คลังเก็บหมวดหมู่: THUMBSUP

แม็คโครยันไม่ต้องกักตุน สต็อกสินค้าเพียงพอต่อความต้องการ

‘แม็คโคร’ ผนึกกำลังผู้ผลิต สต็อกสินค้าตั้งรับโควิด-19 รอบใหม่ มั่นใจมีสินค้าเพียงพอความต้องการ โดยเฉพาะสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ ทั้งอาหารสด-อาหารแห้ง พร้อมคุมเข้มมาตรการป้องกันขั้นสูงสุดทุกสาขา

นางศิริพร เดชสิงห์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานการสื่อสารองค์กร บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 กลับมาระบาดอีกครั้ง  แม็คโครได้วางแผนบริหารจัดการสต็อกอย่างใกล้ชิดกับพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อให้มีสินค้าจำเป็นต่อการดำรงชีพเพียงพอกับความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น โดยได้นำข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าจำเป็นที่ผู้บริโภคต้องการเป็นจำนวนมาก มาใช้ในการวางแผนรอบนี้ด้วย

“แม็คโคร วางแผนตั้งรับสถานการณ์ดังกล่าวเอาไว้อย่างรัดกุม โดยทำงานใกล้ชิดกับพันธมิตรทางธุรกิจ ตลอดจนให้ความร่วมมือกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์  ในการบริหารสต็อกสินค้า และการเพิ่มความถี่ในการเติมสินค้า เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าประชาชน รวมถึง ผู้ประกอบการรายย่อย โชห่วย ร้านอาหาร  ในการเตรียมสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตไว้อย่างเพียงพอ รวมทั้งมีมาตรการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโควิดอย่างเข้มข้นในทุกกระบวนการตั้งแต่ผู้ผลิตจนถึงมือผู้บริโภคที่สาขา”

ถึงแม้ว่าจะมีผู้ใช้บริการเป็นจำนวนมาก แม็คโครยังคงยึดแนวทางปฏิบัติในการป้องกันเชื้อโควิด-19 อย่างเข้มงวด ตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงสาธารณสุข คือ DMHTT (อยู่ห่างไว้-ใส่แมสก์กัน-หมั่นล้างมือ-ตรวจวัดอุณหภูมิ-ใช้แอปฯ ไทยชนะ) และ ควบคุมจำนวนผู้ใช้บริการภายในสาขา, เพิ่มความถี่ในการทำความสะอาดจุดสัมผัส, ตั้งทีมรักษาระยะห่าง (social distancing scouts) คอยประกาศย้ำเตือนลูกค้าภายใน สาขา ฯลฯ

สำหรับบริการส่งสินค้าถึงบ้านหรือดิลิเวอรี่ แม็คโครได้คุมเข้มความปลอดภัย เพื่อสร้างความมั่นใจ ให้กับพนักงาน ผู้รับสินค้า รถขนส่ง อุปกรณ์ต่างๆ

ทั้งนี้ กลุ่มสินค้าที่มีความต้องการสั่งเพิ่มมากขึ้นในช่วงการทำงานที่บ้าน ประกอบด้วย สินค้าอาหารสด  สินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น ตลอดจนของใช้ต่างๆ

“ท่ามกลางวิกฤตที่เกิดขึ้น ขอให้ทุกคนมั่นใจว่า แม็คโครมีสินค้าเพียงพอต่อความต้องการ โดยยังคงยืนหยัดทำหน้าที่จำหน่ายสินค้าคุณภาพปลอดภัยในราคาขายส่ง ตอกย้ำการเป็นคู่คิดธุรกิจ และผู้นำอาหารสด เพื่อบรรเทาค่าครองชีพให้กับลูกค้าประชาชน ตลอดจนผู้ประกอบการรายย่อยในภาวะที่ทุกคนได้รับผลกระทบในเวลานี้”

from:https://www.thumbsup.in.th/makro-stock-product?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=makro-stock-product

อิสราเอลชนะ! รัฐบาลคลายกฎโควิด ประชาชนไม่ต้องสวมหน้ากากอนามัยในที่สาธารณะแล้ว

สำนักข่าว Time of Israel รายงานว่า รัฐบาลอิสราเอล ยกเลิกคำสั่งสวมหน้ากากอนามัยในที่สาธารณะ พร้อมดำเนินกิจกรรมตามปกติ หลังฉีดวัคซีนประสบความสำเร็จยอดผู้ติดเชื้อลดลงตามเป้าหมาย

โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 18 เมษายน 2564 ประชาชนชาวอิสราเอลไม่จำเป็นต้องสวมหน้ากากอนามัยในที่สาธารณะ ถือเป็นความสำเร็จจากการดำเนินมาตรการต่างๆ ของรัฐบาลอิสราเอล

นายยูลิ อีเดลสไตน์ (Yuli Edelstein) รัฐมนตรีสาธารณสุขอิสราเอล แถลงว่า อัตราการติดเชื้อโควิดในอิสราเอลที่ลดลงอย่างต่อเนื่องถือเป็นความสำเร็จของการรณรงค์ให้ประชาชนฉีดวัคซีนต้านไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ โดยขณะนี้ ประชากรอิสราเอลมากกว่าครึ่งได้รับการฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

จากอัตราการติดเชื้อรายใหม่ที่ลดลง รัฐบาลจึงได้ผ่อนคลายและยกเลิกข้อจำกัดต่างๆ เพื่อเปิดทางให้ธุรกิจกลับมาเปิดดำเนินกิจการได้ตามปกติ พื้นที่สาธารณะก็สามารถเปิดให้จัดกิจกรรมต่างๆ ได้

อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีสาธารณสุขย้ำว่า ในสถานที่ปิดยังจำเป็นต้องสวมหน้ากากอนามัยอยู่เช่นเดิม แต่หลังจากเกิดภูมิคุ้มกันหมู่แล้ว จะนำไปสู่การยกเลิกข้อจำกัดอื่นๆ ในอีกไม่นาน

ที่มา

TimeofIsrael

from:https://www.thumbsup.in.th/israel-vaccine-covid?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=israel-vaccine-covid

THAILAND ZOCIAL AWARDS ครั้งที่ 9 กับการรวมตัวของเหล่าผู้ทรงอิทธิพลบนโซเชียลทุกสาขา!

บริษัท ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ให้บริการด้านการวิเคราะห์ข้อมูลโซเชียลอันดับหนึ่งในประเทศไทย ได้จัดงานประกาศรางวัลโซเชียลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในไทย  “THAILAND ZOCIAL AWARDS 2021”  ครั้งที่ 9  งานประกาศรางวัลโซเชียลที่ได้จัดขึ้นเพื่อเชิดชูแบรนด์ อินฟลูเอนเซอร์ และบุคคลในวงการบันเทิงที่ทำผลงานยอดเยี่ยมบนโลกโซเชียล โดยได้รับการตอบรับจากเหล่าผู้มีอิทธิพลบนโซเชียลร่วมเป็นเกียรติในงานประกาศรางวัลในครั้งนี้

THAILAND ZOCIAL AWARDS 2021 ได้ใช้เกณฑ์การพิจารณารางวัลโดยวัดประสิทธิภาพผู้ที่ทำผลงานยอดเยี่ยมบนโซเชียลมีเดียจาก 4 ช่องทาง คือ Facebook, Instagram, Twitter และ YouTube โดยได้พัฒนาดัชนีชี้วัดที่เรียกว่า “WISESIGHT METRIC” สำหรับวัดประสิทธิภาพบนโซเชียลมีเดียออกเป็น 4 กลุ่ม คือ BRAND METRIC, ENTERTAINMENT METRIC, INFLUENCER METRIC และ PERSONAL  BRAND METRIC

ทางบริษัทฯ ได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้เชี่ยวชาญจากแวดวงต่างๆ ร่วมเป็นคณะที่ปรึกษาพัฒนาดัชนีชี้วัด และพิจารณาผลการตัดสินในครั้งนี้ จำนวน 14 ท่าน ได้แก่  1.) ผศ. ดร.เอกก์ ภทรธนกุล ประธานหลักสูตร MBM และอาจารย์ประจำ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ 2.) คุณพงษ์ปิติ ผาสุขยืด ผู้จัดทำ Ad Addict 3.) คุณมัณฑิตา จินดา MD and Founder of Digital Tips Academy  4.) ศ.วิทวัส รุ่งเรืองผล ศาสตราจารย์ประจำภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 5.) คุณสุรศักดิ์ เหลืองอุษากุล Strategic Planning Director บริษัท แบรนด์เบเกอร์ จำกัด 6.) คุณสิทธิพงศ์​ ศิริมาศเกษม ผู้ก่อตั้งและกรรมการบริหาร บริษัท RGB72 และ CREATIVE TALK จำกัด

7.) คุณสโรจ เลาหศิริ Head of Marketing Transformation and Marketing Strategy, Bluebik Group Co., Ltd. 8.) คุณอภิศิลป์ ตรุงกานนท์ ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่เทคโนโลยีเว็บไซต์ Pantip.com 9.) คุณชลากรณ์ ปัญญาโฉม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานดิจิทัลทีวี บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) 10.) คุณยุทธนา บุญอ้อม Senior Executive Vice President, GMM Grammy Public Company Limited 11.) คุณวิเชียร ฤกษ์ไพศาล  ผู้ก่อตั้งและ CEO WAY-T 168 (Thailand) 12.) คุณพันธ์ศักดิ์ ลิ้มวัฒนายิ่งยง Managing Director, AnyMind Group 13.) คุณกิตติพัฒน์ มหพันธ์ ผู้ก่อตั้ง BUZZPURR และ 14.) คุณชัยวุฒิ​ ผาติภากร​ Talent Director, POPS Thailand

โดยการประกาศรางวัล THAILAND ZOCIAL AWARDS 2021 ได้แบ่งผู้ที่ทำผลงานยอดเยี่ยมบนโซเชียลมีเดียออกเป็นเป็น 7 กลุ่มรางวัล โดยผู้ที่ทำผลงานยอดเยี่ยมในแต่ละสาขามีรายชื่อดังต่อไปนี้ 

  • กลุ่มรางวัล BEST BRAND PERFORMANCE ON SOCIAL MEDIA (แบรนด์ที่ทำผลงานยอดเยี่ยมบนโซเชียลมีเดีย) 
    1. Automotive (กลุ่มธุรกิจยานยนต์) 
  • ผู้เข้าชิงได้แก่ GPX, MG, Mitsubishi Motors, Nissan และ Toyota Motor
  • BEST BRAND PERFORMANCE ON SOCIAL MEDIA สาขา Automotive ได้แก่ Toyota Motor
  1. Bank (กลุ่มธุรกิจธนาคาร)
  • ผู้เข้าชิงได้แก่ GSB, KBank, Krungsri,  Krungthai และ SCB
  • BEST BRAND PERFORMANCE ON SOCIAL MEDIA สาขา ฺBank ได้แก่ Krungthai

2. Beverage (กลุ่มผลิตภัณฑ์ประเภทเครื่องดื่ม)

  • ผู้เข้าชิงได้แก่ Chang, Dutchie Yoghurt, Khao Shong Coffee, M150 และ Pepsi
  • BEST BRAND PERFORMANCE ON SOCIAL MEDIA สาขา Beverage ได้แก่ Chang

3.Broadcasting

  • ผู้เข้าชิงได้แก่ Ch3, Amarin TV, GMM25, ONE31 และ Workpoint TV
  • BEST BRAND PERFORMANCE ON SOCIAL MEDIA สาขา Broadcasting ได้แก่ Workpoint TV

4. Construction Material

  • ผู้เข้าชิงได้แก่ HAFELE, SCG, TOA, Tpi Polene และ ผลิตภัณฑ์ตราเพชร
  • BEST BRAND PERFORMANCE ON SOCIAL MEDIA สาขา Construction Material ได้แก่ HAFELE

5.Consumer Electronics

  • ผู้เข้าชิงได้แก่ Carrier, Huawei, Oppo, Samsung และ Vivo
  • BEST BRAND PERFORMANCE ON SOCIAL MEDIA สาขา Consumer Electronics ได้แก่ Samsung

6.Cosmetic

  • ผู้เข้าชิงได้แก่ 4U2, Bobbi Brown, Cathy Doll, Cho Cosmetics และ Mistine
  • BEST BRAND PERFORMANCE ON SOCIAL MEDIA สาขา Cosmetic ได้แก่ 4U2

7.Delivery & Logistics

  • ผู้เข้าชิงได้แก่ Grab, LINE MAN, Foodpanda, Kerry Express และ ไปรษณีย์ไทย
  • BEST BRAND PERFORMANCE ON SOCIAL MEDIA สาขา Delivery & Logistics ได้แก่ Grab

8.Department Store & Super Store

  • ผู้เข้าชิงได้แก่ Big C, Central Department Store, Central Festival Hatyai, Tesco Lotus และ The Mall
  • BEST BRAND PERFORMANCE ON SOCIAL MEDIA สาขา  Department Store & Super Store ได้แก่ The Mall

9.E-Commerce Platform

  • ผู้เข้าชิงได้แก่ JD CENTRAL, Konvy, Lazada, ShopAt24 และ Shopee
  • BEST BRAND PERFORMANCE ON SOCIAL MEDIA สาขา E-Commerce Platform ได้แก่ Shopee

10.Financial Service

  • ผู้เข้าชิงได้แก่ Krungsri Auto, Krungsri Card, Krungsri First Choice, KTC และ TrueMoney
  • BEST BRAND PERFORMANCE ON SOCIAL MEDIA สาขา Financial Service ได้แก่ Krungsri First Choice

11.Food

  • ผู้เข้าชิงได้แก่ CP, Farmhouse, Koh Kae, Lays และ Taokaenoi
  • BEST BRAND PERFORMANCE ON SOCIAL MEDIA สาขา Food ได้แก่ Lays

12.Gold & Jewelry

  • ผู้เข้าชิงได้แก่ Aurora, ห้างเพชรหลีเสง (L.S.Jewelry Group), Shining Gold, ห้างทองเพชรมังกร และ ห้างทองเยาวราชกรุงเทพ
  • BEST BRAND PERFORMANCE ON SOCIAL MEDIA สาขา Gold & Jewelry ได้แก่ Aurora

13.Government & State Enterprise

  • ผู้เข้าชิงได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค, สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ และ สำนักงานประกันสังคม
  • BEST BRAND PERFORMANCE ON SOCIAL MEDIA สาขา Government & State Enterprise ได้แก่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

14.Home & Decoration

  • ผู้เข้าชิงได้แก่ Homepro, IKEA, Index Living Mall, SB Design Square และ ไทวัสดุ
  • BEST BRAND PERFORMANCE ON SOCIAL MEDIA สาขา Home & Decoration ได้แก่ SB Design Square

15.Hospital & Medical Center

  • ผู้เข้าชิงได้แก่ Bumrungrad International Hospital, Lelux Hospital, Masterpiece Hospital, Meko Clinic และ The Art Clinic
  • BEST BRAND PERFORMANCE ON SOCIAL MEDIA สาขา Hospital & Medical Center ได้แก่ Masterpiece Hospital

16.Hospitality & Tourism

  • ผู้เข้าชิงได้แก่ agoda, Anantara Hotels Resorts & Spas, Anantara Mai Khao Phuket Villas, Sri panwa และ Traveloka
  • BEST BRAND PERFORMANCE ON SOCIAL MEDIA สาขา Hospitality & Tourism ได้แก่ Traveloka

17.Insurance

  • ผู้เข้าชิงได้แก่ AIA, FWD, Muang Thai Life, Thai Life Insurance และ Thaivivat Insurance
  • BEST BRAND PERFORMANCE ON SOCIAL MEDIA สาขา Insurance ได้แก่ Thai Life Insurance

18.Mom & Baby

  • ผู้เข้าชิงได้แก่ BabyLove, Hi-Q, MumMom, Pumpnom และ S-26
  • BEST BRAND PERFORMANCE ON SOCIAL MEDIA สาขา Mom & Baby ได้แก่ S-26

19.Personal Care

  • ผู้เข้าชิงได้แก่ Bennett, Giffarine, Nivea, Yves Rocher และ สมุนไพรอภัยภูเบศร
  • BEST BRAND PERFORMANCE ON SOCIAL MEDIA สาขา Personal Care ได้แก่ Yves Rocher

20.Real Estate & Property Development

  • ผู้เข้าชิงได้แก่ AP Thai, Land and Houses, Sansiri, SC ASSET และ Singha Estate
  • BEST BRAND PERFORMANCE ON SOCIAL MEDIA สาขา Real Estate & Property Development ได้แก่ Sansiri

21.Restaurant

  • ผู้เข้าชิงได้แก่ KFC, McDonald’s, S&P, Starbucks และ The Pizza Company
  • BEST BRAND PERFORMANCE ON SOCIAL MEDIA สาขา Restaurant ได้แก่ KFC

22.Skincare

  • ผู้เข้าชิงได้แก่ Eucerin, Jula’s Herb, Smooth-E, Smooto Japan และ Sulwhasoo
  • BEST BRAND PERFORMANCE ON SOCIAL MEDIA สาขา Skincare ได้แก่ Smooto Japan

23.Supermarket 

  • ผู้เข้าชิงได้แก่ CJ Supermarket, Foodland, Makro, Tops และ Villa Market
  • BEST BRAND PERFORMANCE ON SOCIAL MEDIA สาขา Supermarket ได้แก่ Tops

24.Telecommunication 

  • ผู้เข้าชิงได้แก่  AIS, dtac, FINN MOBILE, True Online และ TrueMove H
  • BEST BRAND PERFORMANCE ON SOCIAL MEDIA สาขา Telecommunication ได้แก่ AIS

25.Transportation 

  • ผู้เข้าชิงได้แก่ airasia, Bangkok Airways, Thai Airways, THAI Smile Airways และ Vietjet Air
  • BEST BRAND PERFORMANCE ON SOCIAL MEDIA สาขา Transportation ได้แก่ airasia

 

  • BEST ENTERTAINMENT PERFORMANCE ON SOCIAL MEDIA (กลุ่มคนบันเทิงที่ทำผลงานยอดเยี่ยมมบนโซเชียลมีเดีย) 

Online Channel (สาขาผู้ผลิตรายการออนไลน์)

  • ผู้เข้าชิงได้แก่ Bie The Ska, HeHaa TV, ohana clip, tigercrychannel และโคตรคูล
  • BEST ENTERTAINMENT PERFORMANCE ON SOCIAL MEDIA สาขา Online Channel ได้แก่ Bie The Ska

Online Program (สาขารายการออนไลน์)

  • ผู้เข้าชิงได้แก่ เกษียณสำราญ, จีบหนูหน่อย, ป๊อกกี้ on the run, มหึหมา และอย่าหาว่าน้าสอน
  • BEST ENTERTAINMENT PERFORMANCE ON SOCIAL MEDIA สาขา Online Program ได้แก่ จีบหนูหน่อย

Podcast (สาขารายการพอดแคสต์)

  • ผู้เข้าชิงได้แก่ Mission To The Moon, R U OK, The Secret Sauce, คำนี้ดี และออฟฟิศ 0.4
  • BEST ENTERTAINMENT PERFORMANCE ON SOCIAL MEDIA สาขา Podcast ได้แก่ The Secret Sauce

Song (สาขาเพลงแห่งปี)

  • ผู้เข้าชิงได้แก่ เพลงดึงดัน จาก COCKTAIL X ตั๊ก ศิริพร, เพลงโดดดิด่ง จาก BNK48, เพลงตามตะวัน จาก NUM KALA x แอ๊ด คาราบาว, เพลงปล่อย จาก NUM KALA และเพลงพักก่อน จาก MILLI
  • BEST ENTERTAINMENT PERFORMANCE ON SOCIAL MEDIA สาขา Song ได้แก่ เพลงโดดดิด่ง จาก BNK48

Thai Movie (สาขาภาพยนตร์ไทย)

  • ผู้เข้าชิงได้แก่ Low Season สุขสันต์วันโสด, ไทบ้าน x BNK48 จากใจผู้สาวคนนี้, อ้าย..คนหล่อลวง, อีเรียมซิ่ง และเฮ้ย! ลูกเพ่ นี่ลูกพ่อ
  • BEST ENTERTAINMENT PERFORMANCE ON SOCIAL MEDIA สาขา Thai Movie ได้แก่ อ้าย..คนหล่อลวง

Thai News Program (สาขารายการข่าว)

  • ผู้เข้าชิงได้แก่ ถามตรงๆ กับจอมขวัญ, ทุบโต๊ะข่าว, ไทยรัฐนิวส์โชว์, เรื่องเล่าเช้านี้ และโหนกระแส
  • BEST ENTERTAINMENT PERFORMANCE ON SOCIAL MEDIA สาขา Thai News Program ได้แก่ ทุบโต๊ะข่าว

Thai Series (สาขาละครไทย)

  • ผู้เข้าชิงได้แก่ ซ่อนเงารัก, ตราบฟ้ามีตะวัน, เพราะเราคู่กัน, ร้อยเล่ห์มารยา และอกเกือบหักแอบรักคุณสามี
  • BEST ENTERTAINMENT PERFORMANCE ON SOCIAL MEDIA สาขา Thai Series ได้แก่ เพราะเราคู่กัน

TV Program (สาขารายการโทรทัศน์)

  • ผู้เข้าชิงได้แก่ 10Fight10, 3 แซ่บ, Super 10 ซุปเปอร์เท็น, ตลก 6 ฉาก และร้องข้ามกำแพง TheWallSong
  • BEST ENTERTAINMENT PERFORMANCE ON SOCIAL MEDIA สาขา TV Program ได้แก่ 3 แซ่บ

 

  • BEST INFLUENCER PERFORMANCE ON SOCIAL MEDIA 

Art & Literature (สาขาศิลปะ และวรรณกรรม)

  • ผู้เข้าชิงได้แก่ คิดมาก,  คิ้วต่ำ, Reenp, ซิบบิล และ Sundae Kids
  • BEST INFLUENCER PERFORMANCE ON SOCIAL MEDIA สาขา Art & Literature ได้แก่ Sundae Kids

Automotive (สาขายานยนต์)

  • ผู้เข้าชิงได้แก่ Life of Cars Bkk – ตามติดชีวิต 4 ล้อ, CarDebuts, XO Autosport, จอห์น ไรเดอร์ – John Rider และ driveautoblog
  • BEST INFLUENCER PERFORMANCE ON SOCIAL MEDIA สาขา Automotive ได้แก่ Life of Cars Bkk – ตามติดชีวิต 4 ล้อ

Beauty & Fashion (สาขาความสวย ความงาม และแฟชั่น)

  • ผู้เข้าชิงได้แก่ Archita Station, Gamgy, Nune noppaluck, ZuvapitSnap และ สะบัดแปรง
  • BEST INFLUENCER PERFORMANCE ON SOCIAL MEDIA สาขา Beauty & Fashion ได้แก่ ZuvapitSnap

Cooking  (สาขาการทำอาหาร)

  • ผู้เข้าชิงได้แก่ Aum napat, กับข้าวกับปลาโอ Plaocooking, กินได้อร่อยด้วย, ป้าหนึ่ง ตึ่งโป๊ะ และ หมีมีหม้อ
  • BEST INFLUENCER PERFORMANCE ON SOCIAL MEDIA สาขา Cooking ได้แก่ ป้าหนึ่ง ตึ่งโป๊ะ

Education (สาขาการศึกษา)

  • ผู้เข้าชิงได้แก่ English With Vivian, Perfect English กับครูพี่แอน, นายอาร์ม, นุ่น – English AfterNoonz และ อาจารย์อดัม
  • BEST INFLUENCER PERFORMANCE ON SOCIAL MEDIA สาขา Education ได้แก่ Perfect English กับครูพี่แอน

Environment (สาขาสิ่งแวดล้อม)

  • ผู้เข้าชิงได้แก่ Digitalay, Environman, Wannasingh Prasertkul, ลุงซาเล้งกับขยะที่หายไป และ สัตว์ : สิทธิและโอกาส – Thailand Animal Rights Alliance.
  • BEST INFLUENCER PERFORMANCE ON SOCIAL MEDIA สาขา Environment ได้แก่ Wannasingh Prasertkul

Family & Senior (สาขาครอบครัวและผู้สูงอายุ)

  • ผู้เข้าชิงได้แก่ 50+ young แจ๋ว, SopitChitchat โสภิตชิทแชท, Malinda Herman, ตายายสอนหลาน และ แต่งให้สวย Style 50+
  • BEST INFLUENCER PERFORMANCE ON SOCIAL MEDIA สาขา Family & Senior ได้แก่ Malinda Herman

Food & Dining (สาขาร้านอาหาร)

  • ผู้เข้าชิงได้แก่ Cafe Story : รีวิวคาเฟ่ ทุกวัน, Mark Wiens, Mawinfinferrr, PEACH EAT LAEK และ แต่งให้สวย ถนัดชิม
  • BEST INFLUENCER PERFORMANCE ON SOCIAL MEDIA สาขา Food & Dining ได้แก่ Mark Wiens

Gadget & Technology (สาขาแก็ดแจ็ตและเทคโนโลยี)

  • ผู้เข้าชิงได้แก่ Ceemeagain, GUZAP, iphonemod, Spin9 และ LDA ลดา – Ladies of Digital Age
  • BEST INFLUENCER PERFORMANCE ON SOCIAL MEDIA สาขา Gadget & Technology ได้แก่ Spin9

Gaming  & Esports (สาขาเกมมิ่ง)

  • ผู้เข้าชิงได้แก่ HEARTROCKER, Nontakan Ns., SkizzTV, TONKLA และ กิต งายย
  • BEST INFLUENCER PERFORMANCE ON SOCIAL MEDIA สาขา Gaming  & Esports ได้แก่ HEARTROCKER

Health & Wellness (สาขาสุขภาพและการออกกำลังกาย)

  • ผู้เข้าชิงได้แก่ Alita Pear, Bebe Fit Routine, forcejun, Naefit และ Thidakarn
  • BEST INFLUENCER PERFORMANCE ON SOCIAL MEDIA สาขา Health & Wellness ได้แก่ Bebe Fit Routine

Investment & Personal Finance  (สาขาการเงินและการลงทุน) 

  • ผู้เข้าชิงได้แก่ Money Coach, Paul Pattarapon พอล ภัทรพล, TaxBugnoms, ลงทุนเกิร์ล และ ลงทุนแมน
  • BEST INFLUENCER PERFORMANCE ON SOCIAL MEDIA สาขา Investment & Personal Finance ได้แก่ ลงทุนแมน

Lifestyle (สาขาไลฟ์สไตล์)

  • ผู้เข้าชิงได้แก่ Bie The Ska, Kayavine, Kaykai Salaider, Kyutae Oppa และ SpriteDer SPD
  • BEST INFLUENCER PERFORMANCE ON SOCIAL MEDIA สาขา Lifestyle ได้แก่ Kaykai Salaider

Parenting & Kid (สาขาพ่อ แม่ และ เด็ก)

  • ผู้เข้าชิงได้แก่ Guy Haru Family, Little Monster, Lydia Sarunrat Deane, MomMe Chidjun และ MindsetTV
  • BEST INFLUENCER PERFORMANCE ON SOCIAL MEDIA สาขา Parenting & Kid ได้แก่ Little Monster

Pet (สาขาสัตว์เลี้ยง)

  • ผู้เข้าชิงได้แก่ Gluta Story, MUJI SAMA, ข้าวจ้าว หมากวนตีน, เฉโปแมวโง่ และ เป็นแม่แมว
  • BEST INFLUENCER PERFORMANCE ON SOCIAL MEDIA สาขา Pet  ได้แก่ Gluta Story

Travel (สาขาท่องเที่ยว)

  • ผู้เข้าชิงได้แก่ Go Went Go : เที่ยว เว้น เที่ยว, I Roam Alone, Pigkaploy, Sneak out หนีเที่ยว และ อาสา พาไปหลง
  • BEST INFLUENCER PERFORMANCE ON SOCIAL MEDIA สาขา Travel  ได้แก่ I Roam Alone

 

 

  • BEST BRAND PERFORMANCE ON SOCIAL MEDIA BY PLATFORM  
      1. BEST BRAND PERFORMANCE ON SOCIAL MEDIA BY  Facebook ได้แก่ Eucerin
      2. BEST BRAND PERFORMANCE ON SOCIAL MEDIA BY Pantip ได้แก่ Homepro
      3. BEST BRAND PERFORMANCE ON SOCIAL MEDIA BY TikTok ได้แก่ Mirinda
      4. BEST BRAND PERFORMANCE ON SOCIAL MEDIA BY Twitter ได้แก่ AIS
      5. BEST BRAND PERFORMANCE ON SOCIAL MEDIA BY YouTube ได้แก่ NESCAFÉ

 

  • BEST MEDIA INNOVATION   ได้แก่ Blockdit
  • SPECIAL AWARD  ได้แก่ คุณภาคภูมิ เดชหัสดิน จาก หมอแล็บแพนด้า , นายแพทย์ วิทวัส ศิริประชัย จาก Drama – Addict และ รองศาสตราจารย์ ดร. เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ จาก มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์
  • PERSON OF THE YEAR
    1. PERSON OF THE YEAR สาขา BUSINESS  ได้แก่ แอน จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์
    2. PERSON OF THE YEAR สาขา COUPLE OF THE YEAR  ได้แก่ มิว-กลัฟ และ ไบร์ท – วิน 
    3. PERSON OF THE YEAR สาขา POLITICS  ได้แก่ วิโรจน์ ลักขณาอดิศร 
    4. PERSON OF THE YEAR สาขา SOCIAL MOVEMENT  ได้แก่ อานนท์ นำภา
    5. PERSON OF THE YEAR สาขา SPORT  ได้แก่ ชนาธิป สรงกระสินธ์

 

from:https://www.thumbsup.in.th/thailand-zocial-awards-9?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=thailand-zocial-awards-9

SkillLane ธุรกิจการศึกษาที่เติบโตสูงสุด จากการจัดอันดับของ Financial Times ประจำปี 2021

SkillLane (สกิลเลน) บริษัท Online Learning Platform และ Digital Training Platform อันดับหนึ่งของประเทศไทย คว้าอันดับ 36 ของบริษัทที่มีการเติบโตสูงสุดในเอเชียแปซิฟิก และเป็นอันดับหนึ่งของบริษัทที่เติบโตรวดเร็วที่สุดในธุรกิจการศึกษา (Education) จากการจัดอันดับประจำปี 2021 ที่จัดทำร่วมกันระหว่างสื่อชั้นนำระดับโลก Financial Times, Nikkei Asia และบริษัทด้านวิเคราะห์ข้อมูล Statista 

ซึ่งทำการสำรวจจากผลการดำเนินธุรกิจระหว่างปี 2016 – 2019 ของบริษัทหลายพันแห่งใน 13 ประเทศทั่วภูมิภาค สะท้อนความสำเร็จของความมุ่งมั่นในการสร้างแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อการเรียนรู้อย่างไร้ขีดจำกัด ไม่ว่าที่ไหน และเมื่อไร สำหรับทุกคนที่ต้องการหาความรู้และพัฒนาศักยภาพของตนเอง 

นายฐิติพงศ์ พิสิฐวุฒินันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง SkillLane กล่าวว่า “เรามีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้รับการจัดอันดับเป็นหนึ่งในรายชื่อ 500 บริษัทที่มีอัตราการเติบโตสูงสุดของเอเชียแปซิฟิกปี 2021 โดยสื่อชั้นนำระดับโลกอย่าง Financial Times และ Nikkei Asia จากอัตราการเติบโตของรายได้เฉลี่ยต่อปี (CAGR) ที่แข็งแกร่งของเราในช่วงปี 2016 – 2019 ที่สูงกว่า 100นับเป็นบทพิสูจน์ของความสำเร็จอันน่าภาคภูมิใจจากปณิธานของ SkillLane ที่มุ่งสร้างสรรค์นวัตกรรมการเรียนรู้มาโดยตลอด เพื่อตอกย้ำการเป็นแบรนด์แรกในไทยที่คนนึกถึงเมื่อกำลังมองหา On-Demand Skill เพื่อยกระดับทักษะ ความรู้ที่หลากหลาย ครอบคลุมในทุก ๆ เรื่องได้ทันทีที่ต้องการ โดยไม่มีข้อจำกัด”

ปัจจุบัน SkillLane เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในฐานะแพลตฟอร์มคอร์สเรียนออนไลน์สำหรับทุกคนที่ต้องการความก้าวหน้า มุ่งเน้นในการพัฒนาและดึงศักยภาพของคนทำงานออกมาอย่างเต็มที่ ด้วยคอร์สออนไลน์คุณภาพที่สอนโดยผู้เชี่ยวชาญในรูปแบบของวิดีโอให้เลือกเรียนอย่างหลากหลาย ทำให้ทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาทักษะได้อย่างสะดวก ไม่ว่าที่ไหนและเมื่อไร โดยให้บริการอยู่ใน 4 กลุ่มธุรกิจ ประกอบด้วย  

  1. SkillLane for Public (www.SkilllLane.com) แพล็ตฟอร์มการเรียนออนไลน์สำหรับบุคคลทั่วไป ครอบคลุมความรู้และทักษะในหลากหลายสาขา ให้เลือกเรียนตามความชอบและความสนใจ   
  2. SkillLane for Business สำหรับองค์กรต่าง ๆ ที่ต้องการเสริมความรู้ ยกระดับทักษะต่าง ๆ ที่จำเป็นของบุคลากร เพื่อเพิ่มศักยภาพขององค์กร ซึ่งปัจจุบันให้บริการองค์กรชั้นนำของไทยในหลากหลายอุตสาหกรรม  
  3. SkillLane for University ที่พัฒนาขึ้นภายใต้ความร่วมมือกับกับสถาบันการศึกษาชั้นนำ อย่างมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่จัดทำหลักสูตรปริญญาโทออนไลน์ภายใต้แบรนด์ TUXSA (www.SkillLane.com/tuxsa) และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่ร่วมมือพัฒนาระบบการจัดการเรียนการสอนผ่านระบบออนไลน์ให้กับนิสิตของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนยุคปัจจุบันได้อย่างลงตัว สามารถเรียนในสถานที่และเวลาที่สะดวก 
  4. SkillLane CPD (Continuing Professional Development) คือ แพล็ตฟอร์มอบรมเก็บชั่วโมงวิชาชีพออนไลน์เพื่อต่ออายุใบประกอบวิชาชีพต่างๆ โดยในปี 2021 บริษัทได้เริ่มมีการให้บริการกับ ผู้ถือใบอนุญาต Investment Consultant, Investment Planner และคนกลางประกันภัยทุกประเภท ซึ่งในไตรมาสที่ 1 ของปีนี้ เราได้ให้บริการผู้ถือใบอนุญาตหลายพันคนแล้ว และมีแผนที่จะขยายไปยังวิชาชีพอื่นๆ ในอนาคตอันใกล้นี้

นายฐิติพงศ์ กล่าวว่า สถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ที่ผ่านมา เป็นเสมือนตัวเร่งการเจริญเติบโตของธุรกิจออนไลน์ สำหรับ SkillLane เรามองว่า โมเดลธุรกิจใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้นในธุรกิจเทคโนโลยีด้านการศึกษาจะสอดคล้องเทรนด์การศึกษาหลัก ๆ ได้แก่

  1. Lifelong Learning การเรียนรู้ไม่มีวันสิ้นสุด เพราะโลกเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และมีองค์ความรู้ใหม่ ๆ เกิดขึ้นทุกวัน 
  2. On-Demand Learning ผู้คนในยุคปัจจุบันต้องการได้รับการตอบสนองทันที รวดเร็ว ในทุกเรื่อง ไม่มีเว้นแม้แต่การเรียนการศึกษา
  3. Personalized Learning รูปแบบ วิธีการ หรือสไตล์ในการเรียนการสอนที่สามารถปรับแต่ง (Tailor Made) ให้ตอบโจทย์ สอดคล้องกับความชื่นชอบที่แตกต่างกันไปของแต่ละบุคคลได้

from:https://www.thumbsup.in.th/skilllane-most-grow-2021?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=skilllane-most-grow-2021

นายกฯ แถลง ‘ไม่มีเคอร์ฟิว-ไม่มีล็อกดาวน์’ คุมเข้ม 18 จังหวัดสีแดง

วันนี้ (16 เม.ย.)  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงจาก ศบค. ทำเนียบรัฐบาล กรณีการยกระดับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่

โดยมีใจความว่า การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสที่มีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ทำให้ต้องปรับมาตรการตามความจำเป็น ไม่ว่าจะเป็นการจัดหาวัคซีน การฉีดวัคซีน การบริหารการแพร่ระบาด การตรวจสอบคัดกรอง

นายกฯ กล่าวต่อว่าเราไม่เคยหยุดยั้งการทำงาน ขอขอบคุณคณะทำงาน ศบค.ในช่วงที่ผ่านมา และกล่าวยืนยันจะไม่มีการประกาศเคอร์ฟิว ไม่มีการล็อกดาวน์ พร้อมย้ำว่าประเทศไทยต้องชนะ

ทั้งนี้ ในช่วงท้ายของการแถลง นายกรัฐมนตรีประกาศด้วยเสียงดังฟังชัดว่า “ยืนยันได้เลยว่าไม่มีเคอร์ฟิว ไม่มีการล็อกดาวน์”

ในเวลาต่อมา นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. แถลงผลการประชุมว่า ที่ประชุมมีมติให้ยกระดับมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ออกเป็น 2 ระดับ คือ

  • ระดับที่ 1 พื้นที่ควบคุมสูงสุด (สีแดง) จำนวน 18 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ ชลบุรี สมุทรปราการ ประจวบคีรีขันธ์ สมุทรสาคร ปทุมธานี นครปฐม ภูเก็ต นครราชสีมา นนทบุรี สงขลา ตาก อุดรธานี สุพรรณบุรี สระแก้ว ระยอง และขอนแก่น
  • ระดับที่ 2 พื้นที่ควบคุม (สีส้ม) จำนวน 59 จังหวัดที่เหลือ ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา อุบลราชธานี สระบุรี สุราษฎร์ธานี นครสวรรค์ ชุมพร พิษณุโลก นครศรีธรรมราช นราธิวาศ ราชบุรี ฉะเชิงเทรา เพชรบุรี กาญจนบุรี จันทบุรี เชียงราย ปราจีนบุรี บุรีรัมย์ ลพบุรี มหาสารคาม ตราด ชัยภูมิ อ่างทอง สุรินทร์ หนองบัวลำภู อุทัยธานี นครนายก สมุทรสงคราม ศรีสะเกษ แม่ฮ่องสอน ยะลา ชัยนาท สิงห์บุรี ลำพูน เพชรบูรณ์ กระบี่ ลำปาง กำแพงเพชร สุโขทัย พะเยา หนองคาย เลย พิจิตร ระนอง ร้อยเอ็ด สกลนคร พังงา ยโสธร ปัตตานี แพร่ ตรัง อุตรดิตถ์ น่าน อำนาจเจริญ นครพนม บึงกาฬ พัทลุง กาฬสินธุ์ สตูล และ มุกดาหาร

ยกระดับมาตรการป้องกันควบคุมโรค อย่างน้อย 2 สัปดาห์

  1. ปิดสถานบันเทิง ผับ,บาร์,อาบ อบนวด ทุกจังหวัด
  2. ร้านอาหาร นั่งรับประทานในร้านได้ งดจำหน่ายและงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยพื้นที่สีแดงเปิดไม่เกินเวลา 21.00 น. สีส้มเปิดไม่เกิน 23.00 น.
  3. งดกิจกรรมที่มีคนรวมกลุ่มกันเกิน 50 คน กรณีที่จำเป็นให้ขออนุญาตต่อคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด/กรุงเทพมหานคร
  4. งดกิจกรรมงานเลี้ยง สังสรรค์ ยกเว้นสมาชิกในครอบครัวเดียวกัน
  5. งดการเรียนการสอนในห้องเรียน
  6. ปิดสวนสนุกและงดเล่นเครื่องเล่นในห้างสรรพสินค้า
  7. ขอความร่วมมือภาคเอกชน Work from Home ให้มากที่สุด
  8. เข้มมาตรการองค์กร DMHTT คือ การเว้นระยะห่าง สวมหน้ากากอนามัย 100% ล้างมือบ่อย ๆ ตรวจวัดอุณหภูมิ และสแกนไทยชนะ/ หมอชนะ แยกกันรับประทานอาหาร

 

from:https://www.thumbsup.in.th/no-lockdown-no-curfew?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=no-lockdown-no-curfew

จีนสั่งปรับ Alibaba 8 หมื่นล้านบาท ข้อหาผูกขาดทางการค้า

อาลีบาบา (Ailibaba) บริษัทค้าปลีกสัญชาติจีนที่ใหญ่ที่สุดในโลก ถูกทางการจีนสั่งปรับเงิน 2.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐหรือราว 88,000 ล้านบาท ข้อหาละเมิดกฎหมายต่อต้านการผูกขาดตลาด

ย้อนกลับไปในเดือนตุลาคม 2020 ธุรกิจของอาลีบาบาถูกตรวจสอบอย่างเข้มข้นนับตั้งแต่ แจ็ค หม่า ผู้ก่อตั้ง วิจารณ์ระบบการกำกับดูแลของทางการ จากนั้นคณะบริหารดูแลด้านการตลาดแห่งรัฐ (China’s State Administration for Market Regulation : SAMR) ก็ได้การสอบสวนพฤติกรรมผูกขาดตลาดของอาลีบาบาอย่างเป็นทางการ

โดยการสืบสวนหลักคือ แนวทางปฏิบัติที่บังคับให้ผู้ขายเลือกหนึ่งในสองแพลตฟอร์มแทนที่จะทำงานกับทั้งสองแพลตฟอร์ม (ไม่ให้ใช้แพลตฟอร์มคู่แข่ง)

ล่าสุด SAMR ได้สั่งปรับอาลีบาบาเป็นจำนวนเงินราว 88,000 ล้านบาท ในข้อหาละเมิดกฎหมายต่อต้านการผูกขาด และใช้อำนาจทางการตลาดในทางที่ผิด

ทั้งนี้ อาลีบาบาได้แถลงการณ์ยอมรับการลงโทษและจะปฏิบัติตามการกำหนดของ SAMR โดยพร้อมจะให้ความร่วมมือเต็มที่ทั้งการดำเนินการประเมิน และปรับปรุงระบบภายใน เพื่อเป็นประโยชน์ในระยะยาว แก่หุ้นส่วน ผู้ค้ารายย่อย และผู้บริโภคต่อไป

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าตัวเลขค่าปรับจะดูมหาศาล แต่คิดเป็นมูลค่าประมาณ 4%ของรายได้ของอาลีบาบาในปี 2019 เท่านั้น

ที่มา

CNBC

BBC

from:https://www.thumbsup.in.th/alibaba-fine-monopoly?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=alibaba-fine-monopoly

เจาะลึกพฤติกรรม Gen Z ผู้บริโภครุ่นใหม่ที่จะเปลี่ยนโลกการตลาด

สถาบันวิจัยความเป็นอยู่ฮาคูโฮโด อาเซียน หรือ ฮิลล์ อาเซียน (Hakuhodo Institute of Life and Living ASEAN: HILL ASEAN) คลังสมองทางวิชาการซึ่งก่อตั้งโดย ฮาคูโฮโด อิงค์ เอเจนซีโฆษณายักษ์ใหญ่ระดับโลกของญี่ปุ่น ซึ่งก่อตั้งมากว่า 120 ปี แถลงผลวิจัยเชิงลึกล่าสุดในหัวข้อ “Now you Z me: Debunking myths about ASEAN’s Generation Z” (พลิกมุมมองใหม่ พิชิตใจผู้บริโภค Gen Z ในอาเซียน)  โดยมุ่งเน้นไปที่พฤติกรรมกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ในอาเซียน ซึ่งมีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนโลกการตลาดในยุคปัจจุบัน

กลุ่มเป้าหมายของงานวิจัยชิ้นนี้คือ Gen Z หรือผู้ที่เกิดระหว่างปี ค.ศ. 1997 – 2012 และมีอายุระหว่าง 9 – 24 ปี  ซึ่งในปี ค.ศ. 2021 (บันทึก 1)  Gen Z เป็นประชากรกลุ่มค่อนข้างใหญ่ของอาเซียน ในปัจจุบันจำนวนประชากรกลุ่มนี้คิดเป็นประมาณร้อยละ 24% ของจำนวนประชากรทั้งหมด ดังนั้นคนในกลุ่ม Gen Z จึงเป็นเจเนอเรชั่นที่มีความสำคัญและมีอิทธิพลต่อสังคมและเศรษฐกิจของประเทศเป็นอย่างมาก

สิ่งที่ค้นพบจากการสำรวจทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพในประเทศอาเซียน 6 ประเทศ (บันทึก 2) คือ กลุ่ม Gen Z ในอาเซียนได้รับข้อมูลและข่าวสารจากทั่วโลกผ่านทางสมาร์ทโฟน พวกเขาพิจารณาคำพูดและการกระทำของคนในเจเนอเรชั่นก่อนๆ อย่างเป็นกลาง ในมุมมองที่กว้าง พวกเขาต้องการแก้ปัญหาทางสังคมที่อาจเกิดจากคนในเจเนอเรชั่นก่อนๆ โดยการให้ความสำคัญกับตนเอง ครอบครัวและคนรอบตัวอย่างเท่าเทียมกัน ร่วมมือกันแก้ปัญหาถึงแม้ว่าจะมีความแตกต่างระหว่างกัน ฮิลล์ อาเซียนจึงได้ขนานนามคนกลุ่ม Gen Z ซึ่งให้คุณค่ากับความปรองดองและการทำงานร่วมกันว่า ซินเนอร์ไจเซอร์ (SynergiZers) และวิเคราะห์ความสัมพันธ์ส่วนตัว คุณค่าของชีวิต ทัศนคติและพฤติกรรมต่อสื่อของ กลุ่ม Gen Z ดังนี้

คุณลักษณะของ Gen Z ที่มีความเป็น “SynergiZers”

ความสัมพันธ์ส่วนตัว

  • โดยทั่วไป กลุ่ม Gen Z ในอาเซียนถูกพ่อแม่เลี้ยงดูด้วยความสัมพันธ์แบบเป็นเสมือนเพื่อน มีอิสระในการใช้ชีวิต และได้รับการสนับสนุนให้มีความคิดเห็นเป็นของตัวเอง ผู้ตอบแบบสอบถาม 46% เห็นด้วยกับข้อความที่ว่า “ฉันได้รับการสนับสนุนให้ตั้งคำถาม ถกเถียงและมีความเห็นเป็นของตัวเอง”
  • ในขณะเดียวกัน ผู้ตอบแบบสอบถาม 63% เห็นด้วยว่า พวกเขาได้รับการ “สนับสนุนให้ปฏิบัติตามธรรมเนียมปฏิบัติและมาตรฐานของสังคม” พวกเขาเน้นว่า การปฏิบัติตามธรรมเนียมปฏิบัติเป็นไปเพื่อรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับสังคมและสิ่งอื่นๆ รอบตัว
  • 67% ของผู้ตอบแบบสอบถามเห็นด้วยว่า “ความสำเร็จ คือ การทำให้ครอบครัวและเพื่อนฝูงภาคภูมิใจ” พวกเขารักษาคุณค่าของความเป็นอาเซียนซึ่งให้ความสำคัญกับเรื่องครอบครัวเป็นอันดับต้นๆ อันแสดงให้เห็นได้ชัดว่าพวกเขาให้คุณค่าอย่างมากกับการรักษาความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง

สิ่งสำคัญในชีวิต

  • ผู้ตอบแบบสอบถาม 86% เห็นด้วยกับข้อความที่ว่า “ชีวิตเป็นการเติมเต็มความรับผิดชอบ” และ “ชีวิตเป็นเรื่องของการรักตัวเอง” พวกเขาให้คุณค่าทั้งกับตัวเองและครอบครัว พวกเขาคิดว่า คนที่อยู่รอบตัวจะไม่มีความสุขถ้าตัวเขาเองไม่มีความสุข
  • 74% ของผู้ตอบแบบสอบถามเห็นด้วยว่า “ความสำเร็จ คือ การมีความสุขกับสิ่งที่เราเป็น ไม่ว่าคนอื่นจะว่าอย่างไร” ชี้ให้เห็นว่า ตำแหน่งใหญ่โตและการหาเงินทองไม่ใช่ “สิ่งพิสูจน์ความสำเร็จ” สำหรับพวกเขา ในเรื่องอาชีพก็เช่นเดียวกัน ลักษณะสำคัญประการหนึ่งของเจเนอเรชั่นนี้คือ หลายคนให้ความสำคัญกับความพอใจของตน และเสาะหาความก้าวหน้าทีละน้อยด้วยการตั้งเป้าหมายที่เป็นไปได้ 

การใช้โซเชียลมีเดีย

  • พวกเขาเข้าใจกฎระเบียบของการใช้แพลตฟอร์มต่างๆ ของโซเชียลมีเดีย และควบคุมการใช้อัตลักษณ์ในแพลตฟอร์มให้เป็นไปตามกฎระเบียบนั้น แต่พวกเขาไม่ได้สร้างตัวตนปลอมขึ้นมา ทั้งนี้ 82% ของพวกเขาเห็นด้วยกับข้อความที่ว่า “เมื่อฉันโพสต์ในโซเชียลมีเดีย ฉันตระหนักมากในเรื่องคาแรคเตอร์ของฉัน” และ 68% เห็นด้วยกับ “ฉันต้องการแสดงตัวตนที่เป็นธรรมชาติของฉันในโซเชียลมีเดีย”
  • เมื่อเปรียบเทียบกับเจเนอเรชั่นก่อนหน้า พวกเขาชอบโพสต์ในลักษณะที่สามารถสนุกได้โดยสัญชาตญาณและความรู้สึกมากกว่า เช่น สตอรี่ และ มีม

เนื้อหาที่พวกเขาชอบมากที่สุด 3 ข้อแรก คือ

  1. ข้อความและรูปภาพ 60%
  2. วิดีโอ 52%
  3. สตอรี่ 46%

ความสนใจในประเด็นสังคม

  • ในการสัมภาษณ์และการสำรวจเชิงปริมาณของเรา Gen Z บางคนกล่าวว่า พวกเขากังวลเกี่ยวกับอนาคต ในขณะที่ Gen Z หลายคนบอกว่า พวกเขาต้องการแก้ปัญหาสังคม
  • กลุ่ม Gen Z อยู่ในสังคมที่มีปัญหามากมายซึ่งอาจเกิดจากเจเนอเรชั่นก่อนหน้า รวมถึงความกังวลด้านเศรษฐกิจ การเมืองและสังคม ความไม่เท่าเทียม ประเด็นเรื่องสิทธิมนุษยชนและโควิด-19 แต่เราพบว่า พวกเขามีความกระตือรือร้นที่อยากจะแก้ไขปัญหาสังคมร่วมกับคนในกลุ่มเดียวกัน (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมใน “ความต้องการที่จะแก้ไขปัญหาสังคม” ในบทอ้างอิงในหน้า 6)

เกี่ยวกับแบรนด์ต่างๆ

  • 85% เห็นด้วยว่า พวกเขาเต็มใจจ่ายมากขึ้นอีก 10% ถ้าแบรนด์มีส่วนในการแก้ปัญหาทางสังคม พวกเขามีความคาดหวังอย่างมากต่อแบรนด์ต่างๆ และมองว่าแบรนด์ควรเติมเต็มในหลากหลายบทบาท

from:https://www.thumbsup.in.th/consumer-genz-marketing?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=consumer-genz-marketing

LINE เปิดตัว MyRestaurant ต่อยอดแพลตฟอร์ม ช่วยร้านอาหารฝ่าวิกฤต

LINE เดินหน้าพัฒนาเครื่องมือเพื่อผู้ประกอบการ SME ไทยเปิดตัวโซลูชั่นใหม่ MyRestaurant เครื่องมือดิจิทัลช่วยเหลือธุรกิจร้านอาหาร ทั้งโซลูชั่นจัดการหน้าร้านอาหารบริหารข้อมูลลูกค้า มุ่งเพิ่มโอกาสในการขาย สร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการมากกว่าเดิม

ธุรกิจร้านอาหาร เป็นธุรกิจที่มีมูลค่ามหาศาลในระบบเศรษฐกิจของไทย โดยมีมูลค่าโดยรวมในปี 2563 ประมาณ 4 แสนล้านบาท และคาดการณ์ว่ามูลค่าในปี 2564 อาจจะขยายตัวในระดับต่ำเพียงแค่ประมาณร้อยละ 1.4 – 2.6 จากปี 2562 (อ้างอิง: ศูนย์วิจัยกสิกรไทย 2564)

ด้วยสภาพแวดล้อมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยังคงอยู่ กลุ่มผู้ประกอบการร้านอาหาร SME ไปจนถึงร้านอาหารขนาดเล็กข้างทางหรือ Street Food ที่มีหน้าร้านจึงนับเป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก เพราะอาจมีปัจจัยด้านเงินทุน ความรู้ และเครื่องมือในการปรับตัวเพื่อรอดจากวิกฤตน้อยกว่าผู้ประกอบการร้านอาหารขนาดใหญ่อื่นๆ

LINE แพลตฟอร์มแชทยอดนิยม ได้ตระหนักถึงความจำเป็นในการนำเอาเครื่องมือดิจิทัลมาใช้เพื่อสร้างประสิทธิภาพให้กับธุรกิจร้านอาหารขนาดเล็กให้อยู่รอดและเติบโตได้ในปัจจุบัน จึงได้ร่วมกับ LINE MAN Wongnai พัฒนาโซลูชั่นใหม่ “MyRestaurant” เครื่องมือสำหรับการจัดการร้านอาหารโดยเฉพาะ ที่จะช่วยผู้ประกอบการให้สามารถจัดการหน้าร้าน จัดการข้อมูลลูกค้าได้บนแพลตฟอร์มเดียว คือบน LINE Official Account อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสำหรับร้านอาหารทุกขนาดตั้งแต่ขนาดเล็กแบบ Street Food ไปจนถึงขนาดใหญ่ ไม่ว่าระดับใดก็สามารถใช้เครื่องมือนี้ได้ฟรี ถือเป็นตัวช่วยขายดี ที่ทุกธุรกิจร้านอาหารต้องมีในยุคนี้

3 ฟีเจอร์หลักของ MyRestaurant ตัวช่วยใหม่ธุรกิจร้านอาหาร SME

เมนูออนไลน์สั่งง่ายด้วย Smart Menu

เมนูอิเล็กทรอนิกส์บน LINE เชื่อมต่อกับระบบรับออเดอร์ของร้านอาหารได้โดยตรง ลูกค้าสามารถสแกน QR Code เพื่อดูเมนูพร้อมกดสั่งอาหารแบบกินที่ร้านผ่าน LINE ได้ทันที สั่งง่าย ไม่ต้องวุ่นวายบอกเบอร์โต๊ะ แถมรวดเร็ว ทันใจ ไม่ต้องกลัวออเดอร์ผิดพลาด รับนโยบาย contactless ไปด้วยในตัว

หน้าร้านออนไลน์ออกแบบเองได้ตามต้องการผ่าน Rich Menu

แหล่งรวมบริการและโปรโมชั่นต่างๆ ของร้านนำเสนอให้ลูกค้ากดเลือกดูได้ตามใจใน LINE Official Account โดยร้านสามารถออกแบบคอนเทนต์ นำเสนอบริการ โปรโมชั่นต่างๆ ของร้าน ปรับแต่งเองได้ตลอดเวลา เช่น ให้ลูกค้ากดดูเมนูอาหารออนไลน์ (Smart Menu) หรือกดสั่งอาหารเดลิเวอรี่ผ่าน LINE MAN Wongnai ได้ทันที แถมสามารถนำลิงก์ของปุ่มเหล่านี้ไปโปรโมทที่อื่นเพิ่มเติมได้อีกด้วย

สื่อสาร ทำการตลาดได้ดีกว่าเดิมด้วยระบบ Report

รายงานรวบข้อมูลสำคัญทั้งรายงานกลุ่มลูกค้า (Customer Report) และรายงานยอดขาย (Sale Report)  ช่วยให้ร้านสามารถดูข้อมูลเชิงลึกมาวิเคราะห์ต่อยอดกลยุทธ์การตลาดได้ดียิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ข้อมูลกลุ่มลูกค้าที่สั่งอาหารและกดติดตาม LINE Official Account ไปจนถึงข้อมูลยอดขาย รายละเอียดการสั่งซื้อ เมนูที่ลูกค้าสั่ง ความถี่ในการสั่ง และอื่นๆ อีกมากมาย แสดงผลแยกย่อยตามประเภทต่างๆ ให้ร้านสามารถนำไปพัฒนาต่อยอดธุรกิจได้เต็มที่

นางสาวสกุลรัตน์ ตันยงศิริ ผู้อำนวยการธุรกิจ SME LINE ประเทศไทย กล่าวว่า “MyRestaurant เป็นอีกหนึ่งโซลูชั่น ที่สะท้อนถึงความตั้งใจของ LINE ที่มุ่งเคียงข้างผู้ประกอบการไทยในการทำธุรกิจยุคดิจิทัล เราไม่เพียงเป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงธุรกิจให้เข้าถึงผู้ใช้ LINE กว่า 47 ล้านคน แต่ยังมีเครื่องมือที่ช่วยเสริมศักยภาพทั้งและยกระดับร้านอาหารให้ค้าขายได้สะดวก มีประสิทธิภาพ สามารถเพิ่มยอดขายและสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนให้กับผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหารได้อย่างแน่นอน”

ธุรกิจร้านอาหาร สามารถใช้งาน MyRestaurant ได้ฟรี! เพียงมี LINE Official Account ของร้าน และใช้แอปพลิเคชัน Wongnai Merchant App ควบคู่กันก็สามารถเข้าใช้งานได้เลย ผู้ประกอบการร้านอาหารที่สนใจ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเพื่อเข้าใช้งานได้แล้ววันนี้ที่ https://lineforbusiness.com/myrestaurant/

from:https://www.thumbsup.in.th/line-myrestaurant?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=line-myrestaurant

Instagram Reels ปล่อยฟีเจอร์เพลงเต็มรูปแบบ ให้คนไทยได้สนุกและสร้างสรรค์ความเป็นตัวเอง

Facebook เปิดตัว Reels (รีลส์) ในประเทศไทย นำเสนอประสบการณ์ให้ผู้ใช้งานได้สร้างสรรค์ แบ่งปัน และค้นพบวิดีโอสั้นและเพิ่มลูกเล่นตัดต่อต่างๆ พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ด้านดนตรีบน Facebook และ Instagram โดยความร่วมมือกับพันธมิตรอุตสาหกรรมดนตรีเพื่อให้ชาวไทยได้ใช้งาน

“เรารับฟังและได้รับแรงบันดาลใจมาจากสิ่งที่ชุมชนผู้ใช้งานของเรามองหา นอกเหนือจากช่องทางการแชร์วิดีโอทั่วไปแล้ว พวกเขายังอยากมีวิธีการสร้างสรรค์ใหม่ๆ หรือรับชมวิดีโอสั้น หรือวิดีโอที่มีลูกเล่นในการตัดต่อเพื่อเพิ่มความสนุกในเนื้อหา และเปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถเป็นครีเอเตอร์ระดับโลกที่เข้าถึงผู้ชมจำนวนมากขึ้นและมีความหลากหลายขึ้นบน Instagram เรามองว่า Reels เป็นส่วนสำคัญในการสร้างอนาคตด้านความบันเทิงบน Instagram ในวันนี้เรามีความยินดี และรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้นำเสนอช่องทางใหม่ๆ เพื่อให้คนไทยได้แสดงออกถึงตัวตนที่เป็นเอกลักษณ์ของพวกเขาผ่าน Reels” คุณเอริน เพตติกรูว์ ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ Reels กล่าว

มาเป็นครีเอเตอร์บนเวทีระดับโลกด้วย Instagram Reels

การเปิดตัว Reels ในครั้งนี้ถือเป็นการมอบพื้นที่ให้ผู้คนได้สร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ในรูปแบบใหม่ โดยใช้เครื่องมือตัดต่อวิดีโอ เพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้ชมที่ใหญ่ขึ้น และมีความหลากหลายมากขึ้น โดย Reels นั้นมาพร้อมฟีเจอร์ต่างๆ ที่ผู้ใช้งานสามารถใช้ถ่ายวิดีโอ และตัดต่อด้วยเอฟเฟกต์ และรับชมวิดีโอแบบ short form ความยาวประมาณ 15-30 วินาทีได้ โดยแท็บสำหรับ Reels จะถูกเพิ่มเข้ามา ในขณะที่ผู้ใช้งานยังคงสามารถแบ่งปันเรื่องราวดีๆ ผ่านวิดีโอทาง Instagram Stories ข้อความส่วนตัว และฟีดข่าว ได้ตามปกติ

ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป (23 มีนาคม 2564) ผู้ใช้งานในประเทศไทยสามารถใช้ Reels ได้ผ่านฟังก์ชันกล้องของ Instagram เพื่อถ่ายวิดีโอลง Reels ได้โดยตรง หรือสามารถนำวิดีโอที่เก็บไว้ในเครื่องมาตัดต่อโดยใช้ฟีเจอร์ต่างๆ ที่มีให้ โดย Reels นั้นมีเครื่องมือต่างๆ ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้คุณสามารถสร้างวิดีโอสนุกสุดสร้างสรรค์ได้ เช่น

  • ความเร็ว: สามารถเลือกเร่งความเร็ว หรือทำให้วิดีโอหรือเสียงดนตรีช้าลงได้ เพื่อให้วิดีโอเข้ากับจังหวะ หรือทำเป็นวิดีโอสโลโมชันได้
  • ตัวตั้งเวลา: ตั้งเวลาอัดคลิปได้โดยไม่ต้องใช้มือจับ
  • ตัวหนังสือและสติกเกอร์: ผู้ใช้งานสามารถเพิ่มตัวหนังสือหรือสติกเกอร์ในเวลาที่กำหนดได้
  • การจัดแนว: ตั้งหรือเรียงสิ่งที่ต้องการจะถ่ายจากคลิปก่อนหน้าให้ตรงกันก่อนที่จะอัดคลิปต่อไป เพื่อให้แต่ละเทคลื่นไหล ไม่ว่าจะมีการเปลี่ยนชุดหรือเพิ่มเพื่อนเข้าไปในวิดีโอ
  • แต่งให้สวย: เพิ่มความเนียนสวยให้กับวิดีโอ โดยสามารถเลือกความเข้มของเอฟเฟกต์ได้

การเปิดตัว Reels ในประเทศไทยครั้งนี้เป็นการมอบช่องทางใหม่ๆ ให้ผู้ใช้งานชาวไทยได้สร้างเนื้อหาที่น่าสนใจและสะท้อนคาแรคเตอร์และความคิดสร้างสรรค์ที่พวกเขามี โดยแท็บสำหรับ Reels นั้นจะทำให้ผู้ใช้งานทั่วโลกสามารถค้นพบวิดีโอที่เก็บช่วงเวลาแห่งความสนุกและแรงบันดาลใจทั้งจากผู้ใช้งานคนอื่นๆ และครีเอเตอร์บน Instagram

สร้างอนาคตแห่งความบันเทิงด้วย Reels และดนตรี

นอกเหนือจากการเปิดตัว Reels บน Instagram แล้ว วิสัยทัศน์ของ Facebook และการทำงานด้านดนตรี มีความเหมือนกันในเรื่องของการร่วมสร้างชุมชน การทำให้ผู้คนได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น การเป็นช่องทางการแสดงออก และการเป็นหนึ่งเดียวกัน ดังนั้น Facebook จึงได้เปิดตัวช่องทางใหม่เพื่อให้ผู้คนได้ใกล้ชิดกับศิลปินหรือกลุ่มคนดนตรีที่พวกเขาชื่นชอบ

Facebook เปิดตัวฟีเจอร์เพลงบน Facebook และ Instagram แบบเต็มรูปแบบโดยมองว่าเป็นอนาคตแห่งความบันเทิงของแอปพลิเคชันในเครือ โดนครอบคลุมฟีเจอร์ดังนี้

  • คลังเพลงที่ใหญ่ขึ้น เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถสร้างสรรค์เนื้อหาไปพร้อมกับเพลงที่ถูกลิขสิทธิ์
  • สติกเกอร์เพลงบน Facebook Stories และ Instagram Stories
  • สติกเกอร์เนื้อเพลงบน Facebook Stories และ Instagram Stories
  • การใส่เพลงบนโปรไฟล์ Facebook

“เรานำเสียงเพลงและดนตรีมาอยู่บนพื้นที่ที่ผู้คนใช้เพื่อแชร์และเชื่อมต่อถึงกันอยู่แล้ว นั่นทำให้การนำเสนอประสบการณ์ดนตรีของเรามีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เราทำงานร่วมกับพันธมิตรด้านเพลงและดนตรีเพื่อสร้างโอกาสใหม่ๆ ในการเชื่อมต่อบนโซเชียลให้กับเหล่าศิลปิน นักแต่งเพลง คนรักดนตรี และผู้คนผ่านแอปพลิเคชันในเครือ โดยเฉพาะ Facebook และ Instagram” คุณธารินาถ ภัทรเรืองรอง ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธพันธมิตรด้านความบันเทิงของ Facebook ประเทศไทย กล่าว

การเปิดตัวฟีเจอร์ด้านดนตรีในประเทศไทยนี้ เกิดขึ้นได้ผ่านการร่วมมือกับพันธมิตรที่หลากหลาย รวมถึงบริษัท ลิขสิทธิ์ดนตรี (ประเทศไทย) จำกัด โดยคุณณฐพล ศรีจอมขวัญ ประธานกรรมการบริหาร กล่าวว่า “ในยุคปัจจุบัน คนปรับเปลี่ยนวิธีการฟังเพลงและใช้งานดนตรีด้วยรูปแบบใหม่ๆ ตลอดเวลา สำหรับฟีเจอร์เพลงของ Facebook และ Instagram ที่เปิดตัวใหม่นี้จะช่วยให้ผู้ที่ชอบดนตรีได้สัมผัสผลงานและรู้จักอุตสาหกรรมดนตรีในมิติใหม่ๆ มากขึ้น อีกทั้งยังเข้าถึงดนตรีได้ง่ายขึ้นในชีวิตประจำวัน MCT สนับสนุน พัฒนา และส่งเสริมวัฒนธรรมดนตรีในประเทศมาโดยตลอด เรามีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานกับ Facebook ที่จะนำเสนอวิธีการใหม่ๆ ในการแบ่งปันบทเพลงต่อผู้คน สร้างสรรค์งานดนตรีที่พวกเขารัก รวมถึงเพิ่มโอกาสการทำงานให้ศิลปิน ผู้สร้างสรรค์ ได้เข้าถึงกลุ่มแฟนเพลง ผมมองว่าปัจจุบัน Facebook และ Instagram ได้กลายมาเป็นส่วนสำคัญในการขยายผลงานให้กับศิลปิน นักแต่งเพลงอย่างมาก เราหวังว่าฟีเจอร์เพลงใน Facebook และ Instagram นี้จะช่วยให้ศิลปินได้แชร์ผลงานของตัวเองกับแฟนๆ Music creators ได้สร้างสรรค์ผลงานให้ Music lovers ฟังอย่างทั่วถึงมากขึ้น”

from:https://www.thumbsup.in.th/instagram-reelsth?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=instagram-reelsth

Tinder เปิดให้ใช้ Passport ฟรีอีกครั้ง ปักหมุดได้ทั่วโลกตลอดเดือนเมษายน

สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ผ่านไปหนึ่งปีแล้ว สมาชิก Tinder (ทินเดอร์) ทั่วโลกเตรียมตัวจัดกระเป๋าในฝันพร้อมหนีความจำเจไปหาความจริงอีกโลกที่ตื่นเต้นได้แล้วเพราะทินเดอร์จะเปิดให้ใช้ฟีเจอร์พาสปอร์ต (Passport) ฟรีตลอดเดือนเมษายน 2564

ซึ่งสำหรับบางคนการใช้ฟีเจอร์นี้ทำให้พวกเขาสามารถพบเจอ เพื่อนคุยแก้เหงาสุดแซ่บ จากนิวยอร์ก ลอนดอน หรือ โตเกียวในขณะที่บางคนก็อาจจะใช้ฟีเจอร์นี้ เช็คกระแสเรตติ้งของตัวเองในหมู่คนต่างชาติ ระหว่างที่รอพาสปอร์ตวัคซีนก่อนจะออกเดินทางได้จริงๆ แต่ไม่ว่าคุณจะใช้ Passport เพื่อจุดประสงค์อะไรก็ตามฟีเจอร์นี้สามารถช่วยคุณเดินทางเสมือนจริงไปยังสถานที่ต่างๆ ทั่วโลกได้อย่างไม่สิ้นสุดและสามารถพูดคุยกับผู้คนใหม่ๆ ได้โดยไม่ต้องออกจากบ้าน

เมษายนปีที่แล้วทินเดอร์ได้เปิดให้ใช้ฟีเจอร์นี้ฟรี ตลอดทั้งเดือน ทำให้สมาชิกทินเดอร์ทั่วโลกราว 25% ลองใช้ฟีเจอร์นี้และได้บันทึกการใช้งาน #tinderpassport ลงบน TikTok ซึ่งมีคนเข้ามาชมแล้วถึง 72 ล้านครั้ง (ซึ่งยอดวิวมีการเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ) สมาชิกที่ใช้ฟีเจอร์นี้สามารถหาคู่แมตช์ทะลุ 1.4 พันล้านคู่

มิสเตอร์อูดิ มิโล รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์ ทินเดอร์ เปิดเผยว่า “เป็นครั้งแรกที่เราเห็นผู้คนเข้ามาใช้งานฟีเจอร์ Passport กันอย่างล้นหลามเพราะผู้คนต่างโหยหาการเชื่อมต่อระหว่างกัน หลังจากผ่านไปหนึ่งปีเราคาดหวังว่าจะมีผู้คนจำนวนมากเข้ามาใช้งานเช่นเดิมแต่อาจจะด้วยเหตุผลที่เปลี่ยนไปซึ่งนั่นก็คือความเป็นไปได้ พวกเราทุกคนต่างก็อยากจะให้สถานการณ์เช่นนี้จบลงโดยเร็ว แต่จนถึงขณะนี้คนทั่วโลกส่วนใหญ่ยังจำเป็นต้องอยู่บ้าน ฟีเจอร์ Passport ของทินเดอร์ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถจินตนาการได้ว่าชีวิตจะเป็นอย่างไรหากสามารถออกเดินทางท่องเที่ยว พบปะผู้คนใหม่ๆ และสามารถวางแผนการเดินทางได้อีกครั้ง

ฟีเจอร์ Passport เปิดให้ใช้บริการได้ฟรีไปจนถึงวันที่ 30 เมษายนนี้ สำหรับคนที่ต้องการหาแรงบันดาลใจสักเล็กน้อยในการเดินทางครั้งนี้อาจจะเกิดคำถามว่า “แล้วจะเริ่มต้นที่ไหนก่อนดี” ทินเดอร์จึงได้เผยอันดับประเทศที่มีเคมีตรงกันที่สุด (ซึ่งหมายถึงมีการปัดขวามากที่สุด*)

10 อันดับ ประเทศยอดนิยมจากทั่วโลก

  1. ลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา
  2. นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา
  3. ลอนดอน สหราชอาณาจักร
  4. ปารีส ฝรั่งเศส
  5. ไมอามี สหรัฐอเมริกา
  6. โตเกียว ญี่ปุ่น
  7. โซล เกาหลี
  8. สต็อกโฮล์ม สวีเดน
  9. อัมสเตอร์ดัม เนเธอร์แลนด์
  10. มอสโก สหพันธรัฐรัสเซีย

ทั้งนี้ ผู้ใช้งานสามารถเริ่มต้นการใช้งานฟีเจอร์ Passport บนแอปทินเดอร์ ด้วยการเข้าไปที่การตั้งค่า จากนั้นเลือกที่ location เพิ่มจุดหมายปลายทางใหม่ แล้วก็ปักหมุดได้เลย

from:https://www.thumbsup.in.th/tinder-passport?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=tinder-passport