คลังเก็บหมวดหมู่: DROIDSANS

รายละเอียดสิทธิบัตรใหม่ของ Samsung กับว่าที่มือถือจอพับได้ Galaxy X ที่ยังไม่รู้ว่าจะออกมารูปแบบไหนแน่

เป็นมือถือรุ่นที่มีข่าวลือข่าวหลุดออกมามากมายจริงๆ กับ Samsung Galaxy X ว่าที่มือถือเรือธงพับจอได้ ที่ตอนนี้มีทั้งการจดสิทธิบัตรใหม่ๆ และข้อมูลต่างๆ ออกมาจนไม่ค่อยจะแน่ใจแล้วว่ามันจะออกมาเป็นมือถือที่ สามารถพับตรงหน้าจอได้จริงๆ หรือจะเป็น 2 จอพับแล้วกางออกมาต่อกัน เมื่อล่าสุดก็ได้มีภาพของ UI การใช้งานมือถือที่เกี่ยวกับการพับและกางหน้าจอออกมา ซึ่งดูแล้วอาจจะไม่เหมือนกับที่เราคิดไว้

ภาพหลุด UI (User Interface) ของว่าที่ Galaxy X มือถือพับจอได้ที่หลายๆ คนรอคอยในคราวนี้ ดูแล้วจะเหมือนกับมือถือ 2 หน้าจอพับได้ที่พึ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือนที่แล้ว อย่าง Axon M ยังไงยังงั้น เพราะมีการแบ่งหน้าจอออกเป็น 2 ฝั่ง โดยมีเส้นขั้นกลาง (น่าจะเป็นบานพับ) ที่ดูแล้วขวางหูขวางตาแน่นอนถ้าคิดว่าจะกางเป็นจอใหญ่สำหรับดูหนังแบบเต็มตา

โดยในแต่ละหน้าจอนั้น ดูเหมือนจะสามารถทำงานแยกกันได้เพราะจากภาพจะเห็นว่าสามารถกดปุ่ม Recent Apps เพื่อเรียกดูแอปล่าสุดที่เคยเปิดเอาไว้ได้จากทั้ง 2 หน้าจอ และน่าจะเปิดได้ 2 แอปแยกใช้งานได้อิสระ (เหมือนกับ Axon M) นอกจากนี้ยังสามารถใช้งานในแนวนอนได้อีกด้วย

นอกจากนี้ยังมีการจดสิทธิบัตรใหม่ของมือถือพับได้ ที่คราวนี้มีการโชว์ภาพหน้าจอเวลาเล่นเกมให้ดูด้วย ว่ามันสามารถใช้งานได้เหมือนกับเครื่องเกมอย่าง Nintendo 3DS ที่ใช้หน้าจอนึงสำหรับแสดงผลเกม ส่วนอีกหน้าจอนึงเป็นที่ควบคุม (แต่ในปัจจุบันก็ไม่มีเกมไหนที่รองรับการเล่นแบบนี้แน่ๆ)

ส่วนภาพ UI จากในเอกสารสิทธิบัตรอันสุดท้าย ดูจะเป็นมือถือจอพับได้แบบที่เราคาดหวังเอาไว้มากที่สุดแล้ว เพราะจากภาพที่เห็นหน้าจอทั้ง 2 ฝั่งไม่มีเส้นแบ่งที่เป็นบานพับคั่นกลางเลย

 

สุดท้ายเราก็ได้แต่รอดูว่า Samsung Galaxy X ที่ร่ำลือกันมานานหลายปีว่าจะเป็นมือถือพับหน้าจอสุดล้ำระดับพรีเมี่ยมที่ตามข่าวบอกว่าจะวางจำหน่ายแบบจำนวนจำกัดแค่ 100,000 เครื่อง นี้จะออกมาหน้าตาเป็นยังไง จะล้ำ จะเทพ สมกับที่รอคอยรึเปล่า ภายในปี 2018 นี้เราน่าจะได้รู้กันซักที

 

ที่มา : GSMarenaGalaxyclub

from:https://droidsans.com/galaxy-x-user-interface-patent-screenshots/

โฆษณา

หลุดหมดเปลือก.. หลุดตัวเครื่องและรายละเอียดของ OnePlus 5T แบบเต็มๆ ก่อนงานเปิดตัว

เราได้เห็นข่าวกันมาซักพักแล้วว่า OnePlus นั้นเตรียมที่จะเปิดตัว OnePlus 5T สมาร์ทโฟนตัวใหม่ในสังกัดที่จะมาพร้อมกับหน้าจอแบบเต็มจอ โดยงานเปิดตัวนั้นจะจัดขึ้นในวันที่ 16 พฤศจิกายน นี้ที่ New York แต่มาตอนนี้ดูเหมือนว่า OnePlus แทบจะไม่ต้องจัดงานเปิดตัวซะแล้ว เพราะล่าสุดมีภาพหลุดตัวเครื่องและรายละเอียดของ OnePlus 5T โผล่ออกมาแบบหมดเปลือกกันเลยทีเดียว

ภาพหลุดตัวเครื่องในครั้งนี้มาจาก ZDNet.de ในประเทศเยอรมัน โดยตามภาพหลุดนั้นจะเห็นว่าด้านหน้าของ OnePlus 5T นั้นมีความแตกต่างจาก OnePlus 5  อย่างชัดเจน โดยหน้าจอนั้นเป็นอัตราส่วน 18:9 แล้ว ทำให้อัตราส่วนหน้าจอต่อตัวเครื่องของ OnePlus 5T นั้นอยู่ที่ 80.5% ส่วนตัวสแกนลายนิ้วนั้นถูกย้ายไปอยู่ทางด้านหลังแทน

สเปคคร่าวๆ ของ OnePlus 5T

  • หน้าจอ: AMOLED 6 นิ้ว ความละเอียด 2160 x 1080 พิกเซล
  • CPU: Qualcomm Snapdragon 835
  • RAM: 6 / 8 GB
  • หน่วยความจำภายใน: 64 / 128 GB
  • กล้องหลังคู่: 16MP f/1.7 + 20MP f/1.7
  • กล้องหน้า: 16MP
  • แบตเตอรี่: 3,300 mAh
  • สัดส่วน: 156.1 x 75 x 7.3 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก: 162 กรัม









นอกจากนี้กล้องของ OnePlus 5T ก็ยังมีการอัพเกรดอีกด้วย โดยเฉพาะกล้องตัวที่สองที่มีรูรับแสงกว้างขึ้นมากกว่าเดิมจาก f/2.6 มาเป็น f/1.7 แถมยังมาพร้อมกับฟีเจอร์ Enhanced Lowlight Photos ที่จะทำการสลับการถ่ายภาพมาใช้เป็นกล้องตัวสองเมื่อถ่ายภาพเวลาที่มีแสงน้อยอีกด้วย







เรียกได้ว่าหลุดกันมาแทบจะไม่ต้องเปิดตัวกันเลยทีเดียว โดยตามข้อมูลนั้นบอกว่า OnePlus 5T จะเริ่มวางจำหน่ายในโซนอเมริกาเหนือและยุโรปในวันที่ 21 พฤศจิกายน หลังจากวันเปิดตัวเพียงแค่ 5 วันเท่านั้นครับ

 

ที่มา: SlashLeaks via Android Police

from:https://droidsans.com/oneplus-5t-pictures-and-details-leak/

Samsung เปิดตัว Exynos 9810 ชิปเรือธงตัวใหม่ที่จะใช้กับ Galaxy S9

เมื่อวานนี้ทาง Samsung ได้รับรางวัล CES 2018 Innovation Awards รวมแล้วกว่า 36 รางวัล โดยหนึ่งในนั้นก็คือ ชิปเรือธงตัวใหม่ Exynos 9810 ซึ่งตอนนี้ Samsung ก็ออกมาเปิดตัว Exynos 9810 อย่างเป็นทางการแล้ว

Exynos 9810 ถูกสร้างบน สถาปัตยกรรมพิเศษของ Samsung รุ่นที่ 3 ซึ่งทาง Samsung ก็ไม่ค่อยจะเผยข้อมูลเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมพิเศษนี้ซักเท่าไหร่ แต่ว่าจะมีขนาดอยู่ที่ 10 นาโนเมตร ส่วนชิปประมวลผลกราฟฟิคนั้นคาดว่าจะใช้เป็น Mali-G72 อัพเกรดขึ้นมาจากรุ่นที่แล้วที่เป็น Mali-G71 แต่รายละเอียดยิบย่อย

ในส่วนของโมเด็มที่มาพร้อมกับ Exynos 9810 นั้นรองรับการใช้งาน Cat. 18 6CA ทำให้สามารถรองรับความเร็วดาวน์โหลดได้สูงสุดถึง 1.2 Gbps ก็คาดว่าเราคงจะได้เริ่มเห็น Exynos 9810 ในตระกูล Galaxy S9 ปีหน้าครับ

ที่มา: Samsung Newsroom via GSMArena

from:https://droidsans.com/samsung-unveils-exynos-9810/

Google ตระเวนอัพเดทข้อมูลถนนสำหรับ Google Street View ในกรุงเทพด้วยรถใหม่กล้องใหม่แล้ว

เมื่อวานนี้ (พฤหัสบดีที่ 9 พย. 60) พอดีว่าเดินออกไปซื้อของกินแถวๆ ออฟฟิซ Droidsans ก็บังเอิญว่าเจอกับรถ Google Street View ขับผ่านฝั่งตรงข้ามออฟฟิซไปพอดี เสียดายว่าตอนนั้นรถดันวิ่งฉิวซะนี้ (ปกติจะติดหนึบอยู่ประมาณครึ่งวันกว่าจะผ่านไฟแดงนี้ได้) ก็เลยไม่ทันได้เก็บภาพรถแบบเต็มๆมาให้

และจากที่ภาพที่ถ่ายไว้ได้จะเห็นว่ารถที่ออกมาวิ่งถ่ายรูปถนนแบบ 360 องศานั้น เป็นรถรุ่นใหม่พร้อมกับกล้องรุ่นใหม่ที่เปิดตัวไปเมื่อไม่นานมานี้ กับการเริ่มออกตระเวนอัพเดทข้อมูลถนนทั่วประเทศจากที่อัพเดทครั้งสุดท้ายน่าจะเป็นเมื่อประมาณช่วงต้นปี 2560 ที่ผ่านมา  และกำลังอัพเดทข้อมูลถนนใหม่ๆ ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี ก็คือช่วงนี้พอดี

คาดว่าตอนนี้รถของ Google น่าจะกำลังวิ่งวนตามถนนใหญ่หรือสถานที่สำคัญภายในประเทศไทยเพื่ออัพเดทภาพถนนและสถานที่ต่างๆ ไปจนถึงเดือนธันวาคมนี้แหละ ถ้าใครโชคดีเจอรถของ Google วิ่งอยู่ก็อย่าลืมถ่ายรูปเอามาอวดกันบ้างนะครับ (หรือใครได้มีรูปติดอยู่ใน Google Street ก็เอามาอวดได้นะ)

from:https://droidsans.com/google-car-is-hitting-the-road-around-thailand-again/

ทดสอบถ่าย Portrait จับชน iPhone 8 Plus และ Galaxy Note 8 เปรียบเทียบกับกล้อง Full Frame

หลังจากที่ Galaxy Note 8 และ iPhone 8 Plus ออกมาพร้อมกับฟีเจอร์กล้องถ่ายภาพ Portrait ปรับภาพให้เป็น Bokeh ละลายฉากหลังให้เบลอฟุ้งดูนิ่มนวลดั่งถ่ายจากกล้องใหญ่ DSLR ราคาแพง ก็มีความพยายามบอกกันเหลือเกินว่าภาพของทั้งคู่นี้ถ่ายออกมาได้แบบไปเที่ยวไม่ต้องแบกกล้องใหญ่อีกต่อไปแล้ว วันนี้เลยขอเอาไปลองทดสอบให้ได้เห็นกันจะๆว่าถ้าจับชนเทียบกันจริงๆจะเป็นอย่างไรกันแน่

ข้อมูลกล้อง Full Frame ที่นำมาใช้

โดยกล้อง Full Frame ที่นำเอามาเปรียบเทียบด้วยจะเป็น Sony Alpha 7II ใส่เลนส์ Kit 28-70 f3.5-5.6 ที่มากับเครื่องมันเอง ซึ่งเลนส์ตัวนี้แม้ว่าจะเป็นเลนส์คิท แต่ถ้าใครเคยไปอ่านรีวิวทดสอบจากหลายๆสำนัก จะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเป็น Kit ที่คุณภาพดีมากตัวนึงเลยทีเดียวครับ ส่วนการตั้งค่าจะเลือกเป็นโหมด P หรือ SCN (autoscene) เป็นหลัก จะได้มีเงื่อนไขเดียวกับสมาร์ทโฟนทั้งคู่ที่เราเพียงแค่ยกถ่ายเช่นกัน ให้คล้ายผู้ใช้ทั่วไปใช้ที่สุดครับ

ถ้าไม่อยากดูภาพจากด้านล่าง ช่วยเราประหยัด Bandwidth สามารถไปดูภาพทั้งหมดได้ที่ Google Photos ตามลิงก์นี้นะ https://photos.app.goo.gl/LXunjq249HCgC34u2

สำหรับภาพ Portrait ที่ถ่ายมานั้น จะพยายามทดสอบหลายรูปแบบ หลายสภาพแสงนะ โดยภาพจะมีการเรียงตามลำดับ ซ้ายไปขวาดังนี้

  • ซ้าย : Sony Alpha 7II
  • กลาง : iPhone 8 Plus
  • ขวา : Galaxy Note 8

ทุกภาพพยายามผมพยายามจัดองค์ประกอบและวัดแสงตำแหน่งเดียวกันเพื่อให้ได้ภาพที่ออกมาเหมือนกันมากที่สุดนะ และแบ่งภาพออกเป็นสองส่วนคือ

1. ภาพบุคคล + ภูมิทัศน์

Sony Alpha 7II ปรับเลนส์ไปที่ 28mm ส่วน Galaxy Note 8 และ iPhone 8 Plus จะใช้เลนส์ธรรมดา
























2. ภาพบุคคล + เปิด Bokeh

Sony Alpha 7II ปรับเลนส์ไปที่ 50mm เพื่อให้ใกล้เคียงกับซูม 2 เท่าของทั้ง Galaxy Note 8 และ iPhone 8 Plus เพื่อลองเช็คคุณภาพเซนเซอร์ เลนส์ และคุณภาพการถ่ายโบเก้ ดูสวยจริงหลอกแค่ไหน















ดูผ่านๆ ภาพเล็กเหมือนจะสวยไม่ต่าง ความห่างชั้นจะชัดเมื่อดูจอใหญ่

จนถึงตอนนี้ถ้าใครดูภาพผ่านจอมือถือหรือไซส์เล็กอาจจะบอกว่าภาพดูไม่ต่าง หรือว่าบนมือถือดูสวยกว่า แต่เดี๋ยวก่อน อยากให้ลองดูภาพใหญ่ขนาดไฟล์เต็มๆกันนิดนึงก่อน และดูรายละเอียดของ Dynamic Range (พื้นที่ส่วนสว่างสุดและมืดสุด) ความอิ่มของสี (ซีดหรือสดกว่า) และรายละเอียดของพื้นผิว (ทั้งคนและสิ่งของ) จะเห็นว่า Full Frame จะเก็บข้อมูลมาได้เยอะกว่า

ดูภาพทั้งหมดผ่าน Google Photos

อย่างไรก็ดี เพื่อความง่าย สะดวก และได้ภาพที่คมชัด ทางผมได้อัพโหลดไฟล์ทั้งหมดนี้ขึ้น Google Photos เรียบร้อย สามารถเข้าไปกดดูกันได้ตามลิงก์นี้นะ https://photos.app.goo.gl/LXunjq249HCgC34u2

การปรับแสงภายหลัง ข้อได้เปรียบใหญ่ของกล้องโปร

ภาพของกล้อง Sony Alpha 7II หลายภาพ ผมต้องทำการปรับแสงเล็กน้อย เพราะมีการถ่าย under ไปในหลายๆชอต จากความไม่ชินของผมเอง ซึ่งก็ยังสามารถดึงได้โดยภาพไม่สูญเสียคุณภาพอะไร ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกับภาพจากกล้องมือถือแล้ว คุณภาพดรอปลดลงอย่างชัดเจนเลยทีเดียว

เปรียบเทียบการดึงแสงปรับสีจากแต่ละกล้อง

https://cdn.knightlab.com/libs/juxtapose/latest/embed/index.html?uid=f817b208-c612-11e7-b263-0edaf8f81e27
https://cdn.knightlab.com/libs/juxtapose/latest/embed/index.html?uid=4112cfca-c612-11e7-b263-0edaf8f81e27
https://cdn.knightlab.com/libs/juxtapose/latest/embed/index.html?uid=5c28c5bc-c612-11e7-b263-0edaf8f81e27

สภาพแสงน้อย Full Frame ยังกินขาดสมาร์ทโฟน โดยเฉพาะเลนส์ซูม 2x

ปัจจุบันสภาพแสงปกติเมื่อถ่ายภาพมา สมาร์ทโฟนระดับท็อปแทบจะมีคุณภาพที่ไม่หนีกันมากนัก แต่ถ้าเป็นสภาพแสงน้อยเมื่อไหร่ จะเริ่มเห็นความต่างของเซนเซอร์และเลนส์อย่างชัดเจน ยิ่งเป็นกล้องตัวที่สอง ซึ่งปกติจะเลือกเลนส์และเซนเซอร์ที่ดีไม่เท่ากล้องหลักแล้วยิ่งพัง และ iPhone 8 Plus กับ Galaxy Note 8 ก็ไม่ได้ต่างกัน แต่สำหรับกล้อง Full Frame ที่สามารถปรับ ISO ได้สูงๆ เซนเซอร์ใหญ่รับแสงได้เยอะแล้วการถ่ายภาพแสงน้อยจะทำได้ดีกว่ากล้องมือถือค่อนข้างมาเลยล่ะครับ

ตัวอย่างภาพจากทั้ง iPhone 8 Plus และ Galaxy Note 8

Galaxy Note 8 Low Light Portrait Mode
iPhone 8 Plus Low Light Portrait Mode

ภาพทั่วไป เมื่อถ่ายเทียบ iPhone 8 Plus – Galaxy Note 8 กับ Mirrorless Full Frame

เอาตัวอย่างเพิ่มเติมจากทั้งสามกล้องมาเทียบกันกันให้ดูเพิ่มเติมนะครับ
















































สรุปส่งท้าย Full Frame WIN เรื่องคุณภาพ, Smartphone WIN เรื่องความสะดวกสบาย

Galaxy Note 8 และ iPhone 8 ทั้งคู่ทำกล้องออกมาได้ระดับที่เรียกว่าดีมากๆ แต่สุดท้ายแล้วกล้อง Full Frame ก็ยังเหนือกว่าอยู่ดี จะบอกว่าสมาร์ทโฟนดีกว่าก็เกรงใจขนาดเซนเซอร์รับแสงที่ใหญ่เบ้อเริ่ม และเสนส์ใหญ่เป็นบาซูก้ากันนิดนึง 5555 แต่สำหรับคนที่ไม่ได้ต้องการส่งภาพประกวด อวดโชว์ภาพให้โลกเห็น แค่เป็นช่างภาพสมัครเล่นรักความสบาย ไม่ต้องแบกของหนักตลอดเวลา เปิดดูรูปแค่บนมือถือและจอคอมเล็กๆ สมาร์ทโฟนกล้องดีๆนี่ก็น่าจะเพียงพอมากๆ ในระดับนึงแล้วล่ะ ที่เหลือคือฝึกถ่ายหามุมมอง เลี่ยงข้อจำกัดที่ทำให้ถ่ายภาพได้คุณภาพต่ำ เท่านั้นภาพที่เราถ่ายก็สวยงามพร้อมอวดโชว์ให้โลกรู้ละ 🙂

เดี๋ยวมีเทียบเฉพาะ iPhone 8 Plus vs Galaxy Note 8 ให้อีกทีนะ (ถ้ายังมีแรงทำ หะหะ)

ถ้าใครมีข้อสงสัยอย่างไรเกี่ยวกับการทดสอบ สามารถมาคุยกันได้ใน comment เลยนะครับ หรือถ้าอยากลองเองก็ตอนนี้มีขายกันแล้วนะ ลองเลือกช้อปปิ้งกันดูได้ ว่าจะเอาค่ายไหน เครื่องอะไรไปลองบ้าง นี่เห็นพี่พัดก็เพิ่งสั่ง iPhone 8 Plus มาผ่าน AIS Online Store เห็นว่าโปรแต่ละค่ายมีให้โทรเน็ตมากน้อยต่างกันอยู่ แต่ของทาง AIS เห็นว่ามีดีตรงที่สั่งแล้วได้รับสินค้าหลังสั่งภายในเวลาเพียง 3 ชม. สำหรับคนที่อยู่ในเขตกรุงเทพฯ เมื่อสั่งภายใน 8.00-14.00 น. ของวันนั้นด้วยนะ ยังไงก็เลือกซื้อของเจ้าไหน โปรใครเด็ดสุดก็เอามาบอกกันหน่อยนะ ยังไม่ได้เช็คละเอียดเองเลย 555

พื้นที่โฆษณา

กระจกกันรอยพรีเมี่ยมจากโฟกัส เป็นกระจกกันรอยเต็มจอลงโค้ง แข็งแกร่งพิเศษ Focus Super Glass 3D Full Frame ปกป้องเต็มจอถึงขอบโค้ง ติดเรียบเนียน ทุกมุม เพิ่มความคงทนแข็งแรง รับแรงกระแทกได้มากกว่าเดิมถึง 2 เท่า และคงความสดใสของหน้าจอได้เป็นอย่างดี หมดปัญหาเรื่องฝุ่นเข้าขอบจอ ทัชลื่นไม่สะดุด ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน ให้การปกป้องมั่นใจมากกว่ากระจกกันรอยในท้องตลาดทั่วไป และรองรับรุ่น iPhone 8, iPhone 8Plus, iPhone X โดยเฉพาะ

from:https://droidsans.com/iphone8plus-note8-vs-mirrorless-full-frame/

Sony ร่วมวงช้อปช่วยชาติ ลดราคาสมาร์ทโฟนหลายรุ่นสูงสุด 3,000 บาท 11 พ.ย. – 3 ธ.ค. นี้

ตามนโยบายของรัฐบาลได้มีการจัดช่วง ช้อป ช่วย ชาติ ที่ให้ประชาชนที่อยู่ในเกณฑ์เสียภาษีเงินได้ ไปเลือกซื้อสินค้าและบริการในช่วงวันที่ 11 พฤศจิกายน ถึง 3 ธันวาคมนี้ แล้วนำใบกำกับภาษีมาลดหย่อนภาษีได้ ตอนนี้ก็เริ่มมีร้านค้าหลายเจ้าออกโปรโมชันกันมารอแล้ว ล่าสุดทางโซนี่ก็ร่วมวงด้วย พร้อมออกโปรโมชันลดราคามือถือหลายรุ่น พร้อมยังเปิดให้ผ่อน 0% ได้อีกด้วย

รายการมือถือรุ่นที่ได้ลดราคาในช่วงช้อป ช่วย ชาติ 11 พ.ย. ถึง 3 ธ.ค. มีดังนี้ครับ

  • Xperia XZ Premium (อ่านรีวิว) ลดราคา 2,000 บาท จาก 25,990 บาท เหลือ 23,990 บาท
  • Xperia XZ1 (อ่านรีวิว) ลดราคา 2,000 บาท จาก 22,990 บาท เหลือ 20990 บาท พร้อมรับของแถมเป็นหูฟังรุ่น SBH56 ฟรี
  • Xperia XA1 Ultra ลดราคา 3,000 บาท จาก 13,990 บาท เหลือ 10,990 บาท
  • Xperia XA1 (อ่านรีวิว) ลดราคา 500 บาท จาก 8,490 บาท เหลือ 7,990 บาท

นอกจากนี้แล้วทั้ง 4 รุ่นที่จัดโปรโมชันยังเปิดให้ผ่อนได้ 0% เป็นเวลา 10 เดือนอีกด้วยครับ ใครที่เล็งๆ ไว้ก็คงได้เวลาที่จะจับจ่ายใช้เงินกันแล้ว หรือใครที่เล็งแบรนด์อื่นๆ ไว้ก็อาจจะต้องรอประกาศตามมาว่าจะมีโปรลดแลกแจกแถมอะไรยังไงบ้างครับ

 

ที่มา: อีเมลประชาสัมพันธ์

from:https://droidsans.com/sony-shop-promotion-11-nov-3-dec/

[Review] รีวิว Xperia XZ1 และ XZ1 Compact สองพี่น้องต่างไซส์ แต่ภายในแรงเกินพิกัด

จากการมาของ XZ Premium ที่ส่งประกายแสงรำไรว่ายุดใหม่ของเรือธงจาก Xperia นั้นกลับมาแล้ว ซึ่งทาง Sony ก็ได้ส่งมือถืออีก 2 รุ่น อย่าง Xperia XZ1 และ Xperia XZ1 Compact ที่จัดสเปคแบบเดียวกับรุ่นท็อปแต่มาในตัวเครื่องและหน้าจอที่เล็กลง สามารถพกพาได้สะดวกขึ้น และยังเข็นเอาฟีเจอน์ใหม่ 3D Creator มาเสริมทำให้กล้อง Motion Eye นั้นมีลูกเล่นอะไรมากขึ้น ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจมากๆ

Design ตัวเครื่อง การออกแบบ

สำหรับ Xperia XZ1 นั้นมีขนาดหน้าจออยู่ที่ 5.2 นิ้ว ส่วน XZ1 Compact นั้นเล็กลงไปอีกที่ 4.6 นิ้ว เรียกว่า Compact สมชื่อ ดีไซน์ของทั้ง 2 รุ่นยังเป็น Loop Surface ที่บาลานซ์กันทั้งหน้าหลัง โดย XZ1 นั้นจะมีความเพรียวบางและสวยหรูดีดูกว่า ขึ้นรูปด้วยวัสดุโลหะ Aluminium

ส่วน XZ1 Compact นั้นจะเล็กๆ มาในทรงกะทัดรัด วัสดุเป็น Nylon มีความหนากว่ารุ่นพี่เล็กน้อย แต่ก็ถือใช้งานมือเดียวได้พอดี เอกลักษณ์ของ Sony อีกอย่างนึงคือถาดซิมที่ไม่ต้องใช้เข็มเพื่ิอจิ้มเปิด แต่สามารถเกี่ยวดึงออกมาได้เลย

ในรุ่น XZ1 นั้นรองรับการใช้งาน 2 ซิมแต่เป็นลักษณะของ Hybrid slot คือถาดซิม 2 นั้นจะต้องเลือกระหว่างซิมหรือ microSD

ส่วนรุ่น XZ1 Compact นั้นเป็นแบบซิมเดียว เพราะฉะนั้นอีกถาดก็จะใส่ได้แค่ microSD เพื่อเพิ่มหน่วยความจำเท่านั้น

ด้วยขนาดหน้าจอที่ต่างกัน Sony เลยเลือกปรับความละเอียดหน้าจอลดหลั่นลงไปตามขนาด โดย XZ1 มีความละเอียด Full HD 1080p และ XZ1 Compact ที่ HD 720p ซึ่งก็ยังคงรายละเอียดและความคมชัดได้ทั้งคู่

ปุ่มต่างๆ ของ Sony นั้นถูกจับเรียงไปอยู่ด้านขวาของตัวเครื่องทั้งหมด ทั้งปุ่มปรับเสียง ถัดลงมาคือปุ่ม Power ที่ฝังเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือเอาไว้ภายในด้วย ส่วนตำแหน่งล่างสุดนั้นคือปุ่มกล้องถ่ายภาพที่น่าจะเป็นยี่ห้อเดียวแล้วในตอนนี้ ที่ยังสงวนเอาปุ่มชัตเตอร์กล้องแบบ 2 จังหวะเอาไว้ให้ใช้งาน นอกนั้นยังมีไฟ notification LED ติดมาด้วย ถือเป็นเรื่องที่หาได้ยากเหมือนกัน

กล้องหลังของ XZ1 และ XZ1 Compact นั้นเป็นตัวเดียวกับของ Xperia XZ Premium เลยคือกล้อง Motion Eye ที่มีความละเอียด 19 ล้านพิกเซล มีระบบกันสั่น 5 แกน สามารถถ่ายวิดีโอที่ความละเอียดสูงสุด 4K และถ่ายวิดีโอ slow motion ที่เหมือนภาพหยุดนิ่งได้ที่ 960fps ที่ความละเอียด HD 720p

นอกจากนั้นยังมีฟีเจอร์ใหม่ 3D Creator ที่เราสามารถสแกนใบหน้าคน สัตว์ หรือส่งของ เพื่อไปทำเป็นโมเดล 3D ได้ด้วย จะเอาไปใส่คลิปทำ animation หรือจะเอาไปพิมพ์ออกมาเป็นโมเดล ด้วย 3D Printr ก็ได้เหมือนกัน

กล้องหน้าของ Xperia XZ1 ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล มาพร้อมออโต้โฟกัสและกันสั่น 5 แกน เลนส์กว้างกว่ากล้องหน้าหลายๆ รุ่น เพราะมีขนาด 22 มม

จะมีก็แต่กล้องหน้าของ Xperia XZ1 Compact นี่แหละที่มีความแตกต่างจากทั้ง 2 รุ่นใหญ่ เพราะมีความละเอียด 8 ล้านพิกเซล แต่เลือกใช้เลนส์ที่กว้างถึง 18 มม. โดยสามารถเปิดโหมด Ultra Wide เพิ่มมุมมองให้กว้างขึ้นได้ถึง 120 องศา

ส่วนแบตเตอร่ี่ของทั้ง 2 รุ่นมีขนาดเท่ากันที่ 2700 มิลลิแอมป์ แต่น้ำหนักของ XZ1 Compact นั้นจะเบากว่านิดหน่อย

 

UI การใช้งาน

Sony นั้นดีไซน์และออกแบบหน้า Home มาได้เนียนและลื่นอยู่แล้ว ล่าสุดมีการอัพเดทรองรับการทำงานของ App Shortcut ไปแล้วด้วย

ส่วนระบบ badge noti หรือการแจ้งเตือนบนตัวแอปนั้นก็เปลี่ยนมาเป็นแบบของ Nougat คือจะมีปุ่มกลมๆ สีๆ เตือนขึ้นมา แต่จะไม่มีตัวเลขบอกว่ามีกี่ข้อความแล้ว ซึ่งหากเรารวมไอคอนของแอปพวก social มาไว้ด้วยกัน ก็จะมีการเตือนบน folder ด้วย ซึ่งจะต่างกับบางแอปของ Sony ที่อาจจะมีการแจ้งเตือนพร้อมตัวเลขบนหน้า Home เลยดูขัดกันอยู่สักนิด

หน้าโฮมปรับแต่งได้เยอะ สามารถเลือกปรับอัตรส่วน icon เล็กใหญ่ได้ ตีตาราแบ่ง 3×4 ไปจนถึง 5×5 ได้ รวมถึงมีให้เปลี่ยนธีมด้วย และทาง Sony เองก็ชอบออกธีมใหม่ๆ มาในช่วงเทศกาลต่างๆ อยู่พอสมควร

พอเป็น Android 8.0 แล้วก็จะได้ PiP หรือ Picture in Picture มาด้วย แอปที่รองรับเช่น YouTube ,Google Maps เวลาเรากดปุ่มโฮมออกมาก็จะมีหน้าต่างเล็กๆ ขึ้นมา ให้เราสามารถนำทางหรือดู YouTube พร้อมทำอย่างอื่นไปด้วยได้สบายๆ และจะมีแอปที่รองรับเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคต ซึ่งการใช้งานของ PiP นั้นเป็นหน้าต่างที่ลอยอยู่บนแอป และมีขนาดเล็กกว่าปกติ ส่วน Multi Windows นั้นเป็นการแบ่งหน้าจอเป็น 2 ส่วน

Performance ประสิทธิภาพ

ประสิทธิภาพของทั้ง 2 รุ่นนั้นถือว่าพอๆ กัน เพราะใช้ชิป Snapdragon 835 ทั้งคู่ และยังมาพร้อม GPU Adreno 540 ที่ตอนนี้ก็ถือเป็นหนึ่งในชิปที่แรงที่สุดของฝั่ง Android อยู่แล้ว

ผลคะแนนการทดสอบทั้งความแรงและความเร็วก็เห็นกันอยู่ เล่นเกมหนักๆ ไม่ใช่ปัญหา เปิด RoV ก็มีโหมด 60fps ให้เลือก ซึ่งทำได้ดี เนียนๆ ที่ราวๆ 55-60fps ตอนเล่น ตอนบวกกันก็หล่นไม่เยอะ (ไม่เคยเจอหลุดลงต่ำกว่า 40)

หน่วยความจำภายในอ่านเขียนได้เร็ว เพราะเป็น UFS 2.x อยู่แล้วครับ ทดสอบออกมาแล้วแตะ 700MB/s

ส่วนสัญญาณ GPS นั้นถือว่ารับได้ดี เกาะได้หลายดวง และจับสัญญาณได้รวดเร็ว ทั้ง 2 รุ่น แต่จะมีเรื่องของภาครับสัญญาณ WiFi ที่ดูเหมือน XZ1 Compact นัั้นจะอ่อนกว่า บางครั้งในพื้นที่เดียวกันสัญญาณจะเบากว่า XZ1

 

 

Features ลูกเล่นใหม่ๆ

ฟีเจอร์หลักของ XZ1 และ XZ1 Compact ที่เหมือนกันและเป็นฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดนั่นก็คือ 3D Creator ที่เราสามารถใช้กล้อง Motion Eye ของทั้ง 2 รุ่น มาทำการสแกนใบหน้าหรือวัตถุได้

ขัี้นตอนการสแกนนั้นก็ไม่ได้ยากอะไร แต่อาจจะต้องฝึกกันสัก 2-3 ครั้งแล้วจะแม่นเอง โดยเราต้องเดินหรือหมุนรอบหน้าหรือตัววัตถุที่เราสแกน ซึ่งการเดินไปรอบๆ นี้ต้องไม่ช้าจนเกินไป พอครบแล้วก็จะมีการเก็บรายละเอียดของพื้นผิว

หากเป็นหน้าคน เราสามารถนำเอาไปเล่นต่อได้กับโมเดลแบบ 3D เช่นเอาหน้าไปใส่ในหุ่น ใส่ชุด แปลงเป็นตัวอื่นๆ แล้วไปถ่านรูปหรือวิดีโอเล่นๆ ก็สนุกดี หรือจะเอาไปพิมพ์ออกมาเป็นโมเดล 3 มิติ ก็ได้ หากมีเครื่อง 3D Printer

เลือกหน้าที่สแกนมาเอาไปประกอบกับตัวละครที่เป็น โมเดล 3D ได้ รวมถึงวัตถุต่างๆ ด้วย

มีโมเดลให้ประกอบเล่หลายแบบเลย ทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ ชาย หญิง หรือตัวละครในชุดน่ารักๆ แล้วเราก็สามารถเลือกท่าทางหรือรูปแบบการขยับได้ด้วย

ส่วนหน้าจอรองรับการแสดงผลแบบ HDR นั้นมีเฉพาะใน XZ1 เท่านั้นนะครับ ซึ่งคอนเท้นท์วิดีโอที่เป็น HDR ตอนนี้กำลังทยอยมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างใน YouTube, Netflix และ Amazon Prime

 

Camera กล้องถ่ายภาพ

กล้องของ Xperia XZ1 และ XZ1 Compact นั้นเป็นตัวเดียวกับของ XZ Premium เลย และชิปเซ็ตก็เป็นตัวเดียวกัน เพราะฉะนั้นลูกเล่นต่างๆ ของกล้องนั้นก็ได้มาเหมือนกันหมด

ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพแบบ Predictive Capture ที่กล้องของ Sony นั้นฉลาดแบบไม่ต้องพึ่ง AI แค่เห็นว่าวัตถุในภาพเคลื่อนไหว ก็จะยิง Burst ถ่ายหลายๆ รูปออกมาให้เราทันที

ซึ่งเราสามารถมาเลือกดูภาพทีหลังได้ หากภาพไหนดูแล้วไม่ชัด จังหวะไม่ใช่ เรียกว่ายังมีตัวเลือกอื่นๆ ให้เลือกนำไปใช้งาน

ในหมด Auto นั้นก็สามารถแยกรายละเอียดของวัตถุในภาพและปรับซีนได้อัตโนมัติตามความเหมาะสม เช่น Portrait, Backlight , Food  ซึ่งจะเห็นได้เลยว่ามีการปรับตั้งค่าสีและแสงให้อัตโนมัติด้วย

ส่วนโหมด Manual นั้นก็มีให้เลือกใช้งาน แต่ก็ยังปล่อยมาไม่สุดตรงชัตเตอร์สปีด ไม่แน่ใจว่าทำไมถึงยังล็อคไว้ที่ 1 วินาที

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจาก Xperia XZ1




































 

ตัวอย่างภาพถ่ายจาก Xperia XZ1 Compact




















 

อ่านมาถึงตรงนี้หลายๆ คนอาจจะมีคำถามว่าแล้ว Xperia XZ1 Compact มันมีอะไรที่ดีกว่ารุ่นพี่ XZ1 บ้างไหม.. บอกได้เลยว่ามี นั่นก็คือกล้องหน้า Ultra Wide นั่นเอง ถึงแม้ความละเอียดจะแค่ 8 ล้านพิกเซล แต่มาพร้อมกับหน้าเลนส์ที่กว้างสุดๆ  18mm เก็บภาพได้ 120 องศา เซลฟี่กันเป็นกลุ่มนี่ไม่ต้องห่วงเลย เก็บได้เยอะจริงๆ

ในโหมดปกตินั้น หน้าเลนส์จะกว้างเท่ากับ XZ1 คือประมาณ 22mm ซึ่งนั่นก็ถือว่ากว้างพอตัวแล้ว แต่พอเปิดโหมด Ultra Wide นี่เห็นได้ชัดเลยว่า XZ1 Compact นั้นยังกว้างได้อีก

 

ตัวอย่างภาพถ่ายกล้องหน้า Xperia XZ1






 

ตัวอย่างภาพถ่ายกล้องหน้า Xpria XZ1 Compact




บทสรุป

ถือเป็นซีรี่ส์เรือธงที่มาแบบครบเซ็ต คือสามารถเลือกได้ตั้งแต่รุ่นท็อปสุด XZ Premium หรือจะมาเลือกเป็น 2 พี่น้อง XZ1 / XZ1 Compact ได้เลย ประสบการณ์การใช้งานโดยรวมนั้นแทบไม่ต่างอะไรกับรุ่น Premium ความเร็ว ความลื่นไหนนั้นไม่ต้องถามถึง แถมการเปิดตัวและวางจำหน่ายพร้อม Android 8.0 Oreo นั้นถือเป็นข้อได้เปรียบของ Sony ในตอนนี้ที่ถือว่าเป็นค่ายที่มีการอัพเดทในเรื่องของ software ได้เร็วมากๆ รวมถึงเรื่องของ Security patch จาก Google ที่ก่อนหน้านี้มี Moto นำอยู่ แต่เหมือนหลังๆ มานี่ช้าลงไปมาก และยังอัพเดทได้เร็วกว่า Nokia ที่ขายความเป็น Pure Android ซะด้วยซ้ำ อายุการใช้งานแบตเตอรี่ของทั้ง 2 รุ่น นั้นถือว่าพอๆ กันครับ คือ 1 วัน – 1 วันครึ่งในการใช้งานทั่วไป ตอนแรกคิดว่า XZ1 Compact จะอึดกว่านี้ เห็นเมืองนอกรีวิวว่าใช้กันได้ 2-3 วัน แต่จากที่ได้ลองดูถ้าไม่ใช้น้อยจริงๆ ก็คงไม่ถึง 2 วัน

 

Xperia XZ1

XZ1 นี่คือรุ่นที่ขนาดและดีไซน์ตัวเครืองกำลังดี คือไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป แถมตัวเครื่องยังบาง เก็บงานเนี้ยบ ใครที่เห็น XZ Premium ทั้งหนาทั้งหนักแล้วถืิอไม่ไหว พกไม่ถนัด XZ1 นั้นคือคำตอบ ตัวเครื่องยังเป็นโลหะไม่เป็นรอยนิ้วมือง่ายๆ ผิวสัมผัสก็ดีอีกต่างหาก

 

Xperia XZ1 Compact

มันคือตัวเลือกของคนที่ต้องการมือถือสเปคเรือธงที่มีขนาดตัวเครื่องพกพาง่าย ใช้งานมือเดียวสะดวกอย่างแท้จริง ด้วยหน้าจอ 4.6 นิ้ว มีกล้องดีๆ ทั้งหน้าและหลัง แถมยังได้ลำโพงสเตอริโอ ฟังเพลงสบายเปลี่ยนหูฟังที่เรามีได้ตามสะดวก ไม่เห็นต้องตัดช่องหูฟัง 3.5 ออกไปเลย นี่ขนาดออกแบบเครื่องมาจิ๋วขนาดนี้ยังใส่ทุกอย่างมาได้ครบเลย แต่จะติดนิดนึงตรงตัวเครื่องที่ไม่เป็นโลหะนี่แหละ เลยขาดความหรูไปนิด

สำหรับใครที่อยากเห็นรายละเอียดสเปคของที่ 2 รุ่นแบบเทียบกันละเอียดๆ ลองกดไปดูได้ที่ เปรียบเทียบ Xperia XZ1, Xperia XZ1 Compact และ Xperia XZ Premium ต่างกันตรงไหนบ้าง

from:https://droidsans.com/review-xperia-xz1-and-xz1-compact/