คลังเก็บหมวดหมู่: 9tana

รองเท้าสตั๊ด รุ่นไหน แบรนด์ใด ที่นักเตะใส่แล้วทำประตูได้มากที่สุดในยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก ปี 2018-2019

เมื่อพูดถึงฟุตบอลในระดับสโมสรรายการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเวทียุโรปอย่างยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกปี 2018-2019 แล้ว ผลการแข่งขันที่เหนือความคาดหมายในหลาย ๆ เกม ทำให้ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกปีนี้เป็นอีกปีหนึ่งที่สนุกและเร้าใจเมื่อเทียบกับหลายปีที่ผ่านมา แต่ละทีมต่างก็มีฟอร์มที่น่าประทับใจ แล้วก็เป็นเรื่องปกติที่ใครเจ๋งกว่าก็ต้องดันผู้ด้อยกว่าตกรอบเป็นธรรมดา ซึ่งในทัวร์นาเมนต์นี้ก็ได้อัดแน่นไปด้วยการทำประตูที่น่าตื่นเต้นควบคู่กับเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่แฟนบอลทั้งหลายไม่ควรพลาด

อีกหนึ่งข้อมูลที่น่าสนใจในการแข่งขันครั้งนี้คือ มีการทำประตูและการทำเข้าประตูตัวเองจากนักเตะทั้งหมด 178 คน รวมทั้งสิ้น 360 ประตู แน่นอนหนึ่งในผลงานการทำประตูย่อมหนีไม่พ้นนักเตะระดับโลกอย่าง  Lionel Messi, Cristiano Ronaldo, Neymar, Sergio Aguero และนักเตะอีกมากมาย

นอกจากทักษะและการฝึกฝนในการทำประตูแล้ว คุณรู้หรือไม่ว่าอะไรคือกุญแจสำคัญที่ทำให้เหล่านักเตะทั้งหลายประสบความสำเร็จ หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการลงเล่นของนักฟุตบอลนั้นก็คือ รองเท้าฟุตบอลหรือรองเท้าสตั๊ด  ซึ่ง iPrice ได้รวบรวมรองเท้าสตั๊ดตัวพ่อรุ่นแจ่ม ๆ มากมายที่นักฟุตบอลใส่แล้วทำประตูได้มากที่สุดในยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก 2018-2019 นี้ จากข้อมูลเว็บไซต์ยูฟ่า (UEFA) และ Football Boots DB โดยมี 8 สถิติที่น่าสนใจ ดังนี้

1. ในฟุตบอลรายการยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกปีนี้ ตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์มีเพียง 6 แบรนด์เท่านั้นที่นักฟุตบอลมือฉมังใส่แล้วสามารถทำประตูได้จากหลาย ๆ แบรนด์ อันประกอบไปด้วย Nike, Adidas, Puma, New Balance, Under Armour และ Mizuno

2. รองเท้าฟุตบอล Nike คือแบรนด์รองเท้าที่ถูกนักเตะใช้มากที่สุดและยังเป็นแบรนด์ที่ผู้ทำประตูในฤดูกาลนี้ใส่มากที่สุด ด้วยจำนวน 178 ประตู รวมไปถึงการทำประตูในนัดชิงชนะเลิศอีกด้วย ตามมาด้วยแบรนด์ดังอย่าง Adidas อยู่ที่ 154 ประตู แบรนด์ Puma 24  ประตู แบรนด์ New Balance 4 ประตู แบรนด์ Under Armour และ แบรนด์ Mizuno อย่างละ 1 ประตู

3. รู้หรือไม่ว่ามีนักฟุตบอลเข้าร่วมรายการยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกทั้งหมด 352 คน จาก 32 ทีมทั่วยุโรป และทั้ง 360 ประตูจาก 125 เกม ในยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกฤดูกาลนี้ เกิดจากรองเท้าฟุตบอลถึง 18 รุ่น ใน 6 แบรนด์ดังเหล่านี้ด้วยกัน

4. รองเท้าฟุตบอลของ Nike รุ่น Mercurial คือรองเท้าสตั๊ดรุ่นสุดฮิตที่นักฟุตบอลเลือกสวมใส่มากที่สุดและยังถูกใช้ในการทำประตูมากที่สุด ด้วยจำนวนถึง 95 ประตู ตามมาด้วยแบรนด์ Adidas รุ่น X โดยมีสถิติการทำประตูอยู่ที่ 85 ประตู และ 39 ประตูจาก Nike รุ่น Phantom VNM อย่างไรก็ตามรองเท้าฟุตบอลที่ถูกพูดถึงมากที่สุดก็คือ Adidas X โดยมีผลพลอยมาจากการที่นักเตะทีมลิเวอร์พูลใส่ทำ 2 ประตูนัดชิงชนะเลิศอันพาให้ทีมฟุตบอลสัญชาติอังกฤษนี้เป็นแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกในครั้งนี้นั่นเอง

5. 10 อันดับการทำประตูที่ยอดเยี่ยมในยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกนี้มาจากนักฟุตบอลที่ใส่รองเท้า Nike adidas และ Puma โดยมีสถิติการทำประตูสูงถึง 64 ครั้งเลยทีเดียว

6. อันดับดาวยิงสูงสุดในรายการยูฟ่าแชมเปปี้ยนส์ลีก ได้แก่ Lionel Messi พร้อมรองเท้าคู่ใจอย่าง Adidas Nemeziz ที่กดประตูไปถึง 12 ประตู แบ่งเป็น 9 ประตู จากเท้าซ้ายข้างถนัดและอีก 3 ประตูจากเท้าขวา Messi ซึ่งได้สวมรองเท้า Adidas มาตั้งแต่ปี 2017 มากไปกว่านั้นในช่วงระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา ยังมีการบันทึกว่า Messi สามารถทำประตูได้ถึง 106 ประตูรวมทุกรายการ

7. 83 % ของประตูในรายการนี้มาจากนักฟุตบอลที่ใส่รองเท้าจากแบรนด์ Adidas และ Nike แบ่งออกเป็น 7 รุ่นจาก Adidas ได้แก่ Adidas X, adidas Nemeziz, adidas Predator, adidas Copa, adidas F50, adidas Glitch และ adidas 11pro ในส่วนของแบรนด์ Nike แบ่งออกเป็น 6 รุ่นด้วยกัน Nike Mercurial, Nike Phantom, Nike Tiempo, Nike Phantom VSN, Nike Hypervenom และ Nike Magista

8. ผลสำรวจพบว่า แบรนด์รองเท้าฟุตบอลจากประเทศอเมริกา เยอรมัน และญี่ปุ่น มีส่วนช่วยให้นักฟุตบอลสามารถทำประตูได้มากที่สุดในรายการนี้ ซึ่งในทัวร์นาเมนต์นี้ไม่ได้มีเพียงการแข่งขันทำประตูในสนามระหว่างนักฟุตบอลและเหล่าสุดยอดทีมตัวแทนจากประเทศต่าง ๆ เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการแข่งขันแย่งชิงความเป็นหนึ่งระหว่างผู้ผลิตรองเท้าสตั๊ดแบรนด์ดังจากทั่วโลกอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ Adidas และ Puma ที่มาจากประเทศเยอรมัน หรือแบรนด์รองเท้าฟุตบอลยักษ์ใหญ่อย่าง Nike, New Balance และ Under Armour ที่มาจากประเทศอเมริกา จะมีเพียงหนึ่งเดียวที่มาจากทวีปเอเชียอย่าง Mizuno แบรนด์รองเท้าชั้นนำจากประเทศญีปุ่น ซึ่งคิดเป็น 0.28% จากจำนวนประตูทั้งหมดในรายการนี้เท่านั้น

การศึกษาข้อมูล

iPrice ได้รวบรวมข้อมูลผู้ทำประตูจาก UEFA.com และ Football Boots ในทัวร์นาเมนต์ UEFA Champions League 2018-2019 โดยไม่รวมเอาสถิติการทำประตูตัวเองเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งข้อมูลทั้งหมด iPrice ได้ทำการจำแนกเป็นข้อมูลของแต่ละแบรนด์ และแต่ละรุ่นรองเท้าในการทำประตู

 

เก็บข้อมูล และวิเคราะห์โดย Aldo Fenalosa iPrice Inonesia

แปล และเรียบเรียงโดย อัฎฮา เหล็มหนู iPrice Thailand

from:http://www.9tana.com/node/boot-brand-ucl-2018-19/

โฆษณา

ลูกค้าเก่า True Online ซื้อแพ็ค Speed Boost เพิ่ม 200 บาท อัพความเร็วเป็น 1Gbps

พร้อมๆ กับการเปิดตัว True Gigatex Fiber เน็ตบ้านแรง 1Gbps เดือนละ 899 บาท ทาง True Online ยังได้เปิดตัวแพ็คเกจเสริมสำหรับลูกค้า True Online เดิม ชื่อ Speed Boost ในราคาเดือนละ 200 บาท เพิ่มความเร็วเน็ตเป็น 1000/100 Mbps ได้ หรือจ่ายถูกลงมาหน่อย 150 บาท/เดือน ปรับความเร็วเป็น 300/100 Mbps

สำหรับลูกค้าที่สามารถซื้อแพ็กเสริม Speed Boost ได้ ต้องใช้แพ็คเกจราคา 699 บาทขึ้นไป

สนใจสอบถามหรือซื้อแพ็คเกจดังกล่าวได้ที่ โทร. 1242

from:http://www.9tana.com/node/true-online-speed-boost-200/

True Gigatex Fiber เน็ตบ้านแรง 1Gbps เดือนละ 899 บาท สมัครได้แล้ววันนี้

เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วครับ สำหรับ True Gigatex Fiber แพ็คเกจใหม่จาก True Online เน็ตบ้านไฟเบอร์ความเร็วดาวน์โหลดระดับ 1Gbps ในราคาต่ำกว่า 1 พันบาท ! พร้อมรับสิทธิ์ยืมอุปกรณ์ Gigatex Fiber Router ส่งสัญญาณ WiFi ได้ในระดับ Gbps ฟรี หรือเลือกอัพแพ็กเกจรับกล่อง True ID TV และเบอร์มือถือ Truemove H อีกด้วย

True Gigatex Fiber เริ่มต้นที่แพ็คเกจ 899 บาท เป็นแพ็กเกจเน็ตอย่างเดียว ความเร็ว 1000/100Mbps และแพ็กเกจ 999 บาท ความเร็วเน็ตเท่ากันแต่ได้กล่อง True ID TV และเบอร์ Truemove H พร้อมแพ็คเกจเน็ต 4G อีก 5GB

สนใจสมัครได้ที่ https://truegigatexfiber.com

from:http://www.9tana.com/node/true-gigatex-fiber-1gbps/

เคสกันน้ำ OSMO Pocket ลงน้ำได้ 60 เมตร วางขายแล้ว

DJI เปิดตัว OSMO Pocket กล้องวิดีโอพร้อมระบบกันสั่นในตัวมาได้หลายเดือนแล้ว ล่าสุดได้ขายอุปกรณ์เสริม Osmo Pocket Waterproof Case หรือเคสกันน้ำสำหรับอุปกรณ์ดังกล่าวออกมาแล้ว ซึ่งเคสดังกล่าวสามารถทำให้ Osmo Pocket ลงไปถ่ายใต้น้ำได้ลึกสุด 60 เมตร

สนนราคาของ Osmo Pocket Waterproof Case อยู่ที่ 49 ดอลลาร์ หรือประมาณ 1,500 บาท

from:http://www.9tana.com/node/osmo-pocket-waterproof-case/

สื่อสหรัฐฯ ตั้งข้อสงสัย FaceApp (แอพทำหน้าแก่) ส่งข้อมูลกลับรัสเซีย ?

FaceApp หนึ่งในแอพแต่งรูปภาพใบหน้าที่กำลังฮิตช่วงนี้ โดยเฉพาะที่ดาราหลายๆ คนเอามาทำภาพหน้าแก่แล้วหลายๆ คนดาวน์โหลดมาเล่นตามกัน กำลังถูกตั้งประเด็นและข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล (privacy) เนื่องจากแอพดังกล่าวได้ขอสิทธิ์การเข้าถึงรูปภาพในเกลเลอรี่ของเราทั้งหมด และต้องอัพโหลดรูปภาพขึ้นไปทำการปรับแต่ง (โดยทางผู้พัฒนาบอกว่าเป็นระบบ AI) บนเซิพเวอร์ของทางผู้พัฒนาด้วย

เข้าใช้งาน FaceApp ครั้งแรก ตัวแอพจะขอสิทธิ์การเข้าถึงรูปภาพในเครื่องทันที หากไม่กดอนุญาต จะใช้เฉพาะรูปภาพที่ถ่ายใหม่จากในแอพก็ไม่สามารถทำได้

การขอสิทธิ์การเข้าถึงรูปภาพและการอัพโหลดรูปภาพไปบนเซิพเวอร์ของผู้พัฒนาดูเหมือนไม่ใช้เรื่องผิดปกติใดๆ เพราะเข้าใจได้ว่าต้องใช้ระบบ AI ในการวิเคราะห์ แต่เรื่องที่สื่อจากสหรัฐอย่าง Techcrunch และ Forbes ได้หยิบยกเข้ามาเป็นประเด็นในครั้งนี้ คือแอพดังกล่าวพัฒนาโดย Wireless Lab ซึ่งมีฐานหรือสำนักงานใหญ่อยู่ที่ประเทศรัสเซีย และข้อมูลที่ส่งไปส่วนใหญ่ก็จะเป็นข้อมูลใบหน้า ซึ่งถือเป็นหนึ่งใน biometric ที่สำคัญในระบบ security ของยุคนี้ อดไม่ได้ที่จะโยงไปในเรื่องของการเมืองระหว่าง 2 ประเทศที่มีเรื่องระหองระแหงกันอยู่เรื่อยๆ

ทั้งนี้ก็ยังไม่มีหลักฐานว่า Wireless Lab นำข้อมูลใบหน้าเหล่านี้ไปใช้ในทางที่ไม่ดีแต่อย่างใด หรือถ้าจะมองโลกในแง่ดี ปัจจุบันแอพต่างๆ ก็เก็บข้อมูลส่วนตัวเราไปบนเซิพเวอร์ของตัวเองแทบจะทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นของทางฝั่งอเมริกาเอง จีนหรือรัสเซีย อยู่ที่ว่า “เราไว้ใจนักพัฒนาแค่ไหน(กดเข้าไปอ่านบทความจากคุณหนูเนยต่อกันได้ครับ)

ที่มา : Techcrunch และ Forbes

from:http://www.9tana.com/node/faceapp-privacy/

วิธียกเลิก FaceApp Pro ก่อนที่จะถูกหักเงิน ปีละ 629 บาท (iOS)

หลังจากที่ได้แนะนำ FaceApp แอพทำหน้าแก่ที่กำลังฮิตในช่วงนี้ ก็มีประเด็นเล็กๆ น้อยๆ จะมาเสริม ซึ่งประเด็นดังกล่าวหากใครไม่รู้หรือกดไปโดยไม่ทันระวังอาจทำให้เสียทรัพย์เลยก็ว่าได้ครับ นั่นก็คือบริการ FaceApp Pro

ตอนที่เราเข้าใช้งาน FaceApp บน iOS ครั้งแรก ตัวแอพจะถามก่อนเลยว่าสนใจเปิดใช้ FaceApp Pro (เวอร์ชั่นเต็ม ไม่มีโฆษณา ไม่มีลายน้ำ) หรือไม่ หากใครที่กดเปิดใช้ FaceApp Pro ไปแล้ว จะได้สิทธิ์ทดลองใช้ฟรี 3 วัน หลังจากนั้นตัวแอพจะเรียกเก็บเงินเราทันที แบบเหมาเป็นปี ปีละ 629 บาท หากใครกดตกลงใช้ FaceApp Pro ไปแล้วแต่ไม่อยากให้หักเงิน ต้องรีบทำการยกเลิกก่อนครบกำหนด 3 วันที่ให้ทดลองใช้ฟรีครับ

วิธีการยกเลิก FaceApp Pro ของระบบ iOS ให้เข้าไปที่ Settings จากนั้นกดที่ส่วนภาพโปรไฟล์ iCloud Account ของเรา > iTunes & App Store

กดที่ Apple ID : ….. > View Apple ID

เลื่อนลงมาที่ Subscriptions จากนั้นเลือกที่รายการ FaceApp ที่เราต้องการยกเลิก

กด Cancel Subscription และกด Confirm อีกครั้ง เป็นอันเสร็จ

หลังจากกดยกเลิกแล้ว สังเกตว่าจะไม่มีการติ๊กเครื่องหมายถูกที่รายการหักเงินอัตโนมัติอีกแล้ว

หลังจากการยกเลิกไปแล้ว หากยังไม่ครบกำหนดทดลองใช้ฟรี 3 วัน ก็ยังคงใช้งานได้ต่อจนครบกำหนดครับ หากใครที่ต้องการใช้ต่อไปเรื่อยๆ สามารถเข้ามากดเลือกรายการ FaceApp Pro ได้อีกครั้ง มรทั้งแบบเป็นรายเดือน เดือนละ 129 บาท ให้เลือกด้วย

from:http://www.9tana.com/node/cancel-faceapp-pro/

รีวิว FaceApp แอพทำหน้าแก่ ใส่วิก แต่งหน้าด้วยระบบ AI

หลังจากที่ได้นำเสนอและแนะนำเกี่ยวกับ FaceApp แอพทำหน้าแก่ที่กำลังฮิตบนโซเชี่ยลตอนนี้ แบบคร่าวๆ ไป ในตอนนี้ผมจะมารีวิวการใช้งานแอพดังกล่าวมาฝากครับ (ใครยังไม่มี ดาวน์โหลดกันได้ครับ | iOS : Android)

เมื่อดาวน์โหลดและติดตั้งแอพเสร็จเรียบร้อยแล้ว เข้ามาครั้งแรกแอพจะทำการขออนุญาตเพื่อเข้าถึงรูปภาพจากในเครื่องของเราก่อน

ถึงแม้จะเป็นแอพที่ดาวน์โหลดได้ฟรี แต่ FaceApp ก็มีเวอร์ชั่น Pro ให้ใช้ด้วย ซึ่ง FaceApp Pro จะสามารถใช้ฟิลเตอร์ที่มีได้ทั้งหมด รวมถึงไม่มีโฆษณาขึ้นมากวนใจ หรือฝังลายน้ำไว้มุมของรูปภาพด้วย โดยสามารถทดลองใช้ FaceApp Pro ได้ฟรี 3 วัน หลังจากนั้นหากไม่ยกเลิกจะคิดค่าบริการปีละ 629 บาท แต่ถ้าหากไม่สนใจใช้ FaceApp Pro ก็สามารถกดข้ามไปได้ครับ

การใช้งาน FaceApp นั้นก็เหมือนแอพแต่งรูปภาพทั่วไปครับ คือจะเลือกภาพถ่ายจากในเครื่องหรือจะกดถ่ายภาพใหม่จากในแอพได้ (ในบทความนี้ ผมใช้รูปภาพบุคคลตัวอย่างจาก JapTarectecan@Pixabay ครับ)

เมื่อเปิดรูปภาพขึ้นมาแล้ว ก็จะมีรายการฟิลเตอร์ต่างๆ ขึ้นมาตามหมวดหมู่ หากต้องการทำภาพใบหน้าวัยชราตามที่โซเชี่ยลกำลังฮิตตอนนี้ ให้กดไปที่เมนู Age

จากนั้นให้เลือกไปที่ Old เพียงเท่านี้แอพก็จะวิเคราะห์ใบหน้าและปรับใบหน้าของเราให้แก่โดยอัตโนมัติ , หรือถ้าต้องการเติมแว่น ก็ไปที่เมนู Glasses

เปลี่ยนทรงผม หรือเปลี่ยนรอยยิ้มบนใบหน้าก็ได้

ใส่หนวด/เครา หรือแต่งหน้าให้สวยฟรุ้งฟริ้งก็ได้

เมื่อแต่งจนพอใจแล้ว เราสามารถ export หรือนำรูปภาพไปแชร์ในแอพอื่นๆ ได้ตามสบาย

from:http://www.9tana.com/node/faceapp-reviews/