คลังเก็บหมวดหมู่: BLOGNONE

ไปสู่ดวงจันทร์ ธ.กสิกรไทย เปิดตัว Project Apollo ลดกระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ภายใน

วันนี้ที่งานสัมมนา Beyond Agile โดย KBTG (Kasikorn Bank Technology Group) ประกาศเปิดตัวโครงการ Project Apollo อันเป็นโครงการภายในของแผนก เพื่อให้โครงการอื่นๆ สามารถเกิดขึ้นได้จริงและรวดเร็ว

No Description

ตัวโครงการเป็น Innovation Platform ที่จะเปิดให้พนักงานของธนาคารสามารถเข้ามาใช้ได้เป็นแบบ API ซึ่งในอนาคตจะมีการเปิดให้หน่วยงานอื่นเข้ามาใช้งานด้วย สาเหตุที่ต้องทำโครงการดังกล่าวเนื่องจากว่าในปัจจุบัน องค์กรต้องเจอกับปัญหาในการสร้างผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของระบบที่ซับซ้อน การทำให้ Prototype เป็นผลิตภัณฑ์จริงๆ และกฎเกณฑ์การกำกับดูแลต่างๆ

No Description

กระบวนการต่างๆ เหล่านี้เกี่ยวข้องกับ การสร้าง sandbox ภายใน, การลดกระบวนการลงให้เหลือน้อยที่สุด, และกระบวนการลองของเอง (dogfooding)

ตัวอย่างของโครงการภายในที่ใช้กระบวนการของ Project Apollo ที่นำมาจัดแสดงวันนี้ เช่น ขุนทอง ที่เป็นระบบ Chatbot ทวงเงินผ่าน LINE ซึ่งถ้าจ่ายด้วยผ่าน K-Plus สามารถกดยืนยันการจ่ายเงินให้เพื่อนได้ทันที หรือถ้าจ่ายผ่าน Mobile Banking อื่น ก็จะอัพโหลดสลิปได้ทันที พร้อมแจ้งเตือนตอนเช้าด้วย

หากมีกรณีที่กินไม่เท่ากัน ถ่ายบิล จากนั้นเลือกรายการที่แต่ละคนกิน แล้วก็เลือกแต่ละคนที่กินในแต่ละรายการที่ไม่เท่ากันได้ทันที หมดปัญหาว่าใครกินรายการไหน โดยจะให้บริการเร็วๆ นี้

บริการที่สองคือ Data Wallet บริการที่สามารถควบคุมความเป็นส่วนตัวของข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เบื้องหลังใช้เทคโนโลยี blockchain เข้ามาจัดการกับข้อมูลต่างๆ ซึ่งจะเชื่อมกับบริการต่างๆ และสามารถผูกเข้ากับบริการต่างๆ ได้ และได้สิทธิประโยชน์ต่างๆ ด้วย

การเชื่อมต่อบริการต่างๆ สามารถทำได้ และสามารถ export ข้อมูลที่ตัวเองใช้ได้ รวมถึงการเชื่อม/ตัดการเชื่อมต่อ กับบริการต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย

Data Wallet จะเริ่มต้นที่ข้อมูลสุขภาพก่อน จากนั้นจะกระจายไปยังบริการอื่นๆ ข้อดีสำหรับบริษัทคือจะได้ Concent กับลูกค้า รวมถึงข้อมูลเชิงลึกของลูกค้า ขึ้นกับว่าผู้ใช้งานต้องการจะเปิดมากน้อยแค่ไหนด้วย

สำหรับโครงการที่สามคือ FacePay โดยเป็นการทำ Face Recognition ที่ได้ความแม่นยำถึง 99% นำมารวมกับการชำระเงิน ทำให้ชำระเงินได้รวดเร็ว พร้อมบริการ Live Face recognition ด้วย

นอกจากกระบวนการชำระเงินแล้ว ยังมีกระบวนการรับเงินโดยใช้ใบหน้าได้ด้วยเช่นกัน เพียงแค่สแกนใบหน้าเท่านั้น ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้ไม่ถึง 3 เดือน หลังจากเข้าโครงการของ Project Appollo

ที่มา – งาน Beyond Agile by KBTG

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/110358

โฆษณา

Apple ปิดไม่ให้เข้าเว็บ Apple Store ออนไลน์ ถ้าใช้ Safari บน macOS เวอร์ชันเก่า

ผู้ใช้ macOS เมื่อต้องการซื้อสินค้าผ่านเว็บ Apple Store Online น่าจะรู้สึกปลอดภัยขึ้นไปอีกขั้น เมื่อมีผู้พบว่าหากเข้าเว็บด้วย Safari บนระบบปฏิบัติการเวอร์ชันเก่ากว่า OS X 10.10.5 Yosemite จะขึ้นข้อความเตือน ทำให้เข้าเว็บไม่ได้

ข้อความนั้นระบุว่าเวอร์ชันเบราว์เซอร์ที่ใช้อยู่ไม่สนับสนุน ทั้งยังบอกอีกว่า ถ้าจะดาวน์โหลด Firefox หรือ Chrome มาใช้งาน ก็ไม่สนับสนุนระบบปฏิบัติการเวอร์ชันนี้เช่นเดียวกัน ทางเลือกจึงต้องอัพเดตระบบปฏิบัติการไปเลย

ถือเป็นการควบคุมผู้ใช้งานให้แน่ใจว่าใช้ระบบปฏิบัติการล่าสุดจริง ๆ เพื่อความปลอดภัยของแอปเปิลนั่นเอง

ที่มา: Apple Insider

Safari

from:https://www.blognone.com/node/110357

ไมโครซอฟท์อธิบาย .NET ในอนาคตจะไม่รองรับ WCF และ Windows Workflow อีกแล้ว

แผนการเรื่อง .NET ของไมโครซอฟท์คือ หลอมรวมเวอร์ชันต่างๆ ของ .NET เป็นหนึ่งเดียว โดย .NET Core 3 ที่จะออกในปีนี้ เป็นการนำฟีเจอร์สำคัญๆ จาก .NET Framework เดิมมาสู่ .NET Core

ฟีเจอร์ที่ได้ย้ายจาก .NET Framework มายัง .NET Core 3 คือฟีเจอร์ด้าน UI เช่น Windows Forms และ Windows Presentation Framework (WPF)

แต่ชาว .NET คงทราบกันดีว่า สมัย .NET Framework ออกเวอร์ชัน 3.0 ไมโครซอฟท์ยังได้เพิ่มฟีเจอร์ Windows Communication Foundation (WCF) และ Windows Workflow มาพร้อมกัน รวมถึงฟีเจอร์อื่นๆ อย่าง ASP.NET Web Forms และ .NET Remoting

No Description

ภาพจาก Microsoft

ไมโครซอฟท์อธิบายว่าฟีเจอร์เหล่านี้ถือว่าล้าสมัยแล้ว และจะไม่นำเข้ามายัง .NET Core อีก เหตุผลคือมันมีเทคโนโลยียุคใหม่กว่าที่ใช้ทดแทนได้ดีกว่า เช่น

  • ASP.NET Blazor ใช้แทน ASP.NET Web Forms
  • ASP.NET Web API หรือ gRPC ใช้ยิงคำสั่งได้ข้ามแพลตฟอร์ม
  • .NET Core WCF Client สามารถใช้คุยกับเซิร์ฟเวอร์ WCF เดิมได้

หากแอพพลิเคชันตัวใดยังต้องใช้เทคโนโลยีเก่าเหล่านี้อยู่ ไมโครซอฟท์ก็เสนอให้ใช้ .NET Framework ต่อไป ซึ่งจะยังอยู่ต่อไม่ไปไหน แต่ถ้าต้องการพอร์ตแอพพลิเคชันเก่าไปยัง .NET Core รุ่นใหม่ๆ ก็มีตัวเลือกเป็นโครงการโอเพนซอร์ส (ที่ไมโครซอฟท์ไม่ได้ทำเอง แต่อยู่ใต้มูลนิธิ .NET Foundation) คือ Core WCF และ Core Workflow ที่ใช้ทดแทนกันได้

ที่มา – .NET Blog

from:https://www.blognone.com/node/110356

Google Search ปรับหน้าตาเล็กน้อย เพิ่มไอคอนที่หมวดการค้นหา

วันสองวันนี้หลายคนอาจสังเกตเห็น Google Search บนเดสก์ท็อปมีหน้าตาต่างไปจากเดิมเล็กน้อย โดยแถบ search bar ใต้กล่องค้นหา (ตรงที่มีให้เลือกประเภทของผลการค้นหา เช่น Images, News, Videos) มีไอคอนเพิ่มเข้ามา เมื่อเทียบกับของเดิมที่เป็นตัวหนังสืออย่างเดียว

ในอดีต Google Search เคยมีไอคอนลักษณะเดียวกันนี้ (แต่เป็นเวอร์ชันสี) มาตั้งแต่ปี 2010 และเอาออกไปในปี 2011 สุดท้ายก็นำกลับมาอีกครั้ง ตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลว่า Google Search เวอร์ชันมือถือจะปรับหน้าตาตามไปด้วยหรือไม่

ที่มา – Search Engine Land

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/110355

ไมโครซอฟท์ออกตัวช่วยติดตั้ง VS Code พร้อม JDK และส่วนขยาย Java อัตโนมัติ

ไมโครซอฟท์อำนวยความสะดวกให้นักพัฒนาสาย Java ที่ใช้ Visual Studio Code เป็นเครื่องมือพัฒนา โดยออกตัวติดตั้ง Visual Studio Code Java Pack Installer มาให้ใช้งาน ลดระยะเวลาในการเซ็ตอัพสภาพแวดล้อมของการพัฒนาลง

ตัวติดตั้งนี้จะช่วยดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ที่จำเป็นในการพัฒนา Java ได้แก่

  • JDK เวอร์ชันล่าสุด
  • Visual Studio Code เวอร์ชันล่าสุด
  • ส่วนขยายของ Visual Studio Code ที่เกี่ยวข้องกับ Java

หากในเครื่องของเรามีซอฟต์แวร์บางตัวอยู่แล้ว ตัวติดตั้งจะตรวจหาให้ และไม่จำเป็นต้องดาวน์โหลดไฟล์มาซ้ำอีก

ที่มา – Visual Studio Blog

No Description

from:https://www.blognone.com/node/110354

ไมโครซอฟท์บอก Scarlett ไม่ใช่ฮาร์ดแวร์คอนโซลตัวสุดท้าย ยังมีแผนจะทำต่อเรื่อยๆ

ทิศทางของวงการเกมในช่วงหลังเริ่มเห็นชัดว่ามีบริการเกมสตรีมมิ่งเข้ามา ทั้ง Google Stadia, Microsoft xCloud รวมถึงเจ้าเก่าที่หลายคนอาจลืมไปแล้วคือ PlayStation Now ด้วย

การเกิดขึ้นของเกมสตรีมมิ่ง ก่อให้เกิดคำถามว่าเรายังจำเป็นต้องมีเครื่องเกมคอนโซลอีกหรือไม่ ในฝั่งของไมโครซอฟท์ที่เพิ่งเปิดตัว Project Scarlett ก็มีคำถามเช่นกันว่ามันจะกลายเป็นฮาร์ดแวร์ Xbox ตัวสุดท้ายหรือไม่

เรื่องนี้ Phil Spencer หัวหน้าทีม Xbox ให้สัมภาษณ์ โดยยืนยันว่า Scarlett จะไม่ใช่คอนโซลตัวสุดท้ายอย่างแน่นอน เพราะสเปกของฮาร์ดแวร์จะพัฒนาไปเรื่อยๆ ตลอดเวลา ในมุมของไมโครซอฟท์แล้ว การออก Scarlett เป็นการสะท้อน “จุดเปลี่ยน” ที่สำคัญของประสบการณ์ในการเล่นเกม

เขายังบอกว่าไมโครซอฟท์ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะตั้งชื่อจริงๆ ให้กับ Scarlett ว่าอะไร

No Description

ที่มา – OnMSFT

from:https://www.blognone.com/node/110353

Square Enix บอก FF7 Remake ตอนที่สองจะใช้เวลาพัฒนาสั้นลง ไม่นานแบบตอนแรก

Final Fantasy VII Remake เปิดตัวครั้งแรกในปี 2015 และมีกำหนดวางขายช่วงต้นปี 2020 ถ้าหากไม่เลื่อน ก็ใช้เวลาพัฒนายาวนานเกือบ 5 ปี (แถมยังไม่จบเกมด้วย)

Yoshinori Kitase โปรดิวเซอร์ของเกมนี้ ให้สัมภาษณ์ว่า FF7 Remake ใช้เวลานานเพราะต้องสร้างโลกของ FF7 ขึ้นมาใหม่ และเกมแต่ละตอนก็เทียบเท่ากับ Final Fantasy ภาคใหม่ภาคหนึ่งเลยทีเดียว

กระบวนการพัฒนาเกมภาคที่สองจะเริ่มขึ้นหลังเกมภาคแรกเสร็จ แต่ทางทีมก็คาดว่าจะใช้เวลาน้อยลงกว่าเดิม ทางทีมมีแผนงานตารางงานเป็นการภายในแล้ว แต่ก็ยังไม่เปิดเผยว่าจะเสร็จเมื่อไร

ตอนนี้ Square Enix ยังไม่ยืนยันว่า FF7 Remake จะมีทั้งหมดกี่ตอน และออกช่วงไหนบ้าง บอกแค่ว่าตอนแรกจะมีเฉพาะฉากในเมือง Midgar เท่านั้น

ที่มา – Eurogamer

No Description

from:https://www.blognone.com/node/110352