คลังเก็บป้ายกำกับ: รถยนต์

เฉดสีเรียบๆ ยังเป็นที่นิยมในตลาดรถยนต์มากที่สด

แม้ตอนนี้ค่ายผู้ผลิตรถยนต์จะทำตลาดรถยนต์หลากหลายสีสันมากขึ้น แต่จากผลสำรวจล่าสุดยังพบว่า Grayscale หรือสีโทนขาว-ดำ ยังเป็นที่นิยมมากที่สุด และน่าจะเป็นแบบนี้ไปอีกระยะหนึ่ง

mr2
MR2 รุ่นแรก // ภาพจาก Toyota

ทำตลาดอย่างปลอดภัย และยั่งยืน

จากผลการสำรวจการจำหน่ายรถยนต์บนเว็บไซต์ iSeeCars.com พบว่า รถยนต์โฉมปี 2014-2018 ที่จำหน่ายบนเว็บไซต์ดังกล่าวมีสีขาวกินสัดส่วนมากที่สุด รองลงมาเป็นสีดำในจำนวนที่ใกล้เคียงกัน และต่อด้วยสีเทา กับสีเงิน ซึ่งสีกลุ่ม Grayscale นี้กินสัดส่วนถึง 77.1% ของการสำรวจดังกล่าว

อย่างไรก็ตามต่อจากสีโทนดังกล่าว “สีแดง” ติดเข้ามาเป็นอันดับที่ 5 ของการสำรวจนี้ ผ่านการกินส่วนแบ่งราว 10% และถัดมาคือสีน้ำเงิน 9% ส่วนหลังจากนั้นเป็นโทนสีสดใสที่จะคละๆ กัน แสดงให้เห็นถึงความนิยมของรถยนต์สีสันสดใสที่แทบไม่มีที่ยืนในตลาดนี้

ขณะเดียวกันเมื่อนำผลสำรวจจากเว็บไซต์ดังกล่าวไปเปรียบเทียบกับข้อมูลการขายรถยนต์ในประเทศอื่นๆ ยังพบว่ามีคำตอบออกมาค่อนข้างคล้ายกัน นั่นคือรถยนต์สี Grayscale เป็นที่นิยมกว่ารถยนต์สีสันสดใส แม้ว่าค่ายผู้ผลิตรถยนต์จะพยายามผลักดันมากแค่ไหนก็ตาม

สำหรับเหตุผลที่รถยนต์สี Grayscale เป็นที่นิยมกว่ารถยนต์สีสันสดใส เพราะค่ายผู้ผลิตรถยนต์ยังเน้นทำตลาดรถยนต์สีสันเหล่านี้อยู่เช่นเดิม ประกอบกับผู้บริโภคยังคงชื่นชอบรถยนต์สีใน Grayscale มากกว่า โดยเฉพาะแนวคิดเรื่องการขายต่อที่สีเรียบๆ จะขายได้ง่ายกว่าสีสันสดใส

สรุป

การทำตลาดรถยนต์ เรื่องสีเป็นอีกเครื่องมือจูงใจให้ลูกค้าเข้ามาซื้อสินค้า แต่หากเป็นสีที่มีความจัดจ้านจนเกินไป ฝั่งลูกค้าก็ยังเลือกรถยนต์โทรสีเรียบๆ อยู่เหมือนเดิม และส่วนตัวเชื่อว่ามันจะเป็นอย่างนี้ไปอีกนาน เพราะความคิดเรื่องสีเรียบๆ เป็นทางออกที่ดีกว่า ยังคงไม่หายไปจากการตัดสินใจได้ง่ายๆ

อ้างอิง // Autoblog

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/grayscale-in-car-market/

ดีลเลอร์รถยนต์ในสหรัฐฯ เดินเกมขายออนไลน์ช่วง COVID-19 ผลลัพธ์คือยอดพุ่งกว่าเดิม

นอกจากผู้ผลิตรถยนต์ที่ได้รับผลกระทบจากโรค COVID-19 ตัวดีลเลอร์รถยนต์ก็ประสบปัญหาเช่นกัน ดีลเลอร์ในสหรัฐอเมริกาจึงหันมาขายรถยนต์ผ่านออนไลน์ และผลลัพธ์ที่ออกมาคือยอดขายที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน

showroom

ปรับตัวเพื่ออยู่รอดในธุรกิจ

ความต้องการซื้อรถยนต์ในสหรัฐอเมริกายังคงมีอยู่ แต่จะให้ผู้บริโภคเดินทางมาที่โชว์รูมเพื่อทำธุรกรรมต่างๆ ในช่วงวิกฤต COVID-19 คงไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก ดังนั้นการอำนวยความสะดวกให้ผู้บริโภคมากที่สุดคือสิ่งที่ต้องทำในตอนนี้ และการเดินกลยุทธ์จำหน่ายรถยนต์ผ่านช่องทางออนไลน์คือคำตอบที่ดี

“ความต้องการของผู้บริโภคในการซื้อรถยนต์หลังจากนี้จะเปลี่ยนไปแน่นอน เพราะพวกเขาต้องการจองการทดสอบรถยนต์, สั่งซื้อ, นัดเวลาส่งมอบ จนถึงการทำคำร้องบริการทางการเงินผ่านออนไลน์ทั้งหมด” Mike Jackson ประธาน และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AutoNation ผู้ค้ารถยนต์รายใหญ่ที่สุดของสหรัฐอเมริกา กล่าว

autonation

ทั้งนี้ AutoNation มีการปรับตัวเพื่อให้ธุรกรรมต่างๆ ในการซื้อรถยนต์ทำได้ผ่านออนไลน์ ทำให้ผลกำไรไม่ลดลงจากการจำหน่ายรถยนต์ในช่วงโรค COVID-19 ขณะเดียวดีลเลอร์รถยนต์รายอื่นในสหรัฐอเมริกาเริ่มปรับปรุงโชว์รูมให้เหมาะสมกับการทำตลาดออนไลน์ เช่นรองรับการนัดทดสอบรถยนต์ และปิดการขายได้ดีขึ้น

การทดสอบรถยนต์ยังเป็นปัจจัยสำคัญ

“ด้วยราคาเฉลี่ยรถยนต์ในสหรัฐอเมริกาปีนี้อยู่ที่ 40,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.27 ล้านบาท) ทำให้การตัดสินใจซื้อรถยนต์อาจทำได้ง่ายขึ้น แต่ถึงอย่างไรผู้บริโภคก็ยังต้องการทดสอบขับขี่ก่อนซื้อ เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการซื้อ” David Smith ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Sonic Automotive กล่าว

Toyota Prius
Toyota Prius

ขณะเดียวกัน Group 1 Automotive ดีลเลอร์อีกรายในสหรัฐฯ เริ่มมียอดขายที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนผ่านการจำหน่ายออนไลน์ เพราะยอดขายรถยนต์ออนไลน์เพิ่มขึ้นสามเท่าเป็น 7.3% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดวิกฤต COVID-19 แสดงให้เห็นว่า ความต้องการซื้อรถยนต์ยังมีอยู่ เพียงแต่ดีลเลอร์ต้องหาช่องทางให้เจอเท่านั้น

รวมถึงดีลเลอร์รายย่อย Carl Black Automotive Group ได้แจ้งว่า การขายรถยนต์ของบริษัทตอนนี้ทำผ่านช่องทางออนไลน์ถึง 80% และทำให้ยอดขายนั้นเติบโตได้จริง และมีแนวโน้มที่จะปรับตัวจากการจำหน่ายรถยนต์ผ่านหน้าโชว์รูม เป็นจำหน่ายผ่านออนไลน์มากขึ้น

Chevrolet
รถยนต์ไฟฟ้ารุ่น Chevrolet Volt // ภาพ Chevrolet

ในประเทศไทยวิธีนี้เป็นที่นิยมนานแล้ว

กลับมามองที่ประเทศไทยบ้าง การจำหน่ายรถยนต์ผ่านออนไลน์นั้นเริ่มเกิดขึ้นช่วง Social Media เริ่มเป็นที่นิยมในวงกว้าง โดยการทำตลาดนั้นจะทำโดยพนักงานขายของแต่ละโชว์รูม ส่วนแบรนด์ผู้ผลิตรถยนต์มีหน้าที่เพียงทำสื่อโฆษณาออนไลน์เพื่อช่วยประชาสัมพันธ์

ก่อนหน้านี้ ปิยะนุช จตุรภัทร์ ผู้อำนวยการทั่วไปฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) เล่าให้ฟังว่า “มีการจัดสรรงบประมาณให้เซลล์คนละ 2,000 บาท เพื่อ Boost Post ของ Page ตัวเองให้กลุ่มเป้าหมายตามพื้นที่ขายต่างๆ รับรู้มาระยะหนึ่งแล้ว และค่อนข้างประสบผลสำเร็จเพราะวิธีนี้ทำให้ยอดขายเติบโตชัดเจน”

สำหรับการปิดการขายรถยนต์ผ่านออนไลน์ในประเทศไทยส่วนใหญ่จะเป็นการเจรจาบน Social Media และนัดมอบวันรับรถ หรือพนักงานขายขับรถไปส่งมอบที่บ้านของผู้สั่งซื้อ แสดงให้เห็นว่าถึงจะมีวิกฤต COVID-19 แต่โชว์รูมในไทยได้ปรับตัวมานานแล้ว และตอนนี้คงเหลือแค่กำลังซื้อของผู้บริโภคจะฟื้นกลับมาเมื่อไรเท่านั้น

สรุป

ผู้บริโภคเริ่มเปิดใจในการซื้อรถยนต์ผ่านออนไลน์มากขึ้น เพราะสะดวก และข้อมูลต่างๆ ก็มีอยู่บนอินเทอร์เน็ต ไม่จำเป็นต้องไปดูที่โชว์รูมอีกต่อไป ดังนั้นหากดีลเลอร์รถยนต์จะปิดการขายรถยนต์ได้ดีกว่าเดิม การรุกตลาดออนไลน์ และการปรับโชว์รูมเป็นสถานที่ปิดการขายที่ดีคือเรื่องที่จำเป็นในยุคนี้

อ้างอิง // CNBC

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/car-dealer-in-us-go-online/

Mitsubishi Motors ปรับลดแรงงานในไทย เปิดโครงการสมัครใจลาออก หลังยอดขายรถตกหนักช่วงเคอร์ฟิว

Mitsubishi Motors
Mitsubishi Motors Photo: Shutterstock

เปิดโครงการสมัครใจลาออก ลดคน

อ่วมกันถ้วนหน้าสำหรับอุตสาหกรรมรถยนต์โลก ก่อนหน้านี้สมาคมผู้ผลิตรถยนต์ในทวีปยุโรป เปิดเผยตัวเลขยอดขายที่หดตัวไปมากถึง 51.8% ในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา แถมยังไม่มีสัญญาณฟื้นตัวแต่ย่างใด

ล่าสุด Mitsubishi Motors เตรียมปรับลดแรงงานในประเทศไทยเพื่อรับมือกับพิษโควิดที่ส่งผลอย่างหนักต่อบริษัท โดยเปิดโครงการสมัครใจลาออก (early retirement offer) เมื่อช่วงต้นเดือนพฤษภาคม ส่วนข้อเสนอขึ้นอยู่กับอายุงานและตำแหน่งหน้าที่ มีตั้งแต่พนักงานที่ทำงาน 1-2 ปีจะได้รับเงินชดเชย 8 เดือน ไปจนถึงพนักงานที่ทำงานมานานกว่า 25 ปีจะได้รับเงินชดเชยสูงสุดถึง 35 เดือน

Mitsubishi Motors ในประเทศไทยผลิตรถยนต์ได้ปีละ 400,000 คันเพื่อส่งออกไปขายทั่วโลกกว่า 100 ประเทศโดยหากดูในแง่การผลิตถือเป็นค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่รองลงมาจาก Toyota เท่านั้น แต่ในไตรมาสแรกของปี 2020 ยอดขายในไทยลดลงกว่า 30% ส่วนในเดือนมีนาคมที่ผ่านมาซึ่งเป็นเดือนแห่งการประกาศเคอร์ฟิว ยอดขายร่วงหนักกว่าเดิมถึง 50%

อย่างไรก็ตาม มีค่ายรถยนต์อีกหลายรายในประเทศไทยที่ประสบปัญหาเนื่องจากวิกฤตโควิด ทำให้จำเป็นต้องหยุดสายการผลิต และรวมถึงยอดขายที่ตกต่ำโดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์เคอร์ฟิว ไม่ว่าจะ Toyota, Nissan หรือ Ford แต่ละค่ายมีมาตรการรับมือที่ต่างกัน บางแห่งเปิดโครงการสมัครใจลาออก บางแห่งเลือกไม่ต่อสัญญากับพนักงานและจ่ายเงินชดเชยให้

ที่มา – Nikkei Asian Review

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/mitsubishi-thailand-arly-retirement/

เสี่ยงตกงาน Toyota ญี่ปุ่นเตรียมปรับลดการผลิตลงกว่าครึ่ง เหตุยอดขายไม่ดี คนไม่ซื้อรถยนต์คันใหม่

Toyota
TOYOTA, JAPAN – DECEMBER 2: Employees of Toyota Motor Corporation work during the assembly process at the company’s Takaoka Plant on December 2, 2005 in Toyota, Aichi Prefecture, Japan. 640,000 passenger cars were produced at Takaoka Plant in 2004. (Photo by Junko Kimura/Getty Images)

ปรับลดการผลิต ยอดขายไม่ดี พนักงานเสี่ยงถูกปลด

Toyota ญี่ปุ่นเตรียมปรับลดการผลิตรถยนต์ในประเทศลงกว่าครึ่งหนึ่งในโรงงานผลิตรถยนต์กว่า 18 แห่งทั่วประเทศ โดยจะเริ่มต้นในเดือนพฤษภาคมนี้เป็นต้นไป ซึ่งสาเหตุมาจากวิกฤตไวรัสที่ส่งผลกระทบต่อยอดขาย ความต้องการรถยนต์ใหม่ตกต่ำลงทั่วโลก โดยเฉพาะในแถบอเมริกาเหนือที่เป็นตลาดหลักนอกประเทศของบริษัท

อันที่จริง เมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่าน Toyota ได้สั่งปิดไลน์การผลิตในโรงงานผลิตรวม 5 แห่ง โดยคาดว่าจำนวนรถยนต์ที่ผลิตใหม่จะลดต่ำลงประมาณ 20% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ส่วนในเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้ Toyota คาดว่าจะลดลงการผลิตรถยนต์ลงอีก 40%

แต่นอกจากประเด็นยอดขายตกต่ำลงแล้ว อีกเรื่องคือ “ชิ้นส่วนอุปกรณ์สำหรับผลิตรถยนต์” ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจาก supply chain ระดับโลก โดย Toyota อาจประสบปัญหาการผลิตรถยนต์ที่มีขั้นต่ำคือปีละ 3 ล้านคัน และนั่นอาจนำไปสู่ปัญหาใหม่คือ “แรงงาน” ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งอาจมีการปลดพนักงานเกิดขึ้นก็เป็นได้

ในปีที่ผ่านมา Toyota ผลิตรถยนต์ได้ทั้งหมด 3.41 ล้านคัน ส่งออกไปยังต่างประเทศทั้งหมด 2.1 ล้านคัน คิดเป็นแถบอเมริกาเหนือ 8.5 แสนคัน ตามมาด้วยเอเชีย 3.9 แสนคัน และยุโรป 2.9 แสนคัน

ส่วนปีนี้ Toyota ตั้งเป้าก่อนหน้าที่จะมีวิกฤตโควิดรดับโลกว่าจะผลิตรถยนต์ให้ได้ 3.24 ล้านคัน ซึ่งดูจากสถานการณ์ในตอนนี้แล้ว ไม่น่าจะเป็นไปได้แต่อย่างใด

ที่มา – Nikkei Asian Review

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/toyota-japan-production-cut/

อุตสาหกรรมรถยนต์ยุโรปล่มสลาย ยอดขายหดหายกว่า 50% และยังไม่มีสัญญาณฟื้นตัวแต่อย่างใด

บางประเทศยอดขายหดหายเกินครึ่ง และต่อให้กลับมาเปิดใหม่ ก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะฟื้นตัว

Car Factory
การผลิตถยนต์ในโรงงาน Photo: Shutterstock

อุตสาหกรรมรถยนต์ในยุโรปอาการหนัก

สมาคมผู้ผลิตรถยนต์ในทวีปยุโรป  (European Auto Industry Association) เปิดเผยตัวเลขยอดขายรถยนต์ในทวีปยุโรปข่วงเดือนมีนาคม ปรากฏว่าโดยภาพรวมยอดขายรถยนต์ทั้งหลากยุโรปลดลงไปมากถึง 51.8%

หากแยกดูตัวเลขของบางประเทศ พบว่า ตลาดรถยนต์ในอิตาลีอาการหนักที่สุดในยุโรป เพราะยอดขายรถยนต์ลดลงต่ำสุดถึง 85.4% (ในเดือนมีนาคม โชว์รูมรถยนต์อิตาลีถูกสั่งปิดมากกว่า 80% ทั่วประเทศ) ตามมาด้วยฝรั่งเศสที่ยอดขายลดลง 72.2% และสเปนลดลง 69.3% ส่วนเยอรมนี 37.7%

ส่วนค่ายรถยนต์ในยุโรปมียอดขายลดลงดังนี้

  • BMW ยอดขายลดลง 39.7%
  • Daimler ยอดขายลดลง 40.6%
  • Volkswagen Group ยอดขายลดลง 43.6%
  • Renault ยอดขายลดลง 63.7%
  • PSA Group ยอดขายลดลง 66.9%

ทั้งหมดนี้สาเหตุหลักมาจากวิกฤตโควิดในยุโรปที่กระทบหนัก ทั้งค่ายรถยนต์ ดีลเลอร์ รวมถึงผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมรถยนต์ที่ต่างต้องปฏิบัติตามมาตรการกักกันตัวและปิดเมืองเพื่อให้รอดพ้นจากสถานการณ์ไวรัสไปให้ได้

ผลสืบเนื่องจากยอดขายรถยนต์ในตลาดยุโรปที่ตกต่ำในเดือนมีนาคมจะส่งผลในเดือนเมษายนอย่างแน่นอน เพราะหลายประเทศยังต้องเข้มงวดกับมาตรการ Social Distancing ทำให้หลายโรงงานยังกลับมาผลิตรถยนต์ไม่ได้ และ/หรือหากผลิตได้ก็ไม่มียอดสั่งซื้อที่มากพออยู่ดีเนื่องจากเศรษฐกิจชะลอตัว

ที่มา – Thetruthaboutcars

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/europe-car-industry-struggle-in-covid-19/

Tesla ปรับลดเงินเดือนพนักงานทั้งบริษัท 10-30% บางส่วนถูกสั่งพักงาน

Elon Musk
WASHINGTON, DC – MARCH 09: Elon Musk, founder and chief engineer of SpaceX speaks at the 2020 Satellite Conference and Exhibition March 9, 2020 in Washington, DC. Musk answered a range of questions relating to SpaceX projects during his appearance at the conference. (Photo by Win McNamee/Getty Images)

ปรับลดเงินเดือน พักงานบางส่วน

Tesla ออกประกาศถึงพนักงานทั้งบริษัท โดยระบุว่านับตั้งแต่วันที่ 13 เมษายนนี้เป็นต้นไป ทางบริษัทจะทำการปรับลดเงินเดือนพนักงานทั้งบริษัทเป็นการชั่วคราว รวมถึงมีพนักงานบางส่วนที่ต้องพักงานเนื่องจากไม่สามารถทำงานจากที่บ้านได้ รายละเอียดที่สำคัญมีดังนี้

  • สำหรับพนักงานในสหรัฐอเมริกา: พนักงานทั่วไปจะถูกปรับลดเงินเดือน 10%, ผู้บริหารระดับ Director ขึ้นไปจะถูกปรับลดเงินเดือน 20%, ผู้บริหารระดับรองประธานบริษัทขึ้นไปจะถูกปรับลดเงินเดือน 30%
  • สำหรับพนักงานนอกสหรัฐอเมริกา: จะขึ้นอยู่กับนโยบายของสำนักงานในแต่ละพื้นที่ เนื่องจากต้องทำให้สอดคล้องกับกฎหมายในท้องถิ่น
  • พนักงานบางส่วนที่ไม่สามารถทำงานจากที่บ้านได้จะถูกสั่งพักงานและไม่ได้รับเงินเดือน (furlough without pay) แต่ยังคงได้รับสิทธิในการรักษาพยาบาลตามเดิม
  • ในระหว่างนี้จะไม่มีการปรับขึ้นเงินเดือนและ/หรือการปรับตำแหน่งใดๆ ในบริษัท

อย่างไรก็ตาม นโยบายปรับลดเงินเดือนจะดำเนินไปจนถึงสิ้นสุดไตรมาสที่ 2 ของปี 2020 ส่วนการพักงานชั่วคราวเพื่อรับมือกับสถานการณ์โควิด-19 ของ Tesla คาดว่าจะสิ้นสุดและกลับมาสู่สภาวะปกติในวันที่ 4 พฤษภาคมนี้

ที่มา – CNBC

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/tesla-pay-cut-furlough-covid-19/

บริษัทรถยนต์จีน สู้ยอดขายตกช่วงโควิด ปรับโมเดลธุรกิจมาให้ “เช่า” แทน

รถยนต์ไฟฟ้า BAIC
รถยนต์ไฟฟ้าของ BAIC Photo: Shutterstock

ขายไม่ได้ ก็เปลี่ยนมาให้เช่าแทน

BAIC แบรนด์รถยนต์จีนที่มีทุนใหญ่เบื้องหลังคือรัฐบาลจีนร่วมมือกับ Didi Chuxing แอพพลิเคชั่นรายใหญ่สุดในจีนและรวมถึงพาร์ทเนอร์อีกหลายวงการ เช่น สายการเงินการธนาคาร บริษัทผลิตแบตเตอรี่ไฟฟ้า หรือแม้กระทั่งแพลตฟอร์มให้เช่ารถยนต์มือสอง เพื่อออกบริการใหม่ “ให้เช่ารถยนต์” โดยวางแผนว่าจะมีรถยนต์ให้เช่า (ศัพท์ในทางกฎหมายเรียกว่า right to use หรือแปลว่า สิทธิในการใช้สินทรัพย์) จำนวน 100,000 คันในช่วง 3 ปีนับจากนี้

ส่วนเหตุผลที่ทำให้ BAIC บริษัทรถยนต์จีนต้องเดินหน้าปรับโมเดลธุรกิจเป็นเพราะยอดขายรถยนต์ในจีนตกต่ำลงไปมาก หากดูภาพรวมตลาดรถยนต์จีนจะพบว่าในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ยอดขายรถยนต์ในจีนซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลกลดลงไปกว่า 79% เรียกได้ว่าว่าอยู่ขั้นวิกฤตอย่างมาก เนื่องจากเป็นสถิติที่ตกต่ำที่สุดในรอบ 20 ปี

ส่วนด้านของ Didi Chuxing ที่เป็นผู้ให้บริการแอพเรียกรถ เปิดเผยว่า ทางบริษัทดูลู่ทางในธุรกิจให้เช่ารถยนต์มาสักพักแล้ว เนื่องจากกระแสของคนรุ่นใหม่จำนวนมากไม่ได้ต้องการครอบครองเป็นเจ้าของรถยนต์เหมือนคนรุ่นก่อน นิยมเช่าใช้งานเป็นระยะมากกว่า

อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พาร์ทเนอร์เหล่านี้จับมือกัน เพราะก่อนหน้านี้เคยร่วมมือกันมาก่อนแล้ว Tencent-Didi Chuxing หันจับมือค่ายผู้ผลิตรถยนต์ในจีน พร้อมตั้งบริษัทพัฒนารถยนต์ยุคใหม่

ที่มา – SCMP

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/chinese-cars-for-lease-covid-19/

GM ประกาศลดเงินเดือนชั่วคราว 20% ทั้งบริษัท ตั้งแต่พนักงานยันผู้บริหาร กระทบทันที 69,000 รายทั่วโลก

GM Factory
โรงงานผลิตรถยนต์ GM Photo: Shutterstock

ค่ายรถยนต์รายใหญ่เริ่มปรับลดเงินเดือนคนในองค์กรแล้ว

GM ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ในสหรัฐอเมริกาประกาศลดเงินเดือนพนักงาน 69,000 คนทั่วโลก โดยจะจ่ายเงินเดือนลดลง 20% เป็นการชั่วคราวเพื่อเอาตัวรอดในช่วงวิกฤต COVID-19

ก่อนหน้านี้ GM ได้ประกาศปิดโรงงานผลิตรถยนต์ทั่วสหรัฐอเมริกาแล้ว นั่นหมายความว่ามีพนักงานจำนวนมากที่ปกติต้องทำงานในโรงงานผลิตรถยนต์ แต่เมื่อโรงงานปิดต้องกักตัวอยู่บ้าน ออกมาทำงานในโรงงานไม่ได้ และประกอบกับตัวตำแหน่งงานที่ไม่สามารถ Work From Home ได้ ทางบริษัทจึงตัดสินใจว่าจะจ่ายเงินให้ 75% ของจำนวนเงินเดือนปกติ

และไม่ใช่เพียงแค่พนักงานเท่านั้น ผู้บริหารของ GM จะถูกหักค่าตอบแทนผลงาน (cash compensation) ประมาณ 5-10% (โดยไม่รวมถึงโบนัส หุ้น หรือเงินตอบแทนอื่นๆ)

ส่วนกรรมการบอร์ดของ GM ทั้งหมดจะถูกปรับลดเงินลง 20% ด้วยเช่นกัน (โดยจะหักเมื่อรวมกับเงินค่าชดเชยแล้ว)

ส่วนอีกรายหนึ่งคือ Ford มีนโยบายทำนองนี้เช่นกัน โดยระบุว่า ผู้บริหารจำนวนกว่า 300 คนของบริษัทจะถูกปรับลดเงินเดือนลง 20-50% อย่างน้อย 5 เดือนนับจากนี้

ที่มา – CNBC

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/gm-temporarily-cut-20-percent-salaries/

GM-Ford-Fiat Chrysler บิ๊ก 3 ผู้ผลิตรถยนต์สหรัฐฯ เตรียมปิดโรงงานทั่วประเทศ เหตุ COVID-19

GM factory
GM Factory (Photo by Sean Gallup/Getty Images)

COVID-19 กระทบทุกวงการ ล่าสุด ผู้ผลิตรถยนต์สั่งปิดโรงงาน

แหล่งข่าวของ CNBC เปิดเผยว่า ค่ายรถยนต์ 3 รายใหญ่หรือ “Big Three” ของผู้ผลิตรถยนต์สหรัฐอเมริกา ได้แก่ General Motors, Ford และ Fiat Chrysler เตรียมปิดโรงงานผลิตรถยนต์ทั่วประเทศ เหตุเพราะวิกฤต COVID-19 ที่กำลังระบาดอย่างหนัก

ล่าสุด Ford ยืนยันแล้วว่าจะปิดโรงงานทั่วสหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก โดยเบื้องต้นจะปิดโรงงานและหยุดการผลิตยาวไปจนถึงวันที่ 30 มีนาคมนี้ อย่างไรก็ตาม การประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่โรงงานของ Ford ในมิชิแกนพบพนักงานติดเชื้อไวรัสโรค COVID-19 จำนวน 1 ราย จึงทำให้ต้องสั่งปิดโรงงาน และไม่รู้ได้ว่าจะสามารถกลับมาเปิดได้อีกครั้งเมื่อไหร่

ด้านสหภาพแรงงาน United Auto Workers ระบุว่า เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาทางสหภาพได้ทำการตกลงร่วมกันกับค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ทั้ง 3 รายแล้วว่าให้หยุดการผลิตบางส่วนออกไปก่อนเป็นเวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์นับจากนี้

ที่มา – CNBC

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/gm-ford-fiat-chrysler-plan-to-close-factory-covid-19/

สิริ เวนเจอร์ส เผย! ยานยนต์ขับขี่อัตโนมัติ ยกระดับนวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัย

สิริ เวนเจอร์ส ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และกรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.อว.) นำเสนอมิติใหม่ของนวัตกรรมยานยนต์เพื่อความสะดวกสบายของการเดินทางในพื้นที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่

ครั้งแรกในไทย! กับเดโม่ “ยานยนต์ขับขี่อัตโนมัติ” (Autonomous Vehicle) จากการผนึกกำลังของ สวทช. และวศ.อว. ในการติดตั้งเทคโนโลยีควบคุมการขับเคลื่อน ผสานกับแอพพลิเคชั่นเรียกใช้บริการยานยนต์ขับขี่อัตโนมัติที่พัฒนาขึ้นโดยสิริ เวนเจอร์ส กางโรดแมปเข้มข้น 8 เดือน มุ่งพัฒนา-ทดลอง-ประมวลการใช้งานยานยนต์ขับขี่อัตโนมัติในสภาวะควบคุมบนพื้นที่ SIRI VENTURES Private Prop Tech Sandbox ที่ T77 Community

นายจิรพัฒน์ จันทร์เจิดศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่เทคโนโลยี บริษัท สิริ เวนเจอร์ส จำกัด กล่าวว่า “การทดสอบยานยนต์ขับขี่อัตโนมัติ จะช่วยให้เราสามารถเรียนรู้พฤติกรรมของลูกบ้านและผู้ใช้งานจริง ควบคู่ไปกับการเป็นส่วนหนึ่งของก้าวสำคัญของประเทศไทยในการร่วมพัฒนาสุดยอดนวัตกรรมยานยนต์ขับขี่อัตโนมัติเพื่อให้บริการ ในพื้นที่โครงการอยู่อาศัยขนาดใหญ่ พร้อมนำร่องทดลองวิ่งเป็นครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อต่อยอดสู่การใช้งานจริงต่อไปในอนาคต”

ด้าน ดร. ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เผยว่า การวิจัยและพัฒนายานยนต์ขับขี่อัตโนมัติจัดเป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่ สวทช. ให้ความสำคัญ โดยมีเป้าหมายสำคัญ คือการเพิ่มความปลอดภัยทางถนน และช่วยอำนวยความสะดวกสบายในการเดินทางของประชาชนและขนส่งสินค้า นอกจากนี้ ยังผลักดันให้เกิดการสร้างอุตสาหกรรมใหม่ของประเทศให้ประสบความสำเร็จและก้าวทันโลกไปอีกขั้น”

ดร.เอกรัตน์ ไวยนิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเทคโนโลยีระบบรางและการขนส่งสมัยใหม่ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า “การทดสอบวิ่งจริงของยานยนต์ขับขี่อัตโนมัติในสภาวะควบคุมบนพื้นที่จริงจะเน้นการขับขี่ทั้งทางตรง ทางเลี้ยว ขึ้นเนิน รวมทั้งระบบความปลอดภัย อาทิ การทดสอบระบบหยุดเมื่อเจอสิ่งกีดขวางต่าง ๆ พร้อมกับการพัฒนาระบบสมองกลของยานยนต์ขับขี่อัตโนมัติควบคู่กันไป โดยจะกำหนดเป็นเส้นทางบังคับ (Fixed Route) และเริ่มให้ลูกบ้านร่วมทดสอบใช้งานจริงผ่านแอพพลิเคชั่นที่พัฒนาขึ้นโดยสิริ เวนเจอร์ส เพื่อนำ User Feedback ที่ได้มาร่วมประมวลผล และพัฒนาในลำดับต่อไป

from:https://www.enterpriseitpro.net/autonomous-vehicle-test-thailand/