คลังเก็บหมวดหมู่: BLOGNONE

เปิดราคาไทย Galaxy Note 10 Lite 17,900 บาท, Galaxy S10 Lite 18,990 บาท

เมื่อช่วงปีใหม่ ซัมซุงเปิดตัว Galaxy S10 Lite และ Note 10 Lite เรือธงรุ่นลดสเปกเพื่อให้ราคาถูกลงมา วันนี้ซัมซุงประกาศราคาและวันวางจำหน่ายมือถือทั้งสองรุ่นในไทยแล้ว

  • Galaxy S10 Lite วางขาย 31 มกราคม 2563 ราคา 18,900 บาท
  • Galaxy Note 10 Lite วางขาย 7 กุมภาพันธ์ 2563 ราคา 17,900 บาท

จุดเด่นของ Galaxy Note 10 Lite คือปากกา S Pen ที่มีฟีเจอร์เหมือน Note 10 รุ่นใหญ่ (ปากกามี Bluetooth ใช้เป็นรีโมทได้) รวมถึงมีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตรที่รุ่นใหญ่ไม่มี

ซัมซุงนำเข้ามาขายในไทย 2 สีคือ Aura Glow และ Aura Black (ขาด Aura Red ที่ขายเฉพาะในต่างประเทศ) คนที่พรีออเดอร์ก่อนล่วงหน้า ระหว่างวันที่ 31 มกราคม-6 กุมภาพันธ์ ยังจะได้ของแถมเป็นสายรัดข้อมือ Galaxy Fit e ด้วย

No Description

ส่วน Galaxy S10 Lite มีจุดเด่นคือกล้องหลัก 48MP พร้อม OIS (Note 10 Lite ใช้กล้องหลัก 12MP), มีเลนส์มาโคร 5MP (Note 10 Lite เป็นเลนส์เทเล 12MP ส่วนเลนส์อัลตร้าไวด์ 12MP มีเหมือนกันทั้งสองรุ่น) และใช้ซีพียูแรงกว่าคือ Snapdragon 855

ซัมซุงไทยขายครบทั้ง 3 สีคือ Prism White, Prism Black และ Prism Blue

No Description

from:https://www.blognone.com/node/114390

ไมโครซอฟท์วางขาย Surface Hub 2S ในไทย ราคา 3 แสนบาท, ขาตั้งพร้อมล้อ 5 หมื่นบาท

ไมโครซอฟท์ประเทศไทย ประกาศวางขาย Surface Hub 2S กระดานไวท์บอร์ดอัจฉริยะที่นำมาโชว์ครั้งแรกในปี 2018 และเริ่มวางขายจริงในสหรัฐอเมริกาช่วงกลางปี 2019

สเปกคร่าวๆ ของ Surface Hub 2S ใช้หน้าจอขนาด 50″ ขอบจอบาง ความละเอียด 4K, มาพร้อมกล้องวิดีโอ Surface Hub 2S Camera สำหรับการประชุมทางไกล, ออกแบบมาให้ทำงานกับแอพของไมโครซอฟท์ เช่น Office 365 และ Microsoft Teams

ราคาเฉพาะตัวจอ (พร้อมปากกาและกล้อง) อยู่ที่ 308,160 บาท ถ้าต้องการขาตั้งพร้อมล้อเลื่อนด้วย ราคา 49,614 บาท เริ่มวางขายในไทย 23 มีนาคม 2563 ผ่านตัวแทนจำหน่ายของไมโครซอฟท์ในไทย ได้แก่ Add in Business, Ciphermed, ESCO (Thailand), Lannacom, M.I.S. Outsourcing, Ricoh (Thailand), RTB Technology และ WTC Computer

หมายเหตุ: ไมโครซอฟท์ในไทยบอกว่าราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามค่าเงินในแต่ละช่วง โดยราคาขายในสหรัฐอเมริกาคือ 8,999.99 ดอลลาร์ (ประมาณ 280,000 บาท) ซึ่งเป็นราคาที่ยังไม่รวมภาษี

No Description

No Description

from:https://www.blognone.com/node/114389

[How-To] ดาวน์โหลด ดูว่ากิจกรรมนอกแอปอะไรบ้าง ที่ Facebook ได้ไป

ในบทความที่แล้ว Blognone เสนอวิธี ดูข้อมูลกิจกรรมนอกแอปที่ Facebook ได้ไป และวิธีล้างประวัติกิจกรรมออก ในบทความนี้จึงเสนอวิธีดาวน์โหลดออกมาดูว่า Facebook มีกิจกรรมนอกแอปอะไรของเราบ้าง โดยข้อมูลที่ดาวน์โหลดออกมานี้จะมีข้อมูลละเอียดขึ้น ระบุว่าข้อมูลแต่ละชุดทาง Facebook ได้มาเวลาใด

No Description

วิธีดาวน์โหลดข้อมูล Off-Facebook Activity ผ่านเดสก์ทอป

กดที่เมนู Download Your Information
No Description

กด deselect all หรือกดติ๊กเครื่องหมายถูกออกให้หมด
No Description

เลื่อนหน้าจอมาด้านล่างสุด กดเครื่องหมายถูกที่เมนู Ads and Business
<img src=”https://i.imgur.com/CvP6KpV.png”&#8216; />

เลื่อนหน้าจอไปด้านบน กด Create File
No Description

ระบบจะใช้เวลาสักครู่เพื่อสร้างไฟล์ copy และจะแจ้งเตือนให้รู้เมื่อไฟล์พร้อมดาวน์โหลดแล้ว
No Description

กดที่การแจ้งเตือนนั้นเพื่อเข้าไปดาวน์โหลดไฟล์
No Description

ข้อมูลที่ได้จะเป็น html format แบ่งเป็น folder ดังนี้
No Description

ข้อมูล Your Off-Facebook Activity จะไม่บอกอะไรเรามาก คือแต่ให้เรารู้ว่า Facebook รู้ว่าเราคลิกดูเว็บอะไร แต่ก็ไม่บอกอยู่ดีว่าเนื้อหาที่เราคลิกดูนั้นเกี่ยวกับอะไร
No Description

ส่วน folder Advertisers Who Uploaded a Contact List With Your Information จะแสดงรายการแบรนด์โฆษณาที่ยิงโฆษณามาหาเราบน Facebook
No Description

ใน folder Ads Interest จะรวบรวมเอาคีย์เวิร์ด และความสนใจของเราผ่านกิจกรรมต่างๆ ที่เราทำบนโลกออนไลน์มาไว้ด้วยกัน เป็นเหมือนทิศทางให้ระบบรู้ว่าควรลงโฆษณาแบบไหนมาให้เรา โดยอ้างอิงจากคำเหล่านี้ ซึ่งมีรวบรวมไว้เป็นร้อยๆ คีย์เวิร์ด เรียงตามตัวอักษร
No Description

ใน folder Advertisers You’ve Interacted With จะรวมเอาโฆษณาที่เราคลิกเข้าไปดูมาไว้ด้วยกัน แม้ส่วนตัวผู้เขียนจะมั่นใจมากว่าในหลายๆ อัน ก็ไม่เคยคลิกเข้าไปดูแน่ๆ แต่ Facebook ก็รวบรวมมาไว้ให้
No Description

วิธีทำผ่านโทรศัพท์มือถือ

กดเมนู Settings ตรงสามขีดด้านขวาบน > กดเมนู Download Your Information > หก Deselect All > เลื่อนหน้าจอลงมาด้านล่างและกดเมนู Ads and Businesses
No Description

กดที่ Available Copies จากนั้นกด Download รอระบบแจ้งเตือน ก็สามารถกดดาวน์โหลดเข้าเครื่องได้เลย
No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/114388

LINE ไตรมาส 4/2019 ญี่ปุ่นและไทยมี users เพิ่มขึ้น, LINE Pay มีผู้ใช้งาน 6.52 ล้านบัญชี

LINE รายงานผลประกอบการของไตรมาสที่ 4 ปี 2019 รายได้รวมเพิ่มขึ้น 8.6% จากช่วงเดียวกันในปีก่อนเป็น 60,783 ล้านเยน และขาดทุนสุทธิ 14,582 ล้านเยน ทั้งนี้รายได้ส่วนใหญ่ของ LINE (79%) มาจากในประเทศญี่ปุ่น

จำนวนผู้ใช้งานแบบเป็นประจำทุกเดือน (MAUs) ใน 4 ประเทศหลักมี 164 ล้านบัญชี โดยในญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น 4 ล้านบัญชีเป็น 83 ล้านบัญชี ไทยเพิ่มขึ้น 1 ล้านบัญชีเป็น 45 ล้านบัญชี ไต้หวันคงที่ และอินโดนีเซียลดลง

ธุรกิจหลักของ LINE (โฆษณา-คอนเทนต์) รายได้รวมเพิ่มขึ้น 11.5% เป็น 51,830 ล้านเยน และมีกำไรจากการดำเนินงานส่วนนี้ 6,625 ล้านเยน ขณะที่ธุรกิจใหม่ตามกลยุทธ์ซึ่งมีการลงทุนสูง รายได้ลดลง 5.7% เป็น 8,953 ล้านเยน ขาดทุนเฉพาะส่วนนี้ 14,145 ล้านเยน

LINE ยังอัพเดตตัวเลขของบริการ LINE Pay ซึ่งเป็นหนึ่งในธุรกิจใหม่เชิงกลยุทธ์ มีจำนวนผู้ใช้งานทั้งหมด 6.52 ล้านบัญชี ในญี่ปุ่น 3.7 ล้านบัญชี และมีเงินที่ใช้จ่ายผ่านแพลตฟอร์ม (GMV) รวม 3.55 แสนล้านเยน

ที่มา: LINE

alt="LINE Q4/2019"

from:https://www.blognone.com/node/114386

[How-To] ดูข้อมูลกิจกรรมนอกแอปที่ Facebook ได้ไป และวิธีล้างประวัติกิจกรรมออก

จากข่าว แล้วจะรู้ว่าทำไมไม่ต้องดักฟัง Facebook เปิดให้ดูข้อมูลที่ได้จากนอก Facebook แล้ว หรือการเปิดบริการ Off-Facebook Activity ที่แสดงให้เห็นว่า Facebook ได้ข้อมูลกิจกรรมอะไรบ้างที่เราทำแม้ไม่ได้เข้า Facebook ก็ตาม และเสนอช่องทางลบประวัติกิจกรรมมาด้วย

ต้องบอกก่อนว่า กิจกรรมเหล่านี้ ไม่ใช่แค่แอปพลิเคชั่นภายนอกที่เราใช้ Facebook เพื่อล็อกอินเข้าใช้งาน แต่เป็นกิจกรรมนอกแอป Facebook โดยสิ้นเชิง คือ คลิกดูเว็บข่าว เล่นเกม กิจกรรมที่ทำบนแอปธนาคาร เป็นต้น ซึ่งอาจตอบข้อสงสัยของใครหลายคนว่าทำไม Facebook ขึ้นโฆษณามาให้เหมือนดักฟัง ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ใช่การดักฟัง แต่ส่วนหนึ่งมาจากการที่เว็บไซต์และแอปภายนอกนั้นส่งข้อมูลกิจกรรมกลับมายัง Facebook ทำให้ Facebook คาดเดาความสนใจได้นั่นเอง

No Description

วิธีทำบนเดสก์ทอป

กดที่ปุ่มสามเหลี่ยมหัวทิ่ม ตรงมุมขวาของหน้าจอ จากนั้นกด Settings หรือเข้าที่บริการ Off-Facebook Activity ผ่านลิงค์

No Description

กดที่ Your Facebook Information
No Description

กด View ที่เมนู Off-Facebook Activity
No Description

เมื่อเข้ามาถึงหน้านี้จะเจอคำอธิบายบริการ Off-Facebook Activity พร้อมช่องทางให้กดดูกิจกรรมของตัวเอง และช่องทางล้างประวัติกิจกรรมของตัวเองออก เมื่อกดที่ใดที่หนึ่ง ระบบจะให้เราใส่รหัสผ่าน Facebook เพื่อยืนยันตัวตนอีกครั้ง
No DescriptionNo Description

จากนั้นระบบจะพามาที่หน้าข้อมูล Off-Facebook Activity ของเรา สามารถกดล้างข้อมูลทั้งหมดโดยกดที่ Clear History ด้านบน
No Description

ในกรณีที่ผู้ใช้งานอยากรู้ว่า แต่ละเพจส่งข้อมูลอะไรให้ Facebook บ้างนั้น บริการนี้ไม่มีบอกไว้ Facebook ให้ดูแค่จำนวนกิจกรรมที่เราทำกับเพจ, เว็บไซต์นั้นๆ เท่านั้น สามารถกดดูที่แต่ละเพจได้

อย่างในกรณีภาพด้านล่างระบุว่า ผู้เขียนมีกิจกรรมกับเว็บไซต์ Hollywood Reporter 40 กิจกรรม Facebook ยกตัวอย่างกิจกรรมกลางๆ เพจนอกส่งให้คือ การเปิดแอป, การล็อกอินโดย Facebook, การเข้าชมเว็บไซต์, การค้นหา, การเพิ่มสินค้าเข้าตะกร้าซื้อของ เป็นต้น

ในหน้านี้ Facebook ระบุเหตุผลที่ใช้ข้อมูลกิจกรรมเหล่านี้เพื่อแสดงเนื้อหาที่ผู้ใช้งานสนใจ, แสดงโฆษณาที่เกี่ยวข้องที่แนะนำผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ และยังบอกด้วยว่าไม่ได้เปิดเผยข้อมูลให้เพจนอก และไม่ขายข้อมูล
No Description

เลื่อนหน้าจอมาด้านล่างจะเจอปุ่มปิดกิจกรรมนอกแอปกับเว็บไซต์นั้นๆ ได้ ในกรณีที่ไม่อยากล้างออกทั้งหมด
No Description

แต่สิ่งที่ต้องรู้เมื่อกดลบคือ แม้จะลบข้อมูลออกไปแล้ว เราก็ยังอาจเจอโฆษณาจากเพจและเว็บไซต์นั้นๆ ต่อไป และถ้าใช้ Facebook ในการล็อกอินใช้บริการ หลังจากลบข้อมูลก็จะไม่สามารถใช้ Facebook ล็อกอินเข้าบริการนั้นได้อีกต่อไป

เมื่อลบแล้ว ผู้ใช้สามารถเข้าไปดูกิจกรรมนอกแอปที่ลบออกได้ที่เมนู Manage Future Activity
No Description

จากนั้นจะเจอรายการเว็บไซต์ที่เราล้างประวัติกิจกรรมและการเชื่อมต่อกับ Facebook ออกไป ในขั้นตอนนี้ ผู้ใช้งานสามารถเปลี่ยนใจให้ประวัติกิจกรรมยังคงอยู่ต่อไปได้ด้วย โดยกดที่ Allow activity from hollywoodreporter.com to stay connected to your account

No Description

วิธีทำบนโทรศัพท์มือถือ

กดเมนู Settings จากนั้นเลื่อนหน้าจอด้านล่างมาที่เมนู Your Facebook Information และกดที่ Off-Facebook Activity
No Description
กดเข้ามาจะเจอเว็บไซต์และบริการนอกแอปที่เรามีกิจกรรมร่วมด้วย สามารถกดล้างประวัติกิจกรรมจากหน้านี้ได้เลย
No Description

ในบทความหน้า จะเสนอวิธีการดาวน์โหลดข้อมูลกิจกรรมนอกแอป Facebook เพื่อจะได้เห็นชัดขึ้นว่า Facebook ได้กิจกรรมอะไรไปบ้าง และมีผู้ลงโฆษณารายใดที่ใช้ข้อมูลเพื่อยิงโฆษณามาหาเราบ้าง

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/114385

Foxconn ยืนยันผลิตชิปได้ตามความต้องการลูกค้า แม้มีโรคระบาด

ท่ามกลางปัญหาการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในจีน จนส่งผลต่อไลน์การผลิตในหลาย ๆ ภาคส่วน อย่าง Foxconn ผู้ผลิตชิปเซ็ตรายใหญ่ก็มีโรงงานใหญ่ในอู่ฮั่นด้วย

อย่างไรก็ตาม Foxconn ออกมายืนยันว่ามีมาตรการรองรับเอาไว้แล้วและยืนยันว่าสามารถรองรับความต้องการของลูกค้าทั้งหมดได้ แต่ขอไม่เปิดเผยวิธีการหรือกระบวนการการแก้ปัญหาของตัวเอง ขณะที่ TSMC ของไต้หวันที่มีโรงงานในเซี่ยงไฮ้และนานกิงของจีนยืนยันว่ากระบวนการผลิตไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้

ที่มา – Reuters

ภาพจาก Foxconn

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/114384

ค่ายมือถือไทยเตรียมศึกษาตั้งบริษัทให้บริการ Digital ID

ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือในประเทศไทยทั้ง 5 ราย ได้แก่ CAT, dtac, TOT, True, และ AIS ลงนามบันทึกความร่วมมือศึกษาและพัฒนาการพิสูจน์และยืนยันตัวตนดิจิทัล เปิดทางการใช้โทรศัพท์มือถือยืนยันตัวตน

การใช้โทรศัพท์มือถือเพื่อยืนยันตัวตนได้รับความนิยมสูงอยู่แล้วในปัจจุบัน จากการที่ประเทศไทยมีหมายเลขโทรศัพท์ใช้งานอยู่ถึง 130 ล้านเลขหมาย แต่ก็มีข่าวถึงการขโมยเบอร์โทรศัพท์มือถือ หรือการออกซิมโดยไม่ได้รับอนุญาตในประเทศไทยอยู่เนืองๆ

นายสืบศักดิ์ สืบภักดี กรรมการสมาคมโทรคมนาคม ระบุว่าบริษัท Mobile National ID (MNID) ที่จะก่อตั้งจากความร่วมมือนี้จะใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล และกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์อย่างเคร่งครัด โดยอาจใช้โทรศัพท์มือถือร่วมกับการพิสูจน์ตัวตนทางอื่น เช่น ใบหน้าหรือลายนิ้วมือเพิ่มเติม เพื่อลดความเสี่ยงจากความผิดพลาด

ที่มา – จดหมายข่าว AIS

5 ผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ลงนามในบันทึกความร่วมมือการศึกษาและพัฒนาระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลโดยใช้ฐานข้อมูล จากเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ และแนวทางการจัดตั้งบริษัท Mobile National ID (MNID)

29 มกราคม 2563: ผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 5 ราย ภายใต้สมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ประกอบไปด้วย บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) บริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด และ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด ได้ทำพิธีลงนามในบันทึกความร่วมมือการศึกษาและพัฒนาระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลโดยใช้ฐานข้อมูลจากเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ และแนวทางการจัดตั้งบริษัท Mobile National ID (MNID) ซึ่งทุกฝ่ายมีความเห็นร่วมกันว่า ความร่วมมือในครั้งนี้ จะเป็นนวัตกรรมใหม่ของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมในการเพิ่มช่องทางในการใช้บริการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ของประชาชนหรือหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ให้มีความสะดวก ปลอดภัย อีกทั้งยังเป็นการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และเป็นการส่งเสริมนโยบายรัฐบาลในเรื่องการใช้ดิจิทัลไอดีได้อีกด้วย

ดร.มนต์ชัย หนูสง นายกสมาคมโทรคมนาคมฯ กล่าวว่า ความร่วมมือดังกล่าว ถือว่าสอดคล้อง ตามนโยบายของภาครัฐในการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล และยังสอดคล้องกับนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการกิจการ กระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) ที่สนับสนุนและส่งเสริมผู้ประกอบกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ในการให้บริการการพิสูจน์และยืนยันตัวบุคคลด้วยระบบดิจิทัล โดยใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลการลงทะเบียนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ด้วยระบบอัตลักษณ์ของอุตสาหกรรมโทรคมนาคม เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางส่งเสริมนวัตกรรมใหม่ในการใช้บริการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้ประชาชนหรือหน่วยงานต่าง ๆ สามารถใช้บริการธุรกรรมทางอิเลคทรอนิกส์ ผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

นายสืบศักดิ์ สืบภักดี กรรมการสมาคมโทรคมนาคมฯ กล่าวว่า ผู้ประกอบการทั้ง 5 รายจะร่วมกันแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี ความรู้ และประสบการณ์ โดยอาจมีการทดลองรูปแบบการให้บริการในระบบ Sandbox เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้ง บริษัท Mobile National ID (MNID) โดยจะมีการศึกษาและกำหนดรูปแบบธุรกิจที่เหมาะสม ตลอดจนมีการร่างแผนธุรกิจร่วมกัน มีเป้าหมายเพื่อนำไปสู่การจัดตั้ง บริษัท MNID ไห้ได้โดยเร็ว ทุกฝ่ายให้ความสำคัญและจะใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล โดยทุกฝ่ายจะปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กฎหมายเกี่ยวกับการให้บริการธุรกรรมทางอิเลคทรอนิกส์ รวมถึงกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ ผู้ประกอบการทั้ง 5 รายจะพัฒนาระบบดังกล่าวในเบื้องต้น โดยที่ “แทนบัตร” หรือการพัฒนาระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนด้วยรูปแบบบัตรประจำตัวอิเล็กทรอนิกส์บนโทรศัพท์เคลื่อนที่แทนที่บัตรประจำตัวในรูปแบบปกติ ซึ่งเป็นโครงการที่สำนักงาน กสทช. ได้ริเริ่มขึ้น ก็จะเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้ง 5 รายจะนำไปพิจารณาในการพัฒนาระบบ

ตัวแทนผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้ง 5 ราย เปิดเผยว่า ปัจจุบัน การสมัคร หรือการเข้าใช้บริการธุรกรรมต่าง ๆ จากหน่วยงานทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน ผู้ขอใช้บริการมักจะต้องเดินทางไปที่สาขาของหน่วยงานนั้นๆ ต้องกรอกข้อมูล และเซ็นรับรองเอกสารต่าง ๆ เพื่อพิสูจน์และยืนยันตัวตน ทำให้เกิดความไม่สะดวก เสียเวลา และมีความเสี่ยงที่มิจฉาชีพจะใช้เอกสารปลอม ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหาย การให้บริการพิสูจน์และยืนยันตัวตนโดย บริษัท Mobile National ID (MNID) จะเป็นนวัตกรรมทางเลือก ที่สามารถช่วยลดเวลา ขั้นตอน ค่าใช้จ่าย และช่วยลดความผิดพลาดต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากกระบวนการพิสูจน์และยืนยันตัวตน อีกทั้งยังช่วยอำนวยความสะดวกให้ประชาชน สามารถสมัคร และใช้บริการธุรกรรมทางอิเลคทรอนิกส์ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สะดวก รวดเร็ว และง่ายดาย ผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้ทุกที่ ทุกเวลา โดยสามารถใช้เลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่และอัตลักษณ์ เช่นลายนิ้วมือ และใบหน้า ช่วยในการพิสูจน์และยืนยันตัวตน ทำให้ลดความเสี่ยงจากความผิดพลาดต่าง ๆ โดยเห็นว่าในปัจจุบัน ระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่สามารถเป็นเครื่องมือพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลที่แพร่หลายและเข้าถึงประชาชนได้ดีที่สุด เนื่องจาก ผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ผ่านโครงข่ายของผู้ประกอบการทั้ง 5 ราย มีจำนวนมากถึง 130 ล้านเลขหมาย ซึ่งจะทำให้เลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่สามารถใช้รองรับ Digital ID ได้อย่างกว้างขวาง

No Description

from:https://www.blognone.com/node/114383