คลังเก็บหมวดหมู่: FLASHFLY

ผู้ประกอบการด้านโทรคมนาคมในเอเชียหลายแห่ง เริ่มระงับการจำหน่ายสมาร์ทโฟนของ Huawei

ผลกระทบจากการถูกสหรัฐอเมริกาคว่ำบาตรเริ่มขยายผลเป็นวงกว้าง เว็บไซต์ BusinessTech อ้างว่าผู้ประกอบการด้านโทรคมนาคมรายใหญ่ในเอเชียหลายแห่ง เริ่มระงับการจำหน่ายอุปกรณ์ของ Huawei ให้กับลูกค้าแล้ว

NTT Docomo Inc ผู้ให้บริการฯ รายใหญ่ในประเทศญี่ปุ่น ถูกอ้างว่ามีการระงับคำสั่งซื้อสมาร์ทโฟนที่เกี่ยวข้องกับ Huawei P30 series ขณะที่ KDDI Corp. และ YMobile ตัดสินใจเลื่อนการเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ของ Huawei อย่างไม่มีกำหนด

Chunghwa Telecom ผู้ให้บริการฯ ในไต้หวัน ก็ประกาศว่าจะไม่เปิดตัสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ของ Huawei เช่นกัน เพราะมีความเสี่ยงที่จะไม่ได้รับการอัพเดทซอฟต์แวร์ในอนาคต ถึงแม้ Huawei จะได้รับความนิยมในไต้หวัน ด้วยการครองอันดับ 4 จากส่วนแบ่งตลาด 8.9% เป็นรอง Apple, Samsung, OPPO อ้างอิงข้อมูลจาก Taiwan Mobile เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา

FarEasTone Telecommunications ยังคงวางจำหน่ายสมาร์ทโฟนของ Huawei ต่อไป เฉพาะสินค้าที่อยู่ในสต็อก แต่มีแนวโน้มจะไม่นำรุ่นใหม่เข้ามา

ทางด้านเจ้าของสมาร์ทโฟน Huawei หลายราย เริ่มออกมาแสดงความคิดเห็นผ่านโซเชี่ยลมีเดีย โดยส่วนใหญ่มีความกังวลว่าสมาร์ทโฟนของพวกเขาจะได้รับผลกระทบ หลังจาก Huawei ถูกตัดขาดความสัมพันธ์กับกลุ่มซัพพลายเออร์ในสหรัฐฯ

ที่มา – BusinessTech
https://www.flashfly.net/wp/252374

from:https://www.flashfly.net/wp/252374

โฆษณา

Samsung Galaxy A70S จะเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของโลก ที่มาพร้อมกล้อง 64 ล้านพิกเซล

แหล่งข่าวในเกาหลีใต้รายงานว่า Samsung จะนำเซ็นเซอร์กล้องรุ่นใหม่ล่าสุด ISOCELL Bright GW1 มาใช้กับสมาร์ทโฟน Galaxy A70S เป็นรุ่นแรก ซึ่งจะทำให้ Galaxy A70S ถูกนับเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของโลก ที่มาพร้อมกล้อง 64 ล้านพิกเซล

Samsung เปิดตัวเซ็นเซอร์กล้อง ISOCELL Bright GW1 ในช่วงต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยมีขนาดพิกเซล 0.8 ไมครอน ซึ่งเป็นขนาดที่เล็กที่สุดในตลาดปัจจุบัน และยังมีความละเอียดสูงที่สุด ในกลุ่มผลิตภัณฑ์เซ็นเซอร์ภาพที่มีขนาดพิกเซล 0.8 ไมครอน นั่นคือ 64 ล้านพิกเซล

ISOCELL Bright GW1 ใช้เทคโนโลยีผสานพิกเซล Tetracell และอัลกอริธึม Remosaic ช่วยสร้างภาพถ่าย 16 ล้านพิกเซลในที่แสงน้อย และ 64 ล้านพิกเซล ในสภาพแสงปกติ ได้อย่างคมชัด คล้ายกับที่สายตามนุษย์มองเห็น

อ่านรายละเอียด ISOCELL Bright GW1 ได้ที่นี่

ทั้งนี้ แหล่งข่าวไม่ได้ให้รายละเอียดใดๆ นอกจากการอัพเกรดกล้องดิจิตอล แต่อ้างว่า Samsung จะเปิดตัว Galaxy A70S ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ และเชื่อว่า Galaxy Note 10 จะยังไม่ได้รับเซ็นเซอร์กล้อง 64 ล้านพิกเซล เนื่องจาก Samsung มีกลยุทธ์นำเสนอเทคโนโลยีใหม่ๆ ให้กับสมาร์ทโฟนระดับกลางเป็นอันดับแรก

ที่มา – ETNews
https://www.flashfly.net/wp/252371

from:https://www.flashfly.net/wp/252371

ชมภาพเรนเดอร์ Samsung Galaxy Note 10 สร้างขึ้นบนพื้นฐานข่าวลือล่าสุด วางกล้องหลังในแนวตั้ง กล้องเซลฟี่อยู่ในรู

เว็บไซต์ Phonearena เคยสร้างภาพเรนเดอร์ Samsung Galaxy Note 10 ออกมาให้ชมกันแล้ว ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา แต่ถูกนำมาออกแบบใหม่อีกครั้ง ตามข่าวลือล่าสุดจาก 2 แหล่งข่าวที่มีความแม่นยำสูง

แหล่งปล่อยข่าวลือที่เชื่อถือได้ เจ้าของบัญชี Twitter @UniverseIce ให้ข้อมูลว่า Galaxy Note 10 จะฝังกล้องเซลฟี่ไว้ในรูบนจอแสดงผล เหมือนที่พบใน Galaxy S10 series แต่จะมีรูเดียว และมีขนาดเล็กกว่า ด้านเจ้าของบัญชี Twitter @OnLeaks ก็ยืนยันเช่นกันว่า Galaxy Note 10 จะติดตั้งกล้องเซลฟี่ไว้ในรู จัดวางไว้ตรงกึ่งกลาง และให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า กล้องด้านหลังจะวางเรียงกันเป็นแนวตั้ง

เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจน Phonearena จึงได้ออกแบบ Samsung Galaxy Note 10 ใหม่ อ้างอิงข่าวลือล่าสุด และเรนเดอร์ออกมาอย่างสวยงามตามรูปภาพด้านล่าง

ที่มา – Phonearena
https://www.flashfly.net/wp/252359

from:https://www.flashfly.net/wp/252359

MacBook Pro แบบ 8-core รุ่นแรก รัน Photoshop ได้เร็วกว่าเดิม 75%

เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม ที่ผ่านมา Apple ได้เปิดตัว MacBook Pro รุ่นแรก ที่ใช้โปรเซสเซอร์แบบ 8-core ซึ่งมีประสิทธิภาพเร็วกว่า MacBook Pro แบบ Quad-core สองเท่า และมีประสิทธิภาพมากกว่า MacBook Pro แบบ 6-core ถึง 40% ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับช่างภาพที่ทำงานด้วย Photoshop

Apple ได้เปรียบเทียบประสิทธิภาพให้อย่างชัดเจน ระหว่าง MacBook Pro รุ่น 15 นิ้ว แบบ 8-core กับ Quad-core โดยโปรเซสเซอร์แบบ 8-core สามารถประมวลผลของฟิลเตอร์ที่ใช้เธรดได้เต็มประสิทธิภาพเร็วขึ้น 75% ใน Adobe Photoshop CC

และสามารถนำเข้าไฟล์ภาพแบบ RAW ด้วย Smart Previews เร็วขึ้น 50% ใน Adobe Lightroom Classic CC

MacBook Pro รุ่น 15 นิ้ว รุ่นใหม่ พร้อมวางจำหน่ายแล้วในราคาเริ่มต้น 93,900 บาท มาพร้อมโปรเซสเซอร์ Intel Core i9 รุ่นที่ 9 แบบ 8‑core ความเร็ว 2.3GHz, Turbo Boost สูงสุด 4.8GHz, Radeon Pro 560X พร้อมหน่วยความจำ GDDR5 ขนาด 4GB, หน่วยความจำ DDR4 ความเร็ว 2400MHz ขนาด 16GB, ตัวจัดเก็บข้อมูลแบบ SSD ความจุ 512GB, จอภาพ Retina พร้อมการแสดงผลแบบ True Tone, พอร์ต Thunderbolt 3 จำนวน 4 พอร์ต, รองรับ Touch Bar และ Touch ID

ที่มา – PetaPixel
https://www.flashfly.net/wp/252351

from:https://www.flashfly.net/wp/252351

iPhone รุ่นใหม่ในปี 2019 โผล่ในฐานข้อมูลของ EEC คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจยูเรเซีย

เหมือนกับทุกๆ ปีที่ผ่านมา ก่อนที่ Apple จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ ผลิตภัณฑ์เหล่านั้นจะต้องได้รับอนุญาตจาก Eurasian Economic Commission หรือ คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจยูเรเซีย ซึ่งล่าสุดพบว่า iPhone รุ่นใหม่ในปีนี้ ได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานดังกล่าวแล้ว

iPhone รุ่นใหม่ ที่พบในฐานข้อมูลของ EEC ประกอบไปด้วยรหัสรุ่น A2111, A2160, A2161, A2215, A2216, A2217, A2218, A2219, A2220, A2221 และ A2223

คาดว่า A2111, A2160, A2161 อาจเป็นทายาทของ iPhone XR ที่มีความจุแตกต่างกันไป ส่วนที่เหลือควรจะเป็นทายาทของ iPhone XS และ XS Max

ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา iPad Air และ iPad mini 5 ก็เคยถูกขึ้นทะเบียนกับ EEC เช่นกัน ก่อนจะเปิดตัวทางการในไม่กี่เดือนต่อมา สำหรับ iPhone รุ่นใหม่ในปีนี้ คาดว่าจะได้รับการเปิดตัวในเดือนกันยายน เหมือนกับในช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมา

ที่มา – 9to5mac

from:https://www.flashfly.net/wp/252347

สำรวจมูลค่า iPhone XS ใน 40 ประเทศทั่วโลก อ้างอิงจากผลสำรวจของ Deutsche Bank

เป็นปีที่ 8 แล้ว ที่ Deutsche Bank ได้ทำรายงาน “แผนที่ราคาโลก” เพื่อสำรวจราคาสินค้าและบริการในประเทศต่างๆ ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น ค่าเช่ารถ, ค่าที่พักในโรงแรม, ค่าเชื้อเพลิงรถ, ค่าตัดผม และอื่นๆ อีกหลายรายการ รวมไปถึงมูลค่า iPhone XS

Deutsche Bank พบว่าใน 40 ประเทศที่สำรวจมา ส่วนใหญ่ iPhone XS มีมูลค่าสูงกว่าในสหรัฐฯ ยกเว้นไนจีเรีย แต่ไม่ได้ให้เหตุผลว่าทำไม ส่วนบราซิล iPhone XS มีมูลค่าสูงสุด แพงกว่าในสหรัฐฯถึง 64% และต่อไปนี้คือมูลค่า iPhone XS ใน 40 ประเทศทั่วโลก

01. บราซิล – 2,050 ดอลล่าร์สหรัฐ แพงกว่าในสหรัฐ 64%

02. ตุรกี – 1,880 ดอลล่าร์สหรัฐ แพงกว่าในสหรัฐ 50%

03. อาร์เจนตินา – 1,776 ดอลล่าร์สหรัฐ แพงกว่าในสหรัฐ 42%

04. อินเดีย – 1,635 ดอลล่าร์สหรัฐ แพงกว่าในสหรัฐ 31%

05. กรีซ – 1,591 ดอลล่าร์สหรัฐ แพงกว่าในสหรัฐ 27%

06. รัสเซีย – 1,586 ดอลล่าร์สหรัฐ แพงกว่าในสหรัฐ 27%

07. บังคลาเทศ – 1,545 ดอลล่าร์สหรัฐ แพงกว่าในสหรัฐ 24%

08. สวีเดน – 1,541 ดอลล่าร์สหรัฐ แพงกว่าในสหรัฐ 23%

09. อียิปต์ – 1,537 ดอลล่าร์สหรัฐ แพงกว่าในสหรัฐ 23%

10. นอร์เวย์ – 1,533 ดอลล่าร์สหรัฐ แพงกว่าในสหรัฐ 23%

11. เดนมาร์ก – 1,529 ดอลล่าร์สหรัฐ แพงกว่าในสหรัฐ 22%

12. อิตาลี – 1,514 ดอลล่าร์สหรัฐ แพงกว่าในสหรัฐ 21%

13. ฟินแลนด์ – 1,502 ดอลล่าร์สหรัฐ แพงกว่าในสหรัฐ 20%

14. โปรตุเกส – 1,502 ดอลล่าร์สหรัฐ แพงกว่าในสหรัฐ 20%

14. ไอร์แลนด์ – 1,502 ดอลล่าร์สหรัฐ แพงกว่าในสหรัฐ 20%

16. สาธารณรัฐเช็ก – 1,492 ดอลล่าร์สหรัฐ แพงกว่าในสหรัฐ 19%

17. โปแลนด์ – 1,487 ดอลล่าร์สหรัฐ แพงกว่าในสหรัฐ 19%

18. ฟิลิปปินส์ – 1,484 ดอลล่าร์สหรัฐ แพงกว่าในสหรัฐ 19%

19. อังกฤษ – 1,483 ดอลล่าร์สหรัฐ แพงกว่าในสหรัฐ 19%

20. เบลเยี่ยม – 1,480 ดอลล่าร์สหรัฐ แพงกว่าในสหรัฐ 18%

21. เนเธอร์แลนด์ – 1,480 ดอลล่าร์สหรัฐ แพงกว่าในสหรัฐ 18%

21. สเปน – 1,480 ดอลล่าร์สหรัฐ แพงกว่าในสหรัฐ 18%

23. ฝรั่งเศส – 1,479 ดอลล่าร์สหรัฐ แพงกว่าในสหรัฐ 18%

24. เม็กซิโก – 1,477 ดอลล่าร์สหรัฐ แพงกว่าในสหรัฐ 18%

25. ออสเตรีย – 1,469 ดอลล่าร์สหรัฐ แพงกว่าในสหรัฐ 17%

25. เยอรมัน – 1,469 ดอลล่าร์สหรัฐ แพงกว่าในสหรัฐ 17%

27. นิวซีแลนด์ – 1,455 ดอลล่าร์สหรัฐ แพงกว่าในสหรัฐ 16%

28. จีน – 1423 ดอลล่าร์สหรัฐ แพงกว่าในสหรัฐ 14%

29. สิงคโปร์ – 1,386 ดอลล่าร์สหรัฐ แพงกว่าในสหรัฐ 11%

30. มาเลเซีย – 1,378 ดอลล่าร์สหรัฐ แพงกว่าในสหรัฐ 10%

31. เกาหลีใตเ – 1,361 ดอลล่าร์สหรัฐ แพงกว่าในสหรัฐ 9%

32. สวิสเซอร์แลนด์ – 1,359 ดอลล่าร์สหรัฐ แพงกว่าในสหรัฐ 9%

33. ซาอุดิอาราเบีย – 1,333 ดอลล่าร์สหรัฐ แพงกว่าในสหรัฐ 7%

34. แคนาดา – 1,331 ดอลล่าร์สหรัฐ แพงกว่าในสหรัฐ 6%

35. สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ – 1,323 ดอลล่าร์สหรัฐ แพงกว่าในสหรัฐ 6%

36. ออสเตรเลีย – 1,317 ดอลล่าร์สหรัฐ แพงกว่าในสหรัฐ 5%

37. ฮ่องกง – 1,262 ดอลล่าร์สหรัฐ แพงกว่าในสหรัฐ 1%

38. ญี่ปุ่น – 1,256 ดอลล่าร์สหรัฐ

39. สหรัฐอเมริกา – 1,251 ดอลล่าร์สหรัฐ

40. ไนจีเรีย – 1,178 ดอลล่าร์สหรัฐ

ที่มา – Deutsche Bank

from:https://www.flashfly.net/wp/252344

AIS ส่ง “ลิซ่า BLACKPINK” พรีเซ็นเตอร์คนล่าสุด ตอกย้ำผู้นำเครือข่ายตัวจริง เพื่อลูกค้าทุกเจเนอเรชั่น

เอไอเอส เปิดตัวแคมเปญใหม่ “AIS THE BEST NETWORK THAT CAN UNDERSTAND ALL GENERATIONS” ตอกย้ำผู้นำอันดับ 1 ด้านเครือข่ายและบริการดิจิทัลของประเทศที่พัฒนาบริการเพื่อทุกเจเนอเรชั่น โดยดึงพลัง ลลิษา มโนบาล หรือ ลิซ่า วง BLACKPINK ไอดอลสาวสุดฮอต ขวัญใจชาว BLINK ทั่วโลก เป็นตัวแทนแบรนด์ถ่ายทอดแคมเปญครั้งแรกบนภาพยนตร์โฆษณาและสื่อดิจิทัลต่างๆ สะท้อนความมุ่งมั่นที่ไม่เคยหยุดพัฒนาบริการดิจิทัลที่ดีที่สุด พร้อมสร้างสรรค์นวัตกรรมและบริการเพื่อเติมเต็มความต้องการของลูกค้าทุกเจเนอเรชั่น 

นายปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าทั่วไป เอไอเอส กล่าวว่า “ในฐานะผู้ให้บริการเทคโนโลยีดิจิทัล ที่อยู่เคียงข้างผู้บริโภคชาวไทยมาอย่างต่อเนื่องกว่า 29 ปี เรามุ่งมั่นพัฒนาบริการคุณภาพเพื่อมอบประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ลูกค้า ทุกเพศ ทุกวัย ทุกอาชีพ อย่างต่อเนื่อง รวมถึงติดตามความต้องการที่หลากหลายอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา และเดินหน้าริเริ่มสร้างสรรค์การบริการใหม่ๆ ที่ตอบสนองในทุกมิติการใช้ชีวิตให้กับลูกค้าทุกเจเนอเรชั่น ผ่าน เครือข่ายคุณภาพ , บริการดิจิทัลที่ตอบโจทย์ทั้ง Work Style  และ Lifestyle , สิทธิพิเศษที่ยกระดับการใช้ชีวิตของลูกค้าทุกกลุ่ม และนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ส่งเสริมให้ลูกค้าได้สร้างตัวตน และปลดปล่อยขีดความสามารถผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์มของเรา ซึ่งล้วนช่วยให้คนไทยได้เชื่อมต่อถึงกันได้อย่างมีประสิทธิภาพในทุกช่วงเวลา” 

ที่ผ่านมา เอไอเอส จึงสื่อสารความตั้งใจดังกล่าวผ่านทั้งบริการ และกลุ่มพรีเซ็นเตอร์ หลากหลายคาแรคเตอร์ ที่เมื่อไปสื่อสารกับกลุ่มลูกค้าที่เป็นฐานแฟนคลับของพรีเซ็นเตอร์แต่ละท่านก็จะยิ่งทำให้ Message ที่สื่อจาก Brand ชัดเจนยิ่งขึ้น

ล่าสุด เพื่อเป็นการตอกย้ำความตั้งใจของเอไอเอสที่มุ่งมั่นพัฒนาบริการเพื่อลูกค้าในทุกเจเนอเรชั่น จึงเปิดตัวแคมเปญ “AIS THE BEST NETWORK THAT CAN UNDERSTAND ALL GENERATIONS” โดยได้    ลิซ่า วง BLACKPINK หรือ ลลิษา มโนบาล ที่ถือเป็น Persons of Consequence หรือบุคคลที่มีพลังกว้างไกล และขยายผลได้อย่างรวดเร็วในโลกโซเชียล รวมถึงเป็นตัวแทนของคน GEN Z ที่มุ่งมั่นพัฒนาขีดความสามารถของตัวเอง เดินหน้าทำตามความฝัน ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล สื่อสารและมอบความสุขให้กับคนทุกเพศ ทุกวัย จนสามารถพิสูจน์ตัวเองกลายเป็นขวัญใจคนทั่วโลก เช่นเดียวกับปณิธานของเอไอเอส ที่มุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีและรูปแบบการบริการอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อคนไทยเสมอมา เราจึงเชื่อมั่นว่า ลิซ่ามีพลังสื่อสารเข้าถึงคนทุกเจเนอเรชั่นได้มากที่สุด และสามารถสื่อสารความตั้งใจของแบรนด์เพื่อตอกย้ำแคมเปญ “AIS THE BEST NETWORK THAT CAN UNDERSTAND ALL GENERATIONS”  ไปยังลูกค้าได้เป็นอย่างดี ซึ่งจะทำให้ Brand Relationship ของเอไอเอสเข้าถึงใจของลูกค้าและคนไทยได้อย่างแน่นอน” นายปรัธนา กล่าวสรุป

#AISNetworkForAllGenerations
#AISXLISA
#LISA

from:https://www.flashfly.net/wp/252340