คลังเก็บหมวดหมู่: brandinside

กลาโหมชี้แจง บัตรเครดิตยศพันโท ทีทีบี รอยัล ท็อป บราส ไม่ใช่เรื่องศักดินา

หลังจากมีกระแสแอนตี้บัตรเครดิตร ทีทีบี รอยัล ท็อป บราส เนื่องจากบัตรเครดิตสะท้อนความเป็นศักดินาของทหาร มีการจัดบัตรเครดิตให้ข้าราชการทหารยศชั้นพันโทขึ้นไป จนทำให้สังคมพูดถึงกันมากว่ามีการแบ่งชนชั้นชัดเจน บัตรเครดิต ทีทีบี รอยัล ท็อป บราสนี้ เพิ่งเปิดตัวออกมาหลังจากมีการควบรวมกันระหว่างธนาคารทหารไทยและธนาคารธนชาต จนเป็นทีเอ็มบีธนชาต (ttb)

บัตรเครดิตนี้แตกต่างกับบัตรเครดิตประเภทอื่นอย่างไร?

บัตรเครดิตนี้ ผู้ถือบัตรจะต้องมีคุณสมบัติดังนี้ เป็นข้าราชการทหารในสังกัดกระทรวงกลาโหม ที่มีชั้นยศตั้งแต่ พันโท/ นาวาโท/ นาวาอากาศโท ขึ้นไป รวมทั้งผู้สมัครที่มีรายได้จากการดำรงตำแหน่งทางราชการหรือรายได้จากการประกอบอาชีพอื่นที่ไม่ใช่จากเงินบำนาญ (กรณีประกอบอาชีพธุรกิจส่วนตัวจะต้องดำเนินธุรกิจในไทยไม่น้อยกว่า 2 ปีขึ้นไป นับจากวันจดทะเบียนกิจการ)

เอกสารสมัครบัตรมีอะไรบ้าง

ต้องมีสำเนาบัตรประชาชน มีสำเนา Passport และสำเนา Work Permit (เฉพาะชาวต่างชาติที่ถือบัตรเครดิทีทีบี)

ต้องมีสำเนาบัตรข้าราชการทหาร (กรณีสมัครบัตรเครดิต ทีทีบี รอยัล ท็อปบราส ใช้แนบเพิ่มเติม เฉพาะกรณีสลิปเงินเดือนหรือหนังสือรับรองรายได้ไม่ระบุยศของข้าราชการทหารเท่านั้น) นอกนั้นก็เป็นสำเนาหรือสลิปเงินเดือนย้อนหลัง สำเนาบัญชีธนาคารย้อนหลัง และเอกสารอื่นๆ สำหรับผู้สมัครที่ประกอบธุรกิจส่วนตัว/ เจ้าของกิจการ

บัตรเครดิต ทีทีบี รอยัล ท็อป บราส สำหรับข้าราชการทหารที่มีชั้นยศ ตั้งแต่ พันโท นาวาโท และนาวาอากาศโทที่มีอายุงานตั้งแต่ 4 เดือนขึ้นไป และมีรายได้ขั้นต่ำ 15,000 บาท /เดือน ขึ้นไป

บัตรเครดิตประเภทอื่นที่เป็น ttb absolute ให้สำหรับพนักงานประจำ (ถือสัญชาติไทย) ต้องมีรายได้ขั้นต่ำ 100,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป ทำงานที่ปัจจุบัน 4 เดือนขึ้นไป

บัตรเครดิตประเภท ttb smart, ttb so fast และ ttb so chill ให้สำหรับพนักงานประจำ (ถือสัญชาติไทย) ต้องมีอายุงาน 4 เดือนขึ้นไป และมีรายได้ขั้นต่ำ 15,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป
.
ความแตกต่างระหว่างบัตรเครดิต ttb royal top brass และ ttb smart, ttb so fast และ ttb so chill คือชั้นยศ สำหรับข้าราชการทหารที่มีชั้นยศตั้งแต่พันโท นาวาโทและนาวาอากาศโท

ข้อถกเถียงนี้ส่งผลยังไง?

การถกเถียงนี้ทำให้เห็นภาพความเหลื่อมล้ำทางชนชั้นระหว่างประชาชนคนธรรมดากับทหารหรือข้าราชการที่มียศชั้นชัดเจน

การถกเถียงเรื่องทหารใช้ชั้นยศสะท้อนความเป็นชนชั้นศักดินาในการสมัครบัตรเครดิตได้ ทำให้หน้าเว็บไซต์ข้อมูลเรื่องบัตรทีทีบี รอยัล ท็อป บราส ถูกลบออกจากหน้าเว็บไซต์ทีทีบีแล้ว

การถกเถียงนี้ทำให้โฆษกกระทรวงกลาโหม พล.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ต้องชี้แจงหลังมีคำถามจากผู้สื่อข่าวว่ามีการใช้บัตรสะท้อนถึงความมีศักดินานั้น การให้สิทธิทหารชั้นผู้ใหญ่ โฆษกชี้แจงดังนี้

โฆษกกระทรวงกลาโหม พล.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ “จะบอกว่าชนชั้นศักดินาไม่ได้ ทุกธนาคารเป็นภาคเอกชน จะออกบัตรเครดิตหรือโปรโมชั่นให้ใครเป็นเรื่องของเขา ต้องพิจารณาเรื่องฐานเงินเดือนด้วย เรื่องรายได้ เรื่องสินเชื่อ เครดิตบูโรมีสินเชื่อแค่ไหน การออกบัตรขึ้นอยู่กับแต่ละธนาคารในการให้เครดิตลูกค้า”

ถามว่าเป็นชนชั้นไหม ผมว่าไม่น่าเป็น

เพราะว่า ธนาคาร เงินเดือนทหารผูกติดกับ tmb ตอนนี้ปรับเป็น ttb อันนี้เป็นเรื่องที่แต่ละธนาคารจะพิจารณาต้องดูเรื่องเงินเดือน เงินคงเหลือ กำลังจ่ายมีแค่ไหน คงไม่ได้มีสิทธิพิเศษอะไรให้ทหาร ตามที่เข้าใจนะ ถ้าผมฐานเงินเดือนมาก หนี้สินเยอะ แต่ติดเครดิตบูโร ผมว่าแบงก์ก็คงไม่ออกบัตรให้

การออกบัตรเครดิตไม่ใช่เรื่องชนชั้น เป็นเรื่องที่ธนาคารต้องพิจารณาเอง เค้าออกบัตรมาให้คนไม่มีเครดิตแล้วเกิดหนี้เสีย เค้าก็ต้องรับผิดชอบ

ฝากเป็นข้อคิดแล้วกันนะครับ

ที่มา – ttb

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post กลาโหมชี้แจง บัตรเครดิตยศพันโท ทีทีบี รอยัล ท็อป บราส ไม่ใช่เรื่องศักดินา first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/defence-dept-explain-in-case-of-ttb-royal-top-brass-credit-card/

ซื้อ-ขายทองง่ายๆ SCB-ฮั่วเซ่งเฮง จับมือเปิดแอป GOLD NOW ซื้อขายได้ทุกที่ รับทองตามสะดวก

อยากซื้อ-ขายทอง สะดวกกว่าเดิมด้วย GOLD NOW แอปพลิเคชั่นซื้อ-ขายทอง โดยไม่ต้องวางหลักประกันซื้อขายทอง รับเงินค่าขายทองเข้าบัญชีได้ทันที ซื้อขายได้ทุกที่ รับทองได้ตามเวลาสะดวก จากการผนึกกำลังร่วมกันระหว่าง SCB และ ฮั่วเซ่งเฮง

gold now

สำหรับ ฮั่วเซ่งเฮง” ถือเป็นผู้นำด้านการลงทุนทองคำในประเทศไทยกว่า 72 ปี ได้จับมือกับธนาคารไทยพาณิชย์ พัฒนาแอปพลิเคชั่น GOLD NOW ดิจิทัลแพลตฟอร์มเพื่อการลงทุนในทองคำแท่งรูปแบบใหม่ จับกลุ่มลูกค้าซื้อขายออนไลน์ที่ต้องการความสะดวก รวดเร็ว รูปแบบการเปิดบัญชีแบบไม่ต้องกรอกเอกสาร (paperless) ผูกบัญชีได้ง่ายผ่าน SCB EASY ชำระราคาซื้อขายเต็มจำนวน (fully paid) ได้นอกเวลาทำการธนาคาร ให้สามารถลงทุนได้ทุกที่ สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย โดยไม่ต้องวางหลักประกัน และไม่มีค่าธรรมเนียม เพื่อให้ลูกค้าไม่พลาดโอกาสการลงทุน และเลือกรับทองได้ที่ทำการของฮั่วเซ่งเฮงตามเวลาที่สะดวก

ธนรัชต์ พสวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มฮั่วเซ่งเฮง กล่าวว่า ในช่วงหลังจากนี้ไปธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีแนวโน้มที่จะปรับลดวงเงินในโปรแกรม QE หรือมาตรการ QE Tapering เป็นปัจจัยที่มีผลต่อราคาทองคำ จึงเป็นโอกาสที่ดีในการลงทุนทองคำ แอปพลิเคชัน GOLD NOW จึงเป็นแพลตฟอร์มที่ทำขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ด้วยการนำเสนอความสะดวกที่ลูกค้าสามารถสมัครบริการด้วยตัวเองได้เลยผ่านแอปฯ ไม่จำเป็นต้องรออีกต่อไป

ฟีเจอร์เด่นๆ ของ GOLD NOW ได้แก่

  • สามารถสมัครเพื่อเปิดบัญชีการลงทุนซื้อขายทองคำ 96.5% ได้ทุกที่ ผ่านแอปพลิเคชัน GOLD NOW
  • บริการซื้อขาย ตั้งแต่เวลา 06.00 – 02.00 . ทุกวันจันทร์ศุกร์ และเวลา 09.30–17.30 . ทุกวันเสาร์อาทิตย์
  • เชื่อมโยงธุรกรรมซื้อขายทองคำกับบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์โดยตรงผ่าน SCB EASY
  • สามารถชำระเงินในการซื้อและรับเงินจากการขายทองคำแบบเต็มจำนวนทันทีที่มีธุรกรรม ทำให้ลูกค้าไม่พลาดโอกาสในการทำกำไรในทุกรอบเวลา
  • ลูกค้าไม่ต้องวางหลักประกัน เพื่อการส่งคำสั่ง และไม่มีค่าธรรมเนียม
  • ธุรกรรมการซื้อทองคำ ยังสามารถมารับทองคำได้ที่ฮั่วเซ่งเฮงทุกสาขาตามเวลาให้บริการของแต่ละสาขา

พฤติกรรมของลูกค้าในการลงทุนทองคำยุคปัจจุบัน มีการเติบโตเป็นอย่างมาก GOLD NOW จะช่วยให้สามารถทำธุรกรรมทองคำได้ทุกที่ ด้วยระบบเคลียร์รายการซื้อขายอัตโนมัติแบบเรียลไทม์ มอบประสบการณ์ใหม่ที่ง่ายแค่ปลายนิ้วให้กับลูกค้า เพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน ลงทะเบียนง่ายผ่านระบบ และด้วยความแข็งแกร่งด้านระบบการชำระเงินของธนาคารไทยพาณิชย์ช่วยให้สามารถเชื่อมโยงทุกธุรกรรมเข้ากับบัญชีธนาคารฯ ได้โดยตรงผ่าน SCB EASY ช่วยให้ลูกค้าสามารถชำระเงินในการซื้อและรับเงินจากการขายทองคำแบบเต็มจำนวนทันทีที่มีธุรกรรม ทำให้ลูกค้าไม่พลาดโอกาสในการทำกำไรในทุกรอบเวลา ล้ำไปอีกขั้น ด้วยการที่ลูกค้าไม่ต้องวางหลักประกัน เพื่อการส่งคำสั่ง และไม่มีค่าธรรมเนียม ทำให้ลูกค้าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเดินทางไปที่ร้านทองหรือธนาคาร แต่ยังสามารถมารับทองคำได้ที่ฮั่วเซ่งเฮงทุกสาขาตามเวลาให้บริการของแต่ละสาขาได้เลย

gold now

วศิน ไสยวรรณ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ Wholesale ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ลูกค้าสามารถทำธุรกรรมได้ทุกที่ทุกเวลาแม้จะเป็นช่วงที่สาขาร้านทองปิดให้บริการ และสามารถเลือกเก็บเครดิตการซื้อขายทองเข้าพอร์ตการลงทุนในแอปฯ หรือเลือกที่จะมารับทองคำได้ที่ฮั่วเซ่งเฮงทุกสาขา นับเป็นการเปิดโอกาสให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงการลงทุนทองคำได้ง่ายขึ้น ตอบโจทย์ความต้องการนักลงทุนยุคใหม่ได้อย่างตรงจุด

gold now

ลิงก์สำหรับดาวน์โหลด App store > https://apps.apple.com/us/app/gold-now-by-hua-seng-heng/id1577898799#?platform=iphone

Play store > https://play.google.com/store/apps/details?id=com.huasengheng.rmi

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post ซื้อ-ขายทองง่ายๆ SCB-ฮั่วเซ่งเฮง จับมือเปิดแอป GOLD NOW ซื้อขายได้ทุกที่ รับทองตามสะดวก first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/gold-now-scb/

KBTG เริ่มประวัติศาสตร์บทใหม่ ดัน Coral แพลตฟอร์ม NFT Market Place สู้ศึก DeFi

เพราะโลกกำลังก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป (KBTG) ก็เดินหน้าไม่หยุดเช่นกันกับการสร้างประวัติศาสตร์บทใหม่ เปิดตัว KASIKORN X หรือ KX บริษัทในกลุ่มที่เปรียบเสมือนโรงงานผลิต Startup ด้าน Decentralized Finance (DeFi) and Beyond สร้าง New S-Curve รับมือความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

The Next Chapter of KBTG คืองานเปิดตัวธุรกิจ DeFi ที่ถูกพัฒนาโดย KX ตัวที่สองชื่อ Coral เป็นแพลตฟอร์ม NFT Marketplace ที่เปิดโอกาสให้ศิลปินจากประเทศไทยได้มีโอกาสเข้าไปสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ NFT และส่งถึงมือนักสะสมทั่วโลกผ่านระบบการเงินไร้ตัวกลาง

นอกจากนี้ KX ยังได้เปิดตัวพาร์ทเนอร์รายแรกของแพลตฟอร์ม Coral อย่าง สยามพิวรรธน์ ที่จัดทำ NFT Innovation Digital Wall จัดแสดงงานศิลปะดิจิทัลบนพื้นที่ศูนย์การค้ายอดฮิตทั้งสยามพารากอนและไอคอนสยาม เชื่อมต่อศิลปินและผลงานบนโลกดิจิทัลเข้ากับผู้เข้าชมในโลกจริง

kbtg kx coral defi

นอกเหนือจากผู้พัฒนาแพลตฟอร์มและพาร์ทเนอร์แล้ว ภายในงานเรายังได้พบกับบุคคลที่เรียกได้ว่าสำคัญที่สุดของงาน นั่นก็คือบรรดาศิลปินไทยที่เข้าร่วมกับ Coral เพื่อเป็นสักขีพยานว่าแพลตฟอร์ม Coral สามารถช่วยสร้างโมเดลธุรกิจ อาชีพ ไปจนถึงระบบเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ที่จะเปิดโอกาสที่ไร้ขีดจำกัดให้ศิลปินเข้าถึงผู้ชมได้ง่ายขึ้น และที่สำคัญคือเชื่อมต่อถึงกันได้อย่างไร้พรมแดน

KASIKORN X กับภารกิจปั้น Startup รับคลื่นความเปลี่ยนแปลง

คุณพอล ธนะเมศฐ์ อาริยวัฒน์ Head of Venture Builder ของ KX พูดถึงจุดมุ่งหมายของ KX ในโลกการเงินที่กำลังเปลี่ยนไปเอาไว้ได้อย่างน่าสนใจ คุณพอลระบุว่า “สิ่งที่เรามองเห็นคือมีคนไม่ถึง 1% เท่านั้นที่ได้ผลประโยชน์จากโลกของ DeFi สิ่งที่เราต้องการทำคือเอาพลังของโลก DeFi ให้ไปอยู่ในมือคน 99% และโอกาสจะเกิดขึ้นได้ด้วยความร่วมมือของคนที่อยู่ในทีมและแรงสนับสนุนจากกลุ่ม Synergy จาก ธนาคารกสิกรไทย” 

kbtg kx coral
คุณพอล ธนะเมศฐ์ อาริยวัฒน์ Head of Venture Builder ของ KASIKORN X

KX เป็น Venture Builder ที่ทำหน้าที่บ่มเพาะ (Incubate) ขยายผล (Scale) และแยกตัว (Spin-off) ธุรกิจใหม่ๆ เกี่ยวกับ DeFi ภายใต้การนำของคุณพอล ธนะเมศฐ์ อาริยวัฒน์ ซึ่งคุณพอลระบุว่า “ภารกิจของ KX คือการสร้างสินค้าและบริการที่ง่ายและปลอดภัยสำหรับคนจำนวนมาก” เพราะในสายตาคนทั่วไปโลกของ DeFi ยังไม่ใช่โลกที่ง่ายและน่าไว้วางใจขนาดนั้น

ก่อนหน้านี้ KX ได้ปลุกปั้นธุรกิจตัวแรกอย่าง Kubix ที่ดำเนินธุรกิจ ICO Portal ได้สำเร็จ และในคราวนี้ก็เป็นตาของ Coral แพลตฟอร์ม NFT Marketplace ที่ง่าย ปลอดภัย และสามารถสร้างโอกาสใหม่ๆ แบบไร้ข้อจำกัดให้กับศิลปินไทยจำนวนมากไม่ว่าจะเป็นรายใหญ่หรือรายเล็กก็ตาม

Coral พื้นที่แห่งโอกาสที่ไร้ขีดจำกัดของทุกคนบนโลก DeFi

คุณพอลเล่าว่าเป้าหมายของ Coral คือสร้าง Super Simple NFT Marketplace เพื่อให้ทุกคนทั้งผู้ซื้อและศิลปินเชื่อมต่อถึงกันได้แบบง่ายๆ แบบไร้พรมแดน ภายในไม่เกิน 10 คลิก หรือ 5 นาที ผ่านฟีเจอร์ต่างๆ คือ

  • Super Simple Onboarding เริ่มต้นง่ายๆ ไม่ต่างจากการสมัครแพลตฟอร์ม E-Commerce
  • Lazy Minting Mint เหรียญ NFT หลังการซื้อขายเกิดขึ้น ไม่มีค่าใช้จ่ายล่วงหน้า
  • Original & Authentic NFTs ได้งานของแท้ เพราะตรวจสอบทุกแบรนด์และโปรไฟล์
  • Super Simple Payment ไม่ต้องรู้เรื่องคริปโตเคอเรนซี่ ใช้ช่องทางการชำระดั้งเดิมได้
  • Global NFT Standards มาตรฐานระดับโลกเพราะใช้ Ethereum Standard
  • Online & Offline Engagement การจัดแสดงงานบน NFT Innovation Digital Wall ที่ทำร่วมกับสยามพิวรรธน์อาจจะกลายมาเป็นอีกหนึ่งคอมมูนิตี้หรือ Activity Hub ระหว่างศิลปินและแฟนๆ

NFT จะทำให้เกิดวิธีการใหม่ๆ โมเดลธุรกิจใหม่ๆ รวมถึงเศรษฐกิจใหม่ๆ ซึ่งจะเป็นโอกาสให้กับศิลปินจำนวนมากไม่ว่าจะถนัดในด้าน Visual Art, Audio Art หรือ Generative Art รวมไปถึงแบรนด์ในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น ภาพยนตร์ ดนตรี หรือ ธุรกิจการเก็บสะสม 

kbtg kx coral

คุณปริญญา พิเชษฐศิริพร หรือ Benzilla ศิลปินผู้สันทัดในงานศิลป์แนว Grafiti Pop Art และ Street Art พูดถึงความเปลี่ยนแปลงของวงการหลังการเข้ามาของ NFT เอาไว้อย่างน่าสนใจ เขาระบุว่า “ในโลกของ NFT ไม่ใช่แค่คนที่มีชื่อเสียงหรือรุ่นใหญ่ แต่ทุกคนสามารถสร้างงานศิลป์และส่งตรงถึงผู้รับได้แม้ว่าจะไม่ได้เป็นศิลปินก็ตาม

สรุป

ในช่วงที่ผ่านมาถือได้ว่ามีความเปลี่ยนแปลงในโลกธุรกิจเกิดขึ้นอย่างมหาศาล และวงการการเงินก็เป็นอีกหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ถูกท้าทายจากการเข้ามาของระบบการเงินไร้ตัวกลางหรือ DeFi

KBTG ซึ่งเป็นเสมือนลมใต้ปีกด้านเทคโนโลยีของเครือธนาคารกสิกรไทยจึงเริ่มต้นบทใหม่ของประวัติศาสตร์ปลุกปั้นธุรกิจใหม่ๆ ด้าน DeFi ผ่านการผลักดันของ KX จนทำให้เกิดธุรกิจอย่าง Coral ซึ่งเป็น Super Simple NFT Marketplace ที่เปิดโอกาสให้ศิลปินและแบรนด์ไทยเข้าถึงโอกาสที่ไร้ข้อจำกัดบนโลกของ DeFi

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post KBTG เริ่มประวัติศาสตร์บทใหม่ ดัน Coral แพลตฟอร์ม NFT Market Place สู้ศึก DeFi first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/coral-nft-marketplace-by-kasikorn-x-defi/

ขอแจกบ้าง! Starbucks เตรียมแจกแก้ว Reusable Cup ร้อน-เย็น ในวันที่ 25 ต.ค.

หลังปล่อยให้ Cafe Amazon ใช้แคมเปญแจกแก้วหลากสีเพิ่มยอดขายถล่มทลาย ล่าสุด Starbucks เตรียมแจก Reusable Cup แก้วพลาสติกที่นำมาใช้ใหม่ได้ มีทั้งแบบร้อน และเย็น ให้กับผู้ซื้อเครื่องดื่มในวันที่ 25 ต.ค.

starbucks

Starbucks กับการแจกแก้วฟรีอีกครั้ง

รายงานข่าวแจ้งว่า Starbucks เตรียมส่งแคมเปญฉลองการก่อตั้งครบรอบ 50 ปี ด้วยการแจกแก้ว Reusable Cup รุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่นเป็นของขวัญให้กับลูกค้าในเอเชียแปซิฟิก รวมถึงประเทศไทยด้วย เพื่อรณรงค์การรีไซเคิล และเดินหน้าตามเป้าหมายของบริษัทในการลดปริมาณขยะให้ได้ 50% ภายในปี 2030

“Starbucks ประเทศไทย รณรงค์ให้ลูกค้านำแก้วส่วนตัวมาซื้อเครื่องดื่ม พร้อมมอบส่วนลด 10 บาทให้ลูกค้าทุกครั้งตลอดระยะเวลา 23 ปี พร้อมคิดค้น พัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่นถุงกระดาษรีไซเคิล และหลอด PLA” เนตรนภา ศรีสมัย กรรมการผู้จัดการ Starbucks ประเทศไทย กล่าว

ทั้งนี้วันที่ 25 ต.ค. เมื่อลูกค้าซื้อเครื่องดื่ม Starbucks ขนาดใดก็ได้ บาริสต้าจะเสิร์ฟเครื่องดื่มในแก้ว Reusable Cup รุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่น ครบรอบ 50 ปี (จนกว่าสินค้าจะหมด มีจำนวนจำกัด) สามารถรับสิทธิ์ได้ที่ Starbucks ทุกสาขาทั่วประเทศ รวมถึงการสั่งผ่านแอปพลิเคชัน Starbucks Thailand และช่องทางเดลิเวอรีอื่น ๆ

Starbucks เริ่มจัดแคมเปญแจกแก้ว Reusable Cup ในประเทศอื่น ๆ ทั่วเอเชียแปซิฟิกตั้งแต่เมื่อวันที่ 28 ก.ย. ตั้งเป้าหมายที่จะส่งมอบแก้วให้กับลูกค้ากว่า 2 ล้านคนทั่วภูมิภาคภายในวันแรกของแคมเปญ และคาดว่า Reusable Cup 1 ใบ จะสามารถทดแทนการใช้แก้วแบบครั้งเดียวทิ้งกว่า 30 ใบ

สรุป

ส่วนตัวเชื่อว่าวันที่ 25 ต.ค. ยอดการสั่งซื้อ Starbucks น่าจะเพิ่มขึ้น และสร้างความวุ่นวายให้กับตัวบาริสต้า และไรเดอร์ของบริการเดลิเวอรีต่าง ๆ ส่วนตัวแก้วเท่าที่ตรวจสอบดูมีลักษณะเหมือนกับแก้วขนาด 16 ออนซ์ ที่ขายหน้าร้านในราคา 150 บาทต่อไป เรียกว่าใจป๋าพอสมควรสำหรับแคมเปญนี้

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post ขอแจกบ้าง! Starbucks เตรียมแจกแก้ว Reusable Cup ร้อน-เย็น ในวันที่ 25 ต.ค. first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/starbucks-free-reusable-cup/

วิจัยเผย แม้เปิดรับต่างชาติไปแต่เศรษฐกิจไทยก็ยังไม่ฟื้น เพราะยังเป็นประเทศความเสี่ยงสูง

วิจัยกรุงศรีชี้ แม้มีการเปิดประเทศต้นพฤศจิกายนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติแบบไม่กักตัว แต่ระดับกิจกรรมทางเศรษฐกิจจะยังคงต่ำกว่าช่วงก่อนเกิดวิกฤติการระบาด

รัฐบาลเตรียมดำเนินมาตรการโควิดฉบับใหม่เพื่อฟื้นฟูกิจกรรมเศรษฐกิจที่ถูกกระทบหนักจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ให้กลับมาดำเนินการมากขึ้นเพื่อทุเลาความเสียหายที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา

จากการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (ศบค.) เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม ได้ข้อสรุปสำหรับการผ่อนคลายมาตรการโควิดเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจดังนี้ 

  • พิจารณาเปิดประเทศ ในวันที่ 1 พฤศจิกายน รับนักท่องเที่ยวจากประเทศความเสี่ยงต่ำโดยไม่ต้องกักตัว
  • ลดเวลาเคอร์ฟิว ตั้งแต่ 16 ตุลาคม จาก 22.00 น. – 4.00 น. เป็น 23.00 น. – 3.00 น. 
  • ผ่อนคลายกิจกรรม เช่น การจัดงาน การประชุม เพิ่มจำนวนผู้เข้าร่วมตามระดับพื้นที่

ไทยเปิดรับต่างชาติ แต่ต่างชาติยังระแวงไทย

ประเทศไทยมีรายได้จากภาคการท่องเที่ยวมหาศาล ในปี 2019 มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนประเทศไทยเกือบ 40 ล้านคน มีรายได้จากภาคการท่องเที่ยวคิดเป็นเกือบ 20% ของ GDP แต่ในปี 2020 รายได้จากภาคการท่องเที่ยวลดลงเหลือเพียง 6.78% ของ GDP เพราะการระบาดของโควิด-19

ดังนั้น สิ่งที่น่าจับตาที่สุดอย่างหนึ่งในครั้งนี้จึงหนีไม่พ้นการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติจากประเทศความเสี่ยงต่ำ เช่น สหรัฐฯ อังกฤษ เยอรมนี จีน และสิงคโปร์ โดยอยู่ภายใต้ข้อกำหนด เช่น ฉีดวัคซีนครบโดส มีการตรวจ RT-PCR ก่อนเดินทางและเมื่อถึงไทย 

อย่างไรก็ตาม การเปิดรับนักท่องเที่ยวอาจต้องเจออุปสรรค เพราะนักท่องเที่ยวต่างชาติยังคงต้องปฏิบัติตามมาตรการหรือนโยบายของประเทศต้นทางเป็นสำคัญ 

  • นักท่องเที่ยวจีน ที่มีสัดส่วนสูงเกือบ 28% ของภาคท่องเที่ยวไทยยังคงอยู่ใต้มาตรการคุมเข้ม ประชาชนยังไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ
  • นักท่องเที่ยวสหรัฐฯ และยุโรป ยังคงได้รับคำเตือนจากภาครัฐให้หลีกเลี่ยงการเดินทางมาไทยเนื่องจากเป็นพื้นที่การระบาดที่ยังมีความเสี่ยงสูง 

การท่องเที่ยวจะยังไม่กลับมาฟื้นตัวเต็มที่ในปีนี้

bangkok vaccination กรุงเทพ วัคซีน vaccine

ดังนั้น แม้ไทยจะเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติแต่การท่องเที่ยวอาจจะฟื้นกลับมาได้ไม่เต็มตัว วิจัยกรุงศรีเคยคาดเอาไว้ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะมีเพียง 150,000 คน และ 2,500,000 คน ในปี 2564 และปี 2565 ตามลำดับ

วิจัยกรุงศรีชี้ชัดว่าการฟื้นตัวของตลาดนักท่องเที่ยวของไทยและภูมิภาคเอเชียอาจล่าช้า เนื่องจากจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันที่ยังอยู่ในระดับสูง และมีความกังวลเกี่ยวกับประสิทธิภาพของวัคซีน และการกลายพันธุ์ของไวรัส ทำให้บรรยากาศของประเทศไม่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยว

นอกจากนี้ วิจัยกรุงศรีประเมินเอาไว้ว่าแม้จะมีการผ่อนคลายมาตรการ และมีการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่กิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวมภายในสิ้นปีนี้จะยังอยู่ในระดับต่ำกว่าช่วงก่อนการระบาด

  • ดัชนีกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวมจะมีค่าอยู่ที่ 94.4% ของระดับก่อนการระบาด 
  • กิจกรรมท่องเที่ยวจะอยู่เพียงแค่ 57.9% ของระดับก่อนการระบาด
figures from วิจัยกรุงศรี

ที่มา – วิจัยกรุงศรี

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post วิจัยเผย แม้เปิดรับต่างชาติไปแต่เศรษฐกิจไทยก็ยังไม่ฟื้น เพราะยังเป็นประเทศความเสี่ยงสูง first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/krungsri-on-thai-reopening-this-november-2021/

Xiaomi เตรียมผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ภายในปี 2024 ไม่ใช่แค่ใช้ไฟฟ้า แต่ยังชูความเป็น Smart EV

คำว่าพระเจ้าสร้างโลก Xiaomi สร้างที่เหลืออาจไม่ไกลเกินเอื้อม เพราะล่าสุด Xiaomi ประกาศชัดเจนว่าจะผลิต รถยนต์ไฟฟ้า อัจฉริยะให้ได้ภายในครึ่งแรกของปี 2024

รถยนต์ไฟฟ้า Xiaomi

ล่าสุด Lei Jun ซีอีโอของ Xiaomi ประกาศอย่างเป็นทางการว่า Xiaomi มีแผนที่จะผลิต รถยนต์ไฟฟ้า ของตัวเองให้ได้ภายในช่วงครึ่งแรกของปี 2024 หลังจากก่อนหน้านี้ได้ประกาศจัดตั้ง Xiaomi EV, Inc. บริษัทลูกของ Xiaomi ที่ดูแลเรื่องการผลิต รถยนต์ไฟฟ้า (EV) อัจฉริยะไปเมื่อวันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา

ก่อนหน้านี้ในเดือนมีนาคม Xiaomi เคยเผยว่าจะกำลังให้ความสนใจกับการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า โดยยังระบุว่าเตรียมทุ่มเงินลงทุนกว่า 1 หมื่นล้านเหรียญ (3.34 แสนล้านบาท) เช่นเดียวกับบริษัทเทคโนโลยีเจ้าอื่นทั่วโลกที่ให้ความสนใจในอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคตมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Apple หรือ Foxconn 

Lei Jun จะเข้ามาควบคุมดูแลกิจการรถยนต์ไฟฟ้าของ Xiaomi ด้วยตัวเอง เขากล่าวว่า “ผมยินดีที่จะนำชื่อเสียงของตัวเองมาเสี่ยงและจะต่อสู้เพื่ออนาคตสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะของเรา”

หลังจาก Xiaomi ประกาศแผนในกิจการรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มเติมในครั้งนี้ ล่าสุด ตลาดก็ตอบรับข่าวดีหุ้นของ Xiaomi ก็พุ่งขึ้นถึง 5.4% สูงที่สุดในรอบกว่า 5 เดือน

ที่มา – Reuters

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post Xiaomi เตรียมผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ภายในปี 2024 ไม่ใช่แค่ใช้ไฟฟ้า แต่ยังชูความเป็น Smart EV first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/xiaomi-annouce-2024-ev-launch/

AIS ACADEMY ชวนคนไทยร่วม Jump Thailand ก้าวข้ามวิกฤตด้วยองค์ความรู้ดิจิทัล

ภายใต้สถานการณ์ความเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจท่ามกลางความท้าทายของสิ่งแวดล้อม  พฤติกรรมของผู้บริโภคที่ปรับเปลี่ยนตลอดเวลา การมาถึงของดิจิทัลเทคโนโลยีที่แทรกซึมอยู่ในทุกช่วงการใช้ชีวิตของผู้คน ส่งผลกระทบอย่างรุนแรง ที่ทุกคน ทุกภาคส่วนต่างต้องปรับตัวรับมือให้ได้ 

ais academy

AIS จึงขอเดินหน้าอยู่เคียงข้างสังคมไทย กับการต่อยอดโครงการ AIS ACADEMY for Thais ต่อเนื่อง หลังจากจัดมาแล้วต่อเนื่อง 5 ครั้ง ในงานสัมมนาออนไลน์ภารกิจคิดเผื่อ เพื่อคนไทย JUMP THAILAND” ที่จะมาชวนคนไทยร่วมกระโดดก้าวข้ามผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้ ด้วยองค์ความรู้ทางด้านดิจิทัลเทคโนโลยี เพื่อนำพาประเทศไทยเดินหน้าสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

กานติมา เลอเลิศยุติธรรม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคล กลุ่มบริษัท AIS และกลุ่มอินทัช อธิบายว่า เป็นอีกครั้งที่ AIS ในฐานะผู้นำของธุรกิจด้านดิจิทัลเทคโนโลยีเพื่อคนไทยจะลุกขึ้นมาสร้างประโยชน์ให้กับสังคมในช่วงเวลาที่ประเทศกำลังเผชิญกับความท้าทายเช่นนี้ อย่างที่เราเคยเน้นย้ำว่าโลกที่หมุนเร็วและมีการเปลี่ยนแปลงในทุกมิติทำให้การวิ่งอย่างเดียวอาจจะไม่ทัน เราต้องกระโดดเพื่อหาโอกาส กระโดดเพื่อหาองค์ความรู้ใหม่ๆ และกระโดดเพื่อก้าวข้ามผ่านสถานการณ์ครั้งนี้ไปให้ได้

จากความสำเร็จของ AIS ACADEMY ที่เราเชื่อว่าการทำงานร่วมกับทุกฝ่ายจะเป็นการสร้างการเติบโตได้อย่างยืน โครงการ “AIS Academy for Thais ภารกิจคิดเผื่อ เพื่อคนไทยในครั้งนี้จึงเป็นการผนึกกำลังของภาคเอกชน และภาครัฐที่มีความแข็งแกร่ง ในการพาคนไทยมาร่วมกระโดด หรือ JUMP THAILAND สู่การสร้างโอกาสเพื่อการเติบโตอย่างเท่าทันด้วยเทคโนโลยีและพร้อมรับกับกระแส Digital Disruption

ais academy

ais academy

ais academy

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post AIS ACADEMY ชวนคนไทยร่วม Jump Thailand ก้าวข้ามวิกฤตด้วยองค์ความรู้ดิจิทัล first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/ais-academy-jump-thailand-2021/

แก้ปัญหาผู้ต้องขังล้นเรือนจำ รัฐมีมติตั้ง นิคมอุตสาหกรรมราชทัณฑ์ พื้นที่นำร่อง 4 จังหวัด

ไทยแก้ปัญหาผู้ต้องขังล้นเรือนจำ ด้วยการผลักดันสร้างนิคมอุตสาหกรรมราชทัณฑ์ โดยแนวคิดดังกล่าวเกิดจากกระทรวงยุติธรรมต้องการแก้ปัญหาผู้ต้องขังล้นเรือนจำ ฝึกทักษะอาชีพ พัฒนาและยกระดับฝีมือแรงงาน รวมทั้งสร้างผู้พ้นโทษให้เป็นผู้ประกอบการรายใหม่เพื่อส่งเสริมให้อัตราการทำผิดซ้ำลดลง คืนคนดีสู่สังคมอย่างยั่งยืน โดยร่วมมือกับภาคเอชนหรือผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องและดึงดูดให้ผู้ประกอบการเข้าไปลงทุนในเขตพื้นที่ที่จัดสรร

นิคมอุตสาหกรรมราชทัณฑ์นี้ มีกลุ่มเป้าหมายคือผู้พ้นโทษและผู้อยู่ระหว่างพักการลงโทษหรือลดวันต้องโทษโดยมีพื้นที่นำร่องต้นแบบ 4 จังหวัด คือ เรือนจำจังหวัดสมุทรสาคร (เรือนจำชั่วคราวบางหญ้าแพรก) เรือนจำกลางชลบุรี (เรือนจำชั่วคราวบ้านบึง) เรือนจำกลางสมุทรปราการ (เรือนจำชั่วคราวคลองด่าน) เรือนจำกลางระยอง (เรือนจำชั่วคราวเขาไม้แก้ว)

แบ่งเป็น 3 รูปแบบ ดังนี้ นิคมอุตสาหกรรมภายนอกเรือนจำโดยร่วมกับ กนอ. (ที่ราชพัสดุของหน่วยงานอื่น) คือ ยธ. หาพื้นที่ที่เหมาะสม อาจเช่าที่ราชพัสดุ พัฒนาสาธารณูปโภคพื้นฐาน เปิดพื้นที่ให้สถานประกอบการเช่าใช้ประกอบการหรือเปิดเชิญชวนเอกชนที่สนใจ อาจมีสิทธิประโยชน์เพื่อจูงใจนักลงทุนเข้ามาลงทุน  และจัดพื้นที่บริเวณที่พักอาศัยรองรับผู้กระทำผิด

แบบที่สอง นิคมภายในพื้นที่เรือนจำ (ที่ราชพัสดุของกรมราชทัณฑ์) ยธ.จะเป็นผู้เช่าที่ราชพัสดุจากกรมราชทัณฑ์ในราคาถูกแล้วเชิญชวนเอกชนมาร่วมทุน รัฐเป็นผู้ลงทุนก่อสร้างอาคารและพื้นที่อาศัยผู้กระทำผิด เอกชนลงทุนเครื่องจักร วิธีการผลิตและแหล่งรับซื้อผลิตภัณฑ์ อาจมีการร่วมลงทุนรูปแบบอื่นๆ เช่น การจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมเกษตรหรือนิคมอุตสาหกรรมเชิงท่องเที่ยวและสุขภาพ

แบบที่สามคือการใช้พื้นที่เอกชนเป็นนิคมอุตสาหกรรม เชิญชวนผู้ปรกอบการที่เป็นนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมเป็นผู้จัดหาที่ดินของเอกชนและพัฒนาเป็นนิคม โดยมีสิทธิปรโยชน์จูงใจพิเศษในกรณีที่เป็นนิคมอุตสาหกรรมเพื่อรองรับกลุ่มผู้ด้อยโอกาสดังกล่าว

บทบาทของกระทรวงยุติธรรม แบ่งได้ ดังนี้

  • รับตัวผู้ต้องขังเข้าใหม่ คัดกรอง จำแนก แยกกลุ่ม
  • ฝึกงานในศูนย์เตรียมความพร้อมด้านฝึกทักษะการทำงานเป็นเวลา 2 ปี สำหรับผู้ต้องขังที่เข้าเกณฑ์จะครบกำหนดปล่อยตัว เป็นผู้ต้องขังชั้นกลางขึ้นไปหรือเหลือโทษจำคุกต่อไม่เกิน 7 ปี
  • เข้าโครงการพักการลงโทษ กรณีพิเศษ เป็นผู้ต้องขังชั้นกลางขึ้นไป เหลือโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี มีคุณสมบัติตามเกณฑ์พักการลงโทษ
  • ทำงานจริงในนิคมอุตสาหกรรม เมื่อผู้ต้องขังผ่านการฝึกงานในศูนย์เตรียมพร้อมเป็นเวลา 2 ปีแล้ว จะได้รับการพิจารณาพักโทษ 5 ปี ติดอุปกรณ์ควบคุมตัวอิเล็กทรอนิกส์ ตามเงื่อนไขควบคุมการประพฤติ และเข้าไปทงานในนิคมฯ นำร่องที่กำหนดเป็นเวลา 5 ปี ครบกำหนดก็ทำงานต่อกับนิคมฯ ได้

ในด้านงบประมาณ การเงิน กระทรวงยุติธรรมไม่มีอำนาจจัดสรรงบ แต่ต้งเป้าจะพัฒนาและส่งผู้ได้รับการพักการลงโทษเข้าไปทำงานในสถานประกอบการให้ได้จำนวน 16,000 คนต่อปี เมื่อเทียบกับงบประมาณที่ภาครัฐต้องใช้ดูแลผู้ต้องขังที่อยู่ในเรือนจำ เฉลี่ย 21,000 บาทต่อคนต่อปี จะทำให้รัฐลดงบประมาณดูแลผู้ต้องขังในเรือนจำได้ราว 336 ล้านบาทต่อปี

ที่มา – รัฐบาลไทย

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post แก้ปัญหาผู้ต้องขังล้นเรือนจำ รัฐมีมติตั้ง นิคมอุตสาหกรรมราชทัณฑ์ พื้นที่นำร่อง 4 จังหวัด first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/correctional-industrial-estates-under-prayut-chanocha-cabinet/

ครม. อนุมัติงบเงินกู้ให้คลังกว่า 5.4 หมื่นล้าน: บัตรสวัสดิการรัฐ ยิ่งใช้ยิ่งได้ คนละครึ่งเฟส 3

ครม. อนุมัติงบเงินกู้ให้กระทรวงการคลังรวม 54,506 ล้านบาท ช่วย 4 โครงการเพื่อส่งเสริมมาตรการลดค่าครองชีพ มีทั้งบัตรสวัสดิการรัฐ, ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ, คนละครึ่งเฟส 3 และยิ่งใช้ ยิ่งได้

สำหรับงบประมาณ 4 โครงการที่ ครม. อนุมัติ ดังนี้

โครงการเพิ่มกำลังซื้อแก่ผู้มีบัตรสวัสิดการแห่งรัฐ ระยะที่ 3 งบ 8,122.3764 ล้านบาท ช่วยเหลือวงเงินค่าซื้อสินค้าเพิ่มเติมอีก 300 บาทต่อคนต่อเดือน เป็นระยะเวลา 2 เดือน ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม 2564 รวม 600 บาทต่อคน ให้แก่ผู้มีบัตรจำนวนไม่เกิน 13,537,294 คน รวมเป็นวงเงินทั้งสิ้น 500 บาทต่อคนต่อเดือนช่วงพฤศจิกายนถึงธันวาคม 2564

โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ งบ 1,383.8814 ล้านบาท ช่วยเหลือวงเงินค่าซื้อสินค้าจำนวน 300 บาทต่อคนต่อเดือน ระยะเวลา 2 เดือน พฤศจิกายน-ธันวาคม 2564 รวมเป็น 500 บาทต่อคนและรวมเป็น 1,800 บาท ครอบคลุมกลุ่มผู้ต้องการความช่วยเหลือ เช่น ผู้ที่ไม่สามารถเข้าถึงระบบอินเทอร์เน็ต ผู้ไม่มีสมาร์ทโฟน ผู้ที่อยู่ในภาวะพึ่งพิง (ผู้สูงอายุ พิการ ทุพพลภาพ ผู้ป่วยติดเตียง) ผู้ที่ลงทะเบียนไม่สำเร็จเนื่องจากข้อมูลส่วนบุคคลไม่ถูกต้อง จำนวนไม่เกิน 2,306,469 คน

งบประมาณโครงการคนละครึ่ง เฟส 3 งบ 42,000 ล้านบาท ประชาชนได้รับสิทธิสนับสนุนค่าอาหาร เครื่องดื่และสินค้าและบริการทั่วไป รวมทั้งซื้ออาหารและเครื่องดื่มที่เข้าโครงการคนละครึ่ง ระยะที่สามผ่านผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร (Food delivery platform) 50% ไม่เกิน 150 บาท ต่อคนต่อวัน จำนวน 1,500 บาทต่อคน สนับสนุนเพิ่มเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม รวมทั้งสิ้น 4,500 บาทต่อคน สำหรับประชาชนทั่วไป

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ภาพจากทำเนียบรัฐบาล

งบโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ 3,000 ล้านบาท สำหรับประชาชนทั่วไปที่ไม่มีบัตรสวัสดิการรัฐ ไม่ได้รับสิทธิโครงการเพิ่มกำลังซื้อแก่ผู้ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ไม่ใช้สิทธิโครงการคนละครึ่งเฟส 3 จำนวนไม่เกิน 1 ล้านสิทธิ โดยปรับเพิ่มหลักเกณฑ์คำนวณการให้สิทธิสนับสนุน e-voucher เพิ่มวงเงินสนับสนุนจากเดิมไม่เกิน 7,000 บาทเป็น 10,000 บาทต่อคนเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2564 ดังนี้

  • สำหรับใช้จ่ายตั้งแต่ 1 กรกฎาคมถึง 31 ตุลาคม 2564 คำนวณวิธีเดิม
  • สำหรับใช้จ่าย 1 ถึง 30 พฤศจิกายน 2564
  • ผู้ที่ได้รับสิทธิมียอดใช้จ่ายที่จะนำมาคำนวณ e-voucher ไม่เกิน 6,000 บาท ณ 31 ตุลาคม 2564 จะได้รับสิทธิ ดังนี้
    • สำหรับยอดใช้จ่ายจริง 1-40,000 บาท ได้รับ e-voucer 10% ของยอดจ่ายจริง แต่ไม่เกิน 4,000 บาทต่อคน
    • ยอดใช้จ่ายจริงตั้งแต่ 40,001-80,000 บาท ได้รับ e-voucher 15% ของยอดจ่ายจริงแต่ไม่เกิน 6,000 บาทต่อคน
    • สำหรับผู้ได้รับสิทธิที่มียอดใช้จ่ายที่จะนำมาคำนวณ e-voucher เต็มจำนวน 60,000 บาท ณ 31 ตุลาคม 2564 มีสิทธิได้รับ e-voucher จำนวน 7,000 บาทเรียบร้อยแล้วจะมีสิทธิได้รับ e-voucher เพิ่มเติม หากมีการใช้จ่ายเพิ่มเติมจำนวนไม่เกิน 20,000 บาท ระหว่าง 1-30 พฤศจิกายน 2564 จะได้รับสิทธิ e-voucher 15% ของยอดใช้จ่ายเพิ่มเติมแต่ไม่เกิน 3 ,000 บาท
  • เราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3 มาแล้ว: ครม. เห็นชอบขยายระยะเวลาโครงการถึง 28 ก.พ. 65 นี้ 

ที่มา – รัฐบาลไทย

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post ครม. อนุมัติงบเงินกู้ให้คลังกว่า 5.4 หมื่นล้าน: บัตรสวัสดิการรัฐ ยิ่งใช้ยิ่งได้ คนละครึ่งเฟส 3 first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/thai-cabinet-approve-54-billion-baht-for-4-relief-aid-project/

กสิกรไทย ชี้แจง ยิงโฆษณาประกัน “โดนแฮกเงินหาย” จริง ผู้สนใจยังซื้อตรงกับ เมืองไทยฯ ได้

ธนาคารกสิกรไทย ยอมรับ ทำโฆษณาผลิตภัณฑ์ ประกันภัย Shopping Online F เก่ง และใช้คำโฆษณา โดนแฮกเงินหาย จริง แต่ทำโฆษณาก่อนข่าวการตัดเงินผิดปกติสะพัด ยืนยัน ระงับการแพร่โฆษณาดังกล่าวแล้ว

ธนาคารกสิกรไทย

กสิกรไทย ทำโฆษณา โดนแฮกเงินหาย จริง

รายงานข่าวแจ้งว่า ตามที่มีการแพร่กระจายภาพโฆษณาผลิตภัณฑ์ประกันภัยใหม่ที่มีข้อความว่า โดนแฮกเงินหาย ธนาคารกสิกรไทย ขอชี้แจงว่า ประกันดังกล่าวธนาคารเป็นผู้เสนอขาย โดยจะให้ความคุ้มครองความเสียหาย 3 รูปแบบ ได้แก่

  • คุ้มครองผู้ซื้อสินค้าออนไลน์ กรณีผู้ขายไม่ส่งสินค้าภายใน 7 วันนับจากวันที่แจ้งว่าจะจัดส่ง, ผู้ซื้อได้รับสินค้าไม่ครบตามรายการสั่งซื้อ, สินค้าได้รับความเสียหายทางกายภาพ, สินค้าไม่เป็นไปตามที่โฆษณาประชาสัมพันธ์
  • คุ้มครองผู้ขายจากการถูกหลอกลวงให้ส่งสินค้า และไม่ได้รับเงินภายใน 7 วัน นับจากวันที่แจ้งว่าจะจัดส่ง
  • คุ้มครองเงินส่วนตัวที่หายจากบัตร บัญชี หรือกระเป๋าเงินออนไลน์ จากการถูกโจรกรรมผ่านช่องทางออนไลน์ โดยวิธีการใช้บัตรชำระเงิน , การเข้าสู่บัญชีธนาคาร , การเข้าสู่ e – Wallet ของผู้เอาประกันภัยโดยไม่ได้รับอนุญาต กรณีที่ไม่สามารถเรียกคืนได้จากผู้ออกบัตร หรือผู้ให้บริการบัญชี / กระเป๋าเงินออนไลน์

ทั้งนี้ธนาคารมีการจัดทำโฆษณาเพื่อสื่อสารทางการตลาดที่สอดคล้องกับประสบการณ์ในการซื้อขายสินค้าออนไลน์ของลูกค้า 7 รูปแบบ ซึ่งข้อเสนอตามภาพเป็นการนำเสนอให้กับลูกค้าเฉพาะกลุ่ม (ประมาณ 12,000 คน) ผ่าน K PLUS เมื่อวันที่ 11 ต.ค. 2564

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนจะเกิดกระแสข่าวการตัดเงินที่ผิดปกติผ่านบัตรเครดิตและบัตรเดบิตของประชาชนจำนวนมาก ตามที่สื่อต่าง ๆ ได้มีการนำเสนอในช่วงนี้ โดยทันทีที่ทราบประเด็นความเดือดร้อนดังกล่าว ในวันที่ 17 ต.ค. 2564 ธนาคารได้ระงับการโฆษณาผลิตภัณฑ์ด้วยรูปแบบข้างต้นในทุกช่องทาง

ธนาคารกสิกรไทย ยืนยันว่า ไม่ได้มีเจตนาในการเสนอขายผลิตภัณฑ์หรือบริการรูปแบบนี้ ในช่วงสถานการณ์ที่สังคมมีกระแสวิตกเช่นนี้แต่อย่างใด ในทางกลับกัน Brand Inside ได้สำรวจข้อมูลบนเว็บไซต์ธนาคารกสิกรไทยเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ประกันดังกล่าวช่วงเย็นวันที่ 19 ต.ค. พบว่า ไม่สามารถเข้าถึงได้ แม้ช่วงเช้าวันที่ 19 ต.ค. ยังเข้าถึงได้อยู่

ถ้าอยากได้ประกันนี้จริง ๆ ซื้อกับ เมืองไทยฯ ได้

อย่างไรก็ตาม หากผู้บริโภคสนใจที่จะทำประกัน ประกันภัย Shopping Online F เก่ง สามารถหาซื้อได้กับ เมืองไทยประกันภัย โดยตรง เพราะเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ไม่ใช่ตัวแทนขายเหมือนกับที่ธนาคารกสิกรไทยเป็น นอกจากนี้ยังซื้อได้กับ TQM ตัวแทนของผลิตภัณฑ์ดังนี้ได้เช่นกัน

สำหรับแผน ประกันภัย Shopping Online F เก่ง มีดังนี้

ประกันช้อปออนไลน์

นอกจากนี้ประกันรูปแบบดังกล่าวยังมี ธนาคารกรุงไทย ที่ทำตลาดเช่นกัน ใช้ชื่อผลิตภัณฑ์ว่า ไซเบอร์ ช้อปฟิน มีรายละเอียดดังนี้

ธนาคารกรุงไทย

ธนาคารกรุงไทย

สรุป

อาจเรียกว่าเป็นความบังเอิญก็ไม่ผิดนัก เพราะการยิงโฆษณาผลิตภัณฑ์ประกันช้อปออนไลน์โดย ธนาคารกสิกรไทย ไปตรงกับช่วงข่าวบัตรเดบิต และบัตรเครดิต ถูกใช้โดยมิจฉาชีพพอดี แต่ถึงอย่างไร ผลิตภัณฑ์ประกันแบบดังกล่าวค่อนข้างตอบโจทย์การซื้อสินค้าออนไลน์ที่เติบโตก้าวกระโดดในยุคนี้ เพราะช่วยลดความเสี่ยงในการทำธุรกรรมได้

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post กสิกรไทย ชี้แจง ยิงโฆษณาประกัน “โดนแฮกเงินหาย” จริง ผู้สนใจยังซื้อตรงกับ เมืองไทยฯ ได้ first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/kbank-new-online-shopping/