ซั­­มซุงเปิดตัว กาแลคซี่ โน้ต 10 สมาร์ทโฟนทรงพลัง ทลายทุกขีดจำกัดเดิมๆ เพื่อตอบโจทย์กลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่ หรือ New Work Tribe

 

  • ครั้งแรกของกาแลคซี่ โน้ต ที่มาพร้อมตัวเลือก 2 ขนาด ตอบโจทย์ความต้องการที่ต่างกันของผู้บริโภคได้อย่างสมบูรณ์แบบ
  • S Pen ปากกาอัจฉริยะเจเนเรชั่นล่าสุด ให้คุณเปลี่ยนลายมือภาษาไทยให้กลายเป็นตัวอักษรได้ทันทีบน Samsung Notes รวมถึงการเพิ่มฟีเจอร์ Air Actionsให้ผู้ใช้สามารถควบคุมการใช้งานผ่านทิศทางการเคลื่อนไหวของปากกา
  • มาพร้อมกล้องอัจฉริยะ ให้ภาพถ่ายและวิดีโอสวยงาม สมบูรณ์แบบราวกับมืออาชีพ
  • มอบประสิทธิภาพเหนือชั้นกว่าที่เคยกับ Super-Fast Charging เพียง 30 นาที ก็สามารถใช้งานได้ยาวนานตลอดวัน พร้อมเชื่อมต่อการทำงานร่วมกับระบบปฏิบัติการ Windows และ MacOS ได้อย่างง่ายดายผ่าน Samsung DeX

 

ซัมซุงเปิดตัว “ซัมซุง กาแลคซี่ โน้ต 10” (Samsung Galaxy Note 10) สมาร์ทโฟนระดับพรีเมี่ยมในตระกูล “กาแลคซี่ โน้ต” ที่มาพร้อมกับดีไซน์อันหรูหราทันสมัย ประสิทธิภาพยอดเยี่ยม และการทำงานอันแสนทรงพลัง เพื่อให้ทุกนาทีของผู้ใช้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด

เนื่องจากสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์เหล่า “New Work Tribe” หรือกลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่ในยุคนี้ ที่มีไลฟ์สไตล์ทั้งการทำงานและการใช้ชีวิตผสมควบคู่กันไป ให้พวกเขามีอิสระในการทำงานและใช้ชีวิตได้ทุกที่ทุกเวลา สร้างสรรค์ผลงานได้ดีขึ้นและสะดวกกว่าที่เคย นั่นหมายถึงสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้พวกเขาสามารถเข้าใกล้เป้าหมายได้ง่ายกว่าเดิม

samsung galaxy note10

ดีเจ โกห์ ประธานธุรกิจโทรคมนาคม บริษัท ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่า “หากย้อนไปถึงจุดยืนของกาแลคซี่ โน้ตรุ่นแรกนั้น มีความโดดเด่นในด้านเทคโนโลยีและฟีเจอร์ที่ดีที่สุด และในวันนี้กาแลคซี่ โน้ต 10 ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อยกระดับการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ของเหล่าโน้ตแฟน รวมถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์ในการใช้ชีวิตด้านอื่นไปพร้อมๆ กับการทำงานได้อย่างเต็มที่

เพราะครั้งนี้เราได้พัฒนาขีดความสามารถของการใช้งาน เพื่อมอบสมาร์ทโฟนที่ผู้ใช้มองหาตลอดมา ไม่ว่าจะเป็นการทำงานโปรเจคที่ท้าทาย ถ่ายภาพและตัดต่อวิดีโอ หรือแม้แต่การเล่นเกมโปรด ซึ่ง กาแลคซี่ โน้ต 10 คือคำตอบเดียวที่จะตอบสนองทุกความต้องการได้อย่างแน่นอน”

ดีไซน์เพื่อมอบประสบการณ์ระดับพรีเมี่ยม

 

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนส่วนมากให้ความสำคัญกับดีไซน์การออกแบบที่ทันสมัย ไม่เพียงแค่ความรู้สึกต่อสัมผัสภายนอกเท่านั้น แต่รวมถึงประสบการณ์ที่ได้รับจากการใช้งาน ดังนั้นทุกองค์ประกอบของกาแลคซี่ โน้ต 10 จึงถูกออกแบบมาให้มีความโฉบเฉี่ยว บางและเรียบง่าย เพื่อให้ผู้ใช้ได้มุ่งความสนใจไปกับคอนเทนต์และใช้เวลากับการสร้างสรรค์ได้อย่างเต็มที่

  • มีให้เลือก 2 ขนาด: เป็นครั้งแรกที่ซัมซุง กาแลคซี่ โน้ต มาพร้อมตัวเลือก 2 ขนาด เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนที่มีขนาดพอดีในการใช้งานร่วมกับปากกาอัจฉริยะ S Pen ได้อย่างสมบูรณ์แบบ สามารถถือใช้งานได้อย่างง่ายดาย บนหน้าจอ Cinematic Infinity Display ขนาด 6.3 นิ้ว และ 6.8 นิ้ว ซึ่งถือเป็นหน้าจอที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่กาแลคซี่ โน้ตเคยมีมาก่อน

หน้าจอของกาแลคซี่ โน้ต 10 ถือเป็นเทคโนโลยีหน้าจอที่ดีที่สุดของซัมซุงในขณะนี้ ตั้งแต่โครงสร้างทางกายภาพไปจนถึงเทคโนโลยีเบื้องหลัง ที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้ดื่มด่ำไปกับซีรี่ส์ ภาพยนตร์ และเกมโปรดได้อย่างเต็มที่

Samsung Galaxy Note10

Samsung Galaxy Note10+

  • ดีไซน์หน้าจอไร้ขอบ (Edge-to-edge): กาแลคซี่ โน้ต 10 มาพร้อมหน้าจอ Cinematic Infinity Display แบบไร้ขอบ กล้องหน้าถูกออกแบบให้มีขนาดเล็กลงและฝังอยู่บริเวณกึ่งกลางเพื่อดีไซน์สมมาตร โดยหน้าจอแสดงผลนี้จะให้ภาพที่คมชัดสมจริงที่สุด เพื่อสร้างประสบการณ์ไร้รอยต่อระหว่างไอเดีย การรับชม และการลงมือสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ
  • หน้าจอแสดงผลที่ดีที่สุด: หน้าจอ Dynamic AMOLED บนกาแลคซี่ โน้ต 10 คือนวัตกรรมที่ได้รับรางวัลและเป็นอีกหนึ่งความภูมิใจของซัมซุง ทั้งยังได้รับการรับรอง HDR10+ และการปรับโทนภาพแบบอัตโนมัติ (Dynamic Tone Mapping) ทำให้รูปภาพและวิดีโอมีความสว่าง สีสันสดใส และมีเฉดสีที่มากขึ้นกว่าโน้ตรุ่นก่อนๆ นอกจากนี้ หน้าจอของกาแลคซี่ โน้ต 10 ยังผ่านการรับรองจาก UL[1] ให้ความสม่ำเสมอของแสงและสีแม่นยำถึง 98% อีกทั้งเทคโนโลยีหน้าจอถนอมสายตา ช่วยลดแสงสีฟ้าโดยไม่ลดคุณภาพของสีภาพ[2]

ฟีเจอร์การใช้งานที่หลากหลายเพื่อประโยชน์สูงสุด

 

ผู้ใช้กาแลคซี่ โน้ต คือกลุ่มคนที่ให้ความสำคัญกับการใช้ชีวิตและการทำงานในเวลาเดียวกัน พร้อมทั้งมองว่าสมาร์ทโฟนเป็นตัวช่วยให้สามารถบรรลุเป้าหมายได้ง่ายขึ้น ดังนั้นกาแลคซี่ โน้ต 10 จึงประกอบไปด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถและประสิทธิภาพอันทรงพลังในทุกๆ ด้าน ให้ผู้ใช้ทำงานได้อย่างเป็นอิสระตามแบบฉบับของตัวเองเพื่อประโยชน์สูงสุด

  • เปลี่ยนลายมือเป็นข้อความ: ในครั้งนี้ ความสามารถของ S Pen ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้ผู้ใช้สามารถจดข้อความลงบนหน้าจอ และเปลี่ยนลายมือเป็นตัวอักษรได้อย่างทันทีบน Samsung Notes พร้อมทั้งยังสามารถแปลงไฟล์ได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Microsoft Word หรือ PDF นอกจากนี้ยังสามารถปรับขนาดและเปลี่ยนสีของตัวอักษรได้ตามต้องการอีกด้วย
  • วิวัฒนาการของ S Pen: เทคโนโลยี Bluetooth Low Energy ของ S Pen ที่นำเสนอเป็นครั้งแรกบนกาแลคซี่ โน้ต 9 ได้ถูกพัฒนาต่อยอดมาสู่กาแลคซี่ โน้ต 10 โดยการเพิ่มฟีเจอร์ Air Actions ให้ผู้ใช้สามารถควบคุมฟังก์ชั่นที่ต้องการได้ผ่านการจับ S Pen เคลื่อนไหวไปในทิศทางที่ต้องการ ทั้งยังพัฒนาซอฟต์แวร์ Air Actions ให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งปุ่มควบคุมได้หลายรูปแบบ เพื่อช่วยให้การเล่นเกมหรือใช้งานแอพพลิเคชั่นโปรดผ่านการแสดงออกของท่าทางได้ง่ายดายยิ่งขึ้น

  • Samsung DeX สำหรับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล[3]: Samsung DeX บนกาแลคซี่ โน้ต 10 ถูกพัฒนาให้สมาร์ทโฟนสามารถทำงานร่วมกันกับ PCหรือระบบปฏิบัติการ MacOS ได้ง่ายขึ้น ด้วยการเชื่อมต่อผ่าน USB ที่รองรับ ผู้ใช้งานสามารถลากและวางไฟล์ระหว่างอุปกรณ์ และใช้งานแอพพลิเคชั่นที่ชอบผ่านเมาส์และคีย์บอร์ด ในขณะเดียวกันยังป้องกันข้อมูลส่วนตัวบนสมาร์ทโฟนผ่านระบบรักษาความปลอดภัยด้วย Samsung Knox
  • เชื่อมต่อกับ Windows: กาแลคซี่ โน้ต 10 สามารถเชื่อมต่อกับ Windows 10 ด้วย Quick Panel ได้โดยตรงด้วยคลิกเดียว ให้ผู้ใช้สามารถเห็นการแจ้งเตือน ส่งและรับข้อความ อีกทั้งดูรูปภาพได้โดยไม่ต้องละสายตามาที่โทรศัพท์

กล้องระดับโปรสำหรับครีเอเตอร์

 

กาแลคซี่ โน้ต 10 ถูกพัฒนาขึ้นพร้อมกับเทคโนโลยีของกล้องถ่ายภาพที่ทำให้ภาพถ่ายออกมาราวกับมืออาชีพ เพื่อตอบโจทย์เหล่าคอนเทนต์ครีเอเตอร์และผู้ใช้งานทุกคนให้เข้าถึงอุปกรณ์ที่ทันสมัยที่สุดในการเก็บภาพและวิดีโอ เพื่อให้คอนเทนต์บนช่องทางของพวกเขาโดดเด่นและน่าจับตามองขึ้นไปอีกขั้น

  • เทคโนโลยีการถ่ายวิดีโอระดับพรีเมียม: กาแลคซี่ โน้ต 10 ให้ผู้ใช้สามารถถ่ายวิดีโอออกมาได้อย่างมืออาชีพโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริมใดๆ เริ่มด้วยด้วยฟีเจอร์ Live Focus สามารถปรับความหน้าชัดหลังละลายของวิดีโอได้ มาพร้อมนวัตกรรม Zoom-In Mic ช่วยเน้นเสียงในเฟรมที่ต้องการให้ชัดขึ้น และในขณะเดียวกันช่วยลดเสียงของพื้นหลังออกไป และฟีเจอร์ Super Steady รูปแบบใหม่ที่ช่วยป้องกันการสั่นไหวของวิดีโอ ซึ่งสามารถใช้ฟีเจอร์ดังกล่าวในโหมด Hyperlapse ได้อีกด้วย
  • ตัดต่อวิดีโอได้ง่ายและรวดเร็ว: หลังจากบันทึกวิดีโอแล้ว สามารถตัดต่อและปรับแต่งวิดีโอขั้นพื้นฐานบนกาแลคซี่ โน้ต 10 ได้ทันทีด้วย Video Editor โดยสามารถใช้งานร่วมกับปากกา S Pen เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการปรับแต่งและเลือกเฟรมที่ต้องการแทนการใช้มือสัมผัส สำหรับครีเอเตอร์ที่ต้องการการตัดต่อที่ซับซ้อนขึ้น กาแลคซี่ โน้ต 10 ยังมี Adobe Rush[4] ที่มาพร้อมชุดเครื่องมือตัดต่อวิดีโอระดับมือโปร
  • บันทึกวิดีโอหน้าจอ: สำหรับเกมเมอร์ที่ต้องการเพิ่มเอกลักษณ์ของตัวเองขณะสตรีมมิ่ง หรือบล็อกเกอร์ที่อยากสร้างคอนเทนต์ให้น่าสนใจยิ่งขึ้น กาแลคซี่ โน้ต 10 นำเสนอฟีเจอร์ Screen Recorder ที่ช่วยบันทึกภาพที่อยู่บนหน้าจออย่างง่ายดาย ใช้โหมด Picture-in-Picture เพื่อเพิ่มรีแอคชั่น และใช้ S Pen เพิ่มลูกเล่นบนวิดีโอได้

  • AR Doodle และ 3D Scanner: เทคโนโลยี AR และ 3D ถูกพัฒนาอยู่ในกล้องของกาแลคซี่ โน้ต 10  รวมไปถึงกล้อง Ultra Wide เพื่อเปิดมุมมองใหม่ๆ ให้กับทุกคน โดยสามารถเพิ่มเอกลักษณ์ของตัวเองโดยการใช้ S Pen ในการสร้างสรรค์รูปภาพ วาดเอฟเฟค หรือภาพเคลื่อนไหวลงบนภาพถ่ายได้ด้วย AR Doodle นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยี 3D Scanner[5] เป็นครั้งแรกที่กาแลคซี่ โน้ต 10 พลัส จะมาพร้อมกับกล้อง DepthVision ที่สามารถสแกนวัตถุ[6]และเปลี่ยนให้เป็นภาพเคลื่อนไหว 3 มิติได้
  • โหมดถ่ายภาพกลางคืน: เมื่อต้องการถ่ายเซลฟี่ในที่แสงน้อย ไม่ว่าจะเป็นในร้านอาหาร คอนเสิร์ต หรือแม้แต่ระหว่างการชมพระอาทิตย์ตกดิน โหมดถ่ายภาพกลางคืน หรือ Night Mode พร้อมใช้งานบนกล้องหน้า เพื่อให้ผู้ใช้สามารถถ่ายเซลฟี่ที่สมบูรณ์แบบได้ทุกที่ทุกสถานการณ์

ประสิทธิภาพที่เหนือชั้นเพื่อผู้ใช้งาน

 

ผู้ใช้งานกาแลคซี่ โน้ต มักจะมีการใช้งานสมาร์ทโฟนที่นอกเหนือไปจากการใช้งานพื้นฐานในชีวิตประจำวัน อาทิ ใช้เพื่อทำงาน ใช้ตัดต่อวิดีโอลงบนช่องทางโซเชียลมีเดีย ใช้สร้างงานศิลปะผ่าน S Pen เป็นต้น จึงเป็นเหตุผลให้กาแลคซี่ โน้ต 10 ถูกพัฒนามาพร้อมกับฮาร์ดแวร์ระดับสูงและฟีเจอร์ที่เหนือกว่าที่เคยมีมา

  • Super Fast Charging: ด้วยการชาร์จเพียง 30 นาที กาแลคซี่ โน้ต 10 พลัส สามารถใช้งานได้ยาวนานตลอดทั้งวัน[7] รองรับการชาร์จเร็วสูงสุดถึง45W ด้วยที่ชาร์จแบบมีสาย[8]
  • Wireless PowerShare[9]: ผู้ใช้งานสามารถนำ กาแลคซี่ วอทช์, กาแลคซี่ บัดส์, หรืออุปกรณ์อื่นๆ ที่รองรับระบบ Qi มาชาร์จแบบไร้สายกับกาแลคซี่ โน้ต 10 ได้

  • เกมมิ่ง: เนื่องจากโมบายเกมมิ่งในปัจจุบันใช้การประมวลภาพกราฟฟิกที่สูงมาก เหล่าเกมเมอร์จึงต้องการสมาร์ทโฟนที่มีสเปคทรงพลัง กาแลคซี่ โน้ต10 มาพร้อมกับเทคโนโลยีระบายความร้อนที่บางที่สุดในโลก (Vapor Chamber Cooling System) เพื่อมอบประสิทธิภาพในการการเล่นเกมที่ดีที่สุดบนอุปกรณ์ที่มีความโฉบเฉี่ยวและเพรียวบาง และด้วยนวัตกรรม AI ใน Game Booster ทำให้สามารถเพิ่มและลดการใช้พลังงานในแต่ละเกมได้
  • Hyper-fast Speed:  ผู้ใช้กาแลคซี่ โน้ต 10 สามารถสัมผัสประสบการณ์การเชื่อมต่อที่เร็วที่สุดของผู้ให้บริการเครือข่ายได้ผ่านตัวเลือกของสัญญานในรูปแบบ LTE

ต่อยอดสู่อีโค่ซิสเต็มของกาแลคซี่ 

 

กาแลคซี่ โน้ต 10 เป็นหัวใจของกาแลคซี่ อีโค่ซิสเต็ม ชุดผลิตภัณฑ์และบริการระดับพรีเมี่ยม ที่มอบประสบการณ์การใช้ชีวิตที่คล่องตัวและเชื่อมต่อมากยิ่งขึ้น อุปกรณ์สวมใส่อย่าง กาแลคซี่ วอทช์ แอคทีฟ 2 และแท็บเล็ต กาแลคซี่ แท็บ เอส 6 ให้ผู้ใช้เชื่อมต่อและบรรลุเป้าหมายได้ทุกที่ทุกเวลา

บนผลิตภัณฑ์เหล่านี้ คือบริการจากซัมซุงที่มอบประสบการณ์การเชื่อมต่อถึงกันและสะดวกสบายให้แก่ผู้ใช้งานกาแลคซี่ บริการ Samsung Pay มอบทางเลือกในการชำระเงินที่รวดเร็วและปลอดภัย Samsung Health ช่วยติดตามและช่วยให้ผู้ใช้บรรลุเป้าหมายด้านสุขภาพได้อย่างราบรื่น และ Samsung Knox โซลูชั่นที่ช่วยรักษาความปลอดภัยให้กับข้อมูลต่างๆ

นอกจากนี้ยังมี Bixby หรือแพลตฟอร์มอัจฉริยะของซัมซุง ที่ช่วยรองรับการใช้งานและใช้ชีวิตได้ง่าย เป็นระเบียบ และเชื่อมกันได้มากยิ่งขึ้น

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมของกาแลคซี่ โน้ต 10 และ กาแลคซี่ โน้ต 10 พลัส สามารถดูได้ที่ www.samsung.com/th/note10

คลิกช้อปสมาร์ทโฟน Samsung ได้ที่นี่ >>> http://bit.ly/2EOTbN5

 

from:http://mobileocta.com/samsung-launches-powerful-galaxy-note-10-smartphone-break-down-all-the-same-limits/

โฆษณา

Samsung เผยเหตุผลว่าทำไมถึงตัดช่องหูฟังออกจาก Galaxy Note10 / Note10+ (หลังแซว Apple มานาน)

Why Samsung Drop Headphonejack From Note 10 ReasonSamsung เปิดตัว​ Galaxy Note10 / Note10+ ใหม่และก็เป็นไปตามคาด โดย Samsung ได้ตัดช่องหูฟังออกจากรุ่นนี้ พร้อมเผยเหตุผลว่าทำไม ทำไม Galaxy Note10 / Note10+ ไม่มีช่องหูฟัง ก่อนหน้านี้เราเคยรายงานไปแล้วว่า Samsung อาจตัดช่องหูฟังออกจาก Galaxy Note10 / Note10+ โดย The Verge ได้รับข้อมูลจากตัวแทนของ Samsung ในประเด็นนี้ เปิดตัว Samsung Galaxy Note 10 และ Note 10+ อย่างเป็นทางการ [ดูรายละเอียด ที่นี่] ตัวแทนของ Samsung เผยว่าการตัดช่องหูฟังออกจาก Galaxy Note10 / Note10+ จะช่วยให้ตัวเครื่องมีพื้นที่ภายในเพิ่มขึ้น สามารถเพิ่มแบตเตอรี่จากเดิมได้มากถึง 100mAh หรือราว ๆ 2-3%, เพิ่มประสิทธิภาพให้ Haptic Feedback […]

from:https://www.iphonemod.net/why-samsung-drop-headphonejack-from-note-10-reason.html

Apple ปล่อยอัปเดต watchOS 6 และ tvOS 13 Developer beta 6 ให้นักพัฒนาได้ทดสอบแล้ว

Apple Release Watchos 6 Tvos 13 Macos Developer Beta 6Apple ปล่อย watchOS 6 และ tvOS 13 Developer beta 6 ให้นักพัฒนาได้ทดสอบแล้ว ผู้ลง Profile สามารถอัปเดตทดสอบได้เลย watchOS 6 beta 6 watchOS 6 beta 6 สำหรับนักพัฒนามาพร้อม Build Number 17R5556d ผู้ที่ลงทะเบียนจะต้องอัปเดตสามารถอัปเดตเป็น watchOS 6 beta 6 ได้ที่ Software Update tvOS 13 beta 6 tvOS 13 beta 6 สำหรับนักพัฒนามาพร้อม Build Number 17J5549c ผู้ที่ลงทะเบียนสามารถอัปเดตได้เลยที่ Software Update ผู้ใช้ทั่วไป “ไม่ควรอัปเดต” เป็นเวอร์ชัน beta สำหรับนักพัฒนา เตือน! […]

from:https://www.iphonemod.net/apple-release-watchos-6-tvos-13-macos-developer-beta-6.html

ซัมซุงเปิดตัว Galaxy Book S โน้ตบุ๊กบางเฉียบ เชื่อมต่อ LTE แบตเตอรี่ 23 ชั่วโมง ใช้ชิป Snapdragon 8cx

ซัมซุงเปิดตัวโน้ตบุ๊ก Galaxy Book S โน้ตบุ๊กวินโดวส์ชิป ARM ที่ชูจุดเด่นการเชื่อมต่อ LTE ในตัว พร้อมอายุแบตเตอรี่ยาวนานถึง 23 ชั่วโมงเมื่อใช้ชมวิดีโอต่อเนื่อง

สเปค Galaxy Book S มีดังนี้

  • Qualcomm Snapdragon 8cx 8 คอร์
  • แรม LPDDR4X 8GB
  • สตอเรจ 256GB/512GB พร้อมช่อง microSD
  • จอภาพ 13.3 นิ้ว full HD สัมผัส 10 จุด
  • Windows 10 Home หรือ Pro ขึ้นกับตลาดที่จำหน่าย
  • เว็บแคม 720p
  • เชื่อมต่อ LTE พร้อมช่อง nano SIM
  • ชาร์จด้วย USB Type-C แบบ PD2.0
  • มีชิประบุตำแหน่ง GPS/Galileo/Glonass,BeiDou
  • น้ำหนัก 960 กรัม จุดที่หนาที่สุด 11.8 มิลลิเมตร

ราคาในสหรัฐฯ 999 ดอลลาร์ เริ่มวางขายเดือนกันยายนนี้

ที่มา – Samsung

No Description

from:https://www.blognone.com/node/111253

รวมฟีเจอร์เด็ด Samsung Galaxy Note10 | 10+ ที่ใครเห็นแล้วต้องร้องว้าว

ขึ้นชื่อว่า Samsung Galaxy Note รุ่นท็อประดับเรือธงของค่าย ทั้งสเปคและฟีเจอร์ย่อมไม่ธรรมดาแน่นอน ซึ่ง Samsung ก็ได้ทำการเปิดตัวเป็นที่เรียบร้อยแล้วกับเจ้าตัว Galaxy Note 10 และ 10+ เห็นแล้วกระเป๋าตังบัตรเครดิตสั่นกันเลยทีเดียว โดยในบทความนี้เองทีมงานก็ได้รวบรวมฟีเจอร์ต่างๆ เอาไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว จะมีอะไรเด็ดๆ บ้างไปดูกันเลยครับ

ปากกา S Pen

เอกลักษณ์ที่เคียงคู่ซีรีส์ Note มาตลอดก็คือ ปากกา S Pen ที่คราวนี้ใน Samsung Galaxy Note 10 และ 10+ มาพร้อมกับหัวขนาด 0.7 mm พร้อมรองรับแรงกดได้ถึง 4096 ระดับ สามารถใช้ได้ทั้งงานเขียนและงานวาดรูป มีปุ่มกด 2 ปุ่มคือด้านข้างและใต้ตูด โดยมีฟีเจอร์เด็ดๆ ที่เพิ่มมา คือ

  • มี Air Action ใช้แทนคำสั่งต่างๆ (Gesture to command) เปรียบเสมือนไม้กายสิทธิ์ในเรื่องแฮรี่พอตเตอร์ เช่น ยกปากกาปัดขวาเปลี่ยนเพลง ปัดขึ้นเพิ่มเสียง ปัดลงลดเสียง เป็นต้น ซึ่ง Samsung เคลมว่าสามารถเพิ่มคำสั่งได้กับทุกแอพ และในอนาคตจะมีเกมที่รองรับคำสั่งแบบนี้ด้วย
  • มี AR Doodle ใช้วาดรูปวาดสติ๊กเกอร์บนวิดีโอได้ทันที พร้อมติดแท็คไปกับวัตถุนั้นได้ ทั้งบนใบหน้า หรือวิวสถานที่
  • สามารถเปลี่ยนลายมือตัวเขียนบนหน้าจอเป็นตัวพิมพ์ได้ทันที ใช้ได้ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ โดยไม่ต้องเขียนที่ขอบล่าง
  • เปลี่ยนสีปากกาใน Memo ได้ถึง 4 สี
  • Pen Sound มีเสียงตอนเขียนเหมือนจริงตามหัวปากกาที่เลือก เช่น ใช้ดินสอเขียนก็เป็นเสียงดินสอ ใช้พู่กันเขียนก็เป็นเสียงพู่กัน




หน้าจอ Immersive Dynamic AMOLED Infinity-O

พูดง่ายๆ คือใช้จอรุ่นเดียวกับ Galaxy S10 แต่ได้ขอบบางกว่าได้อัตราส่วนพื้นที่มากกว่าชนิดที่เรียกได้ว่าแทบจะไร้ขอบ ทำให้ได้การแสดงผลเต็มจอ แถมรองรับการแสดงผลระดับ HDR10+ ให้ภาพที่มีสีสันสดใส และมีโทนสีที่กว้างสมจริงยิ่งขึ้น อีกทั้งยังถนอมสายตาอีกด้วย สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปอีกอย่างคือตำแหน่งกล้องหน้าจากมุมขวาย้ายมาอยู่ตรงกลางแทน(กล้องหน้ามีแค่ตัวเดียวทั้ง Note 10 และ Note 10+)

  • Note 10 ขนาด 6.3 นิ้ว ความละเอียด 2280 x 1440 ความสว่าง 1200 นิต ใช้กระจก Gorilla Glass 6
  • Note 10+ ขนาด 6.6 นิ้ว ความละเอียด 3040 x 1440 ความสว่าง 1200 นิต ใช้กระจก Gorilla Glass 6

กล้องหลังสูงสุด 4 ตัว

แน่นอนว่ากล้องก็ถือเป็นอีกไฮไลท์หลักของ Galaxy Note 10 / Note 10+ ซึ่งทั้งสองรุ่นจะมีกล้องหลัก 3 ตัว 3 ระยะ เหมือนกัน Normal, Tele และ Ultra-Wide Angle ส่วน Note 10+ จะมีเพิ่มมาอีก 1 ตัว คือกล้อง ToF Depth Vision เพิ่มเข้ามาเพื่อไว้สำหรับตรวจจับระยะชัดตื้นได้แม่นยำ และทำเอฟเฟคหน้าชัดหลังเบลอได้เนียนๆ

  • กล้องด้านหลังตัวหลักเลนส์ Normal ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล 2PD พร้อม Dual Aperture สำหรับสลับค่ารูรับแสงอัตโนมัติ F/1.5, F/2.4 OIS (77 ํ)
  • กล้องเลนส์ซูม Tele ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล F/2.1 OIS (45 ํ)
  • กล้องเลนส์ Ultra-Wide ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล F/2.2 (123 ํ)
  • กล้อง Tof หรือ Depth Vision ความละเอียดสูงที่สุดในโลก (มีเฉพาะ Note 10+)
  • กล้องหน้า 10 MP 2PD F/2.2 (80 ํ) พร้อมถ่าย Night Shot ได้
  • ถ่ายวิดีโอได้ 4K 60FPS ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง
  • ถ่าย Super Slow-Mo
  • ไมโครโฟนสามตัว พร้อมฟีเจอร์ Zoom in On Sounds ซูมเสียงด้วยเวลาซูมภาพ
  • มีฟีเจอร์กันสั่น Super Standy สำหรับถ่าย Full HD เสมือนเป็น Action Camera
  • มี Live Video Bokeh ใช้เปลี่ยนโบเก้แสงไฟได้ 4 แบบ
  • มี Live Focus Video ละลายหลังได้ดีขึ้น
  • ถ่าย Hyperlape ได้




ชาร์จเร็วด้วย Super Fast Charging

หลังจากที่หลายคนบ่นอุบกันใน Galaxy S10 ที่ชาร์จไวแค่ 15w คราวนี้ Samsung ปรับปรุงมาแล้วให้ชาร์จไวขึ้นสูงสุดถึง 45w ด้วยกัน เรียกได้ว่าแปปเดียวเต็มแน่นอน พร้อมกับมีฟีเจอร์อื่นๆ อีกเพียบ

  • Note 10 ให้แบตมา 3,500 mAh รองรับชาร์จไวสูงสุด 25W (จาก 0 ชาร์จ 89 นาทีเต็ม) Wireless Charge สูงสุด 12w
  • Note 10+ ให้แบตมา 4,300 mAh รองรับชาร์จไวสูงสุด 45W (จาก 0 ชาร์จ 65 นาทีเต็ม) Wireless Charge สูงสุด 15w
  • มี PowerShare หรือชาร์จไร้สายให้กับอุปกรณ์อื่นได้ โดยวางไว้หลังเครื่อง

ระบบเสียง Stereo ลำโพงคู่

มาพร้อมลำโพงคู่ Stereo ระบบเสียง 24 bit รองรับ Dolby Atmos ที่ปรับจูนเสียงโดย AKG ดีไซน์ได้รับการปรับปรุงทำให้เสียงดังและใสขึ้น แต่ที่น่าเสียดายคือตัดหูฟัง 3.5 mm ทิ้งไปแล้วทั้งสองรุ่น

โปรแกรมตัดต่อสุดเจ๋ง

ถ่ายวิดีโอเสร็จสามารถตัดต่อคลิปในได้เลย เสมือนมีโปรแกรมตัดต่อบน PC  ใส่เอฟเฟค คำบรรยาย เปลี่ยนความเร็ว หรือเพิ่มภาพประกอบด้วยทำง่ายๆ ผ่านปากกา S Pen เสร็จแล้วก็อัปโหลดเข้า Social แชร์ให้เพื่อนๆ ได้สบายๆ ตัวเดียวจบ ตามคอนเซปถ่าย ตัดต่อ แชร์ บนเครื่องเดียว

Samsung DeX

อัปเกรดเพิ่มขึ้นมาใหม่สามารถต่อเข้ากับ Windows และ Mac ได้เลย ใช้งานเสมือนมี 2 OS โดยสามารถใช้ DeX ได้บนจอใหญ่ เปิดแอพเล่นเกมได้ภาพเต็ม หรือเอาไปพรีเซนต์งานก็สะดวกสบายสุดๆ

Link to Windows

เป็นฟีเจอร์เชื่อมต่อไปยัง Windows เพื่อซิงค์รูปภาพ ข้อความ และการแจ้งเตือนล่าสุดจากมือถือไปยัง PC รวมทั้งสามารถแชร์หน้าจอช่วยให้ทำงานบน PC และมือถือพร้อมกันได้

from:https://droidsans.com/all-feature-samsung-galaxy-note-10-10plus/

เปิดตัว Galaxy Note 10+ | Galaxy Note 10 มาพร้อมกับฟีเจอร์ S Pen สุดล้ำที่เปลี่ยนปากกาให้กลายเป็นไม้กายสิทธิ์

ในที่สุดก็เปิดตัวสักทีสำหรับสมาร์ทโฟนเรือธงซีรีส์ Galaxy Note 10 ของทาง Samsung หลังจากมีข่าวลือหลุดออกมาอย่างรัวๆ เลยก่อนวันเปิดตัวทั้งเรื่องฟีเจอร์หรือดีไซน์ ว่าแต่จะพอเปิดตัวแล้ว ข่าวหลุดพวกนั้นจะจริงแท้แค่ไหน มาดูพร้อมกันได้เลยครับ บอกใบ้ให้นิดนึงนะว่าฟีเจอร์ S Pen ใหม่ ขอบอกเลยว่าเด็ด!

รอบนี้ Galaxy Note 10 จะมีให้เลือกซื้อด้วยกันทั้งหมด 2 ขนาดได้แก่ขนาด 6.3 นิ้ว (Note 10) และ 6.8 นิ้ว (Note 10+)

หน้าจอยังคงเป็นแบบ Dynamic AMOLED เฉกเช่นเดียวกับที่เราเห็นกันใน Galaxy S10 ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมาครับ ความพิเศษรอบนี้ก็คือทาง Samsung จะมีซอฟต์แวร์ตัดแสงสีฟ้าเข้ามาช่วย แม้ว่าเราจะยังไม่ได้เปิดโหมด Eye Comfort ก็ตาม อีกทั้งสีก็ยังไม่เพี้ยนอีกด้วยนะ

มาถึงพระเอกหลักของเราให้งานกันบ้างสำหรับปากกา S Pen ที่รอบนี้ความสามารถพิเศษของมันคือสามารถแปลงลายมือของเราเป็นไฟล์ Word หรือ PDF ได้แบบ Real Time แล้ว! แถมยังรองรับภาษาไทยด้วยนะ ค่อนข้างแม่นยำเลย


นอกจากนี้.. S Pen ยังสามารถควบคุมการทำงานของกล้องได้แล้ว! ไม่ว่าจะเป็นการสลับกล้องหน้ากล้องหลัง ซูมเข้าออก เปลี่ยนโหมดโน้นนี้ ทำง่ายๆ ด้วยการร่ายปากกาไปมา ราวกับปากกาเป็นไม้กายสิทธิ์แบบที่เราเห็นกันในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ Harry Potter เลย

โดยในปัจจุบันทาง Samsung กำลังร่วมพัฒนากับ YouTube อยู่ เพื่อให้สามารถควบคุมการดูคลิปวิดีโอต่างๆ ได้ด้วย S Pen

ไม่ต้องห่วงเรื่อง S Pen แบตหมดเลย เพราะรอบนี้ชาร์จครั้งเดียว อยู่ได้ยาวๆ หลายชั่วโมงเลย

ส่วนกล้องก็มาทั้งหมด 3 ตัว ครบทุกเซนเซอร์เลยไม่ว่าจะเป็นเลนส์หลัก, เลนส์ Ultra Wide และเลนส์ Telephoto นอกจากนี้ Note 10+ ยังจะมาพร้อมกับเซนเซอร์ Depth Vision เอามาไว้วัดความตื้นลึกอีกด้วย


 

รอบนี้เราสามารถใส่ Bokeh Effects เข้าไว้ในคลิปวิดีโอแล้วนะ! โดยจะเอฟเฟ็กมีให้เลือกทั้งหมด 4 แบบด้วยกัน

มาพร้อมกับฟีเจอร์ใหม่ Zoom in On Sound ช่วยให้เราสามารถโฟกัสวัตถุได้ พร้อมกับทำให้เสียงชัดขึ้นด้วยฟีเจอร์ดังกล่าว

และฟีเจอร์ SuperSteady รอบนี้ก็ทำออกมาได้ค่อนข้างดีกว่าที่ผ่านมาพอสมควรเลย โดยรอบนี้จะใช้ซอฟต์แวร์และ AI เข้ามาช่วย

AR Doodle ฟีเจอร์ใหม่ที่จะช่วยให้เราวาดอะไรก็ได้ใส่หน้าคนหรือวัตถุต่างๆ โดยต่อให้วัตถุหรือคนดังกล่าวหนีไปไหน ทันทีที่พวกเขากลับเข้ามาในเฟรม Effects ที่วาดไว้ จะกลับมาอัตโนมัติเลย


และการที่มาพร้อมกับเซนเซอร์ Depth Vision (ToF) ทำให้ผู้ใช้สามารถใช้แอป 3D Scanner App มาสแกนวัตถุได้แล้ว ขยับได้เสมือนมีชีวิตชีวาจริงๆ เลย

สำหรับสายเกมมิ่ง Galaxy Note 10 ได้ผนึกจับมือร่วมกันกับ DISCORD เรียบร้อยแล้ว เวลาเล่นเกมสามารถพูดคุยแชทได้เลย ไม่ต้องเปิดแอปอื่นเพิ่ม จะว่าจะแซวใคร สามารถทำได้ง่ายแล้วนะ GGEZ กันสบายเลย ฮ่าๆ

ชิปเซ็ตรอบนี้จะใส่มาเป็นชิปตัวใหม่ล่าสุดของทางบริษัทอย่าง Exynos 9825 โดยประสิทธิภาพของ CPU จะแรงขึ้น 33% และ GPU แรงขึ้น 42% เมื่อเทียบกับ Galaxy Note 9

สำหรับการใช้งาน Samsung ออกมาเคลมเลยนะว่าสามารถใช้ได้สบายๆ ทั้งวันเลย และถึงแม้ว่าแบตจะหมด ก็สามารถชาร์จกลับคืนได้ด้วยเทคโนโลยีการชาร์จไว 25W โดย Note 10+ จะรองรับการชาร์จไวได้สูงสุดถึง 45W เลยทีเดียว! เสียบปลั๊กไป 30 นาที ก็น่าจะเพียงพอต่อการใช้งานทั้งวันแล้ว




นอกจากนี้ภายในงานยังมีการสรุปการเปิดตัวสั้นๆ ของ Galaxy Watch Active 2 และแทบเล็ต Galaxy Tab S6 อยู่ โดยจะประกาศราคาและวันวางจำหน่ายไว้เรียบร้อย


อันนี้ค่อนข้างเซอร์ไพรส์เลย Samsung ได้เปิดตัว Galaxy Book S ราคาเริ่มต้น $999 วางจำหน่ายพร้อมกันเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ครับ

ความพิเศษของมันก็คือ.. เราไม่ต้องพกสายชาร์จอะไรให้ยุ่งยากแล้ว! เพียงแค่มีพอร์ต Type C ก็สามารถชาร์จได้ทุกที่ทุกเวลา

ไหนๆ ก็พูดถึงคอมกันแล้ว มาพูดถึงฟีเจอร์ Samsung DeX กันบ้างดีกว่า รอบนี้สามารถเชื่อมต่อได้ง่ายๆ แล้วเพียงแค่เสียบพอร์ต USB Type C เข้าไป


 

โดย Samsung ได้จับมือกับ Microsoft พัฒนาโปรแกรม Link to Windows รอบนี้เราสามารถตอบแชทที่อยู่ในโทรศัพท์ผ่านคอมพิวเตอร์เราได้แล้ว รวมทั้งการถ่ายโอนรูปภาพ หรือ screen mirror โทรศัพท์เข้าคอมเลยก็ยังทำได้

สเปค Galaxy Note 10+ และ Galaxy Note 10 

Galaxy Note 10+ Galaxy Note 10
 
หน้าจอ Dynamic AMOLED ขนาด 6.8 นิ้ว ความละเอียด WQHD+ รองรับการแสดงผล HDR10+ Dynamic AMOLED ขนาด 6.3 นิ้ว ความละเอียด FHD+ รองรับการแสดงผล HDR10+
CPU  Exynos 9825 Exynos 9825
GPU Mali-G77 Mali-G77
RAM  12GB 8GB
ความจุ 256GB UFS 3.0 รองรับ MicroSD 256GB UFS 3.0

กล้องหลัง 

เลนส์ tele 2X 12 MP (f/2.4), OIS

เลนส์ Wide 12MP (f/1.5, f/2.4), OIS

เลนส์ Ultra Wide 16MP (f/2.2)

Depth Vision

เลนส์ tele 2X 12 MP (f/2.4), OIS

เลนส์ Wide 12MP (f/1.5, f/2.4), OIS

เลนส์ Ultra Wide 16MP (f/2.2

กล้องหน้า 10MP (f/2.2) + Night Vision 10MP (f/2.2) + Night Vision
ระบบเสียง  ลำโพงสเตอรีโอ, Dolby Atmos, ไม่มีรูหูฟัง ลำโพงสเตอรีโอ, Dolby Atmos, ไม่มีรูหูฟัง
เซนเซอร์ fingerprint (บนหน้าจอ), accelerometer, barometer, compass, brightness sensor, proximity detection, gyroscope fingerprint (บนหน้าจอ), accelerometer, barometer, compass, brightness sensor, proximity detection, gyroscope
การเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/ax, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot, Bluetooth 5.0 Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/ax, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot, Bluetooth 5.0
แบตเตอรี่ 4,300 mAh รองรับชาร์จไว 45W 3,500 mAh รองรับชาร์จไว 25W
ระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie ครอบทับด้วย OneUI Android 9 Pie ครอบทับด้วย OneUI
มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP68 IP68

 

มาดูกันเรื่องราคาเปิดตัวกันบ้างดีกว่า Note 10 จะเคาะราคาเริ่มต้นที่ $949 (ประมาณ 29,000 บาท) และ Note 10+ เปิดราคามา $1099 (ประมาณ 33,800 บาท)

ก็ต้องรอลุ้นกันครับว่าเข้าไทยจะเปิดราคามาเท่าไหน ทันทีที่เราทราบข้อมูลในส่วนนี้ จะรีบนำมาบอกเพื่อนๆ ชาวดรอยด์แซนส์กันเลยครับ ตอนนี้ทีมงานขอตัวลาไปนอนก่อนนะ.. คร่อกกก~~zz

from:https://droidsans.com/galaxy-note-10-note-10-plus-launched/

ซัมซุงเปิดตัว Galaxy Note 10: มีรุ่นเครื่องเล็ก, ปากกาแกว่งสั่งงานกลางอากาศ, ตัดต่อวิดีโอได้ในตัว, ปุ่ม Bixby หายไปแล้ว

ซัมซุงเปิดตัว Galaxy Note 10 โดยแบ่งเป็นสองขนาด Note 10 และ Note 10+ เป็นครั้งแรก จับตลาดผู้ที่ต้องการโทรศัพท์ปากกาแต่ไม่ชอบที่ Note รุ่นเดิมๆ มีขนาดใหญ่เกินไป

สเปคของ Note 10 มีดังนี้

  • ชิป Exynos 9825
  • แรม LPDDR4X รุ่น 10+ มีทั้ง 8GB และ 12GB รุ่น 10+ มีเฉพาะ 12GB
  • สตอเรจ 256GB/512GB
  • รุ่น 10+ สามารถใส่ microSD แทนซิมที่สองได้ รุ่น 10 ใส่ไม่ได้
  • รุ่น 10 หน้าจอ 6.3 นิ้ว 2280×1080 รุ่น 10+ หน้าจอ 6.8 นิ้ว 3040×1440
  • รุ่น 10 แบตเตอรี่ 3500mAh รุ่น 10+ 4300mAh รองรับ Super Fast Charging รับพลังงานสูงสุด 45 วัตต์
  • กล้องหน้า 10 ล้านพิกเซล รูรับแสง f2.2
  • กล้องหลัง กว้างพิเศษ 123 องศา รูรับแสง f2.2 16 ล้านพิกเซล มุมกว้าง 77 องศา f1.5 พร้อมกันสั่น, เทเล 45 องศา f2.1 กันสั่น 12 ล้านพิกเซล
  • รุ่น 10+ มีกล้องหลังจับความลึก
  • รองรับ Wi-Fi 1024QAM ความเร็วสูงสุด 1.2Gbps ทั้งดาวน์โหลดและอัพโหลด

No Description

ตัวเครื่องย้ายปุ่มทั้งปรับความดังและปุ่มปิดเปิดไปไว้ทางด้านซ้าย โดยปุ่ม Bixby ที่เคยแยกเป็นปุ่มเฉพาะนั้นหายไปแล้ว แม้จะคอนฟิกให้เรียกมาใช้งานได้ก็ตาม

สำหรับ S-Pen เพิ่ม accelerometer และ gyrometer สามารถแกว่งเพื่อส่งคำสั่งกลางอากาศได้ เรียกว่า air command สามารถส่งคำสั่งไปยังแอปต่างๆ เช่น กล้องสลับกล้องหน้า/หลัง, ซูม หรือแอปเพลงสามารถเปลี่ยนเพลงได้จากปากกา ไปจนถึงแอปนำเสนอก็ใช้เลื่อนสไลด์ได้ ตัวปากกามีอายุแบตเตอรี่ 10 ชั่วโมง ตอนนี้ซัมซุงส่งชุดพัฒนาให้นักพัฒนาแล้วสามารถเข้าถึงเซ็นเซอร์ของ S-Pen ได้ เช่นการควบคุมเกม ตอนนี้มีพันธมิตรร่วมแล้วคือ YouTube Premium ที่สามารถควบคุมวิดีโอผ่านทาง S-Pen ได้

ฟีเจอร์ด้านวิดีโอ Galaxy Note 10 เพิ่มมา เรียกว่า Pro-grade video สามารถใส่เอฟเฟคให้กับวิดีโอ เช่น ฟิลเตอร์หน้าชัดหลังเบลอ การอัดเสียงมีฟีเจอร์ audio zoom ทำให้ตัดเสียงรบกวนรอบๆ และอัดเสียงเฉพาะในภาพได้ และโหมด super-steady ที่รองรับการอัดวิดีโอนิ่งเหมือนมืออาชีพ ตัวแอปวิดีโอที่มากับ Note 10 จะสามารถตัดต่อเชื่อมวิดีโอหลายไฟล์เข้าด้วยกัน สร้าง transition ระหว่างวิดีโอ สามารถวาดภาพลงไปในวิดีโอโดยภาพที่วาดจะเป็นภาพเคลื่อนไหว

ลูกเล่น AR Doodle ทำให้แอปกล้องสามารถวาดภาพที่ลอยอยู่ในอากาศโดยเกาะกับใบหน้าของคนในภาพ หรือจะเกาะกับพื้นที่ในห้องก็ได้เหมือนกัน ทำให้สามารถสร้างสภาพแวดล้อมเสมือนในโลก AR

ฟีเจอร์สแกนวัตถุ 3 มิติ มีเฉพาะใน Note 10+ ที่มีกล้องสามมิติมาด้วย สามารถสแกนวัตถุด้วยการถ่ายรูปไปรอบๆ ตัว Note 10+ แล้วทำเป็นไฟล์สามมิตินำไปพิมพ์ในพรินเตอร์สามมิติหรือนำมาเป็น avatar ให้ทำท่าเลียนแบบคน

DeX รุ่นอัพเดต ทำให้ Galaxy Note 10 สามารถใช้ DeX บนพีซีโดยใช้สาย USB เพียงเสีนเดียวต่อกับพีซี แล้วลงแอป DeX ซึ่งทำหน้าที่เหมือนแอป remote desktop เข้าไปทำงานบน Galaxy Note 10 ต่อได้เลย ผมทดสอบพิมพ์ภาษาไทยแล้วพบว่าใช้งานได้แม้ตัวพีซีไม่ได้ติดตั้งภาษาไทยไว้ก็ตาม แนวทางนี้ทำให้เราสามารถใช้พีซีเป็นเพียงจอและคีย์บอร์ดสำหรับโทรศัพท์เท่านั้น และยังไม่ต้องซื้ออุปกรณ์เสริมใดๆ เพิ่มเติม โดย DeX สำหรับพีซีนี้รองรับทั้งแมคและวินโดวส์

No Description

หรือหากไม่ได้ใช้ DeX ตัว Note 10 ก็มีฟีเจอร์ Link to Windows เมื่อเชื่อมต่อกันแล้ว สามารถตอบข้อความในโทรศัพท์, mirror หน้าจอจากโทรศัพท์เข้ามาในพีซี, และภายในปีนี้จะสามารถรับโทรศัพท์จากวินโดวส์ได้เลย

ฟีเจอร์เพิ่มเติมสำหรับการใช้งานร่วมกับพีซีคือการเชื่อมต่อผ่านคลาวด์เมื่อล็อกอินผ่านบัญชีไมโครซอฟท์ ทำให้สามารถซิงก์ภาพล่าสุดจากโทรศัพท์มาใช้งานบนพีซีได้ทันที หรือการซิงก์ข้อความก็ได้เช่นกัน

No Description

ราคา Galaxy Note 10 เริ่มต้น 949 ดอลลาร์ และ Note 10+ เริ่มต้น 1099 ดอลลาร์ เริ่มขายในสหรัฐฯ 23 สิงหาคมนี้

No Description

No Description

from:https://www.blognone.com/node/111252

โฆษณา

for feed news app

%d bloggers like this: