คลังเก็บหมวดหมู่: thaiappupdate

OnePlus 6T ขายได้มากกว่ารุ่นก่อน 249% ในเดือนแรก

เว็บไซต์ PCMag รายงานว่า Pete Lau ซีอีโอของ OnePlus ให้ข้อมูลว่าใน 30 วันแรกของการวางจำหน่ายในสหรัฐฯ OnePlus 6T สามารถทำยอดขายได้มากกว่า OnePlus 6 ถึง 249 เปอร์เซ็นต์

ยอดขายที่เพิ่มขึ้นแบบทะลุเป้าขนาดนี้ เกิดจากการที่มีโอเปอเรเตอร์ T-Mobile เป็นช่องทางใหม่ในการวางจำหน่ายสมาร์ทโฟน OnePlus ในสหรัฐอเมริกา จากเดิมที่มีจำหน่ายออนไลน์เฉพาะบนเว็บไซต์ OnePlus อย่างเดียว

“ตอนนี้ในทีมเรามีความสุขกันมาก”

Pete Lau

พร้อมกันนี้ เมื่อวาน (11 ธันวาคม 2561) OnePlus ก็ได้เปิดตัว OnePlus 6T McLaren Edition ที่เป็นรุ่นพิเศษตามชื่อบอก มาพร้อมแรม 10 GB และระบบชาร์จเร็ว 30 วัตต์ ในราคา 699 ดอลลาร์สหรัฐฯ

OnePlus 6T McLaren Edition
OnePlus 6T McLaren Edition

ที่มา: PCMag

บทความ OnePlus 6T ขายได้มากกว่ารุ่นก่อน 249% ในเดือนแรก มีต้นฉบับอยู่ที่ Thai App Update.

from:https://thaiappupdate.com/2018/12/12618/

Advertisements

รีวิว Huawei Mate 20 Pro: ดีมาก กล้องเด่น แต่ยังไม่ใช่แชมป์

Huawei Mate 20 Pro สมาร์ทโฟนตัวท็อปจากหัวเหว่ยประจำปี 2018 เป็นรุ่นที่หลายคนตั้งตารอคอยด้วยกล้องที่มีชื่อเสียงยอดเยี่ยมมาตลอด แต่ Mate 20 Pro จะสู้กับเรือธงค่ายอื่นได้ไหม การใช้งานเป็นอย่างไร มาดูกัน

ดีไซน์

เมื่อมองจากภายนอกแล้ว สิ่งที่โดดเด่นที่สุดของ Huawei Mate 20 Pro เห็นจะเป็น “กล้องคี่” ที่มีมาถึงสามตัว รวมไว้กับแฟลช LED ในเกาะสีดำตรงกลางด้านหลังเครื่อง ท่ามกลางฝาหลังกระจกที่เป็นลวดลายเส้นบางๆ

Mate 20 Pro

ด้านหน้าของ Huawei Mate 20 Pro ทักทายผู้ใช้ด้วยหน้าจอขนาดใหญ่จนเรียกว่าเต็มพื้นที่ก็คงจะไม่ผิด สีดำของหน้าจอและขอบจอกลืนกันอย่างแนบเนียน มุมทั้งสี่ของเครื่องโค้งมน เช่นเดียวกับขอบเครื่องด้านข้างที่โค้งมาจากด้านหลัง รับกับขอบหน้าจอที่โค้งงอไปด้านหลัง ทำให้จับถนัดมืออย่างมาก โดยรวมให้ความรู้สึกที่ดีมากเวลาถือไว้ในมือ

Mate 20 Pro

เมื่อดูเผินๆ จากการมองครั้งแรก Huawei Mate 20 Pro ให้ความรู้สึกว่าเป็น “Galaxy S9+ ที่มีรอยบาก” อย่างมาก ถึงกระนั้นการออกแบบก็ทำให้รู้สึกว่าพรีเมียมได้ดีมาก เรียกว่าดูในภาพอาจรู้สึกแปลกๆ แต่ในสัมผัสจริงให้ความรู้สึกที่ดี

หน้าจอ

Huawei Mate 20 Pro มีหน้าจอ OLED ขอบบาง ขนาด 6.39 นิ้ว ความละเอียด 2K มีความหนาแน่นพิกเซลสูงถึง 538 จุดต่อตารางนิ้ว เทียบกับคู่แข่งอย่าง Galaxy Note9 ที่มีความหนาแน่น 516 ppi

หน้าจอให้สีสันที่สดใส แต่จากความรู้สึกแล้ว Note9 ยังให้สีที่สดกว่า ในขณะที่ Mate 20 Pro จะมีความสดและความสบายตาไปพร้อมๆ กัน รวมทั้งบน Mate 20 Pro ยังมีฟีเจอร์ปรับโทนสีหน้าจอให้เหมาะสมกับสภาพแสงภายนอกโดยอัตโนมัติด้วย เช่น อยู่ในห้องที่มีไฟส้มๆ หน้าจอก็จะปรับโทนออกมาส้มเล็กน้อย แล้วแต่สภาพแสง

การใช้งานกลางแจ้งในสภาพแสงจ้าสามารถมองเห็นได้ชัดเจน และการใช้งานในที่แสงน้อยก็ไม่แสบตา (แต่ไม่แนะนำให้มองหน้าจอในที่มืดนานๆ นะครับ) เรียกว่ามีช่วงความสว่างที่สมดุลกันดี

ด้วยความที่มีขอบจอบาง และด้านข้างยังโค้งไปกับตัวเครื่องอีก ก็ทำให้มีความรู้สึกเหมือนด้านหน้ามีเพียงหน้าจอ และเรากำลังถือแค่หน้าจออยู่ในมือ

Mate 20 Pro

สำหรับรอยบากด้านบนนั้นสามารถตั้งค่าให้แสดงพื้นหลังเป็นแถบดำเพื่อซ่อนรอยบากได้ โดยที่พื้นที่ตรงนั้นยังใช้แสดงไอคอนการแจ้งเตือนตามปกติ แต่ในการใช้งานจริงแล้วรอยบากก็ไม่ได้เป็นที่น่ารำคาญอะไร เชื่อเถอะว่าสุดท้ายคุณก็จะปล่อยรอยบากให้อยู่อย่างนั้น ไม่ได้ซ่อนมันหรอก

เสียง

Huawei Mate 20 Pro มาพร้อมลำโพงสเตอริโอ ตัวหนึ่งอยู่ในรอยบากด้านบน อีกตัวซ่อนอยู่ภายในช่องชาร์จ แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับไม่น่าพอใจสำหรับสมาร์ทโฟนในราคานี้ เสียงจากลำโพงมีลักษณะแบน มิติน้อย และมีเบสน้อยมาก จะเน้นไปทางแหลมมากกว่า และแม้จะเร่งเสียงจนสุดก็ยังไม่ได้ดังมาก ถือว่าลำโพงเป็นจุดด้อยของ Huawei Mate 20 Pro

เมื่อเสียบหูฟัง สถานการณ์ก็จะเปลี่ยนไปด้วยความช่วยเหลือจากระบบเสียง Dolby Atmos ที่ทำให้เราสามารถปรับอีควอไลเซอร์เองได้ หรือจะใช้โหมดสมาร์ทให้ระบบจัดการให้ก็ได้

อย่างไรก็ตาม โดยรวมแล้วในด้านเสียงแพ้ Galaxy Note9 อย่างราบคาบ

ประสิทธิภาพและซอฟต์แวร์

Huawei Mate 20 Pro ใช้หน่วยประมวลผล Kirin 980 แปดคอร์ เป็นชิปสถาปัตยกรรม 7 นาโนเมตรตัวแรกของหัวเหว่ย ทำงานคู่กับแรมขนาด 6 GB (และ 8 GB สำหรับรุ่นความจุ 256 GB) ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 9.0 รุ่นล่าสุด ครอบทับด้วยหน้าตาของ EMUI 9.0

การใช้งานก็ทำได้ลื่นตามคาดอย่างที่ควรจะเป็นในสมาร์ทโฟนระดับไฮเอนด์ เข้าแอพ ออกแอพ สลับแอพได้อย่างลื่นไหล และเมื่อใช้งานคู่กับการปาดนิ้วก็ยิ่งทำให้การใช้งานดูเป็นธรรมชาติขึ้น ฟังก์ชันการทำงานต่างๆ เช่น เปิดแอพคู่กันสองแอพ ย่อแอพลงมาเป็นหน้าต่าง picture-in-picture ก็มีมาให้ตามปกติ

Mate 20 Pro

หน้าตาของ EMUI 9.0 ยังไม่ได้เปลี่ยนไปมากจาก EMUI 8.0 หรือแม้แต่ 7.0 (ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแย่แต่อย่างใด) สำหรับคนที่ใช้สมาร์ทโฟนหัวเหว่ยรุ่นอื่นมาก่อนอาจไม่ชอบใช้ Launcher ตั้งต้นของ EMUI แต่ด้วยตัวเครื่องภายนอก Huawei Mate 20 Pro ที่สวย ทำให้ผมรู้สึกว่ารอบนี้หน้าตาของ EMUI เข้ากันกับตัวเครื่องได้ดี

การควบคุมเครื่องมีให้เลือกสามแบบ ได้แก่ ปุ่มนำทางสามปุ่มที่เราคุ้นเคย ปุ่มกลมที่ใช้งานด้วยการกดและปัด และอย่างสุดท้ายเป็นแบบใหม่ นั่นคือการควบคุมด้วยท่าทาง ปัดจากล่างขึ้นบนเพื่อกลับหน้าโฮม หรือลากขึ้นมาค้างไว้เพื่อดูแอพที่เปิดล่าสุด และปัดจากขอบจอซ้ายหรือขวาเพื่อย้อนกลับ จากการใช้งานพบว่าทำงานได้ดีและลื่น แต่ในแอพที่ต้องเลื่อนเมนูออกมาจากด้านข้างอาจจะมีปัญหาบ้าง ก็ต้องเอื้อมนิ้วขึ้นไปช่วงบนๆ ของหน้าจอ

Mate 20 Pro

EMUI มาพร้อมกับธีมสีดำมานานแล้ว ซึ่งนอกจากจะช่วยประหยัดแบตเตอรี่ได้แล้ว ยังดูสวยบนหน้าจอ OLED อีกด้วย

EMUI 9.0 มีฟีเจอร์ Digital Balance คล้ายกับ Digital Wellbeing บนสมาร์ทโฟน Google Pixel โดยฟีเจอร์นี้ใช้สำหรับควบคุมการใช้งานมือถือของเรา สามารถดูจำนวนครั้งการปลดล็อคหน้าจอได้ สามารถดูได้ว่าเราใช้เวลาไปกับแอพอะไรเท่าไรบ้าง และสามารถจำกัดเวลาให้แต่ละแอพได้ด้วย

สแกนหน้า สแกนนิ้ว

Huawei Mate 20 Pro ถือเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกๆ ในตลาดที่รองรับการสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ ในการใช้งานก็จะต้องวางนิ้วลงบนตำแหน่งเซ็นเซอร์ซึ่งอยู่พอเหมาะกับนิ้วโป้ง และออกแรงกดเบาๆ

Mate 20 Pro

การสแกนนิ้วจะไม่ได้รวดเร็วเหมือนเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบธรรมดา แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าช้า ข้อเสียคือในการเพิ่มลายนิ้วมือค่อนข้างจะใช้เวลา และการสแกนประมาณ 3 ใน 10 ครั้งก็ไม่ผ่าน แต่ถือว่าชดเชยได้ด้วยความสะดวกในการวางนิ้ว และยังดูทันสมัยด้วย

Huawei Mate 20 Pro ยังมาพร้อมกับระบบสแกนใบหน้าอีกด้วย โดยเป็นการสแกนแบบสามมิติด้วยจุดอินฟราเรด เช่นเดียวกับ iPhone X ทำให้สามารถใช้งานในที่มืดสนิทได้ และยังสแกนได้เร็วมากอย่างน่าประทับใจอีกด้วย เรียกว่าเกือบจะทันทีเลยก็ได้ (เร็วกว่าสแกนนิ้ว) แต่ข้อเสียของการสแกนใบหน้าแบบอินฟราเรดก็คือจะใช้เวลาเพิ่มขึ้น (เพียงเล็กน้อย) เมื่อสแกนในที่แสงจ้า

Mate 20 Pro

บทความ รีวิว Huawei Mate 20 Pro: ดีมาก กล้องเด่น แต่ยังไม่ใช่แชมป์ มีต้นฉบับอยู่ที่ Thai App Update.

from:https://thaiappupdate.com/2018/12/12562/

แอปเปิลเปลี่ยนคำโปรย iPhone XS, XR สองรอบ กระตุ้นยอดขาย

สองสัปดาห์ที่ผ่านมามีข่าวเกี่ยวกับยอดขายของ iPhone XS และ iPhone XR มาตลอด วันนี้มีผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่งไปสังเกตเห็นว่าแอปเปิลได้เปลี่ยนคำโปรยของ iPhone ทั้งสองรุ่นบนเว็บไซต์ไปถึงสองครั้งในสัปดาห์เดียว

Benjamin Mayo บล๊อกเกอร์สายแอปเปิลจากเว็บ 9to5Mac ทวีตภาพเปรียบเทียบคำโปรยของ iPhone XR ในเวอร์ชันดั้งเดิม เวอร์ชันที่มีการแก้ไขเมื่อวันจันทร์ที่ 3 ธ.ค. และเวอร์ชันแก้ไขล่าสุดวันที่ 7 ธ.ค. รวมทั้งหมดมีการแก้ไขสองครั้งภายในเวลา 5 วัน

ดั้งเดิม
3 ธ.ค. 2561
6 ธ.ค. 2561

นอกจากนี้ ผมก็สังเกตว่า iPhone XS ก็ได้รับการแก้ไขข้อความไปพร้อมกันด้วยเช่นกัน

ดั้งเดิม
3 ธ.ค. 2561
6 ธ.ค. 2561

จะเห็นได้ว่าข้อความในแต่ละครั้งยาวขึ้นเรื่อยๆ เพื่อบรรยายสรรพคุณของ iPhone XR และ iPhone XS ให้ชัดเจนขึ้นในหน้าเดียว คาดว่าการปรับปรุงข้อความครั้งนี้เป็นไปเพื่อให้คนทั่วไปเห็นความใหม่ของ iPhone ทั้งสองรุ่นมากขึ้น เพื่อกระตุ้นยอดขาย iPhone สองรุ่นล่าสุดนั่นเอง

บทความ แอปเปิลเปลี่ยนคำโปรย iPhone XS, XR สองรอบ กระตุ้นยอดขาย มีต้นฉบับอยู่ที่ Thai App Update.

from:https://thaiappupdate.com/2018/12/12548/

ซัมซุงเปลี่ยนภาพโปรไฟล์ เปิดตัวสมาร์ทโฟนพับได้สัปดาห์นี้!

อย่างที่หลายคนทราบข่าวกันก่อนหน้านี้แล้วว่าซัมซุงจะเปิดตัวสมาร์ทโฟนพับได้ในเดือนพฤศจิกายนนี้เสียที หลังจากที่มีข่าวลือกันมานานมากกว่าสองปี ล่าสุดซัมซุงได้เปลี่ยนภาพโปรไฟล์ในสื่อออนไลน์เป็นโลโก้แบบโค้งพับแล้ว

จากภาพโปรไฟล์ทั้งบนเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ของบัญชี Samsung Mobile นั้น เป็นโลโก้ซัมซุงที่มีส่วนโค้งพับขึ้นมาครึ่งหนึ่งของโลโก้ คงจะเดากันไม่ยากว่าเป็นการล้อกับลักษณะของสมาร์ทโฟนพับได้ ไม่มากก็น้อยนั่นเอง

ซัมซุงจะเปิดตัวสมาร์ทโฟนพับได้ในงาน Samsung Developers Conference 2018 ในซานฟรานซิสโกที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7 ถึง 8 พฤศจิกายนนี้ หรือก็คือสุดสัปดาห์นี้นั่นเอง

DJ Koh ซีอีโอส่วนมือถือของซัมซุง บอกว่าซัมซุงทำแบบสอบถามกับผู้บริโภคมาแล้ว และพบว่าในตลาดยังมีพื้นที่ให้กับสมาร์ทโฟนประเภทนี้อยู่ ในการใช้งานผู้ใช้จะสามารถใช้ความสามารถหลักๆ ของเครื่องได้โดยไม่ต้องกางจอออก และเมื่อต้องการพื้นที่หน้าจอเพิ่มเพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติมก็ค่อยกางจอออกมา

ปลายสัปดาห์นี้ก็จะได้เห็นสมาร์ทโฟนพับได้รุ่นแรกของซัมซุงกันแล้วครับ มารอดูกันว่าการพับได้จะมีประโยชน์อย่างไรกับการใช้งานบ้าง

บทความ ซัมซุงเปลี่ยนภาพโปรไฟล์ เปิดตัวสมาร์ทโฟนพับได้สัปดาห์นี้! มีต้นฉบับอยู่ที่ Thai App Update.

from:https://thaiappupdate.com/2018/11/12541/

มาแล้ว! แอปเปิลประกาศเปิด Apple Store สาขาแรกในไทย 10 พ.ย. นี้

หลังจากที่ลือและมีภาพหลุดกันมานาน ล่าสุดวันนี้ก็ได้ฤกษ์ประกาศวันเปิดตัว Apple Store สาขาแรกในไทยที่ศูนย์การค้า ICONSIAM เสียที โดยจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการวันเสาร์ที่ 10 พฤศจิกายนนี้ เวลา 10 โมงเช้า

Apple Store สาขา ICONSIAM นี้จะมีโซนและกิจกรรมต่างๆ เหมือนกับ Apple Store ในต่างประเทศ เช่น โซน Genius Bar และกิจกรรม Today at Apple ที่เป็นกิจกรรมสอนการใช้งานหรือกิจกรรมสร้างสรรค์ต่างๆ

เอาเป็นว่าเตรียมตัวกันให้พร้อม แล้วไปเปิด Apple Store สาขาแรกในไทยกันวันที่ 10 พฤศจิกายนนี้ครับ

ที่มา: Apple

บทความ มาแล้ว! แอปเปิลประกาศเปิด Apple Store สาขาแรกในไทย 10 พ.ย. นี้ มีต้นฉบับอยู่ที่ Thai App Update.

from:https://thaiappupdate.com/2018/10/12522/

เปิดตัว TicWatch C2: เรือนสแตนเลส, กันน้ำ, จ่ายเงินผ่าน NFC ได้

Mobvoi เปิดตัว TicWatch C2 นาฬิกาอัจฉริยะรุ่นใหม่ ตัวเรือนทำจากสแตนเลส มาพร้อมสายหนัง รองรับการจ่ายเงินผ่าน NFC ด้วย Google Pay และสามารถกันน้ำได้ลึกกว่าหนึ่งเมตร ตามมาตรฐาน IP68

คุณสมบัติของ TicWatch C2 ก็จะใกล้เคียงกับ TicWatch รุ่นอื่นๆ คือใช้ระบบปฏิบัติการ Wear OS มีหน้าจอ AMOLED ขนาด 1.3 นิ้ว มี GPS, Accelerometer, Gyroscope ส่วนหน่วยประมวลผลยังคงเป็น Snapdragon 2100 ซึ่งเป็นรุ่นเมื่อสองปีที่แล้ว ยังไม่ใช่ Snapdragon 3100 ที่เพิ่งเปิดตัวในปีนี้

ราคาสั่งจองล่วงหน้าอยู่ที่ 6448.99 บาทบนเว็บไซต์ Mobvoi (รวมค่าส่งเบ็ดเสร็จอยู่ที่ 7,060 บาท) ส่วนราคาจากตัวแทนจำหน่ายในบ้านเรานั้นต้องติดตามกันอีกทีครับ

บทความ เปิดตัว TicWatch C2: เรือนสแตนเลส, กันน้ำ, จ่ายเงินผ่าน NFC ได้ มีต้นฉบับอยู่ที่ Thai App Update.

from:https://thaiappupdate.com/2018/10/12512/

Mobvoi เตรียมเปิดตัว TicWatch รุ่นใหม่เร็วๆ นี้ อาจเป็น 22 ต.ค.

บัญชีทวิตเตอร์ของ Mobvoi โพสต์ภาพทีเซอร์ของสมาร์ทวอทช์รุ่นใหม่ พร้อมลิงก์ไปยังหน้าสมัครรับอีเมลตอบคำถามลุ้นรางวัล ที่จะมีขึ้นในวันที่ 22 ตุลาคมนี้ (พรุ่งนี้) ซึ่งในวันดังกล่าวอาจเป็นวันเปิดตัว TicWatch รุ่นใหม่นี้ก็ได้

สำหรับ TicWatch รุ่นดังกล่าวนี้ไม่น่าจะเป็น TicWatch E2 เนื่องจาก TicWatch E2 มีปุ่มด้านข้างเพียงปุ่มเดียว แต่ในภาพทีเซอร์ใหม่นี้มีปุ่มด้านข้างถึงสองปุ่ม และตัวเรือนก็ดูเหมือนจะเป็นโลหะ ดังนั้นจึงเป็นไปได้ว่าอาจจะเป็น TicWatch Classic รุ่นใหม่ ที่มาพร้อมหน่วยประมวลผล Snapdragon Wear 3100 สำหรับสมาร์ทวอทช์โดยเฉพาะ ที่เปิดตัวไปเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา

ในวันพรุ่งนี้ก็จะ (อาจจะ) ได้รู้กันแล้วว่า TicWatch รุ่นใหม่นี้คืออะไร รอดูกันครับ

ที่มา: Mobvoi

บทความ Mobvoi เตรียมเปิดตัว TicWatch รุ่นใหม่เร็วๆ นี้ อาจเป็น 22 ต.ค. มีต้นฉบับอยู่ที่ Thai App Update.

from:https://thaiappupdate.com/2018/10/12506/