คลังเก็บหมวดหมู่: NOTEBOOKSPEC

เอเอ็มดีเพิ่มขีดความสามารถความสร้างสรรค์ในการทำงานด้วยการผสมผสานและอัพเดตด้านประสิทธิภาพใน Radeon ProRender

งาน SIGGRAPH 2019 AMD ได้ประกาศการควบรวม อัพเดตปลั๊กอิน และฟังก์ชั่นการเรนเดอร์มาตรฐานแบบเปิดใน Radeon ProRender เอ็นจิ้นในการเรนเดอร์ของ AMD ช่วยให้นักออกแบบที่ใช้ซอฟต์แวร์ CAD และนักพัฒนา 3D สามารถสร้างงานออกมาให้มีความสมจริงได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ทาง MAXON ได้ประกาศการอัพเดตครั้งสำคัญของซอฟต์แวร์ Cinema 4D™ เวอร์ชั่นที่ 21 ที่จะพร้อมให้ใช้งานในช่วงฤดูใบไม้ร่วงนี้ ที่มาพร้อมด้วยฟีเจอร์ใหม่ๆ ของ Radeon ProRender เช่น การรองรับปริมาณในการเรนเดอร์ และอัพเดตตัวเลือกในด้านภาพเคลื่อนไหว

Radeon ProRender มีการรวมเข้ากับแอปพลิเคชั่นต่อไปนี้

  • ACCA® Edificius, ซอฟต์แวร์ในการสร้างแบบจำลองข้อมูลอาคาร รองรับระบบ AI-Accelerated Denoising และฟีเจอร์ที่ครอบคลุมระบบการเรนเดอร์แบบ PBR ซึ่งมีการนำแนวคิดทางสถาปัตยกรรมมาแสดงผลในรูปแบบที่สมจริง
  • InstaLOD® Studio XL, ช่วยในการสร้างภาพเสมือนจริงได้อย่างรวดเร็ว และง่ายดายด้วย Studio XL เพื่อทำให้ขั้นตอนในการทำงานง่ายขึ้น ซอฟต์แวร์ Radeon Image Filter Library ของ AMD ที่มาพร้อมด้วยระบบ AI-Accelerated Denoising จะช่วยในเรื่องเทคโนโลยีการซ้อนภาพที่มีช่วงแสงต่างกัน (Tone Mapping) และ Motion Blur (คาดการณ์ว่าจะพร้อมใช้งานในไตรมาสที่ 3 ปี 2019)
  • Z-Emotion Z-Weave, เครื่องมือในการสุ่มตัวอย่างเสื้อผ้าระบบเสมือนจริงรุ่นต่อไป ที่สามารถแปลงรูปแบบเสื้อผ้าจาก 2D เป็นตัวอย่างแบบ 3D สำหรับการดูบนจอแสดงผล และในรูปแบบ VR การผนวกรวมเข้ากับ Radeon ProRender จะช่วยสร้างการเรนเดอร์ที่สมจริงของเสื้อผ้าให้มีความแม่นยำ ซึ่งสามารถจำลองรูปแบบของผ้าได้หลากหลาย (คาดการณ์ว่าจะพร้อมใช้งานในไตรมาสที่ 2 ปี 2020)

สำหรับนักพัฒนา Radeon ProRender นำเสนอเทคโนโลยีใหม่ Full Spectrum Rendering สำหรับทุกขั้นตอนในการเรนเดอร์ มีการเปิดตัวที่ National Australia Bank (NAB) เมื่อต้นปีนี้ รวมไปถึงเทคโนโลยีการเรนเดอร์แบบ Rasterized Rendering, Hybrid Rendering, Bias Photorealistic Rendering และ Path Traced Rendering ในผลิตภัณฑ์ตัวล่าสุด โดยเทคโนโลยี Full Spectrum Rendering นั้นพร้อมให้ใช้งานล่วงหน้าแล้วสำหรับนักพัฒนาซอฟต์แวร์ Radeon ProRender SDK ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Radeon ProRender Developer Suite และจะเปิดตัวปลั๊กอิน Radeon ProRender รุ่นเบต้าสำหรับซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส Blender เร็วๆ นี้

นอกจากนี้เทคโนโลยี Radeon Image Filter Library ยังได้รับการอัพเดตด้วย Microsoft® DirectML-based AI-Accelerated Denoising และ Upscaling Image Filter โดยระบบ DirectML AI-Accelerated Denoising จะช่วยให้นักพัฒนาปรับปรุงแอปพลิเคชั่นการโต้ตอบของหน้าวิวพอร์ตสูงสุดถึง 18 เท่า

การอัพเดตปลั๊กอิน Radeon ProRender ใหม่ รวมไปถึงเวอร์ชั่นการผลิตใหม่ของปลั๊กอิน Radeon ProRender ในซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์ส Blender 2.80 ที่มีฟีเจอร์ Hair Rendering, AI-Accelerated Denoising และ Adaptive Sampling นอกจากนี้มีการอัพเดตปลั๊กอินในซอฟต์แวร์ Autodesk Maya ด้วย Tile Rendering และ Portal Light Support รวมไปถึงการปรับปรุงการโต้ตอบของวิวพอร์ต

from:https://notebookspec.com/amd-radeon-prorender/490982/

โฆษณา

Microsoft – ทำการเข้าซื้อ PromoteIQ ผู้ให้บริการเทคโนโลยีการตลาด

Microsoft ยังคงขยายกิจการค้าปลีกของตัวเองออกไปอยู่เรื่อยๆ โดยล่าสุด Microsoft ได้ทำการเข้าซื้อบริษัท PromoteIQ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการชั้นนำด้านเทคโนโลยีการตลาดสำหรับผู้ค้าปลีกและแบรนด์ออนไลน์โดยมีกลุ่มลูกค้าหลักๆอย่าง Kroger, Kohl’s และ Overstock.com สำหรับมูลค่าของสัญญานั้นยังไม่ได้รับการเปิดเผยแต่อย่างใด

Microsoft ทำการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องด้วยการเข้าซื้อกิจการใหม่ของบริษัทยักษ์ใหญ่ Redmond ที่พึ่งจะได้รับ PromoteIQ มา โดยเป็นธุรกิจผู้ให้บริการชั้นนำด้านเทคโนโลยีการตลาดของผู้ค้าปลีกให้กับผู้ค้าปลีกและแบรนด์ออนไลน์ 

 Rik van der Kooi รองประธานฝ่ายโฆษณาของ Microsoft ได้กล่าวว่า “PromoteIQ ได้บุกเบิกวิธีการตลาดแบบส่วนตัวในการทำการตลาดผู้จัดจำหน่ายแบบดิจิทัล โดยเทคโนโลยีของ PromoteIQ นั้นช่วยเติมเต็มข้อเสนอเชิงกลยุทธ์ด้านการโฆษณาค้าปลีกในปัจจุบันของ Microsoft เป็นการปรับปรุงแพลตฟอร์ม e-commerce ให้ทันสมัยและเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ให้สูงสุด”

PromoteIQ เป็นบริษัทที่เปิดมาได้ยังไม่ถึง 10ปี แต่กลับมีกลุ่มลูกค้าหลักของบริษัทแม่เป็น Soho, NYC รวมถึง Kroger, Kohl’s และ Overstock.com การเข้าซื้อกิจการนี้จะยังไม่มีการปิดบริษัทแต่อย่างใด โดย PromoteIQ จะกลายเป็นส่วนหนึ่งในฝ่านโฆษณาของ Microsoft ส่วนจำนวนเงินที่ Microsoft ทำข้อตกลงไปนั้นยังไม่ได้รับการเปิดเผย

ที่มา : notebookcheck

from:https://notebookspec.com/microsoft-acquires-vendor-marketing-technology-provider-promoteiq/490762/

Google – Google Fit ได้อัพเดต Dark mode แล้วแถมยังเก็บรายละเอียดระหว่างนอนได้อย่างละเอียดทั้ง iOS และ Android

Google Fit ได้รับการปรับปรุงครั้งใหญ่เมื่อปีที่แล้วซึ่งมีคุณสมบัติที่จำเป็นสำหรับติดตามการออกกำลังกาย โดย Google ได้ร่วมมือกับ American Heart Association เพื่อวัดปริมาณการออกกำลังกายผ่าน Heart Points และ Move Minutes โดยตัวแอพได้รับการอัปเดตในวันนี้ทำให้ผู้ใช้สามารถเข้าสู่โหมดสลีปได้ และยังได้รับ Dark Mode ด้วย ตามที่ Google ได้แจ้งเอาไว้ใน Blog

ตอนนี้คุณสามารถติดตามรูปแบบการนอนหลับของคุณควบคู่ไปกับกิจกรรมอื่น ๆ ที่คุณทำตลอดทั้งวัน โดยเชื่อมต่อแอพสลีปตัวโปรดของคุณเข้ากับ Google Fit และคุณจะเห็นแผนภูมิที่แสดงรูปแบบการนอนของคุณที่ผ่านมา นอกจากนี้คุณยังสามารถเพิ่ม,แก้ไขหรือเข้าถึงประวัติการนอนหลับของคุณได้อีกด้วย

การติดตามการนอนมาจากกราฟการนอนหลับซึ่งจะแสดงเมื่อคุณเริ่มตื่นขึ้น ซึ่งมันจะปรากฏในแท็บ “main” ข้างจำนวนก้าว,อัตราการเต้นของหัวใจและน้ำหนัก สามารถแสดงกราฟการนอนหลับของคุณเป็นรายสัปดาห์, รายเดือนหรือรายปี และแท็บนี้ยังแสดงกิจวัตรประจำวันและระยะเวลาก่อนนอนของคุณอีกด้วย

แอพ Google Fit สำหรับ iOS ที่เปิดตัวเมื่อต้นปีนี้เป็นฟีเจอร์ใหม่ โดยตอนนี้ตัวแอพสามารถรวมแผนที่การออกกำลังกายของคุณได้แล้วเหมือนกับที่ผู้ใช้ Android สามารถทำได้ ในตอนแรกคุณต้องให้สิทธิ์แอป Apple Health เมื่อดำเนินการเสร็จแล้วเส้นทางของคุณจาก Apple Watch ซึ่งเป็นแอพที่เชื่อมต่อจะปรากฏขึ้นข้างสถิติสรุปของคุณ

Google Fit จะช่วยให้คุณเชื่อมต่อแอพติดตามการออกกำลังกายของบุคคลที่สามที่คุณชื่นชอบเพื่อดูกราฟเหล่านี้หรือเพิ่มด้วยตนเองผ่านแท็บ Journal สุดท้ายโหมดสีเข้มของ Google Fit ได้เปิดตัวไปแล้วและสามารถเปิดใช้งานได้จากการตั้งค่าแอพ ฟีเจอร์เหล่านี้จะเปิดตัวในสัปดาห์หน้าและผู้ใช้ทั้งสองแพลตฟอร์มควรมีขึ้นมาให้ใช้งาน

ที่มา : wccftech

from:https://notebookspec.com/google-fit-gets-dark-theme-and-detailed-sleep-logging-on-android-and-ios/490737/

Facebook ช้าในปี 2019 มีสาเหตุจากอะไร และจะแก้ไขอย่างไรดี

หนึ่งในปัญหาที่ผู้ใช้ Facebook หลาย ๆ ท่านมักพบเจอระหว่างการใช้งานก็คือความเร็วของ Facebook ช้าลง ไม่ว่าจะเป็นการแสดงเนื้อหา การเลื่อนหน้าจอ การเปิดรูป เปิดคลิปวิดีโอใน Facebook ช้ากว่าปกติ ซึ่งในบทความนี้จะมาดูกันครับว่าปัญหา Facebook ช้าที่มักเจอในปี 2019 นี้มีสาเหตุมาจากอะไรบ้าง และจะแก้ไขได้อย่างไร

1. Facebook ช้า เพราะอินเตอร์เน็ตช้า

จากประสบการณ์ของทั้งผู้เขียนและหลาย ๆ ท่านเองถึงสาเหตุหลักที่ทำให้ Facebook ช้า ก็คือเรื่องของอินเตอร์เน็ตที่ใช้งานครับ ไม่ว่าจะเป็นอินเตอร์เน็ตบ้าน เน็ต WiFi หรือจะเป็น 4G/3G ก็ตาม ล้วนจะต้องมีช่วงที่เกิดปัญหากันแทบทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นปัญหาจากทางผู้ให้บริการ ปัญหาของสายสื่อสาร ปัญหาของ router หรืออาจเป็นปัญหาการรับสัญญาณอินเตอร์เน็ตของอุปกรณ์ปลายทางก็ได้เช่นกัน ซึ่งอาการ Facebook ช้าที่เกิดจากอินเตอร์เน็ต โดยมากแล้วก็มักจะเป็นการโหลดเนื้อหาช้า โหลดรูปช้า คอมเมนท์ขึ้นช้า เป็นต้น

วิธีแก้ไขปัญหา Facebook ช้าจากในกรณีนี้

เบื้องต้น แนะนำว่าควรลองสลับไปใช้งานโปรแกรมหรือแอปพลิเคชันอื่นที่มีการใช้งานอินเตอร์เน็ต เช่น ทดลองเปิดหน้าเว็บไซต์ หรืออาจจะลองทดสอบความเร็วอินเตอร์เน็ตดูก่อนครับ ว่าอินเตอร์เน็ตช้าเกินไปหรือไม่ สถานะการเชื่อมต่อเป็นปกติหรือเปล่า รวมถึงอาจจะตรวจสอบอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับอินเตอร์เน็ต เช่น router มือถือ สายเชื่อมต่อต่าง ๆ ว่าทำงานปกติหรือไม่ อาจจะลอง restart ดูซักหนึ่งรอบ แล้วตรวจสอบอีกทีว่ายังมีปัญหา Facebook ช้าอยู่หรือไม่

ถ้าหากอินเตอร์เน็ตเร็วพอสมควรอยู่แล้ว (แนะนำว่าความเร็วดาวน์โหลดควรไม่ต่ำกว่า 2Mbps ถึงจะใช้งานได้ค่อนข้างทันใจ) แต่ยังพบปัญหา Facebook ช้าอยู่ ก็เป็นไปได้ว่าสาเหตุอาจจะมาจากปัจจัยอื่นมากกว่า

 

2. Facebook ช้า เพราะมือถือ/คอมช้า

นับเป็นหนึ่งในสาเหตุที่หลาย ๆ คนมองข้ามไปไม่น้อยอยู่เหมือนกัน เพราะคิดว่า Facebook มันก็แค่หน้าที่แสดงข้อมูล รูปภาพ วิดีโอที่เลื่อนดูได้เรื่อย ๆ แต่ที่จริงแล้วการทำงานเบื้องหลังของระบบนั้นก็ใช่ย่อยทีเดียวครับ เพราะเว็บเบราเซอร์/แอปพลิเคชันจะต้องพยายามโหลดข้อมูลมาล่วงหน้า เพื่อให้การใช้งานเป็นไปได้อย่างไหลลื่นที่สุด ซึ่งข้อมูลที่ต้องโหลดมาเก็บไว้เพื่อการแสดงผลก็มีทั้งข้อความ รูปภาพความละเอียดสูง วิดีโอ ลิงค์ไปยังเว็บไซต์อื่น ๆ ทำให้มือถือหรือเครื่องคอมที่ใช้งาน ก็ต้องแบ่งทรัพยากรทั้ง CPU และอินเตอร์เน็ตมาใช้งานในส่วนนี้

และเมื่อโหลดข้อมูลมาแล้ว ระบบก็จะเก็บข้อมูลไว้ในเครื่อง ด้วยจุดประสงค์เพื่อให้สามารถแสดงข้อมูลได้เร็วขึ้นในครั้งต่อ ๆ ไป แต่อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเหล่านั้นก็ต้องถูกเก็บไว้ในเครื่อง ก่อให้เกิดปัญหาแอปบวม ข้อมูลขยะจำนวนมาก ซึ่งส่งผลทางอ้อมให้มือถือ คอมทำงานช้าลง และสุดท้ายก็ส่งผลให้หน้า Facebook โหลดช้าลงด้วยเช่นกัน

ส่วนอีกประเด็นหนึ่งก็คือสเปคของมือถือหรือคอมพิวเตอร์ที่อาจจะช้าเกินไปซักนิดนึง เช่น แรมอาจจะน้อยไปหน่อย หรือพื้นที่เก็บข้อมูลมีน้อยเกิน ทำให้ระบบจัดการแคชทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ส่งผลให้การโหลดข้อมูล การแสดงผลของ Facebook ช้ากว่าที่ควรจะเป็น ซึ่งตรงนี้ แนะนำว่ามือถือในปัจจุบัน ควรจะเลือกใช้รุ่นที่มีแรมอย่างต่ำ 2GB ขึ้นไป ฝั่งของคอมพิวเตอร์ ก็แนะนำว่าควรจะมีแรมขั้นต่ำซัก 4GB เพื่อการใช้งานทั่วไปที่ไหลลื่น ด้านของพื้นที่เก็บข้อมูล ก็ควรจะให้เหลือที่ว่างอย่างต่ำซัก 10% ของพื้นที่ทั้งหมด เช่น HDD ในเครื่อง 1 TB ก็ควรจะเหลือพื้นที่ว่างเอาไว้ซัก 100 GB เผื่อเหลือเผื่อขาด

วิธีแก้ไขปัญหา Facebook ช้าจากในกรณีนี้

หากปัญหา Facebook ช้าของท่านเกิดจากสาเหตุนี้ วิธีแก้ไขก็คงหนีไม่พ้นการตรวจสอบสเปคอุปกรณ์ของตนก่อน ว่าจุดไหนที่อาจจะก่อให้เกิดปัญหา ซึ่งหลัก ๆ แล้วจะมีด้วยกัน 3 จุด ได้แก่

  • แรม
  • พื้นที่เก็บข้อมูล (HDD/SSD)
  • ชิปประมวลผล

ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว ก็แนะนำว่าเครื่องที่จะใช้งาน Facebook ได้ไหลลื่น ควรจะมีแรมขั้นต่ำซัก 4 GB อุปกรณ์เก็บข้อมูล ยิ่งมีพื้นที่เหลือเยอะ ยิ่งมีความเร็วสูงได้ก็ยิ่งดี อย่างในปัจจุบันก็ควรจะใช้งาน SSD เป็นอุปกรณ์เก็บข้อมูลหลักของเครื่องก็จะยิ่งเป็นการดี ส่วนชิปประมวลผล อันที่จริงก็ขอแค่ไม่เก่ามากจนเกินไปครับ CPU ระดับกลางรุ่นซักไม่เกิน 10 ปีที่แล้ว ส่วนใหญ่ก็ยังใช้งานได้สบาย ๆ ส่วนในฝั่งของมือถือ ก็แนะนำว่าควรจะมีแรมอย่างต่ำซัก 2GB พื้นที่เก็บข้อมูลก็ขั้นต่ำ 32GB จะดีที่สุด

อีกวิธีแก้ไขที่อาจจะช่วยได้ก็คือการเคลียร์ไฟล์ขยะครับ สำหรับใน Windows ก็ลองกด clear ไฟล์ขยะในเว็บเบราเซอร์ดู รวมถึงการเคลียร์ไฟล์ขยะของ Windows ในโฟลเดอร์ temporary (ตามขั้นตอนนี้) ส่วนในฝั่งมือถือ ง่ายที่สุดก็คือลองลบแอป Facebook ออก แล้วติดตั้งใหม่อีกครั้ง

 

3. Facebook ช้า เพราะฝั่ง Facebook เอง

ถ้าหากตรวจสอบทั้งอินเตอร์เน็ต เครื่องที่ใช้ และก็แอปพลิเคชันแล้ว แต่ยังพบปัญหา Facebook ช้าอยู่ ก็มีความเป็นไปได้แล้วว่าปัญหาอาจจะเกิดจากทาง Facebook เอง ซึ่งในกรณีนี้ คงต้องรอการแก้ไขจากทาง Facebook เป็นหลักครับ ซึ่งอาจจะเกิดทั้งจากปัญหาของเซิร์ฟเวอร์ Facebook ปัญหาจากการเชื่อมต่อ ปัญหาจากฐานข้อมูล ปัญหาเรื่องกระแสไฟฟ้า ฯลฯ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นปัญหาที่ผู้ใช้ไม่สามารถแก้ปัญหาเองได้

อย่างไรก็ตาม ก่อนจะฟันธงว่าปัญหา Facebook ช้านั้นเกิดจากอะไร ก็ลองสอบถามจากบุคคลใกล้ตัวดูก่อนครับ ว่ามีปัญหาเดียวกันหรือเปล่า

วิธีแก้ไขปัญหา Facebook ช้าจากในกรณีนี้

สำหรับปัญหาจากสาเหตุนี้ แน่นอนว่าผู้ใช้ทั่วไปไม่สามารถแก้ไขปัญหาด้วยตนเองได้ครับ ต้องรอให้ทาง Facebook เป็นผู้แก้ไข ส่วนผู้ใช้อย่างเราก็ทำได้แค่ตรวจสอบสถานะไปพลาง ๆ จากในตัวอย่างเว็บไซต์และช่องทางดังต่อไปนี้

 

from:https://notebookspec.com/facebook-is-slow-in-2019-what-caused-it-and-how-to-fix/489696/

Apple – MacBook Pro รหัส “A2195” คาดเป็นรุ่นหน้าจอขนาด 13 นิ้วที่ไม่ได้มาพร้อมกับ Touch Bar

ในช่วงก่อนหน้านี้นั้นทาง Apple ได้มีการอัพเดท MacBook Pro รุ่นขนาดหน้าจอ 13 นิ้วที่มาพร้อมกับ Touch Bar ไปแล้วครับ(ช่วงเดือนพฤษภาคม) ซึ่ง ณ เวลานั้นรุ่นที่ไม่มี Touch Bar ไม่ได้มีการอัพเดทแต่อย่างใด ล่าสุดนั้นดูเหมือนกันทาง Apple พร้อมที่จะทำการอัพเดท MacBook Pro รุ่นขนาดหน้าจอ 13 นิ้วที่ไม่มี Touch Bar แล้วครับเนื่องจากไม่นานมานี้นั้นได้มีเอกสารยืนยันรับรองตัวเครื่องของ FCC ออกมาแล้วครับว่า MacBook รหัส A2195 ได้ผ่านการรับรองแล้วโดยมีการคาดการณ์กันเอาไว้ว่ามันจะเป็นรุ่นที่ไม่มี Touch Bar ครับ

อ้างอิงจากเอกสารการรับรองดังกล่าวนั้น MacBook Pro A2159 จะมาพร้อมกับอัตราการใช้ไฟที่ 20.3 V – 3 A ซึ่งจากขนาดของไฟฟ้าที่ใช้งานนี้นั้นเพียงพอต่อความต้องการของหน้าจอขนาด 13 นิ้วได้แบบสบายๆ ทว่าหากจะคิดไปแล้วนั้นขนาดกำลังไฟดังกล่าวก็ไม่มากพอที่จะรองรับการใช้งานกับเครื่องที่มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 16 นิ้วครับ

สำหรับข้อมูลเอกสารการรับรองดังกล่าวนี้นั้นทางเว็บไซต์ของเกาหลีใต้อย่าง NRRA ได้เป็นผู้เผยข้อมูลออกมาครับ ตามเอกสารนั้นยังระบุอีกด้วยครับว่าตัวเครื่องนั้นเป็น “small-output wireless device” โดยมีการผลิตในประเทศจีน โดยผ่านการรับรองมาตั้งแต่ในช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาแล้ว น่าเสียดายที่ตัวเอกสารดังกล่าวนั้นไม่ได้มีการกล่าวถึงรายละเอียดอื่นๆ ของเจ้า MacBook รหัส A2195 นี้เลยครับ

หากมองย้อนหลับไปก่อนหน้านี้อีกนิดนั้นจะพบว่า the MacBook Pro A2159 ได้มีการพบเห็นจากทาง Eurasian Economic Commission หรือคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจเอเชียมาก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่ง ณ ตอนนั้นยังพบอีกด้วยอีกครับว่ามีอุปกรณ์รวมทั้งหมด 7 ชิ้นที่ทาง Apply ได้ยื่นขอการรับรองจาก EEC งานนี้ตัวเครื่องจะมีการเปลี่ยนแปลงมากน้อยแค่ไหนนั้นก็คงจะต้องคอยดูกันต่อไปอีกสักพักครับ

ที่มา : notebookcheck

from:https://notebookspec.com/apple-macbook-pro-a2159-gets-certified-most-likely-an-updated-13-inch-model-without-touch-bar/490662/

AMD – ลือ … CEO Lisa Su อาจจะลาออกเพื่อไปทำงานกับ IBM ในฐานะ CEO แทน

ข่าวลือนั้นเรียกได้ว่าบางทีก็ลือกันอย่างไม่มีสาเหตุครับ ล่าสุดนั้นมีข่าวลือสุดแปลกเกี่ยวกับคุณ Lisa Su ผู้ดำรงตำแหน่ง CEO ของทาง AMD ซึ่งกำลังทำให้บริษัทเริ่มกลับมาอยู่ในแนวหน้าของตลาดได้ โดยข่าวลือดังกล่าวนั้นก็คือการที่คุณ Lisa นั้นมีแผนการที่จะลาออกจาก AMD เพื่อที่จะเข้าไปทำงานใน IBM แทนในฐานะ CEO หรือไม่ก็อาจจะได้รับตำแหน่งสูงกว่าอย่างประธานบริษัท ซึ่งจริงๆ แล้วจะว่าไปด้วยการที่คุณ Lisa สามารถที่จะบริหาร AMD ให้กลับมายืนในฐานะคู่แข่งกับ Intel ได้ในตอนนี้นั้นก็น่าจะมีความเป็นไปได้ว่าหลายๆ บริษัทอาจจะให้ข้อเสนอที่ดีกว่าเดิมครับ

อย่างไรก็ตามแต่แล้วนั้นดูเหมือนกับว่าข่าวดังกล่าวนั้นคงจะไม่เป็นความจริงครับเพราะล่าสุดตัวคุณ Lisa เองก็ได้มีการออกมาพูดแล้วครับว่าเธอนั้นจะยังคงไม่ย้ายทิ้ง AMD ไปไหน โดยเธอได้บอกเอาไว้ครับว่า ณ เวลานี้นั้นยังไม่ใช่จุดที่ดีที่สุดของทาง AMD อย่างที่เธอได้ตั้งใจเอาไว้และนั่นเองทำให้ตัวเธอนั้นจะยังคงอยู่กับทาง AMD ต่อไปเพื่อที่จะทำให้ AMD ไปถึงจุดสูงสุดอย่างที่ควรจะเป็น แน่นอนครับว่าการออกมาพูดในครั้งนี้ของเธอนั้นค่อนข้างที่จะมีเหตุผลพอสมควรเลยทีเดียวครับ

อย่างไรก็ตามแต่ครับ สิ่งหนึ่งที่พอจะเชื่อได้จากข่าวลือดังกล่าวนี้ก็คือทางคุณ Lisa นั้นน่าจะได้รับข้อเสนอจากหลายๆ บริษัทเพื่อให้ไปทำงานด้วยเพราะเธอผู้นี้สามารถทำให้ AMD กลับมาแข่งกับ AMD ได้อีกครั้ง แต่ก็นั่นล่ะครับข่าวลือก็เป็นข่าวลือ แถมข่าวลือดังกล่าวนี้ก็ถูกปิดตายอย่างรวดเร็วด้วยการออกมาพูดโดยตรงจากคุณ Lisa ครับ

ที่มา : tweaktown

from:https://notebookspec.com/amd-ceo-lisa-su-rumored-to-leave-eyeing-ceo-role-at-ibm/490848/

Review – Dell G5 15 5590 Gaming Notebook สเปก i7-9750 + RTX2060 ลื่นจบครบ มีสแกนลายนิ้วมือ

Dell G7 15 7590 ปี 2019 รุ่นต่อยอดมาจาก Dell G7 15 7588 ซึ่งเป็น Gaming Notebook ดีไซน์การมีการปรับใหม่ให้ดูสวยงามเฉียบเรียบยิ่งขึ้น มิติตัวเครื่องดูเล็กกระชับลงจากการที่ขอบหน้าจอบางลงตามเทรนด์ของ Notebook ปี 2019 มาพร้อมสีเทาที่ดูเข้มหน่อยสไตล์แบบทูโทน ที่บอกได้เลยว่าดูหรูหรามากๆ ตามมาตรฐานของ Dell ที่หลายๆ คนชื่นชอบกันอยู่แล้ว วัสดุหลักๆ เป็นพลาสติดคุณภาพดี ที่มีงานประกอบที่แน่นหนา รวมไปถึงระบบระบายความร้อนก็ได้มีการปรับปรุงใหม่ เน้นความเป็นโน้ตบุ๊คเล่นเกมที่คุ้มค่าตามสไตล์ของ Dell

สำหรับสเปกหลักๆ ใช้ชิปประมวลผลเป็น Intel Core i Gen 9 อย่าง i7-9750H ใส่แรมมาขนาด 8 – 16GB รวมไปถึงสนับสนุนการใช้งานทั้งฮาร์ดดิสก์ปกติ 2.5″ และ SSD M.2 NVMe ตามมาตรฐาน ที่สำคัญการ์ดจอเป็น GeForce GTX 1650 และ RTX 2060 ที่ต้องบอกว่าสมกับการรอคอยของหลายๆ คน นอกเหนือจากนั้นเรื่องของสเปกหน้าจอก็โดดเด่น ขนาด 15.6″ ความละเอียด Full HD  พาเนล IPS โดยแบ่งออกเป็น 2 รุ่น สนนราคาที่ 42,990 และ 49,990 บาท มาพร้อมการรับประกัน Dell Premium Support (On-site Sevice) ระยะเวลา 2 ปีเต็มด้วย

from:https://notebookspec.com/review-dell-g5-15-5590-gaming-notebook-2019/490127/