คลังเก็บป้ายกำกับ: มือถือเกมมิ่ง

Samsung อาจเปิดตัวมือถือเกมมิ่งที่มีพัดลมระบายอากาศ หลังมีคนพบจดเครื่องหมายการค้า Fan Mode

เคยมีข่าวออกมาตั้งแต่ปี 2018 ว่า Samsung อาจพัฒนามือถือเกมมิ่งเป็นของตัวเอง เพราะช่วงนั้นเรียกว่าเทรนด์มือถือเกมมิ่งกำลังมาแรง และหลังจากนั้นก็เงียบหายไปเลย จนล่าสุดได้มีข่าวคราวการเคลื่อนไหวเกี่ยวกับมือถือเน้นการเล่นเกมจาก Samsung ออกมาอีกครั้งนึง เพราะมีคนไปเจอการจดเครื่องหมายการค้าชื่อโหมดในแอปพลิเคชั่นมือถือ ที่มีชื่อว่า Activate Fan Mode

จริงอยู่ ที่มือถือระดับเรือธงทั้งหลาย มีสเปคแรงเหลือเฟือที่จะเล่นเกมกราฟิกงาม ๆ ในปัจจุบันได้แบบไม่มีปัญหา แต่สำหรับมือถือเกมมิ่งแล้ว นอกจากจะมีสเปคแรง ๆ มันยังมากับฟีเจอร์เฉพาะตัวเอาใจเกมเมอร์ ไม่ว่าจะเป็นปุ่ม L-R หรือโหมดเกมอื่น ๆ นอกจากนี้หนึ่งในฟีเจอร์หลักที่จะช่วยให้เล่นเกมต่อเนื่องนาน ๆ ได้โดยเครื่องไม่ร้อนจนต้องลดประสิทธิภาพลงก็คือพัดลมระบายอากาศนั่นเอง

เหล่ามือถือเกมมิ่งในปัจจุบันล้วนมากับระบบระบายความร้อนล้ำ ๆ กันทั้งนั้น และยังมีบางรุ่นที่ใส่พัดลมระบายอากาศมาให้ในตัวเเลย หรือบางรุ่นที่ไม่มีในตัวก็จะให้อุปกรณ์เสริมเป็นพัดลมมาติดเอาเอง

ซึ่งล่าสุดเว็บไซต์ชื่อดังอย่าง LetsGoDigital ก็ได้ไปพบเข้ากับเอกสารการจดเครื่องหมายการค้าที่ Samsung ได้ไปจดเอาไว้ในยุโรป ระบุว่าเป็นการจดเครื่องหมายการค้าของชื่อโหมดสำหรับแอปมือถือ / แท็บเล็ต ในชื่อ Activate Fan Mode แถมยังมีการจดเครื่องหมายการค้าโหมด Unleash Your Fan Power อีกต่างหาก โดยคาดว่าโหมดดังกล่าวจะไปอยู่ในมือถือซักรุ่นของ Samsung ในอนาคตนี่แหละ

ถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีข้อมูลอะไรมากกว่านี้ว่า Samsung จะมาร่วมแจมในตลาดมือถือเกมมิ่งจริงหรือไม่ แต่ก็น่าคิดอยู่เหมือนกัน เพราะการที่ Samsung ไปจับมือกับ AMD เพื่อผลิตหน่วยประมวผลกราฟิกหรือ GPU ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ก็อาจจะเป็นเพราะต้องการเน้นให้มือถือรุ่นใหม่ ๆ มีการทำงานในด้านกราฟิกสูงขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าประสิทธิภาพมากขึ้นก็จะทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นตามไปด้วย จนอาจต้องอาศัยพัดลมระบายอากาศมาช่วยนั่นเอง

สุดท้ายก็ต้องมารอลุ้นกันว่า Samsung จะขอโดดเข้ามาร่วมในตลาดมือถือเกมมิ่งอีกเจ้าหรือไม่ เพราะการจดเครื่องหมายการค้า Activate Fan Mode แบบนี้ มันก็ชวนให้คิดจริง ๆ นั่นแหละ ว่าโหมดเปิดพัดลมแบบนี้มันจะเอาไปใช้ทำอะไรได้ นอกเหนือจากพัดลมระบายอากาศในมือถือ

 

ที่มา : LetsGoDigital

from:https://droidsans.com/samsung-gaming-phone-with-cooling-fan/

รีบเลย! Lenovo Legion Phone Duel (รุ่นแรก) จัดโปรโหดเหลือ 15,990 บาท ตั้งแต่วันที่ 24 เม.ย. – 31 พ.ค. 64

เกมเมอร์คนไหนอยากได้มือถือเกมมิ่งสเปคโหด ๆ แถมเหมาะกับการแคสท์เกมสุด ๆ รีบควักกระเป๋าตังค์กันเลย! เพราะตอนนี้ Lenovo Legion Phone Duel (รุ่นแรก) กำลังจัดโปรราคาพิเศษ จากปกติ 23,990 บาท เหลือเพียง 15,990 บาทเท่านั้น…ใครสนใจก็รีบเลย เพราะโปรนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 เมษายน – 31 พฤษภาคม 2564 เท่านั้น

ถึงแม้ว่า Lenovo Legion Phone รุ่นที่เอามาจัดโปรพิเศษครวนี้จะเป็นรุ่นที่เปิดตัวไปเมื่อปีที่แล้ว แต่สเปคยังเรียกว่าแรงเร็วใช้เล่นเกมกราฟิก 3D โหด ๆ ได้สบายแฮ ไม่ว่าจะเปนหน้าจอ AMOLED ขนาด 6.65 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2340 x 1080) พร้อมรีเฟรชเรทที่สูงลิ่วถึง 144Hz, ชิป Snapdragon 865+, ลำโพงคู่ และกล้องเซลฟี่ป๊อปอัปด้านข้างสำหรับแคสท์เกม

สเปค LENOVO LEGION PHONE DUEL

  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.65 นิ้ว ความละเอียด FHD+ รีเฟรชเรท 144Hz
  • CPU : Snapdragon 865+
  • GPU : Adreno 650
  • RAM : (LPDDR5) 12GB
  • ความจุ : (UFS3.1) 256GB
  • กล้องหลัง : 64MP (f/1.89) + 16MP (f/2.2)
  • กล้องหน้า : 20MP (f/2.2)
  • การเชื่อมต่อ : WiFi 802.11a/b/g/n/ac/ax (2.4G & 5G, 2×2 MIMO), BT 5.0, 5G NSA/SA
  • เซ็นเซอร์ : Fingerprint (ใต้จอ), Accelerator, Gyroscope, Gyro, Proximity, Ambient Light, Ultrasonic
  • ระบบเสียง : ลำโพงสเตอรีโอคู่, ไม่มีรูหูฟัง
  • แบตเตอรี่ : 5000 mAh รองรับชาร์จไว 90W
  • ระบบ : Android 10 ครอบด้วย Legion OS
  • ขนาด / น้ำหนัก : 169.17 x 78.48 x 9.9 มม. / 239 กรัม

โดยรุ่นที่จัดโปรพิเศษราคา 15,990 บาท นี้มีเฉพาะรุ่น 12GB / 256GB สีแดง Vengeance Red เท่านั้น ใครสนใจก็เข้าไปกดกันได้เลยในร้านออนไลน์ทั้ง Lazada, Shopee, JD Central หรือตามหน้าร้านตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน – 31 พฤษภาคม 2564 ช้าหมดอดแน่นอน…รีบกันเลยจ้า

ที่มา : คอมคร้าบ (FB)

from:https://droidsans.com/lenovo-legion-phone-duel-special-promotion-15990-baht/

รวมมือถือเกมมิ่งตัวท็อปช่วงครึ่งแรกของปี 2021 สเปคแรงพอกัน แต่ฟีเจอร์ใครเด่นตรงไหนบ้าง

ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2021 ที่ผ่านมา มีเหล่ามือถือเกมมิ่งสเปคเทพระดับไฮเอนด์เปิดตัวมาเอาใจเกมมเอร์กันหลากหลายรุ่น ซึ่งในช่วงครึ่งปีแรกก็มีเปิดตัวมาทั้งหมด 4 ซีรีส์เข้าไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็น Nubia Red Magic 6 Series, ROG Phone 5 Series, Black Shark 4 Series และ Lenovo Legion Phone Duel 2 แน่นอนว่าแต่ละรุ่นก็จัดสเปคมาให้แบบไฮเอนด์ทั้งนั้น ด้วยหน้าจอรีเฟรชเรทสูง และชิปตัวแรงอย่าง Snapdragon 888 ส่วนฟีเจอร์สำหรับคอเกมที่แต่ละรุ่นจัดมาให้นั้น จะมีอะไรน่าสนใจบ้าง และจะแตกต่างกันแค่ไหน…มาดูกันครับ

Red Magic 6 Series : จอ 165Hz, พัดลมในตัว, ชาร์จไว 120W

เริ่มต้นด้วย Nubia Red Magic 6 และ Red Magic 6 Pro มือถือเกมมิ่งซีรีส์แรกที่เปิดตัวก่อนใคร มากับจุดเด่นคือหน้าจอ AMOLED ขนาด 6.8 นิ้ว ความละเอียด FHD+ พร้อมรีเฟรชเรทสูงกว่ามือถือรุ่นอื่น ๆ ที่ 165Hz แถมยังเป็นหน้าจอแบบ Adaptive Refresh Rate ปรับรีเฟรชเรทตามการใช้งานอัตโนมัติ เช่นการใช้หน้าจอทั่วไปจะปรับลงมาที่ 30Hz จะปรับเป็น 120Hz ทันทีที่มีการไถหน้าจอ หรือใช้แอปที่รองรับ และจะดันขึ้นไปสูงสุดถึง 165Hz เมื่อเล่นเกมที่รองรับ ทำให้ประหยัดแบตเตอรี่ได้มากกว่า

หมดห่วงเรื่องความร้อนจากการเล่นเกมยาว ๆ ด้วยพัดลมระบายอากาศในตัว โดยพัดลมของ Red Magic 6 ทำความเร็วได้ถึง 18,000 รอบต่อนาที ส่วนรุ่น Pro ทำได้ถึง 20,000 รอบต่อนาที แถมยังมีระบบรายความร้อนแบบ Heat Sink อีกต่างหาก ช่วยให้เฟรมเรทคงที่ไม่มีสะดุดเพราะเครื่องร้อนเกินไป

Red Magic 6 ให้แบตเตอรี่มา 5050 mAh พร้อมระบบชาร์จไว 66W ส่วนรุ่น Pro ให้แบตเตอรี่มาน้อยกว่าที่ 4500 mAh แต่ถูกแทนที่ด้วยระบบชาร์จไวที่สูงถึง 120W ซึ่งสามารถชาร์จจาก 0% – 50% ได้ในเวลาเพียง 5 นาที และใช้เวลาแค่ 17 นาที เพื่อชาร์จให้เต็ม 100%

สเปค NUBIA RED MAGIC 6 / RED MAGIC 6 PRO

  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.8 นิ้ว ความละเอียด FHD+, รีเฟรชเรท 165Hz, Touch Sampling 500Hz,  รองรับการแสดงผลสี 10-bit
  • CPU : Snapdragon 888
  • GPU : Adreno 660
  • RAM : (รุ่นธรรมดา) 8GB / 12GB, (รุ่น Pro) 12GB / 16GB, (รุ่น Transparent Edition) 16GB / 18GB
  • ความจุ : 128GB / 256GB / 512GB (รุ่น Transparent Edition เท่านั้น)
  • กล้องหลัง
    – กล้องหลัก 64MP
    – กล้อง Ultrawide 8MP
    – กล้อง Macro 2MP
  • กล้องหน้า : 8MP
  • ระบบเสียง : ลำโพงสเตอรีโอคู่, DTS X Ultra, รูหูฟัง 3.5 มม.
  • การเชื่อมต่อ : Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/6, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot, BT 5.1
  • เซ็นเซอร์ : Fingerprint (ใต้จอ), accelerometer, gyro, proximity, compass
  • แบตเตอรี่ : (Red Magic 6) 5050 mAh รองรับชาร์จไว 66W, (Red Magic 6 Pro) 4500 mAh รองรับชาร์จไว 120W
  • ระบบ Android 11 ครอบด้วย RedMagic OS 4.0
  • ขนาด / น้ำหนัก : 169 x 77.09 x 9.7 มม. (รุ่น Pro 9.6 มม.) / 220 กรัม

 

ROG Phone 5 Series : แถบกราฟิกหลังเครื่อง, 4 ปุ่ม L-R ปรับแต่งได้, แบต 6000 mAh

ต่อด้วยเจ้าตลาดมือถือเกมมิ่งที่ได้รับผลตอบรับดีมาตลอดอย่าง ROG Phone 5 Series ซึ่งแม้ว่ารูปร่างหน้าตาโดยรวมจะไม่ค่อยเปลี่ยนไปแปลงไปจากรุ่นก่อนหน้าเท่าไหร่นัก แต่คราวนี้ในรุ่น ROG Phone 5 Pro และ ROG Phone 5 Ultimate จะล้ำขึ้น เพราะไม่ใช่แค่แถบไฟธรรมดา ๆ เท่านั้น แต่มาเป็นหน้าจอ ROG Vision ที่สามารถแสดงผลเป็นกราฟิกสีเคลื่อนไหวได้แบบเก๋ ๆ เมื่อชาร์จแบตเตอรี่, มีสายเข้า, เปิด X Mode หรืออื่น ๆ ตามที่เราตั้งค่า (รุ่น Ultimate แสดงผลเป็นขาว-ดำ)

ส่วนปุ่ม L R ที่เรียกว่าเป็นของจำเป็นสำหรับมือถือเกมมิ่งพันธุ์แท้ ซึ่ง ROG Phone 5 Pro และ Ultimate ก็มีมาให้ถึง 4 ปุ่ม โดย 2 ปุ่มจะอยู่ที่ขอบเครื่องตามปกติ ส่วนปุ่ม L2 R2 ที่เพิ่มเข้ามาจะอยู่บริเวณฝาหลังเครื่องให้ใช้นิ้วนางกดเอา (อาจต้องสร้างความเคยชินซักนิดนึง แรก ๆ อาจกดไม่ถนัด)

ยังไม่หมดแค่นั้น เพราะปุ่ม L R ด้านบนยังตั้งค่าเพิ่มเติมให้กลายเป็นปุ่มอื่น ๆ ได้อีก ตัวอย่างเช่นการกดปุ่ม R ปกติ จะเป็นการยิงปืน แต่หากตั้งค่าให้การแตะปุ่ม R แล้วลากนิ้วมาทางขวาจะกลายเป็นการเติมกระสุน, ปุ่ม L ปกติจะใช้กดเพื่อเล็งเป้า แต่ตั้งค่าให้การแตะปุ่ม L แล้วลากมาทางซ้ายกลายเป็นการขว้างระเบิดได้ เป็นต้น

แม้ว่า ROG Phone 5 Series จะให้ระบบชาร์จไวมา 65W ซึ่งจริง ๆ ก็นับว่าเร็วอยู่แหละ แต่หากเทียบกับมือถือเกมมิ่งรุ่นอื่นยังถือว่าช้ากว่ามาก…ASUS ก็เลยยัดแบตเตอรี่มาให้มากกว่าชาวบ้านอยู่ที่ 6,000 mAh ทำให้ใช้งานต่อเนื่องได้ยาวกว่าใครนั่นเอง

ยังมีฟีเจอร์เด็ด ๆ อย่าง Bypass charging ที่เราสามารถเสียบสายชาร์จเพื่อส่งไฟเข้าตัวเครื่องโดยตรงแบบไม่ต้องผ่านแบตเตอรี่ ทำให้แบตเตอรี่ไม่เสื่อมสภาพเร็ว และเครื่องยังไม่ร้อนจากการชาร์จไปเล่นไปอีกด้วย

สเปค ASUS ROG PHONE 5 / PRO / ULTIMATE

  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.78 นิ้ว ความละอียด FHD+ รีเฟรชเรท 144Hz, Touch Sampling 300Hz, รองรับการแสดงผล HDR10+
  • CPU : Snapdragon 888
  • GPU : Adreno 660
  • RAM (LPDDR5) : 8GB / 12GB / 16GB / 18GB (เฉพาะรุ่น Ultimate)
  • ความจุ (UFS 3.1) : 128GB / 256GB / 512GB (เฉพาะรุ่น Pro และ Ultimate) ไม่รองรับ microSD Card
  • กล้องหลัง 3 ตัว
    – กล้องหลัก 64MP
    – กล้อง Ultra wide
    – กล้องมาโคร
  • กล้องหน้า : 24MP
  • ระบบเสียง : ลำโพงสเตอรีโอคู่แบบ Front Facing, Dirac Sound, มีรูหูฟัง 3.5 มม.
  • การเชื่อมต่อ : Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/6, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot, BT 5.2
  • เซ็นเซอร์ : Fingerprint (ใต้หน้าจอ), accelerometer, gyro, proximity, compass
  • แบตเตอรี่ : 6000 mAh รองรับชาร์จไว 65W
  • ระบบ Android 11 ครอบด้วย ROG UI
  • ขนาด / น้ำหนัก : 172.8 x 77.3 x 10.3 มม. /238 กรัม

 

Black Shark 4 Series : จอ Touch Sampling 720Hz, ปุ่ม L R ของจริง, ชาร์จไว 120W

มือถือเกมมิ่งซีรีส์นี้ จะแบ่งออกเป็น 2 รุ่นคือรุ่นธรรมดา และรุ่น Pro ซึ่งความแตกต่างชัด ๆ เลยก็คือรุ่นธรรมดาใช้ชิป Snapdragon 870 ส่วนรุ่น Pro ใช้ Snapdragon 888 แต่ฟีเจอร์เด่นของซีรีส์นี้จะให้มาเหมือนกัน อย่างเช่นหน้าจอ E4 AMOLED ขนาด 6.67 นิ้ว รีเฟรชเรท 144Hz ที่มี Touch Sampling สูงถึง 720Hz ทำให้การตอบสนองต่อการควบคุมเกมรวดเร็ว และแม่นยำสุด ๆ มีความหน่วงแค่ 8.3 มิลลิวินาที ซึ่งแทบจะไม่สังเกตเลย

จริงอยู่ที่มือถือเกมมิ่งในตอนนี้มีปุ่ม L R มาให้ทั้งนั้น แต่ส่วนมากก็จะเป็นแค่ปุ่มแบบสัมผัสเท่านั้น ทำให้บางทีก้เมื่อยนิ้วชี้ที่ต้องคอยยกอยู่ตลอดเวลาเล่นเกม เพราะหากเอานิ้วลงมาโดนปุ่มนิดหน่อยไกปืนก็ลั่นแล้ว…แต่สำหรับ Black Shark 4 Series จะพิเศษกว่าใครด้วยปุ่ม L R ของจริงที่ยื่นออกมาจากขอบเครื่อง ต้องใช้แรงกดลงไปถึงจะตอบสนองเหมือนกับคอนโทรลเลอร์เกมจริง ๆ นั่นเอง ทำให้การเล่นเกมได้อารมณ์เหมือนเครื่องเกม แถมเวลาไม่ใช้งานปุ่ม L R ยังหดลงไปเก็บในตัวเครื่องได้อีกด้วย

แม้ว่า Black Shark 4 Series จะมีแบตเตอรี่แค่ 4500 mAh แต่มันมากับระบบชาร์จโคตรไว 120W ที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่จาก 0 – 100% ได้ในเวลาแค่ 15 นาทีเท่านั้นเอง…หรือถ้าใครรีบหน่อย จะชาร์จแค่ 5 นาที ก็ยังได้แบตเตอรี่ไปใช้ตั้ง 50% เลยนะ

สเปค Black Shark 4

  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.67 นิ้ว ความละอียด FHD+ รีเฟรชเรท 144Hz, Touch Sampling 720Hz
  • CPU : Snapdragon 870
  • GPU : Adreno 650
  • RAM (LPDDR5) : 6GB / 8GB / 12GB
  • ความจุ (UFS 3.1) : 128GB / 512GB
  • กล้องหลัง 3 ตัว
    – กล้องหลัก 48MP
    – กล้อง Ultra wide 8MP
    – กล้องมาโคร 5MP
  • กล้องหน้า : 20MP
  • ระบบเสียง : ลำโพงสเตอรีโอคู่, มีรูหูฟัง 3.5 มม.
  • การเชื่อมต่อ : Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/6, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot, BT 5.2
  • เซ็นเซอร์ : Fingerprint (ด้านข้าง), accelerometer, gyro, proximity, compass, barometer
  • แบตเตอรี่ : 4500 mAh รองรับชาร์จไว 120W
  • ระบบ Android 11 ครอบด้วย Joy UI 12.5
  • ขนาด / น้ำหนัก : 163.8 x 76.4 x 9.9  มม. /210 กรัม

สเปค Black Shark 4 Pro

  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.67 นิ้ว ความละอียด FHD+ รีเฟรชเรท 144Hz, Touch Sampling 720Hz
  • CPU : Snapdragon 888
  • GPU : Adreno 660
  • RAM (LPDDR5) : 8GB / 12GB / 16GB
  • ความจุ (UFS 3.1 + SSD) : 256GB / 512GB
  • กล้องหลัง 3 ตัว
    – กล้องหลัก 64MP
    – กล้อง Ultra wide 8MP
    – กล้องมาโคร 5MP
  • กล้องหน้า : 20MP
  • ระบบเสียง : ลำโพงสเตอรีโอคู่, มีรูหูฟัง 3.5 มม.
  • การเชื่อมต่อ : Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/6, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot, BT 5.2
  • เซ็นเซอร์ : Fingerprint (ด้านข้าง), accelerometer, gyro, proximity, compass, barometer
  • แบตเตอรี่ : 4500 mAh รองรับชาร์จไว 120W
  • ระบบ Android 11 ครอบด้วย Joy UI 12.5
  • ขนาด / น้ำหนัก : 163.8 x 76.4 x 9.9  มม. /210 กรัม

 

Legion Phone Duel 2 : กล้องเซลฟี่ป๊อปอัพด้านข้าง, พัดลมคู่ในตัว, ปุ่มสำหรับเล่นเกม 8 ปุ่ม

สำหรับ Legion Phone Duel 2 (ถ้าดูจากรูปร่างหน้าตาและฟีเจอร์ทั้งหมดแล้วน่าจะเรียกว่าเครื่องเกมที่โทรได้มากกว่า) คราวนี้ยังมากับฟีเจอร์เอาใจสายแคสท์เกมโดยเฉพาะด้วยกล้องเซลฟี่ป๊อปอัพที่อยู่ด้านข้างเครื่อง ทำให้เหมาะสุด ๆ สำหรับการแคสท์เกม เพราะไม่โดนมือบัง หรือหน้าไม่ตรงกล้องเหมือนมือถือทั่วไป แถมยังมีความละเอียดสูงถึง 44MP และยังมีซอฟท์แวร์สำหรับการแคสท์เช่นตัดฉากหลังได้ หรือจะเปลี่ยนหน้าเป็น Avatar ก็ยังได้

เล่นเกมยาว ๆ แบบไม่กลัวร้อนด้วยพัดลมคู่ในตัว แถมยังมีระบบระบายความร้อนแบบ Vapor Chamber Liquid Cooling เข้ามาช่วยอีกแรง ทำให้หมดห่วงเรื่องเครื่องร้อนจนเฟรมเรทตกไปได้

มือถือเกมมิ่งรุ่นอื่น ๆ จะมีปุ่ม L – R ตรงขอบเครื่องมาให้แค่ 2 ปุ่ม แต่ Legion Duel Phone 2 จัดมาให้เลย 4 ปุ่ม และยังมีปุ่มด้านหลังเครื่องอีก 2 ปุ่ม แถมด้วยปุ่มที่ซ่อนไว้ใต้หน้าจออีก 2 ปุ่ม รวมเป็นทั้งหมด 8 ปุ่ม ให้ตั้งค่ากันได้แบบเต็มที่เหมือนกับใช้คอนโทรลเลอร์จริง ๆ กันไปเลย

สเปค LENOVO LEGION PHONE DUEL 2

  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.92 นิ้ว ความละเอียด FHD+ รีเฟรชเรท 144Hz
  • CPU : Snapdragon 888
  • GPU : Adreno 660
  • RAM (LPDDR5) : 12GB / 16GB / 18GB
  • ความจุ (UFS 3.1) : 256GB / 512GB
  • กล้องหลัง : กล้องหลัก 64MP (f/1.9) และกล้อง Ultra Wide ความละเอียด 16MP (f/2.2)
  • กล้องหน้าป๊อปอัพ : 44MP (f/2.0)
  • ระบบเสียง : ลำโพงสเตอรีโอคู่ด้านหน้าแบบแม่เหล็ก 7 ชิ้น, Dolby Atmos, ไมโครโฟน 4 ตัว พร้อมระบบลดเสียงรบกวน, ไม่มีรูหูฟัง 3.5 มม.
  • เซ็นเซอร์ : Fingerprint sensor (ใต้จอ), 3D Motion Sensor, E-Compass, Gyroscope, Proximity, Ambient Light, Quad Ultrasonic Shoulder keys, Dual Capacitance keys, Dual Force Touch Sensor
  • แบตเตอรี่ : 5500 mAh (2750 mAh 2 ก้อน) รองรับชาร์จไว 90W
  • ระบบ Android 11 ครอบด้วย ZUI 12.5
  • ขนาด / น้ำหนัก : 176 x 78.5 x 9.9 มม. (12.56 มม. กลางเครื่อง) / 256 กรัม

 

รุ่นไหนเหมาะกับใคร

  • Red Magic 6 Series : สำหรับคนที่อยากได้มือถือเกมมิ่งแบบครบเครื่องจบในตัว หน้าจอลื่นปรื๊ด พัดลมในตัวไม่ต้องซื้อแยกมาติดเครื่องให้ดูเทอะทะ แถมยังชาร์จแบตไวสุด ๆ
  • ROG Phone 5 Series : สำหรับคนอยากได้มือถือแบตอึด ๆ มีปุ่มสำหรับเล่นเกมที่ตั้งค่าได้หลากหลาย แถมยังเท่ด้วยแถบไฟด้านหลังที่แสดงกราฟิกได้ด้วย (รุ่น Pro / Ultimate) และยังคงมีรูหูฟังมาให้อยู่
  • Black Shark 4 Series : สำหรับคอเกมที่อยากสัมผัสประสบการณ์การเล่นเกมที่เหมือนได้ใช้คอนโทรลเลอร์ด้วยปุ่มที่กดได้จริง ๆ บวกกับหน้าจอที่ตอบสนองไวจัด ๆ ถึง 720Hz พร้อมระบบชาร์จไว 120W
  • Legion Phone Duel 2 : เหมาะสุด ๆ สำหรับสายแคสท์เกมด้วยกล้องป๊อปอัพด้านข้างความละเอียดสูงถึง 44MP พร้อมปุ่มสำหรับเล่นเกมมากถึง 8 ปุ่ม และยังระบายความร้อนด้วยพัดลมคู่อีก

เห็นแบบนี้ก็บอกได้เลยว่าเลือกยากจริง ๆ เพราะแต่ละรุ่นมีสเปคที่แรงพอกันจนแทบไม่ต้องห่วงเรื่องประสิทธิภาพของเกมเลย แต่จะแตกต่างกันก็ตรงที่ฟีเจอร์อื่น ๆ ที่ใช้ในการเล่นเกมนั่นแหละ เพราะบางคนก็อาจคิดว่าฟีเจอร์นี้จำเป็นมาก ๆ ในขณะที่บางคนก็คิดว่าฟีเจอร์นี้คงไม่ค่อยได้ใช้เท่าไหร่ (ถ้าเลือกประกอบเองได้เหมือน PC คงจะดีเนาะ 555) รวมถึงดีไซน์ตัวเครื่องแต่ละรุ่นที่เรียกว่าใครเห็นก็รู้เลยว่าไม่ใช่มือถือทั่วไปแน่นอน…ซึ่งก็ไม่แน่ว่าส่วนนี้อาจเป็นตัวเลือกหลักในการตัดสินใจซื้อมือถือเกมมิ่งของบางคนก้ได้นะครับ

นอกจากนี้ก็ยังไม่สามารถตัดสินใจดูจากราคาได้อีกต่างหาก เนื่องจากมือถือเกมมิ่งทั้ง 4 รุ่น ยังไม่มีรุ่นไหนที่วางขายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการเลยซักรุ่นเดียว…ก็เลยต้องมารอลุ้นกันต่อไปครับ ว่าราคาในบ้านเราจะอยู่ที่เท่าไหร่กันบ้าง

from:https://droidsans.com/gaming-phones-1st-half-2021/

มือถือเกมมิ่งจาก Redmi คือ Redmi K40 Game Enchanced Edition เพิ่มปุ่ม L R และจอ AMOLED 144Hz

จากที่มีข่าวหลุดเกี่ยวกับมือถือเกมมิ่งรุ่นใหม่ของ Redmi ซึ่งเตรียมจะเปิดตัวในวันที่ 27 เมษายนนี้ ล่าสุดทาง Xiaomi ก็ได้ออกมาเผยข้อมูลอย่างเป็นทางการแล้ว ว่ามันคือรุ่น Redmi K40 Game Enchanced Edition ที่ไม่ใช่ว่าจะมีแต่สเปคแรง ๆ เท่านั้น แต่ยังเพิ่มปุ่มกด L R มาให้เหมือนกับมือถือเกมมิ่งตัวท็อป ๆ ในตลาดอีกด้วย

Xiaomi ได้ปล่อยภาพโปสเตอร์ของ Redmi K40 Game Enchanced Edition ออกมาโชว์ดีไซน์ตัวเครื่องแบบวับ ๆ แวม ๆ แต่พอให้เห็นได้ว่ามือถือรุ่นนี้จะมากับปุ่ม L R ที่ขอบเครื่อง แต่ยังไม่รู้ว่าปุ่มดังกล่าวจะเป็นแบบปุ่มสัมผัส หรือจะเป็นปุ่มให้กดได้จริง ๆ เหมือนกับที่ใช้ใน Black Shark 4 รึเปล่า (ดูเหมือนน่าจะกดได้แบบปุ่มจริง ๆ อยู่นะ…) กล้องหลังมีทั้งหมด 3 ตัว เรียงเป็นแนวตั้งอยู่ที่มุมซ้ายบน และเหมือนจะมีเซ็นเซอร์ Laser-autofocus อยู่ด้วย

นอกจากนี้ Xiaomi ยังบอกอีกว่า Redmi K40 Game Enchanced Edition จะเป็นมือถือเกมมิ่งระดับฮาร์ดคอร์ที่มีดีไซน์สวย และบางอีกต่างหาก

พลิกมาดูหน้าจอของ Redmi K40 Game Enchanced Edition จะถูกเจาะรูเอาไว้ที่ด้านบนตรงกลางสำหรับวางกล้องเซลฟี่

สำหรับสเปคของ Redmi K40 Game Enchanced Edition ที่หลุดมาจาก CCC บอกว่ามือถือรุ่นนี้จะรองรับ 5G และรองรับชาร์จไว 67W ด้วย ส่วนสเปคอื่น ๆ ที่หลุดมาก่อนหน้านี้ก็มีทั้งหน้าจอ E4 AMOLED รีเฟรชเรท 144Hz, ชิป Dimensity 1200 และกล้องหลักความละเอียด 64MP

Redmi K40 Game Enchanced Edition เตรียมเปิดตัวในจีนวันที่ 27 เมษายนนี้…ต้องมารอดูกันว่าราคาของมันจะเปิดมาที่เท่าไหร่ และจะมีฟีเจอร์อื่น ๆ ที่น่าสนใจขนาดไหน…ที่สำคัญคือจะวางขายนอกจีนด้วยรึเปล่าครับ

 

ที่มา : 91mobiles

from:https://droidsans.com/redmi-k40-game-enchaned-edition-coming-april-27th/

มือถือเกมมิ่งจาก Redmi คือ Redmi K40 Game Enhanced Edition เพิ่มปุ่ม L R และจอ AMOLED 144Hz

จากที่มีข่าวหลุดเกี่ยวกับมือถือเกมมิ่งรุ่นใหม่ของ Redmi ซึ่งเตรียมจะเปิดตัวในวันที่ 27 เมษายนนี้ ล่าสุดทาง Xiaomi ก็ได้ออกมาเผยข้อมูลอย่างเป็นทางการแล้ว ว่ามันคือรุ่น Redmi K40 Game Enhanced Edition ที่ไม่ใช่ว่าจะมีแต่สเปคแรง ๆ เท่านั้น แต่ยังเพิ่มปุ่มกด L R มาให้เหมือนกับมือถือเกมมิ่งตัวท็อป ๆ ในตลาดอีกด้วย

Xiaomi ได้ปล่อยภาพโปสเตอร์ของ Redmi K40 Game Enhanced Edition ออกมาโชว์ดีไซน์ตัวเครื่องแบบวับ ๆ แวม ๆ แต่พอให้เห็นได้ว่ามือถือรุ่นนี้จะมากับปุ่ม L R ที่ขอบเครื่อง แต่ยังไม่รู้ว่าปุ่มดังกล่าวจะเป็นแบบปุ่มสัมผัส หรือจะเป็นปุ่มให้กดได้จริง ๆ เหมือนกับที่ใช้ใน Black Shark 4 รึเปล่า (ดูเหมือนน่าจะกดได้แบบปุ่มจริง ๆ อยู่นะ…) กล้องหลังมีทั้งหมด 3 ตัว เรียงเป็นแนวตั้งอยู่ที่มุมซ้ายบน และเหมือนจะมีเซ็นเซอร์ Laser-autofocus อยู่ด้วย

นอกจากนี้ Xiaomi ยังบอกอีกว่า Redmi K40 Game Enhanced Edition จะเป็นมือถือเกมมิ่งระดับฮาร์ดคอร์ที่มีดีไซน์สวย และบางอีกต่างหาก

พลิกมาดูหน้าจอของ Redmi K40 Game Enhanced Edition จะถูกเจาะรูเอาไว้ที่ด้านบนตรงกลางสำหรับวางกล้องเซลฟี่

สำหรับสเปคของ Redmi K40 Game Enhanced Edition ที่หลุดมาจาก CCC บอกว่ามือถือรุ่นนี้จะรองรับ 5G และรองรับชาร์จไว 67W ด้วย ส่วนสเปคอื่น ๆ ที่หลุดมาก่อนหน้านี้ก็มีทั้งหน้าจอ E4 AMOLED รีเฟรชเรท 144Hz, ชิป Dimensity 1200 และกล้องหลักความละเอียด 64MP

Redmi K40 Game Enhanced Edition เตรียมเปิดตัวในจีนวันที่ 27 เมษายนนี้…ต้องมารอดูกันว่าราคาของมันจะเปิดมาที่เท่าไหร่ และจะมีฟีเจอร์อื่น ๆ ที่น่าสนใจขนาดไหน…ที่สำคัญคือจะวางขายนอกจีนด้วยรึเปล่าครับ

 

ที่มา : 91mobiles

from:https://droidsans.com/redmi-k40-game-enhaned-edition-coming-april-27th/

เผยข้อมูลเพิ่มเติมมือถือเกมมิ่งจาก Redmi มากับจอ 144Hz และปุ่ม L R แบบกดได้จริง คาดเปิดตัวปลายเดือนนี้

เป็นยุคทองของมือถือเกมมิ่งจริง ๆ เพราะตั้งแต่ต้นปี 2021 มานี้ มีมือถือเกมมิ่งเปิดตัวไปแล้วถึง 4 รุ่น คือ Nubia Red Magic 6 Series, ROG Phone 5 Series, Black Shark 4 Series และ Lenovo Legion Phone Duel 2 ซึ่งแต่ละตัวเรียกว่าเป็นมือถือเกมมิ่งระดับท็อปราคาระดับไฮเอนด์ทั้งนั้น…แต่ภายในเดือนเมษายนนี้ เรากำลังจะได้เห็นมือถือเกมมิ่งราคาประหยัดจากค่าย Redmi กันบ้างแล้ว โดยล่าสุดมีข้อมูลสเปคคร่าว ๆ ของมือถือรุ่นนี้โผล่เพิ่มเติมออกมาอีกรอบ

เมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ได้มีข้อมูลสเปคบางส่วนของมือถือเกมมิ่งจาก Redmi หลุดออกมาครั้งนึงแล้วว่ามันจะใช้หน้าจอระดับสูง E4 AMOLED จาก Samsung และชิป Dimensity 1200 ที่แรงพอจะเล่นเกมกราฟิก 3D หนัก ๆ ได้สบาย

ส่วนข้อมูลสเปคชุดใหม่ที่หลุดออกมาบอกว่ามือถือรุ่นนี้จะมีหน้าจอรีเฟรชเรทสูงถึง 144Hz, เจาะรูวางกล้องเซลฟี่ไว้บนหน้าจอตรงกลางด้านบน, มีแบตเตอรี่ขนาด 5000 mAh พร้อมระบบชาร์จไว 67W, มีปุ่ม L R ที่เป็นปุ่มให้กดได้จริง ๆ เหมือนกับ Black Shark 4 Series

มีการคาดการณ์ว่ามือถือเกมมิ่งจาก Redmi รุ่นนี้อาจเปิดตัวภายในสัปดาห์หน้า และอาจมีราคาเริ่มต้นไม่เกิน 2,500 หยวน หรือราว ๆ 11,890 บาทเท่านั้น เรียกว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสุด ๆ สำหรับเหล่าเกมเมอร์มือถือที่ไม่อยากจ่ายหนักเพื่อมือถือเกมมิ่งเจ๋ง ๆ ซักตัวเลยล่ะครับ

 

ที่มา : Gizchina

from:https://droidsans.com/redmi-gaming-phone-more-detail/

เปิดตัว Lenovo Legion Phone Duel 2 มือถือเกมมิ่งสำหรับนักแคสท์เกมด้วยกล้องหน้าป๊อปอัพด้านข้าง 44MP และพัดลมคู่ในตัว

เปิดตัวแล้วจ้า…มือถือเกมมิ่งตัวโหดสำหรับนักแคสท์เกมอย่าง Lenovo Legion Phone Duel 2 ที่คราวนี้ยังคงใช้ดีไซน์กล้องเซลฟี่แบบป๊อปอัพด้านข้างเครื่องอยู่เหมือนเดิม เพื่อเน้นการใช้งานประเภทแคสท์เกมโดยที่มือไม่บังภาพไม่เอียงเหมือนกับกล้องเซลฟี่มือถือทั่วไป และแน่นอนว่าสเปค + ฟีเจอร์ต่าง ๆ ก็ได้รับการอัปเกรดขึ้นมาจากรุ่นที่แล้วอีกเพียบเลยล่ะ

หน้าจอ AMOLED รีเฟรชเรท 144Hz

Legion Phone Duel 2 ใช้หน้าจอแบบ AMOLED ขนาด 6.92 นิ้ว ความละเอียด FHD+ รองรับการแสดงผลแบบ HDR10+ และสามารถเร่งแสงสว่างได้สูงสุดถึง 1300 nits มีเซ็นเซอร์สแกนนิ้วมือใต้จอ และครอบด้วยกระจก Gorilla Glass 5 แถมยังพิเศษสุด ๆ ด้วยรีเฟรชเรทที่สูงถึง 144Hz

มี Touch Sampling Rate สุดโหดถึง 720Hz เรียกว่าจะลากนิ้วไปทางไหนก็ไม่พลาด ไม่มีหลุด

สเปคสุดโหด โคตรแรง พร้อมพัดลมระบายอากาศคู่

ไม่เสียชื่อมือถือเกมมิ่งด้วยสเปคแรงจัดจ้าน ทั้งชิป Snapdragon 888, RAM LPDDR5 สูงสุด 18GB กับความจุแบบ UFS 3.1 สูงสุด 512GB และไม่ต้องกลัวว่าใช้เล่นเกมยาว ๆ แล้วเครื่องจะร้อนจนกระตุก เพราะมือถือรุ่นนี้ใส่พัดลมระบายอากาศคู่ Twin Turbo-Fan มาให้ในตัวเลย

นอกจากจะใช้พัดลมระบายอากาศแล้วยังมีระบบระบายความร้อนแบบ Vapor Chamber Liquid Cooling เข้ามาช่วยอีกแรง ทำให้หมดห่วงเรื่องเครื่องร้อนจนเฟรมเรทตกไปได้

กล้องหน้าแนวนอนสำหรับสายแคสท์เกม

พิเศษกว่าใครด้วยกล้องหน้าป๊อปอัพแนวนอนที่ออกแบบมาสำหรับการแคสท์เกมโดยเฉพาะ เนื่องจากกล้องจะวางอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ถูกมือบัง และอยู่ในมุมที่เล็งมาตรงหน้าพอดิบพอดี ไม่เอียง ไม่เบี้ยว แถมยังมีความละเอียดสูงถึง 44MP พร้อม AF อีกต่างหาก

ส่วนกล้องหลังมีทั้งหมด  2 ตัว ประกอบด้วยกล้องหลัก 64MP (f/1.9) และกล้อง Ultra Wide ความละเอียด 16MP (f/2.2) รองรับการซูมแบบดิจิทัลสูงสุด 10x

 

ปุ่ม L-R ทั้งหมด 4 ปุ่ม และยังมีปุ่มสัมผัสหลังเครื่องด้วย

ถ้าไม่มีปุ่ม L-R มาด้วยจะเรียกว่าเสียชาติเกิดมือถือเกมมิ่งแน่นอน Legion Phone Duel 2 ก็เลยใส่ปุ่ม L-R มาให้ข้างละ 2 ปุ่ม ไปเลย แต่จะไม่ได้เป็นปุ่มแบบคอนโทรลเลอร์เกมจริง ๆ นะครับ แต่จะเป็นปุ่มแบบสัมผัสแบบ Ultrasonic Sensor แทน ส่วนด้านหลังเครื่องก็เป็นระบบสัมผัสแบบ Capacitive ให้ใช้ตั้งค่าแทนปุ่มต่าง ๆ ในเกมได้…ยังไม่หมด เพราะบนหน้าจอยังมีจุดที่เป้นเหมือนปุ่มให้อีก 2 ปุ่ม โดยเมื่อใช้นิ้วแตะบริเวณดังกล่าวจะมี Haptic Feedback สั่นขึ้นมาให้เรารู้ด้วย

แบตเตอรี่ 5500 mAh ชาร์จไว 90W 

แบตเตอรี่ให้มามากกว่ารุ่นที่แล้วเล็กน้อย อยู่ที่ 5500 mAh ซึ่ง Lenovo เคลมว่าจากแบตเตอรี่ 100% สามารถเล่นเกมต่อเนื่องได้ถึง 8ชม. และยังรองรับระบบชาร์จไวสูงถึง 90W นอกจากนี้ยังมากับระบบ ชาร์จคู่ ให้เสียบสายชาร์จ USB-C พร้อมกันที่พอร์ตทั้ง 2 ข้างเครื่อง-ท้ายเครื่อง เพื่อชาร์จแบตเตอรี่จาก 0 – 100% ได้ภายในเวลาแค่ 30 นาที

สเปค Lenovo Legion Phone Duel 2

  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.92 นิ้ว ความละเอียด FHD+ รีเฟรชเรท 144Hz
  • CPU : Snapdragon 888
  • GPU : Adreno 660
  • RAM (LPDDR5) : 12GB / 16GB / 18GB
  • ความจุ (UFS 3.1) : 256GB / 512GB
  • กล้องหลัง : กล้องหลัก 64MP (f/1.9) และกล้อง Ultra Wide ความละเอียด 16MP (f/2.2)
  • กล้องหน้าป๊อปอัพ : 44MP (f/2.0)
  • ระบบเสียง : ลำโพงสเตอรีโอคู่ด้านหน้าแบบแม่เหล็ก 7 ชิ้น, Dolby Atmos, ไมโครโฟน 4 ตัว พร้อมระบบลดเสียงรบกวน, ไม่มีรูหูฟัง 3.5 มม.
  • เซ็นเซอร์ : Fingerprint sensor (ใต้จอ), 3D Motion Sensor, E-Compass, Gyroscope, Proximity, Ambient Light, Quad Ultrasonic Shoulder keys, Dual Capacitance keys, Dual Force Touch Sensor
  • แบตเตอรี่ : 5500 mAh (2750 mAh 2 ก้อน) รองรับชาร์จไว 90W
  • ระบบ Android 11 ครอบด้วย ZUI 12.5
  • ขนาด / น้ำหนัก : 176 x 78.5 x 9.9 มม. (12.56 มม. กลางเครื่อง) / 256 กรัม
  • สีที่วางจำหน่าย : สีดำ Ultimate Black, สีขาว Titanium White

ราคา

Lenovo Legion Phone Duel 2 จะวางขายในจีนภายในเดือนเมษายนนี้ และจะวางขายในยุโรปช่วงเดือนพฤษภาคม โดยแบ่งราคาออกตามหน่วยความจำดังนี้

  • 12GB / 256GB : ราคา 799 ยูโร หรือประมาณ 29,900 บาท
  • 16GB / 512GB + Charging Dock : ราคา 999 ยูโร หรือประมาณ 37,380 บาท
  • 18GB / 512GB : ยังไม่ประกาศราคา

สำหรับประเทศไทยจะเริ่มวางจำหน่ายเมื่อไหร่ เอาไว้ต้องติดตามข้อมูลจาก Lenovo ประเทศไทย กันอีกทีนึง แล้วเราจะรีบมาอัปเดตให้อีกทีนะครับ

from:https://droidsans.com/lenovo-legion-2-series-officially-announced/

หลุดภาพเครื่องจริง Lenovo Legion 2 Pro เผยโลโก้ไฟ RGB, กล้องหลังคู่ และพัดลมระบายอากาศในตัว

มือถือเกมมิ่งอย่าง Lenovo Legion 2 Series กำลังจะเปิดตัวในวันพรุ่งนี้อยู่แล้ว (8 เมษายน 2564) ซึ่งทาง Lenovo เองก็ทยอยปล่อยข้อมูลสเปค+ฟีเจอร์ต่าง ๆ ของมือถือรุ่นนี้ออกมาทุกวัน ๆ เพื่อเป็นการเรียกน้ำย่อยแฟน ๆ ด้วย และล่าสุดก็ได้มีภาพตัวจริงเสียงจริงของมือถือรุ่น Lenovo Legion 2 Pro หลุดออกมาให้ได้เห็นกันแล้วทั้งด้านหน้าด้านหลัง เผยให้เห็นดีไซน์ที่เรียกว่าแปลกตาไม่เหมือนใครสุด ๆ ทั้งตำแหน่งการวางกล้อง แถมยังมีพัดลมระบายอากาศในตัวอีกด้วย

ก่อนหน้านี้เราได้ข้อมูลจาก Lenovo ออกมาบ้างแล้วว่ามือถือเกมมิ่งรุ่น Lenovo Legion 2 Pro จะใช้ชิป Snapdragon 888, หน้าจอจาก Samsung ขนาด 6.92 นิ้ว รีเฟรชเรทสูง 144Hz, แบตเตอรี่ 5500 mAh พร้อมชาร์จไว 90W, กล้องหน้าป๊อปอัพ 44MP และระบบระบายความร้อนที่ใช้ทั้ง Liquid Cooling กับพัดลมระบายอากาศ 2 ตัว

เมื่อ 2 วันที่แล้ว Lenovo ก็ได้เผยดีไซน์ของ Lenovo Legion 2 Pro ออกมาเป็นภาพโปสเตอร์ โดยจะเห็นว่าด้านหลังเครื่องตรงกลางนูนออกมาจากตัวเครื่องเล็กน้อย คาดว่าเป็นเพราะต้องยัดพัดลมระบายอากาศเอาไว้ข้างใต้นั่นเอง นอกจากนี้ยังมีโลโก้ Legion ที่เป็นไฟ RGB และกล้องหลัง 2 ตัว ที่ยังคงอยู่บริเวณกลาง ๆ เครื่องเหมือนรุ่นที่แล้ว

ส่วนที่ขาดไปไม่ได้เลยสำหรับมือถือเกมมิ่งก็คือปุ่ม L-R ที่ขอบเครื่อง ซึ่งตามภาพจะเห็นว่าปุ่มด้านบนเหมือนจะมีทั้งหมด 4 ปุ่ม แต่ยังไม่เห็นว่าปุ่มมีหน้าตาเป็นยังไง

นอกจากนี้ยังมีภาพตัวเป็น ๆ ของ Lenovo Legion 2 Pro หลุดออกมาด้วย โดยคราวนี้จะเห็นหน้าจอแบบแบนราบที่มีขอบบน-ล่างค่อนข้างหนาเหมือนเดิม เพราะต้องเว้นที่เอาไว้วางลำโพงสเตอรีโอนั่นเอง



 

เกมเมอร์ตัวจริงที่กำลังรอมือถือแรง ๆ สเปคโหด ๆ แถมยังออกแบบมาเพื่อแคสท์เกมโดยเฉพาะ ต้องมารอติดตามกันในวันที่ 8 เมษายน 2564 ครับ ว่าคราวนี้ Lenovo Legion 2 Series จะมีอะไรเด็ด ๆ มางัดกับมือถือเกมมิ่งรุ่นอื่น ๆ ในตลาดตอนนี้บ้าง

from:https://droidsans.com/lenovo-legion-2-pro-image-leaked/

รวมมือถือเกมมิ่งสเปคเทพครึ่งหลังปี 2020 รุ่นไหนมีสเปค และฟีเจอร์เด็ดตรงไหนบ้าง

ในช่วงนี้มือถือประเภทเกมมิ่ง ได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะมีหลายแบรนด์ที่พยายามพัฒนาให้มือถือเกมมิ่งของตัวเองทั้งเร็ว แรง และยังใส่ฟีเจอร์ล้ำๆ เฉพาะตัว เพื่อเรียกลูกค้า โดยในช่วงครึ่งหลังของปี 2020 ก็มีมือถือเกมมิ่งรุ่นใหม่ๆ เปิดตัวออกมาเยอะเลยทีเดียว แถมยังใกล้เทศกาลลดราคาครั้งใหญ่ปลายปีแบบนี้ หลายๆ คนก็อาจจะอยากถอยมือถือเกมมิ่งรุ่นใหม่มาเล่นให้สะใจไปเลย…วันนี้เราก็เลยขอรวบรวมมือถือเกมมิ่งระดับไฮเอนด์ที่เปิดตัวในปี 2020 มาเทียบให้ดูกันเลยว่ารุ่นไหนแรงแค่ไหน และมีฟีเจอร์เจ๋งๆ อะไรบ้าง

สำหรับมือถือเกมมิ่งที่เรานำมาเทียบให้ดูครั้งนี้ มีทั้งหมด 4 รุ่น ด้วยกัน โดยทุกรุ่นเป็นมือถือที่เปิดตัวในช่วงครึ่งหลังของปี 2020 ที่นอกจากจะมีสเปคแรงระดับเทพแล้ว แต่ละรุ่นยังมีจุดเด่นอยู่ที่ฟีเจอร์สำหรับเล่นเกมที่แตกต่างกันออกไปอีกด้วย ซึ่งจุดนี้แหละที่ทำให้มือถือประเภทเกมมิ่งมีความน่าสนใจมากกว่ามือถือระดับเรือธงทั่วไปนั่นเองครับ

มือถือเกมมิ่งที่เรานำมาเทียบกันในครั้งนี้จะมีทั้งหมด 4 รุ่น คือ ASUS ROG Phone 3, Lenovo Legion Phone Duel, Red Magic 5S และ Black Shark 3S โดยสเปคของแต่ละรุ่น ก็มีตามนี้ครับ

สเปค ROG Phone 3, Legion Phone Duel , Red Magic 5S, Black Shark 3S

สเปค ROG Phone 3 Legion Phone Duel Red Magic 5S Black Shark 3S
 
หน้าจอ OLED ขนาด 6.59 นิ้ว FHD+ AMOLED ขนาด 6.65 นิ้ว FHD+ AMOLED ขนาด 6.65 นิ้ว FHD+ AMOLED ขนาด 6.67 นิ้ว FHD+
Refresh rate 144Hz 144Hz 144Hz 120Hz
Touch Sampling 270Hz 240Hz 240Hz 270Hz
CPU Snapdragon 865+ Snapdragon 865+ Snapdragon 865 Snapdragon 865
GPU Adreno 650 Adreno 650 Adreno 650 Adreno 650
RAM LPDDR5 สูงสุด 16GB LPDDR5 สูงสุด 16GB LPDDR5 สูงสุด 16GB LPDDR5 สูงสุด 12GB
ความจุ UFS 3.1 สูงสุด 512GB UFS 3.1 สูงสุด 512GB UFS 3.1 สูงสุด 256GB UFS 3.1 สูงสุด 512GB
กล้องหลัง – Wide 64MP (f/1.8)
– Ultra wide 13MP (f/2.4)
– Macro 5MP (f/2.0)
– Wide 64MP (f/1.9)
– Ultra wide 16MP (f/2.2)
– Wide 64MP (f/1.8)
– Ultra wide 8MP (f/2.0)
– Macro 2MP (f/2.0)
– Wide 64MP (f/1.8)
– Ultra wide 13MP (f/2.25)
– Depth 5MP (f/2.2)
กล้องหน้า 24MP (f/2.0) 20MP (f/2.2) กล้อง Pop up ข้างเครื่อง 8MP (f/2.0) 20MP (f/2.0)
เซ็นเซอร์ – Fingerprint (ใต้จอ)
– Accelerometer
– Gyro
– Proximity
– Compass
– Fingerprint (ใต้จอ)
– Accelerometer
– Gyro
– Proximity
– Compass
– Fingerprint (ใต้จอ)
– Accelerometer
– Gyro
– Proximity
– Compass
– Fingerprint (ใต้จอ)
– Accelerometer
– Gyro
– Proximity
– Compass
การเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/6, dual-band, Wi-Fi Direct, BT 5.1 Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/6, dual-band, Wi-Fi Direct, BT 5.0 Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/6, dual-band, Wi-Fi Direct, BT 5.1 Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/6, dual-band, Wi-Fi Direct, BT 5.0
5G รองรับ รองรับ รองรับ รองรับ
ระบบเสียง ลำโพงคู่สเตอรีโอด้านหน้า, ไม่มีรูหูฟัง 3.5 มม. ลำโพงคู่สเตอรีโอด้านหน้า, ระบบเสียง Dirac Audio, ไม่มีรูหูฟัง 3.5 มม. ลำโพงคู่สเตอรีโอ, มีรูหูฟัง 3.5 มม. ลำโพงคู่สเตอรีโอด้านหน้า, มีรูหูฟัง 3.5 มม.
ปุ่ม Shoulder L-R มี (แบบสัมผัส) มี (แบบสัมผัส) มี (แบบสัมผัส) มี (แบบสัมผัส)
แบตเตอรี่ 6000 mAh 5000 mAh 4500 mAh 4720 mAh
ระบบชาร์จ ชาร์จไวมีสาย 30W ชาร์จไวมีสาย 90W ชาร์จไวมีสาย 55W ชาร์จไวมีสาย 65W
ขนาด / น้ำหนัก 171 x 78 x 9.9 มม. / 240 กรัม 169.17 x 78.48 x 9.9 มม. / 239 กรัม 168.6 x 78 x 9.8 มม. / 220 กรัม 168.7 x 77.3 x 10.4 มม. / 222 กรัม
ระบบ Android 10 ครอบด้วย ROG UI Android 10 ครอบด้วย Legion OS Android 10 ครอบด้วย Redmagic 3.0 Android 10 ครอบด้วย JOYUI 12

 

ROG Phone 3

แบตอึดสุด

หนึ่งในฟีเจอร์เด็ดของมือถือรุ่นนี้ก็คือแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ที่สุด 6000 mAh ทำให้สามารถใช้งานได้แบบยาวนานข้ามวันสบายๆ แต่จะเสียเปรียบรุ่นอื่นที่ให้ระบบชาร์จไวมาแค่ 33W เท่านั้น

ปุ่ม Shoulder ตั้งค่าได้หลากหลาย

จริงอยู่ที่มือถือเกมมิ่งทุกรุ่นมาพร้อมปุ่ม Shoulder ที่สามารถตั้งค่าให้ใช้ได้กับทุกเกม แต่สำหรับปุ่มของ ROG Phone 3 จะตั้งค่าได้หลากหลายจนเหมือนมีปุ่ม Shoulder ถึง 4 ปุ่ม หรือจะตั้งค่าให้ใช้การเขย่าเครื่องแทนการกดปุ่มใดปุ่มหนึ่งก็ยังได้

Bypass Charging ส่งไฟเข้าเครื่องโดยตรง ไม่ผ่านแบตเตอรี่

อีกหนึ่งฟีเจอร์ดีงามที่เหมาะกับสายเกมโดยแท้ เพราะเมื่อเปิดโหมด Bypass Charging ปุ๊บ เวลาเราเสียบสายชาร์จแล้วไฟจะวิ่งตรงเข้าเครื่องโดยไม่ผ่านแบตเตอรี่ ทำให้เครื่องไม่ร้อนจากการชาร์จไปใช้ไป แถมยังรักษาสุขภาพแบตเตอรี่ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

อุปกรณ์เสริมเพียบบบ

ROG Phone 3 รองรับการใช้งานอุปกรณ์เสริมมากมายก่ายกอง ไม่ว่าจะเป็นพัดลมระบายความร้อน Aero Active 3 ที่แถมมาในกล่องเลย, คอนโทรลเลอร์ Kunai Pad 3 เพิ่มความถนัดในการเล่นเกม ใช้ได้ทั้งเสียบกับมือถือ หรือจะใช้เป็นคอนโทรลเลอร์ไร้สายแยกก็ได้, Twinview Dock 3 จอเสริมขนาด 6.6 นิ้ว, Mobile Desktop Dock ฐานสำหรับเสียบมือถือเพื่อต่อสายเข้ากับมอนิเตอร์, เมาส์, คีย์บอร์ด, หูฟัง, ไมค์, สาย LAN เพื่อแปลงร่างมือถือให้กลายเป็น PC สำหรับเล่นเกม แต่ทั้งหมดทั้งมวล (นอกจาก Aero Active 3) ต้องซื้อแยกนะครับ

 

Legion Phone Duel

ฟีเจอร์สำหรับ Game Caster โดยเฉพาะ

โดดเด่นไม่เหมือนใครด้วยการใช้งานในแนวนอนเพื่อเอาใจนัก Cast เกมโดยเฉพาะ ด้วยกล้องเซลฟี่แบบ Pop-up ที่อยู่ด้านข้างตัวเครื่อง ช่วยให้การ Cast เกมสะดวกสบาย และถนัดกว่า เพราะไม่ต้องกลัวมือไปบังกล้องเซลฟี่เวลาใช้แนวนอนเหมือนมือถือรุ่นอื่นๆ แถมยังมีฟีเจอร์ใช้ระบบ AI ช่วยตัดฉากหลัง และไมโครโฟนพร้อมระบบตัดเสียงมาให้อีกต่างหาก เรียกว่าใครที่เป็นสาย Game Caster ต้องจัดมือถือรุ่นนี้เลยล่ะ

ลำโพงสเตอรีโอคู่ปรับแต่งโดย Dirac Sound

แม้ว่ามือถือเกมมิ่งทุกรุ่นที่ยกมาเปรียบเทียบกันล้วนมากับลำโพงคู่ทั้งสิ้น แต่ Legion Phone Duel มีลำโพงที่ปรับแต่งเสียงโดย Dirac Audio เพื่อให้ได้ระบบเสียงแบบ 3D Stereo จำลองเสียงแบบ 3 มิติ เพิ่มความสมจริงให้มากกว่า

ระบบชาร์จไวสุดๆ

แม้ว่าแบตเตอรี่จะสู้ ROG Phone 3 ไม่ได้ แต่ระบบชาร์จไวของ Legion Phone Duel โหดที่สุดแล้ว เพราะรองรับได้ถึง 90W ชาร์จแบตเตอรี่จาก 0% – 100% ได้ในเวลาราวๆ ครึ่งชม. เท่านั้นเอง

 

Red Magic 5S

ระบายความร้อนด้วยพัดลมในตัว

แม้ว่าจะสเปคแรงสู้ 2 ตัวบนไม่ได้เพราะใช้ชิป Snapdragon 865 ธรรมดา แต่เอาจริงๆ ประสิทธิภาพในการเล่นเกมเรียกว่าไม่ต่างกันเลย เพราะเล่นได้ลื่นๆ ทุกเกม แต่จะได้เปรียบตรงฟีเจอร์เฉพาะตัวสุดๆ ที่ฝังพัดลมระบายอากาศเอาไว้ในเครื่อง แถมยังมีระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว Liquid cooling อีกชั้นนึง ทำให้มือถือรุ่นนี้ใช้งานต่อเนื่องได้โดยที่เครื่องไม่ร้อนจัดจน CPU ต้องลดประสิทธิภาพลงไปนั่นเองครับ

ปุ่ม Shoulder ความไวสูง

ปุ่ม Shoulder L-R ของ Red Magic 5S ถูกปรับแต่งมาให้เหนือกว่าใครด้วยค่า Touch Sampling ที่สูงถึง 320Hz ทำให้การตอบสนองจากการแตะสั่งงานในแต่ละครั้งไม่มีพลาด แตะปุ๊บยิงปั๊บ จะกดเล็งเป้าค้างไว้ก็ไม่มีหลุด

รูหูฟัง 3.5 มม.

ยังเป็นมือถือสเปคไฮเอนด์ไม่กี่รุ่นในตลาดที่ให้รูหูฟัง 3.5 มม. มาด้วย ทำให้สามารถใช้หูฟังแบบมีสายธรรมดาๆ เสียบเข้าไปได้เลย ไม่ต้องใช้หูฟังไร้สายให้เกิดอาการหน่วงเวลาเล่นเกมประเภทกดให้ตรงจังหวะดนตรี หรือไม่ต้องใช้ตัวแปลง USB-C > รูหูฟัง 3.5 มม. ให้บดบังช่องเสียบชาร์จด้วย

 

Black Shark 3S

ระบบควบคุมเกมด้วยเสียง

ล้ำกว่าใครด้วยระบบควบคุมเกมด้วยเสียงพูด ซึ่งผู้ใช้งานสามารถตั้งค่าได้ว่าหากพูดคำสั่งนี้ขึ้นมาแล้วจะเป็นการแตะหน้าจอที่ส่วนไหน อย่างเช่นตั้งค่าให้เมื่อได้ยินเสียงนี้ปุ๊บ จะเป็นการกดหน้าจอบริเวณปุ่มก้มในเกม PUBG เป็นต้น ซึ่งจะเพิ่มความได้เปรียบขึ้นมาอีกขั้น เพราะไม่ต้องคอยเอื้อมนิ้วไปแตะปุ่มนั้นทีปุ่มนี้ที

พอร์ตชาร์จแบบแม่เหล็ก

Black Shark 3S มากับฟีเจอร์พิเศษเป็นพอร์ตแม่เหล็กด้านหลังเครื่องสำหรับชาร์จไฟกับสาย Magnet Charging Cable โดยตอนใช้งานสายชาร์จจะห้อยลงมาที่ด้านข้างของตัวเครื่องทำให้ไม่เกะกะเวลาเล่นเกม แถมยังชาร์จแบตเตอรี่ตอนที่เสียบสายต่อเข้าทีวีได้อีกด้วย (สายชาร์จแม่เหล็กเป็นอุปกรณ์เสริมนะครับ ต้องซื้อแยก)

รูหูฟัง 3.5 มม.

Black Shark 3S ก็ยังเป็นมือถือสเปคไฮเอนด์อีกหนึ่งรุ่นที่ยังมีรูหูฟัง 3.5 มม. ให้มา ก็เลยหมดปัญหาใช้ตัวแปลง USB-C เพื่อเสียบหูฟังแต่เสียบชาร์จไม่ได้ (ในกรณีที่ไม่ได้ซื้อสายชาร์จแม่เหล็กมาใช้นะ)

มือถือเกมมิ่งทั้ง 4 รุ่นที่เรานำมาเทียบให้ดูคราวนี้ ทุกรุ่นมีวางจำหน่ายในบ้านเราแล้วนะครับ แต่จะมีบางรุ่นที่วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ และบางรุ่นที่เป็นเครื่องนำเข้ามาจากต่างประเทศ ซึ่งราคาก็จะอยู่ที่ราวหมื่นปลายๆ ไปจนถึงสองหมื่นกลางๆ ขึ้นอยู่กับ RAM และความจุครับ ใครที่กำลังเล็งหามือถือเกมมิ่งเท่ๆ ไว้เป็นของขวัญปีใหม่ให้ตัวเองซักเครื่อง ก็ลองเปรียบเทียบราคา และฟีเจอร์ที่เราอยากได้ดูนะครับ ว่าสุดท้ายแล้วเราจะเหมาะกับมือถือรุ่นไหนมากที่สุด

from:https://droidsans.com/second-half-2020-gaming-phones/