ร้านค้า IT อุปกรณ์ IT เปิดรับจอง Lumia 1020 ในราคา 32,000 บาท

สือเนื่องจากข่าวราคาแบบไม่ติดสัญญาของเจ้ามือถือกล้องเทพ Lumia 1020 ที่ยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการจากทาง Nokia นั้น

เมื่่อวันก่อนเราเพิ่งได้นำเสนอข่าวว่า ในอเมริกา ราคาของเครื่องแบบไม่ติดสัญญาน่าจะมีราคาอยู่ที่ประมาณ 19,800 บาท (ตาม ข่าวนี้ ครับ)

แต่วันนี้มีข้อมูลใหม่จากร้านค้าอุปกรณ์ IT ของประเทศเยอรมัน ซึ่งได้เปิดรับจองเจ้า Nokia Lumia 1020 แล้วในราคา 799.00 Euro หรือประมาณ 32,000 บาท!!!

ซึ่งถึงแม้จะเป็นที่รู้กันว่า ราคาของอุปกรณ์ IT ในยุโรปจะมีราคาค่อนข้างสูง แต่วดูเหมือนว่าราคานี้..จะสูงไปมากทีเดียวครับ

ถ้าเทียบกันแล้ว ราคาของ Lumia 920 ตอนที่เปิดตัวในเยอรมันนั้น มีราคาที่ 649 Euro หรือประมาณ 25,960 บาท (คิดค่าเงินกลมๆที่ 40 บาทต่อ 1 Euro) และเข้ามาจำหน่ายในไทยที่ราคา 21,500 บาท

ส่วนราคาขายของ Lumia 925 ในประเทศแถบยุโรปอยู่ที่ 469 Euro หรือประมาณ 18,760 บาท (คิดค่าเงินกลมๆที่ 40 บาทต่อ 1 Euro) และเข้ามาขายที่ไทยในราคา 18,500 บาท

ก็ต้องจับตาดูครับว่า สุดท้ายแล้ว ราคาขายของเจ้า Lumia 1020 นั้น…จะมีราคาเท่าไหร่กันแน่เมื่อเข้ามาที่บ้านเรา และอย่าเพิ่งหมดหวังจนกว่าจะมีการประกาศราคาอย่างเป็นทางการครับ :)

แต่จากข้อมูลจากบทสัมภาษณ์ต่างๆ ก็มีแนวโน้มพอสมควรที่ Nokia จะกำหนดราคาของเจ้า Lumia 1020 ให้สูงกว่า Lumia 925 ไปพอสมควร เพื่อให้ตลาดของทั้งสองรุ่นไม่ซ้อนทับกัน และเจ้า Lumia 1020 จะเป็นอุปกรณ์ระดับพิเศษสำหรับคนที่ต้องการประสบการณ์ถ่ายรูปขั้นสูงครับ

 

ที่มา Nokiapoweruser

from:http://www.appdisqus.com/2013/07/14/lumia-1020-price-in-german-set-at-799-euro.html

โฆษณา

รีวิว Sony Xperia ZL

รีวิว Sony Xperia ZL

Sony Xperia ZL รุ่นน้องคู่แฝดของ Xperia Z รูปร่างหน้าตาคล้ายกัน แต่วัสดุแตกต่างกัน สเปกโดยรวมแทบไม่แตกต่างกัน Xperia ZL ตัดคุณสมบัติบางอย่างของ Xperia Z ออกไป อาทิ การกันฝุ่นกันน้ำ ตัวเครื่องหนาขึ้น แบตเตอรี่จุขึ้น (นิดนึง)

ในบางประเทศจะวางขายแค่ตัวใดตัวหนึ่ง ถ้าขาย Xperia Z  จะไม่ขาย ZL ถ้าขาย ZL จะไม่ขาย Z แต่สำหรับในไทยวางขายทั้ง 2 รุ่นครับ ราคาของทั้งคู่ ณ เวลาที่ผมเขียนรีวิวคือ

  • Xperia ZL 17,990 บาท (ลดจาก 18,990 บาท)
  • Xperia Z 18,990 บาท (ลดจาก 20,990 บาท)

ทั้งคู่ราคาห่างกันแค่ 1,000 บาทเท่านั้น ตอนที่ราคาห่างกัน 2,000 บาทก็เลือกยากละ พอห่างกันแค่ 1,000 บาทก็มีทั้งในมุมที่เลือกง่ายขึ้น หรือเลือกไม่ถูกเลยก็มี

สเปก Sony Xperia ZL

รีวิว Sony Xperia ZL

Xperia ZL จะมีแค่สองสีคือ สีดำและสีขาว มาพร้อมกับหน้าจอ HD Reality Display (TFT LCD) ขนาด 5 นิ้ว 441ppi ความละเอียด 1080 x 1920 พิกเซล แสดงผลด้วยเทคโนโลยี Mobile BRAVIA Engine 2 ตัวนี้ไม่กันน้ำเหมือน Xperia Z นะครับ อย่าสับสันเชียว

รีวิว Sony Xperia ZL

กล้องหน้าความละเอียด 2 ล้านพิกเซล ความแปลกคือกล้องหน้าอยู่ด้านล่างของหน้าจอ (มุมขวาล่าง) คุณภาพก็พอใช้ได้ จากที่ใช้มาหลายๆ รุ่น กล้องหน้าของโซนี่ถึงแม้จะเป็นรุ่นที่ให้พิกเซลมาเยอะ แต่คุณภาพไม่ค่อยดีเท่าที่ควร อ้อ กล้องหน้าของตัวนี้ใช้เซ็นเซอร์กล้องที่มีเทคโนโลยี Exmor R แต่คุณภาพก็อย่งาที่บอกข้างต้น ยังไม่ประทับใจ น่าจะทำออกมาได้ดีกว่านี้

รีวิว Sony Xperia ZL รีวิว Sony Xperia ZL

จริงๆตัวนี้ก็มี LED Notification มาให้ ซึ่งจะอยู่ด้านบนของหน้าจอ สำหรับแจ้งเตือนสถานะต่างๆ ขนาดตัวเครื่องของอยู่ที่ 131.6 x 69.3 x 9.8 มิลลิเมตร น้ำหนัก 151 กรัม

รีวิว Sony Xperia ZL รีวิว Sony Xperia ZL

รุ่นนี้จะไม่มีจุกฝาปิดช่องเชื่อมต่อต่างๆ เพราะไม่ใช่รุ่นกันน้ำ เรื่องงานประกอบมีให้ติอยู่นิดนึง ซึ่งผมจะพูดถึงต่อๆ ไปอีกที

รีวิว Sony Xperia ZL รีวิว Sony Xperia ZL

ด้านล่างวัสดุเป็นโพลีคาร์บอเนต ไม่ใช่กระจกแบบ Xperia Z ตัวผิวสัมผัสของด้านหลังจะขรุขระ ทำให้จับถนัดมือ กระชับมือ ไม่เกิดรอยนิ้วมือ ตัวกล้องมาพร้อมกับความละเอียด 13 ล้านพิกเซล เซนเซอร์รับภาพ Sony Exmor RS for mobile CMOS พร้อม LED flash ถ่ายภาพวิดีโอแบบ Full HD 1080p มีฟังก์ชั่นสำหรับถ่ายภาพ HDR

รีวิว Sony Xperia ZL รีวิว Sony Xperia ZL

ด้านล่างของตัวเครื่องจะมีฝาปิดสำหรับเปิดเพื่อใส่ซิมการ์ดและ SD Card ตรงที่ผมจะติเรื่องงานประกอบก็คือตรงนี้ ส่วนตัวไม่ค่อยชอบ อย่างแรกเลยคือโอกาสที่ฝาตรงนี้จะขาดเมื่อใช้ไปนานๆ มีโอกาสสูงแน่นอน อย่างที่สองคือมันไม่สวย

รีวิว Sony Xperia ZL

Sony Xperia ZL มาพร้อมกับ Android 4.1.2 (Jelly Bean) อินเตอร์เฟสยังคงคอนเซ็ปท์เดิม จึงได้เห็นว่าหน้าตาของอินเตอร์เฟสไม่ได้เปลี่ยนไปจากเดิม

รีวิว Sony Xperia ZL

ถ้าใครเคยใช้มือถือ Xperia มาก่อนก็จะคุ้นเคยกับหน้าตาของอินเตอร์เฟสดี

รีวิว Sony Xperia ZL

Xperia ZL มี NFC มาให้ สามารถแชร์ไฟล์ผ่าน Android Beam กับ Android ที่มี NFC ได้ และมาพร้อมกับระบบเสียง xLOUD และระบบเสียง Claer Phase เรื่องการแสดงผลสามารถเปิด/ปิด Mobile BRAVIA Engine 2 นอกจากนั้นยังสามารถปรับค่าของสีหน้าจอได้ด้วย

รีวิว Sony Xperia ZL

อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่พึ่งมีมาใน Xperia ZL ก็คือ โหมดประหยัดพลังงานที่ชื่อว่า STAMINA Mode แตกต่างจากโหมดประหยัดพลังงานบนมือถือทั่วไปคือ โดยทั่วไปเมื่อเปิดโหมดประหยัดพลังงาน ทันทีที่เราพักหน้าจอ ฟังก์ชั่นจะทำงาน และตัดการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต และทุกแอพที่รันอยู่ แต่ STAMINA Mode สามารถเลือกเปิด-ปิดแอพพลิเคชั่นที่เราต้องการได้

รีวิว Sony Xperia ZL

ทดสอบประสิทธิภาพ

 รีวิว Sony Xperia ZL

เปรียบเทียบภาพถ่ายตอนปิดแฟลช และเปิดแฟลช

รีวิว Sony Xperia ZL รีวิว Sony Xperia ZL รีวิว Sony Xperia ZL รีวิว Sony Xperia ZL รีวิว Sony Xperia ZL

 

ตัวอย่างวีดีโอ 1080p


from:http://mobiledista.com/the-sony-xperia-zl-review/

[Ask Blognone] คิดอย่างไรกับข่าว iPhone ราคาถูก

ท่ามกลางข่าวลือมากมายในฝั่งของแอปเปิล ข่าวที่ผมคิดว่าน่าสนใจที่สุดไม่ใช่ iPhone 5S หรือ iPhone 6 ที่เป็น “รุ่นต่อ” ของผลิตภัณฑ์เดิม แต่เป็นข่าว iPhone ราคาถูกลงกว่าเดิม ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ออกมาจับตลาดใหม่

ตอนนี้ยังไม่มีใครรู้ว่าข่าวนี้จะเป็นจริงแค่ไหน ดังนั้นจึงเชิญมาแสดงความเห็นครับว่าคิดเห็นอย่างไรกับข่าวนี้ เช่น เห็นด้วยหรือเปล่า ราคาควรเป็นเท่าไร สเปกอย่างไร จะซื้อหรือไม่ ฯลฯ

iPhone, Apple, Ask Blognone

from:http://www.blognone.com/node/46370

[Tips] รู้มั้ยว่า “อุปกรณ์ Android ทุกเครื่อง ต่อภาพขึ้นจอทีวีได้ทั้งหมด” มาดูกันว่า สามารถทำได้ทางไหนบ้าง

อุปกรณ์ Android ทุกเครื่อง ต่อภาพขึ้นจอทีวีได้ทั้งหมดจากหลากหลายการเชื่อมต่อของเครื่องระบบแอนดรอยด์

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ในปัจจุปัน ถ้าการเล่นเกมบนหน้าจอขนาดเล็กๆ 4 นิ้ว 5 นิ้ว อย่างจอของเครื่อง Android ทั่วๆ ไป มันไม่สะใจคอเกมอย่างเราๆ ท่านๆ หรือการจะรับชมภาพยนต์ ก็คงมีบางอารมณ์ที่เราอยากจะส่งภาพขึ้นไปอลังการอยู่บนหน้าจอโทรทัศน์ คงจะดีถ้าเครื่องที่เราใช้อยู่นั้นสามารถต่อภาพออกไปสู่จอแสดงผลขนาดใหญ่เช่นทีวีได้ดั่งเช่นเครื่องเกมคอนโซล เหลือบไปเห็นทีวีจอใหญ่ๆ ก็จับเสียบสายต่อภาพให้อลังการงานสร้างกันไปเลย

และอยากจะบอกว่า การเชื่อมต่อภาพขึ้ทีวีของแอนดรอยด์นั้น ทำได้แทบทุกรุ่นเลยครับ ^^ แต่จะทำได้แค่ไหนนั้นก็อยู่ที่ประสิทธิภาพเครื่องด้วยเป็นสำคัญ

 

ต่อภาพแบบผ่านสาย

การเชื่อมต่อผ่านสายของแอนดรอยด์นั้น มักจะเป็นการส่งภาพที่เหมือนกันกับทางตัวเครื่องโทรศัพท์ไปยังทีวีโดยตรง โทรศัพท์แสดงภาพอะไรอยู่ บนทีวีก็จะเป็นภาพนั้นเช่นกัน

android tv  02

การเชื่อมต่อภาพออกสู่ทีวีของบรรดาโทรศัพท์แอนดรอยด์นั้น มีการเชื่อมต่ออยู่หลายทางครับ แล้วแต่รุ่นแล้วแต่ยี่ห้อโดยทั่วไปในปัจจุปันจะเป็นการต่อผ่านทางสาย HDMI เป็นหลัก ในบางรุ่นมีพอร์ตเชื่อมต่อจากตัวโทรศัพท์เป็นชนิด HDMI มาให้เลย แต่อาจจะมีแยกเป็นหลายขนาด (HDMI/MINI HDMI/MICRO HDMI) แต่มาตราฐานการใช้งานเดียวกัน ซื้อสายมาใช้ให้ตรงขนาด เสียบปั๊บภาพก็ขึ้นไปบนจอทีวีทันทีเลย

android tv  03

แต่เครื่องบางรุ่นก็มีเป็นพอร์ตเฉพาะของรุ่นตัวเองเช่นของ Samsung หรือ HTC มักจะใช้พอร์ตเชื่อมต่อที่ชื่อว่า MHL (Mobile High-Defination Link) ซึ่งเป็นพอร์ตแบบใหม่ ที่พัฒนาต่อจาก HDMI ในเรื่องของความสามารถชาร์จไฟเข้าตัวโทรศัพท์ในขณะที่เชื่อมต่อผ่านสาย HDMI ไปพร้อมกัน แต่พอร์ตระบบนี้ยังไม่มีทีวีที่รองรับออกมาขายในท้องตลาดมากนัก ซึ่งทางผู้ผลิตก็จะมีอุปกรณ์เสริมที่ใช้แปลงหัวสายจาก พอร์ต MHL เป็น HDMI ธรรมดา เพื่อต่อกับทีวีทั่วไปนำออกมาจำหน่าย ถ้าเราเห็นในการแจ้งรายละเอียดของสเปคเครื่องว่า มีพอร์ต MHL นั้นก็หมายความว่า ต่อได้กับเครื่องทีวีที่มีพอร์ต HDMI เหมือนกันครับ แต่ต้องอาศัยหัวแปลงเล็กน้อย

android tv  04

การต่อภาพออกทีวีด้วยสายสัญญาณนั้น ภาพที่ส่งออกไปจะเสมือนภาพหน้าจอในปัจจุปันของโทรศัพท์ทุกประการครับ ไม่ว่าเราจะเข้าไปทำอะไรก็ตามบนหน้าจอโทรศัพท์ เปิดดูหนัง เข้าเว็บ ชมคลิป Youtube ภาพที่เห็นบนจอทีวีก็จะเป็นภาพเดียวกันกับโทรศัพท์ นั้นก็หมายความว่า ถ้าเราเข้าไปเล่นเกม ภาพเกมที่เล่นก็จะขึ้นไปแสดงบนจอทีวีได้เช่นกัน

ปัจจุปัน เกมบนสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ส่วนใหญ่ ก็ยังคงเน้นเป็นมินิเกมเล่นง่ายๆ สบายๆ ครับ ถึงอย่างงั้นเกมภาพระดับ HD ก็มีให้เล่นอยู่เยอะเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเกมจากค่าย Gameloft, EA, Glu หรือเกมใน Tegra zOne จาก Nvidia เกมจากค่ายใหญ่ๆ พวกนี้มักจะเป็นเกมที่มีความละเอียดของภาพสูงกว่า 480P ขึ้นไป การต่อภาพผ่านสาย HDMI ขึ้นสู่จอภาพขนาดใหญ่ไม่มีปัญหาแน่นอนเรื่องความคมชัด โดยในความเป็นจริงเกมของแอนดรอยด์ทั่วไป ความละเอียดของภาพก็ออกแบบมาที่ระดับ 480P เป็นมาตรฐานอยู่แล้ว เพราะเป็นมาตราฐานของหน้าจอสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ในปัจจุปันครับ ความละเอียดระดับนี้ก็เทียบเท่าได้กับภาพจากเครื่องเล่น DVD หรือเครื่องเล่นเกม Wii นั้นเอง ฉะนั้นไม่ต้องห่วงเรื่องภาพที่ต่อออกจอทีวีจะหยาบจนรับไม่ได้

android tv  06

 

 

การเชื่อมต่อแบบไร้สาย

การเชื่อมต่อภาพออกทีวีของสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ยังมีในรูปแบบไร้สายอีกด้วยครับ โดยจะอาศัยเทคโนโลยีที่เรียกว่า DLNA (Digital Living Network Alliance) sinvการเชื่อมต่อสัญญาณภาพผ่านสัญญาณเครือข่าย Wi-Fi นั้นเองหลายคนอาจจะเคยได้ยินคำนี้จากข่าวคราวฉาวในรัฐสภาไทยเมื่อปีก่อน มันคือเทคโนโลยีที่สามารถส่ง ภาพ เพลง หนัง คลิป จากแหล่งข้อมูลหนึ่ง ไปแสดงยังจอแสงผลในเครือข่าย Wi-Fi เดียวกัน ขอแค่ทั้งคู่เป็นอุปกรณ์ที่รองรับเทคโนโลยี DLNA เท่านั้น

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

แล้วส่วนใหญ่เจ้าสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์รุ่นใหญ่ มันจะมี DLNA อยู่ภายในเครื่องกันทั้งนั้นด้วยสิครับ ^^ อย่างที่ผมบอก แอนดรอยด์สามารถต่อภาพเข้าทีวีได้แทบทุกเครื่องด้วยเทคโนโลยีนี้และครับ แต่นั้นต้องอยู่ที่ภาครับ หรือตัวทีวีเองที่ต้องเป็นจำพวก สมาร์ททีวี นั้นเองครับ

 

โดยไม่จำเป็นเลยว่าเครื่องสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ของเรา ทางผู้ผลิตจะบอกว่ารองรับระบบ DLNA หรือเปล่า เพราะขอแค่อุปกรณ์นั้นๆ รองรับการเชื่อมต่ Wi-Fi ได้ ก็สามารถใช้ DLNA ได้ ต่างกันแค่รุ่นที่ทางผู้ผลิตแจ้งว่ารองรับ ได้มีการใส่ตัวจัดการ DLNA มาให้ในเครื่องแล้ว และสำหรับเครื่องที่ไม่มี ก็แค่โหลดแอปพลิเคชั่นที่ใช้งาน DLNA มาจากใน Playstore เพียงเท่านั้นก็สามารถใช้งานได้เหมือนกันทุกประการแล้วครับ

android tv  08

นอกจากจะส่งภาพ เพลง หนัง ที่มีอยู่ในเครื่องโทรศัพท์เราไปเล่นบนจอทีวี ยังสามารถส่งคลิปวีดีโอจากเว็บไซด์ต่างๆ ที่มีมาให้ภายในแอป ส่งไปเล่นบนทีวีได้ด้วย เช่น Youtube, Vimeo เป็นต้น

 

ใครมีก็ลองใช้งานมันหน่อย เพราะตัวแสดงผลของระบบ Dlna ไม่จำเป็นต้องเป็นสมาร์ททีวีรุ่นใหม่ๆที่มีการรองรับระบบนี้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น จะเป็นจอของเครื่อง PC หรือ Notebook ที่เราลงโปรแกรมเกี่ยวกับการทำงานของ DLNA ไว้ภายในเครื่องก็สามารถใช้ร่วมกันได้ เช่นโปรแกรม Allshare ที่ Samsung เขาแจกให้โหลดมาใช้กันฟรีๆ ลงโปรแกรมปุ๊บ ก็สามารถเลือกแชร์ไฟล์ ส่งไฟล์ หรือแสดงผลไฟล์ที่โดนส่งมาจากเครื่องสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ได้ทันที ส่วนการจะแชร์อะไรได้มั่งนั้น อยู่ที่โปรแกรม Dlna ที่เราเลือกนำมาใช้ครับ โดยส่วนใหญ่ก็จะเป็น เพลง ภาพ หนัง คลิป หน้าเว็บบราวเซอร์

จะแตกต่างจากการต่อภาพผ่านสายตรง ไม่ใช่เป็นการส่งภาพเดียวกันกับหน้าจอโทรศัพท์ไปโดยตรง แต่จะเป็นการส่งข้อมูลไปให้ทางเครื่องแสดงผลปลายทางเปิดไฟล์หนัง เพลง ภาพ ด้วยตัวมันเอง ข้อดีคือ เครื่องโทรศัพท์ของเราจะอิสระ สามารถนำไปใช้งานด้านอื่นๆ ได้ตามปกติ ในขณะที่เบื้องหลังยังคงส่งข้อมูลไฟล์มีเดียเหล่านั้นไปให้จอทีวีทำการแสดงผลอยู่ได้พร้อมๆ กันครับ

 

การเชื่อมต่อผ่านอุปกรณ์เสริม 

มีคนเคยมาถามคำถามผมว่า “หน้าจอตอนเล่นเกมจะแชร์ผ่าน DLNA ได้หรือไม่?” อันนี้ต้องบอกว่า พิเศษหน่อยครับ เพราะในตอนนี้ยังไม่มีโปรแกรม DLNA ตัวใดที่สามารถดึงหน้าจอขณะเล่นเกมบนสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ ขึ้นจอทีวีแบบไร้สายผ่านเทคโลยี DLNA ได้ครับ

แต่! มีอุปกรณ์สำหรับสมาร์ทโฟนที่มีเอาไว้ใช้ในงานลักษณะนี้ได้ครับ มันคืออุปกรณ์แชร์ภาพขึ้นจอทีวี ที่ปลายค่ายมือถือ เขาทำมาขายเพิ่มเติมเป็นอุปกรณ์ให้กับเครื่องสมาร์ทโฟนของเขา เช่น Media Link HD ที่ออกแบบมาเพื่อใช้ร่วมกันกับเครื่องสมาร์ทโฟนของ HTC หรือ Allshare Dongle ที่ใช้งานร่วมกันกับทางเครื่อง Smart Phone Samsung เป็นต้น

android tv  12

ยกตัวอย่างเช่น HTC Media Link HD มันจะเป็นกล่องรับสัญญาณ DLNA จากเครื่องสมาร์ทโฟ HTC (ที่รองรับการใช้งานร่วมกัน) แล้วส่งสัญญาณภาพที่ตัวมันรับได้ ไปสู่จอแสดงผลผ่านสาย HDMI อีกทีหนึ่ง โดยการส่งสัญญาณภาพที่ได้จะเสมือนการต่อสาย HDMI จากตัวเครื่องโทรศัพท์โดยตรงเลยครับ นั้นคือ แสดงผลได้ทุกหมวด ทุกการใช้งาน นั้นรวมถึงขณะที่เราเล่นเกมด้วย

android tv  13

และอุปกรณ์เสริมเหล่านี้ มักจะมีจุดที่พิเศษ เช่นการเรียกใช้งานตัว Media link ด้วยเครื่อง HTC ONE (X) ทาง HTC ออกแบบมาได้เลิศมากๆ ครับ แค่เพียงเราลากนิ้วสามนิ้วปัดขึ้นพร้อมกันที่หน้าจอของ HTC ONE แค่นี้ก็จะเป็นการแสกนและเชื่อมต่อกับตัว Media link โดยทันที เมื่อเชื่อมต่อสำเร็จแล้วการแสดงผลหน้าจอของ ONE X ก็จะเปลี่ยนแกนการทำงานเป็นแนวนอนโดยอัตโนมัติ เพื่อให้เข้ากันกับความกว้างหน้าจอแบบไวด์สกรีนของโทรทัศน์ และถ้าเราต้องการจะตัดการเชื่อมต่อ เราก็แค่เอาสามนิ้วลากลงพร้อมกันที่หน้าจอของ ONE  เหมือนควักอะไรสักอย่างเข้าหาตัวนั้นแหละ ประมาณอารมณ์ “ภาพจอของฉันจงกลับเข้ามา ณ บัดนี้” แหม เลิศ ! ส่วนราคาค่าตัวเจ้า Media link HD ก็ประมาณ 3,800 บาท ครับ

ด้วยความที่มันมีจุดเด่นของการเชื่อมต่อ DLNA อยู่ด้วย เราจึงสามารถทำงานแบบเบื้องหลังในขณะส่งข้อมูลได้เช่นการเชื่อมต่อไร้สายครับ อย่างในขณะที่เรากำลังส่งคลิปวีดีโอขึ้นจอทีวีด้วยโปรแกรม DLNA ผ่านตัว Media link ตัวโทรศัพท์ของเราไม่จำเป็นต้องอยู่ในโหมดการเล่นวีดีโอตลอดเวลา สามารถกลับออกมาสู่หน้าแสตนบาย เพื่อใช้งานด้านอื่นๆ ของตัวโทรศัพท์ตามปกติได้ตลอดเวลาเช่นกัน แน่นอนความสามารถนี้ส่วนใหญ่จะรองรับการส่งข้อมูลในสามรูปแบบเหมือนการเชื่อมต่อไร้สาย นั้นคือ คลิปวีดีโอ เพลง และภาพครับ

 

เหล่านี้ก็คือการเชื่อมต่อภาพระหว่างอุปกรณ์สมาร์ทโฟนกับอุปกรณ์สมาร์ททีวี หรือสมาร์ทดีไวซ์ต่างๆ ที่เราคงต้องเปิดรับข้อมูลตรงนี้กันซักหน่อย ก่อนจะตกยุคตกสมัย การเชื่อมต่อไร้สายทำได้มากขึ้นทุกๆ ที และมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอุปกรณ์สมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ที่นับวัน เครื่องราคาต่ำๆ ก็มีความสามารถมากพอจะมารองรับการใช้งานในจุดนี้ได้หลายรุ่นแล้วด้วยครับ เลยนำมาเป็นข้อมูลเผื่อจะพอมีประโยชน์กับเพื่อนๆ กันไม่มากก็น้อย ^^

android tv  14

from:http://www.appdisqus.com/2013/07/14/tips-android-connect-smart-tv.html

Chromebook อนาคตสดใส หลังยอดขายพุ่งต่อเนื่อง

google-chromebook

ท่ามกลางกระแสวิตกของผู้ผลิตเครื่อง PC วันนี้ยังมีข่าวที่ทำให้ใจชื้นขึ้นมาได้บ้าง หลังจากการสำรวจตลาดล่าสุดพบว่ายอดขายของ Chromebook จาก Google สูงขึ้นเรื่อยๆ ถือเป็นเทรนด์ที่ทุกคนบนโลกดิจิตอลควรติดตาม

ช่วงที่ผ่านมา Google ผลักดัน Chromebook ทุกทางเพื่อเพิ่มช่องทางการขาย ถึงวันนี้ Chromebook สามารถขายปลีกผ่านหน้าร้านกว่า 7,000 แห่งทั่วอเมริกา และผ่านทางร้านค้าออนไลน์อย่าง Amazon และ TigerDirect การสำรวจพบว่าผลลัพท์ที่ได้นั้นเป็นที่น่าพอใจ หลังจากที่ผู้บริหารของ Google ที่รับผิดชอบในส่วนของ Chromebook ออกมาบอกว่าอัตราการเติบโตของยอดขายเพิ่มสูงขึ้นมาก

สำหรับในตลาดอเมริกาเอง Chromebook สามารถยึดครองส่วนแบ่งยอดขายของโน๊ตบุ๊คที่ราคาต่ำกว่า 300 เหรียญ ราว 25% ได้ นอกจากนี้ Chromebook ที่ผลิตโดยผู้ผลิตเจ้าอื่น อย่าง Acer ที่แปะราคาไว้เพียง 199 เหรียญ ก็ติดอันดับโน๊ตบุ๊คที่ขายดีที่สุดของ Amazon อีกด้วย

chromebook-pixel-table

ถึงแม้ Google จะอาศัยข้อได้เปรียบด้านราคา แต่สำหรับตลาดระดับบนก็ยังมี Chromebook รุ่น Pixel ที่มีจุดขายคือความละเอียดหน้าจอที่ 2560 x 1700 โดย Google ตั้งราคาเอาไว้ที่ 1,500 เหรียญ นอกจากนี้ก็ยังมี Chromebook รุ่นที่ผลิตเพื่อการศึกษา โดยมีส่วนลดและโปรแกรมที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อโรงเรียนโดยเฉพาะ

การมีอุปกรณ์ที่เข้าถึงผู้ใช้ทุกระดับ ก็เป็นการทำการตลาดที่น่าสนใจอีกจุดหนึ่งของ Google ไม่แน่ว่าในอนาคต Chromebook อาจจะเดินตามรอยความสำเร็จของรุ่นพี่อย่าง Android ก็ได้

ที่มา: theregister.co.uk

from:http://thumbsup.in.th/2013/07/chromebook-sales-rise/

[Tips] ทำอย่างไร เมื่อเครื่อง Nokia Lumia ของเราเปิดไม่ติด?

Tips นี้เป็น Tips ที่เคยเขียนเอาไว้ตั้งแต่ตอนเขียนบล๊อกส่วนตัวครับ เลยขอเอามารีรันที่นี่อีกครั้งหนึ่ง ในวันอาทิตย์สบายๆที่ไม่ค่อยมีข้อมูลข่าวสารอะไรมากมายแบบนี้ :)

บางกรณี เจ้าเครื่อง Nokia Lumia ของเราอาจจะเกิดอาการดับเองขึ้นมากระทันหัน! กดปุ่ม Power ยังไงก็ไม่ติด เสียบชาร์ตแบตแล้วก็ยังนิ่ง!! ต้องทำอย่างไร?

ทำไมเครื่องถึงดับเอง?

อาการเครื่องดับเองของ Windows Phone ไม่ได้เกิดขึ้นกับเฉพาะเจ้า Nokia Lumia นะครับ WP ยี่ห้ออื่นอย่าง HTC Windows Phone เองก็เกิดอาการนี้ได้เช่น
สาเหตุเบื้องต้นที่รู้ๆกันคือ Bug ในตัวระบบปฏิบัติการเอง ซึ่งตรงนี้ ทาง Microsoft และ Nokia รับทราบถึปัญหา และกำลังจะปล่อยตัวอัพเดทออกมาแก้ไขกันเร็วๆนี้

อาการเครื่องดับเองเกิดได้หลายรูปแบบมากครับ ตัวอย่างที่เคยเจอเช่น
– เครื่องร้อนต่อเนื่องสักพักแล้วก็ดับ
– เครื่องไม่ร้อนแต่วางไว้เฉยๆแล้วดับ
– เครื่องไม่เคยดับ แต่พอเริ่มใช้งานที่ชาร์ตไร้สายแล้วเริ่มมีอาการดับเอง
– เปิดแอพไว้มากเกินไป เครื่องทำงานหนักเลยดับ
– หนักสุดคือเล่นๆอยู่แล้วดับไปเองโดยที่แบตไม่หมด

เหล่านี้เป็นปัญหาที่ยังหาสาเหตุที่แน่นอนไม่ได้ว่า เกิดจากตัว OS หรือที่ตัวเครื่องมีปัญหากันแน่ ซึ่ระหว่างที่เรารอคำตอบและทางแก้ที่แน่นอนจากผู้ผลิต เราก็ควรจะรู้ข้อมูลเบื้องต้นครับว่า ถ้าเกิดเครื่องของเราเกิดดับขึ้นมา จะทำยังไงดี

แนวทางเบื้องต้นเมื่อเครื่องดับ:

1. ตรวจสอบให้แน่ใจว่าแบตไม่ได้หมดครับ โดยลองกดเปิดเครื่องดูอีกที ถ้าแบตหมดที่หน้าจอจะขึ้นสัญลักษณ์รูปแบตเตอร์รี่ว่างเปล่าขึ้นมา อันนี้เป็นสัญญาณที่ดี ให้เสียบชาร์ตทิ้งไว้ซักพักแล้วเครื่องจะเปิดขึ้นมาเองครับ
2. ถ้าเปิดเครื่องแล้วสัญลักษณ์แบตไม่ขึ้นมา ให้ทิ้งเครื่องไว้สัก 15-20 นาที (หรืออาจนานกว่านั้นเป็น 30 นาทีก็ได้ครับ) แล้วลองเปิดเครื่องดูอีกที หลายๆคนถ้าอาการไม่หนัก วิธีนี้จะสามารถทำให้เปิดเครื่องได้ครับ

ทำไมต้องรอ?
เท่าที่ทราบมา ครื่องดับเพราะเกิดการทำงานที่ผิดปกติต่อเนื่องในตัวเครื่องครับ จนบางครั้งเกิดความร้อนภายในมากเกินไป เครื่องเลยดับ การวางเครื่องทิ้งไว้ก็เหมือนกับให้ตัวเครื่องคายความร้อนก่อน ซึ่งก็จะช่วยให้เราเปิดเครื่องได้อีกครั้งนึงครับ

3. ถ้ารอ 20-30 นาทีแล้วยังเปิดเครื่องไม่ติด ให้ลองทำการ Soft reset ดูครับ (การ Soft reset จะไม่ลบข้อมูลในเครื่องนะครับ ข้อมูลทั้งหมดจะอยู่ครบเหมือนเดิม)
การ Soft reset ทำได้ตามขั้นตอนนี้ครับ

  • กดปุ่มลดเสียง + Power ค้างไว้ประมาณ 10-15 วินาที
  • เครื่องจะสั่นแล้วปล่อยปุ่มทั้ง 2 ปุ่ม
  • กดปุ่ม Power อีกทีนึงเพื่อเปิดเครื่อง (ความจริงผมก็ไม่เคยกดปุ่ม Power อีกครั้งนะครับ แค่ขั้นตอนที่ 1-2 ก็เปิดเครื่องได้แล้ว แต่อันนี้เป็นคำแนะนำจากเว็บ Nokia เอง เลยเขียนเอาไว้สักหน่อยครับ)

4. ถ้าเครื่องยังเปิดไม่ติด ขั้นต่อไปคือการ Hard reset เครื่องครับ โดยการ Hard reset เครื่องจะทำให้ข้อมูลทั้งหมดในเครื่องหายไป เพราะฉะนั้นควรทำด้วยความระวังนะครับ

การ Hard reset ในปัจจุบันอาจเสี่ยงต่อการที่เครื่องของเราจะบริก (Brick) หรือใช้งานไม่ได้ เพราะตอนนี้มีรายงานว่าหลายๆท่านลอง Hard reset แล้วเครื่องค้างตรงหน้าจอ Hard reset ครับ คำแนะนำคือ ให้ทำตอนที่เครื่องไม่ร้อนแล้ว และเครื่องควรมีแบตเหลือพอสมควรหรือเกิน 80% ขึ้นไป พร้อมทั้งเสียบสายชาร์ตทิ้งไว้ตลอดเวลาการทำ Hard reset
แต่ถ้าเครื่อง Brick ขึ้นมาจริงๆ แนะนำให้ส่งศูนย์ครับ

การ Hard reset เครื่องด้วยการกดปุ่มบนตัวเครื่องสำหรับกรณีที่ไม่สามารถเปิดเครื่องเพื่อไป Hard reset ด้วยคำสั่งในตัวเครื่องได้ สำหรับเครื่อง Windows Phone 8 ของ Nokia ทำตามวิธีนี้ครับ

  1. ถอดสายชาร์ตออกจากตัวเครื่อง
  2. ปิดเครื่อง (แต่ถ้าเครื่องดับอยู่แล้วก็ข้ามไปครับ แต่ในเว็บโนเกียเขียนแบบนี้จริงๆนะ ^^)
  3. กดปุ่มลดเสียง (Volume down) ค้างเอาไว้สักครู่ แล้วเสียบสายชาร์ตครับขณะที่ยังกดปุ่มลดเสียงค้างไว้อยู่ สักพักเครื่องจะสั่นขึ้นมา และถ้าสำเร็จหน้าจอจะมีเครื่องหมายตกใจปรากฏขึ้นมา (!) หลังจากที่เครื่องขึ้น Logo Nokia (อันนี้จะเหมือนกับ Safe mode ในคอมพิวเตอร์ครับ)

    ** ขั้นตอนนี้ยังสามารถย้อนกลับได้ โดยการกดปุ่ม ลดเสียง + Power ค้างไว้ประมาณ 10-15 วินาทีเหมือนตอนทำ Soft reset หรือปล่อยเครื่องไว้เฉยๆซักครู่ เครื่องจะบู๊ทเข้าโหมดปกติเองครับ ถ้าไม่อยาก Hard reset ก็ลองปล่อยเครื่องไว้เฉยๆครับ แล้วดูว่าเครื่องจะสามารถเข้าโหมดปกติได้หรือไม่ ถ้าไม่ได้ก็ให้ทำการ Hard reset ต่อไป)

  4. ในหน้าจอที่มีเครื่องหมายตกใจ ให้กดปุ่มตามเหล่านี้ตามลำดับครับ
    • ปุ่มเพิ่มเสียง (Volume up)
    • ปุ่มลดเสียง (Volume down)
    • ปุ่ม Power
    • ปุ่มลดเสียง (Volume down)
  5. เครื่องจะรีเซ็ทตัวเอง และเริ่มการ Hard reset ซึ่งจะใช้เวลาพอสมควร (เท่าที่ผมเคยลองทำน่าจะไม่เกิน 10 นาที หรือเต็มที่ก็ 15 นาทีครับ)

เครื่องของคุณก็จะกลับมาใช้ได้ตามปกติอีกครั้งครับ
แต่ถ้ายังไม่ได้จริงๆ เสียใจด้วยครับ คำแนะนำต่อไปคือต้องส่งเข้าศูนย์แล้วล่ะครับ

ปล. มีรูปประกอบการกดปุ่ม Hard reset ด้วย ตามนี้เลยนะครับ

Hard reset with buttons

from:http://www.appdisqus.com/2013/07/14/how-to-open-lumia-when-it-unable-to-open-normally.html

[REVIEW] รีวิว LG Optimus G Pro

หลังจากได้ทดลองใช้งานมาหลายวัน ลองเล่นฟังก์ชั่น QSlide, Dual camera, Dual recording, Quick Remote, Quick Translator และนั่นโน่นนี่ จนครบ (คิดว่าครบแล้วนะ) ก็ได้เวลาปล่อย รีวิว LG Optimus G Pro ให้กับทุกๆ ท่านได้อ่านได้ชมกันแล้ววันนี้ครับ เชิญติดตามได้เลย


== VDO REVIEW : LG Optmis G Pro == 

 

ตัวเครื่อง LG Optimus G Pro

 

งานประกอบของ Optimus G Pro ผมว่าทำมาได้ค่อนข้างดี ดูแน่นหนาใช้ได้ และมีการปรับดีไซน์จากที่เคยเหลี่ยมๆ แท่งๆ มาเป็นโค้งมนก็ดูสวยดี ขอบหน้าจอที่บางช่วยให้ถือเครื่องมือเดียวได้กระชับมือ แม้ว่าหน้าจอจะใหญ่ถึง 5.5 นิ้วก็ตาม ส่วนน้ำหนักตัวเครื่องถือจับแล้วก็ถือว่าหนักนิดหน่อยครับ

 

UI ลื่นไหลปรื้ดปร้าด แถมยังสามารถปรับแต่งได้เยอะมากๆ เปลี่ยนไอคอนได้หลากหลาย ถ้าเล็กไปก็เลือกให้มันใหญ่ได้ เป็นยี่ห้อเดียวที่ Launcher ทีมากับสามารถปรับแต่งได้เยอะและหลากหลายที่สุด รวมถึงหน้าจอ Lock screen ที่มีให้เลือกเยอะเช่นกัน

 

อย่างที่บอกไปเมื่อตอนพรีวิว ว่าฝาหลังของ Optimus G Pro มี qi wireless charge ถ้าคุณมีแทนชาร์จไร้สายของยี่ห้อใดก็สามารถนำมาใช้ได้ครับ เพราะเท่าที่รู้ตอนนี้ LG ยังไม่มีขาย ใช่้ของ Nokia Lumia หรือ Galaxy S4 ไแก่อนก็ได้ (แต่แบต 3,000 นี่ชารฺ์จนานกันหลายชั่วโมงเลยนะครับ)

 

Qslide app เป็นอะไรที่เจ๋งดี ใช้แล้วชอบเลย แต่เสียดายที่มีให้เล่นไม่กี่แแอพเท่านั้นเอง ถ้าเปิดให้ใส่แอพเพิ่มเข้าไปได้คงจะฟินกว่านี้เยอะเลย

 

Keyboard ของ LG เป็นแบบ 3 อักษรในแป้นเดียว (BB Style) ซึ่งการพิมพ์ภาษาอังกฤษและไทยแม่นนิ้วดีครับ กดไม่ค่อยผิด แถมยังสามารถแยก keyboard เป็นซ้ายขวาตอนที่ใช้หน้าจอในแนวนอนได้ แต่ปัญหาในภาษาไทยคือระบบเดาคำที่ค่อนข้างจะงงๆ ขออธิบายเป็นจุดๆ ประมาณนี้

  1. การพิมพ์เมื่อ “เปิด” ระบบเดาคำและ Path keyboard (ลากนิ้วให้เป็นคำหรือ swype) นั้นระบบจะเดาตัวอักษรปละคำให้เอง กดซ้ำที่แป้นไม่ได้ ถ้าจะพิมพ์ต้องกดค้างเพื่อเลือกตัวอักษรอื่นๆ
  2. การพิมพ์เมื่อ “ปิด” ระบบเดาคำและ Path keyboard จะสามารถกดซ้ำที่แป้นเพื่อเปลี่ยนตัวอักษรได้แบบ BB เช่นแป้น ก กด 2 ครั้งจะกลายเป็น ด
  3. การพิมพ์ทีละตัวอักษรในระบบ Path keyboard นั้น การเดาคำไม่แม่นเอามากๆ แต่ถ้าลากนิ้ว swype จะแม่นยำกว่า เช่นถ้าผมลากจากนิ้วจาก ม ไปหา สระอี มันจะเดาคำว่า “มี” ให้ทันที แต่ถ้าพิมพ์ ม ี บนแป้น มันจะเดาคำอื่นๆ ออกมาแทน เพราะแป้น ม มีตัวอักษร ท ม ฝ

 

ส่วนเรื่องลูกเล่นของหน้าจออย่าง Smart screen อันนี้เหมือนกับ Smart stay ครับจ้องเท่าไหร่จอก็ไม่ดับ ส่วน Smart video ใช้เวลาดูหนังแล้วหันหน้าไปทางอื่นมันก็จะหยุดเล่นให้

 

โหมดเล่นวิดีโอลูกเล่นเยอะครับ ลากนิ้วขึ้นลงในแนวตั้งปรับความสว่างจอได้ ลากแนวนอนซ้ายขวาเป็นการเลื่อนดูช่วงต่างๆ ของคลิป เอา 2 นิ้วถ่างซูมดูวิดีโอได้ด้วย

 

Optimus G Pro มี Dio Dict ดิกชันนารีมาให้ในตัว พิมพ์หาศัพท์ได้เลยไม่ต้องต่อเน็ท ส่วน Quick Translator นั้นก็คือการใช้กล้องส่องแปลภาษาต่างประเทศได้ทันที (อันนี้ต้องต่อเน็ท) แต่เลือกส่องได้กว่า 20 ภาษาเลย เยอะสุดๆ แล้วก็แปลเป็นไทยให้ด้วย

 

 ส่วนเรื่องการเล่นเกมไม่ต้องพูดถึงครับ ลื่นๆ สบายๆ Snapdragon 600 เอาอยู่

 

= ตัวอย่างภาพถ่ายจาก LG Optimus G Pro =

 


สำหรับเรื่องแบตเตอรี่และอายุการใช้งานของเครื่องนั้นถือว่าสอบผ่าน เพราะในโหมด standy กินไฟน้อยมาก ผมทิ้งเครื่องไว้ที่บ้าน 1 วันแต่ต่อ wifi ไว้ตลอด แบตลดไม่ถึง 10% ส่วนการนำเครื่องออกไปใช้งานแบบปกติทั้งวัน ผมลองตั้งความสว่างไว้ที่ 50% ออกจากบ้าน 8 โมง กลับถึงบ้าน 2-3 ทุ่ม แบตยังเหลือประมาณ 30-40% ก็ค่อนข้างน่าพอใจครับ แต่อันนี้บอกตรงๆ ว่าขึ้นอยู่กับการใช้งานและ “ความสว่างหน้าจอ” เป็นตัวแปรสำคัญเลยจริงๆ

from:http://droidsans.com/review-lg-optimus-g-pro

โฆษณา

for feed news app

%d bloggers like this: