คลังเก็บหมวดหมู่: DROIDSANS

สเปค Huawei Y Max มือถือจอยักษ์ 7.12 นิ้ว Snapdragon 660 AIE และแบต 5000 mAh ในราคา 10,990 บาท

ใครที่กำลังมองหามือถือจอใหญ่ แบตเยอะ สเปคแรง แถมราคาน่าคบหา ก็เตรียมกระเป๋าตังค์สั่นงั่กๆ กันได้เลย เพราะ Huawei  Y Max มือถือที่มีคุณสมบัติตามที่บอกมาทั้งหมด ด้วยหน้าจอ 7.12 นิ้ว, ชิป Snapdragon 660 AIE และแบตเตอรี่ขนาด 5000 mAh ในราคาหมื่นนิดๆ

ข้อมูล Huawei Y Max

Huawei Y Max มาพร้อมกับหน้าจอขนาดใหญ่ถึง 7.12 นิ้ว มีความละเอียดขนาด FHD+ (2244 x 1080) และถึงแม้ว่าหน้าจอของมันจะมีขนาดใหญ่ยักษ์แบบนี้ แต่ขนาดของ Huawei Y Max ก็ไม่ได้ใหญ่เกินหนึ่งฝ่ามือ ด้วยขอบจอบางเฉียบทำให้มันมีขนาด พอๆ กับมือถือ 6.3 นิ้ว

แบตเตอรี่ขนาด 5000 mAh พร้อมกับระบบ AI ของชิป Snapdragon 660 AIE ทำให้สามารถเล่นเกมต่อเนื่องได้ถึง 5 ชม. ส่วนการใช้งานปกติจะอยู่ได้เกินวันแบบไม่ต้องห่วง

ระบบเสียง Dolby Atmos จะทำให้อรรถรสในการเล่นเกม ดูหนัง ฟังเพลง เพิ่มมากขึ้นแน่นอน ด้วยระบบเสียงที่กระหึ่มและมีมิติมากกว่า

นอกจากนี้ Huawei Y Max ยังมีระบบถนอมสายตา Eye Comfort Mode ที่ได้รับการรับรองจาก TÜV Rheinland ว่าเป็นหน้าจอที่มีความสามารถในการถนอมสายตาได้อย่างมีประสิทธิภาพจริงๆ เมื่อต้องใช้งานมือถือเป็นเวลานาน

กล้องหลัง Huawei Y Max เป็นกล้องคู่ความละเอียด 16MP + 2MP ที่มากับเทคโนโลยี AI ช่วยในการประมวลผลภาพถ่าย โดยมันสามารถจำแนก Scene ได้มากกว่า 500 แบบ

สเปค Huawei Y Max

  • หน้าจอขนาด 7.12 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2244 x 1080)
  • CPU : Snapdragon 660 AIE
  • RAM : 4GB
  • ความจุ : 128GB รองรับ MicroSD Card
  • กล้องหลังคู่ : 16MP + 2MP, ระบบ AI ประมวลผลภาพถ่าย
  • กล้องหน้า : 8MP
  • ระบบเสียง Dolby Atmos
  • แบตเตอรี่ : 5000 mAh
  • สีที่วางจำหน่าย : Amber Brown และ Midnight Black
  • ราคาเปิดตัว 10,990 บาท

Huawei Y Max จะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2561 เป็นต้นไป ตามร้านค้าที่เป็นตัวแทนจำหน่ายของ Huawei ทั่วประเทศ ในราคา 10,990 บาท

from:https://droidsans.com/huawei-y-max/

Advertisements

ฟีเจอร์ต้องใช้ใน K PLUS : เพิ่มบัตรสมาชิกแบรนด์ดัง ใช้แทนบัตรจริง พร้อมสิทธิพิเศษเพิ่มเติมเพียบ

จนถึงตอนนี้เพื่อนๆ droidsans คงจะไม่มีใครยังไม่ได้ใช้ K PLUS เวอร์ชั่นใหม่ที่เปิดตัวกันไปตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคมกัน ซึ่งเวอร์ชั่นใหม่นี้ก็มีฟีเจอร์เพิ่มเติมเข้ามากันให้เพียบ (อ่านฟีเจอร์เด็ดไม่ควรพลาดบน K PLUS) โดยอีกฟีเจอร์ที่กำลังถูกพูดถึงตอนนี้ ก็คือการใช้บัตรสมาชิกแบรนด์ดังต่างๆผ่าน K PLUS นั่นเอง มันจะมีอะไรน่าสนใจบ้าง วันนี้จะเอามาเล่าให้ฟังกัน

ไม่ต้องกระเป๋าตังค์แตกอีกต่อไป

พกบัตรสมาชิกให้น้อยลงด้วยฟีเจอร์ Member Cards

แม้ว่าเราจะอยู่ในปี 2018 แต่ปัญหากระเป๋าตังค์อุดมไปด้วยบัตรสมาชิกต่างๆ ยังไม่สามารถแก้ได้อย่างถาวร เราได้เห็นความพยายามจากหลายสำนักที่จะรวมเอาบัตรเหล่านี้ให้ไปอยู่ในแอปเดียว เพื่อสะสมแต้ม รับส่วนลด แถมไม่ต้องพกบัตรให้กระเป๋าต้องตุงจนน่าเกลียด แต่ก็ยังไม่มีใครสามารถทำได้อย่างสมบูรณ์ ก็ดูเหมือนว่าทีมพัฒนา K PLUS จะทราบถึงจุดนี้ดี จึงริเริ่มพัฒนาฟีเจอร์นี้ขึ้นมา เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว โดยพยายามทำให้เหมือนการใช้บัตรจริงมากที่สุด แถมสะดวกและมีส่วนลดและสิทธิพิเศษมากมาย ที่เอาเป็นว่าดีกว่าพกบัตรจริงแน่นนอน

The 1 – Boots – AIS Point – PTT Blue Card

4 บัตรสมาชิกที่พร้อมใช้งานบน K PLUS

ปัจจุบันแอป K PLUS ได้เปิดให้สามารถเพิ่มบัตรสมาชิกได้ 4 แบรนด์ชั้นนำด้วยกัน ได้แก่

  1. The 1 บัตรสมาชิกของ Central
  2. Boots Advantage Card
  3. PTT Blue Card
  4. AIS Point สะสมแต้มจากเอไอเอส

นอกจากจะสามารถเพิ่มบัตรในแอป ไม่ต้องพกบัตรจริงแล้ว คราวนี้มาดูกันว่าแต่ละบัตรมีคุณสมบัติและสิทธิพิเศษอะไรให้กับผู้ใช้ K PLUS กันบ้าง

 

คุณสมบัติ

  • มี barcode ไว้แสกน ใช้เสมือนบัตรจริง
  • สามารถแสดงคะแนนสะสมในแอป

นอกจากนี้ ความพิเศษของบัตร The 1 คือนอกจากจะเอาไปเพิ่มในแอป K PLUS ได้แล้ว ผู้ที่ยังไม่มีบัตร ยังสามารถเข้าไปสมัครเป็นสมาชิกของบัตรผ่านแอปได้เลย เรียกว่าสะดวกแล้วสะดวกอีก

ถ้ามีบัตรอยู่แล้ว เพียงเพิ่มบัตรสมาชิกในแอป K PLUS

  • รับทันทีคะแนนสะสม 50 คะแนน เมื่อเพิ่มบัตรในแอป K PLUS (จำกัดจำนวน 20,000 สิทธิ์)

หากสมัครบัตรใหม่ผ่าน K PLUS

  • คะแนนสะสม The 1 จำนวน 300 คะแนน  (ไม่จำกัดสิทธิ์)
  • รับ Pretzel จาก Auntie Anne’s จำนวน 1 ชิ้น (จำกัดจำนวนสิทธิ์ที่ 2,000 ท่านแรก)

นอกจากนี้ไม่ว่าจะสมัครใหม่หรือเพิ่มบัตร The 1 ในแอป K PLUS ก็รับไปเลย

  • รับคูปองพิเศษจำนวน 3 ใบ
    • บัตรลด 10% ที่ซูเปอร์สปอร์ต  (SUPERSPORTS)
    • คูปองส่วนลดมูลค่า 25 บาท ที่ Tops Supermarket (สำหรับการซื้อขั้นต่ำมูลค่า 500 บาท/ใบเสร็จ)
    • คูปองส่วนลดมูลค่า 30 บาท ที่ร้าน B2S  (สำหรับการซื้อขั้นต่ำมูลค่า 300 บาท/ใบเสร็จ)
  • ตั้งแต่ 26 พ.ย. 61 – 31 ม.ค. 62

คุณสมบัติ

  • ไม่ต้องบอกเบอร์ โชว์บัตรผ่านแอปได้เลย (ไม่เห็นคะแนนสะสม)

มีบัตรอยู่แล้ว

  • รับคูปองส่วนลด 20 บาท เมื่อเพิ่มบัตรลงใน K PLUS คูปองใช้ได้เมื่อมียอด 500 บาทขึ้นไปต่อใบเสร็จ (จำกัดจำนวน 40,000 สิทธิ์)
  • ตั้งแต่ 26 พ.ย. 61 – 28 ก.พ. 62

 

คุณสมบัติ

  • ดูคะแนนสะสมได้ง่ายๆผ่านแอป K PLUS

 

คุณสมบัติ

  • สะสมคะแนนได้โดยไม่ต้องพกบัตร

 

ขั้นตอนการเพิ่มบัตรสมาชิกในแอป K PLUS

สำหรับการเพิ่มหรือสมัครบัตรสมาชิกผ่านแอป K PLUS นี้ ก็ง่ายนิดเดียวเท่านั้น เพียงกดเลือกเข้าเมนูบัตรสมาชิกในหน้าแรก และเลือกเพิ่มบัตรสมาชิกได้ตามต้องการทันที โดยความดีงามคือถ้าหากว่าแอป K PLUS ตรวจสอบว่าเราได้เคยสมัครบัตรนั้นๆเอาไว้แล้ว จะทำการผูกบริการให้เลยทันที โดยที่เราไม่ต้องมานั่งกรอกข้อมูลอะไรเพิ่มเติมอีก เรียกว่าสะดวกมากๆเลยทีเดียวครับ

 

Tips อย่าลืมอัพเดตแอปให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดกันด้วยนะ หรือจะตั้งเป็นอัตโนมัติไว้เลยก็จะดี จะได้ไม่พลาดสิทธิพิเศษที่ทางแอปเค้ามีการอัพเดตกันเรื่อยๆครับ`

กดเมนูบัตรสมาชิก และเลือกเพิ่มหรือสมัครบัตรได้เลย

 

 

บัตร The 1 ใช้งานได้เต็มรูปแบบ ดีกว่าถือบัตรจริง พร้อมเก็บคูปองได้ด้วย ใครยังไม่มีก็กดสมัครได้เลย สะดวกมาก

 

 
บัตร Boots Advantage Card พร้อมใช้งานกับ K PLUS ใช้แทนบัตรจริงได้เลย ส่วน AIS สามารถตรวจสอบพอยท์คงเหลือผ่าน K PLUS ได้เลยทันที และบัตร PTT Blue Card ก็ยื่นใช้งานได้เลย

  ถ้าใครมีบัตรอยู่แล้ว หลังกดยอมรับข้อตกลงในการหาข้อมูล ก็สามารถเพิ่มบัตรได้แบบง่ายๆสะดวก ไม่ต้องกรอกข้อมูลอะไรมากมายเลย เพราะ K PLUS จะไปค้นหาให้เอง

ถ้าใครยังไม่มีบัตรสมาชิก สามารถเข้าไปดู วิธีสมัครบัตร Boots หรือกดเข้าเว็บไปสมัครบัตร PTT Blue Card ได้เลยครับ

ก็เรียกได้ว่าเป็นฟีเจอร์สุดสะดวกจากทาง K PLUS ที่น่าใช้ซะมากๆ แก้ปัญหาการพกบัตรสมาชิกเยอะแบบไม่รู้จบได้อย่างมีประสิทธิภาพจริงๆ แม้ว่าหลายคนอาจจะมองว่าปัจจุบันยังมีบัตรให้เลือกน้อยไปหน่อย แต่ระดับ K PLUS ทำเองคาดว่าอีกไม่นานเราจะได้เห็นตามกันมาอีกหลายเจ้าอย่างแน่นอน และสำหรับใครที่มีกิจการอยากจะทำบัตรสมาชิกด้วยระบบของ K PLUS สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สาขาของธนาคารกสิกรไทยหรือ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ http://bit.ly/2zpOjvb

 

from:https://droidsans.com/introducing-k-plus-member-card-feature/

Samsung สั่งฟ้อง พนักงาน 11 คนฐานละเมิดสัญญา เอาความลับและอุปกรณ์ในการผลิตจอ OLED ไปขายให้กับบริษัทจีน

ใครๆ ก็น่าจะรู้ว่าหน้าจอ OLED ของแบรนด์เกาหลียักษ์ใหญ่อย่าง Samsung เป็นแบรนด์ที่ทำหน้าจอได้ดีที่สุดในตลาดตอนนี้ แถมยังได้รางวัลการันตีจาก DisplayMate มาโดยตลอด ทั้งจอของ Galaxy S, Galaxy Note, iPhone รวมไปถึง Pixel ซึ่งการจะผลิตหน้าจอออกมาได้ในระดับนี้นั้นใช้เวลาในการศึกษาและพัฒนามายาวนานเป็นสิบปี แต่ล่าสุดความลับในการพัฒนากลับถูกขโมยออกไปขายให้กับบริษัทรายอื่นซะแล้ว

ในตอนนี้ Samsung เป็นเจ้าตลาดหน้าจอ OLED ขนาดเล็ก – กลาง อยู่ ด้วยสัดส่วนประมาณ 95% แถมยังเป็น 1 ใน แผนกที่ทำเงินให้กับบริษัทอย่างมากเลยทีเดียว ก็เลยไม่แปลกใจว่าจะต้องมีคนอยากรู้เทคนิคในการผลิตหน้า OLED ของ Samsung เพื่อเอามาปรับใช้กับผลิตภัณฑ์ของตัวเองบ้าง ซึ่งข่าวล่าสุดได้มีการรายงานว่า ตอนนี้ Samsung กำลังสั่งฟ้องร้องพนักงานของโรงงานที่ดูแลการผลิตจอ OLED จำนวน 11 คน ซึ่ง 1 ในจำนวนที่ถูกฟ้องร้องเป็นถึงพนักงานระดับสูงตำแหน่ง CEO

เนื่องจาก Samsung ต้องจ้างโรงงานในการผลิตหน้าจอ OLED ซึ่งก็ต้องมีการแชร์เทคโนโลยีต่างๆ เป็นการภายใน และต้องเซ็นต์สัญญาเก็บรักษาเป็นความลับ แต่ปรากฏว่ามีพนักงานรวม 11 คน (หนึ่งในนั้นเป็นระดับ CEO) ได้ทำผิดสัญญา เอาเทคนิคการผลิตจอ การเคลือบหน้าจอโค้ง 3D และอุปกรณ์บางอย่าง ไปขายให้กับบริษัทสัญชาติจีนด้วยมูลค่าราว 14 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 460,488,000 บาท ซึ่งหากเทียบกับระยะเวลาในการพัฒนากว่า 6 ปี และการลงทุนไปกว่า 130 ล้านดอลล่าร์สหรัฐแล้วถือว่าน้อยมากๆ

ทางด้านอัยการได้ทำการสอบสวนแล้วพบว่า CEO จากโรงงานดังกล่าวได้จัดตั้งโรงงานปลอมขึ้นมา แล้วอ้างว่าเอาข้อมูลและอุปกรณ์ไปใช้ในโรงงานอีกแห่งนึงแทน

ในตอนนี้พนักงานจำนวน 3 คน จากทั้งหมด 11 คน ได้ถูกจับเพื่อเตรียมขึ้นศาลแล้ว ส่วนที่เหลือยังไม่มีข้อมูลว่าจับได้แล้วรึยัง รวมถึงข้อมูลของบริษัทจากประเทศจีนก็ยังไม่มีการเปิดเผยออกมาว่าเป็นบริษัทอะไร

 

ที่มา : GSMarena

from:https://droidsans.com/vendors-employees-sold-samsung-oled-secrets-to-chinese-firm/

ภาพชัดๆ ของ Galaxy A8s มือถือจอ Infinity-O รุ่นแรกของ Samsung ที่เผลอๆ จะไม่มีช่องหูฟัง 3.5 ซะแล้ว

ช่วงนี้เราจะเริ่มเห็นภาพเรนเดอร์หรือภาพหลุดของมือถือรุ่นใหม่ๆ ที่กำลังจะเปิดตัว หันมาใช้ดีไซน์หน้าจอแบบเจาะรูกล้องเซลฟี่แทนรอยแหว่งเป็นแถบกันเยอะแยะเลยทีเดียว นั่นรวมถึง Galaxy A8s ว่าที่มือถือหน้าจอมีรูของทางฝั่ง Samsung ด้วยเช่นกัน และนอกจากมันจะเป็นมือถือรุ่นแรกที่ใช้หน้าจอมีรูแล้ว…มันอาจจะเป็นมือถือ Galaxy รุ่นแรกที่ไม่มีรูหูฟัง 3.5 มม. อีกด้วย

ก่อนหน้านี้ไม่นานนัก ได้มีภาพเรนเดอร์ของมือถือ Galaxy A8s หลุดออกมาให้เห็นกันบ้างแล้ว ซึ่งอย่างที่บอกไปว่ามันจะเป็นมือถือรุ่นแรกที่ใช้หน้าจอแบบ Infinity-O LCD หรือหน้าจอที่เจาะรูตรงบริเวณมุมซ้ายบนสำหรับวางกล้องเซลฟี่นั่นเอง

และล่าสุดก็ได้มีข้อมูลสเปคคร่าวๆ ของ Galaxy A8s หลุดตามออกมาอีกด้วย ว่ามือถือรุ่นดังกล่าวจะเป็นมือถือ Galaxy รุ่นแรกที่โดนตัดรูหูฟัง 3.5 มม. ทิ้งไป หลังจากยืนหยัดใส่มาให้ทุกรุ่น ไม่ตามเทรนด์แบรนด์อื่นๆ มาตั้งนาน โดยเหตุผลก็คือ Samsung ต้องการลดความหนาของ Galaxy A8s ลงนั่นเอง ส่วนสเปคคร่าวๆ ของ Galaxy A8s ที่หลุดออกมาก็มีตามนี้

สเปค Galaxy A8s

  • หน้าจอ LCD แบบ Infinity-O ขนาด 6.39 นิ้ว
  • CPU : Snapdragon 710
  • RAM : 6GB LPDDR4
  • ความจุ : 128GB รองรับ MicroSD Card
  • กล้องหลัง 3 ตัว : 25MP + 5MP + 10MP
  • กล้องหน้า : 24MP
  • แบตเตอรี่ : 3400 mAh
  • ขนาด : 159.11 x 74.88 x 7.38 มม.

ตามแผนการตลาดใหม่ของ Samsung เคยบอกเอาไว้ว่าจะนำฟีเจอร์หรือเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใส่ให้กับมือถือ Galaxy ซีรีส์ A ก่อน จากนั้นค่อยเอามาใส่ให้กับซีรีส์เรือธงอย่าง S และ Note นั่นแสดงว่าในรุ่น Galaxy Note 10 มีโอกาสสูงที่เราอาจจะไม่ได้เห็นรูหูฟัง 3.5 มม. แล้วก็ได้ (สำหรับ Galxy S10 ตามสเปคที่หลุดออกมายังคงมีรูหูฟังอยู่)

 

ที่มา : Gizmochina

from:https://droidsans.com/galaxy-a8s-could-be-first-samsung-phone-to-ditch-3-5mm-audio-jack/

ฝรั่งเศสตรวจสอบพบมือถือ 8 รุ่นมีค่า SAR สููงเกินมาตรฐานความปลอดภัย

สมาร์ทโฟนและมือถือเปิดตัวกันมากมาหลายรุ่นให้เราเลือกซื้อไปใช้งานตามความเหมาะสม ซึ่งส่วนใหญ่มักจะระบุสเปคและฟีเจอร์ที่เป็นจุดเด่นจุดขายกันแบบชัดเจน จนบางทีเราก็ลืมข้อมูลบางอย่างที่ควรมีระบุเอาไว้อย่าง SAR หรืออัตราการดูดกลืนพลังงานจำเพาะ ที่มีข้อกำหนดเอาไว้ว่าไม่ควรเกิดมาตรฐานความปลอดภัย ซึ่งรายงานจากฝรั่งเศสพบว่ามือถือที่วางขายทั้งหมด 8 รุ่นมีค่า SAR สูงเกินไป

ซึ่งทางฝรั่งเศสได้ตรวจสอบพบว่าสมาร์ทโฟนทั้งหมด 51 รุ่น รุ่นที่วางขายในประเทศ 43 รุ่นผ่านไม่มีปัญหาอะไร แต่พบว่าอีก 8 รุ่นนั้นมีค่า SAR สูงกว่ามาตรฐานความปลอดภัยที่ทางสหภาพยุโรปกำหนดเอาไว้ บางรุ่นก็ถูกสั่งเก็บ ห้ามวางขายอีกต่อไป แต่บางรุ่นก็มีการออก software update มาแก้ไขปรับค่า SAR ให้ลดลงตามมาตรฐาน

  • Orange HAPI มีค่า SAR 2.1 W / Kg ถูกถอดออกจากตลาด ห้ามวางขาย
  • NEFFOS X1 TP902 มีค่า SAR 2.52 W / Kg ถูกถอดออกจากตลาด ห้ามวางขาย
  • Huawei Honor 8 มีค่า SAR 2.11 W / Kg หลังอัพเดทซอฟท์แวร์แก้ไข ลดเหลือ 1.45 W / Kg
  • Echo Star Plus มีค่า SAR 2.05 W / Kg หลังอัพเดทซอฟท์แวร์แก้ไข ลดเหลือ 1.41 W / Kg
  • Alcatel PIXI 4-6” มีค่า SAR 2.04 W / Kg หลังอัพเดทซอฟท์แวร์แก้ไข ลดเหลือ 1.58 W / Kg
  • Wiko Tommy2 มีค่า SAR 2.46 W /Kg หลังอัพเดทซอฟท์แวร์แก้ไข ลดเหลือ 1.66 W /Kg
  • Hisense F23 มีค่า SAR 2.13 W / Kg หลังอัพเดทซอฟท์แวร์แก้ไข ลดเหลือ 1.46 W / kg
  • Wiko View มีค่า SAR 2.44 W / kg หลังอัพเดทซอฟท์แวร์แก้ไข ลดเหลือ 1.34 W / Kg

ซึ่งค่าเฉลี่ยของมือถือทั้ง 43 รุ่นที่ตรวจสอบผ่านนั้นมีค่า SAR 1.16 W/ Kg เท่านั้น บางเครื่องปล่อยรังสีออกมาต่ำมาก แค่ 0.6 W / Kg ก็มีเหมือนกัน

หน่วยงาน ANFR นั้นมีการทำรายชื่อมือถือทั้งหมดที่มีการตรวจสอบค่า SAR เอาไว้ตั้งแต่ปี 2012 ใครที่สนใจก็ลองเข้าไปดูกันได้ครับ

>> ตรวจสอบค่า SAR ของมือถือและสมาร์ทโฟน

SAR คืออะไร ทำไมต้องมีกฏหมายควบคุม

ค่า SAR (Specific Absorption Rate) หรือที่บ้านเราเรียกว่า “อัตราการดูดกลืนพลังงานจำเพาะ” นั้นหมายถึงเนื้อเยื่อหรือเซลส่วนต่างๆ ของร่างกายจะมีการดูดซับรังสีหากอยู่ในพื้นที่ที่มีคลื่นวิทยุ ซึ่งสมาร์ทโฟนก็มีการรับส่งคลื่นวิทยุอยู่แล้ว และเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายเลยต้องมีการกำหนดเอาไว้ว่าอุปกรณ์วิทยุต่างๆ ต้องส่งคลื่นออกมาไม่สูงเกินไปจนเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ตามกฏหมายแต่ละประเทศจะกำหนดไว้ไม่เท่ากัน ตามนี้

  • อเมริกา & แคนาดา ต้องไม่เกิน 1.6 W / Kg
  • ออสเตรเลีย  ต้องไม่เกิน 2.0 W/ Kg
  • สหภาพยุโรป ต้องไม่เกิน 2.0 W/ Kg
  • ญี่ปุ่น ต้องไม่เกิน 2.0 W/ Kg
  • เกาหลี ต้องไม่เกิน 1.6 W/ Kg
  • จีน ไม่มีกำหนดชัดเจน แต่ต้องแจ้งเมื่อมีการร้องขอ

ส่วนของประเทศไทยเองนั้นก็ใช้มาตรฐานค่า SAR อยู่ที่ 2.0W /Kg

 

source : gsmarena , ANFR

from:https://droidsans.com/france-found-8-phones-with-high-sar-value/

นิวซีแลนด์ไม่อนุญาตให้มีการใช้อุปกรณ์ 5G ของ Huawei ตามรอยออสเตรเลียไปอีกราย

ไม่แน่ใจว่าการที่สหรัฐอเมริกาออกมากดดันประเทศพันธมิตรต่างๆ ว่าไม่แนะนำให้ใช้อุปกรณ์เครือข่ายจาก Huawei จะมีผลกระทบขนาดไหน และใครจะเอาด้วยบ้าง แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้ทั้งออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ได้ปฏิเสธการใช้อุปกรณ์จาก Huawei ในการติดตั้งระบบ 5G ของประเทศแล้ว

ถ้าจะว่ากันตามเนื้อผ้า การประกาศของสหรัฐอเมริกานั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจของออสเตรเลียซักเท่าไหร่นัก เพราะรัฐบาลออสเตรเลียเองนั้นได้ออกมาล้มดีลที่จะใช้อุปกรณ์ของ Huawei มาวางระบบ 5G ตั้งแต่เมื่อช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาแล้ว ซึ่งเป็นการตัดสินใจจากหน่วยความมั่นคงของประเทศ ซึ่งตอนนั้นก็ทำเอารัฐบาลจีนหัวเสียหนักมาก

ล่าสุดเครือข่ายอันดับ 1 ของนิวซีแลนด์อย่าง Spark ที่กำลังจะวางระบบ 5G นั้นได้ประกาศว่าทางบริษัทจะไม่มีการใช้อุปกรณ์ของ Huawei หลังจากได้รับคำเตือนจากรัฐบาลและหน่วยความมั่นคง

แผนการพัฒนาเครือข่าย 5G ของ Spark นั้นถูก Government Communications Security Bureau (GCSB) หน่วยงานด้านความปลอดภัยเตือนเรื่องการใช้ Huawei’s Radio Access Network (RAN) ในแผนการ ซึ่งหากมีการใช้จริงจะมีความเสี่ยงต่อความปลอดภัยและความมั่นคง จึงไม่สามารถอนุญาตให้ทางเครือข่ายพัฒนาระบบ 5G ต่อไปได้

รอบนี้รัฐบาลจีนก็แสดงความกังวลออกมา เพราะทั้งจีนและนิวซีแลนด์ก็เป็นพันธมิตรทั้งการทูตและการค้าด้วยดีตลอดมา และมองว่าควรจะให้โอกาสบริษัทจากจีนบ้าง

 

source : ft , straittime

from:https://droidsans.com/new-zealand-ban-5g-roll-out-with-huawei-equipment/

เผยคลิปแกะกล่องสมาร์ทโฟนปริศนา มี 3 กล้อง 2 จอ และวงแหวนไฟ (คาดเป็น vivo NEX S2)

จู่ๆ ก็ผุดคลิปแกะกล่องสมาร์ทโฟนปริศนาใช้ชื่อว่า “a mystery smartphone just arrived” จาก Youtuber สายไอทีชื่อดัง ซึ่งแม้ว่าจะเห็นดีไซน์เครื่องเพียงนิดหน่อยเท่านั้น แต่ด้วยเอกลักษณ์บางอย่าง ทำให้คาดเดากันว่าอาจจะเป็น vivo NEX S2

คุณ Arun Maini (Chanel: Mrwhosetheboss) ได้ทำการแกะกล่องสมาร์ทโฟนปริศนาแบบ Exclusive โดยเผยให้เห็นหน้าจอ ตัวเครื่องบางส่วน และจุดเด่นที่น่าสนใจทั้ง 3 อย่าง มีอะไรบ้าง มาดูกันเลย ~

Lunar Ring

ภาพประกอบจากคลิปของคุณ Arun Maini (Mrwhosetheboss)

ฟีเจอร์แรก คือ วงแหวนไฟ RGB LED ที่เปล่งแสงวิ้งๆ อยู่รอบกล้อง เรียกว่า “Lunar Ring” ซึ่งคาดว่าจะเป็นส่วนหนึ่งของฟีเจอร์บางอย่างมากกว่าแค่เป็นไฟกระพริบแจ้งเตือนเมื่อมี Noti เด้งเข้าเท่านั้น

Dual Display

ภาพประกอบจากคลิปของคุณ Arun Maini (Mrwhosetheboss)

ต่อมาเป็นหน้าจอ 2 ด้าน (Dual Display) โดยเผยให้เห็นด้านหน้าแบบชัดเจนว่าเป็น Full – Screen Display แบบไร้ติ่ง (notch) ส่วนด้านหลังนั้นในคลิปยังไม่ได้เผยให้เห็นรายละเอียด เพียงแต่บอกว่าสามารถถ่ายเซลฟี่ด้วยกล้องหลังที่ประสิทธิภาพครบเครื่องกว่าได้

Triple Camera

mysteryphone_01

ภาพประกอบจากคลิปของคุณ Arun Maini (Mrwhosetheboss)

ตบท้ายด้วยกล้อง 3 ตัว (Triple Camera) ซึ่งเราสามารถใช้เซลฟี่ได้โดยใช้จอหลังแทน viewfinder ได้เลย รวมถึงยังมีฟีเจอร์ที่ใช้ถ่ายภาพเสมือนจริง เรียกว่า “The Time of Flight Camera” ซึ่งเมื่อเริ่มใช้งานไฟตรง Lunar Ring ก็เรืองแสงขึ้น จากนั้นก็สามาถจัดวางวัตถุและถ่ายภาพได้เลย

อย่างไรก็ตาม สมาร์ทโฟนปริศนาที่คุณ Arun Maini นำมาแกะกล่องให้ดูนั้นยังเป็นเพียงรุ่น Prototype ดังนั้นรุ่นที่ออกมาวางจำหน่ายจริงๆ ก็อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ ยังไงก็มาร่วมทายและร่วมลุ้นไปด้วยกัน ก่อนจะถึงวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้ได้เลยค่า ว่าแต่จะใช่ vivo NEX S2 หรือเปล่านะ 😀

 

Source: gsmarena, twitter (Ice universe‏), Mrwhosetheboss

from:https://droidsans.com/reveal-mystery-smartphone-with-triple-camera-and-dual-screen-features/