คลังเก็บหมวดหมู่: zolkorn

Intel Gen 10 กับราคาที่แอบลดลงพร้อมด้วย i3 comet lake กับกล่องแบบใหม่

จากที่เว็บ Benchmark.pl ได้ทำการเก็บรวบรวมเปรียบเทียบราคา CPU Gen10th comet lake จากราคาเปิดตัวเทียบกับราคาปัจจุบัน ปรากฏว่า CPU แทบทุกรุ่นนั้นมีราคาค่าตัวที่ถูกลงเฉลี่ยแล้ว 13% เลยทีเดียว โดยราคาในฐานข้อมูลที่ทาง Benchmark.pl รวบรวมมานั้นมีรุ่นที่ลดน้อยที่สุด Core i7-10700 ที่ 10% และรุ่นที่ลดลงมากที่สุดคือ Core i5-10600KF ที่ลดไปถึง 22% ส่วนรุ่นที่น่าจับตามองที่สุดคือ Core i9-10850K CPU แบบ 10 Core 20 Theads  ซึ่งถ้าอ้างอิงราคาจากเว็บ headdaddy.com 13,950 บาท เท่านั้น นับว่าถูกลดมาราคาใกล้เคียง CPU ซีรี่ย์เก่าของคู่แข่งอย่าง R7 3800XT ที่เมื่อเทียบประสิทธิภาพแล้ว Core i9-10850K น่าจะเป็นต่อทุกอย่าง และน่าจะเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่กำลังหาซื้อ Zen3 (Ryzen 5000) ที่ ณ เวลานี้หาซื้อยากมาก


สำหรับ CPU Gen10th นั้นยังคงถูกผลิตด้วยกระบวนการผลิต 14nm โดยเป็นสถาปัตยกรรม comet lake ซึ่งใช้พื้นฐานมาจาก Skylake ที่ถูกวางจำหน่ายครั้งแรกตั้งแต่ปี 2015 นับเป็นเวลาเกือบ 6 ปีที่ลูกหลานของมันได้โลดแล่นในตลาด Desktop  CPU เหล่านี้ถูกผลิตโดยงานของ Intel เอง ซึ่งหมายความว่ามันไม่ได้ถูกจำกัดโดยกำลังการผลิตเหมือนกับโรงงานภายนอก ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเมื่อเทียบกับ AMD ที่ต้องอาศัยสายพานการผลิตจาก TMSC เป็นหลักที่ดูเหมือนว่าจะมีข้อจำกัดทางด้านกำลังการผลิตเป็นอย่างมาก เพราะTMSC เองก็ต้องรับงานจากที่อื่นมาด้วย
มาต่อกับข่าว i3 กับกล่องรูปแบบใหม่ จากที่มีข้อมูลหลุดมาระยะหนึ่งแล้วว่า i3 Gen11th นั้นจะไม่ใช่ Rocket Lake-S ที่เป็นสถาปัตยกรรมใหม่แต่จะเป็น Comet Lake-Refresh แทน โดยจากภาพที่หลุดมาที่อ้างว่าหลุดจากจากร้านค้าในประเทศมาเลเซียได้เผยให้เห็นถึง บรรจุภัณฑ์ใหม่สำหรับซีพียูที่กำลังจะวางขายในอนาคตอันใกล้นี้ สำหรับการออกแบบจะเน้นความเรียบง่ายคล้ายกับรูปลักษณ์ลักษณะตัวอักษรของโลโก้ โดยที่หน้ากล่อง ก็ยังเขียนว่ามันคือ Gen10
สำหรับ i3 2 SKUs ที่จะออกมานี้จะมี i3-10305(F)และ i3-10105(F) โดยที่ i3-10105 จะมีค่า Base Clock ที่สูงกว่า i3-10100 100 MHz (ยังไม่ได้รับการยืนยัน) แต่ที่แน่นอนคือ 2 รุ่นนี้จะไม่มี iGPU Xe-LP graphics ซึ่งจะเป็นหนึ่งในจุดขายเฉพาะของ Gen 11 เท่านั้น
มีความเป็นไปได้ว่า Rocket Lake-S และ Comet Lake-Refresh จะถูกเปิดตัวในเวลาที่ใกล้เคียงกัน แต่ในขนาดนี้ยังไม่มีการระบุวันที่แน่นอนจากทางผู้ผลิตแต่จากการที่ Intel เคยประกาศไว้ว่าจะเปิดตัวซีรีส์ใหม่ในไตรมาสแรกของปีนี้ก็ซึ่งหมายความว่าเหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่สัปดาห์ที่เราจะได้เห็น Rocket Lake-S วางจำหน่ายแล้ว.

 


from:http://feedproxy.google.com/~r/zolkorn/~3/9CVSvdbCHaw/

อัพเดตข้อมูล Intel Rocket Lake ผลเทส Geekbench กับการไม่รองรับ H410/B460

สำหรับวันนี้มีข้อมูลอัพเดตของ Intel Rocket Lake Gen 11th ที่จะออกวางจำหน่ายในช่วงของปลายเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้ ซึ่งมันจะมีทั้งข่าวดีและข่าวร้าย เริ่มจากข่าวดีก่อนเลย มีผลเทสของโปรแกรม Geekbench V5 ใหม่ของ CPU Core i9-11900K โดยคะแนนในส่วนของ single-core นั้นสามารถทำได้สูงกว่า CPU เรือธงรุ่นก่อนหน้าอย่าง 10900K ไปถึง 35% แต่สำหรับผลเทสในส่วนของ multi-core นั้นทำได้เพียงสูสีเท่านั้น แต่เราต้องอย่าลืมว่า 11900K เป็น CPU 8 cores 16 threads เท่านั้นซึ่งเมื่อไปเทียบกับ 10900K ที่เป็น CPU ในแบบ 10-cores and 20-threads การที่ 11900K มีคอร์น้อยกว่าแต่ทำคะแนนได้มากกว่านิดหน่อยทำให้เราเห็นพลัง IPC ได้ค่อนข้างชัดเจนขึ้น และน่าจะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับ การเล่นเกมและแอปพลิเคชันที่เน้นใช้ single-threaded เป็นอย่างยิ่ง


ส่วนชุดที่ใช้ทดสอบกับ CPU Core i9-11900K ในเว็บ Geekbench V5 นั้นจะเป็นบอร์ด Gigabyte Z490 Aorus Master และแรม DDDR4 – 3600 MHz ขนาด 32GB ซึ่งข้อมูลดังกล่าวก็ตอกย้ำว่า บอร์ดชิปเซ็ต Z490 ที่ออกมาพร้อมกับ CPU Gen 10th นั้นสามารถใช้งานกับ CPU Rocket Lake Gen 11th ที่เป็นคอร์สถาปัตยกรรม Cypress Cove (มันคือ Sunny Cove หรือคอร์ Ice lake รุ่นแรกที่ถูกพอร์ตไปใช้กระบวนการผลิต 14nm) ที่ถึงแม้จะยังเป็น 14nm แต่ก็ได้รับได้เปลี่ยนด้านในยกชุดและมาพร้อมกับชุดคำสั่งใหม่อย่าง AVX512 ซึ่งที่ผ่านมาตั้งแต่ Gen 6-10 intel ไม่เคยสถาปัตยกรรมใหม่เลยยังคงย่ำอยู่กับ Skylake มาตลอด

 

สำหรับผลทดสอบ Geekbench V5 ที่ได้คะแนน 1.9K ตัว CPU จะทำงานที่ 5.2 GHz+ แต่ก็ไม่ตลอด เพราะตลอดระยะ เวลาการเทสมีการดรอปลงไป 5.0 – 5.19 GHz ซึ่งเป็นที่แน่นอนว่าไม่ใช่การโอเวอร์คล๊อคแบบล๊อคตัวคูณอย่างแน่นอน แต่ก็ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าจะเป็นการตั้งค่าการทำงานแบบไหน ซึ่งทาง Videocardz ก็ได้ตั้งข้อสังเกตุว่าผลการทดสอบดังกล่าวอาจจะการทำงานในค่า stock clock เท่านั้น

สำหรับผลคะแนนที่ออกมานั้น เมื่อนำไปเทียบกับคู่แข่ง AMD , Core i9-11900K นั้นเร็วกว่า Ryzen 5950X ซึ่งเป็น CPU ตัวเรือธงในซีรี่ย์ AMD 5000 (Zen3) ในการทดสอบแบบ single-core ถึง 12-13% อย่างไรก็ตาม ในการทดสอบแบบ multi-core Ryzen 5950X สามารถทำคะแนนได้มากว่าถึง 47-53% ซึ่งเราต้องอย่าลืมว่า 5950X เป็น CPU แบบ 32 threads ที่มากกว่า 11900K ถึงเท่าตัว แต่ถ้าเอามาเทียบกับ Zen 3 รุ่นที่มีจำนวนคอร์-เธรดเท่ากันอย่าง 5800X ทางฝั่ง intel ก็เร็วกว่าในด้าน single-core ถึง 13-14% และด้าน multi-core 5-6% ซึ่งจุดนี้สังเกตุได้ว่า HT ของ intel ยังคงให้ประสิทธิภาพตามหลัง SMT ของ AMD อยู่

 

ส่วนต่อมาคือข่าวร้ายของผู้ใช้บอร์ดชิปเซ็ตระดับล่างอย่าง H410 และระดับกลาง B460 จะไม่สามารถใช้งานร่วมกับ CPU Rocket Lake ที่กำลังจะออกวางจำหน่ายเร็วๆนี้โดยข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลจากเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของทาง Intel เอง ถ้าเราพิจารณาดูดีแล้วนั้น H510 นั้นไม่ได้มีการอัพเกรดมากมายอะไรเมื่อเทียบกับ H410 ซึ่งมันมีเพียงการเชื่อมต่อไรสาย WiFi6 ที่มากับบอร์ดพร้อมกับ ME firmware เวอร์ชั่นที่ใหม่กว่า มาในส่วนชิปเซ็ต B560 ที่เมื่อเทียบกับ B460 มีการเปลี่ยนแปลงหลักๆ คือ ฟังก์ชั่นการโอเวอร์คล๊อคแรม ซึ่งก่อนหน้านี้ฟังก์ชั่นดังกล่าวเป็นสิ่งสงวนไว้กับบอร์ดตระกูล Z เท่านั้น ในส่วนอื่นๆ บอร์ดนี้ยังรองรับ RAID 1×16 + 1×4 ในแบบ PCI Gen3.0 ซึ่งแน่นอนบอร์ดซีรี่ย์ 500 ยังคงสนับสนุน PCI Gen4.0 แต่มันถูกจัดการโดย CPU ไม่ใช่ชิปเซ็ต


from:http://feedproxy.google.com/~r/zolkorn/~3/qRX2tZyFJ1U/

CPU คืออะไร ? สำคัญไฉน ? เลือกอย่างไร ? – Get Smart [Back to Basic #2]

เรื่องราวของ Get Smart by TT Premium ในวันนี้จะเป็นเทปที่ 2 ของซีรีย์ Back to Basic ซึ่งหลังจากได้พูดภาพรวมให้ได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับคำว่า “คอมพิวเตอร์คืออะไร?” ในเทปแรก และวันนี้กับเทปที่ 2 จะเป็นการมาพูดคุย ทำความเข้าใจกันถึงเรื่องของ CPU หรือคำเต็ม ๆ ของมันคือ Central Processing Unit หรือแปลเป็นไทยได้ว่า “หน่วยประมวลผลกลาง” ว่ามันคืออะไร ? มีความสำคัญมากน้อยขนาดไหนในคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่ง ๆ และจะเลือกใช้งานอย่างไรให้เหมาะสมกับการใช้งานของแต่ละคน จากที่มันมีมากมายหลายรุ่นหลายรหัสเหลือเกินจนหลาย ๆ ท่านเลือกไม่ได้ ตัดสินใจไม่ถูก ว่าแต่ละรุ่นแต่ละรหัสต่างกันอย่างไร ?

สำหรับใครที่กำลังสนใจหรือกำลังจะเลือกซื้อคอมพิวเตอร์เพื่อมาใช้งานกันอยู่ เชื่อว่าอย่างน้อยเทปนี้น่าจะช่วยให้เกิดประโยชน์ได้บ้างไม่มากก็น้อย สำหรับข้อมูลที่จะช่วยให้เกิดความเข้าใจและเลือกใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์ของแต่ละคน ซึ่งเนื้อหานั้นจะพูดในลักษณะของภาพกว้างเพื่อให้เข้าใจได้ง่ายที่สุดเท่าที่จะทำได้ #ZoLKoRn​ #GetSmart​ #BackToBasic

วิดีโอที่เกี่ยวข้อง…

Back to Basic กลับสู่เรื่องพื้นฐาน สู่จุดเริ่มต้น เทป 1 : https://youtu.be/l18hGyMBioU

ติดตามผลงานของเรา…
ติดตามผ่าน Facebook ได้ที่ : https://www.facebook.com/ZoLKoRn
ติดตามผ่าน Twitch : https://www.twitch.tv/ZoLKoRn
ติดตามผ่าน Twitter ได้ที่ : https://twitter.com/ZoLKoRn

Credit :
___________________________
Countdown music :
Titre : Claw Through
Artist : Austin Woodward
Powered by: https://www.facebook.com/echopraxiaband/

End music :
Titre : Nothing I Won’t Do (feat. Kianna)
Artist : Giulio Cercato
Powered by: https://www.facebook.com/GiulioCercatoMusic/


from:http://feedproxy.google.com/~r/zolkorn/~3/oCC2s9YmNvY/

ชาวเหมือง Crypto โพสภาพ Rig ยัดลงท้าย BMW i8 Hybrid เพื่อกวนประสาทคอเกม!

ประเด็นของการขุดเหมืองในโลกดิจิทอลหรือที่หลายคนรู้จักกันในนาม “ขุดบิตคอยน์” ซึ่งช่วงเวลานี้กลับมาเป็นกระอีกครั้ง หลังจากราคาของ Bitcoin พุ่งทะยานขึ้นเป็นอย่างมากจากช่วงเวลาที่ผ่านมา จนทำให้เกิดการกว้านซื้อการ์ดจอไปขุดเหมืองกันมากยิ่งขึ้น โดยเแพาะการ์ดจอในตระกูล RTX 30 ที่สามารถขุดได้เยอะ ให้กำไรได้ค่อนข้างมาก เป็นผลให้การ์ดจอที่มีออกสู่ตลาดน้อยอยู่แล้วขาดตลาดมากยิ่งขึ้น จนทำให้คอเกมทั่วโลกบ่นกันระงม เพราะหาซื้อการ์ดจอไม่ได้

ล่าสุดก็มีการโพสภาพ Rig ขุด Bitcoin ที่ติดตั้งอยู่ท้ายรถเก๋ง BMW i8 Hybrid จาก Simon Byrne คอเหมืองที่เคยโพสภาพการ์ดจอ RTX 3080 จำนวน 78 ตัวสำหรับใช้ในการขุด โดยทาง Tomshardware ได้มีการแชร์ภาพดังกล่าวออกมาให้เห็น และได้มีการสอบถามกลับไปยังเจ้าของภาพว่า “ที่เห็นนี่ของจริงใช่ไหม?” และคำตอบที่ได้กลับมาจากทาง Byrne ว่า…

“ใช่! ที่เห็นคือของจริงซึ่งทำด้วยตัวเอง และทำขึ้นมาเพื่อกวนประสาทคอเกมเท่านั้นเอง!”

นอกจากนี้เขาเสริมอีกด้วยว่า แบตเตอร์รีของ BMW i8 Hybrid นั้นมีพลังมากพอหรือเหลือเฟือที่จะจ่ายพลังงานให้กับ Rig ที่ใช้การ์ดจอ 6 ใบ เพราะตัวแบตเตอร์รีของ BMW i8 Hybrid สามารถจ่ายพลังงานได้สูงสุดถึง 3000W ในขณะ Rig ที่เขาเซ็ตอัพนั้นใช้พลังงานแค่ 1500W เท่านั้นเอง

แต่คำพูดหนึ่งที่ Byrne ได้กล่าวถึงเกี่ยวกับ Cryptocurrencies และถือเป็นคำพูดที่น่าสนใจและน่าคิดไม่น้อยเลยทีเดียวคือ

“Cryptocurrencies มันคือ Open-sourced และไม่มีใครเป็นตัวกลางไม่มีใครเป็นเจ้าของหรือผู้ควบคุม มันไม่มีความน่าเชื่อถือแต่ก็ไม่มีการแทรกแซงจากมือที่สาม และก็ไม่มีหน่วยงานอะไรเข้ามากำกับดูแล”

“Crypto บางทีมันอาจจะขับเคลื่อนด้วยโค๊ดเท่านั้น แต่มันเต็มเปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจ จากกลุ่มคนที่สังคมของ Open-sourced ที่มีความสนใจและร่วมกันทุ่มเทเวลา พลังงาน เพื่อช่วยเหลือผู้อื่นโดยสมัครใจ ไม่มีการกดขี่บังคับหรือมีการใช้ความรุนแรง ซึ่งเขาต่างก็ตระหนักดีว่าความสำเร็จที่เกิดขึ้นของเขาเหล่านั้นขึ้นอยู่กับความสำเร็จของผู้อื่นเช่นกัน และผมไม่ได้กระโดดเข้ามาในโลก Crypto เพราะต้องการหาเงินแบบได้มาง่าย ๆ ได้เร็ว แต่สิ่งที่ได้คือโบนัส ผมเข้าร่วมตรงนี้เพราะด้วยมุมมองหรือวิสัยทัศน์ของของกลุ่มคนที่ก่อเกิดการเกื้อหนุนกันมีความสัมพันธฺต่อกันโดยสมัครใจ”

ZoLKoRn Says: สิ่งที่เกิดขึ้นตรงนี้ คงไม่ต้องขยายความอะไรมากมาย เพราะแค่คำพูดของเจ้าของรถหรือเจ้าของเหมือง Crypto คนที่โพสรูปก็พูดออกมาชัดเจนแล้วว่า “ตั้งใจจะกวนประสาทคอเกมเท่านั้น” และกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงนี้มันไม่ได้มีอะไรมากไปกว่า “การเรียกร้องความสนใจ” ก็แค่นั้น ประมาณว่าเวลานี้คอเกมออกมาบ่นกันระวงมว่าไม่มีการ์ดจอให้ซื้อ หาการ์ดไม่ได้ แต่ชาวเหมืองรายนี้ออกมาโพสประมาณว่า “ท้ายรถผมยังมีเลย”

ทั้งนี้ถ้ามองจากคำพูดของนาย Byrne ที่กล่าวไว้นั้น ถือเป็นมุมมองที่น่าสนใจ มีทั้งสองด้าน ทั้งด้านบวกและด้านลบ สุดแล้วแต่ว่าใครเลือกที่จะมองไปในทิศทางใด อีกด้านหนึ่งก็เป็นการเตือนแบบกลาย ๆ ว่า Bitcoin หรือ Crypto มันมีความเสี่ยงนะ ไม่มีอะไรแน่นอน ไม่มีหลักประกัน ไม่มีผู้รับผิดชอบ ส่วนอีกด้านก็บอกเล่าว่ามันคือสังคม มันคือกลุ่มคนที่เสียสละไม่น้อย ที่ยอมสละเวลาร่วมกันทำร่วมกันสร้างสัมคมใหม่ที่ใกล้เคียงกับคำว่า “สมบูรณ์แบบ” (Utopia) โดยผลตอบแทนที่ได้มันคือกไรหรือโบนัส

ดังนั้นก็แล้วแต่มุมมองของแต่ละคนละครับว่า คุณจะมองโลกของ Crypto อย่างไร ? จะเห็นด้วยจะไม่เห็นด้วย จะสนับสนุนจะไม่สนับสนุน จะเข้าร่วมหรือไม่เข้าร่วม ทุกคนมีทางเลือก คุณเลือกได้ตัดสินใจได้ด้วยตนเอง ไม่จำเป็นต้องรอให้ใครมาชี้นำหรือรอคนมาจูงจมูก แต่ที่สำคัญขอแค่เคารพในความคิดในมุมมองที่แตกต่างกันออกไปคนแต่ละคน

Comment | แสดงความคิดเห็น


from:http://feedproxy.google.com/~r/zolkorn/~3/z4TazrZapaQ/

Navi 31 จะเป็นชิป GPU ในแบบ chiplet ตัวแรกจาก AMD!

มีข่าวลือว่า AMD เตรียมใช้เทคโนโลยี chiplet ใน GPU รุ่นต่อไปของตนเอง ซึ่งเทคนิคการ integrated circuit แบบ chiplet นั้น AMD ได้เคยใช้กับ CPU Ryzen ของตนมาแล้ว
หลังจากที่ได้ออกวางจำหน่าย การ์ดจอตระกูล Radeon RX 6000 ไปแล้วอย่างชิป Navi 21(RX 6800,RX 6800 XT,RX 6900 XT) และชิปรุ่นเล็กที่กำลังจะออกมาเร็วๆ อย่าง Navi 22 ( RX 6700 ,RX 6700 XT) ทาง AMD ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ หลังจากที่มีข่าวออกมาว่า Nvidia ได้เตรียมเปิดตัว GPU สถาปัตยกรรมใหม่ที่ชื่อ Lovelace ที่ว่ากันว่าชิปอย่าง AD102 ตัวโมเดลชิปเต็มๆ นั้นจะมาพร้อมกับจำนวน Cuda จำนวน 18432 Core เลยทีเดียว ซึ่งก็มากกว่าชิปตัวท๊อปรุ่นปัจจุบันอย่าง GA102 ถึง 71%


กลับมาเข้าเรื่องของ AMD ที่มีข่าวลือหนาหูว่ากำลังซุ่มพัฒนาชิป GPU ในสถาปัตยกรรม RDNA เวอร์ชั่นที่ 3 ที่จะให้สมรรถภาพต่อการบริโภคพลังงานดีกว่าเวอร์ชั่นปัจจุบัน โดยจะใช้ชื่อชิปว่า Navi 31 ซึ่งจะนำเทคโนโลยีแบบ chiplet มาใช้ด้วย โดยการใช้เชื่อมชิป GPU 2 ตัวที่แต่ล่ะตัวมีจำนวน Compute Unit 80 CU ซึ่งทำให้ชิป Navi 31 มีจำนวน stream processors ถึง 10240 core !!
นอกจากนี้ นอกจากนี้คาดว่า RDNA3 ยังมีการปรับปรุงในส่วนของประสิทธิภาพของ ray tracing ซึ่งถ้าเราอ้างอิงจากรีวิวต่างๆ RDNA 2 ได้มีการใส่ ray tracing มาในระดับฮาร์ดแวร์แล้ว แต่ก็ยังมีประสิทธิภาพก็ไม่ดีเท่า NVIDIA RT core เจนที่ 2 ที่มากับชิปในสถาปัตยกรรม Ampere (RTX 3000) แต่ถึงกระนั้น AMD เองก็ยังไม่สิ้นไร้ไม้ตอก โดยเรายังคงรอข่าวเรื่อง Deep Learning, Super Sampling สำหรับ Ai ในการช่วยลบรอยหยัก  แต่ก็ยังมีข้อมูลจากผู้ใช้ Twitter ที่มีชื่อว่า @Underfox3 ค้นพบว่า AMD เดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยี  synchronize workload ระหว่าง Multi-chip module ของ GPU ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งมันน่าจะมาพร้อมกับเทคนิคการประมวลผลแบบประสานกันของ ray tracing pipeline ซึ่งเทคโนโลยีนี้มันจะเสร็จทันและปรากฏในชิป RDNA3 หรือไม่ เราก็ต้องติดตามกันต่อไป
สำหรับใครที่อยากสัมผัสความแรงของ RDNA3 ที่มาพร้อมกับจำนวน Compute Unit แบบจุกๆ จากทาง AMD คงต้องรอกันยาวๆ ถึงปี 2022 กันเลยครับ

 


from:http://feedproxy.google.com/~r/zolkorn/~3/PSpQbCNgimw/

Battlefield 6 จะเป็นสงครามในยุคปัจจบัน จะมาพร้อมกับแผนที่ขนาดใหญ่รองรับ 128 คน !!

สำหรับผู้อ่านท่านใดหรือจะเป็นหนึ่งในสมาชิกแก๊งค์แพนด้าก็ตามที่ได้ติดตามช่อง Youtube Zolkorn อยู่เป็นประจำก็น่าจะพอทราบว่าเกมที่เราได้เห็นบังซอลเล่นบ่อยๆ ตอนเทสหรือเล่นตอนรีวิว Hardware ใหม่ๆ นั้นก็น่าจะเป็นเกมในตระกูล Battlefield นี่ล่ะครับ ส่วนเหตุผลว่าทำไมเราได้เห็นเกมนี้บ่อยจังก็น่าจะเป็นเพราะเกม Battlefield ภาคหลังๆนี่ใช้ทรัพยากรเครื่องได้ค่อนข้างโหด ไม่ว่าจะเป็น CPU RAM หรือ VGA และที่สำคัญที่สุดก็คือเกมนี้เป็นเกมโปรดของพี่ Zolkorn ด้วยนั่นเอง

เรามาเข้าเนื้อหากันดีกว่า สำหรับข้อมูลที่หลุดออกมาเบื้องต้นนี้ ระบุว่าเกม Battlefield ภาคต่อไป (โดยยังไม่ได้ยืนยัน 100% ว่าจะชื่อ “Battlefield 6” แต่ในข่าวนี้จะขอเรียก Battlefield 6 ไปก่อน ซึ่งตามข้อมูลของ Tom Henderson ระบุบไว้มันอาจจะออกมาเป็นชื่อ “Battlefield” อย่างเดียวก็เป็นได้ ) นั้นจะมีการรีบูตจักรวาลเกม Battlefield ที่มีเนื้อเรื่องในสงครามยุคปัจจุบัน (Battlefield 2-3-4 ,Bad company 1-2) โดยในส่วนของ Campaign นั้นจะเน้นเป็นเนื้อเรื่องที่เซ็ตติ้งขึ้นมาเองโดยจะพยายามไม่อิงประวัติศาสตร์มากนัก ซึ่งแนวทางการรีบูตนี้ทาง Activision เองก็ได้ประสบความสำเร็จกับเกมตระกูล Call of Duty มาแล้ว

โดยในภาคนี้ทาง EA จะทุ่มเทกับโหมด Battle Royale มากขึ้น (ซึ่งโหมด FireStrom ใน BF5 ดูเหมือนจะไม่ค่อยจะประสบความสำเร็จเท่าที่ควร) และที่สำคัญที่สุดน่าจะเป็นโหมด Multiplayer ซึ่งก็น่าจะเป็นตัวชูโรงของ Battlefield ทุกภาคที่ผ่านมานั้นก็จะมีการขยายสเกลให้กว่าเดิมเท่าตัวคือจะรองรับผู้เล่น 128 คนภายในแผนที่เดียว ซึ่งก็นับว่าเป็นอะไรที่น่าสนใจมากๆ และถ้านำมานับรวมกันกับกราฟฟิคของเกม โดยเฉพาะเรื่องของแสง-เงาซึ่งรังสรรค์โดย Frostbite Engine นั้นก็ยังคงเป็นจุดแข็งของตัวเกมมาตลอด โดยทาง EA ได้เคยเปิดเผยว่าเกม Battlefield 6 นี้จะต้องมีองค์ประกอบใดองค์ประกอบหนึ่งของเกมสร้างมาเพื่อการแข่งขันแบบอีสปอร์ต (ซึ่งถ้าจะให้ผมเดาในตอนนี้ก็น่าจะเป็นโหมด Battle Royale หรือจะเป็นโหมดดวลกันในพื้นที่ขนาดเล็กๆ )
ส่วนวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการนั้นทางระบุไว่เพียงว่าจะช่วงวันหยุดในปี 2021 นี้


from:http://feedproxy.google.com/~r/zolkorn/~3/M8MfHiyJKzU/

NVIDIA ปล่อย Hotfix 461.33 ตัวแก้ไข Driver 461.09 ให้ได้อัพเดทแล้ว

หลังจากที่มีรายงานการพบเจอปัญหาของ Driver การ์ดจอจากทาง NVIDIA ในเวอร์ชัน 461.09 ตามที่ได้นำเสนอข่าวออกไปเมื่อไม่กี่วันก่อน วันนี้ทาง NVIDIA ได้ทำการปล่อยคัวแก้ไขเร่งด่วนหรือที่เรียกกันว่า Hotfix ออกมาให้ผู้ใช้งานการ์ดจอ NVIDIA ที่ประสบปัญหาจากเวอร์ชันก่อนหน้าได้ทำการอัพเดทเป็นที่เรียบร้อย สำหรับ Hotfix ในเวอร์ชัน 461.33

สำหรับปัญหาที่พบเจอจากเวอร์ชัน 461.09 สามารถย้อนกลับไปรับชมได้ตามลิงก์นี้ ส่วนในเวอร์ชัน Hotfix 461.33 ทาง NVIDIA ได้มีการระบุรายละเอียดที่ได้ทำการแก้ปัญหาดังรายการต่อไปนี้

  • แก้ไขปัญหาค้างของ Adobe Premiere
  • กล้องค้างจากการปล่อยสตรีม
  • ภาพกระพริบหรือภาพสั่นตอนเปิดเกมสำหรับคนที่ใช้ Steam VR
  • เกมแฮ็งก์หรือเด้งสำหรับ Detroit : Become Human
  • สีเพี้ยนจากเว็บแคมหรือภาพเหมือนซูมเองจากการใช้ NVENC
  • เกม Assassin’s Creed Valhalla เด้งหรือค้าง
  • เกมเด้งค้างสำหรับ RTX 30 สำหรับเกมที่ใช้ Vulkan
  • HUD เกมมีปัญหาหรือไม่แสดงบน Vulkan

NVIDIA Hotfix 461.33 สามารถดาวน์โหลดได้จากหน้าเว็บไซต์ของ NVIDIA ตามลิงก์ด้านล่าง และสำหรับการ์ดที่รองรับประกอบไปด้วย

DOWNLOAD

Desktop

  • GEFORCE RTX 30 SERIES
    GeForce RTX 3090, GeForce RTX 3080, GeForce RTX 3070, GeForce RTX 3060 Ti
  • GEFORCE RTX 20 SERIES
    GeForce RTX 2080 Ti, GeForce RTX 2080 SUPER, GeForce RTX 2080, GeForce RTX 2070 SUPER, GeForce RTX 2070, GeForce RTX 2060 SUPER, GeForce RTX 2060
  • GEFORCE 16 SERIES
    GeForce GTX 1660 SUPER, GeForce GTX 1650 SUPER, GeForce GTX 1660 Ti, GeForce GTX 1660, GeForce GTX 1650
  • GEFORCE 10 SERIES
    GeForce GTX 1080 Ti, GeForce GTX 1080, GeForce GTX 1070 Ti, GeForce GTX 1070, GeForce GTX 1060, GeForce GTX 1050 Ti, GeForce GTX 1050, GeForce GT 1030
  • GEFORCE 900 SERIES
    GeForce GTX 980 Ti, GeForce GTX 980, GeForce GTX 970, GeForce GTX 960, GeForce GTX 950
  • GEFORCE 700 SERIES
    GeForce GTX 780 Ti, GeForce GTX 780, GeForce GTX 770, GeForce GTX 760, GeForce GTX 760 Ti (OEM), GeForce GTX 750 Ti, GeForce GTX 750, GeForce GTX 745, GeForce GT 740, GeForce GT 730, GeForce GT 720, GeForce GT 710
  • GEFORCE 600 SERIES
    GeForce GTX 690, GeForce GTX 680, GeForce GTX 670, GeForce GTX 660 Ti, GeForce GTX 660, GeForce GTX 650 Ti BOOST, GeForce GTX 650 Ti, GeForce GTX 650, GeForce GTX 645, GeForce GT 640, GeForce GT 635, GeForce GT 630

Notebooks

  • GEFORCE RTX 20 SERIES (NOTEBOOKS)
    GeForce RTX 2080 SUPER, GeForce RTX 2080, GeForce RTX 2070 SUPER, GeForce RTX 2070, GeForce RTX 2060
  • GEFORCE MX400 SERIES (NOTEBOOKS)
    GeForce MX450
  • GEFORCE MX300 SERIES (NOTEBOOKS)
    GeForce MX350, GeForce MX330
  • GEFORCE MX200 SERIES (NOTEBOOKS)
    GeForce MX250, GeForce MX230
  • GEFORCE MX100 SERIES (NOTEBOOK)
    GeForce MX150, GeForce MX130, GeForce MX110
  • GEFORCE GTX 16 SERIES (NOTEBOOKS)
    GeForce GTX 1660 Ti, GeForce GTX 1650 Ti, GeForce GTX 1650
  • GEFORCE 10 SERIES (NOTEBOOKS)
    GeForce GTX 1080, GeForce GTX 1070, GeForce GTX 1060, GeForce GTX 1050 Ti, GeForce GTX 1050
  • GEFORCE 900M SERIES (NOTEBOOKS)
    GeForce GTX 980, GeForce GTX 980M, GeForce GTX 970M, GeForce GTX 965M, GeForce GTX 960M, GeForce GTX 950M, GeForce 945M, GeForce 940MX, GeForce 930MX, GeForce 920MX, GeForce 940M, GeForce 930M
  • GEFORCE 800M SERIES (NOTEBOOKS)
    GeForce GTX 860M, GeForce GTX 850M, GeForce 845M, GeForce 840M, GeForce 830M

Comment | แสดงความคิดเห็น


from:http://feedproxy.google.com/~r/zolkorn/~3/yzjjHEDJqcY/

ข้อควรทราบ ก่อนการติดตั้ง AMD CPU ลงซ๊อคเก็ต ต้องระวังอะไรบ้าง ?

สำหรับมือใหม่ที่อยากจะลองประกอบเครื่องเอง เรื่องของการนำ CPU ลง Socket อาจจะดูเป็นเรื่องใหญ่ อาจจะถึงขั้นใจสั่นระทึก ด้วยความระแวงหลากหลายต่าง ๆ นา และยิ่งกับ CPU ในรุ่นแพง ๆ ก็จะยิ่งเกร็ง ส่วนใครที่เคยผ่านจุดนั้นมาแล้ว เคยประกอบเครื่องมาแล้วหลายเครื่อง มีประสบการณ์มาโชกโชนก็คงจะพูดว่า “มันแค่เรื่องง่าย ๆ ไม่เห็นจะยากตรงไหน” แต่บางทีอาจจะลืมไปว่า ตัวเองก็มีจุดเริ่มต้นเหมือนกับมือใหม่ที่เพิ่งจะเริ่มหรือหัดประกอบด้วยตัวเองเป็นครั้งแรก

เทปนี้ด้วยระยะเวลาสั้น ๆ เพียง 2 นาทีจะเป็นการบอกเล่าหรือแนะนำถึงสิ่งที่ควรจะต้องทราบต้องรู้ หรือทำความเข้าใจกันก่อนสักนิดว่า การจะนำซีพียูจากทาง AMD ลงไปใน Socket นั้นมันมีข้อควรระวังอะไรบ้าง ? มีจุดสังเกตที่จะต้องรู้ตรงไหนบ้าง ? เพื่อความปลอดภัยทั้งจากตัวเองหรือตัวอุปกรณ์ ซึ่งจริง ๆ แล้วมันก็ไม่ได้ถือว่าเป็นเรื่องที่ยากอะไร เพียงแต่หากไม่ทำความเข้าใจสักหน่อยก่อน อาจจะทำให้เกิดข้อผิดพลาดหรือความเสียหายกับ CPU ของตนเองได้ และมันมีอยู่จริง ๆ ดังลองสละเวลา 2 นาที ทำความเข้าใจกันดูนะครับ

อนึ่งคลิปสั้น ๆ คลิปนี้มีที่มาที่ไปในการนำเสนอจากการ Live ในประเด็นของสเป็คเครื่องกับการตัดต่อ ซึ่งใช้เป็นตัวอย่างเพื่อนำเสนอให้ดูว่า สเป็คเล็ก ๆ ไม่แรงก็สามารถทำการตัดต่อได้ จากที่นี่สำหรับ
สเป็คบ้าน ๆ i5-10400 ไม่มีการ์ดจอแยก จะตัดต่อวิดีโอ 4K ไหวมั้ย ?


from:http://feedproxy.google.com/~r/zolkorn/~3/7VbWwDBj-WY/

รอดีไหมไม่รู้ Intel Gen 12 Alder Lake ชัวร์แล้วมาพร้อม DDR5, PCIe Gen.5 และคอร์มากขึ้น 16core/32thread

ชักจะมันขึ้นทุกขณะสำหรับสงคราม CPU หลังจากตกเป็นผู้ตามได้ไม่นานสำหรับยักษ์ฟ้าที่ชื่อว่า Intel กับข้อมูลที่หลุด(แบบมีหลักญาน)ออกมาล่าสุด สำหรับข้อมูลบางส่วนเกี่ยวกับ CPU ในเจเนเรชัน 12 (12th Gen) ที่ใช้รหัสว่า Alder Lake ซึ่งทาง Intel ก็ออกมาเปรย ๆ เมื่อช่วง CES 2021 ที่ผ่านมาว่าจะได้เจอกับ Alder Lake ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ แต่ยังไม่ได้ให้รายละเอียดอะไรมากนัก

สำหรับข้อมูลที่หลุดออกมาให้เห็นตรงนี้ เป็นการไปพบเจอข้อมูลของ CPU ในฐานข้อมูลของ Software ที่ชื่อว่า Sisoft Sandra ซึ่งเป็นหนึ่งใน software Benchmark ยอดนิยม โดยในรายละเอียดแม้ว่าจะยังไม่ได้ระบุตายตัวอบบชัดเจนโจ่งแจ้ง แต่ก็บอกให้ทราบได้ว่ามันคือ Alder Lake หรือ Gen 12 อย่างแน่นอน เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีข้อมูลลักษณะนี้หลุดออกมา

สิ่งที่เรารู้ในเวลานี้คือ Intel Gen 12 หรือ Alder Lake จะเป็นซีพียูที่มีจำนวนคอร์เธรดมากถึง 16 Core 32 Thread ส่วน L-Cache ยังคงมี 3 ระดับเหมือนเดิมแต่จะใหญ่ขึ้น โดย L3 Cache จะใหญ่โดตถึง 30MB นอกจากนี้เรื่องของ RAM ก็ชัดเจนแล้วเช่นกันจากที่ Sisoft Sandra แสดงให้เห็นว่ามันคือ DDR5 จากรายละเอียดที่ปรากฏเป็น PC5-38400 หรือถ้าแปลงเป็น DDR Speed จะเท่ากับ DDR5-4800MHz ด้าน iGPU นั้นจากข้อมูลที่เห็นว่ามาพร้อมกับชุด Execution จำนวน 32 unit หรือ 256 Shading Unit ซึ่งคาดการณ์ได้ว่ามันจะเป็นใช้ iGPU ตัวเดียวกันกับตลาดโมบายของตนเอง เพียงแต่มีจำนวน EUs น้อยกว่า

ตัว CPU จากที่มีภาพหลุดออกมาจะยืนยันแล้วเช่นกันว่า Intel Gen 12 Alder Lake จะใช้งานร่วมกับซ็อคเก็ต LGA1700 และใช้แรม DDR5, PCI Express 5.0 (Gen.5) ด้วยกระบวนการผลิต 10nm SuperFin

ZoLKoRn Says: ระอุขึ้นทุกขณะสำหรับสงคราม CPU ซึ่งแม้นว่าในเวลานี้หรืออีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ในช่วงปลายเดือนมีนาคม Intel ได้ประกาศชัดเจนแล้วว่าจะปล่อย Gen 11 ลงสู่ตลาด แต่ทว่ากับข้อมูลที่หลุดออกมาเรื่อย ๆ โผล่ให้เห็นมากยิ่งขึ้นเกี่ยวกับ Gen 12 หรือ Alder Lake ที่แม้แต่ Intel เองยังมาแง้ม ๆ ให้เห็นในงาน CES ตรงนี้ดูแล้วคงจะมีเหตุผลบางอย่างแน่นอน เพราะหากอยากจะขาย Gen 11 แบบเป็นเรื่องเป็นราวจริง ๆ คงจะไม่มีแง้มบอกว่า Gen 12 ก็เสร็จแล้วนะ

ส่วนเรื่องของความพร้อมนั้น ณ ตรงนี้คงบอกอะไรไม่ได้ ไม่ว่าจะเรื่องของ CPU, Mainboard เพราะหากทุกอย่างเป็นไปตามข้อมูลดังกล่าวนี้ มันคือยุคของ All new Technology ใหม่แบบยกยวงทั้ง DDR5 ทั้ง PCIe 5.0 ซึ่งหากให้เดากว่าจะพร้อมขายจริง ๆ คงจะเป็นต้นปีหน้า ส่วนในช่วงครึ่งหลังของปีนี้อาจจะแค่มีการให้ข้อมูล หรือเอาออกมาโชว์ตัวก่อน แต่หากว่ามาแบบเซอร์ไพรซ์ พร้อมขายได้ในปีนี้จริง ๆ เราคงได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อีกครั้ง แต่จะเปลี่ยนไปในรูปไหนไม่สามารถตอบได้

หันมามองฝั่ง AMD ที่พูดกันว่าเป็นผู้นำตลาดในเวลานี้ หากมองจากข้อมูลของ Gen 12 และหาก AMD หลังบ้านยังไม่พร้อมกับเรื่องของ DDR5, PCIe 5.0 ทาง AMD เองบัลลังก์ก็อาจจะสั่นคลอนได้ ซึ่งเราต้องรอดูกันยาว ๆ ว่า AMD จะมีอะไรเก็บซ่อนเอาไว้พร้อมรอปล่อยออกมาชนหรือเปล่า หากมีพร้อมรออยู่แล้ว ปีหน้ารับรองว่าเดือดแน่นอนสำหรับสงคราม CPU

Comment | แสดงความคิดเห็น


from:http://feedproxy.google.com/~r/zolkorn/~3/TrxXL5QTSco/

Arctic Cooling เตรียมปล่อย Arctic MX-5 ลงตลาด มีนาคมนี้

8 ปีผ่านไปไวเหมือนโกหก สำหรับอายุของ Thermal Paste หรือที่เราเรียกกันว่าซิลิโคน สำหรับใข้ทาหน้าสัมผัสเพื่อลดช่องว่างแทนที่อากาศระหว่าง CPU หรือ GPU จากทาง Arctic Cooling ในรหัส MX-4 และล่าสุดก็มีปรากฎข้อมูลออกมาว่าทาง Arctic Cooling กำลังเตรียมจะปล่อยเวอร์ชันใหม่ลงตลาดในรหัส MX-5

สำหรับ Arctic MX-5 ทาง Arctic Cooling ยังไม่ได้มีการออกมาประกาศหรือให้ข่าวอย่างเป็นทางการ เพียงแต่มีสำนักข่าวไปพบเจอว่าทาง Arctic Cooling มีการเพิ่มข้อมูลของ MX-5 ขึ้นหน้าเว็บไซต์ของตนเอง รวมทั้งยังมีโผล่ให้เตรียมสั่งซื้อได้บนเว็บไซต์ Amazon UK อีกด้วย ส่วนสนนราคานั้นราว $18.50US หรือกว่า 550 บาท สำหรับน้ำหนัก 4g และระบุว่าจะพร้อมจำหน่ายในวันที่ 15 มีนาคมนี้

ZoLKoRn Says: สงครามซิลิโคนคงจะบังเกิดอีกครั้ง และแม้ว่าซิลิโคนจะไม่ใช่ฮาร์ดแวร์หลัก แต่ทว่าตลาดดังกล่าวนี้ก็มีการแข่งขันสูงไม่น้อย เพราะมีผู้ร่วมชิงชัยเป็นจำนวนมาก และสิ่งที่น่าสนใจกับการมาของ Arctic MX-5 ก็คือ กว่า 8 ปีของ MX-4 ที่ผ่านมาซึ่งหลายคนคงอยากรู้ว่าการมาของ MX-5 มันจะทำผลงานได้ดีขนาดไหน จะเย็นจับใจเพิ่มขึ้นเพียงไร ? ซึ่งตรงนี้คือสิ่งที่มันคือความท้าทายไม่น้อยเลยทีเดียวสำหรับ Arctic Cooling

อนึ่งกับการเปลี่ยนแปลงตรงนี้ ส่วนหนึ่งขออ้างถึงตัวเองสักนิด ที่ผมมองว่าน่าจะมีส่วนที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงตรงนี้ กับการที่เคยนำเสนอเรื่อง MX-4 ปลอมออกไป จนอาจจะส่งผลให้ยอดจำหน่ายของ MX-4 ลดลงเป็นอย่างมากก็ได้ เลยต้องมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อเพิ่มความจูงใจและเรียกความเชืาอมั่นจากลูกค้ากลับมา


from:http://feedproxy.google.com/~r/zolkorn/~3/VOjZrKZTl9A/