คลังเก็บหมวดหมู่: DROIDSANS

กระทบไปหมด…iPhone 9 อาจต้องเลื่อนวางจำหน่าย จากการระบาดของไวรัสโคโรนาในประเทศจีน

ก่อนหน้านี้ได้มีข้อมูลออกมาแล้วว่า Apple ได้เตรียมเดินสายพานการผลิต iPhone 9 เป็นจำนวนมาก ในเดือนกุมภาพันธ์ เพื่อเตรียมวางจำหน่ายภายในเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้ แต่หลังจากที่มีการระบาดอย่างรุนแรงของไวรัสโคโรนาในประเทศจีน อาจส่งผลกระทบให้การผลิตมือถือดังกล่าวล่าช้าออกไปจากกำหนดเดิม

การระบาดของไวรัสโคโรนาในประเทศจีนมีแหล่งกำเนิดมาจากเมืองอู่ฮั่น ซึ่งตอนนี้ทางการจีนได้สั่งปิดเมืองดังกล่าว เนื่องจากมีผู้ป่วยที่ติดไวรัสดังกล่าวหลายพันราย รวมถึงมีผู้เสียชีวิตอีกเป็นร้อยราย (เช็คข้อมูลผู้ติดเชื้อจากทั่วโลกได้ในนี้ครับ)

ซึ่ง Apple อาจจะได้รับผลกระทบเข้าไปเต็มๆ หากไวรัสดังกล่าวเริ่มระบาดเข้าไปสู่เมืองเจิ้งโจวซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงงาน Foxconn และ Pegatron ซึ่งเป็นโรงงานผลิตชิ้นส่วนสำคัญๆ ที่ต้องใช้ในการผลิต iPhone นั่นเอง

ถึงแม้ว่าเมืองเจิ้งโจวจะห่างจากเมืองอู่ฮั่นกว่า 500 กิโลเมตร แต่มันก็ยังมีความเสี่ยงอยู่บ้างที่ไวรัสโคโรน่า หรือผู้ป่วยที่ติดเชื้อดังกล่าวได้หลุดรอดเข้าไปในเมือง และทำให้เกิดการแพร่ระบาดต่อ หรือไม่ทางโรงงาน Foxconn และ Pegatron อาจจะสั่งปิดตัวเองชัวคราวเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดก็เป็นไปได้เหมือนกัน

และแน่นอนว่าการปิดโรงงานทั้งคู่ จะส่งผลกระทบกับ Apple เต็มๆ เพราะการผลิตชิ้นส่วนสำหรับใช้กับ iPhone 9 จะต้องล่าช้าออกไปจนกว่าจะสามารถควบคุมการระบาดของไวรัสได้หมด ซึ่งรวมถึงชิ้นส่วนของ iPhone 11 และหูฟัง AirPods อีกด้วย…ก็ได้แต่หวังว่าทางการจีนจะสามารถจัดการกับการระบาดของไวรัสโคโรน่าได้ในเร็ววันนี้ครับ

 

ที่มา : Pocketnow

from:https://droidsans.com/iphone-9-could-be-delayed-from-coronavirus-outbreak/

สเปค Galaxy Z Flip หลุดชุดใหญ่ พร้อมภาพตัวเครื่อง 2 สี ม่วงและดำ

ภาพเซ็ตใหญ่ของ Galaxy S20 นั้นหลุดออกมาให้เราได้เห็นครบทั้ง 3 รุ่นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา และดูเหมือนว่ามือถืออีกรุ่นที่ Samsung มีแผนจะเปิดตัวในงานเดียวกันอย่าง Galaxy Z Flip นั้นก็ไม่ยอมน้อยหน้า มีภาพและสเปคหลุดตามออกมาเรียบร้อย เผยสีม่วงและสีดำ โชว์ลักษณะการพับและสันเครื่องสไตล์ Galaxy Fold

ภาพเและสเปคชุดนี้มาจากอีกหนึ่งชื่อที่คุ้นกันดี @rquandt จาก Winfuture นั่นเอง เห็นเงียบๆ ไปปล่อย MaxWeinbench โซโล่อยู่คนเดียว ตอนนี้เลยออกมาร่วมแจมจนได้ เรารู้ข้อมูลเรื่องของวันเปิดตัวมือถือจอพับ Galaxy Z Flip กันไปแล้วว่ายังไงๆ ก็จะได้เห็นพร้อมกับ Galaxy S20 ในงาน Samsung Unpacked 2020 วันที่ 11 กุมภาพันธ์นี้ ส่วนของหน้าจอ Z Flip เมื่อกางออกมาแล้วจะมีขนาด 6.7 นิ้ว ตัวเครื่องสามารถกางออกมาที่ 70 องศาและ 110 องศาได้ เพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้งาน เช่นกางออกมาวางไว้บนโต๊ะ

ส่วนของมิติความหนาความบาง เมื่อพับครึ่ง Galaxy Z Flip จะมีขนาดอยู่ที่ 87.4 x 73.6 x 15.4 มิลลิเมตร และ 167.9 x 74.6 x 6.9 มิลลิเมตร เมื่อกางออก คือตอนพับจะหนาประมาณ 15 มม. พอกางจะเหลือแค่ 6.9 มม. เท่านั้น ซึ่งเมื่อพับฝาแล้วด้านนอกจะมีหน้าจอขนาด 1.06 นิ้ว ซ่อนอยู่ ทำงานแบบติดตลอด Always on display โชว์เวลา สถานะ และการแจ้งเตือนต่างๆ

อัตราส่วนหน่าจอนั้นยืดออกไปเป็น 22:9 ความละเอียด 2636×1080 หรือ Full HD+ โดยจะเป็นหน้าจอแบบ Infinity O มีรูกล้องด้วย ส่วนหน้าจอภายในนั้นจะใช้เป็น Ultra Thin Glass มีความทนทานกว่าแบบฟิล์มที่ใช้กับ Galaxy Fold รุ่นแรก ส่วนของสเปคนั้น Galaxy Z Flip จะใช้ชิป Snapdragon 855+ มี RAM 8GB และ ROM 256GB ไม่สามารถใส่เมมเพิ่มได้ ไม่มีช่องหูฟัง 3.5 ด้วย

 

สเปค Galaxy Z Flip

  • หน้าจอภายใน Infinity O Flex AMOLED ขนาด 6.7 นิ้ว เมื่อกางออก ความละเอียด 2636×1080
  • หน้าจอด้านนอก AMOLED 1.06 นิ้ว
  • ชิปเซ็ต Snapdragon 855+
  • RAM 6GB
  • ROM 256GB
  • กล้องหน้า 10MP
  • กล้องหลังคู่ 12MP + 12MP Ultra Wide
  • แบตเตอรี่ 3300 mAh
  • รองรับการชาร์จเร็ว 15 วัตต์
  • รองรับการกาง 3 ระดับ 70 องศา 110 องศา และ 180 องศา
  • ขนาอตัวเครื่องเมื่อพับจอ 87.4 x 73.6 x 15.4 มม.
  • ขนาดตัวเครื่องเมื่อกางจอ 167.9 x 74.6 x 6.9 มม.

ว่ากันว่า Samsung จะเปิดใ่้ห้จอง Galaxy Z Flip ในยุโรปตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม เรียกว่าหลังจากเปิดตัวไม่กี่วันเท่านั้นเอง คาดว่าราคาจะราวๆ 1500 ยูโร (ราวๆ 50,000 บาท)

 

source sammobile

from:https://droidsans.com/spec-galaxy-z-flip-leak-with-press-image/

หลุดรายชื่อ iPhone ทั้ง 15 รุ่น ที่จะได้อัพเดท iOS 14 พบ iPhone 6s และ iPhone SE ยังติดโผ

เป็นธรรมเนียมของทุกปีที่ Apple จะเปิดตัวระบบปฏิบัติการ iOS เวอร์ชั่นใหม่ของพวกเขาในงาน WWDC 2020 ที่จะจัดขึ้นในช่วงเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้ และล่าสุด iPhonesoft เว็บไซต์ไอทีสัญชาติฝรั่งเศส ได้เปิดเผยรายชื่อ iPhone รุ่นที่จะได้ไปต่อใน iOS 14 ออกมาทั้งหมด 15 รุ่น โดยยังมีชื่อของ iPhone 6s ติดมาด้วย ทั้งที่มีอายุอานามมากถึง 5 ปีแล้ว!

ตามข้อมูลที่ได้มา บอกว่า iPhone ตั้งแต่รุ่น 6s เป็นต้นไป จะสามารถอัพเดทเป็นเวอร์ชั่น iOS 14 ได้ทุกรุ่น ซึ่งถ้าหากข้อมูลดังกล่าวเป็นจริง ก็หมายความว่า Apple จะปล่อยอัพเดท iOS รุ่นใหม่ให้กับมือถือตัวเองได้ถึง 4 เวอร์ชั่นเลยทีเดียว (เทียบกับ Android ที่มักจะปล่อยอัพเดทข้ามเวอร์ชั่น Android ให้แค่ 2 เวอร์ชั่นเท่านั้น) โดย iPhone รุ่นที่จะได้ไปต่อก็คือ…

รายชื่อ iPhone ทั้ง 15 รุ่นที่จะได้อัพเดท iOS 14 (ข้อมูลไม่เป็นทางการ) 

  • iPhone 11 Pro
  • iPhone 11 Pro Max
  • iPhone 11
  • iPhone XS
  • iPhone XS Max
  • iPhone XR
  • iPhone X
  • iPhone 8
  • iPhone 8 Plus
  • iPhone 7
  • iPhone 7 Plus
  • iPhone 6s
  • iPhone 6s Plus
  • iPhone SE
  • iPod touch (7th generation)

นอกจากนี้ยังมีรายชื่อ iPad ที่จะได้ไปต่อใน iPadOS 14 อีกทั้งหมด 9 รุ่น ซึ่งรอบนี้ iPad Air 2 และ iPad Mini 4 ที่เปิดตัวในช่วงปี 2014 และ 2015 ต้องอกหัก เก็บกระเป๋ากลับบ้าน เพราะไม่ได้ไปต่อเหมือนเพื่อนๆ..

รายชื่อ iPad ทั้ง 9 รุ่นที่ได้อัพเดท iPad OS 14 (ข้อมูลไม่เป็นทางการ) 

  • iPad Pro รุ่น 12.9 นิ้ว
  • iPad Pro รุ่น 11 นิ้ว
  • iPad Pro รุ่น 10.9 นิ้ว
  • iPad Pro รุ่น 9.7 นิ้ว
  • iPad 7th gen
  • iPad 6th gen
  • iPad 5th gen
  • iPad Mini 5
  • iPad Air 3

จะสังเกตได้ว่า iPhone และ iPad ทุกรุ่นที่ได้ไปต่อใน iOS 14 จะใช้ชิปเซ็ต Apple A9 และ A9X ขึ้นไปด้วยกันทั้งสิ้น แต่อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้ยังเป็นเพียงแค่ข่าวลือเท่านั้นนะครับ ซึ่ง iPhonesoft ก็เคยรายงานข่าวพลาดมาบ้างแล้วในอดีต อย่างเมื่อปีที่แล้ว พวกเขาทายผิดว่า iPhone SE จะไม่ได้รับอัพเดทเป็น iOS 13 นั่นเอง แต่อย่างไรก็ดี พวกเขาก็เคยทายถูกเช่นกันว่า iPhone 5s และ iPhone 6 จะไม่ได้ไปต่อใน iOS 12

ถ้าจะเอาให้ชัวร์จริงๆ ก็ต้องรอให้ทาง Apple ออกมายืนยันอย่างเป็นทางการอีกรอบในงาน WWDC 2020 ที่กำลังจะมีขึ้นในเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้ต่อไป ว่าจะมี iPhone และ iPad รุ่นไหนบ้าง ที่ได้ไปต่อใน iOS 14

 

ที่มา: 9to5mac

from:https://droidsans.com/ios-14-ipados-14-devices-rumour/

Motorola Edge+ โผล่บน Geekbench เผยสเปค RAM 12GB และชิปที่คาดว่าเป็น Snapdragon 865

ก่อนหน้านี้ได้มีข่าวลือหลุดออกมาว่า Motorola เตรียมเปิดตัวมือถือรุ่นใหม่ในชื่อ Motorola Edge+ ในปี 2020 โดยคาดว่าจะอัดสเปคมาแบบจัดเต็มระดับไฮเอนด์ ซึ่งล่าสุดก็ได้มีข้อมูลเพิ่มเติมของมือถือรุ่นนี้ โผล่ขึ้นมาเว็บไซต์ Geekbench เป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมกับข้อมูลสเปคคร่าวๆ ว่ามันจะมีสเปคเร็วแรงระดับเรือธงเลยล่ะ

จากผลคะแนนบนเว็บไซต์ Geekbench เปิดเผยถึงสเปคของมือถือรุ่น Motorola Edge+ บางส่วน ว่าจะมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 10, อัด RAM มาให้ถึง 12GB, ใช้ชิป Snapdragon แบบ 8 Core ความเร็ว 1.8 GHz โดยทำคะแนนแบบ Single-Core ไปได้ 4,106 และแบบ Multi-Core ได้ 12,823 คะแนน ซึ่งถือเป็นคะแนนที่นับว่าสูงเลยทีเดียว ทำให้คาดว่าชิปเซ็ตที่ Motorola Edge+ ใช้ในการทดสอบครั้งนี้ก็คือ Snapdragon 865 นั่นเอง

นอกจากนี้ยังมีแหล่งข่าวเผยว่าเจ้า Motorola Edge+ จะมาพร้อมกับหน้าจอแบบเจาะรู (Punch Hole Display) ซึ่งไปประจวบเหมาะกับข่าวก่อนหน้าที่มีภาพหลุดเรนเดอร์ของมือถือ Motorola รุ่นลึกลับ หน้าจอเจาะรู และรองรับการใช้งานปากกา Stylus ทำให้มีการคาดเดากันว่ามือถือรุ่นดังกล่าวน่าจะเป็น Motorola Edge+ นี่แหละ

มีความเป็นไปได้ที่เราอาจจะได้เห็น Motorola Edge+ เปิดตัวในงาน MWC 2020 ที่กำลังจะจัดขึ้นในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ เพราะล่าสุด Motorola ได้ร่อนบัตรเชิญให้กับสื่อต่างๆ แล้ว โดยงานดังกล่าวจะมีขึ้นในวันที่ 23 กุมภาพันธ์นี้ครับ คาดว่าเดี๋ยวอีกสักพัก ก็น่าจะมีข่าวอัพเดทของ Motorola Edge+ เริ่มทยอยหลุดออกมาให้เราอ่านกันเรื่อยๆ

 

ที่มา: gsmarena , androidauthority

from:https://droidsans.com/motorola-edge-plus-geekbench-revealed-key-specs/

เทียบสเปค Galaxy A51 และ A71 ราคาต่างกัน 3,500 บาท มีสเปค และฟีเจอร์ไม่เหมือนกันตรงไหนบ้าง

Galaxy A51 และ Galaxy A71 เปิดตัวอย่างเป็นทางการในบ้านเราไปเมื่อวันที่ 24 ม.ค. ที่ผ่านมา ด้วยราคาที่ค่อนข้างเป็นมิตรมากกว่ามือถือซีรีส์ Galaxy A รุ่นก่อนๆ โดยรุ่นน้องเล็ก A51 เปิดราคามาที่ 10,490 บาท ส่วน A71 เปิดมาที่ 13,990 บาท ซึ่งมีราคาห่างกันอยู่ 3,500 บาท ทำให้หลายๆ คนอาจจะตัดสินใจไม่ถูกว่าจะซื้อตัวท็อป A71 ไปเลย หรือว่าจะเอาแค่ A51 ก็พอ…เราก็เลยขอมาเทียบสเปค + ฟีเจอร์ทั้ง 2 รุ่น ให้เห็นกันชัดๆ ไปเลยครับ

ก่อนอื่นเรามาดูสเปคของทั้ง 2 รุ่นกันก่อนนะครับว่ามีอะไรต่างกันตรงไหนบ้าง ซึ่งเราทำเป็นตารางมาเทียบให้ได้ดูกันง่ายๆ ครับ

สเปค Galaxy A51 และ A71

สเปค Galaxy A51 Galaxy A71
หน้าจอ Super AMOLED ความละเอียด FHD+ ขนาด 6.5 นิ้ว Super AMOLED ความละเอียด FHD+ ขนาด 6.7 นิ้ว
CPU Exynos 9611 Snapdragon 730
GPU Mali-G72 MP3 Adreno 618
RAM 6GB 8GB
ความจุ 128GB รองรับ MicroSD 512GB (ช่องแยก) 128GB รองรับ MicroSD 512GB (ช่องแยก)
กล้องหลัง กล้องหลัก 48MP + กล้อง Ultrawide 12MP + กล้องจับความลึก 5MP + กล้อง Macro 5MP กล้องหลัก 64MP + กล้อง Ultrawide 12MP + กล้องจับความลึก 5MP + กล้อง Macro 5MP
กล้องหน้า 32MP 32MP
เซ็นเซอร์ Fingerprint (optical ใต้หน้าจอ), accelerometer, gyro, proximity, compass Fingerprint (optical ใต้หน้าจอ), accelerometer, gyro, proximity, compass
การเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot, BT 5.0 Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot, BT 5.0
รูหูฟัง มี มี
แบตเตอรี่ 4000 mAh 4500 mAh
ระบบชาร์จ 15W 25W
ระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบด้วย One UI 2 Android 10 ครอบด้วย One UI 2
ขนาด / น้ำหนัก 158.5 x 73.6 x 7.9 มม. / 172 กรัม 163.6 x 76 x 7.7 มม. / 179 กรัม
ราคา 10,490 บาท 13,990 บาท

ของในกล่อง

ของในกล่อง Galaxy A51 และ A71 ก็มีความแตกต่างกันพอสมควรนะครับ โดยในกล่องของ A51 จะมีหูฟังแบบ Earbuds, สายชาร์จแบบ USB-A > C และที่ชาร์จ 15W

ส่วนกล่องของ Galaxy A71 จะมีหูฟังแบบ In-Ear, สายชาร์จแบบ USB-C > C และที่ชาร์จ 25W

ตัวเครื่อง และหน้าจอ

รูปร่างหน้าตาของ Galaxy A51 และ A71 เรียกว่าถอดแบบกันมาเลย ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอ Super AMOLED แบบ Infinity-O ความละเอียด FHD+

Galaxy A51 / A71

ตัวเครื่องด้านหลังของทั้ง 2 รุ่น เป็นพลาสติกแบบมันวาว และมีการเล่นลวดลายแบบปริซึมที่ดูๆ ไปแล้วก็สวยหรูดูดีอยู่เหมือนกัน แม้จะไม่ได้ใช้วัสดุเป็นกระจกเหมือนรุ่นพี่เรือธงซีรีส์ S และ Note

ตำแหน่งและการวางกล้องหลังของทั้งคู่ก็เหมือนกันอีก ด้วยการวางกล้องทั้ง 4 ตัว เรียงเป็นตัว L เอาไว้บนโมดูลสี่เหลี่ยมผืนผ้าตรงมุมซ้ายบนของตัวเครื่อง

Galaxy A51 / A71

จะต่างกันก็แค่ขนาดของหน้าจอและตัวเครื่องเท่านั้น โดยรุ่นน้อง A51 มีขนาดจออยู่ที่ 6.5 นิ้ว ส่วน A71 ใหญ่ขึ้นมานิดนึงเป็น 6.7 นิ้ว

Galaxy A51 / A71

ส่วนขนาดตัวเครื่องของ A51 คือ 158.5 x 73.6 x 7.9 มม. ส่วน A71 อยู่ที่ 163.6 x 76 x 7.7 มม. ซึ่งจริงๆ ตอนถือก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันจะต่างกันเท่าไหร่นัก

Galaxy A51 / A71

สีตัวเครื่องที่วางจำหน่ายในบ้านเราก็จะแตกต่างกันนิดนึง โดย A51 มีให้เลือก 3 สี คือ สีชมพู Prism Crush Pink, สีน้ำเงิน Pism Crush Blue, สีดำ Prism Crush Black ส่วนรุ่นพี่ A71 ก็มี 3 สีเช่นกัน แต่จะเปลี่ยนจากสีชมพู เป็นสีดำ Prism Crush Black แทน

ประสิทธิภาพเครื่อง

Galaxy A51 มากับชิป Exynos 9611 และ RAM 6GB ทดสอบวัดประสิทธิภาพจาก AnTuTu แล้วได้คะแนนของมาที่  189,032 คะแนน ส่วนรุ่น A71 ที่ใช้ชิป Snapdragon 730 และ RAM 8GB ทำคะแนนออกมาได้ที่ 275,108 ซึ่งทาง Samsung ก็ได้ชูว่ารุ่นท็อปดังกล่าวเป็นมือถือที่มี “สเปคเทพของเกมเมอร์” เลยทีเดียว

Galaxy A51 / A71

ทั้ง Galaxy A51 และ A71 รุ่นที่ขายในบ้านเรามีตัวเลือก RAM มาให้อย่างละรุ่นเท่านั้นนะครับ โดย Galaxy A51 ให้ RAM มาที่ 64GB ส่วน A71 ให้มาที่ 8GB

กล้องหลัง / หน้า

กล้องหลังของ Galaxy A51 และ A71 มีจำนวนเท่ากันที่ 4 ตัว ประกอบไปด้วยกล้องหลัก + กล้อง Ultrawide + กล้อง Macro + กล้องจับความลึก เหมือนกันทั้งคู่ แต่จะแตกต่างกันตรงเซ็นเซอร์หลักของ A51 มีความละเอียดอยู่ที่ 48MP ในขณะที่ A71 อัพเกรดขึ้นมาเป็น 64MP

ส่วนกล้องเซลฟี่ของทั้งคู่มีความละเอียดเท่ากันที่ 32MP

แบตเตอรี่ และระบบชาร์จ

แบตเตอรี่ของ Galaxy A51 มีความจุอยู่ที่ 4000 mAh และให้ระบบชาร์จไวมาที่ 15W

ที่ชาร์จ 15W ของ Galaxy A51

ส่วนรุ่นท็อป Galaxy A71 ให้แบตเตอรี่มามากกว่าที่ 4500 mAh และรองรับระบบชาร์จไวที่ไวกว่า เป็น 25W

ที่ชาร์จ 25W ของ Galaxy A71

สรุปใครเหมาะกับรุ่นไหนมากกว่า?

Galaxy A71

ด้วยราคาของ Galaxy A51 และ a71 ที่ห่างกันอยู่ 3,500 บาท คนที่เล็งๆ อยากจะเปลี่ยนมือถืออยู่ก็จะเกิดอาการลังเลว่า…เราควรจะซื้อรุ่นไหนดี เพราะดูเผินๆ เหมือนจะต่างกันที่ขนาดหน้าจอและสเปคอื่นๆ ไม่มากมายนัก แต่ถ้าใครเป็นผู้ใช้มือถือที่ชอบเล่นเกมกราฟฟิคหนักๆ ประเภท ROV, PUBG, Free Fire, Asphalt 9 ฯลฯ มือถือรุ่นท็อปอย่าง Galaxy A71 ก็ดูจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอที่ใหญ่เต็มตากว่า, สเปคที่แรงกว่าด้วย Snapdragon 730 + RAM 8GB ที่ทำคะแนน AnTuTu ไปได้ถึง 275,108 คะแนน ทำให้การเล่นเกมต่างๆ ลื่นไหลกว่า

ส่วนกล้องหลังเซ็นเซอร์หลักของ Galaxy A71 ก็ให้ความละเอียดมามากกว่าที่ 64MP แต่ไม่ใช่ว่าจะถ่ายภาพออกมาได้ที่ขนาด 64MP เลยนะครับ เพราะมันใช้เทคโนโลยี Pixel Binning รวมเอาเม็ดพิกเซล 4 เม็ดเข้าเป็นพิกเซลเม็ดใหญ่เม็ดเดียว ทำให้เก็บแสง + รายละเอียดได้ดีกว่า ซึ่งภาพจริงก็จะออกมามีขนาดอยู่ที่ราวๆ 16MP นั่นเอง

Galaxy A71

Galaxy A51

ส่วน Galaxy A51 ซึ่งราคาถูกกว่าอยู่ที่ 10,490 บาท ก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่ไม่ได้เน้นเล่นเกมกราฟฟิคหนักๆ ซึ่งจริงๆ แล้วชิป Exynos 9611 + RAM 6GB ก็สามารถใช้งานต่างๆ รวมถึงเล่นเกมในปัจจุบันได้สบายอยู่แล้ว แต่บางเกมถ้าปรับกราฟฟิคสุด ก็มีอาการกระตุกให้เห็นบ้างเหมือนกัน (อย่างเช่นเกม ROV และ PUBG) ถ้าปรับกราฟฟิคระดับกลางก็จะเล่นได้ลื่นปรื๊ดๆ ไม่มีปัญหาอะไรเลย

สำหรับกล้องหลังของ A51 จะถูกลดความละเอียดลงมาเป็น 48MP ซึ่งก็ใช้เทคโนโลยี Pixel Binning รวม 4 พิกเซล เป็น 1 เหมือนกัน โดยภาพออกมามีขนาดอยู่ที่ประมาณ 12MP ซึ่งจริงๆ แล้วก็ไม่ได้แย่เลยในสภาพแสงปกติ แต่การถ่ายภาพในสภาวะแสงน้อยจะด้อยกว่า A71 อยู่บ้าง จากรายละเอียดที่เก็บได้ไม่ครบ รวมถึงการจัดการ Noise ที่ทำได้ไม่ดีเท่า

อีกหนึ่งข้อแตกต่างชัดๆ ก็คือระบบชาร์จไวของ Galaxy A51 ที่ยังให้มาแค่ 15W ส่วน A71 ให้มาถึง 25W เอาจริงๆ ถ้าใครที่ไม่ได้รีบร้อนต้องการความรวดเร็วมากมาย 15W ก็ถือว่าเพียงพอแล้ว สำหรับการชาร์จไฟในแต่ละวัน เพราะคนส่วนมากก็มักจะชาร์จมือถือก่อนนอนซึ่งก็ต้องชาร์จทิ้งไว้ทั้งคืนนั่นเอง

Galaxy A51

สรุปว่าใครที่ต้องการมือถือสเปคแรงสำหรับเล่นเกม, ต้องการมือถือที่มีกล้องหลังความละเอียดโหดๆ และมีระบบชาร์จไวเร็วๆ ก็ลงทุนซื้อ Galaxy A71 ไปเลยครับ แต่ถ้าใครที่ไม่ใช่คอเกม และกล้องความละเอียด 48MP ก็เพียงพอต่อการถ่ายรูปงามๆ แล้ว…การหันมาเลือก Galaxy A51 ก็นับเป็นทางเลือกที่ดี และประหยัดเงินไปได้อีกหลายบาทครับ

from:https://droidsans.com/galaxy-a51-a71-specs-comparison/

รวมสินค้า LINE Friends จากร้านออนไลน์ Xiaomi Youpin มาครบ ทั้งหูฟัง แท่นชาร์จไร้สาย แบตสำรอง ฯลฯ

นอกจาก LINE จะเป็นทั้งแอปแชทยอดฮิตในฝั่งเอเชียแล้ว LINE ก็ยังเอาตัวละครสุดน่ารักของตัวเองมาอยู่ในสินค้ารูปแบบต่างๆ อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นหูฟัง LINE Friends True Wireless ที่พึ่งเปิดตัวไปได้ไม่นาน หรือจะเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ อีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็นแท่นชาร์จไร้สาย, ไฟฉาย, แบตเตอรี่สำรอง, กระติกน้ำ หรือแม้แต่หม้อเอนกประสงค์.. โดยราคาของอุปกรณ์เหล่านั้นก็ไม่ได้แพงมากมาย เพราะมีราคาอยู่ในหลักร้อยบาทเท่านั้นเอง

หูฟัง True Wireless

เริ่มจากหูฟัง LINE Friends TWS กันก่อนเลย โดยหูฟังไร้สายแบบ True Wireless รุ่นนี้พึ่งจะเปิดตัวไปเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา มีรูปร่างหน้าตาคล้ายๆ กับ Redmi AirDots อยู่พอสมควร แต่มีการปรับดีไซน์ทั้งตัวหูฟังและเคสชาร์จให้ออกมามีหน้าตาน่ารักน่าชังสไตล์ LINE Friends ซึงมีให้เลือกด้วยกัน 2 แบบ คือ รุ่น Brown Bear ที่มีเคสเป็นสีน้ำตาลด้านนอก และมีสีขาวที่ด้านใน ส่วนด้านนอกมีหู และมีหน้าของเจ้าหมี Brown อยู่ที่ฝาปิด ตัวหูฟังมีสีขาวที่เพ้นท์เป็นหน้าของเจ้าหมีเอาไว้

อีกรุ่นเป็นเจ้าลูกไก่ Sally ที่มีเคสเป็นสีเหลืองอ๋อย และมีหน้าของ Sally แปะเอาไว้ที่ฝาปิดด้านนอก ตัวหูฟังก็ยังคงมีสีขาวเหมือนกัน แต่จะมีลายของ Sally แปะเอาไว้ที่ตัวหูฟัง

LINE Frineds TWS มาพร้อมเทคโนโลยี Bluetooth 5.0 มีแบตเตอรี่ที่สแตนด์บายได้นาน 6 วัน และใช้งานต่อเนื่องต่อการชาร์จ 1 ครั้งได้ถึง 3.5 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังรองรับมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP55 สามารถใส่ออกกำลังกายได้สบายไม่ต้องกลัวเหงื่อกลัวฝน แถมน้ำหนักก็เบามากๆ เพียงแค่ข้างละ 4 กรัมเท่านั้นเอง

หูฟังทั้ง 2 แบบ เริ่มวางขายแล้วในประเทศจีนที่ราคาแค่ 169 หยวน หรือประมาณ 750 บาท เท่านั้น

หม้ออเนกประสงค์

ต่อกันด้วยหม้อเอนกประสงค์ ที่ใช้ต้มน้ำ, อบอาหาร หรือจะผัดอาหารก็ได้.. มีให้เลือกทั้งหมด 3 สี คือ สีขาวกระต่าย Cony, สีน้ำตาลหมี Brown และสีเหลืองลูกไก่ Sally โดยตัวหม้อจะมีสารเคลือบพิเศษ ที่จะทำให้อาหารไม่ติดกระทะ ความจุ 1.5 ลิตร มีน้ำหนักเบาแค่ 670 กรัม ขายในราคา 109 หยวน หรือประมาณ 480 บาท

แท่นชาร์จไร้สาย

สินค้าชิ้นถัดไปคือแท่นชาร์จไร้สาย มีลายให้เลือก 4 แบบ ได้แก่ สีเหลือง Sally, สีขาว Cony, สีขาว Choco และสีน้ำตาล Brown มีความจุ 10,000 มิลลิแอมป์ จ่ายไฟได้สูงสุด 10W น้ำหนัก 234 กรัม เปิดราคามาไม่แรงมากที่ 159 หยวน หรือราวๆ 700 บาท

กระติกน้ำ

กระติกน้ำ LINE Friends สุดคิ้วท์ มาให้เลือกด้วยกัน 3 สี คือ สีชมพู Cony, สีเหลือง Brown และสีส้ม Sally โดยสามารถใส่น้ำได้ 360 มิลลิลิตร ตัวกระติกทำจากสเตนเลสสนิมไม่ขึ้น เก็บอุณหภูมิได้ทั้งร้อนทั้งเย็น ขายในราคา 179 หยวน หรือประมาณ 800 บาท

ไฟฉาย

ถัดมาเป็นไฟฉาย ที่กลายร่างเป็นพาวเวอร์แบงค์ยามจำเป็นได้ มีความจุ 3,000 มิลลิแอมป์ ปรับความสว่างได้ 2 ระดับ อีกทั้งยังมีโหมด SOS ไฟกระพริบอีกด้วย ราคาอยู่ที่ 89 หยวน หรือประมาณ 400 บาท

ถุงร้อน

ปิดท้ายด้วยถุงร้อนเอนกประสงค์ ที่สามารถเปลี่ยนร่างเป็นพาวเวอร์แบงค์ยามจำเป็นได้เหมือนกับไฟฉายด้านบน ส่วนการใช้งานปกติ ก็ใช้เวลาเพียงแค่ 10 วินาที ถุงร้อนก็จะปรับอุณหภูมิตนเองให้สูงขึ้น เหมาะสำหรับการใช้งานในหน้าหนาว หรือสำหรับสาวๆ ที่เป็นประจำเดือนก็ใช้บรรเทาอากาศปวดท้องได้ และถ้าวันไหนที่ไม่อยากได้ความร้อนก็สามารถใช้งานเป็นพาวเวอร์แบงค์ได้ด้วยนะ แต่ความจุไม่เยอะมากแค่ 4,000 มิลลิแอมป์ แต่ก็เพียงพอต่อการชาร์จแบต 1 ครั้งแล้วล่ะ…ราคาอยู่ที่ 119 หยวน หรือราวๆ 530 บาท เท่านั้นเอง

ทั้งหมดนี้เป็นผลิตภัณฑ์ LINE Friends ที่มีวางจำหน่ายอยู่ในร้านค้าออนไลน์ Xiaomi Youpin ซึ่งเป็นร้านตัวแทนจำหน่ายสินค้าต่างๆ ที่ได้รับการรับรองจากทาง Xiaomi แล้วว่าเป็นสินค้ามีคุณภาพ และเป็นสินค้าลิขสิทธิ์แท้แน่นอนด้วย

 

ที่มา: xiaomi youpin 

from:https://droidsans.com/line-friends-products-xiaomi-youpin/

หลุดข้อมูล Google Pixel 4a และ Pixel 4a XL คาด เตรียมเปิดตัวในงาน Google I/O 2020

หลังจากที่ Google ได้ประกาศกำหนดการจัดงาน Google I/O 2020 ออกมาให้ทราบกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วในวันที่ 12 – 14 พฤษภาคม 2020 ที่จะถึงนี้ เชื่อว่าหลายๆ คนก็คงจะตั้งตารอดูว่าในงานนี้จะได้เห็นนวตกรรมใหม่ๆ อะไรบ้าง นอกจากนี้ยังมีการคาดเดาว่าเราอาจจะได้เห็นการเปิดตัวของมือถือรุ่น Google Pixel 4a และ 4a XL ในงานนี้เช่นกัน

ล่าสุดได้มีข้อมูลมือถือใหม่ในรหัสชื่อเรียกว่า Sunfish, Redfin, และ Bramble ออกมาให้เห็นกันแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่ Google มักจะตั้งโค้ดเนมของมือถือตัวเองตามชื่อปลาชนิดต่างๆ โดยมือถือโค้ดเนม Sunfish จะมาพร้อมชิปเซ็ต Snapdragon 730 ซึ่งไม่รองรับการใช้งาน 5G ก็เลยคาดว่าน่ามือถือรุ่นดังกล่าวน่าจะเป็น Pixel 4a  ซึ่งก็น่าจะเปิดตัวมาท้าชนกับมือถือในระดับเดียวกันอย่าง Redmi K30 หรือ Galaxy A71 เป็นต้น

 

ส่วนอีกสองรุ่นคือ Redfin และ Bramble จะใช้ชิปเซ็ตระดับกลางอย่าง Snapdragon 765 ที่มีโมเด็ม 5G ในตัว ทั้งนี้มีการคาดการณ์ว่าทั้ง 2 รุ่นอาจจะเป็น Pixel 4a XL  และ Pixel 4a เวอร์ชั่นอัพเกรดให้รองรับระบบ 5G ด้วย โดยคู่แข่งในตลาดตอนนี้ก็จะมีทั้ง Oppo Reno3 Pro, Galaxy S10 Lite และ Galaxy Note10 Lite 

นอกจากนี้ก็ยังมีข้อมูลสเปคของ  Google Pixel 4a หลุดออกมากันให้เห็นกันอีกด้วย แต่ก็ยังไม่ได้รับการยืนยันว่าสเปคจริงๆ ตอนเปิดตัวจะเป็นตามนี้หรือไม่

สเปค Google Pixel 4a (ไม่เป็นทางการ)

  • หน้าจอ OLED ขนาด 5.7 นิ้ว แบบ Punch Hole ความละเอียด FHD+ (1080 x 2160 pixels), 424 PPI อัตราส่วนหน้าจอ 83.50 %
  • CPU : Snapdragon 765 (SM7250-AA)
  • GPU : Adreno 620
  • RAM : 4GB
  • ความจุ : 64GB
  • กล้องหลัง : 12.2MP
  • กล้องหน้า : 8MP
  • สแกนนิ้วมือด้านหลัง
  • มีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม.
  • พอร์ท USB-C
  • การเชื่อมต่อ : Bluetooth,Wi-Fi 802.11 b, g, n; Wi-Fi Direct, Hotspot
  • แบตเตอรี่ : 3000 หรือ 3200 mAh
  • ระบบปฏิบัติการ : Android 10
  • ขนาดตัวเครื่อง 144.2 x 69.5 x 9 mm

อย่างไรก็ตามเมื่อปีที่ผ่านมาก็มีข้อมูลของ  Google Pixel 3a หลุดออกมาชนิดที่ว่าแทบหมดเปลือกก่อนวันเปิดตัวเพียงไม่กี่วัน ซึ่งก็ไม่แน่ว่าปีนี้เราอาจจะได้เห็นรายละเอียดต่างๆ ของ  Google Pixel 4a ก่อนวันเปิดตัวจริงอีกก็ได้ ไว้มารอดูกันค่ะ

 

ที่มา phonearena, gsmarena

from:https://droidsans.com/new-google-pixel-4a-leak-reveals-two-5g-models/