คลังเก็บป้ายกำกับ: กรมสรรพากร

[วิเคราะห์] เมื่อสรรพากรเริ่มเก็บภาษีดอกเบี้ยเงินฝาก ประชาชนต้องเตรียมตัวอย่างไร?

ข่าวล่าสุดเมื่อกรมสรรพากรจะสั่งเก็บภาษีดอกเบี้ยเงินฝาก 15% ไม่ว่าจะได้ดอกเบี้ยมาเท่าไร ว่าแต่ทำไมสรรพากรต้องเร่งเก็บภาษีรายย่อยในช่วงนี้ และใครจะได้รับผลกระทบบ้าง

ภาพจาก Shutterstock

เมื่อกรมสรรพากร (ภายใต้สังกัดกระทรวงการคลัง) ประกาศว่า จะปรับเกณฑ์การเก็บภาษีดอกเบี้ยเงินฝากจากเดิมหากประชาชน 1คนได้ดอกเบี้ยเงินฝากไม่ถึง 20,000 บาทไม่ต้องเสียภาษีดอกเบี้ยเงินฝาก 15% แต่หลังจาก 15 พ.ค.2562 นี้ จะเก็บภาษี 15% ของดอกเบี้ยเงินฝากจากประชาชนตั้งแต่บาทแรก โดยมีข้อยกเว้นไม่เก็บภาษีดอกเบี้ยเงินฝาก (เฉพาะคนที่ได้ดอกเบี้ยเงินฝากไม่เกิน 20,000 บาท) หากยินยอมให้ธนาคารส่งข้อมูลดอกเบี้ยเงินฝากในกับกรมสรรพากร

ทั้งนี้หากมีเงินฝาก 1.4 ล้านบาท และได้รับดอกเบี้ย 1.7%ต่อปี จะได้ดอกเบี้ยเงินฝากเกิน 20,000 บาท หรือดอกเบี้ยออมทรัพย์ธรรมดาหากฝากเงิน 4 ล้านบาท และได้ดอกเบี้ย 0.5%ต่อปี จะได้ดอกเบี้ยเงินฝากเกินเกณฑ์

ปิ่นสาย สุรัสวดี โฆษกกรมสรรพากร บอกว่า ตามกฎหมายไทยคือหนึ่งคนไม่ว่าจะมีกี่บัญชี ถ้ารวมแล้วได้รับดอกเบี้ยไม่เกิน 20,000 บาทสามารถยกเว้นไม่เสียภาษีได้ แต่สาเหตุที่กรมสรรพากรต้องปรับเกณฑ์เก็บภาษีดอกเบี้ยเงินฝากใหม่เพราะปัจจุบันระบบธนาคารยังไม่เชื่อมโยงข้อมูลกันทั้งหมด ทำให้ข้อมูลอาจคลาดเคลื่อนและเกิดปัญหาคนเปิดหลายบัญชี หลายสาขาธนาคารเพื่อกระจายเงินฝากไม่ให้เสียภาษี

“ที่ผ่านมามีคนที่ฝากเงินกับธนาคารเมื่อบัญชีนั้นกำลังจะได้ดอกเบี้ยเกิน 20,000 บาท ก็จะปิดบัญชีเก่าแล้วเปิดบัญชีใหม่ เพื่อให้ดอกเบี้ยที่ได้มาไม่ได้เสียภาษีดอกเบี้ยเงินฝาก ซึ่งการหลบเลี่ยงแบบนี้ถือว่าผิดกฎหมาย”

ภาพจาก Pixabay

ใครได้รับผลกระทบจากการเก็บภาษีนี้บ้าง?

นริศ สถาผลเดชา เจ้าหน้าที่บริหาร ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี ธนาคารทหารไทย (TMB Analytics) บอกว่าการเก็บภาษีดอกเบี้ยเงินฝากน่าจะไม่กระทบคนส่วนใหญ่เพราะในประเทศไทยปัจจุบันคนที่มีเงินฝากต่ำกว่า 50,000 บาท มีอยู่ประมาณ 79.66 ล้านบัญชี แต่จะส่งผลกระทบต่อคนที่มีเงินฝากในบัญชีธนาคารจำนวนมาก

“เรามองว่าการออกเกณฑ์ใหม่ของกรมสรรพากรทำเพื่ออุดช่องโหว่ทางกฎหมาย เช่น การฝากเงินได้ดอกเบี้ยเกิน 20,000 บาทต้องเสียภาษี จะเวียนเปิดบัญชีใหม่เหมือนก่อนหน้านี้ไม่ได้แล้ว ดังนั้นหลังจากนี้ส่ิงที่จะเกิดขึ้นคือ ธนาคารจะส่งหนังสือแสดงความจำนงให้ยินยอมส่งข้อมูลดอกเบี้ยเงินฝาก (ของลูกค้า) ให้สรรพากร” 

ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า ประเทศไทยปัจจุบันมีบัญชีรายย่อยที่มีเงินฝากตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป จำนวน 1.1 ล้านบัญชี จากจำนวนบัญชีทั้งหมดที่ 91 ล้านบัญชี

ทั้งนี้การเปลี่ยนเกณฑ์เก็บภาษีดอกเบี้ยเงินฝาก อาจก่อให้เกิดพฤติกรรม Search for yelid (แสวงหาผลตอบแทนที่สูงขึ้น) อย่างต่อเนื่อง และอาจก่อให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมา เช่น ทั้งคนหันไปลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้นโดยไม่มีความรู้ความเข้าใจ ที่ผ่านมาในไทยมีปัญหาจากแชร์ลูกโซ่ Forex หรือการลงทุนที่ผลตอบแทนสูง แต่ผู้ลงทุนไม่เข้าใจความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจำนวนมาก อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเงินของประเทศได้ (ปัญหาที่ธปท.กังวลมาตลอด)

ภาพจาก Shutterstock

ปีนี้สรรพากรจะออกกฎหมายเก็บภาษีประชาชนเรื่องใดบ้าง?

วันที่ 21 มี.ค. 2562 กรมสรรพากรออกประกาศให้ธนาคารพาณิชย์ต้องส่งข้อมูลประชาชนที่ทำธุรกรรมผ่านอิเล็กทรอนิกส์ให้สรรพากรเพื่อตรวจสอบนำสู่การเก็บภาษี ใน 2 เงื่อนไข ได้แก่

  1. ฝากเงินหรือรับโอนรวมกันปีละ 3,000 ครั้ง (หรือถ้าคิดแบบเฉลี่ยจะตกวันละ 8.2 ครั้ง ในกรณีที่ใช้ทุกวัน ทั้งปี)
  2. ฝากเงินหรือรับโอนรวมกันปีละ 400 ครั้ง (มีการปรับเปลี่ยนในที่ประชุม สนช. จากยอดเดิมคือ 200 ครั้ง) แต่ยอดรวมยังคงเดิม คือเริ่มต้นที่ 2,000,000 บาทขึ้นไป

ทั้งนี้มองว่ากรมสรรพากรออกกฎหมายเร็วเกินไป จากปัจจุบันที่ไทยพยายามก้าวเข้าสู่สังคมไม่ใช้เงินสด (Cashless Society) และประชาชนบางเพิ่งจะคุ้นเคยกับระบบพร้อมเพย์ หรือการโอนเงินผ่านช่องทางดิจิทัลที่ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม ซึ่งบังคับให้ธนาคารส่งข้อมูลธุรกรรมลูกค้าให้กรมสรรพากรอาจทำให้ประชาชนทำธุรกรรมผ่านช่องทางดิจิทัลลดลง

และก่อนปลายปี 2562 นี้ (ช่วงเดือนก.ย.- ต.ค.) คาดว่ากรมสรรพากรจะออกเกณฑ์เก็บภาษีกองทุนตราสารหนี้ กรมสรรพากรคาดว่าจะเก็บรายได้ส่วนนี้ถึง 1,500-1,600 ล้านบาท ดังนั้นเมื่อกองทุนรวมเข้าซื้อพันธบัตร หรือหุ้นกู้ และได้รับดอกเบี้ยเป็นผลตอบแทนจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% ของดอกเบี้ยที่กองทุนจะได้รับ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อประชาชนที่ซื้อกองทุนตราสารหนี้จะได้รับผลตอบแทนลดลง

เกณฑ์ใหม่ที่ออกมาอาจส่งผลกระทบให้การซื้อขายในตลาดกองทุนตราสารหนี้ลดลง จากปัจจุบันขนาดกองทุนรวมตราสารหนี้อยู่ที่ 2.5 ล้านล้านบาท (นับรวมกองทุน FIF แล้ว) ขนาดพันธบัตรทั้งหมดอยู่ที่ 13 ล้านล้านบาท

ทั้งนี้การออกเกณฑ์เก็บภาษีของกรมสรรพากรควรมองภาพรวมของประเทศไทย หากการเก็บภาษีจากประชาชนหลักพันล้านบาท แต่ต้องนำเงินของรัฐบาลไปอุดหนุนแก้ไขปัญหาอื่นๆ เพิ่มอาจไม่ได้ส่งผลดีต่อประเทศไทย

สรุป

เมื่อกรมสรรพากรจะเว้นภาษีให้ประชาชนที่ได้ดอกเบี้ยเงินฝากไม่ถึง 20,000 บาทต้องเปิดเผยข้อมูลดอกเบี้ยเงินฝากให้ประชาชน แต่หลายคนยังกังขาว่าการให้ข้อมูลกับกรมสรรพากรจะมีประโยชน์จริงหรือ ขณะเดียวกันการประกาศเก็บภาษีของสรรพากรอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ภาษีที่ดิน ภาษีดอกเบี้ยเงินฝาก และอีกสารพัด ชวนให้ประชาชนบางส่วนมองว่าเศรษฐกิจไทยไม่ดีจนกรมสรรพากรต้องมารีดเงินจากประชาชนเพิ่มขึ้น?

ที่มา ประชาชาติธุรกิจ, 1, ธนาคารแห่งประเทศไทย

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/tax-interest-deposit/

โฆษณา

กรมสรรพากร เตรียมใช้ AI แยกผู้เสียภาษีกลุ่มดีหรือกลุ่มเสี่ยง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ส่งเสริม e-Payment

กรมสรรพากรย้ำกฎหมาย e-Payment ส่งเสริมธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เตรียมใช้ AI แยกผู้เสียภาษีกลุ่มดีหรือกลุ่มเสี่ยง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างความเป็นธรรม

นายปิ่นสาย สุรัสวดี โฆษกกรมสรรพากร ได้กล่าวถึง ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร เพื่อรองรับระบบภาษีและเอกสารธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (National e-Payment Master Plan) ว่าทางกรมยืนยันว่าการยกร่างแก้ไขกฎหมาย ได้ผ่านการพิจารณาจากคณะรัฐมนตรี สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างรอบคอบ ไม่ได้เป็นการแก้ไขกฎหมายที่กระทบต่อสิทธิ เสรีภาพของประชาชนที่เกินกว่าเหตุ เป็นการใช้สิทธิที่ชอบเพื่อประโยชน์สาธารณะ

โดยการแก้ไขกฎหมายมีวัตถุประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เสียภาษี เป็นส่วนหนึ่งของแผนของกรมที่จะเดินหน้าเรื่องอิเล็กทรอนิกส์อย่างเต็มรูปแบบ สาระสำคัญคือ จะช่วยให้การเสียภาษี หัก ณ ที่จ่าย ในอัตรา 3% ซึ่งจากเดิมผู้เสียภาษีจะต้องเตรียมเอกสารมายื่นต่อกรมเอง แต่สถาบันการเงินจะหักภาษีและเป็นผู้ยื่นให้กรมสรรพากรแทนทั้งหมด รวมทั้งกฎหมายใหม่ จะเป็นการรองรับระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิสก์ในการยื่นเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ของผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มจากเดิมที่ต้องยื่นเอกสารเป็นกระดาษ ก็จะเปลี่ยนเป็นระบบอิเล็กทรอนิสก์แทน

ส่วนกรณีที่กฎหมายกำหนดให้สถาบันการเงินรวมถึง non-Bank ต้องแจ้งข้อมูลบัญชีที่รับเงินเข้าในข่ายที่เป็นธุรกรรมพิเศษ ประกอบด้วย 1.การฝากหรือรับโอนเงินทุกบัญชีรวมกันตั้งแต่ 3,000 ครั้งต่อปีต่อธนาคาร และ 2. การฝากหรือรับโอนเงินทุกบัญชีรวมกันตั้งแต่ 400 ครั้งต่อปีต่อธนาคาร และยอดรวมของการรับฝากตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไปนั้น กรมฯ ยืนยันว่าเป็นการส่งข้อมูลเท่านั้น ไม่ได้เอาไปตรวจสอบเรียกเก็บภาษี เพราะไม่ใช่ว่าจะตรวจสอบง่ายๆ กรมต้องการเฉพาะข้อมูลเพื่อไปทำการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้เสียภาษี กลุ่มผู้เสียภาษี เพื่อทำแผนปรับปรุงประสิทธิภาพจัดเก็บต่อไป

“กรมไม่ได้มีเจตนาแก้ไขกฎหมายโดยมุ่งไปตรวจสอบใคร ธนาคารมีหน้าที่ส่งข้อมูลมาให้กรม และข้อมูลทุกอย่างจะอยู่ในระบบ ไม่มีเจ้าหน้าที่กรมคนไหนได้เห็นข้อมูลที่ส่งมา จะส่งมาเฉพาะ ชื่อ นามสกุล จำนวนครั้งที่ฝากโอน และวงเงินที่ได้รับเท่านั้น” นายปิ่นสาย กล่าว

ส่วนกรณีที่กังวลว่าจะไปเรียกเก็บภาษีจากกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ และกลุ่มเอสเอ็มอีหรือไม่นั้น กรมยืนยันว่าการแก้ไขกฎหมาย ไม่ได้มีเจตนาโดยตรงที่จะเข้าไปจัดเก็บ ซึ่งตามประมวลรัษฎากร หากกลุ่มผู้ค้าดังกล่าว มีรายได้ถึงเกณฑ์ ก็ต้องยื่นแบบเสียภาษีอยู่แล้ว ไม่ได้หมายความว่ามีการออกกฎหมายแล้วจะต้องเสียภาษี เพราะทุกคนมีหน้าที่เสียภาษีให้ถูกต้อง โดยตาม ประมวลรัษฎากร มาตรา 40 (2-8) กำหนดให้อาชีพอิสระต้องเสียภาษีเหมาจ่าย 0.5% ของรายได้ หรือนำรายได้ไปคูณด้วย 0.005 ซึ่งหากกลุ่มผู้ค้าออนไลน์มีรายได้ถึงเกณฑ์เข้าบัญชี 2 ล้านบาท ก็จะเสียภาษีแค่ 10,000 บาท
จากการแก้ไขกฎหมายจะทำให้กรมสามารถแยกข้อมูลผู้เสียภาษี รวมทั้งกลุ่มผู้ค้าออนไลน์ได้แม่นยำมากขึ้น โดยจะแยกเป็นกลุ่มดีและกลุ่มเสี่ยง ในกลุ่มดีที่เสียภาษีถูกต้อง ก็จะให้บริการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่วนกลุ่มเสี่ยงก็จะดูว่าเสี่ยงมากหรือเสี่ยงน้อย ในรายที่รายได้ถึงเกณฑ์แต่ไม่เคยมีการยื่นแบบเสียภาษีเลย กรมก็จะส่งหนังสือไปให้ยื่นแบบให้ถูกต้อง หรือ หากเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงมาก ก็จะต้องออกหนังสือเชิญมาพบ พูดคุย

นายปิ่นสาย กล่าวว่า กฎหมายจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในปี 2563 และจะมีผลต่อการยื่นแบบเสียภาษีในปี 2564 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขรายละเอียดในการดำเนินงาน เช่น จะไม่นับข้อมูลผู้ที่ฝาก โอน หรือถอนเงินเข้าบัญชีตัวเอง รวมทั้งการเปิดบัญชีครั้งแรก 2 ล้านบาท ก็จะไม่ให้ส่งข้อมูลเข้ามาที่กรม และการเปิดบัญชีร่วม ที่อยู่ระหว่างหาข้อสรุปว่า จะนับจำนวนที่บุคคลใด ทั้งนี้ เชื่อว่าการแก้ไขกฎหมายจะไม่กระทบกับคนส่วนใหญ่ ซึ่งจากข้อมูลพบว่า คนไทยมีรายได้เฉลี่ย 26,000 บาทต่อเดือน หรือประมาณ 4-5 แสนบาทต่อปี ซึ่งต่ำกว่า 2 ล้านบาท ไม่ต้องเข้าเกณฑ์เสียภาษีอยู่แล้ว

ที่มา – กรมสรรพากร ( Revenue Department )

from:http://www.flashfly.net/wp/239156

สรรพากรปวดหัว! ร้านค้าชวนซื้อของผ่านออนไลน์ให้ส่วนลด เลี่ยงภาษี!

เราจะเห็นวิธีใหม่ๆ ในการเลี่ยงภาษีของพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ในไทย ซึ่งล่าสุดทางกรมสรรพากรได้ออกมากล่าวถึงเรื่องนี้และเตรียมยกเครื่องการจัดเก็บรายได้ในส่วนนี้ใหม่ด้วย

ภาพโดย Dressformer (Own work) [CC BY-SA 3.0 (https://creativecommons.org/licenses/by-sa/3.0)%5D, via Wikimedia Commons

ประเทศไทยเป็นหนึ่งในหลายๆ ประเทศที่รัฐบาลกำลังปวดหัวกับเรื่องการจัดเก็บภาษีซื้อขายสินค้าออนไลน์กำลังสร้างความปวดหัวให้กับรัฐบาลหลายๆ ประเทศว่าควรจะเก็บที่อัตราไหนดี

ดูหน้าร้าน ซื้อออนไลน์สิ เรามีส่วนลดมากกว่านั้น

ช่วงที่ผ่านมาเราจะเห็นได้ว่าร้านค้าออนไลน์ในไทยมักจะมีการเปิดหน้าร้านไว้โชว์สินค้าที่ขายเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือของร้าน และถ้าเป็นร้านขายของแนวเสื้อผ้า รองเท้า ส่วนมากจะเป็นที่ไว้ลองสินค้าว่าเข้ากับผู้ซื้อหรือไม่

แน่นอนว่าการขายของหน้าร้านนั้นย่อมโดนภาษีแน่นอน พ่อค้าแม่ค้าบ้านเราใช้วิธีไม่ขายของหน้าร้านแล้วเน้นการขายออนไลน์ซึ่งบางร้านเน้นการให้ส่วนลดสำหรับการที่ไม่ซื้อหน้าร้าน ซึ่งบางร้านให้ส่วนต่างสูงถึง 40% เลยทีเดียว

โดยเทคนิคดังกล่าวสร้างความปวดหัวให้กับหน่วยงานเก็บภาษีอย่างกรมสรรพากร เพราะว่าการขายออนไลน์ถือว่าลำบากในการไล่ตรวจสอบเรื่องของการขายของทางกรมสรรพากรอย่างมาก

สรรพากรเตรียมยกเครื่องการเก็บ VAT ของ E-commerce

กรมสรรพากรประมาณว่ามีผู้ขายของออนไลน์อยู่ประมาณ 500,000 รายในประเทศไทย โดย 350,000 รายเป็นผู้ขายในประเทศ มูลค่าในของตลาด E-commerce นั้นเติบโตสูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งคาดว่าปีนี้การเติบโตจะสูงถึง 17% เลยทีเดียว

โดยกระทรวงการคลังเตรียมยกเครื่องภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับ E-commerce ใหม่ เช่นหากยอดขายเกินกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปีจะต้องมีการจดทะเบียนเสียมูลค่าเพิ่ม (VAT) โดยรวมไปถึงการซื้อขายสินค้าจากต่างประเทศด้วยเพื่อที่จะได้เกิดความเป็นธรรมกับผู้ขายในประเทศ

ล่าสุดนั้นเตรียมรวมไปถึงการยกเครื่องเรื่องภาษีมูลค่าเพิ่มใหม่ ที่เวลาซื้อของจากต่างประเทศบางรายการมักจะมีการแตกใบเสร็จ เพราะว่าหากซื้อของไม่เกิน 1,500 บาทจะไม่โดนภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งล่าสุดนั้นร่างภาษีนี้เตรียมเสนอนำเข้าประชุมคณะรัฐมนตรีเร็วๆ นี้

ปัญหาต่อไปคือทำยังไงพ่อค้าแม่ค้าถึงจะเข้าระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม?

ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ของกรมสรรพากรเช่นกัน อย่างที่ Brand Inside ได้เสนอไปเมื่อปีที่แล้วเกี่ยวกับภาษีของ E-commerce โดยเรื่องของภาษีกับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ถือว่าเป็นเรื่องยาขมเลยทีเดียว ซึ่งปัญหาหลังจากการออกภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับ E-commerce มาใช้แล้ว จะทำให้พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์มาใช้ช่องทางแบบถูกต้องนี้หรือไม่

ที่มาThaiPBS, Bangkok Post

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/online-shopping-exploit-taxes-revenue-department-says/

“e-Tax Invoice” มาแล้ว e-Commerce ไทยเตรียมใช้ได้ 1 มิถุนายนนี้

กรมสรรพากร และ ETDA ชวนธุรกิจ e-Commerce ไทยเตรียมตัว เพราะวันพรุ่งนี้ (1 มิถุนายน 2560) จะเป็นวันที่ใบกำกับภาษีรูปแบบใหม่อย่าง “e-Tax Invoice” มีกำหนดเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการแล้วนั่นเอง 

โดยอาจกล่าวได้ว่า “e-Tax Invoice” เกิดขึ้น เนื่องจากมีการร้องขอจากผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Commerce) และผู้ที่ออกใบเสร็จรับเงินและใบกำกับภาษีเป็นจำนวนมาก ประกอบกับหน่วยงานต่างๆ เช่น คณะทำงานระบบการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ในระดับผู้ประกอบการ (ทอป.) ของธนาคารแห่งประเทศไทยมีความประสงค์จะให้กรมสรรพากร ผลักดันให้มีการใช้ e-Receipt และ e-Tax Invoice ทดแทนการใช้กระดาษ รวมถึงการจัดทำมาตรฐานเอกสารสำคัญทางธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เช่น ใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษีออนไลน์ 

สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ ETDA และ กรมสรรพากร จึงได้ร่วมมือกันพัฒนา “e-Tax Invoice” ขึ้น และธุรกิจที่ปรับใช้จะได้รับประโยชน์หลายประการ เช่น เพิ่มความสะดวกในการทำธุรกรรม e-Commerce, ลดต้นทุนค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการพิมพ์ใบกำกับภาษีและใบรับ และ ประหยัดสถานที่จัดเก็บเอกสาร เป็นต้น

ขณะที่ในอีกด้านหนึ่ง “e-Tax Invoice” ยังหมายถึงการยกระดับความสามารถในการแข่งขัน ตลอดจนไม่ให้ประเทศคู่ค้ายกเป็นข้อกีดกันทางการค้าได้ แถมยังเป็นการเดินหน้าขานรับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาลอย่างเต็มที่อีกด้วย

โดย “e-Tax Invoice” ประกอบด้วยเอกสาร 6 ประเภท ดังนี้

สำหรับคุณสมบัติของผู้ยื่นคำร้องเพื่อใช้งานในระบบนี้ มีดังนี้

  1. เป็นบุคคลธรรมดาที่มีรายได้พึงประเมินไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อปีภาษี นับตั้งแต่ปีภาษี 2558 เป็นต้นมา หรือเป็นบริษัทจำกัดหรือห้างหุ้นส่วนจำกัดที่มีรายได้ต่อรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกิน 30 ล้านบาท ตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม 2558
  2. ต้องไม่เป็นผู้ประกอบการที่ได้รับอนุมัติหรืออยู่ระหว่างการพิจารณาอนุมัติให้จัดทํา ส่งมอบ และเก็บรักษาใบกํากับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ และใบรับอิเล็กทรอนิกส์ ตามระเบียบกรมสรรพากร ว่าด้วยการจัดทํา ส่งมอบ และเก็บรักษาใบกํากับภาษีอิเล็กทรอนิกส์และใบรับอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๕๕
  3. ไม่มีพฤติการณ์หลีกเลี่ยงภาษี และไม่มีประวัติการออกหรือใช้ใบกํากับภาษีปลอมหรือใบกํากับภาษีที่ออกโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

โดยนี่อาจเป็นหนึ่งในระบบที่ผู้ประกอบการ SME และ Startup ที่ต้องการออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิคส์ให้แก่ลูกค้าได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายรอคอยมานาน จากเดิมที่ระเบียบกรมสรรพากร พ.ศ. 2555 ได้อนุญาตให้แต่เฉพาะกิจการที่มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป และมีความน่าเชื่อถือสูงเท่านั้นจึงจะสามารถยื่นคำร้องได้ก็เป็นได้

ที่มา: ETDA, กรมสรรพากร, ราชกิจจานุเบกษา 

 
Source: thumbsup

from:http://thumbsup.in.th/2017/05/e-tax-invoice-e-commerce-thai/

กรมสรรพากรเปิดตัวแอพ RD Smart Tax ยื่นแบบเสียภาษีออนไลน์บน iPhone และ Android ดาวน์โหลดได้ที่นี่

Screen Shot 2557-12-16 at 4.48.04 PM

กรมสรรพากร เปิดตัวแอพพลิเคชัน ชื่อ”RD Smart Tax” แอพพลิเคชั่นสำหรับยื่นแบบเสียภาษีออนไลน์บนสมาร์ทโฟนและแทบเล็ท ที่เป็นการเพิ่มช่องทางการยื่นภาษีที่สะดวกและรวดเร็วมากขึ้น ให้ผู้เสียภาษียื่นแบบเสียภาษีได้ทุกที่ทุกเวลา ตอบรับกับไลฟ์สไตล์ของประชาชนในปัจจุบัน และยังสอดรับกับนโยบายดิจิตอลอีโคโนมีของรัฐบาล

Screen Shot 2557-12-16 at 4.45.36 PM

นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า ผู้ใช้งานสามารถจัดเก็บหรือพิมพ์แบบแสดงรายการภาษีและใบเสร็จรับเงิน รวมทั้งยังสามารถตรวจสอบสถานะการคืนภาษีที่ยื่นไว้ได้ และมีโปรแกรมช่วยคำนวณภาษี บริการข้อมูลความรู้ด้านภาษี บริการข่าวสารของกรมสรรพากร และแผนที่ของกรมสรรพากรในพื้นที่ใกล้เคียง รองรับทั้งระบบ iOS และ Android ซึ่งสามารถดาวน์โหลดได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปที่ลิงค์ด้านล่าง

Screen Shot 2557-12-16 at 4.47.50 PM

Download RD Smart Tax for iPhone

Download RD Smart Tax for Android

ที่มา – flashfly

from:http://www.flashfly.net/wp/?p=108650