คลังเก็บหมวดหมู่: FLASHFLY

ชมตัวอย่างล่าสุดของเซนต์เซย่า เทพบุตรแห่งดวงดาว ก่อนฉายให้ชมทาง Netflix วันที่ 19 กรกฎาคมนี้

Netflix พร้อมฉายซีรีส์แอนิเมชั่น เซนต์เซย่า เทพบุตรแห่งดวงดาว (SAINT SEIYA: Knights of the Zodiac) เริ่มตอนแรกในวันที่ 19 กรกฎาคมนี้ (มีทั้งหมด 6 ตอน) และได้ปล่อยตัวอย่างล่าสุดออกมาให้ชมกันแล้ว

ในอดีตกาล เหล่าเซนต์อุทิศตัวเพื่อปกป้องอาธีน่า เทพีแห่งสติปัญญาและสงคราม ตัดมาในยุคปัจจุบัน เซย์ย่าผู้กำพร้าและเซนต์รุ่นใหม่กำลังจุติเพื่อช่วยอาธีน่าต่อสู้ปีศาจร้ายที่มุ่งหมายจะทำลายล้างมนุษยชาติ

ที่มา – Netflix

from:https://www.flashfly.net/wp/260150

โฆษณา

Apple กำลังทำงานอย่างหนัก เพื่อป้องกันข้อมูล iPhone 12 รั่วไหล ก่อนที่จะเปิดตัวในปี 2020

iPhone 11 หรือ iPhone ที่กำลังจะเปิดตัวในเดือนกันยายนนี้ ถูกปล่อยภาพเรนเดอร์ออกมาตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม 2019 หลังจาก Apple เปิดตัว iPhone XR, XS, XS Max ได้เพียง 3 เดือน และเป็นการปล่อยภาพหลุดก่อนที่ iPhone 11 จะเปิดตัวถึง 9 เดือน

Steve Hemmerstoffer เจ้าของบัญชี Twitter @OnLeaks เป็นคนแรกที่ปล่อยภาพเรนเดอร์ iPhone 11 ออกมาตั้งแต่ต้นปี และภาพเรนเดอร์ของเขาดูเหมือนจะมีความแม่นยำสูง จนถูกสร้างออกมาเป็น เครื่องดัมมี่ ให้เราได้เห็นกันเมื่อไม่นานมานี้

น่าสนใจว่า Steve Hemmerstoffer ได้ข้อมูลมาอย่างไร?

iPhone ในช่วง 5 ปีแรก ถูกผลิตออกมาเพียงปีละ 1 รุ่น ทำให้เป็นที่ต้องการของตลาดสมาร์ทโฟนระดับพรีเมี่ยม และย้งส่งผลให้ข่าวลือเกี่ยวกับ iPhone รุ่นถัดไป อยู่ในความสนใจเป็นอย่างมาก

ข้อมูล iPhone รุ่นใหม่ มีที่มาจากซัพพลายเออร์ของ Apple โดยพนักงานบางรายในนั้น สามารถนำข้อมูลไปแลกเป็นเงินได้ และได้รับค่าตอบแทนมากกว่าเงินเดือนที่พวกเขาได้รับมากถึง 3 เท่า

Apple เผชิญกับปัญหาข้อมูลรั่วไหลอย่างรุนแรง ในปี 2013 โดยมีภาพหลุด iPhone 5c ที่มีหลายสีสันถูกแชร์ออกมาก่อนเปิดตัวทางการเพียงไม่กี่เดือน และยังถูกขโมยเคส iPhone 5c ออกไปจากโรงงานผลิตถึง 19,000 ขิ้น ทำให้ Apple ต้องซื้อคืนกลับมา

หลังจากนั้น Apple ได้เพิ่มมาตรการป้องกันความลับรั่วไหลให้เข้มงวดยิ่งขึ้น ด้วยการแต่งตั้งทีม New Product Security ขึ้นมา คอยตรวจสอบซัพพลายเออร์ทั่วโลก แต่ก็ยังไม่สามารถป้องกันข้อมูลรั่วไหลได้อย่างสมบูรณ์ ในปี 2014 มีรายงานการขโมยข้อมูลถึง 387 ราย และลดลงเหลือ 57 รายในปี 2015 ขณะที่ปี 2016 พบรายงานเพียง 4 ราย

แต่ท้ายที่สุดเรายังคงเห็นภาพหลุด และข่าวลือเกี่ยวกับ iPhone รุ่นใหม่ออกมาอยู่เสมอ โดยเฉพาะในปีนี้ iPhone 11 ที่ถูกเปิดเผยภาพเรนเดอร์ออกมาก่อนตัวจริงจะเปิดตัวถึง 9 เดือน และเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ Apple ต้องทำงานให้หนักขึ้น สำหรับการปกปิดข้อมูล iPhone รุ่นถัดไปที่จะออกมาในปีหน้า

มีรายงานว่า Apple ได้เปลี่ยนทรัพยากรด้านคอมพิวเตอร์ เพื่อป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลดิจิตอล มีการแยกเก็บไฟล์ CAD ไว้ในเครือข่ายที่ปลอดภัยมากขึ้น และยังใส่ลายน้ำให้กับไฟล์ทั้งหมด เพื่อป้องกันการจับภาพหน้าจอ มีการแบนบริการอีเมลและบริการคลาวด์ของบุคคลที่สาม อย่าง Google Enterprise และ Dropbox

ถ้าหากยังมีข้อมูลเกี่ยวกับ iPhone รั่วไหลออกมา ซัพพลายเออร์ที่รับผิดชอบ จะต้องจ่ายค่าปรับให้บริษัทฯ เป็นจำนวนเงิน 25 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ หรือราว 770 ล้านบาท และต้องเสียเงินให้กับค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสืบสวน

มาตรการใหม่ของ Apple ส่งผลให้ ซัพพลายเออร์ต้องเพิ่มความรัดกุมภายในบริษัทด้วย โดยมีการอัพเกรดระบบรักษาความปลอดภัยในโรงงาน ทั้งกล้องจดจำใบหน้า, กล้องวงจรปิด และเพิ่มเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย

ที่มา – Phonearena

from:https://www.flashfly.net/wp/260144

Sky: Children of the Light พร้อมให้ดาวน์โหลดแล้วบน iPhone, iPad และ iPod touch ฟรี!!

เกม Sky: Children of the Light จาก thatgamecompany นักพัฒนารายเดียวกับ Journey พร้อมให้เจ้าของอุปกรณ์ iPhone, iPad และ iPod touch ได้ดาวน์โหลดไปเล่นแล้ว หลังจากเปิดตัวเวอร์ชั่น Beta ตั้งแต่ปีที่แล้วในชื่อ Sky: Light Awaits

Sky: Children of the Light ได้รับการแนะนำตัวครั้งแรกตั้งแต่ปี 2017 ในงานเปิดตัว iPhone X ก่อนจะปล่อยออกมาให้เล่นบน Apple TV เท่านั้น โดยควบคุมการเล่นด้วยนิ้วเดียวผ่าน Siri Remote จากนั้นจึงเริ่มพัฒนาเกมให้เหมาะสำหรับ iPhone และ iPad

เดิมที่ Sky: Children of the Light เคยให้สัญญาว่าจะปล่อยออกมาให้เล่นในวันที่ 11 กรกฎาคมที่ผ่านมา แต่ติดปัญหาบางอย่างทำให้ล่าช้ามาถึงสัปดาห์นี้

ผู้พัฒนาเกมยืนยันว่า Sky: Children of the Light จะมีเวอร์ชั่นสำหรับเล่นบนอุปกรณ์ Android, Mac, Apple TV, PC รวมถึงเกมคอนโซล ตามออกมาในอนาคต

สำหรับเจ้าของ สามารถดาวน์โหลด Sky: Children of the Light มาเล่นได้ฟรี!! ผ่านทาง App Store โดยมีการหารายได้ผ่านการขายภายในเกม

ที่มา – MacRumors
https://www.flashfly.net/wp/260135

from:https://www.flashfly.net/wp/260135

ผู้ผลิตในจีน สร้างละครที่มีมุมมองแนวตั้ง เหมาะสำหรับดูบนสมาร์ทโฟน และอาจเป็นอนาคตของการชมวีดีโอบนมือถือ

บริษัทจีนเริ่มสร้างละครและคอนเท้นต์วีดีโอออกมาเป็นแนวตั้งมากขึ้น เริ่มตั้งแต่ยักษ์ใหญ่อย่าง Tencent ที่เริ่มป้อนละครแนวตั้งออกมาในปี 2018 ตามมาด้วย iQiyi ผู้ให้บริการวีดีโอสตรีมมิ่ง ที่มี Baidu เป็นจ้าของ ก็ทำซิทคอม และรายการตลกออกมาสำหรับรับชมในแนวตั้ง และยังมีคอนเท้นต์วีดีโอแนวตั้งถูกสร้างออกมามากขึ้นเรื่อยๆ จากผู้ผลิตรายอื่น

วีดีโอแนวตั้ง ช่วยให้เจ้าของสมาร์ทโฟนรับชมคอนเท้นต์ได้สะดวกขึ้น เพราะสามารถถืออุปกรณ์ได้ด้วยมือเพียงข้างเดียว โดยไม่ต้องพลิกหมุนอุปกรณ์ให้เป็นแนวนอน

ผู้ผลิตวีดีโอในแนวตั้งมีหลักเกณฑ์ในการสร้างคอนเท้นต์อยู่ 3 อย่างด้วยกัน คือ 1. ต้องสร้างแต่ละตอนให้สั้นและกระชับที่สุด วิธีการนี้ยังช่วยกระตุ้นให้ผู้ชมอยากดูตอนต่อไปมากยิ่งขึ้น 2. เนื้อหาควรเป็นแนวตลกขบขัน ซึ่งเหมาะกับการทำละครหรือวีดีโอออกมาให้เป็นตอนสั้นๆ ด้วย และ 3. เทคนิคการตัดต่อภาพ ต้องเหมาะกับจอแสดงผลแนวตั้ง เนื่องจากพื้นที่มีจำกัดกว่าละครหรือวีดีโอแนวนอน

นอกจาก ผู้ผลิตในจีนแล้ว Instagram ก็เคยเปิดตัว IGTV ในปีที่แล้ว และพยายามผลักดันให้ผู้สร้างคอนเท้นต์นำเสนอวีดีโอสำหรับรับชมบนมือถือ Netflix ก็ทำตัวอย่างภาพยนตร์ในแนวตั้งออกมาในระยะเวลา 30 วินาที Spotify ได้เปิดตัวมิวสิควีดีโอในแนวตั้ง และ Snap ก็มีวีดีโอสำหรับมือถือมากมาย ด้วยคอนเท้นต์ระดับพรีเมี่ยม

ที่มา – TNW
https://www.flashfly.net/wp/260129

from:https://www.flashfly.net/wp/260129

AIS จับมือ ม.สงขลานครินทร์ ทดสอบ 5G ครั้งแรกในภาคใต้ ด้วยแนวคิด Smart City, Smart Living ทดลองโมเดลสมาร์ทซิตี้ ครั้งแรกในไทย

เอไอเอส โดยนายมหัณณพ อภินันทนพงศ์ หัวหน้าส่วนงานปฎิบัติการภูมิภาค-ภาคใต้ และสถาบันวิจัยและนวัตกรรมดิจิทัล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ (มอ.) โดย ผศ.วศิน สุวรรณรัตน์ รองอธิการบดีวิทยาเขตหาดใหญ่ พร้อมทีมนักพัฒนา นำโดย ผศ.ดร.วรรณรัช สันติอมรทัต ผู้อำนวยการโครงการจัดตั้งสถาบันวิจัยและนวัตกรรมดิจิทัล มหาวิทยาลัยงสขลานครินทร์ จับมือทดลอง ทดสอบเทคโนโลยี 5G ครั้งแรกในภาคใต้ ด้วยแนวคิด “Smart City, Smart Living” สร้างโมเดลสมาร์ทซิตี้ครั้งแรกในไทย ภายใต้การสนับสนุนจากสํานักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อเป็นพื้นที่ศูนย์กลางของภาคใต้ในการพัฒนานวัตกรรม และสร้างสรรค์เทคโนโลยีที่กำลังจะมาในอนาคต อาทิ 5G, IoT และโซลูชั่นต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้นักศึกษา นักพัฒนา และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเทคโนโลยี 5G ได้มีโอกาสลงมือทดลอง ทดสอบเทคโนโลยีแห่งอนาคต

โดยการลงพื้นที่ภาคใต้ครั้งนี้ เอไอเอส และ มอ.ได้นำ 5G Use Case และ IoT Device มาทดลอง ทดสอบในสภาพแวดล้อมจริง บนคลื่นความถี่ 28 GHz เพื่อทดสอบศักยภาพของเทคโนโลยี 5G ใน 3 คุณสมบัติหลัก คือ ความเร็วที่เหนือระดับไปอีกขั้น, เครือข่ายที่ตอบสนองรวดเร็วและเสถียร (Latency) รวมถึงศักยภาพในการขยายการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ต่ออุปกรณ์ หรือ IoT ซึ่งเป็นรากฐานในการสร้างโมเดลเมืองอัจฉริยะ รองรับการใช้ชีวิตที่สะดวกสบายและมีความปลอดภัย โดยมี Use Case เริ่มต้น ประกอบด้วย

1. นวัตกรรม Mobile Surveillance: นวัตกรรมเพื่อการตรวจตราและรักษาความปลอดภัยจาก Video Analytics และ AI ได้แบบเรียลไทม์ ด้วยการนำข้อมูลวิดีโอจากกล้องวงจรปิดบนยานพาหนะส่งต่อผ่านเครือข่าย 5G ที่จะสามารถวิเคราะห์ภาพจำแนกวัตถุรอบคันรถ, วิเคราะห์ความพร้อมของผู้ขับขี่ และการแจ้งเตือนความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2. นวัตกรรม Object Detection: นวัตกรรมจับวัตถุที่เคลื่อนที่จากจุดหนึ่งไปยังจุดหนึ่งได้อย่างแม่นยำ ผ่าน 5G อาทิ ตรวจจับรถยนต์หรือบุคคลต้องสงสัย โดยข้อมูลจะแสดงผลเรียลไทม์ที่ War Room ของมหาวิทยาลัย ในกรณีที่ตำรวจแจ้งลักษณะบุคคลและรถต้องสงสัยเข้ามา ผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบเรื่องความปลอดภัยก็จะสามารถตรวจจับความเคลื่อนไหวของรถหรือคนร้ายได้อย่างแม่นยำ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านระบบรักษาความปลอดภัยภายในมหาวิทยาลัยได้ดียิ่งขึ้น

3. นวัตกรรม EV Autonomous: นวัตกรรมการสื่อสารระหว่างรถ EV ต่อรถ EV ผ่านเครือข่าย 5G ครั้งแรกของไทย (Vehicle to Vehicle communication system) ที่สามารถรับ-ส่งข้อมูลความเร็วสูง มีความหน่วงต่ำ และระบบมีความเสถียรมาก ทำให้รถยนต์สามารถสื่อสารข้อมูลการขับขี่ ข้อมูลความปลอดภัย และข้อมูลการจราจรไปมาระหว่างกันเองได้อย่างแม่นยำและปลอดภัย โดยไม่ต้องใช้คนขับ ซึ่งจะช่วยป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงป้องกันการจราจรติดขัดในเส้นทาง

จากการทดลอง ทดสอบครั้งนี้ จะทำให้ภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหรรม และผู้เกี่ยวข้องใน 5G Ecosystem เห็นภาพของประโยชน์ของ 5G ในหลากหลายรูปแบบ ตลอดจนเป็นการส่งเสริมให้สถาบันการศึกษาได้มีโอกาสพัฒนา Innovation Idea อย่างเป็นรูปธรรม และสามารถนำไปพัฒนาต่อยอดในการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อรองรับเทคโนโลยี 5G ที่กำลังจะมาถึง ตลอดจนเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน

from:https://www.flashfly.net/wp/260119

OPPO ปล่อยระบบปฏิบัติการ ColorOS 6 สำหรับรุ่นก่อนหน้า โดยปล่อยเวอร์ชั่น Beta ให้กับ OPPO F9 เป็นรุ่นแรก!!

OPPO ประกาศปล่อย ColorOS 6 เวอร์ชั่น Beta สำหรับสมาร์ทโฟน OPPO F9 โดย ColorOS 6 เวอร์ชั่น Beta ใหม่นี้ จะมอบประสบการณ์การใช้งานของระบบปฏิบัติการมือถือ Android Pie ใหม่ล่าสุดให้แก่ผู้ใช้งาน พร้อมฟีเจอร์ที่ได้รับการปรับแต่งใหม่ทั้งหมด

Android Pie – การอัพเดตหลัก

ทุกรุ่นที่ได้รับการอัพเดตเป็น ColorOS 6 จะได้ฟีเจอร์ใหม่ที่สามารถใช้งานได้จริงจาก Android Pie ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงการโต้ตอบระหว่างผู้ใช้และระบบคอมพิวเตอร์ การเพิ่มความสามารถของระบบ AI และการเพิ่มประสิทธิภาพของอินเทอร์เฟซพื้นฐาน

รวมถึงมอบประสบการณ์ล้ำสมัยให้แก่ผู้ใช้ด้วยการอัพเดตปุ่มเรียกใช้งานเมนูรูปแบบใหม่ทั้งหมดใน Android Pie ซึ่ง Android Pie ทำงานผ่าน AI ของ Google ประกอบด้วย Google Assistant, ARcore, Google Lens และ การบริการอัจฉริยะต่างๆที่ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ที่แตกต่างกัน นอกจากนี้การอัพเดตซอฟต์แวร์ล่าสุดของ OPPO จะช่วยให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์ที่ไหลลื่นขึ้น สมาร์ทขึ้น และเหมาะกับผู้ใช้มากขึ้น

ดีไซน์ไร้ขอบเขต

ColorOS 6 ใช้คอนเซ็ปต์การดีไซน์ที่ไร้ขอบเขต เพื่อจัดระเบียบข้อมูลจำนวนมากของผู้ใช้ โดย OPPO ได้รวบรวมแสง สีสันที่ดูสบายตา และพื้นหลังสีขาว เพื่อสร้างอินเทอร์เฟซที่เรียบง่ายและสง่างาม ซึ่งจะแตกต่างจาก ColorOS 6 ในอินเทอร์เฟซดั้งเดิมของ Google

ดีไซน์ของพื้นหลังสีขาว มีการไล่ระดับเฉดสีสบายตาที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวกับภาพศิลปะแบบโมเดิร์นในวอลเปเปอร์ มอบประสบการณ์ที่ทันสมัยบนความงามอันไร้ขอบเขต

พัฒนาการโต้ตอบของระบบ

ColorOS 6 เลื่อนแถบเรียกใช้งานเมนูไปด้านบนของหน้าจอและเปลี่ยนการเรียกใช้งานจากการแตะเป็นการปัด เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพและความไหลลื่นในการโต้ตอบของระบบ นอกจากนี้ ColorOS 6 ยังมีภาพเคลื่อนไหวที่จำลองแรงเสียดทานเพื่อสร้างประสบการณ์เสมือนจริงมากขึ้น เช่น ภาพเคลื่อนไหวเมื่อปัดขึ้นหรือลงบนหน้าจอ

Dazzle Color Mode และ สไตล์ภาพ Portrait แบบใหม่

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา OPPO ยังคงแสวงหาความเป็นเลิศด้านการถ่ายภาพ ซึ่งนั่นหมายความว่า ColorOS 6 จะมาพร้อมกับเทคโนโลยีการถ่ายภาพขั้นสูง ที่จะอัพเดต 2 ฟีเจอร์ คือ Dazzle Color Mode และ สไตล์ภาพ Portrait แบบใหม่

Dazzle Color Mode ใช้อัลกอริทึมที่เรียกคืนสีให้มีชีวิตชีวามากขึ้น ปรับปรุงมิติของภาพในการถ่ายภาพย้อนแสง นอกจากนี้ยังได้เพิ่มฉากต่างๆที่ใช้ในการถ่ายภาพตามสถานการณ์ที่แตกต่างกันอีกด้วย

ColorOS 6 ใช้ AI ในการแสกนภาพถ่ายที่มียอดรับชมมากที่สุดผ่านระบบโซเชียล เพื่อสร้างฟิลเตอร์ที่ใช้ในการปรับแต่งภาพ Portrait 5 แบบ โดยการเพิ่มประสิทธิภาพอัลกอริทึมนี้จะช่วยในการจดจำใบหน้าและการปรับโทนสีผิว เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ในการตกแต่งภาพได้อย่างชาญฉลาด

ประสบการณ์การเล่นเกมที่เหนือกว่า

“Game Boost” โปรแกรมที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเล่นเกมของ OPPO ได้รับการอัพเดตเป็นเวอร์ชั่น 2.0 รวมถึงเพิ่มเทคโนโลยีใหม่อย่าง “Touch Boost” และ “Frame Boost” ที่จะช่วยปรับความรู้สึกในการเล่นเกมและความสเถียรของเฟรมเรต ซึ่งจากการทดสอบแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการเล่นเกม มีการเพิ่มขึ้นถึง 38%

“Game Space” รองรับฟีเจอร์ที่หลากหลายและรองรับการวัดข้อมูลต่างๆที่เกี่ยวกับเกม คือ ความแรงของสัญญาณ การใช้พลังงานแบตเตอรี่ การส่งข้อความและอีกมากมาย ในขณะเดียวกัน ‘Game Assistant’ จะมีปุ่มลัดไปยังฟังก์ชั่นอื่นได้อย่างหลากหลายเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้ รวมไปถึงโหมด ‘ห้ามรบกวน’ และ การแบ่งหน้าจอเป็นสองส่วนในขณะเล่นเกมได้เพื่อมอบประสบการณ์การเล่นเกมที่ดีกว่าให้แก่ผู้ใช้

ความปลอดภัยในการชำระเงินและการป้องกันความเป็นส่วนตัว

ColorOS 6 มาพร้อมฟีเจอร์ความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพ เพื่อลดความเสี่ยงในการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งกรณีที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งและกรณีรุนแรง รวมถึงการรั่วไหลของรหัสเข้าแอพพลิเคชั่น ความปลอดภัยส่วนบุคคล และ การลบข้อมูลแบบไร้สายสำหรับเครื่องที่หายหรือถูกขโมยไป

นอกจากนี้เพื่อความปลอดภัยในการชำระเงิน ColorOS 6 มีการปิดกั้นการชำระเงินอัตโนมัติ การตรวจสอบตัวตนในการชำระเงิน และการตรวจสอบสภาพแวดล้อมของแอพพลิเคชั่นในการชำระเงิน เพื่อขจัดความเสี่ยง เช่น การชักนำให้เกิดการชำระเงิน ลิ้งค์ที่ไม่ปลอดภัย และข้อความหลอกลวง

โดยการอัพเดตใหม่นี้ จะปล่อยครั้งแรกในรุ่น F9 รุ่นยอดนิยมของ OPPO และจะปล่อยให้รุ่นเรือธงอย่าง Find X เป็นลำดับต่อไป อีกทั้งจะปล่อยให้รุ่นต่างๆของ OPPO ได้อัพเดตในอนาคตอันใกล้นี้ เพื่อมอบซอฟแวร์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นให้แก่ผู้ใช้ ColorOS ทั้งหมด

from:https://www.flashfly.net/wp/260110

AWN ชำระเงินประมูลคลื่น 900MHz งวดที่ 3 จำนวน สี่พันสามร้อยหนึ่งล้านสี่แสนบาทถ้วน

บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด หรือ AWN ในกลุ่มเอไอเอส ผู้ชนะการประมูลคลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมย่าน 900MHz ชุดที่ 1 คลื่นความถี่ 895-905 MHz คู่กับ 940-950MHz ที่ราคาประมูล 80,949.78 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) และที่ผ่านมาได้ชำระเงินงวดที่ 1 และ 2 เรียบร้อยแล้ว

ล่าสุด นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอส ได้เดินทางไปชำระเงินประมูลคลื่นความถี่ย่าน 900MHz งวดที่ 3 โดยมี พลเอกสุกิจ ขมะสุนทร ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เป็นผู้รับมอบ เงินจำนวน 4,301,400,000.00 บาท (สี่พันสามร้อยหนึ่งล้านสี่แสนบาทถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว พร้อมนำส่งหนังสือค้ำประกันการชำระเงินประมูลคลื่นความถี่งวดที่ 4 ณ สำนักงาน กสทช. เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2562

from:https://www.flashfly.net/wp/260098