คลังเก็บป้ายกำกับ: จีน

New York Times แฉ Apple ในจีนลบแอปสนับสนุนประชาธิปไตย-ดาไลลามะ รัฐดูข้อมูลส่วนตัวได้

สื่อต่างประเทศ The New York Times รายงาน Apple ในจีน เน้นทำตามคำสั่งรัฐบาล ลบเนื้อหาสนับสนุนประชาธิปไตย และองค์ดาไลลามะ ส่งข้อมูลของผู้ใช้ในจีนให้รัฐบาล ขัดกับภาพลักษณ์ที่เน้นความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ของ Apple

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา Apple บริษัทเทคโนโลยีเบอร์ต้นๆ ของโลก ด้วยมูลค่ากิจการ 2.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ  มีความพยายามที่จะสร้างภาพลักษณ์ว่าเป็นแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับ “ความเป็นส่วนตัว” ของผู้ใช้งานเป็นสำคัญ และมั่นใจได้ว่าข้อมูลของผู้ใช้แต่ละคน จะได้รับการดูแลอย่างดี

อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าภาพลักษณ์ที่ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งานจะดูเป็นเรื่องที่ Apple ทำอย่างจริงจัง และเป็นสิ่งที่ผู้ใช้งานทั่วโลกเชื่อมั่น แต่กลายเป็นว่า Apple ในประเทศจีน ไม่เหมือน Apple ที่เราคุ้นเคยกัน ความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งานคือสิ่งที่ Apple กำลังถูกต้ังคำถาม

สำนักข่าว The New York Times ออกรายงานพิเศษ ระบุถึงประเด็นความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งานในประเทศจีน ที่ไม่เหมือนผู้ใช้งานในประเทศอื่นๆ ทั่วโลก รวมถึงการร่วมมือกับรัฐบาลในการคุมเข้ม ไม่ให้มีเนื้อหา หรือแอปพลิเคชันที่ขัดต่อข้อกำหนดของรัฐบาล

ความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน Apple ในจีนที่ไม่เป็นส่วนตัวอย่างที่คิด

ความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งานในประเทศจีน มีความแตกต่างจากผู้ใช้งานอื่นๆ ทั่วโลก เพราะรัฐบาลจีนกำหนดไว้ว่า “ข้อมูลของผู้ใช้งานในประเทศจีน ต้องเก็บไว้ในประเทศจีนเท่านั้น” ทำให้ Apple ต้องเก็บข้อมูลของผู้ใช้งานในประเทศจีน ไว้ที่ศูนย์ข้อมูลที่แยกออกจากประเทศอื่นๆ ทั่วโลกโดยสิ้นเชิง และศูนย์ข้อมูลที่ Apple เลือกใช้เป็นบริษัทที่ดำเนินการโดยรัฐบาลจีน แม้ Apple จะบอกว่าข้อมูลได้รับการเข้ารหัสอย่างปลอดภัย แต่ก็อย่าลืมว่ากุญแจสำหรับถอดรหัสข้อมูล ก็ถูกเก็บไว้ที่ศูนย์ข้อมูลในประเทศจีนเช่นเดียวกัน

โฆษกของ Apple เคยให้ข้อมูลในประเด็นนี้ว่า “ศูนย์ข้อมูลในประเทศจีน ใช้เทคโนโลยีการเข้ารหัสที่ทันสมัยกว่าประเทศอื่นๆ ทั่วโลกด้วยซ้ำ” และ Apple ยืนยันว่าต้องทำตามกฎหมาย และทำทุกอย่างที่จะทำให้ข้อมูลของผู้ใช้งานในจีนปลอดภัย

รัฐบาลจีนอาจขอเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวได้ทุกเมื่อ

การที่ข้อมูลของผู้ใช้งานในประเทศจีน ถูกเก็บไว้ในศูนย์ข้อมูลในประเทศจีน เป็นการทำตามกฎหมายความมั่นคงไซเบอร์ที่กำหนดเอาไว้ และ Apple ต้องทำตาม ด้านวิศวกรของ Apple และผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยให้ความเห็นว่า Apple อาจไม่สามารถปฎิเสธคำขอของรัฐบาลจีนในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งรูปภาพ เอกสาร รายชื่อผู้ติดต่อ และอีเมล์ ตามคำขอของรัฐบาลจีนได้เลย

เทียบให้เห็นภาพถึงการรักษาความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน ครั้งหนึ่ง Apple เคยปฎิเสธคำขอ ของ F.B.I ที่ขอให้ปลดล็อคโทรศัพท์ iPhone ของผู้ก่อการร้ายที่ก่อเหตุกราดยิงในที่สาธารณะ จนมีผู้เสียชีวิตถึง 14 คน จนในท้ายที่สุดแล้ว F.B.I. ต้องหาวิธีที่จะปลดล็อคโทรศัพท์ iPhone ด้วยตัวเอง

ส่วนในประเทศจีนหลังจากที่ Apple ทำตามข้อกำหนดของรัฐบาลในการเก็บข้อมูลผู้ใช้งานอยู่ภายในประเทศจีนเท่านั้น ผู้ใช้งาน Apple จะต้องยิมยอมกับข้อกำหนดความเป็นส่วนตัวใหม่ ที่ระบุไว้ว่า “ให้ Guizhou-Cloud Big Data หรือ GCBD ซึ่งเป็นบริษัทของรัฐบาลมณฑล Guizhou สามารถเข้าถึงข้อมูลทั้งหมดที่เก็บไว้ได้”

แถมผู้ที่ควบคุมระบบการเก็บข้อมูล คือพนักงานของ GCDB ส่วนพนักงานของ Apple ทำหน้าที่ดูแลอยู่ห่างๆ จากนอกประเทศจีนเท่านั้น

ภาพจาก apple.com.cn/app-store/

ตรวจสอบเนื้อหาแอปพลิเคชันอย่างเข้มงวด ไม่ให้ขัดต่อกฎหมายจีน

นอกจากประเด็นเรื่องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งานในประเทศจีน ที่มีการเก็บข้อมูลเฉพาะในประเทศจีนเท่านั้น ไม่มีการเก็บข้อมูลปนกับผู้ใช้งานอื่นๆ ทั่วโลกแล้ว ยังมีประเด็นการตรวจสอบเนื้อหา และแอปพลิเคชันที่เข้มงวดด้วย

แม้ว่าในประเทศจีนจะมี App Store ซึ่งเป็นสถานที่สำหรับดาวน์โหลดแอปพลิเคชันบนอุปกรณ์ Apple เช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ ทั่วโลก แต่ App Store ในประเทศจีน ไม่ใช่ App Store ที่เราคุ้นเคยกัน

เพราะ Apple ให้ความร่วมมือกับรัฐบาลจีนในการตรวจสอบเนื้อหาของแอปพลิเคชันที่จะเปิดให้ดาวน์โหลดบน App Store อย่างเข้มงวด ไม่มีแอปพลิเคชันของสำนักข่าวต่างประเทศ แอปพลิเคชันหาคู่เกย์ แอปพลิเคชันแชทแบบเข้ารหัสข้อความ รวมถึงแอปพลิเคชันที่สนับสนุนประชาธิปไตย หรือแม้แต่แอปพลิเคชันที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับองค์ดาไลลามะ ก็ไม่อนุญาตให้นำขึ้นบน App Store ของประเทศจีน ซึ่ง Apple ได้ให้เหตุผลไว้ว่า “ต้องการให้ผู้ใช้งานได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด โดยไม่ละเมิดกฎหมายที่ Apple ต้องทำตาม”

ครั้งหนึ่ง Apple เคยไล่พนักงานที่ทำหน้าที่ตรวจสอบแอปพลิเคชันก่อนนำขึ้น App Store ในประเทศจีนออก เพราะเผลออนุมติแอปพลิเคชันที่สนับสนุนประชาธิปไตย และมีข้อมูลเกี่ยวกับการคอร์รัปชั่นของรัฐบาลจีนขึ้นไปอยู่บน App Store หลังจากตรวจสอบแล้วว่าแอปพลิเคชันดังกล่าวไม่ขัดต่อกฎหมาย

โดย Apple จะมีลิสต์เนื้อหาต้องห้าม ที่ต้องคอยคัดกรองอย่างเข้มงวด ได้แก่ กระบวนการเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย องค์ดาไลลามะ เหตุการณ์ที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน อิสรภาพของทิเบต และไต้หวัน หาก Apple เชื่อว่าแอปพลิเคชันหรือเนื้อหาใดขัดต่อข้อกำหนด ก็จะทำการลบออกทันที

ลบไปแล้วหลายหมื่นแอปฯ ประชาธิปไตย เพศ เกม อ่านข่าว โดนหมด

จากสถิติพบว่า นับตั้งแต่ปี 2017 เป็นต้นมา Apple ลบแอปพลิเคชันบน App Store จีนไปแล้วกว่า 55,000 แอปพลิเคชัน ในจำนวนนี้เป็นเกมไปแล้วมากกว่า 35,000 แอปพลิเคชัน ส่วนแอปพลิเคชันอื่นๆ ที่โดนลบไป ได้แก่ แอปพลิเคชันเกี่ยวกับการเซลฟี่ แอปพลิเคชันสอนเรื่องเพศ แอปพลิเคชันส่งข้อความแบบเข้ารหัส แอปพลิเคชันที่สามารถเปิดเอกสาร และเว็บไซต์ที่รัฐบาลจีนห้าม รวมถึงแอปพลิเคชันอ่านข่าวจากต่างประเทศ โดยที่แอปพลิเคชันเหล่านี้ยังคงดาวน์โหลดได้ตามปกติใน App Store นอกประเทศจีน

ในทางตรงกันข้าม The New York Times อ้างถึงการรายงานของ The Information ว่า Apple กลับยอมให้มีแอปพลิเคชันที่สนับสนุนการใช้ความรุนแรงกับชาวอุยกูร์บน App Store

แถลงการณ์จาก Apple ยืนยันไม่ประนีประนอมต่อความปลอดภัยของผู้ใช้ในจีน

ล่าสุดทาง Apple ได้ออกแถลงการณ์ถึงรายงานพิเศษของ The New York Times แล้วว่า Apple ยืนยันที่จะมอบประสบการณ์การใช้งานที่เหมือนกันแก่ผู้ใช้งานทั่วโลก รวมถึงผู้ใช้งานในประเทศจีน และ Apple มีมาตรฐานความปลอดภัย และความเป็นส่วนตัวที่สูง และไม่เคยประนีประนอมต่อความปลอดภัยของข้อมูลผู้ใช้งานไม่ว่าจะในประเทศจีน หรือประเทศอื่นๆ ทั่วโลก ข้อมูลที่ปรากฎอยู่ในรายงานพิเศษของ The New York Times เป็นข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์ เป็นข้อมูลเก่า และไม่ถูกต้อง

นอกจากนี้ Apple ยังระบุด้วยว่า ประเทศจีนได้กำหนดให้ข้อมูลของผู้ใช้งานในประเทศจีน จะต้องเก็บไว้ในประเทศจีนเท่านั้น ซึ่ง Apple ได้ทำตามข้อกำหนดนี้ แต่จะไม่มีการประนีประนอมต่อความปลอดภัยของผู้ใช้งาน รวมถึงเป็นผู้ถือกุญแจที่ใช้เข้ารหัสข้อมูลของผู้ใช้งานด้วยตัวเอง

ที่มา – The New York Times

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post New York Times แฉ Apple ในจีนลบแอปสนับสนุนประชาธิปไตย-ดาไลลามะ รัฐดูข้อมูลส่วนตัวได้ first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/apple-privacy-concern-in-china/

หนุ่มจีนขาดแคลนเจ้าสาว ทางรอดเดียวคือหาเจ้าสาวจากต่างประเทศเพิ่ม

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ จีนได้ออกมาเปิดเผยผลสำรวจสำมะโนประชากรที่ยืนยันว่ามีคนจีนเพิ่มขึ้นเป็น 1,412 ล้านคนแล้ว แม้จำนวนคนจะเพิ่มมากขึ้นแต่อัตราการเกิดของคนจีนค่อยๆ ลดลงต่อเนื่อง จีนเน้นมีลูกคนเดียวและเน้นให้เป็นลูกเพศชายมาเนิ่นนานแล้ว ทำให้ตอนนี้ในจีนมีผู้ชายที่ไม่ได้แต่งงานราว 30 ล้านคน แม้ว่าจะมีการแนะนำจากผลสำรวจสำมะโนประชากรว่าควรเพิ่มจำนวนเด็กผู้หญิงเพิ่มก็ตาม แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะแก้ปัญหานี้ได้ในเวลาอันสั้น

China population

ปีที่ผ่านมา อัตราประชากรจีนเพิ่มขึ้น 12 ล้านคน มีเด็กผู้ชาย 111.3 ต่อเด็กผู้หญิง 100 คน ปี 2010 ที่ผ่านมามีการศึกษาพบว่าอัตราเด็กผู้ชายอยู่ที่ 118.1 ต่อเด็กผู้หญิง 100 คน เรื่องนี้ Stuart Gietel-Basten อาจารย์ด้านสังคมศาสตร์และนโยบายสาธารณะจากมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีฮ่องกงระบุว่า ครอบครัวจีนส่วนใหญ่ก็ชอบที่จะมีลูกชายมากกว่าลูกสาว โดยปกติในจีน ผู้ชายที่แต่งงานกับผู้หญิงก็มักจะเลือกเจ้าสาวที่อายุน้อยกว่าตัวเองมากอยู่แล้ว ขณะที่ผู้หญิงเองก็มีอายุยืนยาวมาก จึงทำให้ระบบการแต่งงานได้รับผลกระทบมาก

ผลกระทบที่เกิดขึ้นก็พบว่า จากการศึกษาจีนร่วมสมัยของอาจารย์ Bjoern Alpermann มหาวิทยาลัยในเยอรมนี ระบุว่า เด็กที่เกิดเมื่อปีที่ผ่านมา เมื่อถึงวัยที่เหมาะสมจะแต่งงานจะขาดแคลนเจ้าสาว จากจำนวนประชากรชาวจีนที่เกิดใหม่ราว 12 ล้านคน จะมีเด็กผู้ชายราว 600,000 คนที่โตขึ้นเมื่อถึงวัยแต่งงานจะไม่มีเจ้าสาวแต่งงานด้วย

ไม่ใช่แค่เด็กที่เพิ่งเกิดเมื่อปีที่ผ่านมาเท่านั้นที่จะต้องขาดแคลนเจ้าสาวในอนาคต แต่ Jiang Quanbao อาจารย์ด้านประชากรศาสตร์จากมหาวิทยาลัยXian Jiaotong ประเมินไว้ว่าช่วงปี 1980-2020 มีผู้ชายเกิดมากกว่าผู้หญิงราว 30-40 ล้านคน จึงทำให้เกิดปัญหาขาดแคลนเจ้าสาว

Photo by East Meets Dress on Unsplash

ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะจีนออกนโยบายลูกคนเดียวและนำมาใช้อย่างยาวนานนับตั้งแต่ปี 1979 และเพิ่งจะเลิกใช้นโยบายนี้ในปี 2016 จึงทำให้เกิดการคุมกำเนิดแบบเลือกเพศอย่างมหาศาล แน่นอนว่า เพศที่คนจีนเลือกคือเพศชาย จึงยิ่งทำให้สถานการณ์ขาดแคลนผู้หญิงเพิ่มมากขึ้น อัตราการเกิดของจีนอยู่ที่ผู้หญิง 1 คนต่อเด็ก 1.3 หากต้องการจะควบคุมจำนวนประชากรให้คงที่จะต้องมีอัตราการเกิดอยู่ที่ 2.1

สรุป

ปัญหาเรื่องขาดแคลนเด็กผู้หญิง ขาดแคลนเจ้าสาวจะกลายเป็นปัญหาระยะยาวของจีน ไม่สามารถแก้ไขได้ง่ายในระยะเวลารวดเร็ว และเป็นปัญหามานานแล้ว ในขณะที่ทั่วโลกประชากรเกิดน้อยลง คนอยากแต่งงานน้อยลง ไม่ต้องการมีลูกเพิ่มขึ้น การปรับตัวของจีนทั้งเรื่องปรับนโยบายให้มีลูกเพิ่มขึ้น พยายามสนับสนุนให้มีลูกสาวชาวจีนเพิ่มขึ้นอาจจะเรียกได้ว่า เป็นการปรับตัวที่ช้าเกินไป

การจำกัดให้มีลูกคนเดียวมาเนิ่นนานและนิยมมีเฉพาะลูกชายจึงประสบปัญหาเช่นนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทางเลือกที่เหลืออยู่ อาจจะต้องกลายเป็นการหันมาแต่งงานกับลูกสาวชาวต่างประเทศเพิ่มขึ้นแทนเพื่อจะเพิ่มอัตราประชากรในประเทศจีน

ที่มา – South China Morning Post

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post หนุ่มจีนขาดแคลนเจ้าสาว ทางรอดเดียวคือหาเจ้าสาวจากต่างประเทศเพิ่ม first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/shortage-woman-in-china-cause-of-one-child-policy/

คนเพิ่มขึ้น แต่เกิดน้อยลง: จีนยืนยัน ประชากรจีนเพิ่มขึ้นเป็น 1,412 ล้านคนแล้ว

จีนยืนยัน ประชากรจีนเพิ่มขึ้นเป็น 1,412 ล้านคนจากเดิมที่ปีก่อนหน้าอยู่ที่ 1,400 ล้านคน มีคนเพิ่มขึ้น แต่จำนวนคนเกิดน้อยลง ปี 2020 ที่ผ่านมา ชาวจีนคลอดบุตรราว 12 ล้านคน ลดลงจากปี 2019 ที่มีการเกิดอยู่ที่ 14.65 ล้านคน อัตราลดลง 22%

China population

ผลจากการสำรวจประชากรในรอบทศวรรษของจีนในปีที่ผ่านมา พบว่าประชากรจีนมีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 1,412 ล้านคน จากเดิมที่ปีก่อนหน้าอยู่ที่ 1,400 ล้านคน ชาวจีนให้กำเนิดบุตร 12 ล้านคน ลดลงจากปีก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ 14.65 ล้านคน ถือว่าลดลงต่อเนื่องกันเป็นเวลา 60 ปีแล้ว โดยอัตราการเกิดอยู่ที่ 1.3 คนต่อผู้หญิง 1 คนเป็นอัตราที่ใกล้เคียงกับญี่ปุ่นและเป็นอัตราที่ต่ำกว่าระดับที่หากต้องการให้จำนวนประชากรคงที่จะต้องอยู่ที่อัตรา 2.1 คน ทางสำนักงานสถิติแห่งชาติจีนระบุว่าอัตราเฉลี่ยของผู้หญิงชาวจีนที่ยินดีจะมีลูกอยู่ที่อัตรา 1.8

ข้อมูลสำรวจสำมะโนประชากรแสดงให้เห็นถึงโครงสร้างประชากรของจีนที่เป็นคนวัยทำงานและอายุของผู้หญิงที่อยู่ในวัยที่ให้กำเนิดบุตรมีจำนวนที่ลดลง อัตราการเกิดลดลง จำนวนคนเกิดลดลง ซึ่งปลายเดือนที่ผ่านมาสำนักงานสถิติแห่งชาติก็ปฏิเสธรายงานของ Financial Times ที่ว่าประชากรของประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกมีจำนวนลดลง ซึ่งถือว่ามีอัตราที่ลดลงครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1961 ซึ่งนักประชากรศาสตร์ยังคงเชื่อว่าจีนมีอัตราประชากรที่มีจำนวนลดลงไม่กี่ปีที่ผ่านมาหลังจากที่ปีก่อนหน้าเพิ่มมาเป็น 1.4 พันล้านคนในปี 2019 จากที่ก่อนหน้านั้นลดลงอยู่ที่ 1.39 พันล้านคน

ถ้าเปรียบเทียบการสำรวจสำมะโนประชากรแห่งชาติที่ทำไว้ครั้งที่ 6 เมื่อปี 2010-2020 มีอัตราที่เพิ่มขึ้น 5.38% หรือจากเดิมอยู่ที่ 1.34 พันล้านคน อัตราประชากรเติบโตอยู่ที่ 0.53% ลดลง 0.04% เื่อเทียบกับปี 2000-2010 ซึ่งอยู่ที่ 0.57% ช่วงปี 2010 ถึงปี 2020 อัตราเฉลี่ยของจำนวนประชากรรายปีอยู่ที่ 0.53% ถือว่าเป็นช่วงที่เติบโตช้าที่สุดเมื่อเทียบกับทศวรรษอื่นๆ นับตั้งแต่ที่จีนเริ่มสำรวจสำมะโนประชากรในปี 1953

Xi Jinping

สำนักงานสถิติแห่งชาติระบุว่า จำนวนประชากรของจีนเติบโตอย่างช้าๆ ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา อัตราประชากรจะลดลงช้าๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งก็เป็นผลกระทบจากปัจจัยทางเศรษฐกิจและสังคม แนวคิดเรื่องการเกิด นโยบายการเกิด ต้นทุนการเกิดและสาธารณสุข จำนวนประชากรจะเพิ่มขึ้นอีกในอนาคตแต่ยังไม่สามารถระบุเวลาที่ชัดเจนได้

ข้อมูลจากการสำรวจสำมะโนประชากรระบุว่า เด็กจีนที่อายุ 14 ปีหรือคนหนุ่มสาวมีจำนวนเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 253.38 ล้านคนในปี 2020 หรือประมาณ 17.95% ของจำนวนประชากร เพิ่มขึ้นจาก 1.35% จากปีก่อนหน้าในช่วงปี 2010

นอกจากนี้ สัดส่วนของประชากรที่อยู่ในวัยทำงานก็ลดลง ประชากรที่อยู่ในช่วงวัย 15-59 ปีมีจำนวน 894.38 ล้านคน อยู่ในอัตรา 63.35% ของจำนวนประชากรหรือลดลงจากปีที่สำรวจเมื่อปี 2010 ลดลง 6.79% ขณะที่กลุ่มประชากรวัย 65 ปีขึ้นไป มีมากถึง 190.64 ล้านคน หรืออยู่ในอัตรา 13.50% ของจำนวนประชากร

ปี 2020 อัตราส่วนระหว่างเพศชายต่อเพศหญิงอยู่ที่ 105.07 ผู้ชายมีจำนวน 723.34 ล้านคน หรือ 51.24% ส่วนผู้หญิงมีจำนวน 688.44 ล้านคนหรือ 48.76%

China
ภาพจาก Shutterstock

นอกจากนี้ การสำรวจสำมะโนประชากรยังพบว่า มีการโยกย้ายถิ่นฐานไปในจังหวัดฝั่งตะวันออกของจีนที่มีความเจริญมากกว่า จังหวัดที่อยู่ตอนกลางและตะวันออกเฉียงเหนือของจีนมีการอพยพออกค่อนข้างมาก อัตราประชากรของจีนในฝั่งตะวันออกอยู่ที่ 39.93% เพิ่มขึ้น 2.15% จากปี 2010 ส่วนทางฝั่งตะวันตกมีประชากรเพิ่มขึ้น 0.22% เทียบจากทศวรรษก่อนหน้า ขณะที่จังหวัดที่อยู่ในภาคกลางของจีนมีประชากรราว 25.83% ลดลง 0.79% และตะวันตกเฉียงเหนืออยู่ที่ 6.98% ลดลง 1.20% เทียบจาก 10 ปีก่อนหน้า

อัตราประชากรที่เป็นคนเมืองในจีนเพิ่มขึ้นจากทศวรรษที่แล้วเพิ่มขึ้นมากถึง 63.89% เพิ่มขึ้นราว 14.21% จาก 10 ปีก่อนหน้า ขณะที่อัตราประชากรที่อยู่ในชนบทลดลงมาอยู่ที่ 36.11% แรงงานอพยพในจีนเพิ่มขึ้นมากกว่าทศวรรษที่แล้ว ครัวเรือนที่จดทะเบียนมาอยู่อาศัยในเมืองเพิ่มขึ้นราว 375.82 ล้านคน เพิ่มขึ้น 69.73% จากปี 2010 มีคนอพยพย้ายไปอยู่จังหวัดอื่นราว 124.84 ล้านคน

จีนสำรวจสำมะโนประชากรทุก 10 ปี ปี 2020 ที่ผ่านมาเป็นการสำรวจสำมะโนประชากรครั้งที่ 7 ต้องเก็บข้อมูลทุกเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม มีข้อมูลอายุ การศึกษา อาชีพ การย้ายถิ่นฐาน สถานภาพสมรส ปีที่ผ่านมายังเก็บข้อมูลที่เป็นหมายเลขบัตรประชาชนที่ทำให้ผู้คนกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวด้วย แม้ว่ารัฐจะระบุว่าข้อมูลจะถูกเก็บเป็นความลับก็ตาม

ที่มา – South China Morning Post

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post คนเพิ่มขึ้น แต่เกิดน้อยลง: จีนยืนยัน ประชากรจีนเพิ่มขึ้นเป็น 1,412 ล้านคนแล้ว first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/china-seven-national-population-census-2020/

“การบริโภค” ปัจจัยส่งให้เศรษฐกิจจีนฟื้นตัวและเติบโต กับกลยุทธ์การลงทุนในหุ้นจีน

ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการขยายตัวของเศรษฐกิจจีนในระยะถัดไป มีแนวโน้มทยอยเปลี่ยนจากแรงขับเคลื่อนด้วยการลงทุน และการส่งออกไปสู่ “การบริโภค” มากขึ้น ซึ่งการเปลี่ยนผ่านดังกล่าวยังคงอยู่ในช่วงเริ่มต้น โดยจะเห็นว่าตั้งแต่เกิดการระบาดของโควิด-19 จนถึงปัจจุบันภาคการบริโภคของจีนยังคงฟื้นตัวช้าเมื่อเปรียบเทียบกับการบริโภคของสหรัฐฯ 

scb cio

ปัจจัยที่ทำให้เกิดความแตกต่างดังกล่าว

  • ลำดับของการเปิดเศรษฐกิจ โดยภายหลังจากสถานการณ์การระบาดในจีนเริ่มคลี่คลาย ทางการจีนได้อนุญาตให้โรงงานต่างๆ กลับมาเปิดดำเนินการเป็นลำดับแรก แล้วจึงเริ่มผ่อนคลายมาตรการจำกัดการเคลื่อนที่ของบุคคลตามมา
  • การออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยสหรัฐฯ ออกมาตรการเยียวยาครั้งใหญ่ ซึ่งรวมถึงการจ่ายเงินโดยตรงให้แก่ภาคครัวเรือนสหรัฐฯ ในวงเงินที่สูงและเป็นผลทำให้รายได้การออมและการใช้จ่ายของภาคครัวเรือนสหรัฐฯ เพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ ทางสหรัฐฯ ยังได้ผ่อนคลายมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมในทางตรงกันข้ามการออกมาตรการกระตุ้นทางการคลังของจีนที่ตรงไปที่ภาคครัวเรือนจีนค่อนข้างจำกัดมาก เช่น การให้สวัสดิการสังคมที่ยังไม่เพียงพอ โดยจะเห็นว่า ในระหว่างการ lockdown ในจีนการใช้จ่ายภาคครัวเรือนของจีนได้ปรับลดลง
China Port ท่าเรือ ประเทศจีร
ภาพจาก Shutterstock

ปี 2021 นี้ การบริโภคของจีนมีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้น

  1. เศรษฐกิจจีนยังมีแนวโน้มขยายตัวโดดเด่น โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดว่า Real GDP ของจีนในปี 2564 จะขยายตัวสูงถึง 8.4% ซึ่งสถิติในอดีต บ่งชี้ว่า การขยายตัวของ Real และ Nominal GDP ของจีน มีแนวโน้มเคลื่อนไหวสอดคล้องกับการขยายตัวของรายได้ภาคครัวเรือนของจีน นอกจากนี้อัตราการออมของภาคครัวเรือนจีน ในไตรมาส 1/2564 ปรับลดลงอยู่ที่ 33.7% (จากจุดสูงสุดในช่วงไตรมาส 1/2563 ที่ 36.1%) ดังนั้น ด้วยแนวโน้มการทยอยปรับลดลงของเงินออมส่วนเกินในภาคครัวเรือนจีน จะช่วยหนุนให้ภาคการบริโภคจีนมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อไป
  2. ภาวะตลาดแรงงานของจีนทยอยฟื้นตัวดีขึ้นตามลำดับ โดยตัวเลขอัตราการว่างงานของจีน เดือน มี.ค.ปรับลดลงอยู่ที่ 5.3% สูงกว่าระดับก่อนเกิดการระบาดในจีนเพียงเล็กน้อย และ ตัวเลขจำนวนแรงงานที่อพยพจากบ้านเกิดไปทำงานที่เมืองอื่น ในไตรมาส 1/2564 ฟื้นตัวดีขึ้นสู่ระดับ 174 ล้านคน ซึ่งใกล้เคียงกับระดับในช่วงไตรมาส 4/2562
  3. ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคจีนปรับตัวดีขึ้น โดยผลสำรวจในไตรมาส 1/2564 พบว่า ผู้บริโภคจีนมีมุมมองเชิงบวกมากขึ้น เกี่ยวกับรายได้ในปัจจุบันและในอนาคตรวมถึงการจ้างงาน แต่ยังมองบวกน้อยกว่าผลสำรวจเมื่อปี 2562 เล็กน้อย ดังนั้น การที่ผลสำรวจความเชื่อมั่นของผู้บริโภคยังมีแนวโน้มดีขึ้นต่อ จะถือเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยหนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และการขยายตัวของรายได้ของจีนในช่วงที่เหลือของปีนี้
Shanghai China เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน
ภาพจาก Shutterstock

ในระยะ 5-10 ปี การบริโภคจีนยังมีแนวโน้มทยอยฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง

  1. สัดส่วนของภาคบริการในการบริโภคภาคเอกชนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เนื่องจากผลของนโยบายลูกคนเดียวในอดีต ทำให้จำนวนประชากรผู้สูงวัยของจีนเร่งตัวอยู่สูงขึ้น ทำให้ค่าใช้จ่ายในการดูแลผู้สูงวัย ซึ่งเป็นรายจ่ายในภาคบริการ มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นตาม นอกจากนี้รายจ่ายในภาคบริการยังได้แรงหนุนจากการที่ประชาชนจีนเริ่มเปิดรับการใช้เทคโนโลยีมากขึ้น ตั้งแต่เริ่มมีการระบาดในจีนโดยประชาชนให้ความสำคัญกับปัญหาสาธารณสุขของสังคมมากกว่าประเด็นเรื่องความเป็นส่วนตัวสำหรับแต่ละบุคคล 
  2. การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรของจีน โดยจำนวนประชากรช่วงสูงอายุมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้องค์การสหประชาชาติ (UN) ประมาณการว่า ในปี 2573 ประชากรจีนในช่วงอายุ 20-34 ปี และ 45-54 ปี จะมีจำนวนลดลง 63.5 และ 50.4 ล้านคน ตามลำดับ ในขณะที่ประชากรจีนในช่วงอายุ 35-44 ปี และ 55 ปีขึ้นไป จะมีจำนวนเพิ่มขึ้น 25.3 และ 123.9 ล้านคน ตามลำดับ ดังนั้นแนวการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรของจีนข้างต้นจะช่วยหนุนการขยายตัวของการบริโภคจีนโดยเฉพาะรายจ่ายที่เกี่ยวข้องกับ ครอบครัว และการวางแผนเกษียณ 
  3. แผนยุทธศาสตร์ 5 ปี (2564-2568) ของจีน ที่มีเป้าหมายให้เศรษฐกิจจีนขยายตัวอย่างยั่งยืนและมีคุณภาพ โดยเน้นกระตุ้นอุปสงค์ภายในประเทศผ่านยุทธศาสตร์วงจรคู่ขนาน (Dual Circulation) ทั้งนี้ ทางการจีนได้ทยอยออกมาตรการต่างๆ ที่สอดรับกับ Dual Circulation เช่น เพิ่มรายได้ของประชากรจีนให้สูงขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มที่อาจเผชิญปัญหารายได้ไม่เพียงพอหรือไม่เป็นธรรม เพิ่มรายได้จากการลงทุนในตลาดการเงิน ผ่านการผลักดันให้บริษัทจดทะเบียนเพิ่มการจ่ายปันผลมากขึ้นและการกระจายรายได้ให้เท่าเทียมขี้น โดยปรับปรุงระบบภาษีรวมทั้งพัฒนาสวัสดิการสังคมให้ดีขึ้น เป็นต้น
China
ภาพจาก Shutterstock

ดังนั้น กลยุทธ์การลงทุนระยะยาวในหุ้นจีนเพื่อให้ได้รับอานิสงส์ตามธีมการฟื้นตัวภาคการบริโภคของจีน คือ ให้เน้นลงทุนในหุ้นกลุ่ม Consumer Staples และ Consumer Discretionary ของจีนโดยจะเห็นว่าบรรดานักวิเคราะห์ในตลาด (Consensus) คาดการณ์ว่า กำไรต่อหุ้นของกลุ่ม Consumer Staples และ Consumer Discretionary ในดัชนี MSCI China ในปี 2564 จะขยายตัว 28.5% และ 27.2% ตามลำดับ ขณะที่ ในดัชนี CSI 300 จะขยายตัว 26.5% และ 33.2% ตามลำดับ

ส่วน กลยุทธ์การลงทุนระยะสั้นในหุ้นจีน ให้เน้นหุ้นกลุ่ม Consumer Cyclicals เช่น กลุ่มท่องเที่ยว การจัดเลี้ยง กลุ่มบันเทิง และกลุ่มสินค้าบริโภค (Consumer goods) ซึ่งมีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าหุ้นกลุ่ม Consumer โดยรวม เนื่องจากปัจจุบัน บริษัทในกลุ่ม Consumer Cyclicals ส่วนใหญ่ ยังกลับมาดำเนินการได้ต่ำกว่าแนวโน้มการเติบโตเฉลี่ยจึงทำให้หุ้นในกลุ่มนี้ยังมีศักยภาพที่จะเพิ่มขึ้นได้อีกมาก ประกอบกับ กลุ่มฯ ยังมีแนวโน้มได้รับอานิสงส์ จากแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ตามความคืบหน้าในแจกจ่ายวัคซีนและการทยอยเปิดเศรษฐกิจของหลายประเทศในกลุ่มเศรษฐกิจหลัก ในช่วงที่เหลือของปีนี้

บทความโดย

เกษรี อายุตตะกะ CFP – ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ Chief Investment Office บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัด
จตุรภัทร ทนาบุตร – ผู้จัดการ Chief Investment Office บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัด

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post “การบริโภค” ปัจจัยส่งให้เศรษฐกิจจีนฟื้นตัวและเติบโต กับกลยุทธ์การลงทุนในหุ้นจีน first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/consumption-key-for-china-economy/

แต่งงานแล้วทุกข์สาหัส สาวจีนไม่มีความสุขกับชีวิตแต่งงานเพิ่มขึ้น 2 เท่าในรอบ 10 ปี

1 ใน 5 ของผู้หญิงที่แต่งงานแล้วในจีนระบุว่า ปีที่ผ่านมาไม่มีความสุขกับชีวิตแต่งงาน ความรุนแรงในครอบครัวก็เพิ่มขึ้น ความรับผิดชอบในครัวเรือนก็ไม่เท่ากัน ทำให้เกิดความเบื่อหน่ายและไม่มีความสุขในชีวิตคู่ 

China married

Liu Fang หญิงสาวชาวจีนวัย 38 ปี พิมพ์ข้อความบน Weibo ว่า สิ่งที่ทำให้เธอเสียใจมากที่สุดในชีวิตก็คือการแต่งงานและการมีลูก สิ่งที่ Liu พิมพ์ไว้ตรงใจผู้หญิงที่แต่งงานและใช้ชีวิตในจีนอีกเป็นจำนวนมาก Liu บอกว่า เธอแต่งงานมาเป็นเวลา 7 ปีแล้ว มีลูกชาย 1 คน อายุ 6 ขวบ เธอเคยคิดว่าถ้าเธอแต่งงานความสุขจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า แต่เปล่าเลยความสุขไม่ได้มากขนาดนั้น 

นอกจากนี้ เธอคิดว่าเธอมีภาระเพิ่มขึ้น 3 เท่า มีทั้งงานออฟฟิศที่ต้องแบกรับและยังมีงานบ้านและงานเลี้ยงเด็กที่ต้องรับผิดชอบด้วย เธอคิดแต่จะหย่าตลอดเวลา เธอต้องคอยดูแลลูก ดูแลงานบ้าน และยังต้องพยายามทำงานให้สำเร็จ แถมยังมีการใช้ความรุนแรงในครอบครัวเพิ่มขึ้นด้วย 

ผลสำรวจนี้จัดทำขึ้นโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ, ไปรษณีย์จีน และ National School of Development มหาวิทยาลัยปักกิ่ง สำรวจทั่วจีนราว 100,000 ครัวเรือน จีนมีการหย่าร้างเพิ่มขึ้นและมีการแต่งงานลดลงมากกว่าทศวรรษที่ผ่านมา อัตราการหย่าร้างในช่วงปี 2009 มีมากกว่า 20% แต่ในปี 2019 มีการหย่าร้างมากถึง 50% ขณะที่ปี 2020 มีการหย่าร้างที่ลดลงหลังโควิดระบาด แต่ก็ยังเป็นอัตราที่สูงอยู่ดีเพราะมีมากกว่า 45%

แต่งงาน marry
ภาพจาก Shutterstock

ส่วนมากผู้หญิงจะเป็นฝ่ายเริ่มที่จะเลิกราก่อน ข้อมูลจากศาลประชาชนสูงสุดพบว่า กว่า 73% มีคดีหย่าเกิดขึ้นในศาลทั่วจีนในปี 2017 นอกจากนี้ อัตราการหย่าร้างก็เพิ่มขึ้น เมื่อช่วงปีใหม่ 1 มกราคม 2021 ที่ผ่านมา กว่าที่คนจะหย่าร้างกันได้ ยังต้องมีกระบวนการ “cooling off period” หรือการทำให้บรรยากาศความขัดแย้งลดลงก่อน หมายความว่าจะก่อนจะหย่าต้องรอให้เวลาผ่านไปราว 30 วัน ถึงจะสามารถแยกทางกันได้ (มีกระบวนการนี้ขึ้นมาก็เผื่อจะทำให้การหย่ายากขึ้น คนปรับความเข้าใจและตัดสินใจไม่หย่ากันในที่สุด) ช่วงปลายปี 2020 กฎหมายฉบับนี้ยังไม่บังคับใช้ ส่งผลให้คนเร่งหย่าร้างเร็วมากขึ้น เพราะผู้คนหลีกเลี่ยงที่จะต้องติดกับผ่านกฎหมายฉบับนี้ที่ทำให้ต้องรอไปอีก 1 เดือน 

ขณะเดียวกัน ผลสำรวจจาก CCTV เมื่อปีที่ผ่านมา พบว่า ผู้ชายชาวจีนกล่าวว่าพวกเขาก็รับผิดชอบงานบ้านก่อนที่จะแต่งงานเกือบ 47% เปรียบเทียบกับผู้หญิงอยู่ที่ 46% แต่หลังจากแต่งงานพบว่า ผู้ชายรับผิดชอบงานบ้านราวกว่า 46% ขณะที่ผู้หญิงกว่า 48% เรียกได้ว่ามีอัตราที่ห่างกันนิดเดียวเท่านั้น เรื่องนี้ Zhu Nan นักวิจัยหลังปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยมาเก๊า สาขาจิตวิทยา ระบุว่า เหตุผลที่ทำให้เป็นช่องว่างระหว่างสามีและภรรยาอาจจะเป็นเรื่องที่ผู้ชายผู้เป็นสามีแบ่งงานกันทำในบ้านกับภรรยาแบบไม่เป็นธรรม นี่เป็นประเด็นใหญ่ เป็นประเด็นระดับโลก

จากการศึกษาวิจัยสังคมส่วนใหญ่ มันเป็นเรื่องของการแบ่งงานการทำภาระในครัวเรือนที่ไม่ได้สัดส่วน ไม่เป็นธรรม ไม่เท่าเทียมและโดยมากมักจะเกิดกับผู้ชาย ด้วยเหตุนี้ มันจึงทำให้เกิดความไม่พอใจในสถานะสมรสระหว่างที่ครองคู่กันอยู่ ผลสำรวจจาก CCTV อาจมีระเบียบวิจัยที่ไม่เข้มข้นมากพอเมื่อเทียบกับงานศึกษาทางวิชาการและอาจจะไม่ได้สะท้อนความเป็นจริง

mother and child
Photo by Rui Xu on Unsplash

ผลการศึกษาจาก Pew Research พบว่า ในสหรัฐอเมริกา ผู้ชายที่แต่งงานแล้วในอัตรา 51% ระบุว่า พวกเขาพอใจวิถีการแบ่งงานกันทำในครอบครัวของพวกเขาเอง เมื่อเปรียบเทียบกับผู้หญิงที่แต่งงานแล้วมีเพียง 40% เท่านั้นที่พอใจ

ผู้ชายที่แต่งงานแล้วและมีสถานะเป็นพ่อ 56% ระบุว่า พวกเขาพอใจมากในวิถีการเลี้ยงดูลูกของคู่รักของเขา เปรียบเทียบกับผู้หญิงที่แต่งงานแล้วและมีสถานะแม่ พอใจแค่เพียง 42% เท่านั้น 

Huang Yuqin อาจารย์ด้านสังคมวิทยาจากมหาวิทยาลัยตะวันออกจีน สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระบุว่า ผู้หญิงที่มีสถานะเป็นภรรยาในจีนมีภาระงานที่หนักมาก ต้องดูแลทั้งงานในบ้านและดูแลการศึกษาให้ลูกด้วย ผู้หญิงชาวจีนที่เป็นแรงงานมีอัตราที่สูงมากกว่า 60% ถือว่าอยู่ในอันดับที่สูงที่สุดในเอเชียแปซิฟิก คนที่อยู่ในสถานะแม่หลายคนต้องทำงานไปด้วย ภรรยาชาวจีนเหล่านี้ต้องทุ่มเทเวลาให้กับครอบครัวมากกว่าที่สามีทำ เมื่อความรับผิดชอบไม่เท่ากัน ความไม่พอใจย่อมเกิดขึ้น

ผลสำรวจจาก CCTV พบว่า ผู้หญิงช่วงวัย 36-45 ปีไม่มีความสุขมากที่สุดในการใช้ชีวิตคู่ Huang ระบุว่า มันอาจจะเป็นช่วงเวลาที่ชีวิตเหนื่อยที่สุด สื่อรายงานถึงการใช้ความรุนแรงต่อผู้หญิงและหลายกรณีมีเหตุฆาตกรรมที่สามีกระทำต่อภรรยา

ในช่วงเดือนมีนาคม ปี 2016 ถึงปี 2019 จีนบังคับใช้กฎหมายต่อต้านการใช้ความรุนแรงในครอบครัว สื่อรายงานว่า มีอย่างน้อย 942 คนเสียชีวิตจากการใช้ความรุนแรงในครอบครัว 

การใช้ความรุนแรงในครอบครัว 525 กรณี มีการศึกษาพบว่า 85% ของเหยื่อที่ถูกกระทำคือผู้หญิง ส่วนใหญ่มีอายุตั้งแต่ 18-60 ปี หมายความว่า ผู้หญิงที่แต่งงานแล้วส่นใหญ่ได้รับผลกระทบหนักจากการใช้ความรุนแรงในครอบครัว ข้อมูลจาก NGOs ระบุว่า หลายกรณีที่มีการใช้ความรุนแรงในครอบครัว แต่ไม่ได้ถูกนับรวมไว้กับตัวเลขของทางการ เพราะเกิดขึ้นในพื้นที่ห่างไกล พื้นที่ด้อยพัฒนา

clean housekeeper
Photo by CDC on Unsplash

Hou Hongbin นักเขียนแนวเฟมินิสต์กล่าวว่า รัฐสั่งห้ามรับของขวัญจากครอบครัวฝั่งเจ้าบ่าว แต่ฝั่งเจ้าสาวยังต้องให้ของขวัญฝั่งเจ้าบ่าวอยู่ เวลาเกิดความรุนแรงในครอบครัว บ่อยครั้งที่เจ้าหน้าที่รัฐก็มักจะให้อภัยพฤติกรรมฝ่ายชายเสมอ ผู้หญิงต้องอยู่ภายใต้แรงกดดันมากขึ้น หลังจากที่รัฐยกเลิกนโยบายลูกคนเดียวในปี 2015 และให้แต่ละครอบครัวมีลูกสองคนได้เพราะกังวลเรื่องประชากรสูงวัยที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ผู้หญิงก็อาจจะหลีกเลี่ยงการแต่งงานถ้าเธอไม่อยากมีลูก 

ด้าน Zhu นักวิจัยทางจิตวิทยา กล่าวว่า ความจริงก็คือ ภรรยามีความสุขน้อยกว่า ควรจะมีการประเมินแนวคิดทางวัฒนธรรมเกี่ยวกับการให้คุณค่าเรื่องการแต่งงานใหม่ ทั้งผู้ชายและผู้หญิงควรจะแบ่งความรับผิดชอบงานบ้านกันอย่างละครึ่ง ผู้คนเริ่มคิดว่าไม่จำเป็นต้องแต่งงานก็ได้

นอกจากนี้ Liu Fang ผู้ที่อยู่ทั้งในสถานะภรรยาและแม่กำลังไม่มีความสุขในชีวิตครอบครัว เธอบอกว่า เพื่อนเธอหลายคนยังโสดอยู่และก็ดูจะมีชีวิตชีวาที่ดีกว่าเธอเสียอีก เธอบอกว่า เธออิจฉาพวกเพื่อนของเธอมาก พวกเธอมีชีวิตเป็นของตัวเอง มีเวลาพักผ่อนของตัวเอง มีการพัฒนาเส้นทางอาชีพของตัวเองได้ด้วย บางทีเธอก็คิดว่า เมื่อลูกชายของเธอโตมากขึ้นกว่านี้ เธอก็อาจจะเลือกที่จะเป็นโสดอย่างเพื่อนของเธอบ้าง

ที่มา – SCMP

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post แต่งงานแล้วทุกข์สาหัส สาวจีนไม่มีความสุขกับชีวิตแต่งงานเพิ่มขึ้น 2 เท่าในรอบ 10 ปี first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/survey-says-wives-in-china-suffer-from-married/

จีนรายงาน: ประชากรจีนเติบโตต่อเนื่อง สวนทางคาดการณ์สื่อต่างประเทศ

ก่อนหน้านี้ Financial Times (FT) คาดการณ์ว่าจีนจะรายงานประชากรลดลงครั้งแรกนับจากช่วงทำนโยบาย Great Leap Forward สมัยยุคเหมา เจ๋อ ตง ที่พยายามจะปฏิรูปเศรษฐกิจจนนำไปสู่การเสียชีวิตของผู้คนหลายสิบล้านคนในช่วงปลายทศวรรษ 1950 แม้ว่าจะมีการผ่อนคลายนโยบายการวางแผนครอบครัวที่ไม่เคร่งครัดแบบเดิมแล้ว แต่อัตราประชากรของจีนก็ไม่ได้เพิ่มขึ้น รายงานเมื่อเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา คาดว่าจะมีจำนวนประชากรต่ำกว่า 1,400 ล้านคน

China population

ก่อนหน้านี้ในปี 2019 มีจำนวนประชากรราว 1,400 ล้านคน รายงานดังกล่าวคาดว่าน่าจะเปิดเผยให้รับรู้ช่วงต้นเดือนเมษายน เรื่องนี้โฆษก Liu Aihua สำนักงานสถิติแห่งชาติจีนระบุว่า มีเรื่องที่ต้องเตรียมการอีกมาก ทำให้รายงานช้า

เรื่องอัตราประชากรที่ลดลงนี้ นักวิเคราะห์กล่าวว่า จำนวนประชากรของจีนน่าจะลดลงแซงหน้าอินเดียอยู่ที่ 1.38 พันล้านคน เป็นไปได้ว่า วิกฤตจำนวนประชากรจีนจะลดลงเร็วและมากกว่าที่จะจินตนาการได้ สิ่งนี้ย่อมส่งผลกระทบต่อประเทศแน่นอน อัตราการเกิดของคนจีนลดลงหลังผ่อนคลายนโยบายที่บังคับให้ประชาชนมีลูกคนเดียวมาหลายทศวรรษแล้ว เพิ่งจะมาเปลี่ยนนโยบายในปี 2015 ให้มีลูกสองคนได้

จีนรายงาน จำนวนประชากรจีนเติบโตต่อเนื่อง

ทั้งหมดที่กล่าวมาคือสื่อต่างประเทศที่คาดว่าจีนน่าจะมีอัตราประชากรลดลง ขณะที่ South China Morning Post (SCMP) ระบุว่า สำนักสถิติแห่งชาติจีนแถลงสั้นๆ เกี่ยวกับจำนวนประชากรจีนเติบโตต่อเนื่องในปี 2020 ส่วนรายละเอียดอาจจะเผยให้เห็นในแถลงการณ์ผลสำรวจสำมะโนประชากรครั้งที่ 7

SCMP เปิดเผยหลัง FT รายงานว่า จีนน่าจะมีอัตราประชากรลดลงเนื่องจากมีอัตราการตายสูงกว่าการเกิด เป็นอัตราที่ลดลงครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1961 ซึ่งจำนวนประชากรนี้ลดลง 10 ล้านคนในปี 1960 และลดลงอีก 3.4 ล้านคนในปี 1961 ก่อนที่จะเพิ่มขึ้นมาเป็น 14.4 ล้านคนในปี 1962

ด้าน He Yafu ผู้เชี่ยวชาญอิสระด้านประชากรจีนคาดว่า จำนวนคนเกิดใหม่ในจีนปี 2020 น่าจะมากกว่า 12 ล้านคน และลดลงหรือมีผู้คนเสียชีวิตราว 11 ล้านคนในปีนี้ และลดลงอีกราว 1 ล้านคนในปี 2022

เด็ก ทารก infant baby
(Photo by Carl Court/Getty Images)

การสำรวจสำมะโนประชากรของจีนจะเริ่มในเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม เป็นการเก็บข้อมูลชุดใหญ่เพราะจำนวนประชากรเยอะ ต้องเก็บข้อมูลครัวเรือน อายุ การศึกษา อาชีพ การอพยพโยกย้ายถิ่นฐาน สถานะสมรส ฯลฯ เหล่านี้ต้องใช้เวลา นี่เป็นการเก็บข้อมูลครั้งที่ 7 จีนจะเก็บเว้นระยะ 10 ปี ดังนี้ ปี 1953, ปี 1964, ปี 1982, ปี 1990, ปี 2000 และปี 2010 ปีที่ผู้คนกำลังหาคำตอบคือปีปัจจุบัน ที่ต่างมีการคาดการณ์ว่า อัตราการเกิดต่ำซึ่งนโยบายลูกคนเดียวก็ถือเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้มีเด็กเกิดใหม่น้อยลงด้วย

ตั้งแต่ปี 2000 ถึงปี 2010 ประชากรวัยทำงานอายุระหว่าง 15 ปีถึง 59 ปีมีสัดส่วนจำนวนประชากร 66% ถึง 70% แต่ปลายปี 2019 สัดส่วนลดลงอยู่ที่ 64% ต่ำกว่าที่เคยบันทึกไว้เมื่อปี 2000 ขณะเดียวกัน คนสูงวัยอายุ 60 ปีขึ้นไปเพิ่มขึ้น 3% เป็น 13% ในทศวรรษ 2010 และสัดส่วนเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็น 19% เมื่อปลายปีที่ผ่านมา

covid china
(Photo by Stringer/Getty Images)

ข้อมูลจากกระทรวงความมั่นคงสาธารณะจีนพบว่า ปีที่ผ่านมา มีเด็กเกิดใหม่รวม 10.35 ล้านคนที่ลงทะเบียนในระบบครัวเรือน ลดลงจากเดิม 11.79 ล้านคนในปี 2019 ทั้งนี้ อัตราการเกิดจากทางการของจีนในปี 2020 ยังไม่รวมจำนวนประชากรทั้งหมด แต่ก็พบว่า อัตราการเกิดปี 2020 ในบางภูมิภาคนั้นมีการเกิดลดลงกว่า 30% ในปี 2020 ซึ่งลดลงจากปีก่อนหน้า

อีกทั้งจำนวนประชากรโลกในหลายประเทศยืนยันตรงกันว่า โควิด-19 ระบาดส่งผลกระทบต่ออัตราการเกิดในปี 2020 โดยก่อนหน้านี้ในปี 2019 คนจีนให้กำเนิดบุตรอยู่ที่ 14.65 ล้านคน ซึ่งก็ถือว่าเป็นอัตราที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 1961 เป็นต้นมา และยังลดจำนวนลงจากปี 2018 ที่มีคนเกิดอยู่ที่ 15.23 ล้านคน

เรื่องที่ FT เผยแพร่ว่าจีนมีอัตราประชากรลดลงต่ำสุดในรอบ 50 ปีนั้น  Global Times อ้างความคิดเห็นจาก Huang Wenzheng ผู้เชี่ยวชาญด้านอัตราประชากรและนักวิจัยอาวุโสจากศูนย์จีนและโลกาภิวัตน์กล่าวว่า พาดหัวประเด็นจีนมีอัตราประชากรลดลใน FT นั้นไม่ถูกต้อง ไม่มีหลักฐานว่าอัตราประชากรจีนจะเริ่มลดลงในปี 2020

Shanghai China เซี่ยงไฮ้ จีน
ภาพจาก Shutterstock

โดย Huang ระบุว่า แม้ผู้เชี่ยวชาญจะประเมินว่า ประชากรจีนจะลดลงน้อยกว่า 1.4 พันล้านคนภายในสิ้นปี 2020 แต่จำนวนประชากรโดยรวมเมื่อปี 2019 ไม่ได้สะท้อนว่าประชากรจีนลดลง อาจจะมีความผิดพลาดทางด้านสถิติเกิดขึ้น จีนเริ่มเก็บข้อมูลเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2020 ที่ผ่านมา เป็นการสำรวจสำมะโนประชากรครั้งที่ 7 ทั้ง Huang และนักประชากรศาสตร์ชาวจีนหลายคนกล่าวว่า จำนวนประชากรไม่ได้ลดลงในปีที่แล้ว แต่อัตราการเติบโตของประชากรลดลงมาหลายปีแล้ว เป็นไปได้ว่าจีนอาจจะถึงจุดสูงสุดภายในหนึ่งปี สองปีก่อนที่จะเริ่มลดลงจริง 

ขณะที่ He Yafu นักประชากรศาสตร์อิสระ ระบุว่า ช่องว่างระหว่างจำนวนคนเสียชีวิตและคนเกิดใหม่ไม่กี่ปีมานี้มีจำนวนน้อยลงและปี 2022 การเสียชีวิตอาจจะมากกว่าการเกิด นั่นก็อาจจะทำให้ประชากรค่อยๆ ลดจำนวนลง

ที่มา – FT, SCMP, WSJ, Global Times

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post จีนรายงาน: ประชากรจีนเติบโตต่อเนื่อง สวนทางคาดการณ์สื่อต่างประเทศ first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/china-report-population-growth/

Biden เดินหน้าหาแนวร่วมกลุ่ม G7 กดดันจีนเข้มข้น กรณีบังคับใช้แรงงานอุยกูร์

ประเด็นเรื่องการบังคับใช้แรงงานอุยกูร์ยังไม่จบ ตราบใดที่องค์กรระหว่างประเทศยังไม่สามารถเข้าไปตรวจการบังคับใช้แรงงานในซินเจียง จีนได้อย่างโปร่งใส ล่าสุด สหรัฐอเมริกาภายใต้การนำของ Biden เตรียมหาแนวร่วมจากกลุ่ม G7 เพิ่มแรงกดดันจีนมากขึ้น

Biden pressure China in case of Uyghur

Joe Biden เตรียมร่วมประชุมเศรษฐกิจกับกลุ่ม G7 ที่อังกฤษในเดือนมิถุนายนนี้ การประชุมครั้งนี้ Biden จะมุ่งเป้าไปที่เรื่องศัตรูทางยุทธศาสตร์ของประเทศ ระหว่างประเทศที่เป็นประชาธิปไตยกับประเทศที่เป็นเผด็จการโดยเฉพาะจีน 

ประเด็นนี้ Daleep Singh ผู้ช่วยที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติและผู้ช่วยผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติของ Biden กล่าวไว้เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า การประชุม G7 ที่คอร์นวอลล์ น่าจะมุ่งประเด็นเรื่องความมั่นคงด้านสาธารณสุข การรับมือกับโควิดระบาดที่สอดคล้องกับสภาวะทางเศรษฐกิจ และการจัดการเรื่องสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง ตลอดจนการยกระดับคุณค่าในมิติประชาธิปไตยภายในกลุ่ม G7 ร่วมกัน

สิ่งที่ Singh เน้นย้ำคือการร่วมมือของพันธมิตร ที่จะมีการปฏิบัติที่จริงจัง มีความเป็นรูปธรรมมากขึ้น โดยความท้าทายของกลุ่ม G7 คือการแสดงให้เห็นว่าเป็นสังคมที่เปิดกว้าง เป็นสังคมประชาธิปไตย และยังมีโอกาสที่จะแก้ปัญหาใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งการปกครองแบบเผด็จการไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุดแน่นอน 

Sanction China

Singh กล่าวว่า สหรัฐฯ พร้อมที่จะต่อต้านจีนในประเด็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนในซินเจียง ซึ่งสหรัฐฯ จะพยายามแสวงความร่วมมือในกลุ่มพันธมิตร G7 เพิ่ม (กลุ่ม G7 ประกอบด้วย แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี ญี่ปุ่น อังกฤษ และสหรัฐอเมริกา) ก่อนหน้านี้สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป อังกฤษ และแคนาดาก็ประกาศคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวพันกับการบังคับใช้แรงงานอุยกูร์มาแล้ว ด้านจีนปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาและตอบสนองสหภาพยุโรปด้วยมาตรการลงโทษกลับเช่นกัน 

อย่างไรก็ดี ทางทำเนียบขาวเปิดเผยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า Biden จะเยือนเบลเยียมเป็นประเทศแรกหลังขึ้นดำรงตำแหน่งในเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้ แผนการเยือนบรัสเซลส์นี้ก็เพื่อร่วมประชุมผู้นำสูงสุดของ NATO พันธมิตรด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ นั่นเอง รวมทั้งเยือนคอร์นวอลล์ อังกฤษ เพื่อประชุม G7 ในวันที่ 11-13 มิถุนายนด้วย

ที่มา – Aljazeera, CNN

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post Biden เดินหน้าหาแนวร่วมกลุ่ม G7 กดดันจีนเข้มข้น กรณีบังคับใช้แรงงานอุยกูร์ first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/biden-seek-allies-in-g7-pressure-china-in-case-of-uyghur-forced-labor/

จีนเตรียมสร้างระบบป้องกันดาวเคราะห์น้อยที่อยู่ใกล้โลก-เสี่ยงต่อการพุ่งชนโลก

จีนกำลังเริ่มหารือการสร้างระบบป้องกันดาวเคราะห์น้อยที่อยู่ใกล้โลกและอาจสร้างความอันตรายต่อโลกได้ เรื่องนี้ Zhang Kejian หัวหน้าองค์การอวกาศแห่งชาติจีนเปิดเผย แต่ไม่ได้ลงรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการดังกล่าว

China space

ไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ จีนให้ความสำคัญกับการสำรวจอวกาศมากขึ้น จีนตั้งเป้าสร้างโครงการเพื่อปฏิบัติการให้มีเที่ยวบินอวกาศนับพันเที่ยวบินต่อปี สามารถบรรทุกสินค้าได้หลายหมื่นตันและบรรทุกคนให้ได้ภายในปี 2045

ก่อนหน้านี้ องค์การอวกาศแห่งยุโรปก็เคยลงนามทำความตกลงจะสร้างยานอวกษศซึ่งเป็นโครงการร่วมกับ NASA มูลค่า 156 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อสำรวจกลุ่มดาวเคราะห์น้อยที่กำลังหันเหมาทางโลกเช่นกัน ส่วนจีนก็พยายามผลักดันภารกิจที่จะจอดยานอวกาศไว้ที่กลุ่มดาวเคราะห์น้อยที่อยู่ใกล้โลก เพื่อเก็บตัวอย่างกลับมายังโลก

ด้าน Ye Peijian นักวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ของจีนกล่าวถึงภารกิจที่ว่านี้ น่าจะใช้เวลายาวนานประมาณ 10 ปี เมื่อเดือนที่ผ่านมา จีนและรัสเซียก็เพิ่งมาลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) เพื่อสร้างสถานีวิจัยดวงจันทร์นานาชาติร่วมกันด้วย

ที่มา – ABS-CBN News

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post จีนเตรียมสร้างระบบป้องกันดาวเคราะห์น้อยที่อยู่ใกล้โลก-เสี่ยงต่อการพุ่งชนโลก first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/china-will-build-defense-system-against-near-earth-asteroids/

แบนบังคับใช้แรงงานอุยกูร์ ทำส่งออกฝ้ายลด แต่สหรัฐนำเข้าสินค้าซินเจียงเพิ่ม 113%

ก่อนหน้านี้ สินค้าส่วนใหญ่ที่เป็นแบรนด์ของอเมริกันมักจะเป็นแบรนด์ที่คว่ำบาตรสินค้าที่มาจากซินเจียง แต่ผลปรากฎว่ายอดส่งออกสินค้ามายังสหรัฐฯ​ เพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่าในช่วงไตรมาสแรกของปี 2021 โดยการส่งออกเพิ่มขึ้น 113% จากไตรมาสแรกของปีก่อนหน้าราว 64.4 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 2 พันกว่าล้านบาท จากข้อมูลของจีนพบว่า การส่งออกจากซินเจียงเพิ่มขึ้น 46.5% เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปี 2019 

Export surge in Xinjiang

ทั้งนี้ การส่งออกสินค้าจากซินเจียงเป็นส่วนเล็กๆ ของการส่งออกของจีนไปสหรัฐฯ มูลค่าการส่งออกโดยรวมของจีนไปยังสหรัฐ อยู่ที่ 1.19 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3.7 ล้านล้านบาท แต่อุตสาหกรรมฝ้ายก็ถือว่าถูกแช่แข็งเหมือนกันสำหรับตลาดของสหรัฐฯ หลังกรณีต้านการบังคับใช้แรงงานอุยกูร์ 

อย่างไรก็ดี สินค้าที่เป็นผลิตภัณฑ์จากฝ้ายก็ถือว่ามียอดส่งออกหายไปมากในไตรมาสแรกในการส่งออกจากจีนไปสหรัฐฯ ส่วนสินค้าที่ส่งออกจากซินเจียงไปสหรัฐฯ ในช่วงไตรมาสแรกคือสารประกอบเฮเทอโรไซคลิกซึ่งเป็นสารประกอบที่มักถูกนำมาใช้กับยาที่ใช้สำหรับโรคมะเร็ง นอกจากนี้ก็มีสารอะมิโนแอซิดด้วย 

จากยอดสินค้าที่นำเข้าจากซินเจียงและสหรัฐฯ มากขนาดนี้อาจเป็นไปได้ว่าในส่วนที่เป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นฝ้ายจากการถูกบังคับใช้แรงงานอาจจะถูกสั่งห้ามนำเข้าสหรัฐฯ ได้ จึงทำให้ยอดนำเข้าฝ้ายจากซินเจียงลดลงจริง แต่โดยภาพรวม ซินเจียงส่งออกเพิ่มขึ้น 33.75% ในไตรมาสแรกเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า บริษัทยุโรปก็มีการค้ากับซินเจียงน้อยลง ซึ่งเดือนที่ผ่านมา สหภาพยุโรปก็ออกมาตรการคว่ำบาตรจีนครั้งแรกนับตั้งแต่ที่ห้ามทำการค้าอาวุธกับจีนช่วงที่เกิดโศกนาฏกรรมเทียนอันเหมินเมื่อปี 1989 บริษัทต่างๆ ถูกกดดันจากกลุ่มด้านสิทธิมนุษยชนรวมถึงสมาชิกสภายุโรปก็ตัดความสัมพันธ์ทันที 

China Xinjiang Uyghur
ภาพคนออกมาเรียกร้องให้หยุดฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวอุยกูร์ ซินเจียง Photo by Kuzzat Altay on Unsplash

นอกจากนี้ การขนส่งจากซินเจียงไปยังเยอรมนีที่มีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดใน EU ก็ลดลงมากถึง 74% ในไตรมาสแรกเทียบกับช่วงก่อนเกิดโควิดระบาดในปี 2019 ขณะที่ฟินแลนด์ยังเป็นซัพพลายเออร์ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 3 ของจีนในช่วงไตรมาสแรก แม้ว่ามูลค่าจะลดราว 28.9 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 20% ถ้าเทียบกับช่วงปี 2019

ที่มา – SCMP

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post แบนบังคับใช้แรงงานอุยกูร์ ทำส่งออกฝ้ายลด แต่สหรัฐนำเข้าสินค้าซินเจียงเพิ่ม 113%   first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/america-import-china-surge-113-percent-in-q1-2021/

Xi Jinping แนะมหา’ลัยจีน ควรผลิตนักคิดที่ซื่อสัตย์ ภักดีต่อพรรคคอมมิวนิสต์

Xi Jinping ประธานาธิบดีจีนกล่าวไว้เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า มหาวิทยาลัยจีนควรมีเป้าหมายในการผลิตนักสังคมนิยมยุคใหม่ มีความใฝ่รู้และมีแนวคิดด้านนวัตกรรม Xi Jinping กล่าวขณะเยือนมหาวิทยาลัย Tsinghua เขาบอกว่า ปีนี้ถือเป็นปีที่ครบรอบ 100 ปีของพรรคคอมมิวนิสต์และรัฐต้องการพัฒนาให้คนมีการศึกษาที่สูงขึ้นเพื่อให้มีความรู้และชาญฉลาดมากขึ้น

Xi Jinping China

Xi Jinping ยังกล่าวอีกว่า เป้าหมายของระบบการศึกษาจีนคือการฝึกฝนคนให้กลายเป็นผู้สร้าง เป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จของสังคมนิยม Xi Jinping ถือเป็นศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยนี้เช่นกัน เขาจบการศึกษาด้านวิศวกรรมเคมี การเยือนของเขาคือการเตรียมพร้อมเพื่อฉลองพรรคคอมมิวนิสต์อายุครบรอบ 100 ปีในเดือนกรกฎาคมนี้ที่จะมีการจัดการฉลองอย่างยิ่งใหญ่

มีการรณรงค์ให้ศึกษาประวัติศาสตร์ของพรรคฯ การถ่ายทอดภาพยนต์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับความเป็นมาของพรรคคอมมิวนิสต์จีน การเยือนมหาวิทยาลัยนี้ของ Xi Jinping เป็นการพยายามบอกให้รู้ว่ามหาวิทยาลัยต้องฝึกให้นักศึกษาเป็นทั้งคอมมิวนิสต์และมืออาชีพไปพร้อมๆ กัน นี่ก็เป็นฐานคิดเดียวกับยุคที่มีการปฏิวัติวัฒนธรรมในจีนเหมือนสมัยของเหมา เจ๋อตงยังอยู่ในอำนาจ นอกจากพรรคคอมมิวนิสต์ที่มีอายุจะครบ 100 ปี มหาวิทยาลัยนี้ก็กำลังจะฉลองครบรอบ 110 ปีในวันเสาร์ถัดจากนี้ด้วยเช่นกัน

Xi Jinping กล่าวว่า เราจะต้องพัฒนาคุณภาพของการฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง เราต้องคิดสิ่งเดียวกับที่ประเทศคิด กังวลเรื่องเดียวกับที่ประเทศกังวลและนั่นก็จะทำให้ประเทศบรรลุเป้าหมายได้ มหาวิทยาลัยในจีนควรจะสำรวจเทคโนโลยีแนวหน้า พัฒนาศักพยภาพของนวัติกรรมและสนับสนุนให้เกิดวิธีคิดที่มีแต่ความใฝ่รู้เพื่อจะสามารถรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้ มหาวิทยาลัยควรจะเปิดกว้างที่จะร่วมมือกับหุ้นส่วนต่างประเทศเสมอ

สี จิ้นผิง Xi Jinping ประธานาธิบดีจีน
(Photo by Greg Bowker – Pool/Getty Images)

สิ่งที่ Xi Jinping พูด สอดคล้องกับแนวนโยบายของจีนที่จีนกำลังให้ความสำคัญลำดับต้นๆ ตามแผนนโยบายห้าปีที่เปิดเผยเมื่อเดือนที่ผ่านมา แผนนั้นให้ความสำคัญกับ 7 ภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการวิจัย, การพัฒนา AI, quantum, integrated circuits, วิทยาศาสตร์ด้านสมอง, ยีนและเทคโนโลยีชีวภาพ, ด้านการแพทย์, สาธารณสุข, โลก, ทะเล, อวกาศ, สำรวจขั้วโลก เป็นต้น

นโยบายที่จีนเน้นและให้ความสำคัญคือการพึ่งพาตนเองในเรื่องเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ถือเป็นยุทธศาสตร์หลักของจีน มหาวิทยาลัย Tsinghua ที่ Xi Jinping ได้ไปเยือนนี้ ไม่ได้สำคัญแค่เป็นสถานที่บ่มเพาะความรู้ของเขาเท่านั้น แต่ยังเป็นฐานอำนาจสำคัญของเขาในการเลือกใช้งานคนหรือบุคลากรที่เป็นผลผลิตจากมหาวิทยาลัยนี้ในการนำมาใช้งานเป็นมือสำคัญในตำแหน่งต่างๆ ด้วย

ยกตัวอย่าง Chen Xi อดีตเพื่อนร่วมชั้นเรียนของประธาน Xi ก็ใช้ชีวิตทำงานรับใช้มหาวิทยาลัยนี้มาราว 2 ทศวรรษแล้ว ตอนนี้ เขาเป็นหัวหน้าคณะกรรมการกลางของพรรคคอมมิวนิสต์จีน นอกจากนี้ Chen Jining นายกเทศมนตรีแห่งมหานครปักกิ่ง ก็เคยเป็นอดีตประธานมหาวิทยาลัยก่อนที่เข้ามาทำงานอยู่ในแวดวงการเมืองปี 2015 ขณะที่ด้าน Xinhua รายงานว่า การเยือนมหาวิทยาลัย Tsinghua ของ Xi Jinping นั้น สิ่งที่เขาเน้นย้ำคือ ต้องสร้างมหาวิทยาลัยระดับโลก เพื่อรับใช้ประเทศชาติให้ได้

ที่มา – SCMP, Xinhua 

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post Xi Jinping แนะมหา’ลัยจีน ควรผลิตนักคิดที่ซื่อสัตย์ ภักดีต่อพรรคคอมมิวนิสต์ first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/xi-jinping-says-universities-should-produce-thinker-loyal-to-communist-party/