LINE ปั้นทีวีซีรีย์การ์ตูนเรื่องที่ 2 LINE TOWN ฉายที่ประเทศญี่ปุ่นแล้ว

linetown

ปีนี้ถือเป็นปีแห่งกระแสการดึงการเป็นออนไลน์และโมบายล์เข้าสู่โลกออฟไลน์อีกครั้ง เพราะเวลานี้โปรแกรมแชทสุดฮิตอย่าง LINE โดยบริษัท NHN Japan ได้ประกาศทำซีรีย์การ์ตูนฉายทางโทรทัศน์ที่ประเทศญี่ปุ่นแล้ว

หลังจากประสบความสำเร็จอย่างถล่มถลายบนโลกโมบายล์ของ LINE โปรแกรมแชทที่ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็จะเห็นคนเปิดหน้าจอคุยกันหรือส่งสติกเกอร์กัน ซึ่งเป็นจุดเด่นที่ชนะใจคนทั่วทั้งแทบเอเชียและขยายวงกว้างไปเรื่อยๆ จนตอนนี้มีผู้ใช้งานเกิน 120 ล้านคนทั่วโลกแล้ว ตอนนี้ Naver เพิ่มเส้นทางความฮิตด้วยการเข็นการ์ตูนมาฉายทางโทรทัศน์เพิ่มขึ้นอีกช่องทางโดยใช้ชื่อว่า LINE TOWN เป็นการนำเอาตัวละครทั้งหมดที่เราพบใน LINE Stamp มาเล่นเป็นเรื่องราวขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็น Moon, Coney, Brown, James, Jessica,  Sally เรียกได้ว่ามาครบแทบทุกตัว

สำหรับการออกอากาศนั้นจะออกที่ Tokyo TV ช่อง 6 ทุกวันพุธเวลา 18:30 ตามเวลาในประเทศญี่ปุ่นเป็นเวลา 30 นาที โดยเริ่มออกอากาศไปแล้วตั้งแต่ 3 เมษายนที่ผ่านมา

LINE Town เป็นการทำการ์ตูนอนิเมชันครั้งที่ 2 โดยก่อนหน้านี้เราคงจะเคยได้ชมการ์ตูน LINE OFFLINE ~Salary Man~ กันมาแล้วบ้าง ทีเริ่มออกอากาศช่อง Tokyo TV เช่นกันในเดือนมกราคม โดยเสนอเป็นตอนสั้นๆ ตอนละ 5 นาทีเท่านั้น ซึ่งคนไทยคงจะได้ติดตามจากช่องทางบน YouTube และก็มีคนไทยใจดีแปลใส่ซับภาษาไทยให้ได้อ่านและชมกัน

http://www.youtube.com/watch?v=ifMWXp1Y9zw

การมาของ LINE TOWN ก็คือการขยายกลุ่มคนดูอีกขั้นหนึ่งให้ผู้ที่ไม่ได้ใช้แอพพลิเคชัน LINE ได้รู้จัก, ช่วยในการจดจำและรับรู้ถึงความน่ารักของกลุ่มตัวละครนี่มากขึ้น ซึ่งผลตามมาก็คือจำนวนผู้ใช้งานที่น่าจะเพิ่มขึ้นโดยทางอ้อมนั่นเอง

linetown2

LINE TOWN ถือเป็นตัวอย่างของการเปลี่ยนจากออนไลน์ให้มาเป็นออฟไลน์อีกครั้ง หรือเรียกแบบไม่เป็นทางการว่า Clicks and Bricks (ปกติจะมีแต่ Bricks and Clicks คือการทำสิ่งที่เป็นออฟไลน์ให์เป็นออนไลน์ได้) ซึ่งก็อดเปรียบเทียบไม่ได้กับค่าย Rovio ที่เริ่มออกมาทำในรูปแบบนี้เช่นเดียวกัน นั่นคือทำการ์ตูนที่ชื่อว่า Angry Birds Toons

http://www.youtube.com/watch?v=w5px1IbyAjw

แต่ด้วยความคิดเห็นของผมเองมองว่า Rovio ทำออกมาไม่โดนใจและ “เข้าถึง” เท่ากับ NHN นัก รวมทั้งอยู่อยู่ในช่องทางออนไลน์ทั้งหมด เพราะต้องเปิดชมในแอพพลิเคชัน Angry Birds เท่านั้น นี่คือข้อที่เสียเปรียบของฝั่ง Rovio อย่างชัดเจน

การออกมาตอกย้ำความฮิตของ LINE ด้วยการเข็นการ์ตูนใหม่นี้เหมือนเป็นการตีเหล็กตอนที่ยังร้อนๆ เพราะมันยิ่งเสริมและเกื้อหนุนไม่ให้กระแสนั้นตกไปอย่างง่ายๆ ครับ

ที่มา: Asiajin

from:http://thumbsup.in.th/2013/04/line-town-broadcast-in-japan/

ลือ ซัมซุงเตรียมออก Galaxy Tab 3 8.0 ขยายหน้าจอเพิ่มเป็น 8 นิ้ว

ก่อนหน้านี้เคยมีข่าวลือ Galaxy Tab 3 ขนาดหน้าจอ 7 และ 10.1 นิ้ว และรุ่น 10.1 นิ้วก็มีรายละเอียดหลุดออกมาพอสมควร (จอละเอียด 2560×1600, ซีพียู Exynos 5 Dual)

ล่าสุดหลังซัมซุงเปิดตัว Galaxy Note 8.0 ก็มีข่าวตามมาอีกระลอกว่าเราจะได้เห็น Galaxy Tab 3 8.0 รุ่นขยายขนาดหน้าจอให้ใหญ่ขึ้นเป็น 8 นิ้วด้วย (คาดว่าทิ้งรุ่น 7 นิ้วแล้วเปลี่ยนเป็น 8 นิ้วแทน)

ตามข่าวบอกว่ามันจะใช้รหัส SM-T3100 (Wi-Fi) และ SM-T3110 (3G) น่าจะเริ่มขายประมาณเดือนมิถุนายน

ที่มา – SamMobile

Samsung Galaxy, Samsung, Galaxy Tab 3, Rumor, Tablet

from:http://www.blognone.com/node/42993

กูเกิลเปิดเผยรายละเอียด API ของ Google Glass ทุกอย่างต้องทำผ่านเซิร์ฟเวอร์กูเกิล

ที่งาน South by Southwest (SXSW) ปีนี้กูเกิลส่ง Timothy Jordan พนักงานฝ่ายสนับสนุนนักพัฒนา (Developer Advocate) มาเล่าถึง API ของ Google Glass ที่แม้ตอนนี้จะยังไม่มีขายโดยทั่วไปก็ตาม

API สำหรับ Google Glass นั้นมีชื่อว่า Mirror API เป็น API สำหรับเพิ่มเมนูเข้าไปในหน้าจอของ Glass โดยที่ทุกอย่างต้องทำผ่านเซิร์ฟเวอร์ของกูเกิลผ่านทางการยืนยันสิทธิ์ด้วย OAuth 2.0 เท่านั้น และเมื่อผู้ใช้มีการโต้ตอบกลับมายังแอพพลิเคชั่นของเรา เช่น การกด Like รูปภาพที่เราแสดงขึ้นไป เซิร์ฟเวอร์กูเกิลจะส่ง Callback กลับมายังเซิร์ฟเวอร์ของเรา

ด้วยกระบวนการเช่นนี้ การพัฒนาการใช้งานของ Glass จะไม่ใช่การสร้างแอพพลิเคชั่นไปรันบนเครื่องเหมือนกับแอนดรอยด์ แต่เป็นการส่งเนื้อหา เช่น หัวข้อข่าวล่าสุด ขึ้นไปแสดง และเมื่อผู้ใช้ต้องการเนื้อข่าว ข้อความขนาดยาวในเนื้อข่าวอาจจะระบุให้อ่านให้ผู้ใช้ฟังผ่านระบบ text-to-speech ของ Glass เอง และเมื่อผู้ใช้ต้องการโต้ตอบกับเนื้อหาเช่นคอมเมนต์หรือกด Like ก็สามารถวางเมนูย่อยๆ สำหรับเนื้อหาแต่ละอันลงไปได้

API ทั้งหมดนี้ยังอยู่ในระดับเบื้องต้นมากๆ และมีความเป็นไปได้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอีกหลายครั้งก่อนการจำหน่ายจริง

ถ้าเรากลัวว่าแอนดรอยด์จะทำให้กูเกิลรู้ว่าเราลงแอพพลิเคชั่นใดบ้าง งานนี้สำหรับ Glass กูเกิลจะรู้ว่าเราทำอะไรกับบริการใดบ้างทุกกระบวนการเลยทีเดียว

ที่มา – YouTube – Google Developers

Google Glass, Google, Development

from:http://www.blognone.com/node/42992

หลุดชื่อ Babel หรือนี่คือแอพแชทตัวใหม่ของกูเกิล?

ก่อนหน้านี้เรามีข่าวลือว่ากูเกิลเตรียมยุบบริการแชท-ข้อความทั้งหมดเป็นแอพตัวเดียวชื่อ Babble ตอนนี้มีข้อมูลล่าสุดออกมาว่ามันอาจชื่อ “Babel” แทน

คนที่ค้นพบข้อมูลนี้เป็นรายแรกระบุว่าเจอข้อความ error ในหน้าเว็บ Gmail (ที่เป็นแถบสีเหลืองอ่อนๆ อยู่ด้านบนสุดของหน้าเว็บ) ระบุว่าข้อความบางส่วนของเขาถูกย้ายไปลงถังขยะ เนื่องจากเป็นการแชทในระบบ “Babel” และมีแต่แอพ Babel ที่เห็นข้อความเหล่านี้ได้

หลังจากข่าวนี้แพร่ออกไปก็มีคนไปตามหาคำว่า Babel ในเว็บไซต์ของกูเกิลกันยกใหญ่ และก็มีคนเจอเข้าจนได้ใน Google Code ของโครงการ WebRTC ที่มี crash log ระบุชื่อแพกเกจ com.google.android.apps.babel แปะมาด้วย (วิธีการเรียกชื่อแอพเข้าสูตรแอพของกูเกิลบน Android ทำให้มีโอกาสเป็นข่าวจริงสูงขึ้น)

ที่มา – Android Police

Google, Instant Messenger, Leak

from:http://www.blognone.com/node/42991

5 ความสามารถใหม่ ที่คาดว่าจะมาพร้อมกับ Android 5.0 : Key Lime Pie

หลังจากมีการคาดการณ์กันว่ากูเกิลจะเปิดตัวระบบปฏิบัติการ Android เวอร์ชั่นใหม่ หรือ Android 5.0 : Key Lime Pie  ในงาน Google I/O 2013 ที่จะจัดขึ้นในเดือนพฤษภาคมนี้ ล่าสุดทางเว็บไซต์ NewLaunches ก็ได้ออกมาเรียกน้ำย่อยโดยการนำเสนอ 5 ความสามารถใหม่ ที่คาดว่าจะมาพร้อมกับ Android 5.0 จะมีอะไรบ้างนั้น เชิญรับชมได้เลยครับ

1. สนับสนุนการใช้งานแบบหลายเครื่องได้ดีกว่าเดิม

การสนับสนุนการใช้งานแบบหลายเครื่อง (Better multiple device support) หมายถึงระบบสำหรับซิงค์ข้อมูลในเครื่อง (รูปภาพ/โปรไฟล์/แอพ/ข้อมูลต่างๆ) ของผู้ใช้คนเดียวกัน เช่น คนที่มีสมาร์ทโฟนมากกว่าหนึ่งเครื่องหรือมีแท็บเล็ตที่เป็นแอนดรอยด์ด้วย ก็จะใช้งานได้สะดวกและต่อเนื่องยิ่งกว่าเดิม

2. รองรับการใช้งานได้หลายโปรไฟล์

เป็นฟีเจอร์ที่สำหรับตั้งค่าการใช้งานเครื่องในแบบต่างๆ บันทึกเก็บไว้ เช่น ถ้าจะเล่นเกมแรงๆ ก็ใช้โปรไฟล์ที่รีดประสิทธิภาพเครื่องสูงสุด หรือถ้าต้องการใช้เล่นเว็บอ่านข่าวเฉยๆ ก็เลือกใช้โปรไฟล์ในโหมดที่ไม่ต้องใช้สเปคเครื่องแรงมาก ส่งผลให้ประหยัดแบตฯ ไปในตัวนั่นเอง

3. ซิงค์ SMS ไว้บน Cloud

อันนี้ก็ตรงๆ เลยครับ คือซิงค์ข้อความหรือ SMS ในเครื่องขึ้นไปเก็บบน Cloud สามารถล็อกอินเพื่ออ่านข้อความดูในเว็บได้ หรือช่วยอำนวยความสะดวกเวลาต้องการย้ายเครื่อง เป็นต้น

4. เพิ่มตัวเลือกปิด/เปิด การอัพเดทแอพอัตโนมัติ

เป็นการเพิ่มตัวเลือกสำหรับการที่จะเปิดหรือปิดระบบอัพเดทแอพแบบอัตโนมัติ สำหรับคนที่ต้องการเลือกอัพเดทเอง

5. ปรับปรุง Lock screen และ Home Screen ใหม่

เพิ่มตัวเลือกและลูกเล่นใหม่ๆ เกี่ยวกับการตกแต่งหน้า Lock screen และ Home Screen

และทั้งหมดนี้ก็คือ 5 ฟีเจอร์ ที่ทาง NewLaunches หวังว่าจะมาใน Android 5.0

ที่มา – NewLaunches

…แล้วคุณหล่ะ อยากให้ Android 5.0 มีฟีเจอร์ใหม่ๆ อะไรบ้าง ?
มาแชร์คอมเม้นต์กันได้ครับ

from:http://www.9tana.com/node/5-want-features-android-5/

[ข่าวลือ] กูเกิลกำลังเจรจากซื้อกิจการ WhatsApp ด้วยเงินมูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์

ข่าวลือล่าสุดจากเว็บไซต์ Digital Trends รายงานว่า กูเกิลกำลังเจรจากับ WhatsApp แอพพลิเคชั่นสนทนาชื่อดังเพื่อซื้อกิจการในวงเงินมูลค่าประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีรายงานว่า Facebook จะทำการซื้อกิจการ WhatsApp แต่ทว่าภายหลังทาง WhatsApp เป็นฝ่ายปฏิเสธข่าวลือนี้ด้วยตนเอง

สิ่งที่ทำให้ข่าวลือนี้มีน้ำหนักขึ้น เนื่องจากข่าวลือที่ว่ากูเกิลเตรียมจะเปิดบริการส่งข้อความและแชตแบบครบวงจรอย่าง Babble และตัวกูเกิลเองตอนนี้ยังขาดทรัพยากรที่จะพัฒนาด้านการส่งข้อความแบบ BBM และ iMessages การที่มี WhatsApp จะทำให้กูเกิลสามารถพัฒนา Babble ได้สมบูรณ์แบบกว่าเดิม

ทั้งนี้ข่าวลือนี้ยังไม่ได้รับคำยืนยันจากทั้งทางกูเกิลและ WhatsApp แต่อย่างไร

ที่มา: Windows Phone Central

WhatsApp, Acquisition, Google, Rumor

from:http://www.blognone.com/node/42990

“Triptychs of Strangers” ภาพถ่ายคนแปลกหน้า

ด้วยฝีมือของช่างภาพ Adde Adesokan ที่เดินทางไปในที่ต่างๆ และเก็บภาพคนแปลกหน้าที่บังเอิญเจอระหว่างทาง ในรูปแบบของภาพพับ 3 ทบ ซึ่งช่วยแสดงออกถึงตัวตนของคนแปลกหน้าเหล่านี้ออกมาในภาพได้อย่างน่าสนใจ

เข้าไปดูผลงานเต็มๆ ของเขาได้ ที่นี่

 

1.

5453685362_a7b5cac65c_b

The Islander – Hamburg

 

 

2.

5464914152_6cf6786a0b_b

The Leg-Stretcher, Paris

 

 

3.

5476281792_0ee5d2e6d8_b

The Cyclist, Paris

 

 

4.

5481444211_6f01a05c0b_b

The Couple I, Montmartre – Paris

 

 

5.

5489000368_150550ae68_b

The way too honest Parisian, Montmartre – Paris

 

 

6.

5494366744_399376917b_b

The ColorMatched – Hamburg

 

 

7.

5498851549_837424fbda_b

France got talent – Paris

 

 

8.

5506044158_365e31a588_b

The prevented Smoker, Paris

 

 

9.

5511498207_fa544959e0_b

The German – Paris

 

 

10.

5517357888_aeccefae66_b

The Photograpic Artist – Paris

 

 

11.

5609624224_71cfaaf1c1_b

The Hungry Typograph – Hamburg

 

 

12.

5615560271_818cef00f3_b

The Player – Hamburg

 

 

13.

5621064485_b3c3c0d041_b

The Couple II – Hamburg

 

 

14.

5661034012_6423974c58_b

The Grieving Sailor – Schanze, Hamburg

 

 

15.

5835920274_985e78bc4a_b

The Formidable Dancer – Hamburg

 

 

16.

5845069784_7e7095ce9a_b

The Expressive Actor – Hamburg

 

 

17.

5859762498_0be49a6832_b

The Cautious Doubter – Hamburg

 

 

18.

6099270675_07ba92abb9_b

The Revolutionary Security Guard – London

 

 

19.

6105376063_525d3342b2_b

The Sunday Faced Cupholder – London

 

 

20.

6112111134_9981022e31_b

The Analog Lover – London

 

 

21.

6126865894_d6be4db84b_b

The Appreciative Rough Sleeper – London

 

 

22.

6135995920_3e501f97bc_b

The Ageless Sunday Lady

 

 

23.

6172045186_d1beb3b9e5_b

The Kharise Francis herself – London

 

 

24.

6294060237_20103afeac_b

The Constant Friend – Berlin

 

 

25.

6314308541_4b77eaac24_b

The Graffitect – Berlin

 

 

26.

6321628661_1f0d46e1ea_b

The Fingercounting Violinist – Hamburg

 

 

27.

6446152199_ebde101523_b

The warm-hearted Giver – Hong Kong

 

 

28.

6481380003_0bac11d60c_b

The Century Egg loving Girl from Hong Kong

 

 

29.

6735948531_3c3d869670_b

The highly recommended Mekong Expert – Ho Chi Minh City

 

 

30.

6927961815_94d10eac3d_b

The Blue Inked Red Dzao, Taphin Village – Sapa

 

 

31.

6955733678_0fd10b26ce_b

The contracted Bricklayer, Balat – Istanbul

แปลและเรียบเรียงโดย
ทีมงาน everyday-readers.com

from:http://www.everyday-readers.com/blog/stories/triptychs-of-strangers-adde-adesokan/

DroidSans Blind Test ครั้งที่ 4 รอบนี้ใช้ตาดูหูฟังไปพร้อมกัน

วันหยุดยาวๆ แบบนี้ เรามาเปลี่ยนบรรยากาศจากอ่านข่าวเครียดๆ ค่ายโน้นถล่มค่ายนี้ หรือเทียบเสปคมองหาสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ ที่กำลังจะสอยแล้วปวดหัว มาลองชมภาพวิดีโอพร้อมกับฟังเพลงชิวๆ ในบรรยากาศสลัวๆ สบายๆ แล้วมาทายว่ามันมาจากสมาร์ทโฟนรุ่นไหนกันหนอ ^ ^

Device A

 

Device B

 

Device C

 

Device D

 

เรื่องภาพสั่นนี่คงต้องขออภัย เพราะต้องใช้มือถือพร้อมๆ กันหลายเครื่อง แต่อยากให้ดูเรื่องของแสงสีการจับโพกัสและเรื่องของการอัดเสียงเพลงแบบสเตอริโอมากกว่าครับ

ชอบวิดีโอจาก device A
67% (2 votes)
ชอบวิดีโอจาก device B
33% (1 vote)
ชอบวิดีโอจาก device C
0% (0 votes)
ชอบวิดีโอจาก device D
0% (0 votes)
Total votes: 3

from:http://droidsans.com/droidsans-blindtest-4-video-recorder

Harlem Shake ทำสถิติยอดชม 1 พันล้านครั้งบน YouTube ใน 40 วัน

HL1

ต้องบอกว่าเป็นอีก Viral Video สุดร้อนแรงแห่งปีสำหรับ “Harlem Shake” วันนี้วิดีโอสังคมนักเต้นหลุดโลกถูกบันทึกว่ามียอดเปิดชมมากกว่า 1 พันล้านครั้งแล้ว โดยสถิตินี้เป็นยอดรวมของวิดีโอ Harlem Shake หลากเวอร์ชันซึ่งมีการเผยแพร่ตลอดเวลา 40 วันตั้งแต่ 12 กุมภาพันธ์ – 24 มีนาคมที่ผ่านมา

Harlem Shake (ลองอ่านความเป็นมาว่าเกิดจากอะไรได้จากบทความ Harlem Shake คืออะไร) เป็นรูปแบบวิดีโอที่กลุ่มคนทั่วโลกรวมตัวกันถ่ายทำตามสถานที่ต่างๆ ในวิดีโอมักจะเริ่มด้วยภาพนักเต้น 1 คนที่กำลังวาดลวดลายท่ามกลางผู้คนที่นั่งนิ่งไม่สนใจ แต่อีกไม่กี่วินาทีถัดมา ทุกคนในวิดีโอจะร่วมกันเต้นด้วยท่าทางหลุดโลก เสน่ห์ของ Harlem Shake อยู่ที่วิดีโอแต่ละเวอร์ชันจะถ่ายทอดสภาพแวดล้อมต่างกันไป ทำให้เราได้เห็นภาพพลทหารในกองทัพพร้อมใจกันเต้นแบบสุดเหวี่ยง พนักงานในบริษัทใหญ่ที่ปลดปล่อยความมันส์ใต้หน้ากาก หรือทีมนักว่ายน้ำที่วาดแขนขาอยู่ใต้น้ำแบบไม่มีใครยอมใคร

ล่าสุดการสำรวจจาก Visible Measures พบว่าวิดีโอ Harlem Shake สามารถฝังรากและสร้างความนิยมบนโลกออนไลน์ได้อย่างชัดเจน โดยยอดการชม Harlem Shake ทุกเวอร์ชันนั้นรวมกันแล้วทะลุหลัก 1.2 พันล้านครั้งในเวลา 40 วัน

HL2

Visible Measures มองว่าความสำเร็จของ Harlem Shake ในเวลาไม่ถึง 2 เดือนที่ผ่านมา นั้นเกิดขึ้นเร็วกว่าวิดีโอ ‘Gangnam Style’ ซึ่งใช้เวลามากกว่า 80 วันกว่าจะสามารถทำยอดชมทะลุ 1 พันล้านครั้ง เมื่อเทียบแล้ว Harlem Shake สามารถเทียบชั้นกับมิวสิควิดีโอดังอย่าง ‘Call Me Maybe’ โดยใช้เวลาเพียง 1 ใน 6 ของเวลาที่ Call Me Maybe ทำไว้ ทั้งหมดนี้ถือว่าไม่แปลกว่าเพราะวิดีโอที่ถูกนับเป็น Harlem Shake นั้นมีมากกว่า 500 เวอร์ชันที่ถูกรวมในการสำรวจครั้งนี้

แม้โดยเฉลี่ย แต่ละวิดีโอ Harlem Shake จะมียอดชมราว 2 ล้านครั้ง แต่การสำรวจพบว่ามี 10 เวอร์ชันที่ได้รับความนิยมถล่มทลาย ซึ่งหากรวม 10 วิดีโอ Harlem Shake ที่มียอดชมมากที่สุดจะคิดเป็นยอดชมมากกว่า 336 ล้านครั้ง

ว่าแล้วก็ต้องร้องว่า “กูรูกูรู กูรูริต้า”

ที่มา: Mashable

from:http://thumbsup.in.th/2013/04/harlem-shake-hits-1-billion-views-in-40-days/

for feed news app

%d bloggers like this: