คลังเก็บหมวดหมู่: FLASHFLY

เปรียบเทียบ Galaxy Note 10+ vs Galaxy Note 9 มีสเปกแตกต่างกันอย่าง? (Infographic)

Samsung ได้จัดทำรูปภาพ Infographic เพื่อแสดงให้เห็นว่าในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา พรีเมี่ยมสมาร์ทโฟน Galaxy Note series มีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง ระหว่าง Galaxy Note 9 ที่ออกมาในปีที่แล้วกับ Galaxy Note 10+ รุ่นใหม่ล่าสุด

ที่มา – Samsung
https://www.flashfly.net/wp/262331

from:https://www.flashfly.net/wp/262331

โฆษณา

มีอะไรใหม่ใน Samsung Galaxy Note 10 และ Galaxy Note 10+

       ครั้งแรกของกาแลคซี่ โน้ต ที่มาพร้อมตัวเลือก 2 ขนาด ตอบโจทย์ความต้องการที่ต่างกันของผู้บริโภคได้อย่างสมบูรณ์แบบ

·       S Pen ปากกาอัจฉริยะเจเนเรชั่นล่าสุด ให้คุณเปลี่ยนลายมือภาษาไทยให้กลายเป็นตัวอักษรได้ทันทีบน Samsung Notes รวมถึงการเพิ่มฟีเจอร์ Air Actions ให้ผู้ใช้สามารถควบคุมการใช้งานผ่านทิศทางการเคลื่อนไหวของปากกา

·       มาพร้อมกล้องอัจฉริยะ ให้ภาพถ่ายและวิดีโอสวยงาม สมบูรณ์แบบราวกับมืออาชีพ

·       มอบประสิทธิภาพเหนือชั้นกว่าที่เคยกับ Super-Fast Charging เพียง 30 นาที ก็สามารถใช้งานได้ยาวนานตลอดวัน พร้อมเชื่อมต่อการทำงานร่วมกับระบบปฏิบัติการ Windows และ MacOS ได้อย่างง่ายดายผ่าน Samsung DeX

ซัมซุงเปิดตัว “ซัมซุง กาแลคซี่ โน้ต 10” (Samsung Galaxy Note 10) สมาร์ทโฟนระดับพรีเมี่ยมในตระกูล “กาแลคซี่ โน้ต” ที่มาพร้อมกับดีไซน์อันหรูหราทันสมัย ประสิทธิภาพยอดเยี่ยม และการทำงานอันแสนทรงพลัง เพื่อให้ทุกนาทีของผู้ใช้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด เนื่องจากสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์เหล่า “New Work Tribe” หรือกลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่ในยุคนี้ ที่มีไลฟ์สไตล์ทั้งการทำงานและการใช้ชีวิตผสมควบคู่กันไป ให้พวกเขามีอิสระในการทำงานและใช้ชีวิตได้ทุกที่ทุกเวลา สร้างสรรค์ผลงานได้ดีขึ้นและสะดวกกว่าที่เคย นั่นหมายถึงสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้พวกเขาสามารถเข้าใกล้เป้าหมายได้ง่ายกว่าเดิม

ดีเจ โกห์ ประธานธุรกิจโทรคมนาคม บริษัท ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่า “หากย้อนไปถึงจุดยืนของกาแลคซี่ โน้ตรุ่นแรกนั้น มีความโดดเด่นในด้านเทคโนโลยีและฟีเจอร์ที่ดีที่สุด และในวันนี้กาแลคซี่ โน้ต 10 ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อยกระดับการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ของเหล่าโน้ตแฟน รวมถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์ในการใช้ชีวิตด้านอื่นไปพร้อมๆ กับการทำงานได้อย่างเต็มที่ เพราะครั้งนี้เราได้พัฒนาขีดความสามารถของการใช้งาน เพื่อมอบสมาร์ทโฟนที่ผู้ใช้มองหาตลอดมา ไม่ว่าจะเป็นการทำงานโปรเจคที่ท้าทาย ถ่ายภาพและตัดต่อวิดีโอ หรือแม้แต่การเล่นเกมโปรด ซึ่ง กาแลคซี่ โน้ต 10 คือคำตอบเดียวที่จะตอบสนองทุกความต้องการได้อย่างแน่นอน”

ดีไซน์เพื่อมอบประสบการณ์ระดับพรีเมี่ยม

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนส่วนมากให้ความสำคัญกับดีไซน์การออกแบบที่ทันสมัย ไม่เพียงแค่ความรู้สึกต่อสัมผัสภายนอกเท่านั้น แต่รวมถึงประสบการณ์ที่ได้รับจากการใช้งาน ดังนั้นทุกองค์ประกอบของกาแลคซี่โน้ต 10 จึงถูกออกแบบมาให้มีความโฉบเฉี่ยว บางและเรียบง่าย เพื่อให้ผู้ใช้ได้มุ่งความสนใจไปกับคอนเทนต์และใช้เวลากับการสร้างสรรค์ได้อย่างเต็มที่

·        มีให้เลือก 2 ขนาด: เป็นครั้งแรกที่ซัมซุง กาแลคซี่ โน้ต มาพร้อมตัวเลือก 2 ขนาด เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนที่มีขนาดพอดีในการใช้งานร่วมกับปากกาอัจฉริยะ S Pen ได้อย่างสมบูรณ์แบบ สามารถถือใช้งานได้อย่างง่ายดาย บนหน้าจอ Cinematic Infinity Display ขนาด 6.3 นิ้ว และ 6.8 นิ้ว ซึ่งถือเป็นหน้าจอที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่กาแลคซี่ โน้ตเคยมีมาก่อน

หน้าจอของกาแลคซี่ โน้ต 10 ถือเป็นเทคโนโลยีหน้าจอที่ดีที่สุดของซัมซุงในขณะนี้ ตั้งแต่โครงสร้างทางกายภาพไปจนถึงเทคโนโลยีเบื้องหลัง ที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้ดื่มด่ำไปกับซีรี่ส์ ภาพยนตร์ และเกมโปรดได้อย่างเต็มที่

·        ดีไซน์หน้าจอไร้ขอบ (Edge-to-edge): กาแลคซี่ โน้ต 10 มาพร้อมหน้าจอ Cinematic Infinity Display แบบไร้ขอบ กล้องหน้าถูกออกแบบให้มีขนาดเล็กลงและฝังอยู่บริเวณกึ่งกลางเพื่อดีไซน์สมมาตร โดยหน้าจอแสดงผลนี้จะให้ภาพที่คมชัดสมจริงที่สุด เพื่อสร้างประสบการณ์ไร้รอยต่อระหว่างไอเดีย การรับชม และการลงมือสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ 

·        หน้าจอแสดงผลที่ดีที่สุด: หน้าจอ Dynamic AMOLED บนกาแลคซี่ โน้ต 10 คือนวัตกรรมที่ได้รับรางวัลและเป็นอีกหนึ่งความภูมิใจของซัมซุง ทั้งยังได้รับการรับรอง HDR10+ และการปรับโทนภาพแบบอัตโนมัติ (Dynamic Tone Mapping) ทำให้รูปภาพและวิดีโอมีความสว่าง สีสันสดใส และมีเฉดสีที่มากขึ้นกว่าโน้ตรุ่นก่อนๆ นอกจากนี้ หน้าจอของกาแลคซี่ โน้ต 10 ยังผ่านการรับรองจาก UL[1] ให้ความสม่ำเสมอของแสงและสีแม่นยำถึง 98% อีกทั้งเทคโนโลยีหน้าจอถนอมสายตา ช่วยลดแสงสีฟ้าโดยไม่ลดคุณภาพของสีภาพ[2]

ฟีเจอร์การใช้งานที่หลากหลายเพื่อประโยชน์สูงสุด

ผู้ใช้กาแลคซี่ โน้ต คือกลุ่มคนที่ให้ความสำคัญกับการใช้ชีวิตและการทำงานในเวลาเดียวกัน พร้อมทั้งมองว่าสมาร์ทโฟนเป็นตัวช่วยให้สามารถบรรลุเป้าหมายได้ง่ายขึ้น ดังนั้นกาแลคซี่ โน้ต 10 จึงประกอบไปด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถและประสิทธิภาพอันทรงพลังในทุกๆ ด้าน ให้ผู้ใช้ทำงานได้อย่างเป็นอิสระตามแบบฉบับของตัวเองเพื่อประโยชน์สูงสุด

·        เปลี่ยนลายมือเป็นข้อความ: ในครั้งนี้ ความสามารถของ S Pen ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้ผู้ใช้สามารถจดข้อความลงบนหน้าจอ และเปลี่ยนลายมือเป็นตัวอักษรได้อย่างทันทีบน Samsung Notes พร้อมทั้งยังสามารถแปลงไฟล์ได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Microsoft Word หรือ PDF นอกจากนี้ยังสามารถปรับขนาดและเปลี่ยนสีของตัวอักษรได้ตามต้องการอีกด้วย

·        วิวัฒนาการของ S Pen: เทคโนโลยี Bluetooth Low Energy ของ S Pen ที่นำเสนอเป็นครั้งแรกบนกาแลคซี่ โน้ต 9 ได้ถูกพัฒนาต่อยอดมาสู่กาแลคซี่ โน้ต 10 โดยการเพิ่มฟีเจอร์ Air Actions ให้ผู้ใช้สามารถควบคุมฟังก์ชั่นที่ต้องการได้ผ่านการจับ S Pen เคลื่อนไหวไปในทิศทางที่ต้องการ ทั้งยังพัฒนาซอฟต์แวร์ Air Actions ให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งปุ่มควบคุมได้หลายรูปแบบ เพื่อช่วยให้การเล่นเกมหรือใช้งานแอพพลิเคชั่นโปรดผ่านการแสดงออกของท่าทางได้ง่ายดายยิ่งขึ้น

·        Samsung DeX สำหรับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล[3]: Samsung DeX บนกาแลคซี่ โน้ต 10 ถูกพัฒนาให้สมาร์ทโฟนสามารถทำงานร่วมกันกับ PC หรือระบบปฏิบัติการ MacOS ได้ง่ายขึ้น ด้วยการเชื่อมต่อผ่าน USB ที่รองรับ ผู้ใช้งานสามารถลากและวางไฟล์ระหว่างอุปกรณ์ และใช้งานแอพพลิเคชั่นที่ชอบผ่านเมาส์และคีย์บอร์ด ในขณะเดียวกันยังป้องกันข้อมูลส่วนตัวบนสมาร์ทโฟนผ่านระบบรักษาความปลอดภัยด้วย Samsung Knox

·        เชื่อมต่อกับ Windows: กาแลคซี่ โน้ต 10 สามารถเชื่อมต่อกับ Windows 10 ด้วย Quick Panel ได้โดยตรงด้วยคลิกเดียว ให้ผู้ใช้สามารถเห็นการแจ้งเตือน ส่งและรับข้อความ อีกทั้งดูรูปภาพได้โดยไม่ต้องละสายตามาที่โทรศัพท์ 

กล้องระดับโปรสำหรับครีเอเตอร์

กาแลคซี่ โน้ต 10 ถูกพัฒนาขึ้นพร้อมกับเทคโนโลยีของกล้องถ่ายภาพที่ทำให้ภาพถ่ายออกมาราวกับมืออาชีพ เพื่อตอบโจทย์เหล่าคอนเทนต์ครีเอเตอร์และผู้ใช้งานทุกคนให้เข้าถึงอุปกรณ์ที่ทันสมัยที่สุดในการเก็บภาพและวิดีโอ เพื่อให้คอนเทนต์บนช่องทางของพวกเขาโดดเด่นและน่าจับตามองขึ้นไปอีกขั้น

·        เทคโนโลยีการถ่ายวิดีโอระดับพรีเมียม: กาแลคซี่ โน้ต 10 ให้ผู้ใช้สามารถถ่ายวิดีโอออกมาได้อย่างมืออาชีพโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริมใดๆ เริ่มด้วยด้วยฟีเจอร์ Live Focus สามารถปรับความหน้าชัดหลังละลายของวิดีโอได้ มาพร้อมนวัตกรรม Zoom-In Mic ช่วยเน้นเสียงในเฟรมที่ต้องการให้ชัดขึ้น และในขณะเดียวกันช่วยลดเสียงของพื้นหลังออกไป และฟีเจอร์ Super Steady รูปแบบใหม่ที่ช่วยป้องกันการสั่นไหวของวิดีโอ ซึ่งสามารถใช้ฟีเจอร์ดังกล่าวในโหมด Hyperlapse ได้อีกด้วย 

·        ตัดต่อวิดีโอได้ง่ายและรวดเร็ว: หลังจากบันทึกวิดีโอแล้ว สามารถตัดต่อและปรับแต่งวิดีโอขั้นพื้นฐานบนกาแลคซี่ โน้ต 10 ได้ทันทีด้วย Video Editor โดยสามารถใช้งานร่วมกับปากกา S Pen เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการปรับแต่งและเลือกเฟรมที่ต้องการแทนการใช้มือสัมผัส สำหรับครีเอเตอร์ที่ต้องการการตัดต่อที่ซับซ้อนขึ้น กาแลคซี่ โน้ต 10 ยังมี Adobe Rush[4] ที่มาพร้อมชุดเครื่องมือตัดต่อวิดีโอระดับมือโปร

·        บันทึกวิดีโอหน้าจอ: สำหรับเกมเมอร์ที่ต้องการเพิ่มเอกลักษณ์ของตัวเองขณะสตรีมมิ่ง หรือบล็อกเกอร์ที่อยากสร้างคอนเทนต์ให้น่าสนใจยิ่งขึ้น กาแลคซี่ โน้ต 10 นำเสนอฟีเจอร์ Screen Recorder ที่ช่วยบันทึกภาพที่อยู่บนหน้าจออย่างง่ายดาย ใช้โหมด Picture-in-Picture เพื่อเพิ่มรีแอคชั่น และใช้ S Penเพิ่มลูกเล่นบนวิดีโอได้

·        AR Doodle และ 3D Scanner: เทคโนโลยี AR และ 3D ถูกพัฒนาอยู่ในกล้องของกาแลคซี่ โน้ต10  รวมไปถึงกล้อง Ultra Wide เพื่อเปิดมุมมองใหม่ๆ ให้กับทุกคน โดยสามารถเพิ่มเอกลักษณ์ของตัวเองโดยการใช้ S Pen ในการสร้างสรรค์รูปภาพ วาดเอฟเฟค หรือภาพเคลื่อนไหวลงบนภาพถ่ายได้ด้วยAR Doodle นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยี 3D Scanner[5] เป็นครั้งแรกที่กาแลคซี่ โน้ต 10 พลัส จะมาพร้อมกับกล้อง DepthVision ที่สามารถสแกนวัตถุ[6]และเปลี่ยนให้เป็นภาพเคลื่อนไหว 3 มิติได้ 

·        โหมดถ่ายภาพกลางคืน: เมื่อต้องการถ่ายเซลฟี่ในที่แสงน้อย ไม่ว่าจะเป็นในร้านอาหาร คอนเสิร์ต หรือแม้แต่ระหว่างการชมพระอาทิตย์ตกดิน โหมดถ่ายภาพกลางคืน หรือ Night Mode พร้อมใช้งานบนกล้องหน้า เพื่อให้ผู้ใช้สามารถถ่ายเซลฟี่ที่สมบูรณ์แบบได้ทุกที่ทุกสถานการณ์ 

ประสิทธิภาพที่เหนือชั้นเพื่อผู้ใช้งาน

ผู้ใช้งานกาแลคซี่ โน้ต มักจะมีการใช้งานสมาร์ทโฟนที่นอกเหนือไปจากการใช้งานพื้นฐานในชีวิตประจำวัน อาทิ ใช้เพื่อทำงาน ใช้ตัดต่อวิดีโอลงบนช่องทางโซเชียลมีเดีย ใช้สร้างงานศิลปะผ่าน S Pen เป็นต้น จึงเป็นเหตุผลให้กาแลคซี่ โน้ต 10 ถูกพัฒนามาพร้อมกับฮาร์ดแวร์ระดับสูงและฟีเจอร์ที่เหนือกว่าที่เคยมีมา 

·        Super Fast Charging: ด้วยการชาร์จเพียง 30 นาที กาแลคซี่ โน้ต 10 พลัส สามารถใช้งานได้ยาวนานตลอดทั้งวัน[7] รองรับการชาร์จเร็วสูงสุดถึง 45W ด้วยที่ชาร์จแบบมีสาย[8]

·        Wireless PowerShare[9]: ผู้ใช้งานสามารถนำ กาแลคซี่ วอทช์, กาแลคซี่ บัดส์, หรืออุปกรณ์อื่นๆ ที่รองรับระบบ Qi มาชาร์จแบบไร้สายกับกาแลคซี่ โน้ต 10 ได้ 

·        เกมมิ่ง: เนื่องจากโมบายเกมมิ่งในปัจจุบันใช้การประมวลภาพกราฟฟิกที่สูงมาก เหล่าเกมเมอร์จึงต้องการสมาร์ทโฟนที่มีสเปคทรงพลัง กาแลคซี่ โน้ต 10 มาพร้อมกับเทคโนโลยีระบายความร้อนที่บางที่สุดในโลก (Vapor Chamber Cooling System) เพื่อมอบประสิทธิภาพในการการเล่นเกมที่ดีที่สุดบนอุปกรณ์ที่มีความโฉบเฉี่ยวและเพรียวบาง และด้วยนวัตกรรม AI ใน Game Booster ทำให้สามารถเพิ่มและลดการใช้พลังงานในแต่ละเกมได้

·        Hyper-fast Speed:  ผู้ใช้กาแลคซี่ โน้ต 10 สามารถสัมผัสประสบการณ์การเชื่อมต่อที่เร็วที่สุดของผู้ให้บริการเครือข่ายได้ผ่านตัวเลือกของสัญญานในรูปแบบ LTE

ต่อยอดสู่อีโค่ซิสเต็มของกาแลคซี่ 

กาแลคซี่ โน้ต 10 เป็นหัวใจของกาแลคซี่ อีโค่ซิสเต็ม ชุดผลิตภัณฑ์และบริการระดับพรีเมี่ยม ที่มอบประสบการณ์การใช้ชีวิตที่คล่องตัวและเชื่อมต่อมากยิ่งขึ้น อุปกรณ์สวมใส่อย่าง กาแลคซี่ วอทช์ แอคทีฟ 2 และแท็บเล็ต กาแลคซี่ แท็บ เอส 6 ให้ผู้ใช้เชื่อมต่อและบรรลุเป้าหมายได้ทุกที่ทุกเวลา

บนผลิตภัณฑ์เหล่านี้ คือบริการจากซัมซุงที่มอบประสบการณ์การเชื่อมต่อถึงกันและสะดวกสบายให้แก่ผู้ใช้งานกาแลคซี่ บริการ Samsung Pay มอบทางเลือกในการชำระเงินที่รวดเร็วและปลอดภัย Samsung Health ช่วยติดตามและช่วยให้ผู้ใช้บรรลุเป้าหมายด้านสุขภาพได้อย่างราบรื่น และ Samsung Knox โซลูชั่นที่ช่วยรักษาความปลอดภัยให้กับข้อมูลต่างๆ นอกจากนี้ยังมี Bixby หรือแพลตฟอร์มอัจฉริยะของซัมซุง ที่ช่วยรองรับการใช้งานและใช้ชีวิตได้ง่าย เป็นระเบียบ และเชื่อมกันได้มากยิ่งขึ้น  

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมของกาแลคซี่ โน้ต 10 และ กาแลคซี่ โน้ต 10 พลัส สามารถดูได้ที่www.samsung.com/th/note10

from:https://www.flashfly.net/wp/262318

เปิดตัวแล้ว!! Samsung Galaxy Note 10 และ Note 10+ มาพร้อมชิปรุ่นใหม่ อัพเกรด S Pen และกล้องที่ดีที่สุด

สิ้นสุดการรอคอย Samsung เปิดตัวพรีเมี่ยมสมาร์ทโฟน Galaxy Note 10 series อย่างทางการแล้ว โดยผลิตออกมาให้เลือก 2 รุ่น ในขนาดที่แตกต่างกัน เริ่มต้นที่ Galaxy Note 10 มีขนาดใกล้เคียงกับ Galaxy S10 สำหรับคนที่เน้นพกพาสะดวก และ Galaxy Note 10+ มีขนาดพอๆ กับ Galaxy S10+ หรือ Galaxy Note 9 เอาใจคนที่เน้นจอใหญ่วาดเขียนได้เต็มพื้นที่

การออกแบบ

ถึงจะมีขนาดแตกต่างกัน แต่ Galaxy Note 10 series ได้รับการออกแบบมาเหมือนกัน โดยจุดที่เปลี่ยนแปลงไปจากรุ่นก่อน คือ ไม่มีช่องเสียบแจ็คหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร มาให้อีกต่อไปแล้ว ทำให้ภายในมีพื้นที่ว่างมากขึ้น สำหรับการเพิ่มความจุแบตเตอรี่ได้อีก 100mAh และยังมีพื้นที่พอให้ติดตั้งระบบ Hipstic Feedback หรือตอบสนองการสัมผัสด้วยระบบสั่น

ส่วนขอบด้านข้างมีการตัดปุ่ม Bixby ทิ้งไป แล้วยังปุ่มเพาเวอร์ ไปไว้ฝั่งเดียวกับปุ่มปรับระดับเสียง และมีการติดตั้งกล้องหน้าไว้ในจอแสดงผลเหมือนกับเรือธง Galaxy S10 แต่ย้ายมาไว้ตรงกึ่งกลาง เพื่อให้ได้ภาพถ่ายเซลฟี่ที่มีความสมดุลมากขึ้น

จอแสดงผล

Galaxy Note 10 มาพร้อมจอแสดงผล FHD+ ขนาด 6.3 นิ้ว ขณะที่ Galaxy Note 10+ ได้รับจอแสดงผล WQHD+ ขนาด 6.8 นิ้ว โดยใช้จอภาพ Dynamic AMOLED ให้ความสว่างสูงสุด 1200 nits กรองแสงสีฟ้าได้ถึง 99% บนดีไซน์ไร้กรอบ Cenematic Infinity-O Display

ใต้จอแสดงผลยังติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบ Ultrasonic ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ ให้สแกนได้ง่ายกว่าเดิม

ประสิทธิภาพ

Samsung Galaxy Note 10 และ Note 10+ ใช้ชิปประมวลผลรุ่นใหม่ Exynos 9825 ผลิตด้วยเทคโนโลยี 7 นาโนเมตร ทำงานเร็วกว่ารุ่นก่อน 18%

Galaxy Note 10 ได้รับความจำ RAM 8GB จับคู่กับ ROM 256GB ส่วน Galaxy Note 10+ ได้รับความจำ RAM 12GB จับคู่กับ ROM 256GB และ 512GB

แบตเตอรี่

Galaxy Note 10 มีความจุ 3,500mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็วแบบมีสาย 25 วัตต์ ใช้เวลาชาร์จจาก 0 – 100% ในเวลาเพียง 65 นาที หรือ ชาร์จเร็วแบบไร้สาย 12 วัตต์ ใช้เวลาชาร์จจนเต็ม 107 นาที

สำหรับ Galaxy Note 10+ ได้รับความจุ 4,300 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็วแบบมีสาย 45 วัตต์ หรือ ชาร์จเร็วแบบไร้สาย 15 วัตต์ โดยมีระยะเวลาในการชาร์จจนเต็มเท่ากับรุ่นน้อง

กล้อง

Galaxy Note 10 และ Galaxy Note 10+ มาพร้อมกล้องหลัง 3 ตัว ประกอบด้วย กล้องมุมกว้างพิเศษ 123 องศา ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง F2.2 กล้องหลัก 12 ล้านพิกเซล รูรับแสงปรับได้ระหว่าง F1.5 / F2.4 กล้องเทเลโฟโต้ 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง F2.1 ออปติคอลซูม 2 เท่า อย่างไรก็ตาม Galaxy Note 10+ จะได้เซ็นเซอร์ Time of Flight มาช่วยจับระยะชัดลึกให้แม่นยำมากขึ้น

สำหรับกล้องเซลฟี่ของทั้ง 2 รุ่น มีความละเอียดเท่ากัน 10 ล้านพิกเซล รูรับแสง F2.2 มาพร้อมโหมด Scene Optimizer ช่วยระบุฉากหรือวัตถุเพื่อปรับค่ากล้องให้อัตโนมัติ รองรับ 30 รูปแบบ, Shot Suggestions ผู้ช่วยอัจฉริยะ คอยให้คำแนะนำองค์ประกอบของการถ่ายภาพ ให้ได้ภาพที่สวยงามที่สุดเหมือนเป็นช่างภาพมืออาชีพ, Night Mode หรือโหมดถ่ายภาพในเวลากลางคือ และโหมดถ่ายภาพ IG

วิดีโอ

Galaxy Note 10 series ถ่ายวีดีโอได้อย่างคมชัด ด้วยฟีเจอร์กันสั่น Super Steady และสามารถใช้พร้อมกับ Optical Zoom ได้ มีฟีเจอร์ Audio Zoom ช่วยเก็บเสียงจากสิ่งที่กำลังซูมให้ดังมากขึ้น ด้วยความช่วยเหลือจากไมโครโฟน ที่ติดตั้งมาให้ถึง 3 ตัว

Galaxy Note 10 series ยังรองรับฟีเจอร์ Live Focus ในการถ่ายวีดีโอได้ด้วย ช่วยละลายฉากหลัง และดูดสีฉากหลังได้

สามารถตัดต่อวีดีโออย่างมืออาชีพด้วยแอพพลิเคชั่น Adobe Premiere Rush โดยเจ้าของสมาร์ทโฟน Galaxy Note 10 series จะได้รับส่วนลดในการซื้อแอพ 20%

S Pen

ปากกา S Pen ถือเป็นอีกไฮไลท์ของ Galaxy Note series โดยปากกาเวอร์ชั่นใหม่ที่มาพร้อม Galaxy Note 10 และ Note 10+ ติดตั้งเซ็นเซอร์ Gyro แบบ 6 แกน จึงรองรับคำสั่งด้วยท่าทางได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเคลื่อนไหวปากกาไปในทิศทางไหน จะหมุนซ้ายหรือหมุนขวา ทำให้ผู้ใช้งานสามารถตวัด S Pen เพื่อเปลี่ยนเพลง หรือสลับการใช้งานกล้องได้

S Pen ใหม่ยังสามารถแปลงลายมือเป็นตัวอักษรดิจิตอล แบบยาวๆ ได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ พร้อมแชร์เป็นไฟล์ Doc ได้เลย หรือจะจับภาพหน้าจอ แล้วย่อขนาด พร้อมเขียนทับลงไปได้

  • ฟีเจอร์ Screen off memo สามารถเปลี่ยนสีได้
  • AR Noodel สามารถใช้ S Pen วาด AR ตอนเปิดกล้อง เลือกวาดทั่วไป หรือเฉพาะใบหน้า
  • Live Message เขียนบนวิดีโอได้ 15 วินาที หรือกดบันทึกหน้าจอและเปิดกล้องหน้าไปด้วย รองรับความละเอียด Full HD และสามารถปิดหรือเปิดไมดครโฟนได้
  • S Pen มีเสียงปากกาจริงถึง 6 แบบ

Samsung Dex

Samsung Dex สำหรับ Galaxy Note 10 series สนับสนุนการเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ ในขณะที่ยังสามารถใช้ฟีเจอร์การโทรได้ปกติ รองรับเม้าส์และคีย์บอร์ดที่เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์อยู่ สามารถโอนถ่ายไฟล์ลงคอมพิวเตอร์ได้ทันที และสามารถถ่ายโอนไฟล์จากคอมพิวเตอร์ลงในสมาร์ทโฟนได้เช่นกัน โดยรองรับคอมพิวเตอร์ที่ทำงานบน Windows 10 หรือ 7 รวมถึง Mac 10.13 – 10.14

หรือจะเชื่อมต่อ Dex ในรูปแบบไร้สายก็ทำได้เช่นกัน ด้วย Link to Windows สำหรับซิงค์ข้อมูลผ่านคลาว์แบบชั่วคราว สามารถส่งภาพถ่ายไปยังคอมพิวเตอร์ได้ทันที และถ้าอยู่ในเครือข่าย Wi-Fi เดียวกัน ก็สามารถสะท้อนหรือมิลเลอร์หน้าจอได้เลย

เกม

Samsung ยังเป็นพาร์ทเนอร์กับผู้ผลิตเกมต่างๆ อย่างเกม Harry Potter: Wizards Unite สามารถใช้ S Pen ร่ายคาถาแทนไม้กายสิทธิ์ได้ สามารถเล่นเกม Candy Crush บนอากาศได้ด้วย AR และยังเป็นพาร์ทเนอร์กับเกม Call of Duty: Mobile

Samsung พร้อมเปิดรับจองสมาร์ทโฟน Galaxy Note 10 series ในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 8 สิงหาคม 2562 เป็นต้นไป โดย Galaxy Note 10 มีให้เลือก 3 สี คือ Aura Glow, Aura Black, Aura Pink และ Galaxy Note 10+ มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Aura Glow, Aura Black, Aura White

from:https://www.flashfly.net/wp/262280

OPPO ลุย 5G ทำข้อตกลงจดสิทธิบัตรร่วมกับ Intel และ Ericsson กว่า 500 ฉบับ ครอบคลุม อเมริกา ยุโรป จีนและอินเดีย

OPPO ได้ลงนามข้อตกลงการโอนสิทธิบัตรร่วมกับ Intel ในการโอนสิทธิบัตร 58 ฉบับที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีการสื่อสารโทรศัพท์เคลื่อนที่ พร้อมทั้งซื้อสิทธิในการใช้สิทธิบัตรของ Ericsson อีกกว่า 500 ฉบับ โดยครอบคลุมประเทศและรัฐในสหรัฐอเมริกา ยุโรป จีนและอินเดีย ซึ่งสิทธิบัตรด้านการสื่อสารที่มีการป้องกันความปลอดภัยของ Intel และ Ericsson จะเพิ่มความสามารถในการพัฒนาเทคโนโลยีของ OPPO ให้ธุรกิจเติบโตในตลาดโลกได้

ในฐานะบริษัทผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลก OPPO ได้ทุ่มทุนในเทคโนโลยีการสื่อสารล้ำสมัยอย่าง 5G โดยในปี 2562 OPPO ได้สิทธิบัตร 5G มากว่า 20 ประเทศและรัฐทั่วโลก ซึ่งในฐานะการเป็นหนึ่งในผู้นำด้านการพัฒนา 5G OPPO จึงได้ยื่นจดสิทธิบัตรกว่า 2,200 ฉบับ ที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี 5G พร้อมเสนอบทความทางวิชาการกว่า 2,600 บทความให้แก่ 3GPP หรือ หน่วยงานตามข้อตกลงความร่วมมือในการพัฒนารายละเอียดด้านมาตรฐานทางเทคนิค อีกทั้งในเดือนกรกฎาคม ปี 2562 OPPO ได้เปิดเผยสิทธิบัตรกว่า 600 ฉบับให้แก่ ETSi หรือ องค์กรกำหนดมาตรฐานโทรคมนาคมของยุโรป เพื่อเป็นการย้ำความเข้มแข็งด้านสิทธิบัตร 5G ของ OPPO

OPPO ตระหนักถึงทรัพย์สินทางปัญญา และให้ความสำคัญในการรวบรวมและการถือสิทธิบัตร โดยในเดือนกรกฎาคม ปี 2562 OPPO ได้ยื่นขอจดสิทธิบัตรกว่า 37,000 ฉบับทั่วโลก โดยกว่า 31,000 ฉบับ (เฉลี่ยประมาณ 85%) เป็นสิทธิบัตรด้านการประดิษฐ์ ซึ่งได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้วกว่า 11,000 ฉบับ

from:https://www.flashfly.net/wp/262277

dtac สร้างจุดเปลี่ยน เปิดตัว ‘ใจดี แจกสุข’ แคมเปญ CRM พรีเพดครั้งแรกในไทย คืนกำไรให้ลูกค้าระบบเติมเงิน มีความสุขมากกว่าใคร

ดีแทคเปิดตัวแคมเปญ CRM (Customer Relationship Management) บริหารความสัมพันธ์อันดีระหว่างดีแทคและลูกค้าเติมเงินให้เป็นลูกค้าที่ยั่งยืน ตอกย้ำจุดยืนทางการตลาด ความคุ้มค่า (Best Value) ภายใต้แนวคิดบริการ “ใจดี” ให้ลูกค้าเติมเงินอยู่กับดีแทคนานขึ้น ไม่ยกเลิกการใช้งานไปง่าย ๆ เพิ่มประสบการณ์ใช้งานดิจิทัล ให้ลูกค้าเติมเงินบนดีแทคแอปพลิเคชัน

เจาะลึก 3 กลยุทธ์การตลาด ดีแทคแบบเติมเงิน

นายฮาว ริ เร็น รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า ผลการดำเนินงานของดีแทคแบบเติมเงินเริ่มมีแนวโน้มที่ดีขึ้น แต่ดีแทคไม่หยุดพัฒนา เรายังเดินหน้าสร้างสรรค์บริการจากความต้องการของลูกค้าแบบเติมเงิน โดยศึกษาถึงปัญหาและความต้องการของลูกค้ามาอย่างถ่องแท้ โดยมีกลยุทธ์ในการทำตลาดแบบเติมเงินคือ

  1. ลึกสุดใจความต้องการของลูกค้าเติมเงิน

ดีแทคได้ศึกษาถึงปัญหาการใช้งานและความต้องการ ที่อยู่ลึกๆในใจลูกค้า (customer pain points, needs, and insights) จนได้ความรู้สึกของลูกค้าเติมเงินอย่างแท้จริง

  • ลูกค้าเติมเงินมีแนวโน้มจะยกเลิกการใช้บริการหลังจากใช้งานเพียง 3-6 เดือน เพราะเชื่อว่าจะได้สิทธิประโยชน์มากกว่าเมื่อเปิดซิมใหม่ ทั้งราคาค่าโทร และอินเทอร์เน็ตที่ถูกกว่า รวมทั้งของแถมของแจกต่าง ๆ ในช่วงเดือนแรก ๆ
  • เป็นลูกค้าดีแทคเติมเงินมานานหลายปี แต่รู้สึกว่าไม่ได้สิทธิประโยชน์อะไร หรือการคืนกำไรอะไรจากบริษัทเท่าไหร่เลย ที่พอจะจำได้ก็คือโบนัสโทรฟรีช่วงวันเกิด กับบริการใจดีต่าง ๆ โดยเฉพาะใจดีให้ยืม ซึ่งดีแทคแตกต่างจากค่ายอื่น คงจะดีถ้าสามารถได้รับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ได้ แม้แต่ในวันที่ไม่ได้เติมเงิน
  1. ให้ประสบการณ์ใช้งานดิจิทัลกับลูกค้าเติมเงิน

ปัจจุบันลูกค้าเติมเงินดีแทค ประมาณ 4.4 แสนคน ใช้บริการผ่านดีแทคแอป  จากจำนวนลูกค้าเติมเงินทั้งหมด 14.3 ล้านราย ดีแทคจึงต้องการให้ลูกค้าได้เข้ามาสัมผัสประสบการณ์ใช้งานดิจิทัลบนดีแทคแอปพลิเคชันให้มากขึ้น เพื่อความสะดวกสบายของลูกค้าในการใช้งานตลอดระยะเวลาที่อยู่กับดีแทค โดยตั้งเป้าหมายลูกค้าในดาวน์โหลดดีแทคแอปพลิเคชัน เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ 1ล้านคนในระยะเวลา 6 เดือน

  1. มอบคุณค่าในการใช้งาน

ดีแทคตั้งใจให้แคมเปญใจดีแจกสุข สร้างความคุ้มค่าในการใช้งาน ตลอดเวลาที่อยู่กับดีแทค มีทั้งกิจกรรมลุ้น และแลก เพราะตรงกับพฤติกรรมของคนไทย ที่ชอบความสนุกสนาน โดยนำการใช้งานปกติของลูกค้ามาแลกเป็นสิทธิ์รับรางวัลใหญ่มากมาย ต่อเนื่องถึง 6 เดือน ‘ใจดี แจกสุข’ ให้ลูกค้าปัจจุบันแบบเติมเงินร่วมกิจกรรมผ่านทางดีแทค แอปพลิเคชัน ทุกการใช้งานครบทุก 50 บาท รับ1 ใบพัด สะสมครบ 3 ใบพัด ใช้แลกสุขได้ทุกวัน หรือ 1 ใบพัดลุ้นสุขใหญ่ได้ทุก 2 สัปดาห์ เริ่มแจกความสุข ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม2562 ข้ามปีไปจนถึงวันที่ 31 มกราคม 2563

ลูกค้าได้อะไรจาก ใจดีแจกสุข

  • ลูกค้าเติมเงินสามารถนำยอดการใช้งานมาสะสมเป็นใบพัดเพื่อแลกสิทธิพิเศษได้ตั้งแต่วันแรกที่ใช้งาน (และดาวน์โหลดดีแทคแอปพลิเคชัน) ยิ่งอยู่นาน ก็ยิ่งได้ใบพัดมากขึ้น (ลูกค้าที่มีอายุใช้บริการ 3 ปีขึ้นไป รับใบพัดเพิ่มเป็น 2 เท่าในทุกการใช้งานครบ 50 บาท) สามารถแลกรางวัลได้ทุกวัน และลุ้นรางวัลใหญ่ได้ทุก 2 สัปดาห์ แม้ไม่ได้เติมเงินหรือมีการใช้งานในวันนั้น แต่ถ้ามีใบพัดสะสมก็สามารถร่วมสนุกได้ตลอด
  • ตอบโจทย์ลูกค้าเติมเงิน ที่บางวันอาจมีเงินไม่เพียงพอจะซื้อแพ็กเกจเพื่อใช้งาน แต่หากมีใบพัดคงเหลือเพียงพอ ก็สามารถแลกรางวัลเป็นแพ็กเกจโทรฟรี เน็ตฟรีได้อีก
  • รับใบพัดเพิ่มในทุกวันพิเศษ เช่นวันเกิด พร้อมทั้งรับใบพัดเพิ่มทุกเดือน เมื่อล็อกอินในดีแทคแอปพลิเคชันติดต่อกัน 5วันขึ้นไป
  • แคมเปญใจดี แจกสุข เป็นการคืนกำไรครั้งใหญ่ที่ดีแทคตั้งใจแจกจริง เพื่อขอบคุณลูกค้าเติมเงินทุกคนโดยเฉพาะ ไม่จำเป็นต้องซื้อหรือใช้จ่ายเพิ่ม เพียงดาวน์โหลดดีแทคแอปพลิเคชัน และมีการใช้งานตามปกติ ก็สะสมใบพัดแลกความสุขทุกวัน และลุ้นสุขใหญ่ได้ทุก 2 สัปดาห์ โดยมูลค่าของรางวัลรวมตลอด 6 เดือนนี้ มากกว่า 20 ล้านบาท

รายละเอียดกิจกรรม “ดีแทค ใจดีแจกสุข”

ขั้นตอนที่ 1

  • สำหรับลูกค้าดีแทคระบบเติมเงินทุกคนที่ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมผ่านทางดีแทคแอปพลิเคชัน
  • ทุกการใช้งานครบ 50 บาท (การใช้งานเช่นการโทรออก การซื้อโปรเสริม การส่งข้อความ SMS การซื้อสติกเกอร์ไลน์ – ไม่รวมการเติมเงิน) รับ 1 ใบพัด และหากมีอายุการใช้งาน 3 ปีขึ้นไป รับ 2 ใบพัด

ขั้นตอนที่ 2

  • ใช้ 1 ใบพัด เท่ากับ 1 สิทธิ์เพื่อ “ลุ้นสุขใหญ่” ทุก 2 สัปดาห์ รางวัลใหญ่อาทิเช่น ทองคำแท่ง มูลค่า 200,000 บาทสร้อยคอทองคำ, มอเตอร์ไซค์ Yamaha รุ่น GT125, โทรศัพท์มือถือ Samsung Galaxy S10+, คูปองเงินสดจากเทสโก้ โลตัส ของรางวัลมูลค่ารวมกว่า 17 ล้านบาท ประกาศหมายเลขผู้โชคดีให้ทราบผ่านทาง ดีแทคแอปพลิเคชันและhttp://dtac.co.th/s/jdjs
  • ใช้ 3 ใบพัด เพื่อ “แลกสุขทุกวัน” ได้ 1 ชิ้น ของรางวัลอาทิเช่น ไอศกรีมบลิซซาร์ด, โดนัท, อินเตอร์ฟรี, โบนัสโทรฟรี, และส่วนลดโปรเสริมยอดฮิต ของรางวัลมูลค่ารวมกว่า 3 ล้านบาท
  • ระยะเวลาสะสมใบพัด และแลกของรางวัล ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 2562 – 31 ม.ค. 2563
  • มูลค่าของรางวัลรวมทั้งสิ้น กว่า 20 ล้านบาท

from:https://www.flashfly.net/wp/262268

GET เปิดตัวแคมเปญการตลาดใหม่ “อยากกินอะไร สั่ง GET เลย” สนุกสนานครบรส พร้อมเปิดตัวพรีเซนเตอร์ใหม่สุดฮอต นนท์-ธนนท์

GET (เก็ท) แอพพลิเคชั่นไลฟสไตล์ออนดีมานด์ ที่ให้บริการเรียกมอเตอร์ไซค์วิน สั่งอาหาร ส่งของ และอีวอลเลต จัดงานเปิดตัวแคมเปญใหม่ เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำบริการส่งอาหารแบบเดลิเวอรี่ GET FOOD กับแคมเปญ “อยากกินอะไร สั่งGET เลย” ที่ขนความพิเศษมามากมาย ทั้งโฆษณาใหม่สุดฮา พรีเซนเตอร์สุดฮอตที่เป็นตัวแทนความอร่อย และคอลเลคชั่นเมนูสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ไม่มีที่ไหน นอกจากที่ GET ที่เดียว

นายภิญญา นิตยาเกษตรวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GET กล่าวว่า “GET FOOD ก้าวขึ้นมาเป็นบริการฟู้ดเดลิเวอรี่ชั้นนำในตลาดได้อย่างรวดเร็ว ด้วยบริการ ราคา และความหลากหลายของอาหารที่ตอบโจทย์คนกรุงเทพฯ ทุกวันนี้เราให้บริการกับผู้ใช้หลายแสนคนต่อเดือน และช่วยสร้างงานและรายได้ให้กับทั้งร้านค้าและคนขับของเราหลายหมื่นคน แคมเปญการตลาด ‘อยากกินอะไร สั่ง GET เลย’ จึงถือเป็นกลยุทธ์ที่จะช่วยสร้างการรับรู้ในวงกว้าง และสร้างประสบการณ์ที่ดีกว่าให้กับลูกค้าของเรา”

นายก่อลาภ สุวัชรังกูร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด GET กล่าวว่า “GET FOOD เป็นบริการที่รวมทุกของอร่อยจากทุกย่านมาไว้ในแอพเดียว พร้อมเสิร์ฟถึงมือคุณในเวลาอันรวดเร็ว เราจึงจับเอาจุดเด่นที่ลูกค้าทุกคนชื่นชอบนี้ มาบวกกับ Insight ของผู้ใช้แอพของเรา ที่ไม่ต้องการ Compromise หรือไม่ต้องการเลือกแค่เพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง จนออกมาเป็นแคมเปญ การตลาด ‘อยากกินอะไร สั่ง GET เลย’ ที่โฆษณาได้นักร้องที่ทุกคนชื่นชอบอย่างนนท์-ธนนท์ มาเป็นตัวแทนบอกเล่าเรื่องราวแบบสนุกสนานสไตล์ซิทคอม โดยนนท์มีคาแรคเตอร์ที่เหมาะกับแบรนด์ GET เพราะมีความเป็นกันเอง เข้าถึงง่าย และเป็นที่ชื่นชอบของคนทุกเพศทุกวัย โดยโฆษณาของเราจะสื่อสารผ่านช่องทางทั้งออนไลน์และออฟไลน์ทั่วกรุงเทพฯ

“นอกจากนั้น ความพิเศษอีกอย่างของแคมเปญนี้ ก็คือคอลเลคชั่นอาหารสุดพิเศษ ‘Only At GET เรื่องกินต้องเก็ท’ เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำในด้านฟู้ดเดลิเวอรี่ เพราะนอกจากอาหารอร่อยจากทุกมุมเมืองแล้ว คอลเลคชั่นพิเศษนี้ยังนำเสนออาหารจานเด็ดที่คุณไม่สามารถหาที่อื่นได้ เป็นเมนูที่สร้างสรรค์ขึ้นมาพิเศษเพื่อลูกค้า GET โดยเฉพาะจาก 4 เชฟชื่อดัง ทั้งเชฟต้น จากร้านบ้าน เชฟกิ๊ก จากร้านเลิศทิพย์ เชฟเปเปอร์ จากร้าน ICI และเชฟเก๊า หรือเฮียเก๊าจากร้านเจ๊โอวในตำนาน โดยเป็นการนำอาหารจากเชฟที่คนส่วนใหญ่เคยดูแต่ในทีวี หรืออยากไปที่ร้านแต่ไม่อยากต่อคิว มานำเสนอให้เข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้นผ่านแอพของเรา”

นนท์ ธนนท์ จำเริญ นักร้องหนุ่มที่มีเพลงฮิตติดชาร์ตมานับไม่ถ้วน เล่าว่า “ผมดีใจมากครับที่ได้เป็นพรีเซนเตอร์คนแรกของ GETจริงๆ แล้วผมเองก็ใช้บริการฟู้ดเดลิเวอรี่บ่อยมาก โดยเฉพาะเวลาอยู่บ้านเล่นเกมไม่ได้ออกไปไหน หรืองานยุ่งมากอย่างช่วงนี้แต่อยากกินของอร่อยๆ สำหรับการถ่ายทำโฆษณาก็สนุกมากครับ ตลกดีเพราะเป็นซิทคอมที่ผมเล่นคนเดียวเป็น 3 คาแรคเตอร์ ทั้งเด็ก คนแก่ แล้วก็พี่เก็ท อยากให้ลองติดตามกันดูครับ ผมเล่นเองยังสนุกเอง ผมว่าคนที่ได้ดูก็น่าจะสนุกด้วยครับ”

วงศ์ทิพพา วิเศษเกษม ผู้อำนวยการธุรกิจ GET FOOD กล่าวว่า “นอกจากแคมเปญพิเศษนี้แล้ว ทีม GET FOOD เรายังให้ความสำคัญกับการพัฒนา User Experience หรือการใช้งานต่างๆ ให้ง่ายขึ้น สะดวกขึ้น และตรงใจลูกค้ามากยิ่งขึ้น โดยที่ผ่านมาเราได้เก็บข้อมูลการใช้งานของลูกค้าเพื่อนำมาพัฒนาฟีเจอร์ต่างๆ ให้ตอบโจทย์ และในเฟสนี้ เราพร้อมที่จะเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่มากมาย ได้แก่ ระบบฟิวเตอร์ที่จะช่วยให้ลูกค้าสามารถเซิร์ชหาร้านหรือเมนูที่ต้องการได้ง่ายขึ้น ฟีเจอร์ OMAKASE ที่จะแนะนำเมนูอาหารที่ Personalized ให้เหมาะกับลูกค้าแต่ละราย ฟีเจอร์การแสดงส่วนลดแบบใหม่ ที่จะช่วยให้ลูกค้าไม่พลาดกับดีลต่างๆ บนแอพ และอื่นๆ อีกมากมาย”

แคมเปญโฆษณา “อยากกินอะไร สั่ง GET เลย” จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 7 สิงหาคม 2562 เป็นต้นไป โดยสามารถติดตามได้ทั้งทางสื่อออนไลน์ เฟซบุ๊ก ยูทูป และทวิตเตอร์ และทางสื่อออฟไลน์ ป้ายบิลบอร์ด รถไฟฟ้า และอื่นๆ ทั่วกรุงเทพฯ

คอลเลคชั่น Only At GET เรื่องกินต้องเก็ท” เปิดให้ลูกค้าสามารถสั่งเมนูพิเศษจากเชฟแห่งชาติทั้ง 4 คน ได้แก่ เชฟต้น ธิติฏฐ์ ทัศนาขจร เจ้าของร้านอาหารบ้าน (Bann) เชฟกิ๊ก กมล ชอบดีงาม เจ้าของร้านอาหารเลิศทิพย์ เชฟเปเปอร์ อริสรา จงพาณิชกุล แห่งร้าน ICI และเฮียเก๊า ศิริชัย ทวีพูลทรัพย์ เชฟในตำนานแห่งร้านเจ๊โอว ได้ตั้งแต่วันที่ 8 สิงหาคม – 7 กันยายน 2562

จะสั่งเมนูสุดโปรดจากร้านประจำ หรืออยากสั่งเมนูพิเศษสุดเอ็กซ์คลูซีฟจาก Only At GET ก็สะดวกคุ้ม เพราะ GET FOOD ค่าส่งเริ่มต้นแค่ 10 บาท พร้อมโปรพิเศษส่งฟรีสำหรับผู้ใช้ใหม่เพียงใส่โค้ด GETWELCOME ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น GET ทางApp Store หรือ Play Store และลงทะเบียนเพื่อใช้งานได้แล้ววันนี้

from:https://www.flashfly.net/wp/262265

AIS จับมือ Singtel ขยายบริการชำระเงินข้ามประเทศ AIS GLOBAL Pay สู่ญี่ปุ่น

เอไอเอส ผู้นำนวัตกรรมเครือข่ายและบริการดิจิทัลอันดับ 1 ของประเทศ ผนึก กลุ่มสิงเทล เดินหน้าส่งเสริมการเข้าถึงการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์อย่างต่อเนื่องผ่านบริการ “VIA” เครือข่ายชำระเงินด้วยมือถือข้ามประเทศรายแรกของเอเชีย ล่าสุด ขยายการให้บริการไปยังประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศที่คนไทยนิยมเดินทางไปท่องเที่ยว ให้ลูกค้าเอไอเอสที่ใช้ Rabbit LINE Pay ผ่านแอปฯ AIS GLOBAL Pay และลูกค้าชาวสิงคโปร์ที่ใช้กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ Singtel Dash สามารถชำระเงินผ่าน QR Code ที่มีสัญลักษณ์ VIA ด้วยสกุลเงินของประเทศตัวเองได้อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้นโดยไม่มีค่าธรรมเนียม

ทำให้ลูกค้าไม่ต้องกังวลกับอัตราแลกเปลี่ยน หรือการถือเงินสดระหว่างเดินทาง นำร่องเปิดให้บริการแล้วที่สนามบินฮาเนดะและสนามบินนาริตะ พร้อมจับมือ NETSTARS บริษัทพันธมิตรด้าน Merchant Acquirer จากญี่ปุ่น เตรียมขยายจุดรับชำระไปยังเมืองท่องเที่ยวและแหล่งช้อปปิ้งในญี่ปุ่นที่เป็นที่นิยมของคนไทย โดยเอไอเอสและสิงเทลยังเตรียมขยายการให้บริการ AIS GLOBAL Pay ไปยังประเทศอื่นๆ ที่คนไทยนิยมเดินทางไปท่องเที่ยวในเร็วๆ นี้อีกด้วย

            พร้อมกันนี้ ยังได้จับมือพาร์ทเนอร์สถาบันการเงิน ได้แก่ ธนาคารกสิกรไทย และ ธนาคารไทยพาณิชย์ ให้ลูกค้าเชื่อมต่อบัญชีธนาคารกสิกรไทยและธนาคารไทยพาณิชย์เพื่อใช้ชำระค่าสินค้าและบริการผ่านแอปฯ AIS GLOBAL Pay ได้แล้ว ถือเป็นการอำนวยความสะดวกและส่งเสริมให้ลูกค้าเข้าถึงการบริการ AIS GLOBAL Pay จากเดิมที่เชื่อมต่อกับ Rabbit LINE Payและเป็นการต่อยอดความร่วมมือในการผลักดันแนวคิดสังคมไร้เงินสดแบบไร้พรมแดน เสริมความแข็งแกร่งให้กับนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาคเอเชีย

            พิเศษสำหรับลูกค้าที่ใช้แอปฯ AIS Global Pay ชำระเงินครั้งแรก รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 100 บาท จำกัดจำนวนสูงสุด1,000 สิทธิ์ต่อเดือน ตั้งแต่วันนี้-31 ตุลาคม 2562 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.ais.co.th/global-pay

from:https://www.flashfly.net/wp/262253