คลังเก็บหมวดหมู่: mobileocta

ดีแทคชวนมาทำความรู้จัก Cabin fever ผลกระทบทางจิตและภัยอื่นๆ ที่แฝงมากับการใช้เวลากับสื่อออนไลน์ที่มากเกินไป ในระหว่างกักตัวอยู่บ้านระหว่างการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

 

เด็กๆ ที่ติดอยู่ในบ้านเป็นเวลานาน อาจเผชิญภาวะที่เรียกว่า “Cabin fever” หรือสภาวะกดดันทางจิตใจที่ต้องอยู่แต่ในบ้าน เป็นความรู้สึกที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์ด้านลบและความทุกข์ที่เกิดจากการถูกจำกัดพื้นที่ ตลอดจนความหงุดหงิดใจ เบื่อหน่าย สิ้นหวัง หรือแม้กระทั่งมีพฤติกรรมที่ผิดปกติ กระสับกระส่ายและไม่มีสมาธิ ทั้งนี้ สิ่งที่จะช่วยให้เด็กๆ ผ่อนคลายภาวะ Cabin fever ได้ก็คือ การนอนและการออกกำลังอย่างถูกต้องและเหมาะสม ซึ่งพ่อแม่ผู้ปกครองมีบทบาทอย่างมากในการออกแบบกิจวัตรประจำวันที่ทำให้เด็กๆ มีวินัยในการใช้ชีวิตในแต่ละวันมากขึ้น

 

dtac

ดีแทคมี 5 ข้อแนะนำดีๆ มาฝากสำหรับพ่อแม่ผู้ปกครอง เพื่อการดูแลลูกหลานในช่วงอยู่บ้านยาวๆ ดังนี้

1.หมั่นพูดคุย อธิบายเหตุการณ์ด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย

พ่อแม่ผู้ปกครองสามารถช่วยให้ลูกหลานเข้าใจถึงสถานการณ์ด้วยการอธิบายข้อมูลที่แท้จริงด้วยภาษาที่เรียบง่ายและเหมาะสมกับวัยของเขา สิ่งนี้จะช่วยลดความสับสน ความโกรธ ความเศร้าและความกลัว ที่อาจเกิดจากการรับข่าวสารที่ถาโถมบนโลกออนไลน์ได้

2.ออกแบบกิจกรรมเพื่อการใช้เวลาอย่างมีคุณภาพ

ลูกหลานที่กักตัวอยู่ในบ้านส่วนใหญ่มักใช้เวลาไปกับสื่อออนไลน์เพื่อความบันเทิง ขณะเดียวกัน พ่อแม่ผู้ปกครองก็สามารถช่วยทำให้เวลาเหล่านั้นเป็นเวลาที่มีคุณภาพขึ้นได้ เช่นหรือ ช่วยเด็กๆ แบ่งเวลาทำกิจกรรมให้สมดุลกัน สำหรับกิจกรรมเพื่อความบันเทิงอย่างเกมออนไลน์หรือโซเชียลมีเดียกับกิจกรรมอื่นๆ ที่สามารถทำร่วมกับการวิดีโอคอลกับเพื่อนๆ ก็เป็นอีกทางเลือกที่ดี

3.ตรวจสอบข่าว-อย่าเชื่อข้อมูลอะไรง่ายๆ

เพราะข้อมูลต่างๆ หลั่งไหลผ่านสื่อออนไลน์มาถึงเราอย่างรวดเร็ว ซึ่งนั่นก็มาพร้อมกับความเสี่ยงของข่าวลือและข้อความที่ไม่เป็นความจริง ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่ของพ่อแม่ผู้ปกครองในการย้ำเตือนลูกหลานต่อการแยกแยะก่อนที่จะเชื่อข้อมูลใดข้อมูลหนึ่งบนโลกออนไลน์ โดยแหล่งข้อมูลควรมาจากพ่อแม้ผู้ปกครอง ผู้ใหญ่ และหน่วยงานที่เชื่อถือได้

4.หมั่นสังเกตพฤติกรรมลูกหลาน

ในช่วงที่เด็กๆ ใช้เวลาบนโลกออนไลน์เป็นเวลานาน ทำให้มีความเสี่ยงต่อการติดต่อกับบุคคลแปลกหน้าหรือผู้ไม่ประสงค์ดีมากขึ้น เพราะหลายครั้งการปล่อยเด็กไว้กับโลกออนไลน์โดยที่ไม่มีการควบคุมหรือตรวจสอบ อาจทำให้พวกเขารู้สึกเคว้งคว้างได้ ดังนั้น การให้เวลากับเด็กๆ จึงเป็นสิ่งที่ควรกระทำผ่านการพูดคุยและถามไถ่สารทุกข์สุขดิบ และควรแนะนำเด็กๆ ว่าหากพบเจอเหตุการณ์ที่ทำให้รู้สึกไม่สบายใจหรือหวาดกลัว ควรปรึกษาพ่อและหรือผู้ใหญ่ที่ไว้ใจได้ทันที

สำหรับเด็กบางคน อาจจะไม่แสดงพฤติกรรมที่ผิดแปลกไปจากการใช้สื่ออนไลน์ ดังนั้น การเข้าไปพูดคุยและใช้เวลากับเด็กๆ มากขึ้น จะทำให้พ่อแม่ผู้ปกครองสังเกตพฤติกรรมที่ผิดแปลกได้อย่างทันท่วงที

5.สร้างวินัยในการชีวิตในแต่ละวัน

สิ่งที่จะช่วยให้เด็กๆ ผ่อนคลายจากภาวะ Cabin fever ได้ก็คือ การนอนและการออกกำลังอย่างถูกต้องและเหมาะสม ซึ่งพ่อแม่ผู้ปกครองมีบทบาทอย่างมากในการออกแบบกิจวัตรประจำวันที่ทำให้เด็กๆ มีวินัยในการใช้ชีวิตในแต่ละวันมากขึ้น ซึ่งอาจหมายรวมตั้งแต่เวลาในการรับประทานอาหารจนถึงเล่นเกม โดยควรเลือกกิจกรรมที่ทำให้เด็กๆ มีความสุขและไม่เครียดจนเกินไป

นางอรอุมา ฤกษ์พัฒนาพิพัฒน์ ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานสื่อสารองค์กรและการพัฒนาที่ยั่งยืน บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า “ในภาวะอันยากลำบากเช่นนี้ ซึ่งมีเด็กๆ กว่า 5 ล้านคนที่ได้รับผลกระทบ หน้าที่ของพ่อแม่ผู้ปกครองที่สำคัญประการหนึ่งคือ การสร้างความเข้าใจและสร้างสมดุลต่อการใช้สื่อออนไลน์ในช่วงที่ต้องอยู่บ้านเป็นเวลานานๆ เพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพจิตของเด็กและความเสี่ยงอื่นๆ ที่ตามมากับโลกออนไลน์ ในช่วงปิดภาคเรียน ที่มีแนวโน้มว่า จำเป็นต้องขยายเวลาออกไปอีกนี้ จะมีวัยรุ่นที่ศึกษาอยู่ในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและปลายมากกว่า 5 ล้านคน ที่จะใช้เวลาอยู่หน้าจอนานมากกว่า 10 ชั่วโมงต่อวัน และจะเผชิญความเสี่ยงออนไลน์หลายรูปแบบ

ดีแทคได้จัดค่ายออนไลน์ Young Safe Internet Leaders Cyber Camp สำหรับวัยรุ่นอายุ 13 – 18 ปี เพื่อเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ให้เยาวชนได้ใช้เวลาได้อย่างมีประโยชน์และสนุกสนาน เยาวชนที่เข้าร่วมแคมป์จะได้เรียนรู้เรื่องภัยร้ายต่างในโลกออนไลน์ และเทคนิคที่ช่วยให้สามารถเป็นผู้นำรุ่นเยาว์ในการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภัยและสร้างสรรค์ จากวิทยากรที่มีชื่อเสียงมากมาย สามารถสมัครเข้าร่วมค่ายได้ที่ www.safeinternet.camp ตั้งแต่วันนี้ถึง 10 เมษายน 2563”

 

from:http://mobileocta.com/dtac-invites-you-to-get-to-know-cabin-fever/

SAMSUNG จัดโปรแรง ลดหนักสุด ร่วม LAZADA FLASH SALE วันนี้ถึง 15 เมษายน เท่านั้น!

 

ซัมซุง ส่งดีลแรง แซงทุกโปร ร่วมแคมเปญ LAZADA FLASH SALE ยกขบวนสมาร์ทโฟน แท็บเล็ด พร้อมอุปกรณ์เสริม ครบรุ่น ลดกระหน่ำ เพียง 9 วันนี้เท่านั้น เริ่มแล้ววันนี้ -15 เมษายน  รีบไป ช้อปเลยที่  SAMSUNG MEGA SHOP ที่ื LAZADA

 

Samsung

ทางไปช็อป >> https://bit.ly/2WJEK6G

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

คลิกช้อปสมาร์ทโฟน Samsung ได้ที่นี่ >>> http://bit.ly/2EOTbN5

 

from:http://mobileocta.com/samsung-launches-a-super-hard-promotion-to-join-lazada-flash-sale-today-until-15-april-only/

เปิดวิสัยทัศน์ CEO AIS นำพลานุภาพ 5G ร่วมแก้วิกฤติ COVID-19 เพื่อคนไทย

 

เอไอเอส โดยนายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ประกาศวิสัยทัศน์ ผู้นำด้านดิจิทัลไลฟ์เพื่อคนไทย เดินหน้าจัดทัพองค์กร ทุ่มสรรพกำลัง ทั้งเครือข่าย เทคโนโลยีสำคัญใหม่ล่าสุดอย่าง 5G และ พลังของ “คน” เอไอเอส ร่วมพาคนไทยฝ่าวิกฤติไวรัส COVID-19 ล็อคเป้านำ 5G สนับสนุนบริการทางการแพทย์ และงานสาธารณสุข

ด้วยศักยภาพของ 5G ที่มีพลานุภาพสูงมาก ทั้งในแง่ของอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง มีความเร็ว (Speed) การตอบสนองต่อการสั่งงานที่รวดเร็ว มีความหน่วง (Latency) ต่ำ พร้อมรองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์ IoT ที่หลากหลาย (IoT Connectivity)

จึงมีความเหมาะสมอย่างยิ่ง ที่จะนำมาประยุกต์ใช้เป็นโครงข่ายดิจิทัลพื้นฐานสำคัญต่อการปฏิบัติงานทางการแพทย์ ซึ่งเอไอเอสมีประสบการณ์การทดลองทดสอบ 5G ในอุตสาหกรรมต่างๆ รวมทั้งการแพทย์ จึงเชื่อมั่นว่า 5G จะเป็นส่วนหนึ่งที่ร่วมแก้ปัญหา พาประเทศก้าวพ้นวิกฤติ COVID-19

 

AIS

เปิด 3 ภารกิจ “AIS 5G สู้ภัย COVID-19” เพื่อคนไทย โดยใช้งบประมาณกว่า 100 ล้านบาท

1. ติดตั้งเครือข่าย 5G ใน 20 รพ. ที่รับตรวจและรักษาผู้ป่วย COVID-19 และกำลังขยาย Coverage 5G ให้ครอบคลุมพื้นที่ รพ. ในกทม.และปริมณฑลอีก 130 รพ. และในต่างจังหวัดอีก 8 รพ. รวมทั้งสิ้น 158 รพ. ภายในเดือนเมษายน 2563 เพื่อรองรับการปฏิบัติงานของเทคโนโลยีและโซลูชันส์ทางการแพทย์ ที่ต้องการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และการตอบสนองที่รวดเร็วอย่างยิ่ง 5G จึงเป็นโครงข่ายที่เหมาะสม เพราะทุกวินาทีมีความหมายต่อชีวิต นอกจากนี้ ยังพร้อมสนับสนุนระบบสื่อสาร ทั้ง AIS FIBRE, 4G, AIS Super WiFi และสมาร์ทดีไวซ์ เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการของรพ.

2. ผลักดันนวัตกรรมการแพทย์ในช่วงการระบาด COVID-19 ตั้งศูนย์เฉพาะกิจ AIS Robotic Lab ระดมนักวิจัยนักพัฒนาที่เชี่ยวชาญด้านดิจิทัล พัฒนาหุ่นยนต์ทางการแพทย์ 5G Telemedicine และโซลูชันส์งานบริการทางแพทย์ โดยทำงานร่วมกับ รพ. เพื่อให้สอดรับกับความต้องการเฉพาะของแต่ละรพ. พร้อมเปิดกว้างในการพัฒนาหุ่นยนต์ร่วมกับคนไทยทุกภาคส่วน

3. พัฒนาหุ่นยนต์ทางการแพทย์ 5G Telemedicine เวอร์ชั่นใหม่ ROBOT FOR CARE จำนวน 21 ตัว โดย AIS Robotic Lab ทยอยส่งมอบให้กับรพ. 20 แห่ง ที่รับตรวจและรักษาผู้ป่วย COVID-19 เพื่อให้หุ่นยนต์ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยหมอพยาบาล ตรวจคัดกรองคนไข้ ด้วยระบบอัจฉริยะ Thermoscan, ระบบปรึกษาทางไกลระหว่างคนไข้และหมอผ่าน VDO CALL โดยที่หมอกับคนไข้ไม่ต้องอยู่ในห้องเดียวกัน หรือสัมผัสใกล้กัน โดยสามารถบังคับหุ่นยนต์ให้เคลื่อนที่ผ่าน 5G ช่วยแบ่งเบาภาระ ลดการแออัด และลดเสี่ยงติดเชื้อทั้งผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์

“วิกฤติในครั้งนี้ ทุกคนมีส่วนร่วมในการนำประเทศชาติ ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปพร้อมกันได้ ผมเชื่อมั่นในศักยภาพของคนไทย ไม่ว่าจะอยู่ในบทบาทหน้าที่ใด เราต่างก็มีหัวใจเดียวกันที่พร้อมจะช่วยเหลือและประคับประคองให้บ้านเมืองเรา สามารถก้าวผ่านสถานการณ์นี้ไปได้

สำหรับเอไอเอสในฐานะภาคเอกชนซึ่งมีหน้าที่หลักในการดูแล “Digital Infrastructure” ที่ถือเป็นแพลตฟอร์มหัวใจสำคัญของทุกคน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มคนทำงานที่กำลังทำงานอยู่ที่บ้าน Working from home, นักเรียน นักศึกษา Learning from Home และสำคัญสุดคือ งานบริการสาธารณสุขและสาธารณูปโภคต่างๆ ที่ต้องรองรับการใช้ชีวิตประจำวันของพวกเรา ล้วนแล้วแต่ใช้ Digital Infrastructure เป็นสื่อกลางทั้งสิ้น

ผมเน้นย้ำเสมอว่า หน้าที่ของชาวเอไอเอสทุกคนที่คิดอยู่ในทุกลมหายใจ คือจะต้องรักษาเครือข่ายและบริการของเราอย่างดีที่สุด บริการของเราต้องต่อเนื่องด้วยคุณภาพมาตรฐานของเอไอเอสเช่นเดิม ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัส COVID-19 ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้

เรายังคงยืนหยัดและตั้งมั่นในฐานะ Digital life service provider for Thais เช่นเดิม ว่าเราจะทำหน้าที่ให้บริการลูกค้าอย่างดีที่สุด และพร้อมนำศักยภาพและขีดความสามารถต่างๆ ที่เรามีร่วมสนับสนุนภารกิจของประเทศให้ก้าวผ่านวิกฤตินี้ไปให้ได้นายสมชัย กล่าว

โดยเอไอเอสได้วางนโยบายการบริหารจัดการ และมาตรการช่วยเหลือ ดูแล เพื่อมอบความอุ่นใจและกำลังใจให้ลูกค้า คนไทย และพนักงานทุกคน ดังนี้

1. ดูแลลูกค้าอุ่นใจ

นับจากที่การแพร่ระบาดในประเทศเริ่มรุนแรงขึ้น เรามีแผนความพร้อมด้านเครือข่ายทั้ง Mobile และ Fibre รวมถึง ช่องทางบริการ Online เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ลูกค้า ไม่ต้องเดินทางออกจากบ้าน ตลอดจน แพ็กเกจ โซลูชันส์ สิทธิพิเศษ และคอนเทนต์บันเทิง เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตทุกด้าน โดยเตรียมแผน BCP – Business Continuity Plan ภายใต้เป้าหมายว่า ‘ลูกค้าทุกท่านจะต้องใช้บริการคุณภาพได้ดีเช่นเดิม’

การใส่ใจดูแลลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญ ต้องคิดอย่างรอบด้าน และทันต่อสถานการณ์ “ในช่วงแรกที่สถานการณ์เริ่มขยายตัว เอไอเอส ได้มอบความคุ้มครอง ประกันภัย COVID-19 ให้กับลูกค้าฟรีเป็นรายแรก จนกระทั่งในปัจจุบัน ซิมหลายแพ็คเกจของเราที่ขายในตลาดก็ยังมอบประกันภัยโควิดไปด้วยเช่นกัน และยังได้มอบความคุ้มครองนี้ให้กับพนักงานเอไอเอสทุกระดับ, คู่ค้า และช่างติดตั้ง AIS Fibre ซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติงานใน Touchpoint ที่อาจมีความเสี่ยงอีกด้วย

ขณะที่ แนวคิด Social Distancing ถูกนำมาใช้อย่างจริงจัง ด้วยวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป เราจึงได้จัดแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตและโซลูชัน AIS Working From Home โดยความร่วมมือเป็นเอ็กซ์คลูซีฟพาร์ทเนอร์กับ Microsoft เพื่อให้ลูกค้าสามารถทำงาน ทำธุรกิจ จากที่บ้าน ได้อย่างไร้รอยต่อ รวมทั้ง การสนับสนุนภาคการศึกษา ออก Student SIM cardแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตราคาประหยัด ให้นักเรียน นักศึกษา ได้เรียนหนังสือจากที่บ้าน

รวมไปถึงการมอบสิทธิพิเศษให้ลูกค้าเอไอเอสชมฟรี! ความบันเทิงบน AIS PLAY และกล่อง AIS PLAYBOXและยังได้ร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ผู้ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรี ยอดนิยมของคนไทย ได้แก่ foodpanda และ LINE MAN มอบส่วนลดสั่งอาหารและค่าส่ง ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในสถานการณ์นี้ให้สะดวกและอุ่นใจยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ยังได้เตรียมพร้อมบริการบนออนไลน์ ทั้งแอป my AIS, AIS Online Store และ AIS Contact Center ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ลูกค้าสามารถธุรกรรมต่างๆ ได้อย่างสะดวกเช่นเดิม

ในขณะเดียวกัน ยกระดับมาตรการดูแลความปลอดภัยลูกค้าและพนักงาน ที่ยังคงจำเป็นต้องมาใช้บริการที่ AIS SHOP ด้วยการติดตั้งแผงกั้นอะคริลิคใส ณ เคาน์เตอร์บริการ เพื่อปกป้องและเพิ่มระยะห่าง ระหว่างลูกค้าที่มารับบริการกับพนักงาน เพื่อลดความเสี่ยง และสร้างความอุ่นใจให้กับลูกค้า

2. ดูแลพนักงานอุ่นใจ

เป้าหมายอันดับ 1 ในการดูแลพนักงาน คือความปลอดภัยและสุขอนามัยของพนักงานทุกคน ตามมาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัดในระดับสูงสุด รวมถึง เน้นย้ำเรื่อง Social Distancing ในพื้นที่ส่วนรวมอย่างจริงจัง โดยมีการซักซ้อมแผน Business Continuity Plan เพื่อให้พนักงานทุกระดับ มีความเข้าใจในหลักการและพร้อมปฏิบัติงานภายใต้สถานการณ์ต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างแม่นยำ ตลอดจนสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง ไม่หยุดชะงัก พร้อมนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เอไอเอสนำเทคโนโลยีมาพลิกวิถีชีวิตการทำงานรูปแบบเดิม ทลายขีดจำกัด จากที่เราประกาศให้พนักงานทำงานจากที่บ้าน เพื่อลดการระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ตามนโยบายของประเทศ โดยพนักงานเอไอเอสกว่า 90% สามารถทำงานจากที่บ้านได้อย่างสะดวก ผ่านโปรแกรม Microsoft Office 365

ทำให้หลายคนได้ค้นพบทักษะใหม่ๆ ไอเดียใหม่ๆ ที่ในบางครั้งในช่วงเวลาปกติ อาจไม่มีโอกาสได้ทำขณะเดียวกัน ก็ยังมีทีมที่ต้องทำงานปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ อย่างทีม AIS Contact Center และ ทีมวิศวกรที่ช่วยดูแลเครือข่าย ก็ยังคงสับเปลี่ยนปฏิบัติงานดูแลลูกค้าให้ดีที่สุด ตลอด 24 ชั่วโมง

ในสภาวะเช่นนี้ ขวัญกำลังใจก็เป็นสิ่งสำคัญ บริษัทจึงเน้นการสื่อสารอย่างต่อเนื่องกับพนักงาน และขอบคุณพนักงานทุกคน ทุกตำแหน่งหน้าที่ ที่มุ่งมั่นในการทำงานอย่างไม่ลดละ ด้วยปณิธานเดียวกัน คือ เพื่อมอบบริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าเอไอเอสและคนไทย

3. ดูแลคนไทยอุ่นใจ ภายใต้ภารกิจ “AIS 5G สู้ภัย COVID-19”

การช่วยเหลือสังคม ถือเป็นภารกิจที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด ด้วยวิกฤตินี้ ยังไม่มีตำราเล่มไหนเคยเขียนบอกไว้ การรวมพลังสามัคคี เพื่อขบคิดแก้ปัญหาจึงเป็นเรื่องสำคัญที่สุด

พวกเรามุ่งมั่นทุ่มเทสรรพกำลัง ทั้งเครือข่าย นวัตกรรม และบุคลากร เข้ามาช่วยกันอย่างเต็มที่ โดยธงของเรา คือ การนำศักยภาพของ 5G เข้ามาช่วยสนับสนุนระบบสาธารณสุข และการแพทย์ ซึ่งเป็นกลุ่มบุคลากรที่เสียสละ เป็นหน้าด่านสำคัญที่สู้รบกับเชื้อไวรัส เราจึงอยากจะช่วยแบ่งเบาภาระ ลดงาน ลดความเสี่ยงให้หมอพยาบาล เพื่อให้ทุกท่านได้ช่วยดูแลประชาชนต่อไป

โดยแผนงาน เอไอเอสจะนำเครือข่าย 5G เข้าไปติดตั้งให้กับ รพ. 20 แห่ง ที่รับตรวจและรักษาผู้ป่วย COVID-19 พร้อมมอบหุ่นยนต์ทางการแพทย์ 5G Telemedicine จำนวน 21 ตัว ให้กับ รพ. ดังกล่าว โดยอยู่ระหว่างดำเนินการส่งมอบ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนเมษายน 2563 โดยมี รพ. ที่อยู่ระหว่างดำเนินการ ได้แก่ รพ. จุฬาลงกรณ์, รพ. ราชวิถี, รพ. ศิริราช, รพ. รามาธิบดี, รพ. วิชัยยุทธ, รพ. ศิริราชปิยมหาราชการุณย์, รพ. แพทย์รังสิต, รพ. พญาไท 1, รพ. พญาไท 2, รพ. พญาไท 3, รพ. พญาไทนวมินทร์, รพ. กรุงเทพคริสเตียน, รพ. พระราม 9, รพ. เปาโลเมโมเรียลพหลโยธิน (สะพานควาย), รพ. เปาโลเมโมเรียลโชคชัย 4, รพ. เปาโลเมโมเรียลสมุทรปราการ, รพ. เปาโลเมโมเรียลรังสิต, รพ. เปาโลเมโมเรียลเกษตร,กรมแพทย์ทหารเรือ และสถาบันบำราศนราดูร

และเตรียมขยาย Coverage 5G ให้ครอบคลุมพื้นที่ รพ. ในกทม.และปริมณฑลอีก 130 รพ. และในต่างจังหวัดอีก 8 รพ. รวมทั้งสิ้น 158 รพ. ภายในเดือนเมษายน 2563

รวมทั้ง ยังได้ระดมบุคลากรนักวิจัยและนักพัฒนาที่เชี่ยวชาญด้านดิจิทัล ทั้งคนเอไอเอสและพันธมิตร ตั้งศูนย์ “AIS Robotic Lab by AIS NEXT” ร่วมคิดค้นพัฒนาหุ่นยนต์ และโซลูชั่นส์เกี่ยวกับ 5G Telemedicine, Telehealth

ด้วยเล็งเห็นถึงประโยชน์ของหุ่นยนต์จะเข้ามาช่วยลดเสี่ยงในการสัมผัสใกล้ชิดกับคนไข้โดยตรง เพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการทางการแพทย์ ช่วยลดงาน ทำให้สามารถดูแลคนไข้ได้มากยิ่งขึ้น ผลงานแรกที่พัฒนาได้สำเร็จ คือ หุ่นยนต์ทางการแพทย์ 5G ในชื่อ ROBOT FOR CARE จำนวน 21 ตัว เตรียมส่งมอบให้กับ 20 รพ. ข้างต้น

นอกจากนี้ ยังมีการสนับสนุนอื่นๆ จากพลังของชาวเอไอเอส ที่เป็นเหมือนการส่งต่อกำลังใจให้นักรบเสื้อขาว หรือ บุคลากรทางการแพทย์ ตั้งแต่การมอบหน้ากาก (Mask) ที่กำลังขาดแคลนอย่างมาก, การมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ รวมถึงสนับสนุนช่องทางสื่อสารเพื่อให้คนไทยได้ส่งกำลังใจ และมีความตระหนักรู้ในการใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย ทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ ในช่วงวิกฤต COVID-19 ครั้งนี้

“เอไอเอสขอปวารณาตัว ร่วมเป็นกำลังสำคัญและแรงพลังในการสนับสนุนทุกภาคส่วน ปฏิบัติภารกิจเพื่อให้ประเทศกลับคืนสู่ภาวะปกติโดยเร็ว วันนี้ ทุกฝ่ายต่างแข็งขันร่วมมือร่วมใจกันในหลายบทบาทหน้าที่ต่างกันไป ทำให้เห็นว่าคนไทยมีน้ำใจช่วยเหลือกันในยามยากลำบาก แล้วเราจะจับมือกันฟันฝ่าผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปด้วยกันอย่างแน่นอน” นายสมชัย

 

from:http://mobileocta.com/open-the-vision-of-the-ceo-ais-brings-5g-power-together-to-solve-the-covid-19-crisis-for-thai-people/

พร้อมจำหน่ายแล้ว JBL Tune 220TWS หูฟัง True Wireless Earbuds เปิดตัวด้วยสีดำ Black Edition พร้อมโปรโมชั่นสุดว้าว!!

 

ใหม่!! JBL Tune220TWS หูฟัง True Wireless Earbuds เปิดตัวด้วยสีดำ Black Edition ที่ match กับเสื้อผ้าไหนก็ง่าย แฟชั่นไหนก็รอด ใส่ฟังเพลงได้นานไม่ล้าหู คุณภาพเสียงเบสเน้นๆ ด้วย JBL Pure Bass Sound ที่มาพร้อมกับ Bluetooth 5.0 ฟังเพลงได้ ไม่มีดีเลย์ ใช้งานได้สูงสุด 19 ชั่วโมง

 

Mahajak

พบกับโปรเปิดตัวสุดคุ้ม!! ซื้อ JBL Tune 220 TWS (Black Edition) รับไปเลย JBL Go2 ลำโพงบลูทูธพกพา กันน้ำ ยอดฮิต (มูลค่า 1,490 บาท)* บอกเลยว่าคุ้มมาก

*เฉพาะการสั่งซื้อจากโชว์รูมมหาจักรฯ สำนักงานใหญ่ สุขุมวิท 3 (นานาเหนือ) เท่านั้น

โปรโมชั่นนี้ ตั้งแต่ วันที่ 7 เม.ย. 2563 – 21 เม.ย. 2563

โทรสั่งเลย! โชว์รูมมหาจักรฯ สำนักงานใหญ่ สุขุมวิท 3 (นานาเหนือ) (เวลาทำการ จันทร์-ศุกร์ 8.30-18.00 น.)
โทร 082-0040088, 097-1582241, 063-9422888 และ 091-6542564

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง inbox FB Mahahaklife : http://m.me/MahajakLifestyle

*เงื่อนไข

• ระยะเวลาโปรโมชั่น วันที่ 7 เมษายน 2563 – วันที่ 21 เมษายน 2563
• เฉพาะสินค้าที่ร่วมรายการเท่านั้น
• เฉพาะเมื่อสั่งซื้อสินค้าจาก โชว์รูมมหาจักรฯ สำนักงานใหญ่ สุขุมวิท 3 (นานาเหนือ) เท่านั้น
• สินค้าใน www.mahajaklife.com ไม่ร่วมรายการ
• สินค้าของแถมไม่สามารถเลือกสีได้
• สินค้าของแถมมีให้เฉพาะลูกค้า 200 ท่านแรกเท่านั้น (หากครบจำนวนจะมีการแจ้งให้ทราบทาง FB Mahajaklife)
• เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด
• บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงโดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด โทร.02-2560020
หรือ www.mahajak.com

 

from:http://mobileocta.com/now-available-for-jbl-tune-220tws-true-wireless-earbuds/

ติดเน็ต 3BB สุดแรง แล้วดูหนัง HBO GO สุดปัง ได้จากหลากหลายอุปกรณ์

 

หลังจากเปิดให้บริการไปแล้วกับแพ็กเกจ 3BB GIGATainment ที่มาพร้อมกับความบันเทิงยกแพ็กทั้ง HBO GO และ MONOMAX  ซึ่งได้รับการตอบรับจากลูกค้าแบบดีเกินคาด

แต่สำหรับคนที่ยังลังเลและหาข้อมูลกันอยู่ว่า HBO GO จะสู้กับ On Demand Streaming เจ้าอื่นๆได้หรือไม่ เพื่อไม่ให้เกิดการลังเลกันอีกต่อไป วันนี้มาดูกันว่า 3BB GIGATainment + HBO GO มีทีเด็ดและเหนือกว่าจริง อย่างไร?..

 

ก่อนอื่นต้องขอบอกว่า HBO GO ไม่ได้เป็นเพียง On-Demand Streaming  อย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังมีบริการ Live TV ช่องทีวีคุณภาพที่มีถึง 6 ช่อง ให้เลือกชมกันได้ตามรสนิยมของแต่ละคน  ได้แก่ HBO, Cinemax, HBO Family, HBO Signature, HBO Hitz และ Red by HBO สรุปว่าจัดเต็มทั้งแบบ Live stream และ On-Demand

มาดูด้านเนื้อหา ยิ่งไม่ต้องพูดเยอะ เพราะเป็นที่ยอมรับกันอยู่แล้วว่าเป็นอันดับ 1 ระดับ World Class จริงๆ ไม่ว่าจะเป็นการนำหนังฮอลลีวูดบล็อกบัสเตอร์ที่มีให้ชมได้ที่นี่ที่เดียว หรือจะเป็นออริจินัล คอนเทนต์ที่ยิ่งใหญ่ อัดแน่นไปด้วยคุณภาพ กล้าทำกล้าแตกต่าง อลังการและทุ่มทุนสร้างทั้งด้านงบประมาณและโปรดักชั่น

อย่างเช่นซีรีส์ที่โด่งดังและรู้จักกันทั่วโลก ได้แก่ มหากาพย์ยิ่งใหญ่อย่าง Game of Thrones ที่ยังไม่มีซีรีส์เรื่องไหนมาลบสถิติความนิยมได้ หรือ Westword ที่ตอนนี้เดินทางมาถึงซีซั่น 3 และกำลังเป็นที่ชื่นชอบเช่นเดียวกัน  ซีรีส์เรื่องต่างๆเหล่านี้ ลูกค้าสามารถรับชมได้เวลาเดียวกับที่ออกอากาศในสหรัฐอเมริกา เรียกได้ว่าอินข้ามโลกแบบไม่มีข้อจำกัด

ส่วนช่องทางการรับชม ซึ่งหลายคนกังวลว่าจะดูคอนเทนต์ได้เต็มอิ่มเต็มตาหรือไม่ ขอบอกว่า HBO GO ไม่ได้มาเล่นๆ เพราะนอกจากจะขนคอนเทนต์มาแบบหลากหลายแล้ว ยังพร้อมเสิร์ฟความบันเทิงได้ทุกที่ ทุกเวลาผ่าน devices ที่ครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ส่วนตัว  แท็บเล็ต สมาร์ทโฟน

นอกจากนี้ยังสามารถ Cast  จากมือถือขึ้นจอ Smart TV ที่มีฟังก์ชั่น Chromecast Builtin หรือผ่านอุปกรณ์ที่รองรับ Chromecast  รวมทั้งผ่าน AppleTV (TVOS 11-13) โดยการใช้ AirPlay ได้อีกด้วย จึงไม่ต้องกังวัลกับช่องทางการรับชม HBO GO อีกต่อไป

เพียงเท่านี้ ก็คงคุ้มค่าที่สุดแล้วที่จะสมัครแพ็กเกจ 3BB GIGATainment เน็ตแรงระดับ 1 Gbps. เพียงควักกระเป๋าจ่ายเพิ่มจากเดิม 39 บาท เท่านั้น ก็ได้รับชมคอนเทนต์จัดเต็มของ HBO GO และ MONOMAX ทันที คงไม่ต้องลังเลอีกแล้วกับความคุ้มค่าแบบนี้ จัดเลยง่ายๆ ผ่านแอพ 3BB Member สอบถามเพิ่มเติม โทร 1530

 

from:http://mobileocta.com/addicted-to-the-hottest-3bb-internet-watch-hbo-go-movies-from-a-variety-of-devices/

ซัมซุงแนะนำ 2 สมาร์ทดีไวซ์สุดครบเครื่องที่ธุรกิจยุคใหม่ต้องมีในเวลานี้

 

ก่อนที่ Work from home จะกลายเป็นแบบแผนใหม่ของการทำงานในช่วงเวลานี้ หลายๆ องค์กรอาจคุ้นเคยกับการให้พนักงานทำงานจากที่ไหนก็ได้ หรือ Remote Working ซึ่งเป็นรูปแบบการทำงานที่เน้นประสิทธิภาพและผลลัพธ์ โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้สามารถ Monitor และ Report ถึงกันได้ทันทีโดยไม่ต้องเข้าออฟฟิศ

ซึ่งแนวคิดนี้กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจสตาร์ทอัพ รวมถึงองค์กรชั้นนำระดับโลกอย่าง Google หรือ Amazon ซึ่งมีข้อดีคือการลดเวลาในการทำงานและยังช่วยพัฒนาประสิทธิภาพการทำงาน และกระตุ้นให้เกิดความคิดที่สร้างสรรค์มากขึ้นอีกด้วย

 

Samsung

หลายปีมานี้บริษัทต่างๆ เริ่มเปิดโอกาสให้พนักงานเข้าถึงข้อมูลของบริษัท เช่น อีเมล์ ตารางงาน หรือเอกสารต่างๆ ผ่านอุปกรณ์ส่วนตัวอย่างสมาร์ทโฟน เพื่อเปิดโอกาสให้กับ ‘การทำงานที่ยืดหยุ่น’ ทุกที่ทุกเวลา

โดยผลสำรวจของบริษัทวิจัยด้าน B2B ชั้นนำอย่าง Clutch ชี้ให้เห็นว่าพนักงานมากกว่า 2 ใน 3 ใช้อุปกรณ์ส่วนตัว (ที่ผ่านการรับรองจากบริษัท) ในการทำงาน แต่มีพนักงานเพียงไม่ถึงครึ่งที่ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการใช้อุปกรณ์ส่วนตัวในการทำงาน[1] ซึ่งเป็นความจริงที่ท้าทายต่อความปลอดภัยของข้อมูลอันมีค่าของบริษัทเป็นอย่างยิ่ง

นอกจากความกังวลด้านความปลอดภัยแล้ว องค์กรยังอาจพบปัญหาอื่นๆ จากการใช้อุปกรณ์ส่วนตัวของพนักงาน ไม่ว่าจะเป็น สเปคไม่เพียงพอต่อการทำงาน ปัญหาความเข้ากันได้กับซอฟท์แวร์ของบริษัท หรือขอบเขตในการติดตามและควบคุมการเข้าถึงเครือข่ายของบริษัทและส่วนตัว

เช่น ในกรณีที่อุปกรณ์เกิดการสูญหายหรือถูกโจรกรรม องค์กรสามารถสั่งล็อกหรือลบข้อมูลทั้งหมดบนอุปกรณ์เมื่อเกิดเหตุได้หรือไม่ ปัญหาต่างๆ ดังกล่าว ทำให้หลายองค์กรยังตัดสินใจที่จะให้พนักงานใช้อุปกรณ์ขององค์กร ซึ่งในอดีตมีเพียงคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปเท่านั้น

แต่ปัจจุบันด้วยรูปแบบการทำงานที่หลากหลายอย่างเช่น Remote working ดังกล่าวข้างต้น รวมถึงการเติบโตของโมบายเทคโนโลยีและคลาวด์ทำให้ สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตก็เป็นอุปกรณ์ที่องค์กรต่างๆ จัดหาให้กับพนักงานโดยเฉพาะในระดับปฏิบัติการ (Frontline workers) ได้นำมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ในขณะที่บริษัทยังคงสามารถควบคุมในเรื่องต่างๆ ได้เป็นอย่างดี

Galaxy XCover Pro สมาร์ทโฟนที่ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน Remote Working สำหรับทุกธุรกิจ

จากการศึกษาพฤติกรรมการใช้งานสมาร์ทโฟนของพนักงานระดับปฏิบัติการในหลากสาขาอาชีพ พบว่าพนักงานส่วนมากไม่สะดวกพกพาอุปกรณ์หลายๆ ชิ้น ในขณะที่ยังต้องการอุปกรณ์ทำงานที่มีขนาดกะทัดรัดและมีดีไซน์ทันสมัยซี่งหาไม่ได้ในกลุ่มอุปกรณ์สำหรับองค์กรโดยทั่วไป จาก Customer Pain Point เหล่านี้

ซัมซุงจึงได้นำมาพัฒนาสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่คือ Galaxy XCover Pro เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าองค์กรที่กำลังมองหาสมาร์ทดีไวซ์เครื่องเดียวที่ทำงานได้ทุกประเภท ครบครันไปด้วยโซลูชั่นสำหรับธุรกิจ และมีความยืดหยุ่นในการใช้งานในทุกสถานการณ์ เรียกได้ว่าเป็นสมาร์ทโฟนสำหรับยุค Remote Working อย่างแท้จริง

แม้จะมีดีไซน์ที่สวยงามพรีเมี่ยม แต่ Galaxy XCover Pro ยังมาพร้อมคุณสมบัติด้านความทนทาน ด้วยวัสดุที่ได้รับมาตรฐาน U.S. military standard MIL-STD-810G สามารถกันความร้อน การกระแทก (ผ่านการทดสอบ Drop Test ที่ระยะ 1.5 เมตร) กันน้ำกันฝุ่นที่ระดับ IP68 และยังใช้งานได้ยาวนานตลอดวันด้วยแบตเตอรี่ความจุ 4,050 mAh ที่สามารถถอดเปลี่ยนได้ นอกจากนี้ยังสามารถชาร์จเร็วได้ผ่าน USB-C หรือจะชาร์จผ่าน Pogo Pin ซึ่งเหมาะสำหรับการชาร์จอุปกรณ์จำนวนมาก

Galaxy XCover Pro มีปุ่มลัดสำหรับใช้เปิดโปรแกรมได้สองปุ่ม ซึ่งสามารถตั้งค่ารูปแบบการทำงานได้ ฟีเจอร์ที่สำคัญที่สามารถใช้งานผ่านปุ่มลัดนี้ เช่น Push-to-talk ซึ่งใช้งานแบบเดียวกับวิทยุสื่อสาร[2] หรือ การส่ง SMS ผ่านฟีเจอร์ Voice to text message เพียงกดปุ่มและพูด ระบบก็จะทำการส่ง SMS ไปยังปลายทาง[3] นอกจากนี้ยังมีระบบทัชสกรีนขั้นสูงที่รองรับการใช้งานในสภาวะเปียกน้ำหรือแม้กระทั่งในขณะที่ใส่ถุงมืออยู่

ด้านความปลอดภัย Galaxy XCover Pro มาพร้อม Samsung Knox แพลตฟอร์มด้านความปลอดภัยที่ใช้เทคโนโลยีเทียบเท่าหน่วยงานความมั่นคง พร้อมระบบการยืนยันตัวตนทั้งการสแกนใบหน้าและการสแกนลายนิ้วมือ เหมาะสำหรับทุกสภาพการใช้งาน

นอกจากนี้ Galaxy XCover Pro ยังมาพร้อมโมบายโซลูชั่นจากพาร์ทเนอร์ชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็น ไมโครซอฟท์ Infinite Peripherals, KOAMTAC, Scandit และ วีซ่า ช่วยให้การทำงานในทุกฟังก์ชั่นและทุกอุตสาหกรรมทำได้ครบ จบในเครื่องเดียว

Galaxy Tab Active Pro แท็บเล็ตพันธุ์อีด ที่พร้อมลุยในทุกสถานการณ์

 

หลายครั้งที่เราต้องทำงานนอกสถานที่และเจอกับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน การมีอุปกรณ์ที่สามารถพร้อมลุยไปกับเราในทุกสถานการณ์ย่อมเป็นเรื่องดี Galaxy Tab Active Pro จากซัมซุงอาจจะเป็นคำตอบให้หลายธุรกิจที่กำลังมองหาสมาร์ทดีไวซ์สำหรับการทำงานในหลากหลายสถานการณ์ตั้งแต่การออกไปประชุมพบปะลูกค้าไปจนถึงการออกไปไซต์งาน

นอกจากความทนทานและการกันน้ำกันฝุ่นในระดับเดียวกับ Galaxy XCover Pro แล้ว แท็บเล็ตรุ่นนี้ยังสามารถใช้งานได้ทั้ง Wet Mode และ Glove Mode เช่นเกียวกัน และมาพร้อมขนาดหน้าจอใหญ่ 10.1 นิ้ว แบตเตอรี่ใช้ได้ยาวนานต่อเนื่อง 15 ชั่วโมง (7600 mAh) สามารถถอดเปลี่ยนได้ มีตัวเลือกในการชาร์จไฟผ่าน POGO Pin ได้ โดยสามารถวางลงบนแท่นชาร์จเพื่อชาร์จไฟได้เลย ไม่ต้องทำการเสียบสายต่างๆ และเตรียมหัว Interface ที่มีความหลากหลายและใช้ปลั๊กไฟจำนวนมากอีกต่อไป

Galaxy Tab Active Pro ยังมาพร้อมปากกา S-Pen และยังการรองรับ Samsung DeX ได้เช่นเดียวกับ Smartphone รุ่นแฟลกชิป ที่จะทำให้ผู้ใช้งานสามารถเชื่อมต่อ Galaxy Tab Active เข้ากับจอคอมพิวเตอร์และใช้งานแอปพลิเคชั่น ต่างๆ ได้ด้วยประสบการณ์แบบเดียวกับการใช้งานคอมพิวเตอร์ ช่วยให้ทำงานด้านการประมวลผลข้อมูลหรือจัดการเอกสารทำได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้นกว่าเดิม

ซัมซุงยังให้ความสำคัญกับกล้องบน Galaxy Tab Active Pro โดยเป็นความละเอียดสูงพร้อมหน่วยประมวลผลที่ทรงพลัง รองรับงาน Augmented Reality ได้ ช่วยให้ธุรกิจมีทางเลือกในการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานด้วยการผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ Galaxy Tab Active Pro สามารถอ่านข้อมูล NFC ได้ในตัว ซึ่งถือว่าโดดเด่นกว่าแท็บเล็ตรุ่นอื่นๆ ในตลาด ทำให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้งานได้หลากหลาย เช่น การอ่านข้อมูล การตรวจสอบบัตรพนักงาน ไปจนถึงการประยุกต์นำไปใช้เป็น Mobile Point-of-Sale หรือ mPOS เพื่อทำการรับเงินผ่านบัตรเครดิตแบบ Contactless ที่รองรับ NFC ได้ เป็นอีกทางเลือกที่สะดวกและง่ายดายสำหรับร้านค้าและร้านอาหาร

สำหรับผู้ที่สนใจโซลูชันด้านการนำสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตสำหรับนำไปใช้งานกับธุรกิจ หรือระบบบริหารจัดการอุปกรณ์เหล่านี้ให้มีความมั่นคงปลอดภัยและกำหนดค่าการใช้งานต่างๆ ได้จากศูนย์กลาง สามารถติดต่อทีมงาน Samsung Business ได้ทันทีที่โทร 02-118-1000 หรืออีเมล์ b2b_thailand@samsung.com หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ของ Samsung Business ได้ที่ https://www.samsung.com/th/business/

คลิกช้อปสมาร์ทโฟน Samsung ได้ที่นี่ >>> http://bit.ly/2EOTbN5

 

from:http://mobileocta.com/samsung-introduced-the-2-smart-devices-that-modern-businesses-must-have-at-this-time/

HOHOR 30 และ 30 Pro ผ่านการรับรองจาก TENAA แล้ว พร้อมเผยสเปก ก่อนเปิดตัว 15 เมษายนนี้

 

HONOR มีคิวจะเปิดตัว HONOR 30 Series ว่าที่สมาร์ตโฟนเรือธงรุ่นใหม่ในวันที่ 15 เมษายนนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้มีภาพเรนเดอร์ของ HONOR 30 ที่เผยให้เห็นเฉพาะด้านหลังที่ติดตั้งกล้อง 4 ตัว โดยเลนส์หลักมีความละเอียด 50 ล้านพิกเซล และใช้เซ็นเซอร์ Sony IMX700

ล่าสุด HONOR 30 และ 30 Pro ได้ผ่านการรับรองจาก TENAA พร้อมเผยสเปกออกมาใหเห็นกันแล้ว

 

Honor 30 Series

เว็บ TENAA หรือหน่วยงานกำกับกิจการโทรคมนาคมของประเทศจีนได้เผยข้อมูลสเปกของของ HONOR 30 และ 30 Pro โดยสมาร์ตโฟนทั้ง 2 รุ่นจะมีรูปลักษณ์ดีไซน์ภายนอกและสเปกบางส่วนที่คล้ายกัน

สำหรับสเปกที่ต่างกันคือ กล้องหลังของ HONOR 30 Pro ที่มาพร้อมกล้องหลักความละเอียด 50 ล้านพิกเซล ขณะที่ HONOR 30 จะมาพร้อมกล้องหลักความละเอียด 40 ล้านพิกเซล

ส่วนกล้องหน้าจะมีความละเอียดเท่ากันคือ 32 ล้านพิกเซล ในส่วนของชิปเซ็ท HONOR 30 Pro จะใช้ชิปเซ็ท Kirin 990 5G ส่วน HONOR 30 จะใช้ชิปเซ็ท Kirin 985

ส่วนสเปกที่เหมือนกันคือ หน้าจอแสดงผลแบบ OLED ความละเอียด FHD+, ใช่แบตเตอรี่ความจุ 3,900mAh และรองรับ 5G โดย HONOR 30 จะมีหน่วยความจำ RAM 8GB และหน่วยความจำภายนอก 128GB/256GB

ในขณะที่ HONOR 30 Pro จะมีหน่วยความจำ RAM 8GB/12GB และหน่วยความจำภายนอก 128GB/256GB

อย่างไรก็ดี ทางเว็บ TENAA ยังไม่ได้เผยภาพตัวเครื่องของ HONOR 30 และ 30 Pro ซึ่งคาดว่าจะปรากฎให้เห็นภายในอีกวันสองวันนี้ 

ที่มา : Gsmarena

คลิกช้อปสมาร์ทโฟน Honor ที่นี่ >>> http://bit.ly/2PPwmMD

 

from:http://mobileocta.com/honor-30-honor-30-pro-appear-on-tenaa-with-full-specs/