คลังเก็บหมวดหมู่: enterpriseitpro

อินดัสเทรียลซิสเต็ม ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของธุรกิจในยุคดิจิทัล

ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมาเครื่องคอมพิวเตอร์เข้ามามีบทบาทในการพัฒนาธุรกิจ ให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด ทั้งในด้านของการทำงาน และ พัฒนานวัตกรรมใหม่ให้ตอบโจทย์ความต้องการของธุรกิจ แต่ด้วยข้อจำกัดของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีรูปแบบที่ตายตัว และมีขนาดใหญ่ การนำไปประยุกต์ใช้ในระบบต่างๆ เป็นไปได้ยากกินพื้นที่ และทรัพยากรในองค์กร การมองให้แพลตฟอร์มใหม่ที่มีขนาดเล็ก และมีความยืดหยุ่นที่มากกว่า จึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับธุรกิจยุคใหม่ ที่พร้อมจะปรับตัวได้ตลอดเวลา

GIGAIPC QBiX-GLKA4125-A1 อินดัสเทรียลซิสเต็มที่มีขนาดเล็กกว่าฝ่ามือ 411 x 403 x 282 (mm) เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ตอบโจทย์สำหรับการใช้งานในธุรกิจในแง่ของ การประหยัดพื้นที่ สามารถรองรับความต้องการทางธุรกิจที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นการใช้งานแบบการควบคุมระบบจากระยะไกล เช่นการใช้งานในป้ายโฆษณาดิจิตอล ตู้ขายสินค้าอัตโนมัติ  ตลอดจนการใช้งานในภาคอุตสาหกรรมที่ต้องการความทนทานและเชื่อถือได้ เช่น ป้ายโฆษณาที่อยู่ตามท้องถนน ห้องประชุมสำนักงาน หรือภาคอุตสาหกรรม ไปจนถึงเครื่องมือสำหรับตรวจสอบการทำงานของเครื่องจักร และเซ็นเซอร์ต่างๆ ในไลน์การผลิตของโรงงาน

ก้าวข้ามขีดจำกัดด้วยแพลฟอร์มที่ลงตัวทุกความต้องการ

GIGAIPC QBiX-GLKA4125-A1 อินดัสเทรียลซิสเต็มที่เอาขุมพลังของเครื่องเดสก์ท็อปรุ่นล่าสุด มาย่อขนาดให้กลายมาเป็นฟอร์มแฟคเตอร์ที่มีขนาดเล็ก ทำงานด้วยซีพียู Intel® Celeon® J4125 Processor มาพร้อมกับชิพกราฟิก Intel® UHD Graphics 600 ที่สามารถประมวลผลภาพความละเอียดระดับ 4K และเสียงแบบ High Definition Audio ตัวเครื่องรองรับหน่วยความจำแบบ DDR4 2400MHz และสตอเรจในแบบ M.2 การเชื่อมต่อเครือข่ายรองรับการ์ด WiFi และ Bluetooth แบบ M.2 และ GbE LAN port 2 พอร์ต รวมถึงพอร์ต RS-232 สำหรับควบคุมเครื่องจักรในอุตสาหกรรม และเครื่องมือเฉพาะด้าน ที่สำคัญที่สุดตัวเครื่องนี้กินไฟเพียง 19 โวลต์ 65 วัตต์ เท่านั้น

 

ออกแบบเพื่อการทำงานในอุตสาหกรรม

GIGAIPC QBiX-GLKA4125-A1 อินดัสเทรียลซิสเต็มที่ออกแบบเพื่อการใช้งานในอุตสาหกรรมโดยเฉพาะ ด้วยการใช้ชิ้นส่วนที่มีคุณภาพ ทนทานต่อการใช้งานในแบบ 24/7 โดยไม่ต้องหยุดพัก การดีไซน์ตัวเครื่องออกแบบเป็นอลูมิเนีบมทั้งตัว พร้อมครีบระบายความร้อน ซึ่งช่วยให้สามารถทำงานได้ในทุกสภาพอากาศ ตั้งแต่  -40°C ไปจนถึง 85°C โดยไม่เกิดปัญหา รองรับเทคโนโลยี Intel® Virtualization Technology (VT-x) และ Intel® Virtualization Technology for Directed I/O (VT-d) เพื่อการจำลองการทำงานของระบบปฏิบัติการต่างๆ ได้อย่างสมบูรณ์แบบถึงในระดับฮาร์ดแวร์ และ I/O

ความสำเร็จของอินดัสเทรียลซิสเต็ม

ด้วยขนาดของ GIGAIPC QBiX-GLKA4125-A1 ที่เล็กเพียงฝ่ามือช่วยให้สามารถประยุกต์การใช้งานได้อย่างหลากหลาย ตั้งแต่ระบบควบคุมเครื่องจักรในโรงงานอัตโนมัติ ตรวจจับการทำงานของเซ็นเซอร์ต่างๆ ในโรงงานเพื่อประมวลผลและแจ้งเตือนข้อผิดพลาดในแบบเรียลทาม ลดภาระและค่าใช้จ่ายในการจ้างวิศวกรเข้ามาดูแลระบบ ด้วยการทำงานของเครื่องที่เปิดใช้งานติดต่อกันได้แบบ 24/7 ไปจนถึงเครื่องมือสำหรับควบคุมป้ายระบบดิจิทัลจากระยะไกล ทั้งในร้านอาหาร หรือในพื้นที่ ที่มีสภาพอากาศโหดร้ายอย่างเช่น ป้ายโฆษณาดิจิทัลบนทางด่วนซึ่งตัวเครื่องรอรับการทำงานในอุณภูมิต่ำสุดถึง -40°C และสูงสุดถึง 85°C และยังสามารถแสดงผลภาพกราฟิกขนาดใหญ่ ด้วยความละเอียดระดับ 4K ไม่ว่าป้ายจะใหญ่ขนาดไหน หรือต้องการความละเอียดของภาพที่ชัดเจนอย่างไร ก็ไม่ใช่ปัญหา นี่คือเหตุผลที่ทำไมธุรกิจถึงมีความจำเป็นต้องใช้อินดัสเทรียลซิสเต็ม GIGAIPC QBiX-GLKA4125-A1 ในธุรกิจ

บริษัท คอมพิวเตอร์ยูเนี่ยน จำกัด พร้อมให้บริการ

จากประสบการณ์ยาวนานกว่า 35 ปี ทำให้เรามั่นใจว่า เรามีความพร้อมในทุกๆ ด้าน ทั้งสินค้าที่ครบถ้วนหลากหลาย มีคุณภาพสูง พร้อมทีมงานคุณภาพ ที่พร้อมจะให้บริการท่านอย่างครบวงจร โดยท่านจะได้รับการบริการที่รวดเร็ว และทั่วถึงในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ จากศูนย์บริการ 34 แห่งทั่วประเทศของเราเพื่อให้ท่านเกิดความพอใจสูงสุดบนพื้นฐานของจริยธรรม ของกลุ่มสหยูเนี่ยน คือ คุณธรรม คุณภาพ คุณประโยชน์

นอกจากนั้น บริษัทฯ ยังได้พัฒนาและฝึกอบรมพนักงานกว่า 400 คน เพื่อให้ทันต่อนวัตกรรม และเทคโนโลยี่ใหม่ๆ พร้อมทั้งรักษาคุณภาพ และประสิทธิภาพในการบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้าสอดรับกับคำขวัญของบริษัทที่ว่า “ ทางเลือกอันดับหนึ่งในใจคุณ”

ติดต่อ โทร:(+662) 311-6881
เว็บไซต์: http://www.cu.co.th

from:https://www.enterpriseitpro.net/gigaipc-qbix-glka4125-a1/

ฟอร์ติเน็ตยืนอันดับเป็นผู้ขายโซลูชั่น SD-WAN ที่เติบโตเร็วที่สุด

ฟอร์ติเน็ตผู้นำระดับโลกด้านโซลูชั่นการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ครบวงแบบอัตโนมัติและครบวงจรประกาศในวันนี้ ถึงตัวเลขส่วนแบ่งการตลาดใหม่ พร้อมส่งไฟร์วอลล์ FortiGate 80F ใหม่ล่าสุดเพื่อเร่งสร้างนวัตกรรมของเอสดีแวนที่ปลอดภัยอย่างแท้จริงให้ต่อเนื่อง

ในรายงาน “Omdia Market Share: Data Center Network Equipment Q1 2020” ล่าสุดของ Omdia ระบุว่ารายได้จากอุปกรณ์เอสดีแวนของฟอร์ติเน็ตเติบโตขึ้น 247% เมื่อเทียบเป็นปีต่อปี (Year-over-year growth) ส่งให้ฟอร์ติเน็ตเป็นผู้จัดหาโซลูชั่นเอสดีแวนที่มีอัตราการเจริญเติบโตเร็วที่สุดอีกครั้ง

นอกจากนี้ ในรายงานส่วนแบ่งการตลาดจัดทำโดยการ์ทเนอร์พบว่า ระหว่าง 1Q19-1Q20 นั้น ฟอร์ติเน็ตมีอัตราการเติบโตของรายได้เพิ่มขึ้นสูงสุดในส่วนแบ่งการตลาดของอุปกรณ์เอสดีแวนทั่วโลก ทั้งนี้ ในรายงานเดียวกันได้แสดงให้เห็นว่า ในปัจจุบัน ฟอร์ติเน็ตเป็นผู้จำหน่ายอุปกรณ์เอสดีแวนที่มีรายได้สูงสุดเป็นอันดับ 2 ของโลกใน 1Q20 นี้เช่นกัน จึงนับได้ว่าฟอร์ติเน็ตเป็น 1 ใน 3 รายของผู้จำหน่ายอุปกรณ์เอสดีแวนที่มีส่วนแบ่งการตลาดทั่วโลกสูงสุดโดยพิจารณาจากรายได้ใน 1Q20 นี้ ทั้งนี้ เป็นผลมาจากการที่ฟอร์ติเน็ตประสบความสำเร็จในการส่งมอบโซลูชั่นเอสดีแวนได้ในทุกที่ ตั้งแต่ที่บ้านไปยังสาขาตลอดไปจนถึงระบบคลาวด์

ที่มา : ข่าวพีอาร์

from:https://www.enterpriseitpro.net/fortinet-sd-wan/

หัวเว่ยเปิดตัวโครงการประกาศนียบัตรด้านไอซีที ระดับเอเชียแปซิฟิก ประจำปี 2020

หัวเว่ย เทคโนโลยี่ส์ เดินหน้าเปิดตัวโครงการประกาศนียบัตรมาตรฐานวิชาชีพด้านไอซีที ระดับเอเชียแปซิฟิก ประจำปี 2020 (Huawei Asia Pacific ICT Certification Program 2020) เพื่อฝึกอบรมนิสิตนักศึกษาและบุคลากรด้านไอซีทีทั่วทั้งภูมิภาค โครงการฝึกอบรมฟรีนี้เปิดรับนักศึกษาและบุคลากรด้านไอซีทีที่ได้เข้าร่วมหรือวางแผนที่จะเข้าร่วมโครงการหัวเว่ย อะแคเดมี่ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ผู้เข้าร่วมที่ผ่านเกณฑ์จะมีโอกาสคว้ารางวัลใหญ่ ซึ่งรวมถึงสมาร์ทโฟน Huawei P40 และแล็ปท็อป Huawei Matebook Pro

เพื่อให้เป็นไปตามพันธกิจระดับโลกของบริษัทในการสนับสนุนการพัฒนาแรงงานด้านไอซีที หัวเว่ยได้เปิดหลักสูตรประกาศนียบัตรมาตรฐานวิชาชีพชั้นนำของอุตสาหกรรมขึ้นมาในชื่อว่า “Huawei Certification” โดยเป็นประกาศนียบัตรมาตรฐานด้านเทคนิคที่ครอบคลุมการสอบรับรองความรู้ถึง 100 หัวข้อ และสาขาเทคนิค 22 สาขา ซึ่งออกแบบมาเพื่อส่งเสริมเรียนรู้ได้ด้วยตัวเองผ่านคอร์สด้านเทคโนโลยีออนไลน์มาตรฐานมากมาย

คอร์สและประกาศนียบัตรต่าง ๆ ของหัวเว่ยครอบคลุมสาขาเทคนิคสำคัญทั้งหมดของอุตสาหกรรมไอซีที อาทิ บิ๊กดาต้า, คลาวด์คอมพิวติ้ง, LTE, 5G, การเงิน เป็นต้น ผู้เข้าร่วมโครงการจากภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ผ่านการทดสอบในเวลาอันรวดเร็วที่สุดของแต่ละระดับจะมีโอกาสได้รับรางวัลเป็นผลิตภัณฑ์สุดพรีเมียมจากหัวเว่ย

โครงการปีนี้เปิดให้ลงทะเบียนได้ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2563 ซึ่งขณะนี้มีผู้สมัครเข้าร่วมแล้วถึง 1,885 คนจากทั่วทั้งภูมิภาค และคาดว่าในราวปี 2566 หัวเว่ยจะสามารถป้อนแรงงานที่ผ่านการฝึกอบรมเข้าสู่อุตสาหกรรมไอซีทีได้กว่า 700,000 คนทั่วโลก

ภายใต้ยุทธศาสตร์ระยะยาวในการสร้างระบบนิเวศด้านบุคลากรไอซีทีอันยั่งยืน หัวเว่ยมุ่งมั่นพัฒนาโปรแกรมการเรียนการสอนด้านไอซีทีนี้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งรวมถึงการจัดการแข่งขัน Huawei ICT Competition, หัวเว่ย อะเคเดมี่ และโครงการ Learn ON ของหัวเว่ย ท่ามกลางวิกฤตการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรน่า 2019 การแข่งขัน Huawei ICT Competition ประจำปี 2020 มีนักศึกษากว่า 150,000 คน จากสถาบันระดับอุดมศึกษากว่า 2,000 แห่งใน 70 ประเทศทั่วโลกเข้าร่วมโครงการ โดยการแข่งขันระดับภูมิภาคและรอบชิงชนะเลิศระดับโลกปีนี้จะมีขึ้นในวันที่ 18 ตุลาคม และ 30 ตุลาคม นี้ ตามลำดับ

สำหรับวิธีการเข้าร่วมโครงการประกาศนียบัตรมาตรฐานวิชาชีพด้านไอซีทีของหัวเว่ย ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ประจำปี 2020 สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://e.huawei.com/en/talent/#/news/details?consultationId=717

ที่มา : ข่าวพีอาร์

from:https://www.enterpriseitpro.net/huawei-asia-pacific-ict-certification-program-2020/

สาวก Apple ระวัง ! พบบั๊กร้ายแรง สามารถรันโค้ดอันตรายบน iPhone, iPad ได้

แอปเปิ้ลได้ปล่อยตัวอัปเดตของระบบปฏิบัติการ iOS และ iPadOS ที่แก้ไขปัญหาด้านความปลอดภัยหลายรายการบนอุปกรณ์อย่าง iPhone, iPad, และ iPod โดยบั๊กทั้งหมดมี 11 รายการที่อยู่บนผลิตภัณฑ์และองค์ประกอบหลากหลาย

ไม่ว่าจะเป็น AppleAVD, Apple Keyboard, WebKit, และ Siri ในบรรดาช่องโหว่ที่มีการแพ็ตช์เหล่านี้ก็มีรายการหนึ่งที่มีความร้ายแรงสูงมาก รหัส CVE-2020-9992 ที่เปิดให้ผู้โจมตีรันโค้ดอันตรายบนระบบเป้าหมายได้

โดยนักวิจัยด้านความปลอดภัยจากทีม X-Force ของ IBM ค้นพบหนึ่งในบั๊กสำคัญที่อนุญาตให้ผู้โจมตียกระดับสิทธิ์การใช้งานได้ กระทบกับทั้ง iOS และ iPadOS ของแอปเปิ้ล เป็นช่องโหว่ที่เกิดจากความผิดพลาดของส่วน IDE Device Support

แต่การจะรันโค้ดได้นั้นต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้ใช้ด้วย เช่น การจูงใจให้เหยื่อเปิดไฟล์ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ เพื่ออาศัยช่องโหว่นี้รันโค้ดอันตรายบนอุปกรณ์ที่แพร์อยู่ด้วยระหว่างเซสชั่นการดีบั๊กผ่านเครือข่าย

ที่มา : GBHacker

from:https://www.enterpriseitpro.net/apple-high-severity-bug-allows-attackers/

เตรียมโหลดได้ ! วินโดวส์ 10 รุ่น 20H2 ใหม่กำลังจะมาในเดือนหน้า ฟีเจอร์เพียบ!!

ไมโครซอฟท์ได้ประกาศเป็นทางการแล้วว่า ตัวอัปเดตวินโดวส์ 10 ประจำเดือนตุลาคม 2020 ที่จะเริ่มทยอยอัปเดตในเดือนหน้านี้จะมีฟีเจอร์ใหม่มากมายไม่ว่าจะเป็นสตาร์ทเมนูที่ใส่ธีมได้ ฟีเจอร์สลับหน้าต่างผ่าน Alt-Tab ที่พัฒนาขึ้น

ไปจนถึงการติดตั้ง Chromium Edge ให้แกมบังคับ และแก้ไขบั๊กหลายรายการ แต่ถ้าคุณอดใจรอไม่ไหวแล้ว ไมโครซอฟท์ก็เปิดทางให้สามารถดาวน์โหลดและติดตั้งฟีเจอร์อัปเดตพวกนี้ได้ด้วยการเข้าร่วมโครงการ Windows Insider

ซึ่งเป็นโครงการที่เปิดให้ทดลองใช้รุ่นที่ออกมาพรีวิวก่อนล่วงหน้าได้ ทั้งนี้ ไมโครซอฟท์ระบุว่ารุ่น Build 19042.508 จะเป็นรุ่นสุดท้าย พร้อมทั้งปล่อยออกมาในกลุ่ม Release Preview เรียบร้อยสำหรับชาวนักทดสอบทั้งหลายก่อนปล่อยตัวจริงเดือนตุลา

นอกจากนี้ ไมโครซอฟท์ยังเริ่มปล่อยตัวอัปเดตประจำเดือนตุลาคม 2020 ให้กับชาว Insider ที่อยู่ในกลุ่ม Beta Channel แบบอัตโนมัติด้วย สำหรับผู้ที่สนใจเป็นชาว Insider นั้น สามารถสมัครเข้าร่วม Windows Insider Program ได้ทาง https://insider.windows.com/en-us/

ที่มา : Bleepingcomputer

from:https://www.enterpriseitpro.net/windows-10-20h2-coming-in-october/

พบบั๊กใหม่ ที่เปิดให้ผู้โจมตีแฮ็ก Firefox บนแอนดรอยด์ผ่านเครือข่าย Wi-Fi

แจ้งเตือนผู้ใช้แอนดรอยด์ที่ใช้ไฟร์ฟอกซ์เป็นเว็บบราวเซอร์บนสมาร์ทโฟน ให้ตรวจสอบว่าได้อัปเดตเป็นเวอร์ชั่น 80 หรือเวอร์ชั่นล่าสุดบน Google Play Store แล้วหรือยัง

หลังจากทางนักวิจัยด้านความปลอดภัยจาก ESET ชื่อ Lukas Stefanko ได้ออกมาทวีตเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยออกมาเตือนพร้อมสาธิตให้เห็นถึงการใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ความเสี่ยงสูงที่เปิดให้รันคำสั่งได้จากระยะไกลที่มีอยู่บนแอพไฟร์ฟอกซ์บนแอนดรอยด์

ซึ่งช่องโหว่นี้จริงๆ ถูกค้นพบก่อนหน้าโดยนักวิจัยด้านความปลอดภัยชาวออสเตรเลีย Chris Moberly โดยพบอยู่ในเอนจิ้น SSDP ของบราวเซอร์ที่ผู้โจมตีสามารถใช้ในการโจมตีสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ที่เชื่อมต่อบนเครือข่ายไวไฟเดียวกันกับผู้โจมตีได้

ขอเพียงแค่โทรศัพท์เครื่องดังกล่าวมีแอพไฟร์ฟอกซ์ที่มีปัญหาติดตั้งอยู่เท่านั้น สำหรับ SSDP นี้ย่อมาจาก Simple Service Discovery Protocol เป็นโปรโตคอลที่ทำงานบน UDP ถือเป็นส่วนหนึ่งของ UPnP ในการค้นหาอุปกรณ์อื่นบนเครือข่าย

ที่มา : THN

from:https://www.enterpriseitpro.net/firefox-android-wifi-hacking/

Wireshark รุ่นใหม่ 3.3.0 มาพร้อมฟีเจอร์ใหม่ รองรับโปรโตคอลและไฟล์ที่ตรวจจับได้มากขึ้น

Wireshark 3.3.0 ถูกปล่อยออกมาแล้วพร้อมกับการแก้ไขช่องโหว่หลายรายการที่ทำให้ตัว BACapp ค้าง รวมทั้งแก้ไขปัญหาอื่นด้วยพร้อมกัน

สำหรับ Wireshark นี้เป็นที่รู้จักในฐานะโปรแกรมวิเคราะห์โปรโตคอลบนเครือข่ายที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลกนิยมใช้ในการแก้ปัญหา วิเคราะห์ พัฒนา และใช้ในด้านการศึกษา แต่หลักๆ มักถูกใช้โดยแอดมินเครือข่ายสำหรับแก้ปัญหาบนเครือข่าย และใช้งานด้านความปลอดภัยในการวิเคราะห์ ตรวจสอบแพ็กเก็ตข้อมูลที่วิ่งอยู่บนเครือข่าย ถือเป็นทูลที่ใช้งานอย่างแพร่หลายตามองค์กรต่างๆ

เวอร์ชั่น 3.3.0 นี้มาพร้อมฟีเจอร์ใหม่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเข้ารหัสแบบ SHA-2 อย่างเดียวสำหรับตัวติดตั้งและ Executable บนวินโดวส์ รองรับการบันทึกสตรีม RTP ในรูป .au

ซึ่งรองรับ Codec ต่างๆ ที่ใช้ความถี่ 8000 เฮิร์ตซ์ของ Wireshark (แสดงในตัวเล่น RTP) โดยถ้าไม่สามารถบันทึกข้อมูลเสียงได้ (เช่นเป็น Codec หรือความถี่ที่ไม่สนับสนุน) ก็จะบันทึกเป็นไฟล์เงียบในความยาวเดียวกันพร้อมแจ้งเตือนให้ เป็นต้น

ที่มา : GBHackers

from:https://www.enterpriseitpro.net/wireshark-3-3-0-released/

หัวเว่ย จับมือ Intel เปิดตัวเซิร์ฟเวอร์อัจฉริยะรุ่นใหม่ FusionServer Pro V6

ที่งาน Working Together to Drive New Value — FusionServer Pro V6 Launch ซึ่งจัดโดยหัวเว่ยและถ่ายทอดสดออกไปทั่วโลก ได้มีการเปิดตัว Huawei FusionServer Pro 2488H V6 ผลิตภัณฑ์รุ่นล่าสุดในตระกูล FusionServer Pro อย่างเป็นทางการ ซึ่งโดดเด่นด้วยการผสมผสานที่สมบูรณ์แบบของนวัตกรรมและประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยม ผลิตภัณฑ์นี้สร้างขึ้นจากความมุ่งมั่นที่หัวเว่ยมีต่อพันธมิตรในอุตสาหกรรมประมวลผลที่ประสบความสำเร็จมาอย่างต่อเนื่อง และถือเป็นก้าวสำคัญของการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมสู่ความเป็นดิจิทัลอย่างรวดเร็ว

Kenneth Zhang ประธาน FusionServer Business ของหัวเว่ยกล่าวถึงความจำเป็นที่อุตสาหกรรมประมวลผลต้องรวมพลังและความหนาแน่นในการคำนวณโหนดเดี่ยวที่สูงกว่าเดิมเข้ากับ O&M อัจฉริยะเพื่อรับมือความท้าทายในปัจจุบัน “การยกระดับประสิทธิภาพของเซิร์ฟเวอร์ในระดับระบบ ควบคู่ไปกับการติดตั้งศูนย์ข้อมูลที่มีความหนาแน่นสูงและ O&M อัจฉริยะ เป็นเรื่องสำคัญสำหรับการพัฒนาอุตสาหกรรมประมวลผล”

เซิร์ฟเวอร์อัจฉริยะ Huawei FusionServer Pro ทำงานบนสถาปัตยกรรม x86 เพื่อปลดล็อกการคำนวณทั้งแบบทั่วไปและการคำนวณที่ต่างกันอย่างทรงพลัง FusionServer Pro 2488H V6 รุ่นใหม่นี้มาพร้อมกับหน่วยประมวลผล 3rd Gen Intel® Xeon® Scalable 4 ที่อยู่ในแร็คเก็บข้อมูลแบบ 2U และหน่วยความจำ 48 DDR4 DIMMs และ PCIe 11 ช่องสำหรับที่จัดเก็บในตัวเครื่อง เสริมด้วยโมดูลการฝึกอบรมและสรุป AI ล่าสุด เพื่อปลดปล่อยพลังการประมวลผลมากถึง 560 TFLOPS ในโหนดเดียว

from:https://www.enterpriseitpro.net/huawei-fusionserver-pro-v6/

ตารางเปรียบเทียบแพ็กเกจผู้ใช้ใหม่ จากผู้ให้บริการระบบคลาวด์

ปัจจุบันนี้ ระบบคลาวด์ได้กลายเป็นอีกหนึ่งนิวนอร์มอลไปแล้ว เนื่องด้วยธุรกิจและองค์กรต่าง ๆ ทุกขนาดจากทุกภาคส่วนพยายามเข้าใจการใช้ระบบคลาวด์ เช่น การใช้ระบบคลาวด์เพื่อผลักดันให้เกิดการปฏิรูปเป็นระบบดิจิทัล อย่างไรก็ตาม ยังคงมีเพียงองค์กรขนาดใหญ่หรือขนาดกลางเท่านั้นที่ปรับใช้ระบบคลาวด์ตามขนาดที่ต้องการเพื่อแก้ปัญหา บริษัทที่มีพนักงานน้อยกว่า 100 คนจากอุตสาหกรรมลักษณะเดิมต่าง ๆ อย่างบริษัทที่ผู้เขียนทำงานอยู่ อาจสนใจที่จะย้ายไปใช้ระบบคลาวด์ แต่ไม่ทราบว่าจะเริ่มต้นจากตรงไหนและทำอย่างไรดี

บริษัทที่เริ่มเข้าสู่เส้นทางการใช้ระบบคลาวด์อาจพบอุปสรรคและความท้าทายต่าง ๆ มากมายตั้งแต่ระยะแรก ๆ ทั้งจากภายในและภายนอก ตัวอย่างเช่น บริษัทอาจไม่ทราบวิธีที่ถูกต้องและปลอดภัยในการย้ายปริมาณงานไปยังระบบคลาวด์ หรืออาจไม่มีความรู้หรือทักษะที่จำเป็นเพื่อทำงานกับทรัพยากรระบบคลาวด์ ทั้งนี้ เพื่อทำให้เส้นทางการใช้ระบบคลาวด์ง่ายขึ้นสำหรับผู้เริ่มต้น ผู้ให้บริการระบบคลาวด์หลายรายจึงเสนอแพ็คเกจผู้ใช้ใหม่ซึ่งส่วนใหญ่จะประกอบด้วยทรัพยากรระบบคลาวด์ต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อการใช้กับปริมาณงานง่าย ๆ หรือสำหรับผู้เริ่มต้นทั้งหลายให้สามารถทดลองใช้บริการระบบคลาวด์ก่อนการปรับใช้ตามขนาด ทรัพยากรระบบคลาวด์ดังกล่าวมักจะมาพร้อมกับการให้ส่วนลดมากมาย ในบทความนี้ ผู้เขียนอยากแบ่งปันข้อมูลเล็กน้อยให้มือใหม่หัดใช้ระบบคลาวด์ได้ทราบเกี่ยวกับแพ็คเกจผู้ใช้ใหม่ (หรือที่คล้าย ๆ กัน) ที่เสนอโดยผู้ให้บริการระบบคลาวด์รายใหญ่สามราย

มารู้จักแพ็คเกจผู้ใช้ใหม่ว่ามีอะไรที่น่าสนใจบ้าง

แพ็กเกจผู้ใช้ใหม่เป็นข้อเสนอพิเศษที่ผู้ให้บริการระบบคลาวด์มอบให้ผู้ใช้ใหม่ โดยจะช่วยให้ผู้ใช้ใหม่สามารถทดลองใช้ผลิตภัณฑ์และบริการต่าง ๆ ของระบบคลาวด์ในราคาที่ต่ำมาก ทำให้เป็นวิธีที่คุ้มค่าสำหรับผู้เริ่มต้นเรียนรู้วิธีการทำงานกับระบบคลาวด์ ผู้ใช้ใหม่สามารถใช้บริการและทรัพยากรต่าง ๆ ที่มีให้ในแพ็กเกจผู้ใช้ใหม่เพื่อสร้างเซิร์ฟเวอร์ระบบคลาวด์ของตนเอง อีกทั้ง ผู้ใช้ที่มีประสบการณ์ขั้นสูงกว่ายังสามารถใช้แพ็กเกจเพื่อสร้างเว็บไซต์ต่าง ๆ ได้อีกด้วย

เปรียบเทียบแพ็คเกจผู้ใช้ใหม่ของผู้ให้บริการระบบคลาวด์รายต่าง ๆ

ขณะนี้ ผู้ให้บริการระบบคลาวด์รายใหญ่หลายราย เช่น HUAWEI CLOUD และ Alibaba Cloud ได้เปิดตัวแพ็คเกจผู้ใช้ใหม่สำหรับผู้เริ่มต้น โดยทั่วไปแล้ว แพคเกจดังกล่าวจะประกอบด้วยเซิร์ฟเวอร์ระบบคลาวด์ เครือข่ายและทรัพยากรจัดเก็บข้อมูล รูปภาพและอื่น ๆ ส่วน AWS นั้น ไม่มีแพ็คเกจผู้ใช้ใหม่ แต่ยื่นข้อเสนอให้ผู้ใช้ใหม่ทดลองใช้บริการระบบคลาวด์ในระดับที่ให้ฟรี

HUAWEI CLOUD เสนอแพ็คเกจผู้ใช้ใหม่ที่มีค่าใช้จ่ายเพียง $1 USD ต่อเดือน แพคเกจนี้เหมาะสมเป็นพิเศษสำหรับผู้ใช้แต่ละรายหรือสำหรับการใช้กับปริมาณงานที่ไม่มาก นอกจากนี้ ยังมีบริการแพ็คเกจผู้ใช้ใหม่อีกสามแบบ (ระดับเริ่มต้น ระดับอัพเกรดและระดับขั้นสูง) ด้วยอัตราค่าใช้จ่ายต่อเดือนที่ $6, $16 และ $68 ตามลำดับ แพ็คเกจทั้งสี่แบบนี้ประกอบด้วยเซิร์ฟเวอร์ระบบคลาวด์ ดิสก์เสมือนแบบยืดหยุ่น (elastic virtual disks) และแบนด์วิดท์ ซึ่งเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับผู้เริ่มต้นที่พยายามทำความคุ้นเคยกับแพลตฟอร์มระบบคลาวด์รวมถึงผลิตภัณฑ์และบริการต่าง ๆ ของระบบคลาวด์

ส่วน Alibaba Cloud นั้น ได้นำเสนอแพ็คเกจผู้ใช้ใหม่ 7 แบบโดยมีสเปกและราคาของทรัพยากรที่หลากหลาย แพ็คเกจเหล่านี้ยังประกอบด้วยเซิร์ฟเวอร์ระบบคลาวด์ ดิสก์เสมือน (virtual disks) และแบนด์วิดท์ แพ็กเกจที่มีผู้สมัครใช้งานมากที่สุด คือ แพ็กเกจที่มีเซิร์ฟเวอร์ระบบคลาวด์ขนาด 1 core/1 GB หรือ 1 core/2 GB และหากผู้สมัครมีคูปอง ก็จะได้รับส่วนลด 1 เหรียญดอลลาร์สหรัฐในเดือนแรกสำหรับเซิร์ฟเวอร์ระบบคลาวด์แต่ละเซิร์ฟเวอร์

AWS เสนอการทดลองใช้ผลิตภัณฑ์และบริการฟรี แต่ไม่มีแพ็คเกจผู้ใช้ใหม่ ผู้ใช้ใหม่สามารถได้รับประสบการณ์การใช้งานจริงกับผลิตภัณฑ์บางรายการได้ฟรีเป็นเวลานานถึง 12 เดือน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ผู้ใช้อาจไม่ได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับผู้ใช้ที่ไม่มีพื้นฐานทางเทคนิคมากนัก นอกจากนี้ ผู้ใช้ต้องทดลองใช้ผลิตภัณฑ์หรือบริการแบบแยกกัน โดยไม่สามารถใช้ร่วมกันได้ ซึ่งจะทำให้กระบวนการเรียนรู้มีราคาแพงมากกว่า

ดังนั้น ผู้เขียนขอเสนอแนะผู้เริ่มต้นด้วยความคิดเห็นส่วนตัวว่าการใช้แพ็คเกจผู้ใช้ใหม่ราคา $1 ดอลลาร์ของ HUAWEI CLOUD จะเหมาะสมกว่า เซิร์ฟเวอร์ระบบคลาวด์ในแพ็คเกจนี้มี CPU core ให้หนึ่งตัวและหน่วยความจำ 1 GB พร้อมดิสก์ระบบขนาด 40 GB ไม่มีข้อตกลงใดที่ดีไปกว่านี้แล้วสำหรับผู้เริ่มต้น โดยส่วนตัวแล้ว ผู้เขียนคิดว่าเซิร์ฟเวอร์ที่มีคุณสมบัติการใช้งานไม่เยอะในแพ็คเกจผู้ใช้ใหม่ของ Alibaba Cloud จะมีสมรรถนะการประมวลผลที่แย่กว่าเซิร์ฟเวอร์ระบบคลาวด์ที่มีสเปกเดียวกันในแพ็คเกจของ HUAWEI CLOUD เนื่องจากการใช้กำลังไฟในการประมวลผลต่ำกว่า

โปรแกรมการสอนและคู่มือ

แพ็คเกจผู้ใช้ใหม่ของ HUAWEI CLOUD จะมีโปรแกรมการสอนและวิธีปฏิบัติให้ฟรีด้วย โปรแกรมการสอนจะให้คำแนะนำทีละขั้นตอนเกี่ยวกับวิธีที่ผู้ใช้ใหม่สามารถเริ่มต้นใช้งานแพ็คเกจผู้ใช้ใหม่ วิธีปฏิบัติจะเน้นที่แอปพลิเคชันทั่วไปที่คุณสามารถสร้างได้โดยใช้แพ็คเกจเหล่านี้ เช่น เว็บไซต์ เวิร์ดเพรสส์ และ Ghost blogs ผู้ใช้ใหม่สามารถเริ่มสร้างแอปพลิเคชันเหล่านี้ด้วยตัวเองได้ทันทีหลังจากสมัครใช้แพ็กเกจผู้ใช้ใหม่

Alibaba Cloud มีประกาศนียบัตรวิชาชีพให้พร้อมกับแพ็คเกจผู้ใช้ใหม่ เช่น ประกาศนียบัตรวิชาชีพสำหรับวิศวกรคอมพิวเตอร์ระบบคลาวด์ วิศวกรความมั่นคงปลอดภัย และวิศวกรบิ๊กดาต้า สำหรับผู้เริ่มต้น น่าจะยากที่จะเลือกใช้แพ็คเกจเหล่านี้ แต่ก็สามารถพูดได้ว่าแพ็คเกจผู้ใช้ใหม่ของ Alibaba Cloud เป็นตัวเลือกที่ดีกว่าสำหรับผู้ที่กำลังอยากทำอาชีพในระบบคลาวด์ อีกทั้ง หลักสูตรการรับรองแต่ละหลักสูตรมีค่าใช้จ่ายเพียง $0.99 เท่านั้น

แพ็กเกจผู้ใช้ใหม่สำหรับการให้บริการระบบคลาวด์เป็นโอกาสที่ดีสำหรับบริษัทและบุคคลทั่วไปที่จะเรียนรู้วิธีเริ่มต้นใช้งานระบบคลาวด์และเสียค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด จากการเปรียบเทียบแพ็กเกจผู้ใช้ใหม่กับข้อเสนออื่น ๆ ที่คล้ายคลึงกันจากผู้ให้บริการคลาวด์รายต่าง ๆ ผู้เขียนเชื่อว่าแพ็กเกจผู้ใช้ใหม่ของ HUAWEI CLOUD เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับผู้ใช้ใหม่ที่พยายามค้นหาเส้นทางเข้าสู่โลกแห่งระบบคลาวด์ภายในระยะเวลาที่ค่อนข้างสั้น

สามารถเรียนรู้เพิ่มเติมได้โดยคลิก URL ด้านล่าง:
https://activity.huaweicloud.com/intl/en-us/828_promotion/index.html?utm_source=EnterpriseITPro_intl&utm_medium=pr&utm_campaign=APAC_SMEGoCloud_828&utm_content=921

from:https://www.enterpriseitpro.net/%e0%b9%89%e0%b8%b5huawei-cloud-package/

ตารางเปรียบเทียบแพ็กเกจผู้ใช้ใหม่ จากผู้ให้บริการระบบคลาวด์

ปัจจุบันนี้ ระบบคลาวด์ได้กลายเป็นอีกหนึ่งนิวนอร์มอลไปแล้ว เนื่องด้วยธุรกิจและองค์กรต่าง ๆ ทุกขนาดจากทุกภาคส่วนพยายามเข้าใจการใช้ระบบคลาวด์ เช่น การใช้ระบบคลาวด์เพื่อผลักดันให้เกิดการปฏิรูปเป็นระบบดิจิทัล อย่างไรก็ตาม ยังคงมีเพียงองค์กรขนาดใหญ่หรือขนาดกลางเท่านั้นที่ปรับใช้ระบบคลาวด์ตามขนาดที่ต้องการเพื่อแก้ปัญหา บริษัทที่มีพนักงานน้อยกว่า 100 คนจากอุตสาหกรรมลักษณะเดิมต่าง ๆ อย่างบริษัทที่ผู้เขียนทำงานอยู่ อาจสนใจที่จะย้ายไปใช้ระบบคลาวด์ แต่ไม่ทราบว่าจะเริ่มต้นจากตรงไหนและทำอย่างไรดี

บริษัทที่เริ่มเข้าสู่เส้นทางการใช้ระบบคลาวด์อาจพบอุปสรรคและความท้าทายต่าง ๆ มากมายตั้งแต่ระยะแรก ๆ ทั้งจากภายในและภายนอก ตัวอย่างเช่น บริษัทอาจไม่ทราบวิธีที่ถูกต้องและปลอดภัยในการย้ายปริมาณงานไปยังระบบคลาวด์ หรืออาจไม่มีความรู้หรือทักษะที่จำเป็นเพื่อทำงานกับทรัพยากรระบบคลาวด์ ทั้งนี้ เพื่อทำให้เส้นทางการใช้ระบบคลาวด์ง่ายขึ้นสำหรับผู้เริ่มต้น ผู้ให้บริการระบบคลาวด์หลายรายจึงเสนอแพ็คเกจผู้ใช้ใหม่ซึ่งส่วนใหญ่จะประกอบด้วยทรัพยากรระบบคลาวด์ต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อการใช้กับปริมาณงานง่าย ๆ หรือสำหรับผู้เริ่มต้นทั้งหลายให้สามารถทดลองใช้บริการระบบคลาวด์ก่อนการปรับใช้ตามขนาด ทรัพยากรระบบคลาวด์ดังกล่าวมักจะมาพร้อมกับการให้ส่วนลดมากมาย ในบทความนี้ ผู้เขียนอยากแบ่งปันข้อมูลเล็กน้อยให้มือใหม่หัดใช้ระบบคลาวด์ได้ทราบเกี่ยวกับแพ็คเกจผู้ใช้ใหม่ (หรือที่คล้าย ๆ กัน) ที่เสนอโดยผู้ให้บริการระบบคลาวด์รายใหญ่สามราย

มารู้จักแพ็คเกจผู้ใช้ใหม่ว่ามีอะไรที่น่าสนใจบ้าง

แพ็กเกจผู้ใช้ใหม่เป็นข้อเสนอพิเศษที่ผู้ให้บริการระบบคลาวด์มอบให้ผู้ใช้ใหม่ โดยจะช่วยให้ผู้ใช้ใหม่สามารถทดลองใช้ผลิตภัณฑ์และบริการต่าง ๆ ของระบบคลาวด์ในราคาที่ต่ำมาก ทำให้เป็นวิธีที่คุ้มค่าสำหรับผู้เริ่มต้นเรียนรู้วิธีการทำงานกับระบบคลาวด์ ผู้ใช้ใหม่สามารถใช้บริการและทรัพยากรต่าง ๆ ที่มีให้ในแพ็กเกจผู้ใช้ใหม่เพื่อสร้างเซิร์ฟเวอร์ระบบคลาวด์ของตนเอง อีกทั้ง ผู้ใช้ที่มีประสบการณ์ขั้นสูงกว่ายังสามารถใช้แพ็กเกจเพื่อสร้างเว็บไซต์ต่าง ๆ ได้อีกด้วย

เปรียบเทียบแพ็คเกจผู้ใช้ใหม่ของผู้ให้บริการระบบคลาวด์รายต่าง ๆ

ขณะนี้ ผู้ให้บริการระบบคลาวด์รายใหญ่หลายราย เช่น HUAWEI CLOUD และ Alibaba Cloud ได้เปิดตัวแพ็คเกจผู้ใช้ใหม่สำหรับผู้เริ่มต้น โดยทั่วไปแล้ว แพคเกจดังกล่าวจะประกอบด้วยเซิร์ฟเวอร์ระบบคลาวด์ เครือข่ายและทรัพยากรจัดเก็บข้อมูล รูปภาพและอื่น ๆ ส่วน AWS นั้น ไม่มีแพ็คเกจผู้ใช้ใหม่ แต่ยื่นข้อเสนอให้ผู้ใช้ใหม่ทดลองใช้บริการระบบคลาวด์ในระดับที่ให้ฟรี

HUAWEI CLOUD เสนอแพ็คเกจผู้ใช้ใหม่ที่มีค่าใช้จ่ายเพียง $1 USD ต่อเดือน แพคเกจนี้เหมาะสมเป็นพิเศษสำหรับผู้ใช้แต่ละรายหรือสำหรับการใช้กับปริมาณงานที่ไม่มาก นอกจากนี้ ยังมีบริการแพ็คเกจผู้ใช้ใหม่อีกสามแบบ (ระดับเริ่มต้น ระดับอัพเกรดและระดับขั้นสูง) ด้วยอัตราค่าใช้จ่ายต่อเดือนที่ $6, $16 และ $68 ตามลำดับ แพ็คเกจทั้งสี่แบบนี้ประกอบด้วยเซิร์ฟเวอร์ระบบคลาวด์ ดิสก์เสมือนแบบยืดหยุ่น (elastic virtual disks) และแบนด์วิดท์ ซึ่งเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับผู้เริ่มต้นที่พยายามทำความคุ้นเคยกับแพลตฟอร์มระบบคลาวด์รวมถึงผลิตภัณฑ์และบริการต่าง ๆ ของระบบคลาวด์

ส่วน Alibaba Cloud นั้น ได้นำเสนอแพ็คเกจผู้ใช้ใหม่ 7 แบบโดยมีสเปกและราคาของทรัพยากรที่หลากหลาย แพ็คเกจเหล่านี้ยังประกอบด้วยเซิร์ฟเวอร์ระบบคลาวด์ ดิสก์เสมือน (virtual disks) และแบนด์วิดท์ แพ็กเกจที่มีผู้สมัครใช้งานมากที่สุด คือ แพ็กเกจที่มีเซิร์ฟเวอร์ระบบคลาวด์ขนาด 1 core/1 GB หรือ 1 core/2 GB และหากผู้สมัครมีคูปอง ก็จะได้รับส่วนลด 1 เหรียญดอลลาร์สหรัฐในเดือนแรกสำหรับเซิร์ฟเวอร์ระบบคลาวด์แต่ละเซิร์ฟเวอร์

AWS เสนอการทดลองใช้ผลิตภัณฑ์และบริการฟรี แต่ไม่มีแพ็คเกจผู้ใช้ใหม่ ผู้ใช้ใหม่สามารถได้รับประสบการณ์การใช้งานจริงกับผลิตภัณฑ์บางรายการได้ฟรีเป็นเวลานานถึง 12 เดือน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ผู้ใช้อาจไม่ได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับผู้ใช้ที่ไม่มีพื้นฐานทางเทคนิคมากนัก นอกจากนี้ ผู้ใช้ต้องทดลองใช้ผลิตภัณฑ์หรือบริการแบบแยกกัน โดยไม่สามารถใช้ร่วมกันได้ ซึ่งจะทำให้กระบวนการเรียนรู้มีราคาแพงมากกว่า

ดังนั้น ผู้เขียนขอเสนอแนะผู้เริ่มต้นด้วยความคิดเห็นส่วนตัวว่าการใช้แพ็คเกจผู้ใช้ใหม่ราคา $1 ดอลลาร์ของ HUAWEI CLOUD จะเหมาะสมกว่า เซิร์ฟเวอร์ระบบคลาวด์ในแพ็คเกจนี้มี CPU core ให้หนึ่งตัวและหน่วยความจำ 1 GB พร้อมดิสก์ระบบขนาด 40 GB ไม่มีข้อตกลงใดที่ดีไปกว่านี้แล้วสำหรับผู้เริ่มต้น โดยส่วนตัวแล้ว ผู้เขียนคิดว่าเซิร์ฟเวอร์ที่มีคุณสมบัติการใช้งานไม่เยอะในแพ็คเกจผู้ใช้ใหม่ของ Alibaba Cloud จะมีสมรรถนะการประมวลผลที่แย่กว่าเซิร์ฟเวอร์ระบบคลาวด์ที่มีสเปกเดียวกันในแพ็คเกจของ HUAWEI CLOUD เนื่องจากการใช้กำลังไฟในการประมวลผลต่ำกว่า

โปรแกรมการสอนและคู่มือ

แพ็คเกจผู้ใช้ใหม่ของ HUAWEI CLOUD จะมีโปรแกรมการสอนและวิธีปฏิบัติให้ฟรีด้วย โปรแกรมการสอนจะให้คำแนะนำทีละขั้นตอนเกี่ยวกับวิธีที่ผู้ใช้ใหม่สามารถเริ่มต้นใช้งานแพ็คเกจผู้ใช้ใหม่ วิธีปฏิบัติจะเน้นที่แอปพลิเคชันทั่วไปที่คุณสามารถสร้างได้โดยใช้แพ็คเกจเหล่านี้ เช่น เว็บไซต์ เวิร์ดเพรสส์ และ Ghost blogs ผู้ใช้ใหม่สามารถเริ่มสร้างแอปพลิเคชันเหล่านี้ด้วยตัวเองได้ทันทีหลังจากสมัครใช้แพ็กเกจผู้ใช้ใหม่

Alibaba Cloud มีประกาศนียบัตรวิชาชีพให้พร้อมกับแพ็คเกจผู้ใช้ใหม่ เช่น ประกาศนียบัตรวิชาชีพสำหรับวิศวกรคอมพิวเตอร์ระบบคลาวด์ วิศวกรความมั่นคงปลอดภัย และวิศวกรบิ๊กดาต้า สำหรับผู้เริ่มต้น น่าจะยากที่จะเลือกใช้แพ็คเกจเหล่านี้ แต่ก็สามารถพูดได้ว่าแพ็คเกจผู้ใช้ใหม่ของ Alibaba Cloud เป็นตัวเลือกที่ดีกว่าสำหรับผู้ที่กำลังอยากทำอาชีพในระบบคลาวด์ อีกทั้ง หลักสูตรการรับรองแต่ละหลักสูตรมีค่าใช้จ่ายเพียง $0.99 เท่านั้น

แพ็กเกจผู้ใช้ใหม่สำหรับการให้บริการระบบคลาวด์เป็นโอกาสที่ดีสำหรับบริษัทและบุคคลทั่วไปที่จะเรียนรู้วิธีเริ่มต้นใช้งานระบบคลาวด์และเสียค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด จากการเปรียบเทียบแพ็กเกจผู้ใช้ใหม่กับข้อเสนออื่น ๆ ที่คล้ายคลึงกันจากผู้ให้บริการคลาวด์รายต่าง ๆ ผู้เขียนเชื่อว่าแพ็กเกจผู้ใช้ใหม่ของ HUAWEI CLOUD เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับผู้ใช้ใหม่ที่พยายามค้นหาเส้นทางเข้าสู่โลกแห่งระบบคลาวด์ภายในระยะเวลาที่ค่อนข้างสั้น

สามารถเรียนรู้เพิ่มเติมได้โดยคลิก URL ด้านล่าง:
https://activity.huaweicloud.com/intl/en-us/828_promotion/index.html?utm_source=EnterpriseITPro_intl&utm_medium=pr&utm_campaign=APAC_SMEGoCloud_828&utm_content=921

from:https://www.enterpriseitpro.net/huawei-cloud-package/