คลังเก็บป้ายกำกับ: ดาต้าเซ็นเตอร์

จริงหรือที่ว่า อนาคตดาต้าเซ็นเตอร์จะหันมาใช้พลังงานไฮโดรเจน?

เป็นที่รู้กันว่าดาต้าเซ็นเตอร์ยุคปัจจุบันต้องพึ่งพาแหล่งไฟฟ้าที่เสถียรมาก ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงอุปกรณ์กายภาพทั้งหลายไปจนถึงระบบทำความเย็นที่เข้าถึงแทบทุกส่วนของระบบไอที ไฟฟ้าจึงถือเป็นเชื้อเพลิงสำคัญของธุรกิจไอที เป็นทรัพยากรที่มีค่ายิ่งสำหรับเจ้าของดาต้าเซ็นเตอร์ตั้งแต่วันแรกที่เปิดใช้งาน

ในสหรัฐฯ มักพึ่งพาบริการไฟฟ้าจาก “Grid” ที่กระจายครอบคลุมทั่วประเทศ แต่นับวันโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าวก็ยิ่งเก่า ความต้องการก็ยิ่งพุ่งสูง หรือแม้แต่มีความเสี่ยงเรื่องอันตรายทางไซเบอร์ที่ส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของระบบจ่ายไฟ รวมไปถึงเรื่องก๊าซเรือนกระจกอีก

โชคดีที่มีทางเลือกอื่นนอกจากไฟฟ้าพลังเชื้อเพลิงปิโตรเลียม ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากว่า เช่น ไฟฟ้าพลังงานน้ำ พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม หรือใช้ความร้อนใต้พิภพ แต่ก็ยังมีการนำมาใช้งานค่อนข้างช้า พลังงานนิวเคลียร์ก็แทบจะเลือนหายออกไปจากอเมริกาแล้ว

จึงเป็นโอกาสของเชื้อเพลิงไฮโดรเจนที่จะเข้ามาแทนที่ปิโตรเลียม ที่ช่วยลดก๊าซเรือนกระจกจนเหลือศูนย์ได้ แถมยังเสถียรสู้กับพลังงานแหล่งอื่นได้อีก ข้อเสียอย่างเดียวคือการจ่ายออกมาเป็นกระแส DC ซึ่งเราก็ใช้อินเวอร์เตอร์แปลงกลับมาก็ได้

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – Datacenterknowledge

from:https://www.enterpriseitpro.net/will-hydrogen-power-the-data-center-of-the-future/

NVIDIA เร่งผลักดันนวัตกรรมสำหรับโอเพ่นดาต้าเซ็นเตอร์

ตอนนี้ NVIDIA ได้เข้ามาเป็นสมาชิกผู้ร่วมก่อตั้งสำหรับโปรเจ็กต์ Open Programmable Infrastructure (OPI) ของ Linux Foundation แล้ว พร้อมๆ กับทำให้ API ของซอฟต์แวร์เน็ตเวิร์กอย่าง NVIDIA DOCA สามารถเข้าถึงได้อย่างแพร่หลายสำหรับช่วยการพัฒนานวัตกรรมสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์

ธุรกิจต่างๆ กำลังหันมาใช้โอเพ่นดาค้าเซ็นเตอร์ ที่ต้องมีแอพพลิเคชั่นและบริการที่ผสานเข้ากับโซลูชั่นอื่นๆ ได้ง่ายเพื่อการจัดการที่เรียบง่าย ประหยัด และยั่งยืน การย้ายมาใช้โอเพ่นซอร์สอย่าง NVIDIA DOCA จึงช่วยพัฒนาระบบนิเวศ DPU ที่หลากหลายขึ้นได้

โปรเจ็กต์ OPI นี้มีเป้าหมายในการสร้างระบบนิเวศแบบเปิดที่มีมาตรฐาน และมีชุมชนออนไลน์ร่วมกันผลักดัน เพื่อเร่งการพัฒนาด้านระบบเครือข่ายและดาต้าเซ็นเตอร์อื่นๆ ด้วย DPU โดย DOCA ประกอบด้วยไดรเวอร์ ไลบรารี เซอร์วิส เอกสาร ตัวอย่างแอพ และทูลจัดการต่างๆ

ทั้งหมดนี้เพื่อเร่งความเร็วและทำให้กระบวนการพัฒนา ปรับปรุงประสิทธิภาพของแอพพลิเคชั่นนั้นเร็วมากยิ่งขึ้น ให้ความยืดหยุ่นและความสามารถในการนำไปใช้งานได้ทุกที่สำหรับแอพพลิเคชั่น BlueField ที่เขียนโดยใช้ไดรเวอร์หรือไลบรารีแบบ Low-level เช่น DPDK, SPDK, Open vSwitch หรือ Open SSL

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – NVIDIA

from:https://www.enterpriseitpro.net/nvidia-open-data/

Huawei ออกมาเผยลักษณะดาต้าเซ็นเตอร์ยุคใหม่

ในการที่จะเป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นในการพัฒนาดาต้าเซ็นเตอร์อัจฉริยะที่ลดการปล่อยคาร์บอนด้วยนั้น ทำให้ล่าสุด Huawei ได้ออกมาเปิดตัวรูปแบบของดาต้าเซ็นเตอร์ยุคใหม่ที่จะประกอบด้วยคุณลักษณะ 4 ประการที่สำคัญ

อันได้แก่ ความยั่งยืน ความเรียบง่าย การทำงานแบบอัตโนมัติ และความเสถียร ซึ่งแนวทางทั้งหมดนี้มาจากความร่วมมือระหว่างผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาดาต้าเซ็นเตอร์ และทีมงานดาต้าเซ็นเตอร์ของ Huawei

Huawei อธิบายว่า “ดาต้าเซ็นเตอร์ยุคใหม่นั้นจะเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพเต็มที่ รวมทั้งนำวัสดุทั้งหมดในดาต้าเซ็นเตอร์ไปรีไซเคิลได้หมด เพื่อให้ได้ระบบนิเวศของดาต้าเซ็นเตอร์โดยรวมที่ยั่งยืน”

จุดที่น่าสนใจคือ การก่อสร้างที่ใช้โมดูลสำเร็จรูปมาประกอบกันนั้นจะช่วยลดเวลาการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ขนาด 1,000 Racks ได้ถึง 6 – 9 เดือนเลยทีเดียว รวมทั้งการใช้ระบบทำงานและบำรุงรักษา (O&M) แบบอัตโนมัติจะช่วยในการตรวจสอบดาต้าเซ็นเตอร์ขนาด 2,000 Racks จากระยะไกลได้ภายในแค่ 5 นาที

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – ITPro

//////////////////

สมัครสมาชิก Enterprise ITPro เพื่อรับข่าวสารด้านไอที

form#sib_signup_form_4 {
padding: 5px;
-moz-box-sizing:border-box;
-webkit-box-sizing: border-box;
box-sizing: border-box;
}
form#sib_signup_form_4 input[type=text],form#sib_signup_form_4 input[type=email], form#sib_signup_form_4 select {
width: 100%;
border: 1px solid #bbb;
height: auto;
margin: 5px 0 0 0;
}
form#sib_signup_form_4 .sib-default-btn {
margin: 5px 0;
padding: 6px 12px;
color:#fff;
background-color: #333;
border-color: #2E2E2E;
font-size: 14px;
font-weight:400;
line-height: 1.4285;
text-align: center;
cursor: pointer;
vertical-align: middle;
-webkit-user-select:none;
-moz-user-select:none;
-ms-user-select:none;
user-select:none;
white-space: normal;
border:1px solid transparent;
border-radius: 3px;
}
form#sib_signup_form_4 .sib-default-btn:hover {
background-color: #444;
}
form#sib_signup_form_4 p{
margin: 10px 0 0 0;
}form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message {
padding: 6px 12px;
margin-bottom: 20px;
border: 1px solid transparent;
border-radius: 4px;
-webkit-box-sizing: border-box;
-moz-box-sizing: border-box;
box-sizing: border-box;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-error {
background-color: #f2dede;
border-color: #ebccd1;
color: #a94442;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-success {
background-color: #dff0d8;
border-color: #d6e9c6;
color: #3c763d;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-warning {
background-color: #fcf8e3;
border-color: #faebcc;
color: #8a6d3b;
}

from:https://www.enterpriseitpro.net/huawei-profiles-next-gen-data-center-facility/

กูเกิ้ลลงทุนเพิ่มในสหรัฐฯ ทั้งสร้างออฟฟิศและดาต้าเซ็นเตอร์ เป็นเงินกว่า 9.5 พันล้านเหรียญฯ

กูเกิ้ลกำลังเตรียมลงทุนกว่า 9.5 พันล้านดอลลาร์ฯ ในสหรัฐฯ ภายในปีนี้ ทั้งการทำสำนักงานและสร้างดาต้าเซ็นเตอร์เพิ่ม โดยเน้นไปที่เขตตอนใต้และฝั่งตะวันตกของอเมริกา รวมจำนวนออฟฟิศใหม่ 23 แห่ง และดาต้าเซ็นเตอร์อีก 14 แห่ง

สำหรับรัฐผู้โชคดีในครั้งนี้ได้แก่ Georgia, Texas, Tennessee, Virginia, Oklahoma, Iowa, Nebraska, New York, Pennsylvania, Massachusetts, Nevada, Colorado, California, Oregon และ Washington เป็นต้น

ทางซีอีโอของ Alphabet บริษัทแม่ของกูเกิ้ลอย่าง Sundar Pichai เขียนในบล็อกของตัวเองไว้ว่า คาดจะมีการจ้างงานเพิ่มมากถึง 12,000 ตำแหน่งในรูปของพนักงานประจำ ซึ่งในช่วง 5 ปีที่ผ่านมานั้น บริษัทได้ลงทุนไปแล้วกว่า 3.7 หมื่นล้านเหรียญฯ

เป็นเงินสำหรับการสร้างสำนักงานและดาต้าเซ็นเตอร์ในกว่า 26 รัฐ สร้างงานมากกว่า 4 หมื่นตำแหน่ง แถมเป็นงบที่นอกเหนือจากก้อน 4 หมื่นล้านเหรียญฯ ที่ลงไปกับงานด้านค้นคว้าวิจัยและพัฒนาในสหรัฐฯ ทั้งในปี 2020 และ 2021

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – dataknowledge

//////////////////

สมัครสมาชิก Enterprise ITPro เพื่อรับข่าวสารด้านไอที

form#sib_signup_form_4 {
padding: 5px;
-moz-box-sizing:border-box;
-webkit-box-sizing: border-box;
box-sizing: border-box;
}
form#sib_signup_form_4 input[type=text],form#sib_signup_form_4 input[type=email], form#sib_signup_form_4 select {
width: 100%;
border: 1px solid #bbb;
height: auto;
margin: 5px 0 0 0;
}
form#sib_signup_form_4 .sib-default-btn {
margin: 5px 0;
padding: 6px 12px;
color:#fff;
background-color: #333;
border-color: #2E2E2E;
font-size: 14px;
font-weight:400;
line-height: 1.4285;
text-align: center;
cursor: pointer;
vertical-align: middle;
-webkit-user-select:none;
-moz-user-select:none;
-ms-user-select:none;
user-select:none;
white-space: normal;
border:1px solid transparent;
border-radius: 3px;
}
form#sib_signup_form_4 .sib-default-btn:hover {
background-color: #444;
}
form#sib_signup_form_4 p{
margin: 10px 0 0 0;
}form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message {
padding: 6px 12px;
margin-bottom: 20px;
border: 1px solid transparent;
border-radius: 4px;
-webkit-box-sizing: border-box;
-moz-box-sizing: border-box;
box-sizing: border-box;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-error {
background-color: #f2dede;
border-color: #ebccd1;
color: #a94442;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-success {
background-color: #dff0d8;
border-color: #d6e9c6;
color: #3c763d;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-warning {
background-color: #fcf8e3;
border-color: #faebcc;
color: #8a6d3b;
}

from:https://www.enterpriseitpro.net/google-to-invest-9-5-billion-in-u-s-data-centers-offices/

SAP ปิดดาต้าเซ็นเตอร์ในรัสเซีย เตรียมย้ายออกนอกประเทศ

ยักษ์ใหญ่ด้านบริการซอฟต์แวร์ SAP ได้ประกาศแผนที่จะออกจากตลาดรัสเซียแล้ว หลังจากอีกหลายบริษัทของชาติตะวันตกที่ถอนการดำเนินธุรกิจออกจากประเทศนี้เพื่อต่อต้านการบุกรุกยูเครน ทั้งนี้ประกาศดังกล่าวต่อยอดมาจากการหยุดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ใหม่เมื่อต้นเดือนมีนาคม

ล่าสุด SAP แพลนที่จะปิดตัวระบบคลาวด์ทุกอย่างในรัสเซีย และหยุดซับพอร์ตหรือดูแลรักษาผลิตภัณฑ์แบบ On-Premises ของลูกค้าในประเทศนี้ด้วย ตัวคู่แข่ง SAP หลักเองอย่าง Oracle ก็ได้ถอนตัวออกจากรัสเซียและเบลารุสก่อนแล้ว

ทั้งสองบริษัทนี้ต่างได้รับคำร้องขอให้บอยคอดรัสเซียจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงปฏิวัติทางดิจิตอลของยูเครน คุณ Mykhailo Fedorov เมื่ออ้างอิงจากทางสำนักข่าวรอยเตอร์ ระบุว่าธุรกิจของ SAP ในรัสเซีย เบลารุส และยูเครน คิดเป็นสัดส่วนรายได้อยู่ที่ .5%

ทาง SAP เองได้เขียนไว้ในบันทึกถึงนักวิเคราะห์ว่า “เรายังเชื่อมั่นในการคว่ำบาตรจากนานาชาติว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการยุติสงครามในยูเครน และวันนี้เราได้เพิ่มความเข้มข้นเข้าไปอีกด้วยการถอนการดำเนินงานทุกอย่างออกจากรัสเซีย ที่เราเคยทำธุรกิจมากว่า 30 ปี”

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – Datacenterknowledge

//////////////////

สมัครสมาชิก Enterprise ITPro เพื่อรับข่าวสารด้านไอที

form#sib_signup_form_4 {
padding: 5px;
-moz-box-sizing:border-box;
-webkit-box-sizing: border-box;
box-sizing: border-box;
}
form#sib_signup_form_4 input[type=text],form#sib_signup_form_4 input[type=email], form#sib_signup_form_4 select {
width: 100%;
border: 1px solid #bbb;
height: auto;
margin: 5px 0 0 0;
}
form#sib_signup_form_4 .sib-default-btn {
margin: 5px 0;
padding: 6px 12px;
color:#fff;
background-color: #333;
border-color: #2E2E2E;
font-size: 14px;
font-weight:400;
line-height: 1.4285;
text-align: center;
cursor: pointer;
vertical-align: middle;
-webkit-user-select:none;
-moz-user-select:none;
-ms-user-select:none;
user-select:none;
white-space: normal;
border:1px solid transparent;
border-radius: 3px;
}
form#sib_signup_form_4 .sib-default-btn:hover {
background-color: #444;
}
form#sib_signup_form_4 p{
margin: 10px 0 0 0;
}form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message {
padding: 6px 12px;
margin-bottom: 20px;
border: 1px solid transparent;
border-radius: 4px;
-webkit-box-sizing: border-box;
-moz-box-sizing: border-box;
box-sizing: border-box;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-error {
background-color: #f2dede;
border-color: #ebccd1;
color: #a94442;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-success {
background-color: #dff0d8;
border-color: #d6e9c6;
color: #3c763d;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-warning {
background-color: #fcf8e3;
border-color: #faebcc;
color: #8a6d3b;
}

from:https://www.enterpriseitpro.net/sap-is-shutting-down-russian-data-centers/

ไมโครซอฟท์กำลังเพิ่มดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่ในอินเดีย

ทางไมโครซอฟท์เพิ่งประกาศเปิดตัวดาต้าเซ็นเตอร์ประจำภูมิภาคแห่งที่ 4 ในอินเดีย ซึ่งภูมิภาคใหม่นี้จะอยู่ที่เมืองไฮเดอราบัด รัฐเตลังกานา โดยจะกลายเป็นดาต้าเซ็นเตอร์ที่ลงทุนครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของบริษัทในประเทศนี้ สำนักข่าวรอยเตอร์อ้างว่ามูลค่าน่าจะสูงถึง 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

รัฐมนตรีด้านบริหารจัดการเมือง อุตสาหกรรม การพาณิชย์ และเทคโนโลยีสารสนเทศประจำรัฐเตลังกานา Shri. KT Rama Rao กล่าวว่า “เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ไมโครซอฟท์เลือกไฮเดอราบัดเป็นดาต้าเซ็นเตอร์ที่ทุ่มทุนสร้างมากที่สุดในอินเดีย ถือเป็นหนึ่งในการลงทุนจากต่างชาติโดยตรงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับรัฐนี้”

“ทั้งไมโครซอฟท์และเมืองเตลังกานาต่างมีประวัติร่วมกันมายาวนาน เป็นที่ตั้งค่าหนึ่งในสำนักงานของไมโครซอฟท์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เราจึงมีความสุขมากที่ได้เห็นความสัมพันธ์นี้เติบโตขึ้นอีก” โดยก่อนหน้านี้ไมโครซอฟท์มีดาต้าเซ็นเตอร์ทั้งในปูเน่ มุมไบ และเชนไน

จากข้อมูลของ IDC พบว่าดาต้าเซ็นเตอร์ต่างๆ ของไมโครซอฟท์ได้นำเงินเข้าประเทศอินเดียในช่วงปี 2016 – 2020 มากถึง 9.5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งข่าวการตั้งรีเจี้ยนใหม่นี้ยังระบุด้วยว่าน่าจะมีการจ้างงานเพิ่มขึ้นถึงประมาณ 1.5 พันล้านตำแหน่ง

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – windowscentral

//////////////////

สมัครสมาชิก Enterprise ITPro เพื่อรับข่าวสารด้านไอที

form#sib_signup_form_4 {
padding: 5px;
-moz-box-sizing:border-box;
-webkit-box-sizing: border-box;
box-sizing: border-box;
}
form#sib_signup_form_4 input[type=text],form#sib_signup_form_4 input[type=email], form#sib_signup_form_4 select {
width: 100%;
border: 1px solid #bbb;
height: auto;
margin: 5px 0 0 0;
}
form#sib_signup_form_4 .sib-default-btn {
margin: 5px 0;
padding: 6px 12px;
color:#fff;
background-color: #333;
border-color: #2E2E2E;
font-size: 14px;
font-weight:400;
line-height: 1.4285;
text-align: center;
cursor: pointer;
vertical-align: middle;
-webkit-user-select:none;
-moz-user-select:none;
-ms-user-select:none;
user-select:none;
white-space: normal;
border:1px solid transparent;
border-radius: 3px;
}
form#sib_signup_form_4 .sib-default-btn:hover {
background-color: #444;
}
form#sib_signup_form_4 p{
margin: 10px 0 0 0;
}form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message {
padding: 6px 12px;
margin-bottom: 20px;
border: 1px solid transparent;
border-radius: 4px;
-webkit-box-sizing: border-box;
-moz-box-sizing: border-box;
box-sizing: border-box;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-error {
background-color: #f2dede;
border-color: #ebccd1;
color: #a94442;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-success {
background-color: #dff0d8;
border-color: #d6e9c6;
color: #3c763d;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-warning {
background-color: #fcf8e3;
border-color: #faebcc;
color: #8a6d3b;
}

from:https://www.enterpriseitpro.net/microsoft-announces-intent-to-establish-india-datacenter/

กูเกิ้ลซื้อพลังงานลมกว่า 50 เมกะวัตต์ เพื่อใช้กับดาต้าเซ็นเตอร์ในเยอรมัน

ทางกูเกิ้ลได้เซ็นสัญญาจัดจ้างสถานีผลิตพลังงานไฟฟ้าจากลมที่คิดเป็นกำลังไฟ 50MW เพื่อส่งมาจากฟาร์มกังหันลมนอกชายฝั่งทะเลเหนือของเยอรมัน ที่สร้างขึ้นโดยยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานสัญชาติเดนมาร์กอย่าง Ørsted

ด้วยสัญญาสั่งซื้อพลังงานไฟฟ้าระหว่างองค์กรหรือ CPPA นี้จะทำให้กูเกิ้ลได้เป้าหมายในการดำเนินงานดาต้าเซ็นเตอร์ทั้งหมดแบบปราศจากคาร์บอนได้ภายในปี 2030 แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเซิร์ฟเวอร์ฟาร์มทุกแห่งจะใช้พลังงานทดแทนทั้งหมด

แต่หมายความว่า ทุกๆ KWh ของไฟฟ้าที่ดาต้าเซ็นเตอร์ใช้ ที่อาจมาจากเชื้อเพลิงฟอสซิลทั่วไปบ้างนั้น กูเกิ้ลได้วางแผนที่จะซื้อพลังงานไฟฟ้าทดแทนในปริมาณเท่ากันที่มาจากแหล่งผลิตปราศจากคาร์บอนมาจ่ายเข้าเครือข่ายจ่ายไฟในท้องถิ่นให้แทน

เมื่อสิงหาคม กูเกิ้ลก็เคยประกาศที่จะลงทุนในบริษัท €1bn เป็นเวลากว่า 9 ปี เพื่อขยายดาต้าเซ็นเตอร์เข้ามาในเยอรมัน และเพื่อสรรหาพลังงานสะอาดมากขึ้น ทั้งนี้ Ørsted เป็นบริษัทด้านพลังงานที่ใหญ่ที่สุดของเดนมาร์ก และเป็นหนึ่งในผู้ดำเนินงานผลิตไฟฟ้าพลังลมนอกชายฝั่งที่ใหญ่ที่สุดในโลก

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – DatacenterKnowledge

 

สมัครสมาชิก Enterprise ITPro เพื่อรับข่าวสารด้านไอที

form#sib_signup_form_4 {
padding: 5px;
-moz-box-sizing:border-box;
-webkit-box-sizing: border-box;
box-sizing: border-box;
}
form#sib_signup_form_4 input[type=text],form#sib_signup_form_4 input[type=email], form#sib_signup_form_4 select {
width: 100%;
border: 1px solid #bbb;
height: auto;
margin: 5px 0 0 0;
}
form#sib_signup_form_4 .sib-default-btn {
margin: 5px 0;
padding: 6px 12px;
color:#fff;
background-color: #333;
border-color: #2E2E2E;
font-size: 14px;
font-weight:400;
line-height: 1.4285;
text-align: center;
cursor: pointer;
vertical-align: middle;
-webkit-user-select:none;
-moz-user-select:none;
-ms-user-select:none;
user-select:none;
white-space: normal;
border:1px solid transparent;
border-radius: 3px;
}
form#sib_signup_form_4 .sib-default-btn:hover {
background-color: #444;
}
form#sib_signup_form_4 p{
margin: 10px 0 0 0;
}form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message {
padding: 6px 12px;
margin-bottom: 20px;
border: 1px solid transparent;
border-radius: 4px;
-webkit-box-sizing: border-box;
-moz-box-sizing: border-box;
box-sizing: border-box;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-error {
background-color: #f2dede;
border-color: #ebccd1;
color: #a94442;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-success {
background-color: #dff0d8;
border-color: #d6e9c6;
color: #3c763d;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-warning {
background-color: #fcf8e3;
border-color: #faebcc;
color: #8a6d3b;
}

from:https://www.enterpriseitpro.net/google-buys-50mw-of-wind-power/

5 ปัจจัยที่ควรคำนึงเวลาเลือกผู้ให้บริการ Colocation

มีคำแนะนำมากมายเกลื่อนโลกออนไลน์เกี่ยวกับวิธีการเลือกผู้ให้บริการคลาวด์ที่เหมาะสม แต่พอพูดถึงบริษัทด้านโคโลเคชั่นแล้ว หลายคนคงยังสงสัยว่าเราควรพิจารณาด้านใดบ้างเวลาที่ต้องเปรียบเทียบผู้ให้บริการโคโลแต่ละราย

คำตอบนั้นขึ้นกับสิ่งที่คุณคาดหวังจากบริการโคโลเคชั่น แต่โดยทั่วไปแล้วเรามีหลักพิจารณาพื้นที่ที่จะช่วยให้คุณเลือกผู้ให้บริการโคโลเคชั่นที่เหมาะกับรูปแบบการใช้งานของคุณมากที่สุด ไม่ว่าจะเรื่องตำแหน่งที่ตั้ง บริการเสริม การเชื่อมต่อ ความเสถียร เป็นต้น

ตำแหน่งที่ตั้ง
หนึ่งในเหตุผลที่พบบ่อยที่สุดที่จำเป็นต้องโฮสต์โหลดงานในโคโลเคชั่นแทนที่จะย้ายขึ้นพับลิกคลาวด์ก็คือ ผู้ให้บริการโคโลมักเปิดให้เข้าถึงดาต้าเซ็นเตอร์ส่วนที่เราเช่าได้ ขณะที่ผู้ให้บริการคลาวด์จะไม่ให้เราแตะระบบโครงสร้างพื้นฐานเลย

ซึ่งจุดนี้มีความสำคัญมากในกรณีที่จำเป็นต้องหาตำแหน่งรันโหลดงานในพื้นที่ที่จำเพาะเพื่อลดเวลาหน่วงให้มากที่สุด โดยบางแห่งอาจมีดาต้าเซ็นเตอร์หลายแห่งให้เลือก บางเจ้ามีแบบที่อยู่ใกล้แหล่งชุมชนเป้าหมายหรือพื้นที่ที่ต้องการมากกว่า เป็นต้น

ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ตั้งที่คุณคาดหวังให้โหลดงานตัวเองไปรันอยู่มากที่สุด ที่ทำให้ปัจจัยด้านจำนวนและรูปแบบของตำแหน่งที่ตั้งดาต้าเซ็นเตอร์จะกลายเป็นประเด็นหลักที่จำเป็นต้องใช้ในการเลือกบริษัทบริการโคโลเคชั่น

บริการจัดการที่มีให้
ผู้ให้บริการโคโลเคชั่นบางเจ้ามีบริการจัดการสำเร็จรูปให้หลากหลายแบบ ซึ่งมักแตกต่างกันในแต่ละราย ไม่ว่าจะเป็นบริการช่วยติดตั้งและจัดการฮาร์ดแวร์ให้ ไปจนถึงแบ๊กอัพข้อมูล บริการจัดการด้านความปลอดภัยให้ ฯลฯ

ถ้าคุณต้องการความช่วยเหลือในการบริหารจัดการระบบแล้ว ก็ควรพิจารณาบริการเสริมพวกนี้ด้วย แต่ในทางตรงกันข้าม ถ้าคุณมีทรัพยากรในการควบคุมดูแลทุกอย่างด้วยตัวเองอยู่แล้ว เพียงแค่ต้องการเช่าตัวดาต้าเซ็นเตอร์เฉยๆ ก็ไม่จำเป็นต้องดูบริการพวกนี้

ด้านการเชื่อมต่อ
แม้เราจะมองได้ว่าโคโลเกือบทุกเช้าให้การเชื่อมต่อเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพสูงกันทั้งนั้น แต่ตัวเลือกด้านการเชื่อมต่อก็มีหลากหลายแบบทั้งด้านรูปแบบและประสิทธิภาพให้เลือก ถ้าคุณต้องการเชื่อมต่อระบบที่โคโลกับบริการพับลิกคลาวด์บางอย่าง ก็ควรมองปัจจัยด้านนี้ประกอบด้วย

ด้านความเสถียร
บริษัทผู้ให้บริการโคโลเคชั่นส่วนใหญ่มีบริการที่เกี่ยวข้องกับความพร้อมในการให้บริการไม่ว่าจะเป็น ระบบสำรองไฟ เครือข่ายเชื่อมต่อสำรอง หรือทรัพยากรอื่นๆ ที่ช่วยเพิ่มเสถียรภาพของโหลดงานที่รันอยู่ในโคโล ซึ่งแต่ละเจ้าก็มีมากน้อยแตกต่างกันไป

บางรายอาจมีบริการมากไปถึงการกู้ระบบจากภัยพิบัติ ที่ช่วยให้ลูกค้ากู้คืนสภาพแวดล้อมการทำงานเดิมกลับขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว หรือผู้ให้บริการบางรายอาจให้การการันตีว่าดาต้าเซ็นเตอร์ตัวเองสามารถทนต่อภัยพิบัติบางอย่าง

เช่น บางเจ้าโฆษณาไว้เลยว่า ดาต้าเซ็นเตอร์ของตัวเองไม่หวั่นแม้น้ำท่วม แผ่นดินไหว พายุเฮอร์ริเคน เป็นต้น ซึ่งถ้าเกิดตัวคุณเองก็ต้องการโหลดงานที่พร้อมให้เข้าถึงในระดับสูง (ซึ่งยุคนี้ใครๆ ก็ต้อง) ก็ควรเปรียบเทียบการการันตีด้านความเสถียรระหว่างเจ้าโคโล

ตรวจประวัติผู้ให้บริการ
ปัจจัยสุดท้ายที่ควรพิจารณาในการเลือกผู้ให้บริการโคโลเคชั่นก็คือ ประวัติเดิมที่เคยให้บริการมา รวมทั้งวิสัยทัศน์ในอนาคตของบริษัทนั้นๆ ด้วย ได้แก่ อายุที่ให้บริการมาตั้งแต่ก่อตั้ง? เคยมีประวัติเหตุการณ์ที่ต้องหยุดให้บริการไหม?

ไปจนถึงผู้ให้บริการดังกล่าวมีแนวโน้มที่จะถูกซื้อกิจการที่ส่อถึงความไม่แน่นอนในอนาคตหรือไม่? แม้โคโลเจ้าใหม่ๆ ที่เพิ่งเปิดตัวก็ไม่ได้แปลว่าจะด้อยกว่าเจ้าเก่าเจ้าเก๋าทั้งหลาย แต่เจ้าที่มีประวัติขาวสะอาดก็มักรักษาคุณภาพได้อย่างต่อเนื่อง

แน่นอนคุณคงไม่เลือกบริการพับลิกคลาวด์ที่เพิ่งเปิดใหม่เมื่อวาน ดังนั้นคุณก็คงใช้เหตุผลเดียวกันนี้ในการเลือกเจ้าโคโลด้วยเช่นกัน จำไว้ว่าเราควรพิจารณาปัจจัยข้างต้นทั้งหมดนี้ในภาพรวม มองให้ยาวกว่าแค่เรื่องราคา

ที่มา : DatacenterKnowledge

from:https://www.enterpriseitpro.net/5-factors-consider-when-choosing-colocation-provider/

อาลีบาบา ผุดหลายโครงการ พร้อมแผนเปิดไฮเปอร์สเกล ดาต้าเซ็นเตอร์ ในไทย

อาลีบาบา คลาวด์ เดินหน้าพันธสัญญาต่อประเทศไทย เสริมแกร่งโครงการด้านพันธมิตรและเสริมศักยภาพทักษะดิจิทัล พร้อมแผนเปิดไฮเปอร์สเกล ดาต้าเซ็นเตอร์แห่งแรกของอาลีบาบา คลาวด์ ในไทยปีหน้า

เซลินา หยวน ผู้จัดการทั่วไปด้านธุรกิจระหว่างประเทศ อาลีบาบา คลาวด์ อินเทลลิเจนซ์ กล่าวว่า “การ์ทเนอร์คาดการณ์ว่าการเติบโตของผู้ใช้งานบริการพับลิคคลาวด์ทั่วโลกจะอยู่ที่ 23.1 เปอร์เซ็นต์ในปี พ.ศ. 2564 เมื่อเทียบกับในปี พ.ศ. 2563 ด้วยอัตราการใช้คลาวด์ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทั่วโลก และโอกาสต่าง ๆ ที่ธุรกิจในท้องถิ่นจะได้รับจากระบบคลาวด์ ทำให้หนึ่งในพันธกิจหลักของเราคือการทำงานใกล้ชิดกับพันธมิตรไทย เพื่อเสริมศักยภาพการเปลี่ยนผ่าน สู่ดิจิทัลให้กับลูกค้า”

ตัวอย่างผู้ค้าปลีกไทย จะได้ประโยชน์จากโซลูชันของอาลีบาบา คลาวด์ ที่รองรับการใช้งานกับลาซาด้า (Lazada) ซึ่งเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของอาลีบาบา กรุ๊ป และจะสามารถเข้าใช้งานชุดโซลูชันต่าง ๆ ตั้งแต่โซลูชันในการผสานการทำงานระหว่างออนไลน์กับออฟไลน์ และเครื่องมือที่ใช้สนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ บนเส้นทางการตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการของผู้บริโภค ไปจนถึงบริการบริหารจัดการสินค้าคงคลัง และการตลาดที่เจาะลูกค้าเป็นรายบุคคล

อาลีบาบา คลาวด์ ยังเปิดตัว Academic Empowerment Program ซึ่งเป็นโครงการเสริมศักยภาพทางวิชาการให้กับนักศึกษา นักวิชาการ และนักวิจัย เพื่อสร้างแรงงานที่มีทักษะด้านดิจิทัลของประเทศไทยในอนาคต โดยมีมหาวิทยาลัยมหิดลเป็นสถาบันการศึกษาแห่งแรกในประเทศไทยที่เข้าร่วมกับอาลีบาบา คลาวด์ ในโครงการด้านนี้ ศาสตราจารย์ นายแพทย์บรรจง มไหสวริยะ อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า “ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยมหิดลและอาลีบาบา คลาวด์ เป็นการปูพื้นฐานที่แข็งแกร่งให้นักศึกษาได้มีโอกาสสร้างสรรค์สิ่งใหม่และเรียนรู้ทักษะดิจิทัลที่เป็นเทคโนโลยีล่าสุด เพื่อร่วมกันสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ”

อาลีบาบา คลาวด์ ยังวางแผนจะเปิดดาต้าเซ็นเตอร์แห่งแรกในประเทศไทย ซึ่งในขณะนี้ตั้งเป้าหมายจะเปิดตัวในปี พ.ศ. 2565 เพื่อรองรับการเติบโตด้านคลาวด์ของประเทศไทยที่เพิ่มขึ้น และความต้องการดาต้าเซ็นเตอร์ที่มีผลพวงมาจากการระบาดของโควิด-19

นายไทเลอร์ ชิว ผู้จัดการทั่วไปประจำประเทศไทย อาลีบาบา คลาวด์ อินเทลลิเจนซ์ กล่าวว่า “ขณะนี้อาลีบาบา คลาวด์ มีแผนตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศไทย เพราะเล็งเห็นถึงความต้องการของธุรกิจไทยในการเปลี่ยนแปลงสู่ดิจิทัลที่เพิ่มมากขึ้น ในฐานะผู้ให้บริการคลาวด์ชั้นนำของโลก เราเข้าใจว่าการเปลี่ยนแปลงสู่ดิจิทัลสำคัญต่อประเทศมากเพียงใด และประเทศจะได้ประโยชน์อะไรบ้างในระยะยาวจากการเปลี่ยนแปลงนี้ อาลีบาบา คลาวด์ได้ทุ่มเทเพื่อให้โซลูชันต่าง ๆ ของเราพร้อมใช้สำหรับทุกคน รวมถึงการทำงานร่วมกับพันธมิตรไทย เพื่อสร้างระบบนิเวศที่รองรับอนาคตทางดิจิทัล”

from:https://www.enterpriseitpro.net/alibaba-cloud-data-center/

CBRE ชี้ ธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ในไทยมาแรง หลังการลงทุนเรื่องนี้ใน APAC ทะลุ 1,800 ล้านเหรียญ

CBRE ที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำระดับโลก ระบุว่า การมองหาที่ดินเพื่อจัดตั้งตาต้าเซ็นเตอร์ในไทยมีมากขึ้น ตรงกับตลาดการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ใน APAC ที่มีมูลค่ารวมกว่า 1,800 ล้านดอลลาร์ใน 6 เดือนแรกปี 2021

ดาต้าเซ็นเตอร์

จีนแผ่นดินใหญ่ลงทุน ดาต้าเซ็นเตอร์ สูงสุด

ในปี 2020 การลงทุนในดาต้าเซ็นเตอร์แตะระดับสูงสุดในรอบ 5 ปี เนื่องจากระบบดิจิทัลเติบโตอย่างมากจากที่มีการแพร่ระบาดใหญ่ของ COVID-19 ขณะที่ในปี 2021 การเข้าลงทุนในดาต้าเซ็นเตอร์ในช่วงหกเดือนแรกสูงถึง 80% ของมูลค่าตลาดการลงทุนในทรัพย์สินทั้งหมดในปีที่แล้ว

ทั้งนี้ ปริมาณการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ในปีนี้เป็นที่คาดว่าจะอยู่ในระดับสูงกว่าปีที่แล้ว เนื่องจากจะมีการปิดดีลสำคัญเพิ่มเติมในช่วงครึ่งหลังของปี พร้อมปัจจัยเรื่องความกังวลเรื่องการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลและข้อกำหนดของภาครัฐ โดยบริษัทใหญ่หลายแห่งส่งสัญญาณถึงการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่ในจีนแผ่นดินใหญ่ และฮ่องกง

จึงไม่แปลกที่ประเทศที่มีสัดส่วนการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์สูงที่สุด คือ จีนแผ่นดินใหญ่ โดยมีการปิดการขายหลายดีลสำคัญในช่วงหกเดือนแรกของปี เช่น การที่จีแอลพีเข้าซื้อหุ้น 50% ในซงเจียง อินเตอร์เน็ต ดาต้า เซ็นเตอร์ ในเซี่ยงไฮ้ และการที่จีดีเอสซื้อดาต้าเซ็นเตอร์ในกรุงปักกิ่งจากซิติก กรุ๊ป

APAC ยังมีความต้องการ ดาต้าเซ็นเตอร์ สูง

“สิ่งที่เราเห็นในตอนนี้คือสถานการณ์ของความต้องการและปริมาณดาต้าเซ็นเตอร์ที่ยังรักษาระดับสมดุลย์ได้ดี เนื่องจากผู้ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ยังรักษาอัตราพื้นที่ว่างได้ดีที่ราว 20% ไว้เป็นพื้นที่ที่รองรับความต้องการขยายพื้นที่จากผู้เช่า

ผู้ให้บริการจะเริ่มวางแผนการพัฒนาโครงการใหม่เมื่อดาต้าเซ็นเตอร์ที่มีอยู่ถูกจับจองไปราว 60-70% พื้นที่ที่ยังไม่ได้ขายอีก 10% หรือน้อยกว่านั้นมักจะถูกจับจองโดยผู้เช่าที่มีอยู่มากกว่าจะมาจากผู้ใช้ใหม่” ลิม ชิน ยี ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายดาต้าเซ็นเตอร์โซลูชัน ซีบีอาร์อี เอเชียแปซิฟิก กล่าว

ส่วนกำลังไฟฟ้าโดยรวมของพื้นที่สำหรับการวางเซิร์ฟเวอร์ (Colocation) ในตลาดชั้นนำทั่วเอเชียแปซิฟิกอยู่ที่ 1.876 กิกะวัตต์ ณ เดือนมิถุนายน 2564 เพิ่มขึ้น 5.4% จากเดือนธันวาคม 2563 เนื่องจากคาดว่าจะมีโครงการใหม่ ๆ เพิ่มเข้าสู่ระบบออนไลน์ในช่วงครึ่งหลังของปี

ตลาด ดาต้าเซ็นเตอร์ ในไทยยังเปิดกว้าง

อาดัม เบลล์ หัวหน้าแผนกพื้นที่อุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ ซีบีอาร์อี ประเทศไทย ให้ความเห็นว่า ความสนใจในตลาดดาต้าเซ็นเตอร์ในไทยมีเพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีผู้ให้บริการไม่กี่ราย และเป็นเจ้าตลาด แต่การลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์มีข้อกำหนดด้านที่ดินที่มีความพิเศษมากกว่าการสร้างโรงงานทั่วไป ทำให้การลงทุนต้องมีการวางแผนเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม แม้นักลงทุนยังมีความกระตืรือร้นที่จะลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ แต่ปัจจุบันปริมาณดาต้าเซ็นเตอร์ที่มีเสถียรภาพในการลงทุนยังมีไม่มาก เป็นที่คาดว่าการเข้าซื้อโดยตรงจากนักลงทุนจะชะลอตัวลง และเป็นการพัฒนาโดยผู้ให้บริการมากกว่าโดยนักลงทุน

“โอกาสที่สำคัญในการเข้าซื้อน่าจะมาจากเจ้าของดาต้าเซ็นเตอร์รายใหญ่ในภูมิภาคอย่างบริษัทด้านโทรคมนาคมที่ต้องการสร้างรายได้จากทรัพย์สินของตนเองผ่านการขายทรัพย์สินแล้วเปลี่ยนเป็นการเช่าคืนจากนักลงทุน” ทอม ฟิลมอร์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายตลาดทุนดาต้าเซ็นเตอร์ ซีบีอาร์อี เอเชียแปซิฟิก กล่าว

สรุป

ตลาดดาต้าเซ็นเตอร์ยังเป็นที่สนใจของนักลงทุน เพราะการมาถึงของดิจิทัลช่วยเร่งการใช้งานประเภทนี้ให้มีมากขึ้น ประกอบกับเรื่องความปลอดภัยของข้อมูล ทำให้การลงทุนระบบความปลอดภัยเพิ่มขึ้นเช่นกัน ดังนั้นจากความต้องการทั้งหมดนี้ ทำให้ที่ดินที่เหมาะสมกับการทำดาต้าเซ็นเตอร์จึงมีความต้องการมากขึ้นเช่นกัน

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post CBRE ชี้ ธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ในไทยมาแรง หลังการลงทุนเรื่องนี้ใน APAC ทะลุ 1,800 ล้านเหรียญ first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/cbre-data-center/