คลังเก็บหมวดหมู่: enterpriseitpro

กระทรวงดิจิทัลฯ เปิด GDCC ระบบคลาวด์รัฐ ระดับ SLA 99.99%

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมด้วยสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (สดช.) และ บมจ. กสท โทรคมนาคม (CAT) จัดงาน “GDCC Cloud Day by MDES” เปิดตัว “โครงการ Government Data Center and Cloud Service (GDCC)” หรือระบบคลาวด์กลางภาครัฐ เพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลรองรับหน่วยงานรัฐให้เข้าถึงทรัพยากรด้านคลาวด์ด้วยมาตรฐานสากลระดับ Tier4 พร้อม SLA 99.99%

ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายของกระทรวงดิจิทัลฯ ในการพัฒนาคลังข้อมูลดิจิทัลภาครัฐและใช้ประโยชน์ Big Data จากคลังข้อมูล ให้สามารถการบูรณาการข้อมูลข้ามหน่วยงานกันได้อย่างเป็นระบบ เพื่อนำสู่การปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพบริการดิจิทัลให้แก่ประชาชนและเป็นข้อมูลในการพัฒนาประเทศในทุกมิติ โดยขณะนี้ระบบคลาวด์กลางภาครัฐGDCCพร้อมให้หน่วยงานภาครัฐต่าง ๆ ใช้บริการได้แล้ว

โครงการ Government Data Center and Cloud Service (GDCC) คือการบูรณาการระดับโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสถาปัตยกรรมโครงสร้างรัฐบาลดิจิทัล ทางด้าน Government Big Dataอันเป็นภารกิจสำคัญของกระทรวงดิจิทัลฯดำเนินการโดย สดช.และ CAT ด้วยงบประมาณดำเนินโครงการกว่า 4,000 ล้านบาทภายใต้กรอบการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ภาครัฐ (Government Big Data Analytics Framework) ที่จะกำกับมาตรฐานการพัฒนาใช้ประโยชน์ข้อมูลภาครัฐให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสามารถบูรณาการและให้บริการข้อมูลข้ามหน่วยงานได้อย่างเป็นระบบรวดเร็ว ปลอดภัย และควบคุมได้ เพื่อนำไปสู่การวิเคราะห์และใช้ประโยชน์ข้อมูลร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ช่วยประหยัดงบประมาณภาครัฐทั้งในด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการประมวลผล

from:https://www.enterpriseitpro.net/government-data-center-and-cloud-service/

โฆษณา

เทรนด์ไมโครได้รับเลือกเป็นผู้นำด้าน Enterprise Email Security จาก Forrester

อีเมล์นั้นนับเป็นเทคโนโลยีที่มีพัฒนาการมายาวนาน แต่อันตรายที่จ้องเล่นงานทางอีเมล์ก็พัฒนาขึ้น มีความซับซ้อนมากขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง อย่างการโจมตีด้วยแรนซั่มแวร์ที่อาศัยช่องทางอีเมล์เป็นสัดส่วนมากถึง 97% จึงเป็นสาเหตุที่มีผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นความปลอดภัยสำหรับอีเมล์เป็นจำนวนมากในตลาด

ดังนั้น การคัดเลือกโซลูชั่นความปลอดภัยสำหรับอีเมล์ที่ดีที่สุดสำหรับองค์กรตัวเองนั้นดูเป็นภารกิจที่ยากพอสมควร ซึ่งทางบริษัทวิจัยอิสระที่มีชื่อเสียงอย่าง Forrester Research ก็ได้ออกรายงานชื่อ “The Forrester Wave™: Enterprise Email Security, Q2 2019” เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคมที่ผ่านมา

โดยระบุการใช้เกณฑ์ประเมิน 32 รายการเพื่อวัดผู้ให้บริการความปลอดภัยอีเมล์ต่างๆ จนได้ผู้จำหน่ายรายสำคัญ 12 เจ้า พร้อมวิจัย วิเคราะห์ และให้คะแนนตามความสามารถในการสนับสนุนเจ้าหน้าที่ฝ่ายความปลอดภัยและดูแลความเสี่ยง เพื่อให้ง่ายต่อการเลือกเจ้าที่เหมาะสมกับตัวเองมากที่สุด

ซึ่งเทรนด์ไมโครก็ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งผู้นำในรายงานของ Forrester นี้ด้วย ยิ่งไปกว่านั้นยังได้รับคะแนนสูงสุดในหมวดยุทธศาสตร์ในบรรดาแบรนด์อื่นรวม 12 แบรนด์ อีกทั้งยังได้คะแนนสูงสุดในเกณฑ์ “ความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี” ภายใต้หมวดยุทธศาสตร์ผลิตภัณฑ์อีกด้วย

ที่มา : Trendmicro

from:https://www.enterpriseitpro.net/forrester-names-trend-micro-leader-in-email-security/

ดีเดย์ อีก 4 เดือน! “ใบขับขี่ที่เป็นภาพถ่าย” ก็ใช้ได้แล้วจร้า!

เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2562 ที่ผ่านมา ทางเว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศ พระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ 12) โดยในประกาศดังกล่าวนี้มีการปรับปรุงและแก้ไขเพิ่มเติมกฏหมายว่าเด้วยการจราจรทางบกอยู่หลายมาตรา ซึ่งล้วนแล้วแต่ปรับปรุงให้เหมาะสมตามสมควร

แต่หนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจสำหรับชาวไอทีก็คือ มาตรา 8 ซึ่งระบุว่า

มาตรา 8 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา 31/1 แห่งพระราชบัญญัตจราจรทางบก พ.ศ. 2522

“มาตรา 31/1 ในขณะขับรถในทางเดินรถ ผู้ขับขี่ต้องมีใบอนุญาตขับขี่อยู่กับตัวและต้องแสดงต่อเจ้าพนักงานจราจรเมื่อขอตรวจ

ในกรณีที่ผู้ขับขี่แสดงใบอนุญาตขับขี่ด้วยวิธีการทางข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์หรือสำเนาภาพถ่ายใบอนุญาตขับขี่ตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดให้ถือว่าผู้ขับขี่มีใบอนุญาตขับขี่อยู่กับตัวตามวรรคหนึ่งแล้ว”

กล่าวโดยสรุปก็คือ เราสามารถใช้สำเนาภาพถ่ายหรือระบบแบบดิจิตอลที่ขนส่งกำหนดก็สามารถใช้ได้แล้ว โดยไม่ต้องพกใบขับขี่แข็งก็ได้จร้า!! (โดยในมาตรา 2 ระบุว่า ให้มีผลบังคับใช้หลังจากนี้ 120 วัน หลังจากมีประกาศ)

ที่มา : http://www.ratchakitcha.soc.go.th

from:https://www.enterpriseitpro.net/digital-motor-card-120-day/

Gmail บันทึกประวัติการช็อปออนไลน์ติดต่อกันเป็นเวลานานหลายปี

Gmail ถือเป็นบริการที่เหมือนบ้านของผู้ใช้จำนวนมากกว่า 1.5 พันล้านราย ซึ่งถือเป็นขุมทรัพย์สำคัญอย่างดีสำหรับกูเกิ้ลที่โมเดลธุรกิจบังคับให้ต้องดูดข้อมูลจากผู้ใช้ออนไลน์ทุกวิถีทางให้ได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการเสิร์ชข้อมูล, ท่องเว็บ, และกิจกรรมออนไลน์อื่นๆ

ทั้งนี้ เพื่อนำไปเป็นประโยชน์ทางธุรกิจทั้งตัวกูเกิ้ลเอง และผู้ทำธุรกิจโฆษณาเธิร์ดปาร์ตี้อื่นๆ ด้วย แต่เมื่อไม่นานมานี้ กูเกิ้ลกลับโดนเสียงครหาในแง่ที่มีการรวบรวมข้อมูลการซื้อของบนโลกออนไลน์ของผู้ใช้มานานติดต่อกันหลายปี

ประเด็นนี้ไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจแต่อย่างใด เนื่องจากกูเกิ้ลเองก็มีประวัติการจัดเก็บข้อมูลลูกค้าอย่างเช่น การอ่านเนื้อหาอีเมล์เพื่อคัดเลือกโฆษณาที่ตรงกลุ่มเป้าหมายมาแสดง ไปจนถึงการจัดเก็บข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งของผู้ใช้แอนดรอยด์ โดยไม่ได้ขออนุญาตหรือแจ้งให้ผู้ใช้รู้ตัวอย่างเป็นกิจจะลักษณะ

จากรายงานของ CNBC ระบุว่า กูเกิ้ลได้ใช้ Gmail ในการเก็บข้อมูลการช็อปออนไลน์ ตั้งแต่เว็บที่ช็อป, สินค้า, และมูลค่าของแต่ละธุรกรรม โดยเฉพาะกรณีที่มีการส่งใบเสร็จเข้าอีเมล์ของบัญชีผู้ใช้ Gmail โดยจะเห็นได้จากฟีเจอร์กูเกิ้ลที่เรียกว่าหน้า “Purchase” (myaccount.google.com/u/4/purchases) ที่เก็บข้อมูลการซื้อออนไลน์ในอดีตไว้ทั้งหมด

ที่มา : Hackread

from:https://www.enterpriseitpro.net/gmail-wittingly-storing-your-online-purchase-data-for-years/

ดาวน์โหลดฟรี! ตัวปลดล็อกแรนซั่มแวร์ JSWorm 2.0

เมื่อต้นสัปดาห์ ทาง Emsisoft ได้ปล่อยตัวปลดการเข้ารหัสของแรนซั่มแวร์ที่ชื่อ JSWorm 2.0 ออกมา เพื่อเปิดโอกาสให้เหยื่อที่โดนโจมตีสามารถปลดล็อกไฟล์กลับมาได้ฟรี ซึ่งถ้าเครื่องของคุณกำลังติดเชื้อ JSWorm 2.0 อยู่ ก็ไม่ต้องจ่ายค่าไถ่อีกต่อไป

แม้จะยังไม่ทราบแน่ชัดเกี่ยวกับวิธีการแพร่ระบาดของแรนซั่มแวร์ JSWorm 2.0 แต่ก็พบเหยื่อกระจายอยู่หลายภูมิภาคทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นแอฟริกาใต้, อิตาลี, ฝรั่งเศส, ตุรกี, อิหร่าน, เวียดนาม, เยอรมัน, บราซิล, อาเจนติน่า, และสหรัฐอเมริกา

ซึ่งเมื่อติดเชื้อแล้ว JSWorm 2.0 จะเข้ารหัสไฟล์คอมพิวเตอร์ แล้วใส่สกุลไฟล์ใหม่ให้เป็น .JSWORM หรือ .JURASIK ตัวอย่างเช่น ถ้าไฟล์ชื่อ test.jpg ถูกเข้ารหัสแล้ว ก็จะถูกเปลี่ยนชื่อเป็น test.jpg.JSWORM สำหรับการใช้ทูลนี้ปลดล็อกไฟล์แทนการจ่ายค่าไถ่นั้น จำเป็นต้องมีข้อความเรียกค่าไถ่เก็บไว้อยู่

ข้อความดังกล่าวแสดงขึ้นตอนที่ติดเชื้อครั้งแรก ใช้ชื่อไฟล์ว่า JSWORM-DECRYPT.txtเก็บไว้ในแต่ละโฟลเดอร์ที่โดนหางเลข รวมทั้งบนเดสก์ท็อป จากนั้นดาวน์โหลดไฟล์ของทูลนี้ที่ www.emsisoft.com/decrypter/jsworm-20 เพื่อรันในฐานะแอดมินเพื่อเลือกไฟล์โน้ตเรียกค่าไถ่ของโฟลเดอร์ที่ต้องการปลดล็อกต่อไป

ที่มา : Bleepingcomputer

from:https://www.enterpriseitpro.net/jsworm-2-0-ransomware-decryptor-gets-your-files-back-for-free/

ลงทะเบียนฟรี ! งานสัมมนา Evolution 2019 – Secure Access to your Data

IoT กลายเป็นแนวคิดสำคัญของการดำเนินงานในกลุ่มงานภาครัฐและบริการต่างๆ รวมถึงจะเข้ามาเกี่ยวกับพันกับการให้บริการสาธารณะในลักษณะที่ลดการใช้กระดาษเป็นสำคัญโดยหันไปเป็นการใช้ระบบไบโอเมตริกในการยืนยันตัวตนแทน แต่อะไรจะเกิดขึ้นหากข้อมูลต่างๆ เหล่านี้ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลองค์กร, ข้อมูลกระบวนการต่างๆ ที่อยู่ในระบบภายในและระบบคลาวด์และมัลติคลาวด์ถูกเปิดเผยออกไป

Gemalto ได้ร่วมกับทางเว็บไซต์ Enterprise ITPro เตรียมจัดงานที่ชื่อว่า Evolution 2019 Bangkok Edition – Secure Access to your Data เพื่อสร้างการตระหนักรู้ในแง่ของเทคโนโลยีการป้องกันภัยข้อมูล

สืบเนื่องจากเทคโนโลยี IoT เข้ามามีบทบาทที่สำคัญต่อหน่วยงานรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจมากขึ้น มีการใช้งานระบบไบโอเมตริกเพื่อทำการระบุตัวตัวมากขึ้นกว่าแต่ก่อน ทว่าเราจะเชื่อมันได้อย่างไรว่าข้อมูลที่เปิดเผยนั้นมีความปลอดภัย ในงาน Evolution 2019 Bangkok Edition จะเข้ามามีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยให้หน่วยงานต่างๆ สามารถจัดการกับปัญหาที่อาจจะเกิดกับข้อมูลได้

สำหรับงานครั้งนี้ เหมาะกับใคร:

– ผูู้ดูแลระบบทางด้านไอที
– ผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับการจัดการเพื่อการป้องกันข้อมูล
– ผู้ที่จัดการระบบความปลอดภัยของแอพพลิเคชั่น
– ผู้ที่มีหน้าที่ดูแลความเสี่ยงของข้อมูลและกฏระเบียบทางกฏหมาย

วันเวลา:

วันพฤหัสบดีที่ 27 มิถุนายน 2562
เวลา 08.30 – 15.15 น.
ณ โรงแรม Hyatt Regency Sukhumvit
ห้อง Regency 3-4 ชั้น 5 (ลงทะเบียนฟรี ! ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น)

Time Agenda
08.30 – 09.00 Registration
09.00 – 09.05 Opening Remarks by Enterprise IT Pro
09.05 – 09.35 Local Keynote: NDID Concept and Application โดย คุณบุญสันต์ ประสิทธิ์สัมฤทธิ์ ตาแหน่ง ผู้จัดการใหญ่บริษัท เนชั่นแนลดิจิทัล ไอดี จากัด, NDID
09.35 – 10.05 Thailand’s State of Data Security ความปลอดภัยของข้อมูล by Alex Tay, ASEAN Head, CPL, DIS GBU, Thales
10.05 – 10.35 Data Protection for New Digital world โดย วิทยากรพิเศษ ETDA (สพธอ : สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์)
10.35 – 11.00 Morning Refreshments | Booth Demo
11.00 – 12.00 Panel Session: Managing Thailand’s Exponential Growth of Data
12.00 – 13.00 Lunch | Booth Demo
13.00 – 13.45 Security for What Matters Most: Data ~ by Thales
13.45 – 14.30 Cybersecurity Briefing by Nutanix
14.30 – 15.15 Cybersecurity Briefing by Technology Partner
15.15 – 15.30 End of Session

สามารถคลิกลงทะเบียนได้ที่นี่

from:https://www.enterpriseitpro.net/driving-the-cyber-resilience-of-data-compliance-in-thailand/

มจพ. สุดเจ๋ง! พัฒนา IoT Smart Meter กับเอไอเอส สำเร็จแล้ว!

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) และ AIS ได้ร่วมพัฒนา IoT Smart Meter นวัตกรรมมิเตอร์ไฟฟ้าอัจฉริยะบนโครงข่าย NB-IoT สำเร็จ พร้อมนำไปให้บริการจริงเป็นรายแรกในไทย

นางสาวอัศนีย์ วิภาตเวทย์ หัวหน้าส่วนงานผลิตภัณฑ์ลูกค้าองค์กรและบริการระหว่างประเทศ เอไอเอส กล่าวว่า “ในฐานะผู้นำนวัตกรรม IoT ที่มีความแข็งแกร่งทั้งด้าน Platform และเครือข่าย NB-IoT , eMTC ซึ่งครอบคลุมแล้วทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้ร่วมพัฒนานวัตกรรม IoT Smart Meter ร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ โดยนำมิเตอร์ไฟฟ้าอัจฉริยะ มาผสมผสานเข้ากับอุปกรณ์ IoT ที่ทำงานบนเครือข่าย NB-IoT เพื่อประยุกต์ใช้งานโครงข่ายดิจิทัลกับการบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) ทำให้เกิดการจัดสรรพลังงานไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่จำเป็นต้องใช้แรงงานคนคอยจดมิเตอร์ไฟฟ้า, แบตเตอรี่ของอุปกรณ์ IoT มีอายุการใช้งานยาวนาน, อุปกรณ์สามารถสื่อสารกับเครือข่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ว่า IoT Smart Meter จะอยู่ในอาคาร รวมถึงสามารถตรวจสอบและควบคุมผ่านระบบ Cloud และระบบ Web Portal ได้อย่างสะดวกและง่ายดาย

ด้าน รองศาสตราจารย์ ดร.ชัยยศ พิรักษ์ หัวหน้าห้องปฏิบัติการ Smart Grid Technology Research Center บัณฑิตวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์นานาชาติสิรินธร ไทย-เยอรมัน กล่าวว่า “เทคโนโลยีสื่อสาร NB-IoT มีความสำคัญอย่างยิ่งในการเพิ่มประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือในการรับส่งข้อมูล ของมิเตอร์ไฟฟ้าอัจฉริยะ โดยสามารถลดค่าใช้จ่ายในการพัฒนาโครงข่ายสื่อสารสำหรับ Smart Grid เนื่องจากใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่แล้วของโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่เช่น ความถี่คลื่นวิทยุที่ได้รับการคุ้มครองตามกฏหมาย และ สถานีฐานที่ครอบคลุมทั่วประเทศ เป็นต้น ซึ่งจะเป็นผลดีต่อภาครัฐวิสาหกิจในการลดต้นทุนในการเป็นเจ้าของ (Total Cost of Ownership) ในระบบ Advanced Metering Infrastructure (AMI) ต่อไป

ในก้าวต่อไปเป็นเรื่องของการนำข้อมูลขนาดใหญ่มาวิเคราะห์ (Big Data Analytics) เพื่อใช้ในการลดการสูญเสียพลังงานไฟฟ้าทั้งแบบ Technical และ Non-technical Losses อีกทั้งการนำข้อมูลพลังงานที่ได้แบบ real-time ในการซื้อขายไฟฟ้าเสรีผ่านเทคโนโลยี Block Chain อาทิเช่น การซื้อขายไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ Solar Roof เป็นต้น

โดยความร่วมมือกับเอไอเอสในการทดลองนำนวัตกรรมเครือข่าย IoT มาเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานรับส่งข้อมูลของมิเตอร์ไฟฟ้าอัจฉริยะในครั้งนี้ ประสบสำเร็จด้วยดี และพร้อมจะให้หน่วยงานรัฐที่ต้องบริหารจัดการไฟฟ้านำไปประยุกต์ใช้ในการให้บริการประชาชน เชื่อมั่นว่าจะช่วยตอบโจทย์การบริหารจัดการไฟฟ้าในภาพรวมของประเทศได้อย่างแน่นอน”

from:https://www.enterpriseitpro.net/kmitnb-iot-smart-meter-ais/