คลังเก็บหมวดหมู่: DROIDSANS

ไม่ได้มีแค่ S10 แต่ Samsung จะเปิดตัว Galaxy Tab S5e และ Galaxy Fit ด้วย

ในเดือนกุมภาพันธ์นี้ นอกจากจะมีงานเปิดตัวมือถือเรือธงอย่าง Galaxy S10 ทั้ง 3 รุ่นแล้ว ก็ยังมีข่าวว่า Galaxy Tab S5e และอุปกรณ์สวมใส่ (Wearable) หลายๆ รุ่นของ Samsung หลุดออกมา โดยคาดว่าจะมีการเปิดตัวภายในงาน MWC 2019 นั่นเอง

ข้อมูล Galaxy Tab S5e

มาเริ่มกับแทบเล็ตอย่าง Galaxy Tab S5e ที่มีภาพตัวเครื่องแบบรอบด้านหลุดออกมาก่อนเลย ตามภาพจะเห็นว่าแทบเล็ตตัวนี้น่าจะยังใช้อัตราส่วนจอแบบ 16:10, มีขอบจอที่ดูเหมือนว่าจะบางลงกว่าเดิม, ตัวเครื่องมี 2 สี คือสีเงิน และสีดำ, กล้องหลัง 1 ตัว ย้ายตำแหน่งจากรุ่น Tab S4 ตรงกลางมาอยู่ที่มุมซ้ายบนแทน และไม่มีแฟลชมาให้ด้วย

ส่วนด้านล่างจะเห็นโลโก้ Tuned by AKG หมายความว่ายังคงใช้ระบบเสียงที่ปรับแต่งโดย AKG อยู่เหมือนเดิม แต่เนื่องจากไม่มีภาพของขอบเครื่องด้านบนและล่าง ก็เลยไม่รู้ว่ามันจะมีลำโพง 4 ตัว เหมือน Tab S4 รึเปล่า ส่วนขอบเครื่องทางด้านซ้ายยังมีพอร์ทสำหรับใช้งานกับเคสคีย์บอร์ดอีกด้วย ส่วนหน้าจอถ้าสังเกตไอคอนแล้วพอจะรู้ว่ามันเป็นแบบ One UI ที่ครอบอยู่บน Android Pie นั่นเอง

 

และถึงแม้ว่าจะไม่มีสเปคของ Galaxy Tab S5e หลุดออกมาด้วย แต่ถ้าให้เดาจากชื่อรุ่นแล้ว ตัว e น่าจะมีความหมายเดียวกันกับ Galaxy S10e มือถือซีรีส์เรือธงที่มีการลดสเปคบางอย่างลงมาให้มีราคาที่ถูกกว่ารุ่นปกติและรุ่นท็อปนั่นเอง ทำให้พอจะบอกได้ว่าทำไมกล้องหลังถึงไม่มีแฟลชมาให้ด้วย และถ้าสังเกตดีๆ ตรงปุ่ม Power จะมีความกว้างกว่าปุ่มปรับเสียง เพราะ Tab S5e น่าจะใช้ระบบปลดล็อคเครื่องด้วยการสแกนนิ้ว (Tab S4 ใช้สแกนม่านตา)

 

UPDATE | Samsung ปล่อยคลิป Galaxy Tab S5e ออกมาแล้ว

ข้อมูล Galaxy Fit

นอกจากจะมีภาพหลุดของ Galaxy Tab S5e แล้ว ก็ยังมีข้อมูลของฟิตเนสแทร็คเกอร์ Galaxy Fit และ Galaxy Fit e Smart Bands ออกมาด้วย ซึ่งคราวนี้ไม่ใช่ภาพเรนเดอร์หรือภาพตัวเป็นๆ หรอกนะ แต่เป็นภาพที่ถูกแงะออกมาจากการอัพเดทแอป Galaxy Wearable เวอร์ชั่นล่าสุด ที่มีรูปของอุปกรณ์รุ่นใหม่ที่ยังไม่เปิดตัวติดมาด้วย

โดยชิ้นแรกคือ Galaxy Watch Active ที่ดูแล้วมันก็คือ Galaxy Sport ที่มีข่าวหลุดออกมาก่อนหน้านี้นั่นเอง ส่วนชิ้นที่ 2 ก็คือฟิตเนสแทรคเกอร์ Galaxy Fit และ Galaxy Fit e ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลอะไรเลย ส่วนอุปกรณ์ชิ้นใหม่อีกชิ้นก็คือ Galaxy Buds ที่มีข่าวหลุดออกมาก่อนหน้านี้เหมือนกัน

 

หูฟังไร้สาย Galaxy Buds มีความเป็นไปได้สูงมากว่าจะเปิดตัวพร้อมๆ กับ Galaxy S10 แต่สำหรับ Galaxy Tab S5e และอุปกรณ์ Wearable ที่เหลือมีความเป็นไปได้ว่าอาจจะเปิดตัวในงาน Mobile World Congress 2019 ต้องรอลุ้นกันอีกทีอาทิตย์หน้านะครับ

 

ที่มา : XDA-Developers

from:https://droidsans.com/samsung-galaxy-tab-s5e-galaxy-fit-leak-new-tablet-wearable/

โฆษณา

Sony เตรียมเปิดตัวมือถือรุ่นเล็ก Xperia L3 มาพร้อมจอ 5.7 นิ้ว และสแกนนิ้วด้านข้าง

ช่วงนี้มือถือใหม่จากหลายๆ ค่าย จ่อเปิดตัวตามกันมาติดๆ เช่นเดียวกันกับ Sony ที่มีข่าวว่าเตรียมเปิดตัวมือถือหลายระดับในช่วงนี้ รวมถึงภายในงาน MWC 2019 ด้วย โดยล่าสุดมีภาพเรนเดอร์ของ Sony Xperia L3 มือถือระดับกลางของค่ายหลุดออกมาให้เราได้ชมกัน

จากภาพเรนเดอร์ของ Sony Xperia L3 ที่หลุดออกมาบนสื่อเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ดีไซน์ก็ไม่ได้แตกต่างมากนักจากครั้งที่หลุดออกมาพร้อมๆ กับ  Sony Xperia XA3  และ XA3 Ultra ในเดือนมกราคม โดยรุ่นนี้ไม่ได้มาพร้อมกับจอ “CinemaWide” ตามที่หลายๆ คนคาดไว้  แต่จะมาพร้อมจอขนาด 5.7 นิ้ว ความละเอียด HD+ (720p) อัตราส่วนหน้าจอ18:9 ใช้ชิปเซ็ต MediaTek รันบนระบบปฏิบัติการ Androdi 8.1 Oreo จั้งแต่แกะกล่อง มี RAM ขนาด 2GB และมีหน่วยความจำภายใน 32GB รองรับ microSD Card ได้ ส่วนแบตเตอรี่มีความจุขนาด 3300mAh

 

Sony Xperia L3 จะมาพร้อมกล้องหลังคู่ Dual Camera ความละเอียด 13MP + 2MP ส่วนกล้องหน้าเซลฟี่ มีความละเอียดที่ 8 MP ค่ะ นอกจากนี้ในส่วนรายละเอียดอื่นๆ จากภาพที่เราเห็นคือตัวปุ่มกดต่างๆ อย่างปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง, ปุ่ม Power และเซนเซอร์สแกนนิ้ว อยู่ทางด้านขวามือ

 ส่วนด้านซ้ายนั้นเป็นถาดใส่ SIM/microSD card ส่วนด้านบนของตัวเครื่อง มีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม. และมีพอร์ท USB-C อยู่ด้านล่างของตัวเครื่อง

Xperia L3 คาดว่าจะมีราคา MSRP(Manufacturer’s suggested retail price) หรือราคากลางอยู่ที่ €199 หรือประมาณ 7,000 บาท โดยมีให้เลือก 2 สีคือ สีดำ และสีทองค่ะ

 

ที่มาgsmarena

 

 

from:https://droidsans.com/sonys-newest-entry-level-offering-leaks-in-renders/

รุ่นแรกก็ล้ำเลย.. iQOO จะเปิดตัวมือถือจอพับประเดิมเป็นรุ่นแรก

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา เราได้เห็นแบรนด์มือถือน้องใหม่iQOO (ที่เหมือนจะเป็นญาติกับ vivo) ซึ่งทางค่ายก็ไม่ปล่อยให้เรารอนาน ล่าสุดเผยโฉมมือถือรุ่นแรกออกมาแล้ว

ซึ่งมือถือรุ่นแรกของ iQOO ตามที่เห็นจากเรนเดอร์นั้นจะเป็นมือถือจอพับค่ะ ตัวเครื่องมีดีไซน์ค่อนข้างยาว เมื่อพับแล้วมีลักษณะคล้ายๆ กับแท็บเล็ตเลยล่ะ จุดเด่นที่เราเห็นคือ มือถือจอพับของ IQOO นั้นจะพับออกจากกัน (แนว Flexpai) โดยตัวหน้าจอจะอยู่ด้านนอก

ในส่วนดีไซน์ของตัวเครื่องนั้นไม่มีปุ่ม ไม่มีพอร์ตใดๆ ให้เห็น เชื่อว่าอาจจะเป็นการต่อยอดจาก APEX 2019 ที่มาในดีไซน์แบบไร้ปุ่มก็เป็นได้

ส่วนข้อมูลอื่นๆ นั้นยังไม่มีอะไรอัปเดตค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของขนาด และ สเปคคร่าวๆ แต่ก็มีข่าวลืออกมาว่าราคาน่าจะอยู่ราวๆ CNY 7,000 หรือประมาณ 35,000 บาทค่ะ

 

ที่มา gsmarena

from:https://droidsans.com/first-vivo-iqoo-phone-is-foldable-phone/

มาแล้ว vivo V15 Pro ตัวเป็นๆ ยกกล่องชัดๆ กล้องหลัง 3 ตัว และกล้องเซลฟี่ป๊อปอัพ

เตรียมจะเปิดตัววันเดียวกันกับมือถืออีก 2 – 3 รุ่น ในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้แล้ว กับ vivo V15 Pro ที่คราวนี้มากับสเปคกล้องแบบจัดเต็มไม่ว่าจะเป็นกล้องหลัง 3 ตัว ที่คาดว่าจะมีความละเอียดสูงถึง 48MP และจุดเด่นอย่างกล้องเซลฟี่ป๊อปอัพ ที่มีความละเอียดสูงถึง 32MP เลยทีเดียว ซึ่งล่าสุดได้มีภาพตัวเป็นๆ ของมือถือดังกล่าวหลุดออกมาให้เห็นกันแล้ว

สำหรับภาพตัวจริงเสียงจริงของ vivo V15 Pro คราวนี้ เป็นภาพ Hands-on จากเวบ lowyat แบบแทบจะทุกซอกทุกมุม ตั้งแต่หน้าจอไม่มี Notch ขอบบางทั้ง 4 ด้าน (ดูเหมือนขอบจอล่างจะไม่หนาด้วย)

ภาพของกล้องเซลฟี่แบบป๊อปอัพขึ้นมา ซึ่งเป็นจุดขายกับความละเอียด 32 ล้านพิกเซล ซึ่งการเลื่อนขึ้นและลงนั้นใช้เวลาไม่ถึง 1 วินาที

มาดูมุมด้านบนตอนที่หดเก็บลงไปแล้ว และจะเห็นว่ายังคงมีรูหูฟัง 3.5 มม. อยู่ จากองศานี้จะเห็นว่าส่วนของกล้องหลังก็นูนขึ้นมานิดๆ

พอลองมาโคลสอัพใกล้ๆ .. มันก็ดูนูนขึ้นมาใช่ย่อยเหมือนกัน แล้วก็ส่วนปลายนั้นต่อกับกล้องป๊อปอัพด้วย

ถ้าดูจากด้านหลังชัดๆ ก็จะเห็นว่ามันยืดขึ้นไปจากส่วนของกล้องหลัง 3 ตัว เรียงเป็นแถวยาวอยู่บริเวณมุมซ้ายบน มีแฟลชคั่นอยู่ระหว่างกล้องตัวแรกและตัวที่สอง

พอหมุนมาดูด้านล่าง.. อ้าว V15 Pro และยังคงใช้พอร์ท Micro USB อยู่เหมือนเดิมอีกซะงั้น ส่วนช่องถาดซิมนั้นอยู่ด้านล่างทางซ้าย

นอกจากนี้ยังมีภาพของกล่องใส่ vivo V15 Pro อีกด้วย แต่ไม่ได้เห็นเต็มๆ เพราะโดนตัวเครื่องบังอยู่ vivo V15 Pro เตรียมจะเปิดตัวในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้  ที่ประเทศอินเดีย ก็เหลือเวลาอีกแค่ไม่กี่วันเท่านั้น เราก็จะได้รู้กันแล้วว่ามือถือกล้องป๊อปอัพตัวนี้จะมีฟีเจอร์อะไรเจ๋งๆ ออกมาสู้กับมือถือรุ่นอื่นบ้าง เอาไว้เราจะมาอัพเดทให้นะครับ

 

ที่มา : lowyat

from:https://droidsans.com/vivo-v15-pro-box-leak-pop-up-camera/

Samsung Galaxy S10 – รวมข้อมูลสเปค ราคา ทั้งหมดก่อนการเปิดตัว

เหลือเวลาอีกแค่ไม่กี่วันเท่านั้นที่เราจะได้เห็นการเปิดตัวของว่าที่มือถือเรือธงรุ่นล่าสุดอย่าง Galaxy S10 ซึ่งแน่นอนว่าก่อนหน้านี้ได้มีเหล่าข่าวหลุด ข่าวลือ เกี่ยวกับสเปคและฟีเจอร์ต่างๆ หลุดออกมาไม่ขาดสายในแต่ละสัปดาห์เลยทีเดียว ซึ่งเราก็ขอนำมารวมเอาไว้ให้ดูกันง่ายๆ ในบล็อกนี้ไปเลย ตอนเปิดตัวจริงๆ จะได้รู้ว่าข่าวหลุดข่าวลือพวกนี้มันมีความน่าเชื่อถือขนาดไหน

เรื่องนึงที่เรารู้แน่ชัดแล้วเกี่ยวกับ Galaxy S10 ก็คือวันเปิดตัวในงาน Unpacked ที่กำลังจะจัดขึ้นในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2019 นี้นั่นเอง แต่สำหรับวันเปิดตัว และวันวางจำหน่ายของ Galaxy S10 ในประเทศไทยก็ต้องรอทาง Samsung Thailand อัพเดทกันอีกทีนะครับ แต่ตอนนี้เราไปดูข่าวลือทั้งหมดกันเลยดีกว่า

    1. รุ่นและสเปคของ Galaxy S10
    2. ดีไซน์ของ Galaxy S10
    3. กล้องหลัง 3 ตัว และ 2 ตัว
    4. กล้องหน้า 2 ตัว และ 1 ตัว
    5. ฟีเจอร์ของ Galaxy S10
    6. ผลทดสอบ Geekbench ของ Galaxy S10+ สุดแรงแซง Snapdragon 855
    7. สีที่วางจำหน่าย
    8. หมดปัญหาฟิล์มกันรอย เพราะจะติดมาให้ตั้งแต่โรงงาน
    9. ราคาของ Galaxy S10

1. รุ่นของ Galaxy S10

เป็นข่าวลือมาหลายรุ่นมากแล้วนับตั้งแต่ประมาณ Galaxy S4 – S5 นู่นเลย ว่าจะเปิดตัวมือถือเรือธงซีรีส์ Galaxy S พร้อมรุ่นเล็ก (Lite) มาด้วย ซึ่งจนแล้วจนรอดเราก็ไม่เคยได้เห็นเจ้ามือถือเรือธงลดสเปคกันซักที แต่คราวนี้มีความเป็นไปได้สูงมากๆ ที่เราจะได้เห็นทั้งรุ่นท็อป Galaxy S10+, รุ่นธรรมดา Galaxy S10 และรุ่นเล็กที่คาดว่าจะใช้ชื่อ Galaxy S10e โดยจะมีสเปคและฟีเจอร์บางอย่างที่โดนตัดออกไปจากรุ่นธรรมดาเพื่อให้ขายได้ในราคาถูกกว่า ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอที่จะเป็นแบบแบนราบไม่โค้งเหมือนรุ่นใหญ่, จะมีกล้องหลังแค่ 2 ตัว, มีหน่วยความจำ 6GB / 128GB และคาดว่าราคาเปิดตัวอยู่ที่ราวๆ 749 ยูโร หรือประมาณเกือบๆ 27,000 บาท

โดยล่าสุดก็ได้มีข้อมูลออกมาตอกย้ำอีกทีว่าเราจะได้เห็นมือถือรุ่นเล็ก Galaxy S10e กันจริงๆ เนื่องจากมีข่าวจากหน่วยงานของประเทศต่างๆ รวมถึงในประเทศไทยก็มีข้อมูลออกมาแล้วว่า Galaxy S10 ทั้ง 3 รุ่น ที่มีรหัสว่า SM-G973F (S10), SM-G975F (S10+) และ SM-G970F (S10e) ได้ผ่านการตรวจสอบจาก กสทช. แล้ว 

Galaxy S10 ทั้ง 3 รุ่น จะใช้ชิปตัวล่าสุดที่ Samsung พัฒนาขึ้นมาเองอย่าง Exynos 9820 หรือ Snapdragon 855 ในบางประเทศ ส่วนสเปคอื่นๆ ที่แตกต่างกันก็จะมี..

Galaxy S10e Galaxy S10 Galaxy S10+
หน้าจอ 5.8 นิ้ว (19:9), 2280 x 1080 (FHD+), 438 ppi, Infinity O, AMOLED HDR+, Gorilla Glass 5 6.1 นิ้ว (19:9), 3040 x 1440 (QHD+), 550 ppi, Infinity O, AMOLED HDR+, Gorilla Glass 6 6.3 นิ้ว (19:9), 3040 x 1440 (QHD+), 522 ppi, Infinity O, AMOLED HDR+, Gorilla Glass 6
CPU  Exynos 9820 Exynos 9820 Exynos 9820
RAM  6 / 8GB   6 / 8GB 6 / 8 / 12GB
ความจุ  128GB / 256GB   128GB / 512GB 128GB / 512GB / 1TB
กล้องหลัง 12MP + 16MP 12MP + 12MP + 16MP 12MP + 12MP + 16MP
กล้องหน้า  10MP  10MP 10MP + 8MP
แบตเตอรี่  3100 mAh  3400 mAh รองรับ Wireless Power Share, Fast Wireless Charge 2.0   4100 mAh รองรับ Wireless Power Share, Fast Wireless Charge 2.0
น้ำหนัก  150 กรัม  157 กรัม  175 กรัม

ยังไม่หมดเท่านี้.. ยังมีข่าวออกมาอีกว่าจะมีรุ่นท็อปสุดๆ อย่าง Galaxy S10 5G ตามออกมาทีหลังด้วย โดยมือถือรุ่นนี้อาจมีหน้าจอใหญ่ถึง 6.66 นิ้ว เลยทีเดียว (ใหญ่กว่า Galaxy Note ทุกรุ่นที่ผ่านมาอีก)

2. ดีไซน์ของ Galaxy S10

ตามที่เราได้เห็นภาพหลุดออกมามากมายแบบนี้ก็พอจะรู้แล้วว่า Galaxy S10 ทั้ง 3 รุ่น ยังคงมีดีไซน์ตัวเครื่องที่แทบจะไม่ต่างจากรุ่นเดิมมากนัก แต่คราวนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างนึงที่เห็นได้ชัดมากๆ ก็คือขอบจอด้านบนที่บางเฉียบกว่าเดิมจนแทบจะหายไปแล้ว เนื่องจากย้ายเอากล้องหน้ามาไว้บนหน้าจอแบบ Infinity-O หรือจอที่เจาะรูเอาไว้ตรงมุมขวาบนนั่นเอง ซึ่งจอ Infinity-O ก็ยังมีความแตกต่างกันอีก คือรุ่น S10+ จะเป็นรูยาวเกือบจะเป็นวงรี เพราะมีกล้องหน้า 2 ตัว ส่วนรุ่น S10 และ S10e จะเป็นแค่รูวงกลมเล็กๆ สำหรับวางกล้องแค่ตัวเดียวเท่านั้น

3. กล้องหลัง 3 ตัว และ 2 ตัว

จากรุ่น Galaxy S9 และ S9+ ที่เปิดตัวไปเมื่อปีที่แล้ว จะมีความแตกต่างของกล้องหลังตรงรุ่น S9 จะมีกล้องหลังแค่ตัวเดียว ในขณะที่รุ่นท็อป S9+ ให้กล้องหลังมา 2 ตัว ถัดมาในรุ่น Galaxy S10 ก็ยังคงใช้การแบ่งรุ่นแบบนี้อยู่ โดยข้อมูลล่าสุดบอกว่า Galaxy S10 และ S10+ จะมาพร้อมกล้องหลังถึง 3 ตัว โดยเลนส์หลักจะมีความละเอียดอยู่ที่ 12MP (f/1.5), เลนส์เทเลหรือเลนส์ซูมมีความละเอียดที่ 12MP (f/2.4) มีระบบกันสั่น OIS และสุดท้ายเป็นเลนส์ Ultra-Wide กว้างสุดๆ ถึง 123° มีความละเอียด 16MP (f/2.2) ไม่มีระบบกันสั่นและเป็นเลนส์ Fixed

ส่วนรุ่นเล็ก Galaxy S10e จะมากับกล้องหลัง 2 ตัว ความละเอียด 12MP (f/1.5) + 16MP (f/2.2) Ultra-Wide 123°

4. กล้องหน้า 2 ตัว และ 1 ตัว

นอกจากจะมีความแตกต่างกันที่กล้องหลังแล้ว กล้องหน้าก็ยังต่างกันอีกเช่นกัน โดยตัวท็อป Galaxy S10+ จะมีกล้องหน้าให้มาถึง 2 ตัว ความละเอียด 10MP (f/1.9) + 8MP (f/2.2) ส่วนรุ่นธรรมดา S10 และรุ่นเล็ก S10e จะมีกล้องหน้าแค่ตัวเดียว ความละเอียด 10MP (f/1.9)

5. ฟีเจอร์ของ Galaxy S10

ระบบ Reverse Charge ชาร์จไฟแบบไร้สายให้อุปกรณ์อื่น

นอกจากสเปคต่างๆ จะได้รับการพัฒนาให้เร็วแรงขึ้นกว่าเดิม ก็จะต้องมีฟีเจอร์ใหม่ๆ ใส่เข้ามาด้วยเช่นกัน โดยข้อมูลในตอนนี้ก็มีทั้งฟีเจอร์ที่จะทำให้เครื่อง Galaxy S10 กลายเป็นแท่นชาร์จไร้สายให้กับอุปกรณ์อื่นๆ (ฟีเจอร์เดียวกับ Huawei Mate 20 Pro นั่นเอง) อย่างเช่นสมาร์ทวอทช์ หรือหูฟังบลูทูที่รองรับ ซึ่งสามารถจ่ายไฟได้ถึง 9 Watt เลยทีเดียว

สแกนนิ้วมือบนหน้าจอ

ระบบสแกนนิ้วมือบนหน้าจอก็ร่ำลือกันมาตั้งแต่ Galaxy S8 – S9 แล้วเหมือนกัน โดยคราวนี้ Galaxy S10 ก็จะได้ใช้กันซักที เพราะจากเหล่าภาพเรนเดอร์ + ภาพตัวเป็นๆ ของ Galaxy S10 ที่ทะยอยหลุดออกมานั้น ไม่มีเซ็นเซอร์สแกนนิ้วมือให้เห็นบนตัวเครื่องกันแล้ว ยกเว้นรุ่นเล็ก S10e ที่คาดว่าจะมีเซ็นเซอร์สแกนนิ้วมืออยู่ตรงขอบเครื่องด้านข้างแทน

Galaxy S10e กับเซ็นเซอร์สแกนนิ้วมือด้านข้าง

เซ็นเซอร์สแกน 3 มิติ

ระบบ Dynamic Vision เป็นเซ็นเซอร์สแกนแบบ 3 มิติ ที่ Samsung เคยจดสิทธิบัตรเอาไว้แล้ว โดยเทคโนโลยีดังกล่าว อาจจะถูกใส่เข้ามาใน Galaxy S10 เพื่อใช้ในการสแกนและจดจำใบหน้าแบบ 3D ได้อย่างแม่นยำ ก็ไม่แน่ว่าอาจจะเอามาใช้ในการสแกนใบหน้าเพื่อปลดล็อคเครื่องก็เป็นได้

ฟีเจอร์ถ่ายภาพกลางคืน

Galaxy S10 อาจมีฟีเจอร์ Bright Night สำหรับการถ่ายภาพกลางคืนติดมาให้ด้วย ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลอะไรมากมายเกี่ยวกับโหมดดังกล่าว และยังไม่รู้ว่าจะเป็นแค่ความสามารถของซอฟท์แวร์หรือจะเป็นฮาร์ดแวร์เฉพาะของ Galaxy S10 ด้วย

6. ผลทดสอบ Geekbench ของ Galaxy S10+ สุดแรงแซง Snapdragon 855

ปกติแล้วชิป Exynos ที่ Samsung พัฒนาขึ้นเอง รุ่นที่ผ่านๆ มา มักจะทำคะแนนการทดสอบประสิทธิภาพได้น้อยกว่าชิปตัวแรงของค่าย Qualcomm อย่าง Snapdragon อยู่เสมอ แต่สำหรับชิปตัวล่าสุด Exynos 9820 จะไม่ออกมาเป็นอย่างเดิมซะแล้ว เพราะผลการทดสอบ Galaxy S10+ ที่ใช้ชิป Exynos 9820 สามารถทำคะแนนเอาชนะ Galaxy S10+ ที่ใช้ชิป Snapdragon 855 ไปได้ (แบบฉิวเฉียด) ทั้งคะแนน Single-Core และ Multi-Core เลยทีเดียว และแน่นอนว่ามันเอาชนะ Mate 20 Pro ที่ใช้ชิป Kirin 980 ไปได้แบบขาดลอยเลยล่ะ ก็ไม่รู้ว่า Galaxy S10+ ตัวสมบูรณ์ที่วางจำหน่ายแล้ว จะสามารถทำคะแนนได้สูงกว่านี้อีกรึเปล่าด้วย

7. สีที่วางจำหน่าย

มือถือเรือธงทั้งซีรีส์ Galaxy S และ Note ในรุ่นหลังๆ มานี้ เราจะเริ่มเห็นว่ามันมีตัวเลือกของสีเพิ่มมากขึ้น รวมถึง Galaxy S10 ก็เช่นกัน โดยตอนนี้มีข้อมูลออกมาแล้วว่าจะมีสีให้เลือกกันหลากหลายเหมือนเดิมตามนี้

  • Galaxy S10e : Prism Black, Green, White, Canary Yellow
  • Galaxy S10 : Prism Black, Green, White, Blue
  • Galaxy S10+ : Prism Black, Green, White, Blue
  • Galaxy S10+ รุ่น 12GB / 1TB : Ceramic White, Ceramic Black

8. หมดปัญหาฟิล์มกันรอย เพราะจะติดมาให้ตั้งแต่โรงงาน

หลายๆ คนที่เคยเจอปัญหาฟิล์มกันรอยขอบเด้งจนฝุ่นเข้าใน Galaxy S รุ่นที่มีจอโค้ง น่าจะมีลุ้นกับข่าวลือที่ว่า Galaxy S10 และ S10+ ที่ยังคงใช้จอโค้ง จะมาพร้อมกับฟิล์มที่ติดมาให้แบบแน่นหนาจากโรงงานเลย หมดปัญหาเอาเครื่องไปติดฟิล์มตามร้านแล้วช่างไม่เก่งหรือเจอฟิล์มคุณภาพต่ำทำให้ขอบกระดกเมื่อใช้งานไปนานๆ

9. ราคาของ Galaxy S10

ข่าวลือเรื่องราคาของ Galaxy S10 ทั้ง 3 รุ่น ก็เริ่มมีหลุดออกมาแล้ว โดย..

  • Galaxy S10e อยู่ที่ 749 ยูโร (ราว 26,600 บาท)
  • Galaxy S10 6GB / 128GB อยู่ที่ 899 ยูโร (ราวๆ 32,000 บาท)
  • Galaxy S10 8GB / 512GB อยู่ที่ 1,149 ยูโร (ราวๆ 40,800 บาท)
  • Galaxy S10+ 6GB / 128GB อยู่ที่ 999 ยูโร (ราวๆ 35,500 บาท)
  • Galaxy S10+ 8GB / 512GB อยู่ที่ 1,249 ยูโร (ราวๆ 44,300 บาท)
  • Galaxy S10+ 12GB / 1TB อยู่ที่ 1,499 ยูโร (ราวๆ 53,000 บาท)

ตีเป็นราคาไทยแล้วอย่าพึ่งบ่นว่ามันสูสีตรงไหน? อย่าลืมว่านี่คือราคา (หลุด) ของเครื่องทางฝั่งยุโรปซึ่งแพงกว่าบ้านเราอยู่ที่ประมาณ 20% ได้ ถ้าเอาไปหักลบกันแล้วราคาที่ออกมาก็จะไม่ได้หนีกับ Galaxy S9, S9+ ตอนเปิดตัวในบ้านเราซักเท่าไหร่เลย

และทั้งหมดนั่นก็คือข้อมูลสเปคและฟีเจอร์ของ Samsung Galaxy S10e, S10 และ S10+ เท่าที่มีในตอนนี้นะครับ แต่ถึงยังไงก็ต้องรอให้ถึงวันเปิดตัวจริงๆ ซะก่อน ถึงจะรู้แบบละเอียดว่าสเปค+ฟีเจอร์ของมือถือเรือธงรุ่นนี้จะมีอะไรบ้าง แล้วเราจะเอามาอัพเดทข้อมูลอย่างเป็นทางการให้อีกทีนะครับ

from:https://droidsans.com/samsung-galaxy-s10-specs-price-info/

มาแล้วคลิป OPPO F11 Pro เผยขอบจอบางเฉียบ พร้อมกล้องหน้าป๊อบอัพ

พึ่งจะเห็นภาพตัวเครื่อง OPPO F11 Pro แบบวับๆ แวมๆ ให้ได้ลุ้นกันไปเมื่อวานนี้ ผ่านไปไม่ทันไรตอนนี้ทาง OPPO ก็ได้ปล่อยคลิปวิดีโอ Teaser อย่างเป็นทางการที่เผยโฉมหน้าของ OPPO F11 Pro ออกมาให้ได้เห็นกันแบบเต็มๆ แล้ว

จากคลิปวิดีโอดังกล่าวจะเห็นว่า OPPO F11 Pro ได้กำจัด Notch (หรือ ติ่ง รอยบาก รอยแหว่ง ฯลฯ) ออกไปจากหน้าจอเรียบร้อยแล้ว โดยขอบจอด้านบนก็จะเหลือที่เอาไว้นิดเดียวสำหรับวางลำโพงสนทนาเท่านั้น

พอดึงภาพออกมาหน่อยก็เป็นการเผยโฉมตัวเครื่องด้านหน้าว่า OPPO F11 Pro เป็นมือถือที่มีขอบจอบางเฉียบ ทั้ง 3 ด้าน จะมีก็แต่ขอบล่างที่ยังหนากว่าด้านอื่นอยู่นิดหน่อย (และเหมือนจะโชว์ประสิทธิภาพกล้องหลังในเรื่องการถ่ายภาพกลางคืนอยู่ด้วยนะ)

พลิกมาดูด้านหลังก็จะเจอกับกล้องเรียงเป็นเส้นตรงลงมาบริเวณกลางเครื่อง โดยมีแฟลชอยู่บนสุด ถัดลงมาเป็นกล้อง 2 ตัว และลงมาอีกหน่อยเป็นเซ็นเซอร์สแกนนิ้วมือ

ส่วนจุดเด่นสุดๆ ของมือถือรุ่นนี้ก็คือกล้องเซลฟี่แบบป๊อปอัพที่ซ่อนอยู่ตรงขอบเครื่องด้านบนแนวเดียวกับแถบกล้องหลังนั่นเอง

ตอนท้ายของคลิปก็ได้มีการโชว์ตัวเครื่องด้านหลังแบบเต็มๆ ให้เห็นว่า OPPO F11 Pro จะมีด้วยกัน 2 สี คือสีดำ Thunder Black (ที่ดูแล้วมันออกจะม่วงๆ น้ำเงินๆ มากกว่า) และสีเขียว Aurora Green เป็นสไตล์กระจกมันวาว Gradient ไล่เฉดสีเวลากระทบกับแสงในมุมต่างๆ

นอกจากนี้ยังมีภาพหลุดแบบตัวเป็นๆ ของ OPPO F11 Pro ทั้ง 2 สี ออกมาแล้วด้วย โดยสีของทั้ง 2 เครื่อง รวมถึงรูปร่างหน้าตาด้านหลัง ก็ตรงตามคลิปวิดีโอที่ปล่อยออกมานั่นแหละ

สำหรับสเปคของ OPPO F11 Pro ในตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลหลุดออกมาเลย รู้แค่ว่ามันมีกล้องเซลฟี่แบบป๊อปอัพความละเอียด 48MP เท่านั้น ยังไม่มีทั้งข้อมูล CPU, หน่วยความจำ, ความละเอียดของกล้องหลัง ฯลฯ แต่ถ้าให้เดา OPPO F11 Pro น่าจะมาพร้อมกับระบบชาร์จไว VOOC เหมือนกับที่เคยใช้ในรุ่น F9 ของปี 2018 นั่นเอง

 

ที่มา : GSMarena, 2

from:https://droidsans.com/oppo-f11-pro-teaser-revealed-design-color/

ถอดรหัส 13 ฟีเจอร์กล้องของ Galaxy S10 คาดมีบันทึกวิดีโอ HDR10+, Super Slow Motion แบบ Full HD และอื่นๆ อีกเพียบ

หลุดออกมาอีกหนึ่งสำหรับข้อมูลของ Galaxy S10 โดยคราวนี้เป็นฟีเจอร์ของกล้องที่คราวนี้มีหลุดออกมาเพียบเลยทีเดียวไม่ว่าจะเป็นโหมดถ่ายวิดีโอ HDR10+, ถ่ายวิดีโอ Slow Motion ความละเอียด 1080p, ระบบกันสั่นสุดนิ่ง Super Steady Video และอีกมากมาย

สำหรับข้อมูลกล้องที่หลุดออกมานี้เป็นข้อมูลที่เว็บไซท์ XDA-Developers ได้ไปแงะมาจากเฟิร์มแวร์ของ Galaxy S10 ที่หลุดออกมานั่นเอง ซึ่งในโค้ดที่แงะออกมาได้ก็จะมีบอกฟีเจอร์ต่างๆ ที่อยู่ในตัวมือถือนั่นเอง

Super Slow Motion ความละเอียด Full HD

ปกติแล้วโหมด Super Slow Motion (960fps) ของมือถือเรือธงหลายๆ รุ่น มักจะจำกัดความละเอียดอยู่ที่ระดับ 480p – 720p เท่านั้น แต่โค้ดที่ไปเจอใน Galaxy S10 พบว่ามันสามารถถ่ายวิดีโอ 960 fps ได้ที่ความละเอียดสูงถึง 1080p นอกจากนี้ยังมีโหมดที่ทำให้สามารถถ่ายวิดีโอ Slow Motion ในที่แสงน้อยได้ดีอีกด้วย

บันทึกวิดีโอ Super Slow Motion ได้ในระยะเวลา 0.8 วินาที

ใน Galaxy S9 สามารถบันทึกวิดีโอ Super Slow Motion 960fps ความละเอียด 720p ได้ในระยะเวลา 0.2 วินาที ส่วน Note 9 บันทึกได้ที่ 960fps ความละเอียด HD 720p ระยะเวลา 0.4 วินาที แต่โค้ดที่เจอใน Galaxy S10 พบว่ามันสามารถบันทึกได้ที่ความละเอียด Full HD 1080p ระยะเวลา 0.4 วินาที และที่ความละเอียด 480p ที่ 0.8 วินาที

โหมด Best Shot

สำหรับโหมด Best Shot นี้ยังไม่รู้ว่ามันทำอะไรได้บ้าง แต่ถ้าให้เดาคือน่าจะเป็นการถ่ายรูปแบบหลายๆ ช็อตเก็บไว้ แล้วระบบ AI จะเลือกรูปที่ดีที่สุดไว้ให้ ซึ่งโหมดนี้จริงๆ ก็มีให้ใช้ใน Galaxy Note 9 อยู่แล้ว โดยการกดชัตเตอร์ค้างในโหมดถ่ายแบบ Auto หลังจากนั้นก็จะมีการเลือกรูปที่ดีสุดให้โดย AI และเอาภาพที่รัวไปทำอนิเมชั่นให้

Bokeh Effects สำหรับโหมด Live Focus

โหมดนี้จะเป็นการเพิ่มลูกเล่นให้กับการถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอ เช่น Color Point ทำฉากหลังให้เบลอพร้อมเปลี่ยนให้เป็นสีขาวดำ, Mono เปลี่ยนภาพหน้าชัดหลังเบลอให้เป็นขาวดำทั้งหมด, Side Light จัดทิศทางของแสงที่กระทบใบหน้าในโหมดหน้าชัดหลังเบลอ ส่วนโหมด Spin, Vintage และ Zoom ยังไม่รู้ว่าทำอะไรได้บ้าง

ถ้าจะให้ทายก็อาจจะมาในแนวหมุนๆ หรือซูมเป็นอนิเมชั่น แบบที่เราได้เห็นใน Xiaomi

Document Scanning

จริงๆ โหมดนี้มีมาตั้งแต่ใน Note 9 แล้ว ก็คือโหมดสำหรับถ่ายรูปแผ่นเอกสารแล้วแปลงสัดส่วนให้กลายเป็นมุมมองปกติ แต่ใน Note 9 แต่ใน Note 9 ยังต้องใช้งานร่วมกับ Bixby Vision อยู่ แต่ใน S10 จะใส่โหมดนี้เข้าไปในซอฟท์แวร์กล้องให้เลย

เซฟภาพแบบไฟล์ HEIF

Galaxy S10 จะรองรับการบันทึกภาพเป็นไฟล์ HEIF ซึ่งข้อดีคือคุณภาพดีกว่า JPG หรือ PNG และเก็บรายละเอียดต่างๆ ของภาพได้มากขึ้น สามารถรวมเอาหลายๆ ภาพและวิดีโออยู่ในไฟล์เดียวได้ รวมถึงข้อมูลภาพฉบับ หรือหลังจากใส่ HDR ไปแล้ว เรียกว่าเป็นฟอร์แมทแห่งอนาคต ข้อด้อยคือตอนนี้อุปกรณ์ที่รองรับไฟล์ยังน้อยอยู่ แถมบางเว็บไซท์ก็ยังไม่รองรับไฟล์แบบนี้ ก็ต้องทำการแปลงไฟล์ก่อน

เลนส์ Ultra Wide Angle รองรับการใช้งาน AI จำแนก Scene

ปกติแล้วระบบ AI สำหรับการจำแนก Scene จะใช้ได้เฉพาะกับเลนส์ปกติเท่านั้น แต่ใน Galaxy S10 เจ้าระบบ AI จะสามารถแนะนำได้ว่า Scene แบบไหนที่เราควรจะเปลี่ยนไปใช้เลนส์ Ultra Wide Angle

บันทึกวิดีโอแบบ HDR10+

การแสดงผลแบบ HDR10+ ซึ่ง Samsung เป็นผู้พัฒนาขึ้นมาเองสำหรับใช้งานกับ TV เพื่อเพิ่มคุณภาพของการแสดงผลอย่างการเพิ่มรายละเอียดของสีในหลายๆ สภาพแสง โดยคราวนี้กล้องของ Galaxy S10 ก็จะสามารถบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงแบบ HDR10+ ได้ด้วย

บันทึกวิดีโอจากเลนส์ Ultra Wide Angle

Galaxy S10 จะสามารถบันทึกวิดีโอได้จากเลนส์ Ultra Wide Angle โดยสามารถเปลี่ยนมุมมองจากเลนส์ปกติไปเป็นเลนส์ Ultra Wide ได้แบบ Real Time ในระหว่างบันทึกด้วย ซึ่งตามข่าวที่หลุดมาบอกว่าเลนส์ Ultra Wide จะมีความละเอียด 16MP และกว้างถึง 123° เลยล่ะ

โหมด Dual Capture ด้วยเลนส์ Ultra Wide Angle

ปกติมือถือ Galaxy S หรือ Note รุ่นใหม่ๆ จะมาพร้อมกับฟีเจอร์ Dual Capture อยู่แล้ว โดยโหมดนี้จะใช้ได้เวลาที่ถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังเบลอ มันจะถ่ายภาพเอาไว้ด้วยกล้องทั้ง 2 ตัวที่เป็นเลนส์ปกติและเลนส์ซูม เพื่อเก็บทั้งภาพวัตถุ และภาพพื้นหลังมารวมกัน ซึ่งหลังจากที่ถ่ายออกมาแล้วเรายังสามารถเลือกมุมภาพได้อีกว่าจะเอาภาพของเลนส์ปกติ หรือภาพจากเลนส์ซูม ส่วน Galaxy S10 ก็จะยังใช้หลักการเดียวกันแต่จะเพิ่มมุมมองจากเลนส์ Ultra Wide Angle เข้ามาด้วยนั่นเอง

โหมด Flaw Detection ที่ดีกว่าเดิม

Flaw Detection เป็นโหมดที่จะตรวจจับว่าคนในรูปถ่ายกระพริบตา หรือภาพไม่โฟกัส แล้วมันก็จะขึ้นเตือนว่าควรจะถ่ายใหม่ (มีใน Galaxy S9 และ Note 9) โดยใน Galaxy S10 ก็จะได้รับการอัพเกรดให้โหมดนี้มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม ด้วยการใช้ระบบ AI แนะนำว่าในขณะนั้นเราควรใช้โหมดอะไรในการถ่าย เช่น แนะนำให้เปิด HDR เพื่อทำให้วัตถุสว่างขึ้นมา, ควรใช้โหมด Food ในการถ่ายอาหาร, เมื่อเราถ่ายภาพวิว AI ก็จะแนะนำว่าให้ใช้โหมด Panorama, เมื่อเซลฟี่เป็นกลุ่มก็จะแนะนำให้ใช้โหมด Wide Selfie อะไรประมาณนี้

การจำแนก Scene ที่มากกว่าเดิม

ระบบ AI ที่ช่วยจำแนก Scene จากสภาวะแสงหรือสิ่งแวดล้อมในขณะถ่ายรูป ของ Galaxy Note 9 สามารถแยก Scene ออกมาได้ 20 แบบ แต่ใน Galaxy S10 จะได้รับการพัฒนาขึ้นจนสามารถแยกได้ถึง 30 แบบ ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายรูปสัตว์ ที่จะแยกออกไปเป็นหมา แมว นก ฯลฯ, น้ำตก, ภูเขา, ท้องฟ้า, หิมะ, อาหาร, ตัวหนังสือ ฯลฯ แถมยังทำให้เปิดโหมด HDR สำหรับการถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังเบลอได้อีกด้วย

บันทึกวิดีโอนิ่งสุดๆ ด้วย Super Steady Video

สำหรับโหมดนี้ยังไม่มีข้อมูลแบบละเอียดว่ามันจะนิ่งขนาดไหน เพราะมีข้อมูลจากโค้ดแค่ว่าไม่สามารถใส่เอฟเฟ็คท์ หรือไม่สามารถซูมภาพได้ระหว่างใช้โหมดนี้

ทั้งหมดนั้นยังเป็นแค่โค้ดที่ XDA-Developers ไปแงะมาจากตัวเฟิร์มแวร์เท่านั้น เรายังไม่รู้ว่าความสามารถที่แท้จริงของกล้อง Galaxy S10 จะมีอะไรเด็ดๆ ซ่อนเอาไว้อีกรึเปล่า

 

ที่มา : XDA-Developers

from:https://droidsans.com/samsung-galaxy-s10-cemra-feature-expose-on-software-coding/