คลังเก็บป้ายกำกับ: ยอดขาย

บทวิเคราะห์ : 5 เหตุผลที่ราคาหุ้น Nutanix ร่วงดิ่งพสุธาทำสถิติ

ราคาหุ้นของบริษัทผู้บุกเบิกโครงสร้างพื้นฐานไฮเปอร์คอนเวิร์จรายนี้ร่วงลงมากกว่า 28 เปอร์เซ็นต์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา หลังจากทาง Nutanix รายงานผลประกอบการของไตรมาสที่สองของปีงบประมาณในคืนวันพุธก่อนหน้า

จนทำให้ช่วงเช้าของวันพฤหัส ราคาหุ้นของ Nutanix ลงมาอยู่ที่ 23.28 ดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับบริษัทที่ตั้งอยู่ที่ซานโจเซ่ รัฐแคลิฟอร์เนียรายนี้เคยแสดงให้เห็นถึงการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจซอฟต์แวร์หลักของตัวเองและยอดขายจากการซัพพอร์ต ซึ่งล้วนแต่เป็นธุรกิจหลักของ Nutanix และจากผลประกอบการไตรมาสที่สองที่ระบุรายรับของทั้งซอฟต์แวร์และการซัพพอร์ตขึ้นมาแตะ 338 ล้านเหรียญ มากกว่าช่วงเดียวกันของปีที่แล้วถึง 14 เปอร์เซ็นต์

ขณะที่เงินที่ได้จากซอฟต์แวร์และการซัพพอร์ตรวมกันกว่า 420 ล้านดอลลาร์ฯ เพิ่มขึ้นถึง 12% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีที่ผ่านมา ทำให้รายรับทั้งหมดของ Nutanix ในไตรมาสที่สองนั้นเพิ่มขึ้นประมาณ 4 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบปีต่อปี คิดเป็น 347 ล้านเหรียญ

จึงน่าแปลกใจว่าทำไมราคาหุ้นของ Nutanix ถึงร่วงลงมาถึง 28 เปอร์เซ็นต์ได้ ซึ่งทาง CRN ได้วิเคราะห์เหตุผลหลัก 5 ประการที่ทำให้หุ้นของบริษัทนี้ร่วงลงอย่างถล่มทลาย

1. การลดตัวเลขประมาณการณ์จากความหวาดกลัวปัญหาไวรัสโคโรน่า

การระบาดของไวรัสโคโรน่าได้ส่งผลกระทบกับอุตสาหกรรมไอทีทั่วโลกอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง ซึ่งจากความไม่แน่นอนของผลกระทบจากไวรัสนี้จึงถูกใช้เป็นหนึ่งในสองเหตุผลหลักที่ทาง Nutanix ลดตัวเลขรายรับประมาณการณ์

2. การเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจมาเป็นการสมัครสมาชิกเร็วเกินไป

เมื่อปี 2018 ทาง Nutanix ได้ตัดสินใจเปลี่ยนตัวเองจากการเป็นผู้จำหน่ายฮาร์ดแวร์ด้านไอที มาเป็นบริษัทด้านซอฟต์แวร์และการให้บริการ ซึ่งในช่วงสองปีที่ผ่านมานั้น ได้เปลี่ยนรูปแบบผลิตภัณฑ์ แผนการ และยุทธศาสตร์ทั้งหมดมาเป็นการขายการสมัครสมาชิกซอฟต์แวร์แทน

3. การเติบโตที่หยุดชะงักในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น

Nutanix ระบุว่าการลดตัวเลขประมาณการณ์นั้นมีสาเหตุหลักมาจากการถดถอยในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่นหรือ APJ เนื่องจากการเติบโตของยอดขายในภูมิภาคนี้ขึ้นกับธุรกิจเปิดใหม่เป็นหลัก ซึ่งแน่นอนว่าโดนผลกระทบจากไวรัสอย่างแรง

4. การหยุดการจ้างงาน

ทาง Nutanix เคยเพิ่มจำนวนพนักงานทั่วโลกในทุกแผนกในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่ทว่าจากความไม่แน่นอนของตลาด ทำให้บริษัทตัดสินใจระงับการจ้างงานเพิ่มในระยะสั้นนี้ โดยเฉพาะทีมงานด้านอื่นนอกจากฝ่ายขาย

5. การขาดทุนเป็นมูลค่า 217 ล้านเหรียญฯ

ในไตรมาสที่สองของปี 2020 นี้ ทาง Nutanix รายงานการขาดทุนต่อหุ้นอยู่ที่ 1.13 ดอลลาร์ฯ หรือคิดเป็นมูลค่ารวมที่ 217 ล้านดอลลาร์ฯ ขณะที่ไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้วรายงานการขาดทุนอยู่ที่ 123 ล้านดอลลาร์ฯ

ที่มา : CRN

from:https://www.enterpriseitpro.net/here-are-5-reasons-why-nutanixs-stock-price-is-dropping/

ยอดขายรถญี่ปุ่นในเกาหลีใต้ร่วงหนัก เหตุผลหลักมาจากสงครามการค้า

ยอดขายรถยนต์ค่ายญี่ปุ่นในเกาหลีใต้ลดลงอีกครั้งในเดือนก.ย. ที่ผ่านมา เนื่องจากสงครามการค้าระหว่างสองประเทศ ทำให้ผู้บริโภคเกิดกระแส “แบนสินค้าญี่ปุ่น” ในเกาหลีใต้อย่างรุนแรง

South Korea Boycott Japan
ภาพจาก Shutterstock

ผู้ผลิตรถยนต์กระทบหนัก

ผู้ผลิตรถยนต์เป็นหนึ่งในบริษัทที่ตกอยู่ท่ามกลางสงครามการค้า สมาคมผู้นำเข้า และจัดจำหน่ายยานยนต์ของเกาหลี เปิดเผยว่า ยอดขายรวมของโตโยต้า ฮอนด้า และนิสสันร่วงลง 74% โดยโตโยต้าร่วงลง 62% ฮอนด้าร่วงลง 82% นิสสันร่วงลง 87% ในเดือนกันยายนเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว (2561)

สมาคมฯ ระบุเพิ่มเติมว่า ส่วนแบ่งตลาดของรถยนต์ญี่ปุ่นลดลงจาก 16% เหลือ 6% ในเดือนกันยายนเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว (2561)

การต่อต้านของชาวเกาหลีใต้ นอกจากจะฉุดยอดขายสินค้าญี่ปุ่นในเกาหลีใต้ร่วงลงแล้ว ก็ทำให้ยอดนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีใต้ในญี่ปุ่นลดลงอย่างหนักด้วยเช่นกัน

จุดเริ่มต้นของสงครามการค้า

เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2561 ศาลเกาหลีใต้มีคำพิพากษาให้บริษัทของญี่ปุ่นจ่ายเงินชดใช้ให้กับอดีตแรงงานชาวเกาหลีใต้ ที่เคยถูกบังคับใช้แรงงานในโรงงานของญี่ปุ่นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2

ฝ่ายญี่ปุ่นอ้างว่าได้จ่ายเงินชดใช้ให้เกาหลีไปแล้วหลังสงครามสิ้นสุด โดยทั้งสองชาติได้ทำสัญญาร่วมกันในปี 2508 ว่าจะยุติการเรียกร้อง และปรับความสัมพันธ์สู่ระดับปกติ โดยเกาหลีใต้ได้นำเงินจากญี่ปุ่นไปฟื้นฟูประเทศ

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2562 ญี่ปุ่นถอดเกาหลีใต้ออกจาก “ไวท์ลิสต์” หรือกลุ่มประเทศที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางการค้า และออกมาตรการควบคุมการส่งออกวัสดุเทคโนโลยีขั้นสูง 3 ชนิดไปยังเกาหลีใต้ โดยวัสดุเหล่านี้เป็นส่วนประกอบสำคัญในการผลิตหน่วยความจำ จอภาพ และสมาร์ทโฟนซึ่งเป็นสินค้าออกสำคัญของเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นการจุดกระแส “แบนสินค้าญี่ปุ่น” ในเกาหลีใต้

อ้างอิง // BBC, RYT9

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/japan-car-industry-decline-korea/

ยอดขาย Juniper ร่วง! ด้านบอร์ดบริหารกล่าวว่า “แย่น้อยกว่าที่คาด”

ซีอีโอของ Juniper Networks อย่าง Rami Rahim กล่าวว่า บริษัทกำลัง “ให้ความสำคัญกับการกลับมาเติบโตอีกครั้งภายในปีนี้” ท่ามกลางรายรับที่น้อยลง และความต้องการผลิตภัณฑ์ที่ลดน้อยถอยลงตามตัวเลขงบการเงินประจำไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2019

โดยรายรับรวมจากทั้ง 3 เดือนที่สิ้นสุดเมื่อวันที่ 31 มีนาคมนั้นอยู่ที่ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ร่วงลงมา 7 เปอร์เซ็นต์จากช่วงเวลาเดียวกันในปีที่แล้ว ส่วนรายรับสุทธิลงมาอยู่ที่ 31.1 ล้านดอลลาร์ฯ ลดลงกว่า 10 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกันปีต่อปี และร่วงลงมากถึง 84 เปอร์เซ็นต์ถ้าเทียบกันแบบไตรมาสต่อไตรมาส

โดยสาเหตุของยอดขายที่ร่วงลงส่วนหนึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องของกลยุทธ์การพัฒนาผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดของ Juniper เอง ที่กำลังปรับโครงสร้าง โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงระดับผู้บริหารเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมาด้วย

แม้จะดูว่าร่วง แต่ผลลัพธ์ที่ออกมายังถือว่าเหนือกว่าที่นักวิเคราะห์เคยคาดการณ์ หรือแม้แต่เป้าหมายกำไรที่ Juniper เคยตั้งไว้เอง ทำให้ราคาหุ้นขึ้นมา 2.3 เปอร์เซ็นต์เพียงไม่กี่ชั่วโมง อย่างไรก็ดี ทาง Juniper ย้ำว่าบริษัทก็ยังไม่ได้พอใจกับผลประกอบการณ์นี้ และมุ่งมั่นให้กลับมาเติบโตภายในปีนี้ให้ได้

ที่มา : Theregister

from:https://www.enterpriseitpro.net/juniper-networks-sales-down/

[รายงาน] Mac ขายได้น้อยลงในไตรมาส 1 ปี 2019, ตลาด PC ก็ซบเซาเช่นกัน

Macbook Air Macbook Proยอดขายของ PC ทั่วโลกลดลง 4.6% ในไตรมาส 1 ปี 2019 และยอดขาย Mac ลดลง 2.5% เ่ชนเดียวกันจากการรายงานของ Gartner, IDC ยอดขาย PC และ Mac ลดลงในไตรมาส 1 ปี 2019 Gartner รายงานว่า Apple ขาย Mac ได้ประมาณ 3.98 ล้านเครื่องในไตรมาส 1 ปี 2019 ซึ่งลดลงเมือเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2018 ที่ขายได้ 4.08 ล้านเครื่อง แต่ Apple ครองส่วนแบ่งเพิ่มเป็น 6.8% เมื่อเทียบแบบปีต่อปี Apple ยังตามหลัง Lenovo, HP, Dell อยู่ แต่แซงหน้าแบรนด์ใหญ่อย่าง Asus, Acer ซึ่ง Apple […]

from:https://www.iphonemod.net/pc-and-mac-worldwide-market-drops-q1-2019-report.html

[รายงาน] Apple Watch ขายได้ทั้งสิ้น 10.4 ล้านเครื่องในไตรมาส 4 ปี 2018

Apple Watch SalesIDC รายงานว่าในไตรมาส 4 ปี 2018 Apple Watch ขายได้ทั้งสิ้น 10.4 ล้านเครื่องจากอุปกรณ์สวมใส่ของ Apple ที่ขายได้ 16.2 ล้านเครื่อง เติบโตขึ้น 21.5% แบบปีต่อปี Apple Watch ขายดีช่วงไตรมาสปลายปี 2018 รายงานจาก IDC เผยว่า ยอดขายสินค้ากลุ่มอุปกรณ์สวมใส่ทั่วโลกในไตรมาส 4 ปี 2018 นั้นอยู่ที่ 59.3 ล้านเครื่อง เติบโตขึ้น 31.4% โดย Apple ครองอันดับหนึ่งแบรนด์ผู้จำหน่ายอุปกรณ์สวมใส่สูงสุด สินค้าประเภท Smart Watch นั้นเติบโตขึ้น 55.2% แบบปีต่อปี สร้างรายได้เป็นสัดส่วน 34.3% ในกลุ่มอุปกรณ์สวมใส่ รองลงมาคือสายรัดข้อมือ 30% และหูฟัง 21.9% สำหรับ Smart Watch ของ Apple นั้น […]

from:https://www.iphonemod.net/apple-watch-shipments-10-4-million-in-q4-2018-idc-report.html

Alibaba โค่นยอดขายวัน 11.11 ของปีก่อนได้ ภายใน 16 ชั่วโมง ด้วยมูลค่าเฉียด 1.7 แสนล้านหยวน

Brand Inside รายงานจากประเทศจีน ขณะนี้ยอดขายรวมของ Alibaba เฉียด 1.7 แสนล้านหยวนเป็นที่เรียบร้อย โดยโค่นยอดขายรวมของปี 2017 ที่ทำไว้ 1.68 แสนล้านหยวน ในเวลาไม่ถึง 16 ชั่วโมงเท่านั้น

เพียง 16 ชั่วโมง ของเทศกาลวัน 11.11 Alibaba ทำยอดขายรวมไป 1.69 แสนล้านหยวน ขึ้นแท่นเป็นสถิติใหม่สูงสุดตลอดกาล แถมยังเหลืออีก 8 ชั่วโมงกว่าจะจบวัน
เพียง 16 ชั่วโมง ของเทศกาลวัน 11.11 Alibaba ทำยอดขายรวมไป 1.69 แสนล้านหยวน ขึ้นแท่นเป็นสถิติใหม่สูงสุดตลอดกาล แถมยังเหลืออีก 8 ชั่วโมงกว่าจะจบวัน

ยอดขายใหม่ 1.69 แสนล้านหยวน ในเวลาเพียง 16 ชั่วโมง

เทศกาลช้อปปิ้ง 11.11 ในปี 2018 ผ่านไปไม่ถึง 16 ชั่วโมง Alibaba ได้ทำสถิติยอดขายสูงสุดตลอดกาลเป็นที่เรียบร้อย ด้วยยอดขายรวม 1.69 แสนล้านหยวน ภายในเวลาเพียง 16 ชั่วโมง 7 วินาทีเท่านั้น

ด้วยยอดขายของ Alibaba ในครั้งนี้ที่ 1.69 แสนล้านหยวน ได้โค่นสถิติยอดขายรวมของปี 2017 ที่ทำไว้เพียง 1.68 แสนล้านหยวน และใช้เวลาทั้งวันคือ 24 ชั่วโมง

  • หมายความว่า Alibaba ยังมีเวลาเหลืออีก 8 ชั่วโมง ในการเก็บยอดขายในเทศกาลวัน 11.11

รอดูกันว่า เมื่อจบวัน ยอดขายรวมของ Alibaba จะเกิน 2 แสนล้านหยวนหรือไม่? ต้องติดตาม

ภาพหน้างานเทศกาลช้อปปิ้ง 11.11 ครบรอบ 10 ปี Photo: Alibaba.com
ภาพหน้างานเทศกาลช้อปปิ้ง 11.11 ครบรอบ 10 ปี Photo: Alibaba.com
  • แจ๊ค หม่า ผู้ก่อตั้ง Alibaba ได้ปรากฏตัวในวิดีโอก่อนเริ่มงานเทศกาล 11.11 พร้อมทั้งได้ปรากฏตัวเป็นๆ ที่ Media Center ณ เซี่ยงไฮ้ เป็นเวลาหลักนาทีเท่านั้น ก่อนที่จะเดินทางไปที่อื่น โดยไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ
แจ๊ค หม่าในเทศกาลวัน 11.11
แจ๊ค หม่าในเทศกาลวัน 11.11

รายงานจากเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/alibaba-new-record-11-11-2018/

Dell EMC สุดแข็งแกร่ง ! ยอดขายแตะสูงถึง 7.4 แสนล้านบาท กำไรพุ่ง 21%

คุณอโณทัย เวทยากร รองประธานบริหาร เดลล์ อีเอ็มซี ภูมิภาคอินโดจีน ได้โพสต์ข้อความส่วนตัวผ่านทาง Facebook เกี่ยวกับผลดำเนินงานของ Dell EMC ในเกือบๆ ทุกกลุ่มโดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มธุรกิจสตอเรจ

โดยรายงานผลประกอบการ Dell EMC ไตรมาสสองเติบโตอย่างแข็งแรงโดยเฉพาะการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจสตอเรจ โดยสามารถสรุปผลเป็นดังนี้

– ยอดขายรวมเติบโตขึ้น 16% ไปแตะที่ $23.1 billion (หรือประมาณ 739,200 ล้านบาท) กำไรสุทธิโต 21%
– ธุรกิจโซลูชั่นดาต้าเซ็นเตอร์โต 23% มีรายได้รวมที่ $9.2 billion (294,400 ล้านบาท)
– ธุรกิจสตอร์เรจโต 13% มีรายได้รวมที่ $4.2 billion (134,400 ล้านบาท)
ธุรกิจเซิร์ฟเวอร์ เน็ตเวิร์คกิ้งเติบโต 34%
– ธุรกิจคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะและโน้ตบุ๊คเติบโต 13% มียอดขายรวม $11.1 billion (355,200 ล้านบาท) ซึ่งสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์

ที่มา : facebook.com/anothai.wettayakorn

from:https://www.enterpriseitpro.net/dell-emc-storage-growth-income/

นักวิเคราะห์เผยยอดขาย MacBook เติบโตดีกว่า iPhone, iPad [2018]

Apple Product

นักวิเคราะห์เผยข้อมูลว่าสัดส่วนการเติบโตด้านยอดขายของ MacBook ดีกว่า iPhone, iPad โดย MacBook Pro พร้อม Touch Bar เป็นปัจจัยสำคัญของการเติบโตนี้

ยอดขาย MacBook เติบโตดีกว่า iPhone, iPad

Ming-Chi Kuo นักวิเคราะห์จาก KGI เผยว่าในช่วงที่ผ่านมา MacBook มีสัดส่วนการเติบโตเพิ่มขึ้น 13% – 16% ในตลาดสหรัฐ ซึ่งเป็นสัดส่วนที่มากกว่า iPhone ที่เติบโต 4% – 6% และ iPad 7% – 10%

Macbook

นักวิเคราะห์มองว่าหาก Apple เปิดขาย MacBook รุ่นใหม่ก็จะทำให้มีสัดส่วนการเติบโตขึ้นไปอีก คาดว่าในช่วงไตรมาสครึ่งหลังปี 2018 นี้การเติบโตจะอยู่ที่ 65% – 70% เลยทีเดียว

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ MacBook เติบโตขึ้น Kuo เชื่อว่ามาจาก MacBook Pro พร้อม Touch Bar ส่วนในปี 2018 นี้มีข่าวลือว่า Apple อาจเปิดตัว MacBook รุ่นใหม่ราคาย่อมเยาเพื่อเจาะกลุ่มการศึกษาเป็นหลัก ซึ่ง Event ที่ Apple จะจัดขึ้น คือ วันที่ 27 มี.ค. 2018 นี่้ ต้องดูว่าจะมีการเปิดตัว MacBook สำหรับการศึกษาหรือไม่

ที่มา – iclarified

from:https://www.iphonemod.net/macbook-sales-to-grow-faster-than-ipad-and-iphone-2018.html

Volkswagen อาจครองเบอร์หนึ่งยอดขายรถทั่วโลกยาวๆ หลังทำยอดขายทะลุเป้า-ทิ้ง Toyota 3 แสนคัน

Volkswagen ผู้ผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่จากเยอรมันแจ้งว่าปี 2560 ทำยอดขายได้มากที่สุดเป็นประวัติศาสตร์ที่ 10.7 ล้านคัน แถมตัวเลขประมาณการณ์ยอดขายปี 2561 ของ Toyota ยังน้อยกว่าตัวเลขดังกล่าวถึง 3 แสนคัน

ถ้าไม่ผิดพลาดอะไรคงครองเบอร์หนึ่งได้ยาวๆ

ตัว Volkswagen นั้นก่อนหน้านี้เป็นเพียงกลุ่มผู้ผลิตยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมรถยนต์เท่านั้น เพราะถ้าว่ากันตามลำดับ VW จะอยู่เบอร์ 3-4 มาโดยตลอด โดยเป็นกลุ่ม GM ที่ครองเบอร์หนึ่งมานาน ก่อนที่จะประสบปัญหาทางธุรกิจ และเสียแชมป์ให้กับ Toyota ที่รอเสียบอยู่ตลอดไปเมื่อปี 2551 และครองเบอร์หนึ่งมาจนถึงปี 2558

จนเมื่อปี 2559 กลุ่ม Volkswagen ก็สามารถกลับมาเฉิดฉายในอุตสาหกรรมรถยนต์โลกได้อีกครั้ง ด้วยการขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งในเรื่องยอดขายรถยนต์ด้วยตัวเลข 10.3 ล้านคัน เฉือน Toyota ที่ทำได้ 10.2 ล้านคันไปเล็กน้อย และล่าสุดยอดขายของปี 2560 กลุ่ม Volkswagen ก็สามารถรักษาเบอร์หนึ่งเอาไว้ได้ ด้วยยอดขายกว่า 10.7 ล้านคัน

ซึ่งตัวเลขดังกล่าวนั้นถือเป็นการเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของ Volkswagen เพราะตั้งแต่ทำธุรกิจมา ทางกลุ่มไม่เคยมียอดขายมากขนาดนี้มาก่อน โดยปัจจัยหลักๆ ที่ทำให้มียอดมากขนานี้ได้เนื่องจากการทำตลาดในประเทศจีนเติบโตได้ดีเกินคาด ส่วนในกลุ่มยุโรปก็สามารถรักษาแชมป์เอาไว้ได้อย่างไม่ยากเย็น

อย่างไรก็ตาม Toyota ยังไม่ประกาศตัวเลขยอดขายอย่างเป็นทางการออกมา แต่เมื่อพิจารณาจากตัวเลขประมาณการยอดขายปี 2560 ที่ประกาศไปเมื่อเดือนธ.ค. 2560 ทาง Toyota คาดว่าจะปิดได้ที่ 10.4 ล้านค้น แถมตัวเลขประมาณการยอดขายปี 2561 ก็ยังคาดการณ์ที่ 10.5 ล้านคัน น้อยกว่ายอดของ Volkswagen ปี 2560 เสียอีก

ดังนั้นถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง คาดว่า Volkswagen น่าจะสามารถครองตำแหน่งเบอร์หนึ่งเรื่องยอดขายรถยนต์ในระดับโลกได้ไม่ยากอีกปี เพราะทางกลุ่มมีแผนเดินหน้ารถยนต์ไฟฟ้า และเทคโนโลยีอื่นๆ อย่างเต็มที่ รวมถึงข่าวเสียหายเรื่องการโกงค่าไอเสียก็เหมือนจะซาๆ ลงไปบ้างแล้ว

ส่วนในประเทศไทย Volkswagen เคยเข้ามาทำตลาดอย่างถูกต้องด้วยการแต่งตั้ง “ยนตรกิจ” และ “ไทยยานยนตร์” เป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ แต่ด้วยราคา รวมถึงอัตราค่าบริการต่างๆ อาจแข่งกับแบรนด์รถยนต์หรูอย่าง Mercedes-Benz หรือ BMW ได้ไม่มาก ทำให้รถยนต์รุ่นที่ขายดีหลักๆ จึงเป็นรถตู้ Caravelle เท่านั้น

แบรนด์ทั้งหมดในเครือ Volkswagen

อ้างอิง // Volkswagen, Reuters 1, 2

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/volkswagen-sale-record-2017/

คอมมิคบุ๊คใกล้ตายแล้ว? ยอดขายในญี่ปุ่นลดลงฮวบฮาบติดต่อกันเป็นปีที่ 20

ในยุคที่สื่อสิ่งพิมพ์ดั้งเดิมทยอยล้มหายกันออกไปจากวงการ วงการคอมมิคบุ๊คก็ได้รับผลกระทบหนัก ยอดขายลดลงต่อเนื่อง จนมีคำถามว่า คอมมิคบุ๊คใกล้ตายแล้วหรือ?

Shutterstock.com

คอมมิคบุ๊คใกล้ตายแล้วจริงหรือ?

ยอดขายหนังสือคอมมิคญี่ปุ่น (Japan’s paper comic book) ของปี 2017 ลดลงกว่าปีก่อนหน้าถึง 12%

สถาบันวิจัยด้านสิ่งพิมพ์ในญี่ปุ่น ระบุว่า การสิ้นสุดของซีรีย์คอมมิคดังๆ หลายเรื่องในช่วงหลังมานี้ ประกอบกับการไม่มีคอมมิคที่ขึ้นมาเป็นดาวดวงใหม่ของวงการ ทำให้คนรุ่นใหม่มีแนวโน้มที่จะเลิกอ่านคอมมิคทั้งในรูปแบบที่เป็นหนังสือและนิตยสาร

แต่ถ้ามองภาพใหญ่กว่าแค่วงการหนังสือและนิตยสารคอมมิค นั่นคือวงการสื่อสิ่งพิมพ์ที่กำลังตายลงทุกวัน มีการคาดการณ์ไว้ว่า ยอดขายหนังสือและนิตยสารในญี่ปุ่นปี 2017 จะมีมูลค่าอยู่ที่ 1.37 ล้านล้านเยน คิดเป็นเพียง 52% ของยอดขายในปี 1996 ที่ทำยอดไว้สูงที่สุดตลอดกาล มากกว่านั้น ยังได้คาดการณ์ว่า ยอดขายหนังสือของทั้งตลาด (ไม่รวมที่เป็นคอมมิค) จะลดลงประมาณ 3% ทุกๆ ปี

  • เพราะฉะนั้นแล้ว ยอดขายของหนังสือและนิตยสารคอมมิคที่เป็นส่วนหนึ่งของภาพใหญ่ในวงการสื่อสิ่งพิมพ์ก็จะทยอยเข้าสู่สภาวะ “ใกล้ตาย” ไปด้วยเช่นกัน

สถาบันวิจัยแห่งนี้ยังได้พยากรณ์ไว้ว่า ยอดขายหนังสือและนิตยสารคอมมิคจะลดลงปีละ 10% ไปเรื่อยๆ (แต่อาจไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ เพราะยอดขายลดลงติดต่อกันมา 20 ปีแล้ว) ส่วนในปีนี้จะปิดมูลค่ายอดขายอยู่ที่ 660,000 ล้านเยน

ต้องติดตามกันต่อไปว่าวงการคอมมิคบุ๊คจะมีหน้าตาอย่างไรในอนาคต เพราะนับตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1970 ที่ฮอตฮิตกันทั้งบ้านทั้งเมือง ก็กลับมามีจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในปี 2016 และแนวโน้มจะลดฮวบฮาบลงไปอย่างต่อเนื่อง ส่วนการ Disrupt ที่เข้ามาก็ไม่ใช่อะไรอื่น นั่นก็คือสื่อสิ่งพิมพ์ออนไลน์ หรือ e-book นั่นเอง

สรุป

วงการคอมมิคบุ๊คญี่ปุ่นน่าเป็นห่วง เพราะมียอดขายลดลงติดต่อกันมา 20 ปี ส่วนปี 2017 เป็นอีกหนึ่งปียอดแย่ หลังจากยอดขายตกมาตั้งแต่ปี 2016 ปีนี้ก็ลดลงไปอีก 12% และคาดการณ์ว่าจะลดลงไปเรื่อยๆ จากสถานการณ์สื่อสิ่งพิมพ์ที่ไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น

ส่วนคอมมิคบุ๊คจะตายหรือไม่นั้น หลายคนจะบอกว่า ไม่มีวันตายเพราะคนยังอ่านหนังสืออยู่ แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องไม่ลืมคำที่บอกว่า “คนยังอ่านหนังสืออยู่” เอาเข้าจริงๆ แล้ว พวกเขาอ่านกันบนแพลตฟอร์มไหน? ถ้าตอบคำถามนี้ได้ จะคอมมิคบุ๊คหรือหนังสืออะไรก็ไม่มีวันตาย ตราบเท่าที่ตามทันพฤติกรรมของคนอ่านในแต่ละยุคแต่ละสมัย

อ้างอิง – Japantoday

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/comic-books-japan-decline/