SUSE จับมือ Veeam รองรับการทำ Data Protection ร่วมกับ SUSE Enterprise Storage 5.5 ได้แล้ว

SUSE และ Veeam ได้ออกมาประกาศความร่วมมือกันอีกครั้ง โดยในครั้งนี้ Veeam ได้ประกาศให้ SUSE Enterprise Storage 5.5 นั้นเป็นหนึ่งในระบบจัดเก็บข้อมูลที่ผ่านการรับรองโดย Veeam Ready-Repository แล้ว

Credit: SUSE

การประกาศความร่วมมือครั้งนี้ รองรับทั้งการใช้งาน Veeam บน SUSE Enterprise Storage 5.5 ทั้งในแบบ All-Flash (SSD) และแบบ Traditional (HDD) ทำให้การนำโซลูชัน Ceph มาใช้ในการสำรองข้อมูลนั้นสามารถเป็นไปได้อย่างมั่นใจ และมีความยืดหยุ่นในการใช้งานจริง

สำหรับในอนาคต ทาง SUSE เองก็กำลังนำ SUSE Enterprise Storage เข้าไปทดสอบใน Veeam Ready-Object เพื่อให้รองรับการสำรองและกู้คืนข้อมูลผ่าน S3 API อย่างเต็มตัวด้วย

ความร่วมมือนี้ถือว่าน่าสนใจไม่น้อย เพราะก่อนหน้านี้ Veeam ก็เพิ่งประกาศสนับสนุนการสำรองข้อมูลให้กับระบบของ SAP ในขณะที่ SUSE เองก็เป็นพาร์ทเนอร์ที่เหนียวแน่นของ SAP อยู่แล้ว ดังนั้นการจับมือกันในครั้งนี้ก็หมายถึงการที่ SUSE และ Veeam จะตอบโจทย์ SAP ร่วมกันได้ดียิ่งขึ้นไปอีกในอนาคต

ผู้ที่สนใจสามารถตรวจสอบสถานะ Veeam Ready ของ SUSE ได้ที่ https://www.veeam.com/ready.html ครับ

ที่มา: https://www.suse.com/c/suse-teams-up-with-veeam-for-data-protection-support/

from:https://www.techtalkthai.com/suse-enterprise-storage-has-been-certified-for-veeam-ready/

โฆษณา

แอพทำหน้าเด็ก Snapchat ที่กำลังฮิตในโซเชี่ยล (iPhone/Android)

ในหมู่โซเชี่ยลไทยตอนนี้ นำโดยดาราและคนดังต่างๆ หลายคนโพสต์รูปใบหน้าของตัวเองคล้ายๆ กับว่าอยู่ในช่วงตอนเด็ก ซึ่งหลายคนที่เห็นแล้วอาจจะสงสัยว่าพวกเขาเหล่านั้นใช้แอพอะไร ในตอนนี้ผมจะมาเฉลยและแนะนำให้ครับ ว่าแอพที่ใช้ทำใบหน้าให้เป็นเด็กที่กำลังฮิตนี้ก็คือแอพ Snapchat

Snapchat เป็นแอพโซเชี่ยลเน็ตเวิร์กอันหนึ่งที่ดังมากในต่างประเทศ โดยในแอพจะมีลูกเล่นต่างๆ ที่เกี่ยวกับกล้องและการถ่ายรูป ซึ่งหนึ่งในนั้นคือฟิลเดอร์สำหรับแปลงใบหน้าให้เหมือนเป็นเด็ก นั่นเอง

ดาวน์โหลด Snapchat (ฟรี) : iPhone | Android

วิธีใช้ก็ไม่ยากครับ เมื่อโหลดและติดตั้ง Snapchat เสร็จแล้ว เข้าไปทำการสมัครไม่กี่ขั้นตอน ก็สามารถใช้แอพกล้องเพื่อใส่ลูกเล่นหรือฟิลเตอร์ต่างๆ ได้ทันที รวมถึงฟิลเตอร์การทำหน้าเด็กดังที่กล่าวไปข้างต้น

from:http://www.9tana.com/node/snapchat-child-face/

Arduino เปิดขายซิมรองรับ 100 ประเทศ ค่าเชื่อมต่อ 5MB เดือนละ 48 บาท

Arduino ประกาศขาย Arduino SIM สำหรับการเชื่อมต่อบอร์ด Arduino MKR GSM 1400 เข้ากับอินเทอร์เน็ต โดยมีราคารายเดือนเพียงเดือนละ 1.5 ดอลลาร์ สามารถใช้งานได้ 100 ประเทศรวมถึงประเทศไทย อย่างไรก็ดี ในช่วงแรกจะซื้อได้เฉพาะผู้อยู่ในสหรัฐฯ เท่านั้น

Arduino SIM ไม่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตทั่วไปได้ แต่ต้องเชื่อมต่อเข้า Arduino IoT Cloud เท่านั้น โดยในปีนี้บริการคลาวด์จะมี API และ webhook สำหรับการนำข้อมูลออกไปใช้ภายนอกอีกครั้ง

ตอนนี้ตัวซิมยังจำกัดกับบอร์ด MKR GSM 1400 และจะรองรับบอร์ด MKR NB 1500 ต่อไป ก่อนจะเปิดให้ผู้ผลิตบอร์ดยี่ห้ออื่นใช้งานได้อิสระ

ที่มา – Arduino

No Description

from:https://www.blognone.com/node/109848

Arduino เปิดตัวบอร์ด Nano ชุดใหม่ รองรับ Wi-Fi, ฺBLE

Arduino เปิดตัวบอร์ด Aruino Nano ชุดใหม่พร้อมกันสี่รุ่น โดย 3 รุ่นสามารถเชื่อมต่อไร้สายได้ผ่านทาง Wi-Fi หรือ Bluetooth LE ทั้ง 4 รุ่นได้แก่

  • Arduino Nano Every: รุ่นเล็กที่สุดเริ่มต้น 9.99 ดอลลาร์ ใช้ชิป ATMega4809 สถาปัตยกรรม AVR ใช้ชิป ATSAMD11D14A ที่เป็น Cortex-M0+ สำหรับแปลง USB เป็น UART และสามารถโปแกรมเพิ่มเติมเองได้ บอร์ด Every เป็นรุ่นเดียวในชุดนี้ที่รองรับไฟ 5V ราคา 9.9 ดอลลาร์
  • Arduino Nano 33 IoT: ใช้ชิป SAMD21G18A ที่เป็น Cortex-M0+ เป็นชิปหลัก พร้อมโมดูล UBLOX NINA W102 ที่ภายในเป็น ESP32 สำหรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi มีชิป ATECC608A สำหรับการเข้ารหัสมาบนบอร์ด มีเซ็นเซอร์เคลื่อนไหว 9 แกนในตัว รองรับไฟ 3.3V เท่านั้น ทนไฟ 5V ไม่ได้ ราคา 18 ดอลลาร์
  • Arduino Nano 33 BLE: ใช้ชิป nRF52480 ที่เป็น Cortex-M4F เป็นชิปหลักแทน มีเซ็นเซอร์เคลื่อนไหว 9 แกนในตัว รองรับไฟ 3.3V เท่านั้น ทนไฟ 5V ไม่ได้ ราคา 19 ดอลลาร์
  • Arduino Nano 33 BLE Sense: รุ่นสูงสุด เหมือนรุ่น Nano 33 BLE แต่เพิ่มเซ็นเซอร์เข้ามา เช่น ความกดอากาศ, อุณหภูมิ, ความชื้น, แสงสว่าง, ไมโครโฟน ราคา 29.50 ดอลลาร์

ทุกรุ่นเริ่มส่งมอบกลางเดือนกรกฎาคมนี้

ที่มา – Arduino

No Description

from:https://www.blognone.com/node/109847

แกะงัดอัพเกรด – Acer Nitro 5 ปี 2019 ทำอย่างไร ใส่แรมและ SSD เพิ่มได้เท่าไรบ้าง ประกันขาดหรือไม่ ???

การอัพเกรด Gaming Notebook อย่าง Acer Nitro 5 ปี 2019 ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ ที่แม้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงของดีไซน์ใหม่ ได้ขอบจอบางลงกว่ารุ่นก่อน มิติตัวเครื่องเล็กลงกว่ารุ่นก่อน และน้ำหนักก็เบาลงกว่ารุ่นก่อน การประกอบก็แน่นอนไว้ใจได้ ถอดอัพเกรดก็ง่ายขึ้น เชื่อได้ว่าเพื่อนๆ น่าจะถูกใจกันไม่น้อย รองรับการใส่ SSD M.2 NVMe แบบ 2 สล็อต ที่ต้องบอกว่าต่อให้สเปกดีแค่ไหน ใหม่อย่างไร ก็ไม่ควรขาดการติดตั้ง SSD เพื่อใช้งาน เพราะฮาร์ดดิสก์แบบเดิมๆ เป็นคอขวดขัดขวางการใช้งานที่ลื่นไหล รวมไปถึงการเล่นเกมไม่ให้กระตุกด้วย

Review Acer Nitro 5 ปี 2019 : i7-9750 + GTX 1050

ส่วนสเปกก็ได้รับการอัพเกรดให้เป็นชิปประมวลผล Intel Core i7-9750H ตัวแรง หรือ i5-9300H ที่แรงไม่แพ้กัน สำหรับการ์ดจอก็เป็นตัวใหม่ ไม่ว่าจะเป็น GTX 1050 3GB GDDR5 หรือ GTX 1650 / GTX 1660 Ti โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 23,990 บาท จนไปถึง 36,990 บาท ได้ประกัน On-site Service 3 ปีในทุกรุ่น แต่ก็มีข้อเกตที่ว่ามีเพียงรุ่นเดียวที่ให้ SSD M.2 ความจุ 128GB มา เพราะจริงๆ Gaming Notebook ทุกรุ่นในตลาดควรมีมาให้อยู่แล้วเป็นมาตรฐาน เพราะด้วยราคาของ SSD ในปัจจุบันถือว่าไม่แพงแล้ว ส่งผลให้ใครซื้อ Acer Nitro 5 ปี 2019 จำเป็นต้องแกะอัพเกรด SSD ตั้งแต่ซื้อเครื่องเลยล่ะ

การแกะเครื่องเพื่ออัพเกรด Acer Nitro 5 ปี 2019 นั้นสามารถทำได้ง่าย ใครๆ ก็ทำได้ ที่เราจะซื้อ SSD มาทำเอง หรือให้ร้านทำให้ก็ได้ โดยเฉพาะในส่วนของแรมและฮาร์ดดิสก์เพียงแค่ไขน็อตทุกตัวรอบฝาล่างออก จะมีน็อตแค่ตัวเดียวที่มีสติกเกอร์แปะอยู่ ซึ่งเราสามารถเจาะทะลุไปได้เลย จากนั้นใช้บัตรแข็งค่อยๆ รูดถอดออกที่ละส่วน จากด้านหลังมาด้านหน้าทีละข้าง โดยเวลาทำห้ามใจร้อนเด็ดขาด ไม่งั้นเกลียวใต้ฝาอาจจะหักได้ แล้วค่อยๆ แงะฝาขึ้นมาอีกที งานประกอบการจัดวางตำแหน่งคล้ายกับรุ่นเดิมมีฮีท์ไปป์สองเส้นพาดผ่าน CPU และ GPU โดยมีพัดลมสองตัวติดกัน ช่องระบายความร้อนแถวยาวช่องเดียว

ซึ่งแรมกับฮาร์ดดิสก์จะแยกส่วนกันอย่างชัดเจน ที่เห็นได้ถึงแรมสามารถติดตั้งได้ 2 แถว โดยติดตั้ง 8GB มาแล้ว 1 แถว สามารถอัพเกรดเพิ่มได้อีกแถวทันที เช่นใส่เพิ่มเป็น 8GB รวมกันก็เป็น 16GB เหลือเฟือในการใช้งานแล้ว โดยรองรับสูงสุดที่ 32GB ส่วน SSD M.2 NVMe รองรับการติดตั้ง 2 สล็อตด้วยกัน พร้อมมีน็อตมาให้ด้วย

ส่วนอื่นๆ ก็จะเป็นฮาร์ดดิสก์แบบ 2.5″ ความจุ 1TB ที่ให้มาอยู่แล้วเป็นมาตรฐานในทุกๆ รุ่น อย่างไรก็ตามการแกะฝาล่างนั้นไม่ทำให้หลุดประกันแต่บริษัทจะไม่รับผิดชอบหากแกะเองแล้วเกิดความเสียหาย ถือได้ว่า Acer ทำการบ้านมาได้ดีกว่าเดิม การแกะตัวเครื่องเพื่ออัพเกรดหรือทำความสะอาดก็สามารถทำได้ง่ายและก็สะดวกทีเดียว

สถดท้ายย้ำกันอีกที ถ้าใครจะซื้อ Acer Nitro 5 ปี 2019 จำเป็นต้องเผื่อเงินไว้อัพเกรด SSD m.2 ด้วยละสำหรับรุ่นที่ไม่มี มิฉะนั้นอาจจะใช้งานเครื่องได้ไม่ประสบการณ์สเปกแรง อย่าง Acer Nitro 5 ปี 2019 เครื่องที่ได้รับมารีวิวใช้ i7-9750H + GTX 1050 ซึ่งมีเพียงฮาร์ดดิสก์ปกติ ส่งผลให้เปิดเครื่องนาน เจอ Disk 100% บ้าง หรืออาการค้าง กระตุก เล่นเกมไม่ลื่นไหลอย่างที่ควรจะเป็น เดี๋ยวหาว่าไม่เตือน แนะนำเป็น SSD M.2 แบบ SATA 3 ก็เพียงพอแล้ว กับราคาประมาณพันบาทความ 128GB แต่ถ้างบเยอะค่อยไป NVMe อันนี้ก็แล้วความสะดวกในงบประมาณของแต่ละคน

ปิดท้ายด้วยสเปกของ Acer Nitro 5 ปี 2019 ที่วางขายอยู่ในตอนนี้

from:https://notebookspec.com/upgrade-ram-ssd-for-acer-nitro-5-model-2019/480946/

Sensor Tower ประกาศผลการจัดอันดับแอปยอดนิยมทั่วโลก ไตรมาสแรก ของปี 2019

Top App Worldwide Q1 2019 By Sensor TowerSensor Tower ได้ประกาศผลการจัดอันดับแอปยอดนิยมทั่วโลก จากจำนวนการดาวน์โหลดแอปที่มากที่สุดทั้งใน App Store และ Google Play ประจำไตรมาสที่ 1 ปี 2019 แอปที่มียอดการดาวน์โหลดสูงสุดทั่วโลก ไตรมาสที่ 1 ปี 2019 แอปแชทยอดนิยม WhatsApp ขึ้นครองอันดับ 1 เช่นเคย ด้วยยอดการดาวน์โหลดติดตั้งใหม่ 223 ล้านครั้ง ตามมาด้วยแอป Messenger ที่มียอดการดาวน์โหลดจำนวน 209 ล้านครั้ง อันดับที่ 3เป็นของ TikTok ส่วนอันดับ 4 และ 5 นั้นยังคงเป็นแอปเครือ Facebook นั่นก็คือ Facebook และ Instagram ตามลำดับ ซึ่งจากการรายงานในไตรมาสนี้ พบว่า 10 อันดับแรกยังคงเหมือนกับไตรมาสก่อนหน้านี้ และแอปในเครือ Facebook ทั้ง 4 แอปก็ยังคงติด 1 […]

from:https://www.iphonemod.net/top-app-worldwide-q1-2019-by-sensor-tower.html

Review – HP OMEN 15 สเปก i7-8750H + RTX 2070 Max-Q จอ 144Hz โน้ตบุ๊คเล่นเกมร้อนแรงดุดัน

HP OMEN 15 รุ่นใหม่ปี 2019 ถือว่าดีไซน์โดยรวมไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปเลย ในด้านแนวทางการออกแบบยังถือว่าอยู่ในรูปแบบเดิมๆ ซึ่งถ้าเทียบ Gaming Notebook รุ่นก่อนๆ คงเป็นเรื่องของมิติตัวเครื่องที่มีขนาดเล็กกระชับกว่าเดิม ขอบจอบางกว่าเดิม ด้วยน้ำหนักเพียง 2.25 กิโลกรัม ตามเทคโนโลยีหน้าจอที่ให้ปัจจุบันทำได้แล้ว รวมไปถึงบานพับมีการยกหน้าจอให้สูงขึ้น ช่วยในเรื่องของมุมมองซึ่งดูแล้วก็สวยงามดี ส่วนสีสันก็เป็นดำแดงและลายคาร์บอน

ที่สำคัญคือในส่วนของคีย์บอร์ดได้มีการใช้ไฟแบบ RGB แล้ว ทำให้เราสามารถปรับสีไฟได้อย่างอิสระโดยแบ่งเป็น 3 โซนด้วยกัน (แยกปรับ WASD ได้) อีกทั้งหน้าจอยังได้รับกาอัพเกรดใหม่ ที่หน้าจอ 15.6″ ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล รีเฟรชเรต 144Hz  กับระบบระบายความร้อนต้องดูว่าดีขึ้นกว่าเดิมหรือไม่ ? ต้องดูกัน !!! โดยรุ่นสเปกที่ได้มาทดสอบรีวิวจะเป็น i7-8750H + RTX 2070 Max-Q + RAM 16GB + SSD 256GB + HDD 1TB + Win10 ราคา 51,100  บาท ประกัน On-site 2 ปี

from:https://notebookspec.com/review-hp-omen-15-model-2019-7-8750h-rtx-2070-max-q/480760/

โฆษณา

for feed news app

%d bloggers like this: