คลังเก็บหมวดหมู่: SIAMPOD

[ประชาสัมพันธ์] Apple Watch รอรุ่นใหม่ หรือซื้อตอนนี้ ?

เข้าช่วงกลางปีทีไรผลิตภัณฑ์แอปเปิ้ลมักจะมีคนมาถามอยู่เสมอ ๆ ว่าจะซื้อเลยตอนนี้หรือจะรอรุ่นใหม่ ซึ่งในตอนนี้ขอมาพูดถึง Apple Watch สักนิด เพราะเป็นสินค้าที่มีความนิ่งไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงมากนัก

สำหรับ Apple Watch ปัจจุบันคือรุ่น Series 4 ที่แอปเปิ้ลเพิ่มขนาดหน้าจอขึ้นมาเล็กน้อยจาก 38 เป็น 40 มม และขนาด 42 ขยับเป็นหน้าจอ 44 มม เท่าที่ผมใช้งานรุ่นหน้าจอ 44 มม. มาตั้งแต่ช่วงแรกที่แอปเปิ้ลเปิดจำหน่ายมาจนถึงตอนนี้นับนิ้วดูได้ 9-10 เดือนแล้ว ถือว่าเป็นรุ่นที่ปรับปรุงจากรุ่นก่อนหน้าพอควรในด้านประสิทธิภาพการทำงานที่ฉับไวขึ้น รองรับการใช้งานฟีเจอร์ใหม่ ๆ อย่างการแจ้งเตือนกรณีหกล้ม (ใครนึกไม่ออกสามารถดูได้จากที่ผมทำสาธิตในวิดีโอรีวิวนะครับ) รวมถึงการรองรับ watchOS 6 ที่จะเปิดอัพเดทในช่วงปลายเดือน ก.ย.

เท่าที่ได้ใช้งาน Apple Watch Series 4 ผมคิดว่าเป็นรุ่นที่แม้จะอยู่ในช่วงก้ำกึ่งว่าเดี๋ยวจะมีรุ่นใหม่ ถ้าอยากได้มาใช้งานในตอนนี้ก็ยังซื้อมาใช้งานได้ เพราะจากที่แอปเปิ้ลมักไม่ได้เปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับ แอปเปิ้ล วอช มากนักในแต่ละปี ทั้งเรื่องดีไซน์ที่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรยกเว้นที่มาเพิ่มขนาดใน Series 4 เล็กน้อย ส่วนที่เพิ่มเข้ามาในแต่ละครั้งที่มีรุ่นใหม่ก็จะเป็นฟีเจอร์เสริมเข้ามาเฉพาะรุ่น เช่นใน Series 4 คือการแจ้งเตือนเวลาหกล้ม และเรื่องการวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) ที่ยังไม่ได้เปิดให้บริการในไทย ถ้ามองตรงนี้จะเห็นว่าถ้าเรามองผ่าน ๆ คนที่ใช้รุ่นก่อนหน้ากับรุ่นปัจจุบันในการใช้งานทั่วไปไม่ได้มีความต่างอะไรกัน

ถ้าจะซื้อ จะซื้อรุ่น Wi-Fi อย่างเดียว หรือ Wi-Fi+Cellular ?

จากที่ผมใช้งาน Apple Watch Series 4 รุ่น Wi-Fi+Cellular ผมว่าไม่ได้จำเป็นมากนัก เพราะในการใช้งานเดี่ยว ๆ กรณีที่เราไม่อยากพก iPhone ติดตัวไปด้วย แล้วใส่ Apple Watch รุ่น Wi-Fi+Cellular ไปอย่างเดียว อาจจะพกหูฟัง AirPods ติดไปด้วยเผื่อใช้ฟังเพลงหรือใช้คุยโทรศัพท์ 

กรณีตามข้างต้นถ้าออกไปนอกข้างนอกไม่เกิน 4 ชั่วโมง หรือผมใช้เต็มที่ 6 ชั่วโมงก็พอไหวครับ เพราะเวลาใช้งานเดี่ยว ๆ Apple Watch Series 4 Wi-Fi+Cellular เวลาใช้สัญญาณ 4G ถือว่าใช้แบตเตอรี่มากพอควร รวมถึงกรณีถ้าเราใช้คุยโทรศัพท์ระหว่างทางด้วยแบตเตอรี่หมดเร็วมากขึ้นอีกหลายเท่า ตรงนี้ผมเลยคิดว่าตัวผมที่ไม่ได้อยู่ห่างจาก iPhone เพราะพกพกติดตัวตลอดเวลา ผมคิดว่าเลือกใช้งานรุ่น Wi-Fi อย่างเดียวก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นรุ่น Wi-Fi+Cellular แต่อย่างใด ยกเว้นว่าเราอยากได้ตัวเรือนสแตนเลสซึ่งมีให้เลือกแค่รุ่น Wi-Fi+Cellular เท่านั้น ตรงนี้ถ้าซื้อมาเพราะเรื่องวัสดุก็ไม่ต้องเปิดใช้งานส่วนของ Cellular ก็ได้

แล้วถ้าซื้อ Apple Watch Series 4 ตอนนี้จะอัพเดท watchOS ได้อีกนานรึเปล่า

เรื่องนี้ถ้าดูจากที่แอปเปิ้ลประกาศอัพเดท watchOS 6 ให้กับ Apple Watch Series 1 (2016) และรุ่นอื่น ๆ ในปัจจุบัน การเลือกซื้อ Apple Watch Series 4 น่าจะได้รับการอัพเดทเฟิร์มแวร์ไปได้อีก 3 ปีนับตั้งแต่เปิดตัวแน่ ๆ ครับ

สำหรับการเลือกซื้อ Apple Watch Series ด้วยความที่ช่วงนี้เป็นช่วงที่ออกมาแล้วพักใหญ่ ถ้าจะซื้อแนะนำให้ลองหาโปรโมชั่นจากทางร้านกันดูนะครับ อย่างที่ BANANA ตอนนี้มีโปรโมชั่น Apple Watch Series ราคาพิเศษ ผ่อน 0% นาน 3 เดือน รับประกันสินค้า 1 ปี ที่ iCare ทุกสาขา ทั่วประเทศ สินค้าของแท้ 100% คืนสินค้าง่ายๆ ภายใน 7 วัน  และมี โค้ดส่วนลด 100บาท โค้ด: BNNC100  (ยอดซื้อขั้นต่ำ 2,000 บาท)

ใครสนใจลองคลิกเข้าไปดูได้ที่เว็บ www.bnn.it.th

from:https://siampod.com/2019/07/24/apple-watch-buy-now-or-wait/

Jony Ive กำลังจะออกจากแอปเปิ้ล

งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกลา ซึ่งวันนี้ก็มาถึงเมื่อ Jony Ive กำลังจะลาออกจากแอปเปิ้ลหลังจากทำงานกับแอปเปิ้ลมาเกือบ 30 ปี

 

เนื้อหาหลัก ๆ เกี่ยวกับข่าวนี้จริง ๆ ก็มีแค่สั้น ๆ ครับ ว่า Jony Ive กำลังจะออกจากแอปเปิ้ล แล้ว Jony Ive จะออกไปตั้งบริษัทด้านการออกแบบของตัวเอง และแอปเปิ้ลก็จะไปเป็นลูกค้าของบริษัท
ก็เรียกว่ายังทำงานกับแอปเปิ้ลอยู่ แต่ไม่ใช่ในฐานะของพนักงานแอปเปิ้ลอีกต่อไปแล้ว
Jony Ive หรือชื่อเต็ม Jonathan Ive เป็นชาวอังกฤษโดยกำเนิด ปัจจุบัน อายุ 52 ปี เริ่มเข้าทำงานกับแอปเปิ้ลในปี 1992 ในแผนกออกแบบ โดยเขามีส่วนร่วมในการออกแบบแท็บเล็ต Newton และ MessagePad 110
 
หลังจากทำงานได้พักใหญ่ Ive ก็ขึ้นตำแหน่งเป็น senior vice president of industrial design ในปี 1997 หลังจากที่ Steve Jobs กลับเข้ามาคุมแอปเปิ้ลอีกครั้ง ซึ่งเขาก็ได้แสดงความสามารถด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์อย่างเต็มที่จนกลายมาเป็น iMac ที่ดีไซน์แหวกแนวต่างกับคอมพิวเตอร์อื่นๆในยุคนั้น
 
นอกจากผลิตภัณฑ์ต่างๆของแอปเปิ้ลที่เขาออกแบบแล้วในช่วงหนึ่งเขาก็ได้รับหน้าที่ให้ออกแบบ UI ของ iOS 7 อีกด้วย และสิ่งก่อสร้างมหึมาอย่าง Apple Park เขาก็มีส่วนในการออกแบบเช่นกัน
 
ข่าวการลาจากของ Jony Ive กับแอปเปิ้ลมีเป็นระยะๆในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา เช่นข่าวที่ Jony Ive อยากกลับอังกฤษเพราะอยากให้ลูกเติบโตในอังกฤษแต่จนแล้วจนรอดก็ยังอยู่กับแอปเปิ้ลจนในที่สุดก็ถึงวันที่จะแยกจากกันจริงๆแล้วหลังจากที่ทำงานกับแอปเปิ้ลร่วม 27 ปี

ที่มา : 9to5mac.com

from:http://www.siampod.com/2019/06/28/jony-ive-to-depart-apple/

Jony Ive กำลังจะออกจากแอปเปิ้ล

งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกลา ซึ่งวันนี้ก็มาถึงเมื่อ Jony Ive กำลังจะลาออกจากแอปเปิ้ลหลังจากทำงานกับแอปเปิ้ลมาเกือบ 30 ปี

 

เนื้อหาหลัก ๆ เกี่ยวกับข่าวนี้จริง ๆ ก็มีแค่สั้น ๆ ครับ ว่า Jony Ive กำลังจะออกจากแอปเปิ้ล แล้ว Jony Ive จะออกไปตั้งบริษัทด้านการออกแบบของตัวเองชื่อ LoveFrom ร่วมกับ Marc Newson และแอปเปิ้ลก็จะไปเป็นลูกค้าของบริษัท
ก็เรียกว่ายังทำงานกับแอปเปิ้ลอยู่ แต่ไม่ใช่ในฐานะของพนักงานแอปเปิ้ลอีกต่อไปแล้ว
Jony Ive หรือชื่อเต็ม Jonathan Ive เป็นชาวอังกฤษโดยกำเนิด ปัจจุบัน อายุ 52 ปี เริ่มเข้าทำงานกับแอปเปิ้ลในปี 1992 ในแผนกออกแบบ โดยเขามีส่วนร่วมในการออกแบบแท็บเล็ต Newton และ MessagePad 110
 
หลังจากทำงานได้พักใหญ่ Ive ก็ขึ้นตำแหน่งเป็น senior vice president of industrial design ในปี 1997 หลังจากที่ Steve Jobs กลับเข้ามาคุมแอปเปิ้ลอีกครั้ง ซึ่งเขาก็ได้แสดงความสามารถด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์อย่างเต็มที่จนกลายมาเป็น iMac ที่ดีไซน์แหวกแนวต่างกับคอมพิวเตอร์อื่นๆในยุคนั้น
 
นอกจากผลิตภัณฑ์ต่างๆของแอปเปิ้ลที่เขาออกแบบแล้วในช่วงหนึ่งเขาก็ได้รับหน้าที่ให้ออกแบบ UI ของ iOS 7 อีกด้วย และสิ่งก่อสร้างมหึมาอย่าง Apple Park เขาก็มีส่วนในการออกแบบเช่นกัน
 
ข่าวการลาจากของ Jony Ive กับแอปเปิ้ลมีเป็นระยะๆในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา เช่นข่าวที่ Jony Ive อยากกลับอังกฤษเพราะอยากให้ลูกเติบโตในอังกฤษแต่จนแล้วจนรอดก็ยังอยู่กับแอปเปิ้ลจนในที่สุดก็ถึงวันที่จะแยกจากกันจริงๆแล้วหลังจากที่ทำงานกับแอปเปิ้ลร่วม 27 ปี

ที่มา : 9to5mac.com

from:https://siampod.com/2019/06/28/jony-ive-to-depart-apple/

อาร์ทีบีฯ เปิด B&O Flagship Store ให้ช็อปใน LAZADA

Bang & Olufsen (B&O)แบรนด์หูฟังและลำโพงระดับไฮเอนด์ภายใต้การนำเข้าและดำเนินการโดยบริษัทอาร์ทีบีเทคโนโลยีจำกัดผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้า Gadget รายใหญ่ในประเทศไทย เปิดตัว B&O Flagship Store ในเวบไซต์ LAZADA

B&O Flagship Store เปิดตัวแล้วในเวบไซต์   LAZADA เว็บอีคอมเมิร์ซชื่อดังโดย Online Flagship Store ของB&O ที่ดำเนินการโดยทาง อาร์ทีบีฯ ผู้นำเข้าและดำเนินการ Bang & Olufsen ในประเทศไทย  โดยชูความเป็นผู้นำเข้าสินค้า และจัดจำหน่าย ที่ได้รับความน่าเชื่อถือ และเน้นคุณภาพบริการหลังการขาย  เพื่อสร้างความมั่นใจแก่นักช็อป ว่าสินค้าที่ซื้อไปเป็นสินค้าที่มีคุณภาพของแท้ 100%  หากมีปัญหาคืนสินค้าจากที่ซื้อไป ภายใน 15 วัน โดยมีการรับประกันสินค้า 2ปี และบริการหลังการขายที่ดี สร้างความเชื่อมั่นกับผู้บริโภค

 โดยทุกคนสามารถเข้าไปเลือกชมและซื้อสินค้าทางออนไลน์ ได้แล้ว และมีสินค้ารุ่น limited edition ที่ขายเฉพาะ Online Flagship Store นี้เท่านั้น

โดยทางอาร์ทีบีฯ จัดโปรโมชั่นสินค้าช่วงเปิดร้านใหม่ ระหว่างวันที่ 6-8 พฤษภาคม 2562 นี้ มีโปรโมชั่น ฉลองเปิด Online Shop ใหม่ ลดเพิ่มอีก  7 % ทั้งร้าน สนใจสามารถเข้าไปช็อปสินค้าได้ที่ Online Flagship Store

from:https://siampod.com/2019/05/07/b-and-o-flagship-at-lazada/

อาร์ทีบีฯ เปิด B&O Flagship Store ให้ช็อปใน LAZADA

Bang & Olufsen (B&O)แบรนด์หูฟังและลำโพงระดับไฮเอนด์ภายใต้การนำเข้าและดำเนินการโดยบริษัทอาร์ทีบีเทคโนโลยีจำกัดผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้า Gadget รายใหญ่ในประเทศไทย เปิดตัว B&O Flagship Store ในเวบไซค์ LAZADA

B&O Flagship Store เปิดตัวแล้วในเวบไซต์   LAZADA เว็บอีคอมเมิร์ซชื่อดังโดย Online Flagship Store ของB&O ที่ดำเนินการโดยทาง อาร์ทีบีฯ ผู้นำเข้าและดำเนินการ Bang & Olufsen ในประเทศไทย  โดยชูความเป็นผู้นำเข้าสินค้า และจัดจำหน่าย ที่ได้รับความน่าเชื่อถือ และเน้นคุณภาพบริการหลังการขาย  เพื่อสร้างความมั่นใจแก่นักช็อป ว่าสินค้าที่ซื้อไปเป็นสินค้าที่มีคุณภาพของแท้ 100%  หากมีปัญหาคืนสินค้าจากที่ซื้อไป ภายใน 15 วัน โดยมีการรับประกันสินค้า 2ปี และบริการหลังการขายที่ดี สร้างความเชื่อมั่นกับผู้บริโภค

 โดยทุกคนสามารถเข้าไปเลือกชมและซื้อสินค้าทางออนไลน์ ได้แล้ว และมีสินค้ารุ่น limited edition ที่ขายเฉพาะ Online Flagship Store นี้เท่านั้น

โดยทางอาร์ทีบีฯ จัดโปรโมชั่นสินค้าช่วงเปิดร้านใหม่ ระหว่างวันที่ 6-8 พฤษภาคม 2562 นี้ มีโปรโมชั่น ฉลองเปิด Online Shop ใหม่ ลดเพิ่มอีก  7 % ทั้งร้าน สนใจสามารถเข้าไปช็อปสินค้าได้ที่ Online Flagship Store

from:http://www.siampod.com/2019/05/07/b-and-o-flagship-at-lazada/

Fender เปิดตัวหูฟังและลำโพงรุ่นใหม่ในไทยเป็นทางการ

Fender หนึ่งในแบรนด์เครื่องดนตรีที่หลายคนรู้จัก ซึ่งปัจจุบันหันมาทำหูฟังและลำโพงเพื่อตอบโจทย์กลุ่มคนยุคใหม่ ล่าสุดได้เปิดตัวหูฟังซีรีส์ IEM และลำโพงรุ่นใหม่ Indio ในไทยแล้ว

ลำโพงและหูฟัง Fender โดยบริษัท เจนเนอเรชั่นเอส จำกัด ได้เปิดตัวหูฟังซีรีส์ IEM ถึง 4 รุ่นด้วยกัน ได้แก่

หูฟัง Fender IEM Thirteen 6

รุ่นพรีเมี่ยม ตั้งแต่การดีไซน์ ที่อ้างอิงมาจาก in-ear Monitor สำหรับงานระดับมืออาชีพ รุ่น THIRTEEN-6 ได้นำ นวัตกรรม Electrifying ที่พัฒนาต่อยอดมาจากเทคโนโลยีไฮบริดไดรเวอร์ กรรมสิทธิ์ของ Fender พร้อมไดร์เวอร์ แบบ High Density Dynamic ขนาด 13.6 มม. ผสมผสานกับไดร์เวอร์ high-frequency Hybrid Dynamic Balanced Armature 6 ตัวให้เสียงระดับกลาง 2 ระดับสูง 2 ระดับและซูปเปอร์ 2  ความถี่ระดับสูงนี้เพื่อดึงรายละเอียดของเสียงที่ได้รับจากต้นทางและสำเนาส่งกลับไป พร้อมพอร์ต atmospheric pressure equalization หูฟังด้านในออกแบบเป็นเปลือกหอยแบบ 3 ชั้น ช่วยให้การสวมใส่ทำได้ง่ายขึ้น ตัดเสียงรบกวน ทำให้การฟังเพลงที่ยอดเยี่ยมยิ่งขึ้น

หูฟัง In-ear Fender รุ่น IEM Ten 3 

ยกระดับเสียงระดับใหม่ที่สมจริงด้วยไดรเวอร์แบบ High Density Dynamic ขนาด 10 มม. พร้อมด้วยไดรเวอร์ high-frequency Hybrid Dynamic Balanced Armature ขนาดกลาง 1 ตัวสูง 1 ตัว และซูเปอร์ 1 ตัว หูฟังออกแบบด้วยการพิมพ์ 3 มิติ ให้พอดีกับสรีระ และพอร์ต atmospheric pressure equalization ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่เพื่อมอบประสบการณ์การฟังที่ดีที่สุด

หูฟัง Fender รุ่น IEM Nine 

ออกแบบทันสมัยเพรียวบาง ใส่สบาย เสียงคมชัด  ด้วยไดรเวอร์ไดนามิก 9.25 มม. และ เคเบิล 2-pin Talon™ เส้นใยทอจากวัสดุผสม ช่วยให้มั่นใจว่าให้เสียงทั้งด้านขวาและด้านซ้าย  เสียงต่อเนื่องไม่หาย ทั้งการใช้งาน บนเวทีหรือขณะเดินทาง มาพร้อมกับ กล่องใส่หูฟัง อแดปเตอร์ 1/8″ ถึง 1/4″ TPE  และอุปกรณ์ทำความสะอาด

หูฟัง Fender รุ่น IEM Nine 1  มาพร้อมคุณภาพเสียงคมชัดทุกรายละเอียด ภายในโครงสร้างหูฟังที่ออกแบบให้ทันสมัย มีขนาดเล็กบาง และระบบเสียงด้วยระบบไฮบริดไดรเวอร์ที่ได้รับการจดสิทธิบัตร พร้อมด้วยไดรเวอร์ 9.25 มม. และ Hybrid Dynamic Balanced Armature tweeter ให้เสียงครบถ้วน ทุกเรนจ์เสียง มาพร้อมกับ กล่องใส่หูฟัง  อแดปเตอร์ 1/8″ ถึง 1/4″ TPE  และอุปกรณ์ทำความสะอาด

โดยราคาหูฟังในซีรีส์ IEM ราคาตั้งแต่ 4,xxx ไปถึง 7x,xxx บาท เรียกว่าเป็นที่สุดของหูฟัง Fender ในปัจจุบันเลยก็ว่าได้

นอกจากนั้นยังมีลำโพง Fender – Indio ที่จะเข้ามาจำหน่ายในไทยต้นปี 2019 โดยตัวลำโพง Indio แบบบลูทูธมีแบตเตอรี่ในตัวใช้งานได้ต่อเนื่องสูงสุด 24 ชั่วโมง ตัวลำโพง Indio มาในรูปทรงคลาสสิคเช่นเดียวกับ Monterey และ Newport โดยตัวลำโพง Indio มาพร้อมกับดอกลำโพงไดรเวอร์ 2 ตัวและดอกลำโพงทวิตเตอร์ขนาด 40 วัตต์ ให้เสียงได้ทุ้มลึกและทรงพลัง  ราคา 13,900 บาท (เริ่มจำหน่ายต้นปี 2019)

ปัจจุบันลำโพง Monterey และ Newport มียอดขายในไทยเกือบ 4,000 ตัวทำให้ไทยติดอันดับ Top 3 ด้านยอดขายลำโพง Fender ในเอเชียอีกด้วย

สามารถซื้อหูฟังและลำโพง Fender ได้ที่

  • Studio7
  • iStudio by Copperwired
  • .life
  • Siam Discovery (โซน Open Space) 
  • ร้านมั่นคง, 
  • Sound Proof, 
  • Zound Aholic,  
  • BeTrend

from:https://siampod.com/2018/11/20/fender-launch-new-headphone-and-speakers/

Fender เปิดตัวหูฟังและลำโพงรุ่นใหม่ในไทยเป็นทางการ

Fender หนึ่งในแบรนด์เครื่องดนตรีที่หลายคนรู้จัก ซึ่งปัจจุบันหันมาทำหูฟังและลำโพงเพื่อตอบโจทย์กลุ่มคนยุคใหม่ ล่าสุดได้เปิดตัวหูฟังซีรีส์ IEM และลำโพงรุ่นใหม่ Indio ในไทยแล้ว

ลำโพงและหูฟัง Fender โดยบริษัท เจนเนอเรชั่นเอส จำกัด ได้เปิดตัวหูฟังซีรีส์ IEM ถึง 4 รุ่นด้วยกัน ได้แก่

หูฟัง Fender IEM Thirteen 6

รุ่นพรีเมี่ยม ตั้งแต่การดีไซน์ ที่อ้างอิงมาจาก in-ear Monitor สำหรับงานระดับมืออาชีพ รุ่น THIRTEEN-6 ได้นำ นวัตกรรม Electrifying ที่พัฒนาต่อยอดมาจากเทคโนโลยีไฮบริดไดรเวอร์ กรรมสิทธิ์ของ Fender พร้อมไดร์เวอร์ แบบ High Density Dynamic ขนาด 13.6 มม. ผสมผสานกับไดร์เวอร์ high-frequency Hybrid Dynamic Balanced Armature 6 ตัวให้เสียงระดับกลาง 2 ระดับสูง 2 ระดับและซูปเปอร์ 2  ความถี่ระดับสูงนี้เพื่อดึงรายละเอียดของเสียงที่ได้รับจากต้นทางและสำเนาส่งกลับไป พร้อมพอร์ต atmospheric pressure equalization หูฟังด้านในออกแบบเป็นเปลือกหอยแบบ 3 ชั้น ช่วยให้การสวมใส่ทำได้ง่ายขึ้น ตัดเสียงรบกวน ทำให้การฟังเพลงที่ยอดเยี่ยมยิ่งขึ้น

หูฟัง In-ear Fender รุ่น IEM Ten 3 

ยกระดับเสียงระดับใหม่ที่สมจริงด้วยไดรเวอร์แบบ High Density Dynamic ขนาด 10 มม. พร้อมด้วยไดรเวอร์ high-frequency Hybrid Dynamic Balanced Armature ขนาดกลาง 1 ตัวสูง 1 ตัว และซูเปอร์ 1 ตัว หูฟังออกแบบด้วยการพิมพ์ 3 มิติ ให้พอดีกับสรีระ และพอร์ต atmospheric pressure equalization ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่เพื่อมอบประสบการณ์การฟังที่ดีที่สุด

หูฟัง Fender รุ่น IEM Nine 

ออกแบบทันสมัยเพรียวบาง ใส่สบาย เสียงคมชัด  ด้วยไดรเวอร์ไดนามิก 9.25 มม. และ เคเบิล 2-pin Talon™ เส้นใยทอจากวัสดุผสม ช่วยให้มั่นใจว่าให้เสียงทั้งด้านขวาและด้านซ้าย  เสียงต่อเนื่องไม่หาย ทั้งการใช้งาน บนเวทีหรือขณะเดินทาง มาพร้อมกับ กล่องใส่หูฟัง อแดปเตอร์ 1/8″ ถึง 1/4″ TPE  และอุปกรณ์ทำความสะอาด

หูฟัง Fender รุ่น IEM Nine 1  มาพร้อมคุณภาพเสียงคมชัดทุกรายละเอียด ภายในโครงสร้างหูฟังที่ออกแบบให้ทันสมัย มีขนาดเล็กบาง และระบบเสียงด้วยระบบไฮบริดไดรเวอร์ที่ได้รับการจดสิทธิบัตร พร้อมด้วยไดรเวอร์ 9.25 มม. และ Hybrid Dynamic Balanced Armature tweeter ให้เสียงครบถ้วน ทุกเรนจ์เสียง มาพร้อมกับ กล่องใส่หูฟัง  อแดปเตอร์ 1/8″ ถึง 1/4″ TPE  และอุปกรณ์ทำความสะอาด

โดยราคาหูฟังในซีรีส์ IEM ราคาตั้งแต่ 4,xxx ไปถึง 7x,xxx บาท เรียกว่าเป็นที่สุดของหูฟัง Fender ในปัจจุบันเลยก็ว่าได้

นอกจากนั้นยังมีลำโพง Fender – Indio ที่จะเข้ามาจำหน่ายในไทยต้นปี 2019 โดยตัวลำโพง Indio แบบบลูทูธมีแบตเตอรี่ในตัวใช้งานได้ต่อเนื่องสูงสุด 24 ชั่วโมง ตัวลำโพง Indio มาในรูปทรงคลาสสิคเช่นเดียวกับ Monterey และ Newport โดยตัวลำโพง Indio มาพร้อมกับดอกลำโพงไดรเวอร์ 2 ตัวและดอกลำโพงทวิตเตอร์ขนาด 40 วัตต์ ให้เสียงได้ทุ้มลึกและทรงพลัง  ราคา 13,900 บาท (เริ่มจำหน่ายต้นปี 2019)

ปัจจุบันลำโพง Monterey และ Newport มียอดขายในไทยเกือบ 4,000 ตัวทำให้ไทยติดอันดับ Top 3 ด้านยอดขายลำโพง Fender ในเอเชียอีกด้วย

สามารถซื้อหูฟังและลำโพง Fender ได้ที่

  • Studio7
  • iStudio by Copperwired
  • .life
  • Siam Discovery (โซน Open Space) 
  • ร้านมั่นคง, 
  • Sound Proof, 
  • Zound Aholic,  
  • BeTrend

from:http://www.siampod.com/2018/11/20/fender-launch-new-headphone-and-speakers/

Apple Watch Series 4 เริ่มวางจำหน่ายแล้ว TrueMove H จัดโปรโมชั่นฟรีค่าบริการรวมสูงสุดกว่า 6,000 บาท

สำหรับ Apple Watch Series 4 เริ่มวางจำหน่ายในไทยวันนี้เป็นวันแรก ใครที่สนใจแวะอ่านรายละเอียดโปรโมชั่นจาก TrueMove H กันก่อน เพราะมีทั้งส่วนลด และฟรีค่าบริการรายเดือนสูงสุด 24 เดือน

อย่างที่หลายคนได้ดูที่ผมรีวิว Apple Watch Series 4 ไปแล้ว ซึ่ง Apple Watch Series 4 ได้มีการปรับปรุงหลายอย่างให้หน้าสนใจขึ้นไม่ว่าจะเป็นขนาดหน้าจอที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมทำให้แสดงผลได้เต็มตามากขึ้น และยังมีฟีเจอร์ตรวจจับการล้ม (Fall Detection) ที่ถูกใส่เข้ามาเป็นครั้งแรกใน Apple Watch อีกด้วย

โดยราคา Apple Watch Series 4 จาก TrueMove H มีดังนี้ 

ตัวเรือนอะลูมิเนียม (GPS+Cellular) มาพร้อมสาย Sport Band

  • 40 มม. : ราคาปกติ 17,900 บาท ลดเหลือ 16,900 บาท (เมื่อใช้แพกเกจ 899 ขึ้นไป)
  • 44 มม. : ราคาปกติ 18,900 บาท ลดเหลือ 17,900 บาท (เมื่อใช้แพกเกจ 899 ขึ้นไป)

ตัวเรือนสแตนเลสสตีล (GPS+Cellular) มาพร้อมสาย Sport Band

  • 40 มม. : ราคาปกติ 24,900 บาท ลดเหลือ 23,900 บาท (เมื่อใช้แพกเกจ 899 ขึ้นไป)
  • 44 มม. : ราคาปกติ 26,900 บาท ลดเหลือ 25,900 บาท (เมื่อใช้แพกเกจ 899 ขึ้นไป)

 

ตัวเรือนสแตนเลสสตีล (GPS+Cellular) มาพร้อมสาย Milanese Loop

  • 40 มม. : ราคาปกติ 28,400 บาท ลดเหลือ 27,400 บาท (เมื่อใช้แพกเกจ 899 ขึ้นไป)
  • 44 มม. : ราคาปกติ 30,400 บาท ลดเหลือ 29,400 บาท (เมื่อใช้แพกเกจ 899 ขึ้นไป)

จากข้างต้นถือว่าเป็นสเต็ปแรกสำหรับลูกค้า TrueMove H ที่ต้องการซื้อก็ได้รับส่วนลดตามข้างต้นเลยครับ ถ้าเราใช้แพกเกจ 899 บาทขึ้นไปอยู่แล้ว ซึ่งก็ได้ทั้งส่วนลด 1,000 บาทและได้รับสิทธิฟรีค่าบริการในส่วนของ Apple Watch ฟรี 6 เดือนอีกด้วย

ถัดมาคือโปรโมชั่นฟรีค่าบริการรายเดือนสำหรับ Apple Watch Series 4 จาก TrueMove H มีดังนี้

โปรโมชั่นที่ 1 

ฟรีค่าบริการรายเดือน 6 เดือน สำหรับผู้ที่ใช้แพกเกจรายเดือน 199 บาทขึ้นไป ทั้งลูกค้าปัจจุบัน ลูกค้าใหม่ และลูกค้าที่ต้องการย้ายค่ายเบอร์เดิม 

ฟรีค่าบริการรายเดือน 12 เดือน สำหรับผู้ที่ใช้แพกเกจรายเดือน 1,099 บาทขึ้นไป ทั้งลูกค้าปัจจุบัน ลูกค้าใหม่ และลูกค้าที่ต้องการย้ายค่ายเบอร์เดิม

และพิเศษสุด ๆ สำหรับลูกค้าย้ายค่ายเบอร์เดิมเมื่อสมัครแพกเกจ 1,099 บาทขึ้นไปภายใน 30 พ.ย. 2561 รับสิทธิ์พิเศษฟรีค่าบริการรายเดือน 24 เดือน (มูลค่ารวมกว่า 6,000 บาท) 

 

โปรโมชั่นที่ 2

สำหรับคนที่มีแผนจะซื้อ iPhone XS, iPhone XS Max หรือ iPhone XR อยู่แล้ว เมื่อซื้อเครื่องพร้อมแพกเกจตามที่กำหนด TrueMove H มอบส่วนลดซื้อ Apple Watch Series 4 ตัวเรือนอะลูมิเนียม 1,000 บาท หรือส่วนลด 2,000 บาทสำหรับตัวเรือนสแตนเลส และยังได้รับสิทธิ์ฟรีค่าบริการรายเดือนของ Apple Watch นาน 24 เดือน (มูลค่ารวมกว่า 6,000 บาท) 

 

โปรโมชั่นที่ 3 

สำหรับลูกค้าที่ใช้แพกเกจ 899 บาทขึ้นไปรับส่วนลดซื้อ Apple Watch Series 4 (GPS+Cellular) 1,000 บาท และได้รับสิทธิ์ฟรีค่าบริการรายเดือนของ Apple Watch ฟรี 6 เดือน 

จากโปรโมชั่นทั้ง 3 แบบข้างต้นถ้าดูกันจริง ๆ โปรโมชั่นทั้งหมดจะวนไปที่โปรโมชั่นที่ 1 เป็นหลักในจุดนี้อยู่ที่ว่าเราใช้บริการรายเดือนเท่าไหร่ ถ้าใช้มากหน่อยอย่าง 1099 บาทขึ้นไปเราก็ได้ รับสิทธิ์ฟรีค่าบริการรายเดือนของ Apple Watch ฟรี 12 เดือน หรือถ้าเป็นลูกค้าใหม่ย้ายค่ายเบอร์เดิมก็มีทั้งส่วนลดและฟรีค่ารายเดือนของ Apple Watch ตั้ง 24 เดือน เรียกว่าถ้าเอามาคิดบวกลบกับราคาเครื่องที่จ่ายไปถือดีเลยทีเดียว

เลือกซื้อ Apple Watch Series 4 พร้อมผ่อนสบาย ๆ 0% 10 เดือนจากบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ ได้จากทรูช้อป 20 สาขา ดังนี้

สาขาที่มีจำหน่ายตัวเรือน อะลูมิเนียม / Nike+ และ สแตนเลสสตีล

  • ทรูช้อป เมกา บางนา
  • ทรูช้อป เซ็นทรัล ลาดพร้าว
  • ทรูช้อป สยามพารากอน
  • ทรูช้อป ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต
  • ทรูช้อป เซ็นทรัล เวิลด์ (ชั้น 4)

 

สาขาที่มีจำหน่ายเฉพาะตัวเรือนอะลูมิเนียม

  • ทรูช้อป แฟชั่น ไอส์แลนด์
  • ทรูช้อป เซ็นทรัล เฟสติวัล เชียงใหม่
  • ทรูช้อป เซ็นทรัล พระราม 9 (ชั้น 4)
  • ทรูช้อป เอ็มควอเทียร์
  • ทรูช้อป เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า
  • ทรูช้อป เซ็นทรัล พลาซ่า เวสท์เกต
  • ทรูช้อป เดอะมอลล์ บางกะปิ
  • ทรูช้อป เซ็นทรัล พลาซ่า ศาลายา
  • ทรูช้อป เซ็นทรัล ชลบุรี
  • ทรูช้อป เซ็นทรัล พระราม 3
  • ทรูมูฟช้อป เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ
  • ทรู สเฟียร์ เซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์
  • ทรู แบรนด์ดิ้ง ช้อป สยามพารากอน
  • ทรู แบรนด์ดิ้ง ช้อป ไอคอนสยาม (พร้อมจำหน่ายวันที่ 9 พ.ย. 2561)

สำหรับคนที่สนใจ Apple Watch Series 4 (GPS + Cellular) สามารถดูรีวิวได้จากวิดีโอด้านล่างได้เลยครับ

from:https://siampod.com/2018/11/02/promo-apple-watch-series-4-by-truemove-h/

Apple Watch Series 4 เริ่มวางจำหน่ายแล้ว TrueMove H จัดโปรโมชั่นฟรีค่าบริการรวมสูงสุดกว่า 6,000 บาท

สำหรับ Apple Watch Series 4 เริ่มวางจำหน่ายในไทยวันนี้เป็นวันแรก ใครที่สนใจแวะอ่านรายละเอียดโปรโมชั่นจาก TrueMove H กันก่อน เพราะมีทั้งส่วนลด และฟรีค่าบริการรายเดือนสูงสุด 24 เดือน

อย่างที่หลายคนได้ดูที่ผมรีวิว Apple Watch Series 4 ไปแล้ว ซึ่ง Apple Watch Series 4 ได้มีการปรับปรุงหลายอย่างให้หน้าสนใจขึ้นไม่ว่าจะเป็นขนาดหน้าจอที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมทำให้แสดงผลได้เต็มตามากขึ้น และยังมีฟีเจอร์ตรวจจับการล้ม (Fall Detection) ที่ถูกใส่เข้ามาเป็นครั้งแรกใน Apple Watch อีกด้วย

โดยราคา Apple Watch Series 4 จาก TrueMove H มีดังนี้ 

ตัวเรือนอะลูมิเนียม (GPS+Cellular) มาพร้อมสาย Sport Band

  • 40 มม. : ราคาปกติ 17,900 บาท ลดเหลือ 16,900 บาท (เมื่อใช้แพกเกจ 899 ขึ้นไป)
  • 44 มม. : ราคาปกติ 18,900 บาท ลดเหลือ 17,900 บาท (เมื่อใช้แพกเกจ 899 ขึ้นไป)

ตัวเรือนสแตนเลสสตีล (GPS+Cellular) มาพร้อมสาย Sport Band

  • 40 มม. : ราคาปกติ 24,900 บาท ลดเหลือ 23,900 บาท (เมื่อใช้แพกเกจ 899 ขึ้นไป)
  • 44 มม. : ราคาปกติ 26,900 บาท ลดเหลือ 25,900 บาท (เมื่อใช้แพกเกจ 899 ขึ้นไป)

 

ตัวเรือนสแตนเลสสตีล (GPS+Cellular) มาพร้อมสาย Milanese Loop

  • 40 มม. : ราคาปกติ 28,400 บาท ลดเหลือ 27,400 บาท (เมื่อใช้แพกเกจ 899 ขึ้นไป)
  • 44 มม. : ราคาปกติ 30,400 บาท ลดเหลือ 29,400 บาท (เมื่อใช้แพกเกจ 899 ขึ้นไป)

จากข้างต้นถือว่าเป็นสเต็ปแรกสำหรับลูกค้า TrueMove H ที่ต้องการซื้อก็ได้รับส่วนลดตามข้างต้นเลยครับ ถ้าเราใช้แพกเกจ 899 บาทขึ้นไปอยู่แล้ว ซึ่งก็ได้ทั้งส่วนลด 1,000 บาทและได้รับสิทธิฟรีค่าบริการในส่วนของ Apple Watch ฟรี 6 เดือนอีกด้วย

ถัดมาคือโปรโมชั่นฟรีค่าบริการรายเดือนสำหรับ Apple Watch Series 4 จาก TrueMove H มีดังนี้

โปรโมชั่นที่ 1 

ฟรีค่าบริการรายเดือน 6 เดือน สำหรับผู้ที่ใช้แพกเกจรายเดือน 199 บาทขึ้นไป ทั้งลูกค้าปัจจุบัน ลูกค้าใหม่ และลูกค้าที่ต้องการย้ายค่ายเบอร์เดิม 

ฟรีค่าบริการรายเดือน 12 เดือน สำหรับผู้ที่ใช้แพกเกจรายเดือน 1,099 บาทขึ้นไป ทั้งลูกค้าปัจจุบัน ลูกค้าใหม่ และลูกค้าที่ต้องการย้ายค่ายเบอร์เดิม

และพิเศษสุด ๆ สำหรับลูกค้าย้ายค่ายเบอร์เดิมเมื่อสมัครแพกเกจ 1,099 บาทขึ้นไปภายใน 30 พ.ย. 2561 รับสิทธิ์พิเศษฟรีค่าบริการรายเดือน 24 เดือน (มูลค่ารวมกว่า 6,000 บาท) 

 

โปรโมชั่นที่ 2

สำหรับคนที่มีแผนจะซื้อ iPhone XS, iPhone XS Max หรือ iPhone XR อยู่แล้ว เมื่อซื้อเครื่องพร้อมแพกเกจตามที่กำหนด TrueMove H มอบส่วนลดซื้อ Apple Watch Series 4 ตัวเรือนอะลูมิเนียม 1,000 บาท หรือส่วนลด 2,000 บาทสำหรับตัวเรือนสแตนเลส และยังได้รับสิทธิ์ฟรีค่าบริการรายเดือนของ Apple Watch นาน 24 เดือน (มูลค่ารวมกว่า 6,000 บาท) 

 

โปรโมชั่นที่ 3 

สำหรับลูกค้าที่ใช้แพกเกจ 899 บาทขึ้นไปรับส่วนลดซื้อ Apple Watch Series 4 (GPS+Cellular) 1,000 บาท และได้รับสิทธิ์ฟรีค่าบริการรายเดือนของ Apple Watch ฟรี 6 เดือน 

จากโปรโมชั่นทั้ง 3 แบบข้างต้นถ้าดูกันจริง ๆ โปรโมชั่นทั้งหมดจะวนไปที่โปรโมชั่นที่ 1 เป็นหลักในจุดนี้อยู่ที่ว่าเราใช้บริการรายเดือนเท่าไหร่ ถ้าใช้มากหน่อยอย่าง 1099 บาทขึ้นไปเราก็ได้ รับสิทธิ์ฟรีค่าบริการรายเดือนของ Apple Watch ฟรี 12 เดือน หรือถ้าเป็นลูกค้าใหม่ย้ายค่ายเบอร์เดิมก็มีทั้งส่วนลดและฟรีค่ารายเดือนของ Apple Watch ตั้ง 24 เดือน เรียกว่าถ้าเอามาคิดบวกลบกับราคาเครื่องที่จ่ายไปถือดีเลยทีเดียว

เลือกซื้อ Apple Watch Series 4 พร้อมผ่อนสบาย ๆ 0% 10 เดือนจากบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ ได้จากทรูช้อป 20 สาขา ดังนี้

สาขาที่มีจำหน่ายตัวเรือน อะลูมิเนียม / Nike+ และ สแตนเลสสตีล

  • ทรูช้อป เมกา บางนา
  • ทรูช้อป เซ็นทรัล ลาดพร้าว
  • ทรูช้อป สยามพารากอน
  • ทรูช้อป ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต
  • ทรูช้อป เซ็นทรัล เวิลด์ (ชั้น 4)

 

สาขาที่มีจำหน่ายเฉพาะตัวเรือนอะลูมิเนียม

  • ทรูช้อป แฟชั่น ไอส์แลนด์
  • ทรูช้อป เซ็นทรัล เฟสติวัล เชียงใหม่
  • ทรูช้อป เซ็นทรัล พระราม 9 (ชั้น 4)
  • ทรูช้อป เอ็มควอเทียร์
  • ทรูช้อป เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า
  • ทรูช้อป เซ็นทรัล พลาซ่า เวสท์เกต
  • ทรูช้อป เดอะมอลล์ บางกะปิ
  • ทรูช้อป เซ็นทรัล พลาซ่า ศาลายา
  • ทรูช้อป เซ็นทรัล ชลบุรี
  • ทรูช้อป เซ็นทรัล พระราม 3
  • ทรูมูฟช้อป เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ
  • ทรู สเฟียร์ เซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์
  • ทรู แบรนด์ดิ้ง ช้อป สยามพารากอน
  • ทรู แบรนด์ดิ้ง ช้อป ไอคอนสยาม (พร้อมจำหน่ายวันที่ 9 พ.ย. 2561)

สำหรับคนที่สนใจ Apple Watch Series 4 (GPS + Cellular) สามารถดูรีวิวได้จากวิดีโอด้านล่างได้เลยครับ

from:http://www.siampod.com/2018/11/02/promo-apple-watch-series-4-by-truemove-h/