คลังเก็บหมวดหมู่: THUMBSUP

JustCo ลดค่าเช่าพื้นที่ช่วยธุรกิจลดปัญหาค่าใช้จ่ายช่วง COVID-19

จัสโค (Justco) หนึ่งในผู้นำให้บริการด้านพื้นที่ทำงาน ประกาศมาตรการช่วยเหลือสมาชิกด้วยการลดอัตราค่าสมาชิกแบบรายเดือนลง 15-30% ในเดือนพฤษภาคม 2563 นี้

คิดเป็นมูลค่ารวมเกือบร้อยล้านบาท เพื่อรับมือกับวิกฤติการณ์ COVID-19 ที่เกิดขึ้น และเพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลในการเยียวยาธุรกิจภาคเอกชน การประกาศมาตรการนี้ออกมา แม้จะยังไม่ได้รับการตอบรับ ในการลดค่าเช่าพื้นที่จากผู้ให้เช่าอาคารสำนักงานให้กับจัสโคเองเลยก็ตาม

คง วัน ซิง ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ จัสโค ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า “สมาชิกถือเป็นหัวใจหลักในการทำธุรกิจของเราและหลายบริษัทกำลังตกอยู่ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก แม้จะเป็นการตัดสินใจที่ยากมากในการออกนโยบายลดค่าสมาชิกรายเดือนที่มีมูลค่ารวมเกือบร้อยล้านบาท แต่สิ่งนี้จะเป็นเสมือนเกราะคุ้มภัยให้เราทุกคนก้าวผ่านช่วงเวลาที่ย่ำแย่นี้ไปด้วยกัน”

มาตรการลดค่าสมาชิกรายเดือนของจัสโคนี้จะเป็นประโยชน์ต่อบริษัทกว่า 3,000 ราย ซึ่งรวมถึงผู้ประกอบการ สตาร์ทอัพ ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง (SMEs) และองค์กรขนาดใหญ่ทั้งหมดที่เป็นสมาชิกของจัสโคใน 8 เมืองใหญ่ ได้แก่ สิงคโปร์ กรุงเทพฯ จาการ์ต้า ไทเป โซล เมลเบิร์น ซิดนีย์ และเซี่ยงไฮ้

วัน ซิง กล่าวเพิ่มเติม “ค่าเช่าออฟฟิศหรือพื้นที่สำนักงานถือเป็นสัดส่วนก้อนใหญ่ในค่าใช้จ่ายด้านปฏิบัติการ (operating cost) ของธุรกิจ ในยามวิกฤติเช่นนี้ เราอยากขอความเห็นใจจากผู้ให้เช่าอาคารสำนักงานหรือแลนด์ลอร์ดในการออกมาตรการช่วยลดค่าเช่า เพื่อลดภาวะตึงเครียดในส่วนเงินทุนหมุนเวียนและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ให้แก่ผู้เช่าอาคาร”

ทั้งนี้ สมาชิกของจัสโคจะได้รับการลดค่าสมาชิกรายเดือนเป็นเวลา 1 เดือนในเดือนพฤษภาคม 2563 นี้ สำหรับผู้ที่เป็นสมาชิกเกินสองปีจะได้รับส่วนลดสูงถึง 30% และน้อยกว่าสองปีที่ 15% ซึ่งใช้ได้กับสมาชิกแบบ JustDesk Unlimited, JustDesk Dedicated และ JustStudio ในทุกประเทศ และต้องมีสถานะเป็นสมาชิกของจัสโคก่อนหรือ ณ วันที่ 1 เมษายน 2563 

 

from:https://www.thumbsup.in.th/justco-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%98

JustCo ลดค่าเช่าพื้นที่ช่วยธุรกิจลดปัญหาค่าใช้จ่ายช่วง COVID-19

จัสโค (Justco) หนึ่งในผู้นำให้บริการด้านพื้นที่ทำงาน ประกาศมาตรการช่วยเหลือสมาชิกด้วยการลดอัตราค่าสมาชิกแบบรายเดือนลง 15-30% ในเดือนพฤษภาคม 2563 นี้

คิดเป็นมูลค่ารวมเกือบร้อยล้านบาท เพื่อรับมือกับวิกฤติการณ์ COVID-19 ที่เกิดขึ้น และเพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลในการเยียวยาธุรกิจภาคเอกชน การประกาศมาตรการนี้ออกมา แม้จะยังไม่ได้รับการตอบรับ ในการลดค่าเช่าพื้นที่จากผู้ให้เช่าอาคารสำนักงานให้กับจัสโคเองเลยก็ตาม

คง วัน ซิง ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ จัสโค ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า “สมาชิกถือเป็นหัวใจหลักในการทำธุรกิจของเราและหลายบริษัทกำลังตกอยู่ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก แม้จะเป็นการตัดสินใจที่ยากมากในการออกนโยบายลดค่าสมาชิกรายเดือนที่มีมูลค่ารวมเกือบร้อยล้านบาท แต่สิ่งนี้จะเป็นเสมือนเกราะคุ้มภัยให้เราทุกคนก้าวผ่านช่วงเวลาที่ย่ำแย่นี้ไปด้วยกัน”

มาตรการลดค่าสมาชิกรายเดือนของจัสโคนี้จะเป็นประโยชน์ต่อบริษัทกว่า 3,000 ราย ซึ่งรวมถึงผู้ประกอบการ สตาร์ทอัพ ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง (SMEs) และองค์กรขนาดใหญ่ทั้งหมดที่เป็นสมาชิกของจัสโคใน 8 เมืองใหญ่ ได้แก่ สิงคโปร์ กรุงเทพฯ จาการ์ต้า ไทเป โซล เมลเบิร์น ซิดนีย์ และเซี่ยงไฮ้

วัน ซิง กล่าวเพิ่มเติม “ค่าเช่าออฟฟิศหรือพื้นที่สำนักงานถือเป็นสัดส่วนก้อนใหญ่ในค่าใช้จ่ายด้านปฏิบัติการ (operating cost) ของธุรกิจ ในยามวิกฤติเช่นนี้ เราอยากขอความเห็นใจจากผู้ให้เช่าอาคารสำนักงานหรือแลนด์ลอร์ดในการออกมาตรการช่วยลดค่าเช่า เพื่อลดภาวะตึงเครียดในส่วนเงินทุนหมุนเวียนและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ให้แก่ผู้เช่าอาคาร”

ทั้งนี้ สมาชิกของจัสโคจะได้รับการลดค่าสมาชิกรายเดือนเป็นเวลา 1 เดือนในเดือนพฤษภาคม 2563 นี้ สำหรับผู้ที่เป็นสมาชิกเกินสองปีจะได้รับส่วนลดสูงถึง 30% และน้อยกว่าสองปีที่ 15% ซึ่งใช้ได้กับสมาชิกแบบ JustDesk Unlimited, JustDesk Dedicated และ JustStudio ในทุกประเทศ และต้องมีสถานะเป็นสมาชิกของจัสโคก่อนหรือ ณ วันที่ 1 เมษายน 2563 

 

from:https://www.thumbsup.in.th/justco-low-cost-for-business

วิธีสร้าง Ad บน TikTok แอปวีดีโอที่มาแรงที่สุดในตอนนี้

นาทีนี้คงไม่มีใคร ไม่รู้จัก Tiktok แอปพลิเคชั่นวีดีโอสั้นที่มาแรงที่สุดในเวลานี้ มีผู้ใช้งานกว่า 800 ล้านแอคทีฟต่อเดือน ทำให้แอปนี้กลายเป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มที่นักการตลาดจะมองข้ามไม่ได้แล้ว ยิ่งถ้าคุณกำลังมองหากลุ่มเป้าหมายที่อายุน้อยกว่า 30 ปีด้วยละก็ ต้องไม่พลาดแพลตฟอร์มนี้เลย

มีใครใช้งาน Tiktok บ้าง

จากกลุ่มตัวอย่างพบว่าแบรนด์ที่ทำโฆษณาบน tiktok นั้น และประสบความสำเร็จได้นั้นมีหลายแบรนด์และสถิติเหล่านี้จะบอกให้รู้ว่าคุณควรทำโฆษณาบน tiktok หรือไม่

  • ผู้ใช้งานแตะ 800 ล้านรายต่อเดือน (เทียบกับ LinkedIn 660+ ล้านราย Reddit 430+ ล้าน, Snapchat 218+ ล้าน, Twitter 340+ ล้าน และ Pinterest 322+ ล้าน
  • ยอดดาวน์โหลดผ่านระบบปฏิบัติการณ์ 2 ระบบรวมกันมากกว่า 1,500 ล้านครั้ง
  • เป็นแอพที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับ 6 ของโลกจากจำนวนผู้ใช้งานรายเดือน
  • ครอบคลุมการใช้งานกว่า 150 ประเทศทั่วโลก
  • ประเทศที่ดาวน์โหลดสูงสุดคือ สหรัฐอเมริกา, ญี่ปุ่น, อินเดียและเกาหลี
  • 63.5% เป็นสัดส่วนของผู้ใช้งานที่อายุต่ำกว่า 29 ปี
  • 51% ของผู้ใช้งานในสหรัฐอเมริกา ทำเงินผ่านแพลตฟอร์มนี้กว่า 75,000 เหรียญสหรัฐต่อปี

สถิติเหล่านี้ดูน่าสนใจหรือไม่ แต่ถ้าลองดูส่วนอื่นๆ ประกอบด้วยจะน่าสนใจกว่านี้

รูปแบบโฆษณาบน Tiktok

Tiktok มีรูปแบบการทำโฆษณาที่หลากหลายเพื่อให้ถึงกลุ่มเป้าหมายได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น

  • In-Feed Video : โฆษณาจะปรากฏในหน้า News Feed ของกลุ่มเป้าหมาย
  • Brand Takeover : โฆษณานี้จะแสดงผลขึ้นมาทันทีเมื่อผู้ใช้งานเปิดแอปขึ้น
  • Hashtag Challenge : โฆษณาจะปรากฏในรูปแบบของ Hashtag บน Discovery page เพื่อให้คนอื่นมาร่วมกันปั่นแฮชแท็กให้เป็นวงกว้าง
  • Branded AR Content : สร้างสติกเกอร์หรือเอฟเฟ็กต์ AR ในนามของแบรนด์
  • Customer Influencer Package : เป็นสปอนเซอร์คอนเทนต์ให้แก่เหล่าอินฟลูเอนเซอร์บนระบบ tiktok

นักการตลาดจึงจำเป็นต้องมีบัญชีโฆษณาบน tiktok เพื่อเข้าถึงเครื่องมือเหล่านี้ เพราะจะมีหน้า dashboard สำหรับนักการตลาดในการสร้างแคมเปญเหล่านี้ด้วยตนเองได้เลย

เริ่มต้นใช้เครื่องมืออย่างไร

หลังจากสมัครเข้าใช้งานแล้ว คุณต้องกรอกรายละเอียดของแคมเปญ เพื่อสร้างโฆษณาของคุณขึ้น tiktok จะช่วยให้คุณจัดระเบียบการโฆษณาได้หลายระดับ โดยคุณจะต้อง

  • กำหนดวัตถุประสงค์ของแคมเปญให้ชัดเจนก่อน
  • จากนั้นค่อยกำหนดระยะเวลาที่โฆษณาชิ้นนี้จะอยู่บนระบบ
  • ระบุกลุ่มเป้าหมาย
  • จากนั้นก็สร้างเนื้อหาคอนเทนต์ที่เราต้องการให้ผู้ใช้งานมาเข้าร่วม
  • หลังบ้านของ Tiktok จะทำการประมวลผลโฆษณาของคุณ

เรตราคาที่น่าสนใจ

แน่นอนว่ารูปแบบการทำโฆษณาแต่ละอย่างก็จะมีเงื่อนไขค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกัน ดังนี้

  • In-Feed Video : ราคาของโฆษณาประเภทนี้ เฉลี่ยอยู่ที่ 8 แสน – 1 ล้านบาทต่อวัน
  • Brand Takeover : ราคาของโฆษณาประเภทนี้ เฉลี่ยอยู่ที่ 1.65 ล้านบาทต่อวัน
  • Hashtag Challenge : ราคาของโฆษณาประเภทนี้ เฉลี่ยอยู่ที่ 4.94 ล้านบาทต่อ 6 วัน
  • Branded AR Content : ราคาของโฆษณาประเภทนี้ เฉลี่ยอยู่ที่ 2.6-4 ล้านบาทต่อเอฟเฟค
  • Customer Influencer Package : ราคาของโฆษณาประเภทนี้จะเฉลี่ยอยู่ที่ 20,000-33,000 บาทต่อโพสต์

ดังนั้นใครที่สนใจอยากลองทำโฆษณาแบบไหนก็เลือกสรรกันได้เลยนะคะ

 

ที่มา : Hootsuite

from:https://www.thumbsup.in.th/how-to-advertising-on-tiktok

อาชีพที่ได้รับการยกเว้นจาก “เคอร์ฟิว”

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ออกข้อกำหนดออกความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 3) โดยออกข้อกำหนดเพิ่มเติม ห้ามบุคคลใดทั่วราชอาณาจักรออกนอกเคหสถานระหว่างเวลา 22.00-04.00 น. ของวันรุ่งขึ้น ตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย.63 ไปจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงประกาศดังกล่าว โดยมีข้อยกเว้นบุคคลที่ประกอบอาชีพดังต่อไปนี้

1.ผู้ปฏิบัติงานด้านการแพทย์

2.ผู้ปฏิบัติงานด้านการธนาคาร

3.ผู้ปฏิบัติงานด้านการขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภค

4.ผู้ปฏิบัติงานด้านผลผลิตการเกษตร

5.ผู้ปฏิบัติงานด้านยา เวชภัณฑ์ เครื่องมือแพทย์

6.ผู้ปฏิบัติงานด้านหนังสือพิมพ์

7.ผู้ปฏิบัติงานด้านการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง

8.ผู้ปฏิบัติงานด้านการขนส่งพัสดุภัณฑ์

9.ผู้ปฏิบัติงานด้านการขนส่งสินค้าเพื่อการนำเข้าหรือส่งออก

10.ผู้ปฏิบัติงานด้านการขนย้ายประชาชนไปสู่เอกเทศเพื่อกักกันตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ

11.ผู้ปฏิบัติงานที่มีการเข้าออกเวรทำงานผลัดกลางคืนตามปกติ

12.ผู้ที่เดินทางมาจากหรือไปยังท่าอากาศยาน โดยมีเอกสารรับรองความจำเป็นหรือเอกสารเกี่ยวกับสินค้าหรือการเดินทาง

13.เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานตามข้อกำหนด ประกาศ หรือคำสั่งต่างๆ ของทางราชการ

14.ผู้ที่มีเหตุจำเป็นอื่นๆ โดยได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่

from:https://www.thumbsup.in.th/privileged-occupation-during-curfew

Grab แจงดราม่า ยกเลิกการเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมในช่วงโควิด-19

จากกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลทางโซเชี่ยลมีเดียเกี่ยวกับการเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมของแอปพลิเคชัน “Grab” ล่าสุด แกร็บ ประเทศไทย ได้ออกหนังสือชี้แจงถึงข้อเท็จจริงในประเด็นต่างๆ ดังนี้

บริษัทฯ ได้ยุติการเก็บค่าธรรมเนียมการใช้แอปพลิเคชันสำหรับบริการจัดส่งพัสดุ (GrabExpress) และบริการผู้ช่วยฝากซื้อสินค้าพร้อมส่งถึงบ้าน (GrabAssistant) โดยเริ่มตั้งแต่วันนี้  (3 เมษายน 2563) เป็นต้นไป ทั้งนี้ แกร็บจะมอบโค้ดส่วนลดมูลค่า 40 บาทให้กับผู้ที่ได้ใช้บริการทั้งสองประเภทในระหว่างวันที่ 31 มีนาคมถึง 2 เมษายนที่ผ่านมา เพื่อเป็นการชดเชยให้กับผู้ใช้บริการ โดยโค้ดส่วนลดดังกล่าวสามารถใช้ได้ถึงวันที่ 30 เมษายน 2563 นี้

บริษัทฯ ขอยืนยันว่า แกร็บไม่เคยเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการใช้แอปพลิเคชันสำหรับบริการจัดส่งอาหาร (GrabFood) แต่อย่างใด

บริษัทฯ ขอชี้แจงว่า จุดประสงค์ของการเก็บค่าธรรมเนียมการใช้แอปพลิเคชันที่ได้ดำเนินไปก่อนหน้านี้ก็เพื่อนำรายได้ส่วนนี้ไปใช้ในการคุ้มครองและดูแลพาร์ทเนอร์คนขับที่มีจำนวนเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในระหว่างเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคมที่ผ่านมาซึ่งแกร็บได้มีการเพิ่มจำนวนพาร์ทเนอร์คนขับกว่า 29,000 คน และกำลังเปิดรับเพิ่มอีกอย่างน้อย 35,000 คนในเดือนเมษายนนี้ เพื่อเป็นการกระจายรายได้ให้กับคนไทยและรองรับการให้บริการลูกค้าในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 นอกจากนี้ ค่าธรรมเนียมดังกล่าวยังจะถูกนำไปใช้ในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย และพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อส่งเสริมคุณภาพการให้บริการของแกร็บให้ดียิ่งขึ้น

ยืนยันดูแลคนขับอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา บริษัทฯ  ได้ให้การคุ้มครองและดูแลพาร์ทเนอร์คนขับอย่างต่อเนื่อง อาทิ
การทำประกันอุบัติเหตุในกรณีเสียชีวิตระหว่างการปฏิบัติงานสำหรับพาร์ทเนอร์คนขับทุกคนสูงสุด 200,000 บาทต่อคน
การทำประกันค่ารักษาพยาบาลเมื่อเกิดอุบัติเหตุระหว่างการปฏิบัติงานสำหรับพาร์ทเนอร์คนขับรถยนต์ 100,000 บาท และพาร์ทเนอร์คนขับรถจักรยานยนต์ 50,000 บาท
การทำประกันสุขภาพสำหรับพาร์ทเนอร์คนขับรถจักรยานยนต์ประจำที่มียอดการให้บริการสูง
การทำประกันอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์สำหรับคนขับประจำที่มียอดการให้บริการสูง โดยคุ้มครองบุคคลที่สามถึง 200,000 บาทและคุ้มครองค่าซ่อมรถสูงสุด 10,000 บาท

นอกจากนี้ สำหรับในสถานการณ์ปัจจุบัน บริษัทฯ ยังได้ทำประกันคุ้มครองรายได้ให้กับพาร์ทเนอร์คนขับทุกคน ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ โดยมอบเงินชดเชย 500 บาทต่อวัน สูงสุด 15 วันหากพาร์ทเนอร์คนขับป่วยเป็นโรคโควิด-19 พร้อมจัดหาหน้ากากอนามัย ตลอดจนสเปรย์ฆ่าเชื้อในอากาศและเจลแอลกอฮอล์ล้างมือเพื่อมอบให้กับพาร์ทเนอร์คนขับให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้มาตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา

อย่างไรก็ดี จากกระแสตอบรับที่เกิดขึ้น บริษัทฯ ขอน้อมรับทุกความคิดเห็นและกราบขออภัยต่อการประกาศเก็บเพิ่มค่าธรรมเนียมการใช้แอปพลิเคชันจากบางบริการในช่วงที่ผ่านมา พร้อมขอยืนยันว่า แกร็บจะไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมใดๆ เพิ่มขึ้นอีกตลอดช่วงวิกฤติโควิด-19  ทั้งนี้ บริษัทฯ จะหาทางในการรับมือกับต้นทุนที่เกิดขึ้นอย่างสุดความสามารถ โดยคำนึงถึงความเหมาะสมและการสร้างความพึงพอใจต่อผู้บริโภค พาร์ทเนอร์คนขับ และพาร์ทเนอร์ร้านอาหาร ให้ดีที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ในภาวะวิกฤติเช่นนี้

from:https://www.thumbsup.in.th/grab-cancel-fee-during-covid

Grab ประกาศชี้แจง กรณีดราม่าเรียกเก็บค่าธรมเนียมใช้แอป ยืนยันไม่มีเก็บเพิ่มตลอดช่วงโควิด-19

 

จากประเด็นดราม่าที่ร้อนแรงอยู่ตอนนี้ เกี่ยวกับการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมต่างๆ ของ Grab ที่ทำให้เกิดกระแสไม่พอใจบนโลกออนไลน์นั้น ล่าสุดทาง Grab ประเทศไทยได้มีการชี้แจงแล้วดังนี้

Grab ชี้แจงกรณีดราม่าเก็บค่าธรรมเนียม

“สืบเนื่องจากกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลบนช่องทางโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับการประกาศเก็บค่าธรรมเนียมการใช้แอปพลิเคชันของแกร็บนั้น แกร็บ ประเทศไทย ขอเรียนชี้แจงให้ทราบถึงข้อเท็จจริงในประเด็นต่างๆ ดังนี้

บริษัทฯ ได้ยุติการเก็บค่าธรรมเนียมการใช้แอปพลิเคชันสำหรับบริการจัดส่งพัสดุ (GrabExpress) และบริการผู้ช่วยฝากซื้อสินค้าพร้อมส่งถึงบ้าน (GrabAssistant) โดยเริ่มตั้งแต่วันนี้ (3 เมษายน 2563) เป็นต้นไป

ทั้งนี้ แกร็บจะมอบโค้ดส่วนลดมูลค่า 40 บาทให้กับผู้ที่ได้ใช้บริการทั้งสองประเภทในระหว่างวันที่ 31 มีนาคมถึง 2 เมษายนที่ผ่านมา เพื่อเป็นการชดเชยให้กับผู้ใช้บริการ โดยโค้ดส่วนลดดังกล่าวสามารถใช้ได้ถึงวันที่ 30 เมษายน 2563 นี้
บริษัทฯ ขอยืนยันว่า แกร็บไม่เคยเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการใช้แอปพลิเคชันสำหรับบริการจัดส่งอาหาร (GrabFood) แต่อย่างใด

บริษัทฯ ขอชี้แจงว่า จุดประสงค์ของการเก็บค่าธรรมเนียมการใช้แอปพลิเคชันที่ได้ดำเนินไปก่อนหน้านี้ก็เพื่อนำรายได้ส่วนนี้ไปใช้ในการคุ้มครองและดูแลพาร์ทเนอร์คนขับที่มีจำนวนเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในระหว่างเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคมที่ผ่านมาซึ่งแกร็บได้มีการเพิ่มจำนวนพาร์ทเนอร์คนขับกว่า 29,000 คน และกำลังเปิดรับเพิ่มอีกอย่างน้อย 35,000 คนในเดือนเมษายนนี้

เพื่อเป็นการกระจายรายได้ให้กับคนไทยและรองรับการให้บริการลูกค้าในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 นอกจากนี้ ค่าธรรมเนียมดังกล่าวยังจะถูกนำไปใช้ในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย และพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อส่งเสริมคุณภาพการให้บริการของแกร็บให้ดียิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ให้การคุ้มครองและดูแลพาร์ทเนอร์คนขับอย่างต่อเนื่อง อาทิ

  • การทำประกันอุบัติเหตุในกรณีเสียชีวิตระหว่างการปฏิบัติงานสำหรับพาร์ทเนอร์คนขับทุกคนสูงสุด 200,000 บาทต่อคน
  • การทำประกันค่ารักษาพยาบาลเมื่อเกิดอุบัติเหตุระหว่างการปฏิบัติงานสำหรับพาร์ทเนอร์คนขับรถยนต์ 100,000 บาท และพาร์ทเนอร์คนขับรถจักรยานยนต์ 50,000 บาท
  • การทำประกันสุขภาพสำหรับพาร์ทเนอร์คนขับรถจักรยานยนต์ประจำที่มียอดการให้บริการสูง
  • การทำประกันอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์สำหรับคนขับประจำที่มียอดการให้บริการสูง โดยคุ้มครองบุคคลที่สามถึง 200,000 บาทและคุ้มครองค่าซ่อมรถสูงสุด 10,000 บาท

นอกจากนี้ สำหรับในสถานการณ์ปัจจุบัน บริษัทฯ ยังได้ทำประกันคุ้มครองรายได้ให้กับพาร์ทเนอร์คนขับทุกคน ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ โดยมอบเงินชดเชย 500 บาทต่อวัน สูงสุด 15 วันหากพาร์ทเนอร์คนขับป่วยเป็นโรคโควิด-19 พร้อมจัดหาหน้ากากอนามัย ตลอดจนสเปรย์ฆ่าเชื้อในอากาศและเจลแอลกอฮอล์ล้างมือเพื่อมอบให้กับพาร์ทเนอร์คนขับให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้มาตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา

อย่างไรก็ดี จากกระแสตอบรับที่เกิดขึ้น บริษัทฯ ขอน้อมรับทุกความคิดเห็นและกราบขออภัยต่อการประกาศเก็บเพิ่มค่าธรรมเนียมการใช้แอปพลิเคชันจากบางบริการในช่วงที่ผ่านมา พร้อมขอยืนยันว่า แกร็บจะไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมใดๆ เพิ่มขึ้นอีกตลอดช่วงวิกฤติโควิด-19 ทั้งนี้ บริษัทฯ จะหาทางในการรับมือกับต้นทุนที่เกิดขึ้นอย่างสุดความสามารถ โดยคำนึงถึงความเหมาะสมและการสร้างความพึงพอใจต่อผู้บริโภค พาร์ทเนอร์คนขับ และพาร์ทเนอร์ร้านอาหาร ให้ดีที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ในภาวะวิกฤติเช่นนี้”

from:https://www.thumbsup.in.th/grab-drama-fee-covid-19

“ตั้งคำถาม” แทน “ระดมสมอง” วิธีคิดงานขององค์กรระดับโลก

เมื่อได้รับมอบหมายให้คิดงานหรือแก้ไขปัญหา หลายคนอาจใช้วิธีระดมสมองให้คนในทีมช่วยคิดไอเดีย หรือเสนอความคิดเห็น เพื่อให้งานเดินหน้า แต่นั่นไม่ใช่วิธีที่มีประสิทธิภาพเสมอไป

ในทางปฏิบัติการ “ระดมสมอง” ไม่ใช่วิธีที่แย่ แต่ก็มีทางเลือกที่มีประสิทธิภาพพอๆ กันนั่นคือ “การตั้งคำถาม” หลายคนให้ความสำคัญกับคำตอบ จนลืมสิ่งสำคัญที่ควรจะมาก่อนคือคำถามที่ควรถาม ซึ่งการตั้งคำถามเป็นวิธีที่บริษัทระดับโลกอย่าง Netflix, Airbnb ใช้ในการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ

ทำไมการระดมสมองถึงไม่เวิร์ค?

การระดมสมองคือการให้คนค้นหาคำตอบสำหรับคำถามหรือปัญหาที่ตั้งไว้ ซึ่งคำตอบอาจไม่ถูกต้องหรือยังไม่ถึงจุดที่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ในทางกลับกันการตั้งคำถามจะช่วยหาความเป็นไปได้ในการเปลี่ยนแปลงหลายๆ อย่าง รวมถึงค้นหาคำตอบได้อย่างไม่สิ้นสุด

นี่คือ 4 ขั้นตอนง่ายๆ ในการตั้งคำถาม ดังนี้

1.เริ่มต้นด้วยเป้าหมาย

เป้าหมายไม่ใช่คำตอบ แต่เป็นจุดมุ่งหมายหรือผลลัพธ์ที่ต้องการ เช่น “ต้องการให้ลูกค้าจดจำแบรนด์ได้” “อยากเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน” เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นให้กับทุกคนในทีมสำหรับขั้นต่อไป

2.ตั้งคำถามให้ได้มากที่สุด

เมื่อได้เป้าหมายแล้ว ให้ทุกคนในทีมตั้งคำถามให้ได้มากที่สุด ซึ่งวิธีนี้สามารถแยกกันคิดได้แล้วนำมารวมกันทีหลัง เช่น “ลูกค้าคิดอย่างไรเมื่อเห็นโลโก้แบรนด์” “ทำไมถึงเสียเวลาในการประชุมมากที่สุด” สิ่งสำคัญคือให้ตั้งคำถามเพียงอย่างเดียว ห้ามหาคำตอบ

3.ปรับคำถาม “ปลายปิด” ให้เป็น “ปลายเปิด”

หากเปลี่ยนคำในคำถามเพียงนิดเดียวก็สามารถเปลี่ยนคำตอบได้เลย เมื่อได้ลิสต์คำถามมาแล้ว ให้ปรับเปลี่ยนให้เป็นคำถามที่เป็น “ปลายปิด” เป็นคำถาม “ปลายเปิด” เพื่อให้เกิดการคิด การเรียนรู้ และสามารถหาความเป็นไปได้ใหม่ เช่น “คิดอย่างไร” “ทำไม” “เกิดอะไรขึ้น” “อะไรจะเกิดขึ้น หาก…”

4.จัดลำดับความสำคัญ

เมื่อได้ลิสต์คำถามให้สมาชิกแต่ละคนเลือกคำถาม 3 ข้อที่คิดว่าเป็นประโยชน์ที่สุดและสนใจที่จะค้นหาคำตอบของคำถามนั้น วิธีนี้จะช่วยจัดลำดับความสำคัญของคำถามได้ ว่าคำถามไหนสำคัญในตอนนี้และคำถามไหนที่ยังไม่อยู่ในขอบเขตตอนนี้

คำถามที่ดีจะนำมาซึ่งคำตอบที่ดี

การตั้งคำถามที่ดีไม่ได้ช่วยแค่หาคำตอบ แต่จะนำเราไปสู่วิธีการและเป้าหมายที่ชัดเจนยิ่งขึ้น เพราะเราจะเห็นจุดสำคัญ นำไปสู่การตัดสินใจที่ถูกต้องมากยิ่งขึ้น

อ้างอิง Inc., SUCCESS

from:https://www.thumbsup.in.th/questioning-instead-brainstorming