คลังเก็บป้ายกำกับ: ซินเจียง

แม้แบรนด์ทั่วโลกไม่เอาด้วย แต่ MUJI ยังยืนยันใช้ฝ้ายจากซินเจียง

MUJI แบรนด์สัญชาติญี่ปุ่นยืนหยัดสวนกระแสหลากหลายแบรนด์ชาติอื่นที่ส่วนใหญ่ประกาศไม่เห็นด้วยที่จีนบังคับใช้แรงงานอุยกูร์ในซินเจียง ก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็น H&M, Zara, Burberry, Uniqlo, Nike และอีกหลายแบรนด์ต่างถอนตัว งดใช้ฝ้ายจากซินเจียงกันทั้งนั้น ไม่ใช่แบรนด์แฟชั่นเท่านั้นแต่ประเทศสหรัฐอเมริกา อังกฤษ แคนาดา และ EU ก็ร่วมกันคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่จีนที่มีส่วนพัวพันกับการบังคับใช้แรงงานอุยกูร์ในซินเจียง

MUJI use Xinjiang cotton

ก่อนหน้านี้ MUJI สาขาจีนก็เคยออกมาประกาศแล้วว่ายังไม่เปลี่ยนใจ ยินดีใช้ฝ้ายจากซินเจียง ซึ่ง MUJI ก็ยืนยันที่จะใช้ฝ้ายจากซินเจียง ทั้งที่กระทรวงต่างประเทศของสหรัฐอเมริกาเคยระบุไว้ว่า ซินเจียงเป็นพื้นที่ที่มีการบังคับใช้แรงงานอุยกูร์ในค่ายกักกัน รายได้ของ MUJI ราวครึ่งหนึ่งเป็นรายได้นอกประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นรายได้จากจีนและมาจากสหรัฐฯ บ้างประปราย แถลงการณ์จาก MUJI ระบุว่า ใช้ฝ้ายจากฟาร์มออร์แกนิกส์จะช่วยพัฒนาความเป็นอยู่ของผู้คนที่อาศัยอยู่ที่นั่น

ปัจจุบัน หน้าร้านออนไลน์ของ MUJI ในจีนยังระบุว่าใช้ฝ้ายจากซินเจียง ท่าทีเช่นนี้ของ MUJI ทำให้ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตชาวจีนยังรู้สึกดีกับ MUJI และรู้สึกว่าเป็นแบรนด์ที่ยังสนับสนุนจีนเช่นเดิม

MUJI คาดว่าจะมีหน้าร้านในจีนได้มากว่า 300 แห่งภายในเดือนสิงหาคม ซึ่งก็มีกลุ่มนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนออกมาประท้วง MUJI สำนักงานใหญ่ในโตเกียว เรียกร้องให้บริษัทหยุดซื้อฝ้ายจากซินเจียง แต่ทางตัวแทนจาก MUJI ก็ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นใดๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ ขณะที่ผู้บริหารระดับสูงของ MUJI ก็พยายามแสดงท่าทีไม่ให้เห็นว่าสนับสนุนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ทางบริษัทแม่ของ MUJI อย่าง Ryohin Keikaku ก็ยืนยันว่าจะใช้ฝ้ายจากซินเจียงต่อไป ส่วนประธานของ MUJI ยังคงปฏิเสธที่จะให้ความเห็นใดๆ ต่อประเด็นซินเจียง

เรื่องการตัดความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทสัญชาติญี่ปุ่นกับจีนนั้น Kota Hirayama นักเศรษฐศาสตร์จาก SMBC Kikko Securities ระบุว่า บริษัทญี่ปุ่นพยายามตัดความสัมพันธ์กับจีนแต่ก็ไม่สามารถแยกขาดจากกันได้ ไม่ใช่แค่มีตลาดผู้บริโภคชาวจีนจำนวนมากเท่านั้นแต่มันยังหมายถึงการดิสรัปห่วงโซ่อุปทานโลกด้วย 

ที่มา – WSJ

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post แม้แบรนด์ทั่วโลกไม่เอาด้วย แต่ MUJI ยังยืนยันใช้ฝ้ายจากซินเจียง first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/muji-uses-cotton-from-xinjiang/

Biden เดินหน้าหาแนวร่วมกลุ่ม G7 กดดันจีนเข้มข้น กรณีบังคับใช้แรงงานอุยกูร์

ประเด็นเรื่องการบังคับใช้แรงงานอุยกูร์ยังไม่จบ ตราบใดที่องค์กรระหว่างประเทศยังไม่สามารถเข้าไปตรวจการบังคับใช้แรงงานในซินเจียง จีนได้อย่างโปร่งใส ล่าสุด สหรัฐอเมริกาภายใต้การนำของ Biden เตรียมหาแนวร่วมจากกลุ่ม G7 เพิ่มแรงกดดันจีนมากขึ้น

Biden pressure China in case of Uyghur

Joe Biden เตรียมร่วมประชุมเศรษฐกิจกับกลุ่ม G7 ที่อังกฤษในเดือนมิถุนายนนี้ การประชุมครั้งนี้ Biden จะมุ่งเป้าไปที่เรื่องศัตรูทางยุทธศาสตร์ของประเทศ ระหว่างประเทศที่เป็นประชาธิปไตยกับประเทศที่เป็นเผด็จการโดยเฉพาะจีน 

ประเด็นนี้ Daleep Singh ผู้ช่วยที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติและผู้ช่วยผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติของ Biden กล่าวไว้เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า การประชุม G7 ที่คอร์นวอลล์ น่าจะมุ่งประเด็นเรื่องความมั่นคงด้านสาธารณสุข การรับมือกับโควิดระบาดที่สอดคล้องกับสภาวะทางเศรษฐกิจ และการจัดการเรื่องสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง ตลอดจนการยกระดับคุณค่าในมิติประชาธิปไตยภายในกลุ่ม G7 ร่วมกัน

สิ่งที่ Singh เน้นย้ำคือการร่วมมือของพันธมิตร ที่จะมีการปฏิบัติที่จริงจัง มีความเป็นรูปธรรมมากขึ้น โดยความท้าทายของกลุ่ม G7 คือการแสดงให้เห็นว่าเป็นสังคมที่เปิดกว้าง เป็นสังคมประชาธิปไตย และยังมีโอกาสที่จะแก้ปัญหาใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งการปกครองแบบเผด็จการไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุดแน่นอน 

Sanction China

Singh กล่าวว่า สหรัฐฯ พร้อมที่จะต่อต้านจีนในประเด็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนในซินเจียง ซึ่งสหรัฐฯ จะพยายามแสวงความร่วมมือในกลุ่มพันธมิตร G7 เพิ่ม (กลุ่ม G7 ประกอบด้วย แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี ญี่ปุ่น อังกฤษ และสหรัฐอเมริกา) ก่อนหน้านี้สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป อังกฤษ และแคนาดาก็ประกาศคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวพันกับการบังคับใช้แรงงานอุยกูร์มาแล้ว ด้านจีนปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาและตอบสนองสหภาพยุโรปด้วยมาตรการลงโทษกลับเช่นกัน 

อย่างไรก็ดี ทางทำเนียบขาวเปิดเผยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า Biden จะเยือนเบลเยียมเป็นประเทศแรกหลังขึ้นดำรงตำแหน่งในเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้ แผนการเยือนบรัสเซลส์นี้ก็เพื่อร่วมประชุมผู้นำสูงสุดของ NATO พันธมิตรด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ นั่นเอง รวมทั้งเยือนคอร์นวอลล์ อังกฤษ เพื่อประชุม G7 ในวันที่ 11-13 มิถุนายนด้วย

ที่มา – Aljazeera, CNN

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post Biden เดินหน้าหาแนวร่วมกลุ่ม G7 กดดันจีนเข้มข้น กรณีบังคับใช้แรงงานอุยกูร์ first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/biden-seek-allies-in-g7-pressure-china-in-case-of-uyghur-forced-labor/

แบนบังคับใช้แรงงานอุยกูร์ ทำส่งออกฝ้ายลด แต่สหรัฐนำเข้าสินค้าซินเจียงเพิ่ม 113%

ก่อนหน้านี้ สินค้าส่วนใหญ่ที่เป็นแบรนด์ของอเมริกันมักจะเป็นแบรนด์ที่คว่ำบาตรสินค้าที่มาจากซินเจียง แต่ผลปรากฎว่ายอดส่งออกสินค้ามายังสหรัฐฯ​ เพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่าในช่วงไตรมาสแรกของปี 2021 โดยการส่งออกเพิ่มขึ้น 113% จากไตรมาสแรกของปีก่อนหน้าราว 64.4 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 2 พันกว่าล้านบาท จากข้อมูลของจีนพบว่า การส่งออกจากซินเจียงเพิ่มขึ้น 46.5% เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปี 2019 

Export surge in Xinjiang

ทั้งนี้ การส่งออกสินค้าจากซินเจียงเป็นส่วนเล็กๆ ของการส่งออกของจีนไปสหรัฐฯ มูลค่าการส่งออกโดยรวมของจีนไปยังสหรัฐ อยู่ที่ 1.19 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3.7 ล้านล้านบาท แต่อุตสาหกรรมฝ้ายก็ถือว่าถูกแช่แข็งเหมือนกันสำหรับตลาดของสหรัฐฯ หลังกรณีต้านการบังคับใช้แรงงานอุยกูร์ 

อย่างไรก็ดี สินค้าที่เป็นผลิตภัณฑ์จากฝ้ายก็ถือว่ามียอดส่งออกหายไปมากในไตรมาสแรกในการส่งออกจากจีนไปสหรัฐฯ ส่วนสินค้าที่ส่งออกจากซินเจียงไปสหรัฐฯ ในช่วงไตรมาสแรกคือสารประกอบเฮเทอโรไซคลิกซึ่งเป็นสารประกอบที่มักถูกนำมาใช้กับยาที่ใช้สำหรับโรคมะเร็ง นอกจากนี้ก็มีสารอะมิโนแอซิดด้วย 

จากยอดสินค้าที่นำเข้าจากซินเจียงและสหรัฐฯ มากขนาดนี้อาจเป็นไปได้ว่าในส่วนที่เป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นฝ้ายจากการถูกบังคับใช้แรงงานอาจจะถูกสั่งห้ามนำเข้าสหรัฐฯ ได้ จึงทำให้ยอดนำเข้าฝ้ายจากซินเจียงลดลงจริง แต่โดยภาพรวม ซินเจียงส่งออกเพิ่มขึ้น 33.75% ในไตรมาสแรกเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า บริษัทยุโรปก็มีการค้ากับซินเจียงน้อยลง ซึ่งเดือนที่ผ่านมา สหภาพยุโรปก็ออกมาตรการคว่ำบาตรจีนครั้งแรกนับตั้งแต่ที่ห้ามทำการค้าอาวุธกับจีนช่วงที่เกิดโศกนาฏกรรมเทียนอันเหมินเมื่อปี 1989 บริษัทต่างๆ ถูกกดดันจากกลุ่มด้านสิทธิมนุษยชนรวมถึงสมาชิกสภายุโรปก็ตัดความสัมพันธ์ทันที 

China Xinjiang Uyghur
ภาพคนออกมาเรียกร้องให้หยุดฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวอุยกูร์ ซินเจียง Photo by Kuzzat Altay on Unsplash

นอกจากนี้ การขนส่งจากซินเจียงไปยังเยอรมนีที่มีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดใน EU ก็ลดลงมากถึง 74% ในไตรมาสแรกเทียบกับช่วงก่อนเกิดโควิดระบาดในปี 2019 ขณะที่ฟินแลนด์ยังเป็นซัพพลายเออร์ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 3 ของจีนในช่วงไตรมาสแรก แม้ว่ามูลค่าจะลดราว 28.9 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 20% ถ้าเทียบกับช่วงปี 2019

ที่มา – SCMP

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post แบนบังคับใช้แรงงานอุยกูร์ ทำส่งออกฝ้ายลด แต่สหรัฐนำเข้าสินค้าซินเจียงเพิ่ม 113%   first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/america-import-china-surge-113-percent-in-q1-2021/

ญี่ปุ่นก็แบนบังคับใช้แรงงานอุยกูร์ในจีน: Kagome ระงับนำเข้ามะเขือเทศซินเจียง

เรื่องคว่ำบาตร เรื่องแบนการบังคับใช้แรงงานอุยกูร์ ซินเจียงในจีน ยังเกิดขึ้นต่อเนื่อง เริ่มจากแบรนด์แฟชั่นตะวันตกที่ถูกจับตามองจากนานาประเทศจนต้องออกแถลงการณ์แบนการบังคับใช้แรงงานกันเป็นแถว ไม่ว่าจะเป็น H&M, Adidas, Nike, New Balance, Zara, Burberry, Gap, Uniqlo ล้วนออกมาต่อต้านการบังคับใช้แรงงานจนถูกชาวจีนรักชาติโจมตีกลับ ล่าสุด ผู้ผลิตซอสแบรนด์ดังอันดับ 1 ของญี่ปุ่น Kagome ยังแบนการนำเข้ามะเขือเทศซินเจียงในจีน

Kagome

Nikkei รายงานว่า Kagome แบรนด์ดังที่ผลิตทั้งซอสและน้ำมะเขือเทศของญี่ปุ่น ก็ร่วมแบน ร่วมต้านการบังคับใช้แรงงานอุยกูร์ ซินเจียงด้วย โดย Kagome ระงับการนำเข้ามะเขือเทศจากซินเจียงที่ใช้สำหรับทำซอสตั้งแต่ปีที่ผ่านมาแล้ว เรื่องการระงับนำเข้านี้ ผู้แทนจากบริษัท Kagome ระบุว่า ปัญหาเรื่องสิทธิมนุษยชนเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการตัดสินใจเช่นนี้

Kagome เชื่อว่าน่าจะเป็นบริษัทสัญชาติญี่ปุ่นรายแรกที่ยุติการทำธุรกิจกับพื้นที่นี้เพราะประเด็นอุยกูร์ ขณะเดียวกันบริษัท Kagome ก็ไม่ได้รับผลกระทบจากการระงับการนำเข้ามะเขือเทศจากซินเจียงนัก ก่อนหน้านี้ก็มีการลดนำเข้าไปบ้างแล้ว อีกทั้งมะเขือเทศที่นำเข้าจากซินเจียงในปัจจุบันก็มีสัดส่วนน้อยกว่า 1% ด้วย ดังนั้น Kogame น่าจะใช้วิธีนำเข้ามะเขือเทศจากประเทศอื่นแทน

Kagome ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1899 มาถึงวันนี้ก็มีอายุมากถึง 122 ปีแล้ว หมุดหมายของการผลิตสินค้าก็เพื่อทำให้สุขภาพของผู้คนดีขึ้นด้วยคุณค่าทางอาหารจากผลิตภัณฑ์ที่ดีและยังมีส่วนแบ่งตลาดที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ทั้งซอสมะเขือเทศ 60.3% น้ำมะเขือเทศ 55.5% น้ำผักรวม 44.1% น้ำผักและนำ้ผลไม้รวม 55.7% ซึ่งธุรกิจของ Kagome ก็มีทั้งเครื่องดื่ม อาหาร ผลิตภัณฑ์เกษตร ธุรกิจระหว่างประเทศ ฯลฯ ยอดขายเฉพาะปี 2020 ที่ผ่านมา อยู่ที่ 1.83 แสนล้านเยน

KAGOME

ก่อนหน้านี้ Kagome ก็มีการเปิดเผยมาโดยตลอดว่าส่วนประกอบของอาหารมีผลผลิตมาจากซินเจียงเสมอ ซึ่งล่าสุดก็มีการเผยส่วนประกอบของซอสมะเขือเทศล่าสุด มีมะเขือเทศที่นำเข้าจากสหรัฐอเมริกา อิตาลี ออสเตรเลีย สเปน ชิลี ตุกรี และโปรตุเกส ซึ่งผู้แทนจาก Kagome ก็ยืนยันว่ามะเขือเทศนี้จะมีการผลิตจากพื้นที่ที่ไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชน

FAO ระบุว่า ปี 2019 จีนถือเป็นผู้ผลิตมะเขือเทศรายใหญ่อันดับ 1 ของโลก จีนผลิตมะเขือเทศได้มากถึง 62.76 ล้านตัน ถือเป็น 35% ของการผลิตโลก ซินเจียงก็ถือเป็นพื้นที่ที่ผลิตมะเขือเทศได้มากเนื่องจากภูมิอากาศดี ทั้งนักลงทุนและกลุ่มสิทธิมนุษยชนต่างกดดันบริษัทที่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนอุยกูร์ เดือนที่ผ่านมา มีบริษัท 47 แห่งที่ถูกสงสัยว่า มีการใช้ซัพพลายเออร์ที่บังคับใช้แรงงานในซินเจียง รายชื่อที่เกี่ยวข้องมีทั้งบริษัท Alphabet (บริษัทแม่ของ Google), Apple, Volkswagen, Fast Retailing (บริษัทแม่ของ Uniqlo) แต่ไม่มีรายชื่อ Kogame อยู่ในนั้น

ที่มา – Nikkei Asia, Kagome

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post ญี่ปุ่นก็แบนบังคับใช้แรงงานอุยกูร์ในจีน: Kagome ระงับนำเข้ามะเขือเทศซินเจียง first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/kagome-suspend-import-xinjiang-tomato-cause-of-human-rights/

โอกาสทองของแบรนด์จีน: หลังปมอุยกูร์พ่นพิษ คนจีนบางส่วนรุมคว่ำบาตรแบรนด์ดัง H&M, Nike, Adidas

หลังจากที่แบรนด์ตะวันตกประกาศแถลงการณ์คว่ำบาตรการใช้ฝ้ายจากซินเจียงที่มีการบังคับใช้แรงงานอุยกูร์ เหตุเพราะมีการละเมิดสิทธิมนุษยชน หลังข้อความนี้เผยแพร่ในเว็บไซต์ออนไลน์จึงนำมาสู่การโต้กลับของคนจีนบางส่วนที่ต้องการหันมาคว่ำบาตรแบรนด์ตะวันตกด้วยการไม่ซื้อสินค้าบ้าง

รวมถึงเหล่าบรรดาเซเลบ คนดังที่มีสัญญาเป็นทั้งพรีเซนเตอร์หรือแบรนด์เอมบาสเดอร์กับแบรนด์สินค้า ถึงกับต้องระงับหรือยกเลิกสัญญาชั่วคราวเพื่อเป็นการแสดงจุดยืน ขณะที่มีการคว่ำบาตรกันไปมาระหว่างแบรนด์ตะวันตกและผู้บริโภคชาวจีน ก็สร้างโอกาสให้แบรนด์แฟชั่นสัญชาติจีนได้ด้วย

China

ตัวอย่างจากแบรนด์แฟชั่นสัญชาติจีน Li-Ning มีการนำสนีกเกอร์มาขายอีกครั้งในแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซจีน Dewu รองเท้ารุ่น Way of Wade 4 ที่มีซุปเปอร์สตาร์จากวงการบาสเกตบอลอย่าง Dwyane Tyrone Wade เป็นพรีเซนเตอร์ เป็นรองเท้าที่ออกแบบโดย Li-Ning ร่วมกับสมาคมบาสเกตบอลแห่งชาติ โดยราคารองเท้าที่ขายจากเดิมอยู่ที่ 1,499 หยวนหรือประมาณ 7,189 บาท ขึ้นราคาเพิ่มอีก 30 เท่า เป็น 48,889 หยวนหรือประมาณ 2.34 แสนบาท

ยังไม่จบเท่านี้ ยังมีการขายสนีกเกอร์รุ่นลิมิเต็ดรุ่น wow7 The Moment ราคาก็พุ่งขึ้นอีกจาก 1,699 หยวนเป็น 30,000 หยวน นอกจากนี้แบรนด์ Anta สัญชาติจีนที่มีในธีมโดเรมอนก็มีราคาพุ่งขึ้นจาก 499 หยวน เป็น 4,599 หยวนด้วย 

เรื่องซื้อขายรองเท้าเพื่อเก็งกำไรในจีนไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ส่วนใหญ่คนจะให้ความสนใจกับแบรนด์รองเท้าต่างประเทศ เช่น Nike’s Air Jordan และ Adidas แต่กรณีแถลงการณ์ต้านการบังคับใช้แรงงานอุยกูร์โด่งดัง สนีกเกอร์แบรนด์จีนก็ได้รับความสนใจมากขึ้น คนรักชาติในจีนต่างก็หันมาให้ความสนใจซื้อสินค้าที่เป็นสัญชาติจีนมากขึ้น ซึ่งไม่ได้มีแค่สนีกเกอร์เท่านั้นแต่ยังรวมถึงสมาร์ทโฟน Huawei ด้วย

ปี 2019 ที่ผ่านมา Wall Street Journal ได้อ้างข้อมูลที่เป็นผลสำรวจจาก Brunswick Group พบว่า กว่าครึ่งหนึ่งของแหล่งข้อมูลเลือกที่จะหลีกเลี่ยงซื้อหาสินค้าที่เป็นผลิตภัณฑ์จากสหรัฐอเมริกาเพื่อยืนยันว่าสนับสนุนจีนหลังจากที่ทั้งจีนและอเมริกากำลังตึงเครียดมากขึ้น 

ทั้งนี้ข้อมูลจาก People’s Daily ซึ่งเป็นสื่อของพรรคคอมมิวนิสต์จีนก็มีบทบรรณาธิการเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เผยให้เห็นว่า ลูกค้าเริ่มหันเหมาใช้แบรนด์สินค้าในบ้านตัวเองมากขึ้น เรียกว่าเป็นการบริโภคสินค้านั้นๆ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความรักชาติ ซึ่งในที่สุดแล้วก็เริ่มมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสื่อของรัฐ ทางแพลตฟอร์ม Dewu ก็ได้ลบรายชื่อสนีกเกอร์แบรนด์ Li-Ning, Anta ออก หลังจากที่มีการขึ้นราคาสินค้าจนทำให้ราคามีความผันผวนสูง รวมถึงสนีกเกอร์แบรนด์จีนออกราว 20 รายการที่เป็นแบรนด์จีน 

นอกจากนี้ The New York Times ได้สัมภาษณ์ Tim Min วัย 33 ปีที่เป็นเจ้าของสตาร์ทอัพเครื่องสำอางในจีน ซึ่งเป็นคนรักชาติคนหนึ่ง เขาบอกว่า เขาเคยรักแบรนด์ต่างชาติ เช่น Nike แต่ตอนนี้ เขาก็ไม่เห็นว่าจะมีเหตุผลอะไรที่ทำให้เขารัก Nike ได้อีกต่อไป ถ้ามีแบรนด์จีนที่มาแทนได้ เขาก็เลือกที่ใช้แบรนด์นั้น ซึ่งแบรนด์จีนก็ต้องพยายามที่จะผลิตสินค้าคุณภาพสูงเพื่อที่จะแทนที่แบรนด์ตะวันตกเดิมและจูงใจให้คนรักชาติรุ่นใหม่หันมาซื้อแบรนด์จีนมากขึ้น 

Boycott Nike in China

HeyTea คือสตาร์ทอัพชานมที่มีมูลค่า 2 พันล้านเหรียญสหรัฐ มีหน้าร้านราว 700 แห่ง ก็ต้องการมาแทนที่ Starbucks ด้าน Yuanqisenlin บริษัทเครื่องดื่มผสมน้ำตาลน้อยที่มีอายุราว 4 ปีแล้ว มีมูลค่าบริษัทสูงถึง 6 พันล้านเหรียญสหรัฐ นี่ก็ต้องการมาแทน Coca-Cola ขณะที่ Ubras บริษัทที่มีอายุ 5 ปีก็ต้องการมาแทนที่ Victoria’s Secret แบรนด์สินค้าจีน ธุรกิจจีนต่างพยายามเพิ่มศักยภาพและความน่าสนใจเพื่อให้มีจุดแข็งดึงดูดให้คนชาติจีนหันมารักแบรนด์ประเทศตัวเองมากขึ้น 

เรื่องความน่าสนใจที่มีต่อแบรนด์ท้องถิ่นนั้นเริ่มเปลี่ยนไปหลังยุคประธานเหมา เจ๋อ ตง ที่มีแบรนด์สินค้าให้ผู้บริโภคไม่กี่แบรนด์ โทรทัศน์เครื่องแรกของครอบครัวในยุค 1980 ก็เป็นสินค้าที่มาจากญี่ปุ่น แบรนด์แฟชั่นสัญชาติฝรั่งเศสอย่าง Pierre Cardin ก็เคยมาจัดแสดงที่ปักกิ่งช่วงปี 1979 ซึ่งก็เป็นช่วงเดียวกับที่การปฏิวัติวัฒนธรรมจีน 

คนจีนที่เกิดในช่วง 1970 หรือยุคก่อนหน้าก็จะจดจำรสชาติจากการจิบ Coca-Cola ได้ จำได้ว่ากัดกิน Big Mac ครั้งแรกเป็นอย่างไร ดูหนังฮอลลีวูด ญี่ปุ่นและฮ่องกง ซึ่งตอนนี้บริษัทจีนก็ผลิตสินค้าได้ดีขึ้น คนจีน gen Z ที่เกิดช่วง 1995-2009 ไม่ได้ถูกดึงดูดด้วยแบรนด์ต่างชาติอีกต่อไป ซึ่งก็เคยมีรายงานจาก Baidu พบว่า มีการค้นหารายชื่อบริษัทจีน แบรนด์จีนมากถึง 2 ใน 3 ของการค้นหานั้น และสถิติการค้นหาก็เพิ่มขึ้น จากเดิมอยู่ระดับที่ 1 ใน 3 เท่านั้นสำหรับ 10 ปีก่อนหน้านี้

Burberry in China

สรุป

แบรนด์สินค้าจีนกำลังได้รับโอกาสที่เรียกว่าเป็นยุคทองมากขึ้นสำหรับคนรุ่นใหม่ในประเทศจีนที่เพิ่งเติบโตขึ้นมาในช่วงที่เริ่มเห็นสินค้าจีนที่มีคุณภาพเพิ่มขึ้น มีสินค้าที่หลากหลายแบรนด์ หลากหลายประเภทมากขึ้น การบริโภคสินค้าเชิงสัญญะเช่นนี้ถือเป็นการพยายามสะท้อนให้เห็นถึงจุดยืนว่าลูกค้าชาวจีนเหล่านั้นได้พยายามแสดงจุดยืนให้เห็นถึงความรักชาติ 

ไม่แน่ว่าสินค้าแบรนด์ตะวันตกหลังจากที่มีเรื่องบาดหมางกันเพราะแถลงการณ์ไม่เห็นด้วยกับการบังคับใช้แรงงานอุยกูร์ในซินเจียง จะถูกลดทอนให้ความน่าสนใจลดลงมากขึ้นหรือไม่ เช่น เอารายชื่อหรือสินค้าแบรนด์นั้นๆ ออกจากแพลตฟอร์มออนไลน์แบบที่ได้ทำมาแล้วก่อนหน้านี้ หรือมีการโต้กลับที่มีทิศทางกีดกันทางการค้ามากขึ้น 

ที่มา – Quartz, The New York Times

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post โอกาสทองของแบรนด์จีน: หลังปมอุยกูร์พ่นพิษ คนจีนบางส่วนรุมคว่ำบาตรแบรนด์ดัง H&M, Nike, Adidas first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/good-chance-for-chinese-brand-after-boycott-western-brand-cause-of-uyghur/

ชนบทแห่งความสุข จีนปล่อย MV เปลี่ยนภาพลักษณ์บังคับใช้แรงงานอุยกูร์ในซินเจียง

ข่าวที่เป็นกระแสการบังคับใช้แรงงานอุยกูร์ในซินเจียง จีน เป็นอีกประเด็นร้อนที่ทำให้จีนพยายามจะจัดการหลังหลายประเทศทั้งสหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป อังกฤษ และแคนาดาประกาศคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่จีนที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน รวมทั้งแบรนด์แฟชั่นหลากหลายแห่งก็ร่วมประกาศคว่ำบาตรไม่ใช้ฝ้ายจากซินเจียงด้วย เรื่องนี้ หากจะให้จีนวางเฉยคงเป็นไปได้ยาก เพราะฝ้ายที่ผลิตจากจีนผลิตมาจากซินเจียงกว่า 80% 

ล่าสุด จีนปล่อยมิวสิควิดีโอที่ถ่ายทำในซินเจียงที่ได้รับแรงบันดาลใจจากหนังฮอลลีวูด La La Land เป็นการถ่ายทำ MV ที่มีฉากในซินเจียง MV ดังกล่าว ถ่ายทำเพื่อสะท้อนให้เห็นถึงฉากในชนบทของซินเจียงโดยมีชนกลุ่มน้อยอุยกูร์ประกอบฉากและไม่มีการกดปราบจากจีน เป็น MV ประกอบภาพยนตร์

จีนใช้ MV เพื่อเปลี่ยนภาพซินเจียงใหม่ หลังจากถูกชาติตะวันตกพากันคว่ำบาตรกรณีบังคับใช้แรงงาน ภาพของจีนต่อชาวอุยกูร์มีทั้งการละเมิดสิทธิมนุษยชนไปจนถึงการพยายามฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชนกลุ่มน้อยอุยกูร์ แบรนด์แฟชั่นยักษ์ใหญ่หลายแบรนด์ได้พยายามประกาศแถลงการณ์ว่าจะไม่ใช้วัตถุดิบจากภูมิภาคนี้ ซึ่งเพลงและภาพประกอบ MV คือเพลง The Wings of Songs ที่พยายามปรับภาพลักษณ์ของซินเจียง 

ในขณะที่จีนก็ปฏิเสธข้อกล่าวหานั้นและได้เปลี่ยนภาพของซินเจียงที่เคยมีการใช้ความรุนแรงจากกลุ่มสุดโต่งในภูมิภาคนี้ให้กลายเป็นภาพชุมชนชนบทที่มีแต่ความรักใคร่สามัคคีกันเพราะมีรัฐเข้ามามอบความสุขให้ เนื้อหาของภาพยนตร์เรื่องนี้ถูกรายงานว่าปล่อยออกมาช้าไปหนึ่งปี เล่าเรื่องถึงผู้ชายสามคนที่มาจากกลุ่มชาติพันธุ์ที่แตกต่างกันกำลังเฝ้าฝันถึงช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่ที่พวกเขามารวมตัวกันโดยมีแรงบันดาลใจจากดนตรีวัฒนธรรมต่างๆ ในภูเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะและทิวทัศน์ที่เป็นทะเลทรายอันกว้างใหญ่ 

China Xinjiang Uyghur
ภาพคนออกมาเรียกร้องในอเมริกา ให้จีนหยุดฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวอุยกูร์ ซินเจียง ในอเมริกา Photo by Kuzzat Altay on Unsplash

Global Times รายงานว่าภาพเล่าเรื่องของฉากหนังได้รับแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์เรื่อง La La Land สิ่งที่ไม่ได้นำเสนอคือภาพกล้องสอดแนมและด่านตรวจความปลอดภัยทั่วซินเจียง ภาพของคนอิสลามที่หายไปเพราะกว่าครึ่งหนึ่งของประชากรในซินเจียงคือชาวมุสลิม ไม่มีทั้งมัสยิด ไม่มีทั้งหญิงมุสลิมที่สวมฮิญาบและผ้าคลุมปกปิดใบหน้า 

หลังจากที่มีข่าวตีแผ่เรื่องการบังคับใช้แรงงานชาวอุยกูร์ในซินเจียง มีทั้งการคว่ำบาตรจากชาติมหาอำนาจทั้งสหรัฐอเมริกา อังกฤษ สหภาพยุโรป และแคนาดา ทางฝั่งจีนก็ปฏิเสธเรื่อยมา การคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่จีนที่เข้าไปเกี่ยวพันกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนในซินเจียงของชาติตะวันตกก็ทำให้จีนคว่ำบาตรกลับเช่นกัน ทั้งสำนักข่าว ตลอดจนเจ้าหน้าที่การทูต เจ้าหน้าที่รัฐจากสหภาพยุโรป ตลอดจนสถาบันวิจัย think tank ที่เปิดโปงเรื่องดังกล่าว 

เดือนที่แล้วจีนก็เพิ่งจะสั่งปิดแอปพลิเคชัน Clubhouse ที่มีการถกเถียงและพดถึงประเด็นเรื่องซินเจียง การทำพีอาร์ล่าสุดของจีนที่เกี่ยวกับซินเจียงนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของการพยายามสร้างเรื่องเล่าใหม่ที่เกี่ยวกับซินเจียง Larry Ong ที่ปรึกษา SinoInsider พูดถึงจีนว่า จีนพยายามจะโกหกซ้ำเป็นพันครั้งเกี่ยวกับเรื่องจริงที่เกิดขึ้น 

China Xinjiang Uyghur
ภาพคนออกมาเรียกร้องในอเมริกา ให้จีนหยุดฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวอุยกูร์ ซินเจียง Photo by Kuzzat Altay on Unsplash

นอกจากนี้ ยังมีคนจีนไม่เปิดเผยตัวตนออกมาบอกว่า เขาไปซินเจียงและไปสถานที่ที่มีการถ่ายทำหนังเรื่องนี้ ซึ่งเป็นเรื่องจริงมาก The Wing of Songs ในจีน ผู้คนมีความสุข มีเสรีภาพและเปิดกว้าง

ประเด็น MV นี้ Peopls’s Daily สื่อจีนก็รายงานถึง MV ประกอบหนังเรื่อง The Wings of Songs ว่าเป็นการเผยให้เห็นถึงฉากทัศน์ที่งดงามของพื้นที่ตะวันตกเฉียงเหนือของจีน มณฑลซินเจียงที่เป็นเขตปกครองตนเองของชาวอุยกูร์ สะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่างทางวัฒนธรรมที่สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข หนังเล่าเรื่องผู้ชาย 3 คนต่างชาติพันธุ์ที่เล่นดนตรีโฟล์คซองในซินเจียงเพื่อจะทำความฝันที่ต้องการเป็นนักดนตรีให้เป็นจริง 

ชายทั้งสามเดินทางไปยังชางจี๋ เขตปกครองตนเองของชนชาติหุยชางจี๋ เขตปกครองตนเองของชนชาติคาซัคอิหลี ฯลฯ เพื่อสะท้อนให้เห็นภาพหิมะที่ปกคลุมภูเขา ทุ่งหญ้า ทะเลทราย ที่ราบสูง และทะเลสาบ เพื่อให้เห็นความงดงามของทิวทัศน์ เพลงประกอบมีทั้งเพลงเป็นเพลงเต้น 2 เพลง มีทั้งดนตรีที่ทำไว้ประกอบหนังและสะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมที่แตกต่างทั้งของชาวอุยกูร์ คาซัค และอีก 6 ชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในซินเจียง

สี จิ้นผิง Xi Jinping ประธานาธิบดีจีน
(Photo by Greg Bowker – Pool/Getty Images)

Zhang Sitao ผู้อำนวยการคณะกรรมาธิการภาพยนตร์จากสมาคมภาพยนตร์ประเทศจีน กล่าวว่า เพลงประกอบภาพยนตร์นี้ไม่ได้เห็นกันทั่วไปในอุตสาหกรรมหนังภายในประเทศจีน แต่หนังเรื่องนี้พยายามจะสำรวจและผลักดันให้เห็น เขาบอกว่าหนังเรื่องนี้สะท้อนให้เห็นถึงความรุ่มรวยทางวัฒนธรรมในมณฑลซินเจียง มีวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม มีผู้คนที่รักในการร้องเพลงและการเต้นเป็นแรงบันดาลใจของเรื่องนี้ สะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนา ความทันสมัยและความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในซินเจียง

ที่มา – The Guardian, People’s Daily, CGTN

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post ชนบทแห่งความสุข จีนปล่อย MV เปลี่ยนภาพลักษณ์บังคับใช้แรงงานอุยกูร์ในซินเจียง  first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/china-launch-mv-produce-in-xinjiang-among-forced-uyghur-labor-issues/

ฝ้ายจากซินเจียงคือฝ้ายที่ฉันรัก ดีไซเนอร์จีน คนจีนมั่นใจ ชาติจีนไม่ได้ทำอะไรอุยกูร์

‘ฝ้ายจากซินเจียงคือฝ้ายที่ฉันรัก’ หลังจากแฟชั่นโชว์จบลง Zhou Li ดีไซเนอร์สาววัย 56 ปีขึ้นไปขอบคุณบนเวทีพร้อมกับช่อดอกไม้ที่เป็นดอกฝ้าย เธอบอกว่า ฝ้ายจากซินเจียงเปรียบเสมือนคนรักของเธอ เธอรู้สึกดีมากที่มันนำพาความสุขมาให้เธอ

BEIJING, CHINA – (Photo by Lintao Zhang/Getty Images)

Zhou Li ผู้เป็นทั้งผู้บริหารด้านการออกแบบและยังเป็นผู้ก่อตั้งแบรนด์แฟชั่นสัญชาติจีนชื่อ Sun-Bird เธอคืออีกคนหนึ่งที่ถือเป็นผู้รักชาติจีนที่มีความกังวลต่อประเด็นที่แบรนด์แฟชั่นตะวันตกที่กำลังบอยคอตต์ฝ้ายจากซินเจียง เธอบอกว่า เสื้อผ้าของเธอจากโชว์ที่จัดแสดงนั้น มีวัตถุดิบเป็นฝ้ายจากซินเจียงที่มีลักษณะเฉพาะตัว นุ่มลื่น มีเอกลักษณ์

Zhou Li กล่าวว่า สำหรับการออกแบบของพวกเราชาวจีน เธอก็มีสิทธิที่จะสนับสนุนคนซินเจียง

ทั้ง H&M, Burberry, Adidas และ Nike ล้วนถูกโจมตีโดยลูกค้าที่มาร่วมกันบอยคอตต์ในจีน หลังจากมีการออกแถลงการณ์คว่ำบาตรการบังคับใช้แรงงานอุยกูร์ในซินเจียง ก็มีกระแสโต้กลับจากคนจีนออกมาอย่างต่อเนื่องเช่นกัน นางแบบสาวชาวจีนวัย 19 ปีพูดถึงประเด็นนี้ว่า เหนือสิ่งอื่นใดสำหรับเรื่องนี้ ทุกคนรู้ ว่ามันเป็นแถลงการณ์ที่ไม่ใช่เรื่องจริง แน่นอนว่า เธอไม่สามารถแสดงความคิดเห็นเรื่องนี้ได้มากนักเพราะมันเกี่ยวพันกับการเมือง

Brand-Xinjiang Uyghur boycott

นอกจาก H&M, Zara, Nike และ Burberry แล้ว ยังมี GAP ออกแถลงการณ์ผ่านเว็บไซต์ว่าไม่ได้ใช้สิ่งทอจากซินเจียงและยังระบุว่า GAP มีนโยบายหลักในการเคร่งครัดเรื่องการใช้แรงงานให้เป็นไปอย่างสมัครใจในทุกห่วงโซ่อุปทานของการผลิตสินค้า และยังยืนยันว่าเคารพต่อสิทธิมนุษชนด้วย

Uniqlo บริษัทแม่ของยูนิโคลคือ Fast Retailing Group เคยแถลงการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่า จะไม่ทนต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนและห้ามให้มีการบังคับใช้แรงงาน และยังยันยันว่า ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้และกังวลต่อสถานการณ์บังคับใช้แรงงานชาวอุยกูร์ในซินเจียงด้วย และยังยืนยันว่า Uniqlo ไม่มีพาร์ทเนอร์ในการผลิตที่เกี่ยวข้องกับภูมิภาคนี้เลย

China
ภาพจาก Shutterstock

new balance ก่อนหน้านี้ได้ออกมาแถลงผ่านเว็บไซต์ว่าบริษัทไม่ได้มีการผลิตวัตถุดิบใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับซินเจียงเลย ต่อจากนั้นแถลงการณ์ดังกล่าวก็ไม่สามารถเข้าถึงได้อีก แต่ก็ยืนยันว่าจะไม่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้แรงงาน

Adidas อีกหนึ่งรายที่ระบุไว้ต้งแต่ปี 2019 ว่า บริษัทไม่ได้มีการผลิตสินค้าใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับซินเจียง ไม่มีสัญญา ไม่มีความสัมพันธ์ใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับซัพพลายเออร์ที่มาจากซินเจียงทั้งสิ้น และยังร่วมอยู่ในโครงการพัฒนาฝ้ายอย่างยั่งยืนที่ยืนหยัดไม่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้แรงงานทั้งสิ้น 

นอกจากดีไซเนอร์และนางแบบแล้ว ยังมีนักศึกษาชาวจีนที่ชื่อลี เธอมองเรื่องนี้ว่า เธอไม่เชื่อว่าพรรคคอมมิวนิสต์จีนจะสามารถทำเช่นนั้นได้ ชาติบ้านเมืองของเรารักใคร่กลมเกลียวกันมาก ไม่น่าจะทำเช่นนั้น

สรุป

Zhou Li ดีไซเนอร์คือคนจีนอีกคนหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการใช้ฝ้ายจากซินเจียงโดยตรง เธอเป็นอีกคนหนึ่งที่รักชาติและรักฝ้ายจากซินเจียงที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ขณะที่นางแบบและนักศึกษาบางรายก็เห็นตรงกันว่าชาติจีนรักใคร่กลมเกลียว ไม่น่าจะมีการบังคับใช้แรงงานหรือละเมิดสิทธิมนุษยชนเกิดขึ้น

คำถามที่น่าคิดต่อก็คือ ถ้าจีนไม่ได้ละเมิดสิทธิมนุษยชนจริง จีนสามารถปล่อยให้คนนอกจีนเข้าไปตรวจสอบได้อย่างโปร่งใสหรือไม่ เหตุใดหลากหลายแบรนด์จึงเดินหน้าคว่ำบาตรจีนต่อเนื่อง ทำไมจึงมีภาพคลิปวิดีโอสะท้อนเรื่องนี้ทั้งจากสำนักข่าวหลายแห่งและรายงานจากสถาบันวิจัยจึงออกมาตีแผ่เรื่องนี้ หากไม่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนชาวอุยกูร์ ซินเจียงจริง เหตุใดผู้สื่อข่าวจากสำนักข่าวบีบีซี สาขาจีน จึงถูกติดตาม ข่มขู่ คุกคามจนต้องย้ายออกจากจีนหลังรายงานตีแผ่เรื่องนี้

นี่คือสิ่งที่จีนจำเป็นต้องพิสูจน์ให้เห็นมากกว่าถ้อยคำโจมตีกลับของผู้ใช้งานทางอินเทอร์เน็ตที่ไม่สามารถสะท้อนให้เห็นความจริงได้

ที่มา – Reuters, Business-Human Rights

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post ฝ้ายจากซินเจียงคือฝ้ายที่ฉันรัก ดีไซเนอร์จีน คนจีนมั่นใจ ชาติจีนไม่ได้ทำอะไรอุยกูร์ first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/chinese-designer-trust-in-china-support-xinjiang/

ประเด็นอุยกูร์พ่นพิษ ผลสำรวจพบ แคนาดาอยากคว่ำบาตรโอลิมปิกฤดูหนาว จีน

กว่าครึ่งหนึ่งของชาวแคนาดาที่ร่วมทำผลสำรวจ พบว่า ไม่เห็นด้วยที่ควรจะมีส่วนร่วมใน Winter Olympic Games (โอลิมปิกฤดูหนาว) ที่กำลังจะจัดขึ้นที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ปี 2022 นี้

Canada China Winter Olympic

ผลสำรวจจากบริษัทวิจัยพบว่า คนแคนาดาที่ร่วมทำผลสำรวจนั้น มีทัศนคติลบต่อจีน จากกรณีที่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน ผลสำรวจออนไลน์จากชาวแคนาดา 1,000 คน มีอัตรา 54% มองว่าควรบอยคอตต์โอลิมปิกฤดูหนาวครั้งนี้ ขณะที่ 24% ระบุว่าไม่ควร ส่วนอีกราว 21% ระบุว่าไม่แน่ใจ

นอกจากนี้ ในผลสำรวจยังมีคำถามถึงประเด็นที่มีการเรียกร้องให้นักกีฬาและคณะกรรมาธิการโอลิมปิกทั่วโลกร่วมบอยคอตต์โอลิมปิก ปี 2022 จากกรณีที่จีนมีการละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยตั้งคำถามว่า จากสิ่งที่เห็น สิ่งที่ได้อ่านและได้ยินมา คุณคิดว่า แคนาดาควรบอยคอตต์โอลิมปิกฤดูหนาว ปี 2022 หรือไม่

ผลสำรวจพบว่า ชาวแคนาดาที่รวมสนับสนุนให้เกิดการบอยคอตต์มีอายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไปอยู่ที่อัตรา 61% ส่วนใหญ่เพศที่สนับสนุนให้บอยคอตต์คือเพศชาย 57% เพศหญิง 51% ขณะที่คนแคนาดาที่มีเชื้อสายเอเชียตะวันออกก็ร่วมสนับสนุนให้บอยคอตต์ 49% ขณะที่ 29% ไม่เห็นด้วยที่จะมีการบอยคอตต์ และมีอีก 22% ที่ไม่ตัดสินใจ

Justin Trudeau Canada
ภาพจาก Facebook Justin Trudeau

สำหรับแคนาดา ความสามารถและศักยภาพนักกีฬาถือว่าโดดเด่นพอจะเข้าชิงรางวัลได้อย่างต่อเนื่อง ปี 2018 ที่ผ่านมาที่มีโอลิมปิกฤดูหนาว จัดขึ้นที่เมืองพย็องชัง เกาหลีใต้ ประเทศแคนาดาก็ได้รางวัลเหรียญทองมากเป็นอันดับ 3 รองจากนอร์เวย์และเยอรมนี ขณะที่โอลิมปิกฤดูหนาวช่วงก่อนหน้าในปี 2014 แคนาดาก็ครองเหรียญทองเป็นอันดับ 2 รองจากนอร์เวย์ ตามด้วยสหรัฐอเมริกา

อย่างไรก็ดี ผลสำรวจจาก Angus Reid Institute ปีที่ผ่านมา มีความคิดเห็นเชิงบวกต่อจีน 14% ถือว่าความคิดเห็นเชิงบวกที่มีต่อจีนลดลงจาก 29% ซึ่งเป็นผลที่สำรวจเพียง 6 เดือนก่อนหน้าเท่านั้น

เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา การที่แคนาดาจับกุมตัวเหมิง หวันโจว CFO ของ Huawei ที่ทำธุรกรรมอำพรางขายสินค้าโทรคมนาคมให้กับอิหร่าน ก็ทำให้ถูกจีนโต้กลับด้วยการจับกุมอดีตทูตแคนาดาและนักธุรกิจในข้อหาจารกรรมแต่ไม่ชี้แจงข้อเท็จจริงใดๆ

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สภาสามัญชนแห่งแคนาดาหรือสภาสามัญเพิ่งจะผ่านข้อตกลงที่ไม่มีภาระผูกพันทางกฎหมายที่ประกาศว่า จีนได้กระทำการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชนกลุ่มน้อยอุยกูร์ ด้วยมติ 266 ต่อ 0 แม้ว่านายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด จะละเว้นการลงคะแนนเสียง แต่อาทิตย์ถัดมาหลังจากนั้น คณะรัฐบาลของทรูโดก็ร่วมกับสหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป อังกฤษ ประกาศคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่จีนที่มีความเกี่ยวพันกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนกลุ่มน้อยอุยกูร์ ซินเจียง

Xi Jinping สี จิ้นผิง ประธานาธิบดี จีน
Xi Jinping ภาพจาก Shutterstock

สรุป

ขณะที่มีผลสำรวจคว่ำบาตร ให้แบนกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวที่กำลังจะเกิดขึ้นที่จีนในปี 2022 นี้ ชาวแคนาดาทั้งในแง่ประชาชนที่ร่วมให้สำรวจความคิดเห็นที่มีต่อจีนกับกรณีละเมิดสิทธิมนุษยชน ส่วนใหญ่ล้วนไม่เห็นด้วยต่อจีนและสนับสนุนการคว่ำบาตร

ในระดับประเทศ ในสภาก็ร่วมประกาศไม่เห็นด้วยในมติ 266 ต่อ 0 แบบไม่มีเสียงเห็นค้านที่จะประกาศว่าจีนกำลังพยายามฆ่าล้างเผ่าพันธุ์่ชาวอุยกูร์ ตลอดจนในระดับระหว่างประเทศ แคนาดาก็ร่วมเห็นชอบที่จะคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องการละเมิดสิทธิมนุษยชนอุยกูร์ร่วมกับสหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรปและอังกฤษ อาจกล่าวได้ว่ามีความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกันเสียเป็นส่วนใหญ่

ขณะเดียวกัน จีนก็ได้เตรียมการสำหรับการแข่งขันกีฬาที่ใกล้เวลาเข้ามาเต็มที่ สำหรับกีฬาโอลิมปิกที่ใกล้เข้ามาเต็มที่ ส่วนประเด็นละเมิดสิทธิมนุษยชนชาวอุยกูร์ จีนก็ประกาศไม่เห็นด้วยต่อแถลงการณ์คว่ำบาตรทั้งหลายที่เกิดขึ้นและยืนยันว่าไม่พบการบังคับใช้แรงงานชาวอุยกูร์

ที่มา – SCMP

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post ประเด็นอุยกูร์พ่นพิษ ผลสำรวจพบ แคนาดาอยากคว่ำบาตรโอลิมปิกฤดูหนาว จีน first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/canada-survey-boycott-winter-olympic-2022-in-china/

อยู่ไม่ได้! นักข่าว BBC ในจีนต้องอพยพไปไต้หวันเพราะเปิดโปงเรื่องอุยกูร์ ซินเจียง

สำนักข่าว BBC เผย มีนักข่าวที่ทำข่าวอยู่ในจีนต้องย้ายออกจากจีนไปอยู่ไต้หวัน การเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นขณะที่กำลังมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์จีนอย่างหนักเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนมุสลิมอุยกูร์ในซินเจียง ทั้งนี้ BBC ไม่ได้ระบุว่าเหตุใด John Sudworth (จอห์น ซัดเวิร์ธ) ถึงต้องย้ายออกจากจีน  แต่ในแถลงการณ์ระบุว่า ผลงานของจอห์นเปิดโปงความจริงของเจ้าหน้าที่จีนที่ไม่ต้องการให้โลกรู้

BBC in China in case force labor in Xinjiang

รายงานการบังคับใช้แรงงานอุยกูร์พ่นพิษ: นักข่าว BBC ต้องย้ายออกจากจีน

ทั้งนี้ BBC ได้เปิดเผยรายงานเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาว่ามีผู้หญิงในซินเจียงถูกกักตัวในค่ายสำหรับชาวอุยกูร์ ที่มีทั้งการข่มขืน การล่วงละเมิดทางเพศ และการทรมาน แม้ว่านักข่าวจอห์นจะไม่ใช่หนึ่งในนักข่าวที่ BBC อ้างชื่อในรายงานที่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวแต่กระทรวงต่างประเทศจีน สื่อจีนที่สนับสนุนโดยพรรคคอมมิวนิสต์จีนต่างก็วิพากษ์วิจารณ์ถึงชื่อจอห์น

อย่างไรก็ดี จีนพยายามพูดถึงประเด็นนี้หลายครั้งว่าการรายงานข่าวของ BBC มีความผิดพลาด และปฏิเสธข้อมูลดังกล่าวที่รัฐบาลตะวันตกระบุว่ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชนในซินเจียง ขณะเดียวกัน Global Times ที่เป็นดั่งกระบอกเสียงของพรรคคอมมิวนิสต์ ก็อ้างว่ามีการเผยแพร่ข่าวปลอม มีการเผยแพร่ข่าวลือเกี่ยวกับซินเจียงและมีการพูดให้ร้ายนโยบายจีนที่มีต่อพื้นที่นี้

ทั้งนี้ Joanne Ou โฆษกกระทรวงต่างประเทศของไต้หวันไม่ได้แสดงความคิดเห็นต่อกรณีนี้โดยเฉพาะเจาะจง แต่กล่าวแสดงความยินดีที่จะต้อนรับนักข่าวทุกคนให้มาไต้หวันและใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับเสรีภาพในการนำเสนอข่าวและการพูดได้

[ทวีตข้อความของไช่ อิงเหวิน กรณีการบังคับใช้แรงงานอุยกูร์ในซินเจียง ไช่ อิงเหวินขอให้จีนเคารพหลักการสิทธิมนุษยชนเพราะเป็นหลักการสากล จีนควรหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าด้วยการหยุดกดปราบและใช้กำลังบังคับใช้แรงงานชนกลุ่มน้อยอุยกูร์ เพื่อเป็นการแสดงความรับผิดชอบในฐานะมหาอำนาจโลก]

ในส่วนของ จอห์น ซัดเวิร์ธ ซึ่งเป็นผู้นำเสนอรายงานเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการบังคับใช้แรงงานอุยกูร์ในซินเจียง จีนนั้น ทางด้าน BBC ระบุว่า ขณะที่จอห์นเผยแพร่รายงานเกี่ยวกับการปฏิบัติต่อชนกลุ่มน้อยอุยกูร์ในซินเจียง ผลงานชิ้นนี้ทำให้เขาได้รับรางวัลด้วย แต่ตอนนี้เขาและครอบครัวก็ได้ย้ายออกจากจีนแล้ว BBC ทวีตข้อความภูมิใจในการทำหน้าที่ผู้สื่อข่าวอย่างเต็มภาคภูมิของเขาอย่างมาก

BBC จีนไม่ใช่รายแรกที่โดนข่มขู่ คุกคาม สำนักข่าวหลายแห่งก็ถูกกระทำเช่นเดียวกัน

จอห์นอยู่จีนมาเป็นเวลา 9 ปีแล้ว เขาและครอบครัวต้องย้ายออกจากจีนหลังจากที่รายงานข่าวและมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จีนกรณีบังคับใช้แรงงานอุยกูร์ในซินเจียงดังไปทั่วโลก เขาพบว่าเขาเริ่มใช้ชีวิตยากขึ้น เขาและทีมงานต้องเผชิญกับการสอดส่องอยู่ตลอดเวลา มันทำให้เขาเริ่มมีอุปสรรคในการทำงาน มีการคุกคามคามเขาผ่านกฎหมาย การข่มขู่ เมื่อใดก็ตามที่เขาพยายามจะถ่ายทำ เขาและทีมถูกติดตามและฟุตเทจที่เขาถ่ายไว้ก็ถูกลบทิ้งในช่วงปลายปี 2020 ที่ผ่านมา

ปีที่ผ่านมา จีนขับไล่ผู้สื่อข่าวจากหลากหลายองค์กร ทั้ง The New York Times, Washington Post และ Wall Street Journal นอกจากนี้ ยังให้นักข่าวชาวออสเตรเลียสองรายบินกลับบ้านหลังจากที่มีความขัดแย้งทางการทูตกับออสเตรเลยได้เพียงห้าวัน ขณะที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศในจีนระบุว่านักข่าวกำลังถูกจับตาและจำกัดเสรีภาพในการนำเสนอข้อมูลอย่างหนัก

ประเด็นเรื่องการแบนการนำเสนอข่าวของ BBC ในจีนนั้น สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศในจีนเคยออกแถลงการณ์ผ่านทวิตเตอร์ว่า จีนได้จำกัดการนำเสนอข้อมูลต่างประเทศในจีนมาหลายปีแล้ว และยังเซ็นเซอร์การใช้อินเทอร์เน็ตของพลเมือง มีการบล็อคเว็บไวต์สำนักข่าวต่างประเทศหลายแห่ง ซึ่งก็รวมถึง BBC ด้วย

[คลิปด้านบนเป็นการรายงานการบังคับใช้แรงงานชนกลุ่มน้อยอุยกูร์ในซินเจียงที่จอห์น ซัดเวิร์ธนำเสนอ]

ที่มา – The Guardian, BBC (1), (2), John Sudworth

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post อยู่ไม่ได้! นักข่าว BBC ในจีนต้องอพยพไปไต้หวันเพราะเปิดโปงเรื่องอุยกูร์ ซินเจียง first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/bbc-correspondent-sudworth-leave-china-to-taiwan-after-report-forced-labor-uyghur-in-xinjiang/

MUJI สาขาจีน ไม่เปลี่ยนใจ ยืนยันใช้ฝ้ายจากซินเจียง

MUJI แบรนด์แฟชั่นค้าปลีกสัญชาติญี่ปุ่นก็เป็นอีกหนึ่งรายที่เปิดเผยไว้เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่า MUJI สาขาจีนจะยังใช้สินค้าที่ผลิตจากฝ้ายซินเจียงต่อไป โดย Global Times ที่เปรียบดั่งกระบอกเสียงของพรรคคอมมิวนิสต์จีนโควทคำพูดผู้แทน MUJI สาขาในจีนระบุว่า บริษัทเราจะยังใช้ฝ้ายจากซินเจียงต่อไป

MUJI Xinjiang forced labor

ทั้งนี้ สินค้าจาก MUJI ที่แสดงใน Tmall ระบุไว้ในแผ่นป้ายติดสินค้าชัดเจนว่าเป็นฝ้ายจากซินเจียง แต่ยังไม่แน่ชัดว่า MUJI จะยังใช้ฝ้ายจากซินเจียงสำหรับเสื้อผ้าที่ขายในญี่ปุ่นหรือประเทศอื่นหรือไม่

ในแถลงการณ์ระบุว่า ได้ให้ความสนใจต่อรายงานที่เกี่ยวกับประเด็นการเหยียดเชื้อชาติว่าด้วยเรื่องกลุ่มชาติพันธุ์ที่เป็นชนกลุ่มน้อยและการบังคับใช้แรงงานในซินเจียงแล้ว รู้สึกกังวลอย่างยิ่ง ซึ่งเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาเว็บไซต์ของบริษัท MUJI สาขาจีนได้ระบุป้ายที่สินค้าว่าเป็นฝ้ายจากซินเจียงสำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ อย่างไรก็ดี ทาง MUJI ไม่ได้ตอบข้อซักถามกับ Nikkei Asia กรณีที่ว่าสำหรับสินค้าในญี่ปุ่นหรือที่ผลิตขายในประเทศอื่นๆ ใช้ฝ้ายจากซินเจียงหรือไม่ แต่ก็ทำให้หุ้นตกลงไป 6.8%

MUJI ระบุว่า ทางบริษัทจะสอบถามไปยังบริษัทที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานให้พัฒนาสภาพการทำงานและระมัดระวังมาตรการที่ไม่เหมาะสม เพื่อปกป้องไม่ให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนในห่วงโซ่อุปทานของสินค้า MUJI หากมีมาตรการไม่เหมาะสม ทางบริษัทจะสอบถามไปยังซัพพลายเออร์ทันทีเพื่อความถูกต้องและยุติสัญญาจนกว่าจะมีการพัฒนาแนวทางในการผลิตสินค้าที่ดีขึ้น

ภาพจาก Shutterstock

จีนเป็นตลาดที่สำคัญสำหรับ MUJI ถือเป็นสัดส่วน 17% ของยอดขาายนับตั้งเดือนมีนาคมถึงพฤศจิกายนในปีงบประมาณ 2019 ข้อมูลจากเดือนสิงหาคม ปีเดียวกัน ระบุว่า MUJI มีหน้าร้านอยู่ในจีนมากถึง 274 แห่ง รัฐบาลชาติตะวันตกทั้งสหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป อังกฤษและแคนาดาล้วนออกแถลงการณ์ตอบโต้การละเมิดสิทธิมนุษยชนชนกลุ่มน้อยอุยกูร์ในซินเจียงแต่ญี่ปุ่นไม่ได้เข้าร่วมด้วย MUJI ไม่ใช่แบรนด์สัญชาติญี่ปุ่นรายเดียวที่ไม่คว่ำบาตรจีนเรื่องนี้ แต่ยังมี Asics ด้วยที่ยังคงยินดีใช้ฝ้ายคุณภาพสูงจากซินเจียงต่อไป

สื่อจาก Taiwan News ระบุว่า MUJI หุ้นตก แต่ทางบริษัทก็ไม่ได้ออกมาเปิดเผยว่าเรื่องหุ้นตกนี้เกี่ยวข้องกับการใช้ซัพลลายเออร์ฝ้ายจากซินเจียงหรือไม่อย่างไร อย่างไรก็ดีการที่หุ้นของ Ryohin Keikaku ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ MUJI มูลค่าตลาดลดลง 2.29 หมื่นล้านเยนหรือประมาณ 208.84 ล้านเหรียญสหรัฐ

หลายแบรนด์เดินหน้าคว่ำบาตรจีน ไม่ว่าจะเป็น H&M, Nike, Zara, Burberry ขณะเดียวกันผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตก็รุมคว่ำบาตรแบรนด์กลับไม่ต่างกัน ซึ่งก็รวม Adidas, GAP, Uniqlo, New Balance และ Fila รวมทั้ง BCI ด้วย ข้อมูลล่าสุดยังไม่พบว่าแบรนด์ต่างๆ ได้รับผลกระทบจากการคว่ำบาตรของชาวจีนหรือไม่

ที่มา – Nikkei Asia, Business & Human Rights, Taiwan News, Weibo

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post MUJI สาขาจีน ไม่เปลี่ยนใจ ยืนยันใช้ฝ้ายจากซินเจียง first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/muji-china-still-sell-products-from-xinjiang/