คลังเก็บป้ายกำกับ: กูเกิล

กูเกิ้ลเตรียมจะลบข้อมูลการใช้งานของผู้ใช้ ผ่านฟีเจอร์ลบข้อมูลแบบอัตโนมัติ

มีรายงานข่าวว่า ทางกูเกิ้ลเตรียมเริ่มระบบลบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้แบบอัตโนมัติ ซึ่งจะเปิดทำงานทันทีสำหรับบัญชีผู้ใช้ที่เพิ่งสมัครใหม่จากนี้ ขณะที่ผู้ใช้เดิมก่อนหน้าจะได้รับข้อความเตือนให้อัพเดตการตั้งค่าของตัวเอง

อ้างอิงจากรายงานข่าวดังกล่าว ระบุว่าข้อมูลที่เกี่ยวกับการใช้งานอย่างคำค้นหา, หน้าเว็บที่เข้าเยี่ยมชม, รวมทั้งข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งนั้นจะถูกลบออกโดยอัตโนมัติเมื่อมีอายุเกิน 18 เดือน

ขณะที่ข้อมูลการใช้งาน YouTube ที่รวมถึงประวัติการดู และเวลาที่ใช้บนแต่ละวิดีโอจะถูกลบหลังจากผ่านไป 36 เดือน ทั้งนี้ ปกติกูเกิ้ลจะใช้ข้อมูลเหล่านี้ไปนำเสนอแก่ลูกค้าที่จะลงโฆษณากับตัวเองเพื่อให้สามารถเลือกปรับแต่งกลุ่มเป้าหมายของโฆษณาได้อย่างแม่นยำ

ฟีเจอร์ลบข้อมูลการใช้งานอัตโนมัตินี้เปิดตัวมาก่อนหน้าแล้วตั้งแต่ปีที่ผ่านมา แต่ตอนนั้นผู้ใช้ต้องคอยเปิดการทำงานด้วยตัวเอง ครั้งนี้กูเกิ้ลอธิบายว่าเป็นการทำตามนโยบายลดการเก็บข้อมูลผู้ใช้ให้น้อยที่สุดเพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวให้มากที่สุด

ที่มา : ITProportal

from:https://www.enterpriseitpro.net/google-to-auto-delete-new-users-data/

Google หยุดรับพนักงานใหม่ชั่วคราว ส่วนคนที่ได้งานไปแล้ว ต่อรองให้เป็นสัญญาจ้าง

Google ประกาศชะลอการจ้างพนักงานใหม่ในปี 2020 โดยยกเลิกข้อเสนอการจ้างพนักงานชั่วคราวและสัญญาจ้าง เพื่อรับมือวิกฤตโควิดและพิษเศรษฐกิจ

Photo: Shutterstock

Google ชะลอการจ้างงานพนักงานชั่วคราวและสัญญาจ้างหลายพันตำแหน่ง

แม้ว่าในปี 2019 Google จะรับพนักงานใหม่เข้ามาในบริษัทกว่า 20,000 คน แถมเมื่อต้นปี 2020 Sundar Pichai ซีอีโอ Google ได้ประกาศไว้ว่า ทางบริษัทจะรับพนักงานในจำนวนเท่าเดิมเหมือนในปี 2019 แต่ท้ายที่สุด แผนที่วางไว้ต้องเปลี่ยน เพราะวิกฤตโควิดได้เข้ามาเล่นงานอย่างหนัก

เริ่มต้นจากเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา Google ทำการ ตัดลดงบประมาณพนักงาน เนื่องจากรายได้จากการโฆษณาของบริษัทลดลงอย่างมาก และจนถึงวันนี้ ผ่านมาเกือบครึ่งปี Google ก็รับพนักงานใหม่เข้ามาทำงานเพียง 4,000 คนเท่านั้น (เป้าหมายเดิมที่เคยวางไว้คือ 20,000 คนทั้งปี)

ไม่หมดแค่นั้น มีข้อมูลจากแหล่งข่าวภายใน Google ที่ได้ให้สัมภาษณ์กับ The NewYork Times แบบไม่ระบุตัวตนว่า ในปัจจุบันทาง Google กำลังพิจารณาเลิกจ้างพนักงานชั่วคราวและพนักงานสัญญาจ้างทั่วโลก โดยจะกระทบทั้งหมด 2,000 คน (Google มีพนักงานชั่วคราวและพนักงานสัญญาจ้างมากถึง 130,000 คนทั่วโลก ซึ่งมากกว่าพนักงานประจำที่มีเพียง 123,000 คนเท่านั้น)

นอกจากนั้น พนักงานใหม่บางส่วนที่รับเข้ามาในช่วงวิกฤตและได้เป็นพนักงานประจำ ทางบริษัทจะต่อรองให้เป็นพนักงานชั่วคราวหรือพนักงานสัญญาจ้างด้วย

ผลกระทบของผู้ถูกยกเลิกการจ้างงาน

จากเหตุการณ์ดังกล่าว แน่นอนว่า พนักงานหลายรายที่ถูกยกเลิกการเข้าทำงานกับ Google ต้องหางานใหม่ทดแทน แต่ในสภาวะที่ตลาดแรงงานกำลังฝืดเคือง ชาวอเมริกันหลายคนระบุว่า การที่ Google ยกเลิกข้อเสนอจ้างงานกลางคัน ส่งผลให้พวกเขาได้รับเงินที่รัฐจัดให้ผู้ว่างงานล่าช้าลง เพราะลาออกจากบริษัทเดิมด้วยความสมัครใจ

อย่างไรก็ตาม ทาง Google หวังว่าบริษัทจัดหางานอย่าง Accenture Cognizant หรือ Adecco จะสามารถหางานใหม่ให้กับพนักงานที่ถูกยกเลิกข้อเสนอจ้างงานได้

ที่มา : The New York Times

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/google-rescinds-offers-covid-19/

ซีอีโอ Google เขียนอีเมลถึงพนักงาน พร้อมแจกเงินคนละ 3 หมื่นบาท ซื้อโต๊ะ-เก้าอี้เพื่อ WFH

Google เตรียมแจกเงินพนักงานคนละ 1,000 ดอลลาร์ เพื่อนำไปซื้ออุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับ Work From Home

Google
Google Photo by Paweł Czerwiński on Unsplash

แจกเงินพนักงาน ซื้ออุปกรณ์จำเป็นเพื่อ Work From Home

Sundar Pichai ซีอีโอ Google เขียนอีเมลถึงพนักงานทั้งบริษัท โดยพูดถึงการเตรียมพร้อมของบริษัทเพื่อจะเปิดออฟฟิศอีกครั้ง (re-opening offices) ในหลายแห่งประเทศทั่วโลก หลังจากที่ต้องปิดไปเพราะวิกฤตโควิด

ซีอีโอ บอกว่า แผนการเปิดออฟฟิศอีกครั้งจะมี 2 ระยะ

  • ช่วงแรกจะทยอยเริ่มเปิดออฟฟิศอีกครั้งในบางพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 6 กรกฎาคมนี้เป็นต้นไป ซึ่งสิ่งสำคัญคือมาตรการป้องกันที่เข้มงวด เช่น ตรวจวัดอุณหภูมิ การทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงจำกัดการเข้าออฟฟิศของพนักงานไม่ให้เกิน 10% ของพนักงานในตึกนั้นๆ
  • ในระยะถัดไป หากสถานการณ์โรคระบาดดีขึ้น ในช่วงเดือนสิงหาคม ทางบริษัทจะทยอยเปิดออฟฟิศมากขึ้น จะขยายการจำกัดปริมาณพนักงานที่ต้องการเข้าออฟฟิศให้เป็น 30% แต่ยังคงคัดกรองพนักงานที่มีความจำเป็นต้องเข้าออฟฟิศจริงๆ เท่านั้น
Sundar Pichai
Sundar Pichai ซีอีโอ Google Photo: Google

ซีอีโอบอกด้วยว่า แม้ว่าออฟฟิศจะกลับมาเปิดอีกครั้ง แต่หากเป็นไปได้ ทางบริษัทต้องการให้พนักงานทำงานจากบ้านเพื่อความปลอดภัย และทั้งนี้ก็ไม่ปฏิเสธว่า “นวัตกรรมที่ยิ่งใหญ่” หลายอย่างของ Google เกิดขึ้นจากการทำงานร่วมกันในออฟฟิศ เพราะออฟฟิศสำหรับ Google ไม่ได้เป็นเพียงแค่สำนักงาน หากแต่คือพื้นที่แห่งการร่วมมือและชุมชนที่สร้างสรรค์

ในอีเมลของซีอีโอระบุด้วยว่า เพื่อเป็นการช่วยเหลือพนักงานให้ทำงานจากบ้านได้อย่างราบรื่น ทาง Google จะแจกเงินพนักงานทุกคน เป็นจำนวนเงินคนละ 1,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 31,860 บาท) เพื่อนำไปซื้อโต๊ะ เก้าอี้ อุปกรณ์ที่จำเป็น หรือแม้แต่เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ที่จำเป็นสำหรับ Work From Home

ที่มา – Google

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/ceo-google-working-from-home-and-the-office/

กูเกิ้ลจัดตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจาก COVID-19

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมานั้น จำนวนผู้ที่ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าในสหรัฐเพิ่มขึ้นเป็น 647 ราย ซึ่งในจำนวนนี้มี 25 รายที่เสียชีวิตแล้ว ถือว่าเชื้อ COVID-19 แพร่กระจายไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว จนธุรกิจทั่วทุกมุมโลกจำเป็นต้องหามาตรการรองรับ

เพื่อป้องกันผลกระทบจากไวรัสที่มากขึ้นกว่า ทำให้เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา Sundar Pichai ซีอีโอของกูเกิ้ลได้ออกมาโพสต์บล็อกว่าบริษัทได้จัดตั้งทีมงานที่คอยตอบสนองต่อเหตุการณ์แบบ 24 ชั่วโมงเพื่อที่จะ “ทันต่อการอัพเดทของ WHO”

นอกจากนี้ เหล่าผู้บริหารของบริษัทยังประชุมวันต่อวันเพื่อตัดสินใจเรื่องสำคัญภายในสำนักงานของตัวเองให้สัมพันธ์กับสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสด้วย รวมไปถึงมีทำหนังสือเวียนไปยังพนักงานของตัวเอง แนะนำให้สำนักงานบางแห่งทำงานจากระยะไกลแทน

ล่าสุด ทางกูเกิ้ลได้ขยายความครอบคลุมของคำแนะนำดังกล่าวไปยังภูมิภาคอเมริกาเหนือด้วย รวมทั้งเหล่าผู้ให้บริการด้านไอทีได้จับมือกับยักษ์ใหญ่ด้านเสิร์ชเอนจิ้นรายนี้เพื่อก่อตั้งกองทุน COVID-19 เพื่อให้ความช่วยเหลือพนักงานชั่วคราวและคู่ค้าของตนเอง

ที่มา : CB

from:https://www.enterpriseitpro.net/google-establishes-a-covid-19-fund/

Amazon และ Google เข้มงวดเรื่องการเดินทางของพนักงาน จากปัญหาไวรัสโคโรน่า

Amazon ได้แนะนำพนักงานให้หลีกเลี่ยงการเดินทางทุกอย่างที่ไม่จำเป็น แม้แต่ภายในสหรัฐฯ เอง ด้วยเหตุภาวะไวรัสโคโรน่าระบาด ส่วนทางกูเกิ้ลก็ได้กำกับควบคุมการเดินทางของพนักงานทั่วโลก รวมทั้งออกมายืนยันด้วยว่ามีพนักงานในสำนักงานเมืองซูริก ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ที่ติดเชื้อแล้วด้วย

โดยโฆษกของกูเกิ้ลให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว CRN ว่า “เราสามารถยืนยันได้ว่ามีพนักงานหนึ่งท่านจากออฟฟิศเมืองซูริค ที่ได้รับการวินิจฉัยว่ามีเชื้อไวรัสโคโรน่า ซึ่งก่อนหน้านั้นได้ทำงานอยู่ในสำนักงานเมืองซูริคในช่วงเวลาจำกัดก่อนที่จะมีอาการ ทางบริษัทได้พยายามใช้ทุกมาตรการที่จำเป็นในการทำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่สาธารณสุข และเน้นย้ำว่าทางกูเกิ้ลให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพและความปลอดภัยของทุกคนเป็นอันดับแรก”

ทั้งนี้สำนักงานกูเกิ้ลในซูริก และสำนักงานอื่นๆ ทั่วโลกยังเปิดทำการอยู่ แต่บริษัทจะคอยประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ช่องทางหลักที่ไวรัสโคโรน่าหรือ COVID-19 จะแพร่เชื้อคือ การติดเชื้อผ่านหยดสารคัดหลังในระบบทางเดินหายใจที่มาจากการที่ผู้ติดเชื้อไอหรือจาม อ้างอิงตามแหล่งข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (WHO) ที่ระบุไว้ว่า “ความเสี่ยงของการติดเชื้อ COVID-19 จากบุคคลที่ไม่แสดงอาการนั้นมีความเป็นไปได้ต่ำมาก”

อย่างไรก็ตาม ผู้ติดเชื้อ COVID-19 หลายคนมีอาการไม่รุนแรง โดยเฉพาะกลุ่มที่เพิ่งเข้าสู่ระยะแรกของโรค จึงเป็นไปได้ว่า อาจมีการติดเชื้อ COVID-19 จากบุคคลที่มีอาการแค่ไอเล็กน้อยโดยไม่พบอาการป่วยอย่างเห็นได้ชัด” นอกจากนี้ทางกูเกิ้ลยังออกมายืนยันว่ามีการสั่งห้ามพนักงานเดินทางไปอิหร่าน อิตาลี ญี่ปุ่น และประเทศเกาหลีใต้ด้วย

ที่มา : CRN

from:https://www.enterpriseitpro.net/amazon-google-further-restrict-employee-travel-due-to-coronavirus/

กูเกิ้ลบอก Microsoft Edge ไม่ปลอดภัย – แต่ไม่ให้เหตุผล?

จากกรณีที่เหมือนเว็บสโตร์ของ Google ไม่เป็นมิตรกับบราวเซอร์ตัวใหม่ล่าสุดของไมโครซอฟท์เท่าไร จนทำให้ไมโครซอฟท์ออกอาการไม่พอใจนั้น ทางสำนักข่าว ZDNet ได้สัมภาษณ์เปิดใจทั้งสองบริษัทไว้ดังนี้

เริ่มจากฝั่งของกูเกิ้ล ที่ก่อนหน้านี้แอพสโตร์ของตัวเองเคยมีภาพลักษณ์ของความไม่ปลอดภัยมากกว่าอีกฝั่งด้วยซ้ำ แต่ล่าสุดกลับพยายามส่งสัญญาณเตือนให้ผู้ที่เข้ามา Chrome Web Store ผ่านบราวเซอร์ Edge ตัวใหม่ ให้ทบทวนการใช้บราวเซอร์ของตัวเองด้วยป๊อบอัพที่มีข้อความว่า “Google recommends switching to Chrome to use extensions securely,” จนสร้างความสับสนแก่ผู้ใช้จริงๆ เอ๊ะบราวเซอร์ใหม่ของตัวเองไม่ปลอดภัยจริงหรือ

ทั้งๆ ที่ทาง ZDNet ได้ทดลองใช้ Edge แล้วพบว่าทั้งทำงานเร็วกว่า และเป็นมิตรกับผู้ใช้ด้านการรักษาความเป็นส่วนตัวมากกว่าของกูเกิ้ลด้วยซ้ำ แทบไม่เห็นจุดไหนที่มองว่าไม่ปลอดภัยเลย แล้วทำไมกูเกิ้ลถึงออกอาการเป็นห่วงแทนผู้ใช้ด้วย

ที่ร้ายแรงกว่านั้น ทาง Techdows มีรายงานออกมาว่ากูเกิ้ลยังพยายามแสดงการแจ้งเตือนผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ตัวเองอย่าง Google Docs, Google News, และ Google Translate ด้วยข้อความทำนองว่า อย่าใช้งานคู่กับ Edge ด้วย

ทำให้ยิ่งคิดได้ว่าคู่แข่งของไมโครซอฟท์รายนี้ไม่มีน้ำใจนักกีฬาเอาเสียเลย ทั้งๆ ที่ Edge ใหม่นี้พัฒนาจากแพลตฟอร์ม Chromium ที่เป็นของกูเกิ้ลเองด้วยซ้ำ จนทำให้ทาง ZDNet อยากจะหันมาใช้ Bing ของไมโครซอฟท์แทนกูเกิ้ล

แต่ล่าสุดสำนักข่าว PC World กลับรายงานการตอบโต้กลับของไมโครซอฟท์ ด้วยการแจ้งเตือนผู้ใช้ Edge ที่เปิดเข้า Chrome Web Store เพื่อมองหาเอ็กซ์เทนชั่นว่า “เอ็กซ์เทนชั่นที่ติดตั้งจากแหล่งอื่นนอกจากไมโครซอฟท์นั้น ยังไม่ได้รับการตรวจสอบความถูกต้อง และอาจกระทบกับประสิทธิภาพการทำงานของตัวบราวเซอร์ได้” ทีนี้เราจะเชื่อข้อมูลจากฝั่งไหนดี ทาง ZDNet จึงเริ่มติดต่อกับทั้งสองยักษ์ใหญ่ แต่ช่วงแรกก็ไม่ได้รับการติดต่อกลับจากทั้งคู่

ต่อมาทางขณะที่ทางกูเกิ้ลยังไม่มีการตอบกลับ แต่ทางไมโครซอฟท์ส่งข้อความมาบอกว่าจะไม่มีการให้สัมภาษณ์หรือประกาศเป็นทางการเกี่ยวกับคำถามนี้ จริงๆ ทาง ZDNet มองว่าสุดท้ายกูเกิ้ลน่าจะถอยตัวเองออกมาด้วยซ้ำ

ด้วยเหตุที่กระแสความเห็นจากคนส่วนใหญ่มอง Edge ในทิศทางบวก และมีเรื่องที่น่าแปลกใจคือ กูเกิ้ลก็ไม่ได้แสดงข้อความแจ้งเตือนที่น่ากลัวแบบเดียวกันนี้กับผู้ใช้บราวเซอร์เจ้าอื่นอย่างเช่น Opera ด้วยซ้ำ เมื่อมองเหตุผลทางฝั่งไมโครซอฟท์แล้ว

ก็ค่อนข้างสมเหตุสมผลที่ไมโครซอฟท์จะไม่มีเวลามานั่งตรวจสอบความถูกต้องของเอ็กซ์เทนชั่นที่มาจากแหล่งอื่นนอกเหนือจากบนเว็บไซต์แอดออนของ Microsoft Edge เอง และไม่มีทางไปนั่งรู้ว่าบน Chrome Web Store แต่ละวันจะมีอะไรใหม่โผล่ออกมาด้วย

ที่มา : ZDNet

from:https://www.enterpriseitpro.net/google-says-microsoft-edge-isnt-secure/

Google ตลบหลังทรัมป์ สานสัมพันธ์ Huawei

 

ภายหลังการถูกแบนจากรัฐบาลสหรัฐฯ ล่าสุดนั้น Huawei ได้พันธมิตรมาแบบไม่คาดคิด เมื่อทาง Google กำลังพยายามขอใบอนุญาตจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกาเพื่อดำเนินธุรกิจกับ Huawei ซึ่งจะทำให้บริการของ Google ในมือถือ Huawei นั้นกลับคืนมา

credit: notebookcheck

หลังจากที่รัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศห้ามขายสมาร์ทโฟน Huawei ในอเมริกาเมื่อปีที่แล้วนั้น ขณะนี้ทางรัฐบาลก็กำลังพยายามบังคับให้ TSMC ตัดทรัพยากรสำหรับ Huawei ในขณะที่บริษัทอื่น ๆ ในสหรัฐอเมริกาส่วนใหญ่ก็ไม่สามรถร่วมการค้ากับ Huawei ได้โดยไม่มีใบอนุญาต ทำให้ Huawei ไม่สามารถเข้าถึงบริการทางมือถือของ Google (GMS) รวมถึง Play Store, Gmail, Maps และ YouTube บนอุปกรณ์มือถือของตนและ Google เองก็ไม่พอใจกับสถานการณ์เช่นนี้

ใบอนุญาตของ Google นั้นได้ครอบคลุมไปถึงสมาร์ทโฟนของ Huawei ในช่วงปลายปี 2019 แต่สมาร์ทโฟน Huawei 2020 ทั้งหมด เช่น Mate 30 และ Mate X  (ซึ่งยังไม่พร้อมให้บริการในสหรัฐฯ) ก็มีฟีเจอร์ Android OS และ AppGallery ซึ่งไม่ให้การสนับสนุนแอพยอดนิยม เช่น Facebook, Twitter, WhatsApp, Instagram, Uber, Netflix, Amazon, Spotify ฯลฯ

เป็นความจริงที่ Google เคยกล่าวในก่อนหน้านี้ว่าการปิดกั้น Gmail และ Youtube บนอุปกรณ์ Huawei อาจทำให้เกิดความเสี่ยงด้านความปลอดภัย แม้ทาง Huawei จะสามารถออกใบอนุญาต Android บนอุปกรณ์มือถือเองได้ แต่ทาง Google ยังต้องการที่จะสานสัมพันธ์ทางธุรกิจกับ Huawei ต่อไป ทำให้ในขณะนี้ Google กำลังพยายามขอใบอนุญาตจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกา

ความพยายามครั้งนี้ทำให้ Google มีโอกาสที่จะได้รับความนิยมน้อยลง เนื่องมาจากรัฐบาลสหรัฐฯ ยังคงกล่าวหาว่า Huawei เป็นผู้สมคบคิดและขโมยความลับทางการค้าผ่านอุปกรณ์ อย่างไรก็ตามทางMicrosoft เองก็ได้รับใบอนุญาตให้บริการในแล็ปท็อป MateBook 13 และ MateBook X Pro ของ Huawei ในเดือนธันวาคม 2019 ซึ่งก็เป็นแบบอย่างให้ทาง Google สานสัมพันธ์กับ Huawei ดังนั้นหากการขออนุญาตครั้งนี้สำเร็จ Google จะช่วยให้ Huawei สามารถกู้คืนการเข้าถึงชุด GMS ได้ทันทีบนอุปกรณ์ทั้งหมดที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งนี้

 

ที่มา: Notebookcheck

 

from:https://notebookspec.com/google-wants-to-relate-with-huawei/511873/

Google จับมือ AirAsia ออกหลักสูตรพัฒนาคนในองค์กร เสริมทักษะด้านเทคโนโลยีเชิงลึก

ทั้ง Google และ AirAsia ต้องการ upskill ให้กับพนักงาน เพื่ออยู่รอดได้ในโลกการทำงานในอนาคต

พัฒนาทักษะ เพื่อพร้อมทำงานในโลกอนาคต

Google Cloud ร่วมมือกับ AirAsia ส่งหลักสูตรพัฒนาพนักงานในองค์กรที่ชื่อว่า “AirAsia Google Cloud Academy” โดยมีจุดประสงค์ในการพัฒนาทักษะใหม่ๆ ให้กับพนักงานเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับโลกการทำงานในอนาคตที่จะ Disruption แรงขึ้นเรื่อยๆ

วิชาที่จะสอนพนักงานมีตั้งแต่เรื่อง Digital Marketing ไปจนถึงความรู้เชิงลึกสายเทคโนโลยีอย่าง Software Engineering และการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานของเทคโนโลยี (Tech Infrastructure Design)

Tim Synan ผู้บริหารของ Google Cloud ฝั่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บอกว่า หนึ่งในเป้าหมายของโครงการนี้คือการ upskill ให้กับพนักงานของ AirAsia ทั้งในด้านความรู้เรื่องเทคโนโลยีของ Google Cloud ไปจนถึงการพัฒนาทักษะความรู้เชิงลึกในด้านคลาวด์อย่าง Kubernetes, Smart Analytics, Cloud AI และอีกมากมายหลายอย่าง แต่ที่สำคัญคือหากจบหลักสูตรการเรียนจะได้ใบรับรองจาก Google ติดตัวไปด้วย

ส่วน Aireen Omar ประธานของ AirAsia Group ระบุว่า การจัดหลักสูตรนี้ขึ้นมาพัฒนาคนในองค์กรเป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะวางรากฐานไปสู่การทำงานในโลกอนาคตซึ่งจะเกิดการเปลี่ยนแปลงของการทำงานขนานใหญ่ และเนื่องจากในอีก 3 ปีหลังจากนี้จะมีหลายตำแหน่งงานที่ไม่จำเป็น แน่นอนว่าจะมีพนักงานที่ต้องตกงาน ดังนั้นโครงการนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญของพนักงานที่จะได้ upskill และ reskill เพื่อพร้อมเข้าสู่โลกการทำงานที่มีเศรษฐกิจดิจิทัลเป็นตัวขับเคลื่อน

อย่างไรก็ตาม Google กับ AirAsia จับมือร่วมทำงานด้วยกันมาตั้งแต่ปี 2018 แล้ว โดยตอนนั้นนำเอา Machine Learning ของ Google เข้ามาใช้งานเพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพด้านดิจิทัลของ AirAsia

ที่มา – CNBC, Nikkei Asian Review

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/google-x-air-asia-tech-academy/

มัลแวร์แบบใหม่ปล่อยโทรจันจากระยะไกล ขโมยข้อมูลบน Chrome และ Firefox

นักวิจัยค้นพบขบวนการโจมตีด้วยมัลแวร์รูปแบบใหม่ที่มีการปล่อยโทรจันเข้าถึงจากระยะไกลหรือ RAT สองตัวที่แตกต่างกันลงบนระบบวินโดวส์เป้าหมาย เพื่อจารกรรมข้อมูลความลับบนเว็บบราวเซอร์ชื่อดังอย่าง Chrome และ Firefox

โดยตัวอย่างที่ถูกค้นพบโดยนักวิจัยจาก Fortinet ได้ปล่อยมัลแวร์ RevengeRAT และ WSHRAT ซึ่งมีฟีเจอร์ในการปั่นโค้ดที่หลากหลาย รวมทั้งมีสารพัดกรรมวิธีเพื่อเอาชีวิตรอดบนเครื่องเหยื่อ อย่างตัว RevengeRAT ที่ติดเชื้อโดยใช้เทคนิคที่ซับซ้อนหลายขั้น

โดยเมื่อเปิดตัวอย่างไฟล์อันตรายดูแล้ว จะพบโค้ดจาวาสคริปต์ที่มีข้อมูลเข้ารหัสอยู่ พอถอดรหัสออกมาก็จะพบโค้ดในรูปของ VBScript อีกทีหนึ่งที่จะทำหน้าที่ปล่อยมัลแวร์ขั้นต่อไป ตัวปล่อยนี้จะดาวน์โหลดตัวโหลดไฟล์อันตรายอีกชั้นหนึ่งจากเว็บภายนอก

ไฟล์ที่ดาวน์โหลดมาก็อยู่ในรูปโค้ดที่ปั่นเอาไว้เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับ ถ้าดาวน์โหลดสคริปต์นี้สำเร็จก็จะมีการเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ควบคุมเพื่อดาวน์โหลดไฟล์สคริปต์ “Microsoft.vbs”เก็บไว้ในโฟลเดอร์ %TEMP% อีกทอดหนึ่ง เป็นต้น

ที่มา : GBHackers

from:https://www.enterpriseitpro.net/new-malware-to-steal-chrome-firefox-browsers-data/

กูเกิ้ลเปิดตัวเราท์เตอร์ Mesh ตัวล่าสุด Nest Wi-Fi

กูเกิ้ลได้เข้าสู่เวทีตลาดเน็ตเวิร์กอีกครั้งด้วยเราท์เตอร์ Wi-Fi แบบ Mesh รุ่นล่าสุดในชื่อ Nest Wi-Fi ซึ่งอุปกรณ์นี้ถือเป็นรุ่นที่พัฒนาต่อมาจาก Google Wi-Fi ที่เคยเปิดตัวเมื่อปี 2016 โดยตัวล่าสุดนี้มีความสามารถเหนือชั้นกว่ารุ่นก่อนหน้ามาก

โดยให้ความเร็วได้มากกว่าเดิมถึงสองเท่า และบริเวณครอบคลุมสัญญาณเพิ่มขึ้น 25% ชุด Nest Wi-Fi นี้ประกอบด้วยเราท์เตอร์ที่เสียบเข้ากับโมเด็มของคุณในฐานะที่เรียกชื่อว่า Nets Wi-Fi Point ที่สามารถครอบคลุมสัญญาณได้ทั่วทั้งบ้าน

ทางกูเกิ้ลระบุว่าแค่เราท์เตอร์และพอยต์หนึ่งจุดก็เพียงพอในการปล่อยสัญญาณครอบคลุมทั่วบ้านคิดเป็นกว่า 85% ของบ้านในสหรัฐฯ ทั้งหมดแล้ว และถ้าคุณกำลังใช้ Google Wi-Fi อยู่ ก็สามารถนำ Nest นี้มาใช้กับเน็ตเวิร์กที่มีอยู่ได้ด้วย

คุณสามารถใช้แอพ Google Home จัดการเครือข่ายได้เหมือนเดิม ซึ่งแอพนี้ยังช่วยคุณได้อีกหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นการแชร์รหัสผ่าน Wi-Fi กับแขกของคุณ, ตั้งค่าลำดับความสำคัญของอุปกรณ์, ทดสอบความเร็ว, สร้างเน็ตเวิร์ก Guest, รวมทั้งใช้จัดการเครือข่ายและบ้านหลายหลังได้พร้อมกัน

ที่มา : CIOBulletin

from:https://www.enterpriseitpro.net/google-introduces-nest-wi-fi-mesh-router/