คลังเก็บหมวดหมู่: enterpriseitpro

“เหริน เจิ้งเฟย” พูดถึงความสามารถของโอเอสหงเหมิง และเทคโนโลยี IoT

มร. เหริน เจิ้งเฟย ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารหัวเว่ย เผย Hongmeng (หงเหมิง) ระบบปฏิบัติการตัวใหม่ของบริษัท เหมาะสำหรับอุปกรณ์อัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี IoT เพราะมีความหน่วงเวลา (Latency) ต่ำ

“เป้าหมายของ OS นี้คือ สร้างโลกที่ทุกสิ่งอย่างมีความอัจฉริยะและเชื่อมต่อกันได้ให้เป็นจริง”

มร. เหรินกล่าวในระหว่างการให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร Le Point ของฝรั่งเศส และเสริมด้วยว่า “ระบบปฏิบัติการหงเหมิงมีความล่าช้าต่ำในระดับคงที่ โดยในแต่ละจุดจะมีความหน่วงไม่เกิน 5 มิลลิวินาทีหรือต่ำกว่านั้น และอาจต่ำกว่า 1 มิลลิวินาทีด้วย”

มร. เหริน กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า “ยกตัวอย่างเช่นรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ การเปลี่ยนเกียร์ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2-3 มิลลิวินาที ถ้าความหน่วงเวลาไม่คงที่ การเข้าเกียร์อาจผิดพลาดและอาจส่งผลให้เกิดความผิดพลาดในการทำงานร่วมกันได้”

“เราต้องการสร้างความพึงพอใจให้ผู้คนในสังคม เป้าหมายสูงสุดของเราคือการให้บริการผู้บริโภค ซึ่งก็คือ คนกว่า 6,500 ล้านคน และอาจจะมากกว่านั้นในอนาคตเมื่อ IoT เชื่อมต่อกับทุกสรรพสิ่งได้มากขึ้น ดังนั้น เราจึงมุ่งมั่นที่จะสร้างสิ่งที่มีคุณค่าสำหรับผู้บริโภคและตอบสนองความต้องการของทุกผู้คน” มร. เหริน เจิ้งเฟย กล่าวระหว่างการให้สัมภาษณ์

IoT เป็นรากฐานของปัญญาประดิษฐ์ (AI) บิ๊กดาต้า และเป็นส่วนสำคัญของ 5G หัวเว่ยซึ่งเป็นผู้นำด้าน 5G ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์และโซลูชัน 5G เชิงพาณิชย์แบบครบวงจรที่ตรงตามมาตรฐานของ 3GPP อีกทั้งยังได้ก่อตั้งศูนย์โอเพ่น แล็บ (Open Lab) ในประเทศไทย เพื่อสนับสนุนการพัฒนาแอปพลิเคชันของนักพัฒนาแอพในประเทศอีกด้วย

ทั้งนี้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของหัวเว่ยได้ยืนยันว่าแม้จะมีความท้าทายเกิดขึ้นในช่วงนี้ แต่ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการจัดส่งอุปกรณ์ 5G

“จะไม่มีปัญหาด้านการจัดส่งอุปกรณ์อย่างแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้นแล้ว อุปกรณ์ 5G ของเราถือว่าดีที่สุดในโลกและจะยังไม่มีบริษัทไหนตามเราทันได้ภายใน 2-3 ปีข้างหน้า จึงไม่มีปัญหาด้านการจัดส่งแน่นอน ฝ่ายผลิตของเรายังทุ่มเททำงานกันอย่างเต็มที่”

เมื่อถูกถามเกี่ยวกับความท้าทายล่าสุดที่หัวเว่ยกำลังเผชิญจากสหรัฐอเมริกา มร. เหริน ตอบว่า “กงล้อแห่งกาลเวลาย่อมเดินไปข้างหน้าเสมอ ไม่มีใครหยุดมันได้หรอก”

ที่มา : ข่าวพีอาร์

from:https://www.enterpriseitpro.net/hongmeng-os-huawei-ren-zengfei/

โฆษณา

5 เหตุผลสำคัญที่ควรใช้ RxJavaในโปรเจ็กต์จาวาของคุณ

Reactive Extensions (Rx) คือชุดคำสั่งและอินเทอร์เฟซที่ถูกนำมาใช้แก้ปัญหามากมายทั้งแบบง่ายและซับซ้อนของเหล่านักพัฒนา ซึ่งการนำมาใช้ร่วมกับจาวานั้นจะทำให้คุณสามารถจัดการแอคชั่นได้หลายตัวบนอีเวนต์ของระบบที่หลากหลายได้พร้อมกัน

นอกจากนี้ยังช่วยในการเขียนโค้ดให้สวยงามโดยที่คงความเรียบง่ายไว้ได้ ดังนั้น ทาง TechNotification.com จึงได้รวบรวมเหตุผลสำคัญ 5 ประการที่คุณควรนำ RxJava มาใช้ในโปรเจ็กต์ไว้ดังต่อไปนี้

1. เป็นแนวทางแบบ Functional

การเขียนโปรแกรมแบบฟังก์ชั่นนอลนั้นได้แก่การเน้นใช้ฟังก์ชั่นในฐานะพารามิเตอร์ รวมทั้งในฐานะผลลัพธ์ของฟังก์ชั่นอื่น เช่น Map ที่เป็นฟังก์ชั่นลำดับสูงที่นิยมใช้ในภาษาโปรแกรมมิ่งหลายชนิด ถ้านำมาใช้กับทุกองค์ประกอบของรายการ ก็จะคืนค่าที่เป็นรายการของผลลัพธ์มาเช่นกัน

ดังนั้น ถ้าคุณคุ้นเคยกับการเขียนโปรแกรมแบบเน้นใช้ฟังก์ชั่น และเข้าใจหลักการของ Map และ Zip แล้ว ก็จะสามารถเรียนรู้ RxJavaได้ง่ายขึ้นด้วย

2. ใช้ Operator ผ่านตัวกำหนดเวลา

มีหลาย Operator ที่จำเป็นต้องระบุ Scheduler ถึงจะใช้ฟังก์ชั่นได้ นอกจากนี้ยังมีวิธีแบบโอเวอร์โหลดที่ใช้ computation(), delay()ในฐานะ Scheduler ได้ด้วย ซึ่งคุณควรประกาศ Scheduler ที่ต้องการในฐานะอากิวเมนต์ที่สามทุกครั้งถ้าไม่ต้องการใช้ตัวComputation Scheduler

และนอกจาก delay() แล้ว คุณยังมี Operator อื่นๆ มากมายที่สามารถเปลี่ยนการกำหนดเวลาได้ด้วยไม่ว่าจะเป็น interval (), debounce (), timer (), skip (), timeout ()เป็นต้น

3. ทำแคชได้ง่าย

การ Caching ถือเป็นหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการยกระดับประสิทธิภาพของแอพพลิเคชั่น เนื่องจากช่วยลดการเรียกใช้งานบนเครือข่ายด้วยการแคชข้อมูลตอบสนองของเน็ตเวิร์ก และจะเรียกดูข้อมูลได้รวดเร็วมากขึ้นด้วยถ้าข้อมูลถูกแคชไว้

การทำแคชนั้นมีสองรูปแบบคือ แบบ Memory Cache ที่เก็บข้อมูลไว้ในหน่วยความจำของแอพพลิเคชั่น และแบบ Disk Cache ที่บันทึกข้อมูลลงบนดิสก์

4. ใช้ Subject ได้

ถ้าคุณกำลังทำงานกับอ๊อพเจ็กต์แล้ว ก็ควรทราบว่าลำดับการเปลี่ยนแปลงในข้อมูลที่ถูกส่งไปยังSubjectonNextโดยดีฟอลต์ และจะถูกประมวลผลบน Thread เดียวกัน โดยจะมีการเรียกใช้ onNext() จนกว่าจะไม่พบ Operator observeOn()บน Sequence นั้นๆ

นั่นคือ เวลาที่เราลงทะเบียนกับ Subject จะมีการคืนค่าในทันที จากนั้นจึงถูกประมวลผลใน Thread ของ Shedulers.io()ซึ่งหลังจากนั้น เมื่อมีข้อความถัดขึ้นมาแสดงใน Subject ก็จะใช้ Thread ในการเรียกใช้ onNext()

5. สามารถสตรีมได้แบบ Asynchronous

สมมติว่าคุณต้องการส่งคำร้องขอไปยังฐานข้อมูลเพื่อต้องการทั้งข้อความและการตั้งค่าในทันที โดยเมื่อกระบวนการทั้งหมดเสร็จแล้ว ก็อยากให้แสดงข้อความต้อนรับบนหน้าจอ ซึ่งการจะได้ผลลัพธ์ดังกล่าวด้วยจาวานั้น คุณต้องทำโปรเซสที่ยาวมาก

โดยต้องรัน AsyncTaskที่แตกต่างกัน 3 – 4 รายการ แล้วสร้าง Semaphore ที่จะรอทั้งคำร้องขอการตั้งค่าและข้อความทำงานเสร็จ เป็นต้น แต่ด้วย RxJavaเราสามารถปรับปรุงกระบวนการที่โค้ดอยู่ในรูป Thread ที่ตั้งอยู่ในตำแหน่งหนึ่ง และสร้างขึ้นจากรากฐานของ Functional Paradigm ได้

ที่มา : Technotification

from:https://www.enterpriseitpro.net/5-solid-reasons-to-use-rxjava-in-your-java-projects/

Arm เชิญร่วมงานเวิร์กชอบ IoT Workshop 2019 ฟรี! ไม่เสียค่าใช้จ่าย

Arm Iot Workshop 2019 เป็นงานสัมมนาด้านระบบ Internet of Things จัดโดยทาง Arm ผู้นำด้านระบบเทคโนโลยี IoT โดยจัดขึ้นในประเทศไทย

Arm ได้ระบุว่าปัจจุบันนี้เรากำลังเข้าสู่การปฏิวัติอุสาหกรรมใหม่ ซึ่งสร้างขึ้นด้วยพลังของข้อมูล พร้อมๆ กับที่ Internet of Things (IoT) กำลังแพร่หลายมากขึ้นเรื่อยๆ บริษัทต่างๆ กำลังเผชิญกับข้อมูลจำนวนมาก และการรวมข้อมูลผ่านอุปกรณ์ที่ต่างกันกำลังเป้นอุปสรรคต่อการเติบโตของธุรกิจ ทำให้ Arm ได้จัดงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการ IoT Solution ขึ้น โดยจะมีหัวข้อที่หลากหลาย อาทิ

– การจัดการอุปกรณ์ IoT
– เรียนรู้แพลตฟอร์ม IoT เพื่อการเชื่อมต่อข้อมูล
– เคล็ดลับในการประสบความสำเร็จในการจัดการ IoT
– รวมถึงกรณีศึกษาจากอุตส่าหกรรมต่างๆ

หากคุณกำลังทำงานกับโครงการ IoT ใดๆ หรือสนใจในโซลูชั่น IoT โปรดอย่าพลาดโอกาสในการร่วมเวิร์กชอบครั้งนี้

กำหนดการ
วัน : อังคารที่ 30 กรกฏาคม 2562
เวลา : 13.30 น. – 17.10 น.
สถานที่ : โรงแรม แกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพ (ห้องแกรนด์ บอลลูม 3)
ฟรีสัมมนาไม่มีค่าใช้จ่าย
คลิกเพื่อลงทะเบียนที่นี่

คลิกลงทะเบียนร่วมงานได้ฟรีที่นี้ – ลงทะเบียนทันที

from:https://www.enterpriseitpro.net/arm-iot-workshop-2019/

Tesla ให้รางวัลคนที่แจ้งบั๊กของรถตัวเองเป็นเงินกว่า 10,000 เหรียญฯ

Tesla ได้จ่ายค่าหัวบั๊กเป็นเงินที่สูงมากสำหรับการค้นพบช่องโหว่แบบ Cross-Site Scripting (XSS) ในระบบหลังบ้านที่เปิดช่องให้ดูดข้อมูลทางสถิติที่สำคัญของยานพาหนะได้ โดยรางวัลนี้ตกเป็นของแฮ็กเกอร์และนักวิจัยด้านความปลอดภัยของเว็บแอพพลิเคชั่น ที่เป็นเจ้าของรถ Tesla 3 เองด้วย

นักวิจัยรายนี้ชื่อ Sam Curry พบบั๊กโดยบังเอิญระหว่างการทดสอบระบบป้องกันของตัวรถกับการโจมตีหลากหลายรูปแบบ ซึ่งพยายามทดลองดูว่ารถของเขาสามารถป้องกันการโจมตีแบบสตริงที่ชื่อ ‘%x.%x.%x.%x’ ได้หรือไม่ แต่ก็ไม่เกิดผลอะไรขึ้น

แต่หลังจากทดลองหลายครั้ง เขาสังเกตว่ารถยนต์รองรับสตริงที่เป็นตัวอักษรแบบยาว และตัดสินใจที่ใช้เปย์โหลดที่สร้างขึ้นเองผ่านบริการทดสอบอัตโนมัติ XSS Hunter จากนั้นในเดือนมิถุนายนที่รถของเขาโดนหินพุ่งใส่กระจกหน้าจนต้องนัดศูนย์เปลี่ยนอะไหล่ใหม่นั้น

เมื่อ Curry เช็คบนระบบ XSS Hunter ก็พบว่าตัวเอเจนต์ของเทสล่าได้ส่งเปย์โหลดของ XSS และแสดงข้อมูลที่เกี่ยวข้องออกมา ซึ่งเกี่ยวข้องกับซับโดเมนของเทสล่าเองที่เปิดช่องให้เข้าถึงข้อมูลปัจจุบันของรถไม่ว่าจะเป็นความเร็ว, อุณหภูมิ, เวอร์ชั่นเฟิร์มแวร์, แรงดันลมยาง, โซนเวลาปัจจุบัน, และสถานะการล็อกรถยนต์

ที่มา : Bleepingcomputer

from:https://www.enterpriseitpro.net/cracked-tesla-3-windshield-leads-to-10000-bug-bounty/

Oracle เชิญทุกท่านร่วมงาน Experience Autonomous Workshop in Bangkok

การบริหารจัดการยุคใหม่ต่างจำเป็นต้องใช้ข้อมูลเข้ามาเกี่ยวข้องเป็นจำนวนมาก โดยในงาน Experience Autonomous Workshop in Bangkok ทางทีมงาน Oracle ได้จัดเตรียมเทคโนโลยีต่างๆ ที่สำคัญเพื่อดึงเอาข้อมูลอันเป็นประโยชน์จากระบบต่างๆ มาพัฒนาธุรกิจของคุณได้ดีขึ้น

โดยในวันงานเวิร์กช้อปครั้งนี้ คุณจะได้พบกับเรื่องราวๆ และข้อมูลต่างๆ ที่น่าสนใจเช่น
– แฮนด์-ออน วิธีในการเซตอัพระบบการจัดการเวิร์กสเปซแบบอัตโนมัติภายในไม่กี่นาที พร้อมทั้งการดึงข้อมูลจากแหล่างต่างๆ เพื่อสามารถวิเคราะห์ได้อย่างเจาะลึก
– ตัวอย่างจากประสบการณ์ของผู้ใช้งานจริง
– เข้าถึงแหล่งข้อมูลผู้เชี่ยวชาญในสายงานจาก Oracle
– การจัดการดาต้า แดชบอร์ด และ ทำรายงานในแต่ละกรณี

กำหนดการ
วัน : อังคารที่ 23 ก.ค. 2019
เวลา : 13.00 – 16.30 น.
สถานที่ : ห้องโซลเชียล ชั้น 2 โรงแรม W Hotel กรุงเทพฯ

13:00 p.m. – 13:30 p.m. Registration : ลงทะเบียน
13:30 p.m. – 14:00 p.m. Keynote: Get ready for an Autonomous Data-Driven Future เตรียมความพร้อมสู่อนาคต
กับการประยุกต์การใช้งานข้อมูลในแบบอัตโนมัติ
14:00 p.m. – 14:30 p.m.
Under the hood: Machine Learning Meets Mission Critical
ทำความเข้าใจกับระบบแมชชีนเลิร์นนิ่ง เพื่อรับมือกับงานที่สำคัญต่องอค์กร
14:30 p.m. –  14:45 p.m. Break – พักรับประทานอาหารว่าง
14:45 p.m. – 15:15 p.m.
Developing and Managing Applications  with Autonomous Transaction Processing
การพัฒนาและบริหารจัดการแอพพลิเคชั่นด้วยกระบวนการโอนถ่ายงานแบบอัตโนมัติ
15:15 p.m. – 15:45 p.m.
Get Real Value from Any Data, Any Size,  Anywhere, for Anyone,
with Oracle Autonomous Data Warehouse
ดึงประสิทธิภาพมูลค่าจากสิ่งที่เกิดขึ้น ทั้งข้อมูล ขนาด และสถานที่
ด้วยระบบ Oracle Autonomous Data Warehouse
15:45 p.m. – 16:30 p.m. Q&A – ถามตอบและจบงาน

หมายเหตุ : เวลาและกำหนดการพร้อมหัวข้ออาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม

 

from:https://www.enterpriseitpro.net/oracle-experience-autonomous-workshop-in-bangkok/

ซิสโก้ยกระดับเทคโนโลยีออพติคัลด้วยการซื้อ Acacia เป็นเงิน 2.6 พันล้านเหรียญฯ

ซิสโก้ ออกมาประกาศว่า กำลังมีแผนที่จะซื้อกิจการของ Acacia Communications ด้วยมูลค่าประมาณ 2.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อเติมเต็มสายผลิตภัณฑ์ในกลุ่มระบบออพติคัล ซึ่งถือเป็นดีลที่มีมูลค่ามากที่สุดของซิสโก้ถ้าไม่นับการซื้อ AppDynamics ด้วยมูลค่า 3.7 พันล้านดอลลาร์ฯ เมื่อปี 2017

Acadia เป็นผู้พัฒนา ผลิต และจำหน่ายผลิตภัณฑ์เชื่อมต่อใยแก้วนำแสงแบบ Coherent ที่ออกแบบมาสำหรับพัฒนาระบบเครือข่ายที่เชื่อมต่อในดาต้าเซ็นเตอร์ คลาวด์ และในกลุ่มผู้ให้บริการต่างๆ ซึ่งซิสโกเองคุ้นเคยกับ Acacia ในฐานะลูกค้า “รายสำคัญ” มากว่า 5 ปีแล้ว

ลูกค้ารายอื่นของ Acaciaได้แก่ Nokia Oyj, Huawei , และ ZTEโดยรายได้จากซิสโก้คิดเป็นสัดส่วนอยู่ที่18% อ้างอิงจากข้อมูลวิเคราะห์ซัพพลายเชนของ Bloomberg ทั้งนี้David Goeckelerรองประธานบริหารและผู้จัดการทั่วไปของกลุ่มธุรกิจเครือข่ายและระบบความปลอดภัยของ Ciscoกล่าวว่า

“ด้วยความต้องการแบนด์วิธในยุคมัลติคลาวด์นี้ที่เพิ่มสูงขึ้นเป็นอย่างมาก ทำให้เทคโนโลยีการเชื่อมต่อผ่านใยแก้วนำแสงหรือออพติคัลนี้เป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างยิ่ง การควบรวมกิจการกับ Acacia จะทำให้เราสามารถสร้างความแข็งแกร่งด้านเน็ตเวิร์กทั้งสวิตชิ่ง เราท์ติ้ง และระบบสายไฟเบอร์ได้เป็นอย่างดี”

ที่มา : Networkworld

from:https://www.enterpriseitpro.net/cisco-goes-deeper-into-photonic-optical/

อุปกรณ์แอนดรอยด์กว่า 25 ล้านเครื่อง โดนเล่นงานจากมัลแวร์ “Agent Smith”

เหล่านักวิจัยด้านมัลแวร์ได้ค้นพบขบวนการอันตรายครั้งใหม่ที่พุ่งเป้าไปที่อุปกรณ์แอนดรอยด์ ด้วยการแทนที่แอพที่ถูกต้องด้วยสำเนาแอพที่ถูกฝังมัลแวร์เพื่อบังคับให้แสดงโฆษณา หรือแม้แต่เข้าแทรกแซงการแสดงผลของโฆษณาเดิมที่ถูกต้องตามปกติ

โดยล่าสุดพบอุปกรณ์จำนวนกว่า 25 ล้านเครื่องติดเชื้อมัลแวร์ที่นักวิจัยใช้ชื่อว่า “Agent Smith” ตัวนี้กันแล้ว ซึ่งติดหลังจากผู้ใช้ติดตั้งแอพที่โหลดมาจากสโตร์ของแอนดรอยด์ที่ไม่ได้เป็นทางการ เหยื่อหลายรายถูกล่อลวงด้วยแอพอย่างตัวตกแต่งภาพ, เกม, หรือแม้แต่แอพสำหรับผู้ใหญ่ที่แฝงมาด้วยข้อมูลอันตราย

เมื่อแอพดังกล่าวถูกติดตั้งบนอุปกรณ์แล้ว ก็จะมีการถอดรหัสพร้อมติดตั้งตัว Agent Smith ที่เป็นมัลแวร์ที่คอยหลบซ่อนตัวตนในฐานะยูทิลิตี้จาก Google – Google Updater, Google Update for U, หรือแม้แต่ “com.google.vending”

ขั้นตอนต่อมา มัลแวร์จะตรวจสอบแอพบนอุปกรณ์ที่อยู่ในรายการที่ตรงกับที่ฝังข้อมูลไว้ หรือได้รับจากเซิร์ฟเวอร์ควบคุม เพื่อติดตั้ง APK และโมดูลโฆษณาอันตรายมาแทนที่แพกเกจหลักของแอพบนเครื่องโดยที่ผู้ใช้ไม่ทันรู้ตัว

ที่มา : Bleepingcomputer

from:https://www.enterpriseitpro.net/25-million-android-devices-infected-by-agent-smith-malware/