คลังเก็บหมวดหมู่: itreborn

Philips Soundbars รุ่นใหม่ที่นำคุณไปสู่ระบบโฮมเธียร์เตอร์ที่สมบูรณ์แบบ เพิ่มประสบการณ์ในการรับชมด้วยซาวนด์บาร์ที่เพรียวบาง ที่ให้รายละเอียดเสียงอย่างครบถ้วน พร้อมซับวูเฟอร์แบบไร้สาย

legoelectric.com/wp-content/uploads/2017/03/phi...

จุดเด่นผลิตภัณฑ์

                    • ซับวูเฟอร์ ไร้สาย ดีไซน์บาง
                    • รองรับระบบเสียง Dolby
                    • ดีไซน์สวยงาม พร้อมขนาดที่กะทัดรัด
                    • ติดตั้งได้หลายรูปแบบ ใช้งานได้หลายอุปกรณ์
                    • ควบคุมการทำงานง่ายจากรีโมตทีวี
                    • ราคา: Philips TAPB603 (12,990 บาท) ; Philips HTL3310 (7,990 บาท)
                    • วางจำหน่ายที่: Powerbuy และ Powermall

Philips Soundbars รุ่นใหม่ที่นำคุณไปสู่ระบบโฮมเธียร์เตอร์ที่สมบูรณ์แบบ

เพิ่มประสบการณ์ในการรับชมด้วยซาวนด์บาร์ที่เพรียวบาง ที่ให้รายละเอียดเสียงอย่างครบถ้วน พร้อมซับวูเฟอร์แบบไร้สาย

กรุงเทพ ประเทศไทย, 30 มิถุนายน 2563 – Philips TAPB603 และ HTL3310 Soundbar พร้อมซับวูเฟอร์ อุปกรณ์ที่ช่วยอัปเกรดทีวีและระบบเสียงของคุณไปสู่ประสบการณ์การรับชมภาพยนตร์ในบ้านได้อย่างสมจริง คุณจะเพลิดเพลินไปกับเสียงที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น พร้อมด้วยเสียงเบสที่ลงลึกกว่า ไม่ว่าคุณจะตื่นเต้นกับฉากการต่อสู้ในอวกาศหรือดื่มด่ำกับช่วงเวลาที่มีอารมณ์สุนทรี ซับวูเฟอร์ไร้สายบางเฉียบทำให้การติดตั้งดูดีและทำให้บ้านของคุณเรียบร้อย การสร้างเสียงที่ไร้ที่ติของระบบ Dolby Digital ช่วยยกประสบการณ์การรับฟังไปสู่ความสมจริง ไม่ว่าคุณกำลังรับชมหรือรับฟังอะไรอยู่ก็ตาม

TAPB603, 300 W พร้อมรองรับ Dolby Atmos 3.1

ไม่ว่าจะเป็นการรับชมภาพยนตร์ หรือการรับชมกีฬา พลังเสียง 300W ที่รองรับ Dolby Atmos ของ Philips TAPB603 และชุดซับวูเฟอร์ไร้สาย จะช่วยให้คุณได้รับฟังเสียงที่มีความชัดเจน มีรายละเอียดอย่างครบถ้วน คุณจะรู้สึกและสัมผัสความสมจริงของเสียงปืนเลเซอร์ หรือเสียงคำรามของเครื่องยนต์ ด้วยระบบเสียง Dolby Atmos 3.1 ที่สามารถให้รายละเอียดของเสียงสูง และความลึกของเสียงเบส พร้อมสร้างเสียงเซอร์ราวด์สามมิติที่เสมือนจริง ซับวูเฟอร์ไร้สายขนาดเล็กที่ทรงพลังและเพรียวบางช่วยเพิ่มเสียงเบสอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้นคุณสามารถที่จะได้ยินเสียงระเบิดดังกึกก้อง และเมื่อฟังเพลงก็จะให้พลังเสียงที่ลึกและหนักแน่น ไม่ว่าจะเป็นฉากของยานอวกาศที่กำลังบินอยู่เหนือศีรษะ หรือเสียงของผู้คนในที่เกิดเหตุ เสียงจากลำโพงชุดนี้จะช่วยให้คุณรู้สึกประทับใจไปกับตัวละครที่ผ่านไปมารอบตัวคุณ นอกจากนี้ลำโพงเสียงกลางของ TAPB603 ก็ยังให้เสียงพูดมีความคมชัดและสมดุลอย่างสวยงามทำให้คุณได้ยินทุกถ้อยคำได้อย่างชัดเจนไม่ว่าคุณจะนั่งฟังอยู่ตรงไหน

TL3310, 2.1 channels กำลังขับ 160 W พร้อมซับวูเฟอร์ไร้สาย

Philips TL3310 Soundbar ขนาดกะทัดรัดและซับวูเฟอร์ไร้สาย สามารถเติมเต็มพลังเสียงให้กับห้องของคุณด้วยกำลังขับขนาด 160 W สองช่องทาง ปลดปล่อยเสียงของภาพยนตร์และรายการที่คุณชื่นชอบ เพื่อให้คุณได้ดื่มด่ำกับรายการและภาพยนตร์ที่คุณโปรดปราน ลำโพงชุดนี้นี้ยังสนับสนุนเทคโนโลยีระบบเสียงรอบทิศทาง Dolby Digital เพื่อการขยายเวทีเสียงให้กว้างขึ้น และให้คุณเต็มอิ่มกับประสบการณ์เสียงที่ดีขึ้นไปอีกระดับ

รองรับการใช้งานหลายอุปกรณ์และควบคุมง่าย

TAPB603 และ TL3310 รองรับวิธีการเชื่อมต่อและควบคุมได้หลายวิธี รวมถึงรองรับแหล่งสัญญาณเสียงได้มากมาย รวมถึงการเชื่อมต่อผ่าน HDMI, Audio-in, USB, Bluetooth และอื่น ๆ ช่องรับสัญญาณ HDMI เป็นแบบ Pass-through 4K ให้คุณเชื่อมต่อแหล่งวิดีโอ 4K โดยตรงกับซาวนด์บาร์ เมื่อรับชมทีวีหรือภาพยนตร์จบแล้ว คุณสามารถเปลี่ยนให้ซาวนด์บาร์ นี้ไปเชื่อมต่อกับ Bluetooth เพื่อเล่นเพลงจากเพลย์ลิสต์บนสมาร์ทโฟน หรือจะใช้เล่นเพลงจาก USB โดยตรง ทำให้คุณได้เพลิดเพลินไปกับเสียงที่หลากหลายผ่านซาวน์ดบาร์เพียงตัวเดียว การควบคุมระยะไกลผ่านรีโมตช่วยให้คุณสามารถใช้รีโมตเพียงตัวเดียวสำหรับการควบคุมทั้งซาวนด์บาร์ ทีวี และอุปกรณ์เสียงอื่น ๆ ที่ใช้งานร่วมกันได้ทั้งหมด

สุดยอดพลังเสียงจากดีไซน์ที่เพรียวบาง

ทั้ง TAPB603 และ TL3310 มีจุดเด่นอยู่ที่ซาวนด์บาร์ที่เพรียวบาง ได้รับการออกแบบให้มีเหลี่ยมมุมที่เรียบง่ายและสวยงาม และด้วยดีไซน์ในลักษณะนี้ช่วยให้สามารถติดตั้งและใช้งานได้กับทุกห้องภายในบ้าน สำหรับการติดตั้งสามารถใช้ได้ทั้งแบบยึดติดผนัง หรือจะวางบนพื้นโต๊ะทีวีหรือพื้นผิวเรียบ ๆ ก็ใช้งานได้ นอกจากนี้การออกแบบให้ซับวูเฟอร์แบบไร้สายที่มีขนาดกะทัดรัดแต่ทรงพลังก็ยิ่งทำให้ง่ายต่อการติดตั้ง

ราคาและการวางจำหน่าย

Philips TAPB603 พร้อมวางจำหน่ายในราคา 12,990 บาท และ Philips HTL3310 วางจำหน่ายในราคา 7,990 บาท

มีจำหน่ายที่ Powerbuy และ Powermall.

ข้อมูลเพิ่มเติมของ Philips TAPB603 และ Philips HTL3310

เกี่ยวกับ TP Vision

TP Vision Europe B.V. (‘TP Vision’) ได้รับการจดทะเบียนในประเทศเนเธอร์แลนด์โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองอัมสเตอร์ดัม TP Vision เป็น บริษัท ในเครือของ TPV Technology Limited (‘TPV’) ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตจอภาพและทีวีชั้นนำของโลก

TP Vision เป็นผู้นำของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภคทั้งทีวีและความบันเทิงด้านเสียง TP Vision มุ่งเน้นไปที่การพัฒนาการผลิตและการตลาดชุดทีวีแบรนด์ Philips (ใน ยุโรป, รัสเซีย, ตะวันออกกลาง, อเมริกาใต้, อินเดียและประเทศที่เลือกในเอเชียแปซิฟิก) และผลิตภัณฑ์เครื่องเสียงแบรนด์ Philips (ทั่วโลก) ภายใต้ลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้าของ Koninklijke Philips NV เรารวมแบรนด์ Philips ที่แข็งแกร่งเข้ากับการพัฒนาผลิตภัณฑ์และความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบ ความเป็นเลิศในการปฏิบัติงาน เราเชื่อมั่นในการสร้างผลิตภัณฑ์ที่มอบประสบการณ์เสียงและภาพที่เหนือกว่าสำหรับผู้บริโภค

from:https://www.it-reborn.com/philips-soundbars-%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%aa%e0%b8%b9/

เอเซอร์ แนะนำคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊กรองรับระบบปฏิบัติการ Chrome และ Windows

เอเซอร์ แนะนำคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊กรองรับระบบปฏิบัติการ Chrome และ Windows

รับการเรียนการสอนออนไลน์พร้อมหนุนพาร์ทเนอร์ในโปรแกรมพิเศษซัพพอร์ตภาคการศึกษา

กรุงเทพฯ, 22 มิถุนายน 2563 – เพราะปัจจุบันรูปแบบการเรียนการสอนทำได้มากกว่าแค่ในห้องเรียน ความต้องการซื้อสินค้าไอทีเพื่อรองรับกับการเรียนการสอนมีปรากฎชัดเจน ความคุ้มทุนของสินค้าที่ต้องการทั้ง สเปค ดีไซน์ ความสะดวกในการพกพา ประสิทธิภาพครอบคลุมทุกการใช้งาน ทั้งด้านการนำเสนอ ตอบโต้มีปฏิสัมพันธ์ผ่านช่องทางที่หลากหลายในระบบการศึกษา ไม่ว่าจะเป็น การเรียนการสอน ไม่ว่าจะเป็นการปรึกษา การจัดออนไลน์เวิร์คช็อป การลงพื้นที่จริงผ่านไลฟ์สด ไปจนถึงการส่งการบ้าน ตอบแบบสอบถามออนไลน์ฯลฯ

เอเซอร์นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เอื้อต่อการเรียนการสอน และตอบโจทย์กลุ่มผู้ใช้ทั้งในระบบปฏิบัติการ Windows และ Chrome

Chrome OS

 

เอเซอร์มีไลน์โปรดักส์ที่ตอบโจทย์กลุ่มผู้ใช้ Google ด้วย Chromebook ดังนี้

Acer Chromebook โน้ตบุ๊กที่มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Chrome OS ต่อไปนี้คุณลุยงานเพียงลำพัง Chromebook มาพร้อมผู้ช่วย Google Assistant ที่จะช่วยให้การเรียนการสอนซอฟต์ลง พร้อมทำให้ทุกบทเรียน บททดสอบเป็นไปอย่างง่ายดายด้วยระบบเครื่องที่สามารถใช้งานได้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับแพลตฟอร์มต่างๆ ของ Google ที่ข้อมูลทุกอย่างจะถูกจัดเก็บบนคลาวด์แบบเรียลไทม์ ลดการใช้งานของอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลในเครื่อง ทำให้ตัวเครื่องมีน้ำหนักเบา พกพาสะดวก ตอบโจทย์โมบิลิตี้ไลฟ์สไตล์ ยิ่งไปกว่านั้น Chromebook ยังขึ้นชื่อเรื่องระบบรักษาความปลอดภัย ด้วยการป้องกันเชิงลึกที่ทำการปกป้องแบบหลายชั้น ทำให้ยากต่อการถูกโจรกรรมทางโลกไซเบอร์ ผลิตภัณฑ์ Chromebook จากเอเซอร์นำเสนอให้เลือกใช้งานตั้งแต่ไซส์จอ 11.6 -14 นิ้ว ในราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 9,900 – 32,900 บาท

Acer Chromebook Spin คอนเวิร์ททิเบิ้ลโน้ตบุ๊กที่สามารถปรับรูปแบบการใช้งานได้หลากหลาย สนุกไปกับการใช้ปากกาสไตลัส Wacom EMR วาดเขียนจดงานได้อย่างลื่นไหล หน้าจอทัชสกรีนขนาด ขนาด 13.5 นิ้วพับได้กว้างถึง 360 องศา พร้อมกับกระจกกันรอย Corning® Gorilla® Glass® รองรับ IPS ความละเอียด 2,256 x 1,504 พิกเซล ในอัตราส่วน 3:2 เผยมุมมองที่กว้างและรองรับการทำงานที่หนักหน่วงนานถึง 10 ชั่วโมง

Windows OS  

ในฝั่งผู้ใช้งานไมโครซอฟท์ เอเซอร์ยังมีคอมพิวเตอร์ที่รองรับผู้ใช้งานในระบบปฏิบัติการวินโดวส์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 10th Gen ที่เพิ่งปล่อยมาพร้อมกับเครื่องรุ่นท็อปๆ ไปเมื่อปลายปี

ขบวนโน้ตบุ๊กที่อัดแน่นด้วยพลัง เรียนออนไลน์ลื่นไหล ทำงานพื้นฐานไม่สะดุด ด้วยหน้าจอที่ใหญ่ ไม่ต้องเพ่งให้เสียสายตา สะดวกไปอีกกับระบบปฏิบัติการ Windows รองรับการใช้งาน Microsoft office ที่ติดตั้งมาครบครัน ใช้งานได้ยาวๆ  หรือคลายเครียดไปกับโปรแกรมบันเทิงต่างๆได้อย่างเพลิดเพลิน และสนุกสนาน ด้วยราคาที่ผู้ปกครองเอื้อมถึง

 

Acer Aspire Series

โน้ตบุ๊กที่ตอบโจทย์การใช้งานอย่างมืออาชีพ ที่มาพร้อมเทคโนโลยีที่ทันสมัย และครบครัน เพื่อการสร้างสรรค์งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมกับทำงานได้หลากหลายเต็มประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะหนัก เบา หรือจะทำงานได้ยาวๆ ไม่มีสะดุด วัสดุแข็งแรง พอร์ตการเชื่อมต่อครบครัน มีรุ่นให้เลือกมากมาย ในราคาเบาๆ สามารถจับจ่ายได้สบายใจ ในราคาเริ่มต้น 9,990 – 20,990 บาท (ราคารวม VAT)

Acer Swift Series

โน้ตบุ๊กเครื่องบาง น้ำหนักเบา ใช้งานสะดวกคล่องตัว ดีไซน์สวย พกพาไปเรียนสะดวกง่ายดาย หน่วยประมวลผลทรงพลังมีมาให้เลือกทั้งจากโปร CPU Intel Core และ AMD RyzenTM 4000 series สะดวก สามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ที่หลากหลายทั้ง USB-C และ Thunderbolt 3 ขอบจอบาง ความละเอียด Full HD สามารถเรียนได้เต็มตามากขึ้น รวมถึงรับชมความบันเทิงได้อย่างไม่มีสะดุดด้วยพลังจุในแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนานกว่า 10 ชั่วโมง ทัชแพดใช้งานได้ลื่นไหล ทำงานพื้นฐานได้สบายไม่มีติดขัด ในราคาเบาๆ ราคาเริ่มต้น 13,990 บาท (ราคารวม VAT)

Acer Spin Series

คอนเวอร์ทิเบิลโน้ตบุ๊กที่ผสานความเป็นแท็บเล็ตลงไปให้ผู้ใช้งานสามารถดีไซน์รูปแบบการใช้ตัวเครื่องได้หลากหลาย ทั้ง Notebook, Tent, Display และ Tablet จะวาดผ่าน Active Stylus Pen เขียน พิมพ์ พรีเซนเทชั่น ก็เอาอยู่ เสริมประสิทธิภาพเครื่องที่ระบายความร้อนได้อย่างยอดเยี่ยม ความอึดแบตเตอรี่และการชาร์จที่รวดเร็ว Acer Spin Series ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 14,990 – 24,990 บาท (ราคารวม VAT)

AIO Aspire C Series

คอมพิวเตอร์ออลอินวันที่รวมทุกอย่างไว้ในหนึ่งเดียว ดีไซน์สวยให้อารมณ์ดุจเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน ประหยัดพื้นที่ คุณสมบัติครบทุกการใช้งาน หน้าจอคมชัดปรับเอียงองศาหน้าจอได้ตั้งแต่ -5˚ ถึง 25˚ให้ประสบการณ์การทำงานด้วยประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยม AIO Aspire C (series) มีขนาดหน้าจอตั้งแต่ 19.5″ ถึง 27″ นิ้ว ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 10,500 – 24,990 บาท (ราคารวม VAT)

DT: Aspire TC Series

เดสก์ทอปที่ให้ความคุ้มค่าในราคาที่เหมาะสม ดีไซน์เรียบหรูแฝงความแข็งแกร่ง ขนาดเหมาะเจาะกับทุกห้องภายในบ้าน ตอบโจทย์การใช้งานได้หลากหลายทั้งงานเอกสาร กราฟิก พร้อมความบันเทิงหลังเลิกเรียนด้วยระบบเสียง 5.1 channel ให้เสียงรอบทิศทาง ชัดเจนทุกรายละเอียด ในราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 13,990 – 23,990 บาท (ราคารวม VAT)

และเลือกเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ Chrome OS และ Windows OS จากเอเซอร์ พร้อมโปรโมชั่นที่หลากหลายได้ที่ตัวแทนจำหน่ายเอเซอร์ทั่วประเทศ หรือ www.acerthailand.com ข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.facebook.com/AcerThailand

นอกจากผลิตภัณฑ์ที่สนับสนุนการเรียนการสอนแล้ว เอเซอร์ยังสนับสนุนพาร์ทเนอร์ด้วยการจัดโปรแกรมเจาะตลาดภาคการศึกษา ด้วยโปรแกรมเช่าซื้อ-เช่าใช้ สินค้าเอเซอร์  ที่มาพร้อมกับบริการดูแลสินค้าหลังการขาย การรับประกันสินค้าจากแบรนด์โดยตรง รวมถึงทีมซัพพอร์ตจาก Microsoft Expert เข้ามาเสริมทักษะการใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอนแก่ผู้ใช้งาน

from:https://www.it-reborn.com/%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c-%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3/

อินเทลเปิดตัวแพลตฟอร์มปัญญาประดิษฐ์และการวิเคราะห์ขั้นสูงที่ล้ำหน้าที่สุด พร้อมเผยโปรเซสเซอร์ โซลูชันหน่วยความจำ การจัดเก็บข้อมูล และ FPGA ใหม่ๆ

อินเทลเปิดตัวแพลตฟอร์มปัญญาประดิษฐ์และการวิเคราะห์ขั้นสูงที่ล้ำหน้าที่สุด

พร้อมเผยโปรเซสเซอร์ โซลูชันหน่วยความจำ การจัดเก็บข้อมูล และ FPGA ใหม่ๆ

ข่าวสารล่าสุด: อินเทลเปิดตัวโปรเซสเซอร์ Intel Xeon Scalable เจนเนอเรชั่น 3 เสริมทัพฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ปัญญาประดิษฐ์ของบริษัท เพื่อให้ลูกค้าสามารถเร่งการพัฒนาและใช้งานเวิร์คโหลดปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence – AI) และการวิเคราะห์ขั้นสูง (Analytics) ในสภาพแวดล้อมต่างๆ เช่นในศูนย์ข้อมูล ระบบเครือข่าย และ Edge อัจฉริยะ โปรเซสเซอร์เพื่อการใช้งานเมนสตรีมสำหรับเครื่องเซิร์ฟเวอร์ Intel Xeon Scalable เจนเนอเรชั่น 3 เป็นโปรเซสเซอร์ตัวแรกสุดของอุตสาหกรรมที่รองรับ bfloat16 ได้ในตัว ช่วยให้การอนุมานและการเรียนรู้ของ AI สามารถทำได้อย่างกว้างขวางขึ้นบน CPU อเนกประสงค์ เพื่อการประยุกต์ใช้ที่หลากหลาย เช่น การจำแนกรูปแบบภาพ โปรแกรมให้คำแนะนำ การรู้จำเสียงพูด และการสร้างโมเดลภาษา

“ความสามารถในการปรับใช้ AI และการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงอย่างรวดเร็วจำเป็นสำหรับธุรกิจในปัจจุบัน อินเทลยังคงมุ่งมั่นที่จะยกระดับการเร่งปัญญาประดิษฐ์ในตัวและการปรับแต่งประสิทธิภาพซอฟต์แวร์ของโปรเซสเซอร์ ให้เป็นพลังขับเคลื่อนศูนย์ข้อมูล และโซลูชัน Edge ทั่วโลก ตลอดจนสามารถคัดเลือกข้อมูลเฉพาะที่เป็นประโยชน์เหนือกว่าใคร เพื่อสร้างความเข้าใจเชิงลึกจากข้อมูลได้อย่างสูงสุด”

–ลิซ่า สเปลแมน รองประธานและผู้จัดการทั่วไป กลุ่มผลิตภัณฑ์ Xeon และหน่วยความจำของอินเทล

 

เพราะเหตุใดจึงสำคัญ: เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และการวิเคราะห์ขั้นสูงจะเปิดโอกาสใหม่ๆ แก่ลูกค้าของอินเทลในหลากหลายธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการเงิน สุขภาพ อุตสาหกรรม โทรคมนาคม และการขนส่ง โดยองค์กร IDC ได้คาดการณ์ว่าภายในปี 2564 จะมีแอปพลิเคชันระดับองค์กร 75 เปอร์เซ็นต์ที่นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เข้ามาใช้งาน1 และภายในปี 2568 ประมาณหนึ่งในสี่ของข้อมูลทั้งหมดที่เกิดขึ้นจะถูกสร้างขึ้นแบบเรียลไทม์ โดยกว่า 95 เปอร์เซ็นต์ ของปริมาณข้อมูลที่เพิ่มขึ้นมาจะถูกสร้างโดยอุปกรณ์ IoT ที่หลากหลาย2

พอร์ทโฟลิโอที่ครบครันกว่าใคร และระบบสนับสนุนระบบนิเวศสำหรับปัญญาประดิษฐ์และการวิเคราะห์ขั้นสูง: แพลตฟอร์มข้อมูลใหม่ของอินเทล พร้อมด้วยระบบนิเวศที่เติบโตจากจำนวนพาร์ทเนอร์มากมายที่ใช้งานเทคโนโลยี Intel AI ได้รับการปรับแต่งมาเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดให้ธุรกิจสามารถสร้างรายได้จากข้อมูลผ่านการปรับใช้บริการ AI และการวิเคราะห์ขั้นสูงอัจฉริยะ

Intel announces its 3rd Gen Intel Xeon Scalable processors on June 18, 2020. The processors extend Intel’s investment in built-in AI acceleration through the integration of bfloat16 support into the processor’s unique Intel DL Boost technology. (Credit: Intel Corporation)
  • โปรเซสเซอร์ Intel Xeon Scalable เจนเนอเรชั่น 3 ใหม่: อินเทลกำลังเดินหน้าขยายการลงทุนในเทคโนโลยีการเร่งปัญญาประดิษฐ์ (AI acceleration) ที่อยู่ในโปรเซสเซอร์ Intel Xeon Scalable เจนเนอเรชั่น 3 รุ่นใหม่ ผ่านการผสานการรองรับ bfloat16 ให้เข้ากับเทคโนโลยี Intel DL Boost ที่ไม่เหมือนใคร โดย bfloat16 เป็นรูปแบบตัวเลขขนาดกระชับที่ใช้จำนวนบิตเพียงครึ่งหนึ่งของรูปแบบ FP32 ในปัจจุบัน แต่สามารถสร้างโมเดลและการจำลองที่แม่นยำใกล้เคียงกัน โดยแทบไม่จำเป็นต้องแก้ไขส่วนหนึ่งส่วนใดในซอฟต์แวร์เลย การเพิ่มการรองรับ bfloat16 จะช่วยเร่งการเรียนรู้และประสิทธิภาพการอนุมานของ AI บน CPU โดยดิสทริบิวชันต่างๆ ของเฟรมเวิร์คการเรียนรู้เชิงลึกชั้นนำ (เช่น TensorFlow และ Pytorch) ที่ปรับเพิ่มประสิทธิภาพโดยอินเทล สามารถรองรับรูปแบบ bfloat16 และพร้อมใช้งานผ่านชุดเครื่องมือ Intel AI Analytics นอกจากนี้ อินเทลยังรองรับ bfloat16 เต็มประสิทธิภาพผ่าน ชุดเครื่องมือ OpenVINO และบนสภาพแวดล้อม ONNX Runtime เพื่อเริ่มใช้งานการอนุมานได้ง่ายขึ้น

 

โปรเซสเซอร์ Intel Xeon Scalable เจนเนอเรชั่น 3 (ภายใต้ชื่อ “Cooper Lake”) พัฒนาจากโปรเซสเซอร์แบบ 4 และ 8 ซ็อกเก็ตของอินเทล โดยโปรเซสเซอร์เจนเนอเรชั่นนี้ถูกออกแบบมาเพื่อการเรียนรู้เชิงลึก การทำงานเวอร์ชวลแมชชีนพร้อมกันหลายเครื่อง (VM density) ฐานข้อมูลในหน่วยความจำ แอปพลิเคชันสำหรับภารกิจสำคัญ และเวิร์คโหลดที่เน้นการวิเคราะห์ขั้นสูง ทั้งนี้กลุ่มลูกค้าที่กำลังพิจารณาปรับเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้งานมานาน สามารถคาดหวังประสิทธิภาพที่สูงขึ้นถึง 1.9 เท่าเมื่อใช้งานเวิร์คโหลดที่เกิดขึ้นบ่อย3 หรือเพิ่มจำนวนเวอร์ชวลแมชชีนสูงสุดถึง 2.2 เท่า เมื่อเทียบกับแพลตฟอร์มใกล้เคียงกันประเภท 4 ซ็อกเก็ต ที่มีอายุการใช้งานมาแล้ว 5 ปี4

Intel announces its new Intel Optane persistent memory 200 series on June 18, 2020. It provides customers up to 4.5TB of memory per socket to manage data intensive workloads, such as in-memory databases, dense virtualization, analytics and high-powered computing. (Credit: Intel Corporation)
  • หน่วยความจำถาวร Intel Optane ใหม่สำหรับ ปัญญาประดิษฐ์และการวิเคราะห์ขั้นสูง: นอกจากนี้อินเทลยังแนะนำหน่วยความจำถาวร Intel Optane ซีรีส์ 200 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแพลตฟอร์ม Intel Xeon Scalable เจนเนอเรชั่น 3 ที่ให้หน่วยความจำต่อซ็อกเก็ตสูงสุดถึง 4.5 เทระไบต์ เพื่อการบริหารจัดการเวิร์คโหลดที่เน้นข้อมูล เช่น ฐานข้อมูลในหน่วยความจำ การทำเวอร์ชวลไลเซชันแบบหนาแน่น การวิเคราะห์ขั้นสูง และในคอมพิวเตอร์สมรรถนะสูง
Intel announces new 3D NAND SSDs on June 18, 2020. The next-generation high-capacity Intel 3D NAND SSDs, the Intel SSD D7-P5500 and P5600, are built with Intel’s latest triple-level cell (TLC) 3D NAND technology and an all-new low-latency PCIe controller. (Credit: Intel Corporation)

 

  • หน่วยความจำ Intel 3D NAND SSD ใหม่: สำหรับระบบที่จัดเก็บข้อมูลด้วยการจัดเรียงแบบ All-flash อินเทลได้เปิดตัวหน่วยความจำ Intel 3D NAND SSD รุ่นใหม่ ที่มีปริมาณการจัดเก็บข้อมูลสูงภายใต้ชื่อ Intel SSD D7-P5500 และ P5600 หน่วยความจำ 3D NAND SSD นี้สร้างจากเทคโนโลยี 3D NAND ด้วยเซลล์สามระดับ (Triple-level cell – TLC) ล่าสุดของอินเทล พร้อมตัวควบคุม PCle ความหน่วงต่ำแบบใหม่หมด เพื่อให้ตรงกับความต้องการคุณสมบัติ IO ขั้นสูงของเวิร์คโหลด ปัญญาประดิษฐ์และการวิเคราะห์ขั้นสูงพร้อมฟีเจอร์สุดล้ำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของเทคโนโลยีสารสนเทศและความปลอดภัยของข้อมูล
Intel announces its first Intel AI-optimized FPGA on June 18, 2020. The Intel Stratix 10 NX FPGAs will offer customers customizable, reconfigurable and scalable AI acceleration for demanding applications such as natural language processing and fraud detection. (Credit: Intel Corporation)

 

  • FPGA แบบ AI-Optimized ตัวแรกของอินเทล: อินเทลเผยว่า Intel® Stratix® 10 NX FPGA ที่กำลังจะวางจำหน่าย จะเป็นอุปกรณ์ FPGA ตัวแรกของอินเทลที่พัฒนามาเพื่อปัญญาประดิษฐ์โดยเฉพาะ เพื่อเร่งปัญญาประดิษฐ์ด้วยแบนด์วิดธ์ที่สูงและความหน่วงที่ต่ำ โดยอุปกรณ์ FPGA ใหม่เหล่านี้จะเป็นกระบวนการเร่งปัญญาประดิษฐ์ (AI acceleration) ที่สามารถปรับแต่งได้ กำหนดค่าได้ และปรับสเกลได้ เหมาะสำหรับแอปพลิเคชันที่มีความต้องการด้านการคำนวณอย่างมาก เช่น การประมวลผลภาษาที่เป็นธรรมชาติ และการป้องกันการทุจริต อุปกรณ์ FPGA รุ่น Intel Stratix 10 NX มาพร้อมหน่วยความจำแบนด์วิดธ์สูง (High-bandwidth memory – HBM) ในตัว ความสามารถด้านเครือข่ายประสิทธิภาพสูง และการคำนวณทางคณิตศาสตร์แบบบล็อกที่ปรับแต่งมาสำหรับปัญญาประดิษฐ์ที่เรียกว่า AI Tensor Blocks ซึ่งประกอบด้วยการจัดเรียงอย่างหนาแน่นของตัวคูณที่ต้องการความแม่นยำระดับต่ำกว่า ที่มักใช้งานในแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ด้วยปัญญาประดิษฐ์

 

  • OneAPI การพัฒนาข้ามสถาปัตยกรรม เพื่อนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ที่ต่อเนื่อง: ในขณะที่อินเทล กำลังขยายจำนวนผลิตภัณฑ์กลุ่มปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูงเพื่อตอบสนองความต้องการอันหลากหลายของลูกค้า อินเทลได้เริ่มปูทางให้นักพัฒนาสามารถเขียนโปรแกรมเพื่อรันบนคอร์หรือโปรเซสเซอร์ที่แตกต่างกัน (Heterogeneous programming) ได้ง่ายดายขึ้น ด้วยพอร์ทโฟลิโอชุดเครื่องมือข้ามสถาปัตยกรรม OneAPI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและผลิตภาพ ทั้งนี้ ด้วยเครื่องมือขั้นสูงเหล่านี้ นักพัฒนาจะสามารถเร่งเวิร์คโหลดปัญญาประดิษฐ์ทั้งบน CPU, GPU และอุปกรณ์ FPGA ของอินเทล อีกทั้งยังมั่นใจได้ว่าโค้ดโปรแกรมจะสามารถเข้ากันได้อย่างสมบูรณ์กับโปรเซสเซอร์และตัวเร่งความเร็วของอินเทล ทั้งรุ่นปัจจุบันและในรุ่นถัดๆ ไป

 

  • กลุ่มผลิตภัณฑ์โซลูชัน Intel Select ที่ยกระดับไปอีกขั้น ตอบโจทย์ความต้องการอันดับต้นของวงการไอที: อินเทลได้ยกระดับกลุ่มผลิตภัณฑ์โซลูชัน Intel Select เพื่อเร่งการปรับใช้งานความต้องการด้านไอทีที่เร่งด่วนที่สุด ซึ่งเน้นคุณค่าของการส่งมอบโซลูชันที่ผ่านการรับรองล่วงหน้า ท่ามกลางโลกธุรกิจปัจจุบันที่วิวัฒนาการอย่างรวดเร็ว โดยวันนี้อินเทลเปิดตัว 3 โซลูชันใหม่และปรับปรุงอีก 5 โซลูชันเดิมใน Intel Select โดยเน้นด้านการวิเคราะห์ขั้นสูง ปัญญาประดิษฐ์ และโครงสร้างพื้นฐานแบบ Hyper-converged โดยมีการเริ่มใช้งานโซลูชัน Intel Select ใหม่ในการวิเคราะห์จีโนมขั้นสูงทั่วโลกแล้วเพื่อค้นหาวัคซีน COVID-19 และยังมีการใช้โซลูชัน Intel Select ใหม่กับ VMware Horizon VDI บน vSAN เพื่อยกระดับการเรียนรู้จากทางไกล

 

ช่วงเวลาที่คุณจะสามารถเป็นเจ้าของได้:  โปรเซสเซอร์อินเทล Xeon Scalable เจนเนอเรชั่น 3 และหน่วยความจำถาวร Intel Optane ซีรีส์ 200 เริ่มจัดส่งให้แก่ลูกค้าตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา Facebook ได้ประกาศว่าจะเริ่มใช้โปรเซสเซอร์อินเทล Xeon Scalable เจนเนอเรชั่น 3 เป็นพื้นฐานในเครื่องเซิร์ฟเวอร์ Open Compute Platform (OCP) ของบริษัท และยังมีผู้ให้บริการคลาวด์ (CSP) ชั้นนำหลายราย เช่น Alibaba, Baidu และ Tencent ที่ได้ประกาศแล้วเช่นกันว่าจะเริ่มใช้โปรเซสเซอร์เจนเนอเรชั่นล่าสุดนี้ สำหรับผู้ผลิตอุปกรณ์ (OEM) คาดว่าจะพร้อมผลิตระบบที่มีโปรเซสเซอร์รุ่นนี้ในครึ่งหลังของปี 2563 ส่วนหน่วยความจำ 3D NAND SSD รุ่น Intel SSD D7-P5500 และ P5600 พร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้ และท้ายสุดอุปกรณ์ FPGA รุ่น Intel Stratix 10 NX คาดว่าจะพร้อมวางจำหน่ายในครึ่งหลังของปีนี้

 

เชิงอรรถ:

(1)  IDC, Worldwide Storage for Cognitive/AI Workloads Forecast, 2018–2022, #US43707918e, April 2018

 

(2)  IDC, Edge computing, 5G and AI — the perfect storm for government systems, Shawn McCarthy, April 8, 2020

 

การกำหนดค่า:

(3)  โปรเซสเซอร์ Intel® Xeon® Platinum 8380H เจนเนอเรชั่น 3 รุ่นใหม่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพเวิร์คโหลดได้ 1.9 เท่าโดยเฉลี่ย เมื่อเทียบกับแพลตฟอร์มที่มีอายุการใช้งานประมาณ 5 ปี สามารถดูได้จากการยืนยันข้อ 11 ที่ www.intel.com/3rd-gen-xeon-configs

 

(4)  แพลตฟอร์ม Intel® Xeon® Scalable เจนเนอเรชั่น 3 ใหม่ และหน่วยความจำตระกูล Intel® SSD Data Center สามารถรันเวอร์ชวลแมชชีนได้เพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 2.2 เท่า เมื่อเทียบกับแพลตฟอร์มแบบ 4 ซ็อกเก็ต ที่มีอายุการใช้งาน 5 ปี สามารถดูได้จากการยืนยันข้อ 4 ที่ www.intel.com/3rd-gen-xeon-configs

สามารถดูลิ๊งค์ข่าวเต็มได้ที่ที่นี่

และสามารถดาวน์โหลดผลิตภัณฑ์โดยย่อและรูปภาพได้ที่นี่

เกี่ยวกับ อินเทล

อินเทล (Intel) (Nasdaq: INTC) คือผู้นำในอุตสาหกรรมด้านเทคโนโลยีที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้แก่โลก เพื่อสร้างความก้าวหน้าในระดับโลกและสร้างสรรค์คุณภาพชีวิต ด้วยแรงบันดาลใจจากกฎของมัวร์ เรามุ่งมั่นพัฒนาดีไซน์และการผลิตเซมิคอนดักเตอร์เพื่อช่วยแก้ปัญหาและความท้าทายที่สำคัญที่สุดของลูกค้า ด้วยการฝังอัจฉริยภาพลงไปในระบบคลาวด์ เน็ตเวิร์ก Edge และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ทุกประเภท อีกทั้งปลดปล่อยศักยภาพด้านข้อมูลเพื่อเปลี่ยนแปลงธุรกิจและสังคมให้ดียิ่งขึ้น หากท่านต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับนวัตกรรมของอินเทล กรุณาเยี่ยมชมศูนย์ข่าวและเว็บไซต์อินเทลได้ที่ newsroom.intel.com และ intel.com

© Intel Corporation. Intel, อินเทล สัญลักษณ์อินเทล และเครื่องหมายอื่นๆ ของอินเทล เป็นเครื่องหมายการค้าของอินเทล คอร์ปอเรชั่น หรือบริษัทในเครือ ชื่อและแบรนด์อื่นๆ อาจเป็นทรัพย์สินของผู้อื่น

from:https://www.it-reborn.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%95%e0%b8%9f%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a1/

รีวิว Acer Swift 3 R7 SF314-42-R991 สีสันโดนใจ พร้อมใช้ทันที

วันนี้เรามีโน๊ตบุ๊ครุ่น Acer Swift 3 R7 SF314-42-R991 จะมาแนะนำกัน

โน๊ตบุ๊ครุ่นนี้มาพร้อมกับ cpu amd ตัวใหม่ล่าสุด ที่เป็นตัว ryzen 4000 series และยังมาพร้อมกับสีใหม่ มีทั้งความบางความเบา แบตอึด เก๋ไก๋ไม่ซ้ำใครแน่นอน

 

น้ำหนักจะอยู่ที่ประมาณโลกว่าๆแค่นั้นเอง ถือมือเดียวได้สบายๆ จะพกไปก็สะดวกแน่นอน ส่วนเรื่องของความหนาจะอยู่ที่ 15.95 mm เท่านั้นเอง
เรื่องของแบตเตอร์รี่รุ่นนี้สามารถใช้งานได้ยาวนานสูงสุดที่ 11 ชม. และยังมี fast charging มาให้ด้วย

Swift 3 รุ่นนี้มาในโทนสีใหม่ อย่างสีม่วงดูสวยงาม ไม่ว่าจะเป็นฝาด้านหน้า bodyด้านใน หรือแม้แต่โคฟเวอร์ด้านล่าง ก็จะมาเป็นโทนสีเดียวกัน

วัสดุที่ใช้ เป็นอลูมิเนียมทั้งตัวเครื่อง แน่นอนว่ามันจะได้ทั้งเรื่องของความแข็งแรงทนทาน ลดรอยขีดข่วน และก็ทำให้ตัวเรื่องดูพรีเมี่ยมมากขึ้น
ที่ฝาโคฟเวอร์ ก็จะมาพร้อมกับโลโก้Acerที่ตัดกับสีม่วง

ช่วนพอร์ดเชื่อมต่อ ก็จะมีมาให้ทั้ง 2 ฝั่งเลย ฝั่งขวาก็จะมี Audio Jack , usb 2.0 type a 1 port , kensington lock

ส่วนฝั่งซ้าย ก็จะมีช่องเสียบ Adapter , usb type c 1 port , HDMI , usb 3.0 1 port ซึ่ง usb ทั้ง 2 พอร์ตนี้สามารถชาร์จไฟให้กับสมาร์ทโฟนได้
ถึงแม้เราจะปิดเครื่องโน๊ตบุ๊คอยู่


หน้าจอมาในขนาด 14 นิ้ว ซึ่งสิ่งหนึ่งที่ทำให้เครื่องมีความกระทัดรัดน้ำหนักเบา ก็คือเรื่องของขอบจอที่บางมาก ประมาณ 5 mm ส่วนตัว panal ของจอรุ่นนี้จะเป็นแบบ ips
ก็จะให้สีสันที่สวยสดสมจริง มุมมองภาพกว้าง และความละเอียดอยู่ที่ full hd ด้านบนมาพร้อมกับกล้อง web camera 1 ตัว

ส่วนตัวbodyด้านในก็จะมาพร้อมกับคีย์บอร์ดสีดำ และก็จะมีไฟ led สีขาวอยู่ที่ใต้ปุ่ม ส่วนตัว touchpad ก็จะอยู่บริเวณด้านล่างให้มาในลักษณะที่เป็นแผ่นร่วมกัน
ให้มาเป็นแบบ MultiTouch รองรับการทำงานแบบ Gesture Control

และอีกฝั่งก็จะเป็นสติ๊กเกอร์ที่บ่งบอกว่าโน๊ตบุ๊ครุ่นนี้ใช้ cpu ที่เป็น amd ryzen 7 4000 series ตัวใหม่ล่าสุด มีการ์ดจอ radeon และด้านล่างก็จะเป็นการรับประกันที่ขึ้นชื่อของ Acer การันตีซ่อมด่วนภายใน 3 ชม. สำหรับอาการเสียของฮาร์ดแวร์ที่อยู่เงื่อนไขของการรับประกัน และยังมี Fingerprint ด้วย

สำหรับ Swift 3 รุ่นนี้ก็สามารถเปิดได้กว้างสุดถึง 180 องศา และอีก 1 feature เด็ดของโน๊ตบุ๊ครุ่นนี้ก็จะเป็นการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต มาพร้อมกับมาตรฐานการเชื่อมต่อ wifi รุ่นใหม่ล่าสุดอย่างตัว wifi 6 ที่จะทำให้เราสามารถต่อ wifi ได้แรงแล้วก็เสถียนเหมือนกับเสียบสายแลนเลย

สำหรับระบบเสียง ถือว่าดังพอสมควร ถ้าเทียบว่ากับโน๊ตบุ๊คที่มีขนาด 14 นิ้ว และยังมาพร้อมกับซอร์ฟแวร์ที่ชื่อว่า dts audio สามารถปรับแต่งเสียงตามต้องการได้


ส่วนสเปคของโน๊ตบุ๊ครุ่นนี้
CPU : AMD Ryzen 7 4700U
RAM : 8GB LPDDR4
Storage : 512GB M.2 SSD
Graphics : Integrated : AMD Radeon Graphics
Display : 14-inch Full HD IPS (1920 x 1080) Acer ComfyView
OS : Windows 10 Home (64-bit) + Microsoft Office Home & Student
Wireless Wireless 802.11ax
Bluetooth Bluetooth 5.0

Display
Size 14-inch Full HD IPS (1920 x 1080) Acer ComfyView
Panel Type IPS Anti Glare
Refresh Rate 60 Hz

Ports and Connectivity
1 x USB Type-C port
1 x USB 3.2 Gen 1 port featuring power-off USB charging
1 x USB 2.0 port
1 x HDMI port

Web Camera Acer webcam (SHDR)
Dimension (W x D x H) : 32.25 x 21.90 x 1.85 cm
Net Weight 1.20 KG

ผลทดสอบ 3D Mark
Night Raid
Graphics score : 13 076
Graphics test1 : 51.00 FPS
Graphics test2 : 81.59 FPS
CPU score : 8 574
CPU test : 67.1 ms

ต่อกันด้วยผลทดสอบ Cinebench
คะแนนอยู่ที่ 2429 pts

และสำหรับการทดสอบเกม เกมแรกก็จะเป็น Dota 2 เราจะใช้ความละเอียดที่ Full HD ปรับสุด
ซึ่ง fps จะอยู่ที่ 70-80 เฟรม

สำหรับเกม GTA V ทดสอบความละเอียดที่ Full HD ความละเอียดที่ Full HD ปรับเป็น normal
fpsเฉลี่ยจะอยู่ที่ 50 ปลายๆ

สำหรับเกม dragon ball kakarot ทดสอบความละเอียดที่ Full HD ปรับเป็น high
fpsเฉลี่ยจะอยู่ที่ 50 เฟรม

สำหรับเกม lego dc super villains ทดสอบความละเอียดที่ Full HD ปรับเป็น low
fpsเฉลี่ยจะอยู่ที่ 20 เฟรม

สำหรับเกม roblox arsenal ทดสอบความละเอียดที่ Full HD ปรับสุด
fpsเฉลี่ยจะอยู่ที่ 40 ปลายๆ

สำหรับเกม farcry 5 ทดสอบความละเอียดที่ Full HD ปรับเป็น low
fpsเฉลี่ยจะอยู่ที่ 20 เฟรม

สำหรับเกม pubg ทดสอบความละเอียดที่ Full HD ปรับเป็น low
fpsเฉลี่ยจะอยู่ที่ 20 เฟรม

ผลทดสอบ Core Tamp
อุณหภูมิของ cpu เฉลี่ยก็จะอยู่ที่ 50-60 องศา

สำหรับ Swift 3 ถือว่าเป็นโน๊ตบุ๊คที่เหมาะสมกับการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสเปคที่มาพร้อมกับ amd ryzen gen ใหม่ล่าสุด ที่เป็นตัว 4000 series เรื่องของ feature ต่างๆที่มีให้
ไม่ว่าจะเป็นแบตเตอร์รี่ที่ใช้ได้ยาวนาน การเชื่อมต่อ wifi 6 ตัวเครื่องบางเบากระทัดรัด พกพาไปไหนก็สะดวก แต่อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญก็คือ ตัวเครื่องยังมาพร้อมกับ windows 10 home และ microsoft office home & student 2019
มาให้ใช้งานแบบฟรีๆ ไม่มีวันหมดอายุ ถือว่าตอบโจทย์เลยที่เดียว

from:https://www.it-reborn.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7-acer-swift-3-r7-sf314-42-r991-%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%88-%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%89/

อินเทล ไฮบริด โปรเซสเซอร์: สู่ประสบการณ์ PC ไร้ขีดจำกัด สรรค์สร้างรูปลักษณ์นวัตกรรมใหม่ทั้งจอพับได้และจอคู่

อินเทล ไฮบริด โปรเซสเซอร์: สู่ประสบการณ์ PC ไร้ขีดจำกัด สรรค์สร้างรูปลักษณ์นวัตกรรมใหม่ทั้งจอพับได้และจอคู่

In June 2020, Intel launches “Lakefield,” Intel Core processors with Intel Hybrid Technology. The processor leverages Intel’s Foveros 3D packaging technology and featuring a hybrid CPU architecture for power and performance scalability. Lakefield processors are the smallest to deliver Intel Core performance and full Windows compatibility across productivity and content creation experiences for ultra-light and innovative form factors. (Credit: Intel Corporation)

กรุงเทพฯ – 11 มิถุนายน 2563 – อินเทลเปิดตัวโปรเซสเซอร์ Intel® Core™ ที่มาพร้อมเทคโนโลยี Intel® Hybrid ภายใต้ชื่อรหัสแพลตฟอร์ม “Lakefield” ด้วยการยกระดับเทคโนโลยีการบรรจุสามมิติของอินเทล (Foveros 3D Packaging) และหน่วยประมวลผลกลางที่มาพร้อมสถาปัตยกรรมไฮบริด เพื่อขยายขีดความสามารถของพลังและประสิทธิภาพ จึงทำให้โปรเซสเซอร์ Lakefield เป็นโปรเซสเซอร์ขนาดเล็กที่สุดที่สามารถส่งมอบประสิทธิภาพการทำงานระดับ Intel Core บนระบบปฏิบัติการ Windows ได้อย่างสมบูรณ์ ทั้งด้านผลิตภาพ และเติมเต็มประสบการณ์การสร้างคอนเทนต์ อยู่ในอุปกรณ์สุดบางเบาและมีรูปทรงใหม่ๆ ที่เปี่ยมด้วยนวัตกรรม

 

“โปรเซสเซอร์ Intel Core ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี Intel Hybrid นับเป็นการพิสูจน์มาตรฐานครั้งสำคัญในวิสัยทัศน์ของอินเทลที่มุ่งพัฒนาอุตสาหกรรม PC บนแนวทางการสร้างประสบการณ์เพื่อออกแบบซิลิคอนที่ผสมผสานสถาปัตยกรรมและ IPs ที่เป็นเอกลักษณ์ และด้วยความร่วมมือที่เหนียวแน่นทางด้านวิศวกรรมกับพาร์ทเนอร์ต่างๆ ของเรา ทำให้โปรเซสเซอร์รุ่นต่างๆ ของอินเทลสามารถปลดล็อกศักยภาพนวัตกรรมในกลุ่มอุปกรณ์ได้อย่างหลากหลายในอนาคต” 

– คริส วอล์กเกอร์ รองประธานบริษัทอินเทล และผู้จัดการทั่วไปฝ่าย Mobile Client Platforms

 

เหตุผลที่ผลิตภัณฑ์นี้เหมาะกับนวัตกรรม PC รูปลักษณ์ใหม่:โปรเซสเซอร์ Intel Core ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี Intel Hybrid นี้สามารถส่งมอบการใช้งานแอปพลิเคชันบนระบบปฏิบัติการ Windows 10 ได้เต็มรูปแบบ มีขนาดแพ็คเกจเล็กลงถึง 56% และใช้ขนาดบอร์ดเล็กลงถึง 47%[1] ทั้งยังสามารถยืดเวลาการใช้งานแบตเตอรี่ได้นานขึ้น เพิ่มความยืดหยุ่นให้แก่ผู้รับผลิตอุปกรณ์ตามแบบฐาน (OEMs) ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบอุปกรณ์ในรูปทรงใดๆ ทั้งจอเดี่ยว จอคู่ และจอพับได้ เพื่อส่งมอบประสบการณ์การใช้งาน PC ตามที่ลูกค้าคาดหวัง รวมถึงเหตุผลอื่นๆ ดังนี้:

  • เป็นโปรเซสเซอร์ Intel Core ตัวแรกที่มาพร้อมหน่วยความจำ Package-on-Package (PoP) เพื่อ ขนาดของบอร์ดที่เล็กลงกว่าเดิม
  • เป็นโปรเซสเซอร์ Intel Core ตัวแรกที่ส่งมอบพร้อมการใช้พลังงาน SoC ขณะสแตนด์บายที่ต่ำถึง 2.5 มิลลิวัตต์ เพื่อยืดระยะเวลาระหว่างการชาร์จได้นานขึ้น โดยสามารถประหยัดพลังงานได้ถึง 91% เมื่อเทียบกับโปรเซสเซอร์ ซีรีส์ Y[2]
  • เป็นโปรเซสเซอร์อินเทลตัวแรกที่มาพร้อมกับไปป์จอแสดงผลคู่ในตัวแบบเนทีฟ เพื่อความเข้ากันได้กับเครื่อง PC หน้าจอคู่และจอพับได้อย่างสมบูรณ์

 

ช่วงเวลาที่คุณจะสามารถเป็นเจ้าของได้: ณ ตอนนี้มีผลิตภัณฑ์สองรุ่นที่ขับเคลื่อนด้วยโปรเซสเซอร์ Intel Core พร้อมเทคโนโลยี Intel Hybrid และได้ร่วมมือพัฒนาทางด้านวิศวกรรมกับอินเทล ประกอบด้วย Lenovo ThinkPad X1 Fold  PC เครื่องแรกที่มาพร้อมหน้าจอ OLED โค้งงอได้ที่สามารถใช้งานได้จริงที่เพิ่งเปิดตัวในงาน CES2020 และยังมี Samsung Galaxy Book S ที่ทำงานบนโปรเซสเซอร์ของอินเทลและคาดว่าจะวางจำหน่ายในบางประเทศตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นไป

 

เกี่ยวกับคุณสมบัติและประสิทธิภาพ: โปรเซสเซอร์ Intel Core i5 และ i3 มาพร้อมกับเทคโนโลยี Intel Hybrid ใช้ขุมพลังจากคอร์ Sunny Cove ขนาด 10 นาโนเมตร เพื่อรองรับเวิร์กโหลดขนาดใหญ่และแอปพลิเคชันที่เปิดใช้งานอยู่ในขณะนั้น ในขณะที่คอร์ Tremont  จำนวนสี่คอร์พร้อมความสามารถด้านการประหยัดพลังงาน จะคอยปรับสมดุลพลังงานและปรับแต่งประสิทธิภาพสำหรับภาระงานเบื้องหลัง ทั้งนี้โปรเซสเซอร์สามารถใช้งานร่วมกับแอปพลิเคชันบนระบบปฏิบัติการ Windows ทั้งประเภท 32 และ 64 บิตและยังสามารถช่วยสร้างสถิติใหม่ในการออกแบบรูปทรงให้บางเฉียบและมีน้ำหนักเบาที่สุดอีกด้วย

  • ขนาดแพ็คเกจที่เล็กที่สุด เป็นจริงได้ด้วย Foveros: ด้วยเทคโนโลยีการซ้อนทับสามมิติ (Foveros 3D Stacking) ทำให้ตัวโปรเซสเซอร์สามารถลดขนาดพื้นที่แพ็คเกจลงได้อย่างมาก โดยมีขนาดเพียง 12x12x1 มิลลิเมตร หรือประมาณเหรียญสิบเซนต์เท่านั้นเอง ด้วยการซ้อนกันของดายสองตัวและ DRAM สองชั้นในรูปแบบสามมิติ ทำให้ไม่จำเป็นต้องใช้หน่วยความจำภายนอกอีกต่อไป
  • การจัดลำดับงานของระบบปฏิบัติการที่นำโดยฮาร์ดแวร์: การเปิดใช้งานการสื่อสารแบบเรียลไทม์ระหว่างหน่วยประมวลผลกลางกับตัวจัดลำดับงานของระบบปฏิบัติการ จะช่วยให้สามารถเรียกใช้แอปได้บนคอร์ที่เหมาะสม และสถาปัตยกรรมไฮบริดของหน่วยประมวลผลกลางนี้จะมอบประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นต่อพลังงานที่ SoC ใช้ได้ถึง 24%[3] อีกทั้งยังเพิ่มประสิทธิภาพแบบเธรดเดียวสำหรับแอปพลิเคชันการประมวลผลเชิงลึกให้รวดเร็วขึ้นถึง 12%[4]
  • รองรับ Throughput เพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่า บน Intel UHD สำหรับเวิร์กโหลด AI-Enhanced[5]: การคำนวณเอนจิ้นของหน่วยประมวลผลกราฟิกที่ยืดหยุ่น จะช่วยให้การทำงานของแอปพลิเคชันการอนุมานที่ใช้ Throughput สูง สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องมากขึ้น รวมไปถึงการตกแต่งรูปแบบวิดีโอ อนาไลติกส์ หรือการเพิ่มความคมชัดรายละเอียดรูปภาพ ที่ขับเคลื่อนประสิทธิภาพด้วย AI
  • ประสิทธิภาพกราฟิกที่ดีขึ้นถึง 1.7 เท่า[6]: กราฟิก Gen11 สามารถส่งมอบการใช้งานมีเดีย และสร้างคอนเทนต์ได้อย่างไม่มีสะดุดแม้ต้องใช้งานนอกสถานที่ ด้วยกราฟิกที่ก้าวกระโดดครั้งใหญ่ที่สุดบนระบบของโปรเซสเซอร์อินเทลขนาด 7 วัตต์ ช่วยให้การแปลงไฟล์คลิปวิดีโอเร็วขึ้นถึง 54%[7] และรองรับจอแสดงผล 4K ภายนอกสูงสุดถึงสี่จอด้วยกัน ให้ผู้ใช้ได้ดื่มด่ำไปกับภาพที่สมบูรณ์เต็มตาสำหรับในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ และรับชมความบันเทิงต่างๆ
  • การเชื่อมต่อกิกะบิต: รองรับ Intel® Wi-Fi 6 (Gig+) และโซลูชัน Intel LTE ให้ผู้ใช้งานสัมผัสประสบการณ์การประชุมผ่านวิดีโอและสตรีมมิ่งออนไลน์แบบไม่มีสะดุด

 

หมายเลขโปรเซสเซอร์

กราฟิก คอร์ / เธรด กราฟิก (EUs) แคช TDP ฐานความถี่ (GHz) ระดับเทอร์โบสูงสุดของคอร์ประเภทเดี่ยว (GHz) ระดับเทอร์โบสูงสุดของทุกคอร์ (GHz) ความถี่สูงสุดของกราฟิก (GHz) หน่วยความจำ
i5-L16G7 Intel UHD Graphics 5/5 64 4Mb 7W 1.4 3.0 1.8 สูงถึง 0.5 LPDDR4X-4267
i3-L13G4 Intel UHD Graphics 5/5 48 4Mb 7W 0.8 2.8 1.3

สูงถึง 0.5

LPDDR4X-4267

 

ข้อมูลเพิ่มเติม:  แฟ้มข้อมูลผลิตภัณฑ์ Lakefield |  ข้อมูลผลิตภัณฑ์ Lakefield โดยย่อ  Intel Images: Up Close with Lakefield

หมายเหตุสำคัญโดยสังเขป:

ผลการดำเนินงานขึ้นอยู่กับการทดสอบและการกำหนดค่า ณ วันที่แสดงไว้ ซึ่งอาจไม่มีการเปิดเผยการปรับปรุงต่างๆ ต่อสาธารณะทั้งหมด สามารถดูรายละเอียดการเปิดเผยข้อมูลการกำหนดค่าสำหรับรายละเอียดต่างๆ ได้ และไม่มีผลิตภัณฑ์หรือส่วนประกอบใดที่มีความปลอดภัยอย่างแน่นอน

ซอฟต์แวร์และปริมาณงานที่ใช้ในการทดสอบประสิทธิภาพอาจได้รับการปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพสูงสุดบนไมโครโปรเซสเซอร์ของอินเทลเท่านั้น การทดสอบประสิทธิภาพต่างๆ เช่น SYSmark และ MobileMark จะวัดโดยใช้ระบบคอมพิวเตอร์ ส่วนประกอบ ซอฟต์แวร์ การดำเนินงาน และฟังก์ชั่นเฉพาะ การเปลี่ยนแปลงของปัจจัยเหล่านี้อาจทำให้ผลลัพธ์แตกต่างกัน ควรศึกษาข้อมูลและการทดสอบประสิทธิภาพอื่นๆ เพื่อช่วยประเมินการซื้อที่ผ่านการไตร่ตรองอย่างสมบูรณ์ รวมถึงประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์นั้นเมื่อใช้ร่วมกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ สามารถศึกษาข้อมูลที่สมบูรณ์ได้ที่ http://www.intel.com/benchmarks

ค่าใช้จ่ายและผลลัพธ์ของผลิตภัณฑ์อาจแตกต่างกัน

เทคโนโลยีของอินเทลอาจต้องเปิดใช้งานฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ หรือการเปิดใช้งานบริการอื่นๆ เสริม

อินเทลช่วยพัฒนามาตรฐานการวัดผลต่างๆ โดยเข้าร่วม อุปถัมภ์ และ/หรือสนับสนุนด้านเทคนิคให้กับกลุ่มการวัดผลต่างๆ รวมถึงชุมชนการพัฒนา BenchmarkXPRT ซึ่งบริหารงานโดย Principled Technologies

© Intel Corporation. Intel. Core. อินเทล และสัญลักษณ์หรือเครื่องหมายอื่นๆ ของอินเทล เป็นเครื่องหมายการค้าของอินเทล คอร์ปอเรชั่นในประเทศสหรัฐอเมริกา และ/หรือประเทศอื่นๆ

###

 

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ วีโร่ พับลิค รีเลชั่นส์

ปิยะฉัตร นามบัณฑิต (ทราย)    piyachat@vero-asean.com             มือถือ +66 86093 9019

วชิราภรณ์ ศรีสกุล (เนล)          wachiraporn@vero-asean.com        มือถือ +66 87708 8020

กานต์ชนก ตองอ่อน (อีฟ)        kanchanok@vero-asean.com          มือถือ +66 88916 9363

 

from:https://www.it-reborn.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a5-%e0%b9%84%e0%b8%ae%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%94-%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%ad%e0%b8%a3/

[1นาทีพรีวิว] Acer Nitro AN515 55 517NT001 notebook

Acer Nitro AN515-55-517N Nitro 5 รุ่นล่าสุด ดีไซน์สวย สเปคโหด ราคาไม่แรง ดีไซน์ความดุดันทั้งด้านบนและด้านล่าง ตัวเครื่องมาในโทนสี Obsidian Black หน้าจอขนาดใหญ่ 15.6″ มาพร้อมความละเอียด FHD Panel IPS Refresh Rate 144Hz ขอบจอบาง คีย์บอร์ด FullSize มาพร้อมไฟ LED ใต้ปุ่ม แยกปุ่ม WASD ชัดเจน สเปกมาพร้อม Intel Core i5-10300H (2.5GHz Turbo Boost up to 4.5GHz) RTX 2060 6GB GDDR6 Ram DDR4 16 GB PCIe NVMe M.2 SSD 512 GB (Windows 10 Home) ระบบเสียง DTS® X:Ultra Audio & Acer TrueHarmony เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wireless 802.11ax (Bluetooth 5.0)

  • หน้าจอแสดงผลขนาด 15.6″ ระดับ FHD IPS 144Hz
  • ระบบประมวลผล Intel Core i5-10300H Processor
  • แรม 16GB DDR4
  • ระบบประมวลผลกราฟิก NVIDIA GeForce RTX 2060 Graphics
  • มาพร้อม SSD ความจุ 512 GB
  • มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home

Acer Nitro AN515-55-517N สั่งซื้อที่นี่

from:https://www.it-reborn.com/acer-nitro-an515-55-517n/

Acer Survival Kit โปรโมชั่นสุดพิเศษ “แพคยังชีพเกมเมอร์” มูลค่า 3พันกว่าบาท!!

Campaign “แพคยังชีพเกมเมอร์

โปรโมชั่นพิเศษสุดๆ สำหรับเกมเมอร์ รับสถานการณ์ อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ 

ซื้อ Acer NITRO5 รุ่นที่มี CPU AMD (รุ่นที่ร่วมรายการ) รับ แพคยังชีพเกมเมอร์มูลค่ารวมกว่า 3,300 บาท สำหรับ 500 ท่านแรกเท่านั้น!!

ชุด แพคยังชีพเกมเมอร์ประกอบไปด้วย

– หูฟังเกมส์มิ่ง CORSAIR HS35 : หูฟังเกมส์มิ่งคุณภาพสูงเสียงครบทุกรายละเอียด ด้วยไดร์เวอร์ขนาด 50มิลลิเมตร มูลค่า 1,390 บาท

เม้าส์เกมส์มิ่ง CORSAIR HARPOON RGB : เม้าส์เกมส์มิ่งระดับเทพในราคาประหยัด ปรับ DPI ได้สูงสุดถึง 6000 DPI  มูลค่า 790 บาท

แผ่นรองเม้าส์ CORSAIR MM200 มูลค่า 790 บาท : แผ่นรองเม้าส์วัสดุทนทานเหมาะกับทุกการใช้งาน

คาราบาวแดง รสกรีนแอปเปิ้ล กี่เกมก็ไหว อร่อยได้ไม่มีร่วงอร่อย สดชื่น ดื่มได้ทุกเวลา จากคาเฟอีนธรรมชาติกัวรานาสกัด มีวิตามินบี 6 และบี 12 บำรุงสมอง น้ำตาลน้อย แคลอรี่ต่ำ

หน้ากาก Predator AMD Mask สุดเท่ รุ่น Limited Edition

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

เพียงทำตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้

  1. ซื้อโน้ตบุ๊ค Acer Nitro5 รุ่นที่ติดตั้ง CPU : AMD ตามรุ่นด้านล่าง
Part Model
NH.Q6ZST.001 Nitro AN515-43-R0T3_Obsidian Black
NH.Q5XST.014 Nitro AN515-43-R1N1_Obsidian Black
NH.Q5XST.002 Nitro AN515-43-R2PM_Obsidian Black
NH.Q5XST.008 Nitro AN515-43-R3K4_Obsidian Black
NH.Q3RST.001 Acer Nitro AN515-42-R7EB_Shale Black
NH.Q6NST.003 Nitro AN515-43-R19J_Obsidian Black
NH.Q3RST.008 Acer Nitro AN515-42-R4W8_Shale Black
NH.Q5XST.012 Nitro AN515-43-R8ZL_Obsidian Black
NH.Q3RST.009 Acer Nitro AN515-42-R84J_Shale Black
NH.Q2UST.002 Acer Nitro AN515-41-F62A_Shale Black

 

  1. ระยะเวลาโปรโมชั่น : 1- 30 มิถุนายน 2563 (หรือจนกว่าของจะหมด) เฉพาะ 500 ท่านแรก ที่ทำการลงทะเบียนและทำถูกต้องตามกติกาเท่านั้น
  2. ของรางวัลในแพคยังชีพเกมเมอร์ รวมมูลค่ากว่า 3,300 บาท!
 Description / Box  Retail Price
Inc. VAT
CORSAIR Gaming Mice : HARPOON RGB 790
CORSAIR Gaming Headset : HS35 Stereo Red 1,390
CORSAIR Gaming Mouse Pad: MM200 : Medium 790
Carabao Green Apple: 2 Energy Drink 30
Instant Noodle : 2 Cup 30
Predator AMD Mask 199
3,229

 

  1. ลงทะเบียนสินค้าและข้อมูลส่วนตัวที่inbox ของ Facebook : Acerthailand
  2. ทางทีมงานจะตรวจสอบข้อมูลของท่าน และจัดส่งของรางวัลไปให้ ภายในวันที่ 15 กรกฎาคม 2563
  3. ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ acerthailand.com/

 

from:https://www.it-reborn.com/acer-survival-kit-%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a9-%e0%b9%81%e0%b8%9e/

Alphacool Eisbaer Aurora 280 CPU Digital RGB เย็นสมราคากล้าท้าทุก CPU

วันนี้เรามีชุดระบายความร้อนด้วยน้ำ เป็นระบบแบบกึ่งเปิดกึ่งปิดจากทางค่าย Alphacool มาแนะนำกัน กับรุ่น Eisbaer Aurora 280 CPU Digital RGB

มาเริ่มกันที่อุปกรณ์ภายในกล่องกันก่อนเลย

 

ตามชื่อรุ่นครับ EISBEAR AURORA 280 ตัวนี้หม้อน้ำเป็นหม้อน้ำ 2 ตอน ใช้งานร่วมกับพัดลม 140mm 2ตัว ตัวหม้อน้ำเป็นทองแดงก็จะช่วยเรื่องการระบายความร้อนดีกว่าและทนกว่าหม้อน้ำที่เป็นอลูมิเนียม

 

 

 


ใช้สายยางแบบใหม่มีความยืดหยุ่นสูงและทนความร้อนได้ดีขึ้น ความยาวประมาณ 30 ซม. มี Quick release fasteners สำหรับขยายซิสเต็มหรือ maintenance

 

 

 

  ตัวปั๊มรอบหมุนอยู่ที่ 2800 rpm กินไฟเพียง 4Watt มีช่องเติมน้ำด้านบน ดีไซน์ด้านข้างมีลายหมีขั้วโลก หน้าสัมผัสเป็นสแตนเลส

 

 


มีปลั๊กไฟเลี้ยงปั๊มและสายไฟ LED ตัวปั๊มออกแบบใหม่ให้มีไฟ RGB สามารถปรับผ่านตัวคอนโทรลเลอร์ หรือซิงค์กับซิสเต็มได้

 

 

-พัดลมให้มา 2 ตัวขนาด 140mm เป็นแบบ Hydraulic Bearings รอบที่ 600-1500 รอบต่อนาที มีไฟ RGB ที่ขอบของพัดลม ปรับผ่านตัวคอนโทรลเลอร์ หรือซิงค์กับเมนบอร์ดตรงหรือพ่วงผ่านปั๊มได้

 

 


สายคอนเนคเตอร์พร้อมตัวคอนโทรลไฟ RGB 1 เส้น / สาย Y ต่อพัดลม 1 เส้น / สายแปรง A RGB 5V. 1 เส้น

 

 


น็อตสำหรับยึดพัดลมกับหม้อน้ำ และยึดหม้อน้ำติดกับเคส 1 ชุด ขึ้นตอนการติดตั้งก็ง่ายๆครับ น็อตยาวยึดพัดลมเข้าหม้อน้ำ ข้อควรระวังถ้าน็อตเดิมหายแล้วจะใช้น็อตอื่นแทนดูความยาวน็อตและเกลียวให้ดีนะครับ
ถ้ายาวไปอาจแทงหม้อน้ำทะลุ

 

 


ส่วนขาล็อกก็รองรับทุกซ็อกเก้ตของ intel

 


ของAMDก็รองรับทุกซ็อกเก็ตเช่นกัน

 


พิเศษมีขาล็อค TR มาให้ด้วย

 


ทุกซ็อกเก็ตต้องใช้ร่วมกับชุดสปริงและน็อตตัวเมีย มีเคเบิ้ลไทด์ และ ซิลิโคนมาให้ใช้งาน

 


สุดท้ายคู่มือการติดตั้ง

 


การติดตั้งเหมือนกันทุกซ็อกเก็ตคือ เอาขาล็อกยึดเข้าปับปั้ม / แล้วแทงน็อตผ่านสปริงร้อยอีแปะ ล็อกด้วยน็อตตัวเมียทั้งสี่เสา จากนั้นไขลงเมนบอร์ด ใครใช้บอร์ดรุ่นไหน ดูในคู่มือประกอบได้เลยครับ

 


จากนั้นยึดหม้อน้ำเข้ากับเคสได้เลยครับ

 

สำหรับ CPU COOLER รุ่นนี้สามารถทำให้ cpu ใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ยิ่ง cpu แรงมากเท่าไหร่มันก็จะทำให้เกิดความร้อนสะสมได้ สิ่งที่จะจัดการกับความสะสมได้ก็เป็น CPU COOLER นี้แหละ และตัว Alphacool ก็ทำออกมาได้ตอบโจทย์เลยทีเดียว

from:https://www.it-reborn.com/alphacool-eisbaer-aurora-280-cpu-digital-rgb-%e0%b9%80%e0%b8%a2%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2/

ทดสอบ intel Core i7 10700F + Z490 Aorus Master x RTX 2080 ti อัดสุด 2K และ 4K CPU เจนใหม่โคตรแรง!!

ทดสอบ intel Core i7 10700F + Z490 Aorus Master x RTX 2080 ti อัดสุด 2K และ 4K CPU เจนใหม่โคตรแรง!!

หลังจากที่ทาง intel เขาได้ทำการเปิดตัว cpu intel gen 10 บนแพลตฟอร์ม desktop ออกมา ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนที่แล้ว ทาง intel ก็ได้ทยอยปล่อยของออกมาเรื่อยๆ และแน่นอนว่าตามสไตล์ intel ก็จะเริ่มตั้งแต่ตัวใหญ่สุดลงมาก่อน จนมาถึงวันนี้ ที่จะเปิดตัวเพิ่มขึ้นมาอีก 1 รุ่น ซึ่งต้องบอกว่ารุ่นนี้เปิดตัวได้โดนใจคนที่ชอบความแรง ในราคาที่ไม่แพงเลย กับตัว cpu intel core i7 10700f

สำหรับคนที่เป็นสาวก intel ก็น่าจะรู้กันดีว่าตัวรหัส cpu มันจะมีตัวอักษรต่อท้าย ซึ่งก็จะมีความหมายอยู่ทางเราก็จะขอสรุปมาให้คร่าวๆ ว่าถ้าเป็น cpu ที่ไม่มีรหัสตัวอักษรต่อท้ายเลย ก็จะเป็น cpu ที่ไม่สามารถ overclock ได้ และก็จะมีการ์ดจอ on cpu มาให้ใช้งาน แต่ถ้าเป็นรหัสตัวอักษร k สำหรับคนที่ชอบความแรงก็จะรู้ดีว่า cpu รุ่นนี้จะสามารถ overclock ได้ เป็นตัว unlock ที่จะยังมีการ์ดจอ on cpu มาให้ใช้งานอยู่ แต่ยังสำหรับรุ่น 10700f ที่ตัวอักษรต่อท้ายเป็นตัว f จะเป็น cpu ที่ไม่สามารถ overclock ได้ จะไม่มี การ์ดจอ on cpu มาให้ใช้งาน และก็จะมีรุ่น kf ที่สามารถ overclock ได้ แต่ไม่มี การ์ดจอ on cpu มาให้ใช้งานนั้นเอง ถ้าคุณตั้งใจที่จะซื้อ cpu ของ intel อยากได้ความแรงของ cpu แบบจัดเต็ม โดยที่ไม่ได้สนใจว่าจะต้องมีการ์ดจอมาให้ เพราะตั้งใจที่จะซื้อการ์ดจอแยกอยู่แล้ว คุณก็สามารถเลือกเป็นรหัส f ได้เลย เพราะคุณก็จะได้ทั้งเรื่องของราคาที่ถูกกว่านั้นเอง และวันนี้เราก็จะทดสอบดูว่า cpu ที่มีรหัสตัวอักษร f ต่อท้ายนั้นจะมีความแรงขนาดไหน และอุปกรณ์ที่เราจะใช้ก็คือ

mainboard z490 asus aorus master เพื่อรองรับ cpu gen 10 ที่ได้เปลี่ยนตัว socket จากเดิมที่ใช้ 1151 มาเป็น 1200 และตัว pci e 4.0 ที่จะมีความเร็วในการถ่ายโอนข้อมูลสูงมากยิ่งขึ้น เรื่องของการเชื่อมต่อ internet โดนเฉพาะ wifi ที่จะเป็น wifi 6 plus อีกทั้งยังมี intel 2.5g ethernet สำหรับบอร์ดรุ่นนี้สามารถใช้งานได้กับ cpu gen 10 ทุกรุ่นแล้วตัวบอร์ดนั้นค่อนข้างสวยเลยทีเดียว

nvidia geforce rtx 2080 ti gaming x trio เป็นการ์ดจอตัวใหญ่ ที่เราจะใช้ทดสอบร่วมกัน เพราะว่าถ้าเราใช้ cpu intel core i7 10700f ก็จะสามารถประหยัดงบลงไปได้ เพื่อที่เราจะทุ่มในการซื้อการ์จอได้นั้นเอง และเราก็จะดูด้วยว่า cpu รหัส f นั้นจะสามารถดึงประสิทธิภาพของการ์ดจอออกมาได้มากแค่ไหนอีกด้วย

ram corsair 32 gb

Power Supply Hydro GE 650W

ระบบระบายความร้อน alphacool สำหรับ mainboard z490 ถึงแม้ว่าเปลี่ยน socket มาเป็น 1200 แต่ตัวขาล็อคก็ยังเป็นแบบเดิม เพราะฉะนั้นชุดน้ำรุ่นนี้ก็สามารถใช้งานร่วมกันได้แน่นอน

สำหรับสเปคของ cpu แบบละเอียด
หมายเลขโปรเซสเซอร์                          i7-10700F
ชื่อรหัส                                                   Comet Lake
TDP                                                       65 W
รองรับซ็อกเก็ต                                      FCLGA1200
การทำลวดลายวงจร                             14 nm
ความถี่พื้นฐานของโปรเซสเซอร์          2.90 GHz
ความถี่เทอร์โบสูงสุด                            4.80 GHz
แคช level 3                                          16 MB
คอร์                                                       8
เธรด                                                      16
เมนบอร์ด                                              z490 asus aorus
แรม                                                       32 GB
การ์ดจอ                                                nvidia geforce rtx 2080 ti

ผลทดสอบ Cinebench

ผลทดสอบ PerformanceTest

ผลทดสอบ 3D Maek
Time Spy
Graphics score : 14 369
Graphics test1 : 92.12 FPS
Graphics test2 : 83.60 FPS
CPU score : 10 525
CPU test : 35.36 ms

Time Spy Extreme
Graphics score : 6 847
Graphics test1 : 43.31 FPS
Graphics test2 : 40.34 FPS
CPU score : 4 956
CPU test : 70.6 ms

สำหรับการทดสอบเกม เกมแรกก็จะเป็น gear 5 ทดสอบความละเอียดที่ 2k ค่า graphic quality ปรับให้เป็นค่าสูงสุดทั้งหมด เฟรมเรตสามาถขึ้นสูงสุด 200 กว่า fps และลงต่ำสุดจะอยู่ที่ประมาณ 120 fps gpu วิ่งเต็มประสิทธิภาพ อุณหภูมิจะอยู่ที่ประมาณ 74 องศา ส่วน cpu แต่ละเธรดจะทำงานไม่เท่ากัน สูดสุดจะอยู่ที่ 89 % แต่อุณหภูมิจะอยู่ที่ประมาณ 40 – 50 องศาเท่านั้นเอง การกินไฟจะอยู่ที่ 400 กว่าวัตต์

ต่อไปจะเป็น 4k ค่า graphic quality ปรับให้เป็นค่าสูงสุดทั้งหมด เฟรมเรตสามาถขึ้นสูงสุด 120 กว่า fps และลงต่ำสุดจะอยู่ที่ประมาณ 80 fps

และสำหรับการทดสอบเกมต่อไปก็คือเกม Star Wars Jedi: Fallen Order ทดสอบความละเอียดที่ 2k ค่า graphic quality ปรับให้เป็นค่าสูงสุดทั้งหมด เฟรมเรตสามาถขึ้นสูงสุด 120 กว่า fps และลงต่ำสุดจะอยู่ที่ประมาณ 80 fps การกินไฟจะอยู่ที่ 300 ปลายๆ ถึง 400 ต้นๆ

ต่อไปจะเป็น 4k ค่า graphic quality ปรับให้เป็นค่าสูงสุดทั้งหมด เฟรมเรตจะอยู่ที่ 40 – 50 fps และ gpu วิ่งขึ้นมาเป็น 98 % ส่วน cpu ก็ยังคงไกล้เคียงเดิม

และสำหรับการทดสอบเกมสุดท้ายคือเกม Monster Hunter: World ทดสอบความละเอียดที่ 2k ค่า graphic quality ปรับให้เป็นค่าสูงสุดทั้งหมด เฟรมเรตจะอยู่ที่ 80 – 90 fps gpu วิ่งเต็มประสิทธิภาพ cpu ในแต่ละเธรดก็ทำงานแตกต่างกัน แต่จะค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับเกมอื่นๆ

ต่อไปจะเป็น 4k ค่า graphic quality ปรับให้เป็นค่าสูงสุดทั้งหมด เฟรมเรตจะอยู่ที่ 40 – 50 fps ส่วน gpu อุณหภูมิจะอยู่ที่ประมาณ 70 กว่า แต่ cpu อุณหภูมิจะอยู่ที่ประมาณ 40-50 ถือว่าสามารถเล่นได้สะบายๆเลย
และสำหรับการกินไฟจะอยู่ที่ 300 – 400 วัตต์ ยิ่งใช้ Power Supply ที่สามารถจ่ายไฟประมาณ 600 วัตต์ 80+ ก็จะทำให้การจ่ายไฟเป็นไปได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ อย่างเช่น Power Supply ที่เราใช้ ก็ต้องบอกเลยว่าสะบายมาก

หลังจากที่ทดสอบ cpu intel core i7 10700f เสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั้น ต้องบอกว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากๆ สำหรับคนที่ต้องการประกอบ System โดยมีการ์ดจอแยก และไม่ได้ต้องการ การ overclock แต่ต้องการใช้งาน cpu ให้เต็มประสิทธิภาพก็เพียงพอแล้ว ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่ต้องการที่จะทุ่มเงินซื้อการ์ดจอแยกมาแทนนั้นเอง

from:https://www.it-reborn.com/%e0%b8%97%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%9a-intel-core-i7-10700f-z490-aorus-master-x-rtx-2080-ti-%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94-2k-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0-4k-cpu/

MSI Z490 ที่สุดแห่งเมนบอร์ดที่ชาวเกมเมอร์รอคอย

           หลังจากการเปิดตัวที่สร้างปรากฏการณ์ใหม่กับซีพียูเจนเนอเรชั่นที่ 10 ของ intel ในวันนี้ MSI (เอ็มเอสไอ) ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์ชั้นนำระดับโลกพร้อมแล้วที่จะให้คุณได้ใช้งานซีพียูรุ่นล่าสุดอย่างเต็มประสิทธิภาพด้วยเมนบอร์ดที่อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีจาก MSI ในตระกูล Z490 ได้มีการพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็น ภาคจ่ายไฟ VRM ที่สามารถจ่ายไฟได้สูงสุดเต็มกำลังเอาใจสายโอเวอร์คล๊อก จัดเต็มเรื่องระบบระบายความร้อนสำหรับรุ่น MEG ที่มาพร้อม Active VRM Cooling Solutions เทคโนโลยีที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของ MSI ที่สามารถระบายความร้อนได้เหนือกว่า

เมนบอร์ด MSI z490 ทุกรุ่นรองรับ PCIe Gen 4 สำหรับอุปกรณ์รุ่นใหม่ไม่ว่าจะเป็นการ์ดจอหรือ SSD เมนบอร์ดของ MSI นำเสนอการเชื่อต่ออินเตอร์เน็ตที่ความเร็วสูง 2.5G LAN และ WIFI6 เป็นมาตรฐานในการใช้งาน และในส่วนของพอร์ทเชื่อมต่อต่างๆ หรือ I/O ที่รองรับการเชื่อมต่อแบบ Thunderbolts 3 และ USB 3.2 Gen 2×2 (20Gbps) นอกจากนี้ MSI Z490 ยังเป็นเมนบอร์ดแบรนด์เดียวที่ให้พอร์ทเชื่อมต่อด้านหน้าแบบ Type C ในเมนบอร์ด Z490 ทุกรุ่น

            สำหรับผู้ที่กำลังจะอัพเกรดไปใช้ซีพียูในเจนเนอเรชั่นที่ 10 เมนบอร์ด MSI z490 เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด    ไม่ว่าจะเป็นเมนบอร์ดไฮเอนด์เพื่อการเล่นเกมระดับไฮเพอร์ฟอร์แมนซ์และสายโอเวอร์คล็อก MSI MEG Z490 GODLIKE ตัว top of the line กับวัสดุระดับพรีเมี่ยมและการออกแบบที่งดงามโดนใจเหล่าเกมเมอร์ จัดเต็มด้วยภาคจ่ายไฟพลังสูง ISL Digital PWM 16 phase ที่ 90A SPS  รองรับแรม DDR4 5000+ การเชื่อมต่อเน็ตเวิร์คที่รวดเร็ว 10G+2.5G dual LAN, WIFI 6 และพอร์ท dual Thunderbolt 3 พอร์ท มาพร้อมการระบายความร้อนที่ดีที่สุด Active thermal solution พร้อมไฟ Mystic Light RGB ที่สามารถ sync ได้เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ในการเล่นเกมของคุณ นอกจากนี้ยังมีรุ่น MSI MEG Z490ACE และ MSI MEG Z490 Unify เมนบอร์ดไฮเอนด์ในราคาเบาๆ มาให้เป็นตัวเลือกอีกด้วยดังนั้นสำหรับเกมเมอร์ที่ต้องการคุณภาพระดับ ไฮเพอร์ฟอร์แมนซ์ทั้งการเล่นเกม การทำไลฟ์สตรีมไปจนถึงการโอเวอร์คล็อก MSI ในซีรี่ส์ที่กล่าวมาได้ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การทำงานอย่างครบถ้วน

            สำหรับผู้ที่มีงบประมาณระดับปานกลาง แต่ยังต้องการประสิทธิภาพสูงในการใช้งานโดยเฉพาะการเล่นเกม MSI ขอแนะนำเมนบอร์ดในรุ่น MSI MPG Z490 Gaming Carbon WIFI, MSI MPG Z490 Gaming Edge WIFI และ MSI MAG Z490 Tomahawk ด้วยวัสดุระดับพรีเมี่ยมและการออกแบบที่สวยงามในสไตล์เกมมิ่งส์เช่นเดียวกับรุ่นใหญ่ จัดเต็มด้วยฟีเจอร์การใช้งานที่เหนือกว่าคู่แข่งทั้งพอร์ตเชื่อมต่อด้านหน้า USB 3.2 Gen 2×2 (20Gbps) Type C รองการใช้งานเน็ตเวิร์คแบบ WIFI 6 และยังคงไว้ในเรื่องของประสิทธิภาพของภาคจ่ายไฟVRM 12 เฟสและขาดไม่ได้กับไฟ MYSTIC Light RGB เหมาะสำหรับเกมเมอร์ที่ต้องการอัพเกรดคอมพิวเตอร์เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูง ในงบประมาณที่คุ้มค่าครอบคลุมทุกความต้องการในการเล่นเกมส์รวมถึงการทำงานด้านอื่นเช่น คอนเทนต์ครีเอเตอร์ เป็นต้น

            และสำหรับเกมเมอร์ระดับเริ่มต้น เน้นเพอร์ฟอร์แมนซ์การเล่นเกมที่คุ้มค่าเป็นหลัก เมนบอร์ด MSI MPGZ490 Gaming Plus และ MSI MPG Z490M Gaming Edge WIFI, Z490-A Pro ยังคงจัดเต็มกับฟีเจอร์ที่คุ้มที่สุดในตลาดกับระบบเชื่อมต่อเน็ตเวิร์ค 2.5GbE LAN พร้อม Wi-Fi 6 และพอร์ทเชื่อมต่อด้านหน้าแบบ Type C มากับการจ่ายไฟแบบ 12 เฟส และ Pre-installed I/O shield รวมทั้งวัสดุและการออกแบบตัวเมนบอร์ดที่สวยงามระดับพรีเมี่ยมเกรดโดนใจเหล่าเกมเมอร์

สำหรับผู้ที่สนใจอยากลองสัมผัสเทคโนโลยีล่าสุดจาก MSI กับเมนบอร์ดตระกูล Z490 ทุกรุ่นสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://th.msi.com/หรือที่เฟสบุ๊คแฟนเพจ https://www.facebook.com/MSIThailand/

 

 

 

from:https://www.it-reborn.com/msi-z490-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88/