คลังเก็บป้ายกำกับ: บิทคอยน์

บทเรียนราคาแพง นักลงทุนลืมรหัสผ่านกระเป๋าเงิน Bitcoin สูญเงิน 6.5 พันล้านบาทในพริบตา

นักลงทุน Bitcoin ในยุคแรกๆ สูญเงินที่ถือไว้ราว 6.5 พันล้านบาท หลังลืมรหัสผ่านเข้ากระเป๋าซึ่งไม่มีใครสามารถช่วยรีเซ็ตรหัสผ่านได้ นอกจากเจ้าของบัญชีจะจำรหัสผ่านขึ้นมาได้อีกครั้ง

Bitcoin
ภาพจาก Shutterstock

การลืมรหัสผ่านเป็นเรื่องปกติเรามักเจอกันเป็นประจำ เพราะเว็บไซต์ในปัจจุบันมักกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ใช้งานตั้งรหัสผ่านสำหรับบัญชีให้ยากต่อการเดา เช่น ต้องมีตัวอักษรทั้งตัวพิมเล็ก ตัวพิมพ์ใหญ่ ตัวเลข หรืออักขระพิเศษผสมกัน รวมถึงกำหนดความยาวด้วย ทำให้บางครั้งเรามักตั้งรหัสผ่านยากจนเกินไป แม้แต่ตัวเองก็ยังจำรหัสผ่านไม่ได้

อย่างไรก็ตามเว็บไซต์ทั่วไปมักมีตัวเลือกให้ผู้ใช้งานกดลืมรหัสผ่าน และตั้งรหัสผ่านใหม่ได้แบบง่ายๆ ดังนั้นการลืมรหัสผ่านก็ดูไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร

แต่อย่างไรก็ตามการลืมรหัสผ่านแล้วตั้งรหัสผ่านใหม่ได้แบบง่ายๆ คงไม่สามารถใช้วิธีนี้กับกระเป๋าเงิน Bitcoin ได้ เพราะตามหลักการแล้วมีเพียงตัวเจ้าของกระเป๋าเท่านั้นที่รู้รหัสผ่าน และหากลืมรหัสผ่านก็ไม่มีวิธีใดที่จะตั้งรหัสผ่านใหม่ได้ นอกเสียจากเจ้าของกระเป๋าจะนึกรหัสผ่านนั้นได้อีกครั้ง

ลืมรหัส Bitcoin สูญเงิน 6.5 พันล้านบาทในพริบตา

Stefan Thomas โปรแกรมเมอร์ในประเทศสหรัฐอเมริการายหนึ่ง เป็นหนึ่งในบุคคลที่ลืมรหัสผ่านสำหรับกระเป๋า Bitcoin ซึ่งภายในมีเงิน 7,002 Bitcoin ซึ่งคิดเป็นมูลค่ามากถึง 220 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 6.5 พันล้านบาท

Thomas เล่าว่า เขาลืมรหัสผ่านที่ใช้ในการปลดล็อคอุปกรณ์บันทึกข้อมูลที่เรียกว่า IronKey ซึ่งอนุญาตให้ใส่รหัสผ่านผิดเพียง 10 ครั้งเท่านั้น ก่อนที่อุปกรณ์จะทำการเข้ารหัสข้อมูลที่อยู่ภายในอย่างถาวร ซึ่งในขณะนี้เขาเดารหัสผ่านผิดไปแล้ว 8 ครั้ง เท่ากับว่าเขาเหลือโอกาสในการเดารหัสผ่านอีกเพียง 2 ครั้งเท่านั้น

ที่ผ่านมา Thomas ใช้เวลาไปมากกับการนึกรหัสผ่าน ทั้งนั่งคิด นอนคิดซ้ำแล้วซ้ำอีก ลองนึกรหัสผ่านทุกทางที่จะทำได้ แต่สุดท้ายเขาก็ยังไม่เจอรหัสผ่านที่ถูกต้องเสียที

จุดเริ่มต้นการถือเงิน Bitcoin ของ Thomas เกิดจากการที่เขารับจ้างออกแบบการ์ตูนแอนิเมชันเมื่อปี 2011 และได้เงิน Bitcoin มูลค่า 7,002 เหรียญเป็นการตอบแทน โดยในขณะนั้น Bitcoin ยังเป็นเงินสกุลใหม่ ไม่มีใครให้ความเชื่อมั่น มูลค่าจึงน้อยกว่าในปัจจุบันมาก

20% ของเงิน Bitcoin ท้ังหมดเป็นเงินที่ถูกลืม เข้าถึงไม่ได้

ความจริงแล้ว Thomas ไม่ใช่คนแรกๆ ที่ลืมรหัสผ่านกระเป๋า Bitcoin จนอาจต้องเสียเงินก้อนใหญ่ไปตลอดกาล เพราะ Chainalysis บริษัทที่ทำหน้าที่เก็บข้อมูลของสกุลเงินดิจิทัล คาดการณ์ว่า จากจำนวน Bitcoin ทั้งหมดที่มี 18.5 ล้าน Bitcoin ในจำนวนนี้ 20% เป็นเงินที่อยู่ในกระเป๋าที่ไม่มีการเคลื่อนไหวเลย หรือสูญหายไปแล้ว ซึ่งคิดเป็นมูลค่ากว่า 1.4 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 4.19 ล้านล้านบาท

สกุลเงินลึกลับ ไร้ตัวกลาง ไร้หน่วยงานควบคุม

สาเหตุที่ทำให้ Bitcoin กลายเป็นสกุลเงินที่หากลืมรหัสผ่านของกระเป๋า จะทำให้ไม่สามารถเข้าถึงกระเป๋าเงินได้อีก เกิดจากพื้นฐานของความเป็น Bitcoin ที่มีความต่างจากสกุลเงิน หรือบัญชีธนาคารที่เรารู้จักกัน เพราะเป็นสกุลเงินที่ไม่มีบริษัทใดเป็นตัวกลางที่จะทำหน้าที่ดูแลการเปลี่ยนรหัสผ่านได้เลย ตามความต้องการของ Satoshi Nakamoto ผู้ที่คิดค้น Bitcoin ขึ้นมา ที่ต้องการให้ Bitcoin สามารถเข้าถึงโดยใครก็ได้บนโลก โดยไม่มีหน่วยงานใดๆ เข้ามาจัดการได้

ด้วยความที่ไม่มีหน่วยงานใดๆ สามารถเข้ามากำกับดูแล Bitcoin ได้ ทำให้ Bitcoin กลายเป็นสกุลเงินลึกลับ และหลายครั้งก็เข้าไปเกี่ยวข้องกับธุรกิจผิดกฎหมาย เพราะเมื่อไม่มีหน่วยงานใดดูแล และสามารถเข้าถึงได้จากทุกคนบนโลก ทำให้การทำธุรกรรมของ Bitcoin ไม่ทิ้งร่องรอยไว้ให้ตามสืบได้เลย

ที่มา – nytimes

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post บทเรียนราคาแพง นักลงทุนลืมรหัสผ่านกระเป๋าเงิน Bitcoin สูญเงิน 6.5 พันล้านบาทในพริบตา first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/forget-bitcoin-wallet-password/

เปรียบเทียบเว็บไซต์ซื้อขาย Bitcoin ในไทยที่ได้รับรองจาก ก.ล.ต

กลับมาร้อนแรงอีกครั้งหลังเริ่มต้นปี 2021 บิทคอยน์ทำราคาสูงสุดที่ระดับ 42,000 ดอลลาร์สหรัฐหรือราว 1,200,000 บาท ก่อนที่จะปรับตัวลงมาอยู่ที่ 35,000 ภายในวันเดียว

ปัจจุบันมีปริมาณซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 1.2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ท่ามกลางเสียงเตือนของผู้เชี่ยวชาญว่า บิตคอยน์กำลังเข้าสู่ภาวะฟองสบู่

ผู้เขียนจึงขอหยิบยก 4 เว็บไซต์ที่ได้อนุญาตจาก สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ในการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลมาเปรียบเทียบ

ทั้งนี้ ข้อมูลทั้งหมดเก็บจากวันที่ 13 ม.ค. 2564

ที่มา

ก.ล.ต.

Bitkub

Satang Pro

Huobi

Zipmex

cryptocompare

from:https://www.thumbsup.in.th/bitcoin-exchange-website?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=bitcoin-exchange-website

ขบวนการแรนซั่มแวร์ Ryuk รีดไถเงินเหยื่อรวมกว่า 150 ล้านดอลลาร์ฯ

นักวิจัยด้านความปลอดภัยได้ติดตามเส้นทางทางการเงินของเหยื่อแรนซั่มแวร์ Ryuk ไปจนถึงบัญชีเก็บเงินของอาชญากรที่อยู่เบื้องหลัง ซึ่งพบว่าแก๊งนี้น่าจะรีดเงินจากเหยื่อมาได้รวมๆ แล้วอย่างต่ำมากถึง 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

โดยบริษัทด้านวิจัยข้อมูลอันตรายอย่าง Advanced Intelligence และ HYAS พบว่าขบวนการนี้ใช้ตลาดแลกเปลี่ยนเงินคริปโตที่ถูกต้องตามกฎหมายสองแห่งเป็นหลักในการแลกบิทคอยน์ที่ได้มาจากเหยื่อออกมาเป็นเงินสด

ซึ่งมีวอลเล็ตบิทคอยน์กว่า 61 บัญชีที่โยงไปถึงองค์กรเบื้องหลังมัลแวร์ Ryuk มีการเคลื่อนย้ายเงินคริปโตไปยังตัวกลางฟอกเงินก่อนไหลไปยังตลาดแลกเปลี่ยนอย่าง Huobi และ Binance เวลาที่เหยื่อ Ryuk จ่ายเงินค่าไถ่มานั้น

เงินจะไหลไปที่ตัวกลางก่อนจะไปถึงผู้อยู่เบื้องหลังมัลแวร์ ซึ่งจะใช้บริการฟอกเงินก่อนที่จะวิ่งไปยังตลาดแลกเปลี่ยนเงินคริปโตที่ถูกกฎหมาย หรือนำไปใช้จ่ายในตลาดมืดต่อไป และพบว่ามีหนึ่งในธุรกรรมขนาดใหญ่ที่สุดจากวอลเล็ตเหล่านี้มีมูลค่าสูงกว่า 5 ล้านดอลลาร์ (365 บิทคอยน์)

from:https://www.enterpriseitpro.net/ryuk-ransomware-bitcoin-wallets-point-to-150-million-operation/

แฮ็กเกอร์โจมตีผู้ใช้ระบบเงินคริปโตด้วยมัลแวร์ ElectroRAT ตัวใหม่

บริษัทด้านความปลอดภัย Intezer ออกมาเผยว่า ตนเองค้นพบขบวนการโจมตีด้วยมัลแวร์ ElectroRAT ที่มีความเคลื่อนไหวต่อเนื่องมานานร่วมปี โดยอาชญากรไซเบอร์ได้สร้างแอพเงินคริปโตปลอมเพื่อหลอกผู้ใช้ให้ติดตั้งมัลแวร์ตัวใหม่

เมื่อฝังบนระบบของเหยื่อแล้ว ก็จะพยายามขโมยเงินของเหยื่อมาให้ได้ ขบวนการดังกล่าวถูกค้นพบเมื่อธันวาคม 2020 แต่นักวิจัยเชื่อว่ากลุ่มที่อยู่เบื้องหลังนั้นได้เริ่มแพร่กระจายมัลแวร์ตัวนี้ตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2020 เลยทีเดียว

Intezer Labs กล่าวว่า แฮ็กเกอร์ใช้แอพที่เกี่ยวกับเงินคริปโตถึง 3 แอพในการโจมตี อันได้แก่แอพปลอมที่ชื่อ Jamm, eTrade/Kintum, และ DaoPoker ซึ่งโฮสต์บนเว็บไซต์ที่เปิดขึ้นมาโดยเฉพาะอย่าง jamm[.]to, kintum[.]io, และ daopker[.]com ตามลำดับ

แอพสองตัวแรกโฆษณาว่าใช้เทรดเงินคริปโตได้ง่าย ขณะที่แอพสุดท้ายเป็นเกมโป๊กเกอร์ที่เล่นด้วยเงินคริปโต ทั้งสามแอพดังกล่าวมีทั้งเวอร์ชั่นบนวินโดวส์ แมค และลีนุกซ์ พัฒนาขึ้นบนเฟรมเวิร์กสร้างแอพอย่าง Electron

ที่มา : ZDnet

from:https://www.enterpriseitpro.net/electrorat-malware/

เปิดปี 2021 ราคา Bitcoin พุ่งทะลุล้านบาท ก่อนร่วงลงวันเดียวมากกว่า 15%

เปิดปี 2021 ราคาบิทคอยน์ (Bitcoin) ซื้อขายที่ราคา 1,000,000 บาท ซึ่งถือว่าสูงสุดในประวัติการณ์ เนื่องจากนักลงทุนสถาบันเชื่อว่าสกุลเงินดิจิทัลกำลังจะกลายเป็นสินทรัพย์กระแสหลัก

บิทคอยน์ถือเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก มีมูลค่าทะลุเพดาน 20,000 ดอลลาร์สหรัฐครั้งแรกในวันที่ 16 ธันวาคม ก่อนจะพุ่งทะยานสู่ 30,000 ดอลลาร์ในเวลาสิบวัน

หากย้อนไปเมื่อเดือนมีนาคมปี 2020 บิทคอยน์มีมูลค่าต่ำสุดราว 5,000 ดอลลาร์หรือประมาณ 150,000 บาท เมื่อเปรียบเทียบกับปัจจบุันมูลค่าเพิ่มขึ้นมากถึง 800%

นักวิเคราะห์มองว่านักลงทุนสถาบันมองเห็นศักยภาพของผลตอบแทนเมื่อเทียบกับความเสี่ยง เมื่อเทียบกับการลงทุนแบบดั้งเดิม

นอกจากนี้สกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ อย่างอีเธอร์เลียม (Ethereum หรือ ETH) ซึ่งถือเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่เป็นอันดับสองก็ทำสถิติใหม่ทะลุ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐเช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม เย็นวันนี้ (4 ม.ค.) ราคาบิทคอยน์ปรับตัวลงมากกว่า 15% หรือคิดเป็นมูลค่าราว 100,000 บาท

from:https://www.thumbsup.in.th/bitcoin-new-record-2021?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=bitcoin-new-record-2021

ศาลอังกฤษล็อกวอลเล็ตบิทคอยน์ของแฮ็กเกอร์ เพื่อกู้คืนเงินเรียกค่าไถ่แรนซั่มแวร์

บริษัทประกันของเหยื่อแรนซั่มแวร์รายหนึ่งร้องต่อศาลอังกฤษขอให้อายัติบัญชีวอลเล็ทบิทคอยน์ที่เต็มไปด้วยเงินเรียกค่าไถ่จากแรนซั่มแวร์มูลค่ารวมกว่า 8 แสนดอลลาร์สหรัฐฯ

โดยที่มาที่ไปเริ่มจากเมื่อช่วงตุลาคม 2019 บริษัทประกันภัยสัญชาติแคนาดาโดนแฮ็กโดยแรนซั่มแวร์ Bitpaymerซึ่งเข้ารหัสข้อมูลบนคอมพิวเตอร์นับพันเครื่องและเซิร์ฟเวอร์อีก 20 ตัว ผู้โจมตีเรียกเงินค่าไถ่มากถึง 1.2 ล้านดอลลาร์ฯ เพื่อแลกกับตัวถอดรหัสกู้ข้อมูล

พอดีเหยื่อรายนี้มีนโยบายทำประกันด้านไซเบอร์ ทางบรษัทประกันที่ดูแลอีกทอดหนึ่งจึงเข้ามาเจรจาขอลดค่าไถ่เหลือ 9.5 แสนเหรียญฯ ในรูปบิทคอยน์ แต่สิ่งที่แตกต่างจากเหยื่อรายอื่นคือ บริษัทประกันรายนี้ได้ติดต่อกับ บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลบล็อกเชนชื่อ Chainalysis เพื่อสืบย้อนดูเส้นทางการเงินจนไปเจอวอลเล็ทที่โฮสต์อยู่กับบริษัทตลาดแลกเปลี่ยนเงินคริปโตชื่อ Bitfinex โดยวอลเล็ทนี้มี 96 บิทคอยน์ ตีมูลค่าประมาณ 860,000 ดอลลาร์ฯ

ที่มา : Bleepingcomputer

from:https://www.enterpriseitpro.net/ransomware-bitcoin-wallet-frozen-by-uk-court-to-recover-ransom/

หลายคนติดดอย เพราะบิทคอยน์และเงินคริปโตกำลังร่วงลงอย่างน่าใจหาย

ถือเป็นช่วงที่ไม่เป็นมิตรอย่างยิ่งในโลกของคริปโตที่ราคาทั้งบิทคอยน์และค่าเงินคริปโตอื่นร่วงกระหน่ำเมื่อช่วงตุลาคมที่ผ่านมา และร่วงต่อเนื่องยาวนานกว่า 1 เดือน จนทำให้มูลค่าโดยเฉลี่ยตกลงมามากกว่า 2,000 เหรียญสหรัฐฯ เมื่อเทียบกับช่วงต้นปี

ก่อนหน้านี้เคยมีการคาดไว้ว่า ระดับราคาที่น่าจะร่วงลงมามากที่สุดน่าจะอยู่ที่ระดับ 8,000 ดอลลาร์ฯ แต่ล่าสุดช่วงปลายเดือนที่แล้วก็ร่วงทะลุลงมาอยู่ที่ 7,448.75 ดอลลาร์ฯ ซึ่งเหล่านักลงทุนต่างไม่แน่ใจถึงเหตุผลที่แท้จริงที่ทำให้ราคาร่วงแรงทำสถิติเช่นนี้

แต่ผู้ที่อยู่ในวงการบิทคอยน์ก็พูดกันถึงต้นเหตุ 2 ประการได้แก่ การเข้ามาของ Libra จากเฟซบุ๊ก ที่ไม่นานมานี้มาร์ก ซักเกอร์เบิร์กได้แถลงต่อหน้าสภาคองเกรสเกี่ยวกับการที่บริษัทของเขาวางแผนจะเข้ามาสร้างสกุลเงินคริปโตใหม่ที่อาจกระทบกับบิทคอยน์เล็กน้อย

แต่ที่สำคัญกว่านั้นอาจเป็นเรื่องของความก้าวหน้าใหม่ล่าสุดจากศูนย์วิจัยควอนตัมของกูเกิ้ล ที่ล่าสุดประกาศการใช้งานคอมพิวเตอร์ควอนตัมครั้งแรก ซึ่งสามารถแก้ปัญหาที่เดิมซุปเปอร์คอมพิวเตอร์เคยใช้เวลาหลายปีได้อย่างรวดเร็ว อันส่งผลถึงความสามารถในการถอดรหัสที่เกี่ยวข้องกับคริปโตโดยตรง

ที่มา : CB

from:https://www.enterpriseitpro.net/bitcoin-and-cryptocurrencies-take-a-fall/

Binance โดนแฮ็ก คิดเป็นมูลค่าบิทคอยน์รวมกว่า 40 ล้านดอลลาร์ฯ

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ตลาดแลกเปลี่ยนเงินคริปโตระดับโลกสัญชาติจีน Binance มีสำนักงานทำการอยู่ที่ Malta ออกมารายงานว่าโดนจารกรรมเงินดิจิตอลมูลค่า 7,000 เหรียญบิทคอยน์ ซึ่งคิดเป็นจำนวนเงินจริงมากกว่า 40 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

Binance ถือว่าเป็นตลาดแลกเปลี่ยนเงินคริปโตที่ใหญ่ที่สุดในโลก เมื่อพิจารณาจากปริมาณการซื้อขาย โดยมีทุนรวมในตลาดคิดเป็นเงินจริงมากถึง 1.3 พันล้านดอลลาร์ฯ เมื่อเดือนมกราคม 2018 ครั้งนี้ Binance ระบุในแถลงการณ์ว่าเงินบิทคอยน์ที่โดนขโมยไปมีมูลค่าประมาณ 5,800 ดอลลาร์ฯ ต่อเหรียญบิทคอยน์

และแฮ็กเกอร์ได้ใช้หลากหลายวิธีในการ “เจาะระบบความปลอดภัยขนาดใหญ่” จนแฮ็กเกอร์สามารถได้คีย์ API, โค้ด 2FA, และข้อมูลอื่นๆของผู้ใช้จำนวนมากเพื่อทำการโจมตีทางไซเบอร์จนสำเร็จ โดยทางซีอีโอของ Binance นาย Changpeng Zhao ยืนยันว่าไม่มียอดเงินของผู้ใช้รายใดได้รับผลกระทบ

ทั้งนี้เพราะยอดเงินในบัญชีของลูกค้ามีการประกันไว้กับบริษัทอยู่แล้ว และทาง Binance จะชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นให้ “เต็มจำนวน” แต่จากเหตุการณ์แฮ็กดังกล่าว ทำให้ทาง Binance ต้องระงับการฝากและถอนเงินบนแพลตฟอร์มชั่วคราว แต่ยังสามารถเทรดหรือซื้อขายกันได้ต่อ

ที่มา : Ibtimes

from:https://www.enterpriseitpro.net/binance-hacked-40m-worth-bitcoin-stolen-exchange/

ตายโดยไม่ได้บอกรหัสผ่าน ทำให้สูญเงินมูลค่ากว่า 145 ล้านเหรียญฯ

การเตรียมพร้อมก่อนตายเพื่อไม่ให้คนข้างหลังลำบากนั้นสำคัญเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะกับกรณีที่ไม่ควรจะเกิดแบบนี้ เมื่อซีอีโอเจ้าของตลาดแลกเปลี่ยนเงินคริปโตเจ้าดังในแคนาดา QuardigaCX เกิดเสียชีวิตกะทันหัน ซึ่งซีอีโอท่านนี้เป็นแค่คนเดียวที่รู้รหัสผ่านสำหรับเข้าถึงระบบจัดเก็บเงินคริปโตที่รวมมูลค่ากว่า 145 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 190 ดอลลาร์แคนาดา)

ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง QuardigaCX ชื่อ Gerald Cotton เสียชีวิตเมื่อธันวาคมที่ผ่านมาในประเทศอินเดีย โดยบริษัทระบุสาเหตุว่ามาจากอาการของโรค Crohn’s Disease ระหว่างเดินทางเพื่อสำรวจและเตรียมเปิดสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า และแหล่งพักพิงชั่วคราวเพื่อช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่ต้องการความช่วยเหลือ

QuardrigaCX เป็นตลาดแลกเปลี่ยนบิทคอยน์ชั้นนำที่ใหญ่ที่สุดในแคนาดา ซึ่งตอนนี้กำลังเผชิญปัญหาใหญ่ เนื่องจากไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเก็บเงินดิจิตอลทางกายภาพภายนอก หรือวอลเล็ทแบบออฟไลน์ของบริษัทได้ เนื่องจากคนที่รู้รหัสผ่านคนเดียวคือท่านซีอีโอใจบุญได้สิ้นใจก่อนบอกรหัสแก่คนอื่น

ตอนนี้บริษัทกำลังยื่นเรื่องต่อศาลสูงของเมือง Nova Scotia ขอการคุ้มครองชั่วคราวเพื่อรักษาสภาพคล่อง เนื่องจากยังไม่สามารถจ่ายเงินมูลค่ารวมกว่า 190 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ให้แก่เจ้าหนี้และลูกค้าตามกำหนดได้ และตอนนี้เว็บไซต์ของตลาดแลกเปลี่ยนบิทคอยน์แห่งนี้ก็หยุดให้บริการอยู่ และกำลังจ้างผู้เชี่ยวชาญด้านการแฮ็กรหัสผ่านมาช่วยกันเจาะระบบของอุปกรณ์โคลด์วอลเล็ทเจ้าปัญหานี้อย่างสุดความสามารถ

ที่มา : Hackread

from:https://www.enterpriseitpro.net/crypto-exchange-loses-access-as-ceo-dies-without-giving-password/

ไม่นานเกินรอ! Starbucks เตรียมระบบให้ลูกค้าใช้ Bitcoin จ่ายค่ากาแฟ

Bitcoin เป็นหนึ่งในสกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) ที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก ซึ่งที่ผ่านมา BitCoin ดังเพราะคนเอามาใช้ในการลงทุนเก็งกำไร แต่ตอนนี้เราอาจจะได้ใช้สกุลเงินดิจิทัลมาใช้จ่ายเงินในร้านกาแฟ Starbucks ที่มีเครือข่ายไปทั่วโลก

ภาพจาก shutterstock

Starbucks เชื่อมแพลตฟอร์ม Bakkt ให้ลูกค้าจ่ายค่ากาแฟผ่าน Bitcoin

วันพุธ (1 ส.ค.) ที่ผ่านมา ทาง Starbucks ประกาศว่า ตอนนี้บริษัทฯ ตั้งทีมงานร่วมกับ Microsoft และ Intercontinental Exchange (อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ New York) เตรียมเพิ่มให้ลูกค้าสามารถใช้ Cryptocurrency ชำระเงินค่าสินค้าในร้านค้าได้

โดยทุกบริษัทจะเชื่อมต่อกันบนแพลตฟอร์มที่ชื่อ Bakkt ที่จะเชื่อมให้ลูกค้าใช้ Cryptocurrency ในการซื้อขายสินค้า แต่ทาง Starbucks จะยังไม่รับ Cryptocurrency โดยตรงซึ่งทาง Bakkt จะเป็นคนแปลงสกุลเงินดิจิทัลของลูกค้าเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐ ให้สามารถใช้จ่ายในร้านกาแฟได้

ภาพจาก shutterstock

ตัว Bakkt คาดว่าจะเปิดตัวในเดือน พ.ย. 2561 นี้ และมีสกุลเงินแรกที่จะใช้ในระบบคือ Bitcoin ซึ่งจะใช้ได้กับหลายร้านค้าในแพลตฟอร์ม ส่วนทาง Starbucks ยังไม่ได้ประกาศว่าจะเริ่มใช้แพลตฟอร์มของ Bakkt เมื่อไร

แต่ Starbucks ยังออกมายืนยันว่า จะใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อให้บริการลูกค้า เพราะตั้งแต่ปี 2554 เขาก็เป็นร้านแรกที่เปิดให้ลูกค้าใช้มือถือในการชำระเงินค่าสินค้าแล้ว

ว่าแต่ Bitcoin จะใช้ได้จริงไหม ผันผวนแค่ไหน ?

Bitcoin (BTSC) ต้องยอมรับว่าเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่มีความผันผวน อย่างตอนที่คนนิยมมากๆ ราคาก็พุ่งขึ้นไปสูงถึง 20,000 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อ 1 Bitcoin ในขณะที่ตอนนี้ราคาตกลงมาเหลือ 7,500 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อ 1 Bitcoin แม้ว่าราคาจะยังสูงอยู่แต่ข้อดีคือ คนทั่วไปสามารถซื้อ Bitcoin แบบไม่เต็มหน่วยก็ได้ เช่น ซื้อ 0.4 Bitcoin เป็นต้น

แต่ตอนนี้ก็มีหลายร้านค้าที่ใช้ Bitcoin จ่ายเงินได้ อย่างบริษัทของสหรัฐฯ หลายแห่งก็เปิดให้ลูกค้าสามารถใช้ Bitcoin ในการซื้อสินค้าผ่านระบบออนไลน์ได้ เช่น Overstock (OSTBP), Expedia (EXPE) และ Microsoft (MSFT) ซึ่งการซื้อขายโดยใช้ Bitcoin ยังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ที่มา CNNMoney

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/starbucks-bitcoin-payments-cryptocurrency/