คลังเก็บหมวดหมู่: mobileocta

LINE MELODY MUSIC CHARTS เสิร์ฟชาร์ตเพลงฮอต ยอดดาวน์โหลดฮิต ที่ต้องติดตาม ให้ไม่ตกเทรนด์

LINE เปิดประสบการณ์ใหม่กับ LINE MELODY MUSIC CHARTS ชาร์ตเพลงยอดฮิต รายงานอันดับเพลงยอดนิยมประจำเดือนจากยอดดาวน์โหลด LINE MELODY ที่สะท้อนผลตอบรับและความนิยมในผลงานเพลง รวมถึงศิลปินได้อย่างชัดเจน เติมเต็มความสนุกและอินเทรนด์ พร้อมสื่อความรู้สึกของการสื่อสารในแบบที่พลาดไม่ได้

นอกเหนือจากส่งสติกเกอร์ที่สื่อความหมายได้มากกว่าการพิมพ์แชทปกติแล้วนั้น เสียงเพลงอย่าง LINE MELODY ถือเป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ช่วยบ่งบอกความเป็นตัวตนของผู้ใช้งาน LINE ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์ความรู้สึก ณ ตอนนั้น ๆ หรือความชื่นชอบในศิลปินที่คลั่งไคล้ จนทำให้ LINE MELODY กลายเป็นอีกสิ่งที่ช่วย #แทนใจได้ทุกอารมณ์ และยังเป็นบริการที่แสดงให้เห็นถึงความนิยมของตัวศิลปินในตลาดเพลงเมืองไทยได้ชัดเจนอีกทางหนึ่ง

จึงเป็นที่มาของ LINE MELODY MUSIC CHARTS ที่จะรายงานลำดับเพลงฮอต จากยอดดาวน์โหลด LINE MELODY ทุกสิ้นเดือน ให้ผู้ใช้งานได้ร่วมส่งกำลังใจเชียร์ผลงานศิลปินที่ตนเองชื่นชอบ โดยมีคลังเพลงฮิตมากกว่า 30,000 เพลง จากกว่า 36 พันธมิตรค่ายเพลง และ Music Distributors ทั้งไทยและต่างประเทศ และยังเดินหน้าอัปเดตผลงานเพลงใหม่จากทุกศิลปินอย่างต่อเนื่องเพื่อไม่ให้พลาดในทุกกระแสและทุกอารมณ์

อย่ารอจนตกยุค อย่าช้าจนตกเทรนด์ โหลดเพลง LINE MELODY ได้ที่ melody.line.me แล้วร่วมลุ้นไปกับชาร์ตเพลงฮอต ยอดดาวน์โหลดฮิตติดอันดับ พร้อมเชียร์ศิลปินที่ชื่นชอบ และร่วมกิจกรรมรับของรางวัลสุดพิเศษมากมาย กับ LINE MELODY MUSIC CHARTS ได้ทุกสิ้นเดือน

เริ่มเปิดประสบการณ์ความสนุกครั้งแรก 31 กรกฎาคมนี้ เวลา 19.00 น. เพียงเพิ่มเพื่อนและรอชม LIVE ได้เลยที่ https://lin.ee/2nzHQKT/ddkh/lmmcharts หรือผ่านช่องทาง Facebook LINE MELODY Thailand, YouTube LINE MELODY Thailand และ LINE TV

แล้วคุณจะรู้ว่าเสียงเพลง #แทนใจได้ทุกอารมณ์ ได้อย่างแท้จริง #LINEMELODY #LMMCHARTS #LINEMELODYMUSICCHARTS

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/line-melody-music-charts/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=line-melody-music-charts

Skanhub แจกชุดตรวจโควิด Antigen Test Kit 500 ชุด

Skanhub แอปพลิเคชันไลน์มิติใหม่แห่งการสะสมและลุ้นรับของรางวัล ได้เล็งเห็นถึงความรุนแรงของการระบาดของเชื้อ โควิด-19 ในช่วงนี้  จึงขอส่งต่อความห่วงใยถึงประชาชนที่กำลังจับมือผ่าวิกฤตในครั้งนี้ไปด้วยกัน ด้วยการแจกชุดตรวจโควิด (Antigen Test Kit) จำนวน 500  ชุด เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางออกของกลุ่มเสี่ยงที่รอคิวตรวจโควิด

Skanhub

เพียงลงทะเบียนผ่านไลน์ @skanhub หรือ https://lin.ee/2bxcPBt ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 5 สิงหาคม 2564 แจ้งผลผู้ได้รับ ชุดตรวจโควิด (Antigen Test Kit) ในวันที่ 6 สิงหาคม 2564 พร้อมจัดส่งฟรีถึงปลายทางภายใน 3-7 วัน

ติดตามข่าวสารและกิจกรรมที่น่าสนใจของ Skanhub ผ่านทาง Facebook Page: Skanhub หรือ https://www.facebook.com/skanhub/

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/skanhub-gives-away-500-antigen-test-kits-for-covid-19/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=skanhub-gives-away-500-antigen-test-kits-for-covid-19

เปิดตัว “ซีทัช แอคลีฟ” ฟิล์มฆ่าเชื้อโควิด-19 ติดตั้งหน้าจอมือถือและหน้าจอทัชสกรีน มีผลรับรองฆ่าเชื้อได้มากกว่า 99.99%

ลีฟคลีน เทคโนโลยี จับมือกับบริษัท โคเวอร์แมท และบริษัท แอคลีฟ จากประเทสเกาหลีใต้ ร่วมมือพัฒนาผลิตภัณฑ์ “ซีทัช แอคลีฟ” ฟิล์มฆ่าเชื้อไวรัสและแบคทีเรียสำหรับหน้าจอมือถือและหน้าจอทัชสกรีน มีผลรับรองการฆ่าเชื้อ Human Coronavirus ได้มากกว่า 99.99% และได้รับรองจาก FDA ประเทศสหรัฐอเมริกา  พร้อมเปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทย เริ่มจำหน่ายทั่วประเทศ ต้นเดือน สิงหาคมนี้

Z Touch

โดยหลักการทำงานของ “ซีทัช แอคลีฟ” เมื่อมีเชื้อไวรัสตกลงบนแผ่นซีทัช ส่วนประกอบของสมาร์ทนาโนไอออนที่อยู่ภายในแผ่นซีทัชจะทำปฏิกิริยากับแอคทีฟออกซิเจน (Active Oxygen) เข้าไปทำลายผนังเซลล์และโปรตีนของเชื้อโรคจากด้านใน ทำให้เชื้อโรคสูญเสียอาหารและน้ำ 

โครงสร้างของเชื้อจะถูกทำลายโดยสมบูรณ์ในระดับอาร์เอ็นเอ (RNA) และดีเอ็นเอ (DNA) ทำให้แผ่นฟิล์ม ซีทัชแอคลีฟ สะอาดและปลอดภัยตลอดเวลา ทั้งยังได้เพิ่มประสิทธิภาพ Double Protection นอกจากด้านหน้าแล้วยังมีแผ่นฆ่าเชื้อติดตั้งด้านหลังมือถือ ซึ่งช่วยฆ่าเชื้อบนมือขณะสัมผัสมือถือด้วยเช่นกัน

ซีทัช แอคลีฟ ได้รับรองมาตรฐานจาก FDA ประเทศสหรัฐอเมริกา และยังมีผลการทดสอบรับรองประสิทธิภาพการฆ่าเชื้อโคโรน่าไวรัส จากสถานบัน ฟอนเดเรฟาร์ (FONDEREPHA) ประเทศฝรั่งเศส สามารถฆ่าเชื้อไวรัสได้เป็นอย่างดี

โดย ซีทัช แอคลีฟ ได้รับการรับรองผลการทดสอบผลิตภัณฑ์จากสถาบัน ฟอนเดเรฟาร์ (FONDEREPHAR) ประเทศฝรั่งเศส ว่าสามารถฆ่าเชื้อโคโรน่าไวรัสได้ถึง 99.9% และฆ่าเชื้อเร็วกว่าแผ่นทองแดงถึง 240 เท่า มีอายุการใช้งานยาวนานถึง 1 ปี  

รวมถึงยังมีคุณสมบัติพิเศษที่สัมผัสลื่น ไม่มีเงาสะท้อน ไม่มีรอยนิ้วมือ ป้องกันการเกิดรอย และป้องกันการแตกของหน้าจอจากการกระแทกอีกด้วย

สำหรับ ซีทัช แอคลีฟ ฟิล์มหน้าจอมือถือฆ่าเชื้อโควิด-19 มีกำหนดการวางจำหน่ายพร้อมกันครั้งแรกในประเทศต้นเดือนสิงหาคม โดยจะเริ่มต้นจากไอโฟนรุ่น 12Pro Max, 12/12 Pro, และไอโฟน 11 ก่อนที่จะเตรียมขยายตลาดครอบคลุมทุกรุ่นภายในไตรมาศที่ 4 โดยราคาจำหน่ายปกติอยู่ที่ 1,099 บาท  พิเศษช่วยคนไทยลดการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 จะลดราคาเหลือเพียง 790 บาท 

สำหรับผู้สนใจเป็นตัวแทนจำหน่ายและสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่ www.ztouchbrand.com Facebook : Ztouchofficial หรือโทร 065 717 5816

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/launches-z-touch-aclive-a-film-that-kills-covid-19/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=launches-z-touch-aclive-a-film-that-kills-covid-19

ออปโป้ ต้อนรับฮีโร่เหรียญทองโอลิมปิก “เทนนิส พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ” สู่ OPPO Family

ออปโป้ แบรนด์สมาร์ทโฟนชั้นนำในไทย แสดงความยินดีกับ “เทนนิส-พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ” ฮีโร่เหรียญทองจากกีฬาเทควันโดในมหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติ Tokyo Olympic 2020 พร้อมคว้าตัวเข้าเป็นสมาชิกคนล่าสุดใน OPPO Family เพื่อร่วมส่งต่อแรงบันดาลใจในการพัฒนาศักยภาพของตนเองสู่การเป็นเบอร์หนึ่งของโลกและพร้อมเอาชนะทุกอุปสรรค เพื่อมอบความหวังและสร้างรอยยิ้มให้คนไทยด้วยพลังแห่งกีฬาท่ามกลางสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้

คุณชานนท์ จิรายุกุล ประธานกรรมการอาวุโสฝ่ายบริหาร ออปโป้แห่งประเทศไทย กล่าวว่า “เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นและน่ายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ออปโป้ได้มีโอกาสต้อนรับน้องเทนนิส ฮีโร่คนล่าสุดของคนไทย เข้าสู่ครอบครัวออปโป้ ด้วยความเชื่อมั่นในสิ่งเดียวกัน คือ การมุ่งมั่นและพัฒนาศักยภาพของตนเองสู่สิ่งที่ดีกว่า โดยออปโป้พร้อมสนับสนุนและร่วมเดินเคียงข้างในทุกก้าวของการเติบโตของน้องเทนนิสตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป โดยน้องเทนนิสจะเข้ามารับบทบาทเป็นสมาชิกใหม่ ของ OPPO Family เป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเป้าหมาย และพัฒนาตนเองอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อทะลายทุกอุปสรรคที่
ขวางกั้นสู่การพิชิตทุกเป้าหมาย”

โดยฮีโร่เหรียญทองโอลิมปิกขวัญใจคนไทย กล่าวว่า “ดีใจและเป็นเกียรติอย่างมากค่ะ ที่ได้รับโอกาสนี้จากออปโป้ จะทำหน้าที่ในฐานะ OPPO Family นี้ให้ดีที่สุดค่ะ ขอขอบคุณออปโป้ และคนไทยทุกคนที่ร่วมเชียร์และเป็นกำลังใจสำคัญจนทำให้สามารถคว้าเหรียญทองได้สำเร็จค่ะ”

เตรียมพบกับอีกหนึ่งบทบาทสำคัญของ “เทนนิส-พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ” ในฐานะ OPPO Family คนล่าสุดของออปโป้ได้เร็วๆ นี้

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/oppo-welcomes-the-olympic-gold-medal-hero-tennis-panipak-wongpatanakit-to-the-oppo-family/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=oppo-welcomes-the-olympic-gold-medal-hero-tennis-panipak-wongpatanakit-to-the-oppo-family

หลุดภาพเรนเดอร์ realme 8s พร้อมสเปกก่อนเปิดตัวเร็วๆ นี้

หลังจากเปิดตัว realme 8, realme 8 5G และ realme 8 Pro ไปเดือนมีนาคมที่ผ่านมา มีรายงานว่า realme กำลังเตรียมที่จะเปิดตัว realme 8s และ realme 8i เพิ่มอีก 2 รุ่นในเร็วๆ นี้ ล่าสุดมีภาพเรนเดอร์ของ realme 8s พร้อมสเปกหลุดออกมาให้เห็นกันแล้ว

realme 8s

เว็บไซต์ 91Mobiles ได้โพสต์ภาพเรนเดอร์ของ realme 8s ที่หลุดออกมา โดยเผยให้เห็นเฉพาะด้านหลังเครื่องที่มาพร้อมกล้อง 4 ตัว พร้อมไฟแฟลช LED อยู่ในโมดูลสี่เหลี่ยมมุมซ้ายด้านบน

ซึ่งมีข่าวลือว่ากล้องหลักจะมีความละเอียด 64 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องอีก 3 ตัวคาดว่าจะประกอบด้วยเลนส์ Ultra Wide, เลนส์ Macro และเลนส์ Depth ขณะที่กล้องหน้าเซลฟี่คาดว่าจะมีความละเอียด 16 ล้านพิกเซล

ถัดจากเลนส์กล้องลงมาด้านล่างมีโลโก้ realme และฝาหลังมีสีม่วง ส่วนด้านหน้าเครื่องนั้นยังไม่มีภาพเรนเดอร์หลุดออกมาให้เห็น

ส่วนด้านข้างเครื่องทั้ง 2 ด้านเริ่มจากด้านซ้ายมีช่องใส่ซิมการ์ด กับปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง และด้านขวามีปุ่มเปิดปิดเครื่อง และติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือฝังไว้บนปุ่มนี้ด้วย

ด้านบนเครื่องมีช่องไมโครโฟนตัดเสียง และด้านท้ายเครื่องมีช่องหูฟัง 3.5 มม., ช่องไมโครโฟน, พอร์ต USB Type-C และช่องลำโพงเสียง

ทั้งนี้ ในส่วนสเปกของ realme 8s คาดว่าจะมาพร้อมหน้าจอแสดงผลความละเอียด FHD+ ขนาด 6.5 นิ้ว โดยมีอัตรารีเฟรชเรท 90Hz, ใช้ชิปเซ็ท MediaTek Dimensity 810 จับคู่กับ RAM 6GB/8GB, หน่วยความจำภายใน 128GB/256GB, แบตเตอรี่ความจุ 5,000mAh รองรับชาร์จเร็ว 33W และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 11 ครอบทับด้วย realme UI 2.0

ที่มา : 91Mobiles

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/realme-8s-renders-leaked-with-specs-before-launching-soon/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=realme-8s-renders-leaked-with-specs-before-launching-soon

เปิดตัว Motorola Edge 20 Series มาพร้อมจอ OLED, กล้องหลัง 3 ตัว 108MP และชาร์จไว 30W

Motorola ประกาศเปิดตัว Motorola Edge 20 Series สมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ตระกูล Edge Series ประกอบด้วย Motorola Edge 20, Edge 20 Pro และ Edge 20 Lite ในราคาเริ่มต้นเพียง 13,690 บาท

Motorola Edge 20 Series

สำหรับ Motorola Edge 20 Series ทั้ง 3 รุ่นคือ Motorola Edge 20, Edge 20 Pro และ Edge 20 Lite มีสเปกที่เหมือนกันคือ มาพร้อมหน้าจอ OLED ขนาด 6.7 นิ้ว, กล้องหลัง 3 ตัวความละเอียด 108 ล้านพิกเซล และรองรับชาร์จไว 30W ส่วนสเปกอื่นๆ ของแต่ละรุ่น มาดูกันครับ

สเปก Motorola Edge 20

ตัวเครื่องมีขนาด 163 x 76 x 7 มม. และน้ำหนัก 163 กรัม หน้าจอแสดงผล Punch Hole Display แบบ OLED ความละเอียด FHD+ 1080 x 2400 พิกเซล ขนาด 6.7 นิ้ว แบบ 10-bit ในอัตราส่วน 19.5:9 โดยมีอัตรารีเฟรขเรท 144Hz, ขอบเขตสีกว้างระดับ DCI-P3 และรองรับ HDR10+

ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 2.4GHz โดยใช้ชิปเซ็ท Qualcomm Snapdragon 778G 5G (6 nm), หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 642L, RAM 8GB, หน่วยความจำภายใน 128GB และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 11

ติดตั้งกล้องหลัง 3 ตัว Triple Camera พร้อมไฟแฟลช LED ประกอบด้วย

  • กล้องหลักความละเอียด 108 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1,9, (wide), 1/1.52″, 0.7µm และระบบ PDAF
  • กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Telephoto ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4, ซูมแบบออปติคอล 3 เท่า, ระบบกันสั่น OIS และระบบ PDAF
  • กล้องตัวที่ 3 เลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2 และถ่ายมุมกว้างได้ 119 องศา

ขณะที่กล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.3

รวมทั้งติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบฝังใต้หน้าจอ, รองรับ 2 SIM. รองรับ 4G/5G (SA/NSA/Sub6), Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/6e, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot, Bluetooth 5.2, NFC, พอร์ต USB Type-C และใช้แบตเตอรี่ความจุ 4,000mAh รองรับการชาร์จ 30W Turbo Charge

ทั้งนี้ Motorola Edge 20 มีให้เลือก 2 สีคือ Frosted Onyx และ Frosted Pearl โดยมีราคา 499.99 ยูโร หรือประมาณ 19,590 บาท และจะวางจำหน่ายที่ยุโรปในเดือนสิงหาคมนี้

สเปก Motorola Edge 20 Pro

ตัวเครื่องมีขนาด 163 x 76 x 8 มม. และน้ำหนัก 185-190 กรัม หน้าจอแสดงผล Punch Hole Display แบบ OLED ความละเอียด FHD+ 1080 x 2400 พิกเซล ขนาด 6.7 นิ้ว แบบ 10-bit ในอัตราส่วน 19.5:9 โดยมีอัตรารีเฟรขเรท 144Hz, ขอบเขตสีกว้างระดับ DCI-P3 และรองรับ HDR10+

ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 3.2GHz โดยใช้ชิปเซ็ท Qualcomm SM8250-AC Snapdragon 870 5G (7 nm), หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 650, RAM 12GB, หน่วยความจำภายใน 256GB และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 11

ติดตั้งกล้องหลัง 3 ตัว Triple Camera พร้อมไฟแฟลช LED ประกอบด้วย

  • กล้องหลักความละเอียด 108 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1,9, (wide), 1/1.52″, 0.7µm และระบบ PDAF
  • กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Periscope Telephoto ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/3.4, ซูมแบบออปติคอล 5 เท่า, ระบบกันสั่น OIS และระบบ PDAF
  • กล้องตัวที่ 3 เลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2 และถ่ายมุมกว้างได้ 119 องศา

ขณะที่กล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.3

รวมทั้งติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบฝังใต้หน้าจอ, รองรับ 2 SIM. รองรับ 4G/5G (SA/NSA/Sub6), Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/6e, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot, Bluetooth 5.2, NFC, พอร์ต USB Type-C และใช้แบตเตอรี่ความจุ 4,500mAh รองรับการชาร์จ 30W Turbo Charge

ทั้งนี้ Motorola Edge 20 Pro มีให้เลือก 3 สีคือ Dark Blue, White และ Indigo Vegan Leather โดยมีราคา 699.99 ยูโร หรือประมาณ 27,490 บาท และจะวางจำหน่ายที่ยุโรปในเดือนสิงหาคมนี้

สเปก Motorola Edge 20 Lite

ตัวเครื่องมีขนาด 165.9 x 76 x 8.3 มม. และน้ำหนัก 185 กรัม หน้าจอแสดงผล Punch Hole Display แบบ OLED ความละเอียด FHD+ 1080 x 2400 พิกเซล ขนาด 6.7 นิ้ว แบบ 10-bit ในอัตราส่วน 19.5:9 โดยมีอัตรารีเฟรขเรท 90Hz, ขอบเขตสีกว้างระดับ DCI-P3 และรองรับ HDR10+

ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 2.0GHz โดยใช้ชิปเซ็ท MediaTek MT6853 Dimensity 720 5G (7 nm), หน่วยประมวลผลกราฟิก Mali-G57 MC3, RAM 8GB, หน่วยความจำภายใน 128GB และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 11

ติดตั้งกล้องหลัง 3 ตัว Triple Camera พร้อมไฟแฟลช LED ประกอบด้วย

  • กล้องหลักความละเอียด 108 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1,9, (wide), 1/1.52″, 0.7µm และระบบ PDAF
  • กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2 และถ่ายมุมกว้างได้ 118 องศา
  • กล้องตัวที่ 3 เลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4

ขณะที่กล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.3

รวมทั้งติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบฝังใต้หน้าจอ, รองรับ 2 SIM. รองรับ 4G/5G (SA/NSA/Sub6), Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot, Bluetooth 5.0, NFC, พอร์ต USB Type-C และใช้แบตเตอรี่ความจุ 5,000mAh รองรับการชาร์จ 30W Turbo Charge

ทั้งนี้ Motorola Edge 20 Lite มีให้เลือก 2 สีคือ Electric Graphite และ Lagoon Green โดยมีราคา 349.99 ยูโร หรือประมาณ 13,690 บาท และจะวางจำหน่ายที่ยุโรปในเดือนสิงหาคมนี้

ที่มา : Gsmarena

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/motorola-edge-20-series-launched/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=motorola-edge-20-series-launched

ดีอีเอส ลงนามสัญญามอบสิทธิ NT บริหารไทยคมหลังหมดสัมปทาน

ดีอีเอส ลงนามสัญญา NT มอบสิทธิบริหารจัดการทรัพย์สินของโครงการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศหลังไทยคมสิ้นสุดสัมปทาน นับถอยหลังวันโอนกิจการไทยคม 4 และ 6 กลับคืนสู่รัฐ 11 ก.ย.นี้ “ชัยวุฒิ” ย้ำเป็นก้าวสำคัญของไทยสู่ความมั่นคงด้านการสื่อสารผ่านดาวทียม และรักษาสิทธิวงโคจร

NT

วันนี้ (30 ก.ค.64) ได้มีการลงนามในสัญญามอบสิทธิบริหารจัดการทรัพย์สินของโครงการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศภายหลังสิ้นสุดสัญญาดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ ระหว่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) โดยนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กับบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) (NT) โดยนาวาอากาศเอก สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ กรรมการและรักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่  NT โดยมีนางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ และนายมรกต เธียรมนตรี รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานโครงสร้างพื้นฐาน NT ร่วมเป็นสักขีพยาน

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า การลงนามในสัญญาดังกล่าวเป็นไปตามมติของคณะกรรมการนโยบายอวกาศแห่งชาติ และคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ  ที่เห็นชอบให้ NT เป็นผู้บริหารจัดการทรัพย์สินของโครงการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ จนสิ้นสุดอายุทางวิศวกรรมของดาวเทียม หลังจากสิ้นสุดสัญญาสัมปทานกับบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ในวันที่ 10 ก.ย. นี้

ทั้งนี้ การให้ NT ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐเข้ามาบริหารจัดการทรัพย์สินในโครงการนี้ จะทำให้ประเทศไทยมีความมั่นคงด้านการสื่อสารโทรคมนาคมผ่านดาวเทียมมากยิ่งขึ้น ซึ่งดาวเทียมสื่อสารถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญอย่างหนึ่งที่ให้บริการสาธารณะ ดังนั้น การให้บริการดาวเทียมสื่อสารจึงเป็นกลไกสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำในสังคมสำหรับเข้าถึงอินเทอร์เน็ต และการติดต่อสื่อสาร และเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ใช้บริการดาวเทียมของไทย

“การมอบสิทธิให้ NT เข้ามาบริหารจัดการทรัพย์สินของโครงการดาวเทียมสื่อสารในประเทศ ที่จะมีการโอนคืนมาให้กับรัฐ หลังการสิ้นสุดสัมปทานไทยคม จะสร้างความต่อเนื่องในการให้บริการ รวมทั้งเป็นการรักษาสิทธิในตำแหน่งวงโคจรของประเทศไทย ทั้งดาวเทียมไทยคม 4 (119.5 องศาตะวันออก) และดาวเทียมไทยคม 6 (78.5 องศาตะวันออก) ซึ่งถือเป็นทรัพยากรที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงไว้ได้” นายชัยวุฒิกล่าว

นาวาอากาศเอก สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ กรรมการและรักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. โทรคมนาคมแห่งชาติ (NT)  กล่าวว่า การที่ได้รับมอบหมายให้เข้ามาดำเนินงานในครั้งนี้ ยังเป็นการต่อยอดทางธุรกิจให้กับ NT ที่เป็นหน่วยงานของรัฐ ซึ่งการที่ภาครัฐมีดาวเทียมสื่อสารเป็นของตัวเองจะก่อให้เกิดความมั่นคงในกิจการโทรคมนาคมของประเทศ และทำให้ผู้ใช้บริการเกิดความเชื่อมั่น  รวมทั้งเป็นการส่งเสริมให้ NT เป็นผู้ประกอบการดาวเทียมรายใหม่ให้แก่อุตสาหกรรมดาวเทียมของไทย เพิ่มทางเลือกให้กับผู้ใช้บริการ และส่งเสริมให้มีการแข่งขันในกิจการสื่อสารและโทรคมนาคมผ่านดาวเทียมของไทย โดยผู้ใช้บริการและประชาชนจะเป็นผู้ได้รับประโยชน์สูงสุด

ด้านนางวรรณพร เทพหัสดิน ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวว่า การดำเนินการตามสัญญานี้ จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 11 ก.ย. 64 โดยกระทรวงดิจิทัลฯ ต้องส่งมอบสิทธิบริหารจัดการทรัพย์สินของโครงการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ เพื่อให้ NT นำไปประกอบกิจการโทรคมนาคมประเภทดาวเทียมในลักษณะที่เป็นการให้บริการการสื่อสารผ่านดาวเทียม ทั้งด้านโทรคมนาคมและด้านการกระจายเสียงวิทยุและโทรทัศน์ ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งการประกอบกิจการหรือการให้บริการที่เกี่ยวข้อง อาทิ การใช้ช่องสัญญาณดาวเทียม (Transponder) เพื่อสนับสนุนงานของหน่วยงานรัฐ

สำหรับการดำเนินการเกี่ยวกับการส่งมอบสิทธิบริหารจัดการทรัพย์สินโครงการนี้ รมว.ดีอีเอส จะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการประสานงานการบริหารจัดการทรัพย์สินขึ้นมา 1 ชุด ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงดีอีเอส เป็นประธาน และผู้แทนกระทรวงฯ กับผู้แทนบริษัทฝ่ายละเท่า ๆ กันเป็นกรรมการ รวมถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเป็นที่ปรึกษาหรือร่วมเป็นกรรมการ ในการประสานงานเกี่ยวกับประเด็นต่าง ๆ ตามความตกลงร่วมกันระหว่างคู่สัญญา ทั้งการถ่ายทอดองค์ความรู้

การตรวจสอบข้อมูลร่วมกันในเรื่องค่าใช้จ่าย และค่าตอบแทนการใช้สิทธิบริหารจัดการทรัพย์สิน โดยค่าตอบแทนรวมในแต่ละปี อิงอยู่บนพื้นฐานรายได้และกำไรของดาวเทียมทั้ง 2 ดวง เป็นต้น

ทั้งนี้ เพื่อให้ดีอีเอส และ NT ปฏิบัติตามสัญญา กฎหมาย และข้อกำหนดของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ หรือ ITU (International Telecommunication Union) ที่เกี่ยวข้องในการบริหารจัดการดาวเทียม

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/des-signs-a-contract-granting-nt-rights-to-manage-thaicom-after-the-concession-expires/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=des-signs-a-contract-granting-nt-rights-to-manage-thaicom-after-the-concession-expires

ทรูฟู้ด ชวนพ่อค้าแม่ค้า เปิดร้านบน True Food บริการเดลิเวอรี่ ผ่านแอปพลิเคชันทรูไอดี สมัครฟรี!! ไม่เสียค่าธรรมเนียม

จากการยกระดับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด…ทรูฟู้ด บริการฟู้ดเดลิเวอรี่จากทรู ขอเคียงข้างสู้โควิดไปกับพ่อค้าแม่ค้า พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการ และดูแลร้านอาหารให้มีออเดอร์ในช่วงมาตรการล็อกดาวน์  โดยช่วยเพิ่มช่องทางในการสร้างโอกาสการขายและเพิ่มรายได้

เพียงสมัครเป็นสมาชิก ทรู สมาร์ต เมอร์ชันต์ ก็สามารถเปิดร้านผ่านทรูฟู้ดบนแอปพลิเคชันทรูไอดี ได้ฟรี! ไม่เสียค่าสมัคร และไม่เก็บค่าธรรมเนียม (GP) ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 ธันวาคม 2564 พร้อมรับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมอีกมากมาย ทั้งการช่วยโปรโมทร้านให้ฟรีผ่าน SMS ถึง 500 เลขหมาย และผ่านสื่อต่างๆ ในเครือทรูอีกด้วย

ยิ่งไปกว่านั้นร้านค้ายังได้รับโปรโมชั่นพิเศษ ใช้เน็ต ทรู กิกะเทค ไฟเบอร์ ฟรี 12 เดือน มูลค่ากว่า 7,000 บาท หรือสมัครบริการ ทรูมูฟ เอช แบบรายเดือนในราคาพิเศษกว่าใคร รับส่วนลด 150 บาท / เดือน

และรับส่วนลดซื้อวัตถุดิบราคาพิเศษ ผ่านแอปทรู สมาร์ต เมอร์ชันต์อีกทั้งทุกๆ ออเดอร์ที่ได้รับการสั่งซื้อทั้งร้านค้าและลูกค้าจะได้รับคะแนนทรูพอยท์เพื่อใช้แลกเป็นส่วนลดสินค้าและบริการจากร้านค้าชั้นนำที่ร่วมรายการ รวมถึงแม็คโคร โลตัส และเซเว่น อีเลฟเว่น ทั่วประเทศ หรือใช้แลกเป็นส่วนลดสินค้าและบริการในเครือทรู โดยลูกค้าที่ใช้บริการสั่งอาหารผ่านทรูฟู้ด ยังสามารถใช้คะแนนทรูพอยท์แลกเป็นส่วนลดค่าอาหารและค่าส่งรวมสูงสุด 240 บาทอีกด้วย

สำหรับร้านค้าที่สนใจร่วมเป็นร้านค้า ทรู สมาร์ต เมอร์ชันต์เพื่อร่วมเป็นพันธมิตรร้านค้ากับ True Food เพียงมี
3 แอปพลิเคชัน ทรูมันนี่ วอลเล็ท ทรูไอดี และ ทรู สมาร์ต เมอร์ชันต์ ดาวน์โหลดได้ทาง Apple Store และ Play Store
หรือสมัครและดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  https://bit.ly/aqtfmch

#ทรูฟู้ด #ทรูไอดี #ทรูสมาร์ตเมอร์ชันต์ #ทรูมันนี่ #TrueFood #TrueID #TrueSmartMerchant #TruePointandPay #TrueYou #TruePoint #TrueMoney #TrueMoneyWallet

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/true-food-invites-merchants-to-open-a-shop-on-true-food/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=true-food-invites-merchants-to-open-a-shop-on-true-food

ฟิตบิท ชวนแก๊งเพื่อนมาฉลองวันมิตรภาพสากล!! ถึงแม้จะอยู่ห่างกันแต่ก็ยังฟิตเฟิร์มเป็นหมู่คณะ

ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ชีวิตประจำวันของผู้คนต่างต้องเว้นระห่างทางสังคม ไม่สามารถออกไปใช้ชีวิตนอกบ้าน ทานข้าวนอกบ้าน หรือแม้แต่ใช้เวลากับแก๊งเพื่อนคนสนิทได้เหมือนแต่ก่อนเพื่อลดความเสี่ยงในการสัมผัสและติดเชื้อโควิด-19 ได้

ทำให้ในช่วงกว่า 2 ปีที่เราอยู่กับโควิด-19 อาจจะห่างเหินกับแก๊งเพื่อนของเราไปบ้าง เนื่องในโอกาสวันมิตรภาพสากล วันที่ 30 กรกฎาคม 2564 ฟิตบิท อยากจะขอร่วมเป็นส่วน

หนึ่งในการช่วยเสริมความฟิตให้ความสัมพันธ์ของคุณกับเพื่อน ๆ ไปพร้อมกับร่างกายที่แข็งแรงไปในคราวเดียวกัน ด้วย 3 ทริคสนุก ๆ ที่จะช่วยให้คุณและเพื่อน ๆ ได้สนุกกับการออกกำลังกายจากที่บ้านและยังปลอดภัยจากโควิด-19 ได้อีกด้วย

ตั้งเป้าฟิต ติดตามผลเป็นประจำ:

ชวนเพื่อน ๆ ของคุณมาตั้งเป้าหมายความฟิตด้วยการนับก้าวเดินและสร้างชาเลนจ์กับแก๊งเพื่อนผ่านฟีเจอร์อย่าง Fitbit Challenge บนสมาร์ทวอทช์และฟิตเนสแทรคเกอร์จากฟิตบิท ที่จะช่วยให้คุณตั้งเป้าหมายและติดตามระดับความฟิตของคุณกับแก๊งเพื่อนและเสริมความสนุกในแข่งขันกันภายในกลุ่มไปกับโหมดต่าง ๆ

อย่าง Daily Showdown ที่จะแสดงผลของคนที่มีก้าวเดินมากสุดในแต่ละวัน, Goal Day ที่จะแสดงผลว่าเพื่อนเราคนไหนบ้างไปถึงเป้าหมายการก้าวเดินได้ในแต่ละวัน, Workweek Hustle ที่จะเก็บข้อมูลและแสดงผลก้าวเดินของคุณและเพื่อนระหว่างอาทิตย์ตั้งแต่วันจันทร์ถึงศุกร์ และ Weekend Worrior ที่จะเก็บข้อมูลและแสดงผลการก้าวเดินในช่วงวันเสาร์อาทิตย์

Fitbit

ขึ้นสู่ความเป็นหนึ่งด้วย Trophy :

นอกจากคุณและเพื่อน ๆ จะได้สนุกไปกับโหมดต่าง ๆ จากฟีเจอร์ Fitbit Challenge แล้ว คุณยังสามารถเพิ่มความสนุกของการแข่งขันไปกับเพื่อนผ่านการทวงบังลังก์และครองความฟิตอันดับหนึ่งในกลุ่มได้ด้วยการครอง Trophy สัญลักษณ์ที่แสดงว่าคุณขึ้นเป็นอันดับหนึ่งในชาเลนจ์ต่าง ๆ หรือสามารถเอาชนะเป้าหมายที่ตั้งไว้ในแต่ละวันได้ ทำให้การแข่งขันของคุณกับเพื่อนทวีความร้อนแรงมากยิ่งขึ้น

ฟิตไปด้วยกันกับอาหารสุขภาพ :

ส่วนอาหารก็เป็นสิ่งที่สำคัญที่จะทำให้คุณและเพื่อนยังฟิตไปด้วยกันได้ และด้วยข้อจำกัดของสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ตอนนี้ เราจึงต้องอยู่บ้านกันมากขึ้น เลยทำให้ใครหลายๆ คนหมดไอเดียในการทำอาหารและหันมาสั่งอาหารเดลิเวอรี่มากขึ้นจนตัวปริ ดังนั้นคุณลองชวนเพื่อน ๆ มาชาเลนจ์สนุก ๆ กับการทำอาหารเพื่อสุขภาพในแบบของตัวเองกันบ้างไหมละ

เพราะตอนนี้ Fitbit Premium เปิดให้เข้าไปดูคำแนะนำด้านโภชนาทางอาหาร เพื่อที่จะให้สามารถกินอาหารได้อย่างเอร็ดอร่อยโดยที่ไม่ต้องกลัวอ้วนอีกต่อไป และยังสามารถเลือกชมวีดีโอสูตรอาหารที่มีขั้นตอนง่าย ๆ ที่คุณก็สามารถทำเองได้ที่บ้านง่าย ๆ แค่กดฟีเตอร์ตามหมวดหมู่อาหารที่คุณชื่นชอบเพื่อให้ตรงกับเป้าหมายที่คุณวางไว้ กดดาวเพิ่มเพื่อบันทึกวีดีโอและกลับเข้ามาดูใหม่โดยที่ไม่ต้องเสียเวลาในการค้นหาในครั้งต่อไป

สุดท้ายคุณและแก๊งก็สามารถมาอัพโหลดและโชว์อาหารสวย ๆ พร้อมโพสลงบนโซเชียลมีเดียให้คนดูตัดสินไปเลยว่าใครทำอาหารได้น่ากิน อร่อย และยังดีต่อสุขภาพได้มากกว่ากัน เห็นไหมละว่าการกระชับความสัมพันธ์และส่งความห่วงใยให้แก่เพื่อน ๆ ของคุณในช่วงโควิด-19 อย่างนี้ทำได้ไม่ยากเลย

นอกจากจะช่วยให้คุณได้พูดคุยและทำกิจกรรมโดยมีการเว้นระยะห่างทางสังคมกับเพื่อน ๆ แล้ว แต่ยังช่วยย้อนความทรงจำสนุกสนานที่คุณเคยได้ทำร่วมกัน แถมยังพากันสุขภาพดีหุ่นฟิตไปกันอีกด้วย  ไปพร้อมๆ กับฟีเจอร์ Fitbit Challenge และ Fitbit Premium บนสมาร์ทวอชและฟิตเนสแทรคเกอร์จากฟิตบิท

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/fitbit-invites-a-group-of-friends-to-celebrate-international-friendship-day/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=fitbit-invites-a-group-of-friends-to-celebrate-international-friendship-day

เจาะลึกเทคโนโลยีสุดล้ำ “AEM” ก้าวใหม่ของนวัตกรรมตัดเสียงสำหรับหูฟังสไตล์ Open-fit

เทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนภายนอก หรือ “Noise Cancellation” ในหูฟัง ถือเป็นฟีเจอร์สำคัญที่วงการเครื่องเสียงและแกดเจ็ตไอทีทั้งหลายใช้เป็นจุดขายมาเนิ่นนานหลายปี อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีตัดเสียงดังกล่าวยังคงกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มหูฟังในรูปแบบแบบอินเอียร์ (In-ear) แบบแนบหู (On-ear) และแบบครอบหู (Over-ear) เท่านั้น

เนื่องจากการดีไซน์หูฟังประเภทนี้ช่วยกันเสียงจากภายนอกได้ตั้งแต่วิธีการสวมใส่อยู่แล้ว ขณะเดียวกันหูฟังขนาดเล็กซึ่งเน้นให้สวมใส่สบายหูแบบ “Open-fit” ที่มีฟีเจอร์ตัดเสียงรบกวนนั้นกลับหาได้ยากมากในตลาด อาจเพราะวิธีการสวมใส่ของหูฟังแบบนี้ไม่ได้กระชับกับใบหูขนาดนั้น ทำให้คนเข้าใจว่าการตัดเสียงนั้นอาจจะทำได้ไม่ดีนัก

หรือหากหูฟัง Open-fit รุ่นไหนที่ลงทุนใส่ฟีเจอร์ Noise Cancellation มาให้ก็อาจส่งมอบงานตัดเสียงได้ไม่ได้ดีถึงขั้นที่สายเล่นหูฟังน่าจะพึงพอใจ อย่างไรก็ตาม ในอนาคตอันใกล้มันอาจจะไม่เป็นแบบนั้นอีกต่อไป เพราะการเข้ามาของเทคโนโลยี AI และนวัตกรรมการตัดเสียงแบบ ANC อาจทำให้เราได้เห็นหูฟัง Open-fit มีฟีเจอร์ตัดเสียงรบกวนที่คุณภาพสูงเทียบเท่ากับหูฟังสไตล์อื่นในอีกไม่ช้า

HUAWEI Freebuds 4

ยุคบุกเบิกเทคโนโลยีตัดเสียงในหูฟังแบบ Open-fit

อันที่จริงผลิตภัณฑ์หูฟังสไตล์ Open-fit ที่มาพร้อมกับฟีเจอร์ตัดเสียงอัตโนมัติยังถือเป็นของใหม่สำหรับวงการมากๆ เนื่องจากเมื่อ 2 ปีก่อนนี่เองที่แบรนด์ไอทีชั้นนำระดับโลกอย่าง “หัวเว่ย” ได้เปิดตัว HUAWEI FreeBuds 3 ซึ่งถือเป็นหูฟังแบบ Open-fit ที่มีฟีเจอร์ตัดเสียงรบกวนตัวแรกของโลก โดยเน้นตอบโจทย์กลุ่มผู้ใช้งานที่ต้องการหูฟังที่สวมใส่สบาย แต่ก็ยังอยากใช้ฟีเจอร์ตัดเสียงรบกวนภายนอก เพื่อให้ได้ประสบการณ์การฟังเพลงหรือรับฟังความบันเทิงได้อย่างสุนทรีย์พร้อมกันไปด้วย

ทั้งนี้ ทีมวิศวกรของหัวเว่ยได้ออกแบบโหมด Noise Cancellation ในหูฟังแบบ Open-fit ด้วยการตั้งระดับของการปล่อยคลื่นเสียงเพื่อตัดเสียงภายนอกเอาไว้หลายแบบ ซึ่งผู้ใช้งานจำเป็นต้องปรับระดับการตัดเสียงด้วยตัวเองอีกครั้งหนึ่งเพื่อให้การตัดเสียงสำหรับการใช้งานของแต่ละคนนั้นเหมาะสมที่สุด

เนื่องจากมีปัจจัยภายนอกอื่นๆ อีกมากที่ส่งผลต่อการตัดเสียง เช่น ลักษณะใบหูของแต่ละคนที่แตกต่างกันไป ความดังเบาของเสียงที่เหมาะสมกับสถานการณ์ต่างๆ ความแน่นหรือหลวมในการใส่หูฟัง เป็นต้น ซึ่งสุดท้ายก็มักจะจบลงด้วยการที่เจ้าของหูฟังต้องมานั่งเพิ่มเสียงให้ดังขึ้นเมื่ออยู่ในสถานที่ที่เสียงดัง และลดความดังเสียงเมื่อกลับมาอยู่ในสถานที่ปิด

ซึ่งปัญหาเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นกับหูฟังแบบอื่นๆ เนื่องจากหูฟังแบบครอบหูหรืออุดหูจะช่วยกันเสียงภายนอกได้ระดับหนึ่งอยู่แล้ว แค่ตั้งระดับการตัดเสียงไว้เพียงแบบเดียวก็สามารถส่งมอบประสบการณ์การตัดเสียงรบกวนที่มีคุณภาพได้ดีพอแล้ว (แต่ก็ยังต้องแลกมาด้วยความอึดอัดเวลาสวมใส่) 

ความท้าทายของหูฟังแบบ Open-fit จึงเป็นเรื่องการพัฒนาหูฟังให้ทั้งใส่สบายและสามารถตัดเสียงได้ดีโดยไม่ยุ่งยากกับผู้ใช้งานเกินไป ข่าวดีก็คือเทคโนโลยีที่ชาญฉลาดชื่อว่า “AEM” อาจจะเข้ามาแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้

“AEM” เทคโนโลยีใหม่ที่จะมาปฏิวัติระบบตัดเสียงในหูฟังแบบใส่สบาย

เทคโนโลยี AEM มีชื่อเต็มว่า “Adaptive Ear Matching” คือ เทคโนโลยีที่จะเข้ามาเป็นตัวช่วยเสริมฟีเจอร์ตัดเสียงแบบ ANC (Active Noise Cancellation) ให้ทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น หน้าที่คร่าวๆ ของ AEM คือการปรับระดับการตัดเสียงเพื่อให้เหมาะสมกับลักษณะใบหูและวิธีการสวมใส่ของผู้ใช้งานที่สุดโดยอัตโนมัติ ยกระดับคุณภาพงานตัดเสียงรบกวนบนหูฟังแบบ Open-fit ให้ดีจนแทบไม่ต่างจากหูฟังครอบหูระดับ Hi-Fi 

โดยหลักการทำงานพื้นฐานของ AEM คือตัวหูฟังจะปล่อยคลื่นเสียงเข้าไปในหูของผู้ใช้ก่อน หลังจากนั้นคลื่นเสียงดังกล่าวจะสะท้อนกลับเข้ามาสู่ไมโครโฟนในหูฟัง เพื่อให้ AI วิเคราะห์ลักษณะใบหูของเจ้าของว่ามีใบหูขนาดเล็ก ขนาดกลาง หรือขนาดใหญ่ รวมถึงวิเคราะห์ว่าผู้ใช้กำลังสวมใส่หูฟังกระชับแค่ไหน

จากนั้นตัวหูฟังจะปรับระดับเสียงเอฟเฟกต์สำหรับการตัดเสียงรบกวน (EQ) ให้เหมาะกับผู้ใช้งานคนนั้นตามสถานการณ์ขณะนั้น นั่นหมายความว่าหูฟังที่มาพร้อมกับฟีเจอร์ AEM จะมีฟีเจอร์ Noise Cancellation ที่ได้รับการออกแบบให้เข้ากับผู้ใช้งานแต่ละคนโดยเฉพาะ โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการส่งมอบคุณภาพเสียงที่ดีที่สุดให้แก่ผู้ใช้งานรายนั้น ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ที่มีเสียงรบกวนแค่ไหนและมีลักษณะทางกายภาพหรือพฤติกรรมการใช้งานหูฟังอย่างไร ที่สำคัญยังช่วยตัดรำคาญเรื่องที่เจ้าของหูฟังต้องมานั่งปรับระดับเสียงใหม่ในทุกครั้งที่หยิบหูฟังขึ้นมาใช้ด้วย

ทำความรู้จักหูฟังน้องใหม่ “HUAWEI FreeBuds 4” ที่มาพร้อมกับฟีเจอร์ตัดเสียงปฏิวัติวงการ “AEM”

สำหรับหูฟังแบบ Open-fit ตัวล่าสุดที่จะมาพร้อมกับเทคโนโลยี AEM ที่ว่านี้ก็คือ “HUAWEI FreeBuds 4” หูฟังไร้สาย สไตล์ Open-fit ซึ่งตัวหูฟังจะมาพร้อมกับฟีเจอร์เด่นอื่นๆ ที่จะช่วยดึงศักยภาพของเทคโนโลยี AEM ออกมาได้อย่างเต็มที่ ฟีเจอร์แรกคือระบบตัดเสียง ANC รุ่น 2.0 ที่ได้รับการอัปเกรดให้ส่งมอบงานตัดเสียงรบกวนได้ดีขึ้น ซึ่งเกิดขึ้นได้จากการลงทุนในด้านวิจัยและพัฒนา (R&D) อย่างต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยสามารถตัดเสียงรบกวนรอบข้างได้สูงสุด 25 เดซิเบล โดยสามารถเปิดปิด ANC ได้ง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส เพียงแตะค้างที่ก้านหูฟังข้างใดข้างหนึ่ง

HUAWEI FreeBuds 4 ยังมาพร้อมไดรเวอร์ขับเสียงขนาดใหญ่ 14.3 มิลลิเมตร ที่รองรับช่วงเสียงได้สูงถึง 40kHz ซึ่งถือว่าเป็นองค์ประกอบสำคัญสำหรับการใช้ควบคู่กับเทคโนโลยี AEM เพราะไดรเวอร์ขับเสียงขนาดใหญ่จะช่วยให้ได้เสียงดนตรีที่หนักแน่นคมชัดยิ่งขึ้น ส่งผลให้ตัวหูฟังสามารถส่งมอบประสบการณ์ตัดเสียงรบกวนภายนอกได้ดีขึ้นตามไปด้วย

นอกจากนี้แบตเตอรี่ของหูฟัง HUAWEI FreeBuds 4 ยังรองรับการใช้งานได้นานถึง 22 ชั่วโมง (พร้อมเคส) และใช้เวลาชาร์จเพียง 15 นาทีก็สามารถนำหูฟังไปใช้ได้นานถึงสองชั่วโมงครึ่ง ถือว่าเป็นโบนัสสำหรับสายเล่นหูฟังที่ไม่อยากเสียเวลารอชาร์จไฟแบบนานจนหลับ

ส่วนใครที่อยากลองนวัตกรรมตัดเสียงรบกวนแบบใหม่บนหูฟังแบบ Open-fit สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับหูฟัง HUAWEI FreeBuds 4 ได้ที่นี่ หรือสั่งซื้อได้ที่ HUAWEI Online Store

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/insight-into-the-most-advanced-technology-aem/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=insight-into-the-most-advanced-technology-aem