คลังเก็บหมวดหมู่: NOTEBOOKSPEC

จัดสเป็คคอม Core i5 จบครบในงบ 25000 บาท

สำหรับผู้ใช้งานทั่วไปส่วนใหญ่ผมเชื่อว่าเลือกซีพียูก็คงจะเลือก Intel ไว้ก่อน อย่างน้อยชื่อก็ติดหูกว่า และซีพียูที่ได้รับความนิยมสูงตัวหนึ่งในปัจจุบันของ Intel คงต้องยกให้ Core i5-8400 ด้วยราคาที่ไม่สูง ประสิทธิภาพการใช้งานที่ลงตัว วันนี้ผมเลยขอแนะนำการจัดสเป็คคอม Core i5 ในงบประมาณ 25,000 บาท แบบจบครบใช้งาน เล่นเกมได้อีกยาว

แนวทางการจัดจัดสเป็คคอม Core i5

  • CPU : Intel Core i5-8400 ซีพียูยอดฮิตด้วยราคาสุดคุ้ม ประสิทธิภาพลงตัวทั้งการใช้งานและการเล่นเกม
  • M/B : ASROCK B360M Pro4 เมนบอร์ดขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่แต่ออปชั่นครบโดยเฉพาะแรมที่สามารถเพิ่มได้ถึง 4 แถว และ M.2 เพิ่ม SSD ได้อีกด้วย เหมาะกับสายเผื่ออัพเกรท
  • VGA : INNO3D GTX1060 Twin X2 3GB ต้นตำหรับแบรนด์โคตรคุ้ม ใช้งานได้ดี เล่นเกมปัจจุบันได้อีกยาว
  • RAM : KINGSTON Hyper-X Fury DDR4 16GB (8GBx2) 3200 Red แรมบัส 3200 MHz ที่คุ้มที่สุด ใช้งานก็ลงตัว OC ก็ยังได้
  • HDD : SEAGATE BARRACUDA 1TB ใช้สำรองข้อมูลเก็บรูปเก็บหนังสบายๆ
  • SSD : Deva’s E240e 240GB 3D NAND 5Year ในงบนี้เน้นความจุของ SSD มาก่อน แค่นี้ก็เปิดเครื่องไวเปิดโปรแกรมเร็วแล้ว
  • PSU : SILVERSTONE ST70F-ES230 700W 80+ PSU คุณภาพสุงในราคาคุ้ม เผื่ออัพเกรทอุปกรณ์ได้อีกเยอะ
  • Case : Tsunami Galaxy G7 TG White เคสวย ใส่อุปกรณ์ได้เยอะ มีไฟ RGB ด้วย

Link Spec : https://notebookspec.com/pc/5795494

สำหรับการจัดสเป็คคอม Core i5 ตัวนี้พระเอกคงหนีไม่พ้น Core i5-8400 ที่อาจจะไม่ใช่รหัส K แต่ก็เพียงพอสำหรับการใช้งานแล้วด้วยด้วยราคาค่าตัวเพียง 6,xxx บาท แต่มาพร้อม 6 คอร์ 6 เทรด ความเร็วบูธสูงถึง 4.0 GHz เล่นเกมทำงานหนักๆสบายๆ และที่สำคัญสำหรับผู้ที่เน้นใช้งานทั่วไปซีพียูตัวนี้แถมฮีทซิงค์มาด้วยไม่ต้องซื้อเพิ่ม เมนบอร์ด ASROCK B360M Pro4 ราคาสูงอีกนิดแต่สามารถอัพเกรทอุปกรณ์ต่างๆได้เต็มที่ แรมซื้อครั้งเดียวจบไปเลยกับ 16 GB บัส 3200 MHz เล่นเกม ใช้งานหนักได้สบาย SSD ผมเลือก Deva’s E240e 240GB มาก่อน เพราะความจุระดับนี้ทำให้ไม่ต้องห่วงเรื่องพื้นที่ลงโปรแกรม แม้ไม่เร็วเท่า PCIe แต่ก็เพียงพอแล้ว สุดท้ายที่อยากแนะนำเลยคือการ์ดจอ INNO3D GTX1060 Twin X2 3GB ที่รองรับการทำงานไปจนถึงการเล่นเกมได้อย่างสบาย ในราคาที่ถือว่าถูกมากในปัจจุบัน เซ็นนี้ใช้งานได้อีกยาว 2-3 ปีสบายๆ

แนวทางการอัพเกรทจัดจัดสเป็คคอม Core i5 ในอนาคต

  • อันดับ 1

เปลี่ยน SSD เป็น PCIe NVMe ที่ความจุสัก 480 GB ขึ้นไป เพื่อที่จะเปิดเครื่องได้ไว เปิดโปรแกรมได้เร็วขึ้นอีก และไม่ต้องห่วงเรื่องพื้นที่ความจุลงโปรแกรมได้อีกยาวเลย

  • อันดับ 2

ถ้าต้องการเล่นเกมให้ลื่นขึ้น คงต้องเปลี่ยนการ์ดจอขึ้นไปถึงระดับ GTX 1070 Ti ซึ่งซีพียูยังขับไหวอยู่ ทำให้เล่นเกมได้ภาพที่ละเอียดมากขึ้น หรืออยากลองของใหม่ก็จัด RTX 2060 ไปเลยก็ได้

  • อันดับ 3

ถ้างบเหลือจริงอาจจะปรับซีพียูเป็น Core i7 หรือเพิ่มแรมเป็น 32GB ก็จะช่วยให้ทำงานหนักๆได้มากขึ้นและเร็วขึ้นได้อีก

from:https://notebookspec.com/pc-set-spec-i5-2019/472164/

โฆษณา

Tesla – เปิดตัว ‘Dog Mode’ ฟีเจอร์สุดล้ำ !!! ที่จะทำให้คุณเจ้าของหายห่วงเวลาทิ้งน้องหมาไว้บนรถ

เชื่อเหลือเกินครับว่าผู้ขับรถยนต์หลายๆ ท่านที่มีน้องหมาเลี้ยงอยู่ด้วยนั้นคงจะต้องเคยพาน้องหมาขึ้นรถไปไหนมาไหนด้วย และก็อีกนั่นล่ะครับที่บางครั้งเวลาที่ท่านต้องรถจากรถไปแล้วทิ้งน้องหมาเอาไว้ในรถโดยลำพังนั้นส่วนใหญ่ในเมืองไทยถ้าไม่เปิดกระจกทิ้งไว้ก็จะติดเครื่องเพื่อที่จะเปิดแอร์เอาไว้ให้น้องหมาอยู่กันสบายๆ อย่างไรก็ดีครับสิ่งหนึ่งที่ท่านเจ้าของน้องหมาจะต้องเคยกังวลกันก็คือการสตาร์ทรถเอาไว้แล้วทิ้งน้องหมาไว้บนรถนั้นอาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดขึ้นได้ ทว่าต่อไปนี้นั้นจะไม่เป็นเช่นนั้นแล้วครับ

ล่าสุดบริษัท Tesla Motor ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชื่อดังได้ทำการเปิดตัว ‘Dog Mode’ สำหรับรถยนต์อัจฉริยะออกมาครับ โดยเจ้าฟีเจอร์ดังกล่าวนี้นั้นเกิดขึ้นมาก็เนื่องมาจาก tweet ของผู้ใช้งานคนหนึ่งที่ถามไปยังคุณ Elon Musk เจ้าของและ CEO ของ Tesla ว่ารถ Tesla นั้นจะมีฟีเจอร์ที่ช่วยทำให้สัตว์เลี้ยงปลอดภัยอยู่บนรถยนต์หรือไม่ถ้าทำการทิ้งสัตว์เลี้ยงดังกล่าวเอาไว้ในรถ ซึ่งทางคุณ Musk นั้นก็ตอบง่ายๆ สั้นๆ เลยครับว่า Yes และนั่นก็เป็นที่มาของฟีเจอร์นี้ครับ จะเป็นเช่นไรบ้างนั้นไปชมคลิปกันได้เลยครับ

หลายท่านอาจจะสงสัยครับว่าเจ้าฟีเจอร์ดังกล่าวนี้จะทำให้ผู้ที่ผ่านไปผ่านมารู้ได้อย่างไรว่าน้องๆ สัตว์เลี้ยงที่อยู่บนรถยนต์นั้นปลอดภัยจริงๆ ทาง Tesla เองก็ได้มีการ twett ต่อเนื่องดังนี้ครับ

อย่างที่ท่านเห็นครับ บนตัวรถจะมีการแสดงผลหน้าจอตรงกลางอยู่ว่า ณ เวลานี้นั้นอุณหภูมิบนรถอยู่ที่เท่าไรและน้องๆ ที่อยู่ในรถนั้นสบายอยู่หรือไม่ ซึ่งตรงนี้ก็จะทำให้ผู้ที่ผ่านไปผ่านมาได้เห็นครับว่าไม่จำเป็นต้องเป็นห่วงน้องๆ แต่อย่างใด ทั้งนี้ ‘Dog Mode’ นั้นจะใช้พลังงานไฟฟ้าคิดเป็น 20% จากการใช้งานตามปกติครับ ดังนั้นจึงสบายใจได้ครับว่ามันจะไม่กินไฟมากแต่อย่างใดครับ

หมายเหตุ – ทั้งนี้แล้วนั้นทาง Tesla ยังได้มีการเปิดตัวฟีเจอร์ที่สามารถใช้งานได้แล้วอย่าง “sentry mode” ออกมาด้วยซึ่งโหมดดังกล่าวนี้นั้นจะเป็นโหมดป้องกันการขโมยโดยที่ตัวรถนั้นจะใช้กล้องรอบๆ รถตรวจจับดูว่ามีการเคลื่อนไหวรอบๆ รถที่ผิดปกติหรือไม่ หากตัวรถพบว่ามีการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติมันก็จะเข้าสู่ “alert mode” และเมื่อรถโดนบุกรุกหนักเช่นมีการทุบกระจกเข้ามาตัวรถนั้นก็จะส่งเสียงดังออกมาพร้อมส่งสัญญาณแจ้งเตือนไปยังเจ้าของครับ

หมายเหตุ 2 – ตามประกาศของคณะรัฐบาลไทยในช่วงที่ปัญหาฝุ่น PM 2.5 รุกหนักนั้นมีการบอกเอาไว้ว่าในปีหน้านี้รถยนต์ที่มาพร้อมกับพลังงานสะอาจจะมีอัตราการเก็บภาษีลดลงซึ่งนั่นรวมถึงรถยนต์พลังงานไฟฟ้าของทาง Tesla ด้วย งานนี้ถ้าประกาศเป็นจริงนั้นเราน่าจะได้เห็นราคาของรถยนต์จาก Tesla ลดลงเป็นอย่างมากครับ

ที่มา : interestingengineering

from:https://notebookspec.com/tesla-introduces-dog-mode-to-keep-your-pet-cool/472839/

Game 2019 – Unreal Engine 4 สนับสนุนฟีเจอร์ Ray Tracing และ Path Tracing ของ NVIDIA แล้ว เพื่อเกมที่ดีกว่า

ดูเหมือนว่าในที่สุด NVIDIA เองนั้นก็สามารถที่จะทำลายคําสบประมาทของทาง AMD ได้แล้วครับเพราะเมื่อไม่นานมานี้่ทาง Epic Games ได้ประกาศอย่างเป็นทางการออกมาว่าเอนจินเกมชื่อดังของบริษัทอย่าง Unreal Engine 4 ในเวอร์ชันอัพเดท 4.22 จะรองรับกับเทคโนโลยี real-time ray tracing และ path tracing ของทาง NVIDIA อย่างเป็นทางการ

ซึ่งการรองรับนี้ไม่เพียงแค่ผู้พัฒนาเกมรายใหม่ๆ จะใช้ฟีเจอร์ดังกล่าวได้อย่างเพียงเท่านั้นเพราะเกมที่มีอยู่ในปัจจุบันซึ่งใช้ Unreal Engine 4 นั้นสามารถที่จะทำการอัพเดทให้มารองรับฟีเจอร์นี้ได้อย่างง่ายดายด้วยครับ

สำหรับผู้พัฒนาเกมที่ใช้เอนจิน UE4 นั้นหลังจากทำการอัพเดทตัวเอนจินเป็นเวอร์ชัน 4.22 แล้วนั้นผู้พัฒนาจะสามารถทำการเขียนโค้ดโปรแกรมในระดับ high-level สำหรับฟีเจอร์ ray tracing ได้โดยตรงซึ่งจะส่งผลให้การทำเอฟเฟคต่างๆ อย่าง rect area lights, soft shadows, reflections, real time global illumination, IBL, Niagara particles และอื่นๆ ที่เกี่ยวกับการสะท้อนของแสงทำได้ง่ายมากขึ้นกว่าเดิมมากจากที่ปกติแล้วจะต้องเขียนโค้ดในระดับ low-level layer เพื่อให้แสดงผลผ่านทาง UE DirectX 12 ครับ

แน่นอนครับว่าการสนับสนุน real-time ray tracing และ path tracing บน Unreal Engine 4 นั้นย่อมเป็นผลดีต่อกราฟิกการ์ดซีรีส์ RTX 2000 ของทาง NVIDIA เป็นอย่างมาก ทว่าหากดูจากความเป็นจริงในเรื่องของเกมที่มาพร้อมกับฟีเจอร์ real-time ray tracing ที่รันบนกราฟิกการ์ดซีรีส์ RTX 2000 แล้วประสิทธิภาพลดลงกว่าครึ่งแล้วนั้น หากคุณยังไม่รีบอะไรมากนักเราขอแนะนำให้รอกราฟืกการ์ดซีรีส์ต่อไปน่าจะดีกว่าครับ

หมายเหตุ – แต่อย่างน้อยนี่ก็เป้นการแสดงให้เห็นได้ว่าทาง NVIDIA นั้นมาถูกทางแล้วครับ

ที่มา : notebookcheck

from:https://notebookspec.com/nvidias-rtx-2000-gpus-to-get-adoption-boost-via-expanded-ray-tracing-support-on-unreal-engine-4/472831/

Huawei – บริษัทที่ไม่จำเป็นต้องใช้คำว่า “ชาตินิยม”เพื่อที่จะเอาขนะ Apple ในประเทศจีน

เป็นที่ทราบกันดีครับว่าในปี 2018 ที่ผ่านมานั้น Huawei เป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนที่มาแรงแซงโค้งแบบมากๆ เลยทีเดียว แถมในปี 2019 ที่ผ่านมาได้เดือนกว่าๆ นี้นั้นแน้วโน้มยอดจำหน่ายสมาร์ทโฟนของทาง Huawei เองนั้นก็ไม่ได้ลดลงไปจากเดิมด้วย หนำซ้ำแล้วจะมีแต่ขึ้นเอาๆ ด้วยซ้ำไป สาเหตุหนึ่งนั้นก็เนื่องมาจากการเปิดตัวและวางจำหน่ายสมาร์ทโฟนในระดับพรีเมียมหลายรุ่นที่ราคานั้นไม่สูงมากจนเกินไปแถมฟีเจอร์นั้นเรียกได้ว่าเป็นการมาแบบก้าวกระโดดที่ใครๆ เห็นก็ต้องชอบล่ะครับ

ตามรายงานของ Financial Times ก่อนหน้านี้นั้นได้มีการยืนยันออกมาครับว่าสมาร์ทโฟนของทาง Huawei นั้นสามารถที่จะสร้างปรากฎการณ์ความอยากได้ของเหล่าผู้บริโภคให้เกิดความอยากได้สมาร์ทโฟนของทาง Huawei มากถึง 33% ซึ่งถือว่าเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากภายในระยะเวลาเพียงแค่ปีเดียวเท่านั้น จุดหนึ่งที่เป็นเช่นนั้นจากคำบอกเล่าของผู้ขายสมาร์ทโฟนนั้นก็มาจากการที่ CFO ของ Huawei อย่าง Meng Wanzhou ได้ทำให้สมาร์ทโฟนของ Huawei กลายเป็นสัญลักษณ์ของการรักชาติสำหรับประเทศจีนครับ

แน่นอนครับว่าเรื่องดังกล่าวนี้ไม่สามารถที่จะปฎิเสธได้ครับว่ามันก็เป็นแรงจูงใจอย่างหนึ่งที่ทำให้ยอดจำหน่ายสมาร์ทโฟนของทาง Huawei นั้นสูงมากขึ้น เช่นเดียวกันกับอย่างที่เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกาที่เครื่องหมาย “Made in the USA” เคยมีผลต่อการตัดสินใจในการซื้อของผู้บริโภคเป้นอย่างมาก ทว่ามันก็เป้นเพียงปัจจัยหนึ่งเท่านั้นซึ่งปัจจัยดังกล่าวนี้นั้นก็ไม่สามารถที่จะนำมาใช้ได้กับในยุคปัจจุบันที่ทางจีนและสหรัฐอเมริกามีการทำส่งครามเรื่องการค้าขายกันอยู่แบบนี้ครับ

คุณ Kiranjeet Kaur ผู้จัดการด้านการวิจัยอาวุโสของทาง IDC ได้ออกมาบอกครับว่าการสร้างผลิตภัณฑ์โดยใช้ความเป็นชาตินิยมนั้นมักจะอยู่ในตลาดได้ไม่นานมากพอ ดังนั้นแล้วสิ่งที่ Huawei สร้างนั้นไม่ได้มาจากคำพูดที่ใช้ปลุกกระแสในการรักษชาติเท่านั้นเพราะต้องยอมรับครับว่าสมาร์ทโฟนของ Huawei เองนั้นอยู่ในระดับที่เรียกได้ว่าไม่ว่าจะเป็นผู้คนชาติไหนๆ ต่างก็เกิดความอยากได้ในในตัวสมาร์ทโฟนของทาง Huawei เองด้วยทั้งนั้นครับ

ทางคุณ Mo Jia นักวิเคราะห์จาก Canalys ในเซี่ยงไฮ้ได้ออกมาเผยนครับว่าสิ่งที่ทำให้ Huawei สามารถที่จะกุมใจผู้ใช้ในประเทศจีนได้เป็นอย่างดีนั้นก็คือเรื่องของเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เทียบได้กับผู้ผลิตจากฝั่งตะวันตก(ซึ่งในบางนวัตกรรมนั้นทาง Huawei เองก็เป็นผู้นำด้วยซ้ำ) แน่นอนว่าเทคโนโลยีและนวัตกรรมของทาง Huawei นี้เองนั้นทำให้ผู้ใช้ในประเทศจีนสามารถที่จะละความสนใจจากสมาร์ทโฟนได้ทั้งจาก Apple และ Samsung ได้อย่างไม่มีข้อกังขาใดๆ ครับไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพที่อยู่ในระดับท๊อป, อายุการใช้งานแบตเตอรี่ รวมไปถึงประสิทธิภาพของชิปเซ็ท Kirin ที่เพียงแค่ไม่กี่ปีก็ติดระดับท๊อปได้แบบชิวๆ ครับ

จากผลการสำรวจตลาดสมาร์ทโฟนในประเทศจีนของ canalys นั้นพบว่าในปี 2018 ที่ผ่านมานั้นทาง Huawei สามารถที่จะทำยอดส่วนแบ่งในตลาดจีนได้ถึง 27% คิดเป็นยอดการเติบโตต่อหน่วยสูงถึง 16% จากปี 2017 ครับ(ที่ไม่เท่ากับ 7% นั้นก็เนื่องมาจากว่ายอดการจำหน่ายแบบคิดเป็นหน่วยนั้นลดลง 14% จากเดิมที่ 459 ล้านหน่วยมาอยู่ที่ 396 ล้านหน่วยในปี 2018 ครับ) ไม่เพียงแค่ canylys เท่านั้นนะครับเพราะผลการวิเคราะห์ตลาดในประเทศจีนของ IDC เองนั้นก็มีทิศทางไปในแนวเดียวกันครับ

สิ่งที่ทำให้ Apple ไม่สามารถสู้กับ Huawei ในประเทศจีนได้นั้น ณ ปัจจุบันนักวิเคราะห์มากมายต่างก็ออกมาให้ความเห็นตรงกันครับคือ Apple เองนั้นไม่มีการเผยนวัตกรรมใหม่ๆ อะไรออกมาเท่าไรนัก หรือถ้ามีผู้ใช้ก็สามารถหานวัตกรรมแบบเดียวกันได้จากผู้ผลิตรายอื่นๆ ในขณะที่ราคาของตัวเครื่องนั้นถูกกว่าของทาง Apple อีกด้วย งานนี้นั้นเรียกได้ว่าทาง Apple เองนั้นก็ต้องรับงานหนักมากขึ้นครับ สิ่งหนึ่งที่ทาง Apple จะต้องรีบปรับปรุงถ้ายังอยากทำให้ยอดจำหน่ายในตลาดต่างประเทศสูงมากขึ้นก็คือเรื่องของราคาตัวเครื่องนี่ล่ะครับ

ทั้งหมดทั้งมวลนี้นั้นในท้ายที่สุดนักวิเคราะห์ยังได้บอกเอาไว้อีกครับว่าไม่เพียงเฉพาะตลาดประเทศจีนเท่านั้นแต่ตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลกนั้นก็ยังคงมีทิศทางไปในแนวเดียวกันโดยจากผลที่ทาง Apple กำหนดราคาของ iPhone ไว้สูงมากจนเกินไปทำให้ผู้ใช้ต่างพากันหาทางออกสู่ยี้่ห้ออื่นๆ ซึ่งหากยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ ในปี 2019 นี้นั้นทาง Huawei คงสามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้มีส่วนแบ่งในตลาดอำดับที่ 2 แทน Apple ได้อย่างไม่ยากเย็นเท่าไรนัก ส่วนทาง Samsung เองนั้นหากยังคงเป็นเช่นนี้อยู่นั้นก็มีสิทธิ์จะเสียอันดับที่ 1 ได้เหมือนกันครับ

ที่มา : theverge

from:https://notebookspec.com/huawei-doesnt-need-nationalism-to-beat-apple-in-china/472853/

Game Tips – แก้ปัญหาเล่น FIFA Online 4 แล้ว คอมดับ หรือ ไม่สามารถเข้าเกมได้

ปัญหาการเล่นเกมมักจะมาพร้อมกับอาการต่างๆ หลายๆคนที่กำลังเล่นเกมแต่เจอกับปัญหานี้อยู่ โดยเฉพาะกับเกมส์ FIFA Online เกมบอลยอดนิยมจาก Garena เรียกว่าคงทำให้เสียอารมไปไม่หน่อย ในวันนี้ทางทีมงานจะมาแนะนำวิธีแก้ไขปัญหา FIFA Online ต่างๆ เมื่อเพื่อนๆ แล้ว คอมดับ หรือ ไม่สามารถเข้าเกมได้

คอมดับ

เล่น FIFA Online 4 แล้ว คอมดับ หรือ เข้าเกมไม่ได้

ก่อนอื่นปัญหาคอมดับเมื่อเล่นเกม FIFA Online 4 นั่นส่วนใหญ่มากจาก ฮาร์ดแวร์ ก่อนอื่นให้เราตรวจสอบ สเปคแนะนำสำหรับเล่นเกม FIFA Online 4 กันก่อน

สเปคคอมพิวเตอร์สำหรับเกม FIFA Online 4

สเปคขั้นต่ำ

– ระบบปฎิบัติการ : Window 7 / 8 / 8.1 / 10-64 bit

– CPU : Intel Core i3-2100 @ 3.1GHz (or AMD Phenom 7950 Quad-Core, AMD Athlon II X4 620 equivalent)

– Memory : 4 GB ขึ้นไป

– Free HDD Space : 18 GB ขึ้นไป

– Graphics Card : NVIDIA Geforce GT 730, ATI Radeon HD 7570 ขึ้นไป

– GPU Memory : 1024MB

– DirectX : Version 11

 

สเปคแนะนำ

– ระบบปฎิบัติการ : Window 7 / 8 / 8.1 / 10-64 bit

– CPU : Intel i5-2550K @ 3.4Ghz (or AMD FX-6350 Six-Core equivalent)

– Memory : 8 GB ขึ้นไป

– Free HDD Space : 18 GB ขึ้นไป

– Graphics Card : NVIDIA Geforce GTX 460 / AMD Radeon HD 6870 ขึ้นไป

– GPU Memory : 3 GB

– DirectX : Version 11
อาจจะเป็นไปได้ที่ CPU ต่ำกว่าในสเปคอ้างอิงทำให้ทำงานหนักเกินไปทำให้ความร้อนสูงจน คอมดับ หรือาจลองกับเกมอื่นว่ายังมีอาการดับอยู่หรือไม่

ปัญหาไม่สามารถเข้าเกม FIFA Online 4 ได้

“ปัญหา เข้าเกมไม่ได้ Error กรุณาลองใหม่ภายใน ซ่อม หรือปิด Antivirus แก้ไขอย่างไร ?”

อาการ Error  ดังกล่าวเกิดจาก Windows 32 Bit ไม่สามารถ Run เกมได้ เนื่องจากไม่เพียงพอต่อความต้องการของตัวเกม

แนะนำให้ทำการ อัปเดต Windows  ให้เป็น version 64 Bit เพื่อให้สอดคล้องความต้องการของระบบ

“ปัญหา เข้าเกมไม่ได้ระบบแจ้ง Direct X เวอร์ชั่นต่ำว่า 11 เกิดจากอะไร ?”

สำหรับปัญหา Direct X เกิดจากการ์ดจอไม่ Support DirectX เวอร์ชั่น 11 หรือ ไม่รองรับกับระบบเกม FIFA Online 4

ตรวจสอบ DirectX จาก GPU-Z : https://www.techpowerup.com/download/techpowerup-gpu-z/

เบื้องต้นแนะนำให้อัปเดตไดร์เวอร์การ์ดจอให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด และเปิดการใช้งานการ์ดจอแยก หรือ “High Performance” ก่อน
หากอัปเดตไดร์เวอร์แล้วระบบยังแจ้งว่า Direct X เวอร์ชั่นต่ำว่า 11 จะเกิดจากการ์ดจอที่ใช้งานไม่รองรับการทำงานของระบบเกม  FIFA Online 4

“ปัญหา Xigncode error 100B”

สำหรับ Error Xigncode ตัวนี้หลักๆจะเกิดจากระบบตรวจสอบพบโปรแกรมที่เปิดใช้งานอยู่ อาจเป็นโปรแกรมช่วยเล่นหรือไฟล์แปลกปลอม

จึงทำให้ไม่สามารถเข้าเกมได้ แก้ไขโดย ให้ปิดโปรแกรมที่ไม่เกี่ยวข้องกับตัวเกมให้หมด โดยเฉพาะโปรแกรมป้องกันและโปรแกรมช่วยเล่นประเภทต่างๆ จากนั้นทดสอบเข้าเกมอีกครั้ง

หากเพื่อนๆ ลองทำตามนี้แล้วยังไม่หายให้ลองทำการรีสตาร์ทเครื่องใหม่หลังจากแก้ไขหรืออาจจะลองโหลดเกมส์มาลงใหม่อีกครั้งเพื่อแก้ปัญหา

ที่มา: garena.in.th

from:https://notebookspec.com/fix-fifa-online-4/472828/

ซื้อโน้ตบุ๊ค งบ 10,000 – 12,000 บาท รุ่นไหนสเปคดีสุด คุ้มสุด ประจำต้นปี 2019

หลังจากที่บทความก่อนหน้านี้แนะนำในช่วงราคา 15,000 และ 25,000 บาท ไปแล้วนั้น คราวนี้มาดูในช่วงราคาประมาณ 10,000 ไม่เกิน 12,000 บาท ประจำต้นปี 2019 กันบ้าง โดยเน้นเอาใจคนงบน้อยราคาประหยัด จอ Full HD สเปคเอาไว้แค่ทำงานเอกสาร ดูหนังฟังเพลงธรรมดา เล่นเกมเบาๆ พอได้บ้าง ซึ่งถ้าใครอยากได้แรงๆ กว่านี้ แนะนำไปมือสองก็ถือว่าโอเคอยู่เหมือนกัน โดยในบทความนี้พูดถึงเฉพาะมือหนึ่งซึ่งจะมีรุ่นอะไรบ้างไปดูกันเลยครับ

1. Acer Swift 1

ครบสุดแล้วในรุ่น ถูกสุดสเปคแน่นสุด หมื่นนิดๆ เท่านั้นกับ Acer Swift 1 SF114-32 ที่สเปคเหมือนตัวพี่ที่ใช้ CPU ที่เป็น Intel Pentium N5000 ความจุให้มาเป็นแบบ SSD 128 GB หน้าจอ 14 นิ้วความละเอียด Full HD IPS ชัดเจนทุกมุมมอง น้ำหนักตัวเครื่องเพียง 1.3 กิโล และมี Finger Print ปกติ ในราคาเพียง 10,900 บาทเท่านั้น ประกัน 2 ปีเต็ม (มี 4 สี ทอง,ชมพู, เทา และเขียว)

2. Lenovo IdeaPad 330 15

สำหรับใครที่อยากได้จอใหญ่ๆ Full HD ราคาไม่แพง คงต้องรุ่นนี้เลย Lenovo IdeaPad 330 15 รหัส 81D6004HTA ที่มาพร้อมกับ CPU ที่เป็น AMD A9-9425 การ์ดจอออนบอร์ด Radeon R5 ประสิทธิภาพพอเล่นเกมได้นิดหน่อย HDD 1 TB และที่สำคัญรุ่นนี้มาพร้อมกับหน้าจอ 15.6 นิ้ว Full HD พาเนล TN มี Drive DVD มาให้อีกด้วย พร้อม Windows 10 แท้ในตัวเปิดปุ๊บใช้งานได้เลย ในราคาเพียง 10,390 บาทเท่านั้นครับ

3. Lenovo IdeaPad S130

Lenovo IdeaPad S130 รุ่นนี้เหมาะเลยสำหรับใครงบน้อยที่ต้องการเน้นความบางเบา ด้วยน้ำหนักเพียง 1.47 กิโล เปิดปิดเครื่องเร็วเพราะมี SSD และมี Windows 10 แท้ใช้งานได้เลย ด้วยสเปคเป็น Pentium N5000 จอ 14 นิ้ว Full HD เพียงพอต่อการใช้งานเบาๆ สบายๆ แถมมีราคาเพียง 11,160 บาทเท่านั้นอย่างคุ้ม (มีสีดำ, สีเทา)

4. ASUS VivoBook 15 X505BP

มาดูทางฝั่งแบรนด์ ASUS กันบ้างกับรุ่น VivoBook 15 X505BP ที่มาพร้อมกับ CPU ที่เป็น AMD A9-9425 และการ์ดจอแยกประสิทธิภาพโอเคอย่าง Radeon R5 M420 2 GB พอเล่นเกมเบาๆ ได้ ใส่ HDD 1 TB มาให้ปกติ และที่สำคัญรุ่นนี้มาพร้อมกับหน้าจอ 15.6 นิ้ว Full HD ที่เป็นแบบขอบบางมาให้ด้วย แถมตัวเครื่องน้ำหนักเบาเพียง 1.68 กิโลกรัม พร้อมมี Windows 10 แท้ในตัว สนนราคาเพียง 11,900 บาทเท่านั้น

5. Lenovo V330 15

ขยับขึ้นมาอีกนิดสำหรับใครที่ต้องการ ประสิทธิภาพที่แรงขึ้นอีกหน่อย ที่ต้องการ CPU Core i ในราคาถูกที่สุด ต้องตัวนี้เลย Lenovo V330 15 รหัส 81AXA027TA ที่ใช้ Intel Core i3-7130U หน้าจอใหญ่ขอบบาง 15.6 นิ้ว Full HD มีไดร์ DVD มาให้ปกติ ในราคาเพียง 12,140 บาท เท่านั้น

6. ASUS VivoBook 15 X505ZA

ดูฝั่งตระกูล Core i ของค่ายฟ้าไปแล้ว มาดูขายแดง Ryzen ตัวถูกสุดที่น่าซื้อกันบ้าง กับ ASUS VivoBook 15 X505ZA ที่มาพร้อมกับ CPU ที่เป็น AMD Ryzen 3 2200U และการ์ดจอออนบอร์ด VEGA 3 พอเล่นเกมเบาๆ ได้ HDD 1 TB ปกติ และมาพร้อมกับหน้าจอ 15.6 นิ้ว Full HD ขอบบาง ตัวเครื่องน้ำหนักเบาเพียง 1.60 กิโลกรัม พร้อมมี Windows 10 แท้ในตัว โดยวางจำหน่ายราคาอยู่ที่ 12,900 บาท

 

from:https://notebookspec.com/buyers-guide-5-notebook-laptop-10000-12000-below-2019/472305/

Gamer ต้องลอง ASUS ROG MAXIMUS XI Extreme แรงครบจบในตัว

เกมมิ่งเมนบอร์ดช่วงนี้ ออกสู่ตลาดกันแบบล้นหลาม โดยเฉพาะในตลาดไฮเอนด์ ที่บรรดาผู้ผลิตรายใหญ่ต่างทะยอยออกมากันหลายรุ่นเลยทีเดียว ซึ่ง ASUS เอง ก็ถือเป็นพี่บิ้กเบิ้มในตลาด ที่เวลานี้นำเรือธงอีกรุ่นที่ใช้ชิปเซ็ตใหม่ล่าสุด Intel Z390 สำหรับซีพียู Intel generation 9 มาลงตลาด พร้อมกับฟีเจอร์แรงสะใจ ภายใต้ชื่อของ ROG MAXIMUS XI อันเป็นซีรีส์ของเกมมิ่งเมนบอร์ด MAXIMUS ที่ออกแบบมาเพื่อซีพียู Intel 1151 ที่หลายคนคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ประกอบไปด้วยรุ่นต่างๆ เหล่านี้ ASUS ROG MAXIMUS XI HERO, FORMULA, EXTREME, CODE, GENE และ APEX เป็นต้น

ASUS ROG MAXIMUS XI Extreme สำหรับใครที่เคยได้สัมผัสกับเมนบอร์ดในซีรีส์นี้ อาจจะพอคุ้นเคยกับบรรดาฟีเจอร์มากมาย ที่ทาง ASUS จัดวางมาให้กลุ่มผู้ใช้ที่เป็นเกมเมอร์โดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของการโอเวอร์คล็อก การเชื่อมต่อเน็ตเวิร์ค และสีสันจากไฟ RGB ในสไตล์ของ ROG ซึ่งกระจายไปอยู่ในจุดต่างๆ ของเมนบอร์ด นอกเหนือจากการสนับสนุนซีพียู Intel รุ่นใน เจนเนอเรชั่นที่ 9 ไม่ว่าจะเป็น Core i7, i5, i3 รวมถึง Pentium Gold และ Celeron อีกด้วย จุดเด่นที่น่าสนใจอยู่ที่การออกแบบ ที่มาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย เช่น ชุดซิงก์ระบายความร้อนให้ภาคจ่ายไฟขนาดใหญ่ หรือ ROG Patented Pre-mounted I/O Shield, Intel® Wireless-AC 9560 ที่รองรับ WiFi 802.11 a/b/g/n/ac และ MU-MIMO มีชุดสังเคราะห์เสียงตัวเก่ง ที่ยกมาจากเจนฯ ที่แล้ว พร้อมพลังเสียงที่ให้ดีกรีระดับซาวด์การ์ดแยกเลยทีเดียว

ยังรวมไปถึงบรรดาฟีเจอร์ที่่ช่วยในการจัดการเช่น ROG Ecosystem ที่เป็นระบบไฟ RGB หรือจะเป็น Livedash OLED ที่ช่วยมอนิเตอร์บรรดาฮาร์ดแวร์ต่างๆ แล้วแสดงผลบนหน้าจอ OLED ขนาดเล็กที่ Shield ด้านบน ซึ่งดูล้ำมากๆ เช่นเดียวกับ AI Overclock ที่เพิ่มพลังในการปรับแต่งได้อย่างสนุกมือเลยทีเดียว หรือจะเป็นปุ่มสำหรับการเพาเวอร์ รีเซ็ตและเคลียร์ CMOS ได้จากบนเมนบอร์ด เรียกว่าแค่รายละเอียดจากกล่อง บอกได้ไม่ครบ ใครมาสายนี้ ยังติดว่าอยากรู้ว่าลูกเล่นเยอะแค่ไหน บอกได้เลยว่าต้องลอง

Specification

  • CPU: Intel® Socket 1151 9th / 8th Gen Intel® Core™, Pentium® Gold and Celeron® Processors
  • Chipset: Intel® Z390
  • Memory: 4 x DIMM, Max. upto 64GB, support DDR4 4400(O.C) Intel® Extreme Memory Profile (XMP)
  • Graphic: Integrated Graphics Processor- Intel® UHD Graphics support
    -Multi-GPU Support: NVIDIA® 2-Way SLI™ and AMD 3-Way CrossFireX™
  • Expansion Slots:
    -Socket 1151 for 9th / 8th Gen Intel® Core™, Pentium® Gold and Celeron® processors
    -2x PCIe 3.0/2.0 x16 (x16 or dual x8)
    -Intel® Z390 Chipset
    -1x PCIe 3.0/2.0 x16 (max at x4 mode) *1
    -1x PCIe 3.0/2.0 x1
  • Storage:
    -ROG DIMM.2 Module support M key, type 2242/2260/2280/22110
    -M.2 Socket 3, with M key, type 2242/2260/2280 (SATA & PCIE 3.0 x 4 mode)*3
    -M.2 Socket 3, with M key, type 2242/2260/2280/22110 (PCIE 3.0 x 4 mode)
    -6x SATA 3Gb/s port(s)
  • LAN: Aquantia AQC111C 5G LAN w/ ROG GameFirst Technology
  • Wireless Data Network: Intel® Wireless-AC 9560, Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac
  • Bluetooth: Bluetooth® 5.0
  • Audio: ROG SupremeFX 8-Channel High Definition Audio CODEC S1220
  • Back I/O Ports:
    -1x HDMI
    -1x LAN (RJ45) port(s)
    -4x USB 3.1 Gen 2 (red) (1 x Type-C+3 x Type-A)
    -6x USB 3.1 Gen 1
    -Optical S/PDIF out
    -Clear CMOS button(s)
    -USB BIOS Flashback® Button(s)
    -ASUS Wi-Fi Module
    -5x LED-illuminated audio jacks
    -1x AQC-111C 5G LAN port

 

การออกแบบและฟังก์ชั่น

แพ็คเกจมาในชุดสุดหรู ยังคงสไตล์ของ ASUS ROG ไว้อย่างเหนียวแน่น ด้านหน้ามีเพียงโทนสีดำแดง แฝงด้วยโลโก้ฟีเจอร์เล็กน้อย เรื่องความโดดเด่นให้ 10 เต็ม

ด้านหลังกล่อง ASUS เลือกใส่ฟีเจอร์ต่างๆ และสเปคของเมนบอร์ด จัดเต็มมาแบบไม่ต้องไปเปิดหน้าเว็บเพิ่ม บอกไว้ชัดเจนเลยทีเดียว

อุปกรณ์ที่มีมาภายในกล่อง เรียกว่ากล่องแทบแตก บันเดิลเยอะมาก มีตั้งแต่ คู่มือ, สายสัญญาณ, เสาสัญญาณ WiFi, SATA cable และ HB Bridge รวมถึงคอนเน็คเตอร์ต่างๆ มาอีกเพียบ สมกับเป็นเมนบอร์ดสำหรับเกมเมอร์และนักโอเวอร์คล็อกที่เป็นแฟนบอยอย่างแท้จริง

หน้าตาของเมนบอร์ด ASUS ROG MAXIMUS XI Extreme รุ่นนี้ มาในแนวที่ดุดัน ด้วยโทนสีดำทั้งบอร์ด โดยมี Shield ขนาดใหญ่ พร้อมกับซิงก์ระบายความร้อนให้กับภาคจ่ายไฟ และซิงก์ชิปเซ็ตขนาดใหญ่ องค์ประกอบโดยรวมดูอลังการมากทีเดียว

ASUS ROG MAXIMUS XI Extreme รองรับซีพียู Intel generation 9 และ 8 ในแบบซ็อกเก็ต 1151 พร้อมภาคจ่ายไฟขนาดใหญ่ 12-phase ภายใต้ซิงก์สีดำ และคาปาซิเตอร์ที่ดูหรูหราเลยทีเดียว

ซิงก์ของชิปเซ็ตด้านล่าง ไม่ใช่แบบธรรมดาทั่วไป แต่ใส่ลูกเล่นเป็นไฟ RGB มาด้วย โดยจะสว่างขึ้นที่โลโก้ ROG และแถบสีดำ เฉียงขึ้นไปรับกับ Shield ที่อยู่ด้านบน

Shield ที่คลุมบรรดาพอร์ตต่างๆ ด้านหลัง ถูกออกแบบให้ดูยิ่งใหญ่ ซึ่งนอกจากจะมีแสงไฟ RGB สวยงามให้เห็นแล้ว ด้านล่างยังมีหน้าจอ OLED ขนาดเล็ก สำหรับใช้เป็น Hardware monitor เพื่อตรวจสอบการทำงานของระบบผ่านทางหน้าจอนี้ได้ด้วย เอาใจคนที่ใช้เคสใส กระจกข้างกันแบบสุดๆ

นอกจากนี้ยังมาพร้อมฟีเจอร์ ROG DIMM.2 Slot ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของทาง ASUS ในการใช้เป็น PCIe 3.0 x4 สำหรับ SSD Type 2242-22110 ความเร็วสูง นอกเหนือจากบรรดาพอร์ต SATAพื้นฐาน และ M.2 slot ที่มีให้สำหรับติดตั้งอุปกรณ์ Storage นับสิบรายการ

ชุดสังเคราะห์เสียง ROG SupremeFX CODEC S1220 รองรับระบบเสียง 8-Channel High Definition Audio ที่ให้คุณภาพเสียงระดับภาพยนตร์ ซึ่งก็น่าจะตรงใจสำหรับเกมเมอร์และคนที่ชอบความบันเทิงเต็มรูปแบบ

สล็อต PCI-Express ที่มีให้จำนวน 4 สล็อต รองรับการใช้งานทั้ง CrossFire และ SLI สล็อตบนจะเป็น PCIe x1 ถัดมาเป็นแบบ PCIe 3.0/2.0 x16 (x16 หรือ dual x8) และส่วนแถวล่างจะเป็นแบบ PCIe 3.0/2.0 x16 (max at x4 mode)

สล็อตแรมในแบบ Q-DIMM ที่มีตัวล็อคด้านเดียว เพื่อความปลอดภัยและใช้กันในบอร์ดหลายๆ รุ่น รองรับแรม DDR4 ได้สูงสุด 4400(O.C) และสนับสนุน XMP เต็มรูปแบบ ซึ่งได้การรับรองจากผู้ผลิตแรมรายต่างๆ ในแง่ของประสิทธิภาพการ OC

ASUS จัดพอร์ตสำหรับอุปกรณ์ Storage มาให้เยอะมาก บนเมนบอร์ด โดยมีพอร์ต SATA3 พื้นฐาน 6 พอร์ต และสล็อต M.2 จำนวน 2 ชุดด้วยกัน รวมไปถึง ROG DIMM.2 Module ที่ใช้ร่วมกับ M.2 ความเร็วสูง ที่เชื่อมต่อผ่าน PCIE 3.0 x 4 เรียกว่าเร็ว แรง ลื่น

พอร์ตต่อพ่วงด้านหลัง ที่ไม่ธรรมดาเพราะ ASUS นอกจากจะให้พอร์ต USB 3.1 มาอย่างน้อย 6 พอร์ตที่ด้านหลัง และยังมีให้เชื่อมต่อบนเมนบอร์ด สำหรับการใช้งานร่วมกับ Front panel ได้ ที่สำคัญยังใส่ปุ่ม Reset และ Clear BIOS มาให้อีกด้วย คือนอกจากจะมีให้บนเมนบอร์ด สำหรับคนที่ชอบใช้งานแบบเปลือยเคสแล้ว คนที่ปิดเคส ก็ยังใช้จากด้านหลังเครื่องได้เช่นกัน เอาใจสาย OC กันแบบสุดๆ

ส่วนในการเชื่อมต่อเครือข่าย ASUS เพิ่มในส่วนของ Aquantia AQC111C 5G LAN มาให้ พร้อมกับ ROG GameFirst Technology ที่เอาใจคอเกมกันแบบสุดๆ หรือจะใช้การเชื่อมต่อ WiFi 802.11 a/b/g/n/ac ผ่านทาง Intel® Wireless-AC 9560 ก็ได้เช่นกัน

เมนบอร์ด ASUS รุ่นนี้ มาพร้อมฟีเจอร์ RGB มาเพียบ ด้วยหัวต่อแบบ 4-pin AURA RGB headers และ 3-pin Addressable headers ทำงานร่วมกับ ASUS-exclusive Aura Sync RGB แค่ซอฟต์แวร์นี้ ก็ทำให้คุณปรับรูปแบบของไฟ RGB ได้สนุกแล้ว ซึ่งรวมไปถึงอุปกรณ์อีกมากมาย ที่รองรับการซิงก์ด้วยฟีเจอร์เดียวกัน เช่น พัดลมเคส พัดลมซีพียู ชุดน้ำ หรืออื่นๆ ก็ตาม

 

Conclusion

จุดเด่นค่อนข้างมหาศาลสำหรับ ASUS ROG MAXIMUS XI Extreme รุ่นนี้ เพราะยังไงดีกรีความพรีเมียมยังคงทำให้ ASUS วางองค์ประกอบให้สอดคล้องกับผู้ใช้ในกลุ่ม ROG เช่นนี้ ในแบบที่ลงตัวมากที่สุด เพื่อตอบสนองการใช้งาน ทั้งในเรื่องของความเร็ว ที่สนับสนุนซีพียู LGA1151 รุ่นใหม่ Intel gen9 หรือจะเป็นแรม DDR4 ที่เพิ่มการโอเวอร์คล็อกได้ระดับ 4400MHz ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างมากสำหรับคอเกมและสาย OC เช่นเดียวกับในแง่ของการเล่นเกม ที่เสริมทั้งระบบ Storage ความเร็วสูงมาชุดใหญ่ มีสล็อต PCI-Express มาครบครัน ไม่ใช่แค่การเล่นเท่านั้น แต่ยังรองรับการสตรีมได้แบบสบายๆ คุณสมบัติการเชื่อมต่อเครือข่ายก็มีทั้ง LAN และ WiFi ที่มีให้เลือกตามความเหมาะสม รวมไปถึงลูกเล่นสำหรับการปรับแต่ง ก็มีปุ่มเพาเวอร์ รีเซ็ตและ Recovery BIOS มาให้อีกด้วย ที่สำคัญให้ LED debug ในการตรวจสอบ หรือจะใช้เป็น OLED ที่อยู่บน Shield ข้างซ็อกเก็ตซีพียูรายงานสถานะของระบบได้อีกด้วย

แต่สำหรับคนที่ชื่นชอบเรื่องของไฟ RGB ต้องบอกว่า ASUS เป็นผู้ผลิตที่มีความชำนาญและเป็นรายแรกๆ ที่นำเรื่องของไฟ RGB มาใช้บนเมนบอร์ด รวมถึงมีการปรับปรุงเรื่องซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการควบคุม ปรับแต่งแสงไฟได้อย่างสนุก เพียงแต่ใครที่หวังว่าจะมีไฟ RGB ในทุกจุดทั่วบอร์ด ก็คงต้องผิดหวังเล็กๆ แต่ถ้าคุณมองว่า จะเสริมไฟผ่าน LED Strip หรืออุปกรณ์อื่นๆ ด้วยการเชื่อมต่อเข้ากับหัวต่อที่มีอยู่บนเมนบอร์ดได้ไม่ยาก สิ่งเหล่านี้ คือฟีเจอร์สำคัญที่คุณจะได้รับ เมื่อคุณอยากสัมผัสกับความเป็น ROG บนเมนบอร์ดรุ่นนี้อย่างแท้จริง

 

จุดเด่น

  • ให้คุณสมบัติพิเศษสำหรับเกมเมอร์และนักโอเวอร์คล็อก
  • รองรับ RGB เต็มรูปแบบทั้งไฟบนเมนบอร์ด พร้อมหัวต่อต่อสำหรับโมดูล RGB อื่นๆ
  • รองรับแรม DDR4 ความเร็วสูงและสนับสนุนการโอเวอร์คล็อก
  • มีจอ OLED ขนาดเล็กสำหรับเป็น Hardware monitor ได้

ข้อสังเกต

  • ด้วยการใส่ฟีเจอร์มาเต็มพื้นที่ อาจจะต้องวางแผนการติดตั้งอุปกรณ์ล่วงหน้า
  • ราคายังค่อนข้างสูง

 

ราคา: ประมาณ 17,500 บาท

ติดต่อ: ASUS ROG MAXIMUS XI Extreme

 

from:https://notebookspec.com/asus-rog-maximus-xi-extreme-gaming/472556/