คลังเก็บหมวดหมู่: thectalkthai

Linux Foundation ออกรายงานศึกษาช่องโหว่ในซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์ส

Linux Foundation’s Core Infrastructure Initiative (CII) และ Labotary for Innovation of Science จากฮาร์วาร์ดได้ร่วมกันออกรายงานวิเคราะห์ช่องโหว่ในซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สหรือ Census II โดยศึกษาถึงปัจจัยของช่องโหว่ที่เกิดขึ้นและแพ็กเกจโอเพ่นซอร์สที่ได้รับความนิยมซึ่งถูกนำไปใช้เป็นส่วนประกอบในแอปพลิเคชันจริง

Credit: ShutterStock.com

ต้องบอกว่า Census II เป็นรายงานผลการศึกษาในเฟสสอง (ยังไม่จบ) ซึ่งพาร์ทแรก Census I จะศึกษาเกี่ยวกับว่าแพ็กเกจซอฟต์แวร์ไหนใน Debian ที่มีผลกระทบสำคัญต่อการทำงานของ Kernel ซึ่งในผลการศึกษาใน Census II จะศึกษาว่าส่วนประกอบโอเพ่นซอร์สไหนเป็นส่วนประกอบในแอปพลิเคชันจริงที่ถูกใช้บ่อยและมีความเสี่ยงจากช่องโหว่อย่างไร

โดยนิยามของ Free and Open Source Software (FOSS) ไม่ได้หมายถึงโปรแกรมโอเพ่นซอร์สอย่าง MySQL, Apache หรือ Linux แต่หมายถึงไลบรารีหรือส่วนประกอบเล็กๆ ที่นักพัฒนานำเข้ามาใช้ในโปรเจ็คโดยส่วนใหญ่อาจจะมีโค้ดแค่ไม่กี่ร้อยบรรทัด ซึ่งแม้ว่าจะเป็นส่วนประกอบเล็กๆ แต่ก็สร้างจุดอ่อนได้อย่างมีนัยสำคัญดังเช่นที่เกิดขึ้นกับบั๊ก Heartbleed ที่เกิดขึ้นในไลบรารี OpenSSL

สำหรับผลการศึกษากว่า 200 โปรเจ็คโอเพ่นซอร์สพบว่ามีโปรเจ็ค JavaScript ยอดนิยมคือ Async, Inherits, Isarray, Kind-of, Lodash, Minimist, Natives, QS:A, Readable-stream และ String_decoder ส่วนโปรเจ็คที่ไม่ใช่ JavaScript ที่ได้รับความนิยมคือ Com.fasterxml.jackson.core:jackson-core, Com.fasterxml.jackson.core:jackson-databind, Com.google.guava:guava, Commons-codec, Commons-io, Httpcomponents-client, Httpcomponents-core, Logback-core, Org.apache.commons:commons-lang3 และ Slf4j เป็นต้น ทั้งหมดนี้อาจจะดูไม่คุ้นสำหรับคนที่ไม่ใช่โปรแกรมเมอร์

ปัญหาที่ทีมนักวิจัยค้นพบว่าเป็นความเสี่ยงให้เกิดช่องโหว่มีดังนี้

  • ไม่มีมาตรฐานกลางในการตั้งชื่อส่วนประกอบซอฟต์แวร์เหล่านั้น ซึ่งทำให้เกิดความซับซ้อนต่อการป้องกันด้านความมั่นคงปลอดภัยตามมา โดย NIST เองพยายามแก้ปัญหามาระยะใหญ่แล้ว
  • 7 ใน 10 ของโปรเจ็คโอเพ่นซอร์สมาจากบัญชีนักพัฒนาส่วนบุคคล นั่นหมายความว่าการป้องกันยังอาจไม่เข้มงวดเท่ากับโปรเจ็คจากบริษัทยักษ์เช่น Microsoft, Google หรือ IBM เป็นต้น ทำให้เป็นไปได้ว่าเมื่อบัญชีเหล่านั้นถูกแฮ็ก อาจส่งผลกระทบในวงกว้างด้วยความนิยมของส่วนประกอบนั้นๆ
  • นักพัฒนายังไม่ยอมปรับเปลี่ยนแพ็กเกจใหม่ๆ แทนของเดิมในแอป อาจเพราะกลัวเรื่องบั๊กหรือด้วยเหตุผลใดก็ตาม ทั้งที่แพ็กเกจใหม่ก็ทำงานฟังก์ชันเดียวกัน ดังนั้นส่วนแอปพลิเคชันที่ใช้งานจริงจึงมีความเสี่ยงต่อช่องโหว่จากแพ็กเก็จเก่านั่นเอง ทั้งนี้การเขียนแอปใหม่อาจดูน่าสนุกกว่าอัปเดตโค้ดเดิมแต่ก็เป็นเรื่องจำเป็น

ผู้สนใจสามารถติดตามรายงานได้ที่ ‘Vulnerabilities in the Core, a preliminary report and Census II of open-source software

ที่มา :  https://www.zdnet.com/article/the-linux-foundation-identifies-the-most-important-open-source-software-components-and-their-problems/ และ  https://www.securitymagazine.com/articles/91752-the-linux-foundation-harvards-lab-for-innovation-science-release-census-for-open-source-software-security

from:https://www.techtalkthai.com/linux-foundation-report-census-ii-study-opensource-software-vulnerabilities/

Microsoft ออก Office ฟรี! สำหรับผู้ใช้งานแอนดรอยด์

เวอร์ชันของ Office นี้ต่างจากปกติเป็นการรวมทั้ง Excel, Word และ PowerPoint ไว้ภายในแอปเดียว ซึ่งจากเดิมเป็นการแยกแต่ละแอป นอกจากนี้ยังฟรีด้วย

credit : PlayStore

ในเวอร์ชันฟรีของ Office ที่ถูกปล่อยออกมาจะมีฟีเจอร์พื้นฐานนอกจากการ Edit และอ่านเอกสารได้เช่น

  • สแกนภาพหรือ QR โดยใช้กล้องมือถือ
  • ถ่ายโอนไฟล์ไปยังคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์รอบข้าง
  • จดโน๊ตและซิงค์โครไนซ์กับ Windows 10 Sticky Note 
  • สแกนข้อความจากภาพหรือ Speedsheet
  • เซ็นเอกสาร PDF ด้วยนิ้วมือ

สำหรับผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดมาลองใช้ได้จาก PlayStore หากต้องการฟีเจอร์เพิ่มขึ้นก็สามารถอัปเกรตได้ และผู้ใช้งาน Galaxy Note 10 จะมีแอปนี้ติดมาอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าแอปรวม Office ใหม่นี้กับ Office ของเดิมจะมี Roadmap เป็นอย่างไรในระยะยาว

ที่มา :  https://www.zdnet.com/article/microsoft-free-unified-office-app-is-now-open-to-all-android-users/ และ  https://thenextweb.com/apps/2020/02/17/microsoft-just-combined-word-excel-and-powerpoint-into-a-single-handy-android-app/

from:https://www.techtalkthai.com/microsoft-launches-free-unified-office-for-android/

Exclusive Networks ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้จัดจำหน่าย Pure Storage อย่างเป็นทางการในไทยและมาเลเซีย

Exclusive Networks Asia บริษัท Value-added Distributor ชื่อดัง ประกาศข้อตกลงความร่วมมือกับ Pure Storage (NYSE: PSTG) ผู้นำด้านโซลูชันการจัดเก็บข้อมูลที่ให้บริการ Data Experience อันทันสมัยและเป็นผู้นำทางด้าน Primary Storage บน Magic Quadrant ของ Gartner โดยก่อนหน้านี้ Exclusive Networks เป็นผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของ Pure Storage ในยุโรปและตะวันออกกลางมาอย่างยาวนาน และขยายไปสู่อินโดนีเซียเมื่อปีที่ผ่านมา

พันธกิจของ Exclusive Networks คือการผลักดันนวัตกรรมด้าน Cybersecurity และ Cloud อันล้ำสมัยเข้าสู่ตลาดและขยายออกไปสู่ผู้ใช้ในภูมิภาคต่างๆ ตลาด Storage ในปัจจุบันต้องเผชิญกับความท้าทายอย่างหนักในการบริหารจัดการโครงข่ายที่มีความซับซ้อน ต่างคนต่างทำงาน และมีการโยกย้ายผสานรวมในทุกๆ 2 – 3 ปี Pure Storage ไม่ได้เป็นเพียงแค่ผู้นำในการจุดกระแสการใช้งาน Storage แบบ All Flash ทั่วโลกเท่านั้น แต่ยังพลิกโฉมตลาดด้วยแนวคิด Storage แบบ Evergreen, โมเดลเชิงธุรกิจรูปแบบใหม่ และช่องทางการให้บริการแบบยึดพาร์ทเนอร์เป็นศูนย์กลาง

“ด้วยโมเดลการออกสู่ตลาดแบบยึดพาร์ทเนอร์เป็นศูนย์กลาง 100% ของ Pure Storage ผู้จัดจำหน่ายของเราจะรับหน้าที่สำคัญในการสนับสนุนเครือข่ายของตัวแทนจำหน่ายและร้านค้าในแต่ละตลาดเพื่อผลักดันให้ทุกคนโตไปด้วยกัน เพิ่มช่องทางและการขยายโซลูชันของ Pure Storage ไปสู่แต่ละประเทศ”

“เป้าหมายปลายทางของ Pure Storage คือการตอบรับความต้องการของลูกค้า และช่วยนำทางพวกเขาให้ข้ามพ้นความท้าทายในการทำ Digital Transformation ไปได้ การมุ่งเป้าโฟกัสที่ความสำเร็จของลูกค้าของ Pure Storage ได้รับการพิสูจน์เป็นที่เรียบร้อยจากดัชนีชี้วัดความพึงพอใจของลูกค้า Net Promoter Score ที่สูงถึง 86.6% ส่งผลให้เราครองตำแหน่งผู้นำ 1% แรกของบริษัทแบบ B2B และนับเป็นปีที่ 4 แล้วที่คะแนนของเราเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ”

“เรามั่นใจว่า Exclusive Networks จะช่วยเราฝ่าฝันความท้าทายในการสร้างความสำเร็จให้แก่ลูกค้าในประเทศไทยและมาเลเซีย เราแบ่งปันแนวคิดและพันธะผูกพันร่วมกันในการสนับสนุนลูกค้าของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้วยเทคโนโลยีพลิกโฉมอันล้ำสมัย” — Andrew Fisher, VP, Channels and Distribution, APJ, Pure Storage

“เรารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ทำงานร่วมกับ Pure Storage ในตลาดมาเลเซียและประเทศไทย การจับมือกับ Pure Storage จะช่วยสร้างข้อได้เปรียบให้แก่เหล่าพันธมิตรของเราในการนำ AI, Hybrid Cloud, Data Protection, Software-defined Storage มาช่วยเพิ่มโอกาสทางด้านธุรกิจ และประสบความสำเร็จในการเพิ่มช่องทางรายได้ใหม่ๆ จากการเปลี่ยนแปลงของรูปแบบเทคโนโลยี” — Brad Gray, SVP for AsiaPac, Exclusive Networks กล่าว

สนใจหรือต้องการทราบข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ Pure Storage กรุณาติดต่อฝ่ายการตลาด (Marketing) อีเมล marketing_th@exclusive-networks.com หรือโทร (+66) 2 694 1421-3

เกี่ยวกับ Exclusive Networks

Exclusive Networks เป็นผู้เชี่ยวชาญ VAD ระดับโลกทางด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์และโซลูชันระบบคลาวด์ ซึ่งเป็น 2 เทคโนโลยีหลักที่พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันในยุคดิจิทัล ศักยภาพอันเด่นชัดนี้ได้รับการสนับสนุนโดยเจ้าของผลิตภัณฑ์ชั้นเลิศ ทักษะอันหาที่เปรียบไม่ได้ และการเป็นเจ้าของบริการอันแสนประทับใจตั้งแต่การสนับสนุนเชิงเทคนิกก่อนและหลังการขาย ไปจนถึงการใช้เช่า การอบรม การให้บริการอย่างมืออาชีพ และการบริหารจัดการโปรเจ็กต์ระดับโลก ด้วยการมีสำนักงานกระจายอยู่ใน 5 ภูมิภาค กว่า 100 ประเทศทั่วโลก Exclusive Networks มีโมเดล “การขายแบบภายในท้องถิ่น ในสเกลระดับโลก” อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งช่วยให้เหล่าพันธมิตรสามารถประสบความสำเร็จในการก้าวสู่ระดับโลกได้ ในขณะที่สามารถส่งมอบผู้จัดจำหน่ายที่มีความเชี่ยวชาญและมุ่งมั่นในการให้บริการภายท้องถิ่นซึ่งพร้อมเพิ่มมูลค่าการให้บริการได้ในเวลาเดียวกัน สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.exclusive-networks.com

from:https://www.techtalkthai.com/exclusive-networks-appointed-as-pure-storage-distributor-in-thailand-and-malaysia/

Fortinet ออก Next-gen Firewall รุ่นใหม่ Fortigate 1800F

Fortinet ได้ประกาศเปิดตัว Next-gen Firewall รุ่นใหม่หรือ Fortigate 1800F โดยภายในมีการใช้ชิป NP7 ที่บริษัทคุยว่ามีผลเปรียบเทียบเหนือกว่าคู่แข่งอย่างมาก

credit : fortinet.com

Fortigate 1800F มาพร้อมกับพอร์ต 40 Gbps ทำ IPSec VPN ได้ที่ 60 Gbps และเปิดฟีเจอร์ SSL Inspection ได้ที่ 15 Gbps ทั้งนี้ข้อดีต้องยกให้ชิป NP7 (Network Processor Unit) ของ Fortinet ที่สร้างออกมาเพื่อประมวลผลด้านทราฟฟิคระดับเครือข่ายโดยเฉพาะ เนื่องจากบริษัทมองว่าอุปกรณ์ด้านความมั่นคงปลอดภัยไม่ควรสร้างปัญหาคอขวดให้แก่องค์กรอย่างที่แล้วมา นอกจากนี้ยังส่งผลไปถึงการตอบโจทย์องค์กรสมัยใหม่ในงานด้าน Machine Learning ที่มักมีการถ่ายโอนข้อมูลขนาดใหญ่ภายในองค์กร

สำหรับความสามารถ SSL Inspection ที่เพิ่มขึ้นก็จะช่วยให้องค์กรตรวจจับทราฟฟิคเข้ารหัสซึ่งกว่า 60% มักถูกใช้เป็นช่องทางนี้หลบซ่อนการทำงานของมัลแวร์ ยังไม่นับรวมการตอบโจทย์ทราฟฟิคของ VXLAN ที่มีการใช้งานในองค์กรด้วย

ที่มา :  https://www.zdnet.com/article/fortinet-launches-its-next-gen-firewall-np7-security-processing-unit/ และ  https://www.fortinet.com/corporate/about-us/newsroom/press-releases/2020/fortinet-unveils-new-fortigate-1800F-enable-high-performance-dynamic-internal-segmentation.html

from:https://www.techtalkthai.com/fortinet-launches-fortigate-1800f-with-np7-chip/

Dell Technologies เปิดตัวโซลูชันใหม่ยกระดับตลาด Edge Computing

Dell Technologies ได้เพิ่มระดับความสำคัญแก่ตลาด Edge Computing ที่คาดว่าจะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ด้วยการเปิดตัว Modular Data Centre Micro 415 พร้อมกับแพลตฟอร์มช่วยประมวลผลข้อมูลสตรีมมิงจาก Edge (Streaming Data Platform)

credit : Zdnet

ในหัวข้อการประกาศใหม่ครั้งนี้มี 2 ส่วนหลักคือ

1.) Dell EMC Modular Data Centre Micro 415 หรือแร็กตัวหนึ่งที่มีลักษณะกะทัดรัดเหมาะกับให้เหมาะกับการตั้งไว้ที่ระดับ Edge ซึ่งมาพร้อมกับระบบการปรับอุณหภูมิ ระบบป้องกันไฟ ตรวจจับควัน ระบบความเย็น และระบบกุญแจป้องกัน อย่างไรก็ตามยังมีส่วนประกอบอื่นๆ ที่ออกมาพร้อมกับแร็กซึ่งบริษัทชี้ว่าสามารถไปด้วยกันได้คือ

  • Dell EMC Power Edge XE420 Server – เซิร์ฟเวอร์ 2 Socket ที่มาพร้อมกับ Storage ขนาดกว่า 92 TB 
  • Dell EMC Remote Controller Software (iDRAC9) – ซอฟต์แวร์ที่ทำหน้าที่ให้ผู้ดูแลบริหารจัดการเซิร์ฟเวอร์ได้แบบ Remote  
credit : blocksandfiles.com

2.) Streaming Data Platform เป็นแพลตฟอร์มตัวหนึ่งที่ช่วยให้องค์กรสามารถวิเคราะห์ข้อมูลที่ส่งมาจากระดับ Edge แบบเรียลไทม์ได้ เนื่องจาก Dell Technologies มองเห็นแล้วมาการจัดการ Streaming Data นั้นไม่ใช่เรื่อง่ายเพราะปัญหาเรื่องของลำดับในการรับข้อมูลและการจัดการข้อมูล Unstructure ในระดับเรียลไทม์ ทั้งนี้แพลตฟอร์มยังได้ใช้ซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สในหลายส่วนดังนี้ (ตามรูปด้านบน)

  • Pravega – เป็นตัวจัดการข้อมูลสตรีมมิง
  • Flink – เป็นส่วนวิเคราะห์ข้อมูล โดย DELL EMC มี Flink เวอร์ชันระดับองค์กรที่ชื่อ Ververica Flink ที่ลูกค้าสามารถเขียนซอฟต์แวร์มาเชื่อมต่อเพื่อทำการ Integrate เข้ากับระบบอื่นของตนได้

อย่างไรก็ตาม Dell ยังได้ตอบโจทย์เรื่อง Availability ของแพลตฟอร์มด้วยการใช้ Kubernetes ภายใต้การจัดการของ Pivotal Container Service นั่นเอง ติดตามเพิ่มเติมได้ที่นี่

โดยทั้ง Modular Data Centre และ Power Edge XE420 จะปล่อยออกมาได้ราวไตรมาส 2 ปีนี้แต่ Streaming Data Platform และ iDRAC9 นั้นพร้อมใช้งานได้แล้ววันนี้

ที่มา :    https://blocksandfiles.com/2020/02/18/dell-emcs-rack-in-a-box-streaming-data-storage-platform/ และ  https://www.zdnet.com/article/dell-updates-adds-to-edge-computing-portfolio/ และ  https://blog.dellemc.com/en-us/dell-emc-streaming-data-platform-enables-insights-for-streaming-data-from-the-edge/

from:https://www.techtalkthai.com/dell-technologies-launches-streaming-data-platform-and-rack-micro-415/

Dell Technologies ขายต่อส่วนธุรกิจ RSA ด้วยมูลค่า 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

Dell Technologies ได้ขายต่อส่วนธุรกิจ RSA ให้กลุ่มนักลงทุนที่นำโดย Symphony Technology Group, Ontario Teacher’s Pension Plan Board และ AlpInvest Partner เป็นเงินสดด้วยมูลค่าราว 2,075 ล้านเหรียญสหรัฐฯหรือกว่า 60,000 ล้านบาท

ธุรกิจ RSA ตกมาอยู่ในมือ Dell Technologies เนื่องการการเข้าซื้อกิจการ EMC ในปี 2015 ซึ่งได้ซื้อ RSA ด้วยราคาใกล้เคียงกันนี้ตั้งแต่ปี 2006 โดยผลิตภัณฑ์ของ RSA ที่จะตกทอดสู่ผู้ซื้อรายใหม่คือ RSA Archer, RSA NetWitness Platform, RSA SecureID, RSA Fraud and Risk และ Risk Intelligence และ RSA Conference

Jeff Clarke, COO และ Vice Chairman ของ Dell Technologies ได้เผยผ่านบล็อกว่า “การร่วมกันของ Dell Technologies และ RSA ได้ทำให้ทั้งสองเข้าสู่ตลาดได้หลากหลายมากขึ้น แต่การขาย RSA จะช่วยให้ Dell Technologies มีความยืดหยุ่นในการรวมนวัตกรรมภายใต้เครือของตนมากกว่า ในขณะที่ RSA เองก็จะได้กลับไปสนใจในเรื่องที่ตัวเองถนัด

ที่มา :  https://techcrunch.com/2020/02/18/dell-sells-rsa-to-consortium-led-by-symphony-technology-group-for-over-2b/ และ  https://www.securityweek.com/dell-sell-rsa-security-unit-2-billion

from:https://www.techtalkthai.com/dell-technologies-sells-rsa-for-2-billions/

[Guest Post] Sale Force Management (SFA) ระบบสนับสนุนการขาย HotProfile

หากคุณกำลังมองหาเครื่องมือสนับสนุนการขาย “HotProfile” เป็นระบบที่ช่วยจัดการฐานข้อมูลลูกค้า ครอบคลุมทั้งการขาย การตลาด การเงิน และความสัมพันธ์กับลูกค้า ระบบการจัดการนามบัตรด้วยนวัฒกรรมชั้นสูง เป็นเครื่องมือสนับสนุนการขายแบบบูรณาการ เพื่อสนับสนุนการขาย ซึ่งประกอบด้วยคู่ค้าทางธุรกิจตามนามบัตร รวมทั้งยังสามารถวิเคราะห์พัฒนา SFA (Sales Force Automation) ตัวเลือกสำหรับการพัฒนาการขายได้อีกด้วย

credit: netcube.co.th

HotProfile (SFA,CRM) ระบบที่ช่วยจัดการฐานข้อมูลลูกค้า ครอบคลุมทั้งการขาย การตลาด การเงิน และความสัมพันธ์กับลูกค้า ระบบการจัดการนามบัตรด้วยนวัฒกรรมชั้นสูง เป็นเครื่องมือสนับสนุนการขายแบบบูรณาการ เพื่อสนับสนุนการขาย ซึ่งประกอบด้วยคู่ค้าทางธุรกิจตามนามบัตร รวมทั้งยังสามารถวิเคราะห์พัฒนา SFA (Sales Force Automation) ตัวเลือกสำหรับการพัฒนาการขายได้อีกด้วย

SFA ( Sales Force Automation ) คืออะไร?

credit : https://netcube.co.th/

เป็นเทคนิคการใช้ซอฟท์แวร์มาช่วยทําธุรกิจงานขายโดยอัตโนมัติทั้งการสั่งซื้อ, การจัดการเรื่องการติดต่อประสานงาน, การใช้สารสนเทศ, การควบคุมและการติดตามสินค้าคงคลัง, การติดตามการสั่งซื้อ, การบริหารลูกค้าสัมพันธ์, วิเคราะห์พยากรณ์การขาย และประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงาน ในการทําธุรกิจหลากหลายประเภทนั้น บางธุรกิจใช้วิธีการพัฒนาซอฟท์แวร์ขึ้นมาใช้งานตามความต้องการและเหมาะสมกับธุรกิจของตนเอง แม้ในการเลือกซื้อซอฟท์แวร์ต้องรู้จักเลือกให้เหมาะสมด้วย

  • ฝ่ายขาย – ลดการป้อนข้อมูลให้น้อยที่สุดด้วย SFA – ป้อนข้อมูลของลูกค้าโดยอัตโนมัติ อีกทั้งป้อนเพียงแค่ข้อมูลข้อจำเป็นต่อบริษัทในการดำเนินการและยังใช้งานง่ายในสมาร์ทโฟนได้ด้วย
  • ฝ่ายบริหาร – มองเห็นสถานการณ์ของธุรกิจ – สามารถจัดทำรายงานที่ปรับแต่งรายละเอียดเฉพาะที่ต้องการได้ รู้จุดที่บกพร่อง และแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว
  • ฝ่ายการตลาด – เพิ่มประสิทธิภาพบริหารการขาย – สามารถวางแผนกระบวนการขาย และระดับกำลังการขายได้ และหากการขายมีจุดใดที่ติดชะงัก ระบบจะมีการเตือนให้ทราบปัญหาได้อย่างรวดเร็ว

Inside Sales คืออะไร?

credit : https://netcube.co.th/

เป็นเทคนิคการขายที่ใช้วิธีการขายโดยใช้โทรศัพท์ , อีเมล , การประชุมผ่าน Video Call แอปพลิเคชั่น ฯลฯ เป็นวิธีการขายโดยไม่ต้องไปเข้าพบลูกค้าถึงบริษัทลูกค้า เชื่อมต่อการจัดการนามบัตร ทำให้สามารถดำเนินกิจกรรมการขายด้วยข้อมูลลูกค้าที่เป็นล่าสุดอยู่เสมอ และยังช่วยลดการป้อนข้อมูลบนหน้าจอภายในให้น้อยที่สุด ตระหนักถึงงานขายที่มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ การร่วมมือกันกับฝ่ายขายภาคสนาม จะทำได้ด้วยการเชื่อมโยง SFA อีกด้วย

  • รวบรวมข้อมูลลูกค้า – รวบรวมข้อมูลทั้งหมดของลูกค้า คอยติดตามและคอยอัพเดทข้อมูลใหม่ๆ อยู่เสมอ
  • สร้างเงื่อนไขการค้นหาที่ต้องการ – ดูจากประวัติการเข้าขายหรือประเภทขององค์กร สามารถแยกรายชื่อได้
  • ใช้โทรศัพท์หรืออีเมลในการดำเนินงานขาย – ขายได้โดยโดยใช้โทรศัพท์ , อีเมล , การประชุมผ่านแอพลิเคชั่นวีดีโอ ฯลฯ เป็นวิธีการขายโดยไม่ต้องไปเข้าพบถึงบริษัทลูกค้า
  • ช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า – การจัดการประวัติการติดต่อกับลูกค้า รายงานการไปพบลูกค้าในรูปแบบของเราเองทำให้แจกแจงรายละเอียดได้ง่ายและสะดวกขึ้น โดยการรวบรวมเหล่านี้จะเป็นสินทรัพย์ที่สำคัญของบริษัท

คุณเคยประสบปัญหาเหล่านี้หรือไม่?

1.) พนักงานลาออกแต่นำนามบัตรบริษัทติดตัวไปด้วย

นามบัตรถือเป็นสินทรัพย์ของบริษัท เก็บนามบัตรเข้าตู้เซฟ และเปลี่ยนมาใช้ระบบการจัดการนามบัตร

2.) หาเอกสารสำคัญไม่เจอ จำข้อมูลลูกค้าไม่ได้

ช่วยจัดการข้อมูลเอกสารต่างๆ จำแนกเป็นหมวดหมู่ สามารถย้อนดูประวัติการติดต่อหรือกิจกรรมการขายได้

3.) เข้าหาลูกค้าไม่ได้ ติดต่อบริษัทได้ยาก

ค้นพบบริษัทที่มีความสนใจต่อสินค้าของคุณ ด้วยฟังก์ชั่นของ HotProfile (SFA,CRM)

ทำความรู้จัก Hotprofile (SFA,CRM)

สิ่งที่จำเป็น ไม่ใช่ “การจัดเรียงนามบัตร” แต่เป็น “การจัดกลุ่มลูกค้า” Hot Profile เป็นเครื่องมือสนับสนุนการขาย ที่จะช่วยจัดการรวบรวมข้อมูลของลูกค้า และง่ายต่อการค้นหาคีย์เวิร์ดที่จะทำให้เข้าถึงลูกค้าได้ง่ายขึ้น

credit : https://netcube.co.th/

เพิ่มประสิทธิภาพการขายและเพิ่มโอกาสขายด้วย “HOT PROFILE” (SFA,CRM)

รวบรวมฟังก์ชั่นที่อำนวยความสะดวกเพื่อสนับสนุนการขาย เช่น “จัดการนามบัตร” “ค้นหากลุ่มลูกค้าโอกาส” “SFA” “แชท” ด้วยการรวบรวมฟังก์ชั้นที่หลากหลายไว้ในโปรแกรมเดียว ทำให้สามารถนำไปใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะกับยุคปัจจุบันที่มีการแข่งขันสูง

credit : https://netcube.co.th/

จุดเด่นของ Hot Profile (SFA,CRM)

เราสามารถทำการจัดการเลือกข้อมูลที่ต้องการให้แสดงจากในฐานข้อมูล HOT PROFILE เพื่อให้เห็นภาพรวมของสถานะองค์กรตนเองในปัจจุบัน ไม่ว่าจะสั่งให้ออกมาเป็นในรูปแบบ กราฟหรือให้ออกมาเป็นลายลักษณ์อักษร ก็ทำได้เช่นกัน สามารถใช้ในการประชุมเพื่อให้เห็นภาพสถานะที่ชัดเจนในหัวข้อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นยอดขาย การดำเนินการกิจกรรมการขาย ของพนักงานขายรายบุคคล เพื่อพัฒนาองค์กรและใช้ในการสนับสนุนการขายได้อย่างดีเยี่ยม

credit : https://netcube.co.th/

ทำไมต้องเลือก HotProfile (SFA,CRM)

1.) จัดการเปลี่ยนนามบัตรให้เป็นทรัพย์สินของบริษัท

ผู้ให้บริการจะแปลงนามบัตรให้เป็นข้อมูล เพียงแค่สแกนนามบัตรหรือถ่ายรูปเท่านั้น สามารถมองเห็นเครือข่ายองค์กรภายในจะได้รับแจ้งเมื่อบุคลากรภายในบริษัทได้ทำการแลกเปลี่ยนนามบัตรกับลูกค้า ทำให้ทราบถึงความสัมพันธ์ระหว่างลูกค้ากับบุคลากรภายในได้

2.) ขยายโอกาสทางธุรกิจ

จะได้รับการแจ้งข่าวล่าสุดของบริษัทโดยอัตโนมัติ โดยข้อมูลการเปลี่ยนแปลงบุคลากรจะมาถึงคุณโดยตรง มีระบบการค้นหาบริษัทตามนามบัตรที่อยู่ใกล้เคียง และผู้ให้บริการจะกำหนดข้อมูลแอตทริบิวต์ของบริษัทให้โดยอัตโนมัติ

3.) สร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า

การจัดการประวัติการติดต่อกับลูกค้า การจัดการประวัติการติดต่อกับลูกค้ารายงานการไปพบลูกค้าในรูปแบบของเราเองทำให้แจกแจงรายละเอียดได้ง่ายและสะดวกขึ้น โดยการรวบรวมเหล่านี้จะเป็นสินทรัพย์ที่สำคัญของบริษัท

ฟังก์ชั่นของ Hotprofile (SFA,CRM)

1.) เปลี่ยนนามบัตรใช้เป็นข้อมูล และส่งอีเมลโดยตรง

  • ผู้ให้บริการจะแปลงนามบัตรให้เป็นข้อมูล เพียงสแกนนามบัตรหรือถ่ายรูปเท่านั้นก็จะมีผู้ดำเนินการกรอกข้อมูลไว้ให้
  • สามารถมองเห็นเครือข่ายองค์กรภายใน เมื่อนำนามบัตรเข้าระบบแผนภูมิองค์กรจะถูกสร้างขึ้นโดยอัตโนมัติ
  • แจ้งการเชื่อมต่อ จะได้รับแจ้งเมื่อบุคลากรภายในบริษัทได้ทำการแลกเปลี่ยนนามบัตรกับลูกค้า ทำให้ทราบความสัมพันธ์ระหว่างลูกค้ากับบุคลากรภายในได้
credit : https://netcube.co.th/

2.) ค้นพบกลุ่มลูกค้าเป้าหมายด้วยระบบอัตโนมัติ

  • แจ้งข่าวล่าสุดของบริษัทโดยอัตโนมัติ เพียงแค่ลงทะเบียนนามบัตรข่าวสารล่าสุด
  • ค้นหาบริษัทตามนามบัตรที่อยู่ใกล้เคียง สามารถค้นหาบริษัทอื่น ๆ ที่อยู่ใกล้ตำแหน่งปัจจุบันของคุณด้วยนามบัตร
  • กำหนดแอตทริบิวต์ของบริษัทโดยอัตโนมัติ เมื่อลงทะเบียนนามบัตรแล้ว ผู้ให้บริการจะกำหนดข้อมูลแอตทริบิวต์ของบริษัทโดยอัตโนมัติ
credit : https://netcube.co.th/

3.) เพิ่มประสิทธิภาพให้กับการ Inside Sales

  • การจัดการประวัติการติดต่อกับลูกค้า รายงานรายละเอียดการโทรศัพท์กับลูกค้าในรูปแบบของเราเอง ทำให้แจกแจงรายละเอียดได้ง่ายและสะดวกขึ้น
  • ติดต่อทางอีเมลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถส่งเมลในครั้งเดียวให้กับลูกค้าทั้งหมดที่กำหนด
credit : https://netcube.co.th/

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ : NETCUBE (THAILAND) CO.,LTD.

โทรศัพท์ : + (66) 2374-2819

อีเมล : sales@netcube.co.th

from:https://www.techtalkthai.com/introduces-to-hotprofile-sfa-crm-sales-management/