คลังเก็บหมวดหมู่: enterpriseitpro

VDO Webinar – ทำความรู้จัก เทคโนโลยี Oracle Database Appliance (ODA)

เทคโนโลยี Oracle Database Appliance (ODA) คือเทคโนโลยีที่รวมทุกสิ่งที่ Next Generation Data Center ต้องการ มาใน Box เดียว พร้อมยืนยันความง่าย สะดวก และราคาที่จับต้องได้จริงอย่างที่คุณต้องการ

บรรยาย 2 หัวข้อสำคัญ

1. Data Center Revolution to the Next Generation โดย : คุณ อดุลย์กฤษณ์ ตระกูลชลชาติ Managing Director, Data Extreme Co., Ltd.

2. Infrastructure Modernization with Oracle Database Appliance (ODA) โดย คุณกำพล ลาภธุวะศิริ Senior Sales Consultan , Oracle Corporation (Thailand) Co., Ltd.

 

from:https://www.enterpriseitpro.net/webinar-oracle-database-appliance/

Dell ขายธุรกิจ Boomi มูลค่า 4 พันล้านดอลลาร์ฯ หันมาเจาะตลาด “ที่สำคัญกว่า”

ยักษ์ใหญ่อย่าง Dell Technologies ได้ปฏิวัติตัวเองอีกครั้งหนึ่งด้วยการขายธุรกิจคลาวด์ของตัวเอง Boomi แก่บริษัทหลักทรัพย์เอกชนเป็นมูลค่าสูงถึง 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อย้ายไปให้ความสำคัญกับธุรกิจที่ “มีความสำคัญสูง” โดยเฉพาะการหันไปเน้นงานขายแบบ as-a-Service

ข่าวเกี่ยวกับการขาย Boomi นี้มาก่อนหน้าหลายสัปดาห์แล้วหลังกรณีที่ Dell ยืนยันว่าจะขายหุ้นส่วนใหญ่ของ VMware เสร็จภายในปลายปีนี้ ซึ่งก่อนหน้าประมาณ 15 เดือนก่อน Dell ก็ขายธุรกิจความปลอดภัยทางไซเบอร์อย่าง RSA เป็นมูลค่ากว่า 2 พันล้านดอลลาร์ฯ ไปแล้วด้วย

Jeff Clarke รองประธานและซีโอโอของ Dell Technologies กล่าวว่า “เราต้องการมุ่งเน้นไปที่การเติบโตและการพัฒนาของธุรกิจระบบโครงสร้างพื้นฐานและพีซีที่เป็นธุรกิจหลัก รวมถึงขยายไปถึงกลุ่มไฮบริดจ์และไพรเวทคลาวด์, Edge, โทรคมนาคม, และส่วนของ Apex ด้วย”

เขาย้ำด้วยว่า “ความพยายามเหล่านี้ทำเพื่อสนับสนุนให้องค์กรทั้งหลายก้าวสู่ระบบเศรษฐกิจใหม่ที่ต้องสามารถทำงานได้จากทุกที่” เรียกได้ว่ายักษ์ใหญ่เจ้านี้พยายามอย่างหนักในการก้าวขึ้นมาเป็นผู้ให้บริการด้านไอทีผ่านคลาวด์ในรูป as-a-Service แบบสมัครสมาชิกอย่าง Project Apex นี้

ที่มา : CRN

from:https://www.enterpriseitpro.net/dell-%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88-boomi-%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2-4-%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%89/

ซิสโก้ปิดดีลซื้อ Slido เพื่อยกระดับการประชุมผ่าน Webex

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ทาง Cisco Systems ประกาศว่าตนเองได้ซื้อกิจการผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ฟังการประชุมอย่าง Slido ซึ่งดีลนี้จะช่วยให้ยักษ์ใหญ่อย่างซิสโก้ยกระดับระบบคอลลาบอเรตโดยเฉพาะแพลตฟอร์ม Cisco Webex ยอดนิยมได้

Javed Khan รองประธานอาวุโสและผู้จัดการทั่วไปของกลุ่มธุรกิจ Cisco Collaboration กล่าวไว้ในบล็อกที่เขียนถึงดีล Slido นี้ว่า เทคโนโลยีใหม่นี้จะช่วยให้ Webex เพิ่มการมีส่วนร่วมระหว่างผู้ร่วมประชุม หรือแม้แต่ผู้ที่กำลังกลับเข้ามาทำงานในออฟฟิศ

เทคโนโลยีของ Slido ที่มาจากเมือง Bratislava สโลวาเกียนี้จะทำให้ Webex สามารถตรวจวัดความสนใจ ความกระตือรือร้น เปิดให้ผู้ใช้และผู้จัดการประชุมเห็นเสียงตอบรับได้ทันที เข้าใจสภาวะของผู้ฟัง และเพิ่มการมีส่วนร่วมของสมาชิปแบบเรียลไทม์ แม้เป็นการประชุมขนาดใหญ่มากถึง 5,000 คนก็ตาม

ซิสโก้วางแผนที่จะใช้เทคโนโลยีของ Slido มาสร้างป๊อบอัพถามฟีดแบ๊กแบบไม่ระบุตัวตน ไม่ว่าจะเป็นการตั้งคำถามปกติ หรือเป็นโพลโหวตความเห็นเพื่อกระตุ้นการมีส่วนร่วมในการประชุม ทำให้สมาชิกทุกคนมีสิทธิ์มีเสียงในการลงมติการประชุมได้อย่างแท้จริง

ที่มา : CRN

from:https://www.enterpriseitpro.net/cisco-closes-slido-deal-for-inclusive-webex-meetings/

พบคีย์ AWS รั่ว ! ติดไปยังแอพกว่า 40 แอพ และดาวน์โหลดแล้วกว่า 100 ล้านครั้ง

ผู้ใช้แอพส่วนใหญ่มักเชื่อสนิทใจว่าแอพที่ตัวเองดาวน์โหลดมาจากแอพสโตร์ทางการนั้นปลอดภัย 100% ทั้งๆ ที่ความจริงไม่ใช่เสมอไป ล่าสุดบริษัทด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์และระบบเอไออย่าง CloudSEK ได้พัฒนาแพลตฟอร์มชื่อ BeVigil

แพลตฟอร์มนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงจุดอ่อนและระบุหาช่องโหว่ในวงกว้าง ซึ่งสามารถใช้ค้นหาและตรวจสอบคะแนนความปลอดภัยของแอพ รวมถึงปัญหาด้านความปลอดภัยอื่นๆ ของแอพดังกล่าวได้ก่อนตัดสินใจติดตั้ง

และจากรายงานล่าสุดที่ส่งมายังสำนักข่าว The Hacker News ได้ระบุว่า เสิร์ชเอนจิ้น BeVigil ได้ตรวจพบแอพจำนวนกว่า 40 แอพ ที่ถูกดาวน์โหลดไปติดตั้งแล้วรวมกันกว่า 100 ล้านครั้ง มีการฝังคีย์สำหรับเข้าถึง Amazon Web Services (AWS) ส่วนตัวด้วย

การฝังคีย์ถาวรนี้ทำให้ทั้งเครือข่ายภายในของผู้พัฒนาแอพเอง ไปจนถึงข้อมูลของผู้ใช้ที่เกี่ยวข้องตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะโดนโจมตี สำหรับแอพที่หลุดคีย์ของ AWS ออกมานี้ได้แก่ Adobe Photoshop Fix, Adobe Comp, Hootsuite, IBM Weather Channel, Club Factory, และ Wholee เป็นต้น

ที่มา : THN

from:https://www.enterpriseitpro.net/over-40-apps-with-more-than-100-million/

บิล เกตต์ และภรรยา เมลินดา เกตต์ ประกาศหย่าหลังแต่งงานมานานกว่า 27 ปี

บิล เกตต์ ผู้ร่วมก่อตั้งไมโครซอฟท์ กับภรรยาของเขา เมลินดา ประกาศผ่านทวิตเตอร์ว่าหย่ากันแล้วหลังจากครองคู่กันมากว่า 27 ปี ซึ่งทั้งสองคนนี้ต่างเป็นผู้ร่วมก่อตั้งมูลนิธิเพื่อการกุศลด้านสาธารณสุขและการพัฒนาชุมชนทั่วโลกอย่าง Bill & Melinda Gates Foundation

โดยข้อความทวีตของทั้งคู่ระบุแบบเดียวกันว่า “หลังจากคิดไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเราแล้ว จึงตัดสินใจที่จะสิ้นสุดชีวิตคู่ ซึ่งในช่วงกว่า 27 ปีที่ผ่านมานั้น พวกเราได้เลี้ยงดูลูกทั้ง 3 คนที่เติบโตขึ้นมาจนประสบความสำเร็จ”

“รวมทั้งเรายังได้ก่อตั้งมูลนิธีที่ทำงานครอบคลุมทั่วโลกเพื่อให้ทุกคนได้มีชีวิตที่ดี มีสุขภาพที่สมบูรณ์ ตั้งแต่นี้ไปเราก็ยังเชื่อมั่นกับภารกิจนี้และจะทำงานด้านมูลนิธินี้ร่วมกันต่อไป แต่เราจะไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันเป็นสามีภรรยาต่อ เราต่างต้องการพื้นที่ส่วนตัวสำหรับชีวิตใหม่ที่จะเริ่มขึ้นต่อไปนี้”

การประกาศแยกทางกันครั้งนี้สร้างความตกใจแก่หลายคนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อมองว่าทั้งคู่ต่างก็เป็นคนที่ใจบุญ ทำมูลนิธิที่มอบความรักให้ผู้อื่นเหมือนกัน ซึ่งทางอัยการและประธานกลุ่มบริษัทกฎหมายที่ดูแลด้านครอบครัวและการหย่าร้างชื่อ Davidoff Hutcher & Citron ที่ตั้งในกรุงนิวยอร์กอย่างคุณ Leslie Barbara ได้ให้ความเห็นว่า “เราต่างประหลาดใจกันหมดไม่มากก็น้อย พวกเราหลายคนต่างมองภาพลักษณ์การเป็นคู่รักใจบุญที่มีความสุขของบิลและเมลินดามาตลอด โดยเฉพาะในยุคโควิดแบบนี้”

ชีวิตคู่ที่สิ้นสุดลงหลังจากอยู่ด้วยกันมาในช่วงประมาณ 25 – 35 ปีนี้ Marilyn Chinitz พาร์ทเนอร์ของ Blank Rome LLP ผู้เชี่ยวชาญด้านการแยกทางกันของคู่รักที่ซับซ้อน มองว่าการหย่าครั้งนี้เป็น “Grey Divorce” คือการหย่าร้างในช่วงวัยผมหงอกผมสีเทาพอดี แต่ถึงแม้ทั้งคู่จะเคยทำสัญญาตกลงแบ่งทรัพย์สินกันไหมอย่างไร ก็มองว่าทั้งสองคนก็ไม่น่าจะเดือดร้อนเรื่องการเงินหลังแยกทางกันแล้ว

Chinitz ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า “บางครั้งคนที่คุณเคยรู้จักการอาจเปลี่ยนไปในสักวัน บางครั้งคนเราก็เลิกตกหลุมรักซึ่งกันและกันเช่นเดียวกับคู่นี้ ถ้าไม่มองที่ฐานะแล้ว พวกเขาก็ไม่ได้แตกต่างจากคนทั่วไปเลย พวกเขาแค่ตกลงกันว่า ถึงเวลาที่ต้องต่างคนต่างไปแล้ว ไม่เกี่ยวกับตัวเงินเลย”

ที่มา : USAToday

from:https://www.enterpriseitpro.net/bill-gates-melinda-gates-announce-divorce-after-27-year-marriage/

อรูบ้า จัดงานสัมมนาออนไลน์ Aruba Atmosphere 2021

อรูบ้า ได้จัดงานสัมมนาออนไลน์ Aruba Atmosphere 2021 งานสัมมนาใหญ่ระดับโลกจาก Aruba ที่ลูกค้าในประเทศไทยจะได้พบกับผู้บริหารระดับสูงจาก Aruba ที่จะมาเผยวิสัยทัศน์ด้าน Data, AI และ Automation ในระบบเครือข่ายเพื่อรับการมาของ Edge ที่มี Solution ความปลอดภัยสูงสุด งานเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ด้านเครือข่ายระดับโลก งาน Aruba Atmosphere Digital ATMD’21 ภายใต้ธีมงาน “ Your Journey, Your Edge ” ที่จะส่งมอบเนื้อหาและประสบการณ์อันน่าทึ่งต่างๆ ผ่านงาน Atmosphere Digital ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้าไม่เพียงแค่เข้าใจถึงโอกาสในการรับรู้เทคโนโลยี่ใหม่ แต่ยังมอบแนวทางปฏิบัติอย่างชัดเจนว่าองค์กรของลูกค้าในไทยสามารถก้าวเข้าสู่ศตวรรษแห่ง Edge ได้อย่างมีประสิทธิภาพได้อย่างไร

โดยมี Keynote คนสำคัญ คือ คุณ Keerti Melkote, Founder และ CEO ของ Aruba ซึ่งจะบรรยายภายใต้หัวข้อ “Your Journey, Your Edge : How Edge-to-Cloud Powers Transformation” นั่นคือบรรยายถึงการเดินทางในยุค Digital Transformation ซึ่งระบบเครือข่ายแบบ Edge-to-Cloud นั้นสามารถช่วยได้และ Keynote คนถัดมาคือ คุณ Partha Narasimhan , Chief Technology Officer หรือ CTO จาก Aruba บรรยายภายใต้หัวข้อ “Define Your Edge Journey : Reach Your Destination with Aruba ESP” ซึ่งจะช่วยนิยามการเดินทางของ Edge ในแบบของเราเอง และนำพาไปสู่จุดหมายปลายทางด้วย Aruba ESP นอกจากนี้ภายใน Virtual Event นอกจากมีบรรยายจาก Keynote ต่างๆแล้ว ก็ยังมี Zone ต่างๆที่ให้ข้อมูลน่าสนใจ ที่ลูกค้าสามารถเข้าไปเลือกชมได้ เหมือนอยู่ในงานสัมนาจริงๆ ไม่ว่าจะเป็น Innovation Zone โดย Aruba จะมีการ update innovation ให้ได้ศึกษากันมากกว่า 15 เรื่อง

คุณ Keerti Melkote, Founder และ CEO ของ Aruba

Aruba ประกาศการขยายความสามารถในการผสานด้านระบบความมั่นคงปลอดภัย และ ผลิตภัณฑ์ต่างๆให้ครอบคลุม Edge ไปจนถึง Cloud ภายใต้ Aruba ESP (Edge Services Platform) ได้แก่ การผสานแพลตฟอร์ม ClearPass Policy Manager สำหรับควบคุมการเข้าถึงระบบเครือข่ายเข้ากับแพลตฟอร์ม Aruba EdgeConnect SD-WAN หรือที่รู้จักกันในชื่อเดิมว่า Silver Peak, การผสาน Aruba Threat Defense เข้ากับแพลตฟอร์ม EdgeConnect และการขยายระบบนิเวศของ Aruba ESP ให้สามารถรองรับพันธมิตรด้านระบบความมั่นคงปลอดภัยที่หลากหลายยิ่งขึ้นได้ เพื่อให้ลูกค้าระดับองค์กรขนาดใหญ่มีอิสระในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่ดีที่สุดจากพันธมิตรเหล่านี้ ซึ่งรวมถึง Secure Access Service Edge (SASE) บนระบบ Cloud ได้อย่างอิสระตามต้องการ ด้วยความสามารถใหม่ของ Aruba ESP ที่ประกาศเปิดตัวในวันนี้จะทำให้องค์กรธุรกิจทำ Digital Transformation จาก Edge ไปจนถึง Cloud ได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น

คุณ David Hughes ผู้ก่อตั้งแห่ง Silver Peak และรองประธานอาวุโสแห่งธุรกิจ WAN ของ Aruba

องค์กรธุรกิจต่างต้องเผชิญกับความท้าทายนานับประการท่ามกลางการแพร่ระบาดของ COVID-19 และการเกิด New Normal ในเรื่อง “การทำงานได้จากทุกที่” ทำให้การเลือกใช้บริการบน Cloud ยิ่งเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ได้เร่งให้ต้องมีการเปลี่ยนแปลงศูนย์ข้อมูลแบบเดิมและเครือข่ายที่มี MPLS และ VPN เป็นหัวใจสำคัญไปสู่สถาปัตยกรรม SASE แบบ Cloud-Native อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น เพื่อให้องค์กรธุรกิจมีบริการระบบเครือข่ายที่มั่นคงปลอดภัยและเปลี่ยนแปลงได้อย่างยืดหยุ่นยิ่งกว่าเดิม ในขณะที่ยังคงสามารถปกป้องข้อมูลสำคัญขององค์กรได้อย่างทั่วถึง

ในขณะเดียวกัน การทำ Digital Transformation เองนั้นก็ได้ทำให้เกิดการใช้งานอุปกรณ์ IoT ภายในระบบเครือข่ายมากขึ้นอย่างมหาศาล เกิดเป็นความท้าทายใหม่ ๆ ที่ไม่สามารถตอบโจทย์ได้ด้วยการใช้การรักษาความมั่นคงปลอดภัยจากบน Cloud เพียงอย่างเดียวได้อีกต่อไป เนื่องจากอุปกรณ์ IoT โดยมากนั้นไม่สามารถทำการติดตั้งซอฟต์แวร์ใด ๆ เพิ่มเติมได้ ทำให้ฝ่าย IT ไม่สามารถติดตั้งซอฟต์แวร์รักษาความมั่นคงปลอดภัยหรือปรับแต่งให้อุปกรณ์ทำการส่ง แทรฟฟิคไปยังบริการด้าน Cloud Security ได้ ดังนั้นแนวทางการรักษาความมั่นคงปลอดภัยแบบ Zero Trust จึงกลายเป็นสิ่งจำเป็นต้องใช้ที่ระบบเครือข่ายในระดับสาขา (WAN Edge) ด้วย

เพื่อให้องค์กรนั้นสามารถใช้งาน Cloud และทำ Digital Transformation ได้อย่างเต็มศักยภาพ องค์กรธุรกิจจึงต้องการ ระบบเครือข่ายในระดับสาขาที่ผสมผสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทั้งแบบ On-Premise และ Cloud เข้าด้วยกัน เพื่อให้เกิดเป็นระบบ SASE ที่ปกป้องผู้ใช้งานซึ่งทำการเชื่อมต่อไปยังบริการ SaaS และแพลตฟอร์ม Public Cloud ได้ ในขณะที่ยังคงปกป้องอุปกรณ์ IoT ได้ด้วย Zero Trust ที่ใช้การตรวจสอบยืนยันตัวตนเป็นหลัก โดยความสามารถในการเชื่อมผสานระบบใหม่ของ Aruba ESP ที่เปิดตัวมาในวันนี้ ลูกค้าองค์กรจะสามารถกำหนดนโยบายด้านความมั่นคงปลอดภัยในเชิงลึกตามการระบุยืนยันตัวตนได้ตั้งแต่ Edge จนถึง Cloud เพื่อให้การเชื่อมต่อเครือข่ายมีความมั่นคงปลอดภัย รวมถึงปกป้องผู้ใช้งานและอุปกรณ์ต่าง ๆ ไปด้วยในเวลาเดียวกัน

from:https://www.enterpriseitpro.net/aruba-atmosphere-2021-online-event/

แฮ็กเกอร์ LuckyMouse จ้องเล่นงานภาครัฐ ธนาคาร และบริษัทเอกชน

พบการเชื่อมโยงของขบวนการโจมตีแบบวางยาล่อเป้าหรือ Watering Hole Attack ที่โจมตีหน่วยงานภาครัฐมาก่อน กับกลุ่มที่เพิ่งโดยตรวจพบว่าทำการเจาะระบบเหยื่อระดับองค์กรจำนวนมากทั้งในเอเชียกลางและตะวันออกกลางมานาน

ขบวนการนี้ที่ถูกตั้งชื่อว่า “EmissarySoldier” พบว่ามีความสัมพันธ์กับกลุ่มแฮ็กเกอร์ชื่อ LuckyMouse ที่มีความเคลื่อนไหวมาตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยมีเป้าหมายในการแอบดูดข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการเมืองในภูมิภาคเหล่านี้

การโจมตีดังกล่าวใช้วิธีติดตั้งทูลคิทที่ชื่อ SysUpdate (หรืออีกชื่อคือ Soldier) ในเครือข่ายองค์กรต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐ สถานทูตต่างๆ ผู้ให้บริการโทรคมนาคม สถานีโทรศัพท์และสื่อต่างๆ ไปจนถึงธนาคารและสถาบันการเงิน

กลุ่ม LuckyMouse นี้มีชื่ออื่นด้วยอย่าง APT27 และ Emissary Panda จัดเป็นกลุ่มอาชญากรไซเบอร์ชั้นสูงที่มีประวัติแฮ็กเครือข่ายของหน่วยงานภาครัฐมาแล้วนับไม่ถ้วน รวมถึงหน่วยงานระดับนานาชาติอย่างองค์กรการบินพาณิชย์ระหว่างประเทศหรือ ICAO เมื่อปี 2019 ด้วย

ที่มา : THN

 

from:https://www.enterpriseitpro.net/luckymouse/

ทายาทซัมซุงและครอบครัวต้องจ่ายภาษีมรดกประมาณ 10,800 ล้านดอลลาร์ฯ

ทายาท Samsung อย่าง Lee Jae-yong และทายาทคนอื่นของอดีตประธานบริษัท Lee Kun-hee จะต้องจ่ายภาษีมรดกเป็นเงินรวมกันมากกว่า 12 ล้านล้านวอน หรือคิดเป็นประมาณ 10.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

โดยครอบครัวนี้วางแผนที่จะชำระภาษีทั้งหมดในรูปของการผ่อนจ่าย 6 งวดภายในเวลา 5 ปี เริ่มตั้งแต่เดือนนี้ ซึ่งทางบริษัท Samsung Electronics กล่าวเมื่อวันพุธที่แล้วว่า เส้นตายที่ครอบครัวต้องชำระภาษีคือวันศุกร์ที่จะถึงนี้

นี่ถือเป็นตัวเลขภาษีมรดกที่แพงมากที่สุดที่เคยมีมาของประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งทรัพย์สินของอดีตท่านประธานที่เสียชีวิตลงในวัย 78 ปีเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้วนั้นประกอบด้วยหุ้นในบริษัท Samsung Electronics, Samsung Life, และ Samsung C&T

นอกจากนี้ยังมีอสังหาริมทรัพย์อื่นๆ อีกมากมาย แต่ตัวเลขภาษีนี้ถือว่าสูงกว่าครึ่งหนึ่งของมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมดของประธานลีเสียอีก โดยทางการเกาหลีใต้ได้จัดเก็บภาษีจากมรดกสำหรับก้อนใหญ่ขนาดนี้เป็นสัดส่วนมากสุดถึง 60%

ที่มา : ZDNet

from:https://www.enterpriseitpro.net/samsung-heir-and-family-to-pay-10-8-billion/

อาชญากรไซเบอร์กำลังใช้มาโครของ Excel 4.0 แพร่เชื้อมัลแวร์อย่างหนัก

เหล่าผู้ไม่หวังดีกำลังใช้ช่องโหว่บน Excel 4.0 ในการเป็นพาหะเพื่อแพร่เชื้อมัลแวร์อย่างเช่น ZLoader และ Quakbot โดยการค้นพบดังกล่าวมาจากการวิเคราะห์ไฟล์เอกสารของ Excel 4.0 กว่า 160,000 รายการในช่วงระหว่างพฤศจิกายน 2020 ถึงมีนาคม 2021

โดยพบว่ากว่า 90% เป็นไฟล์อันตรายหรือน่าสงสัย ซึ่งทางนักวิจัยจาก ReversingLabs ได้ออกรายงานระบุว่า นี่เป็นความเสี่ยงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่จ้องเล่นงานบริษัทและบุคคลต่างๆ เนื่องจากโซลูชั่นความปลอดภัยในปัจจุบันยังไม่สามารถตรวจจับไฟล์เอกเซลที่เป็นอันตรายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดยเฉพาะพวกระบบตรวจจับที่ใช้ฐานข้อมูลซิกเนเจอร์แบบเดิม หรือแม้แต่ระบบวิเคราะห์ที่ใช้กฎ YARA เป็นต้น ทั้งนี้มาโครของ Excel เวอร์ชั่น 4.0 หรือที่เรียกว่า XLM นั้นเป็นองค์ประกอบหนึ่งของ Visual Basic for Applications (VBA)

ซึ่งถือเป็นฟีเจอร์เก่าที่มาพร้อมกับไมโครซอฟท์เอกเซลอยู่จนถึงปัจจุบันเพื่อยังสามารถรองรับไฟล์แบบเดิมๆ ได้อยู่ ทั้งนี้ทางไมโครซอฟท์เคยออกประกาศเตือนในเอกสารซัพพอร์ตแล้วว่าการเปิดการใช้งานมาโครทั้งหมดอาจเสี่ยงที่จะ “รันโค้ดอันตราย” ขึ้นได้

ที่มา : THN

from:https://www.enterpriseitpro.net/cybercriminals-widely-abusing-excel-4-0-macro/

AMD อัพรายได้ประจำไตรมาส 1 ได้เกือบเท่าตัวจากยอดขาย Ryzen และ EPYC

AMD ประกาศว่า บริษัททำรายรับประจำไตรมาสแรกของปี 2021 ได้เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว จากยอดขายที่เติบโตอย่างรวดเร็วของชิปอย่าง Ryzen และ EPYC เป็นสัญญาณว่าสงครามตลาด x86 กับอินเทลยังคงดุเดือด

โดยราคาหุ้นของ AMD พุ่งขึ้นประมาณ 3.8 เปอร์เซ็นต์ในช่วงหลังเปิดทำการไม่กี่ชั่วโมงในวันอังคารที่ผ่านมาหลังจากมีรายงานผลประกอบการประจำไตรมาสแรกออกมาแล้ว รายได้ประจำไตรมาสดังกล่าวครอบคลุมยอดขายตั้งแต่มกราคมถึงมีนาคม

ยอดขายไตรมาส 1 นี้โตขึ้นถึง 93 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบปีต่อปี โดยทำตัวเลขได้ถึง 3.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แซงความคาดหวังของตลาดหุ้น Wall Street เดิมไปถึง 270 ล้านดอลลาร์ฯ รายได้สุทธิต่อหุ้นอยู่ที่ 52 เซนต์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์วอลล์สตรีทเคยคาดการณ์ไว้ 8 เซนต์

จากผลงานครั้งนี้ ทำให้ AMD เพิ่มตัวเลขประมาณการณ์ของรายรับตลอดทั้งปีว่าจะโตขึ้นถึง 50 เปอร์เซ็นต์ จากเดิมที่เคยลงไว้ 37 เปอร์เซ็นต์เมื่อไตรมาสก่อนหน้า ทางซีอีโอและประธานของ AMD อย่าง Lisa Su ก็กล่าวว่าบริษัทได้ก้าวสู่ช่วงที่มีผลิตภัณฑ์ที่แข็งแกร่งที่สุด และมีความสัมพันธ์กับลูกค้าลึกซึ้งมากที่สุด

ที่มา : CRN

from:https://www.enterpriseitpro.net/amd-nearly-doubles-q1-revenue/