คลังเก็บหมวดหมู่: DROIDSANS

ย้อนวัย…TOEI TOKUSATSU ปล่อยหนังฮีโร่ 80’s ให้ดูฟรีใน YouTube ทั้ง Jiban, Winspector, Goggle-V และอีกเพียบ

จีบาน จีบาน ฮิโตวาดาเร้เดโหม่…ได้ยินเพลงนี้แล้วถึงกับน้ำตาไหลพราก คิดถึงวันวานที่ต้องตื่นเช้าวันเสาร์ อาทิตย์รีบมานั่งหน้าจอทีวี เพื่อเตรียมดู ตำรวจเหล็กจีบัน, ขบวนการ Winspector, ขบวนการ Dynaman, ขบวนการ Goggle-V รวมถึงการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่องอื่นๆ ซึ่งใครที่เป็นแฟนหนังฮีโร่ญี่ปุ่นยุค 80’s ก็สามารถเข้าไปดูได้ใน YouTube ช่อง TOEI TOKUSATSU กันได้เลย เพราะตอนนี้เค้าเอามาให้ดูกันฟรีๆ แบบเต็มเรื่อง!

ในช่วงเวลาร้ายๆ ที่หลายคนต้องกักตัวอยู่แต่ในบ้านเพราะเหตุการณ์การระบาดของ COVID-19 ทำให้ไม่สามารถออกไปเดินพักผ่อน เตร็ดเตร่ ตามสถานที่อื่นๆ ได้ ต้องนั่งจับเจ่าอยู่แต่ในบ้าน รอให้เรื่องร้ายๆ ผ่านพ้นไปซักที…แต่ในเรื่องร้ายๆ ก็ยังพอมีเรื่องดีอยู่บ้าง เพราะล่าสุดค่ายหนังญี่ปุ่นอย่าง TOEI TOKUSATSU ได้ออกมาช่วยโลกด้วยการปล่อยหนังฮีโร่ และหนังการ์ตูนยุค 80’s ออกมาให้ดูกันฟรีๆ ถึง 139 ตอน (อัพเดทเรื่อยๆ) โดยสามารถเข้าไปดูกันได้ที่ YouTube ช่อง TOEI TOKUSATSU WORLD OFFICIAL 

หนังฮีโร่ของค่าย TOEI TOKUSATSU รับรองว่าเด็กๆ ที่เกิดในยุค 80’s จะต้องคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น..

  • Jiban
  • Dynaman
  • Goggle-V
  • Winspector
  • Goranger
  • Ganbare!! Robokon

จีบ้านนน…จีบานนน

ที่บอกมาทั้งหมดนั้นยังเป็นส่วนน้อยนะครับ (ส่วนตัวรู้จักอยู่แค่นี้ก็เลยเอามาแนะนำ เรื่องอื่นเกิดไม่ทันจ้า…555) เพราะในรายชื่อหนังของช่อง TOEI TOKUSATSU WORLD OFFICIAL ยังมีอีกเพียบเลยล่ะ และไม่ต้องกลัวด้วยว่าจะดูกันไม่รู้เรื่อง เพราะถึงแม้ว่าเสียงพูดจะเป็นภาษาญี่ปุ่นทั้งหมด แต่ก็สามารถเลือกเปิดซับไตเติ้ลภาษาอังกฤษได้ด้วยนั่นเอง

มีซับไตเติ้ลภาษาอังกฤษแบบถูกต้องให้ด้วย

น่าเสียดายที่เราไม่ได้ยินเสียงพากย์ไทยที่คุ้นเคยจากน้าต๋อย เซมเบ้ หรือนักพากย์คนอื่นๆ แล้ว แต่ถึงยังไงการได้นั่งดูหนังฮีโร่ในดวงใจสมัยเด็กๆ แบบนี้ก็ทำให้หลายๆ คนคลายเครียดกันไปได้บ้างไม่มากก็น้อยล่ะนะครับ…ว่าแล้วก็ขอตัวไปนั่งดูตำรวจเหล็กจีบัน กับขบวนการ Winspector ก่อนเน้ออออ

 

ข้อมูลเพิ่มเติม : TOEI TOKUSATSU WORLD OFFICIAL (YouTube)

from:https://droidsans.com/toei-tokusatsu-world-official-free-full-80s-japanese-heroes-movies/

ย้อนวัย.. TOEI TOKUSATSU ปล่อยหนังฮีโร่ 80’s ให้ดูฟรีใน YouTube ทั้ง Jiban, Winspector, Goggle-V และอีกเพียบ

จีบาน จีบาน ฮิโตวาดาเร้เดโหม่…ได้ยินเพลงนี้แล้วถึงกับน้ำตาไหลพราก คิดถึงวันวานที่ต้องตื่นเช้าวันเสาร์ อาทิตย์รีบมานั่งหน้าจอทีวี เพื่อเตรียมดู ตำรวจเหล็กจีบัน, ขบวนการ Winspector, ขบวนการ Dynaman, ขบวนการ Goggle-V รวมถึงการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่องอื่นๆ ซึ่งใครที่เป็นแฟนหนังฮีโร่ญี่ปุ่นยุค 80’s ก็สามารถเข้าไปดูได้ใน YouTube ช่อง TOEI TOKUSATSU กันได้เลย เพราะตอนนี้เค้าเอามาให้ดูกันฟรีๆ แบบเต็มเรื่อง!

ในช่วงเวลาร้ายๆ ที่หลายคนต้องกักตัวอยู่แต่ในบ้านเพราะเหตุการณ์การระบาดของ COVID-19 ทำให้ไม่สามารถออกไปเดินพักผ่อน เตร็ดเตร่ ตามสถานที่อื่นๆ ได้ ต้องนั่งจับเจ่าอยู่แต่ในบ้าน รอให้เรื่องร้ายๆ ผ่านพ้นไปซักที…แต่ในเรื่องร้ายๆ ก็ยังพอมีเรื่องดีอยู่บ้าง เพราะล่าสุดค่ายหนังญี่ปุ่นอย่าง TOEI TOKUSATSU ได้ออกมาช่วยโลกด้วยการปล่อยหนังฮีโร่ และหนังการ์ตูนยุค 80’s ออกมาให้ดูกันฟรีๆ ถึง 139 ตอน (อัพเดทเรื่อยๆ) โดยสามารถเข้าไปดูกันได้ที่ YouTube ช่อง TOEI TOKUSATSU WORLD OFFICIAL 

หนังฮีโร่ของค่าย TOEI TOKUSATSU รับรองว่าเด็กๆ ที่เกิดในยุค 80’s จะต้องคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น..

  • Jiban
  • Dynaman
  • Goggle-V
  • Winspector
  • Goranger
  • Ganbare!! Robokon

จีบ้านนน…จีบานนน

ที่บอกมาทั้งหมดนั้นยังเป็นส่วนน้อยนะครับ (ส่วนตัวรู้จักอยู่แค่นี้ก็เลยเอามาแนะนำ เรื่องอื่นเกิดไม่ทันจ้า…555) เพราะในรายชื่อหนังของช่อง TOEI TOKUSATSU WORLD OFFICIAL ยังมีอีกเพียบเลยล่ะ และไม่ต้องกลัวด้วยว่าจะดูกันไม่รู้เรื่อง เพราะถึงแม้ว่าเสียงพูดจะเป็นภาษาญี่ปุ่นทั้งหมด แต่ก็สามารถเลือกเปิดซับไตเติ้ลภาษาอังกฤษได้ด้วยนั่นเอง

มีซับไตเติ้ลภาษาอังกฤษแบบถูกต้องให้ด้วย

น่าเสียดายที่เราไม่ได้ยินเสียงพากย์ไทยที่คุ้นเคยจากน้าต๋อย เซมเบ้ หรือนักพากย์คนอื่นๆ แล้ว แต่ถึงยังไงการได้นั่งดูหนังฮีโร่ในดวงใจสมัยเด็กๆ แบบนี้ก็ทำให้หลายๆ คนคลายเครียดกันไปได้บ้างไม่มากก็น้อยล่ะนะครับ…ว่าแล้วก็ขอตัวไปนั่งดูตำรวจเหล็กจีบัน กับขบวนการ Winspector ก่อนเน้ออออ

 

ข้อมูลเพิ่มเติม : TOEI TOKUSATSU WORLD OFFICIAL (YouTube)

from:https://droidsans.com/toei-tokusatsu-free-80s-japanese-heroes-movies/

รีวิว Disney Sorcerer’s Arena เกม PRG ที่นำตัวละครกว่า 70 ตัว จาก Pixar และ Disney มา Battle ชิงความเป็นหนึ่ง

ปกติแล้วถ้าพูดถึงเกม Disney เนี่ย ภาพในหัวของทุกคนก็คงจะนึกถึงแต่เหล่าเจ้าหญิงที่วิ่งอยู่ในปราสาทแสนสวย หรือไม่ก็ตัวละครกุ๊กกิ๊กน่ารักใสๆใช่มั้ยคะ แต่ตอนนี้..ขอลบภาพเหล่านั้นออกไปก่อน เพราะ Disney Sorcerer’s Arena เป็นเกมแนว PRG ที่พลิกโฉมบทบาทของทุกตัวละครให้ได้เห็นในด้านบู๊บ้างแล้ว…ใครจะคิดล่ะคะ ว่าเงือกน้อย Aerial จะถือสามง่ามออกมาลุย หรือ Pocahontas ที่ใช้เวทมนตร์ยิงใส่ศัตรูได้ด้วย!

ก่อนที่เราจะเข้าไปมันกันในเกมก็ต้องกดดาวน์โหลด Disney Sorcerer’s Arena มาติดตั้งก่อนเลยค่ะ ซึ่งตอนนี้เค้าเปิดให้เล่นฟรีทั้งระบบ Android และ iOS  เลยนะคะ…เอาล่ะ ถ้าทุกคนดาวน์โหลดเรียบร้อยแล้วก็อย่ารอช้า เข้ามาร่วมต่อสู้กันได้เล้ย!

Disney Sorcerer’s Arena (Free+, Google Play) →


‎Disney Sorcerer’s Arena (Free+, App Store) →

เมื่อเราเข้ามาในเกม อย่างแรกที่ต้องทำคือ Sign in ใน Google Play Game ก่อนเลย เพื่อป้องกันการสูญหายหรือการถูกขโมยเมื่อเล่นได้เลเวลสูงๆนั่นเอง ซึ่งวิธี Sign in ก็ง่ายมากๆ แค่สร้าง Gamer ID ก่อน  (ถ้าขี้เกียจก็ใช้ ID ที่เกมมีมาให้ได้เลยค่ะ) จากนั้นก็ใส่เมลของเราเข้าไปในช่องถัดมาด้านล่าง และกด Create เท่านี้ก็เรียบร้อย แต่ถ้าไม่อยาก Sign in ก็สามารถเลือกเป็น Guest ได้ (แต่ก็จะเสี่ยงกับการที่ Save หายนะคะ)

เมื่อเรา Sign in เสร็จ ตัวเกมก็จะพาเราเข้าไปสู่ดินแดนเวทมนต์ลึกลับกันแล้วล่ะค่ะ

วิธีการเล่น

ในตอนแรกตัวเกมก็จะมีการสอนวิธีเล่นแบบละเอียด ซึ่งก็จะส่งตัวละครมาให้ 2 ตัวนั่นก็คือ แอเรียล และ มิกกี้ เม้าส์ โดยทั้งคู่จะมีพลังที่แตกต่างกันออกไป มิกกี้ เม้าส์ จะใช้เวทมนต์ในการต่อสู้ซึ่งกดปุ่มที่มุมขวาล่างตามภาพเลยค่ะ ส่วนแอเรียลก็จะมีพลังจากตรีศูลของไทรทันเป็นอาวุธ อีกทั้งยังสามารถเพิ่มพลังให้แก่ตัวละครอื่นในทีมอีกด้วย

เมื่อเราชนะ ก็จะได้ reward เพื่อเอาไปอัพสกิลการต่อสู้ของตัวละครและนำไปเปิดไพ่ตัวละครตัวต่อไป ซึ่งตัวละครจะเป็นแบบสุ่มนะคะ ไม่สามารถเลือกได้เลยว่าจะเอาตัวไหน จากนั้นก็นำตัวละครที่ได้มาเข้าร่วมทีมและไป Battle ในด่านสุดมันกันได้เลย

ในด่านแรกมีชื่อว่า Grand Campaign ซึ่งเราก็จะเจอกับลูกสมุนและเหล่าวายร้ายมากมาย อาทิ เสือแชร์คานจากเรื่องเมาคลี , ชางหยูจากมู่หลาน , เดวี่โจนส์ จาก Pirates of the Caribbean ฯลฯ และฉากหลังในแต่ละด่านก็จะเปลี่ยนสถานที่ไปเรื่อยๆ แบบไม่ซ้ำกันเลยทีเดียว ซึ่งถ้าเราเล่นไปเรื่อยๆก็จะสามารถปลดล็อกโซนของด่านต่อไปได้ค่ะ

นอกจาก Grand Campaign แล้วยังมี Heroes Campaign (ด่านสำหรับตัวละครฝ่ายดี), Villains Campaign (ด่านสำหรับตัวละครฝั่งร้าย) และถ้าพัฒนาสกิลได้สูงๆก็จะสามารถเล่นโหมด PVP Arena ซึ่งจะให้เราเข้าไปต่อสู้กับผู้เล่นคนอื่นๆ จากทั่วโลกได้แบบ Real-Time ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องมีการชิงไหวชิงพริบมากกว่าการสู้กับผู้ร้ายที่เป็น AI อยู่แล้วค่ะ

 

ตัวละคร

ตัวละครของ Disney Sorcerer’s Arena บอกเลยว่าไม่ได้มาเล่นๆ เพราะว่าเราจะได้เห็นเหล่าตัวการ์ตูนจากทั้ง Disney และ Pixar มารวมตัวอยู่ในทีมเดียวกันทั้งตัวร้ายและเหล่าเจ้าหญิง ซึ่งมีให้ผู้เล่นสะสมได้ถึง 66 ตัวเลย เช่น Buzz Lightyear , Sulley ,Yzma , Aladdin , Captain Hook , Kronk , Tinker Bell , Demona , Bo Peep , Davy Jones , Hades , Jack Sellington, Jafar Pocahontas , Robin Hood , Dr.Facilier , Frozone , Maui , The Horned King , Mulan , Gaston , Maleficent , Stitch , Zeus ฯลฯ

ซึ่งแต่ละตัวก็จะมีหน้าที่ต่างกันออกไป เหมือนพวกเกม RPG ซึ่งจะมีทั้งตัวละคร Tank พลังชีวิตสูงๆ สำหรับรับการโจมตี, Support ตัวละครสายช่วยเหลือเพื่อนๆ (เพิ่มพลัง, รักษา ฯลฯ), Mage ตัวละครสายเวทย์ที่ค่อนข้างเปราะ แต่มีเวทมนตร์โจมตีรุนแรง ฯลฯ

ซึ่งการจะสะสมตัวละครเหล่านี้ได้ก็ตามฟอร์มของเกมแนวนี้ คือใช้ระบบ Gacha หรือสุ่มตัวละครเอาจากล็อตเตอรี่นั่นเองค่ะ เพราะฉะนั้นการจะสะสมตัวละครที่เราชอบ หรือจะสะสมทั้งหมด จะไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย เพราะต้องอาศัยดวงสุดๆ ยิ่งตัวละครระดับ Rare หรือระดับ Legendary ยิ่งมีเปอร์เซ็นต์ได้ที่น้อยมากๆๆๆ ในการสุ่มแต่ละครั้ง

นอกจากตัวละครหลักแล้ว ยังมีเหล่าตัวช่วยและพวกเวทมนตร์คาถาให้เราสะสมอีก 26 แบบ เช่น Magical Meteor เวทมนต์ทำลายล้าง , Trigger’s Tower นกแร้งที่จะช่วยยิงสกัดฝั่งตรงข้าม , Duke  Caboom ของเล่นนักซิ่งสุดฮา , Fairy Slumber 3 ป้านางฟ้าของเจ้าหญิงนิทรา , Hunney pot ไหน้ำผึ้งของหมีพู ฯลฯ

 

สกิลการต่อสู้

อาวุธหรือทักษะการต่อสู้ของในแต่ละตัวละครรจะมีแตกต่างกันขึ้นอยู่กับความร้ายกาจและคาเรคเตอร์ แต่จะมี Abilities หรือคุณสมบัติหลักๆ 3 โหมดเลยคือ

  • Basic จะเป็นโหมดการต่อสู้ธรรมดาที่สามารถใช้ได้ตลอด ไม่ต้องรอโหลดและไม่จำกัดจำนวนครั้ง
  • Special ซึ่งจะเป็นการต่อสู้ที่มีหลังทำลายล้างสูงขึ้นมาอีก แต่เมื่อใช้แล้วอาจต้องรอให้พลังโหลดให้เต็มขีดก่อนถึงจะใช้อีกครั้งได้
  • Passive จะเป็นพลังแฝงที่ไม่จำเป็นต้องกดใช้ แต่จะเป็นการเพิ่มค่าต่างๆ ให้กับท่า หรือพลังอื่นๆ

 

การเล่นเกม

Disney Sorcerer’s Arena เป็นเกมแรว RPG แบบ Turn-Based ที่แต่ละทีมจะผลัดกันโจมตี หรือผลัดกันใช้สกิลทั้งต่อสู้ หรือสกิลช่วยเหลือ ซึ่งเราก็จะต้องวางแผนให้รอบคอบก่อนที่จะเริ่มโจมตี หรือเลือกใช้สกิลแต่ละตัว เพื่อให้สามารถสร้างความเสียหายกับศัตรูได้มากที่สุดนั่นเองค่ะ

โดยปุ่มทางด้านล่างขวาก็จะเป็นท่าโจมตี และสกิลพิเศษที่ใช้ต่อสู้กับฝั่งตรงข้าม หรือใช้สนับสนุนตัวละครฝั่งเดียวกัน ซึ่งแต่ละตัวก็จะมีไม้เด็ดต่างกันไป ส่วนทางด้านล่างซ้ายก็จะเป็นคิวการต่อสู้ของตัวละครในทีมของเราที่จะรันให้อัตโนมัติ ไม่สามารถลัดคิวได้นะ เพราะตัวเกมจะสุ่มมาให้ว่าตัวละครไหนจะได้โจมตีก่อน แต่ว่าจะสามารถเลือกได้ว่าจะใช้พลังอะไรจัดการกับฝั่งตรงข้ามดี หรือจะเก็บพลังที่เป็นไม้ตายไว้ใช้สู้กับตัวบิ๊กๆ ในช่วงท้ายของด่านนั้น

แต่ละด่านของเกมนั้นจะเป็นด่านสั้นๆ เล่น 3- 5 นาทีหรือเร็วกว่านั้นก็จบแล้ว ซึ่งใน 1 ด่านเราก็จะเจอกับลูกสมุน และ ตัวบอส โดยเราจะต้องสู้กับพวกลูกสมุนก่อน 1 – 2 รอบ (ดูรอบได้ที่มุมซ้ายบนจะเป็นเลข 2/2 , 3/3 ) ถึงจะเข้าสู่ Final Battle ไปเจอกับวายร้ายตัวบิ๊กได้ และถ้ายิ่งเล่นด่านลึกๆ ความยากก็จะเพิ่มขึ้นตามด้วย เพราะความอึด จำนวน และพลังของลูกสมุนก็จะเพิ่มขึ้น ทำให้เราจัดการได้ยาก แถมระหว่างทางก็ต้องเสียพลัง เสียสมาชิกในทีม กว่าจะจัดการและฝ่ามาถึงด่านสุดท้ายได้ก็ตายเกือบหมดทีมเลยล่ะค่ะ (ส่วนนึงเพราะเล่นไม่เก่งและวางแผนไม่รัดกุมเอง 555) แนะนำว่าถ้าเล่นไปถึงด่านสูงๆ แล้วตายเกลี้ยง ให้กลับมาเก็บค่าประสบการณ์ในด่านก่อนหน้า จนกว่าทีมของเราจะเก่งกว่านี้

 

การสะสมเลเวลเพื่อนำไปอัพสกิล ปลดล็อกตัวละคร และด่านต่างๆ

เมื่อเข้าไปที่หน้าหลักของเกม ให้กดที่ Daily Quests ซึ่งจะมีภารกิจมากมายรอให้ผู้เล่นมาพิชิตเพื่อสะสมเหรียญ สายฟ้า เพชร และโทเคน เอาไว้อัพสกิลตัวละคร และปลดล็อกไพ่ตัวละครที่รออยู่ใน Collection ซึ่งนอกจากการพิชิตด่านต่างๆแล้ว ช่องทางในการเพิ่มเลเวลนั้นก็มีให้เลือกมากมาย ทั้งสะสมเหรียญ เพชร แบบฟรีรายวัน รายเดือน และถ้าใครใจร้อนไม่อยากรอ ไม่อยากเหนื่อยก็สามารถใช้เงินจริงๆแลกซื้อได้ที่ Store เลย

เหรียญ เพชรและโทเคนฟรีตลอดทั้งเดือนเมษายน เล่นทุกวัน ได้ทุกวัน!

หรือขี้เกียจรอทุกวันก็ไม่เป็นไร มีให้ใช้เงินจริงซื้อได้ที่  Store 

กราฟฟิก

Disney Sorcerer’s Arena จะสามารถปรับกราฟฟิกได้ 3 ระดับ คือ High , Medium และ Low ซึ่งบอกเลยว่าตัวกราฟฟิกทั้งฉาก เสียง รายละเอียดและตัวละครตั่งต่างคือดีงามมาก…ก็แน่นอนล่ะค่ะ เพราะเป็นของ Disney x Pixar อะเนอะ จะมาแบบธรรมดาได้อย่างไร โดยจากที่ทดลองด้วย Galaxy Tab S4 ซึ่งใช้ชิป Snapdragon 835 ก็สามารถปรับกราฟฟิกไปที่ High ได้โดยไม่มีอาการกระตุกให้เสียอารมณ์ค่ะ

สรุป

Disney Sorcerer’s Arena เป็นเกมแนว Turn-Based PRG ที่สนุกมากๆ เกมนึงเลยล่ะค่ะ และยิ่งถ้าคนที่เป็นสาวกตัวการ์ตูนจาก Disney และ Pixar อยู่แล้วด้วยก็คงจะฟินอยู่ไม่น้อย อีกทั้งแต่ละด่านก็จะเจอกับวายร้ายที่ต่างกันไปแบบไม่ซ้ำ ซึ่งเจ้าหญิงบางคนก็แอบไปเป็นฝั่งตัวร้ายด้วยนะ และวายร้ายบางตัวก็เข้ามาเป็น 1 ในลูกทีมของเราได้เหมือนกัน อีกทั้งยังมีด่านอีกเยอะมาก (มากจริงๆ ก.ไก่ล้านตัว) เล่นได้ยาวๆ แก้เซ็งตลอดช่วงที่กักตัวอยู่บ้านนี้ได้แบบเพลินๆ เลยล่ะค่ะ

from:https://droidsans.com/review-disney-sorcerers-arena-turn-based-rpg-game/

Counterpoint ชี้ ตลาด Music Streaming โตขึ้น คาดปีนี้มีผู้ใช้งานเกิน 450 ล้านราย ส่วน Spotify ยังคงครองแชมป์

Counterpoint Research บริษัทเก็บสถิติ ออกมาเปิดเผยว่า ในปี 2019 ที่ผ่านมา ตลาด Music Steaming ถือว่าคึกคักเป็นอย่างมาก เพราะมีอัตราการเติบโตขึ้นจากปีก่อนถึง 32% โดยเจ้าตลาดยังคงเป็น Spotify และ Apple Music เหมือนเดิม ส่วน YouTube Music ที่เพิ่งมาเปิดตัวในไทยไม่นานมานี้ อยู่ในอันดับ 5

ที่หนึ่งของตลาด Music Streaming ในปี 2019 ที่ผ่านมา ก็คงไม่ใช่ใครที่ไหน นอกจาก Spotify ที่มีอัตราการเติบโตสูงขึ้นจากปีก่อนถึง 23% คว้าส่วนแบ่งการตลาด (Market Share) ไปมากถึง 35% ส่วน Apple Music อยู่อันดับ 2 กวาดยอดส่วนแบ่งไปราวๆ 19% ขณะที่อันดับ 3, 4 และ 5 เป็น Amazon Music, Tencent Music และ YouTube Music ที่เพิ่งเข้ามาทำตลาดบ้านเราในช่วงปลายปีก่อนนี้เอง ส่วน Tidal บริการสตรีมมิ่งเพลงออนไลน์ที่มีจุดเด่นในเรื่องคุณภาพไฟล์เสียงระดับสูงกลับหาย ไม่ติดอยู่ใน 5 อันดับแรกซะงั้น

สรุปอันดับ Market Share ของบริการสตรีมมิ่งเพลงออนไลน์ในปี 2019

  1. Spotify : ได้ยอดส่วนแบ่งการตลาดไป 35%
  2. Apple Music : ได้ยอดส่วนแบ่งการตลาดไป 19%
  3. Amazon Music : ได้ยอดส่วนแบ่งการตลาดไป 15%
  4. Tencent Music : ได้ยอดส่วนแบ่งการตลาดไป 11%
  5. YouTube Music : ได้ยอดส่วนแบ่งการตลาดไป b
  6. อื่นๆ : รวมกัน 14%

Abhilash Kumar นักวิเคราะห์ของบริษัท Counterpoint Research รายงานว่า แนวโน้มการเติบโตของตลาด Music Streaming น่าจะมาจากนโยบาลโปรโมชั่นให้ทดลองฟังฟรี 3 เดือน หรือโปรลดราคาของ Spotify อีกทั้งฝั่ง Apple Music เองก็มีการพัฒนาแบบต่อเนื่อง ด้วยการใส่ฟีเจอร์ต่างๆ มากมายทั้ง Night Mode, จัด Playlist ให้ตรงกับความต้องการของผู้ฟัง ฯลฯ นอกจากนี้ Amazon Music ยังนำเพลงคุณภาพสูงแบบ Loseless ใส่มาให้ผู้ใช้งานอีกด้วย เพื่อประสบการณ์การฟังเพลงที่ยอดเยี่ยม

นอกจากนี้ Counterpoint Research ยังเชื่อว่าตลาด Music Streaming จะเติบโตต่อเนื่องอีกในปี 2020 นี้ และคาดว่าจะมียอดผู้ใช้งานมากขึ้นราวๆ 25% ซึ่งหากเป็นแบบนั้นขึ้นมาจริงๆ ยอดผู้ใช้งานบริการ Music Streaming อย่าง Spotify, Apple Music หรือ YouTube Music อาจเกิน 450 ล้านรายทั่วโลกภายในปีนี้ก็ได้

 

ที่มา: gsmarena, 9to5mac

 

from:https://droidsans.com/global-online-music-streaming-growth-2019/

Google เปิดข้อมูลสถิติสู้ Covid-19 | พบคนไทยเข้าออฟฟิศน้อยลงเพียง 21% อยู่บ้านมากขึ้น 16%

Google ในฐานะผู้ให้บริการด้านข้อมูลแหล่งใหญ่ที่สุดของโลก ไม่ยอมอยู่เฉยเลือกใช้ข้อมูลที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดออกรายงานสถานการณ์การเคลื่อนไหวประชาชาติ หรือ Community Mobility Reports ซึ่งใช้ Google Location History มารวบรวมเป็นรายงานสรุปเพื่อวัดผลมาตรการรัฐของแต่ละประเทศ ในการรับมือโรคระบาด Covid-19 ว่าออกมาตรการกันมาแล้วได้ผลดีเท่าที่ควรหรือไม่ สำหรับประเทศไทย พบว่ามีการเดินทางด้วยระบบสาธารณะลดลง 61% เข้าออฟฟิศทำงานลดลง 21% และอยู่บ้านกันเพิ่มขึ้น 16%

นอกจากสถานการณ์ไวรัส Covid-19 ที่ยังไม่ยอมเพลาลง ไม่รู้จะไปหยุดลงที่ตรงไหน ฝั่งธุรกิจ ผู้ประกอบการน้อยใหญ่ก็ได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า ทั่วโลก ชนิดเข้าขั้นวิกฤติเศรษฐกิจรุนแรงและชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ แต่ถึงอย่างนั้นฝั่งผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีหลายรายทั่วโลกก็ไม่หยุดนิ่ง แต่พร้อมใจกันควักทุกอาวุธที่มีอยู่ในมือออกมาช่วยองค์กรสาธารณสุขและรัฐบาล เพื่อสู้กับโรคร้ายนี้ ด้าน Google นั้นชัดเจนที่สุดในฐานะผู้ให้บริการด้านข้อมูลที่ใหญ่ที่สุดในโลก (world’s information provider) เริ่มจากการจัดตั้งพื้นที่ข้อมูลพิเศษ ในช่องทาง Google Search ที่อุทิศให้กับอัพเดทสถานกาณ์ไวรัสโดยเฉพาะ

ซึ่งนอกจากบริการ Google Search อันเลื่องชื่อแล้ว Google ยังมีอีกบริการที่เป็นประโยชน์ต่อโลกทั้งใบอย่างมาก นั่นคือบริการแผนที่ ที่ฟรีและดีที่สุดในโลกอย่าง Google Maps ซึ่งมีฟีเจอร์สำคัญอย่างนึงสำหรับผู้ใช้สมาร์ทโฟนนั่นคือ Location History หรือก็คือการเก็บบันทึกข้อมูลการเดินทาง ซึ่งเป็นตัวช่วยทำงานในการคำนวณความหนาแน่นการจราจรและการวางแผนการเดินทางชั้นยอดมาตลอดโดย งานนี้ได้นำมาใช้ประโยชน์เพื่อช่วยเหลือสถานการณ์ที่รัฐและผู้คน ต้องจัดระเบียบการเดินทางใหม่ให้เข้มงวดมากยิ่งขึ้น ซึ่งประโยชน์อย่างแรกตามที่ DroidSans ได้นำเสนอเอาไว้ก่อนหน้านี้นั่นก็คือ วิธีการตรวจสอบประวัติการเดินทางย้อนหลัง 14 วันของตัวเองหากอยู่ในกลุ่มเสี่ยงหรือติด Covid-19

รายงานการเคลื่อนไหวคนไทย มีนาคม 2020 | เข้าออฟฟิศน้อยลงเพียง 21% อยู่บ้านเพิ่มขึ้น 16%

ล่าสุด Google ได้เปิดตัวพื้นที่ช่วยเหลือด้านข้อมูลสาธารณาใหม่ขึ้นอีกนั่นคือ “COVID-19 Community Mobility Reports” ที่เราขอเรียกมันว่า “รายงานการเคลื่อนไหวประชาชาติฟาดโควิด” ซึ่งเป็นรายงานเฉพาะกิจที่จะมีอัพเดทไปเรื่อย ๆ ในแต่ละช่วงเวลาไปจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้นเพื่อช่วยเหลือในการสรุปผลการเคลื่อนไหวของประชาชนในแต่ละพื้นที่ ซึ่งเป็นการสนับสนุนองค์กรด้านสาธารณสุขและรัฐในการใช้เป็นดัชนีวัดผลของมาตรการรัฐได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในมาตรการ Social Distancing ที่ทั่วโลกกำลังทำ หรือที่บ้านเราเรียกมันว่า มาตรการ อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ นั่นเอง

ลองมาดูตัวเลขวัดผลสำหรับมาตรการรัฐบ้านเรากันบ้าง จากภาพประกอบจะพบว่ากราฟการเดินทางไปอยู่ในพื้นที่ทำงาน หรือ ออฟฟิศ (Workplaces) นั้นลดลง 21% และใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่อยู่อาศัย (Residential) สูงขึ้น 16% ในเดือนที่ผ่านมาแต่กราฟจะดีดกลับเล็กน้อยเป็นจุดเล็ก ๆ ในแต่ละสัปดาห์ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณบอกได้ว่า คนไทยทำงานที่บ้านกันมากขึ้นชัดเจน แต่จำนวนยังไม่มากนัก และแถมยังมีการกลับเข้าออฟฟิศอยู่ ซึ่งอาจเป็นลักษณะของการประชุมสรุปงานประจำสัปดาห์ตามความเคยชินอยู่ หากเทียบกับมาตรฐานของสหรัฐอเมริกาที่มีบริษัทด้านเทคโนโลยีจำนวนมากพบว่าชาวอเมริกันเดินทางไปยังพื้นที่ออฟฟิศลดลงมากที่สุดถึง 38% เลยทีเดียว (แต่ก็ยังเอาไม่อยู่ ล่าสุดผู้ติดเชื้อทะลุ 300,000 รายไปแล้ว)

ที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือเทรนด์ของพื้นที่ Transit Stations ซึ่งได้แก่การเข้าสู่พื้นที่การคมนาคมสาธารณะเช่น สถานีรถโดยสาร หรือรถไฟฟ้าสายต่าง ๆ เป็นต้น จะเห็นว่าลดลงถึง 61% ซึ่งอาจเป็นที่น่าพอใจในระดับหนึ่งหากมองว่าคนเดินทางด้วยระบบสาธารณะที่ต้องรวมผู้คนจำนวนมากไว้ด้วยกันน้อยลง แต่หากสังเกตุกราฟจะพบว่าเทรนด์นั้นมีการดีดตัวกลับราว 2 ครั้งในช่วงต้นเดือนและก่อนปลายเดือนมีนาคมซึ่งพอเหมาะพอเจาะกับการสนับสนุนให้ผู้คนเริ่มทำงานจากที่บ้าน และการประกาศปิดบริการห้างร้านและสถานที่พักผ่อนหย่อนใจในกรุงเทพ ซึ่งเกิดเป็นข่าวดราม่ากระจายเชื้อกลับบ้านต่างจังหวัดกันยกใหญ่

รายงานพิเศษนี้อาจช่วยสร้างแรงกระเพื่อมต่อมาตรการสาธารณสุขของแต่ละชาติได้เป็นอย่างดี ว่าประสบความสำเร็จหรือไม่หรือมีอะไรที่สามารถยกระดับ ปรับปรุง ในความพยามหยุดการเดินทางของผู้คน ซึ่งหากทำได้ไม่ดีพอ ไม่แน่ว่ารายงานชุดนี้อาจกลายเป็นรายงานการเคลื่อนไหวประชาชาติฟาดหน้ามาตรการรัฐที่ล้มเหลวแทนก็เป็นได้ 😥 แต่เอาเป็นว่านี่คือข้อมูลที่ประโยชน์มากอีกชุดนึงจาก Google ที่มอบให้กับโลกใบนี้ในยามวิกฤติก็แล้วกัน ซึ่งทุกฝ่าย ทุกภาคส่วนสามารถนำข้อมูลระบบเปิดนี้ไปใช้ได้เพื่อช่วยกันรับมือสถานการณ์นี้ให้ผ่านพ้นไปด้วยกันได้เป็นอย่างดี #ประเทศไทยต้องชนะ 😉

 

อ่านเพิ่มเติม: รายงานสรุปการเคลื่อนไหวประชาชาติของประเทศไทย ฉบับวันที่ 29 มีนาคม 2020

อ้างอิง: Google’s COVID-19 Community Mobility Reports

from:https://droidsans.com/google-reports-mobility-trends-in-regards-to-national-measure-to-fight-covid-19/

Nikon School เปิดคอร์สสอนถ่ายภาพออนไลน์ฟรีๆ ตลอดเดือนเมษายน 2563

น่าปลื้มใจอยู่เหมือนกันที่ในช่วงวิกฤติการณ์ COVID-19 แบบนี้ เราได้เห็นบริษัท IT ต่างๆ ออกมาช่วยเหลือกันคนละไม้ละมือไม่ว่าจะเป็นการบริจาคอุปกรณ์การแพทย์ บริจาคเงิน เปิดให้ใช้แอปได้ฟรี ฯลฯ วึ่งล่าสุดบริษัทกล้องระดับโลกอย่าง Nikon ก็ขอออกมามอบสิ่งดีๆ ให้บ้าง ด้วยการเปิดคอร์สออนไลน์ Nikon School ที่ได้รวบรวมเอาเทคนิค และวิธีการถ่ายภาพจากเหล่ามืออาชีพมารวบรวมไว้ให้ผู้ที่สนใจได้เปิดดูกันได้ฟรีๆ ทั้งเดือนเมษายนนี้

สำหรับคอร์สสอนการถ่ายภาพ Nikon School ในตอนนี้มีอยู่ทั้งหมด 10 คอร์สด้วยกัน โดยแต่ละคอร์สจะกินเวลาตั้งแต่ 15 นาที จนถึง 1 ชม. นิดๆ โดยเราสามารถเข้าไปได้ที่เว็บไซท์ Nikon Events และเมื่อเข้ามาแล้วก็จะมีการลงทะเบียนนิดหน่อย แค่ใส่ชื่อ – สกุล กับ E-Mail เท่านั้น จากนั้นก็เลือกดูคอร์สต่างๆ ได้เลย

คอร์สเรียนของ Nikon School จะมีด้วยกันทั้งหมด 10 คอร์ส ตามนี้…

  • Creator’s Mindset: Creating Video Content with Z 50 : เรียนรู้การทำคอนเทนท์ด้วยกล้อง Nikon Z 50 (15.26 นาที)

  • Getting Started with Your Nikon DSLR : บทเรียนเบื้องต้นของกล้อง DSLR จาก Nikon (16.54 นาที)

  • Photographing Children and Pets : การถ่ายภาพเด็ก และสัตว์เลี้ยง (50.24 นาที)

  • Hands-on with SB-5000 Speedlight : ลองใช้งานแฟลช SB-5000 (41.52 นาที)

  • Fundamentals of Photography : พื้นฐานของการถ่ายภาพ (42.35 นาที)

  • Environmental Portraiture : การจัดสภาพแวดล้อม (43.57 นาที)

  • The Art of Making Music Videos : ศิลปะในการถ่ายทำ Music Video (01.09.09 นาที)

  • Beyond the Fundamentals of Photography : พื้นฐานการถ่ายภาพในระดับสูงขึ้น (56.32 นาที)

  • Discovering Macro Photography : การถ่ายภาพมาโคร (50.43 นาที)

  • Exploring Dynamic Landscape Photography : เทคนิคการถ่ายภาพ Landscape (43.50 นาที)

 

เรียกว่าถ้าได้ลองศึกษาตามคอร์สสอนการถ่ายภาพทั้งหมดนี้ ดีไม่ดีหลังจากปลอดมาตรการกักตัวจาก COIVD-19 แล้ว เราอาจจะกลายเป็นคนที่ถ่ายภาพเก่งขึ้นอย่างผิดหูผิดตาขึ้นมาเลยก็ได้นะ ซึ่งถึงแม้จะออกไปถ่ายภาพนอกบ้านไม่ได้ แต่อย่างน้อยได้เรียนรู้ทฤษฎีเอาไว้ก็ยังดีกว่าปล่อยเวลาให้ผ่านไปเฉยๆ เบื่อๆ นะครับ…ใครสนใจก็รีบหน่อย เพราะ Nikon เค้าเปิดคอร์สฟรีให้แค่ภายในเดือนเมษายน 2563 เท่านั้นนะครับ

 

ข้อมูลเพิ่มเติม : Nikon

from:https://droidsans.com/nikon-school-free-photography-online-course-april-2020/

เผย iPhone 12 Pro และ Pro Max จะมีกล้องหลัง 3 ตัว + LiDAR Scanner แต่จอยังมี Notch และพอร์ตชาร์จ Lightning

แม้ว่าจะเหลือเวลาอีกหลายเดือนกว่าจะถึงวันเปิดตัวของ iPhone 12 Series และไม่รู้ว่าจะถูกเลื่อนออกไปเพราะสถานการณ์ไวรัส COVID-19 หรือเปล่า…แต่ข้อมูลสเปคและดีไซน์ของ iPhone 12 Series ก็มีหลุดออกมาให้ชมกันเรื่อยๆ โดยล่าสุดเป็นคิวของ iPhone 12 Pro และ iPhone 12 Pro Max ที่คาดว่าจะมาพร้อมกับกล้องหลัง 3 ตัว + LiDAR Scanner ขณะที่หน้าจอยังคงมี Notch และพอร์ตชาร์จยังเป็น Lightning เหมือนเดิม

ภาพสเก็ตด้านล่าง เป็นภาพของมือถือที่คาดว่าจะเป็น iPhone 12 Pro และ iPhone 12 Pro Max โดยจะเห็นว่า iPhone 12 Pro และ iPhone 12 Pro Max จะได้รับการอัพเกรดในเรื่องของกล้อง โดยใส่กล้องมาให้ทั้งหมด 3 ตัว พร้อมเซนเซอร์ LiDAR อีกหนึ่งตัว จากในรุ่น iPhone 11 Pro และ iPhone 11 Pro Max ที่มีมา 3 ตัว

สำหรับเซนเซอร์ LiDAR Scanner จะเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งาน Augmented Reality หรือเทคโนโลยีภาพเสมือนสามมิตินั่นเอง นอกจากนี้เซนเซอร์ดังกล่าว ยังสามารถช่วยในเรื่องของการเบลอฉากหลังในโหมด Portrait ได้เนียนกว่าการใช้กล้อง 2D ธรรมดาอีกด้วย แต่ที่น่าสังเกตก็คือ iPad Pro 2020 ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน กลับไม่มีโหมด Portrait ในเครื่องซะงั้น ทั้งๆ ที่มาพร้อมกับตัว LiDAR Scanner เหมือนกัน ในส่วนนี้คาดว่า Apple น่าจะอัพซอฟต์แวร์เติมฟีเจอร์ให้ทีหลังก็ได้

ภาพคอนเซ็ปท์ของ iPhone 12

ส่วนสาวกท่านไหนที่คาดหวังว่า iPhone 12 Series คราวนี้น่าจะไม่มีรอยบากแล้ว ก็อาจจะอกหักดังเปร๊าะ…เพราะจากแหล่งข่าวเดียวกันบอกว่า Apple อาจจะไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างดีไซน์ของ iPhone 12 Series มากนัก (ถ้าไม่นับเรื่องกล้อง) เพราะทุกๆ อย่างก็น่าจะออกมาเป็นทรงเดียวกับ iPhone 11 Series หมดเลย นั่นแปลว่าหน้าจอของ iPhone 12 Series อาจจะยังคงมีรอยบากเหมือนเดิม แต่มีความเป็นไปได้ที่รอยบากนั้นอาจจะมีขนาดที่เล็กลง อีกทั้งเรื่องพอร์ตชาร์จ Apple ก็อาจจะเลือกใช้พอร์ต Lightning อยู่เหมือนเดิม ไม่ใช่ USB-C หรือเป็นเครื่องไร้พอร์ตแบบที่ลือๆ กันก่อนหน้า

เรียงจากซ้ายไปขวา: iPhone 9, iPhone 12, iPhone 12 Plus, iPhone 12 Pro และ iPhone 12 Pro Max

ปกติแล้ว Apple จะเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ๆ ในช่วงเดือนกันยายนของทุกปี และหากปีนี้ไม่มีอะไรผิดพลาด เราก็น่าจะได้เห็น iPhone 12 Series เปิดตัวกันในช่วงดังกล่าวนั่นเอง แต่..วันวางจำหน่ายอาจจะเลื่อนไปไกลถึงเดือนพฤศจิกายนก็เป็นได้ ถ้าสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ยังไม่ดีขึ้น

 

ที่มา: phonearena 

from:https://droidsans.com/iphone-12-pro-and-pro-max-will-feature-quad-camera-setup/