คลังเก็บหมวดหมู่: enterpriseitpro

หัวเว่ยเปิดตัวระบบการประชุมทางไกล CloudLink รุ่นใหม่

หัวเว่ยเปิดตัว CloudLink ระบบการประชุมทางไกลเทเลเพรสเซนส์รุ่นใหม่ (Telepresence) ประกอบด้วยผลิตภัณฑ์ CloudLink Board และ CloudLink Box พร้อมขับเคลื่อนการประสานการทำงานและการสื่อสารในองค์กรสู่ยุคอัจฉริยะ ในงานยังได้รับเกียรติจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค พันธมิตรรายสำคัญในประเทศไทย ร่วมแชร์ประสบการณ์สุดประทับใจจากการใช้งานโซลูชันการสื่อสารองค์กรของหัวเว่ย

มร. ต๋ง อู่ รองประธานบริหาร ฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์สื่อสารคลาวด์ระดับองค์กร และฝ่ายขายโซลูชั่น กลุ่มธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์ ของหัวเว่ย กล่าวว่า “หัวเว่ยได้พัฒนาโซลูชันการสื่อสารสำหรับองค์กร CloudLinkรุ่ นใหม่นี้ขึ้นมา เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถสร้างระบบสำนักงานอัจฉริยะ ระบบการทำงานแบบอัจฉริยะ และพัฒนาโซลูชั่นในกลุ่มอุตสาหกรรม เรามุ่งหวังที่จะได้ทำงานร่วมกับพันธมิตรต่างๆ เพื่อช่วยทรานสฟอร์มรูปแบบการประสานงานและการสื่อสารขององค์กร รองรับอุตสาหกรรมที่หลากหลายและสร้างอนาคตรูปแบบใหม่”

มร. ต๋ง อู่ รองประธานบริหาร

“อันที่จริง เรามีการใช้งานที่ประสบความสำเร็จมากมายในประเทศไทย ตัวอย่างเช่น การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.)องค์กรด้านพลังงานไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ได้มีการติดตั้งใช้งานระบบการประชุมทางไกลผ่านวิดีโอของหัวเว่ยไปแล้วกว่า 200ชุดใน 74 จังwหวัดทั่วประเทศ รองรับพนักงานกว่า 30,000คนและเราจะทำงานร่วมกันต่อไปเพื่อเร่งกระบวนการเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่ระบบดิจิทัลให้รวดเร็วยิ่งขึ้น”มร. ต๋ง กล่าวเสริม

CloudLink คือโซลูชันแบบครบวงจรสำหรับการสื่อสารและการประสานงานร่วมกันระดับองค์กรที่หัวเว่ยได้พัฒนาขึ้นมาให้สามารถรองรับสถานการณ์ทุกรูปแบบ สามารถทำงานผ่านการเชื่อมต่ออัจฉริยะ รองรับการทำงานร่วมกันระหว่างอุปกรณ์และคลาวด์ มีความเปิดกว้างและผสมผสาน ระบบการสื่อสารระดับองค์กรของหัวเว่ยจะนำเครื่องมือใหม่ๆ ที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลมาสู่องค์กรต่างๆ ทั่วโลก พัฒนาให้เกิดความก้าวหน้ายิ่งขึ้น เพื่อบรรลุวิสัยทัศน์ของหัวเว่ยในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลไปสู่ทุกคน ทุกบ้าน และทุกองค์กร เพื่อสร้างโลกอัจฉริยะที่เชื่อมโยงถึงกันอย่างเต็มรูปแบบ

 

from:https://www.enterpriseitpro.net/huawei-launched-cloudlink-telepresence/

Advertisements

Lenovo โดนปรับ 7.3 ล้านดอลลาร์ฯ จากกรณีแอบติดตั้ง Adware

จากกรณีที่บริษัทผลิตโน้ตบุ๊กสัญชาติจีน Lenovo สร้างเรื่องอื้อฉาวแก่ลูกค้าทั่วโลกด้วยการผลิตแล็ปท็อป 750,000 เครื่องที่มี Adware ชื่อ VisualDiscovery ของบริษัทด้านการตลาด Superfish แถมมาด้วยตั้งแต่แกะกล่องตั้งแต่ปี 2558 นั้น ล่าสุดศาลประจำรัฐแคลิฟอร์เนียสั่งให้บริษัทชดใช้ค่าเสียหายมูลค่ารวมกว่า 7.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

แม้ Lenovo จะออกทูลสำหรับลบ Adware ให้ลูกค้าแล้ว แต่ก็ไม่สามารถที่จะลบล้างความผิดที่มีการฟ้องร้องต่อทางศาลและคณะกรรมการค้าแทบจะทั่วสหรัฐฯ ได้ ถือเป็นแบรนด์จีนอีกแบรนด์หนึ่งที่สร้างชื่อเสียเรื่องการดูดข้อมูลตามหลังรุ่นพี่มาติดๆ อย่าง Xiaomi และ Huawei

Adware ตัวนี้ถูกฝังมากับแล็ปท็อปโดยที่ผู้ใช้ไม่รู้ตัว พร้อมกับแอบดูดข้อมูลทางการเงิน รวมทั้งทำการโจมตีแบบ Man-in-the-Middle บนการเชื่อมต่อแม้จะมีการเข้ารหัสหรือทำวีพีเอ็นก็ตามซึ่งทาง Lenovo ได้ตอบโต้ว่าตนเองไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน และมองว่าเป็นฝีมือของแอพจากบุคคลภายนอกมาโดยตลอด รวมทั้งย้ำว่าได้หยุดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ติดตั้งซอฟต์แวร์ต้นตอนี้แล้วเมื่อปี 2558 เช่นกัน

ชื่อรุ่นที่มีการฝัง Adware ลงมา

ก่อนหน้านี้เมื่อปีที่แล้ว Lenovo ได้ตกลงที่จะจ่ายค่าปรับกว่า 3.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จากกรณีเดียวกันนี้ พร้อมเซ็นยอมรับข้อตกลงกับคณะกรรมการค้าประจำรัฐต่างๆ ถึง 31 รัฐ ในการเปลี่ยนรูปแบบการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของตนเองไม่ให้โฆษณาฟีเจอร์ผิดจากความเป็นจริง หรือแอบใส่โปรแกรมที่ดูดข้อมูลการท่องเว็บ หรือข้อมูลส่วนตัวอื่นๆ ส่งไปให้บุคคลภายนอกอีก

ที่มา : Hackread

from:https://www.enterpriseitpro.net/lenovo-to-pay-fine-for-installing-adware/

Dell EMC ผนึก INET ผุดศูนย์บริการคลาวด์รายแรกในไทย

เดลล์ อีเอ็มซี ประเทศไทย ประกาศแต่งตั้ง บมจ. อินเทอร์เน็ต ประเทศไทย จำกัด หรือ INETเป็นพันธมิตรผู้ให้บริการคลาวด์ (Cloud Service Providerหรือ CSP) รายแรกของประเทศไทย เพื่อนำเสนอบริการคลาวด์ คอมพิวติ้งที่ครบวงจร

เดลล์ อีเอ็มซี จะนำเสนอโซลูชันระบบโครงสร้างพื้นฐานอย่างครบวงจรแก่ INET เพื่อสร้างความคล่องตัวในการดำเนินการ และนำเสนอการบริการได้อย่างรวดเร็ว ช่วยยกระดับความพึงพอใจของลูกค้าและสร้างความแตกต่างในเรื่องการบริการจัดการ รวมถึงการให้บริการคลาวด์ จากความร่วมมือในครั้งนี้ INET จะให้การสนับสนุนลูกค้าที่กำลังมองหาบริการด้านระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านไอที (IaaS) และบริการด้านแพลตฟอร์ม (PaaS) อย่างสมบูรณ์พร้อมโดยในการให้บริการแพลตฟอร์มแบบPaaS นั้น ถือได้ว่า INET คือผู้ให้บริการรายแรกในประเทศไทยที่ช่วยให้บริษัทและองค์กรธุรกิจเข้าถึงข้อมูลและมุมมองในเชิงลึก(insights) ที่เหนือชั้นกว่าจากบริการด้านการวิเคราะห์บิ๊กดาต้า หรือ big data analytics-as-a-Service

นายอโนทัย เวทยากร รองประธานบริหาร เดลล์ อีเอ็มซี ภูมิภาคอินโดจีน กล่าว“ความร่วมมือระหว่างเราและINET มุ่งเน้นที่การช่วยให้ลูกค้านำแพลตฟอร์มคลาวด์ต่างๆ ที่เลือกสรรค์แล้วให้ใช้ได้ตามความต้องการบนโซลูชันระบบโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ที่ได้รับการพิสูจน์และยอมรับอย่างกว้างขวางพร้อมสถาปัตยกรรมอ้างอิงที่สมบูรณ์พร้อมของเดลล์ อีเอ็มซี และด้วยความเชี่ยวชาญที่แข็งแกร่งและประสบการณ์การที่กว้างขวางในประเทศ ทำให้ INET เป็นพันธมิตรผู้ให้บริการคลาวด์ หรือ CSP และเป็นรีเซลเลอร์ในอุดมคติ ที่ช่วยสนับสนุนลูกค้าในประเทศไทยให้สามารถปฏิรูปการดำเนินงานไปสู่รูปแบบคลาวด์ พร้อมทั้งช่วยให้เพิ่มความสามารถในการใช้ประโยชน์จากการลงทุนระบบคลาวด์ได้อย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพ

นางมรกต กุลธรรมโยธิน กรรมการผู้จัดการ บมจ.อินเตอร์เน็ตประเทศไทย (INET)กล่าวว่า “INET คือผู้ให้บริการคลาวด์ (Cloud Service Provider) ชั้นนำในประเทศไทย ซึ่งเมื่อผสานเข้ากับโซลูชันระบบโครงสร้างพื้นฐานของเดลล์ อีเ อ็มซี ที่มีประสิทธิภาพ มีสรรถนะในการทำงานสูง มีความน่าเชื่อถือ และ VMware vSANซึ่งเป็นสตอเรจที่กำหนดการทำงานด้วยซอฟต์แวร์แบบไฮเปอร์-คอนเวิร์จ (hyper-converged software-defined storage) แล้วเราเชื่อมั่นว่าเราสามารถที่จะให้บริการโซลูชันคลาวด์แบบ as-a-Serviceได้อย่างครบถ้วนและสมบูรณ์เพื่อช่วยให้องค์กรธุรกิจสามารถปฏิรูปรูปแบบของไอทีภายในองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

“เป้าหมายของเราคือการช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถลดเวลาในการดำเนินงานด้านไอทีได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยการมอบโซลูชันที่คุ้มค่าที่สุดเพื่อเพิ่มศักยภาพการดำเนินงาน ด้วยบริการ INET Dell Cloudเราคือผู้ให้บริการรายแรกที่ให้บริการ Big Data on Cloud ซึ่งเป็นบริการ big data แบบพร้อมใช้งานบนระบบคลาวด์แบบสาธารณะ (public cloud) ซึ่งจะช่วยให้องค์กรสามารถลดเวลาได้ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ในการปรับใช้ระบบข้อมูลขนาดใหญ่ทั้งหมดในราคาที่สมเหตุสมผล” นางมรกตกล่าว

INET พร้อมให้บริการ INET Dell Cloud จากศูนย์ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ใหญ่ 3 แห่งที่ตั้งอยู่ที่อาคารไทยทาวเวอร์อาคารไทยซัมมิท และแก่งคอย จังหวัดสระบุรี ทั้งนี้ INET มีแผนที่จะแนะนำบริการเพิ่มเติมมากขึ้นในการใช้เทคโนโลยีนวัตกรรมใหม่ๆ อาทิ บริการ Chatbot-as-a-Service ด้วยการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)เพื่อรองรับธุรกิจทุกภาคส่วนทั้งองค์กรและการเกษตรเพิ่มมากขึ้นอีกด้วยเพื่อรองรับธุรกิจทุกภาคส่วนทั้งองค์กรและการเกษตรเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย

from:https://www.enterpriseitpro.net/dell-emc-inet-cloud-service-provider/

5 สุดยอดเอ็กซ์เทนชั่นบน Chrome สำหรับการอัพเดทข่าวสารประจำปี 2019

ตอนนี้คนส่วนใหญ่คงหันมาอ่านข่าวผ่านเน็ตมากกว่าหนังสือพิมพ์ และมักใช้เวลาส่วนใหญ่ในแต่ละวันอู้งาน อุ๊ปส์ พักผ่อนด้วยการเลื่อนฟีดข่าวจากทั้งแอพโซเชียลมีเดียและเว็บไซต์ต่างๆ มากมาย แล้วแต่ประเภทข่าวสารที่สนใจ แน่นอนว่าการมานั่งดูข่าวดาราจากเพจนู้นที ส่องกระทู้ฮอตฮิตในพันทิปที เช็กประเด็นร้อนในทวิตเตอร์ต่อ พร้อมดูกระดานสนทนาในเว็บฟุตบอลบ้างอะไรบ้างนั้น เวลาที่เปลืองไปส่วนใหญ่มักเสียให้กับการโหลดเปิดหน้าเว็บใหม่ไปเรื่อยๆ

ดังนั้น ในเมื่อคนส่วนใหญ่ก็ใช้โครมเป็นเว็บบราวเซอร์หลัก การมองหาเอ็กซ์เทนชั่นที่ช่วยสูบข่าวจากหลายแหล่งมาอยู่รวมในที่เดียวกันย่อมช่วยอำนวยความสะดวกและประหยัดเวลากินเผือกได้เป็นอย่างดี ดังนั้นทาง Fossbytes.com จึงรวบรวมเอ็กซ์เทนชั่นด้าน News Feed สำหรับ Google Chrome ที่แนะนำสำหรับปีหน้าที่จะถึงไว้ 5 รายการ ได้แก่

1. News Tab

คอยคัดเลือกข่าวที่อยู่ในกระแสจากสำนักที่ได้รับความนิยมสูงสุดทั่วโลกมารวมไว้ในที่เดียวกัน หรือแม้แต่สามารถกำหนดหัวข้อที่เจาะจงอยากอัพเดทได้ด้วยการกดเพิ่มแหล่งข่าวได้ด้วยตัวเอง ข่าวทั้งหมดจะแสดงขึ้นมาทันทีทุกครั้งที่กดเปิดแท๊บใหม่ซึ่งทั้งสะดวกและประหยัดเวลามาก มีอินเทอร์เฟซสะอาดสบายตา เลือกเป็นธีมสีดำเพื่อถนอมสายตาได้ อีกทั้งรองรับการเก็บไว้อ่านทีหลังแบบออฟไลน์ พร้อมฟีเจอร์การแจ้งเตือน รวมทั้งรองรับแหล่งข่าวทั้งภายในและต่างประเทศกว่า 130 พื้นที่ทั่วโลก

2. Panda 5

ให้ผู้ใช้เปิดหลายเว็บไซต์ได้พร้อมกัน ปรับแต่งแท๊บใหม่ให้แสดงข่าวจากแหล่งหรือหัวข้อที่จำเพาะได้ อีกทั้งออกแบบเลย์เอาต์ได้ตามใจ มีธีมสวยงามให้เลือกมากมาย

3. Breaking News Tab

รวมข่าวเด่นประเด็นร้อนจากทั่วโลกมารวมกัน พร้อมให้ปรับแต่งเลือกแหล่งข่าวและหัวข้อที่ชื่นชอบได้ รวมทั้งสามารถสั่งจัดเรียงข่าวตามเวลาหรือความเกี่ยวข้องกับหัวข้อที่ต้องการได้ สามารถอ่านข่าวเต็มๆ ได้โดยไม่ต้องออกจากแท๊บปัจจุบัน

4. Rowe News

แสดงข่าวขึ้นเวลากดแท๊บใหม่เช่นเดียวกับเอ็กซ์เทนชั่นอื่น แต่สามารถวิเคราะห์หาแหล่งข่าวที่ผู้ใช้ชื่นชอบและเพิ่มเข้ามาให้โดยอัตโนมัติ แต่มีข้อเสียตรงที่ไม่สามารถตั้งค่าหัวข้อข่าวที่ต้องการให้แสดงขึ้นโดยดีฟอลต์ได้ เรียกว่าเหมาะกับคนที่ชอบกินจับฉ่ายมากกว่าคนเสพข่าวเฉพาะทาง

5. RSS Feed Reader

เป็นแอดออน RSS Feed ที่เก่าแก่ตั้งแต่บรรพบุรุษ รู้จักกันในชื่อ Feeder เป็นทางเลือกที่เหมาะกับผู้ที่ไม่ต้องการให้การเปิดแท๊บใหม่มีอะไรโผล่มารกตา มีออพชั่นให้ปรับแต่งมากมาย มากเสียจนบางคนมองว่ายุ่งยากไปหน่อย รองรับฟีดทั้ง RSS และ Atom รวมทั้งสามารถส่งออกหรือนำเข้ารายการฟีดที่ต้องการได้

ที่มา : fossbytes

from:https://www.enterpriseitpro.net/best-chrome-extension-news/

โทรจันตัวใหม่ Linux.BtcMine.174 บนลีนุกซ์ เป็นมารร้ายทำลายเครื่อง

แม้มัลแวร์บนลีนุกซ์จะหายากกว่าบนวินโดวส์หลายเท่า แต่ปัจจุบันก็มีมัลแวร์ที่พัฒนาขึ้นให้ทำงานซับซ้อน และสร้างความเสียหายบนลีนุกซ์ได้มากกว่าในอดีตหลายเท่าด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะโทรจันสายพันธุ์ใหม่ที่บริษัทพัฒนาแอนตี้ไวรัสสัญชาติรัสเซีย Dr.Web ตรวจพบในชื่อ Linux.BtcMine.174

โทรจันสุดแสบตัวนี้อยู่ในรูปของสคริปต์บนเชลล์ที่มีความยาวมากกว่าพันบรรทัดที่จะรันบนเครื่องลีนุกซ์ที่ติดเชื้อเพื่อค้นหาโฟลเดอร์หรือไดรฟ์ที่เปิดอนุญาตให้เขียนข้อมูลได้ เพื่อทำการคัดลอกตัวเองพร้อมกับดาวน์โหลดโมดูลอื่นๆ จากอินเทอร์เน็ต

หลังจากติดตั้งตัวเองเสร็จ ก็จะใช้ช่องโหว่บนลีนุกซ์ในการเข้าถึงสิทธิ์ระดับรูท และควบคุมโอเอสได้อย่างสมบูรณ์ พร้อมตั้งค่าตัวเองให้ทำงานเป็น Daemon ผ่านยูทิลิตี้ Nohup(ถ้าหาไม่เจอก็สามารถโหลดใหม่ได้ด้วยตัวเอง) จากนั้นจึงแผลงฤทธิ์ตั้งแต่แอบขุดเหมืองเงิน Monero, ดาวน์โหลดมัลแวร์ตัวอื่นอย่างเช่นตระกูล DDoS และประตูหลังทั้งหลาย

ซ้ำร้ายยังมองหาโปรเซสที่น่าจะเป็นของโปรแกรมแอนติไวรัสแล้วกำจัดออกเกลี้ยงระบบ พร้อมกับเพิ่มคุณสมบัติออโต้รันในไฟล์ตั้งค่าระบบอย่าง /etc/rc.local, /etc/rc.d/…, และ /etc/cron.hourlyยังไม่รวมการโหลดรูทคิทมาขโมยรหัสผ่านซูเปอร์ยูเซอร์บนเครื่องปัจจุบัน และข้อมูลบนเซิร์ฟเวอร์อื่นที่เชื่อมต่อผ่าน SSH รวมทั้งแพร่เชื้อไปในตัวด้วย

ที่มา : Zdnet

from:https://www.enterpriseitpro.net/new-linux-crypto-miner-steals-your-root-password/

KOHLER พัฒนาสุขภัณฑ์อัจฉริยะเชื่อมโยงโลก Connected กับที่อยู่อาศัย

โลกของการเชื่อมต่อหรือที่เรียกกันว่า World Connected นั่นไม่เคยหยุดนิ่ง ล่าสุดก็เข้าไปสู่อุตสาหกรรมด้านสุขภัณฑ์เช่นกัน กับแบรนด์ระดับโลกอย่าง KOHLER ที่พัฒนาสินค้าของตนไปสู่โลกของ IoT โดยได้มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจในงาน KOHLER Design Forum ซึ่งจัดครั้งแรกในประเทศไทย ภายใต้ธีม All Things Connected

โดยผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นสำหรับโลกของ IoT คงหนีไม่พ้นสองผลิตภัณฑ์อัจฉริยะที่ถูกนำมาจัดแสดง อย่างตัวแรกคือตู้กระจกรุ่น KOHLER TouchMe เป็นตู้กระจกที่ช่วยให้คุณเพลิดเพลินและเตรียมพร้อมกับวันใหม่ สามารถที่จะเชื่อมโยงกับอินเทอร์เน็ต ต่อเชื่อมกับยูทูปสามารถดูหนังได้ในระหว่างที่เราแปรงฟัน หรือล้างหน้า เป็นต้น

Kohler Touchme – Cr : Mr. Worrathas Wongthai

ส่วนผลิตภัณฑ์อีกตัวดูจะเป็นเหมือนไฮไลท์สำคัญที่เหล่าแขกผู้มีเกียรติมาร่วมงานอยากจะสัมผัสกันก็คือ โถส้วมอัจฉริยะรุ่น Numi ต้องบอกว่าเป็นสุดยอดโถส้วมที่ผสานเอาดีไซน์และเทคโนโลยีมาไว้ด้วยกัน สามารถที่จะตั้งค่าผู้ใช้งานในสไตล์ที่เป็นคุณ ไม่ว่าจะเป็นแสงสีที่ช่วยสร้างบรรยากาศ การเชื่อมต่อเพลงแบบไร้สายผ่านทาง Bluetooth, ปรับอุณหภูมิฝารองนั่งตลอดจนที่อุ่นเท้า ฟังเพลงผ่านทาง Podcast หรือจัดเก็บ MP3 ลงใน SD Card หรือต่ออุปกรณ์ฟังเพลงผ่านทางสาย AUX พร้อมด้วยโหมดประหยัดพลังงานเพื่อประสิทธิภาพในการใช้งาน และอื่นๆ อีกมากมาย! – เท่าที่สอบถามราคามาทาง PR แจ้งว่าราคาประมาณ (Numi ราคาประมาณ 3 แสนบาท)

Kohler Numi

นายลารี่ หยวน ประธานกลุ่มบริหาร ฝ่ายเครื่องครัวและสุขภัณฑ์ ของทาง KOHLER กล่าวว่า อนาคตของอุตสาหกรรมด้านนี้จะเปลี่ยนไป มีการออกแบบที่ผสานเอาเทคโนโลยีมาใช้มากขึ้นในบ้านที่อยู่อาศัย นี่จึงเป็นที่มาของธีม All Things Coonected

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บ https://www.kohler.co.th/

from:https://www.enterpriseitpro.net/kohler-connected-world-all-things/

RICOH ได้เข้าร่วมงานจัดแสดงสินค้า Sign Asia Expo 2018

บริษัท ริโก้ (ประเทศไทย) จำกัด ได้เข้าร่วมจัดแสดงสินค้าในงาน Sign Asia Expo 2018 ซึ่งจัดขึ้น ณ ฮอลล์ 2-3 อิมแพค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 8-11 พฤศจิกายน 2561ที่ผ่านมา

งานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพธุรกิจกลุ่มสื่อโฆษณา และป้ายประชาสัมพันธ์ โดยเปรียบเสมือนเวทีในการแลกเปลี่ยนความรู้ เทคนิค และประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญที่ไม่สามารถหาได้ในตำรา แต่ได้มาร่วมแบ่งปันโอกาสในการเพิ่มพูนทักษะความรู้ สร้างสรรค์ผลงานอันน่าประทับใจ และสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับคนในกลุ่มแวดวงเดียวกัน ซึ่งมีบริษัทต่าง ๆ กว่า 400 บริษัทเข้าร่วมงานในครั้งนี้ โดย RICOH มุ่งหวังที่จะแสดงให้เห็นถึงนวัตกรรมงานพิมพ์จากเครื่องพิมพ์คุณภาพของ RICOH ตอกย้ำมาตรฐานและร่วมยกระดับขีดความสามารถของสื่อสิ่งพิมพ์เพื่อการประชาสัมพันธ์ไปอีกขั้น

ภายในงาน Sign Asia Expo 2018 ครั้งนี้ RICOH ได้นำทุกท่านไปพบกับสุดยอดเทคโนโลยีของเครื่องพิมพ์สองรุ่น ได้แก่ RICOH Pro L4160 เครื่องพิมพ์ป้ายโฆษณาความละเอียดสูงที่มาพร้อมเทคโนโลยีหัวพิมพ์ RICOH GEN5 high-speed piezo และโหมด 7 สี ช่วยเพิ่มความสวยงามและโดดเด่นให้กับงานพิมพ์ และอีกหนึ่งรุ่น ได้แก่ RICOH Pro T7210 เครื่องพิมพ์แบบหน้ากว้าง Flatbed เพื่องานตกแต่งกับความสามารถในการพิมพ์ลงบนวัสดุที่มีความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นกระเบื้อง กระจก ไม้อัด อะคริลิก เหล็ก อลูมิเนียม ฯลฯ อีกทั้งยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีหมึก Decor UV ซึ่งจะทำให้งานพิมพ์มีความทนทานและยังคงความสวยงามเป็นเอกลักษณ์

RICOH มุ่งมั่นที่จะพัฒนาเทคโนโลยีการพิมพ์อย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อตอบสนองความต้องการของงานพิมพ์ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น เพื่อให้ผู้ใช้งานเกิดความพึงพอใจสูงสุด

ที่มา : ข่าวพีอาร์

from:https://www.enterpriseitpro.net/ricoh-asia-expo-2018/