่อหน้าจอภายนอก 4K / 8K ด้วย 

ทำงานร่วมกับหน่วยความจำแรมขนาด 16GB LPDDR4X Bus 4266MHz แบบ Dual Channel แน่นอนลักษณะเป็นออนบอร์ด ส่วนพื้นที่เก็บข้อมูลก็ใช้เป็น SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB ทำให้สเปคโดยรวมนั้นลงตัวมาก ๆ สำหรับการใช้งานพื้นฐาน เล่นอินเตอร์เน็ตเว็บไซต์ ทำเอกสาร ดูหนัง ฟังเพลง หรืองานมืออาชีพสำหรับภาพธุรกิจ เน้นพกพาไปใช้งานนอกสถานที่

Lenovo ThinkPad X1 Nano

ส่วนหน้าจอเป็นขนาด 13″ ที่ได้ความละเอียด 2K (2160 x 1350) พาเนล IPS คุณภาพสูง สีสันสดใส มุมมองกว้าง พร้อมมีลำโพงคุณภาพดีทำงานร่วมกับลำโพง 4 ตัว ระบบเสียง Dolby Atmos ส่วนพอร์ตที่ให้มาก็จำกัดด้วย Thunderbolt 4 จำนวน 2 พอ์รต รวมไปถึงการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต 4G / 5G ด้วยการใส่ Nano Sim รวมถึง Wi-Fi 6 AX และ Bluetooth 5.1 ด้วย รองรับการทำงานทุกที่ทุกเวลา รวมถึงติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 10 Pro แท้ พร้อมใช้งานได้ทันที พร้อมการรับประกัน 1 ปี ส่งศูนย์เคลมปกติ

Lenovo ThinkPad X1 Nano ราคา 51,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i5-1130G7 (4C/8T : 1.80 – 4.00GHz)
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • RAM : 16GB LPDDR4X 4266 MHz 
  • DISPLAY: 13″ IPS 16:10 2K (2160 x 1350) 
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 512GB
  • OS : Windows 10 Pro (64 Bit)
  • Warranty : 1 Year Courier or Carry-in

Hardware / Design

ถ้าสังเกตดูแล้ว Lenovo ThinkPad X1 Nano จะมีการต่อยอดการผลิตจากไลน์ของ ThinkPad X1 Series รุ่นก่อนๆ ด้วยที่เป็นซีรี่ส์หลักทำให้ดีไซน์ค่อนข้างคล้ายกันกับ ThinkPad รุ่นอื่นๆ จากการที่ได้ขอบหน้าจอที่บางเล็กในมิติตัวเครื่องใกล้เคียงเดิม พร้อมได้พื้นที่แสดงผลเป็น 13″ กับขนาดหน้าจอใหม่ของทาง ThinkPad เพื่อเป็นการเปิดรับกับขนาดหน้าที่ให้ประสบการณ์ใช้งานที่ดีกว่าเดิม

แต่ก็ยังคงรูปแบบความแกร่งด้วยการใช้เป็นสีดำด้านตลอดทั้งตัวเครื่อง วัสดุของตัวเครื่องนั้นหลักๆ ใช้เป็นวัสดุโลหะแม็กนีเซียมคุณภาพสูง ภายนอกตัวเครื่องมีพื้นผิวที่เรียบง่ายลักษณะเป็นซอฟต์ทัชตลอดทั้งตัวเครื่อง แต่ยังให้ความรู้สึกมั่นคงเวลาจับถือเครื่องไปไหนมาไหน และได้ความหรูหราสัมผัสคล้ายยางนุ่มๆ ซึ่งปกติแล้วเราจะได้ความรู้สึกหรือประสบการณ์นี้จะอยู่ใน ThinkPad ระดับสูงเท่านั้น

Lenovo ThinkPad X1 Nano

โดยรวมสำหรับการออกแบบนั้นทำให้ดูจริงจังและความเป็นมืออาชีพมากๆ  ตามมาตรฐานของโน๊ตบุ๊คสไตล์ ThinkPad โดยเหมาะสำหรับกลุ่มนักธุรกิจหรือคนที่ต้องการฮาร์ดแวร์ที่สเถียรสูง เชื่อถือได้ และมีความคงทนแข็งแรง ทำให้นับได้ว่า Lenovo ThinkPad X1 Nano เป็นโน๊ตบุ๊คที่แม้จะเป็นโน๊ตบุ๊คแนวทึกทนแต่ก็มีความสดใหม่อย่างแท้จริง ซึ่งก็ยังมาพร้อมกับความบางเบาอย่างที่สุด 

ที่ความบางที่ 13.87 มิลลิเมตร และน้ำหนักเพียง 962 กิโลกรัมเท่านั้นเอง ถือว่าน้อยมากๆ สำหรับโน๊ตบุ๊คขนาดจอ 13″ ที่สัดส่วน 16:10 ให้พื้นที่มากกว่า 16:9 เรียกได้ว่าความบางและน้ำหนักนั้น เรียกได้ว่าอยู่ในเกณฑ์ของโน๊ตบุ๊คที่เหมาะสมในการพกพาไปไหนมาไหนบ่อยๆ เลย ที่มีสเปกประสิทธิภาพสูงเน้นความสเถียรภาพ เหมาะกับมืออาชีพ ซึ่งสามารถรับสายโทรออกและตัดการเชื่อมต่อจากการประชุมทางโทรศัพท์ได้อย่างง่ายดายโดยใช้ปุ่มฟังก์ชัน F9-F11 

Lenovo ThinkPad X1 Nano Review 18

ด้วยสเปกชิปประมวลผล Intel Core i5-1130G7 ที่ออกแบบมาเพื่อใช้งานฟีเจอร์ในองค์กรโดยเฉพาะ สำหรับการออกแบบบานพับขาจอที่แข็งแรงและมีความแตกต่างที่ทำให้ตัวเครื่องสามารถกางหน้าจอ 180  องศาได้อย่างแข็งแรงไม่เกิดปัญหาเวลาใช้งาน จากบานพับสุดแกร่งแบบ 2 แกนขนาดใหญ่

รวมถึงมีความทนทาน จากได้รับมาตรฐาน Military Grade (MIL-STD-810H) กำหนดทางทหารถึง 12 ระดับ และผ่านการตรวจสอบคุณภาพมากกว่า 200 รายการ อาทิ ต่อแรงกระแทก อุณหภูมิสูงต่ำ ความชื้น ความกดอากาศ และแสงแดด เพื่อให้แน่ใจว่าสามารถทำงานได้ตามประสบการณ์ตรงที่ Lenovo ทำได้ดีมาโดยตลอด

Lenovo ThinkPad X1 Nano Review 40

ส่วนอื่นๆ ที่ยังเป็นภาพลักษณ์ที่ชัดเจนของ ThinkPad ก็ยังคงมีอยู่ อย่างโลโก้ ThinkPad บริเวณมุมบนซ้ายฝาหลัง และมุมขวาล่างด้านในตัวเครื่อง โดยมีไฟ LED สีแดงคอยบอกสถาณะการทำงานอยู่ สำหรับปุ่ม Power จะถูกติดตั้งเอาไว้ที่ขอบตัวเครื่องด้านขวา ซึ่งตัวปุ่มจะเป็นสีเดียวกับตัวเครื่องแสดงสถานะการเปิดปิดเครื่องได้มีไฟ LED สีขาว

ที่สำคัญที่สุดคือเราได้เห็นสติ๊กเกอร์ Intel EVO ที่ต้องบอกว่าเป็นครั้งแรกของ Lenovo ThinkPad เลยก็ว่าได้ ส่วนด้านใต้ตัวเครื่องก็จะเป็นช่องดูดลมเย็น พร้อมยางจำนวน 4 จุดที่ช่วยยกตัวให้สูงขึ้น ได้ปรับเปลี่ยนหลายๆ จุดให้มีความทันสมัยยิ่งขึ้น ตามยุคตามสมัยในเรื่องของความเพียวบางและเบา แต่ก็ยังไม่ทิ้ง DNA ของ ThinkPad ที่มีประวัติชื่อชั้นมาอย่างยาวนานไปเสียทั้งหมด

Lenovo ThinkPad X1 Nano Review 44
Lenovo ThinkPad X1 Nano Review 43
Lenovo ThinkPad X1 Nano Review 17
Lenovo ThinkPad X1 Nano Review 54
Lenovo ThinkPad X1 Nano Review 57
Lenovo ThinkPad X1 Nano Review 62
Lenovo ThinkPad X1 Nano Review 76
Lenovo ThinkPad X1 Nano Review 77
Lenovo ThinkPad X1 Nano Review 50

Keyboard / Touchpad

แน่นอนว่าคีย์บอร์ดของ Lenovo ThinkPad X1 Nano เครื่องนี้จะเป็น AccuType Keyboard ที่เป็นข้อเด่นที่คีย์บอร์ดที่ออกแบบมาให้มีรูปทรงโค้งปากยิ้มด้านใต้ตัวเครื่องเติมลงมาเล็กน้อยเพื่อลดโอกาสพิมพ์ผิดพลาดได้ ซึ่งเมื่อใช้งานจริงแล้วก็ถือว่าทำได้ดี โอกาสพิมพ์ผิดพลาดลดลงมาก ได้ส่วนของปลายโค้งที่ทำให้พิมพ์ถูกต้องขึ้น คีย์บอร์ดยังโดดเด่นด้วยฟีเจอร์ Spill resistant กันพวกฝุ่นละอองเข้าไป กันน้ำหกได้ ในระดับหนึ่ง รวมไปถึงบริเวณใต้ชุดคีย์บอร์ดด้านขวายังมีการติดตั้งตัวสแกนลายนิ้วมือ ที่ไว้ใช้งานร่วมกับ Windows Hello อีกด้วย

Lenovo ThinkPad X1 Nano

นอกจากนี้ ThinkPad รุ่นนี้ก็มีความตั้งใจในการติดตั้ง TrackPoint (Point Stick) มาให้ด้วยบริเวณกลางตัวคีย์บอร์ด ซึ่งก็สามารถใช้งานควบคู่ไปกับ TrackPad ขนาดใหญ่ที่มีปุ่มกดถึง 3 ปุ่มได้เป็นอย่างดี พร้อมซ้ายคลิกซ้ายขวาแบบปกติเอาไว้ ก็สามารถใช้งานหลายนิ้วมือผ่านชุดคำสั่งแบบ Multi-Gesture บน Windows 10 ได้ดี ยิ่งถ้าใช้งาน TrackPoint และ TrackPad ควบคู่กันไปด้วยจะยิ่งใช้งานได้ไวมากขึ้น ตรงนี้นับว่าเป็น DNA ของ ThinkPad จริงๆ ซึ่งรุ่นนี้เป็นรุ่นล่าสุดก็ยังติดตั้งมาอยู่

Lenovo ThinkPad X1 Nano Review 33

Lenovo ThinkPad X1 Nano Review 31
Lenovo ThinkPad X1 Nano Review 32
Lenovo ThinkPad X1 Nano Review 30

Screen / Speaker

ด้านหน้าจอแสดงผล Lenovo ThinkPad X1 Nano นั้นเลือกใช้หน้าจอที่มีขนาดจอขนาดใหญ่ถึง 13″ มาพร้อมความละเอียด 2K ที่ 2160 x 1350 พิกเซล แบบ 16:10 แบบด้านลดแสงสะท้อน ใช้พาเนลจอแบบ IPS ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นพาเนลเกรดสูง ที่เหมาะสมกับงานมืออาชีพ เพราะให้สีสันตรงสุดๆ ระดับที่ใกล้เคียงกับ sRGB 100% มาพร้อมกับมุมมองที่เกือบ 180 องศา แบบว่ามองมุมไหนสีสันก็ไม่เพี้ยนเลย เรียกได้ว่าเป็นโน๊ตบุ๊คที่ให้ประสบการณ์ที่ดีที่สุดรุ่นหนึ่ง และการที่ใส่ยางขอบจอแบบติดเนียนตามตลอดแนวขอบจอเลย ทำให้ช่วยซับแรงกระแทกได้ดีกว่าโน๊ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ ที่มักจะติดตั้งมาเป็นจุดๆ ในบางตำแหน่งเท่านั้น

Lenovo ThinkPad X1 Nano

แม้ขอบจอจะบางเฉียบแต่ก็ได้ติดตั้งกล้องเว็บแคมไว้ด้านบนเหมือนเดิม ที่สำคัญยังมาพร้อมฟีเจอร์ ThinkShutter ม่านชัตเตอร์ปิดเลนส์กล้องที่ทำให้เรามั่นใจว่ากล้องจะเห็นในเวลาที่เราต้องการใช้งานเท่านั้น การใช้งานก็ง่ายมากๆ ด้วยการใช้นิ้วเลื่อนเปิดหรือปิดการใช้งานเท่านั้น เรียกได้ว่าได้ความปลอดภัยสมกับเป็น ThikPad Series ที่เป็นโน๊ตบุ๊คสายทำงานระดับมืออาชีพเลยก็ว่าได้ พร้อมไมโครโฟนแบบ 4 ตัว ติดตั้งที่ขอบหน้าจอด้านบน พร้อมทำงาน Noise Cancelling 360 องศาอีกด้วย 

Lenovo ThinkPad X1 Nano Review 21
Lenovo ThinkPad X1 Nano Review 25
Lenovo ThinkPad X1 Nano Review 23

โดยให้ขอบเขตความกว้างของสีสันเทียบเท่ากับมาตรฐาน sRGB ที่ 90% และ AdobeRGB 70% เรียกได้ว่าให้ประสิทธิภาพเรื่องของสีสันนั้นดีมากกว่าเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ ซึ่งมีความเที่ยงตรงของสีสูง ส่วนความสว่างหน้าจอสูงสุดอยู่ที่เกือบๆ 450 cd/m2 ซึ่งจัดได้ว่ามีความสว่างในระดับสูงทำให้ใช้งานที่กลางแจ้งได้อีก ทำให้เมื่อคาลิเบตหน้าจอแล้วสามารถไปทำงานภาพกราฟิกหรือตกแต่งภาพที่เน้นความเที่ยงตรงได้โอเคเลยทีเดียว

s1 2
s2 2
s3 2

ต่อกันที่วัดความสว่างของหน้าจอตามตำแหน่งต่างๆ โดยแบ่งเป็น 9 ช่อง เทียบจากช่องกลางที่ปกติแล้วจะให้ความสว่างที่มากที่สุด ที่จะเห็นได้ว่าช่องแถวกลางเป็น 0% ก็คือแสดงความสว่างได้เต็มที่ 450 cd/m2 แต่สำหรับช่องมุมซ้ายล่างเหมือนจะมีแสงสว่างที่ลดลงแค่ระดับ 12% เท่านั้น ในการทดสอบก็เพื่อให้เราใช้งานอย่างระมัดระวังสำหรับคนที่บังเอิญจำเป็นต้องใช้งานภาพถ่าย หรืองานกราฟิกอื่นๆ ปิดท้ายด้วยคะแนนรวม 4.0 เมื่อทดสอบด้านการแสดงผลต่างๆ ทั้งหมดแล้ว

Lenovo ThinkPad X1 Nano

ตัวลำโพงเป็นแบบ 4 ตัว ประกอบด้วยทวีตเตอร์แบบยิงขึ้นด้านบน 2 ตัวและวูฟเฟอร์แบบยิงลง 2 ตัว มาพร้อมระบบเสียง Dolby Atmos ให้ที่เสียงที่ดีมาก พร้อมซอฟต์แวร์ปรับแต่ง ทั้งในเรื่องของเสียงเบสที่มีน้ำหนัก เสียงกลางที่สมดุล และเสียงแหลมที่ออกมาใสๆ พร้อมทั้งความดังและกังวาลที่มากกว่า ทำให้เสียงที่ออกมามีเสียงดังฟังชัด รองรับการใช้งานได้หลากหลายแบบสบายๆ ให้ประสบการณ์ด้านเสียงที่ดีกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปมากๆ 

Lenovo ThinkPad X1 Nano Review 43
Lenovo ThinkPad X1 Nano Review 49
Lenovo ThinkPad X1 Nano Review 48

Inside / Upgrade

การแกะเครื่อง Lenovo ThinkPad X1 Nano นั้นสามารถทำได้ไม่ยากแต่ก็ไม่ง่ายเสียทีเดียว เพราะงานประกอบค่อนข้างแน่นหนาทีเดียวจากการที่ฝาหลังเป็นโลหะทำให้ค่อนข้างแข็ง แต่ก็ไม่ยากจนเกินไป เอาจริงๆ คือใครๆ ก็ทำได้ขอแค่มีไขควงสี่แฉก  ซึ่งหลังจากถอดน็อตทุกตัวเสร็จหมดแล้ว เราต้องใช้บัตรแข็งค่อยๆ รูดถอดออกที่ละส่วน จากหลังมาหน้า ควรทำอย่างใจเย็นระวังแตกหัก ซึ่งในส่วนของขอบเครื่องฝาด้านหน้าจะเป็นสลักยึดเอาไว้ตรงนี้ต้องใช้แรงดึไปด้านหลัง

Fujitsu UH X i7 1165G7 Review 1

โดยเมื่อแกะออกมาแล้วก็จะเห็นฮาร์ดแวร์หลายๆ อย่างชัดเจนตามรูปเลย การวางรูปแบบของฮาร์ดแวร์เครื่องนี้ทำได้ดูดีสมกับเป็นโน๊ตบุ๊คระดับมืออาชีพ เรื่องระบายความร้อนตัวเครื่องมี Heat Pipe จำนวน 1 เส้น วางพาดชิปประมวลผล ส่วนพัดลมเครื่องนี้ก็มีมาให้ 1 ตัว โดยลมร้อนเป่าออกทางด้านข้างตัวเครื่อง นอกจากนั้นเราจะเห็นถึงแรม 16GB DDR4 ที่ออนบอร์ดบอร์ดมา ทำให้ไม่สามารถอัพเกรดได้ภายหลังโดยจะเห็นถึง SSD M.2 NVMe PCIe ที่หากต้องอัพเกรดก็ต้องถอดของเดิมออกด้วย 

Fujitsu UH X i7 1165G7 Review 2
Fujitsu UH X i7 1165G7 Review 3
Fujitsu UH X i7 1165G7 Review 6

Connector / Thin And Weight

Lenovo ThinkPad X1 Nano มีความบางเบากว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปชัดเจน ส่งผลโดยตรงให้พอร์ตเชื่อมต่อที่มีนั้นมีอยู่อย่างจำกัด โดยมีเพียงพอร์ตเชื่อมต่อ Thunderbolt 4 จำนวน 2 พอร์ต ซึ่งเป็นพอร์ตที่ดีที่สุด หนึ่งในมาตรฐาน Intel EVO ที่มาพร้อมกับการสนันสนุนในเรื่องของการจ่ายไฟที่เต็มประสิทธิภาพ ทำให้เราสามารถชาร์จสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตได้พลังงานเต็มที่อย่างรวดเร็ว รวมไปถึงเชื่อมต่อหน้าจอภายนอกระดับ 4K / 8K ได้อย่างลื่นไหล แน่นอนถ่ายโอนข้อมูลได้ความเร็วสูงสุดที่ 40 Gb/s ด้วย รองรับการเชื่อมต่อ Think Docking เพื่อขยายการเชื่อมต่อที่หลากหลาย

Lenovo ThinkPad X1 Nano Review 65

นอกจากนี้ตัวเครื่องยังคงติดตั้งช่องเชื่อมต่อเสียงภายนอกขนาดมาตรฐานที่ 3.5 มิลลิเมตร ซึ่งรองรับการใช้งานไมค์และหูฟังในช่องๆ เดียว นอกจากนี้ยังมี micro-SD Card Reader ที่ขอบตัวเครื่องด้านหลัง พร้อมเป็นช่องใส่ซิมการ์ดแบบ Nano Sim ในตัวกรณีที่ติดตั้งโมดูล Global Mobile Broadband WWAN LTE 5G CAT20 / LTE 4G CAT9 อีกทั้งในบันเดิลก็ยังให้สายแปลง USB-C to LAN และ USB-C to VGA มาด้วย แต่อย่างไรก็ตามคนใช้งานอย่างเราๆ ก็ควรหา USB-C Hub อื่นๆ มาใช้งานร่วมด้วย

Lenovo ThinkPad X1 Nano Review 73

สำหรับน้ำหนักตัวเครื่องอยู่ที่ 962 กิโลกรัม ที่ถือว่าเบาทีเดียว กับการที่เป็นโน๊ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 13.3″ ที่ครบเครื่องขนาดนี้ทั้งดีไซน์และความทนทาน เมื่อพกพากับอแดปเตอร์ขนาด 65Watt ที่มีขนาดเล็ก ถือว่าตอบโจทย์การใช้งานนอกสถานที่อย่างที่สุดรุ่นหนึ่ง จากการที่รองรับการใช้งานไร้สายเป็น Intel WiFi 6 AX201 และ Bluetooth 5.0 เรียกได้ว่าทั้งหมดนี้เหมาะสุดๆ กับการใช้งานในออฟฟิศหรือร้านกาแฟ หรือที่ไหนก็ได้ที่เราจะกางจอออกมาทำงาน

Lenovo ThinkPad X1 Nano Review 10
Lenovo ThinkPad X1 Nano Review 11
Lenovo ThinkPad X1 Nano Review 12

Performance / Software

Lenovo ThinkPad X1 Nano เมื่อตรวจสอบข้อมูลของชิปประมวลผลด้วยโปรแกรม CPU-Z ก็พบว่าข้อมูลขึ้นมาครบถ้วนเลยครับ โดยเลือกใช้ชิป Core i Gen 11 รุ่นล่าสุดอย่าง Intel Core i5-11350G7 รุ่นพิเศษ ที่มี 4 คอร์ 8 เธรดสำหรับการประมวลผล ความเร็วที่ 1.80 – 4.00 GHz มีค่า TDP ในการปลดปล่อยความร้อนสูงสุดแค่ 7W – 15W เท่านั้น ซึ่งจัดว่าต่ำมากสำหรับชิป Core i5 ในโน๊ตบุ๊ค ทำให้ตัวเครื่องโดยรวมไม่ร้อนจนเกินไป ทั้งนี้ก็เนื่องมาจากการใช้สถาปัตยกรรมการผลิตที่ระดับ 10 นาโนเมตร  อย่าง Tiger Lake เทคโนโลยีสุดล้ำ SuperFin

c1 2.   c2 2

ที่ต้องบอกว่าสร้างมาตรฐานประสิทธิภาพที่มากกว่าชิปประมวลผลรุ่นก่อนๆ แรงเพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไปมากๆ หรือถ้างานที่ต้องประมวลผลจริงจังก็รองรับได้อย่างสบายๆ ส่วนแรมได้ขนาด 16GB LPDDR4X แบบฝังเมนบอร์ดทำให้ไม่สามารถอัพเกรดได้ เป็นมาตรฐาน 4266MHz ตามเทคโนโลยีของ Intel Core i Gen 11 ที่ผ่านการปรับแต่งให้เหนือชั้น  พร้อมให้ที่เก็บข้อมูล SSD M.2 NVMe PCIe ความเร็วสูงสุด ที่สามารถขับเคลื่อนระบบปฏิบัติการ Windows 10 แบบลื่นไหลอย่างที่สุด ในทุกๆ การทำงาน

g1 2.   g2 2

 

การ์ดจอเป็นแบบออนบอร์ดรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Intel Iris Xe Graphics ที่ให้พลังในการประมวลผลที่ดีในระดับที่ก้าวกระโดดกว่ารุ่นก่อนๆ อย่างในเรื่องของกราฟิก 2 มิตินั้นก็รองรับได้อย่างสบายๆ หรือถ้าเป็น 3  มิติก็ต้องบอกว่ารองรับการทำงานได้ในระดับเบื้องต้นหรือระดับสูง รองรับการทำงานกับหน้าจอความละเอียดสูงอย่าง 4K / 8K ได้แบบไม่มีปัญหา

เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเพิ่มพลังการสร้างสรรค์คอนเทนต์ มองหาความบันเทิง หรือการเล่นเกมเปี่ยมอรรถรส  ประสิทธิภาพที่เรียกได้ว่าใกล้เคียงกับการ์ดจอแยกเลยทีเดียว ซึ่งสามารถเล่นเกม 3 มิติ พอได้บ้าง อย่างไรก็ตามในการใช้งานจริงๆ จะแรงแค่ไหนขึ้นอยู่กับระบบระบายความร้อนด้วย เดี๋ยวไปดูผลทดสอบกันอีกที 

cine15 1.   cine20 2

สำหรับโปรแกรมทดสอบ CINEBENCH R15 / R20 ที่เน้นในเรื่องของพลังชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 คะแนนก็อยู่ในระดับสูงสุดๆ ที่น่าประทับใจสมกับเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด เปรียบเทียบกับชิปประมวลผลรุ่นก่อนๆ ก็ทำได้ดีกว่าแบบชัดเจนทีเดียว รวมไปถึงตัวการ์ดจอเองก็มีประสิทธิภาพสูงเช่นเดิม เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในส่วนของงานประมวลผลหนักๆ ได้อย่างสบายๆ รวดเร็วทันใจแบบสุดๆ สมกับเป็นชิปประมวลผลตัวบนในรุ่นใช้งานเต็มกำลัง และการ์ดจอระดับบน ที่เน้นการทำงานเป็นหลัก

ssd 2

ตัวเก็บข้อมูลของเครื่องที่เลือกใช้ SSD ก็ทำคะแนนออกมาได้อย่างรวดเร็วเป็นที่น่าพอใจบนขนาดความจุ 512GB แบบ M.2 NVMe PCIe ระดับความเร็วสูง ยิ่งเมื่อนำไปใช้เทียบกับ SSD SATA 3 แล้วละก็จะเห็นถึงประสิทธิภาพทั้งในด้านการทดสอบและในด้านการใช้งานจริงที่แตกต่างกันอย่างเห็นเห็นได้ชัด เรียกได้ว่าเปิดอะไรปุ๊บก็ติดปั๊บ ที่ต้องบอกว่าความเร็วระดับการอ่านที่ราวๆ 2426 MB/s และเขียนที่ 1807 MB/s เป็นระดับความเร็วในการเขียนอ่านทำงานโดยรวมที่น่าประทับใจ จัดว่าเป็น SSD M.2 NVMe ระดับบนอย่างแท้จริง

pc10 2

การทดสอบประสิทธิภาพกับโปรแกรม PCMark 10 Advance ซึ่งสามารถทำคะแนนการทดสอบรวมได้มากถึง 4,352 คะแนน ถือได้ว่าในส่วนของการใช้งานทั่วไปโดยรวมนั้นสอบผ่านแบบสบายๆ ทั้งในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร งานตกแต่งรูปภาพ รวมถึงงานตัดต่อวิดีโอ  จากการที่เป็นโน๊ตบุ๊คใช้ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 อย่าง i5-1130G7 ที่แม้ไม่มีการ์ดจอแยก แต่ด้วยชิปประมวลผลที่มีการ์ดจอออนบอร์ดตัวแรงอย่าง Iris Xe Graphics พร้อม AI เทคโนโลยี 10 นาโนเมตร SuperFin ทำให้มีคะแนนพุ่งกว่าโน๊ตบุ๊คในสเปกใกล้เคียงกันกับ Gaming Notebook หลายๆ รุ่นเลยทีเดียว

3dmark

ทดสอบกันต่อในส่วนของ 3D Mark ที่เน้นเรื่องประสิทธิภาพ 3 มิติ ก็มีคะแนนที่น่าสนใจด้วย 1187 สำหรับ GPU และ 3637 สำหรับ CPU พร้อมทดสอบเล่นเกมจริงๆ เพื่อดูเฟรมเรมในการเล่นเกม โดยเฉลี่ยของเฟรมเรท (FPS) จากทั้ง 3 เกมออนไลน์ เกมที่ได้ทดสอบมีค่าเฟรมเรทเฉลี่ยค่อนข้างลื่นไหล น่าประทับใจทีเดียว เมื่อเทียบกับโน๊ตบุ๊คที่ไม่ได้เน้นเล่นเกมมาก ซึ่งตรงนี้ก็สามารถชี้วัดความสามารถในการเล่นเกมที่กราฟิกละเอียดๆ และภาพสวยๆ ได้ลื่นไหลเป็นอย่างดีเลย จากการที่สเปกภายในเป็นชิปประมวลผล 

game test 2

สำหรับเกมออนไลน์อย่าง DOTA 2 ก็จัดการทดสอบแบบปรับสุดหมด ซึ่งเป็นความละเอียดที่จะสามารถเล่นให้ลื่นได้ สำหรับรายละเอียดภาพอื่นๆ ก็เรียกได้ว่าเปิดทุกอัน  ผลที่ได้ออกมาก็คือสามารถเรนเดอร์ได้อย่างไหลลื่นในระดับเฟรมเรทที่เฉลี่ยที่ 33 แต่ฉากตะลุมบอนกันก็เฟรมเรทลดลงไปที่ 15 (อยากลื่นกว่านี้ก็ปรับกลางๆ ได้) และในส่วนของเกม Overwatch ที่ปรับ Low ทดสอบแล้วจะมีเฟรมเรทเฉลี่ยอยู่ที่ 58 ซึ่งต่ำสุดอยู่ที่ 13 รวมไปถึงเกมกินสเปกอย่าง PUBG เฟรมเรทก็ทำออกมาได้ลื่นไหลพอตัว เรียกได้ว่าแรงกว่ารุ่นก่อนที่มีการ์ดจอแยกเยอะเลย

Lenovo ThinkPad X1 Nano

ที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือ Lenovo Vantage ก็เรียกได้ว่าเป็นซอฟแวร์ที่มีประโยชน์มาก ช่วยให้ผู้ใช้สามารถจัดการและควบคุมในหลายๆ ส่วนของเครื่องได้ เรียกได้ว่าค่อนข้างละเอียดมากทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นอัพเดทไดร์เวอร์ล่าสุด การเปิดปิดอุปกรณ์ต่างๆ ภายในเครื่อง ตั้งค่าทัชแพด การเชื่อมต่อไร้สาย แบตเตอรี่ กล้องเว็บแคม ระบบเสียง และ Fingerprint ที่ต้องบอกว่าซอฟต์แวร์ต่างๆ นั้นไม่ได้ติดตั้งมาให้หนักเครื่องเปล่าๆ แต่สามารถใช้งานได้จริง และใช้งานได้ดีอีกด้วย

Battery / Heat / Noise

แบตเตอรี่ของ Lenovo ThinkPad X1 Nano เป็นแบบฝังไว้ในเครื่องเหมือนกับโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่นในปัจจุบัน ตัวแบตเตอรี่มีความจุ 3500 mAh สามารถทำงานต่อเนื่องยาวนานได้ประมาณ 10 ชั่วโมงต่อเนื่องในการใช้งานแบบปกติ (ดูภาพยนตร์และเล่นอินเตอร์เน็ต) นับได้ว่าเป็นโน๊ตบุ๊คราคาไม่แพงที่สามารถใช้งานแบตเตอรี่ได้ยาวนาน รองรับเทคโนโลยี Rapid Charge เพิ่มประสิทธิภาพการชาร์จไฟให้กลับมาถึง 80% ในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง 

Batt X1 Nano

ทางด้านอุณหภูมิปกติของเครื่องจะอยู่ที่ 30 – 40 องศาเซลเซียส แต่พอรีดประสิทธิภาพเต็มที่จะเห็นว่าเครื่องจะร้อนที่สุดที่ 99 องศาเซลเซียส สำหรับชิปประมวลผล นับว่าเรื่องระบบระบายความร้อนของ Lenovo ThinkPad เครื่องนี้ทำออกมาได้ดีแม้ว่าจะร้อนหน่อยเพราะเครื่องบาง แต่ได้ความสเถียรที่สูง ปิดท้ายด้วยฟีเจอร์ Performance Mode Setting ที่เราสามารถปรับเปลี่ยนไปมาได้ง่ายๆ ด้วยปุ่ม Fn + Q เท่านั้นเอง

temp 1

Conclusion / Award

ที่ผ่านมา Lenovo ThinkPad Series อาจจะเป็นเรื่องไกลตัวของใครหลายๆ คนกับโน๊ตบุ๊คที่มาในรูปแบบของโน๊ตบุ๊คระดับมืออาชีพ ประสิทธิภาพดีเน้นความพกพาบางเบา เพื่อนำไปใช้งานนอกสถานที่ได้ทุกที่ทุกเวลา ซึ่งจัดว่าเป็นโน๊ตบุ๊คเพื่อการทำงานโดยเฉพาะ เรียกว่าเป็นโน๊ตบุ๊คเพื่อการสร้างสรรค์งานโดยเฉพาะสำหรับมืออาชีพ อาทิงานโปรแกรมเอกสาร หรืองานที่ไม่กินทรัพยากรเครื่องมากนัก

โดยที่ผ่านมา Lenovo ThinkPad X1 Series เป็นในส่วนของโน๊ตบุ๊คระดับสูงที่เน้นการทำงานมาโดยตลอด มาพร้อมชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 พร้อมการันตีด้วย Intel EVO แต่ได้ความเป็น ThinkPad X Series แบบเต็มเปี่ยม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของดีไซน์การออกแบบ ภาพลักษณ์ วัสดุ งานประกอบ รวมไปถึงสเปคประสิทธิภาพและประสบการณ์ใช้งาน สมกับเป็นโน๊ตบุ๊คระดับสูงของทาง Lenovo ที่ทุกคนต่างให้ความนิยม ที่สำคัญคือความเชื่อใจในระดับการทำงานมืออาชีพ

Lenovo ThinkPad X1 Nano

Lenovo ThinkPad รุ่นนี้สามารถตอบสนองการใช้งานระดับองค์กร ด้วยการที่ Lenovo เลือกใช้ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 อย่าง Core i5-1130G7 พร้อมได้แพลตฟอร์ม Intel EVO  ซึ่งให้ประสิทธิภาพสูงในทุกๆ ประสบการณ์ใช้งาน  จะช่วยป้องกันการเข้ารหัส Trusted Platform Module (dTPM) ด้วยการเข้ารหัสหน่วยความจำแบบเต็มรูปแบบ ซึ่งทำงานร่วมกับ Lenovo ThinkShield อีกด้วย โดยมีแรม 16GB พร้อมด้วย SSD ความเร็วสูง M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB ที่แรงลื่นและเพียงต่อการใช้งาน

Lenovo ThinkPad X1 Nano Review 44

รวมไปถึงยังได้หน้าจอขนาด 13″ จากมิติตัวเครื่องที่เท่าเดิม ซึ่งรุ่นก่อนๆ พร้อมได้ความละเอียดมาตรฐาน 2K ที่ดีกว่า Full HD พร้อมใช้พาเนลจอแบบ IPS ซึ่งมีการแสดงผลของสีที่เที่ยงตรงระดับ sRGB 90% ที่ช่วยให้การทำงานต่างๆ ออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งนับว่าตั้งแต่ทดสอบมาเป็นโน๊ตบุ๊คที่มาพร้อมหน้าจอที่ดีที่สุดรุ่นหนึ่งในช่วงราคา 50,000 บาท ส่วนจุดเด่นอื่นๆ ก็จะเป็นเรื่องของการรองรับการใส่ซิมการ์ดเพื่อใช้งาน 5G / 4G LTE เพื่อให้ใช้งานอินเตอร์เน็ตได้ทุกที่ทุกเวลา สมกับสายพกพาอย่างแท้จริง

Lenovo ThinkPad X1 Nano Review 60

นอกจากนี้ยังได้การเชื่อมต่อ Thunderbolt 4 และ Wi-Fi 6 AX + Bluetooth 5 อีกด้วย โดยรวมแล้ว Lenovo ThinkPad รุ่นนี้สมกับเป็นโน๊ตบุ๊คประสิทธิภาพสูงแบบพกพาที่มีความสมบูรณ์แบบตัวหนึ่ง และสำหรับใครที่สนใจก็สามารถจับจองเป็นเจ้าของได้ตามตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศไทย รวมไปหน้าร้านออนไลน์ต่างๆ ด้วย เชื่อได้เลยว่าแม้ว่าเราจะใม่ใช่นักธุรกิจที่ใช้งานองค์กรขนาดใหญ่ แต่ถ้าอยากได้โน๊ตบุ๊คเพื่อการทำงานระดับมืออาชีพที่เบาบางที่สุดรุ่นนึงล่ะก็ Lenovo ThinkPad X1 Nano เครื่องนี้ตอบโจทย์แน่นอนครับ

Lenovo ThinkPad X1 Nano

Award

โดยในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับเครื่องในกลุ่มของโน๊ตบุ๊คระดับสูงขนาดหน้าจอ 13.3 นิ้ว ในระดับสเปค และราคาที่ใกล้เคียงกัน ซึ่ง Lenovo ThinkPad X1 Nano ก็ได้รางวัลดังนี้ 

Best Performance 

Lenovo ThinkPad X1 Nano ที่เป็นโน๊ตบุ๊คขนาด 13″ ความละเอียด 2K พาเนล IPS สายทำงานบางเบาพรีเมียม ได้สเปกใหม่ล่าสุด อย่างชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 รุ่นพิเศษ  การ์ดจอออนชิป Intel Iris Xe Graphics ที่ดีเยี่ยม พร้อมได้ในส่วนของแพลตฟอร์ม Intel EVO ที่ได้ประสิทธิภาพการทำงานที่ดีเยี่ยมและประหยัดพลังงาน นอกจากนี้ยังได้หน่วยความจำแรมขนาด 16GB พร้อม SSD ความจุเยอะ 512GB มาในตัว และระบบปฏิบัติการ  Windows 10 Pro พร้อมใช้งานทันที ส่งผลให้ได้ประสบการณ์ใช้งานที่เหนือชั้นกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปชัดเจน 

award new performance  

Best Mobility 

ความสามารถในการพกพาก็ยังคงอยู่ในระดับที่ดีตามสไตล์ของโน้ตบุ๊ตที่เน้นความบางเบา กับรุ่นขนาดหน้าจอ 13″ ทั้งในความบางเพียง 13.87 มิลลิเมตร และน้ำหนักเบา 962 กิโลกรัม ที่ทำให้สามารถหิ้วไปไหนมาไหนได้อย่างสะดวก พร้อมกับได้มาตรฐานความแข็งแรงทนทานระดับกองทัพ อแดปเตอร์ก็ทำออกมาให้มีขนาดที่ไม่ใหญ่มากนัก พกพาสะดวก รวมน้ำหนักแล้วได้ประมาณ 1.2 กิโลกรัม เหมาะมากๆ กับคนที่ทำงานนอกสถานที่บ่อยๆ รวมไปถึงแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานกว่า 10 ชั่วโมง พร้อมที่ชาร์จเป็น USB-C รองรับ USB-PD

award new mobility

Best Design 

ดีไซน์โดยรวมของ Lenovo ThinkPad X1 Nano มีความโดดเด่นเรื่องสีสันโทนดำสนิททั้งตัวเครื่อง รวมถึงหน้าจอขอบบางแบบบางพิเศษ ที่ทำให้สามารถใช้งานจอขนาด 13″ ภายในตัวเครื่องที่มีขนาดเล็กกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปที่ใช้จอขนาดเดียวกัน วัสดุของตัวเครื่องนั้นหลักๆ ใช้เป็นวัสดุแม็กนีเซียมคุณภาพสูง พร้อมเคลือบซอฟต์ทัชสีดำ ภายนอกตัวเครื่องมีพื้นผิวที่เรียบง่ายแต่ยังให้ความรู้สึกมั่นคงเวลาจับถือเครื่องไปไหนมาไหน โดยรวมสำหรับการออกแบบนั้นทำให้ดูจริงจังและความเป็นมืออาชีพมากๆ ตามมาตรฐานของโน๊ตบุ๊คสไตล์ ThinkPad

award new Design

 

from:https://notebookspec.com/web/585552-review-lenovo-thinkpad-x1-nano-intelevo

รีวิว Lenovo Legion 5 Pro จอ 16″ QHD 165Hz สเปก Ryzen 7 5800H + RTX 3060 + RAM 32GB + SSD 512GB ราคา 49,990 บาท ประกัน 4 ปี Onsite เทพสุด

Lenovo Legion 5 Pro ยกระดับความเป็น Gaming Notebook ปี 2021 จากฟีเจอร์ Gaming ที่ปรับเปลี่ยนมาตรฐานใหม่ ด้วยหน้าจอขนาด 16″ สัดส่วน 16:10 ความละเอียด QHD ที่ Refresh Rate 165Hz ตัวแรกของโลก ขอบเขตสีมาตรฐาน sRGB 100% พร้อมกับสเปกชิปประมวลผล AMD Ryzen 7 5800H ที่เป็นเทคโนโลยี 7 นาโนเมตร สถาปัตยกรรม Zen 3 ใหม่ล่าสุด ที่ดีขึ้นในทุกมิติ  

และการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3060 รุ่นใหม่ล่าสุด เทคโนโลยี 8 นาโนเมตรที่ใหม่ที่สุด ตอบสนองการทำงานหรือการเล่นเกมได้ดียิ่งขึ้น สนุกสนานยิ่งขึ้น ได้เทคโนโลยี Lenovo Legion AI Engine ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องสำหรับการเล่นเกมเต็มอรรถรส โดยจัดการ CPU / GPU ตามลักษณะของงาน 

Lenovo Legion 5 Pro

ที่สำคัญสำหรับฟีเจอร์ Gaming ที่ได้พัฒนามากยิ่งขึ้นกับลำโพง Harman ระบบเสียง Nahimic 3D รวมไปถึงได้เทคโนโลยี Coldfront 3.0 ที่ช่วยจัดการการระบายความร้อนผ่านพัดลมแบบ Dual Fan และช่องระบายความร้อนแบบ Quad Channel เรียกได้ว่าตอบโจทย์การทำงานมืออาชีพหรือการเล่นเกมได้อย่างสมบูรณ์แบบกว่าเดิม

ในส่วนของสเปกอื่นๆ ก็ได้หน่วยความจำแรมขนาด 32GB Bus 3200 MHz และ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB มีแพคเกจการรับประกัน Unbeatable Protection Pack มูลค่า 14,900.- บาท (4Y Premium Care / 2Y ADP 100% part and Service) อย่างการ On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน และประกันอุบัติเหตุ 2 ปี เคลมได้ 100%

*** รีวิวในบทความนี้จะเป็นเครื่องเดโมนะครับ สเปก Ryzen 7 5800H / RTX 3070 / RAM 16GB / 1TB *** 

VDO Review

NBS Verdict

จากการที่แอดมินโป้งสัมผัสและใช้งานจริงๆ ของ Lenovo Legion 5 Pro ตัวนี้ยังเป็นเครื่องเดโมนะครับ แต่ก็บอกได้ถึงประสบการณ์ใช้งานจริงๆ ได้ ทั้งการเล่นเกมหลากหลายหรือทำงานประมวลผลหนักๆ รวมไปถึงทำงานนอกสถานที่ และความบันเทิงดูหนังฟังเพลงที่บ้านแล้ว บอกได้เลยว่าทั้งในเรื่องของดีไซน์การออกแบบนั้นมีความพรีเมียมดูดี 

ตัวเครื่องก็ร้อนน้อยจากเทคโนโลยี Legion Coldfront 3.0 และด้วยหน้าจอ 16″ สัดส่วน 16:10 พาเนล IPS เกรดสูง ที่ความละเอียด 2560 x 1600 พิกเซล ได้ Refresh Rate ที่ 165Hz นั่นก็ยอดเยี่ยมสุดๆ ได้ความใหญ่กว่า ละเอียดกว่า พื้นที่มากกว่า ลื่นไหลกว่า 

Lenovo Legion 5 Pro R7 RTX3070 Review 34

ที่สำคัญด้วยสเปกชิปประมวลผล AMD Ryzen 7 4800H และการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3070 ได้แรมเป็น 16GB และ SSD M.2 512GB ได้ประสบการณ์ใช้งานที่เหนือชั้นเทียบเคียงกับสเปกขายจริง  เหลือเฟือในการใช้งานพื้นฐาน หรือแม้แต่การใช้งานหนักๆ รวมไปถึงเล่นเกม 3 มิติ

แบตเตอรี่ก็ใช้งานได้ยาวนานกว่า Gaming Notebook ทั่วไป ชอบมากๆ ประทับใจสุดๆ เลยก็คือการปรับโหมดเพียง Fn + Q เท่านั้น พร้อมเทคโนโลยี Lenovo Legion AI Engine นับว่าง่ายต่อการใช้งานสุดๆ จากการที่ระบบช่วยจัดการ CPU / GPU ที่เหมาะสม

Lenovo Legion 5 Pro R7 RTX3070 Review 88

อีกทั้งมี Windows 10 มาให้พร้อมใช้งานด้วย ประกันก็เป็นแบบ 4 ปี On-site Service ซึ่งยาวนานที่สุด พร้อมบริการหลังการขายอื่นๆ อาทิ ประกันอุบัติเหตุแบบเคลม 100% ระยะเวลา 2 ปีเต็มๆ มีเครื่องสำรองระหว่างรอเครื่องเคลม หรือบริการโทรศัพท์ Call Center 24/7 อีกด้วย ที่เหนือกว่าหลายๆ แบรนด์ ในเรื่องของบริการหลังการขายที่เรามั่นใจได้มากกว่า

นอกจากนี้ระบบเสียงก็ดีเยี่ยมจากลำโพงคุณภาพสูง Harman ระบบเสียง Nahimic 3D ช่วยในการเล่นเกมได้สนุกมากยิ่งขึ้น เทียบสเปกราคากับรุ่นก่อนหน้านี้ของ Lenovo Legion 5 Pro นับว่าได้ราคาที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับฟีเจอร์ที่ได้ พร้อมหลายๆ อย่างมีการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นในหลายๆ ด้าน นาทีนี้ใครกำลังจะซื้อ Gaming Notebook ปี 2021 ในงบไม่เกิน 50,000 บาท รุ่นนี้ต้องเป็นตัวเลือกแรกๆ แน่นอน 

Lenovo Legion 5 Pro R7 RTX3070 Review 64

จุดเด่น Lenovo Legion 5 Pro

  • ดีไซน์การออกแบบสวยงามเรียบหรู งานประกอบแน่นวัสดุดีเยี่ยม แนวทางแตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ
  • ตัวเครื่องเล็กกระชับ แม้จะเป็นหน้าจอ 16″ แต่ได้ขอบหน้าจอบางเฉียบทำให้มีมิติใกล้เคียงกับโน๊ตบุ๊คจอ 15.6″
  • ประสิทธิภาพสูงด้วยชิปประมวลผล Ryzen 7 5800H และการ์ดจอ GeForce RTX 3060 ที่ใหม่ล่าสุด
  • ได้ที่เก็บข้อมูลเป็น SSD M.2 NVMe PCIe ความเร็วแรงระดับสูง ดีกว่าในรุ่นราคาใกล้เคียงกัน
  • ประสิทธิภาพในการเล่นเกมหรือทำงานมีความลื่นไหล จากเทคโนโลยี Lenovo Legion AI Engine
  • หน้าจอคุณภาพสูง พาเนล IPS คุณภาพสูง ความละเอียด QHD รองรับ Refresh Rate ที่ 165Hz / 3ms
  • คีย์บอร์ดมีไฟเป็น 4-zone RGB รองรับ Legion TrueStrike Keyboard
  • มาพร้อม Windows 10 ใช้งานได้ทันที มีซอฟต์แวร์มากมาย ที่ใช้ได้จริง มาช่วยปรับแต่ง
  • มีพอร์ตมากมายอาทิ 2 x USB 3.2 Type-C และ 4 x USB 3.2 Type-A และอื่นๆ 
  • ลำโพงคุณภาพเสียงดีจาก Harman Kardon + Nahimic Audio น่าประทับใจ
  • ความร้อนที่เกิดขึ้นเมื่อใช้งานหนักๆ จัดว่ามีอุณหภูมิที่เย็นมากๆ จาก Legion Coldfront 3.0
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้ราวๆ 8 ชั่วโมง ถือว่าใช้งานได้ยาวนานเมื่อเทียบกับ Gaming Notebook ด้วยกัน
  • มีแพคเกจการรับประกัน Unbeatable Protection Pack มูลค่า 14,900.- บาท (4Y Premium Care / 2Y ADP 100% part and Service)

ข้อสังเกต Lenovo Legion 5 Pro

  • ตอนนี้ยังมีเพียงสเปกเดียวและสีเครื่องสีเดียวให้เลือกซื้อ
  • น้ำหนักตัวเครื่องและอแดปเตอร์ค่อนข้างหนัก แต่อยู่ในเกณฑ์รับได้
  • บทความนี้ยังยังเป็นเครื่องเดโมในการทดสอบ 

Specification

สเปกเต็มๆ ของ Lenovo Legion 5 Pro รุ่นที่พร้อมขายสเปกจริงจะเป็นชิปประมวลผลเป็น AMD Ryzen 7 5800H ความเร็ว 3.20 – 4.40 GHz สถาปัตยกรรม Zen 3 (Cezanne) ล้ำด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่ 7 นาโนเมตรรุ่นใหม่ล่าสุด ทำงานแบบ 8 คอร์ 16 เธรด ส่งผลให้ได้ประสิทธิภาพที่ดีขึ้น ร้อนน้อยลงด้วย พร้อมการ์ดจอตัวแรงอย่าง NVIDIA GeForce RTX 3060 (6GB GDDR6) ที่ให้ความแรงลื่นทั้งในการทำงานหรือเล่นเกมเหนือชั้นกว่า Gaming Notebook รุ่นก่อนๆ

Lenovo Legion 5 Pro Ryzen 7 5800H

ได้ที่เก็บข้อมูลแบบ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB ในส่วนของแรมเองมีมาให้ 16GB แบบ DDR4 Bus 3200 MHz หนึ่งแถว (อัพได้สูงสุด 32GB) ระบบปฎิบัติการเป็น Windows 10 แท้ พร้อมใช้งานตั้งแต่เปิดเครื่องครั้งแรก แน่นอนว่าสเปกแบบนี้ใช้งานทั่วไปพื้นฐานลื่นไหลแน่นอน รวมไปถึงเล่นเกมหรือทำงานหนักๆ ก็ดีเยี่ยมมากๆ อย่างไรก็ตามแนะนำให้อัพเกรดแรมเป็น 32GB จะสุดทาง 

ได้หน้าจอขนาด 16″ แบบด้าน ขอบหน้าจอบางพิเศษเป็น ความละเอียด Quad HD (2560 x 1600 พิกเซล) ที่สัดส่วน 16:10 พาเนล IPS มี Refresh Rate รองรับ 165Hz ที่ 3ms ให้สีสันสวยงามและมุมมองที่กว้าง เหมาะกับการทำงานหรือเล่นเกม พร้อมด้วยกล้องเว็บแคม HD (720p) และมีไมค์ดิจิตอลในตัว ส่วนการเชื่อมต่อก็มีมาอย่างครบถ้วน ทั้ง 2 x USB 3.2 Type-C, HDMI, 4 x USB 3.2 Type-A, Kensington lock slot, RJ-45, Headset

พร้อมยังรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth 5.1 และ Wi-Fi 6 AX (2×2) ส่วนการรับประกันแน่นอนว่าเป็น ประกันยาวนานถึง 4 ปี On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน รวมไปถึงมีประกันอุบัติเหตุแบบเคลม 100% ในระยะเวลา 2 ปี และมีเครื่องสำรองระหว่างใช้งาน อีกทั้งมี Call Center 24/7 ด้วย

Lenovo Legion 5 Pro ราคา 49,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 7 5800H (8C/16T : 3.20 – 4.40GHz)
  • GPU : Radeon 8 + GeForce RTX 3060 Max-P
  • RAM : 32GB DDR4 3200 MHz 
  • DISPLAY: 16″ IPS QHD (2560 x 1600) @ 165Hz 
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 512GB
  • OS : Windows 10 Home
  • Warranty : 4Y Premium Care (On-site) / 2Y ADP 100% part and Service
  • รับฟรีกระป๋า Legion Recon Backpack มูลค่า 1,790.- บาท
  • รับฟรีฮาร์ดดิสก์ 500GB NVMe PCIe SSD

เสริมความมั่นใจให้กับเหล่าเกมเมอร์อีกขั้นด้วยแพคเกจประกัน Unbeatable Protection ใหม่ล่าสุดครั้งแรกของประเทศไทยกับ Gaming Laptop Premium Service Level ที่ให้การรับประกันยาวนานสูงสุดถึง 4 ปี การันตีคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่ทุกชิ้นส่วนถูกผลิตขึ้นจากวัสดุที่ผ่านการเลือกสรรและทดสอบมาอย่างดีที่สุด เสริมมูลค่าให้ผลิตภัณฑ์ใช้งานได้ยาวนานมากขึ้น

 

รายละเอียดการรับประกันมีดังนี้ ;

แพคเกจ Unbeatable Protection Pack ราคา 14,900 บาท

ประกันแบบ Premium Care ระยะเวลา 4 ปี

  • การสนับสนุนแบบ 24/7
  • พนักงาน Call Center เป็นผู้ชำนาญการด้านเทคนิคโดยเฉพาะ
  • รับประกันการซ่อมแบบ on-site next business day
  • เวลาทำการบริการ on-site ระหว่าง 9 AM- 9PM

การคุ้มครอง Lenovo Accidental Damage Protection (ADP) 2 ปี

  • การคุ้มครองด้านอุบัติเหตุแบบ Ultimate ADP
  • 100% ดูแลด้านชิ้นส่วนและบริการ

แพคเกจ Unbeatable Protection Pack  ราคา 9,900 บาท

ประกันแบบ Premium Care ระยะเวลา 3 ปี

  • การสนับสนุนแบบ 24/7
  • พนักงาน Call Center เป็นผู้ชำนาญการด้านเทคนิคโดยเฉพาะ
  • รับประกันการซ่อมแบบ on-site next business day
  • เวลาทำการบริการ on-site ระหว่าง 9 AM- 9PM

การคุ้มครอง Lenovo Accidental Damage Protection (ADP) 2 ปี

  • การคุ้มครองด้านอุบัติเหตุแบบ Ultimate ADP
  • 100% ดูแลด้านชิ้นส่วนและบริการ

Hardware / Design

Lenovo Legion 5 Pro ต้องบอกเลยว่าเป็นการพัฒนาต่อยอดมาจาก Lenovo Legion รุ่นก่อนๆ อีกหนึ่งสุดยอด Gaming Notebook ประจำปี 2021 ที่มาพร้อมความแตกต่างจากดีไซน์ที่ดูเรียบง่าย แนวทำงานที่พกพาไปใช้งานได้ทุกที หรือเล่นเกมที่บ้านก็มีความลงตัว ซึ่งเป็น Gaming Notebook รุ่นแรกของโลก ที่ใช้สเปกหน้าจอความละเอียด Quad HD ที่ 2560 x 1600 พิกเซล ซึ่งมีความละเอียดมากกว่า Full HD ที่ 1920 x 1080 แบบเดิมๆ 

ได้สัดส่วนที่มากกว่าเป็น 16:10 พาเนลเป็น IPS คุณภาพสูง รองรับ Refresh Rate ที่ 165Hz ให้ทั้งความลื่นไหลและคุณภาพดีสีสันสวยงามสมจริง เหมาะสมที่สุดสำหรับการเล่นเกมและความบันเทิงอื่นๆ ที่สำคัญยังมีดีไซน์ขอบจอที่บางเฉียบ ส่งผลให้สะดวกสบายยิ่งขึ้นแบบรู้สึกได้ ในดีไซน์การออกแบบขนาดเทียบเท่า Gaming Notebook ขนาดหน้าจอ 15.6″ 

Lenovo Legion 5 Pro R7 RTX3070 Review 16

ส่งผลให้ดีไซน์รวมๆ ของตัวเครื่องมาพร้อมกับสีสัน Storm Grey ที่ให้ความพรีเมียม โดยมีมิติที่เล็กกระชับ ด้วยความบางเพียง 21.7-26.85 มิลลิเมตร น้ำหนัก 2.54 กิโลกรัม ซึ่งเป็นจุดที่สมดุลทั้งในแง่ของประสิทธิภาพในการเล่นเกม และความสามารถในการพกพาได้อย่างลงตัว กับ Gaming Notebook ราคาระดับสูงกว่ามาตรฐานทั่วไป ที่ไม่ได้เน้นแต่ความคุ้มค่าอย่างเดียว แต่อยากได้ประสบการณ์ใช้งานที่ดีด้วย จากหน้าจอคุณภาพสูง ซึ่งเชื่อได้เลยว่าน่าจะถูกใจหลายๆ คน

ตอบโจทย์คนอยากได้โน๊ตบุ๊คเอาไปเล่นเกม แต่ไม่อยากได้ดีไซน์ Gaming ที่ดูจริงจังอย่างสีแดงฉูดฉาดมากเกินไป เพราะเครื่องเดียวกันนั้นต้องพกพาไปใช้งานด้วย ด้วยความที่สเปกเองก็แรงลื่นเอาไปทำงานหนักๆ อย่างโปรเซสไฟล์ภาพถ่ายหรือตัดต่อวีดีโอก็ได้แบบสบายๆ โดยวัสดุที่ใช้ในการประกอบตัวเครื่องนั้นเป็นอลูมิเนียมคุณภาพสูง ให้สัมผัสที่ดีอีกทั้งยังทนทานไม่เป็นรอยง่ายๆ งานประกอบรวมก็มีคุณภาพมาตรฐาน 

Lenovo Legion 5 Pro R7 RTX3070 Review 49

ตอกย้ำการออกแบบและดีไซน์ตัวเครื่องไม่ว่าจะเป็นสีสันที่เป็นตัวเครื่องเลือกที่จะให้มีความเรียบง่าย อย่างสีเทาด้านโดยมีโลโก้ ตัว Y ขนาดใหญ่ (ตรงนี้จะมีไฟเปล่งออกมาเมื่อต่อกับอแดปเตอร์) ที่เป็นสัญลักณ์ของ Legion ที่ฝาหลังและบานพันแบบแกนเดียวขนาดใหญ่เป็น ซึ่งขอบบานพับมีโลโก้ Y เช่นกัน พร้อมกันนั้นก็มีโลโก้ของ Lenovo อยู่ 2 ตำแหน่งคือด้านท้ายของตัวเครื่องนอกและด้านในตัวเครื่อง ส่วนด้านล่างตัวเครื่องก็จะเป็นช่องดูลมเย็นขนาดใหญ่ พร้อมยางรองยกตัวเครื่องให้สูงขึ้น ซึ่งมีคำว่า Legion ติดตั้งเอาไว้อยู่

Lenovo Legion 5 Pro R7 RTX3070 Review 72

โดดเด่นด้วยการอัพเกรดระบบควบคุมอุณหภูมิและระบายความร้อน Lenovo Legion Coldfront 3.0ให้ระบบระบายความร้อนที่ดีขึ้น ผ่านใบพัดโพลีเมอร์คริสตัลและท่อนำความร้อนขนาดใหญ่พิเศษ พร้อมช่องระบายความร้อนใต้สวิตช์คีย์บอร์ด ทำให้ระบายความร้อนได้รวดเร็วมากขึ้น เพื่อระบายความร้อนออกสู่ภายนอกให้เร็วที่สุด มีการติดตั้งแผ่นโลหะที่ Cover ทั้ง CPU / GPU แบบเต็มพื้นที่ ทำงานร่วมกับช่องระบายความร้อน 4 ทิศทาง โหมดอัจฉริยะใหม่ AI เพิ่มประสิทธิภาพในการเล่นเกม ขณะเดียวกันไม่ทำให้เกิดเสียงรบกวนที่ดังเกินไป โดยยังให้ประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยมอยู่ 

Lenovo Legion 5 Pro R7 RTX3070 Review 67

สรุปโดยรวมการออกแบบดีไซน์ภายนอกและวัสดุของ Lenovo Legion 5 Pro รุ่นใหม่นั้น ทำได้ดีตามมาตรฐานของ Lenovo ที่ทุกคนมั่นใจจริงๆ ซึ่งถ้าเทียบกับรุ่นก่อนหน้าก็ถือว่ายังคงรูปแบบเดิมเอาไว้ ให้ตอบโจทย์ของคนที่ต้องการโน๊ตบุ๊คเพื่อการเล่นเกมในดีไซน์เรียบๆ แต่แอบแฝงความเฉียบคมและดุดัน  ด้วยโลโก้ใหม่ที่ดูน้อยแต่มาก รวมไปถึงการเลือกใช้ไฟคีย์บอร์ดเป็นไฟ RGB 4 โซน ซึ่งดีกว่ารุ่นก่อนหน้าที่เป็นสีขาวสีเดียว โดยเราสามารถเลือกปรับเป็นสีขาวสีเดียวแบบเดิมก็ได้ผ่านทางซอฟต์แวร์ Lenovo Vantage กรณีที่นำไปใช้งานนนอกสถานที่เช่นออฟฟิศเป็นต้น ทั้งหมดนี้ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี

Lenovo Legion 5 Pro R7 RTX3070 Review 26
Lenovo Legion 5 Pro R7 RTX3070 Review 33
Lenovo Legion 5 Pro R7 RTX3070 Review 36
Lenovo Legion 5 Pro R7 RTX3070 Review 43
Lenovo Legion 5 Pro R7 RTX3070 Review 58
Lenovo Legion 5 Pro R7 RTX3070 Review 61
Lenovo Legion 5 Pro R7 RTX3070 Review 71
Lenovo Legion 5 Pro R7 RTX3070 Review 72
Lenovo Legion 5 Pro R7 RTX3070 Review 73

Keyboard / Touchpad

คีย์บอร์ด Lenovo Legion TrueStrike ของ Lenovo Legion 5 Pro  โดดเด่นด้วยสวิตช์ซอฟต์แลนดิ้งที่เป็นนวัตกรรมใหม่ที่ให้กดที่ลึกขึ้นและมีแรงเท่า ๆ กัน ได้ความแม่นยำ นุ่มนวล หนักแน่น พร้อมไฟ RGB แบบ 4 โซน รองรับ Anti-Ghosting 100% และตอบสนองได้รวดเร็วใน 1ms กับมาตรฐานคีย์บอร์ด 4 แถวขนาด Full Size อีกทั้งด้านการใช้งานในการพิมพ์ ก็ยังเด้งตอบสนองได้เป็นอย่างดีทั้งขนาดแป้นพิมพ์ที่รับกันนิ้วและช่องว่างระหว่างแป้นที่ทำให้มีความแม่นยำในการกด อีกทั้งมีความแข็งแรงทนทาน

Lenovo Legion 5 Pro R7 RTX3070 Review 45 

จุดเด่นเลยก็คือ Q Control 4.0 สำหรับการรีดประสิทธิภาพหรือเพื่อยืดอายุแบตเตอรี่ เราสามารถเลือกปรับโหมดได้เองระหว่างโหมดการรักษาอุณหภูมิ Quiet, Balance และ Performance ด้วยการกดปุ่ม Fn + Q นอกจากนี้ยังสามารถเร่งความแรงได้ด้วยการเปิด Dual Burn เพื่อดัน CPU และ GPU ให้มีประสิทธิภาพสูงสุดไปพร้อมๆ กัน จากการที่ควบคุมความเร็วพัดลมและแรงดันไฟฟ้า

Lenovo Legion 5 Pro R7 RTX3070 Review 29

ในส่วนของทัชแพดนั้นได้รับการออกแบบมาใหม่ที่ดูแล้วเรียบง่าย ลักษณะเป็นแบบแยกปุ่มคลิ๊กซ้ายขวา ดูแล้วมีความสวยงามไม่น้อยเลยสำหรับการดีไซน์ออกแบบ โดยรวมแล้วให้ความรู้สึกการใช้งานที่ดี ที่สำคัญเรายังสามารถปิดทัชแพดและปุ่ม Windows แบบอัตโนมัติเมื่อเราเข้าสู่การเล่นเกม ผ่านทางฟีเจอร์นี้ในซอฟต์แวร์ Lenovo Vantage

Screen / Speaker

ในส่วนของหน้าจอ Lenovo Legion 5 Pro เป็นแบบด้านที่ลดแสงสะท้อนขนาด 16″ บนความละเอียดในระดับ Quad HD หรือ 2560 x 1600 พิกเซล (ความหนาแน่นของพิกเซล 34%) สัดส่วนก็มากกว่าที่ 16:10 พาเนลยังเป็น IPS คุณภาพสูง ได้ Refresh Rate ที่ 165Hz / 3ms รองรับ NVIDIA G-Sync และ AMD FreeSync ได้ความลื่นไหลกว่าแบบรู้สึกได้แม้จะนำไปใช้งานเล่นอินเตอร์เน็ตก็ตาม ให้การแสดงผลที่สมจริงมุมมองกว้างกว่าพวกโน๊ตบุ๊คที่เป็นพาเนล TN เหมาะการใช้งานทุกประเภทแน่นอน พร้อมรองรับเทคโนโลยี VESA DisplayHDR 400 / Dolby Vision

Lenovo Legion 5 Pro R7 RTX3070 Review 20

เมื่อลองใช้งานจริงแล้วให้ประสบการณ์ใช้งานระดับที่น่าประทับใจ ทั้งการเล่นเกม ดูหนัง หรือชมวีดีโอจาก Youtube ก็สามารถมอบประสบการณ์ความบันเทิงให้อย่างดี เรียกได้ว่า Lenovo Legion 5 Pro ยังคงรักษามาตรฐานของ Gaming Notebook เหมือนรุ่นอื่นๆ ที่สำคัญยังมาพร้อมฟีเจอร์ E-Shutter ม่านชัตเตอร์ปิดเลนส์กล้องที่ทำให้เรามั่นใจว่ากล้องจะเห็นในเวลาที่เราต้องการใช้งานเท่านั้น การใช้งานก็ง่ายมากๆ ด้วยการใช้นิ้วเลื่อนเปิดหรือปิดการใช้งานเท่านั้น ซึ่งปุ่มนี้ติดตั้งอยู่ที่ขอบตัวเครื่องด้านขวา

Lenovo Legion 5 Pro R7 RTX3070 Review 22
Lenovo Legion 5 Pro R7 RTX3070 Review 21
Lenovo Legion 5 Pro R7 RTX3070 Review 23

การทดสอบประสิทธิภาพหน้าจอที่เป็นโน๊ตบุ๊คที่ใช้หน้าจอพาเนล IPS เกรดสูง ด้วย Spyder5Elite โดยให้ขอบเขตความกว้างของสีสันเทียบเท่ากับมาตรฐาน sRGB ที่ 91% และ AdobeRGB ที่ 71% เรียกได้ว่าให้ประสิทธิภาพเรื่องของสีสันในเกณฑ์ที่ดีเยี่ยม ความสว่างหน้าจอสูงสุดอยู่ที่เกือบ 500 cd/m2 ซึ่งจัดได้อยู่ในเกณฑ์ดีกว่ามาตรฐาน เอาไปทำงานข้างนอกสบายๆ เหมาะกับผู้ที่ใช้งานด้านตกแต่งภาพที่ต้องการความเที่ยงตรงของสีเป็นหลัก ใครที่จริงจังด้านสีสันถือว่าเป็น Gaming Notebook ที่น่าสนใจรุ่นนึงทีเดียว

s1 8
s2 8
s3 8

ต่อกันที่วัดความสว่างของหน้าจอตามตำแหน่งต่างๆ โดยแบ่งเป็น 9 ช่อง เทียบจากช่องกลางที่ปกติแล้วจะให้ความสว่างที่มากที่สุด ที่จะเห็นได้ว่าช่องกลางของหน้าจอมีค่า 0% ก็คือแสดงความสว่างได้เต็มที่ แต่สำหรับช่องมุมซ้ายและขวาบนลดลงไปที่ระดับ 8% ทำให้ต้องใช้งานอย่างระมัดระวังสำหรับคนที่บังเอิญจำเป็นต้องใช้งานภาพถ่าย หรืองานกราฟิกอื่นๆ ปิดท้ายด้วยคะแนนรวม 4.5 คะแนนถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีกว่ามาตราฐานทั่วไปมาก เหมาะสำหรับคนเอามาทำงานมืออาชีพหรือเล่นเกมแบบจริงจัง

Lenovo Legion 5 Pro ระบบและการออกแบบลำโพงที่เป็นจุดเด่นอย่างแท้จริง ด้วยลำโพงขนาดใหญ่จากแบรนด์ Harman Kardon แบบ 2 x 2W แยกซ้ายขวาที่ติดตั้งบริเวณขอบตัวเครื่องด้านหน้าจำนวน 2 ตัว  ซึ่งได้คุณภาพเสียงที่ดี พร้อมระบบเสียง Nahimic แบบ 3 มิติ ที่จะเข้ามาเสริมพลังเสียงให้หนักแน่น เต็มอิ่ม และดังเพียงพอสำหรับการแบ่งปันประสบการณ์ความบันเทิงให้กับคนรอบข้าง รวมไปถึงปรับแต่งเพิ่มเติ่มได้ 

Lenovo Legion 5 Pro R7 RTX3070 Review 78
Lenovo Legion 5 Pro R7 RTX3070 Review 77
Lenovo Legion 5 Pro R7 RTX3070 Review 79

Connector / Thin And Weight

Lenovo Legion 5 Pro จัดว่าเป็น Gaming Notebook ขนาดหน้าจอ 15.6″ ที่มีพอร์ตเชื่อมต่อที่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็น 4 x USB 3.2 Type-A, 2 x USB 3.2 Type-C (รองรับ DisplayPort), 1 x HDMI 1.4, LAN RJ45 และ Mic-in/Headphone-out โดยตัวพอร์ตเองมีทั้งด้านข้าง 2 ข้าง และด้านหลัง เรียกได้ว่ามีการจัดว่าอย่างลงตัว เหมาะสมกับการใช้งานจริง

พร้อมใส่สัญลักษณ์ตามพอร์ตต่างๆ เอาไว้ แต่ในส่วนของ Card Reader ไม่มีมาให้ อีกทั้งมีปุ่ม Restore Windows มาให้เหมือนเดิม พร้อมรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth 5.1 และ Wi-Fi 6 AX ซึ่งจะช่วยให้การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตมีความสเถียร กว่าการเชื่อมต่อมาตรฐาน Wi-Fi 5 AC แบบรุ่นก่อนหน้า 

Lenovo Legion 5 Pro R7 RTX3070 Review 83

ขนาดของตัวเครื่องและสายชาร์จ เมื่อเทียบกับขนาดของโน๊ตบุ๊ค 15.6″ ทั่วไปถือได้ว่ามีมิติที่ค่อนข้างใหญ่โตพอสมควรกับการจ่ายไฟที่ 230Watt ตามสไตล์ของโน๊ตบุ๊คที่สเปกแรงก็ต้องใช้กำลังไฟที่สูงด้วย ส่วนของการพกพาทำได้น่าพอใจไม่แพ้ Gaming Notebook รุ่นอื่นๆ ด้วยน้ำหนัก 2.54 กิโลกรัม (หนักกว่าก็จริงแต่อยู่ในเกณฑ์ที่รับได้) อย่างไรก็ตามเมื่อรวมกับอแดปเตอร์ก็จัดว่ามีความหนักขึ้นมาก็ขั้น เพราะตัวอแดปเตอร์เองก็ใหญ่โตทีเดียว ตามสไตล์ของ Lenovo แต่ก็ถือว่าพอพกพาไปไหนมาไหนได้อยู่ (ที่แปลว่าเกือบไม่ได้แล้ว ) 

Lenovo Legion 5 Pro R7 RTX3070 Review 54
Lenovo Legion 5 Pro R7 RTX3070 Review 52
Lenovo Legion 5 Pro R7 RTX3070 Review 87

Performance / Software

Lenovo Legion 5 Pro เครื่องเดโมมาพร้อมกับชิปประมวลผลตัวแรงยอดนิยมในตลาดของ Gaming Notebook ของ AMD อย่าง Ryzen 7 5800H เน้นนำไปใช้งานหนักๆ มากกว่า Ryzen 4000H ด้วยสถาปัตยกรรม Zen 3 โค้ดเนม Cezanne มาพร้อมกับเทคโนโลยีการผลิตที่ 7 nm ความเร็ว 3.20 – 4.40 GHz แบบ 8 Core/ 16 Thread ร้อนน้อยกว่า ได้ L3 Cache ที่ 16MB มีค่าอัตราการใช้พลังงานสูงสุด (TDP) ที่ 45W

ที่ต้องบอกว่าสร้างมาตรฐานประสิทธิภาพที่มากกว่าชิปประมวลผลรุ่นก่อนๆ มากยิ่งขึ้นไปอีก แรงเพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไปมากๆ หรือถ้างานที่ต้องประมวลผลจริงจังรวมไปถึงเล่นเกมเป็นหลัก ก็รองรับได้อย่างสบายๆ และดีที่สุดแน่นอน เรียกได้ว่าแรงกว่าชิปประมวลผลที่เป็น AMD Ryzen 4000H อย่าง Ryzen 7 4800H แน่นอน พร้อมได้แรมขนาด 16GB DDR4 Bus 3200MHz (8GB x 2) ใช้งานได้ทันที

c1 7.   c2 7    

ผสานกับการ์ดจอออนบอร์ดรุ่นใหม่อย่าง AMD Radeon 8 มีความเร็วในการทำงานที่ 2000MHz มาตรฐานแรม DDR4 ขนาด 512MB ให้พลังในการประมวลผลที่ดีในระดับหนึ่ง อย่างในเรื่องของกราฟิก 2 มิตินั้นก็รองรับได้อย่างสบายๆ หรือถ้าเป็น 3 มิติ ก็ต้องบอกว่ารองรับการทำงานได้ในระดับเบื้องต้นเป็นหลัก กับหน้าจอความละเอียดสูงให้ความลื่นไหลเป็นอย่างดี ซึ่งโดดเด่นจริงๆ จะเป็นเรื่องของการประหยัดพลังงานเมื่อใช้งานเบาๆ

อีกทั้งยังมีการ์ดจอแยกรุ่นใหม่ล่าสุดตัวแรงอย่าง NVIDIA GeForce RTX 3070 (8GB GDDR6) สถาปัตยกรรม Ampere โดยเป็น RTX เจนที่ 2 ที่ต้องบอกว่าแรงกว่ารุ่นก่อนหน้าที่เทียบเคียงอย่าง GeForce RTX 2070 ได้ดีกว่า ซึ่งไม่ใช่แค่แรงแต่ยังร้อนน้อยกว่า เน้นใช้งานกับ Gaming Notebook ทุกประเภท ทั้งตัวหนาหนักและบางเบา รองรับ Ray Tracing ช่วยเพิ่มคุณภาพการแสดงแสงเงาให้แม้แต่เกมระดับ AAA ก็ยังสามารถปรับกราฟิกได้ถึง Ultra ให้ภาพสวยงาม ไหลลื่น สมจริงกว่าที่เคยมีมา เรียกได้ยิ่งตอบสนองในส่วนของการทำงานที่เกี่ยวข้องกับ 3 มิติ หรือเกมที่กินทรัพยากรได้เป็นอย่างดีทีเดียว

g1 7.   g2 6  

สำหรับโปรแกรมทดสอบ CINEBENCH 15 / CINEBENCH 20 ที่เน้นในเรื่องของพลังชิปประมวลผล AMD Ryzen 7 5800H คะแนนก็อยู่ในระดับสูงมากๆ อย่างน่าประทับใจสมกับเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดจาก Ryzen 5000H เปรียบเทียบกับชิปประมวลผล AMD Ryzen 7 4800H / Intel Core i7-10875H ก็ทำได้ดีกว่าแบบชัดเจนทีเดียว รวมไปถึงตัวการ์ดจอแยก RTX 3070 เองก็มีประสิทธิภาพสูงเช่นเดิม เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในส่วนของงานประมวลผลหนักๆ ได้อย่างสบายๆ รวดเร็วทันใจแบบสุดๆ สมกับเป็นชิปประมวลผลตัวบนในรุ่นใช้งานเต็มกำลัง และการ์ดจอระดับบนสุด ที่เน้นการทำงาน 3D เป็นหลัก

cine15 6.   cine20 7

ตัวเก็บข้อมูลของเครื่องที่เลือกใช้ SSD ก็ทำคะแนนออกมาได้อย่างรวดเร็วเป็นที่น่าประทับใจมากๆ บนขนาดความจุ 1TB แบบ M.2 NVMe PCIe ยิ่งเมื่อนำไปใช้เทียบกับฮาร์ดดิสก์แบบจานหมุนที่เป็น SATA 3 หรือ SSD M.2 SATA 3แล้วละก็จะเห็นถึงประสิทธิภาพทั้งในด้านการทดสอบและในด้านการใช้งานจริงที่แตกต่างกันอย่างเห็นเห็นได้ชัด เรียกได้ว่าเปิดอะไรปุ๊บก็ติดปั๊บ ที่ต้องบอกว่าความเร็วระดับการอ่านที่ราวๆ 3406MB/s และเขียนที่ 3085 MB/s ความเร็วถือว่าทำได้ดีเยี่ยมยอด เรียกได้ว่าเป็น Gaming Notebook ราคาคุ้มค่า ที่ได้ SSD ระดับสูง อันนี้เป็นจุดเด่นที่ชัดเจนทีเดียว

ssd 6

การทดสอบประสิทธิภาพกับโปรแกรม PCMark 10 Advance ซึ่งสามารถทำคะแนนการทดสอบรวมได้มากถึง 6,378 คะแนน ถือได้ว่าในส่วนของการใช้งานทั่วไปโดยรวมนั้นสอบผ่านแบบสบายๆ ทั้งในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร งานตกแต่งรูปภาพ รวมถึงงานตัดต่อวิดีโอ ด้วยการที่เป็น Gaming Notebook สเปกใหม่ล่าสุด

จากชิปประมวลผล AMD Ryzen 7 5800H มีการ์ดจอแยกระดับ Gaming ตัวบนอย่าง NVIDIA GeForce RTX 3070 ทำให้มีคะแนนพุ่งกว่าโน๊ตบุ๊คตัวท็อปรุ่นปีก่อนๆ มากพอตัวระดับเทียบเท่า Desktop ไฮเอนด์ไปแล้ว ฉะนั้นการใช้งานพื้นฐานหรือทำงานหนักๆ สอบผ่านได้สบายๆ

pc10 7

คะแนนและเฟรมเรมในการเล่นเกมทำออกมาน่าสนใจมากๆ โดยเฉลี่ยของเฟรมเรท (FPS) จากทั้ง 7 เกมที่ได้ทดสอบมีค่าเฟรมเรทเฉลี่ยมากกว่า 50 – 60 – 100+ FPS ขึ้นไปแทบทุกเกม ซึ่งตรงนี้ก็สามารถชี้วัดความสามารถในการเล่นเกมที่กราฟิกละเอียดๆ และภาพสวยๆ ได้ลื่นไหลเป็นอย่างดีเลย จากการที่สเปกภายในเป็นชิปประมวลผล AMD Ryzen 7 5800H ที่สามารถรีดพลัง NVIDIA GeForce RTX 3070 ออกมาได้อย่างเต็มที่ ประกอบกับยังใช้แรม 16GB DDR4 Bus 3200MHz รวมไปถึง SSD NVMe PCIe ความจุ 1TB ก็ส่งผลช่วยด้วย

game test f

ทดสอบเกมกินทรัพยากรพอตัวที่เป็นประเภทออนไลน์อย่าง Resident Evil 3 Remark / Battlefield V / FarCry 5 / GTA V ก็สามารถเล่นได้ดีที่ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล พร้อมเทียบ 2560 x 1600 พิกเซล โดยกราฟิกปรับระดับสูงสุดทั้งหมด ตามภาพด้านบน ที่ต้องบอกว่าภาพก็สวยจนน่าประทับใจ เรียกได้ว่าเหลือๆ กับการตอบสนองความต้องการเล่นเกมได้สมบูรณ์ที่สุด แถมไม่กินทรัพยากรเครื่องจนเกินไปด้วย ซึ่งถ้าต้องการเล่นให้ลื่นไหลกว่านี้แนะนำให้ปรับกราฟิกลงมากลางๆ หน่อย

game test q

เกมออนไลน์กินสเปกน้อยลงมาอย่าง DOTA 2 / Overwatch รวมไปถึง PUBG ก็จัดการทดสอบแบบปรับสุดหมดให้ด้วยเช่นกัน โดยทั้งนี้การตั้งค่าความละเอียดของภาพก็อยู่ที่ 1920 x 1080 พิกเซล และ 2560 x 1600 พิกเซล  ซึ่งเป็นความละเอียดที่จะสามารถเล่นให้ลื่นได้ สำหรับรายละเอียดภาพอื่นๆ ก็เรียกได้ว่าเปิดทุกอัน  ผลที่ได้ออกมาก็คือสามารถเรนเดอร์ได้อย่างไหลลื่นในระดับเฟรมเรทที่สูงสุด แม้กระทั่งฉากตะลุมบอนกันก็สบายๆ ค่าเฟรมเรทอยู่ที่ราวๆ 80 – 100 ขึ้นไปตลอดทั้ง 2 ความละเอียด ซึ่งสรุปโดยรวมแล้ว ก็ถือว่าเล่นได้สบายๆ

van

Lenovo Legion 5 Pro แน่นอนว่ามาพร้อมซอฟต์แวร์ Lenovo Vantage มีในส่วนเรื่องเช็คการทำงานของสเปกภายใน หรือเช็คสถานะการทำงานส่วนต่างๆ ของเครื่อง รวมไปถึงยังสามารถปรับไฟ RGB 4 โซนได้ตรงนี้เลย อีกทั้งตรวจเช็คสถานะเครื่องกับข้อมูลแคชต่างๆ ก็ทำการลบทิ้งได้ตรงนี้เลย หรือเช็คอัพเดทซอฟ์ตแวร์และไดร์เวอร์ต่างๆ ของเครื่องก็สามารถทำผ่านตรงนี้ได้เช่นกัน ที่สำคัญถ้าใครต้องการ Backup หรือ Recovery ข้อมูลภายในก็จัดการได้เลย นับได้ว่า Lenovo Vantage เป็นซอฟต์แวร์ Ultility ติดเครื่องที่ดีและใช้งานจริงได้

Inside / Upgrade

การแกะงัดเพื่อเครื่อง Lenovo Legion 5 Pro นั้นสามารถที่จะทำได้ค่อนข้างง่าย เมื่อแกะออกมาแล้วก็จะเห็นฮาร์ดแวร์หลายๆ ส่วนวางอย่างลงตัว งานประกอบก็เรียบร้อยมากๆ โดยตัวเครื่องนั้นจะเป็นแบตเตอรี่ที่มีความจุอยู่ที่ 5100 mAh ซึ่งภายในเกือบทุกชิ้นส่วนจะมีการติดตั้งแผ่นโลหะเอาไว้เพื่อเสริมความแข็งแรงด้วย สำหรับในส่วนของแรมนั้นจะต้องถอดเอาที่ครอบออกก่อนจากนั้นก็จะเห็นแรม โดยตัวเครื่องนั้นจะมี 16GB x 2 แถว เราสามารถที่จะอัพเกรดหน่วยความจำได้สูงสุดถึง 32 GB

Lenovo Legion 5 Pro R7 RTX3070 Review 1

ระบบระบายความร้อนของ Lenovo Legion 5 Pro นั้นมีทิศทางการไหลของลมที่ดีขึ้นจากเดิมพอสมควร ด้วยการออกแบบให้มีชุดระบายอากาศ 2 ชุด แยกกันระหว่าง CPU และ GPU ทำงานร่วมกับช่องระบายความร้อนถึง 4 ช่อง และผ่านใบพัดโพลีเมอร์คริสตัลเหลว พร้อมด้วยโลหะปกคลุมทั้งหมด เพื่อระบายความร้อนออกสู่ภายนอกให้เร็วที่สุด ขณะเดียวกันไม่ทำให้เกิดเสียงรบกวนที่ดังเกินไปอีกด้วย เรียกได้เปลี่ยนไปจากรุ่นก่อน แต่จะดีขึ้นหรือเปล่านั้นไปติดตามกันต่อดู แต่บอกได้เลยว่า Gaming Notebook ที่งานประกอบภายในเนี๊ยบจริงๆ

Lenovo Legion 5 Pro R7 RTX3070 Review 2
Lenovo Legion 5 Pro R7 RTX3070 Review 3
Lenovo Legion 5 Pro R7 RTX3070 Review 4
Lenovo Legion 5 Pro R7 RTX3070 Review 9
Lenovo Legion 5 Pro R7 RTX3070 Review 8
Lenovo Legion 5 Pro R7 RTX3070 Review 11

Battery / Heat / Noise

Lenovo Legion 5 นั้นมาพร้อมกับแบตเตอรี่ประมาณ 5100 mAh ซึ่งจะว่าไปแล้วนั้นก็มีความจุที่ใหญ่กว่า Gaming Notebook ทั่วไปแต่เมื่อมาดูประสิทธิภาพโดยรวมของอายุการใช้งานของแบตเตอรี่แล้วถือว่ายอดเยี่ยมทีเดียวเลย โดยสามารถใช้งาน Wi-Fi เพื่อท่องเว็บได้ยาวนานประมาณ 8 ชั่วโมง ซึ่งหากดูตามตารางแล้วนั้นจะเห็นได้ว่าทำเวลาได้ใกล้เคียงกับโน๊ตบุ๊คที่บางเบาเน้นพกพาเลยก็ว่าได้ คาดว่าจะเป็นเพราะการจัดการพลังงานที่ดีของ Lenovo และชิปประมวลผล AMD Ryzen 5000H รุ่นใหม่ จากเทคโนโลยีการผลิตที่ 7 นาโนเมตรนั่นเอง

batt2 3

ส่วนของอุณหภูมิตัวเครื่องโดยรวมถือว่าสามารถที่จะทำได้ดีขณะที่เราเล่นเกมทดสอบเป็นเวลานาน ซึ่งเป็นการเล่นเกมที่เน้นชิปประมวลผลกับการ์ดจอแยกพบว่าระดับของอุณหภูมิในจุดต่างๆ ของตัวเครื่องจะเพิ่มขึ้นมาน้อยมาก จุดที่มีอุณหภูมืที่หนักที่สุดจะอยู่ที่ ตรงกลางขอบเครื่องด้านหลัง แต่ก็ใช้เวลาถ่ายความร้อนออกไปได้ไม่นานมากเท่าไรนักเมื่อเราใช้งานทั่วไป จากการที่มีพัดลมสองตัวพร้อมฮีตไปป์ขนาดใหญ่เป่าออกด้านหลังด้านข้าง 4 ทิศทาง และเทคโนโลยี Lenovo Legion Coldfront 3.0 ช่วยจัดการได้อย่างเยี่ยมยอด

temp2 2

อุณหภูมิภายในดูจากโปรแกรม Hardware Monitor เผยถึงชิปประมวลผล AMD Ryzen 7 5800H โดยมีความร้อนสูงสุดคือ 98 องศาเซลเซียส ส่วนการ์ดจอร้อนที่สุดที่ 78 องศาเซลเซียสเท่านั้น ด้วยการทดสอบให้ห้องแอร์ปรับอากาศที่ 25 องศาเซลเซียส จากการเล่นเกมยาวๆ หลายเกมต่อเนื่อง เรียกได้ว่าระบบระบายความร้อนของ Lenovo Legion 5 Pro เครื่องนี้มีอุณหภูมิที่เย็นมากๆ ซึ่งส่งผลให้ตัวเครื่องไม่เสียหายหรือเล่นเกมใช้งานมีปัญหาหน่วงหรือกระตุกแต่อย่างใด เรียกได้ว่าเป็น Gaming Notebook รุ่นใหม่ที่จัดการความร้อนได้ดีเยี่ยมทีเดียว

Lenovo Legion 5 Pro R7 RTX3070 Review 44

ทั้งนี้ในการใช้งานทั่วไปตามปกตินั้น (เช่นท่องเว็บ, พิมพ์งาน ฯลฯ) เราจะแทบไม่ได้ยินเสียงของระบบระบายความร้อนเลยแม้แต่น้อย ยอมรับว่า Lenovo ทำการบ้านมาดีมาก ทำงานได้ค่อนข้างเบาและเงียบทีเดียว อย่างไรก็ตามเมื่อไรก็ตามที่เราต้องใช้การทำงานทั้งจาก CPU และ GPU (เช่นการเล่นเกม) เรื่องของเสียงพัดลมนั้นจะไม่มีเสียงดังรบกวนจนเกินไปนัก แม้ว่าจะใช้งานหนักๆ ก็ตาม

นอกจากนี้ยังมี Lenovo Legion AI Engine ซึ่งเป็นระบบของ AI ที่ให้เฟรมเรตสูงสุดในเกมระดับ AAA ในปัจจุบัน สามารถเร่งความแรงได้ด้วยการเปิด Dual Burn เพื่อปรับแรงดันไฟฟ้า CPU และ GPU ให้มีประสิทธิภาพสูงสุดไปพร้อมๆ กันอีกด้วย

Conclusion / Award

Lenovo Legion 5 Pro เป็น Gaming Notebook ปี 2021 ที่น่าสนใจมากๆ จากการที่ได้สเปคสุดแรง AMD Ryzen 5000H รุ่นล่าสุดที่ยังแรงขึ้นร้อนน้อยแบตยาวนานได้อีก แม้ในตอนนี้ยังมีสเปกขายจริงสเปกเดียว คือ Ryzen 7 5800H ส่วนการ์ดจอได้เป็น NVIDIA GeForce RTX 3060 เรียกได้ว่าเข้าคู่กันเป็นอย่างดี ดีขึ้นทั้งประสิทธิภาพ ร้อนน้อยลง และแบตยาวนานขึ้น ในเครื่องเดียว ได้แรมขนาด 16GB DDR4 Bus 3200MHz และ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB ทุกๆ รุ่น

โดย Lenovo Legion 5 Pro แม้จะมีน้ำหนักอยู่ที่ 2.54 กิโลกรัม ซึ่งหนักกว่า Gaming Notebook รุ่นอื่นๆ ซึ่งนั่นก็เป็นเพราะได้หน้าจอ 16″ ความละเอียด QHD ที่ 2560 x 1600 พิกเซล Refresh Rate ที่ 165Hz ตัวแรกของโลก โดยได้พาเนล IPS เกรดสูง มีขอบเขตสี sRGB ใกล้เคียง 100% รองรับทั้งการทำงานแบบมืออาชีพหรือเล่นเกมแบบจริงจังที่มากกว่า พร้อมเทคโนโลยี Lenovo Legion Coldfront 3.0 ที่ช่วยควบคุมความอุณหภูมิ และฟีเจอร์ Q Control 4.0 สำหรับการรีดประสิทธิภาพหรือเพื่อยืดอายุแบตเตอรี่ที่ดีขึ้น

Lenovo Legion 5 Pro R7 RTX3070 Review 89

Legion TrueStrike Keyboard โดดเด่นด้วยสวิตช์ซอฟต์แลนดิ้งที่เป็นนวัตกรรมใหม่ที่ให้กดที่ลึกขึ้นและมีแรงเท่า ๆ แม่นยำ นุ่มนวล หนักแน่น  พร้อม 4-zone RGB รองรับ anti-ghosting 100% และตอบสนองได้รวดเร็วใน 1ms ทนทานมากขึ้นด้วยการเคลือบสารให้คุณสมบัติต้านทานการเสียดสีและการสึกกร่อน และแบตเตอรี่ที่ปรับใหม่ให้ประสิทธิภาพดียิ่งขึ้นใช้ได้นานถึง 8 ชั่วโมง อีกทั้งสามารถเลือกปรับโหมดได้เองระหว่างโหมดการรักษาอุณหภูมิ Quiet, Balance และ Performance

นอกจากนี้ยังมี Lenovo Legion AI Engine ซึ่งเป็นระบบของ AI ที่ให้เฟรมเรตสูงสุดในเกมระดับ AAA ในปัจจุบัน สามารถเร่งความแรงได้ด้วยการเปิด Dual Burn เพื่อดัน CPU และ GPU ให้มีประสิทธิภาพสูงสุดไปพร้อมๆ กัน สมกับเป็น Gaming Notebook มีความเป็น Legion ที่ไม่ใช่แค่สวยงามดุดันแต่เน้นประสิทธิภาพด้วย ทำให้ไม่ว่าเราจะใช้งานทั่วไปอย่าง ดูหนังฟังเพลง เล่นอินเตอร์เน็ต ทำงานเอกสารลื่นไหลแน่นอน รวมไปถึงเอาไปทำงานตัดต่อวีดีโอโปรเซสไฟล์ภาพก็สบายๆ

Lenovo Legion 5 Pro R7 RTX3070 Review 16

โดยรุ่นที่เรานำมาทดสอบทั้งหมดเป็นเครื่องเดโมนะครับ ส่วนรุ่นราคาขายจริง 49,990 บาท สเปก Ryzen 7 5800H / RTX 3060 / RAM 32GB / SSD 512GB ถือว่าเป็น Gaming Notebook ได้สเปกที่น่าสนใจทีเดียว เพราะมาพร้อมกับประสิทธิภาพที่สูงทั้งด้วยชิปประมวลผลและการ์ดจอ ขอบจอบางเฉียบ ดีไซน์เน้นเรียบๆ ทั้งจากรูปลักษณ์และใช้งานจริง พร้อมฟีเจอร์จัดเต็ม ได้คุ้มค่าคุ้มราคาถ้าเทียบกับสิ่งที่ได้ทั้งหมด อย่างไรก็ตามใครคนไหนที่กำลังมองหา Gaming Notebook ระดับบนที่มีความสดใหม่สุดๆ บอกได้เลยว่า Lenovo Legion 5 Pro เป็นคำตอบครับ

Lenovo Legion 5 Pro R7 RTX3070 Review 60

Award

โดยในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับเครื่องในกลุ่มของโน๊ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 16 นิ้วด้วยกัน ซึ่ง Lenovo Legion 5 Pro ก็ได้รางวัลต่างๆ ดังนี้

Best Design

เรื่องของรูปร่างหน้าตาก็เป็นหนึ่งในจุดเด่นที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ของ Lenovo Legion โน๊ตบุ๊คสาย Gaming ซึ่งล่าสุดได้ขนาด 16″ ในมิติตัวเครื่อง 15.6″ ซึ่งจุดเด่นในข้อนี้ก็เห็นได้ชัดเจนใน Lenovo Legion 5 Pro ที่มีดีไซน์ของตัวเครื่องสวยงามเรียบหรูดูเป็นเอกลักษณ์ ดูแล้วเรียบหรูตามสไตล์คนรุ่นใหม่ที่ชอบเล่นเกม อีกทั้งยังพกพาไปทำงานได้ลงตัว วัสดุเป็นอลูมิเนียมตลอดทั้งตัวเครื่อง ได้ไฟคีย์บอร์ดเป็น RGB แบบ 4 โซน พร้อมปรับหลายๆ ส่วนให้ดีขึ้น ทำให้เป็นอีกหนึ่ง Gaming Notebook ที่หลายคนจับตามองทีเดียว

NBS award 7 Design

Best Performance

ด้วยสเปก Lenovo Legion 5 Pro ชิปประมวลผล AMD Ryzen 5000H ตัวล่าสุด ที่มาพร้อมกับแรมขนาด 32GB แบบ DDR4 และกราฟิกการ์ดยอดนิยมอย่าง NVIDIA GeForce RTX 30 Series รวมไปถึง SSD M.2 ความเร็วสูง อีกทั้งได้หน้าจอ IPS คุณภาพสูงที่ดีเยี่ยม ความละเอียด QHD สัดส่วน 16:1- รองรับเทคโนโลยี DisplayHDR 400 ก็ทำให้ประสิทธิภาพโดยรวมของตัวเครื่องนี้มีความน่าประทับใจ ทั้งจากในการใช้ทำงานจริงๆ รวมไปถึงการทดสอบด้วยโปรแกรมต่างๆ ค่าคะแนนต่างๆ ก็ทำออกมาได้ดี ส่วนการใช้งานทั่วไปนั้นก็ลื่นไหลสุดๆ

award new performance

Best Multimedia

เรื่องความบันเทิงก็ทำได้ดีจากลำโพง Harman พร้อมระบบเสียง Nahimic ที่จะเข้ามาเสริมพลังเสียงให้หนักแน่น เต็มอิ่ม และดังเพียงพอสำหรับการแบ่งปันประสบการณ์ความบันเทิงให้กับคนรอบข้าง มาพร้อมด้วยสเปคของระบบที่สดใหม่และเร็วแรงจาก AMD Ryzen 5000H สามารถตอบสนองความบันเทิงได้ในทุกๆ รูปแบบไม่ว่าจะเป็นการดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมก็ทำได้เป็นอย่างดี ถึงอย่างนั้นก็ยังสามารถใช้งานแบตเตอรี่ได้ยาวนานกว่า 8 ชั่วโมงอีกด้วย จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ Lenovo Legion 5 Pro จะได้รางวัลนี้ไป

award new multi media

from:https://notebookspec.com/web/584269-review-lenovo-legion-5-pro-r75800h-3060

รีวิว Lenovo ThinkPad X1 Fold จอ 13.3″ OLED พับครึ่งได้ไร้รอยต่อ สเปก Core i5 ใช้งานหลากหลายโหมด รองรับปากกาและ 5G

Lenovo ThinkPad X1 Fold เป็นโน๊ตบุ๊คหน้าจอ OLED ที่สามารถพับครึ่งได้ตัวแรกของโลก มาพร้อมขนาด 13.3″ ความละเอียด 2K ทัชสกรีน มีปากกา ที่เน้นความพรีเมียมและแตกต่าง ดีไซน์บางเบาเพื่อการพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ สามารถใช้งานได้เหมือนแท็บเล็ตผ่านขาที่มากับเครื่อง ซึ่งได้ต้นแบบมาจาก Lenovo ThinkPad Series กับการออกแบบที่มีความเป็น DNA สมกับความเป็นมืออาชีพ

โดยเป็นโน๊ตบุ๊คอีกรุ่นที่เป็นสายมืออาชีพที่แบตเตอรี่ก็ใช้งานได้ยาวนาน แต่แตกต่างในเรื่องของสเปกที่ มีความพิเศษที่มากกว่า โดยใช้ชิปประมวลผล Intel Core i5-L16G7 ที่ลื่นไหลและออกมาฟีเจอร์มารองรับกับงานระดับองค์กรโดยเฉพาะ สถาปัตยกรรม Lakefield ทำงานแบบ 5 คอร์ 5 เธรด แบ่งออกเป็นคอร์ใหญ่ 1 คอร์เล็ก 4 คล้ายคลึงกับสถาปัตยกรรม big.LITTLE ของทาง ARM นั่นเอง

Lenovo ThinkPad X1 Fold

โดยตัวเครื่องได้ความบางที่สุดที่ 11.5 มิลลิเมตรเมื่อกางออก และน้ำหนักน้อยกว่า 1 กิโลกรัม  โดดเด่นด้วยการเชื่อมต่อชาร์จไฟผ่านมาตรฐานพอร์ตอย่าง USB 3.2 Type-C จำนวน 2 พอร์ต และรองรับใช้งาน 4G LTE ด้วยการเพิ่มโมดูล ก็สามารถเลือกเพิ่มเอาได้ ที่สำคัญระบบปฏิบัติก็เป็น Windows 10 Home / Pro พร้อมใช้งานทันที สนนราคาเริ่มต้นที่ 8x,xxx บาทเท่านั้น ได้ประกันแบบ 3 ปี On-site Service ด้วย

VDO Review

NBS Verdict

โน๊ตบุ๊คหน้าจอ OLED พับได้ตัวแรกของโลกอย่าง Lenovo ThinkPad X1 Fold พร้อมวางจำหน่ายแบบสั่งจอง ด้วยจุดเด่นที่จอภาพสามารถพับครึ่งได้จากขนาดจอ 13.3. เพื่อการพกพา และนวัตกรรมที่ไม่เหมือนใคร พร้อมสเปคระดับ Intel Core i5 รุ่นพิเศษด้วย Intel Hybrid Technology มาพร้อมจุดเด่นตามสมัยนิยมด้วยจอภาพที่สามารถพักได้เหมือนสมาร์ทโฟน ด้วยการออกแบบบานพับพิเศษ กับจอภาพ OLED แบบโพลีเมอร์ที่ยืดหยุ่นจะทนทานต่อทุกๆการใช้งาน ความละเอียด QXGA (1536×2048) ความสว่าง 300nit รองรับการทัชกรีนด้วยนิ้วและปากกา 

Lenovo ThinkPad X1 Fold

Lenovo ThinkPad X1 Fold ยังได้รับรางวัลจากงาน CES 43 รางวัล ให้เราได้สัมผัสประสบการณ์คอมพิวเตอร์พกพาแบบพับได้ให้อารมณ์คล้ายกับหนังสือขนาดกระทัดรัด สำหรับพกพาไปใช้งานได้อย่างที่คุณไม่เคยสัมผัสมาก่อน เพลิดเพลินกับประสบการณ์แบ่งหน้าจอหรือใช้เป็นจอเดียวขนาดใหญ่ พร้อมยกระดับการใช้งานด้วยปากกาหรือนิ้วมือ ทรงพลังด้วยประสบการณ์ใช้งาน Windows 10 ทั้ง Home หรือ Pro ตามแต่การปรับแต่ง รวมไปถึงสเปกอื่นๆ และการรับประกันสูงสุดเป็น 3 ปี On-site Service กับราคาเริ่มต้นที่ 8x,xxx บาทขึ้นไป

Lenovo ThinkPad X1 Fold

ซึ่งสเปกภายในให้ประสิทธิภาพดีเพียงพอกับการใช้งานพื้นฐานโดยยังเน้นเรื่องของการประหยัดพลังงาน ได้แรมขนาด 8GB และ SSD M.2 NVMe ความจุ 256GB สนับสนุนการใช้งานพื้นฐานได้เป็นอย่างดีรวมถึง ผลทดสอบต่างๆ ออกมาได้อยู่ในระดับมาตรฐานเป็นที่น่าพอใจมากทีเดียว ทำให้ Lenovo ThinkPad X1 Fold ทำงานได้อย่างลื่นไหล ทั้งในด้านการทำงานทั่วไป และงานที่เน้นการประมวลผลที่ไม่กินทรัพยากรเกินไป ตอบโจทย์คนที่ต้องการโน๊ตบุ๊คที่ได้ดีไซน์และรูปแบบการใช้งานที่เหนือชั้นไม่ซ้ำใคร

ที่สำคัญคือได้หน้าจอขนาด 13.3″ OLED ที่ไม่ใช่แค่พับงอได้ แต่มีคุณภาพสูงที่ sRGB 99% ทีเดียว แน่นนอว่ามีปากกาสไตลัสมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ทำให้สามารถเลือกใช้งานได้อิสระแบบแท็บเล็ตได้เต็มรูปแบบ หรือกรณีจะใช้งานเป็นโน๊ตบุ๊คก็ได้คีย์บอร์ดแบบแยกชิ้นไร้สายใช้ได้หลายรูปแบบ มีกล้อง IR ไว้สแกนในหน้าเข้าใช้งาน รวมถึงกล้องเว็บแคมก็ระดับ 5 ล้านพิกเซลให้ความคมชัดที่สูง แบตเตอรี่ใช้งานต่อเนื่องได้จริงๆ ระดับ 7 – 8 ชั่วโมง 

Lenovo ThinkPad X1 Fold

เอาเป็นว่าใครกำลังมองหาโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่ๆ ที่บางๆ เบาๆ เน้นความเป็นนวัตกรรมและดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ ThinkPad ยุคใหม่ โดยมาพร้อมกับราคาที่สูงกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปชัดเจน ก็สามารถเลือกดูเป็น Lenovo ThinkPad X1 Fold รับรองว่าด้านประสิทธิภาพและคุณบัติรวมไปถึงประสบการณ์ใช้งานไม่เป็นรองใครอย่างแน่นอน โดยมีพอร์ตชาร์จไฟและเชื่อมต่อเป็น USB 3.2 Type-C จำนวน 2 พอร์ต ซึ่งถึงแม้ว่าจะเป็นข้อจำกัดแต่อยู่ในเกณฑ์ที่รับได้

ข้อดี Lenovo ThinkPad X1 Fold

  • หน้าจอแสดงผล 13.3″ ความละเอียด 2K พาเนล OLED พับงอได้ คุณภาพสูง sRGB 99%
  • การเลือกใช้วัสดุมาประกอบสร้างตัวเครื่องและงานประกอบทำได้ดีน่าประทับใจมาก
  • ตัวเครื่องมีความบางเบา พกพาสะดวก เบาไม่ถึง 1 กิโลกรัม และบางสุดที่ 11.5 มิลลิเมตร
  • ชิปประมวลผลเป็น Intel Core i5-L16G7 ที่แรงลื่นพอตัว พร้อม Intel Hybrid Technology
  • ระบบ IR Camera มีความปลอดภัยในการเข้าใช้งาน
  • เว็บแคมมีความละเอียดสูงถึง 5 ล้านพิกเซลให้ความคมชัดสูง
  • ความปลอดภัยสูงด้วย Trusted Platform Module (TPM)
  • อแดปเตอร์ที่ติดตั้งมาให้มีขนาดเล็กพกพาง่าย และเป็น USB-C
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานเกือบ 8 ชั่วโมง
  • มีตัวเลือกที่รองรับการใช้งานอินเตอร์เน็ต 5G LTE 
  • มี Windows Home / Pro ลิขสิทธิ์ และซอฟต์แวร์ติดเครื่องใช้งานได้จริง
  • ประสบการณ์ใช้งานเหนือชั้น ล้ำหน้าไม่ซ้ำใคร
  • ประกันสูงสุดเป็นแบบ 3 ปี On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน

ข้อสังเกต Lenovo ThinkPad X1 Fold

  • ราคาค่าตัวค่อนข้างสูง เน้นใช้งานเฉพาะทางระดับองค์กร
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้น้อยกว่าที่เคลมไว้เล็กน้อย (เคลมไว้ 8 – 10 ชั่วโมง)
  • ไม่มีช่องต่อหูฟังและไมค์มาตรฐาน 3.5 มิลลิเมตร

Specification

Lenovo ThinkPad X1 Fold สเปกภายในใช้ชิปประมวลผลรุ่นพิเศษอย่าง Intel Core i5-L16G7 ทำงานที่ความเร็ว 1.40 – 3.00 GHz เป็นสถาปัตยกรรม Lakefield เทคโนโลยีการผลิต 10nm รุ่นใหม่ ทำงานแบบ 5 คอร์ 5 เธร์ด การ์ดจอออนบอร์ด UHD Graphics ประสิทธิภาพดี รองรับการใช้งานพื้นฐานได้ลื่นไหล แรมให้มาขนาด 8GB LPDDR4X 4267MHz แบบฝังบอร์ด สำหรับที่เก็บข้อมูลเป็นมาตรฐาน SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 256GB ที่แรงลื่นเพียงพอต่อการใช้งาน

Lenovo ThinkPad X1 Fold

ส่วนหน้าจอเป็นขนาด 13.3″ ที่ได้ความละเอียด 2K OLED 4:3 (2048 x 1536, 300 nits) DCI-P3 95% แบบสัมผัส คุณภาพดี สีสันสดใส มุมมองกว้างกว่าพาเนล IPS พร้อมมีลำโพงคุณภาพดีทำงานร่วมกับระบบเสียง Dolby Atmos อีกทั้งมีเว็บแคม 5 ล้านพิกเซลและไมโครโฟน 4 ตัว ส่วนพอร์ตที่ให้มาได้แก่ 2 x USB 3.2 Type-C รวมไปถึงการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Wi-Fi 6 AX และ Bluetooth 5.1 ด้วย รวมถึงมีตัวเลือกเสริมเป็น 5G LTE ใส่ซิมได้ รองรับการทำงานแบบมืออาชีพที่ล้ำหน้าเหนือกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไป 

Lenovo ThinkPad X1 Fold ราคา 8x,xxx บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i5-L16G7 (5C/5T & 1.40 – 3.00GHz)
  • GPU : Intel UHD Graphics
  • RAM : 8GB LPDDR4X 4267MHz
  • DISPLAY: 13.3″ Flexible OLED (2048×1536) Touchscreen
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 256GB
  • OS : Windows 10 Home
  • Warranty : 1 Year Carry-in

Hardware / Design

Lenovo ThinkPad X1 Fold จะมีการต่อยอดการผลิตจากไลน์ของ ThinkPad X Series รุ่นก่อนๆ ด้วยที่เป็นซีรี่ส์หลักทำให้ดีไซน์ไปในทิศทางเดียวกับ ThinkPad รุ่นอื่นๆ แต่มีความเหนือชั้นไปจากเดิมพอสมควร ซึ่งถ้าเทียบกับ Lenovo ThinkPad ที่เป็นโน๊ตบุ๊คที่เป็นรูปทรงทั่วไป ก็จะเห็นได้ชัดเจนจากการที่หน้าจอสามารถพับและกางออกได้ พร้อมได้พื้นที่แสดงผลเต็มที่เป็น 13.3″ พร้อมคีย์บอร์ดไร้สาย

หรือจะพับลงครึ่งหนึ่งแล้วใช้งานอีกรูปแบบก็ทำได้เช่นกัน เป็นการเปิดรับกับขนาดหน้าที่ให้ประสบการณ์ใช้งานที่ดีกว่าเดิม แต่ก็ยังคงรูปแบบความแกร่งด้วยการใช้เป็นสีดำตลอดทั้งตัวเครื่อง วัสดุทำจากโพลีเมอร์เกรดสูงรวมไปถึงหนังแท้ที่เป็นชิ้นส่วนภายนอก ซึ่งให้ความพรีเมียมหรู คล้ายกับหนังสือเมื่อเราพับเก็บ ซึ่งก็จะเห็นถึงโลโก้ ThinkPad X1 Fold ที่มุมของตัวเครื่องและสติ๊กเกอร์โลโก้ Intel Core i5 ด้วย 

Lenovo ThinkPad X1 Fold

ภายนอกตัวเครื่องมีพื้นผิวที่เรียบง่ายแต่ยังให้ความรู้สึกมั่นคงเวลาจับถือเครื่องไปไหนมาไหน ที่สำคัญเราสามารถจับตั้งได้ทันทีเพราะมีขาตั้งโฟลิโอที่สามารถพับเก็บได้ โดยรวมสำหรับการออกแบบนั้นทำให้ดูจริงจังและความเป็นมืออาชีพมากๆ ตามมาตรฐานของโน๊ตบุ๊คสไตล์ ThinkPad โดยเหมาะสำหรับกลุ่มนักธุรกิจหรือคนที่ต้องการฮาร์ดแวร์ที่สเถียรสูง เชื่อถือได้ และมีความคงทนแข็งแรง

โดย Lenovo ThinkPad X1 Fold นั้น ได้ปรับเปลี่ยนหลายๆ จุดให้มีความทันสมัยยิ่งขึ้น ตามยุคตามสมัยในเรื่องของความเพียวบางและเบา แต่ก็ยังไม่ทิ้ง DNA ของ ThinkPad ที่มีประวัติชื่อชั้นมาอย่างยาวนานไปเสียทั้งหมด ซึ่งจากการที่หน้าจอ OLED พับได้นี้ ทำให้รูปแบบของการใช้งานโน๊ตบุ๊คของ ThinkPad เองนั้นเปลี่ยนไปตลอดอีกด้วย

Lenovo ThinkPad X1 Fold

ซึ่งตัวซอฟต์เอง Lenovo Mode Switcher ThinkPad X1 Fold จะปรับหน้าจอให้ตามต้องการใช้ ช่วยแบ่งหน้าจอออกเป็นสองส่วนได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย หรือใช้ความกว้างเต็มสำหรับจอแสดงผลขนาดใหญ่หนึ่งจอ นอกจากนี้ยังปรับให้แสดงแป้นพิมพ์บนหน้าจอโดยอัตโนมัติด้วย อาทิ ต้องการเรียกดูออนไลน์สตรีมวิดีโอ หรือดูงานนำเสนอ เราสามารถใช้งานได้เหมือนแท็บเล็ตผ่านขาที่มากับเครื่อง หรือขาตั้งเสริมเพื่อยึดตัวเครื่องขึ้น

Lenovo ThinkPad X1 Fold

ทำให้นับได้ว่า Lenovo ThinkPad X1 Fold เป็นโน๊ตบุ๊คที่ก้าวล้ำ ซึ่งก็ยังมาพร้อมกับความบางเบา ที่ความบางที่ 11.5 มิลลิเมตรเมื่อกางออก (พับเป็นหนังสือจะอยู่ที่ 27.8 มิลลิเมตร) และน้ำหนักเพียง 999 กรัมเท่านั้นเอง ถือว่าน้อยมากๆ สำหรับโน๊ตบุ๊คขนาดจอ 13.3″เรียกได้ว่าความบางและน้ำหนักนั้น เรียกได้ว่าอยู่ในเกณฑ์ของโน๊ตบุ๊คที่เหมาะสมในการพกพาไปไหนมาไหนบ่อยๆ เลย ที่มีสเปกประสิทธิภาพสูงเน้นความสเถียรภาพ ซึ่งด้านข้างตัวเครื่องจะมีการติดตั้งปุ่ม Power และ Volume เสียงเอาไว้

Lenovo ThinkPad X1 Fold

ด้วยการออกแบบบานพับแบบมัลติลิงค์ที่ทนทานทำให้ Lenovo ThinkPad X1 Fold ยังคงเป้นการต่อยอดของ ThinkPad ในด้านคุณภาพและความน่าเชื่อถือ พื้นที่ทุกจุดถูกเติมเต็มแบบสูงสุดด้วยมาเธอร์บอร์ดแบบกำหนดเองเพื่อให้ประสิทธิภาพอันทรงพลัง ระบบกระจายความร้อนหลายตัวจะสร้างอุณหภูมิที่เหมาะสมตลอดการใช้งาน และแน่นอนว่าจอแสดงผล OLED แบบโพลีเมอร์ที่ยืดหยุ่นจะทนทานต่อทุกๆ ความยากลำบากของชีวิตได้อย่างสบาย

Lenovo ThinkPad X1 Fold Review 2
Lenovo ThinkPad X1 Fold Review 7
Lenovo ThinkPad X1 Fold Review 6
Lenovo ThinkPad X1 Fold Review 5
Lenovo ThinkPad X1 Fold Review 3
Lenovo ThinkPad X1 Fold Review 30
Lenovo ThinkPad X1 Fold Review 33
Lenovo ThinkPad X1 Fold Review 4
Lenovo ThinkPad X1 Fold Review 34

Keyboard / Touchpad

คีย์บอร์ด Lenovo Fold Mini Keyboard ของ Lenovo ThinkPad X1 Fold เครื่องนี้จะเป็น AccuType Keyboard ที่เป็นข้อเด่นที่คีย์บอร์ดที่ออกแบบมาให้มีรูปทรงโค้งปากยิ้มด้านใต้ตัวเครื่องเติมลงมาเล็กน้อยเพื่อลดโอกาสพิมพ์ผิดพลาดได้ ซึ่งเมื่อใช้งานจริงแล้วก็ถือว่าทำได้ดี แต่ต้องยอมรับไม่มีการสกรีนภาษาไทยมาให้ แน่นอนว่าคีย์บอร์ดยังโดดเด่นด้วยการเชื่อมต่อแบบไร้สายจาก Bluetooth แบตเตอรี่ในตัวชาร์จไฟด้วยพอร์ต micro-USB ซึ่งทำให้เราใช้งานได้อิสระและหลากหลายรูปแบบอย่างที่โน๊ตบุ๊คทั่วไปไม่สามารถทำได้ 

Lenovo ThinkPad X1 Fold

นอกจากนี้ก็สามารถใช้งานควบคู่ไปกับ TrackPad ขนาดใหญ่ที่มีปุ่มกดถึง 3 ปุ่มได้เป็นอย่างดี พร้อมซ้ายคลิกซ้ายขวาแบบปกติเอาไว้ ก็สามารถใช้งานหลายนิ้วมือผ่านชุดคำสั่งแบบ Multi-Gesture บน Windows 10 ได้ดี รวมไปถึง Lenovo Fold Mini Keyboard สามารถเชื่อมต่อแบบแม่เหล็กและชาร์จแบบไร้สายเมื่อตัวเครื่องพับรอบไว้ ที่สำคัญปากกา Lenovo Mod รองรับแรงกดที่ 4096 ระดับ แบบชาร์จผ่านทาง USB-C ได้เหมาะอย่างยิ่งเมื่อเราต้องการจดบันทึกหรือสเก็ต โดยมาพร้อมกับอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนาน

Lenovo ThinkPad X1 Fold

Lenovo ThinkPad X1 Fold Review 23
Lenovo ThinkPad X1 Fold Review 26
Lenovo ThinkPad X1 Fold Review 22

Screen / Speaker

ด้านหน้าจอแสดงผล Lenovo ThinkPad X1 Fold นั้นเลือกใช้หน้าจอที่มีขนาดจอขนาดใหญ่ถึง 13.3″ มาพร้อมความละเอียด 2K ที่ 2048 x 1536 พิกเซล แบบ 4:3 แบบด้านลดแสงสะท้อน ใช้พาเนลจอแบบ OLED แบบยืดหยุ่น ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นพาเนลเกรดสูง ที่เหมาะสมกับงานมืออาชีพ เพราะให้สีสันตรงสุดๆ ระดับที่ใกล้เคียงกับ sRGB 99% มาพร้อมกับมุมมองที่เกือบ 180 องศา แบบว่ามองมุมไหนสีสันก็ไม่เพี้ยนเลย เรียกได้ว่าเป็นโน๊ตบุ๊คที่ให้ประสบการณ์ที่ดีที่สุดรุ่นหนึ่ง 

Lenovo ThinkPad X1 Fold Review 14

แม้ขอบจอจะบางเฉียบแต่ก็ได้ติดตั้งกล้องเว็บแคมไว้ด้านบนเหมือนเดิม ที่สำคัญยังมาพร้อมฟีเจอร์ IR Camera เพื่อใช้งานเข้าใช้งาน Windows 10 ผ่านทาง Windows Hello เพื่อเติมเต็มประสบการณ์การใช้งานที่สมบูรณ์แบบ เรียกได้ว่าได้ความปลอดภัยสมกับเป็น ThikPad Series ที่เป็นโน๊ตบุ๊คสายทำงานระดับมืออาชีพเลยก็ว่าได้ พร้อมเว็บแคมความละเอียดสูงมากๆ ที่ 5 ล้านพิกเซล และไมโครโฟนจำนวน 4 ตัว แบบ Noise Cancelling อีกด้วย 

Lenovo ThinkPad X1 Fold Review 15
Lenovo ThinkPad X1 Fold Review 16
Lenovo ThinkPad X1 Fold Review 18

โดยให้ขอบเขตความกว้างของสีสันเทียบเท่ากับมาตรฐาน sRGB ที่ 99% และ AdobeRGB 94% เรียกได้ว่าให้ประสิทธิภาพเรื่องของสีสันนั้นดีมากกว่าเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ ซึ่งมีความเที่ยงตรงของสีสูง ส่วนความสว่างหน้าจอสูงสุดอยู่ที่เกือบๆ 300nit ซึ่งจัดได้ว่ามีความสว่างในระดับสูงกว่ารุ่นทั่วไป ทำให้เมื่อคาลิเบตหน้าจอแล้วสามารถไปทำงานภาพกราฟิกหรือตกแต่งภาพที่เน้นความเที่ยงตรงได้โอเคเลยทีเดียว คะแนนรวม 4.0 เมื่อทดสอบด้านการแสดงผลต่างๆ ทั้งหมดแล้ว

s1 7
s2 7
s3 7

 

ตัวลำโพงเป็นแบบสเตอริโอ 2w x 2 มาพร้อมระบบเสียง Dolby Atmos ให้ที่เสียงที่ดีมาก พร้อมซอฟต์แวร์ปรับแต่ง ทั้งในเรื่องของเสียงเบสที่มีน้ำหนัก เสียงกลางที่สมดุล และเสียงแหลมที่ออกมาใสๆ พร้อมทั้งความดังและกังวาลที่มากกว่า ซึ่งตัวลำโพงจะอยู่บริเวณขอบตัวเครื่องด้านบนกรณีที่ใช้งานแบบพับจอเป็นโน๊ตบุ๊คลักษณะยิงขึ้นด้านบน ทำให้เสียงที่ออกมามีเสียงดังฟังชัด รองรับการใช้งานได้หลากหลายแบบสบายๆ

Lenovo ThinkPad X1 Fold Review 4
Lenovo ThinkPad X1 Fold Review 37
Lenovo ThinkPad X1 Fold Review 36

Connector / Thin And Weight

Lenovo ThinkPad X1 Fold มีความบางเบาและแตกต่างจากโน๊ตบุ๊คทั่วไปชัดเจน แต่ได้พอร์ตเชื่อมต่ออย่างจำกัด กับพอร์ต USB 3.2 Type-C จำนวน 2 พอร์ต ที่มาพร้อมกับการสนันสนุนในเรื่องของการชาร์จไฟผ่านทางอแดปเตอร์หรือ Power Bank ที่เป็นมาตรฐาน PD (Power Delivery) การโอนถ่ายข้อมูล รวมไปถึงการแสดงผลหน้าจอภายนอกด้วย DisplayPort พร้อมเป็นช่องใส่ซิมการ์ดในตัวกรณีที่ติดตั้งโมดูล Nano Sim อย่าง 5G LTE เมื่อเราต้องการใช้งานอินเตอร์เน็ตตลอดเวลาอีกด้วย

Lenovo ThinkPad X1 Fold Review 35

สำหรับน้ำหนักตัวเครื่องอยู่ที่ 999 กรัม ที่ถือว่าเบามากๆ ทีเดียว กับการที่เป็นโน๊ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 13.3″ ที่ครบเครื่องขนาดนี้ทั้งดีไซน์และความทนทาน เมื่อพกพากับอแดปเตอร์ขนาด 65Watt ที่มีขนาดเล็ก ก็ถือว่า Lenovo ThinkPad X1 Fold ตอบโจทย์การใช้งานนอกสถานที่อย่างที่สุดรุ่นหนึ่ง จากการที่รองรับการใช้งานไร้สายเป็น Intel Wi-Fi 6 AX และ Bluetooth 5.1 เรียกได้ว่าทั้งหมดนี้เหมาะสุดๆ กับการใช้งานในออฟฟิศหรือร้านกาแฟ หรือที่ไหนก็ได้ที่เราจะหยิบเครื่องออกมาทำงาน

Lenovo ThinkPad X1 Fold Review 36
Lenovo ThinkPad X1 Fold Review 8
Lenovo ThinkPad X1 Fold Review 1

Performance / Software

Lenovo ThinkPad X1 Fold เครื่องรีวิวนี้มาพร้อมกับชิปประมวลผลจาก Intel Core i5-L16G7  ซึ่งเป็นชิปประมวลผลใช้พลังงานไฟต่ำมาก มีความเร็วในการประมวลผลอยู่ที่ 1.40 – 3.00 GHz ที่ทั้งแรงมีประสิทธิภาพที่ดี แถมประหยัดพลังงาน สถาปัตยกรรม 10nm รุ่นใหม่ เป็นซีพียูแบบ 5 Core 5 Threads โดยแบ่งเป็นเล็ก 4 และแกนหลัก 1 มีค่า TDP 7Watt มาพร้อมแรมออนบอร์ดขนาด 8GB LPDDR4X 4267 MHz ที่สามารถขับเคลื่อนระบบปฏิบัติการ Windows 10 ลิขสิทธิ์ที่มีมาให้แบบสบายๆ

จากพื้นฐานเทคโนโลยี Intel Hybrid และ Intel Foveros 3D Stacking จะมีการแบ่งชิปประมวลผลเป็น 5 Core แบ่งเป็น Sunny Cove Core รับหน้าที่ในการประมวลผลสูงและสำหรับ Foreground Application ส่วนอีก 4 Tremont Core แบบประหยัดพลังงาน สำหรับ Background Application พร้อมกันนี้ยังรองรับ Wi-Fi 6 (Gig+) และ 5G LTE อีกด้วย ซึ่งในอนาคตทาง Intel จะมีชิปประมวลผลรูปแบบนี้ส่งมาเรื่อยๆ อีกแน่นอน 

c1 6. c2 6

กราฟิกการ์ดเป็นแบบออนบอร์ดอย่าง Intel UHD Graphics มีความเร็วที่ 500 MHz ทำงานแบบ 64 Unit ที่ให้พลังในการประมวลผลที่ดีในระดับหนึ่ง อย่างในเรื่องของกราฟิก 2 มิตินั้นก็รองรับได้อย่างสบายๆ หรือถ้าเป็น 3  มิติก็ต้องบอกว่ารองรับการทำงานได้ในระดับเบื้องต้นเท่านั้น แต่ก็รองรับการทำงานกับหน้าจอความละเอียดสูง 4K ได้แบบไม่มีปัญหา เว้นแต่เอาไปเล่นเกม 3 มิติให้ยุคปัจจุบัน อันนี้ไม่แนะนำเท่าไรนัก แต่เชื่อว่าคนที่ใช้งาน Lenovo ThinkPad X1 Fold คงไม่ได้คาดหวังเรื่องเกมอยู่แล้วล่ะ

g1 6

สำหรับโปรแกรมทดสอบ CINEBENCH 15 / 20 ที่เน้นในเรื่องของพลังชิปประมวลผล คะแนนก็อยู่ในระดับที่น่าพอใจตามมาตรฐานของ Core i5 เปรียบเทียบกับชิปประมวลผล Intel Core i5 Gen 10 ก็ทำได้ดีกว่าด้วย ซึ่งถ้าเทียบกับรุ่นมาตรฐานอย่าง Intel Core i5-1035G1 ก็จะเห็นว่ามีคะแนนน้อยกว่าเล็กน้อย ในส่วนของตัวกราฟิกการ์ดเองก็มีประสิทธิภาพตอบโจทย์ในส่วนของงานทั่วไปเท่านั้น หรือเล่นเกมออนไลน์ 3 มิตินิดหน่อยก็พอได้ในบางกรณี

cine15 5.   cine20 6

ตัวเก็บข้อมูลของเครื่องที่เลือกใช้เป็น SSD ความเร็วสูงแบบ M.2 NVMe PCIe มาตรฐาน M2242 ที่ความจุ 256GB ก็ทำคะแนนออกมาได้อย่างรวดเร็วเป็นที่น่าพอใจมากๆ กับความเร็วสูงด้วยค่า Read: 1718 MB/s – Write: 1609 MB/s แม้ว่าอาจจะไม่ได้ความเร็วที่สูงมากเหมือนกับโน๊ตบุ๊ครูปแบบมาตรฐานที่ได้แพลตฟอร์ม SSD M2280 การใช้งานโดยรวมก็ลื่นไหลได้ยอดเยี่ยมแล้ว ในการใช้งานทั่วไปให้ความรู้สึกไม่สะดุด รวมไปถึงการโอนไฟล์ไปมาก็มีความรวดเร็วดี 

ssd

การทดสอบประสิทธิภาพกับโปรแกรม PCMark 10 Advance ซึ่งสามารถทำคะแนนการทดสอบรวมได้มากถึง 2,376 คะแนน ถือได้ว่าในส่วนของการใช้งานทั่วไปโดยรวมนั้นสอบผ่านแบบสบายๆ ทั้งในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร งานตกแต่งรูปภาพ ส่วนถ้าเอาไปใช้งานหนักๆ เช่นงานประมวลผล ตัดต่อวีดีโอ โปรเซสไฟล์ภาพความละเอียดสูง รวมไปถึงเล่นเกม 3 มิติ อันนี้ไม่แนะนำ เพราะสเปกไม่ได้ออกแบบมาให้ใช้งานแบบนั้นแต่อย่างใด

pc10 6

ที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือ Lenovo Vantage ก็เรียกได้ว่าเป็นซอฟแวร์ที่มีประโยชน์มาก ช่วยให้ผู้ใช้สามารถจัดการและควบคุมในหลายๆ ส่วนของเครื่องได้ เรียกได้ว่าค่อนข้างละเอียดมากทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นอัพเดทไดร์เวอร์ล่าสุด การเปิดปิดอุปกรณ์ต่างๆ ภายในเครื่อง ตั้งค่าทัชแพด การเชื่อมต่อไร้สาย แบตเตอรี่ กล้องเว็บแคม ระบบเสียง ที่ต้องบอกว่าซอฟต์แวร์ต่างๆ นั้นไม่ได้ติดตั้งมาให้หนักเครื่องเปล่าๆ แต่สามารถใช้งานได้จริง และใช้งานได้ดีอีกด้วย

van

Battery / Heat / Noise

แบตเตอรี่ของ Lenovo ThinkPad X1 Fold เป็นแบบฝังไว้ในเครื่องเหมือนกับโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่นในปัจจุบัน ตัวแบตเตอรี่มีความจุ 50Wh พร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็ว สามารถทำงานต่อเนื่องยาวนานได้ประมาณ 7:30 ชั่วโมงต่อเนื่องในการใช้งานแบบปกติ (ดูภาพยนตร์และเล่นอินเตอร์เน็ต) นับได้ว่าเป็นโน๊ตบุ๊คที่สามารถใช้งานแบตเตอรี่ได้ยาวนาน รวมไปถึงยังรองรับเทคโนโลยี Rapid Charge เพิ่มประสิทธิภาพการชาร์จไฟให้กลับมาถึง 80% ในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง 

batt 4

ทางด้านอุณหภูมิปกติของเครื่องจะอยู่ที่ 30 – 40 องศาเซลเซียส แต่พอตั้งใจรีดประสิทธิภาพเต็มที่จะเห็นว่า CPU จะร้อนที่สุดที่ 91 – 97 องศาเซลเซียส สำหรับชิปประมวลผลนับว่าเรื่องระบบระบายความร้อนของ Lenovo ThinkPad X1 Fold เครื่องนี้ทำออกมาได้ดีประมาณนึง ซึ่งนั่นน่าจะเป็นเพราะชุดระบายความร้อนจาก Lenovo ที่ออกแบบมาค่อนข้างดีจากภายใน ที่ต้องบอกว่าเป็นระบบระบายความร้อนแบบไร้พัดลม รวมไปถึงชิปประมวลผลจาก Intel Core i5-L16G7 สถาปัตยกรรม Lakefield ก็จัดการได้เป็นอย่างดีแล้ว

temp2 1

Conclusion / Award

ที่ผ่านมาอาจจะเป็นเรื่องไกลตัวของใครหลายๆ คนกับโน๊ตบุ๊คที่มาในรูปแบบของโน๊ตบุ๊ครูปทรงแปลกใหม่เน้นนวัตกรรมตัวแรกของโลก จากการที่เป็นจอ OLED คุณภาพสูงพับงอได้ อีกทั้งรองรับการพกพาบางเบาที่เหนือชั้น เพื่อนำไปใช้งานนอกสถานที่ได้ทุกที่ทุกเวลา ซึ่งจัดว่าเป็นโน๊ตบุ๊คเพื่อการทำงานโดยเฉพาะ เรียกว่าเป็นโน๊ตบุ๊คเพื่อการสร้างสรรค์งานโดยเฉพาะสำหรับมืออาชีพ อาทิ งานโปรแกรมเอกสาร หรืองานที่ไม่กินทรัพยากรเครื่องมากนัก ตรงนี้ Lenovo ThinkPad X1 Fold ตอบโจทย์แน่นอน กับราคาที่ 8x,xxx บาท 

Lenovo ThinkPad X1 Fold Review 46

โดยที่ผ่านมา Lenovo ThinkPad X Series ก็นำเสนอในส่วนของโน๊ตบุ๊คที่เน้นการทำงานเน้นความบางเบามาโดยตลอด แต่มาในคราวนี้แตกต่าง Lenovo ThinkPad X1 Fold แตกต่าง เพราะมาพร้อมชิปประมวลผล Intel Core i5-L16G7 จากเทคโนโลยี Intel Hybrid และ Intel Foveros 3D Stacking ที่ก้าวล้ำเรื่อของการแบ่งการทำงานเป็นคอร์เล็กและคอร์หลักในการทำงานที่ยืดหยุ่น ได้ประสิทธิภาพที่เต็มเปี่ยม แต่ทำงานแบบไร้พัดลมและแบตเตอรี่ยังใช้งานได้ยาวนาน

Lenovo ThinkPad X1 Fold Review 64

Lenovo ThinkPad X1 Fold สามารถตอบสนองการใช้งานระดับองค์กร โดยมีแรม 8GB DDR3 Bus 2400MHz พร้อมด้วย SSD ความเร็วสูง M.2 NVMe PCIe ความจุ 256GB ที่แรงลื่นและเพียงต่อการใช้งาน ด้วยฟีเจอร์ปกป้องในด้านความปลอดภัย และ Trusted Platform Module (TPM) เข้ารหัสข้อมูลไว้ทำให้ยากที่จะแฮก นอกจากนี้ Windows Hello ยังทำงานร่วมกับกล้องอินฟราเรดเพื่อใช้งานล็อกอินด้วยระบบไบโอเมตริก ใบหน้าของเราคือรหัสผ่านที่มีอยู่หนึ่งเดียว 

Lenovo ThinkPad X1 Fold Review 92

รวมไปถึงยังได้หน้าจอขนาด 13.3″ คุณภาพสูง พร้อมได้ความละเอียดมาตรฐาน 2K ซึ่งมีการแสดงผลของสีที่เที่ยงตรงระดับ sRGB 99% แน่นอนว่ารองรับการใช้งานเป็นแท็บเล็ตได้ลงตัวจากการที่หน้าจอทัชสกรีนทั้งนิ้วมือและปากกาสไตลัว ที่ช่วยให้การทำงานต่างๆ ออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งนับว่าตั้งแต่ทดสอบมาเป็นโน๊ตบุ๊คที่มาพร้อมหน้าจอที่ดีที่สุดรุ่นหนึ่ง ส่วนจุดเด่นอื่นๆ ก็จะเป็นเรื่องของการรองรับการใส่ซิมการ์ดเพื่อใช้งาน 5G LTE เพื่อให้ใช้งานอินเตอร์เน็ตได้ทุกที่ทุกเวลา สมกับสายพกพาอย่างแท้จริง

Lenovo ThinkPad X1 Fold Review 99

Award

โดยในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับเครื่องในกลุ่มของโน๊ตบุ๊คระดับสูงขนาดหน้าจอ 13.3 นิ้ว ในระดับสเปค และราคาที่ใกล้เคียงกัน ซึ่ง Lenovo ThinkPad X1 Fold ก็ได้รางวัลดังนี้ 

Best Mobility 

ความสามารถในการพกพาก็ยังคงอยู่ในระดับที่ดีตามสไตล์ของโน้ตบุ๊ตที่เน้นความบางเบา กับรุ่นขนาดหน้าจอ 13.3″ ทั้งในความบางเพียง 11.5 มิลลิเมตร และน้ำหนักเบา 999 กรัม ที่ทำให้สามารถหิ้วไปไหนมาไหนได้อย่างสะดวก ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องการจับถือมากนัก สามารถพับฝาจอลงแล้วเก็บเครื่องได้ทันที อแดปเตอร์ก็ทำออกมาให้มีขนาดที่ไม่ใหญ่มากนัก พกพาสะดวก รวมน้ำหนักแล้วได้ประมาณ 1.3 กิโลกรัม เหมาะมากๆ กับคนที่ทำงานนอกสถานที่บ่อยๆ รวมไปถึงแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน พร้อมที่ชาร์จเป็น USB-C รองรับ USB-PD

 NBS award 4 Mobility

Best Design 

ดีไซน์โดยรวมของ Lenovo ThinkPad X1 Fold มีความโดดเด่นเรื่องสีสันโทนดำสนิททั้งตัวเครื่อง รวมถึงหน้าจอขอบบางแบบบางพิเศษ ที่ทำให้สามารถใช้งานจอขนาด 13.3″ แบบพับไปมาได้ ภายในตัวเครื่องที่มีขนาดเล็ก วัสดุของตัวเครื่องนั้นหลักๆ ใช้เป็นวัสดุโพลิเมอร์และหนังแท้คุณภาพสูงสีดำ ภายนอกตัวเครื่องมีพื้นผิวที่เรียบง่ายแต่ยังให้ความรู้สึกมั่นคงเวลาจับถือเครื่องไปไหนมาไหน และหรูหราโดยรวมสำหรับการออกแบบนั้นทำให้ดูจริงจังและความเป็นมืออาชีพมากๆ ตามมาตรฐานของโน๊ตบุ๊คสไตล์ ThinkPad

NBS award 7 Design

Best Graphic

สุดทางจริงๆ สำหรับหน้าจอแสดงผลหลักของ Lenovo ThinkPad X1 Fold ที่เป็นหน้าจอพาเนล OLED แบบพับได้ครึ่งจอ ขนาด 13.3″ บนความละเอียด 2K ให้ค่าขอบเขตสี sRGB 99% และเทคโนโลยีอื่นๆ ที่หาไม่ได้ในโน๊ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ รองรับการทัชสกรีนทั้งนิ้วมือและ Lenovo Active Pen ซึ่งใช้งานหน้าจอของเราสมบูรณ์แบบด้วยความเรียบเนียน สนับสนุนการทำงานหลากหลายโปรแกรม ส่งผลให้เราเปลี่ยนประสบการณ์ใช้งานโน๊ตบุ๊คแบบเดิมๆ ไปตลอดกาล กับหน้าจอที่แสดงผลอะไรได้มากกว่า พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่ๆ ที่คาดว่ารุ่นต่อไปจะใช้ OLED มากยิ่งขึ้น

award new Graphic

 

from:https://notebookspec.com/web/578600-review-lenovo-thinkpad-x1-fold-d-13oled

รีวิว Lenovo ThinkBook 13s G2 สเปก Core i5/i7 Gen 11 จอ 13.3″ IPS 2K ทำงานมืออาชีพพร้อมความบันเทิง จบครบในเครื่องเดียว

Lenovo ThinkBook 13s Gen 2 รุ่นใหม่สเปกชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 Tiger Lake มี AI ช่วยประมวลผลในตัว จัดว่าเป็นส่วนหนึ่งของ ThinkBook Series คอมพิวเตอร์ซับแบรนด์จาก Lenovo สำหรับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางในปี 2021 ที่มาพร้อมดีไซน์บางเฉียบ เพิ่มความคล่องตัวในทุกการใช้งานบนระบบปฏิบัติการ Windows 10 Pro

เติมเต็มศักยภาพการทำงานให้ธุรกิจสู่ยุคแห่งอนาคต โดย Lenovo ThinkBook 13s เป็นโน๊ตบุ๊คหน้าจอขนาด 13.3″ พาเนล IPS ความละเอียด 2K ที่มีความบางเฉียบเน้นพกพาสะดวก เบาเพียง 1.26 กิโลกรัม บางที่ 14.9 มิลลิเมตรรองรับทั้งการทำงานระดับมืออาชีพ รวมไปถึงความบันเทิงอย่างเต็มรูปแบบในเครื่องเดียวกัน

Lenovo ThinkBook 13s

Lenovo ThinkBook 13s รุ่นใหม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงจากรุ่นก่อนหน้าในส่วนฝาหลังที่ดูแล้วมีความทันสมัย เน้นออกแบบให้ตรงต่อรูปแบบการใช้งานของธุรกิจ SMB / SME ซึ่งให้ความสำคัญไม่เพียงเฉพาะดีไซน์ที่สวยงามพร้อมฟีเจอร์ที่เหนือชั้นกว่าในราคาที่เข้าถึงได้ พร้อมมีบริการหลังการขายและการรับประกันที่ดีเยี่ยม

สำหรับสเปกภายในเป็นชิปประมวลผล Core i5-1135G7 / Core i7-1165G7 เทคโนโลยี 10 นาโนเมตร SuperFin ผสานการทำงานร่วมกับการ์ดจอออนชิป Iris Xe Graphic ที่รอบรับการทำงานหรือเล่นเกม 3 มิติพอได้ มาพร้อมกับแรมขนาด 16GB LPDDR4X และ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB สนนราคาเริ่มต้นเพียง 25,940 บาทเท่านั้นเอง

VDO Review

Coming Soon

NBS Verdict

Lenovo ThinkBook 13s Gen 2 เป็นโน๊ตบุ๊คสายพกพาบางเบาอีกรุ่นที่ทำออกมาได้อย่างลงตัว ได้แพลตฟอร์ม Intel EVO ที่ทรงพลัง ให้ประสบการณ์ใช้งานที่ยอดเยี่ยม ทั้งในด้านของความกะทัดรัดของตัวเครื่อง ที่มีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับโน๊ตบุ๊คยุคก่อนๆ น้ำหนักเพียง 1 กิโลกรัมนิด ๆ อีกทั้งการใช้งานคีย์บอร์ดก็น่าประทับใจ นับได้ว่าเป็นจุดเด่นของ Lenovo ที่ทำมาได้ดีโดยตลอด ถอดแบบมาจาก ThinkPad เลยก็ว่าได้ ส่วนเรื่องดีไซน์การออกแบบที่ทันสมัยสวยงามเหมาะกับคนรุ่นใหม่ๆ ที่ถอดแบบมานาก IdeaPad ก็ทำมาได้อย่างลงตัวสวยงาม 

Lenovo ThinkBook 13s

ส่วนประสิทธิภาพการทำงานของ Lenovo ThinkBook 13s ก็ยังครบครันทั้งแง่ของชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 ทั้ง i5 / i7 รวมถึงแรม 16GB และ SSD M.2 NVMe PCIe ในเครื่องความจุ 512GB หน้าจอ 13.3″ คุณภาพสูงพาเนล IPS ความละเอียด 2560 x 1600 พิกเซล มาพร้อมเทคโนโลยีที่สมจริงอย่าง Dolby Vision และเทคโนโลยีภาพไดนามิกสูง (HDR) ที่เข้ามาช่วยเพิ่มความคมชัดและแสดงเม็ดสีแม่นยำ พร้อมรายละเอียดที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ที่ทำให้โน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ตอบโจทย์ทั้งการทำงานจริงจัง หรือการใช้งานเพื่อความบันเทิง ตอบโจทย์ได้หมด

Lenovo ThinkBook 13s

นอกจากนี้ Lenovo ThinkBook 13s ยังมาพร้อมฟีเจอร์ ThinkShutter ม่านชัตเตอร์ปิดเลนส์กล้องที่ทำให้เรามั่นใจว่ากล้องจะเห็นในเวลาที่เราต้องการใช้งานเท่านั้น และยังมี Finger Print ระบบแสกนลายนิ้วมือเป็นอุปกรณ์ที่จะผนวกรวมเข้ากับปุ่มเปิดปิด ไว้ใช้งาน Windows Hello ผ่านทางระบบปฏิบัติการ Windows 10 ที่ใช้งานได้ทันที ไม่ต้องกรอกรหัสผ่านเพื่อความปลอดภัยทุกครั้ง เรียกได้ว่าเป็น Notebook สายทำงานมืออาชีพอีกหนึ่งรุ่นที่น่าซื้อมาใช้งานอย่างแท้จริง 

จุดเด่น Lenovo ThinkBook 13s

  • มีดีไซน์ที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์ตามสไตล์ ThinkBook มีความหรูหรา พรีเมียม
  • วัสดุทำจากอลูมิเนียมอัลลอยด์ตลอดทั้งตัวเครื่องที่มีความแข็งแรง งานประกอบดูแน่นหนา
  • น้ำหนักเบา ขอบจอบาง พกพาสะดวกเหมาะสำหรับคนที่ชอบนำไปใช้งานนอกสถานที่บ่อยๆ
  • ตัวเครื่องทนทานต่ออุณหภูมิสูงและการสั่นสะเทือน คีย์บอร์ดทนน้ำ
  • ชิปประมวลผลประสิทธิภาพแรงจาก Intel Core i Gen 11ใช้งานลื่นไหล ทั้งทำงานและบันเทิง
  • ได้สเปกหน่วยความจำแรม 16GB LPDDR4X พร้อม SSD M.2 NVMe PCIe ความเร็วสูงสุด
  • หน้าจอความละเอียด 2560 x 1600 พิกเซล พาเนล IPS สีสันสวยงาม มีฟีเจอร์ Dolby Vision
  • มาพร้อมสแกนลายนิ้วมือ ใช้งานผ่านทาง Windows Hello
  • ThinkShutter ฝาปิดกล้องเพิ่มความปลอดภัยด้านความเป็นส่วนตัวให้กับผู้ใช้งาน
  • แบตเตอรี่สามารถใช้งานได้ยาวนานกว่า 9:35 ชั่วโมง 
  • รองรับ Rapid Charge  ที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้ถึง 80% ภายใน 1 ชั่วโมง
  • ลำโพง HARMAN ทำงานร่วมกับเทคโนโลยี Dolby Atmos ให้เสียงที่ดีมาก
  • มีระบบปฏิบัติการ Windows 10 ติดตั้งมาให้ทันที
  • ซอฟต์แวร์ Lenovo Vantage ใช้งานได้จริง

ข้อสังเกต Lenovo ThinkBook 13s

  • ไม่มีมีอแดปเตอร์แปลงเป็นพอร์ตอื่นๆ มาให้ในบันเดิลด้วย
  • มีรุ่นที่จำหน่ายตามหน้าร้านทั่วไปตอนนี้ จะได้ประกันเป็น 1 ปีปกติ

Specification

โดย Lenovo ThinkBook 13s ที่เราได้รับมารีวิวในครั้งนี้ จะเป็นรุ่นราคา 30,000 บาท มาพร้อมชิปประมวลผล Intel Core i5-1135G7 ที่เป็นชิป 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.40 GHz สามารถเร่งความเร็วสูงสุดได้เป็น 4.20 GHz  การ์ดจอออนบอร์ด Intel Iris Xe Graphics สำหรับการใช้งานทั่วไปรวมไปถึงงาน 3 มิติ ซึ่งนับว่าเป็นการ์ดจอออนชิปที่เทียบเคียงการ์ดจอแยกได้เลย

ทำงานร่วมกับหน่วยความจำแรมขนาด 16GB LPDDR4X Bus 4266MHz แบบ Dual Channel ส่วนพื้นที่เก็บข้อมูลก็ใช้เป็น SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB ทำให้สเปคโดยรวมนั้นลงตัวมาก ๆ สำหรับการใช้งานพื้นฐาน เล่นอินเตอร์เน็ตเว็บไซต์ ทำเอกสาร ดูหนัง ฟังเพลง หรืองานมืออาชีพสำหรับภาพธุรกิจ เน้นพกพาไปใช้งานนอกสถานที่

Lenovo ThinkBook 13s

อีกส่วนที่น่าสนใจก็คือหน้าจอ โดย Lenovo ThinkBook 13s ใช้หน้าจอขนาด 13.3″ ความละเอียดระดับ WQXGA (2560 x 1600) อัตราส่วน 16:10 ซึ่งมีความละเอียดที่มากกว่าสัดส่วนที่มากกว่าจอทั่วๆ ไป ขอบจอบางเฉียบ พาเนลจอแบบ IPS ที่ให้มุมมองกว้างถึง 178 องศา ซึ่งจัดว่าเป็นสเปคจอที่เหมาะสำหรับการใช้งานแทบทุกรูปแบบ มาพร้อม Windows 10 Pro และซอฟต์แวร์จากทาง Lenovo Vantage ที่ช่วยในการจัดการปรับแต่ง

พอร์ตเชื่อมต่อก็มาพร้อมพอร์ตจำเป็นค่อนข้างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น USB 3.2 Type-A ที่เป็นมาตรฐาน จำนวน 2 พอร์ต ที่สำคัญได้พอร์ตชาร์จไฟเป็นมาตรฐาน Thunderbolt 4 ด้วย ส่วนช่องเสียบหูฟัง 3.5 ม.ม. และ HDMI ยังมีมาให้ การเชื่อมต่อไร้สายจะเป็นมาตรฐาน Wi-Fo 6 AX (2×2) และ Bluetooth 5.0 นอกจากนี้ยังมี Finger Print สำหรับใช้งานร่วมกับฟังก์ชัน Windows Hello เพื่อล็อกอินโดยใช้การสแกนนิ้วอีกด้วย  สำหรับประกันเป็น 1 ปี ตามมาตรฐาน Lenovo

Lenovo ThinkBook 13s G2 ITL (i5) ราคา 25,940 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i5-1135G7
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • RAM : 8GB LPDDR4X 4266 MHz 
  • DISPLAY: 14″ IPS Full HD
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Pro (64 Bit)

Lenovo ThinkBook 13s G2 ITL (i7) ราคา 30,000 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i7-1165G7
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • RAM : 8GB LPDDR4X 4266 MHz 
  • DISPLAY: 14″ IPS Full HD
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Pro (64 Bit)

Hardware / Design

ดีไซน์การออกแบบโดยรวมของ Lenovo ThinkBook 13s นั้นจะดูเล็กกว่าโน๊ตบุ๊คหน้าจอ 13.3″ แบบสมัยก่อนอยู่พอสมควร เนื่องด้วยขอบจอที่บางกว่าปกติ ทำให้ตัวเครื่องดูเล็ก กะทัดรัด เหมาะกับการพกพา พร้อมได้หน้าจอความละเอียดสูง ที่มากกว่า Full HD ส่งผลให้ Lenovo Notebook รุ่นนี้เป็นอีกหนึ่ง Ultrabook ปี 2021 ที่น่าใช้งานสุดๆ ด้วยน้ำหนักเพียง 1.26 กิโลกรัม กับความบางของตัวเครื่องเพียง 14.9 มิลลิเมตรเท่านั้น สำหรับหน้าจอสามารถกางได้ถึง 180 องศาเลยทีเดียว

Lenovo ThinkBook 13s

ด้วยดีไซน์ออกมาได้ขอบหน้าจอบางแบบเพียง 5 ม.ม. ส่วนของตัวเครื่องทั้งหมดจะใช้เป็นอลูมิเนียมเป็นส่วนประกอบ ทำให้ได้ข้อดีมาก็คือทั้งความแข็งแรงและน้ำหนักที่เบา พร้อมสีสันสีเงิน Mineral Grey ส่งผลให้ภาพลักษณ์โดยรวมของตัวเครื่องดูหรูหราให้อารมณ์พรีเมียมสุดๆ พร้อมให้ลุคทันสมัยแต่แฝงไว้ด้วยความเรียบหรูเป็นทางการ ภายในติดตั้งด้วยวัสดุและเทคโนโลยีที่ให้ความปลอดภัยและประสิทธิภาพการใช้งานระดับองค์กรตามแบบฉบับเครื่องคอมพิวเตอร์ตระกูล Think อย่างรุ่นพี่ ThinkPad ด้วย 

Lenovo ThinkBook 13s

ตัวเครื่องมีการออกแบบโดยรวมให้ดูทันสมัยและเรียบง่าย โลโก้ Lenovo จะมีอยู่ 2 จุดเท่านั้น คือ มุมบนฝาหลังด้านซ้าย ส่วนฝาหลังจะโดดเด่นด้วยการทำพื้นที่แบบ 2 โซน พร้อมโลโก้ ThinkBook ขนาดใหญ่ที่ขอบตัวเครื่องด้านขวา ตามมาด้วยการใส่รายละเอียดในการทำให้ตัวเครื่องมีลักษณะงานประกอบทั้งหมดแทบจะเป็นชิ้นเดียวกัน แบบ Unibody ส่งให้เวลาที่เราจับถือหรือใช้งานจะรู้สึกว่าแน่นหนา ซึ่งจากการใช้งานจริงพื้นผิวบางนี้เป็บรอยนิ้วมือค่อนข้างยาก ฉะนั้นหายห่วงเรื่องความสะอาดได้เลย หรือถ้าจะเช็ดก็ง่ายดาย

Lenovo ThinkPad 13s Core i Gen 11 Review 37

อีกหนึ่งจุดเด่นของ Lenovo ThinkBook 13s เป็นโน๊ตบุ๊คบางเบาที่ทรงประสิทธิภาพในการทำงานทั่วไปเน้นการพกพา แบบที่หารุ่นเปรียบเทียบได้ยาก ที่สำคัญ Lenovo ThinkBook 13s นั้นผ่านการทดสอบคุณภาพและความน่าเชื่อถือหลายอย่าง อาทิ การป้องกันน้ำหกเข้าสู่เครื่อง 60 มิลลิลิตร การทนต่ออุณหภูมิสูงและการสั่นสะเทือน และทดสอบบานพับโลหะผสมที่ใช้เทคโนโลยี Powdere-Metal ด้วยการเปิด-ปิดกว่า 25,000 รอบ ทั้งยังและเคลือบด้วยโลหะอินเดียมและสแตนเนียมเพื่อเพิ่มความทนทานต่อการกัดกร่อน และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการรับสัญญาณ Wi-Fi

Lenovo ThinkBook 13s

นอกเหนือจากนี้ Lenovo Notebook รุ่นนี้ยังมีการออกแบบภายในโดยใช้พัดลมระบายความร้อนแบบ 1 ตัว ในการท่ายเทความร้อนออกไปจากช่องทางใต้หน้าจอ โดยดูดลมเย็นจากใต้ตัวเครื่องพร้อมทั้งช่องคีย์บอร์ด ทำให้การทำงานแบบเต็มประสิทธิภาพก็ยังถ่ายเทความร้อนได้อย่างรวดเร็วน่าประทับใจ ในการใช้งานไปแทบจะไม่รู้สึกถึงความร้อนภายใน ส่วนใต้ตัวเครื่องก็มาพร้อมงานประกอบเรียบร้อยมาตรฐานโน๊ตบุ๊ค Lenovo ระดับสูง เรียกได้ว่าเป็นการต่อยอดจากรุ่นก่อนหน้าในหลายๆ ส่วนด้วย 

Lenovo ThinkPad 13s Core i Gen 11 Review 39

แม้หน้าตาโดยรวมจะเหมือนกับโน๊ตบุ๊คปกติทั่วไป แต่แตกต่างด้วยฟังก์ชั่น Windows Modern Standby ที่มากับ ThinkBook 13s ช่วยให้เครื่องเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนเพื่อเช็คอีเมล์, รับสายผ่าน Skype และอัพเดทแอพพลิเคชั่น Windows ทำได้ง่ายแม้ในขณะที่หน้าจอเครื่องปิดพับปิดอยู่  ฟังก์ชั่น Smart Power On ช่วยให้เครื่องพร้อมใช้งานจากโหมดแสตนบายได้อย่างรวดเร็วเพียงแค่กดปุ่มหรือสั่งงานผ่านเสียง พร้อมเพิ่มเฟิร์มแวร์ TPM 2.0 เพื่อใช้การใช้งาน Windows 10 security และ User Data Encryption ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Lenovo ThinkPad 13s Core i Gen 11 Review 9
Lenovo ThinkPad 13s Core i Gen 11 Review 8
Lenovo ThinkPad 13s Core i Gen 11 Review 20
Lenovo ThinkPad 13s Core i Gen 11 Review 21
Lenovo ThinkPad 13s Core i Gen 11 Review 28
Lenovo ThinkPad 13s Core i Gen 11 Review 48
Lenovo ThinkPad 13s Core i Gen 11 Review 58
Lenovo ThinkPad 13s Core i Gen 11 Review 60
Lenovo ThinkPad 13s Core i Gen 11 Review 62

Keyboard / Touchpad

คีย์บอร์ดนั้นตัวปุ่มเป็นสีเดียวกับตัวเครื่องพร้อมตัวอักษรโปร่งแสง มีการออกแบบมาให้ปุ่มมีความโค้งรับกับนิ้วมือได้พอดีสไตล์ Lenovo ทำให้สามารถพิมพ์ได้ง่ายขึ้น กับมาตรฐานคีย์บอร์ด 4 แถวขนาด Full Size อีกทั้งด้านการใช้งานในการพิมพ์ ก็ยังเด้งตอบสนองได้เป็นอย่างดีทั้งขนาดแป้นพิมพ์ที่รับกันนิ้วและช่องว่างระหว่างแป้นที่ทำให้มีความแม่นยำในการกดในส่วนของไฟ LED Backlit ก็สามารถใช้งานได้ดีทีเดียว ส่วนปุ่มเปิดเครื่องจะไปอยู่ที่มุมขวาบนพร้อมไฟส่องสว่างแสดงสถานะ

Lenovo ThinkBook 13s

ทัชแพดมีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่เมื่อเทียบกับขนาดตัวเครื่อง ส่วนดีไซน์นั้นก็ใช้เป็นแบบไม่มีปุ่มแยกออกมาเช่นเดียวกับโน๊ตบุ๊คปัจจุบันหลายๆ รุ่น การใช้งานจัดได้ว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจ ที่สำคัญการเข้าใช้งานผ่านทาง Windows Hello ของ Windows 10 ยังสามารถทำได้ด้วยระบบสแกนลายนิ้วมือจากปุ่ม Power (มีไฟ LED สีขาว) ที่เป็นปุ่มเดียวกับ Finger Print แน่นอนว่าทำให้เราไม่ต้องกรอกรหัสแบบเดิมๆ อีกต่อไป แถมยังปลอดภัยและรวดเร็วด้วย ซึ่งจากการใช้งานจริงแล้ว ถือว่าทำได้ดีได้ไวมากๆ ไม่ต่างจากสมาร์ทโฟนในตลาดปัจจุบันเลย

Lenovo ThinkPad 13s Core i Gen 11 Review 16
Lenovo ThinkPad 13s Core i Gen 11 Review 17
Lenovo ThinkPad 13s Core i Gen 11 Review 18

Screen / Speaker

หน้าจอของ Lenovo ThinkBook 13s เป็นแบบด้านขนาด 13.3″ ความละเอียด WQXGA ที่ 2560 x 1600 พิกเซล พาเนล IPS ที่ให้มุมมองกว้างถึง 178 องศา ที่ให้ภาพคมชัด สวยงามทุกมุมมอง เมื่อประกอบกับขอบจอที่บางเฉียบ กว่า 97% เป็นหน้าจอแสดงผล ล้ำหน้าด้วยเทคโนโลยีที่สมจริงอย่าง Dolby Vision และเทคโนโลยีภาพไดนามิกสูง (HDR) ที่เข้ามาช่วยเพิ่มความคมชัดและแสดงเม็ดสีแม่นยำ พร้อมรายละเอียดที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ทำให้การทำงานต่างๆ เปิดหน้าเว็บ การชมภาพยนตร์ ซีรีส์ รวมถึงการเล่นเกมดูเต็มอารมณ์มากยิ่งขึ้น ส่วนขอบจอด้านบนจะเป็นตำแหน่งของกล้องหน้าและไมโครโฟน 2 ตัวที่ซ่อนเอาไว้อย่างเรียบเนียน พร้อมระบบ 

Lenovo ThinkPad 13s Core i Gen 11 Review 4

อีกทั้งใส่ยางขอบจอมาตลอดแนวของจอเลย ต่างจากโน๊ตบุ๊คอื่นๆ ที่มักจะติดตั้งมาเป็นจุดๆ ในบางตำแหน่งเท่านั้น ซึ่งยางนี้จะมีประโยชน์ก็ในการซับแรงกระแทกที่เกิดในเวลาที่จอพับอยู่ได้ และที่ถึงแม้ขอบจอจะบางแต่ก็ยังติดตั้งกล้องเว็บแคมไปอยู่บริเวณขอบจอด้านบนของหน้าจอได้ ที่สำคัญยังมาพร้อมฟีเจอร์ ThinkShutter ม่านชัตเตอร์ปิดเลนส์กล้องที่ทำให้เรามั่นใจว่ากล้องจะเห็นในเวลาที่เราต้องการใช้งานเท่านั้น การใช้งานก็ง่ายมากๆ ด้วยการใช้นิ้วเลื่อนเปิดหรือปิดการใช้งานเท่านั้น

Lenovo ThinkPad 13s Core i Gen 11 Review 5
Lenovo ThinkPad 13s Core i Gen 11 Review 6
Lenovo ThinkPad 13s Core i Gen 11 Review 23

ให้ขอบเขตความกว้างของสีสันเทียบเท่ากับมาตรฐาน sRGB ที่ 97% และ AdobeRGB ที่ 74% เรียกได้ว่าให้ประสิทธิภาพเรื่องของสีสันอยู่ในระดับที่น่าประทับใจมาก ความสว่างหน้าจอสูงสุดอยู่ที่เกือบๆ 300 cd/m2 ซึ่งจัดได้ว่าอยู่ในเกณฑ์ดีกว่ามาตรฐานความสว่างของหน้าจอในโน๊ตบุ๊คทั่วไป คือ พอสู้แสงกลางแจ้งได้สบายๆ เหมาะกับการใช้งานนอกสถานที่ รวมไปถึงการทำงานภาพกราฟิกหรือตกแต่งภาพที่เน้นมืออาชีพมากๆ ก็ทำได้ดีเช่นกัน ยิ่งได้เรื่องความละเอียดหน้าจอที่สูงกว่า Full HD ด้วย ยิ่งตอบโจทย์ได้ยอดเยี่ยม

s1 12
s2 12
s3 12

ต่อกันที่วัดความสว่างของหน้าจอตามตำแหน่งต่างๆ โดยแบ่งเป็น 9 ช่อง เทียบจากช่องกลางที่ปกติแล้วจะให้ความสว่างที่มากที่สุด ที่จะเห็นได้ว่าช่องมุมขวาบนของจอเป็น 0% ก็คือแสดงความสว่างได้เต็มที่ที่สุด แต่สำหรับช่องแถวล่างช่องกลางนจะมีแสงสว่างที่ลดลงแค่ระดับ 15%ในการทดสอบก็เพื่อให้เราใช้งานอย่างระมัดระวังสำหรับคนที่บังเอิญจำเป็นต้องใช้งานภาพถ่าย หรืองานกราฟิกอื่นๆ ปิดท้ายด้วยคะแนน 4 เมื่อทดสอบด้านการแสดงผลต่างๆ ทั้งหมดแล้ว ผ่านทางอุปกรณ์ Spyder5Elite

Lenovo ThinkPad 13s Core i Gen 11 Review 9

ด้านของลำโพงสเตอรีโอใช้เป็นแบรนด์คุณภาพอย่าง HARMAN พร้อมมีเทคโนโลยี Dolby Atmos ให้เสียงที่ดีมาก และสามารถจำลองเสียง 360 องศาได้ โดยถูกติดตั้งบริเวณด้านล่างซ้ายขวาขอบตัวเครื่อง ในเรื่องของความดังของเสียงเรียกว่าทำออกมาได้อย่างน่าประทับใจทีเดียว ส่วนในเรื่องคุณภาพเสียงนั้น ถือว่าดีกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปแบบรู้สึกได้ ซึ่งเพียงพอกับการใช้งานดูหนังฟังเพลงแบบสบายๆ แล้ว ส่วนใครจะเอาไปต่อกับหูฟังหรือลำโพงเพิ่ม ก็สามารถทำได้หากว่าต้องการคุณภาพเสียงที่ดีมากยิ่งขึ้นไปอีก

Lenovo ThinkPad 13s Core i Gen 11 Review 50
Lenovo ThinkPad 13s Core i Gen 11 Review 51
Lenovo ThinkPad 13s Core i Gen 11 Review 52

Connector / Thin And Weight

พอร์ตการเชื่อมต่อตัวเครื่อง Lenovo ThinkBook 13s นี้จัดว่าเป็นโน๊ตบุ๊คบางเบาที่มีการกระชับพื้นที่มากๆ แต่ยังมีพอร์ตการเชื่อมต่อที่ครบครันอยู่ ไม่ว่าจะเป็น USB 3.2 Type-A จำนวน 2 พอร์ต (รองรับการชาร์จไฟ) ที่ติดตั้งอยู่ทางด้านซ้าย พร้อมติดตั้งพอร์ต Thunderbolt 4 จำนวน 1 พอร์ต ที่เป็น Full Function ที่ประกอบไปด้วย USB 3.2 / DisplayPort / PD รองรับการชาร์จไฟในตัวอีกด้วย และ HDMI ไว้เชื่อมต่อแสดงผลหน้าจอภายนอก พร้อมช่องต่อหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มิลลิเมตร

Lenovo ThinkPad 13s Core i Gen 11 Review 39

ขนาดของตัวเครื่องและสายชาร์จ เมื่อเทียบกับขนาดของโน๊ตบุ๊ค 13.3″ ทั่วไปถือได้ว่ามีมิติที่เล็กกว่าพอสมควร ส่วนน้ำหนักตัวเครื่องเปล่านั้น อยู่ที่ 1.26 กิโลกรัม และเมื่อรวมกับตัวก้อนอแด็ปเตอร์เข้าไปด้วย ก็จะมีหนักราวๆ 1.5 กิโลกรัมเท่านั้น ก็จัดว่ามีน้ำหนักที่มีความเบามากๆ เลย แน่นอนว่าตอบสนองในเรื่องของการพกพาไปนอกสถานที่ได้อย่างเต็มรูปแบบ สมกับเป็นโน๊ตบุ๊คเน้นประสิทธิภาพในยุคปัจจุบันทีเดียว

Lenovo ThinkPad 13s Core i Gen 11 Review 40
Lenovo ThinkPad 13s Core i Gen 11 Review 34
Lenovo ThinkPad 13s Core i Gen 11 Review 63

Performance / Software  

Lenovo ThinkBook 13s สเปก Core i Gen 11 เมื่อตรวจสอบข้อมูลของชิปประมวลผลด้วยโปรแกรม CPU-Z ก็พบว่าข้อมูลขึ้นมาครบถ้วนเลยครับ โดยเลือกใช้ชิป Intel Core i5-1135G7 ที่มี 4 คอร์ 8 เธรดสำหรับการประมวลผล ความเร็วที่ 2.40 – 4.20 GHz มีค่า TDP ในการปลดปล่อยความร้อนสูงสุดแค่ 12W – 28W เท่านั้น ซึ่งจัดว่าต่ำมากสำหรับชิป Core i5 ในโน๊ตบุ๊ค ทำให้ตัวเครื่องโดยรวมไม่ร้อนจนเกินไป ทั้งนี้ก็เนื่องมาจากการใช้สถาปัตยกรรมการผลิตที่ระดับ 10 นาโนเมตร อย่าง Tiger Lake เทคโนโลยีสุดล้ำ SuperFin

ที่ต้องบอกว่าสร้างมาตรฐานประสิทธิภาพที่มากกว่าชิปประมวลผลรุ่นก่อนๆ แรงเพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไปมากๆ หรือถ้างานที่ต้องประมวลผลจริงจังก็รองรับได้อย่างสบายๆ ส่วนแรมได้ขนาด 16GB LPDDR4X แบบฝังเมนบอร์ดทำให้ไม่สามารถอัพเกรดได้ เป็นมาตรฐาน 4266MHz ตามเทคโนโลยีของ Intel Core i Gen 11 ที่ผ่านการปรับแต่งให้เหนือชั้น  พร้อมให้ที่เก็บข้อมูล SSD M.2 NVMe PCIe ความเร็วสูงสุด ที่สามารถขับเคลื่อนระบบปฏิบัติการ Windows 10 แบบลื่นไหลอย่างที่สุด ในทุกๆ การทำงาน

c1 13.   c2 13

การ์ดจอเป็นแบบออนบอร์ดรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Intel Iris Xe Graphics ที่ให้พลังในการประมวลผลที่ดีในระดับที่ก้าวกระโดดกว่ารุ่นก่อนๆ อย่างในเรื่องของกราฟิก 2 มิตินั้นก็รองรับได้อย่างสบายๆ หรือถ้าเป็น 3  มิติก็ต้องบอกว่ารองรับการทำงานได้ในระดับเบื้องต้นหรือระดับสูง รองรับการทำงานกับหน้าจอความละเอียดสูงอย่าง 4K / 8K ได้แบบไม่มีปัญหา

เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเพิ่มพลังการสร้างสรรค์คอนเทนต์ มองหาความบันเทิง หรือการเล่นเกมเปี่ยมอรรถรส  ประสิทธิภาพที่เรียกได้ว่าใกล้เคียงกับการ์ดจอแยกเลยทีเดียว ซึ่งสามารถเล่นเกม 3 มิติ พอได้บ้าง อย่างไรก็ตามในการใช้งานจริงๆ จะแรงแค่ไหนขึ้นอยู่กับระบบระบายความร้อนด้วย เดี๋ยวไปดูผลทดสอบกันอีกที 

g1 12.   g2 10

สำหรับโปรแกรมทดสอบ CINEBENCH R15 / R20 ที่เน้นในเรื่องของพลังชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 คะแนนก็อยู่ในระดับสูงสุดๆ ที่น่าประทับใจสมกับเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด เปรียบเทียบกับชิปประมวลผลรุ่นก่อนๆ ก็ทำได้ดีกว่าแบบชัดเจนทีเดียว รวมไปถึงตัวการ์ดจอเองก็มีประสิทธิภาพสูงเช่นเดิม เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในส่วนของงานประมวลผลหนักๆ ได้อย่างสบายๆ รวดเร็วทันใจแบบสุดๆ สมกับเป็นชิปประมวลผลตัวบนในรุ่นใช้งานเต็มกำลัง และการ์ดจอระดับบน ที่เน้นการทำงานเป็นหลัก

cine15 11.   cine20 13

ตัวเก็บข้อมูลของเครื่องที่เลือกใช้ SSD ก็ทำคะแนนออกมาได้อย่างรวดเร็วเป็นที่น่าพอใจบนขนาดความจุ 512GB แบบ M.2 NVMe PCIe ระดับความเร็วสูงสุดในตลาด แน่นอนว่าเร็วกว่า SSD M.2 SATA 3 หรือ SSD M.2 NVMe PCIe แบบทั่วไป ยิ่งเมื่อนำไปใช้เทียบกับฮาร์ดดิสก์แบบจานหมุนแล้วละก็จะเห็นถึงประสิทธิภาพทั้งในด้านการทดสอบและในด้านการใช้งานจริงที่แตกต่างกันอย่างเห็นเห็นได้ชัด เรียกได้ว่าเปิดอะไรปุ๊บก็ติดปั๊บ ที่ต้องบอกว่าความเร็วระดับการอ่านที่ราวๆ 4933 MB/s และเขียนที่ 2966 MB/s เป็นระดับความเร็วในการเขียนอ่านทำงานโดยรวมที่น่าประทับใจ จัดว่าเป็น SSD M.2 NVMe ระดับบนอย่างแท้จริง

ssd 13  

การทดสอบประสิทธิภาพกับโปรแกรม PCMark 10 Advance ซึ่งสามารถทำคะแนนการทดสอบรวมได้มากถึง 4,580 คะแนน ถือได้ว่าในส่วนของการใช้งานทั่วไปโดยรวมนั้นสอบผ่านแบบสบายๆ ทั้งในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร งานตกแต่งรูปภาพ รวมถึงงานตัดต่อวิดีโอ  จากการที่เป็นโน๊ตบุ๊คใช้ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 อย่าง i5-1135G7 ที่แม้ไม่มีการ์ดจอแยก แต่ด้วยชิปประมวลผลที่มีการ์ดจอออนบอร์ดตัวแรงอย่าง Iris Xe Graphics พร้อม AI เทคโนโลยี 10 นาโนเมตร SuperFin ทำให้มีคะแนนพุ่งกว่าโน๊ตบุ๊คในสเปกใกล้เคียงกันกับ Gaming Notebook หลายๆ รุ่นเลยทีเดียว

pc10 10

ทดสอบเกมเพื่อดูเฟรมเรมในการเล่นเกม โดยเฉลี่ยของเฟรมเรท (FPS) จากทั้ง 3 เกมออนไลน์ เกมที่ได้ทดสอบมีค่าเฟรมเรทเฉลี่ยค่อนข้างลื่นไหล น่าประทับใจทีเดียว เมื่อเทียบกับโน๊ตบุ๊คที่ไม่ได้เน้นเล่นเกมมาก ซึ่งตรงนี้ก็สามารถชี้วัดความสามารถในการเล่นเกมที่กราฟิกละเอียดๆ และภาพสวยๆ ได้ลื่นไหลเป็นอย่างดีเลย จากการที่สเปกภายในเป็นชิปประมวลผล Intel Core i5-1135G7 การ์ดจอออนชิป Iris Xe Graphicss ได้ดีเยี่ยม ประกอบกับใช้แรม 16GB LPDDR4X Bus 4266MHz รวมไปถึง SSD ระดับสูงก็ส่งผลช่วยด้วย

game test 4

สำหรับเกมออนไลน์อย่าง DOTA 2 ก็จัดการทดสอบแบบปรับสุดหมด ซึ่งเป็นความละเอียดที่จะสามารถเล่นให้ลื่นได้ สำหรับรายละเอียดภาพอื่นๆ ก็เรียกได้ว่าเปิดทุกอัน  ผลที่ได้ออกมาก็คือสามารถเรนเดอร์ได้อย่างไหลลื่นในระดับเฟรมเรทที่เฉลี่ยที่ 44 แต่ฉากตะลุมบอนกันก็เฟรมเรทลดลงไปที่ 18 (อยากลื่นกว่านี้ก็ปรับกลางๆ ได้) และในส่วนของเกม Overwatch ที่ปรับ Low ทดสอบแล้วจะมีเฟรมเรทเฉลี่ยอยู่ที่ 107 ซึ่งต่ำสุดอยู่ที่ 81 รวมไปถึงเกมกินสเปกอย่าง PUBG เฟรมเรทก็ทำออกมาได้ลื่นไหลพอตัว เรียกได้ว่าแรงกว่ารุ่นก่อนที่มีการ์ดจอแยกเยอะเลย

lenovo

ที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือ Lenovo Vantage ก็เรียกได้ว่าเป็นซอฟแวร์ที่มีประโยชน์มาก ช่วยให้ผู้ใช้สามารถจัดการและควบคุมในหลายๆ ส่วนของเครื่องได้ เรียกได้ว่าค่อนข้างละเอียดมากทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นอัพเดทไดร์เวอร์ล่าสุด การเปิดปิดอุปกรณ์ต่างๆ ภายในเครื่อง ตั้งค่าทัชแพด การเชื่อมต่อไร้สาย แบตเตอรี่ กล้องเว็บแคม ระบบเสียง และ Fingerprint ที่ต้องบอกว่าซอฟต์แวร์ต่างๆ นั้นไม่ได้ติดตั้งมาให้หนักเครื่องเปล่าๆ แต่สามารถใช้งานได้จริง และใช้งานได้ดีอีกด้วย

Battery / Heat / Noise

แบตเตอรี่ของ Lenovo ThinkBook 13s เป็นแบบฝังไว้ในเครื่องเหมือนกับโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่นในปัจจุบัน ตัวแบตเตอรี่มีขนาด ประมาณ 4,500 mAh สามารถทำงานต่อเนื่องยาวนานประมาณ 9:35 ชั่วโมงต่อเนื่องในการใช้งานแบบดู YouTube ผ่าน Wi-Fi ถือได้ว่าเป็น Ultrabook หน้าจอ 13.3″ อีกรุ่นหนึ่งเลยที่มีแบตเตอรี่ที่ใช้ได้ยาวนานในระดับนึง ในการใช้งานจริงก็ถือว่าน่าประทับใจแล้ว พกพาไปใช้งานนอกสถานที่ทั้งวันได้เลย ที่สำคัญมีเทคโนโลยีรองรับระบบชาร์จเร็ว (Rapid Charge) ที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้ถึง 80% ภายในระยะเวลา 1 ชั่วโมง ด้วยอแดปเตอร์ขนาด 65Watt

batt1 1 

ผลการตรวจสอบอุณหภูมิขณะเครื่องทำงานปกติ มีเปิดโปรแกรมทำงานอยู่ด้วยบางส่วน โดยทดสอบเมื่ออยู่ในห้องแอร์อุณหภูมิประมาณ 26 องศา พบว่าความร้อนของ CPU จะอยู่ในช่วง 30 – 50 องศา ซึ่งจัดว่าอยู่ในระดับปกติของโน๊ตบุ๊คบางเบาที่ใช้ชิป Core i5 ส่วนถ้าเป็นอุณหภูมิหลังจากทดสอบงานประมวลผลหนักๆ แล้ว จะเห็นว่าอุณหภูมิสูงสุดของ CPU นั้นไปสูงสุดที่ 94 องศาเซลเซียส ซึ่งความร้อนที่แผ่ออกมานั้นก็ไม่ได้รบกวนการทำงานแต่อย่างใด รวมไปถึงถ้าไม่ใช้งานหนัก ตัวเครื่องเองก็ระบายความร้อนออกไปได้อย่างรวดเร็วดี

temp2 3

Conclusion / Award

เรียกได้ว่ามีความน่าสนใจจริงๆ สำหรับโน๊ตบุ๊คอีกหนึ่งรุ่นที่ทุกๆ คนให้ความสนใจอย่าง Lenovo ThinkBook 13s Gen 2 ที่ต่อยอดความสำเร็จจากซี่รีส์ ThinkPad และ Ideapad ได้เป็นอย่างดี มาพร้อมความสมบูรณ์แบบพร้อมเปลี่ยนเป็นซีรีส์เป็น ThinkBook ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของดีไซน์การออกแบบ ภาพลักษณ์ วัสดุ งานประกอบ รวมไปถึงสเปคประสิทธิภาพและประสบการณ์ใช้งาน สมกับเป็น Ultrabook ระดับสูงของทาง Lenovo ที่ทุกคนต่างให้ความนิยม ที่สำคัญคือความเชื่อใจในระดับการทำงานมืออาชีพ

Lenovo ThinkPad 13s Core i Gen 11 Review 45

รวมถึงตัวเครื่องยังผ่านการทดสอบคุณภาพและความน่าเชื่อถือหลายอย่าง อาทิ การป้องกันน้ำหกเข้าสู่เครื่อง 60 มิลลิลิตร การทนต่ออุณหภูมิสูงและการสั่นสะเทือน และทดสอบบานพับโลหะผสมที่ใช้เทคโนโลยี Powdere-Metal ด้วยการเปิด-ปิดกว่า 25,000 รอบ ทั้งยังและเคลือบด้วยโลหะอินเดียมและสแตนเนียมเพื่อเพิ่มความทนทานต่อการกัดกร่อน และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการรับสัญญาณ Wi-Fi เรียกได้ว่ามีความพิเศษเหนือชั้นกว่ากลุ่มโน้ตบุ๊คในตลาดทั่วไป 

กับราคาเริ่มต้นที่ 25,490 บาท ถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ชูเรื่องของนวัตกรรมของทาง Lenovo ในกลุ่มของ Notebook สายทำงานที่คุ้มค่าอีกหนึ่งรุ่น พร้อมกันนั้นยังได้ในส่วนของแพลตฟอร์ม Intel EVO ที่ตอกย้ำเรื่องของประสิทธิภาพโดยรวมในทุกๆ ด้าน ซึ่งส่วนตัวเองก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีที่ได้สัมผัสและรีวิวโน๊ตบุ๊คแบบนี้เหมือนกัน อีกทั้งถือว่าเป็น Notebook อีกรุ่นที่สามารถเทียบเคียงกับ MacBook Air M1 ได้เลยด้วย

Lenovo ThinkPad 13s Core i Gen 11 Review 24

Award

โดยในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับโน๊ตบุ๊คในกลุ่มเครื่องบางเบา ขนาดหน้าจอ 13.3″ ซึ่ง Lenovo ThinkBook 13s Gen 2 ได้รับรางวัลต่างๆ ดังนี้

Best Design

ดีไซน์โดยรวมของ Lenovo ThinkBook 13s มีความโดดเด่นเรื่องสีสัน รวมถึงหน้าจอขอบบางแบบบางพิเศษ ที่ทำให้สามารถใช้งานจอขนาด 13.3 นิ้วภายในตัวเครื่องที่มีขนาดเล็กกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปที่ใช้จอขนาดเดียวกัน อีกทั้งความบางเบาคือจุดเด่น ด้วยตัวเครื่องที่มีขนาดเล็กกระทัดรัดมากๆ บางแค่ 15.9 มิลลิเมตร เบาเพียง 1.4 กิโลกรัม ทำให้เป็นโน๊ตบุ๊คที่เหมาะมาก ๆ สำหรับการพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ และนอกจากความบางเบา ยังมีความแข็งแกร่งอีกด้วย จากการใช้วัสดุอลูมิเนียมตลอดทั้งตัวเครื่อง

NBS award 7 Design

Best Mobility

ปัจจัยสำคัญของด้าน Mobility ก็คือขนาดที่กะทัดรัด พร้อมตัวเครื่องที่มีความแข็งแรงทนทาน แบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นาน และการเชื่อมต่อแบบไร้สายที่ครอบคลุม ซึ่ง Lenovo ThinkBook 13s ตอบโจทย์ทั้งสามด้านได้อย่างครบถ้วนครับ กับตัวเครื่องบางเบา และการเชื่อมต่อแบบไร้สายที่รองรับทั้ง Wi-Fi 6 AX (2×2) รวมถึง Bluetooth 5 ส่วนแบตเตอรี่ก็ใช้งานได้ยาวนานประมาณ 9:35 ชั่วโมง แทบไม่ต้องพกอแดปเตอร์กันเลยทีเดียว หรือจะชาร์จไฟกลับก็สามารถทำได้รวดเร็ว และรองรับ USB PD ด้วย 

NBS award 4 Mobility

Best Performance

Lenovo ThinkBook 13s มีสเปคที่ครบครันและทรงพลังที่สุดรุ่นนึง ทั้งชิบประมวลผล Intel Core i Gen 11 Tiger Lake การ์ดจอออนชิป Intel Iris Xe Graphics ที่ทรงพลังมาก พร้อมแรมตัวเครื่องที่ให้มา 16GB และ SSD M.2 ความเร็วสูงสุด ความจุ 512GB  และให้การเข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็วสูงรองรับการทำงานต่างๆ พร้อมๆ กันได้หลายๆ งาน รวมถึงเล่นเกมได้อย่างลื่นไหล รวมไปถึงหน้าจอ IPS เกรดสูง ที่ความละเอียด 2560 x 1600 แสดงผลภาพดีมาก ทั้งทำงานหรือเล่นเกมก็สมบูรณ์แบบ รองรับการทำงานต่างๆ พร้อมๆ กันได้หลายๆ งาน

award new performance

from:https://notebookspec.com/web/573401-review-lenovo-thinkbook-13s-core-i5-i7

รีวิว Lenovo Legion 5i สเปก Core i7-10750H + GeForce RTX 2060 ดีไซน์เฉียบ แรงลื่นครบเครื่อง ทำงานก็ดีเล่นเกมก็เยี่ยม

Lenovo Legion 5i จัดว่าเป็นหนึ่ง Gaming Notebook สเปก Intel Core i Gen 10H ประจำปี 2020 – 2021 ที่ได้รับความสนใจไม่แพ้รุ่นอื่นๆ ด้วยความโดดเด่นอย่างดีไซน์ภายนอกที่เป็นเอกลักษณ์ มี DNA ที่เป็น Legion Series ชัดเจน เลือกใช้ชิปประมวลผล Core i5-10300H / Core i7-10750H ที่ทรงพลังในราคาที่เหมาะสมเมื่อเทียบกับสเปกและฟีเจอร์ทั้งหมด

จากการที่ได้ทั้งประสิทธิภาพความแรงขึ้นและร้อนน้อยลง แน่นอนว่าเลือกใช้การ์ดจอแยกเป็น NVIDIA GeForce GTX 1650 Ti / GTX 1660Ti / RTX 2060 ที่มีพลังแรงไว้ใจได้ ติดตั้งแรมเป็น 8GB/16GB DDR4 Bus 2933MHz ผสานกับ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB มีระบบปฏิบัติการ Windows 10 แท้ใช้งานได้ทันที พร้อมมีซอฟต์แวร์ Lenovo Vantage ช่วยปรับแต่ง

Lenovo Legion 5i

สำหรับ Lenovo Legion 5i นั้นเรียกได้ว่ามาครบเครื่องเป็นโน๊ตบุ๊คสำหรับการเล่นเกมขนาดหน้าจอ 15.6″ หรือ 17.3″ พาเนล IPS คถณภาพดี มีตัวเลือกเป็น Refresh Rate ที่ 144Hz ได้ขอบจอบางเฉียบ มิติตัวเครื่องเล็กกระชับ ลงตัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนรับรองได้ว่ามันสามารถที่จะสร้างประสบการณ์ในการเล่นเกมแบบใหม่ให้กับผู้ใช้งานได้อย่างสบายๆ

นอกจากเล่นเกมได้ดีแล้ว ยังรองรับทั้งการทำงานที่ต้องการประสิทธิภาพที่สูง อย่างตัดต่อวีดีโอ หรือเรนเดอร์ 3 มิติ จากการที่ดีไซน์สวยเรียบง่ายแตกต่างจาก Gaming Notebook รุ่นอื่นๆ หลายคนจึงเลือกซื้อกัน สนนราคาที่ 32,990 – 46,490 บาท ได้ประกัน 2 ปี On-site ซ่อมฟรีถึงบ้าน และบริการอื่นๆ อย่าง Call Center ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมประกันอุบัติเหตุ โดยมีเครื่องสำรองระหว่างซ่อมด้วย

NBS Verdict

สรุปรีวิว Lenovo Legion 5i รุ่นราคา 42,990 บาท สเปก Core i7-10750H + GTX 1650 Ti ทั้งการเล่นเกมหลากหลายหรือทำงานประมวลผลหนักๆ รวมไปถึงทำงานนอกสถานที่ และความบันเทิงดูหนังฟังเพลงที่บ้านแล้ว บอกได้เลยว่าทั้งในเรื่องของดีไซน์การออกแบบนั้นมีความน่าประทับใจ แตกต่างเป็นตัวเอง ไม่เหมือน Gaming Notebook รุ่นอื่นๆ พร้อมด้วยกล้องเว็บแคมที่ติดตั้งไว้ด้านบนพร้อม Privacy Shutter เรียกได้ว่ายกมาจากซีรีส์ ThinkPad เลยก็ว่าได้ 

และปุ่มทิศทางที่ตำแหน่งดีขึ้น ได้ประสบการณ์ใช้งานที่เหนือชั้น รวมไปถึงมีสเปคประสิทธิภาพสูงจาก  เหลือเฟือในการใช้งานพื้นฐาน แบตเตอรี่ก็ใช้งานได้ยาวนาน ตัวเครื่องก็ร้อนน้อยจากเทคโนโลยี Legion Coldfront 2.0 ซึ่งทำได้ดีกว่าหลายๆ รุ่น ชอบที่สุดเลยก็คือ การปรับโหมดเพียง Fn + Q เท่านั้น พร้อมมีไฟสถานะแจ้งเตือน โดยถ้าเป็นไฟสีน้ำเงินจะเป็น Quiet / ขาว คือ Balance / แดง Performance

Lenovo Legion 5i

เทียบสเปกราคากับรุ่นก่อนหน้านี้ของ Lenovo Legion 5i นับว่าได้ราคาที่คุ้มค่า แต่หลายๆ อย่างมีการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นในหลายๆ ด้าน นาทีนี้ใครกำลังจะซื้อ Gaming Notebook ปี 2021รุ่นนี้ต้องเป็นตัวเลือกแรกๆ แน่นอน รวมถึงมี USB 3.1 Type-C 3.1 ติดตั้งมา ให้และได้ USB 3.1 Type-A 3.1 ถึง 4 พอร์ตด้วยกัน นอกจากนี้ระบบเสียงก็ดีเยี่ยมจากลำโพงแบรนด์ Harman + Dolby Atmos และหน้าจอเป็น IPS เกรดสูง sRGB 94% ที่ 144Hz ได้ทั้งสมจริงและลื่นไหล เหมาะกับงานระดับมืออาชีพ 

Lenovo Legion 5i i7 RTX 2060 Review 58

อีกทั้งมี Windows 10 มาให้พร้อมใช้งานด้วย ประกันก็เป็นแบบ 2 ปี On-site Service พร้อมบริการหลังการขายอื่นๆ ที่เหนือกว่าหลายๆ แบรนด์ ในเรื่องของบริการหลังการขายที่เรามั่นใจได้มากกว่า รวมไปถึงมีรุ่นหน้าจอ 17.3″ แน่นอนตัวเครื่องก็จะมีน้ำหนักที่มากกว่าด้วย ที่ 2.98 กิโลกรัม ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานของ Gaming Notebook จอใหญ่แบบนี้ อย่างไรก็ตามสำหรับ Lenovo Legion 5i เครื่องที่เรานำมาทดสอบก็มีข้อสังเกตในเรื่องของแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้น้อยไปหน่อยเพียง 2:55 ชั่วโมงเท่านั้น (สเปก i7-10750H + GTX 1650 Ti ใช้ได้กว่า 6:30 ชั่วโมง)

Lenovo Legion 5i

จุดเด่น Lenovo Legion 5i

  • ดีไซน์การออกแบบสวยงาม งานประกอบแน่นวัสดุดี แตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ
  • ตัวเครื่องเล็กกระชับ แม้จะเป็นหน้าจอ 15.6″ แต่เล็กพอๆ กับโน๊ตบุ๊คจอ 14″
  • ตัวเครื่องมีความบางและเบาที่ 2.3 กิโลกรัมเท่านั้น ถือว่าเป็นมาตรฐาน Gaming Notebook ปี 2020
  • ประสิทธิภาพสูงด้วยชิปประมวลผล Core i7-10750H และการ์ดจอ RTX 2060
  • ได้ SSD M.2 NVMe PCIe ความเร็วแรงระดับสูง ดีกว่าในรุ่นราคาใกล้เคียงกัน
  • ประสิทธิภาพในการเล่นเกมดีลื่นไหลทั้ง แนวออฟไลน์ AAA และออนไลน์ยอมนิยม
  • หน้าจอคุณภาพสูง พาเนล IPS รองรับ Refresh Rate ที่ 144Hz / 3ms
  • คีย์บอร์ดมีไฟเป็น 4-zone RGB รองรับ anti-ghosting 100% 
  • ฟีเจอร์ TrueBlock Privacy Shutter ม่านชัตเตอร์ปิดเลนส์เว็บแคม
  • มีซอฟต์แวร์มากมาย ที่ใช้ได้จริง มาช่วยปรับแต่ง
  • มาพร้อม Windows 10 ใช้งานได้ทันที
  • มีพอร์ต USB 3.1 Type-C และ USB 3.1 Type-C จำนวน 4 พอร์ต
  • ลำโพงคุณภาพเสียงดีจาก Harman Kardon + Dolby Atmos น่าประทับใจ
  • ความร้อนที่เกิดขึ้นเมื่อใช้งานหนักๆ จัดว่ามีอุณหภูมิที่เย็นมากๆ จาก Legion Coldfront 2.0
  • ประกัน 2 ปี On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน และบริการหลังการขายอื่นๆ

ข้อสังเกต Lenovo Legion 5i

  • แบตเตอรี่ใช้งานได้ราวๆ 2:55 ชั่วโมงเท่านั้น นับว่าน้อยไปหน่อยถ้าเทียบกับสเปกอื่นๆ
  • Card Reader ไม่มีมาให้ ถ้าจำเป็นต้องใช้ต้องซื้ออุปกรณ์เพิ่มอีกที
  • อแดปเตอร์มีขนาดค่อนข้างใหญ่ เพราะจ่ายไฟถึง 230Watt

Specification

Lenovo Legion 5i รุ่นที่นำมารีวิวทดสอบเป็นสเปกชิปประมวลผล Intel Core i7-10750H ความเร็ว 2.60 – 5.0 GHz ทำงานแบบ 6 คอร์ 12 เธร์ด (12 MB L3 Cache) ประสิทธิภาพแรงลื่นในทุกๆ การใช้งาน พร้อมการ์ดจอตัวแรงอย่าง NVIDIA GeForce RTX (6GB GDDR6) ที่ให้ความแรงลื่นทั้งในการทำงานหรือเล่นเกมเหนือชั้นกว่า Gaming Notebook รุ่นก่อนๆ ที่ใช้การ์ดจอเป็น GTX Series แน่นอน 

Lenovo Legion 5i

ได้ที่เก็บข้อมูลแบบ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB รองรับการอัพเกรดเพิ่ม SSD / HDD SATA 3 ได้ภายหลัง กรณีที่อยากได้ความจุข้อมูลเพิ่มเติม ในส่วนของแรมเองมีมาให้ 16GB แบบ DDR4 Bus 2933 MHz หนึ่งแถว (อัพได้สูงสุด 32GB) ระบบปฎิบัติการเป็น Windows 10 แท้ พร้อมใช้งานตั้งแต่เปิดเครื่องครั้งแรก แน่นอนว่าสเปกแบบนี้ใช้งานทั่วไปพื้นฐานลื่นไหลแน่นอน รวมไปถึงเล่นเกมหรือทำงานหนักๆ ก็ดีเยี่ยมมากๆ 

Lenovo Legion 5i i7 RTX 2060 Review 36

พร้อมด้วยกล้องเว็บแคม HD (720p) และมีไมค์ดิจิตอลในตัว ส่วนการเชื่อมต่อก็มีมาอย่างครบถ้วน ทั้ง 1 x USB 3.1 Type-C, HDMI, 4 x USB 3.1 Type-A, Kensington lock slot, RJ-45 , Headset พร้อมยังรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth 5.0 และ Wi-Fi 6 AX เรียกได้ว่าให้มามากกว่า Gaming Notebook รุ่นอื่นๆ ชัดเจน

ส่วนการรับประกันแน่นอนว่าเป็น ประกัน 2 ปี On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน รวมไปถึงมีประกันอุบัติเหตุแบบเคลม 100% และมีเครื่องสำรองระหว่างใช้งาน อีกทั้งมี Call Center 24/7 ด้วย สำหรับรุ่นต่างๆ ของ Lenovo Legion 5i ที่จำหน่ายอยู่ สามารถแบ่งออกได้ตามนี้ อีกทั้งมีรุ่นหน้าจอ 17.3″ อีกด้วย กับราคาเริ่มต้นที่ 32,990 บาท จนไปถึง 46,490 บาท

Hardware / Design

Lenovo Legion 5i ต้องบอกเลยว่าเป็นการพัฒนาต่อยอดมาจาก Lenovo Legion Y540 (หรือจะเรียกว่าเป็น Lenovo Legion Y550 ก็ยังพอได้) อีกหนึ่ง Gaming Notebook ประจำปี 2020 – 2021 ที่มาพร้อมความแตกต่างจากดีไซน์ที่ดูเรียบง่าย แนวทำงานที่พกพาไปใช้งานได้ทุกที หรือเล่นเกมที่บ้านก็มีความลงตัว

กับหน้าจอความละเอียด Full HD 1920 x 1080 พิกเซล พาเนลเป็น IPS เกรดสูง รองรับ Refresh Rate ที่ 144Hz ให้ทั้งความลื่นไหลและคุณภาพดีสีสันสวยงามสมจริง เหมาะสมที่สุดสำหรับการเล่นเกมและความบันเทิงอื่นๆ ที่สำคัญยังมีดีไซน์ขอบจอที่บางเฉียบ ส่งผลให้สะดวกสบายยิ่งขึ้นแบบรู้สึกได้

Lenovo Legion 5i i7 RTX 2060 Review 3

ส่งผลให้ดีไซน์รวมๆ ของตัวเครื่องมีมิติที่เล็กกระชับ ด้วยความบางเพียง 26.3 มิลลิเมตร น้ำหนัก 2.3 กิโลกรัม ซึ่งเป็นจุดที่สมดุลทั้งในแง่ของประสิทธิภาพในการเล่นเกม และความสามารถในการพกพาได้อย่างลงตัว กับ Gaming Notebook ราคาระดับกลางๆ ที่ไม่ได้เน้นแต่ความคุ้มค่าอย่างเดียว แต่อยากได้ประสบการณ์ใช้งานที่ดีด้วย จากหน้าจอคุณภาพสูง ซึ่งเชื่อได้เลยว่าน่าจะถูกใจหลายๆ คน

คือ อยากได้โน๊ตบุ๊คเอาไปเล่นเกม แต่ไม่อยากได้ดีไซน์ Gaming ที่ดูจริงจังอย่างสีแดงฉูดฉาดมากเกินไป เพราะเครื่องเดียวกันนั้นต้องพกพาไปใช้งานด้วย ด้วยความที่สเปกเองก็แรงลื่นเอาไปทำงานหนักๆ อย่างโปรเซสไฟล์ภาพถ่ายหรือตัดต่อวีดีโอก็ได้แบบสบายๆ โดยวัสดุที่ใช้ในการประกอบตัวเครื่องนั้นจะเป็นพลาสติกทั้งหมดก็จริง โดยเลือกใช้พลาสติกเกรดสูงที่ให้สัมผัสที่ดีอีกทั้งยังทนทานไม่เป็นรอยง่ายๆ งานประกอบรวมก็มีคุณภาพมาตรฐาน

Lenovo Legion 5i i7 RTX 2060 Review 37

ตอกย้ำการออกแบบและดีไซน์ตัวเครื่องไม่ว่าจะเป็นสีสันที่เป็นตัวเครื่องเลือกที่จะให้มีความเรียบง่าย อย่างสีดำด้านออกเทาๆ เวลาที่โดนกับแสงตลอดทั้งตัวเครื่องโดยมีชื่อสีว่า Phantom Black  โดยมีโลโก้ Legion ที่ฝาหลังและบานพันแบบแกนเดียวขนาดใหญ่เป็นสีไทเทเนียม (ขอบบานพับมีโลโก้ Y แบบรุ่น Y540 อยู่) พร้อมกันนั้นก็มีโลโก้ของ Lenovo อยู่ 2 ตำแหน่งคือฝาหลังและด้านในตัวเครื่อง ส่วนด้านล่างตัวเครื่องก็จะเป็นช่องดูลมเย็นขนาดใหญ่ พร้อมยางรองยกตัวเครื่องให้สูงขึ้น

โดดเด่นด้วยการอัพเกรดระบบควบคุมอุณหภูมิและระบายความร้อน Lenovo Legion Coldfront 2.0ให้ระบบระบายความร้อนที่ดีขึ้น ผ่านใบพัดโพลีเมอร์คริสตัลเหลว 67 ใบและท่อนำความร้อนแบบทองแดง ทำให้ระบายความร้อนได้รวดเร็วมากขึ้น เพื่อระบายความร้อนออกสู่ภายนอกให้เร็วที่สุด ด้วยพัดลม 2 ตัว ฮีท์ไปป์ขนาดใหญ่ 3 เส้นพร้อมแผ่นโลหะที่ Cover ทั้ง CPU / GPU แบบเต็มพื้นที่ ทำงานร่วมกับช่องระบายความร้อน 4 ทิศทาง ขณะเดียวกันไม่ทำให้เกิดเสียงรบกวนที่ดังเกินไป โดยยังให้ประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยมอยู่

Lenovo Legion 5i i7 RTX 2060 Review 42

สรุปโดยรวมการออกแบบดีไซน์ภายนอกและวัสดุของ Lenovo Legion 5i รุ่นใหม่นั้น ทำได้ดีตามมาตรฐานของ Lenovo ที่ทุกคนไว้ใจและมั่นใจจริงๆ ซึ่งถ้าเทียบกับรุ่นก่อนหน้าก็ถือว่ายังคงรูปแบบเดิมเอาไว้ ให้ตอบโจทย์ของคนที่ต้องการโน๊ตบุ๊คเพื่อการเล่นเกมในดีไซน์เรียบๆ แต่แอบแฝงความเข้มและดุดันเอาไว้ ด้วยโลโก้ที่ดูน้อยแต่มาก รวมไปถึงการเลือกใช้ไฟคีย์บอร์ดเป็นไฟ RGB 4 โซน ซึ่งดีกว่ารุ่นก่อนหน้าที่เป็นสีขาวสีเดียว โดยเราสามารถเลือกปรับเป็นสีขาวสีเดียวแบบเดิมก็ได้ ทั้งหมดนี้ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี

Lenovo Legion 5i i7 RTX 2060 Review 8
Lenovo Legion 5i i7 RTX 2060 Review 7
Lenovo Legion 5i i7 RTX 2060 Review 12
Lenovo Legion 5i i7 RTX 2060 Review 26
Lenovo Legion 5i i7 RTX 2060 Review 31
Lenovo Legion 5i i7 RTX 2060 Review 34
Lenovo Legion 5i i7 RTX 2060 Review 38
Lenovo Legion 5i i7 RTX 2060 Review 40
Lenovo Legion 5i i7 RTX 2060 Review 54

Keyboard / Touchpad

คีย์บอร์ด Lenovo Legion TrueStrike ของ Lenovo Legion 5i แม่นยำ นุ่มนวล หนักแน่น  พร้อมไฟ RGB แบบ 4 โซน รองรับ anti-ghosting 100% และตอบสนองได้รวดเร็วใน 1ms กับมาตรฐานคีย์บอร์ด 4 แถวขนาด Full Size อีกทั้งด้านการใช้งานในการพิมพ์ ก็ยังเด้งตอบสนองได้เป็นอย่างดีทั้งขนาดแป้นพิมพ์ที่รับกันนิ้วและช่องว่างระหว่างแป้นที่ทำให้มีความแม่นยำในการกด

Lenovo Legion 5i i7 RTX 2060 Review 17

อีกทั้งสามารถเลือกปรับโหมดได้เองระหว่างโหมดการรักษาอุณหภูมิ Quiet, Balance และ Performance ด้วยกรกดปุ่ม Fn + Q นอกจากนี้ยังสามารถเร่งความแรงได้ด้วยการเปิด Dual Burn เพื่อดัน CPU และ GPU ให้มีประสิทธิภาพสูงสุดไปพร้อมๆ กัน

ในส่วนของทัชแพดนั้นได้รับการออกแบบมาใหม่ที่ดูแล้วเรียบง่าย ลักษณะเป็นแบบแยกปุ่มคลิ๊กซ้ายขวา ดูแล้วมีความสวยงามไม่น้อยเลยสำหรับการดีไซน์ออกแบบ โดยรวมแล้วให้ความรู้สึกการใช้งานที่ดี ที่สำคัญเรายังสามารถปิดทัชแพดและปุ่ม Windows แบบอัตโนมัติเมื่อเราเข้าสู่การเล่นเกม ผ่านทางฟีเจอร์นี้ในซอฟต์แวร์ Lenovo Vantage

Lenovo Legion 5i i7 RTX 2060 Review 14
Lenovo Legion 5i i7 RTX 2060 Review 11
Lenovo Legion 5i i7 RTX 2060 Review 13

Screen / Speaker

ในส่วนของหน้าจอ Lenovo Legion 5i เป็นแบบด้านที่ลดแสงสะท้อนขนาด 15.6″ บนความละเอียดในระดับ Full HD หรือ 1920 x 1080 พิกเซล ที่สำคัญพาเนลยังเป็น IPS คุณภาพสูง รองรับ Refresh Rate ที่ 144Hz / 3ms ได้ความลื่นไหลกว่า 60Hz ทั่วไป แบบรู้สึกได้แม้จะนำไปใช้งานเล่นอินเตอร์เน็ตก็ตาม ให้การแสดงผลที่สมจริงมุมมองกว้างกว่าพวกโน๊ตบุ๊คที่เป็นพาเนล TN เหมาะการใช้งานทุกประเภทแน่นอน พร้อมรองรับเทคโนโลยี VESA DisplayHDR 400

Lenovo Legion 5i i7 RTX 2060 Review 19

เมื่อลองใช้งานจริงแล้วให้ประสบการณ์ใช้งานระดับที่น่าประทับใจ ทั้งการเล่นเกม ดูหนัง หรือชมวีดีโอจาก Youtube ก็สามารถมอบประสบการณ์ความบันเทิงให้อย่างดี เรียกได้ว่า Lenovo Legion 5i ยังคงรักษามาตรฐานของ Gaming Notebook เหมือนรุ่นอื่นๆ ที่สำคัญยังมาพร้อมฟีเจอร์ TrueBlock Privacy Shutter ม่านชัตเตอร์ปิดเลนส์กล้องที่ทำให้เรามั่นใจว่ากล้องจะเห็นในเวลาที่เราต้องการใช้งานเท่านั้น การใช้งานก็ง่ายมากๆ ด้วยการใช้นิ้วเลื่อนเปิดหรือปิดการใช้งานเท่านั้น

Lenovo Legion 5i i7 RTX 2060 Review 18
Lenovo Legion 5i i7 RTX 2060 Review 16
Lenovo Legion 5i i7 RTX 2060 Review 15

การทดสอบประสิทธิภาพหน้าจอของ Lenovo Legion 5i ที่เป็นโน๊ตบุ๊คที่ใช้หน้าจอพาเนล IPS ด้วย Spyder5Elite โดยให้ขอบเขตความกว้างของสีสันเทียบเท่ากับมาตรฐาน sRGB ที่ 94% และ AdobeRGB ที่ 71% เรียกได้ว่าให้ประสิทธิภาพเรื่องของสีสันในเกณฑ์ที่ดีเยี่ยม ความสว่างหน้าจอสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 300 cd/m2 ซึ่งจัดได้อยู่ในเกณฑ์ดีกว่ามาตรฐาน เอาไปทำงานข้างนอกสบายๆ เหมาะกับผู้ที่ใช้งานด้านตกแต่งภาพที่ต้องการความเที่ยงตรงของสีเป็นหลัก ใครที่จริงจังด้านสีสันถือว่าเป็น Gaming Notebook ที่น่าสนใจรุ่นนึงทีเดียว

s1 6
s2 6
s3 7

ต่อกันที่วัดความสว่างของหน้าจอตามตำแหน่งต่างๆ โดยแบ่งเป็น 9 ช่อง เทียบจากช่องกลางที่ปกติแล้วจะให้ความสว่างที่มากที่สุด ที่จะเห็นได้ว่าช่องซ้ายแถวกลางของหน้าจอมีค่า 0% ก็คือแสดงความสว่างได้เต็มที่ แต่สำหรับช่องขวาแถวล่างทั้งหมดที่ลดลงไปที่ระดับ 11% ทำให้ต้องใช้งานอย่างระมัดระวังสำหรับคนที่บังเอิญจำเป็นต้องใช้งานภาพถ่าย หรืองานกราฟิกอื่นๆ ปิดท้ายด้วยคะแนนรวม 4.0 คะแนนถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีกว่ามาตราฐานทั่วไป เหมาะสำหรับคนเอามาดูหนังฟังเพลง เล่นเกม หรือตกแต่งโปรเซสภาพถ่ายก็พอได้แบบดีกว่ารุ่นที่ใหล้เคียงกัน

Lenovo Legion 5i ระบบเสียงและการออกแบบลำโพงที่เป็นจุดเด่นอย่างแท้จริง ด้วยลำโพงขนาดใหญ่จากแบรนด์ Harman Kardon แบบ 2 x 2W แยกซ้ายขวาที่ติดตั้งบริเวณขอบตัวเครื่องด้านหน้าจำนวน 2 ตัว  ซึ่งได้คุณภาพเสียงที่ดี พร้อมระบบเสียง Dolby Atmos ที่จะเข้ามาเสริมพลังเสียงให้หนักแน่น เต็มอิ่ม และดังเพียงพอสำหรับการแบ่งปันประสบการณ์ความบันเทิงให้กับคนรอบข้าง ในส่วนความบันเทิงด้านเสียงก็ถือว่าทำได้น่าสนใจมากๆ 

Lenovo Legion 5i i7 RTX 2060 Review 9
Lenovo Legion 5i i7 RTX 2060 Review 55
Lenovo Legion 5i i7 RTX 2060 Review 56

Connector / Thin And Weight

Lenovo Legion 5i เป็น Gaming Notebook ขนาดหน้าจอ 15.6″ ที่มีพอร์ตเชื่อมต่อที่ครบครันที่สุดรุ่นนึง ไม่ว่าจะเป็น 4 x USB 3.1 Type-A, 1 x USB 3.1 Type-C (รองรับ DisplayPort), 1 x HDMI 1.4, RJ45 และ Mic-in/Headphone-out โดยตัวพอร์ตเองมีทั้งด้านข้าง 2 ข้าง และด้านหลัง เรียกได้ว่ามีการจัดว่าอย่างลงตัว เหมาะสมกับการใช้งานจริง

Lenovo Legion 5i i7 RTX 2060 Review 44

พร้อมใส่สัญลักษณ์ตามพอร์ตต่างๆ เอาไว้ แต่ในส่วนของ Card Reader ไม่มีมาให้ อีกทั้งมีปุ่ม Restore Windows มาให้เหมือนเดิม พร้อมรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth 5.0 และ Wi-Fi 6 AX ซึ่งจะช่วยให้การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตมีความสเถียร กว่าการเชื่อมต่อมาตรฐาน Wi-Fi 5 AC แบบรุ่นก่อนหน้า 

Lenovo Legion 5i i7 RTX 2060 Review 45
Lenovo Legion 5i i7 RTX 2060 Review 47
Lenovo Legion 5i i7 RTX 2060 Review 49

ขนาดของตัวเครื่องและสายชาร์จ เมื่อเทียบกับขนาดของโน๊ตบุ๊ค 15.6″ ทั่วไปถือได้ว่ามีมิติที่ค่อนข้างใหญ่ (สามารถวางแนวตั้งหรือแนวนอนได้) สมกับการจ่ายไฟที่ 230Watt ตามสไตล์ของโน๊ตบุ๊คที่สเปกแรงก็ต้องใช้กำลังไฟที่สูงด้วย ส่วนของการพกพา Lenovo Legion 5i ทำได้น่าพอใจไม่แพ้ Gaming Notebook รุ่นอื่นๆ ด้วยน้ำหนัก 2.3 กิโลกรัม อย่างไรก็ตามเมื่อรวมกับอแดปเตอร์ก็จัดว่ามีความหนักขึ้นมาตามที่ควรจะเป็น แต่ก็ถือว่าพอพกพาไปไหนมาไหนได้แบบสบายๆ 

Lenovo Legion 5i i7 RTX 2060 Review 52
Lenovo Legion 5i i7 RTX 2060 Review 43
Lenovo Legion 5i i7 RTX 2060 Review 50

Inside / Upgrade

การแกะเครื่อง Lenovo Legion 5i นั้นสามารถที่จะทำได้ค่อนข้างง่าย เมื่อแกะออกมาแล้วก็จะเห็นฮาร์ดแวร์หลายๆ ส่วนวางอย่างลงตัว งานประกอบก็เรียบร้อยมากๆ สมกับเป็นแบรนด์ Lenovo ที่ใส่ใจทั้งดีไซน์ภายนอกและตัวเครื่องภายใน โดยตัวเครื่องนั้นจะเป็นแบตเตอรี่ที่มีความจุอยู่ที่ 3490 mAh ซึ่งติดตั้งอยู่ด้านล่าง ในส่วนที่สามารถทำการอัพเกรดได้ทันทีอย่างแหล่งเก็บข้อมูลแบบ HDD/SSD SATA ขนาด 2.5 นิ้ว ซึ่งสเปกที่เรานำมารีวิวนั้นเป็นรุ่นพิเศษที่จะมีการติดตั้ง HDD มาแล้ว 

Lenovo Legion 5i i7 RTX 2060 Review 61

สำหรับในส่วนของแรมนั้นจะต้องถอดเอาที่ครอบออกก่อน (ค่อยๆ ใช้ไขควงปากแบนกางออกมา) จากนั้นก็จะเห็นหน่วยความจำแรม โดยตัวเครื่องนั้นจะมี 8GB x 2 แถว รวมเป็น 16GB เราสามารถที่จะอัพเกรดหน่วยความจำได้สูงสุดถึง 32 GB (ที่ 16GB x 2 แถว) อีกทั้งในส่วนของ SSD M.2 ก็มีการติดตั้งฝาครอบโลหะมาให้เช่นกัน ซึ่งจะเป็นการใช้น็อตยึด 3 ตัวด้วย พร้อมมี SSD M.2 อีก 1 ช่องตรง HDD 2.5″ แต่ไม่สามารถใส่ได้เพราะ HDD ขวางอยู่แล้ว คงต้องเลือกอัพเกรดกัน

Lenovo Legion 5i i7 RTX 2060 Review 66

ระบบระบายความร้อนของ Lenovo Legion 5i นั้นมีทิศทางการไหลของลมที่ดีขึ้นจากเดิมพอสมควร ด้วยการออกแบบให้มีชุดระบายอากาศ 2 ชุด แยกกันระหว่าง CPU และ GPU ทำงานร่วมกับช่องระบายความร้อนถึง 4 ช่อง และผ่านใบพัดโพลีเมอร์คริสตัลเหลว 67 พร้อม Cover ด้วยโลหะปกคลุมทั้งหมด เพื่อระบายความร้อนออกสู่ภายนอกให้เร็วที่สุด ขณะเดียวกันไม่ทำให้เกิดเสียงรบกวนที่ดังเกินไปอีกด้วย เรียกได้เปลี่ยนไปจากรุ่นก่อน แต่จะดีขึ้นหรือเปล่านั้นไปติดตามกันต่อดู

Lenovo Legion 5i i7 RTX 2060 Review 64
Lenovo Legion 5i i7 RTX 2060 Review 62
Lenovo Legion 5i i7 RTX 2060 Review 63
Lenovo Legion 5i i7 RTX 2060 Review 68
Lenovo Legion 5i i7 RTX 2060 Review 70
Lenovo Legion 5i i7 RTX 2060 Review 71

Performance / Software

โดย Lenovo Legion 5i ที่ได้รับมารีวิวมาพร้อมกับชิปประมวลผลยอดนิยมที่สุดของ Gaming Notebook อย่าง Intel Core i Gen 10H อย่าง Intel Core i7-10750H ซึ่งเป็นชิปประมวลผลที่เน้นการใช้งานหนักหน่วงและหลากหลายมากกว่า Core i5-10300H แต่ก็เป็นรุ่น i7 ที่เป็นตัวเริ่มต้น รองรับการทำงานไม่จะเป็นการโปรเซสหรือเล่นเกมก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ ได้อย่างที่ไม่เคยมี Gaming Notebook รุ่นไหนเคยทำได้มาก่อน

โดยมีความเร็วในการประมวลผลอยู่ที่ 2.60 GHz แต่สามารถเร่งประสิทธิภาพขึ้นไปได้สูงสุดถึง 5.00 GHz เป็นซีพียูแบบ 6 Core 12 Threads ส่งผลให้ตอบโจทย์ทั้งการทำงานที่จริงจัง รวมไปถึงการเล่นเกมกราฟิกระดับ AAA มาพร้อมแรมภายในขนาด 16GB DDR4 Buss 2933MHz แบบ 8GB x 2 แถว ที่สามารถขับเคลื่อนระบบปฏิบัติการ Windows 10 ลิขสิทธิ์ที่มีมาให้แบบสบายๆ 

c1 5.   c2 6

การ์ดจอเป็นแบบออนชิปอย่าง Intel UHD Graphics 630 ที่ให้พลังในการประมวลผลที่ดีในระดับหนึ่ง อย่างในเรื่องของกราฟิก 2 มิตินั้นก็รองรับได้อย่างสบายๆ หรือถ้าเป็น 3 มิติ ก็ต้องบอกว่ารองรับการทำงานได้ในระดับเบื้องต้นเท่านั้น โดยมีการ์ดจอแยกตัวแรงระดับบนอย่าง NVIDIA GeForce RTX 2060 ที่ต้องบอกว่าแรงเทียบเท่าระดับพีซีแบบสบายๆ และแรงกว่า GTX 1070 แบบรู้สึกได้จากการที่สามารถขับเฟรมเรทได้ลื่นไหล โดยเป็นรอง RTX 2070 พร้อมมีฟีเจอร์อย่างที่ใน RTX Series มี ตอบสนองในส่วนของการทำงานที่เกี่ยวข้องกับ 3 มิติ หรือเกมที่กินทรัพยากรได้เป็นอย่างดีทีเดียว

พร้อมกันนั้นยังมาเทคโนโลยี“ Ray Tracing” ที่สามารถแสดงผลการติดตามแสงของวัตถุ และสภาพแวดล้อมในแบบเรียลไทม์ ระหว่างกระบวนการเรนเดอร์กราฟิกสามารถคำนวณการสะท้อน และหักเหแสงได้อย่างถูกต้อง ครอบคลุมทั้งแสง และเงาทางกายภาพ ทำให้เกมนั้นสมจริงมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม เรียกได้ยิ่งตอบสนองในส่วนของการทำงานที่เกี่ยวข้องกับ 3 มิติ หรือเกมที่กินทรัพยากรได้เป็นอย่างดีทีเดียว เหนือชั้นกว่าการ์ดจอ GTX Series ก่อนหน้านี้ทีเดียว ที่ไม่ใช่แค่ลื่นไหลแต่สวยสมจริงยิ่งกว่าด้วย

g1 5.    g2 2

สำหรับโปรแกรมทดสอบ CINEBENCH 15 / 20 ที่เน้นในเรื่องของพลังชิปประมวลผล คะแนนก็อยู่ในระดับสูงสุดๆ เป็นที่น่าประทับใจ เปรียบเทียบกับชิปประมวลผลรุ่นก่อนหน้าแล้ว ก็ทำได้ดีกว่าพอตัว รวมไปถึงตัวกราฟิกการ์ดเองก็มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในส่วนของงานประมวลผลหนักๆ ได้อย่างสบายๆ รวดเร็วทันใจแบบสุดๆ สมกับเป็นชิปประมวลผลตัวบนในรุ่นใช้งานเต็มกำลัง และการ์ดจอระดับบน ที่เน้นการทำงานเป็นหลัก สมกับเป็นชิปประมวลผล Intel Core i7-10750H จริงๆ กับรุ่นที่ยอดนิยมสุดๆ ในตลาด Gaming Notebook จากความแรงที่ได้ในราคาคุ้มค่า

cine15 4.   cine20 3

ตัวเก็บข้อมูลของเครื่องที่เลือกใช้ SSD ก็ทำคะแนนออกมาได้อย่างรวดเร็วเป็นที่น่าประทับใจมากๆ บนขนาดความจุ 512GB แบบ M.2 NVMe PCIe ยิ่งเมื่อนำไปใช้เทียบกับฮาร์ดดิสก์แบบจานหมุนที่เป็น SATA 3 หรือ SSD M.2 SATA 3แล้วละก็จะเห็นถึงประสิทธิภาพทั้งในด้านการทดสอบและในด้านการใช้งานจริงที่แตกต่างกันอย่างเห็นเห็นได้ชัด

เรียกได้ว่าเปิดอะไรปุ๊บก็ติดปั๊บ รองรับทุกๆ การใช้งานพื้นฐานหรือหนักๆ ที่ต้องบอกว่าความเร็วระดับการอ่านที่ราวๆ 3366MB/s และเขียนที่ 2706MB/s ความเร็วถือว่าทำได้ดีเยี่ยมยอด เรียกได้ว่าเป็น Gaming Notebook ราคาคุ้มค่า ที่ได้ SSD ระดับสูง อันนี้เป็นจุดเด่นที่ชัดเจนทีเดียว เหนือชั้นกว่ารุ่นอื่นๆ ในราคาที่ใกล้เคียงกัน 

ssd 5   

การทดสอบประสิทธิภาพกับโปรแกรม PCMark 10 Advance ซึ่งสามารถทำคะแนนการทดสอบรวมได้มากถึง 5668 คะแนน ถือได้ว่าในส่วนของการใช้งานทั่วไปโดยรวมนั้นสอบผ่านแบบสบายๆ ทั้งในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร งานตกแต่งรูปภาพ รวมถึงงานตัดต่อวิดีโอ และจากการที่เป็นโน๊ตบุ๊คเล่นเกมชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10H มีการ์ดจอแยกอย่าง RTX 2060i ทำให้มีคะแนนพุ่งกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปมากพอสมควร ระดับเทียบเท่า Desktop สบายๆ

pc10 4

คะแนนและเฟรมเรมในการเล่นเกมทำออกมาน่าสนใจมากๆ โดยเฉลี่ยของเฟรมเรท (FPS) จากทั้ง 7 เกมที่ได้ทดสอบมีค่าเฟรมเรทเฉลี่ยมากกว่า 50 – 60 – 100+ FPS ขึ้นไปแทบทุกเกม ซึ่งตรงนี้ก็สามารถชี้วัดความสามารถในการเล่นเกมที่กราฟิกละเอียดๆ และภาพสวยๆ ได้ลื่นไหลเป็นอย่างดีเลย จากการที่สเปกภายในเป็นชิปประมวลผล Intel Core i7-10750H ที่สามารถรีดพลัง NVIDIA GeForce RTX 2060 ออกมาได้อย่างเต็มที่ ประกอบกับยังใช้แรม 16GB DDR4 Bus 2933MHz รวมไปถึง SSD NVMe PCIe ความจุ 512GB ก็ส่งผลช่วยด้วย

game test 5

ทดสอบเกมกินทรัพยากรพอตัวที่เป็นประเภทออฟไลน์ระดับ AAA อย่าง Resident Evil 3 Remark / Battlefield V / FarCry 5 / GTA V ก็สามารถเล่นได้ดีที่ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล โดยกราฟิกปรับระดับสูงสุดทั้งหมด ตามภาพด้านบน ที่ต้องบอกว่าภาพก็สวยจนน่าประทับใจ เรียกได้ว่าเหลือๆ กับการตอบสนองความต้องการเล่นเกมได้สมบูรณ์ที่สุด แถมไม่กินทรัพยากรเครื่องจนเกินไปด้วย ซึ่งถ้าต้องการเล่นให้ลื่นไหลกว่านี้แนะนำให้ปรับกราฟิกลงมากลางๆ หน่อยก็ได้ ถ้าอยากให้เฟรมเรมสูงกว่านี้

เกมออนไลน์กินสเปกน้อยลงมาอย่าง DOTA 2 / Overwatch รวมไปถึง PUBG ก็จัดการทดสอบแบบปรับสุดหมดให้ด้วยเช่นกัน โดยทั้งนี้การตั้งค่าความละเอียดของภาพก็อยู่ที่ 1920 x 1080 พิกเซล ซึ่งเป็นความละเอียดที่จะสามารถเล่นให้ลื่นได้ สำหรับรายละเอียดภาพอื่นๆ ก็เรียกได้ว่าเปิดทุกอัน  ผลที่ได้ออกมาก็คือสามารถเรนเดอร์ได้อย่างไหลลื่นในระดับเฟรมเรทที่สูงสุด แม้กระทั่งฉากตะลุมบอนกันก็สบายๆ ค่าเฟรมเรทอยู่ที่ราวๆ 100 ขึ้นไปตลอด ซึ่งสรุปโดยรวมแล้ว ก็ถือว่าเล่นได้สบายๆ ที่สำคัญได้หน้าจอ 144Hz ก็ช่วยเรื่องของความลื่นไหลไปอีก 

lenovo

Lenovo Legion 5i แน่นอนว่ามาพร้อมซอฟต์แวร์ Lenovo Vantage มีในส่วนเรื่องเช็คการทำงานของสเปกภายใน หรือเช็คสถานะการทำงานส่วนต่างๆ ของเครื่อง รวมไปถึงยังสามารถปรับไฟ RGB 4 โซนได้ตรงนี้เลย อีกทั้งตรวจเช็คสถานะเครื่องกับข้อมูลแคชต่างๆ ก็ทำการลบทิ้งได้ตรงนี้เลย หรือเช็คอัพเดทซอฟ์ตแวร์และไดร์เวอร์ต่างๆ ของเครื่องก็สามารถทำผ่านตรงนี้ได้เช่นกัน ที่สำคัญถ้าใครต้องการ Backup หรือ Recovery ข้อมูลภายในก็จัดการได้เลย นับได้ว่า Lenovo Vantage เป็นซอฟต์แวร์ Ultility ติดเครื่องที่ดีและใช้งานจริงได้

Battery / Heat / Noise

Lenovo Legion 5i นั้นมาพร้อมกับแบตเตอรี่ประมาณ 3940 mAh ซึ่งจะว่าไปแล้วนั้นก็ค่อนข้างที่จะน้อยก็จริง แต่เมื่อมาดูประสิทธิภาพโดยรวมของอายุการใช้งานของแบตเตอรี่แล้วถือว่ายอดเยี่ยมทีเดียวเลย โดยสามารถใช้งาน Wi-Fi เพื่อท่องเว็บได้ยาวนานประมาณ 2:55 ชั่วโมงเท่านั้น ซึ่งหากดูตามภาพกราฟอัตราการลดของแบตแล้วนั้น จะเห็นได้ว่า Lenovo Legion 5i ทำเวลาได้น้อยกว่ารุ่นอื่นๆ แต่ก็สามารถชาร์จพลังกลับมาตั้งแต่ 0% – 50% ได้ในระยะเวลาไม่ถึง 30 นาทีด้วย

batt 5

ส่วนของอุณหภูมิตัวเครื่องโดยรวม Lenovo Legion 5i ถือว่าสามารถที่จะทำได้ดีขณะที่เราเล่นเกมทดสอบเป็นเวลานาน ซึ่งเป็นการเล่นเกมที่เน้นชิปประมวลผลกับการ์ดจอแยกพบว่าระดับของอุณหภูมิในจุดต่างๆ ของตัวเครื่องจะเพิ่มขึ้นมาน้อยมาก จุดที่มีอุณหภูมิที่หนักที่สุดจะอยู่ที่ ตรงกลางขอบเครื่องด้านหลัง

แต่ก็ใช้เวลาถ่ายความร้อนออกไปได้ไม่นานมากเท่าไรนักเมื่อเราใช้งานทั่วไป จากการที่มีพัดลมสองตัวพร้อมฮีตไปป์ 3 เส้นเป่าออกด้านหลังด้านข้าง 4 ทิศทาง และเทคโนโลยี Lenovo Legion Coldfront 2.0 ช่วยจัดการได้อย่างเยี่ยมยอด

temp3

อุณหภูมิภายในของชิปประมวลผล Intel Core i7-10750H ล่าสุดได้ทดสอบผ่านทางโปรแกรม Hardware Monitor โดยมีความร้อนสูงสุดคือ 94 องศาเซลเซียส (ดีกว่าหลายๆ รุ่น) ส่วนการ์ดจอดูจากโปรแกรม ร้อนที่สุดที่ 78 องศาเซลเซียสเท่านั้น ด้วยการทดสอบให้ห้องแอร์ปรับอากาศที่ 25 องศาเซลเซียส จากการเล่นเกมยาวๆ หลายเกมต่อเนื่อง 

เรียกได้ว่าระบบระบายความร้อนของ Lenovo Legion 5i เครื่องนี้มีอุณหภูมิที่เย็นเฉียบมากๆ ซึ่งส่งผลให้ตัวเครื่องไม่เสียหายหรือเล่นเกมใช้งานมีปัญหาหน่วงหรือกระตุกแต่อย่างใด เรียกได้ว่าเป็น Gaming Notebook รุ่นใหม่ที่จัดการความร้อนได้ดีเยี่ยมทีเดียว

ทั้งนี้ในการใช้งานทั่วไปตามปกตินั้น (เช่นท่องเว็บ, พิมพ์งาน ฯลฯ) เราจะแทบไม่ได้ยินเสียงของระบบระบายความร้อนเลยแม้แต่น้อย สำหรับ Lenovo Legion 5i ต้องยอกรับว่า Lenovo ทำการบ้านมาดีมาก ทำงานได้ค่อนข้างเบาและเงียบทีเดียว เมื่อเทียบกับหลายๆ รุ่น รวมถึงรุ่นก่อนๆ ของตัวเอง

อย่างไรก็ตามเมื่อไรก็ตามที่เราต้องใช้การทำงานทั้งจาก CPU และ GPU (เช่นการเล่นเกม) เรื่องของเสียงพัดลมนั้นจะไม่มีเสียงดังรบกวนจนเกินไปนัก แม้ว่าจะใช้งานหนักๆ ก็ตาม นอกจากนี้ยังสามารถเร่งความแรงได้ด้วยการเปิด Dual Burn เพื่อดัน CPU และ GPU ให้มีประสิทธิภาพสูงสุดไปพร้อมๆ กันอีกด้วย

Conclusion / Award

Lenovo Legion 5i เป็น Gaming Notebook ปี 2021 ที่น่าสนใจมากๆ สเปกที่เรานำมารีวิว Intel Core i Gen 10H อย่าง Core i7-10750H ส่วนการ์ดจอได้เป็น NVIDIA GeForce RTX 2060 เรียกได้ว่าเข้าคู่กันเป็นอย่างดี ดีขึ้นทั้งประสิทธิภาพ ร้อนน้อยลง และแบตยาวนานขึ้น ในเครื่องเดียว ได้แรมขนาด 16GB DDR4 และ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB พร้อมรองรับการอัพเกรด สำหรับใครคนไหนที่กำลังมองหา Gaming Notebook งบประมาณ 40,000 ขึ้นไป ก็สามารถดูไว้เป็นตัวเลือกได้เลย

โดย Lenovo Legion 5i ทุกรุ่นรองรับ Wi-Fi 6 AX และ Dolby Atmos ตัวเครื่องสี Phantom Black น้ำหนักอยู่ที่ 2.3 กิโลกรัม มีเทคโนโลยี Rapid Charge Pro เทคโนโลยี Lenovo Legion Coldfront 2.0 ที่ช่วยควบคุมความอุณหภูมิ ที่สำคัญคือจอ 15.6 นิ้ว Full HD (1920 x 1080) IPS display 144 Hz และตอบสนองในเวลา 3ms รองรับเทคโนโลยี VESA DisplayHDR 400 ใกล้เคียง 100% sRGB และคมชัด สมจริงด้วย Dolby Vision จอจัดเต็มจริงๆ

Lenovo Legion 5i i7 RTX 2060 Review 10

คีย์บอร์ด Lenovo Legion TrueStrike แม่นยำ นุ่มนวล หนักแน่น  พร้อม 4-zone RGB รองรับ anti-ghosting 100% และตอบสนองได้รวดเร็วใน 1ms ทนทานมากขึ้นด้วยการเคลือบสารให้คุณสมบัติต้านทานการเสียดสีและการสึกกร่อน และแบตเตอรี่ที่ปรับใหม่ให้ประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น (ใช้ได้นานถึง 8 ชั่วโมง)ด้วยเทคโนโลยี Advanced Optimus และ Hybrid Mode อีกทั้งสามารถเลือกปรับโหมดได้เองระหว่างโหมดการรักษาอุณหภูมิ Quiet, Balance และ Performance

นอกจากนี้ยังสามารถเร่งความแรงได้ด้วยการเปิด Dual Burn เพื่อดัน CPU และ GPU ให้มีประสิทธิภาพสูงสุดไปพร้อมๆ กัน สมกับเป็น Gaming Notebook มีความเป็น Legion ที่ไม่ใช่แค่สวยงามดุดันแต่เน้นประสิทธิภาพด้วย ทำให้ไม่ว่าเราจะใช้งานทั่วไปอย่าง ดูหนังฟังเพลง เล่นอินเตอร์เน็ต ทำงานเอกสารลื่นไหลแน่นอน รวมไปถึงเอาไปทำงานตัดต่อวีดีโอโปรเซสไฟล์ภาพก็สบายๆ

Lenovo Legion 5i i7 RTX 2060 Review 34

แม้ดีไซน์หลักจะยังเป็นรูปแบบเดิมแบบ Y540 และใน Legion 5i แต่ก็ต้องยอมรับว่าเป็นดีไซน์ที่ลงตัวที่สุดแบบหนึ่ง เพราะทำให้ตัวเครื่องมีช่องระบายความร้อนได้ทั้ง 4 ทิศทาง พอร์ตเชื่อมต่อที่มากกว่าและสามารถใช้ประโยชน์เครื่องจากด้านหลังได้เต็มที่ รวมไปถึงจอภาพที่สามารถกางได้ 180 องศา โดยใน Lenovo Legion 5i ยังได้อัพเกรดขึ้นมาหลายๆ ส่วนดีไซน์เน้นเรียบๆ ทั้งจากรูปลักษณ์และใช้งานจริง พร้อมฟีเจอร์จัดเต็ม ได้คุ้มค่าคุ้มราคา

Lenovo Legion 5i i7 RTX 2060 Review 4

Award

โดยในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับเครื่องในกลุ่มของโน๊ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 15.6 นิ้วด้วยกัน ซึ่ง Lenovo Legion 5i ก็ได้รางวัลต่างๆ ดังนี้

Best Design

เรื่องของรูปร่างหน้าตาก็เป็นหนึ่งในจุดเด่นที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ของ Lenovo Legion โน๊ตบุ๊คสาย Gaming มาตั้งแต่ไหนแต่ไร ซึ่งจุดเด่นในข้อนี้ก็เห็นได้ชัดเจนใน Lenovo Legion 5i ที่มีดีไซน์ของตัวเครื่องสวยงามเรียบหรูดูเป็นเอกลักษณ์ ดูแล้วเรียบหรูตามสไตล์คนรุ่นใหม่ที่ชอบเล่นเกม อีกทั้งยังพกพาไปทำงานได้ลงตัว รวมไปถึงตัวเครื่องก็เล็กบางเบาในระดับนึง ได้ไฟคีย์บอร์ดเป็น RGB แบบ 4 โซน พร้อมปรับหลายๆ ส่วนให้ดีขึ้น ทำให้เป็นอีกหนึ่ง Gaming Notebook ที่หลายคนจับตามองทีเดียว

NBS award 7 Design

Best Performance

ด้วยสเปก Lenovo Legion 5i ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10H ตัวล่าสุดที่แรงลื่นกว่า มาพร้อมกับแรมขนาด 16GB แบบ DDR4 และกราฟิกการ์ดยอดนิยมอย่าง NVIDIA GeForce RTX 2060 รวมไปถึง SSD M.2 ความเร็วสูง อีกทั้งได้หน้าจอ IPS คุณภาพสูงที่ดีเยี่ยม รองรับเทคโนโลยี VESA DisplayHDR 400 ก็ทำให้ประสิทธิภาพโดยรวมของตัวเครื่องนี้มีความน่าประทับใจ ทั้งจากในการใช้ทำงานจริงๆ รวมไปถึงการทดสอบด้วยโปรแกรมต่างๆ ค่าคะแนนต่างๆ ก็ทำออกมาได้ดี ส่วนการใช้งานทั่วไปนั้นก็ลื่นไหลสุดๆ

award new performance

 

from:https://notebookspec.com/web/553922-review-lenovo-legion-5i-rtx2060

รีวิว Lenovo YOGA Slim 9i สเปก i7-1165G7 แรงล้ำฟีเจอร์เพียบ พรีเมียมด้วยวัสดุหนังแท้และกระจก บางเบา 1.2 โล

Lenovo YOGA Slim 9i เป็นโน๊คบุ๊คบางเบาระดับไฮเอนด์ ที่ได้แพลตฟอร์ม Intel EVO ใช้ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 (Tiger Lake) ที่มี AI ช่วยทำงานในตัว โดดเด่นด้วยการ์ดจอออนชิปที่แรงสุดๆ อย่าง Iris Xe Graphics ได้จอสัมผัสพาเนล IPS คุณภาพสูงขนาด 14″ ที่ดีที่สุดด้วยความละเอียด 4K Ultra HD (3840 x 2160 พิกเซล) ที่ความสว่าง 500 nits พร้อมเทคโนโลยี HDR VESA400 ที่ให้สีสันสดใสสมจริงยิ่งกว่า และมาตรฐาน Dolby Vision

อีกทั้งด้านเสียงก็ยังมีลำโพงที่มาพร้อมเทคโนโลยี Dolby Atmos Speaker System ระบบ 3D ที่ให้เสียงคุณภาพอย่างสุดๆ นอกจากนั้น Lenovo YOGA Slim 9i ยังมากับตัวเครื่องสีสันโดดเด่นอย่าง Shadow Black ดีไซน์ให้ความพรีเมียม โดยโครงสร้างโดยรวมผลิตจากอลูมิเนียม กระจกเป็นวัสดุภายใน และหนังคุณภาพสูงเป็นส่วนของฝาหลัง ให้ความสวยงามแต่ยังคงความแข็งแรงทนทาน และบางเฉียบแค่ 13.9 มิลลิเมตร หนักเพียง 1.2 กิโลกรัมเท่านั้น

Lenovo YOGA Slim 9i

ในส่วนของพอร์ตเชื่อมมีทั้ง Thunderbolt 4 จำนวน 3 พอร์ต ที่รองรับการชาร์จไฟ โอนถ่ายข้อมูลความเร็วสูง และการเชื่อมต่อหน้าจอภายนอกความละเอียด 4K / 8K พร้อมแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนาน และยังชาร์ตไวด้วยเทคโนโลยี RapidCharge ที่สำคัญได้กล้อง IR พร้อม Time of Flight (TOF) และ Ambient Light Sensor (ALS) ที่ช่วยล็อคเครื่องอัตโนมัติ ประกันเป็นแบบ 3 ปี On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน สนนราคาที่ 59,990 บาท

VDO Review Lenovo YOGA Slim 9i

NBS Verdict

เรียกได้ว่ามีความน่าสนใจจริงๆ สำหรับโน๊ตบุ๊คอีกหนึ่งรุ่นที่ทุกๆ คนให้ความสนใจอย่าง Lenovo YOGA Slim 9i ที่ต่อยอดความสำเร็จจากรุ่น Lenovo YOGA Slim Series รุ่นก่อนหน้าได้เป็นอย่างดีมาพร้อมความสมบูรณ์แบบพร้อมเปลี่ยนซีรีส์เป็น YOGA

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของดีไซน์การออกแบบ ภาพลักษณ์ วัสดุ งานประกอบ รวมไปถึงสเปคประสิทธิภาพและประสบการณ์ใช้งาน สมกับเป็น Ultrabook ระดับสูงของทาง Lenovo ที่ทุกคนเชื่อมั่น พร้อมกันนั้นยังได้ในส่วนของแฟลตฟอร์ม Intel EVO ด้วย

Lenovo YOGA Slim 9i

Lenovo YOGA Slim 9i เป็นโน๊ตบุ๊คสายพกพาบางเบาอีกรุ่นที่ทำออกมาได้อย่างลงตัว ทั้งในด้านของความกะทัดรัดของตัวเครื่อง ที่มีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับโน๊ตบุ๊คยุคก่อนๆ น้ำหนักเพียง 1 กิโลกรัมนิด ๆ ขอบจอบางเฉียบที่ให้ประสบการณ์การใช้งานที่ยอดเยี่ยม

พอร์ตการเชื่อมต่อเป็น Thunderbolt 4 ทั้งหมด ให้การเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ได้ดีที่สุด อีกทั้งการใช้งานคีย์บอร์ดก็ยังคงยอดเยี่ยม นับได้ว่าเป็นจุดเด่นของ Lenovo ที่ทำมาได้ดีโดยตลอด ถอดแบบมาจาก ThinkPad เลยก็ว่าได้ แน่นอนว่าระบบความปลอยภัยก็จัดเต็มด้วย 

Lenovo YOGA Slim 9i

ส่วนประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องก็ยังครบครันทั้งแง่ของชิปประมวลผลทรงพลังด้วย Intel Core i Gen 11 (Tiger Lake) รุ่นล่าสุด รวมถึงแรม 16 GB และ SSD M.2 NVMe PCIe ในเครื่องอีก 1TB หน้าจอ 14″ คุณภาพสูงพาเนล IPS ความละเอียด 4K UHD เนียนตา พร้อม Windows 10 แท้ใช้งานได้ทันที

ที่ทำให้โน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ตอบโจทย์ทั้งการทำงานทั่วไป การใช้งานเพื่อความบันเทิง ตอบโจทย์ได้หมด เอาเป็นว่าใครกำลังมองหาโน้ตบุ๊คที่ให้มากกว่าสเปกล่ะก็ Lenovo YOGA Slim 9i ตอบสนองความต้องการได้หมดแน่นอน แม้กระทั่งการเล่นเกมออนไลน์ 3 มิติ หรือตัดต่อวีดีโอ 4K อย่างที่โน้ตบุ๊คบางเบารุ่นก่อนๆ ไม่สามารถทำได้เลย

จุดเด่น

  • มีดีไซน์ที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์ตามสไตล์ Lenovo Yoga มีความหรูหรา พรีเมียม
  • วัสดุทำจากอลูมิเนียม หนัง และกระจก ที่มีความแข็งแรง งานประกอบแน่นหนา
  • น้ำหนักเบา ขอบจอบาง มีความกระทัดรัด พกพาสะดวกเหมาะ 
  • สเปกชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 (Tiger Lake) พร้อมได้ Intel EVO
  • สเปกอื่นๆ ก็มีความแรงลื่นจัดเต็มด้วยแรมขนาด 16GB และ SSD ความเร็วสูง 1TB
  • หน้าจอความละเอียด 4K Ultra HD พาเนล IPS รองรับ HDR พร้อมทัชสกรีนได้
  • ติดตั้ง Thunderbolt 4 จำนวน 3 พอร์ต รองรับทุกๆ การเชื่อมต่อ
  • มาพร้อมสแกนใบหน้า ใช้งานผ่านทาง Windows Hello
  • รองรับ Rapid Charge ที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้ถึง 80% ภายใน 1 ชั่วโมง
  • ลำโพงทำงานร่วมกับเทคโนโลยี Dolby Atmos ให้เสียงที่ดีมาก จำลอง 3D ได้
  • มีระบบปฏิบัติการ Windows 10 และ Office 2019 ติดตั้งมาให้ทันที 
  • ประกัน 3 ปี แบบ On-site Service

ข้อสังเกต

  • ตัดพอร์ต HDMI, SD Card Reader ออกทั้งหมด
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานน้อยกว่าที่เคลมไว้ 

Specification

Lenovo YOGA Slim 9i มีอยู่ 1 สเปกในตอนนี้ คือ Intel Core i7-1165G7 (2.80 – 4.70GHz) ราคา 59,990 บาท ที่เป็นชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 สถาปัตยกรรม Tiger Lake มาพร้อมกับเทคโนโลยีการผลิตที่ 11 nm SuperFin ที่แรงขึ้นมากพร้อมด้วย AI ช่วยทำงานบางอย่างในตัว เพิ่มเติมด้วยแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน การ์ดจอเป็นออนชิปรุ่นใหม่ที่ดีขึ้นมากอย่าง Intel Iris Xe Graphic ได้แรม 16GB LPDDR4X Bus 4266 MHz แบบฝังบอร์ด และ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 1TB 

Lenovo YOGA Slim 9i

หน้าจอขนาด 14″ ทัชสกรีน เป็นพาเนล IPS คุณภาพสูง ความละเอียด 4K UHD แบบกระจก พร้อมได้มุมมองที่กว้างและสีสันสดใส มีกล้องเว็บแคมและมีไมค์ดิจิตอลในตัว รองรับการใช้งาน VDO Call พร้อมกล้อง IR Camera ที่ใช้งานร่วมกับ Windows Hello ไว้สแกนใบหน้าเพื่อเข้าใช้งาน ติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 10 แท้  ที่สำคัญคือได้โปรแกรม Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,299 บาท) ไปใช้งานฟรีๆ ติดเครื่องไปใช้งานยาวๆ ได้เลย

มีพอร์ตมาตรฐานซึ่งมาให้ตามความบางเฉียบของตัวเครื่องทั้ง Thunderbolt 4 (USB 3.2 Type-C) จำนวน 3 พอร์ต และช่องต่อหูฟัง 3.5 มิลลิเมตรเท่านั้น ที่สำคัญยังมาพร้อม Wi-Fi 6 (2×2 802.11 ax) ที่ดีกว่ารุ่นก่อน 3 เท่า และการเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth 5.1 ใหม่ล่าสุด การรับประกัน 3 ปี แบบ On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน นอกจากนี้ยังได้บันเดิลส่วนของ USB-C Hub เพื่อเพื่มการเชื่อมต่อ และซอฟต์เคสแบบพรีเมียม ที่สามารถใส่อแดปเตอร์และ Hub ได้เลย 

Lenovo YOGA Slim 9i Review 170
Lenovo YOGA Slim 9i Review 171
Lenovo YOGA Slim 9i Review 168

Hardware / Design

ดีไซน์การออกแบบโดยรวมของ Lenovo YOGA Slim 9i จัดว่าเป็น Notebook ระดับสูงในขนาดหน้าจอ 14″ ที่เน้นความหรูหราบางเบา เนื่องด้วยขอบจอที่บางกว่าปกติ ทำให้ตัวเครื่องดูเล็ก กะทัดรัด เหมาะกับการพกพา แต่ทั้งนี้ถึงแม้ว่าตัวเครื่องจะเล็กพอๆ กับโน๊ตบุ๊คจอ 13.3″ ส่งผลให้เป็น Notebook ปี 2020 ที่ดูเล็กกระทัดที่สุด เหมาะกับคนที่ต้องการสุดยอดโน๊ตบุ๊คเน้นเดินทางบ่อยๆ

Lenovo YOGA Slim 9i

ด้วยดีไซน์ออกมาได้ขอบหน้าจอบางเฉียบทั้ง 4 ด้าน ส่วนของตัวเครื่องทั้งหมดจะใช้เป็นอลูมิเนียมสีดำคุณภาพเป็นวัสดุหลัก ทำให้ได้ข้อดีมาก็คือทั้งความแข็งแรงและน้ำหนักที่เบา พร้อมสีสันที่โดดเด่นด้วยสีดำ Shadow Black ส่งผลให้ภาพลักษณ์โดยรวมของตัวเครื่องดูหรูหราให้อารมณ์พรีเมียมสุดๆ

ซึ่งที่ดูเจ๋งและโดดเด่นที่สุดคือฝาหลังเป็นหนังแท้ที่เพิ่มความหรูหราไปด้วยในตัว ที่ผลิตด้วยมืออย่างพิถีพิทันผ่านกระบวนการประกอบและการตรวจสอบ 20 ขั้นตอน กระบวนการพิเศษนี้ช่วยให้หนังคงรูปลักษณ์ดั้งเดิมตามธรรมชาติซึ่งทำให้แต่ละเครื่องมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

นอกจากนี้ภายในยังเป็นที่พักฝ่ามือกระจกแบบขอบจรดขอบ โดยมีลวดลายพิเศษเป็นจุดแบบสมมาตร พร้อมด้วย Glass Sense Touchpad ใหม่ทั้งหมดให้รูปลักษณ์ที่หรูหราในขณะที่ให้พื้นที่ผิวที่ใช้งานได้มากขึ้น 50% และการตอบสนองแบบสัมผัสได้ดียิ่งขึ้น 

Lenovo YOGA Slim 9i Review 111

ตัวเครื่องมีการออกแบบโดยรวมให้ดูทันสมัยและเรียบง่าย โลโก้ YOGA จะมีอยู่ 1 จุดเท่านั้น คือ มุมบนฝาหลังด้านซ้าย ส่วนโลโก้ Lenovo จะอยู่บริเวณบานพับด้านนอกและด้านในใต้หน้าจออย่างละจุด ที่มุมตัวเครื่องจะทำให้เป็นแบบโค้งมน แต่ว่าไม่ได้มนมากจนเกินไป

ตามมาด้วยการใส่รายละเอียดในการทำให้ตัวเครื่องมีลักษณะงานประกอบทั้งหมดแทบจะเป็นชิ้นเดียวกัน แบบ Unibody ส่งให้เวลาที่เราจับถือหรือใช้งานจะรู้สึกว่าแน่นหนา ซึ่งจากการใช้งานจริงพื้นผิวบางนี้เป็บรอยนิ้วมือค่อนข้างยาก ฉะนั้นหายห่วงเรื่องความสะอาดได้เลย หรือถ้าจะเช็ดก็ง่ายดาย

อีกหนึ่งจุดเด่นของ Lenovo YOGA Slim 9i เป็นโน๊ตบุ๊คบางเบาที่ทรงประสิทธิภาพในการทำงานทั่วไปเน้นการพกพา เพราะมีน้ำหนักตัวที่เบามากๆ แถมตัวเครื่องยังบางสุดๆ โดยสามารถถือได้ด้วยมือเดียวอย่างสบายๆ ด้วยน้ำหนักเพียง 1.2 กิโลกรัมเท่านั้น

มาพร้อมความบางเพียง 13.9 มิลลิเมตรเท่านั้น บอกได้เลยว่าบางสุดๆ แบบที่หารุ่นเปรียบเทียบได้ยาก ซึ่งการที่จะบางขนาดนี้ได้ ฮาร์ดแวร์ภายในจำเป็นต้องฝังบอร์ดเกือบทั้งหมด จะมีเพียง SSD M.2 ที่สามารถอัพเกรดได้ (จริงๆ 1TB ก็ไม่อัพแล้วก็ได้นะ)

Lenovo YOGA Slim 9i

นอกเหนือจากนี้ Lenovo YOGA Slim 9i ยังมีการออกแบบภายในโดยใช้พัดลมระบายความร้อนแบบ 1 ตัว ในการท่ายเทความร้อนออกไปจากช่องทางใต้หน้าจอ โดยดูดลมเย็นจากใต้ตัวเครื่องพร้อมทั้งช่องคีย์บอร์ด ทำให้การทำงานแบบเต็มประสิทธิภาพก็ยังถ่ายเทความร้อนได้อย่างรวดเร็วน่าประทับใจ ในการใช้งานไปแทบจะไม่รู้สึกถึงความร้อนภายใน ส่วนใต้ตัวเครื่องก็มาพร้อมงานประกอบเรียบร้อยมาตรฐานโน๊ตบุ๊ค Lenovo ระดับสูง

สำหรับ Lenovo YOGA Slim 9i ถือว่าเป็นการต่อยอดซีรีส์ YOGA จากที่ผ่านมา 2-in-1 ของทาง Lenovo นั้นก็จะใช้เป็น YOGA อยู่แล้ว อย่างรุ่นก่อนหน้านี้จะเป็น Lenovo YOGA แต่ในปี 2019 – 2020 ที่ผ่านมา ได้ปรับเป็นซีรีส์ YOGA คือเป็นโน๊ตบุ๊คระดับบนของ Lenovo แล้ว 

โดยถ้าเป็น YOGA S (Slim) ก็คือจะเป็นโน๊ตบุ๊คเน้นความบางเบา ส่วนถ้าเป็น YOGA C (Convertible) ก็จะเป็น 2-in-1 Notebook ที่พับหน้าจอได้ 360 องศานั่นเอง แน่นอนว่าทำให้ Lenovo YOGA Slim 9i เป็น Notebook เน้นความบางเบาพรีเมียมระดับสูงนั่นเอง

Lenovo YOGA Slim 9i Review 96
Lenovo YOGA Slim 9i Review 124
Lenovo YOGA Slim 9i Review 125
Lenovo YOGA Slim 9i Review 112
Lenovo YOGA Slim 9i Review 107
Lenovo YOGA Slim 9i Review 103
Lenovo YOGA Slim 9i Review 146
Lenovo YOGA Slim 9i Review 147
Lenovo YOGA Slim 9i Review 148
Lenovo YOGA Slim 9i Review 149
Lenovo YOGA Slim 9i Review 162
Lenovo YOGA Slim 9i Review 144

Keyboard / Touchpad

คีย์บอร์ด Lenovo YOGA Slim 9i นั้นตัวปุ่มเป็นสีเดียวกับตัวเครื่องคือสีดำ พร้อมตัวอักษรโปร่งแสง มีการออกแบบมาให้ปุ่มมีความโค้งรับกับนิ้วมือได้พอดีสไตล์ Lenovo ทำให้สามารถพิมพ์ได้ง่ายขึ้น กับมาตรฐานคีย์บอร์ด 4 แถวขนาด Full Size อีกทั้งด้านการใช้งานในการพิมพ์ ก็ยังเด้งตอบสนองได้เป็นอย่างดีทั้งขนาดแป้นพิมพ์ที่รับกันนิ้วและช่องว่างระหว่างแป้นที่ทำให้มีความแม่นยำในการกด

ในส่วนของไฟ LED Backlit ก็สามารถใช้งานได้ดีทีเดียว ในส่วนของกลางคืนไฟแบ็คไลท์อัจฉริยะจะปรับความสว่างของไฟคีย์บอร์ดของเราแบบเรียลไทม์ตามแสงโดยรอบในห้อง ช่วยประหยัดพลังงานแบตเตอรี่และลดอาการปวดตา ส่วนปุ่มเปิดเครื่องจะไปอยู่ที่ขอบตัวเครื่องขวา พร้อมไฟส่องสว่างแสดงสถานะ เรียกได้ว่าออกมาได้อย่างสวยงามและลงตัวจริงๆ 

Lenovo YOGA Slim 9i

ทัชแพดมีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่เมื่อเทียบกับขนาดตัวเครื่อง ส่วนดีไซน์นั้นเป็นแบบซ่อนปุ่มเช่นเดียวกับโน๊ตบุ๊คปัจจุบันหลายๆ รุ่น การใช้งานจัดได้ว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจ ซึ่งมีความโดดเด่นและต่างจากทัชแพดในโน้ตบุ๊คทุกๆ รุ่น จากการที่บริเวณพักฝ่ามือกระจกแบบขอบจรดขอบพร้อมด้วย Glass Sense Touchpad ใหม่ทั้งหมดให้รูปลักษณ์ที่หรูหราและขนาดใหญ่พิเศษ ให้สัมผัสได้ดียิ่งขึ้นจากการสั่นการตอบสนองแทนการกดคลิกแบบเดิมๆ 

Lenovo YOGA Slim 9i

Lenovo YOGA Slim 9i Review 105
Lenovo YOGA Slim 9i Review 167
Lenovo YOGA Slim 9i Review 166

Screen / Speaker

จอของ Lenovo YOGA Slim 9i ถือว่าดีที่สุดในตลาดด้วยความละเอียด 4K Ultra HD (3840 x 2160 พิกเซล) เป็นจอกระจกพาเนล IPS ที่ให้มุมมองกว้างถึง 178 องศา ที่ให้ภาพคมชัด สวยงามทุกมุมมอง เมื่อประกอบกับขอบจอที่บางเฉียบ กว่า 95% เป็นหน้าจอแสดงผล ทำให้ไม่ว่าจะการใช้งานทั่วไป การเปิดหน้าเว็บ การชมภาพยนตร์ ซีรีส์ ดูเต็มอารมณ์มากยิ่งขึ้น ด้วยความเรียบเนียนของหน้าจอที่เหนือชั้นกว่า Full HD เดิมๆ หลายเท่าตัว 

Lenovo YOGA Slim 9i

ส่วนขอบจอด้านบนจะเป็นตำแหน่งของ IR Camera ไว้ใช้งานร่วมกับ Windows Hello เพื่อเข้าใช้งานได้ Windows 10 ได้รวดเร็วปลอดภัย อีกทั้งยังมีส่วนของ Lenovo Smart Assist เพื่อเปิดใช้งานคุณสมบัติที่ชาญฉลาดขึ้นเช่นการแจ้งเตือนความ shoulder-surfing privacy alerts และการล็อกหน้าจออัตโนมัติเมื่อเราเดินออกไป โน้ตบุ๊คของเราจะปิดและมีเสียงเตือนด้วยหากมีการเคลื่อนย้ายโดยไม่ได้รับอนุญาตอีกด้วย

พร้อมขอบด้านบนยังมีกล้องไว้ VDO Call และไมโครโฟน 2 ตัวที่ซ่อนเอาไว้อย่างเรียบเนียน ที่สำคัญได้ฟีเจอร์ TrueBlock Privacy Shutter ทำให้เราเลือกเปิดปิดเว็บแคมได้อย่างปลอดภัยที่สุด โดยในส่วนของปุ่มเปิดปิดการใข้งานของกล้องนั้นอยู่บริเวณด้านข้างของตัวเครื่อง ซึ่งเราสามารถเลื่อนสไลด์ไปมาได้อย่างง่ายดาย ให้ความสะดวกในการใช้งาน

Lenovo YOGA Slim 9i

อย่างไรก็ตามจอกระจกของ Lenovo YOGA Slim 9i เองก็ยังมีเงาสะท้อนที่เกิดขึ้นอยู่พอสมควร โดยเฉพาะเมื่อใช้งานกลางแจ้ง หรือเมื่อมีแสงอยู่ในมุมตรงกับจอภาพ ซึ่งอาจทำให้ไม่สะดวกกับการใช้งานอยู่บ้างเหมือนกัน ทางแก้ก็คืออาจจะต้องพยายามเลี่ยงมุมที่อาจเกิดแสงสะท้อนกับจอได้ก็จะเป็นการดีที่สุด อย่างเช่นในร้านกาแฟก็จะไฟประดับเยอะ ก็ต้องเลือกมุมดีๆ หน่อย แต่ก็ไม่ลำบากอะไรมากมาย

Lenovo YOGA Slim 9i Review 113
Lenovo YOGA Slim 9i Review 130
Lenovo YOGA Slim 9i Review 129

ให้ขอบเขตความกว้างของสีสันเทียบเท่ากับมาตรฐาน sRGB ที่ 100% ส่วน AdobeRGB ที่ 84% เรียกได้ว่าให้ประสิทธิภาพเรื่องของสีสันอยู่ในระดับที่น่าประทับใจ ความสว่างหน้าจอสูงสุดอยู่ที่เกือบๆ 500 cd/m2 ซึ่งจัดได้ว่าอยู่ในเกณฑ์ดีกว่ามาตรฐานความสว่างของหน้าจอในโน๊ตบุ๊คทั่วไป คือ พอสู้แสงกลางแจ้งได้ รวมไปถึงการทำงานภาพกราฟิกหรือตกแต่งภาพที่เน้นมืออาชีพมากๆ ก็ทำได้ดีเช่นกัน

ต่อกันที่วัดความสว่างของหน้าจอตามตำแหน่งต่างๆ โดยแบ่งเป็น 9 ช่อง เทียบจากช่องกลางที่ปกติแล้วจะให้ความสว่างที่มากที่สุด ที่จะเห็นได้ว่าช่องบนกลางจอเป็น 0% ก็คือแสดงความสว่างได้เต็มที่ที่สุด แต่สำหรับช่องขวาซ้ายจะมีแสงสว่างที่ลดลงแค่ระดับ 11% เท่านั้น ในการทดสอบก็เพื่อให้เราใช้งานอย่างระมัดระวังสำหรับคนที่บังเอิญจำเป็นต้องใช้งานภาพถ่าย หรืองานกราฟิกอื่นๆ ปิดท้ายด้วยคะแนน 4.0 เมื่อทดสอบด้านการแสดงผลต่างๆ ทั้งหมดแล้ว ผ่านทางอุปกรณ์ Spyder5Elite

s1 2
s2 2
s3 2

ด้านของลำโพง Lenovo YOGA Slim 9i มีเทคโนโลยี Dolby Atmos ให้เสียงที่ดีมาก และสามารถจำลองเสียง 360 องศาได้ โดยมีลำโพงติดตั้งบริเวณด้านล่างซ้ายขวาขอบตัวเครื่องอีกด้วย ในเรื่องของความดังของเสียงเรียกว่าทำออกมาได้อย่างน่าประทับใจทีเดียว ส่วนในเรื่องคุณภาพเสียงนั้น ถือว่าดีกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปแบบรู้สึกได้ ซึ่งเพียงพอกับการใช้งานดูหนังฟังเพลงแบบสบายๆ แล้ว ส่วนใครจะเอาไปต่อกับหูฟังหรือลำโพงเพิ่ม ก็สามารถทำได้หากว่าต้องการคุณภาพเสียงที่ดีมากยิ่งขึ้นไปอีก

Lenovo YOGA Slim 9i Review 109
Lenovo YOGA Slim 9i Review 101
Lenovo YOGA Slim 9i Review 102

Connector / Thin And Weight

พอร์ตการเชื่อมต่อตัวเครื่อง Lenovo YOGA Slim 9i นี้จัดว่าเป็นโน๊ตบุ๊คบางเบาที่มีการกระชับพื้นที่มากๆ เพราะทั้งตัวเครื่องตัดพอร์ตเกือบทั้งหมดทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น HDMI / LAN หรือแม้กระทั่ง USB  Type-A แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นกับตัดช่องต่อหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มิลลิเมตรออกไปแต่อย่างใด โดยเลือกที่จะใส่พอร์ต Thunderbolt 4 สุดล้ำจำนวน 3 พอร์ต ซึ่งเป็นมาตรฐานของสเปก Intel Core i Gen 11 (Tiger Lake) นั่นเอง

ซึ่งนอกเหนือจากโอนถ่ายข้อมูลความเร็วสูง รองรับการชาร์จไฟผ่านทางอแดปเตอร์ที่เป็น USB-C พร้อมต่อหน้าจอภายนอก 4K / 8K และการชาร์จไฟผ่านทาง Power Bank ที่เป็น PD ด้วย ซึ่งนับว่าตรงนี้ให้ทาง Lenovo ยังใส่ใจ เพราะก็ยังบันเดิลส่วนของ USB-C Hub ที่รองรับพอร์ต USB-A / HDMI / VGA มาด้วย อย่างไรด็ตามแนะนำว่าอาจจะมีการซื้อ USB-C Hub เพิ่มเติมเข้ามาเพื่อใช้งานจริงๆ อีกที 

Lenovo YOGA Slim 9i

ขนาดของตัวเครื่อง Lenovo YOGA Slim 9i และสายชาร์จ USB-C ที่ 65W เมื่อเทียบกับขนาดของโน๊ตบุ๊ค 14″ ทั่วไปถือได้ว่ามีมิติที่เล็กกว่าพอสมควร ส่วนน้ำหนักตัวเครื่องเปล่านั้น อยู่ที่ 1.2 กิโลกรัม และเมื่อรวมกับตัวอแดปเตอร์เข้าไปด้วย ก็จะมีหนักราวๆ 1.4 กิโลกรัมเท่านั้น ก็จัดว่ามีน้ำหนักที่มีความเบามากๆ เลย แน่นอนว่าตอบสนองในเรื่องของการพกพาไปนอกสถานที่ได้อย่างเต็มรูปแบบ สมกับเป็นโน๊ตบุ๊คเน้นประสิทธิภาพแต่พกพาได้เก่งในยุคปัจจุบันทีเดียว

Lenovo YOGA Slim 9i Review 140
Lenovo YOGA Slim 9i Review 133
Lenovo YOGA Slim 9i Review 169

Performance / Software

Lenovo YOGA Slim 9i สเปก Core i Gen 11 เมื่อตรวจสอบข้อมูลของชิปประมวลผลด้วยโปรแกรม CPU-Z ก็พบว่าข้อมูลขึ้นมาครบถ้วนเลยครับ โดยเลือกใช้ชิป Intel Core i7-1165G7 ที่มี 4 คอร์ 8 เธรดสำหรับการประมวลผล ความเร็วที่ 2.40 – 4.70 GHz มีค่า TDP ในการปลดปล่อยความร้อนสูงสุดแค่ 12W – 28W เท่านั้น ซึ่งจัดว่าต่ำมากสำหรับชิป Core i7 ในโน๊ตบุ๊ค ทำให้ตัวเครื่องโดยรวมไม่ร้อนจนเกินไป ทั้งนี้ก็เนื่องมาจากการใช้สถาปัตยกรรมการผลิตที่ระดับ 10 นาโนเมตร อย่าง Tiger Lake เทคโนโลยีสุดล้ำ SuperFin Willow Cove

ที่ต้องบอกว่าสร้างมาตรฐานประสิทธิภาพที่มากกว่าชิปประมวลผลรุ่นก่อนๆ แรงเพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไปมากๆ หรือถ้างานที่ต้องประมวลผลจริงจังก็รองรับได้อย่างสบายๆ ส่วนแรมได้ขนาด 16GB แบบฝังบอร์ด เป็นมาตรฐาน LPDDR4X 4266 MHz ตามเทคโนโลยีของ Intel Core i Gen 11 ที่ผ่านการปรับแต่งให้เหนือชั้น  พร้อมให้ที่เก็บข้อมูล SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB ที่สามารถขับเคลื่อนระบบปฏิบัติการ Windows 10 แบบลื่นไหลอย่างที่สุด ในทุกๆ การทำงาน

c1 1. c2 1

การ์ดจอเป็นแบบออนบอร์ดรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Intel Iris Xe Graphics ที่ให้พลังในการประมวลผลที่ดีในระดับที่ก้าวกระโดดกว่ารุ่นก่อนๆ อย่างในเรื่องของกราฟิก 2 มิตินั้นก็รองรับได้อย่างสบายๆ หรือถ้าเป็น 3  มิติก็ต้องบอกว่ารองรับการทำงานได้ในระดับเบื้องต้นหรือระดับสูง รองรับการทำงานกับหน้าจอความละเอียดสูงอย่าง 4K / 8K ได้แบบไม่มีปัญหา เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเพิ่มพลังการสร้างสรรค์คอนเทนต์ มองหาความบันเทิง หรือการเล่นเกมเปี่ยมอรรถรส  ประสิทธิภาพที่เรียกได้ว่าใกล้เคียงกับการ์ดจอแยกเลยทีเดียว ซึ่งสามารถเล่นเกม 3 มิติ พอได้บ้าง เดี๋ยวไปดูผลทดสอบกันอีกที

g2

อีกทั้งได้ที่เก็บข้อมูลเป็น SSD M.2 NVMe ความจุ 1TB ที่ได้ทั้งขนาดที่ใหญ่ใส่ไฟล์ได้เยอะ และเป็นรุ่นเกรดสูงความเร็วสูง โดยมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home Single Language มาตั้งแต่แกะกล่อง ดังนั้นจึงไม่ต้องห่วงเรื่องลิขสิทธิ์ Windows เลยครับ ส่วนถ้าต้องการเคลียร์เครื่อง ก็สามารถใช้งานฟังก์ชัน Reset this PC ที่อยู่ใน Settings ของ Windows 10 ได้เลยโดยไม่ต้องฟอร์แมต SSD เพื่อลง Windows ใหม่

cine15 1.   cine20 1

สำหรับโปรแกรมทดสอบ CINEBENCH 15 / 20 ที่เน้นในเรื่องของพลังชิปประมวลผล คะแนนก็อยู่ในระดับที่น่าพอใจ เปรียบเทียบกับชิปประมวลผลที่เป็นรหัส U Series รุ่นก่อนหน้าแล้ว ก็ทำได้ดีกว่าเล็กน้อย รวมไปถึงตัวการ์ดจอเองก็มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในส่วนของงานประมวลผลหนักๆ ได้อย่างสบายๆ ไม่น่าเป็นห่วงนัก รวมไปถึงตัวการ์ดจอเองก็มีประสิทธิภาพสูงเช่นเดิม เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในส่วนของงานประมวลผลหนักๆ ได้อย่างสบายๆ รวดเร็วทันใจแบบสุดๆ สมกับเป็นชิปประมวลผลตัวบนในรุ่นใช้งานเต็มกำลัง และการ์ดจอที่อัพเกรดใหม่ที่เน้นการทำงาน 3 มิติที่ดียิ่งขึ้น

ssd 1

ด้านของ Storage เป็น SSD มาตรฐาน NVMe PCIe ระดับบน ความจุ 1TB ที่ทำการทดสอบด้วยโปรแกรม CrystalDiskMark ก็พบว่าความเร็วในการอ่านอยู่ที่ 3365 MB/s ส่วนความเร็วในการเขียนก็อยู่ที่ 2984 MB/s ด้านของความเร็วในการอ่านเขียนไฟล์ก็จัดว่าอยู่ในระดับที่ดีมากๆ สามารถใช้งานทั่วไปได้เหลือเฟือ ยิ่งเมื่อนำไปใช้เทียบกับฮาร์ดดิสก์แบบจานหมุนแล้วละก็จะเห็นถึงประสิทธิภาพทั้งในด้านการทดสอบและในด้านการใช้งานจริงที่แตกต่างกันอย่างเห็นเห็นได้ชัด เรียกได้ว่าเปิดอะไรปุ๊บก็ติดปั๊บ เร็วกว่ามาตรฐาน SATA 3 หลายเท่าตัว

pc10

การทดสอบประสิทธิภาพกับโปรแกรม PCMark 10 Advance ซึ่งสามารถทำคะแนนการทดสอบรวมได้มากถึง 4742 คะแนน ถือได้ว่าในส่วนของการใช้งานทั่วไปโดยรวมนั้นสอบผ่านแบบสบายๆ ทั้งในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร งานตกแต่งรูปภาพ รวมถึงงานตัดต่อวิดีโอ และจากการที่เป็นโน๊ตบุ๊คทีมีชิปประมวลผลเป็น Intel Core i Gen 11 และสเปกจัดเต็ม ทำให้มีคะแนนพุ่งกว่าโน๊ตบุ๊คบางเบาในสเปกที่เป็น Intel Core i Gen 11 รุ่นอื่นๆ

game test 1

ทดสอบเกมสำหรับ Lenovo YOGA Slim 9i สเปก Intel Core i Gen 11 ได้คะแนนและเฟรมเรมในการเล่นเกมทำออกมาน่าสนใจมากๆ โดยเฉลี่ยของเฟรมเรท (FPS) จากทั้ง 3 เกมออนไลน์ เกมที่ได้ทดสอบมีค่าเฟรมเรทเฉลี่ยค่อนข้างลื่นไหล น่าประทับใจทีเดียว เมื่อเทียบกับโน๊ตบุ๊คที่ไม่ได้เน้นเล่นเกมมาก ซึ่งตรงนี้ก็สามารถชี้วัดความสามารถในการเล่นเกมที่กราฟิกละเอียดๆ และภาพสวยๆ ได้ลื่นไหลเป็นอย่างดีเลย จากการที่สเปกภายในเป็นชิปประมวลผล Core i7-1165G7 ที่ทำงานร่วมกับการ์ดจอ ออนชิปอย่าง Iris Xe Graphics ได้ดีเยี่ยม ประกอบกับใช้แรม 16GB LPDDR4x4266 MHz รวมไปถึง SSD ก็ส่งผลช่วยด้วย

สำหรับเกมออนไลน์อย่าง DOTA 2 ก็จัดการทดสอบแบบปรับสุดหมด ซึ่งเป็นความละเอียดที่จะสามารถเล่นให้ลื่นได้ สำหรับรายละเอียดภาพอื่นๆ ก็เรียกได้ว่าเปิดทุกอัน  ผลที่ได้ออกมาก็คือสามารถเรนเดอร์ได้อย่างไหลลื่นในระดับเฟรมเรทที่เฉลี่ยที่ 64 แต่ฉากตะลุมบอนกันก็เฟรมเรทลดลงไปที่ 36 (อยากลื่นกว่านี้ก็ปรับกลางๆ ได้) และในส่วนของเกม Overwatch / PUBG ที่ปรับ Low ทดสอบแล้วจะมีเฟรมเรทเฉลี่ยอยู่ที่ 92 / 38 ซึ่งต่ำสุดอยู่ที่ 27 / 29 เฟรมเรทก็ทำออกมาได้ลื่นไหลกว่าที่คาดไว้พอตัว อย่างไรก็ตามด้วยตัวเครื่องที่บางเบาสุดๆ ทำให้เป็นข้อจำกัดอยู่บ้าง แต่ดีขึ้นกว่ารุ่น Core i Gen 10 มากๆ แล้ว

lenovo 1

ที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือ Lenovo Vantage ก็เรียกได้ว่าเป็นซอฟแวร์ที่มีประโยชน์มาก ช่วยให้ผู้ใช้สามารถจัดการและควบคุมในหลายๆ ส่วนของเครื่องได้ เรียกได้ว่าค่อนข้างละเอียดมากทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นอัพเดทไดร์เวอร์ล่าสุด การเปิดปิดอุปกรณ์ต่างๆ ภายในเครื่อง ตั้งค่าทัชแพด การเชื่อมต่อไร้สาย แบตเตอรี่ กล้องเว็บแคม ระบบเสียง และ IR Camera ที่ต้องบอกว่าซอฟต์แวร์ต่างๆ นั้นไม่ได้ติดตั้งมาให้หนักเครื่องเปล่าๆ แต่สามารถใช้งานได้จริง และใช้งานได้ดีอีกด้วย

Battery / Heat / Noise

แบตเตอรี่ของ Lenovo YOGA Slim 9i เป็นแบบฝังไว้ในเครื่องเหมือนกับโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่นในปัจจุบัน ตัวแบตเตอรี่จากการทดสอบด้วยการเปิด Wi-Fi และปรับเป็น Power Saver Mode ทำงานต่อเนื่องยาวนานได้ 8 ชั่วโมงต่อเนื่องในการใช้งานอย่างการดูภาพยนตร์และเล่นอินเตอร์เน็ต ซึ่งเวลาอาจจะปรับเปลี่ยนตามการใช้งานของแต่ละคน นอกจากนี้ตัวเครื่องยังรองรับการชาร์จผ่านทาง Power Bank ที่เป็นมาตรฐาน PD (Power Delivery ) อีกด้วย

batt 1

อุณหภูมิปกติของชิปประมวลผลจะอยู่ที่ 30 – 40 – 50 องศาเซลเซียส แต่พอรีดประสิทธิภาพเต็มที่จะเห็นว่าเครื่องจะร้อนที่สุดไม่เกิน 96 องศาเซลเซียส (ร้อนกว่านี้ตัวเครื่องจะลดความเร็วการทำงานลง) ถือว่าทำได้ดีไม่แตกต่างจากรุ่นก่อนๆ แต่ด้วยการที่ระบบระบายความร้อนของ Lenovo YOGA Slim 9i ไม่ได้ออกแบบมาให้ทำงานหนักๆ ตลอดเวลา เหมือน Gaming Notebook ที่เป็นตัวหนาๆ หนักๆ

temp2 1

อย่างไรก็ตามตัวเครื่องไม่ได้เกิดอาการค้าง หน่วง หรือมีปัญหาแต่อย่างใด แม้ว่าชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 (Tiger Lake) รุ่นล่าสุดจะแรงขึ้น ระบบระบายความร้อนสามารถจัดการได้ดีตามมาตรฐานเวลาใช้งานหนักๆ ประสิทธิภาพทำได้ดีอย่างต่อเนี่อง แต่ถ้าใช้งานเบาๆ คือพัดลมแทบไม่หมุนเลย ทำงานได้เงียบมากๆ

Conclusion / Award

Lenovo YOGA Slim 9i นับว่าเป็นการต่อยอดจาก Lenovo YOGA Series ในหลายจุดๆ ไม่ใช่แค่เพียงดีไซน์ภายนอก แต่สเปกภายในที่ดีขึ้นด้วย จากการเลือกใช้ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 (Tiger Lake) ที่ทรงพลังยิ่งกว่า รวมไปถึงการ์ดจอออนชิปที่ดีขึ้นและใช้งาน 3 มิติได้จริง ให้ความแรงลื่นอย่างที่โน้ตบุ๊คบางเบาสมัยก่อนไม่สามารถให้ได้ จนได้ Intel EVO การันตรีเรื่องประสิทธิภาพโดยรวมทีเดียว

อีกทั้งได้ปรับเพิ่มฟีเจอร์ต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น IR Camera / TrueBlock Privacy Shutter /  Lenovo Smart Assist  ซึ่งใช้งานได้ดีใช้งานจริงๆ ด้านของความปลอดภัย รวมถึงตอกย้ำความน่าซื้อขึ้นไปอีกด้วยการติดตั้งโปรแกรม  Office Home & Student 2019 (Word / Excel / Power Point) มูลค่า 4,299 บาท มาให้ใช้งานติดเครื่องกันยาวๆ 

Lenovo YOGA Slim 9i

อย่างไรก็ตาม Lenovo YOGA Slim 9i อาจจะยังไม่ใช่โน๊ตบุ๊คที่ออกแบบและผลิตขึ้นมาสำหรับทุกคน ด้วยราคา 59,990 บาท ที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับสเปกอย่างเดียว แต่ความจริงคือเน้นประสบการณ์ใช้งานเรื่องความบางเบาและพกพา พร้อมความพรีเมียมมากกว่า จากวัสดุที่หาหาไม่ได้ในโน้ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ แน่นอน 

อีกทั้งจากการได้พอร์ตเชื่อมต่อ Thunderbolt 4 จำนวน 3 พอร์ต แต่ก็พร้อมตัดพอร์ตอื่นๆ ออกไปหมดเหมือนกัน กับประกันแบบ 3 ปี On-site Service ถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ชูเรื่องของนวัตกรรมของทาง Lenovo ที่คุ้มค่าอีกหนึ่งรุ่น ส่วนตัวเองก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีที่ได้สัมผัสและรีวิวโน๊ตบุ๊คแบบนี้เหมือนกัน

Lenovo YOGA Slim 9i

Award

โดยในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับโน๊ตบุ๊คในกลุ่มเครื่องบางเบา ขนาดหน้าจอ 14″ ซึ่ง Lenovo YOGA Slim 9i ได้รับรางวัลต่างๆ ดังนี้

Best Performance

ด้วยสเปก Lenovo YOGA Slim 9i ใช้ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 ตัวล่าสุด อย่าง Intel Core i7-1065G7 ที่มาพร้อมกับแรมขนาด 16GB LPDDR4 Bus  4266 MHz รวมไปถึง SSD ความเร็วสูง PCIe NVMe ความจุ 1TB ก็ทำให้ประสิทธิภาพโดยรวมของตัวเครื่องนี้มีความน่าประทับใจ ทั้งจากในการใช้ทำงานจริงๆ รวมไปถึงการทดสอบด้วยโปรแกรมต่างๆ ซึ่งจะเห็นได้ว่าในสเปกโน๊ตบุ๊คเครื่องอื่นๆ ที่ใกล้เคียงกัน ผลคะแนนที่ออกมานั้นทำได้อยู่ในช่วงเดียวกัน หรือบางจุดก็มากกว่าซะด้วย

award new performance

Best Design

ดีไซน์โดยรวมของ Lenovo YOGA Slim 9i มีความโดดเด่นเรื่องสีสัน รวมถึงหน้าจอขอบบางแบบบางพิเศษ ที่ทำให้สามารถใช้งานจอขนาด 14″ ภายในตัวเครื่องที่มีขนาดเล็กกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปที่ใช้จอขนาดเดียวกัน  ด้วยการที่ตัวเครื่องมีความบางและน้ำหนักเบาเป็นพิเศษ ที่เชื่อได้เลยว่าทาง Lenovo ได้ใส่ใจในส่วนของรายละเอียดนี้เป็นอย่างมาก ประกอบกับวัสดุหลักในการผลิตยังใช้เป็นอลูมิเนียม กระจกและหนังแท้ ได้ความสวยงามหรูหรา ฉะนั้นในเรื่องของรางวัล Best Design ทำให้ได้ไปอย่างไม่ยากเย็น

award new Design

Best Ultrabook

ปัจจัยสำคัญของด้าน Mobility ก็คือขนาดที่กะทัดรัด บางแค่ 13.9 มิลลิเมตร เบาเพียง 1.2 กิโลกรัม ทำให้เป็นโน๊ตบุ๊คที่เหมาะมาก ๆ สำหรับการพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ แบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นาน และการเชื่อมต่อแบบไร้สายที่ครอบคลุม ซึ่ง Lenovo YOGA Slim 9i ตอบโจทย์ทั้งสามด้านได้อย่างครบถ้วนครับ กับตัวเครื่องบางเบา และการเชื่อมต่อแบบไร้สายที่รองรับทั้ง WiFi 6 AX รวมถึง Bluetooth 5.1 ส่วนแบตเตอรี่ก็ใช้งานได้ยาวนานกว่า 8 ชั่วโมง แทบไม่ต้องพกอแดปเตอร์กันเลยทีเดียว เรียกได้ว่าพกพาสะดวกเน้นเอาไปทำงานนอกสถานที่ได้สบายๆ

award new best Ultrabook

 

 

from:https://notebookspec.com/web/551371-review-lenovo-yoga-slim-9i-corei7