คลังเก็บหมวดหมู่: thaiappupdate

Oppo โชว์ระบบ MeshTalk โทร-แชทได้ ไม่พึ่งสัญญาณโทรศัพท์

ออปโป้ เปิดตัวเทคโนโลยีสื่อสารระยะไกลแบบกระจายศูนย์ ‘MeshTalk’ สามารถใช้งานได้โดยไม่พึ่งเสาส่งสัญญาณเครือข่าย บลูทูธ หรือ Wi-Fi อีกทั้งยังครอบคลุมระยะไกลถึง 3 กิโลเมตร เพื่อการโทรศัพท์และส่งข้อความในจุดอับสัญญาณหรือมีความหนาแน่นสูง

ในทางเทคนิคแล้ว MeshTalk คือการสร้างเครือข่ายเฉพาะกิจขึ้นมาเชื่อมกัน (ad-hoc) ในระยะไกล และติดต่อหากันโดยตรงไม่ผ่านเสาสัญญาณโทรศัพท์ ออปโป้บอกว่า MeshTalk ไม่ได้ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่มาก และบริษัทก็มีแผนพัฒนาให้มันใช้พลังงานน้อยลง ให้สแตนด์บายโทรศัพท์ได้ 72 ชั่วโมง

ออปโป้เห็นว่าเทคโนโลยีนี้จะมีประโยชน์ในสถานการณ์ที่ผู้ใช้ไม่มีอินเทอร์เน็ต หรือเครือข่ายมีความหนาแน่นสูง เช่นในคอนเสิร์ต หรือเวลาไปต่างประเทศ ทั้งนี้ยังไม่มีรายละเอียดว่าเทคโนโลยีนี้จะสามารถใช้งานได้เมื่อไร และจะรองรับสมาร์ทโฟนในปัจจุบันของออปโป้หรือไม่

ข้อมูลจาก The Verge

บทความ Oppo โชว์ระบบ MeshTalk โทร-แชทได้ ไม่พึ่งสัญญาณโทรศัพท์ มีต้นฉบับอยู่ที่ Thai App Update.

from:https://thaiappupdate.com/2019/06/13449/

โฆษณา

เปิดตัว iPod Touch 2019 หน้าตาเดิม ซีพียูใหม่

แอปเปิลเปิดตัว iPod Touch รุ่นที่ 7 หลังพักการออกรุ่นใหม่ไปถึงสี่ปี นับตั้งแต่ปี 2015 โดยในรุ่นที่ 7 นี้ยังคงใช้ดีไซน์เดิม …หรือจะเรียกว่าเหมือนเดิมทุกประการ ยกเว้นหน่วยประมวลผลก็ได้

iPod Touch รุ่นที่ 7 นี้ ยังคงมาพร้อมหน้าจอขนาด 4 นิ้ว อัตราส่วน 16:9 เช่นเดิม กล้องหลังความละเอียด 8 MP และกล้องหน้าความละเอียด 1.2 MP เหมือนเดิม รวมไปถึงแบตเตอรี่และการเชื่อมต่อก็ยังเหมือนรุ่นก่อน

สิ่งที่ต่างออกไปใน iPod Touch ปี 2019 นี้คือหน่วยประมวลผล ที่เปลี่ยนจาก Apple A8 มาเป็น Apple A10 แบบเดียวกับที่ใช้ใน iPhone 7 และ iPhone 7 Plus เมื่อปี 2016 ซึ่งแอปเปิลบอกว่าทำงานเร็วขึ้นกว่ารุ่นก่อนสองเท่า และประมวลผลกราฟิกเร็วขึ้นกว่าเดิมสามเท่า รวมทั้งใช้งาน ARKit ได้แล้ว (รุ่นก่อนไม่รองรับ)

นอกจากหน่วยประมวลผลแล้ว ยังมีอีกหนึ่งสิ่งที่ต่างออกไปคือจำนวนความจุที่เพิ่มขึ้นมาหนึ่งรุ่น นั่นคือ 256 GB จากเดิมที่มีจำหน่ายเฉพาะ 32 GB และ 128 GB

iPod Touch ยังคงเป็นอุปกรณ์ iOS ที่มีราคาถูกที่สุดของแอปเปิล โดยมีราคา 6,900 บาท (32 GB) 10,900 บาท (128 GB) และ 14,900 บาท (256 GB) วางจำหน่ายในหกสี ได้แก่ สีชมพู สีเงิน สีเทาสเปซเกรย์ สีทอง สีฟ้า และ (PRODUCT)RED

และใช่ครับ ช่องหูฟังยังอยู่

ข้อมูลเพิ่มเติมที่ Apple

บทความ เปิดตัว iPod Touch 2019 หน้าตาเดิม ซีพียูใหม่ มีต้นฉบับอยู่ที่ Thai App Update.

from:https://thaiappupdate.com/2019/05/13645/

ยุโรปและเอเชียเร่งขายหัวเหว่ยมือสอง, อังกฤษพุ่ง 154%

จากเหตุการณ์สหรัฐฯ ออกมาตรการระงับการค้ากับหัวเหว่ย ทำให้บริษัทที่เกี่ยวข้องต่างๆ อย่างกูเกิล (แอนดรอยด์) และ ARM (หน่วยประมวลผล) ต้องระงับการค้าไปด้วย จนเกิดความกังวลแก่ผู้ใช้ว่าอุปกรณ์ของตนอาจใช้งานไม่ได้ในอนาคต ล่าสุดมีรายงานยอดการขายมือถือหัวเหว่ยมือสองที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมาก

ยุโรป

Music Magpie เว็บไซต์ขายอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์มือสองสัญชาติอังกฤษ เปิดเผยแก่เว็บไซต์ TechRadar ว่า ยอดลงขายมือถือหัวเหว่ยเพิ่มขึ้นถึง 154% เมื่อเทียบกับยอดปกติของทุกวันจันทร์ ภายหลังจากมีรายงานข่าวการแบนออกมา โดยสถิติที่สูงที่สุดคือเวลาบ่ายโมง ที่มีอุปกรณ์หัวเหว่ยถูกลงขายมากกว่ายี่ห้ออื่น

P20 Pro ถูกวางขายในราคาเพียงร้อยละ 20 จากราคาเปิดตัว

เว็บไซต์ขายของดังกล่าวให้ข้อมูลว่า Huawei P20 Pro เป็นรุ่นที่ถูกวางขายมากที่สุด และก็มีซีรี่ส์อย่าง Mate อยู่ในสิบอันดับแรกด้วย ที่น่าสนใจคือ Huawei P20 Pro ถูกวางขายในราคาเพียงร้อยละ 20 จากราคาเปิดตัว นั่นหมายความว่าผู้บริโภคมีความกังวลสูงจนสามารถยอมรับส่วนต่างระดับนั้นได้

เอเชีย

ทางด้านร้านค้าปลีกและรับซ่อมในสิงคโปร์ก็มีผู้คนนำสมาร์ทโฟนหัวเหว่ยมาขายมากขึ้นเช่นกัน พนักงานขายจาก Mobile Square ในสิงคโปร์ให้ข้อมูลว่าตามปกติจะมีคนนำอุปกรณ์หัวเหว่ยมาขายประมาณ 5 คนต่อวัน แต่หลังจากปรากฏข่าวดังกล่าว ก็มีผู้นำเครื่องมาขายเพิ่มเป็นประมาณ 20 คน

“ตามปกติแล้วคุณจะเห็นคนเอาเครื่องเก่าๆ มาขายเพราะพวกเขาอยากได้เครื่องใหม่กัน แต่ตอนนี้คุณจะเห็นพวกเขานำรุ่นล่าสุดมาขายคืน” เขากล่าว

“ถ้าเรารับซื้อของที่ไร้ประโยชน์ เราจะขายมันต่อได้อย่างไร” พนักงานขายในร้านค้าอีกแห่งให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์ “ไม่ใช่ว่าอุปกรณ์ของหัวเหว่ยไม่ดี มันดีมาก แต่ผู้คนไม่อยากจะซื้อมันตอนนี้เพราะมาตรการของสหรัฐฯ” เขาเสริม พร้อมทั้งให้ข้อมูลว่าทางร้านจะพยายามวางขายออนไลน์ให้ลูกค้าต่างประเทศด้วย โดยหวังว่าจะยังมีบางส่วนที่ยังไม่ทราบข่าวนี้

ขณะเดียวกัน Carousell เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซยอดนิยมของสิงคโปร์ กลับรายงานว่ายอดจำหน่ายสมาร์ทโฟนหัวเหว่ยเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัว ภายหลังจากมีคำสั่งของสหรัฐฯ

สถานการณ์ในฟิลิปปินส์ไม่ได้แตกต่างกันเสียเท่าไร พนักงานขายรายหนึ่งในศูนย์การค้า Greenhills ในกรุงมะนิลา ให้สัมภาษณ์ว่า “เราไม่รับอุปกรณ์หัวเหว่ยแล้ว” พร้อมทั้งรู้ชึกชื่นใจที่เธอเคลียร์สต็อค Huawei P30 Pro หมดไปก่อนหน้าที่จะมีรายงานข่าวแล้ว

ท่ามกลางผู้บริโภคที่กำลังเทขายสมาร์ทโฟนของตนเองอยู่นั้น บางคนก็เห็นเป็นโอกาสดีที่จะได้ซื้อโทรศัพท์คุณภาพดีในราคาถูก นักศึกษารายหนึ่งในสิงคโปร์ให้สัมภาษณ์ว่า “ทีแรกฉันคิดว่ามือถือหัวเหว่ยของฉันจะไร้ประโยชน์ แต่พอกูเกิลประกาศว่าผู้ใช้ปัจจุบันจะไม่ได้รับผลกระทบ ฉันก็รู้สึกใจชื้นขึ้น” พร้อมทั้งเสริมว่าเธอกำลังมองหาหัวเหว่ยรุ่นใหม่ในราคาถูกเช่นกัน

ครึ่งปีหลังนี้อาจไม่ใช่ช่วงเวลาที่ง่ายเท่าไรสำหรับหัวเหว่ย สมาร์ทโฟน Mate 30 ที่กำลังจะเปิดตัวในอีกไม่กี่เดือนนี้จะมีทิศทางอย่างไร และผู้ใช้ปัจจุบันจะได้รับผลกระทบในระยะยาวอย่างไรหรือไม่ ยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตามกัน

ข้อมูลจาก TechRadar, Reuters

บทความ ยุโรปและเอเชียเร่งขายหัวเหว่ยมือสอง, อังกฤษพุ่ง 154% มีต้นฉบับอยู่ที่ Thai App Update.

from:https://thaiappupdate.com/2019/05/13639/

Hongmeng OS จะใช้แอปแอนดรอยด์ได้, รองรับมือถือ ทีวี นาฬิกา

ก่อนหน้านี้เราทราบกันมาแล้วว่าหัวเหว่ยกำลังทำระบบปฏิบัติการของตนเองอยู่ ด้วยชื่อภายในว่า Hongmeng เพื่อนำมาใช้แทนแอนดรอยด์หากเกิดปัญหาทางการค้ากับกูเกิล แต่ก็มีหลายฝ่ายกังวลเกี่ยวกับการสร้างระบบนิเวศน์แอปพลิเคชัน ว่าจะดึงคนเข้ามาใช้งานได้หรือไม่

แหล่งข่าวให้ข้อมูลแก่เว็บไซต์ HuaweiCentral ว่า “เช่นเดียวกับการพัฒนาซอฟต์แวร์ขนาดใหญ่ใดๆ ก็ตาม ปัญหาที่ท้าทายที่สุดของ Hongmeng คือการสร้างระบบนิเวศน์” ดังนั้นหัวเหว่ยจึงมีแนวโน้มว่าจะหันมาใช้วิธีแบบควบคู่ ที่จะรองรับรูปแบบการเขียนแอปแอนดรอยด์แทบทุกรูปแบบ

“ด้วยวิธีนี้จะทำให้นักพัฒนาเขียนแอปใหม่ให้สอดคล้องกับระบบ Hongmeng เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างราบรื่น แต่ก็จะเป็นอุปสรรคใหญ่ในช่วงแรกของระบบปฏิบัติการนี้เช่นกัน”

ทั้งนี้ HuaweiCentral ยังรายงานอีกว่าระบบปฏิบัติการ Hongmeng จะรองรับแอปพลิเคชันแอนดรอยด์ทุกแอป และยังรองรับเว็บแอปด้วยเช่นกัน

อ้างอิงจากคำกล่าวของ Yu Chengdong ซีอีโอฝ่ายคอนซูเมอร์บิสสิเนส ระบบปฏิบัติการ Hongmeng จะปล่อยออกมาให้ใช้งานอย่างเร็วที่สุดภายในปลายปีนี้ หรืออย่างช้าที่สุดคือกลางปีหน้า

สำหรับระบบปฏิบัติการ Hongmeng และทิศทางของหัวเหว่ยหลังจากความขัดแย้งทางการค้ากับสหรัฐฯ นี้จะเป็นอย่างไร เราคงต้องติดตามกันต่อไป แต่หากหัวเหว่ยลงเอยที่การไม่ใส่ Google Play Services หรือบริการต่างๆ จากกูเกิลมาพร้อมกับเครื่องจริงๆ ก็มิใช้เรื่องยากที่จะดาวน์โหลดมาใช้เองแต่อย่างใด

ข้อมูลจาก HuaweiCentral (1, 2)

บทความ Hongmeng OS จะใช้แอปแอนดรอยด์ได้, รองรับมือถือ ทีวี นาฬิกา มีต้นฉบับอยู่ที่ Thai App Update.

from:https://thaiappupdate.com/2019/05/13629/

หัวเหว่ยแถลงการณ์ สนับสนุนอุปกรณ์ตนเองต่อ รวมอัปเดตความปลอดภัย

หลังจากมีข่าวใหญ่แห่งวงการเทคโนโลยีไปเมื่อเช้านี้ ว่ากูเกิลตัดสินใจระงับการค้ากับหัวเหว่ย ตามคำสั่งแบนของรัฐบาลสหรัฐฯ ทำให้หัวเหว่ยไม่สามารถใช้บริการของกูเกิลต่อได้ ล่าสุดหัวเหว่ยได้ออกแถลงการณ์ฉบับแรกแล้ว ว่าจะยังคงให้การสนับสนุนผลิตภัณฑ์ปัจจุบันของตนต่อไป รวมทั้งการอัปเดตความปลอดภัยด้วย

หัวเหว่ยออกแถลงการณ์แก่เว็บไซต์ The Verge ดังนี้

“หัวเหว่ยได้มีส่วนร่วมอย่างมากในการพัฒนาและขยายความเจริญเติบโตของแอนดรอยด์ ในฐานะคู่ค้าสำคัญของแอนดรอยด์ เราทำงานอย่างใกล้ชิดกับชุมชนโอเพ่นซอร์สเพื่อพัฒนาระบบนิเวศน์ที่ให้ประโยชน์แก่ทั้งผู้ใช้และอุตสาหกรรม

หัวเหว่ยจะยังคงมอบอัปเดตความปลอดภัยและบริการหลังการขายแก่สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตแบรนด์ Huawei และ Honor ทั้งที่จำหน่ายไปแล้ว และยังอยู่ในคลัง ครอบคลุมทั่วโลก

เราจะยังคงสร้างระบบนิเวศน์ซอฟต์แวร์ที่ปลอดภัยและยั่งยืนต่อไป เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดแก่ผู้ใช้ทุกคนทั่วโลก”

ข้อมูลจาก The Verge

ภาพหัวข่าวโดย Marco Verch

บทความ หัวเหว่ยแถลงการณ์ สนับสนุนอุปกรณ์ตนเองต่อ รวมอัปเดตความปลอดภัย มีต้นฉบับอยู่ที่ Thai App Update.

from:https://thaiappupdate.com/2019/05/13619/

หรือ “Hongmeng” จะเป็นระบบปฏิบัติการแรกจากหัวเหว่ย?

เราได้ทราบข่าวกันมาตั้งแต่เดือนมีนาคมแล้ว ว่าหัวเหว่ยมีการพัฒนาระบบปฏิบัติการของตนเองขึ้นมาภายใน เพื่อรองรับในกรณีที่ต้องยุติการใช้ระบบแอนดรอยด์ของกูเกิล ล่าสุดเราก็ได้ข้อมูลว่าระบบดังกล่าวมีชื่อว่า “Hongmeng”

เว็บไซต์ HuaweiCentral รายงานโดยอ้างอิงแหล่งข่าวว่า ระบบปฏิบัติการของหัวเหว่ยที่มีการพัฒนามาตั้งแต่ปี 2012 มีชื่อเรียกกันภายในว่า Hongmeng แต่ยังไม่สามารถทราบได้ว่าชื่อนี้จะเป็นชื่อจริงของระบบเลยหรือไม่

แหล่งข่าวยังระบุด้วยว่าหัวเหว่ยมีการใช้งานระบบปฏิบัติการนี้อย่างไม่เปิดเผยมาโดยตลอด

เมื่อเช้าวันนี้เพิ่งมีรายงานกูเกิลระงับการค้ากับหัวเหว่ย มิให้ใช้บริการต่างๆ อาทิ Google Play, Gmail, YouTube และ Maps ในผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ของหัวเหว่ย รวมทั้งจะไม่ปล่อยอัพเดทความปลอดภัยเพิ่มเติมในอุปกรณ์รุ่นปัจจุบัน ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากการที่รัฐบาลของสหรัฐฯ เพิ่มหัวเหว่ยเข้าบัญชีดำทางการค้า

หากปัญหานี้ยืดเยื้อ เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่าหัวเหว่ยจะมีมาตรการเยียวยาลูกค้าอย่างไร และกูเกิลจะดำเนินการวิธีใดเพื่อรักษาฐานลูกค้านี้ไว้หรือไม่

ข้อมูลจาก HuaweiCentral

บทความ หรือ “Hongmeng” จะเป็นระบบปฏิบัติการแรกจากหัวเหว่ย? มีต้นฉบับอยู่ที่ Thai App Update.

from:https://thaiappupdate.com/2019/05/13614/

[ข่าวด่วน] กูเกิลระงับการค้ากับหัวเหว่ย

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า กูเกิลถูกบังคับให้ระงับการส่งมอบผลิตภัณฑ์ทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ให้กับหัวเหว่ย ยกเว้นผลิตภัณฑ์ที่มีลิขสิทธิ์แบบโอเพ่นซอร์ส เป็นผลมาจากการเพิ่มหัวเหว่ยในบัญชีดำของสหรัฐอเมริกาเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ภายใต้การบริหารของประธานาธิบดี ทรัมป์

สมาร์ทโฟนแอนดรอยด์รุ่นใหม่จากหัวเหว่ยจะไม่มีบริการอย่าง Google Play

“หัวเหว่ยเสียการเข้าถึงการอัปเดตของแอนดรอยด์โดยทันที และสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์รุ่นใหม่จากหัวเหว่ยจะไม่มีบริการอย่าง Google Play, Gmail และ YouTube” รอยเตอร์รายงาน

แหล่งข่าวจากรอยเตอร์รายงานว่า “หัวเหว่ยจะเข้าถึงแอนดรอยด์ได้แค่เวอร์ชันสาธารณะ และจะไม่สามารถเข้าถึงบริการของกูเกิลได้”

ขยายความจากที่กล่าวไป หัวเหว่ยยังสามารถเข้าถึงแอนดรอยด์เวอร์ชันโอเพ่นซอร์ส (Android Open Source Project – AOSP) ได้ แต่จะไม่ได้รับการสนับสนุนทางเทคนิคจากกูเกิล การทำงานร่วมกัน และบริการต่างๆ ของกูเกิล เนื่องจากแอปพลิเคชันเหล่านี้ไม่ได้มีลิขสิทธิ์เป็นโอเพ่นซอร์ส

กูเกิลกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณารายละเอียดบริการที่ได้รับผลกระทบจากการระงับการค้านี้ และฝ่ายกฎหมายของหัวเหว่ยเองก็กำลังศึกษาถึงผลกระทบของเช่นกัน

ประเด็นนี้เป็นเรื่องร้อนแรงที่เราต้องติดตามกันต่อไปว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร และจะเกิดผลกระทบอย่างไรกับลูกค้าของหัวเหว่ย รวมทั้งตัวหัวเหว่ยและกูเกิลเองด้วย

ข้อมูลจาก Reuters

บทความ [ข่าวด่วน] กูเกิลระงับการค้ากับหัวเหว่ย มีต้นฉบับอยู่ที่ Thai App Update.

from:https://thaiappupdate.com/2019/05/13600/