คลังเก็บป้ายกำกับ: ซื้อกิจการ

Samsung ปิดดีลซื้อ TeleWorld Solutions เสริมแกร่งเครือข่าย 5G

ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือสัญชาติเกาหลีใต้อย่าง Samsung (ซัมซุง) ได้ประกาศว่า ตัวเองได้ลงนามสัญญาซื้อบริษัท TeleWorld Solutions (TWS) ที่เป็นผู้ให้บริการด้านเน็ตเวิร์กจากเวอร์จิเนียแล้วเรียบร้อย โดยไม่ได้เปิดเผยตัวเลข

ซึ่งหลังจากควบกิจการแล้ว ทาง TeleWorld Solutions จะอยู่ในฐานะบริษัทลูกของ Samsung Electronics America การผสานการทำงานครั้งนี้จะทำให้ฝั่งผู้ให้บริการเครือข่ายได้ประโยชน์จากการเร่งนำ 5G ออกมาใช้ทั่วอเมริกาได้เร็วขึ้น

ทางซีอีโอของ TeleWorld อย่าง Shervin Gerami กล่าวว่า “ทุกคนที่ TeleWorld Solutions ต่างตื่นเต้นที่ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวซัมซุง” ทั้งนี้ TeleWorld ได้ให้บริการตั้งแต่การออกแบบเครือข่าย ทดสอบ และการปรับปรุง

ประสิทธิภาพของผู้ให้บริการเคเบิลและโทรศัพท์เคลื่อนที่ โรงงานผลิตอุปกรณ์ OEM และบริษัทอื่นๆ ทั่วประเทศ การซื้อกิจการครั้งนี้ย่อมแสดงถึงความต้องการการซัพพอร์ตแบบครอบคลุมสำหรับโซลูชั่นเน็ตเวิร์กได้เป็นอย่างดี

ที่มา : CB

from:https://www.enterpriseitpro.net/samsung-completes-teleworld-solutions-acquisition/

Insight Partners เตรียมซื้อบริษัท Veeam เป็นเงินกว่า 5 พันล้านดอลลาร์ฯ

บริษัท Veeam ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพด้านซอฟต์แวร์ที่อำนวยความสะดวกให้บริษัทต่างๆ สามารถสำรองและกู้คืนข้อมูลบนทั้งพับลิกคลาวด์ต่างๆ และบนดาต้าเซ็นเตอร์ของตัวเองนั้น กำลังจะเปลี่ยนสภาพกลายเป็นบริษัทของอเมริกาแล้ว

ครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่สำหรับบริษัทที่กำลังจะมีเจ้าของใหม่เป็น Insight Partners ซึ่งมีการประกาศไปเมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา โดยทาง Insight ได้ซื้อกิจการของ Veeam ด้วยมูลค่ากว่า 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

คาดว่าจะปิดดีลนี้ได้ภายในไตรมาสปัจจุบัน ก่อนหน้านี้ทาง Insight ก็ได้ลงทุนกับ Veeam ไปแล้วกว่า 500 ล้านเหรียญฯ เมื่อปีที่ผ่านมา สำหรับการเปลี่ยนแปลงอื่นๆ ได้แก่การเพิ่มผู้บริหารระดับสูง และคณะกรรมการบริหารใหม่

โดยผู้บริหารอย่างรองประธานบริษัท Veeam คุณ William Largent ได้ถูกเลื่อนขึ้นเป็นซีอีโอ ส่วนรองประธานด้านยุทธศาสตร์ผลิตภัณฑ์อย่าง Danny Allan ก็ถูกเลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็น CTO ส่วนผู้ร่วมก่อตั้งสองท่านจะออกจากคณะกรรมการ

ที่มา : Datacenterknowledge

from:https://www.enterpriseitpro.net/insight-partners-buying-data-center-backup-firm-veeam/

VMware ปิดดีลซื้อ Pivotal ด้วยมูลค่าสูงถึง 2.7 พันล้านดอลลาร์ฯ

VMware ปิดดีลเจรจาซื้อบริษัท Pivotal Software ได้แล้วในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ด้วยมูลค่าสูงถึง 2.7 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อยกระดับกลุ่มผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์ที่ทำงานบนคลาวด์

ซึ่งซีอีโอ Pat Gelsinger กล่าวในประกาศว่าได้ให้รองประธานบริหารของ VMware คุณ Ray O’Farrell จะเป็นหัวหน้าหน่วยธุรกิจใหม่ของ VMware ที่ชื่อ Modern Applications Portfolio ซึ่งเป็นการรวมเอาทีมงานจากทั้ง Pivotal และทีมแอพพลิเคชั่นคลาวด์ของบริษัทเข้าด้วยกัน

ทั้งนี้ VMware วางแผนที่จะทำให้ผลิตภัณฑ์และบริการของ Pivotal เป็นส่วนหนึ่งของสายผลิตภัณฑ์ Tanzu ที่เน้นสินค้าและบริการสำหรับพัฒนาซอฟต์แวร์บน Kubernetes โดยเฉพาะ ที่บริษัทเพิ่งเปิดตัวไปเมื่อสิงหาคมที่ผ่านมา

จริงๆ แล้วทั้ง Pivotal และ VMware ต่างก็เป็นเครือเดียวกันมาตั้งแต่แรกก่อนควบรวมกิจการ โดยทาง Dell Technologies ต่างถือหุ้นบริหารในทั้งสองบริษัท แต่การเข้าซื้อกิจการของ VMware ครั้งนี้จะทำให้ผสานการทำงานได้ดีมากยิ่งขึ้น

ที่มา : Lightreading

from:https://www.enterpriseitpro.net/vmware-closes-2-7b-pivotal-acquisition/

Fortinet ปิดดิลเรียบร้อย เข้าซื้อกิจการ CyberSponse สำเร็จ

เมื่อช่วงกลางเดือนที่ผ่านมาทาง ฟอร์ติเน็ต ประกาศว่า ได้เข้าซื้อบริษัท CyberSponse, Inc. ซึ่งเป็นผู้ให้บริการระบบบริหารจัดการ และตอบสนองด้านความปลอดภัยแบบอัตโนมัติหรือ SOAR เพื่อรับกับสถานการณ์อันตรายบนโลกไซเบอร์ปัจจุบันที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นต่อเนื่อง

การที่ต้องใช้ผลิตภัณฑ์ด้านความปลอดภัยหลายตำแหน่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เกิดการแจ้งเตือนมหาศาลจนยากที่จะจัดการ ทำให้ระบบความปลอดภัยทางไซเบอร์ซับซ้อนมากขึ้น

ท่ามกลางภาวะที่ขาดแคลนแรงงานด้านความปลอดภัยนี้ ทำให้ทั้งองค์กรและผู้ให้บริการทั้งหลายจำเป็นต้องหาวิธีจัดการกับความซับซ้อนดังกล่าว ให้ทำงานได้ง่ายขึ้น มีประสิทธิภาพอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะศุนย์ดำเนินงานด้านความปลอดภัยหรือ SOC

“ระบบใหม่นี้จะช่วยรวมศูนย์การทำงาน และการแจ้งเตือนจากผลิตภัณฑ์ความปลอดภัยที่หลากหลายเข้าด้วยกัน เพื่อนำมาวิเคราะห์และทำงานที่ต้องทำซ้ำๆ อย่างอัตโนมัติ ทำให้สามารถประหยัดทรัพยากรอันมีค่า และยกระดับการตอบสนองต่อเหตุการณ์ได้แบบเรียลไทม์” Ken Xie ผู้ก่อตั้งและหัวหน้าคณะผู้บริหารของฟอร์ติเน็ตกล่าวไว้

ที่มา : isssource

from:https://www.enterpriseitpro.net/fortinet-deals-for-soar-provider/

ซิสโก้มองไกล ! ลงทุนในบริษัท IoT ด้านเกษตรของออสเตรเลีย

บริษัท IoT ด้านการเกษตรสัญชาติออสเตรเลียชื่อ “Titan Class” เพิ่งได้รับเงินลงทุนที่ไม่เปิดเผยจำนวนจากทางซิสโก้ เพื่อร่วมมือในการพัฒนาเทคโนโลยีภาคการเกษตร โดยทั้งซิสโก้และ Titan Class ได้สร้างแพลตฟอร์มช่วยตัดสินใจโดยใช้ IoT

ซึ่งระบบที่ช่วยเกษตรกรนี้มีชื่อว่า eXtensible Decision Platform เป็นทูลคิตไมโครเซอร์วิสแบบโอเพ่นซอร์สที่พัฒนาเป็นพิเศษสำหรับบริการ IoT เปิดให้เกษตรกรสามารถใช้เซ็นเซอร์เป็นพันตัวได้โดยไม่มีข้อจำกัด

ทั้งนี้ทางซิสโก้ให้สัมภาษณ์ว่า เซ็นเซอร์เหล่านี้ได้ผ่านการทดสอบบนฟาร์มทดลองแล้วว่าสามารถสื่อสารได้อย่างมีเสถียรภาพเป็นระยะทางหลายกิโลเมตรจากหอคอยสื่อสารอย่างง่ายกลางฟาร์ม และแต่ละเซ็นเซอร์ใช้แบตเตอรี่ราคาย่อมเยาที่ให้พลังงานได้นานหลายปี

ด้านการเกษตรนี้เป็นอีกด้านที่มีศักยภาพในการพัฒนามากมาย มีนักวิจัยพัฒนาเครื่องมือนวัตกรรมต่างๆ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ซึ่งสำหรับความร่วมมือครั้งนี้ ทางมหาวิทยาลัยที่ซิสโก้ร่วมมือด้วยได้จัดตั้งตำแหน่งใหม่ในชื่อ Cisco Chair of the IoT ด้วย

from:https://www.enterpriseitpro.net/cisco-extensible-decision-platform/

ซื้อแล้วจร้า !! 2 พันล้านนิดๆ Google เทคโอเว่อร์ Fitbit

Google เพิ่งประกาศออกมาเองว่ากำลังเข้าซื้อบริษัทผลิตภัณฑ์ Wearable ชื่อดัง Fitbit ด้วยมูลค่าสูงถึง 2.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งมีการระบุบนโพสต์ของบล็อกตนเองโดยรองประธานอาวุโสด้านอุปกรณ์และบริการของกูเกิ้ล Rick Osterloh

ในโพสต์กล่าวว่า “เป็นโอกาสที่ดีในการลงทุนกับWear OS มากขึ้น และเปิดตัวอุปกรณ์ Wearable ของกูเกิ้ลหรือ Made by Google สู่ตลาด” ข่าวนี้เกิดขึ้นมาให้หลังไม่กี่วันจากที่สำนักงานข่าวรอยเตอร์รายงานก่อนหน้านี้ว่ากูเกิ้ลกำลังคุยเรื่องดีลนี้อยู่

รายละเอียดในดีลนี้จะให้ Fitbit เข้าร่วมกับตัวกูเกิ้ลเองเหมือนกับกรณีของ Nest ที่ปัจจุบันอยู่ภายใต้กูเกิ้ลอย่างสมบูรณ์ ซึ่งถือว่าแตกต่างจากกรณีที่บริษัทแม่ Alphabet เคยซื้อบริษัทสมาร์ทโฮมเอาไว้เป็นบริษัทเอกเทศในเครือแยกต่างหาก

ทาง Fitbit เองก็ให้ข่าวกับอีกสำนักหนึ่งว่า บริษัทจะจัดการความเป็นส่วนตัวของข้อมูลสุขภาพและฟิตเนสอย่างรอบคอบ โดยเน้นย้ำว่า “ข้อมูลส่วนตัวเกี่ยวกับด้านสุขภาพและการออกกำลังกายของลูกค้าจะไม่ถูกนำไปใช้กับ Google Ads”

ที่มา : Theverge

from:https://www.enterpriseitpro.net/google-buys-fitbit-for-2-1-billion/

Google เตรียมงาบ Fitbit ส่งผลตลาดอุปกรณ์สมาร์ทวอชคึกคัก

บริษัทเจ้าของกูเกิ้ลอย่าง Alphabet Inc. ได้เสนอตัวขอซื้อผู้ผลิตอุปกรณ์ไอทีแบบสวมใส่หรือ Wearable สัญชาติอเมริกาชื่อ Fitbit Inc. ซึ่งมองว่าเป็นการเข้ามาสร้างความตื่นเต้นในตลาดอุปกรณ์ตรวจวัดค่าทางสุขภาพและสมาร์ทวอชเป็นอย่างมาก

ข่าวนี้มาจากคนวงในที่เผยมาเมื่อวันจันทร์ แม้ปัจจุบันกูเกิ้ลเองก็กำลังร่วมมือกับบริษัทด้านไอทีรายใหญ่เจ้าอื่นอย่าง Apple Inc.และ Samsung Electronics Co.,Ltd. ในการพัฒนาสมาร์ทโฟนก็ตาม แต่ก็ยังไม่เห็นผลิตภัณฑ์ Wearable ใหม่เกิดขึ้นมา

ขณะนี้ยังไม่มีความแน่นอนใดๆ เกี่ยวกับการเจรจาระหว่างกูเกิ้ลและ Fitbit โดยแหล่งข่าวขอไม่เปิดเผยตัวเนื่องจากถือเป็นเรื่องลับสุดยอด ทำให้ยังไม่มีการเผยราคาที่แท้จริงที่ทางกูเกิ้ลใช้ในการเสนอซื้อบริษัท Fitbit ให้ทราบ

ทั้งนี้ทั้งกูเกิ้ลและ Fitbit ต่างปฏิเสธที่จะให้ความเห็น แต่ราคาหุ้นของ Fitbit ก็พุ่งมากถึง 27% ต้องรับข่าวนี้ไปแล้ว ทำให้ปัจจุบันมูลค่าบริษัทในตลาดรวมอยู่ที่ 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่หุ้นของ Alphabet ก็ขึ้นมา 2% อยู่ที่ 1,293.49 ดอลลาร์ฯ ด้วย

ที่มา : Reuters

from:https://www.enterpriseitpro.net/google-owner-alphabet-in-bid-to-buy-fitbit/

เทรนด์ไมโคร ซื้อกิจการของ Cloud Conformity ตอกย้ำผู้นำด้านความปลอดภัยบนคลาวด์

เทรนด์ไมโครผู้นำระดับโลกด้านโซลูชั่นความปลอดภัยบนคลาวด์ ได้ออกมาแถลงในวันนี้ว่าบริษัทได้เข้าซื้อกิจการของ Cloud Conformity ซึ่งเป็นบริษัทนวัตกรรมด้าน Cloud Security Posture Management (CSPM) การควบกิจการครั้งนี้ทำให้เทรนด์ไมโครขยายขอบเขตของบริการบนคลาวด์ ให้สามารถรักษาความปลอดภัย และแก้ไขปัญหาด้านความปลอดภัยที่มักถูกมองข้ามจากการตั้งค่าโครงสร้างพื้นฐานบนคลาวด์อย่างไม่เหมาะสมได้

เทรนด์ไมโครมียุทธศาสตร์ที่ต้องการรักษาความปลอดภัยบนคลาวด์โดยที่ไม่กระทบกับกิจกรรมของลูกค้าที่ทำกับธุรกิจ ซึ่งการเข้าซื้อกิจการนี้เกิดขึ้นจากการพัฒนานวัตกรรมด้านความปลอดภัยบนคลาวด์ของเทรนด์ไมโครอย่างต่อเนื่อง ที่ต้องการเติมเต็มความสามารถเพิ่มเติมในด้านการตรวจหาและแก้ไขปัญหาด้านการตั้งค่าโครงสร้างพื้นฐานบนคลาวด์ที่หลากหลายได้แบบอัตโนมัติ รวมทั้งยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายพร้อม ๆ กับรักษาความสอดคล้องตามข้อกำหนดและมาตรฐานอุตสาหกรรมชั้นนำอย่างเช่น PCI, GDPR, HIPAA, และ NIST ได้ด้วย

“เราได้ให้ความสำคัญมากกับการพัฒนาระบบความปลอดภัยแบบบูรณาการสำหรับคลาวด์มาตั้งแต่เริ่มมีเทคโนโลยีดังกล่าวมาเกือบทศวรรษ ซึ่งเราต่างจากผู้จำหน่ายรายอื่นที่ปัจจุบันเอาแต่มองหาวิธีผสานเทคโนโลยีคลาวด์ที่แตกต่างกันมาอยู่ด้วยกันอีกทีหนึ่ง” Eva Chen ซีอีโอของเทรนด์ไมโครกล่าว “ยิ่งมีองค์กรย้ายขึ้นไปอยู่บนคลาวด์มากเท่าไร ลูกค้าของเราก็ยิ่งรู้สึกว่าการใช้งานคลาวด์ของตนเองตกอยู่ในความเสี่ยงที่ไม่สามารถควบคุมได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งบริษัท Cloud Conformity ในฐานะพาร์ทเนอร์ด้านเทคโนโลยีกับ AWS ที่ได้รับยกย่องให้เป็น Partner of the Year 2019 นั้นเข้าใจถึงรายละเอียดและความเสี่ยงเหล่านี้เป็นอย่างดี สามารถเติมเต็มผลิตภัณฑ์และบริการของเราได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทำให้เราสามารถมอบคุณค่าที่มากขึ้นนี้แก่ลูกค้าได้ทันที ถือว่าบริษัทนี้เหมาะกับเทรนด์ไมโครอย่างยิ่งทั้งด้านคนและเทคโนโลยี”

สำหรับการเข้าซื้อกิจการนั้น เรื่องของบุคลากรถือว่ามีความสำคัญเทียบเท่ากับเทคโนโลยี ซึ่งทางเทรนด์ไมโครก็เตรียมที่จะสร้างการเติบโตให้กับทั้งสองด้านในฐานะยุทธศาสตร์ความปลอดภัยบนคลาวด์ชั้นนำของตลาด จากการที่พนักงานของ Cloud Confomity ทุกคนได้นำเอาทั้งความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ควบคู่กับเทคโนโลยีมาช่วยให้ธุรกิจของทุกคนทำงานบนคลาวด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพขึ้นด้วย ไม่เพียงแค่เพิ่มความปลอดภัยแต่เพียงอย่างเดียว

จากข้อมูลของ Gartner ระบุว่า “เมื่อมองไปถึงปี 2023 คาดการณ์ว่าปัญหาด้านความปลอดภัยบนคลาวด์กว่า 99% จะเกิดจากความผิดพลาดของลูกค้าทั้งสิ้น” 1 นอกจากนี้ยังกล่าวเสริมด้วยว่า “และคาดว่าในปี 2024 องค์กรทั้งหลายที่วางระบบ CSPM หรือนำระบบดังกล่าวมาใช้พัฒนานั้น จะสามารถลดปัญหาความปลอดภัยที่เกี่ยวกับคลาวด์ที่มาจากการตั้งค่าผิดพลาดได้ถึง 80%”1 ซึ่งชุดบริการความปลอดภัยบนคลาวด์ที่ครอบคลุมของเทรนด์ไมโครจะช่วยสร้างความมั่นใจให้ธุรกิจต่าง ๆ ว่าความเสี่ยงของพวกเขาได้ถูกจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ และทำให้สอดคล้องตามมาตรฐานสากลไปพร้อมกัน

“การที่เราสามารถขยายระบบบน AWS มากขึ้นอย่างรวดเร็ว เป็นผลจากการใช้ทูลของ Cloud Conformity เพื่อจัดการทั้งด้านความปลอดภัยและการสอดคล้องตามข้อกำหนดได้อย่างมีประสิทธิภาพและรองรับการปรับเปลี่ยนขนาดของระบบเรา” Russell Jones หัวหน้าสถาปนิกของ Virgin Australia กล่าว “ผลิตภัณฑ์ของพวกเขาได้ให้ความสามารถที่ยอดเยี่ยมมากมายไม่ว่าจะเป็นด้านการมองเห็นที่ดีกว่า, การยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน, และการประหยัดค่าใช้จ่าย ทำให้มั่นใจได้ว่าเราจะเติบโตไปได้อย่างมั่นคงและต่อเนื่อง”

“จากงานวิจัยของเรานั้นเห็นได้ชัดว่า องค์กรทุกขนาดต่างหันมาใช้คลาวด์ในการให้บริการลูกค้า ซึ่งมักไม่ได้ใช้แค่ส่วนของการประมวลผลเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงสตอเรจ, การรับส่งข้อความ, และบริการอื่นอีกมากมาย” Fernando Montenegroหัวหน้านักวิเคราะห์ของ 451 Research กล่าว “การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ ทำให้เทรนด์ไมโครสามารถขยายบริการด้านความปลอดภัยให้แก่องค์กรที่มองหาตัวช่วยด้านความปลอดภัยบนคลาวด์ที่มากกว่าแค่การรักษาความปลอดภัยโหลดงานที่ประมวลผลอยู่ได้”

เราตื่นเต้นมากที่ได้รับโอกาสนี้จากการเป็นส่วนหนึ่งของผู้ให้บริการความปลอดภัยบนคลาวด์ชั้นนำ ที่เป็นการยกระดับสิ่งที่เราทำได้ดีที่สุดอยู่แล้ว รวมทั้งช่วยขยายขอบเขตของผลิตภัณฑ์และบริการของเราในระดับที่เราเคยไม่สามารถทำได้ด้วยตนเองมาก่อน” Michael Watts ซีอีโอของ Cloud Conformity กล่าว “เราหวังว่าลูกค้าจะชื่นชอบระบบรักษาความปลอดภัยและการทำให้สอดคล้องตามมาตรฐานที่ใช้งานได้ง่ายเช่นนี้ทั่วทั้งสภาพแวดล้อมบนคลาวด์ ไม่ว่าจะเป็น AWS, Azure, หรือ Google Cloud เปิดโอกาสให้เราได้เป็นผู้พาพวกเขาก้าวไปข้างหน้าได้เร็วมากขึ้น ทำได้มากขึ้น อย่างปลอดภัย”

ขณะนี้เทรนด์ไมโครกำลังเตรียมวางจำหน่ายโซลูชั่นของ Cloud Conformity โดยเร็วที่สุด สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมนั้น สามารถเยี่ยมชมได้ที่ http://trendmicro.com/cloudconformity

from:https://www.enterpriseitpro.net/trend-micro-acquires-cloud-conformity/

Thoma Bravo เตรียมซื้อกิจการ Sophos ด้วยมูลค่าถึง 3.9 พันล้านดอลลาร์ฯ

ยักษ์ใหญ่ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ของอังกฤษอย่าง Sophos กำลังถูกเสนอขอซื้อกิจการด้วยดีลที่ค่อนข้างยากที่จะปฏิเสธได้ เมื่อบริษัทหลักทรัพย์ Thoma Bravo ยื่นข้อเสนอในการซื้อกิจการที่ราคาควม 3.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 7.40 ดอลลาร์ฯ ต่อหุ้น

Sophos ถือเป็นผู้นำด้านระบบความปลอดภัยทางไซเบอร์แบบ Next-Gen ที่มีลูกค้าระดับองค์กรมากกว่า 4 แสนแห่งในกว่า 150 ประเทศทั่วโลก โดยจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์และบริการผ่านช่องทางจัดจำหน่ายทั้งพาร์ทเนอร์และ MSP กว่า 47,000 ราย

ซีอีโอของ Sophos คุณ Kris Hagerman ระบุว่าบริษัทได้ผลักดันการเปลี่ยนแปลงโซลูชั่นด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์แบบ Next-Gen มาโดยตลอด ทั้งการพัฒนาความสามารถด้านคลาวด์, แมชชีนเลิร์นนิ่ง,API, ระบบออโตเมชั่น, การจัดการการตอบสนองต่ออันตราย เป็นต้น

และมองว่าดีลที่ได้รับการเสนอมานี้เป็นเครื่องพิสูจน์ความสำเร็จของ Sophos ได้เป็นอย่างดี โดยกรรมการบริหารมีทีท่ายินดีกับดีลนี้ ทางด้าน Thoma Bravo ที่ผ่านมากว่า 40 ปีได้ซื้อกิจการบริษัทด้านซอฟต์แวร์ไอทีไปแล้วกว่า 200 แห่ง รวมมูลค่ากว่า 5 หมื่นล้านดอลลาร์ฯ

ที่มา : CB

from:https://www.enterpriseitpro.net/thoma-bravo-plans-to-buy-sophos-for-3-9-billion/

VMware ทุ่มเงินกว่า 4.8 พันล้านเหรียญฯ ซื้อกิจการ Pivotal และ Carbon Black

VMware กล่าวระหว่างการแถลงผลการดำเนินงานช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ตนเองมีแผนที่จะใช้เงินลงทุนกว่า 4.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อเข้าซื้อกิจการบริษัทพัฒนาคลาวด์ Pivotal และผู้ให้บริการด้านความปลอดภัยชื่อ Carbon Black

โดยแยกเป็นเงินจำนวน 2.7 พันล้านเหรียญฯ สำหรับบริษัท Pivotal และเทคโนโลยีพัฒนาคลาวด์แบบไฮบริดจ์ Cloud Foundry และอีก 2.1 พันล้านเหรียญสำหรับบริษัทด้านเทคโนโลยีความปลอดภัย Carbon Black

ซึ่งสำหรับ Carbon Black นั้นจะรวมถึงผลิตภัณฑ์ Predictive Security Cloud และซอฟต์แวร์ความปลอดภัยสำหรับเอนด์พอยต์ตัวอื่นด้วย สำหรับตัวเลขที่ระบุนี้คำนวณจากมูลค่าขององค์กรที่มีการตกลงกันไว้ แต่ราคาที่จะซื้อจริงอาจจะแตกต่างกันเล็กน้อย

VMware มีความสัมพันธ์แนบแน่นกับสองบริษัทดังกล่าว โดยเทคโนโลยีของ Carbon Black ก็อยู่เป็นส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์ความปลอดภัยสำหรับเอนด์พอยต์ AppDefense ของ VMware ขณะที่ Pivotal ก็มีความสัมพันธ์ตั้งแต่สมัย VMware และ Dell ที่เป็นบริษัทแม่ ซึ่งแตกออกมาเป็น Pivotal เมื่อปี 2013

ที่มา : Networkworld

from:https://www.enterpriseitpro.net/vmware-spends-4-8b-to-grab-pivotal-carbon-black/