คลังเก็บหมวดหมู่: BLOGNONE

Tesla รายงานตัวเลขการผลิตไตรมาส 2/2022 ลดลงจากปัญหาซัพพลายเชนและล็อกดาวน์

Tesla รายงานตัวเลขการผลิตของไตรมาสที่ 2 ปี 2022 ซึ่ง Tesla จะรายงานตัวเลขนี้ ก่อนการรายงานผลประกอบการในช่วงปลายเดือน ผลิตรถยนต์ได้รวม 258,580 คัน แบ่งเป็น Model S/X 16,411 คัน และ Model 3/Y 242,169 คัน

จำนวนรถยนต์ที่ส่งมอบให้ลูกค้ารวม 254,695 คัน แบ่งเป็น Model S/X 16,162 คัน และ Model 3/Y 238,533 คัน มีข้อสังเกตว่าตัวเลขไตรมาสที่ 2 นี้ น้อยกว่าไตรมาส 1/2022 อยู่พอสมควร ซึ่ง Tesla บอกว่ามาจากปัญหาซัพพลายเชน และคำสั่งปิดโรงงาน ซึ่งเป็นปัจจัยนอกเหนือการควบคุมของบริษัท อย่างไรก็ตามในเดือนมิถุนายน 2022 ตัวเลขการผลิตเป็นสถิติสูงสุดของบริษัทที่เคยมีมา

ตัวเลขการผลิตที่ลดลงยังทำให้ Tesla ถูก BYD แซงในการเป็นผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าอันดับ 1 ของโลก โดยวัดจากตัวเลขในครึ่งแรกของปี 2022

from:https://www.blognone.com/node/129271

Uprise บริษัทคริปโตเกาหลีใต้ สูญเงิน 99% ของลูกค้า เนื่องจากลงทุนใน Luna

สื่อเกาหลีใต้ Seoul Economic รายงานข่าวว่า Uprise บริษัทคริปโตสัญชาติเกาหลีใต้ สูญเงินลงทุนของลูกค้าไป 99% หลังจากนำเงินไปลงทุนในเหรียญ LUNA

ธุรกิจของ Uprise มีด้วยกัน 2 อย่างคือ Heybit รับเทรดคริปโตให้ลูกค้าด้วยอัลกอริทึม AI (ในเว็บใช้คำว่า Robo-Advisor) และ Iruda เป็นกองทุนคริปโตที่ไปลงทุนในตลาดโลก ส่วนที่ขาดทุนคือ Heybit ที่นำเหรียญคริปโตของลูกค้าไปเทรดในตลาดฟิวเจอร์ส และอ้างว่าใช้ AI ช่วยลดความเสี่ยงจากการเทรด

อย่างไรก็ตาม Heybit เข้าไปลงทุนในเหรียญ LUNA ซึ่งได้รับความนิยมสูงในเกาหลีใต้ (เหตุผลหนึ่งเพราะ Do Kwon เป็นคนเกาหลี) และเสียเงินไปราว 26.7 พันล้านวอน หรือประมาณ 700 ล้านบาท คิดเป็น 99% ของทรัพย์สินทั้งหมดที่ลูกค้าฝากให้ Heybit เทรดให้

ตัวแทนของ Uprise ยอมรับว่าเสียเงินจากภาวะตลาดผันผวน และกำลังอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลเพื่อชดเชยเงินบางส่วนให้ลูกค้า

No Description

ที่มา – Seoul Economic Daily via The Block

from:https://www.blognone.com/node/129270

God of War Ragnarök แพ็กเกจสำหรับนักสะสม มีแผ่นเสียงในชุด แต่ไม่มีแผ่นเกมมาให้

เป็นธรรมดาของวงการเกมยุคนี้ ที่ออกแพ็กเกจกล่องเกมแบบ Special Edition หรือ Collector’s Edition สำหรับแฟนๆ ที่เพิ่มของสะสมอย่างพวกสมุดภาพ ฟิกเกอร์ หรือไอเทมพิเศษบางอย่างมาขายในราคาที่แพงขึ้น

กรณีของเกม God of War Ragnarök ที่เพิ่งประกาศวันวางขาย 9 พ.ย. 2022 ก็ไม่ต่างกัน มีแพ็กเกจพิเศษ 2 แบบคือชุดกลาง Collector’s Edition กับชุดใหญ่ Jötnar Edition ที่มีของที่ระลึกมากมาย มีกล่องเกมลายพิเศษ (steelbook) แต่ก็พิเศษจริงๆ ตรงที่ไม่มีแผ่นดิสก์ตัวเกมมาให้ด้วย ต้องเอาโค้ดไปดาวน์โหลดแบบดิจิทัลแทน (กรณีของ Jötnar Edition ยิ่งน่าสนใจตรงที่มีแผ่นเสียงไวนีลบันทึกเพลงในเกม แต่ไม่มีแผ่นดิสก์ตัวเกม)

ถึงแม้เหตุผลที่ผู้ผลิตไม่แถมแผ่นเกมมาให้เป็นสิ่งที่เข้าใจได้ เพราะผู้ซื้อแพ็กเกจเหล่านี้ซื้อมาเก็บสะสมจริงๆ แล้วไปเล่นเกมผ่านช่องทางดิจิทัลกันอยู่แล้ว แต่การไม่มีตัวเกมที่เป็นสินค้าหลักให้มาในชุด ก็อาจยังทำให้หลายคนรู้สึกแปลกๆ อยู่ดี

Kotaku ชี้ว่า God of War Ragnarök ไม่ใช่เกมแรกที่ใช้แนวทางนี้ เพราะเกม Horizon Forbidden ที่ออกเมื่อต้นปีก็เคยทำมาก่อน ส่วนค่าย Ubisoft ก็เคยออกแพ็กเกจเกม Far Cry 6, Assassin’s Creed Valhalla, Watch Dogs: Legion (บน Xbox) ที่ไม่มีแผ่นเกมมาแล้ว แต่จำกัดเฉพาะในสหราชอาณาจักรเท่านั้น

No Description

No Description

ที่มา – PlayStation Blog, Kotaku

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/129269

กูเกิลนำเสนอ AI ช่วยคอมไพล์เลอร์ปรับปรุงประสิทธิภาพโค้ด

กูเกิลนำเสนอปัญญาประดิษฐ์ MLGO นำมาช่วยคอมไพลเลอร์ให้ออปติไมซ์โค้ดได้ดีขึ้นกว่าเดิม ทั้งในแง่ประสิทธิภาพการทำงาน และขนาดโค้ดที่ได้หลังจากคอมไพล์แล้ว

การปรับปรุงขนาดโค้ดนั้นอาศัยการย้ายโค้ดจากในฟังก์ชั่นออกมาภายนอก (inlining) ที่ก่อนหน้านี้คอมไพล์เลอร์ก็มีตัวออปติไมซ์แบบ heuristic ที่ค้นหาแนวทางการทำ inlining ให้ได้โค้ดขนาดเล็กที่สุดอยู่แล้ว แต่กระบวนการออปติไมซ์นั้นซับซ้อนและปรับปรุงเพิ่มเติมได้ยาก การใช้ MLGO เข้าไปช่วยออปติไมซ์เป็นการฝึกปัญญาประดิษฐ์แบบ reinforce learning (RL) ที่ปัญญาประดิษฐ์จะได้รางวัลจากตัดสินใจทำ inlining แล้วโค้ดเล็กลง ผที่ได้จากการคอมไพล์โค้ดภายในของกูเกิลเองสามารถลดขนาดโค้ดได้ 3-7%

อีกส่วนหนึ่งคือการจัดเรียงการใช้งาน registry ในซีพียูที่มีจำนวนจำกัด และเมื่อต้องพิจารณาตัวแปรต่างๆ ก็ต้องโหลดข้อมูลเข้าออกจาก registry เรื่อยๆ การจัดเรียงโค้ดโดยคำถึงนึงการใช้งาน registry ทำให้ซอฟต์แวร์โดยรวมประสิทธิภาพดีขึ้นได้ ในกรณีนี้ MLGO สามารถออปติไมซ์ประสิทธิภาพโค้ดภายในได้ 0.3-1.5%

ทีมงานคาดว่าตัวปัญญาประดิษ์สามารถออกแบบให้ดีขึ้น และออปติไมซ์โค้ดได้มากกว่าเดิม ขณะที่ในอนาคตก็อาจจะพัฒนา MLGO ไปใช้งานในการออปติไมซ์งานส่วนอื่นๆ ของคอมไพล์เลอร์เพิ่มเติม

ที่มา – Google AI Blog

No Description

from:https://www.blognone.com/node/129268

Accenture แนะองค์กรใช้คลาวด์เปลี่ยนระบบการทำงาน สร้างการเติบโต-โอกาสการแข่งขัน มากกว่าแค่ลดต้นทุน

ที่ผ่านมามีองค์กรจำนวนไม่น้อย ใช้คลาวด์เพื่อการย้ายฐานข้อมูล ย้ายระบบไปสู่แพลตฟอร์มใหม่ โดยประโยชน์ที่ได้รับคือช่วยลดต้นทุนเป็นหลักและอาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพได้บ้าง

แนวคิดนี้ไม่ผิด แต่ต้องยอมรับว่าหากตัดสินใจนำคลาวด์ไปใช้ในเชิงกลยุทธ์เป็นโมเดลปฏิบัติการใหม่จะช่วยให้องค์กรปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ที่คาดไม่ถึงได้อย่างต่อเนื่อง สร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างรายได้ และการเติบโตได้ในอนาคต

No Description

จากรายงานของ Accenture หัวข้อ “Ever-ready for Every Opportunity: How to Unleash Competitiveness on the Cloud Continuum” ซึ่งเป็นผลการสำรวจข้อมูลในกลุ่มผู้บริหารระดับสูงเกือบ 4,000 คนทั่วโลกพบว่า การใช้คลาวด์เพื่อลดต้นทุนเพียงอย่างเดียวอาจทำให้องค์กรเสียเปรียบ เมื่อเทียบกับองค์กรที่เลือกใช้ทั้งคลาวด์สาธารณะ คลาวด์ส่วนตัวและเอดจ์ในเชิงกลยุทธ์มากขึ้น

องค์กรที่วางแผนดี ใช้ประโยชน์จากคลาวด์อย่างเต็มประสิทธิภาพมองว่าคลาวด์เป็นเทคโนโลยีที่ต่อเนื่องกันเป็นห่วงโซ่ สามารถขยายไปยังจุดต่างๆ และมีสถานะความเป็นเจ้าของต่างกัน ควบคู่ไปกับการใช้ 5G แบบคลาวด์เฟิร์สและเครือข่ายที่กำหนดได้ด้วยซอฟต์แวร์ (software-defined networks) จึงสามารถรองรับความต้องการของธุรกิจที่เปลี่ยนไปตลอดเวลาได้

No Description

รายงานฉบับนี้ได้เผยให้เห็นว่า ในขณะที่องค์กรวางแผนย้ายระบบงานกว่า 2 ใน 3 ขึ้นไปบนคลาวด์ให้ได้ภายใน 3 – 5 ปีข้างหน้า แต่จะมีเพียงแค่ครึ่งเดียวเท่านั้นที่ใช้ศักยภาพของคลาวด์ได้เต็มที่โดยนำไปใช้เปลี่ยนงานประจำวันต่างๆ การทำงานที่ต้องใช้องค์ความรู้ ตลอดจนปรับปรุงแอปพลิเคชั่นให้ทันสมัยเพื่อรองรับความต้องการด้านต่างๆ ของธุรกิจ

No Description

องค์กรที่มีความล้ำหน้าเช่นนี้เรียกว่า Continuum Competitors หรือผู้นำที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง มีสัดส่วนประมาณ 12-15% ของผู้ตอบแบบสำรวจ ถือเป็นองค์กรที่โดดเด่นในด้านการขยายประสบการณ์ที่ได้จากคลาวด์สาธารณะไปสู่ศูนย์ข้อมูลองค์กร และจุดประมวลผลเอดจ์ ช่วยปรับขั้นตอนการดำเนินงานประจำของธุรกิจทำให้สามารถรับประโยชน์จากคลาวด์ได้เต็มที่ หมายถึงความสามารถในการแข่งขันที่เหนือกว่า และการรับมือสถานการณ์ต่างๆ ได้ดีกว่า

ตัวอย่างองค์กรที่เห็นได้ชัดคือ Carlsberg บริษัทเบียร์ข้ามชาติจากเดนมาร์ก ที่ใช้คลาวด์ในเชิงกลยุทธ์ ช่วยทั้งประหยัดต้นทุนการดำเนินงานและเพิ่มอิสระในการสร้างสรรค์และทดลอง ทำให้เปิดตัวโครงการและแคมเปญใหม่ๆ โดยใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงจากเดิมที่ใช้เวลาเป็นเดือน

กล่าวได้ว่า ความสามารถในการแข่งขันของบริษัทขึ้นอยู่กับการเลือกประเภทคลาวด์ให้เหมาะกับการนำไปใช้และเลือกใช้บริการบนคลาวด์แบบต่างๆ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ ศูนย์ติดต่ออัจฉริยะ เอดจ์คอมพิวติ้ง โรโบติกคอมพิวติ้ง เทคโนโลยีโลกเสมือน (extended reality) และอื่นๆ ซึ่งเป็นการนำห่วงโซ่ต่างๆ ในระบบคลาวด์ไปใช้ด้วยแนวทางที่ล้ำหน้าที่สุด และใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเหล่านี้ได้อย่างเต็มที่

ทั้งหมดคือการใช้กลยุทธ์แบบคลาวด์เฟิร์ส ช่วยสร้างประสบการณ์ลูกค้าให้ดีขึ้น มีกระบวนการทำงานที่เป็นอัจฉริยะและมีผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน โดยมีสิ่งที่แตกต่าง อาทิ

  • โอกาสที่มากกว่า 2 – 3 เท่าในการสร้างสรรค์ ปรับระบบการทำงานให้เป็นอัตโนมัติและจัดโครงสร้างการทำงานที่ต้องใช้ความรู้ใหม่
  • สามารถลดต้นทุนได้มากกว่าองค์กรที่เน้นย้ายข้อมูลเป็นหลัก 1.2 เท่า (อเมริกาเหนือ) และ 2.7 เท่า (ยุโรป)
  • สามารถตั้งเป้าหมายด้านการดำเนินงานและด้านการเงินได้สูงกว่า ซึ่งรวมถึงการกำหนดเกณฑ์ชี้วัดทางธุรกิจเพิ่มขึ้นถึง 50% เช่น การเพิ่มฐานลูกค้าและเข้าตลาดได้เร็วกว่าคู่แข่ง
  • มีโอกาสมากกว่าเกือบสามเท่าในการใช้ระบบคลาวด์จัดการเป้าหมายด้านความยั่งยืนให้สำเร็จลุล่วงอย่างน้อย 2 เป้าหมาย เช่น การใช้แหล่งพลังงานสีเขียว การออกแบบให้ใช้พลังงานน้อยลง และการใช้เซิร์ฟเวอร์อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นเพื่อลดการใช้พลังงาน

No Description

ทั้งนี้ Accenture พบ 4 แนวทางการใช้คลาวด์สู่ความเป็นผู้นำในภาคธุรกิจ ซึ่งองค์กรต่างๆ สามารถนำไปปรับใช้ได้ ดังนี้

  1. กำหนดจุดมุ่งหมายขององค์กรในการใช้คลาวด์ องค์กรจะต้องพัฒนากลยุทธ์ขึ้นมาก่อน ระบุจุดที่อ่อนไหวในการแข่งขัน กำหนดเป้าหมายที่ต้องการจะไปถึงในอนาคต
  2. วางแนวทางการใช้คลาวด์ให้รองรับเทคโนโลยีอื่นๆ และนำไปต่อยอดได้องค์กรจำเป็นต้องนำเทคโนโลยีมาใช้ควบคู่กับแนวปฏิบัติที่มีความยืดหยุ่นคล่องตัว (agility) เป็นกรอบแนวคิดที่สำคัญที่สุดสำหรับการจะเป็นผู้นำที่แกร่งต่อเนื่องเพราะต้องใช้ทั้งแอปแบบคลาวด์เฟิร์ส การยกระดับบุคลากรทให้มีความสามารถและการทดลองใหม่ๆ ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นต้น
  3. เร่งพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร ให้ความสำคัญกับการลงทุนด้าน “ประสบการณ์” มากที่สุด เน้นผู้ใช้เป็นศูนย์กลางผสานเข้ากับเทคโนโลยีบนคลาวด์อย่างเอดจ์คอมพิวติ้ง ปลูกฝังกรอบแนวคิดเรื่องการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้เกิดขึ้นทั้งองค์กร ซึ่งรวมถึงผลิตภัณฑ์และบริการ ประสบการณ์ของพนักงานและรูปแบบการจัดส่งสินค้า
  4. ให้คำมั่นเชิงกลยุทธ์อย่างต่อเนื่อง การจะเป็นผู้นำได้ต้องกำหนดวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ กำหนดระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมและส่งเสริมวัฒนธรรมที่เน้นความคล่องตัวและการเติบโตและองค์กรจำเป็นต้องให้ “ทุกคนมีส่วนร่วม” ทุกคนในองค์กรต้องได้รับรู้ถึงศักยภาพและแนวปฏิบัติที่ดีในการใช้คลาวด์ที่มีศักยภาพพัฒนาไปอยู่เสมอ

No Description

รายงานของ Accenture เรื่อง “Ever-ready for Every Opportunity: How to Unleash Competitiveness on the Cloud Continuum” ออกมาในขณะที่องค์กรต่างๆ ถูกบีบคั้นจากสถานการณ์โควิดให้ต้องส่งมอบประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครให้กับลูกค้า ให้บริการในรูปแบบใหม่และเป็นแบบเสมือนจริง อีกทั้งงานวิจัยก่อนหน้านี้ของเอคเซนเชอร์ก็ยังพบว่า องค์กรที่สามารถปรับขนาดของนวัตกรรมเทคโนโลยีได้ในช่วงโควิด-19 จะสามารถสร้างรายได้ให้เติบโตเร็วกว่าองค์กรที่นำนวัตกรรมเทคโนโลยีไปใช้ช้า ถึง 5 เท่า

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/129237

BYD แซง Tesla เป็นผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเบอร์ 1 ของโลก, Tesla ยอดผลิตลดลง 18%

บริษัทรถยนต์จีน BYD สามารถแซงหน้า Tesla กลายเป็นแชมป์ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าได้เป็นครั้งแรก โดย BYD ขายรถยนต์ไฟฟ้าได้ 641,000 คันในครึ่งแรกของปี 2022 ส่วน Tesla ทำได้ 564,000 คัน

ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ BYD แซงหน้า Tesla ได้สำเร็จ เกิดจากฝั่ง Tesla เองก็ผลิตรถยนต์ได้น้อยลงในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้จากปัญหาซัพพลายเชนและโรงงานที่เซี่ยงไฮ้ต้องปิดชั่วคราว (ไตรมาส 1 ผลิตได้ 305,407 คัน, ไตรมาส 2 ผลิตได้ 258,580 คัน ลดลง 18%)

แต่ฝั่งของ BYD เองก็ทำได้ดี สามารถเพิ่มยอดขายได้เพิ่มขึ้นมากกว่า 300% เทียบกับครึ่งแรกของปี 2021 แต่ส่วนใหญ่รถยนต์ของ BYD เป็นรถแบบไฮบริดที่มีทั้งไฟฟ้าและน้ำมัน เหตุผลหนึ่งที่ BYD ทำได้ดีเนื่องจากมีฐานผลิตอยู่แถบเซินเจิ้น ที่ไม่โดนล็อคดาวน์เหมือนเซี่ยงไฮ้แบบที่ Tesla โดน

นอกจากยอดขายรถยนต์ที่ทำได้ดีแล้ว BYD ยังผงาดขึ้นมาเป็นผู้ผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าอันดับ 2 ของโลก แซงหน้า LG Energy ได้แล้ว (อันดับหนึ่งคือบริษัทจีน Contemporary Amperex Technology หรือ CATL)

No Description

ที่มา – Financial Times, Ars Technica

from:https://www.blognone.com/node/129267

Elon Musk มีลูกกับผู้บริหาร Neuralink สองคน

Elon Musk มีลูกแฝดกับ Shivon Zilis ผู้บริหาร Neuralink ตั้งแต่ปี 2021 รวมปัจจุบันเขามีลูกรวม 9 คน จากภรรยาคนแรก Justine Musk 5 คน จาก Claire Boucher หรือ Grimes 2 คน

ลูกแฝดที่เกิดกับ Zilis เกิดเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2021 ก่อนหน้าลูกสาวคนเล็กที่เกิดกับ Grimes ด้วยการอุ้มบุญจะเกิดในเดือนธันวาคม 2021 สื่อเพิ่งรู้เรื่องลูกทั้งสองคนที่เกิดกับ Zilis เนื่องจาก Musk และ Zilis ยื่นขอเปลี่ยนนามสกุลของเด็กทั้งสองคนเพื่อไปใช้นามสกุล Musk

Neuralink เป็นบริษัทที่ Musk ร่วมก่อตั้งเพื่อวิจัยการทำงานร่วมกันระหว่างคอมพิวเตอร์และสมอง ที่ผ่านมาบริษัทแสดงความคืบหน้าในการเชื่อมต่อสมองสัตว์เพื่อให้ควบคุมคอมพิวเตอร์ได้อย่างค่อนข้างน่าประทับใจ

ที่มา – The Guardian

Elon Musk

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/129266

Ubisoft เปิดตัว The Division Resurgence ลงมือถือ เป็นเกม Free-to-Play

Ubisoft เปิดตัว The Division Resurgence ครั้งแรกของเกมซีรีส์ Tom Clancy’s The Division บนแพลตฟอร์มมือถือ

เนื้อเรื่องของเกมอยู่ในจักรวาลเดียวกับ The Division ภาคหลัก แต่ช่วงเหตุการณ์เกิดขึ้นก่อนภาค 1 และ 2 โดยผู้เล่นจะรับบทเป็นหน่วย Strategic Homeland Division (SHD) รุ่นแรก ที่เข้ามารักษาความสงบของนครนิวยอร์กในยุคที่เกิดความไม่สงบจากการแพร่ระบาดของไวรัส

รูปแบบเกมเพลย์ยังเป็นเกมยิงแนว Third-Person Shooter แบบโอเพนเวิลด์ เล่นได้ทั้งโหมดคนเดียวและมัลติเพลเยอร์ co-op พร้อมฟีเจอร์มาตรฐานอย่างการอัพเกรดตัวละครและอาวุธ เกมประกาศแล้วว่าเป็น free-to-play แต่ยังไม่เปิดเผยเรื่องโมเดลการหารายได้

ตอนนี้เกมกำลังจะเปิดทดสอบแบบ closed-alpha ทั้งบน iOS และ Android

No Description

No Description

No Description

No Description

No Description

ที่มา – Ubisoft

from:https://www.blognone.com/node/129263

KBTG ร่วมมือ MIT ให้ทุนวิจัย KBTG Fellow ยกระดับไทย และโลกด้วยนวัตกรรม AI และเทคโนโลยีใหม่

KBTG กลุ่มบริษัทเทคโนโลยีของธนาคารกสิกรไทย วางเป็าหมายสู่ The Best Tech Organization แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภายในปี 2025 ซึ่งการจะไปถึงจุดนั้นได้ หนึ่งในตัวแปรสำคัญคือทีมงานที่มีคุณภาพ

จุดนี้เองในเดือน มี.ค. 2022 KBTG จึงเข้าร่วม MIT Media Lab Research Consortium เพื่อสนับสนุนการทำวิจัยด้านบริการทางการเงินยุคอนาคต และเตรียมให้พนักงาน KBTG เข้าไปมีส่วนร่วมกับงานวิจัยดังกล่าว

มากกว่านั้นเพื่อแสดงให้เห็นถึงความจริงจังในการสร้างทีมงาน และองค์กรอันดับ 1 ของอาเซียน KBTG มีการให้ทุนแบบ Fellowship กับนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาของ MIT Media Lab ถือเป็นการสนับสนุนการศึกษาอีกระดับ

ทุน Fellowship มีรายละเอียดอย่างไร แตกต่างกับการให้ทุนแบบอื่น ๆ หรือไม่ และหลังจากรูปแบบการให้ทุนเพื่อยกระดับองค์กรต่าง ๆ จะเป็นอย่างไร ร่วมกันหาคำตอบจาก เรืองโรจน์ พูนผล ประธานกลุ่มบริษัท KBTG กันครับ

alt="KBTG"พัทน์ ภัทรนุธาพร ผู้ได้ทุน KBTG Fellow คนแรก

รู้จักทุน Fellowship ที่ KBTG ให้

KBTG Fellow คือชื่อของทุนที่ KBTG จะให้กับนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาของ MIT Media Lab โดยทุนดังกล่าวเป็นรูปแบบ Fellowship ซึ่งทุน Fellowship มีความแตกต่างจากทุนรูปแบบอื่นๆ คือจะไม่มีกรอบใด ๆ ในการวิจัย โดยขอแค่มีความเกี่ยวข้องกับผู้ให้ทุน แต่การจะได้มาผู้ได้รับทุนต้องมีความสามารถสูง และเลือกหัวข้อวิจัยที่มีชื่อเสียง โดย เรืองโรจน์ พูนผล ประธานกลุ่มบริษัท KBTG กล่าวย้ำว่า “เราเชื่อว่าเขาจะเดินหน้าเองได้ ไม่ต้องมีกรอบอะไร แต่คนที่ได้ต้องมีความสามารถพิเศษจริง ๆ”

สำหรับนักศึกษาคนแรกที่ KBTG จะให้ทุน KBTG Fellow คือ พัทน์ ภัทรนุธาพร นักศึกษาปริญญาเอกชาวไทยคนแรกในสาขา Fluid Interfaces ที่ MIT Media Lab โดยจะได้ทุนวิจัยระยะเวลา 2 ปี โดยเรื่องที่เขาจะวิจัยคือ ปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และปัญญาประดิษฐ์ และการศึกษาส่วนบุคคล

ติดอาวุธให้ทีมงานของ KBTG

นอกจากการเข้าไปสนับสนุนคนเก่งด้วยทุน KBTG Fellow ทาง KBTG จะส่งนักวิจัย 1 คนของบริษัทไปทำงานร่วมกับนักวิจัยของ MIT Media Lab ในเรื่องปัญญาประดิษฐ์ และUX/UI โดยความร่วมมือด้านการวิจัยนี้จะเริ่มขึ้นในเดือน ก.ย. 2022

“ไทยเราขาดผู้เชี่ยวชาญเรื่องเทคโนโลยีหลายพันตำแหน่ง และหลังการระบาดของโรคโควิด-19 เริ่มทุเลาภาพรวมสตาร์ตอัพน่าจะกลับมาเติบโต ซึ่งตลาดดังกล่าวที่มีมูลค่ากว่าแสนล้านบาทในอาเซียน ดังนั้นการมีผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเทคโนโลยีรองรับเรื่องนี้น่าจะเป็นเรื่องที่ดีกับประเทศ และภูมิภาค”

ขณะเดียวกัน พัทน์ ภัทรนุธาพร ยังถูกวางตัวเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ KBTG Fellow เพื่อช่วยสร้างการรับรู้ และกระตุ้นให้เกิดคนเก่งในเรื่องนวัตกรรมในประเทศไทย ส่วน KBTG ปัจจุบันมีพนักงานมากกว่า 1,500 คน และขับเคลื่อน และยกระดับพนักงานให้พร้อมอยู่ในองค์กรเทคโนโลยีมาอย่างต่อเนื่อง

alt="KBTG"เรืองโรจน์ พูนผล ประธานกลุ่มบริษัท KBTG

ยกระดับบริการของ KBTG และ ของโลก ด้วยนวัตกรรม

ในทางกลับกันเป้าหมายหลักจากให้ทุนครั้งนี้ KBTG คาดหวังให้งานวิจัยของ KBTG Fellow จะสามารถสร้างนวัตกรรม ที่เป็นพื้นฐานของบริการทางการเงินผ่านเทคโนโลยีต่าง ๆ เช่น AI และ Blockchain รวมถึงยกระดับประสบการณ์การใช้งานของลูกค้า พร้อมกระตุ้นให้ทุกคนมีวินัยทางการเงิน สร้าง Financial Well-Being เช่นกัน ซึ่งตรงกับบริการที่ KBTG ให้ความสนใจ

แม้จะยังไม่สามารถระบุบริการที่จะได้รับจากโครงการนี้ แต่ เรืองโรจน์ พูนผล เชื่อว่า การเคลื่อนไหวของ KBTG จะทำให้องค์กรต่าง ๆ หันมาให้ทุนในรูปแบบ Fellowship และให้ความสำคัญกับการสนับสนุนการศึกษา ซึ่งบริษัทในฐานะผู้นำในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีต้องทำให้ทุกคนเห็นเรื่องนี้อย่างชัดเจนก่อน

“ยกระดับประเทศคือเป้าหมายอันใหญ่ของเรา เพราะสุดท้ายมันจะไปถึงเส้นชัยจริง ๆ ได้ ต้องอาศัยการลงทุนเพื่อสังคม และประเทศชาติ จนทุกคนสามารถจบออกมาเป็นนักวิจัยที่มีคุณภาพ สามารถสร้างผลกระทบในวงกว้างด้วยนวัตกรรมใหม่ได้จริง”

โครงการการศึกษาที่ต้องมีเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ KBTG เตรียมเปิดโครงการเกี่ยวกับการศึกษาอื่น ๆ ในอนาคต โดยในปี 2022 นอกจาก KBTG Fellow จะมีอีกหลาย โครงการที่เปิดตัว แต่ยังไม่สามารถบอกถึงรายละเอียดเชิงลึกได้ แสดงให้เห็นถึงการสนับสนุนด้านการศึกษาที่เป็นพื้นฐานสำคัญในการขับเคลื่อนเทคโนโลยีของ KBTG

“ผมคิดว่ามหาวิทยาลัย, EdTech และองค์กรชั้นนำต่าง ๆ ต้องมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนเรื่องหลักสูตร และการสนับสนุน เพื่อแก้วิกฤติผู้เชี่ยวชาญเรื่องเทคโนโลยีในประเทศไทยขาดแคลน และเราอยากได้คนที่ไม่กลัวการล้มเหลว พร้อม Push the Frontier ไปด้วยกันหลังจากนี้”

ทั้งนี้เมื่อเดือน มี.ค. 2022 KBTG ได้ตัดสินใจเข้าร่วม MIT Media Lab Research Consortium เพื่อสนับสนุนการทำวิจัยด้านบริการทางการเงินยุคอนาคต (Next Generation Financial Services) ซึ่งเกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของธนาคารกสิกรไทย

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/129260

Forspoken เกมแรกของ Luminous Productions เลื่อนอีกรอบ เป็นมกราคม 2023

Forspoken เกมแรกของสตูดิโอ Luminous Productions อดีตทีมสร้าง FFXV ที่แยกออกเป็นสตูดิโอใหม่ในสังกัด Square Enix เมื่อปี 2018 ประกาศเลื่อนวันวางขายจากเดือนตุลาคม 2022 เป็น 24 มกราคม 2023 (ถือเป็นการเลื่อนรอบที่สอง จากเดิมมีกำหนดออก 24 พฤษภาคม 2022)

ประกาศของ Luminous Productions บอกว่าตัวเกมหลักเสร็จหมดแล้ว กระบวนการพัฒนาตอนนี้อยู่ในช่วงเก็บรายละเอียดและปรับปรุงคุณภาพของเกม

Forspoken เป็นเรื่องของตัวเอกหญิง Frey Holland ที่ข้ามมิติจากนิวยอร์กไปอยู่ในโลกเวทย์มนต์ Athia (โค้ดเนมของเกมตอนพัฒนาชื่อ Project Athia) เกมถูกพัฒนาขึ้นบนเอนจิน Luminous Engine ที่เริ่มใช้ใน Final Fantasy XV เป็นเกมแรก และ Forspoken ถือเป็นเกมที่สองที่ใช้งาน

No Description

No Description

ที่มา – @Forspoken

from:https://www.blognone.com/node/129262