คลังเก็บหมวดหมู่: BLOGNONE

Messenger ให้กดครั้งเดียวเพื่ออัดเสียง ไม่ต้องกดค้าง, ปัดที่ช่องแชทเพื่อเก็บเข้า archive

Facebook Messenger เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ เร่ิมจากคนที่กดอัดเสียงเพื่อส่งข้อความเสียงของตัวเองแทนการพิมพ์แชท Facebook ทำให้ง่ายขึ้น แทนที่จะกดค้างเพื่ออัดเสียง ก็สามารถแตะที่ไอคอนไมโครโฟนครั้งเดียวได้ ฟีเจอร์นี้จะใช้งานในช่องแชทของ Instagram ได้ด้วย Facebook ยังบอกด้วยว่ามีผู้ใช้งานในสหรัฐฯ 20% ที่ใช้การกดอัดเสียง

No Description

ฟีเจอร์ต่อมาคือ กดลบแชทได้ง่ายขึ้นด้วยการปัดขวาที่ช่องแชทรวมเพื่อเก็บแชทนั้นเข้า archive เพื่อให้ข้อความเข้าดูสะอาดตาและเหลือไว้เท่าที่จำเป็น, เพิ่มธีมแชทใหม่เพื่อเอาใจแฟน Star Wars และ Selena: The Series ทั้งใน Messenger และ Instagram

No Description

ส่วนฟีเจอร์ใหม่ในแชท DMs ของ Instagram ที่ผู้ใช้งานหลายคนอาจได้ใช้แล้วคือ สามารถมองเห็นได้ว่าเพื่อนอ่านแชทของเราแล้วผ่านหน้าแชทรวม ไม่ต้องกดเข้าไปดู (เผื่อใครใจจดใจจ่ออยากรู้ว่าเขาอ่านข้อความเราแล้วหรือยัง จะได้ไม่ต้องกดเข้าไปดูบ่อยๆ)

ที่มา – Facebook

from:https://www.blognone.com/node/122595

Clubhouse เปิดทดสอบแอปเวอร์ชัน Android แล้ว

Clubhouse ประกาศเริ่มทดสอบแอปเวอร์ชัน Android อย่างเป็นทางการ หลังจากที่แอปโซเชียลเน็ตเวิร์คสนทนาด้วยเสียงเป็นแอปแบบ exclusive เฉพาะ iOS มาตั้งแต่เปิดตัว ซึ่งถ้าเปิดทดสอบในช่วงนี้ ก็อาจมีโอกาสได้เห็นแอปเวอร์ชันเต็มช่วงกลางปีนี้ตามข่าวลือก่อนหน้า

แอป Clubhouse บน Android เวอร์ชันทดสอบ ตอนนี้เปิดให้ผู้ใช้ในสหรัฐฯ​ ติดตั้งได้แล้ว โดยทาง Clubhouse จะทยอยปล่อยแอปสำหรับประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลักก่อน และจะเปิดให้ผู้ใช้ทั่วโลกทดสอบต่อไป โดยบริษัทจะเก็บฟีดแบคจากผู้ใช้งาน รวมถึงทำฟีเจอร์เพิ่มเติมให้ครบก่อนที่จะปล่อยเวอร์ชันเต็มให้ดาวน์โหลดต่อไป

Clubhouse ระบุว่า เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมาแพลตฟอร์มเติบโตเร็วมาก ทำให้โหลดเซิร์ฟเวอร์หนักกว่าที่คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้มีปัญหาในการใช้งานหลายอย่าง ทีม Clubhouse จึงพักการออกฟีเจอร์ใหม่ ๆ ไว้ชั่วคราว และหันมาเน้นการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นเพื่อรองรับโหลดจากผู้ใช้ก่อน

ดาวน์โหลด Clubhouse ได้ที่ลิงก์นี้

ที่มา – Clubhouse

No Description

from:https://www.blognone.com/node/122594

Instagram เปิดซอร์สโค้ด Cinder โครงการพัฒนา Python ของตัวเองให้ประสิทธิภาพดีขึ้น

ทีมวิศวกร Instagram เปิดเผยซอร์สโค้ดโครงการ Cinder ซึ่งเป็นการ fork ตัว CPython (Python เวอร์ชันหลักที่เราใช้กันทั่วไป) ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นกว่าเดิม

Cinder เป็นโครงการภายในของ Instagram ที่นำ CPython 3.8 มาปรับแต่งหลายด้าน เช่น bytecode inline caching, eager evaluation of coroutines, method-at-a-time JIT และการลองทำ Static Python ทั้งหมดเพื่อให้ประสิทธิภาพดีขึ้นกว่าเดิม

อย่างไรก็ตาม ทีมงาน Instagram ระบุว่าไม่ต้องการแยกโครงการ Cinder ออกมาจาก CPython สายหลัก และตั้งใจเปิดซอร์สออกมาเพื่อเปิดโอกาสให้โค้ดของ Cinder ถูกรวมกลับไปยัง CPython ง่ายขึ้นแทน ปัจจุบัน Cinder ถูกใช้งานภายใน Instagram อยู่แล้ว ใครสนใจนำไปใช้ก็ตามสะดวก แต่จะไม่รับรองคุณภาพหรือมีการซัพพอร์ต-แก้บั๊กให้กับใคร ตอนนี้รันได้เฉพาะบนลินุกซ์เพียงแพลตฟอร์มเดียวเท่านั้น

ที่มา – GitHub, InfoWorld

No Description

from:https://www.blognone.com/node/122593

Resident Evil Village เปิดตัวสวย ยอดผู้เล่นพร้อมกันบน Steam ทะลุแสน

Resident Evil Village เริ่มวางขายในสัปดาห์ที่ผ่านมา (7 พฤษภาคม 2021) ถึงแม้ Capcom ยังไม่เปิดเผยยอดขายในช่วงสุดสัปดาห์แรก แต่จากสถิติผู้เล่นบน Steam ก็น่าประทับใจทีเดียว เพราะมีผู้เล่นพร้อมกันสูงสุด (peak concurrent) ถึง 106,631 คน ติดท็อป 10 เกมยอดนิยมของ Steam เรียบร้อยแล้ว

ปกติแล้ว เกมที่มีผู้เล่นจำนวนมากๆ บน Steam มักเป็นเกมออนไลน์มัลติเพลเยอร์ เช่น CS:GO, PUBG, Dota 2, Apex Legends, GTA V การที่เกมผู้เล่นคนเดียวเน้นเนื้อเรื่องแบบ Resident Evil Village ขึ้นมาติดชาร์ทได้จึงถือว่าไม่ธรรมดา และหากเทียบกับภาคก่อนหน้านี้อย่าง Resident Evil 2 ที่ทำไว้ราว 75,000 คน หรือ Resident Evil 3 ทำได้ 60,000 คน ก็ถือว่า Village ทำผลงานได้ดีมากทีเดียว

ต้องไม่ลืมว่านี่เป็นตัวเลขเฉพาะพีซีเท่านั้น และเกมซีรีส์ Resident Evil ถือกำเนิดมาจากฝั่งคอนโซลเป็นหลัก

ที่มา – IGN

No Description

from:https://www.blognone.com/node/122592

Didi Chuxing มีแผนนำบริษัทลูก Chengxin Youxuan ที่ทำธุรกิจ Grocery เข้าตลาดหุ้น

มีรายงานว่า Didi Chuxing มีโครงการนำส่วนธุรกิจขายของสดของชำ Chengxin Youxuan ไอพีโอเข้าตลาดหุ้นในช่วงต้นปี 2022 หลังจากที่บริษัทแม่เตรียมเข้าตลาดหุ้นนิวยอร์กในปีนี้ เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจ และการแข่งขันในตลาดสูงจากรายใหญ่ตั้งแต่ Alibaba ไปจนถึง Meituan

รายงานระบุว่าบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของจีน เริ่มหันมาใช้แนวทางแยกบริษัทลูกเข้าตลาดหุ้น โดยเป็นบริษัทที่ทำธุรกิจแตกต่างจากธุรกิจหลักของบริษัทแม่มาก เช่น JD.com ก็นำ JD Health บริการด้านสุขภาพเข้าตลาดหุ้นฮ่องกง เป็นต้น

นอกจาก Chengxin Youxuan แล้ว ธุรกิจขายของสดของชำแบบ group-buying รายใหญ่ในจีน มีทั้ง Duoduomaicai ของ Pinduoduo, Youxuan ของ Meituan, Nice Tuan ของ Alibaba และ Xingsheng Youxuan ของ Tencent

ที่มา: TechNode

alt="Chengxin Youxuan"

from:https://www.blognone.com/node/122591

Elon Musk ออกรายการ Saturday Night Live เล่ามุกตลก เกี่ยวกับภาพจำต่าง ๆ ที่คนมักพูดถึงเขา

Elon Musk ได้ร่วมแสดงรายการตลก Saturday Night Live หรือ SNL ในฐานะ Host ประจำสัปดาห์ซึ่งออกอากาศเมื่อคืนวันเสาร์ตามเวลาในอเมริกา โดยรายการตอนดังกล่าวได้เผยแพร่ผ่าน YouTube ในหลายประเทศอีกด้วย

Musk กล่าวในช่วงเปิดรายการหรือ Cold Open โดยบอกว่าเขาคือคนมีอาการแอสเพอร์เกอร์คนแรก ที่ได้มาเป็น Host ของรายการนี้ นอกจากนี้เขายังเล่ามุกตลกเกี่ยวกับภาพลักษณ์ตนเองที่ผู้คนมักจดจำ ทั้งการทวีตข้อความแปลก ๆ, ชื่อลูก X Æ A-12 ไปจนถึงเรื่องการสูบกัญชาระหว่างออกรายการพ็อดแคสต์ ปิดท้ายด้วยการเชิญคุณแม่ Maye Musk มาร่วมเวที เนื่องจากเป็นสุดสัปดาห์วันแม่ในอเมริกา

ช่วงละครตลกสั้นอื่นในรายการ Musk ยังพูดถึง Dogecoin, SpaceX, Hyperloop ไปจนถึง Supercharger ของ Tesla นอกจากนี้ Grimes แฟนของ Musk ยังมาร่วมแสดงละครสั้นตอนหนึ่งในบทเจ้าหญิงพีชอีกด้วย

ที่มา: Reuters

alt="Elon Musk on SNL"

from:https://www.blognone.com/node/122590

[ไม่ยืนยัน] อินเดียถ่วงเวลาอนุมัติสินค้าที่มีโมดูล Wi-Fi ผลิตจากจีนเพื่อบีบให้ผลิตสินค้าในประเทศ

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า กระทรวงการสื่อสารของอินเดียกำลังพยายามขัดขวางผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในประเทศจีนด้วยการถ่วงเวลาการอนุมัติโมดูล Wi-Fi ที่ผลิตในจีน ซึ่งทำให้บริษัทหลายแห่งอาจต้องเลื่อนเปิดตัวสินค้าในประเทศอินเดียออกไป

แหล่งข่าวระบุว่า สำหรับอุปกรณ์ไร้สายที่มีโมดูล Wi-Fi จำนวนมากที่เตรียมนำเข้าจากจีนจะดีเลย์เนื่องจาก Wireless Planning and Coordination หรือ WPC ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้กระทรวงสื่อสารของอินเดียได้ระงับการอนุมัติผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้มาสักระยะแล้ว โดยคาดว่าน่าจะมีผลิตภัณฑ์ที่อยู่ระหว่างการอนุมัติตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมารวมแล้วกว่า 80 รายการ กระทบบริษัทใหญ่ทั้ง Dell, HP, Xiaomi, Oppo, Vivo และ Lenovo ที่อาจต้องเลื่อนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ภายในประเทศ รวมถึงบริษัทอินเดียที่นำเข้าผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้จากจีนก็ยังไม่ได้รับการอนุมัติเช่นกัน

ปัจจุบัน อินเดียถือเป็นหนึ่งในตลาดเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก การกีดกันผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากจีนคาดว่าน่าจะมาจากความขัดแย้งระหว่างสองประเทศ รวมถึงนโยบายที่อินเดียต้องการให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนสร้างฐานการผลิตในประเทศด้วย ซึ่งแหล่งข่าวของ Reuters ยืนยันว่าการเตะถ่วงผลิตภัณฑ์จากจีนเป็นไอเดียจากรัฐบาลที่จะผลักดันให้บริษัทที่ต้องการทำตลาดในอินเดียต้องเลือกผลิตสินค้าในประเทศ

ที่มา – Engadget, Reuters

No Description
ภาพจาก Pixabay

from:https://www.blognone.com/node/122589

สหรัฐฯ ต้องปิดท่อส่งน้ำมันหลัก หลักบริษัทผู้ดูแลถูกแฮก

ระบบคอมพิวเตอร์ของบริษัท Colonial Pipeline ผู้ดูแลท่อส่งน้ำมันฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ ถูกแฮกจนกระทั่งต้องหยุดการทำงานของท่อส่งน้ำมันทั้งหมด

ท่อส่งน้ำมันที่ Colonial ดูแลมีความยาว 8,850 กิโลเมตร ใช้ขนส่งน้ำมัน 45% ของน้ำมันที่ใช้งานในฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ หรือประมาณ 400 ล้านลิตรต่อวัน น้ำมันที่ขนส่งตามท่อมีทั้ง น้ำมันรถยนต์, น้ำมันเครื่องบิน, น้ำมันเตา, และน้ำมันสำหรับการทหาร

ไม่แน่ชัดว่าทาง Colonial ปิดการทำงานของท่อส่งน้ำมันเพราะการโจมตีทางไซเบอร์โดยตรง หรือเป็นเพราะทางบริษัทตัดสินใจปิดระบบเพื่อป้องกันการโจมตีเข้าถึงระบบควบคุมท่อส่งน้ำมันเท่านั้น แถลงของบริษัทยืนยันว่าทีมงานปิดระบบสารสนเทศเพื่อหยุดยั้งภัยไซเบอร์ครั้งนี้ และติดต่อเอฟบีไอและหน่วยงานรัฐอื่นๆ แล้ว

ที่มา – The New York Times

No Description

ภาพเจ้าหน้าที่ในห้องควบคุมของ Colonial Pipeline

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/122582

Mark Zuckerberg พูดถึงแว่น Oculus Quest Pro แรงขึ้น เพิ่มเซ็นเซอร์ แต่ยังไม่ออกเร็วๆ นี้

Mark Zuckerberg ให้สัมภาษณ์กับ CNET ให้ประเด็นเรื่องแว่น VR นอกเหนือจากการอวดฟีเจอร์ของ Oculus Quest 2 แว่นรุ่นล่าสุด ที่ราคาถูกลงจากรุ่นเดิม (399 ดอลลาร์มาเป็น 299 ดอลลาร์ แม้รีวิวบอกว่าลดต้นทุนจนคุณภาพลด) ประเด็นที่น่าสนใจคือ Zuckerberg พูดถึงแว่นรุ่นท็อปที่มีชื่อเรียกกันเล่นๆ ว่า Oculus Pro ด้วย

Zuckerberg ยอมรับว่า Facebook กำลังพัฒนาแว่นระดับสูงอยู่ แต่คงไม่ได้เห็นกันในเร็วๆ นี้ ข้อมูลที่เรารู้แน่ๆ คือ

  • Oculus Pro จะเป็นแว่นไร้สาย เพราะให้ประสบการณ์ที่ดีกว่า ส่วนในแง่การประมวลผลน่าจะทำบนพีซี แล้วส่งข้อมูลไร้สายผ่าน AirLink กลับมาที่แว่น ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่มีแล้วในแว่น Quest 2
  • กลุ่มเป้าหมายของ Quest Pro นั้น Zuckerberg มองว่าต้องการขยายไปยังการใช้งานด้านอื่นๆ นอกเหนือจากเกมมิ่ง ตัวอย่างที่เขาพูดถึงคือการใช้งานเชิงโซเชียล และการออกกำลังกาย-ฟิตเนส
  • Quest Pro มีเซ็นเซอร์เพิ่มขึ้นจากเดิม อาจมีเซ็นเซอร์ด้านสุขภาพ เช่น วัดอัตราการเต้นของหัวใจ แต่เขาก็ยอมรับว่าการใส่เซ็นเซอร์เพิ่มมา ก็ต้องแลกมาด้วยพลังประมวลผลที่มากขึ้น และการใช้พลังงานที่มากขึ้นด้วย

No Description

ที่มา – CNET, ภาพ Quest 2 จาก Mark Zuckerberg

from:https://www.blognone.com/node/122581

Valve โดนบริษัทเกมอินดี้ฟ้องผูกขาดช่องทางขายเกมพีซี ออกกฎให้ขายร้านอื่นยาก

นอกจากคดี Sony ถูกฟ้องแบบกลุ่มกรณีผูกขาดการขายเกมดิจิทัลบน PlayStation ยังอีกคดีฟ้องผูกขาดแพลตฟอร์มจัดจำหน่ายเกมในช่วงนี้คือ บริษัทเกมอินดี้ Wolfire Games ฟ้อง Valve ว่าผูกขาดช่องทางขายเกมบนพีซีด้วย Steam Gaming Platform

ในคำฟ้องนี้บอกว่า ธุรกรรม 75% ของเกมพีซีขายผ่าน Steam โดยเสียส่วนแบ่ง 30% ให้กับ Valve ซึ่งทำรายได้ให้ Valve มหาศาลถึงปีละ 6 พันล้านดอลลาร์ (ตัวเลขประเมินเพราะ Valve ไม่เคยเปิดเผยรายได้) เมื่อ Steam ได้รับความนิยมสูง มีคนใช้เยอะ ทำให้เกมต้องผูกติดกับบริการ Steam Gaming Platform (ส่วนที่จัดการรายชื่อเพื่อน มัลติเพลเยอร์ และอื่นๆ) เพื่อให้ขายได้

Valve บังคับว่าเกมที่จะใช้บริการ Steam Gaming Platform ต้องขายผ่าน Steam Store ด้วย ซึ่งบริษัทเกมต้องโดนหัก 30% เสมอ

No Description

คำฟ้องยังพูดถึงการขาย Steam Key ที่อนุญาตให้ร้านขายเกมอื่นๆ ขายคีย์แล้วนำมาเล่นบน Steam Gaming Platform ได้ แต่ก็มีนโยบาย Price Parity Provision ที่ห้ามร้านอื่นขายถูกกว่า Valve (เช่น Humble ที่อาจลดส่วนแบ่งให้น้อยกว่า 30%) ทำให้ไม่เกิดการแข่งขันในฝั่ง Store

Valve ยังตรวจสอบว่าหากบริษัทเกมขาย Steam Key ผ่านช่องทางอื่นได้เยอะกว่า Steam Store ถึงสัดส่วนที่กำหนด ก็จะขู่บริษัทเกมและไม่อนุญาตให้ขาย Steam Key เพิ่มด้วย

นอกจากนี้ Valve ยังมีนโยบายอีกข้อชื่อ Price Veto Provision ที่บริษัทเกมต้องยอมให้อำนาจ Valve มีสิทธิโต้แย้ง (veto) การตั้งราคาเกมทั้งบน Steam และช่องทางอื่นๆ ซึ่งตรงนี้คำฟ้องอ้างคำพูดของ Tim Sweeney ซีอีโอของ Epic Games ที่บอกว่านโยบายนี้ทำให้ Epic ไม่สามารถตั้งราคาเกมแข่งกับ Valve ได้

No Description

ในคำฟ้องยังเอ่ยถึงบริษัทต่างๆ ที่พยายามเข้ามาแข่งกับ Steam ในตลาดขายเกมดิจิทัล เช่น EA, Microsoft, Amazon, Epic และบอกว่าต่อให้บริษัทเหล่านี้ใหญ่แค่ไหนก็สู้ Valve ไม่ได้ ด้วยเหตุผลด้านพฤติกรรมผูกขาดของ Valve ดังที่กล่าวมา

อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ Wolfire Games เป็นบริษัทผู้ริเริ่มทำ Humble Bundle ตั้งแต่ปี 2010 และทีมงานได้แยกตัวเป็นบริษัทใหม่ในปีเดียวกัน (บริษัท Humble Bundle ขายให้ Ziff Devis ในปี 2017 และกลุ่มผู้ก่อตั้งลาออกในปี 2019 แล้ว) อย่างไรก็ตาม คำฟ้องของ Wolfire Games ครั้งนี้อยู่ในฐานะสตูดิโอผู้พัฒนาเกม และไม่เกี่ยวอะไรกับ Humble Bundle ที่ปัจจุบันถือเป็นคู่แข่งของ Steam

ที่มา – คำฟ้อง, Ars Technica

from:https://www.blognone.com/node/122580