เรื่องทั้งหมดโดย Feed News

Office Tips – 5 วิธีเด็ดในการใช้ Microsoft Office แบบฟรีๆ ไม่ต้องเสียเงินสักบาท!

หลายคนที่อยากใช้ Microsoft Office แบบถูกต้องนั่น บางทีราคาอาจจะแพงเกินเอื้อมไป เชื่อเถอะ ตอนนี้ Microsoft ไม่ได้งกโปรแกรมเหล่านี้ให้จำเป็นต้องซื้อเสมอไป วันนี้ทางทีมงานมีเทคนิคดีๆ ในการใช้โปรแกรมเอกสาร Office แบบฟรีๆ แถมยังถูกกฏหมายด้วยครับ!! แต่อาจจะใช้ได้บางฟังค์ชั่นไม่ครบเท่าซื้อมาแน่นอน แต่เชื่อเถอะ แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว!

5 วิธีเด็ดในการใช้ Microsoft Office แบบฟรีๆ ไม่ต้องเสียเงินสักบาท!

1.ใช้ Office Online

Microsoft Office

หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า Microsoft มีบริการ Office ประเภท Word , Excel , PowerPoint ให้ใช้กันแบบฟรีๆ แถมยังเป็นการใช้งานออนไลน์ผ่าน เบราเซอร์ เช่น Word, Excel, PowerPoint เป็นต้น เจ๋งไปเลยใช่ไหมล่ะ แต่ต้องมีอีเมล์ที่ล็อกอินเข้ากับระบบ Microsoft หรือ Outlook ก็ได้นะ แต่ข้อเสียคือ ต้องต่อเน็ตตลอดเวลา

เข้าใช้งาน Microsoft Word Online

เข้าใช้งาน Microsoft Excel Online

เข้าใช้งาน Microsoft PowerPoint

2.ใช้งาน Office Mobile ในมือถือ

อีกตัวเลือกนึง ตอนนี้ Microsoft ได้เปิดให้ใช้ Office ในมือถือฟรีแล้ว ทำให้เราสามารถใช้งาน Office ได้บนมือถือ สำหรับฟังค์ชั่นต่างๆ จะคล้ายกับเวอร์ชั่น Online แต่บางคนอาจถนัดแบบ Online มากกว่า โดยมีให้ใช้งานทั้ง Android และ IOS เพื่อนๆ สามารถเข้าไปโหลดใช้งานได้ที่ PlayStore หรือ AppStore ได้เลยครับ

3.สมัครทดลองใช้งาน Office 365 ฟรี 1 เดือน

หากเพื่อนๆ อยากใช้ฟังค์ชั่นเต็มๆ แบบครบๆ เพื่อนๆ สามารถ ลงทะเบียนทดลองใช้งาน ได้ฟรี 1 เดือน โดยสามารถใช้งาน Office 2019 ได้ครบทั้งหมด อีกทั้งยังได้เนื้อที่ 1 TB บน OneDrive ฟรีอีก และยังได้เครดิตในการโทร Skype อีก 60 นาที ถือว่าน่าสนใจสำหรับคนที่อยากลองทดลองใช้งานดูครับ

4.ทดลองใช้งาน Office 365 Pro Plus เพิ่มอีก 1 เดือน

หากเพื่อนๆ ลงทะเบียนทดลองใช้งาน Office 365 ฟรี 1 เดือนจนครบ เพื่อนๆ สามารถลงทะเบียน Office 365 Pro Plus เพื่อทดลองใช้งานเพิ่มได้อีก 1 เดือนฟรีๆ

5.ซื้อโน้ตบุ๊คที่แถม Microsoft Office ของแท้มาในเครื่อง

หาเลือกซื้อโน้ตบุ๊คหรือ Laptop ที่มีแถม Microsoft Office ของแท้ ในเครื่องก็จะทำให้เพื่อนๆ ได้รับ Office มาใช้กัน แต่บางรุ่นอาจจะแถมมาให้ใช้งาน 1 ปี ก็ต้องแล้วแต่รุ่นไป

เช่น คอมกลุ่ม Surface เช่น Surface 3 จะแถมสถานะสมาชิก Office 365 Personal สามารถเปิดใช้งานได้ตลอดเวลาภายใน 6 เดือนหลังจากที่คุณเปิดใช้งาน Windows

เห็นไหมครับการที่จะได้ใช้งาน Office นั่นไม่ยากเกินไป แถมยังไม่ต้องเสียเงินสักบาทเดียวเลยด้วย แต่ก็ต้องอย่าลืมบางฟังค์ชั่นอาจจะใช้ได้กับตัวเต็มเท่านั้น แนะนำให้อุดหนุน Microsoft เขาหน่อยละกันครับ

from:https://notebookspec.com/microsoft-office-for-free/469457/

Advertisements

BaNANAStore Promotion – ซื้อ Microsoft Surface ลดสูงสุด 12,000 บาท พร้อมของแถม 2,880 บาท

ในส่วนของร้านค้าสินค้าไอทีออนไลน์ชั้นนำอย่าง BaNANAStore ได้จัดโปรโมชั่นพิเศษสุดๆ กับ Microsoft Surface ด้วยราคาสุดพิเศษ ลดไปเลยสูงสุด 12,000 บาท พร้อมของแถมกระเป๋าเป้ Targus และ Office 365 Personal รวมมูลค่า 2,880 บาทไปเลย สเปกใช้งานได้ลื่นๆ แรง เป็น Core i5 + RAM 8GB + SSD 128GB, Core i5 + RAM 8GB + SSD 256GB

Microsoft Surface สเปก Core i มีประสิทธิภาพรองรับการเล่นเน็ตพิมพ์งาน ดูหนังฟังเพลง หรือทำงานหนักๆ ได้สบาย เรียกได้ใครกำลังจะซื้อ Microsoft Surface Pro ตอนนี้ก็สั่งผ่านทาง BaNANAStore น่าจะดีกว่าเพราะราคาคุ้มค่ามากๆ แถมยังส่งฟรีถึงบ้านใน 3 ชั่วโมงอีกด้วย กดเข้าไปชมหรือสั่งซื้อกันได้เลย โปรโมชั่นนี้มีจนถึง 31 มกราคม 2562 เท่านั้น

Microsoft Surface

ด้วยความที่เป็นแท็บเล็ตระบบปฏิบัติการ Windows 10 ทำให้ Microsoft Surface สามารถใช้งานได้เสมือนคอมพิวเตอร์เครื่องนึง ที่สำคัญยังมีอุปกรณ์เสริมเป็นชุดคีย์บอร์ด Surface Type Cover ทำให้เราใช้งานเป็นโน้ตบุ๊คได้ในทันที นอกจากนี้ยังมีปากกาสไตลัสที่อัพเกรดความสามารถเพิ่มเข้า ส่งผลให้งานเขียนหรือวาดมีความใกล้เคียงกับปากกาหรือดินสอจริงๆ ยิ่งขึ้นไป

เอาเป็นว่าใครสนใจโน้ตบุ๊คบางๆ เบาๆ แบบ 2-in-1 Notebook ได้ล่ะก็ ลองดูเป็น Microsoft Surface  ได้ สามารถสั่งซื้อได้เลยผ่านทาง BaNANAStore ส่งฟรีถึงบ้านใน 3 ชั่วโมงด้วย*

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่

  • Inbox Facebook : BaNANAStore
  • Line : @bananastore (มี@ ด้านหน้า)
  • โทร.02-017-7788 (จันทร์-ศุกร์ เวลา 10.00-18.00 น.)

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

from:https://notebookspec.com/bananastore-promotion-microsoft-surface-jan/469452/

อวสาน Windows Mobile ไมโครซอฟท์ประกาศวันหยุดซัพพอร์ต ธ.ค. 2019

ไมโครซอฟท์อัพเดตข้อมูลในเอกสารซัพพอร์ต ระบุวันสิ้นสุดระยะซัพพอร์ตของ Windows Phone/Mobile เวอร์ชันสุดท้ายแล้ว

ระบบปฏิบัติการตัวสุดท้ายในซีรีส์คือ Windows 10 Mobile, version 1709 (Fall Creators Update) ที่ออกในเดือนตุลาคม 2017 ส่วนวันหมดระยะซัพพอร์ตคือ 10 ธันวาคม 2019

หลังจากนั้นไป เราจะไม่ได้เห็นการอัพเดตใดๆ ของ Windows Mobile อีกแล้ว ถือเป็นจุดสิ้นสุดของระบบปฏิบัติการ Windows Phone/Windows Moible อย่างเป็นทางการ แฟนๆ ท่านใดย้ายไปใช้ระบบปฏิบัติการตัวใดแทน ก็มาแลกเปลี่ยนกันได้ครับ

ที่มา – Microsoft, MSpoweruser

No Description

No Description

from:https://www.blognone.com/node/107615

ถอดบทเรียน Lenovo เคล็ดลับเติบโตสวนทางตลาดพีซี คือให้ความสำคัญกับฟีดแบ็คลูกค้า

ในช่วงเกือบ 10 ปีที่ผ่านมา Lenovo ถือเป็นแบรนด์พีซีที่ค่อนข้างประสบความสำเร็จในตลาด ด้วยการครองส่วนแบ่งตลาดติดท็อป 3 มาตลอด สลับกับ HP และ Dell ทว่าอย่างที่หลายคนทราบ ราวปี 2013 เป็นต้นมา ตลาดพีซีถือว่าซบเซาลงไป ยอดเติบโตของจำนวนเครื่องที่ส่งมอบติดลบทุกๆ ปี แต่ไม่ใช่กับ Lenovo ที่ส่วนแบ่งตลาดกลับสวนทางและเพิ่มขึ้นทุกปี

ผมมีโอกาสให้พูดคุยกับคุณ Ken Wong ตำแหน่งประธานของ Lenovo ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกถึงการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กรและมุมมองของ Lenovo ต่อการทำธุรกิจพีซีจนได้รับเสียงตอบรับที่ดีขึ้นจากลูกค้า และยังทำให้ส่วนแบ่งในตลาดพีซีของตัวเองค่อยๆ เพิ่มขึ้นทุกปีด้วย

No Description

ส่วนแบ่งที่เพิ่มขึ้นสวนทางตลาดพีซีที่ซบเซาลง

มาดูที่สถานการณ์ของ Lenovo กันก่อน นับตั้งแต่ปี 2013 เป็นต้นมา อัตราการเติบโตของยอดส่งมอบพีซีทั่วโลกติดลบทุกปีตั้งแต่ -10.4%, ปี 2014 -0.2%, ปี 2015 -8.9% เป็นต้น ขณะที่สถานการณ์ของ Lenovo แม้จะได้รับผลกระทบในภาพรวมที่บางปีมียอดส่งมอบลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แต่หากเทียบกับการเติบโตในแง่ส่วนแบ่งการตลาดแล้ว Lenovo กลับสามารถได้ส่วนแบ่งเพิ่มขึ้นทุกปี

No Description

หรืออย่างไตรมาสล่าสุดนับเฉพาะในเอเชียแปซิฟิก Lenovo มีส่วนแบ่ง 22.2% ซึ่งไม่มีเวนเดอร์เจ้าไหนทำได้นับตั้งแต่ 1996

ปัจจัยสำคัญคือใส่ใจฟีดแบ็คลูกค้า

คุณ Ken Wong เล่าว่าวัฒนธรรมองค์กร Lenovo เดิมนั้นให้ความสำคัญกับ Market Share และรายได้แต่เพียงอย่างเดียว โบนัสของพนักงานขึ้นอยู่กับตัวเลข KPI เหล่านี้เป็นหลัก (Product-Centric) ทว่าช่วงราวปี 2014 บริษัทตัดสินใจเปลี่ยนแปลงองค์กรขนานใหญ่ ที่หันมาให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นหลัก (Customer-Centric) ด้วยแนวคิดที่ว่า ยิ่งลูกค้าพึงพอใจมากเท่าไหร่ พวกเขาก็จะยิ่งกลับมาซื้อจากเรามากขึ้นเท่านั้น (The more they happy, the more they buy from us)

Lenovo ไม่ได้เปลี่ยนแค่แนวคิดในการทำธุรกิจ แต่เปลี่ยนกระทั่งวัฒนธรรมขององค์กรให้พนักงานให้ความสำคัญกับฟีดแบ็คเรื่องผลิตภัณฑ์จากลูกค้าเป็นหลัก ว่ารุ่นที่ออกมามีปัญหาอะไร ชอบอะไร ไม่ชอบอะไร อยากได้อะไร form factor แบบไหนที่อยากได้ เป็นต้น ซึ่งฟีดแบ็คเหล่านี้ก็อาศัยการทำสำรวจ, การทำโฟกัสกรุ๊ปรวมถึงช่องทางเว็บไซต์ของ Lenovo ซึ่งผลตอบรับจากลูกค้าจะกลายมาเป็นหนึ่งใน KPI ที่ตัดสินโบนัสของพนักงานแทน KPi ที่ดูแต่ตัวเลขหรือรายได้ในแบบเดิมๆ ด้วย

No Description

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่ถูกพัฒนาขึ้นจากฟีดแบ็คของลูกค้าได้แก่ Yoga A940 อย่างแทร็คแพดที่เป็นที่ชาร์จไร้สาย, แท่นวางคีย์บอร์ดบนฐานเครื่องและ Dial บริเวณข้อพับหน้าจอ ล้วนแล้วแต่เกิดจากการสำรวจความต้องการของลูกค้าทั้งสิ้น ซึ่งปัจจัยเหล่านี้เองเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ Lenovo ยังคงยืนระยะอยู่ในแถวหน้าของตลาดพีซีและมีส่วนแบ่งที่เพิ่มขึ้นทุกปีเอาไว้ได้

คุณ Ken เน้นว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ส่วนแบ่งตลาดของบริษัทเติบโตและอยู่ในโมเมนตัมที่แข็งแกร่ง ท่ามกลางตลาดพีซีที่ซบเซาลง

No DescriptionYoga A940

แม้ตลาดพีซีจะซบเซาแต่ยังคงไปได้เรื่อยๆ

คุณ Ken Wong มองว่าตลาดพีซีไม่น่าจะซบเซาลงไปมากกว่านี้แล้วและยังมองในแง่ดีด้วยว่ามีโอกาสกลับมาเติบโตอีกครั้งด้วย ไม่ใช่แค่เพียงฝั่งองค์กรแต่จากฝั่งลูกค้าทั่วไปด้วยซ้ำ ไม่ว่าจะจากปัจจัยที่ผู้ใช้หลายๆ คนให้ความสนใจเรื่องการอัพเกรดวินโดวส์ (จาก 7 หรือ XP มา 10) รวมถึงเทรนด์การทำงานนอกออฟฟิศ (mobile office) ที่กลายเป็นตัวผลักดันให้พีซีแบบบางเบา (thin and light) มีความต้องการมากยิ่งขึ้น

No Description

ส่วนในฝั่งเกมมิ่งก็ยังจะเติบโตต่อไปได้อีกเช่นกัน ด้วยปัจจัยอาทิ ความครบเครื่อง (versatility) ของเกมมิ่งโน้ตบุ๊คที่ซื้อทีเดียวจบครบทุกอย่าง รวมถึงกระแสอีสปอร์ตที่ค่อนข้างมาแรงทั้งในระดับเอกชนและรัฐบาล ที่จะเป็นตัวกระตุ้นการเข้าถึงและความสนใจผลิตภัณฑ์ฝั่งเกมมิ่งมากขึ้น

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/107614

Mortal Kombat 11 เผยโฉมเกมเพลย์พร้อมตัวละครชุดแรก 8 ตัว วางขาย เม.ย. 2019

Warner Bros. Entertainment เผยโฉมเกมเพลย์ของ Mortal Kombat 11 ภาคใหม่ของซีรีส์เกมต่อสู้ที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหด

Mortal Kombat 11 เป็นภาคหลักภาคที่ 11 ตามชื่อภาค โดยจักรวาลของ Mortal Kombat ถูกรีบูตเมื่อปี 2011 ในเกม Mortal Kombat เฉยๆ ไม่มีอะไรห้อยท้าย (นับเป็นภาค 9 โดยเนื้อเรื่องเป็นจักรวาลคู่ขนานของ Mortal Kombat 1-3) จากนั้นตามด้วย Mortal Kombat X ในปี 2015 และ Mortal Kombat 11 ที่เป็นภาคสามในจักรวาลรีบูต

No Description

การเปิดตัว Mortal Kombat 11 เผยตัวละครชุดแรก 8 ตัว ได้แก่ Sub-Zero, Scorpion, Sonya Blade, Skarlet, Baraka, Raiden, Shao Kahn (บอสใหญ่ของเกมนี้ มีให้เล่นเฉพาะคนที่พรีออเดอร์) และตัวละครใหม่ชื่อ Geras โดยเกมมีตัวละครทั้งหมด 25 ตัวให้เลือกเล่น

Mortal Kombat 11 จะลง 4 แพลตฟอร์มคือ PS4, Xbox One, Nintendo Switch, PC (Steam) วางขายวันที่ 23 เมษายน 2019

Mortal Kombat เป็นเกมต่อสู้ที่เริ่มโดยบริษัท Midway Games ในปี 1992 แต่ภายหลังเมื่อ Midway ล้มละลาย ค่าย Warner Bros. ก็ซื้อสิทธิต่อ พร้อมกับทีมพัฒนาชุดเดิมที่กลายเป็นสตูดิโอ NetherRealm Studios ในสังกัด Warner และเริ่มผลงานพัฒนามาตั้งแต่ภาครีบูตในปี 2011

ที่มา – IGN

from:https://www.blognone.com/node/107613

ASUS เปิดตัวโน้ตบุ๊กรุ่นล่าสุด ‘ASUS ZenBook 13/14/15’ ชูสุดยอดดีไซน์สวยล้ำ บนตัวเครื่องขนาดเล็กที่สุด

 

บริษัท เอซุส (ประเทศไทย) จำกัด ส่งโน้ตบุ๊กตระกูล ZenBook รุ่นล่าสุด ‘ASUS ZenBook 13/14/15’ วางจำหน่ายเป็นครั้งแรก มั่นใจขึ้นครองผู้นำตลาดโน้ตบุ๊กในไทย โน้ตบุ๊กทั้งสามรุ่น ZenBook 13 (UX333), ZenBook 14 (UX433) และ ZenBook 15 (UX533) มาพร้อมหน้าจอขนาด 13, 14  และ 15  นิ้วตามลำดับ

ASUS

นำเสนอดีไซน์การออกแบบใหม่ที่เน้นความบางและเบา ชูนวัตกรรมล่าสุด ‘4-sided NanoEdge display’ หรือขอบจอบางทั้ง 4 ด้าน ช่วยเพิ่มอัตราส่วนหน้าจอต่อเครื่องได้กว่า 95%นำหน้าคู่แข่งในตลาด ทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกเสมือนรับชมผ่านจอไร้กรอบ นอกจากนี้นวัตกรรมขอบจอบางยังช่วยให้การออกแบบตัวเครื่องมีขนาดเล็กลง นับเป็นโน้ตบุ๊กที่มีขนาดเล็กที่สุดเมื่อเทียบกับโน้ตบุ๊กอื่นๆในขนาดเดียวกัน

อีกหนึ่งไฮไลต์ของ ASUS ZenBook รุ่น 13/14 ซีรี่ส์นี้ คือ นัมเบอร์แพด’ (NumberPad) ที่เอซุสได้สรรค์สร้างนวัตกรรมใหม่ พัฒนาหน้าที่การใช้งานของทัชแพดให้เป็นนัมแพด ช่วยให้การใช้งานปุ่มตัวเลขสะดวกสบายกว่าเคย ทั้งนี้ เมื่อเปิดการใช้งาน จอทัชแพดจะขึ้นไฟ LED ตัวเลข นอกจากนี้ โน้ตบุ๊กทุกรุ่นยังมาพร้อมกล้อง IR ที่ช่วยในการล๊อคอินด้วยใบหน้า (สำหรับ Windows Hello) แม้อยู่ในที่แสงน้อย

การออกแบบที่เน้นการพกพาและประสิทธิภาพเต็มเปี่ยมสะท้อนถึงความเป็นเลิศของโน้ตบุ๊กตระกูล ZenBook ที่มาพร้อมซีพียูใหม่ the latest 8th Generation Intel® Core™ i7 quad-core CPU, กราฟฟิกการ์ด up to NVIDIA® GeForce® GTX 1050 Max-Q graphics, up to 16GB RAM, ultrafast PCIe® NVMe SSDs 512GB และ gigabit-class Wi-Fi

ทั้งยังการันตีความทนทาน จากการทดสอบ US Military-Grade (MIL-STD-810G) ในการใช้งานที่สภาพปัจจัยต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นระดับความสูงน้ำทะเล, อุณหภูมิ, ความชื้นรวมถึงการทดสอบการตกกระแทกและการสั่นสะเทือน

นอกจากนี้ ผู้ที่สนใจห้ามพลาดกับแคมเปญพิเศษที่เอซุสร่วมกับแบรนด์ ‘Insomnia by Vara’ โดยคุณหมั่นโถว – วรายุ จิตร์ประไพ ดีไซเนอร์ชื่อดังที่จะมาส่งมอบความพิเศษสำหรับผู้ที่สั่งซื้อ ZenBook 13 (UX333)

โดยลูกค้า 100 ท่านแรกจะได้รับกระเป๋าใส่โน้ตบุ๊กที่ออกแบบพิเศษสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากแบรนด์ สำหรับแชร์ความสมาร์ทแบบไม่เหมือนใคร

ASUS ZenBook 13/14/15 เริ่มวางจำหน่ายแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ในราคาเริ่มต้นที่ 26,990 บาท ผู้ที่สนใจสามารถจับจองเป็นเจ้าของได้ ณ ร้านไอทีชั้นนำทั่วประเทศ ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://bit.ly/2Fv8pI5 หรือ https://www.facebook.com/ASUSTHAILAND

 

from:http://mobileocta.com/asus-launches-the-latest-notebooks-asus-zenbook-13-14-15/

หลุดข้อมูล 4 ฟีเจอร์ใหม่ใน Android Q อาจมาพร้อม Dark Mode และมีโหมด Desktop แบบ Samsung DeX หรือ Huawei

Android Pie พึ่งจะเปิดตัวไปเมื่อช่วงเดือนสิงหาคม 2018 ที่ผ่านมา จนตอนนี้ก็พึ่งจะมีมือถืออยู่ไม่กี่รุ่นเท่านั้นที่ได้ใช้ระบบดังกล่าว ก็กลับมีข่าวของฟีเจอร์หลายๆ อย่างของรุ่นถัดไปอย่าง Android Q หลุดออกมาให้เห็นกันอีกแล้ว โดยคราวนี้มีทั้ง Dark Mode ที่สามารถใช้งานได้กับทุกแอป และยังมีฟีเจอร์ลึกลับเรียกว่า Desktop Mode ที่ยังไม่รู้ว่าเอาไว้ใช้ทำอะไรอีกด้วย

สำหรับข้อมูลของฟีเจอร์ที่หลุดออกมาคราวนี้ ยังเป็นฟีเจอร์แค่บางส่วนที่จะมีใน Android Q เท่านั้น ตอนที่ตัวเต็มๆ ถูกปล่อยออกมา อาจจะมีฟีเจอร์อื่นๆ ที่มากกว่านี้ หรือเปลี่ยนแปลงไปจากนี้อีกก็ได้

Dark Mode

จากปกติแล้ว Dark Mode ที่ใส่มาให้ใน Android Pie จะใช้งานได้เฉพาะกับหน้าจอของ UI เท่านั้น ไม่ได้รวมไปถึงแอปอื่นๆ แต่สำหรับ Android Q คาดว่าจะสามารถใช้งาน Dark Mode ได้กับแอปอื่นๆ ที่แม้ว่าจะไม่มี Dark Mode ให้เลือก โดยมันจะเปลี่ยนสีขาวจากพื้นหลังของแอปอื่นๆ ให้กลายเป็นสีดำ หรือฟ้าหม่นๆ แทน

Location Permissions

ปกติแล้วเวลาที่เราติดตั้งแอปลงเครื่อง ก็จะมีบางแอปที่ขออนุญาตเข้าถึงตำแหน่งของเรา (Location) ซึ่งบางทีแอปเหล่านั้นมันก็จะทำงานอยู่เบื้องหลังตลอด ทำให้มันสามารถตามตำแหน่งเราได้แบบ Real Time แต่สำหรับ Android Q การเข้าถึงตำแหน่งของแอป จะทำงานเฉพาะตอนที่เราเรียกใช้แอปดังกล่าวเท่านั้น

Screen Recording

การบันทึกวิดีโอหน้าจอจะง่ายขึ้น เพราะไม่ต้องไปหาแอปมาลงเพิ่มเติมแล้ว แต่จะสามารถบันทึกได้จากตัวมือถือเองด้วยการกดปุ่มเหมือนกับการแคปหน้าจอด้วยการกด Power + ปุ่มลดเสียง

Desktop Mode

ยังมีอีกหนึ่งโหมดลึกลับที่เรียกว่า Desktop Mode ซึ่งตอนนี้ยังไม่รู้ว่าทำอะไรได้บ้าง แม้แต่เหล่าสมาชิกเว็บ XDA-Developers พยายามแกะโหมดดังกล่าวมาทดลองแล้ว แต่ก็ยังไม่รู้ว่ามันคืออะไร (เดาๆ เอาว่าอาจจะเหมือนกับ Dex ของ Samsung หรือ Desktop Mode ของ Huawei รึเปล่า?)

ส่วนชื่อของเจ้า Android Q ตอนนี้ก็ยังได้แค่เดาๆ กันไปเรื่อยว่าจะเป็น Android Qurabiya, Android Quindim, Android Qottab ฯลฯ ซึ่งเป็นชื่อขนมหวานที่เราไม่เคยได้ยินกันมาก่อน แถมยังไม่ใช่ขนมที่เป็นที่นิยมนอเมริกาอีกด้วย (เพราะขนมที่ขึ้นต้นด้วยตัว Q นี่เราก็แทบจะไม่รู้จักกันเลยมั้ง..) ถ้าใครคิดชื่อขนมขึ้นต้นด้วยตัว Q ก็ลองมาแชร์กันหน่อยนะครับ (ใครทายถูกก็ไม่มีอะไรจะให้หรอกนะ 555)

 

ที่มา : Pocket-lint

from:https://droidsans.com/android-q-features-leaked/