คลังเก็บหมวดหมู่: brandinside

อังกฤษให้วีซ่าพิเศษคนฮ่องกง: ครอบครัวพาลูกอพยพเพราะอยากได้เสรีภาพ พูด คิดได้ตามต้องการ

รัฐบาลอังกฤษเตรียมเปิดวีซ่าชนิดใหม่ให้กับชาวฮ่องกง ย้ายเข้ามาตั้งถิ่นฐานในประเทศอังกฤษตั้งแต่วันที่ 31 มกราคม 2021 เป็นต้นไป พร้อมได้รับสวัสดิการรักษาพยาบาล และสนับสนุนให้บุตรเรียนฟรี

Hong Kongers Protest Over China Extradition Law
HONG KONG, HONG KONG – JUNE 12: A protester makes a gesture during a protest on June 12, 2019 in Hong Kong China. Large crowds of protesters gathered in central Hong Kong as the city braced for another mass rally in a show of strength against the government over a divisive plan to allow extraditions to China. (Photo by Anthony Kwan/Getty Images)

อย่างที่รู้กันดีว่าในฮ่องกงเริ่มมีความรุนแรงทางการเมือง หลังจากที่กฎหมายความมั่นคงฉบับใหม่ประกาศบังคับใช้ไปเมื่อช่วงปีที่แล้ว ทำให้เกิดเหตุการณ์ความรุนแรง การชุมนุม รวมถึงการจับกุมตัวผู้ที่ต่อต้านรัฐบาลจีนกันอยู่เรื่อยๆ

ล่าสุดรัฐบาลอังกฤษกำลังจะยื่นมือเข้าไปให้ความช่วยเหลือชาวฮ่องกงที่ต้องการอพยพมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในประเทศอังกฤษ ด้วยการเปิดวีซ่าชนิดพิเศษสำหรับชาวฮ่องกงโดยเฉพาะ เริ่มตั้งแต่วันที่ 31 มกราคม 2021 เป็นต้นไป

ชาวฮ่องกงเกือบ 3 ล้านคน มีสิทธิ์ขอวีซ่าเริ่มชีวิตใหม่ในอังกฤษ

โดยวีซ่าชนิดนี้มีชื่อว่า Hong Kong British National (Overseas) visa หรือ BNO วีซ่า โดยจะเปิดโอกาสให้กับชาวฮ่องกงที่ถือสัญชาติอังกฤษ British National (Overseas) ตั้งแต่ก่อนที่อังกฤษจะส่งคืนฮ่องกงให้กับจีนแผ่นดินใหญ่ในปี 1997 ซึ่งคนกลุ่มนี้มีประมาณ 2.9 ล้านคน พร้อมกับครอบครัวที่รวมแล้วน่าจะมีจำนวนถึง 5.4 ล้านคน

ชาวฮ่องกงที่ได้วีซ่า BNO นี้พร้อมกับครอบครัว จะสามารถทำงาน เรียนหนังสือ และใช้สวัสดิการสาธารณะสุขของประเทศอังกฤษได้ รวมถึงลูกๆ ของคนที่ได้วีซ่า ก็จะสามารถใช้สิทธิ์เรียนฟรีได้ที่โรงเรียนรัฐบาลทุกแห่งด้วย (แต่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมจากการขอวีซ่าก่อน) ซึ่งหลังจากที่ได้วีซ่า BNO แล้ว สามารถขอสัญชาติอังกฤษได้ หากผ่านเงื่อนไขตามที่รัฐบาลกำหนด โดยจะใช้เวลารวม 6 ปี จึงจะได้สัญชาติ

โดยรัฐบาลอังกฤษคาดการณ์ว่าจะมีชาวฮ่องกงกว่า 300,000 คน สมัครวีซ่าชนิดพิเศษนี้ เพื่อมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่อังกฤษ

อนาคตของลูกคือสิ่งกระตุ้นการตัดสินใจ

ครอบครัวผู้อพยพชาวฮ่องกงครอบครัวหนึ่งที่กำลังใช้ชีวิตอยู่ในอังกฤษในปัจจุบัน เล่าถึงสาเหตุที่ตัดสินใจย้ายถิ่นฐานว่า เธอตัดสินใจย้ายมาอยู่อังกฤษเพราะอนาคตของลูกวัย 6 และ 11 ขวบเป็นหลัก เธออยากให้ลูกเข้าถึงการศึกษา และอนาคตที่ดี เธออยากให้ลูกๆ สามารถพูดในสิ่งที่ต้องการในโรงเรียนได้ ไม่เหมือนที่ฮ่องกง ที่ต้องระมัดระวัง

ความปลอดภัย คือสิ่งที่ผู้ร่วมประท้วงกังวล

นอกจากครอบครัวชาวฮ่องกงที่อยากให้ลูกมีอนาคตที่ดีกว่า ยังมีผู้ที่เคยเข้าร่วมประท้วงทางการเมืองในฮ่องกง ในปี 2019 ที่ตัดสินใจย้ายมาอยู่ประเทศอังกฤษเล่าว่า เธอกังวลความปลอดภัยของเพื่อน และครอบครัวที่ยังตัดสินใจอยู่ที่ฮ่องกงต่อไป และกังวลว่าตัวเองจะตกเป็นเป้าหมายที่อาจถูกจับตาโดยรัฐบาลฮ่องกง แต่การย้ายมาอยู่ที่ประเทศอังกฤษ ก็เป็นเหมือนฝันที่เป็นจริงของเธอเช่นกัน

ย้ายมาอยู่อังกฤษยังมีความกดดันรออยู่

แม้ว่ารัฐบาลอังกฤษคาดการณ์ว่าจะมีชาวฮ่องกงนับล้านคนที่สมัครวีซ่า BNO แต่ก็ไม่ใช่ว่าชาวฮ่องกงทุกคนอาจย้ายมาอยู่ที่อังกฤษ เพราะยังมีคนจำนวนมากที่ไม่พร้อมย้ายถิ่นฐาน

บางคนไม่พร้อมที่จะทิ้งพ่อแม่ที่เป็นคนสูงวัย ไม่พร้อมที่จะเรียนรู้ภาษาใหม่ๆ ไม่พร้อมที่จะรับมือกับสภาพอากาศของอังกฤษที่ต่างจากฮ่องกง บางคนก็ไม่อยากย้ายมาอยู่อังกฤษ เพราะอยากต่อสู้เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงในฮ่องกงต่อไป

อย่างไรก็ตามคนที่เลือกย้ายถิ่นฐานเข้ามาอยู่ในฮ่องกงก็คงไม่ได้ใช้ชีวิตที่ง่ายนัก โดยเฉพาะเรื่องการหางานทำ เพราะอังกฤษยังคงประสบปัญหาด้านเศรษฐกิจการสถานการณ์โควิด-19 รวมถึงการทำ Brexit แถมยังต้องเผชิญกับความกดดันจากความไม่พอใจของชาวอังกฤษบางส่วนที่ไม่พอใจกับการย้ายถิ่นฐานของชาวฮ่องกง

ที่มา – bbc, gov.uk

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post อังกฤษให้วีซ่าพิเศษคนฮ่องกง: ครอบครัวพาลูกอพยพเพราะอยากได้เสรีภาพ พูด คิดได้ตามต้องการ first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/uk-give-special-visa-for-hong-kong-citizen/

เราชนะ เปิดให้ลงทะเบียน 29 มกราคม นำเงินไปใช้ขนส่งสาธารณะได้ ใช้เงินได้ถึงเดือนพฤษภาคมเท่านั้น

เราชนะ โครงการดังกล่าวจะเปิดให้ลงทะเบียนได้ในวันที่ 29 มกราคมนี้เป็นต้นไป โดยโครงการจะให้เงินเดือนละ 3,500 บาทในระยะเวลา 2 เดือน โดยเงินดังกล่าวจะใช้บริการขนส่งสาธารณะ และเม็ดเงินดังกล่าวจะใช้ได้ถึงเดือนพฤษภาคมเท่านั้น

Bangkok Bus รถเมล์ กรุงเทพ
ภาพจาก Shutterstock

อาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้แถลงข่าวถึงโครงการเราชนะ หลังจากที่ได้ประชุมกับรัฐบาลมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง เพื่อแบ่งเบาภาระของประชาชน โดยโครงการจะแจกจ่ายเงินคนละ 3,500 บาทเป็นระยะเวลา 2 เดือนตั้งแต่เดือนมกราคมเป็นต้นไป มีกรอบวงเงิน 212,000 ล้านบาท

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยังได้กล่าวเสริมว่า โครงการเราชนะ จะเน้นการใช้แพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อลดการใช้เงินสด ลดการแออัดเวลาลงทะเบียน หรือแม้แต่การถอนเงินสดออกมา

สำหรับผู้มีสิทธิ์เข้าโครงการเราชนะ จะใช้เงื่อนไขคัดกรองตามเงื่อนไข 7 ข้อ ไม่ว่าจะเป็น ชาวไทยผู้มีสิทธิ์ 18 ปีขึ้นไป ไม่เป็นผู้ประกันตนของสำนักงานประกันสังคม ฯลฯ โดยผู้มีสิทธิ์รับเงินทุกๆ สัปดาห์ ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แอปพลิเคชั่นเป๋าตังค์ ขึ้นอยู่กับผู้ที่ผ่านเงื่อนไขชนิดไหน

กลุ่มเป้าหมายของโครงการเราชนะในรอบนี้ประมาณ 31 ล้านคน ประกอบไปด้วย

  • ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้สิทธิ์โดยอัตโนมัติ
  • ประชาชนที่มีฐานข้อมูลก่อนหน้านี้ แอพเป๋าตังค์ จะได้สิทธิ์โดยอัตโนมัติ
  • ประชาชนที่ไม่ได้อยู่ในฐานข้อมูลภาครัฐ จะต้องลงทะเบียนผ่าน http://www.เราชนะ.com

สำหรับช่วงเวลาการรับเงินของผู้ได้สิทธิ์แต่ละกลุ่มจะแตกต่างกันไป คือ

  • ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับเงินเพิ่มเติมเพิ่มจากเงินที่ได้อยู่แล้ว โดยเริ่มโอนเงินวันที่ 5 กุมภาพันธ์เป็นต้นไป โดยเงื่อนไขจะแตกต่างกันไปสำหรับรายได้ของแต่ละคน
  • กลุ่มที่มีฐานข้อมูลและใช้แอปพลิเคชั่นเป๋าตังค์ จะได้รับเงินตั้งแต่ 18 กุมภาพันธ์เป็นต้นไป
  • กลุ่มยังไม่มีฐานข้อมูล จะได้รับเงินตั้งแต่ 18 กุมภาพันธ์เป็นต้นไป

ผู้มีสิทธิ์เข้าโครงการเราชนะสามารถใช้บริการซื้อสินค้า รวมถึงใช้บริการอื่นๆ ที่ไม่เป็นนิติบุคคลได้ เช่น แท็กซี่ บริการซักรีด ฯลฯ บริการขนส่งสาธารณะ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้กล่าวว่า สำหรับการใช้บริการขนส่งสาธารณะนั้นถือเป็นการทดลองระบบไปในตัว และในภายหลังจะมีการพัฒนาระบบดังกล่าวเป็น E-Ticket

การใช้เงินภายใครโครงการเราชนะสามารถใช้ได้จนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคมเท่านั้น โดยจะเปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการได้ภายในวันที่ 29 มกราคม ถึง 12 กุมภาพันธ์​ 2564

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post เราชนะ เปิดให้ลงทะเบียน 29 มกราคม นำเงินไปใช้ขนส่งสาธารณะได้ ใช้เงินได้ถึงเดือนพฤษภาคมเท่านั้น first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/raochana-open-for-register-soon-give-7-k-baht-19-jan-2021/

อสังหาฯ ชะงักอีกรอบหลังโควิดระบาดซ้ำ เชียงใหม่-ชลบุรี กระทบหนัก

DDproperty เผย อสังหาฯ 3 จังหวัดท่องเที่ยวใหญ่ ภูเก็ต เชียงใหม่ ชลบุรี ชะงักอีกครั้งหลังเจอการระบาดโควิดระลอกใหม่ โดยเฉพาะเชียงใหม่-ชลบุรี ได้รับผลกระทบหนัก ราคาตก ส่วนภูเก็ตภาพรวมยังดูดี

อสังหาฯ โควิด

หลังจากที่อสังหาฯ ไทยเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวในช่วงไตรมาส 3/2563 ดัชนีราคาอสังหาฯ เพิ่มขึ้น 2% ครั้งแรกในรอบ 6 ไตรมาส ทำให้ตลาดอสังหาฯ มีความหวังเพิ่มขึ้นและคาดว่าจะสามารถฟื้นตัวได้ภายในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2564

อย่างไรก็ตามการระบาดระลอกใหม่ทำให้ตลาดเกิดการชะลอตัวอีกครั้งทำให้ DDproperty เว็บไซต์มาร์เก็ตเพลสด้านอสังหาริมทรัพย์ของไทย คาดการณ์ว่า ตลาดอสังหาฯ ไทยจะต้องใช้เวลาในการปรับฟื้นตัวนานขึ้นกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ตอนแรกโดยเฉพาะในกลุ่มจังหวัดท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากการล็อคดาวน์

ทิศทางอสังหาฯ ใน 3 จังหวัดท่องเที่ยวสำคัญ:

  • เชียงใหม่ ภาพรวมดัชนีราคาอสังหาฯ ในเชียงใหม่ทุกรูปแบบลดลงในเกือบทุกทำเลโดยลดลง 7% ในไตรมาส 4/2563 หลังการระบาดอีกระลอก ขณะที่ดัชนีอุปทานเพิ่มขึ้น 8% โดยเฉพาะในบ้านเดี่ยวราคา 1-3 ล้านบาท
  • ชลบุรี ไตรมาสสุดท้ายของปี 2563 ดัชอุปทานและราคาตกลง 10% จากการประกาศเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดจากที่เคยฟื้นตัวเพิ่มขึ้น 5% ในไตรมาส 3/2563 โดยดัชนี้อุปทานที่อยู่อาศัยซึ่งส่วนมากคือคอนโดในไตรมาส 4/2563 ลดลงมากถึง 70% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า
  • ภูเก็ต เป็นจังหวัดที่ไม่ด้รับผลกระทบมากนักเมื่อเทียบกับจังหวัดอื่นเนื่องจากมีจำนวนผู้ติดเชื้อไม่มากและทิศทางอสังหาฯ ยังคงส่งสัญญาณฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องหลังคลายล็อคดาวน์ โดยภาพรวมดัชนีอสังหาฯ ยังเพิ่มขึ้น 5% จากไตรมาส 4/2563 โดยเพิ่มขึ้นในบ้านเดี่ยว 3% และคอนโด 5% ขณะที่ดัชนีอุปทานอสังหาฯ ในภูเก็ตเพิ่มขึ้น 18% โดยส่วนมากเป็นการเพิ่มขึ้นจากที่อยู่อาศัยแบบคอนโดมิเนียมซึ่งคิดเป็น 56% ของอุปทานทั้งหมด

สรุป:

ทิศทางตลาดอสังหาฯ ไทยยังคงน่าห่วง เจอผลกระทบจากการระบาดระลอกใหม่ต้องใช้เวลาฟื้นตัวนานขึ้น จังหวังท่องเที่ยวยิ่งกระทบหนัก โดยเฉพาะชลบุรีและเชียงใหม่ที่ดัชนีราคาลดลงอย่างมาก ส่วนจังหวัดภูเก็ตภาพรวมยังโอเค

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post อสังหาฯ ชะงักอีกรอบหลังโควิดระบาดซ้ำ เชียงใหม่-ชลบุรี กระทบหนัก first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/ddproperty-thai-property-2021/

ก้าวสำคัญของวงการรถยนต์ไฟฟ้า StoreDot บริษัทผลิตแบตเตอรี่ EV ชาร์จเต็มได้ใน 5 นาที เริ่มทำการผลิตแล้ว

รถยนต์ไฟฟ้า
EV charging station Photo: Shutterstock

ผลิตแบตรุ่นใหม่ ชาร์จไฟเต็มไว ไม่ต่างจากเติมน้ำมัน

สำนักข่าว The Guardian รายงานว่า StoreDot สตาร์ทอัพจากอิสราเอลผู้ผลิตแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนรูปแบบใหม่ ได้ร่วมมือกับ Eve Energy ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตแบตเตอรี่ในจีน เดินหน้าผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า

จุดเด่นที่จะพลิกวงการคือ แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าที่สามารถชาร์จเต็มได้ใน 5 นาที และวิ่งได้ไกลได้ถึง 100 ไมล์ หรือประมาณ 160 กิโลเมตร โดยทางบริษัทระบุว่า การจะชาร์จไฟแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าได้อย่างรวดเร็ว ต้องใช้หัวจ่ายไฟพลังงานสูง (higher-powered chargers) ที่มีประสิทธิภาพมากกว่าปัจจุบัน

นี่คือโรงงานผลิตแบตเตอรี่ไฟฟ้าแห่งแรกของโลกที่เริ่มทำการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าแบบชาร์จไว

Doron Myersdorf ซีอีโอของ StoreDot ระบุว่า หนึ่งในอุปสรรคใหญ่ของคนใช้รถยนต์ไฟฟ้าคือ ความกังวลว่าแบตเตอรี่จะหมดระหว่างการเดินทาง (range anxiety) และเทคโนโลยีชาร์จไฟเร็วของเราจะทำให้ความกังวลเหล่านี้หายไป เพราะการชาร์จไฟแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าจะเหมือนกับการเติมน้ำมันแทบทุกประการ

EV
EV

ซีอีโอของ StoreDot บอกว่า หลายคนมองว่านี่คือเทคโนโลยีที่เป็นไปไม่ได้ แต่เราขอบอกว่า การผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าแบบชาร์จไวของเราตอนนี้ไม่ได้เป็นแค่แบบจำลองในห้องแล็บเท่านั้น เพราะสิ่งที่เรากำลังทำคือการผลิตในระดับโรงงานขนานใหญ่ (mass production line) และพร้อมจะทำในเชิงพาณิชย์

ทางบริษัทคาดการณ์ว่า จะสามารถผลิตออกมาสู่ตลาดได้ในปี 2025

Chao-Yang Wang ศาตราจารย์จาก Pennsylvania State University ฟันธงว่า จากการพัฒนาของหลายบริษัทในอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าในขณะนี้ จะทำให้แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าแบบชาร์จไว (fast-charging batteries) เกิดขึ้นอีก 3 ปีนับจากนี้ และที่สำคัญจะมีราคาที่ไม่แพงด้วย

อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังของ StoreDot มีบริษัทยักษ์ใหญ่สนับสนุนและลงทุน ได้แก่ Daimler, BP, Samsung และ TDK บริษัทอิเล็กทรอนิกส์ญี่ปุ่น

อ่านข่าวเก่าๆ เกี่ยวกับ StoreDot

ที่มา – The Guardian

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post ก้าวสำคัญของวงการรถยนต์ไฟฟ้า StoreDot บริษัทผลิตแบตเตอรี่ EV ชาร์จเต็มได้ใน 5 นาที เริ่มทำการผลิตแล้ว first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/ev-batteries-fast-charging-storedot/

RS ทุ่ม 920 ล้านบาท ร่วมทุนกลุ่มบริษัทเชฎฐ์ รุกธุรกิจบริหารสินทรัพย์-สินเชื่อรายย่อย

RS ประกาศเข้าซื้อหุ้น บริษัท เชฎฐ์ เอเชีย จำกัด ในสัดส่วน 35% คิดเป็นมูลค่า 920 ล้านบาท โดยบริษัทดังกล่าวทำธุรกิจบริหารสินทรัพย์-สินเชื่อรายย่อย ช่วยให้ RS ต่อยอดการเติบโตแบบ New S-Curve ได้ตามแผน

rs

ต่อยอดการเติบโตของกลุ่ม RS

สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.อาร์เอส เล่าให้ฟังว่า การเข้าซื้อลงทุนในกิจการเป็นอีกกลยุทธ์สำคัญในการสร้าง Ecosystem ให้บริษัทมีขนาดใหญ่ยิ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้บริษัทตัดสินใจทุ่มงบลงทุน 920 ล้านบาทเพื่อเข้าซื้อหุ้นสัดส่วน 36% ในบริษัท เชฎฐ์ เอเชีย จำกัด

สำหรับเหตุผลที่ RS เข้าซื้อหุ้นบริษัท เชฎฐ์ เอเชีย จำกัด มาจากภาวะแนวโน้มเศรษฐกิจในปัจจุบันทำให้จำนวนหนี้ด้อยคุณภาพมีมากขึ้น ประกอบกับกลุ่มบริษัท เชฎฐ์ เอเชีย มี 3 ธุรกิจคือ ธุรกิจบริหารหนี้ครบวงจร, ธุรกิจบริหารสินทรัพย์ และธุรกิจปล่อยสินเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งทั้งหมดนี้เสริมความแข็งแกร่งกลยุทธ์ Entertainmerce ของ RS ได้

ปัจจุบันบริษัท เชฎฐ์ เอเชีย จำกัดมีจำนวนหนี้สิ้นกว่า 45,000 ล้านบาทที่บริหารอยู่ ผ่านจำนวนบัญชีลูกหนี้กว่า 3 แสนราย นอกจกานี้ยังมีธุรกิจปล่อยสินเชื่อส่วนบุคลล โดยมีสินเชื่อคงเหลือราว 300-400 ล้านบาท รวมทั้งหมดกว่า 1,000 บัญชี

นอกจากนี้บริษัท เชฎฐ์ เอเชีย จำกัด ยังคาดการณ์มีรายได้รวมราว 600-700 ล้านบาทในปี 2563 และมีกำไรสุทธิประมาณ 150-200 ล้านบาท ดังนั้นการที่ RS เข้าไปลงทุนในบริษัทนี้ย่อมสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับบริษัท และเสริมสร้างกลยุทธ์ Entertainmerce ได้แข็งแกร่งขึ้น

สรุป

การต่อยอดธุรกิจด้วยกลยุทธ์ควบรวมกิจการยังเป็นวิธีที่ดีในยุคนี้ ยิ่งการควบรวมสามารถต่อยอดธุรกิจของบริษัทขึ้นไปอีกขั้น ย่อมเพิ่มโอกาสการเติบโตได้เร็วขึ้น ดังนั้น RS ที่ควบรวมบริษัท เชฎฐ์ เอเชีย จำกัด จะทำให้ RS มีความหลากหลายในการทำธุรกิจ พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์ Entertainmerce ได้ดีกว่าเดิม

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post RS ทุ่ม 920 ล้านบาท ร่วมทุนกลุ่มบริษัทเชฎฐ์ รุกธุรกิจบริหารสินทรัพย์-สินเชื่อรายย่อย first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/rs-new-business/

Goldman Sachs มอง GDP สหรัฐปีนี้โตได้ถึง 6.6% จากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหญ่ของ โจ ไบเดน

Goldman Sachs ปรับคาดการณ์ตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกา โดยคาดว่าจะเติบโตได้มากถึง 6.6% ในปีนี้ โดยได้แรงส่งเพิ่มจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหญ่ของ โจ ไบเดน

Joe Biden โจ ไบเดน
ภาพจาก Shutterstock

Goldman Sachs คาดว่า GDP ของสหรัฐอเมริกาจะเติบโตได้มากถึง 6.6% ในปี 2021 มากกว่านักวิเคราะห์ที่มองว่าจะเติบโตได้แค่ 4.1% สาเหตุสำคัญมาจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจก้อนใหญ่ของ โจ ไบเดน รวมถึงโมเมนตัมทางเศรษฐกิจที่ดูดีจากการทยอยแจกจ่ายวัคซีนให้กับประชาชน แม้ว่าล่าสุดนั้นตัวเลขยอดค้าปลีกของสหรัฐที่ออกมาอ่อนแอกว่าคาดก็ตาม

ในบทวิเคราะห์ของ Goldman Sachs มองว่านโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่มีแผนว่าจะใหญ่มากถึง 1.9 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หลังจากผ่านสภาสหรัฐอาจใหญ่สุดได้แค่ 1.1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐเท่านั้น โดยงบสำคัญก้อนใหญ่คือเม็ดเงินเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ที่อาจมากถึง 1,400 เหรียญสหรัฐ รวมถึงงบประมาณให้กับรัฐบาลท้องถิ่น ขณะที่งบสำหรับการศึกษา หรือลงทุนด้านอื่นๆ คาดว่าอาจอยู่ในงบก้อนถัดไปหลังจากนี้

ขณะเดียวกันในบทวิเคราะห์ยังได้ปรับลดคาดการณ์ GDP ของไตรมาส 1 ของปี 2021 เหลือแค่ 4% เนื่องจากตัวเลขทางเศรษฐกิจสหรัฐออกมาอ่อนแอจากยอดค้าปลีก และจะเร่งตัวขึ้นในไตรมาส 2-3 จากงบกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล และคาดว่าในปี 2021 นี้อัตราการว่างงานจะกลับมาลดลงเหลือแค่ 4.5% เท่านั้น

นอกจากนี้ในบทวิเคราะห์ยังคาดว่า GDP ของปี 2022 ของสหรัฐจะเติบโตมากถึง 4.3% มากกว่านักวิเคราะห์คาดการณ์เฉลี่ยไว้ที่ 3.3% โดยก่อนหน้านี้ Goldman Sachs คาดการณ์ตัวเลขทางเศรษฐกิจของสหรัฐดีกว่าสถาบันการเงินอื่นๆ โดยให้เหตุผลหลักๆ คือเรื่องการกระจายวัคซีน ก่อนที่จะมีการปรับเพิ่มคาดการณ์ใหม่อีกรอบในครั้งนี้

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post Goldman Sachs มอง GDP สหรัฐปีนี้โตได้ถึง 6.6% จากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหญ่ของ โจ ไบเดน first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/goldman-sachs-revise-us-gdp-growth-6-6-percent-from-biden-stimulus-19-jan-2021/

เมื่อโรครุมเร้า จับตา Functional Drink Concentrate เครื่องดื่มแก้ Pain Point มนุษย์เผชิญโรคร้าย

Functional Drink Concentrate

ความกังวลของมนุษย์ที่มีเพิ่มขึ้น จากการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ผลักดันให้ตลาดเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพทั่วโลกเติบโตแล้ว ส่วนหนึ่งมาจากพฤติกรรมของผู้บริโภคเกิดความต้องการเครื่องดื่มที่ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน ลดความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วย

สำหรับตลาดเครื่องดื่มในประเทศไทย เซ็กเมนต์เครื่องดื่มฟังก์ชันนัลดริงก์แบบเข้มข้น Functional Drink Concentrate ในกลุ่มเฮลท์ตี้ ที่เรียกว่ามี Big Player ต่างลงมาเล่นในสมรภูมิกันหมด จึงไม่แปลกที่ตลาดจะก้าวสู่ Red Ocean หรือผู้เล่นแต่รายแทบไม่มีความแตกต่าง ลูกค้ามีความจงรักภักดีต่อแบรนด์น้อย แบรนด์ไหนจัดโปรคุ้มค่ามากกว่า ลูกค้าจะตัดสินใจซื้อสินค้าตัวไหน

Functional Drink Concentrate

Big Player สร้างจุดต่างพาเหรดลงตู้แช่

  • C-vitt เครื่องดื่มวิตามินซี โดย บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) วางจุดขายเน้นที่ Health นำและพ่วงขายด้วย Beauty และตอกย้ำความแตกต่างมาตรฐานและรสชาติเดียวกับประเทศญี่ปุ่น
  • Hi VitaminC เครื่องดื่มวิตามินซี จาก TCP ที่มีดีกรีเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มชูกำลังกระทิงแดง ที่เน้นจุดขาย Beauty นำพ่วงด้วย Health มีคอนเซ็ปต์ ความสดใส บลิ้งค์ไบรท์ สุขภาพดี
  • Woody C+Lock เครื่องดื่มวิตามินซี โดยบริษัทคาราบาว กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) วางจุดขายเน้นที่ Health นำและพ่วงขายด้วย Beauty และสร้างความแตกต่าง แพกเกจจิ้งขวดสีเขียว ที่สามารถกักเก็บรักษาคุณค่าวิตามินซีได้มาก
  • Vit A Day เครื่องดื่มวิตามินซี โดยบริษัทเจนเนอรัล เบฟเวอร์เรจ จำกัด วางจุดขายเน้นที่ Health เป็นหลัก และสร้างความแตกต่างการมีใบรับรองการันตีคุณภาพวิตามินภายใต้ตรา Quali-C by DSM ผู้ผลิตยาและอาหารเสริม มาตรฐานระดับโลก
  • Double C เครื่องดื่มวิตามินซี โดยบริษัท หนองคายเพาเวอร์ดริ๊งก์ จำกัด วางจุดขายเน้นที่ Health มุ่งสร้างความแตกต่าง วิตามินซี (พลัส) ไฟเบอร์ ที่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันและกระตุ้นระบบการขับถ่าย

Functional Drink Concentrate

จริงๆ แล้ว Functional Drink Concentrate ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นเครื่องดื่มที่มีมานานแล้วในเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็น PEPTEIN ที่ออกมาสร้างเซ็กเมนต์เครื่องดื่มบำรุงสมอง และ บริ๊งค์ ที่สร้างเซ็กเมนต์บิวตี้ โดยมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย แต่ด้วยพฤติกรรมของคนที่เพิ่งเริ่มมองหาสินค้าที่สร้างภูมิคุ้มกัน จึงทำให้ตลาดเพิ่งมากลับมาเติบโตก้าวกระโดดในช่วงปี 2563

สำหรับ Functional Drink Concentrate ต้องบอกว่าผู้ดื่มจะกลุ่มที่ใส่ใจสุขภาพและต้องการเครื่องดื่มที่มีโภชนาการให้แก่ร่างกายอย่างเข้มข้น แตกต่างจาก Functional Soft Drink ที่ตอบโจทย์ด้านความสดชื่น (Refreshment) แต่พ่วงการขายในด้านของสุขภาพ แต่ทั้งสองกลุ่มก็ถือว่าเป็นฐานลูกค้าของเครื่องดื่มฟังก์ชันนัลดริงก์ ซึ่งขึ้นอยู่ที่โอกาสในการดื่มหรือผู้ดื่มต้องการตอบโจทย์ในด้านใด เช่น ในช่วงที่สภาพอากาศร้อน Functional Soft Drink ส่วนผู้ดื่ม Functional Drink Concentrate ความต้องการดื่มส่วนใหญ่จะต้องการผลลัพธ์ที่ได้จากการดื่มมากกว่า

Functional Drink Concentrate

Pain Point มนุษย์ต้องเผชิญกับโรคร้าย

จากจุดเริ่มต้น Functional Drink Concentrate ที่เกิดจากเซ็กเมนต์ของวิตามินซี โดยนำ Pain Point หรือ ปัญหาของลูกค้าที่เกิดขึ้นและสร้างผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหานั้นๆ โดยเฉพาะกับปัญหาของมนุษย์ยิ่งนับวันยิ่งต้องเผชิญกับโรคร้าย ส่วนหนึ่งมาจากพฤติกรรมการกินและการใช้ชีวิตนั่นเอง ซึ่งพบว่าปัญหาที่มนุษย์ต้องเผชิญกับโรคร้ายเพิ่มขึ้น ได้แก่

  • ประชากรในเอเชียแปซิฟิก มีความเสี่ยงต่อการเผชิญกับโรคหัวใจและหลอดเลือดโรคกระดูกพรุนและโรคข้ออักเสบ
  • ประชากรทั่วโลก มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานเพิ่มขึ้น โดยอินเดียมีผู้ป่วยเบาหวาน 77 ล้านคนในปี 2562 ซึ่งมากเป็นอันดับสองของโลก ภายในปี 2573 คาดว่าจะมีจำนวนถึง 101 ล้านคน
  • ภูมิคุ้มกันบกพร่องเป็นปัญหาด้านสุขภาพอันดับต้นๆ สำหรับผู้คนในจีนและแอฟริกาใต้
  • โรคร้ายที่คร่าชีวิตคนไทยมากที่สุด ได้แก่ โรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไต

Functional Drink Concentrate

จับตาปี 2564 เซ็กต์เม้นใหม่ทยอยเกิด

ความก้าวล้ำเทคโนโลยีที่เกิดขึ้น และ Pain Point มนุษย์ต้องเผชิญกับโรคร้าย ค่ายยักษ์ใหญ่เครื่องดื่มระดับโลก PepsiCo Inc. และ Coca-Cola ประกาศความมุ่งมั่นที่จะกำจัดส่วนผสมเทียมและลดปริมาณน้ำตาลในผลิตภัณฑ์ หลังจากพบว่า ผู้บริโภคเริ่มมองหาเครื่องดื่มใช้สารให้ความหวานจากธรรมชาติ เช่น หญ้าหวานในเครื่องดื่มแทนการใช้น้ำตาล หรือเครื่องดื่มที่เป็นมากกว่าแค่น้ำผลไม้และน้ำอัดลม โดยนับจากนี้จะมีเครื่องดื่มฟังก์ชันนัลดริงก์ เข้มข้นทยอยเปิดเซ็กเมนต์ใหม่ๆ มากขึ้น ดังนี้

  • เครื่องดื่มไฟเบอร์ เจาะกลุ่มผู้บริโภคไม่ชื่นชอบการรับประทานผักหรือมีปัญหาระบบขับถ่าย ที่มีเน้นจุดขายใยอาหารสูง เทียบเท่ากับลูกพรุน ช่วยกระตุ้นระบบขับถ่าย ป้องกันและแก้ปัญหาท้องผูก ลดความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ ล้างสารพิษในลำไส้ กำจัดของเสียที่ตกค้า
  • เครื่องดื่มโปรไบโอติก เจาะกลุ่มผู้บริโภคจะให้ความสำคัญอาหารที่สร้างความสมดุลของระบบลำไส้เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ตัวเองมากขึ้น
  • เครื่องดื่มวิตามินเอ เครื่องดื่มบำรุงสายตา ออกมาตอบโจทย์กับโลกที่ก้าวเข้าสู่ดิจิทัล การใช้สายตาของคนที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งพบว่า คนไทยรวมทุกอุปกรณ์โดยเฉลี่ย 6 ชั่วโมง 43 นาที ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของทั่วโลก เสี่ยงต่อการเป็นโรคตาล้า
  • เครื่องดื่มดีท็อกซ์ สำหรับการล้างล้ำไส้ ล้างไขมันและขับของเสียสะสมซึ่งมาจากพฤติกรรมการกินอาหาร
  • เครื่องดื่ม Energy Booster ที่มีส่วนผสมของวิตามินสามารถทำให้ร่างกายสดชื่น ลดอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยล้า เจาะกลุ่มทำงาน
  • เครื่องดื่มบำรุงสมอง สำหรับกลุ่มวัยทำงานที่ต้องทำงานอย่างหนัก หรือนักเรียนและนักศึกษาที่ต้องการบำรุงสมอง

ในภาวะที่ตลาด Functional Drink Concentrate ในประเทศไทยถึงจุดที่เรียกว่าเป็น Red Ocean ในปีนี้จะมีผู้ประกอบการแตกเซ็กเมนต์ใหม่ เพื่อก้าวสู่ Blue Ocean ในการสร้างความต้องการใหม่ขึ้นมา หรือเรียกว่า Demand Creation แต่สิ่งสำคัญ Functional Drink Concentrate ต้องเป็นผลิตภัณฑ์ดื่มง่าย ราคาไม่สูง มีความน่าเชื่อถือเมื่อกล่าวอ้างถึงสรรพคุณ และเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post เมื่อโรครุมเร้า จับตา Functional Drink Concentrate เครื่องดื่มแก้ Pain Point มนุษย์เผชิญโรคร้าย first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/functional-drink-for-salary-man/

Foxconn ผู้ผลิต iPhone ย้ายฐานผลิตไปเวียดนาม แถมจะลงทุนเพิ่มอีกกว่า 2 หมื่นล้านบาท

ภาพจาก Shutterstock

เวียดนามให้ใบอนุญาต Foxconn สร้างฐานการผลิตในบั๊กชางแล้ว

เวียดนามได้อนุมัติใบอนุญาตให้ Foxconn บริษัทอิเล็กทรอนิกส์จากไต้หวัน ที่รับผลิตสินค้าให้กับ Apple สร้างโรงงานในจังหวัดบั๊กชางทางตอนเหนือของเวียดนาม ภายใต้การดำเนินการของ FuKang Technology หลังจากที่มีข่าวมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนว่า Foxconn เตรียมย้ายฐานการผลิตออกจากจีนมาเวียดนาม

โรงงานดังกล่าว มีมูลค่าราว 270 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 8 พันล้านบาท) เป็นฐานการผลิต iPad และ MacBook ซึ่งทางการเวียดนามระบุว่าจะมีกำลังการผลิตประมาณ 8 ล้านเครื่องต่อปี

Foxconn ยังมีแผนลงทุนในเวียดนามอีกมาก

จนถึงตอนนี้ Foxconn มีการลงทุนในเวียดนามกว่า 1,500 ล้านดอลลาร์ (4.5 หมื่นล้านบาท) โดยมีแผนที่จะลงทุนเพิ่มเติมอีก 700 ล้านดอลลาร์ (2.1 หมื่นล้านบาท) และสร้างตำแหน่งงานเพิ่มกว่า 10,000 ตำแหน่ง

สื่อเวียดนามยังรายงานอีกว่า Foxconn ยังมีแผนที่จะลงทุนในจังหวัดทัญฮว้าอีกกว่า 1,300 ล้านดอลลาร์ (3.9 หมื่นล้านบาท)

ที่มา – Reuters

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post Foxconn ผู้ผลิต iPhone ย้ายฐานผลิตไปเวียดนาม แถมจะลงทุนเพิ่มอีกกว่า 2 หมื่นล้านบาท first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/foxconn-was-given-licence-from-vietnam/

นิสัยเฉพาะในวัยเรียนสู่ความสำเร็จของ Elon Musk: ขยัน ชอบแข่งขัน จริงจังกับทุกเรื่อง

Elon Musk นักธุรกิจเจ้าของ Tesla และ SpaceX มหาเศรษฐีที่ครั้งหนึ่งเคยเอาชนะ Jeff Bezos จนกลายเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลกได้สำเร็จ แน่นอนว่าคนอย่าง Elon Musk ต้องมีลักษณะนิสัยบางอย่างที่ต่างจากคนอื่น ซึ่งกลายเป็นเหมือนปัจจัยที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จได้นั่นเอง

Elon Musk
Elon Musk ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Tesla

ลักษณะนิสัยของ Elon Musk ฉายแววความ “แตกต่าง” ได้ตั้งแต่สมัยเรียนใน Queen’s University ในประเทศแคนาดา ตั้งแต่ช่วงปี 1990 แล้ว

Navaid Farooq เพื่อนของ Elon Musk ในสมัยเรียนมหาวิทยาลัย ได้เล่าถึงลักษณะนิสัยที่แตกต่างจากคนอื่นๆ ของ Elon Musk ภายในหนังสือ Elon Musk: Tesla, SpaceX, and the Quest for a Fantastic Future ว่า

ให้ความสำคัญกับความสนใจของตัวเอง

Elon Musk มีความสนใจในเกมวางแผนกลยุทธ์เป็นอย่างมาก แต่ความสนใจของ Elon Musk แตกต่างจากคนอื่นๆ ที่มีความสนใจในอีกระดับหนึ่ง ซึ่งระดับความสนใจในสิ่งต่างๆ นี้เอง ที่กลายเป็นลักษณะพิเศษที่ Elon Musk มีเหนือคนอื่นๆ

Navaid Farooq เล่าว่า เขา และ Elon Musk ชอบที่จะเล่นเกมวางแผนกลยุทธ์ที่มีชื่อว่า Civilization ที่ออกจำหน่ายในปี 1991 ซึ่ง Elon Musk สามารถใช้เวลากับเกมนี้ได้นานหลายชั่วโมง แสดงถึงความสามารถในการจัดการกับสิ่งที่เข้ามารบกวนความสนใจของตัวเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่เป็นเคล็ดลับความสำเร็จของผู้ที่มีความฉลาดสูงๆ หลายคน รวมถึงเมื่อเขาสนใจสิ่งใดสิ่งหนึ่งแล้วเขาจะเป็นคนที่มีความมุ่งมั่นที่คงที่มากๆ

ซึ่งความสนใจต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่ Elon Musk มี เปรียบได้เหมือนการมีความสามารถที่จะอยู่กับตัวเองได้ แม้จะนั่งอยู่กลางงานปาร์ตี้ที่มีเสียงดังๆ โดยไม่ได้ทำให้ตัวเองรู้สึกอึดอัดใจ

จริงจังกับทุกเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องเรียน

นอกจากความสนใจไม่ว่าจะเรื่องเล่นเกม หรือเรื่องอื่นๆ ที่ Elon Musk ทำได้ดีแล้ว เขายังเป็นคนจริงจังกับการเรียนในมหาวิทยาลัยเป็นอย่างมาก ทั้งการลงแข่งขันพูดในที่สาธารณะ หรือแม้แต่กับการเรียนก็จริงจังถึงขนาดแข่งขันกันกับเพื่อนๆ ว่าใครจะได้คะแนนสอบมากกว่ากัน

ครั้งหนึ่งหลังจากการสอบในวิชาเศรษฐศาสตร์ Elon Musk และ เพื่อนๆ แชร์กระดาษโน๊ตของตัวเองเองเพื่อเก็งว่าใครจะได้คะแนนมากกว่ากัน ซึ่งผลคือ Elon Musk มีความสามารถในการอ่านตำราเรียนมากกว่าคนอื่นๆ ในกลุ่ม

นอกจากนี้ Justine Musk อดีตภรรยาคนแรกของ Elon Musk ยังเล่าด้วยว่าตัว Elon Musk เป็นคนที่มีความหัวรั้น หรือยืนหยัดต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งสูงมาก ครั้งหนึ่งเธอและ Elon Musk เคยลงเรียนวิชาจิตวิทยา ซึ่งตัวเขาทำข้อสอบได้ 98 คะแนน จากคะแนนเต็ม 100 แต่ Elon Musk ไม่พอใจกับคะแนน และเข้าไปพบกับอาจารย์เพื่ออธิบายในจุดที่เขาทำผิด จนในที่สุด Elon Musk ก็ได้คะแนนเต็ม 100 กลับไป

ความมุ่งมั่น จริงจังกับเรื่องที่ Elon Musk สนใจ กลายเป็นลักษณะนิสัยสำคัญที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จจนถึงทุกวันนี้ เช่น ตอนที่ Tesla Model 3 กำลังอยู่ในขั้นตอนทดลองผลิต เขาก็ใช้เวลากว่าสัปดาห์ละ 120 ชั่วโมง หรือกว่าวันละ 17 ชั่วโมงอยู่ที่โรงงาน เพื่อคอยแก้ไขปัญหา จนกระทั่ง Tesla Model 3 สามารถผลิตออกมาจากโรงงานได้จริง

โดยในช่วงเวลานั้น Elon Musk ถึงกับบอกว่า ชีวิตของเขามีแค่การทำงาน กับนอน ทำงาน แล้วก็นอนไม่กี่ชั่วโมง จนสามารถทำงานได้ถึงสัปดาห์ละ 120 ชั่วโมง

ที่มา – cnbc

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post นิสัยเฉพาะในวัยเรียนสู่ความสำเร็จของ Elon Musk: ขยัน ชอบแข่งขัน จริงจังกับทุกเรื่อง first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/elon-musk-success-habit-during-school/

นายกแคนาดา กระตุ้นนานาประเทศร่วมกดดันจีน กรณีจับตัวทูต-นักธุรกิจ

Justin Trudeau

Justin Trudeau นายกรัฐมนตรีแคนาดาได้ออกมาเรียกร้องให้ประเทศพันธมิตรร่วมกันออกมาต่อต้านพฤติกรรมของประเทศจีนที่ชอบจับกุมพลเมืองต่างประเทศที่ต้องสงสัยว่าเป็นภัยความมั่นคงต่อประเทศโดยไม่มีหลักฐานและการแจ้งข้อเท็จจริงใดๆ 

Trudeau กล่าวกับ Reuters ว่า “เรามีความพึ่งพิงกันในระดับสูง ไม่เพียงแต่กับสหรัฐฯ แต่รวมถึงมิตรประเทศอื่นๆ ทั่วโลก เราจะต้องมีท่าทีต่อการทูตที่ก้าวร้าวของประเทศจีนที่นับวันยิ่งรุนแรงมากขึ้น เราประเทศพันธมิตรจะต้องอยู่ข้างกัน เพราะพลเมืองของพวกเรากำลังตกอยู่ในความเสี่ยง”

ต้นเหตุคือการจับกุมเหมิง หวันโจว CFO ของ Huawei กรณี Skycom 

เรื่องราวในครั้งนี้เกิดจากการที่แคนาดาจับตัว “เหมิง หวันโจว” CFO ของบริษัท Huawei ในกรณีฉาวที่เธอใช้บริษัท Skycom ทำธุรกรรมอำพรางขายสินค้าโทรคมนาคมให้กับอิหร่าน ละเมิดมาตรการคว่ำบาตรที่ประชาคมโลกมีต่ออิหร่าน เรื่องบานปลายไปถึงการที่สหรัฐฯ ขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนมาดำเนินคดีที่สหรัฐฯ อีกด้วย 

โดยล่าสุด เธอได้รับการประกันตัว และถูกกักบริเวณอยู่ในแมนชั่นหรูในแวนคูเวอร์เพื่อต่อสู้คดี แต่ก็ยังได้รับสิทธิในการเดินทางอย่างมีเงื่อนไขคือห้ามออกจากบ้านตั้งแต่ 5 ทุ่ม ถึง 6 โมงเช้า โดยมี GPS ติดตาม และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยดูแล รวมถึงยังอนุญาตให้สามีและลูกอยู่กับเธอได้

การจับตัวบุคคลสำคัญของจีนโดยแคนาดา ทำให้จีนออกมาตอบโต้ด้วยการจับกุมอดีตทูตแคนาดา Michael Kovrig และนักธุรกิจ Michael Spavor ในข้อหาจารกรรมโดยไม่มีการชี้แจงข้อเท็จจริงหรือหลักฐานใดๆ ซึ่งมีรายงานต่อว่า บุคคลทั้งสองถูกทางการจีนคุมขังในเรือนจำใกล้พรมแดนเกาหลีเหนือ และได้ติดต่อกับโลกภายนอกเพียงแค่ครั้งเดียวในรอบ 2 ปี คือการติดต่อกับครอบครัวในช่วงคริสต์มาสที่ผ่านมา

ที่มา – SCMP, Washington Post

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post นายกแคนาดา กระตุ้นนานาประเทศร่วมกดดันจีน กรณีจับตัวทูต-นักธุรกิจ first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/canada-pm-calls-allies-against-china/