คลังเก็บหมวดหมู่: DROIDSANS

รวมแอปของ Google ในประเทศไทยที่รองรับ Dark Mode พร้อมวิธีเปิดใช้งานแบบง่ายๆ

ตอนนี้ Dark Mode เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ในหลายๆ แอป เนื่องจากมันสบายตามากกว่าเมื่อใช้งานตอนกลางคืน แถมยังช่วยประหยัดแบตเตอรี่สำหรับมือถือที่ใช้หน้าจอแบบ OLED อีกด้วย ซึ่งตอนนี้ทาง Google เองก็เริ่มทะยอยอัพเดทให้แอปของตัวเองได้ใช้โหมดนี้กันมากขึ้นแล้ว ส่วนจะมีแอปอะไรบ้าง มาดูกันได้เลยจ้า

ก่อนหน้านี้เราพอรู้กันมาบ้างแล้วว่าใน Android Q จะเพิ่มฟีเจอร์ Force Dark ให้เปิดใช้งานได้จากตัว UI เลย โดยมันจะไปทำให้แอปอื่นๆ กลายเป็น Dark Mode ได้ถึงแม้ว่าแอปนั้นๆ จะไม่รองรับก็ตาม แต่ว่าคงจะอีกซักพักใหญ่ๆ กว่าที่ Android Q และฟีเจอร์ดังกล่าวจะปล่อยให้มือถือส่วนใหญ่ได้ใช้กัน.. แต่ก็ไม่เป็นไรเพราะอย่างน้อยแอปหลายๆ อย่างที่เราใช้กันตอนนี้ รองรับการใช้งาน Dark Mode แล้ว

Google Keep

แอปจดโน้ตสารพัดประโยชน์อย่าง Google Keep ที่หลายๆ คนชอบใช้ในการจดนู่นจดนี่แล้วมันจะซิงค์เข้ากับบัญชีของเรา ให้สามารถเปิดใช้งานได้จากหลายๆ อุปกรณ์ที่มีบัญชีของเราเอง ส่วนการเปิดใช้งาน Dark Theme ก็ง่ายๆ แค่กดตรงเครื่องหมาย 3 ขีด มุมซ้ายบน > Settings > Enable Dark Theme ก็เรียบร้อย

Google Calculator

แอปเครื่องคิดเลข Calculator ที่หลายคนต้องใช้กันอยู่บ่อยๆ ก็มีให้ปรับเป็น Dark Mode ได้แล้วในเวอร์ชั่นล่าสุด (7.6) โดยกดที่เมนู 3 จุด ตรงมุมขวาบนของหน้าจอ > Choose Theme > Dark เท่านี้ก็ได้เครื่องคิดเลขสีหม่นๆ ทึมๆ สบายตามาใช้กันแล้วล่ะ

Google Play Games

แอปสำหรับเกมโดยเฉพาะอย่าง Google Play Games ก็เข้าไปเปิดได้ง่ายๆ ด้วยการเข้าไปที่หน้าแอปดังกล่าว กดที่เมนู 3 จุด ตรงมุมขวาบนของหน้าจอ > Settings > Use dark theme (แอปนี้ ถ้ามือถือใครมี UI ที่เปิด Dark Mode อยู่แล้ว มันจะเปลี่ยนให้เองอัตโนมัติ)

Google Phone / Contacts

หน้าจอสำหรับโทรออก – รับสาย ของมือถือก็สามารถเปลี่ยนไปใช้ Dark Mode ได้แล้ว โดยเข้าไปที่หน้าแอปโทรศัพท์ กดที่เมนู 3 จุด ตรงมุมขวาบนของหน้าจอ > Settings > Display options > Dark theme โดย Dark Mode สำหรับหน้าจอโทรศัพท์นี้จะรวมไปถึงหน้ารายชื่อผู้ติดต่อด้วยเลย

Android Message

แอปส่ง SMS ที่หลายๆ คนอาจจะไม่ค่อยได้ใช้งานกันแล้ว ก็สามารถเปลี่ยนโหมดได้เหมือนกัน โดยเข้าไปที่หน้าจอ Message กดที่เมนู 3 จุด ตรงมุมขวาบนของหน้าจอ > Enable dark mode ง่ายๆ แค่นี้แหละ

YouTube

สำหรับแอปดูวิดีโอสุดฮิตอย่าง YouTube ก็มี Dark Mode มาให้ได้ใช้กันซักพักใหญ่ๆ แล้ว วิธีเปลี่ยนก็คือ เข้ามาที่หน้าแอปและกดเลือกตรงมุมขวาบน ที่เป็นโปรไฟล์ของเรา > Settings > General > Dark Theme

Gboard

คีย์บอร์ดบนหน้าจอที่ติดมากับมือถือ Android ทุกเครื่องอย่าง Gboard ก็สามารถเปลี่ยนสีให้ทึมๆ ได้ด้วยการกดที่เครื่องหมายเฟือง > Theme > จากนั้นก็เลือกสีดำได้เลย

Google News

แอปอ่านข่าวก็จะสามารถอ่านได้อย่างสบายตามากขึ้นโดยการกดไปที่รูปโปรไฟล์ของเราตรงมุมขวาบน > Settings > Dark theme และเลือกเอาเลยว่าจะเปิดใช้ตลอดเวลาหรือตั้งเปิดเองอัตโนมัติตอนกลางคืน

Google Maps

คราวนี้เราก็ไม่ต้องรอให้พระอาทิตย์ตกดินก่อนก็สามารถใช้ Dark mode กับแอปนำทางอย่าง Google Maps ได้แล้ว โดยกดที่ 3 ขีด ตรงมุมจอด้านซ้ายบน > Settings > Navigation settings > Map display / Color Scheme / Night ซึ่งจริงๆ แล้วมันไม่ใช่ Dark Mode ซะทีเดียวหรอก แต่แค่เป็นการตั้งค่าสีของ Maps ให้เป็นตอนกลางคืนตลอดเวลานั่นเอง (จริงๆ ตั้งค่าได้นานมากแล้วด้วยแหละ)

Snapseed

แอปแต่งภาพอย่าง Snapseed ก็เปิด Dark Mode กับเค้าได้ด้วยเหมือนกันนะ โดยกดที่ 3 จุด มุมขวาบน > Settings > Dark Theme แค่นี้เอง

และนั่นคือเหล่าแอปจาก Google ที่สามารถเปิดใช้งาน Dark Mode (หรือ Dark Theme) ในประเทศไทยได้แล้วนะครับ ใครที่อยากใช้แอปแบบสบายตา หรืออยากจะลองว่ามันช่วยประหยัดแบตเตอรี่ได้จริงรึเปล่า ก็เข้าไปลองเปิดกันได้เลย

 

ที่มา : 9to5google

 

from:https://droidsans.com/google-apps-dark-mode/

โฆษณา

เปิดราคา OnePlus 7 Pro มือถือเรือธงขั้นสุด เริ่มต้นที่ 24,990 บาท

ในที่สุดก็ประกาศราคาวางจำหน่ายในประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับมือถือเรือธงตัวแรงสุดๆ อย่าง OnePlus 7 Pro ที่ตอนแรกได้เปิดให้จองกันไปรอบนึงแล้วแต่ยังไม่มีราคาประกาศออกมาซักที และในที่สุดวันนี้ก็ได้ฤกษ์ดีเผยราคาของ OnePlus 7 Pro ในบ้านเราแล้ว โดยมีราคาเริ่มต้นรุ่น 6GB / 128GB อยู่ที่ 24,990 บาท 

OnePlus 7 Pro เป็นมือถือเรือธงระดับไฮเอนด์ ที่ตอนนี้เรียกว่า Flagship Killer ไม่ได้แล้ว เพราะเค้าได้ยกระดับขึ้นมาเป็น Flagship ซะเองแล้วนั่นเอง เพราะรอบนี้เรียกได้ว่าจัดเต็มสุดๆ ทั้งหน้าจอขนาด 6.67 นิ้ว ความละเอียดระดับ QHD+ ที่มีรีเฟรชเรทสูงถึง 90Hz จนเว็บไซท์ DisplayMate ยกให้เป็นหนึ่งในมือถือที่มีหน้าจอสวยระดับ A+ ในตลาดตอนนี้เลยทีเดียว แถมยังไม่มีทั้งรู ทั้ง Notch มากวนสายตาเพราะใช้กล้องหน้าแบบป๊อปอัพนั่นเอง

กล้องเซลฟี่ป๊อปอัพของ OnePlus 7 Pro ยังมีทั้งความว่องไวในการเด้งขึ้นมาเมื่อเราต้องการถ่ายเซลฟี่ และยังมีความทนทานสูงจากการทดสอบยืดๆ หดๆ กว่าสามแสนครั้ง ก็ยังใช้งานได้ตามปกติ แถมยังมีเซ็นเซอร์ตรวจจับการตกหล่น โดยกล้องจะหุบลงไปทันทีที่ตัวเครื่องหลุดออกจากมือ

กล้องหลังของ OnePlus 7 Pro ก็ได้รับการพัฒนาขึ้นมาจากเดิมแบบก้าวกระโดดด้วยการผสมผสานของเลนส์ทั้ง 3 ตัว คือ เลนส์หลัก 48MP + เลนส์ซูมออพติคอล 3x ความละเอียด 8MP + เลนส์ Ultra-wide angle 117 องศา ความละเอียด 16MP จนได้คะแนนจากเว็บไซท์ทดสอบประสิทธิภาพกล้องชื่อดัง DxOMark ไปถึง 111 คะแนน

ส่วนสเปคเครื่องก็รับรองได้ว่าแรงหายห่วง ด้วยชิป Snapdragon 855 แถมยังมีระบบระบายความร้อนแบบ Vapor Chamber Cooling ที่ลดอุณหภูมิในระหว่างการใช้งานต่อเนื่องอย่างหนักหน่วงได้ดีกว่า ทำให้ตัวเครื่องไม่ต้องลดประสิทธิภาพลงเนื่องจากความร้อน นอกจากนี้ OnePlus 7 Pro ยังเป็นมือถือรุ่นแรกของโลกที่ใช้หน่วยความจำแบบ UFS 3.0 ที่จะทำให้การเปิดแอป หรือเขียน-อ่านข้อมูล มีความเร็วสุดๆ กว่ามือถือทั่วไปที่ใช้ UFS 2.1 ถึง 79% เลยทีเดียว

 

OnePlus 7 Pro จะวางจำหน่ายในประเทศไทยทั้งหมด 3 รุ่น และมีให้เลือก 2 สี คือ สีน้ำเงิน Nebula Blue และสีเทา Mirror Gray โดยแบ่งเป็นหน่วยความจำตามนี้

  • 6GB / 128GB : ราคา 24,990 บาท
  • 8GB / 256GB : ราคา 26,990 บาท
  • 12GB / 256GB : ราคา 29,990 บาท

OnePlus 7 Pro จะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 24 พฤษภาคม 2019 เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป โดยหาซื้อได้ที่ AIS Shop, ร้านค้าออนไลน์ JD Central และ Lazada 

from:https://droidsans.com/oneplus-7-pro-price-announced/

Adobe จัดโปรสุดคุ้มลดราคาแพ็คเกจ All Apps รายเดือนเหลือเพียง 1,069 บาท ใช้ได้ไม่อั้นทุกแอป พร้อมพื้นที่ Cloud อีก 100GB

สำหรับใครที่ทุกวันนี้ต้องใช้งานแอปจากค่าย Adobe หลายๆ ตัว ไม่ว่าจะเป็นสายงานกราฟฟิคอย่าง Photoshop, Illustrator สายงานตัดต่อ Premiere Pro, After Effect และอื่นๆ อีกมากมาย ตอนนี้ทาง Adobe ได้จัดโปรโมชั่นสุดพิเศษจ่ายเหมารายเดือนใช้งานได้ทุกแอปลดราคาเหลือเพียงเดือนละ 1,069 บาท เท่านั้น

ปกติแล้วค่าบริการรายเดือนของ Adobe สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป จะแบ่งออกเป็น 4 แบบ คือ

  1. Photography plan (20GB) แอปสำหรับแต่งภาพ 3 แอป + พื้นที่ Cloud 20GB ค่าบริการเดือนละ 356 บาท (สมัครแบบรายปี)
  2. Photography plan (1TB) แอปสำหรับแต่งภาพ 3 แอป + พื้นที่ Cloud 1TB ค่าบริการเดือนละ 712 บาท (สมัครแบบรายปี)
  3. Single App เลือกใช้เพียงแอปเดียว + พื้นที่ Cloud 100GB ค่าบริการเดือนละ 748 บาท (สมัครแบบรายปี) และสุดท้ายคือแบบเหมาจ่าย
  4. All Apps ใช้งานแอปจาก Adobe ได้มากกว่า 20 แอป + พื้นที่ Cloud 100GB จะอยู่ที่เดือนละ 1,888 บาท ซึ่งถือว่าคุ้มที่สุดแล้ว เพราะใช้แอปของ Adobe ได้หลากหลายไม่จำกัด

แต่สำหรับการใช้งานเหมาจ่าย All Apps ตอนนี้ ทาง Adobe ได้จัดโปรโมชั่นคุ้มยิ่งกว่าคุ้มด้วยการลดค่าบริการจาก 1,888 บาท / เดือน เหลือเพียง 1,069 บาท เท่านั้น! โดยผู้ที่สนใจแพ็คเกจนี้ สามารถสมัครเพื่อรับสิทธิ์ราคาพิเศษได้เลย โดยจะได้รับสิทธิ์ค่าบริการพิเศษในราคา 1,069 บาท เป็นจำนวน 12 เดือน นับตั้งแต่วันสมัครบริการ หรือจะจ่ายค่าบริการล่วงหน้าทีเดียวเลยก็ได้ที่ 12,828 บาท

ใครสนใจก็ต้องรีบเข้าไปสมัครกันได้เลยที่เว็บไซท์ Adobe.com เพราะโปรโมชั่นคุ้มๆ แบบนี้ มีถึงแค่วันที่ 24 พฤษภาคม 2019 เท่านั้น ถ้าพลาดไปนี่ขาดทุนอีกเดือนละ 800 กว่าบาทเลยนะ โดยโปรนี้ถ้าตามเงื่อนไขเหมือนจะสำหรับลูกค้าใหม่เท่านั้น ใช้งานได้ 12 เดือน ซึ่งถ้าใครเป็นลูกค้าปัจจุบันให้ลองเสี่ยงดวงถามพนักงานได้ บางคนยอมให้สมัครแพ็กใหม่นี้ได้เช่นกันครับ

 

ข้อมูลเพิ่มเติม : Adobe

from:https://droidsans.com/adobe-all-apps-special-price-may19/

Firefox ScreenshotGo แอปที่นักแคปต้องมี ค้นหาภาพที่เราแคปไว้ด้วยข้อความในภาพได้

เวลาจะหารูปภาพที่ screenshot ไว้แต่ละที มีใครเป็นบ้าง กว่าจะหาเจอหนึ่งรูป ใช้เวลาไปเกือบ 30 นาทีเพราะแคปไว้เยอะมาก แถมก็ต้องมาเลื่อนกดดูทีละอันว่าใช้อันนั้นหรืออันนี้หรือเปล่า วันนี้ Firefox ScreenshotGo จะมาแก้ปัญหาเหล่านั้น เพียงแค่พิมพ์หาข้อความ (ที่เราจำได้) ในรูปที่เราแคปไว้ เพียงเท่านี้รูปภาพที่เราต้องการ ก็จะโผล่มาให้เจอแล้ว!

ว่ากันง่ายๆ ก็คือเจ้าแอป Firefox ScreenshotGo นี่จะเข้ามาช่วยจัดการรูปภาพแต่ละรูปที่เราแคปไว้เหมือนแอปทั่วไปหรือที่ติดมากับเครื่องนั่นแหละ แต่จุดเด่นของมันคือ มันจะสามารถให้เราค้นหารูปภาพเหล่านั้นได้ง่ายขึ้น เพียงแค่พิมพ์ข้อความที่เราจำได้ จะมากหรือจะน้อยก็ได้ในรูปภาพเหล่านั้น แล้วจากนั้นมันก็จะแสดงผลรูปภาพที่ใกล้เคียงที่สุดออกมาให้เรานั่นเอง เรียกได้ว่าสะดวกสบายขึ้นเยอะ สำหรับคนที่ชอบแคปอะไรไว้อ่านในภายหลัง

จะเห็นได้ว่าเพียงค้นหาด้วยคำที่เราจำได้จากรูปที่เราแคปไว้ ทางแอปก็จะแสดงผลรูปภาพที่มีคำนั้นอยู่ให้เราอัตโนมัติเลย แถมยังมีฟีเจอร์ก๊อปคำได้ด้วยนะ เพียงแต่ว่ามันยังไม่ค่อยเสถียรนี่สิ ก๊อปได้บ้างไม่ได้บ้าง ก็คงต้องรอเวอร์ชั่นแบบเต็มๆ อันอีกที

แต่ทั้งนี้ก็ต้องเข้าใจไว้ก่อนว่าตัวแอปนั้นยังอยู่ในช่วงทดลองปล่อยให้ใช้อยู่ อาจจะมีบั๊กหรือฟีเจอร์บางอย่างที่ใช้แล้วคิ้วขมวดได้

Firefox ScreenshotGo Beta – Find Screenshots Fast (Free, Google Play) →

via: xda-developers

from:https://droidsans.com/firefox-screenshotgo-organize-screenshots/

เปิดจองแล้ว OPPO Reno 10x Zoom มาพร้อมโปรโมชั่นและแถมสุดพิเศษ พร้อมกิจกรรมให้ลงทะเบียนยืมเครื่องไปเล่นได้

ใกล้วันเปิดตัวในประเทศไทยเข้ามาทุกทีๆ แล้วสำหรับมือถือระดับเรือธงซีรีส์ใหม่อย่าง OPPO Reno 10x Zoom ที่จัดเต็มทั้งสเปค+ฟีเจอร์ระดับไฮเอนด์ และจุดเด่นที่กล้องหลังที่สามารถดันระยะซูมแบบดิจิตอลออกไปได้ถึง 60x เลยทีเดียว.. ได้ยินแค่นี้ก็น่าสนใจสุดๆ แล้ว ถ้าใครสนใจก็เตรียมกำเงินไว้แล้วไปสั่งจองกันได้เลย

OPPO Reno 10x Zoom เปิดรอบจอง Early Bird ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 2 มิถุนายน 2019 ที่ OPPO Brand Shop และร้านค้าตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการ พร้อมสิทธิพิเศษมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Officiail Pre-order Gift Set (ที่ยังอุบไว้ก่อนว่ามีอะไรบ้าง) และลำโพงตัวเด็ดอย่าง Harman Kardon Onyx Studio 4 มูลค่ากว่า 6,000 บาท

โดยผู้ที่สั่งจองจากโปรโมชั่น Early Bird จะสามารถรับเครื่องได้ก่อนใครในวันที่ 9 มิถุนายน 2019 เป็นต้นไป

นอกจากนี้ OPPO ยังจัดแคมเปญพิเศษให้ผู้ที่สนใจใน OPPO Reno 10x Zoom ได้เอาเครื่องกลับไปทดลองใช้งานได้แบบฟรีๆ เพียงเข้าไปลงทะเบียนเพื่อขอเข้าร่วมโครงการ Reno 10x Zoom Trial Campaign ในเว็บไซท์ Reno.oppo.in.th เท่านั้นเอง

ส่วนใครที่ยังไม่รู้ว่า OPPO Reno 10x Zoom มีสเปคที่น่าสนใจขนาดไหน ก็มาดูกันได้เลย

สเปค OPPO RENO 10X ZOOM

  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.6 นิ้ว ความละเอียด FullHD+
  • CPU : Snapdragon 855
  • GPU : Adreno 640
  • RAM : 6GB / 8GB
  • ความจุ : 128GB / 256GB
  • กล้องหลัง : 48MP (f/1.7), OIS + เลนส์ซูมออพติคอล 5x 13MP (f/3.0), OIS + เลนส์ Ultrawide 8MP (f/2.2)
  • กล้องหน้า : 16MP (f/2.0)
  • การเชื่อมต่อ : Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, WiFi Direct, hotspot, BT 5.0, USB-C
  • เซ็นเซอร์ : Fingerprint (บนหน้าจอ), accelerometer, gyro, proximity, compass
  • แบตเตอรี่ : 4065 mAh รองรับชาร์จไว VOOC 3.0 50W
  • ระบบ Android 9 ครอบด้วย ColorOS 6

ใครที่สนใจก็เตรียมไปสั่งจองเครื่องกันได้เลยตั้งแต่วันนี้ เพราะถ้าช้าจนหมดเขตก็อดได้ของแถมเจ๋งๆ แน่นอน (แค่ลำโพงก็คุ้มแล้ว)

 

ข้อมูลเพิ่มเติม : OPPO 

from:https://droidsans.com/oppo-reno-10x-early-bird-pre-order/

ไม่ทิ้งรุ่นเก่า.. OnePlus 3 และ OnePlus 3T ได้รับอัพเดท Android 9 Pie แม้จะวางขายมาแล้วถึง 3 ปี

ปกติแล้วมือถือ Android ไม่กี่รุ่นหรอกที่โชคดีได้อัพเดท OS กันถึง 2 รอบ ลองนึกย้อนดูก็เหมือนจะมีแค่เรือธงของ Google และ Samsung บางรุ่นเท่านั้น ส่วนใหญ่มักจะได้อัพ OS เพิ่มแค่รอบเดียวก็ถือว่าเหลือๆ แล้วสำหรับบางค่าย แต่งานนี้ OnePlus ทำเซอร์ไพรส์ ประกาศให้ OnePlus 3 และ OnePlus 3T ซึ่งเปิดตัวมาได้แล้วประมาณ 3 ปีได้กิน Android 9 Pie ซะงั้น ซึ่งวันนี้โทรศัพท์ทั้ง 2 รุ่นก็มีอัพเดทแจ้งเตือนมาให้อัพกันแล้วเรียบร้อย!

Android 9 Pie ที่มาพร้อมด้วยระบบปฏิบัติการของทาง OnePlus เองอย่าง OxygenOS เวอร์ชั่น 9.0.2 ได้เริ่มปล่อยให้ผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือรุ่น OnePlus 3 และ OnePlus 3T ได้ดาวน์โหลดแล้ว

OnePlus 3 / 3T และความเปลี่ยนแปลหลังอัพเดท

  • System
    • Updated system to Android™ 9 Pie™
    • Brand new UI for Android Pie
    • Updated Android security patch to 2019.4
    • General bug fixes and improvements
  • Do Not Disturb mode
    • You can now customize the time range in the new Do Not Disturb mode
  • New Gaming mode 3.0
    • Supported displaying text content of the heads up notifications
    • Added notification for 3rd party calls
  • Phone
    • Dialer now supports Google Duo
  • Camera
    • Supports Google Lens to provide you with powerful image recognition experience

ซึ่งหลักๆ เลยก็แน่นอนเวอร์ชั่น Android จะเปลี่ยนมาเป็นเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดอย่าง Pie โดยในส่วนของโหมดห้ามรบกวน (Do Not Disturb mode) ก็จะอนุญาตให้ผู้ใช้ปรับเวลาที่จะใช้งานได้ ขณะที่ Gaming mode ก็มีความฉลาดขึ้นอีกเช่นเดียวกัน น่าจะมอบประสบการณ์การเล่นเกมที่ดีให้กกับผู้ใช้หลายคนเป็นอย่างแน่นอน

การปล่อยให้อัพเดทครั้งนี้ของ OnePlus จะเป็นการปล่อยแบบทยอย ซึ่งหากผู้ใช้ OnePlus 3 หรือ OnePlus 3T ท่านไหนยังไม่ได้รับการแจ้งเตือนให้อัพเดท ก็คงต้องอดใจรอกันอีกสักพักนึง เชื่อว่าอีกไม่นานก็คงมาถึงทุกท่านแน่นอนครับ สำหรับคนที่จะมุด VPN ไปอัพ ทาง OnePlus เองก็ออกมาบอกแล้วว่าอาจจะไม่ได้ผลนะ เพราะว่าการอัพเดทครั้งนี้ทางบริษัทจะสุ่มให้โหลดมากกว่า เรียกได้ว่าถ้าใครโชคดีก็ได้กินก่อน โชคไม่ดีก็ต้องทำใจนะ แต่รับประกันได้กินแน่นอน! 

ซึ่ง.. เอางี้ ถ้าอดใจรอกันไม่ไหวจริงๆ ก็สามารถไปโหลดแอป Oxygen Updater ได้ที่ PlayStore เลย ผู้เขียนเองก็ใช้อยู่เหมือนกัน เวลามีอัพแพทช์อะไรก็ได้เป็นคนแรกๆ เลย ไม่ต้องรอ อิอิ

Oxygen Updater (Free, Google Play) →

 

แหล่งข้อมูล: AndroidPolice

from:https://droidsans.com/android-9-pie-now-rolling-out-to-oneplus-3-and-3t/

สเปค OPPO A5s จอใหญ่ 6.2 นิ้ว กล้องคู่ 13MP แบต 4230 mAh ราคา 4,999 บาท

OPPO A5s มือถือรุ่นเล็กล่าสุดที่พึ่งวางจำหน่ายในบ้านเราไปเมื่อไม่กี่วันนี้ ในราคาแค่ 4,999 บาท เท่านั้น แต่สเปคที่ให้มาเนี่ย รับรองว่าใช้งานทั่วไปได้สบายๆ แถมยังให้แบตเตอรี่มาแบบจุใจถึง 4230 mAh อยู่กันได้ข้ามวันไปเลย ส่วนสเปคเต็มๆ ของมันจะเป็นไงบ้าง.. มาดูกันเลย

สเปค OPPO A5s

  • หน้าจอ LCD ขนาด 6.2 นิ้ว ความละเอียด HD+ (1520 x 720)
  • CPU : MediaTek Helio P35
  • GPU : PowerVR GE8320
  • RAM : 3GB
  • ความจุ : 32GB รองรับ MicroSD Card 256GB (ช่องแยก)
  • กล้องหลัง : 13MP (f/2.2) + 2MP (f/2.4)
  • กล้องหน้า : 8MP (f/2.0)
  • การเชื่อมต่อ : Wi-Fi 802.11 b/g/n, WiFi Direct, hotspot, Bluetooth 4.2
  • เซ็นเซอร์ : Fingerprint (ด้านหลัง), accelerometer, proximity, compass, light sensor
  • มีรูหูฟัง 3.5 มม.
  • มีวิทยุ FM
  • แบตเตอรี่ 4230 mAh
  • ระบบ Android 8.1 ครอบด้วย ColorOS 5.2
  • ขนาด / น้ำหนัก : 155.9 x 75.4 x 8.2 มม. / 170 กรัม
  • สีที่วางจำหน่าย : สีดำ สีแดง

OPPO A5s เป็นมือถือที่มีหน้าจอขนาดใหญ่ถึง 6.2 นิ้ว ที่ใช้ Notch แบบหยดน้ำสำหรับวางกล้องเซลฟี่ ทำให้สามารถขยายหน้าจอออกไปได้จนเกือบสุดขอบเครื่อง เพิ่มมุมมองให้กับการใช้งานดูวิดีโอหรือเล่นเกมต่างๆ ได้อย่างเต็มตาสุดๆ

ชิป Helio P35 ที่ใช้ใน OPPO A5s สามารถใช้งานทั่วไปรวมถึงการเล่นเกมได้แบบสบายๆ ด้วยความแรงที่อยู่ในระดับเดียวกับชิป Snapdragon 625 เลยทีเดียว

กล้องหลังคู่ความละเอียด 13MP + 5MP ที่สามารถถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังเบลอออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติ และเนียนกว่า

กล้องหน้า 8MP ยังมาพร้อมกับระบบ AI Beauty 2.0 ที่สามารถวิเคราะห์ใบหน้าและนำมาปรับแต่งให้ดูสวยใสเป็นธรรมชาติ ไม่โอเวอร์เกินไป แถมยังมี AR Stickers เข้ามาช่วยเพิ่มลูกเล่นให้ภาพถ่ายของเราอีกด้วยนะ

และที่เด็ดก็คือแบตเตอรี่ที่ให้มาถึง 4230 mAh ใช้งานคู่กับหน้าจอความละเอียด HD+ แล้วรับรองได้ว่าใช้งานทั่วไปอยู่ได้เกินวันสบายๆ หรืออาจจะลากไปได้ถึง 2 วันเลยล่ะ

OPPO A5s วางจำหน่ายในประเทศไทยแล้วที่ OPPO Brand Shop หรือตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศไทย ในราคาเพียง 4,999 บาท เท่านั้น.. ใครสนใจก็ไปหามาเป็นเจ้าของกันได้เลย

 

ข้อมูลเพิ่มเติม : OPPO

from:https://droidsans.com/oppo-a5s-specs/