คลังเก็บหมวดหมู่: mobileocta

OPPO ทำข้อตกลงจดสิทธิบัตรร่วมกับ Intel และ Ericsson พร้อมพัฒนาธุรกิจในระดับโลก

 

OPPO ได้ลงนามข้อตกลงการโอนสิทธิบัตรร่วมกับ Intel ในการโอนสิทธิบัตร 58 ฉบับที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีการสื่อสารโทรศัพท์เคลื่อนที่ พร้อมทั้งซื้อสิทธิในการใช้สิทธิบัตรของ Ericsson อีกกว่า 500 ฉบับ โดยครอบคลุมประเทศและรัฐในสหรัฐอเมริกา ยุโรป จีนและอินเดีย

ซึ่งสิทธิบัตรด้านการสื่อสารที่มีการป้องกันความปลอดภัยของ Intel และ Ericsson จะเพิ่มความสามารถในการพัฒนาเทคโนโลยีของ OPPO ให้ธุรกิจเติบโตในตลาดโลกได้

 

ในฐานะบริษัทผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลก OPPO ได้ทุ่มทุนในเทคโนโลยีการสื่อสารล้ำสมัยอย่าง 5G โดยในปี 2562 OPPO ได้สิทธิบัตร 5G มากว่า 20 ประเทศและรัฐทั่วโลก ซึ่งในฐานะการเป็นหนึ่งในผู้นำด้านการพัฒนา 5G

OPPO จึงได้ยื่นจดสิทธิบัตรกว่า 2,200 ฉบับ ที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี 5G พร้อมเสนอบทความทางวิชาการกว่า 2,600 บทความให้แก่ 3GPP หรือ หน่วยงานตามข้อตกลงความร่วมมือในการพัฒนารายละเอียดด้านมาตรฐานทางเทคนิค

อีกทั้งในเดือนกรกฎาคม ปี 2562 OPPO ได้เปิดเผยสิทธิบัตรกว่า 600 ฉบับให้แก่ ETSi หรือ องค์กรกำหนดมาตรฐานโทรคมนาคมของยุโรป เพื่อเป็นการย้ำความเข้มแข็งด้านสิทธิบัตร 5G ของ OPPO

OPPO ตระหนักถึงทรัพย์สินทางปัญญา และให้ความสำคัญในการรวบรวมและการถือสิทธิบัตร โดยในเดือนกรกฎาคม ปี 2562 OPPO ได้ยื่นขอจดสิทธิบัตรกว่า 37,000 ฉบับทั่วโลก โดยกว่า 31,000 ฉบับ (เฉลี่ยประมาณ 85%) เป็นสิทธิบัตรด้านการประดิษฐ์ ซึ่งได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้วกว่า 11,000 ฉบับ

คลิกช้อปสมาร์ทโฟน OPPO ที่นี่ >>> http://bit.ly/2CtyuWo

 

from:http://mobileocta.com/oppo-has-entered-into-a-patent-agreement-with-intel-and-ericsson-to-develop-a-global-business/

โฆษณา

Redmi กล้อง 64 ล้านพิกเซลจะเปิดตัวในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ และ Mi Mix 4 จะมาพร้อมกล้อง 108 ล้านพิกเซล !!

 

หลังจากที่ realme ประกาศความร่วมมือกับ Samsung อย่างเป็นทางการในการนำเซ็นเซอร์ Samsung 64MP ISOCELL มาใช้กับสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ที่จะเปิดตัวในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีนี้นั้น

ล่าสุด Redmi แบรนด์ย่อยของ Xiaomi ดูเหมือนจะไม่ยอมน้อยหน้า รีบปล่อยทีเซอร์เตรียมเปิดตัวสมาร์ทโฟนที่มาพร้อมกล้องความละเอียด 64 ล้านพิกเซลที่ใช้เซ็นเซอร์เดียวกันในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ด้วยเหมือนกัน

 

นอกจาก Redmi จะเปิดตัวสมาร์ทโฟนกล้อง 64 ล้านพิกเซลแล้ว ยังอ้างอีกว่า Redmi จะเป็นหนึ่งในแบรนด์สมาร์ทโฟนแรกๆ ของโลกที่ใช้เซ็นเซอร์ Samsung 64MP ISOCELL โดยจะเปิดตัวที่อินเดียก่อน และคาดว่าจะใช้ชื่อรุ่น Redmi Note 8

สำหรับกล้องของสมาร์ทโฟนที่ใช้เซ็นเซอร์ Samsung 64MP ISOCELL จะมาพร้อมเซ็นเซอร์ขนาด 1 / 1.7 นิ้ว โดยมีขนาดพิกเซล 1.6μm (เมื่อรวมกันจาก 4 เป็น 1) รวมทั้งปรับปรุงการสร้างสีใหม่ ISOCELL Plus, Smart ISO และมีฟีเจอร์ Hybrid 3D HDR ที่ให้ช่วงไดนามิกที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับเซ็นเซอร์ปัจจุบัน

ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีข่าวใหญ่ที่ Ice universe หรือ @UniverseIce โพสต์ผ่านบัญชี Twitter ส่วนตัวว่า Xiaomi จะเป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายแรกของโลกที่ใช้กล้องเซ็นเซอร์ 108MP ISOCELL ของ Samsung โดยใช้เทคโนโลยี Pixel Binning หรือเทคนิครวมพิกเซล (27×4) ทำให้ภาพถ่ายมีความเอียดสูงถึง 108 ล้านพิกเซล

ทั้งนี้ @UniverseIce ระบุว่า สมาร์ทโฟนดังกล่าวอาจจะเป็น Mi Mix 4 ตามที่ก่อนหน้านี้ทาง Xiaomi ออกมาประกาศว่า Mi Mix 4 จะมาพร้อมกล้องที่ดีกว่ากล้อง 64 ล้านพิกเซล ก็ต้องรอดูกันว่ากล้องความละเอียด 108 ล้านพิกเซลจะชัดแค่ไหนกัน

ที่มา : Gsmarena

คลิกช้อปสมาร์ทโฟน Xiaomi ที่นี่ >>> http://bit.ly/2NR8Fla

 

from:http://mobileocta.com/redmi-with-64mp-camera-coming-in-q4-mi-mix-4-to-get-a-108mp-sensor/

ซั­­มซุงเปิดตัว กาแลคซี่ โน้ต 10 สมาร์ทโฟนทรงพลัง ทลายทุกขีดจำกัดเดิมๆ เพื่อตอบโจทย์กลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่ หรือ New Work Tribe

 

  • ครั้งแรกของกาแลคซี่ โน้ต ที่มาพร้อมตัวเลือก 2 ขนาด ตอบโจทย์ความต้องการที่ต่างกันของผู้บริโภคได้อย่างสมบูรณ์แบบ
  • S Pen ปากกาอัจฉริยะเจเนเรชั่นล่าสุด ให้คุณเปลี่ยนลายมือภาษาไทยให้กลายเป็นตัวอักษรได้ทันทีบน Samsung Notes รวมถึงการเพิ่มฟีเจอร์ Air Actionsให้ผู้ใช้สามารถควบคุมการใช้งานผ่านทิศทางการเคลื่อนไหวของปากกา
  • มาพร้อมกล้องอัจฉริยะ ให้ภาพถ่ายและวิดีโอสวยงาม สมบูรณ์แบบราวกับมืออาชีพ
  • มอบประสิทธิภาพเหนือชั้นกว่าที่เคยกับ Super-Fast Charging เพียง 30 นาที ก็สามารถใช้งานได้ยาวนานตลอดวัน พร้อมเชื่อมต่อการทำงานร่วมกับระบบปฏิบัติการ Windows และ MacOS ได้อย่างง่ายดายผ่าน Samsung DeX

 

ซัมซุงเปิดตัว “ซัมซุง กาแลคซี่ โน้ต 10” (Samsung Galaxy Note 10) สมาร์ทโฟนระดับพรีเมี่ยมในตระกูล “กาแลคซี่ โน้ต” ที่มาพร้อมกับดีไซน์อันหรูหราทันสมัย ประสิทธิภาพยอดเยี่ยม และการทำงานอันแสนทรงพลัง เพื่อให้ทุกนาทีของผู้ใช้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด

เนื่องจากสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์เหล่า “New Work Tribe” หรือกลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่ในยุคนี้ ที่มีไลฟ์สไตล์ทั้งการทำงานและการใช้ชีวิตผสมควบคู่กันไป ให้พวกเขามีอิสระในการทำงานและใช้ชีวิตได้ทุกที่ทุกเวลา สร้างสรรค์ผลงานได้ดีขึ้นและสะดวกกว่าที่เคย นั่นหมายถึงสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้พวกเขาสามารถเข้าใกล้เป้าหมายได้ง่ายกว่าเดิม

samsung galaxy note10

ดีเจ โกห์ ประธานธุรกิจโทรคมนาคม บริษัท ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่า “หากย้อนไปถึงจุดยืนของกาแลคซี่ โน้ตรุ่นแรกนั้น มีความโดดเด่นในด้านเทคโนโลยีและฟีเจอร์ที่ดีที่สุด และในวันนี้กาแลคซี่ โน้ต 10 ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อยกระดับการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ของเหล่าโน้ตแฟน รวมถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์ในการใช้ชีวิตด้านอื่นไปพร้อมๆ กับการทำงานได้อย่างเต็มที่

เพราะครั้งนี้เราได้พัฒนาขีดความสามารถของการใช้งาน เพื่อมอบสมาร์ทโฟนที่ผู้ใช้มองหาตลอดมา ไม่ว่าจะเป็นการทำงานโปรเจคที่ท้าทาย ถ่ายภาพและตัดต่อวิดีโอ หรือแม้แต่การเล่นเกมโปรด ซึ่ง กาแลคซี่ โน้ต 10 คือคำตอบเดียวที่จะตอบสนองทุกความต้องการได้อย่างแน่นอน”

ดีไซน์เพื่อมอบประสบการณ์ระดับพรีเมี่ยม

 

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนส่วนมากให้ความสำคัญกับดีไซน์การออกแบบที่ทันสมัย ไม่เพียงแค่ความรู้สึกต่อสัมผัสภายนอกเท่านั้น แต่รวมถึงประสบการณ์ที่ได้รับจากการใช้งาน ดังนั้นทุกองค์ประกอบของกาแลคซี่ โน้ต 10 จึงถูกออกแบบมาให้มีความโฉบเฉี่ยว บางและเรียบง่าย เพื่อให้ผู้ใช้ได้มุ่งความสนใจไปกับคอนเทนต์และใช้เวลากับการสร้างสรรค์ได้อย่างเต็มที่

  • มีให้เลือก 2 ขนาด: เป็นครั้งแรกที่ซัมซุง กาแลคซี่ โน้ต มาพร้อมตัวเลือก 2 ขนาด เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนที่มีขนาดพอดีในการใช้งานร่วมกับปากกาอัจฉริยะ S Pen ได้อย่างสมบูรณ์แบบ สามารถถือใช้งานได้อย่างง่ายดาย บนหน้าจอ Cinematic Infinity Display ขนาด 6.3 นิ้ว และ 6.8 นิ้ว ซึ่งถือเป็นหน้าจอที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่กาแลคซี่ โน้ตเคยมีมาก่อน

หน้าจอของกาแลคซี่ โน้ต 10 ถือเป็นเทคโนโลยีหน้าจอที่ดีที่สุดของซัมซุงในขณะนี้ ตั้งแต่โครงสร้างทางกายภาพไปจนถึงเทคโนโลยีเบื้องหลัง ที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้ดื่มด่ำไปกับซีรี่ส์ ภาพยนตร์ และเกมโปรดได้อย่างเต็มที่

Samsung Galaxy Note10

Samsung Galaxy Note10+

  • ดีไซน์หน้าจอไร้ขอบ (Edge-to-edge): กาแลคซี่ โน้ต 10 มาพร้อมหน้าจอ Cinematic Infinity Display แบบไร้ขอบ กล้องหน้าถูกออกแบบให้มีขนาดเล็กลงและฝังอยู่บริเวณกึ่งกลางเพื่อดีไซน์สมมาตร โดยหน้าจอแสดงผลนี้จะให้ภาพที่คมชัดสมจริงที่สุด เพื่อสร้างประสบการณ์ไร้รอยต่อระหว่างไอเดีย การรับชม และการลงมือสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ
  • หน้าจอแสดงผลที่ดีที่สุด: หน้าจอ Dynamic AMOLED บนกาแลคซี่ โน้ต 10 คือนวัตกรรมที่ได้รับรางวัลและเป็นอีกหนึ่งความภูมิใจของซัมซุง ทั้งยังได้รับการรับรอง HDR10+ และการปรับโทนภาพแบบอัตโนมัติ (Dynamic Tone Mapping) ทำให้รูปภาพและวิดีโอมีความสว่าง สีสันสดใส และมีเฉดสีที่มากขึ้นกว่าโน้ตรุ่นก่อนๆ นอกจากนี้ หน้าจอของกาแลคซี่ โน้ต 10 ยังผ่านการรับรองจาก UL[1] ให้ความสม่ำเสมอของแสงและสีแม่นยำถึง 98% อีกทั้งเทคโนโลยีหน้าจอถนอมสายตา ช่วยลดแสงสีฟ้าโดยไม่ลดคุณภาพของสีภาพ[2]

ฟีเจอร์การใช้งานที่หลากหลายเพื่อประโยชน์สูงสุด

 

ผู้ใช้กาแลคซี่ โน้ต คือกลุ่มคนที่ให้ความสำคัญกับการใช้ชีวิตและการทำงานในเวลาเดียวกัน พร้อมทั้งมองว่าสมาร์ทโฟนเป็นตัวช่วยให้สามารถบรรลุเป้าหมายได้ง่ายขึ้น ดังนั้นกาแลคซี่ โน้ต 10 จึงประกอบไปด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถและประสิทธิภาพอันทรงพลังในทุกๆ ด้าน ให้ผู้ใช้ทำงานได้อย่างเป็นอิสระตามแบบฉบับของตัวเองเพื่อประโยชน์สูงสุด

  • เปลี่ยนลายมือเป็นข้อความ: ในครั้งนี้ ความสามารถของ S Pen ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้ผู้ใช้สามารถจดข้อความลงบนหน้าจอ และเปลี่ยนลายมือเป็นตัวอักษรได้อย่างทันทีบน Samsung Notes พร้อมทั้งยังสามารถแปลงไฟล์ได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Microsoft Word หรือ PDF นอกจากนี้ยังสามารถปรับขนาดและเปลี่ยนสีของตัวอักษรได้ตามต้องการอีกด้วย
  • วิวัฒนาการของ S Pen: เทคโนโลยี Bluetooth Low Energy ของ S Pen ที่นำเสนอเป็นครั้งแรกบนกาแลคซี่ โน้ต 9 ได้ถูกพัฒนาต่อยอดมาสู่กาแลคซี่ โน้ต 10 โดยการเพิ่มฟีเจอร์ Air Actions ให้ผู้ใช้สามารถควบคุมฟังก์ชั่นที่ต้องการได้ผ่านการจับ S Pen เคลื่อนไหวไปในทิศทางที่ต้องการ ทั้งยังพัฒนาซอฟต์แวร์ Air Actions ให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งปุ่มควบคุมได้หลายรูปแบบ เพื่อช่วยให้การเล่นเกมหรือใช้งานแอพพลิเคชั่นโปรดผ่านการแสดงออกของท่าทางได้ง่ายดายยิ่งขึ้น

  • Samsung DeX สำหรับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล[3]: Samsung DeX บนกาแลคซี่ โน้ต 10 ถูกพัฒนาให้สมาร์ทโฟนสามารถทำงานร่วมกันกับ PCหรือระบบปฏิบัติการ MacOS ได้ง่ายขึ้น ด้วยการเชื่อมต่อผ่าน USB ที่รองรับ ผู้ใช้งานสามารถลากและวางไฟล์ระหว่างอุปกรณ์ และใช้งานแอพพลิเคชั่นที่ชอบผ่านเมาส์และคีย์บอร์ด ในขณะเดียวกันยังป้องกันข้อมูลส่วนตัวบนสมาร์ทโฟนผ่านระบบรักษาความปลอดภัยด้วย Samsung Knox
  • เชื่อมต่อกับ Windows: กาแลคซี่ โน้ต 10 สามารถเชื่อมต่อกับ Windows 10 ด้วย Quick Panel ได้โดยตรงด้วยคลิกเดียว ให้ผู้ใช้สามารถเห็นการแจ้งเตือน ส่งและรับข้อความ อีกทั้งดูรูปภาพได้โดยไม่ต้องละสายตามาที่โทรศัพท์

กล้องระดับโปรสำหรับครีเอเตอร์

 

กาแลคซี่ โน้ต 10 ถูกพัฒนาขึ้นพร้อมกับเทคโนโลยีของกล้องถ่ายภาพที่ทำให้ภาพถ่ายออกมาราวกับมืออาชีพ เพื่อตอบโจทย์เหล่าคอนเทนต์ครีเอเตอร์และผู้ใช้งานทุกคนให้เข้าถึงอุปกรณ์ที่ทันสมัยที่สุดในการเก็บภาพและวิดีโอ เพื่อให้คอนเทนต์บนช่องทางของพวกเขาโดดเด่นและน่าจับตามองขึ้นไปอีกขั้น

  • เทคโนโลยีการถ่ายวิดีโอระดับพรีเมียม: กาแลคซี่ โน้ต 10 ให้ผู้ใช้สามารถถ่ายวิดีโอออกมาได้อย่างมืออาชีพโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริมใดๆ เริ่มด้วยด้วยฟีเจอร์ Live Focus สามารถปรับความหน้าชัดหลังละลายของวิดีโอได้ มาพร้อมนวัตกรรม Zoom-In Mic ช่วยเน้นเสียงในเฟรมที่ต้องการให้ชัดขึ้น และในขณะเดียวกันช่วยลดเสียงของพื้นหลังออกไป และฟีเจอร์ Super Steady รูปแบบใหม่ที่ช่วยป้องกันการสั่นไหวของวิดีโอ ซึ่งสามารถใช้ฟีเจอร์ดังกล่าวในโหมด Hyperlapse ได้อีกด้วย
  • ตัดต่อวิดีโอได้ง่ายและรวดเร็ว: หลังจากบันทึกวิดีโอแล้ว สามารถตัดต่อและปรับแต่งวิดีโอขั้นพื้นฐานบนกาแลคซี่ โน้ต 10 ได้ทันทีด้วย Video Editor โดยสามารถใช้งานร่วมกับปากกา S Pen เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการปรับแต่งและเลือกเฟรมที่ต้องการแทนการใช้มือสัมผัส สำหรับครีเอเตอร์ที่ต้องการการตัดต่อที่ซับซ้อนขึ้น กาแลคซี่ โน้ต 10 ยังมี Adobe Rush[4] ที่มาพร้อมชุดเครื่องมือตัดต่อวิดีโอระดับมือโปร
  • บันทึกวิดีโอหน้าจอ: สำหรับเกมเมอร์ที่ต้องการเพิ่มเอกลักษณ์ของตัวเองขณะสตรีมมิ่ง หรือบล็อกเกอร์ที่อยากสร้างคอนเทนต์ให้น่าสนใจยิ่งขึ้น กาแลคซี่ โน้ต 10 นำเสนอฟีเจอร์ Screen Recorder ที่ช่วยบันทึกภาพที่อยู่บนหน้าจออย่างง่ายดาย ใช้โหมด Picture-in-Picture เพื่อเพิ่มรีแอคชั่น และใช้ S Pen เพิ่มลูกเล่นบนวิดีโอได้

  • AR Doodle และ 3D Scanner: เทคโนโลยี AR และ 3D ถูกพัฒนาอยู่ในกล้องของกาแลคซี่ โน้ต 10  รวมไปถึงกล้อง Ultra Wide เพื่อเปิดมุมมองใหม่ๆ ให้กับทุกคน โดยสามารถเพิ่มเอกลักษณ์ของตัวเองโดยการใช้ S Pen ในการสร้างสรรค์รูปภาพ วาดเอฟเฟค หรือภาพเคลื่อนไหวลงบนภาพถ่ายได้ด้วย AR Doodle นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยี 3D Scanner[5] เป็นครั้งแรกที่กาแลคซี่ โน้ต 10 พลัส จะมาพร้อมกับกล้อง DepthVision ที่สามารถสแกนวัตถุ[6]และเปลี่ยนให้เป็นภาพเคลื่อนไหว 3 มิติได้
  • โหมดถ่ายภาพกลางคืน: เมื่อต้องการถ่ายเซลฟี่ในที่แสงน้อย ไม่ว่าจะเป็นในร้านอาหาร คอนเสิร์ต หรือแม้แต่ระหว่างการชมพระอาทิตย์ตกดิน โหมดถ่ายภาพกลางคืน หรือ Night Mode พร้อมใช้งานบนกล้องหน้า เพื่อให้ผู้ใช้สามารถถ่ายเซลฟี่ที่สมบูรณ์แบบได้ทุกที่ทุกสถานการณ์

ประสิทธิภาพที่เหนือชั้นเพื่อผู้ใช้งาน

 

ผู้ใช้งานกาแลคซี่ โน้ต มักจะมีการใช้งานสมาร์ทโฟนที่นอกเหนือไปจากการใช้งานพื้นฐานในชีวิตประจำวัน อาทิ ใช้เพื่อทำงาน ใช้ตัดต่อวิดีโอลงบนช่องทางโซเชียลมีเดีย ใช้สร้างงานศิลปะผ่าน S Pen เป็นต้น จึงเป็นเหตุผลให้กาแลคซี่ โน้ต 10 ถูกพัฒนามาพร้อมกับฮาร์ดแวร์ระดับสูงและฟีเจอร์ที่เหนือกว่าที่เคยมีมา

  • Super Fast Charging: ด้วยการชาร์จเพียง 30 นาที กาแลคซี่ โน้ต 10 พลัส สามารถใช้งานได้ยาวนานตลอดทั้งวัน[7] รองรับการชาร์จเร็วสูงสุดถึง45W ด้วยที่ชาร์จแบบมีสาย[8]
  • Wireless PowerShare[9]: ผู้ใช้งานสามารถนำ กาแลคซี่ วอทช์, กาแลคซี่ บัดส์, หรืออุปกรณ์อื่นๆ ที่รองรับระบบ Qi มาชาร์จแบบไร้สายกับกาแลคซี่ โน้ต 10 ได้

  • เกมมิ่ง: เนื่องจากโมบายเกมมิ่งในปัจจุบันใช้การประมวลภาพกราฟฟิกที่สูงมาก เหล่าเกมเมอร์จึงต้องการสมาร์ทโฟนที่มีสเปคทรงพลัง กาแลคซี่ โน้ต10 มาพร้อมกับเทคโนโลยีระบายความร้อนที่บางที่สุดในโลก (Vapor Chamber Cooling System) เพื่อมอบประสิทธิภาพในการการเล่นเกมที่ดีที่สุดบนอุปกรณ์ที่มีความโฉบเฉี่ยวและเพรียวบาง และด้วยนวัตกรรม AI ใน Game Booster ทำให้สามารถเพิ่มและลดการใช้พลังงานในแต่ละเกมได้
  • Hyper-fast Speed:  ผู้ใช้กาแลคซี่ โน้ต 10 สามารถสัมผัสประสบการณ์การเชื่อมต่อที่เร็วที่สุดของผู้ให้บริการเครือข่ายได้ผ่านตัวเลือกของสัญญานในรูปแบบ LTE

ต่อยอดสู่อีโค่ซิสเต็มของกาแลคซี่ 

 

กาแลคซี่ โน้ต 10 เป็นหัวใจของกาแลคซี่ อีโค่ซิสเต็ม ชุดผลิตภัณฑ์และบริการระดับพรีเมี่ยม ที่มอบประสบการณ์การใช้ชีวิตที่คล่องตัวและเชื่อมต่อมากยิ่งขึ้น อุปกรณ์สวมใส่อย่าง กาแลคซี่ วอทช์ แอคทีฟ 2 และแท็บเล็ต กาแลคซี่ แท็บ เอส 6 ให้ผู้ใช้เชื่อมต่อและบรรลุเป้าหมายได้ทุกที่ทุกเวลา

บนผลิตภัณฑ์เหล่านี้ คือบริการจากซัมซุงที่มอบประสบการณ์การเชื่อมต่อถึงกันและสะดวกสบายให้แก่ผู้ใช้งานกาแลคซี่ บริการ Samsung Pay มอบทางเลือกในการชำระเงินที่รวดเร็วและปลอดภัย Samsung Health ช่วยติดตามและช่วยให้ผู้ใช้บรรลุเป้าหมายด้านสุขภาพได้อย่างราบรื่น และ Samsung Knox โซลูชั่นที่ช่วยรักษาความปลอดภัยให้กับข้อมูลต่างๆ

นอกจากนี้ยังมี Bixby หรือแพลตฟอร์มอัจฉริยะของซัมซุง ที่ช่วยรองรับการใช้งานและใช้ชีวิตได้ง่าย เป็นระเบียบ และเชื่อมกันได้มากยิ่งขึ้น

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมของกาแลคซี่ โน้ต 10 และ กาแลคซี่ โน้ต 10 พลัส สามารถดูได้ที่ www.samsung.com/th/note10

คลิกช้อปสมาร์ทโฟน Samsung ได้ที่นี่ >>> http://bit.ly/2EOTbN5

 

from:http://mobileocta.com/samsung-launches-powerful-galaxy-note-10-smartphone-break-down-all-the-same-limits/

เสียวหมี่ เปิดตัว Mi A3 สมาร์ทโฟน Android One ในไทยอย่างเป็นทางการ ในราคาเริ่มต้น 6,999 บาท

 

เสียวหมี่ (Xiaomi) ผู้นำเทคโนโลยีระดับโลก ประกาศเปิดตัวสมาชิกใหม่ “Mi A3” สุดยอดสมาร์ทโฟน Best in Class Android One ในราคาเริ่มต้น 6,999 บาท

โดย Mi A3 มาพร้อมกล้องหลัง 3 ตัว ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ ดีไซน์โฉมใหม่ และแบตเตอรี่ขนาดใหญ่พิเศษ

เหมาะสำหรับนักศึกษาจบใหม่ไปจนถึงผู้ที่ชื่นชอบเรื่องเทคโนโลยี หรือใครก็ตามที่ชื่นชอบฟีเจอร์สุดล้ำในราคาที่ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของได้ 

 

Xiaomi Mi A3

สมาร์ทโฟนในตระกูล Android One ของเรา ทั้งรุ่น Mi A1 และ Mi A2 ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก โดยได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง รวมถึงชื่อเสียงอันโดดเด่น” นายหวัง เสียง รองประธานอาวุโส เสียวหมี่ กล่าว เราเชื่อว่า Mi A3 จะยังคงมอบประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมายให้แก่ผู้ใช้ด้วยการใช้งาน Android ที่เหนือระดับในราคาที่สมเหตุสมผล

เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งในการสานสัมพันธ์กับเสียวหมี่ ในการเปิดตัวอีกหนึ่งสมาร์ทโฟนประสิทธิภาพยอดเยี่ยมตระกูล Android One ในปีนี้” นายจอห์น โกลด์ ผู้อำนวยการโปรแกรมพันธมิตร กูเกิล กล่าว “Mi A3 โฉมใหม่นี้จะส่งมอบประสบการณ์การใช้งานซอฟท์แวร์ที่ง่ายทันสมัยและตรงใจ นอกจากนี้ยังมีระบบป้องกันมัลแวร์ที่ติดตั้งมาพร้อมกับตัวเครื่อง ซึ่งจะมีการอัพเดทอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ผู้ใช้งานได้รับความปลอดภัยสูงสุด

กล้องคุณภาพเยี่ยมระดับเรือธง

Mi A3 มาพร้อมกล้องหลัง ตัว ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล โดยกล้องหลักใช้เซ็นเซอร์ 1/2″ จึงให้ภาพความละเอียดสูงสวยงามคมชัด และเลนส์ ultra-wide ความละเอียด ล้านพิกเซล พ่วงด้วยความสามารถอัจฉริยะแนะนำเมื่อผู้ใช้งานจะถ่ายภาพที่มีวัตถุขนาดใหญ่

โดยระบบจะแจ้งเตือนให้ปรับโหมดในการถ่ายภาพเป็น ultra-wide เพื่อให้เก็บภาพมุมกว้างได้สมบูรณ์ขึ้น นอกจากนี้ยังมีระบบ AI scenes detection ตรวจจับภาพติดตั้งมาพร้อมกับตัวเครื่อง ซึ่งช่วยปรับโหมดการถ่ายภาพให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติ เพื่อให้ได้ภาพถ่ายที่สมบูรณ์แบบทุกครั้งที่ถ่ายภาพ

Mi A3 มาพร้อมกับกล้องหน้าเซลฟี่ AI ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล ที่สามารถผสาน 4 พิกเซลให้เป็นพิกเซลขนาด 1.6 ไมครอน ส่งผลให้ภาพมีความละเอียดมากขึ้น แม้ในสภาวะที่มีแสงน้อย โหมดพาโนรามาสำหรับการถ่ายภาพเซลฟี่แบบกลุ่ม สามารถถ่ายภาพมุมกว้างได้โดยไม่จำเป็นต้องสลับไปใช้งานกล้องหลังหรือพึ่งไม้เซลฟี่อีกต่อไป

และมั่นใจได้ว่าเพื่อนของคุณจะอยู่ในภาพเดียวกันทั้งหมดอย่างแน่นอน นอกจากนี้ Mi A3 ยังมี palm shutterฟีเจอร์ถ่ายรูปด้วยสัญญาณมือ ที่ช่วยป้องกันการสั่นของภาพจากการกดชัตเตอร์ เพียงแค่ยกมือเท่านั้นคุณก็เริ่มต้นการถ่ายภาพและนับถอยหลังสู่ภาพถ่ายที่สวยงามคมชัดได้เลย

จอแสดงผล AMOLED คมชัด พร้อมเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ

Mi A3 มาพร้อมจอแสดงผล AMOLED Dot Drop ขนาด 6.088 นิ้ว ให้ภาพสีสันสดใสและแสดงผลสีดำได้อย่างสมจริง ทั้งตอบสนองรวดเร็วและประหยัดพลังงาน เพื่อการรักษาความปลอดภัยที่เพิ่มมากยิ่งขึ้น Mi A3 มีการพัฒนาเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอที่เพิ่มขนาดพื้นที่ตรวจจับลายนิ้วมือถึง 15

นอกจากนี้ยังเพิ่มขนาดและความละเอียดพิกเซลขึ้นเป็นสองเท่าเมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นก่อนหน้า จึงทำให้การสแกนลายนิ้วมือมีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น และเพิ่มความรวดเร็วในการปลดล็อค 30แม้ในสภาวะที่ไม่ปกติ เช่น ลายนิ้วมือจาง แสงจ้า หรืออุณหภูมิที่ลดต่ำมาก

ดีไซน์โฉมใหม่สมรรถนะแรง

สำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการความเร็วและแรงจะต้องชื่นชอบ Mi A3 รุ่นใหม่ล่าสุดนี้ ด้วยดีไซน์โฉมใหม่และการมอบประสบการณ์ใช้งานที่เหนือระดับ โดยตัวเครื่องมีน้ำหนักเบา 173.8 กรัม และบางเฉียบเพียง 8.475 มมด้วยดีไซน์กะทัดรัดนี้ทำให้สะดวกในการใช้งานแม้หยิบจับด้วยมือข้างเดียว

หน้าจอและตัวเครื่องด้านหลังของ Mi A3 ครอบด้วยกระจก Corning® Gorilla® Glass 5 ทำให้ทนทานและถือได้ถนัดมือ และแม้ตัวเครื่องจะมีขนาดเล็กกะทัดรัดก็ไม่ทำให้คุณภาพเสียงลดลง โดย Mi A3 มาพร้อมนวัตกรรมระบบเสียงแบบ Cutting-edge เพื่อเสียงอันทรงพลังและช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5มิลลิเมตร

Mi A3 มีให้เลือก สี ได้แก่ Kind of Grey, Not just Blue และ More than White ด้วยเทคโนโลยี Nano-Holographic ที่เพิ่มเฉดสีให้กับสีน้ำเงินและสีขาว ผสานเป็นลวดลายสะท้อน โดดเด่นสะดุดตา เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่หลงใหลในดีไซน์เฉพาะตัว

ประสิทธิภาพเหนือระดับ เข้ากับทุกไลฟ์สไตล์

Mi A3 มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ที่มีความจุมากที่สุดในตระกูล ขนาดใหญ่ความจุ 4,030 mAh และเมื่อจับคู่ความอึดของแบตเตอรี่คู่กับประสิทธิภาพการทำงานของ Android One จะยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานที่ยาวนานมากยิ่งขึ้น ช่วยคลายความกังวลเรื่องการชาร์ต และ Mi A3 ยังรองรับระบบชาร์จเร็ว 18 วัตต์ ด้วยพอร์ต USB Type-C อีกด้วย

Mi A3 เป็นหนึ่งในสมาร์ทโฟนกลุ่มแรก ๆ ของโลกที่ใช้งานหน่วยประมวลผล Qualcomm®️ SnapdragonTM 665 Mobile Platform ผู้ใช้งานจึงมั่นใจได้ถึงประสิทธิภาพการทำงานที่ลื่นไหล ประหยัดพลังงานมากกว่าที่เคย และความสามารถของ AI ที่ได้รับการพัฒนาขึ้น เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับคนที่หลงใหลฟีเจอร์ของ AI ต่างๆ เช่น Ai Beautify และ Google Lens

Android One มาพร้อมผู้ช่วยส่วนตัวอัจฉริยะ Google Assistant

Mi A3 สมาร์ทโฟน Android One บนระบบปฎิบัติการรุ่นล่าสุดอย่าง Android 9 Pie ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเพลิดเพลินกับนวัตกรรมใหม่ล่าสุดจากกูเกิล และใช้งานผู้ช่วยส่วนตัวอัจฉริยะอย่าง Google Assistant, Digital Wellbeing Dashboard และ Wind Down 

และด้วย Google Assistant ใน Mi A3 ผู้ใช้งานสามารถหาข้อมูลต่างๆได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะอยู่ข้างนอก อยู่บนรถ หรือว่าอยู่บ้าน เพียงใช้คำสั่งเสียง นอกจากนี้ยังสามารถถามคำถาม เพื่อเรียกดูตารางงานประจำวัน โปรแกรมการนำทาง การแจ้งเตือน การโทรออกหรือส่งข้อความ และควบคุมการทำงานอุปกรณ์อัจฉริยะภายในบ้าน แบบไร้สายได้อีกด้วย

Mi A3 จะเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 7 สิงหาคม 2562 โดยมีราคา 6,999 บาท สำหรับรุ่น RAM 4GB + 64GB  โดยวางจำหน่ายที่ร้านค้าออนไลน์ Xiaomi Official Store บนแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์ เจดีเซ็นทรัล หรือ JD CENTRAL และ Mi Authorize Store 

สำหรับรุ่น Mi A3 RAM 4GB + 128GB ราคา 7,999 บาท วางจำหน่ายที่ Mi Authorize Store และร้านค้าชั้นนำอื่น ๆ ทั่วประเทศ

คลิกช้อปสมาร์ทโฟน Xiaomi ที่นี่ >>> http://bit.ly/2NR8Flax

 

from:http://mobileocta.com/xiaomi-launched-the-official-mi-a3-android-one-smartphone-in-thailand/

ดีแทคสร้างจุดเปลี่ยน เปิดตัว ‘ใจดี แจกสุข’ แคมเปญ CRM พรีเพดครั้งแรกในไทย คืนกำไรให้ลูกค้าระบบเติมเงิน มีความสุขมากกว่าใคร

 

ดีแทคเปิดตัวแคมเปญ CRM (Customer Relationship Management) บริหารความสัมพันธ์อันดีระหว่างดีแทคและลูกค้าเติมเงินให้เป็นลูกค้าที่ยั่งยืน ตอกย้ำจุดยืนทางการตลาด ความคุ้มค่า (Best Value) ภายใต้แนวคิดบริการ ใจดี ให้ลูกค้าเติมเงินอยู่กับดีแทคนานขึ้น ไม่ยกเลิกการใช้งานไปง่าย ๆ เพิ่มประสบการณ์ใช้งานดิจิทัล ให้ลูกค้าเติมเงินบนดีแทคแอปพลิเคชัน

 

เจาะลึก 3 กลยุทธ์การตลาด ดีแทคแบบเติมเงิน

 

dtac

นายฮาว ริ เร็น รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า ผลการดำเนินงานของดีแทคแบบเติมเงินเริ่มมีแนวโน้มที่ดีขึ้น แต่ดีแทคไม่หยุดพัฒนา เรายังเดินหน้าสร้างสรรค์บริการจากความต้องการของลูกค้าแบบเติมเงิน โดยศึกษาถึงปัญหาและความต้องการของลูกค้ามาอย่างถ่องแท้ โดยมีกลยุทธ์ในการทำตลาดแบบเติมเงินคือ

  1. ลึกสุดใจความต้องการของลูกค้าเติมเงิน

ดีแทคได้ศึกษาถึงปัญหาการใช้งานและความต้องการ ที่อยู่ลึกๆในใจลูกค้า (customer pain points, needs, and insights) จนได้ความรู้สึกของลูกค้าเติมเงินอย่างแท้จริง

  • ลูกค้าเติมเงินมีแนวโน้มจะยกเลิกการใช้บริการหลังจากใช้งานเพียง 3-6 เดือน เพราะเชื่อว่าจะได้สิทธิประโยชน์มากกว่าเมื่อเปิดซิมใหม่ ทั้งราคาค่าโทร และอินเทอร์เน็ตที่ถูกกว่า รวมทั้งของแถมของแจกต่าง ๆ ในช่วงเดือนแรก ๆ
  • เป็นลูกค้าดีแทคเติมเงินมานานหลายปี แต่รู้สึกว่าไม่ได้สิทธิประโยชน์อะไร หรือการคืนกำไรอะไรจากบริษัทเท่าไหร่เลย ที่พอจะจำได้ก็คือโบนัสโทรฟรีช่วงวันเกิด กับบริการใจดีต่าง ๆ โดยเฉพาะใจดีให้ยืม ซึ่งดีแทคแตกต่างจากค่ายอื่น คงจะดีถ้าสามารถได้รับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ได้ แม้แต่ในวันที่ไม่ได้เติมเงิน

  1. ให้ประสบการณ์ใช้งานดิจิทัลกับลูกค้าเติมเงิน

ปัจจุบันลูกค้าเติมเงินดีแทค ประมาณ 4.4 แสนคน ใช้บริการผ่านดีแทคแอป  จากจำนวนลูกค้าเติมเงินทั้งหมด 14.3 ล้านราย ดีแทคจึงต้องการให้ลูกค้าได้เข้ามาสัมผัสประสบการณ์ใช้งานดิจิทัลบนดีแทคแอปพลิเคชันให้มากขึ้น เพื่อความสะดวกสบายของลูกค้าในการใช้งานตลอดระยะเวลาที่อยู่กับดีแทค โดยตั้งเป้าหมายลูกค้าในดาวน์โหลดดีแทคแอปพลิเคชัน เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ 1 ล้านคนในระยะเวลา 6เดือน

  1. มอบคุณค่าในการใช้งาน

ดีแทคตั้งใจให้แคมเปญใจดีแจกสุข สร้างความคุ้มค่าในการใช้งาน ตลอดเวลาที่อยู่กับดีแทค มีทั้งกิจกรรมลุ้น และแลก เพราะตรงกับพฤติกรรมของคนไทย ที่ชอบความสนุกสนาน โดยนำการใช้งานปกติของลูกค้ามาแลกเป็นสิทธิ์รับรางวัลใหญ่มากมาย ต่อเนื่องถึง เดือนใจดี แจกสุข’ ให้ลูกค้าปัจจุบันแบบเติมเงินร่วมกิจกรรมผ่านทางดีแทค แอปพลิเคชัน ทุกการใช้งานครบทุก 50 บาท รับ 1 ใบพัด สะสมครบ3 ใบพัด ใช้แลกสุขได้ทุกวัน หรือ 1 ใบพัดลุ้นสุขใหญ่ได้ทุก 2 สัปดาห์ เริ่มแจกความสุข ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2562 ข้ามปีไปจนถึงวันที่ 31มกราคม 2563

ลูกค้าได้อะไรจาก ใจดีแจกสุข

 

  • ลูกค้าเติมเงินสามารถนำยอดการใช้งานมาสะสมเป็นใบพัดเพื่อแลกสิทธิพิเศษได้ตั้งแต่วันแรกที่ใช้งาน (และดาวน์โหลดดีแทคแอปพลิเคชัน) ยิ่งอยู่นาน ก็ยิ่งได้ใบพัดมากขึ้น (ลูกค้าที่มีอายุใช้บริการ 3 ปีขึ้นไป รับใบพัดเพิ่มเป็น เท่าในทุกการใช้งานครบ 50 บาท) สามารถแลกรางวัลได้ทุกวัน และลุ้นรางวัลใหญ่ได้ทุก สัปดาห์ แม้ไม่ได้เติมเงินหรือมีการใช้งานในวันนั้น แต่ถ้ามีใบพัดสะสมก็สามารถร่วมสนุกได้ตลอด
  • ตอบโจทย์ลูกค้าเติมเงิน ที่บางวันอาจมีเงินไม่เพียงพอจะซื้อแพ็กเกจเพื่อใช้งาน แต่หากมีใบพัดคงเหลือเพียงพอ ก็สามารถแลกรางวัลเป็นแพ็กเกจโทรฟรี เน็ตฟรีได้อีก
  • รับใบพัดเพิ่มในทุกวันพิเศษ เช่นวันเกิด พร้อมทั้งรับใบพัดเพิ่มทุกเดือน เมื่อล็อกอินในดีแทคแอปพลิเคชันติดต่อกัน 5วันขึ้นไป
  • แคมเปญใจดี แจกสุข เป็นการคืนกำไรครั้งใหญ่ที่ดีแทคตั้งใจแจกจริง เพื่อขอบคุณลูกค้าเติมเงินทุกคนโดยเฉพาะ ไม่จำเป็นต้องซื้อหรือใช้จ่ายเพิ่ม เพียงดาวน์โหลดดีแทคแอปพลิเคชัน และมีการใช้งานตามปกติ ก็สะสมใบพัดแลกความสุขทุกวัน และลุ้นสุขใหญ่ได้ทุก สัปดาห์ โดยมูลค่าของรางวัลรวมตลอด เดือนนี้ มากกว่า 20 ล้านบาท

รายละเอียดกิจกรรม “ดีแทค ใจดีแจกสุข”

 

ขั้นตอนที่ 1

  • สำหรับลูกค้าดีแทคระบบเติมเงินทุกคนที่ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมผ่านทางดีแทคแอปพลิเคชัน
  • ทุกการใช้งานครบ 50 บาท (การใช้งานเช่นการโทรออก การซื้อโปรเสริม การส่งข้อความ SMS การซื้อสติกเกอร์ไลน์ – ไม่รวมการเติมเงิน) รับ ใบพัด และหากมีอายุการใช้งาน ปีขึ้นไป รับ ใบพัด

ขั้นตอนที่ 2

  • ใช้ ใบพัด เท่ากับ สิทธิ์เพื่อ “ลุ้นสุขใหญ่” ทุก สัปดาห์ รางวัลใหญ่อาทิเช่น ทองคำแท่ง มูลค่า 200,000 บาทสร้อยคอทองคำมอเตอร์ไซค์ Yamaha รุ่น GT125, โทรศัพท์มือถือ Samsung Galaxy S10+, คูปองเงินสดจากเทสโก้ โลตัส ของรางวัลมูลค่ารวมกว่า 17 ล้านบาท ประกาศหมายเลขผู้โชคดีให้ทราบผ่านทาง ดีแทคแอปพลิเคชันและhttp://dtac.co.th/s/jdjs
  • ใช้ ใบพัด เพื่อ “แลกสุขทุกวัน” ได้ ชิ้น ของรางวัลอาทิเช่น ไอศกรีมบลิซซาร์ดโดนัทอินเตอร์ฟรีโบนัสโทรฟรี, และส่วนลดโปรเสริมยอดฮิต ของรางวัลมูลค่ารวมกว่า ล้านบาท
  • ระยะเวลาสะสมใบพัด และแลกของรางวัล ตั้งแต่วันที่ ส.ค. 2562 – 31 ม.ค. 2563
  • มูลค่าของรางวัลรวมทั้งสิ้น กว่า 20 ล้านบาท

 

from:http://mobileocta.com/dtac-launches-jaidee-jaek-suk-thailands-first-prepaid-crm-campaign/

AIS จับมือ Singtel ขยายบริการชำระเงินข้ามประเทศ AIS GLOBAL Pay สู่ญี่ปุ่น พร้อมควง KBANK-SCB เพิ่มช่องทางชำระเงิน

 

เอไอเอส ผู้นำนวัตกรรมเครือข่ายและบริการดิจิทัลอันดับ 1 ของประเทศ ผนึก กลุ่มสิงเทล เดินหน้าส่งเสริมการเข้าถึงการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์อย่างต่อเนื่องผ่านบริการ “VIA” เครือข่ายชำระเงินด้วยมือถือข้ามประเทศรายแรกของเอเชีย

 

AIS Global Pay

ล่าสุด ขยายการให้บริการไปยังประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศที่คนไทยนิยมเดินทางไปท่องเที่ยว ให้ลูกค้าเอไอเอสที่ใช้ Rabbit LINE Pay ผ่านแอปฯ AIS GLOBAL Pay และลูกค้าชาวสิงคโปร์ที่ใช้กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ Singtel Dash สามารถชำระเงินผ่าน QR Code ที่มีสัญลักษณ์ VIAด้วยสกุลเงินของประเทศตัวเองได้อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้นโดยไม่มีค่าธรรมเนียม ทำให้ลูกค้าไม่ต้องกังวลกับอัตราแลกเปลี่ยน หรือการถือเงินสดระหว่างเดินทาง

นำร่องเปิดให้บริการแล้วที่สนามบินฮาเนดะและสนามบินนาริตะ พร้อมจับมือ NETSTARS บริษัทพันธมิตรด้านMerchant Acquirer จากญี่ปุ่น เตรียมขยายจุดรับชำระไปยังเมืองท่องเที่ยวและแหล่งช้อปปิ้งในญี่ปุ่นที่เป็นที่นิยมของคนไทย โดยเอไอเอสและสิงเทลยังเตรียมขยายการให้บริการ AIS GLOBAL Pay ไปยังประเทศอื่นๆ ที่คนไทยนิยมเดินทางไปท่องเที่ยวในเร็วๆ นี้อีกด้วย

พร้อมกันนี้ ยังได้จับมือพาร์ทเนอร์สถาบันการเงิน ได้แก่ ธนาคารกสิกรไทย และ ธนาคารไทยพาณิชย์ ให้ลูกค้าเชื่อมต่อบัญชีธนาคารกสิกรไทยและธนาคารไทยพาณิชย์เพื่อใช้ชำระค่าสินค้าและบริการผ่านแอปฯ AIS GLOBAL Pay ได้แล้ว

ถือเป็นการอำนวยความสะดวกและส่งเสริมให้ลูกค้าเข้าถึงการบริการ AIS GLOBAL Pay จากเดิมที่เชื่อมต่อกับ Rabbit LINE Pay และเป็นการต่อยอดความร่วมมือในการผลักดันแนวคิดสังคมไร้เงินสดแบบไร้พรมแดน เสริมความแข็งแกร่งให้กับนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาคเอเชีย

พิเศษสำหรับลูกค้าที่ใช้แอปฯ AIS Global Pay ชำระเงินครั้งแรก รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 100 บาท จำกัดจำนวนสูงสุด 1,000 สิทธิ์ต่อเดือน ตั้งแต่วันนี้-31 ตุลาคม 2562 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.ais.co.th/global-pay

 

from:http://mobileocta.com/ais-partners-with-singtel-to-expand-payment-services-across-ais-global-pay-to-japan/

LINE เปิดตัว LINE SHOPPING บุกธุรกิจอี-คอมเมิร์ซเต็มตัว รวมมากกว่า 15 มาร์เก็ตเพลสชื่อดังไว้ที่เดียว

 

LINE ประเทศไทย เปิดตัว LINE SHOPPING แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ชูคอนเซ็ปต์ “รู้จริง รู้แจ้งทุกแหล่งช็อปออนไลน์” รวมมาร์เก็ตเพลสออนไลน์ชั้นนำกว่า 15 แห่ง โดดเด่นและแตกต่างด้วยรูปแบบการเปรียบเทียบราคาที่พัฒนาโดย Priceza ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มซื้อขายเปรียบเทียบราคาชื่อดัง

เสริมฟังก์ชันพิเศษเพื่อการค้นหาและเลือกซื้อสินค้าในคอลเลกชันสินค้าที่ LINE SHOPPING คัดสรรไว้ พร้อมเครื่องมือติดตามสินค้ารายการโปรดใน Wishlist ที่ช่วยให้นักช็อปซื้อง่ายและไวขึ้นกว่าเดิม และมากกว่าด้วยการรับคะแนนสะสม LINE Points Back ทุกการซื้อ ตั้งเป้าผู้ใช้ ล้านคน หรือ18 % ของผู้ใช้งาน 

LINE พร้อมขึ้นแท่นอันดับหนึ่งแพลตฟอร์มช็อปปิงออนไลน์ในใจของคนไทยที่มอบความคุ้มค่าสูงสุด อีกหนึ่งการพัฒนาครั้งสำคัญในธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ตอกย้ำวิสัยทัศน์ Life on LINE มุ่งสู่การเป็นโครงสร้างพื้นฐานเพื่อชีวิตไร้รอยต่อ

 

Line Shopping

นายเลอทัด ศุภดิลก หัวหน้าฝ่ายธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ LINE ประเทศไทย เปิดเผยว่า “ทิศทางและแนวโน้มของตลาดออนไลน์ในไทยมีการเติบโตสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง โดยจากการสำรวจพบว่าตลาดช็อปปิง ออนไลน์ จะมีมูลค่าตลาดเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 470,000ล้านในปี 2565 โดยมีอัตรา โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยประมาณ 16% ต่อปี ทำให้ช่องทางออนไลน์ช็อปปิ้ง มีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นเป็น8.2% ในปี 2565 เมื่อเทียบกับภาพรวมของธุรกิจค้าปลีกค้าส่งทั้งระบบ โดยรูปแบบของ e-Market Place จะเป็น Online-Platform ที่เข้ามามีบทบาทมากขึ้น อย่างไรก็ตามในขณะที่ตลาดกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด คนไทยยังพบปัญหาในการช็อปปิง ออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นความยุ่งยากในการเลือกซื้อสินค้าจากหลายแหล่งร้านค้าออนไลน์ และเมื่อซื้อสินค้ามาก็ไม่ได้ราคาที่ถูกจริงตามที่ต้องการ”

LINE เห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับนักช็อปชาวไทย จึงเปิดตัวบริการ LINE SHOPPING ประตูสู่โลกการซื้อขายออนไลน์ที่ให้ความคุ้มค่ามากที่สุด เพื่อเป็นบริการใหม่ที่จะแก้ปัญหาและตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ ด้วยรูปแบบแหล่งรวมสินค้าและการเปรียบเทียบราคาจากหลากหลายมาร์เก็ตเพลสชื่อดังของไทยมากกว่า 15 แห่ง อาทิ LAZADA, Shopee, Advice, Makro, Asia Books, All About You, Aston, Beauticool, Beauty Plaza, TV Direct, Wellness Mark Shop, Nespresso, MISSHA, It’s Skin โดยร่วมพัฒนาแพลตฟอร์มกับ Priceza ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มค้นหาสินค้าและเปรียบเทียบราคาอันดับหนึ่งของไทย เพื่อสร้างแพลตฟอร์มการ     ช็อปปิงออนไลน์ที่มีประสิทธิภาพ ทั้งในด้านความสะดวกสบายและความคุ้มค่าของผู้ใช้ ให้นักช็อปสนุกกับการเปรียบเทียบ และตัดสินใจเลือกซื้อตามความพึงพอใจมากที่สุด

LINE SHOPPING นำร่องให้บริการมาตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา พบว่ามีผู้ใช้งานต่อเนื่อง (Active User) อยู่ที่ 2.5 ล้านคนต่อเดือน ซึ่งถือว่าได้รับการตอบรับที่ดีมาก โดยคาดหวังว่าจะมีผู้ใช้บริการมากกว่า ล้านคน หรือคิดเป็น 18 % ผู้ใช้งาน LINE ทั้งหมดของประเทศไทย ภายในสิ้นปีนี้ พร้อมเดินหน้าสู่อันดับหนึ่งแพลตฟอร์มช็อปปิงออนไลน์ในใจของคนไทยที่มอบความคุ้มค่าที่สุดให้ได้ การเปิดตัว LINE SHOPPING ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในธุรกิจอีคอมเมิร์ซของไลน์ในประเทศไทย ที่จะช่วยตอกย้ำวิสัยทัศน์ Life on LINE ที่มุ่งสู่การเป็นโครงสร้างพื้นฐานชีวิตอย่างไร้รอยต่อของคนไทยให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

การเข้าใช้งาน LINE SHOPPING นั้น มีความสะดวกสบายและรวดเร็ว ดังนี้

  • เพียงแค่เปิด LINE เข้า Wallet แล้วกด LINE SHOPPING ก็สามารถเลือกซื้อสินค้าหลากหลายประเภททั้งกลุ่มสินค้าแฟชั่น บิวตี้ เครื่องใช้ไฟฟ้า แกดเจ็ต และคอลเลกชันพิเศษจากหลากหลายแบรนด์ชื่อดัง หรือเข้าผ่านทางhttps://www.lineshopping.me/
  • ยิ่งช็อป ยิ่งคุ้ม เมื่อซื้อสินค้าจากร้านค้าที่ร่วมรายการผ่าน LINE SHOPPING รับ LINE Points Back ฟรี จากยอดซื้อ ไปใช้ซื้อสติกเกอร์และธีมของ LINE ได้
  • ค้นหาสินค้า (Search) และเปรียบเทียบราคาจากทุกแหล่งช็อป (Price Comparison) ภายในที่เดียว
  • มี Wishlist Price Notification แจ้งเตือนเมื่อมีการลดราคาของสินค้าชิ้นโปรด
  • มี Top Deals & Weekly Trends สินค้าลดราคาและสินค้าฮิตประจำสัปดาห์ให้นักช็อปมือใหม่หรือนักช็อปขาส่องเข้ามาสนุกกับการเลือกซื้อมากขึ้น
  • มี Personalised Notification Message รู้ใจนักช็อป แจ้งอัพเดทสินค้าตามประเภทที่ผู้ใช้งานตั้งค่าไว้ แสดงสินค้าตามหมวดหมู่ได้ตรงตามความต้องการ

LINE SHOPPING มอบความคุ้มค่ายิ่งกว่าด้วย LINE Points Back จากยอดซื้อทุกครั้งที่ซื้อสินค้าผ่าน LINE SHOPPING โดยพอยท์ที่ได้สามารถนำไปใช้ซื้อสติกเกอร์และธีมของ LINE ทั้งนี้ หากนักช็อปแชร์สินค้าหรือคอลเลกชันจาก LINE SHOPPING ให้กับเพื่อนและบุคคลอื่น จะได้รับ พอยท์ไปฟรีๆ เช่นกัน 

พิเศษสำหรับช่วงเปิดตัว ตั้งแต่วันที่ 8 – 18 สิงหาคม 2562 พบกับโปรโมชั่นส่วนลดสุดพิเศษจากแบรนด์ดัง และดีลสุดพิเศษพร้อมรับ LINE Points Back 8% จากทุกยอดซื้อสินค้า 8 ร้านดัง ได้แก่ LAZADA, Shopee, Asia Books, Beauticool, Konvy, All About You, It’s Skin, MISSHA และระหว่างวันที่ 15-18  สิงหาคมนี้ นักช็อปยังจะได้รับแจกฟรีคูปองส่วนลด 88 บาท โดยใช้คูปองโค้ด ‘LINE88’ จาก 8 ร้านดัง ผ่าน LINE SHOPPING อีกด้วย

*ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย

 

from:http://mobileocta.com/line-shopping/