พาสำรวจวงการไอทีอินเดีย

บทความนี้เป็นตอนต่อของซีรีส์ พาสำรวจวงการไอทีพม่า โดยเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ผมไปเที่ยวประเทศอินเดียพอดีเลยเก็บบรรยากาศ-ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับวงการไอทีของอินเดีย (รอบนี้เน้นไปที่มือถือเสียเยอะ) มาฝากกันครับ

แน่นอนว่าการเดินทางของผมไปในฐานะนักท่องเที่ยวเต็มขั้น รับรู้ข้อมูลเฉพาะเท่าที่ตาเห็นซึ่งก็คงไม่ละเอียดเท่าไรนัก ถ้าสมาชิก Blognone มีใครอยู่ที่อินเดียหรือมีข้อมูลเพิ่มเติมก็คอมเมนต์ได้เต็มที่

หมายเหตุ: ภาพเยอะมากครับ ใครใช้เน็ตแบบมีข้อจำกัดก็พึงระวัง

ร้านมือถือ

อินเดียจะคล้ายๆ กับบ้านเราคือมีร้านขายมือถือที่เป็นตู้กระจกอยู่เยอะแยะไปหมด (ส่วนที่ผมเห็นคือเมืองหลวง นิวเดลี) ส่วนแชมป์ผู้ครอบครองตลาดมือถือก็หนีไม่พ้นโนเกียและซัมซุง (ข่าวเก่า ตลาดสมาร์ทโฟนอินเดีย ซัมซุงแชมป์สมาร์ทโฟน โนเกียแชมป์ยอดขายรวม) โดยมี BlackBerry ตามมาห่างๆ และพวก LG/Sony/HTC มาแบบนานๆ เห็นที

ส่วนของป้ายร้านมือถือก็บี้กันหนักมากระหว่างโนเกียกับซัมซุง ชนิดว่าเจอป้ายโนเกียที่ไหนต้องมีป้ายซัมซุงอยู่ไม่ห่างจากแถวๆ นั้น

Mobile Phone Shop Delhi

Mobile Phone Shop Delhi

เท่าที่สังเกตคือโนเกียทำตลาดหนักมากทั้งสาย Asha และ Lumia ส่วนซัมซุงก็เน้นตัว flagship อย่าง S3 กับ Note II และพวกสายราคาถูกอย่าง Ace

Mobile Phone Shop Delhi

Mobile Phone Shop Delhi

ร้านที่มีสปอนเซอร์ของ HTC/Sony/LG นานๆ โผล่มาให้เห็นสักทีครับ

Mobile Phone Shop Delhi

Mobile Phone Shop Delhi

M-Block Market

โฆษณา Optimus G ในหนังสือพิมพ์

LG Optimus G

ส่วนของแอปเปิลนั้นมีป้ายให้เห็นอยู่เรื่อยๆ แต่ส่วนใหญ่จะเน้นไปที่ iPad มากกว่า iPhone และป้ายที่เห็นบ่อยที่สุดคือป้ายผ่อน 0% ซึ่งน่าจะสะท้อนปัญหาของแอปเปิลในอินเดียว่าสินค้ามีราคาแพงเกินไป

Mobile Phone Shop Delhi

iPhone AdiPhone Ad

BlackBerry Z10 มีวางขายในอินเดียตั้งแต่เดือนมีนาคมแล้ว แต่ก็ไม่ค่อยเห็นการโปรโมทมากนัก และเท่าที่ผ่านไปดูตามร้านต่างๆ ก็ยังไม่มีเครื่องจริงให้ลองเล่น (มีแต่เครื่องม็อคอัพ)

M-Block Market

BlackBerry Z10

โอเปอเรเตอร์

อินเดียแบ่งการปกครองออกเป็นแคว้น และข้อกำหนดด้านโทรคมนาคมก็คือแบ่งพื้นที่การให้บริการของโอเปอเรเตอร์ออกเป็นแคว้นๆ ด้วย (ประมูลคลื่นแยกกันในแต่ละแคว้น) ซึ่งในทางปฏิบัติก็มีโอเปอเรเตอร์รายใหญ่บางรายที่ประมูลคลื่นครบทุกแคว้น และให้บริการได้ทั้งหมดทั่วประเทศ

ด้วยเหตุผลเรื่องพื้นที่ ทำให้โอเปอเรเตอร์อินเดียมีเยอะมากเป็นสิบเจ้า แต่เท่าที่สอบถามข้อมูลจากไกด์ท้องถิ่น รายใหญ่ 3 ยี่ห้อที่นิยมกันคือ Bharti Airtel, Idea, Vodafone (ข้อมูลเพิ่มเติมจาก Wikipedia)

อินเดียเป็นประเทศท้ายๆ ในเอเชียที่จัดประมูล 3G สำเร็จ (ก่อนบ้านเรานิดหน่อย) การใช้งาน 3G ยังไม่เยอะนัก และคนจำนวนมากก็ยังต้องการใช้แค่ 2G เท่านั้น

ตัวอย่างร้านของ Tata Indicom โอเปอเรเตอร์ในเครือ Tata ซึ่งถือเป็นโอเปอเรเตอร์ขนาดกลางๆ ในอินเดีย

Mobile Phone Shop Delhi

Spice โอเปอเรเตอร์รายเล็กอีกเจ้า ปัจจุบันเป็นของ Idea ไปแล้ว

Mobile Phone Shop Delhi

Mobile Phone Shop Delhi

ร้าน Vodafone ในอินเดียครับ

Vodafone Delhi

ธรรมเนียมปฏิบัติของโอเปอเรเตอร์อินเดียที่ผมเห็นว่าแปลกและน่าสนใจดีคือ เขาจะแข่งกันชิงพื้นที่โฆษณาตามกำแพง ผนัง สังกะสี และประตูเหล็กหน้าร้านค้าปลีกทั่วไปที่ไม่ใช่ร้านขายมือถือ (พบในแคว้นแคชเมียร์ แต่เจอไม่เยอะนักในเดลี)

Srinaga, Cashmere

Srinaga, Cashmere

Road to Gulmarg

P1010616

กลางภูเขา กลางหิมะ ก็ยังมีโฆษณามือถือ

Gulmark

บริการที่น่าสนใจของ Airtel คือ Diet Plan ให้คำแนะนำด้านการลดน้ำหนัก (เข้าใจว่าผ่าน SMS)

Airtel Diet Plan

คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ไอทีอื่นๆ

มีไม่เยอะนักเมื่อเทียบกับร้านขายมือถือ แต่ก็พอมีให้เห็นบ้างประปราย

ร้าน iStore ตัวแทนจำหน่ายของแอปเปิลโดยกลุ่ม Reliance โทรมเชียว

M-Block Market

โฆษณาในหนังสือพิมพ์ของร้าน INvent เข้าใจว่าเป็นตัวแทนจำหน่ายแอปเปิลอีกเจ้าหนึ่ง

Apple - INVent

โฆษณาโน้ตบุ๊ก Dell ในหนังสือพิมพ์เช่นกัน

Dell Ad

โฆษณาทีวีซัมซุง ใช้แคมเปญชื่อ Joy

Samsung TV Joy

โฆษณา Office 365 ขนาดใหญ่ในสนามบิน Indira Gandhi ที่เดลี

Indira Gandhi Airport

โฆษณากล้องดิจิทัลของโซนี่

M-Block Market

ยี่ห้อมือถือท้องถิ่นในอินเดีย

นอกจากแบรนด์ระดับโลกที่พวกเรารู้จักกันดีแล้ว อินเดียยังมีแบรนด์ท้องถิ่นที่ทำสมาร์ทโฟน Android อีกเพียบ ตัวอย่างที่เคยมีข่าวในสื่อตะวันตกอยู่บ้างก็คือ Lava, Xolo, Micromax แต่ก็ยังมียี่ห้อที่ผมไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนอีกเยอะ เช่น MyZenTab, Fly, Wynncom, Simmtronics, Intex, Karbon, OptimaSmart, Penta, Rage, BYOND, HCL เป็นต้น

ผมซื้อนิตยสารมือถือของอินเดียมาหนึ่งเล่มชื่อ MyMobile ก็แสกนบางส่วนที่เกี่ยวกับยี่ห้อท้องถิ่นมาให้ดูกันครับ (คลิกดูภาพใหญ่กันเองนะ)

scan1 scan2 scan3 scan5 scan6 scan7 scan8 scan10 scan11 scan12 scan13 scan14

สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างในนิตยสาร MyMobile คือนอกจากโฆษณาของผู้ผลิตฮาร์ดแวร์มือถือกับโอเปอเรเตอร์แล้ว ยังมีโฆษณาของ “ผู้ผลิตชิป” ด้วย (Spreadtrum กับ MediaTek)

scan9 scan4

สุดท้ายที่บ้านเราน่าเอาเยี่ยงอย่างคือ คอลัมน์ Consumer Forum ที่ผู้บริโภคเขียนจดหมายมาร้องเรียนบริการของโอเปอเรเตอร์และผู้ผลิตมือถือ ซึ่งทางนิตยสารเองก็ส่งเรื่องให้แบรนด์นั้นๆ มาตอบว่าปัญหานี้แก้ไขอย่างไรแล้วบ้าง

scan15

India, IT Industry, Special Report

from:http://www.blognone.com/node/43169

โฆษณา

ผลสำรวจวัยรุ่นอเมริกัน 48% เลือกใช้ iPhone

บริษัทวิจัยตลาด Piper Jaffray ออกรายงานผลสำรวจพฤติกรรมการบริโภคของวัยรุ่นอเมริกัน ประจำฤดูใบไม้ผลิปี 2013 โดยใช้กลุ่มตัวอย่างรวม 5,200 ราย ข้อมูลส่วนของสินค้าเทคโนโลยีมีดังนี้

  • 48% ของวัยรุ่นที่สำรวจใช้ iPhone ซึ่งตัวเลขนี้เพิ่มจาก 40% ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีที่แล้ว ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตัวเลขเพิ่มขึ้นมาจาก iPhone 5
  • ถ้าคิดเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นที่มีรายได้สูง สัดส่วนผู้ใช้ iPhone สูงถึง 70%
  • 62% ของวัยรุ่นจะซื้อ iPhone เป็นมือถือเครื่องต่อไป, ส่วน 23% เลือก Android, ตัวเลขคงที่เทียบกับการสำรวจครั้งก่อน
  • 51% ของวัยรุ่นมีแท็บเล็ตใช้แล้ว เพิ่มจาก 44% ในการสำรวจครั้งก่อน
  • สัดส่วนของ iPad ลดลงจาก 72% เหลือ 68%
  • แต่ถ้าจะซื้อแท็บเล็ต วัยรุ่น 54% เลือก iPad ขนาดปกติ, 14% เลือก iPad mini ส่วนที่เหลือเป็นแท็บเล็ตระบบอื่นๆ

ที่มา – Piper Jaffry (PDF) via Fortune

Apple, iPhone, Survey

from:http://www.blognone.com/node/43166

ES File Explorer 3 มาแล้ว เปลี่ยนมาใช้ Holo UI ลื่นไหลสวยงาม

ES File Explorer โปรแกรมจัการไฟล์ชื่อดังของ android ที่คาดว่าหลายๆ คนน่าจะเคยใช้และมีไว้ติดเครื่องกัน เพราะนอกจากจะใช้งานได้ง่ายแล้วยังสามารถใช้สิทธิ์ root ในการเข้าไปแก้ไข system file ได้อีกด้วย (สำหรับเครื่องที่ root แล้วเท่านั้น)

ล่าสุดตอนนี้ ES File Exporer ก็ได้ออกอัพเดทเป็นเวอรืชั่น 3 ที่มาพร้อมกับการปรับ UI เป็นสไตล์ Holo ตามแบบฉบับของ android และเปิด open beta ให้ download ไปทดลองใช้งานกันแล้ววันนี้

Google Play : ES File Explorer 3 Public Test


from:http://droidsans.com/es-file-exporer-3-open-beta

10 วิธีช่วยประหยัดแบตฯ iPhone/iPad ให้อยู่ได้นานขึ้น

หนึ่งในปัญหาที่ผู้ใช้ iPhone (และสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ) พบเจอ และหลีกหนีไปไม่ได้คือ อาการแบตเตอร์รี่หมดเร็ว เรียกว่าต้องชาร์จกันวันต่อวันหรืออยู่ห่างปลั๊กไฟกันไม่ได้เลยทีเดียว วันนี้ผมไปเจอบทความที่น่าสนใจเกี่ยวกับเทคนิคการประหยัดแบตฯ iPhone ให้ใช้ได้นานขึ้น หรือไม่ให้แบตหมดเร็วจนเกินไป ซึ่งเป็นการช่วยยืดอายุการใช้งานแบต iPhone ของท่านในทางอ้อมอีกด้วยครับ (แอปเปิลบอกว่า แบต iPhone จะลดสภาพลงเหลือ 80% เมื่อชาร์จครบ 400 รอบ) …โดยวิธีดังกล่าวสามารถเอามาใช้กับ iPad หรือ iPod Touch ด้วยก็ได้นะครับ

1.ปิด Location Services ในแอพที่ไม่จำเป็น

หนึ่งในสาเหตุที่ดูดแบต iPhone อยู่ตลอดเวลานั่นคือ Location Services หรือการระบุตำแหน่งบนพื้นโลกผ่าน GPS นั่นเองครับ หากเราไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้ Location Services ในแอพที่ไม่จำเป็น ก็สามารถปิดได้ครับโดยเข้าไปที่ Settings>Privacy>Location Services และเลือกเปิดเฉพาะแอพที่จำเป็นเท่านั้น เช่น แอพแผนที่ หรือแอพนำทาง เป็นต้น

2.ปิด 3G ถ้าไม่ได้ใช้

ข้อนี้ก็ช่วยได้เยอะเหมือนกันครับ หากเราไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้ 3G โดยเฉพาะเน็ตในเมืองไทย(บางค่าย)แล้ว 3G กับ Edge แทบไม่ต่างกันเลย ดังนั้น หากไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้เน็ตเร็วๆ หรืออยู่ในพื้นที่ที่ไม่มีสัญญาณ 3G ก็ปิดไปเถอะครับ

3.ปรับความสว่างหน้าจอให้ลดลง

ยิ่งหน้าจอสว่างมากยิ่งใช้พลังงานมากครับ ปรับความสว่างให้น้อยลงเท่าที่จำเป็น ก็จะช่วยได้ระดับหนึ่งครับ แต่อย่าปรับมืดไปนะครับ เดี๋ยวสายตาจะเสียเอา

4.ปิด Push

หากคุณไม่จำเป็นที่จะต้องใช้ Push Notification ในอีเมลหรือปฏิทิน ก็แนะนำให้ปิดในส่วนนี้ไปครับ เพราะเป็นระบบนี้ทำงานอยู่เบื้องหลังคอยเช็คอีเมลให้เราตลอดเวลา ซึ่งจะใช้พลังงานมากพอสมควรครับ ปิดได้ที่ Settings>Mail, Contacts, Calendars>Fetch New Data

5.ปิด Bluetooth

อันนี้ก็ตรงตัวเลยครับ หากไม่ได้ใช้งาน Bluetooth ก็ปิดไปครับ

6.ปิด Wi-Fi เมื่อไม่ได้ใช้

ถ้าไม่ได้เชื่อมต่อเน็ตผ่าน Wi-Fi ก็ควรจะปิดไว้ครับ เนื่องจากถ้าเราไม่ปิด ระบบก็ยังคงพยายามค้นหาสัญญาณ Wi-Fi อื่นๆ อยู่ตลอดเวลา

7.ปิด Location Services ของระบบ

นอกจากปิด Location Services ของแอพต่างๆ ในข้อที่ 1 แล้ว ในระบบของ iOS เองยังมีการใช้ Location Services อีกด้วย หากเลือกปิดในส่วนที่ไม่จำเป็นอย่าง Genius for Apps (ระบบแนะนำแอพที่เหมาะสมกับเรา) , Location Based iAds(ระบุตำแหน่งของโฆษณาในแอพ) และ Call Network Search ก็สามารถไปปิดได้ที่ Settings>Privacy>Location Services > System Services

8.ตั้งค่าการเช็คอีเมลใหม่

หากคุณไม่จำเป็นที่จะต้องเช็คอีเมลแบบตลอดเวลา ซึ่งก็สามารถปิดระบบ Push ดังข้อที่ 4 ไปแล้ว อีกจุดหนึ่งที่สามารถตั้งค่าได้อีกก็คือ การ Fetch หรือการเช็คข้อมูลอีเม เราสามารถกำหนดได้ว่าจะให้ระบบเช็คเองทุกๆ กี่นาที หรือชั่วโมง ยิ่งเช็คบ่อยขึ้นจะยิ่งใช้พลังงานมากขึ้นครับ ในตัวอย่างนี้ผมตั้งเป็นทุกๆ ชั่วโมง แต่ถ้าใครไม่จำเป็นที่จะต้องเช็คเมลใหม่ๆ ตลอดทุกชั่วโมง ก็ตั้งเป็นแบบ Manually หรือสั่งเช็คเองตามที่เราต้องการได้อีกด้วยครับ ที่ Settings>Mail, Contacts, Calendars>Fetch New Data

9.ปิดแอพที่อยู้ใน Background

กดปุ่ม Home พร้อมกันสองครั้ง และจิ้มไอค่อนแอพค้างไว้ 3 วินาที เพื่อปิดแอพที่รันอยู่ใน Background ให้หมด ช่วยได้ไม่มากก็น้อยครับ

10.ตั้งเวลาล็อกหน้าจอให้เร็วขึ้น

ควรตั้งค่าการล็อกหน้าจอเมื่อไม่มีการใช้งานให้เร็วขึ้นครับ เพราะยิ่งหน้าจอทำงานมากเท่าไร ก็ยิ่งกินแบตมากเท่านั้นครับ

หวังว่าทั้ง 10 วิธีดังกล่าว น่าจะช่วยถนอมให้แบต iPhone ของท่านอยู่ได้นานขึ้น ไม่มากก็น้อยหล่ะครับ 🙂

ที่มา – savedelete

from:http://www.9tana.com/node/10-saving-iphone-battery/

ผลสำรวจบอก BlackBerry 10 กลายเป็นอุปกรณ์ที่ไม่มีคนอยากได้มากที่สุด

ผลสำรวจบอก BlackBerry 10 กลายเป็นอุปกรณ์ที่ไม่มีคนอยากได้มากที่สุด international update hot update หลังจากที่มีผลสำรวจเรื่อง BlackBerry 10 OS ออกมา ที่บอกว่ามีคนรู้จัก BlackBerry ในตลาดหลักอย่างสหรัฐอเมริกาแค่ 17% เท่านั้น แต่สำหรับผลสำรวจครั้งนี้ เป็นเรื่องของการเลือกซื้อ Smartphone ซึ่งผลที่ออกมานั้น ส่งผลให้ BlackBerry ต้องเช็ดน้ำตากันอีกครั้ง

การออกสำรวจนี้เป็นการถามจากกลุ่มสำรวจ ในคำถามที่ว่าคุณจะซื้อ Smartphone อะไร ซึ่งกลายเป็นว่ามีถึง 71.4% ที่ตอบว่าไม่มีอะไรที่ทำให้อยากซื้อ BlackBerry เลย มีแค่ 31.3% เท่านั้นที่บอกว่าไม่สนใจ Android และมีอีก 19.1% ที่ตอบว่าไม่เอา iPhone ส่วนทางฝั่ง Windows Phone ไม่ได้อยู่ในการสำรวจครั้งนี้

อย่างไรก็ตามการสำรวจครั้งนี้ก็ใช่ว่า จะเป็นของคนส่วนใหญ่เพราะว่าเป็นการสำรวจผ่านทางหน้าเว็บ ในระหว่างวันที่ 14 มีนาคม ถึง 16 มีนาคมที่ผ่านมา และมีคนโหวตแค่ 250 คนเท่านั้น

ช่วงนี้เองทาง BlackBerry มีข่าวทางด้านลบค่อนข้างเยอะ ก็คงต้องติดตามกันต่อไปว่าเส้นทางของ BlackBerry 10 จะสวยงามได้แค่ไหนกัน

ผลสำรวจบอก BlackBerry 10 กลายเป็นอุปกรณ์ที่ไม่มีคนอยากได้มากที่สุด international update hot update

from:http://www.mxphone.net/120413-blackberry-is-on-top-of-user-want-not-buy/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=120413-blackberry-is-on-top-of-user-want-not-buy

3 รุ่นพี่ Windows Phone 8 จาก Nokia เตรียมมีอัพเดท

3 รุ่นพี่ Windows Phone 8 จาก Nokia เตรียมมีอัพเดท international update hot update Nokia ขาย Windows Phone 8 ก็เกือบจะครึ่งปีได้แล้ว คงถึงเวลาอันสมควรที่จะต้องอัพเดทให้ตัวเครื่องมีความสมบูรณ์ขึ้น อัพเดทของ Nokia Lumia 920 / 820 / 620 กำลังจะมาให้ผู้ใช้งานได้อัพเดทกัน โดยรายละเอียดมีดังนี้

Nokia Lumia 920 กับ Nokia Lumia 820 จะมีอัพเดทรหัส 1232.5957.1308.00xx ออกมาเพื่อปรับปรุงความเร็วเครื่อง / ปรับปรุง White​ Balance กล้องให้ดีขึ้น และแก้อาการหน้าจอว่างหายไปดื้อๆ ขณะใช้งาน ส่วน Nokia Lumia 620 จะมีอัพเดทรหัส 1030.6407.1308.00xx ปรับปรุงคุณภาพของการสัมผัสหน้าจอ / คุณภาพเสียงในการฟังเพลงผ่านหูฟัง Bluetooth ที่ดีขึ้น และปรับปรุงการทำงาน Flash กล้องให้ทำงานดีขึ้น

การอัพเดทดังกล่าว จะปล่อยพร้อมกันทั่วโลกในอีก 2-3 อาทิตย์จากนี้ รอการแจ้งเตือนจากเครื่องกันได้เลยครับ^^

from:http://www.mxphone.net/120413-nokia-lumia-920-820-620-software-update-coming-soon/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=120413-nokia-lumia-920-820-620-software-update-coming-soon

Google ทดลองให้ผู้ใช้เพิ่มลิงก์หน้าเว็บ Google+ ลงในช่อง YouTube ได้

ในตอนนี้ Google เริ่มทดลองอนุญาตให้ผู้ใช้ YouTube สามารถเพิ่มลิงก์สู่หน้า Google+ ลงในช่องรายการต่างๆ ของตนเองได้แล้ว รวมทั้งสามารถเพิ่มลิงก์นั้นลงในหน้าข้อมูลส่วนตัวของบัญชีผู้ใช้ YouTube ได้ด้วย

ฟีเจอร์นี้ยังอยู่ในขั้นตอนการทดสอบแก่ผู้ใช้เพียงบางกลุ่มเท่านั้น โดยผู้ที่ได้สิทธิ์การใช้งานสามารถใช้ลิงก์สู่หน้า Google+ เพียงหน้าเดียว เชื่อมต่อกับช่องรายการ YouTube ได้สูงสุดถึง 50 ช่อง โดยพร้อมกันนี้ Google ได้ปรับปรุงระบบอื่นๆ เพื่อรองรับการทำงานเชื่อมโยงกันระหว่างเจ้าของบัญชีผู้ใช้ YouTube หลายราย เช่น ปุ่มแท็บ YouTube บนหน้า Google+, การปรับปรุงระบบการแบ่งปันวิดีโอระหว่างกัน และการสนทนาผ่าน Hangout หากอธิบายให้เห็นภาพชัดขึ้น อาจกล่าวได้ว่าหน้า Google+ ใดๆ ที่มีผู้ดูแลหลายคน (และแต่ละคนมีบัญชี YouTube เป็นของตนเอง) จะได้อานิสงส์จากฟีเจอร์ใหม่นี้อย่างเต็มที่

ทั้งนี้การเพิ่มลิงก์สู่ช่องรายการใดๆ บน YouTube นั้นไม่ได้จำกัดว่าจะใส่ลิงก์ได้แค่ลิงก์เดียว ผู้ใช้ YouTube สามารถเพิ่มลิงก์ไปยังหน้า Google+ ได้หลายหน้าในคราวเดียวกัน

ที่มา – The Next Web

YouTube, Google+, Google

from:http://www.blognone.com/node/43162

โฆษณา

for feed news app

%d bloggers like this: