คลังเก็บป้ายกำกับ: ธนา_เธียรอัจฉริยะ

ตามรอยเส้นทาง แม่มณี จาก SCB กับแคมเปญ SME Fighto ที่ย้ำว่า “อย่ายอมโดนเก็บ”

2-3 ปีก่อน ช่วงแรกๆ หลายคนเจอ “แม่มณี” อาจจะมีงงบ้างว่าเป็นใคร ทำไมอยู่ไปทุกที่ ทั้งหน้าร้านขายข้าว ร้านขายของ หน้าปั๊มน้ำมัน รวมถึงหน้าห้างสรรพสินค้า หรือนี่จะเป็นนางกวักเวอร์ชั่นใหม่

แต่สุดท้ายก็ได้รู้ว่า แม่มณี คือ สัญลักษณ์ ที่ SCB สร้างสรรค์ขึ้นมาสะท้อนความเป็นไทยแต่ไม่โบราณ มีความเป็นเทคโนโลยี QR Code และยังบ่งบอกถึงความเป็น SCB ได้ด้วย

แต่สำคัญสุดคือ ทำให้ SME เข้าใจโลกของดิจิทัลมากขึ้น เรื่องราวเส้นทางของแม่มณี จะเป็นอย่างไร โปรดติดตาม

จาก มันนี่ ถึง นางกวักยุคดิจิทัล

ธนา เธียรอัจฉริยะ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงานการตลาด บอกเล่าเรื่องราวของแม่มณีว่า เป็นการสร้างแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จที่สุดครั้งหนึ่ง เพราะสามารถทำให้พ่อค้าแม่ค้ายอมรับ แล้วนำไปวางไว้หน้าร้านได้ มีน้ำแดง มีพวงมาลัย มีสร้อยทอง นี่คือตัวชี้วัดได้ดีที่สุด

แม่มณี คล้ายกับคำว่า Money (มันนี่) ซึ่งสอดคล้องกับเรื่องเงินๆ ทองๆ ที่ SCB ต้องการเข้ามาช่วยผู้ประกอบการ และต้องการให้รู้สึก “อยาก”​ วางไว้หน้าร้านเพื่อโปรโมทการใช้ QR Code แต่สุดท้าย แม่มณี กลายเป็นตัวแทน “นางกวัก” ยุคดิจิทัล ที่ดูน่ารัก ใครเห็นใครก็รัก

นั่นทำให้ แม่มณี กลายเป็น “วัตถุมงคล” ที่ใครๆ ก็อยากได้ แม้จะไม่ได้ทำมาจำหน่าย แต่ด้วยจำนวนที่มีจำกัด ทำให้มีคนประกาศขาย 500 – 3,000 บาท

เกร็ดเล็กน้อยเกี่ยวกับแม่มณี

  • แม่มณี บางรุ่นที่ผลิตออกมา มีการปลุกเสกจากวัดท่าไม้ เพราะ SCB ต้องการช่วยให้ SME สามารถนำไปใช้แทนนางกวักได้จริงๆ
  • มีหลายคนคิดว่าแม่มณีมี 3 ปาง แต่แท้จริงแล้ว เกิดจากกำลังผลิตไม่ทันกับความต้องการ จึงต้องใช้จาก 3 โรงงานทำให้หน้าตาออกมาไม่เหมือนกัน
  • แม่มณีของแท้ต้อง “นั่ง” เท่านั้น ถ้ายืนแล้วจะดูไม่ใช่แม่มณี

มณีเกิร์ลคนแรก “ใหม่ ดาวิกา”

ย้อนกลับไปก่อนหน้านั้น ทีมงาน SCB ได้คิดค้นแม่มณี และออกแบบมาในเวอร์ชั่นต่างๆ คิดกันอย่างละเอียด ตั้งแต่กระเป๋าที่ถือ ลายของชุดที่เป็นโฮโลแกรม จนถึงหน้าตาที่ต้องดูเป็นมิตรกับทุกคน พร้อมกับเชิญชวนทุกคนมาเปลี่ยนมาใช้ช่องทางดิจิทัล

เมื่อได้ แม่มณี ในเวอร์ชั่นที่เราทุกคนได้เห็นกันแล้ว หรือจะเรียกว่า ปางแรก ก็ได้ SCB ก็ได้เลือก ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่ มาทำหน้าที่ มณีเกิร์ล คนแรกเช่นกัน เพื่อชวนให้พ่อค้าแม่ค้าเข้าสู่โลกดิจิทัล

หลายคนคิดกันว่า เบลล่า ราณี แคมเปน คือ มณีเกิร์ลคนที่สองหรือไม่ คำตอบคือ ไม่ใช่ แต่เป็นแคมเปญ เบลล่า มานี ที่ออกมาเพื่อโปรโมทเรื่อง ฟรีค่าธรรมเนียมของ SCB EASYโดยเฉพาะ

ส่งไม้ต่อ มณีเกิร์ลคนที่สอง “คริส หอวัง”​

อภิพันธ์ เจริญอนุสรณ์ ผู้จัดการใหญ่ ของ SCB บอกว่า ปี 2019 แม่มณีออกปางใหม่ ในชื่อว่า มณีชยา ที่มีความหมายถึง ชัยชนะ ซึ่ง SCB ต้องการสื่อว่าในยุคที่เศรษฐกิจไม่ดี ค้าขายลำบาก ส่งออกชะลอตัว SME ยังมี SCB อยู่เคียงข้าง ต่อสู้เพื่อนำไปสู่ชัยชนะด้วยกัน

ดังนั้น แม่มณี2019 จึงสะท้อนออกมาเป็นลักษณะของนักสู้ที่สู้ไม่ยอมแพ้ ได้แรงบันดาลใจมาจาก มวยคาดเชือก ดูทะมัดทะแมง คล่องแคล่วมากกว่าเดิม

และได้ คริส หอวัง มาทำหน้าที่เป็นมณีเกิร์ลคนที่สอง มีคาแรกเตอร์ของนักสู้ และมาพร้อมกับสโลแกนที่บอกว่า “อย่ายอมโดนเก็บ” ค่าธรรมเนียมหยุมหยิม

 

มณี Free Solution ให้ SME ฟรีค่าธรรมเนียม

คริส หอวัง บอกว่า “อย่ายอมโดนเก็บ” คือข้อความที่สื่อไปถึง SME โดยตรงว่า อย่ายอมโดนเก็บค่าธรรมเนียม โดย SCB ได้จัดแคมเปญล่าสุด SME Fighto เพื่อให้ SME สู้ต่ออย่ายอมแพ้ และมาพร้อม “มณี Free Solution” 3 สิ่งพิเศษ

  1. ฟรีค่าธรรมเนียมทุกธุรกรรม อาทิ รับฝากเช็คข้ามเขต, โอนเงินต่างธนาคารแบบทันที, โอนเงินต่างธนาคารแบบล่วงหน้า 1 วัน, โอนเงินต่างธนาคารแบบไม่จำกัดยอดเงินสูงสุด การจ่ายเงินเดือนพนักงานทุกธนาคาร และจ่ายบิล ชำระค่าสินค้าและบริการ โดยต้องทำธุรกรรมผ่านช่องทางดิจิทัล และมีบัญชีมณีมั่งคั่ง
  2. ฟรีอัพเกรดดอกเบี้ย ด้วย “บัญชีมณีมั่งคั่ง” เป็นบัญชีเดินสะพัด ให้ดอกเบี้ยสูงสุด 1% รับดอกเบี้ยทุกสิ้นเดือน ตอบโจทย์ดอกเบี้ยขาลง เมื่อฝากตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด
  3. ฟรีบริการ Co-Working Space จัดสัมมนาต่อยอดธุรกิจ ช่วยผลักดันธุรกิจให้ก้าวหน้า โดยมีพันธมิตร เช่น ไปรษณีย์ไทย, GET, Wongnai, Google My Business คอยให้ความช่วยเหลือด้านธุรกิจ

ตามด้วยการทดลองเปิดให้บริการสาขา 24 ชั่วโมง  มุ่งหวังให้ลูกค้าผู้ประกอบการสามารถเข้ามาทำธุรกรรมทางการเงินได้เต็มรูปแบบ ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ SME ที่ใช้เวลาเต็มที่ไปกับการทำธุรกิจ และใช้นอกเวลาธุรกิจมาติดต่อธนาคารได้ โดยเปิดสาขาทดลองแห่งแรกที่ SCB Business Center สยามสแควร์

สรุป

SCB เดินหน้ารุกตลาด SME รายย่อย โดยจัดหนัก ยกเลิกค่าธรรมเนียมเมื่อทำธุรกรรมผ่านช่องทางดิจิทัลแพลตฟอร์มและมีบัญชีมณีมั่งคั่งให้กับ SME ให้ดอกเบี้ยบัญชีเดินสะพัด และมีบริการ Co-Working Space ถือเป็นประโยชน์ที่ SME จะได้โดยตรงทันที เป้าหมายคือ ต้องการให้ SME ใช้ SCB เป็นธนาคารหลักในการทำธุรกิจ

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/scb-sme-fighto-manee-2019/

โฆษณา

Your Loan – SCB เตรียมออกบริการให้สินเชื่อใหม่แบบ Digital Lending ม.ค. 62

เรื่องของสินเชื่อจะเป็นโจทย์ใหญ่สำหรับธนาคารไทยในปีหน้า แต่จะเป็น Digital Lending ซึ่งในต่างประเทศมีการดำเนินการมาพอสมควรแล้ว แต่สำหรับไทยกำลังจะเริ่มต้น

อาทิตย์ นันทวิทยา กรรมการผู้จัดการใหญ่ และ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของ ธนาคารไทยพาณิชย์ บอกว่า Digital Lending จะเป็นหนึ่งในสิ่งใหม่ที่จะเกิดขึ้นในปี 62 และธนาคารจะต้องลงไปทำตลาดมากขึ้น จากเดิมธนาคารจะอยู่ในตลาดสินเชื่อระดับบน เช่น สินเชื่อบ้าน, สินเชื่อรถยนต์ แต่ในระดับถัดลงไป ตลาดมีขนาดใหญ่มาก แต่ด้วยข้อจำกัดในอดีตทำให้ธนาคารลงมาหาลูกค้าไม่ได้

แต่ด้วยเทคโนโลยี และการเปลี่ยนแปลงภายในองค์กรที่เกิดขึ้น บริการด้าน Digital Lending ใหม่ของ SCB คือ Your Loan จะเริ่มทดลองตลาด Beta Version ในเดือน ม.. 62 นี้ และทุกคนสามาถเข้าถึงได้ผ่านทาง SCB Easy

ขอสินเชื่อผ่าน SCB Easy ผ่าน-ไม่ผ่าน รู้ทันที พร้อมมีข้อเสนอกลับให้ด้วย

หลักการเกิดจาก มีผู้บริโภคจำนวนมากต้องการเข้าถึงบริการทางสินเชื่อ แต่ธนาคารได้สร้างข้อจำกัด เช่น ต้องมีบ้าน มีรถ หรือมีสลิปเงินเดือน จึงสามารถขอสินเชื่อได้ และจะมีคำตอบจากธนาคารแค่ ผ่านอนุมัติ หรือ ไม่ผ่านอนุมัติ

ดังนั้น การทำงานของ Your Loan ทุกคนจะเข้าถึงได้ง่ายกว่า ขึ้นตอนการทำงานเริ่มจาก ใส่จำนวนเงินที่ต้องการขอสินเชื่อ และใส่ความสามารถในการผ่อนชำระต่อเดือน แล้วกรอกข้อมูลส่วนตัว จากนั้นรอ 5 นาที ระบบจะพิจารณาว่าอนุมัติหรือไม่ ถ้าอนุมัติจำนวนเงินจะเข้ามาในบัญชีทันที แต่ถ้าไม่อนุมัติ ระบบจะส่งข้อเสนอ หรือ Counter-Offer กลับมาให้ผู้ยื่นขอสินเชื่อ ซึ่งเป็นวงเงินที่เหมาะสม

เช่น นาย ก. ขอสินเชื่อผ่าน Your Loan วงเงิน 500,000 บาท ผ่อนชำระ 5,000 บาทต่อเดือน ระบบอาจจะพิจารณาแล้วไม่อนุมัติ แต่เสนอให้สินเชื่อใหม่ วงเงิน 300,000 บาท ผ่อนชำระ 4,000 บาทต่อเดือน เป็นต้น

อาทิตย์ นันทวิทยา กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

เปลี่ยนใช้ AI ลดการใช้คน ลดต้นทุนดำเนินการ

ความพิเศษคือ ระบบทั้งหมดจะมีมนุษย์มาเกี่ยวข้องด้วยน้อยมาก หรืออาจจะไม่มีเลย ทั้งหมดจะใช้ Machine Learning และ AI ในการจัดการ ทำให้มีความเร็วในการพิจารณา จากหลายวัน เหลือไม่กี่นาที และสามารถเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น เพราะไม่ต้องรอคนดำเนินการ

อาทิตย์ บอกว่า มีธุรกิจสินเชื่อเกิดขึ้นเยอะมาก เช่น สินเชื่อเงินสด, สินเชื่อใช้รถแทนเงิน แต่ธนาคารไม่สามารถเข้าถึงได้ แต่ด้วยเทคโนโลยีใหม่ ทำให้ธนาคารเข้าถึงข้อมูล และมีประสิทธิภาพในการค้นหาและประเมินความเสี่ยงในการปล่อยสินเชื่อได้ คนที่จำเป็นต้องใช้เงินก็มีโอกาสได้สินเชื่อ ธนาคารก็สามารถสร้างธุรกิจและรายได้ใหม่

ส่วนระบบเดิม จะใช้คนดำเนินการและอนุมัติ ต้นทุนจะสูงมาก แต่ถ้าเป็นคอมพิวเตอร์ ทุกอย่างจะทำได้รวดเร็ว และจำนวนมหาศาล และมีต้นทุนต่ำกว่าเดิมอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง ก็ให้อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าได้ด้วย และยังปรับได้ตามพฤติกรรมของลูกค้า ซึ่งเก็บรวบรวมมาจากช้อมูล

ธนา เธียรอัจฉริยะ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส Chief Marketing Officer ธนาคารไทยพาณิชย์ บอกว่า Digital Lending จะเป็นสมรภูมิการแข่งขันของธนาคารในปีหน้า ซึ่ง SCB มีการทดลองบริการในหลายรูปแบบมาแล้ว ก่อนจะพัฒนามาเป็น Your Loan ซึ่งจะให้บริการ Beta Version เดือน ม.ค.​ 62

“การพิจารณาสินเชื่อในไทย จะยึดติดกับ บ้าน,​ รถ หรือ สลิปเงินเดือน ทำให้มีคนอีกจำนวนมากไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อ และเลือกใช้การกู้นอกระบบ หรือการกู้ผ่านสถาบันการเงินอื่นๆ แต่จากนี้ ธนาคารจะเข้ามาทำตลาดมากขึ้น มีการวิเคราะห์ความเสี่ยงที่หลากหลายมากกว่าเดิม ผู้บริโภคก็มีโอกาสขอสินเชื่อกับธนาคารได้มากขึ้น”

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/your-loan-scb-digital-lending/

ฟัง “ธนา เธียรอัจฉริยะ” พูดถึงก้าวต่อไปของ Digital Ventures และผล DVA b0 มีอะไรมากกว่าที่คิด

Demo Day ของ DVA b0 ที่จบไป แม้จะเป็นเสมือน batch ทดลอง (เพราะยังไม่ใช่ครั้งที่ 1) แต่ Digital Ventures (DV) ก็จัดหนักจัดเต็ม ดึง VC จากทั่วโลก และได้รับความสนใจจากอุตสาหกรรมต่างๆ อย่างมาก

ก่อนจะว่าถึงผลการประกวดและข้อมูลหลังการประกวด “ธนา เธียรอัจฉริยะ” ประธานกรรมการบริหารของ DV ได้เปิดเผยถึงก้าวต่อไปของ DV ที่บอกได้ว่าไม่ธรรมดา…

“ธนา เธียรอัจฉริยะ” ประธานกรรมการบริหารของ DV และ Acting CMO ของ SCB

DVb1 ชวน ปตท. ลุยระดับอาเซียน สร้างการ exit

ธนา บอกว่า DV ไม่เคยทำ startup มาก่อน นี่คือครั้งแรก DVA b0 จึงเป็นการทดลองแบบลงมือทำจริง มีพันธมิตร VC ต่างประเทศมาร่วม เพื่อสร้างเวทีที่จะส่งเสริม Startup ไทย ให้เติบโตและไปถึงระดับโลกให้ได้

เพราะเป้าหมายของ DVA คือ สร้าง startup ที่ exit ได้อย่างมีคุณภาพ ซึ่งได้เรียนรู้ว่า ตลาดไทยเล็กเกินไป ทำให้ใช้เวลานานกว่าจะ exit ได้ ทางที่เร็วกว่าคือ DV ต้องสร้างพันธมิตรเป็น VC จากทั่วโลกให้มาร่วมงาน มารับรู้ และตัดสินใจลงทุน เพื่อนำ startup ไทยออกไปนอกประเทศ

และจะมองแค่ startup ไทยไม่ได้ ดังนั้น DVA b1 จะเพิ่มขนาดเป็นระดับภูมิภาคอาเซียน อย่างน้อยต้องมี startup จากเวียดนามและอินโดนีเซีย มาร่วมแข่งขันด้วย โดยที่จำนวนทีมจะไม่ต่างจากเดิม แสดงว่าทีนั่งของ startup ไทยจะน้อยลง

“startup ไทยต้องเรียนรู้ว่า ในเวทีการแข่งขันไม่มีแต้มต่อ ดังนั้นถ้า DVA b1 มี 10 ทีมเท่าเดิม อาจจะมีทีมไทยแค่ 2-3 ทีมที่เข้ารอบ ที่เหลือจะเป็นทีมจากต่างประเทศ เพราะโลกธุรกิจต้องเตรียมพร้อมตลอดเวลา”

การจะทำ DVA b1 ระดับภูมิภาคทาง DV ได้ชวน ปตท. (PTT) มาจัดงานร่วมกัน ถือเป็นความร่วมมือที่จะสร้าง impact ครั้งสำคัญ ที่เกิดจากการร่วมมือของ 2 องค์กรใหญ่จาก 2 อุตสาหกรรม และอาจมีองค์กรที่ 3 เข้ามาร่วมอีกด้วย

อรพงศ์ เทียนเงิน กรรมการผู้จัดการ ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย

ดึง “อรพงศ์ เทียนเงิน” บิ๊กไมโครซอฟท์ ไทย นั่งประธานกรรมการบริหาร DV

อีกหนึ่งความเคลื่อนไหวสำคัญของ DV โดย ธนา บอกว่าได้ลงมานั่งตำแหน่ง กรรมการบริหาร ของ DV (และรักษาการ CMO ของ SCB) โดยทาง SCB ได้ดึง อรพงศ์ เทียนเงิน กรรมการผู้จัดการ ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย มาทำหน้าที่ ประธานกรรมการบริหาร ของ DV แทน โดยจะมีผลเป็นทางการ 1 พ.ค. นี้

มีการยืนยันว่า อรพงศ์ จะเข้ามาทำโปรเจ็กใหญ่ ที่ถือเป็น big move ของ SCB ในครึ่งปีหลังด้วย

ธนา บอกว่า การทำหน้าที่ กรรมการบริหาร แต่ยังดูแล DV อยู่บ้างแต่ส่วนใหญ่ค่อนข้างลงตัว จากนี้งานจะขยายเป้าหมายขึ้น เช่น หาพันธมิตร VC เพิ่มทั่วโลก, ขยาย DVA อาเซียน, คิดค้นบริการใหม่ หรือเข้าไปลงทุนใน startup ที่น่าสนใจทั่วโลก ซึ่งทุกฝ่ายมี MD ที่ดูแลรับผิดชอบอยู่แล้ว

ส่วนตัวจะขยับมาช่วยงานที่ SCB มากขึ้น โดยเฉพาะการ transformation องค์กรเพื่อให้ SCB เป็น The Most Admired Bank ตามนโยบายของ CEO

SCB ลงทุนทั้ง 10 startup ที่เข้ารอบ พร้อมหนุนผู้ชนะ

สำหรับการลงทุนใน startup ธนา บอกว่า ทั้ง 10 ทีมที่ผ่านเข้ารอบมา ตลอดเวลาในโครงการจะมีการประเมินผลตลอด ซึ่ง SCB (ในนาม DV) มีการลงทุนใน startup ทั้ง 10 ทีมมากน้อยแตกต่างกันไป และเตรียมสนับสนุนที่ชนะการประกวดเต็มที่

OneStockHome

ทีมชนะการประกวด OneStockHome แพลตฟอร์มด้านงานก่อสร้าง จัดซื้อวัสดุก่อสร้างได้สะดวกยิ่งขึ้น มีความง่าย ปลอดภัย เพราะมีการรับประกันการสั่งซื้อ เงินรางวัล 250,000 ดอลลาร์ โดย OneStockHome เป็นพันธมิตรกับ อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่

SeekSter

อันดับที่ 2 SeekSter แพลตฟอร์มตลาดออนไลน์สำหรับบริการต่างๆ เงินรางวัล 150,000 ดอลลาร์ ซึ่ง Seekster เป็นพันธมิตรกับ อนันดา ดีเวลลอปเม้นท้ เช่นเดียวกัน มีโอกาสเข้าถึงลูกบ้านจำนวนหลายพันครอบครัว

FLOWACCOUNT

อันดับที่ 3 FLOWACCOUNT ระบบบัญชีออนไลน์ ใช้งานง่ายสำหรับธุรกิจ เงินรางวัล 75,000 ดอลลาร์ เป็นหนึ่งใน startup ขวัญใจสำหรับธุรกิจ sme ช่วยให้เรื่องบัญชีง่ายขึ้น

ETRAN

นอกจากนี้ ยังมีรางวัล Popular Vote เปิดให้ผู้เข้าร่วมงานลงคะแนน ทีมที่ได้รางวัลคือ ETRAN สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ารับจ้าง โดยมีแผนร่วมมือกับ BTS เพื่อให้บริการ ได้เงินรางวัล 100,000 บาท

ขณะที่ทีมอื่นๆ ถือเป็น startup ที่น่าสนใจและมีโอกาสเติบโตทางธุรกิจ เช่น CONVO LAB บริการแชทบอท, KYC-CHAIN บล็อกเชนยกระดับธุรกรรมการเงิน, PeerPower แพลตฟอร์มสินเชื่อระหว่างบุคคล, PetInsure บริการประกันภัยสัตว์เลี้ยงออนไลน์, PLIZZ ระบบบัญชีออนไลน์, Refinn บริการเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ย รีไฟแนนซ์ออนไลน์

จบงานนี้ SCB ยังมอบเงินสนับสนุนให้ startup ทั้ง 10 ทีมเพิ่มอีกทีมละ 1 ล้านบาท

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/thana-dv-next-step-and-dvb0/

มองต่างมุมกับ “ธนา เธียรอัจฉริยะ” เพื่ออนาคตธุรกิจการเงินที่แข็งแกร่งของ SCB

10914839_1051596264866921_4447883199041906071_o

อย่างที่รู้กันว่า ธนา เธียรอัจฉริยะ กำลังทำหน้าที่ประธานกรรมการบริหารที่ Digital Ventures บริษัทในเครือของ ธนาคาร SCB เพื่อดูแลธุรกิจ FinTech สร้างสิ่งที่เรียกว่าอนาคตของธุรกิจการเงิน และกำลังจะเข้าไปมีบทบาทบางอย่างใน SCB มากขึ้น Brand Inside ได้มีโอกาสเข้าไปนั่งคุยแบบเป็นกันเอง ถึงจุดเริ่มต้นและความคืบหน้าของ Digital Ventures บริษัทล่าสุดในเครือ SCB ที่จะทำธุรกิจบนพื้นฐานของ “ความไม่รู้”

ก่อนเริ่มต้นคุยกัน ธนา ยังคงย้ำเสมอว่า จุดเริ่มต้นของการทำงาน อยู่บนแนวคิดที่เรียบง่าย นั่นคือ ความกังวลต่อสิ่งที่ไม่รู้ และธนาคารกำลังจะถูก Disrupt แต่ด้วยความเป็นธนาคาร ที่ดูแลรับผิดชอบเงินฝากของประชาชน ดังนั้น SCB จะทดลองธุรกิจใหม่ๆ ก็ไม่ได้ ล้มเหลวไม่ได้ มีกฎระเบียบกำกับดูแลด้วย

จึงเกิดเป็น Digital Ventures ที่มาพร้อมกับเงินลงทุน 50 ล้านเหรียญ มีหน้าที่สำคัญคือเป็น Radar ค้นหาสิ่งที่เป็นนวัตกรรม เป็นอนาคต เป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์ที่เหมาะสมกับ SCB และกลายเป็น 4 การทำงานหลัก

  1. Venture Capital เน้นการลงทุนทั้งแบบ Fund of Fund และ Direct Investment
  2. Accelerator บ่มเพาะพัฒนา FinTech
  3. Lab ศึกษา วิจัย และพัฒนานวัตกรรมใหม่
  4. Product ค้นหาพันธมิตร หรือบริษัทที่ SCB สามารถร่วมมือ เพื่อให้เกิดบริการใหม่
14663_10204894734141230_8366977516545057352_n
ธนา เธียรอัจฉริยะ และ สมชัย เลิศสุทธิวงศ์ บิ๊กบอสจาก AIS

เข้าใจ 4 แกนธุรกิจ สร้างอนาคต SCB

4 แกนธุรกิจ มีเหตุและผลของการเกิดขึ้นจาก “ความไม่รู้” นั่นคือ VC เป็นการสร้างองค์ความรู้ให้กับ SCB ผ่านการลงทุนร่วม เช่น Fund of Fund กับ Golden Gate Ventures เพื่อเรียนรู้แนวทางการลงทุนใน FinTech ทั่วโลก และจะมี Fund of Fund อื่นๆ ตามมาอีกในอนาคต ทั้งยังเป็นการเปิดตลาดให้ SCB ออกไปค้นหา FinTech ได้ทั่วโลก กระจายความเสี่ยงทางการลงทุน เพราะต้องยอมรับว่า ประเทศไทยมีตลาดที่เล็กมาก

และด้วยตลาดที่เล็ก ทำให้การทำ Accelerator เป็นสิ่งสำคัญและจำเป็น เพราะ SCB รู้ว่า FinTech คิดและทำคนเดียวไม่ work แต่การมาร่วมมือกับธนาคาร จะทำให้เข้าใจโลกทางการเงินมากขึ้น และจะสามารถฝ่าด่านกฎระเบียบต่างๆ จาก Regulator ไปได้ด้วย ซึ่งเป้าหมายของ Digital Ventures คือต้องเป็น Accelerator ด้าน FinTech ที่ดีที่สุดในภูมิภาคนี้ในอนาคต

เมื่อมีการลงทุน และมีการสนับสนุนแล้ว ส่วนต่อมาคือ การศึกษาผ่าน Lab เมื่อมีนวัตกรรมใหม่เกิดขึ้นในตลาด หรือต้องการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ Lab จะทำหน้าที่ศึกษา เช่น การเกิดขึ้นของ Blockchain และการนำมาใช้งานจริง สิ่งเหล่านี้ต้องอาศัยการทำงานของ Lab และนำไปสู่แกนสุดท้ายคือ Product นั่นคือ การค้นหาบริการใหม่ให้เกิดขึ้นเร็วที่สุด อาจจะจับมือพันธมิตรร่วมลงทุน หรือซื้อกิจการถ้าจำเป็น เพื่อให้ SCB มีบริการใหม่

ดังนั้น Startup ด้าน FinTech สามารถเข้ามาหารือโดยตรงกับ Digital Ventures ได้ตลอดเวลา

thana5
Digital Ventures ลงทุนใน Golden Gate Ventures

Digital Customer สินทรัพย์ที่มีค่าของโลกการเงิน

การขยับเคลื่อนไหวของโลกธุรกิจยุคดิจิทัล สิ่งทีสำคัญที่สุดสิ่งใหม่กลายเป็น Digital Customer หรือ ฐานลูกค้าดิจิทัล ที่กลายเป็น สินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูง ผู้ให้บริการแชทมีฐานลูกค้ากว่า 30 ล้านราย ผู้ให้บริการ e-Book มีฐานลูกค้า 9 ล้านราย ทั้งหมดสามารถเปลี่ยนธุรกิจสู่บริการทางการเงินที่มีประสิทธิภาพได้อย่างรวดเร็ว ขณะที่ฐานลูกค้าดิจิทัลของธนาคาร ยังน้อยมาก อยู่ในระดับ 2-3 ล้านรายเท่านั้น ถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่งในการเพิ่มฐานลูกค้า

“ต่อจากนี้ไป Digital Customer จะเป็นตัวชี้วัดพลังขององค์กร องค์กรไหนที่มี Digital Customer จำนวนมาก จะยิ่งมีโอกาสในการทำธุรกิจได้อย่างมหาศาล ดังนั้นจึงไม่แปลกที่จะมีการซื้อกิจการเพื่อให้ได้ฐานลูกค้า”

อย่างไรก็ตาม ธนา เชื่อว่ายุคต่อไปจะเป็นยุคของการ Collaboration หรือการร่วมมือ มากกว่าการ Disruption เพราะ FinTech ที่เชื่อว่าจะสามารถ Disrupt ธนาคารได้นั้น สุดท้ายจะเผชิญกับกฎระเบียบที่เข้มงวดมากขึ้น และการจะผ่านด่านนี้ได้ การร่วมมือกับธนาคารเพื่อช่วยเหลือกัน มีความเป็นไปได้มากกว่า และแน่นอนว่า ธนาคาร ยังเป็นแหล่งเงินทุนอย่างดีในการทำธุรกิจอีกด้วย

11188394_10155867721910001_6684029774861066692_n
ธนา และ สรกล อดุลยานนท์ หรือ หนุ่มเมืองจันท์ Co-Founder ของ ABC

หัวใจหลัก สร้างวัฒนธรรมองค์กรใหม่ ที่ไม่ใช่ธนาคาร

ธนา บอกว่า Digital Ventures คือการทำสิ่งที่ธนาคารไม่สามารถทำได้ โดยเริ่มต้นจากการสร้างวัฒนธรรมองค์กรใหม่ ในรูปแบบ Family Culture ทำงานแบบสนุก เปลี่ยนคำถามจากคำว่า What และ How เป็นคำว่า Why คือ ถามว่า ทำไปทำไม เช่น การทำ Accelerator ไม่ได้ทำเพื่อให้บริษัทได้รายได้ หรือได้บริการใหม่ แต่ทำแล้วได้สร้างโอกาสให้กับ Startup สร้างแรงจูงใจในการพัฒนาสิ่งใหม่ๆ ทำแล้วได้นวัตกรรมใหม่ ได้ไอเดียที่จะต่อยอดในอนาคต หรืออย่างน้อย ก็ได้ “คน” ที่เป็นทรัพยากรที่มีค่าที่สุด

ด้วยรูปแบบการทำงานในยุคดิจิทัล คนเก่งๆ ไม่อยากทำงานในองค์กร ดังนั้นหน้าที่ขององค์กรที่อยากได้คนเก่งไว้ทำงาน จึงต้องออกแบบการทำงานใหม่ ไม่จำเป็นต้อง Full Time สามารถทำเป็นโปรเจค เป็น Part Time หรือเป็น Freelance และเน้นสร้างความสัมพันธ์ให้คนเก่ง อยากทำงานด้วยกันไปนานๆ โดยมีเป้าหมายเป็นตัวตั้ง ซึ่งต้องบริหารจัดการความรู้สึกให้ดี เรียกว่าสร้างวัฒนธรรมองค์กรตามความต้องการของคนรุ่นใหม่ แต่ก็ดูแลคนรุ่นเดิมด้วย

เรียกว่าเป็นการสร้าง New Normal ให้เกิดขึ้นในองค์กรยุคใหม่

ทั้งนี้ การสร้างวัฒนธรรมองค์กรใหม่ ยังส่งผลไปถึง SCB โดยการนำหลักสูตร ABC พิเศษ มาจัดให้กับพนักงาน SCB จำนวน 100 คน เพื่อก่อให้เกิด Change หรือการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้น เป็นการนำศิลป์ เข้ามาผนวกกับ ศาสตร์ ที่มีอยู่ในองค์กร เพื่อให้เกิดความกลมกล่อมในการทำงานมากยิ่งขึ้น

thana3

สั้นๆ กับ ธนา เธียรอัจฉริยะ

ธนา หรือ พี่โจ้ เป็นผู้บริหารที่ผ่านประสบการณ์มาอย่างโชกโชน เป็นผู้สร้างแบรนด์ happy และเป็นผู้บริหารระดับสูงที่ dtac ผู้ให้บริการมือถือรายใหญ่ของไทย ทำหน้าที่ดูแลธุรกิจทีวีดาวเทียมให้กับ GMM Grammy และเผชิญกับยุคทีวีจอดับ บุกไป Set up เริ่มต้นธุรกิจให้ Telenor ที่ประเทศพม่า เป็น Co-Founder ของ ABC หรือ Academy of Business Creativity มหาวิทยาลัยศรีปทุม หลักสูตรที่ใครหลายคนอยากเรียน และล่าสุดกับประธานกรรมการบริหารของ Digital Ventures และเป็นบอร์ดในอีกหลายบริษัท

ปัจจุบัน ธนา คือคุณพ่อยังหนุ่มที่น่ารักของครอบครัว และชอบวิ่งออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ

Source Photo: ขอบคุณรูปภาพจาก Facebook ของคุณธนา

from:https://brandinside.asia/interview-thana-digital-ventures-scb/