Xiaomi เปิดตัวเครื่องฟอกอากาศ Smart Air Purifier 4, 4 Lite, 4 Pro

หลังจากหยุดที่เลข 3 มานาน Xiaomi เปิดตัวเครื่องฟอกอากาศรุ่นยอดนิยมซีรีส์ 4 ในตลาดนอกจีนแล้ว โดย Xiaomi Smart Air Purifier 4 ประกอบด้วย 3 รุ่นย่อยคือ 4 Pro, 4, 4 Lite

หน้าตาของ Xiaomi Smart Air Purifier 4 ยังเหมือนกับของเดิม ฟีเจอร์ใหม่คือระบบฟิลเตอร์แบบ 3-in-1 ที่ผสมทั้งหลักการทางกล (mechanical) และไฟฟ้าสถิตย์ (electrostatic) ให้จับฝุ่นได้ดีขึ้น สามารถกรองฝุ่นได้ดีและเร็วขึ้นกว่าเดิม กรองฝุ่นในห้องขนาด 20 ตารางเมตรเสร็จภายใน 10 นาที, มีเซ็นเซอร์ตรวจวัดได้ทั้งฝุ่นขนาด PM2.5 และ PM10 ในตัว

ความแตกต่างสำคัญของรุ่น 4 กับ 4 Pro คือกำลังในการกรองที่รุ่น 4 Pro มากกว่า และฟีเจอร์เซ็นเซอร์ PM2.5/PM10 มีเฉพาะรุ่น 4 Pro

ฟีเจอร์อย่างอื่นคือจอ OLED, รองรับการสั่งงานด้วยเสียงทั้ง Google Assistant และ Amazon Alexa ซึ่งมีอยู่แล้วในเครื่องฟอกอากาศรุ่นก่อนๆ

ราคาของทั้ง 3 รุ่นเป็นดอลลาร์สหรัฐคือ 399, 299, 199 ดอลลาร์ตามลำดับ

No Description

No Description

No Description

ที่มา – Xiaomi, Xiaomi

from:https://www.blognone.com/node/126880

Boston Dynamics ร่วมกับ DHL นำหุ่นยนต์ทำงานโกดัง Stretch มาใช้งานจริงในเชิงพาณิชย์

Boston Dynamics บริษัทพัฒนาหุ่นยนต์ภายใต้ Hyundai ประกาศร่วมมือกับ DHL เพื่อนำ Stretch หุ่นยนต์สำหรับทำงานในโกดังมาใช้งานจริงในเชิงพาณิชย์

สำหรับสัญญาที่ DHL ทำร่วมกับ Boston Dynamics มีมูลค่าดีลอยู่ที่ 15 ล้านดอลลาร์ ซึ่ง DHL จะนำหุ่นยนต์มาใช้งานในพื้นที่อเมริกาเหนือ โดย Boston Dynamics จะเป็นผู้ให้บริการฟลีตหุ่นยนต์ให้ศูนย์ลอจิสติกส์ของ DHL ในระยะเวลา 3 ปีข้างหน้า

การนำหุ่นยนต์ Stretch มาใช้งานจริงกับระบบลอจิสติกส์ของ DHL น่าจะเป็นบทพิสูจน์สำคัญของ Boston Dynamics ซึ่งหากใช้งานได้ดีน่าจะช่วยให้การทำงานในโกดังเป็นงานอัตโนมัติมากขึ้น รวมถึงเพิ่มความปลอดภัยกับผู้ที่ทำงานในพื้นที่ด้วย

ที่มา – TechCrunch

No Description

from:https://www.blognone.com/node/126879

Xiaomi เปิดตัว Redmi Note 11, 11S, 11 Pro, 11 Pro 5G อัพเกรดกล้อง 108MP จอ 120Hz

Xiaomi เปิดตัวมือถือซีรีส์ Redmi Note 11 ตามธรรมเนียมรอบการเปิดตัวช่วงต้นปี รอบนี้มีมือถือเปิดตัวทั้งหมด 4 รุ่นย่อย เท่ากับซีรีส์ Redmi Note 10 ของปีที่แล้ว คือ Redmi Note 11 Pro 5G, Redmi Note 11 Pro, Redmi Note 11S, Redmi Note 11

จุดเด่นที่สำคัญของซีรีส์ Redmi Note 11 คือการขยับฟีเจอร์จากรุ่นเรือธงลงมา โดยสองรุ่นบนคือ 11 Pro 5G และ 11 Pro ได้จอ 120Hz (อีกสองรุ่นล่างเป็น 90Hz) และสามรุ่นบนคือ 11 Pro 5G, 11 Pro, 11S ได้กล้องหลังเซ็นเซอร์ 108MP (รุ่นล่างเป็น 50MP) ในราคาเริ่มต้นที่ 179 ดอลลาร์

หน่วยประมวลผลของรุ่นท็อปสุดคือ 11 Pro 5G เป็น Snapdragon 695, สองรุ่นกลางคือ 11 Pro/11S เป็น MediaTek Helio G96 และรุ่นล่างเป็น Snapdragon 680

No Description

สเปกละเอียดของมือถือทั้ง 4 รุ่นย่อยมีความซับซ้อนสูง ดูตารางเปรียบเทียบน่าจะเข้าใจง่ายกว่า

No Description

Redmi Note 11/11S เริ่มวางขายในเดือนมกราคม ส่วน Redmi Note 11 Pro 5G/11 Pro เริ่มขายในเดือนกุมภาพันธ์ ราคาขายของมือถือทั้ง 4 รุ่นมีดังนี้

Redmi Note 11 Pro 5G

  • 6GB+64GB: USD 329
  • 6GB+128GB: USD 349
  • 8GB+128GB: USD 379

Redmi Note 11 Pro

  • 6GB+64GB: USD 299
  • 6GB+128GB: USD 329
  • 8GB+128GB: USD 349

Redmi Note 11S

  • 6GB+64GB: USD 249
  • 6GB+128GB: USD 279
  • 8GB+128GB: USD 299

Redmi Note 11

  • 4GB+64GB: USD 179
  • 4GB+128GB: USD 199
  • 6GB+128GB: USD 229

ที่มา – Xiaomi

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/126878

Crytek ประกาศทำเกม Crysis 4 อย่างเป็นทางการ

Crytek สตูดิโอเกมจากเยอรมนี เจ้าของแฟรนไชส์ Crysis ประกาศทำ Crysis 4 อย่างเป็นทางการแล้ว

ตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลอื่นใดของ Crysis 4 นอกจากระบุว่าเกมเพิ่งเริ่มพัฒนา (in early stages of development) จึงต้องใช้เวลาอีกสักพักใหญ่ๆ

Crytek ทำเกม Crysis 3 เมื่อปี 2013 และหลังจากนั้นหันไปทำเกมอื่นๆ หลายเกม เช่น Ryse: Son of Rome, The Climb (VR), Hunt: Showdown และเพิ่งกลับมารีมาสเตอร์ Crysis สามภาคแรกไปเมื่อปี 2020

ที่มา – Crytek

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/126877

Philips Hue ออกหลอดไฟอัจฉริยะสำหรับใช้งานนอกบ้านใหม่ 4 รุ่น

Signify บริษัทที่ถือแบรนด์ Philips Hue เปิดตัวผลิตภัณฑ์ในกลุ่มหลอดไฟอัจฉริยะ โดยเป็นหลอดไฟติดผนังสำหรับใช้งานภายนอกทั้งหมด 3 รุ่น และหลอดไฟใช้กับทางเดินในสวนอีก 1 รุ่น

สินค้าชิ้นแรกคือ Inara ไฟติดผนังด้านนอก พร้อมตัวหลอดไฟวินเทจแบบเส้นเล็ก ๆ ลักษณะเหมือนหลอดไฟเอดิสัน โดยตัว Inara ไม่สามารถปรับสีของแสงได้เหมือนหลอดไฟ Philips Hue ตัวอื่น ๆ แต่ยังคงสามารถสั่งหรี่แสงผ่านแอป, รีโมท หรือสั่งการด้วยเสียงได้เหมือน Hue รุ่นอื่น ๆ

No Description

ถัดไปคือ Lucca หลอดไฟติดผนังด้านนอก ลักษณะโค้งมนพร้อมมีแถบคาดสีดำ โดยตัว Lucca มีให้เลือกทั้งสีขาวหรือเปลี่ยนสีได้ เหมาะกับการใช้ในพื้นที่ระเบียงหรือเฉลียง

No Description

สุดท้ายสำหรับกลุ่มหลอดไฟติดผนังคือ Resonate หลอดไฟติดผนังส่องสว่างขึ้นบนและลงล่างดีไซน์มินิมอล มีสีขาวและแบบเปลี่ยนสีได้ เน้นสร้างสีสันไฮไลต์สถาปัตยกรรมของสถานที่

No Description

ส่วนหลอดไฟอีกรุ่นคือ Calla เป็นหลอดไฟบนเสาสแตนเลสความสูง 25 เซนติเมตร เน้นใช้งานเป็นแสงทางเดินในสวนหรือจะใช้เป็นแสงฉากหลังของต้นไม้ดอกไม้ในสวนก็ได้ ตัวหลอดไฟใช้เทคโนโลยี Low-volt จึงติดตั้งและขยายออกไปได้ง่ายเพียงต่อสายเข้ากับ Philips Hue Low-volt

No Description

นอกจากนี้ Signify เตรียมอัพเดตแอป Philips Hue ใหม่ในไตรมาสแรกของปีนี้ โดยจะเพิ่มเอฟเฟคแสงเทียนและเตาผิงเพื่สสร้างอารมณ์โรแมนติคสำหรับดินเนอร์หรืออารมณ์ผ่อนคลาย (ใช้งานได้เฉพาะหลอดไฟ Philips Hue บางรุ่นเท่านั้น)

ที่มา – Signify, The Verge

from:https://www.blognone.com/node/126876

Xiaomi เปิดตัวอุปกรณ์ AIoT เพียบ ทั้งเครื่องฟอกอากาศ หุ่นยนต์ถูพื้น และสมาร์ททีวี

นอกจาก Xiaomi จะนำ Redmi Note 11 Series ที่รอบนี้ขนมาถึง 4 รุ่น ไม่ว่าจะเป็นรุ่น 11 ธรรมดา, 11s, 11 Pro และ 11 Pro 5G มาเปิดตัวแล้ว พวกเขายังถือโอกาสนำอุปกรณ์ AIoT อย่าง เครื่องฟอกอากาศ, หุ่นยนต์ถูพื้นอัจฉริยะ และสมาร์ททีวี ว่าแต่จะมีฟีเจอร์อะไรเด็ดๆ บ้าง มาหาคำตอบได้ในบทความนี้เลยครับ

เครื่องฟอกอากาศอัจฉริยะ

Xiaomi Smart Air Purifier 4 Pro จะมาพร้อมกับสโลแกน “Breathe Clean, breathe healthy” มาพร้อมกับความสามารถในการปล่อยไอออนประจุลบในอากาศ ควบคุมมลพิษต่างๆ รอบตัวได้ มีตะแกรงฝาปิดถอดทำความสะอาดได้ เซ็นเซอร์ดักจับ PM2.5 และ PM10 ด้วยความแม่นยำสูง อายุการใช้งานแผ่นกรองนานสูงสุด 12 เดือน และสามารถใช้งานร่วมกับผู้ช่วยอัจฉริยะอย่าง Google Assistant และ Alexa จาก Amazon ได้

โดย Xiaomi Smart Air Purifier 4 Pro จะมีราคาอยู่ที่ 8,490 บาท และนอกจากนี้ Xiaomi ยังได้ขนเอาตัวเลือกอื่นๆ ที่มีราคาถูกลงให้กับผู้บริโภคได้เลือกอีกด้วยอย่าง Xiaomi Smart Air Purifier 4 Lite และ 4 ธรรมดา ที่ประสิทธิภาพไม่แพ้กับรุ่น Pro เลย ซึ่งราคาก็จะลดหลั่นไปจากตัว Pro เล็กน้อยตามภาพด้านบนเลยครับ

หากใครซื้อ Xiaomi Smart Air Purifier 4 Series รุ่นใดก็ได้ ภายในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2565 ที่จะถึงนี้ รับไปเลยปฏิทิน Creative Calendar จาก Xiaomi ไปแบบฟรีๆ

หุ่นยนต์ถูพื้นอัจฉริยะ

มาถึงหุ่นยนต์ถูพื้นอย่าง Mi Robot Vacuum-Mop 2 Ultra รุ่นท็อป มาพร้อมกับแท่นกำจัดฝุ่นอัตโนมัติ แรงดูดที่ทรงพลังถึง 4000Pa เลเซอร์นำทาง LDS สามารถหลีกเลี่ยงสิ่งกีดขวางได้แบบ 3 มิติ ถุงเก็บฝุ่นความจุ 4 ลิตร และแบตเตอรี่ 5200 mAh ทั้งหมดนี้ในราคา 14,990 บาท

นอกจากรุ่น Ultra แล้ว ยังมี Mi Robot Vacuum-Mop 2 Pro ซึ่งเจ้าหุ่นยนต์ตัวนี้สามารถถูพื้นด้วยความถี่ถึง 10,000 ครั้งต่อนาที จดจำพื้นผิวในการทำความสะอาดได้ มีเซ็นเซอร์นำทางด้วยเลเซอร์ LDS แรงดูดทรงพลังถึง 3000Pa และแบตเตอรี่ขนาด 5200 mAh ที่ทาง Xiaomi เคลมว่าสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องยาวนานสูงสุดถึง 170 นาที หรือ 2 ชั่วโมงเศษๆ เลยทีเดียว โดย Mi Robot Vacuum-Mop 2 Pro มาในราคา 10,990 บาท

นอกจากนี้ยังมี Mi Robot Vacuum-Mop 2 รุ่นธรรมดา ที่สเปคแทบจะไม่ต่างกับรุ่น Ultra หรือ Pro เลย มาพร้อมกับแรงดูด 2700Pa การวาดแผนเส้นทางอัจฉริยะโดย vSLAM และอายุการใช้งานแบตเตอรี่สูงสุด 110 นาที หรือเกือบๆ สองชั่วโมง ซึ่งในส่วนนี้ทางบริษัทฯ ก็บอกเอาไว้ว่า เจ้าหุ่นยนต์ตัวนี้เหมาะกับการนำไปใช้งานในห้องอพาร์ทเม้นท์หรือคอนโดต่างๆ ราคาของตัวนี้อยู่ที่ 8,499 บาท

ปิดท้ายกันด้วยรุ่นเล็กสุดอย่าง Mi Robot Vacuum-Mop 2 Lite กันบ้าง มาพร้อมกับแรงดูด 2200Pa ถังขยะขนาด 450 มิลลิลิตร ถังเก็บน้ำขนาด 270 มิลลิเมตร มีเซ็นเซอร์ Gyroscope และกล้องตรวจจับนำทางที่หุ่นยนต์ดูดฝุ่นราคาประมาณนี้ไม่ค่อยใส่มาให้กัน สามารถปรับโหมดทำความสะอาดได้ 3 โหมด และเลือกได้ 4 ระดับความเร็วในการดูดฝุ่น ในราคา 5,499 บาท

โดย Xiaomi จะมีโปรโมชั่น Early Bird ซื้อ Mi Robot Vacuum-Mop 2 Series รุ่นใดก็ได้ ภายในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2565 ที่จะถึงนี้ รับไปเลยเครื่องชั่งน้ำหนัก Mi Body Composition Scale 2 มูลค่า 690 บาท ไปแบบฟรีๆ ไม่เสียเงินสักบาท

สมาร์ททีวี

ปิดท้ายกันด้วย Xiaomi TV Q1E ขนาดหน้าจอ 55 นิ้ว มาพร้อมกับเทคโนโลยี QLED แสดงผลได้สูงสุด 4K รองรับ MEMC, Dolby Vision และ HDR10+ ขับเคลื่อนด้วยระบบปฏิบัติการ Android TV และใช้งานคู่กับ Google Assistant ได้ ในราคา 19,990 บาท แต่หากซื้อภายใน 13 กุมภาพันธ์ 2565 นี้ รับส่วนลดไปเลย 2,000 บาท (เหลือเครื่องละ 17,990 บาท) และได้รับ Mi Smart Speaker มูลค่า 990 บาท ไปแบบฟรีๆ

 

from:https://droidsans.com/xiaomi-aiot-air-purifier-robot-vacuum-smart-tv/

ดูละคร สร้อยสะบันงา EP.2 ตอนล่าสุด 25 มค 65 (ช่อง 3)

เรื่องย่อ สร้อยสะบันงา EP.2 : เทียน จะดูแล งาม และ เอื้อง เหมือนพี่น้องหลังจากเกิดโศกนาฏกรรม โดยให้สัญญาว่าจะมอบชีวิตที่ดีกว่าให้ทั้งคู่ไม่ต้องพบความโหดร้ายเหมือนอย่างที่เขากับสาละถูกทุกคนมองอย่างไร้ค่า แต่ โกสน ก็ยังพยายามพูดให้ลูกสาวกอบกู้ศักดิ์ศรีคืนมาให้ได้ แม่ใหญ่ แม่เลี้ยงของเทียนไม่ชอบใจที่ครอบครัวของงามมักมาพึ่งพา จึงใส่ไฟให้ เถ้าแก่เส็ง คิดว่าลูกชายไปติดผู้หญิง เพราะกลัวว่าสามีจะรักลูกชายคนเล็กมากกว่า ฮั้ว ลูกชายเสเพลของตน พ่อจึงสั่งให้เทียนล่องเรือไปค้าขายที่ต่างจังหวัด ซ้ำ เม้ง ยังคิดจับคู่ให้เขาแต่งงานกับ โบตั๋น ลูกสาวของ เจ้าสัวหม่า เจ้าสัวใหญ่ย่านฝั่งธนฯ ทั้งที่ยังไม่เคยเจอกันแต่ เซียะ พี่ชายของสาวเจ้าก็สนับสนุนเต็มที่ ดู สร้อยสะบันงา ตอนที่ 2 สดๆ หรือย้อนหลัง ได้จากลิงก์ได้ล่าง

ดูสร้อยสะบันงา EP.2 สดๆ >> คลิกที่นี่

ดูสร้อยสะบันงา EP.2 ย้อนหลัง >> คลิก (Ch3plus)

ดูสร้อยสะบันงา ตอนอื่นๆ ย้อนหลัง

from:https://www.9tana.com/node/sroy-sabun-nga-ep2/

ดูละคร สร้อยสะบันงา EP.1 ตอนล่าสุด 24 มค 65 (ช่อง 3)

เรื่องย่อ สร้อยสะบันงา EP.1 : หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง โกสน เห็นความไม่ชอบธรรม เขาและพ่อจึงก่อตั้งคณะกู้บ้านกู้เมืองเพื่อจะทวงอำนาจให้ประชาชน แต่เมื่อพ่ายแพ้ทั้งคู่ถูกตราหน้าว่าเป็นกบฏ โกสนถูกจับในฐานะนักโทษทางการเมือง เอื้อง จึงต้องพา สาละ ลูกชายและ สร้อยสะบันงา หรือ งาม ลูกสาวระหกระเหินตกระกำลำบาก จากครอบครัวมียศศักดิ์ซึ่งฐานะมีอันจะกิน กลับต้องหนีหน้าผู้คนไปปลูกบ้านอยู่กลางทุ่งริมคลองพลับพลา ไม่ได้ติดต่อกับ พระองค์เจ้าทองพันชั่ง และ หม่อมแสงจันทร์ เพื่อนสนิทและพี่สาวของสามีอีกเลย ดู สร้อยสะบันงา ตอนที่ 1 สดๆ หรือย้อนหลัง ได้จากลิงก์ได้ล่าง

ดูสร้อยสะบันงา EP.1 สดๆ >> คลิกที่นี่

ดูสร้อยสะบันงา EP.1 ย้อนหลัง >> คลิก (Ch3plus)

ดูสร้อยสะบันงา ตอนอื่นๆ ย้อนหลัง

เรื่องเกี่ยวข้องกัน ที่คุณอาจจะสนใจก็ได้ ?

from:https://www.9tana.com/node/sroy-sabun-nga-ep1/

เปิดตัว Redmi Note 11, Note 11s, Note 11 Pro และ Note 11 Pro 5G มือถือราคาสุดคุ้ม สเปคจัดเต็ม

มือถือซีรีส์ Redmi Note 11 เปิดตัวในจีนไปตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคมปี 2021 ด้วยจุดเด่นที่มากับสเปคจัดเต็มในราคาเบา ๆ ซึ่งล่าสุดมือถือซีรีส์นี้ก็ได้ฤกษ์มาเปิดตัวในบ้านเราแล้ว โดยมีทั้ง Redmi Note 11, Redmi Note 11s, Redmi Note 11 Pro, และ Redmi Note 11 Pro 5G โดยรุ่นที่วางขายในบ้านเราจะมีสเปคแตกต่างไปจากรุ่นที่ขายในจีนนะครับ แต่รับรองว่ายังไง ๆ ก็มาแบบจัดหนักจัดเต็มแน่นอน

Redmi Note 11

Redmi Note 11 ใช้หน้าจอแบบ AMOLED ขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอียด FHD+ แสดงผลได้คมชัดสีสันสดใส พร้อมรีเฟรชเรท 90Hz ลื่นปรื๊ด ๆ บอกเลยว่ามือถือราคาไม่ถึง 7,000 บาท แต่ได้หน้าจอสเปคขนาดนี้ ไม่ใช่จะหากันง่าย ๆ

สเปคก็แรงพอที่จะรองรับการใช้งานในปัจจุบันได้สบาย ๆ ด้วยชิป Snapdragon 680, RAM มีให้เลือก 2 ขนาด คือ 4GB และ 6GB มีความจุในตัวอยู่ที่ 128GB จะใช้เล่นเน็ต ดูหนังความละเอียดสูง หรือเล่นเกมกราฟิกจัด ๆ ได้แบบไม่มีติดขัด แบตเตอรี่ให้มา 5000 mAh แถมยังรองรับระบบชาร์จไว 33W สามารถชาร์จแบตเตอรี่จาก 0% – 100% ได้เวลาเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น

กล้องหลังจัดเต็มเกินราคา ให้มาถึง 4 ตัวประกอบด้วยกล้องหลักความละเอียดสูง 50MP + กล้อง Ultrawide ความละเอียด 8MP + กล้อง Macro ความละเอียด 2MP + กล้องจับความลึก 2MP และกล้องเซลฟี่ 13MP โดยโหมดถ่ายรูปต่าง ๆ ก็มาแบบครบครันทั้งโหมด Pro, Portrait, Night Mode ฯลฯ รองรับการถ่ายวิดีโอสูงสุดที่ 1080p 60fps (วิดีโอเซลฟี่ได้ที่ 1080p 30fps)

สเปค Redmi Note 11

  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอียด FHD+ รีเฟรชเรท 90Hz
  • CPU : Snapdragon 680
  • RAM : 4GB / 6GB (รองรับ Memory Extension ยืมความจุมาเติม RAM)
  • ความจุ (UFS 2.2) : 128GB
  • กล้องหลัง 4 ตัว
    – กล้องหลักความละเอียด 50MP
    – กล้อง Ultrawide ความละเอียด 8MP
    – กล้อง Macro ความละเอียด 2MP
    – กล้องจับความลึก 2MP
  • กล้องหน้า : 13MP
  • ระบบเสียง : ลำโพงสเตอรีโอ, รูหูฟัง 3.5 มม.
  • มาตรฐานกันน้ำ : IP53
  • แบตเตอรี่ : 5000 mAh รองรับชาร์จไว 33W
  • ระบบ Android 11 ครอบด้วย MIUI 13
  • สีที่วางจำหน่าย : Graphite Gray, Star Blue, Twilight Blue

 

Redmi Note 11s

ต่อด้วยรุ่น Redmi Note 11s ที่มีสเปคดุกว่ารุ่น Redmi Note 11 พอสมควร โดยมือถือรุ่นนี้มากับหน้าจอ AMOLED ขนาด 6.4 นิ้ว รีเฟรชเรท 90Hz ดีไซน์ DotDisplay เจาะรูสำหรับวางกล้องเซลฟี่ไว้ตรงกลางด้านบน แถมยังทนทานรอยขีดข่วนด้วย Gorilla Glass อีก

สเปครองรับการใช้งานในยุคนี้ได้สบาย ๆ ทุกอย่าง แม้กระทั่งเล่นเกม 3D กราฟฟิคงาม ๆ ก็หายห่วง ด้วยชิป MediaTek Helio G96 และ RAM 8GB กับความจุในตัว 128GB ส่วนแบตเตอรี่ก็อัดมาให้เท่ากันที่ 5000 mAh พร้อมชาร์จไว 33W

กล้องหลัง 4 ตัว ที่จัดเต็มกว่าด้วยกล้องหลักความละเอียดสูงลิ่วถึง 108MP  ส่วนกล้องตัวอื่น ๆ สเปคเดียวกันกับรุ่นด้านบน ทั้งกล้อง Ultrawide ความละเอียด 8MP + กล้อง Macro ความละเอียด 2MP + กล้องจับความลึก 2MP และกล้องเซลฟี่ 13MP

สเปค Redmi Note 11s

  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอียด FHD+ รีเฟรชเรท 90Hz
  • CPU : Helio G96
  • RAM : 8GB (รองรับ Memory Extension ยืมความจุมาเติม RAM)
  • ความจุ (UFS 2.2) : 128GB
  • กล้องหลัง 4 ตัว
    – กล้องหลักความละเอียด 108MP
    – กล้อง Ultrawide ความละเอียด 8MP
    – กล้อง Macro ความละเอียด 2MP
    – กล้องจับความลึก 2MP
  • กล้องหน้า : 13MP
  • ระบบเสียง : ลำโพงสเตอรีโอ, รูหูฟัง 3.5 มม.
  • มาตรฐานกันน้ำ : IP53
  • แบตเตอรี่ : 5000 mAh รองรับชาร์จไว 33W
  • ระบบ Android 11 ครอบด้วย MIUI 13
  • สีที่วางจำหน่าย : Graphite Gray, Star Blue, Pearl White

 

Redmi Note 11 Pro / Redmi Note 11 Pro 5G

สุดท้ายกับรุ่นท้อปอย่าง Redmi Note 11 Pro และ Pro 11 5G ที่จัดสเปคมาให้แบบเต็มเหยียดทั้งหน้าจอแบบ AMOLED ขนาด 6.67 นิ้ว ความละเอียด FHD+, Color gamut DCI-P3 พร้อมรองรับรีเฟรชเรท 120Hz ให้การแสดงผลได้อย่างลื่นไหลสุด ๆ ไปเลย และยังถูกใจเกมเมอร์ด้วย Touch Sampling Rate ที่สูงถึง 360Hz บังคับเกมผ่านหน้าจอสัมผัสได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ

สำหรับสเปคของ Redmi Note 11 Pro 5G มากับชิป Snapdragon 695 ส่วน Redminote 11 Pro จะใช้ชิป Helio G96 ซึ่งทั้งคู่จะมากับ RAM แบบ LPDDR4x สูงสุด 8GB พร้อมความจุแบบ UFS 2.2 ขนาด 128GB รองรับ microSD card ได้ถึง 1TB ส่วนแบตเตอรี่ให้มาที่ 5000 mAh คู่กับระบบชาร์จไวถึง 67W ที่ใช้เวลาเพียง 15 นาที ก็ชาร์จได้ถึง 51% กันเลย

กล้องหลังของทั้ง Redmi Note 11 Pro และ Redmi Note 11 Pro 5G ก็จัดเต็มเหมือนเดิมด้วย กล้องหลักความละเอียด 108MP + กล้อง Ultrawide ความละเอียด 8MP + กล้อง Macro ความละเอียด 2MP + กล้องจับความลึก 2MP และกล้องเซลฟี่ 13MP

สเปค Redmi Note 11 Pro

  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอียด FHD+ รีเฟรชเรท 120Hz
  • CPU : Helio G96
  • RAM : 8GB (รองรับ Memory Extension ยืมความจุมาเติม RAM)
  • ความจุ (UFS 2.2) : 128GB
  • กล้องหลัง 4 ตัว
    – กล้องหลักความละเอียด 108MP
    – กล้อง Ultrawide ความละเอียด 8MP
    – กล้อง Macro ความละเอียด 2MP
    – กล้องจับความลึก 2MP
  • กล้องหน้า : 13MP
  • ระบบเสียง : ลำโพงสเตอรีโอ, รูหูฟัง 3.5 มม.
  • มาตรฐานกันน้ำ : IP53
  • แบตเตอรี่ : 5000 mAh รองรับชาร์จไว 67W
  • ระบบ Android 11 ครอบด้วย MIUI 13
  • สีที่วางจำหน่าย : Graphite Gray, Polar White, Atlantic Blue, Star Blue

สเปค Redmi Note 11 Pro 5G

  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอียด FHD+ รีเฟรชเรท 120Hz
  • CPU : Snapdragon 695
  • RAM : 8GB (รองรับ Memory Extension ยืมความจุมาเติม RAM)
  • ความจุ (UFS 2.2) : 128GB
  • กล้องหลัง 4 ตัว
    – กล้องหลักความละเอียด 108MP
    – กล้อง Ultrawide ความละเอียด 8MP
    – กล้อง Macro ความละเอียด 2MP
    – กล้องจับความลึก 2MP
  • กล้องหน้า : 13MP
  • ระบบเสียง : ลำโพงสเตอรีโอ, รูหูฟัง 3.5 มม.
  • มาตรฐานกันน้ำ : IP53
  • แบตเตอรี่ : 5000 mAh รองรับชาร์จไว 67W
  • ระบบ Android 11 ครอบด้วย MIUI 13
  • สีที่วางจำหน่าย : Graphite Gray, Polar White, Atlantic Blue, Star Blue

 

ราคาและวันวางจำหน่าย

ราคาของ Redmi Note 11 และ Redmi Note 11s ที่วางขายในบ้านเราก็มีตามนี้เลย

  • Redmi Note 11 (4GB / 128GB) : ราคา 6,299 บาท
  • Redmi Note 11 (6GB / 128GB) : ราคา 6,999 บาท
  • Redmi Note 11s (8GB / 128GB) : ราคา 8,299 บาท

Redmi Note 11 และ Redmi Note 11s ทุกรุ่นจะเริ่มวางจำหน่ายกับร้านค้าที่ร่วมรายการตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2565 เป็นต้นไป และยังจะได้รับของแถมเป็นกระเป๋าผ้า Redmi Note 11 Series มูลค่า 590 บาท ไปด้วยนะ ส่วนอีก 2 รุ่น Redmi Note 11 Pro และ Pro 5G จะตามมาทีหลัง แต่ราคาจะอยู่ที่เท่าไหร่บ้างต้องมารอดูกันอีกทีครับ

from:https://droidsans.com/redmi-note-11-series-thailand-official/

เสียวหมี่เปิดตัวสมาร์ทโฟน Redmi Note 11 Series พร้อมผลิตภัณฑ์ AIoT

เสียวหมี่(Xiaomi) ประกาศเปิดตัวสมาร์ทโฟนใหม่ล่าสุดจาก Redmi ได้แก่ Redmi Note 11 Series พร้อมสร้างตำนานใหม่ผ่านสมาร์ทโฟน 4 รุ่น ประกอบด้วย Redmi Note 11 Pro 5G, Redmi Note 11 Pro, Redmi Note 11S และ Redmi Note 11 มาพร้อมด้วยฟีเจอร์สมาร์ทโฟนคุณภาพคับจอ ไม่ว่าจะเป็นสเปกกล้องที่สูงขึ้น ความรวดเร็วในการชาร์จที่ไวขึ้น หน้าจอที่คมชัดขึ้น และชิปเซ็ต SoC ใหม่ล่าสุดที่ผสมผสานอย่างลงตัวเป็นสุดยอดสมาร์ทโฟนแห่งยุค

Redmi-Note-11

สมาร์ทโฟนใหม่ล่าสุดในตระกูล Redmi Note 11 Series สมาร์ทโฟนคุณภาพระดับแฟล็กชิป 4 รุ่นที่ยกระดับ  สเปกและฟีเจอร์ ในราคาจับต้องได้ เริ่มต้นเพียง 6,299 บาท นอกจากนี้ยังขนกองทัพผลิตภัณฑ์ AIoT อีกมากมาย นำโดย Xiaomi TV Q1E 55”, Xiaomi Air Purifier 4 Series, Mi Robot Vacuum – Mob 2 Series และ Redmi Buds 3 Lite มอบความสะดวกสบายให้กับผู้บริโภคผ่านเทคโนโลยีและนวัตกรรมของ Xiaomi Ecosystem

กล้องคุณภาพระดับแฟล็กชิปเพื่อการถ่ายภาพอย่างมืออาชีพ

ยกระดับประสบการณ์การถ่ายภาพไปกับ Redmi Note 11 Pro 5G, Redmi Note 11 Pro และ Redmi Note 11S ที่มาพร้อมกับกล้องหลักความละเอียด 108MP และเซนเซอร์หลักที่ทำให้คุณสามารถบันทึกภาพและแชร์ช่วงเวลาต่างๆ ของชีวิตด้วยไฟล์คมชัดสมจริงแบบไม่เคยมีที่ไหนมาก่อน สมาร์ทโฟนทั้งสามรุ่นยังใช้เซนเซอร์ขนาด 1/1.52” ที่มีกล้องหลักที่ใช้เทคโนโลยีรวมเม็ดพิกเซลแบบ 9-in-1 อีกทั้งยังใช้ Dual native ISO เพื่อให้ภาพที่คมชัดสีสันสดใส แม้อยู่ท่ามกลางสภาวะที่มีแสงน้อย ส่วนเลนส์อัลตร้าไวด์ที่กว้างถึง 118 องศาจะทำให้ผู้ใช้งานสามารถเก็บภาพได้ครบทุกมุมทุกบรรยากาศ เลนส์มาโครระดับ 2MP ที่จะทำให้ทุกการถ่ายภาพระยะใกล้แจ่มชัดยิ่งกว่าครั้งไหนๆ นอกจากนี้เซนเซอร์ขนาด 2MP ที่มาพร้อมกับ Redmi Note 11 Pro, Redmi Note 11S และ Redmi Note 11 ยังสามารถทำให้ภาพถ่ายคนทุกภาพดูมีมิติสวยงามอย่างเป็นธรรมชาติ ที่สำคัญที่สุด พลาดไม่ได้กับการเซลฟี่ตัวเองด้วยกล้องหน้าทรงพลังความละเอียดสูงถึง 16MP ที่ให้ภาพคมชัดสดใสทุกมุมมอง

Redmi-Note-11-Series

 

หน้าจอ FHD+ AMOLED DotDisplay ที่มาพร้อมกับอัตรารีเฟรชเรท 120 Hz และรูปทรงแสนบางสุดล้ำ

สมาร์ทโฟนตระกูล Redmi Note 11 Series มาพร้อมกับการอัปเกรดหน้าจอที่ให้อัตรา Refresh Rate สูงถึง 120 Hz และอัตรา Touch Sampling Rate สูงถึง 360 Hz เตรียมยกระดับประสบการณ์การใช้งานแบบลื่นไหลไร้สะดุดด้วยระบบสัมผัสที่แม่นยำมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ หน้าจอขนาด 6.67 นิ้ว และ 6.43 นิ้วของสมาร์ทโฟนซีรีส์นี้ เป็นรูปแบบ FHD+ AMOLED DotDisplay ที่ DCI-P3 Wide Color Gamut สุดเทพ พร้อมปลดปล่อยทุกสีสันคมชัดสดใส โดยมีค่าความสว่างมากถึง 1200 nit เพื่อให้มั่นใจได้ว่าแม้เจอสภาวะแสงจ้าระหว่างวัน หน้าจอก็จะยังให้ความคมชัดอยู่เสมอ

ความอลังการสุดล้ำเหล่านี้ถูกบรรจุอยู่ภายใต้ดีไซน์คอนเซ็ปต์แบบขอบแบนล้ำสมัย ตัวเครื่องยังมีลำโพงคุณภาพสูงถึงสองตัวติดอยู่ที่บริเวณด้านหัวและด้านท้ายเครื่องเพื่อยกระดับประสบการณ์รับชมความบันเทิง ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกมหรือรับชมวิดีโออย่างเพลิดเพลิน

Redmi-Note-11S

 

ประสิทธิภาพการทำงานที่รวดเร็วทรงพลัง

Redmi Note 11 Pro 5G ตอกย้ำการทำงานอย่างเหนือประสิทธิภาพด้วยชิปเซ็ตประมวลผล Snapdragon® 695 เทคโนโลยีระดับแฟล็กชิป 6nm แบบ octa-core ที่ให้ประสบการณ์การใช้สัญญาณ 5G ที่แรงและล้ำกว่าสมาร์ทโฟนรุ่นไหนๆ ด้วยความเร็วสัญญาณ CPU สูงถึง 2.2 GHz นอกจากนี้ Redmi Note 11 Pro และ Redmi Note 11S ยังพร้อมยกระดับการแข่งขันด้วยชิปเซ็ตประมวลผลทรงพลังจาก MediaTek Helio G96 ซึ่งเป็นระบบ octa-core เช่นกันและมี RAM สูงถึง 8 GB

นอกจากนี้ Redmi Note 11 คือสมาร์ทโฟนที่ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Snapdragon® 680 ระบบประมวลผลคุณภาพ      ระดับแฟล็กชิป 6nm ที่พร้อมทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพและยังประหยัดพลังงานได้ในคราวเดียวกัน โดยสมาร์ทโฟนทั้งสี่รุ่นนี้ สามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพต่อเนื่องด้วยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 5,000mAh และด้วยเทคโนโลยีการชาร์จแบบ 67W Turbo Charging ใน Redmi Note 11 Pro 5G และ Redmi Note 11 Pro นี้ สามารถทำให้ชาร์จแบตเตอรี่ได้ถึง 50% ในระยะเวลาเพียงแค่ 15 นาที* ในส่วนของ Redmi Note 11S และ Redmi Note 11 สมาร์ทโฟนทั้งสองรุ่นมาพร้อมกับเทคโนโลยี 33W Pro Fast Charging ที่สามารถชาร์จได้เต็ม 100% ภายในระยะเวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง*เท่านั้น

Redmi-Note-11S-Redmi-Note-11

Redmi Note 11 Pro 5G 1และ Redmi Note 11 Pro จะวางจำหน่ายในประเทศไทยเร็วๆ นี้ สำหรับ Redmi Note 11S และ Redmi Note 11 วางจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2565 ณ Xiaomi Store ทุกสาขาและร้านค้าที่ร่วมรายการทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางร้านค้าออนไลน์ทุกแพลตฟอร์ม พิเศษ สำหรับผู้ที่ซื้อในวันที่ 5 – 28 กุมภาพันธ์ 2565 รับทันที Xiaomi Canvas Tote Bag มูลค่า 590 บาท

  • Redmi Note 11S ความจุ 8GB+128GB ราคา 8,299 บาท
  • Redmi Note 11 ความจุ 6GB+128GB ราคา 6,999 บาท
  • Redmi Note 11 ความจุ 4GB+128GB ราคา 6,299 บาท

นอกจากนี้เสียวหมี่ยังเปิดตัวผลิตภัณฑ์ AIoT ที่จะมาช่วยยกระดับความสะดวกสบายของชีวิตและเติมเต็ม Xiaomi Ecosystem อีกทั้งหมด 4 ผลิตภัณฑ์ด้วยกัน ได้แก่ Xiaomi TV Q1E 55” สมาร์ททีวีใหม่ล่าสุดจากเสียวหมี่ที่มาพร้อมกับความคมชัดระดับ 4K อีกทั้งยังมีระบบเสียงคุณภาพสูงเปรียบเสมือนการรับชมความบันเทิงในโรงภาพยนตร์, Xiaomi Air Purifier 4 Series เครื่องกรองอากาศดีไซน์มินิมอลจากเสียวหมี่ที่มีประสิทธิภาพในการกรองอากาศสูงถึง 99.97% มาพร้อมกับระบบเซนเซอร์ความแม่นยำสูงเพื่อตรวจจับ PM 2.5 และมลพิษทางอากาศในรูปแบบต่างๆ อีกทั้งยังสามารถผลิตไอออนประจุลบเพื่อทำให้คุณภาพอากาศภายในห้องสะอาด สดชื่น และบริสุทธิ์มากขึ้นอีกด้วย, Mi Robot Vacuum – Mob 2  Series สามารถทำความสะอาดพื้นห้องของผู้ใช้ได้อย่างสะอาดและแม่นยำในทุกๆ ตารางเมตร ทำให้ห้องของผู้ใช้สะอาดปราศจากสิ่งสกปรกในทุกๆ มุมห้อง นอกจากนี้ยังสามารถรองรับระบบการสั่งงานด้วยเสียงผ่าน Google Assistant และ Amazon Alexa อีกด้วย

โปรโมชั่น Pre-Order และวันวางจำหน่าย

Xiaomi-TV-Q1E-55

Xiaomi TV Q1E 55”   –  ราคา 19,990 บาท เมื่อซื้อระหว่าง 30 มกราคม – 13 กุมภาพันธ์ 2565 ราคาพิเศษ 17,990 บาท พร้อมรับ Mi Smart Speaker มูลค่า 990 บาท ฟรี วางจำหน่ายผ่าน Xiaomi Store สาขาที่ร่วมรายการ, ร้านค้าที่ร่วมรายการและช่องทางออนไลน์อย่างเป็นทางการ วันที่ 30 มกราคม 2565

Xiaomi-Smart-Air-Purifier-4-1

Xiaomi Smart Air Purifier 4 (สีขาว) – ราคา 5,999 บาท เมื่อซื้อระหว่าง 30 มกราคม – 13 กุมภาพันธ์ 2565 รับปฏิทิน Xiaomi มูลค่า 290 บาท ฟรี วางจำหน่ายผ่าน Xiaomi Store ทุกสาขา, ร้านค้าที่ร่วมรายการและช่องทางออนไลน์อย่างเป็นทางการ วันที่ 30 มกราคม 2565

Xiaomi-Smart-Air-Purifier-4-Series

Xiaomi Smart Air Purifier 4 Lite (สีขาว) – ราคา 3,999 บาท เมื่อซื้อระหว่าง 30 มกราคม – 13 กุมภาพันธ์ 2565 รับปฏิทิน Xiaomi มูลค่า 290 บาท ฟรี วางจำหน่ายผ่าน Xiaomi Store ทุกสาขา, ร้านค้าที่ร่วมรายการและช่องทางออนไลน์อย่างเป็นทางการ วันที่ 30 มกราคม 2565

Mi-Robot-Vacuum-Mop-2-Series

 

 

Mi Robot Vacuum Mop 2 Ultra (สีดำ) – ราคา 14,999 บาท เมื่อซื้อระหว่าง 30 มกราคม – 13 กุมภาพันธ์ 2565 รับ Mi Body Composition Scale 2 มูลค่า 2,690 บาท ฟรี วางจำหน่ายผ่าน Xiaomi Store ทุกสาขา, ร้านค้าที่ร่วมรายการและช่องทางออนไลน์อย่างเป็นทางการ วันที่ 30 มกราคม 2565

 

Mi Robot Vacuum Mop 2 Pro (สีขาวและสีดำ) – ราคา 10,999 บาท เมื่อซื้อระหว่าง 30 มกราคม – 13 กุมภาพันธ์ 2565 รับ Mi Body Composition Scale 2 มูลค่า 2,690 บาท ฟรี วางจำหน่ายผ่าน Xiaomi Store ทุกสาขา, ร้านค้าที่ร่วมรายการและช่องทางออนไลน์อย่างเป็นทางการ วันที่ 30 มกราคม 2565

Mi Robot Vacuum Mop 2 (สีขาว) – ราคา 8,499 บาท เมื่อซื้อระหว่าง 30 มกราคม – 13 กุมภาพันธ์ 2565 รับ Mi Body Composition Scale 2 มูลค่า 2,690 บาท ฟรี วางจำหน่ายผ่าน Xiaomi Store ทุกสาขา, ร้านค้าที่ร่วมรายการและช่องทางออนไลน์อย่างเป็นทางการ วันที่ 30 มกราคม 2565

Mi Robot Vacuum Mop 2 Lite (สีขาว) – ราคา 5,499 บาท วางจำหน่ายผ่าน Xiaomi Store ทุกสาขา, ร้านค้าที่ร่วมรายการและช่องทางออนไลน์อย่างเป็นทางการ วันที่ 30 มกราคม 2565

Redmi Buds Lite (สีขาวและดำ) – ราคา 599 บาท วางจำหน่ายผ่าน Xiaomi Store ทุกสาขา, ร้านค้าที่ร่วมรายการและช่องทางออนไลน์อย่างเป็นทางการ วันที่ 30 มกราคม 2565

 

ข่าว: เสียวหมี่เปิดตัวสมาร์ทโฟน Redmi Note 11 Series พร้อมผลิตภัณฑ์ AIoT มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/xiaomi-launches-redmi-note-11-series-smartphones-with-aiot-products/

for feed news app

%d bloggers like this: