คลังเก็บหมวดหมู่: BLOGNONE

[แจ้งเตือน] ช่องโหว่ F5 BIG-IP เริ่มถูกเจาะ ควรเร่งแพตช์

ช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา F5 ปล่อยแพตช์ช่องโหว่ CVE-2020-5902 ที่เป็นช่องโหว่ของคอนโซลเว็บคอนฟิกสำหรับ BIG-IP ทำให้แฮกเกอร์เข้ามารันโค้ดได้ (ความร้ายแรงตาม CVSSv3 10 คะแนนเต็ม) และตอนนี้ก็เริ่มมีรายงาน

หลังช่องโหว่ถูกเปิดออกมาก็เริ่มมีคนสร้างคำสั่งสำหรับแฮกด้วยช่องโหว่นี้ออกมา คำสั่งนั้นทำได้ค่อนข้างง่ายด้วยการเขียน curl เพียงบรรทัดเดียว ทำให้ทาง U.S. Cyber Commands ออกมาแจ้งเตือนว่าควรรีบแพตช์

ตอนนี้นักวิจัยเริ่มสังเกตเห็นการสแกนเน็ตเวิร์คเพื่อตรวจช่องโหว่นี้หรืออาจจะเป็นเครื่องที่พยายามโจมตีจริง สำหรับผู้ใช้ BIG-IP ควรตรวจสอบตามเอกสารของ F5 เพื่อแพตช์หรือลดผลกระทบด้วยวิธีการที่บริษัทแนะนำ รวมถึงการปิดไม่ให้เข้าถึงหน้าจอคอนโซลจากภายนอก

ที่มา – F5, HelpNetSecurity

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/117341

Google Cloud ชิงเปิดบริการคลาวด์ใช้ NVIDIA Ampere A100 แต่ยังทดสอบวงปิด

Google Cloud ประกาศเปิดตัวเซิร์ฟเวอร์ A2 ที่เป็นเครื่องรุ่นใหม่ใส่การ์ด NVIDIA Ampere A100 สูงสุด 16 ใบ ให้ประสิทธิภาพสูงสุด 20 เพตาฟลอบที่ FP16 สามารถคอนฟิกเครื่องขนาดใหญ่ที่สุดได้ 96 vCPU, แรม 1.3TB, สตอเรจ SSD ขนาด 3TB

ตัวชิป A100 เองมีความสามารถในการรองรับฟอร์แมต Tensor Float 32 (TF32) หรือเลขทศนิยมขนาด 19 บิตที่มีช่วงการแสดงค่าเทียบเท่ากับ FP32 แบบปกติ การรองรับโดยตรงทำให้ A100 รันงานแบบ TF32 ได้เร็วกว่าชิป Volta V100 ถึง 10 เท่าตัวในบางกรณี000

ตอนนี้เครื่อง A2 ยังทดสอบวงปิดโดยกูเกิลเปิดให้ลงชื่อแสดงความสนใจไว้ได้และจะเปิดบริการจริงและราคาภายหลัง โดยเตรียมจะรองรับชิป A100 บนบริการ Kubernetes Engine ไปจนถึงบริการปัญญาประดิษฐ์อื่นๆ ต่อไป

ที่มา – Google Cloud Blog

No Description

from:https://www.blognone.com/node/117340

AWS บุกตลาดฐานข้อมูลในองค์กร บริการ RDS ซัพพอร์ตบน Outpost สำหรับรันในองค์กร

AWS ปรับสถานะบริการฐานข้อมูล RDS บน Outpost (ที่เพิ่งวางขายในไทย) เป็นสถานะ GA เปิดให้ลูกค้าสามารถสร้างฐานข้อมูลในองค์กรโดยไม่ต้องดูแลซอฟต์แวร์เอง ทำให้ AWS กลายเป็นคู่แข่งโดยตรงกับออราเคิลที่ให้ขายคลาวด์สำหรับการสร้างฐานข้อมูลในศูนย์ข้อมูลลูกค้าเองมาก่อนในชื่อ Cloud at Customer

RDS บน Outpost จะสามารถใช้ฐานข้อมูลแบบ MySQL และ PostgeSQL ได้เท่านั้นในช่วงแรกและจะเพิ่มฐานข้อมูลแบบอื่นๆ ในภายหลัง ผู้ใช้สามารถปรับขยายหรือย่อเซิร์ฟเวอร์สำหรับฐานข้อมูลได้เหมือนบนคลาวด์ อย่างไรก็ตามยังไม่สามารถสร้างเครื่องสำหรับอ่านอย่างเดียว (read replica) หรือสร้างคลัสเตอร์แบบ high availability ได้

No Description

RDS เป็นบริการเสริมที่คิดค่าใช้งานเพิ่มเติมเป็นค่าจัดการเครื่อง แม้ใช้เครื่อง Outpost ที่ซื้อแบบจ่ายเต็มก็ตาม โดยราคาเริ่มต้นในสหรัฐฯ อยู่ที่ 54 ดอลลาร์ต่อเดือน และราคาแต่ละภูมิภาคไม่เท่ากัน และที่สำคัญคือยังไม่รองรับโซนสิงคโปร์ ทำให้ตอนนี้ RDS อาจจะยังไม่รองรับ Outpost ในภูมิภาคนี้ควรตรวจสอบกับทาง AWS ว่าเครื่องที่ติดตั้งในไทยผูกกับโซนใด

บริการนี้ไม่ใชครั้งแรกที่ AWS บุกตลาดระบบฐานข้อมูลในองค์กร โดยปีที่แล้ว AWS ก็เปิดบริการ Amazon RDS on VMware ที่จัดการฐานข้อมูลบนเครื่องลูกค้าเหมือนกัน แต่บน Outpost นี้ทาง AWS จะสามารถควบคุมประสิทธิภาพฮาร์ดแวร์ได้ทั้งหมด

ที่มา – AWS Blog

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/117339

หน่วยข่าวกรองอังกฤษเตรียมเสนอรัฐบาลแบน Huawei, ถอดอุปกรณ์ 5G ภายในปีนี้

สหราชอาณาจักรอาจจะกำลังเป็นประเทศล่าสุดที่สั่งแบน Huawei แบบเต็มรูปแบบ หลังจากต้นปีที่ผ่านมารัฐบาลอังกฤษประกาศว่ายังคงใช้งานอุปกรณ์ Huawei ในโครงข่าย 5G ในหลาย ๆ ส่วน และห้ามไม่ให้ใช้ Huawei เป็นอุปกรณ์คอร์เน็ตเวิร์คและไม่ให้มีส่วนแบ่งตลาดเกิน 35% เท่านั้น

แต่จากรายงานของหน่วยงานความปลอดภัยไซเบอร์ภายใต้หน่วยความกรองอังกฤษ (GCHQ) พบว่าการที่สหรัฐแบน Huawei ไม่ให้เข้าถึงเทคโนโลยีสหรัฐ อาจทำให้ Huawei ต้องหันไปใช้แหล่งเทคโนโลยีที่ไม่น่าเชื่อถือและควบคุมไม่ได้ ซึ่งก็อาจนำมาซึ่งความเสี่ยงด้านความปลอดภัยอีกขั้น

หน่วยข่าวกรองเลยกำลังร่างข้อเสนอไปยังรัฐบาลอังกฤษ ให้ออกคำสั่งห้ามไม่ให้ใช้งานและติดตั้งอุปกรณ์ใหม่จาก Huawei ภายใน 6 เดือนและถอนอุปกรณ์ที่ติดตั้งออกไปแล้วภายในปีนี้ โดยรายงานฉบับนี้น่าจะถึงมือนายกรัฐมนตรีภายในสัปดาห์นี้

ที่มา – The Telegraph

จากภาพ Shutterstock

from:https://www.blognone.com/node/117338

ไมโครซอฟท์ปรับแผน, พีซีภาคการศึกษา/ธุรกิจจะได้อัพเกรด Edge รุ่น Chromium ผ่าน Windows Update ภายหลัง 30 ก.ค. นี้

หลังจากเริ่มปล่อย Microsoft Edge ตัวใหม่ที่ใช้เอนจิน Chromium ให้กับลูกค้าทั่วไปผ่าน Windows Update มาได้ระยะหนึ่ง ไมโครซอฟท์ก็ได้ประกาศแผนที่จะขยายการปล่อย Edge ตัวใหม่ไปยังพีซีในภาคการศึกษาและภาคธุรกิจ โดยจะเริ่มต้นภายหลัง 30 ก.ค. นี้

เปลี่ยนจากแผนเดิมเมื่อเดือน ม.ค. ที่ไมโครซอฟท์เคยออกเอกสารชี้แจ้งว่าจะไม่อัพเกรด Edge ตัวใหม่ให้อุปกรณ์ที่เข้าข่ายใช้งานในองค์กรซึ่งรวมถึงพีซีภาคการศึกษาและภาคธุรกิจให้อัตโนมัติ

สำหรับเหตุที่ทำให้ไมโครซอฟท์ตัดสินใจขยายการอัพเกรดในครั้งนี้ เป็นผลสืบเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์โลกในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ที่ทำให้การทำงานและการเรียนหนังสือจากที่บ้านแพร่หลายขึ้นมาก การอัพเกรดเว็บเบราว์เซอร์บนพีซีที่ใช้งานในลักษณะดังกล่าวให้เป็น Edge ตัวใหม่ซึ่งมาพร้อมฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยล่าสุดจึงกลายเป็นเรื่องที่จำเป็น

อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแปลงข้างต้นจะไม่ส่งผลกระทบต่ออุปกรณ์ที่ได้รับการจัดการอัพเดตผ่าน Windows Update for Business (WUfB) หรือ Windows Server Update Services (WSUS) ซึ่งจะยังคงไม่ได้รับการอัพเกรดเป็น Edge ตัวใหม่ให้อัตโนมัติตามแผนเดิม

ส่วนท่านใดที่ไม่ต้องการอัพเกรดก็ยังสามารถบล็อคได้ผ่าน Blocker Toolkit เข้าไปอ่านรายละเอียดได้ที่นี่ครับ

ที่มา – Microsoft Tech Community via MSPowerser

alt="ภาพโปรโมท Microsoft Edge ตัวใหม่จากเว็บไมโครซอฟท์"

from:https://www.blognone.com/node/117337

Google Docs, Slides, Sheets บน Android ใช้ Dark Theme ได้แล้ว

Google เริ่มปล่อยอัปเดต Dark Theme ให้กับแอปในเครือ G Suite อย่าง Docs, Slides, Sheets บน Android เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

No Description

ผู้ใช้งานสามารถตั้งค่า Dark Theme ของแต่ละแอปได้ที่ Menu > Settings > Theme > Dark โดยหากตั้งค่าระบบเป็น Dark Mode อยู่แล้ว แอปจะเปลี่ยนเป็นโหมดมืดให้โดยอัตโนมัติ

No Description

นอกจากนี้หากเปิด Dark Theme แล้วต้องการดูเอกสารใน Light Theme ก็สามารถทำได้เช่นกัน กดที่เมนูมุมขวา > View in light theme

No Description

อนึ่ง ยังไม่มีรายงานเกี่ยวกับฟีเจอร์ Dark Theme สำหรับ Docs, Slides, Sheets เวอร์ชั่น iOS

ที่มา – Google

from:https://www.blognone.com/node/117336

เปิดตัว H.266/VVC ตัวเข้ารหัสวิดีโอยุคใหม่ ประสิทธิภาพดีกว่า H.265 ถึง 50%

สงครามฟอร์แมตวิดีโอกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง โดยสถาบัน Fraunhofer HHI ในเยอรมนี (ซึ่งเป็นผู้พัฒนา codec สำคัญๆ ของโลกมาตั้งแต่ยุค MP3) เปิดตัว H.266 หรือชื่ออย่างเป็นทางการคือ Versatile Video Coding (VVC)

จากเลขชื่อ H.266 หลายคนคงเดากันได้ว่ามันคือตัวเข้ารหัสวิดีโอที่สืบทอดต่อจาก H.264/AVC และ H.265/HEVC สิ่งที่พัฒนาขึ้นจากเดิมคือความสามารถในการบีบอัดวิดีโอเพิ่มขึ้นถึง 50% จาก H.265 (แปลว่าคุณภาพเท่ากัน ขนาดไฟล์เหลือครึ่งเดียว)

Fraunhofer บอกว่าพัฒนา H.266/VVC ขึ้นมาสำหรับยุค ultra-high-resolution เพื่อให้การรับชมวิดีโอแบบ 4K/8K มีประสิทธิภาพมากขึ้น ตอนนี้สเปกของ H.266 เสร็จสมบูรณ์แล้ว และจะออกซอฟต์แวร์ชุดแรกที่รองรับ H.266 ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีนี้

No Description

ปัญหาของ H.265 ไม่ได้อยู่ที่เรื่องเทคนิค แต่เป็นเรื่องค่าไลเซนส์ที่แพงขึ้นจากยุค H.264 มาก ทำให้บริษัทไอทีหลายรายที่นำโดยกูเกิล หันไปตั้งกลุ่ม AOmedia พัฒนาตัวเข้ารหัสวิดีโอที่ใช้งานได้ฟรี ไม่ต้องเสียค่าไลเซนส์ และได้ผลออกมาเป็น ตัวเข้ารหัสแบบ AV1 ที่เริ่มใช้แล้วใน YouTube, Facebook, Netflix รวมถึงตัวถอดรหัสในชิป MediaTek

Fraunhofer กลับมารอบนี้มีพันธมิตรเข้าร่วมหลายราย ที่ระบุชื่อคือ Apple, Ericsson, Intel, Huawei, Microsoft, Qualcomm, Sony ซึ่งพันธมิตรบางรายอย่าง Microsoft และ Intel ก็เป็นสมาชิกของกลุ่ม AOmedia ด้วยเช่นกัน

ที่มา – Fraunhofer HHI

from:https://www.blognone.com/node/117335

เพื่อวันหยุดที่สงบสุข Slack ให้ตั้งค่าปิดรับทุกการแจ้งเตือนในวันเสาร์-อาทิตย์ได้

ฟีเจอร์ใหม่ Slack ให้ผู้ใช้งานสามารถตั้งค่า ปิดรับทุกการแจ้งเตือนในวันหยุดได้ ใช้งานได้ทั้ง Slack เวอร์ชั่นฟรีและเสียเงิน และใช้งานได้ทั้งแอปบนพีซีและมือถือ

No Description

วิธีตั้งค่าในพีซี

  • คลิกที่สามเหลี่ยมหัวทิ่มตรงหลังชื่อบริษัท
  • กด Pause notifications
  • กด Set notifications schedule
  • กดเลือก Weekdays

No Description

วิธีตั้งค่าในมือถือ

  • กดปุ่ม You ที่มีไอคอนคล้ายรูปหน้าคน
  • กด Notifications
  • กด Notification Schedule
  • กด Allow notifications
  • เลือก Weekdays

No Description

ก่อนหน้านี้ Slack ก็ทำฟีเจอร์จำกัดช่วงเวลาการแจ้งเตือนที่ได้รับในแต่ละวันได้

ที่มา – The Verge

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/117334

Roposo แอปวิดีโออินเดียมีผู้ใช้เพิ่มทันที 22 ล้านคน หลัง Tiktok โดนแบน

หลังจากรัฐบาลอินเดียประกาศแบนแอปพลิเคชั่นจากจีน 59 แอป (ซึ่งรวมถึง Tiktok) ได้เพียงสองวัน Roposo แอปพลิเคชั่นวิดีโอสัญชาติอินเดียก็มีผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นถึง 22 ล้านคนทันที โดยปัจจุบันมียอดดาวน์โหลดอยู่ที่ 80 ล้านครั้งเฉพาะใน Play Store (ก่อนประกาศแบนอยู่ที่ 50 ล้านครั้ง) และคาดว่าจะมียอดดาวน์โหลดมากถึง 100 ล้านครั้งในเร็วๆนี้

Roposo เปิดตัวในอินเดียเมื่อปี 2014 เป็นแฟลตฟอร์มที่ให้ผู้ใช้สามารถโพสต์วิดีโอสั้นๆ มีฟีเจอร์ใส่เอฟเฟค เพิ่มสติกเกอร์ และตัดต่อคลิปคล้ายกับ Tiktok นอกจากนี้ยังมีระบบ Coins ให้ผู้ใช้สร้างรายได้จากวิดีโออีกด้วย

Mayank Bhangadia หนึ่งในผู้ก่อตั้งแอปเผยว่า ปัจจุบันบริษัทมีพนักงานทั้งหมด 200 คน โดยมีแผนจะเพิ่มพนักงาน 10,000 คนภายในอีก 2 ปี พร้อมทั้งอาจจะเปิดให้ใช้งานทั่วโลกอีกด้วย

ที่มา – Reuters

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/117333

PlayStation 4 ยังผลิตในญี่ปุ่น และโรงงานใช้หุ่นยนต์แทบทั้งหมด

สำนักข่าว Nikkei รายงานถึงโรงงานของ PlayStation 4 ที่ไม่ค่อยมีใครรู้นักว่าผลิตยังไง โดยประเด็นน่าสนใจคือโรงงานแห่งนี้อยู่ห่างจากโตเกียวไม่มากนัก และใช้หุ่นยนต์แทบทั้งหมด ในสายการผลิตมีคนงานสองคนสำหรับวาง motherboard เปล่าๆ บนสายพาน กับอีกสองคนเพื่อใส่เครื่องลงกล่อง และสามารถผลิต PS4 ได้ 1 เครื่อง ทุกๆ 30 วินาที โดยสายการผลิตยาว 31.4 เมตร มีหุ่นยนต์ทำงานอยู่ถึง 32 ตัว

โรงงานนี้บริหารโดย Sony Global Manufacturing & Operations (SGMO) ฝ่ายผลิตของ Sony และหนึ่งในความสามารถที่เหนือกว่าโรงงานอื่นคือการใช้หุ่นยนต์เชื่อมวางชิ้นส่วนที่ไม่แข็งเกร็งลงบนตัวเครื่อง เช่น สายไฟ, เทป, และชิ้นส่วนที่อ่อนตัวอื่น เช่นสายไฟแบบริบบอน (สายไฟลักษณะแบนที่ค่อนข้างบอบบาง) เพราะเป็นงานที่ละเอียดอ่อน และต้องใช้แรงพอเหมาะในการเสียบสายที่โดยปกติมักใช้คนประกอบได้ง่ายกว่า

PlayStation ถูกออกแบบให้ผลิตได้ง่ายมาตั้งแต่รุ่นแรก ที่ Teiyu Goto ผู้ออกแบบ ตั้งใจจะให้เป็นคอนโซลที่สามารถผลิตเป็นจำนวนมากได้ง่าย และเป็นผู้ผลักดันให้โรงงานที่ Kisarazu ปรับปรุงสายพานและเทคโนโลยีการผลิต ก่อนจะส่งต่อให้กับบริษัทที่เป็นคู่สัญญาในการผลิตของ Sony และการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตนี้ ก็เป็นส่วนสำคัญในการทำกำไร ในช่วงท้ายของคอนโซลที่ยอดขายมักลดลง

ยังไม่มีข้อมูลว่า PS5 จะผลิตที่โรงงานเดียวกันนี้ หรือมีสายพานการผลิตที่มีประสิทธิภาพมากเท่ากับ หรือมากกว่า PS4 หรือไม่ แต่เทคโนโลยีสายพานการผลิตที่ล้ำหน้า ก็อาจเป็นอาวุธลับเพิ่มกำไรให้กับ PS5 ได้ แม้ต้องกดราคาให้ต่ำเพื่อแข่งกับ Xbox Series X

ส่วนผู้บริโภคอย่างเรา ก็คงต้องรอติดตามวันที่ทั้ง Sony และ Microsoft พร้อมจะเปิดราคาจำหน่ายให้โลกรู้ต่อไป ว่าเครื่องไหนจะคุ้มค่า และตอบโจทย์ด้านราคา ในเศรษฐกิจโลกยุคหลัง COVID-19 กว่ากัน

ที่มา – Nikkei Asian Review

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/117332