คลังเก็บหมวดหมู่: mobileocta

Xiaomi ประกาศพร้อมวางจำหน่าย Mi Mix 3 Forbidden City รุ่นพิเศษ RAM 10GB ในเดือนธันวาคมนี้

 

เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา Xiaomi ได้เปิดตัว Mi Mix 3 สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่ที่มาพร้อมดีไซน์กล้องหน้าสไลด์ขึ้น และหน้าจอไร้ขอบไร้รอยบาก

นอกจากนี้ Xiaomi ยังได้เปิดตัวรุ่นพิเศษ Mi Mix 3 Forbidden City ออกมาพร้อมกันด้วย โดยมีดีไซน์สุดพรีเมียมที่ได้แรงบันดาลใจมาจากพระราชวังต้องห้ามของประเทศจีน แต่ยังไม่มีการการเผยวันวางจำหน่ายออกมา

Mi Mix 3 Forbidden City

ล่าสุด Xiaomi ได้ประกาศเตรียมวางจำหน่าย Mi Mix 3 Forbidden City ที่ประเทศจีนในเดือนธันวาคมนี้ แต่ยังไม่มีการระบุวันที่จะจำหน่าย ซึ่งต้องรอรอประกาศอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

สำหรับ Mi Mix 3 Forbidden City มีดีไซน์ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากพระราชวังต้องห้ามของประเทศจีน โดยสื่อถึงความลึกลับและอำนาจผ่านสัตว์ในตำนานของจีนอย่างกิเลน

ตัวเครื่องเป็นโลหะสีน้ำเงินเข้มครอบทับด้วยกระจกเงาวาว พิมพ์ลายกิเลนสีทองไว้ที่ด้านหลัง บรรจุในแพ็คเกจลวดลายกินเลนสุดพรีเมียม โดยในแพ็คเกจยังมีแท่นชาร์จไร้สาย เคส และฟิกเกอร์กิเลนสีทองมาให้อีกด้วย

อย่างไรก็ดี Xiaomi Mi Mix 3 Forbidden City มีสเปกโดยรวมที่เหมือนกับ Mi Mix 3 ยกเว้นในส่วนของ RAM ที่จัดเต็มมาให้ถึง 10GB โดยมีหน่วยความจำภายในขนาด 256GB และราคาอยู่ที่ 4,999 หยวน หรือประมาณ 23,750 บาท

ที่มา : Gizmochina

คลิกช้อปสมาร์ทโฟน Xiaomi ที่นี่ >>> http://bit.ly/2NR8Fla

 

from:http://mobileocta.com/xiaomi-announces-mi-mix-3-forbidden-city-edition-will-go-on-sale-in-december/

Advertisements

หลุดภาพเรนเดอร์ ASUS Zenfone Max M2 และ Zenfone Max Pro M2 พร้อมสเปก ก่อนเปิดตัว 11 ธ.ค.นี้

 

ASUS มีแผนที่จะเปิดตัว Zenfone Max M2 และ Zenfone Max Pro M2 ว่าที่สมาร์ทโฟนระดับกลางรุ่นใหม่ในตระกูล Zenfone Max Series ที่ประเทศอินโดนีเซียในวันที่ 11 ธันวาคม ล่าสุดมีภาพเรนเดอร์และสเปกของสมาร์ทโฟนทั้ง 2 รุ่นหลุดออกมาให้เห็นกันแล้ว

Roland Quandt หรือ @rquandt จอมปล่อยข่าวลือและภาพหลุดสมาร์ทโฟนชื่อดังได้โพสต์ภาพเรนเดอร์พร้อมสเปกเต็มของ Zenfone Max M2 และ Zenfone Max Pro M2 บนเว็บไซต์ winfuture 

โดยเผยให้เห็นตัวเครื่องที่มีดีไซน์คล้ายกัน แตกต่างกันตรงที่ Zenfone Max Pro M2 มีรอยบากที่เล็กกว่ารุ่น Max M2 และด้านหลังของ Max Pro M2 ทำจากกระจกและมีน้ำหนักเบา ขณะที่ด้านหลัง Max M2 ใช้วัสดุที่ทำจากโลหะ

Zenfone Max Pro M2

สำหรับสเปกของ Zenfone Max Pro M2 มาพร้อมหน้าจอแสดงผลแบบ IPS ขนาด 6 นิ้ว ความละเอียด FHD+ 2340 x 1080 พิกเซลในอัตราส่วน 19.5:9 และมีรอยบากหรือ Notch อยู่ตรงกลางด้านบน 

ใช้ชิปเซ็ท Qualcomm Snapdragon 660, RAM 4GB, หน่วยความจำภายใน 64GB/128GB เพิ่มได้ด้วย microSD Card

ติดตั้งกล้องหลังคู่ โดยกล้องหลังเซ็นเซอร์ Sony IMX486 ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล กล้องรองความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องหน้าเซลฟี่ยังไม่มีข้อมูลเผยออกมา และใช้แบตเตอรี่ความจุ 5,000mAh

ส่วน Zenfone Max M2 มาพร้อมหน้าจอแสดงผลแบบ IPS ขนาด 6 นิ้ว ความละเอียด FHD+ 2340 x 1080 พิกเซลในอัตราส่วน 19.5:9 และมีรอยบากหรือ Notch อยู่ตรงกลางด้านบน เหมือนรุ่น Max Pro M2

ใช้ชิปเซ็ท Qualcomm Snapdragon 636, RAM 4GB, หน่วยความจำภายใน 32GB/64GB เพิ่มได้ด้วย microSD Card

ติดตั้งกล้องหลังคู่ โดยกล้องหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล กล้องรองยังไม่มีข้อมูลเผยออกมา ส่วนความละเอียดของกล้องหน้าเซลฟี่ และขนาดความจุแบตเตอรี่ก็ยังไม่มีข้อมูลเผยออกมาเช่นกัน

ทั้งนี้  Zenfone Max M2 และ Zenfone Max Pro M2 จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่ประเทศอินโดนีเซียในวันที่ 11 ธันวาคมนี้ 

ที่มา : Gizmochina

 

from:http://mobileocta.com/asus-zenfone-max-m2-and-pro-m2-specs-and-images-leak/

เอไอเอส เดินหน้าสาธิต 5G ต่อ ท้าสัมผัสความเร็วอย่างน้อยต้อง 16 GB!!

 

เอไอเอส เดินหน้าสาธิตเทคโนโลยี 5G ต่อเนื่อง หลังจับมือโนเกีย โชว์ 5 รูปแบบการนำ 5G มาประยุกต์ใช้ แสดงพลังของเทคโนโลยีอนาคตให้เห็นเป็นรูปธรรม สร้างแรงบันดาลใจในการประยุกต์ใช้แก่หลากหลายอุตสาหกรรม ล่าสุด เตรียมโชว์ Speed 5G แบบจัดเต็ม ยืนยันเริ่มต้นที่ 16 GB

นายวสิษฐ์ วัฒนศัพท์ หัวหน้าฝ่ายงานปฏิบัติการและสนับสนุนด้านเทคนิคทั่วประเทศ เอไอเอส กล่าวว่า การสาธิตเทคโนโลยี 5G ครั้งนี้ เราได้รับอนุมัติคลื่นความถี่ย่าน 26 GHz จาก กสทช. ให้นำคลื่นความถี่มาทำการสาธิตในสภาวะแวดล้อมเสมือนจริง ทั้งการใช้อุปกรณ์ที่มี Handset 5G ต้นแบบ รวมถึง Terminal หลายรูปแบบ ซึ่งจะทำให้ผลลัพธ์ที่ได้เกิดประโยชน์ในทางปฏิบัติมากกว่าและเห็นภาพการมอบประสบการณ์จริงไปยังผู้บริโภคได้ชัดเจนกว่า การทดลองในห้องแล็บที่ไม่ได้อยู่ในสภาพแวดล้อมจริง

ซึ่งการเริ่มต้นทำงานกับโนเกียช่วงที่ผ่านมา ถือว่าทำให้เห็นภาพการประยุกต์ใช้งานในหลากหลายอุตสาหกรรมชัดเจนยิ่งขึ้น ดังนั้นในการเตรียมสาธิต เราจึงมุ่งเน้นที่การแสดงความเร็วเครือข่าย 5G หรือ Super Speed เพื่อเจาะลึกในองค์ประกอบว่า ความเร็วของ5G จะสามารถทำได้ถึงระดับใด และจะเกิดประโยชน์ต่อการนำไปใช้ในลักษณะใดได้บ้าง โดยคาดว่าครั้งนี้เราจะสามารถโชว์ความเร็วของ5G ได้ถึงระดับเริ่มต้นที่ 16 GB หรือมากกว่าอย่างแน่นอน

เตรียมสัมผัสประสบการณ์เทคโนโลยีอนาคต 5G จากเอไอเอส และพันธมิตรได้ใน ธันวาคม ศกนี้

 

from:http://mobileocta.com/ais-goes-ahead-with-a-5g-demonstration-of-a-speed-of-at-least-16-gb/

เอไอเอส เดินหน้าสาธิต 5G ต่อ ท้าสัมผัสความเร็วอย่างน้อยต้อง 16 Gbps!!

 

เอไอเอส เดินหน้าสาธิตเทคโนโลยี 5G ต่อเนื่อง หลังจับมือโนเกีย โชว์ 5 รูปแบบการนำ 5G มาประยุกต์ใช้ แสดงพลังของเทคโนโลยีอนาคตให้เห็นเป็นรูปธรรม สร้างแรงบันดาลใจในการประยุกต์ใช้แก่หลากหลายอุตสาหกรรม ล่าสุด เตรียมโชว์ Speed 5G แบบจัดเต็ม ยืนยันเริ่มต้นที่ 16 Gbps

นายวสิษฐ์ วัฒนศัพท์ หัวหน้าฝ่ายงานปฏิบัติการและสนับสนุนด้านเทคนิคทั่วประเทศ เอไอเอส กล่าวว่า การสาธิตเทคโนโลยี 5G ครั้งนี้ เราได้รับอนุมัติคลื่นความถี่ย่าน 26 GHz จาก กสทช. ให้นำคลื่นความถี่มาทำการสาธิตในสภาวะแวดล้อมเสมือนจริง ทั้งการใช้อุปกรณ์ที่มี Handset 5G ต้นแบบ รวมถึง Terminal หลายรูปแบบ ซึ่งจะทำให้ผลลัพธ์ที่ได้เกิดประโยชน์ในทางปฏิบัติมากกว่าและเห็นภาพการมอบประสบการณ์จริงไปยังผู้บริโภคได้ชัดเจนกว่า การทดลองในห้องแล็บที่ไม่ได้อยู่ในสภาพแวดล้อมจริง

ซึ่งการเริ่มต้นทำงานกับโนเกียช่วงที่ผ่านมา ถือว่าทำให้เห็นภาพการประยุกต์ใช้งานในหลากหลายอุตสาหกรรมชัดเจนยิ่งขึ้น ดังนั้นในการเตรียมสาธิต เราจึงมุ่งเน้นที่การแสดงความเร็วเครือข่าย 5G หรือ Super Speed เพื่อเจาะลึกในองค์ประกอบว่า ความเร็วของ5G จะสามารถทำได้ถึงระดับใด และจะเกิดประโยชน์ต่อการนำไปใช้ในลักษณะใดได้บ้าง โดยคาดว่าครั้งนี้เราจะสามารถโชว์ความเร็วของ5G ได้ถึงระดับเริ่มต้นที่ 16 Gbps หรือมากกว่าอย่างแน่นอน

เตรียมสัมผัสประสบการณ์เทคโนโลยีอนาคต 5G จากเอไอเอส และพันธมิตรได้ใน ธันวาคม ศกนี้

 

from:http://mobileocta.com/ais-goes-ahead-with-a-5g-demonstration-of-a-speed-of-at-least-16-gbps/

OPPO ทุ่มเงิน10,000 ล้านหยวนด้านการวิจัยและพัฒนาในปีพ.ศ. 2562

 

โทนี่ เฉิน ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ บริษัท OPPO ขณะกล่าวถึง AI ในงานนิทรรศการ OPPO นิทรรศการเทคโนโลยี 201,827 พฤศจิกายน 2561, เซินเจิ้น – OPPO ได้เปิดเผยถึงความมุ่งมั่นและแนวทางด้านเทคโนโลยีที่งาน ‘OPPO นิทรรศการเทคโนโลยีปี 2018’

โดย จัดขึ้นที่เมืองเซินเจิ้นโทนี่เฉินผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ OPPO ประกาศเพิ่มการลงทุนด้านวิจัยและพัฒนาด้วยเงินกว่า 10,000 ล้านหยวนหรือราว 1.43 พันล้านเหรีญสหรัฐการลงทุนในปีหน้าเพิ่มขึ้น 150% เมื่อเทียบ กับ การลงทุนแบบปีต่อปี

และบริษัทจะยังคงเพิ่มการลงทุนต่อไปเพื่อการพัฒนาในอนาคตด้วยการเพิ่มทุนด้านการวิจัยและพัฒนาของ OPPO จะสร้างสิ่งที่เป็นที่สามารถตอบสนองความต้องการรวมทั้งสร้างความเชี่ยวชาญด้านเทคนิคเพื่อ เพิ่มขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีของบริษัท

นอกจากนี้ OPPO จะยกระดับความสามารถของเอไอเพื่อพัฒนาอุปกรณ์สมาร์ทต่างๆเช่นสมาร์ทนาฬิกาและสมาร์ทบ้านเพื่อตอบสนองความต้องการอันแร งกล้าของผู้บริโภคในยุคอินเทอร์เน็ตของสิ่ง (IOT)

เทรนด์ 5G ที่ OPPO จะต้องคว้าไว้

ในฐานะบริษัท ด้านเทคโนโลยี OPPO มีความมุ่งมั่นอย่างไม่ลดละที่จะพัฒนาเทคโนโลยีฟรอนเทียร์เช่น 5G “เทรนด์ 5G คือสิ่งที่ OPPO ต้องคว้าไว้นอกเหนือจากการมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้ผลิตรายแรกในการเปิด ตัวสมาร์ทโฟนที่รองรับ 5G OPPO ยังค้นหาโอกาสในการประยุกต์ใช้แอปพลิเคชั่นในยุค 5G + เพื่อให้เกิดคุณค่าอย่างสูงสุด”

โทนี่ เฉิน กล่าวย้ำว่า“OPPO จะรวมเทคโนโลยี 5G แอปพลิเคชั่น เข้ากับข้อมูลเชิงลึกของผู้ใช้และสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่ล้ำสมัยตอบสนองความต้องการและความสะดวกสบาย” OPPO ได้จัดตั้งทีมงาน 5G ชุดแรกในช่วงปี 2015 และเริ่มวิจัยและพัฒนามาตรฐานของ 5G และ OPPO ยังเป็นผู้นำในการเปิดใช้งานการเชื่อมต่อสัญญาณและข้อมูล 5G ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2561 ก่อนจะทราบภายหลังว่านั่นเป็นการเชื่อมต่อครั้งแรกของสมาร์ทโฟนกับสัญญาณ 5G เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

ประโยชน์ของ AI ในยุค 5G

OPPO ใช้เทคโนโลยี AI ในหลากหลายแอปพลิเคชั่น ได้แก่ การถ่ายภาพการจดจำใบหน้าและการระบุลายนิ้วมือในขณะเดียวกันก็นำเสนอนวัตกรรมใหม่ ๆ มากมายเช่นกล้องถ่ายภาพความงามแสงแนวตั้ง AI 3D และการระบุซีนอัจฉริยะ “ประโยชน์อันแท้จริงที่จะเกิดขึ้นจากการนำเทคโนโลยี AI สู่ยุค 5G สำหรับ OPPO AI เป็นทั้งความสามารถและความคิดการพัฒนา AI ในอนาคตนั้นมีความกว้างไกลและเป็นประโยชน์อย่างมาก โทนี่เฉินกล่าวจากการใช้งานเอไอทำให้สามารถเรียนรู้นิสัยของผู้ใช้สมาร์ทโฟนได้อย่างต่อเนื่อง OPPO จะสามารถนำเสนอการใช้งานและประสบการณ์ที่เฉพาะบุคคลได้ดียิ่งขึ้น

“ในอนาคตสมาร์ทโฟนจะกลายเป็นผู้ช่วยส่วนตัวที่อัจฉริยะและนี่คือสิ่งที่ OPPO จะสามารถนำเสนอให้กับผู้ใช้ได้อย่างแน่นอน “โทนี่ เฉิน กล่าว” สมาร์ทโฟนเปรียบเสมือนหนึ่งในเรือที่ดีที่สุด สำหรับ AI ที่ยังมีช่องว่างสำหรับปรับปรุงและการพัฒนา OPPO มีความกระตือรือร้นที่จะพัฒนาและนำ AI มาประยุกต์ใช้ในขณะเดียวกันก็ยังคงมุ่งมั่นและทุ่มเทนำทรัพยากรที่มีสู่เทคโนโลยีและแอปพลิเคชั่น AI ที่ล้ำสมัย ”

การผสมผสานเทคโนโลยีศิลปะมนุษยชาติเข้ากับบ้านสมาร์ทและอุปกรณ์สมาร์ท

คุณโทนี่ เฉิน กล่าวปิดโดยเน้นย้ำว่า OPPO มุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำในยุคที่ 5G, AI และ IOT จะถูกนำมาประยุกต์ใช้อย่างกว้างขวาง“เราต้องกล้าที่จะสำรวจกล้าที่จะสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ และกล้าที่จะ เริ่มนำสิ่งใหม่ ๆ มาใช้ในอนาคต OPPO จะผสานรวมนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีกับศิลปะและมนุษยชาติเข้าด้วยกันเพื่อพัฒนาอุปกรณ์สมาร์ทและสมาร์ทที่บ้านโดยมีแกนกลางหลักคือโทรศัพท์สมาร์ทและภารกิจหลักก็เพื่อตอบสนองความต้ งการในความคาดหวังของผู้คนต่อไปเพื่อชีวิตและอนาคตที่ดียิ่งขึ้น”

OPPO ให้ความสำคัญกับกับการวิจัยและพัฒนาในด้านเทคโนโลยีระดับแนวหน้าเสมอมาทั้งหมดถูกออกแบบโดยอาศัยข้อมูลเชิงลึกที่แห่งนี้เป็นพื้นที่สำหรับบุคคลภายในซึ่งสมารถแลกเปลี่ยนความคิดและเทคโนโลยีแก่กัน 2 วันของการจัดนิทรรศการ OPPO เทคโนโลยี ประกอบด้วย 4 หัวข้อหลักอัน ได้แก่ เอไอข้อมูลขนาดใหญ่เมฆ + IOT และ 5G รวมถึง 12 โซนนิทรรศการที่ครอบคลุมโครงการนวัตกรรมกว่า 80 โครงการ

นอกจากการจัดแสดงแผนงานเทคโนโ ยีในอนาคตและความสามารถด้านการวิจัยและการพัฒนาในปัจจุบันของ OPPO นิทรรศการปีนี้ยังสนับสนุนโอกาสในการเจรจาระหว่างผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายอุตสาหกรรมเพื่อเปิดประตูสู่โอกาสในการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต

 

from:http://mobileocta.com/oppo-throws-10000-r-d-in-the-year-of-research-and-development-2019/

ดีแทคจัดโปรพิเศษเอาใจลูกค้าปัจจุบัน กับโปรลดใหญ่ส่งท้ายปี เลือกช้อปกองทัพสมาร์ทโฟนรุ่นสุดฮิต! เป็นของขวัญปีใหม่ ในราคาเริ่มต้นเพียง 990 บาท

 

ดีแทคเอาใจลูกค้าปัจจุบัน ให้จ่ายน้อยกว่า มอบโปรใหญ่ส่งท้ายปี ‘Super Speed Super Sale’ สุดพิเศษสำหรับ ลูกค้าดีแทครายเดือน หรือลูกค้าเปลี่ยนจากเติมเงินเป็นรายเดือน ที่มีอายุการใช้งาน 18 เดือนขึ้นไป

รับสิทธิ์ซื้อเครื่องในราคาพิเศษเริ่มต้นเพียง 990 บาท โดยไม่ต้องชำระค่าบริการล่วงหน้า โปรโมชั่นส่วนลดสมาร์ทโฟนนี้ เริ่มแล้วตั้งแต่วันที่ 15 พ.ย. 2561 – 3 ม.ค. 2562

dtac

สมาร์ทโฟนรุ่นสุดฮิต! ที่ร่วมรายการ 11 รุ่น เพียงสมัครหรือมีแพ็กเกจขั้นต่ำตามที่กำหนด

  1. VIVO 81i ลดเหลือเพียง 990 บาท จากราคาปกติ 4,499 บาท
  2. Wiko View2 Plus ลดเหลือเพียง 990 บาท จากราคาปกติ 4,990 บาท
  3. Huawei Y7 Pro ลดเหลือเพียง 990 บาท จากราคาปกติ 4,990 บาท
  4. Huawei Nova3i ลดเหลือเพียง 2,490 บาท จากราคาปกติ 8,990 บาท
  5. Huawei Y9 (2019) ลดเหลือเพียง 3,490 บาท จากราคาปกติ 6,990 บาท
  6. VIVO V11i ลดเหลือเพียง 3,490 บาท จากราคาปกติ 9,999 บาท
  7. OPPO F9 ลดเหลือเพียง 4,490 บาท จากราคาปกติ 10,990 บาท
  8. Samsung Galaxy S9 (64GB) ลดเหลือเพียง 13,950 บาท จากราคาปกติ 27,900 บาท
  9. Samsung Galaxy S9+ (64GB) ลดเหลือเพียง 15,950 บาท จากราคาปกติ 31,900 บาท
  10. Samsung Galaxy S9+ (256GB) ลดเหลือเพียง 18,950 บาท จากราคาปกติ 37,900 บาท
  11. Samsung Galaxy Note9 ลดเหลือเพียง 23,900 บาท จากราคาปกติ 33,900 บาท

พิเศษสุดสำหรับ Samsung Galaxy Note9 ราคาพิเศษ 23,900 บาท แถมฟรี Samsung Smart TV32 นิ้ว (มูลค่า 9,990 บาท)

กองทัพสมาร์ทโฟนสุดฮิต! ราคาพิเศษ วางจำหน่ายแล้วที่ศูนย์บริการดีแทค ทั่วประเทศ หรือ dtac online store ลูกค้าสามารถติดตามรายละเอียดโปรโมชั่นเพิ่มเติมได้ที่ http://www.dtac.co.th/camp/device/best-deal.html

 

from:http://mobileocta.com/dtac-promotion-super-speed-super-sale/

ส่อง 6 ฟีเจอร์เด่น Realme 2 Pro สมาร์ทโฟนสำหรับคนมีสไตล์ และที่สุดแห่งพลังในราคาสุดคุ้ม

 

เรียกว่าเป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนน้องใหม่ที่มาแรงเลยก็ว่าได้ สำหรับ Realme แบรนด์สมาร์ทโฟนที่เติบโตมาจากการเป็นซับแบรนด์ของ OPPO แต่ปัจจุบันแยกตัวออกมาเป็นแบรนด์อิสระ 

โดยหลังจากที่ประเดิมทำตลาดในบ้านเราด้วยรุ่น Realme 2 Pro 4+64GB ไปเมื่อช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาก็ได้กระแสตอบรับที่ดีมาก 

Realme 2 Pro

ล่าสุดได้ส่ง Realme 2 Pro 8+128GB เอาใจคนที่ชอบความเร็ว และแรง ออกมาทำตลาดอีกรุ่น ซึ่งก็ได้รับเสียงตอบรับที่ดีไม่แพ้กัน

เพื่อไม่ให้เสียเวลาเราไปดูกันดีกว่าว่าเจ้าสมาร์ทโฟนรุ่นนี้มีฟีเจอร์อะไรที่น่าสนใจ จนทำให้ทุกคนชื่นชอบ และจับจองเป็นเจ้าของกันขนาดนี้

ชิปเซ็ท Snapdragon 660 AIE ที่แรง และฉลาด

Realme 2 Pro ถือเป็นสมาร์ทโฟนราคาหลักพันที่เลือกใช้ขุมพลังชิปเซ็ท Snapdragon 660 AIE ตัวกลางที่ส่วนใหญ่จะเห็นในสมาร์ทโฟนรุ่นราคาหมื่นต้นๆ ไปถึงหมื่นกลาง บวกกับหน่วยประมวลผลซีพียู Octa Core ความเร็ว 1.95GHz, หน่วยประมวลกราฟิก Adreno 512 และเทคโนโลยี AI ที่ฉลาด และแรง เรียกได้ว่ารองรับการใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างเต็มที่

จอใหญ่ 6.3 นิ้ว Dewdrop แสดงผลได้เต็มตา

หน้าจอแสดงผลของ Realme 2 Pro เป็นจอ Full Screen แบบ IPS LCD ความละเอียด FHD+ 1080 x 2340 พิกเซล (409 PPI) อัตราส่วน 19.5:9  พร้อมรอยบากแบบหยดน้ำ Dewdrop โดยเหลือขอบด้านข้างที่บาง ทำให้มีสัดส่วนระหว่างหน้าจอกับตัวเครื่องที่สูงถึง 90.8% สามารถแสดงผลได้คมชัด รองรับทั้งการรับชมคอนเทนต์ต่างๆ และเล่นเกมได้อย่างเต็มตาเต็มอารมณ์

แบตเตอรี่ความจุสูง พร้อมเทคโนโลยี AI Power

ด้วยแบตเตอรี่ขนาดความจุ 3,500 mAh ที่ทำงานร่วมกับเทคโนโลยี AI POWER ช่วยจัดสรรพลังงานให้สอดคล้องกับการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถใช้งานได้ยาวนานตลอดวันโดยไม่ต้องชาร์จบ่อยๆ

RAM และหน่วยความจำจัดเต็มสูงสุด 8+128GB

หน่วยความจำของ Realme 2 Pro ให้เลือก 2 แบบคือ รุ่น RAM 4GB, หน่วยความจำภายใน 64GB (eMMC 5.1) กับรุ่น RAM 8GB, หน่วยความจำภายใน 128GB (UFS 2.1) และยังสามารถเพิ่ม microSD Card ได้อีก 256GB เรียกได้ว่ารองรับการเก็บไฟล์ข้อมูล, ไฟล์ภาพถ่าย, แอปพลิเคชัน และเกม ได้อย่างจุใจ โดยไม่ต้องหมั่นเคลียร์พื้นที่บ่อยๆ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ช่วยอำนวยความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้งานได้อย่างแท้จริง

ดีไซน์เรียบหรู แต่ดูเด่นสะดุดตา

Realme 2 Pro มาพร้อมฝาหลังแบบ 2.5D ที่ใช้เทคโนโลยีการเคลือบผิวสัมผัสแบบ Laminate ทั้งหมด 15 ชั้น ทำให้ตัวเครื่องมีความเงางาม สะท้อนเล่นกับแสงตามมุมที่ตกกระทบได้ โดยมีให้เลือก 2 สีคือ สีดำ Black Sea และสีฟ้า Ice Lake (เฉพาะรุ่น 8+128GB มีเฉพาะสีดำ)

กล้องหน้าและหลังพลัง AI

Realme 2 Pro ติดตั้งกล่องหลังคู่ (AI Dual Camera) ความละเอียด 16+2 ล้านพิกเซล โดยใช้เซ็นเซอร์คุณภาพ Sony IMX398 โครงสร้าง 6 ชิ้นเลนส์ พร้อมไฟแฟลช LED โดยมีขนาดรูรับแสง f/1.7+f/2.4, รองรับเทคโนโลยีการโฟกัสภาพแบบ Dual Pixel, โหมดถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอ (Portrait) พร้อมการจัดแสงแบบ 3 มิติ ทั้งหมด 5 รูปแบบ, ฟีเจอร์ AI Scene ที่สามารถตรวจจับซีนได้ทั้งหมด 16 รูปแบบ และระบบกันสั่นแบบ EIS สำหรับวิดีโอ

ส่วนกล้องหน้าเซลฟี่ ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมเทคโนโลยี AI Beauty Selfie โดยมีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ f/2.0 และฟังก์ชัน Depth Effect สำหรับถ่ายภาพเซลฟี่แบบหน้าชัดหลังเบลอ รวมถึงลูกเล่นน่ารักๆ อย่าง AR Sticker ที่ช่วยเพิ่มสีสันให้กับการเซลฟี่ เรียกว่าถ่ายออกมาได้สวยฟรุ้งฟริ้งเลย

และนี่ก็คือ 6 ฟีเจอร์เด่นใน Realme 2 Pro ที่จะทำให้คุณหลงรักได้ ซึ่งนอกจากดีไซน์สวยทันสมัย พร้อมจอไร้ขอบขนาดใหญ่ ยังมาพร้อมขุมพลังชิปเซ็ทที่เร็ว และแรง รวมถึงกล้องเทคโนโลยี AI และแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานแล้ว ยังมีราคาสุดคุ้มอีกด้วย

สำหรับ Realme 2 Pro รุ่น 4GB+64GB ราคา 6,590 บาท วางจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ที่เว็บ Lazada ทุกๆ วันพุธ และมีให้เลือก 2 สีคือ สีดำ (Black Sea) และสีฟ้า (Ice Lake)

ส่วน Realme 2 Pro รุ่น 8GB+128GB าคา 8,990 บาท วางจำหน่ายแบบ Exclusive เฉพาะที่ร้าน ทรูช็อป เพียงที่เดียวเท่านั้น และมีให้เลือกเพียงสีเดียวคือสีดำ (Black Sea)

พร้อมโปรโมชั่นราคาพิเศษเพียง 4,990 บาท จากทาง TrueMove H เมื่อสั่งซื้อตัวเครื่องพร้อมสมัครใช้งานแพ็กเกจรายเดือน 4G+ FUN Unlimited ราคา 699 บาทขึ้นไป และชำระค่าบริการล่วงหน้า 1,500 บาท (ระยะสัญญา 12 เดือน)

 

from:http://mobileocta.com/realme-2-pro-6-key-features/