คลังเก็บป้ายกำกับ: ธนาคารไทยพาณิชย์

SCB และ Sea (ประเทศไทย) จับมือสร้างการเติบโตบน Digital Lifestyle Ecosystem อย่างเต็มรูปแบบ

การทำธุรกิจยุคนี้ยืนด้วยตัวคนเดียวไม่ได้อีกต่อไป การร่วมมือกับบริษัทอื่น ๆ ที่มีความแข็งแกร่งในจุดอื่น มาพัฒนาให้บริษัทตนเองมีความพร้อมมากยิ่งขึ้น กลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว ซึ่งหนึ่งในความร่วมมือ (Partnership) ล่าสุดที่น่าสนใจก็คงหนีไม่พ้น ความร่วมมือกันระหว่างธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB และบริษัท Sea (ประเทศไทย) ที่เดินหน้าสร้างความร่วมมือในหลายมิติเพื่อเดินหน้าจับมือสร้างการเติบโตบน Digital Lifestyle Ecosystem อย่างเต็มรูปแบบ พร้อมรับไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้งานในยุคดิจิทัลร่วมกัน

โดยเราได้รับเกียรติจาก คุณปิติพร พนาภัทร์ รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานบริหารพันธมิตรและพัฒนาธุรกิจ ของ SCB และคุณมณีรัตน์ อนุโลมสมบัติ CEO ของ Sea (ประเทศไทย) มาเผยถึงรายละเอียดของความร่วมมือในครั้งนี้

SCB มีจุดแข็งด้านการเงินและธนาคาร

คุณปิติพร เริ่มเล่าถึงการแถลงในงาน 2020 SCB VISION ที่มีคุณอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และประธานกรรมการบริหาร SCB กล่าวถึงวิสัยทัศน์ (Vision) ที่มองแค่ “Bank as a Platform” หรือ “การสร้างแพลตฟอร์มที่ให้บริการด้านธนาคาร” เพียงอย่างเดียวอาจจะไม่เพียงพอที่จะนำพาองค์กรฝ่ากระแสแห่งการเปลี่ยนแปลงในโลกธุรกิจยุคปัจจุบันได้

ซึ่งหลายธุรกิจใหม่ ๆ ก็สร้างบริการได้ใกล้เคียงกับธนาคาร และใกล้ชิดลูกค้าได้มากขึ้น ทำให้ SCB ต้องพยายามปรับทั้งผลิตภัณฑ์และรูปแบบให้บริการแบบ 360 องศา เช่น การสร้างประสบการณ์ด้านการชำระเงินแบบไร้รอยต่อ (Seamless Payment Experience), การเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการเงิน (Financial Inclusion), การพัฒนาระบบชำระเงินให้มีความหลากหลายและครอบคลุมมากขึ้น, การขยายความร่วมมือกับค้าปลีกหลาย ๆ ราย และสนับสนุนธุรกิจ Small SME (SSME) พร้อมประกาศเจตนารมณ์ของธนาคารที่ต้องการเป็น The Most Admired Bank หรือการเป็น “ธนาคารที่น่าชื่นชมที่สุด”

แต่สิ่งหนึ่งที่ SCB ยังต้องทำอย่างต่อเนื่อง คือ การเดินหน้าแสวงหาพันธมิตรใหม่ๆ (Partnerships) ในหลายภาคส่วนธุรกิจ เพื่อนำความเชี่ยวชาญและแข็งแกร่งของพันธมิตรมาช่วยในการพัฒนาขีดความสามารถใหม่ๆ เพื่อรองรับการเติบโตในรูปแบบที่ไม่เหมือนเดิม ซึ่งแน่นอนว่าการร่วมงานและสร้าง Partnership กับ Sea (ประเทศไทย) ในครั้งนี้ก็เป็นการสร้างความแข็งแกร่งให้ฝั่ง SCB อีกทางหนึ่งด้วย

 

Sea (ประเทศไทย) แกร่งในด้านดิจิทัลแพลตฟอร์ม

ส่วนคุณมณีรัตน์ ระบุว่า Sea นั้นเป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ที่มีบริการที่น่าสนใจให้เลือกใช้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น ทั้งด้านดิจิทัลเอนเตอร์เทนเมนท์ (การีนา) อีคอมเมิร์ซ (ช้อปปี้) และบริการด้านการเงินแบบดิจิทัล (แอร์เพย์) โดยเปิดให้บริการในไทยครั้งแรกเมื่อปี 2557

โดยภายในระยะเวลาไม่ถึง 10 ปี ผลิตภัณฑ์และบริการจาก Sea ได้เข้ามามีบทบาทกับผู้ใช้งานชาวไทยในหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นจากการีนา ที่ได้ส่งเกมชั้นนำอันดับหนึ่งในประเทศอย่าง RoV และ Free Fire แพลตฟอร์มสุดฮอตอย่าง Shopee ซึ่งถือเป็นแพลตฟอร์ม e-Commerce ออนไลน์ที่ได้รับความนิยมและมีการเติบโตที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง โดยล่าสุดยังคว้าแบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับโลกอย่าง คริสเตียโน โรนัลโด มาร่วมสร้างปรากฏการณ์ช้อปปิ้งออนไลน์ที่ไม่ซ้ำใครให้กับเหล่านักช้อปบน Shopee

โดยทาง Sea มุ่งผลักดันให้แพลตฟอร์มเติบโต ผ่าน 3 เสาหลักที่เป็น 3Es นั่นคือ Enlarge, Enable และ Empower ซึ่งทำให้ความ mature ของตลาดดิจิทัลเพิ่มมากขึ้น โดย 3Es ได้แก่

  1. Enlarge คือ การพยายามขยายลูกค้าให้ฐานมากขึ้น นอกเหนือจากในเมือง ตอบรับกลุ่มคนที่หลากหลายมากขึ้น ทำให้คนใช้บริการแพลตฟอร์มมากขึ้น
  2. Enable คือ การทำให้มีผู้เข้ามาใช้แพลตฟอร์มมากขึ้น ผ่านการสร้างประสบการณ์ (Experience), มีการช่วยเหลือ-สนับสนุน (Help & Support) ผู้ใช้ได้อย่างทันท่วงที, และการเอาใจใส่และสร้างผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ลูกค้านั้นสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด เพราะแม้ในธุรกิจดิจิทัล เทคโนโลยีก็เป็นเพียงหนึ่งใน “เครื่องมือ” ที่ช่วยตอบโจทย์เท่านั้น แต่ปัจจัยที่สำคัญกว่า คือ ความเข้าใจตลาดและความต้องการของผู้ใช้งานที่แตกต่างกัน
  3. Empower คือ การสร้าง Ecosystem ให้เข้มแข็ง ไม่ใช่แค่การทำให้ Sea เข้มแข็งเพียงอย่างเดียว โดยจะมีการทำ Partnership กับในหลายภาคส่วน เช่น ภาครัฐ ภาคการศึกษา เป็นต้น

 

ร่วมกันสร้าง Digital Lifestyle Ecosystem

SCB ให้เหตุผลในการจับมือกับ Sea (ประเทศไทย) นั้น ทาง SCB ระบุว่ามี 2 สาเหตุหลัก ๆ คือ

  1. ในฐานะที่ SCB มีเป้าหมายในการก้าวสู่การเป็น Tech Bank ดังนั้น อุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีจึงเป็นสิ่งหนึ่งที่ SCB ให้ความสนใจ และมองหาพันธมิตรที่จะร่วมมือทางธุรกิจด้วย
  2. Sea เป็นสตาร์ทอัพระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Southeast Asia) ที่สามารถเปิดระดมทุน IPO ที่ตลาดหุ้นอเมริกาได้แล้ว มี Ecosystem ที่เพียบพร้อมทั้ง Digital Entertainment , E-Commerce และ Digital Financial Services ที่สามารถพัฒนาระบบเพื่อให้ส่งเสริมกันหรือใช้งานร่วมกันได้ ทำให้ลูกค้าทั้งสองฝั่งเกิดความสะดวกและไร้รอยต่อในการใช้งาน

ซึ่งทาง Sea (ประเทศไทย) ระบุว่า SCB เป็นธนาคารที่อยู่กับไทยมานาน มีฐานลูกค้ากว้าง มี Payment Solution และ Credit Solution ที่แข็งแกร่ง ทำให้สามารถนำมาพัฒนาร่วมบริการของ Sea ที่ตอบสนองลูกค้าได้มากขึ้นอีกด้วย

โดยการจับมือระหว่าง SCB และ Sea ในครั้งนี้จะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการร่วมมือที่ SCB พยายามสร้าง Partnership กับหลายภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นภาคการขนส่ง, สาธารณสุข, โรงแรม, ร้านอาหาร, มหาวิทยาลัย, ผู้ค้าปลีก, ผู้ค่าส่ง และแพลตฟอร์มอื่น ๆ เพื่อให้เข้าใจถึงความต้องการลูกค้ามากขึ้น รวมถึงสร้างการเรียนรู้และสร้างความสัมพันธ์กับพันธมิตรในหลายมิติ นอกจากนี้ Sea นั้นมีกลุ่มฐานลูกค้าเป็นคนรุ่นใหม่จำนวนมากนั่นเอง

ซึ่ง SCB และ Sea จะเริ่มร่วมมือกันผ่านการเชื่อมระบบชำระค่าบริการ (Bill Payment) โดยจะเป็นการเพิ่มช่องทางชำระค่าบริการของ SCB ได้ผ่านทาง AirPay และเติมเงินเข้า AirPay ได้จากแอป SCB EASY ฯลฯ

คุณปิติพร พนาภัทร์ รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานบริหารพันธมิตรและพัฒนาธุรกิจผู้จัดการใหญ่ของ SCB กล่าวว่า “สำหรับของไทยพาณิชย์เราเป็น Financial Services ในส่วนธุรกิจแบงก์ยังโฟกัสในระบบการชำระเงิน (Payment) และ การสร้างประสบการณ์ด้านการชำระเงินแบบไร้รอยต่อ (Seamless Payment Experience) อันนี้เป็นสิ่งที่เราสนใจอยู่แล้ว ถ้าเราจะทำธุระกิจที่เกี่ยวกับเกมหรือ E-Commerce ซึ่งเป็นสิ่งที่เราไม่ถนัด เพราะฉะนั้นเราต้องไปกับ Partner ที่มีความรู้ด้านนั้นๆ เราคิดว่ามันเป็นการเติมเต็มซึ่งกันและกัน”

ส่วนคุณมณีรัตน์ อนุโลมสมบัติ CEO ของ Sea (ประเทศไทย) กล่าวทิ้งท้ายว่า “ความตั้งใจของเราก็คือ การจับมือร่วมกันพัฒนาบริการและผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ลูกค้า เพราะว่าสุดท้ายแล้ว เราคิดว่าทั้ง SCB และ Sea เอง เรามองเหมือนกันว่าอะไรคือสิ่งที่จะสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าของเราจากการจับมือร่วมกันในครั้งนี้ ความร่วมมือเรามองเป็น Long-term อยู่แล้ว”

บทความนี้เป็น Advertorial

from:https://www.thumbsup.in.th/scb-and-sea-thailand-partnership

โฆษณา

คนไทยใช้ QR Code จ่ายเงินที่ญี่ปุ่นได้แล้ว ประเดิมโมบายแบงก์กิ้ง 4 ธนาคารใหญ่

ทุกวันนี้หลายคนใช้ QR Code ทั้งรับ-จ่ายเงินแล้ว แต่หลังจากนี้คนไทยจะได้ใช้ระบบ QR Code แบบเดียวกันที่ประเทศญี่ปุ่น แต่ประเดิมที่ห้างทาเคยะ หรือตึกม่วงในโตเกียวนั่นเอง

ญี่ปุ่น
ญี่ปุ่น // ภาพจาก Shutterstock

คนไทยที่ใช้ กรุงศรีฯ-กรุงเทพ-กสิกรไทย-ไทยพาณิชย์ เปิดแอปฯ จ่ายเงินได้เลย

ฐากร ปิยะพันธ์ ประธานกรรมการกรุงศรี คอนซูมเมอร์ และผู้บริหารสายงานดิจิทัลแบงก์กิ้งและนวัตกรรม ธนาคารกรุงศรีอยุธยา บอกว่า ทางธนาคารฯ ร่วมมือกับพันธมิตรอย่าง MUFG สถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นและ Mitsubishi UFJ NICOS พัฒนาและนำ Thai QR Payment ที่ตอนนี้ใช้กับระบบ QR Code ในประเทศไทยไปใช้ในร้านค้าของประเทศญี่ปุ่น ระยะแรกจะเริ่มใช้ในตึกทาเคยะ หรือตึกม่วงในโตเกียวก่อน

เบื้องต้นลูกค้าที่ใช้โมบบายแบงก์กิ้ง 4 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารไทยพาณิชย์ สามารถแสกน QR Code ที่อยู่หน้าร้านแล้วจ่ายเงินค่าสินค้าและบริการได้เลย โดยลูกค้าที่ใช้แอปพลิเคชั่นโมบายแบงก์กิ้งของกรุงศรี หรือ KMA ในห้างทาเคยะ จะได้รับโปรโมชั่นหากใช้จ่ายในช่วงวันที่ 1 ก.ย.- 31 ธ.ค. 2562 นี้ คือ

  • ต่อที่ 1 รับส่วนลดทันที 5% จากร้านทาเคยะ เมื่อมียอดซื้อตั้งแต่ 5,000 เยนเป็นต้นไป
  • ต่อที่ 2 รับคืนภาษี 8% (Tax refund) เมื่อมียอดซื้อตั้งแต่ 5,000 เยนเป็นต้นไป
  • ต่อที่ 3 รับเงินคืน 5% จากกรุงศรี หรือสูงสุดไม่เกิน 300 บาท/ท่าน/เดือน

สรุป

ทุกธนาคารหันมาโฟกัสลูกค้าที่ช้อปปิ้งในต่างประเทศ เพราะเป็นกำลังซื้อที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง แต่ปัญหาในการใช้งานต่างประเทศคือ ลูกค้าสนใจและเลือกมากขึ้นว่าเรทอัตราแลกเปลี่ยนของที่ไหนถูกกว่ากัน ดังนั้นไม่ว่าจะมีบัตรเครดิต บัตรเดบิต หรือ QR code คงต้องชูเรื่องการฟรีค่าธรรมเนียมมากขึ้น

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/qrcode-japan-for-thaipeople/

ไทยพาณิชย์เปิดงบครึ่งปีแรก 2019 กำไรสุทธิ 20,132 ล้านบาทลดลง 10.4% จากปีก่อน

เมื่อธุรกิจธนาคารมีความท้าทายมากขึ้น ด้านธนาคารไทยพาณิชย์ครึ่งปีแรกนี้กำไรสุทธิลดลง 10.4% มีสาเหตุจากอะไร?

ภาพจาก Shutterstock

ผลประกอบการนาคารไทยพาณิชย์และบริษัทย่อยครึ่งปีแรกของปี 2019 มีจุดสำคัญดังนี้

กำไรสุทธิอยู่ที่ 20,132 ล้านบาท ลดลง 10.4% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักมากจากค่าใช้จ่ายครั้งเดียวในการตั้งสำรองผลประโยชน์พนักงานจากกฎหมายแรงงานใหม่ (เมื่อไตรมาส 1 ปี 2019) และรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยลดลงเพราะการยกเลิกค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านช่องทางดิจิทัล รวมถึงรายได้จากการรับประกันภัยที่ลดลง

รายได้ดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่ 50,250 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.5% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน
โดยเติบโตจากสินเชื่อของธนาคาร และที่ผ่านมาธนาคารปรับพอร์ตสินเชื่อโดยเพิ่มสัดส่วนสินเชื่อที่ให้ผลตอบแทนสูง

รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยอยู่ที่ 20,362 ล้านบาท ลดลง 9.7% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน 34,493 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.8% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีแนวโน้มดีขึ้นเพราะการดำเนินงานของโครงการ Transformation เข้าสู่ช่วงสุดท้ายน่าจะทำให้ค่าใช้จ่ายการลงทุนส่วนนี้หมดไป 

สินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL) อยู่ท่ 68,885 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.2% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ส่วนหนี้เสียใหม่ที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มาจากกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ในอุตสาหกรรมโภคภัณฑ์เกษตร สินเชื่อบ้าน สินเชื่อเช่าซื้อ

ส่วนการขายหุ้น SCB Life ทางธนาคารไทยพาณิชย์คาดว่าจะได้รับค่าตอบบแทน 92,700 ล้านบาท  ซึ่งจะเกิดขึ้นหลังจากการโอนหุ้นเสร็จสิ้นภายในปี 2019

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/scb-h12019/

SCB เพิ่มช่องทางใหม่ในการฝากเงิน แค่มาไปรษณีย์ก็ฝากเงินได้ ไม่ต้องไปถึงธนาคาร

จากที่เห็นข่าว SCB ลดจำนวนของสาขาลงเยอะมาก ทำให้หลายคนคิดว่าจะสะดวกในการทำธุระกรรมทางการเงินไหม แต่เขาได้เพิ่มช่องทางในการฝากเงินผ่านร้าน 7-Eleven ขึ้นมาให้เพื่อความสะดวกสบายของลูกค้า ซึ่งตอนนี้ SCB ได้เพิ่มช่องทางรับฝากเงินที่ใหม่ขึ้นมาก็คือ ไปรษณีย์ไทย นั่นเอง

ปัจจุบันจะให้ไปเดินหาธนาคารเพื่อฝากเงินก็คงจะไม่มีใครทำแล้ว ธนาคารไทยพาณิชย์ มองเห็นตรงจุดนี้จึงได้ร่วมมือกับ ไปรษณีย์ไทย เพิ่มช่องทางในการรับฝากเงินสดขึ้นมาอีกช่องทางหนึ่ง เพื่อตอบโจทย์ความสะดวกของลูกค้า ซึ่งก็เป็นผลดีของเราๆ ด้วยที่ไม่ต้องไปถึงธนาคารก็สามารถฝาเงินได้ บางคนไปรษณีย์อยู่ใกล้บ้านมากกว่าธนาคารเสียอีก ซึ่งตอนนี้ที่ทำการไปรษณีย์มีมากกว่า 1,200 แห่งทั่วประเทศ

สามารถฝากเงินสดได้ตั้งแต่

  • 1 บาท – 30,000 บาท/รายการ
  • สูงสุด 60,000 บาท/วัน/บัญชี
  • ค่าธรรมเนียมในการให้บริการไม่เกิน 20 บาท/รายการ

และทาง ธนาคารไทยพาณิชย์ ยังจัดแคมเปญเพียงฝากเงินสดเข้าบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ ที่ไปรษณีย์ครบทุกๆ 5 ครั้ง/เดือน และลงทะเบียนผ่าน QR Code ณ ที่ทำการไปรษณีย์ 1,200 แห่งทั่วประเทศ จะได้รับ ฟรีข้าวไรซ์เบอรี่อินทรีย์ 1 แพ็ก มูลค่า 50 บาท ตั้งแต่วันนี้ – 31 สิงหาคม 2562

ขั้นตอนการฝากเงินที่ ไปรษณีย์ ก็ง่ายๆ

  1. แจ้งกับเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ที่เคาเตอร์ว่าต้องการจะฝากเงินสดเข้าบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ (เฉพาะบัญชีออมทรัพย์ และบัญชีกระแสรายวันของธนาคารไทยพาณิชย์เท่านั้นนะ)
  2. กรอกข้อมูลชื่อธนาคาร เลขที่บัญชี ชื่อ-สกุลของบัญชีผู้รับเงิน และชื่อผู้ฝากเงินในใบนำฝาก โดยไม่ต้องแสดงสมุดบัญชี
  3. เจ้าหน้าที่ที่เคาน์เตอร์จะรับเงินสดและค่าธรรมเนียมการฝาก
  4. เจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ จะออกใบรับเงินให้เป็นหลักฐานแก่เรา
  5. สุดท้าย เงินสดโอนเข้าบัญชีปลายทางได้ทันที

เป็นอีกทางในการทำธุรกรรมที่ดีมาก สะดวกสบาย ง่าย และประหยัดเวลาสุดๆ เชื่อว่าตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนในสังคมปัจจุบันได้เป็นอย่างดี ส่วนใครที่ได้ลองฝากเงินที่ไปรษณีย์มาแล้ว รู้สึกยังไงบ้างมาเล่าสู่กันฟังได้นะ

from:https://droidsans.com/personal-banking-other-services-banking-agent-thailand/

ศึกษาการบริหารคนของ SCB ทำอย่างไรให้อยู่รอดท่ามกลาง Digital Disruption

พามาศึกษาการบริหารบุคคลแบบฉบับของ SCB การที่ต้องบริหารคนหลายๆ เจนในองค์กรในยุคที่ Digital เข้ามา Disrupt ธุรกิจธนาคาร ในเรื่องคนต้องปรับตัวอย่างไรบ้างเพื่อให้อยู่รอด?

ต้องยืนหยัดด้วยการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามา

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้คงจะได้เห็นข่าวคราวมากมายเกี่ยวกับวงการธนาคาร ทั้งเรื่องดราม่าปิดสาขา ปลดคน เพราะได้รับผลกระทบจากเทคโนโลยี คำถามก็คือผู้ประกอบการได้รับมือกับเรื่องนี้อย่างไรบ้าง

ทาง Brand Inside ได้พูดคุยกับ “พรรณพร คงยิ่งยง” รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงานทรัพยากรบุคคล ธนาคารไทยพาณิชย์ ผู้บริหารระดับสูงคนสำคัญในการบริหารบุคลากรของธนาคารไทยพาณิชย์ หรือ SCB ต้องบอกว่าที่ผ่านมามีการปรับตัวอย่างต่อเนื่อง

SCB ได้เริ่มปรับเปลี่ยนองค์กรเข้าสู่ยุค Digital Transformation มานานแล้ว เริ่มมีการลงทุนด้านเทคโนโลยีเรื่องใหม่ๆ ทั้ง AI, บล็อกเชน และบิ๊กดาต้า เมื่อลงทุนเรื่องเทคโนโลยีก็ต้องลงทุนเรื่องคนไปพร้อมๆ กัน เพราะโจทย์ใหญ่ก็คือจะทำอย่างไรให้คนพร้อมทำงานกับเรื่องเหล่านี้

“มองว่าเวลานี้โจทย์ใหญ่คือ ทำอย่างไรให้คนในองค์กรสามารถอัพสกิลใหม่ๆ ได้ มีศักยภาพที่มีให้เก่งขึ้น สอดคล้องกับแนวทางใหม่ที่มีเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาอย่าง Mobile Banking ในฐานะ HR อยากเห็นคนทำงานเร็ว จะทำงานช้าแบบเก่าไม่ได้ การเข้าถึงลูกค้าอย่างรวดเร็วเป็นโจทย์ที่สำคัญ ต้องปรับตัวเองได้ง่าย และรวดเร็ว มีไอเดียสร้างสรรค์อยู่ตลอด”

นอกจากเรื่องเทคโนโลยี หรือการทรานส์ฟอร์มตัวเองแล้ว ภารกิจของ HR ยังมีอีกมากมาย โจทย์ที่สำคัญไม่แพ้กันเลยก็คือการสร้างวัฒนธรรมใหม่ๆ เพื่อให้คนรุ่นใหม่ทำงานแล้วมีความสุขยิ่งขึ้น

พรรณพรบอกว่า การปรับเปลี่ยนองค์กรต้องมีเรื่องของการสร้างวัฒนธรรมการทำงานใหม่ๆ ให้เอื้อประโยชน์แก่คนรุ่นใหม่ที่มีในองค์กร และทำให้พนักงานปรับตัวให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงที่มาอย่างรวดเร็วได้ เรียกว่าเป้นภารกิจใหญ่ของ HR ยุคนี้

ในแง่ของธุรกิจการบริการลูกค้า เพราะ SCB เองก็มีส่วนของการบริการลูกค้า ได้ให้ความสำคัญกับการตอบโจทย์ Pain Point ลูกค้า จะเรียกการทำงานนี้ว่าเป็นเหมือนทีมกีฬาที่สามารถส่งใครไปเล่นตำแหน่งไหนในสนามก็สามารถทำคะแนนได้ สามารถเปลี่ยนบทบาทมีส่วนสำคัญของทีม ท้าทายนวัตกรรมใหม่ๆ เป็นวิถีการอยู่รอดได้ในโลก Digital Disruption

ต้องทำให้ Gen Y รู้สึกสนุกในการทำงาน

ต้องบอกว่า SCB ในปัจจุบันได้กลายเป็นองค์กรสำหรับคนรุ่นใหม่ไปแล้ว โดยที่ SCB มีพนักงานรวมทั้งหมด 26,000 คน สามารถแบ่งเป็นสัดส่วน Gen Y 65% Gen X 28% Gen Z 2.5% และ Baby Boomer 5% เห็นได้ชัดว่ามีกลุ่มของ Gen Y เป็นกลุ่มใหญ่ที่สุดในองค์กร

การบริหารคนรุ่นใหม่ๆ หรือกลุ่มคน Gen Y ก็เป็นโจทย์ที่ท้าทายของ HR เช่นกัน เพราะอย่างที่ทราบกันว่าคาแรคเตอร์ของคนุร่นใหม่ในยุคนี้มีความใจร้อน มีความอดทนน้อย ชอบความท้าทาย เปลี่ยนงานบ่อย ต้องมีอะไรที่ดึงดูดใจในการทำงานพอสมควร

SCB Customer Center

“การบริหารคน Gen Y ตามแบบของ SCB จะมีโจทย์ว่าทำอย่างไรให้คนมาทำงานแล้วมีความสุข มีเป้าหมาย มีแรงบันดาลใจ เราได้มีแคมเปญภายใน People with Purpose เป็นการให้ทุกคนบอกว่าทุกวันนี้ทำงานเพื่ออะไร มีคนร่วมกิจกรรมเป็นพันคน มีแจกเสื้อยืดเป็นรางวัล เป็นการสร้างบรรยากาศของคนรุ่นใหม่ให้รู้สึกว่างานมีความหมาย รู้ว่าทำเพื่ออะไร มีความสุข เหมือนการใช้ชีวิตปกติ ไม่ได้แยกจากการใช้ชีวิต สามารถมีความสุขในการทำงานได้ตลอด”

แต่ในฐานะ HR จะบริหารแค่คนกลุ่มเดียวไม่ได้ ในองค์กรมีคนหลากหลายเจนรวมๆ กัน ก็จำเป้นต้องมีรูปแบบการบริหารที่แตกต่างกันออกไป อย่างคนรุ่นก่อนๆ ที่มีลอยัลตี้กับองค์กรสูงๆ เพราอยู่กับองค์กรมานาน ส่วนคนรุ่นใหม่ชอบความท้าทาย อยากเติบโตเร็ว ก็ต้องสร้างบรรยากาศการทำงานที่อยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข แต่ที่สำคัญคือต้องเพิ่มสกิลให้กับพนักงานทุกคนให้มีสกิลที่หลากหลาย

ตอนนี้ SCB มีสัดส่วนพนักงานที่อยู่สำนักงานใหญ่ 62% และประจำสาขา 38% เป็นจำนวนที่ลดลงเรื่อยๆ จากเมื่อก่อนมีสัดส่วนมากกว่า 40% แต่การลดจำนวนสาขาก็ไม่ได้ปลดพนักงานเสียทีเดียว มีการขยับพนักงานไปดูแลในส่วนอื่น เช่น ดูแลลูกค้า เพิ่มสกิลให้มีมากขึ้นกว่าเดิม

ปรับองค์กรด้วย Agile

SCB ก็เป็นอีกหนึ่งองค์กรที่เริ่มนำเอาการบริหารแบบ Agile เข้ามาใช้กับส่วนงาน HR เป็นการสร้างความยืดหยุ่นในการทำงาน รวมถึงเป็นการปิดช่องว่างเพื่อที่จะได้บริการลูกค้าได้รวดเร็วขึ้น

“คอนเซ็ปต์ Agile จะขยายวงกว้างมากขึ้น ส่วนใหญ่จะเริ่มจาก IT ยังไม่ค่อยเห็นใช้กับนอกวงการ IT เท่าไหร่ พอมาที่ HR คนไม่ค่อยเห็นภาพ แต่ปีนี้แผนจะขยาย Agile ไปทั้งองค์กร เริ่มจาก 3 ยูนิตที่ทดลองก่อน ใช้เวลา 5-6 เดือนดูว่าขยายไปข้างหน้าอย่างไร” 

พรรณพรบอกว่า การทำงานแบบ Agile จะช่วยสร้างความยืดหยุ่นในทีม มีพนักงานมาจากหลายแผนกมาร่วมมือกันทำงาน มาเรียนรู้เรื่องใหม่ๆ ทลายระบบไซโลแบบเดิมที่ทำงานแบบเดิมๆ ซ้ำๆ ความถี่รวดเร็วขึ้น ไม่ต้องรอโปรเจ็คต์ใหญ่ ให้อำนาจเขา สามารถตัดสินใจเองได้ ลองผิดลองถูกได้

ทั้งนี้ Agile ยังให้ความสำคัญกับลูกค้ามาก ต้องเป็นตามความต้องการของลูกค้า เกิดความร่วมมือระหว่างกัน เอาตัวออกจากงานปัจจุบัน ทำให้คนแสดงความคิดเห็นได้ตลอด เพราะที่ผ่านมาปัญหาของคนไทยจะไม่ค่อยพูด ไม่ค่อยคอมเม้นกัน

อัพสกิลให้พร้อมกับเทคโนโลยีใหม่ๆ

ถ้าถามถึงความท้าทายของการบริหารคนในยุคนี้ของพรรณพรนั้น เรียกว่าคนต้องมาพร้อมเทคโนโลยี เป็นสิ่งที่แยกจากกันไม่ได้แล้ว เพราะตลาดมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ต้องกระตุ้นให้เกิดบรรยากาศการทำงานใหม่ๆ

“ความท้าทายที่สุดในตอนนี้ก็คือ ทำอย่างไรที่จะอัพสกิลคนให้มีความสามารถพร้อมรับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลง ทำอย่างไรที่จะสร้างบรรยากาศการทำงาน กระตุ้นให้คนรุ่นใหม่เติบโตเป็น Future Leader ให้แก่เราได้ การสร้างลอยัลตี้ต่อองค์กรก็เป็นเรื่องดี แต่เรื่องแบบนี้ฝืนกันไม่ค่อยได้”

“ที่ทำได้คือ ต้องทำบรรยากาศให้ดีเพื่อดึงดูด และรักษาคนเก่งๆ ไว้นานๆ”

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/hr-scb-digital-disruption/

ไทยพาณิชย์ เปิดตัว SCB Service รับจ่ายบิลผ่าน Tesco Lotus แถมส่วนลดช้อปปิ้ง

ก่อนหน้านี้ธนาคารไทยพาณิชย์เพิ่มบริการ ฝาก-ถอน-โอน ในร้านสะดวกซื้อ 7-eleven ไปแล้ว ล่าสุดหันมาจับมือกับ Tesco Lotus จะมีอะไรอีกบ้าง?

SCB ขยายบริการจ่ายบิลใน Tesco Lotus เร่งศึกษาขยายบริการใหม่

ปิติพร พนาภัทร์ รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานบริหารพันธมิตรและพัฒนาธุรกิจ ธนาคารไทย พาณิชย์ บอกว่า ทางธนาคาเปิดบริการใหม่ชื่อ SCB Service โดยตั้งให้ Tesco Lotus เป็น Banking agent (ตัวแทนธนาคาร)

เริ่มแรกจะให้บริการรับชำระบิล SCB และบิลอื่นๆ รวม 2,000 รายการ เช่น กลุ่มลิสซิ่ง จ่ายสินเชื่อ รถยนต์ และกลุ่มประกัน จ่ายค่าเบี้ยประกัน ฯลฯ โดยจะรับชำระเฉพาะบิลที่มี Barcode หรือ QR code เท่านั้น (ซึ่งบิลปัจจุบันส่วนใหญ่มี QR code อยู่ในบิลแล้ว) เงื่อนไขคือ รับชำระเงินด้วยเงินสดเท่นั้น และรับชำระเงินไม่เกิน 49,000  49,000 บาท/รายการ

โดยค่าธรรมเนียมสูงสุด 10 บาท/รายการ ตอนนี้มีโปรโมชั่นโดยส่วนท้ายของใบเสร็จสามารถใช้เป็นส่วนลด 10 บาทในการซื้อสินค้าใน Tesco Lotus (เมื่อยอดรวมสินค้าในครั้งถัดไปอยู่ที่ 100 บาทขึ้นไป) เริ่มตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ส.ค. 2562

หลังจากนี้เร่งศึกษาบริการการเงินด้านอื่นๆ ที่จะเปิดให้บริการใน Tesco Lotus ใน 2,000 สาขาทั่วประเทศ

สรุป

หลายธนาคารเริ่มขยาย Banking Agent มากขึ้น ทั้งร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-Eleven Family Mart ไปรษณีย์ไทย ไปจนถึงตู้บุญเติม แต่จะมีบริการอะไรที่มากกว่าฝากเงิน ถอนเงิน โอนเงิน หรือจ่ายบิล ได้อีก

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/scb-service-pay-bills-tesco-lotus/

ไทยพาณิชย์เจาะลูกค้าบัตรเครดิต Gen Y ที่ชอบกิน ช้อป เที่ยว เปิดตัว SCB JCB Platinum

ใครที่ชอบกิน ช้อป เที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศ ไม่ต้องพกเงินสดก็ช้อปสะดวกแค่มีบัตรเครดิตติดตัว ยิ่งประเทศไทยร้านอาหารกว่า 50% เป็นร้านอาหารญี่ปุ่น คนไทยก็ชอบไปเที่ยวญี่ปุ่น ถ้าไม่มีบัตรเครดิต JCB ก็ไม่ได้ส่วนลด

ปิติพร พนาภัทร์ รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน ผลิตภัณฑ์บัตรเครดิต รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานบริหารพันธมิตรและพัฒนาธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ บอกว่า ปี 2019 ตลาดบัตรเครดิตในไทยคาดว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่การแข่งขันยังรุนแรงขึ้น ดังนั้นทางธนาคารจึงออกกลยุทธ์เจาะกลุ่มลูกค้าที่ไม่เคยมีบัตรเครดิตมาก่อน เช่น กลุ่มผู้เริ่มทำงานใหม่ (First Jobber) ซึ่งมีไลฟ์สไตล์ กิน ช้อป เที่ยว โดยเฉพาะการท่องเที่ยวในเอเชีย 5 ประเทศ ได้แก่ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฮ่องกง สิงคโปร์ และไต้หวัน

โดยปี 2019 ทางธนาคารคาดว่าจะเปิดตัวบัตรเครดิตเจาะกลุ่ม Gen Y ถึง 2 ใบ ครึ่งปีแรกเปิดตัวบัตรเครดิต SCB JCB Platinum ตั้งเป้าหมายมีลูกค้าใหม่ 100,000 ใบ และช่วงสิ้นปีคาดว่าจะเปิดตัวบัตรเครดิตอีกหนึ่งใบโดยอยู่ระหว่างการศึกษาตลาด ทั้งนี้คาดว่าสิ้นปี 2019 จะมีฐานลูกค้าบัตรเครดิตรวม 3 ล้านราย เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันอยู่ที่ 2.4 ล้านราย

“ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตของไทยพาณิชย์ ปี 2018 เติบโตที่ 20% สูงกว่าตลาดบัตรเครดิตรวมที่โต 11% โดยฐานลูกค้าหลักคือ ลูกค้ากลุ่มกลางถึงเวลธ์ ปีนี้เลยหันมาขยาย Gen Y มากขึ้น โดยทำกระบวนการสมัครบัตรใหม่ผ่าน SCB Easy นอกจากนี้จะขยายหมวดการผ่อนชำระสินค้ามากขึ้นเพื่อสร้างความผูกพันกับลูกค้าใช้บัตรบ่อยขึ้นด้วย”  

ทั้งนี้หมวดการใช้จ่ายที่จะทำโปรโมชั่นมากขึ้น เช่น Dining โรงพยาบาล Supermarket E-Commerce หมวดเสริมความงาม ฯลฯ

ฟีเจอร์บัตรใหม่ SCB JCB Platinum ใหม่มีอะไรบ้าง

จุดเด่นของบัตรใหม่ SCB JCB Platinum คือ ฟรีค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปีตลอดชีพ และสิทธิพิเศษพื้นฐานของบัตรได้แก่

  • เมื่อใช้บัตรในประเทศไทย
    – ส่วนลด Grab 100 บาท สำหรับค่าโดยสารไปสนามบินดอนเมืองและสุวรรณภูมิ (จำกัด 2 ครั้ง / ปีปฏิทิน)
    – 
    เมื่อไปญี่ปุ่นสามารถเช่า Pocket Wifi เพียง 100 บาท/วัน (เมื่อเช่า 3 วันขึ้นไป)
    – เมื่อจ่ายค่าตั๋วเครื่องบินผ่านบัตรฯ ได้รับประกันการเดินทางต่างประเทศวงเงินคุ้มครองสูงสุด 4.5 ล้านบาท
    – 
    ถ้าชอบกินอาหารญี่ปุ่นในไทย มีส่วนลดและสิทธิพิเศษกว่า 100 ร้านอาหาร เช่น CHABUTON,  OOTOYA, SABOTEN ฯลฯ
    – เมื่อซื้อของในร้าน UNIQLO รับ Cashback 10% ทุกสาขาทั่วประเทศ (1 มี.ค. – 31 พ.ค. 2562)
  •  ใช้สิทธิ์ในต่างประเทศ
    – รับ Cashback หรือเครดิตเงินคืน 3% โดยไม่มีขั้นต่ำ พร้อมรับคะแนนสะสม 25 บาท =  1 คะแนน เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรฯ ที่ประเทศญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฮ่องกง สิงคโปร์ และไต้หวัน เป็นสกุลเงินท้องถิ่น (จำกัดคืน Cashback ไม่เกิน 2,000 บาทต่อรอบบัญชี)
    – เข้าใช้ JCB Airport Lounge ในในสนามบินหลัก ได้แก่ ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, ฮ่องกง, สิงคโปร์ ฮาวาย และเซี่ยงไฮ้
    – เมื่อช้อปที่ 
    Mitsui Outlet Park และ Mitsui Shopping Park 15 สาขาในประเทศญี่ปุ่น รับส่วนลดสูงสุด 10% พร้อมเครดิตเงินคืนสูงสุด 1,000 บาท

โปรโมชั่นเปิดบัตรใหม่ รับสิทธิ์บิน 1 ฟรี 1” ไป 5 ประเทศเอเชียนเทรนดี้ สำหรับลูกค้าที่สมัครบัตรหลัก เมื่อได้รับอนุมัติบัตรและมียอดใช้จ่าย 30,000 บาทขึ้นไป (ใช้จ่ายในช่วง 1 มี.ค. – 30 เม.ย. 2562 และ 1 พ.ค. – 30 มิ.ย. 2562 รวม 500 สิทธิ์ตลอดระยะเวลาแคมเปญ) พร้อมใช้ 1 คะแนนสะสม SCB Rewards ผ่านแอป SCB EASY

สรุป

บัตรเครดิต SCB JCB Platinum เหมาะกับคนชอบซื้อของ กินอาหารญี่ปุ่น หรือไปเที่ยวในเอเชียบ่อยๆ เพราะมีส่วนลด สิทธิพิเศษให้ผู้ถือบัตรเพียบ

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/scb-jcb-platinum-geny/