คลังเก็บป้ายกำกับ: นักพัฒนา

Apple ประกาศจัดงาน WWDC 2019 เตรียมเปิดตัว iOS 13 วันที่ 3-7 มิถุนายน นี้

Wwdc 2019 Coverได้รับการยืนยันมาเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่าทาง Apple จะจัดงาน WWDC 2019 ในวันที่ วันที่ 3-7 มิถุนายนนี้ โดยจัดขึ้นที่ McEnery Convention Center ในเมือง San Jose ในสหรัฐอเมริกา Apple ประกาศจัดงาน WWDC 2019 เตรียมเปิดตัว iOS 13 วันที่ 3-7 มิถุนายน นี้ “WWDC คืองานประจำปีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ Apple นักพัฒนาที่มีความคิดสร้างสรรค์และมุ่งมั่นในการทำงานที่สุดหลายพันคนและวิศวกรของ Apple กว่าพันคนจะมารวมตัวกันเพื่อพบปะพูดคุยและเรียนรู้เกี่ยวกับแพลตฟอร์มด้านนวัตกรรมชิ้นล่าสุด” นักพัฒนาสามารถสมัครขอรับบัตรเข้างานได้ที่ เว็บไซต์ของ WWDC ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 20 มีนาคม เวลา 7.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย ระบบจะสุ่มเลือกออกบัตรให้กับผู้เข้างาน พร้อมแจ้งสถานะการสมัครขอรับบัตรเข้างานให้นักพัฒนาได้ทราบภายในวันที่ 21 มีนาคม เวลา 7.00 น. ของวันถัดไปตามเวลาในประเทศไทย นักพัฒนาและผู้ที่ชื่นชอบ Apple จากทั่วโลกสามารถชมถ่ายทอดสดการประชุมผ่านทางแอพ WWDC app บน […]

from:https://www.iphonemod.net/wwdc-2019-june-3rd.html

โฆษณา

ส่อง 5 ภาษาโปรแกรมมิ่งที่เกิดมาเพื่อพัฒนาแอพบนโมบายล์

ยุคนี้แอพบนมือถือได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตที่ขาดไม่ได้ไปเสียแล้ว ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับวงการไหนก็ตามต่างก็มีแอพบนสมาร์ทโฟนที่จำเป็นและช่วยอำนวยความสะดวกด้วยกันทั้งสิ้น จนเรียกว่าใครไม่ยอมตามเทรนด์ก็จะโดนทิ้งขว้างอยู่ข้างหลังอย่างใยดีเลยทีเดียว

ดังนั้นจึงนับเป็นโอกาสทองสำหรับโปรแกรมเมอร์ที่ต้องการก้าวเข้ามาตักตวงความสำเร็จจากโลกของการพัฒนาโมบายล์แอพ ซึ่งแน่นอนว่าเราต้องมองหาภาษาเขียนโปรแกรมที่ต้องการเอาดีในสายอาชีพระยะยาว แต่ก่อนหน้านั้นสิ่งที่ต้องเลือกก่อนได้แก่ ระบบปฏิบัติการบนอุปกรณ์พกพาที่ต้องการพัฒนาแอพ ที่ตอนนี้ก็มีเจ้าใหญ่อยู่แค่สองค่ายได้แก่ แอนดรอยด์ และ iOS

แต่ละโอเอสต่างก็มีความแตกต่างกันอย่างมาก ทั้งภาษาโปรแกรมมิ่งที่รองรับ, เฟรมเวิร์ก, และเครื่องมือที่ใช้พัฒนาแอพ แต่อย่างไรก็ดี มีภาษาโปรแกรมมิ่งยอดนิยมอยู่หลายตัวที่เหมาะกับการพัฒนาแอพไม่ว่าจะทำงานบนโอเอสค่ายไหนก็ตาม ที่ควรค่าแก่การพิจารณา ดังนี้

1. Java

เป็นภาษาที่มีอายุยาวนาน ใช้พัฒนาได้ทั้งบนแอนดรอยด์และ iOS (แม้อย่างหลังต้องใช้เฟรมเวิร์กพิเศษโดยเฉพาะ) แม้จะเก่าแต่ก็ยังได้รับความนิยมอย่างสูง โดยมี IDE ยอดนิยมสำหรับพัฒนาแอพบนแอนดรอยด์มารองรับโดยเฉพาะอย่าง Android Studio และ Eclipse

2. Swift

พัฒนาขึ้นโดยแอปเปิ้ลเองเมื่อปี 2014 เพื่อพัฒนาแอพบนโอเอสของตนเองทั้งหลาย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาที่เคยเกิดขึ้นกับ Objective-C รวมทั้งแก้ไขปัญหาช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่เคยเกิดกับภาษาอื่นๆ ได้ด้วย ถือเป็นภาษาหัวใจของผู้ที่จะเอาดีบน iOS เลยทีเดียว

3. Kotlin

เป็นภาษาที่กูเกิ้ลประกาศว่าเป็นภาษาทางการสำหรับพัฒนาแอพบนแอนดรอยด์ตั้งแต่เมื่อปี 2017 นี้เอง ซึ่งก่อนหน้านี้ผ่านการพัฒนาปรับปรุงจนกระทั่งก้าวข้ามจุดบอดทั้งหลายที่เคยเกิดขึ้นกับภาษาจาวาเดิม รวมทั้งคอมไพล์กับทั้งจาวาสคริปต์และโค้ดบนเครื่องได้พร้อมกันบนสภาพแวดล้อมการทำงานหลักที่เรียกว่า Java Virtual Machine

4. JavaScript

แม้จะหน้าตาคล้ายภาษาจาวาหลัก และเคยถูกมองว่าเป็นภาษาสำหรับพัฒนาเว็บฝั่งฟร้อนเอนด์อย่างเดียวมาก่อน แต่ปัจจุบันเริ่มนิยมนำมาใช้พัฒนาแอพ จนถึงแบ๊กเอนด์เบื้องหลังเว็บไซต์อย่างตัว Node.js ด้วย ซึ่งภาษานี้สามารถพัฒนาแอพที่เป็นไฮบริดจ์ รันข้ามโอเอสกันได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็น iOS, แอนดรอยด์, วินโดวส์, หรือแม้แต่ลีนุกซ์

5. Objective-C

เคยเป็นภาษายอดนิยมสำหรับชาวแอปเปิ้ลก่อนหน้าที่จะมี Swift แต่ถึงตอนนี้ก็ยังมีโปรแกรมมิ่งหลายคนใช้ภาษาเดิมนี้อยู่ ด้วยความเข้ากันได้กับการทำงานของทั้ง OS X และ iOS รวมไปถึง API ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ Cocoa และ Cocoa Touch อีกทั้งยังใกล้เคียงกับภาษาซีดั้งเดิมจนเรียกได้ว่าเป็นเอ็กซ์เทนชั่นของภาษาซีอย่างนึงได้ด้วย

ที่มา : Technotification

from:https://www.enterpriseitpro.net/programming-languages-for-mobile-apps/

5 เฟรมเวิร์กที่ดีที่สุด สำหรับพัฒนาแอพพลิเคชั่นสำหรับเดสก์ท็อป

ในฐานะนักพัฒนาแอพบนเดสก์ท็อปนั้น การตัดสินใจเลือกเฟรมเวิร์กที่จะใช้เขียนแอพถือเป็นเรื่องยากพอสมควร เนื่องจากแต่ละเฟรมเวิร์กที่จะใช้เป็นเครื่องมือทำมาหากินหลัก ที่ต้องลงทุนกับเวลาและการเรียนรู้จากนี้เป็นต้นไปนั้นแต่ละตัวล้วนมีข้อดีข้อเสีย และความเหมาะสมกับตัวนักพัฒนาแตกต่างกันไป

เฟรมเวิร์กส่วนใหญ่นั้นถูกนำมาใช้สำหรับพัฒนาแอพบนเดสก์ท็อปหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นแอพทางธุรกิจแบบสแตนอโลน, แอพที่ใช้การเชื่อมต่อแบบไคลเอนต์-เซิร์ฟเวอร์, แอพเพื่อการประสานงานและสื่อสารภายในทีม (Collaborative), ยูทิลิตี้และปลั๊กอินต่างๆ, แอพด้านมัลติมีเดีย, และแอพเกี่ยวกับการทำงานบนเครือข่าย เป็นต้นซึ่งทาง TechNotification.com ได้รวบรวมเฟรมเวิร์กที่ได้การยอมรับว่าดีที่สุด 5 ตัวเอาไว้ดังนี้

1. WPF

เป็นเฟรมเวิร์กที่ได้รับความนิยมมากที่สุดสำหรับพัฒนาแอพบนวินโดวส์ จัดเป็นเฟรมเวิร์กที่อยู่ภายใน .NET Framework อีกทีหนึ่ง ซึ่งถูกนำมาใช้พัฒนาด้านกราฟิกสำหรับแอพบนเดสก์ท็อป โดยเฉพาะพวกเวกเตอร์, มีเดียที่เรนเดอร์มาแล้ว, หรือแม้แต่การเรนเดอร์แบบสองมิติและสามมิติซึ่งตัวรันไทม์ไลบรารีก็มักมีฝังมากับระบบปฏิบัติการวินโดวส์อยู่แล้วด้วย

2. Universal Windows Platform (UWP)

ถือเป็นเฟรมเวิร์กที่ได้รับความนิยมมากในฐานะแพลตฟอร์ม .NET ที่นักพัฒนาสามารถนำไปใช้สร้างแอพที่รันข้ามแพลตฟอร์มได้ หรือแม้แต่การรันบนแพลตฟอร์มของไมโครซอฟท์ที่แตกต่างกัน หรือการรันบนอุปกรณ์หลายตัวพร้อมกัน เรียกว่าสามารถพัฒนาแอพให้รันได้ทั้งบนเดสก์ท็อปและอุปกรณ์พกพาอย่างแท็บเล็ต หรือแม้แต่ Xbox

3. Cocoa

เป็นเฟรมเวิร์กสำหรับพัฒนาแอพบน MacOS โดยเฉพาะ ทำงานแบบ Object-Oriented ที่เน้นสร้างอินเทอร์เฟซให้ดูตื่นตาตื่นใจมากขึ้นสำหรับทั้งบน MacOS, iOS, และ tvOS ไม่ว่าจะเป็นการใส่แอนิเมชั่น, กราฟิก, การจดจำการควบคุมผ่านนิ้วมือ เป็นต้น

4. Electron Js

เป็นเฟรมเวิร์กแบบข้ามแพลตฟอร์มที่พัฒนาขึ้นโดย GitHub ทำงานบน Node.jsซึ่งมีบริษัทใหญ่ๆ หลายแห่งใช้แพลตฟอร์มนี้ในการพัฒนาแอพของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Microsoft, และStack

5. Swing

เป็นเฟรมเวิร์กทำงานบนจาวา จึงสามารถสร้างแอพที่รันได้บนเกือบทุกแพลตฟอร์ม โดยเน้นการพัฒนา GUI ให้ดูดี มาพร้อมกับ UI ที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นปุ่มแบบต่างๆ, แผงควบคุม, หน้าต่างแสดงตารางแบบเลื่อนได้, และเช็กบ็อกซ์ เป็นต้น

บทสรุป

จะเห็นได้ว่าเฟรมเวิร์กแต่ละตัวนั้นถูกออกแบบมาสำหรับสร้างแอพบนโอเอสที่แตกต่างกัน เช่น เน้นพัฒนาแอพสำหรับวินโดวส์, MacOS, หรือสามารถรันข้ามแพลตฟอร์มกันได้ ซึ่งทำให้ธรรมชาติของแอพบนเดสก์ท็อปที่คุณต้องการจะพัฒนากลายเป็นปัจจัยหนึ่งในการเลือกเฟรมเวิร์กที่เหมาะสมด้วย

ที่มา : Technotification

from:https://www.enterpriseitpro.net/desktop-application-development-frameworks/

[รายงาน] Apple อาจเปิดตัวเครื่องมือให้นักพัฒนาแปลงแอป iPad ไปใช้บน Mac ในงาน WWDC 2019 นี้

Apple To Release Sdk For Porting Ipad Apps To Mac Wwdc 2019 Reportสื่อต่างประเทศรายงานว่า Apple อาจเปิดตัวเครื่องมือเพื่อให้นักพัฒนาสามารถแปลงแอป iPad ไปใช้บน Mac ได้ในงาน WWDC 2019 นี้ และอาจมีการเผยโฉม Mac Pro ใหม่ด้วย แอป iOS, macOS Bloomberg เผยว่า Apple อาจเปิดตัว SDK (เครื่องมือสำหรับนักพัฒนา) ที่นักพัฒนาสามารถใช้ในการพัฒนาครั้งเดียวแต่จะได้แอปที่ใช้ได้ทั้งบน iOS, macOS โดยเทคโนโลยีนี้คาดว่า Apple จะเปิดใช้ในปี 2021 ส่วนงาน WWDC 2019 ที่จะถึงนี้มีรายงานว่า Apple อาจเผยเครื่องมือสำหรับนักพัฒนาที่สามารถแปลงแอป iPad ให้กลายเป็นแอปสำหรับ Mac ได้ และคาดว่า Apple อาจเผยโฉม Mac Pro รุ่นใหม่ในงานนี้เหมือนกัน ประโยชน์ของแนวคิดดังกล่าวจะช่วยให้นักพัฒนาประหยัดเวลาในการพัฒนา, ปรับปรุง, แก้ไขแอป ซึ่งสามารถทำได้บน Platform ตัวเดียว และการส่งแอปเพื่อตรวจสอบกับ Apple ก็จะทำได้ง่ายขึ้น […]

from:https://www.iphonemod.net/apple-to-release-sdk-for-porting-ipad-apps-to-mac-wwdc-2019-report.html

7 ทักษะที่นักพัฒนาซอฟต์แวร์มืออาชีพจำเป็นต้องมีและฝึกให้เชี่ยวชาญ

การเขียนโปรแกรมหรือพัฒนาซอฟต์แวร์นั้นถือเป็นอาชีพในฝันของชาวไอทีหลายคน ซึ่งไม่ได้ต้องการแค่ความรู้ด้านการเขียนโค้ดเท่านั้น แต่ยังจำเป็นต้องมีพื้นฐานและทักษะทางเทคนิคอื่นๆ ที่ช่วยให้การออกแบบและพัฒนาโปรแกรมได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย ดังต่อไปนี้

1. ความรู้เกี่ยวกับภาษาโปรแกรมมิ่งในระดับเชี่ยวชาญ

ถือเป็นบันไดก้าวแรกของผู้ที่ใฝ่ฝันจะเป็นนักพัฒนาซอฟต์แวร์ที่มีคุณภาพทุกคนต้องก้าวข้ามให้ได้ เนื่องจากจะไม่มีวันทำงานได้ในระดับมืออาชีพถ้าไม่ได้เชี่ยวชาญแม้แต่ภาษาใดภาษาหนึ่ง แต่นี่ย่อมนำไปสู่คำถามยอดฮิตที่ว่า ควรเลือกเรียนรู้ภาษาอะไร (เป็นภาษาแรก) เนื่องจากปัจจุบันมีภาษาเกิดใหม่รวมทั้งภาษาสุดคลาสสิกแต่ยังคงความนิยมให้เลือกอยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้เป็นการยากที่ตัดสินใจเลือกภาษาในการทุ่มเทศึกษาเรียนรู้ และเป็นเหตุผลที่ทำให้คนส่วนใหญ่นิยมเลือกเรียนพร้อมกันหลายภาษาเพื่อกระจายความเสี่ยงในการนำไปใช้ประกอบอาชีพ แต่ถ้าพูดถึงวิธีที่ง่ายที่สุดในการเรียนภาษาโปรแกรมมิ่งแล้ว แนะนำเริ่มจากศึกษาภาษาเดียวให้เชี่ยวชาญถึงที่สุดก่อนที่จะเริ่มหันไปศึกษาภาษาอื่น

2. การออกแบบที่อิงการใช้อ๊อพเจ็กต์อ้างอิงหรือ Object-Oriented

เป็นทักษะที่นักเขียนโปรแกรมมือใหม่มักละเลย แต่ถ้ารักที่จะเป็นนักพัฒนาซอฟต์แวร์มืออาชีพแล้ว ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องฝึกตัวเองให้เป็นมืออาชีพด้านการออกแบบตามหลัก Object-Oriented ที่ช่วยเปลี่ยนโปรแกรมที่มีโค้ดยาวต่อเนื่องและซับซ้อนให้อยู่ในคลาสและอ๊อพเจ็กต์ย่อยๆ ที่มีการจัดโครงสร้างไว้เป็นระเบียบ โดยแต่ละคลาสและอ๊อพเจ็กต์ควรเป็นโค้ดกลางที่มีบทบาทจำเพาะแตกต่างกันสำหรับนำมาใช้อ้างอิงหรือลิงค์ได้อย่างสะดวกและมีประสิทธิภาพ ทำให้นอกจากทำให้การพัฒนาต่อยอดทำได้ง่ายและไม่ซับซ้อนโดยเฉพาะในโปรแกรมขนาดใหญ่แล้ว ยังช่วยประหยัดเนื้อที่และหน่วยความจำในการประมวลผลด้วย เนื่องจากไม่ต้องเขียนโค้ดชุดซ้ำๆ ในแต่ละไฟล์อย่างพร่ำเพรื่อจนเปลืองเนื้อที่ และเสี่ยงที่จะเกิดความผิดพลาด

3. การวางโครงสร้างของโค้ด

ทั้งนักพัฒนาซอฟต์แวร์และวิศวกรซอฟต์แวร์ควรมีทักษะในการวางโครงสร้างของโค้ดอย่างเหมาะสมสำหรับแต่ละภาษา เพื่อให้ได้โค้ดที่สะอาดและชัดเจน ง่ายต่อการทำความเข้าใจ ซึ่งไม่เพียงมีประโยชน์ต่อคนอื่นที่มาอ่านโค้ดเท่านั้น ตัวคนเขียนเองก็ได้ประโยชน์ด้วย เนื่องจากโค้ดที่อ่านง่ายมีการจัดโครงสร้างเป็นระเบียบนั้นช่วยอำนวยความสะดวกและเปิดทางในการทำงานร่วมกับคนอื่นเป็นทีมได้ง่าย

4. ความรู้ด้านโครงสร้างข้อมูล และอัลกอริทึมการประมวลผล

ทั้งโครงสร้างและอัลกอริทึมในการประมวลผลข้อมูลนั้นล้วนเป็นสิ่งที่ต้องเผชิญตั้งแต่เรียนเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ หรือหลักสูตรไอทีอื่นๆ ในมหาวิทยาลัยแล้ว อัลกอริทึมถือเป็นวิธีและกลไกในการแก้ปัญหาทางเทคนิคที่ต้องการ โดยเฉพาะในการเขียนโปรแกรม ซึ่งมีหลากหลายอัลกอริทึมที่ควรเรียนรู้ไว้ เนื่องจากแต่ละอัลกอริทึมต่างมีคุณสมบัติเฉพาะตัว และใช้แก้ปัญหาคนละจุด เช่น ด้านความเร็ว, การจัดการหน่วยความจำ, หรือมีข้อจำกัดด้านรูปแบบข้อมูลที่แตกต่างกัน ในฐานะนักเขียนโปรแกรมแล้ว จำเป็นต้องทราบว่าเมื่อไรถึงจำเป็นต้องใช้อัลกอริทึมไหน รวมทั้งควรเขียนอัลกอริทึมในรูปแบบของตัวเองเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะอย่างที่เผชิญได้ด้วย นอกจากนี้ยังควรเรียนโครงสร้างข้อมูลรูปแบบต่างๆ พร้อมกับวิธีในการจัดการข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลแบบแฮช, ลิงค์, เวกเตอร์, ทรี, เซ็ต เป็นต้น

5. การใช้แพลตฟอร์มสำหรับพัฒนาโปรแกรม

แพลตฟอร์มสำหรับพัฒนาซอฟต์แวร์นั้นหมายถึงสภาพแวดล้อมที่แอพพลิเคชั่นที่ต้องการพัฒนาจะต้องทำงานด้วย ซึ่งแต่ละแพลตฟอร์มต่างมีฟีเจอร์จำเพาะที่รองรับซอฟต์แวร์ที่สร้างขึ้นแตกต่างกัน ดังนั้นในฐานะนักพัฒนาโปรแกรม ก็ควรเชี่ยวชาญเกี่ยวกับรูปแบบข้อมูลที่เข้าและออกบนแพลตฟอร์มแต่ละชนิด เช่น ถ้าต้องการพัฒนาแอพพลิเคชั่นบนโอเอสที่เป็นวินโดวส์ก็จำเป็นต้องเข้าใจเกี่ยวกับฟีเจอร์บนระบบปฏิบัติการทั้งหมด เนื่องจากในช่วงเวลาที่ประกอบอาชีพเป็นนักพัฒนาซอฟต์แวร์นั้นก็มักจะทำแอพพลิเคชั่นบนแพลตฟอร์มไม่กี่แพลตฟอร์มซ้ำๆ ไปเรื่อยๆ ดังนั้น การเชี่ยวชาญทั้งเครื่องมือและเฟรมเวิร์กที่จำเพาะกับโอเอสแต่ละตัวจึงสำคัญเป็นอย่างยิ่ง

6. ความรู้เกี่ยวกับระบบฐานข้อมูล

สิ่งหนึ่งที่นักพัฒนาโปรแกรมไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้คือเรื่องของฐานข้อมูล ไม่ว่าจะเอาดีกับภาษาโปรแกรมมิ่งไหนก็ตาม ก็มักจำเป็นต้องยุ่งเกี่ยวกับฐานข้อมูลสารพัดแบบอยู่ดีตลอดช่วงเวลาที่ประกอบอาชีพเป็นนักพัฒนาซอฟต์แวร์ จึงเป็นสาเหตุที่นักพัฒนาจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจเทคโนโลยีด้านฐานข้อมูลรูปแบบต่างๆ และนอกจากรู้เกี่ยวกับชนิดของดาต้าเบสแล้ว ยังควรที่จะสามารถจัดการงานพื้นฐานบนฐานข้อมูลได้ด้วย เช่น การสร้างฐานข้อมูล และบริหารจัดการข้อมูลภายในฐานข้อมูลดังกล่าว

7. ทักษะการใช้เฟรมเวิร์ก

แค่เรียนรู้เกี่ยวกับภาษาเขียนโปรแกรมนั้นไม่พอ ยังต้องก้าวนำหน้าคู่แข่งด้วยการเรียนรู้วิธีการใช้เฟรมเวิร์กด้วย ซึ่งเฟรมเวิร์กเป็นชุดไลบรารีสำหรับนำมาใช้พัฒนาแอพพลิเคชั่นบนแพลตฟอร์มที่แตกต่างกันได้ ช่วยอำนวยความสะดวกในการเขียนโค้ด โปรแกรมเมอร์ควรศึกษาเฟรมเวิร์กสัก 1 – 2 ตัวที่จำเพาะกับภาษาโปรแกรมมิ่งที่ตนเองใช้งาน

ที่มา : Technotification

from:https://www.enterpriseitpro.net/software-developer-skills/

แผนที่วิเศษ WiFox โชว์รหัส Wi-Fi สนามบินทั่วโลกให้ใช้ฟรี

การที่ต้องรอในสนามบินต่างประเทศเป็นเวลานาน โดยเฉพาะเวลาต่อเครื่องหรือมีดีเลย์โดยที่ไม่สามารถเล่นเน็ตได้นั้นถือเป็นทุกข์อย่างยิ่ง แม้หลายสนามบินจะมีบริการ Wi-Fi ฟรีให้ แต่ก็มักหาชื่อเครือข่ายกันยาก หรือต้องใช้รหัสผ่านพิเศษที่คุณไม่รู้ ยังไม่นับรวมพวกอาชญากรไซเบอร์ที่มักแอบตั้งฮ็อตสป็อตปลอมที่ใช้ชื่อเลียนแบบ เพื่อดูดข้อมูลทราฟิกหรือหลอกถามข้อมูลบัตรเครดิตอีกด้วย

จึงเป็นแรงบันดาลใจของนักวิจัยด้านความปลอดภัยที่ยึดงานอดิเรกเป็นบล็อกเกอร์ท่องเที่ยวด้วยอย่าง Anil Polat ที่สร้างแผนที่อัพเดทรหัสผ่านไวไฟตามสนามบินทั่วโลกบนเว็บที่เรียกว่า WiFox (foxnomad.com/2016/04/26/map-wireless-passwords-airports-lounges-around-world-updated-regularly/) ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ในรูปของแอพทั้งบนไอโฟนและแอนดรอยด์ด้วย

ข้อมูลบน WiFox นี้จะมีการอัพเดทอยู่ตลอด โดยมีข้อมูลสนามบินใหม่ๆ เข้ามาแทบจะทุกวัน เพียงผู้ใช้คลิกตำแหน่งของสนามบินที่ต้องการ ก็จะขึ้นรายละเอียด Wi-Fi ของสนามบินนั้นๆ ได้แก่ชื่อสนามบิน, ชื่อเครือข่ายที่แนะนำ, และรหัสผ่าน

https://www.google.com/maps/d/embed?mid=1Z1dI8hoBZSJNWFx2xr_MMxSxSxY

เช่น เมื่อคลิกที่สนามบินออสโล แผนที่จะบอกข้อมูลเพิ่มเติมด้วยว่าคุณควรจะใส่อีเมล์ที่ใช้โดเมน .eduเพื่อให้ได้ไวไฟฟรีแบบไม่มีลิมิตแทนที่จะได้แค่สองชั่วโมง เป็นต้น อย่างไรก็ดี คุณควรระวังการใช้ไวไฟในที่สาธารณะไว้ด้วย เช่น การใช้วีพีเอ็นหรือบราวเซอร์ที่เป็นวีพีเอ็นในตัวอย่าง Tor Onion, ProtonVPN, AviraVPN, หรือแม้แต่ทูลตรวจจับเครือข่ายอันตรายอย่าง Skycure เป็นต้น

ที่มา : Hackread

from:https://www.enterpriseitpro.net/wifox-show-airport-wifi/

ว้าว !! Pony ภาษาโปรแกรมมิ่งน้องใหม่ แต่ให้ประสิทธิภาพสูง

บนโลกนี้เต็มไปด้วยภาษาเขียนโปรแกรมมากมายที่ต่างมีแนวทางการใช้งานเฉพาะตัว แน่นอนว่าเมื่อเทคโนโลยีพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ภาษาใหม่ๆ ก็ถูกคิดค้นขึ้นมารองรับเช่นกัน อย่างภาษา GO ของกูเกิ้ล และ Rust ของ Mozilla ถือแป็นตัวอย่างที่ดีของภาษารุ่นใหม่ที่ได้รับการพัฒนาให้ตอบโจทย์ชาวนักพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

เช่นเดียวกับภาษา Pony ที่คิดค้นขึ้นให้มีฟีเจอร์ทั้งหมดที่สามารถแก้ปัญหาซับซ้อนบนระบบคอมพิวเตอร์ปัจจุบันได้ เป็นโอเพ่นซอร์สที่ให้ทั้งประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูง ถูกคอมไพล์แบบล่วงหน้าหรือ Ahead-of-Time (AOT) ทำให้ไม่ต้องพึ่งพอตัวแปลงภาษาหรือเวอร์ช่วลแมชชีนในการทำงานแต่อย่างใด

ด้วยคอนเซ็ปต์ “รันงานทุกอย่างให้เสร็จทีเดียว” ที่แสดงถึงลักษณะเฉพาะตัวของ Pony ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบความถูกต้อง,การยกระดับประสิทธิภาพ, ความเรียบง่าย,ความเสถียร, และความสมบูรณ์แบบ พุ่งเป้าไปที่การสร้างระบบที่ต้องการการประสานงานอย่างมีประสิทธิภาพสูง ด้วยตัวรันไทม์ที่เข้ากันกับสถาปัตยกรรมซีพียูรุ่นใหม่อย่างแท้จริง

Pony นี้ถูกออกแบบโดย Sylvan Clebsch เพื่อรองรับทรูพุตปริมาณมากและโหลดงานที่มีความหน่วงต่ำสำหรับแอพพลิเคชั่นที่สตรีมข้อมูลประสิทธิภาพสูง บนเฟรมเวิร์กประมวลผลข้อมูลแบบกระจายอย่าง Wallaroo แม้ขณะนี้จะยังไม่ค่อยมี API ที่เสถียร รวมทั้งไลบรารีจากเธิร์ดปาร์ตี้ที่มีคุณภาพ และเครื่องมือที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะก็ตาม แต่ก็ควรค่าแก่การศึกษา โดยสามารถเข้าไปอ่านรายละเอียดเบื้องต้นได้จาก ponylang.org/learn/

ที่มา : technotification

from:https://www.enterpriseitpro.net/pony-programming-language/