คลังเก็บหมวดหมู่: DROIDSANS

Xiaomi เปิดตัวอุปกรณ์ AIoT เพียบ ทั้งเครื่องฟอกอากาศ หุ่นยนต์ถูพื้น และสมาร์ททีวี

นอกจาก Xiaomi จะนำ Redmi Note 11 Series ที่รอบนี้ขนมาถึง 4 รุ่น ไม่ว่าจะเป็นรุ่น 11 ธรรมดา, 11s, 11 Pro และ 11 Pro 5G มาเปิดตัวแล้ว พวกเขายังถือโอกาสนำอุปกรณ์ AIoT อย่าง เครื่องฟอกอากาศ, หุ่นยนต์ถูพื้นอัจฉริยะ และสมาร์ททีวี ว่าแต่จะมีฟีเจอร์อะไรเด็ดๆ บ้าง มาหาคำตอบได้ในบทความนี้เลยครับ

เครื่องฟอกอากาศอัจฉริยะ

Xiaomi Smart Air Purifier 4 Pro จะมาพร้อมกับสโลแกน “Breathe Clean, breathe healthy” มาพร้อมกับความสามารถในการปล่อยไอออนประจุลบในอากาศ ควบคุมมลพิษต่างๆ รอบตัวได้ มีตะแกรงฝาปิดถอดทำความสะอาดได้ เซ็นเซอร์ดักจับ PM2.5 และ PM10 ด้วยความแม่นยำสูง อายุการใช้งานแผ่นกรองนานสูงสุด 12 เดือน และสามารถใช้งานร่วมกับผู้ช่วยอัจฉริยะอย่าง Google Assistant และ Alexa จาก Amazon ได้

โดย Xiaomi Smart Air Purifier 4 Pro จะมีราคาอยู่ที่ 8,490 บาท และนอกจากนี้ Xiaomi ยังได้ขนเอาตัวเลือกอื่นๆ ที่มีราคาถูกลงให้กับผู้บริโภคได้เลือกอีกด้วยอย่าง Xiaomi Smart Air Purifier 4 Lite และ 4 ธรรมดา ที่ประสิทธิภาพไม่แพ้กับรุ่น Pro เลย ซึ่งราคาก็จะลดหลั่นไปจากตัว Pro เล็กน้อยตามภาพด้านบนเลยครับ

หากใครซื้อ Xiaomi Smart Air Purifier 4 Series รุ่นใดก็ได้ ภายในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2565 ที่จะถึงนี้ รับไปเลยปฏิทิน Creative Calendar จาก Xiaomi ไปแบบฟรีๆ

หุ่นยนต์ถูพื้นอัจฉริยะ

มาถึงหุ่นยนต์ถูพื้นอย่าง Mi Robot Vacuum-Mop 2 Ultra รุ่นท็อป มาพร้อมกับแท่นกำจัดฝุ่นอัตโนมัติ แรงดูดที่ทรงพลังถึง 4000Pa เลเซอร์นำทาง LDS สามารถหลีกเลี่ยงสิ่งกีดขวางได้แบบ 3 มิติ ถุงเก็บฝุ่นความจุ 4 ลิตร และแบตเตอรี่ 5200 mAh ทั้งหมดนี้ในราคา 14,990 บาท

นอกจากรุ่น Ultra แล้ว ยังมี Mi Robot Vacuum-Mop 2 Pro ซึ่งเจ้าหุ่นยนต์ตัวนี้สามารถถูพื้นด้วยความถี่ถึง 10,000 ครั้งต่อนาที จดจำพื้นผิวในการทำความสะอาดได้ มีเซ็นเซอร์นำทางด้วยเลเซอร์ LDS แรงดูดทรงพลังถึง 3000Pa และแบตเตอรี่ขนาด 5200 mAh ที่ทาง Xiaomi เคลมว่าสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องยาวนานสูงสุดถึง 170 นาที หรือ 2 ชั่วโมงเศษๆ เลยทีเดียว โดย Mi Robot Vacuum-Mop 2 Pro มาในราคา 10,990 บาท

นอกจากนี้ยังมี Mi Robot Vacuum-Mop 2 รุ่นธรรมดา ที่สเปคแทบจะไม่ต่างกับรุ่น Ultra หรือ Pro เลย มาพร้อมกับแรงดูด 2700Pa การวาดแผนเส้นทางอัจฉริยะโดย vSLAM และอายุการใช้งานแบตเตอรี่สูงสุด 110 นาที หรือเกือบๆ สองชั่วโมง ซึ่งในส่วนนี้ทางบริษัทฯ ก็บอกเอาไว้ว่า เจ้าหุ่นยนต์ตัวนี้เหมาะกับการนำไปใช้งานในห้องอพาร์ทเม้นท์หรือคอนโดต่างๆ ราคาของตัวนี้อยู่ที่ 8,499 บาท

ปิดท้ายกันด้วยรุ่นเล็กสุดอย่าง Mi Robot Vacuum-Mop 2 Lite กันบ้าง มาพร้อมกับแรงดูด 2200Pa ถังขยะขนาด 450 มิลลิลิตร ถังเก็บน้ำขนาด 270 มิลลิเมตร มีเซ็นเซอร์ Gyroscope และกล้องตรวจจับนำทางที่หุ่นยนต์ดูดฝุ่นราคาประมาณนี้ไม่ค่อยใส่มาให้กัน สามารถปรับโหมดทำความสะอาดได้ 3 โหมด และเลือกได้ 4 ระดับความเร็วในการดูดฝุ่น ในราคา 5,499 บาท

โดย Xiaomi จะมีโปรโมชั่น Early Bird ซื้อ Mi Robot Vacuum-Mop 2 Series รุ่นใดก็ได้ ภายในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2565 ที่จะถึงนี้ รับไปเลยเครื่องชั่งน้ำหนัก Mi Body Composition Scale 2 มูลค่า 690 บาท ไปแบบฟรีๆ ไม่เสียเงินสักบาท

สมาร์ททีวี

ปิดท้ายกันด้วย Xiaomi TV Q1E ขนาดหน้าจอ 55 นิ้ว มาพร้อมกับเทคโนโลยี QLED แสดงผลได้สูงสุด 4K รองรับ MEMC, Dolby Vision และ HDR10+ ขับเคลื่อนด้วยระบบปฏิบัติการ Android TV และใช้งานคู่กับ Google Assistant ได้ ในราคา 19,990 บาท แต่หากซื้อภายใน 13 กุมภาพันธ์ 2565 นี้ รับส่วนลดไปเลย 2,000 บาท (เหลือเครื่องละ 17,990 บาท) และได้รับ Mi Smart Speaker มูลค่า 990 บาท ไปแบบฟรีๆ

 

from:https://droidsans.com/xiaomi-aiot-air-purifier-robot-vacuum-smart-tv/

เปิดตัว Redmi Note 11, Note 11s, Note 11 Pro และ Note 11 Pro 5G มือถือราคาสุดคุ้ม สเปคจัดเต็ม

มือถือซีรีส์ Redmi Note 11 เปิดตัวในจีนไปตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคมปี 2021 ด้วยจุดเด่นที่มากับสเปคจัดเต็มในราคาเบา ๆ ซึ่งล่าสุดมือถือซีรีส์นี้ก็ได้ฤกษ์มาเปิดตัวในบ้านเราแล้ว โดยมีทั้ง Redmi Note 11, Redmi Note 11s, Redmi Note 11 Pro, และ Redmi Note 11 Pro 5G โดยรุ่นที่วางขายในบ้านเราจะมีสเปคแตกต่างไปจากรุ่นที่ขายในจีนนะครับ แต่รับรองว่ายังไง ๆ ก็มาแบบจัดหนักจัดเต็มแน่นอน

Redmi Note 11

Redmi Note 11 ใช้หน้าจอแบบ AMOLED ขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอียด FHD+ แสดงผลได้คมชัดสีสันสดใส พร้อมรีเฟรชเรท 90Hz ลื่นปรื๊ด ๆ บอกเลยว่ามือถือราคาไม่ถึง 7,000 บาท แต่ได้หน้าจอสเปคขนาดนี้ ไม่ใช่จะหากันง่าย ๆ

สเปคก็แรงพอที่จะรองรับการใช้งานในปัจจุบันได้สบาย ๆ ด้วยชิป Snapdragon 680, RAM มีให้เลือก 2 ขนาด คือ 4GB และ 6GB มีความจุในตัวอยู่ที่ 128GB จะใช้เล่นเน็ต ดูหนังความละเอียดสูง หรือเล่นเกมกราฟิกจัด ๆ ได้แบบไม่มีติดขัด แบตเตอรี่ให้มา 5000 mAh แถมยังรองรับระบบชาร์จไว 33W สามารถชาร์จแบตเตอรี่จาก 0% – 100% ได้เวลาเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น

กล้องหลังจัดเต็มเกินราคา ให้มาถึง 4 ตัวประกอบด้วยกล้องหลักความละเอียดสูง 50MP + กล้อง Ultrawide ความละเอียด 8MP + กล้อง Macro ความละเอียด 2MP + กล้องจับความลึก 2MP และกล้องเซลฟี่ 13MP โดยโหมดถ่ายรูปต่าง ๆ ก็มาแบบครบครันทั้งโหมด Pro, Portrait, Night Mode ฯลฯ รองรับการถ่ายวิดีโอสูงสุดที่ 1080p 60fps (วิดีโอเซลฟี่ได้ที่ 1080p 30fps)

สเปค Redmi Note 11

  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอียด FHD+ รีเฟรชเรท 90Hz
  • CPU : Snapdragon 680
  • RAM : 4GB / 6GB (รองรับ Memory Extension ยืมความจุมาเติม RAM)
  • ความจุ (UFS 2.2) : 128GB
  • กล้องหลัง 4 ตัว
    – กล้องหลักความละเอียด 50MP
    – กล้อง Ultrawide ความละเอียด 8MP
    – กล้อง Macro ความละเอียด 2MP
    – กล้องจับความลึก 2MP
  • กล้องหน้า : 13MP
  • ระบบเสียง : ลำโพงสเตอรีโอ, รูหูฟัง 3.5 มม.
  • มาตรฐานกันน้ำ : IP53
  • แบตเตอรี่ : 5000 mAh รองรับชาร์จไว 33W
  • ระบบ Android 11 ครอบด้วย MIUI 13
  • สีที่วางจำหน่าย : Graphite Gray, Star Blue, Twilight Blue

 

Redmi Note 11s

ต่อด้วยรุ่น Redmi Note 11s ที่มีสเปคดุกว่ารุ่น Redmi Note 11 พอสมควร โดยมือถือรุ่นนี้มากับหน้าจอ AMOLED ขนาด 6.4 นิ้ว รีเฟรชเรท 90Hz ดีไซน์ DotDisplay เจาะรูสำหรับวางกล้องเซลฟี่ไว้ตรงกลางด้านบน แถมยังทนทานรอยขีดข่วนด้วย Gorilla Glass อีก

สเปครองรับการใช้งานในยุคนี้ได้สบาย ๆ ทุกอย่าง แม้กระทั่งเล่นเกม 3D กราฟฟิคงาม ๆ ก็หายห่วง ด้วยชิป MediaTek Helio G96 และ RAM 8GB กับความจุในตัว 128GB ส่วนแบตเตอรี่ก็อัดมาให้เท่ากันที่ 5000 mAh พร้อมชาร์จไว 33W

กล้องหลัง 4 ตัว ที่จัดเต็มกว่าด้วยกล้องหลักความละเอียดสูงลิ่วถึง 108MP  ส่วนกล้องตัวอื่น ๆ สเปคเดียวกันกับรุ่นด้านบน ทั้งกล้อง Ultrawide ความละเอียด 8MP + กล้อง Macro ความละเอียด 2MP + กล้องจับความลึก 2MP และกล้องเซลฟี่ 13MP

สเปค Redmi Note 11s

  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอียด FHD+ รีเฟรชเรท 90Hz
  • CPU : Helio G96
  • RAM : 8GB (รองรับ Memory Extension ยืมความจุมาเติม RAM)
  • ความจุ (UFS 2.2) : 128GB
  • กล้องหลัง 4 ตัว
    – กล้องหลักความละเอียด 108MP
    – กล้อง Ultrawide ความละเอียด 8MP
    – กล้อง Macro ความละเอียด 2MP
    – กล้องจับความลึก 2MP
  • กล้องหน้า : 13MP
  • ระบบเสียง : ลำโพงสเตอรีโอ, รูหูฟัง 3.5 มม.
  • มาตรฐานกันน้ำ : IP53
  • แบตเตอรี่ : 5000 mAh รองรับชาร์จไว 33W
  • ระบบ Android 11 ครอบด้วย MIUI 13
  • สีที่วางจำหน่าย : Graphite Gray, Star Blue, Pearl White

 

Redmi Note 11 Pro / Redmi Note 11 Pro 5G

สุดท้ายกับรุ่นท้อปอย่าง Redmi Note 11 Pro และ Pro 11 5G ที่จัดสเปคมาให้แบบเต็มเหยียดทั้งหน้าจอแบบ AMOLED ขนาด 6.67 นิ้ว ความละเอียด FHD+, Color gamut DCI-P3 พร้อมรองรับรีเฟรชเรท 120Hz ให้การแสดงผลได้อย่างลื่นไหลสุด ๆ ไปเลย และยังถูกใจเกมเมอร์ด้วย Touch Sampling Rate ที่สูงถึง 360Hz บังคับเกมผ่านหน้าจอสัมผัสได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ

สำหรับสเปคของ Redmi Note 11 Pro 5G มากับชิป Snapdragon 695 ส่วน Redminote 11 Pro จะใช้ชิป Helio G96 ซึ่งทั้งคู่จะมากับ RAM แบบ LPDDR4x สูงสุด 8GB พร้อมความจุแบบ UFS 2.2 ขนาด 128GB รองรับ microSD card ได้ถึง 1TB ส่วนแบตเตอรี่ให้มาที่ 5000 mAh คู่กับระบบชาร์จไวถึง 67W ที่ใช้เวลาเพียง 15 นาที ก็ชาร์จได้ถึง 51% กันเลย

กล้องหลังของทั้ง Redmi Note 11 Pro และ Redmi Note 11 Pro 5G ก็จัดเต็มเหมือนเดิมด้วย กล้องหลักความละเอียด 108MP + กล้อง Ultrawide ความละเอียด 8MP + กล้อง Macro ความละเอียด 2MP + กล้องจับความลึก 2MP และกล้องเซลฟี่ 13MP

สเปค Redmi Note 11 Pro

  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอียด FHD+ รีเฟรชเรท 120Hz
  • CPU : Helio G96
  • RAM : 8GB (รองรับ Memory Extension ยืมความจุมาเติม RAM)
  • ความจุ (UFS 2.2) : 128GB
  • กล้องหลัง 4 ตัว
    – กล้องหลักความละเอียด 108MP
    – กล้อง Ultrawide ความละเอียด 8MP
    – กล้อง Macro ความละเอียด 2MP
    – กล้องจับความลึก 2MP
  • กล้องหน้า : 13MP
  • ระบบเสียง : ลำโพงสเตอรีโอ, รูหูฟัง 3.5 มม.
  • มาตรฐานกันน้ำ : IP53
  • แบตเตอรี่ : 5000 mAh รองรับชาร์จไว 67W
  • ระบบ Android 11 ครอบด้วย MIUI 13
  • สีที่วางจำหน่าย : Graphite Gray, Polar White, Atlantic Blue, Star Blue

สเปค Redmi Note 11 Pro 5G

  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอียด FHD+ รีเฟรชเรท 120Hz
  • CPU : Snapdragon 695
  • RAM : 8GB (รองรับ Memory Extension ยืมความจุมาเติม RAM)
  • ความจุ (UFS 2.2) : 128GB
  • กล้องหลัง 4 ตัว
    – กล้องหลักความละเอียด 108MP
    – กล้อง Ultrawide ความละเอียด 8MP
    – กล้อง Macro ความละเอียด 2MP
    – กล้องจับความลึก 2MP
  • กล้องหน้า : 13MP
  • ระบบเสียง : ลำโพงสเตอรีโอ, รูหูฟัง 3.5 มม.
  • มาตรฐานกันน้ำ : IP53
  • แบตเตอรี่ : 5000 mAh รองรับชาร์จไว 67W
  • ระบบ Android 11 ครอบด้วย MIUI 13
  • สีที่วางจำหน่าย : Graphite Gray, Polar White, Atlantic Blue, Star Blue

 

ราคาและวันวางจำหน่าย

ราคาของ Redmi Note 11 และ Redmi Note 11s ที่วางขายในบ้านเราก็มีตามนี้เลย

  • Redmi Note 11 (4GB / 128GB) : ราคา 6,299 บาท
  • Redmi Note 11 (6GB / 128GB) : ราคา 6,999 บาท
  • Redmi Note 11s (8GB / 128GB) : ราคา 8,299 บาท

Redmi Note 11 และ Redmi Note 11s ทุกรุ่นจะเริ่มวางจำหน่ายกับร้านค้าที่ร่วมรายการตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2565 เป็นต้นไป และยังจะได้รับของแถมเป็นกระเป๋าผ้า Redmi Note 11 Series มูลค่า 590 บาท ไปด้วยนะ ส่วนอีก 2 รุ่น Redmi Note 11 Pro และ Pro 5G จะตามมาทีหลัง แต่ราคาจะอยู่ที่เท่าไหร่บ้างต้องมารอดูกันอีกทีครับ

from:https://droidsans.com/redmi-note-11-series-thailand-official/

True และ dtac ยื่นเรื่องต่อ กสทช. เดินหน้าควบรวมก่อตั้งบริษัทฯ ใหม่

คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม หรือ กสทช. ได้ออกมาเปิดเผยว่า บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น (True) และบมจ. โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (dtac) ได้ทำการยื่นรายงานต่อ กสทช. เพื่อแจ้งความประสงค์ที่จะควบรวมธุรกิจก่อตั้งบริษัทฯ ใหม่ร่วมกันแล้ว เป็นไปตามข้อกำหนดและระเบียบที่บอกว่าจะต้องยื่นรายงานต่อเลขาธิการ กสทช. ไม่น้อยกว่า 90 วัน ก่อนการดำเนินการ

ผู้บริหารระดับสูงของเทเลนอร์ บริษัทฯ แม่ของ dtac อย่างนายซิคเว่ เบรคเก้ ได้เคยออกมาบอกเหตุผลของดีล True x dtac นี้เอาไว้ว่า ควบรวมกันเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง และการแข่งขันในอนาคตที่ไม่ได้จำกัดแค่ในประเทศอย่างเดียวจากการพัฒนาการของเทคโนโลยีในปัจจุบัน

ขณะที่นายศุภชัย เจียรวนนท์ แม่ทัพของฝั่ง True ได้ออกมาให้ความเห็นว่า การร่วมมือดังกล่าว (ของ True และ dtac) จะเป็นการปรับโครงสร้างธุรกิจสู่ “Tech Company” จากสภาพตลาดโทรคมนาคมที่เปลี่ยนไป เพื่อให้แข่งขันกับผู้เล่นระดับโลกได้ และผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นฮับเทคโนโลยีในระดับภูมิภาค

โดยทั้ง True และ dtac เตรียมตั้งกองทุนมูลค่า 100 – 200 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 3.294 – 6.588 พันล้านบาท ภายใต้ชื่อบริษัทฯ ใหม่ที่พวกเขาเตรียมเปิดด้วยกัน เพื่อสนับสนุนส่งเสริมผู้ประกอบการ และ Start-up บนแพลตฟอร์มดิจิตอล เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ในประเทศไทยต่อไป คาดว่าเราน่าจะได้เห็นความคืบหน้าและข้อสรุปของดีล True x dtac ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2565 นี้ครับ

 

SOURCE :

 

from:https://droidsans.com/true-dtac-nbct-merger-request/

realme ประกาศ เตรียมปล่อยอัปเดต Android 12 ให้ realme Pad ไตรมาสสามปีนี้

ก่อนหน้านี้ realme ได้ออกมาประกาศว่า จะไม่อัปเดต Android 12 ให้กับแท็บเล็ตรุ่นแรกของบริษัทฯ อย่าง realme Pad ลอยแพมันซะดื้อๆ ทั้งๆ ที่เพิ่งจะเปิดตัวได้ไม่ถึงครึ่งปีดี เรียกเสียงฮือฮาด้านลบในหมู่สาวกหุ่นเขียวกันเป็นแถว แต่ล่าสุดเหมือนจะมีการยูเทิร์นเปลี่ยนใจซะแล้ว เมื่อพวกเขาออกมาประกาศว่า เตรียมปล่อยแพทช์อัปเดต Android 12 ให้กับ realme Pad เร็วๆ นี้

realme ได้บอกกล่าวกับ Android Authority สื่อต่างประเทศชื่อดังว่า realme Pad เตรียมได้รับอัปเดตเป็น Android 12 ในช่วงประมาณไตรมาสที่สามของปี 2022 นี้ พร้อมกับการันตีว่าจะดูแลคอยออกแพทช์รักษาความปลอดภัยให้กับ realme Pad เป็นเวลาทั้งหมด 3 ปีเต็มๆ โดย realme Pad เพิ่งจะเดินทางมาเปิดตัวเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ realme UI for Pad บนพื้นฐาน Android 11

นอกจากนี้ realme ยังได้ทำการลบข้อความที่บอกว่าจะไม่อัปเดต Android 12 ให้กับ realme Pad ที่เคยกล่าวเอาไว้เมื่อประมาณไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาทิ้งไปจากหน้า FAQ ของเว็บไซต์อีกด้วย

โดยต้องรอติดตามกันต่อไปว่า Android 12 ที่ทาง realme จะอัปเกรดให้กับ realme Pad นั้นจะเป็น Android 12 เวอร์ชั่นธรรมดา หรือ Android 12L ที่ดีไซน์ออกแบบมาสำหรับอุปกรณ์หน้าจอใหญ่โดยเฉพาะ

SOURCE :

from:https://droidsans.com/realme-pad-to-be-updated-to-android-12-after-all/

Xiaomi เปลี่ยนดีไซน์โลโก้ใหม่ ใช้สีดำ-ขาว แทนสีส้ม-ขาว

Xiaomi เคยผ่านการเปลี่ยนรูปแบบโลโก้มาครั้งนึงเมื่อปีช่วงเดือนมีนาคม 2021 โดยเปลี่ยนจากโลโก้ mi ที่มีกรอบสี่เหลี่ยมให้กลายเป็นโลโก้ที่มีกรอบสี่เหลี่ยมแบบมุมโค้งแทน และในปีนี้ Xiaomi ก็ขอเปลี่ยนดีไซน์โลโก้แบรนด์ตัวเองอีกรอบนึง คราวนี้ยังคงใช้กรอบมุมโค้งเหมือนเดิมแต่เปลี่ยนจากการใช้สีส้ม-ขาวที่เราคุ้นหน้าคุ้นตากันมาหลายปี หันไปใช้โลโก้สีดำ – ขาวแทนซะแล้ว 

การเปลี่ยนโลโก้ของ Xiaomi เมื่อปี 2021 ที่เปลี่ยนกรอบจากสี่เหลี่ยมเป็นสี่เหลี่ยมมุมโค้ง มีการเปิดเผยว่า Xiaomi ได้จ้าง Kenya Hara นักออกแบบแถวหน้าจากประเทศญี่ปุ่นให้เข้ามาดูแลในเรื่องดังกล่าว โดยนาย Kenya ใช้เวลากว่า 4 ปี เพื่อเข้าถึงและถ่ายทอดจิตวิญญาณของแบรนด์ Xiaomi ให้ออกมาทางโลโก้ได้ (ด้วยการปรับมุมเหลี่ยมให้กลายเป็นมุมโค้ง)

สำหรับความหมายของมุมโลโก้ที่โค้งมนนี้ นาย Kenya และ Xiaomi บอกว่ามันเป็นการเปลี่ยนแปลงบริษัทให้เข้าสู่ยุคของการเชื่อมต่ออันชาญฉลาด

โลโก้เก่า (ซ้าย) / ใหม่ (ขวา)

และดีไซน์โลโก้แบบใหม่ที่ Xiaomi พึ่งเผยโฉมออกมานี้ จะเปลี่ยนจากเดิมที่ใช้สีส้ม-ขาว มาเป็นสีดำ-ขาวแทน (ยังไม่ได้เผยออกมาว่าการเปลี่ยนมาใช้สีนี้จะหมายถึงอะไร) แต่ไม่ได้หมายความว่าโลโก้สีเดิมจะถูกตัดทิ้งไปซะทีเดียว เนื่องจากโลโก้สีดำ-ขาว จะถูกนำไปใช้กับสินค้าประเภทอื่น ๆ แทน 

Xiaomi จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเป็นโลโก้ใหม่

ส่วนเหล่ามือถือรุ่นใหม่ ๆ จะยังใช้โลโก้สีส้มเหมือนเดิมไปก่อน และอาจจะค่อยทยอยเปลี่ยนมาใช้โลโก้ใหม่ในรุ่นหลัง ๆ ครับ

 

ที่มา : Gizchina

from:https://droidsans.com/xiaomi-change-new-design-monochrome/

OnePlus อาจเปิดตัวมือถือเรือธงรุ่น Ultra สเปคจัดเต็มกว่าตัว Pro ใช้ชิปประมวลผลภาพ MariSilicon จาก OPPO

OnePlus 10 Pro ถือเป็นสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นล่าสุดของทางค่าย เปิดตัวไปเมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา มาพร้อมกับสเปคที่จัดเต็มแบบสุดๆ ทั้งหน้าจอ Fluid AMOLED รีเฟรชเรท 120Hz แบบ LTPO ชิปเซ็ต Snapdragon 8 Gen 1 ตัวล่าสุดจาก Qualcomm กล้องที่ได้ Hasselblad มาช่วยปรับจูนซอฟต์แวร์ สามารถถ่าย 12-bit RAW ได้ แถมยังมีแบตเตอรี่ 5000 mAh รองรับชาร์จไวอีก 80W แต่ดูเหมือนว่าบริษัทฯ จะไม่หยุดอยู่แค่นั้น เพราะมีข่าวลือออกมาเปิดเผยว่า พวกเขากำลังซุ่มพัฒนามือถือ Superphone อยู่ สเปคจัดหนักกว่าเดิม การถ่ายภาพดีขึ้น คาดว่าใช้ชื่อ OnePlus 10 Ultra

แหล่งข่าวได้ออกมาเปิดเผยว่า OnePlus กำลังซุ่มพัฒนาสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่น Ultra ที่อัดสเปคมาให้แบบจัดหนักจัดเต็ม มาพร้อมกับเทคโนโลยีชิปประมวลผลภาพ MariSilicon ของ OPPO ที่ในทางทฤษฎีแล้ว จะเข้ามาช่วยให้ OnePlus 10 Ultra (ชื่ออย่างไม่เป็นทางการ) ถ่ายภาพและวิดีโอออกมาได้สวยกว่าเดิม หลังจากที่ OnePlus 10 Pro ได้รับเสียงวิจารณ์ไปในทิศทางลบว่าสเปคแน่นแต่ถ่ายรูปไม่ค่อยสวย

โดยคาดว่า OnePlus 10 Ultra จะเดินทางมาเปิดตัวในช่วงครึ่งหลังของปี 2022 มีความเป็นไปได้ที่จะขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 8 Gen 1 รุ่นตีบวก หรือ Snapdragon 8 Gen 1+ เหมือนกับ Motorola Frontier และ Lenovo Legion Halo ที่เพิ่งมีข่าวหลุดไปเมื่อไม่กี่วันก่อน

 

SOURCE :

from:https://droidsans.com/oneplus-10-ultra-reportedly-in-the-work-featuring-marisilicon-oppo/

เผยภาพเรนเดอร์ Samsung Galaxy S22 Series ทั้ง 3 รุ่น มาแบบครบ ๆ ทุกสี

Samsung กำลังจะจัดงาน Galaxy Unpacked ขึ้นในวันที่ 9 กุมภาพันธ์นี้ เพื่อเปิดตัวมือถือไฮเอนด์ระดับเรือธงซีรีส์ Galaxy S22 (คาดว่าจะมี Galaxy Tab S8 Series มาแจมด้วย) ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีทั้งภาพเรนเดอร์ + สเปคต่าง ๆ นา ๆ หลุดออกมาให้เพียบไปหมดแล้ว…ล่าสุดยังได้มีภาพเรนเดอร์ตัวเครื่องของ Galaxy S22 ทั้ง 3 รุ่น หลุดออกมาเผยโฉมสีสันกันแบบครบ ๆ อีกต่างหาก

ภาพหลุดของ Galaxy S22 ทั้ง 3 รุ่นนี้ ได้าจากแหล่งข่าวคนสำคัญอย่าง Evan Blass (@evleaks) ที่ออกมาเผยภาพเรนเดอร์ซึ่งคาดว่าเป็นภาพ Press Image อย่างเป็นทางการของมือถือซีรีส์ดังกล่าว โดยแต่ละรุ่นมีสีสันให้เลือกกันได้ถึง 4 สีเลย

Galaxy S22 

สำหรับรุ่นน้องเล็กอย่าง Galaxy S22 จะมีตัวเครื่องให้เลือกทั้งหมด 4 สี คือ สีชมพู, สีดำ, สีเขียวเข้ม และสีขาว แต่ยังไม่มีชื่อของแต่ละสีว่าจะออกมาเป็นอะไรบ้าง




 

Galaxy S22+

ส่วนรุ่นกลางอย่าง Galaxy S22+ ก็มีทั้งหมด 4 สี และเป็นสีเดียวกันกับรุ่น Galaxy S22 ด้วย คือ สีชมพู, สีดำ, สีเขียวเข้ม, สีขาว




 

Galaxy S22 Ultra

รุ่นพี่ใหญ่สุด Galaxy S22 Ultra ที่นอกจากจะมีดีไซน์ผิดแปลกไปจากรุ่นน้องแล้ว (เพราะดูไปแล้วจะเหมือนกับซีรีส์ Galaxy Note มากกว่า) ตัวเครื่องยังมีสีสันที่ดูขรึมและเป็นทางการกว่า ทั้งสีดำ, สีแดงเข้ม (หรือสีม่วง?), สีเขียวเข้ม และสีขาว ส่วนปากกา S Pen ที่ด้ามจะเป็นสีดำหมด ยกเว้นตรงตูดปากกาจะมีสีตามตัวเครื่อง




 

Samsung ออกมายืนยันแล้วว่าเราจะได้เห็นการเปิดตัวของ Galaxy S22 Series อย่างเป็นทางการในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2022 ซึ่งก็เหลือเวลาอีกแค่ไม่นานแล้ว…ว่าแต่ใครเล็งรุ่นไหน สีไหนกันบ้างล่ะเนี่ย

 

ที่มา : @evleakes (Twitter)

from:https://droidsans.com/samsung-galaxy-s22-series-all-color-leaked/

Samsung เปิดให้ลงทะเบียน New Galaxy แล้ววันนี้ ผู้กล้ารับเครื่อง S22 ก่อนใคร พร้อมสิทธิพิเศษอีกเพียบ

อีกไม่กี่วันงานเปิดตัวมือถือใหม่ Samsung Galaxy S 22 Series ที่จะมีขึ้นในงาน Galaxy Unpacked 2022 ก็จะเริ่มขึ้นแล้ว และทางซัมซุงประเทศไทยก็ได้เปิดหน้าเวบลงทะเบียนแสดงความสนใจ Blind Booking จองก่อนเห็นของเหมือนทุกครั้ง โดยผู้ที่ทำการจองจะได้รับเครื่องก่อนใคร และยังได้สิทธิพิเศษอื่นๆ อีกด้วย

ลงทะเบียน Galaxy S22

ใครที่เป็นแฟน Samsung และรอคอยการมาของสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ ที่เป็นการรวมเอา 2 โลกจาก 2 ตระกูลเรือธงอยู่ละก็ สามารถไปลงทะเบียนนได้ที่หน้าเวบ สนใจซื้อ The New Galaxy ลงทะเบียนที่นี่ | Samsung Thailand

โดยการลงทะเบียนจะหมดเขตในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ หลังจากลงทะเบียนแล้วจะได้รับโค้ดมาใช้กรอกในการสั่งซื้อ The New Galaxy ซึ่งจะได้รับเครื่องก่อนใครในประเทศไทย เรียกว่าล็อตแรกมาเมื่อไหร่ก็เอาไปได้เลย พร้อมรับสิทธิ์ประกันจอแตก 2 ปี และยังได้รับบริการ Samsung Care+ มูลค่า 7,099 บาท รองรับการบริการ 2 ปี

ส่วนงาน Galaxy Unpacked นั้นจะมีขึ้นในวันที่ 9 กุมภาพันธ์นี้ เวลา 22:00 ตามเวลาประเทศไทย โดยทุกคนสามารถมารับชมการเปิดตัวไปพร้อมๆ กับพวกเรา droidsans ได้เช่นเคย พากษ์ไทยเอนจอยไปด้วยกัน

ส่วนรายละเอียดต่างๆ ของ Galaxy S22 Series ที่เรารวบรวมเอาไว้ ก็สามารถไปอ่านเพิ่มเติมได้ที่ link ด้านล่างเลยครับ

 

source : Samsung TH

from:https://droidsans.com/samsung-new-galaxy-s22-registration/

NVIDIA ถอดใจ อาจยอมแพ้ดีลฮุบกิจการ ARM หลังไม่สามารถโน้มนาวใจคณะกรรมการเรื่องผูกขาดได้

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนกันยายนปี 2020 ที่ผ่าน NVIDIA ได้ออกมาประกาศเตรียมเข้าฮุบกิจการของบริษัทฯ ดีไซน์ชิปเซ็ตและอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ชื่อดังจากสหราชอาณาจักรอย่าง ARM แต่มาถึงตอนนี้ ทาง NVIDIA เองก็ยังไม่สามารถปิดดีลทางธุรกิจนี้ได้สักที เนื่องจากเจอ Tech Giants ในวงการอย่าง Qualcomm, Microsoft และ Google ออกมาขัดขวางและประท้วงว่าดีลนี้อาจทำให้ NVIDIA ผูกขาดทางการค้าได้ จนทำให้คณะกรรมการควบคุมจาก EU, US, UK และจีนต้องเข้ามาสอบสวนดีลนี้อย่างใกล้ชิด ล่าสุดเหมือน NVIDIA จะออกมายอมแพ้กับดีลนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

แม้ว่าก่อนหน้านี้ NVIDIA จะออกมายืนกรานว่า พวกเขาจะรักษาโมเดลธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์แบบเปิดของ ARM ต่อไป ไม่มีการขีดกันทางการค้าเหมือนกับที่ Qualcomm, Google, Apple หรือ Microsoft มีความกังวล แต่ถึงอย่างไร คณะกรรมการการตรวจสอบกลับดูเหมือนจะยังไม่เชื่อคำพูดเหล่านั้นของ NVIDIA พร้อมกับกีดกันดีลนี้ไม่ให้เกิดขึ้นเหมือนเดิม จนทำให้ล่าสุด NVIDIA ได้บอกกับพาร์ทเนอร์ว่า ดีลฮุบกิจการ ARM น่าจะล้มเหลว ในขณะที่ SoftBank บริษัทฯ แม่ เตรียมนำ ARM เข้าสู่ตลาดหุ้นต่อไป แทนการบริษัทฯ ให้กับ NVIDIA

โดยสาเหตุที่ Tech Giants ทั้งหลายต่างออกมาแสดงท่าทีไม่เห็นด้วยกับดีล NVIDIA x ARM ก็เป็นเพราะว่า เทคโนโลยีและทรัพย์สินทางปัญญาชิปเซ็ตของ ARM นั้นต่างถูกใช้กันอย่างแพร่หลาย ตั้งแต่วงการสมาร์ทโฟนยันรถยนต์ ซึ่งหาก NVIDIA ฮุบกิจการ ARM ได้จริงๆ หลายฝ่ายก็เป็นกังวลว่า พวกเขาอาจจะกีดกันทางการค้าบริษัทฯ อื่นๆ เพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง

อย่างไรก็ตาม โฆษกของทั้ง NVIDIA และ SoftBank บริษัทฯ แม่ของ ARM ได้ออกมายืนยันกับสื่อว่า พวกเขามีความหวังว่าดีล NVIDIA x ARM นี้จะได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการการตรวจสอบต่อไป

 

SOURCE :

from:https://droidsans.com/nvidia-might-abandon-arm-takeover-deal/

Chromecast with Google TV อาจออกรุ่นราคาประหยัด รองรับความละเอียด 1080p

ปลายสัปดาห์ที่แล้วมีข้อมูลเกี่ยวกับ Chromecast ตัวใหม่หลุดออกมาจากเอกสารภายในของ Google และทีม APK Insight ของ 9to5Google สามารถยืนยันได้ถึงชื่อโค้ดเนม Boreal ล่าสุดมีความคืบหน้าเพิ่มเติมแล้ว โดยอุปกรณ์ดังกล่าวอาจเป็น Chromecast with Google TV ราคาประหยัดที่ลดความละเอียดลงเหลือ 1080p จาก 4K ในรุ่นปัจจุบัน แต่จะได้คุณสมบัติตัวเข้าและถอดรหัสวิดีโอ AV1 เพิ่มเข้ามา

Protocol รายงานว่า Google จะวางขาย Chromecast รุ่นใหม่ในชื่อ Chromecast HD with Google TV ภายในขับเคลื่อนด้วยชิป S805X2 จาก Amlogic พ่วงมากับ RAM ขนาด 2GB แต่ที่น่าสนใจกว่าคือในส่วนของสตอเรจที่ยังไม่มีข้อมูล เนื่องจากมีผู้ใช้งาน Chromecast with Google TV รุ่นดั้งเดิมหลายคนเจอปัญหา ความจุ 8GB ไม่พอใช้ ทำให้อัปเดตแอปไม่ได้


เปรียบเทียบแพ็กเกจ Chromecast with Google TV แบบเดิมและแบบใหม่ที่เพิ่มสัญลักษณ์ 4K

นอกจากนี้ Google ยังได้เริ่มเพิ่มสัญลักษณ์ “4K” ลงบนกล่องของ Chromecast with Google TV รุ่นปัจจุบันแล้ว อาจเป็นการทำเพื่อให้แยกความแตกต่างกับแพ็กเกจของ Chromecast HD with Google TV ได้ง่ายขึ้นในอนาคต

ทั้งนี้คาดว่า Chromecast HD with Google TV จะมีค่าตัวไม่เกิน 39.99 เหรียญ หรือประมาณ 1,320 บาท เพราะ Chromecast with Google TV มีราคาอยู่ที่ 49.99 เหรียญ ในขณะที่ Chromecast ธรรมดายังวางขายอยู่ในราคา 29.99 เหรียญ

 

ที่มา : LynelGuts | 9to5Google | Protocol 

from:https://droidsans.com/chromecast-hd-with-google-tv-1080p/