คลังเก็บป้ายกำกับ: ชิป

อินเทลได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “ชิป AI Gaudi2” ที่เปรียบดั่งเวทมนตร์ที่จะช่วยลูกค้า

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา อินเทลได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่จำนวนมากทั้งชิปซิลิกอน, ซอฟต์แวร์, และบริการต่างๆ ในงานอีเวนต์ Vision ครั้งแรกที่จัดขึ้นในเมืองดัลลัส รัฐเท็กซัส เริ่มจากการเปิดตัวชิป AI Gaudi 2 ที่เป็นชิป Xeon Scalable รุ่นที่ 4

นอกจากนี้ยังมีโครงการ Apollo AI ที่ร่วมมือกับ Accenture, แผนการพัฒนา IPU ใหม่ที่ยาวไปถึงปี 2026, ตัว GPU Solution, และชิป Core HX เจน 12 สำหรับแล็ปท็อปที่ใช้ทำงานแบบไฮบริดโดยเฉพาะ รวมไปถึงโมเดลบริการใหม่ๆ ที่จะเพิ่มเข้ามาในอนาคต

Pat Gelsinger ซีอีโอของอินเทล ออกมากล่าวว่า “เรากำลังอยู่ในตลาดที่เปลี่ยนแปลงเร็วมากที่สุดทั่วโลกตอนนี้ ที่องค์กรทั้งหลายต่างเผชิญกับความท้าทายที่ซับซ้อนและต้องเชื่อมต่อทั่วถึงกันหมด ดังนั้นความสำเร็จจึงขึ้นกับความเร็วในการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีที่ทันสมัย”

“เราตื่นเต้นที่จะได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เปรียบดั่งเวทมนตร์เข้ามาช่วยทั้งลูกค้าและพาร์ทเนอร์ในการปฏิวัติระบบดิจิตอล แม้จะเป็นระบบที่ซับซ้อนมากที่สุดก็ตาม” อย่างชิป 12th Gen HX ก็ถือเป็นวิวัฒนาการที่สำคัญสำหรับคอมพิวเตอร์แบบพกพาสำหรับผู้ใช้องค์กร

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – CRN

//////////////////

สมัครสมาชิก Enterprise ITPro เพื่อรับข่าวสารด้านไอที

form#sib_signup_form_4 {
padding: 5px;
-moz-box-sizing:border-box;
-webkit-box-sizing: border-box;
box-sizing: border-box;
}
form#sib_signup_form_4 input[type=text],form#sib_signup_form_4 input[type=email], form#sib_signup_form_4 select {
width: 100%;
border: 1px solid #bbb;
height: auto;
margin: 5px 0 0 0;
}
form#sib_signup_form_4 .sib-default-btn {
margin: 5px 0;
padding: 6px 12px;
color:#fff;
background-color: #333;
border-color: #2E2E2E;
font-size: 14px;
font-weight:400;
line-height: 1.4285;
text-align: center;
cursor: pointer;
vertical-align: middle;
-webkit-user-select:none;
-moz-user-select:none;
-ms-user-select:none;
user-select:none;
white-space: normal;
border:1px solid transparent;
border-radius: 3px;
}
form#sib_signup_form_4 .sib-default-btn:hover {
background-color: #444;
}
form#sib_signup_form_4 p{
margin: 10px 0 0 0;
}form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message {
padding: 6px 12px;
margin-bottom: 20px;
border: 1px solid transparent;
border-radius: 4px;
-webkit-box-sizing: border-box;
-moz-box-sizing: border-box;
box-sizing: border-box;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-error {
background-color: #f2dede;
border-color: #ebccd1;
color: #a94442;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-success {
background-color: #dff0d8;
border-color: #d6e9c6;
color: #3c763d;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-warning {
background-color: #fcf8e3;
border-color: #faebcc;
color: #8a6d3b;
}

from:https://www.enterpriseitpro.net/intel-vision-2022-ai-gaudi2-chip/

Marvell ประกาศเตรียมเปิดตัวชิปอัจฉริยะสำหรับจัดการด้านเน็ตเวิร์ก

ทาง Marvell ได้เริ่มทดลองชิปสำหรับเครื่องเซิร์ฟเวอร์ตัวใหม่ Octeon 10 ที่พัฒนาขึ้นเพื่อใช้จัดการเครือข่ายอย่างอัจฉริยะโดยเฉพาะ มาพร้อมกับคอร์ที่ใช้ร่วมกับ Arm ได้มากถึง 24 คอร์ ทำให้ทรงพลังเทียบเท่ากับชีพียูเครื่องเซิร์ฟเวอร์ในตลาดเลยทีเดียว

โดย Marvell ได้เรียกชื่อกลุ่มผลิตภัณฑ์ชิปประมวลผลในตระกูล Octeon นี้ว่าเป็น “หน่วยประมวลผลข้อมูล” (Data Processing Unit) หรือ DPU ซึ่งออกแบบมาเพื่อจัดการข้อมูลด้วยทรูพุตสูงมากทั้งบนคลาวด์และฝั่ง On-Premises

ซึ่งคนมักจะเรียก DPU ว่าเป็น SmartNIC เนื่องจากใช้แบ่งเบาภาระประมวลผลจากซีพียู ไม่ว่าจะเป็นการประมวลผลข้อมูลแพ๊กเก็ตบนเครือข่าย การเข้ารหัสและบีบอัดข้อมูล เป็นต้น จึงช่วยดึงโหลดออกจากคอร์ของซีพียูเพื่อเหลือทรัพยากรรองรับแอพพลิเคชั่นอย่างอื่นมากขึ้น

Octeon 10 นี้ถือเป็นนวัตกรรมที่ต้องจารึกถึงความเป็น “ครั้งแรก” ในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นชิปประมวลผลตัวแรกที่ผลิตจาก TSMC แบบ 5nm หรือการเป็นชิปตัวแรกที่ใช้คอร์ Neoverse N2 ของ Arm เป็นต้น แถมยังทำความเร็วสูงกว่ารุ่นก่อนหน้าด้วย

ที่มา : Networkworld

from:https://www.enterpriseitpro.net/marvell-announces-smartnic-processors/

อินเทลเตรียมซื้อ GlobalFoundries ด้วยมูลค่าสูงถึง 3 หมื่นล้านดอลลาร์ฯ

มีรายงานว่า ทาง Intel กำลังคุยเพื่อที่จะซื้อบริษัทผู้ผลิตชิป GlobalFoundries ด้วยมูลค่าสูงถึงประมาณ 3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนกำลังการผลิตชิปที่เกิดขึ้นทั่วโลก

ดีลนี้จะทำให้อินเทลผลิตชิปได้เร็วขึ้น ตอบสนองความต้องการที่พุ่งสูงอย่างไม่หยุดยั้ง รวมทั้งตอบโจทย์การเริ่มผลิตชิปสำหรับผู้ผลิตรถยนต์ที่กำลังประสบปัญหาในการผลิตชิปด้วยตนเองอีกด้วย ทั้งนี้เดิมอินเทลก็เป็นผู้ที่ออกแบบและผลิตชิปเองอยู่แล้ว

อินเทลเคยกล่าวเมื่อต้นปีที่ผ่านมาว่า จะลงทุนเพิ่มกว่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์ฯ กับโรงงานในสหรัฐฯ เพื่อเพิ่มขีดจำกัดการผลิตชิปขั้นสูง โดยมองที่จะเปิดโรงงานของตัวเองเพื่อรับจ้างผลิตชิปให้บริษัทอื่นด้วย เพื่อแข่งกับบริษัท Semiconductor Manufacturing ของไต้หวัน

รวมทั้งเบียดกับบริษัทใหญ่อย่าง Samsung Electronics Co Ltd. ของเกาหลีใต้ด้วย สำหรับ GlobalFoundries นี้เป็นของบริษัท Mubadala Investment Co, และบริษัทจัดการสินทรัพย์ของอาบูดาบี ได้ผลิตชิปให้ทั้งในสหรัฐฯ ยุโรป และเอเชีย

ที่มา : gccbusinessnews

from:https://www.enterpriseitpro.net/%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%8b%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad-globalfoundries-%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2/

อินเทลเตรียมซื้อ GlobalFoundries ด้วยมูลค่าสูงถึง 3 หมื่นล้านดอลลาร์ฯ

มีรายงานว่า ทาง Intel กำลังคุยเพื่อที่จะซื้อบริษัทผู้ผลิตชิป GlobalFoundries ด้วยมูลค่าสูงถึงประมาณ 3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนกำลังการผลิตชิปที่เกิดขึ้นทั่วโลก

ดีลนี้จะทำให้อินเทลผลิตชิปได้เร็วขึ้น ตอบสนองความต้องการที่พุ่งสูงอย่างไม่หยุดยั้ง รวมทั้งตอบโจทย์การเริ่มผลิตชิปสำหรับผู้ผลิตรถยนต์ที่กำลังประสบปัญหาในการผลิตชิปด้วยตนเองอีกด้วย ทั้งนี้เดิมอินเทลก็เป็นผู้ที่ออกแบบและผลิตชิปเองอยู่แล้ว

อินเทลเคยกล่าวเมื่อต้นปีที่ผ่านมาว่า จะลงทุนเพิ่มกว่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์ฯ กับโรงงานในสหรัฐฯ เพื่อเพิ่มขีดจำกัดการผลิตชิปขั้นสูง โดยมองที่จะเปิดโรงงานของตัวเองเพื่อรับจ้างผลิตชิปให้บริษัทอื่นด้วย เพื่อแข่งกับบริษัท Semiconductor Manufacturing ของไต้หวัน

รวมทั้งเบียดกับบริษัทใหญ่อย่าง Samsung Electronics Co Ltd. ของเกาหลีใต้ด้วย สำหรับ GlobalFoundries นี้เป็นของบริษัท Mubadala Investment Co, และบริษัทจัดการสินทรัพย์ของอาบูดาบี ได้ผลิตชิปให้ทั้งในสหรัฐฯ ยุโรป และเอเชีย

ที่มา : gccbusinessnews

from:https://www.enterpriseitpro.net/intel-buy-globalfoundries/

มีการตรวจพบช่องโหว่ร้ายแรงในชิป Jetson ของ NVIDIA

บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านชิปกราฟิกของสหรัฐฯ อย่าง NVIDIA ได้ออกตัวอัปเดตซอฟต์แวร์ที่เป็นการแก้ไขช่องโหว่มากถึง 76 รายการที่กระทบกับชิป System-On-Module ของตัวเองอย่าง Jetson ที่อาจนำไปสู่การยกระดับสิทธิ์ผู้ใช้, การโจมตีแบบ DoS, หรือแม้แต่ข้อมูลรั่วไหลได้

ช่องโหว่เหล่านี้ไล่ตั้งแต่รหัส CVE‑2021‑34372 ไปจนถึงรหัส CVE‑2021‑34397 ซึ่งกระทบกับผลิตภัณฑ์อันได้แก่ ซีรี่ย์ Jetson TX1, TX2, TX2 NX, AGX Xavier, Xavier NX, และ Nano กับ Nano 2GB ที่รันลีนุกซ์ Jetson เวอร์ชั่นก่อนหน้า 32.5.1

ทาง NVIDIA ให้เครดิตคุณ Frédéric Perriot จาก Apple Media Products ที่เป็นผู้รายงานปัญหาเหล่านี้ทั้งหมด ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์กลุ่ม NVIDIA Jetson ประกอบด้วยตัว AI ที่เป็นลีนุกซ์ และโมดูลประมวลผลผ่านการรับรู้ของคอมพิวเตอร์ (Computer Vision)

รวมถึงชุดสำหรับนักพัฒนาเพื่อนำไปประยุกต์ใช้กับ AI แบบคอมพิวเตอร์วิชั่น รวมทั้งระบบที่ทำงานอัตโนมัติอย่างหุ่นยนต์และโดรน ในบรรดาช่องโหว่กลุ่ม ที่ร้ายแรงที่สุดได้แก่รหัส CVE‑2021‑34372 (คะแนน CVSS อยู่ที่ 8.2) ที่เป็นช่องโหว่ของระบบจัดการความเชื่อมั่น (TEE) ของ Trusty

ที่มา : THN

from:https://www.enterpriseitpro.net/nvidia-jetson-chipsets/

รู้หรือไม่? อะไรที่ทำให้ดู YouTube ได้ภาพที่คมชัดและโหลดไวมากขึ้น

ทางบริษัทแม่ของยูทูปอย่าง Google ได้ออกมากล่าวว่า วิดีโอบนแพลตฟอร์มตัวเองตอนนี้ให้ภาพที่คมชัดและโหลดไวขึ้นกว่าเดิมมาก ทั้งนี้เนื่องจากบริษัทได้ออกแบบชิปประมวลผลใหม่ด้วยตัวเองสำหรับนำมาใช้ในดาต้าเซ็นเตอร์เพื่อบีบอัดคอนเทนต์วิดีโอ

โดยชิปตัวนี้ทางกูเกิ้ลตั้งชื่อว่า Video (Trans) Coding Unit หรือ VCU ทำงานได้เร็วและมีประสิทธิภาพมากกว่าซีพียูแบบเดิมที่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อเข้ารหัสวิดีโอโดยเฉพาะ ชิป VCU นี้จะให้คุณภาพวิดีโอบนยูทูปที่สูงที่สุดขณะที่ใช้แบนด์วิธน้อยลงมาก

สำหรับการประมวลผลทางฝั่งของกูเกิ้ลนั้นจะช่วยยกระดับประสิทธิภาพพร้อมๆ กับลดค่าใช้จ่ายด้านระบบที่รองรับลง ทั้งนี้กูเกิ้ลอธิบายถึงแรงผลักดันว่า มาจากการที่ยูทูปมีปริมาณการใช้งานพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรค

ชิป VCU ประมวลผลได้ประสิทธิภาพมากกว่าระบบเดิมของกูเกิ้ลถึง 22 – 33 เท่า การพัฒนาชิปใหม่นี้กูเกิ้ลให้ความสำคัญทั้งด้านความสามารถและค่าใช้จ่ายในการใช้งานในช่วง 3 ปีต่อจากนี้ ที่รวมถึงต้นทุนการออกแบบและพัฒนาชิปตามที่กูเกิ้ลต้องการนี้ด้วย

ที่มา : DCK

from:https://www.enterpriseitpro.net/google-s-new-custom-data-center-chip/

Qualcomm เปิดตัวหน่วยประมวลผลรุ่นใหม่ล่าสุด “Snapdragon 888”

Qualcomm ได้เปิดตัวหน่วยประมวลผล Snapdragon 888 ณ งาน Snapdragon Tech Summit ซึ่ง Snapdragon 888 นี้จะถูกนำไปใช้ในสมาร์ทโฟน Android ในอนาคต เป็นชิปที่ได้รวมเอาเทคโนโลยีสำคัญที่จะเพิ่มประสิทธิภาพของอุปกรณ์มือถือได้ทั้งอุตสาหกรรมเข้ามาด้วย ซึ่งก็คือเทคโนโลยี Wi-Fi 6 และ ความเร็ว 1G

เรามาลองดูกันว่า Snapdragon 888 จะมีเทคโนโลยีที่จะมาช่วยตอบโจทย์การทำงานแบบไร้สายที่สำคัญกันอย่างไรบ้าง

1. ปฏิวัติวงการมือถือ

เมื่อ Qualcomm ได้เปิดตัวหน่วยประมวลผล “Snapdragon 888” ขนาด 5 nm ทำให้ตอนนี้ Qualcomm กลายเป็นคู่แข่งคนสำคัญกับ Apple A14 และ Huawei Kirin 9000 ข้อมูลจาก Counterpoint ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยด้านการตลาด ได้ระบุไว้ว่า หน่วยประมวลผลของ Qualcomm มีส่วนแบ่งการตลาดถึง 38% ของอุปกรณ์มือถือ 5G ที่มีการจัดจำหน่ายไปแล้วทั่วโลก นั่นหมายถึงว่าการเปิดตัว Snapdragon 888 ในครั้งนี้จะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพของอุปกรณ์มือถือครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง

2. Wi-Fi 6 ที่รองรับ 160MHz

Snapdragon 888 มาพร้อมกับ Wi-Fi 6 และแบนด์วิดท์ที่เหนือกว่า ตั้งแต่ 80 MHz ถึง 160 MHz สามารถรองรับความเร็วได้ถึงสูงสุดที่ 3.6 Gbit/s เนื่องจาก latency ที่ต่ำ และความสามารถในการป้องกันการรบกวนสัญญาณของ Wi-Fi 6 อุปกรณ์สมาร์ทโฟนที่มากับ Snapdragon 888 ซึ่งเชื่อมต่อกับเราเตอร์แบบ 160MHz Wi-Fi 6 จะสามารถดาวน์โหลดแพ็คเกจเกมขนาด 2 GB โดยใช้เวลาเพียง 16 วินาที

3. Wi-Fi 6 160 MHz ให้บริการได้หลากหลายความต้องการ

Wi-Fi 6 เป็นอีกขั้นของเทคโนโลยี Wireless LAN โดยจะมุ่งเน้นในเรื่อง ประสิทธิภาพของสเปกตรัมที่สูงกว่า แบนด์วิดท์ขนาดใหญ่ และLatencyที่ต่ำกว่า Wi-Fi 6 160 MHz เป็นการส่งผ่านข้อมูบแบบไร้สายที่เร็วที่สุดที่มีอยู่ ซึ่งมีค่าความเร็วเป็นสองเท่าของ Wi-Fi 6 แบบ 80 MHz ซึ่งใช้กันทั่วไปในปัจจุบัน เทคโนโลยี Wi-Fi 6 160MHz มีศักยภาพในการให้บริการความเร็วที่สูงกว่า 1 Gbit/s ต่อผู้ใช้หนึ่งราย

VR/AR, การเล่นเกมผ่านระบบ Cloud, การทํางานทางไกล, และการศึกษาแบบออนไลน์กําลังเติบโตอย่างรวดเร็ว บริการเหล่านี้ต้องอาศัยความเร็วที่สูงกว่าและ Latency ที่ต่ํากว่าเพื่อที่จะมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ Wi-Fi 6 160 MHz ถูกสร้างขึ้นเพื่อตอบโจทย์ของบริการเหล่านี้โดยเฉพาะ

4. สัญญาณ Wi-Fi ที่จะครอบคลุมมากกว่าเดิม

ไม่มีอะไรที่น่ารําคาญไปกว่าการใช้งานความเร็วของเครือข่ายที่ช้าในขณะเข้าชั้นเรียนออนไลน์ การได้รับสัญญาณที่ไม่ราบรื่นระหว่างการสนทนาทางวิดีโอ หรือการเผชิญกับความล่าช้าอย่างมากขณะเล่นเกมออนไลน์ แต่ไม่ต้องกังวลไป ปัญหาเหล่านี้จะกลายเป็นอดีต เราเตอร์ที่มีเทคโนโลยี Wi-Fi 6 160 MHz สามารถทำให้ผู้ใช้เกิดความพึงพอใจและได้สัมผัสประสบการณ์ที่ดีที่สุด

 

from:https://www.enterpriseitpro.net/qualcomm-snapdragon-888/

ชิปจากแบรนด์ดัง Intel, ARM, IBM, AMD เสี่ยงโดนโจมตีจากช่องโหว่

กลุ่มนักวิชาการจากมหาวิทยาลัย Graz และศูนย์ความปลอดภัยข้อมูล CISPA Helmholtz ได้ออกมาเผยสาเหตุที่แท้จริงที่ที่อยู่เคอร์เนลถูกแคชตั้งแต่แรก ที่เป็นต้นเหตุเบื้องหลังการโจมตีหน่วยประมวลผลตัวใหม่จากหลายแบรนด์ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นช่องโหว่อย่าง Meltdown หรือ Foreshadow

ก่อนหน้านี้ต่างวินิจฉัยสาเหตุกันไม่ตรงจุด จนทำให้ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ไม่สามารถออกมาแก้ปัญหาได้อย่างเด็ดขาด ทั้งนี้ ทางทีมนักวิชาการยังได้เผยการโจมตีแบบใหม่อีกหลายรายการ ซึ่งสร้างปัญหาช่องโหว่ที่ไม่สามารถระบุลักษณะได้ก่อนหน้านี้จนทำให้ผู้โจมตีสบโอกาสดูดข้อมูลความลับได้ด้วย

โดยงานวิจัยล่าสุดดังกล่าวอธิบายการโจมตีสถาปัตยกรรมไมโครเหล่านี้ ที่เคยเรียกว่า Prefetching Effect ว่ามาจากการอ้างอิงผิดเพี้ยนของพื้นที่ผู้ใช้ที่ลงทะเบียนบนเคอร์เนล ช่องโหว่กลุ่มนี้ไม่เพียงกระทบกับซีพียูอินเทลรุ่นใหม่ที่มีฟีเจอร์ Hardware Mitigation ล่าสุดเท่านั้น แต่ยังเชื่อว่ากระทบกับชิปรุ่นใหม่จากทั้ง ARM, IBM, และ AMD ที่ก่อนหน้านี้เคยคิดว่าไม่ได้รับผลกระทบด้วย

ที่มา : THN

from:https://www.enterpriseitpro.net/processors-vulnerable-to-new-side-channel-attacks/

อินเทลชะลอการพัฒนาผลิตภัณฑ์ 7nm ออกไปก่อน

แม้ทางอินเทลจะยังรายงานยอดขายที่แข็งแกร่งมาอย่างต่อเนื่องทั้งในกลุ่มธุรกิจพีซีและดาต้าเซ็นเตอร์ แต่แผนการพัฒนาสถาปัตยกรรมใหม่นั้น กลับดูเหมือนจะสะดุดขาตัวเอง จนทำให้ยักษ์ใหญ่รายนี้อาจมองหาผู้ผลิตชิปจากภายนอกแทน

โดยทางบริษัทกล่าวเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่แบบ 7 นาโนเมตรของตัวเองนั้นได้ล่าช้ากว่ากำหนดมากว่า 6 เดือนแล้ว อันเป็นผลจากขั้นตอนต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้ช้ากว่าที่ประมาณการณ์กันไว้

แน่นอนว่าข่าวดังกล่าวได้ฉุดราคาหุ้นอินเทลลงเหวไปถึง 10 เปอร์เซ็นต์ภายในไม่กี่ชั่วโมง ทั้งนี้ระหว่างการประกาศผลประกอบการไตรมาสที่สอง ทางซีอีโออย่าง Bob Swan อธิบายว่าสาเหตุมาจากปัญหาผลการผลิตที่สำเร็จได้จากกระบวนการแบบ 7nm

ทำให้บริษัทมองว่าผลิตภัณฑ์แบบ 7nm ตัวแรกอย่างซีพียูไคลเอนต์น่าจะเข้าตลาดได้ไม่ช่วงปลายปี 2022 ก็เป็นต้นปี 2023 แทน โดยระหว่างการลงทุนแก้ปัญหาด้านเทคนิคนั้น บริษัทก็ยอมรับว่ากำลังมองหาผู้ผลิตชิปภายนอกมาช่วยเพื่อรักษาเวลาให้ได้ตามกำหนด

ที่มา : CRN

from:https://www.enterpriseitpro.net/intel-delays-7nm-products/

โนเกียจับมืออินเทลและ Marvell พัฒนาชิป ReefShark

อ้างอิงจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถืออย่างสำนักข่าวรอยเตอร์ ระบุว่าทาง Nokia ได้ทำข้อตกลงกับ Intel เพื่อร่วมกันพัฒนาชิป ReefShark ที่มีการประกาศเปิดตัวไปเมื่อปี 2018 ซึ่งถูกนำมาใช้กับสถานีฐานส่วนใหญ่ของผู้ให้บริการโครงข่ายหลายเจ้า

ความร่วมมือครั้งนี้มาจากการที่โนเกียต้องการเร่งความเร็วในการเปลี่ยนถ่ายไปใช้เทคโนโลยี 5G โดยนอกจากอินเทลแล้ว โนเกียยังได้ประกาศความร่วมมือกับทาง Marvell เพื่อพัฒนา System-on-Chip (SoC) ยุคใหม่

รวมทั้งหน่วยประมวลผลที่เกี่ยวข้องด้วย ซึ่งเทคโนโลยีไร้สายที่เป็นเอกลักษณ์ของโนเกีย เมื่อผสานกับแพลตฟอร์มที่ใช้หน่วยประมวลผล Arm แบบมัลติคอร์ชั้นนำของ Marvell ก็จะสามารถลดได้ทั้งขนาดและอัตราการใช้พลังงาน

รวมไปถึงสามารถยกระดับทั้งความสามารถและประสิทธิภาพการทำงานโดยรวมด้วย ความต้องการที่จะผนวกรวมดีไซน์แบบซุปเปอร์ซิลิคอนสำหรับอุปกรณ์เครือข่ายนี้มาจากการที่ทางฝั่ง Front End ทางดิจิตอลเป็นอินเทอร์เฟซที่เชื่อมระหว่างเสาอากาศและตัวรับสัญญาณ

ที่มา : CB

from:https://www.enterpriseitpro.net/nokia-collaborating-with-intel-and-marvell-for-reefshark-chips/