คลังเก็บป้ายกำกับ: กรมสรรพากร

กรมสรรพากร เตรียมใช้ AI แยกผู้เสียภาษีกลุ่มดีหรือกลุ่มเสี่ยง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ส่งเสริม e-Payment

กรมสรรพากรย้ำกฎหมาย e-Payment ส่งเสริมธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เตรียมใช้ AI แยกผู้เสียภาษีกลุ่มดีหรือกลุ่มเสี่ยง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างความเป็นธรรม

นายปิ่นสาย สุรัสวดี โฆษกกรมสรรพากร ได้กล่าวถึง ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร เพื่อรองรับระบบภาษีและเอกสารธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (National e-Payment Master Plan) ว่าทางกรมยืนยันว่าการยกร่างแก้ไขกฎหมาย ได้ผ่านการพิจารณาจากคณะรัฐมนตรี สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างรอบคอบ ไม่ได้เป็นการแก้ไขกฎหมายที่กระทบต่อสิทธิ เสรีภาพของประชาชนที่เกินกว่าเหตุ เป็นการใช้สิทธิที่ชอบเพื่อประโยชน์สาธารณะ

โดยการแก้ไขกฎหมายมีวัตถุประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เสียภาษี เป็นส่วนหนึ่งของแผนของกรมที่จะเดินหน้าเรื่องอิเล็กทรอนิกส์อย่างเต็มรูปแบบ สาระสำคัญคือ จะช่วยให้การเสียภาษี หัก ณ ที่จ่าย ในอัตรา 3% ซึ่งจากเดิมผู้เสียภาษีจะต้องเตรียมเอกสารมายื่นต่อกรมเอง แต่สถาบันการเงินจะหักภาษีและเป็นผู้ยื่นให้กรมสรรพากรแทนทั้งหมด รวมทั้งกฎหมายใหม่ จะเป็นการรองรับระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิสก์ในการยื่นเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ของผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มจากเดิมที่ต้องยื่นเอกสารเป็นกระดาษ ก็จะเปลี่ยนเป็นระบบอิเล็กทรอนิสก์แทน

ส่วนกรณีที่กฎหมายกำหนดให้สถาบันการเงินรวมถึง non-Bank ต้องแจ้งข้อมูลบัญชีที่รับเงินเข้าในข่ายที่เป็นธุรกรรมพิเศษ ประกอบด้วย 1.การฝากหรือรับโอนเงินทุกบัญชีรวมกันตั้งแต่ 3,000 ครั้งต่อปีต่อธนาคาร และ 2. การฝากหรือรับโอนเงินทุกบัญชีรวมกันตั้งแต่ 400 ครั้งต่อปีต่อธนาคาร และยอดรวมของการรับฝากตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไปนั้น กรมฯ ยืนยันว่าเป็นการส่งข้อมูลเท่านั้น ไม่ได้เอาไปตรวจสอบเรียกเก็บภาษี เพราะไม่ใช่ว่าจะตรวจสอบง่ายๆ กรมต้องการเฉพาะข้อมูลเพื่อไปทำการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้เสียภาษี กลุ่มผู้เสียภาษี เพื่อทำแผนปรับปรุงประสิทธิภาพจัดเก็บต่อไป

“กรมไม่ได้มีเจตนาแก้ไขกฎหมายโดยมุ่งไปตรวจสอบใคร ธนาคารมีหน้าที่ส่งข้อมูลมาให้กรม และข้อมูลทุกอย่างจะอยู่ในระบบ ไม่มีเจ้าหน้าที่กรมคนไหนได้เห็นข้อมูลที่ส่งมา จะส่งมาเฉพาะ ชื่อ นามสกุล จำนวนครั้งที่ฝากโอน และวงเงินที่ได้รับเท่านั้น” นายปิ่นสาย กล่าว

ส่วนกรณีที่กังวลว่าจะไปเรียกเก็บภาษีจากกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ และกลุ่มเอสเอ็มอีหรือไม่นั้น กรมยืนยันว่าการแก้ไขกฎหมาย ไม่ได้มีเจตนาโดยตรงที่จะเข้าไปจัดเก็บ ซึ่งตามประมวลรัษฎากร หากกลุ่มผู้ค้าดังกล่าว มีรายได้ถึงเกณฑ์ ก็ต้องยื่นแบบเสียภาษีอยู่แล้ว ไม่ได้หมายความว่ามีการออกกฎหมายแล้วจะต้องเสียภาษี เพราะทุกคนมีหน้าที่เสียภาษีให้ถูกต้อง โดยตาม ประมวลรัษฎากร มาตรา 40 (2-8) กำหนดให้อาชีพอิสระต้องเสียภาษีเหมาจ่าย 0.5% ของรายได้ หรือนำรายได้ไปคูณด้วย 0.005 ซึ่งหากกลุ่มผู้ค้าออนไลน์มีรายได้ถึงเกณฑ์เข้าบัญชี 2 ล้านบาท ก็จะเสียภาษีแค่ 10,000 บาท
จากการแก้ไขกฎหมายจะทำให้กรมสามารถแยกข้อมูลผู้เสียภาษี รวมทั้งกลุ่มผู้ค้าออนไลน์ได้แม่นยำมากขึ้น โดยจะแยกเป็นกลุ่มดีและกลุ่มเสี่ยง ในกลุ่มดีที่เสียภาษีถูกต้อง ก็จะให้บริการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่วนกลุ่มเสี่ยงก็จะดูว่าเสี่ยงมากหรือเสี่ยงน้อย ในรายที่รายได้ถึงเกณฑ์แต่ไม่เคยมีการยื่นแบบเสียภาษีเลย กรมก็จะส่งหนังสือไปให้ยื่นแบบให้ถูกต้อง หรือ หากเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงมาก ก็จะต้องออกหนังสือเชิญมาพบ พูดคุย

นายปิ่นสาย กล่าวว่า กฎหมายจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในปี 2563 และจะมีผลต่อการยื่นแบบเสียภาษีในปี 2564 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขรายละเอียดในการดำเนินงาน เช่น จะไม่นับข้อมูลผู้ที่ฝาก โอน หรือถอนเงินเข้าบัญชีตัวเอง รวมทั้งการเปิดบัญชีครั้งแรก 2 ล้านบาท ก็จะไม่ให้ส่งข้อมูลเข้ามาที่กรม และการเปิดบัญชีร่วม ที่อยู่ระหว่างหาข้อสรุปว่า จะนับจำนวนที่บุคคลใด ทั้งนี้ เชื่อว่าการแก้ไขกฎหมายจะไม่กระทบกับคนส่วนใหญ่ ซึ่งจากข้อมูลพบว่า คนไทยมีรายได้เฉลี่ย 26,000 บาทต่อเดือน หรือประมาณ 4-5 แสนบาทต่อปี ซึ่งต่ำกว่า 2 ล้านบาท ไม่ต้องเข้าเกณฑ์เสียภาษีอยู่แล้ว

ที่มา – กรมสรรพากร ( Revenue Department )

from:http://www.flashfly.net/wp/239156

Advertisements

สรรพากรปวดหัว! ร้านค้าชวนซื้อของผ่านออนไลน์ให้ส่วนลด เลี่ยงภาษี!

เราจะเห็นวิธีใหม่ๆ ในการเลี่ยงภาษีของพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ในไทย ซึ่งล่าสุดทางกรมสรรพากรได้ออกมากล่าวถึงเรื่องนี้และเตรียมยกเครื่องการจัดเก็บรายได้ในส่วนนี้ใหม่ด้วย

ภาพโดย Dressformer (Own work) [CC BY-SA 3.0 (https://creativecommons.org/licenses/by-sa/3.0)%5D, via Wikimedia Commons

ประเทศไทยเป็นหนึ่งในหลายๆ ประเทศที่รัฐบาลกำลังปวดหัวกับเรื่องการจัดเก็บภาษีซื้อขายสินค้าออนไลน์กำลังสร้างความปวดหัวให้กับรัฐบาลหลายๆ ประเทศว่าควรจะเก็บที่อัตราไหนดี

ดูหน้าร้าน ซื้อออนไลน์สิ เรามีส่วนลดมากกว่านั้น

ช่วงที่ผ่านมาเราจะเห็นได้ว่าร้านค้าออนไลน์ในไทยมักจะมีการเปิดหน้าร้านไว้โชว์สินค้าที่ขายเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือของร้าน และถ้าเป็นร้านขายของแนวเสื้อผ้า รองเท้า ส่วนมากจะเป็นที่ไว้ลองสินค้าว่าเข้ากับผู้ซื้อหรือไม่

แน่นอนว่าการขายของหน้าร้านนั้นย่อมโดนภาษีแน่นอน พ่อค้าแม่ค้าบ้านเราใช้วิธีไม่ขายของหน้าร้านแล้วเน้นการขายออนไลน์ซึ่งบางร้านเน้นการให้ส่วนลดสำหรับการที่ไม่ซื้อหน้าร้าน ซึ่งบางร้านให้ส่วนต่างสูงถึง 40% เลยทีเดียว

โดยเทคนิคดังกล่าวสร้างความปวดหัวให้กับหน่วยงานเก็บภาษีอย่างกรมสรรพากร เพราะว่าการขายออนไลน์ถือว่าลำบากในการไล่ตรวจสอบเรื่องของการขายของทางกรมสรรพากรอย่างมาก

สรรพากรเตรียมยกเครื่องการเก็บ VAT ของ E-commerce

กรมสรรพากรประมาณว่ามีผู้ขายของออนไลน์อยู่ประมาณ 500,000 รายในประเทศไทย โดย 350,000 รายเป็นผู้ขายในประเทศ มูลค่าในของตลาด E-commerce นั้นเติบโตสูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งคาดว่าปีนี้การเติบโตจะสูงถึง 17% เลยทีเดียว

โดยกระทรวงการคลังเตรียมยกเครื่องภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับ E-commerce ใหม่ เช่นหากยอดขายเกินกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปีจะต้องมีการจดทะเบียนเสียมูลค่าเพิ่ม (VAT) โดยรวมไปถึงการซื้อขายสินค้าจากต่างประเทศด้วยเพื่อที่จะได้เกิดความเป็นธรรมกับผู้ขายในประเทศ

ล่าสุดนั้นเตรียมรวมไปถึงการยกเครื่องเรื่องภาษีมูลค่าเพิ่มใหม่ ที่เวลาซื้อของจากต่างประเทศบางรายการมักจะมีการแตกใบเสร็จ เพราะว่าหากซื้อของไม่เกิน 1,500 บาทจะไม่โดนภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งล่าสุดนั้นร่างภาษีนี้เตรียมเสนอนำเข้าประชุมคณะรัฐมนตรีเร็วๆ นี้

ปัญหาต่อไปคือทำยังไงพ่อค้าแม่ค้าถึงจะเข้าระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม?

ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ของกรมสรรพากรเช่นกัน อย่างที่ Brand Inside ได้เสนอไปเมื่อปีที่แล้วเกี่ยวกับภาษีของ E-commerce โดยเรื่องของภาษีกับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ถือว่าเป็นเรื่องยาขมเลยทีเดียว ซึ่งปัญหาหลังจากการออกภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับ E-commerce มาใช้แล้ว จะทำให้พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์มาใช้ช่องทางแบบถูกต้องนี้หรือไม่

ที่มาThaiPBS, Bangkok Post

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/online-shopping-exploit-taxes-revenue-department-says/

“e-Tax Invoice” มาแล้ว e-Commerce ไทยเตรียมใช้ได้ 1 มิถุนายนนี้

กรมสรรพากร และ ETDA ชวนธุรกิจ e-Commerce ไทยเตรียมตัว เพราะวันพรุ่งนี้ (1 มิถุนายน 2560) จะเป็นวันที่ใบกำกับภาษีรูปแบบใหม่อย่าง “e-Tax Invoice” มีกำหนดเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการแล้วนั่นเอง 

โดยอาจกล่าวได้ว่า “e-Tax Invoice” เกิดขึ้น เนื่องจากมีการร้องขอจากผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Commerce) และผู้ที่ออกใบเสร็จรับเงินและใบกำกับภาษีเป็นจำนวนมาก ประกอบกับหน่วยงานต่างๆ เช่น คณะทำงานระบบการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ในระดับผู้ประกอบการ (ทอป.) ของธนาคารแห่งประเทศไทยมีความประสงค์จะให้กรมสรรพากร ผลักดันให้มีการใช้ e-Receipt และ e-Tax Invoice ทดแทนการใช้กระดาษ รวมถึงการจัดทำมาตรฐานเอกสารสำคัญทางธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เช่น ใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษีออนไลน์ 

สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ ETDA และ กรมสรรพากร จึงได้ร่วมมือกันพัฒนา “e-Tax Invoice” ขึ้น และธุรกิจที่ปรับใช้จะได้รับประโยชน์หลายประการ เช่น เพิ่มความสะดวกในการทำธุรกรรม e-Commerce, ลดต้นทุนค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการพิมพ์ใบกำกับภาษีและใบรับ และ ประหยัดสถานที่จัดเก็บเอกสาร เป็นต้น

ขณะที่ในอีกด้านหนึ่ง “e-Tax Invoice” ยังหมายถึงการยกระดับความสามารถในการแข่งขัน ตลอดจนไม่ให้ประเทศคู่ค้ายกเป็นข้อกีดกันทางการค้าได้ แถมยังเป็นการเดินหน้าขานรับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาลอย่างเต็มที่อีกด้วย

โดย “e-Tax Invoice” ประกอบด้วยเอกสาร 6 ประเภท ดังนี้

สำหรับคุณสมบัติของผู้ยื่นคำร้องเพื่อใช้งานในระบบนี้ มีดังนี้

  1. เป็นบุคคลธรรมดาที่มีรายได้พึงประเมินไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อปีภาษี นับตั้งแต่ปีภาษี 2558 เป็นต้นมา หรือเป็นบริษัทจำกัดหรือห้างหุ้นส่วนจำกัดที่มีรายได้ต่อรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกิน 30 ล้านบาท ตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม 2558
  2. ต้องไม่เป็นผู้ประกอบการที่ได้รับอนุมัติหรืออยู่ระหว่างการพิจารณาอนุมัติให้จัดทํา ส่งมอบ และเก็บรักษาใบกํากับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ และใบรับอิเล็กทรอนิกส์ ตามระเบียบกรมสรรพากร ว่าด้วยการจัดทํา ส่งมอบ และเก็บรักษาใบกํากับภาษีอิเล็กทรอนิกส์และใบรับอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๕๕
  3. ไม่มีพฤติการณ์หลีกเลี่ยงภาษี และไม่มีประวัติการออกหรือใช้ใบกํากับภาษีปลอมหรือใบกํากับภาษีที่ออกโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

โดยนี่อาจเป็นหนึ่งในระบบที่ผู้ประกอบการ SME และ Startup ที่ต้องการออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิคส์ให้แก่ลูกค้าได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายรอคอยมานาน จากเดิมที่ระเบียบกรมสรรพากร พ.ศ. 2555 ได้อนุญาตให้แต่เฉพาะกิจการที่มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป และมีความน่าเชื่อถือสูงเท่านั้นจึงจะสามารถยื่นคำร้องได้ก็เป็นได้

ที่มา: ETDA, กรมสรรพากร, ราชกิจจานุเบกษา 

 
Source: thumbsup

from:http://thumbsup.in.th/2017/05/e-tax-invoice-e-commerce-thai/

กรมสรรพากรเปิดตัวแอพ RD Smart Tax ยื่นแบบเสียภาษีออนไลน์บน iPhone และ Android ดาวน์โหลดได้ที่นี่

Screen Shot 2557-12-16 at 4.48.04 PM

กรมสรรพากร เปิดตัวแอพพลิเคชัน ชื่อ”RD Smart Tax” แอพพลิเคชั่นสำหรับยื่นแบบเสียภาษีออนไลน์บนสมาร์ทโฟนและแทบเล็ท ที่เป็นการเพิ่มช่องทางการยื่นภาษีที่สะดวกและรวดเร็วมากขึ้น ให้ผู้เสียภาษียื่นแบบเสียภาษีได้ทุกที่ทุกเวลา ตอบรับกับไลฟ์สไตล์ของประชาชนในปัจจุบัน และยังสอดรับกับนโยบายดิจิตอลอีโคโนมีของรัฐบาล

Screen Shot 2557-12-16 at 4.45.36 PM

นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า ผู้ใช้งานสามารถจัดเก็บหรือพิมพ์แบบแสดงรายการภาษีและใบเสร็จรับเงิน รวมทั้งยังสามารถตรวจสอบสถานะการคืนภาษีที่ยื่นไว้ได้ และมีโปรแกรมช่วยคำนวณภาษี บริการข้อมูลความรู้ด้านภาษี บริการข่าวสารของกรมสรรพากร และแผนที่ของกรมสรรพากรในพื้นที่ใกล้เคียง รองรับทั้งระบบ iOS และ Android ซึ่งสามารถดาวน์โหลดได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปที่ลิงค์ด้านล่าง

Screen Shot 2557-12-16 at 4.47.50 PM

Download RD Smart Tax for iPhone

Download RD Smart Tax for Android

ที่มา – flashfly

from:http://www.flashfly.net/wp/?p=108650