คลังเก็บหมวดหมู่: enterpriseitpro

Panasonic งานเข้า ! ข้อมูลรั่วไหลหลังโดนแฮ็กเครือข่าย

ยักษ์ใหญ่ด้านเครื่องใช้ไฟฟ้าของญี่ปุ่น Panasonic ออกมาเผยถึงเหตุโดนโจมตีทางไซเบอร์ ที่มีบุคคลภายนอกที่ไม่ได้รับอนุญาตบุกเข้ามาในเครือข่ายของบริษัท และเชื่อว่าสามารถเข้าถึงไฟล์จากหนึ่งในไฟล์เซิร์ฟเวอร์ของตัวเองไปแล้ว

บริษัทได้ระบุในแถลงการณ์สั้นๆ ที่ออกมาเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายนว่า “จากผลการสืบสวนภายใน พบว่ามีข้อมูลบางอย่างบนไฟล์เซิร์ฟเวอร์ถูกเข้าถึงในช่วงที่โดนบุกรุก” ซึ่งแม้พานาโซนิกจะไม่ได้เปิดเผยว่าเป็นข้อมูลอะไร แต่ทาง TechCrunch ก็รายงานว่าการเจาะระบบดังกล่าวเกิดขึ้นมานานตั้งแต่ 22 มิถุนายนถึง 3 พฤศจิกายนเลยทีเดียว

นอกจากนี้ บริษัทที่มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่โอซาก้าแห่งนี้ก็ย้ำด้วยว่า หลังจากพบการบุกรุกเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายนที่ผ่านมานั้น ก็ได้รายงานไปยังหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งวางมาตรการด้านความปลอดภัยเพื่อรับมือทันที ที่รวมถึงการป้องกันเข้าถึงเครือข่ายจากภายนอกด้วย

พานาโซนิกยังกล่าวว่าตอนนี้กำลังทำงานร่วมกับองค์กร “ผู้เชี่ยวชาญ” อิสระ เพื่อตรวจสอบขอบเขตที่มีข้อมูลรั่วไหล และดูว่ามีผลกระทบไปถึงข้อมูลส่วนตัวของลูกค้าด้วยหรือไม่ โดยยืนยันว่าจะออกมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมเมื่อได้รับการอัพเดทเกี่ยวกับเรื่องนี้

สมัครสมาชิก Enterprise ITPro เพื่อรับข่าวสารด้านไอที

form#sib_signup_form_4 {
padding: 5px;
-moz-box-sizing:border-box;
-webkit-box-sizing: border-box;
box-sizing: border-box;
}
form#sib_signup_form_4 input[type=text],form#sib_signup_form_4 input[type=email], form#sib_signup_form_4 select {
width: 100%;
border: 1px solid #bbb;
height: auto;
margin: 5px 0 0 0;
}
form#sib_signup_form_4 .sib-default-btn {
margin: 5px 0;
padding: 6px 12px;
color:#fff;
background-color: #333;
border-color: #2E2E2E;
font-size: 14px;
font-weight:400;
line-height: 1.4285;
text-align: center;
cursor: pointer;
vertical-align: middle;
-webkit-user-select:none;
-moz-user-select:none;
-ms-user-select:none;
user-select:none;
white-space: normal;
border:1px solid transparent;
border-radius: 3px;
}
form#sib_signup_form_4 .sib-default-btn:hover {
background-color: #444;
}
form#sib_signup_form_4 p{
margin: 10px 0 0 0;
}form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message {
padding: 6px 12px;
margin-bottom: 20px;
border: 1px solid transparent;
border-radius: 4px;
-webkit-box-sizing: border-box;
-moz-box-sizing: border-box;
box-sizing: border-box;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-error {
background-color: #f2dede;
border-color: #ebccd1;
color: #a94442;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-success {
background-color: #dff0d8;
border-color: #d6e9c6;
color: #3c763d;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-warning {
background-color: #fcf8e3;
border-color: #faebcc;
color: #8a6d3b;
}

from:https://www.enterpriseitpro.net/panasonic-suffers-data-breach/

(VDO) สงครามแรนซั่มแวร์ยังไม่จบ: เทคนิคและวิธีใช้งาน V11 ที่แนะนำ

การจะสู้รบกับแรนซั่มแวร์ได้นั้น กุญแจสำคัญคือการเตรียมพร้อมที่ดี ซึ่งในสัมมนาครั้งนี้ได้รับเกียรติจากคุณ Rick Vanover จาก Veeam® และคุณ Krista Macomber นักวิเคราะห์อาวุโสของ Evaluator Group ที่จะมาแบ่งปันคำแนะนำในการป้องกันแรนซั่มแวร์ เพื่อให้คุณเตรียมพร้อมได้ดียิ่งขึ้นในการต่อกรกับการโจมตีจากแรนซั่มแวร์ที่จะเข้ามาหาองค์กรของคุณ

และที่พิเศษคือ คุณ Rick จะได้มาบอกเคล็ดลับน่าสนใจที่ได้จากองค์กรที่รอดจากแรนซั่มแวร์มาแล้ว รวมทั้งคุณ Krista ก็จะแบ่งปันมุมมองในวงการที่เกี่ยวข้องว่าแรนซั่มแวร์กระทบกับผู้บริหารด้านไอทีและธุรกิจต่างๆ อย่างไรบ้าง ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะทำให้นักวิเคราะห์ทั้งหลายใช้รับมือตอนที่องค์กรตัวเองโดนแรนซั่มแวร์เล่นงานได้ไวยิ่งขึ้น

VDO นี้มีเนื้อหาที่น่าสนใจได้แก่:
– กรอบการทำงานเพื่อคุมสถานการณ์ ที่แนะนำให้ใช้
– วิธีปฏิบัติให้มั่นใจได้ว่าสามารถกู้คืนระบบจากแรนซั่มแวร์ได้เสมอ
– รวมเทคนิคที่คนมีประสบการณ์ทำกันหลังโดนโจมตี
– และอื่นๆ อีกมากมาย

นำเสนอข้อมูลโดย

 

 

ลงทะเบียนที่นี่ เพื่อรับชม VDO ฟรี


By clicking above, I acknowledge and agree to Informa’s Terms of Service and to Informa’s use of my contact information to communicate with me about offerings by Informa, its brands, affiliates and/or third-party partners, consistent with Informa’s Privacy Policy. In addition, I understand that my personal information will be shared with any sponsor(s) of the resource, so they can contact me directly about their products or services. Please refer to the privacy policies of such sponsor(s) for more details on how your information will be used by them.

from:https://www.enterpriseitpro.net/vdo-veeam-war-with-ransomware/

บทความน่ารู้ : 5 แนวทางปฏิบัติช่วยยกระดับการจัดการข้อมูลบนคลาวด์

การจัดการข้อมูลถือเป็นความท้าทายบนทุกสภาพแวดล้อมการทำงาน โดยเฉพาะบนคลาวด์ ไม่ว่าจะเป็นทั้งด้านความปลอดภัย การบริหารค่าใช้จ่าย และแก้ปัญหาด้านประสิทธิภาพการใช้งานที่มีลักษณะจำเพาะไมเหมือนใคร

ดังนั้นทาง ITProToday จึงได้แนะนำเคล็ดลับที่จะช่วยทีมงานด้านไอทีในการปรับปรุงการจัดการข้อมูลบนคลาวด์ สร้างสมดุลระหว่างความต้องการแต่ละด้านที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลทั้งในสภาพแวดล้อมแบบพับลิก ไพรเวท และไฮบริดจ์คลาวด์ดังนี้

1. แบ่งระดับสตอเรจ
วิธีพื้นฐานที่ดีที่สุดในการหาจุดสมดุลระหว่างค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นกับสตอเรจบนคลาวด์และประสิทธิภาพการใช้งานที่ได้รับนั้นก็คือการใช้ Tier สำหรับสตอเรจเก็บข้อมูล ซึ่งผู้ให้บริการพับลิกคลาวด์ส่วนใหญ่ต่างให้เลือก Tier หรือประเภทสตอเรจที่แตกต่างกันได้

โดยระดับที่มีราคาแพงที่สุดจะให้การเข้าถึงข้อมูลอย่างรวดเร็ว ขณะที่ราคารองลงมาอาจจะต้องใช้เวลาเข้าถึงนานมากขึ้นตามลำดับ ที่เป็นไปได้ตั้งแต่ระดับนาทีไปจนถึงหลายชั่วโมง ซึ่งเราสามารถเลือกจัดเก็บข้อมูลที่ไม่ได้เข้าถึงบ่อยๆ ไปเก็บในสตอเรจที่ราคาถูกลงได้

2. เลือกกรณีการใช้สตอเรจแบบอ็อปเจ็กต์อย่างฉลาด
หลายครั้งที่บริการสตอเรจแบบอ็อปเจ็กต์อย่าง AWS S3 หรือ Azure Blob Storage ได้กลายเป็นโซลูชั่นที่นิยมใช้ในการจัดเก็บข้อมูลบนคลาวด์ เนื่องจากเปิดให้อัพโหลดข้อมูลได้ทุกรูปแบบ เรียกดูได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับโครงสร้างข้อมูลหรือการตั้งค่าฐานข้อมูล

แต่จุดบอดของสตอเรจแบบอ็อปเจ็กต์ก็คือ จะมีค่าใช้จ่ายในการจัดการข้อมูลเสมอ ตัวอย่างเช่น ถ้าต้องการแสดงรายการเนื้อหาในบักเก็ตสตอเรจหรืออยากคัดลอกไฟล์ ก็ต้องจ่ายค่าบริการแยกในแต่ละคำขอ ถึงแม้ราคาไม่แพงในแต่ละครั้ง แต่พอต้องเข้าถึงหรือจัดการข้อมูลต่อเนื่องก็อาจแพงขึ้นมาโดยไม่คาดคิด

ขณะที่การดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลบนบริการสตอเรจบนคลาวด์แบบอื่นนั้นมักไม่มีค่าบริการพิเศษแบบนี้ เช่น สตอเรจแบบบล็อกหรือฐานข้อมูลบนคลาวด์แบบอื่น ดังนั้นเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายมากที่สุด ก็ควรสร้างสมดุลระหว่างความสะดวกในการใช้กับค่าบริการด้วย

3. การป้องกันข้อมูลบนคลาวด์รั่วไหล
หนึ่งในความท้าทายที่สำคัญด้านความปลอดภัยในการจัดการข้อมูลบนคลาวด์ก็คือ ความเสี่ยงที่ทีมงานไม่มีวันรู้ว่าข้อมูลความลับของตัวเองถูกเก็บไว้ตรงไหนบนระบบคลาวด์ ทำให้เวลาอัพโหลดข้อมูลที่ระบุตัวตนได้ขึ้นไปก็ไม่สามารถติดตามความเคลื่อนไหวได้

โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าระบบคลาวด์ของคุณถูกแบ่งกันใช้งานร่วมกับผู้ใช้อีกจำนวนมากภายในองค์กร ที่แต่ละคนก็มีรูปแบบการจัดการข้อมูลของตัวเองแตกต่างกันไป จึงมึทูลอย่าง Cloud Data Loss Prevention (DLP) เข้ามาช่วยจุดนี้

4. ใช้สถาปัตยกรรมที่หลีกเลี่ยงการส่งข้อมูลออกมาจากคลาวด์
ข้อมูลขาออกจากคลาวด์หรือ Data Egress นั้นหมายถึงการเคลื่อนย้ายข้อมูลออกมาจากระบบพับลิกคลาวด์ ซึ่งมักถูกคิดค่าบริการ และเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการด้านประสิทธิภาพ ยิ่งมีข้อมูลนำออกมาเท่าไร ก็ยิ่งถูกคิดค่าบริการคลาวด์แพงมากเท่านั้น

การปล่อยให้เคลื่อนย้ายข้อมูลออกมาจากคลาวด์ยังกระทบกับประสิทธิภาพด้วยเนื่องจากต้องใช้อินเทอร์เน็ตในการสื่อสาร ดังนั้นจึงควรพิจารณาจุดนี้ตั้งแต่ตอนออกแบบระบบคลาวด์ของตัวเอง ให้จัดเก็บข้อมูลให้อยู่แต่ภายในคลาวด์ให้ได้มากที่สุด

5. การวิเคราะห์ข้อมูลบนคลาวด์
นอกจากบริการจัดเก็บข้อมูลพื้นฐานแล้ว ตอนนี้ผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ทั้งหลายยังเปิดบริการวิเคราะห์จัดการข้อมูลให้ด้วย อย่างเช่น AWS OpenSearch และ Azure Data Lake Analytics ช่วยให้วิเคราะห์ได้โดยไม่ต้องย้ายข้อมูลออกมานอกคลาวด์ให้เปลือง

แต่ก็ต้องพิจารณาถึงค่าบริการด้านการวิเคราะห์โดยตรงนี้ด้วย ที่อาจแพงเกินคาดได้ขึ้นกับปริมาณข้อมูลที่คุณใช้ประมวลผล รวมทั้งอาจมีความกังวลเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวของข้อมูลจากการใช้บริการวิเคราะห์ข้อมูลที่อ่อนไหวจากเธิร์ดปาร์ตี้

ที่มา : ITProToday

สมัครสมาชิก Enterprise ITPro เพื่อรับข่าวสารด้านไอที

form#sib_signup_form_4 {
padding: 5px;
-moz-box-sizing:border-box;
-webkit-box-sizing: border-box;
box-sizing: border-box;
}
form#sib_signup_form_4 input[type=text],form#sib_signup_form_4 input[type=email], form#sib_signup_form_4 select {
width: 100%;
border: 1px solid #bbb;
height: auto;
margin: 5px 0 0 0;
}
form#sib_signup_form_4 .sib-default-btn {
margin: 5px 0;
padding: 6px 12px;
color:#fff;
background-color: #333;
border-color: #2E2E2E;
font-size: 14px;
font-weight:400;
line-height: 1.4285;
text-align: center;
cursor: pointer;
vertical-align: middle;
-webkit-user-select:none;
-moz-user-select:none;
-ms-user-select:none;
user-select:none;
white-space: normal;
border:1px solid transparent;
border-radius: 3px;
}
form#sib_signup_form_4 .sib-default-btn:hover {
background-color: #444;
}
form#sib_signup_form_4 p{
margin: 10px 0 0 0;
}form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message {
padding: 6px 12px;
margin-bottom: 20px;
border: 1px solid transparent;
border-radius: 4px;
-webkit-box-sizing: border-box;
-moz-box-sizing: border-box;
box-sizing: border-box;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-error {
background-color: #f2dede;
border-color: #ebccd1;
color: #a94442;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-success {
background-color: #dff0d8;
border-color: #d6e9c6;
color: #3c763d;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-warning {
background-color: #fcf8e3;
border-color: #faebcc;
color: #8a6d3b;
}

from:https://www.enterpriseitpro.net/5-ways-to-improve-cloud-data-management/

How to : 6 วิธีเพิ่มความเร็วเครื่องคอมพ์ที่ใช้วินโดวส์ 11

แม้วินโดวส์ 11 จะมาพร้อมกับความต้องการด้านฮาร์ดแวร์ที่เข้มงวดสุดๆ แต่ไม่ว่าจะเป็นระบบปฏิบัติการใดก็สามารถอืดช้าลงได้เมื่อใช้งานไปสักพัก

โชคดีที่พอมีวิธีง่ายๆ ที่คุณสามารถทำตามเพื่อกู้ประสิทธิภาพของพีซีที่ใช้วินโดวส์ 11 และทำให้ระบบของคุณกลับมาสดใส ตอบสนองรวดเร็วเหมือนใหม่ อันได้แก่

ปิดโปรแกรมสตาร์ทอัพบนวินโดวส์ 11
หนึ่งในตัวขัดขวางประสิทธิภาพการทำงานของวินโดวส์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดก็คือบรรดาซอฟต์แวร์ที่ต่างเรียงคิวเข้ามาอยู่ในรายการสตาร์ทอัพ เนื่องจากเป็นโปรแกรมที่โหลดหลบอยู่เบื้องหลังตลอดทุกครั้งที่คุณเปิดพีซี ไม่ว่าคุณต้องการจะใช้มันหรือไม่ก็ตาม

ดังนั้น ถ้าคุณพบว่าวินโดวส์ 11 ของตัวเองใช้เวลาโหลดตอนเปิดเครื่องนาน หรือต้องรอสักพักใหญ่ๆ กว่าระบบจะพร้อมให้ใช้งานได้เหมือนปกติแล้ว ก็มักเป็นเพราะมีโปรแกรมสตาร์ทอัพเหล่านี้คอยกินทรัพยากร

ดีที่เราสามารถปิดโปรแกรมที่ไม่ต้องการจากรายการรันตอนเปิดเครื่องได้ โดยไปที่ Settings > Apps > Startup ซึ่งจะเจอกับลิสต์ของซอฟต์แวร์ที่โหลดตอนล็อกอินแบบอัตโนมัติ ให้ปิดการรันของซอฟต์แวร์ที่ไม่ได้จำเป็น โดยเฉพาะแอพที่มีทำเครื่องหมายเขียนไว้ว่า “High Impact” แม้จริงๆ แล้วเครื่องหมายดังกล่าวก็ไม่ได้น่าเชื่อถือเท่าไร

หรืออีกวิธีหนึ่ง คุณสามารถกดปุ่ม CTRL + Shift + ESC พร้อมกันเพื่อเปิดหน้า Task Manager ที่มีเมนูสตาร์ทอัพอันเดียวกันเป๊ะ แต่มีหน้าตาเก่ากว่าหน่อย

แต่แนะนำว่าอย่าไล่ปิดจนเพลิน บางแอพอย่างบริการสำรองข้อมูลออนไลน์เช่น OneDrive หรือ Dropbox นั้น ถ้าไม่ปล่อยให้รันตั้งแต่สตาร์ทเครื่องก็อาจทำให้ไฟล์ของคุณไม่ถูกซิงค์อย่างที่ควรจะเป็นได้ รวมถึงพวกซอฟต์แวร์ด้านความปลอดภัยต่างๆ ที่เราไม่ควรเสี่ยงปิดจนกลายเป็นช่องโหว่ของพีซี

ประเด็นคือ วินโดวส์ 11 ก็มีการเพิ่มซอฟต์แวร์ใหม่ของตัวเองเข้ามาในรายการสตาร์ทอัพตั้งแต่ดีฟอลต์ด้วย โดยเฉพาะอย่าง Microsoft Teams ที่ถ้าคุณไม่ได้ใช้ก็สามารถปิดรายการแอพพวกนี้ไปได้

ย้ายจากฮาร์ดดิสก์มาใช้ดิสก์แบบ SSD แทน
ถ้าพีซีของคุณยังใช้ฮาร์ดดิสก์รุ่นเก่าก่อนอยู่ ก็มีช่องทางให้อัพประสิทธิภาพขึ้นผิดหูผิดตาได้ถ้าลองเปลี่ยนมาใช้ SSD แทน เนื่องจากดิสก์แบบ Solid-State นี้ไม่มีชิ้นส่วนเคลื่อนไหวใดๆ ที่เหมือนกับจานหมุนในฮาร์ดดิสก์ ทำให้การโหลดแอพพลิเคชั่นต่างๆ เร็วระดับแฟลช เข้าถึงไฟล์ได้แทบจะทันที

มีบทความที่พูดถึงวิธีการอัพเกรดพีซีวินโดวส์ 10 จากระบบฮาร์ดดิสก์มาเป็น SSD ที่คุณสามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยตัวเอง แต่ถ้าไม่มั่นใจก็สามารถหาร้านเซอร์วิสคอมพิวเตอร์ทั่วไปดูให้คุณได้

สิ่งที่คุณจะเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่แรกก็คือ เครื่องจะบูทวินโดวส์ขึ้นมาเพียงแค่เสี้ยวเวลาเดียวเมื่อเทียบกับสมัยตอนยังใช้ฮาร์ดไดรฟ์ นอกจากนั้นคุณยังสามารถเข้าใช้งานวินโดวส์ได้ทันทีด้วย ไม่ใช่ต้องมารอแอพต่างๆ โหลดในเบื้องหลังจนเสร็จ รวมทั้งการตอบสนองของกิจกรรมส่วนใหญ่บนเครื่องก็ควรเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้นลองเข้าไปศึกษารีวิวเกี่ยวกับดิสก์ SSD รุ่นล่าสุดในตลาดเพื่อดูตัวที่เหมาะกับเครื่องคุณ

เลือกติดตั้งแอพบนวินโดวส์ 11 จากที่ๆ เชื่อถือได้
ปัญหาด้านประสิทธิภาพของวินโดวส์มากมายมาจากการติดตั้งแอพที่พาองค์ประกอบอื่นที่ไม่พึงประสงค์แถมมาด้วย ไม่ว่าจะเป็นแอพพ่วงอื่นๆ ทูลบาร์บนบราวเซอร์ หรือแม้แต่มัลแวร์

เราทุกคนน่าจะผ่านตาตัติดตั้งโปรแกรมที่มีเช็กส์บ็อกส์ติ๊กเลือกติดตั้งโปรแกรมเสริมอื่นๆ มาให้แล้ว ที่เรามักพลาดปล่อยเลือกติดตั้งเพิ่มไปด้วยความรีบร้อนในการกด Next ไปเรื่อยๆ แต่จริงๆ ก็มีอีกหลายเทคนิคที่จะหลีกเลี่ยงเรื่องพวกนี้ได้

เพียงแค่เลือกติดตั้งซอฟต์แวร์จากแหล่งที่มาที่มีชื่อเสียง ถูกต้องน่าเชื่อถือ อย่างแอพสโตร์ทางการของไมโครซอฟท์เองที่เรียกว่า Microsoft Store ซึ่งเข้าถึงได้จากทาสก์บาร์บนวินโดวส์ 11 ที่แม้ก่อนหน้านี้เคยถูกปล่อยเกียร์ว่างมาหลายปี แต่ล่าสุดไมโครซอฟท์ก็ได้ทุ่มเทพัฒนาให้สโตร์ดังกล่าวเป็นจุดรวมแอพพลิเคชั่นแทบทุกประเภทบนวินโดวส์ 11 แบบครบจบในที่เดียว ดังนั้นถ้าคุณเคยรู้สึกพึ่งพาสโตร์นี้ในการหาแอพพลิเคชั่นที่ต้องการไม่ได้ ก็ควรลองเข้ามาดูอีกครั้ง เพราะอย่างน้อยก็มั่นใจได้ว่าแอพที่ติดตั้งจากไมโครซอฟท์สโตร์จะไม่ได้แถมสิ่งแปลกปลอมติดมาด้วย

อีกทางเลือกหนึ่งโดยเฉพาะผู้ที่ชอบการใช้งานผ่านคอมมานด์ไลน์ก็คือการใช้ Windows Package Manager ซึ่งคนที่คุ้นเคยกับลีนุกซ์มักอุ่นใจกับการใช้ทูลแพกเกจแมเนเจอร์ที่คุ้นมือ โดยเมื่อติดตั้งทูลดังกล่าวแล้ว ก็จะเปิดให้คุณเลือกติดตั้งแอพพลิเคชั่นได้ด้วยโค้ดง่ายๆ ไม่กี่บรรทัด แถมยังหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่จะเจออะไรไม่พึงปรารถนามัดรวมมากับแอพพลิเคชั่นที่เราอยากได้จริงๆ

การติดตั้งแอพพลิเคชั่นด้วยวิธีนี้ง่ายแสนง่าย แค่เปิด Command Prompt แล้วพิมพ์คำสั่ง winget install <ชื่อแอพ> (ไม่ต้องเว้นวรรคก่อนและหลังชื่อแอพที่ต้องการ)

แต่มีแค่บางแอพเท่านั้นที่รองรับการติดตั้งด้วยวิธีนี้ ที่สามารถศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Windows 11 Package Manager ได้จาก https://docs.microsoft.com/en-gb/windows/package-manager/winget/

ไม่ต้องถึงกับชัทดาวน์ แค่ Sleep ก็พอ
วินโดวส์มีชื่อเสียด้านการผลาญไฟแบตเตอรี่ของเครื่องแล็ปท็อปมานานแสนนาน แม้จะปิดฝางับเครื่องสแตนบายหรือที่เรียกว่า Sleep ก็ตาม แต่ยุคใหม่นี้ที่ใช้ฮาร์ดแวร์รุ่นใหม่ๆ กันแล้ว ก็ได้แก้ไขปัญหาดังกล่าวจนล่าสุดเราแทบไม่จำเป็นต้องเลือกชัทดาวน์ปิดเครื่องพีซีแบบสมบูรณ์เลยถ้าคุณไม่ได้จะต้องพักการใช้งานเป็นเวลานาน โดยเลือก Sleep พักเครื่องได้นานแม้จะคร่อมช่วงหยุดสุดสัปดาห์หลายวัน

จากกราฟที่แสดงปริมาณไฟในแบตเตอรี่ของแล็ปท็อปที่ใช้วินโดวส์ 11 ที่อยู่ในภาวะ Sleep/Hibernation นานเกือบสี่วัน คุณจะเห็นได้ว่าแบตเตอรี่แทบไม่ลดลงในช่วงดังกล่าวเลย และเมื่อเราเลือกเปิดเครื่องใหม่หลังวันที่ 4 เครื่องก็พร้อมให้ใช้งานแทบจะทันทีหลังล็อกอิน แน่นอนว่าเร็วกว่าการเปิดเครื่องใหม่หลังจากปิดเครื่องแบบสมบูรณ์

ดังนั้น ถ้าคุณค่อนข้างกังวลเกี่ยวกับประสิทธิภาพของพีซีตัวเองแล้ว ลองใช้วิธีแค่พักเครื่องให้ Sleep บ้างแทนการชัทดาวน์ทุกวันๆ ก็ดี

ปรับแต่งการตั้งค่าด้านประสิทธิภาพบนวินโดวส์ 11
วินโดวส์ 11 นั้นมีการตั้งค่าด้านประสิทธิภาพหลายอย่างที่ซ่อนเอาไว้ ที่สามารถนำมาใช้ปรับจนเห็นความแตกต่างในการตอบสนองของพีซีได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะถ้าคุณอัพเกรดมาเป็นโอเอสตัวใหม่ด้วยการผ่านเกณฑ์ความต้องการฮาร์ดแวร์ขั้นต่ำแบบคาบเส้นพอดี

คุณสามารถเรียกดูการตั้งค่านี้ได้โดยไปที่ Control Panel แล้วมองหาบาร์ Search Control Panel ที่อยู่บนขวาของหน้าต่างแล้วเสิร์ชด้วยคำว่า ‘performance’ จากนั้นคลิกเลือก Adjust the appearance and performance of Windows

ในหน้านี้มีออพชั่นให้เลือกปรับมากมายเต็มไปหมด ที่ถ้าคุณเลือกปิดทุกอย่างด้วยการติ๊กที่ Adjust for best performance แม้จะเป็นการตัดฟีเจอร์สวยงามที่หน่วงเครื่องทั้งหมดในครั้งเดียว แต่ก็ไปปิดฟีเจอร์ที่ดูจำเป็นอย่าง “การตัดขอบฟอนต์บนหน้าจอให้เนียนสวย” ที่อาจทำให้ตัวอักษรบนหน้าจอดูไม่คม อ่านยากกว่าเดิมได้ เป็นต้น

เราจึงควรลองปรับเลือกออพชั่นย่อยทีละรายการดู โดยออพชั่นที่น่าสนใจที่ดูมีผลกระทบกับประสิทธิภาพมากที่สุดก็จะเป็นพวกที่เกี่ยวกับภาพเคลื่อนไหว การเฟดของเมนู และเงาใต้หน้าต่างโปรแกรม

เปลี่ยนโหมดแบตเตอรี่บนวินโดวส์ 11 เป็นแบบ Best Performance
ถ้าคุณกำลังใช้แล็ปท็อปที่พึ่งพาไฟจากแบตเตอรี่แล้ว วินโดวส์ 11 จะให้แล็ปท็อปของคุณอยู่ในโหมดกำลังไฟแบบ “สมดุล” (Balanced) โดยดีฟอลต์ ที่เป็นการจูนกันระหว่างประสิทธิภาพกับการผลาญไฟในแบต

แต่กรณีที่แบตเตอรี่ของคุณชาร์จจนเต็มแล้วอยากได้กำลังการประมวลผลให้เต็มถึงขีดสุดเพื่อเอามาใช้งานที่ต้องการทรัพยากรอย่างเข้มข้น อย่างการเรนเดอร์วิดีโอแล้ว คุณก็อาจจะต้องเปลี่ยนมาใช้โหมด “เน้นประสิทธิภาพที่ดีที่สุด” (Best Performance) แทน โดยให้ไปที่ Settings > Power & battery ตรงส่วนของ Power mode ให้เลือกเป็น ‘best performance’

การตั้งค่านี้จะทำให้คุณได้ประสิทธิภาพในระดับเดียวกันกับเวลาที่แล็ปท็อปคุณเสียบปลั๊กค้างอยู่ แต่ก็ควรหมั่นสังเกตสถานะแบตเตอรี่ขณะใช้งานด้วย เนื่องจากโหมดที่รีดประสิทธิภาพสุดๆ นี้ค่อนข้างผลาญไฟเร็วพอสมควร

นอกจากเคล็ดลับเหล่านี้แล้ว ยังมีอีกหลายวิธีในการยกระดับความเร็วในภาพรวมโดยเฉพาะเครื่องแล็ปท็อป ที่จะช่วยยกระดับประสบการณ์ใช้งานวินโดวส์ 11 ของคุณได้อีกมาก

ที่มา : ITPro

สมัครสมาชิก Enterprise ITPro เพื่อรับข่าวสารด้านไอที

form#sib_signup_form_4 {
padding: 5px;
-moz-box-sizing:border-box;
-webkit-box-sizing: border-box;
box-sizing: border-box;
}
form#sib_signup_form_4 input[type=text],form#sib_signup_form_4 input[type=email], form#sib_signup_form_4 select {
width: 100%;
border: 1px solid #bbb;
height: auto;
margin: 5px 0 0 0;
}
form#sib_signup_form_4 .sib-default-btn {
margin: 5px 0;
padding: 6px 12px;
color:#fff;
background-color: #333;
border-color: #2E2E2E;
font-size: 14px;
font-weight:400;
line-height: 1.4285;
text-align: center;
cursor: pointer;
vertical-align: middle;
-webkit-user-select:none;
-moz-user-select:none;
-ms-user-select:none;
user-select:none;
white-space: normal;
border:1px solid transparent;
border-radius: 3px;
}
form#sib_signup_form_4 .sib-default-btn:hover {
background-color: #444;
}
form#sib_signup_form_4 p{
margin: 10px 0 0 0;
}form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message {
padding: 6px 12px;
margin-bottom: 20px;
border: 1px solid transparent;
border-radius: 4px;
-webkit-box-sizing: border-box;
-moz-box-sizing: border-box;
box-sizing: border-box;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-error {
background-color: #f2dede;
border-color: #ebccd1;
color: #a94442;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-success {
background-color: #dff0d8;
border-color: #d6e9c6;
color: #3c763d;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-warning {
background-color: #fcf8e3;
border-color: #faebcc;
color: #8a6d3b;
}

from:https://www.enterpriseitpro.net/how-to-speed-up-microsofts-windows-11/

Webinar : เสริมทัพให้ Data Platform ด้วย Hitachi Content Platform

Hitachi Content Platform Solution ที่จะมายกระดับความปลอดภัยของข้อมูลในองค์กรและยังช่วยให้บริหารจัดการข้อมูลขององค์กรในรูปแบบการทำงานแบบ Remote Office ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ห้ามพลาดข้อมูลดีๆ ที่ทีมงานจะนำมาเล่าให้ฟัง
– Cyber Security safe the world : เตรียมพร้อมกับความเปลี่ยนแปลงอย่างมั่นคงและปลอดภัย โดย Trac Thai
– บริหารจัดการข้อมูลอย่างปลอดภัย ง่าย และชาญฉลาด ด้วย Hitachi Content Platform
– กรณีศึกษาที่น่าสนใจและเหมาะแก่การนำมาใช้งานจริง จาก Hitachi Vantara

กำหนดการ
วัน : อังคารที่ 14 ธันวาคม 2021
เวลา : 14.00 – 15.30 น.
การบรรยาย : ภาษาไทย
ระบบการสัมมนา : Zoom
ผู้บรรรยาย :
คุณศรายุทธ โกสิยารักษ์ Security Director/Board of director The Recovery Advisor Company Limited [TRAC]
คุณนรวีร์ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา – Solution Consultants – Hitachi Vantara

หากท่านสนใจสามารถลงทะเบียนได้ที่ลิงก์ด้านล่าง
https://us02web.zoom.us/webinar/register/WN_P86uRgMeRlu7BmjYXdsAiw
หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-001-9973 อีเมล์ event2@etpnews.com

 

from:https://www.enterpriseitpro.net/hitachi-content-platform-solution/

เมโทรซิสเต็มส์คอร์ปอเรชั่น เสริมความปลอดภัยให้การทำงานแบบ Hybrid ด้วยโซลูชันจากซิสโก้

ภายใต้ภาวะการแข่งขันทางธุรกิจ และสถานการณ์ที่ผันผวนในช่วงที่ผ่านมา การสร้างองค์กรที่สามารถก้าวข้ามทุกสถานการณ์ที่ยากลำบากได้นั้น ต้องอาศัยทั้งประสบการณ์ ความร่วมมือ พื้นฐานที่แข็งแกร่งและแน่นอน “เทคโนโลยี”

เมื่อโลกธุรกิจจำเป็นต้องเปลี่ยนสู่การทำงานได้จากทุกที่ทุกเวลา เมื่อนั้นพรมแดนการใช้งานและเข้าถึงทรัพยากรไอทีก็ไม่ได้จำกัดอยู่ในออฟฟิศอีกต่อไป เพราะพนักงานบางส่วนต้องทำงานจากที่บ้าน หรือทำงานจากนอกสถานที่ คำถามคือเราจะขยายขอบเขตการรักษาความปลอดภัยทางไอทีจากภายในองค์กรไปสู่บ้าน ร้านกาแฟ หรือสถานที่ใดก็ตามที่พนักงานนั่งทำงานอยู่ได้อย่างไร สิ่งที่ตามมาคือความท้าทายด้านระบบรักษาความปลอดภัยที่หลายองค์กรต้องเผชิญ

“ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี “เมโทรซิสเต็มส์คอร์ปอเรชั่น (MSC) ” เราสั่งสมประสบการณ์ และให้ความช่วยเหลือลูกค้าเพื่อแก้ปัญหาภัยคุกคามทางไซเบอร์ ดังนั้นเมื่อถึงเวลาเลือกระบบรักษาความปลอดภัยเพื่อใช้งานในองค์กร เราจึงต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุด “ คุณเชิงชาย มะลิหอม Security Specialist Presales, บริษัท เมโทรซิสเต็มส์คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าว “ นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเราจึงเลือกโซลูชันจากซิสโก้ เพื่อเสริมเกราะการรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ สร้างความแข็งแกร่งจากภายในสู่ภายนอก เพื่อให้พนักงานทำงานร่วมกันอย่างปลอดภัยไม่ว่าจะอยู่ในหรือนอกองค์กร “

เชิงชาย มะลิหอม Security Specialist Presales, บริษัท เมโทรซิสเต็มส์คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

เพื่อรักษาความปลอดภัยการทำงานภายใต้สภาพแวดล้อม Hybrid Working เมโทรซิสเต็มส์ฯ ได้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์จากซิสโก้ได้แก่

– การใช้ Cisco DUO เพื่อระบุตัวตนผู้ใช้และอุปกรณ์ ไม่ว่าจะทำงานจากที่ใด
– การใช้ Cisco Secure Email เพื่อตรวจสอบและคัดกรองภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่แฝงตัวมากับอีเมล
– การใช้ Cisco Umbrella เพื่อเป็นด่านแรกของการปกป้องพนักงานจากทุกที่ทุกเวลา สกัดทุกภัยคุกคามตั้งแต่อยู่บนโลกออนไลน์ ไม่ว่าจะใช้แอปพลิเคชันหรืออุปกรณ์ใดในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต

การเลือกโซลูชันเหล่านี้มาใช้งาน ไม่เพียงช่วยรักษาความปลอดภัยให้แก่สภาพแวดล้อมการทำงานแบบ Hybrid เท่านั้น แต่จะเป็นความเชื่อมั่นที่เมโทรซิสเต็มส์ฯ มีในผลิตภัณฑ์จากซิสโก้ และพร้อมที่จะถ่ายทอดประสบการณ์ช่วยลูกค้าขับเคลื่อนองค์กรด้วยเทคโนโลยี สร้างระบบรักษาความปลอดภัยที่แข็งแกร่ง เพื่อพร้อมรับมือกับทุกภัยคุกคามในโลกดิจิทัล

สมัครสมาชิก Enterprise ITPro เพื่อรับข่าวสารด้านไอที

form#sib_signup_form_4 {
padding: 5px;
-moz-box-sizing:border-box;
-webkit-box-sizing: border-box;
box-sizing: border-box;
}
form#sib_signup_form_4 input[type=text],form#sib_signup_form_4 input[type=email], form#sib_signup_form_4 select {
width: 100%;
border: 1px solid #bbb;
height: auto;
margin: 5px 0 0 0;
}
form#sib_signup_form_4 .sib-default-btn {
margin: 5px 0;
padding: 6px 12px;
color:#fff;
background-color: #333;
border-color: #2E2E2E;
font-size: 14px;
font-weight:400;
line-height: 1.4285;
text-align: center;
cursor: pointer;
vertical-align: middle;
-webkit-user-select:none;
-moz-user-select:none;
-ms-user-select:none;
user-select:none;
white-space: normal;
border:1px solid transparent;
border-radius: 3px;
}
form#sib_signup_form_4 .sib-default-btn:hover {
background-color: #444;
}
form#sib_signup_form_4 p{
margin: 10px 0 0 0;
}form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message {
padding: 6px 12px;
margin-bottom: 20px;
border: 1px solid transparent;
border-radius: 4px;
-webkit-box-sizing: border-box;
-moz-box-sizing: border-box;
box-sizing: border-box;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-error {
background-color: #f2dede;
border-color: #ebccd1;
color: #a94442;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-success {
background-color: #dff0d8;
border-color: #d6e9c6;
color: #3c763d;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-warning {
background-color: #fcf8e3;
border-color: #faebcc;
color: #8a6d3b;
}

from:https://www.enterpriseitpro.net/hybrid-working-metrosystems/

เอสเอพี ชี้ปัญหาความมั่นคงด้านอาหารและขยะอาหาร ตัวแปรสำคัญยับยั้งการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กรในภูมิภาคอาเซียน

จำนวนประชากรที่เติบโตอย่างรวดเร็วและความต้องการอาหารที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวยและปัญหาที่เกิดขึ้นกับซัพพลายเชนที่ทวีความรุนแรงขึ้นในภูมิภาคอาเซียน ได้ตอกย้ำให้เห็นถึงความท้าทายด้านความมั่นคงด้านอาหารในอนาคตของภูมิภาคซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อเป้าหมายในการพัฒนาสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

ประเด็นดังกล่าวได้ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุยในงาน ‘A Growing ASEAN, A Hungry Population: Building Resilient and Sustainable Food Supply Chains’ จัดโดย เอสเอพี ซึ่งได้รับเกียรติจากผู้นำทางธุรกิจทั่วทั้งระบบนิเวศอาหารของภูมิภาค ครอบคลุมธุรกิจในหลากหลายด้านไม่ว่าจะเป็นด้านการเกษตร การผลิต การจัดจำหน่าย การขนส่ง โดยมีตัวแทนจากองค์กรชั้นนำในภูมิภาคอาเซียนอย่าง Dole Asia Holdings ผู้นำระดับโลกด้านการเพาะปลูก จัดหา จัดจำหน่าย และทำการตลาดผลิตภัณฑ์ผลไม้และอาหารว่างเพื่อสุขภาพ, Loc Troi ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์และบริการชั้นนำด้านการเกษตรด้วยการจัดการซัพพลายเชนยั่งยืนผ่านการวิจัย การผลิต และการขายผลิตภัณฑ์เมล็ดพันธุ์ ยาป้องกันวัชพืช ผลิตภัณฑ์อินทรีย์ชีวภาพ ข้าวและกาแฟพร้อมด้วย บุญรอด ซัพพลายเชน จำกัด, บริษัทในเครือของ บุญรอดบริวเวอรี่ ร่วมแนะแนวทางจัดการซัพพลายเชนยั่งยืน

ตามการประมาณการครั้งล่าสุดโดยองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ระบุว่าประมาณหนึ่งในสามของอาหารที่ผลิตได้ทั้งหมดหรือ 1.3 พันล้านตันจะสูญเสียไปทุกปี ซึ่งมีส่งผลให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลกถึง 8-10%

ผู้เชี่ยวชาญและผู้ที่มีบทบาทในอุตสาหกรรมได้กล่าวถึงโอกาสที่รออยู่ข้างหน้าสำหรับภูมิภาคอาเซียนซึ่งเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่มีศักยภาพในด้านการผลิตเชิงการเกษตรมากที่สุดภูมิภาคหนึ่งในโลก โดยพูดถึงการลงทุนในการขับเคลื่อนธุรกิจด้านการเกษตรผ่านการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง การเสริมสร้างความร่วมมือข้ามอุตสาหกรรม การสร้างระบบดิจิทัลซัพพลายเชน รวมถึงการสร้างซัพพลายเชนให้มีความยืดหยุ่นพร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลง และกิจกรรมอื่น ๆ ในห่วงโซ่คุณค่าเพื่อขับเคลื่อนอนาคตของภูมิภาคในด้านอาหาร

เกษตรกรรมและอาหารต่างเป็นตัวขับเคลื่อนหลักสำหรับเศรษฐกิจและ GDP ของภูมิภาคอาเซียน ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สำคัญที่ทำให้เกิดการจ้างงานของแรงงานในภูมิภาค ผู้ผลิตอาหารจำเป็นต้องเพิ่มผลผลิตให้ได้สูงสุดจากพื้นที่เพาะปลูกเพื่อผลผลิตที่เหมาะสม ลดของเสียจากการผลิต และอื่น ๆ

เวเรน่า เซียว ประธานและกรรมการผู้จัดการของ เอสเอพี เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า “เนื่องจากอุตสาหกรรมอาหารในภูมิภาคนี้มีความหลากหลายโดยมีธุรกิจที่ครอบคลุมตั้งแต่การผลิตไปจนถึงค้าปลีกและร้านอาหาร ธุรกิจต่าง ๆ จึงต้องการความช่วยเหลือในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการดูแลการดำเนินงานของธุรกิจแบบ end-to-end การคาดการณ์ถึงดีมานด์ล่วงหน้าผ่านบิ๊กดาต้าเพื่อให้ส่งอาหารได้ทันท่วงที รวมถึงปรับปรุงประสิทธิภาพของซัพพลายเชนแบบองค์รวม ซึ่งทั้งหมดนี้จะสามารถช่วยลดปัญหาการขาดแคลนอาหารได้อย่างยั่งยืน”

ภายในงาน ลีโอนาร์โด ราเบโล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของ Dole Asia Holdings กล่าวถึงความพยายามของบริษัทในการยกระดับแนวปฏิบัติทางการเกษตร เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้ผลผลิตที่ดีขึ้นสำหรับเกษตรกร ไปพร้อมกับการขับเคลื่อนแนวปฏิบัติที่ยั่งยืนเพื่อลดขยะอาหารในพื้นที่ดำเนินงานขนาดใหญ่ขององค์กร

“ความเรียบง่ายเป็นแนวทางปฏิบัติพื้นฐานเพื่อความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของเราในการปูทางสู่การลดขยะอาหารให้เป็นศูนย์ เทคโนโลยีด้านการเกษตรหรือ Agtech มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการกำหนดวาระการลดขยะและของเสียแบบเชิงรุกให้รุดหน้าไปอีกขั้น เทคโนโลยี IoT ที่ติดตั้งในฟาร์ม การติดตามไทม์ไลน์ผลผลิต และการปรับใช้ระบบดิจิทัลแบบ end-to-end จะเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยให้เราสามารถปรับปรุงคุณภาพและมูลค่าผลิตภัณฑ์โดยรวมของเราอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน และลดปริมาณของเสียได้มหาศาล สำหรับขยะที่เหลือ เราจะเน้นการอัพไซเคิลหรือการนำวัสดุที่ไม่ใช้แล้วหรือของที่จะถูกทิ้งเป็นขยะมาแปลงให้เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีคุณภาพที่ดีขึ้น เช่น น้ำซุปกล้วยเข้มข้น, กล้วยแช่แข็ง ฯลฯ สำหรับ Dole เรายึดหลัก “ศิลปะแห่งความเป็นไปได้” และปณิธานอันแรงกล้าของเรา จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ลดขยะผลไม้ให้กลายเป็นศูนย์ได้” ลีโอนาร์โด กล่าว

from:https://www.enterpriseitpro.net/a-growing-asean-a-hungry-population/

กรุงไทย-หัวเว่ย” จัด “Krungthai Hackathon” เฟ้นหาสุดยอดพนักงานสายพันธุ์ดิจิทัล

กรุงไทย-หัวเว่ย” จัดโครงการ “Krungthai Hackathon” เฟ้นหาสุดยอดพนักงานคนรุ่นใหม่สายพันธุ์ดิจิทัล มุ่งพัฒนานวัตกรรมให้ตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่ม นำไปสู่การพลิกโฉมธุรกิจการเงินแห่งอนาคต ประสบความสำเร็จพนักงานทั่วประเทศส่งตัวแทนเข้าร่วมแข่งขันอย่างเข้มข้น คัดผู้ชนะ 3 ทีมบินลัดฟ้าดูงานที่ Huawei’s Digital Innovation Future ประเทศจีน

นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ธนาคารได้จัดโครงการ “Krungthai Hackathon#1” เพื่อรองรับโลกธุรกิจยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี โดยนำหลักสูตร Innovation and Business Boot Camp มาบูรณาการกับเครื่องมือ Design Thinking และ Hackathon เพื่อพัฒนาทักษะและเสริมศักยภาพองค์ความรู้ใหม่ให้กับพนักงาน (Upskill/Reskill) โดยได้รับความร่วมมือจากบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของโลก บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด นำระบบ Huawei cloud มาจัดกิจกรรมเวิร์กชอป เพื่อให้พนักงานสร้างสรรค์พัฒนาและต่อยอดนวัตกรรมให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม และนำไปสู่การพลิกโฉมธุรกิจการเงินแห่งอนาคต

ดร.ชวพล จริยาวิโรจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด ได้กล่าวว่า หัวเว่ย ประเทศไทย รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มีส่วนร่วมในการสนับสนุนโครงการ Krungthai Hackathon ซึ่งตลอดระยะเวลากว่า 22 ปี ที่ หัวเว่ยดำเนินธุรกิจในไทย เรามุ่งมั่นสนับสนุนการพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลให้กับบุคลากรและบ่มเพาะอีโคซิสเต็มในประเทศไทย ส่งเสริมศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นดิจิทัลฮับของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก สอดคล้องกับพันธกิจของหัวเว่ยที่ต้องการเติบโตไปพร้อมกับประเทศไทย

โครงการ Krungthai Hackathon เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “กรุงไทยคุณธรรม” ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการนำไปสู่การขับเคลื่อนองค์กรแห่งนวัตกรรมและคุณธรรมที่ยั่งยืน โดยเปิดโอกาสให้พนักงานนำเสนอแนวคิดใหม่ๆ ที่จะนำมาใช้แก้ปัญหาการทำงานของธนาคาร รวมทั้งคิดค้นหรือต่อยอดผลิตภัณฑ์และบริการที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการและแก้ Pain Point ของลูกค้า

จากการแข่งขันกว่า 11 เดือน โครงการ Krungthai Hackathon ได้คัดเลือก 3 ทีมสุดท้ายสุดยอดพนักงานสายพันธุ์ดิจิทัล รับรางวัลตั๋วเครื่องบินไป-กลับ เพื่อศึกษาดูงานที่ Huawei’s Digital Innovation Future เมืองเสินเจิ้น และเมืองตงกวน สาธารณรัฐประชาชนจีน รวมทั้ง HUAWEI MatePad, HUAWEI WATCH FIT และถ้วยรางวัล รวมมูลค่า 1 ล้านบาท โดยทั้ง 3 ทีมจะสร้างสรรค์นวัตกรรมที่คิดค้นให้เกิดขึ้นจริง เพื่อต่อยอดการดำเนินธุรกิจของธนาคารให้เติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต

สมัครสมาชิก Enterprise ITPro เพื่อรับข่าวสารด้านไอที

form#sib_signup_form_4 {
padding: 5px;
-moz-box-sizing:border-box;
-webkit-box-sizing: border-box;
box-sizing: border-box;
}
form#sib_signup_form_4 input[type=text],form#sib_signup_form_4 input[type=email], form#sib_signup_form_4 select {
width: 100%;
border: 1px solid #bbb;
height: auto;
margin: 5px 0 0 0;
}
form#sib_signup_form_4 .sib-default-btn {
margin: 5px 0;
padding: 6px 12px;
color:#fff;
background-color: #333;
border-color: #2E2E2E;
font-size: 14px;
font-weight:400;
line-height: 1.4285;
text-align: center;
cursor: pointer;
vertical-align: middle;
-webkit-user-select:none;
-moz-user-select:none;
-ms-user-select:none;
user-select:none;
white-space: normal;
border:1px solid transparent;
border-radius: 3px;
}
form#sib_signup_form_4 .sib-default-btn:hover {
background-color: #444;
}
form#sib_signup_form_4 p{
margin: 10px 0 0 0;
}form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message {
padding: 6px 12px;
margin-bottom: 20px;
border: 1px solid transparent;
border-radius: 4px;
-webkit-box-sizing: border-box;
-moz-box-sizing: border-box;
box-sizing: border-box;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-error {
background-color: #f2dede;
border-color: #ebccd1;
color: #a94442;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-success {
background-color: #dff0d8;
border-color: #d6e9c6;
color: #3c763d;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-warning {
background-color: #fcf8e3;
border-color: #faebcc;
color: #8a6d3b;
}

from:https://www.enterpriseitpro.net/krungthai-hackathon/

ระวัง! มีแฮ็กเกอร์จ้องเล่นช่องโหว่ Zero-day ใหม่บนตัว Windows Installer

ผู้โจมตีทั้งหลายพยายามเสาะหาช่องโหว่ที่ใช้ยกระดับสิทธิ์การใช้งานใหม่ๆ โดยเฉพาะที่เพิ่งมีการเผยแพร่รายละเอียดสู่สาธารณะ เพื่อเข้าไปรันโค้ดอันตรายบนระบบได้แม้จะได้รับการติดตั้งแพ็ตช์อัพเดทครบถ้วนแล้วก็ตาม

และครั้งนี้ก็เป็นอีกครั้งที่ทำให้เห็นได้ว่าผู้ไม่หวังดีมีการปรับตัวอย่างรวดเร็วมากเพื่ออาศัยช่องโหว่ข้างต้นโจมตี โดยทาง Cisco Talos ออกมาเผยว่า “ตรวจพบตัวอย่างมัลแวร์ที่อยู่ในวงกว้าง ที่กำลังใช้ช่องโหว่บนวินโดวส์อยู่”

ช่องโหว่นี้อยู่ภายใต้รหัส CVE-2021-41379 ถูกค้นพบโดยนักวิจัยด้านความปลอดภัยชื่อ Abdelhamid Naceri เป็นช่องโหว่ที่ใช้ยกระดับสิทธิ์ผู้ใช้งานได้ผ่านองค์ประกอบของซอฟต์แวร์อย่าง Windows Installer ซึ่งมีการแพ็ตช์ล่าสุดใน Patch Tuesday ประจำเดือนพฤศจิกายนไปแล้ว

แต่ประเด็นคือการแพ็ตช์ดังกล่าวยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้สะเด็ดน้ำ แถมยังทำให้เกิดบั๊ก Zero-day ใหม่ขึ้นมาอีก ไม่เพียงแค่ก้าวข้ามการอุดช่องโหว่ของไมโครซอฟท์เท่านั้น แต่ยังสามารถทำการยกระดับสิทธิ์ผู้ใช้บนเครื่องเหยื่อได้ด้วย

อ่านทั้งหมดที่นี่ – THN

สมัครสมาชิก Enterprise ITPro เพื่อรับข่าวสารด้านไอที

form#sib_signup_form_4 {
padding: 5px;
-moz-box-sizing:border-box;
-webkit-box-sizing: border-box;
box-sizing: border-box;
}
form#sib_signup_form_4 input[type=text],form#sib_signup_form_4 input[type=email], form#sib_signup_form_4 select {
width: 100%;
border: 1px solid #bbb;
height: auto;
margin: 5px 0 0 0;
}
form#sib_signup_form_4 .sib-default-btn {
margin: 5px 0;
padding: 6px 12px;
color:#fff;
background-color: #333;
border-color: #2E2E2E;
font-size: 14px;
font-weight:400;
line-height: 1.4285;
text-align: center;
cursor: pointer;
vertical-align: middle;
-webkit-user-select:none;
-moz-user-select:none;
-ms-user-select:none;
user-select:none;
white-space: normal;
border:1px solid transparent;
border-radius: 3px;
}
form#sib_signup_form_4 .sib-default-btn:hover {
background-color: #444;
}
form#sib_signup_form_4 p{
margin: 10px 0 0 0;
}form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message {
padding: 6px 12px;
margin-bottom: 20px;
border: 1px solid transparent;
border-radius: 4px;
-webkit-box-sizing: border-box;
-moz-box-sizing: border-box;
box-sizing: border-box;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-error {
background-color: #f2dede;
border-color: #ebccd1;
color: #a94442;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-success {
background-color: #dff0d8;
border-color: #d6e9c6;
color: #3c763d;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-warning {
background-color: #fcf8e3;
border-color: #faebcc;
color: #8a6d3b;
}

from:https://www.enterpriseitpro.net/warning-hackers-exploiting/

HPE (Aruba) รั้งตำแหน่งผู้นำติดต่อกันเป็นปีที่สิบหกใน 2021 Gartner® Magic Quadrant™

Aruba บริษัทในเครือฮิวเล็ตแพ็กการ์ดเอ็นเตอร์ไพรส์ (NYSE: HPE) ประกาศว่า HPE (Aruba) รั้งตำแหน่งอยู่ในกลุ่มผู้นำ (Leaders Quadrant) ติดต่อกันเป็นปีที่สิบหก ตามรายงานการวิเคราะห์การตลาดประจำปีของ Gartner Inc. ฉบับล่าสุดในหัวข้อ “Magic Quadrant for Enterprise Wired and Wireless LAN Infrastructure” นอกจากนี้ ในรายงาน “Critical Capabilities for Enterprise Wired and Wireless LAN Infrastructure” Aruba ยังได้รับคะแนนสูงสุดถึงสามในห้ากรณีการใช้หลัก (Use Cases) – มากกว่าผู้จำหน่ายรายอื่น .

รายงาน  Gartner Magic Quadrant and Critical Capabilities reports for Enterprise Wired and Wireless LAN Infrastructure สามารถดาวน์โหลดได้ที่ https://www.arubanetworks.com/analyst-reports/gartner-magic-quadrant-for-wired-and-wireless-lan-access-2021/

Gartner ประเมินผู้จำหน่ายแต่ละราย และจัดให้ร่วมอยู่ใน Magic Quadrant โดยพิจารณาตามเกณฑ์หลักสองประการคือ ความสมบูรณ์ของวิสัยทัศน์และความสามารถในการดำเนินงานตามวิสัยทัศน์นั้นให้บรรลุผลสำเร็จ โดยในทั้งสองมาตรวัด Gartner ยังคงยกย่อง Aruba อยู่ในกลุ่มผู้นำ

ใน Critical Capabilities Report ที่ทำขึ้นพร้อมกัน Gartner ได้ประเมินประสิทธิภาพของผู้จำหน่ายแต่ละรายในการตอบสนองความต้องการขององค์กรในห้ากรณีการใช้งานหลัก อันได้แก่ Unified Wired and WLAN Access, WLAN-only Refresh/New Build, Wired-only Refresh/New build, Remote Branch Office with Corporate HQ และ Hands-off NetOps พบว่า Aruba เป็นผู้จำหน่ายเพียงรายเดียวที่ได้รับการจัดอันดับสูงสุดถึงสามกรณีการใช้งานหลักนี้

David Hughes หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีของ Aruba บริษัทในเครือฮิวเล็ตแพ็คการ์ดเอ็นเตอร์ไพรส์ กล่าวว่า “มีเพียงสองบริษัทเท่านั้นที่สามารถรักษาตำแหน่งอยู่ในกลุ่มผู้นำได้ต่อเนื่องกันถึง 16 ปี และ Aruba รู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เป็นหนึ่งในนั้น” “ปรัชญาของเราที่เน้น ‘customer first, customer last’ ถูกฝังแน่นในกระบวนการทำงาน บุคลากร และวัฒนธรรมของเรามาเป็นเวลานานหลายปี เป็นเหตุผลสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้ลูกค้ายังคงเชื่อมั่นใน Aruba และเป็นเหตุผลที่เราเชื่อมั่นว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ Gartner ยังคงยอมรับเราในตำแหน่งผู้นำตลอดมา โดยเราไม่หยุดยั้งที่จะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องด้วย Aruba ESP และพร้อมริเริ่มทำให้ทุกโซลูชั่นของเราอยู่ในรูปแบบ as-a-Service เราเชื่อว่าองค์กรต่างๆ จะยังคงมองเห็นคุณค่าและผลตอบแทนที่มีอยู่ในโซลูชั่นของ Aruba ต่อไป และช่วยสนับสนุนให้เราดำรงอยู่ในตำแหน่งผู้นำระยะยาวอย่างสม่ำเสมอทุกๆ ปีในรายงาน Gartner Magic Quadrant for Enterprise Wired and Wireless LAN Infrastructure”

Gartner ยังยอมรับโซลูชั่นอื่นๆ ของ HPE (Aruba) ว่าเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมนั้นอีกด้วย โดยในเดือนกันยายน พ.ศ. 2564 HPE (Aruba และ Silver Peak) ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นผู้นำใน 2021 Gartner Magic Quadrant for WAN Edge Infrastructure นับเป็นปีที่สี่ติดต่อกันที่ HPE (Aruba และ Silver Peak) ที่ได้รับการยอมรับใน Leaders Quadrant นอกจากนี้ HPE (Aruba) ยังได้รับการยอมรับให้มีชื่ออยู่ใน May 2021 Gartner Peer Insights Customers’ Choice for Wired and Wireless LAN Access Infrastructure ส่วน Silver Peak ได้รับการการยอมรับให้มีชื่ออยู่ใน February 2021 Gartner Peer Insights Customers’ Choice for WAN Edge Infrastructure และ HPE (Aruba) ได้รับการการยอมรับให้มีชื่ออยู่ใน October 2020 Gartner Peer Insights Customers’ Choice for Network Access Control

from:https://www.enterpriseitpro.net/hpe-aruba-gartner/