คลังเก็บหมวดหมู่: zolkorn

ลือ RTX 2080 Ti SUPER ด้วยขุมพลัง TU102 เต็มๆพร้อมด้วยแรม GDDR6 16 Gbps

NVIDIA อาจจะนำเสนอการ์ดเรือธงรุ่นที่ใหญ่ขึ้นอย่าง GeForce RTX 2080 Ti SUPER จากข้อมูลวางแผนที่จะวางจำหน่ายในช่วงครึ่งแรกของปี 2020 และจากข่าวลือล่าสุดเราก็ได้รายละเอียดสเปคของตัวการ์ด
โดย RTX 2080 Ti SUPER จะใช้งานขุมพลังชิป TU102 ที่มาพร้อมกับ Cuda 4608 cores (ซึ่งก็นับได้ว่าเป็นสเปคชิปเต็มๆของ TU102 ก็ว่าได้เพราะชิป TU102 ที่ใช้ใน RTX 2080 Ti นั้นถูกลดทอน Cuda ให้เหลือ 4352 Cores) และแรมชนิด GDDR6 ความเร็ว 16 Gbps แต่ในส่วนของความจุนั้นยังไม่มีแหล่งข่าวยืนยันแต่จากข้อมูลเป็นไปได้สองทางคือ ขนาด 12 GB 384-bit bus หรือ 11 GB 352-bit bus เช่นเดียวกับ RTX 2080 Ti

สำหรับส่วนประกอบอื่นๆ อย่าง tensor 576 cores RT 72 cores 288 texture unitsและ 96 ROPs โดยตัวการ์ดจะทำงานที่เบสคล๊อค 1350 MHz และบูสที่ 1635 MHz ซึ่งเมื่อเทียบกับการ์ด Titan RTX ที่ใช้ชิป TU102 เต็มเหมือนกัน จะมีค่าเบสคล๊อคเท่ากันแต่จะบูสสูงกว่าที่ 1770 MHz.
แต่ในการใช้งานจริงเราอาจจะได้เห็นการบูสของ RTX 2080 Ti SUPER จะอยู่ในช่วง1700 MHz+

ในส่วนเรื่องของราคามีความเป็นไปได้ที่ทาง NVIDIA จะทำสิ่งที่พวกเขาเคยทำกับไลน์ SUPER ตัวอื่นๆที่ผ่านมาคือ นำ RTX 2080 Ti SUPER มาแทน RTX 2080 Ti ที่มีราคาอยู่ที่ 999 USD และจะเปิดตัวในงาน CES 2020 แต่ทั้งหมดนี้เป็นแค่การคาดเดาเท่านั้น

AoTKnighT Says : จากข่าวลือทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ค่อนข้างมีมูลเหมือนกัน สืบเนื่องมาจากมีข่าว AMD เองก็จะมีการเปิดตัวการ์ดจอรุ่นใหม่ซึ่งเป็น Navi ในสถาปัตยกรรม rDNA เจนเรชั่นที่ 2 แต่ที่พิเศษไปกว่านั้นคือ ตัวการ์ดรองรับ Ray Tracing ในระดับฮาร์ดแวร์ซึ่งนับว่าเป็นการปิดจุดอ่อนของการ์ดค่าย AMD ไปในตัวเลยก็ว่าได้เพราะในปัจจุบันเริ่มมีเกมใหม่ๆรองรับคุณสมบัตินี้อย่างแพร่หลายแล้ว ในส่วนของหน่วยความจำก็จะมีรุ่น GDDR6 และ HBM2 ผสมกันไป ซึ่ง AMD ตั้งเป้าว่าจะเปิดตัวในงาน CES 2020 เหมือนกัน ซึ่งก็คาดกันว่า Nvidia เองก็เตรียมไม้เด็ดอย่าง RTX 2080 Ti SUPER ไว้ต่อกรกับการ์ดรุ่นใหม่ของ AMD ไว้เหมือนกัน


from:http://feedproxy.google.com/~r/zolkorn/~3/8F8zBHNtdtc/

ROG Crosshair VIII Impact – พรีวิว+แกลเลอรี่

ตรงนี้คงจะไม่ได้มีเนื้อหาอะไรมากมายนัก เพราะต้องการเขียนให้กระชับ เป็นเพียงภาคเสริมจากตัววิดีโออันบ๊อกเท่านั้น เผื่อไว้สำหรับใครที่อาจจะไม่สะดวกรับชมผ่านวิดีโอ แต่อยากจะอ่านแทน ซึ่งหลัก ๆ ก็เป็นพรีวิวและเน้นที่รูปภาพมากกว่า สำหรับเมนบอร์ดที่จะมาว่ากันตรงนี้ก็คือ ASUS ROG Crosshair VIII Impact ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโมเดลเด็ดไซด์เล็กจากตระกูล ROG และสายพันธ์ดังอย่าง Impact ที่หายไปนาน

การกลับมาคราวนี้กลับมาบนแพลทฟอร์ม AMD ซะด้วย ซึ่งมันมาพร้อมกับชิบเซ็ตตัวท็อปในเวลานี้อย่าง AMD X570 ส่วนตัวเมนบอร์ดนั้นแม้ว่าจะเป็นไซด์เล็กแต่ก็ไม่ใช่ Mini-ITX หากแต่เป็น Mini-DTX แทน ซึ่งขนาดตัวของมันจะใหญ่กว่า Mini-ITX เล็กน้อย นึกง่าย ๆ ด้านยาวจะยาวกว่าประมาณ 1 นิ้วจาก ITX ทั้งนี้ก็เพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยให้มากขึ้นนั่นเอง ซึ่งทาง ASUS เลือกที่จะออกแบบตัวติดตั้ง SSD ในแบบ M.2 ให้เป็นชุดแยกส่วนคล้าย ๆ กับเมนบอร์ดในตระกูล APEX โดยการเลือกใช้สล๊อตแรมในแบบ So-DIMM เป็นตัวรับส่งข้อมูล และมีการ์ดสำหรับติดตั้ง M.2 SSD ที่ใช้ได้ทั้ง M.2 NVMe และ M.2 SATA ส่วนที่จะขาดหายไปบ้างก็คือ SATA พอร์ทที่จะมีมาให้ได้ใช้งานเพียง 4 ช่องและรวมทั้งสล๊อต PCI Express ที่จะมีให้ใช้งานเพียงช่องเดียวเท่านั้น ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องปรกติหรือข้อจำกัดของเมนบอร์ดในขนาด Mini-ITX เดิม

กับการใช้งาน CPU นั้นแน่นอนว่ามันสามารถใช้งานร่วมกับ AMD RYZEN ที่เป็น AM4 ได้ทุกเจนเนเรชัน โดยในส่วนของ RYZEN 3, 5, และ 7 จะได้เฉพาะ Gen 2 และ Gen 3 ส่วนหากเป็น Gen 1 จะได้งานได้เฉพาะที่เป็น Ryzen G-Series เท่านั้น และหากถามว่ามันจะสามารถใช้งานร่วมกับ AMD RYZEN 9 3900X ไหวหรือเปล่า คำตอบคือได้แน่นอน เพราะทาง ASUS จัดชุดภาคจ่ายไฟมาให้แบบเน้น ๆ เต็ม ๆ 8+2 เฟส ด้วยชุดภาคจ่ายไฟในแบบ Dr.MoS

ส่วนเรื่องของแรมนั้นแม้ว่าจะมีมาเพียง 2 สล๊อต แต่ก็ออกแบบให้มันสามารถรองรับกับแรมที่มีความจุแต่แถวในระดับ 32GB ได้ นั่นก็เท่ากับว่าเมนบอร์ดตัวนี้สามารถรองรับความจุแรมสูงสุดได้มากถึง 64GB นั่นเอง ด้านของความเร็วสูงสุดที่รองรับทาง ASUS เคลมมาว่าสามารถโอเวอร์คล๊อกได้สูงสุดมากกว่า 4800MHz เลยทีเดียว(สำหรับครชอบท่อดัง!)


























สำหรับรายละเอียดหลัก ๆ หรือในจุดเด่นที่น่าสนใจของเจ้า ASUS ROG Crosshair VIII Impact ก็คงตามที่ได้บอกเล่าไปด้านบนนั่นละครับ ส่วนรายละเอียดปลีกย่อยอื่น ๆ จะว่าไปแล้วมันก็เป็นข้อมูลพื้นฐานในความเป็นเมนบอร์ดทั่ว ๆ ไป หรือหากว่าใครที่ต้องการข้อมูลแบบทุกซอกทุกมุม ก็สามารถเข้าไปรับชมได้จากวิดีโออันบ๊อก ซึ่งอาจจะใช้เวลาเล็กน้อย แต่ก็จัดให้เต็ม ๆ เน้น ๆ เช่นกัน ส่วนเรื่องราวของบททดสอบแบบเต็ม ๆ แบบจัดหนักนั้น จะสามารถรับชมได้จาก Live (ถ่ายทอดสด) ซึ่งสามารถเลือกรับชมได้ 3 ช่องทางตามความสะดวกของแต่ละท่านคือ Youtube, Facebook และ Twitch ในแชลแนล ZoLKoRn หรือตามลิงก์ด้านล่างได้เลยครับ

ติดตามผ่าน Youtube : https://www.youtube.com/ZoLKoRn
ติดตามผ่าน Facebook : https://www.facebook.com/ZoLKoRn
ติดตามผ่าน Twitch : https://www.twitch.tv/ZoLKoRn


from:http://feedproxy.google.com/~r/zolkorn/~3/9hCSUH6rQcs/

เผยความต้องการของระบบของเกม Red Dead Redemption 2 และ Modern Warfare 2019

จากที่วันที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมากทางทีมงาน Rockstar ได้ออกมาประกาศอย่างเป็นทางการว่าเกมRed Dead Redemption 2 จะทำการวางจำหน่ายบน PC หลังจากที่ปล่อยในเกมเมอร์ชาวคอนโซลได้สวมบทบาทคาวบอยในดินแดงตะวันตกสุดเถื่อนมาพักใหญ่ พร้อมทั้งเปิดเผยวันที่เกมเมอร์สามารถทำการพรีออเดอร์ในวันที่ 9 ตุลาคมผ่านทาง Rockstar Games Launcher ,23 ตุลาคมผ่านท่าง Epic Games Store และสำหรับ Steam จะเปิดขายในช่วงเดือนธันวาคม โดยวันวางจำหน่ายจริงๆของตัวเกมนั้นจะอยู่ที่ 5 พฤศจิกายน

โดยในวันนี้ทาง Rockstar เองก็ได้เผยรารยละเอียดของความต้องการของระบบของเกมโดยมีรายละเอียดดังนี้
ขั้นต่ำ:
OS: Windows 7 – Service Pack 1 (6.1.7601)
Processor: Intel Core i5-2500K / AMD FX-6300
Memory: 8GB
Graphics Card: Nvidia GeForce GTX 770 2GB / AMD Radeon R9 280 3GB HDD
Space: 150GB
Sound Card: DirectX compatible
แนะนำ:
OS: Windows 10 – April 2018 Update (v1803)
Processor: Intel Core i7-4770K / AMD Ryzen 5 1500X
Memory: 12GB
Graphics Card: Nvidia GeForce GTX 1060 6GB / AMD Radeon RX 480 4GB HDD Space: 150GB
Sound Card: DirectX compatible

มาถึง Call of Duty: Modern Warfare 2019 ที่จะออกว่างจำหน่ายในวันที่ 25 ตุลาคมนี้จากที่ช่วงเปิดให้เล่นในเวอร์ชั่น Beta ที่ผ่านมาได้ผลตอบรับอย่างล้นหลามจากเกมเมอร์ ล่าสุดทางทีมงานอินฟินิตี้ วอร์ด ก็ได้เผยความต้องการของระบบของตัวเกมโดยที่น่าสนใจก็คือ ตัวเกมภาคนี้ต้องการพื้นที่ในการติดตั้งถึง 175 GB! ซึ่งนับเป็นใช้พื้นที่เยอะมากเลยทีเดียวถ้าเทียบกับเกมในปัจจุบัน และถ้าเปรียบเทียบกับ Call of Duty: Infinite Warfare Legacy Edition ที่เป็นเวอร์ชั่นที่แพคคู่กับ Call of Duty Modern Warfare Remastered มาอีกเกมยังใช้พื้นที่เพียง 130 GB เท่านั้น โดยในส่วนของ CPU ทางตัวเกมแนะนำเพียง i5-2500K คู่กับ R5 1600X เท่านั้นซึ่งก็สอดคล้องในช่วง Beta ที่กะผมได้ทดสอบตัวเกมและสังเกตุได้ว่าตัวเกมในภาคนี้ใช้ทรัพยากร CPU น้อยกว่าภาค BLACK OPS 4 อยู่พอสมควร

ขั้นต่ำ:
Operating System: Windows® 7 64-bit (SP1) or Windows® 10 64-bit
Processor: Intel® Core™ i3-4340 or AMD FX-6300
Video: NVIDIA® GeForce® GTX 670 / NVIDIA® GeForce® GTX 1650 or AMD Radeon™ HD 7950 – DirectX 12.0 compatible system
Memory: 8GB RAM
Storage: 175 GB available hard drive space
Internet: Broadband Internet connection

แนะนำ:
Operating System:Windows® 10 64-bit latest update
Processor: Intel® Core™ i5-2500K or AMD Ryzen™ R5 1600X
Video: NVIDIA® GeForce® GTX 970 / NVIDIA® GeForce® GTX 1660 or AMD Radeon™ R9 390 / AMD Radeon™ RX 580 – DirectX 12.0 compatible system
Memory: 12 GB RAM
Storage: 175 GB available hard drive space
Internet: Broadband Internet connection

AoTKnighT Says : สำหรับใครที่จะมีแผลนจะเล่นทั้งสองเกมนี้ ก็ต้องเตรียมพื้นที่ในการติดตั้งไว้ประมาณ 325 GB ไว้ด้วยนะครับ และในช่วงนี้ตลาด Storage น่าจะคึกคักเป็นพิเศษ


from:http://feedproxy.google.com/~r/zolkorn/~3/tNrrqK3lCmM/

ลือ! AMD Ryzen 9 3950X กับ CPU 16 Core เกมมิ่งตัวแรกของโลก

 

จากข้อมูลล่าสุด AMD จะทำการเปิดตัว Ryzen 9 3950X ที่ถือว่าเป็น CPU 16 Core ในตลาดระดับ Mainstream ตัวแรกของโลก โลกจากสไลด์ที่หลุดออกมายืนยันได้ว่ายังมี Ryzen 3000 ที่ไม่ได้รับการเปิดตัวที่งาน Computex ที่ผ่านมา


โดยที่ AMD Ryzen 9 3950X นั้นจะเป็นรุ่นเปิดใช้งานทุกคอร์ในระหว่าง 2 CCX (สำหรับสถาปัตยกรรม Zen2 นั้นจะมีจำนวนคอร์ต่อ CCX จำนวนสูงสุด 8 คอร์ ซึ่งแตกต่างจากสถาปัตยกรรม Zen เวอร์ขั่นแรกที่มีจำนวนคอร์ต่อ CCX จำนวนสูงสุดเพียง 4 คอร์เท่านั้น) โดยยังคงรักษาระดับค่า TDP เท่ากับรุ่น Ryzen 9 3900X ซึ่งเป็นรุ่นชิป 12 คอร์ และมีค่า Base clock ที่ต่ำกว่าโดยค่า TDP จะอยู่ที่ 105W
สำหรับรายละเอียดของ Ryzen 9 3950X ในตอนนี้รู้แต่ว่ามีค่า Boost clock ที่ 4.7 GHz ซึ่งนับว่าเป็นค่า Boost ที่สูงสุดในตระกูล Ryzen 3000 !

AoTKnighT Says : ก็ยังถือว่าข้อมูลดังกล่าวยังเป็นข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยันว่าจริงหรือเท็จกันแน่แต่โดยส่วนตัวแล้วคิดว่าในตระกูล Ryzen 3000 นั้น AMD น่าจะทำรุ่น 16 คอร์ซึ่งเป็นรุ่นที่ไม่ได้ถูกปิดคอร์ในทั้งสอง CCX เลยลงมาทำตลาดแน่นอน แต่ไม่คิดว่าจะทำการเปิดตัวเร็วขนาดนี้ ยกตัวอย่าง Ryzen 7 3800X ซึ่งเป็นรุ่น 8 Core 16 Thread แต่ชิปรุ่นนี้ก็ยังคงเป็นชิปแบบ 2 CCX โดยแต่ล่ะ CCX จะถูกปิดคอร์ไปเป็นจำนวนครึ่งหนึ่งทำให้เหลือทำงานจริงๆเป็น CCX ล่ะ 4 คอร์


from:http://feedproxy.google.com/~r/zolkorn/~3/_NuPmUMQtuE/

Call of Duty: Modern Warfare 2019 เตรียมออกวางจำหน่าย 25 ตุลาคม

 

ข่าวลือที่เป็นจริง!! Call of Duty ภาคต่อไปคือ Call of Duty: Modern Warfare แต่ท่านผู้อ่านก็อย่าพึ่งตกใจกันไปในเมื่อในปี 2017 ที่ผ่านมาเราได้เห็นเกมภาค Modern Warfare Remaster ซึ่งถูกขายรวมกับ Call of Duty Infinite Warfare Legacy Edition and Digital Legacy Edition ที่เป็นการนำเกมฉบับปี 2007 นำมาปรับเปลี่ยน Engine ให้ทันสมัยขึ้นเท่านั้น แต่จะแตกต่างไปจากภาคนี้ซึ่งจะเป็นการเล่นเนื้อเรื่องใหม่ทั้งหมด โดยจากข้อมูลจากทีมงาน Infinity Ward เผยว่า โหมด Singleplayer Campaign จะกลับมาอีกครั้ง (หลังจากถูกตัดไปในภาค Black ops 4อย่างน่าเสียดาย) โดยตัวเกมภาคนี้จะมุ่งเน้นไปในแนว “ความยุ่งยากในสภาพที่แท้จริงของสงคราม” และเรื่องราวที่จะทำให้ผู้เล่นรู้สึก “ฉีกจากพาดหัวเรื่อง” ซึ่งในภาคนี้ ไม่เพียงแต่ผู้เล่นจะได้รับบทเป็นทหารแนวหน้าหรือหน่วยรบพิเศษเท่านั้น แต่ในภาคนี้ผู้เล่นยังได้รับบทเป็นกบฏนักสู้เพื่ออิสรภาพผู้ใช้อาวุธรบแบบพื้นๆและยุทธวิธีการรบแบบกองโจร อีกทั้งตัวเกมยังเอาใจแฟนๆซีรี่ย์โดยการนำตัวละครอย่าง Captain Price กลับมาโลดแล่นในเกมอีกด้วย


นอกจากนี้ โหมด Singleplayer campaign และ โหมด classic multiplayer ตัวเกมจะมีโหมด co-op missions มาให้ด้วย (โหมด battle royale ถูกตัดทิ้ง) โดยตัวเกมจะถูกพัฒนาโดยทีมงาน Infinity Ward เจ้าเก่าที่ฝากผลงานเกมในซีรี่ย์ Call of Duty นับสิบภาค และถูกสนับสนุนโดยทีม Raven Software และ Beenox
Call of Duty: Modern Warfare จะวางจำหน่ายในวันที่ 25 ตุลาคม 2019 โดยตัวเกมจะออกให้กับ PC ,PS4,Xbox one

AoTKnighT Says : หลังจากไม่ได้ Says กันมานาน จากการเปิดตัวของเกม Call of Duty ภาคใหม่ล่าสุดที่ชื่อ Modern Warfare ซึ่งก็น่าจะสร้างความสับสนให้กับคนที่รอเล่นเกมซีรี่ย์นี้อยู่ไม่น้อยว่าตัวเกมจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเนื้อเรื่องของตัวเกมที่มีชื่อภาคเหมือนกันที่ีได้ออกวางจำหน่ายในปี 2007 และถูกรีมาสเตอร์ในปี 2017 ไหม ?  คำตอบก็คือไม่ครับ ตัวเกมในภาคนี้จะเป็นการรีบูตจักรวาลใหม่หมดและเล่่าเรื่องใหม่ทั้งหมดโดยในตอนนี้ตัวเกมได้เปิดเผยตัวละครที่เราคุ้ยเคยอย่าง Captain Price มาแล้วแต่ที่น่าตื่นเต้นไปกล่าวนั้นก็คือในช่วงท้ายของ Trailer มีเสียงพูดคุยโต้ตอบกับทำนองว่า “ทีมของคุณล่ะ?” และเสียงที่โต้ตอบเสียงนั้นน่าจะเป็น Captain Price ได้ตอบกลับว่า “ก็สหายเก่าบางคนไง” โดยเพียงสองประโยคข้างต้นทำให้เหล่าแฟนได้ตั้งความหวังไว้ว่า แบบนี้ตัวละครมหาชนอย่าง Simon “Ghost” Riley ก็มีโอกาสได้กลับมาให้เรายลโฉมอีกครั้ง


from:http://feedproxy.google.com/~r/zolkorn/~3/HhUHKe1y_k4/

เงิน 15,000 บาทกับ RTX 2060 vs GTX 1080 Ti มือสอง เลือกอะไรดี ? – Vlog EP#4

Vlog เทปนี้ จะเป็นการมาตอบคำถามคำถามหนึ่งที่มีเข้ามาอยู่เรื่อย ๆ ในช่วงเวลานี้ กับคำถามหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับการจะซื้อการ์ดจอระหว่าง GTX 1080 Ti มือสองดีหรือเอา RTX 2060 มือหนึ่งดีกว่า ? อย่างไหนน่าซื้อกว่า ? ทำไมน่าซื้อกว่า ทำไมไม่น่าซื้อ มันเพราะอะไร อย่างไร ยังไง ?

สำหรับตัวคลิปนั้น จะมีการพูดถึงตั้งแต่เรื่องของความแรงของตัวการ์ดทั้งสองโมเดลว่า ทั้งคู่ในปัจจุบันนี้มันจะมีความแรงประมาณไหน ทั้งในแบบพลังดิบ คือไม่เปิดใช้งาน DXR/DLSS และกับพลังที่เปิดใช้งาน DXR เพราะทาง NVIDIA ก็เพิ่งจะปล่อย Driver ให้เราสามารถเปิดใช้งาน DXR กับการ์ดในตระกูล GTX 10 ได้ สำหรับการ์ดในโมเดล GTX 1060 6GB ขึ้นไป และไม่เพียงแต่จะมาพูดปากเปล่า แต่ยังมีผลการทดสอบในลักษณะของการเปรียบเทียบ Side by Side ให้ชมกันด้วย โดยการทดสอบจะประกอบด้วย

Battlefield V – DXR Enable / 1080p / Ultra preset
Battlefield V – DXR Disable / 1080p / Ultra preset
PUBG – Very Low Preset / 1080p

ดังนั้น สำหรับใครที่กำลังชั่งใจอยู่ว่าจะเลือกตัวไหนดีระหว่าง GTX 1080 Ti มือสอง ที่มันมีราคาพอ ๆ กันกับ RTX 2060 มือหนึ่ง ก็ลองรับชมกันดูนะครับ ซึ่งคิดว่าเมื่อรับชมจนจบ ด้วยระยะเวลาประมาณ 20 นาทีตรงนี้ ผมเชื่อเลยว่า น่าจะสามารถตัดสินใจได้ทันทีอย่างแน่นอนว่า การ์ดตัวไหน ใบไหน คือการ์ดที่ใช่สำหรับเรา

วิดีโอทดสอบ GALAX RTX 2060 1-Click OC 

ติดตามผลงานของเรา…

ติดตามผ่าน Facebook ได้ที่ : https://www.facebook.com/ZoLKoRn
ติดตามผ่าน Twitch : https://www.twitch.tv/ZoLKoRn
ติดตามผ่าน Twitter ได้ที่ : https://twitter.com/ZoLKoRn
ติดต่อเรา : https://www.zolkorn.com/contact


from:http://feedproxy.google.com/~r/zolkorn/~3/UID-VDhG-_4/

ASUS ได้รับรางวัล CES 2019 Innovation Awards ในกลุ่ม gaming และ Computer Peripherals

ROG Strix XG438Q

ASUS ได้รับรางวัล CES 2019 Innovation Awards เพิ่มอีก 2 รุ่น คือ ZenBeam LED Portable Projector S2 ในกลุ่ม Computer Peripherals และ ROG Strix Gaming Monitor (XG438Q) ในกลุ่ม gaming จากการออกแบบและนวัตกรรมที่โดดเด่น ซึ่งมีคณะกรรมการที่ได้รับการคัดเลือกจากหลายสาขาอาชีพ ได้แก่ นักออกแบบ วิศกร และตัวแทนจากสื่อสารมวลชนด้านเทคโนโลยี โดยมีการให้คะแนนจากการออกแบบ การใช้งาน ความดึงดูดใจ วิศวกรรม และความสามารถในการแข่งขัน

ASUS ZenBeam Projector S2 มีขนาดเพียง 4.72” x 4.72” x 1.38” และมีน้ำหนักเพียง 0.99 ปอนด์ ทำให้เป็นโปรเจ็คเตอร์ที่มีความล่องตัวสูงและน้ำหนักเบา มีประสิทธิภาพความสว่างสูงสุด 500 ลูเมนและความละเอียด 720p แต่ความท้าทายที่สำคัญของทีมวิศวกรรมของ ASUS คือ การระบายความร้อนออกจากภายนในให้เร็วที่สุดและไม่มีเสียงรบกวนในขณะที่เครื่องทำงานอยู่ในสภาวะfull load นอกจากนี้ ZenBeam Projector S2 ยังมีแบตเตอรี่ขนาด 6000 mAh ในตัว สามารถใช้งานต่อเนื่องได้ 3.5 ชั่วโมงและยังใช้เป็นแบตสำรองได้ด้วย และเทคโนโลยี DLP ทำให้สามารถแสดงผลภาพด้วยสีที่สดใสที่ขนาดใหญ่ถึง 80 นิ้ว ในระยะห่างไม่เกิน 2 เมตร นอกจากนี้ยังสามารถเชื่อมต่อได้หลากหลายไม่ว่าจะเป็น USB Type-C™, HDMI หรือการเชื่อมต่อมิเรอร์แบบไร้สาย และปรับแต่งคุณภาพเสียงด้วยเทคโนโลยี SonicMaster

ROG Strix XG438Q เป็นจอเกมใหม่ขนาด 43 นิ้ว ที่จะมาเปิดประสบการณ์การเล่นเกมในอีกระดับด้วยความละเอียด 4K ที่อัตรารีเฟรชเรต 120 Hz และเทคโนโลยี HDR FreeSync 2 ที่จะช่วยลดการฉีกขาดและการกระตุกของภาพ ซึ่งสร้างความได้เปรียบอย่างมากในการเล่นเกม

FreeSync 2 HDR ที่ทำให้การเล่นเกมสมูทและลื่นไหลกว่าโดยใช้คุณสมบัติที่เรียกว่าการชดเชยอัตราเฟรมเรทต่ำ ซึ่งจะมีอัลกอริทึมที่เรียกว่า LFC ตรวจสอบประสิทธิภาพและแทรกเฟรมเพื่อรักษาการเคลื่อนไหวของภาพให้มีความสมบูรณ์ที่สุด ซึ่งจะเห็นการทำงานของ LFC ได้อย่างชัดเจนในความละเอียดระดับ 4K

แต่เดิมการหน่วงของสัญญาณระหว่างอินพุตเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับจอส่วนใหญ่ที่ต้องแสดงผลภาพในอัตราเฟรมเรทที่สูง เอซุสจึงมีการพัฒนาเทคโนโลยี GameFast Input เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว และทำให้หน้าจอตอบสนองได้เร็วขึ้น ทำให้เหล่าเกมเมอร์สามารถเห็นและตอบสนองได้เร็วกว่าคู่แข่ง นอกจากนี้ ROG Strix XG438Q ยังมีฟังก์ชัน HDR ซึ่งสามารถประมวลผลได้โดยตรงสู่หน้าจอ โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการ Mapping ที่จะทำให้การประมวลผลภาพหน่วงลง และอีกหนึ่งเทคโนโลยีพิเศษจาก Asus อย่าง GamePlus ที่ช่วยให้คุณเล่นเกมได้สนุกมากขึ้น เช่น ระบบเป้ายิง, ระบบช่วยระบุตำแหน่งของคู่แข่งด้วยเสียง, การตรวจสอบอัตราเฟรมเรต, และเครื่องมือในการช่วยตั้งค่าสำหรับการเชื่อมต่อหลายหน้าจอ

XG438Q ได้ผ่านมาตรฐาน VESA DisplayHDR 600 พร้อมการประมวลผลภาพ 10 บิตและความสว่างสูงสุด 600 cd/m² และผ่านการรับรองการถนอมสายตาจาก TÜV Rheinland ทำให้มั่นใจได้ว่ามีการปล่อยแสงสีน้ำเงินต่ำและปราศจากการสั่นไหวของภาพ นอกจากนี้ XG438Q ยังมาพร้อมกับพอร์ต HDMI 2.0 จำนวน 3 ช่อง และ Display port 1 ช่อง พร้อม รองรับทั้งคอมพิวเตอร์และเครื่องเกมคอนโซล และลำโพงขนาด 10W ที่ให้เสียงที่มีคุณภาพสูง

ติดตามข่าวสารและโปรโมชั่นได้ที่
www.asus.com/th/News
www.facebook.com/ASUSTHAILAND
www.facebook.com/ASUSROG.TH


from:http://feedproxy.google.com/~r/zolkorn/~3/JuA5V2PeCHw/