คลังเก็บหมวดหมู่: NOTEBOOKSPEC

รีวิว RAZER OROCHI V2 แบตโคตรอึด เพื่อผู้ใช้โน๊ตบุ๊ค

ขอแนะนำเมาส์ที่เกิดมาเพื่อโน๊ตบุ๊คเกมมิ่งรุ่นล่าสุดอย่าง RAZER OROCHI V2 ด้วยจุดเด่นทั้งการออกแบบ ดีไซน์ที่ไม่เหมือนใคร ฟีเจอร์สำหรับคอเกม และแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานถึง 900 ชั่วโมง แต่จะเด็ดขนาดไหนไปชมกัน

RAZER OROCHI V2

RAZER Orochi V2 เมาส์ไร้สายสำหรับเล่นเกมขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบาพิเศษ สามารถใช้งานได้นานกว่า 900 ชั่วโมงจากแบตเตอรี่ AA เพียงก้อนเดียว มาพร้อมกับเทคโนโลยี Razer ™ HyperSpeed Wireless ที่มีความหน่วงต่ำเป็นพิเศษและสวิตช์เมาส์เชิงกล Razer™ ทำให้ Orochi V2 ผสานประสิทธิภาพและความสะดวกสบายในการออกแบบที่กะทัดรัดเหมาะสำหรับนักเล่นบนเกมโน้ตบุ๊ก เมาส์ตัวเดียวจบใช้ได้นาน

สวิตช์เมาส์แบบกลไก Razer™ รุ่นที่ 2 มาพร้อมด้วยจุดสัมผัสเคลือบทองแบบใหม่ ซึ่งมีแนวโน้มที่จะเสื่อมคุณภาพน้อยลงและมีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้นถึง 60 ล้านคลิก ซึ่งให้การคลิกที่สม่ำเสมอและคมชัดทุกครั้งที่กด นอกจากนี้ Orochi V2 ยังมีขาเมาส์ PTFE 100% และเซ็นเซอร์ออปติคอลขั้นสูงแบบ 5G ที่ตอบสนองได้ดีเป็นพิเศษส่งผลให้เมาส์เป็นส่วนเสริมที่สมบูรณ์แบบสำหรับผู้ใช้แล็ปท็อปที่ต้องการเมาส์ที่ดีที่สุดสำหรับทั้งผลผลิตและ

Orochi V2 มีจำหน่ายในรูปแบบมาตรฐานทั้งสีดำหรือสีขาว สำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มสไตล์ที่เป็นตัวเอง สามารถเลือกดีไซน์ที่แตกต่างและสะท้อนบุคลิกของพวกเขาได้มากกว่า 100 แบบผ่านทางRazer Customs. รวมถึงการออกแบบสติกเกอร์และสีที่หลากหลาย หรือแม้แต่การออกแบบเฉพาะเกมที่ผู้ใช้สามารถปรับแต่งการออกแบบ Orochi V2 เพื่อให้เข้ากับความต้องการของแต่ละบุคคล

RAZER OROCHI V2

  • ขนาดโดยประมาณ: 108mm (ยาว) x 60mm (กว้าง) x 38mm (สูง)
  • น้ำหนักโดยประมาณ: <60g / <2.2oz (รวมศูนย์)
  • การออกแบบสำหรับคนถนัดขวาแบบสมมาตร
  • เทคโนโลยีไร้สาย Razer HyperSpeed พร้อมการรองรับอุปกรณ์คู่บนดองเกิลเดี่ยว
  • โหมดไร้สาย 2 โหมด (2.4GHz และ BLE)
  • อายุแบตเตอรี่: สูงสุด 425 ชั่วโมง (2.4 Ghz), 950 ชั่วโมง (BLE) พร้อมแบตเตอรี่ลิเธียม AA ที่ให้มา
  • สวิตช์เมาส์แบบกลไก Razer™ รุ่นที่ 2 สำหรับการคลิก 60 ล้านครั้ง
  • ช่องใส่แบตเตอรี่ AA / AAA (ทีละประเภทเท่านั้น)
  • ปุ่มที่ตั้งโปรแกรมได้อย่างอิสระหกปุ่ม
  • ล้อเลื่อนสัมผัสระดับการเล่นเกม
  • เซ็นเซอร์ออปติคอล True 18,000 DPI 5G พร้อมความละเอียดความละเอียด 99.4%
  • เร่งความเร็วสูงสุด 450 นิ้วต่อวินาที (IPS) / 40 G
  • เท้าเมาส์ PTFE ที่ไม่ได้ย้อมสี
  • การปรับความไวขณะบิน (ระยะเริ่มต้น: 400/800/1600/3200/6400)
  • ออนบอร์ด DPI และการจัดเก็บคีย์แมป
  • เปิดใช้งาน Razer Synapse 3

RAZER OROCHI V2 01

RAZER OROCHI V2 02 RAZER OROCHI V2 03

RAZER OROCHI V2 มาพร้อมกล่องที่เป็นเอกลักษณ์ เขียว ดำ พร้อมฟีเจอร์หนาตาครบครัน

RAZER OROCHI V2 04

อุปกรณ์ภายในกล่อง มาพร้อมคู่มือ และแบตเตอรี่ชนิด AA

RAZER OROCHI V2 05

ความลับของ RAZER OROCHI V2 ที่ใช้งานได้นานถึง 900 ชั่วโมง หรือเดือนกว่าๆก็คือ แบตเตอรี่ Energizer Ultimate Lithium รุ่นพิเศษ ที่มีอายุการใช้งานยาวนานที่สุดในโลก ใช้งานได้นานถึง 20 ปี (ตามสเปคที่เคลมไว้) ราคาก้อนละ 100 บาท แพงกว่าถ่านชาร์ตบางรุ่นเสียอีก

RAZER OROCHI V2 13

RAZER OROCHI V2 14 RAZER OROCHI V2 15

Razer Orochi V2 ออกแบบที่มีสมมาตร ทำให้มีความพอดีอย่างเป็นธรรมชาติใช้ได้ทั้งมือซ้ายและขวา ขนาดไม่ใหญ่หรือเล็กจนเกินไป อีกทั้งน้ำหนักกำลังเหมาะมือ

วัสดุหลักจะเป็นพลาสติกผิวด้าน ออกสากๆเพื่อให้จับเมาส์ได้กระชับมือ ไม่ลื่นหลุดได้ง่าย และเมื่อใช้ไปนานๆก็ทำให้ไม่รู้สึกมันหรือลื่น อีกทิ้งผิวด้านบนยังเป็นฝาที่สามารถถอดเปลี่ยนเป็นดีไซน์อื่นๆได้ตามใจอีกด้วย

RAZER OROCHI V2 09 RAZER OROCHI V2 10

RAZER OROCHI V2 11 RAZER OROCHI V2 12

ดีไซน์ปลายเรียวของ Orochi V2 ช่วยให้จับได้อย่างมั่นคงเพื่อการตวัดที่รวดเร็วและควบคุมทิศทางได้ดี ในขณะที่ส่วนโค้งด้านหลังที่ยกขึ้นช่วยให้มั่นใจได้ว่าพอดีกับฝ่ามือเพื่อความเมื่อยล้าน้อยลงในช่วงเวลาการเล่นที่ยาวนาน ด้วยรูปทรงร่องนิ้วหัวแม่มือเพื่อให้จับนิ้วหัวแม่มือได้ดีขึ้น ปุ่มด้านข้างที่ปรับให้เหมาะสมเพื่อความสะดวกในการเข้าถึง Orochi V2 ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเลือกปรับให้เหมาะสมโดยมุ่งเน้นไปที่ทั้งการทำงานและการเล่น

RAZER OROCHI V2 16

ขาเมาส์ PTFE 100% และเซ็นเซอร์ออปติคอลขั้นสูงแบบ 5G ที่ตอบสนองได้ดีเป็นพิเศษ ลื่นและตอบสนองได้อย่างแม่นยำ โดยจะมีสวิตซ์ให้เลือกทั้งแบบตัวส่งสัญญาณ หรือ Bluetooth ก็ได้

RAZER OROCHI V2 17

Razer Orochi V2 ขนาดกำลังเหมาะมือไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป พกพาก็ได้ใช้งานก็เข้ามือ

RAZER OROCHI V2 26

ฝาปิดเมาส์สามารถเปิดออกมาได้ง่ายๆ ซึ่งเป็นอีกจุดขายซึ่งสามารถถอดเปลี่ยนฝาเป็นดีไซน์ของตัวเองได้ตามใจ ซึ่งสามารถสั่งได้จาก Razer Customs เลย

RAZER OROCHI V2 29

อีกหนึ่งจุดเด่นของ Razer Orochi V2 คือรองรับแบตเตอรี่ทั้งแบบ AA และ AAA ซึ่งอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการกระจายน้ำหนักที่สมดุล โดยข้างๆกันจะเป็นตำแหน่งของที่เก็บตัวส่งสัญญาณ

RAZER OROCHI V2 32

ตัวส่งสัญญาณแบบไร้สาย 2.4 GHz ขนาดกะทัดรัด รองรับ Razer™ HyperSpeed ช่วยให้สามารถเชื่อมต่อ Razer™ Orochi V2 และคีย์บอร์ดไร้สายเข้ากับดองเกิล USB ตัวเดียว 

RAZER OROCHI V2 35

ตัวส่งสัญญาณขนาดไม่ใหญ่ แต่ก็ยังนูนขึ้นมาพอสมควร 

RAZER OROCHI V2 on hand 01

RAZER OROCHI V2 on hand 02 RAZER OROCHI V2 on hand 03

RAZER OROCHI V2 on hand 04 RAZER OROCHI V2 on hand 07

การใช้งาน

ด้วยขนาดเมาส์ที่ไม่เล็กไม่ใหญ่มาก ทำให้สามารถใช้งานได้เกือบทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะสุภาพสตรีน่าจะเป็นขนาดที่กำลังเหมาะมือเลยทีเดียว แต่ถ้าเป็นสุภาพบุรุษไซท์ใหญ่ อาจจะเล็กไปสักนิด แต่ก็ยังอยู่ในระดับที่ใช้ ผิวสัมผัสดีไม่ลื่นหรือเป็นเหงือง่ายจนเกินไป

ออปชั่นปุ่มมาโครตัวนี้ไม่ได้มีเยอะมากเท่าไร จะมีเพียง 3 ปุ่ม คือบริเวณนิ้วโป้ง 2 ปุ่ม และกลางเมาส์ 1 ปุ่ม ซึ่งเป็นตำแหน่งที่กดใช้งานได้สะดวก และปรับแต่งในโปรแกรมได้ตามต้องการ

ในส่วนของความแม่นยำของเซนเซอร์และปุ่มในการเล่นเกม บอกเลยว่าทำได้ดีมาก ปรับแต่ DPI ได้ถึง 18,000 เลย ปุ่มนิ่มไม่แข็งเสียงไม่ดังมาก น้ำหนักเมาส์กำลังดีไม่เบาไปเล่นเกมได้เพลินและจับใช้ได้นานสะดวกดี

เชื่อมต่อได้ทั้ง Bluetooth ,ตัวส่งสัญญาณ 2.4 GHz และสาย USB ซึ่งความรวดเร็วของแบบ 2.4GHz กับสายเที่ยงตรงไม่ดีเลย์เหมือนกัน ส่วน Bluetooth อาจจะมีดีเลย์บ้างแต่น้อยแทบไม่รู้สึก

ด้านแบตเตอรี่อันนี้ยังตอบได้ยาก เพราะลองรีวิวใช้งานราว 3 วัน รวมๆ 20 ชั่วโมง คงยังบอกอะไรไม่ได้มาก เดี๋ยวลองใช้งานนานๆแล้วมาอัพเดทอีกทีว่าอึดจริงไหม แต่ตอนนี้ตีว่าอึดไว้ก่อนละกัน

Razer Synapse 4 29 2021 4 07 41 PM

ซอฟแวร์ปรับแต่งของทาง Razer สามารถปรับแต่งได้เยอะ เลยทีเดียว เริ่มด้วยเมนูปุ่มมาโครสามารถตั้งแยกได้ในแต่ละชุดปุ่มที่ติดตั้ง และยังจำค่าไว้ด้วยในโปรไฟล์ของตัวเมาส์

Razer Synapse 4 29 2021 4 07 49 PM

เซ็ตตั้งค่า DPI ที่สามารถปรับแต่งได้ตั้งแต่ 100 ถึง 18000 DPI เลยทีเดียว

Razer Synapse 4 29 2021 4 07 52 PM

ส่วนที่ช่วยให้สามารถปรับเซ็นเซอร์เมาส์ให้เหมาะกับพื้นผิวที่กำลังใช้งาน

Razer Synapse 4 29 2021 4 07 55 PM

ตั้งค่าโหมดการใช้พลังงาน

555

สุดท้ายที่อยากแนะนำเลยคือ สามารถถอดเปลี่ยนฝาเป็นดีไซน์ของตัวเองได้ตามใจ ซึ่งสามารถสั่งได้จาก Razer Customs

RAZER OROCHI V2 43

RAZER OROCHI V2  เป็นเมาส์ที่ออกแบบเพื่อเอาใจผู้ใช้โน๊ตบุ๊ค ที่ไม่ได้มีชีวิตแค่เป็นเกมเมอร์เท่านั้น เพราะตัวเมาส์แม้จะมาพร้อมฟีเจอร์สำหรับเกมเมอร์ แต่ก็ยังตอบโจทย?ผู้ใช้งานโน๊ตบุ๊คทั่วไปได้ด้วย เพราะด้วยการเชื่อมต่อไร้สาย ทำให้เพิ่มความสะดวกในการใช้งาน และการพกพาได้อย่างดี ปุ่มมาโครไม่มากไม่น้อย ปรับแต่ได้พอสมควร

อีกทั้งยังมาในขนาดที่เหมาะมือ ไม่เล็กหรือใหญ่เกินไป แบตเตอรี่สุดอึด แบบว่าต้องเปิดใช้ทั้งเดือนแบตถึงจะหมด หรือถ้าหมดก็สามารถหาซื้อแบตเตอรี่มาเปลี่ยนได้ง่ายด้วยแบตเตอรี่ขนาด AA และ AAA ที่มีขายทั่วไป อันเป็นข้อดีของเมาส์ที่ยังคงใช้แบตเตอรี่แบบเปลี่ยนได้ไม่ใช่แบตเตอรี่ภายใน

นอกจากนั้น RAZER ยังออกแบบให้สามารถปรับแต่งฝาปิดเมาส์ให้เป็นดีไซน์ได้ตามต้องการ ซึ่งน่าจะถูกใจหลายๆท่านที่เบื่อกับเมาส์เดิมๆ

RAZER OROCHI V2 มาในราคา 69.99 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 2,100 บาท สำหรับรุ่นทั่วไป แต่ถ้าใครอยากเพ้นท์ลายเฉพาะตัวลงบนฝาหลังเมาส์ก็ต้องเพิ่มเงินไปอีก 20 เหรียญหรือประมาณ 700 บาท

จุดเด่น

  • แบตอึดมาก เลือกได้ทั้ง AA และ AAA
  • ขนาดเหมาะมือ ใช้ได้ทั้งมือซ้ายและขวา
  • ฝาครอบเมาส์ถอดเปลี่ยนได้ และออกแบบดีไซน์ได้ตามต้องการ
  • รองรับทั้งตัวส่งสัญญาณและ Bluetooth

ข้อสังเกต

  • ไม่สามารถต่อสายได้
  • ไม่มีไฟ RGB ใดๆ

นอกจากนั้นก็ยังมีรีวิวเมาส์จาก Razer ตัวอื่นๆที่น่าสนใจอีกไม่ว่าจะเป็น

from:https://notebookspec.com/web/591828-%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7-razer-orochi-v2-%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%b6%e0%b8%94-%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad

รีวิว RAZER OROCHI V2 แบตโคตรอึด เพื่อผู้ใช้โน๊ตบุ๊ค

ขอแนะนำเมาส์ที่เกิดมาเพื่อโน๊ตบุ๊คเกมมิ่งรุ่นล่าสุดอย่าง RAZER OROCHI V2 ด้วยจุดเด่นทั้งการออกแบบ ดีไซน์ที่ไม่เหมือนใคร ฟีเจอร์สำหรับคอเกม และแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานถึง 900 ชั่วโมง แต่จะเด็ดขนาดไหนไปชมกัน

RAZER OROCHI V2

RAZER Orochi V2 เมาส์ไร้สายสำหรับเล่นเกมขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบาพิเศษ สามารถใช้งานได้นานกว่า 900 ชั่วโมงจากแบตเตอรี่ AA เพียงก้อนเดียว มาพร้อมกับเทคโนโลยี Razer ™ HyperSpeed Wireless ที่มีความหน่วงต่ำเป็นพิเศษและสวิตช์เมาส์เชิงกล Razer™ ทำให้ Orochi V2 ผสานประสิทธิภาพและความสะดวกสบายในการออกแบบที่กะทัดรัดเหมาะสำหรับนักเล่นบนเกมโน้ตบุ๊ก เมาส์ตัวเดียวจบใช้ได้นาน

สวิตช์เมาส์แบบกลไก Razer™ รุ่นที่ 2 มาพร้อมด้วยจุดสัมผัสเคลือบทองแบบใหม่ ซึ่งมีแนวโน้มที่จะเสื่อมคุณภาพน้อยลงและมีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้นถึง 60 ล้านคลิก ซึ่งให้การคลิกที่สม่ำเสมอและคมชัดทุกครั้งที่กด นอกจากนี้ Orochi V2 ยังมีขาเมาส์ PTFE 100% และเซ็นเซอร์ออปติคอลขั้นสูงแบบ 5G ที่ตอบสนองได้ดีเป็นพิเศษส่งผลให้เมาส์เป็นส่วนเสริมที่สมบูรณ์แบบสำหรับผู้ใช้แล็ปท็อปที่ต้องการเมาส์ที่ดีที่สุดสำหรับทั้งผลผลิตและ

Orochi V2 มีจำหน่ายในรูปแบบมาตรฐานทั้งสีดำหรือสีขาว สำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มสไตล์ที่เป็นตัวเอง สามารถเลือกดีไซน์ที่แตกต่างและสะท้อนบุคลิกของพวกเขาได้มากกว่า 100 แบบผ่านทางRazer Customs. รวมถึงการออกแบบสติกเกอร์และสีที่หลากหลาย หรือแม้แต่การออกแบบเฉพาะเกมที่ผู้ใช้สามารถปรับแต่งการออกแบบ Orochi V2 เพื่อให้เข้ากับความต้องการของแต่ละบุคคล

RAZER OROCHI V2

  • ขนาดโดยประมาณ: 108mm (ยาว) x 60mm (กว้าง) x 38mm (สูง)
  • น้ำหนักโดยประมาณ: <60g / <2.2oz (รวมศูนย์)
  • การออกแบบสำหรับคนถนัดขวาแบบสมมาตร
  • เทคโนโลยีไร้สาย Razer HyperSpeed พร้อมการรองรับอุปกรณ์คู่บนดองเกิลเดี่ยว
  • โหมดไร้สาย 2 โหมด (2.4GHz และ BLE)
  • อายุแบตเตอรี่: สูงสุด 425 ชั่วโมง (2.4 Ghz), 950 ชั่วโมง (BLE) พร้อมแบตเตอรี่ลิเธียม AA ที่ให้มา
  • สวิตช์เมาส์แบบกลไก Razer™ รุ่นที่ 2 สำหรับการคลิก 60 ล้านครั้ง
  • ช่องใส่แบตเตอรี่ AA / AAA (ทีละประเภทเท่านั้น)
  • ปุ่มที่ตั้งโปรแกรมได้อย่างอิสระหกปุ่ม
  • ล้อเลื่อนสัมผัสระดับการเล่นเกม
  • เซ็นเซอร์ออปติคอล True 18,000 DPI 5G พร้อมความละเอียดความละเอียด 99.4%
  • เร่งความเร็วสูงสุด 450 นิ้วต่อวินาที (IPS) / 40 G
  • เท้าเมาส์ PTFE ที่ไม่ได้ย้อมสี
  • การปรับความไวขณะบิน (ระยะเริ่มต้น: 400/800/1600/3200/6400)
  • ออนบอร์ด DPI และการจัดเก็บคีย์แมป
  • เปิดใช้งาน Razer Synapse 3

RAZER OROCHI V2 01

RAZER OROCHI V2 02 RAZER OROCHI V2 03

RAZER OROCHI V2 มาพร้อมกล่องที่เป็นเอกลักษณ์ เขียว ดำ พร้อมฟีเจอร์หนาตาครบครัน

RAZER OROCHI V2 04

อุปกรณ์ภายในกล่อง มาพร้อมคู่มือ และแบตเตอรี่ชนิด AA

RAZER OROCHI V2 05

ความลับของ RAZER OROCHI V2 ที่ใช้งานได้นานถึง 900 ชั่วโมง หรือเดือนกว่าๆก็คือ แบตเตอรี่ Energizer Ultimate Lithium รุ่นพิเศษ ที่มีอายุการใช้งานยาวนานที่สุดในโลก ใช้งานได้นานถึง 20 ปี (ตามสเปคที่เคลมไว้) ราคาก้อนละ 100 บาท แพงกว่าถ่านชาร์ตบางรุ่นเสียอีก

RAZER OROCHI V2 13

RAZER OROCHI V2 14 RAZER OROCHI V2 15

Razer Orochi V2 ออกแบบที่มีสมมาตร ทำให้มีความพอดีอย่างเป็นธรรมชาติใช้ได้ทั้งมือซ้ายและขวา ขนาดไม่ใหญ่หรือเล็กจนเกินไป อีกทั้งน้ำหนักกำลังเหมาะมือ

วัสดุหลักจะเป็นพลาสติกผิวด้าน ออกสากๆเพื่อให้จับเมาส์ได้กระชับมือ ไม่ลื่นหลุดได้ง่าย และเมื่อใช้ไปนานๆก็ทำให้ไม่รู้สึกมันหรือลื่น อีกทิ้งผิวด้านบนยังเป็นฝาที่สามารถถอดเปลี่ยนเป็นดีไซน์อื่นๆได้ตามใจอีกด้วย

RAZER OROCHI V2 09 RAZER OROCHI V2 10

RAZER OROCHI V2 11 RAZER OROCHI V2 12

ดีไซน์ปลายเรียวของ Orochi V2 ช่วยให้จับได้อย่างมั่นคงเพื่อการตวัดที่รวดเร็วและควบคุมทิศทางได้ดี ในขณะที่ส่วนโค้งด้านหลังที่ยกขึ้นช่วยให้มั่นใจได้ว่าพอดีกับฝ่ามือเพื่อความเมื่อยล้าน้อยลงในช่วงเวลาการเล่นที่ยาวนาน ด้วยรูปทรงร่องนิ้วหัวแม่มือเพื่อให้จับนิ้วหัวแม่มือได้ดีขึ้น ปุ่มด้านข้างที่ปรับให้เหมาะสมเพื่อความสะดวกในการเข้าถึง Orochi V2 ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเลือกปรับให้เหมาะสมโดยมุ่งเน้นไปที่ทั้งการทำงานและการเล่น

RAZER OROCHI V2 16

ขาเมาส์ PTFE 100% และเซ็นเซอร์ออปติคอลขั้นสูงแบบ 5G ที่ตอบสนองได้ดีเป็นพิเศษ ลื่นและตอบสนองได้อย่างแม่นยำ โดยจะมีสวิตซ์ให้เลือกทั้งแบบตัวส่งสัญญาณ หรือ Bluetooth ก็ได้

RAZER OROCHI V2 17

Razer Orochi V2 ขนาดกำลังเหมาะมือไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป พกพาก็ได้ใช้งานก็เข้ามือ

RAZER OROCHI V2 26

ฝาปิดเมาส์สามารถเปิดออกมาได้ง่ายๆ ซึ่งเป็นอีกจุดขายซึ่งสามารถถอดเปลี่ยนฝาเป็นดีไซน์ของตัวเองได้ตามใจ ซึ่งสามารถสั่งได้จาก Razer Customs เลย

RAZER OROCHI V2 29

อีกหนึ่งจุดเด่นของ Razer Orochi V2 คือรองรับแบตเตอรี่ทั้งแบบ AA และ AAA ซึ่งอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการกระจายน้ำหนักที่สมดุล โดยข้างๆกันจะเป็นตำแหน่งของที่เก็บตัวส่งสัญญาณ

RAZER OROCHI V2 32

ตัวส่งสัญญาณแบบไร้สาย 2.4 GHz ขนาดกะทัดรัด รองรับ Razer™ HyperSpeed ช่วยให้สามารถเชื่อมต่อ Razer™ Orochi V2 และคีย์บอร์ดไร้สายเข้ากับดองเกิล USB ตัวเดียว 

RAZER OROCHI V2 35

ตัวส่งสัญญาณขนาดไม่ใหญ่ แต่ก็ยังนูนขึ้นมาพอสมควร 

RAZER OROCHI V2 on hand 01

RAZER OROCHI V2 on hand 02 RAZER OROCHI V2 on hand 03

RAZER OROCHI V2 on hand 04 RAZER OROCHI V2 on hand 07

การใช้งาน

ด้วยขนาดเมาส์ที่ไม่เล็กไม่ใหญ่มาก ทำให้สามารถใช้งานได้เกือบทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะสุภาพสตรีน่าจะเป็นขนาดที่กำลังเหมาะมือเลยทีเดียว แต่ถ้าเป็นสุภาพบุรุษไซท์ใหญ่ อาจจะเล็กไปสักนิด แต่ก็ยังอยู่ในระดับที่ใช้ ผิวสัมผัสดีไม่ลื่นหรือเป็นเหงือง่ายจนเกินไป

ออปชั่นปุ่มมาโครตัวนี้ไม่ได้มีเยอะมากเท่าไร จะมีเพียง 3 ปุ่ม คือบริเวณนิ้วโป้ง 2 ปุ่ม และกลางเมาส์ 1 ปุ่ม ซึ่งเป็นตำแหน่งที่กดใช้งานได้สะดวก และปรับแต่งในโปรแกรมได้ตามต้องการ

ในส่วนของความแม่นยำของเซนเซอร์และปุ่มในการเล่นเกม บอกเลยว่าทำได้ดีมาก ปรับแต่ DPI ได้ถึง 18,000 เลย ปุ่มนิ่มไม่แข็งเสียงไม่ดังมาก น้ำหนักเมาส์กำลังดีไม่เบาไปเล่นเกมได้เพลินและจับใช้ได้นานสะดวกดี

เชื่อมต่อได้ทั้ง Bluetooth ,ตัวส่งสัญญาณ 2.4 GHz และสาย USB ซึ่งความรวดเร็วของแบบ 2.4GHz กับสายเที่ยงตรงไม่ดีเลย์เหมือนกัน ส่วน Bluetooth อาจจะมีดีเลย์บ้างแต่น้อยแทบไม่รู้สึก

ด้านแบตเตอรี่อันนี้ยังตอบได้ยาก เพราะลองรีวิวใช้งานราว 3 วัน รวมๆ 20 ชั่วโมง คงยังบอกอะไรไม่ได้มาก เดี๋ยวลองใช้งานนานๆแล้วมาอัพเดทอีกทีว่าอึดจริงไหม แต่ตอนนี้ตีว่าอึดไว้ก่อนละกัน

Razer Synapse 4 29 2021 4 07 41 PM

ซอฟแวร์ปรับแต่งของทาง Razer สามารถปรับแต่งได้เยอะ เลยทีเดียว เริ่มด้วยเมนูปุ่มมาโครสามารถตั้งแยกได้ในแต่ละชุดปุ่มที่ติดตั้ง และยังจำค่าไว้ด้วยในโปรไฟล์ของตัวเมาส์

Razer Synapse 4 29 2021 4 07 49 PM

เซ็ตตั้งค่า DPI ที่สามารถปรับแต่งได้ตั้งแต่ 100 ถึง 18000 DPI เลยทีเดียว

Razer Synapse 4 29 2021 4 07 52 PM

ส่วนที่ช่วยให้สามารถปรับเซ็นเซอร์เมาส์ให้เหมาะกับพื้นผิวที่กำลังใช้งาน

Razer Synapse 4 29 2021 4 07 55 PM

ตั้งค่าโหมดการใช้พลังงาน

555

สุดท้ายที่อยากแนะนำเลยคือ สามารถถอดเปลี่ยนฝาเป็นดีไซน์ของตัวเองได้ตามใจ ซึ่งสามารถสั่งได้จาก Razer Customs

RAZER OROCHI V2 43

RAZER OROCHI V2  เป็นเมาส์ที่ออกแบบเพื่อเอาใจผู้ใช้โน๊ตบุ๊ค ที่ไม่ได้มีชีวิตแค่เป็นเกมเมอร์เท่านั้น เพราะตัวเมาส์แม้จะมาพร้อมฟีเจอร์สำหรับเกมเมอร์ แต่ก็ยังตอบโจทย?ผู้ใช้งานโน๊ตบุ๊คทั่วไปได้ด้วย เพราะด้วยการเชื่อมต่อไร้สาย ทำให้เพิ่มความสะดวกในการใช้งาน และการพกพาได้อย่างดี ปุ่มมาโครไม่มากไม่น้อย ปรับแต่ได้พอสมควร

อีกทั้งยังมาในขนาดที่เหมาะมือ ไม่เล็กหรือใหญ่เกินไป แบตเตอรี่สุดอึด แบบว่าต้องเปิดใช้ทั้งเดือนแบตถึงจะหมด หรือถ้าหมดก็สามารถหาซื้อแบตเตอรี่มาเปลี่ยนได้ง่ายด้วยแบตเตอรี่ขนาด AA และ AAA ที่มีขายทั่วไป อันเป็นข้อดีของเมาส์ที่ยังคงใช้แบตเตอรี่แบบเปลี่ยนได้ไม่ใช่แบตเตอรี่ภายใน

นอกจากนั้น RAZER ยังออกแบบให้สามารถปรับแต่งฝาปิดเมาส์ให้เป็นดีไซน์ได้ตามต้องการ ซึ่งน่าจะถูกใจหลายๆท่านที่เบื่อกับเมาส์เดิมๆ

RAZER OROCHI V2 มาในราคา 69.99 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 2,100 บาท สำหรับรุ่นทั่วไป แต่ถ้าใครอยากเพ้นท์ลายเฉพาะตัวลงบนฝาหลังเมาส์ก็ต้องเพิ่มเงินไปอีก 20 เหรียญหรือประมาณ 700 บาท

จุดเด่น

  • แบตอึดมาก เลือกได้ทั้ง AA และ AAA
  • ขนาดเหมาะมือ ใช้ได้ทั้งมือซ้ายและขวา
  • ฝาครอบเมาส์ถอดเปลี่ยนได้ และออกแบบดีไซน์ได้ตามต้องการ
  • รองรับทั้งตัวส่งสัญญาณและ Bluetooth

ข้อสังเกต

  • ไม่สามารถต่อสายได้
  • ไม่มีไฟ RGB ใดๆ

นอกจากนั้นก็ยังมีรีวิวเมาส์จาก Razer ตัวอื่นๆที่น่าสนใจอีกไม่ว่าจะเป็น

from:https://notebookspec.com/web/591828-review-razer-orochi-v2

Gaming Notebook 2021 การ์ดจอ GeForce RTX 3060 ตัวใหม่แรงลื่น แนะนำ 5 รุ่นคุ้มค่าน่าซื้อ ราคา 3x,xxx – 4x,xxx บาท สเปก Core i / Ryzen

Gaming Notebook 2021 รุ่นใหม่ๆ ใช้การ์ดจอ NVIDIA เริ่มมีตัวเลือกมากมาย แต่นี้น่าสนใจจะเป็นในส่วนของสเปกการ์ดจอตัวแรงตัวใหม่อย่าง GeForce RTX 3060 (6GB GDDR6) สถาปัตยกรรม Ampere โดยเป็น RTX เจนที่ 2 ที่ต้องบอกว่าแรงกว่ารุ่นก่อนหน้าที่เทียบเคียงอย่าง GeForce RTX 2070 (8GB GDDR6) ซึ่งไม่ใช่แค่แรงแต่ยังร้อนน้อยกว่า

Gaming Notebook 2021

Gaming Notebook 2021 เน้นใช้งานทุกประเภท ทั้งตัวหนาหนักและบางเบา ส่วนของ NVIDIA GeForce RTX 3060 รองรับ Ray Tracing ช่วยเพิ่มคุณภาพการแสดงแสงเงาให้แม้แต่เกมระดับ AAA ก็ยังสามารถปรับกราฟิกได้ถึง Ultra ให้ภาพสวยงาม ไหลลื่น สมจริงกว่าที่เคยมีมา เรียกได้ยิ่งตอบสนองในส่วนของการทำงานที่เกี่ยวข้องกับ 3 มิติ หรือเกมที่กินทรัพยากรได้เป็นอย่างดีทีเดียว  

สเปกโดยรวม Gaming Notebook 2021 ก็มีความแรงลื่นในการเล่นเกมซึ่งรับประกันได้ว่าสนับสนุนการเล่นเกมทุกเกมบนโลกแน่นอน โดยหลักๆ รุ่นที่ปัจจุบันจะมาพร้อมกับชิปประมวลผล Intel Core i รวมไปถึง AMD Ryzen ด้วย อีกทั้งสเปกอื่นๆ อย่างแรมก็ได้มาเป็นมาตรฐานที่ขนาด 16GB DDR4 Bus 3200MHz และได้ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB สำหรับหน้าจอก็มีทั้งขนาด 15.6″ ได้ Refresh Rate ที่ 144Hz สนนราคาเริ่ม 32,990 บาทเท่านั้น 

Gaming Notebook 2021

ที่บทความนี้เราจะมาแนะนำ Gaming Notebook 2021 การ์ดจอ GeForce RTX 3060 ตัวใหม่แรงลื่น 5 รุ่นน่าซื้อ ราคา 3x,xxx – 4x,xxx บาท สเปก Core i / Ryzen ซึ่งคัดสรรมาจากความน่าสนใจ ในแต่รุ่นแต่แบรนด์ ที่ต้องบอกว่ามีความน่าสนใจทั้งนั้น ไว้เป็นแนวทางในการซื้อของแต่ละคน ในบทความนี้จะบอกด้วยบว่า RTX 3060 รุ่นไหนเป็น Max-P หรือ Max-Q ซึ่งจะมีรุ่นอะไรบ้าง ไปชมกันต่อเลย

แนะนำ Gaming Notebook 2021 การ์ดจอ GeForce RTX 3060

  1. ASUS TUF Gaming Dash F15 FX516PM ราคา 32,990 – 36,990 บาท
  2. Acer Nitro 5 AN515-45 ราคา 36,990 บาท
  3. ASUS TUF Gaming A15 FA506QM ราคา 34,990 บาท
  4. MSI GF65 Thin 10UE ราคา 36,990 – 39,990 บาท
  5. Lenovo Legion 5 15 ราคา 39,990 บาท

ASUS TUF Gaming Dash F15 FX516PM ราคา 32,990 – 36,990 บาท

ASUS TUF Dash F15 เป็น Gaming Notebook 2021 เน้นพกพา สเปกแรง ราคาดี มาในดีไซน์การออกแบบที่บางเบากว่า TUF Gaming ปกติ เพราะมีการใช้ DNA ของ ROG เพิ่มเข้ามา สเปกใหม่ล่าสุดด้วยชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 สถาปัตยกรรม Tiger Lake H35 อย่าง Core i5-11300H / Core i7-11370H ตัวแรงประสิทธิภาพสูงแต่ร้อนน้อยกว่ารุ่นก่อนๆ เทคโนโลยี 10 นาโนเมตร SuperFin ที่ดีขึ้นในทุกๆ ด้าน เรียกได้ว่ามีการพัฒนาอย่างแท้จริง ส่วนการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3060 (Max-Q) รุ่นใหม่เช่นกัน จัดเต็มเรื่องของการทำงานและการเล่นเกม ที่เหนือชั้นกว่า RTX 20 Series 

ในส่วนของแรมได้มาขนาด 16GB Bus 3200MHz มาพร้อมกับที่เก็บข้อมูลแบบ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB ที่มีความลื่นไหลแบบสุดๆ อีกทั้งยังรองรับการติดตั้งอัพเกรดเพิ่ม SSD M.2 มาให้อีก 1 ช่อง โดดเด่นกว่ารุ่นก่อนหน้าคือได้หน้าจอขนาด 15.6″ ความละเอียด Full HD ที่ 1920 x 1080 พิกเซล พาเนล IPS เกรดคุณภาพสูง รองรับ Refresh Rate ที่ 144Hzให้ความลื่นไหลอย่างที่สุดด้วย พร้อมเทคโนโลยี Adaptive Sync ทำให้ภาพไม่ฉีกขาด (Tearing) แบตยาวนานสูงสุดกว่า 13 ชั่วโมง ทำงานก็ดีเยี่ยมเล่นเกมก็ได้ดีกว่าเดิมมากๆ

Gaming Notebook 2021

นอกจากนี้รายละเอียดอื่นๆ ของ ASUS TUF Dash F15 ก็จะมีระบบเสียง DTS:X Ultra และระบบตัดเสียงรบกวนสองทางขับเคลื่อนด้วย AI ขั้นสูง พร้อมพอร์ตการเชื่อมต่อครบครัน ทั้ง 3 x USB 3.2 Gen 2 Type-A และ Thunderbolt 4 ที่เป็นพอร์ตที่ดีที่สุด ระบบการเชื่อมต่อไร้สายเป็นมาตรฐานใหม่อย่าง Intel Wi-Fi 6 AX (2×2) และ Bluetooth 5.1 พร้อมติดจั้งระบบปฎิบัติการติดตั้ง Windows 10 Home และซอฟต์แวร์ Utility อย่าง Armory Crate มาให้ในตัว 

ASUS TUF Dash F15 เป็นหนึ่ง Gaming Notebook 2021 ในซีรีส์ TUF ที่มีความใกล้เคียง ROG ไปอีกขั้น จากการที่นำดีไซน์ที่เน้นความบางเบามากกว่า Gaming Notebook ทั่วไป โดยมีความบางสุดที่ 19.9 มิลลิเมตร มาพร้อมน้ำหนักเบาที่ 2 กิโลกรัม รวมไปถึงแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานกว่า Gaming Notebook ทั่วไปกับขนาดหน้าจอขอบบางที่ 6.2 มิลลิเมตร  สัดส่วนเป็น 81% ทำให้มิติโดยรวมมีความเล็กกระชับพกพาได้สะดวกยิ่งกว่า โดยมีข้อสังเกตที่น่าสนใจคือไม่ได้ติดตั้งกล้องเว็บแคมมา ถ้าใครจะใช้ต้องหามาติดตั้งเอง

Gaming Notebook 2021

ASUS TUF Dash F15 FX516PM-HN086T ราคา 32,990 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i5-11300H (4C/8T & 2.60 – 4.40GHz)
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics + NVIDIA GeForce RTX 3060 (Max-Q) 
  • RAM : 16GB DDR4 Bus 3200 MHz
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD @ 144Hz 
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 512GB
  • OS : Windows 10 Home 
  • Warranty : 2 Y Carry-in + Perfect Warranty 1Y

ASUS TUF Dash F15 FX516PM-HN025T ราคา 36,990 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i7-11370H (4C/8T : 3.30 – 4.80GHz)
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics + NVIDIA GeForce RTX 3060 (Max-Q)
  • RAM : 16GB DDR4 Bus 3200 MHz
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD @ 144Hz 
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 512GB
  • OS : Windows 10 Home 
  • Warranty : 2 Y Carry-in + Perfect Warranty 1Y

Acer Nitro 5 AN515-45 ราคา 36,990 บาท

Acer Nitro 5 AN515-45 เป็นหนึ่งใน Gaming Notebook 2021 ได้การ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 30 Series เป็นหนึ่งใน Gaming Notebook หน้าจอ 15.6″ ราคาคุ้มค่าต่อสเปกกับช่วงราคา 3x,xxx บาท ได้รับความนิยมไม่แพ้รุ่นอื่นๆ ทั้งจากสเปกที่แรงลื่นกว่ารุ่นก่อน อีกทั้งยังมีฟีเจอร์ที่จัดเต็ม อาทิ คีย์บอร์ดไฟ RGB และอื่นๆ ซึ่งแม้ว่าดีไซน์หลักๆ จะไม่แตกต่างจาก Acer Nitro 5 ก่อนหน้าเท่าไร ในราคาที่ 36,990 บาท ได้ประกัน 3 ปี On-site Serive ที่ดีเยี่ยม หรือส่งศูนย์ซ่อมด่วน 3 ชั่วโมง

สำหรับ Acer Nitro 5 รุ่นนี้ใช้ชิปประมวลผล Ryzen 5 5600H ทำงานร่วมกับการ์ดจอ GeForce RTX 3060 (Max-P) ที่แรงลื่นกว่าเดิมแน่นอน ในส่วนของแรมจัดเต็มมาให้เลยที่ 16GB DDR4 Bus 3200MHz แบบ 8GB จำนวน 2 แถว ส่วนที่เก็บข้อมูลให้มามาตรฐาน SSD M.2 NCMe PCIe ความจุ 512GB หน้าจอเป็นพาเนล IPS เกรดสูง sRGB 92% รองรับ Refresh Rate ที่ 144Hz ให้ความลื่นไหลทั้งการเล่นเกมหรือทำงาน แน่นอนว่าได้ Windows 10 Homeใช้งานได้ทันที โดยความร้อนที่เกิดขึ้นถือว่าน้อยมากๆ เมื่อเทียบกับรุ่นอื่นๆ

Nitro%205%20AN515 45 bk

ฟีเจอร์อื่นๆ ก็ยังครบเครื่องแต่ก็เหมือนเดิม ด้วยไฟคีย์บอร์ด RGB แบบ 4 โซน คล้ายกับที่เคยมีมาในรุ่นพี่อย่าง Predator Series ปรับแต่งได้อิสระประมาณนึง และได้การตอบสนองของปุ่มแบบทันทีด้วยระยะการกด 1.6 มม. เสริมอารมณ์ในการเป็น Gaming Notebook ไปอีกระดับ ลำโพงของตัวเครื่องใช้เป็นแบบสเตอริโอ โดยมีระบบเสียง DTS:X Ultra ให้เสียงจะชัดเจนและสามารถจำลองระบบเสียงรอบทิศทาง 3 มิติได้ ขอบจอบางเพียง 7.02 มิลลิเมตร พื้นที่สัดส่วนกว่า 80% ทำให้มีขนาดเครื่องกระทัดรัด ซึ่งมีน้ำหนักตัวเครื่องตามสเปกอยู่ที่ 2.2 กิโลกรัม

รวมไปถึงมีเทคโนโลยี Acer CoolBoost และช่องระบายความร้อนแบบจัดเต็ม 4 ช่องทาง แบ่งเป็นทางด้านหลัง 2 ช่อง และซ้ายขวาอย่างละ 1 ช่อง จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและระบายความร้อนด้วยพัดลมคู่ ซึ่งดีเยี่ยมกว่ารุ่นก่อนหน้าเช่นกัน พร้อมการอัพเกรดอินเตอร์เน็ตไร้สายเป็น Wi-Fi 6 AX ที่มีเทคโนโลยี 2×2 MU-MIMO ที่ดีกว่า และ LAN RJ45 ก็เป็น Killer Ethernet E2600 โดยมีซอฟต์แวร์ Killer Control Center 2.0 ตรงนี้เหนือชั้นกว่ารุ่นอื่นๆ ชัดเจนทีเดียว

Gaming Notebook 2021

Acer Nitro 5 AN515-45-R31 ราคา 36,990 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 5 5600H (6C/12T : 3.30 – 4.20 GHz)
  • GPU : AMD Radeon 7 + NVIDIA GeForce RTX 3060 Max-P
  • RAM : 16GB DDR4 3200 MHz
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD @ 144Hz
  • STORAGE : SSD PCIe Gen3 NVMe 512GB
  • OS : Windows 10 Home
  • Warranty : 3 Years On-site Service

ASUS TUF Gaming A15 FA506QM ราคา 34,990 บาท

ASUS TUF Gaming A15 จัดว่าเป็น Gaming Notebook 2021 ที่ใช้ชิปประมวลผล AMD Ryzen 5000H Series ที่มีความเจ๋งมากมาย มาพร้อมกับประสิทธิภาพความแรงจากการที่ได้เทคโนโลยีการผลิต 7 นาโนเมตร สถาปัตยกรรมโค้ดเนม Cezanne สุดล้ำหน้า อีกทั้งยังเป็นแรนด์แรกที่ขายตั้งแต่ต้น ปี 2021 นี้ด้วย ดีไซน์ยังมีความเฉียบโดยฝาหลังจอแบบใหม่ ใช้วัสดุเป็นโลหะผสมแบบอลูมิเนียมอัลลอยทั้งชิ้นพร้อมโลโก้ TUF Gaming แบบใหม่บริเวณมุมตัวเครื่องและหมุดยึดสี่มุมตามสไตล์

ระบบระบายความร้อน ASUS Intelligent Cooling ของ ASUS TUF Gaming A15 FA506 สามารถปรับการทำงานได้สามโหมด อีกทั้งยังมี Anti-Dust Cooling ช่องระบายฝุ่นที่อยู่ด้านข้างฮีทซิ้งค์ทั้งสองฝั่ง ซึ่งควบคุมความร้อนได้ดีขึ้น ช่วยให้เครื่องสามารถทำงานได้เสถียรยาวนาน แน่นอนว่าด้วยความที่เป็น TUF Gaming ก็จะได้รับการรับรองตามมาตรฐานทางการทหาร MIL-STD-810H โดยสามารถทนต่อแรงสั่นสะเทือน, อุณหภูมิและความชื้นสูง ส่งผลให้มีความทนทานกว่า Gaming Notebook ทั่วไป

Gaming Notebook 2021

 มาพร้อมกับชิปประมวลผล AMD Ryzen 7 5800H สถาปัตยกรรม Zen 3 มาพร้อมกับสถาปัตยกรรม 7 nm โค้ดเนม Cezanne ทำงานที่ความเร็ว 3.20 – 4.40 GHz แบบ 8 Core/ 16 Thread ที่ให้ประสิทธิภาพการทำงานที่ดีไปอีกขั้นเทียบกับรุ่นก่อนหน้านี้แบบแรงขึ้นในทุกๆ การทำงานหรือเล่นเกม พร้อมผสานกับ APU การ์ดจอออนบอร์ดที่เป็น Radeon 8 ที่เพียงพอกับการใช้งานพื้นฐาน 2 มิติ 3 มิติทั่วไป ส่วนการ์ดจอแยกจะเป็นรุ่นใหม่ NVIDIA GeForce RTX 3060 Max-Q (6GB GDDR6) 

ซึ่งแรงลื่นและเย็นกว่า GTX 20 Series ในทุกๆ มิติ พร้อมฟีเจอร์อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น DLSS / Ray Tracing มาแบบจัดเต็ม รองรับกราฟิกที่สวยงามมากกว่า แต่ก็ได้ความแรงที่มากกว่า RTX 2060 รุ่นก่อน โดยเน้นให้มีความร้อนที่น้อยกว่าและประหยัดพลังงานเข้ากับตัวเครื่องที่บางเบา  แรมได้มาขนาด 16GB DDR4 Bus 3200 MHz แบบ Dual Channel (8GB x 2 แถว) มาพร้อมกับที่เก็บข้อมูลแบบ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB ที่มีความลื่นไหลทั้งระบบ พร้อมอัพเกรด SSD M.2 ได้อีกตัวทันที 

Gaming Notebook 2021

ASUS TUF Gaming A15 FA506QM-HN077T ราคา 34,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 7 5800H
  • GPU : AMD Radeon 8 + NVIDIA GeForce RTX 3060 Max-Q
  • RAM : 16GB DDR4 Bus 3200MHz
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD @ 144Hz
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 512GB
  • OS : Windows 10 Home
  • Connector : Wi-Fi 6 AX (2 x 2) + BT5.1
  • Warranty : 2 Years  Inter / 1 Year Perfect warranty 

MSI GF65 Thin 10UE ราคา 36,990 – 39,990 บาท

MSI GF65 Thin รุ่นใหม่ อีกหนึ่ง Gaming Notebook 2021 ดีไซน์บางเบาที่ดีที่สุด แรงสุด และคุ้มสุดๆ สเปกชิปประมวลผล Core i Gen 10H การ์ดจอเป็น Geforce RTX 30 Series ซึ่งประสิทธิภาพสูงกว่า โดยจากรุ่นก่อนๆ ได้รับการตอบรับดีที่มากๆ แบรนด์ MSI ให้ความสำคัญพัฒนาต่อยอดโน๊ตบุ๊คเพื่อการเล่นเกมให้มากยิ่งขึ้น โดยการแบ่งซีรีส์ออกอย่างชัดเจน ในแต่ละรุ่นในแต่ละสเปก

สำหรับการนำเสนอซีรีส์ MSI GF Series รุ่นใหม่ที่เป็น Gaming Notebook 2021 ขอบจอบางมาพร้อมประสิทธิภาพสูงกว่า คุณภาพเยี่ยมกว่า แต่ยังโดดเด่นความความบางของตัวเครื่อง และมีน้ำหนักเพียง 1.86 กิโลกรัมเท่านั้น เน้นพกพาสะดวก แต่ยังได้สเปก Gaming ที่สำคัญได้หน้าจอเป็นขนาด 15.6″ Full HD พาเนล IPS ที่ 144Hz เล่นเกมได้ลื่นไหล ไม่แพ้โน๊ตบุ๊คตัวหนักๆ หนาๆ เลย

 

Gaming Notebook 2021

MSI GF65 Thin กับสเปกใหม่ล่าสุด เป็นชิปประมวลผล Intel Core i5-10200H ทำงานแบบ 4 คอร์ 8 เธรดที่ความเร็ว 2.40 – 4.10 GHz หรือ Core i7-10750H ทำงานแบบ 6 คอร์ 12 เธรดที่ความเร็ว 2.60 – 5.00 GHz ที่มีความแรงในทุกๆ การใช้งานหนักๆ ไม่ว่าจะเป็นเล่นเกม 3 มิติ หรือทำงานโปรเซสไฟล์ที่ซับซ้อน ส่วนการ์ดจอก็เป็น NVIDIA GeForce RTX 3060 Max-Q (6GB GDDR6) สถาปัตยกรรม NVIDIA RTX เจน 2 ที่แรงล้ำกว่ารุ่นก่อนอย่าง RTX 2060 ไปอีกขั้น

จัดเต็มด้วยแรมขนาด 16GB DDR4 Bus 3200MHz (8GB x 2) และ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุที่ 512GB ตอบสนองทุกการใช้งานได้อย่างราบรื่น รวดเร็ว ออกแบบโน๊ตบุ๊ครุ่นนี้ให้มีความสวย ทันสมัยให้ความแข็งแรง ทนทาน เพิ่มความโดดเด่น ใช้งานง่ายและสะดวก ทำให้ MSI GF63 Thin เป็นโน๊ตบุ๊คเล่นเกมที่ได้ทั้งความแรงและความเบาน่าซื้อที่สุดรุ่นนึงทีเดียว กับราคาเพียง 36,900 / 39,900 บาท

Gaming Notebook 2021

MSI GF65 Thin 10UE-233TH ราคา 36,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i5-10200H (4C/8T & 2.40 – 4.10GHz)
  • GPU : Intel UHD + NVIDIA GeForce RTX 3060 Max-Q
  • RAM : 16GB DDR4 Bus 3200 MHz
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD @ 144Hz
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 512GB
  • OS : Windows 10 Home
  • Warranty : 2 Years (1 Year for Battery and Adapter)

MSI GF65 Thin 10UE-235TH ราคา 39,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i7-10750H (6C/12T & 2.60 – 5.00GHz)
  • GPU : Intel UHD + NVIDIA GeForce RTX 3060 Max-Q
  • RAM : 16GB DDR4 Bus 3200 MHz
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD @ 144Hz
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 512GB
  • OS : Windows 10 Home
  • Warranty : 2 Years (1 Year for Battery and Adapter

Lenovo Legion 5 ราคา 39,990 บาท

Lenovo Legion 5 นับได้ว่าเป็น Gaming Notebook 2021 ที่ได้รับความสนใจที่สุดรุ่นนึง ด้วยความแตกต่างจากรุ่นอื่นๆ ในตลาด อย่างดีไซน์ภายนอกที่เป็นเอกลักษณ์ มี DNA ที่เป็น Legion Series ชัดเจน รวมถึงมีสเปกชิปประมวผล AMD Ryzen 5000H เป็นครั้งแรก อย่าง Ryzen 7 5800H ที่ทรงประสิทธิภาพ ในราคาที่คุ้มค่า ด้วยเทคโนโลยีการผลิต 7 นาโนเมตร ได้ทั้งความแรงขึ้นและร้อนน้อยลง แน่นอนว่าเลือกใช้การ์ดจอแยกเป็น NVIDIA GeForce RTX 3060 Max-P ที่มีพลังแรงไว้ใจได้

ติดตั้งแรมเป็น 16GB DDR4 Bus 3200MHz ผสานกับ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB มี Windows 10 Homeใช้งานได้ทันที ได้ขนาดหน้าจอ 15.6″ พาเนล IPS คุณภาพสูง Refresh Rate ที่ 144Hz ขอบจอบางเฉียบ มิติตัวเครื่องเล็กกระชับ ลงตัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนรับรองได้ว่ามันสามารถที่จะสร้างประสบการณ์ในการเล่นเกมแบบใหม่ให้กับผู้ใช้งานได้อย่างสบายๆ นอกจากเล่นเกมได้ดีแล้ว ยังรองรับทั้งการทำงานที่ต้องการประสิทธิภาพที่สูง อย่างตัดต่อวีดีโอ หรือเรนเดอร์ 3 มิติ ก็เอาอยู่

Gaming Notebook 2021

พร้อมด้วยกล้องเว็บแคม HD และมีไมค์ดิจิตอลในตัว ส่วนการเชื่อมต่อก็มีมาอย่างครบถ้วน ทั้ง 1 x USB 3.2 Type-C, HDMI, 4 x USB 3.2 Type-A, Kensington lock slot, RJ-45 , Headset พร้อมยังรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth 5.0 และ Wi-Fi 6 AX ส่วนการรับประกันแน่นอนว่าเป็น ประกัน 3 ปี On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน รวมไปถึงมีประกันอุบัติเหตุแบบเคลม 100% และมีเครื่องสำรองระหว่างใช้งาน อีกทั้งมี Call Center 24/7 ด้วย

ตัวเครื่องมีมิติที่เล็กกระชับ ด้วยความบางเพียง 26.3 มิลลิเมตร น้ำหนัก 2.3 กิโลกรัม ซึ่งเป็นจุดที่สมดุลทั้งในแง่ของประสิทธิภาพในการเล่นเกม และความสามารถในการพกพาได้อย่างลงตัว กับ Gaming Notebook 2021 ราคาระดับกลางค่อนบน ที่ไม่ได้เน้นแต่ความคุ้มค่าอย่างเดียว แต่อยากได้ประสบการณ์ใช้งานที่ดีด้วย จากหน้าจอคุณภาพสูง ซึ่งเชื่อได้เลยว่าน่าจะถูกใจหลายๆ คน โดดเด่นด้วยการอัพเกรดระบบควบคุมอุณหภูมิและระบายความร้อน Lenovo Legion Coldfront

Gaming Notebook 2021

Lenovo Legion 5 15ACH6H-82JU000ETA ราคา 39,990 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 7 5800H (8C/16T : 3.20 – 4.40 GHz)
  • GPU : AMD Radeon 8 + NVIDIA GeForce RTX 3060 Max-P
  • RAM : 16GB DDR4 Bus 3200MHz
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD @ 144Hz
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 512GB
  • OS : Windows 10 Home
  • Connector : Wi-Fi 6 AX (2 x 2) + BT5.0
  • Warranty : 3 Years On-site  + 2 Years ADP 

ตาราง Gaming Notebook 2021 การ์ดจอ GeForce RTX 3060

  CPU GPU RAM SSD Display Warranty Price
TUF F15 i5 / i7 RTX 3060 Max-Q 16GB 512GB 15.6″ IPS 144Hz 2Y + 1Y Perfect 32,990 – 36,990
Nitro 5 Ryzen 5 RTX 3060 Max-P 16GB 512GB 15.6″ IPS 144Hz 3Y On-site 36,990
TUF A15 Ryzen 7 RTX 3060 Max-Q 16GB 512GB 15.6″ IPS 144Hz 2Y + 1Y Perfect 34,990
GF65 i5 / i7 RTX 3060 Max-Q 16GB 512GB 15.6″ IPS 144Hz 2Y Carry-in 36,990 – 39,990
Legion 5 Ryzen 7 RTX 3060 Max-P 16GB 512GB 15.6″ IPS 144Hz 3Y On-site 39,990

สรุป Gaming Notebook 2021 หลายๆ รุ่นมีความน่าสนใจมากๆ โดยการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3060 กราฟิกการ์ดตัวใหม่ที่มาพร้อมกับสถาปัตยกรรม Ampere ที่ออกมาสานต่อความสำเร็จของกราฟิกการ์ดรุ่นก่อนหน้ากับสถาปัตยกรรม Turing มาพร้อมกับ Tensor cores หรือรองรับกับเทคโนโลยี Ray-Tracing / DLSS เวอร์ชั่นใหม่ ที่ไม่ใช่แค่ลื่นไหลมากกว่าเดิม แต่ภาพก็ยังสวยงามสมจริงยิ่งกว่า RTX 20 Series อีกด้วย กับราคา 32,990 – 39,990 บาท ไว้ลองเลือกซื้อ Gaming Notebook 2021 กันนะครับ

from:https://notebookspec.com/web/593435-gaming-notebook-2021-rtx-3060-recommend

รีวิว ASUS ExpertBook B9 B9400 สเปก Core i Gen 11 เบาสุด 880 กรัม แพลตฟอร์ม Intel EVO มืออาชีพ แรงลื่นปลอดภัย ประกันเทพ On-site 3 ปี

ASUS ExpertBook B9 (B9400) รุ่นปี 2021 สเปก Intel Core i Gen 11 สถาปัตยกรรม Tiger Lake การันตีด้วยแพลตฟอร์ม Intel EVO เรียกได้ว่าเป็นการต่อยอดของทาง ASUS ExpertBook รุ่นก่อนอย่าง B9 (9450) จากที่ผ่านมาทาง ASUS ได้นำเสนอโน๊ตบุ๊คระดับมืออาชีพเน้นใช้งานแบบพกพาไปทำงานนอกสถานที่ ทั้งด้วยสเปคประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยมและมีแบตเตอรรี่ที่ใช้งานได้อย่างยาวนาน ล่าสุดสำหรับสายทำงานและจริงจังยิ่งกว่า

กับการที่เป็นโน๊ตบุ๊คหน้าจอ 14″ เน้นการทำงานแบบองค์กร ที่เบาสุดๆ แค่ 880 กรัม หรือ 1.005 กิโลกรัม จัดว่าเป็นโน๊ตบุ๊คสายทำงานหน้าจอ 14″ มืออาชีพที่เบาที่สุดของโลก ความละเอียด Full HD พาเนล IPS เกรดสูง อีกทั้งแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานสูงสุดตลอดทั้งวัน ประกันก็ดีเยี่ยมเพราะเป็นแบบ On-site Service ระยะเวลา 3 ปี (และ Global Warranty 3 ปี) มีประกันอุบัติเหตุใน 1 ปีแรกด้วย

ASUS ExpertBook B9

ดีไซน์ตัวเครื่องบางของ ASUS ExpertBook B9 บางสุดๆ เพียง 14.9 มม. ใช้วัสดุสุดเทพอย่าง แมกนีเซียมลิเทียมอัลลอยที่เป็นโลหะดีที่สุดในตลาด มาพร้อมชิปประมวลผล Intel Core i7-1165G7 ซึ่งแรงลื่นรองรับทุกๆ การใช้งาน รวมไปถึงระบบความปลอดภัยก็จัดเต็ม ทั้งยังผ่านการทดสอบความทนทาน MIL–STD 810H Military Standard มาตรฐานกองทัพ นับว่าเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับนักธุรกิจหรือคนที่ต้องการสุดยอดโน๊ตบุ๊ค 14″ ประสิทธิภาพสูงคู่ใจในการทำงานจริงจัง หรือ Commercial ที่ต้องการความน่าเชื่อถือสูงสุด

VDO Review

Coming Soon

NBS Verdict

สรุปแล้วสำหรับ ASUS ExpertBook B9 ปี 2021 ถูกออกแบบมาเป้นโน๊ตบุ๊คสายทำงานระดับมือาชีพหน้าจอ 14″ ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพ และความบางเบาขั้นสุด อีกทั้งได้ความครบถ้วนในทุกๆ ทาง เน้นความทนทาน ปลอดภัย ไว้ใจได้ มาพร้อมกับประสิทธิภาพที่สูงเหมาะกับการทำงานทั่วไป หรือหนักๆ รวมถึงเล่นเกมออนไลน์ได้บ้าง ด้วยการเลือกใช้ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 อย่าง Core i7-1165G7 การ์ดจออนชิปดีที่สุดอย่าง Iris Xe Graphics และสเปกอื่นๆ จัดเต็ม

แบตเตอรี่ยาวนานสุดๆ ที่เกือบ 15 ชั่วโมงขึ้นไปจากการทดสอบจริง สามารถพกพาไปไหนมาไหนได้สะดวก ทั้งจากรูปลักษณ์และใช้งานจริง สมราคาค่าตัว (คาดการณ์ 4x,xxx บาท) โดย ASUS ExpertBook B9  เน้นเข้ามาบุกตลาดระหว่างองค์กร, ธุรกิจขนาดกลาง หรือคนที่ต้องการความแตกต่าง ชูจุดแข็งเรื่องดีไซน์เครื่องที่ได้ความบางเบา แข็งแรงทนทาน และประสิทธิภาพการทำงานขั้นสูง หรือถ้าคนทั่วไปอยากได้โน๊ตบุ๊คบางเบามาตรฐานสูงก็สามารถหาซื้อมาใช้งานเช่นเดียวกัน 

ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 81

เรียกได้ว่ามีความน่าสนใจจริงๆ สำหรับโน๊ตบุ๊คอีกหนึ่งรุ่นที่ทุกๆ คนให้ความสนใจ ที่ต่อยอดความสำเร็จของโน๊ตบุ๊คตระกูลสายธุรกิจระดับมืออาชีพได้เป็นอย่างดีมาพร้อมความสมบูรณ์แบบ ตอบโจทย์องค์กรขนาดใหญ่ หรือว่า SME / SMB ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของดีไซน์การออกแบบ ภาพลักษณ์ วัสดุ งานประกอบ รวมไปถึงสเปคประสิทธิภาพและประสบการณ์ใช้งาน ที่ถูกว่าตลาดให้แตกต่างจาก ZenBook Seires โดยยังมี ExpertBook รุ่นอื่นๆ อีก ในราคาที่ย่อมเยาว์กว่า 

โดดเด่นเหนือชั้นกว่าเรื่องความปลอดภัยต่างๆ ทั้งจากฮาร์ดแวร์ภายในระดับ BIOS และภายนอก อย่างกล้องเว็บแคมจะมีฟีเจอร์ของ Privacy Shield มาให้ ทำให้เลือกปิดการใช้งานด้วยกายภาพได้ และมี Proximity sensor ตรวจจับผู้ใช้งาน รวมไปถึงมี 3D IR Camera และสแกนลายนิ้วอีกด้วย และที่แตกต่างจาก ASUS โน๊ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ ก็คือ การรับประกัน On-site Serice ซ่อมฟรีถึงบ้าน ระยะ 3 ปี ที่สำคัญเป็นแบบทั่วโลก อีกทั้งมีประกันอุบัติเหตุในปีแรก อย่าง ASUS Premium Care ด้วย

ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 80

อย่างไรก็ตามขณะที่รีวิวอยู่นี้ยังไม่ทราบถึงราคาว่าทาง ASUS จะจำหน่ายอย่ที่เท่าไร แต่คาดการณ์ว่าอยู่ที่ประมาณ 4x,xxx บาท หรือจะมีรุ่นถูกกว่านั้น สเปกเป็น Core i5-1135G7 รวมไปถึงมีแบตเตอรี่ความจุ 2-Cell 33Wh ให้เลือก ซึ่งตังเครื่องจะเบาที่สุดที่ 880 กรัม ส่วนเครื่องที่เรานำมารีวิวจะเป็นสเปกแบตเตอรี่ 4-Cell 66Wh จะมีน้ำหนักอยู่ที่ 1.005 กิโลกรัม ปิดท้ายด้วยข้อสังเกตเดียวก็คือ ความร้อนที่เกิดขึ้นอาจจะดูสูงไปหน่อยเมื่อเราใช้งานหนักๆ ที่ 100 องศาเซลเซียส แต่ก็สามารถใช้งานได้ปกติ 

จุดเด่น ASUS ExpertBook B9

  • ตัวเครื่องทั้งมดใช้วัสดุ “แมกนีเซียมลิเทียมอัลลอย” (Magnesium Lithium Alloy) ซึ่งดีกว่าโลหะทั่วไป
  • เป็นโน๊ตบุ๊คหน้าจอ 14″ แต่มีขนาดตัวเครื่องเล็กเทียบเท่ารุ่นหน้าจอ 13.3″ เพราะขอบจอบางเฉียบ
  • มีความเบาสุดๆ ที่ 880 กรัม ซึ่งนับว่าเบาที่สุดในโลก และบางเพียง 14.9 มิลลิเมตรเท่านั้น
  • ดีไซน์พิเศษบานพับ ErgoLift Hinge ช่วยให้ใช้งานดีขึ้น ในหลายๆ ส่วน
  • หน้าจอมีความละเอียดสูงระดับ Full HD พาเนล IPS ขอบเขตสีใกล้เคียง 100% sRGB
  • ขอบจอบางเฉียบด้วย เทคโนโลยี Nano Edge บางพิเศษกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไป
  • ใช้งานจริงลื่นไหลแบบสุดๆ ด้วย Core i7-1165G7 + RAM 16GB + SSD 1TB
  • ผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน MIL-STD-810H ทนทานต่อการใช้งาน
  • ลำโพง Harman/ Kardon ให้เสียงที่ดี ดีกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปแบบชัดเจน
  • มาพร้อม 3D IR Camera / Fingerprint ใช้งานผ่านทาง Windows Hello
  • ไมโครโฟนแบบ 4 ตัว มีระบบตัดเสียงรบกวน AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการประชุมวิดีโอ
  • ฟีเจอร์ NumberPad 2.0 ช่วยการใช้งานแป้นตัวเลข ซึ่งสามารถเปิดใช้งานได้ง่าย 
  • มี Windows 10 Home ใช้งานทันที มีซอฟต์แวร์ MyASUS / Business Manager ช่วยจัดการ
  • ระบบคามปลอดภัยระดับองค์กรครบเครื่อง สไตล์ Commercial 
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานประมาณ 15  ชั่วโมงขึ้นไป (แบต 4-Cell 66Wh)
  • มีฟีเจอร์ชาร์จเร็วช่วยให้เราสามารถชาร์จแบตเตอรี่จาก 0-60% ได้ภายในเวลาเพียง 39 นาที
  • ยังมีการติดตั้ง USB-A มาให้ใช้งานอยู่ แม้เครื่องจะบางเบาสุดๆ ก็ตาม 
  • ประกันเป็น On-site Service ทั่วโลกระยะเวลา 3 ปี พร้อมประกันอุบัติเหตุใน 1 ปีแรก
  • ได้อุปกรณ์บันเดิลมากมาย อาทิ ซอฟต์เคส / สายแปลง LAN / กล่องพับเป็นที่รองเครื่อง
  • ราคาคุ้มค่า ประสิทธิภาพดี ฟีเจอร์เพียบ ใช้งานจริงได้ เมื่อเทียบแบรนด์อื่นๆ

ข้อสังเกต ASUS ExpertBook B9

  • การแกะอัพเกรดทำได้ไม่ยาก แต่สามารถอัพได้เพียง SSD M.2 NVMe PCIe เท่านั้น 
  • ถ้าเทียบแต่สเปก จะเห็นว่ามีราคาที่สูงกว่าโน๊ตบุ๊คในตลาดรุ่นอื่นๆ ประมาณนึง
  • ความร้อนที่เกิดขึ้นสูงสุดที่ 100 องศาเซลเซียส ถือว่าสูงแต่ก็ไม่รบกวนการใช้งาน 

Specification

สเปกของ ASUS ExpertBook B9 ขณะที่รีวิวอยู่มีเพียงสเปกเดียว คือ Intel Core i7-1165G7 ซึ่งด้านประสิทธิภาพด้วยอย่างการใช้ชิปประมวลผล ทำงานแบบ 4 คอร์ 8 เธร์ด ที่ความเร็ว 2.80 GHz – 4.70 GHz สถาปัตยกรรม Tiger Lake มาพร้อมกับเทคโนโลยีการผลิตที่ 11 nm SuperFin ที่แรงขึ้นมากพร้อมด้วย AI ช่วยทำงานบางอย่างในตัว เพิ่มเติมด้วยแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน ส่วนการ์ดจอเป็น Intel Iris Xe Graphics ที่เพียงพอกับใช้งานพื้นฐานแน่นอน รวมไปถึงงาน 3 มิติ หรือเล่นเกมออนไลน์ก็ดีกว่ารุ่นก่อนหน้านั้นทั้งหมด 

ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 32

โดยมาพร้อมขนาดหน้าจอ 14″แบบด้าน ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล พาเนลคุณภาพสูงอย่าง IPS ซึ่งให้สีสันที่สวยสมจริง ที่ sRGB ใกล้เคียง 100% ที่ความสว่าง 300 nits  แรมก็ติดตั้งมาให้ขนาด 16GB LPDDR4x Bus 4266MHz ซึ่งรองรับกับการใช้งานทั่วไปได้สบาย สำหรับฮาร์ดดิสก์เป็นแบบ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 1TB ที่สำคัญยังเป็นมาตรฐานการเชื่อมต่อ Wi-Fi 6 AX และ Bluetooth 5.0 ด้วย อีกทั้งยังมีน้ำหนักเบาที่ 890 กรัม / 1.005 กิโลกรัม จากการที่มีสเปกแบตเตอรี่ต่างกันด้วย ที่ 2-Cell 33Wh / 4-Cell 66Wh ซึ่งทำให้ระยะเวลาการใช้แบตเตอรี่แตกต่างกันด้วย 

ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 75

นอกจากนี้ในส่วนของกล้องด้านหน้ารองรับการใช้งาน VDO Call พร้อมไมค์ 4 ตัว (support noise cancellation) อีกทั้งมี Fingerprint / 3D IR Camera ที่ใช้งานร่วมกับ Windows Hello รวมถึงติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home ลิขสิทธิ์แท้ การรับประกันมีระยะ 3 ปี แบบ On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน อีกทั้งมีบริการอื่นๆ อีก ไม่ว่าจะเป็น ดูแลตลอด 24 ชั่วโมงเข้าถึงผู้เชี่ยวชาญด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ได้อย่างไม่ยุ่งยาก และมีประกันอุบัติเหตุในปีแรกอย่าง ASUS Premium Care เรียกได้ว่าเหนือชั้นกว่าประกันของ ASUS Notebook ทั่วไปชัดเจน

ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 73

ASUS ExpertBook B9 B9400 ราคา 4x,xxx บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i7-1165G7 (4C/8T : 2.80 – 4.70 GHz)
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • RAM : 16GB LPDDR4X 4266 MHz 
  • DISPLAY: 14″ Full HD IPS 60Hz
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 1TB
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Warranty : 3 Years On-site Service + 1 Year Perfect Warranty

ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 76

ในส่วนของบันเดิลเองก็มีความพิเศษ เพราะมาพร้อมกับซองซอฟต์เคสที่ดูดีลงตัวกับเครื่อง อีกทั้งได้ตัวแปลง Micro HDMI to LAN RJ45 มาให้ใช้งานได้ทันที ตอบโจทย์คนทำงานที่ต้องการหรือจำเป็นใช้งานเชื่อมต่อเครือข่ายอินเตอร์เน็ตแบบสาย LAN อยู่เช่นตามที่ทำงานรวมไปถึงองค์กรต่างๆ โดดเด่นด้วยอแดปเตอร์ชาร์จไฟ ที่เป็นมาตรฐาน USB-C แบบ USB PD ปิดท้ายด้วยกล่องเก็บอุปกรณ์ที่สามารถกางออกมาเป็นที่รองโน๊ตบุ๊คได้อีกด้วย นับได้ว่ามีความใส่ใจจริงๆ 

Hardware / Design

ดีไซน์การออกแบบโดยรวมของ ASUS ExpertBook B9 นั้นจะดูเล็กกว่าโน๊ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 14″ แบบปกติทั่วไป เนื่องด้วยมีขอบจอที่บางมากแบบ Nano Edge ทำให้ตัวเครื่องดูเล็ก กะทัดรัด เหมาะกับการพกพา น้ำหนักเบาที่สุดเพียง 880 กรัม สำหรับสเปกแบตเตอรี่ความจุ 2-Cell 33Wh ส่วนอีกสเปกแบตเตอรี่ความจุ 4-Cell 66Wh ส่วนความบางเท่ากันที่ 14.9 มิลลิเมตรเท่านั้น เรียกได้ว่าภายนอกดูความแตกต่างไม่ออกเลย ส่วนน้ำหนักที่แตกต่าง ถ้าไม่ยก 2 เครื่องพร้อมๆ กันก็แทบจะไม่รู้สึกเลย

เรียกได้ว่ามิติตัวเครื่องมีความกระทัดรัดเหมาะต่อการพกพา ด้วยดีไซน์ของขอบจอที่บางเฉียบ ที่สำคัญบานพับระหว่างจอภาพและด้วยฟีเจอร์ ErgoLift ทำหน้าที่เสมือนฐานรองรับ ทำให้คีย์บอร์ดทำมุม 5 องศากับระนาบ เมื่อกางหน้าจอประมาณ 145 องศา (กางได้มากสุดที่ 180 องศา) ทำให้การพิมพ์ง่ายและสบายยิ่งขึ้น ช่วยลดอาการปวดข้อมือ ปวดตามลำตัว และคอ ที่เกิดจากการพิมพ์เป็นระยะเวลานานไปได้เลย นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งความใส่ใจที่เน้นว่าเป็นโน๊ตบุ๊คที่เน้นการใช้งานระดับมืออาชีพ

ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 4

ตัวเครื่องโดยรวมจะทั้งหมดใช้วัสดุที่ดีที่สุดอย่าง “แมกนีเซียมลิเทียมอัลลอย” (Magnesium Lithium Alloy) ซึ่งดีกว่าโลหะทั่วไปอย่าง อะลูมิเนียมอัลลอย / แมกนีเซียมลิเทียมอัลลอย ไม่ว่าจะเป็นฝาหลัง ตัวเครื่องด้านใน และใต้ตัวเครื่อง ทำให้มีทั้งความแข็งแรงและน้ำหนักที่เบาที่ดีกว่า ส่งผลให้เวลาที่เราเอามือมาวางบนคีย์บอร์ดจะรู้สึกว่าเป็นอะไรที่เหนือชั้นกว่าวัสดุทั่วๆ ไป ที่สำคัญผิวสัมผัสยังเป็นรอยนิ้วมือค่อนข้างยาก ตรงนี้มีความเหนือชั้นกว่าโน๊ตบุ๊ครุ่นใกล้เคียงกันแบบรู้สึกได้ทันที พร้อมใช้สีสัน Star Black พื้นผิวไม่เรียบ ให้ความรู้สึกเป็นหมู่ดาวในท้องฟ้ายามค่ำคืน

ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 38

อีกทั้งเรื่องความทนทานยังมีความโดดเด่นด้วยเกรดมาตรฐานที่ใช้ในกองทัพสหรัฐอเมริกา MIL–STD 810H US Military Standard  และผ่านการทดสอบความแข็งแรงตามมาตรฐานของ ASUS เพื่อความมั่นใจเต็มเปี่ยมในทุกสภาพแวดล้อม อาทิ ตกกระแทก สั่นสะเทือน อุณหภูมิสูงต่ำ ฝุ่นและละอองน้ำ สมกับเป็นโน๊ตบุ๊คสายทำงานจริงจัง เหนือชั้นกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปชัดเจน ผ่านกระบวนการขึ้นรูปด้วยเครื่องจักร CNC ที่ประณีตและสวยงามในหนึ่งเดียว พร้อมด้านในใส่อุปกรณ์รองรับการกระแทกอีกชั้นด้วย เรียกได้ว่ามีความเชื่อมั่นที่สูงกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปในตลาดแน่นอน

ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 24

ASUS ExpertBook B9 เป็นโน๊ตบุ๊คสายทำงานที่ครบเครื่องในทุกๆ ด้าน มีสเปกที่ดี แรงลื่น จัดเต็มด้วยฟีเจอร์ต่างๆ รวมถึงใส่ใจในการออกแบบทุกรายละเอียดจริงๆ ตอบโจทย์คนที่จริงจังด้านการทำงานระดับมืออาชีพ ด้วยการออกแบบจอแสดงผล NanoEdge นั้นส่งผลให้มีขนาดตัวเครื่องที่กะทัดรัดกว่า ด้วยน้ำหนักเบาตัวเครื่องที่บาง  ซึ่งนับได้ว่าเป็นโน๊ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 14″ ที่เบาที่สุดในโลก ณ ตอนนี้ปี 2021 ก็ว่าได้ ตอบสนองการพกพาไปใช้งานทุกที่ทุกเวลาอย่างที่สุด สามารถใส่ในกระเป๋าถือ หรือกระเป๋าเป้สะพายหลังได้ง่าย เหมาะสำหรับผู้ใช้ที่เดินทางอยู่ตลอดเวลา 

ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 69
ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 70
ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 71
ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 48
ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 42
ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 29
ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 30
ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 13
ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 12

Keyboard / Touchpad

ตัวแป้นคีย์บอร์ดนั้นตัวปุ่มเป็นพลาสติกสีน้ำเงินเข้มที่สกรีนตัวอักษรสีขาว มีการออกแบบมาให้ปุ่มมีขนาดใหญ่พอดีกับนิ้วมือ ทำให้สามารถพิมพ์ได้ง่ายขึ้น ในส่วนการสัมผัสให้การสัมผัสที่นุ่มกำลังดี คีย์บอร์ดมีระยะห่างกำลังดี เป็นระยะห่างที่พิสูจน์แล้วว่าพิมพ์ได้สบายนิ้วมากที่สุด ยิ่งไปกว่านั้น แป้นคีย์บอร์ดให้สัมผัสปลายนิ้วที่นุ่มนวลพร้อมกับระยะกดที่เหมาะสม มีไฟส่องสว่าง Backlit สีขาว ที่สามารถปิดหรือเปิดได้

ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 11

ปุ่มเปิดเครื่องจะไปอยู่ที่มุมบนขวา โดดเด่นด้วยสีสันที่แตกต่างเป็นสีดำปุ่มเดียวเมื่อเทียบกับแป้นคีย์บอร์ดทั้งหมด อีกทั้งแป้นพิมพ์ที่กันน้ำหกสามารถปกป้องตัวเองจากอุบัติเหตุเล็กน้อย เช่น การทำน้ำหกใส่ได้ปริมาณถึง 66 มิลลิลิตร โดยไม่เกิดความเสียหาย และเราสามารถเช็ดทำความสะอาดได้โดยง่าย รวมไปถึงมุมซ้ายล่างของคีย์บอร์ดยังมีสแกนลายนิ้วมือ Fingerprint ไว้ใช้งานร่วมกับ Windwos Hello เพื่อเข้าใช้งาน Windows 10 Home อีกด้วย

ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 15

ตัวทัชแพดมีขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับขนาดตัวเครื่อง ดีไซน์ออกมาแบบไม่มีปุ่มแยกเป็นชิ้นเดียวทั้งคลิกซ้ายคลิกขวา การใช้งานจัดได้ว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจ แต่การสัมผัสเลื่อนนิ้วไปมาจะดูลื่นๆ สักหน่อย ส่วนตัวซอฟต์แวร์ที่ให้มาสามารถควบคุมจัดการได้ดี ใช้งานแบบมัลติทัชได้ลื่นไหลพอสมควร เรียกได้ว่าใช้งานได้เยี่ยมยอดกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปแบบชัดเจน และด้วย ฟีเจอร์ ErgoLift แป้นพิมพ์จะยกตัวเพื่อทำมุมที่เหมาะสมกับการพิมพ์โดยอัตโนมัติทันทีที่เราเปิดฝาหน้าจอ

ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 14
ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 16
ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 18

รวมไปถึงมีฟีเจอร์ NumberPad 2.0 ซึ่งสามารถเปิดใช้งานได้ด้วยการแตะไอคอนตรงมุมขวาบนของทัชแพดค้างไว้ 1 วินาที เส้นไฟสำหรับแบ่งพื้นที่ของแต่ละปุ่มก็จะปรากฏขึ้นมาให้ใช้งานเป็น Numpad ได้ทันที ซึ่งแม้ว่าจะมีปุ่มขึ้นมาแล้ว ผู้ใช้ก็ยังสามารถใช้ทัชแพดในการเลื่อนเคอร์เซอร์ได้อยู่ แต่หากมีการจิ้มลงบนพื้นที่ของแต่ละปุ่มเพื่อคลิกซ้าย ก็จะเปรียบเสมือนการกดปุ่มตัวเลขด้วย (ลดแสงไฟได้ด้วยโลโก้มุมขวาบน) จัดได้ว่าเป็นฟีเจอร์ที่หาไม่ได้ในโน๊ตบุ๊คแบรนด์อื่นๆ แน่นอน

Screen / Speaker

หน้าจอเป็นพื้นผิวแบบด้านช่วยลดแสงสะท้อนได้ดี พร้อมขอบบางทั้ง 4 ด้าน ให้ความละเอียด Full HD พาเนล IPS เกรดสูง ที่ให้มุมมองกว้างถึง 178 องศา ที่ให้ภาพคมชัด สวยงามทุกมุมมอง เมื่อประกอบกับขอบจอที่บางเฉียบเพียง 4 มม. ตามสไตล์ NanoEdge โดยให้พื้นที่หน้าจอถึง 94% เป็นหน้าจอแสดงผล ทำให้ไม่ว่าจะการใช้งานทั่วไป การเปิดหน้าเว็บ การชมภาพยนตร์ ซีรีส์ รวมถึงการเล่นเกมดูเต็มอารมณ์มากยิ่งขึ้น ส่วนขอบจอด้านบนจะเป็นตำแหน่งของกล้องหน้า รวมถึงยังมีหลอดไฟ LED สำหรับแสดงสถานะว่ากล้องทำงานอยู่ อีกทั้งยังด้วยฟีเจอร์ Webcam Shield เพียงเลื่อนเว็บแคมเก็บเข้าที่ เพื่อหยุดการทำงานของเว็บแคมได้แล้ว

ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 9

เรียกได้ว่าเป็นโน๊ตบุ๊คที่ให้ประสบการณ์ที่ดีที่สุดรุ่นหนึ่ง อีกทั้งแม้ขอบหน้าจอจะบางแต่ก็ยังติดตั้ง Webcam และไมโครโฟนแบบ 4 ตัว มีระบบตัดเสียงรบกวน เทคโนโลยี ASUS AI Noise-Canceling Audio เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการประชุมแบบวิดีโอ (Video Conference) เหนือชั้นกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไป พร้อมด้วย 3D IR Camera ไว้ใช้งานร่วมกับ Windows Hello ด้วย ส่งผลให้เราสามารถใช้งานได้สะดวกสบาย ไม่ต้องกรอกรหัสแบบเดิมๆ อีกต่อไป รวมถึงมีความปลอดภัยด้วย

นอกจากนี้ยังมีการติดตั้ง Proximity sensor ที่เป็น เซนเซอร์ตรวจจับผู้ใช้งานว่าอยู่ด้านหน้าตัวเครื่องหรือไม่ โดยเครื่องจะลดความสว่างของจอแสดงผลเพื่อ ประหยัดพลังงาน หรือล็อคตัวเครื่องโดยอัตโนมัติ กรณีผู้ใช้งานไม่อยู่หน้าเครื่อง และเปิดหน้ําจอให้พร้อมใช้งานอีกครั้ง เมื่อผู้ใช้งาน กลับมา พร้อมด้วยใส่ยางขอบจอแบบติดเนียนตามตลอดแนวขอบจอเลย ทำให้ช่วยซับแรงกระแทกได้ดีกว่าโน๊ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ ที่มักจะติดตั้งมาเป็นจุดๆ ในบางตำแหน่งเท่านั้น

ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 6
ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 7
ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 8

การทดสอบประสิทธิภาพหน้าจอด้วยเครื่องมือที่เป็นทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์อย่าง Spyder5Elite  โดยให้ขอบเขตความกว้างของสีสันเทียบเท่ากับมาตรฐาน sRGB ที่ 90% และ AdobeRGB ที่ 70% เรียกได้ว่าให้ประสิทธิภาพเรื่องของสีสันนั้นดีมากกว่าโน๊ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ พอตัว ซึ่งมีความเที่ยงตรงของสีสูง

s3 4

ส่วนความสว่างหน้าจอสูงสุดอยู่ที่เกือบๆ 300 cd/m2 ซึ่งจัดได้ว่ามีความสว่างในระดับที่ดีเยี่ยม ทำให้เมื่อคาลิเบตหน้าจอแล้วสามารถไปทำงานภาพกราฟิกหรือตกแต่งภาพที่เน้นความเที่ยงตรงได้มาตรฐานระดับมืออาชีพเลยทีเดียว ส่งผลให้มีคะแนนรวมอยูท่ี 4.0 คะแนน ถือว่าสูงกว่าโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่นในปี 2021 นี้

s1 4
s2 4
s4 2

ตัวลำโพงเป็นแบบสเตอริโอเลือกใช้ลำโพง Harman/ Kardon ให้เสียงที่ดีกว่ารุ่นบางเบาทั่วไป ที่ถึงแม้จะมีความบางความเบาของตัวเครื่องอย่างที่สุด แต่ก็ได้คุณภาพทั้งเสียงเบสที่มีน้ำหนัก ไม่ใช่ใส่แต่เสียงกลาง เสียงแหลมออกมาอย่างเดียว โดยตัวลำโพงจะอยู่บริเวณใต้ตัวเครื่องซ้ายและขวาลักษณะยิงลงพื้น ทำให้เสียงที่ค่อนข้างดังพอสมควร แยกรายละเอียดได้ซ้ายขวาได้ดี โดยรวมถือในส่วนของลำโพงถือว่าทำออกได้ดีทั้งในคุณภาพเสียงที่ได้และเสียงดังฟังชัดเพียงพอจะออกไปในนอกสถานที่ได้แบบสบายๆ

ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 21

ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 53
ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 54
ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 52

Connector / Thin And Weight

ในส่วนของรอบๆ ตัวเครื่องติดตั้งพอร์ตถือว่าให้มาพอตัว ด้วยการติดตั้งพอร์ต Thunderbolt 4 มาให้จำนวน 2 พอร์ตด้วยสำหรับการรองรับอุปกรณ์ใหม่ๆ และการเชื่อมต่อกับอแดปเตอร์ที่เป็น USB-C รวมไปถึงยังมีพอร์ต USB 3.2 Type-A และ HDMI แม้ตัวเครื่องจะบางเฉียบ แน่นอนว่ายังมี ไมค์และหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตรก็ยังมีอยู่เช่นเดิม  ส่วนด้านหน้าจะเป็นไฟ LED สถานะการทำงาน พร้อมพอร์ต micro HDMI ที่ใช้งานร่วมกับอแดปเตอร์เพื่อใช้งาน LAN RJ45 ด้วย

ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 40

น้ำหนักตัวเครื่องอยู่ที่ 890 กรัม – 1.005 กิโลกรัม และตัวอแดปเตอร์ที่ชาร์จเองก็มีขนาดเล็กจ่ายไฟที่ 65W หัวแบบ USB-C กะทัดรัดซึ่งเมื่อรวมเข้าไปด้วยกันแล้วน่าจะมีหนักราวๆ 1.3 กิโลกรัม ถือว่ามีน้ำหนักที่มีความเบามากๆ เลยทีเดียว เพราะปกติแล้วโน๊ตบุ๊ค 14 นิ้วจะมีน้ำหนักอยู่ที่ 2 กิโลกรัมขึ้นไป ซึ่งแน่นอนว่าออกแบบมาเพื่อตอบสนองในเรื่องของการพกพาไปนอกสถานที่ได้อย่างเต็มรูปแบบนั่นเอง นอกจากนั้นในบันเดิลยังมีซอฟต์เคสสุดหรูมาให้อีกด้วย 

ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 41
ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 43
ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 74
ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 60
ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 85
ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 86

Inside / Upgrade

การแกะเครื่องนั้นสามารถทำได้ไม่ยากแต่ก็ไม่ง่ายเสียทีเดียว เพราะงานประกอบค่อนข้างแน่นหนาทีเดียวจากการที่ฝาหลังเป็นโลหะแข็งแรงทนทาน ให้ความยืดหยุ่นพอสมควร อาศัยไขควงรูปดาวขนาดเล็กก็สามารถไขได้แล้ว  ซึ่งหลังจากถอดน็อตทุกตัวเสร็จหมดแล้ว เราสามารถใช้มือค่อยๆ แกะออกที่ละส่วนได้เลย เมื่อเปิดถึงภายในเครื่องแล้วจะเห็นการวางรูปแบบของฮาร์ดแวร์เครื่องนี้ทำได้ดูดีสมกับเป็นโน๊ตบุ๊คระดับมืออาชีพ โดยตามภาพจะเป็นสเปกที่มีแบตเตอรี่ความจุ 4-Cell 66Wh ที่จะเห็นว่าค่อนข้างเต็มพื้นที่ฮาร์ดแวร์ภายในเลยทีเดียว

ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 61

เรื่องระบายความร้อนตัวเครื่องมี Heat Pipe จำนวน 1 เส้น วางพาดชิปประมวลผล ส่วนพัดลมเครื่องนี้ก็มีมาให้ 1 ตัว โดยลมร้อนเป่าออกทางด้านข้างตัวเครื่อง นอกจากนั้นแรมที่ติดตั้งมาขนาด 16GB จะเป็นแบบฝังบอร์ด ทำให้ไม่สามารถอัพเกรดได้ภายหลังตามสไตล์ของโน๊ตบุ๊คบางเบาโดยจะเห็นถึง SSD M.2 NVMe PCIe จำนวน 2 สล็อต โดยเครื่องที่นำมารีวิวนั้นจะใส่เต็มมาแล้ว 1 สล็อต และว่างอยู่ 1 สล็อตทำให้สามารถอัพเกรด SSD ได้ภายหลังอีก 1 ตัวทันทีนั่นเอง รายละเอียดอื่นๆ เราจะเห็นถึงเสาสัญญาณ Wi-Fi แบบ 2 เสาที่ขอบด้านเครื่องด้านหน้าอีกด้วย 

ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 62
ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 63
ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 64

Performance / Software

ASUS ExpertBook B9 ที่ได้รับมารีวิวเป็นสเปกขายจริง สเปก Core i Gen 11 เมื่อตรวจสอบข้อมูลของชิปประมวลผลด้วยโปรแกรม CPU-Z ก็พบว่าข้อมูลขึ้นมาครบถ้วนเลยครับ โดยเลือกใช้ชิป Intel Core i7-1165G7 ที่มี 4 คอร์ 8 เธรดสำหรับการประมวลผล ความเร็วที่ 2.40 – 4.70 GHz มีค่า TDP ในการปลดปล่อยความร้อนสูงสุดแค่ 12W – 28W เท่านั้น ทั้งนี้ก็เนื่องมาจากการใช้สถาปัตยกรรมการผลิตที่ระดับ 10 นาโนเมตร อย่าง Tiger Lake เทคโนโลยีสุดล้ำ SuperFin  อีกทั้งมี AI ช่วยทำงานในตัว 

ที่ต้องบอกว่าสร้างมาตรฐานประสิทธิภาพที่มากกว่าชิปประมวลผลรุ่นก่อนๆ แรงเพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไปมากๆ หรือถ้างานที่ต้องประมวลผลจริงจังก็รองรับได้อย่างสบายๆ ส่วนแรมได้ขนาด 16GB แบบฝังบอร์ด เป็นมาตรฐาน LPDDR4x Bus 4266 MHz ตามเทคโนโลยีของ Intel Core i Gen 11 ที่ผ่านการปรับแต่งให้เหนือชั้น  พร้อมให้ที่เก็บข้อมูล SSD M.2 NVMe PCIe ความเร็วสูง ที่สามารถขับเคลื่อนระบบปฏิบัติการ Windows 10 แบบลื่นไหลอย่างที่สุด ในทุกๆ การทำงาน

c1 3.   c2 3

การ์ดจอเป็นแบบออนบอร์ดรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Intel Iris Xe Graphics ที่ให้พลังในการประมวลผลที่ดีในระดับที่ก้าวกระโดดกว่ารุ่นก่อนๆ อย่างในเรื่องของกราฟิก 2 มิตินั้นก็รองรับได้อย่างสบายๆ หรือถ้าเป็น 3  มิติก็ต้องบอกว่ารองรับการทำงานได้ในระดับเบื้องต้นหรือระดับสูง รองรับการทำงานกับหน้าจอความละเอียดสูงอย่าง 4K / 8K ได้แบบไม่มีปัญหา เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเพิ่มพลังการสร้างสรรค์คอนเทนต์ มองหาความบันเทิง หรือการเล่นเกมเปี่ยมอรรถรส  ประสิทธิภาพที่เรียกได้ว่าใกล้เคียงกับการ์ดจอแยกเลยทีเดียว ซึ่งสามารถเล่นเกม 3 มิติ พอได้บ้าง เดี๋ยวไปดูผลทดสอบกันอีกที

g1 3.   g2 3

สำหรับโปรแกรมทดสอบ CINEBENCH 15 / 20 ที่เน้นในเรื่องของพลังชิปประมวลผล คะแนนก็อยู่ในระดับที่น่าพอใจ เปรียบเทียบกับชิปประมวลผลที่เป็นรหัส U รุ่นก่อนหน้าแล้ว ก็ทำได้ดีกว่าพอสมควร รวมไปถึงตัวการ์ดจอออนชิปเองก็มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในส่วนของงานประมวลผลหนักๆ ได้อย่างสบายๆ ไม่น่าเป็นห่วงนัก รวมไปถึงตัวการ์ดจอเองก็มีประสิทธิภาพสูงเช่นเดิม เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในส่วนของงานประมวลผลหนักๆ ได้อย่างสบายๆ รวดเร็วทันใจแบบสุดๆ สมกับเป็นชิปประมวลผลตัวบนในรุ่นใช้งานเต็มกำลัง และการ์ดจอที่อัพเกรดใหม่ที่เน้นการทำงาน 3 มิติที่ดียิ่งขึ้น

cine15 3.   cine20 3

ตัวเก็บข้อมูลของเครื่องที่เลือกใช้ SSD ของ Samsung ก็ทำผลทดสอบเป็นที่น่าพอใจบนขนาดความจุ 1TB แบบ M.2 NVMe PCIe ระดับสูง แน่นอนว่าเร็วกว่า SSD M.2 SATA 3 แบบทั่วไป ยิ่งเมื่อนำไปใช้เทียบกับฮาร์ดดิสก์แบบจานหมุนแล้วละก็จะเห็นถึงประสิทธิภาพทั้งในด้านการทดสอบและในด้านการใช้งานจริงที่แตกต่างกันอย่างเห็นเห็นได้ชัด เรียกได้ว่าเปิดอะไรปุ๊บก็ติดปั๊บ ที่ต้องบอกว่าความเร็วระดับการอ่านที่ราวๆ 3546 MB/s และเขียนที่ 2798 MB/s เป็นระดับความเร็วในการเขียนอ่านทำงานโดยรวมที่น่าประทับใจ จัดว่าเป็น SSD M.2 NVMe PCIe ระดับสูงที่ความเร็วดีมากๆ

ssd 3

การทดสอบประสิทธิภาพกับโปรแกรม PCMark 10 Advance ซึ่งสามารถทำคะแนนการทดสอบรวมได้มากถึง 4,890 คะแนน ถือได้ว่าในส่วนของการใช้งานทั่วไปโดยรวมนั้นสอบผ่านแบบสบายๆ ทั้งในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร งานตกแต่งรูปภาพ รวมถึงงานตัดต่อวิดีโอ  จากการที่เป็นโน๊ตบุ๊คใช้ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 + Iris Xe Graphics ทำให้รองรับการใช้งานที่หลากหลายและเปิดโปรแกรมได้มากมายอีกด้วย จากการที่ติดตั้งแรมมาขนาด 16GB

pc10 3

ทดสอบเกมได้คะแนนและเฟรมเรมในการเล่นเกมทำออกมาน่าสนใจมากๆ โดยเฉลี่ยของเฟรมเรท (FPS) จากทั้ง 3 เกมออนไลน์ เกมที่ได้ทดสอบมีค่าเฟรมเรทเฉลี่ยค่อนข้างลื่นไหล น่าประทับใจทีเดียว เมื่อเทียบกับโน๊ตบุ๊คที่ไม่ได้เน้นเล่นเกมมาก ซึ่งตรงนี้ก็สามารถชี้วัดความสามารถในการเล่นเกมที่กราฟิกละเอียดๆ และภาพสวยๆ ได้ลื่นไหลเป็นอย่างดีเลย สำหรับเกมออนไลน์ ยอดนิยม 3 แนวอย่าง DOTA 2 ปรับ Best / Overwatch ปรับ Low / PUBG ปรับ Low ที่ความละเอียด Full HD  

เริ่มจาก DOTA 2 ก็จัดการทดสอบแบบปรับสุดหมด ซึ่งเป็นความละเอียดที่จะสามารถเล่นให้ลื่นได้ สำหรับรายละเอียดภาพอื่นๆ ก็เรียกได้ว่าเปิดทุกอันเฟรมเรทที่เฉลี่ยที่ 68 แต่ฉากตะลุมบอนกันก็เฟรมเรทลดลงไปที่ 34 และในส่วนของเกม Overwatch / PUBG ที่ปรับ Low ทดสอบแล้วจะมีเฟรมเรทเฉลี่ยอยู่ที่ 63/46 ซึ่งต่ำสุดอยู่ที่ 45/23 เฟรมเรท ก็ทำออกมาได้ลื่นไหลกว่าที่คาดไว้พอตัว อย่างไรก็ตามด้วยตัวเครื่องที่บางเบาสุดๆ ทำให้เป็นข้อจำกัดอยู่บ้าง

ASUS ExpertBook B9 i7 1165G7

นอกจากนี้ยังมีในส่วนของซอต์ฟแวร์ที่จะเป็นตัวช่วยในการใช้งานของเราอีกด้วยอย่าง MyASUS (โดยเปิดเครื่องมาเจอเลยพร้อมมี Hotkey ให้กดใช้งาน) ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสเปกภายใน หรือเช็คสถานะการทำงานส่วนต่างๆ ของเครื่อง รวมไปถึงยังสามารถ ตรวจเช็คสถานะเครื่องกับข้อมูลแคชต่างๆ ก็ทำการลบทิ้งได้ตรงนี้เลย หรือเช็คอัพเดทซอฟ์ตแวร์และไดร์เวอร์ต่างๆ ของเครื่องก็สามารถทำผ่านตรงนี้ได้เช่นกัน

รวมไปถึงโหมดพัดลมและโปรไฟล์สีการแสดงผล นอกจากนี้ยังพิเศษด้วย ฟังก์ชั่น “Link to MyASUS” เป็นฟังก์ชันในซอฟต์แวร์ MyASUS เวอร์ชันล่าสุด โดยสามารถเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือกับ ASUS ExpertBook B9 ได้อย่างไร้รอยต่อ สามารถถ่ายโอนไฟล์ URL การแจ้งเตือน อ่าน รับ และส่งข้อความบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ทั้งหมดได้บนโน๊ตบุ๊คได้เลย

myasus

โดดเด่นด้วย Trusted Platform Module (TPM) เพิ่มความปลอดภัยสูงสุดด้วยการเข้ารหัสข้อมูลต่างๆ ก่อนบันทึกลงพื้นที่จัดเก็บของเครื่อง ผ่านการใช้งาน ASUS Business Manager ชุดโปรแกรมอรรถประโยชน์ เพื่อการบำรุงรักษาตัวเครื่อง และซอฟต์แวร์ภายในได้อย่างมี ประสิทธิภาพ สามารถบริหารจัดการตัวเครื่องแบบรวมศูนย์ รวมทั้งสนับสนุนการควบคุมจากระยะไกล อีกทั้งยังสามารถควบคุมพอร์ต USB แบบเบ็ดเสร็จ โดยการตั้งค่าหรือล็อกอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับ USB เพื่อความปลอดภัยเมื่อเชื่อมต่อกับตัวเครื่องอย่างที่ทำไม่ได้ในรุ่นทั่วๆ ไปนั่นเอง

bus

Battery / Heat / Noise

ทดสอบการใช้งานแบตเตอรี่ซึ่งเป็นแบบฝังไว้ในเครื่องเหมือนกับโน๊ตบุ๊คหลายรุ่น แบ่งออกเป็น 2 สเปก คือ 2-Cell 33Wh / 4-Cell 66Wh โดยเครื่องรีวิวนี้เป็นสเปก 4-Cell 66Wh สามารถใช้งานจริงต่อเนื่องยาวนานได้ประมาณ 15 ชั่วโมงขึ้นไป จนไปถึง 20 ชั่วโมงทีเดียว ผ่านการทดสอบดู Youtube ทาง Microsoft Edge และในการใช้งานแบบปกติ (ดูภาพยนตร์และเล่นอินเตอร์เน็ต) และคาดว่าจะระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่จะเปลี่ยนแปลงตามการใช้งานของแต่ละคน โดยอาจจะขึ้นอยู่กับหลายๆ ตัวแปร

batt 3

แน่นอนว่าในการทดสอบครั้งนี้ก็ได้ปรับเป็น Power Saver Mode พร้อมปรับแสงสว่างและรดับเสียงเหลือ 10% ซึ่งแม้รุ่นแบตเตอรี่จะใช้งานได้ไม่ยาวนานเท่ากับที่เคลมไว้ แต่ก็ถือว่ายาวนานกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปเยอะอยู่ดี อีกทั้งด้วยเทคโนโลยีการชาร์จเร็วช่วยให้เราสามารถชาร์จแบตเตอรี่จาก 0-60% ได้ภายในเวลาเพียง 39 นาที ผ่านการชาร์จด้วยอะแดปเตอร์ USB-C ขนาด 65Watt ที่ให้มา หรือจะซื้อของแบรนด์อื่นๆ ที่ได้มาตรฐาน มาใช้งานร่วมกันก็ได้ แน่นอนว่าชาร์จผ่าน Power Bank ที่เป็นมาตรฐาน PD ได้เช่นกัน

batt2

อุณหภูมิปกติของเครื่องจะอยู่ที่ 40 – 60 องศาเซลเซียส แต่พอรีดประสิทธิภาพเต็มที่จะเห็นว่าชิปประมวลผลจะร้อนที่สุดที่ 100 องศาเซลเซียส นับว่าระบบระบายความร้อนของ ASUS ExpertBook B9 เครื่องนี้ทำออกมาได้ดีแล้วล่ะ เทียบกับโน๊ตบุ๊คสายทำงานสเปกแรงๆ หลายๆ รุ่น นับว่าพัดลมตัวเดียวถือว่าน่าประทับใจในระดับนึงเพราะร้อนไม่เกิน 100 องศาเซลเซียส (เพราะถ้าเกินระบบจะลดความเร็วชิปประมวลผลลงมา) ซึ่งนั่นน่าจะเป็นเพราะชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 ที่ 10 นาโนเมตร ที่ดีขึ้นกว่า Gen ก่อนๆ โดยรวมแล้วก็สามารถใช้งานแบบไร้กังวล ประสิทธิภาพดีไม่มีอาการหน่วงเลย

temp2

Conclusion / Award

มีความน่าสนใจจริงๆ สำหรับโน๊ตบุ๊คปี 2021 สายทำงานระดับมืออาชีพหน้าจอ 14″ สเปก Core Gen 11 แพลตฟอร์ต Intel EVO จัดเต็มอีกหนึ่งรุ่นในทุกๆ มิติ ที่เชื่อว่าทุกๆ คนให้ความสนใจอย่าง ASUS ExpertBook B9 ที่ต่อยอดความสำเร็จตระกูล ASUS กลุ่มเน้นใช้งานองค์กรหรือภาคธุรกิจ ได้เป็นอย่างดีมาพร้อมความสมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของดีไซน์การออกแบบ ภาพลักษณ์ วัสดุ งานประกอบ รวมไปถึงสเปคประสิทธิภาพและประสบการณ์ใช้งาน

สมกับเป็นโน๊ตบุ๊ค Commercia ของทาง ASUS บางเพียง 14.9 มิลลิเมตร เบาที่สุดที่ 880 กรัมเท่านั้น (หนักกว่ารุ่นก่อน 10 กรัม) แต่รุ่นที่เรารีวิวก็นับว่าเบาไม่ต่างกันที่ 1.005 หิโลกรัม ซึ่งมาพร้อมดีไซน์ดูเรียบๆ เน้นภาพลักษณ์ที่ดูภูมิฐาน แต่ว่าได้ประสิทธิภาพขั้นสูง รองรับทุกๆ การใช้งาน (ที่ไม่ใช่การเล่นเกมเป็นหลัก) โดดเด่นด้วยฟีเจอร์ NumberPad 2.0 ที่เปลี่ยนทัชแพดเป็นแป้นตัวเลขได้อีกด้วย ซึ่งถ้าใครใช้งานบ่อยๆ อย่างงานสาย Finance น่าจะชื่นชอบกัน

ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 25

สเปกของ ASUS ExpertBook B9ใช้ชิปประมวลผล Intel Core i7-1135G7 ซึ่งแน่นอนว่าให้ทั้งความแรงและใช้งานได้ยาวนาน เป็นสถาปัตยกรรม Intel Core i Gen 11 (Tiger Lake) รุ่นล่าสุด ที่เป็นเทคโนโลยีการผลิตที่ 10 นาโนเมตร การ์ดจออนชิปดีที่สุดอย่าง Intel Iris Xe Graphics โดยรวมอื่นๆ ก็ดีไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งแรมมาขนาดใหญ่ 16GB อีกทั้งยังใส่ SSD M.2 มาตรฐานความเร็วสูง ที่ความจุ  1TB

เหลือเฟือกับการใช้งานทั่วๆ ไป หรืองานหนักๆ หรืองาน 3 มิติที่ไม่ซับซ้อนมาก รวมไปถึงเล่นเกมออนไลน์ก็รองรับได้แบบสบายๆ เน้นเรื่องของการใช้งานพื้นฐานและการพกพาไปใช้งานนนอกสถานที่เป็นหลัก แบบแทบไม่ต้องพกพาอแดปเตอร์เลย หรือจะชาร์จไฟจริงๆ ก็รองรับเป็น USB PD ซึ่งตัวอแดปเตอร์ติดเครื่องเองก็ชาร์จไฟได้ทั้ง มือถือ และ Gadget อื่นๆ ได้ทั้งหมด

ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 50

รวมถึงหน้าจอก็มีดีไซน์ที่บางเฉียบเป็นพาเนล IPS คุณภาพสูง ที่ความละเอียด Full HD แบบจอด้านเรียบเนียนตา พร้อมติดตั้งกล้องเว็บแคมและมีไมค์ดิจิตอลในตัวแบบ 4 ตัว ที่มีฟีเจอร์การลดเสียงรบกวน ซึ่งน่าจะตอบโจทย์คนใช้งาน VDO Call ตามบริษัทองค์กรต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญมีกล้องอินฟราเรด IR 3D Camera และ Fingerprint ที่สามารถใช้งานร่วมกับ Windows Hello และได้ Proximity sensor เสริมความปลอดภัยยิ่งขึ้นไปอีก

เรียกได้ว่าให้ประสบการณ์ใช้งานที่เหนือชั้นมากกว่าโน๊ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ ชัดเจน ในเรื่องของความสะดวกและปลอดภัย อีกทั้งความทนทานก็จัดเต็มเพราะตัวเครื่องด้วยเกรดมาตรฐานที่ใช้ในกองทัพสหรัฐอเมริกา MIL–STD 810H US Military Standard  และผ่านการทดสอบความแข็งแรงตามมาตรฐานของ ASUS เพื่อความมั่นใจเต็มเปี่ยมในทุกสภาพแวดล้อม อย่างที่โน๊ตบุ๊คที่เน้นการพกพาบางเบาควรจะมีทุกรุ่น

ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 55

การออกแบบดีไซน์ของ ASUS ExpertBook B9 ที่ดูแล้วเรียบหรูและใช้วัสดุคุณภาพดีตลอดทั้งตัวเครื่อง งานประกอบก็เรียบร้อย มิติตัวเครื่องก็เล็กกระชับบางเบา พกพาสะดวก แบตใช้งานได้ยาวนานสูงสุด 15 – 20 ชั่วโมง โดดเด่นด้วย ErgoLift ที่ยกตัวเครื่องพร้อมความทนทานระดับทางทหาร รองรับงานทั่วไปลื่นไม่มีสะดุด หรืองานหนักๆ ประมวลผลเยอะ เปิดหลายๆ โปรแกรมก็เอาอยู่

ส่วนเรื่องของความปลอดภัยอื่นๆ แบบใช้งานในองค์กรก็ครบเครื่องครบครัน ตามสไตล์โน๊ตบุ๊คระดับมืออาชีพเน้นใช้งานในองค์กร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ Webcam Shield เพียงเลื่อนเว็บแคมเก็บเข้าที่ เพื่อหยุดการทำงานของเว็บแคม และ Trusted Platform Module (TPM) เก็บรหัสผ่านและการเข้ารหัสเพื่อเพิ่มความปลอดภัยสูงสุด รวมถึงตั้งค่าควบคุมพอร์ตต่างๆ ในการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ภายนอกได้อีกด้วย

ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 65

การรับประกันก็เหนือชั้นกว่าตามมาตรฐานของ ASUS ทั่วไปอีกด้วย เพราะได้การรับประกันเป็นแบบ On-site Serice ซ่อมฟรีถึงบ้าน ยาวนานถึง 3 ปี ที่สำคัญเป็นแบบทั่วโลก รวมไปถึงในปีแรกแค่เราลงทะเบียนก็จะได้ประกันอุบัติเหตุในปีแรก อย่าง ASUS Premium Care แล้ว (ต้องซื้อและเปิดใช้งานภายใน 90 วันนับจากวันที่ซื้อผลิตภัณฑ์) ถือว่าได้มีจุดเด่นที่ชัดเจน ทำให้เราได้ตัดสินใจเลือกซื้อได้ง่ายยิ่งขึ้น

โดย ASUS ExpertBook B9 (B9000) เน้นเข้ามาบุกตลาดระหว่างองค์กร, ธุรกิจขนาดกลาง และกลุ่มครีเอเตอร์มืออาชีพ ชูจุดแข็งเรื่องดีไซน์เครื่อง ความบางเบา และประสิทธิภาพการทำงานขั้นสูง หรือถ้าคนทั่วไปอยากได้โน๊ตบุ๊คบางเบามาตรฐานสูงก็สามารถหาซื้อมาใช้งานเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ยังมี ASUS ExpertBook รุ่นอื่นๆ อีก ทั้งขนาดหน้าจอ 14″ / 15.6″ ที่ราคาถูกกว่า ใครสนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/2Lvdm9j

Award

โดยในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับเครื่องในกลุ่มของโน๊ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 14 นิ้วด้วยกัน ซึ่ง ASUS ExpertBook B9 (B9400) ก็ได้รางวัลต่างๆ ดังนี้

Best Mobility

ปัจจัยสำคัญของด้านของพกพา เพราะเบาสุดเพียง 880 กรัม อีกทั้งมีขนาดมิติตัวเครื่องที่เล็กกะทัดรัดมากๆ แบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานกว่า 15 – 20 ชั่วโมง อีกทั้งชาร์จไฟผ่านทาง USB-PD ได้ และการเชื่อมต่อแบบไร้สายที่ครอบคลุม ซึ่งตอบโจทย์ทั้งสามด้านได้อย่างครบถ้วนครับ กับตัวเครื่องบางเบา ทำให้เป็นโน๊ตบุ๊คที่เหมาะมาก ๆ สำหรับการพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ มีความแข็งแกร่งอีกด้วย จากการใช้วัสดุที่ผ่านการทดสอบความทนทานตามมาตรฐานระดับกองทัพ เพื่อความมั่นใจเต็มเปี่ยมในทุกสภาพแวดล้อม สมกับเป็นโน๊ตบุ๊คสายทำงานจริงจัง  ดังนั้นจึงหายห่วงเรื่องความทนทานได้เลย 

NBS award 4 Mobility 

Best Design

ดีไซน์โดยรวมมีความโดดเด่นเรื่องสีสัน Star Black สีดำพื้นผิวแบบด้านมีพื้นผิวไม่เรียบ ให้ความรู้สึกดวงดาวเต็มท้องฟ้าในยามค่ำคืน รวมถึงหน้าจอขอบบางแบบ NanoEdge ที่ทำให้สามารถใช้งานจอขนาด 14″ ภายในตัวเครื่องที่มีขนาดเล็กกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปที่ใช้จอขนาดเดียวกัน ให้มิติที่เล็กกระชับลงกว่าเดิม  ไปจนถึงบานพับ ErgoLift ที่ช่วยเสริมประสบการณ์การใช้งานได้เป็นอย่างดี เพิ่มสีสันให้กับรายละเอียดรอบนอกเครื่องแบบโค้งมน ดูแล้วเรียบหรูตามสไตล์คนเน้นทำงานระดับมือาชีพหรือองค์กร และที่สุดก็คือวัสดุที่เหนือชั้นกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปชัดเจนอย่าง “แมกนีเซียมลิเทียมอัลลอย” (Magnesium Lithium Alloy) 

NBS award 7 Design

Best Performance

จัดเต็มด้วยฟีเจอร์จริงๆ ระดับสูงที่ถือว่าเป็นโน๊ตบุ๊คบางเบาราคา 4x,xxx บาท ที่แรงลื่นน่าใช้งาน ที่มาพร้อมสเปคอย่างชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 สถาปัตยกรรม Tiger Lake รวมถึงมีแรม 16GB LPDDR4x Bus 4266MHz และฮาร์ดดิสก์แบบ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 1TB ซึ่งมี 3D IR Camera , Fingerprint และฟีเจอร์ความปลอดภัยอื่นๆ ระดับมืออาชีพ ซึ่งหาไม่ได้ในโน๊ตบุ๊คตามท้องตลาดทั่วไปแน่นอน ช่วยให้ประสบการณ์ใช้งานที่ดีเยี่ยม เป็นโน๊ตบุ๊คหน้าจอ 14″ ที่บางเบาที่สุดในโลกรุ่นหนึ่ง เหมาะกับการใช้งานทั่วไปเน้นหลากหลาย ดีไซน์ก็พรีเมียม เรียกได้ว่าหาได้ยากสำหรับโน๊ตบุ๊คบางเบาแบบนี้

award new performance 

 

from:https://notebookspec.com/web/592924-review-asus-expertbook-b9-b9400-core-i7

Acer Promotion 2021 ต้อนรับเปิดเทอม ราคาพิเศษ + Cashback ทั้ง Aspire 3, 5 / Swift 3, 5 / Nitro 5 พร้อมโปรผ่อน 0% 10 เดือน

Acer Promotion 2021 โปรสุดป๊อปต้อนรับเปิดเทอม กับส่วนลดสุดพิเศษและรับ Cashback พร้อมโปรโมชั่นผ่อน 0% นาน 10 เดือน เมื่อซื้อผลิตภัณฑ์ Acer ที่ร่วมรายการ ไม่ว่าจะเป็น Aspire 3, 5 / Swift 3, 5 / Nitro 5 และลงทะเบียนผ่านเฟซบุ๊กเพจ Acer Thailand ตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน ถึง วันที่ 31 พฤษภาคม 2564 ง่ายๆ เพียงเท่านี้เอง โดยรายละเอียด Acer Promotion 2021 รุ่นต่างๆ ตามภาพด้านล่างนี้เลย

Acer Promotion 2021

ยกขบวนสินค้าไอทีรุ่นเด็ด จาก Acer Promotion 2021 สเปคโดนใจ ทั้งโน๊ตบุ๊คที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ในตระกูล Aspire, โน๊ตบุ๊คเล่นเกมลื่นทำงานด้วย Nitro 5 โน๊ตบุ๊คเรียบหรูบางเบาในตระกูล Swift โน๊ตบุ๊คที่ให้อิสระในการใช้งาน ไปจนถึง AIO ที่เป็นคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะสเปกลื่นไหนเน้นใช้งานภายในบ้าน รวมไปถึงมีอุปกรณ์รุ่นใหม่ๆ มากมาย อาทิ โปรเจคเตอร์ และเครื่องฟอกอากาศ 

มาให้เลือกสรรเป็นอุปกรณ์คู่ใจรับเปิดเทอม พร้อมสิทธิพิเศษมากมายเมื่อซื้อผลิตภัณฑ์ Acer ทุกรุ่น และลงทะเบียนสินค้าผ่าน Facebook/AcerThailand ซึ่งนอกจาก Acer Promotion 2021 อีกทั้งทีมงาน NotebookSPEC เราจะมาแนะนำ Acer Notebook 5 รุ่นน่าซื้อ อย่างในรุ่น Aspire 3, 5 / Swift 3, 3x, 5 / Nitro 5 สเปกเป็น Intel Core i Gen 10 / Core i Gen 11 ด้วย จะมีรายละเอียดอย่างไรบ้างไปชมกันต่อเลย

Acer Promotion 2021 รวม 6 Notebook น่าซื้อ


Acer Promotion 2021

Acer Promotion 2021

Acer Promotion 2021

Acer Promotion 2021

Acer Aspire 3 A315-57G ราคา 18,990 บาท Cashback 500 บาท

Acer Aspire 3 A315-57G จัดว่าเป็น Acer Promotion 2021 สเปกชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10 อย่าง Core i5-1035G1 ทำงานแบบ 4 Core 8 Thread ความเร็ว 1.00GHz (เร่งไปได้สูงสุดที่ 3.6GHz) โดยเป็นโน๊ตบุ๊คหน้าจอ 15.6″  ซึ่งมีความเบาของตัวเครื่อเพียง 1.9 กิโลกรัม ดีไซน์การออกแบบก็มีความสวยงามลงตัว เน้นในเรื่องของความครบครันคุ้มค่ากับราคาที่จ่ายงบหมื่นกว่าบาท ถูกสุดเริ่มต้นที่ 18,990 บาท ที่บอกเลยว่าไม่แพงเลย เมื่อเทียบกับสิ่งที่ได้กลับมา

โดยได้สเปกที่ครบครันสำหรับการใช้งานพื้นฐาน การ์ดจอแยกเป็น NVIDIA GeForce MX330 แรมให้มาที่ 8GB DDR4 พร้อม SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB แรงลื่นในตัว และระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home สำหรับเป็นแบบประกัน 2 ปี มีบริการซ่อมด่วนใน 3 ชั่วโมงด้วย เหมาะกับนักเรียน นักศึกษา คนทำงาน ที่เอาไปใช้งานทั่วไปตัวเดียวจบ รองรับงานเอกสาร ความบันเทิง เล่นอินเตอร์เน็ต ดูหนังออนไลน์ หรือเล่นเกมเบาๆ ก็ยังพอได้ แต่พกพาไปที่นู้นที่นั่นบ่อยๆ ซึ่งรองรับการทำงานได้ยาวนานกว่าโน๊ตบุ๊คปกติ ทำให้เราสามารถพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้อย่างสบายๆ

A315 57G bk

ด้านการออกแบบดีไซน์ของ Acer Aspire 3 A315-57G รุ่นนี้จะมาในสไตล์เรียบๆ ได้หน้าจอแบบขอบจอบาง โดยลักษณะรวมแล้วเป็นสีดำเทาๆ แบบด้านและมีลักษณะพื้นผิวแบบเรียบๆ แต่ดูดี มาพร้อมสเปกและประสิทธิภาพการใช้งานที่ครบครันด้วยสเปกใหม่ล่าสุด ในงบประมาณการเลือกซื้อที่ไม่แพงจนเกินไป ด้านการออกแบบดีไซน์ใหม่นี้จะมาในสไตล์เรียบง่ายแต่มีความสวยงามดูดีเกินราคา โดดเด่นจากการที่เป็นโน๊ตบุ๊คหน้าจอขนาด 15.6″ ที่สามารถกางหน้าจอได้สุดถึง 180 องศา

Acer Aspire 3 A315-57Gจัดว่าเป็นโน๊ตบุ๊คเน้นคุ้มค่าขนาดหน้าจอ 15.6″ ที่มีพอร์ตเชื่อมต่อที่ครบครันประมาณนึง ไม่ว่าจะเป็น 2 x USB 3.1 Type-A, 1 x USB 2.0, HDMI, Lan RJ45 และรูหูฟังกับไมค์แบบ Combo เรียกได้ว่าพอเพียงกับการใช้งานทั่วไปอย่างแน่นอน  แต่ก็น่าเสียดายที่ไม่มี USB 3.1 Type-C เลย น่าจะให้มาซัก 1 พอร์ต ส่วนการเชื่อมต่อไร้สายอย่างรองรับทั้ง Bluetooth 4.2 และอินเตอร์เน็ตไร้สายมาตรฐาน Wi-Fi AC

A315 57G f

Acer Aspire 3 A315-57G-50TZ ราคา 18,990 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i5-1035G1 (4C/8T : 1.00 – 3.60GHz)
  • GPU : Intel UHD Graphics + MX330
  • RAM : 8GB DDR4 3200 MHz 
  • DISPLAY: 15.6″ TN Full HD
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Warranty : 2 Years Carry-in

Acer Aspire 5 A514-54 ราคา 16,990 บาท

Acer Aspire 5 A514-54 อีกหนึ่ง Acer Promotion 2021 ราคาประหยัด ดีไซน์เด่น เน้นความคุ้มค่า ขนาดหน้าจอ 14″ Full HD พาเนล IPS สวยงาม สเปกภายในเป็นชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 ที่แรงลื่น จากเทคโนโลยี 10 นาโนเมตร สถาปัตกรรม Tiger Lake เน้นประหยัดพลังงาน พร้อมมี AI ในตัว อีกทั้งได้แรมและที่เก็บข้อมูลพร้อมใช้งานทันที ด้วยราคาที่ไม่แพง แต่ประสิทธิภาพดี ที่สำคัญได้ Windows 10 แท้ และโปรแกรม Office Home & Student 2019 ทำให้ใช้งาน Word / Excel / Power Point ไปใช้งานติดเครื่องไปฟรีๆ ด้วย 

Acer Aspire 5 A514-54 ตอนนี้มีสเปกเพียง 1 สเปกเท่านั้น แต่มีให้เลือกถึง 5 สีสัน ใช้ชิปประมวลผล Intel Core i3-1115G4 พร้อมมีรุ่นการ์ดจอออนชิป Intel UHD Graphics รุ่นใหม่ ได้แรมขนาด 8GB DDR4 Bus 3200 MHz พร้อม SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB รองรับการใส่ HDD SATA 3 เพิ่ม สนนราคาเริ่มต้นที่ 16,990 บาท ได้ประกันเป็น 2 ปี ที่สำคัญมีบริการซ่อมด่วนใน 3 ชั่วโมงเมื่อส่งศูนย์ พร้อมมีเครื่องสำรองให้ใช้งานอีกด้วย

A514 54 blue bk

Acer Aspire 5 ในเรื่องของการดีไซน์มีความทันสมัย พร้อมสีสันสวยงาม ตามยุคสมัยของโน๊ตบุ๊คปี 2021 ที่เน้นมิติตัวเครื่องที่เล็กกระชับ ด้วยขอบหน้าจอที่บางลง พร้อมตัวเครื่องมีความบางที่ 17.95 มิลลิเมตร ที่ความเบาเพียง 1.45 กิโลกรัมเท่านั้น โดยใช้วัสดุประกอบหลักเป็นพลาสติกและโลหะซึ่งทำให้ตัวเครื่องมีน้ำหนักเบาและแข็งแรง และบางดูเผินๆ ก็แอบคล้าย Acer Swift 3 / Swift 5 เหมือนกัน ซึ่งส่งผลให้ดีไซน์โดยรวมดูแล้วเรียบง่าย ไม่หวือวา ไม่สะดุดตานัก พร้อมมียางรองด้านหลังช่วยยกตัวให้สูงขึ้น

ฝาหลังมาพร้อมกับหลากหลายสีสันมีความเป็นทูโทน ไม่ว่าจะเป็น ดำ Charcoal black / ฟ้า Gracier Blue / เงิน Pure Silver / ทอง Safari Gold และชมพู Sakura Pink ดูมีความพรีเมียมดูดีกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปในราคาใกล้เคียงกัน พร้อมโลโก้ Acer สีเงินตรงกลางตามมาตรฐาน สำหรับขอบตัวเครื่องมีความโค้งมนเพื่อความสวยงาม ส่วนด้านในตัวเครื่องจะเป็นวัสดุพลาสติกที่จะเป็นสีเงินสีเดียวเท่านั้น และสำหรับการอัพเกรดแรมก็ทำได้ทันที จากการที่มีแรม 4GB ออนบอร์ดมาแล้ว และมีสล็อตแรมว่างอีก 1 แถวพร้อมใช้งาน

A514 54 blue f

Acer Aspire 5 A514-54-36HR ราคา 16,990 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i3-1115G4 (2C/4T : 3.00 – 4.10GHz)
  • GPU : Intel UHD Graphics
  • RAM : 8GB DDR4 3200 MHz 
  • DISPLAY: 14″ IPS Full HD
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Software : Office Home & Student 2019
  • Warranty : 2 Years Carry-in

Acer Swift 3 SF314-57 ราคา 16,990 บาท Cashback 500 บาท

Acer Swift 3 อีกหนึ่ง Acer Promotion 2021 ได้สเปกเป็นชิปประมวลผล Intel Core i3-1005G1 (1.20 GHz, 4 MB L3 Cache up to 3.40 Ghz) ทำงานแบบ 2 คอร์ 4 เธร์ดที่เพียงพอกับงานทั่วไปราคา 16,990 บาท ที่เป็นชิปประมวลผลสถาปัตยกรรม Ice Lake เทคโนโลยีที่ 10 นาโนเมตร ที่เล็กและร้อนน้อยกว่าเดิม เพิ่มเติมด้วย AI มาช่วยการประมวลผลให้ดียิ่งขึ้น ส่วนการ์ดจอออนชิปก็เป็นรุ่นใหม่ Intel UHD Graphics G1 เช่นกัน

ส่วนสเปกอื่นๆ ได้แรม 4GB DDR4 2400MHz และ SSD PCIe ความจุ 256GB หน้าจอขนาด 14″ แบบด้านเป็นพาเนล IPS ความละเอียด Full HD แบบจอด้านลดแสงสะท้อน พร้อมได้มุมมองที่กว้างและสีสันสดใส พร้อมระบปฏิบัติการ Windows 10 Home แท้ใช้งานได้ทันที ซึ่งโดยรวมแล้วรองรับการใช้งานทั่วไปได้สบายๆ และลื่นไหลแน่นอน

Swift%203%20SF314 57%20P bk

ส่วนเรื่องของพอร์ตเชื่อมต่อนั้นก็ยังมีพอร์ตมาตรฐานซึ่งมาให้ค่อนข้างครบ Thunderbolt 3 (เป็น USB 3.1 Type-C + DisplayPort + Power Delivery), USB 3.1 Type-A, USB 2.0 Type-A, HDMI สำหรับเชื่อมต่อจอภายนอก ที่สำคัญยังมาพร้อม Dual-Band Intel Wi-Fi 6 (GIG+) 802.11ax ที่แรงขึ้น 3 เท่า และการเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth 5.0 ใหม่ล่าสุด

Acer Swift 3 ใช้วัสดุประกอบหลักเป็นอลูมิเนียมอัลลอยด์คุณภาพดีให้สัมผัวใกล้เคียงกับรุ่นปีอย่าง Acer Swift 5 โดยสีสันเป็น Millennial Pink หรือ Glacier Blue  ซึ่งทั้งตัวเครื่องให้ความบางเบาแต่แข็งแรง มาพร้อมราคาที่คุ้มค่ากว่ารุ่นเดิมส่งผลให้ดีไซน์โดยรวมดูแล้วมีความเรียบหรูกว่าราคาไปมาก โดยมาพร้อมกับบางเพียง 15.9 มิลลิเมตร และมีน้ำหนักเพียง 1.19 กิโลกรัมเท่านั้น 

Swift%203%20SF314 57%20Blue c

Acer Swift 3 SF314-57-33UW ราคา 16,990 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i3-1005G1 (2C/4T : 1.20 – 3.40GHz)
  • GPU : Intel UHD Graphics
  • RAM : 4GB DDR4 3200 MHz 
  • DISPLAY: 14″ IPS Full HD
  • STORAGE : 256GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Warranty : 2 Years Carry-in

Acer Swift 3X SF314-510G ราคา 26,990 บาท

Acer Swift 3x SF314-510G เป็นหนึ่งใน Acer Promotion 2021 ที่น่าสนใจมากๆ โดยมาพร้อมสเปกใช้ชิป Intel Core i Gen 11 Tiger Lake สถาปัตยกรรม 10nm SuperFin มี AI ช่วยทำงานในตัว ใช้การ์ดจอออนชิปตัวพิเศษที่แรงที่สุดอย่าง Intel Iris Xe Max (DG1) ซึ่งตอนนี้มีอยู่เพียงสเปกเดียวคือ Core i5-1135G7 ที่ทำงานแบบ 4 คอร์ 8 เธรด ที่ความเร็วสูงสุด 4.2 GHz รองรับการทำงานหนักๆ แบบมืออาชีพได้สบายๆ

มาพร้อมหน้าจอ 14″  หน้าจอความละเอียด FullHD พาเนล IPS แบบจอด้าน โดยมีน้ำหนักเพียง 1.37 กิโลกรัมเท่านั้น ส่วนสเปกอื่นๆ ก็ครบครันทั้งแรมขนาด 8GB DDR4 Bus 3200MHz และ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB รองรับการทำงานที่เต็มที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นงานเอกสาร ความบันเทิง หรืองานประมวลผลหนักๆ ก็พอได้เลย ได้ประสิทธิภาพที่สูง 

Swift%20x3%20Blue bk

เรียกได้ว่า Acer เสนอ Acer Swift 3x ซึ่งเป็นโน๊ตบุ๊คบางเบารูปแบบใหม่อย่าง Ultrabook มาสู่ท้องตลาด ไม่ใช่แค่บางเบาแบบสุดๆ แต่ยังได้ยกระดับการใช้งานได้สเปกที่แรงลื่นขึ้นจากการที่เป็น Intel Core i Gen 11 Tiger Lake โดดเด่นด้วยได้พอร์ต Thunderbolt 4 ที่ดีที่สุดโอนไฟล์ไว ชาร์จไฟได้ ต่อจอแยกก็ได้ สนนราคา 26,990 บาท

สำหรับตัวเครื่อง Acer Swift 3x วัสดุเป็นอลูมิเนียมคุณภาพสูง ตัวเครื่องบางเบาพกพาสะดวกด้วยน้ำหนักเพียง 1.37 กิโลกรัม ขนาดบางเฉียบ มีสีสันให้เลือกอีก 2 สี  Safari Gold / Steam Blue ที่ส่งเสริมภาพลักษณ์ที่โดดเด่นและแตกต่างไม่ซ้ำใคร แบตเตอรี่ใช้งานยาวนานสามารถชาร์ตได้อย่างรวดเร็ว สามารถใช้งานได้ถึง 4 ชั่วโมงในการชาร์ต 30 นาที หรือถ้าชาร์จแบตเตอรี่เต็มๆ 100% ก็จะสามารถใช้งานได้ 17.5 ชั่วโมงทีเดียว 

Swift%20x3%20Blue l

Acer Swift 3X SF314-510G-51EP ราคา 26,990 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i5-1135G7 (4C/8T : 2.40 – 4.20GHz)
  • GPU : Intel Iris Xe Max Graphics
  • RAM : 8GB LPDDR4x Bus 4266 MHz 
  • DISPLAY: 14″ IPS Full HD
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Software : Office Home & Student 2019
  • Warranty : 2 Years Carry-in

Acer Swift 5 SF514-54GT ราคา 28,990 บาท Cashback 1,000 บาท

Acer Swift 5 SF514-54GT อีกหนึ่ง Acer Promotion 2021 สเปกใช้ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10 อย่าง Core i5-1035G1 พร้อมการ์ดจอแยกเป็น NVIDIA GeForce MX350 มาพร้อมหน้าจอ 14″ Full HD พาเนล IPS เกรดสูง มีน้ำหนักเพียง 990 กรัมเท่านั้น ส่วนสเปกอื่นๆ ก็ครบครันทั้งแรมขนาด 8GB LPDDR4X แบบออนบอร์ด และที่เก็บข้อมูลเป็น SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB รองรับการทำงานที่เต็มที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นงานเอกสาร ความบันเทิง  แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน 10 ชั่วโมง +

ได้ระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home ทำงานพื้นฐานได้แบบสบายๆ สนับสนุนการทำงานร่วมกับโปรแกรมต่างๆ เรื่องของพอร์ตเชื่อมต่อนั้นก็ยังมีพอร์ตมาตรฐานซึ่งมาให้ค่อนข้างครบ เช่น Thunderbolt 3 (เป็น USB 3.1 Type-C + DisplayPort + Power Delivery), USB 3.1 Type-A, USB 2.0 Type-A, HDMI สำหรับเชื่อมต่อจอภายนอก ที่สำคัญยังมาพร้อม Dual-Band Intel Wi-Fi 6 (GIG+) 802.11ax ที่แรงขึ้น 3 เท่า และการเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth 5.0 

Swift%20SF514 54%20Blue bo

ได้ประกันจะเป็นแบบ 3 ปี โดยปีแรกเป็นแบบ On-site Serive ซ่อมฟรีถึงบ้าน และกรณีส่งซ่อมตามศูนย์ก็จะซ่อมอย่างรวดเร็วภายใน 3 ชั่วโมงอีกด้วย ที่สำคัญได้โปรแกรม Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,299 บาท) มาใช้งานทันที นับว่าคุ้มค่าจริงๆ ที่เหนือกว่าหลายๆ แบรนด์ เรียกได้ว่าถือว่าเป็นโน๊ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 14″ ที่เบาที่สุดรุ่นหนึ่งในตลาดก็ว่าได้ ส่วนความบางอาจจะไม่มาก โดยอยู่ที่ 14.95 มิลลิเมตร 

ส่งผลให้พิมพ์ง่ายขึ้นและมุมมองดีขึ้นด้วย วัสดุจากอลูมิเมียนผสมแม็กนีเซียมอัลลอยด์ให้น้ำหนักเบาเป็นพิเศษแต่ก็ยังแข็งแรงและทนทาน กับสีสัน Charcoal Blue พร้อมแซมด้วยสีทองตามจุดต่างๆ เหมาะทั้งหนุ่มๆ หรือสาวๆ ยุคใหม่ที่ดูทันสมัยสวยงามลงตัว ส่วนสี Moonstone White นับว่าเป็นอีกสีที่ดูหรูหราไม่แพ้กัน เน้นขาวๆ สะอาดๆ

Swift%20SF514 54%20Blue f

Acer Swift 5 SF514-54GT ราคา 28,990 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i5-1035G1 (4C/8T : 1.00 – 3.60GHz)
  • GPU : Intel UHD Graphics + MX350
  • RAM : 8GB DDR4 3200 MHz 
  • DISPLAY: 14″ IPS Full HD
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • Software : Office Home & Student 2019
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Warranty : 3 Years Carry-in (1 Year On-site)

Acer Nitro 5 AN515-55 ราคา 29,990 – 33,990 บาท Cashback 1,000 บาท

Acer Nitro 5 จะเป็นหนึ่งใน Acer Promotion 2021 ใช้ชิปประมวลผล Core i5-10300H / Core i7-10750H เป็นขุมพลังหลัก ทำงานร่วมกับการ์ดจอระดับ Gaming หลากหลายรุ่นอย่าง NVIDIA GeForce / GTX 1650 (4GB GDDR5) / GTX 1660 Ti (4GB GDDR6) / RTX 2060 (6GB GDDR6) ที่แรงลื่นกว่าเดิมแน่นอน ในส่วนของแรมจัดเต็มมาในทุกๆ รุ่น ให้เลยที่ 16GB DDR4 Bus 2933MHz แบบ 1 แถว ได้ SSD M.2 NCMe PCIe ความจุ 512GB แน่นอนว่าได้ Windows 10 Home ใช้งานได้ทันที

หน้าจออขนาด 15.6″เป็นพาเนล IPS เกรดสูง รองรับ Refresh Rate ที่ 144Hz ให้ความลื่นไหลทั้งการเล่นเกมหรือทำงาน แบบ Screen-to-Body เป็น 80% ด้วยขอบจอบางเพียง 7.02 มิลลิเมตร บนความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล) ที่เลือกใช้ พาเนล IPS ให้มุมมองที่คมชัด สีสันสวยสดงดงามสมจริง โดยพื้นผิวจอเป็นแบบจอด้าน Anti-Glare ช่วยลดแสงสะท้อนเวลาเรานำโน๊ตบุ๊คไปทำงานข้างนอก 

Nitro%205%20AN515 55 bo

Acer Nitro 5 จัดว่าเป็น Gaming Notebook ดีไซน์มีการปรับปรุงใหม่ให้มีความโฉบเฉี่ยวมากกว่าเดิม ด้วยเส้นสายลวดลายที่ดูดุดันกว่าที่เคย โดยมีน้ำหนักอยู่ที่ 2.3 กิโลกรัม ที่มีพอร์ตเชื่อมต่อที่ครบครันอีกรุ่นเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น 3 x USB 3.2 Type-A (1 พอร์ตเป็นแบบชาร์จเจอร์ด้วย), 1 x USB 3.2 Type-C, 1, HDMI 2.0, RJ45 (Gigabit Ethernet) พร้อมด้วยความสามารถ Killer Ethernet E2600 เพื่อการเล่นเกมออนไลน์ที่ลื่นไหล และ Mic-in/Headphone-out แบบ Combo

นอกจากนี้ Acer Nitro 5 ยังมีเทคโนโลยี Acer CoolBoost และช่องระบายความร้อนแบบจัดเต็ม 4 ช่องทาง แบ่งเป็นทางด้านหลัง 2 ช่อง และซ้ายขวาอย่างละ 1 ช่อง จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและระบายความร้อนด้วยพัดลมคู่ เมื่อมีการใช้งานที่หนักหน่วง CoolBoost จะเพิ่มความเร็วพัดลมมากขึ้น 10% และการระบายความร้อน CPU/GPU มากขึ้น 9% เมื่อเทียบกับโหมดอัตโนมัติ (ตามที่ Acer เคลมไว้) พร้อมจัดการระบบของเราแบบเรียลไทม์ด้วยซอฟต์แวร์ NitroSense ซึ่งครอบคลุมถึงอุณหภูมิ ความเร็วพัดลมและอีกมากมาย

Nitro%205%20AN515 55 c

Acer Nitro 5 ติดตั้งคีย์บอร์ดแบบ Full Size มาให้ผู้ใช้งานได้ใช้กันได้อย่างสบายๆ พร้อมกับการตอบสนองของปุ่มแบบทันทีด้วยระยะการกด 1.6 มม. ติดตั้งปุ่มแป้นคีย์ตัวเลข (Numpad) โดยตัวปุ่มจะเป็นสีดำ มีฟอนต์เป็นสีแดง รวมไปถึงแป้นปุ่มตรงตัวอักษร WASD และปุ่มทิศทาง รวมถึงปุ่ม NitroSense จะมีขอบเป็นไฮไลน์เด่นออกมา

นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับไฟ RGB แบบ 4 โซน ดูแล้วเป็น Gaming Notebook สวยงาม เอามาเล่นตอนกลางคืนสบายๆ อีกทั้งเรื่องการกดการสัมผัสบนคีย์บอร์ดที่ปุ่มมีความติดมือ ดีกว่าโน๊ตบุ๊คธรรมดาทั่วไปแน่นอน จะเอาไปเล่นเกมหรือทำงานก็ตอบสนองได้ดีเยี่ยม

Acer Nitro 5 AN515-55-52HQ ราคา 29,990 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i5-10300H (4C/8T : 2.50 – 4.50GHz)
  • GPU : Intel UHD Graphics + GeForce GTX 1650 Ti
  • RAM : 16GB DDR4 3200 MHz 
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD 144Hz
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Warranty : 3 Years On-site

Acer Nitro 5 AN515-55-517N ราคา 33,990 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i5-10300H (4C/8T : 2.50 – 4.50GHz)
  • GPU : Intel UHD Graphics + GeForce RTX 2060
  • RAM : 16GB DDR4 3200 MHz 
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD 144Hz
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Warranty : 3 Years On-site

Acer Nitro 5 AN515-55-77UK ราคา 39,990 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i7-10750H (6C/12T : 2.60 – 5.00GHz)
  • GPU : Intel UHD Graphics + GeForce GTX 1660 Ti
  • RAM : 16GB DDR4 3200 MHz 
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD 144Hz
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Warranty : 3 Years On-site

สรุปปิดท้าย Acer Promotion 2021 ก็มีรุ่นโน๊ตบุ๊คที่น่าสนใจมากมาย ถ้าเน้นเบาๆ เลือก Swift 3, 5 ได้เลย เน้นคุ้มค่าต้องเป็น Aspire 3, 5 ส่วนถ้าเพื่อนๆ คนไหนจะไปสาย Gaming Notebook เลยก็แนะนำเป็น Nitro 5 รุ่นใหม่ๆ ที่มาพร้อมสเปกRyzen 4000H ที่เล่นเกมได้ลื่นไหนแน่นอนกับราคาที่คุ้มสุด พร้อมกับประกัน 3 ปี On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน โดยทุกรุ่นมีบริการซ่อมด่วนใน 3 ชั่วโมงด้วย กรณีที่ส่งศูนย์บริการด้วยตนเอง

ตารางสเปกรุ่น Acer Promotion 2021 ที่ร่วมรายการ

  CPU GPU RAM SSD Display Office Warranty
Aspire 3 i3-1115G4 UHD 8GB 512GB 15.6″ TN Yes 2Y
Aspire 5 i5-1035G1 MX330 8GB 512GB 14″ IPS No 2Y
Swift 3 i3-1035G1 UHD 4GB 256GB 14″ IPS No 2Y
Swift 3x i5-1135G7 Iris Xe Max 8GB 512GB 14″ IPS Yes 2Y
Swift 5 i5-1035G1 MX350 8GB 512GB 14″ IPS Yes 3Y + 1Y On-site
Nitro 5 i5-10-300H  RTX 2060 16GB 512GB 15.6″ IPS No 3Y On-site

 

สินค้า Acer Promotion 2021 รุ่นที่ระบุ ได้แก่

Cash back 1,000 บาท

Product Model Part No.
Notebook Swift SF514-54GT-52TS_Charcoal Blue NX.HU4ST.001
Notebook Nitro AN515-55-52HQ_Obsidian Black NH.Q7NST.005
Notebook Nitro AN515-55-517N_Obsidian Black NH.Q7QST.001
Desktop/AIO C22-962-1008G1T21MGi/T001 DQ.BE4ST.001
Desktop/AIO C24-962-5108G1T23MGi/T001 DQ.BE1ST.001
Desktop/AIO C27-962-51016G27MGi/T002 DQ.BDPST.002
VR Windows Mixed Reality Headset VP.R0AST.001

Cash back 500 บาท

Product Model Part No.
Notebook Swift SF314-57-32PH_Steel Gray NX.HHXST.001
Notebook Aspire A315-57G-50TZ_Charcoal Black NX.HZRST.004

ของรางวัล

  • Cash backมูลค่า 1,000 และ 500 บาท

from:https://notebookspec.com/web/593350-acer-promotion-2021-may-aspire-swift

5 ขั้นตอน ปรับ Firefox ให้เร็วลื่นดังใจ ทำง่าย ๆ ด้วยตัวเองและยำรวมคีย์ลัด Firefox ฉบับปี 2021

จะปรับ firefox ให้เร็วแรงทันใจ ทำไม่ยาก ไม่กี่ขั้นตอนก็เร็วแล้ว!

firefox cover

นอกจาก Google Chrome ที่มีเคล็ดลับการปรับแต่งให้กินแรมน้อยลงและทำงานเร็วแล้ว เว็บเบราเซอร์ชื่อดังอีกตัวอย่าง Mozilla Firefox ก็มีเคล็ดลับปรับ Firefox ให้เร็วโดยเฉพาะเช่นกัน ซึ่งวิธีการปรับแต่งนั้นทำได้ง่ายไม่แพ้กับ Google Chrome และข้อดีที่ผู้ใช้หลายคนไม่ยอมเปลี่ยนใจไปใช้เบราเซอร์อื่น คือเป็นเบราเซอร์ที่กินแรมน้อย เป็นมิตรกับพีซีที่มีแรม 8GB หรือน้อยกว่ามาก

อย่างไรก็ตาม อินเตอร์เฟสของ Firefox นั้นจะนั้นจะแตกต่างจาก Chrome อยู่บ้าง แต่การปรับแต่งตัว Firefox ให้เร็วขึ้นนั้นก็ไม่ยากอย่างที่คิด เรียกว่าใช้เวลาว่างเช้าวันหยุดเพียงเล็กน้อยก็ช่วยให้เบราเซอร์ทำงานได้เร็วขึ้นอีกด้วย

ปรับ Firefox ให้เร็ว

สำหรับบทความนี้ จะแยกออกเป็นสองส่วนด้วยกัน คือการปรับ Firefox ให้ทำงานได้เร็วขึ้นกับ 10 คีย์ลัดสำคัญที่ช่วยประหยัดเวลาตอนใช้งานลงไปได้มาก หากสนใจเนื้อหาส่วนไหนเป็นพิเศษ สามารถคลิกเลือกที่ลิ้งค์เชื่อมโยงเพื่อข้ามไปอ่านเนื้อหาได้เลย

  1. 5 ขั้นตอน ปรับ Firefox ให้เร็ว ทำง่าย ๆ ได้ด้วยตัวเอง
  2. รวม 10 คีย์ลัดของ Firefox ใช้ง่าย ประหยัดเวลา

5 ขั้นตอน ปรับ Firefox ให้เร็ว ทำง่าย ๆ ได้ด้วยตัวเอง

สำหรับวิธีการปรับแต่ง Mozilla Firefox นั้น หลัก ๆ แล้วจะเป็นการเข้าไปจัดการในส่วนของการตั้งค่าของโปรแกรมเป็นหลักเหมือนกับ Google Chrome รวมทั้งดาวน์โหลดส่วนเสริม (Add-on) ต่าง ๆ เข้ามาเติมในตัวโปรแกรม ซึ่งทำได้ไม่ยากมาก สำหรับขั้นตอนการปรับแต่งจะมีดังนี้

  1. เปิดใช้งาน Hardware Acceleration
  2. ปิดการฟังก์ชั่นการเก็บข้อมูลการใช้งานของเรา
  3. ปรับแต่ง About:Config ให้ทำงานเร็วขึ้นหน่อย
  4. โหลดส่วนเสริมที่น่าใช้มาติดตั้งแทน
  5. Refresh Firefox ล้างให้เบราเซอร์สะอาดสักครั้ง
1. เปิดใช้งาน Hardware Acceleration

2019 02 22 13 53 07 17687e

การใช้ Hardware Acceleration หรือใช้ฮาร์ดแวร์ของพีซีมาช่วยเรนเดอร์หน้าเว็บไซต์นั้น ๆ ให้เสร็จพร้อมใช้งานเร็วขึ้นและเล่นวิดีโอได้ต่อเนื่องไม่กระตุก โดย Firefox จะเช็คประสิทธิภาพของการ์ดจอและแรมในเครื่องของเราว่ามีทรัพยากรให้เบราเซอร์ใช้เยอะแค่ไหนแล้วเซ็ตค่าพื้นฐานให้เราตั้งแต่ตอนติดตั้ง Firefox ลงมาในเครื่อง แต่ถ้าอยากให้เปิดหน้าเว็บไซต์เร็วยิ่งขึ้นก็มาปรับในส่วนนี้ได้เองเลย

อย่างไรก็ตาม การปรับ Hardware Accleration ของ Firefox มีหลักการปรับอยู่ระดับหนึ่ง เพราะยิ่งตั้งค่าให้ตัวเลขสูงขึ้นเท่าไหร่เบราเซอร์ก็ยิ่งเร็วแต่ก็กินแรมและพลังของการ์ดจอมากขึ้นด้วย ดังนั้นถ้าต้องการปรับ Firefox ให้เร็วแล้วไม่ทำให้เครื่องช้าลง ให้ดูจากแรมในคอมของเราว่ามีกี่ GB โดย 8GB แนะนำให้เริ่มที่ 4-5 ก่อน ส่วน 16GB ให้ขยับไป 6-7 แล้วถ้ามีแรม 32GB ขึ้นไป ให้เลื่อนขึ้นไป 8 ได้เลย

preference

เริ่มต้น ให้เปิด Mozilla Firefox ขึ้นมาจากนั้นพิมพ์คำว่า about:preferences ลงไปในช่อง Address bar แล้วกด Enter เพื่อเปิดหน้าตั้งค่าตัวเบราเซอร์ แล้วพิมพ์คำว่า Performance ลงไปในช่องค้นหาทางมุมบนขวามือ จะเห็นว่าตัวโปรแกรมแรเงาคำว่า Performance เอาไว้ ให้เอาติ๊กถูกในช่อง Use reccommended performance settings ออก

hw accel

Firefox จะให้เราปรับได้ว่าต้องการปรับค่า Hardware Acceleration ไประดับไหน ซึ่งถ้าตัวเบราเซอร์ขึ้นค่าอยู่ที่ 8 (default) อยู่แล้ว ก็ไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม สามารถข้ามไปตั้งค่า Firefox ในข้ออื่น ๆ ได้เลย แต่ถ้าเครื่องของเรายังไม่อยู่ระดับ 8 ก็สามารถทดลองปรับเพิ่มระดับไปทีละระดับแล้วสลับไปเปิดเว็บไซต์ที่เข้าประจำดู ว่าเข้าเว็บได้เร็วขึ้นโดยไม่กระทบประสิทธิภาพโดยรวมของเครื่องหรือเปล่า ถ้าพอใจแล้วก็ข้ามไปทำข้อต่อ ๆ ไปได้เลย

2. ปิดการฟังก์ชั่นการเก็บข้อมูลการใช้งานของเรา

 

datacollectconfig

รู้หรือไม่ว่าตัว Firefox เองก็มีการเก็บข้อมูลทางเทคนิคและการขอลงส่วนเสริมเพื่อศึกษาและทดสอบต่าง ๆ เข้ามาในเครื่องของเราเพื่อทดสอบการทำงานด้วย แต่ไม่กระทบกับความเป็นส่วนตัวและข้อมูลของเรา ซึ่งทาง Firefox นำไปวิเคราะห์การใช้งานเพื่อพัฒนาฟีเจอร์ใหม่เท่านั้น แต่ข้อเสียคือทำให้เปิดเว็บต่าง ๆ ได้ช้าลงบ้าง แต่ผู้ใช้ก็สามารถแก้ส่วนนี้ออกได้ให้ทำงานได้เร็วเหมือนเดิมด้วย โดยมีขั้นตอนดังนี้

  1. ที่หน้า about:preferences เหมือนเดิม พิมพ์คำว่า data collection ในช่องค้นหา
  2. เมื่อ Firefox แสดงส่วน data collection ขึ้นมาแล้ว ให้เอาตัวติ๊กถูกออกทุกช่อง จากนั้นปิดแล้วเปิด Firefox ใหม่หนึ่งครั้ง

อย่างไรก็ตาม ยังมีการตั้งค่าอีกส่วนคือระบบ Telemetry หรือระบบการเช็คและส่งข้อมูลระยะไกลที่ฝังเอาไว้ในตัวเบราเซอร์สำหรับรับส่งข้อมูลกับเซิร์ฟเวอร์ของ Mozilla ด้วย แต่ไม่สามารถแก้ไขใน about:preferences ได้ ต้องไปทำใน about:config แทน

3. ปรับแต่ง About:Config ให้ทำงานเร็วขึ้นหน่อย

การตั้งค่าในส่วนของ about:config นั้น จะเป็นการปรับแต่งในระบบส่วนลึกของ Firefox และมีผลต่อการทำงานของเบราเซอร์ ดังนั้นขอให้ปรับการทำงานในส่วนนี้อย่างระมัดระวัง

about config

สำหรับการปรับแต่งส่วนนี้ เริ่มต้นโดยพิมพ์คำว่า about:config เข้าไปในช่อง Address bar จากนั้นกด Enter ตัวเบราเซอร์จะเตือนเราว่าการปรับแต่งในส่วนนี้มีผลต่อประสิทธิภาพโดยรวมและระบบรักษาความปลอดภัยของเบราเซอร์ ให้กดที่คำว่า Accept the Risk and Continue

configtoggle

เมื่อเข้ามาที่หน้า about:config แล้ว จะเป็นหน้าเปล่ากับช่องค้นหาเพียงหนึ่งช่องเท่านั้น ให้คัดลอกข้อความ string ที่ผู้เขียนเน้นเป็นตัวเข้มไปใส่ในช่องค้นหาแล้วกด Enter จากนั้นเปลี่ยนการตั้งค่าโดยกดที่ลูกศรชี้ไปกลับอย่างที่วงไว้ในตัวอย่างหรือดับเบิ้ลคลิกก็ได้ เพื่อเปลี่ยนค่าจาก true เป็น false หรือกดที่ปากกาเพื่อเปลี่ยนตัวเลขที่ถูกตั้งค่าเอาไว้ให้เป็นเลข 0 แทน ซึ่งในส่วนนี้ผู้เขียนเคยทดสอบใช้งานด้วยตัวเองมาแล้วไม่พบปัญหาการใช้งานใด ๆ โดยตั้งค่าดังนี้

  • browser.download.animateNotifications เปลี่ยนเป็น false
  • security.dialog_enable_delay แก้เป็น 0
  • network.prefetch-next เปลี่ยนเป็น false (เฉพาะตอนที่ต่ออินเตอร์เน็ตที่รับส่งข้อมูลได้ช้าเท่านั้น)
  • browser.newtabpage.activity-stream.feeds.telemetry เปลี่ยนเป็น false
  • browser.newtabpage.activity-stream.telemetry เปลี่ยนเป็น false
  • browser.ping-centre.telemetry เปลี่ยนเป็น false
  • toolkit.telemetry.archive.enabled เปลี่ยนเป็น false
  • toolkit.telemetry.bhrPing.enabled เปลี่ยนเป็น false
  • toolkit.telemetry.enabled เปลี่ยนเป็น false
  • toolkit.telemetry.firstShutdownPing.enabled เปลี่ยนเป็น false
  • toolkit.telemetry.hybridContent.enabled เปลี่ยนเป็น false
  • toolkit.telemetry.newProfilePing.enabledเปลี่ยนเป็น false
  • toolkit.telemetry.reportingpolicy.firstRun เปลี่ยนเป็น false
  • toolkit.telemetry.shutdownPingSender.enabled เปลี่ยนเป็น false
  • toolkit.telemetry.unified เปลี่ยนเป็น false
  • toolkit.telemetry.updatePing.enabled เปลี่ยนเป็น false

โดยการปรับ Firefox ให้เร็วโดยเข้าไปแก้ในส่วน about:config ในข้อนี้เป็นการปิด animation และฟังก์ชั่นไม่จำเป็นต่าง ๆ ทิ้งไป รวมทั้งปิดการแจ้งเตือนว่าตอนนี้เรากำลังใช้อินเตอร์เน็ตที่รับส่งข้อมูลได้ช้าอยู่ทิ้งไปทั้งหมด ไม่ได้เข้าไปแก้ในส่วนสำคัญที่อาจจะมีปัญหาต่อการใช้งาน ดังนั้นสามารถทำตามได้เลย

4. โหลดส่วนเสริมที่น่าใช้มาติดตั้งแทน

ยุคนี้เบราเซอร์แต่ละตัวก็มีผู้พัฒนาส่วนเสริมใหม่ ๆ เข้ามาช่วยให้ตัวเบราเซอร์ทำงานดีและผู้ใช้ก็สะดวกขึ้นอีกด้วย ซึ่งส่วนเสริมพื้นฐานที่ผู้เขียนขอแนะนำให้โหลดมาติดตั้งไว้ให้ Firefox ลดการกินแรมในเครื่องและจัดหมวดหมู่แท็บได้อีกด้วย ซึ่งผู้เขียนมีส่วนเสริมแนะนำให้โหลดมาติดไว้กับ Firefox ทั้งหมด 3 ตัวได้แก่

4.1 OneTab โดย OneTab Team

174500

ถ้าแรม 8GB แล้วเปิดแท็บเยอะร่วม 10 แท็บ ก็ทำให้เครื่องและ Firefox ช้าเป็นธรรมดา ดังนั้นถ้าจับมามัดรวมเอาไว้ที่เดียวกัน แล้วเปิดเฉพาะแท็บที่ใช้งานเท่านั้นก็ลดการกินทรัพยากรลงไปได้เยอะแล้ว ดังนั้นส่วนเสริมแรกที่แนะนำให้โหลดมาติดเครื่องไว้คือตัวจัดการแท็บอย่าง OneTab นั่นเอง

วิธีการใช้งานคือเมื่อเราเปิดแท็บเอาไว้เยอะ ๆ แล้วเครื่องเริ่มช้าลง ให้กดที่ไอคอน OneTab ตรงฝั่งขวาของ Address bar จากนั้นส่วนเสริมนี้จะรวบลิ้งค์ทั้งหมดเอาไว้เป็นรายการเลือกสำหรับเลือกเปิดในภายหลังได้ในทันที ทำให้พีซีแรมน้อย ๆ เปิดได้หลาย ๆ แท็บพร้อมกันโดยไม่กินแรมมากเกินไปด้วย

4.2  Auto Tab Discard โดย Richard Neomy

firefox auto tab discard

 

Auto Tab Discard เป็นส่วนเสริมทำงานอัตโนมัติ สามารถคลิกขวาตรงไอคอนเพื่อเปิดดูแท็บที่ส่วนเสริมสั่งหยุดการทำงานได้ จุดดีคือส่วนเสริมนี้จะลดการกินทรัพยากรของคอม ทำให้ซีพียูและแรมไม่ต้องแชร์ทรัพยากรให้แท็บที่ไม่ได้ใช้งานตลอดเวลา ช่วยให้คอมรุ่นเก่าหรือสเปคคอมออฟฟิศสามารถเปิดแท็บที่ต้องใช้งานทิ้งเอาไว้แล้วเรียกกลับมาใช้งานในภายหลังได้โดยไม่ต้องเปิดค้นหาใหม่อีก

นอกจากนี้พอคลิกขวาแล้วยังเลือกได้ว่าต้องการปิดแท็บนั้น, แท็บที่ไม่ได้ใช้งานทั้งหมด, แท็บที่ไม่ได้ใช้งานทั้งหมดในหน้าต่างที่ใช้อยู่หรือหน้าต่างอื่นก็ได้ นอกจากนี้ยังเลือกได้อีกว่าต้องการให้ส่วนเสริมนี้อย่าเพิ่งปิดแท็บนี้หรืออย่าเพิ่งทำงานชั่วคราวก็ได้เช่นกัน ซึ่งมีประโยชน์และโหลดได้ฟรีอีกด้วย

4.3 Speed tweak โดย Benthum

244545

ถ้าเปิดหน้าเว็บไซต์นั้น ๆ แล้วมีหน้าโฆษณาหรือโหลด DNS ล่วงหน้า (DNS Prefetching) ฯลฯ เอาไว้จนทำให้ Firefox ทำงานช้าลง ส่วนเสริมอย่าง Speed Tweak ตัวนี้เป็นส่วนเสริมที่ควรมีติดเอาไว้ใช้เลย โดยฟังก์ชั่นที่ส่วนเสริมนี้จะทำงานแล้วช่วยปรับ Firefox ให้เร็วยิ่งขึ้น โดย

  1. บล็อคโฆษณาที่เกินจำเป็นแล้วเจอบ่อย ๆ
  2. ป้องกันการโหลด DNS ล่วงหน้า
  3. ป้องกันการโหลดภาพต่าง ๆ มารอล่วงหน้าแล้วทำให้ Firefox ช้าลง
  4. ช่วยให้หน้าเว็บไซต์นั้น ๆ เรนเดอร์ไวขึ้นตอนเลื่อนดูเนื้อหาไปเรื่อย ๆ
  5. โหลดหน้าเว็บไซต์เวอร์ชั่น Mobile ที่มีขนาดเล็กกว่ามาแทน
  6. ล้างแท็บที่ไม่ได้ใช้งานทิ้งจากแรมให้
  7. ล้าง Cache ของเบราเซอร์ที่ค้างอยู่ในเครื่อง

ซึ่งฟีเจอร์ทั้ง 7 อย่างนี้ เราสามารถเลือกปิดเปิดได้อย่างอิสระ และส่วนเสริมนี้ก็โหลดมาติดตั้งในเครื่องได้ฟรีอีกด้วย ถ้าใครสนใจสามารถโหลดมาใช้งานได้เลย

5. Refresh Firefox ล้างให้เบราเซอร์สะอาดสักครั้ง

refresh

ถ้าใครใช้ Mozilla Firefox มานานแล้วคิดถึงวันเก่า ๆ ที่ติดตั้ง Firefox ใหม่ ๆ แล้วมันทำงานได้เร็วกว่านี้ แต่จะลบลงใหม่คงไม่ค่อยต่างจากเดิมเท่าไหร่ ให้ใช้วิธีการ Refresh Firefox ที่เป็นวิธีการล้างข้อมูลในตัวเบราเซอร์ให้หายไปทั้งหมดได้ง่าย ๆ เพียงไม่กี่ขั้นตอนเท่านั้น

  1. พิมพ์คำว่า about:support ลงไปใน Address bar แล้วกด Enter จะเข้าหน้า เช็คปัญหาของ Firefox 
  2. คลิกที่คำว่า Refresh Firefox ที่แถบด้านขวามือเพื่อล้าง Firefox ได้เลย เมื่อคลิกแล้วเบราเซอร์จะถามอีกครั้งว่าเราต้องการล้าง Firefox จริงใช่ไหม ให้กด Refresh Firefox ที่หน้าต่างแยกอีกครั้งหนึ่ง ก็จะล้างข้อมูลใน Firefox ทิ้งให้กลับไปเหมือนติดตั้งเบราเซอร์นี้ใหม่อีกครั้ง

นอกจากนี้ ในหน้า Refresh Firefox ยังมีตัวเลือก Troubleshoot Mode เพื่อเช็คปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างใช้งานและ Clear startup cache ล้าง Cache ที่ค้างอยู่ของ Firefox ออกไปได้ด้วย

จะเห็นว่าวิธีการปรับ Firefox ให้เร็วนั้นทำได้ง่าย ๆ ขอแค่ทำตามขั้นตอนก็ช่วยให้เบราเซอร์ของเรากลับมาเร็วเหมือนใหม่อีกครั้งและทำได้ไม่ยากอีกด้วย

รวม 10 คีย์ลัดของ Firefox ได้ง่าย ประหยัดเวลา

คีย์ลัดของ Firefox

คีย์ลัดของ Mozilla Firefox เรียกว่าแตกต่างจาก Google Chrome โดยสิ้นเชิง ทำให้ผู้ใช้ที่คุ้นเคยกับ Chrome เวลาย้ายมาใช้ Firefox แล้วเกิดอาการกดถูกกดผิด บางครั้งก็เผลอเอาความคุ้นเคยเดิม ๆ ใน Google Chrome มาใช้งาน (ผู้เขียนที่ใช้ Google Chrome มาก่อนก็เช่นกัน) ซึ่งคีย์ลัดของ Firefox นั้นจะใช้สลับไปมาระหว่างปุ่ม Ctrl และ Alt เป็นปุ่มหลักแล้วกดร่วมกับปุ่มอื่นบนคีย์บอร์ดเสียเป็นส่วนใหญ่

สำหรับคีย์ลัดหลัก ๆ ที่มีประโยชน์และน่าจะได้ใช้งานบ่อย ได้แก่

คำสั่งคีย์ลัดของ Firefox วิธีกดคีย์ลัด
Back หรือ Forward Alt + ลูกศรซ้าย (Back)
Alt + ลูกศรขวา (Forward)
Refresh F5 หรือ Ctrl + R

ถ้าต้องการล้าง cache ทิ้ง
Ctrl + F5 หรือ Ctrl + Shift + R

เปลี่ยนไป Input Field (ช่องกรอกข้อมูลใหม่) หรือ Link ต่อไป Tab
เลื่อนหน้าจอขึ้นหรือลง Page Up หรือ Shift + Spacebar
เลื่อนหน้าเพจขึ้น

Page Down หรือกด Spacebar
เลื่อนหน้าจอลง

ปิดแท็บหรือปิดหน้าต่างนั้นทิ้ง Ctrl + W หรือ Ctrl + F4 เพื่อปิดแท็บ
ถ้าหน้าต่างไหนปักหมุด (Pin) ไว้จะปิดไม่ได้

Ctrl + Shift + W หรือ Alt + F4
ปิดทั้งหน้าต่าง

เลื่อนเปลี่ยนแท็บไปทางซ้ายหรือขวาของแท็บที่ใช้งานอยู่ เปลี่ยนไปแท็บซ้ายมือ Ctrl + Page Up

เปลี่ยนไปแท็บขวามือ Ctrl + Page Down

สลับแท็บที่ 1-8 Ctrl + เลข 1-8 ตามที่เรียงแท็บไว้
ไปแท็บสุดท้าย Ctrl + 9
Private Window (Incognito Mode) Ctrl + Shift + P
แสดงแท็บทั้งหมดที่เปิดอยู่ Shift + Enter

อย่างไรก็ตาม คีย์ลัด Firefox ในตารางนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งจากคีย์ลัดทั้งหมดที่ Mozilla ตั้งค่าเอาไว้ใน Firefox ส่วนคนที่ต้องการดูว่าคีย์ลัด Firefox ทั้งหมดสามารถอ่านได้ที่นี่ 

จะเห็นว่า Firefox นั้นนอกจากจะปรับให้ทำงานได้เร็วแล้ว ยังมีส่วนเสริม, คำสั่งทางลัดและอื่น ๆ เยอะไม่แพ้กับ Google Chrome เลย รวมทั้งมีให้โหลดมาใช้งานใน App Store ของ Apple และ Play Store ของ Google และทำงานได้ดีไม่แพ้ Google Chrome เลยทีเดียว ซึ่งถ้าใครชื่นชอบการทดลองใช้และเปลี่ยนเบราเซอร์ไปเรื่อย ๆ แล้ว Firefox ก็เป็นเบราเซอร์ที่น่าใช้มากอีกตัวเช่นกัน


บทความที่เกี่ยวข้อง

chrome faster cover

Share image Edit Name 1chrome1

chrome cover

from:https://notebookspec.com/web/593134-5-ways-to-tune-firefox

Review – Lenovo IdeaPad Slim 3i โน๊ตบุ๊กเพื่อการเรียนยุค New Normal ในราคาเริ่มที่ 13,900

รีวิว Lenovo IdeaPad Slim 3i

ด้วยการมาของ COVID-19 ทำให้การเรียน ได้รับการปรับเปลี่ยนให้เกิดจากที่บ้าน ที่พักอาศัยกันมากขึ้น ส่งผลให้หลายคนอาจจำเป็นต้องซื้อโน้ตบุ๊กซักเครื่องมาเพื่อใช้ประกอบการเรียนรู้ ซึ่ง Lenovo เองก็มีผลิตภัณฑ์ในไลน์อัพ IdeaPad ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นี้โดยตรง นั่นคือ Lenovo IdeaPad Slim 3i ซึ่งมีประสิทธิภาพที่ลงตัวแม้จะเป็นในรุ่นราคาเริ่มต้น ด้วยพลังของ Intel Pentium Gold 7505 ให้มาพร้อม RAM 8 GB และ SSD 256 GB ด้วย กับราคาเพียง 13,900 บาทเท่านั้น

ในขณะที่จุดอื่น ๆ ก็ออกแบบมาเพื่อการศึกษาได้เป็นอย่างดี ทั้งหน้าจอขนาด 14″ ความละเอียดระดับ Full HD ที่ให้ภาพคมชัด ไม่ปวดตา มีแผ่นชัตเตอร์ปิดหน้ากล้องในเวลาที่ไม่ต้องการใช้งาน รวมถึงยังให้พอร์ตเชื่อมต่อพื้นฐานมาค่อนข้างครบสำหรับการใช้งานในยุคปัจจุบันอีกด้วย ทำให้ไม่ว่าจะใช้ประกอบการเรียน หรือจะใช้ในการทำงานพื้นฐาน Lenovo IdeaPad Slim 3i เครื่องนี้ตอบโจทย์ได้สบาย ๆ แน่นอน

NBS Verdict

Review Lenovo IdeaPad Slim 3i pentium NotebookSPEC 46

Lenovo IdeaPad Slim 3i เครื่องนี้ มาพร้อมกับองค์ประกอบสำหรับการใช้เป็นโน้ตบุ๊กประกอบการศึกษาอย่างครบถ้วน เริ่มต้นด้วยหนึ่งในปัจจัยที่สำคัญสุดในยุคนี้คือเรื่องราคา กับค่าตัวที่เริ่มต้นเพียง 13,900 บาทในรุ่นที่ใช้ชิป Intel Pentium Gold 7505 เครื่องนี้ ซึ่งให้ประสิทธิภาพในระดับที่ใช้งานทั่วไปได้แบบไม่ติดขัด ที่น่าสนใจมาก ๆ เลยก็คือแรมในเครื่องที่ให้มาที่ 8 GB ซึ่งเป็นความจุเริ่มต้นที่เหมาะสำหรับการใช้งานในปัจจุบันมาก ๆ ทั้งยังสามารถเพิ่มแรมเองได้อีกด้วย ต่างจากโน้ตบุ๊กหลาย ๆ รุ่นที่มักให้แรมแบบฝังบอร์ดมาเพียงอย่างเดียว รวมถึงยังมีช่องให้ติดตั้ง HDD/SSD เพิ่มได้อีก 1 ลูกอีกต่างหาก

Review Lenovo IdeaPad Slim 3i pentium NotebookSPEC 02

บอดี้ภายนอกของตัวเครื่องก็ทำออกมาได้ตามมาตรฐาน แม้จะเป็นพลาสติก แต่ก็มีคุณภาพที่ดี ควบคู่กับน้ำหนักที่ค่อนข้างเบา ลงตัวกับการใช้งานในแทบทุกสถานที่ ด้านการเชื่อมต่อก็จัดว่าครบพอตัว รองรับ WiFi 6 ส่วนพอร์ตเชื่อมต่อก็มีทั้ง USB-A, USB-C, HDMI, ช่องอ่าน SD Card และช่อง 3.5 มม. ที่ช่วยให้การเรียนจากที่บ้านสามารถทำได้สะดวก

ด้านของซอฟต์แวร์ภายในก็จะมี Lenovo Vantage มาช่วยในการจัดการ ตั้งค่า และดูแลประสิทธิภาพของเครื่องให้พร้อมใช้งานอยู่เสมออีกด้วย

จุดเด่น

  • ราคาคุ้ม เมื่อเทียบกับความสามารถ และสเปคที่ให้มา
  • หน้าจอขอบบาง สีสันค่อนข้างโอเค และมีโหมดถนอมสายตามาให้ใช้งาน
  • ให้แรมมา 8 GB (4 GB onboard + แผง 4 GB) สามารถเพิ่มแรมได้
  • มีช่องให้ติดตั้ง HDD/SSD แบบ 2.5″ เพิ่มได้อีก 1 ลูก
  • ระบบเสียง Dolby Audio ให้มิติเสียงโอบล้อมที่ดี
  • มีพอร์ต USB-C ให้มา 1 พอร์ต และยังมี USB-A ขนาดเต็มให้อีก 2 พอร์ตด้วย
  • น้ำหนักเบา จับถือสะดวก
  • มี Windows 10 Home มาให้ใช้งานได้ทันที

ข้อสังเกต

  • ไม่มีพอร์ต LAN
  • ไม่มีไฟที่คีย์บอร์ด

Specification

 

ips3

ส่วนของสเปคนั้น Lenovo IdeaPad Slim 3i รุ่นที่รีวิวมาพร้อมกับชิปประมวลผล Intel Pentium Gold 7505 ที่ใช้สถาปัตยกรรมในการผลิตระดับ 10nm SuperFin มีคอร์ประมวลผลด้วยกัน 2 คอร์ 4 เธรด ความเร็วสูงสุด 3.5 GHz มาพร้อมกับกราฟิก Intel UHD Graphics for 11th Gen Intel Processor ซึ่งออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานทั่วไป การรับชมภาพยนตร์ รวมถึงการทำงานเกี่ยวกับด้านวิดีโอ เนื่องจากตัวชิปรองรับ Intel Quick Sync มาในตัวด้วย ส่วนในการเล่นเกม ก็เป็นไปตามมาตรฐานครับ คืออยู่ในระดับที่เล่นได้บ้าง ด้วยการปรับ setting ในเกมให้เหมาะสม

แรมเป็น DDR4 โดยให้มา 2 แบบ แยกเป็น 4 GB แบบฝังบอร์ด ร่วมกับ 4 GB แบบแผงแยกอีก 1 แผง รวมเป็นแรมในเครื่องทั้งหมด 8 GB ซึ่งสามารถถอดแผง 4 GB ในเครื่องออกเพื่อเพิ่มแรมได้ด้วย แต่ที่จริง 8 GB ก็เพียงพอสำหรับการใช้งานได้หลากหลายรูปแบบแล้วครับ

อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจคือ SSD ในเครื่องที่ให้เป็นแบบ PCIe M.2 256 GB ซึ่งก็แน่นอนว่าสามารถเปลี่ยนได้ตามต้องการ แต่ที่สำคัญคือในเครื่องยังมีช่องว่างสำหรับติดตั้ง HDD/SSD ขนาด 2.5″ แบบบางได้อีก 1 ลูกด้วย ซึ่งทำให้ IdeaPad Slim 3i เครื่องนี้น่าสนใจมาก เพราะปกติโน้ตบุ๊กรุ่นสำหรับใช้งานทั่วไป โน้ตบุ๊กราคาไม่แพงมาก มักจะไม่ค่อยมีตัวเลือกสำหรับการอัพเกรดฮาร์ดแวร์ซักเท่าไหร่

Lenovo IdeaPad Slim 3i รองรับการเชื่อมต่อไร้สาย WiFi 802.11ax (WiFi 6) ซึ่งเป็นมาตรฐาน WiFi ที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยจุดเด่นในด้านความเร็ว ความเสถียรในการใช้งาน และแบนด์วิธที่สูงกว่ามาตรฐาน ac ซึ่งถ้าคุณต้องการโน้ตบุ๊กประสิทธิภาพสูงไว้ใช้งานได้นาน ๆ การเลือกเครื่องที่รองรับ WiFi 6 ด้วยก็ถือเป็นข้อที่ควรนำมาพิจารณาเหมือนกัน

ส่วนพอร์ตเชื่อมต่อก็มีมาทั้ง USB-C 1 ช่องสำหรับใช้งานร่วมกับอุปกรณ์รุ่นใหม่ ๆ นอกจากนี้ก็มี USB-A อีก 2 ช่อง รวมถึง HDMI ช่องเสียบแจ็คหูฟังขนาด 3.5 มม. และก็มีช่อง SD Card มาให้ด้วย

สำหรับกลุ่มของ Lenovo IdeaPad Slim 3i รุ่นใหม่ที่ใช้ชิป Intel Gen 11 จะมีให้เลือกด้วยกันหลากหลายสเปคพอสมควร มีตั้งแต่ Pentium ไปจนถึง Core i7 เลยทีเดียว โดยหน้าสเปคของเครื่องที่อยู่ในรีวิวนี้ก็ลิงค์นี้เลยครับ

ส่วนรุ่นอื่น ๆ ก็สามารถเข้าไปดูเพิ่มเติมได้ที่นี่เลย

Hardware / Design

Review Lenovo IdeaPad Slim 3i pentium NotebookSPEC 22

Lenovo IdeaPad Slim 3i เครื่องที่รีวิวในครั้งนี้จะเป็นสีเทา Arctic Grey ที่มีโทนเข้มนิดนึง จุดที่น่าสนใจคือขอบจอด้านข้างที่บาง ทำให้สามารถใส่จอขนาด 14″ ได้โดยที่ตัวเครื่องไม่เทอะทะจนเกินไป แต่บริเวณขอบจอจะไม่มีแถบยางกันกระแทกมาให้นะครับ มีแต่เพียงขอบพลาสติกล้วน ๆ เลย

Review Lenovo IdeaPad Slim 3i pentium NotebookSPEC 30

ตรงบริเวณกึ่งกลางขอบจอด้านบน จะเป็นตำแหน่งของกล้องเว็บแคมตามปกติ โดยมีสวิตช์สำหรับเลื่อนแผ่นชัตเตอร์ปิดหน้ากล้องมาให้ด้วย เพื่อช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งานเครื่อง โดยที่ไม่ต้องหาสติกเกอร์มาปิดเอง ซึ่งถ้าปิดหน้ากล้องไว้ บริเวณกล้องก็จะเป็นสีแดงตามภาพด้านบนเลย

ส่วนจุดวงกลมข้าง ๆ กล้องก็คือไฟ LED ที่ใช้แสดงสถานะการทำงานของกล้องอีกทีครับ ถ้ากล้องทำงานอยู่ ก็จะมีไฟสีขาวติดขึ้นมา

Review Lenovo IdeaPad Slim 3i pentium NotebookSPEC 29

ปุ่มเปิด/ปิดเครื่องจะเป็นปุ่มแยกอยู่บริเวณมุมขวาบนสุดของคีย์บอร์ด โดยมีไฟแสดงสถานะการทำงานของเครื่องอยู่ด้วย ถ้าเครื่องเปิด ไฟก็จะติดค้างไว้ตลอดเวลา

Review Lenovo IdeaPad Slim 3i pentium NotebookSPEC 24

บริเวณที่รองมือ ฝั่งซ้ายจะมีสติกเกอร์ Intel Pentium Gold ติดอยู่ ส่วนข้างทัชแพดก็เป็นสติกเกอร์บอกฟีเจอร์ของ IdeaPad Slim 3i เครื่องนี้ พร้อมกับ QR code ที่สามารถสแกนเพื่อตรวจสอบระยะเวลาการรับประกันของเครื่องได้ทันที รวมถึงยังสามารถสั่งอัพเกรดการรับประกันได้ด้วย

Review Lenovo IdeaPad Slim 3i pentium NotebookSPEC 16

ฝาหลังของ Lenovo IdeaPad Slim 3i จะเป็นพลาสติกสีเทาที่ทำพื้นผิวให้เป็นลายคล้ายบรัชโลหะ ทำให้เมื่อดูไกล ๆ จะเหมือนว่าฝาหลังเป็นโลหะจริงอยู่เหมือนกัน โดยมีโลโก้ Lenovo เล็ก ๆ อยู่ที่มุมบนฝั่งซ้ายของเครื่องเท่านั้น มินิมอลดีมากครับ จัดว่าดูดีเกินราคาเลย

Review Lenovo IdeaPad Slim 3i pentium NotebookSPEC 04

ฝาล่างของเครื่องเป็นพลาสติกผิวด้านสีเทาเข้มโทนเดียวกับผิวเครื่องส่วนอื่น มีช่องดึงลมเข้าจากใต้ตัวเครื่อง พร้อมกันนั้นยังมีสติกเกอร์ Windows 10 มาให้ด้วย เป็นการยืนยันว่าโน้ตบุ๊กเครื่องนี้มาพร้อม Windows 10 Home แบบ OEM มาให้ใช้งานตั้งแต่เปิดเครื่อง

บริเวณขอบล่างใกล้ ๆ กับแถบลำโพงก็จะมีแถบยางรองให้ เช่นเดียวกับด้านบน เหนือช่องลมก็จะมีแถบยางเป็นแนวยาวอีก เพื่อช่วยหนุนให้ตัวเครื่องยกสูงขึ้น

Review Lenovo IdeaPad Slim 3i pentium NotebookSPEC 06

ในการแกะฝาล่างนั้นทำได้ง่ายมาก เพียงแค่ขันน็อตออกทั้งหมด 9 ตัว แล้วค่อย ๆ แงะฝาขึ้นมาก็สามารถแกะได้แล้ว

เมื่อเปิดขึ้นมาก็จะพบกับพัดลม 1 ตัว ที่เชื่อมต่ออยู่กับฮีตไปป์ที่วิ่งออกมาจาก CPU โดยตรง ใกล้ ๆ กับ CPU ก็จะเป็นจุดสำหรับติดตั้งแรม 1 แผง ส่วนที่เป็นแถบสีฟ้าอ่อนคือ thermal pad สำหรับช่วยถ่ายเทความร้อนจาก SSD แบบ PCIe ออกมา

ฝั่งด้านล่างจะมีช่องว่างสำหรับติดตั้ง HDD/SSD ขนาด 2.5″ อยู่หนึ่งช่อง ใกล้ ๆ กันนั้นก็เป็นแบตเตอรี่

Review Lenovo IdeaPad Slim 3i pentium NotebookSPEC 09

ถ้าต้องการเปลี่ยนแรมก็สามารถดึงฝาครอบขึ้น แล้วจัดการเปลี่ยนแรมได้ตามปกติเลย โดยแรมแผงนี้จะมีเป็นแรมแบบ DDR4-3200 4GB นะครับ ทั้งนี้ตัวเครื่องจะมีแรมฝังบอร์ดมาอีก 4GB ด้วย แนะนำว่าถ้าต้องการอัพเกรดแรม ก็ซื้อแรม DDR4 8GB มาใส่อีกแผงก็ได้ ทำให้มีแรมรวมทั้งหมด 12GB เหลือเฟือสำหรับการใช้งานเลย

ส่วน SSD PCIe ข้าง ๆ กันนั้นก็สามารถถอดเปลี่ยนได้เช่นกันครับ โดยชิ้นที่ติดมากับเครื่องจะเป็นแบบ M.2 2242 ซึ่งสามารถหาซื้อ SSD ขนาดเดียวกันมาใส่แทน หรือจะใช้ขนาด M.2 2280 ที่เป็นขนาดยอดนิยมมาใส่แทนก็ได้เช่นกัน โดยตอนติดตั้งก็ให้ถอดตัวแผ่นช่วยยึดด้านล่างออก แล้วติดตั้ง SSD เข้าไปกับบ่าน็อตของบอร์ดโดยตรงได้เลย

Review Lenovo IdeaPad Slim 3i pentium NotebookSPEC 07

ในกล่องจะมีแถมอุปกรณ์มาให้หนึ่งชิ้น นั่นคือสาย SATA สำหรับเชื่อมต่อ HDD/SSD 2.5″ ที่จะใส่เพิ่มเข้าไปในเครื่อง พร้อมน็อตสำหรับขันเพื่อยึด HDD/SSD เข้ากับถาดติดตั้ง ซึ่งจะมีช่องสำหรับเสียบสายแพอยู่ในบริเวณใกล้ ๆ กับถาดติดตั้งนั่นเอง

Review Lenovo IdeaPad Slim 3i pentium NotebookSPEC 10

สำหรับ HDD/SSD SATA ที่จะนำมาติดตั้ง ต้องใช้เป็นแบบบางนะครับ ถ้าเป็น SSD SATA ที่ไม่เก่าเกินไป จะใช้ได้หมดครับ แต่ถ้าเป็น HDD 2.5″ เท่าที่ผมลองเอา HDD ทั่วไปมาใช้ ปรากฏว่าไม่สามารถปิดฝาล่างได้ เนื่องจากติดความหนาของตัว HDD นั่นเอง

ดังนั้น ถ้าต้องการเพิ่มความจุ แนะนำว่าควรจะหา SSD SATA มาใช้งานจะดีกว่าครับ ความจุ 1TB เดี๋ยวนี้ราคาไม่เกิน 4,000 บาทแล้ว

Connector / Thin And Weight

Review Lenovo IdeaPad Slim 3i pentium NotebookSPEC 12

ฝั่งขวาของ Lenovo IdeaPad Slim 3i มีไฟแสดงสถานะของเครื่อง ปุ่ม OneKey Recovery ถัดมาเป็นช่องใส่ SD Card และก็ช่อง USB-A ที่เป็น USB 2.0

Review Lenovo IdeaPad Slim 3i pentium NotebookSPEC 15

อีกฝั่งก็จะมีช่องเสียบสายชาร์จจากอะแดปเตอร์ ไฟ LED แสดงสถานะการชาร์จ ช่อง USB 3.2 Gen 1 ช่อง HDMI ช่อง USB-C และก็ช่องเสียบแจ็คหูฟังขนาด 3.5 มม.

ติดนิดนึงที่ช่อง USB-C นี้ไม่สามารถชาร์จไฟให้ตัวเครื่องได้นะครับ หลัก ๆ คือไว้ใช้เชื่อมต่ออุปกรณ์ USB-C อื่น ๆ มากกว่า

Keyboard / Touchpad

Review Lenovo IdeaPad Slim 3i pentium NotebookSPEC 27

คีย์บอร์ดเป็นทรงในสไตล์ของ Lenovo IdeaPad ที่ขนาดของปุ่มนั้นจัดว่าอยู่ในระดับที่พอดีกับปลายนิ้ว สามารถกดได้ง่าย พิมพ์สะดวก ปุ่มแถวบนสุดจะเป็นทั้งปุ่ม FN และปุ่มลัดสำหรับตั้งค่าต่าง ๆ ไปในตัว สามารถปรับได้ว่าจะเลือกแบบใดจากในโปรแกรม Lenovo Vantage ทั้งนี้ ใต้ปุ่มของ IdeaPad Slim 3i เครื่องนี้ไม่มีไฟ backlit นะครับ

สำหรับคีย์ลัดที่น่าสนใจก็คือ Fn+Q ที่ใช้ในการปรับโหมดประสิทธิภาพการทำงานและการจัดการอุณหภูมิของตัวเครื่อง โดยจะมีด้วยกัน 3 โหมดคือ

  • Extreme Performance – เปิดพัดลมแบบจัดเต็ม เพื่อการใช้ประสิทธิภาพสูงที่สุด
  • Battery Saving – เน้นการประหยัดพลังงาน เช่นการปรับความสว่างจอลง
  • Intelligent Cooling – ให้ตัวเครื่องจัดการเองแบบอัตโนมัติ

 

Review Lenovo IdeaPad Slim 3i pentium NotebookSPEC 26

ทัชแพดมีขนาดมาตรฐาน สามารถลากเคอร์เซอร์ได้ทั่วจอ รองรับการสั่งงานแบบหลายนิ้วพร้อมกัน สามารถลาก gesture ได้ตามปกติ

 

Screen / Speaker

Review Lenovo IdeaPad Slim 3i pentium NotebookSPEC 31

หน้าจอ Lenovo IdeaPad Slim 3i เครื่องที่รีวิวนี้จะเป็นหน้าจอในระดับใช้งานทั่วไปครับ คือเป็นจอ IPS ความละเอียดระดับ Full HD ขนาด 14″ เป็นหน้าจอเคลือบด้านที่ช่วยลดแสงสะท้อนได้พอสมควร มุมมองด้านข้างและด้านบนค่อนข้างกว้าง มองจากด้านข้างแล้วสีไม่เพี้ยนมากนัก ส่วนเรื่องสีสันก็จัดว่าอยู่ในระดับพื้นฐาน ใช้งานเอกสารได้สบาย ส่วนถ้าเป็นงานด้านกราฟิกก็พอได้สำหรับงานที่ไม่เน้นความแม่นยำของสีมากนัก

Review Lenovo IdeaPad Slim 3i pentium NotebookSPEC 40

ในการดูหนังบน IdeaPad Slim 3i ก็ทำได้เพลิน ๆ อยู่ครับ แต่ที่ผมว่าโอเคเลยคือเรื่องระบบเสียง Dolby Audio ที่ช่วยเพิ่มมิติเสียงให้มีความโอบล้อมได้มากกว่าลำโพงโน้ตบุ๊กทั่ว ๆ ไปอยู่พอสมควร

Review Lenovo IdeaPad Slim 3i pentium NotebookSPEC 05

โดยลำโพงของตัวเครื่องจะติดตั้งอยู่บริเวณขอบล่างของด้านหน้า ทั้งฝั่งซ้ายและขวา เมื่อปล่อยเสียงลงพื้นแล้วสะท้อนเข้าหาตัวผู้ใช้ ก็จะได้มิติเสียงที่กำลังลงตัวพอดี นอกจากนี้ยังมีซอฟต์แวร์ Dolby Audio ที่สามารถปรับจูนแนวเสียงให้เหมาะสมกับคอนเทนต์ได้ด้วย เช่น ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม เน้นเสียงสนทนา รวมถึงยังสามารถปรับแต่ง EQ ในแบบที่ชอบได้ด้วย

 

Performance / Software

win3

Lenovo IdeaPad Slim 3i เครื่องที่รีวิวนี้มาพร้อมกับ Intel Pentium Gold 7505 แรม 8 GB โดยใช้ระบบปฏิบัติการเป็น Windows 10 Home Single Language 64 bit แท้มาจากโรงงาน ซึ่งต้องนับว่าคุ้มมากครับ กับเครื่องราคา 13,900 บาท เพราะคิดแค่ค่า License Windows 10 Home แท้ ถ้าต้องซื้อแยกก็ตกราว 3,500 – 4,000 บาทเข้าไปแล้ว

cpuz

โปรแกรม CPU-Z ก็สามารถแสดงรายละเอียดของชิป Intel Pentium Gold 7505 ได้เกือบครบครับ โดยมาพร้อมคอร์ประมวลผล 2 คอร์ 4 เธรด แคช L3 4 MB สถาปัตยกรรมระดับ 10nm ที่ตอบโจทย์การทำงานทั่วไป งานพื้นฐานได้เป็นอย่างดี แต่ถ้าจะนำไปใช้งานเรนเดอร์ หรืองานที่ประมวลผลแบบมัลติคอร์ ก็อาจจะใช้เวลามากกว่าชิปรุ่นอื่นซักนิดนึงครับ

gpuz

GPU-Z ก็จะให้ข้อมูลส่วนของชิปกราฟิกเป็น Intel UHD Graphics ที่เป็น Tiger Lake GT2 10nm รองรับ DirectX 12 เต็มตัว

cine2

ทดสอบประสิทธิภาพของ CPU ด้วย Cinebench R23 พบว่า Intel Pentium Gold 7505 ทำคะแนนส่วนของ Single core ได้ค่อนข้างดีเลย กับคะแนนในระดับที่สูงกว่า Ryzen 7 1700X อยู่นิดนึง ส่วนคะแนนกลุ่ม Multi core ก็อยู่ในระดับที่ไม่สูงมาก เนื่องจากมีเพียง 2 คอร์ 4 เธรดเท่านั้น

ssd 8

SSD PCIe 256 GB ที่ติดมาในเครื่องก็จัดว่าอยู่ในระดับที่ใช้งานทั่วไปได้ ผลการทดสอบจัดว่าเหลือเฟือสำหรับการบูท Windows เปิดโปรแกรม รวมถึงในการเข้าถึงไฟล์ต่าง ๆ ก็ทำได้อย่างรวดเร็วทันใจ

pcmark

ผลทดสอบจาก PCMark 10 จัดอยู่ในระดับโน้ตบุ๊กใช้งานทั่วไป จะใช้ด้านเว็บ ด้านเอกสาร รวมถึงการทำงานผ่านเว็บก็ทำได้สบาย ส่วนการเรียนออนไลน์ การใช้งานโปรแกรมประเภทประชุมออนไลน์อย่างพวก Zoom นั้น ก็ไม่มีปัญหาเลย

3dmark

ส่วนการทดสอบด้านกราฟิกจาก 3DMark ก็ถือว่าทำได้ในระดับพื้นฐานเมื่อเทียบกับกลุ่มโน้ตบุ๊กเพื่อใช้งานออฟฟิศด้วยกัน

ทดลองเล่นเกมบน Lenovo IdeaPad Slim 3i

ทีนี้เรามาทดสอบด้านการเล่นเกมจริงดูบ้างครับ เริ่มด้วยเกมยอดฮิตในช่วงนี้คือ Genshin Impact บนพีซี

genshin

genshin2

ด้วยการใช้กราฟิก Intel UHD ดังนั้นการตั้งค่ากราฟิกที่แนะนำคือลองปรับต่ำสุดไว้ก่อน ซึ่งเท่าที่ผมลองแล้วด้วยความละเอียดภาพระดับ 1080p กราฟิกต่ำสุด ตัวเกมจะมีอาการแล็กตอนที่แพนกล้องไปมา กับตอนที่มีเอฟเฟคท์เยอะ ๆ บนจอครับ ถ้าหากต้องการเล่นได้ไหลลื่นขึ้น จะต้องอาศัยการปรับลดความละเอียดภาพลงพอสมควรเลย

dota

dota2

ส่วน Dota 2 ก็อยู่ในระดับที่เล่นได้ด้วยการตั้งค่าระดับ Fastest 1080p ส่วนถ้าปรับขึ้นมาเล็กน้อย ก็ยังอยู่ในระดับที่เล่นได้อยู่ครับ แต่เฟรมจะไม่ลื่นเท่ากับ Fastest

ด้านของ PUBG ตัวเต็ม จากที่ลองคือพอเล่นได้ แต่ไม่แนะนำเท่าไหร่ เพราะจะมีอาการภาพกระตุกเป็นบางช่วง แม้จะเป็นการตั้งค่ากราฟิกระดับต่ำสุด ซึ่งอาจส่งผลกับการเล่นได้เลย

vt2

แน่นอนว่าโน้ตบุ๊กจาก Lenovo ย่อมมาพร้อมโปรแกรม Lenovo Vantage ที่เป็นเหมือนผู้ช่วยดูแลทั้งด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ให้กับตัวเครื่อง รวมถึงยังมีตัวปรับตั้งค่าการทำงานของฟังก์ชันต่าง ๆ มาให้ด้วย

vt4

เมนู System Update ใช้สำหรับเป็นผู้ช่วยในการตรวจสอบ และอัพเดตระบบของตัวเครื่อง เช่น แพตช์ของ Windows และไดรเวอร์อุปกรณ์ต่าง ๆ ช่วยเพิ่มความสะดวกในการจัดการได้ดี

vt5

vt6

vt7

เข้ามาที่ My Device Settings หัวข้อ Power จะพบตัวตั้งค่าต่าง ๆ ที่น่าสนใจ เช่น

  • Lenovo Vantage Toolbar ที่เป็นแถบลัดสำหรับปรับค่า เช่น การเปิด/ปิดกล้อง ได้จากแถบ Taskbar ของ Windows 10 เลย
  • Intelligent Cooling ใช้สำหรับปรับการทำงานของพัดลมว่าจะให้เป่าเต็มที่ เป่าเบาแบบประหยัดแบต หรือจะเป็นแบบให้ระบบจัดการให้อัตโนมัติ ตามระดับของประสิทธิภาพที่ต้องการ
  • Rapid Charge ฟังก์ชันชาร์จเร็ว
  • Conservation Mode ระบบจะชาร์จแบตเพียง 55-60% เพื่อถนอมอายุการใช้งานแบต เหมาะสำหรับคนที่เสียบสายอะแดปเตอร์ตลอดเวลา
  • Flip to boot ตั้งค่าให้เครื่องเปิดทันทีเมื่อเปิดฝาพับจอขึ้นมา
  • Always on USB ตั้งค่าเปิดหรือปิดการชาร์จไฟของพอร์ต USB ให้กับอุปกรณ์อื่น แม้จะปิดคอมไปแล้ว

vt8

ส่วนการตั้งค่าเสียง ก็จะมีการปรับรูปแบบเสียงของ Dolby Audio ว่าจะให้เน้นเสียงโทนใด เช่น สำหรับดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม หรือเน้นเสียงสนทนา ส่วนด้านล่างก็จะมีตัวปรับไมโครโฟนด้วยเช่นกัน

vt9

ในหัวข้อ Display & Camera จะมีตัวปรับค่าเกี่ยวกับจอ เช่น โหมดถนอมสายตา เป็นต้น ส่วนที่เกี่ยวกับกล้องก็จะมี Privacy Mode มาให้ปรับ ถ้าเปิดไว้ ซอฟต์แวร์ก็จะตัดการส่งภาพจากกล้องออก เพื่อป้องกันการบันทึกและส่งภาพออกโดยไม่ตั้งใจได้ ซึ่งจะทำงานแยกกันกับ Privacy Shutter ที่เป็นแผ่นปิดหน้าเลนส์กล้องนะครับ

นอกจากนี้ยังสามารถปรับความสว่างและคอนทราสต์ของกล้องหน้าได้ด้วย

vt10

ด้านของหัวข้อ Input & Accessories จะมีเพียงแค่การปรับหน้าที่ของปุ่มแถวบน ว่าจะให้เป็นแถบปุ่มฟังก์ชัน หรือเป็นปุ่มตั้งค่าต่าง ๆ

vt3

ถัดมาก็จะเป็นการทำงานในกลุ่ม Security ที่ว่าด้วยระบบความปลอดภัยของเครื่อง ซึ่ง Lenovo Vantage จะทำงานร่วมกับ Mcafee อีกทีนึงนะครับ โดยสามารถกดซื้อ license เพิ่มได้จากในหน้านี้เลย

vt11

vt11 2

Smart Performance เป็นบริการ/ฟังก์ชันเสริมที่เพิ่มเข้ามาใน Lenovo Vantage อีกที สำหรับฟังก์ชันที่เปิดให้ใช้งานได้ฟรี ก็คือการสแกนเพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพของตัวเครื่องว่าอยู่ในระดับที่ใช้งานได้ดีขนาดไหน ส่วนถ้าต้องการเสริมการทำงานขึ้นไปอีก ก็จะมีให้ซื้อสิทธิ์การใช้งานรายปีได้ มีตั้งแต่ 1-4 ปี ยิ่งซื้อนาน ราคาหารเฉลี่ยต่อปีก็ยิ่งถูกลงตามลำดับ

ซึ่งฟังก์ชันเสริมที่มีให้ซื้อสิทธิ์เพิ่มก็จะเป็นพวกการปรับจูนประสิทธิภาพของตัวเครื่อง ตัวเสริมความปลอดภัยให้กับระบบ รวมถึงบริการในการป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในการทำงานด้วย เพื่อให้ผู้ใช้มั่นใจว่าระบบจะสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพตลอดระยะเวลาที่ใช้งานบริการนี้ รวม ๆ แล้วก็จะมีประโยชน์ทั้งกับผู้ใช้งานทั่วไป ที่ต้องการซื้อเครื่องมาใช้ทำงาน ใช้เรียน โดยอาจจะเป็นผู้ที่ไม่ได้เชี่ยวชาญในด้านการตรวจสอบ และดูแลระบบมากนัก รวมไปถึงการใช้งานในระดับองค์กรขนาดกลาง-เล็กที่ต้องมีการแจกจ่ายโน้ตบุ๊กให้กับพนักงานด้วย

vt12

อีกฟังก์ชันที่น่าสนใจใน Lenovo Vantage ก็คือ Hardware Scan ที่จะช่วยในการสแกนการทำงานเบื้องต้นของฮาร์ดแวร์หลักที่ติดตั้งอยู่ ว่าสามารถทำงานได้ตามปกติหรือไม่ ซึ่งหากพบจุดผิดปกติ ก็จะสามารถนำข้อมูลที่ได้ไปวิเคราะห์ เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาที่เกิดกับตัวเครื่องได้

 

Battery / Heat / Noise

แบตเตอรี่ของ Lenovo IdeaPad Slim 3i นั้น จากที่ผมลองใช้งานด้วยตัวเองกับรูปแบบการทำงานพื้นฐาน เช่น เปิด Google Chrome มีดู Youtube บ้างเป็นระยะ ๆ เปิดความสว่างหน้าจอระดับกลาง ๆ

batt chrome

พบว่าสามารถใช้งานได้อยู่ในช่วง 5-10 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับการใช้งานโปรแกรมในแต่ละช่วง ซึ่งถ้าเป็นการใช้งานอยู่ที่บ้านอยู่แล้วก็แทบไม่มีปัญหาเลย สามารถนั่งเรียนออนไลน์ได้สบาย อาจจะยกเครื่องไปนั่งเรียนในซักจุดหนึ่งของบ้าน พอพักเที่ยงก็เสียบสายชาร์จซักรอบ (โดยเปิด Rapid Charge ที่ Lenovo Vantage ด้วย) ช่วงบ่ายก็ถอดสายแล้วหยิบไปใช้เรียนต่อได้ทันที

temp aftergame

ด้านของความร้อนจากการทำงาน ตัวชิป Intel Pentium Gold 7505 และตัวเครื่องเองนั้นสามารถจัดการได้ค่อนข้างดี ซึ่งผมทดสอบด้วยการเปิดใช้งานในห้องแอร์ อุณหภูมิประมาณ 26 องศา พบว่าตัวชิปมีอุณหภูมิในช่วงการใช้งานปกติอยู่ที่ราว ๆ 40 กลาง ๆ ถึง 50 ต้น ๆ หรือถ้าสแตนด์บายแบบไม่ได้เปิดโปรแกรมอะไรก็จะยิ่งลดลงไปอีก ส่วนในอุณหภูมิห้องปกติก็ได้อยู่ในช่วงไล่เลี่ยกัน

ส่วนอุณหภูมิสูงสุด จากที่ผมลองเปิดเกมทั้ง Genshin, Dota 2 และ PUBG ไล่กันมา พบว่าอุณหภูมิสูงสุดจะเป็น 76 องศาเซลเซียสเท่านั้น เสียงพัดลมก็ไม่ดังเท่าไหร่ด้วย ทั้งนี้ก็เนื่องจากตัวชิปเองจะมีการปรับลดการทำงานลง (throttle) เมื่อมีอุณหภูมิสูง ซึ่งก็ตรงกันกับที่ผมลองทดสอบด้วยการรัน FurMark เพื่อเร่งการทำงานของ iGPU ไปพร้อมกับรัน Cinebench โดยเปิด Task Manager เพื่อตรวจสอบ % การทำงานของ CPU ก็พบว่า CPU จะทำงานที่ราว 80% เท่านั้นเมื่อเปิด FurMark พอปิดไป CPU ก็จะเด้งกลับมาประมวลผลให้กับ Cinebench เต็ม 100% ทันที ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติของชิปในกลุ่มที่เน้นการประหยัดพลังงาน และการควบคุมความร้อนครับ

 

Conclusion / Award

Review Lenovo IdeaPad Slim 3i pentium NotebookSPEC 23

Lenovo IdeaPad Slim 3i คือโน้ตบุ๊กที่ส่วนตัวผมว่าทำออกมาตอบโจทย์การเรียนและทำงานอยู่บ้านในช่วงนี้ได้ดีเลยทีเดียว ด้วยปัจจัยหลักในด้านราคาที่ 13,900 เท่านั้น (รุ่น Pentium Gold) แต่ได้ประสิทธิภาพในระดับที่เหลือกินเหลือใช้สำหรับการใช้งานคอมพิวเตอร์พื้นฐาน การเรียนออนไลน์ ไปจนถึงการทำงานเอกสารที่ไม่ได้เน้นความซับซ้อนของสูตรคำนวณมากนัก ส่วนปัจจัยรองก็คือเรื่องของสเปค ที่แม้จะราคาหมื่นต้น ๆ แต่ก็ได้แรม 8 GB ที่สามารถอัพเกรดเพิ่มได้อีก และก็ได้ SSD 256 GB ที่ยังมีช่องให้ใส่ SSD 2.5″ เพิ่มได้อีก 1 ลูกด้วย เรียกว่าซื้อเครื่องนี้ นอกจากจะใช้ WFH ได้แล้ว ยังนำไปใช้งานจริงในภายหลังในระยะยาวได้แบบสบาย ๆ

ส่วนในจุดอื่น ๆ ก็ต้องบอกว่า Lenovo IdeaPad Slim 3i เครื่องนี้ให้มาในระดับมาตรฐานปี 2021 ครับ หน้าจอ 14″ IPS FHD มีช่อง USB-C ให้ แต่ที่เกินคาดมาหน่อยก็คือมันมาพร้อม WiFi 6 (WiFi AX) อีกด้วย ซึ่งถ้า router ที่บ้านเป็น WiFi 6 แล้ว ก็จะยิ่งทำให้สามารถใช้งานโน้ตบุ๊กเครื่องนี้ได้อย่างเต็มศักยภาพขึ้นไปอีกระดับแน่นอน จะใช้เรียนออนไลน์ ดูวิดีโอการสอน หรือจะใช้ประชุมผ่านโปรแกรมต่าง ๆ ก็ไหลลื่น ไม่มีสะดุดแน่นอน

อย่างไรก็ตาม ตัวเครื่องก็จะมีข้อจำกัดเล็ก ๆ น้อย ๆ อยู่บ้างเหมือนกัน เช่น การไม่มีพอร์ต LAN มาให้ คีย์บอร์ดไม่มีไฟ backlit ที่ตอนนี้หลาย ๆ คนน่าจะชินกับการใช้งานกันไปแล้ว และก็เรื่องระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่ที่ถ้านำมาใช้งานจริงแบบต่อเนื่อง อาจจะได้ราว 5-6 ชั่วโมงเท่านั้น ไม่ถึงระดับ 8 ชั่วโมงตามมาตรฐานของโน้ตบุ๊กยุคใหม่ แต่เอาจริง ๆ มันก็เพียงพออยู่สำหรับการใช้งานที่บ้านหรือที่ทำงานก็ตาม

Review Lenovo IdeaPad Slim 3i pentium NotebookSPEC 19

Award

โดยในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับเครื่องในกลุ่มของโน๊ตบุ๊คราคาคุ้มค่าด้วยกัน ซึ่ง Lenovo IdeaPad Slim 3i (Pentium) ก็ได้รางวัลต่างๆ ดังนี้

Best Design

สำหรับดีไซน์ภายนอก ต้องบอกว่า Lenovo IdeaPad Slim 3i เครื่องนี้ก็ดูเหมือนโน้ตบุ๊กทั่ว ๆ ไป แต่สาเหตุที่ผมให้รางวัล Best Design ด้วยก็คือเรื่องของการออกแบบภายใน ที่แม้จะเป็นโน้ตบุ๊กกลุ่มราคาไม่แพง แต่ยังมีช่องสำหรับติดตั้ง HDD/SSD 2.5″ เพิ่มได้ 1 ลูก รวมถึงยังสามารถอัพเกรดแรมโดยเปลี่ยนกับแรมแถวเดิมได้ด้วย ซึ่งต้องยอมรับว่าหาได้ยากแล้วเหมือนกันในสมัยนี้ กับการมีตัวเลือกในการอัพเกรดเครื่อง ในกลุ่มโน้ตบุ๊กราคาไม่แพง

NBS award 7 Design

Best Value

ขาดไม่ได้เลยสำหรับรางวัล Best Value สำหรับ Lenovo IdeaPad Slim 3i เครื่องนี้ กับราคาเริ่มที่ 13,900 บาท แต่ได้โน้ตบุ๊กจอ 14″ IPS FHD มาพร้อม Windows 10 Home แท้ฟรี งานประกอบตัวเครื่องก็จัดว่าอยู่ในระดับมาตรฐาน ระบบระบายความร้อนที่ดี ใช้งานหนัก ๆ ก็ไม่ร้อนจนเกินไป ทั้งยังได้แรม 8 GB มาเลย ส่วนพลังของ Intel Pentium Gold 7505 ก็ตอบโจทย์การใช้งานทั่วไปได้เป็นอย่างดี ทำให้สามารถแกะกล่องขึ้นมาใช้งานได้ทันทีแบบแทบไม่ต้องทำอะไรเพิ่มแล้ว

 

award new value

from:https://notebookspec.com/web/590834-review-lenovo-ideapad-slim-3i

รีวิว Acer Swift X สเปก Ryzen 5 5500U + GTX 1650 จอ 14″ เบา 1.39โล ได้ RAM 8GB + SSD 512GB + Office แท้ ประกัน 3 ปี On-site ราคา 27,990 บาท

Acer Swift X จัดว่าเป็น AMD Notebook รุ่นใหม่ช่วงปี 2021 สเปก Ryzen 5000U + GeForce GTX โดยเป็นการเพิ่มเข้ามาเป็นซีรีส์ใหม่ ซึ่งสเปกตอนนี้มีรุ่นเดียวคือ Ryzen 5 5500U สถาปัตยกรรม Zen 2 เทคโนโลยีการผลิตที่ 7nm ใช้การ์ดจอแยกระดับ Gaming อย่าง GTX 1650 รองรับการทำงานหนักๆ แบบมืออาชีพได้สบายๆ รวมไปถึงในการเล่นเกมที่ลื่นไหลกว่า Swift รุ่นอื่นๆ ทั้งหมด

Acer Swift X

Acer Swift X มาพร้อมหน้าจอ 14″  หน้าจอความละเอียด FullHD พาเนล IPS โดยมีน้ำหนักเพียง 1.39 กิโลกรัม ส่วนสเปกอื่นๆ ก็ครบครันทั้งแรมขนาด 8GB LPDDR4X Bus 4266MHz และ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB รองรับการทำงานที่เต็มที่หลากหลาย แบตเตอรี่ยาวนานพกพาสะดวก ไม่ว่าจะเป็นงานเอกสาร ความบันเทิง หรืองานประมวลผลหนักๆ ก็พอได้เลย เหมาะกับคนทำงาน นักเรียน นักศึกษา ที่ต้องการโน๊ตบุ๊คที่บางเบาแต่ได้ประสิทธิภาพที่สูง 

เรียกได้ว่า Acer เสนอ Acer Swift X ซึ่งเป็นโน๊ตบุ๊คบางเบารูปแบบใหม่มาสู่ท้องตลาด ไม่ใช่แค่บางเบาแบบสุดๆ แต่ยังได้ยกระดับการใช้งานได้สเปกที่แรงลื่นขึ้นจากการที่ฮาร์ดแวร์ภายในใกล้เคียง Gaming Notebook ยิ้งขึ้นไปอีก ใช้ชิปประมวลผล AMD Ryzen 5 5500U ทำงานแบบ 6 คอร์ 12 เธร์ด ที่ความเร็ว 2.10 – 4.00 GHz โดดเด่นด้วยการ์ดจอแยกอย่าง GTX 1650 (4GB GDDR6) สนนราคา 27,990 บาท ที่ ส่วนรุ่น Ryzen 7 5700U น่าจะตามมาภายหลังอีกที

VDO Review 

NBS Verdict

สรุป Acer Swift X กับการเป็นโน๊ตบุ๊ครุ่นล่าสุดของช่วงกลางปี 2021 ประจำซีรีส์ Acer Swift รุ่นล่าสุด ทั้งเรื่อง สเปก ดีไซน์การออกแบบ พร้อมฟีเจอร์ต่างๆ นั้น เป็นการต่อยอดจากรุ่น Acer Swift 3x สเปก Core i Gen 11 ซึ่ง Acer ทำการบ้านมาเป็นอย่างดีกับโน๊ตบุ๊คบางเบาราคาคุ้มค่า ที่ราคาไม่แพง มีความน่าใช้งาน ด้วยหน้าจอ 14″ IPS Full HD เกรดสูง sRGB 90% โดยเบาเพียง 1.39 กิโลกรัมเท่านั้นเอง 

ได้สเปกแรงๆ อย่าง AMD Ryzen 5 5500U + NVIDIA GeForce GTX 1650 + RAM 8GB + SSD 512GB สเปกระดับ Gaming อีกทั้งได้มาตรฐานการเชื่อมต่อที่ดีที่สุดอย่าง Wi-Fi 6 AX พร้อมแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนานเกือบๆ 13 ชั่วโมง การรับประกันเป็น 3 ปี On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้านตามมาตรฐานของ Acer และมีบริการซ่อมด่วนใน 3 ชั่วโมงด้วย 

Acer Swift X

ที่สำคัญยังได้โปรแกรม Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,299 บาท) ด้วย ซึ่งแม้ประสิทธิภาพก็คงจะสู้โน๊ตบุ๊คที่เน้นความคุ้มค่าต่อประสิทธิภาพอย่าง Acer Nitro 5 ไม่ได้ในราคาที่ใกล้เคียงกัน แต่ก็จัดว่าทำงานหนักๆ หรือเล่นเกมได้ดีกว่ารุ่นก่อนๆ ทั้งหมด และที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือ หน้าจอได้รับการอัพเกรดเป็นรุ่นที่สูงขึ้นในระดับเดียว Acer Swift 5 รุ่นพี่ ได้ค่าขอบเขตสีระดับ sRGB 90% นั่นเอง

นอกจากนี้ยังได้ระบบความปลอดภัยสแกนในหน้าเพื่อ Login ผ่านทาง Windows Hello ระบบปฏิบัติการ Windows 10 ส่งผลให้เป็นโน๊ตบุ๊คหน้าจอ 14″ สายทำงานตัวจริงพร้อมความบันเทิงแบบจัดเต็มอีกหนึ่งรุ่น ที่น่าซื้อมาใช้งานอย่างแท้จริง พร้อมกันนั้นยังมีฟีเจอร์ Cooling Mode ช่วยในการเล่นเกมหรือทำงาน ซึ่งควบคุมโหมดการใช้งานง่ายๆ ด้วยการแตะปุ่มลัด “Fn + F” เพื่อเปลี่ยนโหมด อาทิ Silent mode / Normal mode / Performance mode

Acer Swift X

ส่วนข้อสังเกตที่ต้องพูดถึงเลยก็คือน้ำหนักตัวเครื่องที่มากกว่า Swift ทุกๆ รุ่น เมื่อเทียบกับสเปกความแรงที่ได้มาก็อยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ แม้จะใช้พัดลมระบายความร้อนเพียงตัวเดียวก็ตาม และไม่มีซอฟต์แวร์ที่ไม่มีให้ปรับแต่งเหมือน NitroSense ที่ใช้ในซีรีส์ Gaming อย่าง Nitro แต่ยังไงก็ตามความร้อนที่เกิดขึ้นก็ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดีเยี่ยมมากๆ อยู่ และไม่มีผลต่อการใช้งานอะไร ปิดท้ายคือแรมเป็น 8GB ออนบอร์ด ไม่สามารถอัพเกรดได้ 

จุดเด่น Acer Swift X

  • เป็นโน๊ตบุ๊คหน้าจอ 14″ ที่บางเบา มีสีสันที่สวยงามไม่ซ้ำใคร พร้อมมีระบบช่วยเอียงเครื่อง
  • มีดีไซน์ที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์ตามสไตล์ Swift Series มีความหรูหรา คุ้มค่าเกินราคา
  • วัสดุทำจากอลูมิเนียมเกรดดีตลอดทั้งตัวเครื่องที่มีความแข็งแรง งานประกอบดูแน่นหนา
  • สเปกโดยรวมให้ประสิทธิภาพการทำงานที่ลื่นไหลรวดเร็ว ด้วย Ryzen 5000U + GTX 1650
  • หน้าจอ 14″ ความละเอียด Full HD พาเนล IPS เกรดสูง สีสันสวยงามเนียนตา ดีกว่ารุ่นเดิม
  • ติดตั้งการเชื่อมต่อไร้สาย Wi-Fi 6 AX ใหม่สุดๆ พร้อมรองรับ MIMO
  • มีพอร์ต USB 3.2 Type-C แบบ Full Function อาทิ ชาร์จไฟ PD / ต่อจอแยก / โอนข้อมมูล
  • แม้ทำงานหนัก แต่ตัวเครื่องก็ระบายความร้อนได้เป็นอย่างดี เมื่อเทียบกับสเปกที่ได้
  • มีสแกนลายนิ้วมือ Fingerprint ใช้งานร่วมกับ Windows Hello เพื่อความปลอดภัย
  • รองรับการอัพเกรด SSD M.2 อีก 1 ตัวเพิ่มทันที เพราะตัวเครื่องรองรับ 2 สล็อต
  • มีระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home ติดตั้งมาให้ทันที
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานเกือบๆ 13 ชั่วโมง
  • ฟีเจอร์ Fast Charge ชาร์จเพียง 30 นาที ก็สามารถใช้งานได้ถึง 4 ชั่วโมง
  • ประกัน 3 ปี (On-site ปีแรก) ส่งศูนย์ซ่อมไวใน 3 ชั่วโมง
  • ได้โปรแกรม Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,299 บาท)

ข้อสังเกต Acer Swift X

  • แรมได้ขนาด 8GB แบบออนบอร์ด ไม่สามารถอัพเกรดเพิ่มได้ ได้ถ้าเป็น 16GB เลยน่าจะดีกว่านี้
  • ตัวเครื่องมีความหนาและน้ำหนักที่มากกว่า Swift รุ่นอื่นๆ แต่ก็อยู่ในเกณฑ์ที่รับได้
  • หัวชาร์จอแดปเตอร์ยังไม่ได้เป็นมาตรฐาน USB-C แต่เราสามารถหาซื้อเพิ่มมาใช้งานได้
  • เมื่อใช้งานหนักๆ ความร้อน CPU สูงสุดอยู่ที่ 94 องศาเซลเซียส แต่ไม่มีผลต่อการใช้งาน

Specification

Acer Swift X มีเพียงสเปกเดียว เป็นชิปประมวลผล AMD Ryzen 5 5500U สถาปัตยกรรม Zen 2 มาพร้อมกับเทคโนโลยีการผลิตที่ 7 nm ที่แรงขึ้นและร้อนน้อยกว่าเดิม เพิ่มเติมด้วยแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน การ์ดจอเป็นออนชิป Radeon 7 พร้อมได้การ์ดจอแยก NVIDIA GeForce GTX 1650 (4GB GDDR6) เน้นความแรงและคุ้มค่าเป็นหลัก สนับสนุนการเล่นเกมได้ลื่นไหลสนับสนุนการเล่นเกมได้ลื่นไหล แน่นอนว่ารองรับทุกๆ การทำงานได้ดีขึ้น ทั้งดูหนังฟังเพลง ก็ทำได้ดีขึ้น 

Acer Swift X

ได้หน่วยความจำแรมขนาด 8GB LPDDR4x แบบออนบอร์ด และที่เก็บข้อมูล SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB (รองรับการอัพเกรดอีก 1 ตัวทันที) หน้าจอเป็นพาเนล IPS เกรดสูง ขนาด 14″ ความละเอียด Full HD แบบจอด้านลดแสงสะท้อน พร้อมได้มุมมองที่กว้างและสีสันสดใสพร้อม Windows 10 Home แท้ ที่สำคัญคือได้โปรแกรม Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,299 บาท) ทำให้ได่ Word / Excel / Power Point ไปใช้งานฟรีๆ ติดเครื่องไปใช้งานยาวๆ ได้เลย

ส่วนเรื่องของพอร์ตเชื่อมต่อนั้นก็ยังมีพอร์ตมาตรฐานซึ่งมาให้ค่อนข้างครบ ซึ่งได้เป็น USB 3.2 Type-C ที่โอนถ่ายข้อมูลได้ และรองรับ  DisplayPort พร้อมชาร์จไฟผ่านทางมาตรฐาน Power Delivery, USB 3.2 Type-A, HDMI สำหรับเชื่อมต่อจอภายนอก ที่สำคัญยังมาพร้อม Dual-Band Wi-Fi 6 AX ที่แรงขึ้น 3 เท่า และการเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth 5.0 ใหม่ล่าสุด ได้ประกันเป็น 3 ปี On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน หรือส่งศูนย์ซ่อมเอง ก็จะได้บริการซ่อมด่วนใน 3 ชั่วโมงด้วย 

Acer Swift X SFX14-41G-R3AD ราคา 27,990 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 5 5500U (6C/12T : 2.10 – 4.00 GHz)
  • GPU : NVIDIA GeForce GTX 1650 (4GB GDDR6)
  • RAM : 8GB LPDDR4X 4266 MHz
  • DISPLAY: 14″ IPS Full HD 60Hz
  • STORAGE : SSD PCIe Gen3 NVMe 512GB
  • OS : Windows 10 Home
  • Software : Office Home & Student 2019
  • Warranty : 3 Years On-site Service

Hardware / Design

Acer Swift X เครื่องนี้ใช้วัสดุประกอบหลักเป็นอลูมิเนียมอัลลอยด์คุณภาพดีให้สัมผัสใกล้เคียงกับ Acer Swift 3 รุ่นก่อนหน้า โดยสีสันเป็น Safari Gold แนวผสมทูโทนทั้งสีทองและเงิน ที่เหมาะกับทั้งหนุ่มๆ ลุคเท่ๆ เน้นเรียบง่าย หรือสาวๆ ที่ดูสดใสลงตัว  ซึ่งทั้งตัวเครื่องให้ความบางเบาแต่แข็งแรง เรียกได้ว่าได้รับการพัฒนาต่อยอดจากโน๊ตบุ๊คบางเบาของทาง Acer ได้เป็นอย่างดีที่มาพร้อมราคาที่คุ้มค่ากว่ารุ่นเดิม แต่ก็ต้องยอมรับว่าเทียบแล้วก็มีน้ำหนักที่มากกว่าด้วย 

Acer Swift X R5 GTX1650 Review 26

ดีไซน์โดยรวม Acer Swift X ดูแล้วมีความเรียบหรูกว่าราคาไปมาก โดยตัวเครื่องมาพร้อมกับบาง และมีน้ำหนักเพียง 1.39 กิโลกรัมเท่านั้น ถือได้ว่าเป็นโน๊ตบุ๊คหน้าจอขนาด 14″ แต่ตัวเครื่องเทียบเท่ากับหน้าจอ 13.3″ อย่างรุ่นก่อนๆ ที่บางเบาที่สุดรุ่นหนึ่ง พกพาไปไหนมาไหนได้สะดวกขึ้นแบบรู้สึกได้ จนรุ่นเก่าต้องอิจฉาเลยทีเดียว กับแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน พร้อมยังสามารถชาร์จได้รวดเร็วด้วยการชาร์จเพียง 30 นาที ก็สามารถใช้งานได้ถึง 4 ชั่วโมง

Acer Swift X R5 GTX1650 Review 3 1

ฝาหลัง Acer Swift X เป็นวัสดุอลูมิเนียมอัลลอยด์สีทองอ่อนๆ ให้ผิวสัมผัสที่ดีมีความพรีเมียมกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไป พร้อมโลโก้ Acer ตามมาตรฐานกลางฝาหลัง ให้สีสันเป็นเงินมันวาว สำหรับขอบตัวเครื่องมีความโค้งมนเพื่อความสวยงาม ส่วนด้านในก็จะเป็นอะลูมิเนียมสีเงินที่ดูหรูหรา โดยตัวคีย์บอร์ดเองก็เป็นเงินลงตัวยิ่งให้ความสวยงามและโดดเด่นตามสไตล์ของ Acer Swift Series ที่มีความแตกต่างจาก Acer Swift 1 / Swift 3 / Swift 5 / Swift 7 รวมถึง Swift 3x ที่เคยมีมา

Acer Swift X R5 GTX1650 Review 25

ขอบตัวเครื่องทั้งหมดจะเป็นดีไซน์แบบโค้งมนเนียนๆ เข้ากับมือเวลาหยิบจับถือขึ้นมา โดยจากสติ๊กเกอร์ด้านในบริเวณที่วางมือฟีเจอร์ที่แปะไว้เอาไว้บ่งบอกถึงสเปกชิปประมวลผล AMD Ryzen 5000 และการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce GTX รวมถึงฟีเจอร์ต่างๆ โดยตัวบานพันด้านหลังเป็นแบบแถวยาวแถวเดียวพร้อมยางรองพิเศษที่จะดันตัวเครื่องให้เอียงเมื่อเราทำงานเปิดใช้งาน เพื่อให้รับกับการพิมพ์ของเรา ซึ่งส่วนนี้ยังมีดีไซน์สีสันเป็นสีทองดูเป็นเนื้อเดียวกับฝาหลังอีกด้วย 

Acer Swift X R5 GTX1650 Review 31

สรุปสำหรับตัวเครื่องและดีไซน์การออกแบบของ Acer Swift X ปี 2021 สเปก Ryzen 5000 + GTX 1650 นั้น เป็นการต่อยอดจาก Swift รุ่นก่อนหน้านั้นทั้งหมดที่ดูแล้วลงตัว เพราะดูแล้ว Acer ทำการบ้านมาเป็นอย่างดีกับโน๊ตบุ๊คบางเบาราคาคุ้มค่าแต่ได้ความแรง ในราคาไม่แพง ซึ่งรุ่นสเปกที่เรานำมารีวิวอยู่ที่ 27,990 บาทเท่านั้น ที่ให้ภาพลักษณ์โดยรวมนั้นทำได้เป็นอย่างดีน่าประทับใจ ที่สำคัญคือเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนๆ ต่อฟีเจอร์และสเปกที่ได้ จัดได้ว่ามีราคาที่จับต้องได้ง่ายอีกด้วย

Acer Swift X R5 GTX1650 Review 8
Acer Swift X R5 GTX1650 Review 10
Acer Swift X R5 GTX1650 Review 48
Acer Swift X R5 GTX1650 Review 34
Acer Swift X R5 GTX1650 Review 37
Acer Swift X R5 GTX1650 Review 38
Acer Swift X R5 GTX1650 Review 64
Acer Swift X R5 GTX1650 Review 62
Acer Swift X R5 GTX1650 Review 63

 

Keyboard / Touchpad

คีย์บอร์ดที่ติดตั้งมาใน Acer Swift X เป็นแบบ Chiclet Keyboard ซึ่งระยะเว้นระหว่างปุ่มพิมพ์ทำออกมาได้พอดีไม่ชิดกันมากเกินไปและระยะยุบตัวของปุ่มพิมพ์นั้นค่อนข้างสั้น แต่ใช้งานจริงก็พอได้อยู่ไม่ได้ลำบากในการใช้งานนัก ผิวสัมผัสของปุ่มแต่ละปุ่มนั้นให้ความรู้สึกที่ติดนิ้ว

ส่งผลให้พิมพ์ได้อย่างสะดวกไม่แพ้คีย์บอร์ดของโน๊ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ เลย พร้อมมีไฟคีย์บอร์ดสีขาวส่องสว่างปรับระดับได้ ส่วนปุ่มเปิดเครื่องจะไปอยู่ที่มุมขวาบน สีกลืนไปกับเครื่อง ซึ่งแม้ว่าเราจะไปเผลอกดระหว่างการใช้งานก็ไม่ได้ทำให้เครื่องปิดแต่อย่างใด (ต้องกดค้างซัก 3 วินาทีถึงจะมีเมนูของ Acer ขึ้นมา)

Acer Swift X R5 GTX1650 Review 4

ทัชแพดถูกออกแบบมาให้มีขนาดที่ใหญ่กำลังดี โดยจะซ่อนปุ่มคลิกซ้ายและคลิกขวาเอาไว้ทำให้ดูเรียบง่ายหรูหรา จากการทดสอบแล้วทัดแพชนี้รองรับ Gesture Control ผ่านทาง Windows 10 ได้ดีและมีการตอบสนองที่รวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์สแกนลายนิ้วมือ Fingerprint ที่ใช้งานได้ง่าย ซึ่งถือว่าเป็นอะไรที่ใช้งานได้สะดวกและปลอดภัยกว่าการกรอกรหัสเข้าใช้งานเครื่องทุกครั้ง

Acer Swift X R5 GTX1650 Review 5
Acer Swift X R5 GTX1650 Review 6
Acer Swift X R5 GTX1650 Review 7

Screen / Speaker

Acer Swift X ได้ติดตั้งหน้าจอขนาด 14″ ขอบจอบาง โดยมีพื้นที่ 84% เป็นหน้าจอแสดงผล ได้พาเนล IPS เกรดสูง ซึ่งดีขึ้นกว่า Acer Notebook หลายๆ รุ่น ที่รองรับความละเอียด Full HD หรือ 1920 x 1080 พิกเซล ที่เหมาะกับการทำงานหรือความบันเทิงแบบสุดๆ ด้วยสีสันที่สมจริงเรียบเนียมและมุมมองที่กว้างกว่า แน่นอนว่าขอบด้านบนยังติดตั้งกล้องเว็บแคมพร้อมไมโครโฟนแบบคู่ให้ใช้งาน VDO Call อยู่

Acer Swift X R5 GTX1650 Review 15

อีกทั้งยังมี Acer Color Intelligence เทคโนโลยีนี้จะปรับแกมม่าและความอิ่มตัวสีแบบเรียลไทม์ ช่วยปรับสี ความสว่าง และความอิ่มตัวสี แน่นอนว่าให้ประสบการณ์ใช้งานในการแสดงผลที่เยี่ยมยอด โดยมี BluelightShield ลดแสงสีฟ้า รองรับกับงานทั่วไปเป็นอย่างดีและพอเพียงกับการใช้งานทั่วไป อย่างเล่นอินเตอร์เน็ต พิมพ์งาน

Acer Swift X R5 GTX1650 Review 17
Acer Swift X R5 GTX1650 Review 16
Acer Swift X R5 GTX1650 Review 2

การทดสอบประสิทธิภาพหน้าจอที่เป็นโน๊ตบุ๊คที่ใช้หน้าจอพาเนล IPS ทางทีมงานเลยถือโอกาสทดสอบหน้าจอแบบละเอียดๆ ด้วยเครื่องมือที่เป็นทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์อย่าง Spyder5Elite โดยให้ขอบเขตความกว้างของสีสันเทียบเท่ากับมาตรฐาน sRGB ที่ 90% และ AdobeRGB ที่ 68% เรียกได้ว่าให้ประสิทธิภาพเรื่องของสีสันอยู่ในระดับมาตรฐานที่ดีกว่า Acer Swift 3 แน่นอน

เหมาะกับผู้ที่ใช้งานด้านตกแต่งภาพ หรือทำ Art Work ที่ต้องการความเที่ยงตรงของสีเป็นหลัก แต่ถ้าเป็นงานที่ไม่จริงจังมากก็พอได้อยู่ ความสว่างหน้าจอสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 250 cd/m2 ซึ่งจัดได้อยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างดีเลยทีเดียว เอาไปทำงานข้างนอกสบายๆ

s1 3
s2 3
s3 3

ต่อกันที่วัดความสว่างของหน้าจอตามตำแหน่งต่างๆ โดยแบ่งเป็น 9 ช่องที่จะเห็นได้ว่าช่องกลางแถมบนมีค่า 0% ก็คือแสดงความสว่างได้เต็มที่ แต่สำหรับช่องหลายๆ ช่องที่ลดลงไปที่ระดับ 5% อีกทั้งมีค่าความคลาดสี Delta-E ที่เฉลี่ยแล้วต่ำกว่า 2 ปิดท้ายด้วยคะแนนรวม 4.0 คะแนนถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีกว่า มาตราฐานทั่วไป เหมาะสำหรับคนเอามาดูหนังฟังเพลง เล่นเกม หรือทำงานกราฟิกก็พอได้เลย

s4 1

ในส่วนของลำโพงที่ติดตั้งมาเป็นแบบสเตอริโอแบบ 2 x 2W มาพร้อมระบบเสียง DTS + Acer TrueHarmony โดยเป็นลำโพงขนาดเล็กอยู่ทางด้านล่างฝั่งผู้ใช้มุมซ้ายและขวาของตัวเครื่องอัดลงพื้นให้สะท้อนขึ้น จากการทดสอบลำโพงพบว่าเสียงที่ออกมาค่อนข้างดีน่าประทับใจ แยกรายละเอียดได้ในระดับหนึ่ง ถือได้ว่ามีเสียงที่ดังชัดเจน โดยเน้นไปโทนกลางเป็นหลักตามสไลต์ลำโพงจากโน๊ตบุ๊คทั่วไป นอกจากนี้ยังมีเสียงที่ค่อนข้างดังกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปอีกด้วย

Acer Swift X R5 GTX1650 Review 45
Acer Swift X R5 GTX1650 Review 9
Acer Swift X R5 GTX1650 Review 46

Connector / Thin And Weight

พอร์ตการเชื่อมต่อตัวเครื่องจัดว่าเป็นโน๊ตบุ๊คที่มีความครบครันพอตัว แม้ว่าจะเป็นเครื่องที่มีการออกแบบมาให้เป็นเครื่องที่มีขนาดความบางและน้ำหนักเบา แต่เรื่องพอร์ตการเชื่อมต่อต่างๆ นั้น ก็มีมาให้มากพอทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น USB 3.2 Type-A จำนวน 2 พอร์ต และ HDMI พร้อมช่องต่อหูฟังขนาดมาตรฐาน ที่สำคัญยังให้พอร์ตอย่าง USB 3.2 Type-C ที่เป็น USB 3.2 โอนถ่ายข้อมูล / DisplayPort ต่อหน้าจอภายนอก / PD รองรับการชาร์จไฟในตัว โดยรวมแล้วต้องบอกว่าเหนือชั้นกว่าโน๊ตบุ๊คในกลุ่มราคาเดียวกันทีเดียว

Acer Swift X R5 GTX1650 Review 35

ขนาดของตัวเครื่องและสายชาร์จ เมื่อเทียบกับขนาดของโน๊ตบุ๊คหน้าจอ 14″ ทั่วไปถือได้ว่ามีมิติที่พอๆ กัน ส่วนน้ำหนักตัวเครื่องเปล่านั้น อยู่ที่ 1.39 กิโลกรัมเท่านั้น (แต่ก็ถือว่าหนักกว่าหลายๆ รุ่นใน Swift Series) และเมื่อรวมกับตัวอแดปเตอร์ไซส์เล็กเข้าไปด้วย รองรับการจ่ายไฟที่ 90Watt  ก็จะมีน้ำหนักอยู่ที่ 1.8 กิโลกรัม จัดว่าพอพกพาได้สะดวกสบายอยู่ อย่างไรก็ตามอแดปเตอร์ยังเป็นหัวแบบกลมปกติ ทั้งๆ ที่ถ้าได้มาตรฐาน USB-C จะดีมากๆ (แต่เราจะหาซื้อมาเพิ่มเพื่อใช้งานก็ได้นะครับ)

Acer Swift X R5 GTX1650 Review 55

Acer Swift X R5 GTX1650 Review 36
Acer Swift X R5 GTX1650 Review 33
Acer Swift X R5 GTX1650 Review 54

Inside / Upgrade

การแกะเครื่องเพื่ออัพเกรด Acer Swift X นั้นสามารถทำได้ง่าย โดยเฉพาะในส่วนของแรมและฮาร์ดดิสก์เพียงแค่ไขน็อตทุกตัวรอบฝาล่างออก (สามารถเจาะทะลุสติ๊กเกอร์ Acer ได้เลย ไม่ต้องกังวลว่าประกันจะหลุด) จากนั้นใช้บัตรแข็งค่อยๆ รูดถอดออกที่ละส่วน จากด้านหลังมาด้านหน้าทีละข้าง งานประกอบการจัดวางตำแหน่งดูแล้วเรียบง่าย โดยอาศัยพัดลม 1 ตัว ดูดลมเย็นจากใต้ตัวเครื่องจากนั้นถ่ายเทความร้อนออกไปให้โดนฮีทไปป์แบบ 2 เส้น พร้อมฟินสีดำทางด้านหลังของตัวเครื่อง ที่ซ่อนช่องระบายความร้อนไว้อย่างเรียบเนียน

Acer Swift X R5 GTX1650 Review 49

ซึ่งหน่วยคสามจำแรมเป็นแบบฝั่งเมนบอร์ดมาเลย โดยติดตั้งขนาด 8GB LPDDR4x Dual Channel (4GB x 2) แบบฝังบอร์ด ส่วน SSD M.2 NVMe PCIe ติดมาแล้วที่ 512GB และข้างๆ มีสล็อตว่างอยู่ โดยมีการติดตั้งเหนือแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ ส่วนอื่นๆ ก็ประกอบฮาร์ดแวร์อื่นๆ ถือว่ามีงานประกอบที่เรียบร้อยเป็นอย่างดี อีกทั้งยังดูแล้วในอนาคตยังทำความสะอาดได้ง่ายด้วย โดยรวมแล้วการแกะตัวเครื่อง Acer Swift X เพื่ออัพเกรด SSD อีก 1 ตัวทันที หรือซ่อมแซมก็สามารถทำได้สะดวกทีเดียว

Acer Swift X R5 GTX1650 Review 50
Acer Swift X R5 GTX1650 Review 52
Acer Swift X R5 GTX1650 Review 51

Performance / Software

Acer Swift X รุ่นที่นำมารีวิวเป็นตัวขายจริง ได้สเปกเป็นชิปประมวลผล AMD Ryzen 5 5500U ที่แรงกว่า AMD Ryzen 4000U และ H รุ่นก่อนหน้าแบบก้าวกระโดด ด้วยสถาปัตยกรรม Zen 2 มาพร้อมกับเทคโนโลยีการผลิตที่ 7 nm ความเร็ว 2.10 –  4.00 GHz แบบ 6 Core/ 12 Thread ร้อนน้อยกว่า ได้ L3 Cache ที่ 8MB มีค่าอัตราการใช้พลังงานสูงสุด (TDP) ที่ 25W

ที่ต้องบอกว่าสร้างมาตรฐานประสิทธิภาพที่มากกว่าชิปประมวลผลรุ่นก่อนๆ แรงเพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไปมากๆ หรือถ้างานที่ต้องประมวลผลจริงจังก็รองรับได้อย่างสบายๆ ส่วนแรมได้ขนาด 8GB แบบออนบอร์ด เป็นมาตรฐาน LPDDR4x Bus 4266MHz ตามเทคโนโลยีของ AMD Ryzen 5000U ที่เหนือชั้นกว่า พร้อมให้ที่เก็บข้อมูล SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB ที่สามารถขับเคลื่อนระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home แบบไร้กังวล

c1 2.   c2 2

กราฟิกการ์ดเป็นแบบออนบอร์ดอย่าง AMD Radeon 7 มีความเร็วในการทำงานที่ 1800MHz มาตรฐานแรม DDR4 ขนาด 512MB ให้พลังในการประมวลผลที่ดีในระดับหนึ่ง อย่างในเรื่องของกราฟิก 2 มิตินั้นก็รองรับได้อย่างสบายๆ หรือถ้าเป็น 3 มิติ ก็ต้องบอกว่ารองรับการทำงานได้ในระดับเบื้องต้นเท่านั้น แต่เอาเข้าจริงๆ ก็สนับสนุนการเล่นเกมได้ในระดับนึงเหมือนกัน ซึ่งโดดเด่นจริงๆ จะเป็นเรื่องของการประหยัดพลังงานเมื่อใช้งานเบาๆ

โดยมีการ์ดจอแยกตัวแรงคุ้มค่าอย่าง NVIDIA GeForce GTX 1650 ได้แรมการ์ดจอจะเป็น 4GB GDDR6 แทนที่รุ่นก่อนที่เป็น 4GB GDDR5 เน้นใช้งานกับโน๊ตบุ๊คที่ใช้งานหลากหลายหรือ Gaming Notebook ราคาคุ้มค่าแต่ก็ยังแรงลื่นพอตัว เพราะเน้นประหยัดพลังงานและปลดปล่อยความร้อนที่น้อยกว่า และแม้ไม่มีฟีเจอร์อย่างที่ใน RTX Series มี แต่ก็ตอบสนองในส่วนของการทำงานที่เกี่ยวข้องกับ 3 มิติ หรือเกมที่กินทรัพยากรได้เป็นอย่างดีทีเดียว

g1 2.   g2 2

สำหรับโปรแกรมทดสอบ CINEBENCH ที่เน้นในเรื่องของพลังชิปประมวลผล AMD Ryzen 5 5500U คะแนนก็อยู่ในระดับสูงสุดๆ ที่น่าประทับใจสมกับเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด เปรียบเทียบกับชิปประมวลผล AMD Ryzen 4000U ก็ทำได้ดีกว่าแบบชัดเจนทีเดียว รวมไปถึงตัวการ์ดจอเองก็มีประสิทธิภาพสูงเช่นเดิม เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในส่วนของงานประมวลผลหนักๆ ได้อย่างสบายๆ รวดเร็วทันใจแบบสุดๆ สมกับเป็นชิปประมวลผลตัวบนในรุ่นใช้งานเต็มกำลัง และการ์ดจอระดับบน ที่เน้นการทำงานเป็นหลัก

cine15 2.   cine20 2

ตัวเก็บข้อมูลของเครื่องที่เลือกใช้ SSD ของแบรนด์ Hynix ก็ทำผลทดสอบเป็นที่น่าพอใจบนขนาดความจุ 512GB แบบ M.2 NVMe PCIe 3 ระดับสูง แน่นอนว่าเร็วกว่า SSD M.2 SATA 3 แบบทั่วไป ยิ่งเมื่อนำไปใช้เทียบกับฮาร์ดดิสก์แบบจานหมุนแล้วละก็จะเห็นถึงประสิทธิภาพทั้งในด้านการทดสอบและในด้านการใช้งานจริงที่แตกต่างกันอย่างเห็นเห็นได้ชัด เรียกได้ว่าเปิดอะไรปุ๊บก็ติดปั๊บ ที่ต้องบอกว่าความเร็วระดับการอ่านที่ราวๆ 3588 MB/s และเขียนที่ 3058 MB/s เป็นระดับความเร็วในการเขียนอ่านทำงานโดยรวมที่น่าประทับใจมากๆ 

ssd 2

การทดสอบประสิทธิภาพกับโปรแกรม PCMark 10 Advance ซึ่งสามารถทำคะแนนการทดสอบรวมได้มากถึง 5,231 คะแนน ถือได้ว่าในส่วนของการใช้งานทั่วไปโดยรวมนั้นสอบผ่านแบบสบายๆ ทั้งในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร งานตกแต่งรูปภาพ รวมถึงงานตัดต่อวิดีโอ  จากการที่เป็นโน๊ตบุ๊คใช้ชิปประมวลผล AMD Ryzen 5 5500U ที่แม้ไม่ใช่ H Series แต่ก็ยังแรงมากๆ ทำให้มีคะแนนพุ่งกว่าโน๊ตบุ๊คในสเปกใกล้เคียงกันกับ Gaming Notebook หลายๆ รุ่นเมื่อปีก่อนๆ เลยทีเดียว

pc10 2

สำหรับคะแนนและเฟรมเรมในการเล่นเกมจากการทดสอบด้วยโปรแกรม 3D Mark จากทาง Futuremark ที่พัฒนาและคิดค้นจากบริษัท AMD, Intel, Microsoft, NVIDIA ในส่วนของ Time Spy ทำออกมาน่าสนใจมากๆ ด้วยคะแนนรวม 2,987 และประมวลผลคาดการณ์เกม Apex Legends ปรับสุด Full HD ได้ 55+ FPS เน้นเรื่อง DirectX 12 เป็นตัวช่วยขับเคลื่อนเพื่อมาเสริมข้อบกพร่องทางด้านการทำงานต่างๆ ของการ์ดจอเป็นหลัก ซึ่งผลทดสอบนั้นจะดูว่าแต่ละการ์ดจอนั้นสามารถทำงานเข้าขากับ DirectX 12 ได้ดีขนาดไหน

3dmark 2

ทดสอบเกมสเปก Ryzen 5 5500U + GeForce GTX 1650 + RAM 8GB + SSD 512GB ได้คะแนนและเฟรมเรมในการเล่นเกมทำออกมาน่าสนใจมากๆ โดยเฉลี่ยของเฟรมเรท (FPS) จากทั้ง 7 เกมออนไลน์ เกมที่ได้ทดสอบมีค่าเฟรมเรทเฉลี่ยค่อนข้างลื่นไหล น่าประทับใจทีเดียว เมื่อเทียบกับโน๊ตบุ๊คในราคาใกล้ๆ กัน เรียกได้ว่าดีกว่า Gaming Notebook หลายๆ รุ่นที่ใช้เป็น H Series เลยก็ว่าได้ ซึ่งตรงนี้ก็สามารถชี้วัดความสามารถในการเล่นเกมที่กราฟิกละเอียดๆ และภาพสวยๆ ได้ลื่นไหลเป็นอย่างดีเลย 

ทดสอบเกมกินทรัพยากรพอตัวอย่าง RE 3 Remark / GTA V / FarCry 5 / BF V ก็สามารถเล่นได้ดีที่ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล โดยกราฟิกปรับระดับสูงสุดทั้งหมด ตามภาพด้านบน ที่ต้องบอกว่าภาพก็สวยจนน่าประทับใจ เทียบชั้นกับ Gaming Notebook ได้เลย เรียกได้ว่าเหลือๆ กับการตอบสนองความต้องการเล่นเกมได้น่าประทับใจในงบนี้ ซึ่งถ้าอยากให้เฟรมเรทลื่นไหลกว่านี้ก็สามารถเลือกปรับกราฟิกระดับกลางๆ ก็ได้ ทั้งนี้เราเลือก Cooling Mode ได้ ในการปรับ Silent mode / Normal mode / Performance mode ด้วยการกดปุ่ม Fn+F

Acer Swift X R5 GTX1650 Review 12

เกมออนไลน์อย่าง PUBG / Overwatch / DOTA 2 ก็จัดการทดสอบแบบปรับสุดหมดให้ด้วยเช่นกัน โดยทั้งนี้การตั้งค่าความละเอียดของภาพก็อยู่ที่ 1920 x 1080 พิกเซล ซึ่งเป็นความละเอียดที่จะสามารถเล่นให้ลื่นได้ สำหรับรายละเอียดภาพอื่นๆ ก็เรียกได้ว่าเปิดทุกอัน  ผลที่ได้ออกมาก็คือสามารถเรนเดอร์ได้อย่างไหลลื่นในระดับเฟรมเรทที่สูงสุด แม้กระทั่งฉากนัวๆ กันก็สบายๆ ค่าเฟรมเรทอยู่ที่ราวๆ 40 – 60 – 90 ขึ้นไปตลอด ซึ่งสรุปโดยรวมแล้ว ก็ถือว่าเล่นลื่นไหลจริงๆ และเชื่อว่าถ้าได้แรมเป็น 16GB น่าจะดีกว่านี้แน่นอน

game test 1

สำหรับ Acer Notebook รุ่นนี้ไม่ได้มีซอฟต์แวร์ปรับแต่งอย่าง NitroSense ที่จะช่วยใช้ CoolBoots เร่งรอบพัดลมให้สุดๆ แต่ก็ยังมีในส่วนของซอต์ฟแวร์ที่จะเป็นตัวช่วยในการใช้งานของเราอีกด้วยอย่าง Acer Care Center (เปิดเครื่องมาเจอเลย) ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสเปกภายใน

หรือเช็คสถานะการทำงานส่วนต่างๆ ของเครื่อง รวมไปถึงยังสามารถ ตรวจเช็คสถานะเครื่องกับข้อมูลแคชต่างๆ ก็ทำการลบทิ้งได้ตรงนี้เลย หรือเช็คอัพเดทซอฟ์ตแวร์และไดร์เวอร์ต่างๆ ของเครื่องก็สามารถทำผ่านตรงนี้ได้เช่นกัน ที่สำคัญถ้าใครต้องการ Backup หรือ Recovery ข้อมูลภายในก็จัดการได้เลย

care

Battery / Heat / Noise

แบตเตอรี่ของ Acer Swift X เป็นแบบฝังไว้ในเครื่องเหมือนกับโน๊ตบุ๊คหลายรุ่น ที่ความจุ 4000 mAh โดยสามารถทำงานต่อเนื่องยาวนานได้ราวๆ 12:58 ชั่วโมงต่อเนื่องในการใช้งานเล่นอินเตอร์เน็ตดู Youtube และคาดว่าจะระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่จะเปลี่ยนแปลงตามการใช้งานของแต่ละคน โดยอาจจะขึ้นอยู่กับหลายๆ ตัวแปร โดดเด่นด้วยฟีเจอร์ Fast Charge สามารถชาร์จได้รวดเร็วด้วยการชาร์จเพียง 30 นาที ก็สามารถใช้งานได้ถึง 4 ชั่วโมง (จากแบต 0%) 

batt 2

อุณหภูมิปกติของเครื่องจะอยู่ที่ 40 – 50 – 60 องศาเซลเซียส แต่พอรีดประสิทธิภาพเต็มที่จะเห็น CPU จะร้อนที่สุด 94 องศาเซลเซียส ส่วน GPU ร้อนที่สุดอยู่ที่ 86 องศาเซลเซียส เวลาเล่นเกมต่อเนื่องนานๆ รวมไปถึงการประมวลผลหนักๆ เช่นเการเรนเดอร์วีดีโอ นับว่าความร้อนของ Acer Swift X เครื่องนี้ค่อนข้างเย็น ซึ่งใช้งานเอาจริงๆ ก็ไม่ได้กระทบกับการใช้งาน หรือทำให้เครื่องค้างหรือหน่วงแต่อย่างใด เทียบชุดระบายความร้อนแล้ว นับว่าสามารถจัดการระบบระบายความร้อนออกมาอย่างน่าประทับใจ

temp3

Conclusion / Award

Acer Swift X ก็ถือว่าเป็นโน๊ตบุ๊คสายทำงานพกพา แต่ได้สเปกแรงเล่นเกมได้ลื่นไหล ในราคาไม่แพงที่คุ้มค่ามากๆ ด้วยการติดตั้งชิปประมวลผล AMD Ryzen 5000 สถาปัตยกรรม 7 นาโมตร อย่าง Zen 2 ที่ดีกว่ารุ่นก่อนหน้าไปอีกระดับ พร้อมการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce GTX 1650 แรมก็เป็นมาตรฐาน LPDDR4x Bus 4266MHz ขนาด 8GB การเข้าถึงข้อมูลได้ไวด้วยที่เก็บข้อมูลแบบ SSD M.2 NVMe PCIe ความเร็วสูงที่ความจุ 512GB ทำให้ความลื่นไหลทั้งระบบ และสามารถใส่ SSD M.2 ได้อีก 1 ตัวทันทีด้วย

Acer Swift X R5 GTX1650 Review 19

ในเรื่องของฟีเจอร์อื่นๆ ได้ระบบเสียงของ Acer TrueHarmony ที่ปรับแต่งมาดี รวมถึงยังได้ติดตั้งพอร์ตการใช้งานครบครัน ซึ่งก็มีพอร์ต USB 3.2 แบบ Full Function และรองรับการเชื่อมต่อไร้สายมาตรฐาน Wi-Fi 6 AX อยู่ด้วย โดยมีความเบาที่ 1.39 กิโลกรัม แน่นอนว่าตอบโจทย์สำหรับการพกพาในระดับหนึ่ง ซึ่งบอกได้เลยว่ากรณีที่เราจะซื้อโน๊ตบุ๊คบางเบา ที่ได้สเปกแรงลื่นขนาดนี้และได้ฟีเจอร์ครบเครื่องแบบนี้ ราคาต้องหลายหมื่นบาทแน่นอน แต่ Acer Swift X ที่ขายอยู่ในตอนนี้ทำราคาได้ดีมากๆ

Acer Swift X R5 GTX1650 Review 60

Acer Swift X รวมๆ แล้วก็ยังให้ประสบกาณ์ใช้งานก็ยังเยี่ยมยอดเหมาะกับคนทำงานสาย Content Creator หรือคนทำงานพนักงานออฟฟิศหรือนักเรียนนักศึกษาที่ต้องการโน๊ตบุ๊ค ที่เน้นใช้งานทั่วไปลื่นไหลใช้งานยาวๆ ทั้งจากสเปก ประสิทธิภาพ และหน้าจอที่ดีขึ้น เล่นเกมได้ลื่น ที่แม้อาจจะไม่เบาสุดเท่ากับ Swift 3 / Swift 5 ที่เป็นรุ่นพี่กว่า แต่ก็ได้ราคาไม่เกิน 30,000 บาท ถือว่าให้ฟีเจอร์มามากกว่าด้วย และอนาคตอาจจะมีสเปก Ryzen 7 5700 ที่ได้แรม 16GB มาด้วย ในราคา 30,000 บาทต้นๆ ก็เป็นไปได้

Acer Swift X R5 GTX1650 Review 30

Award

โดยในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับเครื่องในกลุ่มของโน๊ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 14 นิ้วด้วยกัน ซึ่ง Acer Swift X ก็ได้รางวัลต่างๆ ดังนี้

Best Design

นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของ Acer Swift รุ่นนี้คือ เรื่องของดีไซน์การออกแบบมที่ไม่เหมือนใคร กับสีสันทูโทน Safari Gold รวมถึงมีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัว ด้วยการที่ตัวเครื่องมีความบางและน้ำหนักเบาเป็นพิเศษ ที่เชื่อได้เลยว่าทาง Acer ได้ใส่ใจในส่วนของรายละเอียดนี้เป็นอย่างมาก ประกอบกับวัสดุหลักในการผลิตยังใช้เป็นอลูมิเนียมที่ให้ในเรื่องของความแข็งแรงทนทาน และยังบ่องบอกได้ถึงความสวยงามหรูหราอีกด้วย ฉะนั้นในเรื่องของรางวัล Best Design ทำให้ได้ไปอย่างไม่ยากเย็น

NBS award 7 Design  

Best Value

ถึงแม้ Acer Swift รุ่นนี้จะไม่ใช่ Gaming Notebook ที่มีสเปคที่ดีที่สุด แต่ถือว่าเป็นโน๊ตบุ๊คสายทำงานราคา 27,990 บาท ที่คุ้มค่าที่สุดรุ่นหนึ่ง ได้ประกัน 3 ปี On-site Service ที่มาพร้อมสเปกใหม่อย่าง AMD Ryzen 5 5500U การ์ดจอแยก NVIDIA GeForce GTX 1650 ซึ่งแรงสุดๆ รวมถึงมีแรม 8GB และฮาร์ดดิสก์แบบ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB มีสแกนลายนิ้วมือ ที่สำคัญคือได้โปรแกรม Office Home & Student 2019 มาใช้งานฟรีๆ ด้วย พร้อมดีไซน์แบบฉบับโน๊ตบุ๊คบางเบา เราจึงมอบรางวัล Best Value ไปให้เลย

award new value

Best Performance

Acer Swift รุ่นนี้มีสเปคที่ครบครันและทรงพลังที่สุดรุ่นนึง ทั้งชิบประมวลผลและการ์ดจอแยกแบบ Gaming ที่ทรงพลังมาก พร้อมหน่วยความจำแรมและ SSD ความเร็วสูง รองรับการอัพเกรดได้ ให้การเข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็วสูงรองรับการทำงานต่างๆ พร้อมๆ กันได้หลายๆ งาน รวมถึงเล่นเกมได้อย่างลื่นไหล รวมไปถึงหน้าจอ IPS เกรดสูง ที่ความละเอียด Full HD พิกเซล แสดงผลภาพดีมาก ทั้งทำงานหรือเล่นเกมก็สมบูรณ์แบบ รองรับการทำงานต่างๆ พร้อมๆ กันได้ เรียกได้ว่าเป็นโน๊ตบุ๊คหน้าจอ 14″ ที่แรงลื่นที่สุดในรุ่นหนึ่งในราคาไม่แพง

award new performance

from:https://notebookspec.com/web/592603-review-acer-swift-x-ryzen-5500u-gtx1650

โน๊ตบุ๊ค Razer 14″ ลึกลับ คาดใส่ Ryzen 9 กับ RTX 3080 จากการแซวกันของผู้บริหาร Razer กับหัวหน้าฝ่าย AMD

ก่อนหน้านี้มีข้อมูล Benchmark โน๊ตบุ๊ค Razer ลึกลับที่ทำคะแนน Time Spy ไปถึง 7,305 คะแนนออกมาแล้ว และโน๊ตบุ๊คลึกลับเครื่องนั้นอาจจะมากับสเปคแรงระดับเอามาเล่นเกมแทนเกมมิ่งพีซี (Desktop Replacement) ได้สบาย ๆ ซึ่งเจ้าโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้อาจจะได้ฤกษ์เปิดตัวเร็ว ๆ นี้ หลังจาก CEO ของ Razer และหัวหน้าทีมวิศวกรฝ่าย Gaming Solution & Marketing ของ AMD ได้ทวีตแซวกันเชิงให้ความหวังแฟนคลับของทั้งสองบริษัทเตรียมเงินรอเป็นเจ้าของได้เลย

โน๊ตบุ๊ค Razer

AMD และ Razer ใบ้ โน๊ตบุ๊ค Razer ใหม่น่าจะใช้ชิป AMD ตัวแรง

hwcanuck

ผมว่าเจ้าเครื่องนี้เกิดขึ้นจริง มันจะเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คตัวแรงสุด ๆ เลยแหละ จัดสักหน่อยไหม @minliangtan & @AzorFrank

(ทวีตเตอร์ของ Hardware Canucks)

กระแสความเป็นไปได้นี้เกิดจากทวิตเตอร์อย่างเป็นทางการของ Hardware Canucks เว็บไซต์รีวิวอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่มีชื่อเสียงได้รีทวีตของ @PedroPCMR ไปพร้อมแสดงความเห็นว่าถ้าเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้เกิดขึ้นจริง ก็ต้องได้เครื่องสเปคแรงมากแน่ ๆ

frank

แล้วเฮีย @minliangtan ว่าไงถ้าเอาเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คของ Razer มาใส่ซีพียู AMD สักหน่อย?

(ทวีตเตอร์ของ Frank Azor)

ต่อมา Frank Azor หัวหน้าวิศวกรฝ่าย Gaming Solution & Marketing ของ AMD ได้รีทวีตข้อความดังกล่าวพร้อม Mention หา Min-Liang Tan ที่เป็น CEO Razer เพื่อถามความเห็นของเจ้าตัวว่าคิดอย่างไรกับโปรเจคดังกล่าว

min

ไม่รู้ดิพวก แล้วทุกคนคิดว่ายังไงบ้าง? อยากเห็น Razer Blade ใส่ซีพียู AMD สักหน่อยไหมล่ะ?

(ทวีตเตอร์ของ Min-Liang Tan)

ซึ่งทาง CEO ของ Razer ก็ทวีตเชิงถามความคิดเห็นของแฟนคลับ Razer ไปในเชิงว่าต้องการ Razer Blade ติดตั้ง AMD Ryzen มาสักหน่อยไหม ซึ่งแฟนคลับที่ติดตามทวิตเตอร์ของ Min เองก็รีทวีตไปพร้อมแสดงควาเห็นว่าอยากให้เกิดขึ้นจริง 

min2

ถ้าสนใจแล้วล่ะก็ ทาง Razer เองก็พร้อมออกแบบแล้วสร้าง Razer Blade ใส่ซีพียู AMD ได้นะ เพราะเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คที่ใส่ซีพียู AMD ที่ขายอยู่ตอนนี้ยังรีดประสิทธิภาพของซีพียูออกมาได้ไม่เท่าที่มันควรทำได้เลยด้วยซ้ำ อย่างงั้นแล้วพวกนายอยากให้ Razer Blade ซีพียู AMD มีฟีเจอร์อะไรใส่มาในนั้นบ้างล่ะ?

(ทวีตเตอร์ของ Min-Liang Tan)

ซึ่งทาง Min-Liang Tan ได้ทวีตเสริมแล้วถามความคิดเห็นของแฟนคลับเพิ่มเติมว่าต้องการให้ทางบริษัทเติมฟีเจอร์หรือสเปคอะไรมาใน Razer Blade รุ่นใหม่ที่จะใส่ซีพียู AMD บ้าง ซึ่งในทวีตนั้นก็มีผู้สนใจมาแสดงความคิดเห็นมากมายทีเดียว

แต่อย่างไรก็ตาม ทาง Notebookcheck นั้นเห็นว่าตอนนี้ทางบริษัทยังไม่ได้เผยสเปคและข้อมูลอะไรเกี่ยวกับโน๊ตบุ๊ค Razer Blade รุ่นดังกล่าว รหัส Razer PI411 เพิ่มเติมเลย ยกเว้นแต่สเปคที่หลุดออกมาพร้อมกับผลทดสอบ Time Spy ก่อนหน้านี้เท่านั้น โดยสเปคจากหน้า Benchmark คือ

  • ซีพียู AMD Ryzen 9 5900HX แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ควมเร็ว 3.3-4.6 GHz ค่า TDP 45+W เป็นตัวประสิทธิภาพสูงสุดของ Ryzen Mobile สถาปัตยกรรม Cezanne มีการ์ดจอออนบอร์ด AMD Radeon RX Vega 8
  • การ์ดจอแยกเป็น NVIDIA GEFORCE RTX 3060 แรม 6GB GDDR6 ประสิทธิภาพเทียบเท่า RTX 2070 ในรุ่นก่อน สามารถเอามาเล่นเกมที่ความละเอียด 1440p ได้ดี
  • ฮาร์ดดิสก์ M.2 SSD NVMe ความจุ 512GB รหัส CA5-8D512 ของ Lite-On
  • แรม 16GB

ซึ่งจากสเปคดังกล่าว Notebookcheck แสดงความเห็นว่าซีพียู AMD Ryzen 9 5900HX ตัวนี้ยังเป็นเพียงตัวรองท็อปที่เป็นรองเพียง AMD Ryzen 9 5980HX ที่เป็นซีพียู 8 คอร์ 16 เธรดเหมือนกัน แต่ความเร็วสูงสุดดันได้ถึง 4.8GHz เพียงรุ่นเดียวเท่านั้น ส่วนการ์ดจอ RTX 3060 ที่โชว์อยู่หน้าสเปค เวลาขายจริงอาจจะมีตัวเลือกให้อัพเกรดไปได้ถึง RTX 3070 และ RTX 3080 ก็ได้ และสเปคทั้งหมดอาจจะอัดมาในตัวเครื่องขนาด 14 นิ้ว และหวังว่าจะมีอีเวนต์เปิดตัวโน๊ตบุ๊ครุ่นดังกล่าวในเร็ว ๆ นี้

ส่วนตัวผู้เขียนเห็นว่าสเปคของโน๊ตบุ๊ค Razer Blade นี้มีโอกาสเป็นไปได้มากทีเดียว เนื่องจากเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คจากหลายบริษัทในปัจจุบัน ก็จับคู่ Ryzen 9 5900HX กับ RTX 3060 หรือ RTX 3070 ออกมาวางขายกันมากมายหลายรุ่นแล้ว

blade 14

แต่จาก Line up สินค้าที่หน้าเว็บไซต์ส่วนขายเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คของ Razer นั้นมีเพียงรุ่น Blade 13, Blade 15 และ Blade 17 เท่านั้น แต่ถ้าเปิดตัวขนาด 14 นิ้ว ก็เป็นไปได้ เพราะเมื่อก่อนก็มี Razer Blade 14 ขายเช่นกัน ก็อาจจะเป็นการปัดฝุ่นตัวเครื่องขนาดนี้ไปโดยปริยาย

ที่มา : Notebookcheck

from:https://notebookspec.com/web/593161-razer-blade-14-may-ryzen-9-rtx-3080

เมาส์ไร้สายแค่ 1,390.- Lenovo YOGA บางเบาพกง่าย เชื่อมต่อไว ใช้ถนัดมือ

โปรเด็ด Topvalue เมาส์ไร้สาย แค่ 1,390.- Lenovo YOGA บางเบา พกง่าย เป็นเลเซอร์พอยเตอร์ได้ แบตใช้นานเป็นเดือน

เมาส์ไร้สาย

Lenovo YOGA เมาส์ไร้สายรุ่นใหม่ ที่ฉีกกฏการทำงานของเมาส์เดิมๆ ที่คุณเคยใช้ทิ้งไป พร้อมฟีเจอร์ใหม่ ที่เข้ากับวิถีชีวิตการใช้งานในปัจจุบันได้มากขึ้น นอกจากรูปลักษณ์ที่บางกระทัดรัด แต่ก็ปรับเข้าสู่โหมดการใช้งานได้ง่าย แค่บิดตัวเมาส์ เพื่อให้เข้ากับมือเมื่อใช้งาน ลดความวุ่นวายบนโต๊ะทำงาน ด้วยการเชื่อมต่อไร้สาย ร่วมกับพีซีหรือโน๊ตบุ๊คได้สะดวก พร้อมปุ่มที่มีความทนทานให้การคลิ๊กได้นับล้านครั้ง กับการใช้งานที่ยาวนาน ให้คุณพกพาไปใช้งานข้างนอกได้สะดวก แบตในตัวชาร์จไฟเต็มได้ใน 1.5 ชั่วโมง ผ่านทางสาย USB ที่น่าสนใจคือ เลือกปรับค่า DPI ได้ถึง 3 ระดับ และยังทำหน้าที่เป็นเลเซอร์พอยเตอร์ได้ในตัว สะดวกและง่ายดายแบบนี้ คนทำงาน นักเรียน นักศึกษา ไม่ควรพลาด!


Lenovo YOGA เมาส์ไร้สาย และเลเซอร์พอยเตอร์ในตัว

โปรโมชั่นเด็ด เมาส์ ไร้สาย Lenovo YOGA

เมาส์ไร้สาย
Topvalue ช้อปปิ้งออนไลน์แห่งใหม่

ข้อสังเกตเลือกเมาส์ไร้สาย

  • แบบ Bluetooth จะไม่เปลืองช่อง USB เพื่อต่อตัวส่งสัญญาณ แต่ถ้าเครื่องของเรามีช่อง USB 2.0 เผื่อเอาไว้แล้วก็ไม่ต้องห่วงเรื่องนี้นัก
  • ค่า DPI สูงอาจจะทำให้เราลากเคอร์เซอร์ได้เร็วแต่ก็ไม่จำเป็นเสมอไป เนื่องจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ของแต่ละคนมีความละเอียดไม่เท่ากันอยู่แล้วถ้ามากเกินจำเป็นก็ทำให้เคอร์เซอร์เลื่อนเร็วจนคุมได้ยากแทน ดังนั้นรุ่นที่มี DPI สูงจะเหมาะกับคนมีโน๊ตบุ๊คหรือพีซีหน้าจอความละเอียดสูงหรือต่อหลายหน้าจอมากกว่า
  • เลือกรุ่นที่เซนเซอร์ดี ซึ่งแบรนด์ชั้นนำหลาย ๆ แบรนด์จะใช้เซนเซอร์คุณภาพดีอยู่แล้ว ช่วยให้ลากเคอร์เซอร์บนหน้าจอได้อย่างแม่นยำ และบางรุ่นก็สามารถใช้บนพื้นกระจกโดยไม่มีแผ่นรองเมาส์ได้ด้วย
  • หารุ่นมีท้ายของเมาส์โก่งขึ้นเพื่อเข้ากับสรีระของมือ ช่วยให้จับได้เต็มอุ้งมือยิ่งขึ้น

Specification

Description
แบรนด์: Lenovo YOGA
ระยะการใช้แบต: มากกว่า 2 เดือน
ระยะเวลาชาร์จไฟ: ชาร์จไฟเต็มใน 1.5 ชั่วโมง
รูปแบบการเชื่อมต่อ: สัญญาณไร้สาย 2.4GHz หรือ บลูทูธ 5.0
สายสัญญาณ: USB-C to USB A สายชาร์จยาว 50 ซม.
น้ำหนัก: 60 กรัม
คุณสมบัติพิเศษ: บานพับบิดหมุนได้ ตัวรับสัญญาณ Nano USB
ปุ่มบนเมาส์: 4 ปุ่ม
อายุของปุ่ม: ปุ่มกดซ้าย/ขวา มากถึง 3 ล้านคลิ๊ก, ปุ่มกลางได้ถึง 100,000 ครั้ง
DPI: 3 ระดับ ปรับค่าได้ขณะใช้งาน (1600, 1200, 800 DPI)
เซ็นเซอร์บนเมาส์: เซ็นเซอร์ออพติคอลสีแดง
ความต้องการของฮาร์ดแวร์: รองรับระบบร่วมกับพอร์ต USB Aเข้ากันได้กับบลูทูธ 4.0 หรือสูงกว่า
การใช้พลังงาน: 5 V / 500 mA
การสกอลล์เมาส์: 2 ทิศทาง สกอลล์แบบสัมผัส (ขึ้น/ลง)
ระบบปฏิบัติการ: Windows 7 (only for 2.4G), Windows 8.1, Windows 10; Chrome OS;
ขนาด: โหมดเมาส์ (ย x ก x ส): 106 x 57 x 30 มม.
ฟีเจอร์พิเศษ: พอยต์เตอร์เลเซอร์ ปุ่มพรีเซนเทชั่น (หน้าต่อไป, ย้อนกลับ, เริ่มต้น/ จบ) พร้อมระบบ Fast charging
รับประกัน: 1 ปี
ราคา 1,390 บาท

การออกแบบ

เมาส์ไร้สาย

YOGA wireless mouse มาในโทนสีเทาเข้ม ให้เข้ากับธีมของที่ทำงานหรืออุปกรณ์รอบข้างได้ลงตัว กับบอดี้ที่อาจดูแปลกตา แต่ออกแบบมาให้ใช้งานได้อย่างเหมาะสมกับมือของผู้ใช้ รวมถึงการจัดเก็บพับใส่ลงในกระเป๋า ด้วยรูปลักษณ์ที่โค้งให้รับกับอุ้งมือ ในโหมดการใช้งานเมาส์ โดยมีปุ่มคลิ๊กเมาส์มาให้ถึง 4 ปุ่มด้วยกัน

เมาส์ไร้สาย

เซ็นเซอร์เป็นแบบ Red optical ปรับได้ 3 ระดับ ขณะที่ใช้งาน รองรับได้ถึง 1600 DPI และ 1200, 800 DPI ตามลำดับ

เมาส์ไร้สาย

การเชื่อมต่อมีให้เลือก 2 แบบด้วยกันคือ Wireless 2.4GHz และ Bluetooth 5.0 ด้วยการเชื่อมต่อผ่านทาง Nano USB ขนาดกระทัดรัด ที่มีให้จัดเก็ยอยู่ในตัวเมาส์ เพื่อความสะดวกในการพกพา

เมาส์ไร้สาย

พอร์ต USB-C ที่ใช้สำหรับการชาร์จไฟ ที่สามารถชาร์จได้เต็มในเวลาเพียง 1.5 ชั่วโมงเท่านั้น อีกทั้งมีปุ่มสำหรับปิดการทำงานของ Bluetooth หรือ Wireless ได้อีกด้วย บริเวณด้านใต้ของตัวเมาส์ Lenovo รุ่นนี้

เมาส์ไร้สาย

ด้วยขนาดที่กระทัดรัด และบาง จึงง่ายต่อการจัดเก็บ แต่ก็ใช้เป็นเมาส์ได้ง่ายขึ้น ด้วยการหมุนตัวเมาส์ให้อยู่ในโหมดที่พร้อมทำงานได้ทันที หรือจะใช้ในรูปแบบนี้ กับการทำงานเป็นเลเซอร์พอยเตอร์ได้อีกด้วย ซึ่งช่วยให้หลายๆ คนพร้อมกับการทำงานหรือใช้งานในชีวิตประจำวันไปได้พร้อมๆ กัน เช่นนักศึกษาที่ใช้งานกับโน๊ตบุ๊คบางเบา พกพาสะดวก คนทำงานหรือฝ่ายขาย ที่พรีเซนท์งานลูกค้าหรือว่าผู้ใช้ในกลุ่มอื่นๆ ก็ตาม

เมาส์ไร้สาย

จากคุณสมบัติที่ว่ามาบน Lenovo Yoga เมาส์ไร้สาย ชาร์จได้ ที่ทาง Topvalue จัดโปรโมชั่นพิเศษ เหลือเพียง 1,390 บาทนี้ ถือว่าเอาใจคนที่กำลังมองหา Wireless mouse ที่ตอบโจทย์ในแง่ของการทำงานและการใช้ในชีวิตประจำวันได้สะดวก เพราะนอกจากจะกระทัดรัด พกพาง่าย ไม่ต้องมีสายพันกันให้วุ่นวาย ยังใช้งานได้ยาวนานนับเดือน ต่อการชาร์จเพียงหนึ่งครั้ง การใช้งานก็แค่หมุนปรับให้ใช้งานในโหมดเมาส์ หรือจะพับกลับให้เป็นเลเซอร์พอยเตอร์ได้อีกด้วย พร้อมกับความทนทาน ด้วยอัตราการคลิ๊กระดับ 3 ล้านครั้ง แข็งแกร่งแบบนี้ กับโปรโมชั่นดีๆ แค่ 1,390 บาทเท่านั้น ที่ Topvalue

คุณสมบัติที่น่าสนใจ

Lenovo YOGA
ระยะเวลาชาร์จไฟ: ชาร์จไฟเต็มใน 1.5 ชั่วโมง
ระยะการใช้แบต: ยาวนานกว่า 2 เดือน
รูปแบบการเชื่อมต่อ: สัญญาณไร้สาย 2.4GHz หรือ บลูทูธ 5.0
คุณสมบัติพิเศษ: บานพับบิดหมุนได้ ตัวรับสัญญาณ Nano USB
อายุของปุ่ม: ปุ่มกดซ้าย/ขวา มากถึง 3 ล้านคลิ๊ก, ปุ่มกลางได้ถึง 100,000 ครั้ง

ไปช้อปกันได้ที่: Topvalue

Topvalue ช้อปปิ้งออนไลน์แห่งใหม่

Relate Topics

10 เมาส์ไร้สาย ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน

Lenovo Yoga Wireless mouse 1 1

10 Wireless mouse ช่วยงานไว เล่นเกมลื่น

HyperX Pulsefire Haste 36

10 Wireless ยอดนิยม 2020 พกง่าย ใช้สะดวก

10 wireless mouse 2020

from:https://notebookspec.com/web/592661-wireless-mouse-lenovo-topvalue