คลังเก็บป้ายกำกับ: รีวิว

รีวิว Samsung Galaxy A72 รุ่นใหญ่กล้องเยี่ยม ออพติคัลซูม 3x กันน้ำ จอใหญ่ลำโพงคู่ สเปคแรงเล่นเกมได้มันส์

Samsung Galaxy A72 รุ่นพี่ซีรี่ส์ใหญ่สุดของสามสมาร์ทโฟนที่ Samsung เปิดตัวมาล่าสุดครับ มาในหน้าจอขนาดที่ใหญ่ 6.7 นิ้วแบบ Super AMOLED สีสดสวยตามมาตรฐานของงานผลิต Samsung แบตเยอะ สเปคดี กล้องคุณภาพสูง ใช้การออกแบบใหม่บางและสวยด้วยสีสันใหม่ สเปคเหมาะเอามาใช้ในด้านบันเทิงเป็นพิเศษครับ มาดูกันว่ามีอะไรบ้างอยู่ใน Galaxy A72 รุ่นนี้ครับ

Galaxy A72 เปิดตัวมาพร้อมกับ Galaxy A52 และ Galaxy A52 5G เป็นรุ่นที่ที่ได้หน้าจอขนาดใหญ่ 6.7 นิ้ว FHD+ แบบ Infinity-O เจาะรูวางกล้องหน้าขนาดเล็ก เจาะรูวางความละเอียดกล้องรุ่นนี้สูงหมดทุกตัว รวมทั้งกล้องหน้าให้มาที่ 32 ล้านพิกเซล

หน้าจอรองรับการสแกนลายนิ้วโดยตรง ความสว่างสูง 800 nits และให้รีเฟรชเรทมาที่ 90Hz จอคุณภาพดีครับ เป็นจอ sAMOLED + ที่ภาพบนจอจะเหมือนชิดกับกระจกจอ เวลาเห็นด้วยตาจะรู้สึกว่าภาพมันลอยอยู่บนกระจกจอเลย

ตัวเครื่องใช้มาตรฐานงานประกอบที่มีคุณสมบัติกันน้ำ IP67 มาให้ ตกลงไปในน้ำสะอาดลึก 1 เมตร ไม่นานเกิน 30 นาที น้ำไม่เข้าเครื่อง เอาขึ้นมาเช็ดให้แห้งใช้งานต่อได้ เป็นมาตรฐานงานประกอบที่สูงกว่ารุ่นอื่นในเรทราคาเดียวกันชัดเจน

ฝาด้านหลังคือความน่ารักน่าใช้ของ Galaxy A Series ในปี 2021 นี้เลยครับ เขาออกแบบมาได้ดีมาก ผมเชื่อว่าที่สนใจ Galaxy A กันก็เพราะสีสันและทรงเครื่องในแบบใหม่นี้กันแน่นอน เรียบๆ สัมผัสผิวจะละมุนมือ สีสันโทนเนื้อนม ดูทันสมัย เครื่องตัวจริงสวยมากครับ มีสี่สีให้เลือก Awesome Violet , Awesome Black, Awesome White และ Awesome Blue




รองรับการใช้งานสองซิมการ์ดแบบไฮปริด ช่องซิมที่สองสลับใส่ Micro SD Card เพิ่มเติมได้ (รองรับสูงสุดที่ 1TB) เครื่องมีความบาง บางแค่ 8.4 มิลลิเมตร และหนัก 204 กรัม แม้ภายในจะใส่แบตเตอรี่ขนา 5,000 mAh เข้ามาให้ครับ

ด้านหลังจะเห็นกล้องสี่ตัวสำหรับรุ่นนี้ ตามที่ผมบอกกล้องแต่ละตัวมีความละเอียดสูงครับ กล้องหลัก 64 ล้านพิกเซลมาพร้อมกันสั่น OIS เลนส์ที่สองเป็น Ultra Wide มุมกว้าง 12 ล้านพิกเซล และเลนส์ Macro ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล และสุดท้ายคือเลนส์ Telephoto 8 ล้านพิกเซล เป็นเลนส์ที่มีกันสั่น OIS มาในตัวอีกหนึ่งเลนส์ครับ มันช่วยการจับภาพบุคคลและทำให้ A72 รองรับการซูมแบบ Optical หรือการซูมด้วยเลนส์ภาพไม่เสียความละเอียดในระดับสามเท่า และรองรับการซูมแบบ Digital สูงสุดถึง 30X เป็นหนึ่งในคุณสมบัติพิเศษของรุ่นนี้ครับ

แบตเตอรี่ให้มาใหญ่ ก็ใส่ระบบชาร์จไว 25W Fast Charging มาให้ด้วยครับ ชาร์จได้ผ่านพอร์ท USB Type-C ใต้เครื่อง และลำโพงของ Galaxy A72 เป็นลำโพงคู่ที่รองรับ Dolby Atmos ด้วย ระบบเสียงก็สุดยอดตัวนึงของสมาร์ทโฟนเลยครับ จะเล่นเกมหรือรับชมภาพยนตร์ได้สนุกขึ้นโดยไม่ต้องต่อลำโพงภายนอก เสียงดังชัดเจน มีมิติ รุ่นนี้จึงมาครบทั้งภาพทั้งเสียงครับ น่าสนใจในกลุ่มสมาร์ทโฟนระดับตลาดกลาง Samsung ทำราคามาได้ดีอีกด้วย เปิดตัวมาที่ 13,999 บาท สำหรับรุ่นแรม 8GB รอม 128GB

หน้าจอขนาดใหญ่ 6.7 นิ้ว ภาพสวยๆ sAMOLED รีเฟรชเรท 90Hz และแบตเตอรี่ใช้งานได้นานๆ 5,000 mAh และลำโพงคู่สเตอริโอ ผมว่าใช้ดูหนังเล่นเกมกันฟินละครับ ^^

การใช้งานภายใน Galaxy A72

หน่วยประมวลผลใช้ชิปเซ็ตของ Qualcomm เป็นตัวระดับ Mid-High End Snapdragon 720G รองรับการใช้งานต่างตั้งแต่ระดับปานกลางถึงบน แรมให้มาเยอะ 8GB เล่นเกมได้เต็มที่ ใช้งานได้แบบจริงจังครับ และรอม 128G

ใช้ระบบ Android 11 ครอบทับด้วย One UI 3.1 รุ่นใหม่สุด จึงรองรับฟังก์ชั่นใช้งานต่างๆ ร่วมกับอุปกรณ์อื่นของ Samsung ได้เต็มฟังก์ชั่นครับ ไม่ว่าจะเป็นหูฟัง, นาฬิกา, หรือ Smart Tag ติดตามของหาย ถ้าต้องการต่อยอดใช้งานสิ่งเหล่านั้นของ Samsugn ก็จะเข้ากันได้หมดเพราะเป็นระบบล่าสุดนั้นเองครับ

ตัวไอคอนและเมนูต่างๆ ของ One UI 3.1 บน Galaxy A72 มีความนุ่มนวล เข้ากันกับสีฝาหลังของตัวเครื่อง ลดความฉูดฉาด เบาสบายตาไม่อึดอัด





และสิ่งที่ Samsung ได้ประกาศบนเวทีในงานเปิดตัวของสมาร์ทโฟนรุ่นนี่ คือสิ่งที่น่ายินดีและสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าได้อย่างมากมายเลยครับ การการันตีว่าจะอัพเดทระบบให้อย่างน้อยสองเจนเนอเรชั่น และดูแลด้านความปลอดภัยให้นานถึงสามปี! ใช้งานกันยาวๆ ไปเลย

ระบบของ Samsung มีบริการของตัวเองเตรียมให้ผู้ใช้เยอะครับ มีธีมสโตร์ให้ดาวน์โหลดธีม ฟอนท์ วอลเปเปอร์ มี Galaxy Store สำหรับการดาวน์โหลดแอพและฟังก์ชั่นเสริมต่างๆ ที่ Samsung พัฒนาและให้บริการด้วยตัวเอง รวมถึงสิทธิพิเศษต่างๆ เช่น Galaxy Gift เป็นต้นครับ





การใช้งานสมาร์ทโฟน Samsung Galaxy ผมแนะนำว่า ควรสร้างไอดี Samsung Account เอาไว้นะครับ ฟังก์ชั่นหลายๆ อย่างของเครื่องจำเป็นต้องใช้ เอาไว้ช่วยจดจำรหัสผ่าน ช่วยในการรับสิทธิพิเศษต่างๆ ของเครื่อง และยังเอาไว้ติดตามเครื่องหายได้ด้วยครับ ซึ่งเป็นระบบติดตามเครื่องหายตัวใหม่ มันทำงานได้แบบออฟไลน์ ใช้แค่สัญญาณ BLE หรือ Bluetooth Low Energy โดยเราจะต้องเข้าไปเปิดการอนุญาต เพื่อขอเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่าย Samsung SmartThing Find ให้เครื่องของเราค้นหาเครื่องคนอื่นได้ และให้เครื่องคนอื่นช่วยค้นหาเครื่องเรา ช่วยเหลือซึ่งกันและกันในระบบครับ



การปรับแต่งหน้าจอทำได้อิสระ ตั้งต่าโทนสี ตั้งค่าระดับ Refresf Rate เลือกได้ระหว่าง 60Hz และ 90Hz ผมแนะนำเปิดไว้ที่ 90Hz ตลอดได้เลยนะครับ แบตไม่หมดไวให้รู้สึกต้องคอยระวังการใช้งาน การจัดสรรพลังงานรุ่นนี้ทำได้ดีครับ ใช้งานได้เช้าถึงค่ำสบายๆ แบบไม่ต้องมาคอยประหยัดสักเท่าไหร่



การตั้งค่าหน้าจอให้ลดแสงสีฟ้า หรือเปิดโทนมืดได้อัตโนมัติในตอนกลางคืน


เรากำหนดระบบปุ่มลัดต่างๆ ได้ตั้งแต่ปุ่มเปิดปิดเครื่อง รองรับการทำงานแบบมัลติวินโดว์แบ่งหน้าจอทำงาน หรือเป็นป๊อบอัพซ่อนกันเพื่อใช้งานได้พร้อมกัน




ในระบบของ Samsung เขายังมีการใส่ฟังก์ชั่นที่ใช้งานร่วมกันกับอุปกรณ์อื่นๆ ได้เพื่อการทำงานข้ามอุปกรณ์ตามยุคสมัยใหม่ เช่นระบบการทำงานต่อเนื่องกันระหว่างอุปกรณ์ Samsung ของเราที่ล็อคอิน Samsung Account เดียวกัน เช่นการจัดบันทึกหรือเปิดหน้าเบราว์เซอร์ เราสามารถทำงานต่อเนื่องกันข้ามอุปกรณ์ รวมถึงการรับสายและโทรออก โดยใช้หมายเลขโทรศัพท์เดียวกันแบบข้ามอุปกรณ์

OneUI 3.1 มีการใส่ Android AUTO ฝังเข้ามาในตัวระบบไว้เลยด้วยนะครับ เอาไว้เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ Font รถทื่รองรับ Android AUTO และการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ Windows เชื่อมต่อข้อมูลและหน้าจอสมาร์ทโฟน เพื่อไปใช้งานบนอุปกรร์ Windows ได้โดยไม่ต้องเสียบสายใดๆ ครับ




 

ประสิทธิภาพในการเล่นเกมที่เอาใช้เล่นได้แบบจริงจังครับ สเปคเครื่องแรงเพียงพอ หน้าจอใหญ่ดีด้วย รีเฟรชเรท 90 Hz ภาพสวย ลำโพงคู่มีมิติเสียง สามารถเปิดใช้งาน Dolby Atmos จากตัวลำโพงเพื่อการเล่นเกมได้เลย



มีโหมดสำหรับการเล่นเกม ระบบ Super AI Game Booster Plus ของทาง Samsungเพิ่มประสิทธิภาพและความไหลลื่นของเกมมากขึ้นไปอีก ด้วยการจัดสรรทรัพยากรเครื่องให้ดีที่สุดเพื่อความพร้อมในการนเล่นเกมแบบจริงจัง





ออกแบบมาเพื่อป้องกันการรบกวนที่อาจจะเข้ามาขัดจังหวะสำคัญ และสำหรับคนที่ชอบเล่นเกมที่มีโหมดอัตโนมัติ ในระบบจะมีโหมดประหยัดพลังงานโดยการปิดหน้าจอแต่ยังเปิดเกมให้มันเล่นอัตโนมัติต่อไปได้ เพื่อประหยัดพลังงานและป้องกันไม่ให้คนอื่นมาเห็นว่าเราแอบเล่นเกมครับ ^^

กล้องถ่ายภาพ

กล้องหลักความละเอียดสูงครับ 64 ล้านพิกเซลมีกันสั่น OIS ช่วยเพิ่มความง่ายในการถ่ายภาพให้คมชัด เลนส์ที่สองเป็น Ultra Wide 12 ล้านพิกเซลสำหรับการถ่ายภาพมุมกว้างพิเศษ และเลนส์  Telephoto 8 ล้านพิกเซล เป็นเลนส์ที่มีกันสั่น OIS อีกหนึ่งตัว ทั้งสามตัวช่วยถ่ายภาพได้ตั้งแต่มุมกว้าง ไปจนถึงซูมแบบ Optical 3x และการซูมแบบ Digital สูงสุดถึง 30X

จากที่ทดสอบ ภาพซูมระดับ 3x เหมือนเดินเข้าไปถ่ายมากกว่าการซูมครับ ภาพคมเอามาใช้ได้เลย ซูมภาพดิจิทัลระดับ 10x ยังพอไหวครับ ระบบซูมภาพของรุ่นนี้ถือว่าดีมากๆ







 

การถ่ายภาพบุคคลของ A72 ก็ทำได้ดีมากครับ สีผิวไม่โดดไม่หลอกตาแม้ถ่ายในที่แสงน้อยอย่างในอาคาร ถ่ายย้อนแสงก็มี HDR เทำงานอัตโนมัติ ในโหมดภาพบุคคลละลายหลังทำได้ดีเช่นกัน ถ่ายง่ายครับ โฟกัสแม่น จับระยะและวัดแสงได้ฉลาด ^^ และระยะการซูม 3x ด้วยออพติคัล ก็สามารถนำมาใช้ในการถ่ายภาพบุคคลได้ด้วยนะครับ คุณภาพดีมากเพียงพอ




เลนส์ Macro ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ถ่ายภาพระยะใกล้ได้ประมาณ 3 เซนติเมตร ความละเอียดได้ คุณภาพกล้องได้ กล้องหลังดีทุกเลนส์ครับสำหรับ A72

สีภาพออกมากำลังสวยเลย ไม่สดจนเลอะและไม่ซีดเกินไป ใช้ถ่ายท่องเที่ยวได้สีธรรมชาติดีครับ






กล้องหน้าความละเอียดสูง 32 ล้าน แน่นอนว่ามากับโหมดบิวตี้ที่ปรับแต่งหน้าเนียนได้หลายระดับ ยังคงประคองสีภาพไม่หลอกตา ซอฟท์แวร์กล้องหน้าพัฒนากันมาไกลมากในยุคนี้ครับ ถ่ายคนออกมายังไงก็สวย และสามารถทำภาพแบบละลายหลังด้วยกล้องหน้าได้ด้วยครับ



ยังมีความสามารถอื่นๆ ในด้านการถ่ายภาพของ Galaxy A72 ซึ่งเราได้น้องณัชชาไปทดสอบการใช้งานมาให้ในวันเปิดตัวแล้ว ในคลิปวีดีโอด้านล่างครับ

สรุปท้ายรีวิว

สมาร์ทโฟนที่เหมาะมากสำหรับสายความบันเทิง ทั้งการเล่นเกมและรับชมภาพยนตร์ ระบบเสถียร ฟังก์ชั่นเยอะ การทำงานมีคุณภาพตามมาตฐานแบรนด์ใหญ่อย่าง Samsung ครับ ตัวเครื่องสวยงามมาตรฐานการผลิตเกรดดี มีคุณสมบัติกันน้ำ และการการันตีการอัพเดทให้ต่อเนื่อง ดูแลความปลอดภัยให้ยาวนาน 3 ปี

ชิปเซ็ต Snapdragon 720G จอภาพขนาดใหญ่ sAMOLED 90Hz เล่นเกมส์ได้ไหลลื่น กล้องหลังสี่ตัวให้คุณภาพสูงทุกตัว ลำโพงคู่ Dolby Atmos แบตเตอรี่ความจุสูง 5,000 mAh พร้อมชาร์จไว 25W  ครบเครื่องและราคาดีครับ 13,999 บาท ของดีตลาดกลางจาก Samsung ในราคาจับต้องได้ไม่ยาก

 

ข่าว: รีวิว Samsung Galaxy A72 รุ่นใหญ่กล้องเยี่ยม ออพติคัลซูม 3x กันน้ำ จอใหญ่ลำโพงคู่ สเปคแรงเล่นเกมได้มันส์ มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/2021/04/04/review-samsung-galaxy-a72.html?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=review-samsung-galaxy-a72

รีวิว realme C25 สเปคดี Helio G70 แบต 6000 mAh กล้องเยี่ยม 48 ล้าน โปรโมชั่นลดแรง เริ่มแค่ 2,490 บาท

realme C25 รุ่นราคาไม่แพงอีกหนึ่ง ที่มีราคาโปรโมชั่นออกมาดีทีเดียวครับ สเปคโอเคด้วยเอาไว้เล่นเกมได้สบายๆ ใช้ชิปเซ็ต Helio G70 แบต 6000 mAh เปิดราคาเต็มมาที่ 5,499 บาท ราคาปกติก็ไม่แพงแล้ว แต่มากับโปรโมชั่นร่วมกับเครือข่าย เริ่มแค่ 2,490 บาทเท่านั้นเองครับ

realme C25 เป็นรุ่นที่เปิดตัวมาคู่กันกับรุ่นน้อง realme C21 แต่สเปคดีกว่า ผมแนะนำว่าถ้าใครมีทุนสักหน่อยแล้วอยากเล่นเกมให้เต็มที่ ก็มาที่ตัว C25 จะใช้งานได้เต็มไม้เต็มมือครับ หน่วยประมวลผล Helio G70 ถือว่ามีประสิทธิภาพสูงพอตัว ใช้งานทุกอย่างในระบบ Android ได้ไหลลื่นรวมทั้งการเล่นเกม เป็นชิปเซ็ตที่ถือว่าดีสุดแล้วในระดับราคาตลาดนี้ครับ

หน้าจอใหญ่ 6.5 นิ้ว 20:9 ความละเอียด HD+ แบบ Mini-drop Fullscreen อัตราส่วนจอต่อตัวเครื่อง 88.7% วางกล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซลเอาไว้ด้านบน รองรับการสแกนใบหน้าเพื่อเข้าใช้งาน


ดีไซน์ Geometric Art Design หรือลวดลายทรงเรขาคณิต ใช้พื้นผิวขัดที่ตัดกัน แกะสลักเรเดียมด้วยความแม่นยำเป็นเส้นโค้ง และเส้นแทยง และตราโลโก้ realme ตัวใหญ่ จับสัมผัสติดมือแต่ไม่เกิดคราบมัน พื้นผิวดูมีความพิเศษมากกว่าฝาหลังเกลี้ยงๆ โดยทั่วไป เข้าไทยมาด้วยกัน 2 สี คือ Water Blue และ Water Grey ที่เห็นในรีวิวนี้ครับ

รุ่นนี้รองรับการสแกนลายนิ้วมือด้านหลังตัวเครื่อง สแกนได้ไวปกติดีครับ โมดูลกล้องได้รับการออกแบบให้เป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส ให้กล้องหลัก 48 ล้านพิกเซล รองรับ PDAF โฟกัสได้รวดเร็วและขอบอกเลยว่ากล้องดีกว่าที่คิดกันแน่นอนครับ ^^ ภาพใสเชียว




กล้องที่สองเป็น Macro Lens ถ่ายภาพมาโคร และเลนส์ B&W ช่วยสำหรับการถ่ายบุคคล ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล โหมดถ่ายภาพมีให้ใช้ไม่น้อยครับ ถ่ายภาพคนละลายหลัง ถ่ายภาพกลางคือ ถ่ายภาพมาโครพิเศษ ฟิลเตอร์ต่างๆ และการเร่งสี ตัวอย่างภาพที่ผมไปลองไปใช้งาน อยู่ด้านล่างบทความรีวิวนี้นะครับ กล้องดีกว่าที่คิดครับรุ่นนี้

ขนาดเครื่องโดยรวมเต็มมือ ภายในใส่แบตเตอรี่มาเยอะมาก ขนาด 6000 mAh พร้อมรองรับชาร์จไว 18W  ทดสอบชาร์จจากตัวชาร์จที่ให้มาภายในกล่อง แบตจาก 10% จนเต็ม 100% ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง แบตเตอรี่อึด ใช้ได้นานมากครับ ผมสามาารถใช้ข้ามวันเลยสำหรับ ถ้าเปิดหน้าจอต่อเนื่องแบตเตอรี่ลดชั่วโมงละราวๆ 10% เท่านั้นครับ

ใช้พอร์ทชาร์จ USB Type C มีรูหูฟัง 3.5มม. รองรับสองซิมการ์ดและเพิ่ม microSD card ได้ในสล็อตที่สาม อุปกรณ์ภายในกล่องมีเคสใสแถมมาให้ ที่ชาร์จ 18W และสายชาร์จ แต่จะไม่มีชุดหูฟังแถมมาในกล่องนะครับ


สิ่งที่เป็นการการันตีคุณภาพความทนทานและมาตรฐานงานประกอบภายใน ที่เรามองไม่เห็นได้ด้วยตา แต่สมาร์ทโฟนของ realme ทุกเครื่องได้ผ่านการทดสอบคุณภาพโดย “TÜV Rheinland Smartphone High Reliability Rheinland” เป็นการรับรองคุณภาพระดับโลกที่จะประกอบไปด้วยการทดสอบ 23 รูปแบบ เช่นการตกหล่น การสึกหรอ และการทดสอบในสภาพแวดล้อมที่รุนแรง  มาตรฐานคุณภาพที่ realme ทำงานร่วมกันกับผู้เชี่ยวชาญของ TÜV Rheinland เพื่อกำหนดคุณภาพที่อัปเกรดมาตรฐานให้สำหรับสมาร์ทโฟน ก็น่าจะเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ใช้ได้แหละครับ reame C25 ราคาประหยัดแต่ว่าความทนทานในระยะยาว ไม่มีย้อมแมวขายให้เสียกันง่ายๆ แน่นอนครับ




การใช้งานภายใน

ชิปเซ็ต MediaTek Helio G70 ถือว่าเป็นตัวเลือกชิปเซ็ตที่ดีที่สุดในราคาตลาดนี้เลยนะครับ สามารถรองรับการใช้งานแอพลิเคชั่นและการเล่นเกมในระดับจริงจังได้แล้ว รุ่นที่ผมได้มาลองใช้งานเป็นรุ่นแรมขนาด 4GB ระบบ Android 11 ครอบทับด้วย realmeUI 2.0 ตัวระบบใหม่แกะกล่อง ออกแบบมาให้มีการปรับแต่งได้มากขึ้น




ปรับได้ทั้งตัวไอคอนที่สามารถติดตั้งเพิ่มเติมได้เองจากในสโตร์ ปรับเลือกฟอนท์ ภาพพื้นหลังและธีม ถูกทำให้เป็นระบบระเบียบมากขึ้น รวมอยู้ในหน้าเดียวกันหมดครับ




แอพพลิเคชั่นพิเศษจาก realme ถูกติดตั้งเอาไว้ให้ช่วยผู้ใช้ในการจัดการระบบเครื่อง ทำความสะอาดและสแกนความปลอดภัยของระบบ มีแอพพลิเคชั่น realme Link สำหรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ AIoT ทั้งหมดของ realme ในแอพพลิเคชั่นเดียว ถูกฝังมาอยู่ในระบบไม่ต้องติดตั้งเพิ่มเติมครับ



realme มีทีม realme Lab ที่คอยพัฒนาแอพพลิเคชั่นพิเศษมาให้ใช้งานกันอยู่ภายใน เช่นตัวล่าสุดน่าสนใจครับ Sleep Capsules   เมื่อเปิดโหมด sleep capsule ตัวสมาร์ทโฟนจะล็อกการใช้งานเมื่อถึงระยะเวลาที่เรากำหนดไว้ล่วงหน้า และเราจะใช้ได้เฉพาะแอปที่กำหนดเอาไว้เท่านั้น ห้ามใช้งานอย่างอื่น เรียกว่าเป็นฟังก์ชั่นหักดิบ ^^ หยุดตัวเองไม่ได้ก็ให้เครื่องช่วยหยุดให้ โดยจะมีจำนวนจำกัดในการยกเลิกด้วยนะครับ จะได้เห็นคนทะเลาะกับเครื่องก็ฟังก์ชั่นนี้แหละ 555




โหมดถนอมสายตาในเวลาเราต้องการลดแสงสีฟ้าเพื่อลดภาระดวงตา เราจะลดสีหรือจะเปลี่ยนหน้าจอของเราให้กลายเป็นขาวดำไปเลยก็ได้นะครับ เอาไว้อ่านหนังสือกลางคืนดีที่สุด

โหมดมืดใหม่ เราสามารถกำหนดลักษณะของโหมดมืดหรือโหมดกลางคนได้ละเอียดมากขึ้น ไม่ใช่ปรับเมนูต่างๆ เป็นสีดำเท่านั้น แต่เรากำหนดลักษณะที่เหมาะสมกับความต้องการของเราได้หลายระดับครับ




โดยส่วนใหญ่แล้ว การใช้งานอยู่ในระดับใช้ได้ครับ ไม่ได้ช้าแลคเหมือนเครื่องรุ่นเล็ก ขยับขึ้นมาอยู่ในกลุ่มตลาดกลาง ตอบสนองได้ไวแบตเตอรี่อึดมากจริง จอใหญ่ดีและลำโพงเสียงดีด้วยครับ เสียงดังและใส ให้ลำโพงมาค่อนข้างดี สเปคโดยรวมใช้ในการเล่นเกมได้ เกมกราฟิกสวยๆ ส่วนใหญ่ก็ยังเล่นได้สบายในระดับลื่นๆ ลองทดสอบกับเกมกินสเปคสุดๆ Genshin Impact ผลคือมีสะอึกครับ ไม่ลื่น 100% แบบเครื่องรุ่นใหญ่ เกมนี้โหดครับ แต่เกมอื่นส่วนใหญ่ก็เล่นได้เต็มที่เต็มอารมณ์ เกมฮิต MOBA, FPS, เล่นได้หมดครับ

Game Space พื้นที่สำหรับคนเล่นเกม รวมไอคอนเกมและเปิดปิดระบบป้องกันการรบกวนขณะเล่น ตัวเครื่องจะรีดศัพยากรเครื่องเพื่อให้พร้อมใช้งานกับเกมได้เต็มประสิทธิภาพโดยอัตโนมัติทันที




 

รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi ทั้ง 2.4 และ 5.0 การจับตำแหน่งต้องใช้สัญญาณอินเตอร์เน็ตช่วยสักหน่อยครับ ก็จะใช้นำทางและเช็คพิกัดได้



กล้องถ่ายภาพ realme C25

รุ่นนี้กล้องดีครับ ภาพออกมาใส แสงสวยสว่างๆ โฟกัสได้ไว ผมถือว่าเกินคาดครับ

กล้องหลักมี AI สามารถถ่ายถาพความละเอียดสูงสุด 48 ล้าน รองรับการซูมภาพระดับ 10x ทำงานคู่กันกับกล้องอีกสองตัว Macro Lens ถ่ายภาพมาโคร และเลนส์ B&W ช่วยสำหรับการถ่ายบุคคล ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล

ภาพถ่ายวิวแสงกลางวันแสงใสๆ สวยครับ โหมดซูมภาพถ้าเอาภาพไม่แตก ก็ซูมได้ 2x เกินกว่านั้นภาพจะลดความคมครับ



 

โหมดถ่ายภาพบุคคลหน้าชัดหลังเบลอ ในที่แสงเพียงพอจะจับภาพหน้าบุคคลแม่นครับ ตัดคนจากฉากหลังได้ดีเลย เกรดราคาระดับนี้สำหรับเจ้ารุ่นนี้กล้องดีกว่าที่คิดไว้ครับ




 

โหมด Super Macro สำหรับการเก็บรายละเอียดระยะใกล้ๆ

 

มีโหมดถ่ายภาพกลางคืน สำหรับการถ่ายเล่นกับแสงไฟโดยไม่ต้องใช้ขาตั้งกล้อง ภาพก็ออกมาโอเคนะครับ ปกติเรทราคานี้โหมดกลางคืนไม่ค่อยรอด




กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อม Ai Beauty ปรับแต่งใบหน้าได้ละเอียดทุกอวัยวะเลยครับของ realme ูู ทำภาพเซลฟี่แบบหน้าชัดหลังเบลอได้ด้วยกล้องตัวเดียว ปรับโปเก้ระยะชัดลึกชัดตื้นได้ รองรับ HDR ถ่ายเซลฟี่ย้อนแสง


ลองดูตัวอย่างภาพถ่ายกล้องหน้ากันครับ ความละเอียดไม่ได้สูงแต่ภาพก็ออกมาโอเคเลยนะ ชอบเซลฟี่ไม่ต้องห่วงไปครับ ^^




กล้องดีถ่ายง่ายดีครับ ได้แสงกลางวันภาพสวย ถ่ายคนถ่ายวิวเอาอยู่หมดครับ ภาพจะออกแนวใสๆ สว่างๆ ดูมีชีวิตชีวา เหมาะกับถ่ายท่องเที่ยวและวัยรุ่นโดยเฉพาะเลย ^^















สรุปท้ายรีวิว

ราคาไม่แพง แบตเตอรี่อึดมาก Helio G70 มีความแรงพอตัว ใช้งานได้เกินราคาครับ เล่นเกมได้ ทำงานต่างๆ ได้เร็ว ซอฟท์แวร์ทำมาได้ดีใช้งานไม่เคยมีปัญหา ตัวเครื่องได้รับการทดสอบผ่านมาตรฐาน TÜV Rheinland Smartphone High Reliability Rheinland อุ่นใจได้ในความทนทานและอายุการใช้งาน

realme C25 มีราคาโปรโมชั่นออกมา เริ่มแค่ 2,490 บาท จากราคาเต็ม 5,499 บาท เมื่อซื้อเครื่องพร้อมสมัครแพ็กเกจจากทางเครือข่ายผู้ให้บริการ นี่คือจุขายหลักของ realme  C Series ที่ทำราคาได้ดีเสมอมา และมักผูกกับผู้ให้บริการเพื่อจำหน่ายในราคาที่พิเศษมากๆ ครับ

 

ข่าว: รีวิว realme C25 สเปคดี Helio G70 แบต 6000 mAh กล้องเยี่ยม 48 ล้าน โปรโมชั่นลดแรง เริ่มแค่ 2,490 บาท มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/2021/04/02/review-realme-c25.html?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=review-realme-c25

รีวิว Samsung Galaxy A52 5G ดีครบรอบด้าน จอสวย sAMOLED 120Hz กล้อง 64 ล้านคุณภาพสูงทั้งภาพนิ่งและวีดีโอ

ปีนี้ซัมซุงมาดีครับ เปิดตัว Galaxy A Series สเปคเข้าตาทุกรุ่น ราคาก็ดีมาก น่าใช้เลยละโดยเฉพาะเมื่อเป็นของแบรนด์ Samsung เอง สำหรับรุ่นนี้ Galaxy A52 5G น่าจะเป็นรุ่นที่ครบเครื่องที่สุดที่เปิดตัวมาครับ เพราะว่านี่เป็นสมาร์ทโฟนที่มาในยุคสมัยของ 5G เพียงรุ่นเดียว

ซัมซุง Galaxy A52 5G ให้หน้าจอแสดงผลที่สวยงาม Super AMOLED+ รีเฟรชเรทสูง 120Hz พร้อมรองรับใส่ซิม 5G ใช้งานได้เลย อย่าจำสับสนกับ Galaxy A52 รุ่นธรรมดาที่ราคาจะถูกกว่า แต่ว่าหน้าจอจะให้มาเป็น Super AMOLED+ รีเฟรชเรทแค่ 90Hz และไม่สามารถใช้งาน 5G ได้นะครับ ซึ่งในรีวิวนี้เราจะอิงกับตัว 5G เป็นหลัก แต่ยังไงแล้วนอกจากเรื่องของหน้าจอและการรองรับ 5G ความสามารถที่เหลือก็อาจนำมาใช้เป็นข้อมูลร่วมกันของเครื่องทั้งสองรุ่นได้ เพราะสเปคด้านอื่นๆ ทั้งตัว 5G และตัวธรรมดา จะเหมือนกันทั้งหมดเลย

 

การออกแบบตัวเครื่อง Samsung Galaxy A52 5G

Galaxy A52 5G มาในรูปร่างที่โดดเด่นในงานดีไซด์ใหม่ของ Samsung สีนุ่ม ละมุนตา จับสัมผัสรู้สึกดี ไม่เกิดคราบมันคราบรอยนิ้วมือได้ง่าย และสีสันใหม่สวยทุกสี ม่วง Awesome Violet/ ฟ้า Awesome Blue/ ดำ Awesome Black/ ขาว Awesome White โดยเฉพาะสี Awesome Violet และ ฟ้า Awesome Blue สองสีที่เห็นในรีวิวนี้ครับ ไม่ค่อยได้เห็นกันมากนักกับสีม่วงและสีฟ้าแบบพาสเทล ซึ่งผมจะบอกว่ามันดูเป็นงานเกาหลีมากๆ 555 สีสันวัยรุ่นแบบหรูๆ นวลๆ  ดูนมๆ เห็นแล้วรู้สึกถึงหน้าใสๆ และบุคลิกของนางเอกที่ผมชอบ ^^


ใช้การออกแบบฝาหลังที่เป็นเนื้อเดียวกันตลาดจนถึงเลนส์กล้อง งานผลิตได้มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP67 อยู่ในน้ำสะอาดได้ลึก 1 เมตร นาน 30นาที ตัวเครื่องไม่เป็นอะไร ขอบเครื่องบาง น้ำหนักเครื่องเบา ขอบโค้ง ถือง่าย ใช้นานไม่เมื่อย ขอบสีโหละชุบสีเดียวกับตัวเครื่อง มีรูหูฟัง 3.5มม. ใช้พอร์ทชาร์จแบบ USB Type C และลำโพงคู่สเตอริโอ ใช้งานกับระบบเสียง Dolby Atmos


กล้องหลังสี่ตัวคุณภาพดีมากครับ  ความละเอียดสูง 64 ล้านพิกเซลมีระบบกันสั่น OIS เลนส์มุมกว้าง Ultra Wide 12 ล้านพิกเซล และ Macro ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล สุดท้ายคือเลนส์วัดลึกสำหรับถ่ายบุคคล Depth Camera ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ไม่มีตัวไหนความละเอียดต่ำเลยสักตัว และใส่ฟีเจอร์เรื่องของกล้องมาเยอะครับในรุ่นนี้

ใช้หน้าจอขนาดใหญ่ 6.5 นิ้ว FullHD+ แบบ Super AMOLED+ สีสด รีเฟรชเรทสูง 120 Hz แสงสว่างสูง รองรับการสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอโดยตรง เจาะรูวางกล้องหน้าไว้เล็กๆ ความละเอียดสูงครับ 32 ล้านพิกเซล กล้องหน้าจากที่ทดสอบมา มีคุณภาพดีมากอีกเช่นกัน




ตัวเครื่องบางๆ แต่แบตเตอรี่ภายในให้มาเยอะ 4,500 mAh พร้อมรองรับชาร์จไว 25W ยังมีช่องเสียบหูฟัง และรองรับ 2 ซิมการ์ด เชื่อมต่อ 5G ได้ทั้งสองสล็อตซิม รองรับหมดเลยทั้ง GSM/CDMA/LTE/5G/Sub-6/mmWave สลับใส่ Micro SD card ในช่องสล็อตที่สองได้สูงสุด 1TB คุณภาพตัวเครื่องภายนอกดีมากเลย สวย บาง กันน้ำด้วย จอระดับสูง ลำโพงคู่ รองรับ 5G ครบเครื่อง ^^

อุปกรณ์ภายในกล่องจากตัวที่ได้มารีวิว มีที่ชาร์จ 25W Fast charge และสาย USB type-C และเคสใสซิลิโคนให้มาในกล่องครับ แต่ไม่พบชูดหูฟังแถมมาให้

การใช้งานภายใน Galaxy A52 5G

สเปคแรงครับ Snapdragon 750G รองรับทั้งการใช้งานทั่วไปและการเล่นเกมแบบจริงจัง แรมขนาด 8GB มากเพียงพอต่อการใช้งานแบบเต็มไม้เต็มมือ หน่วยความจะให้มา 128GB  รันด้วยระบบ Android 11 ครอบทับด้วย OneUI 3.1 ใหม่ล่าสุด ที่ Samsung พัฒนามาเพื่อการใช้งานร่วมกันระหว่างอุปกรณ์ได้อย่างดีมากๆ ครับ ผมจะเล่าให้ฟังในรีวิวนี้กันหลายๆ ฟังก์ชั่น



การใช้งานต่างๆ ลื่นไหลครับ สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจจากการประกาศบนเวทีการเปิดตัวของสมาร์ทโฟนรุ่นระดับกลางตัวนี้จาก Samsung คือการการันตีการอัพเดทระบบให้อย่างน้อยสองเจนเนอเรชั่น และดูและอัพเดทด้านความปลอดภัยให้นานถึงสามปี เยี่ยม!

อุปกรณ์จากแบรนด์ใหญ่ที่ทำงานกับ Android มานานจนเป็นชั้นครู ภายในระบบก็จะมีฟังก์ชั่นการใช้งานอยู่เยอะครับ และรองรับการทำงานกับอุปกรณ์เสริมของแบรนด์ฌขาเองได้อย่างเข้ากัน

ระบบปุ่มลัดต่างๆ ที่เรากำหนดได้ตั้งแต่ปุ่มเปิดปิดเครื่อง การทำงานแบบมัลติวินโดว์ แบ่งหน้าจอทำงาน หรือเป็นป๊อบอัพซ่อนกันเพื่อใช้งานสองแอพได่พร้อมกัน




การปรับแต่งทำได้ละเอียด Samsung มีบริการสโตร์แอพและเกมของตัวเองให้บริการผู้ใช้ มีธีมสโตร์ให้ดาวน์โหลดมาสลับสับเปลี่ยน การใช้งานสมาร์ทโฟน Samsung Galaxy ควรเสียเวลาสร้างไอดีและล็อคอิน Samsung Account เอาไว้ จะคุ้มค่ามากนะครับ เพราะฟังก์ชั่นหลายอย่างของเครื่อง ถ้าเรามี Samsung Account ล็อคอินไว้ ทำได้แบบฟลูฟังก์ชั่นของเครื่องเลย

Samsung Account เอาไว้ใช้ล็อคอินแอพและบริการต่างๆ ของทาง Samsung เพื่อรับสิทธิพิเศษ เช่น Galaxy Store, Galaxt Gift เป็นต้น รับของสมนาคุณของแถมของแจกกันได้ตลอดการใช้งานครับ




ยังมีฟังก์ชั่นที่ใช้งานร่วมกันกับอุปกรณ์อื่นๆ ได้อีกในระบบ OneUI 3.1 เช่นระบบการทำงานต่อเนื่องกันระหว่างอุปกรณ์ Samsung เช่นการจัดบันทึก หรือเปิดหน้าเบราว์เซอร์ เราสามารถไปทำงานต่อในอุปกรณ์อื่นที่ล็อคอิน Samsung Account เดียวกันได้เลย

รวมถึงการรับสายและโทรออก ที่ใช้หมายเลขโทรศัพท์เดียวกันแบบข้ามอุปกรณ์ได้ครับ ซิมใส่อยู่เครื่องโน้น แต่มารับสายหรือโทรออกจากเครื่องนี้ได้ นี้ความความสามารถของ Samsung Account ที่เชื่อมต่อเป็นวงจรเดียวกัน





OneUI 3.1 มีการใส่การเชื่อมต่อ Android AUTO สำหรับการเชื่อมต่อฟอนท์รถที่รองรับ Android AUTO ของ Google ไว้ในระบบเลย และรองรับการเชื่อมต่อกับ PC ที่สามารถเรียกใช้งานข้อมูลต่างๆ ของสมาร์ทโฟนบนหน้าจอคอมพ์หรือโน๊ตบุ๊คที่เชื่อมต่อกันได้แบบไร้สาย เรียกใช้งานแอพจากบนสมาร์ทโฟนเรา แต่ทำงานบนอุปกรณ์ Windows ได้ครับ

อย่างที่ผมกำลังพิมพ์รีวิวอยู่ตอนนี้ ก็สามารถเรียกดู Tiktok จากสมาร์ทโฟนให้ทำงานบนหน้าจอคอมพ์ของผมไปพร้อมกันได ^^

ฟังก์ชั่นใหม่ที่สุดยอดตัวหนึ่งของ Samsung OneUI 3.1 แต่คนอาจจะรู้น้อยไปนิดครับ มันคือระบบการติดตามของหายที่ทำงานได้แบบออฟไลน์ โดยการใช้สัญญาณ BLE หรือ Bluetooth Low Energy การเชื่อมต่อที่ใช้พลังงานน้อยนิดเพื่อแสกนหาตำแหน่งซึ่งกันและกันได้ แม้จะไม่ได้เชื่อมต่อกับสัญญาณเน็ตก็ตาม มันจะให้เราเปิดการอนุญาตเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่าย Samsung SmartThing Find เราค้นหาเขา เขาค้นหาเรา ใช้พลังงานเบาๆ เพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกันครับ



ประสิทธิภาพในการเล่นเกมระดับ 120Hz ลื่นๆ เล่นเกมได้แบบจริงจัง มีโหมดสำหรับการเล่นเกม ที่จะช่วยปกป้องการรบกวนที่อาจจะเข้ามาขัดจังหวะเวลาสำคัญได้ และมีโหมดประหยัดพลังงานโดยการปิดหน้าจอเวลาเราต้องการเปิดให้เกมเล่นของมันเองอัตโนมัติในบางเกมไว้ครับ




หน้าจอสวยๆ ลำโพงคู่มิติเสียงดีๆ เปิดใช้งาน Dolby Atmos จากตัวลำโพงโทรศัพท์ได้โดยตรง พร้อมใช้งานในทุกด้านความบันเทิง



จะเอามาเล่นเกม หรือดูหนังรับชมคลิป ภาพหน้าจอ Super AMOLED+ สวยงามเต็มตาด้วยขอบจอบางๆ ของ Galaxy A52 5G แน่นอนครับ


ตัวเครื่องน้ำหนักเบา จอใหญ่แต่ตัวเล็ก แบตเตอรี่เยอะใช้งานได้เต็มวัน พร้อมเชื่อมต่อสัญญาณ 5G ครอบคลุมพื้นที่การใช้งานกว้าง และสัญญาณรวดเร็ว รองรับการชาร์จไว 25W ผมว่ามันครบมากนะครับเจ้ารุ่นนี้ Samsung Galaxy A52 5G ยอดเยี่ยมลงตัว น่าใช้ครับ

กล้องถ่ายภาพ

กล้องหลังความละเอียดสูง 64 ล้านพิกเซล มีระบบกันสั่น OIS สำหรับช่วยในการถ่ายภาพในที่แสงน้อยและการถ่ายวีดีโอ ทำงานคู่กันกับเลนส์มุมกว้าง Ultra Wide 12 ล้านพิกเซล กล้อง Macro ให้ความละเอียดมา 5 ล้านพิกเซล สูงกว่าทั่วไปที่มักให้มา 2 ล้านพิกเซล จ่อถ่ายภาพวัตถุได้ใกล้ 3 เซนติเมตร รองรับการซูมภาพดิจิทัล 10x

มี AI คอยจับซีนที่กำลังถ่ายเพื่อช่วยปรับแต่งสีสันและแนวภาพให้เหมาะสมสวยงาม




เราไม่ต้องไปเข้าใจสเปคหรอกครับ เอาว่ากล้องถ่ายภาพของ Samsung ของ Galaxy A Series ตั้งแต่ปีก่อนแล้ว ที่ทำผลงานได้ดีทุกรุ่น เทียบกับคู่แข่งในระดับตลาดราคาเดียวกัน ไม่มีด้อยหรือยอมให้แน่นอนครับในด้านคุณภาพของกล้องถ่ายภาพ

รองรับการซูมภาพระดับ 10X จากที่ทดสอบ ซูมระดับ 4X ภาพยังหวังความสวยงามได้อยู่ครับ สภาพแสงดีภาพออกมาคมสวยมทุกภาพเลย เซนเซอร์และซอฟท์แวร์ทำมาดีมากครับ




เลนส์สุดท้ายคือเลนส์ช่วยวัดลึกสำหรับถ่ายบุคคล Depth Camera ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ทำภาพหน้าชัดหลังเบลอ เมื่อจับบุคคลได้แม่นยำ ก็สามารถเล่นกับฉากหลังได้มากขึ้น เจ้ากล้องรุ่นนี้รองรับการถ่ายคนหรือโหมด Live Focus ที่สามารถถ่ายไปก่อนแล้วกลับมาปรับระยะชัดลึกชัดตื้น เลือกจุดโฟกัสใหม่


และยังเลือกลวดลายของโปเก้ด้านหลังให้เป็นรูปทรงแปลกๆ น่ารักๆ ได้ด้วยนะครับ ^^ โปเก้กลมๆ ก็จะกลายเป็นรูปร่างที่เราต้องการ น่ารักมากครับ




หรือจะปรับโปเก้ด้านหลังให้แปลกใหม่ด้วยการระเบิดซูม โปเก้หมุน หรือจะตัดสีฉากหลังทิ้งไปเลยก็ทำได้ และนำมาปรับเปลี่ยนในภายหลังได้ตลอดเวลาครับ



มีโหมดถ่ายภาพกลางคืน สำหรับช่วยให้เก็บภาพในที่แสงน้อยได้ เช่นไฟอาคารตอนกลางคืนหรือในที่อาคารเป็นต้นครับ


โหมดเอกลักษณ์ของ Samsung จากรุ่นใหญ่ใส่เข้ามาให้ด้วย นั้นคือ Single Take มันคือโหมดแรนด้อมครับ เราแค่แพนกล้องไปรอบตัวประมาณ 15 วินาที ตัว AI จะคอยจับตรวจและเลือกโหมดที่เหมาะสมในแต่ละมุมช้อตเองว่า ควรใช้ฟังก์ชั่นหรือฟิลเตอร์อะไรที่เข้ากับเหตุการณ์ที่มันตรวจพบ ถ่ายทีเดียว ได้พร้อมมาเป็นสิบโหมด ทั้งภาพนิ่งและวีดีโอ

มีโหมด FUN โหมดใหม่ที่ใส่ความสนุกจากเอฟเฟ็กต์และ AR ต่างๆ ที่ได้รับการออกแบบจาก Snapchat เอามาใส่ให้ใช้งานกันโดยตรงจากกล้องของ Samsung Galaxy รุ่นนี้ด้วย ซึ่งเราสามารถใช้งานโหมด Fun ได้ทั้งกล้องหลังและกล้องหน้าของเครื่องด้วยนะครับ





เพื่อนๆ สามารถดูผลลัพท์จากการทดสอบกล้องถ่ายภาพและการถ่ายวีดีโอ ของ Galaxy A52 5G ได้ในคลิปวีดีโอที่น้องนัชชา Appdisqus ได้ไปทดสอบมาเองจากในงานเปิดตัวด้านล่างนี้ได้เลยครับ

กล้องถ่ายภาพด้านหน้า ความละเอียดสูงใช้ได้ครับ 32 ล้านพิกเซล มีโหมดการถ่ายภาพเซลฟี่แบบละลายหลังได้ด้วยกล้องตัวเดียว พร้อมถ่ายภาพเซลฟี่ในโหมดมุมกว้างเพื่อเก็บรายละเอียดด้านหลังมากขึ้น หรือใช้ในการถ่ายเซลฟี่เป็นกลุ่มกับเพื่อนๆ ครับ และยังมีโหมด Single Take ให้ใช้ในกล้องหน้าด้วย เรียกว่าความสามารถของกล้องหน้า น้อยกว่ากล้องหลังไม่เท่าไร่เลยครับ อะไรใช้ในกล้องหลังได้ กล้องหน้าก็ทำได้คล้ายๆ กัน

มีระบบ Plam Selfie ซึ่งใช้บ่อยมาก ยกฝ่ามือขึ้นเพื่อให้กล้องนับถอยหลังเพื่อถ่ายภาพ ไม่ต้องไปเอื้อมให้ตัวเสียทรงขณะถ่ายครับ ^^


คุณภาพกล้องหน้าดีมากเช่นกันครับ จับภาพใบหน้าได้แม่นยำ มี AI ปรับแต่ใบหน้าสวยงามได้เนียนตา เลือกใช้งานได้หลายระดับตามความชอบ โหมดหนัาชัดหลังเบลอกล้องหน้าทำได้ดีครับ ภาพแสงสวย ตัดคมได้คนอาจจะมีหลุดบ้างแต่น้อย คุณภาพของภาพหวังผลสีมนุษย์ที่ดูเป็นธรรมชาติได้เลย

 






กล้องรุ่นนี้ยอดเยี่ยมครับ ในเรทราคานี้ถ้าอยากได้กล้องคุณภาพดีๆ ถ่ายง่าย หวังผลลัพท์โชว์ได้ทั้งกล้องหลังและกล้องหน้า เจ้า Galaxy A52 5G มาตรฐานงานผ่านแน่นอนครับ

ตัวอย่างภาพถ่าย















สรุปท้ายรีวิว

Samsung Galaxy A Series ยิ่งทำยิ่งดีครับ ราคาดี สเปคดี งานออกแบบมีเอกลักษณ์และมีความแตกต่างกับแบรนด์อื่นๆ ดูมีความเป็นเกาหลีมากๆ ดูนวลๆ เป็นวัยรุ่นหรูๆ เครื่องบาง ขอบจอบาง หน้าจอใหญ่แต่เครื่องเล็ก ภาพสวยสีสด รีเฟรชเรทสูง 120Hz ลำโพงคู่เสียงดี กล้องถ่ายภาพคุณภาพสูง ฟังก์ชั่นเยอะ สเปคการใช้งานลื่นไหล ใช้งานได้เต็มที่ในทุกด้าน แบตเตอรี่อึดชาร์จไว และรองรับสัญญาณ 5G แถมรองรับการอ้พเดทเครื่องอย่างนอยสองเจนเนอเรชั่น และดูแลความปลอดภัยไปให้ 3 ปี ครบเครื่องขนาดนี้ ครบทุกด้านที่ต้องการแล้วครับ

ราคาเปิดจำหน่าย 13,499 ในรุ่นตลาด 5G ไม่แพงครับ และเป็นมือถือจากแบรนด์ Samsung มีศูนย์บริการในไทยเยอะ ครบเครื่องและคุ้มค่าครับ

ข่าว: รีวิว Samsung Galaxy A52 5G ดีครบรอบด้าน จอสวย sAMOLED 120Hz กล้อง 64 ล้านคุณภาพสูงทั้งภาพนิ่งและวีดีโอ มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/2021/03/28/review-samsung-galaxy-a52-5g.html?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=review-samsung-galaxy-a52-5g

รีวิว realme C21 จอใหญ่ 6.5 นิ้ว แบตเยอะ 5000 mAh กล้องหลัง 3 เลนส์ พร้อม Helio G35 ราคาเริ่มต้นแค่ 1,190 บาท

realme C21 คือสมาร์ทโฟนเน้นราคาเบา เมื่อแบรนด์ที่ปกติก็ขายไม่แพงกันอยู่แล้วมาทำเครื่องราคาประหยัด สมาร์ทโฟนหน้าจอ  6.5 นิ้ว แบต 5,000 mAh กล้องหลังสามเลนส์ และชิปเซ็ต Helio G35 ใส่เอามาให้ไว้เล่นเกมกันได้ด้วย ราคาจำหน่ายเต็ม 4,299 บาท แต่ใครที่ซื้อเครื่องพร้อมสมัครแพ็กเกจกับเครือข่าย จะเหลือราคาเพีบง 1,190 บาทเท่านั้นเองครับ

realme C21 สมาร์ทโฟนหน้าจอ 6.5 นิ้ว ความละเอียด HD+ 720 x 1600 พิกเซล ขอบจอด้านบนวางกล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล มีขนาดพื้นที่ของขอบจอเล็กครับ คิดเป็นพื้นที่ด้านหน้าตัวเครื่องต่อหน้าจอ 89.5% สัดส่วน 20:9 จอเต็มตาดีครับ

การออกแบบตัวเครื่องด้านหลังได้แรงบันดาลใจจากรูปทรงเรขาคณิตของนาฬิกาทราย เป็นพื้นผิวลวดลายที่ตัดกันโดยใช้เทคนิค bold cross-hatch สลักเรเดียมแม่นยำสูงแกะสลักออกมาเป็นเส้นโค้งกว่า 450 เส้นที่ด้านหลัง และขัดพื้นผิวอีก 300 นาทีเพื่อสร้างเอฟเฟกต์แสงสะท้อน สามารถป้องกันรอยนิ้วมือ ไม่เกิดคราบมันใดๆ ครับ มีเข้ามาจำหน่าย 2 สี คือ สีฟ้า Cross Bule และสีดำ Cross Black ที่เห็นในรีวิวนี้




 

สีฟ้า Cross Bule และสีดำ Cross Black


สิ่งที่เป็นการการันตีได้ว่าสมาร์ทโฟนของ realme ทุกเครื่อง มั่นใจในมาตรฐานการผลิตและการใช้งานในชีวิตประจำวันของเราได้แน่ๆ ก็คือการที่ realme ได้ส่งผลิตภัณฑ์ตัวเองไปทดสอบคุณภาพ “TÜV Rheinland Smartphone High Reliability Rheinland” มาทั้งหมดครับ ซึ่งการรับรองคุณภาพนี้จะประกอบไปด้วยการทดสอบ 23 รูปแบบ เช่นการตกหล่น การสึกหรอ และการทดสอบในสภาพแวดล้อมที่รุนแรง 7 สถานการณ์ ทดสอบอุณภูมิสูง-ต่ำ ความชื้นสูง-ต่ำ ความผันผวนของแรงดันไฟฟ้า ไฟฟ้าสถิต ความกดอากาศ การทดสอบความน่าเชื่อถือของส่วนประกอบต่างๆ ภายใต้สมมติฐานที่สมาร์ทโฟนจะมีวงจรชีวิตประมาณ 3 ปี โดยรวมแล้วการทดสอบคุณภาพของ TUV Smartphone High Reliability คือการกำหนดมาตรฐานคุณภาพ สำหรับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เป็นมาตรฐานระดับสูงสำหรับสินค้าอุตสาหกรรมที่ต้องการสร้างความเชื่อมั่นเมื่อออกไปสู่ผู้ใช้ในตลาดโลกนั้นเองครับ

ช่องที่วางคู่กันกับโลโก้ realme ด้านหลัง คือลำโพงตัวเครื่องที่ย้ายมาอยู่บริเวณนี้ เพื่อเวลาที่เราถือเครื่องใช้ในแนวนอนมือจะไม่บังลำโพง เสียงดังชัดเจนดีครับไม่มีปัญหา เปิดสุดเสียงไม่แตก

โมดูลกล้องออกแบบเป็นรูปเหลี่ยมเช่นกัน กล้องหลัง AI 3 เลนส์ ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รองรับการโฟกัสอัตโนมัติแบบ PDAF และการซูม 4 เท่า เลนส์ที่สองเป็นเลนส์สำหรับช่วยโฟกัสบุคคล B&W ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล สามารถช่วยจับภาพถ่ายภาพบุคคลด้วยเลนส์แบบขาวดำ ทำภาพสไตล์ Retro เพิ่มความคมชัดระหว่างโทนสว่างและโทนมืดได้สวยงามมากขึ้น สุดท้ายคือเลนส์ Macro ความละเอียด 2ล้านพิกเซล รองรับการถ่ายภาพระยะใกล้ 4 เซนติเมตร

realme C21 มาพร้อมเซ็นเซอร์แสกนลายนิ้วมือด้านหลังเครื่อง ซึ่งสำคัญมากครับ ในวันที่เราทำธุรกรรมทางการเงิน ไม่ว่าจะเป็นธนาคาร การจ่ายค่าสินค้า การใช้สิทธิแห่งรัฐ อย่างเป๋าตังค์ คนละครึ่ง หรือแม้แต่การซื้อของในร้านสะดวกซื้อ ทุกวันนี้เราใช้สมาร์ทโฟนกันแทบทั้งนั้นในชีวิต ถ้าต้องมานั่งกดรหัสผ่านทุกครั้ง นอกจากจะช้าแล้วยังมีสิทธิ์กดผิดพลาด หรือถูกแอบมองรหัสได้ง่ายๆ เลยครับ รุ่นนี้ก็รองรับทั้งการสแกนใบหน้าเข้าใช้งาน และการสแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังเครื่อง สแกนได้ไวครับ แม่นยำ วางนิ้วก็เข้าใช้งานได้เลยทันที

รองรับ 2 ซิมการ์ด 4G LTE ให้ถาดซิมมาแบบ 3 ช่อง รองรับ 2 SIM และ microSD Card แยกต่างหาก (รองรับ microSD สูงสุด 256GB)

แบตเตอรี่ภายในขนาดใหญ่ 5000 mAh เราสามารถใช้ตัว realme C21 ทำ OTG reverse charge ชาร์จแบตจากตัวสมาร์ทโฟนไปให้อุปกรณ์อื่นๆ ได้ ผ่านพอร์ท Micro USB ด้านล่างตัวเครื่องนะครับ อุปกรณ์ภายในกล่อง มีที่ชาร์จและสายชาร์จ Micro USB มาให้เท่านั้น ไม่มีเคสหรือชุดหูฟังแถมมาให้ครับ


การใช้งานภายใน realme C21

รันด้วยระบบ Android 11 ครอบทับด้วย realme UI การปรับแต่งหน้า UI มีภาพวอลล์เปเปอร์สวยๆ ให้เลือกใช้งานมากกว่า 11 แบบที่อิงจากสีสันของธรรมชาติ หรือถือไม่ชอบก็สามารถดาวน์โหลดธีมมาใช้งานได้จากในธีมสโตล์ได้ครับ ปรับเปลี่ยนสไตล์ไอคอนได้ด้วยเช่นกัน





ใช้ชิปเซ็ตประมวลผล MediaTek Helio G35 เทคโนโลยีการผลิต 12nm เป็นหน่วยประมวลผลรุ่นเล็กที่เล่นเกมได้ Helio G35 เล่นเกมอย่างเกม MOBA หรือ MMORPG ภาพกราฟิกระดับกลางๆ ได้ครับ ถ้าเกม Open World กราฟิกสูงจะมีกระตุก

เกม MOBA ฮิตอย่าง ROV รับประกันว่าเล่นได้ลื่นสบายๆ

realme C21 มีสเปคแยกจำหน่ายสองขนาด RAM และ ROM นะครับ มีรุ่น RAM 3 + ROM 32GB และ RAM 4 + ROM 64GB ซึ่งตัวที่ผมนำมาทดสอบเป็นตัว RAM 4 ครับ หน่วยความจำ 64GB หน้าจอใหญ่ เล่นเกมได้ เอาไว้รับชมคลิปวีดีโอหรือชมภาพยนตร์ก็สบายตาครับ

ผู้ใหญ่ใช้งานได้ เด็กก็ใช้สบาย ราคาไม่แพงด้วย ใครมองหาเอามาใช้เรียนออนไลน์ หรือใช้กับแอพสิทธิ์แห่งรัฐต่างๆ หรือแอพวิธีชีวิตแบบ New Normal อย่างแอพเป๋าตังค์ ไทยชนะ หมอชนะ เอาแค่นี้มาใช้ก็พอเหลือๆ ครับ

หน้าจอแสดงผลของ realme C21 สามารถปรับลดแสงสีฟ้าได้เพื่อการถนอมดวงตา เราสามารถตั้งเวลาในการเปิดปิดโหมดถนอมสายตาไว้ล่วงหน้าได้ในแต่ละวัน รวมถึงโหมดกลางคืนที่จะเปลี่ยนเป็นหน้าเมนูต่างๆ ให้เป็นสีดำเพื่อความสบายตาก็ได้เช่นกันครับ โดยในโหมดถนอมสายตาของ realme UI เราระบุได้ว่าให้ลดแสงสีฟ้า ลดสีสันลง หรือจะเปลี่ยนหน้าจอให้กลายเป็นจอแบบขาวดำเลยก็ได้ครับ




“โหมดโฟกัส” สำหรับคนที่ต้องการมีเวลาส่วนตัวในการทำงาน การเรียน หรือการพักผ่อน เราสามารถกำหนดเวลาในโหมดโฟกัส เพื่อหลีกหนีโลกรอบตัวที่จะคอยติดต่อเข้ามารบกวนเราตลอดเวลา โดยจะสามารถสร้างบรรยากาศธรรมชาติจำลองขึ้นมาให้เราด้วยเสียง เพื่อให้เราผ่อนคลายไปได้ครับ





“โหมดก่อนเข้านอน” เป็นโหมดใหม่ของ Android ที่มีไว้ให้เราเตรียมตัวก่อนถึงเวลานอน โดยตัวสมาร์ทโฟนจะเปิดโหมดห้ามรบกวน ปิดกั้นการติดต่อสื่อสารในยามกลางคืน และลดสีแสงของหน้าจอลงให้อยู่ในโหมดสีเทา เพื่อเป็นการลดภาระดวงตาซะก่อน แล้วจะได้นอนหลับง่ายเมื่อถึงเวลานั้นเองครับ


มีใส่ฟังก์ชั่นเพื่อความสะดวกให้ผู้ใช้ไว้เยอะนะครับ เช่น Gesture การสไลด์นิ้ว รูดสามนิ้วลงบนหน้าจอเพื่อการเซฟภาพ หรือการเลื่อนสามนิ้วขึ้นด้านบนเพื่อการแบ่งหน้าจอทำงานสองแอพพร้อมกัน


เราลองเล่นเกมไปพร้อมกับดู Youtube บน realme C21 ก็ได้นะครับ ยังทำงานได้ไหว ^^ เล่นเกมแบ่งจอยังเล่นได้สบายๆ อยู่

Game Space โหมดที่ออกแบบมาเพื่อคนเล่นเกม เป็นศูนย์รวมการเรียกใช้งานแอพเกมในที่เดียว เคลียทรัพยากรเครื่องให้พร้อมสำหรับการเล่นเกมให้ลื่นไหลที่สุด และเปิดฟังก์ชั่นปิดกั้นการติดต่อที่อาจจะเข้ามารบกวนการเล่นของเราไปได้ด้วยในตัวครับ




ผลทดสอบต่างๆ 

การจับสัญญาณ GPS ใช้เวลาเล็กน้อย ควรเปิดสัญญาณเน็ตช่วยในการระบุตำแหน่ง และรุ่นนี้ไม่รองรับสัญญาณ Wi-Fi 5.0G นะครับ รองรับแต่ 2.4 Ghz




กล้องถ่ายภาพ

กล้องหลัง 3 ตัว มี AI กล้องหลักความละเอียด 13 ล้านพิกเซล โฟกัสอัตโนมัติ PDAF โฟกัสได้เร็ว ทำงานร่วมกับเลนส์ที่สองซึ่งเป็นเลนส์สำหรับช่วยโฟกัสบุคคล B&W ค 2 ล้านพิกเซล ถ่ายภาพบุคคลได้สวยกว่าที่คาดไว้ครับ รองรับการซูมภาพได้ตั้งแต่ 1x สูงสุดที่ 4x


 

ถ่ายภาพบุคคลจับโฟกัสอัติโนมัติได้แม่น ตรวจจับใบหน้าและทำการละลายฉากหลังภาพออกมาสวยกว่าที่คิดครับ จะมีบางภาพที่หลุดโฟกัสไปบ้างแต่เน้นถ่ายเผื่อๆ ไว้ก่อนช่วยได้ ส่วนใหญ่ภาพก็จะออกมาเนียนตาใช้ได้เลย


ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลัง






เลนส์ที่สามคือ Macro ความละเอียด 2ล้านพิกเซล รองรับการถ่ายภาพซุปเปอร์มาโครระยะใกล้ 4 เซนติเมตร

กล้อง realme C21 มีโหมดกลางคืนมาให้ด้วยนะครับ ถ่ายภาพเล่นกับแสงไฟในยามกลางคืนได้เช่นกัน ^^




 

กล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล มีโหมดถ่ายภาพบุคคลแบบเซลฟี่ละลายหลังได้เหมือนกล้องหลังครับ มีออโต้โฟกัสจับใบหน้า และบิวตี้ปรับระดับหน้าเนียนได้ด้วย AI



ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้า






สรุปท้ายรีวิว

ราคาประหยัด สำหรับผู้เริ่มต้น สำหรับผู้ใหญ่ สำหรับเด็กวัยเรียน เอามาใช้รับกับสถานการณ์ที่จำเป็นต้องมีสมาร์ทโฟนเพื่อทำธุรกรรมในยุคโควิด จ่ายเงิน รับสิทธิ์ ใช้แอพธนาคาร หรือแอพเป๋าตังค์ แอพไทยชนะ หมอชนะ เป็นต้น

หน้าจอใหญ่ แบตเตอรี่เยอะใช้งานได้ตลอดวัน ประสิทธิภาพเล่นเกมได้ ตัวเครื่องมีเอกลักษณ์ในการออกแบบ กล้องถ่ายภาพใช้งานได้ดีสำหรับถ่ายภาพลงโซเชี่ยล

realme C21 ราคาเปิดจำหน่ายในราคาเริ่มต้น 1,190 บาท สำหรับซื้อเครื่องพร้อมสมัครแพ็กเกจจากทางเครือข่ายตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคมเป็นต้นไป โดยสามารถ Pre-Order ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 29 มีนาคม ผ่านช่องทางออนไลน์ ในราคาเต็ม 4,299 บาทครับ


ข่าว: รีวิว realme C21 จอใหญ่ 6.5 นิ้ว แบตเยอะ 5000 mAh กล้องหลัง 3 เลนส์ พร้อม Helio G35 ราคาเริ่มต้นแค่ 1,190 บาท มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/2021/03/25/review-realme-c21.html?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=review-realme-c21

รีวิวหูฟัง HUAWEI FreeBuds 4i ตัดเสียงเงียบ เบสหนักสะใจ ในราคาโครตคุ้ม

HUAWEI FreeBuds 4i หูฟังไร้สายตัวแรกของปี 64 จากทางหัวเว่ย ที่มีกำหนดเปิดตัวในไทยในวันที่ 24 มีนาคม นี้ ขึ้นชื่อว่าหัวเว่ยต้องมาพร้อมกับความคุ้มค่าคุ้มราคาแน่นอน  เพราะเปิดราคามาแค่ 2,799 บาท เรียกว่าตายทั้งตลาดกันเลยทีเดียว ทาง Appdisqus หยิบมารีวิวกับหูฟัง TWS คุณภาพดีในดีไซน์ทรงรีสุดชิคกับคุณภาพเสียงคมชัด มี ANC (Active Noise Canelling ) ตัดเสียงรบกวนได้เงียบ สีที่เราจะมารีวิวคือสีดำ Carbon Black

แกะกล่อง

มาแกะกล่องเจ้าตัวหูฟัง FreeBuds 4i กันก่อนดีกว่า

 

  • ตัวหูฟัง Huawei FreeBuds 4i
  • สายชาร์จ USB Type C สีขาว
  • จุกยางซีลิโคน ear tips สำหรับเปลี่ยน ไซส์ S และ L สีเดียวกับตัวเครื่อง (ไซส์ M อยู่ที่ตัวหูฟัง)
  • คู่มือการใช้งานและใบรับประกัน

ดีไซน์ของ Huawei FreeBuds 4i มาในรูปทรงรี น้ำหนักเบาบาง ที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบจากความงามของหินบนหาดทรายสีดำทางตอนใต้ของประเทศไอซ์แลนด์ ผิวเป็นเงางาม ผิวแบบนี้แน่นอนว่าเป็นรอยนิ้วมือได้ง่ายมาก 

 

มาในขนาดกะทัดรัดหยิบจับก็ถนัดมือ น้ำหนักเบา

ตัวหูฟังมีความโค้งมนทั้งตัว ตัวก้านจะสั้นกว่ารุ่นเดิม FreeBuds 3i  ใส่กระชับไม่เลื่อนหลุดง่าย


 

คุณภาพเสียง

ตัวนี้ใช้ไดนามิกไดร์เวอร์ขนาด 10 มิลลิเมตร เบสแน่นหนักสะใจ คุณภาพเสียงโดยรวมค่อนข้างดี  มิติเสียงค่อนข้างกว้าง ส่วนตัวคิดว่าการจูนเสียงเน้นไปทางเบสที่หนัก ทำให้ฟังสนุกในบางแนวเพลง แต่ก็ถือว่าดีค่ะในระดับที่รับได้

 ไดอะแฟรมคุณภาพสูง ถูกใจคอเพลงเมนสตรีมด้วยฟังก์ชันการจูนเสียงที่ออกแบบมาให้เข้ากับเพลงป๊อปโดยเฉพาะ เพลงสไตล์ป๊อปคนตรีก็จะนัวๆ เสียงร้องคมชัดดีค่ะ

แนวป๊อปแดนซ์ ซินท์ป๊อป เพลงที่มีการใช้เสียงสังเคราะห์จัด จะมีความแหลมก้องมากไปนิดนึง ในขณะที่เสียงเบสมีความดีดหนัก ตรงนี้ช่วยเพิ่มความสนุกให้กับการฟังเพลงแนวนี้ให้มากขึ้นไปอีก

ตัวหูฟังเบสหนักแบบนี้ ก็ต้องสายเฮฟวี่เมทัลจัดหนักกันไปเลย

เชื่อมต่อผ่าน Bluetooth 5.2 เวอร์ชั่นล่าสุด ชมภาพยนตร์หรือรับชม Youtube เสียงตรงปากไม่รู้สึกถึงความดีเลย์ของเสียง

 

 

Active Noise Cancellation ที่ตัดเสียงรบกวนได้เงียบดี ทำให้การฟังเพลงและการสนทนามีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น พร้อมไมค์คู่ที่ใส่เทคโนโลยี Beamforming ที่ทำงานร่วมกับเทคโนโลยี AI Noise Reduction ซึ่งช่วยให้ไมโครโฟนรับเสียงและแยกแยะเสียงได้แม่นยำยิ่งขึ้นและคมชัด ได้รับการออกแบบมาให้สามารถลดเสียงรบกวนจากลมที่มาปะทะกับไมโครโฟนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้ยินชัดทุกบทเพลงและบทสนทนาไม่ว่าจะอยู่ระหว่างเดินทาง นั่งทำงานในคาเฟ่ หรือว่าวิ่งออกกำลังกาย

การควบคุมใช้งาน


เราสามารถตั้งค่าทางลัดการใช้งานได้ เช่นการแตะ 2 ครั้ง เบื้องต้นจะเป็นการเล่น / หยุดเพลงชั่วคราว เราสามารถจะตั้งค่าให้หูฟังซ้ายหรือขวา เป็นการกำหนดการเล่นเพลงถัดไปสำหรับหูฟังข้างขวา หรือแตะ 2 ครั้งเพื่อกลับไปฟังเพลงก่อนหน้าก็ได้เช่นกันค่ะ



การแตะค้าง ก็สามารถตั้งค่าได้เช่นกัน เช่นกำหนดการแตะค้างให้เข้าสู่โหมด ANC ตัดเสียงรบกวนสลับกับ Awareness Mode เพื่อเป็นการเปิดรับเสียงจากภายนอกเขามา โดยที่ไม่ต้องถอดหูฟัง

แบตเตอรี่สุดอึดที่ติดตั้งมาในตัว 55 mAh ผนึกกำลังกับเคสชาร์จอีก 215 mAh ฟังยาวต่อเนื่องได้สูงสุดถึง 10 ชั่วโมงเมื่อปิดการใช้งานโหมด ANC และใช้ได้นานสูงสุด 22 ชั่วโมงเมื่อใช้ร่วมกับเคสชาร์จ แถมอยู่ในโหมดสแตนด์บายได้นานถึง 200 วัน 

กันน้ำกันฝุ่น IP54 ระดับน้ำกระเซ็น ตัวนี้สามารถใส่ออกกำลังกายได้ ใส่ได้นานๆ ไม่รู้สึกเจ็บหู

สรุปเลยแล้วกัน

ถ้าพูดถึงความคุ้มค่าและราคาของหูฟังในตลาด TWS หัวเว่ยถือว่าทำราคาได้ดีเมื่อเทียบกับคุณภาพที่ได้ ที่มีทั้ง ANC ตัดเสียงรบกวนและ Awareness Mode ที่สามารถรับเสียงจากภายนอกโดยที่ไม่ต้องถอดหูฟัง คุณภาพเสียงถือว่าดีเลยทีเดียว ตัวนี้ทำได้ดีในย่านเสียงกลางและต่ำ เบสหนัก ใครที่ชอบความทุ้มของเบสต้องไม่พลาด กับ Huawei FreeBuds 4i วางจำหน่าย 3 สี สีแดง ดำ และขาว ในราคาเพียง 2,799 บาท เท่านั้น

 

ข่าว: รีวิวหูฟัง HUAWEI FreeBuds 4i ตัดเสียงเงียบ เบสหนักสะใจ ในราคาโครตคุ้ม มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/2021/03/24/review-huawei-freebuds-4i.html?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=review-huawei-freebuds-4i

รีวิว Amazfit T-Rex Pro สมาร์ทวอทช์สายลุย คู่หูออกกำลังกาย 100+ โหมด บุกทะเลทราย ฝ่าธารน้ำแข็ง ใช้ต่อเนื่องนาน 12 วัน เอาอยู่!

ชีวิตที่โลดโผน ไลฟ์สไตล์ Extreme ลุยทะเลทรายร้อน บุกป่าฝนชื้น ดำทะเลลึก 100 เมตร หรือฝ่าธารน้ำแข็งหนาวเหน็บ ภูมิอากาศสุดหฤโหดเหล่านั้น ผมไม่เคยไป! แต่ที่ว่ามันคือคุณสมบัติของนาฬิการุ่นใหม่ Amazfit T-Rex Pro สมาร์ทวอทช์รุ่นล่าสุดจากกลุ่มอุปกรณ์กลางแจ้ง เป็นรุ่นอัพเกรดต่อยอดมาจาก Amazfit T-Rex ตัวนิยมรุ่นเดิม ที่ได้รับรางวัลจากงาน CES 2020 มีการพัฒนาทั้งด้านการใช้งานและความทนทาน

สิ่งใหม่ที่ Amazfit เพิ่มเข้ามาในรุ่นล่าสุด Amazfit T-Rex Pro ในด้านความทนทาน คือตัวอุปกรณ์ได้ผ่านการทดสอบทางทหารทั้งสิ้น 15 รายการ เป็นความทนทานที่มากกว่า Amazfit T-Rex ที่ผ่านการทดสอบทั้งหมด 12 รายการ ทำให้ตัวนาฬิการุ่นใหม่มีความทนทานในการใช้งานสูงมาก ตัวเรือนกันกระแทก และรองรับทุกสภาพภูมิอากาศ ทนทานอากาศร้อนได้ถึง 70 องศา ต้านทานความเย็นได้ถึง -40 องศา ป้องกันน้ำระดับ 10ATM จะเอาไปใส่เล่นกระดานโต้คลื่น แล่นเรือใบ หรือดำลึกไปใต้ทะเล 100 เมตร ก็กันได้หมด ทนการกัดกร่อนของเกลือได้นาน 96 ชั่วโมง และป้องกันความชื้นได้นาน 240 ชั่วโมง แม้ผมไม่อาจนำไปรีวิวในสภาพอากาศเหล่านี้มาให้ได้ แต่มาตรฐาน MIL-STD-810G เขาตีตรา เพื่อการันตีมาให้มั่นใจในมาตรฐานความทน

Amazfit T-Rex Pro เป็นนาฬิกาสายลุย ที่เป็นสมาร์ทวอทช์และอุปกรณ์สำหรับช่วยผู้ออกกำลังกายในตัว หน้าจอใหญ่ครับ 1.3 นิ้ว เป็นจอทัชสกรีน AMOLED ความละเอียดชัดเจน 360×360 พร้อมโหมด Always-on Display เปิดหน้าจอแสดงเวลาได้ตลอดทั้งวัน จอภาพใหญ่และชัดเจนครับ ใช้งานกลางแจ้งได้ หน้าจอสีสวยดีทีเดียว

ใช้วัสดุกระจก Corning Gorilla 3 tempered glass  เคลือบ Coating anti-fingerprint ลดการมัวจากรอยนิ้วมือเอาไว้ รุ่นที่ผมได้มาเป็นสี Meteorite Black สีดำทั้งตัวเรื่อนและสายนาฬิกา ลักษณะรูปทรงบึกบึนแนวผู้ชาย รูปทรงหนา มีขอบปกป้องจอและตัวเรือน


ตัวสายผลิตจากวัสดุ TPU ผสมซิลิโคน งานผลิตทำมาเรียบร้อยดีไม่มีระคายผิว โปร่งเบา และแห้งไว ไม่ดูดซับเก็บน้ำหรือมีร่องให้เหงื่อติดค้าง ลักษณะคล้ายสายนาฬิกาขนาด 22 มม. โดยทั่วไป

ตัวเรือนรวมสายหนักแค่ 60 กรัมเท่านั้นครับ เบามาก วัสดุส่วนใหญ่เป็น High-strength polymer โพลีเมอร์ความแข็งแรงสูงผสมผงโลหะ เน้นใช้ เน้นลุย ไม่ใช่สายหรูเน้นถนอม ทนไม้ทนมือ วัสดุแกร่งใช้ได้ ผิววัสดุทนทานดี ชนหลายครั้งแล้วแต่ยังไม่เจอรอยบนตัวเรือนเกิดขึ้นมาครับ

มีปุ่มควบคุมรอบตัวสี่ปุ่ม ออกแบบมาให้ควบคุมการใช้งานผ่านปุ่มได้ทั้งหมดโดยไม่ต้องทัชสกรีน เพื่อการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่อาศัยการทัชสกรีนไม่ได้ เช่นใต้น้ำหรือกำลังใส่ถุงมือ

ปุ่ม UP และ DOWN เพื่อเลื่อนหน้าจอรายการและเมนู ปุ่ม Select สำหรับการเลือกและใช้เป็นปุ่มเปิดหน้าจอและเปิดปิดเครื่องเมื่อกดค้างไว้ 2 วินาที สุดท้ายปุ่ม Back สำหรับย้อนกลับ เราสามารถกำหนดค่าปุ่มลัดเอาไว้ได้นะครับ เช่นการกดปุ่ม Select เพื่อเปิดหน้ารายการกิจกรรมออกกำลังกายในทันที เป็นต้น

ใช้ที่ชาร์จแบบแม่เหล็กสองขั้ว แท่นชาร์จอันเล็กๆ แปะลงไปง่าย ทดสอบใช้กับที่หัวชาร์จแบตกำลังไฟ 2A ของสมาร์ทโฟน สามารถชาร์จแบตขนาด 390mAh จากประมาณ 20% ให้เต็ม 100% ได้ในเวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครับ




ในเรื่องของแบตเตอรี่ ตามสเปคเคลมไว้ว่าสามารถใช้งานหนักเต็มที่ อยู่ได้ประมาณ 9 วัน และใช้แบบทั่วไปจะอยู่ได้นานถึง 18 วัน ถ้ามีการเปิดตรวจจับการออกกำลังกายและจับตำแหน่ง GPS ติดตามแบบเรียลไทม์ต่อเนื่อง แบตจะใช้ได้ 40 ชั่วโมง

จากการทดลองใช้งานมาในแบบของผมเอง เน้นใช้เป็นสมาร์ทวอทช์เพื่อแจ้งเตือนต่างๆ จากสมาร์ทโฟน เตือนการนั่งการเดิน และการนอน มันอยู่ได้นานประมาณ 12 วันครับ ดีครับไม่ต้องชาร์จกันบ่อยๆ

ตัวมันออกแบบมาให้ใช้ชีวิตแบบเคลื่อนไหว เพราะนอกจากจะทนทานได้ทุกสภาพอากาศแล้ว ยังใส่ระบบ GPS ดาวเทียมนำทางมาทั้ง 4 ระบบ GPS, GLONASS, BeiDou, Galileo ตรวจจับตำแหน่งได้ด้วยตัวเอง พร้อมเซนเซอร์ตรวจจับครบ เซนเซอร์จับชีพจร PPG (Photoplethysmogram), วัดความเร็วและการเคลื่อนที่ Acceleration sensor 3 แกน ,วัดการหมุน Gyroscope 3 แกน, เซนเซอร์วัดคลื่นแม่เหล็ก Geomagnetic, เซนเซอร์วัดแสง Ambient light , และ Barometric altimeter ใช้วัดความสูงของบรรยากาศ

เจ้าตัวนี้มันมีต้นทุนข้อมูลที่ตรวจจับได้เยอะ และไปกับเราได้ทุกที่ด้วยความทนทานในระดับสูงครับ เป็นนาฬิกาที่แสดงผลบอกเวลาได้ตลอดเวลาด้วยฟังก์ชั่น Alway On Display มีเซนเซอร์ครบครันพร้อมป้องกันรอบด้าน ที่เหลือคือความสามารถของซอฟทแวร์และอัลกิริทึมสำหรับนำมาวิเคราะห์


Amazfit T-Rex Pro สามารถเชื่อมต่อใช้งานได้กับแอพพลิเคชั่น Zepp App บนสมาร์ทโฟนในระบบ Android และ iOS ( Android 5.0 หรือ iOS 10.0 ขึ้นไป) เชื่อมต่อผ่านสัญญาณ Bluetooth 5.0 BLE ภายในแอพใช้เป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อ การตั้งค่า การอัพเดทซอฟท์แวร์ และการเก็บสถิติต่างๆ ของตัวเรา




เปลี่ยนหน้าตา Watch Face เลือกใช้งานได้ฟรีภายในแอพพลิเคชั่น Zepp




เมื่อเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนแล้ว ก็พร้อมเป็นผู้ช่วยในการแจ้งเตือนต่างๆ ได้ทั้งหมดครับ รองรับข้อความภาษาไทยสมบูรณ์ สามารถเข้าไปกำหนดค่าแอพที่เราต้องการให้ไปแจ้งเตือนบนตัวนาฬิกาในแอพได้เลย สามารถแจ้งเตือนการโทรเข้าได้ด้วยนะครับ แต่เป็นเพียงแค่แจ้งเตือนเท่านั้นไม่สามารถรับสายสนทนาได้จากตัวนาฬิกา เพราะว่าไม่มีไมค์และลำโพงในตัว

 

ใช้เป็นรีโมทควบคุมการเล่นเพลงในระยะไกล และใช้กดค้นหาสมาร์ทโฟนให้ส่งเสียงบอกตำแหน่งได้เช่นกัน ความสามารถช่วยเหลือผู้ใช้มีเยอะครับ ตั้งเวลา นาฬิกาปลุก เปิดเซนเซอร์วัดร่างกายต่างๆ เป็นต้น


ในด้านการออกกำลังกายและการเล่นกีฬามากกว่า 100 โหมด กีฬายอดนิยมส่วนใหญ่รองรับทั้งหมดใน Amazfit T-Rex Pro เช่น

การเคลื่อนไหวและกิจกรรม

วิ่งและเดิน- วิ่งกลางแจ้ง เดินลู่วิ่ง วิ่งเทรล เดินในร่ม, ขี่จักรยานกลางแจ้ง, ขี่จักรยานในร่ม, ปั่นจักรยานเสือภูเขา, BMX, ว่ายน้ำ ว่ายน้ำสระว่ายน้ำ, กีฬา ในร่ม HIIT,  บริหารกล้ามเนื้อ “ศูนย์, เครื่องพาย, แอโรบิกผสม, ฝึกความแข็งแรง, ยืดกล้ามเนื้อ, ปีนบันได, พิลาทิส, การฝึกความยืดหยุ่น, ยิมนาสติก, โยคะ, แอโรบิค, กิจกรรม ล่าสัตว์, ปีนเขา, ตกปลา, เดินป่า, สเก็ตบอร์ด, โรลเลอร์สเก็ต, ปีนหน้าผา, ขี่ม้า, เต้นรำ บัลเล่ต์, ระบำหน้าท้อง, สแควร์แดนซ์, สตรีทแดนซ์, เต้นรำบอลรูม, เต้นรำ, ซุมบ้า, เต้นรำละติน, เต้นรำแจ๊ส การต่อสู้ฟันดาบ , คาราเต้, ชกมวย, ยูโด, มวยปล้ำ, ไทชิ, มวยไทย, เทควันโด, ศิลปะการต่อสู้คิกบ็อกซิ่ง, ลอดห่วง, จานร่อน, ปาเป้า, ว่าวบิน, ชักเย่อ,  ปีนบันได, กระโดดเชือก, ขับรถ

กีฬา

คริกเก็ต , กีฬาเบสบอล, โบว์ลิ่ง, สควอช, รักบี้, บาสเกตบอล, ซอฟท์บอล, เกตบอล, วอลเลย์บอล, ปิงปอง, ฮ็อกกี้, แฮนด์บอล, แบดมินตัน, ฟุตบอล, ฟุตบอลชายหาด, วอลเลย์บอลชายหาด, แล่นเรือใบ, kitesurfing, พายเรือ, สโนว์บอร์ด, สกีดาวน์ฮิล, สเก็ตกลางแจ้ง, สกี, อินไลน์สเก็ตสกีในร่ม, สกีครอสคันทรี, ยิงธนู, ขี่ม้า,

พวกนี้คือยกตัวอย่างมาประมาณหนึ่งที่นิยมใช้งานกันเท่านั้นนะครับ ยังมีอีกมากมายที่เชื่อว่าครบหมดทุกกิจกรรมกีฬาและการออกกำลัง เมื่อเราเปิดโหมดการออกกำลังที่ต้องการใช้งาน ตัวนาฬิกาจะเปิดฟังก์ชั่นการติดตามและเซนเซอร์ที่เกี่ยวข้องและจำเป็นต้องใช้ทั้งหมดขึ้นมาอัตโนมัติครับ และเมื่อเราเริ่มออกกำลังกาย เช่นการปั่นจักรยาน ตัวนาฬิกาก็จะเริ่มบันทึกเส้นทาง ระยะทาง เวลา ชีพจรหัวใจ บันทึกเอาไว้ได้แม่นยำเพราะว่าตัวมันมีเซนเซอร์ครบรวมทั้ง GPS ในตัว เก็บบันทึกและแสดงให้เราเห็นทันทีที่สิ้นสุดกิจกรรม แล้วเมื่อซิงก์กับสมาร์ทโฟน ข้อมูลสุขภาพของเราก็จะเข้าไปจัดเก็บไว้ในโปรไฟล์ไอดีของเราเองอัตโนมัติครับ







การดูแลสุขภาพของตัวนาฬิกา จะตรวจวัดจัดเก็บอัตราการเต้นของหัวใจได้ตลอด 24 ชั่วโมง และสามารถแจ้งเตือนได้ทันทีหากอัตราการเต้นของหัวใจต่ำกว่าหรือสูงถึงโซนที่อันตราย นำไปวิเคราะห์ระดับความเครียด รวมถึงหาระดับออกซิเจนในเลือดได้ครับ

Amazfit T-Rex Pro สามารถตรวจจับคุณภาพการนอน แยกระดับการนอนได้ระดับ หลับตื้น หลับลึก หรือระดับ REM ตรวจพบเมื่อคุณฝัน และตรวจจับได้อัตโนมัติแม้แต่การงีบหลับตอนกลางวัน นอกจากนี้ยังสามารถตรวจสอบปัญหาการหายใจและอัตราการเต้นของหัวใจในระหว่างการนอนหลับควบคู่กันไปอีกด้วย


กิจกรรมทั้งหมดของชีวิต จะถูกบันทึก และจะนำมาประเมินสุขภาพออกมาเป็นคะแนน PAI เพื่อความเข้าใจง่ายๆ เพราะจากการวิจัยพบว่าการประเมินสุขภาพ PAI  ช่วยให้เรามองภาพรวมได้ง่ายต่อการพัฒนาร่างกายและสุขภาพ เป็นวิธีการกระตุ้นให้บรรลุเป้าหมายส่วนบุคคลได้ดีที่สุด




สรุปท้ายรีวิว Amazfit T-Rex Pro

Amazfit T-Rex Pro สมาร์ทวอทช์สายลุย สายทนทานตัวเรือนกันกระแทก ทนทานอากาศ 70 องศา ถึงติดลบ -40 องศา ป้องกันน้ำ 10ATM ใส่ดำน้ำทะเลได้ ทนการกัดกร่อนของเกลือและป้องกันความชื้น ผ่านการทดสอบมาตรฐานทางทหาร MIL-STD-810G ใส่ใช้งานได้เต็มที่ไม่ต้องถอดในทุกสภาพอากาศและทุกกิจกรรมชีวิต

งานออกแบบดุดัน ใส่สบาย ไม่กักเก็บความชื้น และน้ำหนักเบา ปุ่มควบคุม 4 ปุ่มสั่งทำงานได้ทุกโอกาสแม้ใส่ถุงมือหรือดำน้ำ ไม่ต้องอาศัยการทัชสกรีน มี GPS ตรวจจับตำแหน่งในตัว 4 ระบบ GPS, GLONASS, BeiDou, Galileo พร้อมเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนทั้ง iOS และ Android รองรับโหมดออกกำลังกายและกีฬา 100+ โหมด

ครบเครื่องครับ และราคาจำหน่ายไม่แพงด้วย เปิดราคามาที่ 5,599 บาท บนหน้าร้านค้า Zepp Official Store บน Shopee : https://bit.ly/38mdikt

 

 

ข่าว: รีวิว Amazfit T-Rex Pro สมาร์ทวอทช์สายลุย คู่หูออกกำลังกาย 100+ โหมด บุกทะเลทราย ฝ่าธารน้ำแข็ง ใช้ต่อเนื่องนาน 12 วัน เอาอยู่! มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/2021/03/24/review-amazfit-t-rex-pro.html?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=review-amazfit-t-rex-pro

รีวิว Vivo Y72 5G สเปคดีกล้องชัด แบตเตอรี่ใหญ่ 5000mAh พร้อมเชื่อมต่อ 5G ในราคาแค่ 9,999 บาท!

Vivo Y72 5G สมาร์ทโฟนในกลุ่มตลาดวัยรุ่น มาพร้อมตัวเลือกที่รองรับ 5G แล้วครับ เปิดตัวประกาศราคาไทยต่ำกว่าหมื่นมาหนึ่งบาท 9,999 บาท ตัวเครื่องสวย สเปคดี แบตเตอรี่เยอะใช้งานได้ยาวนาน เจาะกลุ่มหนุ่มสาวในวัยเรียนและวัยเริ่มทำงาน ด้วยราคาเครื่อง 5G ที่เข้าถึงได้ไม่ยากครับ

สมาร์ทโฟนรุ่นนี้ ก็เป็นด้านความบันเทิงเป็นหลักครับ สเปคมันแรงเล่นเกมได้ หน้าจอใหญ่มาก ภาพสีสันสวย แบตเตอรี่เยอะ ใส่มาให้ 5000 mAh ไม่ต้องห่วงเลยเรื่องไม่พอใช้ระหว่างวัน พร้อมระบบชาร์จไว 18W ทำให้ใช้เวลาชาร์จแบตก้อนใหญ่ๆ ของมันไม่นานไปกว่าแบตปกติ

และก็กล้องถ่ายภาพคมชัดทำมาได้ดีมากทีเดียวครับสำหรับซอฟท์แวร์กล้องของ Vivo ทำมาดีต่อเนื่องกันหลายรุ่นแล้ว และที่สำคัญที่สุด นี่คือสมาร์ทโฟน Vivo Y Series ที่รองรับการเชื่อมต่อสัญญาณ 5G เป็นที่เรียบร้อย รองรับทั้งสัญญาณ 5G แบบ Dual Mode NSA และ SA เพื่อให้ใช้งานการเชื่อมต่อยุคใหม่ Non Stand Alone คือการใช้เทคโนโลยี 4G ผสม 5G ในการให้บริการปัจจุบัน แต่กำลังค่อยๆ ขยับสู่ 5G SA หรือ Stand Alone ที่ใช้เทคโนโลยี 5G ทั้งระบบ บางค่ายเริ่มให้บริการไปแล้ว และสำหรับสมาร์ทโฟนรุ่นนี้รองรับทั้งหมดเลยครับ

ตัวเครื่องภายนอก

หน้าจอ Halo Fullview Display ขนาด 6.58 นิ้ว ความละเอียดคมชัดดี FullHD+ 2408×1080  ความอิ่มตัวของสีสูงภาพสวย ให้อัตราส่วนเหมาะกับการรับชมคลิปหรือภาพยนตร์ ด้วยหน้าจอแบบ 20 : 9

ขอบจอบางเพียง 2.75 มม. เท่านั้นเองครับ ด้านหน้าจึงเป็นหน้าจอแทบทั้งหมด เราจะเห้นพื้นที่ด้านหน้าตัวเครื่องเป็นจอไปแล้วถึง 90.6% ด้านบนเป็นกล้องถ่ายภาพด้านหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล

และลำโพงเสียงดังมากครับ!!! ดังแบบเกินลำโพงปกติไปไกล ใช้ลำโพงเดี่ยว Super Linear มันมีระบบ Speaker Boost 3.0 เอาไว้เพิ่มพลังเสียงของตัวลำโพงให้มากขึ้นกว่าปกติไปเป็น 200% ระดับดังสุดสูงถึง 92 dB และยังคงคุมคุณภาพเสียงเอาไว้ได้ ให้เสียงดังสุดๆ สำหรับการเปิดหนัง ฟังเพลง เสียงดังดีกว่าลำโพงบลูทูธบางตัวซะอีกครับ

มีการเข้ามาจำหน่ายสองสีครับ คือ Graphite Black สีดำ เคลือบผิวนวัตกรรมใหม่ไอออนเงินดูลึกลับ และอีกหนึ่งสีคือที่เห็นในรีวิวนี้ ชื่อสีว่า Dream Glow เป็นเฉดสีผสมผสานและน่าจะเป็นสีเด่นของรุ่นครับ ไล่ระดับสีเหมือนปีกแมลง เหมือนอัญมณี สะท้อนแสงแล้งสวยมาก เป็นเครื่องที่เห็นด้วยตาตัวเองแล้วจะสวยสะดุดตาแน่นอนครับ




 

ตัวเครื่องฝาหลังโค้ง 3D งานผลิตและการเคลือบสีดูพรีเมี่ยมงานดี ใช้ที่สแกนลายนิ้วมือด้านข้างตัวเครื่อง เป็นทั้งที่สแกนลายนิ้วมือและปุ่มพาวเวอรฺ์ สแกนได้ไวมากครับ ที่น่าสังเกตคือ Vivo A72 5G เป็นสมาร์ทโฟนที่ใช้การสแกนลายนิ้วมือที่ด้านข้างตัวเครื่องแต่กลับทำออกมาได้บางมาก บางแค่ 8.5 mm เพราะปุ่มพาวเวอร์ที่ใช้สแกนนิ้วไม่ได้มีขนาดใหญ่กว่าปุ่มพาวเวอร์ของเครื่องทั่วไป แถมยังสแกนได้อย่างแม่นยำและว่องไว ยอดเยี่ยมครับ

Vivo V72 5G จากที่ทดสอบใช้งานมา จุดเด่นของรุ่นนอกจากเรื่องของหน้าจอและลำโพงที่เสียงดังมากแล้ว ยังรวมถึงคุณภาพกล้องของมันด้วยนะครับ ในรุ่นนี้มีกล้องหลังมาให้สามตัว กล้องหลักความละเอียดสูง 64 ล้านพิกเซล + Super Wide-Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล (มุม 120 องศา) + Super Macro 2 ล้านพิกเซล ถ่ายภาพระยะใกล้ 4 ซม. คุณภาพกล้องดีงามมากเลยครับ โดยเฉพาะการถ่ายภาพบุคคล เพราะว่าทาง Vivo มีการใส่ฟังก์ชั่นของเครื่องรุ่นใหญ่มาให้ นั้นคือระบบ Eye Autofocus การจับโฟกัสดวงตาอัตโนมัติ ยกกล้องขึ้นเจอหน้าคนก็โฟกัสจับดวงตา หน้าคนคมกริบครับเวลาถ่าย

การออกแบบโมดูลกล้องหลังยังกับเครื่องเรือธง ล้อมรอบกล้องไว้ด้วยฐานขอบโลหะ บริเวณนี้สวยงามมากครับ ตัวเครื่องมีขนาดบาง จับถือง่าย ไม่เกะกะ  น้ำหนักตัวเครื่อง 193 กรัม รองรับสองซิมการ์ดแบบ Hybrid รองรับ 5G ทั้งสองสล็อตซิม ใส่ซิมแล้วพร้อมใช้งาน 5G ได้ทันที


เห็นตัวบางๆ แต่ให้แบตเตอรี่ใหญ่ 5000mAh รองรับระบบชาร์จไว 18W อุปกรณ์ในกล่องก็มีครบทั้งที่ชาร์จ 18W ชุดหูฟัง เคสใสซิลิโคน และสาย USB Type C

รองรับ 4G และ 5G เกาะสัญญาณเน็ตได้กว้าง เสถียรและว่องไว 

การที่อุปกรณ์ของเรารองรับสัญญาณ 5G สำคัญนะครับ เพราะทุกวันนี้สัญญาณ 3G และ 4G เมืองไทยคงไม่พัฒนาต่อแล้ว ผู้ให้บริการเน้นลงทุนการขยายสัญญาณ 5G เป็นหลัก และกำลังเป็นไปอย่างรวดเร็วมากด้วย ในเวลาแค่เพียงไม่ถึงปีประเทศเราก็มีสัญญาณ 5G ครอบคลุมไปทั่วประเทศ และมันจะเดินหน้าไปต่อแบบนี้ไปเรื่อยๆ ทั้งคุณภาพสัญญาณและคอนเทนต์ ก็จะทำออกมารองรับมาตรฐานระดับ 5G เป็นหลัก


ความคมชัดของวีดีโอสูงขึ้น ภาพถ่ายมีขนาดไฟล์ใหญ่ขึ้น ทุกๆ อย่างที่เราใช้งานกำลังเติบโตให้มีคุณภาพเข้าสู่ยุคสมัยที่คมชัดสูงขึ้น ต้องการการใช้อัตราการเชื่อมต่อข้อมูลที่เร็วขึ้น ถ้ายังต้องเกาะอยู่กับสัญญาณได้แค่ 3G กับ 4G ไม่รองรับ 5G ที่เป็นสัญญาณหลักในปัจจุบันนี้แล้ว ในบางพื้นที่มีปัญหาในการใช้งานแน่นอนครับ


การเรียนออนไลน์ การประชุมออนไลน์ ล้วนต้องการสัญญาณเน็ตที่ว่องไว และมีการตอบสนองที่เร็วเพียงพอต่อการถ่ายทอดภาพและเสียงแบบเรียลไทม์ให้ตรงกันมากที่สุด การรองรับ 5G จะช่วยได้เยอะครับ ทั้งในเรื่องการตอบสนอง เพราะค่า Ping เฉลี่ยมันต่ำ และเดียวนี้แม้แต่การสนทนาเสียงเราก็ยังหันมาพูดคุยสายกันผ่านแอพพลิเคชั่นที่ใช้สัญญาณเน็ต ถ้าเน็ตที่สมาร์ทโฟนของเรากำลังเชื่อมต่ออยู่มีการตอบสนองที่ดี ก็จะคุยกันได้รู้เรื่อง ไม่แลค ไม่หน่วงช้า จนเหมือนคุยกันคนละจังหวะ

และโดยเฉพาะแอปพลิเคชั่นทางการเงิน และวิถีชีวิตแบบ New Normal การเรียกใช้แอปเหล่านี้จำเป็นต้องเรียกใช้งานได้อย่างสม่ำเสมอ และควรว่องไวที่สุด เพราะบรรยากาศการรอหน้าแอพโหลดเพื่อจ่ายตังค์ เป็นอะไรที่น่าอึดอัดที่สุด – –  ยิ่งถ้าไปเจอจุดอับสัญญาณ เปิดแอพชำระเงินหรือแอพธนาคารไม่ได้ น่าหงุดหงิดมากครับ

การเล่นเกมเองก็ต้องอาศัยความเร็วอินเตอร์เน็ตและค่าการตอบสนองที่ว่องไวด้วยเช่นกันนะครับ เพราะส่วนใหญ่เราก็เล่นเกมออนไลน์กันทั้งนั้น และเล่นกันหลายคนด้วย จังหวะแลคจังหวะหน่วงหลายครั้งที่พบเจอกันไม่ใช่เป็นที่สเปคเครื่องที่กำลังเล่น แต่เป็นเพราะสัญญาณอินเตอร์เน็ต

ทุกการใช้งานล้วนต้องการอินเตอร์เน็ต ถ้าเครื่องเรามีตัวเลือกในการเกาะสัญญาณได้ครอบคลุมมากกว่า มันก็จะไปจับสัญญาณที่แรงกว่า ไม่ว่าจะเป็น 4G LTE หรือ 5G NSA, SA มันเลือกจับได้เองถ้ามันรองรับครับ ไม่จำกัดแค่ต้องอาศัยสัญญาณเก่า 3G/4G ที่นับวันกำลังจะเปลี่ยนไปเป็นพื้นที่ 5G มากขึ้นเรื่อยๆ

ก็แนะนำว่าให้มองหาเครื่องที่รองรับการเชื่อมต่อสัญญาณไว้ได้กว้างๆ จะดีกว่ามากครับ ทั้งในปัจจุบันและในอนาคตเลย

การใช้งานภายใน

Vivo V72 5G ใช้ระบบภายในเป็น Android 11 ครอบทับด้วย Funtouch OS 11.1 ประมวลผลด้วยชิปเซ็ตซีรีส์ Dimensity 700 หน่วยประมวลผลมาแรง ราคาดี ประสิทธิภาพดี และรุ่นนี้เป็นชิปเซ็ตระดับค่อนข้างสูงผลิตมาในเทคโนโลยี 7 นาโนเมตร มีโมเด็ม 5G ที่รองรับคลื่นสัญญาณ Dual-Mode ทั้งแบบ SAและ NSA ทำให้ Y72 สามารถเชื่อมต่อ 5G ได้นั้นเองครับ

ให้แรมมาเยอะ 8GB และหน่วยความจำภายใน 128 GB สเปคไม่เลวครับ เล่นเกมได้สบายๆ ใช้งานทั่วไปก็เบาๆ การตอบสนองไม่แลคไม่ช้า แรมเยอะหน่วยประมวลผลเร็ว ซอฟท์แวร์ก็ทำมาดี




 

ด้านความสวยงาม มีธีมสโตร์สำหรับดาวน์โหลดธีม ภาพพื้นหลัง นำมาปรับแต่งได้เอง ปรับเอฟเฟ็กต์อนิเมชั่น Dynamic Effects ต่างๆได้ เช่นเลือกรูปแบบภาพเคลื่อนไหวของการจดจำใบหน้า หน้าเอฟเฟ็กต์การชาร์จ และแจ้งเตือนโดยแสงไฟรอบขอบหน้าจอ เลือกเปิดใช้งานเอาแบบที่ชอบได้เลย








การปรับการแสดงผล ระบุโทนสีของจอได้ตามความต้องการ มีโหมดถนอมสายตามาให้ครบ ทั้งลดแสงสีฟ้าและโหมดกลางคืนหรือ “โหมดมืด” เปลี่ยนหน้าเมนูและการใช้งานทั้งหมดให้กลายเป็นสีดำ ตั้งเวลาให้เปิดปิดการทำงานเองอัตโนมัติได้ทุกวันในยามค่ำคืน


มีการใส่ระบบ Multi-Turbo ที่เป็นตัวช่วยเร่งประสิทธิภาพของชุดประมวลผลทั้งหมด ช่วยจัดสรรและวิเคราะห์การใช้งาน ดูแลทั้ง CPU, GPU และ  RAM รวมถึงความเสถียรของการรับสัญญาณไร้สาย เร่งความเร็วในการเปิดปิดแอพและเกม นี่คือสิ่งหนึ่งที่ทำให้สมาร์ทโฟนของ Vivo เวลาใช้งานแล้วรู้สึกระบบเบาครับ ทำงานอะไรได้ไวแม้จะเป็นการทำงานเล็กๆ อย่างเช่นการเซฟภาพหน้าจอ เครื่อง Vivo จะตอบสนองดีมาก และจากที่รีวิวเครื่อง Vivo มา ผมจำไม่ได้เลยว่าเคยเจอปัญหาแฮงค์หรือ Error ในการทำงานให้ผมได้เห็น Vivo ระบบดีครับ


ระบบช่วยเหลือผู้ใช้ต่างๆ  มีการใส่ iManager ระบบดูแลความปลอดภัยและจัดการไฟล์ขยะ กดคลิ๊กเดียวจะจัดการทรัพยากรเครื่องให้เหมาะสม เคลียระบบให้หมดครับ



เรียกใช้งานฟังก์ชั่นหรือแอพพลิเคชั่นด่วนด้วยการวาด Gesture เช่นการสไลด์สามนิ้วเพื่อการเซฟภาพหน้าจอ หรือการสไลด์สามนิ้วขึ้นเพื่อแบ่งหน้าจอใช้งานสองแอพได้พร้อมกัน การวาดสัญลักษณ์บนหน้าจอขณะหน้าจอปิด





 

โหมดช่วยเหลือผู้เล่นเกม Ultra game mode  เรียกใช้งานเกมพร้อมปรับทรัพยากรเครื่องให้เหมาะสมกับการเล่นเกมโดยทันที มีโหมดห้ามรบกวนขณะเล่นเกม เพื่อป้องกันการแจ้งเตือนต่างๆ ที่อาจจะเข้ามาขัดจังหวะสำคัญขณะเล่น และสามารถ เปิดหน้าต่าง Picture in Picture หน้าต่างซ้อนขึ้นมาเพื่อใช้งานแอพที่สอง

ประสิทธิภาพการเล่นเกมหวังผลได้เลย เล่นได้เต็มที่ ไม่แลคไม่ช้าให้น่าหงุดหงิดครับ




 

มีระบบเพิ่มความสะดวกและความสนุกในขณะเล่นเกมมากขึ้น ด้วยระบบการสั่นแบบ 4 มิติ เพิ่มความสนุกในการเล่นเกม ตอบสนองการสั่นแบบเรียลไทม์กับแอคชั่นภายในเกมที่รองรับ และโหมด E-sports  สำหรับการเล่นเกมอย่างจริงจัง ระดับงานแข่งเกม เพราะจะปิดป้องกันการแจ้งเตือนข้อมูลทั้งหมดระหว่างการเล่นเกม พร้อมคอยปรับอัตราเฟรมเรตแบบเรียลไทม์ ส่งทุกทรัพยากรทั้งหมดของเครื่องเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเกม ให้เล่นเกมได้บน Y72 5G แบบะเต็มอารมณ์ที่สุด



กล้องถ่ายภาพ

กล้องมีความฉลาดครับ มี AI คอยปรับจูนและแต่งโหมดภาพที่ดี กล้องหลังมีความละเอียดสูง กล้องหลักมีโหมดถ่ายภาพขนาด 64 ล้านพิกเซลใหญ่พอจะเอาไปพิมพ์งานโฆษณาคลุมตึกได้เลยครับ ทำงานร่วมกับ Super Wide-Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ถ่ายภาพได้สวยงามทั้งระยะมุมกว้าง ระยะ 1x และ 2x ภาพคมหมดเลย (ซูมดิจิทัลได้ 10x) และกล้อง Super Macro 2 ล้านพิกเซล ถ่ายภาพระยะใกล้ 4 ซม. เอาไว้ถ่ายภาพระยะใกล้ เพื่อเก็บรายละเอียด





ระบบโฟกัสจากรุ่นใหญ่ Eye Autofocus จับหน้าคนพบก็โฟกัสดวงตาทันที ถ่ายภาพบุคคลสวยงามมากครับ หน้าชัดหลังเบลอถ่ายก่อนไปเลือกจุดโฟกัสหรือระยะชัดลึกภายหลังได้ มี HDR และโหมดบิวตี้ช่วยเหลือเข้าไปด้วย ปรับแต่งได้เยอะ หลากหลายระดับ ยังไงก็พอใจกันแน่นอนครับ ยิ่งใช้ยิ่งรู้ว่ามีครบเล่นกับฟิลเตอร์สีสันได้มากมายในโหมดการถ่ายคน ตัดสีพื้นหลัง หรือเพิ่มแสงรุ่น ระบบมีการจัดการให้คมกริบเพราะมันตรวจพบบุคคลในภาพได้ชัดเจน




ตัดฉากหลังให้กลายเป็นสีขาวดำ เติมสีสันเอฟเฟ็กต์สีเข้าไปให้ภาพดูโดดเด่นแตกต่างได้ด้วยตัวแอพกล้องมันเอง

 


โหมดกล้องความละเอียดสูง 64 ล้านพิกเซล เอาไว้ถ่ายเพื่อเอามาซูมรายละเอียดหรือนำไปพิมพ์ภาพขนาดใหญ่



ระบบกล้องของ Vivo ไม่ใช่เก่งแค่ตอนถ่าย แต่การปรับแต่งหลังถ่ายก็ยอดเยี่ยมมาก น่าจะเป็นหน้าเมนูกล้องที่มีลูกเล่นเยอะที่สุดแล้วสำหรับแบรนด์นี้ อยู่ที่เขาจะเลือกใส่อะไรมาเราใช้เท่านั้น

ภาพหน้าชัดหลังละลายสำหรับการถ่ายภาพบุคคล เราสามารถถ่ายก่อนแล้วค่อยมาเลือกจุดโฟกัสหรือระยะชัดลึกภายหลังได้ มีการปรับแต่งภาพปรับความคมชัด ปรับแสง ปรับสี ใส่เอฟเฟ็กต์แสง ทั้งหมดทำได้ในแอพกล้องของมันเองเลยครับ


หรือจะนำรูปภาพที่เราเก็บๆ ไว้ มาแก้ไขในแอพกล้องของมันก็ทำได้นะ มีเครื่องมือหลายอย่างที่ใช้งานได้ เช่นเพิ่มความละเอียด ลบเงาภาพ เปลี่ยนพื้นหลัง แยกบุคคลออกจากพื้นหลังได้แม่นมากๆ ครับ





 

กล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล รองรับ HDR เซลฟี่ได้ทุกที่แม้จะย้อนแสงหรือใส่หมวก หน้าไม่มืดครับ HDR ช่วยกระจายแสงเพิ่มรายละเอียดให้ได้ คุณภาพกล้องหน้าก็ดีงานเช่นกัน พร้อมมีสไตล์โทนสีให้เลือกใช้งาน และปรับระดับบิวตี้ใบหน้าและอวัยวะได้ทุกส่วยบนใบหน้าเลยครับ ^^ และมีโหมดถ่ายเซลฟี่แบบหน้าชัดหลังเบลอได้ด้วยกล้องตัวเดียว


 

 

ตัวอย่างภาพถ่ายกล้องหน้า ภาพออกมาสวยครับ เฉลี่ยแสงดี และมีฟิลเตอร์สีสันให้เลือกใช้งานหลายแบบ หลายแนวสี ที่ถูกใจสาวๆ ^^ เซลฟี่กลางคืนหน้าไม่มืดไม่มีนอยส์








 

มีฟิลเตอร์สำหรับสีสันสวยๆ ไว้ใช้งานในยามกลางคืนโดยเฉพาะสีโทนสีเท่ๆ ดำและทอง น้ำแข็งสีฟ้า ส้มเขียว ไซเบอร์พังค์




 

ตัวอย่างภาพถ่าย















 

สรุปท้ายรีวิว

ออกแบบตรงกลุ่มเป้าหมาย ราคาเหมาะสมซื้อหาไม่ยากสำหรับวัยรุ่นวัยทำงาน ได้สมาร์ทโฟนรองรับ 5G ที่ราคาดี หน้าจอสวย ลำโพงชัดเจน แบตเตอรี่อึด กล้องคุณภาพดี และประสิทธิภาพการใช้งานแรงมากพอต่อทุกกิจกรรมที่ต้องการจะใช้ทุกประการ

Vivo กำหนดสเปคออกมาได้ยอดเยี่ยมครับ และรักษามาตรฐานการออกแบบเครื่องภายนอกไว้ได้ ตัวเครื่องสวย และบางเบา มีการใส่ใจเลือกใช้ที่สแกนลายนิ้วมืดด้านข้างที่มีขนาดไม่หนาไม่ใหญ่ การวางชุดกล้องบนฐานโลหะ และงานเคลือบสีของด้านหลังตัวเครื่อง สวยงามครับ

Vivo Y72 5G เปิดให้จองตั้งแต่วันที่ 23 มี.ค. 64 – 30 มี.ค. 64 ณ Vivo Brand Shop ทุกสาขา ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ และช่องทางออนไลน์ Vivo Official Online Store ผู้ที่ลงทะเบียนจองรับของแถมพิเศษ Bluetooth body weight scale มูลค่า 1,099 บาท และ Power Bank 10000mAh มูลค่า 799 บาท 

ข่าว: รีวิว Vivo Y72 5G สเปคดีกล้องชัด แบตเตอรี่ใหญ่ 5000mAh พร้อมเชื่อมต่อ 5G ในราคาแค่ 9,999 บาท! มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/2021/03/22/review-vivo-y72-5g.html?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=review-vivo-y72-5g

รีวิว OPPO Find X3 Pro 5G ยอดเยี่ยมในทุกด้าน สมาร์ทโฟนที่ถ่ายภาพและแสดงผลได้หนึ่งพันล้านสีรุ่นแรกของโลก

เรือธงครบรอบสิบปีของ OPPO Find Series ทำมาได้ประทับใจผมมากครับ ตั้งแต่เห็นความสามารถจากในข่าวหลุด ข่าวลือ จนมาถึงงานเปิดตัว จนมาได้สัมผัสลองใช้งานเครื่องจริง OPPO Find X3 Pro 5G ถือสมาร์ทโฟนที่ครบเครื่องความยอดเยี่ยมไปในทุกด้าน และเป็นเรือธงของเรือธงในตอนนี้สำหรับผมเลยครับ

ครั้งแรกของโลก 10-bit Full-path Colour Engine ระบบการประมวลสีตั้งแต่การถ่ายภาพไปจนถึงการแสดงผล

หน้าจอแสดงผลระดับเกรด A+ จาก Display Mate การแสดงผลระดับ 10 bit พันล้านสี HDR10+ ความละเอียด QHD+ รีเฟรชเรทปรับระดับอัตโนมัติ 5-120Hz บนจอ  AMOLED ขนาดใหญ่ 6.7 นิ้ว ความสว่างสูงสุดระดับ 1300nits เจาะรูวางกล้องหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซล ขอบจอเล็กมากๆ คิดเป็นสัดส่วนหน้าจอต่อพื้นที่สูงถึง 92.7% ขอบจอบางจนแทบไม่มี รองรับการสแกนนิ้วบนหน้าจอโดยตรง ความตรงของสีสัน 0.4 JNCD ในระดับมืออาชีพ ผมคงไม่ต้องบอกว่าจอภาพมันสวยงามมากแค่ไหน อยากจะให้ได้เห็นด้วยตาตัวเองกันครับ ไปสุดจริงๆ


หน้าจอของ OPPO Find X3 Pro 5G มาครบหมด ทั้งในด้านคุณภาพ ความคมชัด เทคโนโลยี สีสัน ความสว่าง และยังไปมากกว่านั้นคือตัวซอฟท์แวร์ที่ OPPO ออกแบบมาให้ผู้ใช้งานได้กำหนดเอง


ULTRA VISION ENGINE การเพิ่มประสิทธิภาพให้กับคอนเทนต์ที่อาจจะทำมาดีไม่พอกับคุณภาพของหน้าจอ เราสามารถเปิดโหมดเพิ่มความคมชัดของรูปภาพวีดีโอได้ หรือจะเปิดใช้ตัวช่วยปรับแสงสีของวีดีโอ ที่บันทึกมาเป็นไฟล์ SDR ให้กลายเป็นแบบ HDR สวยงาม คม รายละเอียดครบ ภาพจะลึกขึ้น เป็นฟังก์ชั่นที่เราจะพบได้ในอุปกรณ์สมาร์ททีวีครับ แต่ทาง OPPO เอามาใส่ในอุปกรณ์สมาร์ทโฟนของเขาด้วย


เราสามารถกำหนดค่าความละเอียดของหน้าจอได้เอง ระหว่าง FHD+ (2412×1080) และ QHD+ (3216X1440) หรือจะให้ระบบเป็นตัวปรับตั้งให้เราเองโดยอัตโนมัติตามความเหมาะสมของเนื้อหาที่กำลังทำงาน

ปรับอัตราการรีเฟรชของหน้าจอ ซึ่งรุ่นนี้สามารถปรับระดับรีเฟรชเรทได้เองจาก 5Hz จนถึง 120Hz เพื่อการประหยัดพลังงานในยามที่หน้าจอของเราแสดงภาพนิ่งๆ อยู่ครับ ระบบก็จะลดการกระพริบของหน้าลงเพื่อถนอมพลังงาน



พร้อมรองรับเต็มประสิทธิภาพของภาพ เปิดใช้งาน HDR รองรับทั้งใน Youtube หรือบริการสตรีมมิ่งอื่นๆ เช่น Netflix ได้รับชมภาพยนตร์ในแบบ HDR แน่นอนครับ




และจะบอกว่าไม่ใช่แค่เรื่องภาพ เพราะลำโพงของรุ่นนี้ให้มาเป็นลำโพงสเตอริโอคู่เสียงดี เสียงมีเนื้อเสียง ใช้รับชมภาพยนตร์หรือเล่นเกมไม่ต้องต่อลำโพงภายนอก รับประกันความมันที่มาทั้งภาพและเสียงเลย

และเมื่อเชื่อมต่อกับหูฟัง ก็จะรองรับระบบเสียง Dolby Atmos ปรับแต่งแนวเสียงตามคอนเทนต์หรือสภาพแวดล้อมได้ ทิศทางเสียงจะชัดเจนรอบทิศทาง ดูหนังได้อลังการกว่าเดิมเข้าไปอีกครับ



Colour Vision Enhancement เป็นฟังก์ชั่นที่เขาคิดมาเผื่อคนที่ปัญหาทางสายตา บกพร่องทางด้านสีโดยที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว ซึ่งตามสถิติจะเกิดขึ้นกับผู้ชายประมาณ 1 ใน 12 คนและกับผู้หญิง 1 ใน 200 คน ที่การมองเห็นสีไม่ตรงความความเป็นจริง ใน OPPO Find X3 Pro มีการใส่เทคโนโลยี Colour Vision Enhancement สำหรับแก้ปัญหาสายตาให้กับผู้ที่บกพร่องทางการมองเห็นสี มันจะเป็นระบบให้เราทดสอบ ว่าสายตาของเรามีความผิดปกติหรือไม่โดยการให้เราทำการไล่เรียงสีไปตามความใกล้เคียงทีละเฉด ถ้ามีอาการผิดปกติ OPPO Find X3 Pro 5G จะปรับการแสดงผลให้เข้ากับสายตาของผู้ใช้คนนั้นโดยเฉพาะ แล้วก็จะได้เห็นสีของโลกนี้ในแบบที่ไม่เคยเห็นชัดเท่านี้มาก่อน




เอาว่าหน้าจอมันเทพมาก เทพระดับคนสายตาบกพร่องยังใช้งานได้เกิดประโยชน์ และด้วยการแสดงผลที่รองรับภาพแบบ 10bit จำนวนเฉดสีมันเกินขอบเขตมาตรฐานที่สายตามนุุษย์จะไปถึงอยู่แล้ว ฉะนั้นตาคุณดีมากแค่ไหน เจ้าหน้าจอตัวนี้ก็พร้อมจะตอบสนองโลกที่สวยงามที่สุดให้กับสายตาของคุณได้อย่างแน่นอน

กล้องที่พร้อมจะสร้างคอนเทนต์ 10 bit ได้ด้วยตนเอง?

หน้าจอแสดงผลรองรับพันล้านสี แล้วก็มีกล้องที่สามารถถ่ายภาพพันล้านสีได้ด้วยตัวเองด้วย นี่คือรุ่นแรกและรุ่นเดียวของโลกที่ทำได้ครับ เป็นสมาร์ทโฟนที่มีกล้องถ่ายภาพระดับเกินหน้ายุคสมัย กล้องหลังสี่ตัวที่สุดยอดระดับปรมาจารย์ทั้งสี่เลนส์ เริ่มด้วยการใส่กล้องถ่ายภาพเลนส์หลักความละเอียด 50 ล้านพิกเซล Sony IMX 766 มาให้ถึงสองเลนส์ เป็นเลนส์ Wide และเลนส์มุมกว้างพิเศษ Ultra Wide

คุณภาพกล้องหลักสองตัวนี่สุดๆ ครับ ภาพสวย ภาพคม ปกติ OPPO ก็มีกล้องที่ยอดเยี่ยมมากอยู่แล้ว มี AI ที่คอยแนะนำโหมดภาพที่เหมาะสม และปรับสีแสงให้เข้ากับสิ่งที่กำลังถ่าย


และไม่ใช่มีแค่ AI ในภาพนิ่งเท่านั้น เพราะจะมี AI Highlight Video เป็นตัว AI ที่คอยทำงานให้เราในโหมดวีดีโอ เปิดฟังก์ชั่นที่เหมาะสมเมื่อตรวจพบสภาพแสง เช่นเปิด HDR สำหรับการถ่ายย้อนแสง หรือเปิดโหมดกลางคืนเมื่อถ่ายวีดีโอในที่มืดเป็นต้นครับ


และกล้องที่สาม Telephoto 13 ล้านพิกเซล เจ้ากล้องตัวนี้แหละครับที่ทำหน้าที่ในการจับภาพพันล้านสีให้กับเรา รวมถึงช่วยในการซูมภาพ 5X Hybrid Optical Zoom อีกหนึ่งเลนส์กล้องที่ล้ำยุค รองรับการซูมภาพได้สูงสุดแบบดิจิทัล 20X แต่ทีเด็ดคือการซูมแบบไฮปริด 5X ซูมเหมือนไม่ซูม ภาพไม่แตก คมชัดเหมือนเดินเข้าไปถ่ายเองเลย^^ ซูมระดับ 10x ก็ยังเก็บรายละเอียดไหวครับ เอาไว้ซูมถ่ายข้อความหรืออะไรที่ต้องการจัดเก็บไว้ก็ได้




ทำให้ใน OPPO Find X 3 Pro 5G จะมีโหมดการถ่ายภาพแบบ 10bit หรือพันล้านสี ในขณะที่สมาร์ทโฟนปกติจะบันทึกภาพได้ที่ 16.7 ล้านสีเท่านั้น เราสามารถเปิดใช้โหมด 10 bit ได้ในโหมดการถ่ายภาพทุกระยะซูม รวมถึงโหมดการถ่ายภาพกลางคืนด้วยเช่นกัน เพื่อเป็นการรับประกันว่ากล้องเราจะเก็บเฉดสีได้ครบที่สุดเพื่อนำมาแสดงผลบนหน้าจอของมันเองเป็นหลักนะครับ นำไปใช้ต่อได้ปกติถ้าทำงานจากบนตัวสมาร์ทโฟน แต่ถ้าจะนำไปใช้ในอุปกรณ์อื่น ต้องมีตัวโปรแกรมที่รองรับ HEIC ไฟล์นะครับ เพราะโหมดนี้จะถ่ายภาพออกมาเป็น .heic

เราจะได้ภาพสีสดๆ ภาพสีสวยๆ ไม่ต้องกลัวจะสีซีดสีหาย จะเห็นความแตกต่างแค่ไหนก็แล้วแต่สายตาส่วนบุคคลแล้วละครับไฟล์มาระดับ 10bit ขนาดนี้




และสุดท้ายคือเลนส์มหัศจรรย์ที่แทบไม่เชื่อสายตา กล้อง Micro Lens ความละเอียดแค่ 3 ล้านพิกเซล แต่มันคือกล้องจุลทรรศน์ชนิดพกพาชัดๆ ครับ สามารถถ่ายภาพสิ่งเล็กๆ ได้ในระดับซูมกว่าสายตามนุษย์ถึง 60 เท่า! มันเอาหน้ากล้องไปชิดกับวัตถุได้เลยละครับ ส่องเห็นยันใยผ้า ต่อมขน เห็นความมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่ตามนุษย์ไม่มีทางมองเห็น มันถูกออกแบบมาให้พร้อมใช้ในโหมด”กล้องจุลทรรศน์” จ่อชิดวัตถุโดยมีไฟวงแหวนรอบเลนส์กล้องให้ความสว่าง ผลลัพท์ที่ได้ มีแต่ต้องบอกว่า “บ้าไปแล้ว!!”

เพราะกล้องมาโครชาวบ้านเขาถ่ายได้ในระยะ 4 เซนติเมตร หรือ 40 มิลลิเมตร แต่กล้อง Micro Lens ของ OPPO Find X3 pro 5G จ่อถ่ายวัตถุในระยะใกล้สุด 1 มิลลิเมตร!!! ผลลัพท์ที่ได้เกินกว่าที่หลายคิดไว้แน่นอนครับ

จากดอกไม้สวยๆ สักดอก เราก็ได้เข้าไปเห็นสิ่งที่ปกติตาเราไม่มีทางได้เห็น







สุดติ่งไปทุกเลนส์ นี่มันไม่ใช่แค่กล้องดีครับแต่มันระดับมหัศจรรย์ อยู่ๆ ก็มีเทคโนโลยีเกินสายตามนุษย์เปิดตัวออกมาในสมาร์ทโฟน ทั้งเรื่องของสี 10bit และการถ่ายภาพระดับจ่อส่องโมเลกุล ถ่ายภาพได้แบบกล้องจุลทรรศน์ แถมมาอยู่ในเครื่องเดียวกันอีก

แม้จะทำเอาการถ่ายภาพอื่นๆ ดูไม่น่าตื่นเต้นไปเลย แต่ยังไงก็ตาม กล้องหลักคู่ของ OPPO Find X3 Pro คุณภาพสูงมากครับ โฟกัสแม่นและจับได้คมทั่วทั้งภาพ หวังผลเลิศไปได้เลยครับ ภาพสวย ถ่ายง่าย จับบุคคลก็แม่นยำ ถ่ายสวยทั้งกลางวันและมีโหมดกลางคืน กล้องหน้าก็สามารถถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอได้เช่นกันนะครับ คุณภาพก็ตามสไตล์ของ OPPO ภาพใบหน้าคนออกมาสวยกว่าตัวจริงได้เสมอ ^^




ตัวอย่างภาพถ่ายบุคคล กล้องหน้าและกล้องหลัง






มีความสามารถในการถ่ายภาพโหมด RAW+ ที่ OPPO พัฒนามาให้สามารถดึงสีได้มากกว่าไฟล์ RAW แบบปกติ ซึ่งจะได้ไฟล์ภาพออกมาเป็น .DNG นำไปแต่งต่อได้ในโปรแกรมแต่งภาพ และถ่ายวีดีโอแบบ LOG เพื่อนำไปปรับแต่งสีสันใหม่ได้แบบพวกมืออาชีพครับ


เมื่อสุดยอดการบันทึกภาพและการแสดงผลภาพมาอยู่ในเครื่องเดียวกัน มันจึงเป็น 10-bit Full-path Colour Engine มีมันรุ่นเดียวเท่านั้นแหละครับที่ทำได้

การออกแบบที่สวยงาม แตกต่าง และพิถีพิถัน

สมาร์ทโฟนแฟล็กชิปที่เครื่องมีความบาง และ เบา แม้จะมีเทคโนโลยีใส่อยู่เต็มเครื่อง แต่ OPPO ผลิตออกมาได้บางเพียง 8.26 มม. และหนักเพียง 193 กรัม เป็นสมาร์ทโฟนตัวแรงที่ดูไม่หนาเกะกะ เข้ากันง่ายกับสไตล์การแต่งตัวและพกพาสะดวกครับ

งานผลิตฝาหลังแบบไร้รอยต่อ โค้งเล่นระดับจนด้านล่างไปจนสุดขอบด้านบน มีการเปิดตัวออกมากันสองสีที่พื้นผิวนั้นแตกต่างกัน คือ Gloss Black ผิวออกจะออกมันวาว เงางาม ดูลึกลับหรูหราสะท้อนแสงเหมือนกระจก และสี Blue ที่เป็นวัสดุ frost matte แบบด้าน สัมผัสผิวคล้ายแก้วยิงผิวทราย เย็น ละมุน และป้องกันรอยเปื้อนและรอยนิ้วมือได้อย่างสิ้นเชิง แม้จะเอาฝาหลังมาแนบหน้า ยังไม่มีคราบมันติดขึ้นมาเลยครับ เป็นสีที่ผมชอบ และเห็นอยู่ในรีวิวนี้กันอยู่นั้นเองครับ

มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP68 กันฝุ่นได้ ลุยน้ำได้ บังเอิญทำน้ำหกใส่หรือจะโดนฝนก็ไม่เป็นไรครับ ตกน้ำได้ลึก 1.5 เมตร ไม่เกิน 30 นาที เอาเครื่องไปล้างน้ำที่สะอาดก็ได้เช่นกัน ใช้พอร์ทชาร์จแบบ USB Type C รองรับสองซิมการ์ดแบบ Dual 5G Dual-Mode

อุปกรณ์ภายในกล่องให้มาครบครัน ชุดหูฟังแบบ USB Type C เพราะไม่มีรูหูฟัง 3.5 มม. มาให้บนตัวเครื่อง มีเคสยางซิลิโคนสีฟ้าตรงสีเครื่องมาให้ครับ และที่ชาร์จพร้อมสายที่รองรับ 65W SuperVOOC 2.0 มาให้ในกล่อง และบัตรรับประกัน International Warranty สำหรับขอความช่วยเหลือในยามประสบปัญหาเกี่ยวกับตัวเครื่องในต่างประเทศ ก็มีบัตรรับประกันใบนี้มาให้ด้วยครับ




เรามีคลิปแกะกล่องบ็อกเซ็ตของ OPPO Find X3 5G และของแถมสำหรับผู้ที่ลงทะเบียนจองกันไปก่อนหน้า เอามาให้ดูในคลิปวีดีโอด้านล่างนี้อีกด้วยครับ

ประสิทธิภาพการทำงานระดับ Best-in-Class  

ถ้าอยากได้สมาร์ทโฟนตัวท็อป ก็นี้แหละครับตัวท็อปสุดๆ มันใช้ฮาร์ดแวร์ในระดับแรงสุดของเทคโนโลยีในปัจจุบันทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นชิปเซ็ตประมวลผลที่ใช้ Snapdragon 888  รองรับคลื่นความถี่ 5G ได้มาก 13 แบรนด์ และแรงสุดแล้วในบรรดา CPU ของสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ในปัจจุบัน

ระบบปฏิบัติการ Android 11 ครอบทับด้วย ColorOS 11.2 ใหม่สุดของ OPPO ความลื่นไหลระดับสูงสุด การตอบสนองเร็ว เข้าออกแอพฉับไว ใช้งานมาไม่เจอปัญหา ช้า แลค ค้าง



มาพร้อมแรมขนาดใหญ่ 12GB ที่เป็น LPDDR 5 ใหม่สุด และ ROM 256GB แบบ UFS 3.1 ใหม่สุดอีกเช่นกัน ทั้งโลกมีสเปคเดียวกันไม่ต้องคิดมาก ระดับประสิทธิภาพความแรง มากเกินพอ ถ้าใครจะมาถามว่าเล่นเกม xxxx ลื่นมั้ย? ผมจะกระโดดเข้าไปกระซิบข้างหูเบาๆ “โคตรลื่นนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน”

ไม่ใช่แค่แรงแต่เรื่องการประมวลผล OPPO Find X3 Pro 5G ยังไปสุดกับระบบชาร์จ รองรับทั้ง 65W SuperVOOC 2.0 ชาร์จไวระดับแบต 4,500 mAh ของมัน เสียบชาร์จแค่ 10 นาทีแต่ได้แบตมากว่า 40%

และระบบชาร์จไร้สาย 30W AirVOOC ตามสเปคบอกว่าชาร์จเต็ม 100% ได้ในเวลาแค่ 80 นาที แต่จากที่ผมทดสอบกับแท่นชาร์จ AirVOOC 45W มันชาร์จจาก 15% มาจนถึง 70% ได้ในเวลาไม่ถึง 40นาทีเท่านั้นครับ ชาร์จไร้สายไวอย่างกับชาร์จเสียบสายของแบรนด์อื่น และมีความปลอดภัยสูงมากด้วยครับสำหรับระบบชาร์จที่ขึ้นชื่อว่า “VOOC”

และตบท้ายด้วยการแปลงกลายตัวเองให้เป็นที่ชาร์จไร้สาย 10W Reverse Wireless Charging เติมพลังงานให้กับอุปกรณ์อื่นๆ ในระดับ 10W จึงสามารถชาร์จไฟกลับให้ได้ทั้งสมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์เสริม ที่รองรับมาตรฐาน Qi ทั้งหมดครับ

 

การออกแบบ UI ของ OPPO เต็มไปด้วยศิลปะครับ เขาใช้ศิลปินในการออกแบบเพื่อให้เข้ากับอารมณ์และยุคสมัยของเครื่อง ทั้งภาพพื้นหลัง ไอคอน โทนสี หรือแม้แต่โทนเสียงเรียกเข้า ก็ถูกสร้างขึ้นแบบเป็นมิติที่มากกว่าตัวโน๊ต โดยนักแต่งเพลงประกอบภาพยนตร์เจ้าของรางวัลออสการ์ Hans Zimmer เป็นต้น

ความใส่ใจของ OPPO ถูกเพิ่มเติมเข้าไปแม้สิ่งเล็กๆ น้อยๆ ครับ เช่นโหมดกลางคืนหรือดาร์คโหมด ก็สามารถปรับแต่งได้เพิ่มเติมว่าต้องการใช้งานโหมดกลางคืนในระดับไหน ไม่จำเป็นต้องเป็นค่าตายตัวเสมอไป เราสามารถคงภาพพื้นหลังหรือไอคอนไว้ได้ แต่เปลี่ยนแค่หน้าเมนูให้กลายเป็นสีดำ


โหมดถนอมสายตาตั้งค่าให้เปิดการทำงานได้อัตโนมัติ และเพิ่มความสามารถที่ไม่ใช่แค่ลดแสงสีฟ้า แต่ว่าลดสีทั้งหน้าจอให้กลายเป็นสีขาวดำแบบหน้าจอ E-Ink สำหรับอ่านหนังสือก็ทำได้ด้วยครับ

การปรับแต่งเพื่อความสวยงามก็ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนธีมหรือวอลล์เปเปอร์เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่สามารถปรับตั้งค่าให้เป็นแบบที่เราชอบได้แยกอิสระมากมาย แต่ออกแบบมาให้ควบคุมง่ายๆ ในหน้าเดียว

เราสามารถปรับเปลี่ยนธีม เปลี่ยนวอลล์เปเปอร์ทั้งภาพนิ่งและเคลื่อนไหว เปลี่ยนรูปแบบไอคน รวมถึงกระทั่งการเปลี่ยนสีเมนู หรือการเปลี่ยนอนิเมชั่นการสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอได้ครับ




ใน OPPO Find X3 Pro 5G และระบบ ColorOS 11.2 สามารถตั้งเปิด “การแสดงผลหน้าจอตลอดเวลา” มันเอาไว้แสดงวันเวลา การแจ้งเตือน สถานะแบตเตอรี่ หรืออะไรก็ตามที่เราตั้งค่าเลือกเอาไว้ในหน้านี้ โดยมีให้เลือกมากมายเลยครับ สวยงามทั้งนั้น และปรับตั้งค่าได้ตามใจเราเยอะเลยครับ น่าเล่นมากฟังก์ชั่นนี้ สวยดี



บริการพิเศษที่ OPPO เตรียมไว้ให้ผู้ใช้ ก็มีทั้งสายบันเทิงอย่าง Soloop แอพตัดต่อสร้างคลิปวีดีโอ ที่ใช้งานง่าย รวดเร็ว สร้างคลิปวีดีโอสั้นได้ด้วยเอฟเฟ็กต์มากมายจาภาพถ่ายและวีดีโอที่มีอยู่ในเครื่อง พร้อมใส่ตัวอักษรและเพลงประกอบให้เราได้ทันที



บริการ Game Space สำหรับคนเล่นเกม ปกติมันจะเป็นตัวรีดประสิทธิภาพเครื่อง และเตรียมทรัพยากรทั้งหมดเพื่อนำมาใช้เล่นเกมให้มีความลื่นไหลมากที่สุด ตั้งค่าการตอบสนองสัมผัสในขณะเล่นเกม แต่สำหรับ OPPO Find X3 Pro 5G ผมว่าสิ่งเหล่านั้นแทบไม่จำเป็น เพราะมันแรงจนลื่นไหลสุดๆ อยู่แล้วในการเล่นเกม แต่มันยังมีไว้เพื่อทำประโยชน์ในด้านการจัดการการแจ้งเตือนที่อาจจะเข้ามารบกวนเราขณะเล่น




เอาไว้เปิดโหมดเล่นเกมอัตโนมัติ สำหรับเกมที่เปิดให้มันเล่นแบบออโต้ได้ ตัวหน้าจอจะถูกหรี่ดับลง แต่เกมยังคงเดินไป มีไว้เพื่อการประหยัดพลังงานนั้นเองครับ

“O Relax” แอพพิเศษสำหรับการสร้างบรรยากาศ ด้วยการ “ฟัง ผ่อนคลาย และสำรวจ” มันถูกออกแบบมาให้ผู้ใช้แอพเกิดความสบายใจ สบายใจด้วยเสียง สบายใจด้วยมินิเกม และสบายใจด้วยบรรยากาศครับ



เราสามารถกำหนดเสียงบรรยากาศรอบตัว เป็นสถานที่ธรรมชาติ อย่างป่า เขา ทะเล หรือจะเข้าไปสำรวจเมืองด้วยเสียงสภาพแวดล้อมจำลองของสถานที่สำคัญในแต่ละประเทศ เช่นเข้ากรุงเทพเพื่อเข้าไปฟังเสียงบรรยากาศของวัดอรุณ หรือตลาดท่าเตียนเป็นต้น




ในเวอร์ชั่นใหม่นี่ เราสามารถสร้าง Remix เสียงบรรยากาศผสมได้ด้วยตัวเรา ต้องการผสมเสียงธรรมชาติ เข้ากับเสียงกิจกรรมของมนุษย์ และเสียง ASMR ทีหลายคนอาจจะรู้สึกสบายใจเวลาได้ยิน เช่นเสียงตัดกระดาษ เสียงดินสอ หรือเสียงพิมพ์ดีดเป็นต้น เรานำเสียงเหล่านั้นมาสร้างบรรยากาศเสียงของเราได้เองเลยครับ

และด้วยคุณภาพของลำโพง OPPO Find X3 Pro 5G ผมจะบอกได้เลย เสียงเหล่านั้นมันสร้างบรรยากาศให้เราได้จริง เพราะลำโพงสเตอริโอคู่ของมือถือรุ่นนี้ เสียงค่อนข้างดีมากทีเดียว




สรุปท้ายรีวิว

เรือธงที่น่าตื่นตาตื่นใจ ไม่ใช่แค่ขายสเปคความแรงเพียงอย่างเดียว แต่มาพร้อมกับนวัตกรรมใหม่ที่พาผู้ใช้ไปสัมผัสกับประสบการณ์ที่มากกว่าความแรงของสมาร์ทโฟนทั่วไปจะทำให้ได้

ประสบการณ์ภาพพันล้านสี 10 bit หน้าจอที่สวยงามมากที่สุดจอหนึ่งของวงการสมาร์ทโฟน รองรับ HDR10+ ความละเอียดสูง QHD+ สีสันสวยด้วยจอ AMOLED ขนาดหน้าจอใหญ่ 6.7 นิ้ว เต็มขอบ รีเฟรชเรทดี 120Hz

ประสบการณ์กล้องถ่ายภาพครั้งแรกของโลก กับมือถือที่มีหน้าจอและกล้องถ่ายภาพที่รองรับ 10bit ครบวงจร กล้องคุณภาพสูง 50 ล้าน Sony IMX766 ที่ใส่มาถึงสองตัว และกล้อง Micro Lens ซูมระดับกล้องจุลทรรศน์ 60x ตื่นตากับผลลัพท์และความสามารถที่ไม่มีรุ่นไหนเคยให้เราได้มาก่อน

ประสบการณ์การชาร์จแบตเตอรี่ ที่ครบวงจรทั้งเสียบสาย 65W SuperVOOC 2.0 และไร้สาย 30W AirVOOC ระบบชาร์จสองตัวที่รวดเร็วที่สุดและปลอดภัยมากที่สุด

ประสบการณ์การใช้งานจากการออกแบบสมาร์ทโฟนแฟล็กชิพที่เบา และบาง ผิวสัมผัสดีจากงานผลิตขั้นสูง มาตรฐานการกันน้ำกันฝุ่น IP68 สวยงาม มั่นใจ พกพาง่าย ไม่หนาเทอะทะแต่ความแรงจัดเต็ม

ประสบการณ์ด้านการใช้งานที่ให้มาสุด ทั้งชิปประมวลผล Snapdragon 888 รองรับ 5G แรมขนาดใหญ่ 12GB LPDDR5 และรอม UFS3.1 พาผู้ใช้ไปสัมผัสประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดของระบบ Android

เราไม่ได้เจอสมาร์ทโฟนที่มาทั้งความครบครันและความล้ำหน้าของเทคโนโลยีไปพร้อมกันแบบนี้กันบ่อยนักครับ แถมผมรู้สึกว่า OPPO ทำราคารุ่นนี้มาได้ดีมากอีกด้วย เปิดในราคา 33,990 บาท มากับโปรโมชั่นที่ดุดันมากครับ

โปรโมชั่นพรีออเดอร์ ตั้งแต่วันนี้ – 2 เมษายน 2564 รับฟรี

  • OPPO AirVOOC Wireless Charger 45W
  • KEVLAR Case
  • Premium Card ที่มาพร้อมสิทธิรับประกัน International warranty service ซ่อมฟรีทั้งในและต่างประเทศ,
  • รับความจุของ OPPO Cloud Service เพิ่มเป็น 1TB ในจำนวนจำกัด
  • และสิทธิรับประกันตัวเครื่องถึง ปี มูลค่ารวม 13,498 บาท

พิเศษสำหรับผู้ที่ซื้อ OPPO Find X3 Pro 5G ผ่านผู้ให้บริการเครือข่ายรับส่วนลดสูงสุด 15,000 บาท

ถ้าอยากสัมผัสประสบการณ์ที่ดีที่สุดของสมาร์ทโฟน Android และโลกของหนึ่งพันล้านสี อยากเห็นธรรมชาติในระดับกล้องจุลทรรศน์ และการชาร์จไวที่ไม่มีใครเร็วไปมากกว่านี้ ก็เชิญสัมผัสทั้งหมดได้ในสมาร์ทโฟนรุ่นเดียว OPPO Find X3 Pro 5G ได้เลยครับ

ข่าว: รีวิว OPPO Find X3 Pro 5G ยอดเยี่ยมในทุกด้าน สมาร์ทโฟนที่ถ่ายภาพและแสดงผลได้หนึ่งพันล้านสีรุ่นแรกของโลก มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/2021/03/19/review-oppo-find-x3-pro-5g.html?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=review-oppo-find-x3-pro-5g

รีวิวเครื่องฟอกอากาศ Levoit Core 300 ดีไหม? ทำไมถึงขายดีมากใน USA

รีวิวเครื่องฟอกอากาศ Levoit Core 300 รุ่นยอดฮิตขายดีมาก […] More

from:https://www.iphonemod.net/levoit-core-300-air-purifier-review.html

รีวิว Samsung Galaxy Tab Active3 แท็บเล็ตสายแกร่ง กันน้ำกันกระแทก ไปได้ทุกที่ใช้ได้ทุกอาชีพ

Samsung Galaxy Tab Active3 แท็บเล็ตในสายตระกูล Rugged หรือพวกอุปกรณ์อึดถึกทน ออกแบบมาเพื่อใช้ลุยในระดับลงสนาม ทำงานจริง ด้วยองค์ประกอบงานผลิตตัวเครื่องที่รองรับมาตรฐานกันน้ำ IP68 ผ่านการทดสอบทางทหาร MIL-STD-810H มีเคสกันกระแทกรองรับการตกหล่นในระดับ 1.5 เมตร และคุณสมบัติอื่นๆ ทั้งในด้านความปลอดภัยและความทนทาน รองรับการใช้งานได้แม้ใส่ถุงมือ ลุยได้ในหลากหลายสภาพอากาศ และสามารถถอดแบตเตอรี่ออกเพื่อเสียบไฟตรงทำงานเหมือนอุปกรณ์ไฟฟ้าเสียบปลั๊กโดยทั่วไป แถมมาพร้อมกับปากกา S-Pen ที่ทนทานในระดับไม่แพ้กัน

 

 

และถ้าชีวิตคุณ มักอยู่ในสถานะการณ์ดังต่อไปนี้

  1. ชีวิตโลดโผน ลุบป่าฝ่าดง ปีนภูเขาฝ่าหิมะ เล่นกีฬาเอ็กตรีมชอบปั่นเสือภูเขา หรือชอบบิดไปกับรถบักกี้หรือขับขี่โมโตครอส
  2. ประกอบอาชีพหรือจำเป็นที่จะต้องลุยน้ำลุยฝน ลุยโคลนลุยฝุ่น
  3. ประกอบอาชีพที่จำเป็นต้องใส่ถุงมือ ไม่ว่าจะเป็นใส่เพราะเป็นข้อบังคับขององค์กรหรือใส่เพื่อความปลอดภัย หรืออาจจะใส่เพื่อป้องกันเชื้อไวรัส เป็นสายงานที่ต้องใส่ถุงมืออยู่ตลอดทั้งวัน
  4. จำเป็นต้องใช้งานอุปกรณ์ในสภาวะคล่องตัวพร้อมใช้งานด่วน หยิบจับต้องไว และอาจจะมีความเสี่ยงต่อการตกหล่นของอุปกรณ์
  5. ต้องการใช้งานแท็บเล็ตที่รองรับปากกา ที่พร้อมจดบันทึกต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ไหน

Samsung Galaxy Tab Active 3 มันถูกคิดขึ้นมาเพื่อกลุ่มคนข้างต้นนี้ทั้งหมดครับ มาดูกันว่ามันถูกออกแบบมายังไงบ้าง?




แท็บเล็ตหน้าจอขนาด 8.0 นิ้ว FullHD+ 1920×1200 พิกเซล และรองรับการใช้งานเป็นโทรศัพท์ได้ในตัว (แบบแนบหูโทรได้เลยนะ) มากับเทคโนโลยี S-Pen ปากกาเขียนจอตัวเก่งของ Samsung

ตัวเครื่องของมันจริงๆ ไม่ถึกไม่หนาไปกว่าแท็บเล็ตหน้าจอขนาดแปดนิ้วโดยทั่วไปครับ ขนาดเครื่องพอๆ กับ Galaxy Tab A with S-Pen ที่ขนาดหน้าจอ 8 นิ้วเท่าๆ กัน ขอบจอไม่บางไม่เล็กแต่มีพื้นที่จับถือแบบเต็มๆ มือ และใช้ปุ่มควบคุมหลักสามปุ่มด้านล่างเป็นปุ่มกดแบบอนาล็อก

และมันถูกเพิ่มให้มีคุณสมบัติกันน้ำในตัว ออกแบบขอบมุมให้แกร่งมาเป็นพิเศษ ตัวมันเองสามารถทนต่อการตกกระทบในระดับประมาณ 1 เมตร ผ่านการทดสอบ MIL-STD-810H หรือมาตรฐานการทดสอบอุปกรณ์ทางทหารของทางอเมริกามาแล้วนั้นเองครับ ทำให้มั่นใจได้เลยว่าพร้อมใช้งานในพื้นที่เสี่ยงและลุยไปกับเราได้เต็มที่อย่างแน่นอน  รองรับ 1 ซิมการ์ด 4G LTE และช่องใส่ Micro SD Card เพิ่มเติมได้  รองรับ WI-Fi6 2×2 MIMO และมี NFC ในตัว

 

และอุปกรณ์ภายในกล่อง จะมีอุปกรณ์เสริมแกร่งให้เรามาเพิ่มด้วย เป็นเคสกันกระแทกที่เมื่อสวมใส่เข้าไปแล้ว จะสามารถปกป้องเครื่องเราได้แม้จะทำเครื่องตกจากที่สูงกว่า 1.5 เมตรก็ตาม มันมาพร้อมปากกา S-Pen ขนาดเท่าปากกาจริงที่กันน้ำ เสียบเอาไว้ตรงช่องเก็บปากกาด้านบนเคส ออกแบบมาให้มีรูสำหรับใส่สายคล้องระหว่างด้ามปากกากับมุมเคสด้านล่างที่เจาะรูเอาไว้ให้แล้วครับ




ตัวเคสออกแบบมาดี เมื่อใส่แล้วพอร์ททุกช่องยังคงใช้งานได้ รวมถึงมีมาร์คบอกตำแหน่ง NFC ที่ด้านหลังเคส แต่เมื่อใส่แล้วมีความแน่นหนามาก เลยไม่สะดวกในการสลับไปมาระหว่างแบบที่ใส่เคสและแบบที่ไม่ใส่ เพราะถอดเคสออกลำบากพอสมควรครับ

ปากกา S-Pen ของรุ่นนี้เป็นแบบไม่ต้องชาร์จแบต มีปุ่มควบคุมหนึ่งปุ่มสำหรับการทำงานร่วมกันกับตัวแท็บเล็ต เป็นปากกาที่ดีที่สุดแล้วในเหล่าปากกาเขียนหน้าจอทั้งหลาย เพราะมันออกแบบมาเพื่อใช้คู่กันกับตัวแท็บเล็ตจึงมีฟังก์ชั่นต่างๆ เยอะแยะมากมาย


ความสามารถโดยรวมไม่ต่างจาก Galaxy Note รุ่นปกติครับ มีชุดคำสั่ง Air Command เมื่อกดปุ่มบนตัวปากกา สามารถจับน้ำหนักมือในการกดหนักเบาของหัวปากกาได้ แยกสัมผัสระหว่างหัวปากกากับผิวหนังมนุษย์ได้ ทำให้เราสามารถวางมือบนหน้าจอขณะเขียนจะได้ไม่เมื่อยมือ มีฟังก์ชั่นจดบันทึกด่วนได้ตั้งแต่หน้าจอปิด และวาดลงไปบนหน้าจอหรือไฟล์เอกสารเพื่อแก้ไขงานด้วยปากกาได้ทันที ตอบสนองไว ใช้จดงานบันทึกเอกสาร แก้ไข ออกแบบ หรือแม้แต่วาดรูป มันก็ระดับสุดยอดของแท็บเล็ตที่มาพร้อมกับปากกาอีกรุ่นหนึ่งนั้นแหละครับ

แต่ตัวปากกายังออกแบบมาให้กันน้ำได้อีกด้วยนะครับ เปียกน้ำไม่ช็อต ตกน้ำไม่เสีย เขียนบนหน้าจอขณะเปียกได้อีกด้วย เพื่อสายอาชีพที่อาจจะต้องโดนน้ำโดนฝน หรือชีวิตแบบเอ็กตรีมโลดโพน ผจญหิมะหรือพายุฝนบ่อยๆ รุ่นนี้ไปกับเราได้ทุกที่ไม่ต้องกลัว เปียกได้ทั้งตัวเครื่องและปากกาของมันเลยครับ เอามาบังฝนยามฉุกเฉินก็ยังทำได้สบายๆ ^^

และ Galaxy Tab Active3 ออกแบบระบบพลังงานมาเป็นพิเศษ คือมันเป็นแท๊บเล็ตที่ถอดแบตเตอรี่ออกได้ครับ เพื่อการใช้งานในโหมด “ไร้แบตเตอรี่” (แบตเตอรี่จะแยกถอดเอาไว้ให้มาในกล่องตั้งแต่แรก) ในกรณีบางองค์กรหรือการทำงานที่ไม่อนุญาตให้ใช้อุปกรณ์ที่มีแบตเตอรี่ในตัว หรือการใช้งานในแบบที่ต้องเสียบไฟเปิดทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง เจ้ารุ่นนี้สามารถเสียบแค่อเดปเตอร์แล้วเอาแบตออก ใช้เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าแบบเสียบปลั๊กได้เลย ใช้งานกันยาวๆ 24/7 ได้ทั้งวันทั้งคืน และยังหมดปัญหาแบตเตอรี่บวมแน่นอนครับ




การควบคุมสั่งงานใช้กดผ่านปุ่มอนาล็อคด้านล่างหน้าจอ ปุ่มโฮม ปุ่มย้อนกลับ และปุ่ม Recent App ออกแบบให้มาเป็นปุ่มกดจริงครับ ฉะนั้นแม้นิ้วจะเปียก มือไม่สะดวกเพราะใส่ถุงมือตลอดเวลา ก็ยังกดสั่งงานได้ และปุ่มโฮมยังใช้เป็นที่สแกนลายนิ้วมือเข้าใช้งานได้ในตัวนะครับ ถ้าไม่สะดวกสแกนนิ้ว ก็ยังรองรับการสแกนใบหน้าด้วยกล้องหน้าด้วยเช่นกัน และถ้าต้องการทัชสกรีนหน้าจอในขณะที่ต้องประกอบอาชีพใส่ถุงมือตลอดเวลา ก็ไม่มีปัญหาครับ เพราะ Galaxy Tab Active3 ออกแบบมาให้มีฟังก์ชั่น “ตั้งค่าความไวในการสัมผัส” เพื่อเพิ่มการตอบสนองสัมผัสให้เราสามารถทัชใช้งานในขณะใส่ถุงมือเอาไว้ได้ด้วยครับ เขาคิดมาให้หมดเลย

อีกสิ่งหนึ่งที่พิเศษไปกว่าอุปกรณ์แท็บเล็ตของ Samsung โดยทั่วไป คือด้านข้างของอุปกรณ์รุ่นนี้ จะมีปุ่มพิเศษที่เรียกว่า Active Key เป็นปุ่มพิเศษสีแดง ที่ผู้ใช้ทั่วไปเอาไว้เซ็ตเรียกใช้งานฟังก์ชั่นหรือแอพด่วย ที่ปลุกขึ้นมาใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องปลดล็อกเครื่องก่อน หรือสำหรับองค์กรอาจจะให้ Admin ทำการ Remap ผ่านซอฟแวร์ EMM เพื่อใช้งานเป็นปุ่มฟังก์ชั่นพิเศษเช่นเรียกใช้เป็นปุ่ม PTT สำหรับการคุยผ่าน Walkie Talkie เป็นปุ่มพิเศษที่เพิ่มเข้ามาไว้ให้ครับ

 

ตัวเครื่องมีพอร์ทครบ ทั้งรูหูฟัง 3.5mm พอร์ท USB Type-C และ POCO Pin ด้านข้างเครื่อง รองรับ NFC สามารถแท็กได้แม้ใส่เคส แบตเตอรี่ขนาด 5,050 mAh รองรับการชาร์จไว จากที่ทดสอบชาร์จแบต 1 ชั่วโมงจะได้แบตประมาณ 50% รองรับการชาร์จได้ทั้งผ่านพอร์ท Type-C และ POCO Pin


จะเห็นว่าตัวเครื่องมันถูกออกแบบมาให้ครบวงจรสายลุยและสายอาชีพตรงๆ เลยครับ ออกภาคสนาม ลุยงาน เข้าพื้นที่เสี่ยงได้หมด แต่เมื่อเรากลับมาเข้าออฟฟิศหรือบ้าน ฟังก์ชั่นฉลาดๆ สำหรับการใช้งานภายในบ้านก็มีมาให้ครับ เช่นรองรับ HDMI เชื่อมต่อจอภายยนอก และการทำงานในรูปแบบ DEX Mode

การแปลงกลายตัวเองเป็นเครื่อง PC เมื่อเชื่อมต่อจอแสดงผลภายนอก มีใส่เอามาใว้ในรุ่นนี้ด้วย มีไว้เพื่อการทำงานที่คล่องตัวต่อเนื่องยามเราต้องการเชื่อมต่อกับจอแสดงผลขนาดใหญ่ รองรับทั้งการเชื่อมต่อแบบมีสายผ่าน USB และเชื่อมต่อจอแบบไร้สายใน DeX Wireless Connection


ในขณะที่เราเชื่อมต่อแท็บเล็ตในโหมด DEX เราสามารถใช้งานแท็บเล็ตของเราเป็นอุปกรณ์ที่สองไปด้วยใช้งานอย่างอื่นไปพร้อมกัน หรือจะใช้หน้าจอแท็บเล็ตเป็น Trackpad แทนก็ได้เช่นกันนะครับ สะดวกในการใช้ข้อมูลมาทำงานต่อเนื่องที่บ้านบนหน้าจอใหญ่ๆ

ประสิทธิภาพการใช้งานของ Galaxy Tab Active3

ประสิทธิภาพการทำงานถ้าเทียบกับอุปกรณ์ทั่วไปในตลาด จะอยู่ในระดับกลางๆ ครับ ใช้งานได้ลื่นไหลไม่ติดขัดอะไร และเล่นเกมกราฟิกสวยๆ ได้ครับไม่มีปัญหา ใช้หน่วยประมวลผล Exynos 9810 แรม 4G และรอม 64GB รันด้วยระบบ Android 10 ครับทับด้วย OneUI 2.5 สำหรับแท็บเล็ต

เจ้าตัวนี้แบตค่อนข้างอึดนะครับ แบตขนาด 5,050 mAh อยู่กับเราได้ข้ามวันครับ ใช้งานเต็มที่แบบไม่พักก็ยังอยู่ได้เต็มเวลาทำงาน 12 ชั่วโมงครับ จัดสรรพลังงานมาดีทีเดียว




มีฟังก์ชั่นการใช้งานของ Samsung ใส่เข้ามาให้หลายฟังก์ชั่น เช่นหน้าจอ “แผง EDGE” ที่เป็นหน้าต่างพิเศษสำหรับเรียกใช้งานด่วนต่างๆ ที่เรากำหนดไว้ ทำได้มากมากครับ ตั้งค่าแผง EDGE ที่เราใช้งานบ่อยเอาไว้เพื่อความสะดวก


การทำงานแบบมัลติวินโดว์ ทำได้ทั้งแบ่งหน้าจอทำงานสองจอ หรือจะเป็นแบบหน้าต่าง POP UP ที่เปิดแอพได้พร้อมกันมากกว่าสองแอพขึ้นไป ให้ลอยอยู่บนหน้าจอเป็นหน้าต่างได้ครับ


 

มีระบบป้องกันความเป็นส่วนตัว “โฟลเดอร์ปลอดภัย” เป็นพื้นที่ที่จะแยกออกไปเป็นพี่ที่ส่วนบุคคลและใช้รหัสล็อคแยกต่างหาก เอาไว้ติดตั้งแอพ เก็บไฟล์และข้อมูลส่วนตัว และระบบการค้นหาอุปกรณ์ได้ทั้งแบบออนไลน์และแบบออฟไลน์ครับ เป็นการอนุญาตให้เครื่องของเราเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของโครงข่ายค้นหาอุปกรณ์ เครื่องเราจะช่วยค้นหาเครื่องอื่นและเครื่องอื่นก็จะช่วยหาเครื่องเราได้ ด้วยสัญญาณระยะสั้นเมื่ออยู่ใกล้กันครับ

จะบอกว่า Galaxy Tab Active3 มีความปลอดภัยสูงมากนะครับ เพราะมีระบบความปลอดภัย Samsumg KNOX ที่ปกป้องตั้งแต่ชั้นเรเยอร์ของตัวฮาร์ดแวร์ แฮกไม่ได้ เจาะไม่เข้า เป็นความปลอดภัยระดับสากลที่มั่นใจได้แม้ในองค์กรระดับนานาชาติครับ



รองรับระบบเสียงรอบทิศทาง Dolby Atmos เมื่อใช้งานกับหูฟัง ลำโพงตัวเครื่องจะมีลำโพงเดี่ยวตัวเดียวเสียงชัด ดังใช้ได้ไม่ต้องต่อลำโพงเพิ่ม รุ่นนี้สเปคมันเล่นเกมได้หมดนะครับ ชิปเซ็ตแรงพอตัว เอามาเล่นเกมก็ทำได้ลื่นๆ ครับ




ผลทดสอบต่างๆ 

การจับสัญญาณ Wi-Fi เสถียร จับตำแหน่ง GPS ได้ไวแม้ไม่ใช้อินเตอร์เน็ตช่วย ระบบทำมาได้นิ่งดีครับรุ่นนี้ ทดสอบใช้งานมายังไม่เจอปัญหาใดๆ





กล้องถ่ายภาพ

ใส่กล้องถ่ายภาพมาให้ใช้กันเป็นกล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล แบบ AF แม้จะมีมาให้ตัวเดียวแต่มีโหมดถ่ายภาพครบครับรุ่นนี้ ทั้งโหมดหน้าชัดหลังเบลอไลฟ์โฟกัส และโหมดถ่ายภาพกลางคืน สามารถซูมภาพได้สูงสุด 8x มี AI ที่คอยตรวจจับซีนที่เราจะถ่ายเพื่อปรับแต่งภาพให้เหมาะสม และรองรับการใช้งาน AR มีประโยชน์อีกเช่นกันสำหรับการทำงาน หรือจะใช้เพื่อความบันเทิงก็ได้ครับ


กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซลแต่ก็มีโหมดหน้าชัดหลังเบลอไลฟ์โฟกัสมาให้ใช้เช่นกัน มีบิวตี้โหมดปรับหน้าใสสำหรับเซลฟี่ และปาร์มชัตเตอร์ยกฝ่ามือให้กล้องหน้าเห็นเพื่อนับถอยหลังถ่ายรูป และสั่งถ่ายรูปได้ด้วยเสียงครับ ^^


คุณภาพของภาพระดับทั่วไป ไม่ได้โดดเด่นด้านการถ่ายภาพมากนักครับสำหรับรุ่นนี้ ได้แสงดีๆ ภาพก็คมใช้ได้อยู่ครับ โหมดกลางคืนก็แก้ขัดในยามต้องการภาพในที่แสงน้อยได้เช่นกัน






สรุปท้ายรีวิว

สายแกร่งพร้อมลุยพร้อมทำงาน อาชีพหลายอย่างจำเป็นต้องเลือกใช้อุปกรณ์นี้ครับ ใช้งานขณะใส่ถุงมือได้ เปียกน้ำได้ ตกหล่นไม่แตกหักเสียหาย เข้าพื้นที่เสี่ยงก็ยังใช้งานได้เต็มไม้เต็มมือ ลุยกับเราไปได้ทุกที่ไม่ว่าจะบุกน้ำหรือลุยป่า ขับเสือภูเขา เดินฝ่าหิมะ อุปกรณ์ทั่วไปไปกับเราแบบนี้ไม่ไหวแน่นอนครับ

นอกจากความอึดแล้ว ก็ยังเป็นสายพันธ์ุแกร่งที่มีปากกาเขียนหน้าจอมาด้วย ปากกาก็กันน้ำเหมือนตัวเครื่องเขียนได้แม้ในขณะเปียก แถมเป็นปากกาฟังก์ชั่นครบๆ อย่าง S-Pen อีกด้วย แบตเตอรี่ถอดเปลี่ยนได้ และมีโหมดที่สามารถใช้งานโดยไม่ต้องใส่แบตเตอรี่ เพื่อใช้การเสียบไฟต่อตรงเหมือนเครื่องใช้ไฟฟ้าโดยทั่วไปได้ครับ

รองรับการใช้งาน DEX เปลี่ยนแท็บเล็ตให้กลายเป็นเครื่อง PC ต่อจอภาพใช้งานจอภายนอกในแบบลักษณะเดสท็อป เชื่อมต่อเมาส์และคีย์บอร์ดทำงานต่อเนื่องจากข้อมูลในเครื่องได้สะดวกทั้งแบบเสียบสายและแบบ DeX Wireless Connection การเชื่อมต่อจอที่รองรับได้แบบไร้สาย

ราคาจำหน่ายของ Samsung Galaxy Tab Active 3 อยู่ที่ 21,900 บาท เปิดจำหน่ายหน้าร้านในวันที่ 9 มีนาคมเป็นต้นไป หรือผ่านหน้าเว็บไซด์ของ Samsung Shop

ข่าว: รีวิว Samsung Galaxy Tab Active3 แท็บเล็ตสายแกร่ง กันน้ำกันกระแทก ไปได้ทุกที่ใช้ได้ทุกอาชีพ มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2021/03/11/review-samsung-galaxy-tab-active-3.html