เรื่องทั้งหมดโดย Feed News

Xiaomi ออกมาเหน็บ P30 Pro หลังจาก Huawei ได้แซว Apple ไปก่อนหน้านี้

ก่อนที่ Huawei จะเปิดตัวสมาร์ทโฟน P30 series ได้มีการแซวงาน It’s show time ของ Apple ว่าเป็นเพียงการอุ่นเครื่อง ก่อนที่ตัวเองจะเปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่ และล่าสุด Huawei ก็ต้องเป็นฝ่ายโดนแซวบ้าง แต่ไม่ได้เป็นการเอาคืนของ Apple

หลังจาก Huawei P30 series ได้รับการเปิดตัวทางการ Xiaomi ก็ได้ออกมาล้อเลียน Huawei ด้วยการแชร์รูปภาพผ่านบัญชี Twitter @XiaomiUK ซึ่งสื่อความหมายได้ว่า แทนที่ P30 จะใช้ชิปประมวลผลที่แรงขึ้น กลับเลือกที่จะนำเสนอเคสที่มาพร้อมกล่องสุดหรูจาก Swarovski

ใช่แล้ว Huawei P30 series ยังคงใช้ชิปประมวลผล Kirin 980 ที่เคยนำมาใช้แล้วกับ Mate 20 Pro ซึ่งเป็นชิประดับ 7 นาโนเมตร เทคโนโลยีเดียวกับชิป Qualcomm Snapdragon 855 ที่ Xiaomi นำมาใช้กับเรือธงของตัวเอง

อย่างไรก็ตาม Huawei P30 series ได้มุ่งเน้นไปที่การพัฒนาศักยภาพของกล้องดิจิตอลมากกว่า โดยเฉพาะรุ่น P30 Pro ที่สามารถทำคะแนนได้สูงถึง 112 คะแนน จากการทดสอบของ DxOMark

ที่มา – Gsmarena

from:https://www.flashfly.net/wp/246696

โฆษณา

Fuji Xerox เปิดตัว Multifunction Printer สำหรับองค์กรใหม่ 14 รุ่นรับปี 2019 ผสานประสบการณ์ Mobile และ Cloud สู่ภาคธุรกิจ

ในเดือนกุมภาพันธ์ 2019 ที่ผ่านมา ทาง Fuji Xerox ได้จัดงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ Multifunction Printer รุ่นเรือธงสำหรับตลาดองค์กรรุ่นใหม่ด้วยกันถึง 14 รุ่น ที่เรียกได้ว่าเป็นการยกเครื่องประสบการณ์การใช้งานอุปกรณ์ Multifunction Printer ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานในธุรกิจองค์กรได้อย่างราบรื่นและมั่นคงปลอดภัยมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นการรองรับการทำงานร่วมกับบริการ Cloud หลากหลายได้ในตัว, การสั่งการต่างๆ ผ่านทาง Smartphone ได้โดยตรง และที่สำคัญคือการปรับให้การ Scan เอกสารและการทำ OCR นั้นกลายเป็นเรื่องที่ง่ายดายยิ่งกว่าเดิมเพื่อให้เหล่าธุรกิจองค์กรสามารถนำไปใช้แปลงเอกสารกระดาษให้อยู่ในรูปแบบ Digital ได้อย่างง่ายดายท่ามกลางยุคสมัยแห่งการทำ Digital Transformation ทีมงาน TechTalkThai จึงขอสรุปประเด็นต่างๆ ที่น่าสนใจเอาไว้ดังนี้ครับ

Multifunction Printer: หัวใจสำคัญในการผสานกระบวนการทำงานแบบเดิม สู่ยุค Digital

ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาเหล่าธุรกิจองค์กรต่างๆ นั้นมีการตื่นตัวกันเป็นอย่างมากในการทำ Digital Transformation ก็ทำให้การลงทุนในโซลูชันและอุปกรณ์ทางด้าน IT นั้นเติบโตขึ้นไปด้วย และ Multifunction Printer เองก็เป็นอุปกรณ์หนึ่งที่ถือว่ามีการเติบโตอย่างรวดเร็วด้วยเช่นกัน

สาเหตุที่ทำให้ Multifunction Printer เป็นที่ต้องการของเหล่าธุรกิจองค์กรนั้น ก็คือความสามารถในการตอบสนองต่อการแปลงเอกสารต่างๆ ให้อยู่ในรูป Digital เอาไว้อีกชุดหนึ่งด้วยการ Scan เอกสารนั่นเอง และด้วยการที่เหล่าธุรกิจและลูกค้าจำนวนมากในไทยที่ยังคงใช้เอกสารกระดาษเป็นช่องทางหลักในการติดต่อสื่อสารระหว่างกัน Multifunction Printer จึงได้ทำหน้าที่เป็นระบบเพื่อเชื่อมระหว่างโลกของ Digital และ Analog เข้าด้วยกัน และเป็นสะพานเชื่อมเหล่าธุรกิจองค์กรให้ก้าวไปสู่ภาพของ Digital ได้ดีขึ้นโดยยังคงทำงานร่วมกับธุรกิจที่ยังไม่พร้อมปรับตัวได้นั่นเอง

นอกจากนี้ ด้วยเทคโนโลยีทางด้าน Artificial Intelligence หรือ AI ที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง การประมวลผลข้อมูลที่เป็นรูปภาพเองนั้นก็สามารถทำได้อย่างหลากหลายมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม Multifunction Printer เองจึงกลายเป็นอีกอุปกรณ์สำหรับใช้ในการสร้างข้อมูลภาพเพื่อนำมาต่อยอดด้วย AI สำหรับธุรกิจต่างๆ ได้ในหลากหลายแง่มุม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การจัดการกับเอกสารกระดาษแบบอัตโนมัติด้วยการผสาน OCR เข้ากับ AI

และเมื่อ Multifunction Printer กลายเป็นอุปกรณ์ที่มีบทบาทสำคัญต่อธุรกิจองค์กรมากยิ่งขึ้นกว่าในอดีต Fuji Xerox เองในฐานะของผู้ผลิตอุปกรณ์ Multifunction Printer ชั้นนำก็ต้องมีการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ขึ้นมาตอบโจทย์ต่อการใช้งานในระดับธุรกิจองค์กรให้ดียิ่งขึ้นตามไปด้วย

Fuji Xerox ApeosPort-VII C / DocuCentre-VII C Series ใหม่ 14 รุ่น ตอบโจทย์การทำงานภายในองค์กรได้อย่างราบรื่นและมั่นคงปลอดภัยยิ่งขึ้น

ในครั้งนี้ Fuji Xerox ได้ทำการเปิดตัวผลิตภัณฑ์เรือธงอย่าง ApeosPort-VII C / DocuCentre-VII C เครื่อง Multifunction Printer ที่เสริมความสามารถด้าน Security และรองรับการเสริมความสามารถด้านการพิมพ์เอกสารได้รวมกันทั้งหมด 14 รุ่น เพื่อตอบโจทย์ทางธุรกิจที่มีความต้องการแตกต่างกันออกไป โดยมีความสามารถใหม่ๆ ที่น่าสนใจด้วยกันดังนี้

  • พิมพ์เอกสารได้ด้วยความเร็วสูงสุด 70 แผ่นต่อนาที และรองรับการสแกนเอกสารหน้าหลังพร้อมกันได้ด้วยความเร็วสูงสุด 270 หน้าต่อนาที
  • รองรับการเข้าเล่มได้หลากหลาย ทั้งการเย็บลวด, การเจาะรู, การเย็บมุงหลังคา, การพับครึ่งแบบตัว Z และการพับสามทบ ทำให้สามารถนำไปใช้ผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ได้อย่างยืดหยุ่น
  • หน้าจอแบบ Touch Screen ขนาด 10.1 นิ้วสำหรับใช้ควบคุมการทำงานของเครื่องได้ด้วยประสบการณ์ที่คล้ายคลึงกับ Smartphone ที่ผู้ใช้งานมีความคุ้นเคยอยู่แล้ว จึงสั่งงานหรือทำงานต่างๆ บน Multifunction Printer ได้อย่างรวดเร็วง่ายดายยิ่งขึ้น
  • ระบบแจ้งเตือนเมื่อพิมพ์งานเสร็จด้วยเสียงและแสงไฟ ทำให้การพิมพ์งานและการรับเอกสารนั้นเป็นไปได้อย่างราบรื่นกว่าเดิม
  • ถาดใส่กระดาษที่มีระบบ Soft Touch สามารถดึงถาดเข้าไปเองได้แบบอัตโนมัติเพียงแค่การผลักเบาๆ ทำให้ไม่มีเสียงดังรบกวนในพื้นที่ทำงานเมื่อมีการเติมกระดาษ
  • มี Mobile Application สำหรับจัดการสั่งการพิมพ์หรือสแกนเอกสารได้ รองรับการใช้งานได้บนทั้ง iOS และ Android
  • สามารถสั่งพิมพ์เอกสารหรือสแกนเอกสารได้ผ่านทาง NFC บนอุปกรณ์ Smartphone เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการทำงานได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว
  • มีระบบ Working Folder สามารถแบ่งปันข้อมูลไฟล์เอกสารและงานต่างๆ ให้กับเพื่อนร่วมงานและลูกค้าภายนอกองค์กรได้อย่างปลอดภัย
  • มีระบบ Cloud On-Demand สามารถสั่งพิมพ์เอกสารผ่าน Cloud ได้จากทุกที่ทุกเวลา
  • สามารถเชื่อมต่อกับบริการ Cloud ต่างๆ อย่างเช่น Box, Dropbox, Evernote, Google Drive, OneDrive และ SharePoint ได้ ทำให้สามารถเข้าถึงเอกสารบนบริการ Cloud เหล่านั้นเพื่อนำมาพิมพ์ได้โดยตรง และส่งเอกสารจากการสแกนขึ้นไปยังบริการ Cloud เหล่านั้นได้อีกด้วย
  • เพิ่มความสามารถในการเชื่อมต่อกับ Azure Active Directory ช่วยให้สามารถทำการยืนยันตัวตนร่วมกับบริการ Cloud ของ Microsoft ได้ เพิ่มเติมจากการยืนยันตัวตนร่วมกับ LDAP และ Active Directory ตามปกติ
  • รองรับการยืนยันตัวตนก่อนพิมพ์เอกสาร เพื่อควบคุมปริมาณการพิมพ์ และค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการพิมพ์เอกสารได้
  • เสริมการเข้ารหัสหลากหลายรูปแบบภายในระบบ ป้องกันการขโมยข้อมูลออกไปได้โดยง่าย
  • มีระบบ OCR ช่วยแปลงตัวหนังสือภายในเอกสารต่างๆ ที่ทำการสแกนให้กลายเป็นตัวหนังสือซึ่งสามารถทำการปรับแต่งแก้ไขและค้นหาได้
  • มีระบบ Device Log Service รวบรวมสถิติการใช้งานเครื่อง Multifunction Printer เพื่อนำมาใช้ในการวางแผนและตรวจสอบการใช้งานที่ผิดปกติได้
  • มีเทคโนโลยี Smart Work Gateway ช่วยรักษาความปลอดภัยให้กับเอกสารด้วยระบบการจัดการสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูล (IRM)
  • มีระบบ TQMS ที่จะช่วยให้ทีมงานของ Fuji Xerox รับทราบถึงปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นกับอุปกรณ์ และทำการซ่อมบำรุงอุปกรณ์ต่างๆ ได้ก่อนที่ปัญหาเหล่านั้นจะสร้างความเสียหายให้กับธุรกิจ

จะเห็นได้ว่า Multifunction Printer 14 รุ่นใหม่นี้มาพร้อมกับความสามารถใหม่ๆ ที่ช่วยให้การใช้งานง่ายดายยิ่งขึ้น, ฟังก์ชันเสริมการเชื่อมต่อกับบริการ Cloud ต่างๆ เพื่อตอบรับต่อแนวโน้มการทำงานที่ต้องใช้บริการ Cloud มากขึ้นในปัจจุบัน และยังมีการเสริมด้านความมั่นคงปลอดภัยให้สูงขึ้นด้วย

ผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ Fuji Xerox ApeosPort-VII C Series ได้ที่ https://www.fujixerox.co.th/th-TH/Products/TH-Multifunction-Printers/ApeosPort-VII และศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ Fuji Xerox DocuCentre-VII C Series ได้ที่ https://www.fujixerox.co.th/th-TH/Products/TH-Multifunction-Printers/DocuCentre-VII

สู่อุตสาหกรรม 4.0 Fuji Xerox ก้าวสู่ภาพ Digital Intelligence ด้วยโซลูชันล้ำสมัย

อีกภาพหนึ่งซึ่งถูกเน้นย้ำพร้อมกับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์เรือธงใหม่ 14 รุ่นในครั้งนี้ ก็คือภาพของ Fuji Xerox ในฐานะของ Solution Provider ที่ได้เสริมบทบาทของตนเองในฐานะของ Consultant เพิ่มเติมให้กับธุรกิจต่างๆ เพื่อช่วยในการออกแบบ Workflow ด้านการจัดการเอกสารให้กับธุรกิจแบบครบวงจรนั่นเอง

Fuji Xerox นั้นจะมุ่งเน้นไปที่การนำเสนอคุณค่าของการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้าไปช่วยในการจัดการเอกสารของธุรกิจทั้งในรูปแบบของสิ่งพิมพ์และ Digital ทั้งหมด โดยไม่ได้จำกัดว่าทุกๆ ส่วนในระบบขององค์กรนั้นๆ จะต้องใช้เพียงแค่เทคโนโลยีของ Fuji Xerox ดังนั้นไม่ว่าธุรกิจองค์กรใดที่มีการใช้งาน Printer ยี่ห้อไหนอยู่ก็ตาม หากกำลังประสบปัญหาด้านการจัดการเอกสาร หรือต้องการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่าง Enterprise Document Management หรือ Robotics Process Automation เข้าไปช่วยในการปรับปรุงการทำงานของธุรกิจให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น Fuji Xerox ก็พร้อมจะเป็นทีมงานที่เข้าไปช่วยในส่วนนี้เสมอ โดยไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็ก กลาง ไปจนถึงธุรกิจองค์กรขนาดใหญ่ Fuji Xerox นั้นก็มีโซลูชันพร้อมตอบโจทย์ได้ทั้งหมดอย่างครอบคลุม

เพื่อตอบโจทย์ดังกล่าว สิ่งที่ Fuji Xerox ได้มุ่งมั่นในช่วงปี 2018 และ 2019 นี้ ก็คือการฝึกอบรมพนักงานภายในทีมงานของ Fuji Xerox ใหม่ทั้งหมด เพื่อให้สามารถให้คำปรึกษาด้านการนำโซลูชันใหม่ๆ เหล่านี้ไปปรับปรุงการทำงานในธุรกิจต่างๆ ทั่วไทยได้นั่นเอง

ติดต่อ Fuji Xerox ได้ทันที

สำหรับผู้ที่สนใจโซลูชันต่างๆ ของ Fuji Xerox สามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ของ Fuji Xerox ได้ทันทีที่ https://www.fujixerox.co.th

from:https://www.techtalkthai.com/fuji-xerox-launches-14-new-multifunction-printers-for-2019/

OPPO Reno ถูกเผยโฉมด้านหน้าออกมาแล้ว ใช้ดีไซน์ไร้รอยบาก และไม่ถูกเจาะรูบนหน้าจอ (ชมคลิป!!)

ก่อนที่ OPPO จะเปิดตัวสมาร์ทโฟน Reno อย่างทางการ ในวันที่ 10 เมษายนนี้ ได้มี ข่าวลือเกี่ยวกับ Reno รั่วไหลออกมาเยอะพอสมควร แต่ยังไม่มีภาพหลุดที่เผยให้เห็นการออกแบบด้านหน้าทั้งหมด จนกระทั่งวันนี้…

เจ้าของบัญชี Twitter @TechstarGod ได้แชร์คลิปวีดีโอสมาร์ทโฟนที่อ้างว่าเป็น OPPO Reno เป็นคลิปวีดีโอสั้นๆ ไม่กี่วินาที แต่ก็เผยให้เห็นการออกแบบด้านหน้า ด้านหลัง และยังลองใช้ฟีเจอร์กล้องด้วย

รูปภาพแสดงให้เห็นถึงพลังซูมของ Reno

คาดว่า OPPO Reno จะมากับกล้องหลัง 3 ตัว กล้องหลัก 48 ล้านพิกเซล สามารถปรับขนาดรูรับแสงได้ f/1.5 – f/2.4 และรองรับการซูม 10 เท่า มาพร้อมจอแสดงผล Dynamic AMOLED ขนาด 6.4 นิ้ว ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 855 ความจุแบตเตอรี่ 4,065mAh และรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว

from:https://www.flashfly.net/wp/246690

เปิดตัว Huawei P30, P30 Pro: เทพแสงน้อย

หัวเหว่ยยังคงมุ่งมั่นพัฒนากล้องให้เป็นจุดเด่นบนสมาร์ทโฟนเรือธงของตนเองอย่าง P Series และ Mate Series อย่างต่อเนื่อง ใน Huawei P30 และ P30 Pro ที่เพิ่งเปิดตัวไป ก็มาพร้อมกับความสามารถการถ่ายภาพขั้นสุดยอดหลายรายการ

Huawei P30 มีหน้าจอขนาด 6.1 นิ้ว ส่วน Huawei P30 Pro มีหน้าจอขนาด 6.47 นิ้วและมีขอบโค้ง ทั้งสองรุ่นมีความละเอียด Full HD+ ใช้หน้าจอประเภท OLED เหมือนกันและรองรับการแสดงผลสี DCI-P3 และ HDR อีกทั้งยังสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอด้วย

ด้านบนของหน้าจอไม่มีลำโพงสนทนาแล้ว แต่จะใช้การสั่นสะเทือนหน้าจอเพื่อทำให้เกิดเสียงแทน ด้วยเทคโนโลยี Acoustic Display ของหัวเหว่ย

Huawei P30 Pro

Huawei P30 ซีรี่ส์มีสีทั้งหมดห้าสี ได้แก่ Amber Sunrise (สีแดงส้ม), Breathing Crystal (สีฟ้าชมพู), Pearl White (สีมุก), Aurora (สีฟ้าน้ำทะเล) และ สีดำ โดยหัวเหว่ยโฆษณาว่าเป็นการเคลือบสีถึงเก้าชั้น แต่มีความบางเท่ากับ 1/100 ของกระดาษ

Huawei P30 มาพร้อมเลนส์มุมกว้าง (27 มม. f/1.8, 40 MP, OIS), มุมกว้างมาก (17 มม. f/2.2, 16 MP) และเลนส์ซูม (80 มม. f/2.4, 8 MP, OIS) ที่รองรับการซูมออปติคอล 3 เท่า ซูมไฮบริด 5 เท่า และซูมดิจิตอล 30 เท่า

สำหรับ Huawei P30 Pro มาพร้อมเลนส์มุมกว้าง (27 มม. f/1.6, 40 MP, OIS), เลนส์มุมกว้างมาก (16 มม. f/2.2, 20 MP), เลนส์ซูม (125 มม. f/3.4, 8 MP, OIS) ที่สามารถซูมแบบออปติคอลได้ 5 เท่า ซูมไฮบริด 10 เท่า และซูมดิจิตอลได้ถึง 50 เท่า รวมทั้งยังเพิ่มกล้อง ToF สำหรับวัดมิติตื้นลึกเข้ามาด้วย

เปรียบเทียบการถ่ายพระจันทร์แต่ละรุ่น
ตัวอย่างการซูม 50 เท่า

ด้วยกล้อง ToF นี้ ทำให้ฟีเจอร์ต่างๆ อย่าง ARCore สามารถแยกแยะมิติได้ดีขึ้น ใช้วัดปริมาตรวัตถุได้ การถ่ายภาพละลายหลังทำได้เป็นธรรมชาติขึ้น และยังใช้เล่นเกมที่รองรับได้เมื่อต่อกับหน้าจอภายนอก ทำให้ควบคุมเกมได้โดยใช้การขยับร่างกาย

Huawei P30 ทั้งสองรุ่นมีกล้องหน้าความละเอียด 32 MP

ทั้ง Huawei P30 และ P30 Pro เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่ใช้เซ็นเซอร์รับภาพแบบ RYYB (red, yellow, yellow, blue) แทนที่จะเป็นแบบ RGGB (red, green, green, blue) เหมือนสมาร์ทโฟนรุ่นอื่น ทำให้รับแสงได้มากกว่าเดิมถึงร้อยละ 40 โดยให้ฟิลเตอร์สีเหลืองรับแสงถึงสีเขียวและแดง โดยตัวเซ็นเซอร์เองก็มีขนาด 1/1.7 นิ้ว ใหญ่กว่า Galaxy S10+ และ iPhone XS Max ที่มีขนาด 1/2.55 นิ้วถึง 125 เปอร์เซ็นต์

ในด้านความไวแสงหรือ ISO ก็ทำได้มากกว่าใคร สูงสุดถึง 204800 ในรุ่น P30 และมากยิ่งขึ้นไปอีกในรุ่น P30 Pro ที่ 409600 เลยทีเดียว (มากกว่ากล้อง Canon EOS 5D Mark IV ที่ทำได้ที่ 102400) ทำให้แม้ในที่มืดสนิทก็ยังสามารถถ่ายออกมาได้สว่างและมีสีสัน หัวเหว่ยถึงกับทดสอบให้ดูสดๆ ในงานเปิดตัวที่ปิดไฟมืดสนิท เทียบกับ Galaxy S10+ และ iPhone XS Max ซึ่งก็แน่นอนว่าคู่แข่งทั้งสองตายเรียบ

สาธิตภาพแสงน้อยกลางเวที (ซ้าย: iPhone XS Max, กลาง: Galaxy S10+, ขวา; P30 Pro)

ฟีเจอร์ด้านกล้องอื่นๆ เช่น

  • ถ่ายระยะใกล้ได้มากที่สุดที่ 2.5 เซนติเมตร
  • ถ่ายภาพน้ำแบบลากชัตเตอร์โดยไม่ต้องใช้ขาตั้ง
  • มีระบบ AI HDR+ ทำให้ถ่ายย้อนแสงได้ดีขึ้นไปอีก
  • ถ่ายวิดีโอในที่แสงน้อยได้ดี
  • ระบบกันสั่นออปติคอลและ AI ทำงานร่วมกัน ทำให้วิดีโอนิ่งขึ้น
  • ถ่ายวิดีโอมุมกว้างและซูมพร้อมกันได้ในวิดีโอเดียวกัน
Huawei P30

Huawei P30 ซีรี่ส์ใช้หน่วยประมวลผล Kirin 980 ประมวลผลได้เร็วกว่า P20 ถึงร้อยละ 75 และหัวเหว่ยโฆษณาว่าสามารถเปิดแอปได้เร็วกว่า iPhone XS Max อยู่ 1.1 วินาที ส่วนแรมนั้นมีขนาด 6 GB ในรุ่น P30 และขนาด 8 GB ในรุ่น P30 Pro

Huawei P30 มีแบตเตอรี่ขนาด 3650 mAh ส่วน Huawei P30 Pro มีแบตเตอรี่ขนาด 4200 mAh โดยในรุ่น P30 Pro จะรองรับการชาร์จเร็ว Huawei SuperCharge 40W ใช้เวลาชาร์จจาก 2% ถึง 70% ในเวลา 30 นาที รวมทั้งรองรับการชาร์จไร้สาย 15W และชาร์จไร้สายให้กับอุปกรณ์อื่นผ่านฟีเจอร์ Reverse Charge ได้เช่นเดียวกับ Huawei Mate 20 Pro

นอกจากฟีเจอร์ด้านการถ่ายภาพและการใช้งานอื่นๆ แล้ว Huawei P30 ซีรี่ส์ยังสามารถใช้เป็นกุญแจบ้านและกุญแจรถเพื่อล็อค ปลดล็อค และสตาร์ทเครื่อง ตามมาตรฐาน CC และ EVMCo ได้ โดยขณะนี้รองรับรถยนต์อาวดี้เจ็ดรุ่นด้วยกัน

Huawei P30 วางจำหน่ายในราคา 799 ยูโร (128 GB) ส่วน P30 Pro มีวางจำหน่ายในราคา 999 ยูโร (128 GB), 1,099 ยูโร (256 GB) และ 1,249 ยูโร (512 GB)

สำหรับกำหนดการวางจำหน่ายในไทย คาดว่าจะประกาศในอีกไม่ช้าครับ

ข้อมูลเพิ่มเติม: Huawei P30, Huawei P30 Pro

บทความ เปิดตัว Huawei P30, P30 Pro: เทพแสงน้อย มีต้นฉบับอยู่ที่ Thai App Update.

from:https://thaiappupdate.com/2019/03/13406/

เปิดตัว Huawei P30 มาพร้อมกล้องหลัง 3 ตัว หน้าจอ OLED ขนาด 6.1 นิ้ว สเปกเทียบเท่า P30 Pro

Huawei P30 ได้รับการเปิดตัวพร้อมกับรุ่นพี่ P30 Pro ซึ่งมีดีไซน์ที่คล้ายกัน แต่ P30 มีขนาดเล็กกว่า เพราะมากับจอแสดงผล OLED (2340 x 1080 พิกเซล) ขนาด 6.1 นิ้ว ส่วน P30 Pro มีขนาด 6.47 นิ้ว อย่างไรก็ตาม P30 ยังมีรอยบากแบบหยดน้ำเหมือนกัน และฝังกล้องเซลฟี่ความละเอียดเท่ากัน 32 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0

ระบบกล้องหลังของ P30 ไม่มีกล้องซูม 5x Periscope เหมือนรุ่นพี่ แต่มาพร้อมกล้องหลัง 3 ตัว ประกอบด้วยกล้องหลัก 40 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8, กล้องมุมกว้างพิเศษ 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2, กล้องเทเลโฟโต้ 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 ลดภาพสั่นไหวด้วย OIS และแตกต่างกับ P30 Pro ตรงที่ขาดเซ็นเซอร์ Time-of-Flight (TOF)

Huawei P30 ทำงานบนพื้นฐาน Android 9 Pie สวมทับด้วย EMUI 9.1 ใช้ชิปประมวลผล Kirin 980 ความจำ RAM 6GB หรือ 8GB จับคู่กับ ROM 128GB ความจุแบตเตอรี่ 3650mAh และรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว SuperCharge

Huawei P30 เปิดรับจองแล้วในยุโรป ราคา 799 ยูโร หรือราว 28,550 บาท สำหรับรุ่น RAM 6GB จับคู่กับ ROM 128GB

ที่มา – Gsmarena

from:https://www.flashfly.net/wp/246674

Sony เปิดตัว RX0 II กล้องแอคชั่นแคมใหม่ เพิ่มจอหมุนได้และ Eye AF

Sony เปิดตัวกล้องแอคชั่นแคมใหม่ RX0 II เป็นรุ่นต่อจาก RX0 ที่เปิดตัวเมื่อเกือบ 2 ปีที่แล้ว

สำหรับสเปคของกล้อง Sony RX0 II จะใช้เซนเซอร์ 15.3 ล้านพิกเซล พร้อมเลนส์มุมกว้าง ZEISS Tessar T* 24mm F4 Fixed ระยะโฟกัสใกล้สุด 20 เซนติเมตร ถ่ายวิดีโอได้ถึง 4K 30p พร้อมระบบกันสั่นปรับปรุงใหม่ ส่วนการถ่ายภาพก็สามารถตั้งชัตเตอร์ได้เร็วสุดถึง 1/32000 วินาที ซึ่งเป็นชัตเตอร์แบบ Anti-distortion ถ่ายภาพรัวได้ถึง 16 ภาพต่อวินาที

ในด้านฟีเจอร์เกี่ยวกับถ่ายภาพ Sony ใส่ Soft Skin Effect และ Advanced Eye AF เข้ามา ทั้งยังมีระบบ reproduction สีที่ปรับปรุงใหม่เพื่อให้เซลฟี่ได้ดียิ่งขึ้น และโหมด Super Slow Motion ที่ถ่ายวิดีโอได้สูงสุดถึง 1,000 เฟรมต่อวินาที

ส่วนตัวบอดี้กล้องมีขนาด 2.3 x 1.59 x 1.38 นิ้ว น้ำหนัก 132 กรัม มีหน้าจอ LCD ที่ปรับหมุนด้านบนได้ 180 องศา และล่าง 90 องศาเพื่อให้ถ่ายเซลฟี่ได้ ทั้งยังกันน้ำถึง 33 ฟุต ทนต่อแรงกดอัด 400 ปอนด์ ทนต่อการตก 6.5 ฟุต

Sony ตั้งราคาขายกล้อง RX0 II ไว้ที่ 700 ดอลลาร์เท่ากับรุ่นก่อนหน้า คาดว่าจะวางจำหน่ายในสหรัฐฯ​ ได้ในเดือนหน้า

ที่มา – Alpha Universe, Engadget

No Description

from:https://www.blognone.com/node/108853

ทางการแล้ว!! Huawei P30 Pro มาพร้อมกล้องหลัง 40 ล้านพิกเซล ระบบซูมดิจิตอลสูงสุด 50 เท่า

Huawei เปิดตัวสมาร์ทโฟนระดับเรือธง P30 Pro อย่างทางการแล้ว ชูจุดเด่นที่ระบบกล้องหลัง Leica Quad Camera ประกอบด้วยกล้องหลัก 40 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.6 ลดภาพสั่นไหวด้วย OIS, กล้องมุมกว้างพิเศษ 20 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2, กล้องเทเลโฟโต้ 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/3.4 ลดภาพสั่นไหวด้วย OIS และกล้องตัวที่ 4 เป็นเซ็นเซอร์ Time-of-Flight (TOF)

ระบบกล้องหลัง Leica Quad Camera ช่วยให้ Huawei P30 Pro รองรับการซูมแบบ 10x Hybrid Zoom และ 50x Digital Zoom ถ่ายภาพในเวลากลางคืนได้อย่างสวยงามด้วยค่า ISO สูงถึง 409,600 อีกทั้งยังมีเซ็นเซอร์ TOF ช่วยละลายฉากหลังได้อย่างสมบูรณ์แบบสำหรับถ่ายภาพ Portrait และยังมีฟีเจอร์ AIS Long Exposure Shot ถ่ายภาพที่กำลังเคลื่อนไหวอย่างธารน้ำตกได้อย่างสวยงามเหมือนกับผลงานศิลปะ

Huawei P30 Pro มากับจอแสดงผล OLED (2340 x 1080 พิกเซล) ขนาด 6.47 นิ้ว ติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือไว้ใต้จอแสดงผล ส่วนขอบบนมีรอยบากแบบหยดน้ำ สำหรับวางกล้องเซลฟี่ 32 ล้านพิกเซล

Huawei P30 Pro ทำงานบนพื้นฐาน Android 9 Pie สวมทับด้วย EMUI 9.1 ใช้ชิปประมวลผล Kirin 980 ความจำ RAM 6GB จับคู่กับ ROM 128GB หรือ RAM 8GB จับคู่กับ ROM 128/256/512GB ความจุแบตเตอรี่ 4200mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 40W SuperCharge ชาร์จถึง 70% ในเวลา 30 นาที และชาร์จไร้สาย 15W Wireless Quick Charge

ที่มา – Huawei
https://www.flashfly.net/wp/246657

from:https://www.flashfly.net/wp/246657