คลังเก็บหมวดหมู่: mobileocta

เอยูโพลเผย 1 ใน 3 ของคนกรุงยังไม่เคยใช้แอพเรียกมอเตอร์ไซค์รับจ้าง และยังมองหาตัวเลือกเพิ่มเติม

 

สถาบันวิจัยและบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอยูโพล) ได้ร่วมกับ “เก็ท” แอพพลิเคชั่นสำหรับบริการเรียกรถมอเตอร์ไซค์วิน รับส่งพัสดุ และส่งอาหาร จัดทำผลวิจัยเชิงสำรวจความคิดเห็นในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2561 ที่ผ่านมา เพื่อสำรวจความคิดเห็น พฤติกรรม และความพึงพอใจ ของทั้งผู้ใช้บริการและผู้ให้บริการในธุรกิจการเรียกรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง

โดยผลสำรวจกับคนกรุงเทพฯ 1,234 คน และคนขับมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่ถูกต้องตามกฎหมาย หรือ “วิน” จำนวน 605 คน ทั้งผู้โดยสารและคนขับส่วนใหญ่ยังไม่เคยลองใช้แอพพลิเคชั่นเรียกรถจักรยานยนต์ และยังเปิดรับทางเลือกใหม่ที่เพิ่มขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้พวกเขามีตัวเลือก เปิดให้มีการแข่งขันในตลาดเพื่อทำให้มีการปรับราคาและบริการให้ดีขึ้น รวมถึงป้องกันการผูกขาดตลาด  

 Get

คนกรุงส่วนใหญ่เคยใช้บริการวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง…

ผลสำรวจพบว่า คนกรุงส่วนใหญ่ 79% เคยใช้บริการวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างในการเดินทาง โดยกลุ่มผู้หญิงจะใช้บริการมากกว่าผู้ชาย กลุ่มอายุน้อยจะใช้บริการมากกว่ากลุ่มอายุมาก

เมื่อสอบถามเพิ่มเติมในกลุ่มผู้ที่เคยใช้บริการวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างพบว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 68% มีความถี่ในการใช้บริการมากกว่า 1 ครั้ง/สัปดาห์ และมีถึง23% ที่ใช้บริการประจำเกือบทุกวัน โดยปัญหาในการเรียกมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่พบเจอมากที่สุดคือต้องรอคิวนานในชั่วโมงเร่งด่วน  นอกจากนี้ยังเจอปัญหาไม่มีวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างอยู่ในบริเวณใกล้เคียง มีการปฏิเสธผู้โดยสาร และไม่มีมอเตอร์ไซค์รับจ้างให้บริการในช่วงเช้ามืดหรือในช่วงดึก

ขณะเดียวกันคนกรุงส่วนใหญ่ยังต้องการให้มีการปรับปรุงการให้บริการในส่วนของความปลอดภัยในการขับขี่ มารยาทในการขับขี่ และการคิดราคาค่าบริการที่ไม่มีมาตรฐาน

รับรู้ว่ามีแอพพลิเคชั่นเรียกมอเตอร์ไซค์รับจ้าง แต่ไม่เคยทดลองใช้บริการ…

ในยุคไทยแลนด์ 4.0 ที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิตมากขึ้นเรื่อยๆ จากการสำรวจพบว่า คนกรุง 72% รับรู้ว่ามีการให้บริการแอพพลิเคชั่นเรียกมอเตอร์ไซค์รับจ้าง แต่อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าส่วนใหญ่จะรับรู้ว่ามีการให้บริการดังกล่าวเพื่ออำนวยความสะดวกสบาย แต่กลับมีคนกรุงจำนวนมากถึง 65% ที่ยังไม่เคยได้ทดลองใช้บริการ

พร้อมที่จะลองใช้งาน หากมีแอพพลิเคชั่นเรียกมอเตอร์ไซค์รับจ้างใหม่…

ผลสำรวจพบว่า หากมีแอพพลิเคชั่นใหม่ให้บริการในตลาด คนกรุงส่วนใหญ่ 65% ก็พร้อมที่จะทดลองใช้งาน โดยส่วนใหญ่เห็นว่าการมีตัวเลือกบริการแอพพลิเคชั่นจำนวนมากในตลาดจะส่งผลดี เนื่องจากทำให้มีทางเลือกมากขึ้น มีการแข่งขันด้านราคา/โปรโมชั่น และมีการแข่งขันด้านบริการ

ถูกและรวดเร็ว เป็นเหตุผลหลักที่จะใช้บริการ…

เหตุผลหลักที่จะทำให้คนกรุงตัดสินใจเลือกใช้แอพพลิเคชั่นใดแอพพลิเคชั่นหนึ่งนั้นจะมาจากเรื่องของราคาค่าบริการ ความรวดเร็วในการให้บริการ แอพพลิเคชั่นใช้งานง่าย และอื่นๆ เช่น มีประกันอุบัติเหตุและประกันของสูญหาย พนักงานบริการดีสุภาพ

วินมอเตอร์ไซค์รับจ้างรับรู้ว่ามีแอพพลิเคชั่นเรียกมอเตอร์ไซค์รับจ้าง แต่ไม่สนใจสมัครเข้าร่วม…

ในส่วนของวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างนั้น จากการสำรวจพบว่าเกือบทั้งหมดคือ 96% รับรู้ว่ามีการให้บริการเรียกมอเตอร์ไซค์รับจ้างผ่านแอพพลิเคชั่นต่างๆ แต่มีเพียง 15เท่านั้นที่สมัครเข้าร่วมให้บริการกับแอพพลิเคชั่น โดยเหตุผลหลักที่ไม่สมัครเข้าร่วมเพราะไม่มีอะไรดึงดูดใจให้ต้องสมัคร ใช้งานแอพพลิเคชั่นไม่เป็น และขี่วินมอเตอร์ไซค์ทั่วไปก็ดีอยู่แล้ว

นอกจากนี้วินมอเตอร์ไซค์ส่วนหนึ่งเห็นว่าการที่มีจำนวนแอพพลิเคชั่นเพิ่มมากขึ้น จะส่งผลดีโดยทำให้มอเตอร์ไซค์รับจ้างมีทางเลือกในการสมัครเข้าร่วมให้บริการกับแอพพลิเคชั่นต่างๆ ไม่เกิดการผูกขาดในตลาด ผู้ให้บริการแอพพลิเคชั่นเกิดการแข่งขันกันเพื่อผู้สมัครเข้าร่วมมีรายได้และสิทธิประโยชน์มากขึ้น รวมถึงการช่วยกันโฆษณาประชาสัมพันธ์ให้คนรู้จักและหันมาใช้บริการมากขึ้น

รายได้ดี และน่าเชื่อถือ เป็นเหตุผลหลักที่จะสมัครเข้าร่วมให้บริการ…

เหตุผลที่จะทำให้วินมอเตอร์ไซค์ตัดสินใจสมัครเข้าร่วมให้บริการกับแอพพลิเคชั่นใดแอพพลิเคชั่นหนึ่งนั้นจะมาจากเรื่องของการมีรายได้ค่าตอบแทนที่ดี มีความน่าเชื่อถือ มีประกันชีวิตประกันอุบัติเหตุ และอื่นๆ เช่น มีการให้โบนัสหรือสิทธิประโยชน์พิเศษ มีการดูแลพนักงานที่สมัครเข้าร่วม             

นายภิญญา นิตยาเกษตรวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริการและผู้ร่วมก่อตั้ง “เก็ท” กล่าวว่า “เราได้ทำการศึกษาเพื่อทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่าคนกรุง ทั้งผู้บริโภค และคนขับมอเตอร์ไซค์รับจ้างต้องการอะไร เพื่อให้เราสามารถตอบโจทย์ของพวกเขาได้ การสำรวจที่เราทำร่วมกับเอยูโพลนี้ช่วยยืนยันความคิดและทฤษฎีของเราหลายข้อ  การใช้งานแอพพลิเคชั่นเรียกรถมอเตอร์ไซค์ในกรุงเทพฯ มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่รวดเร็วและครอบคลุม ด้วยความจำกัดของทางเลือกที่มีในตลาดที่ผ่านมา การเข้ามาของ ‘เก็ท’ จะช่วยขยายทั้งดีมานด์และซัพพลาย์ให้ตลาด ส่งเสริมการแข่งขันอย่างเสรี ซึ่งจะเป็นผลดีต่อทั้งผู้บริโภคและคนขับในกรุงเทพฯ”

“จากที่เราได้เปิดตัวเบต้าแอพไปเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา เราได้พิสูจน์แล้วว่าคนขับวินที่ถูกกฎหมายต่างสนใจและยินดีที่จะเข้าร่วมกับแอพที่เข้าใจพวกพี่ๆ เขาได้ดี ตอนนี้ เก็ท ให้บริการอยู่ในพื้นที่ 29 เขต ด้วยพี่วินจำนวนมากที่ช่วยรับส่งผู้โดยในกรุงเทพมหานคร และเรามีแผนจะขยายอย่างต่อเนื่อง เราตื่นเต้นที่จะเปิดตัวอย่างเต็มรูปแบบในเร็วๆ นี้ เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับทั้งผู้โดยสารและคนขับ เพื่อช่วยให้ชีวิตของคนกรุงง่ายขึ้น”

โดย “เก็ท” พร้อมให้ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นได้แล้ววันนี้ ทั้งทาง App Store และ Play Store 

 

from:http://mobileocta.com/au-poll-revealed-1-in-3-of-the-city-people-have-never-used-a-motorcycle-taxi-app/

โฆษณา

วีโกชวนวิ่งกับ “คิมเบอร์ลี” ในงาน Unique running เขาใหญ่

 

วีโก (Wiko) แบรนด์สมาร์ทโฟนจากฝรั่งเศส นำโดย คิมเบอร์ลี แบรนด์พรีเซนเตอร์ ชวนร่วมสนุกรับสิทธิ์วิ่ง ฟรี 80 คน ในกิจกรรม“วีโกชวนวิ่ง กับ Unique running เขาใหญ่” งานวิ่งที่มีผู้เข้าร่วมงานกว่า 5,000 คน  ในวันอาทิตย์ที่ 3 มีนาคมนี้ ณ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

โดยแบ่งผู้ร่วมกิจกรรมเป็นลูกค้าวีโก 17 รางวัล และลูกค้าทั่วไป  33 รางวัล รวม 40 รางวัล 1 รางวัลรับ BIB 2 ชุด  ตามระยะทางการวิ่ง คือ ฮาฟท์มาราธอน 21 กิโลเมตร มินิมาราธอน 10 กิโลเมตร และฟันรัน 5 กิโลเมตร พบกับกิจกรรมสนุกๆ ลุ้นของรางวัล พร้อมกระทบไหล่คิมเบอร์ลี ที่บูธวีโก

ง่ายๆ เพียง กดไลค์www.facebook.com/WikoThailand ให้คุณโพสต์ภาพเท่ห์ๆของคุณในบรรยากาศการวิ่งออกกำลังกาย พร้อมเขียนคำบรรยายถึงแรงบันดาลใจในการวิ่ง และระยะทางที่จะ challenge ตัวเอง 21KM,10KM, 5KM พร้อมกดแชร์โพสต์ และตั้งค่าเป็นสาธารณะ

พิเศษเฉพาะลูกค้าวีโก 17 คนแรก รับสิทธิ์เข้าร่วมงานทันทีเพียงระบุคำว่า“ลูกค้าวีโก” ต่อท้ายระยะทาง Challenge ที่ต้องการวิ่ง โดยทีมงานจะติดต่อขอรับเลข IMEI เพื่อให้ท่านทำการยึนยันตัวตนผ่านทาง Inbox เฟซบุ๊ก

สำหรับลูกค้าทั่วไปหาผู้โชคดีโดยการนำรายชื่อไปคัดเลือก ผู้โชคดี 1 ท่าน จะได้รับ BIB จำนวน 2 ชุด สำหรับร่วมวิ่งและทำกิจกรรม 2 ท่าน โดยต้องวิ่งระยะเดียวกัน

ร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 20 กุมภาพันธ์ เวลา 17.00 น. เท่านั้น ติดตามประกาศรายชื่อผู้โชคดี ได้ที่www.facebook.com/WikoThailand วันที่ 22 กุมภาพันธ์ เวลา 14.00 น.เป็นต้นไป

 

from:http://mobileocta.com/wiko-invites-to-run-with-kimberly-at-unique-running/

ทรูมูฟ เอช ผู้นำตัวจริง…ครองรางวัล “เครือข่าย 4G ที่ดีที่สุดในไทย ประจำปี 2018” 3 ปีซ้อน จาก nPerf

 

ทรูมูฟ เอช เครือข่าย 4G ยอดเยี่ยมในเอเชียแปซิฟิก คว้ารางวัล “เครือข่าย 4G ที่ดีที่สุดในประเทศไทยประจำปี 2018” 3 ปีซ้อนจาก nPerf ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันที่ใช้ทดสอบความเร็วของเครือข่ายแบบรอบด้านระดับโลก

โดยทดสอบความเร็วและคุณภาพการเชื่อมต่อด้วย Mobile Internet ทั้ง 2/3/4/4.5G ของประเทศไทยประจำปี 2018 ระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2018  ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2018  โดยมีผลการทดสอบที่เก็บได้ทั้งหมด 1,197,530 ครั้ง

พบว่าทรูมูฟ เอชสามารถทำคะแนนรวมได้สูงที่สุด สำหรับคุณภาพการเชื่อมต่อในทุกด้าน ได้แก่ การวัดผลความเร็ว (Speedtest) การเข้าใช้งานเว็บไซต์ต่างๆ (Browsing Test) และการสตรีมมิ่ง (VDO Streaming) นับเป็นปีที่ 3 ติดต่อกันตั้งแต่ปี 2016-2018

ซึ่งรับประกันได้ถึงความแรง ความเสถียร และครอบคลุมที่สุด ตอกย้ำความสำเร็จของทรูมูฟ เอช ในการพัฒนาเครือข่ายให้มีประสิทธิภาพสูงมาอย่างต่อเนื่อง

truemove H

นายอดิศักดิ์   ประสงค์ทรัพย์  หัวหน้าคณะผู้บริหาร ด้านปฏิบัติการโครงข่าย บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า  “เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ทรูมูฟ เอชได้รับรางวัล “เครือข่าย 4G ที่ดีที่สุดในประเทศไทยประจำปี 2018” 3 ปีต่อเนื่องจาก nPerf บริการทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตบนมือถือที่ทั่วโลกให้การยอมรับ

โดยผลการทดสอบสะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพของเครือข่ายโดยรวมที่ผู้ใช้เชื่อมต่อตลอดทั้งปี 2018 พบว่าทรูมูฟ เอช มีคะแนนที่ห่างกว่าผู้ให้บริการรายอื่นอย่างเห็นได้ชัด สำหรับคุณภาพการเชื่อมต่อในทุกด้าน ได้แก่ การวัดผลความเร็ว (Speedtest) การเข้าใช้งานเว็บไซต์ต่างๆ (Browsing Test) และการสตรีมมิ่ง (VDO Streaming) ไม่ว่าจะเชื่อมต่อด้วยเทคโนโลยีใดๆก็ตาม

ทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของทรูมูฟ เอช ในการพัฒนาเทคโนโลยีการสื่อสารของไทยให้มีคุณภาพทัดเทียมนานาประเทศมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อมอบประสบการณ์การสื่อสารที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าชาวไทย โดยเทคโนโลยีที่ทรูมูฟ เอช นำมาใช้งานในปัจจุบัน อาทิ การขยายเครือข่าย 4G+ แบบ 3CA หรือการรวมคลื่น 900/1800/ 2100 MHz เข้าด้วยกัน ซึ่งทำให้ได้ความเร็วสูงระดับ 300 Mbps

และยังได้ขยายสัญญาณเพิ่มเติมด้วยการอัปเกรดเครือข่ายให้รองรับการส่งสัญญาณแบบ 4×4 MIMO ตลอดจนขยายเพิ่มเป็น 8×8 MIMO ให้ครอบคลุมทุกจังหวัด  รวมถึงการเปิดให้บริการเทคโนโลยีมาตรฐานโลก FDD Massive MIMO 32T32R เป็นรายแรกของโลก โดยมีจุดเด่นที่การกระจายช่องสัญญาณให้สามารถรองรับการรับส่งข้อมูลของผู้ใช้งานแต่ละคนได้ จึงเสมือนมีช่องสัญญาณส่วนตัว  ช่วยเพิ่ม capacity ถึง 4 เท่า ทำให้รองรับจำนวนผู้ใช้งานได้มากขึ้น โดยเปิดให้บริการแล้วในบริเวณที่มีการใช้งานหนาแน่น และล่าสุดได้นำเทคโนโลยี 5G มาให้คนไทยได้สัมผัสประสบการณ์ 5G บนสภาพแวดล้อมจริงอีกด้วย”

ทั้งนี้ nPerf เป็นแอปพลิเคชันที่ใช้ทดสอบความเร็วของเครือข่ายแบบรอบด้านระดับโลกจากประเทศฝรั่งเศส ซึ่งให้บริการมาตั้งแต่ปี 2003 โดยทดสอบคุณภาพการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตบนมือถือทั้งระบบปฎิบัติการ iOS, Android และ Windows Phone ได้ประกาศผลการทดสอบความเร็วและคุณภาพการเชื่อมต่อด้วย Mobile Internet ทั้ง 2/3/4/4.5G ของประเทศไทย ในปี 2018 ระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2018  ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2018

โดยมีผลการทดสอบที่เก็บได้ทั้งหมด 1,197,530 ครั้ง ทั้งนี้ nPerf scores มีการคำนวณเป็นคะแนน nPoints คือการให้คะแนนโดยรวมสำหรับคุณภาพการเชื่อมต่อในทุกด้าน ได้แก่การวัดผลความเร็ว (Speedtest) การเข้าใช้งานเว็บไซต์ต่างๆ (Browsing Test) และการสตรีมมิ่ง (VDO Streaming) ไม่ว่าจะเชื่อมต่อด้วยเทคโนโลยีใดๆก็ตาม nPoints สะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพของเครือข่ายโดยรวมที่ผู้ใช้เชื่อมต่อตลอดทั้งปี 2018 จะเห็นได้ว่าทรูมูฟ เอชทำคะแนนได้สูงที่สุด โดยมีคะแนนที่ห่างกว่าผู้ให้บริการรายอื่นอย่างเห็นได้ชัด คือ 50155 nPoints

ข้อมูลอ้างอิงจาก https://www.nperf.com/en/awards/th/2018/mobile/thailand/

 

from:http://mobileocta.com/truemove-h-wins-best-4g-network-in-thailand-for-the-year-2018-for-3-consecutive-years-from-nperf/

เทคนิคถ่ายเซลฟี่ให้สวยสไตล์ออเนอร์

 

เดือนกุมภาพันธ์ สถานที่หลายๆแห่ง มีการตกแต่งให้เข้ากับเทศกาล ทั้งตรุษจีน และเทศกาลแห่งความรักอย่างวาเลนไทน์ ไปที่ไหนก็น่าถ่ายรูปแล้วโพสต์โชว์ทั้งนั้น  วันนี้ ออเนอร์ จึงมีเทคนิคง่ายที่ใช้ได้จริงใน การถ่ายเซลฟี่ให้ปังกว่าใคร มาแนะนำกัน

1.    ถ่ายในที่แสงไฟเพียงพอ และใช้ทิศทางของแสงให้เป็นประโยชน์

สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับการถ่ายรูปอย่างหนึ่งก็คือแสง  หากถ่ายเซลฟี่ในที่แสงน้อย จะทำให้ภาพออกมามืดเกินไป ดูหม่นหมอง แสงที่ดีที่สุด เหมาะกับการถ่ายเซลฟี่ก็คือ แสงจากธรรมชาติหรือแสงจากหลอดไฟสีส้มจะช่วยทำให้ผิวออกมาเนียนสวย กลับกันสิ่งที่ไม่แนะนำเลย คือแสงจากแฟลชที่สาดเข้ามาตรงๆ เพราะจะทำให้ทุกอย่างดูหลอก แถมยังจะไปเน้นจุดบกพร่องของผิว อย่างเช่นสิว หรือว่าริ้วรอยบนใบหน้าอีกด้วยนะ หรือถ้าต้องการแสงจริงๆ ให้ลองเปลี่ยนมาใช้ไฟวงแหวนเซลฟี่ดูรับรองว่าแสงจะออกมาเนียนธรรมชาติแถมทำให้ดวงตาดูมีประกาย โดดเด่น ชวนหลงใหลมากขึ้น

็Honor

2.   มองเหนือกล้องขึ้นไปอีกนิด

เวลาถ่ายรูป ทุกๆคนมักจะมองไปที่เลนส์กล้องของสมาร์ทโฟน แต่จริงๆแล้วการตั้งใจมองไปที่กล้องมากเกินไป ทำให้ตาเราดูโตเกินไปจนดูปลอม วิธีการที่จะทำให้ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นก็คือ การมองขึ้นไปเหนือบริเวณเลนส์ด้านหน้านิดหนึ่ง จะทำให้ดูเป็นธรรมชาติมากกว่า ทั้งยังเป็นการหลีกเลี่ยงเงาจากขนตาที่จะสะท้อนลงมาบดบังบางส่วนของใบหน้าสำหรับคนที่ขนตายาวอีกด้วย

3.   ใช้อวัยวะบางส่วนปิดหน้า

สำหรับคนที่กลัวถ่ายเซลฟี่แล้วหน้าใหญ่ ปัญหานี้จะหมดไปด้วยการใช้อวัยวะบางส่วนอย่าง มือ เส้นผม หรือแขนมาประกอบท่าโพสต์ เช่น จัดให้บางส่วนของผมปิดจุดที่ต้องการซ่อน หรือทำให้ใบหน้าดูเรียวเล็กลง  หรืออาจใช้มือ ปิดบางส่วนของหน้า เพื่อพลางส่วนที่ไม่ชอบ

4.   ฉากหลังสีอ่อน ดึงความโดดเด่นให้ภาพได้มากขึ้น 

ภาพเซลฟี่จะดูสวย ไม่รกตา และโด่ดเดนมากขึ้นด้วยฉากหลังสีอ่อน เพราะเมื่อแสงจากธรรมชาติสะท้อนเข้ากับฉากหลังแล้ว จะทำให้ภาพดูสว่างมากขึ้น  และยังช่วยลดเงาที่เกิดจากการตกกระทบไม่ทั่วถึงของแสงอีกด้วยนะ แต่ถ้าหากอยู่ในสถานการณ์ที่กำหนดฉากหลังไม่ได้ ฟังก์ชั่นการเบลอฉากหลังของสมาร์ทโฟนก็เป็นสิ่งที่ประโยชน์มากๆอีกวิธีหนึ่ง

5.   หัดใช้ฟังก์ชั่นเซล์ฟไทม์เมอร์ให้คล่อง

สมาร์ทโฟนเกือบทุกรุ่นคงมีฟังก์ชั่นเซล์ฟไทม์เมอร์มาพร้อมกับกล้องอยู่แล้ว ซึ่งเป็นฟังก์ชั่นที่มีประโยชน์มากสำหรับการเซลฟี่ เพราะช่วยไม่ให้ภาพเบลอจากการถือและกดชัตเตอร์ไปพร้อมกัน  แล้วยิ่งถ้าคุณสามารถใช้ฟังก์ชั่นเซล์ฟไทม์เมอร์ตั้งเวลาแล้วนำสมาร์ทโฟนไปวางในที่ต่างๆเพื่อถ่ายภาพให้ได้มุมแปลกตาเหมือนมีคนถ่ายให้ หรือ เซล์ฟฟี่แบบเต็มตัวดูบ้าง รับรองว่าต้องได้ภาพที่ออกมาเก๋ เรียกยอดไลค์ได้เยอะสุดๆไปเลย

6.   ใช้สมาร์ทโฟนที่มีฟังก์ชั่นเหมาะกับการเซลฟี่

โทรศัพท์มือถือรุ่นที่มีกล้องหน้าคมชัด และมีฟังก์ชั่นช่วยปรับแสงและความสว่าง ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้รูปภาพเซลฟี่ของคุณดูสวยไม่เหมือนใคร ออเนอร์ขอแนะนำ HONOR 10 lite ซึ่งมีฟังก์ชั่น AI มากับกล้องหน้าความละเอียด 24ล้านพิกเซล ช่วยเพิ่มความสดใส โดดเด่น และมีมิติ ให้ผิวของคุณดูสวยอย่างเป็นธรรมชาติ ด้วยฟังก์ชั่น AI Beauty  ที่สามารถปรับเปลี่ยนการตั้งค่าได้ตามสีผิว  และอายุของผู้ใช้งาน  นอกจากนี้ ยังมี 3D Portrait Lighting เอฟเฟกต์แสงสตูดิโอ 5 รูปแบบ เพิ่มลูกเล่นให้ภาพเซลฟี่ของคุณดูสวย มีสเน่ห์ ยังไม่รวมถึงลูกเล่น AR Camera ที่มาพร้อมกับกล้อง เพิ่มความสนุกสนาน เปลี่ยนภาพเซลฟี่ของคุณให้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป โพสต์ที่ไหนก็ปังทั้งนั้น

HONOR 10 Lite วางจำหน่ายแล้ววันนี้ ในราคาเริ่มต้นที่ 6,490 บาท โดยมาพร้อมสีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีฟ้าสกายบลู (Sky blue), สีน้ำเงินเข้ม (Sapphire blue) และสีดำ (Midnight black) 
ผ่านช่องทาง Lazada( https://bit.ly/2HHUbGI ) และร้านค้าตัวแทนจำหน่าย CSC และร้านค้า HONOR Shop สาขา MBK Centerชั้น 5

from:http://mobileocta.com/techniques-to-take-selfies-for-beautiful-honor-style/

เสียวหมี่ ขึ้นแท่นอันดับ 1 แบรนด์ที่มิลเลนเนียลไทยพูดถึงมากที่สุด

 

ผู้นำเทคโนโลยีระดับโลก เสียวหมี่ (Xiaomi) ได้รับคะแนนแบรนด์ที่มีการบอกต่อแบบปากต่อปากเพิ่มขึ้นมากที่สุด และเป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนแบรนด์เดียวที่ได้รับการจัดอันดับจากผลสำรวจล่าสุดของ YouGovBrandIndex หน่วยงานด้านวิจัยและจัดทำผลสำรวจด้านการรับรู้แบรนด์ระดับโลก

Xiaomi

ด้วยคะแนนที่เพิ่มขึ้น 12.4 คะแนน ทำให้ เสียวหมี่ เป็นแบรนด์ที่ได้รับคะแนนจากกลุ่มมิลเลนเนียลชาวไทยที่มีการบอกต่อแบบปากต่อปากเพิ่มขึ้นมากที่สุดอันดับหนึ่ง จากการจัดลำดับของ YouGovBrandIndex ประจำปี 2561 ซึ่งวัดความแข็งแกร่งโดยรวมของแบรนด์  การรับรู้ของผู้บริโภคเกี่ยวกับคุณภาพ คุณค่า ความประทับใจ ความพึงพอใจ ชื่อเสียง และความต้องการแนะนำแบรนด์ให้ผู้อื่นหรือไม่ จากผลการสำรวจไม่มีแบรนด์สมาร์ทโฟนอื่นได้รับการจัดอันดับร่วมด้วยในกลุ่มนี้

นายจอห์น เฉิน ผู้จัดการประจำประเทศไทย เสียวหมี่ เทคโนโลยี กล่าวว่า จากการที่ เสียวหมี่ ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคในครั้งนี้ นับเป็นรางวัลที่ตอกย้ำถึงความสำเร็จของโมเดลธุรกิจของเรา ที่ต้องการเปลี่ยนวิถีชีวิตของผู้คนด้วยผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่นำเสนอด้วยราคาที่จริงใจ และความรู้สึกถึงการอยู่ร่วมกันเป็นคอมมิวนิตี้ที่อบอุ่น สำหรับในประเทศไทย เรามีจำนวนสมาชิก Mi Fans มากกว่า 100,000 คน ที่เราให้การดูแลเสมือนเพื่อน ที่มีส่วนสนับสนุนการเติบโตของเราในอนาคตด้วยการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกันตลอดมา ผมขอถือโอกาสนี้ขอบคุณ  Mi Fans ในประเทศไทย และขอให้ทุกคนติดตามความสำเร็จของเราอีกหลายด้านที่กำลังจะมาถึงในเร็ววันนี้

สำหรับ Global Mi Community ของเสียวหมี่ (Xiaomi) มีสมาชิกมากกว่า 7,977,108  คน ใน 18 ประเทศทั่วโลก

สามารถเข้าชมผลสำรวจการจัดลำดับแบรนด์ที่มิลเลนเนียลไทยพูดถึงมากที่สุดประจำปี 2018 (YouGov BrandIndex Thailand 2018  Millennial WOM Rankings) เต็มรูปแบบได้ที่ http://www.brandindex.com/ranking/thailand/2018-wom

YouGov BrandIndex ได้ทำการคัดเลือก 450 แบรนด์ในรอบแรกที่ได้รับการกล่าวถึงในเชิงบวก และสอบถามความคิดเห็นถึงการรับรู้ในเชิงบวกของแต่ละแบรนด์ในช่วงสองอาทิตย์ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะผ่านทางช่องทางการโฆษณาสินค้า ข่าวสาร หรือการบอกเล่าปากต่อปาก แบรนด์ที่มีการรับรู้ต่ำกว่าเกณฑ์จะถูกคัดออก และทำการสำรวจต่อไปว่าแบรนด์ใดที่ผู้ตอบแบบสำรวจ ได้พูดคุยกับเพื่อนหรือสมาชิกในครอบครัว (ไม่ว่าเป็นการพูดคุยผ่านการสนทนาตรง ผ่านระบบออนไลน์ หรือผ่านโซเซียลมีเดีย) ในช่วงสองอาทิตย์ที่ผ่านมา จากผลการสำรวจ แบรนด์ต่างๆ จะได้รับการจัดลำดับจากคะแนนการบอกเล่าปากต่อปาก โดยกลุ่มผู้ทำการสำรวจอยู่ในกลุ่มอายุระหว่าง 18 ปี ถึง 34 ปี โดยได้ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2559 ถึง วันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2561

คลิกช้อปสมาร์ทโฟน Xiaomi ที่นี่ >>> http://bit.ly/2NR8Fla

 

from:http://mobileocta.com/xiaomi-is-the-number-1-brand-in-thailand/

กลุ่มทรู เดินสายแนะเคล็ดลับเงินล้าน ร้านค้ายุคใหม่ย่านสีลม เปิดแคมเปญ “Lucky Bag ถุงรับโชค” ลูกค้าได้ ร้านค้าก็ได้เท่ากัน

 

กลุ่มทรู โดย นายสมชาย โตสมสกุล (กลาง) กรรมการผู้จัดการ ด้านการผสานสิทธิประโยชน์ลูกค้า บริษัท ทรูดิจิตอล แอนด์ มีเดีย แพลตฟอร์ม จำกัด ร่วมกับนายพิศิษฐ์ ก้องกิตติวงศ์ (ซ้าย) ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท ทรู มันนี่ จำกัด และนายกฤษณะ ตันติ์เตชรัตน์ (ขวา) ผู้จัดการทั่วไป ด้านการบริหารจัดการระดับภูมิภาค กรุงเทพฯ  บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น เปิดแคมเปญ “Lucky Bag ถุงรับโชค”

โดยเดินสายแนะนำร้านค้ายุคใหม่  ย่านสีลม ให้การค้าขายเป็นเรื่องง่ายแค่ปลายนิ้ว พิเศษโปรโมชั่นดีๆจาก True Smart Merchant แอปพลิเคชันคู่ใจร้านค้า ช่วยเพิ่มยอดขาย และกำไร โดยทุกการใช้จ่ายผ่านทรูมันนี่ วอลเล็ท 30 บาทขึ้นไป

ลูกค้าได้รับสิทธิ์สแกน Lucky bag เพื่อเปิดถุงรับอั่งเปา ลุ้นรับเงินคืน สูงสุด 10,000 บาท  ลูกค้าได้เท่าไหร่ ร้านค้าได้รับเท่าลูกค้าเช่นกัน ร้านค้ามีสิทธิ์ได้ถึง 100 ถุงต่อเดือน และสำหรับลูกค้า ได้รับสิทธิ์เปิดถุง 10 ถุงต่อเดือน  โดยจะเดินสายแนะนำทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 เมษายนนี้

TrueSmart Merchant

ทั้งนี้ยังได้นำเสนอสิทธิพิเศษเพิ่มเติม สำหรับร้านค้าที่สมัคร TrueSmart Merchant  ดังนี้

  • ประกันภัย Cigna คุ้มครองเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ 200,000 บาท
  • รับส่วนลดค่าบริการสูงสุด 2,400 บาท สำหรับทรู ซูเปอร์ ไฟเบอร์ แพ็กเกจ 599 บาทขึ้นไป
  • รับส่วนลดค่าบริการรายเดือน 25% นานสูงสุด 2 ปี สำหรับลูกค้าเปิดเบอร์ใหม่ ของทรูมูฟ เอช หรือ เปลี่ยนจากเติมเงินเป็นรายเดือน รับส่วนลด นาน 1 ปี และย้ายค่ายเบอร์เดิม รับส่วนลดนาน 2 ปีแพ็กเกจ 499 บาทขึ้นไป

สำหรับร้านค้าที่สนใจสามารถดาวน์โหลดแอป TrueSmart Merchant เพื่อใช้เป็นแอปรับชำระเงินลูกค้าและรับสิทธิประโยชน์มากมาย ได้ทั้งระบบ iOS และ แอนดรอยด์ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://www.trueyou.co.th/truesmartmerchant/

 

from:http://mobileocta.com/true-group-launches-lucky-bag-lucky-bag-campaign/

Ookla® Speedtest® เผยผลสำรวจฯ ครึ่งปีหลัง 2018 การันตี AIS เครือข่ายมือถืออันดับ 1 ที่เร็วที่สุดในไทย 4 ปีซ้อน

 

Ookla® Speedtest® ผู้ให้บริการทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตอันดับต้นของโลก ที่มีผู้ใช้มากกว่า 100 ล้านรายใน 190 ประเทศทั่วโลก ด้วยความแม่นยำและได้รับการยอมรับในมาตรฐานสากล พร้อมทั้งเป็น App ซึ่งคนไทยนิยมใช้มากที่สุด กับยอดดาวน์โหลดแอปฯ รวมกว่า 5 ล้านครั้ง โดยมียอดผู้ใช้ประจำกว่า 3.87 ล้านคน ในปีที่ผ่านมา เผยผลการทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตในประเทศไทย ครึ่งปีหลังของปี 2018

ล่าสุด Ookla จัดอันดับให้ AIS เป็นอันดับ 1 เครือข่ายมือถือที่เร็วที่สุดในไทย พร้อมครองอันดับ 1 เครือข่ายมือถือที่เร็วที่สุดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีการใช้งานเน็ตหนาแน่นที่สุด โดยวัดจากผู้ใช้มือถือในประเทศไทย ที่ร่วมกดทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ต มากกว่า 7 ล้านครั้ง ภายใน 6 เดือน ตั้งแต่กรกฎาคม – ธันวาคม 2018 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ AIS ครองผู้นำอันดับ 1 เครือข่ายมือถือที่เร็วที่สุดในไทย ถึง 4 ปีซ้อน ตั้งแต่ ปี 2015 – 2018 (ดูข้อมูลการจัดอันดับเครือข่ายในประเทศไทยได้ที่www.speedtest.net/awards/thailand/)

ตอกย้ำคุณภาพเครือข่าย AIS ที่มุ่งมั่นพัฒนาเครือข่ายที่ดีที่สุดให้กับคนไทยอย่างไม่หยุดยั้ง โดยผลการสำรวจของ Ookla สะท้อนถึงความเสถียรของเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพในการดาวน์โหลดและอัพโหลดสูงสุด และมีค่าคะแนนความหน่วง (Latency) ต่ำที่สุด เมื่อเทียบกับผู้ให้บริการเครือข่ายรายอื่น

AIS

สถิติที่น่าสนใจของ Ookla Speedtest ในฐานะผู้ให้บริการทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ต อันดับต้นของโลก และของประเทศไทย ที่ได้รับการยอมรับและน่าเชื่อถือมากที่สุด ซึ่งให้บริการมาตั้งแต่ปี 2006

1.      ปัจจุบันมีการใช้งานอย่างแพร่หลายใน 190 ประเทศทั่วโลก รองรับได้ถึง 17 ภาษา

2.      Ookla Speedtest เป็นแอปฯ ประเภทสปีดเทสต์ที่มีคนดาวน์โหลดมากกว่า 190 ล้านครั้งทั่วโลก ทั้งบน App Store และ Google Play Store

3.      ในประเทศไทย มีคนร่วมกดทดสอบความเร็วเน็ตบน Ookla จำนวนมากกว่า 7 ล้านราย

4.      มีผู้ใช้ทั่วโลกกดทดสอบความเร็วเน็ตบน Ookla Speedtest มาแล้วมากกว่า 22,000 ล้านครั้ง หรือประมาณ 10ล้านครั้งต่อวัน

5.      มีเครือข่าย Global Testing Server มากกว่า 7,900 Servers

6.      Ookla Speedtest ถือเป็นผู้ให้บริการทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตเพียงรายเดียว ที่กำหนดเกณฑ์การประเมินคะแนนความเร็วในการให้บริการอินเทอร์เน็ตที่แม่นยำและน่าเชื่อถือมากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทั้งการกำหนดกลุ่มประชากรตัวอย่างในประเทศอย่างน้อย 3% ในแต่ละพื้นที่ ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้เที่ยงตรงและแม่นยำสูงสุด จนสามารถเป็นตัวแทนของประชากรกลุ่มใหญ่ได้ และสะท้อนถึงความเร็วอินเทอร์เน็ตที่ได้รับอย่างแท้จริง ต่างจากผู้ให้บริการรายอื่นที่มีกลุ่มประชากรตัวอย่างยังไม่มากพอที่จะเป็นตัวแทนกลุ่มประชากรทั้งประเทศ หรือบางรายไม่ระบุที่มาและจำนวนกลุ่มประชากรตัวอย่างที่ชัดเจน  รวมถึงการกรองข้อมูลกลุ่มตัวอย่างจากผู้ใช้ตัวจริงที่มิใช่คะแนนจาก Bot (หรือบอต โปรแกรมอัตโนมัติ)

นายปรัธนา  ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าทั่วไป เอไอเอส กล่าวว่า “เป้าหมายสำคัญของเอไอเอส คือการมุ่งมั่นพัฒนาเครือข่ายที่ดีที่สุดอย่างไม่หยุดยั้ง วันนี้เรามีคลื่นความถี่ ให้บริการคนไทยมากที่สุดคือ 120 MHz  (60MHz x 2ซึ่งเต็มเปี่ยมประสิทธิภาพ พร้อมต่อการพัฒนาต่อยอดเทคโนโลยีเครือข่ายในอนาคต และยกระดับความแข็งแกร่งของโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมในประเทศไทย

รวมถึงมีเครือข่าย AIS NEXT G ที่เร็ว แรงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เครือข่าย AIS 4.5G และ AIS 4G ADVANCED ที่รองรับเทคโนโลยีขั้นสูง MIMO 4×4 with CA, 256 QAM DL/64 QAM UL, LAA (Licensed Assisted Access) และ FDD Massive MIMO 32T 32R รวมทั้ง AIS SUPER WiFi ที่มีกว่า 100,000 จุดทั่วประเทศ ที่จะช่วยยกระดับการใช้ชีวิตและตอบสนองการใช้งานของคนไทยในทุกมิติ

เราจึงมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัลเครือข่ายมือถือที่เร็วที่สุดในไทย จาก Ookla Speedtest ต่อเนื่องกันตลอดทั้งปี 2018 ทั้งในช่วงครึ่งปีแรก และครึ่งปีหลัง พร้อมครองอันดับ 1 ยาวนานถึง 4 ปีซ้อน นับเป็นการการันตีคุณภาพเครือข่ายโดยองค์กรชั้นนำระดับโลกที่แม่นยำ โปร่งใส และเชื่อถือที่ได้มากที่สุด ถือเป็นความภูมิใจของทีมงานเอไอเอสทุกคนที่ได้มุ่งมั่นในการพัฒนาคุณภาพเครือข่ายและมอบประสบการณ์ดิจิทัลที่ดีสุดให้กับลูกค้ากว่า 40 ล้านเลขหมายทั่วประเทศของเรา”

Mr. Doug Suttles, CEO – Ookla กล่าวว่า “ขอแสดงความยินดีกับเอไอเอส ที่ได้รางวัลชนะเลิศ ในการทดสอบเครือข่ายโทรศัพท์มือถือที่เร็วที่สุดในประเทศไทย ในช่วงกรกฎาคม – ธันวาคม (Q3-Q4) ปี 2018 โดยรางวัลนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเอไอเอสที่ให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงครอบคลุมลูกค้าทั่วประเทศ 

โดยเรายืนยันว่าการเก็บข้อมูลและประเมินผลของ Ookla Speedtest เป็นวิธีการที่เป็นมาตรฐานสากลและได้รับการยอมรับในอุตสาหกรรมระดับโลก สะท้อนได้ถึงคุณภาพเครือข่ายโดยรวมและความเร็วอินเทอร์เน็ตที่ผู้ใช้ได้รับบริการจริงๆ ด้วยการรวบรวมข้อมูลความเร็วอินเทอร์เน็ต (Speed Intelligent) ที่ผู้ใช้แอปพลิเคชัน Ookla Speedtest กดทดสอบด้วยตนเอง ผ่านทางเว็บไซต์และบนโทรศัพท์มือถือมากกว่าหลายล้านครั้ง

โดยรางวัลทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ต หรือ Speedtest Awards สำหรับผู้ให้บริการเครือข่าย เราใช้เกณฑ์การตัดสินด้วยคะแนนความเร็วในการใช้งานอินเทอร์เน็ต (Speed Score) จากประสิทธิภาพในการดาวน์โหลดและอัพโหลด สำหรับรางวัลชนะเลิศสำหรับการทดสอบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือ Ookla Speedtest ประเมินจากค่าเฉลี่ยของผลการทดสอบบนอุปกรณ์สมัยใหม่ (Modern Device)

โดยดูจากผลการทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือทุกชนิด โดยไม่จำกัดว่าจะใช้เทคโนโลยีในการเชื่อมต่อแบบใด ขอเพียงอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือสามารถเข้าถึงความเร็วอินเทอร์เน็ตสูงสุดในตลาดก็เพียงพอ หลังจากใช้เกณฑ์นี้ในการประเมิน คะแนนความเร็วในการให้บริการอินเทอร์เน็ต (Speed Score) จะนับเป็นความเร็วสูงสุดของอินเทอร์เน็ตที่เข้าถึงได้ของประเทศนั้นๆ โดยผู้ให้บริการเครือข่ายแต่ละรายจะต้องมีกลุ่มประชากรตัวอย่างในประเทศอย่างน้อย 3% ในแต่ละพื้นที่ ซึ่งถือเป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญอย่างมากในการให้บริการทดสอบความเร็ว

 

from:http://mobileocta.com/ais-maintains-thailands-fastest-mobile-network/