คลังเก็บหมวดหมู่: enterpriseitpro

บิตคอยน์กลับมาราคาพุ่งอีกครั้งจนแตะเหนือระดับ 50,000 ดอลลาร์ฯ

ราคาบิตคอยน์กลับมาพุ่งทะยานเมื่อวันพุธที่ผ่านมาหลังจากการเทขายรุนแรงก่อนหน้านี้ โดยล่าสุดไต่ขึ้นไปเหนือราคา 50,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ด้วยเหตุที่ทาง Square ออกมาประกาศว่าได้ซื้อเงินคริปโตนี้เป็นเงินรวมกว่า 170 ล้านดอลลาร์ฯ

โดยเมื่อเวลา 11.00 a.m. ET เงินสกุลดิจิตอลที่มีมูลค่ามากที่สุดของโลกก็กลับราคาพุ่งขึ้นมาถึง 6% มาอยู่ที่ราคา 50,061 ดอลลาร์ฯ อ้างอิงจากข้อมูลของทาง Coin Metrics ก่อนหน้านี้ก็เคยไต่สูงมากไปถึง 51,369 ดอลลาร์ฯ แต่โดนตัดขายทำกำไรไปก่อน

เหรียญคริปโตสกุลอื่นก็ได้รับอานิสงค์ราคาขึ้นด้วยเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็น Ether หรือ XRP ที่ราคาขึ้นมาประมาณ 11% และ 4% ตามลำดับ พวกเงินดิจิตอลทางเลือกอื่นเหล่านี้ที่มักถูกเรียกรวมๆ ว่า Altcoin ก็มักจะขึ้นตามกระแสของบิตคอยน์อยู่บ่อยๆ

ทั้งนี้ เมื่อวันอังคาร ทาง Square ประกาศว่าตัวเองได้ซื้อบิตคอยน์จำนวน 3,318 เหรียญ ที่ราคาเฉลี่ยประมาณ 51,235 ดอลลาร์ฯ ต่อเหรียญ ซึ่งบริษัทด้านการเงินดังกล่าวดำเนินการโดยซีอีโอทวิตเตอร์อย่าง Jack Dorsey ที่ออกมากล่าวว่าได้ถือครองบิตคอยน์คิดเป็นประมาณ 5% ของทรัพย์สินรวมทั้งหมดแล้ว

ที่มา : CNBC

from:https://www.enterpriseitpro.net/bitcoin-bounces-back-surging-above-50000/

Microsoft Outlook บนวินโดวส์เตรียมเปิดให้ส่งอีเมล์จากชื่อเมล์อื่นได้แล้ว

ไมโครซอฟท์เผยในโร้ดแมปฟีเจอร์ที่วางแผนไว้สำหรับ Microsoft 365 ไว้ว่า กำลังเพิ่มการรองรับฟังก์ชั่นการส่งอีเมล์ด้วยชื่อที่อยู่อีเมล์อื่น (ที่เรียกว่า Aliases หรือ Proxy Address) แทนที่อยู่อีเมล์หลัก จากตัวอีเมล์ไคลเอนต์ Outlook for Windows ได้

โดยชื่ออีเมล์แทนนี้จะสงวนไว้ในส่วนของ FROM และ REPLY TO สำหรับผู้รับอีเมล์ เมื่อฟีเจอร์นี้เปิดออกมาให้ใช้แล้ว ผู้ใช้จะสามารถส่งอีเมล์จาก Outlook for Windows โดยใช้ชื่อที่อยู่อีเมล์แทนที่ตั้งเอาไว้ก่อนหน้านี้แทนที่จะใช้ที่อยู่อีเมล์หลักของ SMTP

การที่เพิ่มการรองรับชื่อที่อยู่อีเมล์ผู้ส่งแบบ Aliases มานี้จะช่วยให้คนที่ต้องการส่งอีเมล์จากหลายชื่อโดเมนที่เป็นชื่อแบรนด์ หรืออยากส่งในนามของทีมงานหรือฝ่ายต่างๆ ของบริษัทที่เจาะจงขึ้นได้ รวมทั้งยังช่วยลดความยุ่งยากซับซ้อนในการสร้างแชร์เมล์บ็อกซ์ หรือบัญชี POP/IMAP เพิ่มได้ด้วย

เรียกได้ว่า ฟีเจอร์ใหม่นี้จะทำให้ Outlook for Windows เปิดให้ผู้ใช้สามารถเลือกที่อยู่อีเมล์ผู้ส่งหรือที่แสดงในช่อง FROM จากลิสต์ดรอปดาวน์ในหน้าต่างเขียนอีเมล์ได้ ซึ่งไมโครซอฟท์วางแผนจะเปิดตัวฟีเจอร์นี้ทั่วโลกภายในสิ้นเดือนหน้า

ที่มา : Bleepingcomputer

from:https://www.enterpriseitpro.net/microsoft-outlook-let-you-send-emails-from-aliases/

SonicWall ปล่อยตัวอัปเดตเพิ่มเติม เพื่อแก้ปัญหาช่องโหว่ SMA 100

SonicWall ได้ปล่อยตัวอัปเดตเฟิร์มแวร์ครั้งที่สองสำหรับแก้ไขปัญหาช่องโหว่ Zero-day บน SMA-100 ที่พบการโจมตีในวงกว้าง โดยเตือนให้ติดตั้งอัปเดตในทันที

ซึ่งก่อนหน้านี้ SonicWall ออกมาเผยว่าระบบภายในถูกโจมตีด้วยช่องโหว่ดังกล่าว หลังจากนั้นอีกสัปดาห์หนึ่ง บริษัทด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ NCC Group ได้ค้นพบช่องโหว่แบบ Zero-day ที่ถูกนำมาใช้ในการโจมตีที่กำลังระบาดครั้งนี้ ต่อมาอีกในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ SonicWall ปล่อยตัวแก้ไขช่องโหว่ครั้งแรก พร้อมแนะนำให้ผู้ใช้ทุกคนติดตั้ง

ล่าสุดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา SonicWall ก็ประกาศตัวอัปเดตเฟิร์มแวร์ตัวใหม่สำหรับอุปกรณ์ควบคุมการเข้าถึงจากระยะไกล SMA-100 ตัวใหม่ที่ช่วยปกป้องเพิ่มเติมนอกเหนือจากตัวอัปเดตก่อนหน้า โดยเป็นเฟิร์มแวร์เวอร์ชั่นใหม่สำหรับโค้ดเวอร์ชั่น 10.x และ 9.x บนผลิตภัณฑ์

ซึ่งครอบคลุมอุปกรณ์แบบกายภาพในรุ่น SMA 200, 210, 400, 410 และแบบเวอร์ช่วล SMA 500v นอกจากนี้ทาง SonicWall ระบุด้วยว่ากำลังตรวจสอบเพิ่มเติมเพื่อหาทางเพิ่มความแข็งแกร่งของโค้ดในผลิตภัณฑ์ซีรี่ย์ SMA 100 เพิ่มเติมอีก และย้ำให้ผู้ใช้ทุกคนอัพเกรดอุปกรณ์ “ในทันที”

ที่มา : Bleepingcomputer

from:https://www.enterpriseitpro.net/sonicwall-releases-additional-update-for-sma-100-vulnerability/

แฮ็กเกอร์ใช้เทคนิคใหม่ โจมตีระบบการชำระเงินของบัตรเครดิต

กลุ่มนักวิชาการจาก ETH Zurich ได้ออกมาเปิดเผยงานวิจัยที่ทำเมื่อกันยายนปีก่อนว่า มีการโจมตีแบบใหม่ที่ทำให้อาชญากรไซเบอร์ ทำการหลอกเครื่องรับชำระเงินที่มีการใช้บัตรมาสเตอร์การ์ด หลอกว่าเป็นบัตร Visa แทน

ซึ่งเทคนิคนี้ทำให้ข้ามขั้นตอนการกดรหัสพินได้ วายร้ายที่จ้องขโมยบัตรเครดิตแบบชิปแอนด์พินจึงนำบัตรไปใช้ชำระเงินมูลค่าสูงๆ ได้โดยไม่ต้องทราบรหัสพินจากเจ้าของบัตร หรือแม้กระทั่งล่อหลอกให้เครื่องรับชำระเงินยอมรับธุรกรรมที่ใช้บัตรดังกล่าวอย่างไม่ถูกต้องได้

นักวิชาการอย่าง David Basin, Ralf Sasse, และ Jorge Toro กล่าวว่า วิธีนี้ไม่ใช่แค่การสับขาหลอกแบรนด์ของบัตรเท่านั้น แต่ยังทำให้เกิดผลกระทบร้ายแรงตามมาอีกด้วย เช่น ผู้ไม่หวังดีอาจใช้เทคนิคนี้ของบัตรวีซ่าในการข้ามการกดรหัสพินของบัตรมาสเตอร์การ์ด

ทั้งนี้ทาง ETH Zurich กล่าวว่าทาง Mastercard ได้ติดตั้งกลไกการป้องกันที่ระดับเน็ตเวิร์กเพื่อรับมือกับการโจมตีรูปแบบนี้แล้ว ซึ่งจะมีการเปิดเผยรายละเอียดการค้นพบเทคนิคนี้ในงานประชุม USENIX Security Symposium ครั้งที่ 30 ในเดือนสิงหาคมปีนี้อีกครั้งหนึ่ง

ที่มา : THN

from:https://www.enterpriseitpro.net/new-hack-lets-attackers-bypass-mastercard-pin/

Dell พัฒนาได้อีก! เปิดศูนย์วิจัยนวัตกรรมระดับนานาชาติที่สิงคโปร์

Dell Technologies ได้ก่อตั้งสถาบันพัฒนานวัตกรรมในสิงคโปร์ ที่เน้นงานด้านวิจัยและพัฒนา (R&D) สำหรับเทคโนโลยีที่ปฏิวัติด้านดิจิตอลที่สำคัญ ตัวอย่างเช่น การประมวลผลแบบ Edge, ระบบวิเคราะห์ข้อมูล, และ Augmented Reality

ทางบริษัทได้ลงทุนต่อเนื่องมานานกว่า 3 ปี เป็นมูลค่ารวมกว่า 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยถือเป็นศูนย์ปฏิบัติการลักษณะนี้แห่งแรกของ Dell ที่สร้างขึ้นนอกสหรัฐฯ มีทีมงานที่ทุ่มเทในด้านการพัฒนาประสบการณ์ใช้งานของลูกค้าโดยเฉพาะ

ประธานของ Dell ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น ที่ครอบคลุมถึงงานด้านเมืองแบบดิจิตอลทั่วโลก Amit Midha กล่าวว่า จากเงินลงทุนทั้งหมดนั้น แค่ปีนี้ก็ลงเงินไปมากถึง 23 ล้านดอลลาร์ฯ แล้ว

ศูนย์แห่งนี้ยังดูแลงานด้าน R&D ของ Dell ที่มีอยู่เดิมในสิงคโปร์ที่ดูเกี่ยวกับงานด้านดีไซน์และพัฒนากลุ่มผลิตภัณฑ์อย่างเช่นจอมอนิเตอร์ และอุปกรณ์ต่อพ่วงแบบไคลเอนต์ต่างๆ ด้วย นอกจากนี้ยังมีแล็ปพัฒนาฮาร์ดแวร์ต้นแบบสำหรับงานออกแบบผลิตภัณฑ์ ที่รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยี AI ด้วย ทั้งนี้ Midha ระบุว่าจะมีการว่าจ้างพนักงานเพิ่มกว่า 160 ตำแหน่งภายในปีนี้เพื่อมาทำงานในศูนย์วิจัยดังกล่าว

ที่มา : ZDNet

from:https://www.enterpriseitpro.net/dell-opens-global-innovation-facility/

เอปสันแต่งตั้งนาย ซิ่ว จิน เกียด ขึ้นดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาค

เอปสันประกาศแต่งตั้งนายซิ่ว จิน เกียด ขึ้นดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคของเอปสัน สิงคโปร์ (สำนักงานใหญ่ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้) โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 ต่อจากนายอันโดะ มูเนะโนริ ซึ่งกลับไปปฏิบัติงานที่สำนักงานใหญ่ ไซโก้ เอปสัน คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น

ประกาศจากเอปสันระบุว่า การแต่งตั้งครั้งนี้ทำให้นาย ซิ่ว จิน เกียด กลายเป็นชาวสิงคโปร์คนแรกที่ได้รับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาค และเป็นการแสดงถึงแนวทางของสำนักงานใหญ่ ไซโก้ เอปสัน คอร์ปอเรชั่นทั้งในการผลักดันพนักงานซึ่งเป็นคนท้องถิ่นที่มากความสามารถให้ก้าวขึ้นรับตำแหน่งผู้นำองค์กร และในการพัฒนาทรัพยากรบุคคลให้มีความก้าวหน้ายิ่งขึ้น ภายในวัฒนธรรมองค์กรที่มีความเป็นหนึ่งเดียวและความหลากหลายควบคู่กัน

from:https://www.enterpriseitpro.net/epson-new-md/

เอไอเอส ยืนยันเครือข่ายรองรับลงทะเบียน “ม33 เรารักกัน” ได้ 100%

นายปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหาร สายงานการตลาด กลุ่มลูกค้าทั่วไป บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า “วันนี้ภาครัฐได้เริ่มเปิดให้ประชาชน ผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ลงทะเบียนรับสิทธิ์เงินช่วยเหลือค่าครองชีพ 4,000 บาท ผ่านโครงการ “ม.33 เรารักกัน” โดยเปิดให้ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์โครงการ ตั้งแต่ช่วงเวลา 06.00 น. ที่ผ่านมา ซึ่งในภาพรวม พบว่าเครือข่ายของเอไอเอส ทั้งในส่วนของไร้สายและเน็ตบ้านได้เป็นช่องทางให้ประชาชนเชื่อมต่อการลงทะเบียนและส่งต่อการยืนยันสิทธิ์ได้ 100% อย่างราบรื่น ไม่ติดขัด เช่นเดียวกับการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการช่วยเหลือทั้งหมดของรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมา”

“อย่างไรก็ตามพบว่า มีมิจฉาชีพเปิดเว็บไซต์ หรือ แอพพลิเคชั่น ปลอม โดยใช้ชื่อเดียวกับโครงการช่วยเหลือของรัฐบาล เพื่อหลอกลวงให้ประชาชนกรอกข้อมูลส่วนตัว และนำไปใช้ในทางทุจริตที่จะส่งผลกระทบต่อเจ้าของข้อมูลได้ในอนาคต ดังนั้นจึงขอแจ้งเตือนและแนะนำประชาชนให้ตรวจสอบเว็บไซต์โครงการของรัฐบาลก่อนลงทะเบียนให้ดีทุกครั้ง ดังเช่นกรณีโครงการล่าสุด ม33 เรารักกัน ที่ยังคงมีช่วงเวลาเปิดให้ลงทะเบียนถึงวันที่ 7 มีนาคม 2564 เวลา 23.00 น. หรือ หากไม่แน่ใจ สามารถติดต่อสอบถามได้ที่สายด่วน 1506 ตลอด 24 ชั่วโมง”

from:https://www.enterpriseitpro.net/ais-m33/

แฮ็กเกอร์อาจขโมยซอร์สโค้ด Azure, Exchange, และ Intune ของไมโครซอฟท์ด้วย

ไมโครซอฟท์ได้ออกรายงานความคืบหน้าการสืบสวนกรณีโดนแฮ็กผ่านระบบของ SolarWinds ซึ่งค้นพบว่าผู้โจมตีได้จารกรรมซอร์สโค้ดบางอย่างออกไปด้วย แต่ยืนยันว่าไม่พบหลักฐานที่มีการแฮ็กระบบภายในเพื่อใช้โจมตีบริษัทอื่นหรือเข้าถึงข้อมูลลูกค้าด้วย

การเปิดเผยรายละเอียดครั้งนี้มาจากข้อมูลที่อัพเดทเมื่อวันสิ้นปี 31 ธันวาคม 2020 ที่พบว่ามีการเข้าถึงเครือข่ายของบริษัทเพื่อเรียกดูซอร์สโค้ดของผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆ โดยทางไมโครซอฟท์ตรวจพบกิจกรรมต้องสงสัยของบัญชีผู้ใช้ภายในจำนวนเล็กน้อย

และหลังจากตรวจสอบอย่างละเอียดแล้ว พบหนึ่งบัญชีที่ถูกนำไปใช้เรียกดูซอร์สโค้ดในฐานข้อมูลโค้ดจำนวนหนึ่งด้วย แต่บัญชีดังกล่าวไม่ได้รับอนุญาตให้ปรับแก้โค้ดหรือปรับแต่งการตั้งค่าของระบบ และจากการสืบสวนต่อเนื่องก็ยืนยันได้ว่าไม่พบการเปลี่ยนแปลงใดๆ เกิดขึ้น

บัญชีที่มีปัญหาทั้งหมดนั้นตอนนี้ได้ถูกกู้กลับมาเรียบร้อยแล้ว แต่ก็พบการดาวน์โหลดซอร์สโค้ดขององค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับ Azure, Intune และ Exchange จำนวนหนึ่งด้วย เมื่อดูจากคำค้นหาของแฮ็กเกอร์นั้นคาดว่าน่าจะมีเป้าหมายในการค้นหาความลับทางการค้าเป็นหลัก

from:https://www.enterpriseitpro.net/solarwinds-hackers-stole-some-source-code-microsoft/

พบมัลแวร์ตัวแรกที่พัฒนาขึ้นเพื่อทำงานบนชิป Apple M1

มีการค้นพบหนึ่งตัวอย่างมัลแวร์ตัวแรกๆ ที่ถูกออกแบบมาให้ทำงานบนชิป M1 ของ Apple โดยเฉพาะ ซึ่งการพัฒนาครั้งใหม่นี้ชี้ให้เห็นว่า เหล่าอาชญากรไซเบอร์ได้เริ่มปรับตัวให้ซอฟต์แวร์อันตรายทั้งหลายมาเล่นงานชิปของเครื่องแมครุ่นล่าสุดกันแล้ว

แม้การที่แอปเปิ้ลหันมาสร้างชิปเป็นของตัวเองนั้นผลักดันให้เหล่าผู้พัฒนาทั้งหลายต้องสร้างแอพเวอร์ชั่นใหม่เพื่อให้มีประสิทธิภาพและความเข้ากันกับชิปใหม่ได้ดีขึ้นด้วยนั้น เหล่าคนสร้างมัลแวร์ก็หันมาปรับตัวแบบเดียวกันด้วย

โดยหันมาพัฒนามัลแวร์ที่สามารถรันการทำงานบนระบบ M1 ใหม่ของแอปเปิ้ลได้โดยเฉพาะ ซึ่งทางนักวิจัยด้านความปลอดภัยบน macOS คุณ Patrick Wardle ได้ให้รายละเอียดถึง Adware บน Safari ที่ชื่อ GoSearch22 ที่ตอนแรกนั้นถูกเขียนให้ทำงานบนชิป x86 ของอินเทล แต่ก็พบว่ามีการปรับย้ายมาทำงานบนชิป M1 ที่ใช้เทคโนโลยีของ ARM ด้วย

สำหรับเอ็กซ์เทนชั่นอันตรายที่เป็นสายพันธ์ที่แตกมาจากมัลแวร์โฆษณาชื่อ Pirrit นี้พบการระบาดครั้งแรกเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายนปีที่แล้ว

ที่มา : THN

from:https://www.enterpriseitpro.net/first-malware-designed-for-apple-m1-chip/

หัวต่อไฟเบอร์ Expanded Beam เป็นอย่างไร? และควรนำมาใช้ตอนไหน?

ในโลกของระบบโครงสร้างพื้นฐานทั้งฝั่ง Premises และในดาต้าเซ็นเตอร์นั้น พวกเราส่วนใหญ่มักคุ้นเคยกับหัวเชื่อมต่อสายไฟเบอร์อย่างเช่นหัวต่อดูเพล็กซ์แบบ LC, SC, และ ST หรือ MPO สำหรับมัลติไฟเบอร์ แต่บางคนอาจจะเคยได้ยินหัวเชื่อมต่อสายไฟเบอร์แบบขยายลำแสงหรือ Expanded Beam หรือแม้แต่เคยพบกับสถานการณ์ที่ต้องใช้เทคโนโลยีต่อสายไฟเบอร์แบบใหม่นี้แล้ว

แต่ถ้าคุณเองยังไม่คุ้นเคยกับหัวต่อไฟเบอร์เหล่านี้ หรือแม้แต่รูปแบบการนำมาใช้งาน และข้อความพิจารณาเวลาทดสอบแล้ว ครั้งนี้ทาง Fluke จะมา “Expand” ความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ให้ครับ

ความแตกต่างจากการเชื่อมสายแบบอื่น
หัวต่อสายไฟเบอร์โดยทั่วไปแล้วมักอยู่ในรูปของหัวต่อที่แตะกันแบบกายภาพ หมายความว่ามีการนำมาชนต่อกันตรงๆ แล้วเชื่อมสายไฟเบอร์ทั้งสองเส้นโดยใช้เทคนิคอย่างเช่นการใช้เจลผสาน, การเชื่อมหรือ Splice, การใช้อีพ็อกซี่ เป็นต้น แต่ในทางตรงกันข้าม การเชื่อมต่อแบบ Expanded Beam จะไม่ได้สัมผัสกันจริง นั่นคือสัญญาณแสงจะวิ่งผ่านช่องว่างระหว่างหน้าตัดสายทั้งสองเส้น ซึ่งหัวต่อแบบขยายลำแสงจะเชื่อมสัญญาณได้โดยใช้เลนส์ขยายและรวมสัญญาณแสงกลับมา เป็นการขยายสัญญาณที่วิ่งมาจากคอร์ไฟเบอร์ที่เล็กกว่าให้มีเส้นผ่านศูนย์กลางใหญ่ขึ้น แล้วจึงส่งสัญญาณแสงคู่ขนานไปมาพร้อมกัน โดยลำแสงที่ถูกขยายมาสามารถใหญ่กว่าที่เคยวิ่งบนคอร์ดั้งเดิมได้มากถึง 150 เท่า ขณะที่เลนส์อันที่สองจะโฟกัสลำแสงกลับเข้าไปสู่สายไฟเบอร์เส้นถัดไป เป็นการนำสัญญาณแสงกลับมาให้วิ่งไปบนคอร์ที่เส้นผ่านศูนย์กลางเล็กลงได้

แม้วิธีนี้มักแพงกว่าปกติเนื่องจากต้องใช้เลนส์ แต่หัวต่อแบบ Expanded Beam ก็ให้ประโยชน์มากในด้านการทนต่อฝุ่นละออง คราบสกปรก รวมทั้งสิ่งปนเปื้อนอื่นๆ บนหน้าตัดสายไฟเบอร์ได้ และการที่หน้าตัดสายไฟเบอร์ทั้งสองเส้นไม่ได้แตะกัน จึงทำให้มีอายุการใช้งานนานกว่ามากโดยไม่ต้องคอยทำความสะอาดหน้าตัดบ่อยๆ รวมทั้งทนทานต่อความเสียหายที่เกิดจากการสั่นสะเทือนหรือแรงทางกลต่างๆ ด้วย รวมทั้งหัวต่อแบบนี้ยังไม่มีการแบ่งขั้วตัวผู้ตัวเมียที่ต้องคอยกังวลเวลาเอามาเชื่อมต่อเหมือนการใช้หัวต่อแบบอื่นด้วย

ควรนำมาใช้ในกรณีไหน?
หัวต่อแบบ Expanded Beam มักพบการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่โหดร้ายอย่างเช่นในเหมืองแร่, ใช้ในการถ่ายทอดภาพและเสียงภายนอกอาคาร, พื้นที่นอกชายฝั่ง ไปจนถึงการใช้กับระบบการผลิตอัตโนมัติในโรงงานบางแห่ง เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีใช้ทางการแพทย์ที่ต้องมีการเชื่อมเข้าเชื่อมออกหลายพันครั้ง อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยจุลินทรีย์ ของเหลว หรือสิ่งปนเปื้อนที่มาจากขั้นตอนการรักษา

และจากเหตุผลความทนต่อจำนวนครั้งการเชื่อมต่อสายได้มากกว่า จึงทำให้หัวต่อแบบ Expanded Beam เป็นที่นิยมในกลุ่มทหาร ไปจนถึงการนำไปใช้แบบชั่วคราวอย่างเช่นสถานการณ์ที่รัฐต้องรับมือกับภาวะฉุกเฉิน อย่างเช่นระบบ TFOCA (tactical fiber-optic cable assemblies) ที่ออกแบบสำหรับให้ทหารนำไปใช้ในสนามรบนั้นก็มักใช้หัวต่อแบบ Expanded Beam ด้วยเหตุผลที่เชื่อมสายได้ง่าย ทนต่อทั้งอุณหภูมิที่โหดร้าย ฝุ่นละออก โดยเฉพาะทรายด้วย

สิ่งที่เราควรพิจารณา
เช่นเดียวกับหัวต่อแบบที่สัมผัสกันทางกายภาพ หัวต่อแบบขยายลำแสงก็มีแบ่งเป็นทั้งสำหรับสายไฟเบอร์ซิงเกิลโหมดและมัลติโหมด รวมทั้งรองรับสายไฟเบอร์หลายเส้น โดยทั่วไปจะพบตั้งแต่ 2 ไปจนถึง 16 เส้น มีทั้งแบบที่มีการเข้าหัวมาจากโรงงานเรียบร้อย และแบบที่ไว้เข้าหัวที่หน้างานโดยใช้เทคนิค Epoxy-Polish มาตรฐาน นอกจากนี้ยังมีรุ่นแบบไมโครที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเล็กลงอีกเพื่อประหยัดพื้นที่ แต่ถึงแม้จะใช้เวอร์ชั่นเล็กลงนี้ส่วนใหญ่ก็ต้องมีขนาดอย่างน้อยโตกว่าสองเท่าเมื่อเทียบกับหัวต่อแบบ LC เนื่องจากตัวเลนส์

ประเด็นที่ควรคำนึงถึงนั้นก็เหมือนกับระบบใยแก้วนำแสงอื่นทั้งหมด โดยปัจจัยหลักด้านประสิทธิภาพของหัวต่อแบบขยายลำแสงก็ยังเป็นเรื่องของการสูญเสียสัญญาณภายในสายที่เราจำเป็นต้องคอยทดสอบ ซึ่งกับหัวต่อแบบนี้นั้น ช่องว่างระหว่างหน้าตาสายทั้งสองข้างมักจะให้ค่าการสูญเสียพลังงานสูงกว่าปกติเล็กน้อย อย่างหัวต่อ LC แบบมัลติโหมดมาตรฐานมักมีค่าสูญเสียพลังงานอยู่ประมาณ 0.15 dB ขณะที่กับหัวต่อแบบขยายลำแสงของมัลติโหมดอาจสูงได้มากถึง 2.0 dB นอกจากนี้ เลนส์ที่นำมาใช้กับหัวต่อก็อาจจำกัดช่วงความยาวคลื่นที่รองรับได้ จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมถึงไม่แนะนำให้ใช้กับการส่งสัญญาณแบบ Wavelength Division Multiplexing (WDM)

การทดสอบลิงค์ไฟเบอร์ที่ใช้หัวต่อแบบพิเศษนี้จำเป็นต้องใช้อินเทอร์เฟซหัวต่อแบบ Expanded Beam เหมือนกันด้วย ดังนั้น คุณจึงจำเป็นต้องใช้ชุดทดสอบค่าการสูญเสียแบบขยายลำแสง หรือไม่ก็ใช้สายทดสอบอ้างอิงแบบขยายลำแสง (เช่น ที่แปลงจาก SC มาเป็นแบบ Expended Beam) เพื่อเอามาใช้กับ Fluke CertiFiber® Pro Optical Loss Test Set หรือ OptiFiber Pro OTDR สำหรับสายทดสอบอ้างอิงนั้นหาได้จากผู้ผลิตหัวต่อแบบขยายลำแสงบางราย

แม้ข้อจำกัดข้างต้นทำให้เราไม่พบการนำหัวต่อแบบขยายลำแสงมาใช้งานในดาต้าเซ็นเตอร์ความเร็วสูงระดับ 40 หรือ 100G (40GBASE-SR4/100GBASE-SR4) ที่ยอมรับค่าการสูญเสียตลอดแชนแนลมากสุดอยู่ที่ 1.9 dB แต่ในกรณีการใช้งานที่ไม่ได้กังวลถึงประสิทธิภาพค่าการสูญเสียพลังงานภายในสายเป็นหลัก (เช่น ในระยะทางใกล้กว่า หรือใช้ความเร็วรับส่งสัญญาณต่ำ) จุดเด่นด้านการรองรับวัฏจักรการเชื่อมต่อสายที่มากกว่า และความทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่รุนแรงกว่าได้นั้นก็อาจมาทดแทนเรื่อง Insertion Loss ที่สูงกว่าได้

ที่มา : https://www.flukenetworks.com/blog/cabling-chronicles/whats-expanded-beam-fiber-connector

from:https://www.enterpriseitpro.net/expanded-beam-fiber-connector/