คลังเก็บหมวดหมู่: BLOGNONE

ลาก่อน UWP ไมโครซอฟท์ออกคำแนะนำให้ย้ายไปใช้ Windows App SDK ตัวใหม่แทน

ไมโครซอฟท์ออกเอกสารแนะนำให้นักพัฒนาแอพสาย Universal Windows Platform (UWP) ที่เริ่มมาตั้งแต่ยุค Windows 8 ย้ายมาใช้ Windows App SDK ตัวใหม่ (Project Reunion เดิม) แทนแล้ว

Windows App SDK หรือ Project Reunion เป็นความพยายามของไมโครซอฟท์ในการหลอมรวม API และเครื่องมือจากสองฝั่ง คือ Win32/.NET ยุคดั้งเดิม และ UWP ของยุค Windows 8/10 เข้าด้วยกันเป็นตัวเดียว โดยใช้เครื่องมือจัดการ UI ตัวใหม่คือ WinUI 3 และ WebView 2

แอพกลุ่ม UWP ที่เรียกใช้ WinRT API ยังสามารถรันบนวินโดวส์ได้ต่อไปตามปกติ แต่ไมโครซอฟท์ก็ชวนให้ย้ายมาเป็น Windows App SDK ที่ทันสมัยกว่า อัพเดตบ่อยกว่า และเป็นอนาคตที่ชัดเจนของการพัฒนาแอพบน Windows 11 (แต่ก็ยังใช้กับ Windows 10 ได้เช่นกัน)

โดยโครงสร้างแล้ว Windows App SDK เปรียบเสมือนเป็นซูเปอร์เซ็ตของ UWP และมีเทคโนโลยีหลายตัวที่เป็นเวอร์ชันใหม่กว่า UWP (ตารางเปรียบเทียบ) แต่ก็มี API เก่าบางตัวที่ไม่ซัพพอร์ตต่อแล้ว ส่วนวิธีการแปลงแอพ UWP มาอยู่บน Windows App SDK ไมโครซอฟท์ก็เตรียมคำอธิบายไว้ให้ละเอียดในเอกสาร

ที่มา – Microsoft via MSPoweruser

from:https://www.blognone.com/node/125358

[ลือ] กูเกิลสั่งผลิต Pixel 6 จำนวน 7 ล้านเครื่อง เพิ่มจากยอดขายปีที่แล้วเกินเท่าตัว

ข่าวลือรอบสุดท้ายก่อนเปิดตัว Pixel 6 คืนนี้ Nikkei Asia อ้างแหล่งข่าวจากอุตสาหกรรมการผลิตว่ากูเกิลสั่งผลิต Pixel 6 และ Pixel 6 Pro รวมกันถึง 7 ล้านเครื่อง ถือว่ามากกว่ายอดขายมือถือตระกูล Pixel ทุกรุ่นในปี 2020 กว่าเท่าตัว

นอกจากนี้ Nikkei ยังได้ตัวเลขว่ากูเกิลสั่งผลิต Pixel 5a ถึง 5 ล้านเครื่องด้วย เท่ากับว่าปีนี้กูเกิลสั่งผลิต Pixel รวมกันประมาณ 12 ล้านเครื่อง เทียบกับตัวเลขของปี 2020 ที่ราว 3-4 ล้านเครื่องเท่านั้น ถือเป็นท่าทีที่ดุดันของกูเกิล ที่ก่อนหน้านี้ดูไม่จริงจังกับตลาดมือถือสักเท่าไรนัก

ตัวเลขนี้ยังห่างไกลกับยอดผลิต iPhone 13 ที่ประมาณ 80 ล้านเครื่องต่อปี แต่ระดับกูเกิลมาตั้งยอดผลิตที่ท้าทายแบบนี้ ก็คงมั่นใจว่า Pixel 6 น่าจะกอบโกยยอดขายได้มากกว่าเดิมมาก

ตามข่าวบอกว่ากูเกิลตั้งใจวางตัวเองเป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟน Android สัญชาติอเมริกันเพียงรายเดียวในตอนนี้ และจะเน้นที่ตลาดสหรัฐอเมริกา ยุโรป และญี่ปุ่น ที่กำลังกังวลเรื่องข้อมูลส่วนตัวจากมือถือจีน โดยตั้งเป้าแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดจากแอปเปิล ซัมซุง และเสียวหมี่

ที่มา – Nikkei

from:https://www.blognone.com/node/125357

ทำหมันฟรอมโฮม COSO ไอเดียเครื่องอุ่นไข่ ทำหมันชายชั่วคราว ชนะรางวัล Dyson Awards

นักวิทยาศาสตร์หญิงชาวเยอรมัน Rebecca Weiss ชนะรางวัลออกแบบ Dyson Awards ด้วยไอเดียเครื่อง COSO เครื่องอุ่นไข่เพื่อคุมกำเนิดชายชั่วคราว หลังเธอตรวจพบสารตั้งต้นของมะเร็งปากมดลูกที่อาจเกิดจากการใช้ยาคุมกำเนิดฝ่ายหญิงและปรึกษาว่าจะให้ฝ่ายชายคุมกำเนิดแทน

เธอพบว่านอกจากถุงยางแล้ว ผู้ชายยังมีตัวเลือกการคุมกำเนิดที่จำกัดกว่าผู้หญิง ที่มียาคุมกำเนิดทั้งแบบทานปกติ แบบฉุกเฉิน และแบบฝัง เธอจึงอยากเพิ่มทางเลือกคุมกำเนิดให้ผู้ชาย และแบ่งเบาภาระการคุมกำเนิดที่ตกอยู่กับฝ่ายหญิง โดยออกแบบเครื่อง COSO ขึ้นมา

No Description

COSO จะใช้น้ำอุ่นและคลื่นอัลตร้าซาวด์ ส่งความร้อนเข้าไปภายในถุงอัณฑะ เพื่อทำให้อสุจิไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ชั่วคราว การใช้งานครั้งแรกต้องใช้ภายใต้การควบคุมของแพทย์ เพื่อตั้งค่าความร้อนให้เหมาะสมกับขนาดอัณฑะ หลังจากนั้นผู้ใช้ต้องรอเวลาสองสัปดาห์เพื่อให้กระบวนการได้ผลสูงสุด

ครั้งที่สองและครั้งต่อๆ ไป ผู้ใช้สามารถใช้งานได้จากบ้านด้วยตัวเอง โดยแต่ละครั้งผู้ใช้ต้องแช่อัณฑะไว้ในเครื่องสามถึงสี่นาที ทำซ้ำทุก 2 เดือน หากไม่ต้องการคุมกำเนิดแล้ว อาจต้องรอให้ผลการคุมกำเนิดหายไปภายในระยะเวลาราว 6 เดือน หลังจากการใช้เครื่องครั้งสุดท้าย

No Description

เครื่องนี้ยังไม่ได้จำหน่ายในวงกว้าง เพราะยังเป็นแค่ทฤษฎี ขาดเงินทุน และยังมีผลวิจัยเบื้องต้นซึ่งทำในสัตว์เท่านั้น ใครที่สนใจอาจจะต้องรอผลวิจัยเพิ่มเติม หรือการปรับปรุงประสิทธิภาพเครื่องต่อไปอีกสักระยะ

ที่มา – COSO, The James Dyson Awards

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/125356

Kbank แจงโฆษณาประกัน “โดนแฮกเงินหาย” ไม่เกี่ยวกับเหตุการณ์เงินรั่ว, สั่งระงับโฆษณาแล้ว

ธนาคารกสิกรไทย ชี้แจงกรณีมีภาพโฆษณาประกันภัย “โดนแฮกเงินหาย” เผยแพร่ในโซเชียล ว่าประกันเป็นของธนาคารเป็นผู้เสนอขายจริง แต่ย้ำว่าโฆษณานี้ถูกปล่อยก่อนจะเกิดกระแสข่าวการตัดเงินที่ผิดปกติผ่านบัตรเครดิตและบัตรเดบิตของประชาชน

ธนาคารกสิกรไทยระบุว่ามีการจัดทำโฆษณาเพื่อสื่อสารทางการตลาดที่สอดคล้องกับประสบการณ์ในการซื้อขายสินค้าออนไลน์ของลูกค้าเฉพาะกลุ่ม (ประมาณ 12,000 คน) ผ่านแอป K PLUS เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2564 และทันทีที่ทราบประเด็นเหตุดังกล่าว ได้ระงับโฆษณาผลิตภัณฑ์ด้วยรูปแบบข้างต้นในทุกช่องทางแล้ว ตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาคม 2564

ธนาคารกสิกรไทยระบุยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาในการเสนอขายผลิตภัณฑ์หรือบริการรูปแบบนี้ในช่วงสถานการณ์ที่สังคมมีกระแสวิตก และขออภัยลูกค้าและประชาชนที่ทำให้เกิดการเข้าใจผิด

ส่วนประกัน “โดนแฮกเงินหาย” ในที่นี้ให้การคุ้มครอง 3 กรณี คือ

  • คุ้มครองผู้ซื้อสินค้าออนไลน์ กรณีผู้ขายไม่ส่งสินค้าภายใน 7 วันนับจากวันที่แจ้งว่าจะจัดส่ง, ผู้ซื้อได้รับสินค้าไม่ครบตามรายการสั่งซื้อ, สินค้าได้รับความเสียหายทางกายภาพ, สินค้าไม่เป็นไปตามที่โฆษณาประชาสัมพันธ์
  • คุ้มครองผู้ขายจากการถูกหลอกลวงให้ส่งสินค้า และไม่ได้รับเงินภายใน 7 วัน นับจากวันที่แจ้งว่าจะจัดส่ง
  • คุ้มครองเงินส่วนตัวที่หายจากบัตร บัญชี หรือกระเป๋าเงินออนไลน์ จากการถูกโจรกรรมผ่านช่องทาง
    ออนไลน์ โดยวิธีการใช้บัตรชำระเงิน , การเข้าสู่บัญชีธนาคาร , การเข้าสู่ e – Wallet ของผู้เอาประกันภัยโดยไม่ได้รับอนุญาต กรณีที่ไม่สามารถเรียกคืนได้จากผู้ออกบัตร หรือผู้ให้บริการบัญชี / กระเป๋าเงินออนไลน์

ที่มา – ประกาศธนาคารกสิกรไทย

No Description

from:https://www.blognone.com/node/125355

รู้จักการโจมตีบัตรเครดิตแบบ Enumeration Attacks เมื่อคนร้ายเดาเลขบัตรเครดิตโดยไม่ต้องรอข้อมูลรั่ว

วันนี้ทางธนาคารแห่งประเทศไทยได้ออกมาชี้แจงเหตุการณ์ผู้ใช้จำนวนมากถูกตัดเงินออกจากบัญชีหรือถูกสั่งจ่ายบัตรเครดิตเป็นการ “สุ่มข้อมูลบัตร” โดยไม่ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าเป็นการสุ่มข้อมูลใดบ้าง (เฉพาะ CVV, ข้อมูลอื่นๆ, หรือเลขบัตร 16 หลักด้วย) อย่างไรก็ดีการโจมตีแบบสุ่มเลขบัตรนี้มีนานแล้ว และทาง Visa ก็ได้ออกรายงานแจ้งเตือนผู้เกี่ยวข้องเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

รายงานของ Visa ระบุถึงการโจมตีที่มาเป็นคู่กัน คือ enumeration attacks หรือการสุ่มเลข และ account testing ที่คนร้ายจะทดสอบตัดเงินยอดเล็กๆ เพื่อไม่ให้เป็นที่สงสัยก่อน หากเลขบัตรใดตัดเงินผ่านก็จะเก็บเอาไว้เพื่อนำข้อมูลไปขายหรือโจมตีรุนแรงภายหลัง

No Description

ภาพโดย flyerwerk

กระบวนการสุ่มเลขนี้คนร้ายจะอาศัยการกรอกเลขเข้าไปยังร้านค้าอีคอมเมิร์ชยอดนิยม เนื่องจากร้านค้าเหล่านี้มีการส่งข้อความขอจ่ายเงินจำนวนสูงมาก จากนั้นคนร้ายจะยิงหมายเลขประจำธนาคาร (BIN), หมายเลขบัตร (PAN), วันหมดอายุ, หมายเลขยืนยัน (CVV), รวมถึงรหัสไปรษณีย์ของผู้ใช้ แล้วปล่อยให้ธนาคารผู้ออกบัตรปฎิเสธการจ่ายเงินไปเรื่อยๆ จนกว่าจะมีข้อมูลสักชุดที่จ่ายเงินสำเร็จ

การโจมตีที่ต้องอาศัยการยิงข้อความขอจ่ายเงินจำนวนมากเช่นนี้ต้องอาศัยระบบระบบฝั่งผู้ค้าที่หละหลวม Visa พบว่า payment gateway หรือ shopping cart provider บางรายเข้าข่ายถูกโจมตีมากเป็นพิเศษ และผู้ให้บริการเหล่านี้มักได้รับความนิยมกับผู้ค้าบางกลุ่ม เช่นช่วงต้นปีที่ผ่านมา Visa พบอัตราการยิงทดสอบเลขบัตรเช่นนี้จากกลุ่มร้านขายยา, มหาวิทยาลัย, ร้านค้าปลีก, และสนามกอล์ฟ โดยทาง Visa จะแจ้งเตือนผู้เกี่ยวข้องเป็นระยะถึงแนวโน้มที่ถูกโจมตี

เอกสารของ Visa แนะนำผู้เกี่ยวข้องกับการรับจ่ายเงินผ่านบัตรทั้งหมดให้เสริมความปลอดภัย เพื่อลดการโจมตีแบบเดาเลขบัตรเช่นนี้ ร้านอีคอมเมิร์ชทั้งหลายควรป้องกันตัวเองด้วยการเปิด CAPTHCHA ป้องกันบอตยิงเลข, ตรวจสอบการยิงเลขบัตรซ้ำๆ จากธนาคารเดียว, การยิงเลขวิ่ง (sequential PAN), การจ่ายเงินข้ามประเทศ, และการจ่ายเงินจำนวนเท่าๆ กันซ้ำๆ สำหรับธนาคารผู้ออกบัตรนั้น Visa แนะนำให้ธนาคารผู้ออกบัตรไม่ให้ออกบัตรที่หมายเลขบัตรเรียงกัน (sequential PAN) หรือออกบัตรที่วันหมดอายุตรงกันเป็นชุดๆ รวมถึงตรวจสอบเหตุการณ์ที่การตรวจสอบหมายเลข CVV ผิดพลาดสูงผิดปกติ

ที่มา – Visa Guidance to Guard Against Enumeration Attacks and Account Testing Schemes

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/125354

TTA เข้าซื้อหุ้น 60% ใน Skootar มูลค่าดีล 100 ล้านบาท

บริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TTA ได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่าบริษัทได้เข้าลงทุนซื้อหุ้น 60% ใน Skootar สตาร์ทอัพให้บริการแพลตฟอร์ม สำหรับรับ-ส่งเอกสาร พัสดุ รวมไปถึงบริหารส่งอาหาร โดยดีลนี้ทำผ่านบริษัทลูก วี เวนเจอร์ส เทคโนโลจีส์ คิดเป็นมูลค่าในการซื้อหุ้น 100 ล้านบาท

TTA บอกว่าการลงทุนใน Skootar นี้ จะช่วยเสริมศักยภาพบริษัทในส่วนช่องทางการขนส่งสินค้าผ่านออนไลน์ รวมทั้งเสริมธุรกิจในเครือให้ครบวงจรมากขึ้น

โทรีเซนไทย เป็นบริษัทที่มีธุรกิจหลักคือให้บริการขนส่งสินค้าทางเรือ และธุรกิจบริการนอกชายฝั่ง ในช่วงหลังบริษัทขยายมาลงทุนในธุรกิจอื่นมากขึ้น รวมทั้งบริษัทสตาร์ทอัพหลายแห่ง แต่ที่โดดเด่นคือธุรกิจอาหาร โดยเป็นผู้บริหารจัดการ พิซซ่า ฮัท และ ทาโก้ เบลล์ ในประเทศไทย

ที่มา: ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

alt="Skootar"

from:https://www.blognone.com/node/125352

Steam เตรียมแสดงเครื่องหมายระดับการรองรับ Steam Deck บนหน้าปกเกม

Valve เตรียมตรวจสอบเกมทั้งหมดบนร้านค้า Steam เพื่อแบ่งหมวดหมู่และแปะเครื่องหมายว่าเกมนั้นรองรับ Steam Deck ในระดับไหน และแปะเครื่องหมายไว้บนปกเกม เมื่อผู้ใช้ใช้งาน Steam บน Steam Deck โดยจะแบ่งเป็น 4 หมวด คือ

  • Verified ตรวจสอบแล้วว่ารองรับ
  • Playable เล่นได้แต่อาจต้องปรับเซ็ตติ้งเล็กน้อย
  • Unsupported เล่นไม่ได้
  • Unknown ยังไม่ได้ตรวจสอบ

No Description

เกมที่จะได้รับเครื่องหมาย Verified ต้องผ่านเกณฑ์ครบทั้ง 4 ข้อ ดังนี้

  • Input – รองรับจอยแบบเต็มรูปแบบ พิมพ์ข้อความผ่านคีย์บอร์ดบนจอได้
  • Display – รองรับความละเอียด 1280×800 และ 1280×720 ของ Steam Deck โดยผู้เล่นต้องอ่านตัวหนังสือในเกมได้
  • Seamlessness – ตัวเกมต้องไม่มีคำเตือนว่าไม่รองรับอุปกรณ์บางอย่างของ Steam Deck ถ้าตัวเกมมี Launcher ผู้เล่นต้องใช้งานเมนูด้วยจอยได้
  • System Support – ตัวเกมและระบบ Anti-Cheat ของเกมต้องรองรับการใช้งานผ่าน Proton (ระบบเล่นเกมของ Windows บน Linux)

เกมอื่นๆ ที่ผ่านเป็นบางข้อ หรือมีปัญหาบ้างแต่ยังพอเล่นได้ ก็จะได้รับเครื่องหมาย Playable แต่ถ้าแย่ในระดับรับไม่ได้ก็จะถูกจัดเป็น Unsupported ไป รวมถึงจะมีรายละเอียดอื่นๆ เช่น ต้องใช้แว่น VR หรือมีปัญหาตรงจุดไหน บอกเพิ่มเติมในหน้า Store บน Steam Deck อย่างชัดเจนอีกด้วย

ที่มา – Steam

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/125351

Dead by Daylight โดนด่ายับ หลังเตรียมขายโมเดลจาก DLC Hellraiser เป็น NFT

Behaviour Interactive ทีมสร้าง Dead by Daylight และ Park Avenue Entertainment ผู้ถือลิขสิทธิ์ Hellraiser ปัจจุบัน ร่วมมือกับ Boss Protocol ทีมสร้าง NFT นำโมเดลตัวละครและลูกบาศก์ Lament Configuration จาก DLC Hellraiser มาขายเป็น NFT โดยเริ่มเปิดให้ลงทะเบียนด้วยอีเมลในเว็บไซต์ และเตรียมเปิดขายในเร็วๆ นี้

แฟนเกมหลายส่วนไม่พอใจเรื่องนี้ และพิมพ์ตอบโต้ในโพสต์โปรโมตของทีมงานในทวิตเตอร์ เนื่องจากปัจจุบัน การสร้างและแลกเปลี่ยน NFT ยังเป็นกระบวนการที่ใช้พลังงานสูง เพราะต้องใช้คอมพิวเตอร์จำนวนมากในการประมวลผลการทำธุรกรรมบนบล็อกเชน (ระบบ Proof of Work) และเป็นกระบวนการที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

No Description

นอกจากนี้ Clive Barker ผู้เขียน Hellraiser ต้นฉบับ ก็เพิ่งจะชนะคดีลิขสิทธิ์จาก Park Avenue Entertainment แต่ลิขสิทธิ์จะกลับไปอยู่กับเขาในเดือนธันวาคม ทำให้หลายคนมองว่านี่เหมือนเป็นการหากินเฮือกสุดท้ายของ Park Avenue Entertainment

ตราบใดที่การสร้างและแลกเปลี่ยนโทเค่น NFT บนบล็อกเชนในปัจจุบัน ยังเป็นกิจกรรมที่ใช้พลังงานสูง และส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ผู้สร้างและแลกเปลี่ยน NFT คงไม่สามารถหนีคำวิจารณ์นี้ได้ จนกว่า NFT กระแสหลักจะปรับไปใช้ระบบอื่นที่ใช้พลังงานต่ำ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่านี้

ที่มา – Kotaku

from:https://www.blognone.com/node/125350

เปิดตัว IBM Power10 ขุมพลังที่ให้ธุรกิจของคุณ ทะยานสู่ Hybrid Cloud อย่างรวดเร็วและปลอดภัย

ทาง IBM มีการเปิดตัวเครื่องเซิร์ฟเวอร์รุ่นใหม่อย่างเป็นทางการ ในวันที่ 9 เดือน 9 ที่ผ่านมา ซึ่งทาง IBM ยังคงนำเสนอเครื่องในตระกูล Power Systems อันทรงพลังเช่นเดิม แต่ออกแบบและพัฒนาต่อยอดไปอีกขั้นโดยเปิดตัวซีพียูประมวลผลรุ่นล่าสุด Power10 ที่ผลิตบนมาตรฐานการผลิตชิปเซ็ตสถาปัตยกรรมสมัยใหม่แบบ 7 nm ทำให้ประสิทธิภาพและความสามารถในการประมวลผลเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก ช่วยให้เครื่องเซิร์ฟเวอร์รุ่นใหม่นี้ทำงานได้ดีขึ้นแต่ใช้พลังงานต่ำลง แน่นอนว่าผู้ใช้ระดับองค์กรได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนระบบไปใช้เครื่อง Power10 เต็ม ๆ นั่นคือ การทำงานของแอปพลิเคชันหรือระบบงานเดิมทำงานได้เร็วขึ้น หรือรองรับจำนวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้น หรือระบบโดยรวมมีเสถียรภาพสูงขึ้น ลดปัญหา Downtime ที่ไม่ได้วางแผนล่วงหน้าของระบบได้เป็นอย่างดี ทำให้ธุรกิจของคุณไม่สะดุด

No Description

เราน่าจะได้เห็นหรือได้ยินข่าวที่มีหลายองค์กรหลายได้รับผลกระทบจากการโจมตีทางไซเบอร์ Malware และ Ransomware มากมายอย่างต่อเนื่อง ทำให้เสถียรภาพและความปลอดภัยของระบบกลายเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากและจำเป็นลำดับแรก ๆ ของทุกบริษัทหรือทุกองค์กร เพราะไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของข้อมูลที่รั่วไหลเท่านั้น แต่ยังส่งผลไปถึงความผิดทางพรบ. คอมพิวเตอร์ และข้อบังคับในการจัดการข้อมูลส่วนตัวของลูกค้า ไปจนถึงภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของธุรกิจองค์กรในวงกว้างอีกด้วย ซึ่ง IBM Power Systems เป็นแพลตฟอร์มที่คำนึงถึงเรื่องของเสถียรภาพและความปลอดภัยของระบบมาเป็นอันดับแรกมานมนาน จะเห็นได้จากข่าวคราวการโจมตีทางไซเบอร์ที่เกิดขึ้นแทบจะไม่มีข่าวมาจาก IBM Power เลย และใน Power10 รุ่นล่าสุดที่ออกมา ก็ยังเพิ่มเติมความสามารถทางด้านความปลอดภัยของระบบหรือ Cyber Resilience ให้เหนือล้ำไปอีกขั้น และไม่เคยมีมาก่อน นั่นคือ สามารถเข้ารหัสข้อมูลที่เก็บอยู่ใน Memory และป้องกันการโจมตีหรือขโมยข้อมูลที่รับส่งในระดับหน่วยความจำได้อีกด้วย เพราะเทคโนโลยีปัจจุบันโดยเฉพาะระบบฐานข้อมูลหลักขององค์กรมีแนวโน้มที่จะเก็บหรือพักข้อมูลสำคัญไว้ใน Memory มากขึ้นเพื่อความเร็วในการให้บริการเป็นสำคัญ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด อาทิ ระบบ SAP HANA ดังนั้น Power10 จึงเป็นแพลตฟอร์มเดียวที่ใส่ความสามารถที่ชื่อว่า Transparent Memory Encryption หรือการเข้ารหัสข้อมูลในระดับ Memory ด้วยตัวเอง ไม่ต้องพึ่งพาโปรแกรมเสริมภายนอกและไม่กระทบประสิทธิภาพการทำงานของแอปพลิเคชันหลักที่ใช้งานอยู่ เพราะ Power10 มี Crypto Engine ฝังอยู่ในชิปเซ็ตเพื่อจัดการการเข้ารหัสและถอดรหัสในเครื่อง Power10 และใน Memory โดยเฉพาะ ด้วยความสามารถนี้ การเลือกใช้ Power10 สำหรับระบบงานสำคัญขององค์กรจึงทำให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าระบบงานของคุณจะได้รับการป้องกันการโจมตีและการขโมยข้อมูลทั้งหมดที่ส่งเข้าออกจากหน่วยความจำได้ทันทีและไม่หน่วงการทำงานของแอปพลิเคชันหลักที่ให้บริการอยู่

No Description

นอกจากเรื่องของการรักษาความปลอดภัยของ Power10 ที่โดดเด่นแล้ว การที่ Power10 ยังช่วยลดผลกระทบกับธุรกิจจาก Downtime ที่ไม่ได้คาดหวังหรือการหยุดชะงักของระบบที่ไม่ได้วางแผนล่วงหน้าได้อีกด้วย การันตีจากได้อันดับหนึ่งจากผลการสำรวจขององค์การทางด้านความเสถียรของฮาร์ดแวร์และระบบปฏิบัติการเป็นเวลามากกว่า 12 ปีติดต่อกัน ล่าสุด Power10 มีการใช้เทคโนโลยีใหม่ในการเพิ่มเสถียรภาพให้กับ Memory ที่เรียกว่า Open Memory Interface (OMI) เพื่อป้องกันปัญหาในกรณีที่เกิดความผิดปกติกับหน่วยความจำ จนอาจจะทำให้ระบบหยุดทำงานหรือใช้งานไม่ได้เลยทีเดียว โดยเทคโนโลยีนี้จะรวมถึงการมีหน่วยความจำสำรองหรือ Spare Memory ที่สามารถนำมาใช้งานได้ทันทีในกรณีที่หน่วยความจำหลักบางส่วนมีปัญหาหรือใช้งานไม่ได้ และยังมีกลไกที่จะข้ามหรือปิดการใช้งานแผงวงจร Memory ส่วนที่เสียหายออกไป ทำให้ภาพรวมของ Power10 สามารถช่วยให้ระบบมีเสถียรภาพเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า เมื่อเทียบกับมาตรฐาน

ในด้านของความยืดหยุ่นเมื่อลูกค้าเลือกใช้ IBM Power10 นั่นคือ รองรับการทำงานแบบ Hybrid Cloud โดยเฉพาะ ซึ่ง Power10 เพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งานในรูปแบบของ Pay-per-use หรือการจ่ายเงินเพิ่มเพื่ออัพเกรดเครื่องตามปริมาณการใช้งานทรัพยากรของระบบที่ถูกใช้ไปตามความต้องการของธุรกิจที่เพิ่มขึ้นตามระยะเวลา ลูกค้าสามารถรับข้อเสนอนี้ได้ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นการซื้อเครื่องเซิร์ฟเวอร์มาใช้งานทั้งในดาต้าเซ็นเตอร์หรือ On-premise และการใช้งานบน Public Cloud หรีอ Off-premise ผ่านบริการที่ชื่อว่า Power Virtual Server บน IBM Cloud ในส่วนของการตรวจสอบดูแลและการบริหารจัดการเครื่อง IBM Power Systems ลูกค้าสามารถใช้โปรแกรมพื้นฐานที่ทาง IBM มีให้และโปรแกรมเสริมอื่น ๆ เช่น PowerVC, Cloud Management Console (CMC), Ansible, Terraform และ VMware vRealize Suite เป็นต้น ทำให้คุณสามารถบริหารจัดการระบบได้อย่างง่ายดายแบบรวมศูนย์ และสามารถบริหารจัดการทั้งระบบงานแบบ Virtualization เดิม ๆ รวมไปถึงระบบงานแบบ Cloud Native Apps บนพื้นฐานของ Kubernetes และ Red Hat OpenShift ไปได้พร้อมกันเป็นอย่างดี ทำให้องค์กรประหยัดเพราะลูกค้าสามารถนำเอาระบบงานหลักเช่น ระบบฐานข้อมูล Oracle Database หรือระบบ SAP ที่รองรับการติดตั้งแบบ Virtual Machine บน AIX หรือ IBM i เท่านั้น ย้ายขึ้นมาทำงานบน Power10 ได้ทันที พร้อมกันนั้น ทรัพยากรที่เหลืออยู่ก็สามารถติดตั้ง Red Hat OpenShift เพื่อติดตั้งบริการใหม่ ๆ ในรูปแบบ Microservices หรือ Cloud Native Apps บนเครื่องเดียวกันได้อีก เพิ่มประสิทธิภาพในการรับส่งข้อมูลระหว่างกันได้รวดเร็วยิ่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และไม่ต้องปวดหัวกับปัญหาการเชื่อมต่อเน็ตเวิร์กข้ามเครื่องอีกด้วย หรือพูดอีกอย่างหนึ่งว่าเราสามารถรวมเอาระบบงานต่าง ๆ ที่ใช้งานอยู่ในองค์กร ทั้งสำคัญมากและสำคัญน้อยมา Consolidate รวมกัน ทำให้ใช้ฮาร์ดแวร์น้อยลงแต่คุ้มค่ามากขึ้น ทั้งยัง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ความยืดหยุ่น ตอบสนองธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว และง่ายต่อการบริหารจัดการหรือปรับเปลี่ยนได้ทันต่อความต้องการของธุรกิจหรือการแข่งขันทำให้เราไม่เสียโอกาสทางธุรกิจไป

อีกความสามารถหนึ่งที่ลืมไปไม่ได้เลยก็คือ ความสามารถที่ช่วยเพิ่มความเร็วในขั้นตอนของการเป็นทรัพยากรของระบบปัญญาประดิษฐ์หรือ AI จาก Power10 เพราะทาง IBM ก็มีการเพิ่มความสามารถของชิปเซ็ตหน่วยประมวลผลด้วยการพัฒนาชุดคำสั่ง Matrix Math Accelerator (MMA) มาพร้อมกับ Power10 ที่จะช่วยให้การทำงานหรือประมวลผลของ AI Model ที่เรียกว่า AI Inferencing เพราะมีการเพิ่มชุดคำสั่งในการส่งข้อมูลจากส่วนของการปฏิบัติงาน (Operational) เพื่อไปประมวลผลใน GPU ได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย มีการออกแบบที่เพิ่มขนาดของแบนด์วิดธ์เพื่อช่วยลดการหน่วงเวลาหรือ Latency ของการประมวลผลทางด้าน Machine Learning ได้ดีขึ้นกว่าเดิมอย่างน้อย 10 เท่าเลยทีเดียว

No Description

สุดท้ายนี้ สำหรับบริษัทหรือองค์กรที่มองหาแพลตฟอร์มหรือเครื่องเซิร์ฟเวอร์สำหรับรันระบบงานหลักขององค์กร ทุกที่ต่างก็ต้องการระบบงานที่มีประสิทธิภาพและเสถียรภาพสูงขึ้นอย่างแน่นอน รองรับการทำงานที่หลากหลาย และช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าได้อักโข พร้อมทั้งสามารถบริหารจัดการได้ง่ายดาย สามารถมองหา IBM Power10 ไว้เป็นทางเลือกต้น ๆ เพื่อตอบโจทย์การใช้งานได้แล้ววันนี้

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
บริษัท คอมพิวเตอร์ยูเนี่ยน จำกัด
โทร 02 311 6881 #7151, 7156 หรือ email : cu_mkt@cu.co.th

No DescriptionNo Description

เขียนโดย ธนกฤต โลเกศกระวี
Pre-sales Specialist
บริษัท คอมพิวเตอร์ยูเนี่ยน จำกัด

Credit ภาพ >> https://www.ibm.com/it-infrastructure/power/power10

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/125328

ชีวิตติดลูป ไมโครซอฟท์มีปัญหากับพรินเตอร์อีกแล้ว กระทบวินโดวส์ทุกเวอร์ชัน

เมื่อเดือนมิถุนายนปีนี้ ไมโครซอฟท์อัพเดตแพตช์ประจำเดือนที่มีบั๊กกับพรินเตอร์ จนต้องออกแพตช์แก้บั๊กตามมาอีกรอบ ตามมาด้วยช่องโหว่ความปลอดภัย PrintNightmare ในเดือนกรกฎาคม โดยแพตช์แก้ตามมาในเดือนสิงหาคม

ล่าสุดไมโครซอฟท์รายงานปัญหาว่าแพตช์ KB5005565 ของเดือนกันยายน สร้างบั๊กพรินเตอร์ใหม่อีกรอบ อาการคือจะถามหาล็อกอินบัญชีแอดมินทุกครั้งที่พยายามสั่งพิมพ์ผ่านพรินต์เซิร์ฟเวอร์ที่อยู่คนละเขตเวลากับไคลเอนต์ ไมโครซอฟท์ระบุว่าบั๊กนี้มักเกิดกับพรินเตอร์สำหรับองค์กร และไม่พบในพรินเตอร์ตามบ้านมากนัก

บั๊กนี้อาจไม่ใช่บั๊กใหญ่นัก แต่กระทบกับ Windows ทุกรุ่นตั้งแต่ 7 ไล่มาจนถึง 11 รวมถึงฝั่งเซิร์ฟเวอร์คือ 2008 SP2 มาจนถึง 2022 ด้วย ตอนนี้ยังไม่มีแพตช์แพ้ และต้องรอกันถึงปลายเดือนตุลาคม

ที่มา – Microsoft, The Register

No Description

ภาพจาก HP

from:https://www.blognone.com/node/125349