คลังเก็บหมวดหมู่: thaiappupdate

Google Fit ปรับหน้าตาเล็กน้อย, เพิ่ม Tile บน Wear OS

Google Fit แอปพลิเคชันด้านการออกกำลังกายจากกูเกิล ปรับหน้าตาเล็กน้อย เพิ่มความสำคัญไปที่การนับก้าวเดินมากขึ้น โดยเน้นเป็นตัวเลขให้เห็นเด่นชัดด้านบนในวงกลมแทนรูปโปรไฟล์เดิม

นอกจากการอัปเดตแอปบนแอนดรอยด์และ iOS แล้ว ยังมีการเพิ่ม Tile ใหม่เข้ามาในแอปบนนาฬิกา Wear OS ด้วย โดยเป็นทางลัดให้สามารถเริ่มติดตามการออกกำลังกาย และเป็นวงกลมแสดงสถานะของการออกกำลังกายที่เป็นตัวเลขใหญ่และหนา อ่านได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม

แหล่งข้อมูล: Google Fit Community

บทความ Google Fit ปรับหน้าตาเล็กน้อย, เพิ่ม Tile บน Wear OS มีต้นฉบับอยู่ที่ Thai App Update.

from:https://thaiappupdate.com/2020/04/15184/

ชิป A12Z บน iPad Pro 2020 คือ A12X บน iPad Pro 2018 ที่ไม่ได้ปิดคอร์

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แอปเปิลได้เปิดตัว iPad Pro รุ่นปี 2020 ซึ่งห่างจาก iPad Pro 2018 ราวหนึ่งปีกว่า โดยใน iPad Pro รุ่นใหม่นี้แอปเปิลใช้หน่วยประมวลผล A12Z ที่แอปเปิลโฆษณาว่าเป็นหน่วยประมวลผลที่ทรงพลังที่สุดบน iPad

ผลการทดสอบจากผู้ใช้รายหนึ่งด้วย GeekBench แอปพลิเคชันวัดประสิทธิภาพของหน่วยประมวลผล เผยให้เห็นคะแนนประสิทธิภาพของ iPad Pro 2020 ที่ใกล้เคียงกับ iPad Pro 2018 อย่างมาก โดยได้คะแนนแบบแกรประมวลผลเดียว (single-core) ที่ 1114 คะแนน และคะแนนแบบหลายแกนประมวลผล (multi-core) ที่ 4654 คะแนน ในขณะที่ iPad Pro ปี 2018 ได้คะแนนที่ 1114 และ 4607 คะแนนตามลำดับ

คะแนน GeekBench ของ iPad Pro 2020
คะแนน GeekBench ของ iPad Pro 2018

เมื่อเทียบประสิทธิภาพการประมวลผลกราฟิก (Metal) แล้ว iPad Pro 2020 ได้คะแนนสูงกว่ารุ่นก่อน ที่ 9894 คะแนน เทียบกับรุ่นก่อนหน้าที่ได้ 9020 คะแนน

คะแนนประสิทธิภาพกราฟิก iPad Pro 2020

ในข้อมูลเชิงเทคนิคจาก GeekBench นั้น Apple A12X และ Apple A12Z ทำงานที่ความเร็ว 2.49 GHz เท่ากัน มี 8 แกนประมวลผลหลักเท่ากัน ในขณะที่แอปเปิลให้ข้อมูลว่า A12Z มีแกนประมวลผลกราฟิก 8 แกน เพิ่มขึ้นมาจาก A12X หนึ่งแกน

เว็บไซต์ NotebookCheck รายงานโดยอ้างข้อมูลจาก TechInsight หน่วยงานด้านการแกะและวิเคราะห์ชิปต่างๆ ว่า ชิป Apple A12X บน iPad Pro 2018 นั้นมีแกนประมวลผลกราฟิก 8 คอร์เท่ากับ A12Z บน iPad Pro 2020 แต่ถูกปิดการใช้งานไว้

TechInsight จะตรวจสอบชิป A12Z เร็วๆ นี้เพื่อดูว่าชิป A12Z เป็นชิปตัวเดียวกับ A12X หรือไม่ และมีความแตกต่างกันอย่างไร

แหล่งข้อมูล: MacRumors, NotebookCheck

บทความ ชิป A12Z บน iPad Pro 2020 คือ A12X บน iPad Pro 2018 ที่ไม่ได้ปิดคอร์ มีต้นฉบับอยู่ที่ Thai App Update.

from:https://thaiappupdate.com/2020/03/15076/

เปิดตัว iPad Pro 2020 ใช้ชิป A12Z, LiDAR และมีกล้องใหม่

แอปเปิลเปิดตัว iPad Pro รุ่นปี 2020 บนเว็บไซต์ โดยมาพร้อมกับหน่วยประมวลผล Apple A12Z Bionic ซึ่งเป็นตัวล่าสุดและแรงที่สุดของแอปเปิลในขณะนี้ พร้อมด้วยเซ็นเซอร์ LiDAR และกล้องใหม่

เซ็นเซอร์ LiDAR ที่เพิ่มเข้ามาเป็นการใช้แสงเพื่อวัดระยะห่างจากวัตถุ รองรับระยะที่ไกลที่สุดที่ 5 เมตร เพื่อการใช้งานร่วมกับแอปพลิเคชัน Augmented Reality (AR) ต่างๆ

หน้าจอของ iPad Pro 2020 เป็นแบบ ProMotion เช่นเคย รองรับช่วงสี P3 มีการรีเฟรชหน้าจอที่ 120 Hz และรองรับการปรับอุณหภูมิสีหน้าจอตามสภาพแสงโดยรอบ (True Tone)

กล้องใหม่บน iPad Pro 2020 มาในลักษณะคล้ายกับบน iPhone 11 Pro แต่มีกล้องอยู่สองตัว คือมุมกว้างธรรมดาและมุมกว้างพิเศษ (อัลตร้าไวด์) ยังคงรองรับการถ่ายวิดีโอที่ความละเอียดสุงสุด 4K 60fps เช่นเคย

นอกจากกล้องที่ได้รับการปรับปรุงแล้ว ไมโครโฟนบน iPad ยังเพิ่มขึ้นมากลายเป็น 5 ตัว โดยแอปเปิลโฆษณาว่าเป็นไมโครโฟนระดับสตูดิโอที่สามารถบันทึกเสียงได้ใส

พร้อมกันนี้แอปเปิลยังได้เปิดตัวคีย์บอร์ดรุ่นใหม่ Smart Keyboard Folio ที่มาพร้อมกับแทร็คแพ็ดในตัว สามารถใช้งานท่าทางต่างๆ ได้เพื่อสลับแอป เปิด Slide Over เป็นต้น ความพิเศษคือคีย์บอร์ดรองรับการยก iPad ให้ลอยขึ้นมา เพิ่มความสูงให้มองหน้าจอได้สะดวกขึ้น อีกทั้งยังมีพอร์ต USB Type-C ในตัวที่รองรับการชาร์จไฟให้ iPad ได้เลย

iPad Pro 2020 เริ่มวางจำหน่ายแล้ววันนี้ในราคาเริ่มต้นที่ 27,900 บาท

บทความ เปิดตัว iPad Pro 2020 ใช้ชิป A12Z, LiDAR และมีกล้องใหม่ มีต้นฉบับอยู่ที่ Thai App Update.

from:https://thaiappupdate.com/2020/03/15014/

Twitter เปิดให้เลือกติดตามหัวข้อได้แล้ว

เมื่อประมาณปลายปีที่แล้วทวิตเตอร์เปิดฟีเจอร์ใหม่ให้เราติดตามหัวข้อ (topic) ที่เราสนใจได้ โดยเลือกติดตามจากที่ทวิตเตอร์เสนอขึ้นมาในฟีดของเราเท่านั้น เราไม่สามารถค้นหาหัวข้อที่ต้องการได้

วันนี้ทวิตเตอร์ได้เปิดให้ผู้ใช้สามารถค้นหาหัวข้อที่ต้องการได้ด้วยตนเองแล้ว โดยมีหัวข้อหลากหลายให้เลือก อาทิ ทำอาหาร ทำสวน แมว รถยนต์ ภูมิศาสตร์ แฟชั่น ฟิสิกส์ เทคโนโลยี ท่องเที่ยว ศิลปะ และเพลง เป็นต้น

ในการค้นหาหัวข้อที่ต้องการติดตาม ให้เลือกจากเมนู Topics ในเมนูด้านซ้ายของแอปพลิเคชันได้เลย ส่วนบนเว็บไซต์สามารถคลิกที่ปุ่ม More แล้วเลือกเมนู Topics

บทความ Twitter เปิดให้เลือกติดตามหัวข้อได้แล้ว มีต้นฉบับอยู่ที่ Thai App Update.

from:https://thaiappupdate.com/2020/03/14913/

ระบบไฟล์ใหม่ในแอนดรอยด์ทำให้เล่นเกมที่ยังโหลดไม่เสร็จได้

กูเกิลกำลังพัฒนาระบบไฟล์ใหม่สำหรับลินุกซ์ในชื่อ ‘Incremental File System’ มาได้อย่างน้อยเกือบหนึ่งปีแล้ว โดยระบบไฟล์แบบใหม่นี้จะทำให้โปรแกรมสามารถเปิดใช้งานได้ขณะที่มันกำลังถูกดาวน์โหลดอยู่

กูเกิลให้คำอธิบายจุดประสงค์ของระบบไฟล์แบบใหม่นี้ว่า เพื่อให้แอปแอนดรอยด์ขนาดใหญ่สามารถทำงานได้ก่อนที่จะดาวน์โหลดข้อมูลมาเสร็จสมบูรณ์ หากมีจำเป็นต้องอ่านข้อมูลในส่วนที่ยังไม่ได้ดาวน์โหลดเข้ามา ก็จะสามารถโหลดข้อมูลส่วนนั้นเข้ามาเพิ่มได้ (hot block)

To allow running **big** Android apps before their binaries and resources are fully downloaded to an Android device. If an app reads something not loaded yet, it needs to wait for the data block to be fetched, but in most cases hot blocks can be loaded in advance.

เว็บไซต์ XDA อธิบายตัวอย่างการทำงานไว้ว่า เช่น เกมมีขนาด 5 GB โดยที่อินโทรของเกมมีขนาด 200 MB เมื่อเปิดเกมขึ้นมาระบบก็จะเริ่มดาวน์โหลดส่วนแรกๆ ของอินโทร เพื่อให้อินโทรสามารถเล่นได้ (คล้ายกับการค่อยๆ สตรีมวิดีโอนั่นเอง) และเบื้องหลังจึงโหลดส่วนอื่นๆ ตามมา เช่น เมนูของเกม เป้นต้น

โค้ดของ Incremental File System นี้เริ่มถูกนำเข้าในซอร์สโค้ดของ Android Open Source Project (AOSP) แล้ว ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้ว่ากูเกิลอาจเพิ่มเป็นฟีเจอร์ของแอนดรอยด์เวอร์ชันในอนาคต

แหล่งข้อมูล: XDA

บทความ ระบบไฟล์ใหม่ในแอนดรอยด์ทำให้เล่นเกมที่ยังโหลดไม่เสร็จได้ มีต้นฉบับอยู่ที่ Thai App Update.

from:https://thaiappupdate.com/2020/02/14779/

เปิดตัวซีรี่ส์ Galaxy S20: รองรับ 5G, ถ่ายวิดีโอ 8K, ซูมสูงสุด 100 เท่า

เข้าสู่เดือนกุมภาพันธ์ ต้อนรับมือถือรุ่นแรกแห่งทศวรรษกันด้วยซีรี่ส์ Galaxy S20 จากซัมซุง ที่เปิดตัวมาพร้อมกันสามรุ่นเช่นเคย ทั้ง Galaxy S20, Galaxy S20+ และ Galaxy S20 Ultra ที่พร้อมจะตั้งมาตรฐานใหม่ของสมาร์ทโฟนในปี 2020 นี้

สเปก Galaxy S20

หน้าจอ 6.2 นิ้ว Dynamic AMOLED 2X รองรับ 120 Hz
หน่วยประมวลผล 8 คอร์ที่สถาปัตยกรรม 7 นาโนเมตร
แรมและความจุ 12/128 GB (5G) หรือ 8/128 GB (LTE)
กล้องหลัง – กว้างพิเศษ (12 MP, f/2.2)
– กว้าง (12 MP, f/1.8, OIS)
– ซูม (64 MP, f/2.0, OIS)
กล้องหน้า 10 MP, f/2.2
microSD รองรับสูงสุด 1 TB
การเชื่อมต่อ eSIM, 5G, LTE 4×4 MIMO 7CA, Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/ax, Bluetooth 5.0
แบตเตอรี่ 4000 mAh รองรับ Fast Wireless Charging 2.0, QuickCharge 2.0, Adaptive Fast Charge

สเปก Galaxy S20+

หน้าจอ 6.7 นิ้ว Dynamic AMOLED 2X รองรับ 120 Hz
หน่วยประมวลผล 8 คอร์ที่สถาปัตยกรรม 7 นาโนเมตร
แรมและความจุ 12/128 GB, 12/256 GB, 12/512 GB (5G) หรือ 8/128 GB (LTE)
กล้องหลัง – กว้างพิเศษ (12 MP, f/2.2)
– กว้าง (12 MP, f/1.8, OIS)
– ซูม (64 MP, f/2.0, OIS)
– กล้องวัดความลึก
กล้องหน้า 10 MP, f/2.2
microSD รองรับสูงสุด 1 TB
การเชื่อมต่อ eSIM, 5G, LTE 4×4 MIMO 7CA, Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/ax, Bluetooth 5.0
แบตเตอรี่ 4500 mAh รองรับ Fast Wireless Charging 2.0, QuickCharge 2.0, Adaptive Fast Charge

สเปก Galaxy S20 Ultra

หน้าจอ 6.9 นิ้ว Dynamic AMOLED 2X รองรับ 120 Hz
หน่วยประมวลผล 8 คอร์ที่สถาปัตยกรรม 7 นาโนเมตร
แรมและความจุ 16/512 GB, 12/256 GB หรือ 12/128 GB
กล้องหลัง – กว้างพิเศษ (12 MP, f/2.2)
– กว้าง (108 MP, f/1.8, OIS)
– ซูม (48 MP, f/3.5, OIS)
– กล้องวัดความลึก
กล้องหน้า 40 MP, f/2.2
microSD รองรับสูงสุด 1 TB
การเชื่อมต่อ eSIM, 5G, LTE 4×4 MIMO 7CA, Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/ax, Bluetooth 5.0
แบตเตอรี่ 5000 mAh รองรับ Fast Wireless Charging 2.0, QuickCharge 2.0, Adaptive Fast Charge

หน้าจอ

ซีรี่ส์ Galaxy S20 ใช้หน้าจอแบบ Infinity-O เจาะรูตรงกลางสำหรับเป็นกล้องหน้า ความละเอียดหน้าจออยู่ที่ 3200 × 1440 (Quad HD+) รองรับเฉดสีกว้าง HDR10+ และรองรับการรีเฟรชหน้าจอสูงสุด 120 Hz

รองรับ 5G

Galaxy S20 ทั้งสามรุ่นรองรับเทคโนโลยีเครือข่าย 5G ทั้ง Sub6 และ mmWave (Galaxy S20 ธรรมดารองรับเฉพาะ Sub6) รองรับเครือข่าย 4G LTE ความเร็วดาวน์โหลดสูงสุด 2.0 Gbps และอัปโหลดสูงสุด 200 Mbps และรองรับ Wi-Fi สุงสุดที่มาตรฐาน ax ในความเร็วดาวน์โหลดและอัปโหลดสูงสุดที่ 1.2 Gbps

ถ่ายวิดีโอ 8K

ซีรี่ส์ Galaxy S20 รองรับการถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงสุดที่ 8K แบบไม่มีกั๊กรุ่นใหญ่รุ่นเล็ก ถ้าเทียบขนาดแล้ว 8K ก็จะใหญ่กว่า Full HD ถึง 16 เท่าเลยทีเดียว นอกจากนี้ก็ยังสามารถแคปเจอร์เฟรมจากในวิดีโอ 8K ออกมาเป็นภาพนิ่งที่ความละเอียด 33 MP ได้อีกด้วยฟีเจอร์ Video Snap

พร้อมกันนี้ ซัมซุงได้ร่วมมือกับ YouTube ให้ผู้ใช้สามารถอัปโหลดวิดีโอ 8K ขึ้น YouTube ได้โดยตรง

ซูม 100 เท่าและถ่ายภาพนิ่ง 108 MP

Galaxy S20 Ultra มีพร้อมกับกล้องเลนส์ซูมที่ซูมได้สูงสุด 100 เท่า (หัวเหว่ยของเอาไปโม้ไม่ได้แล้วว่า Galaxy ถ่ายพระจันทร์ไม่ได้) โดยจะเป็นการซูมแบบไฮบริด (ออปติคอลผสมดิจิตอล) ในระยะ 10 เท่า และเกินจากนั้นจะเป็นการนำ AI เข้ามาช่วย

นอกจากนี้ Galaxy S20 Ultra และยังสามารถถ่ายภาพนิ่งที่ความละเอียด 108 MP ได้ด้วย ใหญ่พอที่จะนำไปครอปเป็นอีกภาพได้เลย

ถ่ายทีเดียวได้เอฟเฟ็กต์หลายแบบ

โหมด Single Take บน Galaxy S20 เป็นการถ่ายภาพแบบรัวแล้วนำไปทำเป็นเอฟเฟ็กต์หลากหลายแบบ เช่น เร่งภาพ ทำภาพย้อนกลับ เป็นต้น จุดเด่นคือเรากดถ่ายทีเดียวแล้วระบบก็จะสร้างเอฟเฟ็กต์หลายแบบให้เราเลือกเลยโดยไม่ต้องถ่ายใหม่

นอกจากไฮไลท์เหล่านี้แล้ว Galaxy S20 ก็ยังมีการปรับปรุงอื่นๆ อีก เช่น โหมดถ่ายวิดีโอ Super Steady ที่ทำวิดีโอได้นิ่งมากขึ้น เซ็นเซอร์กล้องที่ใหญ่ขึ้นทำให้รับแสงได้เพิ่มขึ้น เป็นต้น

สำหรับกำหนดการวางจำหน่ายในประเทศไทยนั้นจะมีการประกาศเร็วๆ นี้

แหล่งข้อมูล: Samsung, Samsung Newsroom

บทความ เปิดตัวซีรี่ส์ Galaxy S20: รองรับ 5G, ถ่ายวิดีโอ 8K, ซูมสูงสุด 100 เท่า มีต้นฉบับอยู่ที่ Thai App Update.

from:https://thaiappupdate.com/2020/02/14694/

รีวิวหูฟังไร้สาย Sudio FEM: กะทัดรัด แบตอึด

Sudio เป็นแบรนด์หูฟังสัญชาติสวีเดน ที่นำหูฟังดีไซน์กลิ่นอายสแกนดิเนวียเข้ามาทำตลาดในบ้านเราตั้งแต่กลางปีที่แล้ว เมื่อเร็วๆ นี้ Sudio ได้เปิดตัว “Fem” หูฟังรุ่นล่าสุดของแบรนด์ ที่มาพร้อมดีไซน์เรียบหรู การควบคุมแบบสัมผัส และแบตฯ ที่ใช้ได้นาน แต่การใช้งานจะคุ้มราคาคุยหรือไม่ ต้องตามมาดูกัน

รีวิวนี้ใช้ Sudio Fem สีดำ เครื่องศูนย์ไทย ซึ่งได้รับการสนับสนุนอุปกรณ์โดย Sudio

พิเศษ รับส่วนลด 15% สำหรับซื้อสินค้าในเว็บไซต์ http://sudio.com/th เพียงใส่โค้ด thaiappfem ขณะเช็คเอาท์

การออกแบบ

วัสดุภายนอกของ Sudio Fem ทำจากพลาสติกเรียบด้าน เก็บงานได้เรียบร้อยและสะอาด ตัวหูฟังเองมีขนาดไม่ใหญ่มาก ทำให้ไม่รู้สึกเด่นออกมาเวลาสวมใส่ อีกทั้งยังมีส่วนเงาสะท้อนเพิ่มความสวยงามขึ้นอีกเล็กน้อย

เคสใส่หูฟังมีขนาดเกือบเท่าฝ่ามือ ซึ่งก็รู้สึกว่าค่อนข้างใหญ่ ดีไซน์เรียบๆ สะอาดตา สายห้อยมีความน่าสนใจตรงที่เป็นสีน้ำตาลและใช้วัสดุที่ให้อารมณ์เป็นเชือกรัดถุง ไม่แน่ใจว่าทำจากวัสดุอะไร แต่ดูคล้ายโฟม เข้ากับตัวเคสเอามากๆ เมื่อเปิดมาจะเจอหูฟัง และไฟแสดงระดับแบตเตอรี่ของตัวเคส

การใช้งาน

หูฟัง Sudio Fem มาพร้อมจุกยางสำรองอีกสามขนาด รวมเป็นสี่ขนาด จากที่สวมใส่ก็สามารถรับกับใบหูได้ดี ไม่ร่วงหล่น และด้วยน้ำหนักที่เบาข้างละ 5 กรัมกว่าๆ ก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกรำคาญที่หู

Sudio Fem เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน สมาร์ทวอทช์ หรืออุปกรณ์อื่นๆ ด้วย Bluetooth 5.0 เสียงที่ได้ถือว่าดี ใส มีมิติ ในย่านเบสไม่ได้หนักมากแต่ก็มีชัดเจนให้เติมเต็มโดยรวมได้ แต่ในย่านกลางและสูงก็ให้ความชัดเจนได้ดี ในเรื่องของอาการดีเลย์ของเสียงนั้นไม่ได้รู้สึกแต่อย่างใด

แม้ Sudio Fem จะไม่ได้มาพร้อมกับระบบตัดเสียงรบกวนแบบแอคทีฟ (active noise cancelling) แต่ด้วยรูปทรงที่เป็นแบบสอดเข้าหู (in-ear) อยู่แล้ว ก็ค่อนข้างจะตัดเสียงรบกวนไปได้พอสมควร

ในด้านของไมโครโฟนสำหรับการสนทนา สามารถได้ยินเสียงชัดเจน มีไมโครโฟนตัดเสียงรบกวนอยู่สองตัวในแต่ละข้าง จากการทดสอบในที่ที่มีลมก็สามารถได้ยินเสียงพูดชัด

Sudio Fem มีแผงรับสัมผัสอยู่ด้านข้างของหูฟังทั้งสองข้าง สามารถแตะเพื่อเล่น-หยุดเพลง แตะสองครั้งเพื่อย้อน-ข้ามเพลง และแตะค้างไว้เพื่อเรียก Assistant หรือ Siri ขึ้นมาได้ บริเวณรับสัมผัสไม่ได้ไวต่อการสัมผัสจนเกินไป ทำให้สามารถปรับจับหูฟังให้เข้ากับหูได้โดยไม่บังเอิญไปกดหยุดเพลง

เมื่อเก็บหูฟังใส่ลงในเคส ก็จะเป็นการชาร์จแบตเตอรี่ให้หูฟัง หากหยิบออกมาข้างใดก็ตามก็จะสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ได้ทันทีโดยอัตโนมัติ แบบแยกข้างได้ด้วย

แบตเตอรี่ของตัวหูฟังนั้นสามารถใช้งานได้นานต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ตามรายละเอียดบอกว่าใช้งานได้ 6 ชั่วโมง ซึ่งหากใครที่ฟังครั้งละไม่นาน เช่น อาจจะชั่วโมงหนึ่ง ครึ่งชั่วโมงแบบผม ก็จะไม่เจอปัญหาแบตฯ หมดเลย เพราะเก็บเข้าเคสก็เป็นการชาร์จไฟต่อแล้ว

สำหรับเคสสามารถเพิ่มเวลาการใช้งานให้เป็น 20 ชั่วโมง (จากรายละเอียด) แต่อย่างที่บอกว่าผมไม่ได้ใช้งานหนักอยู่แล้ว เลยไม่ได้นับเวลาจริงจังว่าใช้ได้ถึง 20 ชั่วโมงไหม

การชาร์จเคสนั้นชาร์จผ่านช่อง USB Type-C ถือเป็นข้อดี ทำให้ใช้สายร่วมกับสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรือแล็ปท็อปได้เลย แต่ก็มีสายมาให้ในกล่องเช่นกัน อีกทั้งยังรองรับการชาร์จเร็วด้วย

สรุป

Sudio Fem เป็นหูฟังไร้สาย (true wireless) ที่ให้เสียงที่ดี เหมาะกับการฟังเพลงแบบสบายๆ ตัดเสียงรบกวนได้พอสมควร สวมใส่สบายไม่ร่วงหล่นขณะเคลื่อนไหว ขนาดกะทัดรัดไม่โดดเด่นออกมา แบตเตอรี่ใช้งานได้นาน ราคา 4,890 อยู่ในช่วงใกล้เคียงกับยี่ห้ออื่นในตลาด แนะนำให้ลองเทียบกับหลายๆ ยี่ห้อและเลือกแนวเสียงที่ตรงความต้องการมากที่สุดครับ

ข้อดี

  • เสียงโดยรวมดี
  • ขนาดกะทัดรัด
  • สวมใส่หูได้เข้ารูป ไม่หล่น
  • ดีไซน์ดูดีทั้งหูฟังและเคส
  • ควบคุมเพลงโดยสัมผัสที่หูฟังได้
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้นาน
  • ชาร์จผ่าน USB Type-C และชาร์จได้เร็ว

ข้อสังเกต

  • เบสไม่ค่อยหนักแน่น
  • เคสต้องใช้สองมือในการเปิด
  • เคสมีขนาดใหญ่เล็กน้อย

บทความ รีวิวหูฟังไร้สาย Sudio FEM: กะทัดรัด แบตอึด มีต้นฉบับอยู่ที่ Thai App Update.

from:https://thaiappupdate.com/2020/02/14630/