คลังเก็บหมวดหมู่: mobileocta

รายแรกในเอเชีย ‘dtac x THE STANDARD’ นำ 5G คลื่น 26 GHz ทำ LIVE Broadcast จากสตูดิโอสู่ผู้ชมทั่วโลก

ดีแทค เดินหน้าชูเทคโนโลยี 5G เปลี่ยนแปลงภาคอุตสาหกรรม จับมือ THE STANDARD นำ 5G รูปแบบ FWA (Fixed Wireless Access) หรือ อินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูงประจำที่ เข้าไปใช้ในการถ่ายทอดสดเป็นครั้งแรกในเอเชียด้วยคลื่น 26 GHz หรือ mmWave โดยนำมาใช้งานถ่ายทอดรายการ MORNING WEALTH ทาง THE STANDARD WEALTH หนุนอุตสาหกรรมมีเดียและบรอดคาสต์ ดีแทคเดินหน้าลุย 5G ต่อเนื่องนำบริการใหม่มาให้บริการในเชิงพาณิชย์ ทั้งรูปแบบ สมาร์ทซิตี้ เกษตรอัจฉริยะ โซลูชั่นบริหารพลังงานอัจฉริยะ และระบบติดตามรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะ

นายประเทศ ตันกุรานันท์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มเทคโนโลยี บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า “คุณสมบัติของเทคโนโลยี 5G บนคลื่น 26 GHz หรือ mmWave เหมาะสมต่อการพัฒนาสู่การใช้งานรูปแบบใหม่ต่างๆ ในอุตสาหกรรม

และสำหรับอุตสาหกรรมมีเดียนั้น 5G พร้อมรองรับการมาของเทคโนโลยีเสมือนจริงอย่าง AR, VR และ MR จนถึงการนำเสนอในรูปแบบของ XR หรือExtended Reality ที่สามารถเปิดโอกาสให้แขกในรายการหรือผู้ชมเข้ามามีส่วนร่วมในอนาคต ผ่านการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ทำให้เกิดประสบการณ์รูปแบบใหม่ในการรับชม ความร่วมมือนี้จะพัฒนาสู่นวัตกรรมต่างๆ และเป็นการแสดงความพร้อมสำหรับเทคโนโลยี 5G คลื่น 26 GHz”

โดย LIVE Broadcast รายการ MORNING WEALTH จาก THE STANDARD WEALTH จะสร้างประสบการณ์ใหม่และช่วยให้มั่นใจได้ว่าประเทศไทยกำลังสำรวจเทคโนโลยีใหม่ที่กำหนดขึ้นเพื่อที่ผู้ชมทางบ้านจะมีส่วนร่วมกับคอนเทนท์ผ่านอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงสร้างประสบการณ์การรับชมแบบใหม่ต่อไป

สำหรับTHE STANDARD เป็นสำนักข่าวออนไลน์ ทำให้ THE STANDARD มองหาแพลตฟอร์มและรูปแบบการนำเสนอใหม่ๆ ให้แก่ผู้ชม ทำให้สนใจที่จะนำเทคโนโลยี 5G เข้ามาใช้กับการรายงานข่าว ประกอบกับในช่วงที่ผ่านมาได้มีช่องทางนำเสนอใหม่จาก THE STANDARD และนี่คืออีกก้าวที่สำคัญที่เทคโนโลยีจะนำสู่การต่อยอดในการนำเสนอกับผู้ชมในรูปแบบใหม่

dtac

ด้านนายนครินทร์ วนกิจไพบูลย์ หรือ เคน กรรมการผู้จัดการและบรรณาธิการบริหาร สำนักข่าว THE STANDARDกล่าวว่า “สำหรับช่องทาง THE STANDARD WEALTH จะมีรายการ MORNING WEALTH ที่ต้องการให้ข้อมูล นำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับเศรษฐกิจ ธุรกิจ การเงิน และการลงทุน ที่ให้ผู้ชมได้รับชมสดๆ ผ่านช่องทาง Facebook Live และ YouTube Live”

การนำ 5G 26 GHz มาใช้ในการ LIVE Broadcast เป็นอีกเทคโนโลยีที่สามารถนำนวัตกรรมมาใช้พัฒนาการสื่อสารที่จะเข้าไปเปลี่ยนประสบการณ์การรับชมของกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสนใจข้อมูลข่าวสารได้อย่างน่าสนใจ สอดรับกับพฤติกรรมของกลุ่มเจนฯ Z ที่มองหาการนำเสนอข้อมูลที่สามารถเข้าไปมีส่วนร่วมได้ ด้วยความเร็วในการอัปโหลดของคลื่น 26 GHz หรือ mmWave สามารถพัฒนาสู่บริการ 4K รูปแบบ VR/AR, วิดีโอ 8K และเพิ่มประสบการณ์การรับส่งที่ตอบสนองแบบไร้รอยต่อยิ่งกว่าเดิม

นอกจากนั้น ดีแทคยังเดินหน้าเชื่อมต่อสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับทุกคน และสร้างสังคมไทยให้แข็งแกร่ง พร้อมนำเทคโนโลยี 5G พัฒนาร่วมกับพันธมิตรต่างๆ ทั้งรูปแบบ สมาร์ทซิตี้ เกษตรอัจฉริยะ โซลูชั่นบริหารพลังงานอัจฉริยะ และระบบติดตามรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะอีกด้วย

คลิกชมคลิป ครั้งแรกในเอเชีย 5G LIVE Broadcast 5G คลื่น 26 GHz โดย dtac X THE STANDARD

from:https://www.mobileocta.com/asias-first-broadcast-on-26-ghz-5g-launched-by-dtac-x-the-standard/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=asias-first-broadcast-on-26-ghz-5g-launched-by-dtac-x-the-standard

5 เช็คลิสต์เลือกหูฟังไร้สายชิ้นแรกในชีวิต เลือกอย่างไรให้คุ้มค่า ครบเครื่อง คุ้มราคา

ถ้าเป็นสักปีสองปีก่อน คนใช้สมาร์ทโฟนทั่วไปอาจยังรู้สึกว่าหูฟังแบบมีสายคือเซฟโซน เพราะเชื่อมต่อได้เสถียรแน่ๆ มีไมค์ที่ได้ยินชัด ราคาก็เข้าถึงได้ในหลักไม่กี่ร้อย ยุคนั้นหูฟังแบบ True Wireless เพิ่งเริ่มเข้าสู่ตลาดและวางขายด้วยราคาที่สูงขึ้นมาอีกหนึ่งหลัก ทำให้ผู้บริโภคยังลังเลใจว่าจะลงทุนซื้อความสะดวกสบายนั้นเลยดีไหม

จากวันนั้นจนถึงวันนี้ สมาร์ทโฟนเริ่มลดพอร์ตการเชื่อมต่อลง และพอร์ตแรกที่ถูกนำออกไปก็คือ headphone jack ขณะเดียวกันนั้นหูฟัง True Wireless ก็แพร่หลายมากขึ้นและมีวางจำหน่ายในราคาที่ใครๆ ก็เป็นเจ้าของได้อย่างไม่ยากเย็น ทุกองค์ประกอบข้างต้นคงทำให้หลายคนกำลังมองหาหูฟังไร้สายชิ้นแรกในชีวิต

แต่หากยังไม่แน่ใจว่าจะเลือกอย่างไรให้มั่นใจว่าคุ้มสุด ฟินสุด ใช้งานได้ยาวๆ แบบไม่ต้องมานั่งเสียดายภายหลัง ลองดูเช็คลิสต์ 5 ข้อต่อไปนี้ แล้วติ๊กไปพร้อมกันเลย

Huawei Freebuds 4i

1.       ต้องตัดเสียงรบกวนได้ ไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็ตาม

ชาวออฟฟิศน่าจะเคยเป็นกันหลายคน เวลาที่ห้องประชุมทุกห้องเต็ม จนต้องนั่งประชุมอยู่ที่โต๊ะของตัวเองกลางออฟฟิศ หรือเวลาออกไปทำงานข้างนอกในที่สาธารณะ แต่เสียงคุยจ้อกแจ้กของคนอื่นก็ทำคุณไม่มีสมาธิฟังเอาเสียเลย ทางเดียวที่จะช่วยได้คือหูฟังต้องมีฟีเจอร์ตัดเสียงรบกวน ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่มักจะมากับราคาที่ทำให้คิดหนัก แต่ในปี 2021 นี้ การันตีได้ว่ามีหูฟังไร้สายราคาไม่แรงที่มีเทคโนโลยี Active Noise Cancellation ให้เลือกมากขึ้น แนะนำว่าลองหาที่ราคาไม่เกิน 3,000 บาท จะถือว่ากำลังดีสำหรับคนที่เริ่มซื้อหูฟังไร้สายคู่แรก

ล่าสุดหัวเว่ยเพิ่งเปิดตัว HUAWEI FreeBuds 4i ออกมาในราคาเพียง 2,799 บาท โดยมีโหมด Active Noise Cancellation หรือ ANC ที่สามารถตรวจจับเสียงรบกวนภายนอกต่างๆ และใช้ AI กรองออกไป เพื่อให้เสียงที่ได้ยินมีความคมชัด ปราศจากเสียงกวนใจ และเมื่อใดที่เพื่อนเรียกก็สามารถเปิดโหมดการรับรู้ (Awareness Mode) ได้ง่ายๆ เพียงแตะค้างที่ก้านหูฟังเท่านั้นเอง

2.       สนุกกับเสียงเพลง แบบเต็มอิ่มทุกบีทและเมโลดี้

ใครที่มองหาหูฟังก็คงมีเป้าหมายหลักคล้ายๆ กัน คืออยากฟังเพลงด้วยคุณภาพเสียงที่ดี และเมื่อหูฟังแบบ True Wireless ไม่มีสายเชื่อมกับสมาร์ทโฟนอีกต่อไปแล้ว ตัวหูฟังจึงยิ่งต้องได้รับการออกแบบอย่างละเอียดลออ เพื่อให้เสียงคมชัดและเก็บรายละเอียดทุกองค์ประกอบของดนตรีได้ดีที่สุดโดยไม่เสียดายทุกบาททุกสตางค์ที่จ่ายไป ยิ่งทุกวันนี้วิวัฒนาการของเพลงป๊อบยิ่งมีความซับซ้อนมากขึ้น หูฟังราคาหลักพันจึงควรสร้างประสบการณ์ดนตรีเต็มรูปแบบให้ได้มากที่สุดจึงจะเรียกว่าคุ้ม

หูฟังที่ให้เสียงที่มีคุณภาพต้องประกอบด้วยไดรเวอร์ที่ช่วยให้สามารถถ่ายทอดเสียงเบสที่ทรงพลัง และไดอะแฟรมที่ยืดหยุ่นพอที่จะตอบสนองต่อการสั่งการได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ทุกองค์ประกอบในเพลงมีความชัดเจนพอเหมาะ ผู้ฟังจึงสามารถดื่มด่ำกับเสียงได้อย่างเต็มที่ที่สุด สำหรับ HUAWEI FreeBuds 4i นั้นมี
ไดนามิกไดรเวอร์ขนาด 10 มม. ให้แอมพลิจูดที่กว้าง และมีไดอะแฟรมที่ทำด้วยโพลีเมอร์ PEEK+PU จึงทำให้ผู้ใช้สามารถฟังเพลงได้รายละเอียดมากขึ้น นอกจากนั้นวิศวกรยังปรับจูนให้หูฟังประมวลผลเสียงเครื่องดนตรี จังหวะ และเสียงร้องได้เข้ากับความถี่ของเพลงป๊อบมากขึ้น เพื่อให้ตรงความต้องการของกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เพิ่งลงทุนซื้อหูฟัง TWS ครั้งแรกอีกด้วย

3.       ควบคุมได้ง่าย ไม่ต้องสั่งการผ่านสมาร์ทโฟน

เวลาเดินทางด้วยรถสาธารณะ หากต้องหยิบสมาร์ทโฟนมาเปลี่ยนเพลง รับโทรศัพท์ หรือปรับเสียงดัง-เบา ก็อาจเสี่ยงทำตก ทำหาย หรือเกิดความยุ่งยากแบบไม่จำเป็น ผู้ผลิตสมาร์ทดีไวซ์จึงหาวิธีทำยังไงก็ได้ให้ผู้ใช้หูฟังไม่จำเป็นต้องถือสมาร์ทโฟนเอาไว้ในมือ ซึ่งก็คือการควบคุมสิ่งต่างๆ ที่ตัวหูฟังเองด้วยการสัมผัสนั่นเอง เช่น HUAWEI FreeBuds 4i เมื่อแตะ 2 ครั้งก็จะสามารถเล่น/หยุดเพลง และรับ/วางโทรศัพท์ได้ หรือเมื่อแตะก้านหูฟังค้างไว้ครู่หนึ่งก็จะสามารถเปลี่ยนระหว่างโหมด ANC และ Awareness ได้ง่ายๆ อย่างไรก็ตามเวลาเลือกหูฟังจึงต้องศึกษาให้ดีก่อนซื้อ ว่าวิธีการควบคุมหูฟังเป็นอย่างไร ส่วนตัวแล้วใช้ได้ถนัดหรือไม่ เพื่อให้หูฟังเป็นไอเทมที่จะทำให้ชีวิตสะดวกขึ้นได้มากที่สุด

4.       ใส่สบาย ง่ายต่อการพกพา

HUAWEI Freebuds 4i

หูฟังไร้สายทุกวันนี้ก็มีหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นแบบที่สวมใส่ธรรมดา หรือแบบที่มีจุกซิลิโคนอินเอียร์ และเริ่มมีแบบที่ให้ปลอกซิลิโคนขนาดแตกต่างกันมาหลายๆ ขนาด เพื่อให้เข้ากับสรีระของแต่ละคนได้มากขึ้นโดยไม่หลุดง่ายๆ ก่อนเลือกจึงต้องรู้ให้ชัดว่าตนชอบใส่หูฟังแบบไหน อีกอย่างคือต้องสังเกตนิสัยการพกของใช้ไปตามที่ต่างๆ ของตนเอง บางคนชอบถือกระเป๋าใบเล็กๆ จึงต้องหาหูฟังที่เคสเล็กพอจะใส่กระเป๋า crossbody หรือกระเป๋ากางเกงได้ ส่วนใครที่พกกระเป๋า tote bag ใบใหญ่ไม่ควรใช้หูฟังที่ขนาดเล็กจนหายากเกินไปหรือเสี่ยงต่อการทำหาย

HUAWEI FreeBuds 4i ออกแบบมาให้ขนาดปานกลาง เป็นขนาดที่พอดีมือคล้ายตลับแป้งของสาวๆ ทำให้ทั้งพกพาสะดวกและหาเจอในกระเป๋าได้อย่างง่ายดาย และตัวหูฟังก็ได้รับการออกแบบโดยผ่านการทดสอบหลายรอบให้เป็นดีไซน์อินเอียร์ขนาดเล็กที่สามารถใส่ได้แบบสบายหู ไม่หลุดง่าย รวมถึงแถมปลอกซิลิโคนมาด้วย 3 ขนาด เพื่อให้สามารถเลือกใช้ได้ตามสรีระของแต่ละคน

5.       ต่อให้ไม่มีเวลา ก็ชาร์จไวไปต่อได้ทั้งวัน

เมื่อเทียบกับหูฟังมีสายแล้ว จริงอยู่ที่ภาระที่เพิ่มขึ้นมาคือการชาร์จไฟ หากแบตหมดกลางทางแล้วไม่มีหูฟังสำรองก็อาจทำให้เซ็งจากการอดฟังเพลงโปรดได้ คุณสมบัติในด้านของแบตเตอรี่จึงเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ต้องคำนึงถึง สรุปง่ายๆ คือ หนึ่ง หูฟังต้องแบตอึดฟังได้นาน สอง ต้องชาร์จได้ไว ให้ฟังต่อได้อีกสักพักใหญ่ แม้ไม่มีเวลาชาร์จจนเต็ม

หูฟังบางรุ่นเมื่อชาร์จเพียงไม่นานก็ใช้ฟังต่อได้ยาวๆ ยกตัวอย่างเช่น เวลาเดินทางไปเที่ยวต่างจังหวัดด้วยรถยนต์ แหล่งท่องเที่ยวฮิตๆ อย่างหัวหินน่าจะใช้เวลาจากกรุงเทพอย่างน้อย 4 ชั่วโมง สมมติว่าลืมชาร์จก่อนนอนทำให้ต้องรีบชาร์จระหว่างทำธุระส่วนตัวก่อนออกจากบ้าน ถ้าใช้ HUAWEI FreeBuds 4i ก็จะอุ่นใจได้เพราะรองรับเทคโนโลยีชาร์จไว เพียง 10 นาที ก็จะสามารถฟังต่อได้อีกถึง 4 ชั่วโมง หากชาร์จเต็ม จะสามารถฟังต่อเนื่องแบบปิด ANC ได้ถึง 10 ชั่วโมง และเมื่อใช้กับเคสชาร์จ จะฟังได้นานสูงสุด 22 ชั่วโมง เพราะฉะนั้นเวลาเลือกซื้อผู้ใช้สามารถดูเวลาสูงสุดในกรณีต่างๆ ที่หูฟังสามารถทำงานต่อเนื่องได้ และประเมินง่ายๆ เทียบกับลักษณะการใช้ชีวิตประจำวันของตนเอง

HUAWEI FreeBuds 4i วางจำหน่ายในประเทศไทยทั้งหมด 3 สี ได้แก่ Ceramic White, Carbon Black และ Red Edition มาในราคาสุดคุ้มที่ใครก็เป็นเจ้าของได้ง่ายๆ เพียง 2,799 บาท แถมยังมาพร้อมความพิเศษสุดสำหรับผู้ที่ซื้อ HUAWEI FreeBuds 4i ตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม – 4 เมษายน 2564 รับทันที HUAWEI FreeBuds 4i CASE สีดำ มูลค่า 299 บาท เมื่อซื้อสินค้าที่หน้าร้าน HUAWEI Experience Store และร้านค้าตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการ รวมถึงช่องทางออนไลน์อย่าง HUAWEI Online StoreShopeeLazada และ JD Central หรือสามารถตามไปอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่นี่

from:https://www.mobileocta.com/5-checklist-choose-the-first-wireless-headphones-of-your-life/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=5-checklist-choose-the-first-wireless-headphones-of-your-life

Linksys จับมือ Banana และ Studio 7 เอาใจสาวกชาบูน้องกวิ้น Penguin Eat Shabu จัดโปรรับซัมเมอร์ “เน็ตฟิน! กินฟรี!” ซื้อ Mesh WiFi 6 ราคาพิเศษแถมกินบุฟเฟ่ต์ชาบูฟรี!

ลิงค์ซิส (Linksys) แบรนด์ชั้นนำเรื่องอุปกรณ์เน็ตเวิร์คภายในบ้าน (Connected Home) ของเบลคิน อินเตอร์เนชันแนล (Belkin International) และบริษัท ฟอกส์คอน อินเตอร์คอนเน็ค เทคโนโลยี (Foxconn Interconnect Technology: FIT) ที่ได้ควบรวมกิจการเข้าด้วยกัน 

ล่าสุดได้ร่วมกับร้านค้าไอทีชั้นนำอย่าง Banana และ Studio 7 จัดแคมเปญโปรโมชั่นสุดฮอตรับซัมเมอร์ “เน็ตฟิน! กินฟรี!” เอาใจสาวกสายบุฟเฟ่ต์ชาบูพรีเมี่ยมน้องกวิ้น  ง่ายๆ เพียงซื้อ Linksys Mesh WiFi 6 Router รุ่นที่กำหนด ก็รับความพิเศษ 2 ต่อแบบไม่ต้องลุ้น ต่อแรก รับส่วนลดในการซื้อทันทีสูงสุด 15% ต่อที่สอง รับฟรี!! บัตรทานบุฟเฟ่ต์ชาบูพรีเมี่ยมน้องกวิ้นชื่อดังที่ร้าน Penguin Eat Shabu มูลค่าสูงสุด 2,229 บาท

ตอบโจทย์ลูกค้าที่กำลังมองหาเราเตอร์คุณภาพระดับสากลที่จะช่วยขยายสัญญาณอินเทอร์เน็ตให้แรงเต็มสปีดทั่วบ้าน รองรับการใช้งานช่วงวันหยุดยาว จะสตรีมเกมส์ ฟังเพลง โหลดหนังดูก็ราบรื่นไม่สะดุด สามารถใช้โปรโมชั่นนี้ได้ที่ร้าน Banana และ Studio 7 ทุกสาขา (สงวนสิทธิ์ให้เฉพาะการซื้อที่หน้าร้านเท่านั้น ไม่ร่วมรายการสำหรับการสั่งสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์) ตั้งแต่วันที่ 1 – 30 เมษายนนี้เท่านั้น

รายละเอียดสินค้าในโปรโมชั่นนี้:

Linksys
  • Linksys Velop MX5300 ราคาพิเศษ 10,990 บาท จากราคาปกติ 12,990 บาท รับฟรี!! บัตรทานบุฟเฟ่ต์ชาบูพรีเมี่ยมน้องกวิ้น 1 ใบ มูลค่า 743 บาท
  • Linksys Velop MX8400 ราคาพิเศษ 12,490 บาท จากราคาปกติ 13,990 บาท รับฟรี!! บัตรทานบุฟเฟ่ต์ชาบูพรีเมี่ยมน้องกวิ้น 2 ใบ มูลค่า 1,486 บาท
  • Linksys Velop MX12600 ราคาพิเศษ 16,990 บาท จากราคาปกติ 18,990 บาท รับฟรี!! บัตรทานบุฟเฟ่ต์ชาบูพรีเมี่ยมน้องกวิ้น 3 ใบ มูลค่า 2,229 บาท

ดูรายละเอียดโปรโมชั่นเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : Linksys Thailand

from:https://www.mobileocta.com/linksys-%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad-banana-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0-studio-7-%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%8a/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=linksys-%25e0%25b8%2588%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25b7%25e0%25b8%25ad-banana-%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25b0-studio-7-%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25b2%25e0%25b9%2583%25e0%25b8%2588%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%258a

AIS อุ่นใจCyber ออกโรงเตือนสติคนไทย เสี่ยงผิด พรบ.คอมฯ เช็คให้ชัวร์ก่อนแชร์ ในวันโกหก (April Fools’ Day) 1 เมษายน

จุดเริ่มต้นของวันโกหก ตรงกับวันที่ 1 เมษายน ของทุกปี หรือที่เรียกกันติดปากกันว่า “เมษาหน้าโง่” บางแห่งเล่าว่าเดิมทีวันฉลองปีใหม่ของชาวยุโรปคือวันที่ 1 เมษายน คล้ายๆ วันสงกรานต์ของบ้านเราที่นับว่าเป็นวันปีใหม่ไทย แต่หลังจากนั้นก็ได้มีการกำหนดวันปีใหม่ขึ้นอีกครั้งเป็นวันที่ 1 มกราคม แต่ด้วยปัญหาเรื่องการสื่อสารยังคงทำให้ประชาชนบางส่วนไม่ทราบเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว จึงทำให้มีการจัดวันปีใหม่ในวันที่ 1 เมษายน ทำให้เกิดการล้อเลียนว่าเป็น “เมษาหน้าโง่” และกลายเป็นวันที่คนทั่วโลกมักจะแกล้งกันด้วยการโกหกเรื่องต่างๆ กับกลุ่มเพื่อนนั่นเอง

ทำให้ในปัจจุบันที่โลกออนไลน์กลายเป็นแหล่งรวมข้อมูล ที่มีทั้งจริงและปลอม ปัญหาการเผยแพร่ข่าวปลอม หรือการโกหกหลอกลวงกันบนโลกออนไลน์ จึงเป็นอีกหนึ่งปัญหาสังคมที่ถูกยกเป็นวาระแห่งชาติที่มีการระดมหลายหน่วยงานเข้ามาช่วยกันหาวิธีการรับมือ เพราะผลกระทบจากการโกหกหลอกลวงกันบนโลกออนไลน์ ที่เดิมถูกมองว่าเป็นเรื่องล้อเล่น แต่วันนี้สามารถสร้างผลกระทบตั้งแต่ความเข้าใจผิดในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารทั้งเรื่องต่างๆ ในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงการกลั่นแกล้งหลอกลวงจากการฉวยโอกาสของมิจฉาชีพ และอาจนำมาซึ่งการก่ออาชญากรรมไซเบอร์ได้อีกด้วย

AIS

AIS อุ่นใจCyber ที่ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการใช้ออนไลน์อย่างถูกวิธี ในฐานะเพื่อนคู่คิดดิจิทัลของคนไทย จึงขอเป็นอีกหนึ่งพลังสำคัญร่วมเตือนคนไทยให้ใช้ออนไลน์อย่างมีสติ ไม่นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จที่อาจจะก่อให้เกิดความเข้าใจผิด พร้อมกับเช็คข้อมูลให้ชัวร์ก่อนส่งต่อเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันที่ 1 เมษายน เพราะไม่เช่นนั้นอาจเกิดความผิดฐานนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ ตาม “พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 ปี 2560” ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ โดยการนําเข้าข้อมูลมีความบิดเบือน เป็นความจริงบางส่วน หรือไม่เป็นความจริงทั้งหมด โดยน่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน มีโทษจำคุก 5 ปี หรือปรับ 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ผู้ส่งต่อมีอัตราโทษเท่ากัน  รวมถึง “พ.ร.ก. ฉุกเฉิน 2548 มาตรา 9 (3)” ที่ว่าห้ามเสนอข่าวที่มีข้อความอันอาจทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว หรือเจตนาบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร ทำให้เกิดความเข้าใจผิด ในสถานการณ์ฉุกเฉิน จนกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือ ความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ทั้งในเขตพื้นที่ที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือทั่วราชอาณาจักรมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ทั้งนี้ AIS อุ่นใจCyber ได้จัดทำวีดีโอชุด Fool’s Day ไม่ Foolish https://youtu.be/gdYw5xyqVWw เพื่อย้ำถึงความสำคัญของการใช้ออนไลน์อย่างมีสติ และสามารถติดตามกิจกรรมและการใช้งานอินเตอร์เน็ต สื่อออนไลน์อย่างปลอดภัยได้ที่ Facebook : AIS Sustainability

from:https://www.mobileocta.com/ais-aunjai-cyber-warns-thai-people/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=ais-aunjai-cyber-warns-thai-people

Vivo Y72 5G วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้ จัดเต็มครบทุกฟีเจอร์เด็ด พร้อมเชื่อมต่อ 5G ทุกที่ ทุกเวลา ราคา 9,999 บาท

Vivo แบรนด์สมาร์ตโฟนชั้นนำระดับโลก ประกาศวางจำหน่าย Vivo Y72 5G สมาร์ตโฟนรุ่นล่าสุดจากตระกูล Y Series อย่างเป็นทางการแล้ววันนี้ ที่ราคา 9,999 บาท หลังจากที่เปิดตัวในประเทศไทยอย่างยิ่งใหญ่ในงาน Exclusive Online Launch พร้อมปล่อยโปรโมชันพิเศษให้สั่งจองล่วงหน้าไปแล้วเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

Vivo Y72 5G

Vivo Y72 5G มาพร้อมกับเทคโนโลยีรองรับการเชื่อมต่อ 5G พร้อมแนวคิด ‘5G เข้าถึงทุกที่ ทุกเวลา’ เพื่อมอบประสบการณ์สุดลื่นไหลในทุกสถานการณ์ เก็บทุกภาพความประทับใจด้วยกล้องหลักความละเอียดสูงถึง 64 ล้านพิกเซล ถ่ายภาพได้คมชัดทุกท่วงท่า เลนส์มุมกว้างพิเศษ Super Wide-Angle (120 องศา) ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล เก็บภาพได้กว้างสะใจทุกองศา และเลนส์ Super Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล สร้างสรรค์สิ่งเล็กๆ รอบตัวให้มีชีวิตชีวามากขึ้น

พร้อมรองรับฟีเจอร์ Super Night ModeSuper Night Selfieโหมดกันสั่น EIS และEye Autofocus พร้อม RAM 8GB พร้อมทำงานด้วยชิปประมวลผล MediaTek Dimensity 700 รุ่นล่าสุด เต็มที่กับทุกกิจกรรมตลอดวันด้วยแบตเตอรี่ 5,000 มิลลิแอมป์ พร้อมรองรับการชาร์จเร็ว 18W มีให้เลือกสองสี ได้แก่ Graphite Black และ Dream Glow สวยโดดเด่น เปล่งประกายหลากหลายมิติ

Vivo Y72 5G เปิดให้เป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้ ที่ Vivo Brand Shop ทุกสาขา และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศพร้อมรับฟรี! ของแถมสุดพิเศษ Bluetooth body weight scale มูลค่า 1,099 บาท ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่https://www.vivo.com/th

from:https://www.mobileocta.com/vivo-y72-5g-is-officially-released-today/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=vivo-y72-5g-is-officially-released-today

ไม่ถูกไม่เป็นไร ‘ช้อปปี้’ เยียวยาอาการคนไม่ถูกหวย ด้วยแคมเปญ “Shopee งวดนี้รวย” [1]เก็บหวย ชิงเงินล้าน

ห้ามอะไรก็ห้ามได้ แต่จะห้ามคนไทยไม่ให้เสาะหาเลขเด็ดนั้น อาจจะเป็นเรื่องยาก หรือเห็นได้จากข่าวที่เรามักจะได้ยินกันอย่างสม่ำเสมอในการมองหาโชคตามวาระต่างๆ จากผลการศึกษาพฤติกรรมของคนไทย[1]พบว่า 1 ใน 4 ของคนไทย นิยมเสาะหาตัวเลข อาทิ สลากกินแบ่งรัฐบาล สลากออมทรัพย์ เป็นต้น ด้วยเหตุนี้ ช้อปปี้ ผู้นำแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน เยียวยาคนไม่ถูกรางวัลด้วยแคมเปญ “Shopee งวดนี้รวย” เก็บหวย ชิงเงินล้าน  ด้วยรางวัล 2 ต่อพร้อมอัดฉีดรางวัลกว่า 50 รางวัล รวมมูลค่ากว่าล้านบาท


3 คำต้องจำให้ขึ้นใจ “กด-กรอก-เก็บ”  คัมภีร์สู่เศรษฐีเงินล้าน กับรางวัล 2 ต่อจากช้อปปี้

สำหรับแคมเปญ “Shopee งวดนี้รวย” เก็บหวย ชิงเงินล้าน  เป็นแคมเปญที่จับอินไซต์ผู้บริโภคชาวไทยและมอบโอกาสให้กับนักช้อปชาวไทยกับช้อปปี้ ด้วย 3 ขั้นตอนง่ายๆ เพียง 1) “กด” เข้าแอปช้อปปี้เพื่อร่วมแคมเปญ “Shopee งวดนี้รวย” เก็บหวย ชิงเงินล้าน 2) “กรอก” ตัวเลข 6 หลักบนสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ไม่ถูกรางวัลในงวดนั้นๆ 3) สำคัญสุด! “เก็บ”

สลากกินแบ่งรัฐบาลที่ไม่ถูกรางวัลตัวจริง เอาไว้ให้ดีเพื่อเป็นหนึ่งใน 50 ท่านที่คว้ารางวัลสร้อยคอทองคำหนัก 1 สลึง จำนวน 50 รางวัล[2] ไม่เพียงเท่านี้ ผู้รับสร้อยคอทองคำทั้ง 50 ท่าน ยังมีสิทธิ์ร่วมเล่นเกมตอบคำถามเพื่อชิงรางวัลใหญ่กันต่อ

 ชิงล้านกันตัวโก่งกับเกมตอบคำถามสดกลางรายการ  “Shopee  งวดนี้รวย บน Shopee Live

ผู้ที่ได้รับรางวัลสร้อยคอทองคำในต่อที่ 1  ยังมีสิทธิ์ร่วมเล่นเกมชิงเงินรางวัล สูงสุด 1,000,000 บาทเพื่อเป็นการมอบประสบการณ์ความบันเทิงสูงสุดสำหรับผู้ใช้งานทุกคน งานนี้ ช้อปปี้จึงได้ทุ่มทุนเนรมิตสตูดิโอให้เป็นรายการ “Shopee งวดนี้รวย[3]  เกมโชว์ตอบคำถามสดบน Shopee Live โดยผู้เข้าแข่งขันทั้ง 50 ลำดับ จะต้องติดต่อเข้ามาในรายการภายในเวลาที่กำหนด เจ้าของสายแรกที่กดโทรเข้ามาไวสุด จะมีสิทธิ์เล่นตอบคำถาม 10 คำถามลับสมองประลองปัญญา ตอบถูกรับเลยเงินรางวัลข้อละ 10,000 บาท หากตอบผิดข้อไหนได้เงินสะสมกลับบ้านไปเพียงครึ่งเดียว และถ้าตอบถูกทั้ง 10 ข้อ รับเงินล้านกลับบ้านทันที มาร่วมลุ้นว่าเงินล้านจะแตกไหมไปพร้อมกันทุกวันที่ 8 และ 23 ของเดือน ที่ Shopee Live

อันนี้ต้องจด! วันสำคัญของคนดวงดี ในแคมเปญ “Shopee งวดนี้รวยเก็บหวย ชิงเงินล้าน

Shopee

สามารถร่วมสนุกกับแคมเปญ “Shopee งวดนี้รวยเก็บหวย ชิงเงินล้าน ในทุกๆ เดือน ได้จุใจถึง 2 รอบ โดยรอบวันที่ 1 ของเดือน มาร่วม กด-กรอก-เก็บ  ลุ้นรางวัลกับช้อปปี้ ได้ตั้งแต่วันที่ 1 เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 5 เวลา 23.59 น. และจะประกาศผลรายชื่อผู้โชคดีผ่านทางแอปช้อปปี้ในวันที่ 8 เวลาเที่ยงวันเป็นต้นไป โดยสามารถมาร่วมลุ้นเงินล้านในรายการ Shopee งวดนี้รวย บน Shopee Live ในวันที่ 8 เวลา 20.00 น.

ในขณะที่ รอบวันที่ 16 ของเดือน ผู้ที่สนใจมาเริ่มกรอกหมายเลข 6 หลักบนสลากกินแบ่งรัฐบาล  ได้ตั้งแต่วันที่ 16 ในเวลา 16.00 น. เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 20 เวลา 23.59 น. และจะประกาศผลรายชื่อผู้โชคดีผ่านทางแอปช้อปปี้ในวันที่ 23 เวลาเที่ยงวันเป็นต้นไป โดยสามารถมาร่วมลุ้นล้านแตกได้สดๆ กลางรายการ Shopee งวดนี้รวย บน Shopee Live ในวันที่ 23 เวลา 20.00 น.

เก็บสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ไม่ถูกรางวัลของคุณไว้ให้ดี เพราะคุณอาจจะกลายเป็นเศรษฐีเงินล้านในชั่วพริบตา กับแคมเปญ “Shopee งวดนี้รวยเก็บหวย ชิงเงินล้าน  ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  https://shopee.co.th/m/shopee-lotto 

ดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นช้อปปี้ได้ฟรีจาก App Store, Google Play Store และ App Gallery


[1] https://tna.mcot.net/tna-334102

[2] เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

[3] เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

from:https://www.mobileocta.com/shopee-in-this-draw-get-rich/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=shopee-in-this-draw-get-rich

POCO F3 และ POCO X3 Pro สมาร์ทโฟนสเปคเทพ เอาใจคอเกม วางจำหน่ายในไทยแล้ว ในราคาเริ่มต้นสุดพิเศษเพียง 6,999 บาท!

POCO ประเทศไทย ประกาศวางจำหน่าย POCO F3 สมาร์ทโฟน 5G สเปคแฟลกชิป ในราคาพิเศษเริ่มต้นเพียง 9,999 บาท และ POCO X3 Pro สมาร์ทโฟนสเปคแรงโดนใจกว่าเดิม ในราคาพิเศษเริ่มต้นเพียง 6,999 บาท 

โดยจับมือกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชั้นนำอย่าง JD Central และ Shopee เพื่อจัดจำหน่ายในราคาพิเศษในระหว่างวันที่ 1 – 8 เมษายน ก่อนที่จะวางจำหน่ายบนทุกแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซและช่องทางออนไลน์ของตัวแทนจำหน่าย ในวันที่ 9 เมษายน 2564

POCO F3: The Real Beast ที่สุดแห่งพลังความร้ายกาจ

POCO F3 สมาร์ทโฟน 5G ที่อัดแน่นด้วยขุมพลัง Snapdragon 870 5G และเป็นที่จับตามองที่สุดของแบรนด์ในปัจจุบัน นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับหน้าจอ DotDisplayE4 AMOLED ขนาด 6.67 นิ้ว พร้อมอัตรารีเฟรช 120 เฮิรตซ์ อัตราการตอบสนองต่อการสัมผัส 360 เฮิรตซ์

ยิ่งไปกว่านั้นเทคโนโลยี MEMC ยังเพิ่มได้ถึง 60 เฟรมต่อวินาที ช่วยให้เนื้อหาวิดีโอนั้นเล่นอย่างลื่นไหลมากยิ่งขึ้น ลำโพงคู่เทคโนโลยีเสียงจาก Dolby Atmos กล้อง AI สามตัว ซึ่งกล้องหลังประกอบไปด้วยกล้องหลัก 48 ล้านพิกเซล เลนส์อัลตร้าไวด์ 119 องศา และกล้องเทเล 5 ล้านพิกเซล นอกจากนี้กล้องหน้า 20 ล้านพิกเซลยังรองรับโหมดถ่ายเซลฟี่กลางคืนอีกด้วย

นอกจากนี้ POCO F3ยังรองรับ Wi-Fi 6 แรม LPDDR5 และที่พื้นที่จัดเก็บข้อมูล UFS3.1พร้อมด้วยเทคโนโลยีระบายความร้อน LiquidCool Technology 1.0 Plus ซึ่งช่วยให้สามารถใช้งานในประสิทธิภาพสูงสุดได้อย่างต่อเนื่อง  แบตเตอรี่ขนาด 4,520mAh (typ) สามารถชาร์จได้อย่างรวดเร็ว ด้วยเทคโนโลยี Middle Middle Tab (MMT) ซึ่งส่งกระแสไฟฟ้าเข้าสู่แบตเตอรี่ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วยการชาร์จเร็ว 33 วัตต์ในกล่อง สามารถชาร์จ 100% ในเวลาเพียง 52 นาที ***

POCO F3 มีสามสีให้เลือก ได้แก่ Arctic White, Night Black และ Deep Ocean Blue มีให้เลือก 2 ความจุ

ได้แก่ 6GB + 128GB และ 8GB + 256GB วางจำหน่ายบน JD Central เท่านั้น ในระหว่างวันที่ 1-8 เมษายน ด้วยราคาพิเศษ ดังนี้

  • 8GB+256GB: จัดจำหน่ายในราคาพิเศษ 11,999 บาท (จากราคาปกติ 12,999 บาท) 
  • 6GB+128GB: จัดจำหน่ายในราคาพิเศษ 9,999 บาท (จากราคาปกติ 10,999 บาท) 

POCO X3 Pro: Exactly What You Need, and More สเปคแรงโดนใจกว่าเดิม มากกว่าที่คุณต้องการ

POCO X3 Pro  มาพร้อมกับขุมพลัง Snapdragon 860  ซึ่งเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มสมาร์ทโฟน 4G ที่ทรงพลังที่สุด ณ ขณะนี้ เทคโนโลยีประมวลผล Kryo™ 485 CPU พร้อมด้วย Adreno ™ 640 GPU ให้การแสดงผลกราฟิกที่ดีขึ้ นอกจาก UFS 3.1 ที่ปรับปรุงแล้ว POCO X3 Pro ยังมีความเร็วในการอ่านและบันทึกข้อมูลที่รวดเร็ว และยังมาพร้อมกับ LiquidCool Technology 1.0 Plus ช่วยให้ระบายความร้อนได้ดีขึ้น

หน้าจอ FHD+  แบบ DotDisplay ขนาด 6.67 นิ้ว พร้อมด้วยอัตราการรีเฟรช 120 เฮิรตซ์ อัตราการตอบสนองการสัมผัส 240 เฮิรตซ์ ทำให้มั่นใจได้ว่าจะได้รับประสบการณ์การเล่นเกมที่ตอบสนองได้ทันท่วงที และสามารถบอกลาความกังวลด้วยแบตเตอรี่ความจุขนาดใหญ่พิเศษ 5,160mAh(typ) และด้วยเทคโนโลยี MMT ในตัว และการชาร์จเร็ว 33 วัตต์  ลำโพงคู่ด้านบนและด้านล่างให้เสียงระดับแฟลกชิปที่น่าประทับใจสำหรับการสตรีมและเล่นเกม

นอกจากนี้ POCO X3 Pro ยังมาพร้อมกล้องหลังสี่ตัว กล้องหลัก 48 ล้านพิกเซล รองรับ Super Pixels แบบ 4-in-1  เลนส์กล้องอัลตร้าไวด์ 119 องศา มีโหมดกลางคืนเพื่อให้สามารถถ่ายภาพทิวทัศน์หรือภาพถ่ายหมู่ได้อย่างสวยงามแม้ในสภาพแสงน้อย และยังมาพร้อมกับกล้องมาโครและเซ็นเซอร์วัดความลึก

POCO X3 Pro มีสามสีให้เลือก ได้แก่ Phantom Black, Frost Blue และ Metal Bronze มีให้เลือก 2 ความจุ ได้แก่ 6GB + 128GB และ 8GB + 256GB วางจำหน่ายบน Shopee เท่านั้น ในระหว่างวันที่ 1-8 เมษายน ด้วยราคาพิเศษ ดังนี้

  • ความจุ 8GB+256GB: จัดจำหน่ายในราคาพิเศษ 7,999 บาท (จากราคาปกติ 8,999 บาท) 
  • ความจุ 6GB+128GB: จัดจำหน่ายในราคา 6,999 บาท (จากราคาปกติ 7,999 บาท) 

สำหรับลูกค้า POCO F3 และ X3 Pro จะได้รับสิทธิ์การรับประกันตัวเครื่องนาน 15 เดือน และการรับประกันหน้าจอนาน เดือน (ลูกค้าสามารถตรวจสอบข้อมูลการรับสิทธิ์ได้ที่ https://www.mi.com/global/service/warranty)

from:https://www.mobileocta.com/poco-f3-and-poco-x3-pro-are-now-available-in-thailand/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=poco-f3-and-poco-x3-pro-are-now-available-in-thailand

กลุ่มทรู เปิดโครงการ “True Lab Startup Sandbox” เร่งสปีดคิดค้นนวัตกรรมดิจิทัล จุดประกายไอเดีย ชิงทุนพัฒนาต้นแบบและรางวัลรวมมูลค่า 1.5 ล้านบาท

กลุ่มทรู สานต่อภารกิจเสริมแกร่งสตาร์ทอัพไทย ผนึกพลังในกลุ่มทั้ง ทรูแล็บ ทรู อินคิวบ์ และ ทรู ดิจิทัล พาร์ค เปิดโอกาสแจ้งเกิดธุรกิจสตาร์ทอัพ ในโครงการ “ทรูแล็บสตาร์ทอัพ แซนด์บ็อกซ์” (True Lab Startup Sandbox) ชวนนิสิตนักศึกษาและผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่สนใจด้าน Robotic และ AI ประชันแนวคิดสร้างสรรค์นวัตกรรม “การจดจำรูปภาพ” (Image Recognition) และ “การจดจำเสียงพูด” (Speech Recognition) เฟ้นหา 4 ไอเดียสุดเจ๋ง เข้าโปรแกรม Sandbox นาน 3 เดือน เพื่อทดลองและพัฒนาต้นแบบธุรกิจ

พร้อมเรียนรู้และปรึกษาอย่างใกล้ชิดกับอาจารย์และผู้เชี่ยวชาญด้าน Robotic และ AI  ร่วมกิจกรรมอัปสกิลและสร้างเครือข่ายสตาร์ทอัพ ใช้พื้นที่ทำงานที่ทรู ดิจิทัล พาร์ค ฟรี และรับสิทธิสมาชิก co-working space นาน 3 เดือนหลังสิ้นสุดโครงการ รวมมูลค่ารางวัลตลอดโครงการทั้งสิ้น 1.5 ล้านบาท ทั้งยังมีโอกาสต่อยอดธุรกิจกับกลุ่มทรูและเครือเจริญโภคภัณฑ์ ปูทางเติบโตสู่สตาร์ทอัพตัวจริง

ผู้ที่สนใจสมัครร่วมโครงการ “ทรูแล็บ สตาร์ทอัพ แซนด์บ็อกซ์” (True Lab Startup Sandbox) ได้แล้ววันนี้ ถึง 15 เมษายน 2564 หรือลงทะเบียนร่วมกิจกรรม Open House ในวันที่ 3 เมษายนนี้ ได้ที่ https://bit.ly/30N1N12

ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ หัวหน้าคณะผู้บริหาร ด้านนวัตกรรมและความยั่งยืน บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า สตาร์ทอัพ เป็นอีกกลุ่มธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ตลอดช่วงปีที่ผ่านมา ทำให้สตาร์ทอัพรายใหม่เกิดได้ยาก ขณะที่บางรายต้องปรับโมเดลธุรกิจเพื่อความอยู่รอด  กลุ่มทรูจึงเร่งเดินหน้าสนับสนุนสตาร์ทอัพและผู้ประกอบการรุ่นใหม่ เพื่อร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศให้ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุด จัดโครงการ “ทรูแล็บ สตาร์ทอัพ แซนด์บ็อกซ์” (True Lab Startup Sandbox) เปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษาและผู้ที่สนใจด้าน Robotic และ AI  ร่วมจุดประกายไอเดียสร้างสรรค์นวัตกรรม “การจดจำรูปภาพ” (Image Recognition) และ “การจดจำเสียงพูด” (Speech Recognition) ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยี AI ที่มีศักยภาพในการจัดการข้อมูลจำนวนมหาศาลและการวิเคราะห์ข้อมูล นำมาพัฒนาใช้งานกับหุ่นยนต์หรืออุปกรณ์ดิจิทัลต่างๆ เพื่อสร้างประโยชน์ทั้งในเชิงธุรกิจและชีวิตประจำวัน

โดย True Lab Startup Sandbox รวมทุกความต้องการของสตาร์ทอัพหน้าใหม่ไว้ในโครงการเดียว ด้วยความแข็งแกร่งของกลุ่มทรูที่มีระบบนิเวศครบวงจรสำหรับสตาร์ทอัพ ทั้ง ทรูแล็บ ที่เข้าใจพลังและแรงบันดาลใจของนิสิตนักศึกษาในการก้าวสู่เส้นทางผู้ประกอบการรุ่นใหม่ และ ทรู อินคิวบ์ โครงการบ่มเพาะสตาร์ทอัพให้เติบโตได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน ตลอดจนความโดดเด่นของ ทรู ดิจิทัล พาร์ค ศูนย์กลางเทคและสตาร์ทอัพที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ปูทางให้สตาร์ทอัพหน้าใหม่แจ้งเกิดธุรกิจได้ภายในเวลา 3 เดือนที่เข้าร่วมโปรแกรม Sandbox

อีกทั้งยังได้เรียนรู้และรับคำปรึกษาอย่างใกล้ชิดกับอาจารย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ในการทดลองไอเดีย พร้อมรับทุนพัฒนาต้นแบบและสิทธิพิเศษต่างๆ มั่นใจว่าจะเป็นโอกาสในการเริ่มต้นธุรกิจสตาร์ทอัพใหม่ๆในวงการ Robotic และ AI และสามารถต่อยอดเป็นพันธมิตรธุรกิจกับกลุ่มทรูและเครือเจริญโภคภัณฑ์ ซึ่งจะติดปีกให้สตาร์ทอัพเติบโตได้อย่างก้าวกระโดดอีกด้วย

ดร.ธาริต นิมมานวุฒิพงษ์ ผู้จัดการทั่วไป ทรู ดิจิทัล พาร์ค กล่าวว่า True Lab Startup Sandbox เป็นโครงการที่จะผลักดันสตาร์ทอัพไทยให้เกิดและเติบโตขึ้น เพื่อเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดย ทรู ดิจิทัล พาร์ค จะนำศักยภาพความแข็งแกร่งของระบบนิเวศครบวงจรเพื่อสตาร์ทอัพและผู้ประกอบการเทค  เติมเต็มและสนับสนุนวิถีสตาร์ทอัพอย่างเต็มรูปแบบ ครอบคลุมทั้งพื้นที่นั่งทำงานท่ามกลางบรรยากาศที่เอื้อต่อการสร้างสรรค์นวัตกรรม สิ่งอำนวยความสะดวกเพียบพร้อมครบครัน  

รวมถึงกิจกรรมเสริมความรู้และเวิร์กช็อปต่างๆ  ซึ่งจะเป็นโอกาสในการพบปะสร้างเครือข่ายสตาร์ทอัพและเทคคอมมูนิตี้ ตลอดจนบริการศูนย์ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับธุรกิจสตาร์ทอัพ โดยผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านการตลาด กฎหมาย บัญชี และอื่นๆ  ที่จะส่งเสริมและเพิ่มโอกาสให้สตาร์ทอัพเติบโตไปในทิศทางที่ถูกต้องและรวดเร็ว

True Lab Startup Sandbox เปิดรับสมัครและคัดเลือก 10 ทีมที่จะได้เข้าประชันไอเดียในกิจกรรม Hackathon เพื่อเฟ้นหา 4 ทีมสุดท้ายเข้าสู่โปรแกรมSandbox ระยะเวลาโครงการ 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน –
31 สิงหาคม 2564 โดยจะได้รับทุนพัฒนาต้นแบบและรางวัลตลอดทั้งโครงการรวมมูลค่าทั้งสิ้น 1.5 ล้านบาท ดังนี้

• ทุนพัฒนาต้นแบบ

• พื้นที่นั่งทำงานส่วนตัว ที่ทรู ดิจิทัล พาร์ค พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

• ให้การปรึกษาโดยอาจารย์และผู้เชี่ยวชาญด้าน Robotic และ AI

• โอกาสเข้าร่วมงานทอล์กเสริมความรู้และกิจกรรมเวิร์กช็อปต่างๆ

• โอกาสเข้าร่วมงานในกลุ่มทรูและเครือเจริญโภคภัณฑ์

• เกียรติบัตรรับรองการเข้าร่วมโครงการ

สำหรับนิสิตนักศึกษาและผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่สนใจเข้าร่วมโครงการ True Lab Startup Sandbox สามารถสมัครได้แล้ววันนี้ ถึง 15 เมษายน 2564 หรือ ลงทะเบียนร่วมกิจกรรม Open House ในวันที่ 3 เมษายน 2564
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/30N1N12

from:https://www.mobileocta.com/true-lab-startup-sandbox/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=true-lab-startup-sandbox

LINE MELODY ชวนเผยตัวตนด้วยเสียงเรียกเข้าในแบบเฉพาะคุณกับ Melody by Me

LINE ประเทศไทย เดินหน้าพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อผู้ใช้ต่อเนื่อง เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ “Melody by Me” เสียงเรียกเข้าแบบเฉพาะตัว ที่สร้างสรรค์ได้ด้วยตัวเองตามใจ หลังประสบความสำเร็จจาก LINE MELODY ด้วยยอดผู้ใช้งานกว่า 1,000,000 คนในปีที่ผ่านมา 

LINE MELODY คือบริการเสียงเรียกเข้าและเสียงรอสายในการโทรด้วยแอปพลิเคชัน LINE โดยผู้ใช้สามารถตั้งเสียงเรียกเข้าหรือเสียงรอสายได้ด้วยตัวเอง ล่าสุด LINE MELODY ได้ออกฟีเจอร์ใหม่ ที่ให้ผู้ใช้ได้เปิดเผยตัวตนในแบบเฉพาะของตนเองได้มากขึ้น สามารถสร้างสรรค์เสียงเรียกเข้าและเสียงรอสาย ด้วยการบันทึกเสียงที่ต้องการเพื่อทำเป็นเมโลดี้ได้ ถือเป็นการยกระดับการสื่อสารผ่าน LINE ที่ไม่เพียงเพื่อความสะดวก ง่ายดาย และมีประสิทธิภาพเท่านั้น แต่ยังต้องมีสีสัน เพิ่มความสุข สร้างความสัมพันธ์ ทำให้ชีวิตประจำวันของผู้ใช้ LINE ในทุกๆ ด้านอยู่บนโลกแห่งดิจิทัลได้อย่างมีความสุข

สร้างเสียง LINE MELODY เฉพาะตัวด้วย Melody by Me

  • ผู้ใช้สามารถทำการบันทึกเสียงได้สูงสุด 30 วินาที และสามารถบันทึกเก็บไว้บนคลังได้ 3 เสียง เมื่อต้องการสร้างเสียงใหม่ สามารถลบเสียงที่ไม่ได้ใช้ออก และสร้างสรรค์ใหม่ได้ตามต้องการ
  • ผู้ใช้ต้องกดซื้อเสียงที่บันทึกในราคา 60 บาท ต่อ 1 เสียง เพื่อนำไปใช้งานเป็นเสียงเรียกเข้าหรือเสียงรอสายโดยไม่มีวันหมดอายุ
  • เสียงที่สร้างและเก็บไว้บนคลัง ที่ผู้ใช้งานไม่ได้ซื้อจะถูกลบออกจากระบบใน 7 วัน
  • ไม่สามารถนำเสียงที่อัดขึ้นจำหน่ายบนร้านเมโลดี้ได้ แต่สามารถส่งให้เพื่อนผ่านปุ่ม “ส่งของขวัญ” ได้
  • ดูรายละเอียดวิธีสร้างเสียงด้วย Melody by Me เพิ่มเติม ได้ที่นี่ : https://lin.ee/Uz5IZVD/ddkh/melodybyme/howto

อัปเดต LINE เป็นเวอร์ชั่นล่าสุด เพื่อสัมผัสความสุขกับ Melody by Me ได้ที่นี่: https://lin.ee/n29QVr6/ddkh/melodybyme ใช้บริการผ่านโทรศัพท์มือถือเท่านั้น

#LINEMELODY #โทรไลน์ได้ทุกฟีล

from:https://www.mobileocta.com/line-melody/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=line-melody

จดหมายข่าว โนเกีย ประจำไตรมาสที่ 1 พ.ศ. 2564

โนเกียเผยแผนกลยุทธ์การดำเนินงานสามเฟส พร้อมจับมือกับ กูเกิล คลาวด์, AWS, และ ไมโครซอฟท์ เพื่อให้บริการโซลูชั่นคลาวด์ แบบ 5G สำหรับองค์กร รวมถึงต่อยอดธุรกิจจับมือเชิงอุตสาหกรรม-วิชาการ เพื่อวิจัยและออกแบบการใช้งาน 5G รูปแบบใหม่, ร่วมมือกับ Mobily สำหรับเครือข่าย 4G และ 5G ไร้สายแบบประจำที่ (FWA) แบบแยกส่วน และคว้าสัญญา 5G ใหม่ที่สิงคโปร์ ออสเตรเลีย และฟิลิปปินส์

Nokia

1. โนเกีย วางเป้าแผนดำเนินธุรกิจสามเฟส เพื่อการเติบโตที่ยั่งยืนควบคู่ไปกับการสร้างผลกำไร และความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี

โนเกีย ประกาศแผนกลยุทธ์การดำเนินงานสามเฟส: Reset, Accelerate, Scale เพื่อความเป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยี พร้อมเร่งขีดความสามารถทางการแข่งขัน เพื่อเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืน

โนเกีย มองเห็นเทรนด์สำคัญ ๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้ ด้วยเทคโนโลยี 5G และเทคโนโลยีที่เกี่ยวเนื่องจะเอื้อให้เกิดโอกาสใหม่ ๆ สำหรับผู้ให้บริการด้านการสื่อสาร (CSP) องค์กร และบริษัทเว็บสเกลต่าง ๆ โดยโนเกียได้คาดการณ์ว่าการสร้างเครือข่าย 5G จะครอบคลุมเวลายาวนานเป็นสองเท่าของจุดสูงสุดของการสร้างเครือข่าย 4G ด้วยปัจจัยอันเนื่องมาจากการปฏิวัติอุตสาหกรรมดิจิทัล

หนึ่งในเทรนด์สำคัญ คือการใช้เทคโนโลยี 5G ซึ่งเป็นเทคโนโลยีไร้สายกับ fiber-to-the-home เพื่อสร้างสังคมกิกะบิต หรือ “gigabit society” ซึ่งจะเป็นประสบการณ์การสื่อสารแบบไร้รอยต่อสำหรับผู้บริโภคภายในที่พักอาศัยและที่ทำงาน  นอกจากนี้องค์กรที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการปฎิบัติการและมีการเชื่อมต่อกัน จะสามารถเพิ่มขีดความสามารถในการผลิต ประสิทธิภาพ ตลอดจนความปลอดภัยให้แก่ทั่วทั้งอุตสาหกรรมได้อย่างมหาศาล

ก่อนหน้านี้โนเกียได้ประกาศรูปแบบการดำเนินงานใหม่ด้วยสี่กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ Mobile Networks, Network Infrastructure, Cloud and Network Services, และ Nokia Technologies.

2. โนเกีย จับมือกับ กูเกิล คลาวด์, AWSและ ไมโครซอฟท์ เพื่อให้บริการโซลูชั่นคลาวด์ แบบ 5G สำหรับองค์กร

เมื่อเดือนมีนาคม 2564 ที่ผ่านมา โนเกีย ได้ร่วมมือทางธุรกิจกับพันธมิตรชั้นนำอย่าง กูเกิลคลาวด์ (Google Cloud) AWSและ ไมโครซอฟท์ ในการจัดทำการวิจัย ตลอดจนสร้างและพัฒนาโซลูชั่นคลาวด์ 5Gสำหรับองค์กรที่เน้นให้ความสำคัญแก่ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง

โนเกีย กำลังทำงานร่วมกับ กูเกิล คลาวด์ ในการทำโซลูชั่นที่รวมเครือข่ายการเข้าถึงผ่านการรับส่งทางคลื่นวิทยุ (RAN), Open RAN, Cloud RAN (vRAN),และเทคโนโลยี Edge Cloud รุ่นอื่น ๆ มาประมวลเข้ากับแพลตฟอร์มและระบบแอปพลิเคชันแบบ Edgeของกูเกิลเพื่อพัฒนาโซลูชั่นและการใช้งานที่จะสามารถตอบโจทย์แผนการใช้งาน 5G สำหรับผู้ประกอบธุรกิจทั่วโลก

เช่นเดียวกับการเป็นพันธมิตรกับ AWS ที่จะได้เห็นความร่วมมือด้านงานวิจัยและการใช้งาน Cloud RAN (vRAN) และ เทคโนโลยี Open RAN ด้วยเป้าหมายเดียวกันในการพัฒนาการวิเคราะห์ความเป็นไปได้ในเชิงนวัตกรรม (innovative proof of concept: POCs)ที่สามารถนำมาใช้กับการวางเครือข่าย 5G รวมถึงการพัฒนาการใช้งาน 5Gในรูปแบบใหม่ ๆ อีกด้วย

ในขณะเดียวกัน โนเกีย ยังได้ทำข้อตกลงร่วมกับ ไมโครซอฟท์ ในการพัฒนาการใช้งานแบบใหม่ ๆ โดยใช้เครือข่าย 4Gและ 5Gไร้สายเฉพาะองค์กร โดยการนำเทคโนโลยี Cloud RAN (vRAN) ของโนเกีย มารวมให้บริการกับระบบคลาวด์ของMicrosoft Azure และร่วมกับกลุ่มนักพัฒนาในระบบนิเวศนี้เพื่อช่วยกันพัฒนาฟังก์ชั่น ที่จะเกิดจากการใช้งานในโครงการธุรกิจใหม่

3. โนเกีย ต่อยอดธุรกิจจับมือเชิงอุตสาหกรรม-วิชาการ เพื่อวิจัยและออกแบบการใช้งาน 5G รูปแบบใหม่

เมื่อเดือนมีนาคม 2564 โนเกียร่วมกับสองพันธมิตรเชิงวิชาการในออสเตรเลียและญี่ปุ่น เพื่อพัฒนาการใช้งาน 5G สำหรับภาคอุตสาหกรรมและการใช้งานทั่วไป

ในออสเตรเลีย โนเกีย ได้ทำข้อตกลงความร่วมมือกับ University of Technology Sydney (UTS) เป็นเวลา 5ปีเพื่อสร้างและดำเนินการห้องทดลองนวัตกรรม 5G สุดทันสมัยภายในพื้นที่ Tech Lab ของมหาวิทยาลัยในเมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย  ความร่วมมือนี้ตั้งเป้าในการใช้เทคโนโลยี 5G อย่างเต็มที่ โดยจะมุ่งเน้นไปยังการใช้งาน 5Gที่ใช้ได้จริงกับในโลกปัจจุบัน ซึ่งจะรวมถึงการใช้งานในอุตสาหกรรม 4.0, IoTและสมาร์ทซิตี้  ซึ่งห้องทดลองนวัตกรรม 5G นี้จะเป็นทั้งสนามทดสอบ 5G แบบเรียลไทม์สำหรับพันธมิตรทางธุรกิจ  และเป็นห้องทดลองเพื่อการวิจัยสำหรับภาคเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) อีกด้วย

ในขณะเดียวกัน โนเกีย ยังได้ร่วมมือกับ Qnet, INC บริษัทในเครือ Kyushu Electric Power ในการเปิดให้บริการเครือข่าย 5G ไร้สายแบบเฉพาะองค์กรทั่วภูมิภาคคิวชู  ในประเทศญี่ปุ่น  ซึ่งยังนับได้ว่าเป็นความร่วมมือแรกในการวางระบบ 5G ไร้สายให้ก้บท้องถิ่นผ่านการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่วิทยุเพื่อธุรกิจ  และกำลังจะร่วมมือกับสถาบันเทคโนโลยีแห่งคิวชู (Kyushu Institute of Technology) ในการให้บริการ 5G ภายในพื้นที่ของมหาวิทยาลัยอีกด้วย

4. โนเกีย ทำลายสถิติความเร็วของไฟเบอร์บรอดแบนด์กับโวดาโฟน และร่วมมือกับ Mobily สำหรับเครือข่าย 4G และ 5G ไร้สายแบบประจำที่ (FWA) แบบแยกส่วน 

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2564 โนเกีย และ โวดาโฟน ได้ประกาศความสำเร็จในการทดลองเทคโนโลยีเครือข่ายเชิงแสงแบบพาสซีฟ (Passsive Optical Network:PON) ที่ให้ความเร็วถึง 100 กิกะบิตต่อวินาทีบนความยาวคลื่นแบบลำแสงเดียวซึ่งนับเป็นสิบเท่าของเครือข่ายที่ล้ำสมัยที่สุดในปัจจุบัน และถือเป็นครั้งแรกในอุตสาหกรรมนี้ ต่อเนื่องจากความสำเร็จในเทคโนโลยี 10G PON, TWDN-PON, universal PON และ 25G PON

โนเกีย ยังประสบความสำเร็จในการนำร่อง เครือข่าย 4Gและ 5G ไร้สายแบบประจำที่ (FWA) แบบแยกส่วน ร่วมกับ Mobily ผู้ให้บริการโทรคมนาคมในซาอุดิอาระเบีย เมื่อเดือนมกราคม 2564 ที่ผ่านมา  ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในโลกสำหรับการใช้งานในเครือข่ายจริง และโซลูชั่นนี้ยังช่วยให้ Mobily นำเสนอบริการ FWA ใหม่ ๆ ให้กับลูกค้าสำคัญและลูกค้าองค์กรอีกด้วย

5. โนเกีย คว้าสัญญา 5G ใหม่ที่สิงคโปร์ ออสเตรเลีย และฟิลิปปินส์

ตลอดไตรมาสแรกของปี2564 โนเกีย ประสบความสำเร็จในธุรกิจ 5G ทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น (APJ) โดยเมื่อเร็ว ๆ นี้ที่ประเทศสิงคโปร์ บริษัทฯ ได้ประกาศการวางเครือข่าย 5G standalone RAN Sharing เครือข่ายแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้กับ Antina บริษัทร่วมทุนซึ่งก่อตั้งโดย ผู้ให้บริการเครือข่ายไร้สาย M1 และ StarHub

นอกจากนี้ โนเกียยังได้ลงนามข้อตกลงทางธุรกิจกับ M1 เพื่อนำซอฟต์แวร์ cloud-native Core ของโนเกีย มาใช้ในการขับเคลื่อนเครือข่าย 5G standalone ที่เปิดให้บริการในประเทศสิงคโปร์ในปี 2564 นี้ และ โนเกีย ยังได้จับมือกับ StarHub ในการวางเครือข่าย cloud-native 5G core ร่วมกันเพื่อตอบสนองความต้องการการใช้งาน 5G standalone ที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วในประเทศ

ในออสเตรเลีย โนเกียได้เปิดให้บริการ 5G กับ Optus ผู้ให้บริการเครือข่ายไร้สายที่ OptusStadium ในเมืองเพิร์ท ประเทศออสเตรเลีย เพื่อให้ผู้มาร่วมกิจกรรมงานกีฬาหรือการแสดงดนตรีสามารถเข้าใช้ระบบ 5G ได้ทั้งในและนอกอาคารด้วยความเร็วมากกว่า 1กิกะบิตต่อวินาที ความร่วมมือนี้จะทำให้เห็นว่า Optus ได้ใช้ประโยชน์จากโซลูชั่น AirScale indoor Radio solutionของโนเกีย ในการให้บริการที่ครอบคลุมได้อย่างทั่วถึงสำหรับพื้นที่ในอาคารอย่าง เช่นโซนที่นั่งสำหรับองค์กรหรือพื้นที่รับรองวีไอพี  โดยโซลูชั่นนี้สามารถทำงานร่วมกับเทคโนโลยีเครือข่ายหลัก ๆ และถูกออกแบบให้ง่ายต่อการอัพเกรด จาก 4Gเป็น 5G New Radio (NR)

ท้ายสุด โนเกีย ได้ถูกเลือกโดย Globe Telecom ในประเทศฟิลิปปินส์ ด้วยการทำข้อตกลงเป็นระยะเวลาสามปี เพื่ออัพเกรดเครือข่าย 4G ที่มีอยู่ในปัจจุบัน และขยายเครือข่าย 5G มากกว่า 1,000 สถานีฐานทั่วประเทศ โดยการวางเครือข่ายจะครอบคลุมถึงเกาะที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองและอันดับสามของประเทศ อย่าง เกาะมินดาเนา และเกาะวิซายัส โดยจะเริ่มดำเนินการในใตรมาสที่สองของปี 2564 นี้ และคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2566

6. ซีอีโอ บล็อค: บิ๊ก สมอล์ เทค

เป็กก้า ลุนด์มาร์ก ประธานบริษัทและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของโนเกีย อธิบายให้เห็นถึงข้อดีของนวัตกรรมในแอปพลิเคชันของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ที่ส่งผลดีกับท้องถิ่นว่าเป็นอย่างไร  โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลงทุนในเทคโนโลยี การวิจัยพัฒนา ที่ช่วยให้เกิดประโยชน์อย่างยิ่งแก่ชุมชน ตลอดจนการให้บริการสาธารณะ และอุตสาหกรรมต่าง ๆ

from:https://www.mobileocta.com/nokia-newsletter-q1-2021/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=nokia-newsletter-q1-2021