คลังเก็บหมวดหมู่: thaiappupdate

ซัมซุงมอบ Galaxy S21 รุ่นโอลิมปิกให้นักกีฬา 17,000 คน

ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ ในฐานะพันธมิตรระดับโลกการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกและพาราลิมปิก มอบสมาร์ทโฟนรุ่นพิเศษ ‘Galaxy S21 5G Tokyo 2020 Athlete Phone’ ให้กับนักกีฬาทั้ง 17,000 คนที่เข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิกและพาราลิมปิก ณ กรุงโตเกียว

Galaxy S21 5G Tokyo 2020 Athlete Phone

“ซัมซุงยังคงเดินหน้าสนับสนุนกีฬาโอลิมปิกและพาราลิมปิกเพื่อเชื่อมโยงแฟนกีฬาและเกมการแข่งขันเข้าด้วยกันเช่นเดียวกับตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมา” สเตฟานี ชอย รองประธานอาวุโสและหัวหน้าฝ่ายการตลาด ธุรกิจโทรคมนาคม ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์

ในฐานะผู้ให้บริการอุปกรณ์สื่อสารแบบไร้สายแต่เพียงผู้เดียวสำหรับการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกและพาราลิมปิก ซัมซุงจึงได้จัดเตรียมสมาร์ทโฟนรุ่นพิเศษให้กับนักกีฬาทุกคนที่เข้าร่วมการแข่งขันในโตเกียว โอลิมปิก 2020 ซึ่งที่ผ่านมา ซัมซุงได้เปิดตัว Olympic Edition Phone เป็นครั้งแรกในปี 1988 พร้อมเริ่มมอบให้กับผู้เข้าแข่งขันทุกคนในโอลิมปิกฤดูหนาว โซชิ 2014 (Sochi 2014) ก่อนจะสานต่อแนวคิดไปยังการแข่งขันพาราลิมปิกฤดูหนาวพย็องชัง 2018 (PyeongChang 2018) และโตเกียว โอลิมปิก 2020 โดยซัมซุงยังคงตั้งใจที่จะร่วมสนับสนุนการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกและพาราลิมปิกต่อไปในอนาคต

Galaxy Athlete Lounge

นอกจากนี้ยังมีให้บริการเลานจ์ Galaxy Athlete Lounge ในหมู่บ้านโอลิมปิกและพาราลิมปิก ที่เปิดให้บริการสำหรับนักกีฬาโดยเฉพาะ เพื่อเป็นพื้นที่ให้พวกเขาได้เสริมสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างนักกีฬาด้วยกัน รวมถึงไว้ติดต่อครอบครัวและเพื่อนฝูง ตลอดจนเพลิดเพลินไปกับหลากหลายประสบการณ์จากกาแลคซี่ดีไวซ์ต่างๆ

from:https://thaiappupdate.com/2021/07/17578/

เปิดตัว Windows 10 อัปเกรดฟรี ใช้แอปแอนดรอยด์ได้

ผ่านมา 6 ปีหลังการเปิดตัว Windows 10 วันนี้ไมโครซอฟท์พร้อมสำหรับระบบปฏิบัติการใหม่ในชื่อ Windows 11 ที่มาพร้อมการปรับหน้าตาครั้งใหญ่อีกครั้ง และแน่นอนว่าพ่วงมาด้วยความสามารถใหม่อีกหลายรายการ

การเปลี่ยนแปลงทางด้านหน้าตาที่เห็นได้ชัดคือ

  • Start menu แบบใหม่ที่ถูกย้ายมาอยู่กลางจอเหมือน macOS แต่ก็สามารถย้ายกลับไปอยู่ด้านซ้ายเหมือนเดิมได้
  • ภายใน Start menu ไม่มีวิดเจ็ต Live tiles แล้ว แต่จะเป็นไอคอนแอปอย่างเดียว
  • รายการไฟล์ที่เพิ่งเปิดล่าสุดทั้งบนคอมพิวเตอร์ แอนดรอยด์ และ iOS จะถูกแสดงบน Start menu
  • หน้าต่างมีขอบที่มนขึ้น ให้ความรู้สึกเป็นมิตร
  • แสงเงาของวัตถุต่างๆ มีการปรับปรุงใหม่
  • มีหน้าฟีดสำหรับแสดงวิดเจ็ตสภาพอากาศ หุ้น ปฏิทิน เป็นต้น
  • เมื่อใช้ในโหมดแท็บเล็ต ปุ่ม ไอคอน และช่องว่างจะมีขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อให้ใช้นิ้วสัมผัสได้สะดวก
Windows 11 Start menu
Start menu
Windows 11 dark mode
Dark mode
Windows 11 widgets
วิดเจ็ต

ในด้านการใช้งานอื่นๆ มีการเปลี่ยนแปลง เช่น

  • ฟีเจอร์ Snap ก็มีการปรับปรุงเพิ่มเติม มีเลย์เอาท์การวางหน้าต่างคู่กันหลายแบบมากขึ้น สามารถตั้งพรีเซ็ตโปรแกรมที่เปิดคู่กันได้
  • Microsoft Teams ถูกฝังลงใน Task bar ให้เรียกเมนูแชตขึ้นมาใช้ได้เร็วขึ้น สามารถเริ่มการสนทนาจาก Task bar ได้ทันที
  • สามารถใช้งานแอปพลิเคชันของแอนดรอยด์ได้ โดยดาวน์โหลดได้ผ่าน Microsoft Store ซึ่งจะลิงก์กับ Amazon Appstore ให้อีกที
  • Microsoft Store จะมีแอปที่เป็น Progressive Web App เพิ่มเข้ามา
  • ระบบ DirectStorage สะหรับการโหลดไฟล์เกมที่เร็วขึ้น
Microsoft Store
Microsoft Store มีแอปแอนดรอยด์

Windows 11 จะปล่อยให้อัปเกรดได้ฟรีสำหรับคอมพิวเตอร์ที่ใช้ Windows 10 อยู่ ในช่วงประมาณต้นปีหน้า โดยมีความต้องการขั้นต่ำดังนี้

  • ซีพียู 64 บิต ความเร็ว 1 GHz ที่มีสองคอร์
  • แรม 4 GB
  • พื้นที่จัดเก็บข้อมูล 64 GB
  • เฟิร์มแวร์ UEFI
  • กราฟการ์ดที่รองรับ DirectX 12
  • Trusted Platform Module 2.0

แหล่งข้อมูล: Microsoft, Windows Central

from:https://thaiappupdate.com/2021/06/17322/

รีวิว MAKE by KBank แอปธนาคารแนวใหม่จากกสิกร

แอปพลิเคชันธนาคารไทยในปัจจุบันล้วนมีความสามารถในการทำธุรกรรมพื้นฐานไปจนถึงการลงทุนคล้ายๆ กัน แต่ MAKE by KBank เป็นผู้เล่นใหม่จากยักษ์ตัวเก่า ที่หวังจะเพิ่มสีสันให้ตลาดนี้ด้วยการสร้าง ‘ประสบการณ์ใหม่’ ให้กับการบริหารเงิน

MAKE by KBank เป็นแอปพลิเคชันการธนาคารจากกสิกรไทย ที่ตั้งเป้าหมายเพื่อทดลองสร้างประสบการณ์ใหม่ (Experimental Banking) ให้กับการบริหารเงินของเยาวชนทั้งเจเนอเรชัน Y และ Z ซึ่งเติบโตมากับยุคดิจิทัลและเครือข่ายสังคมออนไลน์ รวมทั้งกลุ่มวัยทำงานทั่วไปด้วย

เมื่อสมัครใช้บริการผ่านแอปพลิเคชัน MAKE ผู้ใช้จะได้บัญชี K-eSavings ของกสิกร ที่มีดอกเบี้ย 1.5% ต่อปี (รายละเอียดเพิ่มเติม) โดยเป็นบัญชีประเภทไม่มีสมุดคู่ฝาก

สิ่งที่ต่างจากแอปธนาคารส่วนมากอย่างชัดเจนตั้งแต่แรกเห็นคือหน้าตาของแอปที่ออกไปในทางสนุก ไม่เคร่งเครียด หน้าหลักของแอปมีส่วนที่เรียกว่าบับเบิล ที่จะมีรูปเพื่อนปรากฏขึ้นเมื่อมีธุรกรรมใหม่ๆ, มีคำเชิญเข้า ‘Cloud Pocket’ และมีแคมเปญการตลาดใหม่ๆ เป็นต้น

หน้าแรกของแอป

นอกเหนือจากความสามารถในการทำธุรกรรมพื้นฐานอย่าง โอนเงิน (ธนาคารเดียวกัน ต่างธนาคาร และพร้อมเพย์) จ่ายเงินผ่าน QR โค้ด และถอนเงินไม่ใช้บัตรแล้ว MAKE by KBank ยังมีฟีเจอร์อื่นที่ฉีกประสบการณ์ของแอปธนาคารทั่วไปด้วย อาทิ Cloud Pocket, Chat Banking และ Pop Pay

Cloud Pocket แบ่งเงินได้ พาเพื่อนเข้ากลุ่มได้

หลายคนอาจจะเลือกวิธีการบริหารเงินเก็บ เงินลงทุน และเงินค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ด้วยการแบ่งออกเป็นหลายบัญชี เพื่อให้เห็นความแบ่งแยกกันแบบชัดเจน

หน้ารวม Cloud Pocket

MAKE by KBank นำแนวคิดนี้มาเปลี่ยนวิธีการใหม่ให้ผู้ใช้สามารถแบ่งบัญชีได้ง่ายกว่าเดิม ไม่ต้องไปเปิดบัญชีใหม่จริงๆ ให้เป็นความรู้สึกยุ่งยาก

ใน MAKE by KBank ผู้ใช้สามารถแบ่งเงินในบัญชีออกเป็นกล่องๆ ได้ ซึ่งในแอปจะเรียกว่า Cloud Pocket โดยแต่ละ Cloud Pocket ก็จะสามารถตั้งเป้าหมายการเก็บเงินได้ด้วยหากต้องการ เช่น Cloud Pocket สำหรับเก็บเงินซื้อกล้องก็ตั้งเป้าหมายที่ 20,000 บาท ส่วน Cloud Pocket สำหรับงบค่ากินเดือนนี้ก็ไม่ต้องตั้งเป้าหมาย เป็นต้น

ความพิเศษของ Cloud Pocket คือเราสามารถชวนเพื่อนๆ หรือผู้ใช้ MAKE คนอื่นเข้ามาใน Cloud Pocket ได้ด้วย และก็สามารถจะเรียกเก็บเงินสมาชิกในกลุ่มพร้อมกันหลายๆ คน และเห็นได้ชัดเจนว่าใครจ่ายแล้วได้ เช่น สร้าง Cloud Pocket สำหรับทริปเชียงใหม่ ชวนเพื่อนเข้ามา และเรียกเก็บเงินค่าที่พัก ค่าอาหารได้ ไม่ต้องมีการส่งสลิปกันอีกต่อไปเพราะทุกธุรกรรมจะแสดงขึ้นใน Cloud Pocket อีกทั้งเมื่อเจ้าของ Cloud Pocket ถอนเงินออกก็จะมีข้อความแจ้งด้วย

รายการถอนเงินออกจาก Cloud Pocket ร่วม

เราสามารถโอนเงินข้าม Cloud Pocket ได้ง่ายๆ ด้วยการลาก Cloud Pocket ต้นทางไปวางทับปลายทางที่ต้องการย้ายเงินเข้าไป จากนั้นกรอกจำนวนเงิน เงินก็จะถูกย้ายจาก Cloud Pocket หนึ่งไปอีก Cloud Pocket

Chat Banking ดูธุรกรรมได้เหมือนแชต

Chat Banking ไม่ใช่ชื่อฟีเจอร์อะไรเป็นพิเศษ แต่เป็นรูปแบบการดูประวัติการทำธุรกรรมที่เสมือนการอ่านแชต เราสามารถดูประวัติการโอนเงินให้กันได้ง่ายๆ เพราะธุรกรรมถูกแสดงเป็นบับเบิ้ลแบ่งฝั่งแบ่งสีชัดเจน หากมีการแนบรูปไปตอนโอนเงินก็จะมีรูปแสดงขึ้นมาด้วย (แม้อีกฝั่งจะไม่ได้ใช้ MAKE เราก็สามารถแนบรูปไว้ดูเองที่ฝั่งเราได้)

เราสามารถส่งคำขอเรียกเก็บเงินไปที่เพื่อนได้ รูปโปรไฟล์ของเราก็จะไปโผล่ในหน้าจอแรกบนแอป MAKE ของเพื่อนคนดังกล่าว จนกว่าเพื่อนจะโอนเงินเรียบร้อย เรียกว่าถ้าเข้าแอปมาก็ต้องเห็นหน้าเราทุกครั้ง คงไม่ลืมจ่ายกันง่ายๆ แน่นอน

หน้าประวัติการทำธุรกรรมกับเพื่อน

Pop Pay โอนเงินไม่ต้องถามเลข ไม่ต้องสแกนโค้ด

ผู้ใช้ iOS อาจจะคุ้นเคยกับฟีเจอร์ AirDrop สำหรับส่งไฟล์ในระยะใกล้กันดี Pop Pay ก็เป็นฟีเจอร์คล้ายๆ กัน เราสามารถโอนเงินให้กับคนที่อยู่ใกล้กันภายในรัศมีสัญญาณบลูทูธ (ประมาณ 10 เมตร) โดยไม่ต้องถามเบอร์มือถือหรือเลขบัญชีของอีกฝ่าย และไม่ต้องให้อีกฝ่ายสร้าง QR โค้ดขึ้นมาให้สแกนด้วย

Pop Pay ไม่ได้ใช้สัญญาณบลูทูธในการโอนเงิน แต่ใช้บลูทูธในการค้นหาผู้ใช้อื่นที่อยู่ใกล้เคียงเท่านั้น การโอนเงินยังคงทำผ่านช่องทางอินเทอร์เน็ตที่มีการเข้ารหัสตามมาตรฐานของธนาคารตามปกติ


MAKE by KBank เป็นแอปธนาคารที่กระโดดเข้ามาเพิ่มสีสันประสบการณ์ที่แปลกใหม่ให้วงการธนาคารไทย อย่างไรก็ตามขณะนี้ MAKE ยังไม่สามารถเป็นแอปธนาคารที่ทำได้ทุกอย่าง ยังไม่สามารถซื้อกองทุนซื้อประกันได้อย่างแอปธนาคารเต็มตัว แต่ด้วยแนวคิดการเป็น Experimental Banking เราก็คาดหวังว่ากสิกรจะสามารถพัฒนาและนำลูกเล่นใหม่เข้ามาทดลองใน MAKE ได้อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งการเจาะกลุ่มผู้ใช้เป็นเยาวชนรุ่นใหม่ตั้งแต่มิลเลนเนียลลงไปก็ทำให้เราคาดหวังว่าจะมีฟีเจอร์ที่มอบประสบการณ์แบงก์กิ้งที่ ‘มีชีวิต’ เพิ่มเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

บทความ รีวิว MAKE by KBank แอปธนาคารแนวใหม่จากกสิกร มีต้นฉบับอยู่ที่ Thai App Update.

from:https://thaiappupdate.com/2021/06/16579/

Apple Music เปิดใช้ Lossless และ Spatial Audio ได้แล้ว

หลังจากที่แอปเปิลได้เปิดตัวคุณภาพเสียงแบบ lossless, ฟีเจอร์ Spatial Audio และ Dolby Atmos ใน Apple Music ไปเมื่อกลางเดือนที่แล้ว วันนี้ (8 มิ.ย.) ทั้งสามฟีเจอร์ใหม่พร้อมให้ใช้งานกันแล้ว

ผู้ใช้ iOS สามารถเปิดไปที่การตั้งค่าของเครื่อง (Settings) แล้วเลือกที่เมนู Music ก็จะปรากฎการตั้งค่า Dolby Atmos และ Audio Quality สำหรับเปิดใช้งานสองฟีเจอร์ดังกล่าว แต่หากยังไม่เจอก็ไม่ต้องตกใจเพราะฟีเจอร์นี้กำลังทยอยปล่อยให้ผู้ใช้ (หรือตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณกำลังใช้ iOS เวอร์ชันล่าสุดอยู่)

ในหน้าอัลบั้มจะมีสัญลักษณ์บอกว่าอัลบั้มนี้รองรับ Lossless และ Dolby Atmos หรือไม่ และหากเพลงไหนรองรับระบบเสียง Dolby Atmos ก็จะมีโลโก้ Dolby Atmos ปรากฎขึ้นใต้ชื่อเพลงนั้นในหน้าจอเล่นเพลงด้วย

บริการ Apple Music ใช้คุณภาพการสตรีมเพลงที่บิตเรท 256 Kbps มาตั้งแต่เปิดตัว ในขณะที่ Spotify มีบิตเรทสูงสุดที่ 320 Kbps ส่วน Tidal ผู้ให้บริการสตรีมเพลงแบบ lossless ให้คุณภาพบิตเรทสูงสุดที่ 9216 Kbps ด้วย sampling rate และ bit depth ที่ 192 kHz/24 bit ตามลำดับ

สำหรับคุณภาพ lossless ที่แอปเปิลกำลังเปิดให้บริการนั้นจะใช้การเข้ารหัส Apple Lossless Audio Codec (ALAC) ของตนเอง และมีคุณภาพสูงสุดอยู่ที่ 192 kHz/24 bit (ไม่มีการให้ข้อมูลของบิตเรทที่ใช้)

ทั้งนี้ โหมด lossless จะใช้งานได้บนหูฟังที่เสียบสาย 3.5 มม. ​เท่านั้น (ไม่รวม AirPods Max ที่เสียบผ่านอแดปเตอร์ Lightning); โหมด hi-res lossless ใช้งานได้ผ่านหูฟังแบบมีสายที่เสียบกับ DAC ภายนอกเท่านั้น; และฟีเจอร์ Spatial Audio ใช้งานได้กับหูฟังที่มาพร้อมชิป H1 หรือ W1

บทความ Apple Music เปิดใช้ Lossless และ Spatial Audio ได้แล้ว มีต้นฉบับอยู่ที่ Thai App Update.

from:https://thaiappupdate.com/2021/06/17143/

Apple Music Lossless ต้องใช้หูฟังมีสายเท่านั้น, AirPods ทุกรุ่นไม่รองรับ

จากที่เมื่อวานนี้ (17 พ.ค.) แอปเปิลได้เปิดตัวการสตรีมเพลงคุณภาพ lossless ให้ Apple Music ไป แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดว่ารองรับหูฟังประเภทใดบ้าง ล่าสุดมีข้อมูลเพิ่มเติมแล้วว่าจะใช้ได้เฉพาะหูฟังแบบมีสายเท่านั้น

เว็บไซต์ 9to5Mac ได้ติดต่อไปยังแอปเปิลเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับการสตรีมเพลงแบบ lossless บน Apple Music ได้ความว่า จะต้องใช้งานผ่านหูฟังที่มีสายเท่านั้น ไม่สามารถใช้งานผ่านบลูทูธได้ หมายความว่า “AirPods ทุกรุ่นไม่รองรับการสตรีมเพลงแบบ lossless” แม้กระทั่ง AirPods Max ที่รองรับการใช้งานกับพอร์ท 3.5 มม. ผ่านหัวแปลง Lightning ก็จะไม่รองรับคุณภาพแบบ lossless เช่นกัน

AirPods ทุกรุ่นไม่รองรับการสตรีมเพลงแบบ lossless

จากข้อมูลที่ได้มา 9to5Mac ได้สรุปออกมาดังนี้ โหมด lossless จะใช้งานได้บนหูฟังที่เสียบสาย 3.5 มม. ​เท่านั้น (ไม่รวม AirPods Max ที่เสียบผ่านอแดปเตอร์ Lightning); โหมด hi-res lossless ใช้งานได้ผ่านหูฟังแบบมีสายที่เสียบกับ DAC ภายนอกเท่านั้น; ฟีเจอร์ Spatial Audio ใช้งานได้กับหูฟังที่มาพร้อมชิปิ H1 หรือ W1

สัญญาณบลูทูธรองรับการถ่ายโอนข้อมูลที่ความเร็วสูงสุด 2000 kbps ในขณะที่การสตรีมเพลงแบบ lossless ที่คุณภาพเทียบเท่ากับซีดีต้องใช้บิตเรทที่ 1411 kbps และยังสูงกว่านั้นหากต้องการคุณภาพที่มากขึ้น ซึ่งก็จะเกินความสามารถที่สัญญาณบลูทูธสามารถรับได้

ขณะเดียวกัน คู่แข่งของบริการสตรีมเพลงแบบ lossless ที่ชัดเจนอย่าง Tidal สามารถให้บริการสตรีมเพลงแบบ lossless ผ่านบลูทูธกับหูฟังที่รองรับได้ โดยจะได้คุณภาพสูงสุดเมื่อใช้งานผ่านหูฟังและอุปกรณ์ที่รองรับการเข้ารหัสแบบ lossless ‘LDAC’ ของโซนี่ ที่ให้บิตเรทได้สูงสุด 990 kbps และรองรับโดยมือถือแอนดรอยด์ส่วนมาก

แอปเปิลอาจต้องพัฒนาการเข้ารหัสแบบใหม่และเปิดตัวพร้อมกับหูฟังรุ่นใหม่เพื่อให้ Apple Music  สามารถสตรีมเพลงแบบ lossless ได้ในอนาคต

แหล่งข้อมูล: 9to5Mac

บทความ Apple Music Lossless ต้องใช้หูฟังมีสายเท่านั้น, AirPods ทุกรุ่นไม่รองรับ มีต้นฉบับอยู่ที่ Thai App Update.

from:https://thaiappupdate.com/2021/05/17035/

Apple Music เพิ่มคุณภาพแบบ Lossless และ Dolby Atmos เดือน มิ.ย. นี้ ไม่เพิ่มราคา

แอปเปิลประกาศ พร้อมให้บริการสตรีมเพลงในคุณภาพ lossless (คุณภาพสูงระดับสตูดิโอ) ที่ Apple Music ตั้งแต่เดือนมิถุนายนนี้ ด้วยเพลงคุณภาพ lossless กว่า 75 ล้านเพลงในแคตตาล็อกพร้อมให้บริการในวันเปิดตัว

บริการ Apple Music ใช้คุณภาพการสตรีมเพลงที่บิตเรท 256 Kbps มาตั้งแต่เปิดตัว ในขณะที่ Spotify มีบิตเรทสูงสุดที่ 320 Kbps ส่วน Tidal ผู้ให้บริการสตรีมเพลงแบบ lossless ให้คุณภาพบิตเรทสูงสุดที่ 9216 Kbps ด้วย sampling rate และ bit depth ที่ 192 kHz/24 bit ตามลำดับ

สำหรับคุณภาพ lossless ที่แอปเปิลกำลังจะเปิดให้บริการนั้นจะใช้การเข้ารหัส Apple Lossless Audio Codec (ALAC) ของตนเอง และมีคุณภาพสูงสุดอยู่ที่ 192 kHz/24 bit (ไม่มีการให้ข้อมูลของบิตเรทที่ใช้)

พร้อมกันนี้ Apple Music ยังจะเพิ่มการรองรับระบบเสียงรอบทิศทาง Dolby Atmos เข้ามาด้วย โดยจะเริ่มมีการเพิ่มเพลงที่รองรับ Dolby Atmos ลงในแคตตาล็อกอย่างต่อเนื่อง และจะมีเพลย์ลิสต์แนะนำเพลงที่รองรับ Dolby Atmos โดยเฉพาะด้วย

คุณภาพเสียงแบบ lossless และ Dolby Atmos นั้นจะพร้อมเปิดให้ใช้งานในเดือนมิถุนายนนี้แก่ผู้ใช้ Apple Music โดยไม่มีค่าบริการเพิ่มจากเดิม

แหล่งข้อมูล: Apple

บทความ Apple Music เพิ่มคุณภาพแบบ Lossless และ Dolby Atmos เดือน มิ.ย. นี้ ไม่เพิ่มราคา มีต้นฉบับอยู่ที่ Thai App Update.

from:https://thaiappupdate.com/2021/05/17025/

Sony ประเทศไทยลบโพสต์ Xperia 1 III หลังถูกโยงการเมือง

เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2563 เวลาประมาณ 11 นาฬิกา เพจเฟซบุ๊กโซนี่ประเทศไทย (Sony Thai) ได้โพสต์ภาพเชิญชวนให้รับชมการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะเกิดขึ้นในเวลา 14 นาฬิกาของวันเดียวกัน แต่กลับโดนกระแสตอบกลับของคนบางกลุ่มที่เชื่อมโยงว่าโซนี่กำลังประกาศจุดยืนทางการเมืองในไทย

ภาพดังกล่าวมีข้อความว่า ‘เตรียมตัวให้พร้อม 14 April 2021 14:30 #SonyXperia‘ พร้อมสัญลักษณ์ขีดเส้นตรงแนวตั้งสามขีด (III) ซึ่งแสดงถึงหมายเลขรุ่นของ Xperia 1 III อันเป็นเลขโรมัน (อ่านว่า มาร์ค ทรี)

สัญลักษณ์ดังกล่าวมีความคล้ายคลึงกันกับสัญลักษณ์ที่มีการใช้ในขบวนการเรียกร้องประชาธิปไตยในประเทศไทย ที่เริ่มมีการใช้แพร่หลายในช่วงสองปีที่ผ่านมา โดยเส้นทั้งสามขีดนั้นเป็นตัวแทนของ เสรีภาพ เสมอภาค และภราดรภาพ สัญลักษณ์ดังกล่าวนี้ถูกนำมาใช้ภายหลังจากมีการปรากฏในภาพยนตร์ The Hunger Games

ในภาพดังกล่าวปรากฏความคิดเห็นหลากหลายที่เกี่ยวโยงกับการเมืองในไทย เช่น ‘ขอบคุณ Sony ที่ยืนเคียงข้างประชาชน‘, ‘เรื่องจริงใช่มั้ย จะได้เปลี่ยนไปใช้ยี่ห้ออื่น‘ และ ‘ตกใจนึกว่ามีนัดวันนี้‘ เป็นต้น

ขณะเดียวกันก็พบว่ามีความคิดเห็นที่คล้ายคลึงกันอย่างมาก ปรากฏซ้ำเป็นจำนวนหนึ่ง ซึ่งมีการกล่าวถึงยี่ห้อดังอีกยี่ห้อในประเทศไทย ‘ปกติยอดขายมือถือก็หืดขึ้นคออยู่แล้ว พอมาทำแบบนี้ก็จบข่าวเลย บ๊ายบาย ฉันรัก Sxxxxxg

ไม่กี่ชั่วโมงให้หลัง พบว่าโพสต์ดังกล่าวไม่สามารถเข้าถึงได้แล้ว

ทั้งนี้ โซนี่ในประเทศอื่นก็ใช้ภาพเดียวกันนี้ในการโปรโมต Xperia 1 III เช่นกัน อาทิ บัญชีทวิตเตอร์ของ Sony สหรัฐอเมริกา และบัญชีทวิตเตอร์ของ Sony สหราชอาณาจักร

แหล่งข้อมูล: Facebook (ลบไปแล้ว)

บทความ Sony ประเทศไทยลบโพสต์ Xperia 1 III หลังถูกโยงการเมือง มีต้นฉบับอยู่ที่ Thai App Update.

from:https://thaiappupdate.com/2021/04/16886/

แอนดรอยด์เพิ่มฟีเจอร์ ‘Heads Up’ เตือนเมื่อใช้มือถือขณะเดิน

กูเกิลปล่อยฟีเจอร์ ‘Heads Up’ สำหรับแจ้งเตือนผู้ใช้เมื่อมีการใช้งานโทรศัพท์มือถือขณะที่กำลังเดินอยู่ เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุขณะเดินเท้า

จากการใช้งานของผู้เขียน พบฟีเจอร์ Heads Up ปรากฏขึ้นในแอป Digital Wellbeing (Beta) บนสมาร์ทโฟน Google Pixel 5 เรียบร้อย และสามารถใช้งานได้

เมื่อเปิดใช้งานฟีเจอร์ Heads Up ก็จะมีการแจ้งเตือนขึ้นมา หากโทรศัพท์สามารถตรวจเจอได้ว่าเรากำลังเดินอยู่ในขณะที่ใช้งานมือถือทำอะไรก็ตาม

การแจ้งเตือนเมื่อใช้มือถือขณะเดิน

ฟีเจอร์ Heads Up กำลังอยู่ในระหว่างการทดสอบกับกลุ่มผู้ใช้ที่ลงทะเบียนในโปรแกรมเบต้าของแอป Digital Wellbeing แล้วหลังจากนี้จึงจะมีการปล่อยให้ผู้ใช้ทั่วไปได้ใช้งานกัน อย่างไรก็ดี ยังไม่มีรายละเอียดว่าฟีเจอร์นี้จะสามารถใช้ได้เฉพาะบนสมาร์ทโฟน Pixel ของกูเกิลหรือไม่

Digital Wellbeing เป็นแอปที่ติดตั้งมากับแอนดรอยด์เวอร์ชัน 10 ขึ้นไป มีฟีเจอร์หลายรายการที่เน้นการลดเวลาหน้าจอ เช่น คว่ำหน้าจอเครื่องเพื่อปิดการแจ้งเตือน (เข้าโหมด Do not disturb), จำกัดเวลาการใช้งานของแอปพลิเคชัน และตั้งเวลานอนเพื่อปิดการแจ้งเตือนในช่วงเวลานั้นโดยอัตโนมัติ เป็นต้น

บทความ แอนดรอยด์เพิ่มฟีเจอร์ ‘Heads Up’ เตือนเมื่อใช้มือถือขณะเดิน มีต้นฉบับอยู่ที่ Thai App Update.

from:https://thaiappupdate.com/2021/04/16873/

ซื้อหูฟัง Sudio รับฟรีชุดทำความสะอาดหูฟัง ถึง 14 มี.ค. 64

Sudio แบรนด์หูฟังจากสวีเดน จัดโปรโมชั่นซื้อผลิตภัณฑ์หูฟังรุ่นใดก็ได้ รับฟรีชุดทำความสะอาดหูฟัง ‘Care Kit’ โดยในชุดประกอบด้วยแปรง 1 ด้าม ก้านทำความสะอาด 2 ด้าม ฟองน้ำ 1 ชิ้น และผ้าเช็ดฝุ่น 1 ผืน

ระยะเวลาโปรโมชั่น ตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2564 ถึง 14 มีนาคม 2564 หรือสามารถสั่งซื้อแยกโดยไม่ต้องซื้อหูฟังได้ในราคา 890 บาท

รายละเอียดชุด Care Kit: https://www.sudio.com/th/carekit

บทความ ซื้อหูฟัง Sudio รับฟรีชุดทำความสะอาดหูฟัง ถึง 14 มี.ค. 64 มีต้นฉบับอยู่ที่ Thai App Update.

from:https://thaiappupdate.com/2021/02/16792/

รีวิวหูฟังไร้สาย Sudio Nio: เสียงดี ไมโครโฟนชัด

Sudio แบรนด์หูฟังจากสวีเดนยังคงทำตลาดในไทยอย่างต่อเนื่อง ด้วยการส่งหูฟังรุ่นที่ 7 อย่าง Sudio Nio เข้ามาจำหน่าย ซึ่งเป็นหูฟังไร้สายเสียงดี ไมโครโฟนชัด เหมาะแก่การฟังเพลงและประชุมออนไลน์ในช่วง Work From Home แบบนี้

รีวิวนี้ใช้ Sudio Nio สี Sand เครื่องศูนย์ไทย ซึ่งได้รับการสนับสนุนอุปกรณ์โดย Sudio

พิเศษ รับส่วนลด 15% สำหรับซื้อสินค้าในเว็บไซต์ http://sudio.com/th เพียงใส่โค้ด NTHCK ในขั้นตอนเช็คเอาท์

การออกแบบ

เริ่มต้นที่ตัวหูฟัง มองแวบแรกต้องยอมรับว่ารูปทรงคล้าย AirPods จริงๆ สีที่รีวิวเป็นสี Sand ซึ่งจะดูนวลตาคล้ายโลชั่นหรือเปลือกไข่ มีจุดเงาสีทองเป็นลูกเล่นเพื่อความสวยงาม วัสดุหูฟังเป็นพลาสติกเงาๆ งานประกอบดูเรียบร้อย แนบชิดแทบไม่เห็นรอยต่อ ตรงปลายท่อยาวๆ ของหูฟังทั้งสองข้างเป็นไมโครโฟน ด้านข้างเป็นไฟ LED และแถบรับสัมผัส

เคสหูฟังเป็นพลาสติกเงาไม่ต่างจากตัวหูฟัง เคสมีขนาดเล็กกะทัดรัด สามารถใส่ประเป๋าเสื้อได้ สามารถใช้มือข้างเดียวในการเปิดฝาได้ ด้านหน้ามีไฟ LED ด้านขวาของเคสมีช่อง USB Type-C สำหรับการชาร์จไฟ และด้านล่างมีปุ่มสำหรับรีเซ็ตหูฟัง

การใช้งาน

Sudio Nio มาพร้อมจุกหูฟังถอดเปลี่ยนได้ 4 ขนาด นอกจากจะทำให้เข้ารูปกับหูได้หลายขนาดแล้ว ยังช่วยให้ทำความสะอาดตัวหูฟังได้ง่ายขึ้น เนื่องจากขี้หูจะเข้าไปติดตามซอกของหูฟังได้น้อยลง เราสามารถเช็ดที่จุกหูฟังได้เลย หรือจะถอดมาล้างก็ได้

ตัวหูฟังมีน้ำหนักที่เบามาก ใส่แล้วไม่รำคาญหู ด้วยความที่เป็นทรงแบบ earbuds ทำให้สามารถล็อกกับใบหูได้ดีไม่ร่วงหล่น (ผู้รีวิวมักพบปัญหากับหูฟังแบบ in-ear ที่มักหล่นง่ายกว่าแบบ earbuds)

Sudio Nio เชื่อมต่อด้วยบลูทูธ 5.0 และใช้ codec เสียงแบบ SBC จากการใช้งานพบว่าให้เสียงได้ดี สามารถทำเสียงเบสที่หนักได้ แต่ด้วยความที่เป็นทรง earbuds อาจจะทำให้เวลาสวมโดยที่หูฟังไม่แน่นพอ จะไม่ค่อยรู้สึกถึงเบสมากนัก เสียงย่านกลางทำได้พอใช้ โดยเสียงร้องอาจมีกลืนกับเครื่องดนตรีไปบ้าง ไม่ได้แยกกันชัดเจน และบางครั้งหากมี complexity ในช่วงนั้นมากอาจมีเสียงพร่าเล็กน้อย ซึ่งน่าจะเป็นเพราะ codec SBC ในขณะที่ย่านสูงชัดเจนดี

ทั้งนี้การใช้แอปอีควอไลเซอร์มาช่วยปรับแต่งเสียงในมือถือหรือคอมพิวเตอร์ ก็สามารถให้เสียงที่ถูกใจขึ้นได้

Sudio Nio รองรับการควบคุมแบบสัมผัส สามารถแตะหนึ่งทีเพื่อเล่น/หยุดเพลง แตะสองทีเพื่อไปเพลงถัดไป/ก่อนหน้า และแตะสามทีเพื่อเพิ่ม/ลดระดับเสียง หากกำลังคุยโทรศัพท์อยู่ก็สามารถแตะค้างสามวินาทีเพื่อวางสายได้ ทั้งนี้พบว่าขณะที่กำลังใช้นิ้วเพื่อสวมใส่หูฟังจะมีการสัมผัสโดยไม่ตั้งใจได้

ในช่วงที่ยังต้องทำงานที่บ้านแบบนี้ ไมโครโฟนเป็นสิ่งที่ต้องใช้บ่อยมาก เพื่อการสนทนาออนไลน์ต่างๆ สัปดาห์ละหลายชั่วโมง Sudio Nio มาพร้อมระบบไมโครโฟนคู่ Active Dual Microphone เพื่อช่วยตัดเสียงรบกวนขณะคุย จากการใช้งานพบว่าสามารถให้เสียงที่ชัดเจนดี ใกล้เคียงกับการใช้ไมโครโฟนของมือถือหรือคอมพิวเตอร์เลย

แบตเตอรี่

Sudio Nio มาพร้อมแบตเตอรี่ที่โฆษณาว่าสามารถใช้งานได้ 20 ชั่วโมง (รวมเคส) จากการใช้งานพบว่าใช้งานประมาณวันละชั่วโมงถึงสองชั่วโมงได้ตลอดสัปดาห์โดยไม่ต้องชาร์จเคส ดังนั้นจึงไม่น่ามีปัญหาในการนำออกไปใช้งานนอกบ้านตลอดวัน อย่างไรก็ดีโดยส่วนตัวแล้วผู้รีวิวไม่ได้ใส่หูฟังต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหลายชั่วโมง จึงยังบอกไม่ได้ว่าตัวหูฟังเองหากไม่เก็บเข้าเคสเลยจะใช้งานต่อเนื่องได้นานเท่าไร แต่ไม่ต่ำกว่าสองชั่วโมงแน่นอน

ด้านข้างของหูฟังและด้านหน้าของเคสมีไฟ LED อยู่ หากเป็นสีขาวแปลว่ามีแบตเตอรี่เหลืออยู่ในช่วง 26-100 เปอร์เซ็นต์ หากแบตเตอรี่เหลือน้อยกว่านั้นไฟจะเป็นสีเหลือง

สรุป

Sudio Nio เป็นหูฟังไร้สายทรง earbuds ที่มีงานประกอบที่ดี วัสดุดี ให้เสียงได้ดี เหมาะกับแนวเพลงแบบสบายๆ จะไม่เหมาะกับเพลงเบสหนักๆ หรือมีความซับซ้อนเยอะ ไมโครโฟนทำมาได้ดี เสียงชัดเจน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องใช้งานประชุมออนไลน์บ่อยๆ ตัวหูฟังสามารถควบคุมแบบสัมผัสได้ ช่วยเสริมดีไซน์ให้ดูพรีเมียมขึ้น

บทความ รีวิวหูฟังไร้สาย Sudio Nio: เสียงดี ไมโครโฟนชัด มีต้นฉบับอยู่ที่ Thai App Update.

from:https://thaiappupdate.com/2021/02/16766/