คลังเก็บหมวดหมู่: thaiappupdate

ซัมซุงออกโปรส่งท้ายปี ทั้งมือถือ แท็บเล็ต และอุปกรณ์เสริม

ซัมซุงประเทศไทยปล่อยโปรโมชั่นส่งท้ายปี ‘Make their year, with Galaxy’ ทั้งลดราคาและอัดของแถมสำหรับผลิตภัณฑ์ Galaxy S20, Note20, A42, Tab S7, Watch3 และ Buds Live ทั้งยังใช้สิทธิ์โครงการช้อปดีมีคืนได้

Note20 ซีรี่ส์ รับส่วนลด 10% พร้อมผ่อน 0% นาน 10 เดือนเมื่อชำระผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ และรับส่วนลดเพิ่มอีก 3,000 บาทสำหรับลูกค้าเก่า เมื่อแสดงสมาร์ทโฟน Samsung Galaxy S8/9/10/10+ หรือ Note8/9/10/10+/FE นอกจากนี้ยังได้รับของแถมเป็น YouTube Premium นาน 4 เดือน และบริการ Galaxy Butler

Galaxy S20 FE (และ FE 5G) ราคาเริ่มต้น 18,810 บาท รับของแถมเป็น YouTube Premium นาน 4 เดือน และบริการ Galaxy Butler

Galaxy Watch3 รับส่วนลด 1,500 บาท หรือหากเป็นนักศึกษา จะได้รับส่วนลดรวมสูงสุดเป็น 3,585 บาท

Galaxy A42 5G ราคา 11,990 บาท รับของแถมเป็น YouTube Premium นาน 4 เดือน และบริการ Galaxy Butler

Galaxy Tab S7 ซีรี่ส์ ราคาเริ่มต้น 22,900 บาท (หรือหากเป็นนักศึกษา รับส่วนลดเพิ่มอีกสูงสุด 5,985 บาท) รับของแถมเป็น YouTube Premium นาน 4 เดือน และบริการ Galaxy Butler

Galaxy Buds Live ราคา 6,990 บาท หรือหากเป็นนักศึกษา รับส่วนลดเพิ่มอีกสูงสุด 1,048 บาท

ทั้งนี้โปรโมชั่นข้างต้นจะมีระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน 2563 จนถึง 31 ธันวาคม 2563

บทความ ซัมซุงออกโปรส่งท้ายปี ทั้งมือถือ แท็บเล็ต และอุปกรณ์เสริม มีต้นฉบับอยู่ที่ Thai App Update.

from:https://thaiappupdate.com/2020/11/16511/

ทวิตเตอร์ปิดบัญชี IO เชื่อมโยงกองทัพไทย 926 บัญชี เผยแพร่ 2 หมื่นทวีต

ทวิตเตอร์เปิดเผยรายงานการพบบัญชีปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร หรือ Information Operation (IO) ที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลไทย โดยมีการพบบัญชี IO กว่า 926 บัญชีที่ทวิตเตอร์เชื่อมั่นว่ามีความเกี่ยวข้องกับกองทัพไทย (“we can reliably link to the Royal Thai Army”)

These accounts were engaging in amplifying pro-RTA and pro-government content, as well as engaging in behavior targeting prominent political opposition figures.

ทวิตเตอร์รายงานว่าบัญชีเหล่านี้มีส่วนเกี่ยวข้องในการสร้างเนื้อหาที่เข้าข้างกองทัพและรัฐบาล รวมทั้งเนื้อหาที่เป็นการโจมตีฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง

พร้อมกันนี้ทวิตเตอร์ยังได้เผยแพร่ไฟล์ที่รวบรวมรายการทวีตที่เกี่ยวข้อง และรายการผู้ใช้ที่เกี่ยวข้อง ในรูปแบบไฟล์ CSV รวมทั้งไฟล์สื่อที่เกี่ยวข้องขนาด 2.3 GB อีกด้วย

จากการตรวจสอบของ Thai App Update พบว่ามีทวีตกว่า 21,385 ทวีตที่ถูกจัดว่ามีความเกี่ยวข้องกับปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารดังกล่าว โดยเฉลี่ยแล้วมีการตอบกลับอยู่ที่ 0.07 ครั้ง การกดไลก์ที่ 0.07 ครั้ง และการรีทวีต 0.09 ครั้งต่อทวีต

จากไฟล์ดังกล่าวพบว่ามีทวีตจากปี 2014, 2016 และ 2017 อยู่ 1, 3, และ 1 ทวีตตามลำดับ ที่เหลือจะเป็นปี 2019 และ 2020 อย่างละครึ่ง โดยเฉลี่ยแล้วแต่ละวันจะมีทวีตจำนวน 319 ทวีต แต่วันที่ตรวจพบทวีตมากที่สุดคือวันที่ 4 พ.ย. 2019, 6 ธ.ค. 2019, 8 ธ.ค. 2019 และ 14 ม.ค. 2020 ซึ่งมีทวีตเกิดขึ้นประมาณ 2 พันถึง 3.5 พันทวีตในวันดังกล่าว

อนึ่ง ข่าวการเมืองที่เกิดขึ้นในวันที่ 6 ธ.ค. 2019 (ซึ่งเป็นวันที่พบทวีต IO มากที่สุด) คือ กรณี ส.ป.ก. สั่ง ‘ปารีณา’ สส. พรรคประชารัฐ ให้คืนพื้นที่ 682 ไร่ที่ตนครอบครองอยู่ (อ่านข่าว)

จำนวนทวีตในแต่ละวัน

ผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปดาวน์โหลดข้อมูลได้ที่หน้ารายงาน Information Operations ของทวิตเตอร์

แหล่งข้อมูล: Twitter

บทความ ทวิตเตอร์ปิดบัญชี IO เชื่อมโยงกองทัพไทย 926 บัญชี เผยแพร่ 2 หมื่นทวีต มีต้นฉบับอยู่ที่ Thai App Update.

from:https://thaiappupdate.com/2020/10/16166/

รีวิว Keychron K8 (Hot-swap)

ช่วงแรกที่ผมกำลังหาคีย์บอร์ดไร้สายมาใช้งาน ก็ได้มองหาคีย์บอร์ดแบบ ‘tenkeyless’ (ไม่มีแป้นตัวเลขด้านขวา) เพื่อลดการเมื่อยของมือขวาและประหยัดที่บนโต๊ะ อีกทั้งไหนๆ จะซื้อแล้วก็มองเป็นแบบ mechanical ไปด้วยเลย สรุปแล้วจึงลงเอยที่ Keychron K8 ที่เปิดจองในเวลาเดียวกันนั้นเอง

รีวิวนี้ใช้ Keychon K8 White Backlight (Hot-swappable) Gateron Brown ที่ผู้รีวิวเป็นผู้จัดหาอุปกรณ์ดังกล่าวด้วยตนเอง

ดีไซน์และการวางมือ

เปิดไฟแบ็คไลท์เต็มที่

Keychron K8 มีดีไซน์คล้ายกับ Keychron รุ่นอื่นๆ เลย จะมาพร้อมกับแป้นพิมพ์พลาสติก ABS สีเทาแบบด้าน และมีปุ่ม ESC สีส้มเด่นออกมา โดยส่วนตัวก็รู้สึกว่าเป็นสีที่เรียบๆ ดี แต่ตัวอักษรค่อนข้างจาง มองได้ยากเล็กน้อยถ้าไม่เปิดไฟแบ็คไลท์

วัสดุตัวโครงคีย์บอร์ดนั้นก็เป็นพลาสติกเช่นกัน แต่เก็บงานได้ดีและดูแข็งแรงทนทาน อาจจะด้วยเพราะน้ำหนักด้วยส่วนหนึ่ง (ประมาณเกือบเท่า iPad สองเครื่อง)

ด้านล่างมีขารองแบบแยกสองระดับ ถ้าดึงอันเล็กออกมาก็จะยกคีย์บอร์ดขึ้นมาน้อยกว่าอันใหญ่เล็กน้อย สำหรับผมแล้วรู้สึกว่าอันใหญ่จะให้ความสูงที่พอเหมาะดี

ความสูงของคีย์บอร์ด เมื่อนับจากพื้นจนถึงยอดของแป้นพิมพ์อยู่ที่ 35 มม. หรือประมาณ 1 นิ้วกว่า ก็ไม่ได้ถึงกับว่าจะพิมพ์ไม่สบายเลยถ้าไม่ใช้ที่รองมือ แต่การใช้ที่รองมือก็จะทำให้สบายข้อมือกว่าอย่างแน่นอน

การใช้งาน

บางคนอาจจะเข้าใจว่า Keychron เป็นคีย์บอร์ดสำหรับแมคอย่างเดียว ซึ่งไม่ใช่เลย Keychron ก็เป็นคีย์บอร์ดปกติที่ใช้กับอุปกรณ์อื่นได้เหมือนคีย์บอร์ดยี่ห้ออื่น อันที่จริงตัว Keychron K8 เองมาพร้อมสวิตช์สำหรับปรับโหมดโดยเฉพาะ ว่าจะใช้เป็น วินโดวส์/แอนดรอยด์ หรือ แมค/iOS ซึ่งเมื่อเปลี่ยนโหมด ก็จะเป็นการเปลี่ยนเลย์เอาท์ของแป้นให้เหมาะสมกับแต่ละระบบ

ทั้งบนแมค วินโดวส์ แอนดรอยด์ และ iOS สามารถใช้ปุ่มฟังก์ชันแถวบนเช่น เปลี่ยนเพลง ปรับเสียง และ voice assistant ได้ แต่บนวินโดวส์จะยกเว้นไว้หนึ่งปุ่มที่ไม่สามารถใช้งานได้ คือปุ่มแคปหน้าจอ ส่วนแอนดรอยด์ก็ไม่สามารถใช้ปุ่ม voice assistant ได้ (ต้องใช้ปุ่ม Option หรือ Windows แทน)

Keychon K8 รองรับการใช้งานทั้งแบบไร้สายผ่านบลูทูธ และแบบมีสายผ่าน USB Type-C ซึ่งในกล่องก็มีสาย USB Type-C to Type-A แบบถักมาให้หนึ่งเส้น หากจะใช้งานในโหมดไร้สายหรือมีสายก็เพียงสลับสวิตช์ด้านซ้ายของคีย์บอร์ดไปในโหมดดังกล่าว สำหรับโหมดบลูทูธจะสามารถกดสลับไปมาได้สูงสุด 3 เครื่อง ด้วยการกด Fn + 1 หรือ 2, 3

Keychron K8 ตัวนี้เป็นสวิตช์ Gateron Brown ก็จะให้ความรู้สึกที่มีฟีดแบ็คเล็กน้อยเวลากดแป้นลงไป ให้ได้รู้สึกว่ามีการกดลงไปสำเร็จแล้ว สวิตช์แบบ Brown นี้ก็จะเหมาะสำหรับคนที่เน้นการพิมพ์ อยากได้ฟีดแบ็คเวลากด แต่ก็ไม่อยากได้เสียงที่ดังแบบสวิตช์ Blue

การพิมพ์สามารถทำได้คล่องมือและพิมพ์ได้เร็วกว่าคีย์บอร์ดแบบ chiclet ธรรมดา อาจจะเป็นเพราะด้วยระยะการกดที่สามารถกดลงไปได้มากกว่าแบบ chiclet ก็ได้ (ไม่รู้ว่าเกี่ยวหรือเปล่า) แต่โดยรวมให้ความรู้สึกที่พิมพ์สนุกดี แม้ในช่วงแรกๆ จะมีพิมพ์ผิดเยอะหน่อยเพราะแป้นค่อนข้างนิ่มกว่าคีย์บอร์ดแบบ chiclet ที่คุ้นเคย ส่วนตัวแป้นมีการโยกเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ถือเป็นข้อเสียหรือแย่อะไร

เสียงของคีย์บอร์ดถือว่ารื่นหู แต่ก็ดังกว่าคีย์บอร์ด chiclet พอสมควร สำหรับตัว Keychron K8 นี้ ไม่ได้มีเสียงฝืดแปลกๆ ที่แป้นใหญ่อย่าง space bar หรือ enter แต่อย่างใด

แบ็คไลท์ LED

Keychron K8 มีไฟ LED ที่สามารถปรับความสว่างได้ 4 ระดับ มีความสว่างในระดับโอเค ไม่สว่างจ้า น่าจะเป็นที่ตัวแป้นพิมพ์ที่ปล่อยแสงลอดออกมาได้ไม่สุด สำหรับเอฟเฟ็กต์ของไฟนั้นก็มีมาให้ 18 แบบ สามารถกดเปลี่ยนได้จากบนคีย์บอร์ด

เปิดไฟแบ็คไลท์เต็มที่

เปลี่ยนสวิตช์แบบ Hot-swap

สำหรับ Keychron K8 รุ่น Hot-swappable เราจะสามารถถอดสวิตช์ออกมาได้เลยโดยไม่ต้องยุ่งกับการบัดกรีแผงวงจรหรือถอดชิ้นส่วนออกมาประกอบใหม่ ภายในกล่องจะมีที่คีบมาให้ เราสามารถคีบตัวล็อกของสวิตช์เพื่อดึงสวิตช์ขึ้นมาได้เลย และเวลาจะใส่กลับลงไปก็สามารถใช้มือเปล่ากดลงไปให้เข้าล็อกได้โดยง่าย

แบตเตอรี่

Keychron K8 มีแบตเตอรี่ขนาด 4000 mAh ที่โฆษณาว่าใช้งานได้ 68 ชั่วโมงแบบเปิดแบ็คไลท์ ทั้งนี้การใช้งานจริงไม่ได้ทดสอบแบบจริงจังว่าถึงตามที่โฆษณาหรือไม่ เนื่องจากมีการเสียบชาร์จเป็นระยะอยู่แล้ว แต่ที่ใช้งานมาก็พบว่าในหนึ่งวันทำงานก็สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องโดยไม่ต้องชาร์จเลย

สรุป

Keychron K8 เป็นคีย์บอร์ด mechanical ไร้สาย เลย์เอาท์ tenkeyless ที่น่าสนใจ ด้วยทั้งการรองรับการเชื่อมต่อบลูทูธกับอุปกรณ์สามเครื่องที่กดสลับไปมาได้ง่าย รองรับการใช้งานแบบมีสาย มีเอฟเฟ็กต์ LED หลายแบบ พิมพ์ได้ดีและสนุก แบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นาน และรองรับการถอดเปลี่ยนสวิตช์ จะมีข้อสังเกตหน่อยที่ว่าค่อนข้างสูงกว่าคีย์บอร์ดยี่ห้ออื่น โดยรวมแล้วเป็นคีย์บอร์ดที่ใช้งานได้ดีและคุ้มค่ากับค่าตัวประมาณ 2,7xx บาท (ณ วันที่จอง)

บทความ รีวิว Keychron K8 (Hot-swap) มีต้นฉบับอยู่ที่ Thai App Update.

from:https://thaiappupdate.com/2020/08/15991/

พบโค้ดติดตามของรัฐบาลสหรัฐฯ ในแอปกว่า 500 แอป

สำนักข่าว The Wall Street Journal เผยแพร่รายงานชิ้นใหม่ พบว่าบริษัทผู้รับเหมาอย่างน้อยหนึ่งรายของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ได้ใส่ซอฟต์แวร์การติดตามของรัฐบาลลงในแอปพลิเคชันกว่า 500 รายการ

รายงานของ WSJ ระบุว่าผู้รับเหมารายหนึ่งที่ชื่อ Anomaly Six LLC มีการจ่ายเงินให้นักพัฒนาแอปฝังโค้ดติดตามของ Anomaly Six เองลงในแอปของตนเอง โดยบริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลที่ได้จากสมาร์ทโฟนที่ติดตั้งแอปที่มีโค้ดติดตามดังกล่าว และขายให้กับรัฐบาลของสหรัฐอเมริกาในแบบไม่ระบุตัวตนโดยผูกไว้กับไอดีผสมตัวเลขและตัวอักษร

ทั้งนี้ไม่มีการเปิดเผยจาก Anomaly Six ว่ามีแอปใดบ้างที่มีโค้ดติดตามดังกล่าวฝังอยู่ และในข้อตกลงการใช้แอปต่างๆ ที่มีโค้ดนี้ก็ไม่จำเป็นต้องระบุถึง Anomaly Six ด้วย จึงเป็นการยากที่จะหาว่ามีแอปใดบ้างที่มีโค้ดติดตามนี้

โดยสรุป ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่ามีแอปใดบ้างที่มีโค้ดติดตามของ Anomaly Six อีกทั้งผู้ใช้ก็ไม่สามารถสั่งห้ามการติดตามได้เพราะแอปเหล่านี้ไม่ได้แจ้งผู้ใช้ถึงการทำงานดังกล่าว

ทั้งนี้ แม้ข้อมูลที่ถูกส่งไปยังรัฐบาลจะเป็นแบบไม่ระบุตัวตน กระนั้นข้อมูลเหล่านี้ก็ยังสามารถนำมาเดาพฤติกรรมของผู้ใช้ได้ เช่น พิกัดที่อยู่เวลากลางคืนทุกวันน่าจะเป็นบ้าน เป็นต้น

แหล่งข้อมูล: WSJ ผ่าน Android Authority

บทความ พบโค้ดติดตามของรัฐบาลสหรัฐฯ ในแอปกว่า 500 แอป มีต้นฉบับอยู่ที่ Thai App Update.

from:https://thaiappupdate.com/2020/08/15941/

กสิกรเปิดตัว ‘MAKE’ แอปธนาคารเจาะกลุ่มวัยรุ่น ชูธุรกรรมแบบโซเชียล

ธนาคารกสิกรไทยเปิดตัว MAKE by KBank แอปพลิเคชันการธนาคารตัวใหม่เจาะตลาดเยาวชนและวัยรุ่น หวังมอบประสบการณ์การทำธุรกรรมแบบ ‘โซเชียล’ ด้วยฟีเจอร์ Pop Pay, Chat History และ Cloud Pocket

MAKE by KBank เป็นแอปพลิเคชันการธนาคารที่ออกแบบโดยคำนึงถึงรูปแบบการทำธุรกรรมและบริหารเงินของสังคมในปัจจุบัน ที่มีพฤติกรรมการทำธุรกรรมร่วมกันกับผู้อื่นมากขึ้น เช่น หารกันจ่ายค่าอาหาร ค่าที่พัก โอนเงินให้ครอบครัว และรวบรวมเงินทำกิจกรรมในชมรม เป็นต้น

ขั้นตอนการเปิดบัญชีสามารถกระทำได้ผ่านแอปตลอดกระบวนการ เมื่อเปิดใช้งาน MAKE by KBank ผู้ใช้จะได้รับบัญชี K-eSavings ของธนาคารกสิกรไทย พร้อมอัตราดอกเบี้ยเงินฝากร้อยละ 1.5 ต่อปี

Pop Pay – ผู้ใช้สามารถโอนเงินให้แก่ผู้อื่นได้โดยไม่ต้องใส่หมายเลขบัญชี พร้อมเพย์ หรือสแกนคิวอาร์โค้ด แต่จะสามารถใช้บลูทูธในการหาผู้ใช้ MAKE อื่นที่อยู่ภายในรัศมีของบลูทูธแทน (กสิกรให้ตัวเลขที่ 10 เมตร) เหมาะกับการรวบรวมเงินจากหลายๆ คน

Pop Pay

Cloud Pocket – ผู้ใช้สามารถจัดสรรเงินในบัญชีออกเป็นกล่องย่อยๆ ได้ตามแต่ละจุดประสงค์ เช่น กล่องสำหรับเก็บเงินไปเที่ยว กล่องสำหรับเก็บเงินไว้ชอปปิง เป็นต้น ซึ่งแต่ละ Cloud Pocket สามารถชวนเพื่อนเข้ามาร่วมลงขันได้ เพื่อเรียบเก็บเงินและดูประวัติการจ่ายเงินของแต่ละคน เช่น รายจ่ายในทริป เป็นต้น ทั้งนี้การโอนเงินเข้า Cloud Pocket แบบร่วมนั้นถือเป็นการโอนเข้าบัญชีของเจ้าของ Cloud Pocket

Chat Banking – หน้าประวัติการทำธุรกรรม (รวมถึงใน Cloud Pocket) จะถูกแสดงผลเหมือนเป็นหน้าจอแชต ผู้ใช้สามารถกดเข้าไปที่เพื่อนแต่ละคนเพื่อดูประวัติการทำธุรกรรมระหว่างกัน และส่งคำขอชำระเงินให้กันได้ โดยแต่ละธุรกรรมก็สามารถแนบภาพประกอบได้ด้วย

ในระยะแรก MAKE by KBank จะได้รับการทดสอบใช้งานภายในธนาคารกสิกรก่อน แล้วจึงเปิดให้บริการแก่สาธารณะในช่วงปลายปีนี้ ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนล่วงหน้าได้ที่ kbtg.tech/makebank

MAKE by KBank ถือเป็นการขยับตัวของธนาคารกสิกรในการลงมาจับกลุ่มเป้าหมายที่อายุน้อยลง และเป็นแอปพลิเคชันการธนาคารตัวแรกๆ ของไทยที่ปักธงกลุ่มผู้ใช้ชัดเจนที่เยาวชน

‎MAKE by KBank (Free, App Store) →

MAKE by KBank (Free, Google Play) →

บทความ กสิกรเปิดตัว ‘MAKE’ แอปธนาคารเจาะกลุ่มวัยรุ่น ชูธุรกรรมแบบโซเชียล มีต้นฉบับอยู่ที่ Thai App Update.

from:https://thaiappupdate.com/2020/07/15880/

รีวิว MuvMi แอปเรียกรถสามล้อไฟฟ้า เหมาได้ แชร์ได้

การเดินทางระยะใกล้ในกรุงเทพมีตัวเลือกอยู่หลากหลาย สิ่งหนึ่งที่เป็นสัญลักษณ์คู่กรุงเทพมานานก็คือรถสามล้อหรือตุ๊กตุ๊ก และด้วยแอปพลิเคชัน MuvMi เราจะสามารถเรียกสามล้อไฟฟ้าและจ่ายเงินผ่านมือถือได้อย่างง่ายดายเสร็จสรรพ

MuvMi เป็นบริการของสำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬา ภายใต้โครงการ จุฬา สมาร์ทซิตี้ ให้บริการรถสามล้อในตรอกซอกซอยต่างๆ ในปัจจุบัน (ณ วันที่รีวิว) ครอบคลุมการให้บริการในแถบ สามย่าน ปทุมวัน เกาะรัตนโกสินทร์ พหลโยธิน และลาดพร้าว

ในการใช้งานจะต้องเติมเงินเข้าไปในแอปก่อน ซึ่งสามารถเลือกเติมจากบัตรเครดิต แอปธนาคาร หรือโอนเงินเข้าไปก็ได้ การชำระค่าโดยสารก็จะตัดจากแอปพลิเคชันโดยตรง ไม่มีการจ่ายเงินสดกับคนขับ

สำหรับการเรียกรถก็เลือกสถานที่เริ่มต้นและสถานที่ปลายทาง และเลือกจำนวนผู้โดยสารของเรา หรือถ้าอยากเหมาทั้งคันไม่ต้องแบ่งที่นั่งกับคนอื่นก็สามารถเลือกได้เช่นกัน โดยค่าบริการของ MuvMi นั้นจะเริ่มต้นที่ 15 บาท

เมื่อเรียกรถแล้วก็จะมีสถานะบอกว่าเราได้รถทะเบียนอะไร และสามารถดูในแผนที่ได้ว่าตอนนี้คนขับอยู่ที่ไหนแล้ว เมื่อรถมาถึง เราก็กดปุ่มสแกน QR โค้ด และไปสแกนที่ QR โค้ดบนรถเพื่อยืนยันและโดยสารได้ทันที เมื่อถึงที่หมายก็ลงจากรถได้ไม่ต้องทำอะไรอีก ค่าโดยสารก็จะถูกหักออกจากแอปพลิเคชันโดยอัตโนมัติ

หน้าจอรอรถ

จากที่ใช้บริการมาหลายคัน พบว่ารถที่ให้บริการมีความสะอาด เรียบร้อย มีเข็มขัดนิรภัยพร้อมใช้งาน เบาะนั่งอยู่ในสภาพดี การขับรถไม่อันตราย และด้วยความที่เป็นรถไฟฟ้าก็ทำให้ไม่มีเสียงเครื่องยนต์ จะมีก็เพียงเสียงมอเตอร์ไฟฟ้าที่ทำให้รู้สึกว่านั่งแล้วรักษ์โลกขึ้นมาทันใด

สรุปแล้วถือว่า MuvMi เป็นช่องทางการเดินทางที่ใช้ง่าย สะดวก เดินทางในตรอกในซอยได้รวดเร็ว (แต่บนถนนใหญ่ก็มีวิ่งนะ) และการที่ใช้พลังงานไฟฟ้าก็ทำให้รู้สึกถึงความ “คลีน” และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วย

‎MuvMi (Free, App Store) →

มูฟมี (Free, Google Play) →

บทความ รีวิว MuvMi แอปเรียกรถสามล้อไฟฟ้า เหมาได้ แชร์ได้ มีต้นฉบับอยู่ที่ Thai App Update.

from:https://thaiappupdate.com/2020/07/15826/

dtac แจกฟรี iCloud 50 GB นานสามเดือน

ดีแทคแจกสิทธิพิเศษให้ลูกค้าที่ใช้งานระบบปฏิบัติการ iOS และใช้แพลน iCloud แบบ 5 GB (แพลนฟรี) ให้อัปเกรดเป็นแพลน 50 GB ได้ฟรี เป็นเวลา 3 เดือน

ผู้ที่สนใจสามารถรับสิทธิ์ได้ด้วยการเข้าท่ีลิงก์ https://redeem.apple.com/dtac ผ่านอุปกรณ์ของแอปเปิล เช่น iPhone, iPad หรือ MacBook จากนั้นกดยืนยันตามขั้นตอนบนหน้าจอ

ดีแทคระบุว่าสิทธิ์นี้จะสามารถใช้งานได้จำกัดที่ 1 สิทธิ์ต่อ 1 เบอร์ต่อ 1 Apple ID โดยมีระยะเวลากดรับสิทธิ์ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2563 ถึง 31 ม.ค. 2564

หน้าจออัปเกรดเสร็จสิ้น

ตามปกติแล้ว iCloud จะมีการต่ออายุอัตโนมัติ ดังนั้นหากผู้ใช้ไม่ต้องการต่ออายุแพลน 50 GB ต่อเดือน สามารถทำตามขั้นตอนจากเว็บไซต์แอปเปิลเพื่อยกเลิกการต่ออายุได้ โดยจะไม่ถูกคิดค่าบริการหลังจากหมดระยะเวลาสามเดือนของแพลนฟรีจากดีแทคนี้

บทความ dtac แจกฟรี iCloud 50 GB นานสามเดือน มีต้นฉบับอยู่ที่ Thai App Update.

from:https://thaiappupdate.com/2020/07/15812/

ทวิตเตอร์ตั้งเวลาทวีตได้แล้ว

ทวิตเตอร์เปิดฟีเจอร์ตั้งเวลาทวีตล่วงหน้าได้นานสูงสุด 18 เดือน โดยผู้ใช้สามารถกดไอคอนปฏิทินในหน้าจอเขียนทวีต และเลือกวัน-เวลาที่ต้องการ จากนั้นกด Schedule ทวีตดังกล่าวก็จะทวีตโดยอัตโนมัติในเวลาที่ตั้ง

ฟีเจอร์นี้ยังสามารถใช้งานได้เฉพาะบนเว็บไซต์ twitter.com เท่านั้น ยังไม่สามารถใช้งานผ่านแอปพลิเคชันได้

หน้าต่างเขียนทวีต
หน้าต่างตั้งเวลา

แหล่งข้อมูล: Twitter

บทความ ทวิตเตอร์ตั้งเวลาทวีตได้แล้ว มีต้นฉบับอยู่ที่ Thai App Update.

from:https://thaiappupdate.com/2020/05/15708/

เปิดตัว Samsung Money บัตรเดบิต ควบคุมผ่าน Samsung Pay, มีดอกเบี้ยเงินฝาก

ซัมซุงเปิดตัว Samsung Money by SoFi บริการการเงินผ่านมือถือ พ่วงบัตรเดบิต MasterCard ควบคุมการใช้งานผ่านแอปพลิเคชัน Samsung Pay พร้อมสิทธิประโยชน์จาก Samsung Rewards และดอกเบี้ยเงินฝาก

Samsung Money by SoFi จะเป็นบัญชีแบบ cash management (เป็นบัญชีที่รวมคุณสมบัติของบัญชีออมทรัพย์ บัญชีใช้จ่ายทั่วไปและบัญชีสำหรับการลงทุนไว้ในที่เดียว) โดยผู้ใช้สามารถเปิิดใช้งานได้ฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียมบัญชี และสามารถถอนเงินผ่านตู้เอทีเอ็มได้

ผู้ใช้สามารถเปิดบัญชีได้ผ่านแอป Samsung Pay และใช้งานบัตรเสมือนผ่านแอปได้เมื่อบัญชีได้รับการอนุมัติ จากนั้นจะมีบัตรแข็งถูกส่งตามมา สามารถนำมาเปิดใช้งานผ่านแอป Samsung Pay ได้ในตัว

ในแอป Samsung Pay ผู้ใช้จะสามารถดูรายการการเดินบัญชี การใช้บัตรเดบิต ยอดเงิน พักการชำระเงิน เปิด-ปิดการใช้บัตร เปลี่ยนพิน และดูรายการใช้จ่ายที่น่าสงสัยได้

ด้านความปลอดภัย Samsung Money by SoFi มีการดูแลความปลอดภัยด้วย Samsung Knox และบนบัตรแข็งจะไม่แสดงหมายเลขบัตรและหมายเลข CVV (เช่นเดียวกับบัตรเครดิต Apple Card ของแอปเปิล) แต่ผู้ใช้สามารถเปิดดูในแอป Samsung Pay ได้

ผู้ใช้สามารถเข้าร่วมโปรแกรม Samsung Rewards เพื่อรับคะแนนจากการใช้จ่ายได้ และผู้ใช้จะสามารถแลกคะแนนเป็นเงินเพื่อโอนเข้าสู่บัญชีตนเองได้

Samsung Money by SoFi จะเปิดบริการในกลางปีนี้ โดยเริ่มจากในสหรัฐอเมริกาก่อน

แหล่งข้อมูล: Samsung

บทความ เปิดตัว Samsung Money บัตรเดบิต ควบคุมผ่าน Samsung Pay, มีดอกเบี้ยเงินฝาก มีต้นฉบับอยู่ที่ Thai App Update.

from:https://thaiappupdate.com/2020/05/15693/

พบข้อมูลการใช้อินเทอร์เน็ตบนเครือข่าย AIS รั่วกว่า 8 พันล้านรายการ

นักวิจัยด้านความปลอดภัยค้นพบฐานข้อมูลการใช้งานอินเทอร์เน็ตบนเครือข่ายของ Advanced Wireless Network หรือ AWN (บริษัทลูกของเอไอเอส) กว่า 8 พันล้านรายการ ถูกเปิดให้เข้าถึงอย่างสาธารณะ

จัสติน เพน นักวิจัยด้านความปลอดภัย เผยแพร่รายงานผ่านบล็อกโพสต์ว่า เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคมที่ผ่านมาเขาได้ค้นพบฐานข้อมูล ElasticSearch ที่คาดว่าอยู่ในความดูแลของ AWN ผู้ให้บริการเครือข่ายรายใหญ่ของไทย เปิดให้เข้าถึงได้แบบสาธารณะโดยมิได้ปิดกั้นด้วยรหัสผ่านมาตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม

ภายในฐานข้อมูลดังกล่าวเป็นประวัติ (log) การเรียกหาหมายเลขไอพีจากโดเมน (DNS query) ปะปนกับข้อมูลของระบบ NetFlow ซึ่งระบุโปรโตคอล หมายเลขไอพี และพิกัดของเซิร์ฟเวอร์ปลายทาง

ในช่วงเวลาประมาณ 3 สัปดาห์ที่ฐานข้อมูลดังกล่าวถูกเปิดเป็นสาธารณะ ได้มีข้อมูลเพิ่มขึ้นกว่า 200 ล้านรายการทุกๆ 24 ชั่วโมง โดย ณ วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 มีข้อมูลรวมกันกว่า 8,336,189,132 รายการ รวมเป็นขนาด 4.7 เทระไบต์

ตัวอย่าง DNS query
ตัวอย่าง NetFlow log

สำหรับข้อมูล DNS query นั้นมีการมอนิเตอร์เก็บไว้เพียง 8 วันแรก หลังจากนั้นไม่พบว่ามีการเก็บ DNS query เพิ่มเติม แต่ยังคงมีการเก็บข้อมูลใหม่ของ NetFlow อยู่ จัสติน เพน ให้ความคิดเห็นว่าอาจจะเป็นเพราะ DNS query นั้นมีจำนวนมากเกินกว่าที่ AWN (หรือผู้ใดก็ตามที่มอนิเตอร์การใช้งานอินเทอร์เน็ตนี้) ต้องการ โดยมีจำนวนมากถึงราว 2,538 รายการต่อวินาที เทียบกับข้อมูลของ NetFlow ที่เพิ่มขึ้น 3,200 รายการต่อวินาที

ข้อมูล DNS query เหล่านี้แม้จะไม่ได้เปิดเผยว่าข้อมูลที่เดินทางไป-กลับเซิร์ฟเวอร์นั้นคืออะไร แต่การเปิดเผยว่ามีการเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ไหนบ้างก็สามารถทำให้เห็นภาพได้ว่าผู้ใช้ อุปกรณ์ หรือบ้าน ณ หมายเลขไอพีนั้น เข้าเว็บไซต์อะไรบ้าง ใช้ระบบปฏิบัติการใด ใช้แอนตี้ไวรัสใด เป็นต้น เปรียบเทียบได้ว่าสามารถทราบว่าไปโรงพยาบาล ไปโรงเรียน แม้จะไม่รู้ว่าไปกับใครหรือไปเพื่ออะไรก็ตาม

จัสติน เพน ให้ข้อมูลว่า AWN มีการใช้งานแดชบอร์ด ElastiFlow ในการดูข้อมูลที่มอนิเตอร์ไว้ โดยแดชบอร์ดดังกล่าวมีการตั้งฟิลเตอร์เพื่อดูผู้ใช้ที่มีการเข้าใช้งานเฟซบุ๊กด้วย

หลังจากที่ จัสติน เพน ได้ติดต่อ AIS เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคมจนถึง 24 พฤษภาคมที่ผ่านมาแต่ไม่รับคำตอบ จึงตัดสินใจติดต่อ ThaiCERT ในวันที่ 21 พฤษภาคม ทำให้ฐานข้อมูลดังกล่าวได้ถูกปิดการเข้าถึงไปเรียบร้อยเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม

แดชบอร์ดที่ตั้งฟิลเตอร์ดูข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานเฟซบุ๊ก

ในช่วงเวลาดังกล่าว จัสติน เพน ได้ติดต่อสำนักข่าว TechCrunch ด้วยเช่นกัน โดย TechCrunch ให้ข้อมูลว่าฐานข้อมูลนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นของ AIS เท่านั้น โดยอาจเป็นของลูกค้า AIS ที่ขนาดใหญ่พอจะมอนิเตอร์การใช้งานเครือข่ายของลูกค้าตนเองอีกทีก็ได้

AIS ยังไม่มีการเคลื่อนไหวใดต่อสาธารณะถึงเหตุการณ์ในครั้งนี้

แหล่งข้อมูล: Rainbowtabl.es, TechCrunch

บทความ พบข้อมูลการใช้อินเทอร์เน็ตบนเครือข่าย AIS รั่วกว่า 8 พันล้านรายการ มีต้นฉบับอยู่ที่ Thai App Update.

from:https://thaiappupdate.com/2020/05/15673/